สาระที่ ๓ นาฏศิลป มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขาใจความสัมพนั ธระหวางนาฏศลิ ป ประวัตศิ าสตรและวฒั นธรรม เห็นคณุ คาของนา ตัวชวี้ ดั ชั้นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๑. ระบุ และเลน ๑. ระบแุ ละเลน ๑. เลาการ ๑. อธิบาย ๑. เปรยี บเทยี บ ๑. อธบิ า การละเลนของ การละเลน แสดงนาฏศลิ ป ประวัติความ การแสดง มคี วามส เด็กไทย พื้นบา น ทเี่ คยเหน็ ใน เปน มาของ ประเภทตาง ๆ ตอการแ ๒. บอกส่ิงที่ ๒. เชื่อมโยงสงิ่ ท่ี ทองถน่ิ นาฏศลิ ป หรอื ของไทย นาฏศลิ ป ตนเองชอบใน พบเห็นใน ๒. ระบุส่งิ ท่เี ปน ชดุ การแสดง ในแตล ะทอ งถนิ่ ละคร การแสดง การละเลน ลักษณะเดนและ อยางงา ย ๆ ๒. ระบหุ รือ ๒. ระบปุ นาฏศิลปไ ทย พืน้ บานกบั สิ่งท่ี เอกลกั ษณข อง ๒. เปรยี บเทยี บ แสดงนาฏศลิ ป ท่ีไดรบั จ พบเหน็ การแสดง การแสดง นาฏศิลปพ้ืนบา น แสดงหร ในการดาํ รงชวี ติ นาฏศลิ ป นาฏศิลป ทสี่ ะทอ นถึง การแสด ของคนไทย ๓. อธบิ าย กบั การแสดง วัฒนธรรม นาฏศิลป ๓. ระบสุ ิ่ง ความสาํ คญั ของ ทม่ี าจาก และประเพณี ละคร ท่ชี ่นื ชอบและ การแสดง วัฒนธรรมอื่น ภาคภมู ิใจ นาฏศิลป ๓. อธิบาย ในการละเลน ความสําคัญของ พนื้ บาน การแสดงความ เคารพในการ เรียนและการ แสดงนาฏศลิ ป ๔. ระบุเหตผุ ล ทค่ี วรรกั ษา และสืบทอด การแสดง นาฏศิลป
าฏศิลปท ่เี ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถน่ิ ภูมปิ ญญาไทยและสากล ตวั ช้ีวัดชว งชัน้ ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖ ายสงิ่ ที่ ๑. ระบปุ จ จยั ทีม่ ี ๑. เปรียบเทยี บ ๑. ออกแบบ ๑. เปรียบเทียบการนาํ การแสดงไป สาํ คญั ผลตอ การ ลักษณะเฉพาะ และสรา งสรรค ใชในโอกาสตาง ๆ แสดง เปลยี่ นแปลงของ ของการแสดง อุปกรณ และ ๒. อภิปรายบทบาทของบคุ คล ปแ ละ นาฏศลิ ป นาฏศิลปจาก เครอื่ งแตงกาย สําคัญในวงการนาฏศลิ ปและการ นาฏศลิ ป วัฒนธรรมตา งๆ เพ่ือแสดง ละคร ของประเทศไทยในยคุ สมัย ประโยชน พน้ื บา น ละคร ๒. ระบหุ รอื นาฏศลิ ปแ ละ ตา งๆ จากการ ไทย และละคร แสดงนาฏศลิ ป การละครทม่ี า ๓. บรรยายววิ ฒั นาการของ รือการชม พืน้ บา น นาฏศิลป จากวฒั นธรรม นาฏศิลปแ ละการละครไทย ตัง้ แต ดง ๒. บรรยาย พื้นบาน ละคร ตา ง ๆ อดีตจนถงึ ปจจบุ นั ปแ ละ ประเภทของ ไทย ละคร ๒. อธบิ าย ๔. นาํ เสนอแนวคดิ ในการอนุรกั ษ ละครไทย พ้ืนบาน หรือ ความสาํ คัญและ นาฏศลิ ปไ ทย ในแตละยุคสมัย มหรสพอื่น บทบาทของ ท่ีเคยนยิ มกนั นาฏศิลปและ ในอดตี การละครใน ๓. อธบิ าย ชีวติ ประจาํ วนั อิทธิพลของ ๓. แสดงความ วัฒนธรรมทีม่ ี คิดเหน็ ในการ ผลตอเน้อื หา อนุรกั ษ ของละคร
กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี และเทคโนโลยี ทําไมตอ งเรียนการงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีเปนกลุมสาระท่ีชวยพัฒนาใหผูเรียน มีความรู ความเขาใจ มีทักษะพ้ืนฐานท่ีจําเปนตอการดํารงชีวิต และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนําความรูเ กี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชพี และเทคโนโลยี มาใชประโยชนในการทํางาน อยางมีความคิดสรา งสรรค และแขงขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทํางาน และมีเจตคติท่ีดีตอการทํางาน สามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางพอเพียง และมีความสุข เรียนรอู ะไรในการงานอาชพี และเทคโนโลยี กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี มุงพัฒนาผูเรียนแบบองครวม เพ่ือใหมีความรูความสามารถ มีทักษะในการทํางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและ การศึกษาตอ ไดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ โดยมสี าระสาํ คัญ ดังน้ี การดํารงชีวิตและครอบครัว เปนสาระเกี่ยวกับการทํางานในชีวิตประจําวัน การชวยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และสงั คมไดในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไมท ําลายส่งิ แวดลอม เนนการปฏิบัติจริงจนเกิดความม่ันใจและภูมิใจในผลสําเร็จของงาน เพื่อใหคนพบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเอง การออกแบบและเทคโนโลยี เปน สาระเกย่ี วกับการพัฒนาความสามารถของมนุษย อยางสรางสรรค โดยนาํ ความรูม าใชกบั กระบวนการเทคโนโลยี สรางสง่ิ ของเครื่องใช วิธกี าร หรอื เพ่ิมประสทิ ธิภาพในการดํารงชวี ติ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เปนสาระเก่ยี วกับกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ การตดิ ตอสื่อสาร การคนหาขอมูล การใชขอมูลและสารสนเทศ การแกปญหาหรือ การสรา งงาน คุณคาและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร การอาชีพ เปนสาระเกี่ยวกับทักษะท่ีจําเปนตออาชีพ เห็นความสําคัญของ คุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีตออาชีพ ใชเ ทคโนโลยไี ดเหมาะสม เหน็ คุณคาของอาชีพสุจริต และเหน็ แนวทางในการประกอบอาชพี
คุณภาพผูเรยี น จบชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ เขาใจวิธกี ารทํางานเพื่อชวยเหลอื ตนเอง ครอบครัว และสวนรวม ใชวัสดุ อปุ กรณ และ เคร่ืองมือถูกตองตรงกับลักษณะงาน มีทักษะกระบวนการทํางาน มีลักษณะนิสัยการทํางาน ที่กระตือรือรน ตรงเวลา ประหยัด ปลอดภัย สะอาด รอบคอบ และมีจิตสํานึกในการอนุรักษ สง่ิ แวดลอ ม เขาใจประโยชนข องสิ่งของเคร่อื งใชในชีวติ ประจาํ วัน มคี วามคิดในการแกปญหาหรอื สนองความตอ งการอยางมีความคิดสรางสรรค มีทักษะในการสรางของเลน ของใชอ ยางงาย โดยใช กระบวนการเทคโนโลยี ไดแ ก กําหนดปญหาหรอื ความตองการ รวบรวมขอมูล ออกแบบโดยถายทอด ความคดิ เปนภาพราง ๒ มิติ ลงมือสราง และประเมินผล เลอื กใชวสั ดุ อุปกรณอยางถกู วธิ ี เลือกใช สิ่งของเครอ่ื งใช ในชวี ติ ประจําวันอยางสรางสรรคและมีการจัดการส่ิงของเคร่ืองใชด วยการนํากลับมาใชซา้ํ เขาใจและมีทักษะการคนหาขอมูลอยางมีข้ันตอน การนําเสนอขอมูลในลักษณะตา ง ๆ และวธิ ดี ูแลรกั ษาอปุ กรณเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ จบชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ เขาใจการทํางานและปรับปรุงการทํางานแตละขั้นตอน มีทักษะการจัดการ ทักษะ การทํางานรว มกัน ทํางานอยางเปนระบบและมีความคิดสรางสรรค มลี ักษณะนิสัยการทํางานที่ขยัน อดทน รับผดิ ชอบ ซื่อสตั ย มีมารยาท และมจี ิตสํานกึ ในการใชนํ้า ไฟฟาอยางประหยดั และคมุ คา เขาใจความหมาย ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี และสวนประกอบของระบบเทคโนโลยี มีความคิดในการแกปญหาหรือสนองความตอ งการอยางหลากหลาย นําความรูแ ละทักษะการสราง ช้ินงานไปประยุกตในการสรางส่ิงของเคร่ืองใชตามความสนใจอยางปลอดภัย โดยใชกระบวนการ เทคโนโลยี ไดแ ก กําหนดปญ หาหรอื ความตอ งการ รวบรวมขอมูล ออกแบบโดยถายทอดความคดิ เปน ภาพรา ง ๓ มิติ หรือแผนท่ีความคดิ ลงมือสรา ง และประเมนิ ผล เลือกใชเทคโนโลยีในชวี ิตประจําวัน อยา งสรา งสรรคตอ ชวี ิต สังคม และมกี ารจดั การเทคโนโลยีดวยการแปรรูปแลว นาํ กลับมาใชใ หม เขา ใจหลกั การแกปญ หาเบ้ืองตน มีทกั ษะการใชคอมพิวเตอรในการคน หาขอ มูล เก็บรักษา ขอมูล สรางภาพกราฟก สรางงานเอกสาร นําเสนอขอมูล และสรางช้ินงานอยางมีจิตสํานึกและ รบั ผดิ ชอบ รแู ละเขา ใจเกีย่ วกับอาชีพ รวมท้ังมีความรู ความสามารถและคุณธรรมท่สี มั พันธกบั อาชีพ
จบชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี ๓ เขาใจกระบวนการทํางานท่ีมีประสิทธิภาพ ใชกระบวนการกลุมในการทํางาน มีทักษะ การแสวงหาความรู ทักษะกระบวนการแกปญหาและทักษะการจัดการ มีลักษณะนิสัยการทํางาน ท่เี สียสละ มคี ณุ ธรรม ตดั สินใจอยา งมีเหตุผลและถูกตอง และมจี ติ สาํ นึกในการใชพ ลงั งาน ทรพั ยากร และส่ิงแวดลอมอยา งประหยดั และคุมคา เขาใจกระบวนการเทคโนโลยีและระดับของเทคโนโลยี มีความคิดสรางสรรค ในการแกปญหาหรอื สนองความตอ งการ สรางส่งิ ของเคร่อื งใชหรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยี อยางถูกตองและปลอดภัย โดยถายทอดความคิดเปนภาพฉายเพ่ือนําไปสูการสรางชิ้นงานหรือ แบบจําลองความคิดและการรายงานผล เลอื กใชเทคโนโลยีอยา งสรางสรรคตอ ชวี ิต สังคม สง่ิ แวดลอม และมีการจัดการเทคโนโลยีดวยการลดการใชทรพั ยากรหรอื เลือกใชเทคโนโลยีที่ไมมีผลกระทบกับ สิง่ แวดลอ ม เขาใจหลักการเบื้องตนของการสื่อสารขอมูล เครือขายคอมพิวเตอร หลักการและวิธี แกปญหา หรือการทําโครงงานดวยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มที ักษะการคนหาขอมูล และการติดตอสื่อสารผานเครอื ขายคอมพิวเตอรอยางมีคุณธรรมและจริยธรรม การใชคอมพิวเตอร ในการแกป ญหา สรางชน้ิ งานหรือโครงงานจากจินตนาการ และการใชเทคโนโลยีสารสนเทศนําเสนองาน เขา ใจแนวทางการเลือกอาชีพ การมีเจตคติท่ีดีและเห็นความสําคัญของการประกอบอาชีพ วธิ ีการหางานทํา คุณสมบัติท่ีจําเปน สําหรับการมีงานทาํ วิเคราะหแนวทางเขาสูอาชีพ มีทักษะพน้ื ฐาน ท่ีจําเปนสําหรับการประกอบอาชีพ และประสบการณตออาชีพที่สนใจ และประเมินทางเลือก ในการประกอบอาชพี ทส่ี อดคลอ งกับความรู ความถนดั และความสนใจ จบชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๖ เขาใจวิธีการทาํ งานเพ่อื การดํารงชีวติ สรางผลงานอยางมีความคิดสรา งสรรค มีทกั ษะ การทํางานรวมกนั ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแกป ญ หา และทกั ษะการแสวงหาความรู ทํางาน อยา งมคี ณุ ธรรม และมีจติ สาํ นกึ ในการใชพลงั งานและทรพั ยากรอยางคมุ คา และย่งั ยืน เขาใจความสัมพันธระหวางเทคโนโลยีกับศาสตรอื่นๆ วิเคราะหระบบเทคโนโลยี มีความคิดสรางสรรคในการแกปญหาหรือสนองความตองการ สรางและพฒั นาส่งิ ของเครือ่ งใชหรือ วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางปลอดภัยโดยใชซอฟทแวรชวยในการออกแบบหรือนําเสนอ ผลงาน วิเคราะหแ ละเลือกใชเ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกบั ชีวติ ประจาํ วันอยางสรางสรรคต อชีวิต สงั คม สง่ิ แวดลอ ม และมกี ารจดั การเทคโนโลยดี วยวธิ ีการของเทคโนโลยสี ะอาด
เขาใจองคประกอบของระบบสารสนเทศ องคประกอบและหลักการทํางานของ คอมพิวเตอร ระบบส่ือสารขอมูลสําหรับเครือขายคอมพิวเตอร คุณลักษณะของคอมพิวเตอรและ อปุ กรณตอพวง และมีทักษะการใชคอมพิวเตอรแกปญหา เขียนโปรแกรมภาษา พัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร ใชฮารดแวรและซอฟตแวร ติดตอส่ือสารและคนหาขอมูลผานอินเทอรเน็ต ใชคอมพิวเตอรใ นการประมวลผลขอมูลใหเปนสารสนเทศเพือ่ การตัดสินใจ ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ นําเสนองาน และใชคอมพิวเตอรส รางช้นิ งานหรอื โครงงาน เขาใจแนวทางสอู าชพี การเลือก และใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกบั อาชีพ มีประสบการณ ในอาชีพทีถ่ นดั และสนใจ และมีคุณลักษณะทีด่ ตี อ อาชีพ
สาระท่ี ๑ การดํารงชีวติ และครอบครัว มาตรฐาน ง ๑.๑ เขาใจการทาํ งาน มีความคดิ สรา งสรรค มที กั ษะกระบวนการทํา ททกัรัพษยะากการรทแําลงะาสนงิ่ รแววมดกลันอมและเพทือ่กั กษาะรกดาาํ รรแงสชววี งิตหแาลคะวคารมอรบู คมรคี วั ณุ ธ ตัวชี้วดั ช้นั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ กชอแ๑๒ทช๓ใออเคนลยปยุร.ววาํ ..รบงาาะยยกะกใ่ือทงงาตเเตอชารหหงนปาํ รือกรวณมงลลลทเงรัสวพาือแืออื อเอืํานิธดวือ่งลงตตดรกี ลเาุ าะพนนนภยาานรอ่ืๆเเัยอองง ๑อแ๒แแเอกชกเแช๓หคลาลลลปุยา.ววรม.ร.ะรบายย่ือะะะกทาทใปงทะงเเรชคปคอํารหหาํสมปณงํากรระวงรมาลลอืงลหออสัาแะวนกใาืืออนอยดบบิธโลนอนบั ตตดัดยเยุกีะคคงพเนนชภพาาารรงนือ่รนเเยั่ือัววั ออ งง ๓เลแแคเแคทส๒กต๑อตเพคปานลลลุปักาวว.่งิํา.มรอน่อืงรใเาาแะะะกษทอกอื่าธทชมมชขรนปสอวงรณํางิบณววรสาํนั้ดะดนวงรมงคะบยาสัอลาะแวะนตรุือายรงเดวนบอยโอลหักอนรอวตนาุยอคามะษนบวนลธิกรดชยอมคากีืองรนาบรกางวัรับ อแใรข๒ดก๑๓๔เเเออบใทแอใแปปหนหนบัลลลดยยยาัน้ว.ร่วี...าาตรอาาายกกะะะบผรทใาปตทหหงงงทชผุงคธซคทลาาิดรนอฏเมปํามมไลพรรําวปบิุมุรอ่ืรชงนิบวีมงรททาาใาลลัพาคนาสอายยนะมัตานาํํายังุานบยตัรหงงขิตงายยาาายยนกนนานนัดั รท กกก๒อใถส๓อใกทใ๔กแอแมแ๑ปนนนรลตลยยยกูบาาาั.คีราํร...อะมรรรงาาากคกะะลาตะวสใธบปงงงจใทางีจทคณาาราะอชมชนปเมิบัดสวรรติฏมาํปอมุขรงทตีานพมีงกรททารสคิบบตพัั้นคนชกัายแะกราาลาํําาิดําตัาคนยตกิรเษรรลหคามงงนหังาติรระอใยาาะะงยกึกตวันบนนนานาัดรทใุผนบนล ปแแ๑๒กกตนาา.ร.รรอลบัวใททภะทชปาํําิปขทารงงงัน้รงุกัาาใานนตษนยอแะ ๓ผทกทคอกกยารอูาาากํั.รอรรางนื่ปษทงาทจบมะฏนําดัคาํ กงมีิบรงกราาาวาัตนัวารรนมรแติกยใลกแนา สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี
างาน ทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกป ญ หา ธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทาํ งาน มจี ิตสํานกึ ในการใชพ ลังงาน ตวั ชีว้ ดั ชว งชั้น ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔-๖ นยและ ๒กตกขท๑ล.าาั้น.ําใรมุมวงชตทกใาิเอกคาํนนรนงรระาะานบะบหววนน กกาารร กคพ๑ใใปแแอท๓๒กแใาว.นนฒันลลยกรฏร.รใ.าาะกกะะกพัมปนแิบมชใงบใคาาาีจชสญยาทรตัปชรรรมุติวกาทูวงิักหรทเทกนคสาพงากัะษาํารํารนาหกําอ่ืษหงงะทนาาาาะยาํรนนึกงัดาน กทสกกใพ๒ทป๓ขใรอ๑ชนวยาาาัน้.ิ่งรารํล..รรรอมทงาแกัพะอตงัใงปจทาภกวสักางชภยอนมดัรราํดาปินัษิทาทปินคีงนกททะกลระธกัารกุณหาาํีม่รอานิภาษรางยยีมธยแรเโาาะพัดรพนดลรือ่ ะยม ใ๑๒๔เก๗๖ส๓๕ใพนนา...ร..ร.ื่อกมใมมอมกาดาชสกคีงธทีทีาทีรําสพรารทรบิุณกัักักงราทรลษาาํษธษชองงยรราํะงัะะาวีผวนรคงนงกใกติลมิธนาาาุรรแรแนงนกีะกกัลจลาบาาอษะัดะรนรทวมยแลกทสนอราสีทาักาํิง่กพัรงยวษงแักใาคางยารนณษหวงนุมแากะมดะากกเคาคกพนลคีรปราวาทอ่ืสิอวรแาญ มทกาาํมัยลหงรมาใําะานรงเูานคพยาดกนิด่ังือ่าํารรยรทนงวื ชมํางกวี าิตนนั แอคกก๓กยาาว.รราาปตงททมญดั มเาํําสสหีเงงหยีาาินานนตสใุผดจลลวะย อะน ใแนละ ตกยลกนาับทะันใน
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา ใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสราง เลอื กใชเ ทคโนโลยใี นทางสรา งสรรคตอชวี ติ สังคม สงิ่ แวดลอ ม แ ตวั ชีว้ ัดช้นั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ สป๑.่งิรบขะโออยงกชนของ ๑. สรา งของเลน - ๑. อธิบาย ๑. อธบิ าย - ของใชอ ยางงาย ความหมายและ สว นประกอ โดยกาํ หนด ชเคีวริตอ่ื ปงรใชะจในําวนั ววิ ัฒนาการของ ระบบเทคโ ปญหาหรือ เทคโนโลยี ๒. สรา งสง่ิ ข ความตองการ ๒. สรา งสงิ่ ของ เครื่องใชตาม ๒.สรางของเลน รวบรวมขอมูล เครื่องใชตาม ความสนใจ ของใชอยา งงาย ออกแบบ ความสนใจ อยา งปลอดภ โดยกาํ หนดปญหา โดยถา ยทอด อยา งปลอดภัย โดยกาํ หนดป หรอื ความตองการ ความคิดเปน โดยกาํ หนด หรอื ความตอ อเอส๒ปอรกเคปกขถปทควาอวอรรรปยุาารบน่ถีรยาะะกราามงก่อืใมรทูกงภเยแงสเมชรงิตวลรวอกุแางบมณมรินิพูเนดาิธลตลกบขาอื ผยรคะงีไใง่ยีโอ ลมาชปขววดมง๓ากืออใยลูมน.บังคนใดิชาํ ภาพราง ๒ มิติ ปญหา หรือ รวบรวมขอ ม ลงมือสราง และ ความตอ งการ เลือกวธิ กี าร ๒ปร.ะเเลมอืินกผใลช รวบรวมขอ มลู ออกแบบโดย ส่ิงของ เลือกวิธกี าร ถา ยทอดความ ชเคีวริตอ่ื งใชใน ออกแบบ เปน ภาพราง๓ ประจาํ วันอยา ง โดยถา ยทอด หรอื แผนทคี่ สรางสรรค ความคดิ เปน ลงมอื สรางแ ๓. มีการจดั การ ภาพราง ๓ มติ ิ ประเมนิ ผล สิ่งของเครื่องใช ลงมอื สรา ง และ ๓. นําความ ดวยการนํา ประเมินผล ทักษะ กลบั มาใชซา้ํ การสรางชน้ิ ไปประยกุ ต การสรางส่งิ เคร่ืองใช ตวั ชี้วดั ชั้นป
งสง่ิ ของเคร่ืองใช หรอื วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยา งมีความคดิ สรางสรรค และมสี วนรวมในการจัดการเทคโนโลยีทีย่ ั่งยืน ตวั ชี้วดั ชวงชน้ั ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔-๖ - ๑.อธิบาย ๑. อธิบายระดบั ๑. อธิบายและเชอ่ื มโยง อบของ กระบวนการ ของเทคโนโลยี ความสัมพนั ธระหวา ง โนโลยี เทคโนโลยี ๒. สรางสงิ่ ของ เทคโนโลยีกบั ศาสตรอ ืน่ ๆ ของ ๒. สรางสิ่งของ เคร่ืองใชหรือ ๒. วิเคราะหระบบเทคโนโลยี ม เคร่ืองใชห รือ วิธีการ ตาม ๓. สรางและพฒั นาส่ิงของเครื่องใช วิธีการ ตาม กระบวนการ หรอื วิธีการ ตามกระบวนการ ภัย กระบวนการ เทคโนโลยี อยาง เทคโนโลยอี ยา งปลอดภัยโดย ปญ หา เทคโนโลยี ปลอดภยั ออกแบบ ถา ยทอดความคดิ เปนภาพฉายและ องการ อยา งปลอดภยั โดยถายทอดความคดิ แบบจาํ ลองเพ่ือนาํ ไปสกู ารสราง มูล ออกแบบโดย เปน ภาพฉาย เพ่อื ชน้ิ งาน หรอื ถายทอดความคิดของ ถา ยทอดความคดิ นาํ ไปสกู ารสรา ง วธิ กี ารเปน แบบจําลองความคดิ และ ย เปน ภาพราง๓ มิติ ตนแบบ และ การรายงานผลโดยใชซอฟแวรช ว ย มคดิ หรือภาพฉาย เพอื่ แบบจาํ ลองของ ในการออกแบบหรอื นาํ เสนอผลงาน ๓มิติ นําไปสู การสราง ส่ิงของเครอื่ งใช ๔. มคี วามคิดสรางสรรคใน ความคดิ ตน แบบของ หรอื ถา ยทอด การแกป ญหาหรอื สนองความตอ งการ และ สง่ิ ของเครอ่ื งใช ความคดิ ของ ในงานทผี่ ลิตเอง หรือ หรอื ถายทอด วธิ กี ารเปน แกสยเชต๕ท่งัาลอวีะ.ครยวติะชอพืนโิเมปาีวคนฒัดดีกิตรรโวนาะาลยระสาจยวจผหําังีทิธดัลวคแีกันติกี่เมลหภาาอะรมรัณยแเขเลาาทลฑะออืงะคสทสงกสโเมีผ่รใทน่ิงอูชากคแงโืน่บั โวสลผนดยรลลโีทริตลอค่ี ยม ี มรูและ ความคิดของ แบบจาํ ลอง นงาน วธิ ีการเปน ความคิดและ ตใ น แบบจาํ ลอง การรายงานผล งของ ความคดิ และ การรายงานผล เพอื่ นาํ เสนอวธิ ีการ ตัวชี้วัดชว งชั้น
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ - ๔. มีความคดิ ๓. นาํ ความรแู ละ สรา งสรรค ทักษะการสราง อยา งนอ ย ชิน้ งานไป ๑ ลกั ษณะ ประยกุ ตใ น ในการแกป ญ หา การสราง หรือสนอง สิง่ ของเคร่ืองใช ความตองการ ๔. มคี วามคดิ สรางสรรค อยางนอย ๒ ลักษณะ ในการแกป ญหา หรือสนอง ความตอ งการ ๕. เลอื กใช เทคโนโลยใี น ชวี ิตประจาํ วัน อยางสรา งสรรคต อ ชีวติ สงั คม และมี สาระที่ ๓ การจดั การ สิง่ ของ เครื่องใช ดว ย การแปรรปู แลว นาํ กลับมาใชใ หม เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔-๖ - ๓. มคี วามคิด สรา งสรรคใ น การแกป ญหา หรอื สนองความ ตอ งการในงาน ท่ผี ลติ เอง ๔. เลอื กใช เทคโนโลยีอยาง สรา งสรรคต อ ชวี ิต สงั คม สง่ิ แวดลอม และ มีการจดั การ เทคโนโลยีดวย การลดการใช ทรพั ยากร หรอื เลือกใช เทคโนโลยี ทไ่ี มม ี ผลกระทบ ตอ สิง่ แวดลอ ม
มาตรฐาน ง ๓.๑ เขาใจ เหน็ คณุ คา และใชก ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค และอาชพี อยางมีประสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล และมีคุณธรรม ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๑. บอกขอมูล ๑. บอก ๑. คนหาขอ มูล ๑. บอกชือ่ และ ๑. คนหา รวบรวม ๑. บอก ท่ีสนใจและ ประโยชน อยางมีขั้นตอน หนาทขี่ องอปุ กรณ ขอมลู ทส่ี นใจและ เบ้อื งต แหลง ขอ มูล ของขอ มลู และ และนาํ เสนอ ทสเ๒ทาําครง. โบาสนนอนเโกบเทลหอ้ื ยศลงี กัตกน าร เปนประโยชน การแก ที่อยูใกลตวั รวบรวมขอมูล ขอมลู ใน ของคอมพวิ เตอร จากแหลงขอ มูล ๒. ใชค ๒. บอกประโยชน ที่สนใจจาก ลักษณะตางๆ แ๓คใชลอ.งะมบาโพนอทิวกษเตปจอรารกะโกยาชรน ตางๆ ท่ีเชือ่ ถอื ได ในการ ของอุปกรณ แหลง ขอ มูลตา งๆ ๒. บอกวธิ ีดูแล ๔. ใชร ะบบ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค ๓. เกบ็ เทคโนโลยี ทเ่ี ช่ือถือได และรักษา ปฏบิ ตั ิการ ๒. สรางงาน ท่ีเปนป สารสนเทศ ๒. บอก อุปกรณเ ทคโนโลยี คอมพิวเตอร เอกสารเพอ่ื ใช ในรปู แ ประโยชนและ สารสนเทศ เพ่อื การทาํ งาน ประโยชน ๔. นําเ การรกั ษา ๕ดชรโจปบัินวน้ิ .ยผรสตงคแาิดนรนวกชาาางรจกอมภมาาบการกพโรดหาฟยรใกอื ช ในชวี ติ ประจําวัน ในรปู แ แหลง ขอ มูล ดวยความรับผิดชอบ เหมาะ ๓. บอกชื่อและ ปเลรือะกยใุกช หนาท่ขี อง ๕. ใชค อปุ กรณพ้ืนฐาน ชว ยสร ท่เี ปนสวนประกอบ จากจิน หลกั ของ หรืองา คอมพวิ เตอร ชีวติ ป อยา งม และคว
คน ขอมูล การเรยี นรู การส่อื สาร การแกป ญ หา การทํางาน ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ตวั ชวี้ ดั ชวงชน้ั ม. ๔-๖ กหลักการ ๑. อธบิ ายหลักการ ๑. อธิบายหลกั การ ๑. อธิบาย ตนของ ทํางาน บทบาท เบ้ืองตนของ หลักการทํา ๑. อธิบายองคประกอบ กปญหา และประโยชนของ การส่ือสารขอ มลู โครงงานทมี่ ี ของระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร คอมพิวเตอร และเครือขาย การใช ๒. อธิบายองคประกอบ รคนหาขอ มูล และหลักการทาํ งานของ บรกั ษาขอมูล ๒. อภปิ ราย คอมพวิ เตอร เทคโนโลยี คอมพวิ เตอร ประโยชน ลักษณะสาํ คัญ ๒. อธบิ ายหลกั การ สารสนเทศ ๓. อธบิ ายระบบส่อื สาร แบบตา งๆ และผลกระทบ และวธิ กี ารแกปญหา ๒. เขยี น ขอมูล สาํ หรบั เครอื ขา ย เสนอขอมูล ของเทคโนโลยี ดวยกระบวนการ โปรแกรมภาษา คอมพวิ เตอร แบบท่ี สารสนเทศ เทคโนโลยี ข้ันพืน้ ฐาน ๔. บอกคุณลักษณะของ ะสมโดย ๓. ประมวลผล สารสนเทศ ๓. ใช คอมพวิ เตอรแ ละอปุ กรณ ใกชตซ อฟตแวร ขอมูลใหเปน ๓. คนหาขอมลู เทคโนโลยี ตอพว ง คอมพิวเตอร สารสนเทศ และตดิ ตอ ส่ือสาร สารสนเทศ ๕. แกป ญหาดว ย รา งช้นิ งาน ผา นเครอื ขา ย นาํ เสนองาน กระบวนการเทคโนโลยี นตนาการ สารสนเทศอยา งมี านทที่ ําใน คอมพิวเตอร ในรูปแบบ ประสิทธภิ าพ อยางมคี ณุ ธรรม ทเ่ี หมาะสมกับ ๖. เขยี นโปรแกรมภาษา ประจาํ วนั และจริยธรรม ลกั ษณะงาน มีจิตสํานกึ วามรับผิดชอบ
ตวั ชี้วดั ชั้นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ - -
ตวั ชีว้ ดั ชว งชน้ั ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔-๖ - ๔. ใชซอฟตแวร ๔. ใชคอมพวิ เตอร ๗. พัฒนาโครงงานคอมพวิ เตอร ในการทํางาน ชว ยสรางชน้ิ งาน ๘. ใชฮารดแวรและซอฟตแวรใ ห จากจนิ ตนาการ เหมาะสมกบั งาน หรอื งานทีท่ ําใน ๙. ติดตอ สื่อสาร คนหาขอมูลผาน ชวี ติ ประจาํ วัน อินเทอรเ นต็ ตามหลกั การทํา ๑๐. ใชค อมพวิ เตอรใ น โครงงานอยางมี การประมวลผลขอ มูลใหเ ปน จติ สาํ นึกและ สารสนเทศ เพื่อประกอบ ความรบั ผิดชอบ การตัดสนิ ใจ ๑๑. ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ นําเสนองาน ในรูปแบบที่ เหมาะสม ตรงตามวตั ถุประสงค ของงาน ๑๒. ใชคอมพิวเตอรชวยสรา ง ช้ินงานหรอื โครงงานอยา งมี จิตสํานึกและความรับผิดชอบ ๑๓. บอกขอ ควรปฏบิ ตั สิ าํ หรบั ผใู ชเทคโนโลยสี ารสนเทศ
สาระท่ี ๔ การอาชีพ มาตรฐาน ง ๔.๑ เขา ใจ มที กั ษะที่จําเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใ ตวั ช้วี ัดช้นั ป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ - - - ๑. อธบิ าย ๑. สาํ รวจขอมูล ๑.สํารวจตน ความหมายและ ทเี่ กย่ี วกับอาชีพ เพื่อวางแผน ความสําคญั ของ ตางๆ ในชุมชน การเลอื กอา อาชพี ๒. ระบุความ ๒.ระบคุ วา แตกตา งของ ความสามาร อาชพี และคณุ ธรร ทส่ี ัมพนั ธก อาชพี ท่สี น
ใชเทคโนโลยเี พ่ือพฒั นาอาชพี มคี ุณธรรม และมีเจตคตทิ ่ดี ตี อ อาชีพ ตวั ชีว้ ดั ชว งชัน้ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔-๖ นเอง ๑. อธบิ ายแนวทาง ๑. อธิบาย ๑. อภิปราย ๑. อภปิ รายแนวทางสอู าชีพท่สี นใจ นใน การเลอื กอาชีพ การเสรมิ สรา ง การหางานดวย ๒. เลอื ก และใชเทคโนโลยอี ยา ง าชพี ๒. มีเจตคตทิ ด่ี ตี อ ประสบการณ วิธที ่หี ลากหลาย เหมาะสมกับอาชีพ ามรู การประกอบอาชพี อาชพี ๒. วเิ คราะห ๓. มปี ระสบการณใ นอาชพี ที่ถนดั รถ ๓. เหน็ ความสาํ คัญ ๒. ระบุ แนวทางเขา สู และสนใจ รม ของการสราง การเตรียมตัว อาชีพ ๔. มีคณุ ลกั ษณะทดี่ ีตออาชพี กบั อาชีพ เขาสอู าชีพ ๓. ประเมิน นใจ ๓.มที กั ษะ ทางเลือกใน พื้นฐาน การประกอบ ที่จําเปนสาํ หรบั อาชีพที่ การประกอบ สอดคลอ งกบั อาชพี ที่สนใจ ความรูความถนดั และความสนใจ ของตนเอง
๑๙๐ กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ ทําไมตองเรียนภาษาตา งประเทศ ในสังคมโลกปจจุบัน การเรียนรูภาษาตางประเทศมีความสําคัญและจําเปนอยางย่ิง ในชีวิตประจําวัน เนื่องจากเปนเคร่ืองมือสําคัญในการติดตอสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู การประกอบอาชพี การสรา งความเขา ใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศนข องชมุ ชนโลก และตระหนกั ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นํามาซ่ึงมิตรไมตรีและความรวมมือกับ ประเทศตางๆ ชว ยพัฒนาผูเรียนใหม ีความเขาใจตนเองและผอู ่ืนดีข้ึน เรยี นรูและเขาใจความแตกตา งของ ภาษาและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคดิ สังคม เศรษฐกิจ การเมอื ง การปกครอง มีเจตคติ ท่ีดีตอ การใชภ าษาตางประเทศ และใชภาษาตา งประเทศเพ่อื การสือ่ สารได รวมทั้งเขา ถึงองคความรูตางๆ ไดงายและกวา งขน้ึ และมวี ิสยั ทัศนใ นการดําเนนิ ชวี ิต ภาษาตางประเทศที่เปนสาระการเรียนรพู ื้นฐาน ซึ่งกําหนดใหเรียนตลอดหลักสูตรการศึกษา ขนั้ พ้ืนฐาน คือ ภาษาอังกฤษ สวนภาษาตางประเทศอ่ืน เชน ภาษาฝรัง่ เศส เยอรมนั จีน ญีป่ ุน อาหรับ บาลี และภาษากลุมประเทศเพื่อนบาน หรือภาษาอ่ืนๆ ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทํา รายวิชาและจดั การเรยี นรตู ามความเหมาะสม เรียนรูอะไรในภาษาตา งประเทศ กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ มุงหวังใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอภาษาตางประเทศ สามารถใชภ าษาตางประเทศ สื่อสารในสถานการณตาง ๆ แสวงหาความรู ประกอบอาชีพ และศึกษาตอ ในระดบั ท่ีสูงขึน้ รวมทงั้ มีความรคู วามเขาใจในเร่อื งราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกไดอยางสรางสรรค ประกอบดวย สาระสาํ คัญ ดงั นี้ ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร การใชภ าษาตา งประเทศในการฟง -พูด-อา น-เขยี น แลกเปลี่ยน ขอ มูล ขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น ตีความ นําเสนอขอ มลู ความคิดรวบยอดและความ คดิ เหน็ ในเร่ืองตางๆ และสรางความสัมพันธระหวางบคุ คลอยางเหมาะสม ภาษาและวัฒนธรรม การใชภาษาตา งประเทศตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา ความสมั พันธ ความเหมอื นและความแตกตางระหวางภาษากับวฒั นธรรมของเจาของภาษา ภาษาและ วัฒนธรรมของเจาของภาษากับวัฒนธรรมไทย และนาํ ไปใชอ ยางเหมาะสม
ภาษากบั ความสัมพนั ธกับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืน การใชภาษาตา งประเทศในการ เชื่อมโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น เปนพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู และ เปด โลกทศั นข องตน ภาษากบั ความสัมพันธกบั ชุมชนและโลก การใชภ าษาตา งประเทศในสถานการณ ตางๆ ท้ังในหองเรียนและนอกหองเรียน ชุมชน และสังคมโลก เปนเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ ประกอบอาชีพ และแลกเปลีย่ นเรยี นรกู ับสังคมโลก
คณุ ภาพผูเรยี น จบช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ปฏิบตั ติ ามคําสั่ง คําขอรอ งทฟ่ี ง อา นออกเสยี งตวั อักษร คาํ กลุมคํา ประโยคงา ยๆ และบทพูด เขาจังหวะงายๆ ถูกตองตามหลักการอาน บอกความหมายของคําและกลุมคําท่ีฟงตรงตามความหมาย ตอบคําถามจากการฟงหรอื อานประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงา ยๆ พูดโตตอบดวยคําส้ันๆ งายๆ ในการสื่อสารระหวางบุคคลตามแบบท่ีฟง ใชคําสั่งและ คําขอรองงายๆ บอกความตองการงายๆ ของตนเอง พูดขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรสู กึ ของตนเองเก่ียวกับสงิ่ ตา งๆ ใกลตวั หรือกิจกรรมตา งๆ ตามแบบทีฟ่ ง พูดใหขอ มูลเกยี่ วกับตนเองและเรื่องใกลตวั จดั หมวดหมคู ําตามประเภทของบุคคล สตั ว และส่งิ ของ ตามที่ฟง หรอื อา น พูดและทาํ ทาประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจาของภาษา บอกชือ่ และคําศพั ท งา ยๆ เกยี่ วกบั เทศกาล/วนั สําคัญ/งานฉลอง และชวี ิตความเปนอยขู องเจาของภาษา เขารวมกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกบั วยั บอกความแตกตางของเสียงตวั อกั ษร คาํ กลมุ คาํ และประโยคงายๆ ของภาษาตางประเทศและ ภาษาไทย บอกคําศพั ททเี่ ก่ยี วขอ งกบั กลุม สาระการเรยี นรูอ่ืน ฟง /พูดในสถานการณงา ยๆ ทเ่ี กิดขึ้นในหอ งเรียน ใชภาษาตา งประเทศ เพ่อื รวบรวมคาํ ศัพทท ีเ่ กี่ยวของใกลตัว มีทักษะการใชภาษาตางประเทศ (เนนการฟง-พูด) ส่ือสารตามหัวเรื่องเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดลอ มใกลต ัว อาหาร เคร่ืองดม่ื และเวลาวางและนันทนาการ ภายในวงคําศัพท ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คํา (คําศัพทท ีเ่ ปนรปู ธรรม) ใชประโยคคาํ เดยี ว (One Word Sentence) ประโยคเดยี่ ว (Simple Sentence) ในการสนทนา โตต อบตามสถานการณใ นชีวติ ประจาํ วัน จบช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ปฏิบัตติ ามคําสั่ง คําขอรอง และคําแนะนําท่ีฟงและอาน อานออกเสียงประโยค ขอความ นิทาน และบทกลอนสั้นๆ ถกู ตอ งตามหลักการอาน เลือก/ระบุประโยคและขอความตรงตามความหมาย ของสัญลักษณหรือเคร่ืองหมายที่อาน บอกใจความสําคัญ และตอบคําถามจากการฟงและอาน บทสนทนา นิทานงา ยๆ และเร่ืองเลา พดู /เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคําส่ัง คาํ ขอรอง และใหค ําแนะนํา พูด/ เขียนแสดงความตองการ ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชวยเหลือในสถานการณ
งา ยๆ พูดและเขยี นเพื่อขอและใหขอมลู เก่ียวกบั ตนเอง เพอ่ื น ครอบครัว และเร่อื งใกลตัว พูด/เขียนแสดง ความรสู กึ เกี่ยวกับเรอ่ื งตางๆ ใกลตัว กิจกรรมตา งๆ พรอ มท้งั ใหเหตุผลสนั้ ๆ ประกอบ พูด/เขียนใหข อมูลเกย่ี วกับตนเอง เพื่อน และสิง่ แวดลอมใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงขอ มลู ตางๆ ท่ฟี ง และอา น พูด/เขียนแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับเรือ่ งตางๆ ใกลตัว ใชถอยคาํ นา้ํ เสยี ง และกริ ิยาทาทางอยางสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจาของภาษา ใหขอมูลเก่ียวกับเทศกาล/วนั สําคัญ/งานฉลอง/ชวี ิตความเปนอยขู องเจาของภาษา เขา รวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความเหมอื น/ความแตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตางๆ การใชเ ครื่องหมาย วรรคตอน และการลําดับคํา ตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทียบ ความเหมอื น/ความแตกตางระหวา งเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจาของภาษากบั ของไทย คน ควา รวบรวมคาํ ศัพทท เี่ กีย่ วขอ งกบั กลมุ สาระการเรยี นรอู ื่นจากแหลงการเรยี นรู และนําเสนอ ดวยการพดู /การเขียน ใชภ าษาสอ่ื สารในสถานการณตา งๆ ท่เี กิดข้นึ ในหองเรยี นและสถานศกึ ษา ใชภ าษาตางประเทศในการสบื คน และรวบรวมขอ มลู ตางๆ มที ักษะการใชภ าษาตา งประเทศ (เนนการฟง-พูด-อาน-เขียน) ส่ือสารตามหวั เร่ืองเก่ยี วกับ ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น ส่งิ แวดลอม อาหาร เครอื่ งดื่ม เวลาวา งและนนั ทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟาอากาศ ภายในวงคําศัพทประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คํา (คาํ ศัพทท ี่เปน รูปธรรมและ นามธรรม) ใชประโยคเดยี่ วและประโยคผสม (Compound Sentences) ส่ือความหมายตามบริบทตา ง ๆ จบช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ปฏบิ ัตติ ามคําขอรอง คําแนะนํา คําชแ้ี จง และคาํ อธิบายท่ีฟงและอาน อานออกเสียงขอ ความ ขา ว โฆษณา นิทาน และบทรอยกรองสั้นๆ ถูกตอ งตามหลักการอาน ระบุ/เขียนสอ่ื ทไี่ มใชความเรยี ง รปู แบบตางๆ สัมพนั ธกับประโยคและขอความท่ีฟงหรืออาน เลือก/ระบุหัวขอเรือ่ ง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่อื งท่ฟี งและอา นจากสอ่ื ประเภทตา งๆ พรอมทงั้ ใหเ หตผุ ลและยกตวั อยา งประกอบ สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองตางๆ ใกลตัว สถานการณ ขาว เรื่องท่อี ยใู นความสนใจของสังคมและส่ือสารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม ใชคาํ ขอรอง คําช้ีแจง และ คาํ อธบิ าย ใหคาํ แนะนาํ อยา งเหมาะสม พดู และเขยี นแสดงความตอ งการ เสนอและใหค วามชว ยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือ พูดและเขียนเพ่ือขอและใหขอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเร่ืองที่ฟงหรืออานอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย
ความรสู ึกและความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเรือ่ งตางๆ กิจกรรม ประสบการณ และขาว/เหตกุ ารณ พรอมทงั้ ใหเหตผุ ลประกอบอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/เร่ือง/ประเด็นตางๆ ที่อยูในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสําคัญ/แกนสาระ หัวขอเรือ่ งท่ีไดจากการ วเิ คราะหเรื่อง/ขาว/เหตกุ ารณ/สถานการณท ่ีอยูในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ และเหตุการณ พรอมใหเหตุผลประกอบ เลือกใชภาษา น้ําเสียง และกิริยาทาทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบายเกย่ี วกับชวี ิตความเปนอยู ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของเจาของภาษา เขา รว ม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบ และอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา งระหวางการออกเสียงประโยคชนิด ตา งๆ และการลําดบั คําตามโครงสรางประโยคของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวา งชีวิตความเปนอยูและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับ ของไทย และนาํ ไปใชอยางเหมาะสม คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอ เท็จจริงที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอ ื่นจาก แหลง การเรียนรู และนาํ เสนอดว ยการพดู และการเขียน ใชภาษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองท่ีเกิดข้ึนในหองเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม และสรปุ ความรู/ขอมูลตางๆ จากสื่อ และแหลงการเรยี นรูตางๆ ในการศกึ ษาตอ และประกอบอาชีพ เผยแพร/ประชาสมั พันธขอ มลู ขาวสาร ของโรงเรียน ชุมชน และทอ งถิ่น เปนภาษาตางประเทศ มีทักษะการใชภาษาตา งประเทศ (เนนการฟง -พูด-อาน-เขียน) สอื่ สารตามหัวเรอื่ งเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดลอม อาหาร เคร่ืองด่ืม เวลาวางและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทองเที่ยว การบรกิ าร สถานท่ี ภาษา และวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ภายในวงคําศพั ทประมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คํา (คาํ ศพั ทท ่ีเปน นามธรรมมากขึ้น) ใชป ระโยคผสมและประโยคซบั ซอ น (Complex Sentences) สือ่ ความหมายตามบริบทตางๆ ในการสนทนาทั้งท่ีเปนทางการและไมเ ปน ทางการ จบช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ ปฏบิ ตั ติ ามคําแนะนาํ ในคมู ือการใชงานตา งๆ คาํ ชแี้ จง คาํ อธิบาย และคาํ บรรยายทีฟ่ ง และอาน อา นออกเสียงขอ ความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอ ยกรอง และบทละครสนั้ ถกู ตองตามหลักการอา น
อธิบายและเขยี นประโยคและขอความสัมพันธก ับส่อื ท่ีไมใชความเรียงรูปแบบตางๆ ทีอ่ าน รวมท้ังระบุ และเขียนสื่อที่ไมใชความเรียงรูปแบบตางๆ สัมพันธกับประโยคและขอความที่ฟงหรืออาน จบั ใจความสําคัญ วเิ คราะหความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟงและอา นเร่ือง ท่เี ปน สารคดแี ละบันเทงิ คดี พรอ มท้งั ใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองตางๆ ใกลตัว ประสบการณ สถานการณ ขา ว/เหตุการณ ประเด็นท่อี ยใู นความสนใจและสอ่ื สารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม เลือก และใชค ําขอรอ ง คาํ ช้แี จง คําอธิบาย และใหคําแนะนาํ พูดและเขียนแสดงความตอ งการ เสนอและให ความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชว ยเหลือในสถานการณจาํ ลองหรือสถานการณจริง อยางเหมาะสม พูดและเขียนเพอ่ื ขอและใหขอมลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บ และแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับเรอื่ ง/ประเดน็ /ขาว/เหตุการณท ่ีฟง และอานอยางเหมาะสม พดู และเขียนบรรยายความรสู ึกและ แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเรือ่ งตางๆ กิจกรรม ประสบการณ และขาว/เหตุการณอยางมี เหตุผล พูดและเขียนนาํ เสนอขอ มูลเกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เร่อื งและประเด็น ตางๆ ตามความสนใจ พดู และเขียนสรปุ ใจความสาํ คญั แกนสาระทไ่ี ดจ ากการวิเคราะหเ ร่ือง กิจกรรม ขาว เหตุการณ และสถานการณตามความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับกิจกรรม ประสบการณ และเหตกุ ารณ ทัง้ ในทองถน่ิ สงั คม และโลก พรอมทัง้ ใหเหตผุ ลและยกตวั อยา งประกอบ เลือกใชภ าษา น้ําเสยี ง และกิรยิ าทาทางเหมาะกับระดับของบคุ คล เวลา โอกาสและสถานที่ ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา ของภาษา อธิบาย/อภปิ รายวถิ ีชีวติ ความคิด ความเช่ือ และที่มา ของขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจาของภาษา เขารวม แนะนํา และจัดกิจกรรมทางภาษาและ วฒั นธรรมอยางเหมาะสม อธบิ าย/เปรียบเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยคขอ ความสาํ นวน คําพังเพยสุภาษิต และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย วิเคราะห/อภิปรายความเหมือนและความแตกตา งระหวา ง วิถีชีวติ ความเชือ่ และวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย และนาํ ไปใชอ ยา งมเี หตุผล คนควา/สบื คน บนั ทกึ สรุป และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอมลู ท่เี กี่ยวของกับกลุมสาระ การเรยี นรูอ ืน่ จากแหลง เรียนรูต า งๆ และนาํ เสนอดวยการพดู และการเขยี น ใชภาษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองที่เกิดขึ้นในหองเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม ใชภาษาตา งประเทศในการสบื คน/คน ควา รวบรวม วเิ คราะห และสรุปความรู/ขอ มลู ตา งๆ จากสอื่ และแหลงการเรยี นรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชพี เผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอมลู ขา วสาร ของโรงเรียน ชมุ ชน และทอ งถนิ่ /ประเทศชาติ เปน ภาษาตา งประเทศ มที ักษะการใชภาษาตา งประเทศ (เนนการฟง -พูด-อาน-เขียน) ส่ือสารตามหัวเรือ่ งเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครวั โรงเรียน ส่ิงแวดลอ ม อาหาร เครือ่ งด่มื ความสัมพันธระหวางบุคคล เวลาวางและ นนั ทนาการ สขุ ภาพและสวสั ดกิ าร การซ้ือ-ขาย ลมฟาอากาศ การศกึ ษาและอาชีพ การเดินทางทอ งเที่ยว
การบริการ สถานท่ี ภาษา และวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ภายในวงคําศัพทป ระมาณ ๓,๖๐๐-๓,๗๕๐ คํา (คําศัพททม่ี รี ะดับการใชแตกตางกนั ) ใชป ระโยคผสมและประโยคซบั ซอนส่ือความหมายตามบริบทตา งๆ ในการสนทนา ทัง้ ท่ี เปน ทางการและไมเปน ทางการ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพือ่ การสอื่ สาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เขาใจและตีความเรื่องทฟี่ ง และอานจากสื่อประเภทตา งๆ และแสดงคว ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ตวั ชวี้ ดั ชนั้ ป ๑. ๑. ปฏบิ ัติตาม ๑. ปฏิบัตติ าม ๑. ปฏิบตั ิตาม ๑. ปฏิบัตติ าม คํา คําส่ังงายๆ ที่ฟง คาํ สั่ง และ คาํ สง่ั และ คาํ ส่ัง คาํ ขอรอ ง ป.๕ แล ๒. ระบุ คาํ ขอรอ งงายๆ คาํ ขอรองทฟ่ี ง และคาํ แนะนํา ๑. ปฏบิ ัตติ าม ทฟ่ี ตวั อกั ษรและ ท่ฟี ง หรอื อาน (instructions) คาํ ส่ัง คําขอรอ ง ๒. เสยี ง อา นออก ๒.ระบุตวั อักษร ๒.อา นออกเสียง งา ยๆ ที่ฟงหรอื และคําแนะนํา เสีย เสยี งและสะกด และเสียง คาํ สะกดคาํ อา น งา ยๆ ทฟ่ี ง และ นทิ คํางา ยๆ ถูกตอง อานออกเสียงคํา อานกลมุ คาํ ๒. อานออก อาน บท ตาม หลักการ สะกดคาํ และ ประโยค และ เสยี งคํา สะกด ๒. อานออก ถกู อา น อา นประโยค บทพดู เขา จงั หวะ คาํ อา นกลุม คํา เสยี งประโยค หล ๓. เลอื กภาพ งายๆ ถกู ตองตาม (chant) งายๆ ประโยค ขอความ และ ๓. ตรงตาม หลักการอา น ถูกตองตาม ขอ ความงายๆ บทกลอน ปร ความหมายของ ๓. เลอื กภาพ หลักการอา น และบทพูด ส้ันๆ ถกู ตองตาม ขอ คาํ และกลุมคาํ ตรงตาม ๓. เลอื ก/ระบุ เขาจังหวะ หลักการอาน ตร ทฟ่ี ง ความหมายของ ภาพ หรือ ถูกตองตาม ๓.ระบ/ุ วาดภาพ สญั ๔. ตอบคาํ ถาม คํา กลุมคํา และ สัญลักษณ หลักการอา น สัญลักษณหรอื เคร จากการฟง เรอ่ื ง ประโยคที่ฟง ตรงตาม ๓. เลือก/ระบุ เครื่องหมาย ทอ่ี ใกลต ัว ๔. ตอบคาํ ถาม ความหมายของ ภาพ หรือ ตรงตาม ๔. จากการฟง กลุมคาํ และ สญั ลักษณ หรือ ความหมายของ ใจ ประโยค ประโยคทฟี่ ง เคร่อื งหมาย ประโยคและ บทสนทนา ตรงตาม ขอ ความสั้นๆ ทีฟ่ งหรืออา น
วามคดิ เห็นอยางมีเหตผุ ล ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ชี้วดั ชว งช้ัน ปฏิบัตติ าม ๑. ปฏบิ ัติตาม าสัง่ คาํ ขอรอ ง คําส่งั คําขอรอง ๑. ปฏบิ ตั ิตาม ๑. ปฏิบตั ติ าม ม.๔-๖ ละคาํ แนะนํา คําแนะนํา และ คาํ ขอรอ ง คําขอรอง ๑. ปฏิบตั ติ ามคาํ แนะนํา ฟงและอา น คาํ ชแี้ จงงา ยๆ คาํ แนะนาํ คาํ แนะนาํ ในคมู อื การใชงานตา งๆ . อานออก ท่ีฟงและอา น คําชี้แจง และ คําช้แี จง และ คาํ ชี้แจง คําอธบิ าย และ ยงขอ ความ ๒. อา นออก คําอธบิ ายงายๆ คําอธิบายที่ฟง คาํ บรรยายที่ฟงและอา น ทานและ เสยี งขอ ความ ทฟ่ี งและอาน และอาน ๒. อานออกเสียง ขอ ความ ทกลอนสั้นๆ นทิ าน และ ๒. อานออก ๒. อานออก ขา ว ประกาศ โฆษณา กตองตาม บทรอ ยกรอง เสยี งขอความ เสยี ง ขอความ บทรอ ยกรอง และ ลกั การอา น (poem) สนั้ ๆ ขา ว ประกาศ ขาว โฆษณา บทละครสนั้ (skit) ถกู ตอง . เลอื ก/ระบุ ถกู ตอ งตาม และบทรอ ย- และบทรอ ย- ตามหลกั การอาน ระโยคหรือ หลักการอา น กรองส้นั ๆ กรองสัน้ ๆ ๓. อธิบายและเขยี น อความส้ันๆ ๓. เลือก/ระบุ ถูกตอ งตาม ถูกตองตาม ประโยคและขอ ความให รงตามภาพ ประโยคและ หลกั การอา น หลักการอาน สมั พันธก บั ส่ือท่ีไมใ ช ญลักษณหรือ ขอความ ให ๓. ระบ/ุ เขียน ๓. ระบุและ ความเรยี งรูปแบบตางๆ ท่ี ร่ืองหมาย สัมพนั ธก ับ ประโยค และ เขียนสื่อท่ี อาน รวมทัง้ ระบแุ ละเขียน อาน สอื่ ท่ไี มใ ช ขอ ความ ให ไมใ ชความเรยี ง สอ่ื ท่ไี มใ ชค วามเรยี ง . บอก ความเรยี ง (non- สมั พนั ธกบั ส่ือท่ี รปู แบบตางๆให รูปแบบตางๆ ใหส มั พันธ จความสําคัญ ไมใชค วามเรียง สัมพนั ธก ับ กบั ประโยค และขอ ความ text information) รปู แบบตางๆ ประโยค และ ทฟ่ี ง หรอื อา น ท่ีอาน ขอ ความทฟี่ ง ๔. จบั ใจความสําคญั ท่ีอา น หรอื อา น วเิ คราะหความ สรุปความ
ตัวช้ีวัดชั้นป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ หรอื นทิ านงายๆ ๔. ตอบคําถาม ความหมายของ ๔. บอกใจความ แล ทม่ี ีภาพประกอบ จากการฟงหรอื ประโยคและ สําคัญ และ จาก อา นประโยค ขอความสน้ั ๆ ตอบคําถาม จาก อา บทสนทนา ทฟี่ ง หรอื อาน การฟง และอาน นทิ หรอื นทิ านงา ยๆ ๔. ตอบคําถาม บทสนทนา และ แล จากการฟง และ นิทานงายๆ อานประโยค หรอื เรอ่ื งส้ันๆ บทสนทนา และนทิ านงายๆ
ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ชี้วัดชว งชัน้ ละตอบคาํ ถาม ๔. ระบุหวั ขอ ๔. เลือกหวั ขอ ๔. เลอื ก/ระบุ กการฟง และ เร่อื ง (topic) เรอ่ื ง ใจความ หวั ขอเร่ือง ม.๔-๖ าน บทสนทนา ใจความสําคัญ สาํ คญั บอก ใจความสําคญั ตีความ และแสดงความ ทานงายๆ (main idea) และ รายละเอียด รายละเอยี ด คดิ เห็นจากการฟงและ ละเรื่องเลา ตอบคาํ ถาม สนบั สนุน สนบั สนุน และ อานเรอื่ งทเี่ ปนสารคดี จากการฟง และ (supporting detail) แสดงความ และบันเทงิ คดี พรอ มทั้ง อานบทสนทนา และแสดง คิดเหน็ เก่ียวกับ ใหเหตุผลและยกตัวอยาง นิทาน และ ความคดิ เห็น เรือ่ งทฟี่ ง และ ประกอบ เร่ืองสน้ั เกีย่ วกบั เรื่องท่ี อานจากสอื่ ฟง และอาน ประเภทตา งๆ พรอ มท้ัง พรอ มทง้ั ใหเหตุผลและ ใหเ หตุผลและ ยกตวั อยางงายๆ ยกตัวอยา ง ประกอบ ประกอบ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการส่อื สาร มาตรฐาน ต ๑.๒ มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงค ตวั ชว้ี ัดชนั้ ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. พดู โตต อบ ๑. พูดโตต อบ ๑. พูดโตต อบ ๑. พดู /เขยี น ๑. พดู /เขยี น ๑. ดว ยคาํ สน้ั ๆ ดว ยคาํ สัน้ ๆ ดว ยคาํ สัน้ ๆ โตต อบในการ โตตอบในการ โต งา ยๆ ในการ งา ยๆ ในการ งา ยๆ ในการ สอ่ื สารระหวา ง ส่ือสารระหวา ง สื่อ สื่อสารระหวา ง ส่ือสารระหวา ง สอ่ื สารระหวาง บุคคล บุคคล บคุ บคุ คลตามแบบ บุคคลตามแบบ บุคคลตามแบบ ๒. ใชคาํ สง่ั ๒. ใชค ําส่งั ๒ ที่ฟง ทฟ่ี ง ทฟ่ี ง คําขอรอ ง และ คําขอรอ ง คํา ๒. ใชค ําส่งั ๒.ใชคาํ สง่ั และ ๒. ใชค าํ สั่งและ คาํ ขออนญุ าต คาํ ขออนุญาต ให งายๆ ตามแบบ คาํ ขอรอ งงา ยๆ คําขอรอ งงา ยๆ งายๆ และให ๓ ทีฟ่ ง ตามแบบท่ีฟง ตามแบบท่ฟี ง ๓. พูด/เขียน คําแนะนํางา ยๆ แส ๓. บอกความ ๓. บอกความ ๓. บอกความ แสดงความ ๓. พูด/เขียน ตอ ตองการงายๆ ตองการงา ยๆ ตอ งการงายๆ ตองการของ แสดงความ คว ของตนเอง ของตนเอง ของตนเอง ตนเอง และขอ ตอ งการ ขอ ตอ ตามแบบทฟ่ี ง ตามแบบที่ฟง ตามแบบที่ฟง ความชว ยเหลือ ความชวยเหลือ ปฏ ๔. พูดขอและ ๔. พูดขอและ ๔. พูดขอและ ในสถานการณ ตอบรบั และ คว ใหข อมลู งายๆ ใหขอ มูลงายๆ ใหขอมลู งายๆ งายๆ ปฏเิ สธการให ใน เก่ยี วกบั ตนเอง เก่ียวกับตนเอง เก่ียวกบั ตนเอง ๔. พดู /เขยี นเพ่ือ ความชว ยเหลือ งา ตามแบบทฟ่ี ง ตามแบบที่ฟง และเพื่อน ขอและใหข อ มลู ในสถานการณ ๔ ตามแบบท่ฟี ง เกี่ยวกบั ตนเอง งา ยๆ เพ ๕. บอกความ เพื่อนและ ๔. พูด/เขยี นเพอื่ ขอ รสู กึ ของตนเอง ครอบครัว ขอและใหข อมูล ตน
ความรูส ึกและความคดิ เห็นอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตัวชีว้ ัดชวงช้ัน ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ . พูด/เขยี น ๑. สนทนา ๑. สนทนา ๑. สนทนาและเขยี น ๑. สนทนาและเขียน ตต อบในการ แลกเปลี่ยน แลกเปล่ียน โตตอบขอมลู โตต อบขอมูลเกี่ยวกบั อสารระหวาง ขอ มูลเกีย่ วกบั ขอ มลู เกย่ี วกับ เกย่ี วกบั ตนเอง ตนเองและเรอื่ งตางๆ คคล ตนเอง ตนเอง เรอ่ื งตางๆ เร่อื งตา งๆ ใกลตัว ใกลต วั ประสบการณ ๒. ใชค ําสงั่ กิจกรรม และ ใกลต ัว และ สถานการณ ขาว สถานการณ ขา ว/ าขอรอ ง และ สถานการณ สถานการณตางๆ เรือ่ งทอี่ ยใู นความ เหตุการณ ประเด็น หคาํ แนะนาํ ตา งๆ ใน ในชีวติ ประจาํ วัน สนใจของสงั คม ทีอ่ ยูในความสนใจ ๓. พดู /เขียน ชีวิตประจาํ วัน อยางเหมาะสม และสอ่ื สารอยา ง ของสังคม และ สดงความ ๒.ใชค าํ ขอรอง ๒. ใชคาํ ขอรอง ตอ เนือ่ งและเหมาะสม สื่อสารอยา งตอ เนอ่ื ง องการ ขอ ใหคาํ แนะนํา ใหค าํ แนะนํา ๒. ใชคําขอรอ ง ให และเหมาะสม วามชวยเหลอื และคําชีแ้ จง คาํ ช้ีแจงและ คําแนะนํา คาํ ชแ้ี จง ๒. เลือกและใช อบรบั และ ตามสถานการณ คาํ อธบิ าย และคําอธิบาย คาํ ขอรอ ง ให ฏเิ สธการให ๓.พูดและ ตามสถานการณ อยา งเหมาะสม คาํ แนะนํา คาํ ช้แี จง วามชวยเหลือ เขยี นแสดง ๓. พดู และเขยี น ๓. พูดและเขยี น คําอธิบายอยาง นสถานการณ ความตองการ แสดงความ แสดงความตองการ คลองแคลว ายๆ ขอความ ตองการ เสนอ เสนอและใหความ ๓. พูดและเขียน ๔. พดู และเขียน ชว ยเหลือ และใหความ ชว ยเหลือตอบรับ แสดงความตอ งการ พื่อขอและให ตอบรบั และ ชวยเหลอื ตอบรับ และปฏเิ สธการให เสนอ ตอบรบั และ อมลู เก่ียวกับ ปฏิเสธการให และปฏเิ สธการให ความชวยเหลอื ใน ปฏิเสธการใหความ นเอง เพือ่ น ความชว ยเหลอื สถานการณตา งๆ ชวยเหลอื ใน สถานการณจําลอง
ตัวช้ีวดั ชัน้ ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ เกีย่ วกบั ส่ิงตางๆ ๕. พดู แสดง เก่ียวกับตนเอง คร ใกลตวั หรือ ความรูสึกของ เพ่ือน ครอบครวั เร กจิ กรรมตา งๆ ตนเองเก่ียวกบั และเร่อื งใกลตวั ๕ ตามแบบทฟ่ี ง เร่ืองตางๆ ๕. พูด/เขียน แส แสดงความรูสึก ขอ ใกลตัว และ ของตนเอง เก กจิ กรรมตางๆ เก่ียวกบั เรื่อง ตา ตามแบบท่ฟี ง ตางๆ ใกลต วั กจิ และกจิ กรรม พร ตา งๆ พรอมทงั้ เห ใหเหตผุ ลสน้ั ๆ ปร ประกอบ
ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ชีว้ ัดชว งชนั้ รอบครัว และ ความชว ยเหลอื ในสถานการณ อยา งเหมาะสม รอื่ งใกลต วั ในสถานการณ ตางๆ อยาง ๔. พูดและเขียนเพอ่ื ม.๔-๖ ๕. พดู /เขียน ตางๆ อยาง เหมาะสม ขอและใหข อ มลู หรอื สถานการณจ รงิ สดงความรสู ึก เหมาะสม ๔. พูดและ อธบิ าย เปรียบเทียบ อยา งเหมาะสม องตนเอง ๔. พดู และเขียน เขียนเพอ่ื ขอ และแสดงความ ๔. พดู และเขยี นเพือ่ กี่ยวกับเรอื่ ง เพื่อขอและให และใหข อมลู คดิ เหน็ เกยี่ วกับเรือ่ ง ขอและใหข อมลู างๆ ใกลต ัว ขอมลู และ บรรยาย และ ท่ีฟง หรอื อาน บรรยาย อธบิ าย จกรรมตางๆ แสดงความ แสดงความ อยางเหมาะสม เปรยี บเทียบ และ รอ มทั้งให คดิ เห็นเกย่ี วกับ คิดเห็นเก่ยี วกบั ๕. พูดและเขยี น แสดงความคดิ เหน็ หตผุ ลสน้ั ๆ เรอ่ื งทฟ่ี งหรอื เรอื่ งทฟี่ งหรอื บรรยายความรูสกึ เกีย่ วกบั เรอื่ ง/ ระกอบ อาน อยา ง อา น อยา ง และความคดิ เห็น ประเด็น/ขา ว/ เหมาะสม เหมาะสม ของตนเองเกย่ี วกับ เหตกุ ารณท ฟี่ ง และ ๕. พูดและเขยี น ๕. พดู และ เรอื่ งตางๆ กิจกรรม อา นอยางเหมาะสม แสดงความรูสึก เขียนแสดง ประสบการณ และ ๕. พดู และเขยี น และความคดิ เห็น ความรสู ึก ขา ว/เหตุการณ บรรยายความรูสึก ของตนเอง และความ พรอมทั้งใหเหตผุ ล และแสดงความ เก่ยี วกับเร่อื ง คิดเหน็ ของ ประกอบ คิดเหน็ ของตนเอง ตางๆ ใกลตวั ตนเองเกย่ี วกบั อยางเหมาะสม เกย่ี วกับเร่ืองตา งๆ กิจกรรมตา งๆ เร่ืองตา งๆ กจิ กรรม พรอมท้ังให กิจกรรม และ ประสบการณ และ เหตผุ ลสั้นๆ ประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณอ ยา งมี ประกอบ พรอ มทง้ั เหตผุ ล อยางเหมาะสม ใหเหตผุ ล ประกอบ อยางเหมาะสม
สาระท่ี ๑ ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร มาตรฐาน ต ๑.๓ นําเสนอขอมูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งต ตัวชีว้ ดั ช้ันป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. พูดใหขอมลู ๑. พูดใหขอมูล ๑. พดู ใหขอมูล ๑. พูด/เขียน ๑. พดู /เขียน ๑. เกี่ยวกับตนเอง เก่ียวกบั ตนเอง เก่ียวกับตนเอง ใหขอ มูล ใหขอมูล ให และเรื่องใกลตัว และเรอื่ งใกลต ัว และเรอ่ื งใกลตัว เกีย่ วกับตนเอง เกย่ี วกบั ตนเอง เก ๒. จัดหมวดหมู และเร่อื งใกลตัว และเรอ่ื งใกลตัว เพ คาํ ตามประเภท ๒. พูด/วาดภาพ ๒. เขียนภาพ ส่ิง ของบุคคล สัตว แสดงความ แผนผัง และ ใก และสิ่งของ สมั พนั ธข อง แผนภมู แิ สดง ๒ ตามท่ีฟง หรือ ส่ิงตางๆ ใกลต ัว ขอ มลู ตา งๆ แผ อาน ตามทฟี่ ง หรือ ตามทีฟ่ งหรอื แล อาน อาน แส ๓. พูดแสดง ๓. พูดแสดง ตา ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น หร งา ยๆ เก่ยี วกบั เกย่ี วกบั ๓ เรือ่ งตางๆใกลต วั เรอื่ งตางๆใกลต ัว แส คิด เร่อื
า งๆ โดยการพูดและการเขยี น ตวั ชีว้ ดั ชว งชน้ั ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ . พดู /เขยี น ๑. พูดและเขียน ๑. พูดและ ๑. พูดและเขียน ๑. พูดและเขยี นนาํ เสนอ หข อมูล บรรยายเกย่ี วกบั เขยี นบรรยาย บรรยาย ขอมูลเกีย่ วกับตนเอง/ กี่ยวกับตนเอง ตนเอง กิจวัตร เกย่ี วกบั ตนเอง เกี่ยวกบั ตนเอง ประสบการณ ขาว/ พอ่ื น และ ประจาํ วัน กิจวัตร ประสบการณ เหตกุ ารณ เร่อื ง และ งแวดลอม ประสบการณ ประจาํ วัน ขา ว/เหตุการณ/ ประเดน็ ตา งๆ ตามความ กลต วั และส่ิงแวดลอม ประสบการณ เร่ือง/ประเด็น สนใจของสังคม ๒. เขียนภาพ ใกลตัว และขาว/ ตางๆ ทอ่ี ยใู น ๒. พดู และเขยี นสรปุ ผนผงั แผนภูมิ ๒. พูด/เขยี น เหตุการณ ทีอ่ ยู ความสนใจ ใจความสาํ คญั / แกนสาระ ละตาราง สรปุ ใจความ ในความสนใจ ของสังคม ทีไ่ ดจากการวิเคราะหเรื่อง สดงขอมูล สาํ คญั /แกนสาระ ของสงั คม ๒. พูดและ กิจกรรม ขา ว เหตุการณ างๆ ตามท่ฟี ง (theme) ท่ีไดจาก ๒. พูดและ เขยี นสรปุ และสถานการณตามความ รืออาน การวเิ คราะห เขียนสรุป ใจความสาํ คัญ/ สนใจ ๓. พดู /เขียน เรอ่ื ง/เหตุการณ ใจความสาํ คัญ/ แกน สาระ ๓. พดู และเขียนแสดง สดงความ ท่ีอยใู นความ แกนสาระ หัวขอ เรื่อง ความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ดเห็นเก่ียวกับ สนใจของสังคม หวั ขอเรอื่ ง ทไ่ี ดจ ากการ กิจกรรม ประสบการณ องตางๆใกลต วั ๓. พดู /เขียน (topic) ท่ีไดจ าก วิเคราะหเ รอ่ื ง/ และเหตกุ ารณ ทงั้ ใน แสดงความ การวเิ คราะห ขา ว/เหตุการณ/ ทอ งถนิ่ สงั คม และโลก คิดเหน็ เก่ยี วกับ เรือ่ ง/ขา ว/ สถานการณ พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลและ กจิ กรรมหรือ เหตุการณท อ่ี ยู ทีอ่ ยูในความ ยกตวั อยางประกอบ เรอื่ งตางๆใกลต วั ในความสนใจ สนใจของ ของสงั คม สงั คม
ตวั ชว้ี ัดช้นั ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕
ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตัวช้วี ัดชว งช้นั ม.๔-๖ พรอ มท้งั ให ๓. พูดและ ๓. พูดและ เหตผุ ลสน้ั ๆ เขยี นแสดง เขียนแสดง ประกอบ ความคิดเห็น ความคดิ เห็น เก่ยี วกบั เกย่ี วกับ กิจกรรม กิจกรรม เรื่องตา งๆ ประสบการณ ใกลต วั และ และเหตกุ ารณ ประสบการณ พรอ มท้งั พรอ มท้ัง ใหเ หตุผล ใหเ หตผุ ลสั้นๆ ประกอบ ประกอบ
สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา ใจความสัมพันธระหวางภาษากบั วฒั นธรรมของเจาของภาษา และ ตวั ช้วี ัดช้ันป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. พดู และทําทา ๑. พูดและทาํ ทา ๑. พดู และทําทา ๑. พูดและทาํ ทา ๑. ใชถ อ ยคาํ ๑. ประกอบ ตาม ประกอบ ตาม ประกอบ ตาม ประกอบ อยาง นํ้าเสียงและ นาํ้ วฒั นธรรมของ วัฒนธรรมของ มารยาทสงั คม/ สุภาพ ตาม กริ ิยาทาทาง กิร เจาของภาษา เจา ของภาษา วัฒนธรรมของ มารยาทสงั คม อยา งสภุ าพ ตาม อย ๒. บอกช่อื และ ๒. บอกชอ่ื และ เจาของภาษา และวัฒนธรรม มารยาทสังคม เหม คาํ ศัพทเก่ยี วกับ คาํ ศัพทเก่ยี วกบั ๒. บอกชอ่ื และ ของเจา ของภาษา และวฒั นธรรม มา เทศกาลสาํ คญั เทศกาลสาํ คัญ คาํ ศัพทงา ยๆ ๒. ตอบคําถาม ของเจา ของภาษา แล ของเจาของ ของเจา ของ เกย่ี วกับ เก่ียวกบั ๒. ตอบคําถาม/ ขอ ภาษา ภาษา เทศกาล/ เทศกาล/ บอกความสาํ คัญ ภา ๓. เขา รวม ๓. เขารว ม วันสาํ คัญ/ วันสาํ คัญ/ ของเทศกาล/ ๒. กิจกรรมทาง กิจกรรมทาง งานฉลองและ งานฉลองและ วันสําคญั / เก่ยี ภาษาและ ภาษาและ ชวี ติ ความเปนอยู ชวี ติ ความเปน อยู งานฉลองและ วัน วฒั นธรรมท่ี วัฒนธรรมที่ ของเจา ของ งา ยๆ ของ ชวี ติ ความเปน งาน เหมาะกบั วัย เหมาะกับวัย ภาษา เจา ของภาษา อยงู า ยๆ ของ คว ๓. เขารว ม ๓. เขา รว ม เจา ของภาษา ขอ กิจกรรมทาง กจิ กรรมทาง ๓. เขารว ม ๓. ภาษาและ ภาษาและ กจิ กรรมทาง กจิ วัฒนธรรมที่ วัฒนธรรมท่ี ภาษาและ ภา เหมาะกับวยั เหมาะกบั วยั วฒั นธรรม วฒั ตามความสนใจ ตา
ะนําไปใชไดอ ยางเหมาะสมกบั กาลเทศะ ตัวชีว้ ดั ชวงชนั้ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ ใชถ อยคํา ๑.ใชภ าษา ๑. ใชภ าษา ๑.เลอื กใชภาษา ๑. เลือกใชภาษา น้าํ เสียง าเสยี ง และ นาํ้ เสยี ง และ น้ําเสียง และ นาํ้ เสียง และ และกริ ิยาทาทางเหมาะกับ ริยาทาทาง กริ ิยาทา ทาง กิริยาทาทาง กริ ยิ าทาทาง ระดับของบคุ คล โอกาส ยา งสภุ าพ สุภาพ เหมาะสม เหมาะกับ เหมาะกบั และสถานท่ี ตามมารยาท มาะสม ตาม ตามมารยาท บคุ คลและโอกาส บคุ คลและ สงั คมและวัฒนธรรมของ ารยาทสังคม สงั คม และ ตามมารยาท โอกาส ตาม เจาของภาษา ละวัฒนธรรม วฒั นธรรมของ สงั คม และ มารยาทสงั คม ๒. อธบิ าย/อภิปรายวถิ ี องเจา ของ เจาของภาษา วัฒนธรรมของ และวฒั นธรรม ชีวติ ความคิด ความเชือ่ าษา ๒. บรรยาย เจาของภาษา ของเจา ของภาษา และท่ีมาของ . ใหข อ มูล เกยี่ วกบั เทศกาล ๒. อธบิ าย ๒. อธบิ าย ขนบธรรมเนียม และ ยวกบั เทศกาล/ วันสําคัญ ชีวติ เกี่ยวกับเทศกาล เก่ียวกบั ชีวิต ประเพณีของเจาของภาษา นสําคญั / ความเปน อยู วนั สาํ คญั ชวี ิต ความเปน อยู ๓. เขารวม แนะนาํ และจดั นฉลอง/ชวี ิต และประเพณี ความเปน อยู ขนบธรรมเนยี ม กิจกรรมทางภาษาและ วามเปนอยู ของเจาของ และประเพณี และประเพณี วัฒนธรรมอยางเหมาะสม องเจา ของภาษา ภาษา ของเจา ของภาษา ของเจาของภาษา . เขารว ม ๓. เขา รว ม/จัด ๓. เขารว ม/จัด ๓. เขา รว ม/จัด จกรรมทาง กิจกรรมทาง กิจกรรมทาง กิจกรรมทาง าษาและ ภาษาและ ภาษาและ ภาษาและ ฒนธรรม วฒั นธรรมตาม วฒั นธรรมตาม วัฒนธรรมตาม ามความสนใจ ความสนใจ ความสนใจ ความสนใจ
สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมขอ ตวั ชวี้ ัดช้นั ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑.ระบุตวั อกั ษร ๑.ระบตุ ัวอกั ษร ๑. บอกความ ๑. บอกความ ๑. บอกความ ๑. และเสยี ง และเสียง แตกตางของ แตกตา งของ เหมือน/ความ เห ตวั อกั ษรของ ตวั อักษรของ เสียงตวั อักษร ของเสียง แตกตางระหวา ง แต ภาษาตา งประเทศ ภาษาตา งประเทศ คํา กลุมคํา และ ตัวอกั ษร คํา การออกเสียง กา และภาษาไทย และภาษาไทย ประโยคงา ยๆ กลุม คาํ ประโยค ประโยค ปร ของภาษา และขอ ความ ชนดิ ตา งๆ การ ชน ตา งประเทศและ ของภาษา ใชเคร่อื งหมาย ใช ภาษาไทย ตางประเทศและ วรรคตอน และ วร ภาษาไทย การลาํ ดบั คํา กา ๒. บอกความ ตา เหมือน/ความ (order) ปร แตกตางระหวา ง ภา เทศกาลและ ตามโครงสรา ง แล งานฉลอง ตาม ประโยค ของ ๒ วัฒนธรรมของ ภาษาตา งประเทศ คว เจา ของภาษากับ และภาษาไทย คว ของไทย ๒. บอกความ ระ เหมือน/ความ งา แตกตา งระหวาง ปร เทศกาลและ เจ งานฉลองของ ขอ เจา ของภาษากับ ของไทย
องเจาของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนาํ มาใชอยา งถูกตองและเหมาะสม ตวั ช้ีวัดชว งชัน้ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ . บอกความ ๑. บอกความ ๑. เปรยี บเทียบ ๑. เปรยี บเทียบ ๑. อธบิ าย/เปรยี บเทยี บ หมอื น/ความ เหมือนและ และอธบิ าย และอธิบาย ความแตกตางระหวา ง ตกตางระหวา ง ความแตกตา ง ความเหมือน ความเหมอื น โครงสรางประโยค ารออกเสยี ง ระหวา งการ และความ และความ ขอ ความ สํานวน ระโยค ออกเสยี ง แตกตา งระหวาง แตกตางระหวา ง คาํ พงั เพย สภุ าษิตและ นิดตางๆ การ ประโยค การออกเสียง การออกเสียง บทกลอนของภาษา ชเ คร่อื งหมาย ชนดิ ตางๆ การ ประโยค ประโยค ตา งประเทศและ รรคตอน และ ใชเ คร่อื งหมาย ชนดิ ตา งๆ และ ชนดิ ตางๆ และ ภาษาไทย ารลําดบั คาํ วรรคตอน และ การลําดับคํา การลําดับคํา ๒. วิเคราะห/อภิปราย ามโครงสรา ง การลําดับคํา ตามโครงสรา ง ตามโครงสราง ความเหมอื นและความ ระโยค ของ ตามโครงสราง ประโยค ของ ประโยค ของ แตกตา งระหวางวิถีชีวติ าษาตา งประเทศ ประโยค ของ ภาษาตา งประเทศ ภาษาตา งประเทศ ความเชอ่ื และวฒั นธรรม ละภาษาไทย ภาษาตางประเทศ และภาษาไทย และภาษาไทย ของเจาของภาษากับ ๒. เปรียบเทยี บ และภาษาไทย ๒ เปรียบเทยี บ ๒. เปรียบเทียบ ของไทย และนําไปใช วามเหมือน/ ๒ เปรยี บเทยี บ และอธบิ าย และอธิบาย อยา งมเี หตุผล วามแตกตา ง ความเหมอื นและ ความเหมือน ความเหมือน ะหวา งเทศกาล ความแตกตาง และความ และความแตกตา ง านฉลองและ ระหวา งเทศกาล แตกตาง ระหวา งชีวิต ระเพณีของ งานฉลอง ระหวา งชีวิต ความเปนอยู จาของภาษากบั วนั สําคัญ และ ความเปน อยู และวัฒนธรรม องไทย
ตวั ช้วี ัดช้นั ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕
ตัวช้วี ดั ชว งชน้ั ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ ชวี ติ ความเปนอยู และวฒั นธรรม ของเจา ของภาษา ของเจา ของภาษา ของเจาของภาษา กับของไทย และ กับของไทย กับของไทย นาํ ไปใชอ ยาง เหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสมั พนั ธกับกลุมสาระการเรียนรูอ ่นื มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภาษาตา งประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู ับกลมุ สาระการเรียนรอู ่ืน ตัวชี้วดั ชนั้ ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. บอกคาํ ศัพท ๑. บอกคาํ ศพั ท ๑. บอกคาํ ศัพท ๑. คนควา ๑. คน ควา ๑. ท่ีเกยี่ วของกับ ที่เกี่ยวขอ งกับ ทเ่ี ก่ียวขอ งกับ รวบรวมคาํ ศัพท รวบรวมคาํ ศพั ท รว กลมุ สาระ กลมุ สาระ กลมุ สาระ ท่เี กี่ยวของกับ ทเี่ ก่ียวขอ งกบั ที่เก การเรียนรูอ ื่น การเรยี นรอู ืน่ การเรยี นรอู ื่น กลมุ สาระ กลมุ สาระ กล การเรียนรอู ื่น การเรยี นรอู ่ืน กา และนาํ เสนอ และนําเสนอ จาก ดวยการพูด/ ดวยการพูด/ แล การเขยี น การเขียน ดว กา
น และเปน พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทศั นของตน ตวั ช้ีวดั ชว งช้ัน ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔-๖ คน ควา ๑.คนควา ๑.คนควา ๑.คนควา ๑. คน ควา /สืบคน วบรวมคําศพั ท รวบรวมและ รวบรวมและ รวบรวมและ บันทึก สรปุ และแสดง กี่ยวของกบั สรปุ ขอมูล/ สรปุ ขอ มูล/ สรปุ ขอมูล/ ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ลมุ สาระ ขอเท็จจรงิ ขอเทจ็ จริง ขอเทจ็ จรงิ ขอ มูลท่เี ก่ยี วขอ งกับ ารเรียนรอู นื่ ท่ีเกีย่ วของกับ ทีเ่ กี่ยวขอ งกบั ท่เี กี่ยวของกบั กลุมสาระการเรียนรอู ืน่ กแหลง เรียนรู กลุม สาระ กลมุ สาระ กลมุ สาระ จากแหลงเรยี นรูต า งๆ ละนําเสนอ การเรยี นรอู ืน่ การเรยี นรอู น่ื การเรียนรอู ื่น และ นาํ เสนอดว ยการ วยการพดู / จากแหลงเรยี นรู จากแหลงเรยี นรู จากแหลง เรยี นรู พดู และการเขยี น ารเขยี น และนําเสนอ และนําเสนอ และนาํ เสนอ ดวยการพูด/ ดวยการพูด/ ดว ยการพูดและ การเขียน การเขียน การเขียน
สาระท่ี ๔ ภาษากับความสมั พนั ธกับชมุ ชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภาษาตางประเทศในสถานการณต า งๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และ ตัวชว้ี ดั ชน้ั ป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. ฟง/พูด ๑. ฟง/พดู ๑. ฟง /พูด ๑. ฟงและพูด/ ๑. ฟง พดู และ ๑. ในสถานการณ ในสถานการณ ในสถานการณ อาน ใน อาน/เขียน ใน สือ่ งา ยๆ ท่เี กิดขน้ึ งายๆ ทเ่ี กิดขน้ึ งา ยๆ ที่เกิดข้นึ สถานการณ สถานการณ สถ ในหองเรยี น ในหองเรียน ในหอ งเรยี น ท่เี กดิ ข้ึนใน ตางๆ ที่เกิดขึ้น ตา หองเรียนและ ในหอ งเรียน ใน สถานศกึ ษา และสถานศึกษา แล
ะสังคม ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตัวชวี้ ดั ชวงช้นั ๑. ใชภ าษา ๑.ใชภ าษา ๑. ใชภ าษาสอื่ สาร ม.๔-๖ ป.๖ สือ่ สาร ใน ส่ือสารใน ในสถานการณ ใชภ าษา สถานการณจ รงิ / สถานการณจรงิ / จรงิ /สถานการณ ๑. ใชภาษาสอ่ื สาร อสาร ใน สถานการณ สถานการณ จําลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสถานการณจรงิ / ถานการณ จําลองทเี่ กดิ ข้นึ จําลองทเี่ กิดขึ้น ในหองเรียน สถานการณจ ําลอง างๆ ทเ่ี กดิ ข้นึ ในหอ งเรยี น ในหอ งเรยี น สถานศกึ ษา ท่ีเกดิ ข้ึนในหองเรยี น นหองเรยี น และสถานศกึ ษา สถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม สถานศกึ ษา ชุมชน ละสถานศกึ ษา และชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ าษาตา งประเทศเปนเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ การประกอ ตัวชว้ี ดั ช้ันป ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑. ใชภาษา ๑. ใชภาษา ๑. ใชภาษา ๑. ใชภาษา ๑. ใชภาษา ๑. ตางประเทศ ตา งประเทศ ตางประเทศ ตา งประเทศ ตา งประเทศ ตา เพอื่ รวบรวม เพ่อื รวบรวม เพอื่ รวบรวม ในการสืบคน ในการสืบคน ใน คาํ ศัพท คาํ ศัพท คาํ ศพั ท และรวบรวม และรวบรวม แล ทเี่ ก่ยี วของ ที่เกยี่ วของ ท่เี ก่ยี วขอ ง ขอ มลู ตางๆ ขอ มูลตา งๆ ขอ ใกลตวั ใกลต วั ใกลตัว
อบอาชีพ และการแลกเปล่ยี นเรยี นรูกบั สังคมโลก ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ตวั ช้ีวดั ชว งชนั้ ใชภาษา ๑. ใชภ าษา ๑. ใชภาษา ๑. ใชภาษา างประเทศ ตางประเทศ ตา งประเทศ ตา งประเทศ ม.๔-๖ นการสบื คน ในการสืบคน/ ในการสืบคน / ในการสบื คน/ ๑. ใชภาษาตางประเทศ ละรวบรวม คน ควา ความร/ู คนควา รวบรวม คน ควา รวบรวม ในการสืบคน/คนควา อมลู ตางๆ ขอ มูลตา งๆ จาก และสรุปความรู/ และสรุปความรู/ รวบรวม วเิ คราะห และ ส่อื และแหลงการ ขอมูลตา งๆ จาก ขอมลู ตางๆ จาก สรุปความร/ู ขอ มลู ตา งๆ เรยี นรูต างๆใน สอื่ และแหลง สือ่ และแหลง จากสอื่ และแหลง การศึกษาตอ และ การเรยี นรูต า งๆ การเรียนรตู า งๆ การเรยี นรูตางๆ ประกอบอาชพี ในการศึกษาตอ ในการศกึ ษาตอ ในการศกึ ษาตอ และ และประกอบอาชีพ และประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพ ๒. เผยแพร/ ๒. เผยแพร/ ๒. เผยแพร/ ประชาสมั พนั ธ ประชาสมั พันธ ประชาสัมพนั ธ ขอ มลู ขอ มูล ขา วสาร ขอ มลู ขา วสาร ขา วสารของโรงเรยี น ของโรงเรียนเปน ของโรงเรียน ชุมชน และทองถ่นิ / ภาษาตางประเทศ ชมุ ชน และ ประเทศชาติ เปน ทองถน่ิ เปน ภาษาตา งประเทศ ภาษาตา งประเทศ
เอกสารอา งอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๔). หลกั สูตรการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ . กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค รุ สุ ภาลาดพรา ว. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. (๒๕๔๙). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ ฉบับท่ี ๑๐. สาํ นกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (๒๕๔๗). ขอ เสนอยทุ ธศาสตรการปฏริ ูปการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: เซ็นจรู ่ี. สาํ นักนายกรัฐมนตรี, สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง ชาต.ิ (๒๕๔๒). พระราชบญั ญัติการศกึ ษา แหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พองคก ารรบั สง สินคา และพสั ดุภณั ฑ (ร.ส.พ.). สาํ นักผูตรวจราชการและติดตามประเมนิ ผล. (๒๕๔๘). การติดตามปญหาอุปสรรคการใชห ลักสูตร การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔. บันทึก ที่ ศธ ๐๒๐๗/ ๒๖๙๒ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๘. สาํ นกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๖ ก.). สรุปผลการประชุมวิเคราะหห ลกั สตู รการศึกษา ขน้ั พน้ื ฐาน. ๒๗-๒๘ ตลุ าคม ๒๕๔๖ โรงแรมตรงั กรงุ เทพฯ. (เอกสารอดั สาํ เนา). สํานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๖ ข.). สรุปความเห็นจากการประชมุ เสวนาหลกั สูตร การศึกษาขน้ั พื้นฐาน ๕ จดุ . พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (เอกสารอดั สาํ เนา). สาํ นักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๘ ก). รายงานการวิจัย การใชหลักสูตรการศึกษา ข้นั พนื้ ฐานตามทศั นะของผสู อน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพอ งคการรบั สงสนิ คาและพสั ดภุ ัณฑ (ร.ส.พ.). สํานกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๘ ข.). รายงานการวจิ ัยโครงการวจิ ยั เชงิ ทดลอง กระบวนการสรางหลักสตู รสถานศึกษาแบบองิ มาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พอ งคก ารรับสง สินคาและพสั ดุภณั ฑ (ร.ส.พ.). สวุ ิมล วองวาณิช และ นงลกั ษณ วิรชั ชัย. (๒๕๔๗). การประเมนิ ผลการปฎิรูปการเรียนรู ตาม พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ พหุกรณศี ึกษา. เอกสารการประชมุ ทาง วิชาการการวิจัยเกีย่ วกับการปฏิรปู การเรียนรู โดยสาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวง ศึกษาธิการ วนั ท่ี ๑๙- ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗. Kittisunthorn, C., (๒๐๐๓). Standards-based curriculum: The first experience of Thai teachers. Doctoral Dissertation, Jamia Islamia University, Delhi, India. Nutravong, R., (๒๐๐๒). School-based curriculum decision-making: A study of the Thailand reform experiment. Doctoral Dissertation, Indiana University, Bloomington. U.S.A.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350