ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวชวี้ ดั ชวงชั้น ม. ๔ - ม. ๖ ๔. สืบคน ๙. ทดลองและอธบิ ายองคประกอบ ขอ มลู และ ประโยชน และปฏกิ ิรยิ าบางชนิดของ อธบิ ายการใช โปรตีน และกรดนวิ คลอี ิก สารเคมอี ยาง ถูกตอ ง ปลอดภัย วธิ ี ปองกนั และ แกไขอนั ตราย ทเ่ี กิดขน้ึ จาก การใชส ารเคมี
สาระที่ ๔ แรงและการเคลอ่ื นที่ มาตรฐาน ว ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องแรงแมเ หลก็ ไฟฟา แรงโนมถวง และแรงนิวเคลยี ร มกี ระบวน อยา งถกู ตองและมคี ุณธรรม ตัวชี้วัดชน้ั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. ทดลองและ ๑. ทดลองและ ๑. ทดลองและ ๑. ทดลองและ อธิบายการดงึ อธิบายแรงที่ อธิบายผลของ อธบิ ายการหา หรอื การผลกั เกดิ จากแมเหล็ก การออกแรง แรงลัพธของ วตั ถุ ๒. อธิบาย การ ท่กี ระทําตอวัตถุ แรงสองแรง นําแมเ หล็กมา ๒. ทดลองการ ซง่ึ อยใู นแนว ใช ประโยชน ตกของวตั ถสุ ู เดียวกันที่ ๓. ทดลอง พื้นโลก และ กระทาํ ตอวตั ถุ และอธิบาย อธิบายแรงที่ ๒. ทดลองและ แรงไฟฟาทเี่ กดิ โลกดงึ ดดู วัตถุ อธิบายความดนั จากการถวู ตั ถุ อากาศ บางชนิด ๓. ทดลองและ อธิบายความดนั ของของเหลว ๔. ทดลองและ อธิบายแรงพยุง ของของเหลว การลอยตวั และ การจมของวตั ถุ
นการสบื เสาะหาความรู สือ่ สารสิ่งท่ีเรยี นรูแ ละนําความรูไ ปใชประโยชน ตัวชีว้ ดั ชว งชั้น . ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๑. สบื คนขอมลู ๑. ทดลองและ ๑. อธบิ าย ๑. ทดลองและอธบิ ายความสัมพนั ธ และอธิบาย อธิบายการหา ความเรง และผล ระหวางแรงกบั การเคล่อื นทขี่ องวตั ถุ ปริมาณ สเกลาร แรงลพั ธข อง ของแรงลพั ธที่ ในสนามโนม ถว ง และอธบิ ายการนํา ปริมาณเวกเตอร แรงหลายแรง ทําตอวตั ถุ ความรไู ปใชป ระโยชน ๒. ทดลองและ ในระนาบ ๒. ทดลองและ ๒. ทดลองและอธบิ ายความสมั พันธ อธบิ ายระยะทาง เดียวกนั ท่ี อธบิ ายแรงกิริยา ระหวา งแรงกบั การเคลื่อนทขี่ อง การกระจัด กระทาํ ตอ วตั ถุ และแรง อนภุ าคในสนามไฟฟา และนาํ ความรู อตั ราเรว็ และ ๒. อธบิ ายแรง ปฏิกริ ิยา ไปใชประโยชน ความเรว็ ลัพธท่ีกระทาํ ตอ ระหวา งวตั ถุ ๓. ทดลองและอธิบายความ สัมพันธ ในการเคลอ่ื นท่ี วตั ถทุ ่ีหยดุ น่ิง และนําความรู ระหวางแรงกบั การเคลื่อนที่ของ ของวัตถุ หรือวตั ถุ ไปใชป ระโยชน อนภุ าคในสนาม แมเ หล็ก และนาํ เคล่ือนท่ี ๓. ทดลองและ ความรไู ปใชป ระโยชน ดวยความเรว็ อธบิ ายแรงพยงุ ๔. วิเคราะหแ ละอธิบายแรง คงตวั ของของเหลว นิวเคลยี รและแรงไฟฟาระหวา ง ท่กี ระทาํ ตอ วตั ถุ อนภุ าคในนวิ เคลียส
สาระท่ี ๔ แรงและการเคลอ่ื นที่ มาตรฐาน ว ๔.๒ เขาใจลกั ษณะการเคลื่อนทแี่ บบตางๆ ของวตั ถใุ นธรรมชาติ มีกระบวนการสืบเสา ตัวชว้ี ัดชน้ั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. ทดลองและ อธิบาย แรง เสียดทานและ นําความรไู ปใช ประโยชน
าะหาความรแู ละจติ วิทยาศาสตร สอ่ื สารส่งิ ทีเ่ รียนรแู ละนาํ ความรูไปใชป ระโยชน ตัวชี้วดั ชวงชน้ั . ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๑. ทดลองและ ๑. อธิบายและทดลองความ สัมพนั ธ อธบิ ายความ ระหวางการกระจัด เวลา ความเรว็ แตกตาง ความเรงของการเคล่ือนที่ในแนวตรง ระหวางแรง ๒. สังเกตและอธิบายการเคลอื่ นที่ เสยี ดทานสถิต แบบโพรเจกไทล แบบวงกลม และ กบั แรง และนาํ แบบฮารมอนิกอยางงา ย ความรูไ ปใช ๓. อภิปรายผลการสบื คน และ ประโยชน ประโยชนเก่ียวกบั การเคล่อื นท่ีแบบ ๒. ทดลอง โพรเจกไทล แบบวงกลม และแบบ และวิเคราะห ฮารมอนกิ อยางงา ย โมเมนตของ แรง และนํา ความรไู ปใช ประโยชน ๓. สังเกต และ อธบิ ายการ เคล่ือนท่ีของ วัตถุทเ่ี ปน แนวตรง และ แนวโคง
สาระที่ ๕ พลงั งาน มาตรฐาน ว ๕.๑ เขา ใจความสมั พันธระหวางพลงั งานกบั การดาํ รงชวี ติ การเปลย่ี นรูปพลงั งาน ป มกี ระบวน การสบื เสาะหาความรู สอื่ สารสงิ่ ที่เรยี นรแู ละนําความรไู ปใชป ระโยช ตัวชีว้ ัดชัน้ ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. ทดลองและ ๑. บอกแหลง ๑. ทดลองและ ๑. ทดลองและ ๑. ทดล อธิบายไดว า พลังงาน อธบิ ายการ อธบิ ายการเกดิ อธบิ ายก ไฟฟาเปน ธรรมชาติ เคล่ือนทข่ี องแสง เสยี งและการ วงจรไฟ พลงั งาน จากแหลง กาํ เนดิ เคล่อื นที่ อยา งงา ย ๒. สาํ รวจและ ทใ่ี ชผ ลติ ไฟฟา ๒. ทดลองและ ของเสียง ๒. ทดล ยกตัวอยา ง ๒. อธบิ าย อธิบายการ ๒. ทดลองและ อธิบายต เครือ่ งใช ไฟฟา ความสาํ คญั ของ สะทอนของแสงท่ี อธิบายการเกดิ ไฟฟาแล ในบา นที่เปล่ยี น พลังงานไฟฟา ตกกระทบวัตถุ เสยี งสงู เสียงตาํ่ ฉนวน ไ พลงั งานไฟฟา และ เสนอ ๓. ทดลองและ ๓. ทดลองและ ๓. ทดล เปนพลงั งานอื่น วิธกี ารใชไ ฟฟา จําแนกวตั ถตุ าม อธบิ ายเสยี งดัง อธิบายก อยางประหยดั ลักษณะการ เสียงคอย เซลลไ ฟ และปลอดภยั มองเหน็ จาก ๔. สํารวจและ อนกุ รม แหลงกําเนดิ แสง อภิปราย ความรไู อนั ตรายท่ี ประโยช เกดิ ขึน้ เม่ือฟง เสียงดงั มาก ๆ
ปฏิสัมพันธระหวางสารและพลงั งาน ผลของการใชพลงั งานตอชีวติ และสิ่งแวดลอม ชน ตัวชว้ี ดั ชว งช้ัน . ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ ลองและ ๑. ทดลองและ ๑. ทดลองและ ๑. อธิบายงาน ๑. ทดลองและอธบิ ายสมบตั ิ ของ การตอ อธิบายอณุ หภูมิ อธิบายการ พลงั งานจลน คลน่ื กล และอธบิ ายความสมั พนั ธ ฟฟา และการวดั สะทอ นของแสง พลังงานศักย ระหวา ง อตั ราเร็ว ความถแี่ ละความ ย อุณหภูมิ การหักเหของ โนมถว ง กฎ ยาวคลน่ื ลองและ ๒. สงั เกต และ แสง และนํา การอนรุ ักษ ๒. อธบิ ายการเกดิ คล่ืนเสียงบตี ส ตวั นํา อธบิ ายการถาย ความรไู ปใช พลังงาน และ ของเสียง ความเขมเสียง ระดับ ละ โอนความรอน ประโยชน ความสัมพนั ธ ความเขมเสยี ง การไดย นิ เสียง ไฟฟา และนําความรู ๒. อธบิ ายผล ระหวา ง คณุ ภาพเสยี ง และนําความรไู ปใช ลองและ ไปใชประโยชน ของความสวา ง ปรมิ าณเหลาน้ี ประโยชน การตอ ๓. อธบิ าย การ ที่มตี อมนุษย รวมทั้งนํา ๓. อภิปรายผลการสืบคน ขอ มลู ฟฟาแบบ ดดู กลนื การคาย และสิง่ มชี ีวติ ความรูไปใช เก่ียวกับมลพิษทางเสียงทม่ี ีตอ และนํา ความรอน โดย อน่ื ๆ ประโยชน สขุ ภาพของมนษุ ย และการเสนอ ไปใช การแผรังสี และ วิธีปอ งกนั ชน นําความรูไ ปใช ประโยชน
ตวั ชวี้ ดั ช้นั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๔. ทดลอง และ ๔. ทดล อธิบาย การหักเห อธิบายก ของแสงเมอ่ื ผาน หลอดไฟ ตัวกลางโปรงใส แบบอน สองชนดิ แบบขน ๕. ทดลอง และนาํ ค และอธิบาย ไปใชป ร การเปล่ียนแสง ๕. ทดล เปนพลังงานไฟฟา อธบิ ายก และนาํ ความรู สนาม แ ไปใชป ระโยชน รอบสาย ๖. ทดลองและ กระแสไ อธิบายแสงขาว ผา น แล ประกอบดวยแสง ความรไู สีตา ง ๆ และนาํ ประโยช ความรูไปใช ประโยชน
.๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตวั ชวี้ ดั ชว งช้นั ลองและ ๔. อธิบาย ๓. ทดลองและ ๒. ทดลองและ ม. ๔ - ม. ๖ การตอ สมดุลความรอ น อธบิ ายการ อธิบาย ฟฟา ทัง้ และผลของ ดูดกลืนแสงสี ความสัมพนั ธ ๔. อธบิ ายคลืน่ แมเ หลก็ ไฟฟา นุกรม ความรอ นตอ การมองเหน็ สี ระหวา งความ สเปกตรัมคลืน่ แมเ หลก็ ไฟฟา และ นาน การขยายตวั ของ ของวัตถุ และนาํ ตางศกั ย นําเสนอผลการสบื คน ขอมลู เกยี่ วกับ ความรู สาร และนาํ ความรูไปใช กระแสไฟฟา ประโยชน และการปอ งกันอันตราย ระโยชน ความรูไ ปใชใ น ประโยชน ความตา นทาน จากคลืน่ แมเหลก็ ไฟฟา ลองและ ชีวติ ประจาํ วัน และนาํ ความรูไป ๕. อธิบายปฏกิ ริ ยิ านวิ เคลยี ร ฟช ชนั การเกิด ใชประโยชน ฟว ชัน และความสมั พันธระหวาง แมเหล็ก ๓. คาํ นวณ มวลกบั พลงั งาน ยไฟท่ีมี พลงั งานไฟฟา ไฟฟา ของเคร่อื งใช ละนํา ไฟฟา และนาํ ไปใช ความรไู ปใช ชน ประโยชน
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
ตวั ช้วี ดั ชว งช้นั . ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๔. สงั เกตและ ๖. สืบคนขอ มลู เกยี่ วกบั พลงั งาน อภิปรายการตอ ทไ่ี ดจากปฏิกริ ยิ านิวเคลียรแ ละผลตอ วงจรไฟฟาใน สงิ่ มชี วี ติ และสิง่ แวดลอม บานอยา งถกู ตอง ๗. อภปิ รายผลการสบื คน ขอ มลู ปลอดภัย และ เก่ยี วกับโรงไฟฟานวิ เคลยี ร ประหยัด และการนําไปใชประโยชน ๕. อธิบายตัว ๘. อธิบายชนิดและสมบตั ขิ องรงั สี ตา นทาน ไดโอด จากธาตุกัมมนั ตรังสี ทรานซิสเตอร ๙. อธิบายการเกดิ กัมมันตภาพ รงั สี และทดลองตอ และบอกวธิ กี ารตรวจสอบรังสีใน วงจร สิ่งแวดลอ ม การใชประโยชน อิเลก็ ทรอนกิ ส ผลกระทบตอ สิ่งมชี ีวิตและ เบอื้ งตน ทมี่ ี สงิ่ แวดลอ ม ทรานซสิ เตอร
สาระท่ี ๖ กระบวนการเปลย่ี นแปลงของโลก มาตรฐาน ว ๖.๑ เขา ใจกระบวนการตา ง ๆ ทเี่ กิดขนึ้ บนผิวโลกและภายในโลก ความสมั พันธข องก ของโลก มกี ระบวนการสบื เสาะหาความรแู ละจติ วิทยาศาสตร สอื่ สารส ตวั ช้ีวดั ช้ันป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. สํารวจ ๑. สํารวจ ๑. สาํ รวจ ๑. สาํ รวจและ ๑. สาํ รวจ ๑. อธิบ ทดลอง และจําแนก และอธบิ าย อธิบายการเกิดดนิ ทดลองและ จําแนก และอธบิ าย ประเภทของ สมบัติทาง ๒.ระบชุ นิดและ อธบิ ายการเกิด ประเภท องค ประกอบ ดินโดยใช กายภาพของ สมบัติของดนิ เมฆ หมอก หนิ โดย และสมบตั ิ สมบัตทิ าง นาํ้ จากแหลง ท่ีใชปลกู พชื นํ้าคาง ฝน ลักษณะ ทางกายภาพ กายภาพเปน นํ้าในทองถนิ่ ในทองถ่นิ และลูกเหบ็ หนิ สมบ ของดนิ เกณฑ และนํา และนําความรู ๒. ทดลอง หนิ เปน เ ในทอ งถนิ่ ความรู ไปใช ไปใช และอธบิ าย และนาํ ค ประโยชน ประโยชน การเกดิ ไปใชปร ๒. สืบคน วัฏจกั รน้าํ ๒. สาํ ร ขอ มูลและ ๓. ออกแบบ และอธบิ อภิปรายสวน และสรา ง การเปลี่ย ประกอบของ เคร่อื งมอื ของหนิ อากาศและ อยา งงาย ๓. สบื ค ความสาํ คัญ ในการวัด และอธิบ ของอากาศ อุณหภมู ิ ธรณีพิบ ๓. ทดลอง ความชนื้ และ ทมี่ ผี ลตอ อธบิ ายการ ความกด มนษุ ยแล เคล่ือนท่ขี อง อากาศ สภาพแว อากาศทม่ี ีผล ในทองถ จากความ แตกตา งของ อุณหภมู ิ
กระบวนการตา ง ๆ ที่มีผลตอการเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศ ภมู ิประเทศ และสณั ฐาน ส่ิงทเี่ รียนรูและนาํ ความรไู ปใชป ระโยชน ตัวชวี้ ัดชวงช้ัน . ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ บาย ๑. สืบคนและ ๑. สํารวจ ๑. สบื คน และอธิบายหลกั การ ทของ อธบิ าย ทดลองและ ในการแบง โครงสรา งโลก ยใช องคป ระกอบ อธิบายลกั ษณะ ๒. ทดลองเลียนแบบและอธิบาย ะของ และการ แบง ของชั้นหนาตดั กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณี บตั ิของ ชน้ั บรรยากาศที่ ดิน สมบตั ิของ ภาคของโลก เกณฑ ปกคลุมผวิ โลก ดนิ และ ๓. ทดลองเลยี นแบบ และอธิบาย ความรู ๒. ทดลองและ กระบวนการ กระบวนการเกิดภเู ขา รอยเลอื่ น รอย ระโยชน อธบิ าย เกิดดนิ คดโคง แผนดินไหว ภูเขาไฟระเบดิ รวจ ความสมั พันธ ๒. สํารวจ ๔. สบื คนและอธิบายความ สาํ คญั บาย ระหวา ง วเิ คราะหแ ละ ของปรากฏการณท างธรณวี ิทยา ยนแปลง อุณหภูมิ อธิบายการใช แผนดินไหว ภเู ขาไฟระเบดิ คน ความชน้ื และ ประโยชนแ ละ ทส่ี งผลตอ ส่ิงมชี วี ิตและสงิ่ แวดลอม บาย ความกดอากาศ การปรบั ปรงุ ๕. สํารวจ วเิ คราะหและอธบิ าย บัติภยั ทีม่ ผี ลตอ คณุ ภาพ การลําดบั ชัน้ หนิ จากการวางตัว อ ปรากฏการณ ของดนิ ของชั้นหิน ซากดึกดาํ บรรพ ละ ทางลมฟา ๓. ทดลอง และโครงสรา งทางธรณวี ทิ ยา วดลอ ม อากาศ เลียนแบบ เพื่ออธิบายประวตั คิ วามเปนมา ถ่นิ ๓. สังเกต เพ่อื อธบิ าย ของพื้นที่ วเิ คราะห กระบวนการเกิด ๖. สืบคน วเิ คราะห และอธิบาย และ อภปิ ราย และลกั ษณะ ประโยชนของขอมลู ทางธรณวี ิทยา การเกิด องคป ระกอบ ปรากฏการณ ของหิน
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวัดชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป. ๔. ทดลอง และอธบิ าย การเกิดลมและ นําความรไู ป ใชประโยชน ในชีวิต ประจําวัน
. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวชี้วดั ชวงชน้ั ทางลมฟา ๔. ทดสอบ ม. ๔ - ม. ๖ อากาศทมี่ ผี ล และสงั เกต ตอมนุษย องคประกอบ ๔. สบื คน และสมบตั ิของ วิเคราะห หนิ เพื่อจาํ แนก และแปล ประเภทของหนิ ความหมาย และนําความรู ขอมลู จากการ ไปใชป ระโยชน พยากรณ ๕. ตรวจสอบ อากาศ และอธบิ าย ๕. สบื คน ลกั ษณะทาง วิเคราะห และ กายภาพของแร อธิบายผลของ และการ ลมฟา อากาศ นําไปใช ตอการดํารง ประโยชน ชวี ิตของ สิ่งมีชีวติ และ ส่งิ แวดลอม
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวชี้วัดชว งชน้ั ม. ๔ - ม. ๖ ๖. สบื คน ๖ สบื คน วิเคราะห และ และอธิบาย อธิบายปจจัย กระบวนการ ทางธรรมชาติ เกดิ ลักษณะ และการกระทํา และสมบตั ิของ ของมนุษยทม่ี ี ปโตรเลยี ม ผลตอ การ ถานหิน หิน เปลย่ี นแปลง นํา้ มัน และการ อณุ หภมู ขิ อง นาํ ไปใช โลก รโู หว ประโยชน โอโซน และ ๗. สํารวจและ ฝนกรด อธิบายลักษณะ ๗. สบื คน แหลง นํา้ วิเคราะหแ ละ ธรรมชาติ อธิบายผลของ การใช ภาวะโลกรอน ประโยชนแ ละ รูโหวโ อโซน การอนุรักษ และฝนกรด แหลง นาํ้ ท่ีมีตอสิ่งมชี ีวติ ในทอ งถิ่น และสิง่ แวดลอ ม
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวช้ีวัดชว งชั้น ๘. ทดลอง ม. ๔ - ม. ๖ เลยี นแบบ และ อธิบาย การเกิด แหลง นํา้ บนดิน แหลงนํา้ ใตด ิน ๙. ทดลอง เลียนแบบและ อธิบาย กระบวนการ ผุพังอยูกบั ที่ การกรอน การพดั พา การทบั ถม การตกผลึก และผลของ กระบวนการ ดังกลา ว ๑๐.สบื คน สราง แบบจําลอง และ อธิบาย โครงสรา งและ องคป ระกอบ ของโลก
สาระท่ี ๗ ดาราศาสตรแ ละอวกาศ มาตรฐาน ว๗.๑ เขา ใจววิ ัฒนาการของระบบสรุ ิยะ กาแล็กซี และเอกภพ การปฏิสมั พนั ธภายในร จิตวิทยาศาสตร การสือ่ สารสิ่งทเี่ รียนรูและนาํ ความรูไปใชประโยชน ตัวช้วี ดั ช้ันป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. ระบวุ า ๑. สบื คนและ ๑. สงั เกต และ ๑. สราง ๑. สงั เกตและ ๑. สราง ในทองฟามี อภปิ ราย อธิบายการขึน้ แบบจาํ ลองเพื่อ อธิบายการเกิด แบบจาํ ล ดวงอาทติ ย ความสําคญั ของ ตกของดวง อธิบายลักษณะ ทิศ และ และอธิบ ดวงจันทรและ ดวงอาทิตย อาทติ ย ของระบบสรุ ิยะ ปรากฏการณ การเกดิ ดวงดาว ดวงจันทร การขนึ้ ตกของ ขางข้นึ ข การเกดิ ดวงดาวโดยใช สุรยิ ปุ รา กลางวัน แผนทด่ี าว จนั ทรปุ กลางคนื และ และนาํ ค การกาํ หนดทิศ ไปใชปร
ระบบสุริยะ และผลตอสิ่งมชี ีวติ บนโลก มีกระบวนการสบื เสาะ หาความรแู ละ ตวั ชว้ี ดั ชว งชั้น .๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ - ม. ๖ ง ลอง ๑. สบื คนและ ๑. สืบคนและอธิบายการเกิดและ บาย อธบิ ายความ วิวฒั นาการของระบบสรุ ิยะ ดฤดู สมั พนั ธ กาแลก็ ซี และเอกภพ ขา งแรม ระหวา ง ๒. สบื คนและอธบิ ายธรรมชาติและ าคา ดวงอาทติ ย วฒั นาการของดาวฤกษ ปราคา โลก ดวงจันทร ความรู และดาวเคราะห ระโยชน อน่ื ๆ และผลที่ เกิดข้ึนตอ สงิ่ แวดลอ ม และสิง่ มีชีวติ บนโลก ๒. สบื คนและ อธิบาย องคประกอบ ของเอกภพ กาแล็กซี และ ระบบสุริยะ
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตวั ชว้ี ัดชวงชน้ั ๓. ระบุ ม. ๔ - ม. ๖ ตําแหนง ของ กลุมดาว และ นําความรไู ป ใชประโยชน
สาระท่ี ๗ ดาราศาสตรและอวกาศ มาตรฐาน ว ๗.๒ เขา ใจความสําคัญของเทคโนโลยีอวกาศทีน่ ํามาใชใ นการสํารวจอวกาศ และทรัพ มกี ระบวนการสบื เสาะหาความรู และจิตวทิ ยาศาสตร สื่อสารสง่ิ ทีเ่ รยี นรู และ ตัวชีว้ ัดชน้ั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. สบื ค อภปิ รา กาวหน ประโยช ของเทค อวกาศ
พยากรธรรมชาตดิ านการเกษตรและการส่ือสาร ะนาํ ความรไู ปใชป ระโยชนอยา งมีคณุ ธรรมตอชีวติ และสิง่ แวดลอ ม .๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวช้วี ัดชวงช้ัน คน ๑. สืบคนและ ม. ๔ - ม. ๖ ายความ อภปิ รายความ นา และ กาวหนา ของ ๑. สบื คนและอธบิ ายการสง ชน เทคโนโลยี และคาํ นวณความเร็วในการโคจร คโนโลยี อวกาศที่ใช ของดาวเทยี มรอบโลก สาํ รวจอวกาศ ๒. สบื คน และอธิบายประโยชน วตั ถุทองฟา ของดาวเทยี มในดา นตา ง ๆ สภาวะอากาศ ๓. สบื คนและอธิบายการสง ทรัพยากร และสํารวจอวกาศโดยใชยานอวกาศ ธรรมชาติ และสถานอี วกาศ การเกษตร และการ ส่ือสาร
สาระท่ี ๘ ธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๘.๑ ใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละจติ วทิ ยาศาสตรใ นการสืบเสาะหาความรู กา ทแ่ี นน อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได ภายใตขอมลู และเครื่องมือที่มอี ยูในช มคี วามเกย่ี วขอ งสมั พันธกัน ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑.ตัง้ คําถาม ๑.ตัง้ คําถาม ๑.ตั้งคําถาม ๑. ต้ังคําถาม ๑. ตง้ั คําถาม ๑.ต้งั คํา เกีย่ วกบั เกย่ี วกับเรือ่ ง เกย่ี วกบั เร่ือง เกยี่ วกับประเดน็ เกี่ยวกบั เก่ยี วกบั เร่ืองท่จี ะศกึ ษา ท่จี ะศึกษา ทจ่ี ะศกึ ษา หรอื เรอ่ื ง หรอื ประเด็น ประเด ตามที่ ตามที่ ตามที่ สถานการณ หรือเรอ่ื ง หรือเร กําหนดให กาํ หนดให กาํ หนดให ทจ่ี ะศกึ ษา หรือสถานการณ หรือสถ หรอื ตาม และตามความ และตามความ ตามทกี่ ําหนดให ที่จะศกึ ษา ทีจ่ ะศกึ ความสนใจ สนใจ สนใจ และตามความ ตามทกี่ ําหนด ตามที่ ๒.วางแผน ๒.วางแผน ๒.วางแผน สนใจ ใหแ ละตาม กําหนด สกาาํ รรสวจังเกต การสงั เกต การสงั เกต ๒กา.รวสางงั แเกผตน ความสนใจ และตา ศโตดกึรยวษใจาชสค อนบควา สาํ รวจ เสนอวิธี ศเตสึกรนวษอจาสวคธิอนีสบคําวหรา วรจอื ๒.วางแผน สนใจ คตขอวนางเอมคงครแูิดลขะอง ตรวจสอบ สาํ รวจ กสแลาง่ิ รทะสค่จี ําาะรดพวกบจาจราณก การสงั เกต ๒.วางแ ๓ใอนปุ . กการใรณชสว ําัสรดวุจ ศกึ ษาคนควา ตรวจสอบ ทต๓รี่ถ.วเกู ลจตือสอ กองอบุปกรณ เสนอการ การสัง ตผแลลรวะดจบวสยันวอทิธบึกี โดยใช ศกึ ษาคนควา ตสเหราํ มรวาวจะจสสอมบในการ สํารวจ เสนอก งา ยๆ ความคดิ โดยใช ตรวจสอบ สาํ รวจ ของตนเอง ความคิดของ หรอื ศกึ ษา ตรวจส ของกลุม ตนเอง ของ คนควา และ หรอื ศึก และของครู กลมุ และ คาดการณสงิ่ ท่ี คน ควา อ๓ปุ . กรใณชว ัสดุ คาดการณส ิ่งท่ี จะพบจากการ คาดกา ทเคเ่ี รหือ่ มงามะือสม จะพบจากการ สํารวจ ส่ิงที่จะ ในการสาํ รวจ สํารวจ ตรวจสอบ จากกา ตรวจสอบ ตรวจส
ารแกป ญหา รูวา ปรากฏการณท างธรรมชาตทิ ่ีเกิดขึน้ สวนใหญม ีรปู แบบ ชว งเวลานนั้ ๆ เขา ใจวา วทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสงิ่ แวดลอม .๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตัวชี้วัดชวงชัน้ าถาม ๑. ตงั้ คําถาม ๑. ตง้ั คาํ ถาม ๑. ต้ังคาํ ถาม ม. ๔ - ม. ๖ บ ทก่ี าํ หนด ที่กาํ หนด ที่กําหนด ๑. ตั้งคาํ ถามท่ีอยบู นพ้ืนฐาน ดน็ ประเด็นหรอื ประเดน็ หรอื ประเดน็ หรอื ของความรูและความเขา ใจ ร่อื ง ตวั แปร ตัวแปร ตัวแปร ทางวทิ ยาศาสตร หรอื ความสนใจ ถานการณ ที่สาํ คญั ในการ ทีส่ ําคญั ในการ ที่สาํ คัญในการ หรือจากประเด็นทีเ่ กิดขึ้นใน กษา สาํ รวจ สาํ รวจ สํารวจ ขณะนนั้ ที่สามารถทําการสาํ รวจ ดให ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบหรอื ศึกษาคนควาได ามความ หรอื ศึกษา หรอื ศึกษา หรือศึกษา อยางครอบคลุมและเชือ่ ถือได แผน คนควา เร่ือง คน ควา เรอ่ื ง คนควา เร่ือง ๒. สรางสมมตฐิ านทีม่ ที ฤษฎี งเกต ทส่ี นใจ ทส่ี นใจ ท่ีสนใจ รองรับ หรือคาดการณ การ ไดอ ยา ง ไดอ ยาง ไดอยา ง สงิ่ ที่จะพบ หรอื สรางแบบจาํ ลอง จ ครอบคลุม ครอบคลุม ครอบคลุม หรอื สรางรูปแบบ เพื่อนาํ ไปสู สอบ และเชือ่ ถือได และเชอ่ื ถอื ได และเชื่อถอื ได การสาํ รวจตรวจสอบ กษา ๒. สราง ๒. สราง ๒. สรา ง ๓. คนควา รวบรวมขอมูล า สมมติฐาน สมมติฐาน สมมติฐาน ทต่ี องพจิ ารณาปจจัยหรอื ตวั แปร ารณ ท่ีสามารถ ทีส่ ามารถ ทส่ี ามารถ สาํ คัญ ปจ จยั ท่ีมีผลตอ ปจ จัยอ่นื ะพบ ตรวจสอบได ตรวจสอบได ตรวจสอบได ปจ จยั ที่ควบคุมไมไ ด และจาํ นวน ารสํารวจ และวางแผน และวางแผน และวางแผน คร้งั ของการสาํ รวจ ตรวจสอบ สอบ การสํารวจ การสํารวจ การสาํ รวจ เพอื่ ใหไดผ ลท่มี ีความเชื่อม่ันอยาง ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ เพียงพอ หลาย ๆ วิธี หลาย ๆ วิธี หลาย ๆ วิธี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ตัวชีว้ ัดชัน้ ป ดใผ๔๗ขภขโตสผจแสต๖ใค๕นตหนดารลลลวออวรรา.าาํํํา...กวพรรยววเายกะผงกมคนสจกมววเวจจาอาหูอาวูลขําแจบสนนจจาราสสครธานื่เทรดัียสรอันสจสสอมิดออบิอืนเกีไ่บาดนขทผาํงัสเบบาดหลแงรเาลอยกึน้ักุมลวใ็นตๆจะจ ต๕นขแ๔เขอตอตคส๘แโ๗ว๖ใเเผรแเกตกคปขปปหลดวราลผลยธาออําวรรรร.ังาํ..รา..นนจะะรอบายววงวเาเนใะมิบงมมบียสกบผางสจมมธคกเจจจาบรบจูลลูาภขันใจตแนลตตนวนสสสบิคําลวาวยาเันหัดาียสท้งันทราํรขอากมดผิดุมสอออาพนคเกทผงวดกมียอกึยสผผลวเบบบแาํหไาํบหลอูจภางึกงรแลยรลนกลถรงปแมุืน่ราูน็วลาาะาอลพือนจระมะ อคตส๓กขตแแคข๔๖ทขเตกนกคใแส๕เว๗คปหลสัลลธบัาาววอาออรรร.งัรเี่ํา....รหรรรดะวววไาาเะะมิบามมมดบส่ือกียสสนมมงกมปจจจรบจุอูลููลลาันแจตเ่งิงบตคลสสสเคาําํวาําายสานัปุทจมปัดส้งั ทเรรเรวะบกือผดิสสอออทากูคอืกกท่ีนววดณาสึกผกลกเนรบบบาํ ยีาาํมหลรจจกึงจแมรวลใกไกรถอบตณมุรรน็ ชวลมวใาลผาาู งิ จนระมลมมุ ๔ปจ๖๘คสใกตอต๗ตอสแผสวใ๕ขโหหดาดัลลธธรดิอรอร.ําํิาง่ร....จรระยวงทแะมผบิบิสมมิไเหวาไวอบจผสปอูเีไ่ลูาาารแบสบนจพปจน็หสธณยยลวด่นืปุดใตสรันนัํา่ือติบอแนรนขเงรเผเาดรผขททสนกรอืลบผาวองกเลียงชลายงาจนกกึึเําคะลงอานคขใรมดเสิงกงสแราํงอสยจวยี ราวาอถาาลรา นนาูนรนยบางปุะมอม ป. ๕ ป. ตเแตกน๕๖คตค๓คสเคปอตเทขใอไเอ๔พชหรนดลยปธุับุณาอาํวอรรร.ร่รถีํายี...อื่ือ่มดถาวววขเากะบิปุิมมไกกูสนสภถงกมาากจจจขปอาาลูาสรตแสบเ่ิงรอะานือมารลสสสคาณยอมณทใพอูสง่ิสรรสินัไรใสอือิดอออนสลูทแแงส่ีาหดดณมรทผํากเแบบบงทรเลลห่ีไํางะรชมลลไกึปุผใรดะ่ีะว็นิงวะหวลจ จ ใตสไตวสแแ๕ใทแ๔๓เไสตคเหชหนวดิเลลลรรรราํ่งิําี่ถ..ลอไแอค๖ค.ื่อมรรอวววผทเะะะมบสเกูดนลยธงวรช.ถลาววจจจคขวบลเ่ีคคตันารเาาะบิาํงิะพอือืจจรสสสธิุณอทงะมคาาเวอสปสทาไียสแกื่ออีกงดอออหสคาี่ลยงภรดรนมกึส
.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ชีว้ ดั ชวงช้ัน กกอารุปกรณ คแกสทขพหแผขเ๕แขก๔ทช๓ไเทสแตแคเปโททลลลิดบัรวออออั้งเ่ียร..ดดลลงิุณรหาํลัง้ว.ะาทะะะปสงมร่ีคยาือดสปรยวผเะะิเอมมนทปภชปคควงคขนูล่ีสรคกวใจมเเลรดตเคชบางิวุณาาํกรปุชรรัดจจลตลสนิคมิมะพภขปราริงะะารับดัวแออืิขภวอาับตสมงะ่อือัยจเวทรัสยณิธงกอมบาแฐิสหมกังมมิมง่ีพดีกงนิลามนษูลาุนาะณือุนร กขขแพผหแทคส๕แขเก๔ทช๓แโปตเแเไทคสททลลลดิับรวออออง้ัี่เยร..ดดลลงิุณรหาํลัง้ว.ะาทะะะปสงมรค่ียาอืดสปรยวผเะะิเอมมนทปภชปคควงคขนูลี่สรคกวใจมเเลรดตเคชบางิวุณาาํกรุปชรรัดจจลตลสนคิิมมะพภขปราริงะะารบััดวแอือขิภวอาบัตสมงะ่อือยัจเวทรัสยณธิงกอมบาแฐิสหมกังมิมมงี่พดกีงินลามนษลูาุนาะณอื ุนร หขขทกแแผคสพเแกข๕๔ทช๓แคตไแสทปเโเททลลลดิับรวอออองั้่ีเยร..ดดลลงิุณรหาํ้ัลงว.ะาทะะะปงสมรยคี่าอืดสปรยวผเะะเิอมมนทปภชปคควงคขนลูส่ีรคกวใจมเเลรดตเคชบางิวณุาํากรปุชรรดัจจลตลสนิคิมมะพภขปรารงิะะารบััดวแออืิขภวอาบัตสมงะอ่ือัยจเวทรสัยณิธงกอมบาแิฐสหมักงมมิมงี่พดีกงนิลามนษูลาุนาะณอื นุร ม. ๔ - ม. ๖ องมบให ๔ทหคก๖กดครกป๕แททะลาาาววว.้ีเรใ่่ีังร..หรรรบาายชทะมิือรสสมมมเคบใคาาทเรจาลเถําาํนณงาุณถววปดัยครระกอืกูกาบงูกแกภนววนสวกมตาาตลรรจจาไาคิมนรวอผพวะอตตะงปสวสังิดผมทคแงรริธไแงัดลพลววขณุําคดีเลุเขกจจละอเชรภะทคสสอตลามองินาดควมกึออตลูพบาํกาขนูลบบใัวแเคมานอสโคิเลออโรลลเดงนเหวะยยดวชุมขขยธิาาบอมัดยงิททอตงงีขคันปาอเถม่ีมรง้ั ะปอําปุรทใวูกรีลูสนมนิมนจกกึตะมงึลูสาเรดผอ ชถณณอบัลงงิงึ บ ลภดรกมุมิาขพแาอ ณลมะูล สองดอหสคนกบกร แาําอาปุผถรลรผลาะณลกมบั ออคายรนสสิมบิดปุ รดเรตเหสูหงะอ ็นง่ิ็นไทป่ี
ตวั ชวี้ ัดชนั้ ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. มีแผนภาพ ๗. บนั ทกึ และ ๗. บนั ประกอบ อธิบายผลการ อธบิ าย คําอธิบาย สาํ รวจ สาํ รวจ ๘. นาํ เสนอ ตรวจสอบตาม ตรวจส จัดแสดง ความเปนจรงิ ความเป ผลงาน มกี ารอางองิ มีเหตผุ โดยอธบิ าย ๘. นําเสนอ มีประจ ดว ยวาจา และ จดั แสดง พยานอ เขียนแสดง ผลงาน โดย ๘. น กระบวนการ อธบิ ายดวยวาจา จดั แสด และผล หรือเขียน ผลงาน ของงาน อธบิ ายแสดง โดยอธ ใหผอู ืน่ เขา ใจ กระบวนการและ ดวยวา ผล ของงาน เขยี นร ใหผ ูอืน่ เขา ใจ แสดง กระบว และผล ของงา ใหผ อู น่ื
.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ชว้ี ดั ชวงช้นั นทกึ และ ขอ มลู จากการ ขอมูลจากการ ขอ มูลจากการ ม. ๔ - ม. ๖ ยผลการ ทหแต๖สบร.าํ่ีอรรวอืบธสวจริบจรจสูปาาําองลยแบผอบลงบ ต๖สทแหบร.าํีอ่รรวือบธสวจริบจรจสปู าาํ าองลยแบผอบลงบ ส๖ตแทหบร.ําอ่ีรรวอืบธสวจริบจรจสปู าาํ าองลยแบผอบลงบ ๗. วเิ คราะหข อ มลู แปล จ ตหขอรรวงอื จกแสาสรอดสบงําผรลวจ ขตหอรรวงือจกแสาสรอดสบงาํ ผรลวจ ขหตอรรวงือจกแสาสรอดสบงาํ ผรลวจ ความหมายขอมูล และประเมนิ สอบตาม ๗นคาํํา.ถไสาปมรสาทูกงี่ าร ๗นคําํา.ถไสาปมรสาทกูง่ี าร ๗นคําํา.ถไสาปมรสาทกูงี่ าร ความสอดคลอ งของขอ สรุป ปน จริง ตสใรํานรวเวจรจื่อสงอทบ่ี สตใรํานรวเวจรจอื่สงอทบ่ี ตสใราํนรวเวจรจือ่สงอทบี่ หรือสาระสาํ คัญ เพื่อตรวจสอบ ผล และ กโเแแชใใอทเขแกนหคนลธริ้นีไ่ลายี่ สะระมบิดวใงวะงบถผจาคหไาขนงานยลวปดิรอนาาํเนขในือใกคงกหชอก่ียวหาผงราวารรณอูมกอื น่ืบัร ู ชกแใใอแโเเทขแกนหคนลธรน้ิีไ่ลายี่ สะระมบิดวใงวะงบถผจาคหไาขนงานยลวปดิรอานําเนขในอืใกคงกหชอกยี่วหาผงราวารรณอูมกือ่นืบัร ู ใแชแโกเใอทเขแกนหคนลธรนิ้่ไีลา่ียสะระมิบดวใงวะงบถผจาคหไาขนงานยลวปิดรอานาํเนขในือใกคงกหชอกี่ยวหาผงราวารรณอูมกือืน่ับร ู กบั สมมตฐิ านท่ีตั้งไว จกั ษ ๘. พจิ ารณาความนาเช่ือถือ อา งองิ ของวิธกี ารและผลการสํารวจ นาํ เสนอ ตรวจสอบ โดยใชหลักความ ดง คลาดเคลอื่ น ของการวัดและ น การสังเกต เสนอแนะการปรับปรงุ ธบิ าย วธิ กี ารสํารวจตรวจสอบ าจา และ ๙. นาํ ผลของการสํารวจ รายงาน ตรวจสอบท่ไี ด ท้งั วธิ กี าร วนการ และองคความรทู ไ่ี ดไ ปสรา ง ล คําถามใหม นาํ ไปใชแ กปญ หา าน ในสถานการณใ หมแ ละในชีวติ จริง นเขาใจ ๑๐. ตระหนักถึงความสําคัญ ในการท่จี ะตองมีสวนรว ม รับผดิ ชอบการอธบิ าย การลง ความเหน็ และการสรุปผล การเรียนรูว ิทยาศาสตร ท่ีนาํ เสนอ ตอสาธารณชนดว ยความถกู ตอง
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๔ ป. ๕ ป.
ตวั ชีว้ ดั ชวงชน้ั . ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ม. ๖ โเชเหแ๘แกงรตเใแคคสย๙อจเพคเโสเขกชปมพหาคาตอารลนลธววนริน้.ังาํยร.่ยีาอ่ือื่นลย่มิกะรมรแวาาเะะไิบาือจวใคงวกถงมบย่ีแมมขวบงนจดยผปจราดัคอาเวกาตนอืขงีขหจวนึ้สรรงนับยขันลในรแดิธาับากนไจียูตทูอแผหลอเหอขะใกสบิทนพดาานกปมแาหลค่ีงจบมอมารรดกากึหงม่ิาลลูรักกลนแผงยือลูงเรแรเๆะดษางลูอพตผทลือ/รมิะนื่ลิมบี่ะ ๘เแชเโหกแงรคเพเใแโยคจ๙คเตเสสอกขชพมปหาคาตอารนลลธวนวร้นิ.าังํยร.่ียาือ่ือ่นลยมิ่กะรมรแวาาเะะไบิาือจวใคงวกถงมบ่ียแมมขวบงนจดยผปจราดัคอาเวกาตนอืขงีขหจวน้ึสรรงนับยขันลในรแดิธาบัากนไจียููตทอแผหลอเหอขะใกสิบทนพดาานกปมแาหลี่คงจบมอมารรดกากึหงม่ิาลลูรักกลนแผงยอืูลงเรแรเๆะดษางลูอพตผทลือ/ริมะืน่ลมิบี่ะ ๘กเหชเโแแงรคสเเตแยพคเคอเโ๙ใสจกขพชปมหาคาตอารลนลธววนรน้ิ.งาัํยร.ีย่า่ืออ่ืนลยิ่มกะรมรแวาาเะะไิบาือจวใคงวกถงมบยี่แมมขวบงนจดยผปจราัดคอาเวกาตนอืขงีขหจวึ้นสรรงนับยขันลในรแดิธาบัากนไจยีูตูทอแผหลอเหอขะใกสบิทนพดาานกปมแาหลี่คงจบมอมารรดกากึหง่ิมาลลูรกักลนแผงยือูลงเรแรเๆะดษางลูอพตผทลือ/ริมะ่ืนลิมบี่ะ ๑๑. บันทึกและอธิบายผล การสํารวจตรวจสอบอยา งมีเหตผุ ล ใชพ ยานหลักฐานอางอิงหรอื คน ควาเพอื่ เตมิ เพอ่ื หาหลกั ฐาน อา งองิ ที่เชอ่ื ถอื ได และยอมรบั วาความรูเดมิ อาจมกี าร เปลยี่ นแปลงได เมอ่ื มขี อ มลู และ ประจกั ษ พยานใหมเพ่ิมเติมหรอื โตแ ยง จากเดมิ ซงึ่ ทา ทายใหม กี าร ตรวจสอบอยา งระมดั ระวัง อันจะนํามาสู การยอมรบั เปนความรูใ หม ๑๒. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรอื อธิบายเก่ียวกับแนวคดิ กระบวนการ และผลของโครงงาน หรอื ช้ินงานใหผ ูอ น่ื เขาใจ
กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทําไมตอ งเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชวยใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ การดาํ รงชีวิตของมนษุ ยทัง้ ในฐานะปจเจกบคุ คลและการอยรู ว มกนั ในสังคม การปรบั ตวั ตามสภาพแวดลอม การจัดการทรัพยากรท่ีมีอยูอยางจํากัด เขาใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตปุ จจัยตางๆ เกิดความเขาใจในตนเอง และผูอนื่ มีความอดทน อดกล้ัน ยอมรบั ในความแตกตา ง และมีคุณธรรม สามารถนําความรไู ปปรับใชในการดําเนินชีวิต เปนพลเมืองดีของประเทศชาติ และ สงั คมโลก เรยี นรอู ะไรในสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรมวาดว ยการอยรู วมกันในสงั คม ที่มคี วาม เชื่อมสัมพันธกัน และมีความแตกตา งกันอยางหลากหลาย เพื่อชวยใหสามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดลอม เปนพลเมืองดี มคี วามรับผิดชอบ มีความรู ทักษะ คุณธรรม และคา นิยมท่ีเหมาะสม โดยไดก าํ หนดสาระตางๆไว ดงั นี้ ศาสนา ศลี ธรรมและจริยธรรม แนวคดิ พื้นฐานเกย่ี วกับศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม หลกั ธรรม ของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถอื การนําหลกั ธรรมคาํ สอนไปปฏบิ ตั ใิ นการพฒั นาตนเอง และ การอยูรว มกันอยางสันติสุข เปน ผกู ระทําความดี มคี านยิ มท่ดี ีงาม พัฒนาตนเองอยเู สมอ รวมทั้งบาํ เพ็ญ ประโยชนตอสงั คมและสวนรวม หนาที่พลเมอื ง วฒั นธรรม และการดําเนินชวี ิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจ จบุ นั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ลักษณะและความสําคัญ การเปนพลเมืองดี ความแตกตางและความหลากหลายทางวัฒนธรรม คานิยม ความเชื่อ ปลูกฝงคานยิ ม ดานประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข สิทธิ หนาท่ี เสรีภาพการดําเนินชีวิตอยาง สันตสิ ุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก เศรษฐศาสตร การผลิต การแจกจา ย และการบริโภคสนิ คา และบรกิ าร การบรหิ ารจดั การ ทรัพยากรที่มอี ยูอ ยา งจํากัดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ การดํารงชีวิตอยา งมีดุลยภาพ และการนาํ หลักเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน
ประวัตศิ าสตร เวลาและยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตร วิธีการทางประวตั ิศาสตร พัฒนาการของ มนุษยชาตจิ ากอดตี ถึงปจ จุบัน ความสัมพนั ธและเปล่ยี นแปลงของเหตุการณตางๆ ผลกระทบที่เกิดจาก เหตกุ ารณสําคัญในอดีต บุคคลสําคัญท่ีมีอิทธิพลตอ การเปลี่ยนแปลงตางๆในอดีต ความเปนมาของ ชาติไทย วัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย แหลง อารยธรรมทส่ี าํ คัญของโลก ภมู ศิ าสตร ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลงทรพั ยากร และภูมิอากาศ ของประเทศไทย และภมู ภิ าคตางๆ ของโลก การใชแผนท่ีและเครื่องมอื ทางภูมิศาสตร ความสัมพนั ธก ัน ของสิ่งตา งๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธของมนุษยกับสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ และสิ่งท่ี มนษุ ยสรา งข้นึ การนาํ เสนอขอมูลภมู สิ ารสนเทศ การอนุรกั ษส่ิงแวดลอ มเพอ่ื การพัฒนาท่ยี ง่ั ยืน
คุณภาพผูเรยี น จบชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ มีความรเู รือ่ งเกีย่ วกบั ตนเองและผทู ่ีอยูร อบขา ง ตลอดจนสภาพแวดลอมในทองถิน่ ท่ีอยูอาศยั และเชือ่ งโยงประสบการณไ ปสูโลกกวา ง มีทักษะกระบวนการ และมีขอมูลท่ีจําเปนตอการพัฒนาใหเปนผูมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคําสอนของศาสนาท่ีตนนับถือ มีความเปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ การอยูรวมกันและการทํางานกับผูอื่น มีสวนรวมในกิจกรรมของหองเรียน และไดฝกหัดใน การตัดสินใจ มีความรเู ร่อื งราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการบูรณาการ ผูเรียนไดเขาใจแนวคิดเกี่ยวกับปจจุบันและอดีต มีความรูพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไดขอคิดเก่ียวกับ รายรับ-รายจา ยของครอบครัว เขาใจถงึ การเปน ผูผลติ ผบู ริโภค รจู ักการออมข้ันตนและวธิ ีการเศรษฐกจิ พอเพยี ง รูแ ละเขาใจในแนวคิดพ้นื ฐานเกย่ี วกับศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม หนา ทีพ่ ลเมือง เศรษฐศาสตร ประวตั ิศาสตร และภูมิศาสตร เพอื่ เปนพื้นฐานในการทาํ ความเขาใจในข้ันท่ีสงู ตอไป จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ มีความรเู ร่ืองของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ทั้งเชงิ ประวตั ศิ าสตร ลักษณะทางกายภาพ สงั คมประเพณี และวฒั นธรรม รวมทั้งการเมือง การปกครอง และสภาพเศรษฐกิจโดยเนนความเปน ประเทศไทย มคี วามรูและความเขาใจในเรือ่ งศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม ปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมคาํ สอนของ ศาสนาท่ตี นนับถอื รวมท้ังมีสว นรวมศาสนพธิ ี และพธิ ีกรรมทางศาสนามากยิง่ ขนึ้ ปฏิบตั ิตนตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธิหนาที่ในฐานะพลเมอื งดีของทอ งถน่ิ จังหวัด ภาค และ ประเทศ รวมท้ังไดมีสวนรวมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของทองถ่ิน ตนเอง มากยง่ิ ขน้ึ สามารถเปรยี บเทยี บเร่อื งราวของจังหวัดและภาคตา งๆของประเทศไทยกับประเทศเพ่อื นบา น ไดรับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร เก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หนาที่พลเมือง เศรษฐศาสตร ประวตั ศิ าสตร และภูมศิ าสตร เพื่อขยายประสบการณไปสูการทําความเขา ใจในภูมิภาค ซีกโลกตะวันออกและตะวนั ตกเกีย่ วกับศาสนา คุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดาํ เนินชีวิต การจัดระเบยี บทางสังคม และการเปล่ียนแปลงทางสังคมจากอดตี สูปจจบุ ัน
จบชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๓ มีความรูเกี่ยวกับความเปนไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศ ในภูมภิ าคตา งๆในโลก เพื่อพัฒนาแนวคดิ เร่อื งการอยรู ว มกนั อยางสันติสุข มีทักษะท่ีจําเปนตอการเปนนักคิดอยางมีวิจารณญาณไดรับการพัฒนาแนวคิด และขยาย ประสบการณ เปรียบเทียบระหวางประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคตาง ๆ ในโลก ไดแก เอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมรกิ าใต ในดานศาสนา คุณธรรม จริยธรรม คานิยม ความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตรและ ภูมิศาสตร ดว ยวิธีการทางประวตั ิศาสตร และสงั คมศาสตร รูและเขาใจแนวคิดและวิเคราะหเหตุการณในอนาคต สามารถนํามาใชเปนประโยชน ในการดําเนินชวี ิตและวางแผนการดําเนินงานไดอยา งเหมาะสม จบชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๖ มคี วามรเู กยี่ วกับความเปน ไปของโลกอยางกวา งขวางและลกึ ซงึ้ ยง่ิ ข้ึน เปนพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัตติ ามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้ง มีคานิยมอนั พึงประสงค สามารถอยรู วมกบั ผอู ื่นและอยูในสงั คมไดอยางมคี วามสุข รวมทั้งมีศกั ยภาพ เพื่อการศึกษาตอในชั้นสูงตามความประสงคได มีความรูเรื่องภูมิปญญาไทย ความภูมิใจในความเปนไทย ประวัติศาสตรของชาติไทย ยึดม่ันในวถิ ชี ีวติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข มนี สิ ัยที่ดีในการบรโิ ภค เลอื กและตดั สนิ ใจบรโิ ภคไดอ ยางเหมาะสม มจี ิตสาํ นึก และมสี ว นรวม ในการอนุรักษประเพณีวัฒนธรรมไทย และสิ่งแวดลอม มีความรักทองถ่ินและประเทศชาติ มุงทํา ประโยชน และสรางส่งิ ท่ดี ีงามใหกบั สงั คม มีความรูความสามารถในการจัดการเรยี นรูของตนเอง ชี้นําตนเองได และสามารถแสวงหา ความรูจ ากแหลง การเรียนรตู างๆในสังคมไดต ลอดชวี ิต
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู และเขาใจประวัติ ความสาํ คัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศา หลกั ธรรม เพือ่ อยูร วมกันอยางสนั ติสขุ ตัวชวี้ ัดชัน้ ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ๑. บอกพุทธ ๑. บอกความ ๑. อธบิ าย ๑. อธบิ าย ๑. วิเคราะห ๑ ประวัติหรอื สาํ คญั ของ ความสําคัญของ ความสําคัญ ความสําคญั ของ ค ประวัตขิ อง พระพทุ ธ พระพทุ ธศาสนา ของพระพุทธ- พระพุทธศาสนา พ ศาสดาที่ตน ศาสนาหรือ หรอื ศาสนาท่ตี น ศาสนา หรือ หรือศาสนาทีต่ น ใ นบั ถือ ศาสนาทตี่ น นบั ถอื ในฐานะ ศาสนาทตี่ น นบั ถอื ในฐานะ ศ โดยสังเขป นับถือ ทเี่ ปน รากฐาน นับถือในฐานะ ทเี่ ปน มรดกทาง ช ๒. ช่นื ชมและ ๒. สรปุ สาํ คญั ของ เปนศนู ยรวม วัฒนธรรมและ ส บอกแบบอยาง พทุ ธประวตั ิ วฒั นธรรมไทย จติ ใจของ หลกั ในการ ศ การดาํ เนินชีวติ ตั้งแตประสูติ ๒. สรุปพุทธ ศาสนกิ ชน พัฒนาชาตไิ ทย น และขอ คิดจาก จนถงึ การออก ประวตั ิตั้งแต ๒. สรุปพุทธ ๒. สรปุ พทุ ธ ๒ ประวตั ิสาวก ผนวช หรอื การบาํ เพญ็ เพยี ร ประวตั ติ ้งั แต ประวัตติ ั้งแต พ ชาดก/เร่อื งเลา ประวตั ศิ าสดา จนถึง บรรลธุ รรม เสด็จกรุง ต และศาสนกิ ชน ท่ตี นนบั ถอื ปรินิพพาน หรอื จนถงึ ประกาศ กบลิ พัสดุ ส ตัวอยางตามที่ ตามท่กี าํ หนด ประวตั ขิ อง ธรรม หรอื จนถงึ พทุ ธกจิ ส กําหนด ๓. ชื่นชมและ ศาสดาท่ตี น ประวัติศาสดา สาํ คญั หรือ ห ๓. บอก บอกแบบอยาง นบั ถอื ตามท่ี ทีต่ นนับถอื ประวตั ิศาสดา ศ ความหมาย การดาํ เนนิ ชีวิต กําหนด ตามทก่ี าํ หนด ท่ีตนนับถือ น ตามท่ีกําหนด ก
าสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถือและศาสนาอนื่ มีศรทั ธาทถ่ี กู ตอง ยดึ ม่นั และปฏบิ ตั ิตาม ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวช้ีวัดชวงชน้ั ๑. วเิ คราะห ๑. อธบิ ายการ ๑. อธบิ าย ๑. อธิบายการ ม.๔ – ม.๖ ความสําคญั ของ เผยแผพระพุทธ การเผยแผ เผยแผพระพุทธ พระพทุ ธศาสนา ศาสนาหรือ พระพทุ ธ ศาสนาหรอื ๑. วิเคราะหส งั คม ในฐานะเปน ศาสนาทต่ี น ศาสนาหรือ ศาสนาทีต่ น ชมพทู วีป และคติ ศาสนาประจํา นับถือสูประเทศ ศาสนาท่ีตน นับถอื สปู ระเทศ ความเชอ่ื ทางศาสนา ชาติ หรือความ ไทย นับถอื สปู ระเทศ ตา งๆ ทัว่ โลก สมยั กอนพระพทุ ธเจา สําคัญของ ๒. วเิ คราะห เพอ่ื นบาน ๒. วเิ คราะห หรอื สงั คมสมยั ของ ศาสนาทต่ี น ความสําคญั ของ ๒. วเิ คราะห ความสาํ คัญของ ศาสดาที่ตนนับถอื นบั ถอื พระพุทธ ความสําคญั ของ พระพทุ ธศาสนา ๒. วิเคราะห ๒. สรุป ศาสนาหรือ พระพทุ ธ หรอื ศาสนาท่ีตน พระพทุ ธเจา ในฐานะ พทุ ธประวัติ ศาสนาท่ตี น ศาสนาหรอื นบั ถอื ในฐานะ เปนมนษุ ยผ ฝู กตนได ตง้ั แตป ลงอายุ นบั ถือทม่ี ตี อ ศาสนาที่ตน ท่ีชวย อยา งสูงสดุ ในการ สงั ขารจนถึง สภาพแวดลอ ม นบั ถอื ท่ชี ว ย สรางสรรค ตรัสรู การกอ ตั้ง สงั เวชนยี สถาน ในสังคมไทย เสรมิ สรางความ อารยธรรมและ วิธกี ารสอนและการ หรือประวตั ิ รวมทัง้ การ เขา ใจอนั ดี ความสงบสุข เผยแผพระพุทธ ศาสดาทตี่ น พัฒนาตนและ กับประเทศ แกโลก ศาสนาหรือวเิ คราะห นบั ถือตามที่ ครอบครวั เพือ่ นบาน ประวตั ศิ าสดาทีต่ น กาํ หนด นบั ถือตามทกี่ ําหนด
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ตวั ช้ีวัดชน้ั ป ๓. ชืน่ ชมและ ๓. เห็นคุณคา ความสาํ คัญ และขอ คดิ จาก บอกแบบอยา ง และประพฤติ ป. ๕ ๓ และเคารพ ประวัตสิ าวก การดาํ เนนิ ชีวติ ตนตาม แ พระรัตนตรัย ชาดก เรือ่ งเลา และขอ คิดจาก แบบอยา งการ ๓. เหน็ คณุ คา ต ปฏบิ ตั ิตาม และศาสนกิ ชน ประวตั ิสาวก ดําเนินชวี ิตและ และประพฤติ แ หลักธรรม ตัวอยางตามท่ี ชาดก เร่ืองเลา ขอคิดจาก ตนตาม ด โอวาท ๓ ใน กําหนด และศาสนิกชน ประวัตสิ าวก แบบอยางการ ข พระพุทธศาสนา ๔. บอก ตวั อยางตามที่ ชาดก เร่อื งเลา ดาํ เนนิ ชวี ติ และ ป หรอื หลักธรรม ความหมาย กําหนด และศาสนิกชน ขอ คิดจาก ช ของศาสนาที่ ความสําคัญ ๔. บอกความ ตัวอยา งตาม ประวตั ิสาวก แ ตนนบั ถือ และเคารพ หมาย ที่กาํ หนด ชาดก เรอื่ งเลา ต ตามทกี่ ําหนด พระรัตนตรัย ความสําคัญของ ๔. แสดงความ และศาสนิกชน ท ๔. เห็นคุณคา ปฏบิ ัติตาม พระไตรปฏ ก เคารพ ตัวอยา งตามท่ี ๔ และสวดมนตแ ผ หลกั ธรรม หรือคมั ภีรข อง พระรตั นตรัย กําหนด ค เมตตา มสี ตทิ ่ี โอวาท ๓ ศาสนาทตี่ น ปฏบิ ัติตาม ๔. อธบิ าย แ เปนพื้นฐาน ในพระพทุ ธ นับถอื ไตรสกิ ขาและ องคประกอบ พ ของสมาธิ ศาสนาหรือ ๕. แสดง หลักธรรม และความสาํ คญั ป ในพระพทุ ธ หลกั ธรรมของ ความเคารพ โอวาท ๓ ใน ของพระ ไ ศาสนา หรือ ศาสนาท่ีตน พระรัตนตรัย พระพุทธศาสนา ไตรปฏก หรือ ห การพฒั นาจิต นบั ถอื ตามที่ และปฏบิ ตั ิตาม หรอื หลักธรรม คัมภีรข อง โ ตามแนวทาง กําหนด หลกั ธรรม ของศาสนาท่ตี น ศาสนาทีต่ น พ ของศาสนา นับถือ ห ๕. แสดงความ เคารพ
ตวั ช้ีวดั ชวงชน้ั ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ม.๔ – ม.๖ ๓. เห็นคุณคา ๓. วเิ คราะห ๓. วิเคราะห ๓. อภปิ ราย ๓. วเิ คราะหพ ทุ ธ และประพฤติ พทุ ธประวัติ ความสําคญั ของ ความสําคญั ของ ประวตั ิดานการ ตนตาม ต้งั แตประสตู จิ น พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา บรหิ าร และการธาํ รง แบบอยา งการ ถงึ บําเพ็ญ หรือศาสนาท่ีตน หรือศาสนาทตี่ น รกั ษาศาสนาหรือ ดาํ เนนิ ชีวติ และ ทกุ รกิริยาหรือ นับถือในฐานะ นับถือกบั วเิ คราะหประวัติ ขอคิดจาก ประวัติศาสดา ที่เปน รากฐาน ปรัชญาของ ศาสดาที่ตนนับถือ ประวตั สิ าวก ทีต่ นนับถือ ของวฒั นธรรม เศรษฐกิจ ตามที่กําหนด ชาดก เรอ่ื งเลา ตามท่ีกําหนด เอกลักษณของ พอเพยี งและการ ๔. วเิ คราะห และศาสนกิ ชน ๔. วิเคราะหแ ละ ชาติและมรดก พฒั นาอยา ง ขอปฏิบตั ิทาง ตวั อยางตาม ประพฤติตนตาม ของชาติ ย่ังยืน สายกลางใน ท่ีกําหนด แบบอยา งการ ๔. อภปิ ราย ๔. วเิ คราะห พระพุทธศาสนา หรอื ๔. วเิ คราะห ดาํ เนนิ ชวี ิตและ ความสาํ คญั ของ พุทธประวัติจาก แนวคดิ ของศาสนาที่ ความสําคัญ ขอ คดิ จาก พระพทุ ธ พระพุทธรูปปาง ตนนับถอื ตามท่ี และเคารพ ประวัติสาวก ศาสนาหรอื ตาง ๆ หรือ กําหนด พระรัตนตรัย ชาดก เร่ืองเลา ศาสนาทตี่ น ประวตั ศิ าสดาที่ ๕. วิเคราะหก าร ปฏบิ ตั ติ าม และศาสนิกชน นับถอื กบั การ ตนนับถือตามที่ พัฒนาศรทั ธา และ ไตรสิกขาและ ตวั อยางตามท่ี พัฒนาชุมชน กําหนด ปญ ญาที่ถกู ตอง หลักธรรม กาํ หนด และการจดั ๕. วิเคราะหและ ในพระพทุ ธศาสนา โอวาท ๓ ใน ๕. อธิบาย ระเบยี บสังคม ประพฤตติ นตาม หรอื แนวคิดของ พระพุทธศาสนา พุทธคณุ และ ๕. วิเคราะห แบบอยางการ ศาสนาที่ตนนบั ถอื หรอื หลกั ธรรม ขอ ธรรมสําคัญ พทุ ธประวตั ิ ดําเนนิ ชีวติ และ ตามทีก่ าํ หนด
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ตัวช้ีวดั ชนั้ ป ข ทต่ี นนบั ถือ ๕. ชนื่ ชมการทาํ โอวาท ๓ ใน นับถือตามท่ี ป. ๕ น ตามทีก่ ําหนด ความดขี อง พระพทุ ธศาสนา กําหนด ก ตนเอง บคุ คล หรอื หลกั ธรรม ๕. ชน่ื ชมการทํา พระรตั นตรยั ๕ ในครอบครวั ของศาสนา ความดีของ และปฏิบัติตาม ค และในโรงเรยี น ทตี่ นนับถอื ตาม ตนเอง บคุ คลใน ไตรสิกขาและ บ ตามหลกั ศาสนา ทก่ี าํ หนด ครอบครวั หลกั ธรรม ป ๖. เห็นคุณคา ๖. เหน็ คุณคา โรงเรยี นและ โอวาท ๓ ใน ห และสวดมนต และสวดมนต ชุมชนตามหลัก พระพุทธศาสนา พ แผเ มตตา แผเมตตา มีสติ ศาสนา พรอม หรอื หลกั ธรรม แ มสี ติทเี่ ปน ทเ่ี ปน พนื้ ฐาน ทั้งบอกแนว ของศาสนาท่ี ก พื้นฐานของ ของสมาธใิ น ปฏบิ ตั ิในการ ตนนบั ถอื ตามที่ ๖ สมาธิใน พระพทุ ธ- ดาํ เนินชีวิต กาํ หนด แ พระพทุ ธ ศาสนาหรอื การ ๖. เหน็ คุณคา ๖. เห็นคุณคา แ ศาสนาหรือการ พฒั นาจิตตาม และสวดมนต และสวดมนต บ พฒั นาจิตตาม แนวทางของ แผเ มตตา มสี ติ แผเมตตา มสี ติ ป แนวทางของ ศาสนาทีต่ น ทเ่ี ปนพนื้ ฐาน ทเ่ี ปน พน้ื ฐาน เ ศาสนาท่ี นบั ถือตามที่ ของสมาธใิ น ของสมาธิใน ส ตนนับถือตาม กาํ หนด พระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธ พ ท่กี าํ หนด ๗. บอกช่อื หรือการพัฒนา ศาสนาหรอื การ ห ๗. บอกชื่อ ความสําคญั จิตตามแนวทาง พฒั นาจิตตาม จ ศาสนา ศาสดา และปฏิบัติตน ของศาสนา แนวทางของ ศาสนาท่ีตน นับถือตามท่ี กาํ หนด
ตัวช้วี ัดชว งช้ัน ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ม.๔ – ม.๖ ของศาสนาท่ตี น ในกรอบ หรือประวัติ ขอ คิดจาก ๖. วิเคราะห นบั ถอื ตามที่ อริยสจั ๔ หรอื ศาสดาของ ประวตั ิสาวก ลกั ษณะ กําหนด หลักธรรมของ ศาสนาที่ตนนบั ชาดก เรอ่ื งเลา ประชาธปิ ไตยใน ๕. ชนื่ ชมการทาํ ศาสนาทีต่ น ถือตามท่ีกาํ หนด และศาสนกิ ชน พระพทุ ธศาสนาหรือ ความดีของ นบั ถอื ตามที่ ๖. วิเคราะหแ ละ ตัวอยางตาม แนวคิดของศาสนาที่ บคุ คลใน กาํ หนด เห็น ประพฤติตนตาม ทก่ี าํ หนด ตนนับถอื ตามที่ ประเทศตาม คณุ คาและนาํ ไป แบบอยางการ ๖. อธิบาย กําหนด หลกั ศาสนา พัฒนา แกป ญ หา ดาํ เนินชวี ิตและ สงั ฆคุณ และ ๗. วเิ คราะหห ลกั การ พรอมท้งั บอก ของตนเองและ ขอ คิดจาก ขอธรรมสําคัญ ของพระพทุ ธศาสนา แนวปฏิบตั ิใน ครอบครวั ประวตั สิ าวก ในกรอบ กบั หลกั วทิ ยาศาสตร การดําเนินชีวติ ชาดก เรื่องเลา อริยสจั ๔ หรอื หรอื แนวคิดของ ๖. เห็นคณุ คา ๖. เห็นคุณคา และศาสนกิ ชน หลกั ธรรมของ ศาสนาทต่ี นนบั ถือ และสวดมนต ของการพฒั นา ตัวอยางตามที่ ศาสนาที่ตน ตามทีก่ าํ หนด แผเ มตตาและ จติ เพือ่ การ กาํ หนด นับถือตามที่ ๘. วิเคราะหการ บริหารจิต เจริญ เรียนรูและ ๗. อธิบาย กําหนด ฝกฝนและพฒั นา ปญ ญา มีสติที่ การดําเนนิ ชีวิต โครงสรา ง ๗. เหน็ คณุ คา ตนเอง การพ่งึ ตนเอง เปน พืน้ ฐานของ ดวยวิธีคดิ แบบ และสาระ และวิเคราะห และการมุง อิสรภาพ สมาธใิ น โยนิโสมนสิการ สงั เขปของ การปฏิบัติตน ในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา คือ วิธีคดิ แบบ พระไตรปฏ ก ตามหลักธรรม หรอื แนวคิดของ หรือการพัฒนา คุณคาแท- คณุ คา หรอื คมั ภีร ในการพฒั นาตน ศาสนาที่ตนนับถือ จติ ตามแนวทาง เทยี ม และวิธีคดิ ของศาสนา เพ่ือเตรยี ม ตามทก่ี าํ หนด ทีต่ นนับถอื
ตัวชวี้ ัดชัน้ ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ และความสาํ คัญ ไดอ ยา ง ทีต่ นนบั ถอื ๗. ปฏิบัตติ น ข ของคมั ภรี ข อง เหมาะสม ตามทก่ี ําหนด ตามหลักธรรม น ศาสนาทต่ี นนบั ตอ ศาสนวัตถุ ๗. ปฏิบัตติ น ของศาสนาที่ตน ก ถอื และศาสนา ศาสนสถาน ตามหลักธรรม นับถือเพอ่ื การ ๗ อื่นๆ และศาสนบคุ คล ของศาสนาที่ตน พฒั นาตนเอง ต ของศาสนาอ่นื ๆ นบั ถอื เพื่อการ และสง่ิ แวดลอ ม ข อยรู ว มกนั ท เปนชาติไดอยาง เ สมานฉนั ท อ ๘. อธบิ าย ส ประวัตศิ าสดา ๘ ของศาสนาอืน่ ๆ ห โดยสังเขป ข โ ๙ ล ข พ ข แ ไ
ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวชี้วัดชว งช้ัน ม.๔ – ม.๖ ของศาสนาทต่ี น แบบคณุ -โทษ ๘. อธบิ าย พรอ มสาํ หรับ นับถือตามท่ี และทางออก ธรรมคณุ และ การทํางานและ ๙. วิเคราะห กาํ หนด ขอธรรมสาํ คัญ การมคี รอบครัว พระพทุ ธศาสนา หรอื การพัฒนา วาเปน ศาสตรแ หง ๗. ปฏบิ ัติตน จิตตามแนวทาง ในกรอบอริยสจั ๔ ๘. เห็นคุณคา การศึกษา ซง่ึ เนน ตามหลักธรรม ของศาสนาทตี่ น หรอื หลักธรรม ของการพฒั นาจิต ความสมั พนั ธของ ของศาสนา ของศาสนาทต่ี น เพ่ือการเรยี นรู เหตปุ จจยั กับวิธกี าร ท่ตี นนับถือ นบั ถือ นบั ถือตามที่ และดาํ เนินชีวติ แกปญ หาหรอื แนวคดิ เพ่ือแกป ญหา กาํ หนด เห็น ดว ยวิธีคิด ของศาสนาที่ตน อบายมขุ และ ๗. สวดมนต คณุ คาและนําไป แบบโยนิโส- นับถือตามที่กาํ หนด สิง่ เสพตดิ แผเมตตา พฒั นา แกป ญหา มนสกิ ารคอื วธิ ี ๑๐. วเิ คราะห ๘. อธบิ าย บริหารจติ และ ของชุมชนและ คิดแบบอริยสัจ พระพุทธศาสนา หลักธรรมสําคญั เจรญิ ปญ ญาดวย สงั คม และวิธคี ิดแบบ ในการฝก ตน ไมให ของศาสนาอนื่ ๆ อานาปานสติ ๙. เห็นคณุ คา สบื สาวเหตุ ประมาท มงุ โดยสังเขป หรือตาม ของการพฒั นา ปจจยั หรอื การ ประโยชนและ ๙.อธบิ าย แนวทางของ จติ เพ่อื การ พฒั นาจติ ตาม สันตภิ าพบคุ คล สงั คม ลักษณะสําคัญ ศาสนาทต่ี น เรียนรูและ แนวทางของ และโลกหรอื แนวคดิ ของศาสนพธิ ี นับถือตามที่ ดาํ เนินชีวิต ศาสนาท่ีตน ของศาสนาทตี่ นนบั พธิ ีกรรม กําหนด ดว ยวธิ คี ดิ นบั ถอื ถือตามทีก่ ําหนด ของศาสนาอ่ืนๆ ๘. วเิ คราะหแ ละ แบบโยนโิ ส ๙. สวดมนต ๑๑. วเิ คราะห และปฏิบตั ติ น ปฏิบัติตนตาม มนสกิ าร คือ แผเมตตา พระพุทธศาสนากับ ไดอ ยา ง หลกั ธรรมทาง วธิ ีคิดแบบอบุ าย บรหิ ารจิตและ ปรัชญาของเศรษฐกจิ ศาสนาทตี่ น เจริญปญ ญา นับถอื ในการ
ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ เ ต
ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ตัวชี้วัดชว งชัน้ เหมาะสมเมอ่ื ดาํ รงชวี ิตแบบ ปลกุ เรา ดวยอานาปาน ม.๔ – ม.๖ ตองเขารวมพธิ ี พอเพยี งและ คุณธรรม และ สติหรอื ตาม ดูแลรกั ษา วธิ คี ดิ แบบอรรถ แนวทางของ พอเพยี งและการ ส่ิงแวดลอมเพอ่ื ธรรมสัมพันธ ศาสนาที่ตน พฒั นาประเทศแบบ การอยรู ว มกนั ได หรอื การพฒั นา นบั ถอื ยง่ั ยนื หรอื แนวคิด อยา งสนั ตสิ ขุ จิตตามแนวทาง ๑๐. วเิ คราะห ของศาสนาท่ตี น ๙. วเิ คราะห ของศาสนาท่ีตน ความแตกตา ง นับถือตามท่ีกําหนด เหตผุ ลความ นับถอื และยอมรับ ๑๒. วิเคราะห จําเปน ทีท่ ุกคน ๑๐. สวดมนต วิถกี ารดาํ เนิน ความสาํ คญั ของ ตอ งศึกษา แผเมตตา ชีวติ ของ พระพุทธศาสนา เรียนรูศาสนา บริหารจติ และ ศาสนกิ ชนใน เกีย่ วกบั การศึกษา อื่นๆ เจริญปญ ญาดวย ศาสนาอืน่ ๆ ที่สมบูรณ การเมือง ๑๐.ปฏิบัตติ นตอ อานาปานสติ และสันตภิ าพหรอื ศาสนิกชนอ่ืน หรือตาม แนวคิดของศาสนา ในสถานการณ แนวทางของ ท่ตี นนับถอื ตามที่ ตางๆ ไดอ ยาง ศาสนาที่ กําหนด เหมาะสม ตนนบั ถอื ๑๓. วิเคราะห ๑๑. วิเคราะห ๑๑. วิเคราะหการ หลกั ธรรมในกรอบ การกระทาํ ของ ปฏบิ ตั ิตนตาม อรยิ สัจ ๔ หรอื บคุ คลทีเ่ ปน หลักธรรมทาง หลกั คําสอนของ แบบอยา งดาน ศาสนาทต่ี น ศาสนาที่ตนนบั ถือ ๑๔. วเิ คราะหขอ คดิ และแบบอยา งการ
ตวั ช้วี ัดช้นั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕
ตวั ชว้ี ัดชวงชัน้ ป. ๖ ม.๑ ม. ๒ ม. ๓ ม.๔ – ม.๖ ศาสนสัมพนั ธ นับถอื เพอื่ ดาํ เนินชีวิตจาก และนําเสนอ การดํารงตนอยา ง ประวตั ิสาวก ชาดก แนวทางการ เหมาะสมใน เร่อื งเลา และ ปฏบิ ตั ิของ กระแสความ ศาสนกิ ชนตวั อยาง ตนเอง เปลย่ี นแปลง ตามท่ีกาํ หนด ของโลก และ ๑๕. วเิ คราะหคุณคา การอยูร ว มกนั และความสําคัญของ อยางสนั ตสิ ุข การสังคายนา พระไตรปฏ กหรอื คมั ภรี ของศาสนา ที่ตนนบั ถอื และ การเผยแผ ๑๖. เชื่อมน่ั ตอผลของ การทาํ ความดี ความชว่ั สามารถ วิเคราะหส ถานการณ ที่ตองเผชญิ และ ตดั สนิ ใจเลือก ดาํ เนินการหรือปฏบิ ัติ ตนไดอ ยา งมเี หตุผล ถกู ตองตามหลักธรรม จริยธรรม และกาํ หนด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350