191 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การตดั สินการประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง ผา่ น หรือไม่ผ่าน ผ่าน หมายถงึ มผี ลการเมิน 5 คะแนนข้นึ ไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมอนั พงึ ประสงค์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 การเขียนภาพฉาย เรอื่ ง การเขียนภาพฉายมุมที่1 รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) พอใช้ ( 2 ) ใฝ่ รู้ใฝ่ เรี ยน มีความกระตอื รือร้นใน มคี วามกระตอื รือร้นใน ไมม่ คี วามกระตอื รือร้น การเรียนมากและพร้อมท่ี การเรียนเลก็ นอ้ ยและ ในการเรียนและไม่ จะทาํ กิจกรรมทไี่ ดร้ ับ พร้อมทีจ่ ะทาํ กิจกรรมท่ี พร้อมทจี่ ะทาํ กิจกรรมท่ี มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย ซ้ือสัตยส์ ุจริต ปฏิบตั ิงานดว้ ยตนเอง ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเองเป็น ใหเ้ พ่อื นปฏิบตั ิงานให้ บางคร้ งั เป็ นประจาํ ระเบียบวินยั ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบ ไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บ ไม่ปฏบิ ตั ิตาม ขอ้ บงั คบั ของทาง ขอ้ บงั คบั ของทางโรงเรียน กฎระเบยี บขอ้ บงั คบั โรงเรียน ของทางโรงเรียน เป็ นบางคร้ ัง
192 3. กจิ กรรมการเรียนรู 3.1 ข้ันนำเขา สบู ทเรยี น ( 15 นาที ) 3.1.1 ครพู ูดนำเขาสูบทเรียนเพือ่ ทำใหน ักเรยี นมคี วามสนใจในการเรียนการสอน 3.1.2 ครูใหนักเรยี นดสู อ่ื ชว ยสอนบนั ใด2ขัน้ 3.2 ขั้นสอน ( 15 นาที ) 3.2.1 ครูอธิบายถึงวธิ กี ารเขียนภาพไอโซเมตรกิ และภาพฉายมุมที่1 ในแตล ะขน้ั ตอนพรอ ม กับใหน กั เรียนทำแตละขั้นตอนพรอมๆกนั 3.2.2 ครูแสดงตวั อยางใหนักเรยี นไดศ ึกษาดถู ึงวิธีการตา งๆ 3.3 ขน้ั ปฏิบัติ ( 75 นาที ) ครูสอนโดยใชว ิธกี ารสอนแบบ ผูเรยี นเปน ศูนยก ลาง โดยครเู ปน ผจู ัดประสบการณและให คำแนะนำทักษะวิธีการเขียนแบบ ครูแจกใบงานใหนักเรียนฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะในการ เขียนแบบ เสร็จแลว ใหนกั เรยี นไดท ดลองใชอุปกรณแ ละเครือ่ งมือใชถูกตอ งตามใบงานท่ีครูมอบ ให 3.4 ขน้ั สรุป ( 15 นาที ) ครูแจกใบความรูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมและรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับประโยชน ทักษะและการเลือกใชเครื่องมือในการเขียนแบบที่ไดจากการเรียนในวันนี้ พรอมกับสรุปแบบ Cornell Note 4. สอ่ื การสอน 4.1 ส่ือชว ยสอน บนั ได2ขนั้ และกลอ ง 4.2 ใบความรูเรื่อง การเขยี นภาพฉายมุมท่ี1
193 บนั ทกึ หลงั สอน 1. ผลการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปญหา/อุปสรรคในการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การแกป ญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ..........................................................ผูสอน (นายพินจิ พูลผล) ………/.……../………
194 ใบความรู้ เรือ่ ง การเขยี นภาพฉายมุมท่ี 1 การฉายภาพ ภาพฉาย เปน ภาพลายเสนทีบ่ อกขนาดสัดสว นตางๆ ทอี่ า นคาแลวเอามาทำงานได ภาพฉาย สวนใหญจะเขยี นหรอื อา นมาจากภาพไอโซเมตริกหรอื ภาพของจริง มองแตละดานแลวเขียนออกมา ตามภาพที่มองเห็นนั้นๆ ในแตละดานของช้ินงานตามปกติช้ินงานจะมีทั้งหมด 6 ดาน เหมือนลูกเตา แตภ าพในการทำงานจริงจะใชเพยี ง 3 ดา น เทานน้ั ในสวนที่มองไมเ ห็นจะเขยี นแสดงดว ยเสนประ ดา นของภาพที่ใชง านจะเปน ดา นหนา (Front View : F) ดานขา ง (Side View : S) และ ดา นบน (Top View : T) เทา นั้น
195 ภาพฉาย หมายถึง ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับ ภาพ โดยทัว่ ไปในการเขยี นแบบชน้ิ สวนใด ๆ ถาจะใหม องเหน็ ไดชดั เจนและดเู หมือนจรงิ น้ันสามารถ เขียนไดดวยภาพ 3 มิติ ซึ่งแสดงเพียงภาพเดียวก็สามารถมองไดชัดเจนทั้งสามารถกำหนด รายละเอียดตา ง ๆ ไดและนำไปทำการผลิตไดดวย แตก ารเขียนภาพ 3 มิติ นน้ั กระทำไดยากตองใช เวลาในการเขียนแบบงานตองมีเคร่ืองมอื และอุปกรณชว ยหลายอยาง จึงไมเหมาะสมท่ีจะนำวิธีการน้ี มาเขียนแบบเพ่อื สั่งงานผลิต เพราะจะทำใหตน ทุนการผลิตสงู ขึน้ ภาพ 3 มิติ เหมาะสำหรับแสดง รูปรา งและการประกอบกนั อยูของช้นิ งานในคราวที่จำเปนมากกวา ประเภทของภาพฉาย การเขียนแบบภาพฉายในงานอุตสาหกรรม ปจจุบันสามารถทำการเขียนไดหลายวิธี ตามความนิยม คือ การเขียนแบบภาพฉายที่ใชในงานอุตสาหกรรมทางยุโรป และ อุตสาหกรรมทางอเมริกา ซ่งึ จะแบงการเขียน แบบภาพฉายออกเปน 2 แบบ ดงั น้ี 1. การเขียนแบบภาพฉายมุมที่1 (First Angle projection) หรือระบบ ISO หรือ Method - E หรอื EType เปนการเขยี นแบบภาพฉายในควอแรนทท่ี 1 ซึ่งนยิ มใชก ัน มากใน แถบทวีปยุโรปและเอเชีย โดยจะมอง ดานขวาของรูปเปนภาพดานหนา ซ่ึงจะปรากฏอยูใน ระนาบแนวดิ่ง มองภาพดานขางซายของรูปเปนภาพ ดานขาง ซึ่งจะปรากฏอยูในระนาบ ดานขางในตำแหนงดานขวาของภาพสามมิติและภาพดานบนจะปรากฏอยูในระนาบแกน นอนในตำแหนงดา นลา งภาพดานหนา
196 แบบฝกหัด คำช้แี จง ใหน ักเรยี นตอบคำถามตอไปนใี้ หถ ูกตอ ง 1. ภาพฉายหมายถึงอะไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
197 2. ดา นของช้นิ งานปกติจะมกี ด่ี าน อะไรบาง พรอ มวาดภาพประกอบ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ภาพฉายมมุ ที่ 1 หมายถึงอะไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ เฉลย แบบฝก หดั คำชี้แจง ใหน ักเรยี นตอบคำถามตอไปน้ีใหถูกตอง 1. ภาพฉายหมายถึงอะไร
198 ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับภาพ โดยทั่วไปในการเขียน แบบชน้ิ สวนใด ๆ ถาจะใหม องเหน็ ไดช ดั เจนและดเู หมอื นจริงน้ันสามารถเขยี นไดดวยภาพ 3 มติ ิ ซึ่ง แสดงเพียงภาพเดยี วกส็ ามารถมองไดชัดเจนท้งั สามารถกำหนดรายละเอียดตาง ๆ ไดแ ละนำไปทำการ ผลิตไดดวย แตการเขียนภาพ 3 มิติ นั้นกระทำไดยากตองใชเวลาในการเขียนแบบงานตองมี เครื่องมือและอุปกรณชวยหลายอยาง จึงไมเหมาะสมที่จะนำวิธีการนี้มาเขียนแบบเพื่อสั่งงาน ผลิต เพราะจะทำใหตนทุนการผลิตสูงขึน้ ภาพ 3 มิติ เหมาะสำหรับแสดงรูปรา งและการประกอบ กันอยูข องชน้ิ งานในคราวทจ่ี ำเปน มากกวา 2. ดา นของช้นิ งานปกติจะมกี ี่ดาน อะไรบาง พรอ มวาดภาพประกอบ มีทงั้ หมด 6 ดาน เหมือนลกู เตา แตภาพในการทำงานจริงจะใชเพยี ง 3 ดา น เทาน้ัน ในสวนท่ี มองไมเห็นจะเขียนแสดงดวยเสนประดานของภาพที่ใชงานจะเปนดานหนา (Front View : F) ดานขาง (Side View : S) และ ดา นบน (Top View : T) เทานนั้ 3. ภาพฉายมุมท่ี 1 หมายถึงอะไร เปนการเขียนแบบภาพฉายในควอแรนทท่ี 1 ซึ่งนยิ มใชก ัน มากในแถบทวปี ยุโรปและเอเชยี โดยจะมอง ดา นขวาของรปู เปนภาพดา นหนา ซึง่ จะปรากฏอยใู นระนาบแนวดงิ่ มองภาพดานขา งซาย ของรูปเปน ภาพ ดา นขา ง ซ่ึงจะปรากฏอยใู นระนาบดา นขางในตำแหนง ดานขวาของภาพสามมิติและ ภาพดานบนจะปรากฏอยใู นระนาบแกนนอนในตำแหนงดา นลา งภาพดา นหนา ใบงาน
199 คําชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขยี นแบบภาพฉายมมุ ที่ 1 ตามหลกั การอยา่ งถกู ตอ้ ง
199 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ หนวยท่ี 5 การเขียนภาพฉาย เวลา 4 ช่ัวโมง เร่ือง การเขยี นภาพฉายมุมที่ 3 เวลา 120 นาที ผู้สอน นายพินจิ พูลผล วันที่............เดือน.......................... พ.ศ. ………. 1. เป้าหมายการเรียนรู้ 1.1.มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของ เคร่ืองใชห้ รือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยอี ยา่ งมคี วามคิดสร้างสรรค์ เลือกใชเ้ ทคโนโลยี ในการสร้างสรรคต์ อ่ ชีวติ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม และมสี ่วนร่วมในการจดั การเทคโนโลยีที่ยง่ั ยืน 1.2 สาระสําคัญ ในงานช่างอุตสาหกรรมจะนาํ แบบงานไปเป็นแบบท่ีใชส้ าํ หรับสร้างช้ินส่วนเคร่ืองจกั รกล หรือผลิตภณั ฑต์ า่ ง ๆ ซ่ึงจะตอ้ งเป็นแบบท่ีเขียนไดง้ ่าย มรี ายละเอยี ดของแบบงานครบถว้ นสมบูรณ์ ชดั เจน เพ่ือให้ผูป้ ฏิบตั ิงานสามารถนาํ ไปปฏิบตั ิตามแบบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แบบงานท่ีนิยมจะเขียน เป็นแบบภาพฉาย เพราะสามารถแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รูปร่าง ผิวงาน และกาํ หนดขนาดท่ี ชดั เจน 1.3 ตวั ชีว้ ดั ของหลกั สูตร ง 1.1 ม.1/1 อธิบายกระบวนการเทคโนโลยี ง 2.1 ม.1/2 สร้างส่ิงของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอยา่ งลอดภยั ออกแบบโดยถา่ ยทอดความคิดเป็นภาพ 3 มติ ิ หรือ ภาพฉายเพื่อนาํ สู่การ สร้างตน้ แบบของสิ่งของเครื่องใช้ หรือถ่ายทอดความคดิ ของวธิ ีการเป็น แบบจาํ ลองความคดิ และการรายงานผลเพ่อื นาํ เสนอวิธีการ ง 2.1 ม.1/3 มีความคิดสร้างสรรคใ์ นการแกไ้ ขปัญหาหรือสนองความตอ้ งการในงานท่ี ผลิตเอง
200 1.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.4.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถอธบิ ายถึงวิธกี ารเขยี นภาพฉายในงานเขยี นแบบได 1.4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรยี นนำเอาวิธีการเขียนภาพฉายมาใชในงานเขียนแบบ 1.4.3 ด้านเจตคติ (A) นกั เรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่ เรียน ซ้ือสัตยส์ ุจริต และมรี ะเบยี บวินยั 1.5 ตวั ชีว้ ัดของแผนการเรียนรู้ 1.5.1 นกั เรียนสามารถทาํ แบบฝึกหดั ไดไ้ มต่ ่าํ กว่าร้อยละ 70 1.5.2 นกั เรียนสามารถอุปกรณใ์ นการเขยี นแบบไดใ้ นระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป 1.5.3 นกั เรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่ เรียน ซ้ือสตั ยส์ ุจริต และมรี ะเบียบวนิ ยั ไม่ต่าํ กวา่ ระดบั คณุ ภาพดี 1.6 เน้ือหาสาระ 1.6.1 การเขียนภาพไอโซเมตริก 1.6.2 การเขียนภาพฉายมุมที่ 3 1.7 ภาระชิน้ งาน 1.7.1 ใบงาน เร่ือง การเขยี นภาพฉายมมุ ท่ี3 1.7.2 แบบฝกหัดหลงั เรยี น เรอื่ ง การเขยี นภาพฉายมมุ ท3ี่
201 2. การวัดผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝึกหดั หลงั เรียน 10 คะแนน 2.1 การวัดผล ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน 9 คะแนน ดา้ นคุณลกั ษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค์ 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมินผล หมายถึง ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ หมายถงึ พอใช้ (2) ต้งั แต่ 32-40 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง (1) ต้งั แต่ 20-31 คะแนน ต้งั แต่ 0-19 คะแนน
202 แบบประเมินผลงาน 202 ระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 เรอื่ ง การเขยี นภาพฉายมมุ ที3่ กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี หนว ยการเรยี นรูท่ี 5 การเขียนภาพฉาย ที่ ชื่อ - สกุล เ ้สนและตัวอักษร รวม ผลการ หมายเหตุ ความสะอาด ประ เมนิ ความถูกต้องในงาน เขียนแบบ ่ผาน ไม่ ่ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชื่อ............................................................ผูป้ ระเมนิ (นายพนิ จิ พูลผล) เกณฑ์การประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องหมายเลขที่ประเมนิ 4 หมายถงึ ดีเย่ยี ม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช้ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
203 เกณฑ์การตัดสินการประเมนิ ใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่อง ผ่าน หรือไมผ่ ่าน ผ่าน หมายถงึ มผี ลการเมิน 8 คะแนนข้นึ ไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ ผลงาน 203 กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 หนวยการเรียนรทู ่ี 5 การเขียนภาพฉาย เร่ือง การเขยี นภาพฉายมมุ ที่3 รายการประเมนิ ดีเยยี่ ม ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ ( 1 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) เสน และตัวอักษร น้ำหนกั ในการเขยี นเสน น้ำหนกั ในการเขยี นเสน นำ้ หนกั ในการเขียนเสน น้ำหนกั ในการเขยี นเสน และตวั อกั ษร ทใ่ี ชในงาน และตวั อักษร ท่ีใชในงาน และตวั อักษร ที่ใชในงาน และตวั อักษร ทีใ่ ชในงาน คงท่ี สมำ่ เสมอ ยังไมคอ ยสมำ่ เสมอ ยังคงไมสม่ำเสมอ สมำ่ เสมอ ความสะอาด ชิน้ งานสะอาด ไมมีรอย ช้นิ งานสะอาด ไมมีรอย ชน้ิ งานสะอาด มรี อย ชนิ้ งานสะอาด มีรอย เปอ นอนื่ ๆ และรอยดำ เปอนอ่นื ๆ แตม ี รอยดำ เปอ นอ่นื ๆ และรอยดำ เปอนอนื่ ๆ และรอยดำ จากการลบเพียงเล็กนอ ย จากการลบบางเลก็ นอ ย จากการลบ เปน สว นใหญ จากการลบ ความถกู ตองใน เขียนแบบไดถกู ตอ งตาม เขยี นแบบไดถ กู ตอ งตาม เขียนแบบไดถูกตองตาม เขยี นแบบไดถูกตองตาม งานเขียนแบบ หลักการเขียนภาพฉายใน หลกั การเขียนภาพฉายใน หลักการเขียนภาพฉายใน หลกั การเขียนภาพฉายใน มมุ ท่ี 3 (มขี อผิดพลาด1-2 มุมที่ 3 (มขี อ ผดิ พลาด 3- มมุ ที่ 3 (มีขอผิดพลาด มมุ ท่ี 3 จดุ ) 4 จดุ ) มากกวา 4 จดุ )
204 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 หนว ยการเรียนรูที่ 5 การเขยี นภาพฉาย เรื่อง การเขยี นภาพฉายมุมท่ี3 ที่ ช่ือ – สกุล ความพรอมในการ รวม ผลการ หมายเหตุ ทำงาน ประ เมนิ การใช ัวส ุด ุอปกร ณ และเคร่ืองมือ การรักษาความ สะอาด ผาน ไ มผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงช่ือ............................................................ผูป้ ระเมนิ (นายพินิจ พลู ผล) เกณฑ์การประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องหมายเลขทป่ี ระเมิน 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถงึ พอใช้ 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
205 เกณฑ์การตดั สินการประเมนิ ใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่อง ผา่ น หรือไม่ผ่าน ผ่าน หมายถงึ มผี ลการเมนิ 6 คะแนนข้ึนไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางาน กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 การเขยี นภาพฉาย เรือ่ ง การเขยี นภาพฉายมมุ ท่3ี รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ ความพร้อมในการ ดี ( 3 ) พอใช้ ( 2 ) ปรบั ปรุง ( 1 ) ทาํ งาน มีการเตรียมเครื่องมือ มกี ารเตรียมเคร่ืองมอื ไมม่ กี ารเตรียมเครื่องมอื ,วสั ดุและอุปกรณ์ในการ ,วสั ดุและอุปกรณใ์ น ,วสั ดุและอุปกรณใ์ นการ ทาํ งานครบถว้ นพร้อม การทาํ งานไมค่ รบ ทาํ งานและไม่พร้อม ทาํ งาน ทาํ งาน ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และ ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื เคร่ืองมอื ถูกตอ้ งและ เคร่ืองมือถูกตอ้ งแต่ไม่ ไมถ่ กู ตอ้ งและไม่ การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน และเครื่องมือ การรกั ษาความสะอาด เกบ็ กวาดทาํ ความสะอาด เก็บกวาดทาํ ความ ไมเ่ ก็บกวาดทาํ ความ ขยะทกุ ช้ินหลงั จาก สะอาดขยะหลงั จาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏิบตั งิ านเสร็จ ปฏิบตั ิงานเสร็จ แต่ไม่ ปฏบิ ตั ิงานเสร็จ หมด
206 แบบสังเกตพฤติกรรมอันพึงประสงค์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 การเขียนภาพฉาย เร่อื ง การเขยี นภาพฉายมุมท่ี3 ผลการ ใฝรูใฝเรียน ท่ี ช่อื – สกุล ซ้ือสัต ยสุจริต รวม ประ ระเบียบ ิว ันย เมนิ ผาน หมายเหตุ ไมผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชื่อ............................................................ผูป้ ระเมนิ (นายพนิ จิ พูลผล) เกณฑ์การประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องหมายเลขท่ีประเมิน
207 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง ปรบั ปรุง เกณฑ์การตดั สินการประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง ผ่าน หรือไม่ผา่ น ผา่ น หมายถงึ มผี ลการเมิน 5 คะแนนข้นึ ไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมอนั พึงประสงค์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หนว ยการเรยี นรูท่ี 5 การเขยี นภาพฉาย เร่ือง การเขียนภาพฉายมุมที่3 รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) พอใช้ ( 2 ) ใฝ่ รู้ใฝ่ เรี ยน มคี วามกระตอื รือร้นใน มคี วามกระตอื รือร้นใน ไมม่ คี วามกระตือรือร้น การเรียนมากและพร้อมที่ การเรียนเลก็ นอ้ ยและ ในการเรียนและไม่ จะทาํ กิจกรรมทไ่ี ดร้ บั พร้อมที่จะทาํ กิจกรรมท่ี พร้อมทจี่ ะทาํ กิจกรรมท่ี มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมาย ไดร้ ับมอบหมาย ซ้ือสัตยส์ ุจริต ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเองเป็น ใหเ้ พอ่ื นปฏิบตั งิ านให้ บางคร้ งั เป็ นประจาํ ระเบียบวินยั ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบ ไม่ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บ ไมป่ ฏบิ ตั ิตาม ขอ้ บงั คบั ของทาง ขอ้ บงั คบั ของทางโรงเรียน กฎระเบียบขอ้ บงั คบั โรงเรียน ของทางโรงเรียน เป็ นบางคร้ ัง
208 3. กจิ กรรมการเรยี นรู 3.1 ข้นั นำเขาสบู ทเรยี น ( 15 นาที ) 3.1.1 ครพู ดู นำเขาสูบ ทเรยี นเพอ่ื ทำใหนักเรียนมคี วามสนใจในการเรยี นการสอน 3.1.2 ครูใหน ักเรยี นดูส่อื ชว ยสอนบนั ใด2ขัน้ 3.2 ข้นั สอน ( 15 นาที ) 3.2.1 ครอู ธบิ ายถงึ วธิ ีการเขียนภาพไอโซเมตริก และภาพฉายมุมท3่ี ในแตล ะขั้นตอนพรอ ม กบั ใหนักเรยี นทำแตล ะข้นั ตอนพรอมๆกนั 3.2.2 ครแู สดงตวั อยางใหน กั เรียนไดศกึ ษาดถู ึงวิธกี ารตา งๆ 3.3 ขน้ั ปฏบิ ัติ ( 75 นาที ) ครสู อนโดยใชวิธีการสอนแบบ ผเู รยี นเปน ศูนยก ลาง โดยครูเปน ผูจัดประสบการณและให คำแนะนำทักษะวิธีการเขียนแบบ ครูแจกใบงานใหนักเรียนฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะในการ เขยี นแบบ เสร็จแลว ใหนักเรียนไดทดลองใชอุปกรณและเครื่องมือใชถูกตองตามใบงานที่ครูมอบ ให 3.4 ขนั้ สรปุ ( 15 นาที ) ครูแจกใบความรูใหนักเรียนไปศึกษาเพ่ิมเติมและรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับประโยชน ทักษะและการเลือกใชเครื่องมือในการเขียนแบบที่ไดจากการเรียนในวันนี้ พรอมกับสรุปแบบ Cornell Note 4. สือ่ การสอน 4.1 สือ่ ชวยสอน บันได 2 ข้นั และกลอง
209 4.2 ใบความรูเร่อื ง การเขยี นภาพฉายมมุ ท่ี3 บนั ทึกหลงั สอน 1. ผลการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปญหา/อุปสรรคในการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การแกป ญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ..........................................................ผูสอน (นายพินิจ พลู ผล) ………/.……../………
210 ใบความรู้ เรือ่ ง การเขยี นภาพฉายมมุ ท่ี 3 การฉายภาพ ภาพฉาย เปน ภาพลายเสนท่ีบอกขนาดสัดสว นตางๆ ทอี่ า นคาแลว เอามาทำงานได ภาพฉาย สวนใหญจะเขยี นหรอื อา นมาจากภาพไอโซเมตริกหรือภาพของจริง มองแตละดานแลวเขียนออกมา ตามภาพที่มองเห็นนั้นๆ ในแตละดานของช้ินงานตามปกติชิ้นงานจะมที ั้งหมด 6 ดาน เหมือนลูกเตา แตภ าพในการทำงานจริงจะใชเพียง 3 ดา น เทาน้ัน ในสว นท่ีมองไมเหน็ จะเขยี นแสดงดวยเสน ประ ดา นของภาพที่ใชง านจะเปน ดานหนา (Front View : F) ดา นขา ง (Side View : S) และ ดา นบน (Top View : T) เทา นั้น
211 ภาพฉาย หมายถึง ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับ ภาพ โดยทว่ั ไปในการเขียนแบบช้ินสว นใด ๆ ถาจะใหมองเห็นไดช ัดเจนและดูเหมือนจริงนั้นสามารถ เขียนไดดวยภาพ 3 มิติ ซึ่งแสดงเพียงภาพเดียวก็สามารถมองไดชัดเจนทั้งสามารถกำหนด รายละเอยี ดตาง ๆ ไดและนำไปทำการผลิตไดด วย แตการเขยี นภาพ 3 มติ ิ นนั้ กระทำไดยากตองใช เวลาในการเขยี นแบบงานตองมีเคร่ืองมือและอปุ กรณชว ยหลายอยาง จงึ ไมเ หมาะสมท่ีจะนำวิธีการน้ี มาเขยี นแบบเพ่อื สง่ั งานผลติ เพราะจะทำใหตนทุนการผลิตสงู ขน้ึ ภาพ 3 มิติ เหมาะสำหรับแสดง รปู รา งและการประกอบกันอยูของช้ินงานในคราวทีจ่ ำเปนมากกวา ประเภทของภาพฉาย การเขียนแบบภาพฉายมุมที่ 3 (Third Angle Projection) หรือ ระบบ Method - A หรือ A-Type เปนการเขียนแบบภาพฉายในควอแรนดที่ 3 ซึ่งนิยมใชในประเทศ สหรฐั อเมริกาและแคนนาดาโดยมองภาพดานซายของรูปเปนภาพดานหนา ซึ่งจะปรากฏอยู ในระนาบแนวดิ่ง มองภาพดานขางขวาของรูปเปนภาพดานขาง ซึ่งจะปรากฏอยูในระนาบ ดานขางในตำแหนงดานขวาของภาพ ดานหนาและภาพดานบนจะปรากฏอยูในระนาบ แนวนอนในตำแหนงดานบนภาพดา นหนา
212 แบบฝกหดั คำชี้แจง ใหนกั เรียนตอบคำถามตอไปน้ใี หถกู ตอ ง 1. ภาพฉายหมายถงึ อะไร
213 ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. ดา นของช้นิ งานปกติจะมกี ่ีดาน อะไรบาง พรอ มวาดภาพประกอบ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ภาพฉายมมุ ท่ี 3 หมายถึงอะไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
214 เฉลย แบบฝก หัด คำชีแ้ จง ใหนกั เรยี นตอบคำถามตอไปนใ้ี หถ กู ตอ ง 1. ภาพฉายหมายถึงอะไร ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับภาพ โดยทั่วไปในการเขียน แบบชิ้นสวนใด ๆ ถาจะใหม องเห็นไดชัดเจนและดเู หมอื นจรงิ นั้นสามารถเขยี นไดดวยภาพ 3 มติ ิ ซึ่ง แสดงเพียงภาพเดยี วกส็ ามารถมองไดชัดเจนทง้ั สามารถกำหนดรายละเอียดตาง ๆ ไดแ ละนำไปทำการ ผลิตไดดวย แตการเขียนภาพ 3 มิติ นั้นกระทำไดยากตองใชเวลาในการเขียนแบบงานตองมี เครื่องมือและอุปกรณชวยหลายอยาง จึงไมเหมาะสมที่จะนำวิธีการนี้มาเขียนแบบเพื่อสั่งงาน ผลติ เพราะจะทำใหตน ทุนการผลิตสงู ขึน้ ภาพ 3 มิติ เหมาะสำหรับแสดงรูปรางและการประกอบ กนั อยูของชิน้ งานในคราวทีจ่ ำเปน มากกวา 2. ดานของช้นิ งานปกตจิ ะมกี ีด่ าน อะไรบาง พรอ มวาดภาพประกอบ มีท้งั หมด 6 ดา น เหมือนลูกเตา แตภ าพในการทำงานจรงิ จะใชเพียง 3 ดาน เทา นั้น ในสว นที่ มองไมเห็นจะเขียนแสดงดวยเสนประดานของภาพที่ใชงานจะเปนดานหนา (Front View : F) ดา นขาง (Side View : S) และ ดานบน (Top View : T) เทา นั้น 3. ภาพฉายมมุ ท่ี 1 หมายถงึ อะไร เปนการเขียนแบบภาพฉายในควอแรนดที่ 3 ซึ่งนิยมใชในประเทศ สหรัฐอเมริกาและแคนนาดา โดยมองภาพดานซายของรูปเปนภาพดานหนา ซึ่งจะปรากฏอยู ในระนาบแนวดิ่ง มองภาพดานขางขวา ของรูปเปนภาพดานขาง ซึ่งจะปรากฏอยูในระนาบดานขางในตำแหนงดานขวาของภาพ ดานหนาและ ภาพดา นบนจะปรากฏอยูในระนาบแนวนอนในตำแหนง ดานบนภาพดานหนา
215 ใบงาน คําชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขยี นแบบภาพฉายมมุ ท่ี3 ตามหลกั การอยา่ งถกู ตอ้ ง
215 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ หนวยที่ 6 การเขยี นภาพสามมติ ิ เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง ชนดิ ของภาพสามมติ ิ เวลา 120 นาที ผู้สอน นายพินิจ พลู ผล วันท่ี............เดอื น.......................... พ.ศ. ………. 1. เป้าหมายการเรียนรู้ 1.1.มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างส่ิงของ เคร่ืองใช้หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีใน การสร้างสรรคต์ ่อชีวิต สังคม สิ่งแวดลอ้ ม และมีส่วนร่วมในการจดั การเทคโนโลยที ่ยี ง่ั ยนื 1.2 สาระสําคญั การเขยี นแบบงานบางคร้งั นอกจากเขียนแบบเป็นภาพฉายแลว้ อาจตอ้ งเขียนภาพช้ินงานเป็ น สามมิติด้วย เพราะภาพสามมิติสามารถแสดงให้เห็นพ้ืนผิวของช้ินงานไดค้ รบท้งั สามมิติในภาพ เดียวกนั คอื ความกวา้ ง ความยาว และความสูง ซ่ึงมีลกั ษณะรูปร่างใกลเ้ คียงกบั งานจริงทาํ ให้เขา้ ใจใน แบบงานงา่ ยข้นึ 1.3 ตัวชีว้ ัดของหลกั สูตร ง 1.1 ม.1/1 อธิบายกระบวนการเทคโนโลยี ง 2.1 ม.1/2 สร้างส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยอี ยา่ งลอดภยั ออกแบบโดยถา่ ยทอดความคิดเป็นภาพ 3 มติ ิ หรือ ภาพฉายเพ่อื นาํ สู่การ สร้างตน้ แบบของส่ิงของเครื่องใช้ หรือถา่ ยทอดความคดิ ของวธิ ีการเป็น แบบจาํ ลองความคิดและการรายงานผลเพื่อนาํ เสนอวิธีการ ง 2.1 ม.1/3 มคี วามคิดสร้างสรรคใ์ นการแกไ้ ขปัญหาหรือสนองความตอ้ งการในงานท่ี ผลติ เอง
216 1.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.4.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถอธิบายถึงชนิดของภาพสามมติ ิทใ่ี ชในงานเขยี นแบบ 1.4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนนำเอาวิธีการเขียนภาพสามมติ ิมาใชในงานเขียนแบบ 1.4.3 ด้านเจตคติ (A) นกั เรียนมคี วามใฝ่รู้ใฝ่ เรียน ซ้ือสัตยส์ ุจริต และมรี ะเบียบวนิ ยั 1.5 ตวั ชี้วดั ของแผนการเรียนรู้ 1.5.1 นกั เรียนสามารถทาํ แบบฝึกหดั ไดไ้ ม่ต่าํ กว่าร้อยละ 70 1.5.2 นกั เรียนสามารถอุปกรณใ์ นการเขียนแบบไดใ้ นระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป 1.5.3 นกั เรียนมคี วามใฝ่รู้ใฝ่ เรียน ซ้ือสตั ยส์ ุจริต และมรี ะเบียบวนิ ยั ไม่ต่าํ กวา่ ระดบั คณุ ภาพดี 1.6 เนื้อหาสาระ 1.6.1 ภาพสามมิติ 1.6.2 ชนิดของภาพสามมติ ิ 1.7 ภาระช้นิ งาน 1.7.1 ใบงาน เร่อื ง ชนิดของภาพสามมิติ 1.7.2 แบบฝกหัดหลังเรียน เร่ือง ภาพสามมติ ิ (ชนิดของภาพสามมิติ)
217 2. การวัดผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝึกหดั หลงั เรียน 10 คะแนน 2.1 การวัดผล ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน 9 คะแนน ดา้ นคุณลกั ษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค์ 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมนิ ผล หมายถึง ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ หมายถงึ พอใช้ (2) ต้งั แต่ 32-40 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง (1) ต้งั แต่ 20-31 คะแนน ต้งั แต่ 0-19 คะแนน
218 แบบประเมินผลงาน 218 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 เรอื่ ง ชนิดของภาพสามมติ ิ กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 การเขียนภาพสามมิติ ที่ ช่ือ - สกุล เสนและ ัตว ัอกษร รวม ผลการ หมายเหตุ ความสะอาด ประ ความ ูถก ตองเมิน ผาน ไ มผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงช่ือ............................................................ผูป้ ระเมนิ (นายพนิ จิ พูลผล) เกณฑ์การประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องหมายเลขทีป่ ระเมิน 4 หมายถึง ดีเยี่ยม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถงึ ปรับปรุง
219 เกณฑ์การตัดสินการประเมนิ ใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่อง ผ่าน หรือไม่ผ่าน ผา่ น หมายถึง มผี ลการเมนิ 8 คะแนนข้นึ ไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินผลงาน 219 กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 หนวยการเรียนรูท่ี 6 การเขยี นภาพสามมิติ เรอื่ ง ชนดิ ของภาพสามมิติ รายการประเมนิ ดีเย่ยี ม ( 3 ) ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) ดี ( 3 ) พอใช้ ( 2 ) เสน้ และ น้าํ หนกั ในการเขยี นเสน้ น้าํ หนกั ในการเขยี นเสน้ น้าํ หนกั ในการเขยี นเสน้ น้าํ หนกั ในการเขียนเสน้ ตวั อกั ษร และตวั อกั ษร ท่ใี ชใ้ นงาน และตวั อกั ษร ทใี่ ชใ้ นงาน และตวั อกั ษร ที่ใชใ้ น และตวั อกั ษร ทใี่ ชใ้ นงาน คงที่ สม่าํ เสมอ สม่าํ เสมอ งานยงั ไม่ค่อยสม่าํ เสมอ ยงั คงไม่สม่าํ เสมอ ความสะอาด ชิ้นงานสะอาด ไม่มรี อย ชิ้นงานสะอาด ไม่มรี อย ชิ้นงานสะอาด มรี อย ชิ้นงานสะอาด มรี อย เป้ื อนอืน่ ๆ และรอยดาํ เป้ื อนอืน่ ๆ แตม่ ี รอยดาํ เป้ื อนอื่นๆ และรอยดาํ เป้ื อนอนื่ ๆ และรอยดาํ จากการลบเพยี งเล็กนอ้ ย จากการลบบางเล็กนอ้ ย จากการลบ เป็นส่วนใหญ่ จากการลบ ความถูกตอ้ ง สร้างภาพสามมิติตาม สร้างภาพสามมติ ิไดอ้ ยา่ ง สร้างภาพสามมติ ิได้ สร้างภาพสามมติ ิไดม้ ี ชนิดไดถ้ กู ตอ้ งและสร้าง ถูกตอ้ ง มขี อ้ ผดิ พลาด แตย่ งั มขี อ้ ผิดพลาด ของผิดพลาดมากกว่า6 ตามหลกั การ บางจุด จุด
220 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 เรอื่ ง ชนดิ ของภาพสามมติ ิ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี หนวยการเรยี นรูท่ี 6 การเขยี นภาพสามมิติ ท่ี ชื่อ – สกุล รวม ผลการความพรอมในการ หมายเหตุ ประทำงาน เมนิ การใช ัวส ุด ุอปกร ณ และเคร่ือง ืมอ การรักษาความ สะอาด ผาน ไ มผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชื่อ............................................................ผูป้ ระเมิน (นายพนิ ิจ พูลผล) เกณฑ์การประเมนิ ใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องหมายเลขทปี่ ระเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช้
221 1 หมายถงึ ปรับปรุง เกณฑ์การตดั สินการประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง ผ่าน หรือไม่ผ่าน ผ่าน หมายถึง มผี ลการเมนิ 6 คะแนนข้ึนไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 การเขยี นภาพสามมิติ เรอื่ ง ชนดิ ของภาพสามมติ ิ รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ ความพร้อมในการ ดี ( 3 ) พอใช้ ( 2 ) ปรับปรุง ( 1 ) ทาํ งาน มีการเตรียมเคร่ืองมือ มีการเตรียมเคร่ืองมอื ไม่มกี ารเตรียมเครื่องมอื ,วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ในการ ,วสั ดุและอปุ กรณใ์ น ,วสั ดุและอุปกรณ์ในการ ทาํ งานครบถว้ นพร้อม การทาํ งานไมค่ รบ ทาํ งานและไม่พร้อม ทาํ งาน ทาํ งาน ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื เคร่ืองมือถกู ตอ้ งและ เคร่ืองมอื ถกู ตอ้ งแตไ่ ม่ ไม่ถกู ตอ้ งและไม่ การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน และเครื่องมือ การรกั ษาความสะอาด เก็บกวาดทาํ ความสะอาด เก็บกวาดทาํ ความ ไม่เกบ็ กวาดทาํ ความ ขยะทุกช้ินหลงั จาก สะอาดขยะหลงั จาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏบิ ตั ิงานเสร็จ ปฏิบตั ิงานเสร็จ แตไ่ ม่ ปฏิบตั งิ านเสร็จ หมด
222 แบบสังเกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 การเขียนภาพสามมติ ิ เรอื่ ง ชนิดของภาพสามมติ ิ ผลการ รวม ประ เมิน ที่ ชอ่ื - สกุล ใฝรูใฝเรียน ซ้ือสัต ยสุจริต ระเบียบ ิว ันย หมายเหตุ ผาน ไมผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชื่อ............................................................ผูป้ ระเมนิ (นายพนิ ิจ พูลผล)
223 เกณฑ์การประเมนิ ใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องหมายเลขท่ปี ระเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถงึ ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสินการประเมนิ ใส่เคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง ผา่ น หรือไม่ผ่าน ผา่ น หมายถึง มผี ลการเมิน 5 คะแนนข้นึ ไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมอันพงึ ประสงค์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 การเขียนภาพสามมิติ เรอ่ื ง ชนิดของภาพสามมติ ิ รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) พอใช้ ( 2 ) ใฝ่ รู้ใฝ่ เรี ยน มีความกระตอื รือร้นใน มคี วามกระตอื รือร้นใน ไมม่ คี วามกระตือรือร้น การเรียนมากและพร้อมที่ การเรียนเล็กนอ้ ยและ ในการเรียนและไม่ จะทาํ กิจกรรมท่ไี ดร้ ับ พร้อมทจ่ี ะทาํ กิจกรรมที่ พร้อมทีจ่ ะทาํ กิจกรรมที่ มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมาย ซ้ือสัตยส์ ุจริต ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง ปฏิบตั ิงานดว้ ยตนเองเป็น ใหเ้ พือ่ นปฏิบตั ิงานให้ บางคร้ งั เป็ นประจาํ ระเบียบวินยั ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบ ไมป่ ฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บ ไมป่ ฏิบตั ิตาม ขอ้ บงั คบั ของทาง ขอ้ บงั คบั ของทางโรงเรียน กฎระเบียบขอ้ บงั คบั โรงเรียน ของทางโรงเรียน เป็ นบางคร้ ัง
224 3. กจิ กรรมการเรยี นรู 3.1 ข้นั นำเขาสูบทเรยี น ( 15 นาที ) 3.1.1 ครพู ูดนำเขา สบู ทเรยี นเพอ่ื ทำใหน ักเรยี นมีความสนใจในการเรยี นการสอน 3.1.2 ครูใหนกั เรยี นดูส่อื ชวยสอน(กลอ ง) 3.2 ขน้ั สอน ( 15 นาที ) 3.2.1 ครูอธิบายถึงวิธกี ารเขียนภาพสามมติ ิ และชนดิ ของภาพสามมติ ิในแตละขั้นตอน พรอมกบั ใหนักเรยี นทำแตล ะขนั้ ตอนพรอมๆกัน 3.2.2 ครแู สดงตวั อยา งใหน กั เรยี นไดศ กึ ษาดูถงึ วธิ กี ารตา งๆ 3.3 ข้ันปฏบิ ัติ ( 75 นาที ) ครูสอนโดยใชวธิ ีการสอนแบบ ผูเ รยี นเปนศนู ยกลาง โดยครูเปนผูจัดประสบการณและให คำแนะนำทักษะวิธีการเขียนแบบ ครูแจกใบงานใหนักเรียนฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะในการ เขียนแบบ เสรจ็ แลว ใหนักเรียนไดทดลองใชอ ุปกรณและเครื่องมือใชถกู ตอ งตามใบงานที่ครูมอบ ให 3.4 ข้ันสรุป ( 15 นาที ) ครูแจกใบความรูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมและรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับประโยชน ทักษะและการเลือกใชเครื่องมือในการเขียนแบบที่ไดจากการเรียนในวันนี้ พรอมกับสรุปแบบ Cornell Note 4. สื่อการสอน 4.1 สอื่ ชว ยสอน (กลอ ง) 4.2 ใบความรเู ร่ือง การเขียนภาพสามมติ ิ
225 บนั ทกึ หลงั สอน 1. ผลการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปญ หา/อปุ สรรคในการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การแกป ญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ..........................................................ผสู อน (นายพนิ จิ พูลผล) ………/.……../………
226 ใบความรู้ เรือ่ ง การเขียนภาพสามมติ ิ ภาพสามมิติ (PICTORIAL VIEW) สาระการเรยี นรู การเขียนแบบงานบางครัง้ นอกจากเขยี นแบบเปนภาพฉายแลว อาจตอ งเขียนภาพช้ินงานเปนสามมิติ ดว ย เพราะภาพสามมติ ิสามารถแสดงใหเ หน็ พืน้ ผิวของช้ินงานไดค รบทง้ั สามมิติในภาพเดยี วกนั คือ ความกวาง ความยาว และความสูง ซ่งึ มลี ักษณะรูปรางใกลเ คียงกับงานจริงทำใหเขา ใจในแบบงานงา ยข้ึน เนือ้ หา 1. ความหมายของภาพสามมติ ิ 2. ประเภทของภาพสามมติ ิ 3. การเขียนภาพสามมิติ 4. การเขยี นวงรีสามมิติ จดุ ประสงคการเรียนรู
227 1. อธิบายความหมายของภาพสามมติ ิได 2. บอกประเภทของภาพสามมิติไดถกู ตอ ง 3. สามารถเขียนภาพสามมิติแบบตางๆ ได 4. สามารถเขยี นวงรภี าพสามมติ ไิ ด ความหมายของภาพ ภาพสามมิตหิ มายถึง การเขียนภาพโดยการนำพ้นื ผิวแตละดา นของชน้ิ งานมาเขียนประกอบกันเปนรปู เดียว ทำใหสามารถมองเห็นลักษณะรูปราง พื้นผิว ไดทั้งความกวาง ความยาว และความหนาของชิ้นงาน ทำ ใหภ าพสามมิติมีลกั ษณะคลา ยกับการมองช้นิ งานจรงิ ภาพสามมติ ทิ เ่ี ขยี นในงานเขียนแบบมหี ลายประเภท แต ละประเภทก็มีความแตกตา งกันในการวางมุมการเขียน และขนาดของชนิ้ งานจรงิ กับขนาดชิน้ งานในการเขียน แบบซึ่งผูเขียนแบบตองศึกษาลักษณะของภาพสามมิติแตละประเภทตางๆ ใหเขาใจ เพื่อสามารถปฏิบัติการ เขยี นแบบไดอยา งถกู ตอ ง ประเภทของภาพสามมติ ิ ภาพสามมติ ิสามารถแบง ออกไดห ลายประเภท ดงั น้ี 1 ภาพสามมิติแบบ TRIMETRIC เปนภาพสามมิติที่มีความสวยงาม และลักษณะคลายของจริงมาก ที่สุดและเปนภาพที่งายตอการอานแบบเพราะเปนภาพที่เขียนไดยาก เนื่องจากมุมที่ใชเขียนเอียง 12 องศา และ 23 องศา และอัตราความยาวของแตละดา นไมเ ทา กนั 2 ภาพสามมิติแบบ DIMETRIC เปนภาพสามมติ ิท่มี ีลกั ษณะคลายกับภาพถายและงา ยตอ การอานแบบ แตไมคอยนิยมในการเขียนแบบเพราะเปนภาพที่เขียนไดยาก เนื่องจากมุมที่ใชเขียน เอียง 7 องศา และ 42 องศา และขนาดความหนาของภาพท่เี ขียนจะลดขนาดลงคร่ึง
228 3 ภาพสามมิติแบบ ISOMETRIC เปนภาพสามมิติที่นิยมเขียนมาก เพราะภาพที่เขียนงาย เนื่องจาก ภาพมีมุมเอียง 30 องศา ทั้งสองขา งเทากัน และขนาดความยาวของภาพทกุ ดา นจะมีขนาดเทาขนาดงานจรงิ ภาพทีเ่ ขยี นจะมขี นาดใหญม ากทำใหเ ปลืองเนื้อทก่ี ระดาษ 4 ภาพสามมิตแิ บบ OBQIU เปนภาพสามมิติท่นี ิยมเขยี นมาก สำหรบั งานท่ีมีรปู รางเปน สว นโคง หรอื รู กลมเพราะสามารถเขยี นไดงา ยและรวดเรว็ เน่ืองจากภาพ OBQIUE จะวางภาพดานหน่งึ อยใู นแนวระดับ เอียง ทำมมุ เพยี งดานเดียว โดยเขียนเปนมมุ 45 องศา สามารถเขียนเอียงไดทัง้ ดานซายและขวาความหนาของงาน ดานเอียงขนาดลดลงครึ่งหนึ่ง ภาพ OBQIUE มี 2 แบบ คือ แบบคาวาเลียร (CAVALIER) และแบบคาบิเนต (CABINET) ภาพสามมิติแบบ Cavalier ภาพสามมติ ิแบบ Cabinet 5 ภาพสามมิติแบบ PERSPECTIVE หรือ ภาพทัศนียภาพเปนภาพสามมิติที่มีมุมในลักษณะการมอง ไกล โดยจะเขียนภาพเขา สูจดุ รวมของสายตา การเขียนภาพสามมิติชนดิ นมี้ อี ยดู วยกนั หลายชนดิ
229
230 แบบฝก หดั คำชี้แจง ใหน กั เรยี นตอบคำถามตอไปนใี้ หถ ูกตอ ง 1. ภาพสามมิติหมายถงึ อะไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. ภาพสามมติ แิ บงออกเปนก่ปี ระเภท อะไรบาง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
231 เฉลย แบบฝก หดั คำชแ้ี จง ใหนักเรยี นตอบคำถามตอไปน้ีใหถกู ตอง 1. ภาพสามมติ ิหมายถึงอะไร การเขยี นภาพโดยการนำพืน้ ผิวแตละดานของชนิ้ งานมาเขียนประกอบกันเปนรูปเดียว ทำให สามารถมองเห็นลักษณะรปู ราง พื้นผิว ไดทั้งความกวาง ความยาว และความหนาของชิ้นงาน ทำให ภาพสามมิติมีลักษณะคลายกับการมองชิ้นงานจริง ภาพสามมิติที่เขียนในงานเขียนแบบมีหลาย ประเภท แตละประเภทก็มีความแตกตางกันในการวางมุมการเขียน และขนาดของชิ้นงานจริง กับ ขนาดชิ้นงานในการเขียนแบบซึ่งผูเขียนแบบตองศึกษาลักษณะของภาพสามมิติแตละประเภทตางๆ ใหเ ขา ใจ เพอ่ื สามารถปฏบิ ัตกิ ารเขียนแบบไดอยา งถูกตอง 2. ภาพสามมติ ิแบง ออกเปน ก่ปี ระเภท อะไรบาง ประเภทของภาพสามมติ ิ ภาพสามมิติสามารถแบงออกไดห ลายประเภท ดงั น้ี 1 ภาพสามมิตแิ บบ TRIMETRIC 2 ภาพสามมติ แิ บบ DIMETRIC 3 ภาพสามมิตแิ บบ ISOMETRIC 4 ภาพสามมิตแิ บบ OBQIU 5 ภาพสามมิตแิ บบ PERSPECTIVE หรอื ภาพทศั นยี ภาพ
232
231 แผนการจดั การเรียนรูท่ี 14 กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 หนวยการเรียนรูที่ 6 การเขยี นภาพสามมติ ิ เวลา 8 ช่ัวโมง เร่ือง การเขยี นภาพไอโซเมตรกิ เวลา 120 นาที ผูสอน นายพนิ จิ พลู ผล วันที่............เดอื น.......................... พ.ศ. ………. 1. เปาหมายการเรยี นรู 1.1.มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจเทคโนโลยแี ละกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรางส่ิงของ เครื่องใชหรือวิธกี าร ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางมคี วามคิดสรางสรรค เลือกใชเทคโนโลยใี น การสรางสรรคต อชีวิต สังคม สิ่งแวดลอ ม และมีสว นรว มในการจดั การเทคโนโลยีท่ยี งั่ ยนื 1.2 สาระสำคญั การเขยี นแบบงานบางคร้ังนอกจากเขียนแบบเป็นภาพฉายแลว้ อาจตอ้ งเขียนภาพช้ินงานเป็ น สามมิติดว้ ย เพราะภาพสามมิติสามารถแสดงให้เห็นพ้ืนผิวของช้ินงานได้ครบท้งั สามมิติในภาพ เดียวกนั คือ ความกวา้ ง ความยาว และความสูง ซ่ึงมีลกั ษณะรูปร่างใกลเ้ คยี งกบั งานจริงทาํ ให้เขา้ ใจใน แบบงานงา่ ยข้ึน 1.3 ตัวช้ีวดั ของหลักสูตร ง 1.1 ม.1/1 อธบิ ายกระบวนการเทคโนโลยี ง 2.1 ม.1/2 สรางสิง่ ของเครอ่ื งใชห รือวธิ ีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางลอดภัย ออกแบบโดยถา ยทอดความคิดเปน ภาพ 3 มติ ิ หรือ ภาพฉายเพอ่ื นำสูการ สรางตนแบบของส่งิ ของเครื่องใช หรอื ถายทอดความคดิ ของวิธีการเปน แบบจำลองความคดิ และการรายงานผลเพอื่ นำเสนอวธิ กี าร ง 2.1 ม.1/3 มีความคดิ สรา งสรรคในการแกไ ขปญหาหรือสนองความตองการในงานที่ผลติ เอง
232 1.4 จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 1.4.1 ดานความรู (K) นกั เรียนสามารถอธบิ ายถึงวธิ กี ารเขยี นภาพไอโซเมตริก ในงานเขียนแบบได 1.4.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนนำเอาวิธกี ารเขียนภาพฉายไอโซเมตรกิ มาใชในงานเขียนแบบ 1.4.3 ดานเจตคติ (A) นักเรียนมีความใฝร ใู ฝเรียน ซ้อื สตั ยสุจรติ และมีระเบยี บวินยั 1.5 ตัวช้วี ัดของแผนการเรียนรู 1.5.1 นกั เรยี นสามารถทำแบบฝก หัดไดไ มต่ำกวา รอยละ 70 1.5.2 นักเรียนสามารถอุปกรณในการเขียนแบบไดใ นระดับคุณภาพพอใชข้ึนไป 1.5.3 นักเรียนมคี วามใฝรใู ฝเรียน ซอ้ื สัตยสจุ รติ และมรี ะเบียบวินยั ไมต่ำกวาระดับ คุณภาพดี 1.6 เนอ้ื หาสาระ 1.6.1 การเขยี นภาพสามมติ ิ 1.6.2 การเขยี นภาพไอโซเมตริก 1.7 ภาระช้ินงาน 1.7.1 ใบงาน เร่อื ง การเขียนภาพไอโซเมตรกิ 1.7.2 แบบฝก หัดหลงั เรียน เรอื่ ง การเขยี นภาพไอโซเมตริก
233 2. การวดั ผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝก หดั หลังเรยี น 10 คะแนน 2.1 การวัดผล ดา นความรู ดา นทกั ษะ/กระบวนการจากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน 9 คะแนน ดา นคณุ ลักษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอันพงึ ประสงค 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมนิ ผล หมายถงึ ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง พอใช (2) ตั้งแต 32-40 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ (1) ตง้ั แต 20-31 คะแนน ตงั้ แต 0-19 คะแนน
234 แบบประเมนิ ผลงาน234 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 เรื่อง การเขียนภาพไอโซเมตริก กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 การเขยี นภาพสามมิติ ท่ี ชอ่ื - สกลุ เ สนและ ัตวอักษร รวม ผลการ หมายเหตุ ความสะอาด ประ ความ ูถก ตองในงาน เมิน เ ีขยนแบบ ผาน ไ ม ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11.
235 12. 13. 14. ลงชอื่ ............................................................ผปู ระเมนิ (นายพนิ จิ พลู ผล) เกณฑการประเมนิ ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชองหมายเลขท่ปี ระเมิน 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถงึ ปรับปรุง เกณฑการตัดสินการประเมนิ ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอ ง ผา น หรอื ไมผ า น ผาน หมายถงึ มีผลการเมนิ 8 คะแนนขนึ้ ไป เกณฑก ารใหค ะแนนแบบประเมนิ ผลงาน 235 กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 หนว ยการเรยี นรูท่ี 6 การเขียนภาพสามมิติ เรือ่ ง การเขียนภาพไอโซเมตรกิ รายการประเมิน ดเี ย่ยี ม ( 3 ) ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ ( 1 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) เสน และตัวอกั ษร นำ้ หนักในการเขียนเสน น้ำหนักในการเขยี นเสน นำ้ หนกั ในการเขยี นเสน นำ้ หนกั ในการเขยี นเสน และตัวอักษร ท่ีใชในงาน และตวั อกั ษร ที่ใชในงาน และตวั อกั ษร ท่ใี ชในงาน และตัวอกั ษร ทใ่ี ชในงาน คงท่ี สมำ่ เสมอ ยังไมค อยสมำ่ เสมอ ยงั คงไมสม่ำเสมอ สมำ่ เสมอ ความสะอาด ชิ้นงานสะอาด ไมมรี อย ช้ินงานสะอาด ไมม ีรอย ชิ้นงานสะอาด มีรอย ชิ้นงานสะอาด มรี อย เปอนอื่นๆ และรอยดำ เปอนอื่นๆ แตม ี รอยดำ เปอ นอน่ื ๆ และรอยดำ เปอนอื่นๆ และรอยดำ จากการลบเพียงเล็กนอย จากการลบบางเลก็ นอย จากการลบ เปน สวนใหญ จากการลบ
236 ความถกู ตองใน เขียนแบบไดถูกตอ งตาม เขยี นแบบไดถ กู ตองตาม เขียนแบบไดถูกตองตาม เขยี นแบบไดถ ูกตอ งตาม งานเขียนแบบ หลักการเขียนภาพไอโซ หลกั การเขียนภาพไอโซ หลกั การเขียนภาพไอโซ หลกั การเขียนภาพไอโซ เมตรกิ (มขี อผิดพลาด1-2 เมตริก(มขี อผิดพลาด 3-4 เมตรกิ (มขี อ ผิดพลาด เมตริก จุด) จดุ ) มากกวา 4 จดุ ) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ท่ี ชอ่ื - สกุล ความพรอมในการรวม ผลการ ทำงาน ประ การใ ชวัส ุด อุปกร ณ เมิน หมายเหตุ และเคร่ือง ืมอ การรักษาความ สะอาด ผาน ไม ผาน 321321321 9 1. 2. 3.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343