Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนใหม่

การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนใหม่

Published by supasit.kon, 2022-06-08 03:15:39

Description: การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนใหม่

Search

Read the Text Version

การออกแบบการเรยี นรู้และการจดั การชั้นเรยี น 223399 จากข้ันตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์ขา้ งตน้ สรุปเป็นแผนภาพ ได้ดังน้ี ผเู้ รยี นกาหนดประเด็น/ปัญหา/เรือ่ งท่จี ะศกึ ษา ผเู้ รียนค้นคว้าและรวบรวมข้อมลู ผูเ้ รยี นตรวจสอบวเิ คราะห์ ประเมินค่าหลักฐาน ผู้เรียนสงั เคราะห์ ตคี วามหลกั ฐาน ผู้เรยี นจัดระเบียบข้อเท็จจริงและนาเสนอ แผนภาพท่ี 9.4 : ขั้นตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์ สรุปได้ว่า วิธีการทางประวัติศาสตร์นับว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่นามาใช้ในการเรียนรู้ตาม สภาพจริงได้ ในการให้ผู้เรียนได้ร่วมกิจกรรมต้ังแต่การกาหนดประเด็นปัญหา/เร่ืองที่จะศึกษา ด้วยตนเอง หลังจากนั้นจึงได้ลงมือปฏิบัติ การค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ ทั้ง หลักฐานช้ันต้นและหลักฐานชั้นรองในสถานที่ต่างๆได้มากที่สุดแล้วนาหลักฐานน้ันมาตรวจสอบ ประเมินคุณค่าว่าน่าเชื่อถือเพียงใดแล้วจึงตีความว่ามีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรและทาไม และสุดท้าย ผู้เรียนจะนาผลการศึกษานั้นมานาเสนอโดยมีการจัดระเบียบข้อเท็จ จริงต่างๆ ให้น่าสนใจมาก ที่สุด ซึ่งผู้เรียนจะต้องคิดและวางแผนการนาเสนออย่างดีเพื่อให้งานของตนเองมีผู้สนใจชมมาก ทีส่ ุด และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผสู้ นใจศึกษาเรียนรู้ 9.4.3 การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้สถานการณ์จาลอง สถานการณ์จาลองเป็นการจาลองสถานการณ์หรือการสร้างสถานการณ์ให้ใกล้เคียง กับความเป็นจริงและให้ผู้เรียนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น โดยให้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกันซึ่งเป็นวิธี

240 Learning Design and Classroom Management 240 ช่วยใหผ้ เู้ รียนได้มโี อกาสแสดงพฤติกรรมต่างๆ ซึง่ ในสถานการณ์จริงผู้เรียนอาจไม่กล้าแสดงออก เพราะเป็นการเสี่ยงตอ่ ผลทีจ่ ะได้รบั มากเกินไป ซึง่ มีแนวทางในการศกึ ษาดังตอ่ ไปนี้ 1) แนวคิดพื้นฐาน สถานการณ์จาลองสามารถใช้เป็นเคร่ืองมือในการรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ซึ่งแสดงออกภายใต้สถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจาก การปฏิบตั ิของผู้เรยี นในสถานการณจ์ าลองจะสามารถบอกได้ว่า ผู้เรียนได้นาหลักการหรือทฤษฏี ต่างๆ ที่ได้เรียนมาแล้วไปใช้ได้แค่ไหนอย่างไร สถานการณ์จาลองเป็นวิธีการให้ประสบการณ์แก่ ผู้เรียนโดยที่ประสบการณ์น้ันๆ ไม่อาจมีโดยตรงในขณะที่ศึกษา เช่น การแก้ปัญหาที่ปรากฏใน ชีวิตจริงในสังคม การสร้างสถานการณ์จาลองขึ้นมาจึงเป็นวิธีที่ทาให้ผู้เรียนคิดหาวิธีแก้ปัญหา เหล่าน้ัน สถานการณ์จาลองเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประสบความจริงที่เลือกสรรแล้ว และ ระดับความยากง่ายความสลับซับซ้อนที่เหมาะสมกับพื้นฐานของผู้เรียน ซึ่งถ้าผู้เรียนฝึก ประสบการณ์ในสภาพแท้จริงแล้วจะเสี่ยงภัยอันตรายมาก แต่เม่ือสถานการณ์น้ันถูกจาลองมา ผเู้ รียนจะสามารถฝึกและมีประสบการณ์ได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ (วราภรณ์ ตระกูลสฤษดิ์, 2537 : 15) การใช้สถานการณ์จาลองในการเรียนการสอนสามารถตอบได้ว่า สถานการณ์จาลอง สามารถสร้างอารมณ์ และสร้างทัศนคติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ สถานการณ์จาลองยัง สามารถรวบรวมเอาพฤติกรรมที่จะชี้ความสามารถของผู้เรียน และความจาไว้ด้วยกันคือ ผู้เรียน จะพัฒนาทั้งความจาและชี้ความสามารถ สถานการณ์จาลองจะจูงใจให้ผู้เรียนประกอบกิจกรรม ได้นานผู้เรียนจะสามารถเลือกสนองต่อสภาพการทางสังคมจากสถานการณ์จาลองได้ สถานการณจ์ าลองจะช่วยปรบั ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรยี นใหเ้ ข้ากนั ได้เป็นอย่างดีและ เป็นไปตามความต้องการ ช่วยดึงความสนใจของผู้เรียนได้ทั้งในการทาแบบฝึกหัดและแม้แต่การ เรียนเนือ้ หาหลายอย่าง สถานการณจ์ าลองสามารถทีจ่ ะชกั จงู ผู้เรยี นให้เข้าสู่พฤติกรรมที่ต้องการ ได้ (สมบูรณ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, 2545 : 84) 2) แนวทางการจัดการเรียนรู้ ข้ันตอนการสร้างสถานการณ์จาลองมีแนว ทางการจดั การเรียนรู้ 6 ขั้นตอน (สทุ ิน บญู ชวู งษ์, 2550 : 84) ดงั น้ี คือ (1) ขั้นสารวจและวิเคราะห์ ก่อนสร้างสถานการณ์จาลอง ต้องศึกษาและ สารวจจุดประสงค์ว่าต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้เร่ืองใดบ้าง ศึกษาสถานการณ์ต่างๆ เม่ือได้ พิจารณาและได้ศึกษาเป็นอย่างดีแล้วจึงนามาวิเคราะห์ว่า สถานการณ์จาลองน้ันจะมีผลต่อการ เรียนรู้อย่างไร จะให้ผลเสียอย่างไร สถานการณ์ทีน่ ามาวิเคราะห์น้ันใกล้เคียงกับความจริงแค่ไหน เพื่อให้สถานการณน์ ั้นมีประโยชนต์ ่อการเรียนรู้มากที่สดุ

การออกแบบการเรยี นรแู้ ละการจัดการชน้ั เรยี น 224411 (2) ข้ันการกาหนดจุดประสงค์ การกาหนดจุดประสงค์น้ันมุ่งให้ผู้ เรียน เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอะไร เม่ือผู้เรียนเรียนรู้จากสถานการณ์แล้ว ผู้เรียนจะเป็นอย่างไร การ สร้างสถานการณ์จาลองจงึ ตอ้ งสร้างให้ตรงกับจุดประสงค์ (3) ขัน้ การเลือกสถานการณ์ สถานการณ์ที่เป็นจริงและสามารถจาลอง มาใช้ในการเรียนต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์และมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการใช้ใ นช้ัน เรียนโดยสถานการณจ์ าลองนนั้ ได้เปิดโอกาศให้นักเรียนได้ฝึกวิเคราะห์ตัดสินใจให้เกิดการเรียนรู้ และทกั ษะทีต่ อ้ งการและใกล้เคียงกับความเปน็ จริงมากที่สดุ (4) ขั้นการกาหนดโครงสร้างของสถานการณ์จาลอง การกาหนด โครงสร้างของสถานการณ์จาลองประกอบด้วยสิ่งสาคัญ 6 อย่าง คือ (4.1) การกาหนด จุดประสงค์ของสถานการณ์จาลอง (4.2) การกาหนดบทบาทของผู้ร่วมกิจกรรมแต่ละคน (4.3) การเตรียมข้อมูล เนื้อหาข่าวสารที่จาเป็น (4.4) การกาหนดสถานที่ต่างๆ ให้เห็นเหมือนจริง ในสังคม (4.5) การลาดับข้ันของเหตุการณ์ เวลาและปัญหา (4.6) การสรุปและอภิปราย เม่ือจบ สถานการณ์ (5) ข้ันการสร้างและออกแบบสื่อการเรียนและสร้างกฏเกณฑ์ การ สร้างและออกแบบสื่อการเรียน เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการประกอบกิจกรรม เช่น บัตรคา รปู ภาพ บตั รคาสั่ง เปน็ ต้น สอ่ื การเรียนจะสอดคล้องกับจดุ ประสงคท์ ี่กาหนดในกิจกรรม ควรวาง เง่ือนไขแต่ละข้ันตอนของการแสดงว่าต้องกาหนดการเล่นตามลาดับเหตุการณ์นนั้ ๆ อย่างไร (6) ข้ันตอนการกาหนดใช้ เม่ือสร้างสถานการณ์เสร็จแล้ว ควรนา สถานการณ์จาลองน้ันไปใช้กับนักเรียนกลุ่มอื่น เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องด้านวิธีการภาษา ตลอดจนการใช้สื่อและเง่ือนไขต่างๆ ว่าควรแก้ไขและปรับปรุงในแง่ใดบ้าง เพื่อให้ได้สถานการณ์ จาลองทีส่ มบรู ณ์ เหมาะที่จะนาไปใช้กับนักเรียนแต่ละวัยได้อย่างเหมาะสม 3) ข้ันตอนการจัดกิจกรรมโดยใช้สถานการณ์จาลอง ข้ันตอนการจัด กิจกรรมโดยใช้สถานการณ์จาลองมี 5 ข้ันตอน ดงั น้ี คือ (1) ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นสร้างความสนใจและทาให้นักเรียนเกิด ความกระตือรือร้นในการทากิจกรรม โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น วีดิทัศน์ สไลด์ รูปภาพ และเทปบันทึกเสียง และแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ของบทเรียน เปน็ ต้น (2) ข้ันปฏิบัติกิจกรรม (experience) แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ ละกลุ่มจัดบทบาทสมาชิกออกเป็นประธานกลุ่ม ผู้เล่นและผู้สังเกตการณ์ โดยผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนบทบาทกันในแต่ละสถานการณ์จาลอง ศึกษาวิธีการกระทากิจกรรม กฎ กติกา

242 Learning Design and Classroom Management 242 จัดเตรียมอุปกรณ์จากบัตรกาหนดกิจกรรม และปฏิบัติกิจกรรมในรูปแบบของการแข่งขันโดยยึด วิธีการ กฎ กติกา เวลา และบทบาททีก่ าหนดไว้เพื่อหากลุ่มผู้ชนะ (3) ข้ันจาแนกแยกแยะ (Identify) เป็นข้ันที่นักเรียนได้ผลจากการสังเกต การกระทากิจกรรมโดยตรงประกอบด้วย การจาแนกแยกแยะและอธิบายปัญหา ทางเลือกใน การตดั สินใจ การกระทาการจัดระบบงานกฎเกณฑ์ และการสรุปความคิดรวบยอด (4) ข้ันวิเคราะห์ (analyze) เป็นข้ันที่นักเรียนร่วมกันอภิปรายทั้งชั้น นักเรียนในการวิเคราะห์หาปัญหาทางเลือก ในการตัดสินใจการกระทาการจัดระบบการทางาน กฎเกณฑ์และความคิดรวบยอดที่ถูกต้องของกระบวนการกิจกรรม สถานการณจ์ าลอง (5) ขั้นลงความเห็นสรุป (generalize) เป็นข้ันที่นักเรียนแต่ละคนลง ความเห็นสรุปความคิดรวบยอดหลักการหรือวิธีการ ที่ได้จากกิจกรรมสถานการณ์จาลองและ นาเอาความคิดรวบยอดหลักการ หรือวิธีการที่ได้รับไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับสถานการณ์ใหม่ใน ชีวติ ประจาวนั โดยนกั เรียนเขียนบรรยายความคดิ เปน็ รายบุคคล จากขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จาลองข้างต้น สามารถที่จะสรุปเป็น แผนภาพได้ ดงั น้ี ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น สรา้ งความสนใจแกน่ ักเรียนในการทากจิ กรรม ข้ันปฏิบตั กิ ิจกรรมตามสถานการณ์จาลอง ข้นั จาแนกแยกแยะจากการสังเกตการทากจิ กรรม ข้นั วเิ คราะหท์ างเลือกความคิดรวบยอดทถ่ี กู ตอ้ ง ขนั้ ลงความเห็นสรุป หลักการ วิธีการไปเชื่อมโยง สมั พนั ธ์กบั สถานการณใ์ หมใ่ นชีวิตประจาวนั แผนภาพท่ี 9.5 : ขั้นตอนการจดั การเรียนรู้โดยใช้สถานการณจ์ าลอง

การออกแบบการเรยี นรแู้ ละการจดั การช้ันเรียน 224433 สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จาลอง เป็นอีกวิธีการสอนหนึ่ง ที่ผู้สอน สามารถนาไปใช้ในการจดั การเรียนรู้ตามสภาพจริงได้ โดยในการสอนครูต้องพยายามสร้างความ สนใจแก่ผู้เรียนในการทากิจกรรมด้วยวิธีการต่างๆ แล้วให้ผู้เรียนลองปฏิบัติกิจกรรมตาม สถานการณ์จาลองที่กาหนดขึ้น ให้ผู้เรียนได้สังเกตการทากิจกรรม จาแนกแยกแยะสิ่งที่ได้ วิเคราะห์หาทางเลือกที่ถูกต้อง แล้วสรุปหลักการวิธีการที่ได้ เพื่อนาไปเชื่อมโยง แก้ปัญหาของ สถานการณ์ใหม่ในชีวิตประจาวัน ชึ่งจะเป็นผลดีแก่ผู้เรียนที่ได้ฝึกคิด ตัดสินใจในเร่ืองราวต่างๆ โดยไม่เสี่ยงต่ออันตรายและสามารถหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาน้ันไว้ล่วงหน้า เม่ือผู้เรียนไป พบสถานการณ์จริงก็จะแก้ปัญหาได้จากประสบการณ์ที่ได้ฝึกมาจากสถานการณ์จาลองที่เรียน ไปแล้ว 9.5 การประเมินการเรียนรตู้ ามสภาพจรงิ การประเมินตามสภาพจริงนับว่ามีความสาคัญอย่างยิ่งที่ผู้สอนจะต้องศึกษาให้เข้าใจ เนื่องจากการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริงมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนในแก่นของความรู้ที่ ลึกซึ้งมากว่าความรู้ที่เป็นพื้นฐานและใช้การคิดข้ันสูงในการแสวงหาความรู้ การปฏิบัติงานและ การแก้ปัญหาในสภาพจริงหรือเสมือนจริง ดังนั้นการประเมินตามสภาพจริงจึงต้องมีวิธีการและ เครือ่ งมือในการประเมนิ ทีส่ อดคล้องกับการจดั การเรียนรู้ตามสภาพจริง เม่ือพิจารณาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ใน มาตรา 26 ที่ได้กาหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การเข้าร่วมกิกรรมและการทดสอบควบคู่ไปใน กระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะของแต่ละระดับ ของการจัดการเรียนในปัจจุบัน ผู้สอนมักแยกการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลออกจากกัน ซึ่งแท้จริงแล้วการเรียนการ สอน การวดั และการประเมินผลควรดาเนินการไปด้วยกันและเปน็ ไปอย่างต่อเนื่องมีความสัมพันธ์ ซึ่งกนั และกนั พรอ้ มทั้งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันรวมท้ังปัญหาที่ผู้สอนมักใช้แบบทดสอบแบบปรนัย วัดผลเปน็ ส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าแบบทดสอบมีข้อจากัดหลายประการในการใช้ประเมิน ผเู้ รียน เน่อื งจากแบบทดสอบทีส่ รา้ งข้ึนมกั เปน็ แบบทดสอบปรนัยวัดเพียงความรู้ความจาเป็นส่วน ใหญ่ที่ไม่ครอบคลุมพฤติกรรมทุกด้านของผู้เรียนและยังไม่สามารถวัดกระบวนการคิดที่ซับซ้อน หรือ การคิดระดับสูง การแก้ปัญหา กระบวนการเรียนได้ผลการประเมินผู้เรียนจึงไม่สามารถให้ ภาพที่ครอบคลุมความสามารถทุกด้านได้อย่างชัดเจน (สมนึก นนทิจนั ทร์, 2544 : 73)

244 Learning Design and Classroom Management 244 ดังนั้น การประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง (Authentic assessment) จึงเป็นการประเมิน ผู้เรียนมีความเที่ยงตรงและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ประเมินจะสอดคล้องกับ ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนมากที่สุดโดยผู้สอนมีความจาเป็นต้องเข้าใจกระบวนการของ การประเมนิ การจดั การเรียนรู้ตามสภาพจริงตามหวั ข้อต่อไปนคี้ ือ 9.5.1 ความหมายของการประเมินการเรียนรตู้ ามสภาพจริง การประเมินการเรียนรู้ตามสภาพจริง มีท้ังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา และนักการศกึ ษาได้ให้ความหมายไว้ ดงั น้ี 1) กรมวิชาการ (ม.ป.ป.)ให้ความหมายการและเมินตามสภาพจริงว่า เป็น กระบวนการสังเกตการบันทึกและการรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่ผู้เรียนทา ซึ่งไม่เน้น เฉพาะทักษะพื้นฐาน แต่จะเน้นการประเมินทักษะที่ซับซ้อนในการทางานของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา และการแสดงออกที่เกิดจากการปฏิบตั ิในสภาพจริง 2) สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2540 : 4), ให้ ความหมายการประเมินตามสภาพจริงว่าเป็นการวัดและประเมินผลที่แท้จริงของผู้เรียนที่อยู่บน พื้นฐานของเหตุการณ์จริงในชีวิตจริงโดยยึดการปฏิบัติเป็นสาคัญ มีความสัมพันธ์กับการเรียน การสอนเน้นพฒั นาการทีป่ รากฏใหเ้ ห็นทั้งในและนอกห้องเรยี น มีผู้เกี่ยวข้องในการประเมินหลาย ฝ่ายและเกิดขึ้นได้ในทุกบริบทเท่าที่จะเป็นไปได้และเป็นการประเมินที่มีลักษณะแบบไม่เป็น ทางการ 3) ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์ (2549 : 50) ให้ความหมายการประเมินตามสภาพ จริง ว่าเป็นการวัดโดยเน้นให้ผู้เรียนได้นาความรู้ แนวคิดในวิชาต่างๆ ที่เรียนเพื่อนามาแก้ปัญหา โดยใช้ทักษะการคิดที่ซับซ้อน (Complex Thinking) มากกว่าที่จะถามความสามารถขั้นต้นหรือ ความสามารถย่อยๆ เป็นการวดั ผู้เรยี นโดยรวมทั้งด้านความคิด เจตคติและการกระทาไปพร้อมๆ กนั จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า “การประเมินตามสภาพจริง เป็นการประเมินผลการ เรียนรู้ของผู้เรียนที่ใช้วิธีการที่หลากหลายเน้นการประเมินทักษะการคิดที่ซับซ้อน ทักษะการ ทางาน ความสามารถในการแก้ปัญหา และการแสดงออกที่เกิดจากการปฏิบัติในสภาพจริง อยู่ บนพื้นฐานของเหตุการณ์จริงในชีวิตจริง เน้นพัฒนาการที่ปรากฏให้เห็นท้ังในและนอกห้องเรียน โดยมีผู้เกี่ยวข้องในการประเมินหลายฝ่ายและเกิดขึ้นได้ในทุกบริบทเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งเป็น การประเมนิ ทีม่ ีลกั ษณะแบบไม่เป็นทางการ”

การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการช้นั เรียน 224455 9.5.2 หลกั การประเมนิ ตามการเรียนร้สู ภาพจริง กระทรวงศึกษาธิการ ได้นาเสนอหลักการและเมินผลการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ (Learner-centered assessment) ซึ่งนามาใช้เป็นหลกั ในการประเมินตามสภาพจริงไว้ 10 ประการ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 : 16) ดงั น้ี คือ 1) จุดหมายเบือ้ งตน้ ของการประเมินผู้เรยี นคือ เพือ่ พฒั นาการเรียนรขู้ องผู้เรยี น 2) การประเมินควรเปิดอากาศให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา และสะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจและความต้ังใจในการเรียนรู้ พร้อมท้ังส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักกากับ ดแู ล และประเมินการเรยี นรู้ด้วยตนเอง 3) การประเมินผลควรอาศัยข้อมูลจากการปฏิบัติภาระงานที่มีความหมาย สอดคล้องกับสภาพจริง (Authentic tasks) และสอดคล้องกับหลักสูตรและการเรียนการสอนใน ช้ันเรยี น 4) การประเมินและตัดสินผลการเรียนไม่ควรใช้ข้อมูลจากผลการสอบด้วย แบบทดสอบเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เป็นธรรมกับผู้เรียนที่ความหลากหลายด้านความสามารถ และผลสัมฤทธิ์ 5) การประเมินในชั้นเรียนควรกระทาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลระยะยาวใน การใชเ้ ป็นหลกั ฐานการพฒั นาและความก้าวหน้าของผู้เรยี น 6) การประเมินผลควรรวมถึงการวัดแรงจูงใจ เจตคติและปฏิกิริยาทางจิตพิสัย (Affective reaction) ของผู้เรียนต่อหลักสูตรและการเรียนต่อหลักสูตรและการเรียนการสอน นอกเหนอื ไปจากการวัดด้านความรู้ ทกั ษะทางปัญญาและยทุ ธศาสตรก์ ารคิด 7) การประเมินผลควรครอบคลุมถึงตัวอย่างผลงาน (Exhibits) แฟ้มสะสมงาน (portfolios) และการปฏิบตั ิจรงิ นอกเหนอื ไปจากการทดสอบแบบ Peper-and-pencil 8) ผลการประเมินควรให้ข้อมูลป้อนกลับที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และเป็นปัจจุบันแก่ ผเู้ กี่ยวข้องในระดับต่างๆ 9) การประเมินไม่ควรถือความถูก-ผิดของคาตอบอย่างเคร่งครัดและคับแคบ แต่ควรพิจารณาถึงคาตอบที่เป็นไปได้ และสมเหตุสมผลควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จากความผดิ พลาด 10) การประเมินควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งความรู้และความเข้าใจ อย่างสรา้ งสรรค์ ไม่ควรจากดั เพียงแค่โจทย์ปญั หาและคาตอบทีไ่ ด้เตรียมไว้ล่วงหน้า สรุปได้ว่าในการประเมินตามสภาพจริง ผู้สอนต้องอาศัยข้อมูลการประเมิน จากการ ปฏิบัติภาระงานที่มีความหมาย และสอดคล้องกับสภาพจริง (Authentic tasks) ผู้สอนต้องมีความ

246 Learning Design and Classroom Management 246 ยืดหยุ่นในการประเมินสูงโดยการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมาอย่าง หลากหลาย และเต็มที่เสียก่อนแล้วจึงประเมินผู้เรียนให้ครอบคลุมทุกด้าน ท้ังแรงจูงใจ เจตคติ และปฏิกิริยาทางจิตพิสัย ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาจากตัวอย่างผลงาน (Exhibits) แฟ้มสะสมงาน (portfolios) และการปฏิบตั ิจรงิ 9.5.3 ลักษณะของการประเมินการเรียนรู้ตามสภาพจริง ลักษณะของการประเมินการเรียนรู้ตามสภาพจริง สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์ได้กล่าวถึง ลกั ษณะของการประเมินการเรยี นรู้ตามสภาพจริง 11 ประการ (สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์, 2555 : 101) ดังน้ี คือ 1) เป็นวิธีการประเมินที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมและทักษะที่ จาเปน็ ของนกั เรียนในสภาพการณ์ที่เป็นจรงิ แหง่ โลกปัจจุบัน (Real world situations) 2) เป็นวิธีการประเมนิ ที่เน้นงานทีน่ กั เรียนแสดงออกในภาคปฏิบัติ (performance) เน้นกระบวนการเรียนรู้ (Process) ผลผลิต (products) และแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) 3) เปน็ การประเมินการปฏิบตั ิงานในสภาพจริง เช่นนักเรียนเรียนการเขียน ก็ต้อง เขียนให้ผู้อ่านจริง มิใช่เรียนการเขียนแล้ววัดผู้เรียนด้วยการใช้แบบทดสอบ หรือถ้าให้นักเรียน เรียนวิทยาศาสตร์กต็ ้องให้นักเรียนทาการทดลองทางวทิ ยาศาสตร์ ทางานวิจัย หรอื ทาโครงงาน 4) การที่จะทาให้ผู้เรียนบรรลุถึงความต้องการของแต่ละบุคคลนั้น วิธีการ ประเมินตามสภาพจริงจะเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลและมีส่วนร่วมในการ จัดกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง ด้วยการให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผล ทาให้เขารู้จัก การวางแผนการเรียนรู้ตามความต้องการของตนเอง ซึ่งนาไปสู่การกาหนดจุดประสงค์การเรียน วิธีการเรียน และวางเกณฑก์ ารประเมนิ 5) การประเมินผลการเรียนการสอนตามสภาพจริงต้องคานึงถึงเสมอว่า หลกั สตู ร (Curriculum) การเรียนการสอน (Instruction) และการประเมินผล (Assessment) จะต้อง ไปด้วยกนั โดยไม่แยกการประเมินออกไปต่างหาก 6) เป็นการประเมินที่ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลายวิธี ตลอดช่วง ระยะเวลาหนึ่งเพื่อจะตรวจสอบคุณภาพงานของนักเรียน ดังน้ันการประเมินจึงต้องอาศัย หลักการที่นักเรียนต้องมีการลงมือปฏิบัติ มีการแสดงออกเพื่อบอกถึงความเข้าใจและแสดงออก ถึงทักษะจากการเรียนรู้ตลอดจนการแสดงถึงกระบวนการ หรือวิธีการที่นักเรียนใช้ ซึ่งการ ประเมินตามสภาพจริงจึงครอบคลุมถึงการนาเสนอปากเปล่า การโต้ วาที การจัดแสดง นิทรรศการ รวมถึงการรวบรวมผลงานของนักเรียนแถบบันทึกภาพแสดงออกเพื่อแสดงปฏิบัติ

การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน 224477 และการแสดงกิจกรรมในโอกาสต่างๆ งานสร้างและงานประดิษฐ์โครงหุ่นการแก้ปัญหาการ ทดลองหรือผลงานที่แสดงการสืบค้นหรือใช้กระบวนการทางทางวิทยาศาสตร์นอกจากนี้ยัง รวมถึงการสงั เกตของครู และแบบสารวจการปฏิบัติงานและพฤติกรรมของนักเรียนรวมตลอดถึง การปฏิบตั ิงานกลุ่ม (Cooperative Group Work) 7) การประเมินผลการเรียนการสอนตามสภาพจริงจะใช้เคร่ืองมือหลากหลายใน การวัดการปฏิบัติวันต่อวันของการเรียนวิชาต่างๆ ในโรงเรียนแทนการใช้แบบทดสอบเป็น เคร่ืองมือวัดอย่างเดียว เทคนิคการประเมินมักนิยมทาโดยการรวบรวมงานภาคปฏิบัติที่ได้จาก กิจกรรมการเรียนรู้ตามสภาพจริง ที่สัมพันธ์กับชีวิตประจาวันเน้นพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึง การเรียนรู้ตามสภาพจริง พฤติกรรมที่แสดงออกนั้นต้องทาในบริบทของความจริงใน ชีวิตประจาวัน (real-life context) ซึ่งเป็นพฤติกรรมการเรียนการสอนทั้งในช้ันเรียนและนอกช้ัน เรียน 8) การประเมินการเรียนการสอนตามสภาพจริงไม่เน้นประเมินผลเฉพาะทักษะ พื้นฐานแต่ให้ผู้เรียนผลิต สร้างหรือทาบางอย่างที่เน้นทักษะการคิดที่ซับซ้อนการพิจารณา ไตร่ตรอง การทางานและการแก้ไขปัญหา 9) เกณฑ์ทีใ่ ช้ในการประเมนิ ต้องเป็นเกณฑป์ ระเมินแก่นแท้ (essentials) ของการ ปฏิบัติมากกว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สร้างขึ้นจากผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะเป็นเกณฑ์ที่เปิดเผยและ รับรู้กันอยู่ในโลกของความจริงของท้ังตัวผู้เรียนเองและผู้อื่นการให้นักเรียนรู้ว่าตนเองต้องทา ภารกิจอะไรและมีเกณฑ์อย่างไรการเปิดเผยเกณฑ์การประเมินไม่ใช่เป็นการ“คดโกง”ถ้าภารกิจ นั้นเป็นเรือ่ งเกีย่ วกบั การปฏิบัติจรงิ 10) การประเมินตนเอง (Self-Assessment) การประเมินตนเองมีความ สาคัญ มากต่อการปฏิบัติภารกิจจริง (AuthenticTask) เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความ สามารถในการ ทางานของตนโดยเทียบกับมาตรฐานทั่วไป เพื่อวัดความก้าวหน้าของตนเอง ปรับปรุงหรือเปลี่ยน ทิศทางการทางาน เปน็ การทางานที่ตนเองเป็นผู้ชนี้ าตนเอง ปรับปรงุ จากแรงจงู ใจของตนเอง 11) การนาเสนอผลงานเป็นคุณลักษณะประการหนึ่งของการประเมินผลการ เรียนการสอนตามสภาพจริง โดยให้นกั เรียนได้เสนอผลงานต่อสาธารณชน การนาเสนอด้วยปาก เปล่าซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทาให้เกิดการเรียนรู้ที่หย่ังรากลึก เน่ืองจากนักเรียนได้สะท้อนความรู้ใน หัวข้อนน้ั ๆ อย่างแท้จริง

248 Learning Design and Classroom Management 248 9.5.4 วธิ ีการและเครือ่ งมือการประเมินการเรยี นรู้ตามสภาพจริง การประเมนิ การเรียนรู้ตามสภาพจริงมีวธิ ีการและเครื่องมอื ประเมินที่หลากหลายซึ่ง นาเสนอเปน็ ตวั อย่างเครือ่ งมอื ในการประเมิน 8 อย่าง (ชัยวฒั น์ สทุ ธิรตั น์, 2553 : 216) ดังน้ี คือ 1) การสังเกต เป็นวิธีการที่กระทาได้ในทุกสถานการณ์และทุกสถานที่ผู้สอน อาจกาหนดเครื่องมือและเกณฑ์ในการสังเกตหรือ อาจไม่มเี ครื่องมือในการสังเกตก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับประเด็นที่ต้องการประเมินผู้เรียนว่ามีความจาเป็นต้องใช้เคร่ืองมือในการสังเกตระดับ ความสามารถหรือพฤติกรรมที่แสดงออกมากน้อยเพียงใด และวิธีการสังเกตสามารถใช้ ประเมินผลการเรียนรู้ ทั้งในด้านความรู้ เข้าใจด้านทักษะกระบวนการ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มที่พึงประสงค์ของผเู้ รียน เช่น สังเกตในสถานที่ที่นักเรียนได้ลงไปศึกษาสภาพแหล่งน้า ในชมุ ชนหรอื สถานการณจ์ าลองต่างๆ 2) การสมั ภาษณ์ เน่ืองจากพฤติกรรมบางอย่างอาจสังเกตได้ไม่ชัดเจน ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริงผู้สอนจึงอาจใช้การสัมภาษณ์ช่วยเก็บข้อมูลเพิ่มเติม การสัมภาษณ์นี้เป็น วิธีการประเมินโดยตั้งคาถามอย่างง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเกินไป สามารถสัมภาษณ์ผู้เรียนแต่ละคนได้ ท้ังรูปแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ นิยมใช้ประเมิน ผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ความ เข้าใจในระดับที่สูงกว่าความรู้ความจา และด้านความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยมที่ผู้เรียนยึดถือต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมทั้งการเห็นคุณค่าในเร่ืองต่างๆ เช่น ครูให้ นักเรียนลงไปศึกษาการเลือกชื้อสินค้าของประชาชนเป็นกลุ่ม หลังจากที่ศึกษาแล้วครูจึง สัมภาษณ์นักเรียนลงไปศึกษาการเลือกซื้อสินค้าของประชาชนเป็นกลุ่ม ท้ังในด้านความรู้ ความคิด เจตคติของผเู้ รียน ต่อการศกึ ษาและทกั ษะกระบวนการในการศกึ ษา 3) แบบสอบถาม เปน็ การวดั ผลที่ใชแ้ บบสอบถามเป็นเคร่ืองมือสอบถาม ซึ่งทา ให้ประหยัดเวลาในการชักถาม โดยคาตอบที่ได้รับควรอยู่ในขอบเขตของเร่ืองที่ผู้ศึกษา เช่น การ ให้ผู้เรยี นลงไปศกึ ษาระบบนิเวศในโรงเรยี น 4) บันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับตัว ผเู้ รียนทั้งในด้านความรคู้ วามคิด ความสามารถพิเศษ ความถนัด ความสนใจ และการแสดงออก ของพฤติกรรมลักษณะต่างๆ ท้ังที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการงวาง แผนการเรียนรู้ และแนวทางพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร เช่น ให้นักเรียน ลงไปศกึ ษาวัฒนธรรมไทยในชุมชนแล้วให้นักเรียนหรือครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน กลุ่มต่างๆ ว่าใช้กระบวนการในการศกึ ษาได้ถกู ต้องหรอื ไม่ 5) แบบทดสอบวัดความสามารถท่ีเป็นจริง (Authentic test)เป็นวิธีการสร้าง ข้อสอบโดยใช้คาถามทีเ่ กีย่ วกบั การนาความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ หรือการสร้างความรู้ใหม่

การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชน้ั เรยี น 224499 จากความเข้าใจและประสบการณ์เดิม หรือจากสถานการณ์จาลองที่กาหนดขึ้นให้คล้ายคลึงกับ สถานการณ์จริงหรือเลียนแบบสภาพจริง เป็นต้น เช่นสร้างแบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ โดยกาหนดสถานการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้ผู้เรียนได้คิดและตอบเพื่อวัดทักษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ใหผ้ เู้ รียนได้คิดและตอบเพื่อวัดทักษะบวนการทางวิทยาศาสตร์ของ ผเู้ รียนตามสถานการณท์ ีก่ าหนดให้นน้ั 6) การรายงานตนเอง เป็นวิธีการประเมินด้วยการให้ผู้เรียนเขียนบรรยาย ความรสู้ ึกหรอื พูดแสดงความคดิ เห็นออกมาโดยตรงเพ่อื ประเมินความรู้สึกนึกคิดความเข้าใจและ ความต้องการของผู้เรียนซึ่งจะช่วยให้ผู้สอนเข้าใจผู้เรียนแต่ละคนมากยิ่งขึ้นและสามารถ ประเมินผลการเรียนรู้ดา้ นความรู้ความเข้าใจทักษะกระบวนการ รวมท้ังเจตคติต่อการเรียนรู้ของ ผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น เช่น ให้นักเรียนบรรยายความรู้สึกของตนเองที่ได้ลงไปใช้ภาษาอังกฤษในการ สื่อสารกับชาวต่างชาติในสถานการณ์จริง ว่ามีความรู้สึกต่อการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และรู้สกึ อย่างไรต่อบคุ คลเหล่านั้น 7) การสร้างจินตนาภาพ เป็นเคร่ืองมือที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความ คิดเหน็ หรอื ปฏิกิรยิ าออกมาเพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มูลว่าขณะน้ันผู้เรยี นมีความรู้สกึ นึกคิดกับเรือ่ งทีเ่ รียนเป็น อย่างไรซึ่งอาจต้ังคาถามให้นักเรียนสร้างจินตนาการโดยการต่อข้อความในประโยคต่อไปนี้ ให้ สมบูรณ์ (1) ถ้าผมเปน็ นกั วิทยาศาสตร์ ผมจะ................................................ (2) ถ้าฉันเป็นนักศิลปะช้ันนาของโลก ฉันจะ...................................... 8) การใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เป็นการจัดเก็บตัวอย่างผลงานที่มีการ รวบรวมไว้อย่างเป็นระบบและกระทาอย่างต่อเน่ืองตลอดช่วงช้ันของหลักสูตรหรือโปรแกรมการ เรียนเพื่อให้ใช้เป็นหลักฐาน แสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้เรียนในด้านความรู้ความเข้าใจ และทักษะต่างๆที่ผู้เรียนพัฒนาได้สาเร็จ รวมทั้งความถนัด ความสนใจ ความพยายาม แรงจูงใจ และความก้าวหน้าทางการเรียน ที่สามารถนามาประกอบ การประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนแต่ ละคนให้มีความน่าเชื่อถือ (reliability) มากยิ่งขึ้น เช่น ให้นักเรียนศึกษาประวัติบุคคลสาคัญใน ชุมชน แล้วให้นักเรียนทาเปน็ แฟ้มสะสมผลงานประวตั ิของบุคคลเหล่านั้น สรุปได้วา่ การประเมนิ ตามสภาพจริงนน้ั มวี ิธีการทีห่ ลากหลาย ผู้สอนควรเลือกใช้วิธีการ ที่เหมาะสมกับข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งอาจใช้วิธีการที่หลากหลายประกอบกันก็ได้ในการเก็บข้อมูล เชน่ การสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การบันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง การใช้แบบทดสอบ วัดความสามารถที่เป็นจริง การรายงานตนเอง การสร้างจิตภาพ และการใช้แฟ้มสะสมผลงาน เพื่อให้สามารถประเมินผู้เรยี นได้อย่างรอบคอบและครอบ คลมุ ศักยภาพทีแ่ ท้จริงของผู้เรยี น

250 Learning Design and Classroom Management 250 สรุปความ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม ส ภ า พ จ ริ ง “เ ป็ น แ น ว คิ ด ใ น ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ที่ เ ชื่ อ ม โ ย ง ประสบการณ์และการเรียนไว้ด้วยกัน หรือเป็นการเชื่อมโยงเน้ือหาที่เรียนกับโลกแห่งความเป็น จริงโดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยใช้วิธีการสืบ สอบ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน ตดั สินใจด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางยุทธศาสตร์ในการคิดอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมาย ที่แสดงความสาเร็จของการทางาน ซึง่ สามารถนาสง่ิ ที่ได้เรยี นรู้ไปใช้ปฏิบัติในชวี ิตจริงได้ ในด้านตัวบ่งชี้ มาตรฐานและเกณฑ์การประเมินการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง ถ้าจะ ให้เกิดการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริงที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้สอนควรดาเนินการจัดการเรียนการ สอนให้สอดคล้องกับ 5 องค์ประกอบ โดยพยายามจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดข้ันสูง จากการ วิเคราะห์ สังเคราะห์สิ่งที่เรียน โดยสอนแก่นของความรู้จริงๆ ไม่ใช่สอนทุกสาระพื้นฐานท่ัวๆ ไป โดยให้ผู้เรียนจาในทุกเร่ือง และในระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ก็ควรให้ผู้เรียนได้มี โอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้สอนและเพื่อนๆ ในห้องเรียนหรือบุคคลอื่นๆ ซึ่งกระบวนการทาง สังคมนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และยอมรับซึ่งกันและกันมากขึ้น และประการสาคัญอีก ประการหนึ่งคือ เม่ือผู้เรียนได้เรียนรู้แล้ว ผู้เรียนสามารถนาองค์ความรู้หรือทักษะที่ได้ไป ประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงได้ จึงสามารถตอบได้ว่า การจัดการเรียนรู้ตาม สภาพจริงได้ตามมาตรฐาน วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จาลอง เปน็ อีกวิธีการสอนหนึ่ง ที่ผู้สอนสามารถ นาไปใช้ในการจดั การเรียนรู้ตามสภาพจริงได้ โดยในการสอนครูต้องพยายามสร้างความสนใจแก่ ผู้เรียนในการทากิจกรรมด้วยวิธีการต่างๆ แล้วให้ผู้เรียนลองปฏิบัติกิจกรรมตามสถานการณ์ จาลองที่กาหนดขึ้น ให้ผู้เรียนได้สังเกตการทากิจกรรม จาแนกแยกแยะสิ่งที่ได้ วิเคราะห์หาทาง เลือกที่ถูกต้อง แล้วสรุปหลักการวิธีการที่ได้ เพื่อนาไปเชื่อมโยง แก้ปัญหาของสถานการณ์ใหม่ ในชีวิตประจาวัน ชึ่งจะเป็นผลดีแก่ผู้เรียนที่ได้ฝึกคิด ตัดสินใจในเร่ืองราวต่างๆ โดยไม่เสี่ยงต่อ อันตราย พร้อมท้ังสามารถหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาน้ันไว้ล่วงหน้า เม่ือผู้เรียนไปพบ สถานการณ์จริงก็จะแก้ปัญหาได้จากประสบการณ์ที่ได้ฝึกมาจากสถานการณ์จาลองที่เรียนไป แล้ว การประเมินตามสภาพจริงนั้นมีวิธีการที่หลากหลาย ผู้สอนควรเลือกใช้วิธีการที่ เหมาะสมกับข้อมูลที่ต้องการซึ่งอาจใช้วิธีการที่หลายอย่างประกอบกันก็ได้ในการเก็บข้อมูล เช่น การสังเกต การสมั ภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การบันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง การใช้แบบทดสอบวัด

การออกแบบการเรียนร้แู ละการจดั การชัน้ เรยี น 225511 ความสามารถที่เป็นจริง การรายงานตนเอง การสร้างจิตภาพและการใช้แฟ้มสะสมผลงาน เพือ่ ให้สามารถประเมินผู้เรยี นได้อย่างรอบคอบและครอบคลุมศักยภาพที่แท้จริงของผเู้ รียน คคาำ� ถถาามมททา้้ายยบบทท 1. จ1.ดั จกดัารกเารรยี เนรยีรนู้ตราตู้มาสมภสาภพาจพรจิงรนงิ กั นวกัิชาวกชิ าากรไาดร้ใไหด้คใ้ หวค้าวมาหมมหามยาไวย้อไวยอ้ ่ายงา่ไรงไแรลแะลทะ่าทนา่ คนิดควดิ ่าวกา่ าร จัดกกาารรจเรดั ยีกนารรู้ตเรายี มนสรภตู้ าาพมจสรภิงาคพวจรรมงิ ีคคววารมมอคี ยว่าางมไอรย?า่ งไร ? 2. 2ห.ล หกั ลกกั ากราแรลแะลแะนแวนทวาทงาจงัดจกดั ากราเรรียเรนยี รนตู้ ราตู้ มาสมภสาภพาจพรจิงรงิมีกมีอ่กี ยอ่ี ่ายงา่ งอะอไะรไบร้าบงา้ จงงจองธอิบธบิายาย?? ควม าคีมวสาาม435ค...สญั 534กปขำ� ...ตค้อา ร ปขกร่อญะัค้าอรจเกวมตระดัคารจินเอ่ กรวมคดัตกเารนิารกาารคตีนยมราเ�ำรนาึงเรกรนมียใกเายีรนึนงการยีนใกรารเนนกรู้โรสาดรียกาเรอรโู้รยนาจดนยี สใรรัดยอนชอู้สจกใย้วรนภัชดส้ิธูา่าอว้ากรงีกภธิพยไเาาารกีรา่จรรพียงารทเจจไรรนิงรงารทียรองมงิจานู้ตปธีหงงมราริบปอลหีู้มตะาธรกัวลสายะบิ กัตกัมภวา?าิศกตัสายราาศิพภใสร?นาาจใตสกนพรรตาิกงจ์ รรมารต์ปรีแมิงาปรนแี มะรตวนเแะทมาวเนมาทมินวงนิแผาอคงนผลยอิดลอว่ายขคอยงา่อย่าิดไงรงงา่ไขไรงจอรไงจรงNจองจงeอธNองwิบธeอธบิmาwธิบยาaบิmายnา?ยanย?n??n มี เอกสารอ้างอิง กรมวิชาการ. (ม.ป.ป.). กระบวนการพัฒนาแฟม้ สะสมงานของนกั เรยี น. กรุงเทพฯ : สานักทดสอบทางการศกึ ษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). เรยี นรแู้ บบเน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว. โกวิท ประวาลพฤกษ์. (2545). สู่การเรียนรแู้ ท้. กรงุ เทพฯ : สถาบนั พัฒนาคุณภาพวิชาการ. ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2553). สอนประวตั ิศาสตร์ให้เด็กมีความสุข สนุกคิด. นนทบุรี : สหมติ ร พริน้ ตงิ้ แอนด์พับลิสชิง่ . ชาญวิทย์ เกษตรศริ ิและสชุ าติ สวัสดิ์ศรี. (2557). ปรัชญาประวตั ิศาสตร์. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน. (2545). กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . ลาวณั ย์ วิทยาวุฑฒกิ ุล. (2547). คูม่ ือการเรียนการสอนประวัติศาสตรไ์ ทย ส 028 ประวตั ิศาสตร์การตง้ั ถ่ินฐานในดินแดนประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนา พานชิ . วราภรณ์ ตระกลู สฤษดิ์. (2547). ผลของการใชส้ ถานการณ์จาลองท่มี ีตอ่ ความวิตก กงั วลในการฝึกปฏิบตั ิงานบนหอผปู้ ่วยจติ เวชของนักศกึ ษาพยาบาลช้ันปีท่ี

ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน. (2545). กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . 252 ลาวัณย์ วิทยาวุฑฒกิ ลุ . (2547). คมู่ ือการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย ส 028 252 LปeรarะnวinัตgิศDาeสsigตnรa์กnาdรCตlaั้งsถsr่ินoฐomานMในanดaินgeแmดeนntประเทศไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นา พานชิ . วราภรณ์ ตระกูลสฤษดิ.์ (2547). ผลของการใช้สถานการณ์จาลองท่มี ีต่อความวิตก กงั วลในการฝึกปฏิบัติงานบนหอผ้ปู ว่ ยจติ เวชของนักศกึ ษาพยาบาลชั้นปีท่ี 3 วิทยาลยั เกื้อการุณย์ สานกั การแพทย์. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทร์วิโรฒ, กรุงเทพฯ. ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์. (2549). การประเมินผลการเรียนใหส้ อดคล้องกบั สภาพจรงิ การใชแ้ ฟม้ สะสมงาน. กรุงเทพฯ : สารพัฒนาหลักสตู ร. สมนึก นนทิจนั ทร์. (2554).การเรียนการสอนการวดั ประเมินผลจากสภาพจริงของผ้เู รยี น โดยใช้ Portfolio. (พิมพ์ครงั้ ที่ 2). กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. สมบรู ณ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา. (2545).การเปรียบเทยี บผลการเรียนกลุ่มสรา้ งเสริม ประสบการณช์ ีวติ ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่เี รยี นหนว่ ยการเรียน ทามาหากินดว้ ยการสอนแบบใชส้ ถานการณจ์ าลอง. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทร์วิโรฒ, กรงุ เทพฯ. สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2545). การยึดผเู้ รยี นเปน็ ศูนย์กลางและการประเมินตามสภาพ จริง. (พิมพ์ครง้ั ที่ 5). เชยี งใหม่ : โรงพิมพ์แสงศิลป์. สานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ. (2540). การวดั และประเมินผลสภาพที่ แทจ้ ริงของนกั เรยี น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สุทิน บญู ชวู งษ์. (2530). หลกั การสอนตรงตามหลกั สตู ร สภาการฝึกหดั ครู พ.ศ.2530. กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลกั สตู รและการสอน วิทยาลยั ครูสวนดสุ ิต. Newmann,F.M.,Secada, W. G.and Wehlage, G.G. (1995). A Guide to Authentic Instruction and Assessment : Vision, Standards and Scoring. Madison. Wisconsin Center for Educational Research.

10กการาเรรียเรนียกานรสกอานรแสบบออนอแนไบลนบบ อทอบนทททไี่ ลี่10น์ ความนา ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีการพัฒนาอย่าง ต่อเน่ือง ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ การศึกษาของประเทศไทยเกิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ก้าวทันต่อความ ต้องการในการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online Learning) จงึ ได้เข้ามามีบทบาทต่อการเรียนการสอนในทุกระดับการศึกษาที่สอดคล้องกับ กระแสโลกาภิวัฒน์ และการศึกษาแบบไร้พรมแดน รวมทั้งการขยายโอกาสให้กับผู้เรียน เลือกเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อนาไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) ปรบั ตัวต่อการเปลีย่ นแปลงของสงั คมโลก 10.1 ความหมายของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online Learning) ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ อ อ น ไ ล น์ ด้ ว ย ก า ร เ ติ บ โ ต อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว ข อ ง เ ค รื อ ข่ า ย อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ดิ จิ ต อ ล ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ ว็ บ ไ ซ ต์ ถื อ เ ป็ น เ ค ร่ื อ ง มื อ ที่ มี พ ลั ง แ ล ะ มี ประสิทธิภาพด้วยเป็นเคร่ืองมือที่มีความยืดหยุ่น แพร่หลายไปทั่วโลก มีความคล่องตัวใน การจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนทางไกล (Taylor, 2014) การเรียน การสอนออนไลน์เหมือนกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนตรงที่ครูผู้สอนจะต้องจัดเตรียม กิจกรรมและประสบการณ์เรียนให้กับผู้เรียนโดยคานึงถึง และการเรียนการสอนที่ดีน้ัน ผู้เรียนและผู้สอนควรต้องปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ดังน้ันการเรียนการสอนออนไลน์จึงไม่ได้ เป็นเพียงแค่การสร้างบทเรียนบนเว็ป เพื่อให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาเน้ือหาบทเรียนเท่านั้น หากแต่ยังตอ้ งมกี ารจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยคานึงถึงผเู้ รียนเปน็ สาคญั

254 Learning Design and Classroom Management 254 Worathan Technology (ออนไลน์) ได้อธิบายไว้ว่า การเรียนการสอนออนไลน์ (Online learning) จัดเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถ เปลี่ยนแปลงวิธีเรียนในรูปแบบเดิมๆ ให้เป็นการเรียนใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทาการ สอน นอกจากนี้ความหมายอีกในหนึ่งยังหมายถึง การเรียนทางไกล,การเรียนผ่านเว็บไซต์ อีกด้วย สอดคล้องกับ Calder & McCollum (1988) กล่าวว่า คาจากัดความโดยท่ัวไปของ การเรียนรแู้ บบเปิด คอื การเรียนรตู้ ามเวลา ตามความต้องการ และสถานที่ของตนเองการ เรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online learning) จะเป็นเรียนทางผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยอยู่ ในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ บวกเข้ากับเครือข่าย อินเทอร์เน็ต สร้างการศึกษาที่มีปฏิสัมพันธ์คุณภาพสูง โดยไม่จาเป็นต้องเดินทาง เกิด ความสะดวกและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ทุกสถานที่ทุกเวลา เป็นการสร้างการศึกษาตลอด ชีวิตให้กับประชากรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เป็นการศึกษาผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ตด้วยตนเอง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามความชอบของตนเอง ในส่วนของ เนื้อหาของเรียน ประกอบด้วย ข้อความ, รูปภาพ, เสียง, VDO และ Multimedia อื่น ๆ สิ่ง เหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser ทั้งผู้เรียน, ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นทุก คน สามารถติดต่อสื่อสาร ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเดียวกับการเรียนในช้ัน เรียนทั่วไป โดยการใช้ E-mail, Chat, Social Network เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้แบบ ออนไลน์ จึงเหมาะสาหรับทุกคน, เรียนได้ทุกเวลาลักษณะสาคัญของการเรียนการสอน แบบออนไลน์ (Online learning) ผู้เรียนเป็นใครก็ได้ อยู่ที่ใดก็ได้ เรียนเวลาก็ใด เอาตาม ความสะดวกของผู้เรียนเป็นสาคัญ เนื่องจากโรงเรียนออนไลน์ได้เปิดเว็บไซต์ ให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง มีสื่อทุกประเภทที่นาเสนอในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะท้ัง ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง VDO ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจ ในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็น อย่างดี อกี ท้ังยังทาให้เหตุภาพของเน้ือหาต่าง ๆ ง่ายดายมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเลือกวิชา เรียนได้ตามความต้องการ เอกสารบนเว็บไซต์ที่มี Links ต่อไปยังแหล่งความรู้อื่น ๆ ทาให้ ขอบเขตการเรียนรู้กว้างออกไป และเรียนอย่างรู้ลกึ มากขึ้น สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 (2562) ได้ให้ ความหมายของการเรียนการสอนออนไลน์ (Online learning) ว่าเป็นนวัตกรรมทาง การศึกษาในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีเรียนในรูปแบบเดิมๆ ให้เป็นการ

การออกแบบการเรยี นรู้และการจดั การช้ันเรียน 252555 เรียนใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทาการสอน นอกจากนี้ความหมายอีกนัยหนึ่งยัง หมายถึง การเรียนทางไกล, การเรียนผ่านเว็บไซต์ อีกด้วย การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online learning) จะเป็นการเรียนผ่านทาง อินเทอร์เนต็ โดยอยู่ในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ บวกเข้ากับ เครือขา่ ยอินเทอร์เนต็ สร้างการศึกษาที่มีปฏิสัมพันธ์คุณภาพสูง โดยไม่จาเป็นต้องเดินทาง เกิดความสะดวกและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ทุกสถานที่ ทุกเวลา เป็นการสร้างการศึกษา ตลอดชีวิตให้กับประชากร เป็นการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยตนเอง ผู้เรียน สามารถเลือกเรียนตามความชอบของตนเอง ในส่วนของเนื้อหาของเรียน ประกอบด้วย ข้อความ, รูปภาพ, เสียง, VDO และ Multimedia อื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังผู้เรียน ผ่าน WWeebb Browser ททั้งั้งผู้เรียน, ,ผู้สผู้อสนอนแแลละะเพเพื่อื่อนนรร่ว่วมมชชั้น้ันททุกุกคคนนสสาามมาารรถถตติดิดตต่อ สื่อสาร ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเดียวกับการเรียนในช้ันเรียนทั่วไป โดยการใช้ E-mail, Chat, Social Network เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้แบบออนไลน์ จึงเป็นเหมาะ สาหรับทกุ คน, เรียนได้ทุกเวลา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน เนื่องจากไม่ได้ จากัดอยู่ในสถานที่เดียวเท่าน้ัน เกิดเครือข่ายความรู้ โยงใยออกไปไกล เน้นการเรียนแบบ ผเู้ รียนเปน็ ศูนย์กลาง ช่วยลดชอ่ งว่างระหว่างการเรยี นรู้ในเมืองกับท้องถิ่น สรุปได้ว่าการเรียนรู้แบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ เป็นการเรียนที่มีความมีความ ยืึดหยุ่นสูง เป็นการเตรียมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่มีความใฝ่เรียนรู้ สสา�ำหหรรับับนนักักเรียน นักศึกษาทั่วไปที่ต้องเข้าเรียนตามหลักสูตรผู้เรียนจาต้องมีความรับผิดชอบในการเรียน มากกว่าปกติ เพราะเปน็ การเรียนรดู้ ้วยตัวเอง 10.2 แนวคิดการเรียนการสอนออนไลน์ การเรียนการสอนระบบออนไลน์ได้เริ่มเข้ามีบทบาทในการศึกษาในปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา เม่ือมีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลายผ่านโปรแกรมแสดงผล(Web browser) และโปรโตคอล TCP/IP จึงมีการพัฒนาการเรียนการสอนผ่าน World Wide Web โดยใช้ใน วงการศึกษาว่า Web-based education หรือ Web-based instruction หรือ Web-based learning (น้าทิพย์, 2545: 80-81) โดยเป็นการจัดการเรียนการสอนในระดับหลักสูตร ปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันการศึกษาช้ันนาในต่างประเทศ แต่ที่ได้เป็น

256 Learning Design and Classroom Management 256 ทีต่ ่นื ตวั ของสถาบันการศกึ ษาต่าง ๆ คือ ระบบการเรียนการสอนของหลักสูตรระยะสั้นเพื่อ มวลชน (Massive Open Online Course: MOOC) ที่ทาให้เกิดกระแสต่ืนตัวทาให้เกิด โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (Thailand Cyber University: TCU) เป็นรูปธรรมขึ้น โดย เครือขา่ ยมหาวิทยาลัยชั้นนาทัว่ ประเทศระบบที่นิยมใชใ้ นการจดั การเรียนการสอนออนไลน์ แบบ MOOC (Support Thai Mooc : Online) ทีส่ าคัญมีดังนี้ 1) EdX เป็นระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับ ต้นๆ ของโลก เน่ืองจากมีเนื้อหารายวิชาที่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาและที่สาคัญ ฟรี เม่ือ ต้องการเพิ่มพูนความรู้ หากต้องการรับ Certificate จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมี หลักสูตรที่มีคุณภาพสูงจากมหาวิทยาลัยและสถาบันที่มีคุณภาพมากมายจากท่ัวทุกมุม โลก ก่อต้ังโดยมหาวิทยาลัย MIT และ มหาวิทยาลัย Harvard และมีมหาวิทยาลัยและ สถาบันต่าง ๆ เข้าร่วมอีก 50 กว่าแห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรเปิดสอนออนไลน์หลากหลาย สาขาวิชา เช่น สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ และ สาขาอื่น ๆ มากมายระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ Open edx ยังเปิดเป็น Open Source เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการพัฒนาระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของ ตนเองได้นาไปใช้งานได้ จึงได้เป็นที่นิยมในหน่วยงานต่าง ๆ เช่น KMOOC, JMOOC, Thai MOOC เปน็ ต้น 2) Coursera เป็นระบบทีจ่ ัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ กันกับ Edx โดยมีหลักสูตรมากกว่า 100 มหาวิทยาลัยท่ัวโลก เช่น Stanford, Princeton, Bocconi, Centrale Paris เปน็ ต้น Coursera เป็นองค์กรทางด้านการศึกษาที่แสวงผลกาไร โดยนาเอาเทคโนโลยีมา ใช้ในการจดั การศกึ ษา ก่อตง้ั โดย Andrew Ng และ Daphane Koller ในปี 2012 มีรูปแบบใน การดาเนินงานคือ ร่วมมือกับหลาย ๆมหาวิทยาลัยในการเปิดสอนหลักสูตรออนไลน์ที่ ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ ศิลปะ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กฎหมาย วิทยาศาสตร์คอมพวิ เตอร์ เคมี และอ่นื ๆ อีกมากมาย ซึง่ สอนโดยอาจารย์ทีม่ ี ชื่อเสียงจากท่ัวโลก ปัจจุบัน Coursera ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 5 แห่ง ในการขยาย หลักสตู รปริญญาตรีและโทและเป็นคร้ังแรกของ Coursera ทีใ่ ห้ใบปริญญาจริงแก่ผู้เรยี น 3) Khan Academy Khan Academy เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกาไรเรียนฟรีไม่มี ค่าใช้จ่าย เพือ่ ต้องการขยายโอกาสทางด้านการศึกษาที่มีคุณภาพแก่คนทั่วโลก ผ่านระบบ

การออกแบบการเรยี นรู้และการจัดการช้ันเรียน 252757 จัดการเรยี นการสอนออนไลน์ khanacademy.org โดยระบบดงั กล่าวมีเคร่ืองมือหลักในการ สอนคือ วีดิโอ และการปฏิบตั ิตาม เป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลัก ปัจจุบันมีรายวิชามากมาย หลายสาขาวิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ เป็นต้น โดยมีต้ังแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลายและมีภาษาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ อยู่หลาย ภาษา เช่น Spanish,Portuguese, Hebrew, Italian, Russian, Chinese, Turkish, French, Bengali, Hindi, German และ Thai (https://th.khanacademy.org) Khan Academy ก่อตั้ง โดย Salman Khan เปน็ ชาวอเมริกันเชอื้ สายบังคลาเทศ-อินเดีย มีอดตี เปน็ นักวิเคราะห์ของ บริษทั เฮจด์ฟันด์ และเคยเรียนจบทั้ง MIT และ HarvardBusiness School 4) Udemy Udacity ถูกก่อตั้งในปีเดียวกันกับ Coursera โดย Sebastian Thrun David Stavens และ Mike Sokolsky ได้เล็งเห็นว่าโดยปกติแล้วการจัดการเรียนการสอนใน ห้องเรียนจะสามารถรองรับผู้ได้ไม่เกิน 200 ต่อคลาสเรียนเท่าน้ันและผู้เรียนส่วนใหญ่มี พฤติกรรมการเรียนรู้ที่ชอบดวู ีดิโอการสอนย้อนหลังมากว่า เพราะมีอิสระในการเรียนรู้ จึง ได้สร้างระบบ Udacity ขึ้นมา เน้นเปิดหลักสูตรในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ แต่ ต่อมาได้ขยายสาขาวิชาสู่คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และธุรกิจ หลักสูตรทั้งหมดมีตารางเรียน แบบที่นกั เรียนสามารถวางแผนเอง ดงั นั้นนักเรียนสามารถศึกษามากน้อยตามที่ต้องการใน แต่ละสัปดาห์เหมาะสาหรับนักเรียนที่มีเวลาว่างน้อย นอกจากนี้ยังได้แบ่งหลักสูตร ออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเริ่มต้น (beginner) ระดับกลาง (intermediate) และระดับสูง (advanced) เพื่อให้เหมาะสมกับผเู้ รียน 5) Canvas เป็นระบบ LMS ที่มีความแตกต่างกันกับ Edx Coursera และ MOOC Platform ทั่วไปเน้นไปที่การให้ความสะดวกในการบริหารจัดการ Online Course ภายในองค์กร หรือภายในมหาวิทยาลัยCanvas ได้รับความนิยมใน วิทยาลัยและ มหาวิทยาลยั ในสหรฐั อเมริกา ให้มกี ารให้บริการเป็นแบบ Opensource และแบบ freemium 6) FutureLearn คือระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่มี คุณสมบัติคล้ายกับ MOOC Platform ท่ัวไปมีเคร่ืองมือเด่นในการจัดการเรียนการสอน ออนไลน์คือ เคร่ืองมือในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอน เพราะ FutureLearn เชอ่ื การการพูดคุยในเรือ่ งที่เรยี นรู้กบั คนอื่น ๆ ทั่วไปทาให้ได้พบโอกาส และแนวทางการเรียนรู้ใหมๆ่ ทาให้การเรยี นออนไลน์ประสบผลสาเรจ็ มากขึ้น

258 Learning Design and Classroom Management 258 นอกจากนี้ยังมี The Open University ซึ่งเป็นบริษัทเอกสารให้การสนับสนุน ดูแล และบริหารจัดการ ทาให้เช่อื ได้วา่ Course Online และระบบดังกล่าวมีคุณภาพมาก ๆ 7) Udacity คือระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่มีเป้าหมาย คือการเข้าถึงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดทั่วโลก โดยมีเน้ือหาการเรียนรู้ที่มุ่งเน้น ไปที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุดสาหรับผู้เรียนที่ สนใจในเนือ้ หาเฉพาะด้าน ให้สามารถศึกษาจาก Udacity อย่างลกึ ซึง้ ได้ 8) Open Education Europa เป็นระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นประตูสู่นวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มประเทศยุโรป โดย คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 2013 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการริเริ่มการเปิดศึกษาเพื่อจัดหาเกตเวย์เดียวสู่ European Open Education Resources เป้าหมายหลักคือ การนาเสนอแหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่เปิดสอนในยุโรป ท้ังหมดที่มีอยู่ในหลายภาษาเพื่อให้สามารถนาเสนอแก่ผู้เรียนครูและนักวิจัย นอกจากนี้ Education Europa เป็นแพลตฟอร์มการจัดการสอนออนไลน์แบบไดนามิกที่สร้างขึ้นด้วย เทคโนโลยี Open source ล่าสุดที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร เช่น แชท เว็บบอร์ด เปน็ ต้น 9) The Open University เป็นระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่เน้นการปรับตัวของผู้เรียนที่ไม่เคยเรียนออนไลน์มาก่อน เนื่องจากระบบมีการ ออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานที่เข้าใจง่าย มีระบบช่วยเหลือให้กับผู้เรียน และคุณสมบัติ อื่นๆ ในการเรียนรเู้ น้นง่ายต่อการใช้งาน โดยเน้ือหาการเรียนรู้ส่วนใหญ่เกี่ยวกับนวัตกรรม ต่าง ๆ 10.3 องค์ประกอบการจดั การเรียนการสอนแบบออนไลน์ การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานองค์ ความรู้ร่วมกับนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีรูปแบบการสอนที่ หลากหลาย นักวิชาการท้ังของไทยและต่างประเทศได้สรุปองค์ประกอบของการจัดการ เรียนการสอนแบบออนไลน์ทีส่ าคัญมีดงั น้ี

การออกแบบการเรียนรู้และการจดั การชั้นเรยี น 252959 1) ผู้สอน (Instructor) เป็นผู้ถ่ายทอดเน้ือหา องค์ความรู้ต่างๆให้กับผู้เรียนให้ เกิดความเข้าใจในเนื้อหาประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของผู้สอน มีส่วนทาให้การสอน ออนไลน์บรรลุเป้าหมาย ซึ่งบทบาทของผู้สอนเป็นผู้ให้คาแนะนา (Guide) พี่เลี้ยง (Mentor) เป็นผู้ฝึก (Coach) อานวยความสะดวก (Facilitators) (Belarmino JA, Bahle-Lampe A.,2019 : 1) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเล็งเห็นศักยภาพของตนเองในด้านการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะในการเรียนทักษะด้านความรู้ที่ใช้ในการทางาน ความสามารถ ในการใช้เทคนิคต่างๆในการทางานที่สอนกันได้(Hard Skill) เพื่อนาไปสู่การปฏิบัติงานที่ เหมาะสม และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมถึง การพัฒนาตนเอง (Soft Skill) เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข รวมท้ังการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจเน้ือหาการเรียนได้รวดเร็วและนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้สอนต้องพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมกระบวนการ จัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้มีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าขณะที่สอน และควรมีการติดตามการเข้าเรียนของผู้เรียนอย่างต่อเน่ือง เช่น ความถี่ ของการเข้าเรียน จานวนช่ัวโมงการเรียน ปัญหาอุปสรรค ความต้องการในการช่วยเหลือ เพิ่มเติมในการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพิ่มขนึ้ 2) ผู้เรียน (Student) เป็นผู้รับเน้ือหาและองค์ความรู้จากผู้สอน ซึ่งผู้เรียน จาเป็นต้องมีความพร้อมในด้านการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ การรู้เท่าทันสื่อ (Digital Literacy) สามารถสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูลประเมินเนื้อหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้ วิจารณญาณในการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูลได้อย่างเหมาะสม มีการเตรียมความพร้อมใน การเรียนรู้ เช่น การศกึ ษาขอบเขตของเน้ือหาก่อนเข้าเรียน การสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ การเตรียมระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้พร้อมใช้งาน การเตรียมสถานที่สาหรับการเรียนที่เหมาะสม การติดต่อสื่อสารแบบดิจิทัลกับผู้สอน เพือ่ ให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้เหมาะสม รวมท้ังมีความฉลาดทางอารมณ์ในการ ใช้สื่อ (Digital Emotional Intelligence) อย่างเหมาะสมเช่น การแบ่งปันข้อมูลข่าวสารให้กับ คนอื่น การมนี ้าใจในโลกออนไลน์ (กิตติชัย สุธาสิโนบล, 2562 : 200-211) เป็นต้น รวมทั้ง ควรเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีคุณธรรม จริยธรรมในการ

260 Learning Design and Classroom Management 260 เรียนรู้ มีสว่ นร่วมในการเรียน การส่งงานตามกาหนด มีการทบทวนความรู้อย่างสม่าเสมอ เพือ่ ให้ผู้เรยี นได้รับประโยชน์จากการเรียนการสอนแบบออนไลน์เพิม่ ข้นึ 3) เน้ือหา (Content) เป็นส่วนสาคัญที่ทาให้การเรียนการสอนบรรลุตาม วตั ถุประสงค์ เนือ้ หาควรมีการออกแบบโครงสร้างตามวัตถุประสงค์ของรายวิชา มีการวาง แผนผังรายวิชาเพื่อเป็นระบบนาทางเชื่อมโยงไปสู่เน้ือหาต่างๆในบทเรียน สาหรับข้อความ ของเนื้อหาควรมีความชัดเจน กระชับ เข้าใจง่าย มีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้เรียนศึกษาทาความเข้าใจได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม (Picciano A.G., 2017 : 166–190) รวมท้ังควรมีการออกแบบโครงสร้างตามวัตถุประสงค์ของรายวิชา มีการวาง แผนผังรายวิชาเพื่อเป็นระบบนาทางเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาต่างๆในบทเรียน สาหรับข้อความ ของเน้ือหาควรมีความชัดเจน กระชับ เข้าใจง่าย มีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้เรยี นศึกษาทาความเข้าใจได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสมรวมท้ัง 4) สื่อการเรียนและแหล่งเรียนรู้ (Instructional Media & Resources) ถือว่ามี ความสาคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษา สื่อการสอนที่ดีจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้เรียน สามารถทาความเข้าใจในเนื้อหาขณะที่เรียนได้ สื่อที่ใช้ในการสอนควรที่มีความแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจของผู้เรียนและกระตุ้นการเรียนรู้ เช่น วิดีโอ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สถานการณ์จาลอง บทความวิชาการ เป็นต้น (Rao B.J., 2019: 176–180) อย่างไรก็ตาม ผู้สอนควรเลือกใช้สื่อให้เหมาะสม เช่น ขนาดตัวหนังสือ สี ความคมชัดของรูปภาพ ความ ถูกต้องของข้อมูล รวมท้ังสื่อที่นามาใช้ควรมีความสอดคล้องกับเนื้อหาของรายวิชาเพื่อให้ ผเู้ รียนเกิดความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากนีแ้ หลง่ เรียนรู้ (Resources) ได้แก่ หนังสือ ตารา E-book E-Journal หอ้ งสมุด เป็นทางเลือกที่ทาให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ ด้วย การสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนามาประกอบการเรียน ซึ่งแหล่งเรียน รู้ควรมีความ หลากหลายใหผ้ เู้ รียนสืบค้นได้อย่างเพียงพอ ทาให้ผู้สอนไม่จาเป็นต้องใส่เน้ือหาในบทเรียน ทั้งหมด (Sadykova G, Meskill C., 2019 : 5-21) 5) กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Learning Process) เป็นกระบวนการออกแบบ การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนตามหัวข้อ วัตถุประสงค์ เนื้อหา สื่อการสอน กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการวัดประเมินผล โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ ภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ (Analysis) วางแผนออกแบบ (Planning Design) นาไปใช้ (Implement) พัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation)หลักสูตรการเรียนรู้ให้กับ

การออกแบบการเรียนรแู้ ละการจัดการชน้ั เรยี น 262161 ผเู้ รียน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สามารถนา เน้ือหาไปประยุกต์สู่การเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Learning) (วิทยา วาโย, อภิรดี เจริญนกุ ลู , ฉตั รสดุ า กานกายนั ต์และจรรยา คนใหญ่, 2563 : 289) 6) ระบบการติดต่อสื่อสาร (Communication Systems) มีส่วนสาคัญทาให้การ จัดการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ประสบความสาเรจ็ ได้ ซึ่งการติดตอ่ สื่อสารแบ่งออกเป็น 2 ชนิด (Haugen K, Metcalf LK.. 2018 : 187-191) ได้แก่ (1) การสื่อสารทางเดียว (One-Way Communication) เป็นการถ่ายทอด เนือ้ หาผา่ นสือ่ การสอน เช่น วิดีโอ (Video) PowerPoint ภาพนิ่ง (Slide) สถานการณ์จาลอง (Scenario) กรณีศกึ ษา (Case Study) โดยไม่มีปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างผู้สอนกับผเู้ รียน (2) การสื่อสารสองทาง (Two-Way Communication) เป็นการถ่ายทอด เนื้อหาผ่านสื่อการสอน เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) ระบบการจัดบทเรียน(Learning Management System: LMS) หรือการเรียนโดยผ่าน แอปพลิเคชนั่ การประชุมทางวิดีโอ เช่นGoogle Hangout Meet, Zoom Meeting, Schoology, Webex, Microsoft Teams เปน็ ต้น ซึ่งผู้สอนและผู้เรียนสามารถพูดคุย ซักถามร่วมกันได้ใน ขณะทีส่ อนและตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรยี นได้ 7) ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Network Systems) เป็นช่องทางใน การอานวยความสะดวกให้การเรียนการสอนมีความราบร่ืนได้ ระบบเครือข่ายสารสนเทศ (วิทยา วาโย, อภิรดี เจริญนุกูล, ฉัตรสุดา กานกายันต์และจรรยา คนใหญ่, 2563 :290) ประกอบด้วย (1) ระบบเครือข่ายภายในสถาบัน (Intranet) เป็นระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ภายในสถานศกึ ษา ซึง่ ให้ผู้เรียนสามารถเข้ามาใช้เครือข่ายภายในสถานศึกษา สาหรับการเรียนออนไลน์ได้ (2) ระบบเครือข่ายภายนอกสถาบัน (Internet)ที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ทั่วโลกเพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็ว ซึ่งผู้เรียนสามารถใช้เครือข่าย อินเตอรเ์ นต็ สาหรับการเข้าเรียนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งสบื ค้นขอ้ มูลประกอบการ เรียนรู้ได้อย่างไรก็ตาม อาจมขี ้อจากัดเกี่ยวกับความพร้อมของนักศึกษาในเร่ืองการเตรียม อปุ กรณ์เช่อื มตอ่ กับระบบเครือขา่ ยเทคโนโลยีสารสนเทศและพืน้ ที่ที่ไม่มีสญั ญาณเครือข่าย

262 Learning Design and Classroom Management 262 อินเตอร์เน็ต รวมถึงความเร็วของอินเตอร์เน็ตอาจทาให้การจัดการเรียนการสอนแบบ ออนไลน์ไม่ราบร่นื ได้ 8) การวัดและการประเมินผล (Measurement and Evaluation) จาเป็นต้องมี การวัดและประเมินผล โดยมีการวัดและประเมินผลทั้งระหว่างเรียน ( Formative Assessment) เช่น การต้ังคาถามการสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน สะท้อนคิด เป็นต้น และ ภายหลังจัดการเรียน (Summative Assessment) เช่นการทดสอบด้วยแบบทดสอบต่างๆ เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียน ประสิทธิผลของการเรยี น เพื่อสะท้อน ความสามารถ การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งควรมีความหลากหลาย เพื่อวัดประเมินผลผู้เรียนให้สอดคล้อง ตามสภาพจริง (Shaban W, Bayrak C., 2020 : 283-294) อย่างไรกต็ ามผู้สอนจาเป็นต้อง ออกแบบเคร่ืองมือวิธีการวัดและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพรวมทั้งควรมีการส่งเสริม คณุ ธรรมจริยธรรมในการทดสอบออนไลน์ เพือ่ ป้องกันการทุจริตในระหว่างการสอบ ฐาปนีย์ ธรรมเมธา (2557 : 11-17) แบ่งองค์ประกอบของการจัดการเรียนการ สอนออนไลน์ออกเป็น 6 องค์ประกอบ 1) เนื้อหาและสื่อการเรียน 2) ระบบนาส่ง สารสนเทศและการส่อื สาร 3) ระบบการส่อื สารและปฏิสัมพันธ์ทางการเรียน 4) ระบบการ วัดและการประเมินผล 5) ระบบสนับสนุนการเรียน และ6) ผู้สอนและผู้เรียน ดังแผนภาพ ต่อไปนี้ แผนภาพท่ี 10.1 : องค์ประกอบของระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ที่มา : ฐาปนีย์ ธรรมเมธา (2557 : 11-17)

การออกแบบการเรยี นรแู้ ละการจดั การชั้นเรยี น 262363 ดงั นน้ั จงึ กล่าวได้ว่า องค์ประกอบของการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็น ส่วนสาคัญที่จะทาให้การเรียนการสอนน้ันเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าว จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริง สามารถ ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับผู้เรียนได้ ท้ังนี้ควรประเมินความพร้อมขององค์ประกอบดังกล่าว การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของการนาไปใช้ เพื่อนาไปสู่การประยุกต์ใช้กับการเรียนการ สอนแบบออนไลน์ใหม้ ีความเหมาะสม อย่างไรก็ตามความท้าทายของการจัดการเรียนการ สอนแบบออนไลน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงอย่างเดียว แต่การเตรียมตัว ของผู้เรียนและผู้สอนก็มีส่วนสาคัญที่จาเป็นต้องปรับมุมมอง แนวความคิด รวมทั้งไม่ควร ยึดติดวิธีการเรียนการสอนรูปแบบเดิมแต่ควรเปิดมุมมอง แนวความคิด วิธีการเรียนการ สอนให้ทันต่อการเปลีย่ นแปลงที่เกิดขึน้ 10.4 รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถือวา่ เป็นส่วนสาคัญทีจ่ ะทาให้เกิดการเรียนรู้และ สามารถดาเนินการได้อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ต้องคานึงถึงคือการคงไว้ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเพราะการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้สอนและผู้เรียนจะส่งผลทาให้ผู้เรียน มีแรงจูงใจในการเรียนรู้เพื่อนาไปสู่การพัฒนาตนเองและยังส่งผลให้การเรียนรู้มีคุณภาพ ปัจจุบันรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์มีหลากหลายวิธีที่ทาให้ผู้สอนและผู้เรียน มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน (วิทยา วาโย, อภิรดี เจริญนุกูล, ฉัตรสุดา กานกายันต์ และจรรยา คนใหญ่, 2563 : 291-292) รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์สรุปได้ดงั นี้ 1) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยรูปแบบ Massive Open Online Courses: MOOC เป็นรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งเป็นห้องเรียนออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่สาหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนท่ัวไปที่ สนใจเข้าเรียนในสาขาที่ตนเองต้องการพัฒนาโดยมีองค์ประกอบ ได้แก่ วิดีโอการสอน บรรยายเนื้อหาและการยกตัวอย่างประกอบ เอกสารการสอนแบบออนไลน์ การตอบโต้ แสดงความคิดเห็นระหว่างผู้สอนและผเู้ รียน การประเมนิ ผลการเรียน และการทดสอบ 2) การสอนด้วยรูปแบบ Modular Object Oriented Dynamic Learning Environment(Moodle) ซึ่งเป็นระบบการจัดการเรียนการสอนแบบเปิดเสมือนห้องเรียนจริง

264 Learning Design and Classroom Management 264 ทาให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันได้ โดยผู้สอนสามารถ ออกแบบเน้ือหา กิจกรรมการเรียนแบบทดสอบ ช่องทางมอบหมายงานและการส่งงาน นอกจากนั้นมีสามารถสร้างห้องสาหรบั การตอบโต้ระหว่างผสู้ อนและผเู้ รียนได้ 3) วิธีการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านโปรแกรมการประชุมออนไลน์ได้เช่น โปรแกรม Zoomโปรแกรม Google Meeting Hangout เป็นต้น ซึ่งเป็นโปรแกรมการประชุม วิดีโอทางไกลที่ผู้สอนสามารถเตรียมเอกสารประกอบการสอน เช่น PowerPoint วิดีโอ รูปภาพ เอกสารการสอนในรูปของไฟล์ Word Excel เป็นต้น โดยที่ผู้สอนและผู้เรียน สามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนการสอนได้ รวมทั้งสามารถบันทึกไฟล์ภายหลังการ สอนเพือ่ ให้สามารถเรียนย้อนหลงั ได้ จากกระบวนการจัดการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ทีส่ ง่ เสริมให้ผู้สอนและผู้เรียน ได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันด้วยกระบวนการต่างๆ ข้างต้นนั้น จาเป็นอย่างยิ่งที่ ผู้สอนต้องมีการวิเคราะห์ถึงหลักสูตร วัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผล ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อออกแบบการสอนออนไลน์ให้มี ประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามหัวใจสาคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์คือ ผเู้ รียน สามารถทีจ่ ะนาความรทู้ ีไ่ ด้ไปต่อยอดองค์ความรู้ใหม่และนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต ซึง่ เปน็ สิง่ ทีท่ ้าทายให้ผู้สอนจาเป็นต้องออกแบบการสอนให้มีผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับผู้เรียน ต่อไป 10.5 การประยกุ ต์ใช้ Google for Education จดั การเรียนการสอน แบบออนไลน์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีความสาคัญต่อการประยุกต์ใช้ใน การจัดการเรียนการสอนหรือนาไปผนวกกับทฤษฎีในการจัดการเรียนรู้ต่างๆเช่น ทฤษฎี การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ที่ครูผู้สอนนามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ที่เปิด โอกาสในการเรียนรู้ของผู้เรียน มีการแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ร่วมกัน สร้าง แหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลายหรือทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ทีใ่ ชว้ ิธีการเรียนรทู้ ีห่ ลากหลาย แตเ่ นื่องด้วยความรู้และทักษะ

การออกแบบการเรียนรู้และการจดั การชน้ั เรยี น 262565 ของครูเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่แตกต่างกันในการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการ สอน ดังน้ัน การเลือกใช้ใช้เคร่ืองมือที่มีอยู่ในปัจจุบันถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ครู สามารถนามาใช้งาน แต่ท้ังนี้ทั้งนั้นในการที่จะเลือกสื่อหรือเคร่ืองมือต่างๆมาใช้ งาน ครูผู้สอนจาเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ปัจจัยในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของ หอ้ งเรียน ความพรอ้ มของผู้เรยี น ฯลฯ ดงั ที่ จนิ ตวีร์ คล้ายสังข์ (2560) ได้นาเสนอเกี่ยวกับ การเลือกใช้ส่อื การสอนทีม่ ีอยู่แล้วตามการเรยี นการสอนทีแ่ บ่งออกเป็น 4 รปู แบบคือ รูปแบบที่ 1 การเลือกใช้สื่อในการเรียนการสอนแบบกลุ่มใหญ่ โดยการเรียนการ สอนในรูปแบบนี้จะมีกลุ่มผู้เรียนขนาดใหญ่ เน้นจานวนผู้เรียนจานวนมาก เป็นผลทาให้ ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างผู้เรยี นกบั ผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอนค่อนข้างจากัด ดังน้ัน การเลือกใช้ สื่อจึงต้องเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในระหว่างการนาเสนอเน้ือหา เพื่อช่วยให้ผู้เรียน สามารถเข้าถึงขอ้ มลู ได้ง่าย รูปแบบที่ 2 การเลือกใช้สื่อในการเรียนการสอนแบบกลุ่มย่อย โดยเป็นการ จัดการเรียนการสอนแบบกลุ่มเล็กที่เน้นการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การมี ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอนค่อนข้างสูง ดังนั้น สื่อที่มี ความสาคัญสุด คือสื่อที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จึงมีความสาคัญสาหรับการเรียน การสอนแบบนีเ้ พราะจะเน้นในเรื่องของการมปี ฏิสมั พันธ์ระหว่างการเรียนการสอน รูปแบบที่ 3 การเลือกใช้สื่อในการสื่อการเรียนการสอนแบบทางไกล การเรียน การสอนรูปแบบนี้จะเน้นในเร่ืองผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนที่ตรงกับ วัตถุประสงค์เป็นหลัก ซึ่งจะเน้นให้ผู้เรียนสามารถประเมินตนเองได้ ดังน้ัน สื่อที่เหมาะสม จึงควรเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในระหว่างการนาเสนอเน้ือหา และมีความหลากหลาย เช่น การบันทึกวีดีทัศน์ระหว่างการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถกลับมาทบทวน เพิ่มเติมได้ การจัดทาสื่อเสริมในรูปแบบต่างๆทั้งในรูปของสื่อเสียงและสื่อประสมเพื่อให้ ตรงกับความต้องการของผู้เรยี น รูปแบบที่ 4 การเลือกใช้สอ่ื ในการเรียนการสอนแบบเน้นอัตราความก้าวหน้าของ แต่ละบุคคลสาหรับการเรียนการสอนรูปแบบนี้จะเป็นการเรียนการสอนที่ค่อนข้างอิสระ เน้นความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก ดังนั้น สื่อที่ใช้จึงควรมีความหลากหลายเพื่อให้ตรงกับ ความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสื่อวีดีทัศน์ระหว่างการเรียนในการทบทวน

266 Learning Design and Classroom Management 266 เน้ือหา สื่อเสริมต่างๆรวมถึงสื่อเว็บไซต์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ รวมถึง ติดตอ่ สือ่ สารระหว่างเพื่อนรวมชั้นและครูผสู้ อนเมือ่ ไหร่หรอื เวลาใดก็ได้ ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีสื่อหรือเคร่ืองมือต่างๆให้ครูผู้สอนสามารถที่จะเลือกมา ประยกุ ต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย โดยที่การใช้งานเคร่ืองมือแต่ละแบบ ก็จะแตกต่างกัน เป็นผลให้บางครั้งไม่สามารถทางานร่วมกันได้ ซึ่งอาจทาให้เกิดความ สับสนในการใช้งานของครูผู้สอนรวมถึงผู้เรียนได้ เช่น การที่ผู้ใช้ต้องจาข้อมูลในการเข้าใช้ งานในเคร่ืองมือแต่ละประเภท ดังนั้น เพื่อให้การใช้งานเคร่ืองมือแต่ละประเภทสามารถที่ จะบูรณาการในการทางานร่วมกันได้ ผู้เขียนจึงเลือกที่จะนาเสนอชุดเคร่ืองมือที่มีอยู่ใน Google for Education สาหรับนามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยเคร่ืองมือแต่ละตัวก็ จะมีคุณสมบัติการใช้งานเฉพาะ โโดดยยมมีขีข้อ้อดดีทีที่ค่ีครรูผูผู้สู้สออนนสสาามมารถใช้งานร่วมกันด่า้วนยบัญชีการ ใช้งานเพียงบัญชีเดียว เช่น การใช้ Google Drive สาหรับจัดเก็บเอกสารออนไลน์ อีกทั้งมี การรวมในส่วนของ Google Docs,Google Slides และ Google Sheets ที่ครูผู้สอนสามารถ ใช้งานได้เช่นเดียวกับชุดโปรแกรมใน Microsoft Office หรอื จะเป็นการใช้ Google Classroom สา�ำหรับสร้า้างงหห้อ้องงเรเรียียนนออออนนไลไลนน์ก์การาใรชใ้ชG้ oGoogolegle FFoormrmss สส�ำาหหรรับับสสรร้า้างแบบฟอร์มหรือ แบบทดสอบออนไลน์ รวมถึง การสร้างเว็บไซต์ในการจัดการเรียนการสอนของครูด้วย Google Sites (ดนัยศกั ดิ์ กาโร, 2562 : 5-6) Google for Education เป็นชุดเคร่ืองมือที่พัฒนาขึ้นมาสาหรับงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะโดยที่โรงเรียนสามารถขอใช้บริการได้ฟรี จากทาง Google แต่มีเง่ือนไขคือทาง โรงเรียนต้องมีโดเมนหรือที่อยู่เว็บไซต์(URL) เป็นของโรงเรียนเพื่อนาไปขอใช้บริการ โดยที่ ทางโรงเรียนจะได้ที่อยู่อีเมลสาหรับนามาแจกจ่ายให้กับครูและนักเรียนภายใต้ โดเมน เว็บไซต์ของโรงเรียน เช่น @pkru.ac.th ท้ังนี้ในชุดเคร่ืองมือที่มีอยู่ใน Google for Education ประกอบไปด้วย 1) ชุดเคร่ืองมือหลัก เช่น Gmail, Calendar, Classroom, Contacts, Drive, Docs, Forms, Groups, Sheets, Sites, Slides, Talk/Hangouts และ Vault 2) ชดุ เคร่อื งมอื เสริม เชน่ Youtube, Maps และ Blogger นอกจากนี้การนาเคร่ืองมือต่างๆใน Google for Education มาประยุกต์ใช้ในการ จัดการเรียนการสอนแล้ว ครูผู้สอนยังสามารถที่จะให้ข้อเสนอแนะหรือความต้องการใน การเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานเคร่ืองมือต่างๆได้ ตัวอย่างเช่น ในการใช้งานของ Google

การออกแบบการเรยี นรู้และการจดั การชนั้ เรยี น 262767 Classroom ที่ผู้เขียนได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมให้กับทาง Google Classroom เกี่ยวกับการนาวันเวลามาใช้ในการกาหนดงานหรือการบ้าน ซึ่งได้รับการตอบ รับจากทางทีมงานของ Google Classroom และได้มีการพัฒนาฟังก์ช่ันการทางานที่ได้ เสนอแนะเข้าไปในฟังก์ชั่นการทางานของ Google Classroom แผนภาพท่ี 10.2 : หน้าจออีเมลตอบกลบั จากทีมพฒั นา Google Classroom ท้ังนี้ในการใช้งานเคร่ืองมือต่างๆ ผู้ใช้งานอาจเจอหน้าจอที่แตกต่างออกไปจาก หนังสืออยู่บ้างทั้งนี้ เนื่องด้วยมีการพัฒนามาอย่างต่อเน่ืองจึงอาจทาให้หน้าจอหรือเมนู การใช้งานมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังคงฟังก์ชันการใช้งานหรือ อาจจะมีฟังก์ชันใหม่ๆเพิ่มเข้ามาเพื่อประโยชน์ในการใช้งานที่มีประสิทธิภาพขึ้น โดยชุด เครื่องมือของ Google for Education ที่สาคัญ ดงั น้ี (ดนยั ศกั ดิ์ กาโร, 2562:7-17) 1) จีเมล (Gmail) เป็นบริการเริ่มต้นของการใช้งานในชุดเคร่ืองมือของ Google for Education ที่ผู้ใช้งานต้องมีเพื่อที่จะใช้ในการเข้าระบบในเคร่ืองมือน้ันๆโดยหลังจากที่ สมัครใช้งานแล้วผู้ดูแลระบบของโรงเรียนหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายสามารถที่จะเพิ่ ม

268 Learning Design and Classroom Management 268 บัญชีต่างๆให้กับครูและนักเรียนได้ ซึ่งบัญชีที่ได้จะอยู่ภายใต้โดเมนเนมของโรงเรียนซึ่ง เปรียบเสมือนทางโรงเรียนมีระบบอีเมลเป็นของโรงเรียนเองโดยการเข้าใช้งานสามารถเข้า ใช้งานได้ที่ https://gmail.com แผนภาพท่ี 10.3 : ไอคอนสัญลกั ษณ์ Gmail แผนภาพท่ี 10.4 : หนา้ จอหลกั ของ Gmail สาหรับบัญชี for Education 2) กูเกิล คลาสรูม(Google Classroom) เป็นเคร่ืองมือที่นามาใช้ในการสร้าง ห้องเรียนออนไลน์ที่ครูผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนได้ตลอด 24 ช่ัวโมง รวมถึง การมอบหมายการบ้าน การตรวจการบ้านและการแจ้งผลคะแนนการบ้าน ผ่านทางระบบ ออนไลน์ โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://classroom.google.com

การออกแบบการเรียนรูและการจดั การชัน้ เรยี น 262969 แผนภาพท่ี 10.5 : ไอคอนสัญลกั ษณ์ของ Google Classroom แผนภาพท่ี 10.6 : หนา้ จอหลักของ Google Classroom

270 Learning Design and Classroom Management 270 3) กูเกิล ไดรฟ์ (Google Drive) เป็นเคร่ืองมือที่นามาใช้ในการจัดเก็บเอกสาร ออนไลน์บนระบบคลาวด์ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา อีกท้ังยังสามารถ ก า ห น ด ก า ร ท า ง า น ร่ ว ม กั น กั บ บุ ค ค ล อื่ น ไ ด้ โ ด ย ส า ม า ร ถ เ ข้ า ใ ช้ ง า น ไ ด้ ที่ https://drive.google.com แผนภาพท่ี 10.7 : ไอคอนสญั ลักษณ์ Google Drive แผนภาพท่ี 10.8 : หนา้ จอหลกั ของ Google Drive 4) กูเกิล คาเลนดาร์ (Google Calendar) เป็นเคร่ืองมือที่นามาใช้ในการสร้าง ปฏิทินออนไลน์โดยการสร้างกิจกรรมต่างๆที่สามารถทางานร่วมกันกับบุคคลอื่นได้ นอกจากน้ันแล้วยังสามารถที่จะกาหนดรูปแบบในการแจ้งเตือนกิจกรรมต่างๆได้ใน หลากหลายช่องทาง เช่น อีเมลหรือ SMS โ ด ย ส า ม า ร ถ เ ข้ า ใ ช้ ง า น ไ ด้ ที่ https://calendar.google.com

การออกแบบการเรยี นร้แู ละการจดั การชนั้ เรียน 272171 แผนภาพท่ี 10.9 : ไอคอนสัญลกั ษณ์ของ Google Calendar แผนภาพท่ี 10.10 : หน้าจอหลักของ Google Calendar 5) กเู กิล หอ้ งนริ ภยั (Google Vault) เป็นเครือ่ งมอื ที่นามาใช้สาหรับสร้างความ ปลอดภัยให้กับหน่วยงานหรือองค์กรในการเก็บข้อมูลต่างๆเช่น อีเมล เอกสารใน Google Drive โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://gsuite.google.com/products/vault/  แผนภาพท่ี 10.11 : ไอคอนสญั ลกั ษณ์ของ Google Vault

272 Learning Design and Classroom Management 272 แผนภาพท่ี 10.12 : หนา้ จอหลักของ Google Vault 6) กูเกิล เเออกกสสาารร (G(Gooogglele Doccss)) เเปป็น็นเเคครร่ือื่องงมมือือทที่นี่นา�ำมมาาใใชช้ส้สา�ำหหนรับับจจัดัดกกาารรงงาานนดด้า้านน เอกสารที่มีลักษณะคล้ายกับ MS WORD ที่ผู้ใช้งานสามารถใช้ผ่านเว็บบราวเซอร์ รวมถึง การใช้งานหรือทางานร่วมกันกับบุคคลอื่นในเวลาเดียวกันได้ โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://docs.google.com แผนภาพ 10.13 : หนา้ จอหลกั ของ Google Docs

การออกแบบการเรยี นรู้และการจัดการช้นั เรยี น 272373 แผนภาพท่ี 10.14 : ไอคอนสัญลักษณ์ของ Google Docs 7. กูเกิล สไลด์ (Google Slides) เป็นเครือ่ งมอื ที่นามาใช้สาหรับจัดการงานด้านการ นาเสนอที่มีลักษณะคล้ายกับ Microsoft PowerPoint ที่ผู้ใช้งานงานสามารถใช้ผ่านเว็บ บราวเซอร์ รวมถึงการใช้งานหรือทางานร่วมกันกับบุคคลอื่นในเวลาเดียวกันได้ โดย สามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://slides.google.com แผนภาพท่ี 10.15 : ไอคอนสัญลักษณ์ของ Google Slides แผนภาพท่ี 10.16 : หน้าจอหลกั ของ Google Slides

274 Learning Design and Classroom Management 274 8. กูเกิล ชชีพีต ((GGoooogglele SShheeeettss)) เป็นเคร่ืองมือที่น�าำมาำใช้สา�ำหรับจัดกาำรงาำนด้าำน ตาำราำงคา�ำนนววณณทที่มี่มีลีลักักษษณณะะคคลล้า้ำยยกกับับMMicricorsosftoft EExxcceel l ทที่ผี่ผู้ใู้ใชช้ง้งำานนสสำามมำารรถใช้ผ่าำนเว็บ บราวเซอร์ รวมถึงการใช้งานหรือทางานร่วมกันกับบุคคลอื่นในเวลาเดียวกันได้ โดย สามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://sheets.google.com/ แผนภาพท่ี 10.17 : ไอคอนสญั ลกั ษณ์ของ Google Sheets แผนภาพท่ี 10.18 : หนา้ จอหลักของ Google Sheets 9) กูเกิล ฟฟออรร์ม์ม(G(Googolgele FoFormrmss)) เป็นเคร่ืองมือท่ีน�ำามำาใช้ส�าำหรับสร้าำง แบบฟอร์ม หรอื แบบสอบถามออนไลน์ เพือ่ เกบ็ ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลที่ได้จะถูก นาเสนอในรูปแบบของรายงานสรุปหรือจะส่งข้อมูลออกมาให้อยู่ในรูปของไฟล์เอกสารใน Google Sheets โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://forms.google.com/

การออกแบบการเรียนร้แู ละการจดั การชนั้ เรียน 272575 แผนภาพท่ี 10.19 : ไอคอนสัญลกั ษณ์ของ Google Forms แผนภาพท่ี 10.20 : หนา้ จอหลักของ Google Forms 10) กูเกิล ไซต์ (Google Sites) เป็นเคร่ืองมือที่นามาใช้สาหรับการสร้างและ พัฒนาเว็บไซต์ผ่านเว็บบราวเซอร์ที่มีเคร่ืองมือต่างๆในการสร้างเว็บไซต์ที่สะดวกและง่าย โดยเว็บไซต์ที่สร้างเสร็จแล้วก็สามารถที่จะนาเสนอผ่านระบบเครือข่ายได้ในทันที โดย สามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://sites.google.com/  แผนภาพท่ี 10.21 : ไอคอนสัญลกั ษณ์ของ Google Sites

276 Learning Design and Classroom Management 276 แผนภาพท่ี 10.22 : หน้าจอหลักของ Google Sites การประยุกต์ใช้ Google for Education ในการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่ง ประกอบด้วย การใชง้ านเกี่ยวกับการเก็บไฟล์เอกสารต่างๆไว้บนระบบคลาวด์ด้วย Google Drive การสร้างห้องเรียนออนไลน์ สาหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ด้วย Google Classroom การสร้างแบบทดสอบออนไลน์สาหรับนามาใช้วัดความรู้ของผู้เรียน ก่อนและหลังเรยี น ด้วย Google Forms และการพัฒนาเว็บไซต์ในการจัดการเรียนการสอน ของครู ด้วย Google Site เพื่อให้สามารถนาไปประยกุ ต์ใชอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพต่อไป สรุปความ การเรียนการสอนออนไลน์เป็นการนาแนวคิด วิธีการ กระบวนการหรือ สิง่ ประดิษฐ์ใหมๆ่ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพตรงตามเป้าหมายของหลักสูตร ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาและการเรียน การ สอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้สอนได้จัดเตรียมเน้ือหา แบบฝึกหัด และกระบวนการ วัดผล เป็นแบบออนไลน์ผ่านทาง web-based หรือ mobiilebased applications ซึ่งผู้เรียน สามารถที่จะเรียนจากสถานที่ใด ในเวลาใดก็ได้ที่มีความสะดวกและเหมาะสมต่อการ

การออกแบบการเรยี นรแู้ ละการจดั การชน้ั เรียน 272777 เรียนรู้ ทาให้เกิดแรงจูงใจในการเรียน ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมี ประสิทธิผลสงู กว่าเดิม คค�ำาถถาามมททา้ า้ ยยบบทท 1. จงบอกความหมายของการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ (Online Learning) 2. เเพพรราาะะเเหหตตุใุใดดกกาารรเเรรยี ียนนกกาารรสสออนนรระะบบบบออออนนไไลลนน์จ์จงึ ึงเเรรม่ิ ิม่ เเขข้า้ามมบี ีบททบบาาททใในนกกาารรศศึกกึ ษษาา 3. จจงงสสรรปุ ปุ อองงคค์ป์ปรระะกกออบบขขอองงกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรยี ียนนกกาารรสสออนนแแบบบบออออนนไไลลนน์ท์ทส่ี ีส่ ำ� าคคญั ญั 4. GoGogoolegfloer EdfourcatiEonduอcำ�aนtiวoยnคอวาานมวสยะคดวากมตสอ่ ะกดารวจกดั ตเ่อรยีกนากรจารัดสเรอียนนแกบาบรอสออนนไลแนบ์ บ อยอ่านงไไลรน์อย่างไร เอกสารอา้ งอิง กิตติชยั สธุ าสิโนบล. (2562). หลักสตู รและการเรียนรู้แบบดิจทิ ัล. วารสารวิชาการ ศึกษาศาสตร์. 20(1). จนิ ตวีร์ คล้ายสงั ข์. (2560). การผลิตและใชส้ ือ่ อยา่ งเป็นระบบ เพือ่ การเรียนรู้ใน ศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฐาปนีย์ ธรรมเมธา. (2557). อีเลิรน์ นิง: จากทฤษฎีส่กู ารปฏิบัติ e-Learning: from theory to practice. โครงการมหาวิทยาลยั ไซเบอร์ไทย. กรุงเทพฯ : สานัก คณะกรรมการการอุดมศกึ ษา. ดนยั ศักดิ์ กาโร.(2562).ปฏิวตั ิการสอนสหู่ ้องเรียน 4.0 ด้วย Google for Education. กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . น้าทิพย์ วภิ าวิน. (2545).ห้องสมดุ อิเล็กทรอนิกส์. กรงุ เทพฯ : บริษัท เอส อาร์ พริน้ ตงิ้ แมสโปรดกั ส์. วิทยา วาโย, อภริ ดี เจริญนุกูล, ฉัตรสดุ า กานกายันต์ และจรรยา คนใหญ่. (2563). การเรียนการสอนแบบออนไลน์ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 : แนวคิดและการประยุกต์ใชจ้ ัดการเรียนการสอน. วารสารศูนย์ อนามยั ท่ี 9. 14(34).

278 Learning Design and Classroom Management 278 สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. (2562). การเรียนการสอน ออนไลน์. [ออนไลน์]. http://pbn3.go.th/news/. (วนั ที่สบื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). Belarmino JA, Bahle-Lampe A. (2019). A Preliminary Historical Report on Embracing Online Education in Occupational Therapy. Open Journal of Occupational Therapy (OJOT). 7(3). Calder, J. & McCollum, A. (1998). Open and flexible learning in vocational education and training. London: Kogan Page. Haugen K, Metcalf LK. (2018). Getting Started: Putting Courses Online. Radiologic Technology Journal. 90(2). Picciano AG. (2017). Theories and Frameworks for Online Education: Seeking an Integrated Model. Online Learning. 21(3). Rao BJ. (2019). Innovative Teaching Pedagogy in Nursing Education. International Journal of Nursing Education. 11(4). Sadykova G, Meskill C. (2019). Interculturality in Online Learning: Instructor and Student Accommodations. Online Learning Journal. 23(1). Shaban W, Bayrak C. (2020). Students Online Learning Measurement System Based On Estimated Time. International Journal of Innovation, Creativity and Change. 11(1). Support Thai Mooc. ระบบทีน่ ิยมใชใ้ นการจัดการเรียนการสอนออนไลนแ์ บบ MOOC. [ออนไลน์]. https://support.thaimooc.org/help-center/articles/78/mooc (วันที่สืบค้น วันที่ 26 พฤษภาคม 2564) Taylor, A. (2014). A Look at Web-based Instruction Today: An interview with Badrul Khan,Part 1. eLearn Magazine. A Publication of ACM. Retrieved March 19, 2014, from http://elearnmag.acm.org/archive.cfm?aid=2590180 Worathan Technology. การเรียน การสอน ออนไลน์ คือ?. [ออนไลน์]. https://www.worathan.co.th/ (วันทีส่ บื ค้น 25 กรกฎาคม 2564).

บรรณานุกรม กฤษณพงศ์ กีรตกิ ร. (2552). วิกฤตกระบวนทัศนเ์ พื่อการปฏิรปู การศึกษา. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์. กรมวิชาการ. (ม.ป.ป.). กระบวนการพัฒนาแฟ้มสะสมงานของนักเรยี น. กรงุ เทพฯ : สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). การจดั การเรียนการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นศูนยก์ ลาง. เอกสารชุดแนวทางปฏิรูปการศกึ ษาในโรงเรยี นสงั กัดกรมสามญั ศึกษา. กรุงเทพฯ : การศาสนา. ________. (2543). การจดั การเรียนการสอนท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว. ________. (2546). เรยี นรแู้ บบเน้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพรา้ ว. ________. (2552). “บทบาทของครใู นการเรียนร้แู บบ Active Learning.” [Online]. http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=12972&Key (วนั ที่สบื ค้น 29 มิถนุ ายน 2564). ก่อ สวสั ดิพานิช. (2517). เทคโนโลยีทางการศึกษา ประมวลบทความเกีย่ วกับ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว. กิดานนั ท์ มลิทอง. (2543). เทคโนโลยีและนวตั กรรม. (พิมพ์ครง้ั ที่ 2). กรุงเทพฯ : อรณุ การพิมพ.์ กิตติชยั สธุ าสิโนบล. (2562). หลักสตู รและการเรียนรู้แบบดิจทิ ลั . วารสารวิชาการ ศึกษาศาสตร์. 20(1). กิตติยา โพธิสาเกตุ, และธชั ชยั จติ รนนั ท์. (2561). การพฒั นาแนวทางการจดั สภาพ แวดล้อมการเรียนรภู้ ายในสถานศกึ ษาเอกชน สังกดั อคั รสังฆมณฑลท่าแร่ หนองแสง. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม. 8(2). 54-62. กีรติ ยศยิ่งยง. (2552). องคก์ รแหง่ นวตั กรรม แนวคดิ และกระบวนการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

280 280 Learning Design and Classroom Management เกริก ท่วมกลาง และคณะ. (2555). การพฒั นาสือ่ /นวตั กรรมทางการศึกษาเพือ่ เลื่อน วิทยฐานะ. กรงุ เทพฯ : สถาพรบุ๊ค. โกวิท ประวาลพฤกษ์. (2545). สู่การเรียนรู้แท้. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ. คณะอนกุ รรมการการปฏิรูปการเรียนรู้. (2543). รูปแบบการจดั การเรียนการสอน ท่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั ท่สี ุด. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา. จรรยา ดาสา. (2552). 15 เทคนิคในการจัดการเรยี นรู้ที่เน้นการเรียนเชงิ รกุ . นิตยสาร. สสวท. 36(163). 72-76. จนิ ตวีร์ คล้ายสังข์. (2560).การผลิตและใชส้ ือ่ อยา่ งเปน็ ระบบ เพื่อการเรียนร้ใู น ศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนาธิป พรกลุ . (2554). รูปแบบการจดั การเรียนการสอนท่ผี ู้เรยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง. กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2526). เอกสารการสอนชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสาร หน่วยท่ี 1-5. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์สหมติ ร. ชยั ฤทธิ์ ศลิ าเดช. (2545). คมู่ ือการเขียนแผนการสอนทเ่ี น้นผ้เู รยี นเป็นสาคญั . กรงุ เทพฯ : จนู พับลิชชิ่ง. ชยั วฒั น์ สทุ ธิรตั น์. (2553). สอนประวตั ิศาสตรใ์ หเ้ ดก็ มีความสุข สนุกคิด. นนทบรุ ี : สหมติ รพริน้ ติง้ แอนด์พับลิสชิง่ . ชยั วฒั น์ สุทธิรตั น์. (2559). 80 นวตั กรรมการจัดการเรียนรทู้ ี่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ. (พิมพ์ครงั้ ที่ 7). กรุงเทพฯ : แดเน็กซ์ อินเตอรค์ อปอเรชั่น. ชาญวิทย์ เกษตรศริ ิและสุชาติ สวัสดิ์ศรี. (2557). ปรชั ญาประวัติศาสตร.์ กรุงเทพ ฯ : ไทยวฒั นาพานิช. เชดิ ศักดิ์ ภักดีวิโรจน.์ (2556). ผลการจดั การการเรียนรเู้ ชิงรุก เร่อื ง ทกั ษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตรท์ ม่ี ีตอ่ ความสามารถในการแกป้ ญั หาทาง คณิตศาสตร์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและความเชือ่ มนั่ ในตนเอง ของ นักเรยี นชัน้ ประถมปีท่ี 3. รายงานการวิจยั มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

281 การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน 281 ไชยยศ เรืองสวุ รรณ. (ม.ป.ป.). Active Learning. [Online], http://www.drchaiyot.com. (วนั ที่สบื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). ฐาปนีย์ ธรรมเมธา. (2557). อีเลิร์นนิง : จากทฤษฎีสู่การปฏิบตั ิ e-Learning : from theory to practice. โครงการมหาวิทยาลยั ไซเบอร์ไทย. กรงุ เทพฯ : สานัก คณะกรรมการการอุดมศกึ ษา. ณฐั พรหม อินทยุ ศ. (2553). จติ วิทยาการศึกษา. เพชรบรู ณ์ : สถาบันการพลศกึ ษา วิทยาเขตเพชรบรู ณ์. ณฐั พร เดชะ และ สุทธาสินี เกสร์ประทุม. (2550). Active Learning. รายงานการสรุป กิจกรรม วนั ที่ 15-21 ตุลาคม 2550. 3-6. ณฐั ภร อินทยุ ศ. (2556). จติ วิทยาท่ัวไป. กรุงเทพฯ : บริษทั ว.ี พร้นิ ท์ (1991) จากัด. ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2561). หลกั การจดั การเรียนรู้. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . ดนัยศักดิ์ กาโร. (2562). ปฏิวตั ิการสอนสู่ห้องเรียน 4.0 ดว้ ย Google for Education. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดิเรก พรสีมา. (2559). ครไู ทย 4.0. กระทรวงศึกษาธิการ. ถวลั ย์ มาศจรสั . (2538). แผนการสอน. กรุงเทพฯ : ธารอกั ษร. ทวีวัฒ วฒั นกลุ เจริญ. (2555). การเรียนเชิงรกุ (Active Learning). [Online], http://pirun.ku.ac.th/~g4986066/activet.pdf. (วันทีส่ บื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). ทิศนา แขมมณี. (2541). การพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม จากทฤษฎีสูก่ าร ปฏิบัติ. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. ________. (2545). กระบวนการเรยี นรู้ :ความหมาย แนวทางพัฒนาและปญั ญา ข้องใจ. กรงุ เทพฯ : เอกสารเผยแพร่ในโครงการ วพร. ลาดบั ที่ 01. ________. (2560). ศาสตร์การสอน : องค์ความร้เู พื่อการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ทม่ี ีประสิทธิภาพ. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . ธเนศ ขาเกิด. (2558). คุยเฟื่องเรื่องนเิ ทศการศึกษา 30 ประสบการณก์ ารนเิ ทศ การศกึ ษาระดบั เขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาของ ผอ.กิตติพงศ์ ราชสิกข์/ธเนศ ขาเกิด. วารสารวิทยาจารย์. 114(8). 20-23.

282 282 Learning Design and Classroom Management นรเดช โซเซฟ มานะมุติ. [ออนไลน์]. http://www.learners.in.th/blogs/posts/235365. (วันที่สบื ค้น 31 กรกฎาคม 2564). น้าทิพย์ วภิ าวิน. (2545). ห้องสมดุ อิเลก็ ทรอนิกส์. กรุงเทพฯ : บริษัท เอส อาร์ พริน้ ตงิ้ แมสโปรดักส์. นุชลี อปุ ภัย. (2556). จติ วิทยาการศึกษา. (พิมพ์ครง้ั ที่ 3). กรุงเทพฯ : บริษัท ว.ี พร้นิ ท์ (1991) จากัด. บุญเกื้อ ควรหาเวช. 2554. นวัตกรรมการศึกษา. [ออนไลน์]. http://www.st.ac.th/ av/inno_eclass.htm. (วนั ที่สบื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). ประวีณา โภควณิช. (2559). แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมที่เอือ้ ตอ่ การเรียนรู้ สาหรบั สถานศึกษาเรียนรวมระดบั ประถมศึกษา จงั หวัดปทุมธานี. รายงาน การวิจยั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธาน.ี ประเวศ วะสี (2543). การศึกษาชาติกับภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ในสานักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแหง่ ชาติ (ผ้รู วบรวม) สัมมนาทางวชิ าการ เรอ่ื ง ภูมิปญั ญา ชาวบา้ นกบั การดาเนินงานดา้ นวัฒนธรรมกับการพัฒนาชนบท. กรงุ เทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการประถมศึกษาแหง่ ชาติ. ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ. (2551). การเรียนเชิงรกุ (Active Learning). กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พชั ราภรณ์ โพธิสยั . (2558). สภาพแวดลอ้ มทางการเรียนของนักเรยี นโรงเรยี น บ้านนาคานาในสังกัด สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลยั บูรพา, ชลบุรี. พิชิต ฤทธิ์จรญู . (2559). เทคนิคการวจิ ัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์. (2550). ทักษะ 5G เพื่อการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้และการ จดั การเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. พิมพันธ์ เตชะคุปต์และพเยาว์ ยินดีสุข. (2559). การจัดการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.

283 การออกแบบการเรยี นรู้และการจดั การชนั้ เรียน 283 พิสณุ ฟองศร.ี (2551). วจิ ยั ชั้นเรยี น: หลักการและเทคนิคปฏิบตั ิ. (พิมพ์ครงั้ ที่ 6). กรงุ เทพฯ : บริษทั ด่านสทุ ธาการพิมพ์ จากดั . ไพฑูรย์ ศรฟี ้า.การจัดสภาพแวดลอ้ มทางการเรียน. [ออนไลน์]. http://srithai. ไพฑรู ย์ สินลารัตน.์ นวตั กรรมการศึกษายุค 4.0. [ออนไลน์]. https://sites.google.com/ a/msu.ac.th/rangsima_/education4-0. (วนั ที่สบื ค้น 31 กรกฎาคม 2564) ไพศาล เครือแสง. (2556). เรยี นรูป้ ระสบการณเ์ ทคนิคการสอนเชิงรุก. กรุงเทพฯ : มนตรี. มนตรี แย้มกสิกร. (2554). แนวคดิ เกี่ยวกบั หอ้ งเรียนเสมือน. [ออนไลน์]. http://www.csjoy.com/storynet/vclass.htm. (วันทีส่ บื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). มนสิช สินธพานนท์. (2550). ชุดฝึกอบรมเหนือตารา : การทาวิจัยเพือ่ เลือ่ นวิทยฐานะ. พิษณโุ ลก : มหาวิทยาลยั นเรศวร. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2544). การจดั หอ้ งเรียนเสมือนจรงิ (Virtual Classroom Online). [ออนไลน์]. http://std.kku.ac.th/4974500126/sara5.html. (วันทีส่ บื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). มหาวิทยาลยั ทักษิณ. (2561). แนวปฏิบัติทีด่ ี การเรียนการสอนเชิงรกุ (Active Learning). ม.ป.ท. มหาวิทยาลยั ราชภัฏร้อยเอด็ . (2556). คู่มือกระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญ (พ.ศ.2556). ร้อยเอด็ : สานักวิชาการและประมวลผล, มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2553). เอกสารชุดวิชาจติ วิทยาและวิทยาการการ เรยี นรู้ หน่วยท่ี 1- 7 เล่ม 1. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. มาริสา ธรรมมะ. (2545). ความพึงพอใจของนิสิตต่อสภาพแวดลอ้ มมหาวิทยาลยั บูรพา วิทยาเขตสารสนเทศสระแกว้ . รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยบรู พา, ชลบรุ ี. เยาวเรศ ภกั ดีจติ ร. (2557). Active Learning กับการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21. เอกสารประกอบการเสวนาทางวิชาการ “วันส่งเสรมิ วิชาการสู่คณุ ภาพการเรียน การสอน” 30 กรกฎาคม 2557 ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, นครสวรรค์.

284 284 Learning Design and Classroom Management รวีวรรณ ธุมชยั . (2533). เอกสารคาสอนวิชาการมธั ยมศกึ ษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒประสานมติ ร. รัฐสภา พงษ์ภญิ โญ. (2556). การพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรใู้ นวิทยาลัย เทคโนโลยีพงษ์ภิญโญ. รายงานการวิจยั มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, ขอนแก่น. ราชกิจจานุเบกษา. (2542). พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ สานักนายกรัฐมนตร.ี ลกั ขณา สริวัฒน.์ (2557). จติ วิทยาสาหรบั คร.ู กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พร้ินต้งิ เฮ้าส.์ ลดั ดา ศลิ าน้อย. (2534). เอกสารคาสอนวิชา การสอนสังคมศึกษา. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ลาวัณย์ วิทยาวุฑฒกิ ลุ . (2547). ค่มู ือการเรียนการสอนประวตั ิศาสตร์ไทย ส 028 ประวัติศาสตร์การตง้ั ถ่ินฐานในดินแดนประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. วนิดา ปณุปิตตา. (2561). การพัฒนาสภาพแวดลอ้ มการเรียนรขู้ องนกั เรยี นใน โรงเรยี นบงใตโ้ นนรังพัฒนา สังกดั สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษา ประถมศึกษาสกลนคร เขต 2. รายงานการวิจยั มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร, สกลนคร. วรพจน์ วงศก์ ิจรงุ่ เรอื ง และอธิป จติ ฤกษ์. (2554). ทกั ษะแหง่ อนาคตใหม่ : การศึกษา เพื่อศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์ Open worlds. วรรณี ลิมอักษร. (2551). จติ วิทยาการศึกษา. (พิมพ์ครง้ั ที่ 4). สงขลา : บริษัทนาศลิ ป์ โฆษณา จากัด. วรวิทย์ นิเทศศิลป์. (2551). สื่อและนวัตกรรมแหง่ การเรยี นร.ู้ ปทมุ ธานี : สกายบุ๊ค. วราภรณ์ ตระกูลสฤษดิ.์ (2547). ผลของการใชส้ ถานการณ์จาลองทม่ี ีตอ่ ความวิตก กงั วลในการฝึกปฏิบตั ิงานบนหอผปู้ ่วยจติ เวชของนักศกึ ษาพยาบาลช้ันปีท่ี 3 วิทยาลยั เกื้อการุณย์ สานกั การแพทย์. รายงานการวิจยั มหาวิทยาลัย ศรนี ครินทร์วิโรฒ, กรุงเทพฯ. วัชรพล วิบูลยศรนิ . (2556). นวตั กรรมและการเรียนการสอนภาษาไทย. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . วัฒนาพร ระงบั ทกุ ข์. (2542). คู่มือครู. กรุงเทพฯ : แอล ที เพรส.

285 การออกแบบการเรียนรูแ้ ละการจัดการช้นั เรียน 285 ________. (2542). แผนการสอนท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นศูนยก์ ลาง. กรุงเทพฯ : ธนพร. วารนิ ท์พร ฟนั เฟื่องฟ.ู (2562). การจัดการเรยี นรู้ Active Learning ให้สาเรจ็ . วารสาร วไลยลงกรณ์ปรทิ ัศน์ (มนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร)์ . 9(1). 135-145. วิจารณ์ พานชิ . (2546). ครูเพื่อศษิ ยส์ ร้างหอ้ งเรียนกลับทาง. (พิมพ์ครง้ั ที่ 2). กรงุ เทพฯ : บริษัท เอส.อาร.์ พริน้ ตงิ้ แมสโปรดักส์ จากดั . ________. (2555). วิถีสร้างการเรียนร้เู พือ่ ศิษย์ ในศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : ตถาดาพับลิเคช่ัน. วิจติ ร ศรีสอา้ น. (2517). เทคนิควทิ ยาทางการศึกษานวตั กรรมและเทคโนโลยี การศึกษา ประมวลบทความเกี่ยวกบั นวตั กรรมและเทคโนโลยีทาง การศึกษา. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว. วิชยั วงศใ์ หญ่. (2542).กระบวนการพฒั นาหลักสตู รและการเรียนการสอน ภาคปฏิบัติ. กรงุ เทพฯ : สวุ ีรยิ สาส์น. วิชยั วงศใ์ หญ่ และมารตุ พัฒผล. (2562).การพัฒนาทักษะสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม. กรุงเทพฯ : ศนู ย์ผู้นานวตั กรรมหลกั สูตรและการเรียนรู้. วิชิต เทพประสิทธิ์. (2558). การจัดสภาพแวดลอ้ มในหอ้ งเรียน. กรงุ เทพฯ: แสงจนั ทร์ การพิมพ.์ วิทยา วาโย, อภริ ดี เจริญนุกลู , ฉตั รสดุ า กานกายนั ต์ และจรรยา คนใหญ่. (2563). การเรียนการสอนแบบออนไลน์ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 : แนวคิดและการประยุกต์ใชจ้ ัดการเรียนการสอน. วารสารศูนย์ อนามัยท่ี 9. 14(34). ศกั รินทร์ สวุ รรณโรจน์และคณะ. (2536). แผนการจัดการเรียนร้.ู กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนา การพิมพ.์ เศวต ไชยโสภาพ. (2553). การพฒั นาแผนการสอนกลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์. (2549). การประเมินผลการเรียนให้สอดคล้องกับสภาพจรงิ การใชแ้ ฟม้ สะสมงาน. กรุงเทพฯ : สารพฒั นาหลกั สตู ร.

286 286 Learning Design and Classroom Management สงบ ลักษณะ. (2533). แผนการสอน. กรุงเทพฯ : ครุสภาลาดพร้าว. สมจติ จันทร์ฉาย. (2557). การออกแบบและการพฒั นาการเรียนการสอน. นครสวรรค์ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์. สมนึก นนทิจนั ทร์. (2554).การเรียนการสอนการวดั ประเมินผลจากสภาพจริงของ ผูเ้ รยี น โดยใช้ Portfolio. (พิมพ์ครง้ั ที่ 2). กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. สมนึก ภทั ทิยธนี. (2546). การวดั ผลการศึกษา. (พิมพ์ครงั้ ที่ 4). กาฬสินธุ์ : ประสาน การพิมพ.์ สมบูรณ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา. (2545). การเปรียบเทยี บผลการเรียนกลุ่มสร้างเสริม ประสบการณ์ชีวติ ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ทีเ่ รียนหน่วยการ เรยี นทามาหากินดว้ ยการสอนแบบใช้สถานการณ์จาลอง. รายงานการวิจยั มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทร์วิโรฒ, กรงุ เทพฯ. สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2545). การยึดผ้เู รยี นเป็นศูนย์กลางและการประเมินตาม สภาพ จริง. (พิมพ์ครงั้ ที่ 5). เชยี งใหม่ : โรงพิมพ์แสงศิลป์. สันทัด ภิบาลสุขและพิมพ์ใจ ภิบาลสขุ . (2525). การใช้สือ่ การสอน. กรุงเทพฯ : พีระ พัธนา. สานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ. (2540). การวัดและประเมินผล สภาพท่แี ท้จริงของนักเรยี น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพร้าว. ________. (2543). ปฏิรปู การเรียนรูผ้ ู้เรยี นสาคัญทส่ี ดุ . กรงุ เทพฯ : ครุ สุ ภาลาดพร้าว. ________. (2545). พระบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 และท่แี ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545. กรงุ เทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค. สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 3. (2562). การเรียนการสอน ออนไลน์. [ออนไลน์]. http://pbn3.go.th/news/.(วนั ที่สบื ค้น 25 กรกฎาคม 2564). สานักงานนวัตกรรมแหง่ ชาติ.(2549). สดุ ยอดนวัตกรรมไทย.กรงุ เทพฯ : สานักงาน นวัตกรรมแหง่ ชาติกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพือ่ พัฒนา และส่งเสรมิ การจดั การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลด เวลาเรียนเพิม่ เวลารู้. กรงุ เทพฯ : หนว่ ยศึกษานิเทศก์สานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน.

287 การออกแบบการเรียนรูแ้ ละการจดั การช้ันเรยี น 287 สานกั งานศึกษาธิการภาค 3. (2563). รายงานการวิจัยสภาพและปญั หาการจัดการ เรยี นรู้เชิงรกุ (Active Learning) ของสถานศึกษาข้ันพื้นฐานในพื้นท่ี รับผิดชอบสานกั งานศึกษาธิการภาค 3. ราชบรุ ี : สานกั งาน. สานกั งานสภาสถาบันราชภัฏ. (2544). คมู่ ือการฝึกอบรมการวิจยั ในช้นั เรยี น. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. สมุ าลี ชยั เจรญิ . (2554). เทคโนโลยีการศึกษา: หลกั การ ทฤษฎี สกู่ ารปฏิบัติ, พิมพ์ ครั้งที่ 2. ขอนแก่น : โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา. สรุ ะ บรรจงจติ ร. (2551). Active Learning : ดาบสองคม. วารสารโรงเรยี นนายเรอื . 8(1). 34–42. สุวิทย์ เมษษิณทรีย์. (2556). โลกเปลี่ยน ไทยปรับ. กรงุ เทพฯ : กรุงเทพธุรกิจ. สิทธิ์ สายหลา้ . (2541). ศาสตรแ์ ละศิลป์การเป็นครู. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นครราชสีมา : งานเอกสารการพิมพ์. สคุ นธ์ สินธพานนท์. (2553). นวตั กรรมการเรียนการสอนเพือ่ พัฒนาคุณภาพของ เยาวชน. (พิมพ์คร้ังที่ 4). กรุงเทพฯ : 9119 เทคนิคพรนิ้ ตงิ้ . สจุ ินต์ วิศวธีรานนท์. (2536). การจดั การเรียนการสอนใหผ้ เู้ รยี นรว่ มมือกัน. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช. สุทิน บญู ชวู งษ์. (2530). หลกั การสอนตรงตามหลกั สตู รสภาการฝึกหดั ครู พ.ศ.2530. กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลกั สตู รและการสอน วิทยาลัยครูสวนดุสิต. สุพล วังสินธ์ุ. พิมพ์. (2545).การจดั ทาแผนการสอนอยา่ งมีประสิทธิภาพ “สารพฒั นา หลักสตู ร”. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ภาพ. สุมาลี พงศต์ ิยะไพบลู ย์. (2549). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาจติ วิทยาการเรียนรู้ และปฏิบตั ิการ. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรุ ี. สรุ างค์ โค้วตระกูล. (2541). จติ วิทยาการศึกษา. (พิมพ์คร้ังที่ 4). กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สวุ ิสาข์ เหล่าเกิด. (ม.ป.ป.). เอกสารการเรยี นรู้รายวิชา นวตั กรรมและเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา รหัส 30111708. นครพนม : มหาวิทยาลยั นครพนม. อรพนั ธุ์ ประสิทธิรตั น์. (2545). การศึกษาสภาพแวดลอ้ มทางการเรียนของนิสิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ, รายงานการวิจยั

288 288 Learning Design and Classroom Management มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ, กรงุ เทพฯ. อรณุ รักธรรม. (2536). ทฤษฏีและแนวทางปฏิบตั ิในการบรหิ ารการศึกษา พฤติกรรม องคการ : ความสัมพันธร์ ะหวา่ งบรรยากาศองคการกับปจจัยอื่นๆ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช. อัจฉรา จนั ทร์ฉาย. (2553). นวตั กรรม : ความหมาย ประเภท และความสาคญั ต่อการเปน็ ผปู้ ระกอบการ. วารสารหรหิ ารธุรกิจ. 33(128). อารี พันธ์มณี. (2546) จติ วิทยาสรา้ งสรรค์การเรียนการสอน. กรงุ เทพฯ : ใยไหมเอดดเุ คท. เอมอร กฤษณะรงั สรรค.์ (2546). การประยุกตจ์ ติ วิทยาเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : สถาบันราชภัฏสวนสนุ นั ทา. AECT. (1979). The definition of educational technology: AECT task force on definition and technology. Washington, D.C.: Association for educational communication and technology. Belarmino JA, Bahle-Lampe A. (2019). A Preliminary Historical Report on Embracing Online Education in Occupational Therapy. Open Journal of Occupational Therapy (OJOT). 7(3). Bloom, B.S. (1956). Taxonomy of educational objectives, handbook 1: The cognitive domain. New York: David McKay Co Inc. Briggs, L.J. (1977). Instructional design: Principles and applications. Colorado: Educational technology publications. Calder, J. & McCollum, A. (1998). Open and flexible learning in vocational education and training. London: Kogan Page. Center For Teaching Innovation. (2019). [Online]. http://www.cte.cornell.edu. (2019, 25 January). Fleming, M.L., & Levie, W.H. (1993). Instructional message design: Principles from the behavioral and cognitive sciences. New Jersey : Educational technology publications. Flores, F. (1987). Understanding computers and cognition - A new founda for design. New York: Addison-Wesley.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook