283 การบอกขนาดบนภาพออบลกิ การบอกขนาดบนภาพออบลิกนั้น มีหลักการเชนเดียวกนั กับการบอกขนาดบนภาพไอโซเมตริกและ ภาพฉายรวมกัน แบบฝก หดั เรอ่ื ง การกำหนดขนาดของภาพสามมติ ิ คำชแี้ จง ใหนกั เรียนตอบคำถามตอ ไปนีใ้ หถูกตอ ง (5 คะแนน) 1. จงอธิบายถงึ การกำหนดขนาดของภาพไอโซเมตรกิ (2.5 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………..
284 ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………. 2. จงอธบิ ายถึงการกำหนดขนาดของภาพออบลิก (2.5 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….………… ใบกิจกรรม ชือ่ ……………………………………………………….สกุล…………………………………………………..ชน้ั ……………….. เฉลย แบบฝก หัด เรือ่ ง การกำหนดขนาดของภาพสามมติ ิ คำชี้แจง ใหน กั เรยี นตอบคำถามตอไปนี้ใหถกู ตอ ง (5 คะแนน)
285 1. จงอธบิ ายถงึ การกำหนดขนาดของภาพไอโซเมตรกิ (2.5 คะแนน) a. ตัวเลขบอกขนาด จะตองเขียนใหต้งั ฉากกับแนวด่งิ หรอื แนวนอน และใหเ อยี งขนานไป กบั แนวแกนของภาพไอโซเมตรกิ b. เสนบอกขนาดและเสน ชวยบอกขนาด ใหเขยี นเชนเดยี วกับภาพฉาย แตท ีภ่ าพไอโซ เมตรกิ จะลากเอียงไปตามแนวแกนเทา น้นั c. หวั ลกู ศร การบอกขนาดตาง ๆ ในภาพไอโซเมตรกิ นน้ั ของหัวลกู ศรใหเ ขยี นเทากับการ เขียนบนภาพฉายและมลี ักษณะเอียงไปตามแนวแกนดว ย 2. จงอธิบายถงึ การกำหนดขนาดของภาพออบลกิ (2.5 คะแนน) a. การบอกขนาดบนภาพออบลกิ นน้ั มหี ลกั การเชนเดียวกันกบั การบอกขนาดบนภาพไอโซ เมตริกและภาพฉายรวมกนั ชอื่ ……………………………………………………….สกลุ …ใบ…ก…จิ …ก…ร…ร…………………………………..ชั้น……………….. ใบกจิ กรรม
286 คำช้ีแจง ใหนกั เรียนเขยี นกำหนดขนาดจากรปู ท่สี ามมติ ิท่คี รกู ำหนดใหโ ดยใชมาตราสว นท่ี กำหนดใหในการเขยี นแบบ (10 คะแนน)
285 แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 17 กลุม สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 หนวยการเรยี นรูท่ี 7 การสเกตซภาพ เวลา 2 ช่ัวโมง เร่ือง การสเกตซภ าพ เวลา 120 นาที ผสู อน นายพนิ ิจ พลู ผล วันท.่ี ...........เดอื น.......................... พ.ศ. ………. 1. เปา หมายการเรยี นรู 1.1.มาตรฐานการเรยี นรู มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรางสิ่งของ เครอ่ื งใชหรือวธิ กี าร ตามกระบวนการเทคโนโลยอี ยา งมคี วามคิดสรางสรรค เลอื กใชเ ทคโนโลยใี นการ สรางสรรคต อชวี ิต สังคม ส่งิ แวดลอ ม และมสี วนรว มในการจดั การเทคโนโลยีทีย่ ง่ั ยนื 1.2 สาระสำคญั การสเกตซ์ภาพเป็นการเขียนภาพโดยไม่ตอ้ งใช้เครื่องมือเขียนแบบ เพียงแต่ใชด้ ินสอเขียน บนกระดาษดว้ ยมือ ผูเ้ ขียนส่วนมากจะเขียนเป็ นภาพสเกตซ์ก่อน เพื่อนาํ มาพิจารณาหาขอ้ บกพร่อง และรายละเอยี ดต่างๆ แลว้ จึงนาํ ภาพน้ันไปเขียนแบบให้ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ คร่ืองมือและอปุ กรณ์ในการ เขยี นแบบ 1.3 ตัวช้ีวัดของหลกั สูตร ง 1.1 ม.1/1 อธบิ ายกระบวนการเทคโนโลยี ง 2.1 ม.1/2 สรา งส่งิ ของเคร่ืองใชห รือวธิ ีการตามกระบวนการเทคโนโลยอี ยางลอดภยั ออกแบบโดยถา ยทอดความคดิ เปนภาพ 3 มติ ิ หรือ ภาพฉายเพอ่ื นำสูการ สรางตน แบบของสง่ิ ของเคร่ืองใช หรือถา ยทอดความคิดของวธิ กี ารเปน แบบจำลองความคิดและการรายงานผลเพื่อนำเสนอวิธีการ ง 2.1 ม.1/3 มคี วามคิดสรา งสรรคในการแกไขปญหาหรอื สนองความตองการในงานที่ผลติ เอง
286 1.4 จุดประสงคก ารเรยี นรู 1.4.1 ดา นความรู (K) นกั เรยี นสามารถอธิบายถงึ วธิ กี ารสเกตซภ าพ ในงานเขยี นแบบได 1.4.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนนำเอาวธิ กี ารสเกตซภาพ มาใชใ นงานเขยี นแบบไดอยางถกู ตอง 1.4.3 ดานเจตคติ (A) นักเรยี นมคี วามใฝร ูใฝเรยี น ซอ้ื สัตยสุจรติ และมีระเบียบวนิ ัย 1.5 ตัวช้ีวัดของแผนการเรียนรู 1.5.1 นกั เรียนสามารถทำแบบฝก หัดไดไมต ำ่ กวา รอยละ 70 1.5.2 นักเรยี นสามารถอุปกรณในการเขียนแบบไดใ นระดับคุณภาพพอใชขน้ึ ไป 1.5.3 นกั เรียนมคี วามใฝร ใู ฝเ รียน ซอื้ สัตยสุจริต และมีระเบยี บวนิ ยั ไมต ่ำกวา ระดบั คณุ ภาพดี 1.6 เนื้อหาสาระ 1.6.1 การสเกตซภ าพ 1.7 ภาระชิ้นงาน 1.7.1 ใบงาน เร่อื ง การสเกตซภาพ 1.7.2 แบบฝกหัดหลงั เรยี น เร่อื ง การสเกตซภ าพ
287 2. การวดั ผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝก หดั หลังเรยี น 10 คะแนน 2.1 การวัดผล ดา นความรู ดา นทกั ษะ/กระบวนการจากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน 9 คะแนน ดา นคณุ ลักษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอันพงึ ประสงค 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมนิ ผล หมายถงึ ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง พอใช (2) ตั้งแต 32-40 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ (1) ตง้ั แต 20-31 คะแนน ตงั้ แต 0-19 คะแนน
288 แบบประเมนิ ผลงาน288 ระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที่ 1 เร่อื ง การสเกตซภ าพ กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี หนว ยการเรียนรทู ่ี 7 การสเกตซภาพ ที่ ชอ่ื - สกุล เ สนและ ัตว ัอกษร ผลการ หมายเหตุ ความสะอาด รวม ประ ความ ูถก ตอง เมิน ในงานเ ีขยนแบบ ผาน ไ มผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
289 11. 12. 13. 14. ลงชอื่ ............................................................ผูประเมนิ (นายพนิ ิจ พูลผล) เกณฑก ารประเมิน ใสเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขท่ปี ระเมนิ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑก ารตัดสนิ การประเมนิ ใสเคร่อื งหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผาน ผา น หมายถึง มีผลการเมิน 8 คะแนนขึ้นไป เกณฑการใหค ะแนนแบบประเมินผลงาน 289 กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 7 การสเกตซภาพ เรอ่ื ง การสเกตซภ าพ รายการประเมนิ ดเี ยี่ยม ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) เสน และตวั อกั ษร นำ้ หนักในการเขียนเสน นำ้ หนกั ในการเขียนเสน น้ำหนกั ในการเขียนเสน น้ำหนักในการเขยี นเสน และตวั อักษร ท่ีใชในงาน และตัวอกั ษร ที่ใชในงาน และตวั อักษร ที่ใชในงาน และตวั อกั ษร ที่ใชในงาน คงที่ สมำ่ เสมอ ยงั ไมค อ ยสมำ่ เสมอ ยงั คงไมส ม่ำเสมอ สมำ่ เสมอ ความสะอาด ชิ้นงานสะอาด ไมม ีรอย ช้ินงานสะอาด ไมมีรอย ชนิ้ งานสะอาด มรี อย ชนิ้ งานสะอาด มีรอย เปอ นอน่ื ๆ และรอยดำ เปอนอน่ื ๆ แตมี รอยดำ เปอ นอื่นๆ และรอยดำ เปอ นอ่นื ๆ และรอยดำ จากการลบเพียงเล็กนอย จากการลบบางเลก็ นอย จากการลบ เปน สวนใหญ จากการลบ
290 ความถูกตองใน สเกตซภาพไดอ ยา ง สเกตซภาพได( มี สเกตซภาพได( มี สเกตซภ าพได(มี งานเขียนแบบ ถกู ตอง ขอ ผดิ พลาด1-2 จุด) ขอ ผิดพลาด 3-4 จดุ ) ขอ ผิดพลาดมากกวา 4 จดุ ) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ท่ี ชื่อ - สกุล ความพรอมในการ รวม ผลการ ทำงาน ประ การใ ชวัส ุด อุปกร ณ เมนิ หมายเหตุ และเคร่ือง ืมอ การรักษาความ สะอาด ผาน ไมผาน 3 2 1 3 2 1 321 9 1. 2. 3.
291 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1 หนว ยการเรยี นรูท ่ี 7 การสเกตซภ าพ เร่อื ง การสเกตซภ าพ ลงชอื่ ............................................................ผูประเมิน (นายพินจิ พลู ผล) เกณฑก ารประเมนิ ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขที่ประเมนิ 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถึง ปรับปรงุ เกณฑก ารตัดสนิ การประเมิน ใสเคร่อื งหมาย √ ลงในชอ ง ผาน หรือไมผา น ผาน หมายถึง มีผลการเมิน 6 คะแนนข้ึนไป เกณฑการใหค ะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 หนว ยการเรยี นรูท่ี 7 การสเกตซภ าพ เรอ่ื ง การสเกตซภาพ ระดับคุณภาพ
292 รายการประเมนิ ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) ปรับปรุง ( 1 ) ความพรอ มในการทำงาน มกี ารเตรยี มเครอื่ งมอื ,วสั ดุ มีการเตรยี มเครื่องมอื ไมมีการเตรยี มเคร่อื งมอื และอปุ กรณในการทำงาน ,วัสดุและอปุ กรณใ นการ ,วัสดแุ ละอปุ กรณใ นการ ทำงานไมครบ ทำงานและไมพ รอมทำงาน ครบถว นพรอมทำงาน การใชว สั ดุ อปุ กรณ ใชวสั ดุ อุปกรณ และ ใชวัสดุ อุปกรณ และ ใชว สั ดุ อปุ กรณ เครอ่ื งมือ และเครอื่ งมอื เครือ่ งมือถูกตองและ เครื่องมอื ถูกตอ งแตไม ไมถกู ตอ งและไมเ หมาะสม เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน กับงาน การรักษาความสะอาด เก็บกวาดทำความสะอาด เก็บกวาดทำความ ไมเกบ็ กวาดทำความ ขยะทกุ ชน้ิ หลังจาก สะอาดขยะหลงั จาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏิบัตงิ านเสร็จ ปฏบิ ตั งิ านเสร็จ แตไ ม ปฏบิ ัติงานเสร็จ หมด แบบสงั เกตพฤตกิ รรมอันพึงประสงค
กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี 293 หนวยการเรยี นรทู ่ี 7 การสเกตซภาพ ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 เร่ือง การสเกตซภ าพ ท่ี ช่อื - สกลุ ใ ฝรูใ ฝเรียน รวม ผลการ ซ่ือ ัสต ย ุสจริต ประ ระเ ีบยบ วินัย เมนิ หมายเหตุ ผาน ไมผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชือ่ ............................................................ผปู ระเมิน (นายพนิ ิจ พูลผล) เกณฑก ารประเมนิ ใสเ ครอ่ื งหมาย √ ลงในชองหมายเลขทีป่ ระเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑการตัดสนิ การประเมิน ใสเคร่อื งหมาย √ ลงในชอง ผา น หรือไมผาน ผา น หมายถึง มีผลการเมิน 5 คะแนนขึ้นไป
294 เกณฑก ารใหค ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมอนั พงึ ประสงค กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 7 การสเกตซภาพ เรอื่ ง การสเกตซภาพ รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) ใฝรูใ ฝเรยี น มคี วามกระตือรือรนใน มีความกระตอื รือรน ใน ไมม ีความกระตอื รอื รน การเรียนมากและพรอมที่ การเรยี นเลก็ นอยและ ในการเรยี นและไม พรอ มทจี่ ะทำกจิ กรรมที่ จะทำกิจกรรมท่ไี ดร ับ พรอ มทจี่ ะทำกจิ กรรมที่ มอบหมาย ไดรบั มอบหมาย ไดร ับมอบหมาย ซอ้ื สตั ยสจุ ริต ปฏิบัติงานดว ยตนเอง ปฏบิ ตั ิงานดว ยตนเองเปน ใหเพอ่ื นปฏบิ ตั งิ านให บางครง้ั เปน ประจำ ระเบยี บวินยั ปฏบิ ัติตามกฎระเบียบ ไมป ฏิบัตติ ามกฎระเบียบ ไมปฏิบตั ติ าม ขอ บงั คบั ของทางโรงเรียน ขอ บงั คับของทางโรงเรียน กฎระเบยี บขอ บังคับ ของทางโรงเรยี น เปน บางครั้ง
295 3. กิจกรรมการเรียนรู 3.1 ขัน้ นำเขาสบู ทเรียน ( 15 นาที ) 3.1.1 ครพู ดู คยุ ทบทวนถงึ การเรยี นการสอนในคาบท่ีแลว พรอมกบั แสดงตัวอยางของส่อื การสเกตซภ าพ 3.1.2 ครูใหนักเรยี นฟงคลิปเสียงธรรมชาติ เพ่ือทำใหน ักเรียนเกิดความสงบ มีสมาธกิ วา เดมิ 3.2 ขัน้ สอน ( 15 นาที ) 3.2.1 ครอู ธิบายถงึ วิธกี ารสเกตซภ าพ ในแตละขน้ั ตอนพรอมกับใหนักเรียนทำแตล ะขัน้ ตอน พรอ ม ๆ กนั 3.3 ขน้ั ปฏบิ ัติ ( 75 นาที ) ครสู อนโดยใชว ธิ กี ารสอนแบบ ผูเ รียนเปนศูนยกลาง โดยครเู ปน ผูจัดประสบการณและให คำแนะนำทักษะวิธีการเขียนแบบ ครูแจกใบงานใหนักเรียนฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะในการ เขียนแบบ เสรจ็ แลว ใหนกั เรียนไดท ดลองใชอปุ กรณและเครอื่ งมือใชถูกตองตามใบงานที่ครูมอบ ให 3.4 ขั้นสรุป ( 15 นาที ) ครูแจกใบความรูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมและรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับประโยชน ทกั ษะและการเลอื กใชเ ครื่องมอื ในการเขยี นแบบท่ีไดจ ากการเรียนในวันน้ี 4. สื่อการสอน 4.1 สอ่ื ชว ยสอน 4.2 ใบความรเู รอื่ ง การสเกตซภ าพ 4.3 ส่อื นำเสนอ Power Point
296 บนั ทึกหลงั สอน 1. ผลการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปญ หา/อุปสรรคในการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ..........................................................ผสู อน (นายพินจิ พูลผล) ………/.……../………
297 ใบความรู เรอื่ ง การสเกตซภ าพ ความหมายของการสเกตซภ าพ ในการสเกตซภาพ เราใชเพียงดินสอ ยางลบ และกระดาษเทานั้น การสเกตซในโรงงานหรือนอก สถานท่ี เราใชสมุด จะบันทกึ ภาพสเกตซไ ด ความคิดรเิ ร่ิมในการออกแบบครัง้ แรกจะแสดงออกเปน ภาพสเกตซ ซึ่งเปนภาพที่อธิบายสวนตางๆ ของแบบไดละเอียดและเขาใจไดงาย เหมือนกับอธิบายดวยคำพูด และภาพ สเกตซเหลานี้จะถกู นำไปเขียนเปนแบบใหสมบูรณ โดยชางเขียนแบบอีกครง้ั หนึง่ การเขียนภาพสเกตซ จะไมใชสเกลในการเขยี นภาพ ขนาดตางๆ ของชิ้นงานจะประมาณดวยสายตา แตถ า ใชก ระดาษชนิด CROSS-SECTION PAPER เขียนขนาดทเ่ี รากำหนดกใ็ ชวิธนี บั ชอ งตาราง การเขียนภาพ สเกตซจะใหใหญหรือเล็กขึ้นอยูกับขนาดที่แทจริงของชิ้นงาน ถาชิ้นงานเล็กก็เขียนขยายใหใ หญพ อท่ีจะอาน แบบไดงาย ดนิ สอท่ีใชในการสเกตซภ าพ ใชดนิ สอ HB หรอื F ดินสอจะแหลมมากนอยเพยี งใดขึ้นอยกู บั การใชง าน
298 การลากเสนสเกตซภ าพ การลากเสนตรงจะมกี ารลากเสน อยู 3 ลักษณะ คือ การลากเสน นอน ควรกำหนดจดุ เริ่มตนและจุดสน้ิ สุดในการลากเสนโดยประมาณดวยสายตา อาจจุดดวยดินสอเอาไวกอนก็จะดี แลวทำการลากเสน โดยลากจากซายไปขวา และลากเสน ใชน้ิวกอย เปนตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหล เคลื่อนไปตามแนวที่ลากเสน ดวยน้ำหนัก และ ความเรว็ ท่ีสมำ่ เสมอ และแขนเปนอิสระในการเคล่อื นที่ การลากเสนในแนวดิง่ ควรกำหนดจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุดในการลากเสนโดยประมาณดวย สายตา อาจจุดดว ยดนิ สอเอาไวกอนกไ็ ด แลวทำการลากเสนโดยลากจากดานบนลงมาดานลาง ขณะ ลากเสนใชนิ้วกอยเปนตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหลเคล่ือนไปตามแนวเสนดวย นำ้ หนกั และความเร็วท่สี มำ่ เสมอ การลากเสนเอียง ควรกำหนดจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุดในการลากเสน โดยประมาณดวย สายตา อาจจุดดวยดินสอเอาไวกอนก็ได แลวทำการลากเสน โดยลากจากดานลางทางซายมือไป ดานบนทางขวามือ หรืออาจจะหมุนกระดาษใหเปนการลากเสนในแนวนอนก็ได ขณะลากเสนใช นิ้วกอยเปนตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหลเคลื่อนไปตามแนวที่ลากเสน ดวยน้ำหนัก และความเร็วทีส่ ม่ำเสมอ การสเกตซภ าพวงกลมหรอื สวนโคง การเขยี นรูปวงกลม มีหลายวิธีแลว แตผ เู ขยี นจะเลือกใชตามความถนัด เชน การสเกตซภาพวงกลมโดยใชรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รางภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสหาจุดศูนยกลางของรูป โดย ลากเสน ทแยงมุม กำหนดจดุ ประมาณของรัศมีวงกลม จากนน้ั เขียนสว นโคง ผานจุดทีก่ ำหนด การสเกตซภาพวงกลมโดยใชเสนรศั มี วิธีนีต้ องเขยี นเสนผา นศนู ยก ลางกอนแลว ลากเสนทแยงมมุ อีก 2 เสน ขดี ระยะรัศมจี ากจดุ ศูนยก ลางใหเ ทาๆกนั จากนัน้ เขียนสว นโคงผานจดุ กำหนด การสเกตซภาพวงกลมโดยการหมุนกระดาษ เมื่อกำหนดรัศมีที่จะเขียน ใหใชนิ้วกอยจรดที่จุด ศนู ยก ลางปลายดินสอ จรดกับรศั มที ก่ี ำหนด แลว ใชอกี มอื หนงึ่ หมุนกระดาษไปจนครบรอบวง
299 การเขยี นวงกลมโดยการวดั ระยะ วิธีการสรา ง ใชการวดั ระยะจากช้นิ สวนตา งๆ ที่มคี วามยาว สามารถ กำหนดระยะได เชน ไมบรรทัด เศษกระดาษ เปนตน แลวทำการวัดจากศูนยกลาง แลวจุดไปรอบวงกลม จากนนั้ เขียนสว นโคงผานจุดกำหนด ใชดินสอสองแทงกางรัศมีแทนวงเวียน โดยใชปลายดินสอแทงหนึ่งอยูจุดศูนยก ลาง และอีกแทงหนงึ่ ขดี ลงบนกระดาษ เม่อื หมุนกระดาษอยา งชา ๆ ดินสอจะเขยี นวงกลมลงบนกระดาษ การสเกตซวงรีหรือสว นโคง ขั้นที่ 1 สเกตซส่ีเหล่ยี มผนื ผา ABCD และเสนศนู ญก ลาง 1-2 และ 3-4 ตดั กันทีจ่ ุด O ขน้ั ที่ 2 สเกตซส ว นโคงดานเลก็ ที่จดุ 1 และจุด 2 ขัน้ ท่ี 3 สเกตซสว นโคงดานใหญ ทจ่ี ุด 3 และจดุ 4 ข้นั ที่ 4 สเกตซสว นโคง สว นท่เี หลอื ตอกนั จนครบรอบเปน วงรี ดังรปู 8.11 แบบฝก หดั เร่ือง การสเกตซภ าพ คำช้แี จง ใหน ักเรียนตอบคำถามตอ ไปนใ้ี หถ กู ตอง (5 คะแนน) 1. จงอธิบายถึงความหมายของการสเกตซภาพ (2 คะแนน)
300 ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….………….. 2. ใหน ักเรยี นเลอื กอธิบายการลาดเสนสเกตซภาพมา อยางนอ ย1 อยา ง (3 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………. ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….………… ใบกจิ กรรม ชื่อ……………………………………………………….สกุล…………………………………………………..ชน้ั ………………..
301 เฉลย แบบฝกหดั เรือ่ ง การสเกตซภาพ คำชีแ้ จง ใหน ักเรยี นตอบคำถามตอ ไปนีใ้ หถ กู ตอ ง (5 คะแนน) 1. จงอธบิ ายถงึ ความหมายของการสเกตซภาพ (2 คะแนน) ในการสเกตซภ าพ เราใชเพียงดินสอ ยางลบ และกระดาษเทา นั้น การสเกตซในโรงงานหรือ นอกสถานที่ เราใชสมุด จะบันทึกภาพสเกตซได ความคิดริเริ่มในการออกแบบคร้ังแรกจะแสดง ออกเปนภาพสเกตซ ซึ่งเปนภาพที่อธิบายสวนตางๆ ของแบบไดละเอียดและเขาใจไดงาย เหมอื นกบั อธิบายดวยคำพดู และภาพสเกตซเหลา นจี้ ะถูกนำไปเขยี นเปน แบบใหสมบูรณ โดยชาง เขียนแบบอกี คร้ังหน่งึ 2. ใหนกั เรยี นเลือกอธิบายการลาดเสน สเกตซภาพมา อยางนอ ย1 อยาง (3 คะแนน) การลากเสนนอน ควรกำหนดจุดเริ่มตนและจุดสน้ิ สุดในการลากเสนโดยประมาณดวยสายตา อาจจุดดวยดินสอเอาไวกอนก็จะดี แลวทำการลากเสนโดยลากจากซายไปขวา และลากเสนใช นิ้วกอยเปนตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหล เคลื่อนไปตามแนวที่ลากเสน ดวย นำ้ หนกั และความเร็วทสี่ มำ่ เสมอ และแขนเปนอิสระในการเคลอ่ื นท่ี การลากเสนในแนวดิ่ง ควรกำหนดจุดเริ่มตนและจดุ สิ้นสุดในการลากเสนโดยประมาณดวย สายตา อาจจุดดวยดินสอเอาไวกอนก็ได แลวทำการลากเสนโดยลากจากดานบนลงมาดานลาง ขณะลากเสนใชนิว้ กอยเปน ตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหลเคลือ่ นไปตามแนวเสน ดวยน้ำหนกั และความเรว็ ท่ีสม่ำเสมอ การลากเสนเอียง ควรกำหนดจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุดในการลากเสน โดยประมาณดวย สายตา อาจจดุ ดว ยดินสอเอาไวกอนกไ็ ด แลวทำการลากเสน โดยลากจากดานลางทางซายมือไป ดานบนทางขวามอื หรอื อาจจะหมนุ กระดาษใหเปนการลากเสนในแนวนอนก็ได ขณะลากเสนใช นิ้วกอยเปนตัวประคอง ขอมือแข็ง แตขอศอกและหัวไหลเคลื่อนไปตามแนวที่ลากเสน ดวย นำ้ หนกั และความเร็วทีส่ มำ่ เสมอ ใบกิจกรรม ชอื่ ……………………………………………………….สกุล…………………………………………………..ชัน้ ………………..
302 ใบกิจกรรม คำช้ีแจง ใหน กั เรียนสเกตซภาพตามรูปแบบทคี่ รกู ำหนดให อยางถกู ตอ ง10 คะแนน)
301 แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 18 กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 หนวยการเรยี นรูท่ี 8 สัญลักษณเบื้องตนในงานชา งอุตสาหกรรม เวลา 2 ช่ัวโมง เร่อื ง สญั ลกั ษณเ บ้ืองตน ในงานชางอตุ สาหกรรม เวลา 120 นาที ผสู อน นายพินจิ พลู ผล วันท่ี............เดอื น.......................... พ.ศ. ………. 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1.มาตรฐานการเรยี นรู มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรางส่ิงของ เครื่องใชหรือวธิ กี าร ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางมีความคิดสรางสรรค เลือกใชเทคโนโลยใี น การสรา งสรรคตอชีวติ สังคม สงิ่ แวดลอ ม และมสี ว นรวมในการจดั การเทคโนโลยที ่ียัง่ ยืน 1.2 สาระสำคญั ในงานเขยี นแบบนอกเหนือจากการบอกขนาดต่าง ๆ ดงั ทไ่ี ดก้ ล่าวมาแลว้ ในบทที่ 4 ผูเ้ ขียน แบบเองจาํ เป็นท่จี ะตอ้ งระบสุ ญั ลกั ษณต์ ่าง ๆ ทีใ่ ชใ้ นงานเขยี นแบบเพิ่มเตมิ โดยที่สัญลกั ษณใ์ นงาน เขียนแบบน้ี แบ่งออกได้เป็ นหลายชนิดตามลกั ษณะการใช้งาน ซ่ึงการระบุสัญลกั ษณ์เหล่าน้ี เพ่ิมเติมลงในแบบส่ังงานเพ่ือให้ชัดเจนมากข้ึน ท้ังน้ีเพ่ือให้ผูน้ ําแบไปใช้งานสามารถท่ีจะ ปฏิบตั ิงานไอย่างถกู ตอ้ งและเขา้ ใจเป็ นแนวทางเดียวกนั อีกท้งั ยงั ช่วยลดเวลาในงานเขียนแบบได้ อีกดว้ ย สาํ หรับสัญลกั ษณเ์ บ้ืองตน้ ในงานช่างอุตสาหกรรมท่ีจะกล่าวถึงในหน่วยน้ีคือ สัญลกั ษณ์ ของเกลียว สัญลักษณ์ความหยาบละเอียดผิวงาน สัญลกั ษณ์แนวเช่ือม รวมถึงพิกดั ความเผ่ือ เบ้ืองตน้ ทีใ่ ชใ้ นงานเขียนแบบ 1.3 ตวั ช้ีวัดของหลักสูตร ง 1.1 ม.1/1 อธบิ ายกระบวนการเทคโนโลยี ง 2.1 ม.1/2 สรา งส่งิ ของเคร่ืองใชหรือวธิ กี ารตามกระบวนการเทคโนโลยอี ยา งลอดภยั ออกแบบโดยถา ยทอดความคิดเปนภาพ 3 มิติ หรือ ภาพฉายเพอ่ื นำสูการ สรา งตนแบบของสงิ่ ของเครื่องใช หรอื ถา ยทอดความคิดของวธิ กี ารเปน แบบจำลองความคดิ และการรายงานผลเพอื่ นำเสนอวิธีการ ง 2.1 ม.1/3 มีความคดิ สรางสรรคใ นการแกไขปญหาหรอื สนองความตองการในงานที่ผลิต เอง
302 1.4 จดุ ประสงคการเรียนรู 1.4.1 ดานความรู (K) นกั เรยี นสามารถอธิบายถึงวธิ ีกาใชสญั ลักษณเ บอ้ื งตน ในงานชา งอตุ สาหกรรมในงาน เขยี นแบบได 1.4.2 ดา นทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นนำเอาสญั ลักษณเบือ้ งตน ในงานชางอตุ สาหกรรมมาใชใ นงานเขยี นแบบได อยา งถกู ตอง 1.4.3 ดา นเจตคติ (A) นักเรียนมีความใฝรใู ฝเ รยี น ซอื้ สตั ยสุจรติ และมีระเบยี บวินัย 1.5 ตวั ช้วี ดั ของแผนการเรยี นรู 1.5.1 นกั เรียนสามารถทำแบบฝก หัดไดไมต ่ำกวา รอยละ 70 1.5.2 นกั เรียนสามารถอปุ กรณในการเขยี นแบบไดใ นระดบั คณุ ภาพพอใชข้นึ ไป 1.5.3 นักเรยี นมคี วามใฝรใู ฝเ รียน ซ้อื สัตยสุจรติ และมีระเบียบวนิ ยั ไมตำ่ กวา ระดบั คุณภาพดี 1.6 เนอ้ื หาสาระ 1.6.1 สัญลกั ษณเบือ้ งตน ในงานชางอตุ สาหกรรม 1.7 ภาระชนิ้ งาน 1.7.1 ใบงาน เร่อื ง สญั ลกั ษณเบอ้ื งตนในงานชางอตุ สาหกรรม 1.7.2 แบบฝก หัดหลงั เรยี น เรื่อง การกำหนดขนาดของภาพสามมติ ิ
303 2. การวดั ผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝก หดั หลังเรยี น 10 คะแนน 2.1 การวัดผล ดา นความรู ดา นทกั ษะ/กระบวนการจากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน 9 คะแนน ดา นคณุ ลักษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอันพงึ ประสงค 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมนิ ผล หมายถงึ ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง พอใช (2) ตั้งแต 32-40 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ (1) ตง้ั แต 20-31 คะแนน ตงั้ แต 0-19 คะแนน
304 แบบประเมนิ ผลงาน 304 กลุม สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 8สัญลกั ษณเบื้องตนในงานชางอุตสาหกรรม เรอื่ ง สญั ลักษณเ บ้อื งตนในงาน - ที่ ชื่อ - สกลุ เ สนและ ัตวอักษร รว ผลการ ความสะอาด ม ประ หมายเหตุ ความ ูถก ตองในงาน เมนิ เ ีขยนแบบ ผาน ไ มผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
305 11. 12. 13. 14. ชา งอตุ สาหกรรม ลงชือ่ ............................................................ผปู ระเมนิ (นายพนิ ิจ พูลผล) เกณฑการประเมิน ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขทป่ี ระเมนิ 4 หมายถงึ ดีเยยี่ ม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑการตัดสินการประเมิน ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอง ผา น หรือไมผา น ผาน หมายถงึ มีผลการเมิน 8 คะแนนข้ึนไป เกณฑก ารใหคะแนนแบบประเมินผลงาน 305 กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 8สัญลักษณเบ้ืองตนในงานชางอตุ สาหกรรม เร่อื ง สัญลักษณเบอ้ื งตนในงาน - ชา งอุตสาหกรรม รายการประเมิน ดเี ยี่ยม ( 3 ) ระดับคณุ ภาพ ปรับปรุง ( 1 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) เสน และตัวอกั ษร น้ำหนักในการเขยี นเสน นำ้ หนกั ในการเขยี นเสน นำ้ หนกั ในการเขยี นเสน น้ำหนักในการเขยี นเสน และตัวอกั ษร ท่ใี ชในงาน และตัวอกั ษร ทใี่ ชในงาน และตวั อักษร ทใ่ี ชในงาน และตวั อักษร ท่ใี ชในงาน คงที่ สม่ำเสมอ ยงั ไมค อยสม่ำเสมอ ยังคงไมสมำ่ เสมอ สมำ่ เสมอ
306 ความสะอาด ช้นิ งานสะอาด ไมม รี อย ชน้ิ งานสะอาด ไมมีรอย ชน้ิ งานสะอาด มรี อย ช้นิ งานสะอาด มีรอย เปอ นอน่ื ๆ และรอยดำ เปอนอ่นื ๆ แตม ี รอยดำ เปอ นอน่ื ๆ และรอยดำ เปอ นอื่นๆ และรอยดำ จากการลบเพียงเลก็ นอย จากการลบบางเลก็ นอ ย จากการลบ เปน สวนใหญ จากการลบ ความถูกตอ งใน เลอื กใชสญั ลกั ษณสำหรับ เลอื กใชสัญลกั ษณสำหรับ เลอื กใชสญั ลกั ษณสำหรับ เลอื กใชสญั ลักษณสำหรับ งานเขยี นแบบ นำมาเขียนแบบไดอยาง นำมาเขียนแบบได(มี นำมาเขยี นแบบได(มี นำมาเขยี นแบบได(มี ขอ ผดิ พลาด1-2 จดุ ) ขอ ผดิ พลาด 3-4 จดุ ) ขอผิดพลาดมากกวา 4 ถกู ตอ ง จุด) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 8สญั ลักษณเบ้ืองตนในงานชา งอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง สัญลักษณเ บ้อื งตนในงาน - ที่ ชอื่ - สกลุ ความพรอมในการ รวม ผลการ ทำงาน ประ การใ ชวัส ุด อุปกร ณ เมนิ หมายเหตุ และเคร่ือง ืมอ การรักษาความ สะอาด
ผาน 307 ไมผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ชา งอุตสาหกรรม ลงชื่อ............................................................ผปู ระเมิน (นายพนิ จิ พูลผล) เกณฑการประเมนิ ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชองหมายเลขทป่ี ระเมนิ 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถึง ปรับปรงุ เกณฑการตัดสินการประเมนิ ใสเครอื่ งหมาย √ ลงในชอง ผา น หรอื ไมผา น ผาน หมายถงึ มีผลการเมิน 6 คะแนนขึ้นไป เกณฑก ารใหค ะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี 308 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 8สญั ลักษณเบ้ืองตนในงานชางอุตสาหกรรม ระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที่ 1 เร่ือง สัญลักษณเ บอื้ งตนในงาน - ชา งอตุ สาหกรรม รายการประเมิน ดี ( 3 ) ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) ความพรอมในการทำงาน มีการเตรยี มเครอื่ งมอื ,วัสดุ มกี ารเตรยี มเครอ่ื งมอื ไมม ีการเตรียมเครอ่ื งมือ และอปุ กรณในการทำงาน ,วสั ดแุ ละอุปกรณในการ ,วัสดแุ ละอุปกรณใ นการ ทำงานไมครบ ทำงานและไมพ รอ มทำงาน ครบถว นพรอมทำงาน การใชวสั ดุ อุปกรณ ใชว สั ดุ อปุ กรณ และ ใชว สั ดุ อปุ กรณ และ ใชวัสดุ อปุ กรณ เคร่ืองมือ และเคร่อื งมอื เคร่ืองมือถูกตองและ เครอ่ื งมือถูกตอ งแตไม ไมถ กู ตอ งและไมเ หมาะสม เหมาะสมกบั งาน เหมาะสมกบั งาน กบั งาน การรกั ษาความสะอาด เกบ็ กวาดทำความสะอาด เกบ็ กวาดทำความ ไมเ กบ็ กวาดทำความ ขยะทกุ ช้นิ หลังจาก สะอาดขยะหลงั จาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏบิ ตั งิ านเสร็จ ปฏิบตั ิงานเสร็จ แตไม ปฏิบัตงิ านเสร็จ หมด
309 แบบสงั เกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค กลุม สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 8สัญลักษณเ บอื้ งตน ในงานชางอุตสาหกรรม เร่ือง สญั ลักษณเ บ้อื งตน ในงาน - ชา งอตุ สาหกรรม ที่ ชื่อ - สกลุ ใ ฝรูใ ฝเรียน รวม ผลการ ซ่ือ ัสต ย ุสจริต ประ ระเ ีบยบ วินัย เมิน หมายเหตุ ผาน ไมผาน 321321321 9 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. ลงชือ่ ............................................................ผปู ระเมิน (นายพินิจ พูลผล) เกณฑก ารประเมิน ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชองหมายเลขที่ประเมนิ 3 หมายถึง ดี
310 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑก ารตัดสินการประเมิน ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผ าน ผาน หมายถงึ มีผลการเมนิ 5 คะแนนขึ้นไป เกณฑการใหค ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมอันพึงประสงค กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 8สัญลักษณเบือ้ งตนในงานชางอุตสาหกรรม เรอ่ื ง สญั ลกั ษณเบื้องตน ในงาน - ชางอตุ สาหกรรม รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) ใฝร ใู ฝเรียน มีความกระตือรอื รน ใน มคี วามกระตอื รอื รนใน ไมม ีความกระตอื รอื รน การเรียนมากและพรอมท่ี การเรียนเล็กนอยและ ในการเรียนและไม พรอมทจ่ี ะทำกจิ กรรมที่ จะทำกจิ กรรมท่ีไดรับ พรอมทีจ่ ะทำกจิ กรรมที่ มอบหมาย ไดรบั มอบหมาย ไดรับมอบหมาย ซ้อื สัตยส จุ ริต ปฏิบตั ิงานดว ยตนเอง ปฏบิ ตั ิงานดว ยตนเองเปน ใหเ พอื่ นปฏบิ ตั งิ านให บางครั้ง เปนประจำ ระเบยี บวินยั ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ ไมปฏบิ ัติตามกฎระเบียบ ไมปฏิบัตติ าม ขอบงั คับของทางโรงเรียน ขอ บังคับของทางโรงเรยี น กฎระเบยี บขอบงั คับ ของทางโรงเรียน เปนบางครัง้
311 3. กจิ กรรมการเรยี นรู 3.1 ข้นั นำเขาสบู ทเรียน ( 15 นาที ) 3.1.1 ครูพูดคยุ ทบทวนถึงการเรียนการสอนในคาบท่แี ลว พรอ มกับแสดงตวั อยางของสอ่ื สญั ลกั ษณเบือ้ งตน ในงานชางอตุ สาหกรรม 3.1.2 ครูใหนกั เรียนฟง คลปิ เสียงธรรมชาติ เพอื่ ทำใหน กั เรียนเกดิ ความสงบ มีสมาธิกวาเดมิ 3.2 ข้ันสอน ( 15 นาที ) 3.2.1 ครูอธบิ ายถงึ สญั ลักษณเบอ้ื งตน ในงานชางอตุ สาหกรรม และการเลือกใชสัญลักษณ ตา งในงานเขียนแบบ 3.3 ขั้นปฏิบตั ิ ( 75 นาที ) ครูสอนโดยใชว ิธกี ารสอนแบบ ผเู รยี นเปนศูนยก ลาง โดยครูเปนผจู ัดประสบการณและให คำแนะนำทักษะวิธีการเขียนแบบ ครูแจกใบงานใหนักเรียนฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะในการ เขยี นแบบ เสรจ็ แลว ใหน ักเรยี นไดท ดลองใชอปุ กรณและเครอ่ื งมอื ใชถูกตอ งตามใบงานท่ีครูมอบ ให 3.4 ขนั้ สรปุ ( 15 นาที ) ครูแจกใบความรูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมและรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับประโยชน ทักษะและการเลือกใชเครื่องมอื ในการเขียนแบบท่ีไดจากการเรยี นในวันนี้ 4. ส่ือการสอน
312 4.1 สือ่ ชว ยสอน 4.2 ใบความรเู ร่ือง สญั ลักษณเ บอื้ งตนในงานชางอตุ สาหกรรม 4.3 สอ่ื นำเสนอ Power Point บันทกึ หลังสอน 1. ผลการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปญหา/อปุ สรรคในการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การแกป ญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
313 ลงชื่อ..........................................................ผูสอน (นายพินิจ พูลผล) ………/.……../……… ใบความรู เรอื่ ง สัญลกั ษณเ บือ้ งตน ในงานชางอตุ สาหกรรม สัญลักษณในงานเขียนแบบน้ี แบงออกไดเปนหลายชนิดตามลักษณะการใชงาน เชน สัญลักษณ ความหยาบของผิวงาน สัญลักษณงานเชื่อม สัญลักษณชิ้นสวนมาตรฐานของเครื่องจักรกล (สปริง เฟอง เกลียว ตลบั ลูกปน ฯลฯ ) และสญั ลักษณพ ื้นฐานทางไฟฟา และอิเล็กทรอนิกส เปนตน ซึ่งการ ระบสุ ญั ลักษณเ หลา นเ้ี พม่ิ เตมิ ลงในแบบสง่ั งานเพอ่ื ใหชัดเจนมากข้นึ ทัง้ น้เี พื่อใหผ ูน ำแบไปใชง านสามารถที่จะ ปฏิบัติงานไอยางถูกตองและเขาใจเปนแนวทางเดียวกัน อีกทั้งยังชวยลดเวลาในงานเขียนแบบไดอีก ดวย สำหรับสัญลักษณเบื้องตนในงานชางอุตสาหกรรมที่จะกลาวถึงในหนวยนี้คือ สัญลักษณของ เกลยี ว สญั ลกั ษณความหยาบละเอียดผิวงาน สัญลกั ษณแ นวเชอ่ื ม รวมถึงพิกัดความเผอื่ เบ้อื งตนท่ีใชในงาน เขียนแบบ
314 1.เกลียว ( Thread)เกลียวเปนชิ้นงานสวนที่ทำใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงจากการหมุนใหเคล่ือนทีเ่ ปน แนวเสนตรงเพ่ือยดึ ชิ้นงานหรอื ทำใหชิ้นสวนเคลื่อนที่ เกลียวมีรูปรางเปนรองวนรอบ เพื่อใหสะดวกในการ เขยี นแบบ จึงมกี ารกำหนดเปน ภาพสัญลกั ษณแทน 2. สัญลักษณความหยาบละเอียดของผิวงาน ผิวชิ้นงานที่ผานการะบวนการผลิตดวยกรรมวิธีตาง ๆ เชน งานหลอ งานรีด งานกดอัดขึ้นรูป และ งานขึ้นรูปดวยเครื่องมือกล ( งานกัด งานกลึง งานเจียระไน ฯลฯ ) เมื่อมองดวยสายตาเราจะเห็นวาผิวของชิ้นงานมีความเรียบ แตเมื่อนำมาขยาย ก็จะพบวาผิวงาน เหลานั้นขรขุ ระเปน คลื่นสูง-ต่ำไมเทากนั โดยเฉพาะถาผิวของชิ้นงานใดมีความสูง-ต่ำแตกตางกันมาก แสดง วาผิวของชิ้นงานนั้นมีความหยาบของผิวมาก แตถาผิวของชิ้นงานใดมีความสูง-ต่ำนอย ก็แสดงวามีความ หยาบของผิวนอยและละเอียดมากกวา ซึ่งความหยาบละเอียดของผิวงานนี้จะมีความจะเปนสำหรับงานท่ี ตองการความละเอียดสูง โดยเฉพาะอยางยิ่งการผลิตชิ้นสวนของเครื่องจักรกลบางชนิด เชน ตลับลูกปน เปนตน แตส ำหรบั ชนิ้ งานบางชนดิ อาจจะไมม คี วามจำเปน ที่จะตองระบคุ วามหยาบละเอยี ดของผิวงาน เพราะ จะทำใหเ สยี เวลาในการผลติ 3.สัญลักษณแนวเชื่อม การกำหนดสัญลักษณงานเชื่อม (Weld Symbols) มาตรฐาน ISO 2553: 1992 (E) มรี ายละเอียดดงั นี้คอื สัญลักษณเบอื้ งตน เปนแบบของการเชอ่ื มชนิดตาง ๆ ทแ่ี สดงดว ยสัญลกั ษณ ซ่งึ โดยทั่วไปแลวจะมี รปู รา งคลายกบั พน้ื ทห่ี นาตดั ของแนวเช่อื ม ลำดับ แนวเชื่อม ภาพแสดง สญั ลกั ษณ
1. แนวเช่อื มตอชนระหวา งแผนทพี่ ับ 315 ขอบ (ขอบทีพ่ บั จะหลอมละลาย ทงั้ หมด) สญั ลกั ษณ 2. แนวเชื่อมตอชนหนา ฉาก (Square butt weld) 3. แนวเช่ือมตอ ชนบากรอ งตัววีดาน เดียว(Single – bevel butt weld) 4. แนวเช่อื มตอชนบากรอ งเอยี งดา น เดียว(Single – bevel butt weld) 5. แนวเชื่อมตอชนบากรองวีดา นเดียว โดยมหี นาประชดิ กวา ง(Single – V- bevel butt weld with broad root face) 6. แนวเชื่อมตอ ชนบากรอ งเอียงดาน เดียวโดยมหี นา ประชิดกวาง (Single – bevel butt weld with broad root face) 7. แนวเชอ่ื มตอ ชนบากรองตวั ยดู าน เดยี ว(หนาขนานหรอื หนาลาดเอียง) (Single –U- butt weld parallel or stopping sides) ลำดบั แนวเชอ่ื ม ภาพแสดง
316 8. แนวเช่ือมตอ ชนบากรอ งตวั เจดาน เดียว(Single – J butt weld) 9. แนวเชื่อมปดหลงั (Backing run, back or backing weld) 10. แนวเชือ่ มตอ ฉาก (Fillet weld) 11. แนวเช่ือมปล๊กั และสล็อด(Plug or slot weld) 12. แนวเช่อื มจดุ (Spot weld) 13. แนวเชอ่ื มตะเข็บ (Seam weld) 16. แนวเชอื่ มขอบ (Edge weld)
317 แบบฝก หดั เรอื่ ง สัญลกั ษณเบื้องตน ในงานชา งอตุ สาหกรรม คำชี้แจง ใหนกั เรียนตอบคำถามตอ ไปนีใ้ หถ กู ตอ ง (5 คะแนน) 1. สญั ลักษณใ นงานเขยี นแบบแบง ไดเปน กช่ี นดิ อะไรบา ง พรอมยกตวั อยา ง (2.5 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….……….… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 2. สญั ลกั ษณ เกลียว ในงานเขยี นแบบมีลกั ษณะอยางไร พรอมวาดภาพประกอบ (2.5 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………. ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………
318 ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ชอ่ื ………………………………………………………เ.ฉสลกยุล…แ…บ…บ…ฝ…ก …ห…ัด………………………………..ชัน้ ……………….. เรือ่ ง สัญลักษณเ บอื้ งตนในงานชา งอตุ สาหกรรม คำชแี้ จง ใหน กั เรยี นตอบคำถามตอไปน้ใี หถ ูกตอ ง (5 คะแนน) 1. สัญลกั ษณใ นงานเขยี นแบบแบงไดเปน กชี่ นิด อะไรบาง พรอมยกตวั อยาง (2.5 คะแนน) สัญลักษณในงานเขียนแบบน้ี แบงออกไดเปนหลายชนิดตามลักษณะการใช งาน เชน สัญลักษณความหยาบของผิวงาน สัญลักษณงานเชื่อม สัญลักษณชิ้นสวนมาตรฐานของ เครื่องจักรกล (สปริง เฟอง เกลียว ตลับลูกปน ฯลฯ ) และสัญลักษณพื้นฐานทางไฟฟาและ อิเล็กทรอนิกส เปนตน ซึ่งการระบุสัญลักษณเหลานี้เพิ่มเติมลงในแบบสั่งงานเพื่อใหชัดเจนมาก ขึ้น ทั้งนี้เพื่อใหผูนำแบไปใชงานสามารถที่จะปฏิบัติงานไอยางถูกตองและเขาใจเปนแนวทาง เดียวกัน อีกทั้งยังชวยลดเวลาในงานเขียนแบบไดอีกดวย สำหรับสัญลักษณเบื้องตนในงานชาง อุตสาหกรรมที่จะกลาวถึงในหนวยนี้คือ สัญลักษณของเกลียว สัญลักษณความหยาบละเอียดผิว งาน สญั ลกั ษณแนวเชื่อม รวมถงึ พกิ ัดความเผ่อื เบอ้ื งตน ท่ใี ชในงานเขียนแบบ 2. สัญลักษณ เกลียว ในงานเขียนแบบมีลักษณะอยางไร พรอมวาดภาพประกอบ (2.5 คะแนน) เกลยี วเปน ช้นิ งานสวนทท่ี ำใหเ กดิ การเปลี่ยนแปลงจากการหมุนใหเคลื่อนที่เปนแนวเสนตรง เพ่ือยึดชิ้นงานหรอื ทำใหช ิ้นสวนเคล่ือนท่ี เกลียวมีรปู รา งเปน รอ งวนรอบ เพ่ือใหส ะดวกในการเขียน แบบ จึงมกี ารกำหนดเปน ภาพสญั ลกั ษณแทน
319 ชือ่ ……………………………………………………….สกุล…………………………………………………..ชนั้ ……………….. ใบกิจกรรม คำชแี้ จง ใหนกั เรียนเขียนสัญลักษณของรอยเชอ่ื มตอไปน้ีใหถูกตอง (10 คะแนน) ลำดบั แนวเชื่อม ภาพแสดง สญั ลักษณ 1. แนวเชอ่ื มตอชนระหวา งแผน ท่ีพับ ขอบ (ขอบทีพ่ บั จะหลอมละลาย ทง้ั หมด) 2. แนวเชื่อมตอ ชนหนา ฉาก (Square butt weld) 3. แนวเชอ่ื มตอ ชนบากรอ งตวั วดี า น เดยี ว(Single – bevel butt weld) 4. แนวเชือ่ มตอชนบากรองเอยี งดาน เดียว(Single – bevel butt weld) 5. แนวเชื่อมตอชนบากรอ งวดี า นเดียว โดยมหี นาประชิดกวา ง(Single – V-
320 bevel butt weld with broad root face) 6. แนวเชือ่ มตอ ชนบากรองเอยี งดาน เดียวโดยมหี นา ประชิดกวา ง (Single – bevel butt weld with broad root face) 7. แนวเช่ือมตอชนบากรอ งตัวยดู า น เดียว(หนาขนานหรือหนาลาดเอยี ง) (Single –U- butt weld parallel or stopping sides) ลำดับ แนวเชื่อม ภาพแสดง สญั ลกั ษณ 8. แนวเชือ่ มตอชนบากรอ งตัวเจดาน เดยี ว(Single – J butt weld) 9. แนวเชอ่ื มปดหลงั (Backing run, back or backing weld) 10. แนวเชือ่ มตอฉาก (Fillet weld) 11. แนวเชอ่ื มปล๊กั และสลอ็ ด(Plug or slot weld) 12. แนวเช่ือมจดุ (Spot weld) 13. แนวเชอ่ื มตะเข็บ (Seam weld) 16. แนวเชอื่ มขอบ (Edge weld)
321
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343