Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

Published by Rawat Yukerd, 2021-07-17 09:24:59

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสรรพยาวิทยา จัดทำโดย นายเรวัตร อยู่เกิด

Search

Read the Text Version

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ คำนวณหาจำนวน ดงั กล่าว

73 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ น และความหนาแนน่ ของประชากร

โรงเรยี นสรร กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทย แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ปัจจัยที่มผี ภาคการศึกษาปลาย ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6/พ และ 6/1 สาระชวี วิทยา เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แ แทนที่ของสง่ิ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพมิ่ ของ ใช้ประโยชน์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ผลการเรยี นรู้ ม.6/8 อธบิ าย และยกตัวอยา่ งปัจจัยท่ีควบคมุ การเจรญิ เติบโตของป

74 รพยาวิทยา ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดประชากร รายวชิ า ชวี วิทยา6 ว30256 ผูส้ อน นายเรวตั ร อยเู่ กิด และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลง งประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการ ประชากร

วตั ถุประสงค์การ สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ นกั เรียนสามารถ ดา้ นความร้(ู K) ข้ันระบปุ ัญหา 1. ระบุปจั จยั ที่มี ผลต่อการ ป ร ะ ช า ก ร (population) ห ม า ย ถึ ง 1. ครแู สดงภาพ เปลยี่ นแปลงขนาด ประชากรได้ (K) สิ่งมชี ีวติ ชนิดใดชนิดหนงึ่ ทีอ่ าศัยอยูใ่ นบริเวณ 2. สรา้ งผงั ความคิด เรอ่ื ง เดยี วกัน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนงึ่ ปัจจัยทีม่ ผี ลตอ่ การ เปล่ยี นแปลงขนาด ปั จ จั ย ที่ มี ผ ล ต่ อ ก า ร เป ล่ี ย น แ ป ล งข น า ด ประชากรได้ (P) 3. เปน็ ผมู้ คี วาม ประชากร มงุ่ มั่นในการทำงาน (A) 1. อัตราการเกิด หมายถึง อัตราการเพ่ิม จำนวนระชากรของส่ิงมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง ภาพท่ี เชน่ การออกลูก การออกไข่ การแบ่งตัว การ งอก จากนัน้ ใชค้ ำถา 1.1 จากภาพ ปจั จยั ที่มผี ลต่ออัตราการเกดิ 1.1 จำนวนสมาชิกในวัยเจริญพันธุ์ แ ส ด งถึ งส่ิ งใด กลา่ วคอื หากมปี ระชากรในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ประสบการณ์ของ จำนวนมาก จะส่งผลให้ประชากรนั้นมีอัตรา 1.2 ภาพนี้ แบ (6 ส่วน ได้แก่ ส การเกดิ มาก 1.2 ความสามารถในการผลิตลูก ระบบนิเวศ ไบโอ กล่าวคือ หากมีความสามารถในการออกไข่ 1.3 จากภาพ ได้ครั้งละหลายฟอง และพ่อแม่มีดูแลจนฟัก ซบั ซ้อนของสว่ นป ออกมาเปน็ ตัวไดส้ ำเรจ็ จะสง่ ผลใหป้ ระชากร (สิ่งมีชีวิต ประช โอม และโลกของ นน้ั มีอัตราการเกิดมาก 2. อัตราการตาย หมายถึง อัตราการลด

75 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ 1. Power 1. ประเมนิ การระบุปัจจยั ท่ี มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง พการจดั ระบบของสง่ิ มชี ีวติ point ขนาดประชากรได้โดยใช้ การตอบคำถามในห้องเรียน ประกอบการ 2. ประเมนิ การสร้างผงั ความคิด เร่อื ง ปัจจยั ที่มีผล บรรยาย เรือ่ ง ตอ่ การเปลยี่ นแปลงขนาด ประชากรโดยใช้แบบ ปัจจัยทมี่ ีผลตอ่ ประเมนิ ช้ินงาน 3. ประเมินความมุ่งม่ันใน การเปลีย่ นแปลง การทำงานโดยใชแ้ บบ ประเมนิ ความมุ่งมนั่ ในการ ขนาดประชากร ทำงาน 1 การจัดระบบของส่ิงมีชีวิต 2. กระดาษ าม ดงั น้ี ฟลิปชาร์ท พท่ีนักเรียนสังเกต มีจุดมุ่งหมาย จำนวน 1 แผน่ ด (ค ำต อ บ มี ห ล า ก ห ล าย ต า ม งนักเรยี น) บง่ เป็นกส่ี ว่ น อะไรบ้าง สิ่งมีชีวิต ประชากร กลุ่มสิ่งมีชีวิต อม และโลกของส่งิ สิง่ มีชีวติ ) พ จงเรียงลำดับตามขนาด และความ ประกอบแตล่ ะส่วน จากน้อยไปมาก ชากร กลุ่มส่ิงมีชีวิต ระบบนิเวศ ไบ งสง่ิ ส่ิงมชี วี ิต)

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ จำนวนลงของส่ิงมีชวี ิตชนิดหนง่ึ ในระยะเวลา 2. ครแู สดงภาพ หนึง่ 3. อัตราการอพยพ หมายถึง อัตราการ เปล่ียนแปลงท่ีอยู่ของส่ิงมีชีวิตชนิดใดชนิด หนึ่ง โดยอาจจะเป็นการอพยพเข้า หรือการ อพยพออก ซ่ึงล้วนมีสาเหตุมาจากการ เปล่ียนแปลงสภาพอากาศ การขาดแคลน ภา อาหาร และการผสมพนั ธุ์ จากน้ันใช้คำถา ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2.1 ขนาดข 1. ความสามารถในการในการสื่อสาร หรือไม่ อยา่ งไร (การพูด การเขยี น) (ไม่คงที่ มีการเป 2. ความสามารถในการคดิ ประชากรใหญข่ ึ้น (การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์) 2.2 นักเรียน 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต มกี ารเปล่ียนแปล (กระบวนการกลมุ่ ) (คำตอบมหี ลากห 4. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ครูเปิดโอก (-) ขนาดป ระช าก 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปล่ียนแปลงขน (การสืบค้นข้อมลู จากอนิ เตอรเ์ น็ท) คำตอบของคำถา ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) คำถามส ำคัญ

76 กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื /แหล่งการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ พประชากรมา้ ลาย เรียนรู้ าพที่ 3 ประชากรม้าลาย าม ดังน้ี องประชากรม้าลายจะคงที่เสมอ ปล่ียนแปลงอยู่เสมอ อาจจะมีขนาด น หรือเล็กลง) นทราบหรือไม่ว่า ประชากรสิ่งมีชีวิต ลงมาจากปัจจัยใดบ้าง หลายตามประสบการณข์ องนักเรยี น) กาสให้นักเรียนต้ังคำถามเก่ียวกับ ก ร แล ะปั จจัย ที่ ท ำให้ เกิด ก าร นาดประชากร จากน้ันคาดคะเน ามท่ีนักเรยี นตงั้ ไว้ขา้ งตน้ ญ ปั จจัยใดบ้างที่ มีผล ต่อการ

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ ความมงุ่ มั่นในการทำงาน เปล่ยี นแปลงขนา ข้นั แสวงหาสาร 1. ครูใหน้ กั เรีย ปัจจัยท่ีทำให้เกิด จากนั้นร่วมกันอ สืบคน้ ขอ้ มูล (ใ น ค า บ เ รี ย น น อินเตอรเ์ น็ต) 2. ครูมอบหมา จ า ก อิ น เต อ ร์ เน เ พิ่ ม เ ติ ม ป ร ะ เ ด เน่ืองจากเป็นเน บันทึกข้อมูลลงส ดังน้ี 2.1 ปัจจัยใด ขนาดประชากร พ 3. เมอื่ สบื ค้นเส 5 กลุ่ม กลุ่มละ อภิปรายวิเคราะ สืบค้นให้ได้เป็น ตนเอง

77 กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ าดประชากร รสนเทศ ยนวางแผนเพือ่ สืบค้นข้อมลู เก่ียวกับ ดการเปล่ียนแปลงขนาดประชากร อภิปรายเพื่อหาข้อสรุปวิธีในการ นี้ จะใช้วิธีการสืบค้นข้อมูลจาก ายให้นักเรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมูล น็ต ระยะเวลา 10 นาที โดยข้อ ด็นการสืบค้น เรื่อง พีระมิดอายุ นื้อหาที่นักเรียนควรทราบ จากน้ัน สมุดบันทึก โดยมีประเด็นการสืบค้น ด บ้ า งท่ี มี ผ ล ต่ อ ก า ร เป ลี่ ย น แ ป ล ง พร้อมยกตวั อยา่ ง สร็จส้ิน ครแู บง่ กล่มุ นกั เรียนออกเป็น 4 คน จากนั้นให้นักเรียนร่วมกัน ะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นท่ีทำการ นข้อมูลท่ีถูกต้องท่ีสุดภายในกลุ่ม

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ข้ันสรา้ งความร 1. ครใู หต้ ัวแทน กระดาษฟลิปชาร 2. ครมู อบหมา ผงั ความคดิ เร่อื ง 3. ครูและนกั เร ต่อขนาดประชาก ของพีระมิดอายุ ขัน้ สือ่ สาร 1. ครูให้นักเรีย พร้อมทัง้ ระบขุ ้อผ เกิน 1 นาที ขน้ั ตอบแทนส 1. ครูมอบหมา ผลงานกัน เพ่ือช่ว ให้ข้อเสนอแนะ อน่ื ๆ

78 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่งการ ประเมินผลการเรยี นรู้ เรยี นรู้ รู้ นนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมารับ ร์ท จำนวน 1 แผน่ ายใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั สร้าง ง ปจั จัยท่มี ีผลต่อขนาดประชากร รียนรว่ มกันสรุปเกย่ี วกบั ปจั จัยทมี่ ีผล กร รวมทั้งความหมาย และประเภท ยนนำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง ผดิ พลาดทเ่ี กิดขึน้ กำหนดกลมุ่ ละไม่ สังคม ายให้นักเรียนแต่ละกลุม่ แลกเปลี่ยน วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง พร้อม และข้อควรปรับปรุงแก้ไขกับกลุ่ม

โรงเรียนสรร กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ย แผนการจดั การเรียนรู้ เรอื่ ง ความสมั พนั ภาคการศกึ ษาปลาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6/พ และ 6/1 สาระชีววทิ ยา เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แ แทนทขี่ องสง่ิ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพมิ่ ของ ใช้ประโยชน์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ผลการเรียนรู้ ม.6/1 วิเคราะห์ อธบิ าย และยกอย่าง กระบวนการถา่ ยทอดพลังงาน

79 รพยาวิทยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี นธร์ ะหว่างสิ่งมชี วี ติ กับปจั จัยทางกายภาพ รายวิชา ชวี วิทยา6 ว30256 ผู้สอน นายเรวัตร อย่เู กิด และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลง งประชากร ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปญั หาและผลกระทบทเ่ี กดิ จากการ นในระบบนิเวศ

วัตถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ นักเรียนสามารถ ด้านความรู้(K) ขัน้ ระบปุ ญั หา 1. อธบิ าย ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับปัจจัย 1. ครูแสดงภา ความสัมพันธ์ ทางกายภาพ ต่าง ๆ เพ่ือให้เข้า ระหวา่ งส่ิงมชี วี ติ กบั อุณหภูมิ มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ปัจจัยทางชวี ภาพได้ ของส่ิงมีชีวิต โดยเป็นปัจจัยในการควบคุม (K) การเจริญ เติบโต การสืบพันธ์ุและการ 2. ระบปุ ัจจยั ทาง แพ ร่กระจายของสิ่งมีชีวิต นอกจากน้ี ภาพท่ี 1 ภาพแส กายภาพทีส่ ่งผลตอ่ อุณหภูมิยังมีผลทำให้ส่ิงมีชีวิตมีการปรับตัว สง่ิ มีชวี ติ ได้ (P) ทางด้านโครงสร้าง เช่น การปรับตัวของหมี จากนั้นครใู ชค้ ำ ขว้ั โลกหรือสัตว์ในเขตหนาวมีขนยาวปกคลุม 1.1 จากภาพ 3. ทำงานร่วมกนั มีช้ันไขมันใต้ผิวหนังหนา และการปรับตัว ใดบา้ ง (หมีข้วั โลก เปน็ กล่มุ ได้ (A) ด้านพฤติกรรม เช่น การอพยพของนก 1.2 นักเรียน นางแอ่นบ้านท่ีในฤดูหนาวจะย้ายถ่ินฐานมา จ า ก สิ่ ง มี ชี วิ ต ทั่ ว อยู่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรในแหล่งหากินท่ี ตน้ กระบอกเพชร อบอ่นุ และมีอาหารอดุ มสมบรู ณ์มากกว่า 1.3 นักเรียน แสง มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในระบบ ส่ิงมีชีวิตในภาพ นิ เ ว ศ โ ด ย เ ป็ น ปั จ จั ย จ ำ กั ด ข อ ง จนมีลกั ษณะท่แี ต พืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชท่ีเจริญในระดับ คำถามสำค ความลึก ต่างกั น ใน ท ะเล แสงมี ผลต่ อ ความสัมพันธ์ต่อ การสรา้ งอาหารของพืช มีผลต่อการสืบพันธุ์ และแต่ละปจั จยั ส ของพืชและสัตว์บางชนิด นอกจากน้ีแสงยังมี ข้ันแสวงหาสา

80 กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื และอปุ กรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ 1. กระดาษฟ 1. ประเมินการระบปุ ัจจัย าพการปรับตัวของส่ิงมีชีวิตชนิด ลปิ ชารท์ ทางกายภาพ จากการ ากบั สิง่ แวดล้อม (สิง่ เรา้ ) บนั ทึกข้อมลู ลงในสมุด บันทึก 2. ปากกาสี 4. สอื่ พาวเวอร์ 2. ประเมินการอธิบาย ความสัมพันธร์ ะหว่างปัจจยั สดงการปรับตวั เพอ่ื ใหเ้ ข้ากบั สิ่งแวดล้อม พอ้ ย เรอื่ ง ทางกายภาพกับสง่ิ มชี วี ิต ความสมั พนั ธ์ จากผลงานการทำกจิ กรรม ำถาม ดงั นี้ (สงั เกต) ระหวา่ งส่ิงมีชวี ิต กลมุ่ บนกระดาษฟลปิ ชาร์ท พนักเรียนสังเกตเห็นส่ิงมีชีวิตชนิด กบั ส่งิ มีชวี ิต 3. ประเมนิ ทกั ษะการ ก ต้นกระบองเพชร) ทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบ ประเมนิ ทกั ษะการทำงาน นคิดว่าส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิดแตกต่าง กลุม่ วไปอย่างไร (หมีขาวมีขนที่หนา รไม่มีใบ) น คิ ด ว่ า อ ะ ไ ร เป็ น ส า เห ตุ ที่ ท ำ ใ ห้ ต้องมีการปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง ตกต่างไปจากทว่ั ไป (สงสยั ) คั ญ ปั จ จั ย ท า งก า ย ภ า พ ท่ี มี อส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศมีอะไรบ้าง ส่งผลตอ่ สิง่ มีชวี ิตอย่างไร ารสนเทศ

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ผลต่อการเกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่น การหุบ 1. ครใู ห้นักเรีย และบานของดอกไม้ การออกหากินของสัตว์ ในการสืบค้น ดงั น เปน็ ต้น 1.1 ปัจจัยท ความช้ื น คือ ป ริมาณ น้ ำที่ มี อ ยู่ใน ส่ิงมชี ีวติ มอี ะไรบ สภาพแวดล้อมแต่ละแห่งมี เป็นปัจจัยท่ีเป็น ซ่ึงครูให้นักเรีย ตัวกำหนดสภาพแวดล้อม ความอุดมสมบูรณ์ ตนเองโดยไม่กำ ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ช นิ ด ข อ ง ร ะ บ บ นิ เว ศ แหล่งข้อมูลที่เชื่อ น้ันๆ นอกจากนี้ความชื้นยังมีผลต่อการ หรือจากหนังสือ ปรับตัวของสงิ่ มีชีวิตอกี ด้วย เช่น หนูแกงการู ข้อมลู ท้งั สิน้ 5-7 พบว่าโดยปกติจะกินเมล็ดพืชที่แห้งเป็น 2. หลังจากสืบ อาหารเท่าน้ันโดยไม่ได้ด่ืมน้ำเลย แต่ นักเรียนออกเป็น ร่างกายสามารถปรับตัวให้มีชีวิตอยู่รอดได้ 3-4 คน จากนั้นใ โดยไม่ดื่มน้ำมาจากกระบวนการเมแทบอลิ อภิปรายเก่ียวกับ ซึมของเซลล์ และมีการสูญเสียน้ำออกจาก กับส่ิงมีชีวิตท่ีแ ร่างกายน้อยมาก นอกจากนี้พบว่ามีส่ิงมีชีวิต เปรียบเทียบกั ท่ีอาศัยอยู่ในทะเลทรายอีกหลายชนิดที่มี กายภาพของกลมุ่ การปรบั ตวั ให้เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ ม 3. เม่ือได้ข้อมูล แก๊ส แก๊สท่ีสำคัญสำหรับส่ิงมีชีวิต คือ แล้ว ครูให้นักเร ออ ก ซิเจน ค าร์บ อน ได อ อ ก ไซ ด์ แล ะ ความสมั พันธร์ ะห ไนโตรเจน โดยเฉพ าะแก๊สออกซิเจนมี สิ่งมีชีวิต พร้อมท ความสำคัญในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต บันทึกประจำราย

81 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอุปกรณ์ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ ยนสืบค้นข้อมูล โดยกำหนดประเด็น นี้ ท า ง ก า ย ภ า พ ที่ มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ต่ อ บ้าง ยนสามารถวางแผนการสืบค้นด้วย ำหนดแหล่งข้อมูล แต่จะต้องเป็น อถือได้ อาจเป็นข้อมูลจากเว็ปไซต์ อที่มีอยู่ กำหนดเวลาในการสืบค้น 7 นาที (วางแผน) บค้นข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ครูแบ่ง น 7 กลุ่ม มีจำนวนนักเรียนกลุ่มละ ให้นกั เรียนทุกคนภายในกล่มุ รว่ มกัน บปัจจยั ทางกายภาพท่มี ีความสมั พนั ธ์ แต่ละคนได้สืบค้นมาแล้ว นำมา น พร้อมทั้งสรุปเป็นปัจจัยทาง มตนเอง (วิเคราะห์) ลปัจจัยทางกายภาพที่เป็นของกลุ่ม รียนแบ่งกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ หวา่ งปัจจัยทางกายภาพเหลา่ นั้นกับ ทั้งบันทึกข้อมูลท่ีสืบค้นได้ลงในสมุด ยวชิ าของตนเอง

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ เกือบทุกชนิด ส่ิงมีชีวิตท่ีอยู่บนบกจะได้รับ ขนั้ สรา้ งความร แก๊สออกซิเจนอย่างพอเพียง แตส่ ิ่งมีชีวิตที่ 1. ครูแจกกระ อยู่ในน้ำแก๊สออกซิเจนจะเป็นปัจจัยจำกัดใน กลุ่ม จากนั้นให้น การดำรงชีพทีส่ ำคัญ การสืบค้นลงบน ดิน เป็นที่อยอู่ าศยั และใหแ้ ร่ธาตแุ ก่พืชและ ประเด็นดงั นี้ สัตวอ์ งค์ประกอบสำคัญของดินคือ แร่ธาตุใน 1.1 ปัจจัยท ดิ น อ า ก า ศ ค ว า ม ชื้ น แ ล ะ ป ริ ม า ณ สิ่งมชี ีวิตมอี ะไรบ สารอินทรีย์ในดิน ดังน้ันลักษณะของดินจึงมี 1.2 ปั จ จั ย อิทธิพลต่อพืชและสัตว์มาก สัตว์ได้รับธาตุ ความสัมพันธ์กับส จากการบริโภคพืชหรือบริโภคแร่ธาตุจากดิน 2. ครูและนักเร โดยตรง เช่น สัตว์ป่าไดร้ ับแรธ่ าตจุ ากการกิน ทางกายภาพท ดนิ โป่ง เปน็ ตน้ ประเด็น ดงั ตอ่ ไป ความเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ หรือ 2.1 มปี ัจจัยท เรี ย ก ว่ า ค่ า pH เป็ น ปั จ จั ย ท่ี เกิ ด จ า ก ต่อส่ิงมีชีวิต แล ปฏิสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับที่อยู่อาศัยแต่ละ อยา่ งไร (สรุป) แห่งตัวอย่าง เช่น การย่อยสลายสารอินทรยี ์ ของแบคทีเรียและรา ทำให้บริเวณน้ันมี ขัน้ ส่ือสาร สภาพของความเป็นกรดสูง หรือการขับถ่าย 1. ครใู ห้นักเรีย ของเสียของสิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น การ หน้าช้ันเรียน โดย ขับถา่ ยของสัตว์ปกี ซึ่งมีกรดยูรกิ ลงในดินและ ความสัมพันธ์กับ น้ำในบริเวณน้ันเป็นเวลานาน ทำให้บริเวณ ดังกล่าวมีความส

82 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอปุ กรณ์ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรยี นรู้ รู้ ะดาษฟลิปชาร์ทให้นักเรียนแต่ละ นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จาก นกระดาษฟลิปชาร์ท โดยกำหนด ท า ง ก า ย ภ า พ ที่ มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ต่ อ บ้าง ท า ง ก า ย ภ า พ แ ต่ ล ะ ปั จ จั ย มี สิง่ มีชีวิตอยา่ งไร (สื่อความหมาย) รียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต ใน ปนี้ ทางกายภาพใดบ้างที่มีความสัมพันธ์ ล ะ แ ต่ ล ะ ปั จ จั ย ส่ ง ผ ล ต่ อ ส่ิ ง มี ชี วิ ต ยนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน ยให้นำเสนอปัจจัยทางกายภาพที่มี บสิ่งมีชีวิต พร้อมทั้งระบุว่าปัจจัย สมั พนั ธ์กับสง่ิ มีชีวติ อยา่ งไร

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ นั้นมีสภาพ pH ค่อนข้างต่ำ และเป็นกรด ขั้นตอบแทนส เปน็ ตน้ 1. ครูให้นักเร ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) จำนวน 1 คน จ 1. ความสามารถในการในการสือ่ สาร ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร สิ่งมีชีวิตให้แก่นัก (การพูด การเขียน) รายมือชื่อจากนัก ทำกิจกรรมนไ้ี ปเร 2. ความสามารถในการคิด (การวิเคราะห์ สงั เคราะห)์ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต (กระบวนการกล่มุ ) 4. ความสามารถในการแก้ปัญหา (-) 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี (การสบื คน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต) ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ทกั ษะกระบวนการทำงานเป็นกลมุ่

83 กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ และอุปกรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ สงั คม รียนเลือกจับคู่กับนักเรียนชั้น 9 จ า ก น้ั น ใ ห้ นั ก เ รี ย น ส อ น เ กี่ ย ว กั บ ร ะ ห ว่ า ง ปั จ จั ย ท า ง ก า ย ภ า พ แ ล ะ กเรียนช้ัน 9 โดยนักเรียนต้องได้รับ กเรยี นชั้น 9 เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ รยี บร้อยแล้ว

โรงเรยี นสรร กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทย แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง ภาคการศกึ ษาปลาย ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6/พ และ 6/1 สาระชีววิทยา 5. เขา้ ใจแนวคดิ เกี่ยวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แทนทข่ี องสิง่ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพม่ิ ของ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ผลการเรียนรู้ ม.6/1 วเิ คราะห์ อธิบาย และยกอยา่ ง กระบวนการถา่ ยทอดพลังงาน

84 รพยาวทิ ยา ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โซอ่ าหารและสายใยอาหาร รายวิชา ชีววิทยา6 ว30256 ผู้สอน นายเรวตั ร อยเู่ กิด น และการหมุนเวียนสารในระบบนเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ียนแปลง งประชากร ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปญั หาและผลกระทบทเ่ี กดิ จากการ นในระบบนิเวศ

วตั ถุประสงค์การ สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ นักเรยี นสามารถ ด้านความร(ู้ K) ขน้ั ระบปุ ญั หา 1. อธบิ าย สง่ิ มชี ีวิตในระบบนิเวศ แบ่งตามหน้าที่ออก 1. ครูทบทวน ความหมายของโซ่ ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ ดงั น้ี อาหารและสายใย สลายสารอนิ ทรีย์ 1.1 ในระบบ อาหารได้ (K) โซ่อาหาร (food chain) หมายถึง การ ได้เป็นก่ีกลุ่ม อะ กินต่อกันเป็นทอด ๆ ของส่ิงมีชีวิตในระบบ ลักษณ ะสำคัญ 2. เปรยี บเทยี บ นิเวศ ผู้บริโภค และผูย้ ความแตกต่าง สายใยอาหาร (food web) หมายถึง สามารถสร้างอาห ระหว่างโซ่อาหาร โซอ่ าหารหลายโซ่อาหาร ทมี่ ีความสมั พันธ์กัน คือ สิ่งมีชีวิตที่ไ และสายใยอาหารได้ อย่างซบั ซอ้ น ผู้บริโภคจะแบ่ง (P) โซ่อาหารแบบจับกิน (Grazing food สตั วก์ ินทั้งพืชและ chain) เป็นโซ่อาหารที่เร่ิมจากผู้ผลิตแล้วส่ง คือ สิ่งมีชีวิตขนา ตอ่ ไปยงั ผบู้ ริโภคลำดับต่าง ๆ อาหารจากการยอ่ โซ่ อ า ห า รดี ไท รทั ส (Detritus food 2. ครแู สดงภาพ 3. เปรียบเทียบ chain) เป็นโซ่อาหารที่เริ่มจากการย่อย ความแตกต่าง สลายซากพืชและสัตว์ แล้วผ่านต่อไปยัง ระหวา่ งประเภท ผู้บริโภคลำดบั ต่าง ๆ ของโซ่อาหารได้ (P) ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) 1. ความสามารถในการในการส่ือสาร 4. ทำงานรว่ มกนั (การพูด การเขียน) ภาพท

85 กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอปุ กรณ์ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ 1. กระดาษฟ 1. ประเมินการอธิบาย ความรู้ของนักเรียนโดยใช้คำถาม ลิปชารท์ ความหมายจากการจด บนั ทกึ ลงในสมุดประจำ บนิเวศเราสามารถแบ่งส่ิงมีชีวิตออก 2. บัตรคำแสดง รายวชิ า ะไรบ้าง และส่ิงมีชีวิตแต่ละกลุ่มมี โซอ่ าหารและ ญ อย่างไร (3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต สายใยอาหาร 2. ประเมนิ การ ย่อยสลาย โดย ผู้ผลิต คือ สง่ิ มชี ีวิตท่ี เปรยี บเทยี บความแตกต่าง หารได้เอง เช่น พืชต่าง ๆ ผู้บริโภค 3. สือ่ พาวเวอร์ โดยใชแ้ บบประเมนิ ช้ินงาน ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง ซึ่ง พอ้ ย เรื่อง โซ่ งออกเป็น สัตว์กินพืช สัตว์กินสัตว์ อาหารและสายใย 3. ประเมนิ ทักษะการ ะสตั ว์ และสัตว์กนิ ซาก ผู้ยอ่ ยสลาย อาหาร ทำงานกลุ่ม โดยใชแ้ บบ าดเล็กสร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รับ ประเมนิ ทักษะการทำงาน อยสลายซากสิ่งมีชีวติ อ่ืน) กลุม่ พสายใยอาหาร (สง่ิ เรา้ ) ท่ี 1 ภาพแสดงสายใยอาหาร

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ จากนนั้ ครูใชค้ ำ เปน็ กลมุ่ ได้ (A) 2. ความสามารถในการคดิ 2.1 จากภา (การวิเคราะห์) กระต่าย มด หน 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เสอื ) (กระบวนการกลมุ่ ) 2.2 นกั เรียนค 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสัมพันธ์กัน (-) อีกชนดิ หน่งึ เป็นอ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 2.3 ครูแจกก (การสืบค้นข้อมูลจากอนิ เทอรเ์ นต็ ) โดยกระดาษแผ่ แสดงสายใยอาห ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) คำอยู่ 2 คำคือค ทักษะกระบวนการทำงานเปน็ กลุ่ม นักเรียนคิดว่าก สายใยอาหาร” (สงสัยและสมมต คำถามสำคัญ ห อะไร สามารถแบ ขัน้ แสวงหาสา 1. ครูมอบหมา โดยกำหนดประเด 1.1 ความหม

86 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและอปุ กรณ์ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ ำถาม ดังน้ี (สังเกต) พมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้าง (ต้นไม้ นู กวาง นก นกฮูก งู สุนัข เหย่ียว คดิ ว่าสิง่ มชี วี ติ ดังกล่าวมี นอย่างไร (สิ่งมีชีวิตหน่ึงกินสิ่งมีชีวิต อาหาร) กระดาษ 2 แผ่นให้นักเรียนทุกคน นหน่ึงแสดงโซ่อาหารอีกแผ่นหนึ่ง หาร จากนั้นครกู ล่าวว่า “ถ้าหากครมู ี คำว่าโซ่อาหารและสายใยอาหาร กระดาษแผ่นใดคือโซ่อาหารและ ” โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือก ติฐาน) ห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารคือ บง่ ได้เปน็ ก่ีประเภท ารสนเทศ ายให้นักเรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมูล ด็นในการสืบค้น ดังนี้ (วางแผน) มายของโซอ่ าหารและสายใยอาหาร

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ จากนั้นครูให้น แผ่นทถ่ี ูกตอ้ งพรอ้ ทส่ี ืบค้นไดล้ งในส 2. ครูแบ่งนัก นกั เรียนกล่มุ ละ 3 นักเรียนแต่ละก รวบรวมความหม ที่ สื บ ค้ น ม า ไ ด้ จ แ ต ก ต่ า ง ข อ ง ค ำ (วิเคราะห)์ 3. จากนั้นครูใ เพิ่มเติมระหว่า โดยครใู ช้คำถาม 3.1 นอกจาก สายใยอาหารแ แตกต่างใดอีกบา้ 4. ครูมอบหม กำหนดประเดน็ ใน 4.1 โซ่อาหาร ประเภท อะไรบา้

87 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อและอุปกรณ์ ประเมินผลการเรียนรู้ การเรยี นรู้ นักเรียนเลือกกระดาษที่ครูแจกให้ อมจากนน้ั ตดิ และบนั ทึกความหมาย สมุดบันทึกของตนเอง กเรียนออกเป็น 7 กลุ่ม จำนวน 3 คน ครูแจกกระดาษฟลปิ ชาร์ทให้ กลุ่ม เม่ือเข้ากลุ่มแล้วให้นักเรียน มายของโซ่อาหารและสายใยอาหาร า ก นั้ น ช่ ว ย กั น วิ เ ค ร า ะ ห์ ห า ค ว า ม ำ ว่ า โซ่ อ า ห า ร แ ล ะ ส า ย ใย อ า ห า ร ให้นักเรียนสังเกตความแตกต่าง งกระดาษท่ีครูแจกให้ในตอนต้น ดังน้ี กความแตกต่างท่ีเป็นโซ่อาหารและ แล้ว นักเรียนยังสังเกตเห็นความ าง มายให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล โดย นการสืบค้นข้อมลู ดงั นี้ ร /ส า ย ใ ย อ า ห า ร แ บ่ ง อ อ ก เป็ น ก่ี าง

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ข้นั สรา้ งความร 1. ครูให้นักเรีย อาหารและโซ่อ อาหาร/โซ่อาหา ชาร์ทที่ครแู จกให 2. ครูสรุปควา ความแตกต่าง แล อาหาร โดยใช้สื่อ สายใยอาหาร (สร ขั้นส่อื สาร 1. ครูให้นักเรีย หน้าช้ันเรียน โด ดงั นี้ 1.1 ความหม 1.2 ความหม 1.3 ความแต อาหาร 1.4 ความหม 1.5 ความหม 1.6 ความแ ไทรทสั และโซอ่ าห

88 กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอปุ กรณ์ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ รู้ ยนเขียนความแตกต่างของสายใย าหาร รวมถึงประเภทของสายใย ารที่สืบค้นได้ลงบนกระดาษฟลิป ห้ (ส่ือความหมาย) ามรู้ท่ีถูกต้องเก่ียวกับความหมาย ละประเภทของโซ่อาหารและสายใย อพาวเวอร์พ้อย เรือ่ ง โซ่อาหารและ รปุ ) ยนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน ดย 1 กลุ่ม ให้นำเสนอ 1 ประเด็น มายของโซ่อาหาร มายของสายใยอาหาร ต ก ต่ า ง ข อ งโซ่ อ า ห า ร แ ล ะ ส า ย ใ ย มายของโซอ่ าหารแบบจับกนิ มายของโซอ่ าหารแบบดไี ทรทัส ต ก ต่ า ง ร ะ ห ว่ า ง โซ่ อ า ห า ร แ บ บ ดี หารแบบจบั กนิ

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ ข้นั ตอบแทนส 1. ครูให้นักเรีย ฟลิปชาร์ทติดท่ีบ ภ า ย ใ น ห้ อ ง เ รี ย นักเรยี นช้ัน 12 เ

89 กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณ์ ประเมินผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ สงั คม ยนช่วยกันคัดเลือกและนำกระดาษ บริเวณบอร์ดประกาศตามทางเดิน นของตนเอง และห้องเรียนของ เพือ่ เผยแพร่ความรู้

โรงเรียนสรร กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ย แผนการจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ภาคการศกึ ษาปลาย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/พ และ 6/1 สาระชีววทิ ยา 5. เข้าใจแนวคิดเกย่ี วกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แทนที่ของสิง่ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพ่มิ ของ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการแก้ไขปญั หา ผลการเรยี นรู้ ม.6/1 วิเคราะห์ อธบิ าย และยกอย่าง กระบวนการถา่ ยทอดพลงั งาน

90 รพยาวทิ ยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี อง พีระมิดทางนิเวศวทิ ยา รายวิชา ชีววิทยา6 ว30256 ผู้สอน นายเรวัตร อยเู่ กิด น และการหมุนเวียนสารในระบบนเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ียนแปลง งประชากร ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปญั หาและผลกระทบทเ่ี กดิ จากการ นในระบบนิเวศ

วัตถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ ดา้ นความรู(้ K) ข้นั ระบปุ ัญหา 1. บอก พีระมิดทางนิเวศวิทยา คือ พีระมิดแสดง 1. ครูแสดงภาพ ความหมายของ ความสัมพันธ์ระหว่างระดับอาหารต่าง ๆ ใน พีระมิดทาง ระบบนิเวศ โดยแสดงถึงการส่งต่อพลังงาน นเิ วศวิทยาได้ (K) เปน็ ลำดบั ขน้ั พีระมิดทางนิเวศวิทยา แบ่งออกเป็น 3 2. บอกประเภท ประเภท ได้แก่ ของพรี ะมิดทาง • พรี ะมดิ จำนวน (pyramid of numbers) นเิ วศวิทยาได้ (P) ใช้จำน วน ขอ งสิ่งมีชี วิตใน ระบ บ นิ เวศ นั้นๆ มาเขียนเรียงลำดับโดยผู้ผลิตอยู่ 3. เขยี นพรี ะมดิ บริเวณ ฐาน ผู้บริโภคลำดับต่างๆก็จะ ภาพท ทางนิเวศวทิ ยาได้ (A) เรียงลำดับต่อข้ึนไป มีหน่วยเป็นจำนวนต่อ จากนนั้ ครูใชค้ ำ ตารางเมตร 4. มีความมุ่งมัน่ 1.1 ภาพ ที่น ในการทำงาน (A) พีระมดิ มวล (ภาพสายใยอาหา 5. ทำงานรว่ มกัน ชวี ภาพ (pyramid of biomass) เป็นกล่มุ ได้ (A) 1.2 นกั เรียน ใช้มวลชีวภาพ หรือเนื้อเย่ือของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตจากเขี ทั้งหมดในรูปของน้ำหนักแห้งหน่วยเป็นกรัม สายใยอาหารแ ตอ่ ตารางเมตร ในการสร้างพรี ะมดิ หรือไม่ อยา่ งไร ( พรี ะมิดพลังงาน (pyramid of energy) ครูเปิดโอกาสใ เป็นพีระมิดที่แสดงค่าพลงั งานในส่ิงมีชวี ิตแต่ คำถามข้างต้นว่า ละชนิดมีหน่วยเป็นกโิ ลแคลอรีต่อตารางเมตร ของส่ิงมีชีวิตใน

91 กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่ือและอปุ กรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ พสายใยอาหาร (สิ่งเรา้ ) 1. กระดาษฟ 1. ประเมินการบอก ลิปชาร์ท ความหมาย ประเภท และ การเขียนพรี ะมิดทาง 2. ส่อื พาวเวอร์ นิเวศวิทยาโดยใช้แบบ พ้อย เรอ่ื ง ประเมินช้นิ งาน พีระมิดทาง นเิ วศวิทยา 2. ประเมินความมงุ่ ม่นั ใน การทำงานโดยใชแ้ บบ 3. ปากกาสี ประเมนิ ความมงุ่ ม่ันในการ ทำงาน ที่ 1 ภาพแสดงสายใยอาหาร 3. ประเมินทกั ษะการ ำถาม ดงั น้ี (สงั เกต) ทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบ นักเรียนเห็นอยู่น้ีคือ ภาพ อะไร ประเมินทักษะการทำงาน าร) กลุ่ม นคิดว่าการเขียนลำดับการกินกันของ ยนให้อยู่ในรูปของโซ่อาหารหรือ แล้ว สามารถเขียนอยู่ในรูปอื่นได้ (สงสยั ) ให้นักเรียนคาดคะเนคำตอบจาก านอกจากจะเขียนลำดับการกินกัน รูปแบบของโซ่อาหารหรือสายใย

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ อาหารแลว้ ยังสาม ต่อปี (สมมติฐาน) คำถามสำคัญ พ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ออกเป็นก่ปี ระเภ 1. ความสามารถในการในการสอ่ื สาร (การพูด การเขยี น) ขนั้ แสวงหาสา 2. ความสามารถในการคิด 1. ครูแบ่งนักเร (การวเิ คราะห)์ นักเรียนกลุ่มละ 3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ให้นักเรียนทุกก (กระบวนการกลมุ่ ) ข้ อ มู ล จ า ก อิ น เ 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา น่าเชื่อถือได้ซ่ึงมีอ (-) ท่ีสืบคน้ ดงั น้ี (วา 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1.1 พรี ะมดิ ท (การสืบคน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอร์เนต็ ) 1.2 พรี ะมดิ ท 2. เมื่อสืบค้นข ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ช่วยกันบันทึกสา ทักษะกระบวนการทำงานเป็นกลมุ่ กระดาษฟลปิ ชาร 3. จากนั้นครูใ กลุ่มเปรียบเทีย ประเภทมีความแ

92 กจิ กรรมการเรียนรู้ สอื่ และอุปกรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ มารถเขยี นให้อยใู่ นรปู แบบใดไดบ้ า้ ง พีระมิดทางนิเวศวิทยาคืออะไร แบ่ง ภท ารสนเทศ รียนออกเป็น 7 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมี 3 คน ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ท กลุ่ม จากนั้นครูให้นักเรียนสืบค้น เ ต อ ร์ เ น็ ท ห รื อ แ ห ล่ ง ข้ อ มู ล อื่ น ท่ี อยู่ในห้องเรยี น โดยกำหนดประเด็น างแผน) ทางนิเวศวทิ ยาหมายถึงอะไร ทางนิเวศวทิ ยามกี ่ีประเภท อะไรบ้าง ข้อมูลเรียบร้อยแล้วครูให้นักเรียน าระสำคัญที่ได้จากการสืบค้นลงบน ร์ทที่ครูแจกให้ ให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันภายใน ยบว่าพีระมิดทางนิเวศวิทยาแต่ละ แตกต่างกันอย่างไร จากนั้นบันทึก

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ขอ้ มูลลงในกระด ขนั้ สร้างความร 1. ครูให้นักเรีย สร้างพี ระมิ ดท ฟ ลิ ป ช า ร์ ท จ (สอ่ื ความหมาย) 1.1 ตน้ มะมว่ หนอน มีจำนวน มีจำนวน 5 ตัว ตารางเมตร 1.2 มะม่วง หนอนผีเสื้อ ม นกปรอด มีน้ำห นำ้ หนัก 1 กรมั /ต 1.3 แพลงกต์ แคลอรี/ตารางเม กิโลแคลอรี/ตาร กิโลแคลอรี/ตารา 2. ครูนำนักเรีย ดังต่อไปน้ี (สรุป)

93 กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อและอุปกรณ์ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรียนรู้ ดาษฟลปิ ชารท์ ่คี รแู จกให้ (วิเคราะห์) รู้ ยนทำแบบฝึกหัด โดยการร่วมกัน ท างนิ เวศ วิท ย าล งบ น ก ระด าษ จ า ก ข้ อ มู ล ท่ี ก ำ ห น ด ให้ ดั ง นี้ วง มจี ำนวน 5 ต้น/ตารางเมตร น 10 ตัว/ตารางเมตร นกกระจิบ ว/ตารางเมตร งู มีจำนวน 1 ตัว/ มีน้ำหนัก 700 กรัม/ตารางเมตร มีน้ำหนัก 45 กรัม/ตารางเมตร หนัก 12 กรัม/ตารางเมตร งู มี ตารางเมตร ตอนพชื มีค่าพลังงาน 47,250 กโิ ล มตร/ปี กุ้งฝอยมีค่าพลังงาน 600 รางเมตร/ปี ปลามีค่าพลังงาน 52 างเมตร/ปี ยนสรุปข้อมูลท่ีถูกต้อง ในประเด็น

วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ 2.1 ความหม 2.2 ประเภท โดย ใช้สื่อ พ า นิเวศวิทยา ขั้นสือ่ สาร 1. ครใู ห้นักเรีย หน้าช้ันเรียน โด ทางนิเวศวิทยา ป และอธิบายหลัก ประเภทท่ีได้รับม ขัน้ ตอบแทนส 1. ครูมอบหมา ของกลุ่มตนเองท ความรู้ใหก้ บั ผูอ้ ่ืน

94 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอุปกรณ์ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ มายของพีระมิดทางนิเวศวทิ ยา ทของพีระมิดทางนิเวศวทิ ยา วเวอ ร์พ้ อย เรื่อ ง พี ระมิดทาง ยนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน ดยนำเสนอความหมายของพีระมิด ประเภทของพีระมิดทางนิเวศวิทยา กการสร้างพีระมิดทางนิเวศทั้ง 3 มอบหมาย สังคม ายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มติดผลงาน ทีผ่ นังหอ้ งเรยี น เพอื่ เป็นการเผยแพร่ น

โรงเรยี นสรร กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทย แผนการจดั การเรียนรู้ ภาคการศึกษาปลาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/พ และ 6/1 สาระชวี วทิ ยา 5. เขา้ ใจแนวคดิ เกี่ยวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แทนทีข่ องสง่ิ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพ่ิมของ ใช้ประโยชน์ และแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ผลการเรียนรู้ ม.6/3 สืบคน้ ขอ้ มลู และเขียนแผนภาพ เพอ่ื อธบิ ายวฏั จกั รไนโตรเจน

95 รพยาวิทยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรอื่ ง วฏั จกั รคารบ์ อน รายวิชา ชวี วิทยา6 ว30256 ผสู้ อน นายเรวัตร อย่เู กิด น และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลง งประชากร ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปญั หาและผลกระทบทีเ่ กดิ จากการ น วัฏจกั รกำมะถัน และวัฎจกั รฟอสฟอรัส

วตั ถปุ ระสงค์การ สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ นักเรยี นสามารถ ดา้ นความรู้(K) ขนั้ ระบุปัญหา 1. อธบิ าย กระบวนการใน วัฎจักรคาร์บอน (Carbon cycle) เริ่มต้น 1. ครูแสดงภาพ วัฏจกั รคาร์บอนได้ จากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ (K) จะเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงด้วย 2. เขยี นแผนผงั พืชและแพลงก์ตอนพืช ซ่ึงคาร์บอนเหล่าน้ัน แสดงวัฏจักร คาร์บอนได้ (P) จะถูกถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคต่าง ๆ ผ่านการ ภาพ กินและการย่อยสลายแล้วเกิดการทับถมเป็น 3. เป็นผมู้ ีความ เว ล า น า น จ น ท้ า ย ที่ สุ ด จ ะ ไ ด้ อ อ ก ม า เป็ น มุ่งม่ันในการทำงาน ฟ อ ส ซิ ล แ ล ะ เชื้ อ เพ ลิ ง ซึ่ ง จ ะ ถู ก ม นุ ษ ย์ น ำ (A) ก ลั บ ม า ห มุ น เวี ย น ใ ช้ ใ ห ม่ ที่ ต้ อ ง เผ า ไ ห ม้ ป ล ด ล ป ล่ อ ย เ ป็ น ค า ร์ บ อ น ใ น รู ป ข อ ง แ ก๊ ส จากนน้ั ครูใชค้ ำ คารบ์ อนไดออกไซด์ นอกจากนั้นคาร์บอนใน 1.1 จากภาพ (วฏั จกั รน้ำ) อ า ก า ศ จ ะ ถู ก ท ด แ ท น ใ น รู ป แ ก๊ ส 1.2 นักเรียน จะตอ้ งมีการหมนุ คาร์บอนไดออกไซด์ท่ีได้จากกระบวนการ หายใจของสิ่งมชี ีวติ ทงั้ พืชและสัตว์ คารบ์ อน ไนโตรเจ 2. ครูแสดงภา ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) 1. ความสามารถในการในการสื่อสาร (การพดู การเขยี น)

96 กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่ การ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ พวัฏจกั รนำ้ (สิ่งเร้า) เรียนรู้ 1. วีดิทศั น์ เรอ่ื ง 1. ประเมินการอธิบาย Carbon cycle กระบวนการในฃวัฏจกั ร คารบ์ อนและการเขยี น 2. ใบความรู้ แผนผงั แสดงวัฏจักร เร่อื ง วฏั จกั ร คาร์บอนโดยใช้แบบ คาร์บอน ประเมนิ ชน้ิ งาน 3. สอ่ื พาวเวอร์ 2. ประเมินความมงุ่ ม่ันใน พที่ 1 ภาพแสดงวัฏจักรนำ้ พอ้ ย เรอ่ื ง วัฏจกั ร การทำงานโดยใชแ้ บบ คาร์บอน ประเมนิ ความมุ่งม่นั ในการ ำถาม ดังนี้ (สงั เกต) ทำงาน พที่แสดง ภาพดังกล่าวคือภาพอะไร 4. กระดาษ A3 นคิดวา่ มีสาร/หรอื ธาตุอื่นอีกหรอื ไมท่ ี่ 5. ปากกาสี นเวียนเป็นวัฏจักร อะไรบา้ ง (มี เช่น จน ฟอสฟอรสั ) าพการหายใจของส่ิงมีชีวิต (ส่ิงเร้า)

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ จากน้ันใช้คำถา 2. ความสามารถในการคิด 2.1 จากภาพ (การวิเคราะห์) อะไรในส่ิงมชี ีวิต 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ 2.2 กระบวน (กระบวนการกลุม่ ) แลกเปล่ียนแก๊ส 4. ความสามารถในการแกป้ ญั หา (ออกซเิ จนและคา (-) 2.4 นกั เรียนค 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี กับวฏั จกั รของคา (-) โดยครูให้นักเรี 2.4 โดยตอบคำ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) (สงสยั และต้งั สมม มงุ่ มั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ หมุนเวยี นอย่างไร ข้ันแสวงหาสา

97 กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ /แหล่งการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เรียนรู้ าม ดงั น้ี (สงั เกต) พนักเรียนคิดว่าเป็นกระบวนการ (การหายใจ) นการหายใจของสิ่งมีชีวิตเป็นการ สใดระหว่างส่ิงมีชีวิตกับบรรยากาศ ารบ์ อนไดออกไซด)์ นคดิ ว่ากระบวนการดังกล่าวเกยี่ วข้อง าร์บอนหรอื ไม่ อย่างไร ยนคาดคะเนคำตอบจากคำถามข้อ ำถามลงในสมุดบันทึกประจำวิชา มติฐาน) วัฏจักรคาร์บอนมีกระบวนการ ร ารสนเทศ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook