วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ มขี นาดเล็ก ส่วนใ โครงสรา้ งในการเ ภาพที่ 2 7. ครูเปิดวดี ิทศั ใหน้ ักเรยี นสังเกต 7.1 สง่ิ มีชวี ติ ท โครงสร้างใดในกา 7.2 ครอู ธิบายล “ซเิ ลยี เป็นลกั ษณ Ciliates ซ่ึงเป็นก วโี อลาตา พรอ้ มย Ciliates ไดแ้ ก่ พ
23 จกรรมการเรียนรู้ สอื่ และอปุ กรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ ใหญด่ ำรงชวี ติ เป็นปรสติ ไมม่ ี เคล่อื นที่” 26 ภาพแสดงพลาสโมเดยี ม ศน์ เร่อื ง Paramecium Cilia ต จากนั้นใชค้ ำถาม ดงั นี้ ทีน่ ักเรยี นเหน็ ในวีดิทัศน์ใช้ ารเคลอ่ื นที่ (ซเี ลยี ) ลกั ษณะของ cilia และกลา่ ววา่ ณะสำคัญของสง่ิ มชี ีวิตในกลุ่ม กลุ่มยอ่ ยของโปรตสิ ตใ์ นกลมุ่ แอล ยกตวั อยา่ งสิ่งมีชวี ติ ท่อี ยใู่ นกลุ่ม พารามเี ซยี ม และวอร์ตเิ ซลลา”
วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ ภาพที่ 2 8. ครูแสดงภาพ กลมุ่ สตรามโี นพิล ภาพท่ี 28 ภาพเซล 8.1 จากน้ันครใู - จากภาพนักเร ลกั ษณะเดน่ อยา่ ง ขนอีกด้านไมม่ ีขน 8.2 ครูใหค้ วา โนพลิ า “โพรทิสต สังเคราะห์ด้วยแส สาหร่ายลักษณะร
จกรรมการเรียนรู้ 24 ส่อื และอปุ กรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ 27 ภาพแสดงพารามเี ซยี ม พเซลล์สืบพันธ์ขุ องโพรติสตใ์ น ลา ลลส์ ืบพนั ธ์ขุ องโพรติสตใ์ นกลุ่มสตรามี โนพิลา ใช้คำถามดังน้ี รยี นคดิ ว่าเซลล์สืบพนั ธ์ุนีม้ ี งไร (ส่วนแฟลกเจลลัมด้านนึงมี น) ามร้เู ร่ืองโพรตสิ ตใ์ นกล่มุ สตรามี ต์ที่ส่วนใหญม่ ีกระบวนการ สงจึงเรยี กโพรทิสตก์ ลมุ่ นี้ว่า ร่วมกันคอื เซลล์สืบพันธุ์มแี ฟล
วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ เจลลาที่มีขนและ ส่งิ มีชวี ิต สาหร่าย ภาพท่ี 29 ภ 9. ครแู สดงภาพ ภาพที่ 30 รปู 9.1 จากนัน้ ใชค้ - นกั เรยี นทราบ รบั ประทานกนั นั้น รติสต์)
25 จกรรมการเรียนรู้ ส่ือและอุปกรณ์การ การวัดและการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ ะไม่มขี น” พร้อมทัง้ ยกตวั อย่าง ยสีน้ำตาล และไดอะตอม ภาพสาหรา่ ยเคลปแ์ ละไดอะตอม พ จฉี ่าย ใหน้ กั เรยี นสังเกต ปจีฉา่ ยและการนำจีฉา่ ยมาแปรรูป คำถาม ดงั นี้ บหรอื ไมว่ า่ สาหรา่ ยท่ีเรา นเป็นสง่ิ มชี ีวติ จำพวกใด (โพ
วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ 9.2 จากนนั้ ครูใ ไฟตา “เรียกโพรท แดง (red algae (phycoerythrin เขตร้อนหรอื ในแห ฉ่าย หรอื พอรไ์ ฟร 10. ครูแสดงภา ภาพท่ี 3 จากนั้นครใู ห้คว ตา “คลอโรไฟตา สต์กลุ่มนี้วา่ สาหร ลักษณะคล้ายพชื ส่วนประกอบของ คลอโรฟลิ ล์บแี ละ แหลง่ นำ้ จืดสาหร สาหร่ายไฟ(Char กนั ว่า มคี วามสัมพ กบั พชื ”
26 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ ให้ความรู้เรื่องโพรตสิ ตก์ ล่มุ โรโด ทสิ ตก์ ลุม่ นีว้ ่าสาหร่ายสี e) มีสารสไี ฟโคอรี ีทริน n) สว่ นใหญพ่ บในทะเลบรเิ วณ หลง่ นำ้ จืดทรี่ ู้จกั กันดคี ือ จี รา” าพสาหรา่ ยไฟ 31 ภาพแสดงสาหร่ายไฟ วามร้เู รอ่ื งโพรติสต์กลมุ่ คลอโรไฟ า(Chlorophyta) หรือเรยี กโพรทิ ร่ายสเี ขียว(green algae) มี ชท้งั ในแงโ่ ครงสรา้ งผนังเซลล์และ งสารสี คือ คลอโรฟิลล์ เอ ะแคโรทีน ส่วนใหญ่จะพบใน รา่ ยสีเขียวที่สำคัญไดแ้ ก่ ra sp.) มีลกั ษณะคล้ายพชื เช่อื พนั ธท์ ี่ใกลช้ ดิ กนั ทางวิวัฒนาการ
วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ 11. ครแู สดงภา ภาพท จากน้นั ครูให้คว โทซัว “ราเมือกพ ขอนไม้ ม2ี กลุ่ม (plasmodial sli หลายนวิ เคลยี ส แ (cellular slime นวิ เคลียส” 12. ครูแสดงรูป
จกรรมการเรยี นรู้ 27 าพราเมือก ส่อื และอปุ กรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ ที่ 32 ภาพแสดงราเมือก วามรู้เก่ยี วกับโพรติสตใ์ นกลมุ่ ไมซี พบในบรเิ วณที่ช้นื แฉะและตาม คอื ราเมอื กชนิดพลาสโมเดียม ime molds) ซ่ึงเปน็ เซลล์ท่มี ี และราเมอื กชนิดเซลลูลาร์ molds) เป็นเซลลท์ ม่ี ี 1 ปของอะมีบา
วตั ถุประสงคก์ าร เนื้อหาสาระ กจิ เรียนรู้ ภาพท จากนน้ั ครูใหค้ ว โพดา “เปน็ โพร ววิ ฒั นาการนอ้ ยม สามารถจัดอยู่ในส ลุ่มใด กลมุ่ หนึง่ ได การสร้างเทา้ เทียม จดื และแหล่งน้ำเค อสิ ระแตบ่ างสปีช ข้นั สรุป ( 5 นา ครูใช้คำถามเพ่อื ลักษณะของโปรท
จกรรมการเรยี นรู้ 28 สือ่ และอปุ กรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ ที่ 33 ภาพแสดงอะมีบา วามรู้เรอ่ื งสิ่งมีชีวิตในกลุม่ ไรโซ รทิสตท์ ี่มกี ารศึกษาเกี่ยวกับ มาก ทำให้นกั วทิ ยาศาสตรไ์ ม่ นสายววิ ัฒนาการของโพรทสิ ต์ก ด้ การเคล่ือนที่หรือกินอาหารโดย ม อาศยั อยไู่ ด้ท้ังในดิน แหลง่ น้ำ คม็ ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตแบบ ชีสเ์ ป็นปรสิต” าท)ี อนำนักเรยี นสรปุ ความรูเ้ กีย่ วกบั ทิสตใ์ นกลุ่มตา่ งๆ ดังน้ี
วตั ถุประสงคก์ าร เน้อื หาสาระ กจิ เรยี นรู้ ภาพท่ี 34 ภาพ ภาพท่ี 35 ภาพ
จกรรมการเรียนรู้ 29 สื่อและอปุ กรณก์ าร การวดั และการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ พสรุปความรอู้ าณาจกั รโพรตสิ ตา พสรปุ ความรอู้ าณาจักรโพรตสิ ตา
โรงเรียนสรร กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ย แผนการจัดการเรยี นรู้ ภาคการศกึ ษาปลาย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/พ และ 6/1 สาระชีววทิ ยา 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบน ดีเอน็ เอ หลักฐานข้อมูล และแนวคิดเก่ียวกับวิวฒั นาการของสิ่งมีชีว กำเนิดของสิ่งมีชีวติ ความหลากหลายของสิง่ มชี วี ิต และอนกุ รมวธิ าน ผลการเรยี นรู้ ม.6/3 อธบิ ายลักษณะสำคญั และยกตัวอยา่ งสง่ิ มชี วี ติ กลุ่มแบคทเี รยี
30 รพยาวิทยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรื่อง อาณาจักรฟังไจ รายวชิ า ชวี วิทยา6 ว30256 ผูส้ อน นายเรวตั ร อยูเ่ กดิ นโครโมโซม สมบัติ และหน้าท่ีของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทาง วิต ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก การเกดิ สปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ น รวมทัง้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ย ส่งิ มีชีวติ กลุ่มโพรทิสต์ สงิ่ มีชีวิตกลุ่มพืช สงิ่ มชี วี ิตกลุ่มฟงั ไจ และสงิ่ มีชีวติ กลุ่มสตั ว์
วตั ถปุ ระสงค์การ สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ ดา้ นความรู้(K) ข้นั ระบุปัญหา 1. อธบิ ายลกั ษณะ อาณาจักรฟันไจ(Kingdom Fungi) 1. ครูแสดงภาพ สำคัญของส่งิ มชี วี ติ เป็นส่ิงมีชีวิตจำพวก เห็ด รา ยีสต์ ซ่ึงเป็น สิง่ มีชีวติ ในอาณา ในอาณาจักรฟังไจ ส่ิงมีชีวิตพวกยูคารีโอต(Eukaryotic cell) ขนมปงั ปาทอ่ งโก ได้ (K) โดยอาจจะอยู่รว่ มกันเป็นสิ่งมชี วี ิตหลายเซลล์ หรือเซลล์เดียวก็ได้ สิ่งมีชีวิตในกลุ่มนี้เป็น 2. จำแนกลักษณะ ส่ิงมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ของสง่ิ มีชวี ิตใน (Heterotroph) เซลล์ขอ งรามีลัก ษ ณ ะ อาณาจักรฟังไจเมอ่ื สำคัญคือมีผนังเซลล์ซึ่งประกอบไปด้วยสาร ภา เปรยี บเทียบกับ ไคติน(Chitin) ซง่ึ แต่ละเซลล์จะมาอยู่รวมกัน สิ่งมีชีวติ ใน เป็ น เส้ นใยท่ี เรียก ว่าไฮ ฟ า(Hypha) ซ่ึ ง จากน้ันครูใชค้ ำ อาณาจักรอ่นื ได้ (P) สามารถแตกกิ่งก้านได้ทุกทิศทางและอาจจะ 1.1 สิง่ ที่เห็นอ มีผนังกั้น(Septum) หรืออาจไม่มีผนังก้ันก็ได้ 1.2 นักเรยี นท 3. ทำงานร่วมกัน โดยเส้นใยเหล่านี้เม่ืออยู่รวมกันเป็นกลุ่มจน เกย่ี วขอ้ งในการท เป็นกลุม่ ได้ (A) สามารถมองเหน็ ได้ด้วยตาเปลา่ เรียกวา่ กลุม่ 1.3 นกั เรยี นท ของเส้นใย(mycelium) ซ่ึงจะทำหน้าท่ียึด กบั กระบวนการท 4. เปน็ ผู้มคี วาม เก าะ แ ล ะย่ อ ย อ าห ารภ าย น อ ก เซ ล ล์ และมลี ักษณะสำ มุ่งมั่นในการทำงาน (Extracellular digestion) (สงสัยและสมมต (A) คำถามสำคัญ ส สำคัญอยา่ งไร แล
31 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื และอปุ กรณ์ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ 1. ข้อมลู การทำ 1. ประเมินการอธบิ าย พหรอื ใช้สื่อจริง เป็นอาหารท่ตี ้องใช้ กจิ กรรมปริศนา ลักษณะสำคัญของสิง่ มีชีวติ าจักรฟังไจ ในกระบวนการผลิต เช่น ความคิด ในอาณาจกั รฟงั ไจ จากการ ก๋ (ส่ิงเรา้ ) 2. แบบบันทึก จดบนั ทกึ ลงในสมดุ ประจำ กิจกรรม เรอ่ื ง รายวิชา ความหลากหลาย ของอาณาจักรฟัง 2. ประเมินการจำแนก ไจ ลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิตใน าพท่ี 1 ภาพแสดงขนมปัง 3. สอื่ นำเสนอ อาณาจกั รฟังไจเมอ่ื พาวเวอรพ์ ้อย เปรียบเทียบกบั ส่ิงมชี วี ิตใน ำถาม ดงั นี้ (สงั เกต) เรื่อง อาณาจกั ร อาณาจักรอ่นื จากการทำ นอย่นู คี้ ืออะไร (ขนมปัง ปาทอ่ งโก)๋ ฟงั ไจ แบบบันทกึ กิจกรรม เรื่อง ทราบหรอื ไม่วา่ สิ่งมีชีวิตใดทม่ี ีส่วน 4. ปากกาสี ความหลากหลายของ ทำผลิตภัณฑน์ ้ี (ยสี ต)์ อาณาจักรฟังไจ ทราบหรอื ไมว่ า่ สง่ิ มีชีวติ ท่เี กย่ี วขอ้ ง ทำอาหารเหลา่ นี้ อยูใ่ นอาณาจักรใด 3. ประเมนิ ทกั ษะการ ำคัญอยา่ งไรบา้ ง ทำงานกลุ่ม โดยใชแ้ บบ ติฐาน) ประเมินทักษะการทำงาน ส่ิงมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจมีลกั ษณะ กลุ่ม ละแบ่งออกเป็นก่กี ลุ่ม 4. ประเมินทกั ษะความ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน โดยใช้
วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ ความหลากหลายของฟันไจ ข้ันแสวงหาสา ในปัจจุบันเราแบ่งฟันไจออกเป็น 4 ไฟลัม 1. ครูแบ่งนัก โดยอาศัยSexual spore เป็นเกณฑ์ในการ 5 คน เพ่ือทำก จดั จำแนก ความคิด เร่ือง คว 1. ไฟลัมไคทริดิโอไมโคตา (Phylum โดยนักเรียนจะได Chytridiomycota) เป็นฟนั ไจกลมุ่ ท่ีเป็นรา ตามแผนผังที่ครู ช้ันต่ำส่วนใหญ่มักพบอยู่ในน้ำ มักเรียกราใน การทำกจิ กรรม ด กลุ่มนี้แบบรวม ๆ ว่า ไคทริด(Chytrid) เส้น 1.1 แบบบันท ใย(hypha) ไม่มีผนังกั้นตามขวาง มีลักษณะ ของอาณาจักรฟงั เด่นที่สำสำคัญคือ ท้ังการสืบพันธ์ุแบบอาศัย 1.2 กระดาษ เพศและไม่อาศัยเพศจะมีการสร้างสปอร์ท่ี 2. จากนั้นครูอ เคลือ่ นทไ่ี ด้โดยอาศยั แฟลกเจลลา เรียกว่า ซู โดยหลังจากท่ีนั โอสปอร(์ Zoospore) แบง่ สมาชกิ ในกล 2. ไ ฟ ลั ม ไ ซ โ ก ไ ม โ ค ต า ( Phylum ละ 1-2 คน เร Zygomycota) ฟนั ไจกลุ่มนมี้ กั พบอยู่บนดิน ผเู้ ชี่ยวชาญ(Expe เป็นราที่เสน้ ใยไม่มีผนังกัน้ ตามขวาง สปอร์ที่ ละกลุ่มจะต้องอ เกิดจากการสืบพั นธ์ุแบบ ไม่อาศัยเพ ศ อาณาจักรฟังไจท เ รี ย ก ว่ า ส ป อ ร์ แ ร ง จิ โ อ ส ป อ ร์ 2.1 ไฟลมั ไคท (Sporangiospore) สปอ ร์ท่ีเกิดจาก การ (Phylum Chytr สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเรียกว่า ไซโกสปอร์ 2.2 ไฟลมั แอ (Zygospore) (Phylum Ascom
32 กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อและอปุ กรณ์ ประเมินผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ ารสนเทศ แบบประเมินความมงุ่ ม่นั ใน กเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ การทำงาน กิ จ ก ร ร ม ก า ร เรี ย น รู้ แ บ บ ป ริ ศ น า วามหลากหลายของอาณาจักรฟงั ไจ ด้กลุ่มบ้าน(Home group) และน่ัง จัดไว้ให้ จากน้ันครูแจกอุปกรณ์ใน ดงั นี้ ทึกกิจกรรม เรื่อง ความหลากหลาย งไจ ษโนต๊ ขนาดเล็ก อธิบายวิธีการในการดำเนินกิจกรรม กเรียนได้กลุ่มบ้านแล้วให้นักเรียน ลุ่มออกเป็น 4 กล่มุ ย่อย จำนวนกลุ่ม รียก ก ลุ่มย่อ ยเหล่าน้ั นว่า ก ลุ่ม ert group) โดยกลุ่มผู้เช่ียวชาญแต่ ออกไปศึกษาความหลากหลายของ ทค่ี รูเตรยี มไว้ ดังนี้ ทรดิ โิ อไมโคตา ridiomycota) อสโคไมโคตา mycota)
วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ 3. ไฟ ลั ม แ อ ส โค ไม โค ต า ( Phylum 2.3 ไ ฟ ลั ม Ascomycota) เป็นกลุ่มฟันไจท่ีพบมาก Zygomycota) ทส่ี ุด โดยพบทั้งในน้ำจืด บนดิน และทะเล มี 2.4 ไฟลมั เบส รูปร่างเป็นท้ังเซลล์เดียวและหลายเซลล์ เป็น (Phylum Basidi ราท่ีเสน้ ใย(hypha) มีผนังกัน้ ตามขวาง มกี าร โด ย ให้ ท ำก า สร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศ เรียกว่า โคนิ ผู้เชี่ยวชาญแต่ล เดียม (Conidium) สป อ ร์ที่ เกิดจาก ก าร โดยกำหนดให้ผู้เช สืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ คือ แอสโคสปอร์ ระยะเวลา 10 น (Ascospore) ซ่ึงจะเกิดอยู่ในโครงท่ีเป็นถุง ในกระดาษโนต๊ ท เรียกว่า แอสคัส(Ascus) ซ่ึงถงุ น้ีอาจจะเจริญ 3. หลังจากกลุ่ม อยู่เด่ียว ๆ หรือ เจริญอยู่ในโครงสร้างที่ ท่ีตนเองรับผิด เรียกว่า แอสโคคาร์ป (Ascocarp) ซ่ึงมีท้ัง ผู้เชี่ยวชาญแต่ละ ชนิดที่มีขนาดใหญ่จนกระทั่งมองเห็นด้วยตา ของตนเอง จาก เปล่าหรือขนาดเล็กจนต้องอาศัยกล้อง ตนเองรับผิดชอ จุลทรรศน์ในการสังเกต ความหลากหลาย 4. ไฟ ลั ม แบ สิ ดิโอไม โค ต า(Phylum 4. จากนั้นให้แ Basidiomycota) รากลุ่มน้ีเป็นรากลุ่มท่ี แลกเปล่ียนความ ใหญ่รองลงมาจากไฟลัมแอสโคไมโคตา แต่ละไฟลัมท่ีต (Phylum Ascomycota) พบได้ทั้งบริเวณ ผู้เชี่ยวชาญที่เห ในทะเลและบนบก เป็นกลุ่มของพวกเห็ดต่าง กิจกรรม ๆ ที่เรารู้จัก เส้นใยมีผนังกั้นตามขวาง สร้าง
33 กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อและอุปกรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรียนรู้ ม ไ ซ โ ก ไ ม โ ค ต า ( Phylum สดิ โิ ดไมโคตา iomycota) ารต ก ล งกั น เอ งภ าย ใน ก ลุ่ ม ว่า ละกลุ่มจะเลือกศึกษาในประเด็นใด ช่ียวชาญสามารถศกึ ษาข้อมูลไดเ้ ป็น นาที อนญุ าตใหม้ กี ารบันทึกข้อมูลลง ท่คี รแู จกให้ มผู้เชย่ี วชาญแต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูล ดชอ บเรียบร้อยแล้ว ครูให้ก ลุ่ม ะกลุ่มกลับเข้าประจำที่ในกลุ่มบ้าน กน้ันให้เวลาในการบันทึกข้อมูลท่ี อบลงในแบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง ยของอาณาจักรฟงั ไจ แต่ละกลุ่มผู้เช่ียวชาญในกลุ่มบ้าน มรู้เกี่ยวกับลักษณะสำคัญของฟังไจ ตนเองได้ไปศึกษามา โดยให้กลุ่ม หลือบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก
วตั ถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ ก เรยี นรู้ โคนิเดียม(Conidium) ในการสบื พนั ธุ์แบบไม่ ขนั้ สรา้ งความร อาศัยเพศ ส่วนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ 1. ครูสุ่มนักเรีย โดยการสร้างสปอร์ท่ีเรียกว่า แบสิดิโอสปอร์ แต่ละไฟลัม โด (Basidiospore) ซ่ึงเจริญอยู่บนโครงสร้างท่ี อธิบายลกั ษณะไฟ เรยี กวา่ แบสิเดียม(Basidium) และแบสิเดยี ม กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ( เจริญอยู่บนส่วนที่เรียกว่า แบสิดิโอคาร์ป 2. ค รูส รุป ค ว (Basidiocarp) หลากหลายทาง ด้านทักษะกระบวนการ (P) เร่อื ง อาณาจักรฟ 1. ความสามารถในการในการสอื่ สาร ขนั้ สอ่ื สาร (การพดู ) 1. หลังจากที่ม 2. ความสามารถในการคดิ ข อ ง ฟั ง ไจ ใน แ ต (การวิเคราะห)์ นักเรียนร่วมกันเ 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต เพ่ือน และเปิดโอ (กระบวนการกลุ่ม) กลุ่มใดมีข้อโต้แย 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ข้อมลู ในการสนบั (-) ขั้นตอบแทนสังค 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 1. ครมู อบหมา (สบื คน้ ขอ้ มลู ทางอินเทอรเ์ น็ท) จาการทำกิจกร คำถามหลังการท เรอ่ื ง ความหลาก
34 กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื และอุปกรณ์ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรยี นรู้ รู้ ยนข้ึนมาอธิบายลักษณะของฟังไจ ด ย นั ก เ รี ย น ที่ ถู ก สุ่ ม ข้ึ น ม า นั้ น ห้ า ม ฟลัมที่ตนเองไดร้ ับมอบหมายให้เป็น (สอ่ื ความหมาย) วาม รู้ที่ ถู ก ต้ อ งเก่ี ย วกั บ ค ว าม งชีววภาพ โดยใช้สื่อพาวเวอร์พ้อย ฟังไจ (สรปุ ) มีการสุ่มนักเรียนข้ึนอธิบายลักษณะ ต่ละไฟลัมแล้ว ครูเปิดโอกาสให้ เพิ่มเติมข้อมูลจากการอธิบายของ อกาสให้นักเรียนโต้แย้งโดยถ้าหาก ย้ง นักเรียนจะต้องมีหลักฐานหรือ บสนุนขอ้ โต้แยง้ ดงั กล่าว คม ายใหน้ ักเรียนแต่ละคนนำความรู้ทีไ่ ด้ ร ร ม ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ม า ใช้ ต อ บ ทำกิจกรรมในแบบบันทึกกิจกรรม กหลายของอาณาจักรฟงั ไจ
วตั ถปุ ระสงค์การ สาระการเรยี นรู้ ก เรียนรู้ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) ทักษะกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม
35 กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ และอุปกรณ์ ประเมินผลการเรยี นรู้ การเรียนรู้
โรงเรยี นสรร กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ย แผนการจัดการเรียนร ภาคการศึกษาปลาย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/พ และ 6/1 สาระชีววทิ ยา 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบน ดีเอ็นเอ หลักฐานข้อมูล และแนวคดิ เก่ียวกับวิวฒั นาการของสิ่งมีชีว กำเนดิ ของสิง่ มชี วี ิต ความหลากหลายของสิ่งมชี วี ิต และอนกุ รมวธิ าน ผลการเรยี นรู้ ม.6/3 อธิบายลกั ษณะสำคัญ และยกตัวอย่างสงิ่ มีชีวิตกลุม่ แบคทเี รีย
36 รพยาวทิ ยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รู้ เร่ือง อาณาจักรพชื รายวิชา ชีววิทยา6 ว30256 ผู้สอน นายเรวตั ร อยเู่ กิด นโครโมโซม สมบัติ และหน้าท่ีของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทาง วิต ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบริ ์ก การเกดิ สปีชสี ์ใหม่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ น รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ย สงิ่ มชี ีวติ กลุ่มโพรทิสต์ สง่ิ มีชีวติ กลมุ่ พืช สิ่งมีชีวติ กลมุ่ ฟงั ไจ และส่ิงมีชวี ติ กลุ่มสตั ว์
วตั ถปุ ระสงค์การ เนอื้ หาสาระ กิจ เรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ อาณาจกั รพืช ขน้ั นำ (10 นา 1.อ ธิ บ าย ลั ก ษ ณ ะ เป็นส่ิงมีชีวิตที่เช่ือว่ามีวิวัฒนาการมา 1.ครูแสดงภาพ ส ำ คั ญ ใน ส่ิ ง มี ชี วิ ต จากส่งิ มีชีวิตในกลุ่มโพรทสิ ตา พืชทห่ี ลากหลาย อาณาจกั รพชื ได้ (K) (Kingdom Protista) คือพวกสาหร่ายไฟ 2.บอกหลกั เกณฑ์ที่ใช้ (Chara sp.) ใ น ก า ร จั ด จ ำ แ น ก ลกั ษณะสำคัญของสิง่ มชี วี ิตในกลุ่มพชื หมวดหมู่ส่ิงมีชีวิตใน 1.เปน็ ส่ิงมชี วี ิตหลายเซลล์ อาณาจกั รพชื ได้(K) (Multicellular) 3.อ ธิ บ าย ลั ก ษ ณ ะ 2.ผนังเซลล์ประกอบไปด้วยสารจำพวก สำคัญ ของพื ชแต่ละ เซลลูโลส(Cellulose) กล่มุ ได(้ K) 3.มกี ระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง 4.มวี ัฏจกั รชีวิตแบบสลับ (Alternation of generation) วฏั จกั รชีวติ แบบสลบั (Alternation of generation) คอื ช่วงชวี ิตของพชื ทม่ี กี ารสลับระหวา่ ง ระยะดิพลอยด์(Diploid) เป็นระยะท่ีมี โครโมโซมจำนวน 2 ชุด(2n) โดยเรียก ระยะน้วี ่าสปอโรไฟต(์ Sporophyte) และ ระยะแฮพลอยด์(Haploid) เป็นระยะท่ีมี โครโมโซมชุดเดียว(n) เรียกระยะน้ีว่า แ ก มี โ ท ไ ฟ ต์ ( Gametophyte) โ ด ย
37 จกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื และอปุ กรณ์การ การวัดและการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวัด การประเมิน าท)ี 1.ส่ือนำเสนอ 1. การมี 1. การ พตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในอาณาจักร Powerpoint ส่ ว น ร่ ว ม ประเมินการ เรื่องอาณ าจักร แ ล ะ ต อ บ ตอบคำถาม พชื ค ำ ถ า ม ใน ในชนั้ เรยี น 2.ชุ ด ข้ อ มู ล ช้นั เรยี น 2. การ ค ว า ม รู้ เ ร่ื อ ง 2. ก า ร ประเมินการ อาณาจักรพืช บนั ทึกข้อมูล บันทึกข้อมูล 3.แบบบันทึก ลงในสมุด ล ง ใ น แ บ บ กิ จ ก ร ร ม เร่ื อ ง 3. การ สมุด ถูกต้อง อาณาจักรพืช ตอบคำถาม อ ย่ า ง น้ อ ย 4.ก ร ะ ด า ษ ฟ ล งใน แ บ บ ร้อยละ 80 ลิปชารท์ บั น ทึ ก 3. ก า ร 5.ปากกาสี กิ จ ก ร ร ม ประเมินตอบ เ ร่ื อ ง คำถามลงใน อ าณ าจัก ร แบ บ บั น ทึ ก พืช กิ จ ก ร ร ม เ ร่ื อ ง อาณาจักรพืช
วตั ถุประสงคก์ าร เนอ้ื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ ระยะสปอโรไฟต์(Sporophyte) เป็นช่วง จากนั้นครใู ชค้ ำถ ชีวิตของพืชท่ีมีหน้าที่สรา้ งสปอร์(Spore) นกั เรียนเหน็ จัดอ โดยกระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (คำถามปลายเปิด (Meiosis) ส่วนแกมโี ทไฟต์ ครูกล่าวว่า “นัก (Gametophyte) เป็นช่วงชีวิตของพชื ที่มี พืชสามารถแบ่ง หน้าที่ในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยการ เกณฑ์อะไรในการ แบ่งเซลล์แบบไมโทซิส(Mitosis) และเมื่อ ขัน้ สอน (80 นา เซลล์สืบพั นธ์ุมารวมกันก็จะได้เป็ น 1.ครแู สดงภาพ สปอโรไฟต์(Sporophyte) รุ่นตอ่ ไป ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ข อ ง ส่ิ ง มี ชี วิ ต ใ น อาณาจักรพชื พืชถูกจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ภาพที่ 1 ภาพ โดยอาศัยการมีท่อลำเลียงเป็นเกณฑ์ใน จากนั้นครูใช้ค การจัดจำแนก ไดเ้ ปน็ พืชไมม่ ีทอ่ ลำเลียง สิ่งมีชีวิตที่เห็นอ หลายเซลล์” (สง่ิ (Nonvascular plants) ได้แก่ พืชกล่มุ ไบรโอไฟต(์ Bryophytes) คือพวก ครูอธิบายว่า ล สิ่งมีชีวิตท่ีจะจัด มอส ลเิ วอรเ์ วริ ์ต ฮอร์นเวิร์ต และ พืชมีท่อลำเลียง(Vascular plants) ซึ่ง หลายเซลล์ (Mul พืชมีทอ่ ลำเลยี งจะถกู แบง่ ออกไปเป็นอีก 2.ครูแสดงภาพ 2 กลุ่ม คือ พืชท่ีมีท่อลำเลียงแต่ไม่มี เมล็ด
38 จกรรมการเรียนรู้ สอ่ื และอปุ กรณ์การ การวัดและการประเมนิ ผล เรียนรู้ การวดั การประเมนิ ถามวา่ “นักเรียนคิดวา่ ส่งิ มีชีวิตท่ี อยู่ในอาณาจักรพชื หรอื ไม่” ด) กเรียนทราบหรือไม่ว่าอาณาจักร งออกได้เป็นก่ีกลุ่ม และอาศัย รแบง่ ” าที) พเซลล์พืชภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์ พแสดงเซลล์พชื ใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ คำถาม ดังน้ี “นักเรียนคิดว่า ยู่นี้เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือ งมชี ีวติ หลายเซลล)์ ลักษณะสำคัญประการแรกของ ดเป็นพืชคือการเป็นสิ่งมีชีวิตท่ีมี lticellular) พวาดเซลล์พืช
วตั ถุประสงคก์ าร เน้ือหาสาระ กิจ เรยี นรู้ ( Seedless vascular plants) ไ ด้ แ ก่ พืชจำพวกเฟิน หญ้าถอดปล้อง หางสิงห์ ตนี ตุก๊ แก และพชื ทม่ี ีเมลด็ (Seed plants) ซึ่งพืชที่มีเมล็ดจะถกู แบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ พืชเมล็ดเปลือย (Gymnosperm) ได้แก่ พืชจำพวกปรง แปะก๊วย และพืชเมล็ดมีส่วนห่อหุ้มหรือ ภาพท่ี 2 พชื ดอก(Angiosperm) จากน้ันครูอธิบา เปน็ ส่ิงมีชีวิตที่มีห พื ชไม่มีท่ อลำเลียง(Nonvascular อ่ืน ๆ plants) ร่วมด้วย ไม่ว่าจ ไบรโอไฟต(์ Brtophytes) จำพ วกเซลลูโล เป็นพืชที่ไม่มีระบบท่อลำเลียง มีขนาด สังเคราะห์ด้วยแส เล็ก ไมม่ ีราก ลำต้น และใบทแ่ี ท้จริง ชอบ คลอโรพลาสต์ ข้ึนตามบริเวณทม่ี ีความชืน้ สงู มรี ม่ เงา 3.ครูแสดงภาพว ระยะแกมีโทไฟต์เป็นระยะเด่นและมี เฟนิ และพชื ดอก ค ว า ม ย า ว น า น ก ว่ า ร ะ ย ะ ส ป อ โร ไ ฟ ต์ ตัวอย่างพืชในกลุ่มน้ีได้แก่ มอส ลิเวอร์ เวริ ์ต ฮอรน์ เวริ ต์
จกรรมการเรยี นรู้ 39 สือ่ และอปุ กรณก์ าร การวดั และการประเมนิ ผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ ภาพแสดงภาพวาดเซลลพ์ ืช ายว่า “นอกจากการที่พืชจะต้อง หลายเซลล์แล้ว ยังต้องมีลักษณะ จะเป็นการมีผนังเซลล์ที่เป็นสาร ลส(Cellulose) และสามารถ สงได้เน่ืองจากมีออร์แกเนลล์คือ วัฏจักรชีวิตแบบสลับ ของมอส ก
วตั ถุประสงคก์ าร เนอ้ื หาสาระ กจิ เรยี นรู้ พชื มที ่อลำเลยี ง(Vascular plant) พืชท่ีมีท่อลำเลียงแตไ่ ม่มีเมลด็ (Seedless vascular plants) เป็นกลุ่มที่มีระยะสปอโรไฟต์เด่นมีอายุ ภาพท่ี 3 ภาพแสด ยืนนาน มีลักษณะโครงสร้างของระบบ ราก ลำต้น และใบ ท่ี แท้ จริง ในต้ น จากนั้นครูอธิบ สปอโรไฟต์มีการพัฒนาของเน้ือเยื่อที่ “คือช่วงชีวิตของ เจริญมาเป็นท่อลำเลียงตวั อย่างพืชในกลุ่ม พลอยด์(Diploid น้ีได้แก่ เฟิน,หญ้าถอดปล้อง, ตีนตุ๊กแก, 2 ชุด(2n) โดย (Sporophyte) แ หางสงิ ห์ เป็นระยะทีม่ โี ครโ พืชที่มีเมลด็ (Seed plants) น้ีว่า แกมีโทไฟ เ ป็ น พื ช ท่ี มี ร ะ ย ะ ส ป อ โ ร ไ ฟ ต์ สปอโรไฟต์(Spor (Sporophyte) เด่นชัดและยาวนาน ส่วน มหี นา้ ท่ีสร้างสปอ แกมีโทไฟต์(Gametophyte) จะมีขนาด เซลล์แบบไมโอ เล็กมากอาศัยอยู่ในระยะสปอโรไฟต์ (Gametophyte (Sporophyte) พืชในกลุ่มนี้มีระบบราก ในการสร้างเซลล ลำต้น และใบที่แท้จริงแล้ว อีกท้ังระบบ ไมโทซิส(Mitos รวมกันก็จะได้เป ท่อลำเลียงนำ้ และอาหารใน ต้นสปอโรไฟต์(Sporophyte) ยังมีการ ต่อไป” พัฒ นาเป็นอย่างดี พืชท่ีมีเมล็ดแบ่ง 4. ครูแสดงผงั ม ครา่ ว ๆ ออกเปน็ 2 กลมุ่ ดงั น้ี
จกรรมการเรียนรู้ 40 สื่อและอปุ กรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ ดงวฏั จักรชีวติ แบบสลบั ของมอส เฟิน และพชื ดอก บายเร่ืองวัฏจักรชีวิตแบบสลับ งพืชท่ีมีการสลับระหว่างระยะดิ d) เป็นระยะท่ีมีโครโมโซมจำนวน ย เรียก ระย ะนี้ว่าสป อโรไฟ ต์ และระยะแฮพลอยด์(Haploid) โมโซมชุดเดียว(n) เรยี กระยะ ฟต์(Gametophyte) โดยระยะ rophyte) เป็นชว่ งชีวิตของพืชที่ อร์(Spore) โดยกระบวนการแบ่ง ซิส(Meiosis) ส่วนแกมีโทไฟต์ e) เป็นช่วงชีวิตของพืชที่มีหน้าที่ ล์สืบพันธ์ุโดยการแบ่งเซลล์แบบ sis) และเมื่อเซลล์สืบพันธุ์มา ป็นสปอโรไฟต์(Sporophyte) รุ่น มโนทัศน์ของพืชกล่มุ ตา่ ง ๆ อยา่ ง
วตั ถุประสงคก์ าร เนือ้ หาสาระ กจิ เรยี นรู้ พืชเมล็ดเปลือย(Gymnosperm) คือ พืชท่ีมีโครงสร้างที่จะเจริญไปเป็นเมล็ด นน่ั ก็คือออวลุ (Ovule) แต่ไมม่ ีโครงสร้างที่ จะเจริญไปเป็นสว่ นทหี่ อ่ หุ้มเมล็ดหรือส่วน ท่ีจะเจริญไปเป็นผลนั่นก็คือรังไข่(Ovary) ดังน้นั ออวุลของพืชในกลุ่มนี้จึงไม่ได้อยู่ใน ภาพท่ี 4 ภาพ รงั ไข่เม่ือเกิดการปฏสิ นธทิ ำให้ออวลุ กลาย 5.จาก น้ัน ครูช เป็นเมล็ดเปลือย ตัวอย่างพืชในกลุ่มนี้ อาณาจักรพืช ค ได้แก่ ปรง, แปะก๊วย, เหรียง กลุ่มละ 8-9 คน พืชท่ีเมล็ดมีส่วนห่อหุ้มหรือพืชดอก จับฉลากเพ่ือเลือ (Angiosperm) คือ พื ชท่ี มี ดอ ก เป็ น โดยหัวข้องเรอ่ื งม โครงสร้างในการสบื พนั ธ์ุ มีออวลุ (Ovule) 5.1 พืชไม่มีท เจริญ อยู่ในรังไข่(Ovary) เม่ือเกิดการ 5.2 พืชมีท่อล ปฏสิ นธแิ ล้วทำให้ออวุลกลายเป็นเมล็ดอยู่ 5.3 พืชเมล็ด ในรังไขท่ เี่ จรญิ ไปเปน็ ผล 5.4 พชื ที่มสี ว่ พร้อมท้ังแจกบ ศึกษา กระดาษ บนั ทึกกจิ กรรม 6.ครูให้นักเรีย ความเข้าใจข้อม ได้รับ จากนั้นท
จกรรมการเรียนรู้ 41 สอ่ื และอุปกรณ์การ การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ พแสดงอาณาจกั รพืชอย่างครา่ ว ๆ ช้ีแจงก ารทำกิจก รรม เร่ือ ง ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม น จากน้ันให้ตัวแทนกลุ่มออกมา อกหัวข้อเรื่องในการทำกิจกรรม มี ดงั น้ี ทอ่ ลำเลียง ลำเลยี งแต่ไมม่ เี มลด็ ดเปลอื ย วนห่อหุ้มหรอื พืชดอก บความรู้ในแต่ละหัวข้อท่ีจะต้อง ษฟลิปชาร์ท ปากกา และแบบ ยนแต่ละกลุ่มทำการศึกษาทำ มูลในใบความรู้ท่ีกลุ่มของตนเอง ท ำ ส รุ ป ใ น รู ป ผั ง ค ว า ม คิ ด ล ง ใ น
วตั ถปุ ระสงค์การ เน้อื หาสาระ กจิ เรยี นรู้ กระดาษ ฟลิปชา การศึกษาและทำ 7.เมอื่ ทกุ กลุ่มท แล้ว ครูให้นักเรีย ในกลุ่มที่ตนเองไ ชั้นเรียนโดยให้เ ใน ขณ ะท่ี เพื่ อ น น บันทึกความรู้ลง แจกให้ และเม่ือ แล้วครูจะนำนัก กลุ่มน้ันดังกล่าว พอ้ ย ก่อนท่จี ะมกี ขัน้ สรปุ (10 น 1.ค รู น ำ นั ก เรี อาณาจักรพืช โด ทำแผนผังความค ดงั นี้ 1.1เกณฑ์การ
42 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณก์ าร การวดั และการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมิน าร์ทท่ีครแู จกให้ โดยครูใหเ้ วลาใน ำผงั ความคดิ ทั้งหมด20 นาที ทำแผนผังความคิดเสร็จเรียบรอ้ ย ยนออกมานำเสนอข้อมูลของพืช ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาหน้า เวลากลุ่มละไม่เกิน 5 นาที ซ่ึง น ำเส น อ นั้ น ให้ นั ก เรีย น ที่ เห ลื อ งไปในแบบบันทึกกิจกรรมท่ีครู อกลุ่มหน่ึงนำเสนอเสร็จเรยี บร้อย เรียนสรุปความรู้เก่ียวกับพืชใน วโดยอาศัยส่ือนำเสนอพาวเวอร์ การนำเสนอของกลุ่มถัดไป นาที) ย น ส รุ ป ก า ร จั ด จ ำ แ น ก พื ช ใ น ดยให้นักเรียนระดมความคิดกัน คิดจากคำสำคัญที่ครูกำหนดให้ รมที ่อลำเลียง
วตั ถปุ ระสงค์การ เน้อื หาสาระ กจิ เรยี นรู้ 1.2พื ช ไม่ ม plants) 1.3พืชที่มีท่อ Tracheophytes 1.4เกณฑก์ าร 1.5พืชไมม่ ีเม 1.6พืชท่ีมีเมล 1.7เกณฑก์ าร 1.8พชื เมลด็ เ 1.9พื ช ที่ มี ส (Angiosperm) 2.โด ย ค รู ใ ห้ น ความคิดจากนัน้ ใ ที่กระดานหน้า ความคดิ ให้เรยี บร
43 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณก์ าร การวัดและการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ มี ท่ อ ล ำ เลี ย ง ( Nonvascular อลำเลียง (Vascular plants หรอื s) รมีเมลด็ มล็ด (Seedless plants) ลด็ (Seed plants) รมีส่วนหอ่ หุม้ เมลด็ เปลือย (Gymnosperm) ส่ ว น ห่ อ หุ้ ม เ ม ล็ ด ห รื อ พื ช ด อ ก นั ก เ รี ย น ทุ ก ค น ช่ ว ย กั น ร ะ ด ม ให้ตัวแทนนำคำสำคัญออกมาติด ห้ อ ง พ ร้ อ ม ทั้ ง โย ง เส้ น เชื่ อ ม ผั ง ร้อย
โรงเรยี นสรร กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ย แผนการจดั การเรยี นร ภาคการศกึ ษาปลาย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/พ และ 6/1 สาระชวี วทิ ยา 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบน ดีเอ็นเอ หลักฐานข้อมูล และแนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีว กำเนดิ ของส่งิ มีชีวิต ความหลากหลายของสงิ่ มชี วี ิต และอนกุ รมวธิ าน ผลการเรียนรู้ ม.6/3 อธบิ ายลกั ษณะสำคัญ และยกตัวอยา่ งสงิ่ มีชวี ติ กลุ่มแบคทีเรยี
44 รพยาวทิ ยา ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รู้ เรื่อง อาณาจักรสัตว์ รายวิชา ชีววิทยา6 ว30256 ผสู้ อน นายเรวัตร อยเู่ กดิ นโครโมโซม สมบัติ และหน้าท่ีของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทาง วิต ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบริ ์ก การเกิดสปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ น รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ย สง่ิ มชี วี ิตกลมุ่ โพรทิสต์ ส่ิงมีชีวติ กลุ่มพชื สง่ิ มชี วี ิตกลมุ่ ฟงั ไจ และสิ่งมชี ีวติ กลุ่มสตั ว์
วัตถปุ ระสงคก์ าร เน้ือหาสาระ กจิ เรียนรู้ อาณาจกั รสัตว(์ Kingdom Animalia) ขั้นนำ (10 นา นกั เรยี นสามารถ 1. อธบิ ายลักษณะ สิ่งมีชีวิตในอาณ าจัก รสัตว์ คือ กลุ่ม 1. ครูแสดงภา สำคัญของสิ่งมีชวี ติ ใน อาณาจักรสัตวไ์ ด้(K) สิง่ มีชีวิตท่มี ีลักษณะทัว่ ไป ดังน้ี จนกระทั่งถึงไฟ 2. บอกการจดั จำแนกสิง่ มีชวี ติ ใน 1. เซลลเ์ ปน็ เซลลช์ นดิ ยูคาริโอต และไม่ ภาพแต่ละครัง้ ให อาณาจักรสตั วไ์ ด้(K) 3. บอกลกั ษณะ มผี นังเซลล์ หรือไม่” หรอื “ส สำคญั ของส่งิ มีชวี ติ ใน แตล่ ะไฟลัมของ 2. เปน็ สิ่งมีชีวติ ทมี่ หี ลายเซลล์ 2. จากน้ันครูใ อาณาจักรสตั ว์ได(้ K) 3. มีระยะเอมบรโิ อในวัฏจกั รชีวติ หรือไม่ว่าส่ิงมีชีว 4. สว่ นใหญ่มกี ารเคลอ่ื นไหวโดยใช้ ออกได้เป็นก่ีไฟ กลา้ มเน้อื และการทำงานของเนื้อเย่อื อย่างไร”(คำถาม ประสาท ขนั้ สอน(80 น 5. ดำรงชีวติ เปน็ พวกเฮเทอโรโทรป 1. ครูแสดงภาพ (Heterotroph) คอื ไม่สามารถสร้าง อาหารเองได้ ความหลากหลายของส่งิ มชี วี ติ ใน อาณาจกั รสตั ว์ ส่ิงมีชีวิตในอาณาจกั รสัตวส์ ามารถแบง่ ภาพท ออกได้เป็น 9 ไฟลมั ดงั น้ี จากนน้ั ครูใชค้ ำ 1.ไฟลมั พอรเิ ฟอรา 1.1 ภ าพ ท่ี (Phylum Poriferra) คือ พวกฟองน้ำ (เซลล์สตั ว)์ เป็นพวกท่ีไม่มีเน้ือเยื่อแท้จริง มีช่องทาง ให้น้ำเข้าเรียก Ostia และช่องทางให้น้ำ 1.2 เซลล์ดั ออกเรียก Osculum มีลักษณะพิเศษคือ (ยูคารโี อตกิ เซลล 1.3 นกั เรียน
45 จกรรมการเรียนรู้ สื่อและอปุ กรณ์การ การวัดและการประเมนิ ผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ าที) 1. สือ่ 1. การมี 1. การ าพสัตว์ต้ังแต่ไฟลัมพอริเฟอราไป Powerpoint เรอ่ื ง สว่ นร่วม ประเมินการ ลัมคอร์ดาตา โดยในการแสดง อาณาจกั รสัตว์ และตอบ ตอบคำถาม ห้ถามนักเรียนว่า “รู้จกั สิ่งมีชีวติ นี้ คำถามใน ในชน้ั เรยี น สิ่งมีชีวิตท่เี ห็นในภาพนี้คืออะไร” ชน้ั เรยี น 2. ก า ร ใช้คำถาม ดังนี้ “นักเรียนทราบ 2. การ ประเมินการ วิตในอาณาจักรสัตว์สามารถแบ่ง บันทึกข้อมูล บันทึกข้อมูล ฟลัม แต่ละไฟลัมมีลักษณะเด่น ลงในสมุด ล ง ใ น แ บ บ มปลายเปิด) สมุด ถูกต้อง นาที ) อ ย่ า ง น้ อ ย พเซลลส์ ตั ว์ ร้อยละ 80 ที่ 1 ภาพแสดงเซลล์สตั ว์ ำถาม ดงั น้ี นั ก เรีย น เห็ น อ ยู่ นี้ คื อ อ ะ ไร ง ก ล่ า ว เ ป็ น เ ซ ล ล์ ป ร ะ เ ภ ท ใ ด ล์) นทราบหรือไม่ว่าเซลล์พืชกบั เซลล์
วตั ถุประสงคก์ าร เน้ือหาสาระ กิจ เรยี นรู้ มี Collar cell (Choanocyte) ช่ วย ใน สัตว์มีความแตก การดกั อาหาร มี Amoebocyte คอยช่วย ผนังเซลลแ์ ละคล ในการย่อยอาหาร โดยภายในตัวของ จากนัน้ ครูสรุป ฟองน้ำจะมีโครงร่างค้ำจุนที่เรียกว่า ส่ิงมีชีวิตในอาณา สปิคูล (Spicule) ตัวอย่างส่ิงมีชีวิต ข้อแรกของส่ิงมีช ได้แก่ ฟ องน้ำแก้ว, ฟ อ งน้ำหิน ปูน , ส่ิงมี ชีวิตที่ เป็ น ฟองน้ำถตู ัว ผนังเซลล์” 2.ไฟลมั ไนดาเรีย 2. ครแู สดงภาพ (Phylum Cnidaria) มีเนื่อเยื่อท่ีแท้จริง มีรูปร่าง 2 แบบคือแบบโพลิป(Polyp) มีลักษณะทรงกระบอกและแบบเมดูซา (Medusa) มีลักษณ ะคล้ายมีลักษณ ะ คล้ ายร่ม ห รือระฆั ง บ ริเวณ ห น วด (Tentacle) มเี ซลล์ไนโดไซต์(Cnidocyte) ภาพที่ 2 ภาพ ซึ่งภายในเซลล์น้ีจะมี เข็มพิษอยู่ จากนั้นครูใช้คำ (Nematocyst) ซ่ึงเข็มพิษน้ีมีประโยชน์ อยู่ในกระเพาะอา ในการใช้จับเหยื่อหรือป้องกันตัวเอง 1 ช่องคือ 1 เซ ตัวอย่างส่ิงมีชีวิต ได้แก่ ปะก ารัง, ส่ิ ง มี ชี วิ ต ท กลั ปังหา, แมงกะพรุน, ไฮดรา Multicellular” 3.ไฟลัมแพลทีเฮลมนิ ธสิ ครสู รุปลกั ษณะ ( Phylum Platyhelminthes) เ ป็ น สัตว์ประการที่ กลุม่ สิง่ มชี วี ิตพวกหนอนตวั แบน มีเนือ้ เยื่อ สิ่งมชี วี ิตในอาณา
46 จกรรมการเรยี นรู้ ส่อื และอปุ กรณ์การ การวัดและการประเมินผล เรยี นรู้ การวัด การประเมนิ กต่างกันอย่างไร (เซลล์สัตว์ไม่มี ลอโรพลาสต์) ปลักษณะสำคัญประการแรกของ าจักรสัตว์ ดังนี้ “ลักษณะสำคัญ ชีวิตในอาณาจักรสัตว์ คือ เป็น น ยูค าริโอ ติ ก เซ ลล์ แล ะไม่ มี พเซลลใ์ นกระเพาะอาหาร พแสดงเซลล์ในกระเพาะอาหาร ำถาม ดังนี้ “จากรูปเป็นเซลล์ท่ี าหารของคน ถา้ หากภาพดกั ลา่ ว ซลล์ นักเรียนคิดว่าสัตว์เป็น ท่ี เ ป็ น Unicellular ห รื อ (Multicellular) ะสำคัญของสงิ่ มีชวี ิตในอาณาจักร 2 ดังน้ี “ลักษณะสำคัญ ของ าจักรสำคญั ประการท่ี 2 การเป็น
วตั ถุประสงคก์ าร เนอ้ื หาสาระ กิจ เรยี นรู้ แท้จริง ทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ คือ สิ่งมีชวี ิตหลายเซล มีปากแตไ่ ม่มีทวารหนัก มรี ะบบประสาท 3. จากนน้ั ครใู ห แบบสัตว์ช้ันต่ำ คือ มีเส้นประสาทสอง ท่ีเหลือ คือ กา เส้นขนานกัน และมีเส้นเช่ือมกลางแบบ การเคลื่อนไหวโ ขั้นบันได มีปมประสาทใหญ่สองปมอยู่ท่ี สิ่งมีชีวิตที่สร้างอ หวั ดำรงชีวิตทง้ั เป็นแบบอิสระ และปรสิต โดยแสดงภาพ ดงั ตัวอย่างส่ิงมีชีวิต ได้แก่ พลานาเรีย, พยาธใิ บไม้, พยาธิตวั ตดื 4.ไฟลมั นีมาโทดา (Phylum Nematoda) มีลกั ษณะลำตัว เป็นกระบอกไม่มีข้อปล้อง มีคิวทิเคิล ภาพที่ 3 ภาพแส (cuticle) ห่อหุ้มลำตัวเพื่อป้องกันการ สูญเสียน้ำ มีทางเดินอาหารสมบูรณ์ สามารถดำรงชวี ิตอยู่ได้ท้ังแบบปรสิตและ อิ ส ร ะ ตั ว อ ย่ า ง สิ่ ง มี ชี วิ ต เ ช่ น พยาธิไส้เดือน, พยาธิเส้นด้าย, พยาธิ ภาพท่ี 4 ภ ปากขอ 4. ครูแสดงผังม 5. ไฟลัมแอนนิลิดา ในอาณาจักรสตั ว (Phylum Annelida) มีลักษณะลำตัว เป็นปล้อง มีเย่ือก้ันปล้องเรียกว่าSepta หลอดเลือดบริเวณหัวมีการเปล่ียนแปลง ไป เป็ น หั วใจ สูบ ฉีด เลื อ ด ตั ว อ ย่ า ง
47 จกรรมการเรียนรู้ สอ่ื และอุปกรณ์การ การวดั และการประเมินผล เรียนรู้ การวัด การประเมนิ ลล(์ Multicellular organism) หค้ วามรเู้ กย่ี วกับลกั ษณะท่ีสำคัญ ารมีเอมบริโอในวัฏจักรชี วิต, โดยใช้กล้ามเน้ือ และการเป็น อาหารเองไม่ได้(Heterotroph) งตอ่ ไปน้ี สดงโครงสร้างทเี่ ปน็ เนอื้ เยอ่ื อยา่ งงา่ ย ของพวกไนดาเรีย ภาพแสดงการกินหญ้าของววั มโนทัศน์การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต ว์ออกเป็นไฟลมั ต่าง ๆ 9 ไฟลัม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333