Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

Published by Rawat Yukerd, 2021-07-17 09:24:59

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสรรพยาวิทยา จัดทำโดย นายเรวัตร อยู่เกิด

Search

Read the Text Version

วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ สิ่งมีชีวิต ได้แก่ ไส้เดือน, แม่เพรียง, ตวั สงกรานต,์ ทากดดู เลือด 6. ไฟลมั มอลลัสกา (Phylum Mollusca) ร่างกายประกอบ ไปด้วย 3 ส่วน คือ เท้า ร่างกายที่อ่อนนุ่ม และแมนเทิล(Mantle) เป็นช้ันที่สามารถ ภาพที่ สร้างโครงร่างแข็งภายนอกซ่ึงเป็นสาร พวกหินปูนปกคลุมร่างกายได้ ตัวอย่าง 5. ครแู สดงภาพ ส่งิ มชี วี ิต ไดแ้ ก่ หอย, หมกึ , ทาก 7. ไฟลมั อารโ์ ทรโพดา (Phylum Arthropoda) มโี ครงร่างแข็ง ภายนอกเป็นสารพ วกไคติน(Chitin) ร่างกายแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เช่น 3 ส่วน ภาพ (หัว อก ท้อง) หรือ 2 ส่วน (หัวกับอก เช่ือมกันเรียก Cephalothorax ท้อง) จากน้นั ครูใช้คำ เป็ น ไฟ ลั ม ท่ี มี จ ำ น ว น ม า ก ท่ี สุ ด เพ ร า ะ คอื อะไร” (ฟองน สามารถพบสัตว์ในไฟลัมนี้ไม่ว่าจะเป็นท้ัง บนบกและในน้ำ ตัวอย่างส่ิงมีชีวิต ได้แก่ จากนั้นครแู สด องค์ประกอบของ ผ้ึง, แมงดาทะเล, ตะขาบ, ก้งุ , กั้ง 8.ไฟลัมเอไคโนเดอรม์ าตา ( Phylum Echinodermata) เ ป็ น สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเลทั้งหมด มีผิวบาง ๆ

จกรรมการเรยี นรู้ 48 สือ่ และอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ 5 ภาพแสดงผงั มโนทัศน์ พฟองน้ำ พท่ี 6 ภาพแสดงฟองนำ้ ำถาม ดงั น้ี “สง่ิ มชี ีวิตทอ่ี ย่ใู นภาพ นำ้ ) ดงภาพโครงสร้างและ งฟองนำ้

วตั ถุประสงคก์ าร เน้ือหาสาระ กจิ เรยี นรู้ หุ้มโครงร่างแข็งที่เป็นหินปูนซ่ึงอยู่ภายใน ภาพท่ี 7 ภาพแส ร่างกาย ส่วนใหญ่หายใจด้วยเหงือก ย ก เ ว้ น ป ลิ ง ท ะ เ ล ห า ย ใ จ ด้ ว ย ครูให้ความรู้เก Respiratory tree ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ไม่มีเน้ือเย่ือแท เช่น ดาวทะเล, ปลิงทะเล, อีแปะทะเล, Ostia และช่องท พลบั พลงึ ทะเล มีลกั ษณะพิเศษค ช่วยในการดกั อา 9. ไฟลมั คอร์ดาตา ในการย่อยอาหา (Phylum Chordata) เป็นสัตว์ที่ต้องมี โค ร ง ร่ า ง ค้ ำ จุ น ลักษณะทง้ั 4 อย่างน้อยในช่วงใดช่วงหน่ึง ฟองนำ้ แก้ว, ฟอง ของชวี ิต 1. ทอ่ ประสาทกลวงด้านหลัง (Dorsal nerve cord) 2. Notocord เป็นโครงของร่างกาย สตั ว์สว่ นใหญเ่ มือ่ โตขน้ึ จะมีกระดกู สันหลัง (Vertebra) มาแทนท่ี 3. ชอ่ งเหงือกตรงคอหอย 4. หางทีม่ ีกล้ามเน้อื โดยอาจจะแบ่งสตั ว์ในไฟลัมคอรด์ าตา ออกเปน็ 2 กลมุ่ ยอ่ ย คือ Protochordate เป็นคอร์ดาตาช้ัน ต่ำที่ ยังไม่ มี ก ระดู ก สัน ห ลังม าแท น ทีNotocord ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ได้แก่ ภาพที่ 8 ภาพแส

49 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอปุ กรณ์การ การวดั และการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ สดงโครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของ ฟองนำ้ ก่ียวกับฟองน้ำดังนี้ “เป็นพวกที่ ท้จริง มีช่องทางให้น้ำเข้าเรียก ทางให้น้ำออกเรียก Osculum คอื มี Collar cell (Choanocyte) าหาร มี Amoebocyte คอยช่วย าร โดยภายในตัวของฟองน้ำจะมี น ท่ี เรียก ว่า สปิ คูล (Spicule) งนำ้ หินปูน, ฟองนำ้ ถูตวั ” สดงฟองนำ้ หินปูน, ฟองน้ำแกว้ และ ฟองนำ้ ถตู วั

วตั ถุประสงคก์ าร เนอื้ หาสาระ กจิ เรยี นรู้ เพรยี งหวั หอม, แอมฟิออกซสั 6. ครแู สดงภาพ Vertebrate เป็ น ค อ ร์ ด า ต า ท่ี มี กระดูกสันหลังมาแทนท่ีNotocord ซ่ึง กระดูกสันหลังทำหน้าที่ค้ำจุนร่างกาย ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ได้แก่ พวกปลาไป จนถงึ สัตวเ์ ลีย้ งลูกดว้ ยนม ภาพที่ 9 ภา จากนั้นครใู ช้คำ คอื อะไร” (แมงก ครแู สดงภาพรปู ภาพที่ 10 ภ ครูให้คำอธบิ าย 2 แ บ บ คื อ แ บ ทรงกระบอกและ มีลักษณะคลา้ ยม ครแู สดงภาพไน

จกรรมการเรยี นรู้ 50 พแมงกะพรนุ และไฮดรา ส่อื และอุปกรณ์การ การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ าพแสดงแมงกะพรนุ และไฮดรา ำถาม ดังนี้ “ส่ิงมชี วี ิตทีอ่ ยใู่ นภาพ กะพรุนและไฮดรา) ปร่างของแมงกะพรุนและไฮดรา ภาพแสดงรปู รา่ งของส่งิ มีชีวติ ใน ไฟลมั ไนดาเรีย ยว่า “มีเนื่อเย่ือที่แท้จรงิ มีรูปร่าง บ บ โพ ลิ ป (Polyp) มี ลั ก ษ ณ ะ ะแบบเมดซู า(Medusa) มีลกั ษณะคล้ายรม่ หรอื ระฆัง” นโดไซต์

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ ภาพที่ 11 ภาพแส จาก น้ั น ค รูให (Tentacle) มีเซ ภายในเซลล์นี้จะ ซึ่งเข็มพิษน้ีมีปร ปอ้ งกันตวั เอง” จากน้ันครูแสด ไนดาเรยี ภาพที่ 12 ภาพแสด

จกรรมการเรยี นรู้ 51 ส่อื และอปุ กรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ สดงไนโดไซตบ์ รเิ วณเทนทาเคิลทม่ี เี ขม็ พิษนมี าโทซิส ห้ ค วาม รู้ว่า “บ ริเวณ ห น วด ซลล์ไนโดไซต์(Cnidocyte) ซ่ึง ะมี เข็มพิษอยู่(Nematocyst) ระโยชน์ในการใช้จับเหย่ือหรือ ดงภาพตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในไฟลัม สดง

วตั ถปุ ระสงค์การ เนื้อหาสาระ กิจ เรียนรู้ ภาพที่ จากนัน้ ครูใช้คำ คืออะไร” (พลาน ครูแสดงภาพโค

52 จกรรมการเรียนรู้ สอ่ื และอุปกรณ์การ การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวดั การประเมนิ ตวั อยา่ งสิ่งมีชีวติ ใน ไฟลมั ไนดาเรีย 7. ครูแสดงภ าพ พลานาเรยี 13 ภาพแสดงพลานาเรีย ำถาม ดงั นี้ “ส่งิ มชี ีวิตที่อยใู่ นภาพ นาเรยี ) ครงสร้างของพลานาเรยี

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรยี นรู้ ภาพท่ี 14 จากนั้นครูอธิบ หนอนตัวแบน ม ไม่สมบูรณ์ คือ ระบบประสาทแบ สองเส้นขนานก ขั้นบันได มีปม ดำรงชีวิตทั้งเป็นแ ครูแสดงภาพต เฮลมนิ ธีส ภาพที่ 15 ไฟ

53 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณ์การ การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ 4 โครงสร้างของพลานาเรีย บายว่า “เป็นกลุ่มส่ิงมีชีวิตพวก มีเน้ือเยื่อแท้จริง ทางเดินอาหาร มีปากแต่ไม่มีทวารหนัก มี บบสตั ว์ชั้นต่ำ คือ มเี ส้นประสาท กัน และมีเส้นเช่ือมกลางแบบ ป ร ะ ส า ท ให ญ่ ส อ ง ป ม อ ยู่ ท่ี หั ว แบบอสิ ระ และปรสิต” ตัวอย่างส่ิงมีชีวิตในไฟลัมแพลที ภาพแสดงตัวอย่างสิง่ มีชีวติ ใน ฟลัมแพลทเี ฮลมนิ ธีส

วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ 8. ครูแสดงภาพพ ภาพที่ 1 จากนนั้ ครูใช้คำ คืออะไร” (พยาธ จากน้นั ครแู สดง กลม ภาพที่ 17 ภาพ จากนั้นครูให้ควา ก ร ะ บ อ ก ไ ม่ มี ข ห่ อ หุ้ ม ล ำ ตั ว เ พ ทางเดินอาหารส ท้ังแบบปรสติ และ ครูแสดงภาพตัวอ

จกรรมการเรียนรู้ 54 พยาธเิ สน้ ดา้ ย สื่อและอุปกรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ 16 ภาพแสดงพยาธิเสน้ ด้าย ำถาม ดังนี้ “ส่ิงมีชวี ิตท่ีอยูใ่ นภาพ ธเิ ส้นดา้ ย) งภาพโครงสรา้ งของหนอนตัว พแสดงโครงสร้างของหนอนตัวกลม ามรู้ ดังน้ี “มีลักษณะลำตัวเป็น ข้อปล้อง มีคิวทิเคิล (cuticle) พ่ือป้องกันการสูญ เสียน้ำ มี สมบูรณ์ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ะอิสระ” อยา่ งส่งิ มีชีวิตในไฟลมั นมี าโทดา

วตั ถปุ ระสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กิจ เรยี นรู้ ภาพท่ี 18 ภ 9. ครแู สดงภาพ ภาพท จากน้นั ครใู ช้คำ คืออะไร” (ไสเ้ ดอื

จกรรมการเรยี นรู้ 55 ส่ือและอุปกรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ ภาพแสดงตัวอยา่ งสิ่งมีชีวิตใน ไฟลัมมีมาโทดา พไสเ้ ดอื น ที่ 19 ภาพแสดงไสเ้ ดอื น ำถาม ดังนี้ “ส่ิงมีชีวิตท่ีอยู่ในภาพ อนดนิ )

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กิจ เรียนรู้ ครแู สดงภาพโครง ภาพที่ 20 ภา จากน้ันครูให้คว ปล้อง มีเย่ือก้ันป บริเวณหัวมีการเ เลือด” ครแู สดงตวั อย่า ภาพท่ี 21 22. ครูแสดงภาพห

จกรรมการเรียนรู้ 56 งสรา้ งของไส้เดอื นดนิ สื่อและอปุ กรณ์การ การวดั และการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมิน าพแสดงโครงสร้างของไสเ้ ดอื นดิน ามรู้ ดังน้ี “มีลักษณะลำตัวเป็น ปล้องเรียกว่าSepta หลอดเลือด เปล่ียนแปลงไปเป็นหัวใจสูบฉีด างของสิ่งมชี ีวิตในกลมุ่ แอนนลิ ติ ภาพแสดงตวั อยา่ งส่ีงมชี ีวติ ใน ไฟลัมแอนนลี ิดา หอยและหมึก

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ ภาพท่ี 2 จากน้ันครูใช้คำ คอื อะไร” (หอยแ ครแู สดงภาพโค ภาพท่ี 23 จากนั้นครูให้คว ด้วย 3 ส่วน คือ แม นเทิ ล(Man โครงร่างแข็งภา ปกคลุมร่างกายได ครแู สดงภาพตวั

จกรรมการเรยี นรู้ 57 สื่อและอุปกรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ 22 ภาพแสดงหอยและหมึก ำถาม ดังน้ี “สง่ิ มีชีวิตทอ่ี ยู่ในภาพ และหมึก) ครงสรา้ งของหอย ภาพแสดงโครงสร้างของหอย วามรู้ ดังน้ี “ร่างกายประกอบไป อ เท้า ร่างกายที่อ่อนนุ่ม และ ntle) เป็น ช้ัน ที่สามารถสร้าง า ย น อ ก ซึ่ งเ ป็ น ส า ร พ วก หิ น ปู น ด้” วอย่างส่ิงมีชีวติ ในไฟลัมมอลลสั ก์

วตั ถปุ ระสงค์การ เน้อื หาสาระ กิจ เรียนรู้ ภาพท่ี 24 ภา 11. ค รูแส ดงภ แมงดาทะเล

จกรรมการเรยี นรู้ 58 สื่อและอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวดั การประเมนิ าพแสดงตัวอยา่ งของส่งิ มชี ีวติ ใน ไฟลัมมอลลสั กา ภ าพ กุ้ง ผึ้ง แม งมุ ม กิ้งกื อ แล ะ

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ ภาพท่ี 25 ภาพแ จากน้นั ครใู ช้คำ คืออะไร” (กิ้งก และผึ้ง) ครูแสดงภาพโ อาร์โทรโพดา ภาพที่ 26 ภาพแ จ า ก น้ั น ค รู ใ ห้ ค ภายนอกเปน็ สาร ออกเป็นส่วน ๆ 2 ส่วน (หวั กบั อก ท้อง) เป็นไฟลั สามารถพบสัตว์ใ

จกรรมการเรยี นรู้ 59 ส่อื และอปุ กรณ์การ การวัดและการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ แสดงก้งิ กอื กุง้ แมงดาทะเล แมงมุม และผ้งึ ำถาม ดังน้ี “สง่ิ มชี วี ิตท่อี ยู่ในภาพ กือ กุ้ง แมงดาทะเล แมงมุม โครงสร้างของส่ิงมีชีวิตในไฟลัม แสดงโครงสรา้ งของสงิ่ มีชวี ติ ในไฟลมั อารโ์ ทโพดา ความรู้ ดังน้ี “มีโครงร่างแข็ง รพวกไคติน(Chitin) รา่ งกายแบ่ง เช่น 3 ส่วน (หัว อก ท้อง) หรือ กเช่อื มกนั เรยี ก Cephalothorax ม ที่ มี จ ำ น ว น ม า ก ที่ สุ ด เพ ร า ะ ในไฟลัมนี้ไม่ว่าจะเป็นท้ังบนบก

วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรยี นรู้ และในนำ้ ” 12. ครแู สดงภา ภาพที่ 27 ภา ส่ิงมีชีวิตที่อยู่ใน ปลิงทะเล) ครูให้ความรู้ว่า “ เป็นช้ันคิวทิน ผ ประกอบด้วยแผ ร่างแข็ง ส่วนให ลำตวั มหี นามย่นื อ ครูแสดงภาพตวั ไฟลัมเอคไคโนเด

จกรรมการเรยี นรู้ 60 าพปลิงทะเลและดาวทะเล ส่อื และอุปกรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ าพแสดงดาวทะเลและปลงิ ทะเล นภาพคืออะไร” (ดาวทะเลและ “มีโครงร่างแข็ง ผิวชั้นนอกบาง ผิ ว ชั้ น ใ น ถั ด ม า เ ป็ น ผ นั งห น า ท่ี ผ่นแคลเซียมคาร์บอเนตหุ้มโครง หญ่ลำตัวเป็นแฉก บางชนิดผิว ออกมา ” วอยา่ งส่ิงมีชวี ิตใน ดริ ม์

วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กจิ เรยี นรู้ ภาพท่ี 28 ไ 13. ครูแสดงภา ภาพที่ 2 ครูใช้คำถามดัง เป็นสัตว์ในไฟลัม (คำถามปลายเปิด จากน้ันครูแสด การจดั จำแนกสิ่ง

จกรรมการเรยี นรู้ 61 ส่ือและอปุ กรณ์การ การวดั และการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ ภาพแสดงตัวอยา่ งสง่ิ มชี ีวิตใน ไฟลัมเอคไคโนเดริ ม์ าพสิ่งมีชวี ิตในไฟลมั คอรด์ าตา 29 ภาพแสดงแอมฟอิ อกซัส งนี้ นักเรียนคิดว่าสิ่งมีชีวิตในรูป มคอร์ดาตาหรือไม่ เพราะเหตุใด ด) ดงภาพลักษณะที่ใช้เป็นเกณฑ์ใน งมชี วี ติ เข้าเปน็ ไฟลมั คอร์ดาตา

วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ ภาพที่ 30 ภาพแส จำแนกส จากน้ันครอู ธบิ า อย่างน้อยในช่วงใ 1. ทอ่ ประสา (Dorsal nerve c 2. Notocord ใหญเ่ มอื่ โตขึ้นจะ แทนท่ี 3. ชอ่ งเหงอื ก 4. หางที่มีกล โดยอาจจะแบง่ ส กลุ่มย่อย คอื Protochord มีกระดูกสันหลัง ส่ิงมชี ีวติ ได้แก่ เ Vertebrate

จกรรมการเรียนรู้ 62 ส่อื และอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวดั การประเมนิ สดงลักษณะที่ใช้เปน็ เกณฑใ์ นการจดั สง่ิ มชี ีวิตเข้าไฟลมั คอร์ดาตา ายวา่ “สัตว์ที่ต้องมลี ักษณะท้งั 4 ใดชว่ งหนึง่ ของชวี ิต าทกลวงด้านหลัง cord) d เป็นโครงของร่างกาย สัตว์ส่วน ะมกี ระดูกสนั หลงั (Vertebra) มา กตรงคอหอย ลา้ มเนือ้ สตั วใ์ นไฟลัมคอรด์ าตาออกเป็น 2 date เป็นคอร์ดาตาชั้นตำ่ ท่ียังไม่ งมาแทนทีNotocord ตัวอย่าง เพรียงหัวหอม, แอมฟิออกซัส เปน็ คอร์ดาตาท่ีมีกระดูกสนั หลัง

วตั ถปุ ระสงค์การ เน้อื หาสาระ กจิ เรียนรู้ มาแทนท่ีNotoc ค้ำจุนร่างกาย ตวั ไปจนถงึ สัตวเ์ ลี้ยง ค รู แ ส ด งภ าพ Protochordate รปู ที่ 31 รูปแสด ส่งิ มีชวี ิต ขนั้ สรุป (10 น 1. ครูและนักเร ของอาณาจักรสั ทั้งทบทวนลักษ อาณาจักรสัตว์

63 จกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื และอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวดั การประเมนิ cord ซ่ึงกระดูกสันหลังทำหน้าท่ี วอย่างสิ่งมีชีวติ ได้แก่ พวกปลา งลูกด้วยนม” พ ตั ว อ ย่ างสิ่ งมี ชี วิต ใน ก ลุ่ ม e และ Vertebrate ดงเพรยี งหัวหอมและแอมฟอิ อกซสั ตในกลุ่มProtochordate นาที) รียนรว่ มกนั สรปุ ความหลากหลาย ตว์โดยอาศัยผังมโนทัศน์ พร้อม ษณะสำคัญของไฟลัมต่าง ๆ ใน

โรงเรยี นสรร กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ย แผนการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง จำนวนประ ภาคการศกึ ษาปลาย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6/พ และ 6/1 สาระชีววิทยา เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แ แทนท่ีของส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพิ่มของ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ผลการเรยี นรู้ ม.6/6 สืบค้นขอ้ มลู อธิบาย ยกตวั อยา่ ง และสรุปเกีย่ วกบั ลักษณะเฉ

64 รพยาวทิ ยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ะชากร และความหนาแนน่ ของประชากร รายวิชา ชวี วิทยา6 ว30256 ผ้สู อน นายเรวตั ร อยเู่ กดิ และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลง งประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบทีเ่ กดิ จากการ ฉพาะของประชากรของสิง่ มชี วี ติ บางชนิด

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ นกั เรียนสามารถ ด้านความร้(ู K) ข้ันระบุปัญหา 1. อธบิ าย จำนวนประชากร (Number of 1. ครูทบทว ความหมายของ population) คือ ประชากร และป จำนวนประชากร จำนวนของส่ิงมชี วี ติ ชนดิ เดยี วกนั ทั้งหมดท่ี ขนาดประชากร และความหนาแนน่ อาศยั อยูใ่ นพ้นื ทีท่ ่กี ำหนด 2. ครแู สดงภา ของประชากรได้ (K) วิธีการหาจำนวนประชากร 2. เขียนสูตรการ 1. นับจำนวนประชากรท้ังหมดในพืน้ ท่ี หาจำนวนประชากร 2. สุม่ นบั กลมุ่ ตัวอยา่ งและนำคา่ มา และสูตรการหา คำนวณหาจำนวนประชากรโดยใช้สูตร ความหนาแน่นของ วิธกี ารสุ่มตวั อย่าง ประชากรได้ (K) 1. การใช้ควอแดรท (Quadrant) หรือ 3. คำนวณหา กรอบสุ่มตวั อยา่ ง คือ การนับประชากร จำนวนประชากร ทั้งหมดในพื้นที่ควอแดรท และความหนาแนน่ 2. การจับ –ปลอ่ ย แล้วจับอกี ครง้ั ภ ของประชากรได้ (P) (Capture recapture) คอื การจับสิง่ มีชีวิตท่ี 4. มคี วามมงุ่ มนั่ สนใจมาทำเครอื่ งหมายแลว้ ปลอ่ ยไป และจบั จากนนั้ ใชค้ ำถาม ในการทำงาน และมี มาอีกครัง้ นับจำนวนตัวท่มี เี ครื่องหมาย และ 2.1 สง่ิ มีชีว 2.2 ส่ิงมชี ีว จิตสาธารณะ (A) ไมม่ ีเครอื่ งหมายเพ่ือนำมาคำนวณ 3. ครแู สดงภา

65 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่งการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ 1. สอ่ื พาวเวอร์ 1. ประเมนิ การอธบิ าย ความหมายของจำนวน วนความรู้ เร่ือง ความหมายของ พอ้ ย เร่อื ง ประชากร และความ หนาแน่นของประชากรโดย ปัจจัยท่ีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จำนวนประชากร ใชก้ ารสรปุ ยทเรยี น และความ 2. ประเมินการเขยี นสตู ร และการคำนวณหาจำนวน าพประชากรเสือ หนาแนน่ ของ ประชากร และสตู รการหา ความหนาแน่นโดยใชแ้ บบ ประชากร ประเมินชน้ิ งาน 2. แบบบนั ทกึ 3. ประเมินความมงุ่ ม่ันใน กจิ กรรม เร่ือง การทำงานโดยใช้แบบ จำนวนประชากร ประเมินความมุ่งม่ันในการ และความ ทำงาน หนาแนน่ ของ ประชากร ภาพท่ี 1 ภาพเสือชตี า้ ม ดงั น้ี วิตในภาพ คือ ตวั อะไร วติ ในภาพมจี ำนวนประชากรเท่าใด าพประชากรวัวไบซนั

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ สูตรการหาจำนวนประชากร จำนวนประชากรทสี่ มุ่ ได้ทง้ั หมด ������ พน้ื ทท่ี ้ังหมด ขนาดกรอบสุ่มตวั อย่าง ������ จำนวนครง้ั ที่สมุ่ ตวั อยา่ ง ความหนาแนน่ ของประชากร คอื จำนวน ภ ประชากรของสิง่ มีชีวติ ในบรเิ วณหน่ึง ณ ชว่ งเวลาใดเวลาหนึง่ จากนั้นใช้คำถาม 3.1 สง่ิ มชี วี สตู รหาความหนาแน่ประชากร* 3.2 ส่ิงมชี วี 4. ครแู สด จำนวนประชากร พน้ื ท่ที ส่ี ิ่งมีชวี ติ อาศยั อยู่ ภา หมายเหตุ ส่ิงมชี ีวิตบนบกคดิ เป็นจำนวนแต่ จากนั้นใช้คำถาม พืน้ ท่ี แต่ถา้ เป็นส่งิ มีชวี ติ ในน้ำขนาดเล็ก คิด 4.1 สิ่งมีชวี เปน็ มวลต่อปรมิ าตร 4.2 สิ่งมชี ีว ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) 1. ความสามารถในการในการส่ือสาร 5. ครูถามว่า “ (การพดู การเขียน) มา นักเรยี นมวี ธิ กี 2. ความสามารถในการคดิ (การวิเคราะห์ สงั เคราะห)์ 3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

66 กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ /แหล่งการ ประเมินผลการเรยี นรู้ เรยี นรู้ ภาพท่ี 2 ภาพววั ไบซนั ม ดังนี้ วติ ในภาพ คือ ตวั อะไร วติ ในภาพมจี ำนวนประชากรเท่าใด ดงภาพประชากรห่านแคนาดา าพที่ 3 ภาพหา่ นแคนาดา ม ดังน้ี วติ ในภาพ คอื ตัวอะไร วิตในภาพมีจำนวนประชากรเท่าใด “จากภาพประชากรสิ่งมีชีวิตท่ีผ่าน การใดในการหาจำนวนประชากร”

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ (การนบั จำนวน) (กระบวนการกลมุ่ ) 6. ครแู สดงภา 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา (แกโ้ จทยป์ ัญหา) ภ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี (-) จากนัน้ ใช้คำถาม 6.1 ส่ิงมีชีว ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 6.2 สิง่ มีชีว ความมุง่ มน่ั ในการทำงาน 6.3 จากภา ประชากรทลี ะตวั 7. นักเรียนคิด นับประชากรทลี ะ ในประชากรทีม่ ีข (คำตอบมีหลากห 8. จากภาพป นักเรียนมีวิธีกา ประชากรไดอ้ ย่าง

67 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ าพประชากรกวางหมิ ะ เรียนรู้ ภาพท่ี 4 ภาพกวางหมิ ะ ม ดงั น้ี วติ ในภาพ คือ ตัวอะไร วิตในภาพมีจำนวนประชากรเท่าใด าพ นกั เรียนคดิ ว่า การใช้วธิ ีนับ วเหมาะสมหรอื ไม่ อย่างไร ดว่ามีวิธีการใดบ้าง นอกจากวิธีการ ะตัว ท่ีใช้ในการหาจำนวนประชากร ขนาดใหญ่ หลายตามประสบการณ์ของนกั เรียน) ประขากรส่ิงมีชีวิตท่ีนักเรียนสังเกต า รค ำน วณ ห า ค วา ม ห น า แ น่ น ข อ ง งไร

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ (คำตอบมหี ลากห 9. ครูเปดิ โอกา การหาจำนวนปร ของประชากร จ ของคำถามทีน่ กั เ คำถามสำคญั 1. จำนวนประช 2. วิธที เ่ี หมาะสม ใด 3. ความหนาแน 4. วิธีการหาคว อย่างไร ขน้ั แสวงหาสาร 1. ครูแบ่งกลุ่มน คน เพอื่ ทำกิจกรร 2. ครูให้นักเร อุ ป ก รณ์ ใน ก า ประกอบด้วย 2.1 ก รอ บ เซนติเมตร จำนว 2.2 แบ บ

68 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรยี นรู้ หลายตามประสบการณข์ องนกั เรียน) าสใหน้ กั เรยี นตั้งคำถามเกี่ยวกับ ระชากร และการหาความหนาแน่น จากนั้นให้นักเรียนคาดคะเนคำตอบ เรยี นตงั้ ไวข้ ้างต้น ชากร คอื อะไร มในการหาจำนวนประชากร คอื วธิ ี นน่ ของประชากรคืออะไร วามหนาแน่นของประชากรทำได้ รสนเทศ นักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 รม รียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับ าร ท ำกิ จ ก รรม ก ลุ่ ม ล ะ 1 ชุ ด บ สุ่มตัวอ ย่าง ขน าด 50 x 50 วน 1 อนั บ บั นทึ ก กิจก รรม เร่ือ ง จำน วน

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ประชากร และคว 5 ใบ 3. ครูกล่าวว่า ออกสำรวจพนื้ ที่ห แห่งหน่ึง มีประ นักเรียนแต่ละกล หนาแนน่ ของถวั่ ใ 3. ครูมอบหม กลุ่มละ 2 คน อ เวลา 2 นาที 4. ครูให้นักเร เก่ียวกับวิธีการห ความหนาแน่นข สืบค้น ดังต่อไปน 4.1 จำนวน อยา่ งไร 4.2 วิธีการ 4.3 ความ วธิ กี ารหาค่าอย่าง 5. ครูใช้ประเด หัวข้อในการอภ

69 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือ/แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ วามหนาแน่นของประชากร จำนวน า “วันนี้ครูจะให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม หลงั ห้องเรยี น ซง่ึ จำลองใหเ้ ป็นเกาะ ะชากรถั่วข้ึนจำนวนมาก โดยครู ลุ่มหาจำนวนประชากร และความ ในเกาะดังกลา่ ว ” ายให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม ส่งตวั แทน ออกสำรวจพ้ืนท่ีหลังห้องเรียนเป็น รียนแต่ละกลุ่มวางแผนสืบค้นข้อมูล หาจำนวนประชากร และวิธีการหา ของประชากร โดยมีประเด็นการ น้ี นประชากรคืออะไร มีหน่วยวัดเป็น รใชก้ รอบสมุ่ ตัวอย่าง มหนาแน่นของประชากรคืออะไร มี งไร และมีหนว่ ยเป็นอย่างไร ด็นการสืบค้น ทั้ง 3 ข้อ มาตั้งเป็น ภิปราย และให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ แ ส ด ง ค ว า ม เห็ น ความร้เู ดียวกนั ท้ัง ขัน้ สรา้ งความร 1. ครูมอบหมา กลุ่ม ออกสำรวจ เก็บข้อมูลท่ัวไป สำรวจประชากร คำถาม ดังน้ี 1.1 กรอบ (50x50 เซนติเ 0.25 ตารางเมต 1.2 ประชา สำรวจ มีกี่ชนิด อ (มี 1 ชนดิ คอื ป 1.3 พนื้ ทท่ี (กว้าง 2 เมตร เมตร) 2. ครูอธิบายก ดงั น้ี 2.1 กติกา

70 กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือ/แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรยี นรู้ น พร้อมท้ังร่วมกันสรุปให้ได้องค์ งห้อง รู้ ายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน จพื้นท่ีบริเวณด้านหลังชั้นเรียนเพ่ือ ปเกี่ยวกับพ้ืนท่ีบริเวณท่ีจะทำการ ร ระยะเวลา 2 นาที จากน้ันครูใช้ บสมุ่ ตัวอยา่ ง มีขนาดเทา่ ใด เมตร หรือ0.5x0.5 เมตร เท่ากับ ตร) ากรส่ิงมชี ีวิตทีอ่ ยู่ในพืน้ ท่ขี องการ อะไรบา้ ง ประชากรต้นถ่วั ดำ) ท่ใี ชใ้ นการสำรวจ มขี นาดเทา่ ใด ยาว 2.5 เมตร เท่ากับ 5 ตาราง กติกา และข้ันตอนการทำกิจกรรม าการทำกิจกรรม

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ 2.1.1 ห ดำ 2.1.2 ห ต้นถ่ัวดำโดยเจต เปน็ ไปตามธรรมช 2.1.3 ส คน (สลบั ใหค้ รบทกุ ค 2.1.4 ร 2.2 ขน้ั ตอ 2.2.1 ใ คน นำกรอบสุ่มต ถ่วั ดำ และสมาชกิ 2.2.2 ใ ตัวอย่างเพ่ือนับ โดยเปลี่ยนบริเว เดมิ 2.2.3 เ กลุ่มกลับมาท่ีโต๊ะ ทำแบบบนั ทึกกจิ 3. ครู และนกั

71 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่งการ ประเมินผลการเรียนรู้ เรยี นรู้ หา้ มเลน่ หรอื ทำลายประชากรตน้ ถ่ัว ห้ามหยิบจับ หรือเคล่ือนประชากร ตนา หากมิได้มีเจตนาทำก็ปล่อยให้ ชาติ ส่งตัวแทนลงสำรวจพ้ืนที่กลุ่มละ 2 คน) และมี 1 คน จดบนั ทึกข้อมูล รกั ษากตกิ า และต้ังใจทำกิจกรรม อนการทำกิจกรรม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน 2 ตัวอย่างลงพ้ืนท่ีเพื่อนับประชากรต้น กอีก 1 คนคอยจดบนั ทึก ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้กรอบสุ่ม บจำนวนประชากร จำนวน 5 คร้ัง วณทุกๆคร้ัง และไม่ซ้ำกับตำแหน่ง มื่อนับประชากรเสร็จแล้ว ให้แต่ละ ะกลุ่ม จากน้ันร่วมกันอภิปราย และ จกรรม กเรยี นร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกับผล

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ การทำกจิ กรรม โ นักเรยี น ทุกกล่มุ ลงบนกระ 4. ครู และนัก วธิ กี ารคำนวณหา คำนวณหาความห 5. ครู และนกั วธิ กี ารหาจำนวนป หนาแนน่ ของประ 6. ครเู ปดิ โอกา ขั้นสอื่ สาร 1. ครูให้นักเ จากนั้นให้นักเรีย ใหส้ มบรู ณ์ 2. ครสู ุ่มเรยี กต วิธีการหาจำนว หนาแน่นของประ ขน้ั ตอบแทนส 1. ครูมอบหมา ชุมชนของตนเอง ขอ้ มลู โดยสร้างเป

72 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สือ่ /แหล่งการ ประเมินผลการเรยี นรู้ โดยครบู นั ทกึ ผลการทำกิจกรรมของ เรียนรู้ ะดานหน้าชั้นเรียน กเรียนร่วมกับอภปิ รายเกย่ี วกับ าจำนวนประชากร และวิธกี าร หนาแน่นของประชากรต้นถั่วดำ กเรียนรว่ มกันอภิปรายสรปุ เกยี่ วกับ ประชากร และวิธกี ารหาความ ะชากร าสใหน้ กั เรยี นซักถามขอ้ สงสยั เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร่ ว ม กั น อ ภิ ป ร า ย ยนแต่ละคนทำแบบบันทึกกิจกรรม ตัวแทนนกั เรยี นตอบคำถามเกยี่ วกับ วนประชากร และวิธีการหาความ ะชากร สังคม ายให้นกั เรียนสำรวจประชากรพืชใน ง คนละ 1 ชนิด จากน้ันให้จดบันทึก ป็นตารางบนั ทึกผล และนำขอ้ มลู มา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook