298 เฉลย แบบทดสอบกอนเรียนบทเรียนออนไลน ท่ี 4 เรือ่ ง เหตกุ ารณส ำคัญทางประวัตศิ าสตรทีม่ ผี ลตอ การพัฒนาชาติไทย 1. ค 2. ค 3. ข 4. ข 5. ง 6. ก 7. ง 8. ข 9. ข 10. ข
299 ใบความรูบทเรียนออนไลนที่ 4 เร่ือง เหตุการณสำคัญทางประวตั ิศาสตรทมี่ ีผลตอ การพัฒนาชาตไิ ทย 1. การทำสนธสิ ัญญาเบาวร ิง การทำสนธิสัญญาเบาวร ิงกับองั กฤษ เมื่อพ.ศ.2398 ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจอม เกลาเจาอยูหัว มีความสำคัญตอไทย คือ เปนการเปดกวางประเทศไทย ทำใหไทยเขาสูสังคม นานาชาติ มีการเจรญิ สัมพนั ธไมตรกี บั ประเทศตาง ๆ ทำใหไ ทยเริ่มการปรบั ปรุงประเทศใหเปนแบบ สากล สนธสิ ัญญาเบาวรงิ กอใหเ กิดผลดีทางเศรษฐกิจในระยะสน้ั ๆ แตทำใหไทยถกู จำกดั ในเรือ่ งสทิ ธิ การเกบ็ ภาษีขาเขา เร่อื งสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและเร่ืองคนในบังคบั ตางชาติ ในสมยั รตั นโกสนิ ทรไทยเร่ิมทำสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีกับชาติตะวันตก คือ องั กฤษ ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา เจา อยูหวั เมื่อ พ.ศ.2369 โดยเปน สนธิสัญญาทีเ่ ทา เทยี มกันไมม ี ชาติใดเสียเปรียบตอกัน ตอมาใน พ.ศ. 2385 อังกฤษทำสนธิสัญญาหนานจิง (หรือนานกิง)กับจีน อังกฤษไดสิทธพิ ิเศษในเร่ืองสิทธิสภาพนอกอาณาเขต คือคนในบังคับอังกฤษเมื่อทำผิดไมต องข้ึนศาล และถูกลงโทษตามกฎหมายจีน และขอ กำหนดอัตราภาษขี าเขาที่ต่ำและชัดเจน ซ่ึงตอ มากำหนดไวท ่ี รอ ยละ 5 องั กฤษจึงตอ งการปรับปรงุ สนธสิ ญั ญากบั ไทยใหท ำเหมือนอยา งจนี สหรัฐอเมริกาซ่ึงไดทำสนธิสัญญาทางพระราชไมตรี กับประเทศไทยเม่ือ พ.ศ.2375 ก็ ตองการปรับปรุงสนธิสัญญากับไทยเหมือนกัน จึงไดสงทูตเขามาเจรจาขอแกไขสนธิสัญญาทาง พระราชไมตรใี นปลายรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกลาเจาอยหู ัว แตพ ระองคไมท รงยินยอมเพราะ ทรงเห็นวาสนธิสัญญาที่มีอยูก็ดีอยูแลว ตอมาอังกฤษไดสงทูตเขามาขอแกไขสนธิสัญญาอีกแต พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจาอยูห วั ก็ไมท รงยินยอมเชนกัน การทไ่ี ทยไมยนิ ยอมแกไขสนธิสญั ญาทำใหท้ังสหรัฐอเมรกิ าและอังกฤษไมพ อใจ จนคดิ จะ ใชกำลงั บีบบงั คบั ไทยเชนเดียวกบั ที่สหรัฐอเมริกาใชกำลังทางเรอื ไปบีบบงั คับญี่ปุนจนสำเร็จมาแลว (สหรัฐอเมริกาใชกำลงั ทางเรือบงั คับญ่ีปนุ ใหเ ปดประเทศ และทำสนธสิ ัญญาคานากาวะ (Kanagawa) เมอื่ พ.ศ. 2397) เม่ือพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูห ัว เสด็จขึ้นครองราชยสมบัติเมือ่ พ.ศ. 2394 ทรงเห็นความจำเปน ที่จะตอ งยนิ ยอมตามขอ เรียกรองของชาตติ ะวนั ตก จึงทรงติดตอ กับเซอร จอหน เบาวริง (Sir John Bowring) ขาหลวงอังกฤษประจำเกาะฮองกง ผูซึ่งจะเปนราชทูตมาเจรจาไข สนธิสัญญากับไทยวายินดีท่ีจะแกไขสนธิสัญญา แตขอเวลาใหงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลาเจาอยูหัวเสร็จส้ินกอ น และขอทราบความตองการของอังกฤษในการ แกไขสนธิสญั ญา เพื่อไทยจะไดปรกึ ษาเปนการภายในกอน การแกไ ขสนธิสัญญาก็จะทำไดเร็วขนึ้
300 เซอร จอหน เบาวริง เดินทางเขามาถึงเมืองไทยในปลายเดือนมีนาคม พระบาทสมเด็จ พระจอมเกลาเจาอยูหัวทรงใหการตอนรับเปนอยางดี และทรงต้ังคณะกรรมการเพื่อเจรจาแกไข สนธิสัญญา มีพระเจานองยาเธอกรมหลวงธิราชสนิทเปนประธาน ทำกันที่พระราชวังเดิม คือ พระราชวังเกาของพระเจาตากสินมหราราช การเจรจาสำเร็จลุลวงไปดวยดี และมีการลงนามใน สนธสิ ัญญาในตนเดอื นเมษายน พ.ศ. 2398 สาระสำคญั ของสนธสิ ัญญา 1. คนในบังคับอังกฤษท่ีอยู ณ กรุงเทพฯหรือในสยามจะอยูภายใตอำนาจ ควบคุม ของกงสุลอังกฤษโดยทางสยามจะไมเขาไปยุงเก่ียวทำไดเพียงชวยเหลือจับกุมใหอังกฤษ นบั เปน ครั้งแรกที่สยามมอบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแกป ระชากรตา งดาว 2. คนในบังคบั อังกฤษไดร ับสทิ ธิในการคา ขายอยางเสรี ในเมอื งทาทุกแหงของ สยามและสามารถพำนักอาศัยอยูในกรุงเทพมหานครเปนการถาวรได โดยสยามไมหามปรามและ สามารถจา งลูกจาง มาชวยสรา งบานเรอื นไดโ ดยไทยไมห ามปราม คนในบงั คบั องั กฤษสามารถซ้อื หรือ เชาอสงั หารมิ ทรัพยในบรเิ วณดงั กลาได (อาณาเขตสี่ไมลสองรอ ยเสนไมเกินกำลังเรอื แจวเดินทางใน ย่ีสบิ ส่ีช่วั โมงจากกำแพงพระนคร) คนในบังคับอังกฤษยังไดรับอนุญาตใหเดนิ ทางไดอ ยา งเสรีในสยาม โดยมีหนงั สือทีไ่ ดร ับการรบั รองจากกงสลุ 3. ยกเลกิ คา ธรรมเนยี มปากเรอื และกำหนดอตั ราภาษีขาเขา และขาออกชัดเจน อัตราภาษีขาเขา ของสินคาทกุ ชนิดกำหนดไวที่รอ ยละ3ยกเวนฝน ท่ีไมตอ งเสียภาษี แตตองขายใหกับ เจาภาษี สวนเงนิ ทองและขาวของเคร่ืองใชข องพอ คา ไมตอ งเสียภาษเี ชนกนั สนิ คาสงออกใหม ีการเก็บ ภาษีชัน้ เดียว โดยเลือกวา จะเก็บภาษีชนั้ ใน(จงั กอบภาษปี าภาษปี ากเรอื )หรือภาษีสงออก 4. พอคา อังกฤษไดรับอนุญาตใหซื้อขายโดยตรงไดกับเอกชนสยาม โดยไมมี ผใู ดผหู น่งึ ขัดขวางหรอื เบยี ดเบียน 5. รัฐบาลสยามสงวนสิทธ์ิ ในการหามสงออกขาวเกลือและปลา เมื่อสินคา ดงั กลา วมที ีทา วาจะขาดแคลนในประเทศ 6. คนในบังคับของอังกฤษจะมาคาขายตามหัวเมอื งชายฝงทะเลของสยามได แตจะตอ งอาศัยอยูใ นกรงุ เทพฯแลจังหวัดท่ีระบุไวใ นสัญญา 7. ถาฝายไทยยอมใหสิ่งใด ๆแกชาติอื่น ๆ นอกจากหนังสือสัญญานี้ก็จะตอง ยอมใหอ ังกฤษแลคนในบงั คบั อังกฤษเหมอื นกนั สนธิสญั ญาเบาวรงิ กอ ใหเกดิ การเปล่ียนแปลงตอไทย ดงั น้ี 1. เปนการเริ่มตนการคาเสรีในประเทศไทย ซ่ึงทำใหตางชาติเขามาคาขาย เพิ่มข้ึนจากเดิมมาก จนทำใหผูคนภายในประเทศมีฐานะดีขึน้ กวาเดมิ 2. ขา วกลายเปน สินคา สำคัญของไทย จนกระทง่ั ปจ จุบนั
301 3. ไทยเขาสูสังคมนานาชาติ มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศตาง ๆ เพิ่มขึ้น วัฒนธรรมไทยมกี ารปรับตัวใหเหมาะสมมีการรับวัฒนธรรมและวิทยาการของชาติตะวันตก เขามามากขึน้ อยา งไรกด็ ี ผลเสียของสนธิสญั ญาเบาวรงิ ก็มีเหมือนกนั ดงั น้ี 1. ไทยถกู จำกัดการเกบ็ ภาษขี าเขาที่อตั รารอยละ 3 2. เร่ืองสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและคนในบังคับ ทำใหประเทศตะวันตก ชกั ชวนคนชาตเิ อเชียไปจดทะเบียนเปนคนในบงั คับ กฎหมายไทยจงึ ไมส ามารถควบคมุ คนเหลา นน้ั ได ต้ังแตรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู ัวแลว ไดทรงพยายามเจรจากับชาติ ตะวันตกเพ่ือขอแกไ ขสนธิสัญญาและประสบผลสำเร็จในบางสวน พระมหากษัตรยิ ในสมัยตอ มาทรง พยายามดำเนนิ งานตอ จนประสบผลสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2481 ทำใหไทยสามารถเพิ่มอัตราภาษีไดแ ละ สิทธิสภาพนอกอาณาเขตรวมท้งั ปญหาคนในบังคับจึงส้นิ สดุ ลง 2. การปฏิรูปการปกครองในสมยั รัชกาลที่ 5 การปรบปรุงการปกครองประเทศในตอนตน รชั กาล ทรงตัง้ สภาท่ีปรึกษาราชการแผนดิน หรือเรียกวา “เคานซิล ออฟ สเตท” (Council of State) และสภาทป่ี รึกษาในพระองค หรอื เรยี กวา “ปรีวี เคานซ ิล” (Privy Council) สภาทง้ั สองนีม้ หี นาที่ในการออกกฎหมายและยกเลกิ กฎหมาย รวมทั้งยกเลิก ประเพณโี บราณตาง ๆ ท่ีเห็นวา ไมเหมาะสมกบั สภาพสงั คมในสมยั นัน้ ปรากฏวาสภาทั้ง 2 ดำเนนิ งาน ไปไดไมนาน ก็ตองหยุดชะงักเพราะเกิดเหตุการณร า ยแรงทเ่ี รยี กวา“วิกฤตการณวังหนา” (เปน ความ ขดั แยงระหวางพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูห ัวกับกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ซึ่งดำรง ตำแหนงวงั หนา อนั เนื่องมาจากความหวาดระแวงซง่ึ กันและกันจนเกือบจะมีการประทะกันระหวาง กัน) ขึ้นในปลาย พ.ศ.2417 แตก็สามารถยตุ ลิ งได การปฏริ ูปการปกครองในชว งหลงั รชั กาลที่ 5 ทรงตระหนักถงึ ภยนั ตรายจากการแสวงหา อาณานคิ มของประเทศมหาอำนาจตะวนั ตก และทรงเห็นวา ลกั ษณะการปกครองของไทยใชมาแตเ ดมิ ลาสมัยไมสอดคลองกับความเจริญกาวของบานเมือง ดังนั้นใน พ.ศ.2430 ทรงเร่ิมการปฏิรูปการ ปกครองแผนใหมตามแบบตะวันตก โดยเฉพาะในสวนกลางมีการจัดแบงหนวยงานการปกครอง ออกเปน 12 กรม ซึ่งตอมาเปลี่ยนไปใชคำวา “กระทรวง” แทนโดยประกาศสถาปนากรมหรือ กระทรวงตา ง ๆ ในวนั ที่ 1 เมษายน พ.ศ.2435 และยงั ไดป ระกาศต้งั เสนาบดีเจากระทรวงตาง ๆ ขึ้น ยุบตำแหนงอัครมหาเสนาบดีและเสนาบดีจตุสดมภทุกตำแหนง มีสิทธิเทาเทียมกันในที่ประชุม ตอจากนน้ั ไดยุบกระทรวงและปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงเสียใหมเหลือไวเ พียง 10 กระทรวง คอื 1. กระทรวงมหาดไทย 2. กระทรวงกลาโหม 3. กระทรวงการตางประเทศ
302 4. กระทรวงวงั 5. กระทรวงเมอื ง (นครบาล) 6. กระทรวงเกษตราธกิ าร 7. กระทรวงพระคลังมหาสมบตั ิ 8. กระทรวงยตุ ธิ รรม 9. กระทรวงธรรมการ 10. กระทรวงโยธาธิการ 11. (กระทรวงยทุ ธนาธกิ าร) ตอมาไปอยกู ระทรวงกลาโหม เนอื่ งจากมีหนา ทีค่ ลา ยคลงึ กัน 12. (กระทรวงมุรธาธกิ าร) ตอมาไปอยกู ระทรวงวัง เนือ่ งจากมีหนา ที่คลายคลงึ กัน ภมู ิภาค ไดย กเลกิ การจัดเมืองเปนชน้ั เอก โท ตรี จัตวา เปลี่ยนเปนการปกครองเทศาภิบาล คือ รวมหัวเมืองหลายเมืองเขาดวยกันเปนมณฑลๆ หนง่ึ โดยมีขาหลวงเทศาภิบาล เปนผูปกครอง มณฑล ข้นึ ตรงตอกระทรวงมหาดไทย การจดั ต้ังมณฑลเทศาภิบาลนี้เปน การรวมอำนาจการปกครอง ท้ังดานการเมือง และเศรษฐกิจเขาสูสวนกลาง ทำใหการปกครองหัวเมืองเปนแบบเดียวกนั และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยงั ไดมีการแบงเขตการปกครองสวนภูมิภาคออกเปนเมือง(จังหวัด) อำเภอ ตำบล และหมูบาน ตามลำดับ แตเ น่ืองจากระยะน้บี รรดาประเทศมหาอำนาจตางกำลังแสวงหาอาณานิคม ประเทศไทยกถ็ กู ฝรง่ั เศสคกุ คามอยา งหนัก จนทำใหการพัฒนาประเทศในสมยั รชั กาลท่ี 5 ดำเนินไปไมดเี ทา ท่ีควรและ เกิดความลาชา เน่ืองจากพื้นฐานทางดานการศึกษา เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของไทยขัดตอการ พัฒนาประเทศตามแบบแผนใหม หรือตามแบบประเทศตะวันตก 3. การเปล่ียนแปลงการเมืองการปกครอง 2475 ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 กลุมบุคคลกลุมหน่ึงท่ีตอมาเรียกตนเองวา \"คณะราษฎร\" ไดยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยมาเปน ระบอบประชาธิปไตย คณะราษฎรเกิดจากการรวมกลุมของขาราชการและนักเรียนไทย 7 คนในฝร่ังเศสและ ยุโรปที่ตองการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศสยาม ภายใตการนำของนายปรีดี พนมยงค (หลวงประดิษฐมนูธรรม) เมื่อนักเรียนเหลานี้กลับมาเมืองไทยก็ไดขยายกลุมสมาชิก ภายในประเทศและขอใหพ ันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาเปน หัวหนาผูกอการ โดยหลวงประดิษฐ มนูธรรมเปน แกนนำฝา ยพลเรือน หลวงพบิ ูลสงครามเปน แกนนำฝายทหารบก 1. สาเหตุของการปฏิวัติ เกิดจากปจจัยทางการเมืองและปจจัยทางเศรษฐกิจ ในดาน ปจจัยทางการเมือง การปฏิรูปบานเมืองและปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลท่ี 5 ทำใหเกิดชนชั้น กลางที่เรียนรูรูปแบบการเมืองการปกครองของชาติตะวันตก ทำใหเห็นวาการปกครองโดยคน ๆ
303 เดียวหรือสถาบันเดียวไมอาจแกไขปญหาตาง ๆ ไดท้ังหมด นอกจากนี้ชนช้ันกลางจำนวนมากไม พอใจที่บรรดาเชื้อพระวงศผูกขาดอำนาจการปกครองและการบริหารราชการ กลุมคนรุนใหม ตอ งการใหมีการปกครองระบอบรฐั สภาและมีรัฐธรรมนูญ บางกลมุ ตองการใหมีการปกครองระบอบ สาธารณรัฐ ในดา นปจจัยทางเศรษฐกจิ ปญ หาเศรษฐกิจตกต่ำและการดลุ ขาราชการออกจำนวน มากเพ่ือตดั ลดงบประมาณ ทำใหเกดิ ความไมพอใจในหมูข าราชการและประชาชนที่เดือดรอนจาก ปญ หาเศรษฐกิจ ทำให เปนสาเหตุหน่ึงท่ีคณ ะราษฎรใชโจมตีการปกครองในระบอบ สมบูรณาญาสทิ ธิราชย 2. เหตกุ ารณวนั ที่ 24 มิถนุ ายน พ.ศ. 2475 ในวันท่ี 24 มิถุนายน คณะผูกอ การเขา ยึด อำนาจการปกครองท่กี รุงเทพมหานคร และจับกมุ พระบรมวงศานุวงศและขา ราชการช้นั ผใู หญ เชน สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอเจาฟา ฯ กรมพระนครสวรรคว รพินิต ผูสำเร็จราชการรกั ษาพระนคร สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพอภริ ฐั มนตรี เปน ตัวประกัน สวนบริเวณลานหนาพระที่น่ังอนันตสมาคม พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา หวั หนาคณุ ะผูกอการไดอ านประกาศยึดอำนาจการปกครอง ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจา อยหู วั และสมเดจ็ พระนางเจา รำไพพรรณีพระบรมราชนิ ี ประทบั อยทู ่ีพระราชวงั ไกลกงั วล อำเภอ หวั หิน จังหวดั ประจวบครี ขี ันธ ในวนั ท่ี 25 มิถนุ ายน พ.ศ. 2475 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลาเจา อยหู ัวทรงยอมรับ การเปล่ยี นแปลงการปกครองของคณะราษฏร เพราะทรงเหน็ แกค วามสงบเรียบรอ ยของราษฎรและ ไมอยากใหเสียเลือดเน้ือ รวมทั้งพระองคก็ทรงมีพระราชดำริท่ีเปลี่ยนแปลงการปกครองเปน ประชาธปิ ไตยอยูแลว ในวันท่ี 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรไดเขาเฝา ฯ และนำราง พระราชบญั ญตั ธิ รรมนญู การปกครองแผน ดินสยาม พุทธศกั ราช 2475 ข้นึ ทูลเกลา ฯ ถวาย เพื่อให ลงพระปรมาภิไธย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัวทรงเติมคำวา \"ชั่วคราว\" ตอทาย รฐั ธรรมนูญ นับเปนการเร่ิมตนระบอบรฐั ธรรมนญู ของไทย ตอ มาในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ไดมีพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรสยาม ณ พระท่ีนั่งอนันตสมาคม พระราชวังดสุ ิต
304 ใบงานบทเรยี นออนไลนท ่ี 4 เรอื่ ง เหตุการณสำคญั ทางประวัตศิ าสตรท่ีมผี ลตอการพฒั นาชาตไิ ทย คำชีแ้ จง ใหนักศึกษาตอบคำถามตอ ไปน้ีใหถ ูกตอ ง 1. จงอธบิ ายเหตกุ ารณสำคัญ หรือการเปลย่ี นแปลงทางประวตั ศิ าสตรใ นสมัยกรุงรัตนโกสินทร ดังน้ี รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลก ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รชั กาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลานภาลยั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รชั กาลที่ 3 พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยูห วั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รัชกาลท่ี 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยหู วั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจาอยูหัว ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจาอยหู วั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
305 รัชกาลท่ี 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจา อยหู ัว ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รชั กาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพติ ร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… รชั กาลที่ 10 พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกลา เจาอยหู ัว ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
306 เฉลย ใบงานบทเรียนออนไลนท ่ี 4 เร่ือง เหตุการณสำคญั ทางประวัติศาสตรทม่ี ผี ลตอ การพัฒนาชาติไทย คำช้แี จง ใหน กั ศึกษาตอบคำถามตอไปนี้ใหถูกตอง 1. จงอธบิ ายเหตกุ ารณสำคญั หรอื การเปลีย่ นแปลงทางประวตั ศิ าสตรใ นสมัยกรุงรัตนโกสนิ ทร ดังน้ี รชั กาลที่ 1 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลก การฟนฟูบานเมืองโดยมีจุดมุงหมายท่ีจะฟนฟูอำนาจของอาณาจักรไทยข้ึนมาใหม ท้ังทาง การเมอื งและวัฒนธรรม โดยสืบทอดงานตอ จากสมยั ของพระเจา กรงุ ธนบรุ ีซง่ึ มีระยะเวลาคอนขางสั้น เชน การฟนฟูอำนาจทางการเมอื ง ไดแก สถาปนาศูนยกลางอันมั่นคงของอาณาจักร เชน การสราง เมืองหลวงขึ้นใหม การรักษาความสงบเรยี บรอยภายในอาณาจกั ร การทำศึกสงครามปอ งกันเอกราช ของประเทศ การขยายอำนาจและการรักษาอิทธิพลของไทยในเขตประเทศราช การฟนฟูความเจริญ วัฒนธรรม เชน ขนบธรรมเนียมราชประเพณีตางๆ การฟนฟูศาสนา การฟนฟูระบอบการปกครอง และกฎหมาย การฟนฟศู ิลปกรรมตางๆ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงเปนผูว างรากฐานการฟน ฟูเหลานี้ไว และ รัชกาลท่ี 2 และ 3 รชั กาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลัย ทรงดำเนินนโยบาย “แบงแยกและปกครอง ” โดยทรงมอบหมายใหเจานายที่ทรงไววาง พระราชหฤทัยแยกยา ยกันไปดูแลกำกบั งานราชการดังกลาว ขา งตน เปนวิธีที่แยบยลมาก เปน การ กระจายอำนาจใหเ จานายฝายตางๆ อยางสมดุลเพอ่ื ใหมีการคานอำนาจซึ่งกนั และกัน รชั กาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา เจา อยหู วั พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยหู ัว (รชั กาลท่ี3)จัดระบบการเรยี กเก็บภาษีแบบใหมออกประกาศ หา มสบู กิน ซ้อื ขาย ฝน ปฏิสงั ขรณวดั วาอาราม รชั กาลที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั มกี ารติดตอกับตางประเทศอยางกวางขวาง มีการทําสนธสิ ัญญากับนานาประเทศ เร่ิมดวย รัฐบาลอังกฤษไดส ง เซอร จอหน เบาวร ิง เจา เมอื งฮอ งกงในขณะนัน้ เปนอัครราชทตู อัญเชิญพระราช สาสน ของสมเด็จพระนางเจา วิคตอเรยี พรอมดว ยเครอ่ื งบรรณาการเขา มาขอเจรจาทําสนธิสัญญาทาง ไมตรีมาทางเรือรบ สนธิสัญญาที่ทําขึ้นมีผลที่สําคญั บงั เกดิ ขึ้นคือ กอใหเกิดสิทธิภาพนอกอาณาเขต และอนุญาตใหค นในบงั คับองั กฤษสามารถถือกรรมสิทธิท์ ด่ี นิ ในประเทศไทย
307 รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจา อยหู ัว พระองคไดเสด็จประพาสประเทศตาง ๆในทวีปเอเชียและยุโรป ไดเห็นความเจริญของ ประเทศตาง ๆ ซ่ึงไดนำมาปฏิรูปการปกครอง และการบริหารทุกดาน ต้ังแตการปกครอง การศึกษา กฎหมาย การศาล การสาธารณสุข การคมนาคม เปนตน งานท่ีสำคัญในลำดับที่ พระองคเ ริม่ ปฏริ ปู กอ นงานอืน่ ๆ คือ งานดา นบรหิ าร และงานดานนติ ิบญั ญัติ รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัว พระองคทรงโปรดใหรวมมณฑลหลาย ๆ มณฑลเขาเปนแตละภาคมีอุปราชปกครอง ตำแหนงอุปราชและสมุหเทศาภิบาลข้ึนตรงตอพระองค สวนกรุงเทพ ฯ น้ัน มีฐานะเหมือนกับ มณฑลหนึ่ง โดยมีสมุหพระนครบาลปกครองข้ึนตรงตอกระทรวงมหาดไทย พระองคโปรด ฯ ให เรียกชื่อ \"จังหวัด\" แทนคำวา \"เมือง\" และทรงขยายมณฑลเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้ พระองคโปรด ฯ ใหจัดต้ัง \"ดุสิตธานี\" ข้ึนในบริเวณเขตพระราชวังดุสิต เพ่ือทดลองสรางเมืองจำลองการปกครอง แบบประชาธิปไตย รัชกาลท่ี 7 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจาอยหู ัว พระองคทรงมีพระดำริพระราชทานรัฐธรรมนูญใหแกประชาชน แตไดมีกลุมผูมีความคิด กาวหนาในนามของ \"คณะราษฎร\" ซ่ึงมีพระยาพหลพยุหเสนา เปนผูไดปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการ ปกครองเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 รัชกาลท่ี 7 ไดพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อ วันท่ี 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เปนอันส้ินสดุ ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย รชั กาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล พระองคไ ดเ สดจ็ พระราชดำเนนิ ไปในพระราชพิธพี ระราชทานรฐั ธรรมนูญฉบบั ใหมในวนั ท่ี 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และเปดประชุมสภาผแู ทนในวนั ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นอกจากน้ี ยงั เสด็จ พระราชดำเนินทรงเย่ียมราษฎรในจังหวัดตางๆ และทรงเยี่ยมชาวไทยเชอ้ื สายจีนเปน ครั้งแรก ณ สำ เพ็ง พระนคร พรอ มดวย สมเดจ็ พระเจา นองยาเธอ เจา ฟาภมู ิพลอดุลยเดช เมือ่ วันที่ 3 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2489 ซ่งึ เปนชวงที่เกดิ ความขดั แยงกันระหวา งชาวไทยและชาวไทยเชือ้ สายจีนจนเกือบเกดิ สงคราม กลางเมอื ง เม่ือพระองคทรงทราบเรื่อง มีพระราชดำรวิ า หากปลอยความขุนของบาดหมางไวเชนนี้ จะเปนผลรายตลอดไป จึงทรงตดั สนิ พระทยั เสดจ็ พระราชดำเนินสำเพง็ ซ่ึงใชระยะเวลาประมาณ 4 ชว่ั โมง และพระองคทรงพระราชดำเนินดวยพระบาทเปนระยะประมาณ 3 กิโลเมตร การเสด็จ พระราชดำเนนิ สำเพ็งในครั้งน้จี งึ เปนการประสานรอยราวที่เกิดข้ึนใหห มดไป
308 รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพติ ร เสด็จพระราชดำเนินไปเย่ียมราษฎรในพนื้ ที่ตางๆท่ัวทุกภูมิภาค มีพระราชดำริต้ังโครงการ ตา งๆ เพ่อื ชวยเหลือราษฎร เชน โครงการฝนหลวง กงั หนั ชยั พัฒนา เศรษฐกจิ พอเพยี ง ผังมโนทศั นท สาระการเรียนรู พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร การสถาปณากรุงรัตโกสินทร พัฒนาดาน การเมืองการปกครอง พัฒนาดานความสำคัญ ระหวางประเทศ พฒั นาการดานเศรษฐกิจ พฒั นาการ ดานสงั คม รชั กาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี ินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกลา เจาอยูหัว สมเด็จพระเจาอยหู ัวมหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร ทรงตระหนักในคุณคาและ ความสําคัญของการพฒั นาทรัพยากรมนุษยข องประเทศใหม ีคุณภาพจงึ สนบั สนนุ ดา นการศึกษาใหก ับ ประชาชนไดเ รียนรสู ามารถนาํ มาใชประกอบอาชพี เลยี้ งตนเองและครอบครัว
309 แบบทดสอบหลงั เรียนบทเรียนออนไลนท ี่ 4 เรอื่ ง เหตกุ ารณสำคัญทางประวตั ศิ าสตรท ี่มผี ลตอ การพัฒนาชาติไทย 1. พระราชบญั ญัตธิ รรมนูญการปกครองแผน ดินสยามช่ัวคราว พ.ศ. 2475 อำนาจสงู สุดในแผน ดิน ประกอบดวย ก. อำนาจนิตบิ ญั ญัติ ข. อำนาจบรหิ าร ค. อำนาจตลุ าการ ง. ถกู ทุกขอ 2. ขอ ใดกลา วผดิ เก่ียวกับเหตุการณประวัติศาสตรไทย (สงครามชางเผอื ก) ก. บเุ รงนองขอพระนเรศวรซ่งึ ขณะนนั้ มีพระชนมายุ 9 พรรษา ไปเล้ยี งดูท่ีกรุงหงสาวดี ข. กรุงศรีอยุธยามอบชางเผือกใหแกพระเจาหงสาวดี 4 เชอื ก สวยชางปละ 30 เชือก เงินปล ะ 300 ชั่ง ค. บุเรงนองไดย กทัพมาตีกรุงศรอี ยุธยาในป พ.ศ. 2560 เนอ่ื งจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิไม ทรงยอมมอบชางเผือกใหตามทีข่ อมา ง. พระมหาธรรมราชาตองถวายสตั ยอยขู างฝายหงสาวดี สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิทรงยอม หยาศึกกับพระเจาบเุ รงนอง 3. ขอใดไมใชเหตุผลที่ตอ งยา ยเมืองหลวงจากกรุงธนบุรมี ายังกรงุ เทพมหานคร ซง่ึ มผี ลตอการ สถาปนาอาณาจักรรตั นโกสนิ ทร ก. กรุงเทพมหานครมีดานภูมศิ าสตรเ ปนพ้ืนที่ราบลุมกวางใหญเหมาะแกก ารเพาะปลูก และ ใกลปากอาวไทยเหมาะสมแกการติดตอ คาขายกบั ชาวตางประเทศ ข. กรงุ เทพมหานคร มีชยั ภูมิปอ งกันขาศึกไดงายกวากรุงธนบุรี ค. กรุงธนบรุ ีมีวัดจำนวนมากเหมาะแกก ารทำนุบำรุงศาสนา ง. อยูฝ งคดของแมน้ำทำใหนำ้ เซาะตลงิ่ พังอยูเร่อื ย 4. สนธิสัญญาเบาวร ิง ประเทศไทยทำสญั ญากบั ประเทศใด * ก. ฝรง่ั เศส ข. องั กฤษ ค. เนเธอรแลนด ง. สเปน
310 5. สาระสำคญั ของสนธสิ ัญญาเบาวริง ขอ ใดตอไปน้ี กลาวถูกตอง ก. คนท่ีอยูในการบังคับองั กฤษ ไดร ับสทิ ธิในการคา ขายอยางเสรีในเมืองทาบางแหง ของสยาม ข. คนทอ่ี ยูในการบังคับอังกฤษ สามารถซ้ือ หรอื เชา อสงั หารมิ ทรัพยในบรเิ วณดงั กลาวได ค. คนท่อี ยูในการบังคบั อังกฤษ ไดรับอนุญาตใหเ ดนิ ทางไดจ ำกัดในสยาม โดยตองมีหนงั สือท่ี ไดรบั การรบั รองจากกงสลุ ง. คดิ คาธรรมเนียมปากเรือ และกำหนดอัตราภาษีขาเขา และขาออกอยางชัดเจน 6. ขอ ใดคอื สาเหตุของการปฏริ ูปบานเมอื งในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยหู ัว ก. ชาติตะวันตกมีการลาอาณานิคม ข. เพือ่ อนุรักษความเปน ไทย ค. เพ่ือไมใ หใชเปนขออา งวา ประเทศไทยเปนบานเมืองปาเถ่อื น ดอยความเจริญ ง. ขอ 1 และ 3 ถกู ตอ ง 7. เหตกุ ารณใดเกดิ ข้นึ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู วั รัชกาลท่ี 5 ก. ปลดปลอยไพรใหเปนอสิ ระและทรงประกาศเลิกทาสใหเ ปนไทยแกต นเอง ข. สถาปนากรุงรัตนโกสินทร ค. เสยี กรงุ อยุธยาคร้ังที่ 2 ง. กอตง้ั ลูกเสอื ไทย 8. ประเทศไทยมรี ฐั ธรรมนญู ฉบบั แรกในรัชกาลท่เี ทา ใด ก. 6 ข. 7 ค. 8 ง. 9 9. ปจ จุบันประเทศไทยมรี ะบอบการปกครองแบบใด ก. สมบูรณาญาสทิ ธริ าชย ข. ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยเ ปนประมุข ค. คอมมิวนสิ ต ง. ทุนนิยม 10. วันรัฐธรรมนญู ตรงกับวนั ใด ก. 9 ธนั วาคม ข. 10 ธันวาคม ค. 11 ธันวาคม ง. 12 ธันวาคม
311 เฉลย แบบทดสอบหลงั เรยี นบทเรียนออนไลนท ่ี 4 เร่อื ง เหตกุ ารณส ำคญั ทางประวัตศิ าสตรท่มี ผี ลตอการพฒั นาชาติไทย 1. ง 2. ค 3. ค 4. ข 5. ข 6. ง 7. ก 8. ข 9. ข 10. ข
312 แบบทดสอบกอ นเรียนบทเรียนออนไลนท ี่ 5 เรอื่ ง ตวั อยางการวิเคราะหแ ละอภิปรายเหตกุ ารณสำคญั ทางประวตั ิศาสตรท ่ีมีผลตอ การพฒั นาชาติไทย 1. การทำสนธสิ ัญญาเบาวริง สง ผลกระทบทดี่ กี บั ประเทศไทยอยางไร ก. ไดรับวทิ ยาการจากประเทศชาตติ ะวนั ตกสมัยใหม ข. มเี สนทางการคมนาคมสะดวก เชน การสรา งถนน ขุดคลองใชเปนเสนทางในการเดินทางทำ ใหเ กดิ ประโยชนดานการคาขาย ค. การคาขาย ประชาชนสามารถคาขายไดอยางอิสระมากข้นึ และขาว เปนสนิ คาสงออกที่ สำคญั ท่สี ุดของไทย สง ผลถึงปจ จุบัน ง. ถูกทุกขอ 2. การทำสนธสิ ัญญาเบาวรงิ สง ผลเสยี กบั ประเทศไทยอยางไร ก. การยนิ ยอมใหอังกฤษเขามาต้ังกงสลุ ทำใหอ ำนาจพิจารณาคดีที่มีชาวอังกฤษรวมดวยกงสลุ ตองมสี วนรวมพิจารณา ข. ชาวตา งประเทศมีสิทธเิ สรีภาพในการเชาและสามารถถือครองที่ดนิ ไดหากทำการเชามาไม นอยกวา 10 ป ในประเทศไทย ค. ชาวองั กฤษไมส ามารถเดินทางไดอยา งเสรี ง. ขอ 1 และ 2 ถกู ตอง 3. ขอ ใดไมใ ชส าเหตุทน่ี ำไปสูก ารเปลย่ี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ก. ความเสอ่ื มของระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชย ข. การไดร ับการศึกษาตามแนวความคิดตะวันตกของบรรดาชนช้ันนำในสังคมไทย ค. ความขัดแยงทางความคิดเก่ียวกบั การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ง. ถูกทกุ ขอ 4. ประเทศไทยมรี ฐั ธรรมนูญฉบับแรก พ.ศ.ใด ก. 2470 ข. 2475 ค. 2480 ง. 2485
313 5. จงเรยี งลำดับพระมหากษัตรยิ ข องไทย ก. พอ ขุนรามคำแหง สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช พระเจา ตากสินมหาราช พระบาทสมเดจ็ พระ จุลจอมเกลาเจาอยหู ัว ข. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พอ ขุนรามคำแหง พระเจาตากสินมหาราช ค. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช พอขุนรามคำแหง พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู ัว พระเจาตากสนิ มหาราช ง. พระเจาตากสินมหาราช พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวพอขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 6. ขอใดไมใ ชเ หตกุ ารณท ่ีสำคญั ทางการปกครองและเศรษฐกจิ ในสมัยรชั กาลท่ี 5 ก. แตง ชดุ ราชการเขา เฝา พระมหากษัตรยิ ข. ยกเลิกจตุสดมภ ค. จัดทำงบประมาณแผนดิน ง. ต้ังหอรัษฎากรพิพฒั น 7. รัชกาลใดทร่ี เิ ริม่ การปกครองสวนภูมภิ าคใหร วมมณฑลตงั้ เปน “ภาค” และแตละภาคต้ัง ตำแหนง อุปราชบงั คบั บญั ชา ก. รัชกาลท่ี 4 ข. รัชกาลที่ 5 ค. รัชกาลที่ 6 ง. รัชกาลที่ 7 8. หลังจากการสถาปนากรุงรตั นโกสนิ ทรข ้นึ เมอื่ พ.ศ.2325 ประเทศไทยมกี ารเสียดินแดนให ตางชาติรวมทัง้ สนิ้ จำนวนกคี่ รัง้ ก. 11 ข. 12 ค. 13 ง. 14
314 9. ขอใดกลา วถูกตองเกยี่ วกับการเสียดินแดนของประเทศไทย ก. เสียเขาพระวหิ าร ใหกบั เขมร (กมั พูชา) ข. เสยี ดนิ แดนฝงขวาแมน้ำโขง (ตรงขามเมืองหลวงพระบาง ดนิ แดนในทิศตะวันออกของ นาน) ใหกับฝร่งั เศส ค. เสยี ดนิ แดนฝงซายแมน้ำโขง (อาณาจักรลานชาง หรือประเทศลาว) ใหกบั ฝร่งั เศส ง. ถกู ทุกขอ 10. ขอ ใดไมใชพ ระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 9 ก. โครงการแกลงดนิ โครงการปลูกหญาแฝก โครงการหนวยแพทยพระราชทาน ข. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ริเร่ิมลูกเสือไทย ค. แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง : เกษตรทฤษฎีใหม โครงการสวนพระองคสวนจิตรลดา ง. ทุนมูลนธิ ิอานันทมหดิ ล โครงการฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา
315 เฉลย แบบทดสอบกอนเรียนบทเรียนออนไลนที่ 5 เร่อื ง ตวั อยางการวเิ คราะหแ ละอภปิ รายเหตกุ ารณสำคญั ทางประวตั ศิ าสตรท่ีมผี ลตอ การพัฒนาชาติไทย 1. ง 2. ง 3. ง 4. ข 5. ก 6. ก 7. ค 8. ง 9. ง 10. ข
316 ใบความรบู ทเรยี นออนไลนท่ี 5 เร่อื ง ตวั อยางการวิเคราะหแ ละอภิปรายเหตกุ ารณสำคัญทางประวัตศิ าสตร ท่ีมีผลตอ การพัฒนาชาติไทย ในประวัติศาสตรข องไทย ไดม เี หตุการณสำคัญหลายประการท่ีมีผลตอ การเปล่ียนแปลงการ ดำรงชีวิตของคนไทยต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน เชน เหตุการณท่ีเก่ียวของกับสภาพทางภูมิศาสตร การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปล่ียนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม การเปล่ียนแปลงทาง การเมืองการปกครอง ซึ่งมีตวั อยางเหตกุ ารณส ำคัญดงั กลา ว ดงั นี้ 1. เหตุการณท ่เี กย่ี วกบั ปจจยั ทางภมู ิศาสตร การเลือกที่ต้ังเมืองหลวงของบรรพบุรุษไทยตั้งแตสมัยอยุธยา ซ่ึงตงั้ อยูในบริเวณท่ีราบ ลุมแมน้ำเจาพระยาตอนลาง เปนพื้นท่ีราบลมุ แมน้ำกวางใหญ มีแมน้ำสายสำคัญไหลผาน 3 สาย คือ แมน้ำลพบุรีทางตอนเหนือ แมน้ำปาสักทางดานตะวันออก และแมน้ำเจาพระยาทางดาน ตะวันตกและดา นใต มีคูคลองใหญนอยเชื่อมติดตอกบั แมน้ำดังกลา ว การเดนิ ทางติดตอ หรือขนสง สนิ คา จงึ สะดวกทง้ั ภายในและการติดตอกับตางประเทศ เชน จีน กรุงศรอี ยธุ ยาจึงกลายเปน เมือง ทาคาขายที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตในอดีต 2. เหตกุ ารณท ่เี กยี่ วกับการเปลี่ยนแปลงทางดา นเศรษฐกจิ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยไดทำสนธิสัญญากบั ประเทศอังกฤษ เมื่อป พ.ศ. 2398 เรียกวา สนธิสัญญาเบาวริง ซ่ึงผลของสัญญาฉบับน้ีทำใหการคาระหวางประเทศขยายตัวออกไป อยางกวางขวาง คนไทยมีโอกาสคาขายกับชาวตางประเทศมากขึ้นพรอม ๆ กับมีการแลกเปล่ียน และมกี ารผสมผสานทางวฒั นธรรม 3. เหตกุ ารณที่เกีย่ วกับการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมและวัฒนธรรม การท่ีไทยตองรักษาเอกราชใหรอดพนจากการแสวงหาอาณานิคมของประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส ทำใหไทยจำเปนตองปรับปรุงโครงสรางทางสังคมและวัฒนธรรมใหทันสมัย จึง จำเปนตองยอมรับวัฒนธรรมตะวนั ตกเขามาผสมผสาน ซง่ึ ผลของการเปลยี่ นเปลงดังกลา ว ทำใหเกดิ เหตกุ ารณดังตอไปน้ี เชน - การยกเลกิ ระบบไพร อยา งคอยเปน คอยไป - การยกเลิกระบบทาสในสมัยรัชกาลท่ี 5 - การเปลี่ยนแปลงทางดานการศึกษาและเทคโนโลยีแบบตะวนั ตก โดยการจัดตั้ง โรงเรียนทั้งในกรงุ เทพ ฯ และหัวเมอื ง เพ่ือขยายการศึกษาใหแพรหลาย 4. เหตุการณท่ีเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงทางการเมอื งการปกครอง
317 วนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เปนวันที่มีความสำคัญอยา งย่ิงตอระบอบการปกครอง ของไทย คือ เปนวันที่คณะราษฎร ซ่ึงนำโดย พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ไดปฏิวัติเพ่ือ เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นับเปนจุดส้ินสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย และเปน จุดเร่ิมตน ของการพฒั นาไปสูระบอบประชาธปิ ไตย หลกั การสำคญั ของ คณะราษฎร คือ ปวงชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิเสมอภาคกันและมี เสรภี าพในการกระทำส่ิงใดกไ็ ด โดยไมข ดั ตอกฎหมาย การปฏิวัตขิ อง คณะราษฎร จึงถือเปนเหตุการณสำคัญตอการปกครองของไทยอยาง แทจรงิ
318 ใบงานบทเรยี นออนไลนท่ี 5 เร่ือง ตัวอยา งการวิเคราะหแ ละอภปิ รายเหตุการณส ำคญั ทางประวัตศิ าสตร ทม่ี ผี ลตอ การพัฒนาชาติไทย คำช้แี จง ใหนกั ศกึ ษาตอบคำถามตอไปนใ้ี หถ กู ตอง 1. จงยกตวั อยางบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตรทน่ี กั ศกึ ษาไดศ ึกษามาจำนวน 3 ทาน พรอ มอธิบาย ประกอบถงึ ผลงานของบคุ คลนน้ั ในการสรา งสรรคช าติไทย 1. ชอ่ื ………………………………………………………………………………….……………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ช่ือ……………………………….………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ช่อื ………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
319 เฉลย ใบงานบทเรียนออนไลนท ่ี 5 เรอื่ ง ตวั อยางการวเิ คราะหแ ละอภิปรายเหตุการณส ำคัญทางประวัติศาสตร ที่มีผลตอการพัฒนาชาติไทย คำชแ้ี จง ใหนกั ศกึ ษาตอบคำถามตอไปนใี้ หถกู ตอ ง 1. จงยกตัวอยางบคุ คลสำคัญทางประวัตศิ าสตรท น่ี กั ศกึ ษาไดศกึ ษามาจำนวน 3 ทาน พรอ มอธิบาย ประกอบถึงผลงานของบคุ คลน้ันในการสรา งสรรคชาตไิ ทย 1. ชอ่ื สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ยทุ ธหตั ถี ตลอดรัชสมัยของ พระองคทรงกอบกกู รงุ ศรอี ยธุ ยาจากหงสาวดี และ ไดทำสงครามกับอรริ าชศัตรทู ้งั พมาและเขมร จนราชอาณาจักรไทยเปนปกแผนม่ันคง ขยายพระราช อาณาเขตออกไปอยา งกวา งใหญไพศาลกวาครง้ั ใดในอดตี ทีผ่ า นมา งานสงครามในรชั สมยั ของพระองค ทง้ั ในดนิ แดนไทยและดินแดนขาศึก ไดชัยชนะทกุ ครงั้ ทรงมีพระปรชี าสามารถในการนำทพั ทรงริเริ่ม นำยุทธวิธแี บบใหมมาใชใ นการทำสงคราม และเปลย่ี นแนวความคดิ จากการต้ังรับมาเปนการรุก และ ริเร่มิ การใชวธิ ีรบนอกแบบสงครามกับพมา ครงั้ สำคัญท่ที ำใหพมาไมก ลา ยกทัพมารุกรานไทยอีกเลย เปนเวลาเกอื บสองรอ ยป 2. ชอ่ื สมเด็จพระเจา ตากสิน ทรงกอบกเู อกราช และสมเด็จพระเจาตากสิน สามารถกูกลับคืนมาได เมือ่ วันศกุ ร ขึน้ 15 ค่ำ เดือน 12 จุลศักราช 1129 ปกุน นพศก ซึ่งตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2310 รวมใชเ วลารวบรวมผูค น จนเปน ทัพใหญกลับมากูชาติดวยระยะเวลาเพียง 7 เดือนเทา นั้น เมือ่ ทรงจัดการบานเมืองเรียบรอ ย พอสมควร บรรดาแมทัพ นายกอง ขุนนาง ขาราชการทั้งฝายทหารและพลเรือน ตลอดทั้งสมณะ พราหมณาจารยและอาณาประชาราษฎรท้ังหลาย จึงพรอมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรง ปราบดาภิเษก เปนพระมหากษัตรยิ ณ วนั พุธ เดือนอาย แรก 4 คำ่ จลุ ศกั ราช 1130 ปช วด สมั ฤทธิ ศก ตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2310 ทรงพระนามวา พระศรีสรรเพชญ หรือสมเด็จพระบรมราชา ท่ี 4 แตเ รียกขานพระนามของพระองคตดิ ปากวา สมเด็จพระเจา ตากสิน หรอื สมเด็จพระเจากรงุ ธนบรุ ี 3. ชื่อ สมเดจ็ พระนารายณม หาราช ในสมยั ของสมเดจ็ พระนารายณมหาราช ไดท รงปราบปรามเมอื งนอยใหญใ หเปนมาสวามิภกั ดิ์ ทั้งหวั เมอื งทางเหนอื เชน เชยี งใหม ลำพนู สว นศึกกับพมาแมจ ะมอี ยูในเวลาน้ี แตก ็ทรงจัดทัพตีพายกลับไป อยูเนือง กจิ การของกองทัพนบั วา รงุ เรอื งและย่งิ ใหญ สมเดจ็ พระนารายณเ องกท็ รงชำนาญในการศกึ คลองชา ง และทรงซ้อื อาวุธจากตางชาตสิ ำหรบั กิจการของกองทพั ดว ย
320 แบบทดสอบหลังเรยี นบทเรียนออนไลนท ่ี 5 เร่อื ง ตวั อยา งการวิเคราะหและอภิปรายเหตุการณส ำคัญทางประวัตศิ าสตร ทมี่ ีผลตอการพฒั นาชาตไิ ทย 1. ประเทศไทยมรี ฐั ธรรมนูญฉบับแรก พ.ศ.ใด ก. 2470 ข. 2475 ค. 2480 ง. 2485 2. การทำสนธิสญั ญาเบาวรงิ สงผลเสยี กับประเทศไทยอยางไร ก. การยินยอมใหอังกฤษเขามาต้ังกงสุล ทำใหอ ำนาจพจิ ารณาคดีท่มี ีชาวอังกฤษรวมดวยกงสลุ ตองมสี วนรวมพิจารณา ข. ชาวตางประเทศมีสทิ ธิเสรีภาพในการเชาและสามารถถือครองท่ีดินไดหากทำการเชา มาไม นอยกวา 10 ป ในประเทศไทย ค. ชาวอังกฤษไมส ามารถเดินทางไดอ ยางเสรี ง. ขอ 1 และ 2 ถกู ตอ ง 3. การทำสนธสิ ัญญาเบาวร ิง สง ผลกระทบท่ีดกี บั ประเทศไทยอยา งไร ก. ไดรบั วทิ ยาการจากประเทศชาติตะวนั ตกสมัยใหม ข. มีเสนทางการคมนาคมสะดวก เชน การสรางถนน ขุดคลองใชเ ปนเสนทางในการเดินทางทำ ใหเ กดิ ประโยชนดานการคาขาย ค. การคาขาย ประชาชนสามารถคาขายไดอยางอิสระมากขึ้นและขาว เปนสนิ คา สง ออกท่ี สำคญั ท่ีสุดของไทย สงผลถงึ ปจ จบุ ัน ง. ถูกทกุ ขอ 4. ขอใดไมใชส าเหตุทีน่ ำไปสูการเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ก. ความเสือ่ มของระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราชย ข. การไดร บั การศึกษาตามแนวความคิดตะวันตกของบรรดาชนชั้นนำในสังคมไทย ค. ความขัดแยงทางความคิดเก่ยี วกับการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย ง. ถกู ทกุ ขอ
321 5. จงเรียงลำดับพระมหากษตั ริยข องไทย ก. พอ ขุนรามคำแหง สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช พระเจาตากสนิ มหาราช พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกลา เจาอยหู วั ข. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัว สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช พอ ขุนรามคำแหง พระเจาตากสินมหาราช ค. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พอขุนรามคำแหง พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู วั พระเจาตากสินมหาราช ง. พระเจาตากสนิ มหาราช พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัวพอ ขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 6. รชั กาลใดท่รี เิ รมิ่ การปกครองสว นภูมิภาคใหร วมมณฑลตงั้ เปน “ภาค” และแตล ะภาคตง้ั ตำแหนงอุปราชบงั คบั บัญชา ก. รัชกาลท่ี 4 ข. รัชกาลท่ี 5 ค. รัชกาลที่ 6 ง. รัชกาลท่ี 7 7. ขอใดไมใ ชเหตกุ ารณทีส่ ำคัญทางการปกครองและเศรษฐกจิ ในสมัยรชั กาลท่ี 5 ก. แตง ชุดราชการเขา เฝา พระมหากษตั รยิ ข. ยกเลิกจตุสดมภ ค. จัดทำงบประมาณแผนดิน ง. ต้งั หอรัษฎากรพพิ ัฒน 8. ขอใดกลา วถกู ตองเกยี่ วกับการเสยี ดินแดนของประเทศไทย ก. เสียเขาพระวิหาร ใหกับเขมร (กัมพูชา) ข. เสียดินแดนฝง ขวาแมน้ำโขง (ตรงขามเมอื งหลวงพระบาง ดนิ แดนในทศิ ตะวันออกของ นาน) ใหกบั ฝรง่ั เศส ค. เสยี ดนิ แดนฝง ซายแมน้ำโขง (อาณาจักรลา นชา ง หรือประเทศลาว) ใหกับฝร่ังเศส ง. ถกู ทุกขอ
322 9. หลังจากการสถาปนากรุงรัตนโกสินทรข้นึ เม่ือ พ.ศ.2325 ประเทศไทยมกี ารเสยี ดินแดนให ตางชาตริ วมทั้งสิ้นจำนวนกค่ี ร้งั ก. 11 ข. 12 ค. 13 ง. 14 10. ขอ ใดไมใชพระราชกรณียกจิ ในรชั กาลที่ 9 ก. โครงการแกลง ดนิ โครงการปลูกหญาแฝก โครงการหนวยแพทยพระราชทาน ข. โครงการสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน รเิ ร่มิ ลูกเสือไทย ค. แนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง : เกษตรทฤษฎีใหม โครงการสวนพระองคส วนจิตรลดา ง. ทุนมลู นิธอิ านันทมหิดล โครงการฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา
323 เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี นบทเรียนออนไลนท ่ี 5 เร่อื ง ตวั อยา งการวเิ คราะหแ ละอภปิ รายเหตกุ ารณส ำคญั ทางประวัตศิ าสตร ทม่ี ผี ลตอการพัฒนาชาติไทย 1. ข 2. ง 3. ง 4. ง 5. ก 6. ค 7. ก 8. ง 9. ง 10. ข
324 เอกสารอา งอิง สำนกั งาน กศน. สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร // หนงั สอื เรียนสาระความรูพ้นื ฐาน รายวิชาภาษาไทย(พท31001),2555 // เอกสารทางวิชาการลำดบั ท่ี 3 /2555 สำนกั งาน กศน. สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ // หนงั สอื เรยี นสาระความรพู นื้ ฐาน รายวิชา หลักภาษาไทย(พท 33002) ,2555 // เอกสารทางวิชาการลำดับท่ี 6 /2555 สำนักงาน กศน. สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร // หนงั สือเรียนสาระทกั ษะการเรยี นรู (ทร31001) ,2555 // เอกสารทางวิชาการลำดบั ที่ 34 /2555 สำนกั งาน กศน. สำนกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ // ชดุ วชิ าประวัติศาสตรชาตไิ ทย รหสั วชิ า สค32034,2561 // เอกสารทางวิชาการลำดบั ที่ 4 /2555 เรอ่ื ง หลกั การฟง การดู และการพูด (2557).[ออนไลน]. เขาถงึ ไดจ าก https://www.youtube.com/watch?v=r3Zo4nYutPU (วันท่ีคน ขอ มลู : 10 พฤษภาคม 2563). เรอ่ื ง การวเิ คราะหขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็น(2555).[ออนไลน]. เขา ถงึ ไดจ าก https://www.youtube.com/watch?v=r3Zo4nYutPU (วนั ท่คี น ขอ มูล : 10 พฤษภาคม 2563). เอกสาร การทำแผนพบั (2558).[ออนไลน]. เขาถึงไดจ าก https://sites.google.com/site/wordnutchari/home/hnwy-thi-9 (วนั ท่ีคนขอ มูล : 15 พฤษภาคม 2563). ศิลปะการพดู (2558).[ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.youtube.com/watch?v=L9_9av8FNy0 (วันทีค่ นขอมลู : 15 พฤษภาคม 2563).
326 2.15 นายไพรโรจน โพธท์ิ อง ครู กศน.ตำบล 2.16 นายพงษศักดิ์ เหลาชัยศรี ครู กศน.ตำบล 2.17 นายกติ ติพันธ กานขวา ครู กศน.ตำบล 2.18 นายธนวชิ ญ คำวรรณ ครู กศน.ตำบล 2.19 นางสาวศวุ ารนิ เกิดวัน ครู กศน.ตำบล 2.20 นางนงคนชุ พัฒนศักดิ์ศริ ิ ครู กศน.ตำบล 2.21 นายสมพงษ รยุ ปรงิ ครู กศน.ตำบล 3. คณะกรรมการบรรณาธิการ ประกอบดวย 3.1 นายพีรฉัตร อนวุ งศ ผูอำนวยการ กศน.อำเภอกำแพงแสน 3.2 นางสาวถาวร ศิลปศร ขาราชการครู 3.3 นางสาวอรพรรณ ขันแกว นักวิชาการศกึ ษาปฏิบัตกิ าร 3.4 นางสาวเขมจริ า พงึ่ บำรง ครู อาสาสมคั รฯ 3.5 นายกิตตพิ นั ธ กานขวา ครู กศน.ตำบล 3.6 นายธนวชิ ญ คำวรรณ ครู กศน.ตำบล 3.7 นางสาวศุวารนิ เกิดวนั ครู กศน.ตำบล 4. คณะกรรมการจดั พิมพต น ฉบบั และจัดทำรูปเลม ประกอบดวย 4.1 นางสาวอรพรรณ ขนั แกว นักวชิ าการศกึ ษาปฏบิ ัติการ 4.2 นางสาวปณ ณธร พรหมมณี นักวิชาการศกึ ษา 4.3 นางสาวเกศสดุ า ขาวขำ ครู กศน.ตำบล 4.4 นายณรงค ขวัญเพิ่มพร ครู กศน.ตำบล 4.5 นางสาวขนษิ ฐา โพธทิ์ อง ครู กศน.ตำบล 4.6 นางสาวลักษคณา สงโสภา ครู กศน.ตำบล 4.7 นางสาวสจุ ติ รา สมทรง ครู กศน.ตำบล 4.8 นางสาวบัวบชู า ล้ำเลิศ ครู กศน.ตำบล 4.9 นางสาววรรณเพ็ญ ฮวบบรุ ี ครู กศน.ตำบล 4.10 นายไพรโรจน โพธ์ิทอง ครู กศน.ตำบล *********************************************
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329