Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256)

Published by Rawat Yukerd, 2021-07-17 09:24:59

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา 6 (ว30256) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสรรพยาวิทยา จัดทำโดย นายเรวัตร อยู่เกิด

Search

Read the Text Version

โรงเรียนสรร กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ย แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง ปญั หาส ภาคการศกึ ษาปลาย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6/พ และ 6/1 สาระชวี วทิ ยา 5. เข้าใจแนวคิดเกีย่ วกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แทนทขี่ องส่งิ มีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพม่ิ ของ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ผลการเรยี นรู้ ม.6/10 วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรุปปัญหามลพิษทางอากาศ และ ม.6/11 วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปญั หาท่ีเกดิ กบั ทรพั ยากรดิน แ

148 รพยาวทิ ยา ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สง่ิ แวดล้อม และทรพั ยากรธรรมชาติ รายวิชา ชีววิทยา6 ว30256 ผู้สอน นายเรวัตร อยู่เกิด น และการหมนุ เวียนสารในระบบนเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลย่ี นแปลง งประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปญั หาและผลกระทบที่เกิดจากการ ะผลกระทบทม่ี ีตอ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม รวมทงั้ เสนอแนวทางการแกไ้ ขปญั หา และผลกระทบทีม่ ีต่อมนษุ ย์ และส่ิงแวดลอ้ ม รวมทงั้ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา

วัตถปุ ระสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กิจกรร เรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ ความรู้ (K) ขน้ั ระบุคำถาม 1. อธิบายสาเหตุของ ปญั หาสง่ิ แวดล้อม และ 1. ครูให้นักเรียนชมวีด ปญั หาส่งิ แวดลอ้ ม ทรพั ยากรธรรมชาติ คือ ความเส่อื ม จากนน้ั ใช้คำถาม ดงั น้ี และ โทรมของสง่ิ แวดลอ้ ม และ 1.1 จากวีดิทศั นม์ ีเน ทรพั ยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรธรรมชาตทิ เ่ี กดิ จากการ เร่อื งใด ได้ (K) เปล่ยี นแปลงทางกายภาพ ชีวภาพ และ (เก่ยี วกับเรอื่ งปัญหาสงิ่ แวด 2. ระบปุ ระเภทของ ทางเคมขี องทรัพยากรธรรมชาติ ซง่ึ ส่งผล ทีด่ ีต่อสงิ่ แวดลอ้ ม) มลพิษทาง กระทบตอ่ การดำรงชีวิตของสงิ่ มชี ีวิต 1.2 จากวีดทิ ัศน์ นกั สงิ่ แวดล้อมได้ (P) สาเหตขุ องปญั หาสิง่ แวดล้อม และ สาเหตมุ าจากส่งิ ใด 3. ยกตวั อยา่ งมลพิษ ทรพั ยากรธรรมชาติ แบง่ เปน็ 2 สาเหตุ (คำตอบมหี ลากหลายตามป ทางส่งิ แวดลอ้ มแต่ 1. สาเหตุจากธรรมชาติ คอื 1.3 จากวีดิทศั น์ มล ละประเภทได้ (P) การเปลย่ี นแปลงท่ีเกดิ จากธรรมชาติ (มลพิษจากขยะมูลฝอย มล 4. เขียนผังกราฟกิ และสง่ ผลให้เกิดปญั หาส่งิ แวดลอ้ ม และ และมลพษิ ทางเสยี ง) เรอ่ื ง ปญั หา ทรัพยากรธรรมชาติ 1.4 นักเรยี นคดิ ว่าป สิ่งแวดลอ้ ม และ ตัวอย่าง สง่ิ แวดลอ้ ม เหมือนหรือแต ทรัพยากรธรรมชาติ 1.1 ไฟปา่ เปน็ สาเหตทุ ีท่ ำใหเ้ กดิ (คำตอบมหี ลากหลายตามป ได้ (P) การสญู เสียทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล 3. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เร ทัง้ พืช สัตว์ ดิน อนิ ทรียวัตถตุ ่างๆ ดลุ ย ปัญหาสิง่ แวดล้อม จากนั้น ภาพของระบบนิเวศ รวมทงั้ กอ่ ให้เกดิ คำถามทน่ี กั เรียนตัง้ ไวข้ า้ งต 5. มคี วามม่งุ ม่ันใน แกส๊ พิษ และฝุ่นละอองทเ่ี ปน็ อันตรายตอ่ การทำงาน และมีจติ ระบบหายใจของสง่ิ มชี วี ิต สาธารณะ (A) 1.2 นำ้ ทว่ ม เปน็ สาเหตทุ ่ที ำให้ดิน

149 รมการเรยี นรู้ สอื่ /แหลง่ การประเมินการเรียนรู้ การเรยี นรู้ 1.Power 1. ประเมนิ การอธบิ าย ดิทัศน์ เร่ือง ปัญหาส่ิงแวดล้อม point สาเหตขุ องปญั หา ประกอบการ สง่ิ แวดล้อม และ นอื้ หา และการอธิบายเกย่ี วกบั บรรยาย เร่ือง ทรพั ยากรธรรมชาติโดยใช้ ปัญหา การตอบคำถามในชน้ั เรยี น ดล้อม และรณรงคใ์ ห้มีจติ สำนกึ สง่ิ แวดล้อม และ 2. ประเมนิ การระบุ กเรยี นคิดว่าปัญหาส่งิ แวดล้อมมี ทรพั ยากรธรรม ประเภทของมลพิษทาง ชาติ สงิ่ แวดลอ้ มโดยใช้การตอบ ประสบการณข์ องนกั เรยี น) คำถามในชัน้ เรียน ลพษิ ทางสงิ่ แวดล้อม มอี ะไรบ้าง 2. อุปกรณ์ใน ลพษิ ทางนำ้ มลพิษทางอากาศ การทำกิจกรรม 3. ประเมินการยกตัวอยา่ ง 2.1 มลพิษทางสิ่งแวดล้อมแต่ ปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม กบั มลพษิ กระดาษ ละประเภทโดยใช้การตอบ ตกตา่ งกนั อย่างไร A3 คำถามในชน้ั เรียน ประสบการณ์ของนกั เรยี น) 2.2 ขา่ ว รียนตง้ั คำถามเก่ยี วกับ สิ่งแวดล้อม 4. ประเมนิ ผังกราฟกิ เรื่อง นใหน้ กั เรียนคาดคะเนคำตอบของ จำนวน 4 ข่าว ปญั หาสิ่งแวดล้อม และ ตน้ 2.3 ทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ กระดาษคำส่ัง แบบประเมินผงั กราฟกิ สืบคน้ ขอ้ มูล 1 ช้นิ

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้ เส่ือมคุณภาพ และไมส่ ามารถใชท้ ำ คำถามสำคญั การเกษตรได้ 1. ปญั หาสิ่งแวดล้อม คือ 1.3 แผ่นดินไหว เป็นสาเหตุท่ที ำ 2. มลพิษสิ่งแวดล้อมคือ ใหแ้ หลง่ ท่ีอยู่อาศัยของสิ่งมชี ีวิตพังทลาย อะไรบ้าง และทำลายสมดลุ ของระบบนเิ วศ ข้นั แสวงหาสารสนเทศ 1.4 ภเู ขาไฟปะทุ เป็นสาเหตทุ ี่ทำ 1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรยี นอ ให้สง่ิ แวดลอ้ มถูกทำลาย เนอ่ื งจากลาวา เพ่อื ทำกิจกรรม ทำลายส่งิ มชี วี ติ และเมือ่ ลาวาเย็นตัวลง 2. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละก จะกลายเปน็ หนิ ทำให้สิ่งแวดลอ้ มบริเวณ ในการทำกจิ กรรม กลมุ่ ละ นั้นเปล่ียนปลงไปอยา่ งมาก ใช้เวลานาน 2.1 ขา่ วส่ิงแวดลอ้ ม กว่าจะกลับสสู่ ภาพเดมิ หากเกดิ การปะทุ 2.2 กระดาษคำสั่งส ใต้ทะเลจะทำใหเ้ กิดคลน่ื ขนาดใหญซ่ ัด 3. ครูมอบหมายให้นักเ ทำลายสู่ชายฝั่งทะเล รวมท้งั ไอ และควัน ชุดกิจกรรม และแบ่งหน้า จากการปะทุทก่ี อ่ ใหเ้ กิดอันตรายตอ่ สงสัยใดๆ ให้สอบถามคร ระบบหายใจของส่ิงมีชีวิต และศกึ ษาข้อมลู 10 นาที 2. สาเหตจุ ากมนษุ ย์ 4. เมื่อหมดเวลาการส คอื การนำทรัพยากรธรรมชาตมิ าใชโ้ ดย นัก เรีย นแต่ก ลุ่ม อภิ ป ร ไม่คำนึงถึงผลเสยี ที่จะตามมาภายหลัง แลกเปล่ียนขอ้ มูลของสมา ตัวอยา่ ง ชว่ ยกันสอน และสรุปเนือ้ ห 2.1 การเพิ่มจำนวนประชากร เป็น ที่ครูมอบหมายให้ สุดท้าย สาเหตุที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเส่ือม องคค์ วามรู้ครบถว้ น ระยะเ โทรม และหมดไป เน่ืองจากจำนวน

150 รมการเรยี นรู้ ส่อื /แหลง่ การประเมนิ การเรียนรู้ การเรียนรู้ ออะไร และมสี าเหตมุ าจากสิง่ ใด 3. ปากกาสี 5. ประเมินความมุ่งมั่นใน ออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท การทำงานโดยใชแ้ บบ ประเมิน 4. วีดทิ ัศน์ เร่อื ง ปัญหา ออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ส่งิ แวดล้อม กลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมารับอุปกรณ์ 1 ชดุ ประกอบด้วย ม จำนวน 4 ขา่ ว สบื ค้นข้อมลู 1 ช้นิ เรียนแต่ละกลุ่มอ่านคำสั่งในซอง าที่กันปฏิบัติตามคำสั่ง หากมีข้อ รูผู้สอน ระยะเวลาในการสืบค้น สืบค้น และศึกษาข้อมูล ครูให้ ราย ร่วมกัน ภายใน กลุ่ มเพ่ื อ าชิกแต่ละคน โดยให้สมาชิกกลุ่ม หาจากประเด็นการศึกษาทัง้ หมด ยนักเรียนสมาชิกแต่ละคนต้องได้ เวลา 10 นาที

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กิจกรร เรยี นรู้ ประชากรเพม่ิ ขนึ้ ความตอ้ งการในการใช้ ข้นั สรา้ งความรู้ ทรพั ยากรก็เพมิ่ ขน้ึ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละก 2.2 การขยายของตวั เมอื ง เปน็ ครูสุ่มเรียกตัวแทนกลุ่มล สาเหตุตอ่ เนื่องมากจากการเพ่มิ จำนวน คำถามมที ง้ั หมด 5 ชดุ คำถ ประชากร เมอ่ื ประชากรมเี พิ่มขึ้น ความ 1 ชดุ คำถามตอ่ 1 รอบการ ต้องการทีอ่ ยู่อาศยั ก็เพิ่มขน้ึ ด้วย ทำให้ 2. ชดุ คำถามที่ 1 รอบท เกดิ การบกุ รุกพน้ื ทีท่ างธรรมชาติ 2.1 ข่าวใดเป็นขา่ วม 2.3 ความเจรญิ กา้ วหน้าทาง 2.2 มลพษิ ทางอากา วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เปน็ สาเหตุ 2.3 มลพิษทางอากา หน่ึงทท่ี ำให้ส่งิ แวดลอ้ มเสื่อมโทรม เชน่ 2.4 ยกตัวอยา่ งมลพ การท้ิงน้ำจากโรงงานอตุ สาหกรรม 3. ชุดคำถามที่ 2 รอบท 2.4 การขาดจิตสำนึกเพื่อสว่ นรวม 3.1 ขา่ วใดเป็นขา่ วม ในชีวติ ประจำวันมนุษย์มองข้าม 3.2 มลพษิ ทางดนิ ค ความสำคัญของสง่ิ แวดล้อม และ 3.3 มลพษิ ทางดนิ ส ทรพั ยากรธรรมชาติ และคดิ วา่ ปญั หา 3.4 ยกตัวอย่างมลพ ต่างๆไมไ่ ดเ้ กี่ยวขอ้ งกบั ตนเอง 4. ชดุ คำถามที่ 3 รอบท มลพิษทางส่ิงแวดลอ้ ม คือ การเสื่อม 4.1 ขา่ วใดเป็นข่าวม คณุ ภาพของสิ่งแวดล้อม และ 4.2 มลพิษทางน้ำ ค ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการ 4.3 มลพษิ ทางน้ำส เปลีย่ นแปลงดา้ นคณุ ภาพ ทำให้นำมาใช้ 4.4 ยกตวั อย่างมลพ ประโยชน์ได้นอ้ ยลง 5. ชุดคำถามท่ี 4 รอบท ประเภทมลพิษทางส่งิ แวดลอ้ ม 5.1 ข่าวใดเปน็ ข่าวม

151 รมการเรียนรู้ สือ่ /แหลง่ การประเมินการเรียนรู้ การเรียนรู้ กลุ่มแข่งขันกันตอบคำถาม โดย ละ 1 คนออกมาแข่งขัน โดย ถาม และใหน้ ักเรียนร่วมกันเลือก รแขง่ ขัน ท่ี 1 มลพษิ ทางอากาศ าศ คืออะไร าศส่งผลเสยี ต่อสง่ิ มีชวี ิตอยา่ งไร พษิ ทางอากาศ ที่ 2 มลพษิ ทางดิน คอื อะไร ส่งผลเสียตอ่ สิง่ มชี วี ิตอย่างไร พษิ ทางดนิ ท่ี 3 มลพิษทางนำ้ คืออะไร ส่งผลเสียตอ่ สงิ่ มชี วี ิตอย่างไร พษิ ทางนำ้ ท่ี 4 มลพษิ ทางเสียง

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้ 1. มลพิษทางน้ำ หมายถึง น้ำมี 5.2 มลพิษทางเสยี ง คุณภาพเสื่อมโทรม หรือมีคุณสมบัติ 5.3 มลพษิ ทางเสียง เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซ่ึงส่งผลเสียต่อ 5.4 ยกตัวอย่างมลพ การดำรงชีวิตของมนุษย์ และส่ิงมีชีวิตใน 6. ชดุ คำถามที่ 5 รอบท น้ำ 6.1 ปัญหาทางส่งิ แว ตวั อยา่ งมลพษิ ทางน้ำ คอื อะไร ยาฆา่ แมลง น้ำมนั ขยะ โลหะหนัก 6.2 มลพษิ ของส่งิ แว 2. ม ลพิ ษ ท างอากาศ หม าย ถึง 6.3 สาเหตุของปัญ อากาศมีการเจือปนของสารต่างๆใน อะไรบ้าง ปริมาณมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบ 6.4 มลพิษของสิ่งแ หายใจของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งก่อใหเ้ กิดโรค แบง่ ออกเปน็ ก่ปี ระเภท อะ ทีเ่ ก่ยี วกับระบบทางเดนิ หายใจ 7. ครู และนกั เรยี นรว่ มก ตวั อยา่ งมลพิษทางอากาศ สง่ิ แวดล้อม และทรัพยากร แก๊สท่ีเกิดจากการเผาไม้เช้ือเพลิง (ควัน นำเสนอ เขม่า) 6. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเร อนุภาคที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ (ฝุ่น ความเข้าใจรว่ มกนั ภายในก ละออง ตะกั่ว ปรอท) กัมมันตภาพ รังสีจาก โรงงานไฟ ฟ้ า ขนั้ ส่ือสาร ปรมาณู 1. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะก 3. มลพิษทางดิน หมายถึง ดินที่ถูก ส่ิงแวดลอ้ ม และทรพั ยากร ทำให้คุณสมบัติเปล่ียนไป จนมีสภาพไม่ ประกอบด้วยสาเหตขุ องปัญ เหมาะสมตอ่ สิ่งมีชีวติ ทรัพยากรธรรมชาติ มลพษิ

152 รมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่ง การประเมนิ การเรียนรู้ การเรียนรู้ ง คอื อะไร งส่งผลเสยี ตอ่ สิง่ มีชีวติ อย่างไร พิษทางเสยี ง ที่ 5 วดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ วดล้อม คืออะไร ญหาทางส่ิงแวดล้อมมีกี่สาเหตุ แวดล้อมตามหนังสือแบบเรียน ะไรบา้ ง กันอภิปรายสรปุ เกี่ยวกบั ปัญหา รธรรมชาติ โดยใชโ้ ปรแกรม รยี นซกั ถามข้อสงสัย และทำ กลมุ่ อีกครง้ั กลุม่ จัดทำผังกราฟิก เรือ่ งปัญหา รธรรมชาติ ภายในผังกราฟกิ ต้อง ญหาสิง่ แวดลอ้ ม และ ษของสงิ่ แวดล้อม และตัวอยา่ ง

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้ ตัวอยา่ งมลพิษทางดนิ ของมลพษิ ของส่ิงแวดล้อม ดินมีการปนเป้ือนยาปราบศัตรูพืชใน ในผงั ใหส้ มบรู ณ์ลงในกระด ปรมิ าณสงู 2. ครู และนักเรียนอ ดนิ แหง้ แลง้ เน่อื งจากการตัดไมท้ ำลายปา่ และขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกบั ผ ดินขาดธาตุอาหาร และความอุดม ข้นั ตอบแทนสงั คม สมบรู ณ์ 1. ครูมอบหมายให้นักเ 4. ม ล พิ ษ ท า งเสี ย ง ห ม า ย ถึ ง ผลงานของกลุ่มตนเองให้ถ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่อการ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายร ดำรงชีวิตของมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อ ลง social สาธารณะเพื่อใ ระบบต่างๆของร่างกาย และอาจทำให้ ผลงาน เกิดโรคสูญ เสียก ารได้ยิน ห รือ โรค ประสาทหเู สื่อม (hearing loss) ตัวอยา่ งมลพิษทางเสียง เสยี งเครอื่ งยนตจ์ ากยานพาหนะ เสยี งเคร่ืองจักรจากโรงงานอตุ สาหกรรม ทกั ษะสำคัญ (P)  ความสามารถในการในการส่อื สาร (การพดู การเขียน การอ่าน)

153 รมการเรยี นรู้ สือ่ /แหล่ง การประเมนิ การเรยี นรู้ การเรียนรู้ พร้อมเขยี นองคป์ ระกอบตา่ งๆ ดาษ A3 ภิ ร า ย ร่ ว ม กั น แ ส ด ง ค ว า ม เ ห็ น ผลงานของนกั เรยี น เรียนแต่ละกลุ่มแก้ไข ปรับปรุง ถูกต้อง และสวยงาม จากน้ันครู รูปคู่กับผลงานของตนเอง โพสต์ ห้ผู้อ่ืนมีโอกาสได้เรียนรู้ และชม

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้  ความสามารถในการคิด (การวเิ คราะห์ สังเคราะห์)  ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (กระบวนการกลมุ่ )  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) ม่งุ ม่ันในการทำงาน มจี ติ สาธารณะ

154 รมการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่ง การประเมินการเรยี นรู้ การเรยี นรู้

โรงเรียนสรร กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทย แผนการจดั การเรียนรู้ เรอื่ ง การใ ภาคการศกึ ษาปลาย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/พ และ 6/1 สาระชีววทิ ยา 5. เขา้ ใจแนวคิดเกี่ยวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงาน แทนทข่ี องสิ่งมีชวี ิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพ่ิมของ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ผลการเรียนรู้ ม.6/10 วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปัญหามลพิษทางอากาศ และ ม.6/11 วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปัญหาที่เกิดกบั ทรพั ยากรดนิ แ

155 รพยาวิทยา ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งย่ังยนื รายวชิ า ชวี วิทยา6 ว30256 ผ้สู อน นายเรวัตร อยู่เกิด น และการหมนุ เวียนสารในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลย่ี นแปลง งประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการ ะผลกระทบทมี่ ีต่อมนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดล้อม รวมท้งั เสนอแนวทางการแกไ้ ขปญั หา และผลกระทบท่มี ตี ่อมนษุ ย์ และส่ิงแวดล้อม รวมท้ังเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา

วัตถุประสงค์การ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรียนรู้ ความรู้ (K) ข้ันระบคุ ำถาม นกั เรียนสามารถ 1. อธิบายหลกั การ การอนุรักษ์ (conservation) คือ 1. ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น ช ปฏบิ ตั ิเพ่อื ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาใหส้ งิ่ แวดลอ้ ม และ ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งย อย่างยั่งยืนได้ (K) 2. อธิบาย ทรัพยากรธรรมชาตคิ งสภาพเดมิ ไดม้ าก 1.1 จากวดี ิทัศน์มเี น ความหมาย และ หลักการอนุรกั ษ์ ทส่ี ดุ หรือเกดิ การสูญเปลา่ นอ้ ยท่ีสุด เรอื่ งใด ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยัง่ ยนื ได้ (K) หลักการอนุรักษ์ (เกย่ี วกบั เรอ่ื งหลกั การปฏบิ 3. อธิบาย ความหมาย และ 1. การสำรวจข้อมูล อย่างย่ังยนื ) หลกั การจดั การ ทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นการทำความเข้าใจของสง่ิ ที่เราจะ 1.2 จากวดี ทิ ัศน์ นัก อย่างยั่งยืนได้ (K) อนรุ กั ษ์ และประเมินผลกระทบ หลกั การปฏบิ ัตเิ พื่อใช้ทรัพย 4. อธบิ าย ความหมาย และ 2. การปอ้ งกันรกั ษา (คำตอบมหี ลากหลายตามป เป็นการทำให้เกิดการเปล่ยี นแปลงกบั 1.3 จากวดี ิทศั นห์ ลัก ทรพั ยากรนอ้ ยทส่ี ุด ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งย การจดั การ (management) คือ การ (คำตอบมีหลากหลายตามป ใช้ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งถกู วิธี และ 1.4 นักเรยี นคิดวา่ ห เป็นระบบ เพื่อใหม้ ีเพยี งพอกบั ความ ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างย ต้องการ และให้เกิดผลกระทบต่างๆนอ้ ย อีกบา้ ง ที่สดุ (คำตอบมหี ลากหลายตามป ห ลั ก ก า ร ข อ ง ก า ร จั ด ก า ร 3. ครูเปดิ โอกาสให้นกั เร ทรพั ยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม หลักการปฏิบัติเพ่ือใช้ทร 1. การฟื้นฟู และปรับปรุงคุณภาพ จากน้ันให้นักเรียนคาดคะ คือ การปรับปรุงคุณภาพทรัพยากรท่ีไม่ ตัง้ ไวข้ ้างต้น เหมาะกับการใช้ประโยชน์ให้นำกลับมา

156 รมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่ง การประเมินการเรยี นรู้ การเรียนรู้ 1.Power 1. ประเมินการอธิบาย ช ม วี ดิ ทั ศ น์ เ รื่ อ ง ก า ร ใ ช้ point หลกั การปฏิบตั เิ พื่อใช้ ยง่ั ยืน จากนั้นใช้คำถามดงั น้ี ประกอบการ ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ ง น้ือหา และการอธิบายเกี่ยวกบั บรรยาย เรอื่ ง ยั่งยืนโดยใช้การตอบ การใช้ คำถามในชั้นเรยี น บัตเิ พอ่ื ใชท้ รัพยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรธรรม 2. ประเมนิ การอธิบาย ชาติอยา่ งย่งั ยืน ความหมาย และหลกั การ กเรยี นคิดวา่ เหตุใดจึงต้องมี 2. อปุ กรณใ์ น อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ยากรธรรมชาตอิ ย่างยง่ั ยืน การทำกจิ กรรม อยา่ งยัง่ ยนื โดยใชก้ ารตอบ ประสบการณข์ องนกั เรยี น) 2.1 คำถามในช้ันเรียน กการปฏิบัติเพอ่ื ใช้ กระดาษ 3. ประเมินการอธบิ าย ยงั่ ยืน มอี ะไรบา้ ง A3 ความหมาย และหลักการ ประสบการณ์ของนกั เรียน) 2.2 แบบ จัดการทรพั ยากรธรรมชาติ หลกั การปฏบิ ัติเพ่ือใช้ บันทกึ กิจกรรม อยา่ งยง่ั ยืนโดยใชก้ ารตอบ ยง่ั ยืนนอกจากในวีดทิ ัศน์ มีอะไร เร่อื ง การใช้ คำถามในชัน้ เรยี น ทรัพยากรธรรม ประสบการณ์ของนกั เรยี น) ชาติอยา่ งย่งั ยนื รยี นตง้ั คำถามเกีย่ วกบั 2.3 รัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กระดาษ ะเนคำตอบของคำถามที่นักเรียน คำศัพท์ Cross word 4. ประเมินการอธบิ าย

วตั ถปุ ระสงค์การ สาระการเรยี นรู้ กิจกรร เรียนรู้ หลกั ปรัชญา ใช้ประโยชน์ได้ คำถามสำคัญ เศรษฐกจิ พอเพยี งกับ 2. การใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ หลักการปฏิบัติเพื่อใช้ทร ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรให้ถูกประเภท และถูก อะไรบา้ ง ได้ (K) วธิ ีทำให้ได้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่าง ขัน้ แสวงหาสารสนเทศ เต็มที่ และอาจได้ผลพ ลอยได้ (by 1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรยี นอ 5. เขียนผงั กราฟิก product) เพอื่ ทำกจิ กรรม เร่ือง การใช้ 3. ก า ร ใ ช้ ซ้ ำ คื อ ก า ร น ำ 2. ครูให้นักเรียนแต่ละ ทรพั ยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ซ้ำโดยไม่ทำให้ ปริศนาคำใบ้ กลุ่มละ 5 ภ อยา่ งย่งั ยนื ได้ (P) ทรัพยากรนนั้ เปลีย่ นรปู รา่ งไป ชว่ ยกันแก้ปรศิ นาเพ่ือนำม 4. การนำกลับมาใช้ใหม่ คือ การ จากครผู สู้ อน 1 ภาพ ตอ่ 1 6. มีความมุง่ ม่นั ใน นำทรัพยากรท่ีเปล่ียนสภาพไปอยูใ่ นรปู ท่ี 3. ครูมอบหมายให้นัก การทำงาน และมจี ติ ไม่ต้ องก ารก ลับ ม าใช้ให ม่ โดย ผ่าน ขอ้ มูลเพื่อตอบคำถามในเอ สาธารณะ (A) กระบวนการแปรสภาพทรพั ยากร จากครูผสู้ อน ระยะเวลา 1 5. ลดการใช้ คือ การลดปริมาณการ 4. เมื่อหมดเวลาการส ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้ในปริมาณ อภิปรายร่วมกันภายในก ทพ่ี อเหมาะและเท่าท่ีจำเป็น สมาชิกแต่ละคน โดยให้สม 6. การใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเติม คือ การ เนื้อหาจากประเด็นการศ ลดปริมาณภาชนะบรรจุท่ีเป็นขวด และ สดุ ทา้ ยนกั เรยี นสมาชิกแตล่ ลดการผลิตบรรจภุ ณั ฑ์ ระยะเวลา 10 นาที 7. การหาส่ิงอ่ืนมาทดแทน คือ การ ห าสิ่ งอื่ น ม าใช้ ป ระ โย ช น์ ท ด แ ท น ทรัพยากรทเี่ ร่ิมมปี รมิ าณลดลง

157 รมการเรียนรู้ สือ่ /แหลง่ การประเมนิ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ 3. ปากกาสี ความหมาย และหลัก รัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนมี ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. วีดิทัศน์ กบั ทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดย เรอื่ ง การใช้ ใชก้ ารตอบคำถามในชน้ั ออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ทรัพยากรธรรม เรียน ชาตอิ ย่างยง่ั ยนื ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับภาพ 5. ประเมนิ ผงั กราฟิก เร่อื ง ภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ปญั หาสง่ิ แวดล้อม และ มาแลกเอกสารประกอบการเรียน ทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ 1 เอกสาร แบบประเมินผงั กราฟิก กเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้น อกสารประกอบการเรียนที่ได้รับ 6. ประเมินความมุ่งมัน่ ใน 15 นาที การทำงานโดยใช้แบบ สืบค้น ครูให้นักเรียนแต่กลุ่ม ประเมิน กลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของ มาชิกกลุ่มช่วยกันสอน และสรุป ศึกษาท้ังหมดท่ีครูมอบหมายให้ ละคนต้องไดอ้ งค์ความรู้ครบถ้วน

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้ ขั้นสรา้ งความรู้ 1. ครสู ่มุ เรียกตัวแทนกล ป รั ช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรม (sufficiency economy) หมายถึง 2. ครู และนักเรียนร่วม ปรัชญาที่ชี้ และเน้นแนวทางการดำรงชีพ การอนุรักษท์ รัพยากรธรรม หรือการปฏิบัติตนของประชาชนในทุก 3. ครูให้นักเรียนแต่ล ระดับใหเ้ ปน็ ไปตามทางสายกลาง มคี วาม ภาษาอังกฤษเกีย่ วกับการจ พอเพียง รวมทั้งมีภูมิคุ้มกันต่อการรับ 4. เมื่อแข่งขันกิจกรรม ผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง นักเรียนร่วมกันอภิปรายเ ใดๆ เพื่อให้สามารถก้าวทันโลกในยุค แ ต ก ต่ างข อ งค ำศั พ ท์ โลกาภวิ ฒั นไ์ ด้ ทรพั ยากรธรรมชาติ หลักปรัชญ าเศรษฐกิจพอเพียงกับ 5. ครูสุ่มเรียกตัวแทนก ทรพั ยากรธรรมชาติ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. ก า ร ยึ ด ท า ง ส า ย ก ล า ง กั บ 6. ครู และนักเรียนร่ว ท รัพ ย า ก รธรรม ช า ติ คื อ ก ารใช้ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ทรัพยากรในปริมาณท่ีไม่มาก หรือน้อย ขน้ั สอื่ สาร เกินไป 1. ครใู ห้นักเรียนแต่ละก 2. ค ว า ม ไ ม่ ป ร ะ ม า ท กั บ ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งย ท รัพ ย า ก รธรรม ช า ติ คื อ ก ารน ำ ประกอบดว้ ยหลักการอนุรกั ทรัพยากรไปใช้งานเพ่ือประโยชน์ด้าน หลกั การจัดการทรพั ยากรธ ต่างๆ และควบคุมปริมาณการใช้อย่าง พอเพยี ง และยกตวั อย่างขอ เหมาะสม พร้อมทัง้ มีการสรา้ งขน้ึ ทดแทน องคป์ ระกอบตา่ งๆในผงั ให

158 รมการเรียนรู้ สอื่ /แหลง่ การประเมินการเรียนรู้ การเรียนรู้ ลุ่ม ตอบคำถามเกี่ยวกับหลกั การ มชาติ มกันอภิปรายเก่ียวกับหลักการ มชาติ ะกลุ่มแข่งขันกันทายคำศัพท์ จัดการทรพั ยากรธรรมชาติ มทายคำศัพท์เสร็จสิ้น ครูและ เกี่ยวกับความหมาย และความ ที่ เก่ี ย ว ข้ อ งกั บ ก ารจั ด ก าร กลุ่ม เติมคำลงในช่องว่าง เร่ือง มกันอภิปรายเกี่ยวกับปรัชญา กลมุ่ จัดทำผงั กราฟิก เรอื่ งการใช้ ยั่งยนื ภายในผังกราฟกิ ต้อง กษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ธรรมชาติ และปรชั ญาเศรษฐกจิ องแต่ละหวั ขอ้ พรอ้ มเขียน ห้สมบูรณล์ งในกระดาษ A3

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้ 3. ค ว า ม พ อ ป ร ะ ม า ณ กั บ 2. ครู และนักเรียนอ ทรัพยากรธรรมชาติ คือ การประเมิน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผ ปริมาณการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ 3. ครูให้นักเรียนแต่ละก ประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยไม่ใช้ใน ความรู้ เรื่อง การใช้ทรัพย ปริมาณมากเกินความจำเป็น หรือขาด โปรแกรม kahoot การควบคมุ ขนั้ ตอบแทนสังคม 4. ค ว า ม มี เ ห ตุ ผ ล กั บ 1. ครูมอบหมายให้นักเ ทรัพยากรธรรมชาติ คือ การใช้เหตุผล ผลงานของกลุ่มตนเองให้ถ พิจารณ า และตัดสินถึงระดับความ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายร พอเพียงในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลง social สาธารณะเพ่ือใ ตลอดจนผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการ ผลงาน นำทรัพยากรธรรมชาตมิ าใช้ 5. การเตรียมความพร้อมกับการ เปลยี่ นแปลงกบั ทรัพยากรธรรมชาติ คือ แนวทางที่สนับสนุน และส่งเสริมให้ ชุมชนใช้ทรพั ยากรในท้องถ่ินสำหรบั การ ผลิต และการใช้ประโยชน์มากข้ึน พึ่งพา ทรพั ยากรจากภายนอกให้น้อยท่สี ดุ ทกั ษะสำคัญ (P)  ความสามารถในการในการสื่อสาร (การพดู การเขยี น การอ่าน)

159 รมการเรียนรู้ สือ่ /แหล่ง การประเมนิ การเรยี นรู้ การเรียนรู้ ภิ ร า ย ร่ ว ม กั น แ ส ด ง ค ว า ม เ ห็ น ผลงานของนักเรยี น กลุ่มแข่งขันตอบคำถามทบทวน ยากรธรรมชาติอย่างย่ังยืน ผ่าน เรียนแต่ละกลุ่มแก้ไข ปรับปรุง ถูกต้อง และสวยงาม จากนั้นครู รูปคู่กับผลงานของตนเอง โพสต์ ห้ผู้อื่นมีโอกาสได้เรียนรู้ และชม

วตั ถุประสงคก์ าร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรร เรยี นรู้  ความสามารถในการคิด (การวเิ คราะห์ สังเคราะห์)  ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (กระบวนการกลมุ่ )  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) ม่งุ ม่ันในการทำงาน มจี ติ สาธารณะ

160 รมการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่ง การประเมินการเรยี นรู้ การเรยี นรู้

161 ภาคผนวก ก แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

162 รายการประเมนิ พฤตกิ รรมบ่งช้ี เกณฑ์ประเมนิ ทักษะการสร้างผังกราฟกิ โดยใช้เกณฑ์การประเมินแบบรบู รคิ ส์ รายการประเมนิ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี 1. การจัดเรียงมโน ทัศน์ 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 2. การเช่อื มโยง แสดงมโนทศั นห์ ลกั ได้ แสดงมโนทศั นห์ ลกั ได้ แสดงมโนทัศน์หลักได้ ระหว่างข้อมูล ชัดเจน แยกมโนทศั นย์ อ่ ย ชัดเจน แยกมโนทัศน์ ชัดเจน แต่ไม่แยกมโน 3. เนอ้ื หา 4. การออกแบบ ออกมาจากมโนทศั นห์ ลกั ย่อยออกมาจากมโนทัศน์ ทศั น์ย่อยออกมาจากมโน จัดวางมโนทัศน์ที่อยู่ใน หลัก ทัศน์หลัก และไม่ได้จัด ระดับเดียวกันให้อยู่ใน แต่ไมไ่ ดจ้ ดั วางมโนทัศน์ที่ วางม โน ทั ศ น์ ที่ อ ยู่ ใน ระน าบ เดี ยวกั น แล ะ อยู่ในระดบั เดียวกันให้อยู่ ระดับเดียวกันให้อยู่ใน ข้อมูลท่ีอยู่ในมโนทัศน์ ในระนาบเดียวกัน หรือ ระนาบเดียวกัน รวมถึง รองเป็นประเด็นย่อยท่ี ข้อมูลที่อยู่ในมโนทัศน์ ข้อมูลท่ีอยู่ในมโนทัศน์ แยกออกมาจากมโนทัศน์ รองไม่ได้เป็นประเด็น รองไม่ได้เป็นประเด็น หลัก ย่อยที่แยกออกมาจาก ย่อยท่ีแยกออกมาจาก มโนทศั นห์ ลัก มโนทัศนห์ ลกั มกี ารลากเสน้ เช่ือมแสดง มกี ารลากเสน้ เชอ่ื มแสดง มีการลากเส้นเชอื่ มแสดง ความสมั พันธ์ได้อย่าง ความสัมพันธ์ได้อย่าง ความสัมพันธ์แต่ไม่ระบุ ถกู ตอ้ งทัง้ หมด มกี ารใช้ ถูกต้อง มีการใช้คำเชื่อม ค ำ เช่ื อ ม เพ่ื อ อ ธิ บ า ย คำเชอื่ มเพอื่ อธบิ าย เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ของแต่ละ ความสมั พันธข์ องระหวา่ ง ระห ว่างม โน ทั ศ น์ แ ต่ มโนทศั น์ มโนทศั น์ได้ถูกตอ้ ง เลอื กใชค้ ำเช่อื มผดิ แสดงข้อมู ลสำคัญ ได้ แสดงข้อ มูลสำคัญ ได้ แสดงข้อมูลสำคัญ ได้ ครบถ้วน ข้อมูลมีความ ครบถ้วน ข้อมูลมีความ ครบถ้วน แต่ข้อมูลและ ถูกต้อง และเขียนสะกด ถูกตอ้ ง แต่เขียนสะกดคำ เขยี นสะกดคำไมถ่ กู ตอ้ ง คำไดถ้ กู ตอ้ งท้ังหมด ไม่ถกู ต้อง ผังกราฟิกเป็นระเบียบ ผังกราฟิกเป็นระเบียบ ผังกราฟิกไม่เป็นระเบียบ ง่ายต่อการอ่านมีความ ง่ายต่อการอ่าน มีความ ไม่น่าสนใจ แต่ไม่มีการ น่าสนใจ มีการแบ่งพ้ืนท่ี น่าสนใจ แต่ไม่มีการแบ่ง แบง่ พื้นท่ีหน้ากระดาษให้ หน้ากระดาษให้แต่ละม พ้ืนที่หน้ากระดาษให้แต่ แต่ละมโมทัศนเ์ ท่า ๆ กัน โมทัศน์เท่า ๆ กัน และมี ละมโมทัศน์เท่า ๆ กัน และไม่มีการใช้สีสันที่ การใช้สีสันที่แตกต่างกัน หรือไม่มีการใช้สีสันท่ี แตกต่างกันเพื่อเน้นย้ำ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญ แตกต่างกันเพอื่ เน้นยำ้ ความสำคญั ของเน้อื หา ของ

163 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน เน้ือหาหรือแสดงลำดับ ความสำคัญของเน้ือหา หรือแสดงลำดับของมโน ข อ ง ม โ น ทั ศ น์ ห ลั ก หรือแสดงลำดับของมโน ทศั นห์ ลักมโนทัศน์รอง มโนทัศน์รอง ทัศนห์ ลกั มโนทัศน์รอง เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเต็ม 12 คะแนน คะแนน 9 - 12 หมายถึง ดี คะแนน 5 - 8 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 - 4 หมายถึง ปรับปรงุ

164 เกณฑ์การประเมนิ การสรปุ บทเรยี น โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ แบบรบู ริคส์ ประเดน็ ในการ ระดับคะแนน ประเมนิ 3 2 1 1. การสรุปประเดน็ มีการจับประเด็นสำคัญ มีการจับประเด็นสำคัญได้ มกี ารจบั ประเดน็ สำคัญได้ สำคญั ขยายความ ยกตวั อยา่ ง แต่ขยายความหรอื นอ้ ย เปรยี บเทยี บและสรปุ ยกตวั อยา่ งไม่ได้ ความคดิ รวบยอดไดด้ ี 2. ความถูกต้องของ เน้ือหาตรงประเด็น เนอ้ื หาตรงประเด็นแตไ่ ม่ เนอื้ หาไม่ตรงประเดน็ และ เนอ้ื หา ถกู ตอ้ ง และเข้าใจงา่ ย ถูกตอ้ ง 2 แห่ง ไม่ถูกต้อง 3 แห่ง 3. ความครบถ้วนของ หัวขอ้ ครบถ้วนตาม มีเนือ้ หา 1 หวั ขอ้ ท่ีขาด มีเนื้อหามากกว่า 3 เนอื้ หา ประเดน็ ทก่ี ำหนด หายไป หวั ข้อทข่ี าดหายไป 4. ความถูกต้องของ การใช้คำและการสะกดคำ การใชค้ ำและการสะกด การใช้คำและการสะกด การใช้คำและการสะกด ถกู ตอ้ งทงั้ หมด คำถูกต้องมากกว่า 80 คำถูกตอ้ งน้อยกว่า 80 คำ เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเต็ม 12 คะแนน คะแนน 9 – 12 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 5 – 8 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 – 4 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ

165 เกณฑ์ประเมินทกั ษะการสรา้ งโปสเตอร์ โดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ แบบรูบรคิ ส์ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งช้ี 1. เนอ้ื หา 2. การออกแบบ 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 3. การนำเสนอขอ้ มูล แสดงข้อมลู สำคัญได้ แสดงข้อมลู สำคัญได้ แสดงข้อมลู สำคญั ไดไ้ ม่ ครบถว้ น ขอ้ มลู มคี วาม เกอื บท้งั หมด ขอ้ มลู มี ครบถ้วน ข้อมลู ไม่ ถูกตอ้ ง และเขยี นสะกด ความถกู ต้อง และเขียน ถกู ต้อง คำได้ถกู ตอ้ งท้งั หมด สะกดคำได้ถูกตอ้ งเกอื บ และเขยี นสะกดคำได้ไม่ ทั้งหมด ถูกต้อง โปสเตอร์มีความเป็น โปสเตอร์เกอื บทั้งหมด โปสเตอรไ์ มค่ วามเป็น ระเบยี บเรียบรอ้ ย เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย มี ระเบยี บเรียบรอ้ ย ไม่ นา่ สนใจ จดั สรรพ้ืนทีใ่ น ความนา่ สนใจ น่าสนใจ ใจัดสรรพนื้ ที่ใน การวางข้อความและ จัดสรรพืน้ ทใี่ นการวาง การวางขอ้ ความและ รปู ภาพได้อย่างเหมาะสม ขอ้ ความและรูปภาพได้ รูปภาพได้ไมเ่ หมาะสม มกี ารเลือกใช้สเี พอ่ื อย่างเหมาะสม มกี าร ขาดการเลอื กใช้สเี พอ่ื แสดงความแตกตา่ งของ เลอื กใช้สีเพ่อื แสดงความแตกตา่ งของ หวั ข้อหรือเน้นย้ำ แสดงความแตกต่างของ หัวขอ้ หรือเนน้ ยำ้ ความสำคญั ของข้อความ หวั ขอ้ หรอื เนน้ ย้ำ ความสำคญั ของข้อความ ความสำคญั ของขอ้ ความ นำเสนอข้อมูลอย่างเป็น นำเสนอขอ้ มลู อยา่ งเปน็ นำเสนอข้อมลู อยา่ งเป็น ระบบ มีการเชือ่ มโยง ระบบ มกี ารเช่อื มโยง ระบบ แตไ่ มม่ กี าร ขอ้ มูลระหว่างหวั ขอ้ ที่ ขอ้ มลู ระหวา่ งหัวขอ้ ท่ี เชอื่ มโยงข้อมูลระหว่าง สมั พันธก์ ัน และเลอื กการ สัมพนั ธก์ ัน แต่การเลอื ก หวั ขอ้ ทส่ี มั พันธ์กัน แต่ นำเสนอดว้ ยรปู ภาพหรือ นำเสนอด้วยรปู ภาพหรอื การเลือกนำเสนอด้วย ขอ้ ความ ได้อย่างชดั เจน ขอ้ ความ ยังไมช่ ดั เจน ไม่ รูปภาพหรือขอ้ ความ ยงั ถูกต้อง ถูกตอ้ ง ไมช่ ัดเจน ไมถ่ ูกต้อง เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเตม็ 9 คะแนน คะแนน 7-9 หมายถงึ ดี คะแนน 4-6 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1 - 3 หมายถึง ปรับปรงุ

166 เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคด์ ้านความมงุ่ ม่นั ในการทำงาน โดยใช้เกณฑก์ ารประเมินแบบรูบริคส์ รายการประเมนิ พฤตกิ รรมบ่งช้ี 1. ความตงั้ ใจและเอา 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ใจใสต่ ่อภาระงานที่ ขณะทำงานทไ่ี ดร้ บั ไดร้ ับมอบหมาย โดยมี มอบหมาย นกั เรยี นไม่ ขณะทำงานท่ีได้รับ ขณะทำงานท่ไี ดร้ บั พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้ แสดงพฤตกิ รรมบง่ ชีท้ งั้ - เลน่ โทรศัพทม์ ือถอื 3 พฤติกรรม หรอื แสดง มอบหมาย นักเรียนแสดง มอบหมาย นักเรียน ระหวา่ งทำงาน พฤตกิ รรมบ่งชี้ 1 ใน 3 - นำงานในรายวชิ า พฤติกรรม พฤติกรรมบง่ ชี้ 2 ใน 3 แสดงพฤตกิ รรมบ่งชี้ท้ัง อน่ื ขึ้นมาทำ - ฟบุ หลบั แกป้ ญั หาไดด้ ว้ ยตวั เอง พฤติกรรม 3 พฤติกรรม 2. รูจ้ ักแกป้ ัญหาใน ทั้งหมด การทำงานเมอ่ื มี แก้ปัญหาดว้ ยตวั เอง แกป้ ัญหาด้วยตวั เองน้อย อุปสรรค มีความพยายามท่จี ะ 3. การปรับปรงุ และ ปรบั ปรุงแก้ไขการทำงาน มากกวา่ รอ้ ยละ 80 กวา่ รอ้ ยละ 80 ของ แก้ไขการทำงานของ ของตนใหม้ ผี ลงานท่ดี ี ตนให้ดียิง่ ขึ้น และคุณภาพอยู่เสมอ ของงานท้ังหมด งานทงั้ หมด มคี วามพยายามทจ่ี ะ มคี วามพยายามที่จะ ปรับปรงุ แก้ไขการทำงาน ปรับปรุงแก้ไขการทำงาน ของตนให้มผี ลงานทีด่ ี ของตนใหม้ ีผลงานทด่ี ี และคณุ ภาพ และคุณภาพเปน็ บางคร้ัง เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเตม็ 9 คะแนน คะแนน 7 - 9 คะแนน ดี คะแนน 4 - 6 คะแนน พอใช้ คะแนน 1 - 3 คะแนน ปรบั ปรุง

167 เกณฑป์ ระเมนิ ทกั ษะการทำงานเปน็ กล่มุ โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินแบบรบู รคิ ส์ รายการประเมนิ 3 คะแนน พฤติกรรมบง่ ช้ี 1 คะแนน 1. บทบาทหน้าท่ี 2 คะแนน ไมม่ ีการกำหนดบทบาท 2. การมสี ว่ นร่วม มีการกำหนดบทบาท หน้าทขี่ องสมาชิก หน้าท่สี มาชิกไวช้ ัดเจน มีการกำหนดบทบาท สมาชิกกลมุ่ สว่ นใหญ่ไม่ 3. ความรบั ผิดชอบ หนา้ ทสี่ มาชกิ ไมค่ รบ มีส่วนร่วมในการ สมาชกิ กลุม่ ทกุ คนมสี ่วน สมาชิกกลมุ่ ส่วนใหญ่มี ปฏิบตั งิ านหรือมนี อ้ ย 4. การรบั ฟังความ รว่ มในการปฏิบัติงาน ส่วนร่วมในการ สมาชกิ ส่วนใหญ่ไม่ คดิ เหน็ กลมุ่ ปฏบิ ตั ิงาน ทำงานตามหนา้ ที่ทไ่ี ด้รบั 5. ผลสำเรจ็ ของงาน มอบหมาย หลกี เลย่ี ง สมาชิกทกุ คนทำงาน สมาชิกสว่ นใหญท่ ำงาน งาน และงานเสร็จชา้ ตามหน้าท่ที ่ไี ดร้ ับ ตามหน้าทท่ี ไี่ ด้รับ กว่ากำหนด มอบหมาย ไม่หลกี เล่ียง มอบหมาย ไมห่ ลกี เลย่ี ง งาน งานเสร็จทันตาม งาน งานเสร็จทนั ตาม สมาชกิ สว่ นใหญไ่ มร่ ับฟงั กำหนด กำหนด ความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืน สมาชกิ ทกุ คนรบั ฟงั สมาชกิ ส่วนใหญ่รับฟัง เกิดจากความร่วมมอื ความคดิ เห็นของผู้อ่นื ความคดิ เห็นของผูอ้ ืน่ ของสมาชกิ ส่วนนอ้ ยใน อย่างมเี หตุผล อย่างมเี หตผุ ล กลุ่ม เกิดจากความรว่ มมอื เกดิ จากความรว่ มมอื ของสมาชกิ สว่ นใหญ่ใน ของสมาชกิ ทกุ คนใน กลุ่ม กล่มุ เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน คะแนน 11 – 15 คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน 6 – 10 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 – 5 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook