Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Rupasittini

Rupasittini

Published by arthit0882811191, 2019-12-22 23:32:32

Description: เพื่อศึกษาคัมภีร์ไวยากรณ์บาลี

Keywords: ชินวจนยุตฺตํ หิ

Search

Read the Text Version

162 รปู สทิ ธิทปี นี [ ๒. นาม ศพั ท์แจกต�ม อ�ยุ มีดงั น้ี ทารุ ไม้, ฟืน จกฺขุ นัยนต์ � วสุ ทรพั ย ์ ธนุ ธน ู ติปุ แร่ดีบกุ มธุ หงิ คฺ ุ มห�หิงคุ์ สคิ ฺค ุ ต้นมะรุม น้ำผึ้ง วตฺถุ เรอื่ ง, สิ่งของ มตฺถุ เนยเหลว, เปรียง ชต ุ ครงั่ อมพฺ ุ น้ำ อสฺสุ น้ำตา จบ อุก�รันต์ นปงุ สกลิงค.์ ๓.๖ อูก�รนั ต์ นปงุ สกลิงค์ โคตฺรภูศัพท์ ท�ำ ตวั รูป โคตรฺ ภ ุ ศพั ท์เดิมคือ = โคตฺรภู = ลิงคฺ ตฺเถ ป€มา. หลัง โคตฺรภ ู ลง ส ิ ปฐม�วิภตั ต ิ โคตฺรภ ู + ส ิ = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. = อโฆ รสสฺ เมกวจนโยสวฺ ปิ จ. แยกพยญั ชนะ ภฺ ออกจ�กสระ อู โคตรฺ ภฺ อู + ส ิ = เสสโต โลปํ คสปิ ิ. = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. เพร�ะสิวภิ ตั ติ รัสสะ อ ู เปน็ อุ โคตฺรภ ฺ อ ู อ ุ + สิ ลบ สิวภิ ตั ติ โคตฺรภฺ อุ + สิ นำ�พยญั ชนะ ภฺ ไปประกอบกบั สระ อ ุ โคตรฺ ภ ุ สำ�เรจ็ รปู เป็น โคตฺรภ.ุ (อ.อนั ข�้ มโคตร) โคตฺรภูสทฺทปทม�ล� (โคตรภจู ิต) วภิ ัตติ เอกวจนะ พหวุ จนะ ปฐม�. โคตรฺ ภ ุ โคตรฺ ภ ู โคตรฺ ภนู ิ อ�ลปนะ. เห โคตรฺ ภ ุ เห โคตฺรภ ู โคตรฺ ภูนิ ทตุ ยิ �. โคตฺรภำุ โคตรฺ ภ ู โคตรฺ ภูนิ ตติย�. โคตรฺ ภุน� โคตฺรภหู ิ โคตรฺ ภภู ิ จตตุ ถี. โคตฺรภโุ น โคตฺรภุสสฺ โคตรฺ ภนู ำ ปญั จมี. โคตรฺ ภนุ � โคตรฺ ภมุ หฺ � โคตรฺ ภุสมฺ � โคตรฺ ภหู ิ โคตรฺ ภูภิ ฉฏั ฐ.ี โคตรฺ ภโุ น โคตรฺ ภุสฺส โคตรฺ ภนู ำ สตั ตมี. โคตฺรภุมฺหิ โคตรฺ ภุสมฺ ึ โคตรฺ ภูสุ

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลิงค์ 163 อภภิ ู (จติ )ผเู้ ป็นใหญ ่ ศัพทแ์ จกต�ม โคตรฺ ภู มีดงั นี้ สยมฺภู (จิต)ผ้รู ้เู อง ธมฺมฺ ู (จิต)ผรู้ ู้ธรรม จบ อูก�รนั ต์ นปุงสกลงิ ค.์ ๓.๗ โอก�รันต์ นปุงสกลิงค์ จติ ตฺ โคศัพท์ ท�ำ ตัวรูป จิตตฺ คุ ศพั ท์เดิมคอื = จิตตฺ โค = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั จิตฺตโค ลง ส ิ ปฐม�วภิ ัตติ จติ ตฺ โค + สิ = สโร รสโฺ ส นปสำุ เก. = เสสโต โลปํ คสปิ ิ. รสั สะ จิตตฺ โค เป็น จิตตฺ คุ จติ ฺตโค จติ ตฺ คุ + ส ิ = จิตฺตโค ลบ สิวภิ ัตต ิ จิตฺตคุ + สิ = ลิงคฺ ตเฺ ถ ป€มา. = สโร รสฺโส นปสุำ เก. สำ�เรจ็ รูปเปน็ จติ ตฺ ค.ุ (อ.ผู้มีวัวด�่ ง) = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = อิวณฺณุวณฺณ� ฌล�. ท�ำ ตัวรูป จติ ฺตค ู ศัพท์เดิมคอื = ฆปโต จ โยน ำ โลโป. = โยสุ กตนกิ �รโลเปส ุ ทีฆำ. หลัง จติ ฺตโค ลง โย ปฐม�วภิ ตั ต ิ จติ ฺตโค + โย = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. รสั สะ จิตฺตโค เป็น จิตตฺ ค ุ จิตตฺ โค จติ ตฺ ค ุ + โย = จิตฺตโค = ลิงคฺ ตเฺ ถ ป€มา. แยกพยญั ชนะ คฺ ออกจ�กสระ อ ุ จิตตฺ คฺ อ ุ + โย = สโร รสฺโส นปุำสเก. = โยน ำ นิ นปุำสเกหิ. ตง้ั อุ ช่ือ ล จติ ตฺ คฺ อุ ล + โย = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = โยสุ กตนกิ �รโลเปส ุ ทีฆ.ำ หลงั จ�ก อ ุ ทช่ี ือ่ ล ลบ โยวิภัตติ จิตฺตคฺ อุ + โย = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. เพร�ะโยทถี่ ูกลบแลว้ ทฆี ะ อุ เปน็ อ ู จติ ตฺ คฺ อ ุ อ ู น�ำ พยัญนะ คฺ ไปประกอบกบั สระ อ ู จติ ฺตค ู ส�ำ เรจ็ รูปเป็น จิตตฺ คู. (อ.ผมู้ วี ัวด่�ง ท.) ทำ�ตัวรูป จิตฺตคนู ิ ศพั ท์เดมิ คอื หลงั จติ ฺตโค ลง โย ปฐม�วิภตั ติ จติ ฺตโค + โย รสั สะ จติ ตฺ โค เปน็ จติ ฺตค ุ จิตฺตโค จติ ตฺ คุ + โย หลังจ�กนปุงสกลงิ ค ์ แปลงโย เปน็ น ิ จิตตฺ ค ุ + โย น ิ แยกพยัญชนะ คฺ ออกจ�กสระ อุ จิตตฺ ค ฺ อ ุ + น ิ เพร�ะโยท่แี ปลงเป็นนแิ ลว้ ทฆี ะอเุ ปน็ อู จิตตฺ คฺ อุ อ ู + นิ นำ�พยญั นะ คฺ ไปประกอบกบั สระ อู จติ ตฺ คนู ิ สำ�เรจ็ รูปเป็น จติ ตฺ คูนิ. (อ.ผมู้ ีววั ด�่ ง ท.)

164 รปู สทิ ธทิ ปี นี [ ๒. นาม หม�ยเหตุ:- จติ ฺตโคศพั ท์ เป็นพหุพพหี ิสม�ส ใหร้ สั สะ โอ เปน็ อุ ทุกวภิ ัตติ ดว้ ยสตู ร “สโร รสโฺ ส นปำุสเก”. แล้วนำ�ไป แจกปทม�ล�เหมอื นกับ อ�ยศุ ัพทท์ ุกประก�ร จติ ตฺ โคสททฺ ปทม�ล� (ผู้มีวัวด่�ง) วภิ ัตติ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. จิตตฺ ค ุ จติ ฺตค ู จิตตฺ คูนิ อ�ลปนะ. เห จิตฺตค ุ เห จติ ตฺ คู จติ ฺตคนู ิ ทตุ ยิ �. จติ ตฺ ค ำุ จิตฺตคู จติ ฺตคูนิ ตตยิ �. จติ ฺตคุน� จิตตฺ คหู ิ จิตฺตคูภ ิ จิตตฺ คุหิ จิตตฺ คภุ ิ จตุตถี. จิตฺตคโุ น จิตฺตคุสสฺ จติ ตฺ คูนำ จิตฺตคุนำ ปญั จม.ี จติ ตฺ คนุ � จติ ฺตคุมหฺ � จติ ฺตคสุ มฺ � จติ ตฺ คูหิ จติ ตฺ คภู ิ จติ ฺตคหุ ิ จิตตฺ คุภิ ฉฏั ฐี. จติ ฺตคโุ น จติ ตฺ คสุ สฺ จติ ตฺ คนู ำ จิตฺตคุนำ สตั ตม.ี จิตตฺ คุมหฺ ิ จติ ฺตคสุ มฺ ึ จิตฺตคูสุ จิตฺตคสุ ุ จบ โอก�รนั ต์ นปุงสกลิงค์. นปงุ สกลงิ คสงั คหค�ถ� จิตฺตํ กมฺมจฺ อสสฺ ทฺธ- มถฏ€ฺ ิ สขุ การิ จ อายุ โคตฺรภุ ธมมฺ ฺ ุ จติ ตฺ คูติ นปสำุ เก. ก�รรวบรวมศัพท์แม่แบบในนปุงสกลิงค ์ มี ๗ ก�รันต ์ คือ (๑) จิตฺต =จติ , กมมฺ =กรรม,ก�รง�น (๒) อสสฺ ทธฺ �=ผูไ้ มม่ ีศรทั ธ� (๓) อฏ€ฺ ิ =กระดูก (๔) สขุ ก�ร=ี อนั กระทำ�คว�มสขุ โดยปกติ (๕) อ�ยุ=อ�ย,ุ ชีวติ (๖) โคตรฺ ภู=อันข้�มโคตร, ธมฺมฺ ู=ผ้รู ู้ธรรม (๗) จิตฺตโค=ผู้ มวี ัวด่�ง จบ นปงุ สกลงิ ค์ ____________

กณั ฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 165 ๔. สพั พน�ม ๔.๑ สัพพน�ม ไตรลงิ ค์ คำ�ว�่ “สพั พน�ม” หม�ยคว�มว่� น�มที่ใชแ้ ทนน�มน�มท่กี ล่�วม�แล้วทั้งส�มลงิ ค ์ มีวิเคร�ะหว์ �่ “สพฺเพส ำ อติ ฺถิปุมนปสุำ ก�นำ น�ม�นิ สพพฺ น�ม�นิ. แปลว่� “อ.ช่ือ ท. ของอิตถีลงิ ค์ ปุงลิงค ์ และนปุงสกลงิ ค ์ ท. ทง้ั ปวง ช่ือว่� สัพพน�ม. สัพพน�มนน้ั มีทั้งหมด ๒๗ ตัว คือ สพฺพ, กตร, กตม, อภุ ย, อิตร, อฺ , อฺตร, อฺ ตม, ปุพฺพ, ปร, อปร, ทกฺขณิ , อุตฺตร, อธร, ย, ต, เอต, อมิ , อม,ุ ก,ึ เอก, อภุ , ทฺว,ิ ติ, จตุ, ตมุ ฺห และ อมหฺ ศัพท.์ สัพพน�มน้แี บง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท คือ ปุริสสพั พน�ม และวเิ สสนสัพพน�ม ดังน้ี (๑) ปรุ สิ สพั พน�ม ไดแ้ ก่สัพพน�มทใี่ ชแ้ ทนช่อื บคุ คล ใชเ้ ปน็ ประธ�นในประโยคได ้ มี ๓ ตัว คือ ต, ตมุ ฺห และ อมหฺ ศัพท์ แบ่งออกเป็น ๓ บรุ ุษ ดงั นี้ ๑. ปฐมบุรษุ หม�ยถงึ บคุ คลทเ่ี ร�กล�่ วถึง ไดแ้ ก่ ตศพั ท ์ (เข�, น้นั ) ๒. มชั ฌมิ บุรษุ หม�ยถงึ บุคคลทีเ่ ร�พดู ด้วย ได้แก ่ ตมุ หฺ ศพั ท์ (ท�่ น, เธอ, คณุ ) ๓. อุตตมบรุ ษุ หม�ยถึง ตวั เร�เอง ได้แก่ อมหฺ ศัพท ์ (ข�้ พเจ้�, ผม, ดิฉัน) (๒) วเิ สสนสพั พน�ม ไดแ้ ก่สพั พน�มที่ใชแ้ ทนค�ำ พูดทก่ี ล�่ วม�แลว้ หรือใช้เปน็ ตัวขย�ยสทุ ธน�ม ใหพ้ เิ ศษข้ึน ไมส่ �ม�รถเป็นประธ�นได ้ ตอ้ งประกอบด้วยสุทธน�มเสมอ ม ี ๒๕ ตัว คอื สพฺพ =ทงั้ ปวง, กตร=ไหน, กตม=ไหน, อุภย=ทง้ั สอง, อิตร=นอกน้,ี อฺ=อื่น, อฺตร=อย�่ งใดอย่�งหนงึ่ , อฺ ตม=อย่�งใดอย�่ งหนง่ึ , ปุพพฺ =ก่อน,ข�้ งหน้�, ปร=อ่ืน,หลัง, อปร=อ่ืนอีก, ทกขฺ ิณ=ใต,้ ขว�, อุตตฺ ร =เหนือ,บน, อธร=ภ�ยใต้,เบอื้ งล�่ ง, ย=ใด, ต=นน้ั , เอต=นน่ั (นี้), อมิ =น้,ี อมุ=โนน้ , ก=ึ อะไร,ใคร,ไหน, เอก=หนง่ึ , อภุ =ท้ังสอง, ทวฺ ิ=สอง, ต=ิ ส�ม และ จตุ=ส.่ี หม�ยเหตุ :- เฉพ�ะ ตศพั ท์ เป็นไดท้ งั้ ปุรสิ สัพพน�มและวิเสสนสัพพน�ม และกึศพั ท์มใี ช้เป็นประธ�นได้ อรรถของ สพพฺ ศพั ท์มี ๒ ประก�ร (๑) อวเสสสพพฺ หม�ยถงึ ท้ังหมด แตย่ งั มสี ว่ นเหลืออยู่ เช่น สพเฺ พ ตสนฺต ิ ทณฺฑสฺส สพฺเพ ภ�ยนตฺ ิ มจจฺ โุ น แปลว่� สตั ว์ทงั้ ปวง ยอ่ มสะดุ้งแตอ่ �ชญ� สตั วท์ ้งั ปวง ยอ่ มกลวั แต่มจั จรุ �ช แตใ่ นคว�มเปน็ จรงิ ยงั มีบุคคลอกี ๔ จำ�พวก ทไี่ ม่เปน็ เชน่ นัน้ ได้แก ่ ช้�งอ�ช�ไนย ม้�อ�ช�ไนย บุรษุ อ�ช�ไนย และพระอรหันต์ ฉะนน้ั ค�ำ ว่� “สพฺเพ” ทแี่ ปลว�่ “ท้งั ปวง”นี้ ก็ยังมีกลุม่ บุคคลท่ไี ดร้ บั ก�รยกเว้นอย ู่ ไมท่ ้ังหมดจรงิ ๆ (๒) นิรวเสสสพฺพ หม�ยถงึ ทั้งหมด ท้ังหมดจริงๆ ไม่มสี ว่ นเหลือ ไม่มียกเว้นแม้แตอ่ ย�่ งเดียว เช่น สพเฺ พ ธมมฺ � อนตตฺ � แปลว�่ ธรรมท้ังปวงเป็นอนตั ต� หม�ยคว�มว่� ธรรมท้งั หมดมี ๒ ประเภท คอื สงั ขตธรรม และอสังขต ธรรม ทัง้ สองประเภทนี้ ลว้ นเป็นอนตั ต� ฉะน้ัน ค�ำ ว�่ “สพฺเพ” ท่ีแปลว�่ “ทั้งปวง” ในทน่ี ้ ี จึงไมม่ ีสว่ นเหลอื

166 รูปสทิ ธทิ ีปนี [ ๒. นาม ท�ำ ตัวรูป สพโฺ พ ศัพท์เดิมคอื = สพพฺ = ลงิ ฺคตเฺ ถ ป€มา. หลัง สพพฺ ลง ส ิ ปฐม�วภิ ัตต ิ สพพฺ + สิ = โส. = ปุพฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง ส ิ เป็น โอ สพพฺ + ส ิ โอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมฺหฯิ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. แยกพยญั ชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + โอ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ สพพฺ ฺ อ + โอ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ โอ สพฺโพ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ สพฺโพ. (สพโฺ พ ชโน. อ.ชน ทง้ั ปวง) ๒๐๐. สพฺพนาม’การเต ป€โม. ป€โม (โย) อ.โยปฐม�วภิ ัตต ิ ปโร อนั เปน็ เบือ้ งหลัง สพฺพนามการโต จ�กออกั ษรของสัพพน�ม เอ แปลง เปน็ เอ โหต ิ ย่อมเป็น. (แปลง โยปฐม�วิภตั ติท่เี ป็นเบ้ืองหลงั จ�กออกั ษรของสัพพน�ม เปน็ เอ) สตู รนี้ม ี ๓ บท คอื สพพฺ น�มก�รโต, เอ, ป€โม. เปน็ อาเทสวธิ สิ ตู ร. ทำ�ตวั รปู สพฺเพ ศัพท์เดิมคอื = สพฺพ หลัง สพฺพ ลง โย ปฐม�วภิ ตั ติ สพฺพ + โย = ลงิ คฺ ตฺเถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เปน็ เอ สพพฺ + โย เอ = สพฺพนามการเต ป€โม. แยกพยญั ชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + เอ = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ สพฺพฺ อ + เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ หฺ ฯิ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพฺเพ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. สำ�เร็จรูปเป็น สพฺเพ. (สพฺเพ สตตฺ �. อ.สัตว ์ ท. ทง้ั ปวง) ทำ�ตัวรูป สพพฺ ศพั ทเ์ ดิมคือ = สพพฺ = อ�ลปเน จ. หลัง สพฺพ ลง สิ อ�ลปนะ สพฺพ + สิ = อาลปเน สิ คสฺโ. = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ตัง้ ส ิ ชื่อ ค สพฺพ + สิ ค = อก�รปิต�ทยฺ นตฺ �นม�. = อ�ก�โร ว�. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + สิ = เสสโต โลปํ คสิป.ิ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. เพร�ะสิชอื่ ค แปลง อ เปน็ อ� สพพฺ ฺ อ อ� + ส ิ เพร�ะสทิ ่ีชือ่ ค รัสสะ อ� เปน็ อ สพฺพฺ อ� อ + ส ิ ลบ สอิ �ลปนะท่ชี อ่ื ค สพพฺ ฺ อ + สิ น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ สพพฺ ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ สพฺพ. (แนะ่ ... ทง้ั ปวง)

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 167 ท�ำ ตัวรปู สพพฺ า ศพั ท์เดิมคอื = สพพฺ = อ�ลปเน จ. หลัง สพฺพ ลง สิ อ�ลปนะ สพพฺ + สิ = อาลปเน สิ คสฺโ. = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ตั้ง สิ ชอื่ ค สพพฺ + ส ิ ค = อก�รปติ �ทยฺ นฺต�นม�. = เสสโต โลปํ คสิป.ิ แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + ส ิ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. เพร�ะสทิ ี่ช่ือค แปลง อ เป็น อ� สพฺพฺ อ อ� + ส ิ = สพฺพ = อ�ลปเน จ. ลบ สิอ�ลปนะทชี่ ่อื ค สพฺพฺ อ� + ส ิ = สพฺพนามการเต ป€โม. = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. นำ�พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ อ� สพพฺ � = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมฺหิฯ = นเย ปรำ ยุตฺเต. ส�ำ เร็จรปู เปน็ สพพฺ า. (แนะ่ ... ทั้งปวง) = สพพฺ ท�ำ ตัวรูป สพฺเพ ศพั ท์เดมิ คือ = กมมฺ ตเฺ ถ ทุติย�. = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลัง สพฺพ ลง โย อ�ลปนะ สพฺพ + โย = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ หฺ ิฯ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. หลงั จ�กอก�รันต์ แปลง โย เปน็ เอ สพฺพ + โย เอ = สพพฺ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + เอ = กมฺมตเฺ ถ ทตุ ิย�. = สพฺพโยนนี ม�เอ. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ สพฺพ ฺ อ + เอ = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ฯิ นำ�พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ เอ สพฺเพ = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น สพฺเพ. (แน่ะ... ทัง้ ปวง ท.) ท�ำ ตัวรูป สพพฺ ํ ศพั ท์เดิมคอื หลงั สพฺพ ลง อำ ทุตยิ �วิภตั ติ สพฺพ + อำ แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + อำ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ สพฺพฺ อ + อำ นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ สพฺพ ำ สำ�เร็จรูปเปน็ สพพฺ .ํ (ซงึ่ ... ทั้งปวง) ท�ำ ตัวรปู สพเฺ พ ศพั ท์เดมิ คือ หลัง สพฺพ ลง โย ทุติย�วภิ ตั ติ สพพฺ + โย หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เปน็ เอ สพฺพ + โย เอ แยกพยญั ชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + เอ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกต ิ สพฺพ ฺ อ + เอ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพเฺ พ ส�ำ เร็จรูปเปน็ สพเฺ พ. (ซงึ่ ... ทง้ั ปวง ท.)

168 รปู สทิ ธิทีปนี [ ๒. นาม ทำ�ตัวรูป สพฺเพน ศพั ทเ์ ดิมคอื = สพฺพ = กรเณ ตตยิ �. หลัง สพฺพ ลง น� ตติย�วิภัตต ิ สพฺพ + น� = อโต เนน. = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลงั จ�กอก�รันต์ แปลง น� เปน็ เอน สพพฺ + น� เอน = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทมิ หฺ ฯิ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + เอน = สพพฺ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ สพพฺ ฺ อ + เอน = กรเณ ตตยิ �. = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. น�ำ พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพฺเพน = สุหสิ ฺวก�โร เอ. = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. ส�ำ เร็จรูปเป็น สพฺเพน. (ดว้ ย... ท้งั ปวง) = สพฺพ ทำ�ตวั รปู สพเฺ พห ิ ศพั ทเ์ ดิมคือ = กรเณ ตติย�. = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. หลงั สพพฺ ลง ห ิ ตตยิ �วิภตั ต ิ สพฺพ + ห ิ = สหุ ิสฺวก�โร เอ. = สฺม�หสิ มฺ ึนำ มหฺ �ภิมหฺ ิ ว�. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + ห ิ = นเย ปรำ ยุตฺเต. เพร�ะหิวิภตั ติ แปลง อ เปน็ เอ สพฺพ ฺ อ เอ + ห ิ น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพเฺ พห ิ สำ�เร็จรูปเป็น สพเฺ พห.ิ (ด้วย... ทัง้ ปวง ท.) ทำ�ตัวรปู สพฺเพภิ ศพั ท์เดมิ คอื หลงั สพฺพ ลง ห ิ ตติย�วิภัตติ สพฺพ + หิ แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + หิ เพร�ะหวิ ิภตั ติ แปลง อ เปน็ เอ สพพฺ ฺ อ เอ + หิ หลังจ�กลงิ ค์ทัง้ ปวง แปลง หิ เปน็ ภิ สพพฺ ฺ เอ + หิ ภิ น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพฺเพภิ สำ�เรจ็ รปู เป็น สพเฺ พภิ. (ดว้ ย... ทั้งปวง ท.) ๒๐๑. ตโย เนว จ สพฺพนาเมห.ิ ตโย อาเออายาเทสา อ.ก�รแปลงเปน็ อ�, เอ และอ�ย ท. ๓ อย่�ง สมฺ าสมฺ ึนํ แหง่ สฺม�และสฺมึวภิ ัตติ ท.ด้วย จตตุ เฺ ถกวจนสฺส แหง่ จตตุ ถีวิภัตติเอกวจนะดว้ ย ปเรสํ อนั เปน็ เบ้อื งหลัง สพพฺ นาเมหิ จ�กสัพพน�ม ท. อโต อันเปน็ อก�รนั ต์ เนว โหนฺต ิ ย่อมไมม่ ีนัน่ เทียว จ มไี ด้บ้�ง. (หลงั จ�กสพั พน�มทเี่ ปน็ อก�รนั ต ์ ห�้ มแปลง สมฺ � เป็น อ�, สมฺ ึ เปน็ เอ และ สจตุตถวี ิภตั ต ิ เปน็ อ�ย แปลงได้ บ�้ ง) สตู รนี้ม ี ๕ บท คือ ตโย, น, เอว, จ, สพฺพน�เมหิ. เปน็ ปฏิเสธวิธิสตู ร. จศพั ท์ : มอี รรถ ปฏเิ สธนิวตฺตน คือ ห้�มก�รปฏเิ สธในบ�งท่ ี แสดงว่�บ�งอุท�หรณ์ ก็ส�ม�รถที่จะแปลงได้ เชน่ ปพุ ฺพ�, ปพุ ฺเพ เปน็ ตน้ .

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 169 ทำ�ตวั รปู สพฺพสฺส ศพั ทเ์ ดิมคือ = สพพฺ = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. หลัง สพพฺ ลง ส จตุตถวี ิภัตติ สพพฺ + ส = ส�คโม เส. เพร�ะสวภิ ัตต ิ ลง สอฺ �คม สพพฺ + ส ฺ - ส สำ�เรจ็ รูปเปน็ สพฺพสฺส. (แก่... ทัง้ ปวง) ๒๐๒. สพพฺ นามานํ นมํ หฺ ิ จ. นํมหฺ ิ จ ในเพร�ะนวำ ภิ ัตตดิ ้วย อกาโร อ.ออักษร สพฺพนามานํ ของสพั พน�ม ท. เอ แปลงเป็น เอ โหต ิ ย่อมเปน็ . (เพร�ะนำวภิ ัตต ิ แปลง ออักษรของสพั พน�ม เปน็ เอ) สูตรนม้ี ี ๓ บท. เปน็ อาเทสวธิ ิสตู ร. จศพั ท ์ : มอี รรถ อนกุ ฑฺฒน ดึงบทว่� “เอ” ม�ไวใ้ นสูตรนี้. ๒๐๓. สพพฺ โต นํ สสํ าน.ํ นํ อ.นำวิภัตติ ปรํ อนั เปน็ เบื้องหลัง สพฺพโต (สพพฺ นามโต) จ�กสพั พน�มท้ังปวง สสํ านํ แปลงเป็น สำ และ ส�นำ โหติ ย่อมเปน็ . (หลงั จ�กสัพพน�มทั้งปวง แปลง นวำ ภิ ัตต ิ เป็น ส ำ และ ส�น)ำ สูตรนม้ี ี ๓ บท. เป็น อาเทสวธิ ิสตู ร. ทำ�ตัวรูป สพฺเพสํ ศพั ทเ์ ดิมคือ = สพพฺ = สมปฺ ท�เน จตุตฺถี. หลงั สพฺพ ลง น ำ จตุตถวี ภิ ัตติ สพพฺ + น ำ = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สพพฺ น�ม�นำ นำมหฺ ิ จ. แยกพยญั ชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + นำ = สพฺพโต น ำ สำส�นำ. = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. เพร�ะนำวภิ ตั ติ แปลง อ เป็น เอ สพฺพฺ อ เอ + น ำ หลงั จ�กสัพพน�ม แปลง นำ เป็น ส ำ สพฺพฺ เอ + น ำ ส ำ น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพเฺ พสำ ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ สพเฺ พส.ํ (แก.่ .. ทัง้ ปวง ท.) ทำ�ตัวรูป สพเฺ พสาน ํ ศัพท์เดมิ คือ = สพพฺ = สมฺปท�เน จตุตฺถี. หลงั สพพฺ ลง น ำ จตตุ ถวี ิภัตติ สพพฺ + น ำ = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. = สพฺพน�ม�น ำ นำมฺหิ จ. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + นำ = สพฺพโต นำ สำส�น.ำ = นเย ปรำ ยุตฺเต. เพร�ะนวำ ภิ ตั ติ แปลง อ เป็น เอ สพฺพฺ อ เอ + นำ หลังจ�กสัพพน�ม แปลง นำ เปน็ ส�นำ สพฺพ ฺ เอ + นำ ส�น ำ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ เอ สพเฺ พส�น ำ สำ�เร็จรูปเปน็ สพเฺ พสานํ. (แก.่ .. ทัง้ ปวง ท.)

170 รูปสิทธิทีปนี [ ๒. นาม ท�ำ ตวั รูป สพฺพสฺมา ศพั ทเ์ ดมิ คอื = สพพฺ = อปาทาเน ปฺจมี. หลงั สพฺพ ลง สมฺ � ปญั จมวี ิภัตติ สพฺพ + สมฺ � = สพพฺ สำ�เรจ็ รปู เปน็ สพพฺ สมฺ า. (แต่... ท้งั ปวง) = อปาทาเน ปฺจม.ี = สมฺ �หิสมฺ นึ ำ มฺห�ภิมหฺ ิ ว�. ทำ�ตวั รปู สพฺพมฺหา ศัพทเ์ ดิมคือ = สพพฺ หลัง สพพฺ ลง สมฺ � ปญั จมีวิภตั ติ สพพฺ + สฺม� = อปาทาเน ปฺจม.ี = ปุพฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลงั จ�กปุง,นปุง. แปลง สฺม� เปน็ มหฺ � สพฺพ + สฺม� มหฺ � = สุหสิ ฺวก�โร เอ. = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. สำ�เรจ็ รปู เปน็ สพฺพมหฺ า. (แต.่ .. ท้ังปวง) = สพฺพ ทำ�ตัวรูป สพเฺ พหิ ศัพท์เดมิ คือ = อปาทาเน ปจฺ มี. = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลัง สพพฺ ลง ห ิ ปญั จมวี ิภัตต ิ สพพฺ + หิ = สุหสิ ฺวก�โร เอ. = สฺม�หสิ มฺ ึน ำ มฺห�ภิมหฺ ิ ว�. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + ห ิ = นเย ปรำ ยุตฺเต. เพร�ะหิวิภตั ติ แปลง อ เป็น เอ สพฺพ ฺ อ เอ + หิ = สพฺพ = โอก�เส สตฺตม.ี นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพเฺ พห ิ = สพพฺ สำ�เรจ็ รูปเป็น สพเฺ พหิ. (แต่... ทงั้ ปวง ท.) = โอก�เส สตฺตม.ี = สฺม�หิสฺมนึ ำ มหฺ �ภิมฺหิ ว�. ทำ�ตัวรปู สพฺเพภ ิ ศัพท์เดิมคอื หลงั สพพฺ ลง หิ ปัญจมีวิภตั ติ สพฺพ + ห ิ แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + ห ิ เพร�ะหวิ ภิ ตั ต ิ แปลง อ เป็น เอ สพพฺ ฺ อ เอ + หิ หลงั จ�กลิงคท์ ง้ั ปวง แปลง หิ เปน็ ภ ิ สพพฺ ฺ เอ + ห ิ ภ ิ นำ�พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ เอ สพฺเพภ ิ สำ�เร็จรูปเปน็ สพฺเพภ.ิ (แต่... ท้ังปวง ท.) ทำ�ตวั รปู สพฺพสมฺ ึ ศพั ท์เดมิ คอื หลงั สพพฺ ลง สมฺ ึ สตั ตมีวภิ ัตติ สพฺพ + สมฺ ึ ส�ำ เรจ็ รูปเป็น สพพฺ สมฺ .ึ (ใน... ทงั้ ปวง) ทำ�ตัวรปู สพฺพมฺห ิ ศัพทเ์ ดิมคือ หลัง สพฺพ ลง สมฺ ึ สตั ตมวี ภิ ัตต ิ สพพฺ + สฺมึ หลงั จ�กปงุ ,นปงุ . แปลง สมฺ ึ เปน็ มหฺ ิ สพพฺ + สฺมึ มฺหิ สำ�เรจ็ รปู เปน็ สพฺพมฺห.ิ (ใน... ทงั้ ปวง)

กณั ฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 171 ทำ�ตวั รูป สพฺเพสุ ศพั ท์เดิมคอื = สพพฺ = โอก�เส สตตฺ ม.ี หลงั สพฺพ ลง สุ สตั ตมีวิภัตต ิ สพฺพ + ส ุ = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สุหิสวฺ ก�โร เอ. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + สุ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. เพร�ะสวุ ภิ ตั ต ิ แปลง อ เป็น เอ สพฺพฺ อ เอ + ส ุ นำ�พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพฺเพส ุ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ สพฺเพส.ุ (ใน... ท้ังปวง ท.) วิภตั ต ิ เอกวจนะ สพพฺ สททฺ ปทม�ล� (ท้ังปวง) ปุงลงิ ค์ พหวุ จนะ ปฐม�. สพโฺ พ สพฺเพ อ�ลปนะ. เห สพฺพ สพพฺ � เห สพฺเพ ทตุ ิย�. สพฺพ ำ สพฺเพ ตตยิ �. สพฺเพน สพเฺ พหิ สพเฺ พภิ จตุตถี. สพฺพสฺส สพเฺ พสำ สพฺเพส�นำ ปัญจมี. สพฺพมหฺ � สพพฺ สมฺ � สพฺเพหิ สพเฺ พภิ ฉัฏฐี. สพฺพสฺส สพฺเพสำ สพเฺ พส�นำ สัตตมี. สพพฺ มหฺ ิ สพฺพสฺม ึ สพฺเพส.ุ ประโยคบ�ลีตวั อย�่ ง ป. สพฺโพ ชโน คนธฺ ม�ล�ทนิ � หตเฺ ถน วิห�ร ำ คโต. สพฺเพ ชน� คนธฺ ม�ล�ทีห ิ หตฺเถหิ วหิ �รำ คต�. .......................................................................... ............................................................................. อ�. เห สพพฺ ท�รก โก วหิ �รำ อ�คโต. เห สพเฺ พ ท�รก� เก อ�ร�มำ อ�คต�. .......................................................................... ............................................................................. ทุ. ภกิ ฺขุ ภควโต สพฺพ ำ ปวจิ ยำ กเถส ิ ภิกขฺ ู ภควโต สพเฺ พ ปวจิ เย กถยสึ ุ. .......................................................................... ............................................................................. ต. โส ปเทโส สพเฺ พน นเยน อปุ สงกฺ มติ พฺโพ. เต ปเทส� สพฺเพห ิ นเยห ิ อปุ สงกฺ มิตพพฺ �. .......................................................................... ............................................................................. จ. อน�ถปณิ ฑฺ ิโก สพฺพสสฺ ภิกขฺ ุสฺส ย�คุำ เทติ. อน�ถปิณฺฑโิ ก สพเฺ พส ำ ภิกฺขนู ำ ย�คุโย เทต.ิ .......................................................................... ............................................................................. ปัญ. สมโณ สพพฺ สมฺ � อ�ร�ม� นิกขฺ นโฺ ต. สมณ� สพเฺ พห ิ อ�ร�เมห ิ นกิ ฺขนฺต�. .......................................................................... .............................................................................

172 รปู สิทธิทปี นี [ ๒. นาม ฉ. สพพฺ สฺส น�ยกสฺส ตนฺต ิ อนวุ ตฺเตตพพฺ �. สพเฺ พสำ น�ยก�น ำ ตนฺติโย อนุวตเฺ ตตพพฺ �. .......................................................................... ............................................................................. ส. สพพฺ สมฺ ึ ธมเฺ ม ปจฺเจโก สภ�โว อตถฺ .ิ สพฺเพสุ ธมเฺ มสุ ปจฺเจก� สภ�ว� สนตฺ ิ. .......................................................................... ............................................................................. ท�ำ ตัวรปู สพฺพา ศพั ทเ์ ดมิ คือ = สพพฺ หลงั สพฺพ ลง อ�ปัจจยั อติ ถีลิงค์ สพฺพ + อ� = อิตฺถิยมโต อ�ปจฺจโย. แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ สพพฺ ฺ อ + อ� = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหฯิ น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพพฺ � = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. ต้งั สพฺพ� เปน็ น�ม สพพฺ � = จศัพทใ์ น ตทฺธิตสม�สกิตก�ฯ หลัง สพพฺ � ลง สิ ปฐม�วภิ ตั ต ิ สพฺพ� + สิ = ลิงฺคตฺเถ ป€มา. ลบ สิวิภัตติ สพฺพ� + สิ = เสสโต โลปํ คสปิ .ิ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ สพพฺ า. (สพพฺ � ปช�. อ.หมู่สตั ว ์ ท้ังปวง) ทำ�ตวั รูป สพฺพา ศพั ท์เดิมคือ = สพพฺ หลงั สพพฺ ลง อ�ปัจจยั อติ ถลี ิงค ์ สพฺพ + อ� = อิตถฺ ิยมโต อ�ปจจฺ โย. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ สพพฺ ฺ อ + อ� = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทมิ หฺ ฯิ นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพพฺ � = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ตงั้ สพพฺ � เปน็ น�ม สพพฺ � = จศพั ทใ์ น ตทธฺ ติ สม�สกิตก�ฯ หลัง สพฺพ� ลง โย ปฐม�วภิ ัตต ิ สพพฺ � + โย = ลิงคฺ ตฺเถ ป€มา. ต้งั อ� ช่อื ฆ สพฺพ� ฆ + โย = อ� โฆ. หลังจ�ก อ� ที่ช่ือ ฆ ลบ โยวิภตั ต ิ สพฺพ� ฆ + โย = ฆปโต จ โยน ำ โลโป. สำ�เร็จรูปเป็น สพพฺ า. (สพฺพ� ปช�โย. อ.หมู่สัตว์ ท. ทัง้ ปวง) ท�ำ ตัวรูป สพเฺ พ ศพั ทเ์ ดิมคือ = สพพฺ = อิตฺถิยมโต อ�ปจฺจโย. หลงั สพฺพ ลง อ�ปัจจยั อติ ถลี ิงค์ สพพฺ + อ� = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ ฺหฯิ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + อ� = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. = จศัพทใ์ น ตทธฺ ิตสม�สกติ ก�ฯ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกต ิ สพพฺ ฺ อ + อ� น�ำ พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพฺพ� ตง้ั สพฺพ� เป็นน�ม สพพฺ �

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 173 หลงั สพพฺ � ลง ส ิ อ�ลปนะ สพฺพ� + สิ = อ�ลปเน จ. ตั้ง ส ิ ชอื่ ค สพฺพ� + ส ิ ค = อาลปเน สิ คสฺโ. ตงั้ อ� ช่ือ ฆ สพพฺ � ฆ + สิ = อ� โฆ. หลังจ�กอ�ทชี่ ่อื ฆ แปลง ส ิ ชือ่ ค เป็น เอ สพฺพ� + ส ิ เอ = ฆเต จ. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� สพฺพ ฺ อ� + เอ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ สพพฺ ฺ อ� + เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหฯิ นำ�พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ เอ สพฺเพ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ สพเฺ พ. (สพเฺ พ กเฺ . แน่ะส�วน้อยท้งั ปวง) ท�ำ ตัวรูป สพฺพํ ศัพท์เดิมคือ = สพพฺ หลัง สพพฺ ลง อ�ปจั จัยอติ ถลี งิ ค ์ สพพฺ + อ� = อิตฺถิยมโต อ�ปจฺจโย. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + อ� = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ สพพฺ ฺ อ + อ� = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ ฺหิฯ น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพฺพ� = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. ตั้ง สพพฺ � เปน็ น�ม สพฺพ� = จศัพท์ใน ตทฺธิตสม�สกิตก�ฯ หลงั สพฺพ� ลง อำ ทตุ ิย�วภิ ัตต ิ สพฺพ� + อ ำ = กมฺมตฺเถ ทตุ ิย�. แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� สพฺพ ฺ อ� + อำ = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ สพฺพฺ อ� + อำ = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ หฺ ิฯ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ สพฺพ ำ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. ส�ำ เร็จรูปเปน็ สพฺพ.ํ (สพฺพ ำ กฺํ. ซง่ึ ส�วน้อยทัง้ ปวง) ท�ำ ตวั รูป สพพฺ าย ศพั ทเ์ ดิมคอื = สพพฺ = อติ ฺถยิ มโต อ�ปจจฺ โย. หลัง สพฺพ ลง อ�ปจั จยั อติ ถีลงิ ค์ สพฺพ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + อ� = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. = จศัพทใ์ น ตทธฺ ิตสม�สกติ ก�ฯ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ สพพฺ ฺ อ + อ� = กรเณ ตตยิ �. = อ� โฆ. น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพพฺ � = ฆโต น�ทนี ำ. ตง้ั สพพฺ � เป็นน�ม สพฺพ� = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทิมฺหฯิ หลัง สพฺพ� ลง น� ตติย�วิภตั ติ สพพฺ � + น� ตั้ง อ� ช่ือ ฆ สพพฺ � ฆ + น� หลงั จ�ก อ� ที่ช่อื ฆ แปลง น� เป็น อ�ย สพฺพ� + น� อ�ย แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� สพพฺ ฺ อ� + อ�ย ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ สพพฺ ฺ อ� + อ�ย

174 รปู สทิ ธิทีปนี [ ๒. นาม น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� สพพฺ �ย = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. ส�ำ เรจ็ รปู เป็น สพพฺ าย. (ดว้ ย... ทงั้ ปวง) ๒๐๔. ฆ-ปโต สมฺ ึ-สานํ ส-ํ สา. สสํ า อ.ก�รแปลงเป็น สำ และ ส� ท. สฺมึสานํ แห่ง สฺม ึ และสวภิ ตั ต ิ ท. ปเรสํ อันเปน็ เบอื้ งหลัง สพฺพโต สพพฺ นามโต จ�กสัพพน�มท้งั ปวง ฆปโต อนั มชี ื่อว�่ ฆ และ ป โหนตฺ ิ ย่อมม ี วา บ�้ ง. (หลังจ�กสัพพน�มทง้ั ปวงที่มีชือ่ ฆ และ ป แปลง สฺมึวิภตั ต ิ เปน็ สำ และแปลง สวิภัตต ิ เป็น ส� บ้�ง) สตู รนม้ี ี ๓ บท. เป็น อาเทสวธิ ิสูตร. ๒๐๕. โฆ รสสฺ ํ. โฆ อ.อ�อักษรอนั มชี ่ือว�่ ฆ สสํ าส ุ ในเพร�ะสำและส�วิภตั ย�เทศ ท. เอกวจเนสุ อนั เป็นเอกวจนะ อาปชฺชเต ย่อมถงึ รสสฺ ํ ซง่ึ คว�มเป็นรสั สะ. (เพร�ะสำและส�วิภตั ย�เทศท่เี ป็นเอกวจนะ รสั สะ อ� ที่ช่อื ฆ เป็น อ) สูตรนีม้ ี ๒ บท. เป็น รสั สวิธิสูตร. ๒๐๖. สํสาเสวฺ ’กวจเนสุ จ. สํสาส ุ ในเพร�ะสแำ ละส�วิภตั ย�เทศ ท. เอกวจเนสุ จ อันเป็นเอกวจนะด้วย สาคโม อ.สฺอ�คม โหต ิ ย่อมลง ปรำ ในเบ้อื งหลัง ลิงคฺ มฺหา จ�กลงิ ค.์ (เพร�ะสำและส�วภิ ตั ย�เทศท่เี ป็นเอกวจนะ ลง สฺอ�คมหลังจ�กลงิ ค์) สูตรนม้ี ี ๓ บท คือ สสำ �สุ, เอกวจเนส,ุ จ. เป็น อาคมวิธิสตู ร. จศพั ท ์ : มีอรรถ อนกุ ฑฺฒน ดงึ บทว่� “ส�คโม” ม�ไวใ้ นสูตรน.้ี ทำ�ตวั รูป สพพฺ สสฺ า ศัพทเ์ ดมิ คอื = สพฺพ = อติ ถฺ ิยมโต อ�ปจฺจโย. หลัง สพฺพ ลง อ�ปัจจัยอิตถลี ิงค ์ สพพฺ + อ� = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมฺหฯิ แยกพยญั ชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + อ� = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. = จศัพทใ์ น ตทฺธติ สม�สกิตก�ฯ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ สพพฺ ฺ อ + อ� = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ .ี = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพพฺ � = อ� โฆ. = ฆปโต สฺมึส�น ำ สสำ �. ต้งั สพพฺ � เป็น น�ม สพฺพ� หลงั สพฺพ� ลง ส จตตุ ถีวภิ ัตต ิ สพฺพ� + ส แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ� สพพฺ ฺ อ� + ส ตั้ง อ� ชื่อ ฆ สพพฺ ฺ อ� ฆ + ส หลงั จ�ก อ� ทีช่ ่อื ฆ แปลง ส เป็น ส� สพฺพฺ อ� + ส ส�

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 175 เพร�ะส�อ�เทศ รสั สะ อ� ท่ชี อ่ื ฆ เป็น อ สพพฺ ฺ อ� อ + ส� = โฆ รสฺส.ำ = สำส�เสวฺ กวจเนสุ จ. เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม สพพฺ ฺ อ + ส ฺ -ส� = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. น�ำ พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ สพฺพสสฺ � สำ�เร็จรปู เปน็ สพฺพสฺสา. (แก่... ท้ังปวง) ท�ำ ตวั รปู สพพฺ าส ํ ศพั ท์เดมิ คือ = สพพฺ = อติ ถฺ ยิ มโต อ�ปจฺจโย. หลัง สพฺพ ลง อ�ปัจจัยอิตถลี ิงค์ สพพฺ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ ฺหิฯ แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + อ� = นเย ปร ำ ยุตฺเต. = จศพั ทใ์ น ตทธฺ ิตสม�สกิตก�ฯ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกติ สพพฺ ฺ อ + อ� = สมฺปท�เน จตตุ ฺถี. = สพพฺ โต นำ สสำ �น.ำ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ อ� สพฺพ� ตงั้ สพพฺ � เป็น น�ม สพพฺ � หลัง สพฺพ� ลง นำ จตตุ ถีวิภตั ติ สพฺพ� + นำ หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง นำ เป็น สำ สพพฺ � + นำ ส ำ สำ�เร็จรปู เป็น สพพฺ �ส.ำ (แก.่ .. ทัง้ ปวง ท.) ท�ำ ตวั รูป สพฺพาสานํ ศพั ท์เดิมคอื = สพพฺ = อติ ฺถิยมโต อ�ปจจฺ โย. หลงั สพฺพ ลง อ�ปัจจยั อิตถลี ิงค ์ สพพฺ + อ� = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ หฺ ิฯ แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + อ� = นเย ปร ำ ยุตฺเต. = จศัพท์ใน ตทธฺ ิตสม�สกิตก�ฯ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกต ิ สพฺพ ฺ อ + อ� = สมปฺ ท�เน จตุตฺถี. = สพฺพโต น ำ สำส�นำ. น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� สพฺพ� ตง้ั สพฺพ� เปน็ น�ม สพฺพ� หลัง สพพฺ � ลง น ำ จตตุ ถวี ภิ ัตต ิ สพพฺ � + น ำ หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง นำ เปน็ ส�น ำ สพพฺ � + น ำ ส�นำ สำ�เร็จรปู เป็น สพพฺ าสาน.ํ (แก่... ท้งั ปวง ท.) ทำ�ตวั รปู สพพฺ าย ศพั ทเ์ ดิมคอื = สพพฺ = อิตฺถิยมโต อ�ปจฺจโย. หลงั สพฺพ ลง อ�ปัจจยั อิตถลี งิ ค ์ สพฺพ + อ� = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมฺหิฯ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพ ฺ อ + อ� = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. = จศัพทใ์ น ตทฺธติ สม�สกิตก�ฯ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ สพพฺ ฺ อ + อ� = อป�ท�เน ปญจฺ มี. = อ� โฆ. น�ำ พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพพฺ � ต้ัง สพพฺ � เปน็ น�ม สพฺพ� หลัง สพฺพ� ลง สฺม� ปญั จมีวภิ ัตติ สพพฺ � + สมฺ � ต้งั อ� ชอื่ ฆ สพฺพ� ฆ + สมฺ �

176 รูปสิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม หลงั จ�กอ�ท่ีชอ่ื ฆ แปลง สฺม� เป็น อ�ย สพฺพ� + สมฺ � อ�ย = ฆโต น�ทนี ำ. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� สพฺพ ฺ อ� + อ�ย = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ สพพฺ ฺ อ� + อ�ย = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมฺหฯิ น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพฺพ�ย = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. สำ�เรจ็ รูปเปน็ สพฺพาย. (แต.่ .. ทงั้ ปวง) ๒๐๗. เน’ตาหิ สฺมิ’มาย-ยา. สฺมึ อ.สมฺ วึ ิภตั ติ ปรํ อันเป็นเบ้ืองหลงั เอตาหิ (เอเตหิ สพฺพนาเมห)ิ จ�กสัพพน�ม ท.เหล�่ นี้ ฆปโต อนั มชี อื่ ว่� ฆ และ ป อายยา แปลงเปน็ อ�ย และ ย� น โหติ ย่อมไมม่ ี. (สฺมึวิภตั ติท่เี ปน็ เบื้องหลังจ�กสพั พน�มที่ชอื่ ฆ และ ป ไม่แปลงเปน็ อ�ย และ ย�) สูตรนีม้ ี ๔ บท คือ น, เอต�ห,ิ สฺม,ึ อ�ยย�. เปน็ ปฏิเสธวิธสิ ูตร. ท�ำ ตวั รูป สพฺพสฺสํ ศัพทเ์ ดิมคอื = สพฺพ = อติ ถฺ ยิ มโต อ�ปจจฺ โย. หลงั สพฺพ ลง อ�ปจั จยั อติ ถีลิงค์ สพฺพ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ ฺหิฯ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + อ� = นเย ปรำ ยุตฺเต. = จศพั ท์ใน ตทธฺ ิตสม�สกิตก�ฯ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ สพพฺ ฺ อ + อ� = โอก�เส สตฺตม.ี = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. นำ�พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� สพพฺ � = อ� โฆ. = ฆปโต สมฺ สึ �นำ สสำ �. ตัง้ สพพฺ � เปน็ น�ม สพฺพ� = โฆ รสฺส.ำ = สสำ �เสฺวกวจเนสุ จ. หลงั สพฺพ� ลง สฺมึ สตั ตมวี ภิ ตั ติ สพฺพ� + สฺมึ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� สพพฺ ฺ อ� + สฺมึ ต้งั อ� ชือ่ ฆ สพพฺ ฺ อ� ฆ + สมฺ ึ หลังจ�ก อ� ทีช่ อื่ ฆ แปลง สมฺ ึ เป็น ส ำ สพฺพฺ อ� + สฺมึ ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ รสั สะ อ� ท่ชี ื่อ ฆ เปน็ อ สพพฺ ฺ อ� อ + ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ ลง สอฺ �คม สพฺพฺ อ + ส ฺ -ส ำ น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ สพพฺ สสฺ ำ สำ�เร็จรูปเปน็ สพพฺ สสฺ .ํ (ใน... ทั้งปวง) ทำ�ตวั รูป สพพฺ าย ํ ศัพทเ์ ดิมคือ = สพพฺ = อติ ถฺ ยิ มโต อ�ปจจฺ โย. หลงั สพฺพ ลง อ�ปจั จัยอิตถลี งิ ค ์ สพฺพ + อ� = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ฯิ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + อ� = นเย ปร ำ ยุตฺเต. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ สพฺพฺ อ + อ� นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพฺพ�

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 177 ตง้ั สพพฺ � เปน็ น�ม สพฺพ� = จศพั ทใ์ น ตทฺธิตสม�สกิตก�ฯ หลงั สพพฺ � ลง สฺม ึ สตั ตมวี ภิ ัตต ิ สพฺพ� + สฺม ึ = โอก�เส สตฺตม.ี ตั้ง อ� ชือ่ ฆ สพพฺ � ฆ + สฺม ึ = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ทีช่ ื่อ ฆ แปลง สฺมึ เป็น ยำ สพฺพ� + สมฺ ึ ย ำ = ฆปโต สมฺ ึ ยำ ว�. สำ�เรจ็ รูปเป็น สพพฺ ายํ. (ใน... ทั้งปวง) สพฺพ�สททฺ ปทม�ล� (ทัง้ ปวง) อิตถีลงิ ค์ วภิ ัตติ เอกวจนะ พหวุ จนะ ปฐม�. สพฺพ� สพพฺ � สพพฺ �โย อ�ลปนะ. เห สพเฺ พ เห สพฺพ� สพพฺ �โย ทตุ ิย�. สพพฺ ำ สพฺพ� สพพฺ �โย ตตยิ �. สพฺพ�ย สพพฺ �หิ สพพฺ �ภิ จตตุ ถี. สพพฺ สสฺ � สพฺพ�ย สพฺพ�สำ สพฺพ�ส�นำ ปญั จม.ี สพพฺ �ย สพพฺ �หิ สพฺพ�ภิ ฉัฏฐ.ี สพฺพสสฺ � สพฺพ�ย สพฺพ�สำ สพฺพ�ส�นำ สตั ตมี. สพฺพสสฺ ำ สพพฺ �ยำ สพฺพ�สุ ประโยคบ�ลีตวั อย�่ ง ป. สพพฺ � อริยส�วกิ � ป�ส�ทกิ � อโหส ิ ทสสฺ นยี �. สพฺพ� อิตถฺ ิโย ร�ชงฺคเณ สนฺนิปตนตฺ ิ. .......................................................................... ............................................................................. อ�. สพเฺ พ เทวเต โก เต น�ยโก ภวต ิ สพพฺ �โย เทวต�โย เก ตมุ หฺ �ก ำ น�ยก� ภวนตฺ ิ. .......................................................................... ............................................................................. ทุ. พทุ ฺโธ สพพฺ ำ ปชำ โอวทต ิ อนุส�สต.ิ พทุ ฺธ� สพฺพ� ปช�โย โอวทนตฺ ิ อนสุ �สนฺต.ิ .......................................................................... ............................................................................. ต. อย ำ โลโก สพฺพ�ย ทสิ �ย โอภ�สต.ิ อเิ ม โลก� สพพฺ �หิ ทิส�หิ โอภ�สนตฺ .ิ .......................................................................... ............................................................................. จ. ภกิ ฺข ุ สพพฺ สสฺ � ภิกฺขนุ ิย� โอว�ทำ เทต.ิ ภกิ ฺขู สพฺพ�สำ ภกิ ขฺ นุ ีนำ โอว�ทำ เทนตฺ ิ. .......................................................................... ............................................................................. ปญั . สิเนโห สพพฺ �ย ตรณุ ยิ � ช�ยติ. สิเนห� สพฺพ�หิ ตรุณหี ิ ช�ยนฺต.ิ .......................................................................... .............................................................................

178 รูปสิทธิทีปนี [ ๒. นาม ฉ. สพฺพสฺส� อติ ถฺ ิย� สทฺโท สวนโี ย โหต.ิ สพฺพ�สำ อิตถฺ ีนำ สททฺ � สวนีย� โหนตฺ .ิ .......................................................................... ............................................................................. ส. สพฺพสสฺ ำ ธ�ตยุ ำ อวินพิ ฺโภครูปํ อตฺถ.ิ สพพฺ �ส ุ ธ�ตูสุ อวินพิ ฺโภครปู �นิ สนฺติ. .......................................................................... ............................................................................. ทำ�ตัวรปู สพฺพ ํ ศพั ท์เดิมคือ = สพฺพ = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั สพพฺ ลง ส ิ ปฐม�วิภัตต ิ สพพฺ + ส ิ = ส.ึ = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลงั จ�กอก�รนั ต ์ แปลง ส ิ เป็น อ ำ สพฺพ + ส ิ อ ำ = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพฺพฺ อ + อ ำ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ สพฺพ ฺ อ + อำ น�ำ พยญั ชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ สพฺพำ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ สพพฺ ํ. (สพพฺ ำ จติ ฺตำ. อ.จติ ท้งั ปวง) ทำ�ตัวรปู สพพฺ าน ิ ศพั ท์เดิมคือ = สพพฺ หลัง สพพฺ ลง โย ปฐม�วภิ ัตติ สพฺพ + โย = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รันต ์ แปลง โย เป็น นิ สพพฺ + โย น ิ = อโต นิจจฺ .ำ แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + น ิ = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. เพร�ะโยทแี่ ปลงเป็นนิแลว้ ทีฆะอเปน็ อ� สพฺพ ฺ อ อ� + น ิ = โยสุ กตนกิ �รโลเปสุ ทีฆำ. น�ำ พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� สพฺพ�น ิ = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. สำ�เร็จรูปเป็น สพพฺ านิ. (สพฺพ�น ิ จติ ฺต�นิ. อ.จติ ท. ทง้ั ปวง) ทำ�ตัวรปู สพพฺ ศพั ท์เดิมคอื = สพฺพ หลงั สพพฺ ลง ส ิ อ�ลปนะ สพฺพ + สิ = อ�ลปเน จ. ตง้ั ส ิ ชือ่ ค สพพฺ + ส ิ ค = อาลปเน สิ คสฺโ. ลบ สิอ�ลปนะที่ช่ือค สพพฺ + ส ิ = เสสโต โลป ํ คสิปิ. สำ�เร็จรปู เปน็ สพพฺ . (เห สพพฺ จิตตฺ . แนะ่ จติ ท้งั ปวง) ท�ำ ตัวรปู สพฺพํ ศพั ท์เดมิ คอื = สพฺพ = กมฺมตฺเถ ทตุ ยิ �. หลงั สพฺพ ลง อ ำ ทุตยิ �วภิ ตั ต ิ สพพฺ + อำ = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหิฯ แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ สพพฺ ฺ อ + อ ำ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ สพฺพฺ อ + อ ำ นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ อ สพพฺ ำ ส�ำ เรจ็ รปู เป็น สพฺพํ. (ซ่ึง... ทัง้ ปวง)

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 179 หม�ยเหต:ุ - สพฺพศพั ทท์ เี่ ปน็ นปุงสกลงิ ค์ ตั้งแตต่ ติย�วภิ ตั ติจนถงึ สตั ตมีวภิ ตั ต ิ มีวิธที ำ�ตวั รปู และแจก ปทม�ล� เหมอื นสพฺพศัพทใ์ นปงุ ลงิ ค์ทุกประก�ร. สพพฺ สททฺ ปทม�ล� (ทงั้ ปวง) นปุงสกลิงค์ วิภตั ต ิ เอกวจนะ พหวุ จนะ ปฐม�. สพพฺ ำ สพพฺ �นิ อ�ลปนะ. เห สพพฺ เห สพฺพ�นิ ทตุ ยิ �. สพฺพำ สพพฺ �นิ ตติย�. สพเฺ พน สพฺเพห ิ สพเฺ พภิ จตุตถี. สพฺพสฺส สพเฺ พส ำ สพเฺ พส�นำ ปัญจมี. สพพฺ มฺห� สพฺพสฺม� สพเฺ พหิ สพฺเพภิ ฉฏั ฐี. สพพฺ สฺส สพฺเพส ำ สพฺเพส�นำ สัตตม.ี สพฺพมฺห ิ สพฺพสฺม ึ สพฺเพสุ ป. สพพฺ ำ กจิ ฺจ ำ ตย� ก�ตพพฺ .ำ ประโยคบ�ลตี ัวอย่�ง สพพฺ �น ิ กจิ จฺ �น ิ ตมุ เฺ หหิ ก�ตพฺพ�น.ิ .......................................................................... ............................................................................. ทุ. าติ สพฺพํ ธนํ วภิ ชิ. าตโย สพฺพานิ ธนานิ วภิ ชสึ ุ. .......................................................................... ............................................................................. ต. ตฺวำ สพเฺ พน ธนก�รเณน ชวี ิตำ น จเชยฺย�สิ. ตมุ เฺ ห สพเฺ พหิ ธนก�รเณห ิ ชวี ิต�นิ น จเชยฺย�ถ .......................................................................... ............................................................................. จ. ปุคฺคโล สพฺพสสฺ ทคุ ฺคตสฺส กลุ สสฺ ธน ำ เทตุ. ปุคฺคล� สพเฺ พส ำ ทคุ ฺคตกลุ �นำ ธน�นิ เทนตฺ ุ. .......................................................................... ............................................................................. ปัญ. ภกิ ขฺ ุ สพฺพสฺม� อสทธฺ กุลมฺห� ปริวชฺเชยยฺ . ภิกขฺ ู สพเฺ พห ิ อสทธฺ กเุ ลหิ ปริวชฺเชยฺยุำ. .......................................................................... ............................................................................. ฉ. สพฺพสสฺ ป�ปสฺส อกรณ.ำ สพเฺ พส ำ ป�ป�น ำ อกรณ.ำ .......................................................................... ............................................................................. ส. ภกิ ขฺ ุ สพพฺ มฺห ิ สทฺเธ กเุ ล นิสีเทยยฺ . ภกิ ขฺ ู สพเฺ พส ุ สทเฺ ธส ุ กุเลส ุ นิสีเทยยฺ ุ.ำ .......................................................................... .............................................................................

180 รปู สิทธิทีปนี [ ๒. นาม กตร ไหน ศัพทแ์ จกต�ม สพพฺ ท้งั ๓ ลงิ ค์ มีดังนี้ อติ ร นอกนี้ อฺ อื่น กตม ไหน, ไฉน อภุ ย ทัง้ สอง อฺตร อย่�งใดอย่�งหนงึ่ อฺ ตม อย�่ งใดอย่�งหนึ่ง ๒๐๘. ทฺวนทฺ ฏฺ€า วา. ป€โม โย อ.โยปฐม�วิภัตติ ปโร อนั เปน็ เบอื้ งหลัง สพฺพนามการโต จ�กอก�รนั ตข์ องสัพพน�ม ทฺวนทฺ ฏ€ฺ า อันตัง้ อยู่ในทวนั ทสม�ส เอ แปลงเป็น เอ โหติ ยอ่ มเปน็ วา บ้�ง. (หลังจ�กอก�รนั ต์ของสัพพน�มทเ่ี ป็นทวนั ทสม�ส แปลง โยปฐม�วภิ ตั ติ เป็น เอ บ้�ง) สตู รน้มี ี ๒ บท. เปน็ อาเทสวิธิสตู ร. ทำ�ตัวรปู กตรกตเม ศัพทเ์ ดิมคือ = กตรกตม = ลิงคฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลงั กตรกตม ลง โย ปฐม�วภิ ัตต ิ กตรกตม + โย = ทฺวนทฺ ฏ€ฺ า วา. = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กอก�รันต ์ แปลง โย เปน็ เอ กตรกตม + โย เอ = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทมิ ฺหิฯ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. แยกพยัญชนะ มฺ ออกจ�กสระ เอ กตรกตม ฺ อ + เอ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ กตรกตม ฺ อ + เอ นำ�พยัญชนะ ม ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ กตรกตเม ส�ำ เรจ็ รูปเป็น กตรกตเม. (อ. ไหนและไฉน ท.) ทำ�ตวั รปู ปพุ ฺเพ ศัพทเ์ ดิมคอื = ปุพฺพ = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลัง ปุพฺพ ลง โย ปฐม�วภิ ตั ติ ปุพพฺ + โย = สพพฺ นามการเต ป€โม. = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. หลงั จ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เป็น เอ ปุพฺพ + โย เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ฯิ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ ปุพพฺ ฺ อ + เอ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ ปพุ พฺ ฺ อ + เอ น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ ปุพฺเพ สำ�เร็จรปู เป็น ปพุ เฺ พ. (อ.กอ่ น ท.) ท�ำ ตวั รปู ปพุ พฺ า ศพั ทเ์ ดิมคือ = ปพุ ฺพ = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั ปุพพฺ ลง โย ปฐม�วิภตั ติ ปุพพฺ + โย = สพฺพโยนนี ม�เอ. = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กอก�รนั ต ์ แปลง โย เปน็ อ� ปุพฺพ + โย อ� = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ หฺ ิฯ = นเย ปรำ ยุตฺเต. แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ ปุพพฺ ฺ อ + อ� ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ ปุพฺพ ฺ อ + อ� น�ำ พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกบั สระ อ� ปุพฺพ� ส�ำ เร็จรปู เปน็ ปพุ พฺ า. (อ.ก่อน ท.)

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 181 ปุพฺพสททฺ ปทม�ล� (ข้�งหน้�, ก่อน) ปงุ ลิงค์ วภิ ัตติ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. ปุพฺโพ ปพุ เฺ พ ปุพพฺ � อ�ลปนะ. เห ปพุ ฺพ เห ปุพเฺ พ ปพุ ฺพ� ทตุ ยิ �. ปุพฺพำ ปุพเฺ พ ตติย�. ปพุ ฺเพน ปพุ ฺเพหิ ปพุ ฺเพภิ จตตุ ถ.ี ปพุ พฺ สฺส ปุพฺเพสำ ปุพเฺ พส�นำ ปัญจม.ี ปพุ พฺ � ปุพฺพมหฺ � ปพุ ฺพสมฺ � ปุพเฺ พห ิ ปพุ เฺ พภิ ฉฏั ฐี. ปพุ ฺพสสฺ ปพุ เฺ พสำ ปุพฺเพส�นำ สตั ตมี. ปุพฺเพ ปพุ ฺพมฺหิ ปพุ ฺพสมฺ ึ ปพุ เฺ พสุ ทำ�ตวั รูป ปพุ ฺพสสฺ า ศัพท์เดิมคอื = ปพุ ฺพ = อติ ฺถยิ มโต อ�ปจฺจโย. หลัง ปุพพฺ ลง อ�ปจั จยั อิตถีลงิ ค ์ ปุพพฺ + อ� = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทมิ หฺ ิฯ แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ ปพุ พฺ ฺ อ + อ� = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. = จศัพทใ์ น ตทธฺ ิตสม�สกติ ก�ฯ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ ปพุ ฺพฺ อ + อ� = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ ี. = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� ปุพฺพ� = อ� โฆ. = ฆปโต สฺมึส�นำ สำส�. ต้งั ปุพพฺ � เปน็ น�ม ปุพฺพ� = โฆ รสสฺ ำ. = สสำ �เสฺวกวจเนส ุ จ. หลงั ปุพพฺ � ลง ส จตุตถีวภิ ัตต ิ ปพุ ฺพ� + ส = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ� ปพุ พฺ ฺ อ� + ส = ปุพพฺ = อติ ฺถยิ มโต อ�ปจฺจโย. ตง้ั อ� ช่ือ ฆ ปพุ พฺ ฺ อ� ฆ + ส = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ หลังจ�ก อ� ที่ชอ่ื ฆ แปลง ส เปน็ ส� ปพุ ฺพฺ อ� + ส ส� = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. = จศัพท์ใน ตทธฺ ิตสม�สกิตก�ฯ เพร�ะส�อ�เทศ รสั สะ อ� ที่ชอ่ื ฆ เป็น อ ปพุ ฺพ ฺ อ� อ + ส� เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม ปพุ พฺ ฺ อ + สฺ -ส� น�ำ พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ ปพุ พฺ สสฺ � ส�ำ เร็จรูปเป็น ปุพฺพสฺสา. (แก่... ข้�งหน้�) ท�ำ ตัวรปู ปพุ พฺ าสํ ศัพทเ์ ดมิ คอื หลงั ปุพฺพ ลง อ�ปจั จยั อติ ถีลิงค์ ปุพฺพ + อ� แยกพยัญชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ ปพุ พฺ ฺ อ + อ� ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ ปุพฺพฺ อ + อ� นำ�พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� ปุพพฺ � ต้ัง ปุพฺพ� เป็นน�ม ปุพพฺ �

182 รูปสทิ ธทิ ีปนี [ ๒. นาม หลงั ปพุ พฺ � ลง นำ จตุตถวี ิภัตต ิ ปุพพฺ � + นำ = สมปฺ ท�เน จตตุ ฺถ.ี = สพฺพโต น ำ สสำ �น.ำ หลังจ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เปน็ สำ ปุพพฺ � + นำ ส ำ = ปพุ พฺ สำ�เรจ็ รูปเปน็ ปุพฺพาส.ํ (แก.่ .. ข�้ งหน�้ ท.) = อิตฺถิยมโต อ�ปจฺจโย. = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ท�ำ ตัวรูป ปพุ ฺพาสานํ ศพั ท์เดมิ คือ = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ิฯ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. หลัง ปพุ พฺ ลง อ�ปจั จยั อิตถีลิงค ์ ปุพฺพ + อ� = จศัพท์ใน ตทธฺ ิตสม�สกติ ก�ฯ = สมฺปท�เน จตุตถฺ ี. แยกพยญั ชนะ พ ฺ ออกจ�กสระ อ ปพุ พฺ ฺ อ + อ� = สพฺพโต นำ สสำ �น.ำ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ ปุพพฺ ฺ อ + อ� นำ�พยัญชนะ พฺ ไปประกอบกับสระ อ� ปพุ ฺพ� ต้งั ปพุ ฺพ� เป็นน�ม ปพุ พฺ � หลงั ปพุ พฺ � ลง นำ จตตุ ถีวภิ ตั ติ ปุพพฺ � + นำ หลังจ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เป็น ส�น ำ ปุพฺพ� + น ำ ส�น ำ สำ�เรจ็ รปู เปน็ ปพุ ฺพาสาน.ํ (แก.่ .. ข�้ งหน�้ ท.) ปพุ พฺ �สทฺทปทม�ล� (ข้�งหน้�, ก่อน) อิตถลี งิ ค์ วภิ ตั ติ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. ปุพฺพ� ปุพพฺ � ปพุ ฺพ�โย อ�ลปนะ. เห ปุพฺเพ เห ปพุ ฺพ� ปุพฺพ�โย ทตุ ิย�. ปพุ ฺพำ ปพุ ฺพ� ปพุ ฺพ�โย ตตยิ �. ปุพพฺ �ย ปุพฺพ�หิ ปพุ ฺพ�ภิ จตตุ ถ.ี ปุพฺพสสฺ � ปุพพฺ �ย ปุพฺพ�ส ำ ปพุ ฺพ�ส�นำ ปัญจมี. ปุพพฺ �ย ปพุ พฺ �ห ิ ปพุ พฺ �ภิ ฉฏั ฐ.ี ปุพพฺ สสฺ � ปพุ พฺ �ย ปพุ พฺ �ส ำ ปุพพฺ �ส�นำ สตั ตมี. ปุพพฺ สสฺ ำ ปพุ ฺพ�ย ำ ปพุ ฺพ�สุ ท�ำ ตวั รปู ปพุ พฺ ํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = ปพุ ฺพ หลงั ปุพพฺ ลง สิ ปฐม�วิภัตต ิ ปุพพฺ + สิ = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รนั ต ์ แปลง สิ เป็น อ ำ ปุพพฺ + สิ อ ำ = ส.ึ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ ปพุ พฺ ฺ อ + อำ = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ ปุพฺพฺ อ + อ ำ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหิฯ นำ�พยญั ชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ ปพุ พฺ ำ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ส�ำ เรจ็ รปู เป็น ปพุ พฺ .ํ (ปพุ ฺพํ €านํ. อ.สถ�นท่ี ข�้ งหน้�)

กณั ฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 183 ท�ำ ตวั รูป ปุพพฺ านิ ศพั ทเ์ ดิมคอื = ปุพพฺ หลัง ปุพพฺ ลง โย ปฐม�วิภัตติ ปพุ พฺ + โย = ลงิ ฺคตฺเถ ป€มา. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เปน็ น ิ ปพุ พฺ + โย น ิ = อโต นจิ จฺ .ำ แยกพยัญชนะ พฺ ออกจ�กสระ อ ปพุ ฺพ ฺ อ + น ิ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะโยท่ีแปลงเป็นนแิ ล้ว ทีฆะอเป็นอ� ปพุ ฺพ ฺ อ อ� + น ิ = โยสุ กตนกิ �รโลเปส ุ ทฆี .ำ นำ�พยัญชนะ พ ฺ ไปประกอบกับสระ อ� ปุพฺพ�น ิ = นเย ปรำ ยุตฺเต. ส�ำ เร็จรูปเป็น ปุพฺพาน.ิ (ปุพฺพานิ €านานิ. อ.สถ�นท ่ี ท. ข�้ งหน�้ ) ปุพพฺ สททฺ ปทม�ล� (ข้�งหน�้ , ก่อน) นปงุ สกลิงค์ วภิ ัตติ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. ปุพพฺ ำ ปพุ พฺ �นิ อ�ลปนะ. เห ปพุ พฺ เห ปุพพฺ �นิ ทตุ ิย�. ปุพพฺ ำ ปุพพฺ �นิ ตติย�. ปพุ ฺเพน ปุพฺเพหิ ปุพฺเพภิ จตตุ ถี. ปพุ พฺ สสฺ ปุพเฺ พสำ ปพุ เฺ พส�นำ ปญั จมี. ปุพฺพ� ปุพพฺ มฺห� ปพุ ฺพสฺม� ปพุ ฺเพห ิ ปุพเฺ พภิ ฉฏั ฐ.ี ปพุ ฺพสฺส ปพุ เฺ พสำ ปพุ เฺ พส�นำ สตั ตม.ี ปุพฺเพ ปพุ ฺพมหฺ ิ ปพุ พฺ สมฺ ึ ปพุ เฺ พสุ ศัพทแ์ จกต�ม ปพุ พฺ มีดังนี้ อตุ ฺตร บน,ทศิ เหนอื ปร อ่นื ,เบ้อื งหลงั อปร อ่นื อีก,เบื้องหลงั ทกขฺ ิณ ขว�, ทิศใต้ อธร เบื้องล�่ ง วธิ ใี ช้ปพุ พฺ ศัพท์และศพั ทแ์ จกต�ม มดี งั นี้ (๑) ใช้เก่ียวกับก�ลเวล�(ก�ล) เชน่ ปพุ ฺโพ ก�โล แปลว่� ก�ลกอ่ น (๒) ใช้เกีย่ วกบั ทิศ(ทิส�) เชน่ ปุพฺพ� ทิส� แปลว�่ ทศิ ตะวันออก, ทิศบูรพ� (๓) ใช้เกยี่ วกบั สถ�นท่ี(€าน) เช่น ปพุ พฺ ํ €านํ แปลว�่ ทข่ี �้ งหน้�

184 รปู สทิ ธทิ ีปนี [ ๒. นาม ๒๐๙. น’าฺ ํ สพฺพนามกิ ํ. อฺ ํ สพพฺ นามิกํ การยิ ํ อ.วธิ มี ีก�รแปลง น ำ เปน็ สำและส�นำเป็นต้น อันเปน็ ไปในสัพพน�ม อันอ่นื จ�กก�ร แปลงโยปฐม�วิภัตตเิ ปน็ เอ ปรํ อนั เปน็ เบือ้ งหลงั สพฺพนามโต จ�กสพั พน�ม ทฺวนฺทฏฺ€า อนั ตัง้ อย่ใู นทวนั ทสม�ส น โหติ ย่อมไมม่ .ี (หลงั จ�กสัพพน�ม ท่ีตงั้ อย่ใู นทวันทสม�ส ห�้ มแปลง นำวภิ ัตติ เปน็ สำ และ ส�นำ เปน็ ตน้ ยกเวน้ แปลง โยปฐม�วิภตั ติเป็น เอ) สตู รน้ีมี ๓ บท คือ น, อฺ ,ํ สพพฺ น�มกิ .ำ เป็น ปฏเิ สธวธิ สิ ูตร. ๒๑๐. พหุพฺพหี มิ ฺหิ จ. อฺํ สพพฺ นามิกํ การิยํ อ.วิธีมกี �รแปลง นำ เป็น ส ำ และ ส�น ำ เป็นตน้ อันเปน็ ไปในสพั พน�มอันอน่ื จ�กก�รแปลงโยปฐม�วภิ ัตติเปน็ เอ พหพุ ฺพีหิมหฺ ิ จ ในพหพุ พหี ิสม�สด้วย น โหติ ยอ่ มไม่ม.ี (ในสัพพน�มทีเ่ ปน็ พหพุ พหี ิสม�ส ห้�มแปลง นำ เปน็ ส ำ และ ส�น ำ เปน็ ต้น) สตู รนี้ม ี ๒ บท. เปน็ ปฏเิ สธวธิ สิ ตู ร. จศพั ท์ : มอี รรถ นวิ ตตฺ าปนาวธารณ คดั ค้�นสตู รของตวั เอง เพร�ะ ฉะนนั้ ในสัพพน�มท่มี ีอรรถว�่ ทิศ มีก�รแปลงไดบ้ ้�ง เชน่ ทกขฺ ิณปพุ ฺพสสฺ .ำ วภิ ัตติ เอกวจนะ ยสทฺทปทม�ล� (ใด) ปงุ ลงิ ค์ พหวุ จนะ ปฐม�. โย เย ทุติย�. ย ำ เย ตติย�. เยน เยห ิ เยภิ จตตุ ถี. ยสสฺ เยส ำ เยส�นำ ปญั จมี. ยมฺห� ยสมฺ � เยหิ เยภิ ฉฏั ฐ.ี ยสฺส เยส ำ เยส�นำ สัตตมี. ยมฺหิ ยสฺม ึ เยสุ วภิ ัตต ิ เอกวจนะ ย�สททฺ ปทม�ล� (ใด) อิตถลี งิ ค์ พหวุ จนะ ปฐม�. ย� ย� ย�โย ทตุ ยิ �. ยำ ย� ย�โย ตตยิ �. ย�ย ย�หิ ย�ภิ จตตุ ถ.ี ยสฺส� ย�ย ย�สำ ย�ส�นำ

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลิงค์ 185 ปญั จม.ี ย�ย ย�ห ิ ย�ภิ ฉฏั ฐ.ี ยสฺส� ย�ย ย�สำ ย�ส�นำ สัตตมี. ยสฺส ำ ย�ยำ ย�สุ ยสททฺ ปทม�ล� (ใด) นปงุ สกลิงค์ วภิ ัตต ิ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. ยำ ย�นิ ทุติย�. ยำ ย�นิ ตติย�. เยน เยห ิ เยภิ จตุตถ.ี ยสสฺ เยส ำ เยส�นำ ปญั จมี ยมหฺ � ยสมฺ � เยห ิ เยภิ ฉฏั ฐ.ี ยสสฺ เยสำ เยส�นำ สัตตมี. ยมหฺ ิ ยสฺม ึ เยสุ หม�ยเหตุ:- ย, ต, เอต, อมิ , อมุ และกศึ ัพท์เปน็ ตน้ รปู ในอ�ลปนะไมม่ ใี ช้. เฉพ�ะยศพั ท์ มีวิธีทำ�ตัวรูป และแจก ปทม�ล�เหมอื นสพฺพศพั ทท์ ง้ั ส�มลิงค.์ ๒๑๑. เอต-เตสํ โต. สมิ ฺห ิ ในเพร�ะสวิ ิภัตติ โต อ.ตอักษร เอตเตสํ ของเอตและตศัพท์ ท. อนปำสุ ก�นำ อันไม่ใชน่ ปุงสกลงิ ค ์ อาปชชฺ เต ยอ่ มถึง สํ ซึง่ คว�มเปน็ ส. (เพร�ะสวิ ิภตั ต ิ แปลง ต อักษรของเอตและตศพั ท์ทไี่ มใ่ ชน่ ปุงสกลิงค ์ เป็น ส) สูตรนมี้ ี ๒ บท. เปน็ อาเทสวิธสิ ตู ร. ท�ำ ตัวรูป โส ศพั ทเ์ ดิมคือ = ต = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลัง ต ลง สิ ปฐม�วิภัตติ ต + สิ = เอตเตสำ โต. = โส. เพร�ะสวิ ภิ ตั ติ แปลง ต เปน็ ส ต ส + สิ = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหิฯ หลงั จ�กอก�รนั ต์ แปลง สิ เป็น โอ ส + ส ิ โอ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. แยกพยัญชนะ สฺ ออกจ�กสระ อ สฺ อ + โอ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ ส ฺ อ + โอ น�ำ พยญั ชนะ สฺ ไปประกอบกบั สระ โอ โส สำ�เร็จรูปเป็น โส. (อ.เข�, ...น้นั )

186 รูปสทิ ธิทปี นี [ ๒. นาม ๒๑๒. ตสฺส วา นตฺตํ สพพฺ ตฺถ. นตฺตํ อ.คว�มเป็น น ตสฺส ตก�รสสฺ แหง่ ตอักษรนั้น โหติ ยอ่ มม ี สพฺพตถฺ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ ท.ทัง้ ปวง วา บ�้ ง. (แปลง ต เปน็ น ในลงิ คท์ ้งั ปวง บ้�ง) สูตรนม้ี ี ๔ บท. เป็น อาเทสวธิ สิ ูตร. ท�ำ ตัวรูป เน ศัพทเ์ ดมิ คอื = ต = ลงิ ฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั ต ลง โย ปฐม�วภิ ตั ติ ต + โย = ตสสฺ ว� นตฺต ำ สพพฺ ตถฺ . = สพพฺ นามการเต ป€โม. แปลง ต เป็น น ในลงิ ค์ทง้ั ปวง ต น + โย = ปุพฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมฺหิฯ หลงั จ�กอก�รันต์ แปลง โย เปน็ เอ น + โย เอ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. แยกพยัญชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ น ฺ อ + เอ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ นฺ อ + เอ น�ำ พยัญชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เน สำ�เรจ็ รูปเป็น เน. (อ. ...น้ัน ท.) ทำ�ตวั รปู เต ศัพท์เดมิ คอื = ต = ลงิ คฺ ตฺเถ ป€มา. หลัง ต ลง โย ปฐม�วภิ ัตต ิ ต + โย = สพพฺ นามการเต ป€โม. = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เปน็ เอ ต + โย เอ = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ ต ฺ อ + เอ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ ตฺ อ + เอ น�ำ พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เต สำ�เร็จรปู เปน็ เต. (อ.เข� ท., อ. ...น้ัน ท.) ทำ�ตวั รูป นํ ศัพท์เดมิ คอื = ต = กมฺมตเฺ ถ ทุติย�. หลัง ต ลง อ ำ ทตุ ยิ �วิภตั ต ิ ต + อ ำ = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตถฺ . = ปุพฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. แปลง ต เปน็ น ในลิงค์ทงั้ ปวง ต น + อ ำ = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ หฺ ิฯ = นเย ปรำ ยุตฺเต. แยกพยญั ชนะ น ฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + อ ำ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกต ิ น ฺ อ + อำ นำ�พยญั ชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ อ นำ สำ�เร็จรูปเป็น นํ. (ซ่งึ ... นัน้ ) ท�ำ ตัวรปู เนน ศพั ท์เดมิ คือ = ต หลงั ต ลง น� ตตยิ �วภิ ัตต ิ ต + น� = กรเณ ตตยิ �. แปลง ต เป็น น ในลงิ คท์ ง้ั ปวง ต น + น� = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพฺพตฺถ.

กณั ฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 187 หลังจ�กอก�รันต์ แปลง น� เปน็ เอน น + น� เอน = อโต เนน. = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. แยกพยัญชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + เอน = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ หฺ ิฯ = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกติ น ฺ อ + เอน = ต น�ำ พยญั ชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เนน = กรเณ ตตยิ �. = อโต เนน. สำ�เรจ็ รูปเป็น เนน. (ด้วย... น้ัน) = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ ท�ำ ตัวรปู เตน ศัพท์เดิมคอื = นเย ปรำ ยุตฺเต. หลงั ต ลง น� ตติย�วภิ ตั ติ ต + น� = ต = กรเณ ตตยิ �. หลงั จ�กอก�รันต ์ แปลง น� เปน็ เอน ต + น� เอน = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพฺพตถฺ . = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ ตฺ อ + เอน = สุหิสฺวก�โร เอ. = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกติ ตฺ อ + เอน = ต นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ เอ เนน = กรเณ ตติย�. = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตถฺ . ส�ำ เร็จรูปเปน็ เตน. (ดว้ ย... นน้ั ) = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สหุ ิสฺวก�โร เอ. ทำ�ตวั รปู เนห ิ ศัพทเ์ ดิมคอื = สฺม�หิสฺมนึ ำ มฺห�ภมิ ฺห ิ ว�. = นเย ปร ำ ยุตฺเต. หลงั ต ลง ห ิ ตติย�วิภัตติ ต + หิ = ต แปลง ต เป็น น ในลิงค์ท้ังปวง ต น + หิ = กรเณ ตตยิ �. แยกพยัญชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + หิ เพร�ะหิวภิ ัตต ิ แปลง อ เป็น เอ นฺ อ เอ + ห ิ นำ�พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกับสระ เอ เนหิ สำ�เรจ็ รปู เปน็ เนหิ. (ดว้ ย... น้ัน ท.) ทำ�ตัวรปู เนภิ ศัพทเ์ ดมิ คือ หลงั ต ลง หิ ตติย�วภิ ัตต ิ ต + ห ิ แปลง ต เปน็ น ในลิงคท์ งั้ ปวง ต น + หิ แยกพยญั ชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + หิ เพร�ะหวิ ิภตั ติ แปลง อ เปน็ เอ นฺ อ เอ + ห ิ หลงั จ�กลงิ ค์ท้ังปวง แปลง ห ิ เปน็ ภิ นฺ เอ + ห ิ ภิ น�ำ พยัญชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เนภ ิ สำ�เร็จรูปเปน็ เนภ.ิ (ด้วย... นนั้ ท.) ท�ำ ตวั รูป เตหิ ศพั ท์เดิมคอื หลงั ต ลง ห ิ ตติย�วภิ ตั ต ิ ต + หิ

188 รูปสิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ ตฺ อ + หิ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สหุ สิ ฺวก�โร เอ. เพร�ะหิวภิ ัตต ิ แปลง อ เปน็ เอ ต ฺ อ เอ + ห ิ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. นำ�พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ เอ เตหิ ส�ำ เร็จรปู เปน็ เตห.ิ (ด้วย... น้นั ท.) ๒๑๓. ส-สฺมา-สมฺ -ึ ส-ํ สาสฺว’ตตฺ ํ. สสฺมาสฺมสึ ํสาสุ ในเพร�ะ ส สฺม� สมฺ ึวิภตั ตแิ ละสำ ส�วภิ ตั ย�เทศ ท. อตฺตํ อ.คว�มเปน็ อ ตสสฺ แห่ง ตศพั ท ์ สพพฺ สสฺ ทัง้ ตัว โหติ ย่อมม ี สพฺพตฺถ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค ์ ท.ท้งั ปวง วา บ�้ ง. (เพร�ะ ส สมฺ � สมฺ วึ ิภัตติ และส ำ ส�วภิ ัตย�เทศ แปลง ตศัพทท์ งั้ ตัว เป็น อ ในลิงค์ทั้งปวง บ้�ง) สูตรน้ีม ี ๒ บท คือ สสฺม�สฺมึสำส�สุ, อตตฺ .ำ เปน็ อาเทสวิธสิ ูตร. ท�ำ ตวั รปู อสฺส ศพั ท์เดมิ คอื = ต = สมปฺ ท�เน จตุตฺถ.ี หลัง ต ลง ส จตตุ ถีวิภัตติ ต + ส = สสมฺ �สมฺ สึ สำ �สวฺ ตฺต.ำ = ส�คโม เส. เพร�ะสวิภัตต ิ แปลง ต เปน็ อ ต อ + ส เพร�ะสวิภัตต ิ ลง สอฺ �คม อ + สฺ -ส ส�ำ เร็จรปู เปน็ อสสฺ . (แก่... นน้ั ) ท�ำ ตวั รูป นสฺส ศพั ทเ์ ดมิ คอื = ต = สมปฺ ท�เน จตุตฺถี. หลัง ต ลง ส จตุตถวี ภิ ัตต ิ ต + ส = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพฺพตถฺ . = ส�คโม เส. แปลง ต เป็น น ในลงิ ค์ท้งั ปวง ต น + ส เพร�ะสวิภตั ติ ลง สฺอ�คม น + สฺ -ส ส�ำ เรจ็ รูปเป็น นสฺส. (แก่... นั้น) ท�ำ ตวั รูป ตสฺส ศพั ท์เดมิ คอื = ต = สมฺปท�เน จตตุ ฺถ.ี หลงั ต ลง ส จตตุ ถีวิภตั ต ิ ต + ส = ส�คโม เส. เพร�ะสวภิ ัตต ิ ลง สอฺ �คม ต + สฺ -ส สำ�เรจ็ รูปเปน็ ตสฺส. (แก่... นนั้ ) ท�ำ ตวั รูป เนสํ ศัพทเ์ ดิมคอื = ต หลงั ต ลง นำ จตตุ ถวี ภิ ตั ต ิ ต + น ำ = สมฺปท�เน จตุตถฺ ี. แปลง ต เป็น น ในลิงคท์ ั้งปวง ต น + นำ = ตสฺส ว� นตฺตำ สพพฺ ตถฺ . แยกพยญั ชนะ น ฺ ออกจ�กสระ อ น ฺ อ + น ำ = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะนวำ ิภัตต ิ แปลง อ เปน็ เอ น ฺ อ เอ + นำ = สพฺพน�ม�น ำ นมำ ฺห ิ จ. หลงั จ�กสัพพน�ม แปลง นำ เป็น ส ำ นฺ เอ + น ำ สำ = สพฺพโต นำ สำส�นำ.

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 189 น�ำ พยัญชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เนสำ = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. สำ�เรจ็ รปู เป็น เนส.ํ (แก่... นน้ั ท.) = ต = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. ทำ�ตวั รูป เนสานํ ศพั ทเ์ ดมิ คอื = ตสฺส ว� นตตฺ ำ สพฺพตฺถ. = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. หลงั ต ลง น ำ จตตุ ถีวิภตั ติ ต + นำ = สพฺพน�ม�น ำ นมำ หฺ ิ จ. = สพฺพโต นำ สสำ �นำ. แปลง ต เปน็ น ในลงิ คท์ ั้งปวง ต น + น ำ = นเย ปรำ ยุตฺเต. แยกพยญั ชนะ น ฺ ออกจ�กสระ อ น ฺ อ + น ำ เพร�ะนวำ ิภัตติ แปลง อ เปน็ เอ น ฺ อ เอ + น ำ หลงั จ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เป็น ส�นำ นฺ เอ + น ำ ส�นำ นำ�พยญั ชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เนส�น ำ สำ�เรจ็ รปู เปน็ เนสาน.ํ (แก่... นน้ั ท.) ๒๑๔. น ตเิ มหิ กตา’กาเรหิ. มฺหามฺห ิ อ.ก�รแปลงเป็น มฺห� และ มหฺ ิ ท. สฺมาสฺมนึ ํ แห่ง สฺม� และสฺมึวิภตั ติ ท. ปเรสํ อันเป็นเบื้องหลงั ตเิ มหิ จ�ก ต และอมิ ศพั ท ์ ท. กตากาเรหิ อนั ถกู กระทำ�เป็น ออักษรแล้ว น โหติ ยอ่ มไม่มี. (หลังจ�ก ต และอมิ ศัพทท์ แ่ี ปลงเปน็ อ แลว้ ห�้ มแปลง สมฺ � เป็น มหฺ � และสฺมึ เปน็ มฺหิ) สตู รนม้ี ี ๓ บท. เปน็ ปฏิเสธวธิ สิ ูตร. ทำ�ตัวรูป อสฺมา ศพั ทเ์ ดมิ คือ = ต = อปาทาเน ปฺจม.ี หลงั ต ลง สฺม� ปัญจมีวภิ ัตต ิ ต + สฺม� = สสมฺ �สฺมสึ สำ �สฺวตตฺ .ำ เพร�ะสมฺ �วภิ ตั ต ิ แปลง ต เปน็ อ ต อ + สฺม� ส�ำ เร็จรปู เป็น อสมฺ า. (แต.่ .. น้นั ) ทำ�ตัวรปู นสฺมา ศัพทเ์ ดิมคือ = ต = อปาทาเน ปฺจม.ี หลงั ต ลง สฺม� ปญั จมวี ิภตั ต ิ ต + สมฺ � = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพฺพตถฺ . แปลง ต เป็น น ในลงิ คท์ ้ังปวง ต น + สฺม� สำ�เรจ็ รูปเป็น นสมฺ า. (แต.่ .. นั้น) ทำ�ตวั รปู นมฺหา ศพั ทเ์ ดมิ คือ = ต = อปาทาเน ปจฺ ม.ี หลัง ต ลง สฺม� ปัญจมวี ิภตั ติ ต + สฺม� = ตสฺส ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตถฺ . = สมฺ �หสิ มฺ นึ ำ มหฺ �ภมิ หฺ ิ ว�. แปลง ต เป็น น ในลิงคท์ ัง้ ปวง ต น + สฺม� หลังจ�กปงุ ,นปุง. แปลง สมฺ � เปน็ มฺห� น + สฺม� มหฺ � สำ�เร็จรปู เปน็ นมฺหา. (แต่... นัน้ )

190 รูปสิทธิทปี นี [ ๒. นาม ท�ำ ตัวรปู อสมฺ ึ ศพั ทเ์ ดิมคอื = ต = โอก�เส สตตฺ มี. หลงั ต ลง สฺม ึ สัตตมีวิภัตติ ต + สฺม ึ = สสฺม�สฺมึสำส�สฺวตตฺ .ำ เพร�ะสฺมึวิภัตติ แปลง ต เป็น อ ต อ + สมฺ ึ = ต = โอก�เส สตฺตมี. สำ�เร็จรูปเป็น อสมฺ .ึ (ใน... นัน้ ) = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตฺถ. = สมฺ �หิสฺมึนำ มหฺ �ภมิ ฺห ิ ว�. ทำ�ตัวรปู นมหฺ ิ ศัพท์เดิมคอื = ต หลัง ต ลง สฺม ึ สตั ตมวี ิภัตติ ต + สมฺ ึ = โอก�เส สตตฺ ม.ี = ตสฺส ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตฺถ. แปลง ต เปน็ น ในลิงค์ทัง้ ปวง ต น + สมฺ ึ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สุหสิ ฺวก�โร เอ. หลงั จ�กลิงคท์ ้ังปวง แปลง สมฺ ึ เป็น มฺห ิ น + สมฺ ึ มฺห ิ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. สำ�เร็จรปู เป็น นมฺห.ิ (ใน... นั้น) = ต = โอก�เส สตฺตมี. ทำ�ตวั รูป เนส ุ ศัพทเ์ ดิมคอื = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = สหุ สิ ฺวก�โร เอ. หลัง ต ลง ส ุ สัตตมีวิภัตต ิ ต + ส ุ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. แปลง ต เปน็ น ในลิงคท์ ั้งปวง ต น + สุ แยกพยญั ชนะ น ฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + สุ เพร�ะสุวิภตั ต ิ แปลง อ เปน็ เอ นฺ อ เอ + ส ุ น�ำ พยญั ชนะ น ฺ ไปประกอบกับสระ เอ เนส ุ ส�ำ เร็จรูปเป็น เนสุ. (ใน... น้นั ท.) ทำ�ตวั รูป เตสุ ศัพท์เดิมคอื หลงั ต ลง สุ สตั ตมวี ิภตั ติ ต + ส ุ แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ ตฺ อ + สุ เพร�ะสุวิภัตติ แปลง อ เป็น เอ ตฺ อ เอ + ส ุ นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เตส ุ สำ�เร็จรปู เปน็ เตสุ. (ใน... นนั้ ท.) ตสททฺ ปทม�ล� (น้ัน) ปงุ ลงิ ค์ วิภัตต ิ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. โส เน เต ทุติย�. น ำ ตำ เน เต ตติย�. เนน เตน เนห ิ เนภิ เตหิ เตภิ จตตุ ถ.ี อสสฺ นสฺส ตสฺส เนสำ เนส�นำ เตส ำ เตส�นำ ปัญจมี. อสมฺ � นสฺม� ตสมฺ � นมหฺ � ตมฺห� เนหิ เนภิ เตห ิ เตภิ

กณั ฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 191 ฉฏั ฐี. อสฺส นสฺส ตสฺส เนส ำ เนส�นำ เตสำ เตส�นำ สตั ตมี. อสฺม ึ นสมฺ ึ ตสมฺ ึ นมหฺ ิ ตมหฺ ิ เนส ุ เตสุ ท�ำ ตัวรปู สา ศพั ทเ์ ดิมคือ = ต� = ลงิ ฺคตเฺ ถ ป€มา. หลงั ต� ลง สิ ปฐม�วภิ ัตต ิ ต� + สิ = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = เอตเตสำ โต. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส ิ = เสสโต โลป ํ คสปิ .ิ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. เพร�ะสวิ ิภตั ต ิ แปลง ต ฺ เปน็ สฺ ต ฺ สฺ อ� + สิ ลบ สวิ ิภัตต ิ สฺ อ� + ส ิ นำ�พยัญชนะ ส ฺ ไปประกอบกับสระ อ� ส� ส�ำ เรจ็ รูปเป็น สา. (ส� อติ ฺถี. อ.หญงิ นั้น) หม�ยเหตุ : วิธีทำ�ตวั รปู ในอติ ถลี งิ ค์ของสัพพน�มทุกศัพท์ ยกเว้นสงั ขย�ศัพท์ ตอ้ งลงอ�ปจั จัยอิตถีลงิ ค์โชตกะ ด้วยสูตรว่� “อิตถฺ ยิ มโต อ�ปจฺจโย” ก่อน แลว้ จึงตัง้ เปน็ น�มดว้ ย “จศัพท”์ ในสตู รว�่ “ตทธฺ ติ สม�สกิตก� น�มำว�ตเว- ตนุ �ทสี ุ จ” เสรจ็ เรียบร้อยแลว้ จงึ จะถึงข้นั ตอนของก�รลงวิภตั ติ สำ�หรับอทุ �หรณต์ ั้งแต ่ ต�ศัพท์เป็นตน้ ไป จะไม่แสดง ขั้นตอนของก�รลงอ�ปจั จยั แตจ่ ะแสดงเฉพ�ะขน้ั ตอนของก�รลงวภิ ัตติเท่�นัน้ เพร�ะตอ้ งก�รจะแสดงวิธกี �รทำ�ตวั รปู แบบยอ่ ๆ อย�่ งรวบรดั ส�ำ หรบั วิธกี �รลงอ�ปัจจยั อิตถลี งิ ค์ ใหด้ ูสพพฺ �ศัพทเ์ ปน็ แบบอย่�ง ๒๑๕. ตโต สสฺส สฺสาย. สฺสาย อ.ก�รแปลงเป็น สสฺ �ย สสฺส แหง่ สวิภตั ติ ปรสสฺ อนั เปน็ เบ้อื งหลัง ตโต (ตาเอตาอมิ าโต) จ�ก ต� เอต� และอิม�ศัพท์ ท.เหล�่ นน้ั โหติ ยอ่ มมี วา บ�้ ง. (หลังจ�ก ต� เอต� และอมิ �ศัพท์ แปลง สวิภัตติ เปน็ สฺส�ย บ้�ง) สตู รนมี้ ี ๓ บท. เป็น อาเทสวิธสิ ตู ร. ๒๑๖. ตสสฺ า วา. สํสาสุ ในเพร�ะสำและส� ท. เอกวจเนส ุ อนั เปน็ เอกวจนะ อิ อ.ก�รแปลงเป็น อ ิ อนฺตสสฺ (สรสฺส) แหง่ สระอันเป็นที่สดุ ตสสฺ า ของต�ศัพท์ โหติ ยอ่ มมี วา บ้�ง. (เพร�ะสแำ ละส�วิภัตย�เทศที่เปน็ เอกวจนะ แปลงสระที่สุดของต�ศพั ท ์ เปน็ อ ิ บ้�ง) สตู รน้มี ี ๒ บท. เปน็ อาเทสวธิ ิสตู ร. ท�ำ ตวั รูป ติสสฺ าย ศพั ทเ์ ดมิ คอื = ต� = สมปฺ ท�เน จตตุ ฺถ.ี หลงั ต� ลง ส จตุตถวี ภิ ัตต ิ ต� + ส = ตโต สสสฺ สฺส�ย. หลงั จ�กต�ศัพท ์ แปลง ส เปน็ สสฺ �ย ต� + ส สฺส�ย

192 รปู สทิ ธิทปี นี [ ๒. นาม แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สฺส�ย = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ แปลง อ� เปน็ อิ ตฺ อ� อ ิ + สสฺ �ย = ตสฺส� ว�. นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกบั สระ อิ ตสิ ฺส�ย = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. ส�ำ เร็จรูปเป็น ตสิ สฺ าย. (ติสฺส�ย อติ ฺถิย�. แก่... หญงิ นน้ั ) ทำ�ตวั รปู ตสฺสาย ศัพทเ์ ดิมคือ = ต� หลงั ต� ลง ส จตตุ ถีวภิ ตั ต ิ ต� + ส = สมฺปท�เน จตุตถฺ .ี หลังจ�กต�ศพั ท ์ แปลง ส เปน็ สฺส�ย ต� + ส สสฺ �ย = ตโต สสสฺ สฺส�ย. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + สสฺ �ย = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. ตั้ง อ� ช่ือ ฆ ตฺ อ� ฆ + สฺส�ย = อ� โฆ. เพร�ะสฺส�ยอ�เทศ รสั สะอ�ท่ชี อ่ื ฆเปน็ อ ตฺ อ� อ + สสฺ �ย = โฆ รสสฺ ำ. นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ ตสสฺ �ย = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. ส�ำ เร็จรปู เป็น ตสฺสาย. (ตสฺส�ย อิตฺถิย�. แก.่ .. หญิงนั้น) ทำ�ตัวรปู อสฺสาย ศพั ท์เดิมคอื = ต� หลัง ต� ลง ส จตตุ ถีวิภตั ติ ต� + ส = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ .ี หลงั จ�กต�ศพั ท ์ แปลง ส เปน็ สฺส�ย ต� + ส สสฺ �ย = ตโต สสสฺ สฺส�ย. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + สสฺ �ย = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. ตัง้ อ� ชื่อ ฆ ต ฺ อ� ฆ + สฺส�ย = อ� โฆ. เพร�ะสฺส�ยอ�เทศ รสั สะอ�ทช่ี อ่ื ฆเปน็ อ ต ฺ อ� อ + สฺส�ย = โฆ รสฺส.ำ นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อ ต + สฺส�ย = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ แปลง ต เป็น อ ต อ + สฺส�ย = สสมฺ �สฺมึสสำ �สฺวตฺต.ำ ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ อสฺสาย. (อสสฺ �ย อติ ฺถิย�. แก.่ .. หญงิ นน้ั ) ทำ�ตัวรูป นสฺสาย ศพั ท์เดมิ คอื = ต� หลัง ต� ลง ส จตุตถวี ภิ ตั ต ิ ต� + ส = สมฺปท�เน จตุตฺถ.ี หลังจ�กต�ศัพท ์ แปลง ส เปน็ สสฺ �ย ต� + ส สสฺ �ย = ตโต สสสฺ สฺส�ย. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สสฺ �ย = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ตงั้ อ� ชอื่ ฆ ต ฺ อ� ฆ + สสฺ �ย = อ� โฆ. เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ รัสสะอ�ทีช่ ่ือฆเป็น อ ต ฺ อ� อ + สฺส�ย = โฆ รสสฺ ำ. น�ำ พยญั ชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ ต + สฺส�ย = นเย ปร ำ ยุตฺเต. แปลง ต เปน็ น ในลิงคท์ ้งั ปวง ต น + สฺส�ย = ตสสฺ ว� นตฺต ำ สพฺพตถฺ . ส�ำ เรจ็ รูปเป็น นสสฺ าย. (นสฺส�ย อิตถฺ ยิ �. แก่... หญงิ นน้ั )

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 193 ท�ำ ตัวรปู อสสฺ า ศพั ทเ์ ดิมคือ = ต� หลัง ต� ลง ส จตตุ ถีวิภัตต ิ ต� + ส = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. แยกพยัญชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ตั้ง อ� ช่ือ ฆ ต ฺ อ� ฆ + ส = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ทชี่ ่ือ ฆ แปลง ส เปน็ ส� ต ฺ อ� + ส ส� = ฆปโต สฺมึส�น ำ สสำ �. เพร�ะส�อ�เทศ รสั สะ อ� ที่ชอื่ ฆ เปน็ อ ต ฺ อ� อ + ส� = โฆ รสฺส.ำ นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ ต + ส� = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. เพร�ะส�อ�เทศ แปลง ต เป็น อ ต อ + ส� = สสฺม�สมฺ ึสำส�สวฺ ตฺตำ. เพร�ะส�อ�เทศ ลง สอฺ �คม อ + สฺ -ส� = สสำ �เสฺวกวจเนส ุ จ. สำ�เรจ็ รูปเป็น อสฺสา. (อสสฺ � อติ ถฺ ิย�. แก่... หญงิ นั้น) ท�ำ ตวั รูป นสสฺ า ศัพท์เดิมคอื = ต� หลงั ต� ลง ส จตุตถวี ิภตั ติ ต� + ส = สมปฺ ท�เน จตุตถฺ .ี แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส = ปุพพฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ตง้ั อ� ชือ่ ฆ ต ฺ อ� ฆ + ส = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ทช่ี ือ่ ฆ แปลง ส เปน็ ส� ต ฺ อ� + ส ส� = ฆปโต สมฺ ึส�น ำ สสำ �. เพร�ะส�อ�เทศ รสั สะ อ� ทช่ี อื่ ฆ เปน็ อ ตฺ อ� อ + ส� = โฆ รสฺสำ. แปลง ต ฺ เปน็ นฺ ในลิงค์ทงั้ ปวง ต ฺ น ฺ อ + ส� = ตสฺส ว� นตตฺ ำ สพฺพตฺถ. เพร�ะส�อ�เทศ ลง สอฺ �คม น ฺ อ + ส ฺ -ส� = สำส�เสฺวกวจเนสุ จ. นำ�พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ อ น + สฺ -ส� = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. สำ�เร็จรปู เปน็ นสสฺ า. (นสสฺ � อติ ฺถยิ �. แก.่ .. หญงิ นั้น) ท�ำ ตวั รูป ติสสฺ า ศัพทเ์ ดิมคอื = ต� หลงั ต� ลง ส จตุตถีวภิ ตั ติ ต� + ส = สมฺปท�เน จตตุ ฺถ.ี แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ตงั้ อ� ชอ่ื ฆ ต ฺ อ� ฆ + ส = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ท่ชี ่ือ ฆ แปลง ส เปน็ ส� ตฺ อ� + ส ส� = ฆปโต สมฺ สึ �น ำ สำส�. เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อ� เป็น อิ ตฺ อ� อ ิ + ส� = ตสสฺ � ว�. เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม ตฺ อิ + ส ฺ -ส� = สำส�เสวฺ กวจเนส ุ จ. นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ อิ ตสิ ฺส� = นเย ปรำ ยุตฺเต. ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ ติสสฺ า. (ตสิ ฺส� อติ ฺถยิ �. แก.่ .. หญงิ น้นั )

194 รูปสิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม ท�ำ ตัวรปู ตสสฺ า ศัพท์เดมิ คือ = ต� หลงั ต� ลง ส จตุตถวี ิภตั ติ ต� + ส = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ .ี แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + ส = ปุพฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ต้ัง อ� ชื่อ ฆ ตฺ อ� ฆ + ส = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ท่ีชอื่ ฆ แปลง ส เปน็ ส� ตฺ อ� + ส ส� = ฆปโต สมฺ สึ �น ำ สสำ �. เพร�ะส�อ�เทศ รัสสะ อ� ทีช่ ื่อ ฆ เปน็ อ ต ฺ อ� อ + ส� = โฆ รสฺส.ำ เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม ต ฺ อ + สฺ -ส� = สำส�เสฺวกวจเนส ุ จ. น�ำ พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ อ ตสฺส� = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. สำ�เรจ็ รปู เปน็ ตสฺสา. (ตสฺส� อิตถฺ ิย�. แก่... หญิงน้นั ) ท�ำ ตัวรปู นาย ศพั ท์เดิมคือ = ต� = สมฺปท�เน จตุตถฺ ี. หลงั ต� ลง ส จตุตถีวภิ ตั ต ิ ต� + ส = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. = ตสฺส ว� นตฺต ำ สพฺพตถฺ . แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + ส = อ� โฆ. = ฆโต น�ทีนำ. แปลง ต ฺ เป็น น ฺ ในลิงค์ทั้งปวง ต ฺ น ฺ อ� + ส = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ตัง้ อ� ช่ือ ฆ น ฺ อ� ฆ + ส หลงั จ�ก อ� ท่ชี อ่ื ฆ แปลง ส เป็น อ�ย น ฺ อ� + ส อ�ย ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ น ฺ อ� + อ�ย น�ำ พยญั ชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� น�ย สำ�เร็จรปู เปน็ นาย. (แก่... น้ัน) ท�ำ ตวั รปู ตาย ศพั ท์เดมิ คอื = ต� = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ .ี หลัง ต� ลง ส จตตุ ถวี ภิ ตั ต ิ ต� + ส = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = อ� โฆ. แยกพยัญชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส = ฆโต น�ทีนำ. = สรโลโปม�เทสปฺปจฺจย�ทมิ ฺหิฯ ต้งั อ� ช่ือ ฆ ต ฺ อ� ฆ + ส = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. หลังจ�ก อ� ท่ีชอื่ ฆ แปลง ส เป็น อ�ย ต ฺ อ� + ส อ�ย ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ ตฺ อ� + อ�ย นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ� ต�ย สำ�เรจ็ รูปเป็น ตาย. (แก.่ .. นั้น) ทำ�ตัวรปู นาสํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = ต� หลงั ต� ลง นำ จตุตถีวภิ ตั ต ิ ต� + น ำ = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ ี. หลังจ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เป็น สำ ต� + นำ สำ = สพพฺ โต นำ สำส�นำ. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สำ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย.

กณั ฑ์ ] สัพพนาม ไตรลิงค์ 195 แปลง ตฺ เป็น น ฺ ในลิงค์ทั้งปวง ตฺ นฺ อ� + สำ = ตสสฺ ว� นตฺต ำ สพฺพตถฺ . = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. น�ำ พยญั ชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ อ� น�สำ = ต� ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ นาสํ. (แก่... นั้น) = สมฺปท�เน จตตุ ฺถี. = สพพฺ โต น ำ สสำ �นำ. ทำ�ตวั รูป นาสาน ํ ศัพท์เดมิ คือ = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. = ตสสฺ ว� นตตฺ ำ สพพฺ ตฺถ. หลัง ต� ลง นำ จตุตถีวภิ ัตต ิ ต� + น ำ = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. หลังจ�กสัพพน�ม แปลง นำ เปน็ ส�นำ ต� + น ำ ส�นำ = ต� = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + ส�น ำ = สพฺพโต นำ สำส�นำ. แปลง ต ฺ เปน็ นฺ ในลงิ ค์ท้งั ปวง ตฺ นฺ อ� + ส�นำ = ต� = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ .ี น�ำ พยญั ชนะ นฺ ไปประกอบกบั สระ อ� น�ส�น ำ = สพฺพโต นำ สสำ �นำ. สำ�เรจ็ รปู เปน็ นาสาน.ํ (แก.่ .. น้นั ) = ต� = โอก�เส สตตฺ ม.ี ทำ�ตวั รูป ตาสํ ศพั ทเ์ ดมิ คอื = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = อ� โฆ. หลงั ต� ลง นำ จตุตถวี ิภัตต ิ ต� + นำ = ฆปโต สมฺ ึส�นำ สำส�. = โฆ รสสฺ ำ. หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง นำ เปน็ ส ำ ต� + นำ ส ำ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. = สสมฺ �สฺมึสสำ �สวฺ ตฺตำ. สำ�เร็จรปู เป็น ตาสํ. (แก่... นั้น) = สำส�เสฺวกวจเนสุ จ. ทำ�ตวั รปู ตาสานํ ศพั ทเ์ ดิมคอื หลงั ต� ลง นำ จตตุ ถวี ิภัตติ ต� + นำ หลังจ�กสพั พน�ม แปลง นำ เปน็ ส�นำ ต� + น ำ ส�นำ ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ ตาสานํ. (แก่... นนั้ ) ทำ�ตัวรปู อสฺสํ ศัพท์เดิมคือ หลงั ต� ลง สมฺ ึ สตั ตมีวิภัตติ ต� + สมฺ ึ แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สฺมึ ตงั้ อ� ช่อื ฆ ตฺ อ� ฆ + สฺม ึ หลงั จ�ก อ� ที่ช่ือ ฆ แปลง สฺม ึ เปน็ ส ำ ต ฺ อ� + สฺมึ ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ รัสสะ อ� ที่ชอ่ื ฆ เปน็ อ ตฺ อ� อ + ส ำ นำ�พยญั ชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ ต + ส ำ เพร�ะสอำ �เทศ แปลง ต เปน็ อ ต อ + ส ำ เพร�ะสอำ �เทศ ลง สอฺ �คม อ + สฺ -ส ำ ส�ำ เรจ็ รูปเป็น อสสฺ ํ. (อสฺส ำ อิตฺถิย.ำ ใน... หญิงนัน้ )

196 รูปสิทธทิ ีปนี [ ๒. นาม ทำ�ตวั รปู นสฺสํ ศพั ท์เดมิ คอื = ต� = โอก�เส สตฺตม.ี หลัง ต� ลง สมฺ ึ สตั ตมวี ิภตั ต ิ ต� + สมฺ ึ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยัญชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สมฺ ึ = ฆปโต สฺมสึ �นำ สสำ �. = โฆ รสฺส.ำ ตัง้ อ� ชอ่ื ฆ ต ฺ อ� ฆ + สฺม ึ = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. = ตสฺส ว� นตฺตำ สพฺพตฺถ. หลังจ�ก อ� ท่ชี อื่ ฆ แปลง สฺม ึ เป็น ส ำ ตฺ อ� + สฺมึ ส ำ = สำส�เสวฺ กวจเนสุ จ. เพร�ะสอำ �เทศ รัสสะ อ� ทชี่ อื่ ฆ เปน็ อ ต ฺ อ� อ + สำ นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ อ ต + ส ำ แปลง ต เปน็ น ในลงิ ค์ทงั้ ปวง ต น + สำ เพร�ะสำอ�เทศ ลง สฺอ�คม น + ส ฺ -สำ ส�ำ เร็จรูปเปน็ นสฺสํ. (นสสฺ ำ อติ ฺถยิ .ำ ใน... หญิงนั้น) ท�ำ ตัวรูป ตสิ สฺ ํ ศพั ทเ์ ดมิ คอื = ต� = โอก�เส สตตฺ ม.ี หลงั ต� ลง สมฺ ึ สัตตมวี ิภัตติ ต� + สมฺ ึ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + สมฺ ึ = ฆปโต สมฺ ึส�นำ สำส�. = ตสฺส� ว�. ต้ัง อ� ชอ่ื ฆ ตฺ อ� ฆ + สมฺ ึ = สสำ �เสวฺ กวจเนส ุ จ. = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. หลงั จ�ก อ� ที่ชื่อ ฆ แปลง สฺม ึ เป็น สำ ตฺ อ� + สฺม ึ ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ แปลง อ� เปน็ อิ ต ฺ อ� อิ + ส ำ เพร�ะสอำ �เทศ ลง สฺอ�คม ต ฺ อ ิ + สฺ -ส ำ นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อิ ตสิ ฺส ำ ส�ำ เรจ็ รูปเป็น ตสิ ฺส.ํ (ตสิ สฺ ำ อติ ถฺ ิยำ. ใน... หญิงนัน้ ) ทำ�ตวั รปู ตสสฺ ํ ศัพทเ์ ดมิ คือ = ต� = โอก�เส สตตฺ มี. หลัง ต� ลง สมฺ ึ สตั ตมวี ภิ ตั ติ ต� + สมฺ ึ = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = อ� โฆ. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� ต ฺ อ� + สมฺ ึ = ฆปโต สมฺ ึส�นำ สสำ �. = โฆ รสสฺ ำ. ต้ัง อ� ชือ่ ฆ ตฺ อ� ฆ + สฺมึ = สสำ �เสฺวกวจเนสุ จ. = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. หลังจ�ก อ� ท่ีช่อื ฆ แปลง สฺมึ เป็น สำ ตฺ อ� + สฺม ึ ส ำ เพร�ะสอำ �เทศ รสั สะ อ� ทชี่ ื่อ ฆ เป็น อ ตฺ อ� อ + สำ เพร�ะสอำ �เทศ ลง สฺอ�คม ต ฺ อ + ส ฺ -สำ นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกบั สระ อ ตสสฺ ำ สำ�เรจ็ รปู เป็น ตสสฺ .ํ (ตสฺส ำ อติ ฺถยิ .ำ ใน... หญิงนนั้ ) ท�ำ ตวั รูป นายํ ศัพท์เดมิ คอื = ต� หลัง ต� ลง สฺม ึ สัตตมีวิภัตต ิ ต� + สฺมึ = โอก�เส สตตฺ มี.

กณั ฑ์ ] สัพพนาม ไตรลิงค์ 197 แยกพยัญชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + สมฺ ึ = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = ตสฺส ว� นตฺต ำ สพฺพตถฺ . แปลง ต ฺ เปน็ นฺ ในลิงคท์ ้งั ปวง ต ฺ น ฺ อ� + สฺมึ = อ� โฆ. = ฆปโต สมฺ ึ ยำ ว�. ตงั้ อ� ชื่อ ฆ น ฺ อ� ฆ + สมฺ ึ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. หลงั จ�ก อ� ทีช่ ่อื ฆ แปลง สฺม ึ เปน็ ยำ นฺ อ� + สฺม ึ ย ำ = ต� = โอก�เส สตฺตมี. นำ�พยญั ชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ อ� น�ย ำ = อ� โฆ. = ฆปโต สมฺ ึ ย ำ ว�. สำ�เรจ็ รูปเป็น นายํ. (ใน... นนั้ ) = ต� ท�ำ ตวั รูป ตายํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = โอก�เส สตตฺ มี. = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. หลัง ต� ลง สฺม ึ สัตตมีวภิ ตั ต ิ ต� + สมฺ ึ = ตสฺส ว� นตฺต ำ สพพฺ ตถฺ . = นเย ปรำ ยุตฺเต. ต้งั อ� ชอ่ื ฆ ต� ฆ + สฺมึ หลงั จ�ก อ� ท่ชี อ่ื ฆ แปลง สฺม ึ เปน็ ยำ ต� + สมฺ ึ ยำ ส�ำ เร็จรปู เป็น ตายํ. (ใน... น้ัน) ทำ�ตวั รูป นาส ุ ศพั ท์เดิมคอื หลงั ต� ลง ส ุ สตั ตมวี ิภตั ต ิ ต� + สุ แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� ตฺ อ� + ส ุ แปลง ตฺ เปน็ น ฺ ในลิงคท์ ้ังปวง ตฺ นฺ อ� + สุ นำ�พยัญชนะ นฺ ไปประกอบกับสระ อ� น�สุ สำ�เรจ็ รูปเป็น นาส.ุ (ใน... น้นั ท.) ต�สททฺ ปทม�ล� (น้ัน) อิตถีลงิ ค์ วภิ ัตติ เอกวจนะ พหุวจนะ ปฐม�. ส� น� ต� น�โย ต�โย ทตุ ยิ �. นำ ตำ น� ต� น�โย ต�โย ตตยิ �. น�ย ต�ย น�หิ น�ภ ิ ต�ห ิ ต�ภิ จตุตถ.ี ติสฺส�ย ตสสฺ �ย อสฺส�ย นสฺส�ย ติสสฺ � ตสฺส� อสสฺ � นสสฺ � น�ย ต�ย น�สำ น�ส�น ำ ต�ส ำ ต�ส�นำ ปัญจมี. น�ย ต�ย น�ห ิ น�ภิ ต�ห ิ ต�ภิ ฉัฏฐี. ตสิ สฺ �ย ตสสฺ �ย อสฺส�ย นสสฺ �ย ตสิ ฺส� ตสฺส� อสสฺ � นสฺส� น�ย ต�ย น�สำ น�ส�น ำ ต�ส ำ ต�ส�นำ สัตตมี. ตสิ สฺ ำ ตสฺส ำ อสฺสำ นสสฺ ำ น�ยำ ต�ย ำ น�ส ุ ต�สุ

198 รูปสิทธทิ ีปนี [ ๒. นาม ท�ำ ตวั รูป นํ ศพั ทเ์ ดมิ คือ = ต = ลิงคฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลงั ต ลง ส ิ ปฐม�วภิ ัตต ิ ต + ส ิ = สึ. = ตสฺส ว� นตฺตำ สพพฺ ตฺถ. หลงั จ�กอก�รันต ์ แปลง ส ิ เปน็ อำ ต + สิ อำ = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ ฺหิฯ แปลง ต เปน็ น ในลงิ คท์ ั้งปวง ต น + อำ = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. แยกพยัญนะ น ฺ ออกจ�กสระ อ น ฺ อ + อำ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกต ิ นฺ อ + อำ นำ�พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกับสระ อ นำ สำ�เรจ็ รูปเปน็ นํ. (นำ จิตฺตำ. อ.จิตดวงน้นั ) ท�ำ ตัวรปู ต ํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = ต = ลิงคฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลงั ต ลง ส ิ ปฐม�วภิ ตั ต ิ ต + สิ = สึ. = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. หลังจ�กอก�รนั ต ์ แปลง สิ เปน็ อำ ต + ส ิ อำ = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ = นเย ปรำ ยุตฺเต. แยกพยญั นะ ตฺ ออกจ�กสระ อ ตฺ อ + อำ ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ ตฺ อ + อ ำ นำ�พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกบั สระ อ ตำ สำ�เรจ็ รปู เป็น ตํ. (ตำ จติ ฺตำ. อ.จิตดวงน้นั ) ทำ�ตัวรูป นานิ ศัพทเ์ ดิมคอื = ต หลัง ต ลง โย ปฐม�วิภตั ต ิ ต + โย = ลงิ ฺคตฺเถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เป็น นิ ต + โย นิ = อโต นิจฺจ.ำ แปลง ต เปน็ น ในลิงค์ทงั้ ปวง ต น + น ิ = ตสฺส ว� นตฺตำ สพพฺ ตฺถ. แยกพยญั ชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ นฺ อ + นิ = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะโยทแ่ี ปลงเปน็ นแิ ลว้ ทีฆะอเป็นอ� น ฺ อ อ� + น ิ = โยส ุ กตนกิ �รโลเปส ุ ทฆี ำ. น�ำ พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกับสระ อ� น�นิ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. สำ�เรจ็ รูปเป็น นาน.ิ (น�น ิ จิตฺต�นิ. อ.จติ ท. เหล�่ น้ัน) ทำ�ตัวรปู ตาน ิ ศัพทเ์ ดิมคอื = ต หลัง ต ลง โย ปฐม�วภิ ตั ต ิ ต + โย = ลิงคฺ ตฺเถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รนั ต ์ แปลง โย เป็น น ิ ต + โย น ิ = อโต นิจจฺ ำ. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ ต ฺ อ + น ิ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะโยที่แปลงเป็นนแิ ลว้ ทฆี ะอเป็นอ� ต ฺ อ อ� + นิ = โยสุ กตนกิ �รโลเปส ุ ทีฆ.ำ นำ�พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อ� ต�นิ = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. สำ�เรจ็ รูปเปน็ ตานิ. (ต�น ิ จิตตฺ �นิ. อ.จติ ท. เหล�่ นั้น)

กัณฑ์ ] สพั พนาม ไตรลิงค์ 199 ทำ�ตัวรูป เนน ศัพทเ์ ดมิ คือ = ต หลัง ต ลง น� ตติย�วภิ ตั ติ ต + น� = กรเณ ตติย�. หลังจ�กอก�รนั ต ์ แปลง น� เปน็ เอน ต + น� เอน = อโต เนน. แปลง ต เปน็ น ในลงิ คท์ ัง้ ปวง ต น + เอน = ตสฺส ว� นตฺตำ สพพฺ ตฺถ. แยกพยัญชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ น ฺ อ + เอน = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกติ นฺ อ + เอน = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ นำ�พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ เนน = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. ส�ำ เร็จรูปเปน็ เนน. (เนน จิตเฺ ตน. ดว้ ย... จติ ดวงนนั้ ) ท�ำ ตวั รูป เตน ศพั ท์เดมิ คอื = ต หลัง ต ลง น� ตตยิ �วิภัตติ ต + น� = กรเณ ตตยิ �. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง น� เปน็ เอน ต + น� เอน = อโต เนน. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ ต ฺ อ + เอน = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ ต ฺ อ + เอน = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทิมหฺ ิฯ น�ำ พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ เอ เตน = นเย ปรำ ยุตฺเต. ส�ำ เร็จรูปเป็น เตน. (เตน จติ ฺเตน. ดว้ ย... จติ ดวงนน้ั ) หม�ยเหตุ:- ตศัพทท์ เ่ี ปน็ นปุงสกลงิ ค์ ตัง้ แต่ตติย�วิภัตติจนถึงสตั ตมวี ิภัตติ มรี ูปเหมือนตศพั ท์ในปุงลิงค์ ทุกประก�ร วภิ ัตต ิ เอกวจนะ ตสทฺทปทม�ล� (น้นั ) นปงุ สกลงิ ค์ พหุวจนะ ปฐม�. นำ ต ำ น�น ิ ต�นิ ทตุ ิย�. นำ ต ำ น�น ิ ต�น ิ ตติย�. เนน เตน เนห ิ เนภิ เตห ิ เตภิ จตตุ ถ.ี อสฺส นสฺส ตสสฺ เนส ำ เนส�นำ เตสำ เตส�นำ ปัญจมี. อสมฺ � นสมฺ � ตสมฺ � นมหฺ � ตมหฺ � เนหิ เนภ ิ เตห ิ เตภิ ฉัฏฐี. อสสฺ นสฺส ตสฺส เนสำ เนส�น ำ เตส ำ เตส�นำ สัตตมี. อสฺม ึ นสฺม ึ ตสมฺ ึ นมฺห ิ ตมฺห ิ เนส ุ เตสุ

200 รูปสิทธิทปี นี [ ๒. นาม ทำ�ตวั รปู เอโส ศัพท์เดิมคอื = เอต = ลิงฺคตเฺ ถ ป€มา. หลัง เอต ลง สิ ปฐม�วิภตั ต ิ เอต + สิ = เอตเตส ำ โต. = โส. เพร�ะสวิ ภิ ัตต ิ แปลง ต ของ เอต เป็น ส เอ ต ส + ส ิ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ฯิ หลงั จ�กอก�รนั ต ์ แปลง ส ิ เปน็ โอ เอส + ส ิ โอ = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. แยกพยัญชนะ ส ฺ ออกจ�กสระ อ เอส ฺ อ + โอ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ เอสฺ อ + โอ นำ�พยญั ชนะ ส ฺ ไปประกอบกบั สระ โอ เอโส สำ�เร็จรปู เปน็ เอโส. (เอโส ปรุ โิ ส. อ.บรุ ุษน่นั ) ทำ�ตัวรูป เอเต ศัพท์เดมิ คอื = เอต หลัง เอต ลง โย ปฐม�วิภัตต ิ เอต + โย = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลงั จ�กอก�รันต ์ แปลง โย เป็น เอ เอต + โย เอ = สพฺพนามการเต ป€โม. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ เอตฺ อ + เอ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ เอตฺ อ + เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหฯิ น�ำ พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ เอ เอเต = นเย ปรำ ยุตเฺ ต. สำ�เรจ็ รปู เป็น เอเต. (เอเต ปุริส�. อ.บรุ ุษ ท.เหล�่ นัน่ ) ท�ำ ตวั รูป เอตํ ศัพท์เดมิ คือ = เอต = กมฺมตฺเถ ทุตยิ �. หลัง เอต ลง อ ำ ทตุ ยิ �วิภัตติ เอต + อำ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ิฯ แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ เอตฺ อ + อ ำ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เปน็ ปกต ิ เอตฺ อ + อำ น�ำ พยญั ชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ อ เอต ำ ส�ำ เร็จรปู เปน็ เอตํ. (เอตำ ปรุ ิส.ำ ซง่ึ ... บรุ ุษนัน่ ) ท�ำ ตวั รูป เอเต ศัพทเ์ ดมิ คอื = เอต หลัง เอต ลง โย ทุตยิ �วิภตั ต ิ เอต + โย = กมฺมตฺเถ ทตุ ยิ �. หลังจ�กอก�รนั ต ์ แปลง โย เป็น เอ เอต + โย เอ = สพพฺ โยนีนม�เอ. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ เอตฺ อ + เอ = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกต ิ เอตฺ อ + เอ = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทมิ หฺ ิฯ นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ เอ เอเต = นเย ปร ำ ยุตฺเต. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น เอเต. (เอเต ปุริเส. ซ่ึง... บุรุษ ท.เหล�่ นั่น)

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 201 หม�ยเหต:ุ - เอตศัพทใ์ นปุงลงิ ค์ ตั้งแต่โยปฐม�วภิ ัตติจนถงึ สัตตมีวิภตั ติ มวี ิธที �ำ ตวั รปู และแจกปทม�ล� เหมอื นกับสพพฺ ศัพท์ท่เี ปน็ ปงุ ลิงค์ทกุ ประก�ร วภิ ตั ต ิ เอกวจนะ เอตสททฺ ปทม�ล� (นน่ั ) ปงุ ลงิ ค์ พหุวจนะ ปฐม�. เอโส เอเต ทตุ ิย�. เอต ำ เอเต ตติย�. เอเตน เอเตห ิ เอเตภิ จตุตถ.ี เอตสสฺ เอเตส ำ เอเตส�นำ ปัญจม.ี เอตมหฺ � เอตสฺม� เอเตหิ เอเตภิ ฉฏั ฐี. เอตสสฺ เอเตสำ เอเตส�นำ สัตตมี. เอตมฺห ิ เอตสฺมึ เอเตสุ ทำ�ตวั รปู เอสา ศพั ทเ์ ดมิ คอื = เอต� หลัง เอต� ลง ส ิ ปฐม�วภิ ตั ต ิ เอต� + ส ิ = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� เอต ฺ อ� + ส ิ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. เพร�ะสิวภิ ัตต ิ แปลง ตฺ ของ เอต เป็น สฺ เอ ต ฺ ส ฺ อ� + ส ิ = เอตเตสำ โต. ลบ สวิ ภิ ตั ติ เอส ฺ อ� + ส ิ = เสสโต โลปํ คสปิ ิ. น�ำ พยญั ชนะ สฺ ไปประกอบกับสระ อ� เอส� = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. ส�ำ เร็จรปู เป็น เอสา. (เอสา กฺา. อ.ส�วน้อยนั่น) ท�ำ ตวั รปู เอตา ศัพทเ์ ดิมคอื = เอต� หลัง เอต� ลง โย ปฐม�วภิ ัตต ิ เอต� + โย = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. ตง้ั อ� ช่อื ฆ เอต� ฆ + โย = อ� โฆ. หลังจ�ก อ� ทช่ี อ่ื ฆ ลบ โยวิภตั ต ิ เอต� + โย = ฆปโต จ โยนำ โลโป. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น เอตา. (เอตา กฺ าโย. อ.ส�วน้อย ท.เหล่�นัน่ ) ท�ำ ตัวรปู เอตาย ศัพทเ์ ดมิ คอื = เอต� = กรเณ ตติย�. หลัง เอต� ลง น� ตติย�วภิ ตั ติ เอต� + น� = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยญั ชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� เอตฺ อ� + น� = ฆโต น�ทีนำ. ต้งั อ� ชือ่ ฆ เอต ฺ อ� ฆ + น� หลงั จ�ก อ� ที่ชอ่ื ฆ แปลง น� เปน็ อ�ย เอต ฺ อ� + น� อ�ย

202 รูปสิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม ลบสระหน�้ เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ เอต ฺ อ� + อ�ย = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ ฺหฯิ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. นำ�พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อ� เอต�ย สำ�เรจ็ รปู เปน็ เอตาย. (ด้วย... นนั่ ) ๒๑๗. เอตมิ าส’ม.ิ สํสาส ุ ในเพร�ะ สำ และ ส� ท. เอกวจเนสุ อนั เป็นเอกวจนะ อนฺโต สโร อ.สระอันเปน็ ทสี่ ดุ เอติมาสำ ของ เอต�และอมิ �ศัพท์ ท. อ ิ แปลงเปน็ อ ิ โหติ ย่อมเป็น. (เพร�ะสแำ ละส�อ�เทศท่ีเป็นเอกวจนะ แปลงสระท่ีสุดของเอต�และอมิ �ศพั ท์ เปน็ อ)ิ สูตรนี้ม ี ๒ บท คอื เอติม�ส,ำ อิ. เปน็ อาเทสวิธิสตู ร. จศัพท์ทีต่ �มม�จ�กสูตร “สำส�เสวฺ กวจเนสุ จ” มี อรรถ อวุตตฺ สมจุ จฺ ย รวบรวมอรรถทไี่ ม่ไดก้ ล�่ วไว้ในสตู ร คอื ใหแ้ ปลงสระทส่ี ดุ ของ อฺาศัพท ์ เอก�ศัพท์ และอติ ร� ศพั ท์ เปน็ อิ ได้ เชน่ อฺิสสฺ า, อฺสิ สฺ .ํ เอกิสสฺ า, เอกิสฺส.ํ อิตริสฺสา, อติ ริสฺสํ เปน็ ตน้ . ทำ�ตัวรูป เอตสิ สฺ าย ศพั ท์เดมิ คอื = เอต� = สมปฺ ท�เน จตุตถฺ ี. หลงั เอต� ลง ส จตุตถีวภิ ัตติ เอต� + ส = ตโต สสสฺ สฺส�ย. = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กเอต�ศพั ท ์ แปลง ส เป็น สฺส�ย เอต� + ส สสฺ �ย = เอตมิ �สม.ิ = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. แยกพยัญชนะ ต ฺ ออกจ�กสระ อ� เอต ฺ อ� + สสฺ �ย เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ แปลง อ� เป็น อ ิ เอตฺ อ� อิ + สสฺ �ย นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกับสระ อ ิ เอติสฺส�ย สำ�เร็จรปู เปน็ เอตสิ ฺสาย. (แก่... นัน่ ) ทำ�ตัวรปู เอตสิ ฺสา ศพั ท์เดมิ คอื = เอต� = สมฺปท�เน จตุตถฺ ี. หลงั เอต� ลง ส จตุตถีวิภตั ติ เอต� + ส = ปุพพฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� เอตฺ อ� + ส = ฆปโต สฺมึส�นำ สำส�. = เอตมิ �สม.ิ ตั้ง อ� ชื่อ ฆ เอตฺ อ� ฆ + ส = สำส�เสวฺ กวจเนสุ จ. = นเย ปร ำ ยุตเฺ ต. หลังจ�ก อ� ท่ชี ือ่ ฆ แปลง ส เป็น ส� เอตฺ อ� + ส ส� เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อ� เป็น อ ิ เอต ฺ อ� อ ิ + ส� เพร�ะส�อ�เทศ ลง สอฺ �คม เอต ฺ อิ + ส ฺ -ส� น�ำ พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อ ิ เอติสสฺ � ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ เอตสิ ฺสา. (แก่... น่นั ) ท�ำ ตัวรปู เอตาส ํ ศัพท์เดิมคือ = เอต� หลงั เอต� ลง นำ จตุตถวี ิภัตติ เอต� + น ำ = สมปฺ ท�เน จตุตฺถี. หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง น ำ เปน็ ส ำ เอต� + น ำ สำ = สพฺพโต น ำ สสำ �น.ำ

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 203 ส�ำ เร็จรปู เป็น เอตาสํ. (แก.่ .. นนั่ ท.) ท�ำ ตัวรปู เอตาสาน ํ ศัพทเ์ ดมิ คือ = เอต� = สมปฺ ท�เน จตุตฺถ.ี หลงั เอต� ลง น ำ จตุตถีวิภตั ต ิ เอต� + น ำ = สพพฺ โต น ำ สสำ �น.ำ หลงั จ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เป็น ส�นำ เอต� + น ำ ส�น ำ = เอต� = โอก�เส สตตฺ ม.ี ส�ำ เร็จรูปเป็น เอตาสาน.ํ (แก.่ .. นั่น ท.) = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. ทำ�ตวั รปู เอติสฺสํ ศัพท์เดมิ คือ = ฆปโต สฺมสึ �น ำ สสำ �. = เอติม�สม.ิ หลงั เอต� ลง สฺม ึ สตั ตมวี ิภัตติ เอต� + สมฺ ึ = สสำ �เสวฺ กวจเนสุ จ. = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. แยกพยญั ชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ� เอต ฺ อ� + สมฺ ึ = เอต� ตง้ั อ� ชื่อ ฆ เอตฺ อ� ฆ + สฺมึ = โอก�เส สตตฺ มี. = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ท่ีชอื่ ฆ แปลง สมฺ ึ เปน็ ส ำ เอตฺ อ� + สมฺ ึ สำ = ฆปโต สมฺ ึ ยำ ว�. เพร�ะสอำ �เทศ แปลง อ� เป็น อ ิ เอต ฺ อ� อิ + ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ ลง สฺอ�คม เอต ฺ อ ิ + สฺ -สำ นำ�พยัญชนะ ต ฺ ไปประกอบกบั สระ อ ิ เอติสสฺ ำ สำ�เร็จรปู เป็น เอตสิ สฺ ํ. (ใน... น่นั ) ท�ำ ตัวรูป เอตาย ํ ศพั ทเ์ ดิมคือ หลงั เอต� ลง สมฺ ึ สัตตมีวิภตั ต ิ เอต� + สฺมึ ตั้ง อ� ชอ่ื ฆ เอต� ฆ + สฺม ึ หลังจ�ก อ� ทชี่ ือ่ ฆ แปลง สฺมึ เปน็ ยำ เอต� + สฺมึ ย ำ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ เอตาย.ํ (ใน... นั่น) วิภัตต ิ เอกวจนะ เอต�สทฺทปทม�ล� (น่นั ) อิตถีลิงค์ พหุวจนะ ปฐม�. เอส� เอต� เอต�โย ทตุ ยิ �. เอตำ เอต� เอต�โย ตตยิ �. เอต�ย เอต�ห ิ เอต�ภิ จตุตถ.ี เอตสิ ฺส�ย เอตสิ ฺส� เอต�ย เอต�ส ำ เอต�ส�นำ ปญั จม.ี เอต�ย เอต�หิ เอต�ภิ ฉัฏฐี. เอตสิ ฺส�ย เอติสสฺ � เอต�ย เอต�สำ เอต�ส�นำ สตั ตมี. เอติสฺส ำ เอต�ยำ เอต�สุ

204 รูปสทิ ธิทีปนี [ ๒. นาม ทำ�ตวั รูป เอตํ ศพั ทเ์ ดิมคือ = เอต = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลัง เอต ลง สิ ปฐม�วภิ ัตต ิ เอต + สิ = สึ. = ปพุ ฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. หลังจ�กอก�รนั ต ์ แปลง สิ เปน็ อ ำ เอต + ส ิ อ ำ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทมิ ฺหิฯ = นเย ปรำ ยุตฺเต. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ เอต ฺ อ + อำ ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกติ เอตฺ อ + อ ำ นำ�พยัญชนะ ตฺ ไปประกอบกบั สระ อ เอต ำ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ เอต.ํ (เอต ำ กลุ .ำ อ.ตระกูลน่ัน) ทำ�ตัวรปู เอตานิ ศพั ทเ์ ดมิ คอื = เอต หลงั เอต ลง โย ปฐม�วิภตั ต ิ เอต + โย = ลงิ คฺ ตเฺ ถ ป€มา. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เป็น นิ เอต + โย นิ = อโต นิจฺจำ. แยกพยัญชนะ ตฺ ออกจ�กสระ อ เอต ฺ อ + นิ = ปุพพฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. เพร�ะโยทีแ่ ปลงเปน็ นแิ ลว้ ทฆี ะอเปน็ อ� เอต ฺ อ อ� + น ิ = โยสุ กตนกิ �รโลเปสุ ทีฆ.ำ น�ำ พยญั ชนะ ต ฺ ไปประกอบกับสระ อ� เอต�น ิ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. สำ�เรจ็ รูปเป็น เอตานิ. (เอต�น ิ กุล�นิ. อ.ตระกูล ท.เหล่�นนั่ ) วิภตั ติ เอกวจนะ เอตสทฺทปทม�ล� (น่ัน) นปงุ สกลิงค์ พหวุ จนะ ปฐม�. เอต ำ เอต�นิ ทตุ ิย�. เอตำ เอต�นิ ตตยิ �. เอเตน เอเตห ิ เอเตภิ จตตุ ถี. เอตสสฺ เอเตส ำ เอเตส�นำ ปัญจม.ี เอตมหฺ � เอตสมฺ � เอเตห ิ เอเตภิ ฉฏั ฐี. เอตสสฺ เอเตสำ เอเตส�นำ สัตตม.ี เอตมหฺ ิ เอตสมฺ ึ เอเตสุ ๒๑๘. อ-นปุํสกสสฺ ’ายํ สมิ ฺหิ. สิมหฺ ิ ในเพร�ะสิวภิ ัตต ิ อยํ อ.ก�รแปลงเป็น อย ำ สพพฺ สสฺ อมิ สฺส แหง่ อิมศัพท์ ทงั้ ตัว อนปำสุ กสสฺ อนั ไม่ใช่ นปุงสกลงิ ค ์ โหติ ย่อมมี. (เพร�ะสวิ ิภัตต ิ แปลง อมิ ศพั ท์ทไ่ี มใ่ ชน่ ปุงสกลิงค์ เป็น อย)ำ สูตรนมี้ ี ๓ บท คือ อนปำุสกสฺส, อย,ำ สิมหฺ .ิ เป็น อาเทสวธิ สิ ตู ร.

กณั ฑ์ ] สัพพนาม ไตรลิงค์ 205 ทำ�ตวั รปู อย ํ ศัพท์เดิมคือ = อมิ = ลงิ ฺคตฺเถ ป€มา. หลงั อิม ลง ส ิ ปฐม�วภิ ตั ต ิ อมิ + สิ = อนปำุสกสสฺ �ยำ สมิ ฺหิ. = เสสโต โลป ํ คสิปิ. เพร�ะสวิ ิภัตติ แปลง อมิ เปน็ อย ำ อิม อย ำ + ส ิ ลบ สิวภิ ัตต ิ อย ำ + สิ สำ�เรจ็ รูปเปน็ อยํ. (อยำ ปรุ โิ ส. อ.บรุ ุษน)้ี ท�ำ ตวั รปู อิเม ศพั ทเ์ ดมิ คอื = อมิ หลัง อมิ ลง โย ปฐม�วิภตั ติ อิม + โย = ลิงคฺ ตฺเถ ป€มา. หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง โย เป็น เอ อิม + โย เอ = สพฺพนามการเต ป€โม. แยกพยญั ชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อิม ฺ อ + เอ = ปพุ ฺพมโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ อิมฺ อ + เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จจฺ ย�ทมิ หฺ ฯิ น�ำ พยญั ชนะ มฺ ไปประกอบกับสระ เอ อเิ ม = นเย ปรำ ยุตฺเต. ส�ำ เร็จรูปเป็น อิเม. (อิเม ปรุ ิส�. อ.บรุ ุษ ท. เหล�่ น้ี) ท�ำ ตวั รูป อิมํ ศัพทเ์ ดิมคือ = อมิ = กมฺมตเฺ ถ ทุติย�. หลงั อิม ลง อำ ทุตยิ �วภิ ัตติ อมิ + อ ำ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมฺหิฯ แยกพยัญชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อมิ ฺ อ + อ ำ = นเย ปร ำ ยตุ ฺเต. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เปน็ ปกติ อมิ ฺ อ + อ ำ น�ำ พยญั ชนะ มฺ ไปประกอบกับสระ อ อมิ ำ สำ�เรจ็ รูปเป็น อมิ .ํ (อิม ำ ปุริสำ. ซง่ึ ... บรุ ุษน้)ี ท�ำ ตัวรปู อิเม ศัพท์เดมิ คอื = อมิ หลงั อมิ ลง โย ทุติย�วภิ ตั ต ิ อิม + โย = กมฺมตฺเถ ทุติย�. หลงั จ�กอก�รนั ต์ แปลง โย เป็น เอ อมิ + โย เอ = สพพฺ โยนนี ม�เอ. แยกพยญั ชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อมิ ฺ อ + เอ = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลังๆ เป็นปกต ิ อมิ ฺ อ + เอ = สรโลโปม�เทสปปฺ จฺจย�ทิมหฺ ิฯ น�ำ พยัญชนะ มฺ ไปประกอบกับสระ เอ อิเม = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น อิเม. (อเิ ม ปุรเิ ส. ซง่ึ ... บรุ ษุ ท. เหล�่ นี้) ๒๑๙. อนิมิ นามหฺ ิ จ. นามฺห ิ ในเพร�ะน�วภิ ตั ต ิ อนิมิ อ.ก�รแปลงเปน็ อน และอิม ิ ท. สพพฺ สฺส อิมสฺส แหง่ อมิ ศพั ท์ท้ังตัว โหต ิ ย่อมม ี จ แน่นอน. (เพร�ะน�วิภตั ต ิ แปลง อมิ ศพั ท์ทั้งตัว เป็น อน และ อิมิ แนน่ อน)

206 รูปสทิ ธทิ ปี นี [ ๒. นาม สตู รนม้ี ี ๓ บท. เป็น อาเทสวธิ ิสูตร. จศัพท์ : มอี รรถ นวิ ตตฺ าปนาวธารณ ห�้ มว�ศพั ทท์ จ่ี ะต�มม�จ�ก สูตรว�่ “สพฺพสสฺ มิ สเฺ ส ว�” ไมใ่ ห้ต�มม�สู่สตู รนี้ ฉะน้ัน เพร�ะน�วิภตั ต ิ จะตอ้ งแปลงอมิ ศพั ท์เป็น อน และ อมิ ิ แน่นอน. ทำ�ตัวรปู อเนน ศพั ทเ์ ดมิ คือ = อิม หลงั อมิ ลง น� ตตยิ �วิภัตติ อมิ + น� = กรเณ ตตยิ �. เพร�ะน�วภิ ัตต ิ แปลง อมิ เปน็ อน อมิ อน + น� = อนมิ ิ น�มหฺ ิ จ. หลังจ�กอก�รนั ต์ แปลง น� เป็น เอน อน + น� เอน = อโต เนน. แยกพยญั ชนะ นฺ ออกจ�กสระ อ อนฺ อ + เอน = ปุพพฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. ลบสระหน้� เพร�ะสระหลงั ๆ เป็นปกติ อนฺ อ + เอน = สรโลโปม�เทสปฺปจจฺ ย�ทิมหฺ ฯิ นำ�พยัญชนะ น ฺ ไปประกอบกบั สระ เอ อเนน = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. สำ�เรจ็ รปู เปน็ อเนน. (อเนน ปุริเสน. ด้วย... บรุ ุษน้ี) ท�ำ ตวั รปู อมิ ินา ศัพท์เดิมคือ = อิม หลงั อมิ ลง น� ตติย�วภิ ัตต ิ อมิ + น� = กรเณ ตตยิ �. เพร�ะน�วิภตั ต ิ แปลง อิม เป็น อิม ิ อิม อมิ ิ + น� = อนมิ ิ น�มฺห ิ จ. สำ�เรจ็ รปู เป็น อิมินา. (อิมนิ � ปุรเิ สน. ด้วย... บุรุษน้)ี ๒๒๐. สพฺพสสฺ ’ิ มสฺเส วา. สนุ หํ สิ ุ ในเพร�ะสุ น ำ และหิวภิ ตั ติ ท. เอ อ.ก�รแปลงเปน็ เอ สพพฺ สสฺ อมิ สสฺ แห่งอิมศัพท์ทง้ั ตวั โหติ ยอ่ มมี วา บ้�ง. (เพร�ะส ุ นำ และหิวภิ ัตต ิ แปลง อิมศพั ทท์ ้ังตวั เป็น เอ บ�้ ง) สูตรน้มี ี ๔ บท คอื สพพฺ สสฺ , อมิ สฺส, เอ, ว�. เป็น อาเทสวธิ สิ ตู ร. ท�ำ ตวั รูป เอห ิ ศพั ท์เดิมคอื = อมิ หลัง อิม ลง ห ิ ตตยิ �วภิ ตั ต ิ อิม + หิ = กรเณ ตติย�. เพร�ะหวิ ิภัตติ แปลง อมิ เปน็ เอ อมิ เอ + หิ = สพฺพสฺสมิ สฺเส ว�. สำ�เรจ็ รูปเป็น เอห.ิ (เอหิ ปรุ เิ สห.ิ ดว้ ย... บุรษุ ท.เหล่�น)้ี ทำ�ตัวรปู เอภิ ศพั ทเ์ ดมิ คือ = อมิ หลงั อมิ ลง หิ ตติย�วภิ ตั ต ิ อิม + หิ = กรเณ ตติย�. เพร�ะหิวิภัตติ แปลง อมิ เป็น เอ อมิ เอ + หิ = สพฺพสสฺ ิมสฺเส ว�. หลงั จ�กลิงคท์ ง้ั ปวง แปลง หิ เป็น ภิ เอ + หิ ภิ = สฺม�หสิ มฺ นึ ำ มหฺ �ภิมฺหิ ว�. ส�ำ เรจ็ รปู เป็น เอภิ. (เอภ ิ ปุริเสหิ. ดว้ ย... บรุ ุษ ท.เหล่�นี)้

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 207 ทำ�ตัวรูป อิเมหิ ศพั ทเ์ ดมิ คอื = อิม หลัง อมิ ลง ห ิ ตตยิ �วิภตั ติ อิม + หิ = กรเณ ตตยิ �. แยกพยญั ชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อมิ ฺ อ + ห ิ = ปุพฺพมโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วิโยชเย. เพร�ะหวิ ภิ ตั ต ิ แปลง อ เป็น เอ อิม ฺ อ เอ + ห ิ = สุหิสฺวก�โร เอ. น�ำ พยัญชนะ ม ฺ ไปประกอบกับสระ เอ อิเมหิ = นเย ปร ำ ยุตฺเต. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น อเิ มห.ิ (อเิ มหิ ปุริเสห.ิ ด้วย... บุรุษ ท.เหล�่ น)ี้ ๒๒๑. อมิ -สททฺ สสฺ จ. สสฺมาสมฺ ึสํสาสุ ในเพร�ะส สฺม� สมฺ วึ ภิ ัตต ิ และส ำ ส�อ�เทศ ท. อตตฺ ํ อ.คว�มเปน็ อ สพฺพสฺส อิมสททฺ สฺส แหง่ อมิ ศพั ทท์ ้ังตวั โหติ ย่อมมี สพพฺ ตถฺ (ลิงเฺ คสุ) ในลงิ ค ์ ท.ท้ังปวง จ ด้วย วา บ�้ ง. (เพร�ะ ส สมฺ � สมฺ ึวภิ ัตติ และ ส ำ ส�อ�เทศ แปลง อิมศพั ท์ท้ังตวั ในลิงค์ทง้ั ปวง เปน็ อ บ�้ ง) สูตรน้ีม ี ๒ บท. เป็น อาเทสวธิ สิ ตู ร. จศพั ท ์ : มอี รรถ อนุกฑฺฒน ดงึ สูตรว่� “สสฺม�สฺมึสำส�สวฺ ตฺต”ำ ม�ไว ้ และไม่ไหต้ �มไปสู่สูตรอืน่ อกี . ท�ำ ตัวรูป อสฺส ศัพท์เดมิ คอื = อมิ = สมฺปท�เน จตุตฺถ.ี หลัง อิม ลง ส จตุตถีวิภตั ติ อิม + ส = อมิ สททฺ สสฺ จ. = ส�คโม เส. เพร�ะสวภิ ตั ติ แปลง อมิ เปน็ อ อมิ อ + ส เพร�ะสวิภตั ติ ลง สอฺ �คม อ + สฺ -ส ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ อสสฺ . (อสฺส ปุริสสฺส. แก.่ .. บุรษุ น)้ี ท�ำ ตัวรูป เอสํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = อมิ หลงั อมิ ลง นำ จตตุ ถีวภิ ตั ติ อิม + นำ = สมปฺ ท�เน จตุตถฺ ี. เพร�ะนวำ ิภัตต ิ แปลง อิม เปน็ เอ อมิ เอ + นำ = สพฺพสฺสมิ สฺเส ว�. หลงั จ�กสัพพน�ม แปลง นำ เป็น สำ เอ + นำ สำ = สพพฺ โต นำ สำส�นำ. สำ�เร็จรูปเปน็ เอสํ. (เอส ำ ปุริส�น.ำ แก.่ .. บุรษุ ท. เหล่�น้)ี ท�ำ ตัวรปู เอสาน ํ ศพั ท์เดิมคอื = อิม หลัง อมิ ลง น ำ จตตุ ถวี ิภัตติ อมิ + น ำ = สมปฺ ท�เน จตุตถฺ .ี เพร�ะนวำ ภิ ัตติ แปลง อมิ เป็น เอ อิม เอ + น ำ = สพฺพสฺสมิ สเฺ ส ว�. หลังจ�กสพั พน�ม แปลง นำ เป็น ส�นำ เอ + น ำ ส�น ำ = สพพฺ โต นำ สำส�น.ำ ส�ำ เรจ็ รปู เป็น เอสาน.ํ (เอส�นำ ปุริส�นำ. แก.่ .. บรุ ษุ ท. เหล�่ น)้ี

208 รปู สิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม ท�ำ ตวั รูป อเิ มสํ ศัพท์เดมิ คอื = อมิ หลัง อมิ ลง น ำ จตุตถีวิภตั ติ อมิ + น ำ = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ ี. แยกพยญั ชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อมิ ฺ อ + นำ = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะนำวภิ ัตต ิ แปลง อ เป็น เอ อิม ฺ อ เอ + น ำ = สพฺพน�ม�น ำ นมำ หฺ ิ จ. หลังจ�กสพั พน�ม แปลง น ำ เป็น สำ อิมฺ เอ + น ำ ส ำ = สพพฺ โต น ำ สสำ �น.ำ น�ำ พยญั ชนะ ม ฺ ไปประกอบกับสระ เอ อิเมส ำ = นเย ปรำ ยตุ ฺเต. สำ�เรจ็ รูปเป็น อเิ มส.ํ (อิเมส ำ ปรุ สิ �นำ. แก่... บุรุษ ท. เหล่�นี้) ท�ำ ตวั รปู อิเมสานํ ศัพทเ์ ดิมคอื = อมิ หลงั อิม ลง น ำ จตุตถวี ภิ ัตติ อมิ + นำ = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. แยกพยัญชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ อมิ ฺ อ + นำ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. เพร�ะนวำ ิภตั ติ แปลง อ เปน็ เอ อมิ ฺ อ เอ + น ำ = สพฺพน�ม�น ำ นำมฺห ิ จ. หลังจ�กสัพพน�ม แปลง นำ เป็น ส�น ำ อิม ฺ เอ + นำ ส�น ำ = สพฺพโต นำ สำส�น.ำ นำ�พยญั ชนะ ม ฺ ไปประกอบกับสระ เอ อเิ มส�นำ = นเย ปรำ ยตุ เฺ ต. ส�ำ เรจ็ รูปเป็น อเิ มสานํ. (อเิ มส�นำ ปุรสิ �น.ำ แก.่ .. บุรษุ ท. เหล�่ น้ี) ทำ�ตวั รูป อสฺมา ศัพทเ์ ดิมคอื = อิม หลงั อิม ลง สฺม� ปญั จมวี ภิ ัตติ อมิ + สมฺ � = อปาทาเน ปฺจมี. เพร�ะสมฺ �วิภตั ต ิ แปลง อมิ เปน็ อ อิม อ + สมฺ � = อิมสทฺทสสฺ จ. ส�ำ เรจ็ รปู เป็น อสฺมา. (อสฺม� ปุริสสฺม�. แต.่ .. บุรษุ นี)้ ท�ำ ตวั รูป อสมฺ ึ ศพั ทเ์ ดิมคอื = อมิ = โอก�เส สตตฺ มี. หลัง อิม ลง สมฺ ึ สตั ตมีวภิ ตั ต ิ อมิ + สฺมึ = อิมสททฺ สสฺ จ. เพร�ะสฺมวึ ภิ ตั ติ แปลง อิม เป็น อ อมิ อ + สมฺ ึ สำ�เรจ็ รปู เป็น อสมฺ .ึ (อสฺมึ ปรุ ิสสมฺ ึ. ใน... บรุ ษุ นี้) ทำ�ตวั รปู เอสุ ศพั ท์เดิมคือ = อิม หลงั อมิ ลง สุ สตั ตมวี ิภตั ต ิ อมิ + ส ุ = โอก�เส สตตฺ มี. เพร�ะสุวิภัตติ แปลง อมิ เปน็ เอ อมิ เอ + สุ = สพพฺ สฺสมิ สฺเส ว�. ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ เอสุ. (เอส ุ ปุรเิ สส.ุ ใน... บุรุษ ท.เหล�่ น้)ี

กัณฑ์ ] สัพพนาม ไตรลงิ ค์ 209 วภิ ัตต ิ เอกวจนะ อิมสททฺ ปทม�ล� (นี)้ ปุงลงิ ค์ พหุวจนะ ปฐม�. อยำ อเิ ม ทตุ ยิ �. อมิ ำ อิเม ตติย�. อเนน อิมนิ � เอห ิ เอภิ อิเมห ิ อเิ มภิ จตุตถี. อสสฺ อมิ สฺส เอสำ เอส�น ำ อิเมสำ อเิ มส�นำ ปญั จมี. อสมฺ � อมิ สฺม� อมิ มหฺ � เอหิ เอภิ อิเมห ิ อิเมภิ ฉฏั ฐ.ี อสสฺ อิมสฺส เอสำ เอส�น ำ อเิ มส ำ อิเมส�นำ สัตตมี. อสฺมึ อมิ สมฺ ึ อิมมฺห ิ เอส ุ อิเมสุ ท�ำ ตวั รูป อย ํ ศัพทเ์ ดมิ คือ = อมิ = ลงิ ฺคตฺเถ ป€มา. หลงั อิม ลง ส ิ ปฐม�วภิ ัตติ อมิ � + ส ิ = อนปสำุ กสฺส�ย ำ สมิ หฺ .ิ = เสสโต โลป ํ คสปิ ิ. เพร�ะสิวภิ ัตต ิ แปลง อมิ เป็น อย ำ อิม� อยำ + สิ ลบ สิวิภตั ต ิ อยำ + สิ ส�ำ เรจ็ รปู เปน็ อยํ. (อยำ อิตถฺ ี. อ.หญงิ น)ี้ ทำ�ตวั รูป อิมา ศพั ท์เดมิ คอื = อมิ � หลงั อมิ � ลง โย ปฐม�วิภัตติ อิม� + โย = ลงิ ฺคตเฺ ถ ป€มา. ต้งั อ� ชอ่ื ฆ อมิ � ฆ + โย = อ� โฆ. หลงั จ�ก อ� ทชี่ ่ือ ฆ ลบ โยวิภตั ติ อมิ � + โย = ฆปโต จ โยนำ โลโป. สำ�เร็จรูปเปน็ อิมา. (อมิ � อติ ฺถโิ ย. อ.หญงิ ท.เหล่�น)ี้ ทำ�ตัวรูป อสสฺ าย ศัพทเ์ ดิมคอื = อิม� = สมฺปท�เน จตตุ ถฺ ี. หลงั อมิ � ลง ส จตตุ ถวี ิภตั ต ิ อมิ � + ส = ตโต สสฺส สฺส�ย. = อิมสทฺทสฺส จ. หลงั จ�กอมิ �ศัพท์ แปลง ส เป็น สฺส�ย อิม� + ส สสฺ �ย เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ แปลง อิม� เป็น อ อมิ � อ + สสฺ �ย สำ�เรจ็ รปู เปน็ อสสฺ าย. (แก่... น้ี) ทำ�ตวั รูป อิมสิ สฺ าย ศพั ทเ์ ดิมคือ = อิม� = สมฺปท�เน จตุตฺถ.ี หลงั อิม� ลง ส จตตุ ถวี ภิ ัตติ อิม� + ส = ตโต สสสฺ สฺส�ย. = ปุพฺพมโธ€ติ มสสฺ รํ สเรน วโิ ยชเย. หลงั จ�กอิม�ศพั ท์ แปลง ส เป็น สสฺ �ย อมิ � + ส สฺส�ย = เอตมิ �สมิ. แยกพยัญชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ� อิมฺ อ� + สฺส�ย เพร�ะสสฺ �ยอ�เทศ แปลง อ� เปน็ อิ อมิ ฺ อ� อ ิ + สฺส�ย

210 รปู สิทธทิ ปี นี [ ๒. นาม นำ�พยญั ชนะ ม ฺ ไปประกอบกบั สระ อิ อมิ ิสฺส�ย = นเย ปร ำ ยตุ เฺ ต. ส�ำ เรจ็ รปู เป็น อมิ สิ สฺ าย. (แก่... น)้ี ทำ�ตวั รปู อสสฺ า ศพั ทเ์ ดมิ คอื = อิม� = สมปฺ ท�เน จตตุ ถฺ .ี หลงั อมิ � ลง ส จตุตถวี ภิ ัตต ิ อิม� + ส = อ� โฆ. = ฆปโต สมฺ ึส�นำ สสำ �. ต้ัง อ� ชอื่ ฆ อิม� ฆ + ส = อิมสททฺ สฺส จ. = สำส�เสฺวกวจเนสุ จ. หลังจ�ก อ� ท่ีชอ่ื ฆ แปลง ส เปน็ ส� อิม� + ส ส� เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อิม� เปน็ อ อมิ � อ + ส� เพร�ะส�อ�เทศ ลง สอฺ �คม อ + ส ฺ -ส� ส�ำ เรจ็ รูปเปน็ อสฺสา. (แก.่ .. น้)ี ทำ�ตัวรูป อิมิสสฺ า ศพั ทเ์ ดิมคอื = อมิ � = สมฺปท�เน จตุตถฺ .ี หลงั อมิ � ลง ส จตุตถวี ิภัตติ อิม� + ส = ปพุ พฺ มโธ€ติ มสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยัญชนะ ม ฺ ออกจ�กสระ อ� อิมฺ อ� + ส = ฆปโต สมฺ สึ �นำ สสำ �. = เอตมิ �สมิ. ตัง้ อ� ช่ือ ฆ อมิ ฺ อ� ฆ + ส = สำส�เสวฺ กวจเนส ุ จ. = นเย ปร ำ ยุตฺเต. หลงั จ�ก อ� ทีช่ ่อื ฆ แปลง ส เปน็ ส� อิม ฺ อ� + ส ส� เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อ� เป็น อ ิ อิม ฺ อ� อิ + ส� เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม อมิ ฺ อิ + ส ฺ -ส� น�ำ พยัญชนะ ม ฺ ไปประกอบกับสระ อิ อมิ ิสสฺ � ส�ำ เร็จรูปเป็น อมิ สิ สฺ า. (แก่... นี้) ทำ�ตวั รูป อิมาสํ ศัพทเ์ ดมิ คอื = อมิ � = สมปฺ ท�เน จตตุ ฺถี. หลัง อมิ � ลง นำ จตตุ ถวี ิภัตต ิ อมิ � + นำ = สพฺพโต น ำ สำส�นำ. หลังจ�กสัพพน�ม แปลง น ำ เปน็ สำ อมิ � + น ำ ส ำ สำ�เร็จรูปเป็น อมิ าส.ํ (แก.่ .. น้ ี ท.) ท�ำ ตวั รูป อมิ าสานํ ศพั ท์เดิมคอื = อมิ � = สมปฺ ท�เน จตตุ ฺถ.ี หลัง อิม� ลง น ำ จตุตถีวิภตั ติ อิม� + น ำ = สพพฺ โต น ำ สสำ �นำ. หลงั จ�กสพั พน�ม แปลง น ำ เป็น ส�น ำ อิม� + น ำ ส�น ำ สำ�เรจ็ รปู เป็น อมิ าสาน.ํ (แก่... น ้ี ท.) ท�ำ ตัวรูป อสฺส ํ ศัพทเ์ ดิมคือ = อมิ � หลัง อิม� ลง สฺมึ สตั ตมวี ภิ ตั ติ อมิ � + สฺม ึ = โอก�เส สตตฺ ม.ี ต้ัง อ� ชอ่ื ฆ อิม� ฆ + สฺมึ = อ� โฆ.

กณั ฑ์ ] สพั พนาม ไตรลงิ ค์ 211 หลงั จ�ก อ� ทีช่ ื่อ ฆ แปลง สมฺ ึ เปน็ สำ อิม� + สฺมึ สำ = ฆปโต สมฺ ึส�นำ สสำ �. = อมิ สททฺ สสฺ จ. เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อมิ � เป็น อ อิม� อ + ส ำ = สสำ �เสฺวกวจเนสุ จ. เพร�ะสำอ�เทศ ลง สอฺ �คม อ + ส ฺ -ส ำ สำ�เรจ็ รปู เป็น อสสฺ .ํ (ใน... นี้) ทำ�ตวั รูป อมิ สิ สฺ ํ ศพั ท์เดิมคือ = อิม� = โอก�เส สตฺตม.ี หลงั อมิ � ลง สมฺ ึ สตั ตมวี ภิ ัตต ิ อมิ � + สมฺ ึ = ปพุ พฺ มโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วโิ ยชเย. = อ� โฆ. แยกพยญั ชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ� อมิ ฺ อ� + สมฺ ึ = ฆปโต สฺมึส�น ำ สำส�. = เอตมิ �สม.ิ ตง้ั อ� ช่อื ฆ อมิ ฺ อ� ฆ + สฺม ึ = สสำ �เสวฺ กวจเนส ุ จ. = นเย ปร ำ ยุตฺเต. หลังจ�ก อ� ที่ช่ือ ฆ แปลง สมฺ ึ เป็น ส ำ อมิ ฺ อ� + สฺมึ ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ แปลง อ� เปน็ อ ิ อิม ฺ อ� อิ + ส ำ เพร�ะสำอ�เทศ ลง สอฺ �คม อิม ฺ อิ + ส ฺ -สำ น�ำ พยัญชนะ ม ฺ ไปประกอบกบั สระ อิ อมิ สิ สฺ ำ ส�ำ เร็จรปู เปน็ อมิ ิสสฺ .ํ (ใน... น้)ี ท�ำ ตวั รปู อมิ สิ สฺ า ศัพท์เดิมคือ = อิม� = โอก�เส สตฺตมี. หลัง อิม� ลง สมฺ ึ สัตตมวี ภิ ตั ต ิ อมิ � + สมฺ ึ = ปุพฺพมโธ€ิตมสฺสรํ สเรน วิโยชเย. = เตสุ วุทธฺ ิโลป�คมวิก�รวปิ รตี �ฯ แยกพยัญชนะ มฺ ออกจ�กสระ อ� อมิ ฺ อ� + สฺมึ = เอตมิ �สม.ิ = สำส�เสวฺ กวจเนสุ จ. แปลง สฺม ึ เป็น ส� อมิ ฺ อ� + สฺม ึ ส� = นเย ปร ำ ยุตฺเต. เพร�ะส�อ�เทศ แปลง อ� เป็น อ ิ อมิ ฺ อ� อ ิ + ส� เพร�ะส�อ�เทศ ลง สฺอ�คม อิม ฺ อิ + ส ฺ -ส� น�ำ พยัญชนะ ม ฺ ไปประกอบกับสระ อ ิ อมิ ิสสฺ � สำ�เร็จรูปเป็น อิมิสสฺ า. (ใน... นี้) ทำ�ตวั รปู อมิ าย ํ ศัพท์เดมิ คอื = อิม� = โอก�เส สตตฺ ม.ี หลงั อมิ � ลง สมฺ ึ สัตตมวี ิภัตติ อมิ � + สมฺ ึ = อ� โฆ. = ฆปโต สฺม ึ ย ำ ว�. ต้งั อ� ช่ือ ฆ อมิ � ฆ + สมฺ ึ หลังจ�ก อ� ที่ช่ือ ฆ แปลง สมฺ ึ เปน็ ยำ อิม� + สฺม ึ ย ำ ส�ำ เร็จรูปเปน็ อมิ ายํ. (ใน... น้)ี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook