51 มาตรา ๒๓๙ การเพิกถอนนนั้ ย่อมไดเ้ ป็นประโยชน์แกเ่ จา้ หน้หี มดทุกคน มาตรา ๒๔๐ การเรียกร้องขอเพิกถอนนน้ั ท่านหา้ มมใิ หฟ้ อ้ งรอ้ งเมอ่ื พน้ ปหี นง่ึ นบั แตเ่ วลาที่ เจ้าหนไ้ี ดร้ ตู้ น้ เหตอุ ันเป็นมลู ใหเ้ พิกถอน หรือพ้นสิบปนี บั แตไ่ ด้ทำนติ ิกรรมนัน้ สว่ นท่ี ๕ สทิ ธิยึดหนว่ ง มาตรา ๒๔๑ ผใู้ ดเป็นผคู้ รองทรพั ยส์ ินของผอู้ ื่น และมหี น้ีอนั เปน็ คณุ ประโยชน์แกต่ นเกย่ี ว ด้วยทรัพยส์ ินซ่ึงครองนั้นไซร้ ทา่ นว่าผนู้ ั้นจะยึดหนว่ งทรพั ยส์ นิ นนั้ ไวจ้ นกวา่ จะได้ชำระหนี้ก็ได้ แต่ความทก่ี ล่าว น้ีทา่ นมิให้ใช้บงั คบั เม่ือหนีน้ ั้นยังไมถ่ งึ กำหนด อนง่ึ บทบญั ญัตใิ นวรรคกอ่ นนี้ ทา่ นมใิ ห้ใชบ้ งั คับ ถ้าการทเ่ี ขา้ ครอบครองน้นั เร่มิ มาแตท่ ำการ อันใดอนั หน่งึ ซึ่งไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย มาตรา ๒๔๒ สิทธิยดึ หนว่ งอนั ใด ถา้ ไม่สมกบั ลกั ษณะทเ่ี จ้าหน้รี บั ภาระในมลู หนก้ี ด็ ี ไมส่ มกบั คำสัง่ อนั ลกู หนไี้ ด้ให้ไวก้ อ่ นหรอื ให้ในเวลาทส่ี ง่ มอบทรัพยส์ ินนั้นกด็ ี หรอื เป็นการขัดกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชนก็ดี สิทธยิ ึดหน่วงเช่นน้ันทา่ นใหถ้ อื ว่าหามีไม่เลย มาตรา ๒๔๓ ในกรณีทล่ี ูกหนเ้ี ป็นคนสินลน้ พน้ ตวั ไมส่ ามารถใชห้ นี้ เจา้ หนมี้ สี ิทธิจะยึดหนว่ ง ทรพั ยส์ นิ ไว้ได้ แมท้ ้ังท่ียงั ไมถ่ ึงกำหนดเรียกรอ้ ง ถ้าการทล่ี ูกหนี้ไม่สามารถใช้หน้นี น้ั ไดเ้ กดิ เปน็ ข้นึ หรือรถู้ งึ เจ้าหน้ีตอ่ ภายหลงั เวลาทไี่ ด้ส่งมอบทรพั ยส์ นิ ไซร้ ถงึ แมว้ า่ จะไม่สมกบั ลกั ษณะทเี่ จ้าหนร้ี ับภาระในมูลหนไ้ี วเ้ ดมิ หรือไมส่ มกับคำสง่ั อันลูกหนี้ได้ใหไ้ ว้กด็ ี เจา้ หนก้ี อ็ าจจะใชส้ ทิ ธิยึดหนว่ งได้ มาตรา ๒๔๔ ผูท้ รงสิทธิยึดหน่วงจะใช้สิทธิของตนแก่ทรพั ยส์ นิ ทั้งหมดทย่ี ึดหนว่ งไว้น้ัน จนกว่าจะชำระหนสี้ น้ิ เชิงกไ็ ด้ มาตรา ๒๔๕ ผ้ทู รงสิทธิยึดหน่วงจะเกบ็ ดอกผลแหง่ ทรัพย์สนิ ทย่ี ดึ หน่วงไว้ และจัดสรรเอาไว้ เพ่อื การชำระหนแี้ กต่ นกอ่ นเจ้าหนคี้ นอื่นกไ็ ด้ ดอกผลเช่นวา่ น้จี ะตอ้ งจดั สรรเอาชำระดอกเบ้ียแห่งหนน้ี นั้ กอ่ น ถา้ ยังมเี หลือจงึ ใหจ้ ัดสรรใช้ ต้นเงิน
52 มาตรา ๒๔๖ ผู้ทรงสิทธยิ ึดหน่วงจำต้องจดั การดูแลรกั ษาทรัพยส์ นิ ท่ยี ดึ หน่วงไว้น้นั ตาม สมควร เชน่ จะพงึ คาดหมายไดจ้ ากบุคคลในฐานะเช่นน้นั อนึง่ ทรพั ยส์ ินซ่ึงยดึ หน่วงไว้นั้น ถ้ามิได้รับความยินยอมของลกู หนี้ ทา่ นว่าผทู้ รงสทิ ธยิ ึดหน่วง หาอาจจะใช้สอยหรอื ให้เช่า หรอื เอาไปทำเป็นหลกั ประกนั ไดไ้ ม่ แต่ความทีก่ ลา่ วน้ีทา่ นมใิ ห้ใชบ้ งั คบั ไปถึงการใช้ สอยเชน่ ทจ่ี ำเปน็ เพอื่ จะรักษาทรัพยส์ ินน้ันเอง ถ้าผู้ทรงสทิ ธยิ ึดหน่วงกระทำการฝ่าฝืนบทบญั ญตั ิใดท่ีกลา่ วมาน้ี ท่านวา่ ลกู หนจี้ ะเรยี กรอ้ งให้ ระงบั สทิ ธิน้นั เสียกไ็ ด้ มาตรา ๒๔๗ ถ้าผูท้ รงสทิ ธิยึดหน่วงตอ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยไปตามที่จำเป็นเกี่ยวดว้ ยทรพั ยส์ ินอนั ตนยึดหน่วงไว้นน้ั เพยี งใด จะเรยี กใหเ้ จ้าทรัพยช์ ดใช้ให้ก็ได้ มาตรา ๒๔๘ ภายในบงั คบั แหง่ บทบัญญัตมิ าตรา ๑๙๓/๒๗ การใช้สิทธิยดึ หนว่ งหาทำให้ อายุความแห่งหนสี้ ะดุดหยุดลงไม่ [เลขมาตรา ๑๙๓/๒๗ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญัติใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิ บรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ทไี่ ด้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕] มาตรา ๒๔๙ ลูกหนจ้ี ะเรียกร้องใหร้ ะงบั สทิ ธยิ ดึ หนว่ งด้วยหาประกนั ใหไ้ วต้ ามสมควรกไ็ ด้ มาตรา ๒๕๐ การครองทรพั ยส์ นิ สญู สิน้ ไป สิทธยิ ดึ หน่วงกเ็ ปน็ อันระงบั สิ้นไปดว้ ยแต่ความท่ี กล่าวนีท้ า่ นมิใหใ้ ชบ้ งั คบั แกก่ รณีทที่ รพั ยส์ นิ อนั ยึดหน่วงไว้น้นั ได้ใหเ้ ช่าไปหรือจำนำไว้ดว้ ยความยินยอมของ ลูกหนี้ ส่วนท่ี ๖ บุริมสิทธิ มาตรา ๒๕๑ ผูท้ รงบรุ ิมสทิ ธยิ อ่ มทรงไว้ซึ่งสทิ ธเิ หนือทรัพยส์ ินของลูกหนี้ในการทจ่ี ะไดร้ บั ชำระหนอี้ นั ค้างชำระแก่ตน จากทรพั ยส์ ินน้นั ก่อนเจา้ หนี้อื่น ๆ โดยนยั ดงั บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายน้ี หรือ บทกฎหมายอืน่
53 มาตรา ๒๕๒ บทบญั ญตั ิแห่งมาตรา ๒๔๔ น้ัน ทา่ นใหใ้ ชบ้ ังคบั ตลอดถึงบรุ มิ สิทธิดว้ ยตามแต่ กรณี ๑. บรุ มิ สทิ ธิสามญั มาตรา ๒๕๓[๔] ถา้ หนี้มอี ยเู่ ป็นคณุ แกบ่ ุคคลผใู้ ดในมลู อย่างหนงึ่ อย่างใดดงั จะกลา่ วต่อไปนี้ บุคคลผูน้ ้ันยอ่ มมบี รุ มิ สทิ ธเิ หนือทรพั ยส์ นิ ทงั้ หมดของลูกหนี้ คือ (๑) ค่าใชจ้ ่ายเพอื่ ประโยชน์อันรว่ มกนั (๒) คา่ ปลงศพ (๓) ค่าภาษีอากร และเงนิ ทลี่ กู จ้างมสี ทิ ธิไดร้ บั เพ่ือการงานทไี่ ด้ทำใหแ้ ก่ลกู หนซี้ ง่ึ เปน็ นายจ้าง (๔) คา่ เคร่ืองอปุ โภคบรโิ ภคอันจำเปน็ ประจำวัน มาตรา ๒๕๔ บุรมิ สทิ ธิในมลู ค่าใช้จา่ ยเพอ่ื ประโยชน์อันรว่ มกันนนั้ ใชส้ ำหรบั เอาค่าใช้จ่ายอัน ไดเ้ สียไปเพอ่ื ประโยชนข์ องเจ้าหนี้หมดทุกคนร่วมกนั เก่ยี วดว้ ยการรักษา การชำระบญั ชี หรือการเฉลย่ี ทรัพยส์ ินของลกู หน้ี ถ้าค่าใชจ้ ่ายน้นั มิไดเ้ สียไปเพอื่ ประโยชนข์ องเจา้ หนีห้ มดทกุ คนไซร้ บรุ ิมสทิ ธยิ ่อมจะใช้ได้แต่ เฉพาะต่อเจา้ หนผี้ ทู้ ไ่ี ด้รบั ประโยชนจ์ ากการนัน้ มาตรา ๒๕๕ บรุ มิ สทิ ธิในมลู ค่าปลงศพน้นั ใช้สำหรับเอาค่าใชจ้ ่ายในการปลงศพตามควรแก่ ฐานานรุ ูปของลกู หน้ี มาตรา ๒๕๖ บรุ มิ สทิ ธใิ นมูลคา่ ภาษอี ากรนั้น ใชส้ ำหรับเอาบรรดาคา่ ภาษอี ากรในท่ดี นิ ทรัพยส์ ิน หรอื ค่าภาษีอากรอยา่ งอ่ืนที่ลกู หนีย้ งั ค้างชำระอย่ใู นปปี ัจจบุ ันและกอ่ นนัน้ ข้นึ ไปอีกปีหนง่ึ มาตรา ๒๕๗[๕] บรุ มิ สทิ ธใิ นเงินทล่ี ูกจ้างมสี ทิ ธิไดร้ ับเพ่ือการงานท่ีไดท้ ำใหแ้ กล่ ูกหนซี้ ่ึงเปน็ นายจา้ งน้นั ใหใ้ ช้สำหรับค่าจา้ ง คา่ ลว่ งเวลา คา่ ทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยดุ คา่ ชดเชย ค่าชดเชย พเิ ศษ และเงนิ อ่ืนใดที่ลกู จา้ งมีสทิ ธิได้รับเพอ่ื การงานทไ่ี ดท้ ำให้ นับถอยหลังขนึ้ ไปสเ่ี ดือน แตร่ วมกนั แล้วต้องไม่ เกินหนง่ึ แสนบาทตอ่ ลูกจา้ งคนหนงึ่ มาตรา ๒๕๘ บุรมิ สทิ ธใิ นมูลคา่ เครื่องอปุ โภคบริโภคอันจำเป็นประจำวนั นน้ั ใช้สำหรับเอาค่า เครอ่ื งอุปโภคบริโภค ซง่ึ ยงั คา้ งชำระอยูน่ ับถอยหลังข้ึนไปหกเดือน เช่น คา่ อาหาร เครื่องด่มื โคมไฟ ฟืน ถา่ น
54 อนั จำเปน็ เพอ่ื การทรงชีพของลกู หนี้ และบุคคลในสกลุ ซึ่งอยกู่ ับลกู หนี้และซง่ึ ลกู หนจี้ ำตอ้ งอปุ การะกบั ท้ังคนใช้ ของลกู หนีด้ ้วย ๒. บรุ ิมสทิ ธิพเิ ศษ (ก) บรุ มิ สทิ ธเิ หนอื สงั หาริมทรพั ย์ มาตรา ๒๕๙ ถา้ หนมี้ ีอยเู่ ป็นคุณแก่บคุ คลผูใ้ ดในมลู อย่างหน่ึงอยา่ งใดดังจะกล่าวต่อไปนี้ บคุ คลผูน้ ัน้ ยอ่ มมบี ุรมิ สทิ ธเิ หนือสังหารมิ ทรพั ย์เฉพาะอย่างของลกู หน้ี คอื (๑) เช่าอสงั หารมิ ทรพั ย์ (๒) พักอาศัยในโรงแรม (๓) รับขนคนโดยสาร หรือของ (๔) รักษาสงั หารมิ ทรพั ย์ (๕) ซื้อขายสงั หารมิ ทรัพย์ (๖) คา่ เมลด็ พนั ธ์ุ ไมพ้ ันธุ์ หรอื ปยุ๋ (๗) ค่าแรงงานกสิกรรม หรอื อตุ สาหกรรม มาตรา ๒๖๐ บรุ มิ สทิ ธใิ นมูลเช่าอสังหารมิ ทรพั ย์นัน้ ใช้สำหรับเอาค่าเชา่ อสงั หาริมทรพั ย์และ หน้ีอย่างอ่ืนของผเู้ ช่าอันเกดิ จากความเกีย่ วพันในเร่ืองเช่า และมอี ยเู่ หนอื สงั หาริมทรัพยข์ องผเู้ ชา่ ซง่ึ อยู่ในหรือ บนอสงั หาริมทรพั ย์น้นั มาตรา ๒๖๑ บรุ มิ สทิ ธิของผ้ใู หเ้ ช่าทดี่ ินน้นั มอี ยเู่ หนือสงั หารมิ ทรพั ย์ทง้ั หลายอนั ผ้เู ช่าได้ นำเข้ามาไว้บนท่ีดินทีใ่ หเ้ ชา่ หรอื นำเขา้ มาไวใ้ นเรือนโรงอนั ใช้ประกอบกบั ที่ดินนน้ั และมอี ยู่เหนือ สังหารมิ ทรัพยเ์ ชน่ สำหรบั ท่ใี ช้ในท่ดี นิ นน้ั กับทง้ั เหนอื ดอกผลอนั เกิดจากทดี่ ินซ่งึ อยูใ่ นครอบครองของผเู้ ชา่ นนั้ ดว้ ย บรุ มิ สิทธขิ องผูใ้ หเ้ ช่าเรอื นโรงยอ่ มมีอย่เู หนอื สังหารมิ ทรพั ยซ์ งึ่ ผู้เช่านำเขา้ มาไว้ในเรอื นโรงน้ัน ดว้ ย มาตรา ๒๖๒ ถา้ การเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ยไ์ ด้โอนไปกด็ ี หรอื ไดใ้ หเ้ ชา่ ช่วงก็ดี บุริมสิทธิของผู้ให้ เชา่ เดมิ ยอ่ มครอบไปถงึ สงั หาริมทรัพยซ์ ึง่ ผรู้ บั โอน หรือผูเ้ ช่าชว่ งไดน้ ำเข้ามาไว้ในทรพั ย์สนิ น้ันดว้ ย ความทก่ี ลา่ ว นที้ ่านให้ใช้ได้ตลอดถงึ เงินอันผโู้ อน หรือผใู้ หเ้ ชา่ ช่วงจะพงึ ไดร้ ับจากผรู้ บั โอนหรือผเู้ ช่าช่วงนั้นด้วย
55 มาตรา ๒๖๓ ในกรณที ผี่ เู้ ชา่ ต้องชำระบญั ชเี ฉล่ียทรพั ยส์ นิ ทวั่ ไปนน้ั บุริมสทิ ธิของผู้ใหเ้ ช่า ย่อมมีอย่แู ตเ่ ฉพาะสำหรบั เอาใชค้ า่ เชา่ และหนอี้ ย่างอ่นื เท่าทมี่ ใี นระยะกำหนดสง่ ค่าเชา่ เพยี งสามระยะ คือ ปจั จบุ ันระยะหน่ึง ก่อนน้นั ข้ึนไประยะหนง่ึ และต่อไปภายหนา้ อกี ระยะหนง่ึ เท่านน้ั และใช้สำหรับเอา ค่าเสยี หายซ่ึงเกดิ ขึ้นในระยะกำหนดส่งคา่ เช่าปจั จบุ นั และกอ่ นนนั้ ขนึ้ ไปอกี ระยะหนง่ึ ด้วย มาตรา ๒๖๔ ในการเรียกรอ้ งของผใู้ ห้เชา่ ถา้ ผู้ใหเ้ ช่าได้รบั เงินประกันไว้ ผใู้ หเ้ ช่าย่อมมี บรุ มิ สิทธิแต่เพียงในสว่ นท่ไี มม่ เี งินประกัน มาตรา ๒๖๕ บรุ มิ สทิ ธิในมลู พักอาศยั ในโรงแรมน้ัน ใช้สำหรบั เอาเงินบรรดาทีค่ า้ งชำระแก่ เจา้ สำนกั เพอื่ การพักอาศยั และการอ่นื ๆ อนั ไดจ้ ัดให้สำเรจ็ ความปรารถนาแก่คนเดนิ ทาง หรือแขกอาศยั รวมทงั้ การชดใช้เงนิ ทงั้ หลายทไ่ี ด้ออกแทนไปและมอี ยเู่ หนือเครอื่ งเดินทาง หรอื ทรพั ยส์ ินอยา่ งอนื่ ของคน เดนิ ทาง หรอื แขกอาศัยอันเอาไว้ในโรงแรม โฮเตล็ หรอื สถานทเี่ ชน่ นัน้ มาตรา ๒๖๖ ผใู้ หเ้ ชา่ อสงั หาริมทรพั ย์ หรอื เจ้าสำนกั โรงแรม โฮเตล็ หรือสถานทีเ่ ช่นนั้น จะ ใชบ้ ุริมสทิ ธิของตนบงั คบั ทำนองเดยี วกบั ผรู้ บั จำนำกไ็ ด้ บทบญั ญตั ทิ งั้ หลายแหง่ ประมวลกฎหมายนีว้ ่าดว้ ยการ บังคับจำนำนั้น ทา่ นให้นำมาใชบ้ งั คบั ด้วยโดยอนโุ ลม มาตรา ๒๖๗ บรุ มิ สทิ ธใิ นมูลรับขนน้นั ใช้สำหรบั เอาคา่ ระวางพาหนะในการรบั ขนคน โดยสารหรอื ของ กับทั้งค่าใช้จา่ ยอนั เปน็ อปุ กรณ์ และเป็นบรุ ิมสทิ ธมิ ีอยเู่ หนอื ของและเครอ่ื งเดินทางทงั้ หมดอนั อยู่ในมือของผูข้ นสง่ มาตรา ๒๖๘ ในกรณีดังไดป้ รารภไวใ้ นความแปดมาตรากอ่ นน้ีน้นั ผู้ให้เช่าอสังหารมิ ทรพั ยก์ ็ ดี เจา้ สำนักโรงแรมกด็ ี หรอื ผูข้ นสง่ ก็ดี จะใช้บรุ ิมสิทธขิ องตนเหนือสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ันเปน็ ของบคุ คลภายนอกก็ ได้ เว้นแตต่ นจะได้ร้ใู นเวลาอนั ควรรไู้ ดว้ ่าทรัพย์สินเหล่านัน้ เป็นของบคุ คลภายนอก ถา้ สงั หาริมทรัพย์นัน้ ถกู ลักหรือสูญหาย ทา่ นใหบ้ ังคบั ตามบทกฎหมายวา่ ดว้ ยการแสวงคนื ครองทรัพย์ มาตรา ๒๖๙ บุรมิ สทิ ธิในมูลรกั ษาสงั หารมิ ทรัพยน์ นั้ ใชส้ ำหรบั เอาคา่ ใชจ้ า่ ยเพ่อื รกั ษา สงั หาริมทรัพย์ และมอี ยเู่ หนือสังหารมิ ทรัพย์อนั นน้ั อน่งึ บรุ ิมสทิ ธิน้ยี ังใช้สำหรบั เอาค่าใชจ้ ่ายทจี่ ำเป็นอันไดเ้ สียไปเพ่ือท่ีจะสงวนสทิ ธิ หรอื รบั สภาพสทิ ธิ หรือบงั คับสิทธิ อนั เกี่ยวด้วยสงั หาริมทรพั ยน์ ้ันอกี ด้วย
56 มาตรา ๒๗๐ บุรมิ สทิ ธิในมลู ซอื้ ขายสังหารมิ ทรัพย์นน้ั ใชส้ ำหรบั เอาราคาซื้อขายและ ดอกเบ้ยี ในราคานั้น และมอี ยเู่ หนอื สงั หาริมทรพั ยอ์ นั นั้น มาตรา ๒๗๑ บรุ มิ สทิ ธใิ นมูลคา่ เมล็ดพนั ธุ์ ไม้พนั ธ์ุ หรือปยุ๋ นนั้ ใชส้ ำหรบั เอาราคาคา่ เมลด็ พันธุ์ ไมพ้ ันธุ์ หรือปุ๋ย และดอกเบ้ียในราคาน้นั และมอี ยเู่ หนอื ดอกผลอนั เกดิ งอกในท่ดี นิ เพราะใชส้ ง่ิ เหล่านัน้ ภายในปหี นงึ่ นับแตเ่ วลาท่ีใช้ มาตรา ๒๗๒ บุรมิ สทิ ธใิ นมูลค่าแรงงานเพอื่ กสิกรรมและอุตสาหกรรมนนั้ ในส่วนบคุ คลทีไ่ ด้ ทำการงานกสกิ รรม ใช้สำหรบั เอาค่าจ้างนบั ถอยหลังขึ้นไปปหี นง่ึ และในสว่ นบคุ คลทไี่ ดท้ ำการงาน อุตสาหกรรม ใช้สำหรับเอาคา่ จา้ งนบั ถอยหลังขึน้ ไปสามเดอื น และเปน็ บรุ มิ สทิ ธมิ อี ยู่เหนือดอกผลหรือสง่ิ ของที่ ประดิษฐ์ข้ึนอันเกิดแตแ่ รงงานของบคุ คลนั้น ๆ (ข) บุริมสิทธเิ หนืออสงั หารมิ ทรัพย์ มาตรา ๒๗๓ ถ้าหนม้ี อี ยเู่ ป็นคุณแกบ่ ุคคลผูใ้ ดในมลู อยา่ งหนึ่งอยา่ งใดดงั จะกล่าวตอ่ ไปนี้ บุคคลผู้น้นั ยอ่ มมบี รุ มิ สทิ ธเิ หนอื อสงั หารมิ ทรพั ย์เฉพาะอย่างของลูกหนี้ คือ (๑) รกั ษาอสงั หาริมทรพั ย์ (๒) จา้ งทำของเปน็ การงานทำขน้ึ บนอสงั หารมิ ทรัพย์ (๓) ซื้อขายอสังหารมิ ทรพั ย์ มาตรา ๒๗๔ บุรมิ สทิ ธิในมูลรกั ษาอสงั หาริมทรพั ย์นน้ั ใช้สำหรบั เอาคา่ ใชจ้ า่ ยเพื่อรกั ษา อสงั หารมิ ทรพั ย์ และมอี ยเู่ หนอื อสงั หาริมทรพั ยอ์ นั นัน้ อนึง่ บทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา ๒๖๙ วรรคสองน้ัน ทา่ นให้นำมาใชบ้ ังคบั แก่กรณที ีก่ ลา่ วมาใน วรรคก่อนน้ีดว้ ย มาตรา ๒๗๕ บุรมิ สทิ ธใิ นมลู จา้ งทำของเปน็ การงานทำข้ึนบนอสังหารมิ ทรพั ยน์ ัน้ ใชส้ ำหรบั เอาสนิ จ้าง คา่ ทำของเป็นการงานอันผูก้ อ่ สร้าง สถาปนกิ หรอื ผูร้ บั จา้ งได้ทำลงบนอสงั หารมิ ทรพั ยข์ องลกู หน้ี และมีอยเู่ หนอื อสงั หาริมทรพั ย์อนั นน้ั อน่ึง บุรมิ สทิ ธินยี้ ่อมเกดิ มขี ้นึ ต่อเม่อื อสังหารมิ ทรพั ยน์ นั้ มรี าคาเพิ่มข้ึนในปัจจบุ นั เพราะการที่ ไดท้ ำข้ึนนั้น และมอี ย่เู พยี งเหนือราคาทเ่ี พิม่ ขึ้นเท่าน้ัน
57 มาตรา ๒๗๖ บุรมิ สทิ ธิในมลู ซอ้ื ขายอสงั หาริมทรัพยน์ ั้นใชส้ ำหรับเอาราคาอสงั หารมิ ทรพั ย์ และดอกเบย้ี ในราคาน้ัน และมีอยู่เหนอื อสงั หารมิ ทรัพยอ์ นั นนั้ ๓. ลำดบั แหง่ บรุ มิ สทิ ธิ มาตรา ๒๗๗ เมื่อมบี รุ ิมสทิ ธิสามญั หลายรายแยง้ กัน ทา่ นให้ถือว่าบุรมิ สิทธทิ ง้ั หลายน้นั มี ลำดับทจ่ี ะใหผ้ ลก่อนหลงั ดังท่ไี ด้เรียงลำดับไวใ้ นมาตรา ๒๕๓ เมอื่ มบี รุ มิ สทิ ธสิ ามญั แย้งกบั บรุ ิมสทิ ธพิ ิเศษ ท่านว่าบรุ มิ สทิ ธพิ ิเศษย่อมอยูใ่ นลำดบั ก่อน แต่ บรุ ิมสิทธใิ นมลู คา่ ใช้จา่ ยเพื่อประโยชนร์ ่วมกันนัน้ ยอ่ มอยู่ในลำดบั กอ่ นในฐานทจ่ี ะใช้สทิ ธิน้นั ต่อเจ้าหนี้ผไู้ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากการน้นั หมดทุกคนด้วยกนั มาตรา ๒๗๘ เมอ่ื มบี รุ ิมสิทธิแย้งกนั หลายรายเหนอื สงั หารมิ ทรัพยอ์ ันหน่งึ อันเดยี วกัน ท่าน ใหถ้ ือลำดบั ก่อนหลังดงั ทเ่ี รยี งไวต้ ่อไปนี้ คอื (๑) บุรมิ สทิ ธิในมูลเช่าอสงั หารมิ ทรัพย์ พักอาศัยในโรงแรมและรบั ขน (๒) บุรมิ สทิ ธิในมลู รักษาสงั หาริมทรพั ย์ แตถ่ ้ามบี คุ คลหลายคนเป็นผรู้ กั ษา ท่านว่าผ้ทู ร่ี ักษา ภายหลงั อยใู่ นลำดบั กอ่ นผทู้ ีไ่ ด้รกั ษามากอ่ น (๓) บุรมิ สทิ ธิในมูลซือ้ ขายสังหารมิ ทรัพย์ ค่าเมลด็ พนั ธุ์ ไมพ้ นั ธุ์ หรอื ปุ๋ย และคา่ แรงงานกสิกร รมและอตุ สาหกรรม ถ้าบคุ คลผู้ใดมบี ุรมิ สทิ ธอิ ย่ใู นลำดบั เปน็ ทห่ี นึ่ง และรอู้ ยใู่ นขณะที่ตนไดป้ ระโยชนแ์ หง่ หนม้ี า นนั้ วา่ ยงั มีบคุ คลอ่ืนซง่ึ มบี รุ มิ สิทธอิ ยใู่ นลำดบั ทส่ี องหรอื ทส่ี ามไซร้ ท่านหา้ มมใิ หบ้ ุคคลผนู้ ้นั ใชส้ ทิ ธใิ นการท่ตี น อยู่ในลำดบั กอ่ นน้นั ต่อบุคคลอน่ื เชน่ วา่ มา และทา่ นหา้ มมิใหใ้ ชส้ ิทธิน้ตี ่อผทู้ ไ่ี ด้รกั ษาทรพั ยไ์ ว้ เพอ่ื ประโยชน์แก่ บุคคลผมู้ บี รุ ิมสิทธิในลำดับทีห่ นง่ึ น้ันเองดว้ ย ในสว่ นดอกผล ทา่ นใหบ้ คุ คลผไู้ ดท้ ำการงานกสกิ รรมอยู่ในลำดับที่หนงึ่ ผสู้ ง่ เมลด็ พนั ธุ์ ไม้ พนั ธ์ุ หรอื ปยุ๋ อยใู่ นลำดบั ทส่ี อง และใหผ้ ูเ้ ช่าทีด่ ินอยใู่ นลำดบั ทสี่ าม มาตรา ๒๗๙ เม่อื มบี รุ มิ สิทธิพิเศษแย้งกนั หลายรายเหนืออสงั หาริมทรัพยอ์ ันหนง่ึ อนั เดยี วกัน ทา่ นให้ถือลำดบั กอ่ นหลงั ดังทไี่ ด้เรยี งลำดับไว้ในมาตรา ๒๗๓ ถา้ ได้ซ้อื ขายอสงั หาริมทรัพยน์ ั้นสบื ตอ่ กนั ไปอกี ไซร้ ลำดบั กอ่ นหลงั ในระหวา่ งผู้ขายดว้ ยกนั น้ัน ทา่ นให้เปน็ ไปตามลำดบั ท่ไี ด้ซอื้ ขายกอ่ นและหลงั มาตรา ๒๘๐ เมอื่ บุคคลหลายคนมบี ุรมิ สทิ ธใิ นลำดับเสมอกนั เหนือทรพั ยอ์ นั หน่งึ อนั เดียวกัน ทา่ นให้ตา่ งคนต่างได้รบั ชำระหน้ีเฉล่ียตามส่วนมากนอ้ ยแหง่ จำนวนที่ตนเปน็ เจ้าหน้ี
58 ๔. ผลแหง่ บรุ ิมสิทธิ มาตรา ๒๘๑ บุรมิ สทิ ธิอันมอี ยเู่ หนอื สังหารมิ ทรพั ย์นน้ั ทา่ นหา้ มมิใหใ้ ช้ เม่อื บุคคลภายนอก ไดท้ รพั ย์นนั้ จากลกู หน้แี ละได้ส่งมอบทรัพย์ให้กนั ไปเสรจ็ แลว้ มาตรา ๒๘๒ เม่อื มบี รุ ิมสิทธแิ ย้งกบั สทิ ธจิ ำนำสงั หารมิ ทรพั ย์ ท่านว่าผู้รบั จำนำย่อมมสี ทิ ธิ เป็นอยา่ งเดยี วกันกบั ผทู้ รงบรุ มิ สทิ ธิในลำดับท่ีหนง่ึ ดังทเี่ รยี งไว้ในมาตรา ๒๗๘ น้นั มาตรา ๒๘๓ บุคคลผ้มู บี รุ มิ สิทธสิ ามัญต้องรบั ชำระหน้เี อาจากสังหารมิ ทรพั ยข์ องลูกหนก้ี อ่ น ตอ่ เม่ือยงั ไม่พอจงึ ใหเ้ อาชำระหน้จี ากอสงั หารมิ ทรพั ย์ได้ ในสว่ นอสังหารมิ ทรัพย์นัน้ ก็ตอ้ งรบั ชำระหนเี้ อาจากอสงั หารมิ ทรัพย์ อันมไิ ดต้ กอยใู่ นฐาน เปน็ หลกั ประกนั พเิ ศษเสียกอ่ น ถ้าบคุ คลใดมบี รุ มิ สิทธสิ ามญั และละเลยดว้ ยความประมาทเลินเลอ่ ไมส่ อดเข้าแยง้ ขดั ในการ แบง่ เฉลีย่ ทรัพย์ ตามความที่กลา่ วมาในวรรคทงั้ สองขา้ งบนนีไ้ ซร้ อันบคุ คลนนั้ จะใช้บุรมิ สทิ ธขิ องตนตอ่ บคุ คลภายนอกผไู้ ดจ้ ดทะเบยี นสิทธไิ ว้แล้วเพอื่ จะเอาใชจ้ นถึงขนาดเช่นทีต่ นจะหากไดร้ บั เพราะได้สอดเขา้ แย้ง ขดั นนั้ ท่านวา่ หาอาจจะใชไ้ ด้ไม่ อนง่ึ บทบญั ญัตทิ กี่ ล่าวมาในวรรคทง้ั สามข้างต้นนีท้ า่ นมิใหใ้ ช้บงั คบั หากวา่ เงินท่ีขาย อสงั หารมิ ทรพั ย์ได้น้ัน จะพึงต้องเอามาแบง่ เฉลยี่ กอ่ นเงนิ ท่ีขายทรพั ยส์ ินอยา่ งอ่นื กด็ ี หรอื หากวา่ เงินทข่ี าย อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ันตกอยใู่ นฐานเป็นหลกั ประกนั พเิ ศษนั้น จะพงึ ตอ้ งเอามาแบ่งเฉล่ยี กอ่ นเงนิ ทข่ี าย อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ย่างอน่ื ก็ดจุ กัน มาตรา ๒๘๔ บุรมิ สทิ ธสิ ามญั น้ัน ถงึ แมจ้ ะมิได้ไปลงทะเบียนเก่ยี วดว้ ยอสงั หารมิ ทรพั ยก์ ็ดี ย่อมจะยกข้นึ เป็นขอ้ ตอ่ สเู้ จา้ หน้ีใด ๆ ท่ไี ม่มีหลกั ประกนั พิเศษนน้ั ได้ แตค่ วามท่กี ล่าวนี้ทา่ นมิให้ใช้ไปถงึ การ ต่อสูบ้ ุคคลภายนอกผไู้ ดไ้ ปลงทะเบียนสทิ ธไิ ว้ มาตรา ๒๘๕ บุรมิ สทิ ธิในมูลรักษาอสงั หาริมทรพั ยน์ ้ัน ถา้ หากว่าเม่อื ทำการเพือ่ บำรุงรกั ษา น้ันสำเร็จแลว้ ไปบอกลงทะเบยี นไวโ้ ดยพลนั ไซร้ บรุ มิ สทิ ธิกค็ งให้ผลตอ่ ไป มาตรา ๒๘๖ บุรมิ สทิ ธิในมูลจา้ งทำของเปน็ การงานทำขนึ้ บนอสงั หารมิ ทรพั ยน์ ัน้ หากทำ รายการประมาณราคาช่ัวคราวไปบอกลงทะเบยี นไว้กอ่ นเรม่ิ ลงมอื การทำไซร้ บรุ ิมสิทธกิ ค็ งใหผ้ ลต่อไป แตถ่ ้า ราคาท่ีทำจรงิ นั้นลำ้ ราคาที่ไดป้ ระมาณไว้ชั่วคราว ทา่ นวา่ บุรมิ สิทธใิ นส่วนจำนวนท่ีล้ำอยู่นนั้ หามีไม่
59 ส่วนการทจี่ ะวินจิ ฉยั ว่าอสงั หารมิ ทรัพย์นนั้ มีราคาเพิ่มขน้ึ เพราะการอันไดท้ ำขึน้ บน อสงั หารมิ ทรพั ยม์ ากนอ้ ยเพียงใดนั้น ทา่ นให้ศาลตั้งแตง่ ผเู้ ชีย่ วชาญข้นึ เป็นผ้กู ะประมาณ ในเวลาทมี่ แี ย้งขัดใน การแบง่ เฉลี่ย มาตรา ๒๘๗ บุรมิ สทิ ธใิ ดไดไ้ ปจดลงทะเบยี นแล้วตามบทบญั ญัติแหง่ มาตราทง้ั สองขา้ งบนนี้ บุริมสิทธนิ ้ันท่านวา่ อาจจะใชไ้ ด้กอ่ นสิทธจิ ำนอง มาตรา ๒๘๘ บรุ มิ สทิ ธิในมูลซอ้ื ขายอสงั หาริมทรพั ย์นนั้ หากวา่ เม่อื ไปลงทะเบียนสญั ญาซอ้ื ขายนน้ั บอกลงทะเบยี นไว้ดว้ ยว่าราคาหรอื ดอกเบ้ยี ในราคาน้ันยงั มไิ ดช้ ำระไซร้ บุริมสทิ ธิน้ันก็คงใหผ้ ลต่อไป มาตรา ๒๘๙ ว่าถึงผลแหง่ บรุ มิ สิทธิ นอกจากท่ีได้บญั ญตั ไิ ว้ในมาตรา ๒๘๑ ถงึ ๒๘๘ น้ีแล้ว ท่านให้นำบทบญั ญตั ิทั้งหลายแหง่ ลักษณะจำนองมาใชบ้ งั คบั ดว้ ยตามแต่กรณี หมวด ๓ ลูกหน้แี ละเจา้ หนห้ี ลายคน มาตรา ๒๙๐ ถา้ การชำระหน้ีเป็นการอันจะแบง่ กันชำระไดแ้ ละมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนีก้ ็ ดี มบี คุ คลหลายคนเป็นเจา้ หน้กี ็ดี เม่อื กรณีเป็นทสี่ งสัย ท่านว่าลูกหนแ้ี ตล่ ะคนจะต้องรบั ผดิ เพียงเปน็ ส่วนเทา่ ๆ กันและเจ้าหนีแ้ ตล่ ะคนกช็ อบท่จี ะไดร้ บั แตเ่ พยี งเปน็ สว่ นเทา่ ๆ กัน มาตรา ๒๙๑ ถา้ บุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซง่ึ แตล่ ะคนจำตอ้ งชำระ หน้สี นิ้ เชงิ ไซร้ แม้ถงึ ว่าเจา้ หน้ชี อบทจี่ ะได้รบั ชำระหนสี้ ้ินเชงิ ได้แตเ่ พียงคร้ังเดยี ว (กล่าวคือลกู หนรี้ ว่ มกัน) กด็ ี เจา้ หนจ้ี ะเรยี กชำระหนจี้ ากลกู หนีแ้ ตค่ นใดคนหนึง่ ส้ินเชิงหรอื แต่โดยส่วนก็ไดต้ ามแตจ่ ะเลือก แต่ลูกหน้ที ง้ั ปวง ก็ยงั คงต้องผูกพนั อยู่ทัว่ ทกุ คนจนกวา่ หนน้ี น้ั จะได้ชำระเสร็จสน้ิ เชงิ มาตรา ๒๙๒ การทล่ี ูกหน้ีรว่ มกนั คนหน่งึ ชำระหน้นี ั้น ย่อมได้เป็นประโยชน์แกล่ กู หนค้ี นอ่นื ๆ ด้วย วิธีเดียวกนั น้ีท่านให้ใชบ้ ังคบั แกก่ ารใด ๆ อนั พงึ กระทำแทนชำระหนี้ วางทรัพยส์ นิ แทนชำระหน้ี และ หักกลบลบหน้ีดว้ ย ลูกหนร้ี ว่ มกนั คนหนึ่งมสี ิทธเิ รยี กรอ้ งอยา่ งไร ลกู หน้คี นอ่ืน ๆ จะเอาสทิ ธอิ ันนั้นไปใช้หกั กลบ ลบหนี้หาได้ไม่
60 มาตรา ๒๙๓ การปลดหนีใ้ หแ้ กล่ ูกหนรี้ ว่ มกันคนหนง่ึ นนั้ ยอ่ มเปน็ ไปเพอื่ ประโยชนแ์ ก่ลกู หน้ี คนอื่น ๆ เพียงเท่าสว่ นของลูกหนีท้ ีไ่ ดป้ ลดให้ เวน้ แตจ่ ะได้ตกลงกันเปน็ อยา่ งอ่ืน มาตรา ๒๙๔ การทเ่ี จา้ หนผ้ี ดิ นดั ตอ่ ลูกหนี้รว่ มกันคนหน่ึงนน้ั ย่อมไดเ้ ปน็ คณุ ประโยชน์แก่ ลกู หนคี้ นอื่น ๆ ด้วย มาตรา ๒๙๕ ขอ้ ความจรงิ อนื่ ใด นอกจากทร่ี ะบุไวใ้ นมาตรา ๒๙๒ ถงึ ๒๙๔ นน้ั เม่ือเป็น เร่ืองเท้าถงึ ตวั ลกู หนีร้ ่วมกนั คนใดกย็ อ่ มเป็นไปเพ่อื คณุ และโทษแตเ่ ฉพาะแก่ลกู หน้คี นนน้ั เวน้ แต่จะปรากฏว่า ขดั กับสภาพแหง่ หน้นี ้นั เอง ความทว่ี า่ มาน้ี เมอ่ื จะกลา่ วโดยเฉพาะก็คือว่าให้ใชแ้ กก่ ารใหค้ ำบอกกลา่ วการผดิ นดั การที่ หยิบยกอ้างความผดิ การชำระหนอ้ี ันเป็นพ้นวสิ ยั แกฝ่ า่ ยลกู หน้ีรว่ มกันคนหนงึ่ กำหนดอายคุ วามหรอื การทีอ่ ายุ ความสะดุดหยุดลง และการทสี่ ิทธิเรียกรอ้ งเกลือ่ นกลืนกันไปกับหนส้ี ิน มาตรา ๒๙๖ ในระหว่างลูกหนี้รว่ มกนั ทงั้ หลายนัน้ ท่านวา่ ตา่ งคนตา่ งตอ้ งรับผิดเป็นส่วนเทา่ ๆ กัน เว้นแตจ่ ะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอนื่ ถ้าส่วนทลี่ ูกหนรี้ ว่ มกนั คนใดคนหนงึ่ จะพึงชำระนน้ั เปน็ อนั จะเรยี ก เอาจากคนนัน้ ไมไ่ ด้ไซร้ ยงั ขาดจำนวนอยเู่ ทา่ ไรลกู หนีค้ นอน่ื ๆ ซึ่งจำตอ้ งออกสว่ นด้วยนนั้ ก็ตอ้ งรบั ใช้ แต่ถา้ ลูกหนรี้ ่วมกันคนใดเจา้ หน้ีไดป้ ลดใหห้ ลดุ พน้ จากหนี้อนั ร่วมกันนัน้ แลว้ สว่ นทีล่ กู หนค้ี นนน้ั จะพงึ ต้องชำระหนก้ี ็ ตกเปน็ พบั แกเ่ จา้ หนีไ้ ป มาตรา ๒๙๗ ถา้ ในสญั ญาอันหน่ึงอันใดมบี ุคคลหลายคนรว่ มกนั ผกู พนั ตนในอนั จะทำการ ชำระหนี้ไซร้ หากกรณีเปน็ ทสี่ งสยั ทา่ นวา่ บุคคลเหลา่ นั้นจะต้องรบั ผดิ เชน่ อยา่ งเปน็ ลกู หนรี้ ว่ มกัน แมถ้ งึ วา่ เป็น การอนั จะแบ่งกนั ชำระหน้ไี ด้ มาตรา ๒๙๘ ถา้ บุคคลหลายคนมสี ทิ ธเิ รยี กรอ้ งการชำระหน้ี โดยทำนองซ่ึงแตล่ ะคนอาจจะ เรยี กใหช้ ำระหนีส้ น้ิ เชิงไดไ้ ซร้ แม้ถงึ วา่ ลกู หนจี้ ำต้องชำระหนส้ี นิ้ เชงิ แตเ่ พียงครงั้ เดยี ว (กลา่ วคอื เจ้าหนีร้ ่วมกัน) กด็ ี ท่านวา่ ลกู หนจี้ ะชำระหน้ีให้แกเ่ จา้ หนีแ้ ต่คนใดคนหนึ่งก็ได้ตามแตจ่ ะเลือก ความขอ้ นีใ้ หใ้ ชบ้ ังคบั ได้ แม้ทง้ั ท่ี เจ้าหนี้คนหนง่ึ จะได้ยื่นฟอ้ งเรียกชำระหน้ไี ว้แล้ว มาตรา ๒๙๙ การทเี่ จ้าหนร้ี ว่ มกนั คนหน่งึ ผดิ นัดน้ัน ยอ่ มเปน็ โทษแก่เจ้าหนีค้ นอ่ืน ๆ ด้วย ถา้ สทิ ธิเรียกร้องและหนส้ี นิ นน้ั เป็นอนั เกลือ่ นกลืนกันไปในเจา้ หน้ีรว่ มกนั คนหน่ึง สทิ ธิของ เจ้าหนค้ี นอ่นื ๆ อันมตี ่อลกู หนก้ี ย็ อ่ มเป็นอันระงบั สิน้ ไป
61 นอกจากนี้ ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั ิแหง่ มาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ และ ๒๙๕ มาใชบ้ ังคบั ด้วยโดย อนโุ ลม กล่าวโดยเฉพาะก็คือ แมเ้ จ้าหนีร้ ่วมกันคนหน่งึ จะโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งให้แกบ่ ุคคลอ่นื ไปกห็ า กระทบกระทงั่ ถงึ สทิ ธิของเจา้ หนค้ี นอื่น ๆ ด้วยไม่ มาตรา ๓๐๐ ในระหวา่ งเจา้ หนี้รว่ มกนั น้นั ทา่ นว่าต่างคนชอบทจ่ี ะได้รับชำระหนเี้ ปน็ สว่ น เท่า ๆ กนั เวน้ แตจ่ ะได้กำหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอนื่ มาตรา ๓๐๑ ถ้าบุคคลหลายคนเปน็ หนอ้ี ันจะแบง่ กนั ชำระมิได้ ทา่ นว่าบุคคลเหลา่ นั้นตอ้ งรบั ผิดเช่นอยา่ งลกู หนรี้ ว่ มกัน มาตรา ๓๐๒ ถา้ การชำระหนีเ้ ปน็ การอันจะแบ่งกันชำระมไิ ด้ และมบี คุ คลหลายคนเปน็ เจา้ หนี้ ถา้ บุคคลเหลา่ น้ันมิไดเ้ ป็นเจ้าหนรี้ ่วมกันไซร้ ท่านวา่ ลกู หนีไ้ ดแ้ ต่จะชำระหนีใ้ ห้ไดป้ ระโยชนแ์ ก่บคุ คล เหลา่ นั้นทงั้ หมดด้วยกนั และเจ้าหนแ้ี ตล่ ะคนจะเรยี กชำระหน้ไี ด้ก็แต่เพื่อได้ประโยชนด์ ว้ ยกนั หมดทกุ คนเทา่ นน้ั อนงึ่ เจา้ หน้แี ตล่ ะคนจะเรียกใหล้ ูกหน้วี างทรัพยท์ ่เี ปน็ หน้นี น้ั ไวเ้ พ่ือประโยชน์แห่งเจ้าหนี้หมดทกุ คนดว้ ยกันกไ็ ด้ หรอื ถา้ ทรัพย์น้ันไม่ควรแกก่ ารจะวางไว้ก็ใหส้ ง่ แกผ่ ู้พทิ กั ษ์ทรพั ยซ์ ่ึงศาลจะได้ต้ังแต่งขน้ึ นอกจากน้ี ขอ้ ความจรงิ ใดทเี่ ทา้ ถงึ เจ้าหนี้คนหนึง่ เท่านั้นหาเป็นไปเพอื่ คุณหรือโทษแก่เจา้ หนี้ คนอนื่ ๆ ดว้ ยไม่ หมวด ๔ โอนสทิ ธิเรียกรอ้ ง มาตรา ๓๐๓ สทิ ธิเรียกรอ้ งน้นั ทา่ นว่าจะพงึ โอนกันได้ เวน้ ไว้แต่สภาพแหง่ สทิ ธนิ ้ันเองจะไม่ เปิดช่องให้โอนกนั ได้ ความทีก่ ลา่ วมาน้ีย่อมไมใ่ ช้บงั คับ หากคู่กรณีไดแ้ สดงเจตนาเปน็ อย่างอื่น การแสดงเจตนา เชน่ วา่ น้ี ท่านหา้ มมิใหย้ กขน้ึ เป็นข้อตอ่ สู้บุคคลภายนอกผกู้ ระทำการโดยสจุ ริต มาตรา ๓๐๔ สิทธเิ รยี กร้องเชน่ ใด ตามกฎหมายศาลจะสง่ั ยดึ ไมไ่ ด้ สทิ ธเิ รยี กรอ้ งเช่นน้ัน ท่านวา่ จะโอนกันหาไดไ้ ม่
62 มาตรา ๓๐๕ เมอื่ โอนสทิ ธเิ รียกรอ้ งไป สทิ ธจิ ำนอง จำนำ หรอื หลักประกนั ทางธรุ กิจทมี่ อี ยู่ เก่ยี วพันกบั สิทธเิ รยี กรอ้ งนน้ั ก็ดี สิทธิอนั เกิดข้ึนแตก่ ารคำ้ ประกันทใี่ ห้ไวเ้ พอื่ สทิ ธเิ รียกร้องนน้ั กด็ ี ย่อมตกไป ได้แก่ผูร้ ับโอนด้วย[๖] อนึ่งผรู้ ับโอนจะใช้บรุ ิมสทิ ธิใด ๆ ที่ตนมอี ยเู่ กี่ยวดว้ ยสทิ ธเิ รยี กร้องในกรณบี งั คบั ยึดทรัพยห์ รอื ล้มละลายนั้นก็ได้ มาตรา ๓๐๖ การโอนหนอ้ี นั จะพึงตอ้ งชำระแกเ่ จ้าหนค้ี นหนึง่ โดยเฉพาะเจาะจงน้นั ถ้าไมท่ ำ เป็นหนงั สอื ทา่ นวา่ ไม่สมบูรณ์ อน่งึ การโอนหน้นี ั้นทา่ นวา่ จะยกข้นึ เปน็ ขอ้ ตอ่ สูล้ กู หนห้ี รือบุคคลภายนอกได้แต่ เมอ่ื ได้บอกกล่าวการโอนไปยงั ลกู หนห้ี รอื ลูกหนจี้ ะได้ยินยอมดว้ ยในการโอนนั้น คำบอกกลา่ วหรอื ความยินยอม เช่นว่านี้ท่านวา่ ตอ้ งทำเป็นหนังสือ ถา้ ลกู หน้ที ำให้พอแก่ใจผโู้ อนดว้ ยการใชเ้ งนิ หรอื ดว้ ยประการอ่ืนเสียแตก่ อ่ นได้รบั บอกกล่าว หรือกอ่ นไดต้ กลงให้โอนไซร้ ลกู หนี้น้ันกเ็ ปน็ อนั หลดุ พ้นจากหนี้ มาตรา ๓๐๗ ถา้ พิพาทอ้างสทิ ธิในการโอนต่างราย โอนรายใดได้บอกกล่าวหรือตกลงกนั ก่อน โอนรายน้ันมสี ิทธดิ ีกว่าโอนรายอนื่ ๆ มาตรา ๓๐๘ ถ้าลกู หนไ้ี ด้ใหค้ วามยินยอมดงั กล่าวมาในมาตรา ๓๐๖ โดยมไิ ด้อดิ เอือ้ น ท่าน วา่ จะยกข้อต่อสทู้ ม่ี ีต่อผโู้ อนขน้ึ ต่อส้ผู รู้ บั โอนนั้นหาไดไ้ ม่ แต่ถา้ เพือ่ จะระงับหน้ีนั้นลูกหนีไ้ ด้ใช้เงินให้แก่ผโู้ อนไป ไซร้ ลกู หนจี้ ะเรียกคืนเงนิ นั้นกไ็ ด้ หรอื ถา้ เพอ่ื การเชน่ กลา่ วมานน้ั ลูกหนร้ี ับภาระเปน็ หนีอ้ ย่างใดอยา่ งหนง่ึ ข้นึ ใหม่ตอ่ ผโู้ อน จะถือเสมอื นหนง่ึ วา่ หน้ีนัน้ มไิ ด้ก่อขึ้นเลยก็ได้ ถ้าลูกหนเ้ี ปน็ แต่ได้รบั คำบอกกล่าวการโอน ท่านวา่ ลูกหนีม้ ขี ้อตอ่ สผู้ ู้โอนกอ่ นเวลาทไี่ ดร้ ับคำ บอกกล่าวนนั้ ฉนั ใด ก็จะยกขึ้นเป็นข้อตอ่ สแู้ กผ่ รู้ บั โอนได้ฉนั น้ัน ถ้าลูกหนม้ี สี ทิ ธเิ รียกร้องจากผู้โอน แต่สทิ ธินั้น ยังไม่ถึงกำหนดในเวลาบอกกลา่ วไซร้ ทา่ นวา่ จะเอาสทิ ธเิ รยี กร้องน้นั มาหกั กลบลบกนั กไ็ ด้ หากว่าสทิ ธินัน้ จะได้ ถงึ กำหนดไม่ช้ากว่าเวลาถงึ กำหนดแหง่ สทิ ธิเรยี กรอ้ งอันได้โอนไปนน้ั มาตรา ๓๐๙ การโอนหน้ีอนั พงึ ตอ้ งชำระตามเขาส่ังนน้ั ท่านวา่ จะยกข้ึนเปน็ ข้อตอ่ สลู้ กู หนี้ หรือบคุ คลภายนอกคนอนื่ ได้แต่เฉพาะเมือ่ การโอนน้นั ไดส้ ลกั หลงั ไว้ในตราสาร และตวั ตราสารนั้นไดส้ ง่ มอบ ใหแ้ ก่ผรู้ ับโอนไปด้วย มาตรา ๓๑๐ ในมลู หน้อี นั พงึ ตอ้ งชำระตามเขาสง่ั น้นั ลูกหนม้ี ีสทิ ธทิ จี่ ะสอบสวนถึงตัวผู้ทรง ตราสาร หรือสอบสวนความถูกต้องแท้จริงแหง่ ลายมอื ชอื่ หรอื ดวงตราของผ้ทู รงได้ แตก่ ห็ ามีความผกู พนั ที่
63 จะต้องทำถึงเพยี งน้ันไม่ แต่ถา้ ลูกหนท้ี ำการโดยทจุ ริตหรอื ประมาทเลินเลอ่ อย่างร้ายแรงไซร้ การชำระหนนี้ ัน้ ก็ ไมเ่ ปน็ อนั สมบรู ณ์ มาตรา ๓๑๑ บทบญั ญัตแิ ห่งมาตราก่อนน้ี ท่านให้ใช้บังคับตลอดถึงกรณที มี่ กี ำหนดตวั เจา้ หนร้ี ะบุไว้ในตราสาร ซง่ึ มีขอ้ ความจดไวด้ ้วยวา่ ให้ชำระหน้ีแกผ่ ูท้ รงตราสาร มาตรา ๓๑๒ ในมลู หน้ีอนั พงึ ตอ้ งชำระตามเขาสง่ั นัน้ ลูกหนจ้ี ะยกขอ้ ตอ่ สู้ซง่ึ มีตอ่ เจ้าหน้เี ดมิ ขึ้นเป็นข้อตอ่ สู้ผรู้ บั โอนโดยสจุ ริตนั้นหาได้ไม่ เวน้ แตท่ ีป่ รากฏในตัวตราสารนนั้ เอง หรอื ทีม่ ีขึน้ เป็นธรรมดาสบื จากลกั ษณะแห่งตราสารน้ัน มาตรา ๓๑๓ บทบญั ญัตแิ ห่งมาตรากอ่ นน้ี ทา่ นให้ใช้บังคบั ตลอดถงึ หนอ้ี นั พงึ ตอ้ งชำระแก่ผู้ ถือนั้นด้วย แลว้ แต่กรณี หมวด ๕ ความระงบั หนี้ สว่ นท่ี ๑ การชำระหน้ี มาตรา ๓๑๔ อันการชำระหนนี้ ัน้ ทา่ นวา่ บุคคลภายนอกจะเปน็ ผู้ชำระกไ็ ด้ เว้นแตส่ ภาพแหง่ หน้ีจะไมเ่ ปดิ ช่องใหบ้ ุคคลภายนอกชำระ หรือจะขดั กับเจตนาอนั คู่กรณไี ดแ้ สดงไว้ บุคคลผไู้ มม่ ีส่วนไดเ้ สยี ดว้ ยในการชำระหนน้ี ัน้ จะเข้าชำระหนโี้ ดยขนื ใจลูกหน้หี าได้ไม่ มาตรา ๓๑๕ อนั การชำระหนี้น้นั ต้องทำใหแ้ กต่ วั เจา้ หนหี้ รอื แกบ่ คุ คลผู้มอี ำนาจรบั ชำระหน้ี แทนเจ้าหนี้ การชำระหนใ้ี หแ้ กบ่ ุคคลผไู้ มม่ ีอำนาจรบั ชำระหน้ีน้นั ถ้าเจ้าหน้ใี หส้ ัตยาบันก็นบั ว่าสมบรู ณ์ มาตรา ๓๑๖ ถ้าการชำระหนน้ี ้นั ไดท้ ำให้แกผ่ ูค้ รองตามปรากฏแหง่ สทิ ธิในมลู หน้ี ท่านว่าการ ชำระหน้ีนน้ั จะสมบรู ณ์ก็แต่เมอ่ื บุคคลผ้ชู ำระหนไ้ี ด้กระทำการโดยสจุ รติ มาตรา ๓๑๗ นอกจากกรณีทก่ี ลา่ วไวใ้ นมาตรากอ่ น การชำระหน้ีแกบ่ คุ คลผู้ไม่มสี ิทธิจะ ได้รบั นั้น ท่านว่ายอ่ มสมบรู ณเ์ พยี งเทา่ ท่ีตัวเจ้าหนไ้ี ดล้ าภงอกขนึ้ แตก่ ารน้ัน
64 มาตรา ๓๑๘ บคุ คลผูถ้ ือใบเสรจ็ เปน็ สำคัญ ท่านนบั ว่าเป็นผมู้ สี ทิ ธจิ ะได้รับชำระหนี้ แตค่ วาม ทีก่ ลา่ วนที้ า่ นมใิ ห้ใช้ ถ้าบุคคลผูช้ ำระหนีร้ วู้ า่ สทิ ธเิ ชน่ นัน้ หามไี ม่ หรือไมร่ ู้เท่าถงึ สิทธินั้นเพราะความประมาท เลินเลอ่ ของตน มาตรา ๓๑๙ ถา้ ศาลสง่ั ใหล้ กู หนคี้ นทสี่ ามงดเว้นทำการชำระหนแ้ี ล้ว ยังขืนชำระหน้ีใหแ้ ก่ เจา้ หนี้ของตนเองไซร้ ท่านวา่ เจ้าหนีผ้ ทู้ รี่ ้องขอใหย้ ดึ ทรัพยจ์ ะเรียกให้ลกู หน้คี นทส่ี ามน้ันทำการชำระหนี้อกี ให้ คมุ้ กับความเสียหายอันตนไดร้ บั ก็ได้ อนง่ึ ขอ้ ความซ่ึงกล่าวมาในวรรคขา้ งต้นนหี้ าเปน็ ข้อขดั ขวางในการทลี่ กู หน้ีคนท่สี ามจะใชส้ ทิ ธิ ไล่เบี้ยเอาแกเ่ จา้ หน้ขี องตนเองน้นั ไม่ มาตรา ๓๒๐ อันจะบงั คบั ให้เจา้ หนรี้ ับชำระหนี้แตเ่ พยี งบางสว่ น หรอื ใหร้ บั ชำระหนเ้ี ป็น อยา่ งอ่ืนผิดไปจากทีจ่ ะต้องชำระแกเ่ จ้าหนนี้ ัน้ ทา่ นว่าหาอาจจะบังคบั ได้ไม่ มาตรา ๓๒๑ ถ้าเจ้าหนีย้ อมรบั การชำระหนอ้ี ยา่ งอ่ืนแทนการชำระหนที้ ่ีได้ตกลงกนั ไว้ ทา่ น วา่ หนีน้ นั้ ก็เปน็ อันระงบั ส้นิ ไป ถา้ เพือ่ ทจี่ ะทำใหพ้ อแก่ใจเจา้ หนี้น้ัน ลูกหน้รี บั ภาระเปน็ หนอี้ ยา่ งใดอย่างหนงึ่ ขึ้นใหมต่ อ่ เจา้ หน้ีไซร้ เมื่อกรณเี ปน็ ทส่ี งสัย ทา่ นมใิ หส้ นั นิษฐานวา่ ลกู หนไ้ี ด้ก่อหน้นี ั้นขนึ้ แทนการชำระหนี้ ถา้ ชำระหนี้ด้วยออก-ดว้ ยโอน-หรอื ดว้ ยสลกั หลงั ตว๋ั เงนิ หรือประทวนสนิ คา้ ท่านวา่ หนี้นั้นจะ ระงบั ส้นิ ไปตอ่ เมอื่ ตัว๋ เงนิ หรือประทวนสินค้าน้นั ไดใ้ ชเ้ งินแล้ว มาตรา ๓๒๒ ถา้ เอาทรพั ยก์ ด็ ี สทิ ธเิ รยี กร้องจากบคุ คลภายนอกกด็ ี หรอื สทิ ธิอยา่ งอ่ืนก็ดี ให้ แทนการชำระหนี้ ทา่ นว่าลูกหนี้จะต้องรับผดิ เพื่อชำรดุ บกพร่องและเพอื่ การรอนสิทธิทำนองเดยี วกบั ผขู้ าย มาตรา ๓๒๓ ถา้ วัตถุแหง่ หน้เี ปน็ อนั ใหส้ ่งมอบทรพั ยเ์ ฉพาะสง่ิ ท่านวา่ บุคคลผ้ชู ำระหน้ี จะตอ้ งส่งมอบทรัพย์ตามสภาพทเ่ี ปน็ อยใู่ นเวลาทจ่ี ะพงึ สง่ มอบ ลกู หนจี้ ำตอ้ งรักษาทรัพยน์ ้ันไว้ด้วยความระมดั ระวงั เช่นอย่างวิญญูชนจะพงึ สงวนทรพั ยส์ ิน ของตนเอง จนกว่าจะได้สง่ มอบทรพั ยน์ ั้น มาตรา ๓๒๔ เม่ือมไิ ด้มีแสดงเจตนาไวโ้ ดยเฉพาะเจาะจงว่าจะพึงชำระหนี้ ณ สถานทใ่ี ดไซร้ หากจะตอ้ งส่งมอบทรัพยเ์ ฉพาะสงิ่ ทา่ นว่าตอ้ งสง่ มอบกัน ณ สถานทีซ่ ง่ึ ทรัพย์น้นั ไดอ้ ยใู่ นเวลาเมอ่ื ก่อใหเ้ กิดหน้ี น้นั ส่วนการชำระหนี้โดยประการอื่น ทา่ นวา่ ตอ้ งชำระ ณ สถานทซ่ี ่งึ เปน็ ภมู ิลำเนาปจั จบุ ันของเจา้ หนี้
65 มาตรา ๓๒๕ เม่ือมิได้มแี สดงเจตนาไว้ในขอ้ ค่าใช้จา่ ยในการชำระหน้ี ท่านวา่ ฝ่ายลกู หนพ้ี งึ เปน็ ผ้อู อกค่าใช้จา่ ย แตถ่ า้ ค่าใช้จา่ ยนน้ั มีจำนวนเพม่ิ ขนึ้ เพราะเจ้าหนีย้ ้ายภูมิลำเนากด็ ี หรอื เพราะการอืน่ ใดอัน เจ้าหนีไ้ ด้กระทำก็ดี คา่ ใชจ้ ่ายเพมิ่ ข้นึ เท่าใดเจ้าหนต้ี อ้ งเป็นผอู้ อก มาตรา ๓๒๖ บคุ คลผ้ชู ำระหนช้ี อบทจ่ี ะได้รบั ใบเสรจ็ เปน็ สำคัญจากผู้รบั ชำระหนนี้ ัน้ และถ้า หนน้ี ้นั ได้ชำระสนิ้ เชงิ แลว้ ผชู้ ำระหนช้ี อบทีจ่ ะไดร้ ับเวนคืนเอกสารอันเปน็ หลกั ฐานแห่งหน้ี หรือให้ขีดฆา่ เอกสารนน้ั เสีย ถ้าและเอกสารนน้ั สญู หาย บุคคลผู้ชำระหนชี้ อบท่จี ะใหจ้ ดแจ้งความขอ้ ระงบั หนลี้ งไว้ใน ใบเสร็จหรือในเอกสารอีกฉบบั หนึง่ ตา่ งหากก็ได้ ถ้าหน้ีนั้นได้ชำระแตบ่ างส่วนกด็ ี หรอื ถา้ เอกสารนั้นยงั ใหส้ ทิ ธิอยา่ งอนื่ ใดแกเ่ จา้ หนอี้ ยกู่ ็ดี ท่าน ว่าลกู หนช้ี อบแตท่ จ่ี ะไดร้ บั ใบเสร็จไว้เปน็ คู่มอื และให้จดแจ้งการชำระหนี้น้นั ลงไว้ในเอกสาร มาตรา ๓๒๗ ในกรณีชำระดอกเบ้ีย หรอื ชำระหนอี้ ย่างอื่นอนั มกี ำหนดชำระเป็นระยะเวลา น้นั ถา้ เจา้ หน้ีออกใบเสรจ็ ใหเ้ พอ่ื ระยะหนึ่งแล้วโดยมิไดอ้ ดิ เออื้ น ท่านให้สันนิษฐานไวก้ อ่ นวา่ เจ้าหนี้ได้รบั ชำระ หนเี้ พ่อื ระยะก่อน ๆ นั้นด้วยแลว้ ถา้ เจา้ หนีอ้ อกใบเสร็จให้เพอ่ื การชำระตน้ เงิน ท่านใหส้ นั นษิ ฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนไี้ ดร้ ับ ดอกเบี้ยแล้ว ถ้าเอกสารอันเป็นหลกั ฐานแห่งหนไ้ี ด้เวนคนื แล้วไซร้ ทา่ นใหส้ นั นษิ ฐานไวก้ ่อนว่าหน้ีนน้ั เป็น อนั ระงบั สน้ิ ไปแล้ว มาตรา ๓๒๘ ถา้ ลูกหนีต้ อ้ งผูกพนั ตอ่ เจ้าหนใ้ี นอนั จะกระทำการเพอื่ ชำระหนีเ้ ปน็ การอยา่ ง เดียวกนั โดยมลู หนห้ี ลายราย และถา้ การที่ลกู หน้ชี ำระหนี้นน้ั ไม่เพียงพอจะเปล้อื งหนส้ี นิ ได้หมดทกุ รายไซร้ เมื่อ ทำการชำระหนี้ ลกู หนรี้ ะบวุ า่ ชำระหนสี้ นิ รายใด ก็ให้หนส้ี ินรายน้ันเป็นอันไดเ้ ปลือ้ งไป ถา้ ลกู หน้ีไมร่ ะบุ ท่านวา่ หนสี้ นิ รายไหนถึงกำหนด ก็ใหร้ ายนน้ั เป็นอนั ได้เปลอ้ื งไปกอ่ น ใน ระหว่างหนสี้ นิ หลายรายที่ถงึ กำหนดน้ัน รายใดเจ้าหน้มี ปี ระกนั นอ้ ยทีส่ ดุ ก็ใหร้ ายนน้ั เปน็ อันไดเ้ ปลอื้ งไปกอ่ น ในระหวา่ งหนี้สินหลายรายทมี่ ีประกันเท่า ๆ กนั ใหร้ ายทต่ี กหนักทสี่ ดุ แกล่ กู หนเ้ี ปน็ อนั ไดเ้ ปลอ้ื งไปกอ่ น ใน ระหว่างหน้ีสินหลายรายท่ีตกหนกั แกล่ กู หน้เี ทา่ ๆ กนั ให้หนส้ี ินรายเก่าทส่ี ดุ เป็นอันไดเ้ ปล้ืองไปกอ่ น และถา้ มี หน้สี ินหลายรายเกา่ เทา่ ๆ กนั ก็ใหห้ นส้ี ินทุกรายเป็นอนั ไดเ้ ปลื้องไปตามส่วนมากและนอ้ ย มาตรา ๓๒๙ ถ้านอกจากการชำระหนอี้ ันเปน็ ประธาน ลูกหน้ียงั จะต้องชำระดอกเบี้ยและ เสยี ค่าฤชาธรรมเนียมอกี ดว้ ยไซร้ หากการชำระหนี้ในครง้ั หนง่ึ ๆ ไม่ได้ราคาเพียงพอจะเปลอ้ื งหนส้ี ินได้ท้ังหมด
66 ทา่ นให้เอาจดั ใชเ้ ปน็ ค่าฤชาธรรมเนยี มเสยี กอ่ นแล้วจงึ ใชด้ อกเบ้ยี และในทส่ี ดุ จึงใหใ้ ช้ในการชำระหนอี้ ันเป็น ประธาน ถ้าลกู หนรี้ ะบใุ หจ้ ัดใชเ้ ปน็ ประการอ่นื ท่านว่าเจา้ หนี้จะบอกปดั ไม่ยอมรับชำระหน้กี ไ็ ด้ มาตรา ๓๓๐ เมือ่ ขอปฏิบตั ิการชำระหนโ้ี ดยชอบแล้ว บรรดาความรบั ผดิ ชอบอนั เกดิ แตก่ าร ไมช่ ำระหน้กี เ็ ปน็ อันปลดเปลือ้ งไป นับแต่เวลาท่ีขอปฏบิ ตั กิ ารชำระหน้ีน้ัน มาตรา ๓๓๑ ถ้าเจา้ หนบ้ี อกปัดไมย่ อมรับชำระหนก้ี ด็ ี หรือไมส่ ามารถจะรับชำระหนไ้ี ดก้ ด็ ี หากบคุ คลผชู้ ำระหนวี้ างทรัพยอ์ นั เปน็ วตั ถแุ หง่ หน้ีไว้เพือ่ ประโยชนแ์ ก่เจา้ หนแ้ี ล้ว ก็ยอ่ มจะเป็นอันหลุดพน้ จาก หน้ไี ด้ ความขอ้ นท้ี า่ นให้ใชต้ ลอดถึงกรณีท่บี คุ คลผู้ชำระหน้ีไมส่ ามารถจะหย่งั รถู้ ึงสิทธิ หรือไมร่ ูต้ ัวเจ้าหนีไ้ ด้ แน่นอนโดยมใิ ช่เป็นความผดิ ของตน มาตรา ๓๓๒ ถา้ ลกู หนจ้ี ำตอ้ งชำระหนตี้ อ่ เมือ่ เจา้ หน้จี ะต้องชำระหนตี้ อบแทนดว้ ยไซร้ ท่าน วา่ ลกู หนจี้ ะกำหนดวา่ ตอ่ เมือ่ เจา้ หนี้ชำระหน้ีตอบแทนจงึ ใหม้ ีสิทธิรบั เอาทรพั ย์ที่วางไว้นัน้ ก็ได้ มาตรา ๓๓๓ การวางทรัพย์นั้นต้องวาง ณ สำนกั งานวางทรพั ย์ประจำตำบลทจี่ ะต้องชำระ หนี้ ถา้ ไม่มีบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย หรอื กฎข้อบงั คบั เฉพาะการในเรือ่ งสำนกั งานวางทรพั ย์ เมื่อ บุคคลผชู้ ำระหนร้ี ้องขอ ศาลจะต้องกำหนดสำนกั งานวางทรพั ย์ และต้ังแตง่ ผ้พู ทิ ักษท์ รพั ยท์ ี่วางนั้นขนึ้ ผวู้ างต้องบอกกลา่ วให้เจ้าหนที้ ราบการทีไ่ ดว้ างทรพั ยน์ ้ันโดยพลัน มาตรา ๓๓๔ ลูกหนี้มสี ทิ ธจิ ะถอนทรัพยท์ วี่ างนนั้ ได้ ถา้ ลูกหนีถ้ อนทรัพย์นั้น ทา่ นให้ถือ เสมอื นวา่ มไิ ดว้ างทรัพยไ์ วเ้ ลย สทิ ธิถอนทรพั ย์นเี้ ป็นอันขาดในกรณีตอ่ ไปน้ี (๑) ถา้ ลูกหนีแ้ สดงต่อสำนักงานวางทรพั ยว์ ่าตนยอมละสทิ ธทิ ่จี ะถอน (๒) ถ้าเจา้ หนแ้ี สดงตอ่ สำนกั งานวางทรัพยว์ ่าจะรบั เอาทรัพยน์ ้นั (๓) ถ้าการวางทรพั ย์น้นั ไดเ้ ป็นไปโดยคำสงั่ หรืออนมุ ตั ขิ องศาลและได้บอกกลา่ วความนน้ั แก่ สำนกั งานวางทรพั ย์ มาตรา ๓๓๕ สทิ ธถิ อนทรัพย์นั้น ตามกฎหมายศาลจะสงั่ ยดึ หาได้ไม่ เมือ่ ไดฟ้ อ้ งคดีล้มละลายเกี่ยวกบั ทรัพยส์ นิ ของลกู หน้ีแล้ว ทา่ นห้ามมใิ หใ้ ช้สทิ ธถิ อนทรพั ยใ์ น ระหว่างพจิ ารณาคดีลม้ ละลาย
67 มาตรา ๓๓๖ ถ้าทรัพย์อนั เปน็ วัตถุแหง่ การชำระหน้ีไมค่ วรแก่การจะวางไวก้ ด็ ี หรอื เปน็ ทพ่ี งึ วติ กวา่ ทรพั ยน์ ้ันเกลอื กจะเสือ่ มเสยี หรอื ทำลาย หรือบุบสลายไดก้ ด็ ี เม่อื ได้รับอนญุ าตจากศาล บุคคลผ้ชู ำระ หนี้จะเอาทรพั ย์น้ันออกขายทอดตลาด แล้วเอาเงนิ ที่ได้แต่การขายวางแทนทรพั ยน์ ้ันกไ็ ด้ ความข้อนีท้ ่านใหใ้ ช้ ตลอดถึงกรณีทค่ี า่ รักษาทรัพยจ์ ะแพงเกินควรนนั้ ด้วย มาตรา ๓๓๗ ท่านไมอ่ นุญาตใหเ้ อาทรพั ย์ออกขายทอดตลาดจนกว่าจะได้บอกใหเ้ จ้าหน้ีรู้ตัว ก่อน การบอกนีจ้ ะงดเสียกไ็ ดถ้ ้าทรัพยน์ ้ันอาจเสอ่ื มทรามลง หรือภยั มอี ยู่ในการทจี่ ะหน่วงการขายทอดตลาดไว้ ในการที่จะขายทอดตลาดนัน้ ท่านให้ลกู หนบ้ี อกกลา่ วแกเ่ จา้ หนีโ้ ดยไมช่ ักชา้ ถ้าละเลยเสียไม่ บอกกลา่ ว ลูกหนจี้ ะต้องรบั ผดิ ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน การบอกใหร้ ูต้ วั และบอกกล่าวนี้ ถ้าไม่เปน็ อนั จะทำได้ จะงดเสียก็ได้ เวลาและสถานท่ีทจ่ี ะขายทอดตลาด กับทง้ั คำพรรณนาลกั ษณะแหง่ ทรพั ย์นั้น ท่านให้ ประกาศโฆษณาใหป้ ระชาชนทราบ มาตรา ๓๓๘ คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการวางทรพั ยห์ รอื ขายทอดตลาดนั้น ใหฝ้ ่ายเจา้ หนีเ้ ปน็ ผู้ ออก เวน้ แตล่ ูกหนีจ้ ะได้ถอนทรพั ยท์ ี่วาง มาตรา ๓๓๙ สทิ ธิของเจา้ หนเ้ี หนอื ทรพั ย์ที่วางไวน้ ั้นเปน็ อันระงบั สิ้นไปเมอื่ พน้ เวลาสิบปี นับ แต่ได้รบั คำบอกกลา่ วการวางทรพั ย์ อนึง่ เมื่อสทิ ธขิ องเจา้ หน้ีระงบั สน้ิ ไปแล้ว ถงึ แม้ลกู หน้ีจะไดล้ ะสิทธถิ อนทรพั ยก์ ็ยงั ชอบทจ่ี ะ ถอนทรพั ยน์ ้ันได้ สว่ นท่ี ๒ ปลดหนี้ มาตรา ๓๔๐ ถา้ เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนีว้ ่าจะปลดหนใ้ี ห้ ทา่ นว่าหนี้นนั้ กเ็ ป็นอันระงบั สิ้นไป ถ้าหนมี้ หี นงั สอื เปน็ หลกั ฐาน การปลดหน้กี ็ต้องทำเปน็ หนงั สอื ด้วย หรอื ตอ้ งเวนคืนเอกสาร อนั เป็นหลกั ฐานแห่งหนี้ใหแ้ ก่ลกู หนี้ หรอื ขีดฆา่ เอกสารนนั้ เสีย
68 สว่ นที่ ๓ หักกลบลบหนี้ มาตรา ๓๔๑ ถา้ บุคคลสองคนต่างมคี วามผูกพนั ซ่ึงกนั และกนั โดยมูลหน้ีอนั มีวตั ถเุ ปน็ อยา่ ง เดียวกนั และหนท้ี งั้ สองรายนัน้ ถึงกำหนดจะชำระไซร้ ทา่ นวา่ ลูกหนฝี้ ่ายใดฝา่ ยหน่งึ ยอ่ มจะหลุดพ้นจากหน้ีของ ตนด้วยหกั กลบลบกันได้เพียงเท่าจำนวนท่ตี รงกนั ในมลู หนีท้ งั้ สองฝา่ ยน้ัน เวน้ แต่สภาพแหง่ หนฝี้ ่ายหน่งึ จะไม่ เปดิ ช่องให้หกั กลบลบกนั ได้ บทบญั ญัติดังกลา่ วมาในวรรคกอ่ นนี้ทา่ นมิให้ใช้บงั คบั หากเป็นการขัดกบั เจตนาอันคู่กรณไี ด้ แสดงไว้ แต่เจตนาเชน่ นีท้ ่านหา้ มมิใหย้ กขน้ึ เป็นขอ้ ต่อสบู้ ุคคลภายนอกผกู้ ระทำการโดยสจุ รติ มาตรา ๓๔๒ หกั กลบลบหน้นี นั้ ทำไดด้ ้วยคู่กรณีฝา่ ยหนึ่งแสดงเจตนาแกอ่ กี ฝา่ ยหนง่ึ การ แสดงเจตนาเชน่ น้ีท่านวา่ จะมเี งือ่ นไขหรอื เงอื่ นเวลาเรมิ่ ต้นหรือเวลาส้ินสดุ อกี ดว้ ยหาได้ไม่ การแสดงเจตนาดังกลา่ วมาในวรรคก่อนน้ี ท่านวา่ มผี ลยอ้ นหลงั ขึ้นไปจนถึงเวลาซง่ึ หนที้ ั้งสอง ฝ่ายนนั้ จะอาจหกั กลบลบกันไดเ้ ปน็ ครง้ั แรก มาตรา ๓๔๓ การหกั กลบลบหนีน้ นั้ ถงึ แมว้ า่ สถานท่ซี ง่ึ จะตอ้ งชำระหน้ีทง้ั สองจะต่างกนั ก็ หกั กนั ได้ แตฝ่ ่ายผขู้ อหกั หนี้จะตอ้ งใช้คา่ เสียหายใหแ้ กอ่ ีกฝา่ ยหนึง่ เพ่อื ความเสียหายอยา่ งหนง่ึ อย่างใดอันเกดิ แตก่ ารน้นั มาตรา ๓๔๔ สิทธเิ รยี กรอ้ งใดยังมีขอ้ ต่อสู้อยู่ สทิ ธเิ รยี กร้องนน้ั ทา่ นวา่ หาอาจจะเอามาหัก กลบลบหนไี้ ดไ้ ม่ อน่งึ อายุความยอ่ มไมต่ ดั รอนการหักกลบลบหนี้ แม้สทิ ธเิ รียกรอ้ งขาดอายคุ วามแล้ว แตว่ า่ ใน เวลาท่ีอาจจะหกั กลบลบกับสทิ ธเิ รียกรอ้ งฝ่ายอนื่ ได้น้นั สิทธยิ ังไมข่ าด มาตรา ๓๔๕ หน้รี ายใดเกิดแต่การอันมิชอบด้วยกฎหมายเป็นมลู ทา่ นห้ามมใิ ห้ลกู หน้ถี ือเอา ประโยชนแ์ ห่งหนร้ี ายนน้ั เพ่ือหกั กลบลบหนกี้ บั เจา้ หนี้ มาตรา ๓๔๖ สทิ ธิเรียกรอ้ งรายใดตามกฎหมายศาลจะสงั่ ยดึ มิได้ สทิ ธเิ รียกร้องรายน้นั หา อาจจะเอาไปหกั กลบลบหน้ไี ด้ไม่ มาตรา ๓๔๗ ลูกหนี้คนท่สี ามหากไดร้ ับคำสงั่ ศาลหา้ มมใิ หใ้ ช้เงินแลว้ จะยกเอาหนซี้ ง่ึ ตน ไดม้ าภายหลังแต่นน้ั ขึน้ เป็นขอ้ ตอ่ สเู้ จา้ หนผี้ ทู้ ่ีขอใหย้ ึดทรพั ยน์ ั้น ท่านว่าหาอาจจะยกไดไ้ ม่
69 มาตรา ๓๔๘ ถ้าค่กู รณีตา่ งฝา่ ยต่างมสี ทิ ธเิ รียกร้องหลายรายอนั ควรแกก่ ารทจ่ี ะใชห้ กั กลบลบ หนี้ได้ไซร้ ฝ่ายผู้ท่ขี อหกั หนจี้ ะระบกุ ็ไดว้ า่ พงึ เอาสทิ ธิเรยี กร้องรายใดบา้ งเข้าหกั กลบลบกนั ถา้ การหกั กลบลบ หนไ้ี ด้แสดงโดยมิได้ระบเุ ช่นนน้ั ก็ดี หรอื ถ้าระบุ แต่อกี ฝ่ายหนง่ึ ท้วงขัดขอ้ งโดยไม่ชกั ช้ากด็ ี ท่านให้นำบทบญั ญัติ แห่งมาตรา ๓๒๘ วรรค ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าฝ่ายท่ขี อหกั กลบลบหนีย้ งั เป็นหนี้ค่าดอกเบ้ยี และค่าฤชาธรรมเนยี มแกอ่ กี ฝา่ ยหนึ่งอยู่ นอกจากการชำระหน้อี ันเป็นประธานนั้นด้วยไซร้ ทา่ นให้นำบทบญั ญตั แิ หง่ มาตรา ๓๒๙ มาใชบ้ ังคบั โดย อนุโลม ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่ มาตรา ๓๔๙ เมอื่ คูก่ รณีที่เก่ียวขอ้ งได้ทำสญั ญาเปล่ียนสง่ิ ซงึ่ เปน็ สาระสำคัญแหง่ หนไี้ ซร้ ทา่ น วา่ หน้ีน้ันเปน็ อันระงบั สิ้นไปดว้ ยแปลงหนี้ใหม่ ถา้ ทำหนีม้ เี ง่ือนไขใหก้ ลายเป็นหนป้ี ราศจากเงอื่ นไขก็ดี เพม่ิ เติมเงอ่ื นไขเข้าในหนี้อนั ปราศจากเงอื่ นไขกด็ ี เปลย่ี นเงอื่ นไขก็ดี ทา่ นถือว่าเปน็ อนั เปลยี่ นสง่ิ ซ่ึงเป็นสาระสำคัญแหง่ หน้นี ัน้ ถ้าแปลงหนใ้ี หมด่ ้วยเปลีย่ นตัวเจา้ หน้ี ทา่ นให้บงั คบั ด้วยบทบญั ญัตทิ ้ังหลายแหง่ ประมวล กฎหมายน้วี า่ ดว้ ยโอนสทิ ธิเรยี กรอ้ ง มาตรา ๓๕๐ แปลงหน้ใี หมด่ ว้ ยเปลีย่ นตัวลกู หนี้นัน้ จะทำเปน็ สัญญาระหวา่ งเจ้าหนี้กับ ลกู หน้ีคนใหม่ก็ได้ แต่จะทำโดยขืนใจลกู หนเ้ี ดิมหาไดไ้ ม่ มาตรา ๓๕๑ ถ้าหนอี้ ันจะพึงเกดิ ขนึ้ เพราะแปลงหนีใ้ หมน่ ั้นมไิ ดเ้ กิดมีขน้ึ ก็ดี ไดย้ กเลิกเสีย เพราะมลู แห่งหนไ้ี มช่ อบด้วยกฎหมาย หรือเพราะเหตอุ ย่างใดอย่างหนึง่ อนั มริ ถู้ ึงค่กู รณกี ็ดี ท่านวา่ หนเี้ ดมิ น้นั ก็ ยงั หาระงับสน้ิ ไปไม่ มาตรา ๓๕๒ คกู่ รณใี นการแปลงหนี้ใหมอ่ าจโอนสทิ ธจิ ำนำหรอื จำนองท่ีไดใ้ หไ้ วเ้ ป็นประกนั หนีเ้ ดมิ นนั้ ไปเปน็ ประกันหนรี้ ายใหม่ได้ เพียงเทา่ ทเี่ ปน็ ประกนั วัตถุแห่งหน้เี ดมิ แต่หลกั ประกันเชน่ ว่าน้ี ถ้า บุคคลภายนอกเป็นผใู้ หไ้ ว้ไซร้ ท่านว่าจำตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมของบคุ คลภายนอกน้นั ด้วยจึงโอนได้
70 ส่วนที่ ๕ หนีเ้ กลือ่ นกลนื กนั มาตรา ๓๕๓ ถ้าสทิ ธิและความรับผดิ ในหนรี้ ายใดตกอยูแ่ กบ่ คุ คลคนเดยี วกนั ท่านว่าหนีร้ าย น้ันเปน็ อนั ระงบั ส้นิ ไป เวน้ แต่เมื่อหนน้ี ้ันตกไปอยู่ในบังคบั แห่งสทิ ธิของบุคคลภายนอก หรอื เมอ่ื สลกั หลงั ตัว๋ เงนิ กลับคืนตามความในมาตรา ๙๑๗ วรรค ๓ ลกั ษณะ ๒ สัญญา หมวด ๑ กอ่ ใหเ้ กิดสญั ญา มาตรา ๓๕๔ คำเสนอจะทำสัญญาอันบง่ ระยะเวลาใหท้ ำคำสนองนน้ั ท่านวา่ ไมอ่ าจจะถอน ได้ภายในระยะเวลาทบ่ี ่งไว้ มาตรา ๓๕๕ บุคคลทำคำเสนอไปยงั ผอู้ ื่นซ่งึ อยู่ห่างกนั โดยระยะทาง และมไิ ด้บง่ ระยะเวลา ใหท้ ำคำสนอง จะถอนคำเสนอของตนเสียภายในเวลาอนั ควรคาดหมายวา่ จะไดร้ ับคำบอกกล่าวสนองนนั้ ท่าน วา่ หาอาจจะถอนได้ไม่ มาตรา ๓๕๖ คำเสนอทำแกบ่ คุ คลผู้อยเู่ ฉพาะหนา้ โดยมิไดบ้ ง่ ระยะเวลาใหท้ ำคำสนองนนั้ เสนอ ณ ที่ใดเวลาใดกย็ ่อมจะสนองรบั ไดแ้ ต่ ณ ที่นน้ั เวลาน้ัน ความขอ้ นท้ี ่านใหใ้ ชต้ ลอดถึงการที่บุคคลคนหน่งึ ทำคำเสนอไปยังบคุ คลอีกคนหนงึ่ ทางโทรศัพทด์ ว้ ย มาตรา ๓๕๗ คำเสนอใดเขาบอกปดั ไปยงั ผเู้ สนอแล้วกด็ ี หรอื มไิ ดส้ นองรบั ภายในเวลา กำหนดดงั กลา่ วมาในมาตราทงั้ สามก่อนนกี้ ด็ ี คำเสนอน้นั ท่านว่าเปน็ อนั สิน้ ความผกู พนั แตน่ น้ั ไป มาตรา ๓๕๘ ถา้ คำบอกกลา่ วสนองมาถงึ ลว่ งเวลา แตเ่ ปน็ ทเ่ี หน็ ประจกั ษว์ า่ คำบอกกล่าวนัน้ ไดส้ ง่ โดยทางการ ซง่ึ ตามปรกตคิ วรจะมาถงึ ภายในกำหนดไซร้ ผเู้ สนอตอ้ งบอกกล่าวแก่คู่กรณีอกี ฝ่ายหน่งึ โดย พลันว่าคำสนองน้นั มาถึงเนิ่นชา้ เว้นแตจ่ ะไดบ้ อกกลา่ วเชน่ น้ันกอ่ นแล้ว
71 ถ้าผ้เู สนอละเลยไม่บอกกล่าวดังว่ามาในวรรคต้น ทา่ นใหถ้ อื ว่าคำบอกกลา่ วสนองนั้นมไิ ด้ ล่วงเวลา มาตรา ๓๕๙ ถ้าคำสนองมาถงึ ล่วงเวลา ท่านใหถ้ ือวา่ คำสนองนั้นกลายเป็นคำเสนอขนึ้ ใหม่ คำสนองอนั มขี ้อความเพิ่มเตมิ มขี ้อจำกัด หรอื มขี ้อแกไ้ ขอยา่ งอืน่ ประกอบดว้ ยนน้ั ทา่ นใหถ้ อื วา่ เป็นคำบอกปดั ไม่รบั ทั้งเปน็ คำเสนอขึน้ ใหม่ด้วยในตวั มาตรา ๓๖๐ บทบญั ญัติแห่งมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง นนั้ ทา่ นมใิ หใ้ ชบ้ งั คบั ถา้ หากวา่ ขัดกบั เจตนาอันผเู้ สนอไดแ้ สดง หรือหากว่ากอ่ นจะสนองรบั นนั้ คกู่ รณีอีกฝา่ ยหนงึ่ ได้รอู้ ยแู่ ลว้ ว่าผเู้ สนอตายหรือตก เป็นผูไ้ ร้ความสามารถ [เลขมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญตั ใิ ห้ใช้ บทบญั ญัตบิ รรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ทีไ่ ด้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕] มาตรา ๓๖๑ อันสัญญาระหว่างบุคคลซงึ่ อยูห่ ่างกนั โดยระยะทางน้ัน ย่อมเกิดเป็นสญั ญาขน้ึ แต่เวลาเมอ่ื คำบอกกล่าวสนองไปถึงผเู้ สนอ ถ้าตามเจตนาอันผ้เู สนอได้แสดง หรือตามปรกติประเพณไี มจ่ ำเปน็ จะต้องมีคำบอกกล่าว สนองไซร้ ทา่ นวา่ สญั ญาน้ันเกดิ เป็นสญั ญาข้ึนในเวลาเม่อื มกี ารอันใดอันหนง่ึ ขึน้ อนั จะพงึ สันนษิ ฐานได้วา่ เป็น การแสดงเจตนาสนองรบั มาตรา ๓๖๒ บุคคลออกโฆษณาใหค้ ำมั่นว่าจะใหร้ างวลั แกผ่ ู้ซ่งึ กระทำการอนั ใด ทา่ นว่า จำตอ้ งใหร้ างวลั แก่บุคคลใด ๆ ผ้ไู ด้กระทำการอนั น้ัน แม้ถงึ มิใชว่ ่าผู้นัน้ จะได้กระทำเพราะเหน็ แกร่ างวัล มาตรา ๓๖๓ ในกรณีท่ีกลา่ วมาในมาตรากอ่ นนี้ เมอื่ ยงั ไมม่ ีใครทำการสำเรจ็ ดงั บง่ ไว้นัน้ อยู่ ตราบใด ผู้ใหค้ ำมน่ั จะถอนคำม่นั ของตนเสียโดยวธิ เี ดยี วกบั ที่โฆษณาน้ันก็ได้ เว้นแต่จะไดแ้ สดงไวใ้ นโฆษณานั้น วา่ จะไม่ถอน ถ้าคำมั่นนัน้ ไมอ่ าจจะถอนโดยวิธดี ังกลา่ วมาก่อน จะถอนโดยวธิ อี ื่นกไ็ ด้ แต่ถา้ เชน่ นน้ั การ ถอนจะเปน็ อันสมบรู ณใ์ ช้ไดเ้ พยี งเฉพาะต่อบุคคลท่รี ู้ ถา้ ผ้ใู ห้คำมั่นไดก้ ำหนดระยะเวลาใหด้ ้วยเพือ่ ทำการอนั บง่ นนั้ ไซร้ ทา่ นใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนว่า ผใู้ หค้ ำมนั่ ได้สละสิทธิทจี่ ะถอนคำมน่ั น้ันเสียแล้ว มาตรา ๓๖๔ ถ้าบคุ คลหลายคนกระทำการอันบง่ ไว้ในโฆษณา ทา่ นว่าเฉพาะแตค่ นที่ทำได้ ก่อนใครหมดเทา่ นั้น มสี ทิ ธจิ ะไดร้ บั รางวัล
72 ถ้าบคุ คลหลายคนกระทำการอันนนั้ ได้พร้อมกนั ทา่ นว่าแต่ละคนมสี ทิ ธจิ ะได้รับรางวลั เป็น ส่วนแบ่งเทา่ ๆ กัน แต่ถ้ารางวัลนัน้ มสี ภาพแบง่ ไม่ได้กด็ ี หรอื ถ้าตามข้อความแหง่ คำมน่ั นนั้ บุคคลแต่คนเดียว จะพึงรับรางวลั กด็ ี ทา่ นให้วินจิ ฉัยด้วยวิธีจับสลาก บทบญั ญัติดังกล่าวมาในวรรคทัง้ สองขา้ งต้นนั้น ท่านมใิ หใ้ ชบ้ ังคบั ถ้าในโฆษณาน้ันแสดง เจตนาไว้เปน็ อยา่ งอืน่ มาตรา ๓๖๕ คำม่ันจะใหร้ างวลั อนั มีความประสงค์เปน็ การประกวดชิงรางวลั นั้น จะสมบรู ณ์ ก็ต่อเมอื่ ไดก้ ำหนดระยะเวลาไวใ้ นคำโฆษณาด้วย การทจ่ี ะตดั สนิ วา่ ผูป้ ระกวดคนไหนได้กระทำสำเรจ็ ตามเง่ือนไขในคำม่ันภายในเวลากำหนด หรือไมก่ ็ดี หรอื ตดั สนิ ในระหวา่ งผปู้ ระกวดหลายคนนนั้ ว่าคนไหนดีกว่ากันอย่างไรก็ดี ใหผ้ ชู้ ี้ขาดซ่งึ ได้ระบุชื่อไว้ ในโฆษณานน้ั เปน็ ผู้ตดั สนิ หรือถ้ามไิ ดร้ ะบชุ ื่อผู้ชี้ขาดไว้ ก็ใหผ้ ใู้ หค้ ำมนั่ เป็นผูต้ ัดสิน คำตัดสนิ อันนี้ย่อมผกู พนั ผทู้ ่ี เกีย่ วข้องดว้ ยทุกฝา่ ย ถ้าได้คะแนนทำดเี สมอกัน ทา่ นให้นำบทบัญญตั แิ หง่ มาตรา ๓๖๔ วรรค ๒ มาใชบ้ ังคับ แลว้ แตก่ รณี การโอนกรรมสทิ ธใ์ิ นทรัพยท์ ี่ทำขน้ึ ประกวดน้นั ผู้ให้คำมั่นจะเรยี กให้โอนแก่ตนได้ต่อเมอื่ ได้ ระบุไว้ในโฆษณาวา่ จะพึงโอนเชน่ นัน้ มาตรา ๓๖๖ ข้อความใด ๆ แห่งสัญญาอันคู่สญั ญาแมเ้ พียงฝา่ ยเดียวได้แสดงไวว้ ่าเป็น สาระสำคญั อนั จะตอ้ งตกลงกันหมดทุกข้อน้นั หากค่สู ญั ญายงั ไมต่ กลงกันได้หมดทกุ ข้ออยตู่ ราบใด เมอื่ กรณี เปน็ ทส่ี งสัย ท่านนับว่ายงั มไิ ด้มสี ญั ญาต่อกัน การทไี่ ดท้ ำความเข้าใจกันไวเ้ ฉพาะบางสิง่ บางอยา่ ง ถงึ แมว้ า่ จะได้ จดลงไวก้ ห็ าเปน็ การผกู พนั ไม่ ถ้าไดต้ กลงกันว่าสญั ญาอันมงุ่ จะทำน้นั จะตอ้ งทำเปน็ หนงั สือไซร้ เมอื่ กรณีเป็นทส่ี งสัย ท่าน นับว่ายงั มไิ ดม้ สี ญั ญาตอ่ กนั จนกวา่ จะได้ทำขึ้นเปน็ หนังสอื มาตรา ๓๖๗ สญั ญาใดคู่สัญญาไดถ้ ือว่าเป็นอันไดท้ ำกันขนึ้ แล้ว แตแ่ ท้จริงยงั มิไดต้ กลงกนั ใน ขอ้ หน่งึ ขอ้ ใดอนั จะตอ้ งทำความตกลงใหส้ ำเรจ็ ถา้ จะพงึ อนมุ านได้ว่า ถงึ หากจะไมท่ ำความตกลงกันในข้อนไ้ี ด้ สัญญานน้ั ก็จะไดท้ ำข้นึ ไซร้ ทา่ นว่าขอ้ ความส่วนที่ได้ตกลงกนั แล้วกย็ อ่ มเปน็ อันสมบรู ณ์ มาตรา ๓๖๘ สญั ญานนั้ ทา่ นใหต้ คี วามไปตามความประสงคใ์ นทางสจุ รติ โดยพเิ คราะห์ถึง ปรกตปิ ระเพณีดว้ ย
73 หมวด ๒ ผลแหง่ สัญญา มาตรา ๓๖๙ ในสัญญาต่างตอบแทนน้ัน ค่สู ัญญาฝ่ายหนง่ึ จะไม่ยอมชำระหนจี้ นกว่าอีกฝา่ ย หนึ่งจะชำระหน้ี หรือขอปฏิบตั ิการชำระหน้ีก็ได้ แตค่ วามข้อน้ีท่านมใิ ห้ใช้บงั คบั ถ้าหนี้ของค่สู ญั ญาอกี ฝ่ายหนึ่ง ยงั ไมถ่ งึ กำหนด มาตรา ๓๗๐ ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมวี ตั ถุท่ีประสงคเ์ ป็นการกอ่ ใหเ้ กดิ หรอื โอนทรัพยสทิ ธใิ น ทรพั ยเ์ ฉพาะสงิ่ และทรัพย์นน้ั สูญหรือเสยี หายไปด้วยเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ อนั จะโทษลูกหนม้ี ไิ ดไ้ ซร้ ท่านว่า การสญู หรอื เสียหายนัน้ ตกเปน็ พับแกเ่ จ้าหนี้ ถ้าไมใ่ ช่ทรพั ย์เฉพาะส่งิ ท่านใหใ้ ชบ้ ทบญั ญัตทิ ก่ี ล่าวมาในวรรคกอ่ นนีบ้ งั คับแต่เวลาที่ทรพั ย์ น้นั กลายเปน็ ทรพั ย์เฉพาะสง่ิ ตามบทบัญญตั ิแหง่ มาตรา ๑๙๕ วรรค ๒ น้ันไป มาตรา ๓๗๑ บทบญั ญตั ทิ ีก่ ลา่ วมาในมาตราก่อนนี้ ท่านมิใหใ้ ช้บงั คับ ถ้าเป็นสญั ญาต่างตอบ แทนมเี งอ่ื นไขบังคับกอ่ น และทรัพย์อันเป็นวตั ถแุ หง่ สญั ญานน้ั สูญหรือทำลายลงในระหวา่ งทเี่ ง่ือนไขยังไม่ สำเร็จ ถา้ ทรพั ย์นั้นเสยี หายเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนงึ่ อนั จะโทษเจา้ หนีม้ ิได้ และเมอื่ เงื่อนไขน้ัน สำเร็จแลว้ เจา้ หนจ้ี ะเรียกใหช้ ำระหน้โี ดยลดส่วนอนั ตนจะตอ้ งชำระหนีต้ อบแทนนั้นลง หรอื เลกิ สญั ญานัน้ เสยี ก็ได้ แล้วแตจ่ ะเลอื ก แต่ในกรณที ่ีต้นเหตเุ สียหายเกดิ เพราะฝา่ ยลกู หนี้นนั้ ท่านว่าหากระทบกระทง่ั ถงึ สทิ ธิของ เจา้ หนที้ ี่จะเรียกค่าสนิ ไหมทดแทนไม่ มาตรา ๓๗๒ นอกจากกรณที กี่ ล่าวไว้ในสองมาตรากอ่ น ถ้าการชำระหนตี้ กเปน็ พ้นวิสัย เพราะเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหน่งึ ฝ่ายใดกไ็ ม่ได้ไซร้ ทา่ นวา่ ลูกหนห้ี ามสี ทิ ธจิ ะรบั ชำระหนี้ตอบ แทนไม่ ถา้ การชำระหนี้ตกเปน็ พน้ วสิ ยั เพราะเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ อนั จะโทษเจ้าหน้ไี ด้ ลกู หนกี้ ็หา เสียสิทธิทจี่ ะรบั ชำระหน้ตี อบแทนไม่ แต่วา่ ลกู หน้ไี ดอ้ ะไรไวเ้ พราะการปลดหน้ีกด็ ี หรอื ใชค้ ณุ วฒุ ิความสามารถ ของตนเปน็ ประการอนื่ เป็นเหตุใหไ้ ด้อะไรมา หรอื แกลง้ ละเลยเสียไมข่ วนขวายเอาอะไรทสี่ ามารถจะทำได้กด็ ี มากน้อยเท่าไร จะต้องเอามาหักกับจำนวนอนั ตนจะได้รบั ชำระหนต้ี อบแทน วธิ เี ดยี วกนั นท้ี า่ นให้ใชต้ ลอดถงึ กรณีทก่ี ารชำระหนอี้ ันฝา่ ยหนง่ึ ยงั ค้างชำระอยู่นน้ั ตกเป็นพ้นวิสยั เพราะพฤตกิ ารณ์อนั ใดอนั หนึ่งซง่ึ ฝา่ ยน้นั มิ ต้องรบั ผิดชอบ ในเวลาเมอื่ อกี ฝา่ ยหนง่ึ ผดิ นัดไมร่ ับชำระหนี้
74 มาตรา ๓๗๓ ความตกลงทำไวล้ ่วงหนา้ เป็นขอ้ ความยกเวน้ มิใหล้ กู หนีต้ ้องรบั ผิดเพอ่ื กลฉ้อฉล หรอื ความประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรงของตนนนั้ ทา่ นว่าเปน็ โมฆะ มาตรา ๓๗๔ ถา้ คสู่ ญั ญาฝ่ายหนง่ึ ทำสญั ญาตกลงว่าจะชำระหนแ้ี ก่บุคคลภายนอกไซร้ ทา่ น วา่ บคุ คลภายนอกมสี ทิ ธจิ ะเรียกชำระหนจี้ ากลกู หนี้โดยตรงได้ ในกรณีดงั กลา่ วมาในวรรคตน้ นั้น สทิ ธขิ องบุคคลภายนอกยอ่ มเกิดมีขึน้ ตั้งแตเ่ วลาทแ่ี สดง เจตนาแกล่ กู หน้วี า่ จะถือเอาประโยชนจ์ ากสญั ญานน้ั มาตรา ๓๗๕ เมื่อสทิ ธิของบคุ คลภายนอกไดเ้ กดิ มขี น้ึ ตามบทบญั ญตั ิแหง่ มาตรากอ่ นแล้ว คู่สัญญาหาอาจจะเปล่ยี นแปลงหรือระงบั สิทธนิ น้ั ในภายหลงั ได้ไม่ มาตรา ๓๗๖ ขอ้ ต่อสู้อันเกดิ แตม่ ลู สญั ญาดงั กล่าวมาในมาตรา ๓๗๔ นน้ั ลกู หน้อี าจจะยกข้ึน ต่อสบู้ ุคคลภายนอกผจู้ ะไดร้ บั ประโยชนจ์ ากสญั ญานนั้ ได้ หมวด ๓ มดั จำและกำหนดเบีย้ ปรบั มาตรา ๓๗๗ เม่อื เขา้ ทำสญั ญา ถา้ ได้ใหส้ ิง่ ใดไว้เป็นมัดจำ ทา่ นใหถ้ อื ว่าการที่ใหม้ ัดจำนน้ั ย่อมเปน็ พยานหลักฐานวา่ สญั ญาน้ันได้ทำกันขนึ้ แล้ว อน่ึง มดั จำนีย้ อ่ มเปน็ ประกนั การทจี่ ะปฏิบตั ติ ามสัญญา นนั้ ด้วย มาตรา ๓๗๘ มัดจำน้ัน ถ้ามไิ ดต้ กลงกันไวเ้ ป็นอย่างอ่ืน ทา่ นให้เป็นไปดังจะกลา่ วต่อไปน้ี คอื (๑) ให้สง่ คนื หรอื จัดเอาเป็นการใช้เงนิ บางส่วนในเมอ่ื ชำระหนี้ (๒) ให้รบิ ถา้ ฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไมช่ ำระหนี้ หรือการชำระหนีต้ กเป็นพ้นวสิ ยั เพราะ พฤตกิ ารณ์อนั ใดอันหนง่ึ ซ่ึงฝ่ายนนั้ ต้องรบั ผดิ ชอบ หรอื ถ้ามกี ารเลิกสญั ญาเพราะความผิดของฝา่ ยน้นั (๓) ใหส้ ง่ คนื ถ้าฝา่ ยทร่ี บั มดั จำละเลยไม่ชำระหนี้ หรอื การชำระหนีต้ กเปน็ พน้ วสิ ัยเพราะ พฤตกิ ารณ์อนั ใดอันหนงึ่ ซึง่ ฝ่ายนต้ี ้องรบั ผิดชอบ มาตรา ๓๗๙ ถา้ ลกู หนส้ี ัญญาแก่เจ้าหนี้วา่ จะใชเ้ งนิ จำนวนหน่ึงเป็นเบ้ียปรบั เม่อื ตนไมช่ ำระ หนี้ก็ดี หรอื ไม่ชำระหนี้ใหถ้ ูกต้องสมควรกด็ ี เมอื่ ลกู หนี้ผดิ นดั ก็ให้รบิ เบี้ยปรบั ถา้ การชำระหนีอ้ นั จะพงึ ทำนั้น ได้แก่งดเวน้ การอนั ใดอันหนง่ึ หากทำการอนั นนั้ ฝา่ ฝืนมลู หนเี้ มื่อใด ก็ใหร้ ิบเบยี้ ปรบั เมอ่ื น้ัน
75 มาตรา ๓๘๐ ถา้ ลูกหนีไ้ ดส้ ญั ญาไวว้ า่ จะให้เบ้ยี ปรับเมื่อตนไมช่ ำระหนี้ เจ้าหนจี้ ะเรียกเอาเบี้ย ปรับอันจะพงึ รบิ น้ันแทนการชำระหน้กี ไ็ ด้ แตถ่ ้าเจ้าหน้ีแสดงต่อลกู หน้วี า่ จะเรียกเอาเบ้ยี ปรบั ฉะนน้ั แล้ว กเ็ ปน็ อนั ขาดสิทธเิ รยี กรอ้ งชำระหนีอ้ ีกต่อไป ถ้าเจา้ หนม้ี สี ทิ ธเิ รียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไมช่ ำระหนี้ จะเรยี กเอาเบี้ยปรับอนั จะพงึ ริบน้ันในฐานเปน็ จำนวนนอ้ ยทสี่ ุดแหง่ คา่ เสียหายก็ได้ การพสิ จู น์ค่าเสยี หายยิง่ กว่านั้น ท่านกอ็ นญุ าตให้พสิ ูจน์ ได้ มาตรา ๓๘๑ ถา้ ลกู หนไ้ี ดส้ ญั ญาไว้วา่ จะใหเ้ บ้ยี ปรับเมอ่ื ตนไมช่ ำระหนใ้ี ห้ถูกต้องสมควร เช่น วา่ ไมช่ ำระหนต้ี รงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกใหช้ ำระหนี้ เจา้ หนีจ้ ะเรียกเอาเบี้ยปรบั อันจะพงึ ริบนั้นอีกดว้ ยกไ็ ด้ ถ้าเจ้าหนมี้ ีสทิ ธิเรียกร้องค่าสนิ ไหมทดแทนในมลู ชำระหน้ีไมถ่ กู ต้องสมควร ทา่ นใหบ้ งั คบั ตาม บทบญั ญตั แิ หง่ มาตรา ๓๘๐ วรรค ๒ ถา้ เจ้าหนีย้ อมรบั ชำระหน้ีแล้ว จะเรียกเอาเบ้ยี ปรับได้ต่อเมอ่ื ไดบ้ อกสงวนสทิ ธไิ ว้เช่นนั้นใน เวลารบั ชำระหนี้ มาตรา ๓๘๒ ถา้ สญั ญาวา่ จะทำการชำระหน้อี ยา่ งอนื่ ให้เปน็ เบี้ยปรับ ไมใ่ ชใ่ ชเ้ ปน็ จำนวนเงนิ ไซร้ ท่านให้นำบทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา ๓๗๙ ถึง ๓๘๑ มาใชบ้ ังคบั แตถ่ า้ เจ้าหนเ้ี รียกเอาเบ้ยี ปรบั แล้ว สทิ ธิ เรยี กรอ้ งค่าสนิ ไหมทดแทนกเ็ ป็นอันขาดไป มาตรา ๓๘๓ ถ้าเบ้ยี ปรับทร่ี บิ นั้นสงู เกินสว่ น ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรกไ็ ด้ ในการ ที่จะวนิ ิจฉัยวา่ สมควรเพยี งใดนั้น ทา่ นให้พเิ คราะห์ถึงทางได้เสยี ของเจา้ หนท้ี กุ อย่างอนั ชอบดว้ ยกฎหมาย ไมใ่ ช่ แตเ่ พียงทางไดเ้ สียในเชิงทรัพย์สิน เม่อื ไดใ้ ช้เงนิ ตามเบี้ยปรบั แลว้ สทิ ธเิ รียกรอ้ งขอลดกเ็ ป็นอนั ขาดไป นอกจากกรณีท่ีกล่าวไว้ในมาตรา ๓๗๙ และ ๓๘๒ ท่านให้ใชว้ ิธีเดียวกนั น้ีบงั คับ ในเมอ่ื บคุ คล สญั ญาวา่ จะใหเ้ บยี้ ปรบั เมอื่ ตนกระทำหรอื งดเว้นกระทำการอนั หน่งึ อนั ใดนัน้ ดว้ ย มาตรา ๓๘๔ ถา้ การชำระหนีต้ ามทส่ี ญั ญาไว้นั้นไมส่ มบรู ณ์ การท่ตี กลงกันด้วยขอ้ เบีย้ ปรบั ใน การไมป่ ฏิบัตติ ามสญั ญานนั้ กย็ ่อมไม่สมบรู ณด์ ุจกัน แม้ถงึ คู่กรณจี ะได้รู้ว่าข้อสัญญาน้นั ไมส่ มบูรณ์ มาตรา ๓๘๕ ถา้ ลูกหนโ้ี ตแ้ ยง้ การรบิ เบ้ยี ปรบั โดยอา้ งเหตวุ า่ ตนไดช้ ำระหนแี้ ลว้ ไซรท้ า่ นวา่ ลกู หนจี้ ะตอ้ งพสิ ูจนก์ ารชำระหน้ี เวน้ แต่การชำระหน้ีอันตนจะตอ้ งทำน้ันเปน็ การใหง้ ดเวน้ การอันใดอันหน่งึ
76 หมวด ๔ เลกิ สญั ญา มาตรา ๓๘๖ ถ้าคสู่ ญั ญาฝ่ายหนงึ่ มสี ทิ ธิเลกิ สญั ญาโดยขอ้ สญั ญาหรอื โดยบทบญั ญัตแิ ห่ง กฎหมาย การเลกิ สัญญาเชน่ นน้ั ย่อมทำดว้ ยแสดงเจตนาแกอ่ กี ฝ่ายหนงึ่ แสดงเจตนาดังกลา่ วมาในวรรคกอ่ นน้นั ทา่ นว่าหาอาจจะถอนได้ไม่ มาตรา ๓๘๗ ถ้าคสู่ ญั ญาฝา่ ยหนงึ่ ไมช่ ำระหนี้ อีกฝ่ายหนึง่ จะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกลา่ วใหฝ้ ่ายนน้ั ชำระหนี้ภายในระยะเวลาน้นั กไ็ ด้ ถา้ และฝา่ ยน้ันไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่ กำหนดใหไ้ ซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลกิ สัญญาเสียก็ได้ มาตรา ๓๘๘ ถา้ วตั ถุทปี่ ระสงค์แหง่ สญั ญานัน้ วา่ โดยสภาพหรือโดยเจตนาท่ีคู่สัญญาไดแ้ สดง ไว้ จะเปน็ ผลสำเรจ็ ไดก้ ็แตด่ ว้ ยการชำระหน้ี ณ เวลามีกำหนดก็ดี หรือภายในระยะเวลาอันใดอันหนงึ่ ซึ่งกำหนด ไวก้ ด็ ี และกำหนดเวลาหรอื ระยะเวลานน้ั ได้ล่วงพน้ ไปโดยฝา่ ยใดฝา่ ยหน่งึ มิไดช้ ำระหนไี้ ซร้ ท่านว่าอกี ฝา่ ยหน่งึ จะเลกิ สญั ญาน้ันเสียกไ็ ด้ มพิ ักต้องบอกกล่าวดงั วา่ ไวใ้ นมาตรากอ่ นนัน้ เลย มาตรา ๓๘๙ ถ้าการชำระหนี้ทงั้ หมดหรอื แตบ่ างส่วนกลายเปน็ พน้ วสิ ยั เพราะเหตอุ ยา่ งใด อยา่ งหนง่ึ อนั จะโทษลกู หนีไ้ ดไ้ ซร้ เจ้าหนจี้ ะเลกิ สญั ญานน้ั เสยี ก็ได้ มาตรา ๓๙๐ ถ้าในสญั ญาใดคูส่ ญั ญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกนั อย่ขู า้ งหนง่ึ หรอื อกี ขา้ งหนึ่ง ทา่ นว่าจะใชส้ ิทธิเลิกสญั ญาได้ก็แตเ่ มอ่ื บคุ คลเหลา่ นนั้ ท้ังหมดรวมกนั ใช้ ทงั้ ใชต้ อ่ บุคคลเหลา่ น้ันรวมหมดทกุ คน ดว้ ย ถา้ สทิ ธิเลิกสัญญาอันมีแกบ่ ุคคลคนหนงึ่ ในจำพวกทม่ี ีสทิ ธินัน้ เปน็ อันระงบั ส้นิ ไปแลว้ สิทธิเลกิ สญั ญาอันมี แกค่ นอน่ื ๆ กย็ อ่ มระงบั สน้ิ ไปด้วย มาตรา ๓๙๑ เมือ่ คสู่ ัญญาฝ่ายหนง่ึ ได้ใช้สทิ ธิเลกิ สญั ญาแลว้ ค่สู ญั ญาแต่ละฝ่ายจำตอ้ งใหอ้ กี ฝ่ายหนึ่งได้กลบั คืนสู่ฐานะดงั ทีเ่ ปน็ อยเู่ ดมิ แตท่ ั้งน้ีจะใหเ้ ปน็ ท่เี สอ่ื มเสยี แกส่ ทิ ธขิ องบุคคลภายนอกหาไดไ้ ม่ สว่ นเงนิ อนั จะตอ้ งใชค้ นื ในกรณีดงั กล่าวมาในวรรคต้นน้ัน ทา่ นให้บวกดอกเบ้ียเข้าด้วย คิด ตัง้ แตเ่ วลาที่ได้รบั ไว้ สว่ นท่เี ปน็ การงานอันไดก้ ระทำใหแ้ ละเปน็ การยอมให้ใช้ทรพั ย์น้ัน การทจี่ ะชดใช้คนื ท่านให้ ทำไดด้ ว้ ยใช้เงินตามควรคา่ แห่งการนนั้ ๆ หรอื ถ้าในสัญญามกี ำหนดวา่ ให้ใช้เงินตอบแทน ก็ใหใ้ ช้ตามน้นั การใชส้ ทิ ธเิ ลิกสญั ญานน้ั หากระทบกระทง่ั ถึงสทิ ธิเรยี กรอ้ งคา่ เสียหายไม่
77 มาตรา ๓๙๒ การชำระหนข้ี องคสู่ ญั ญาอนั เกดิ แตก่ ารเลิกสญั ญาน้ัน ให้เปน็ ไปตามบทบญั ญตั ิ แหง่ มาตรา ๓๖๙ มาตรา ๓๙๓ ถา้ มไิ ด้กำหนดระยะเวลาไวใ้ หใ้ ช้สทิ ธเิ ลกิ สญั ญา คูส่ ญั ญาอกี ฝ่ายหนง่ึ จะกำหนด ระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวใหฝ้ า่ ยทม่ี ีสิทธิเลกิ สญั ญาน้ันแถลงให้ทราบภายในระยะเวลานน้ั กไ็ ด้ วา่ จะ เลกิ สญั ญาหรือหาไม่ ถ้ามไิ ดร้ บั คำบอกกลา่ วเลกิ สัญญาภายในระยะเวลานน้ั สิทธเิ ลกิ สญั ญาก็เปน็ อันระงบั ส้ิน ไป มาตรา ๓๙๔ ถา้ ทรัพยอ์ ันเป็นวัตถุแหง่ สญั ญานั้นบบุ สลายไปในส่วนสำคัญเพราะการกระทำ หรือเพราะความผดิ ของบุคคลผมู้ สี ทิ ธิเลิกสัญญาก็ดี หรอื บคุ คลน้ันได้ทำให้การคืนทรัพยก์ ลายเป็นพ้นวสิ ยั ก็ดี เปลีย่ นแปลงทรพั ยน์ น้ั ใหผ้ ดิ แผกไปเป็นอยา่ งอื่นด้วยประกอบขึ้นหรอื ดัดแปลงก็ดี ท่านว่าสิทธเิ ลกิ สญั ญานน้ั ก็ เปน็ อนั ระงบั ส้ินไป แต่ถา้ ทรัพย์อันเปน็ วตั ถุแหง่ สญั ญาไดส้ ูญหายหรือบบุ สลายไปโดยปราศจากการกระทำหรอื ความผิดของบุคคลผ้มู สี ิทธิเลกิ สัญญาไซร้ สทิ ธิเลกิ สญั ญานน้ั กห็ าระงับส้ินไปไม่ ลักษณะ ๓ จดั การงานนอกสงั่ มาตรา ๓๙๕ บุคคลใดเขา้ ทำกจิ การแทนผ้อู ื่นโดยเขามไิ ดว้ า่ ขานวานใชใ้ หท้ ำก็ดี หรอื โดย มิได้มีสิทธิทจี่ ะทำการงานนัน้ แทนผู้อนื่ ด้วยประการใดกด็ ี ทา่ นว่าบคุ คลนั้นจะต้องจดั การงานไปในทางทจ่ี ะให้ สมประโยชนข์ องตวั การ ตามความประสงคอ์ ันแท้จริงของตวั การ หรือตามทีจ่ ะพึงสนั นิษฐานได้วา่ เป็นความ ประสงค์ของตวั การ มาตรา ๓๙๖ ถ้าการทเี่ ข้าจัดการงานนน้ั เป็นการขัดกบั ความประสงค์อนั แทจ้ ริงของตัวการก็ ดี หรอื ขัดกบั ความประสงคต์ ามท่จี ะพึงสันนิษฐานไดก้ ็ดี และผ้จู ัดการกค็ วรจะได้รสู้ ึกเช่นนน้ั แล้วดว้ ยไซร้ ทา่ น วา่ ผจู้ ัดการจำตอ้ งใชค้ ่าสินไหมทดแทนให้แก่ตัวการเพอื่ ความเสียหายอย่างใด ๆ อนั เกิดแตท่ ี่ได้เขา้ จัดการนน้ั แม้ทัง้ ผจู้ ดั การจะมไิ ด้มีความผิดประการอ่นื
78 มาตรา ๓๙๗ ถา้ ผจู้ ัดการทำกจิ อันใดซง่ึ เปน็ หนา้ ทบี่ ังคบั ใหต้ ัวการทำเพอ่ื สาธารณประโยชน์ก็ ดี หรือเปน็ หน้าท่ตี ามกฎหมายทจ่ี ะบำรุงรักษาผู้อื่นก็ดี และหากผจู้ ัดการมิไดเ้ ข้าทำแล้วกจิ อันนนั้ จะไมส่ ำเร็จ ภายในเวลาอันควรไซร้ การทไี่ ดท้ ำขดั กับความประสงคข์ องตัวการเชน่ น้ัน ท่านมิให้ยกขึ้นเปน็ ข้อวินจิ ฉัย มาตรา ๓๙๘ ถ้าผจู้ ัดการทำกจิ อนั ใดเพอ่ื ประสงคจ์ ะปดั ปอ้ งอนั ตรายอนั มมี าใกล้ตัวการ จะ เป็นภยั แกต่ ัวก็ดี แก่ชอ่ื เสียงก็ดี หรอื แกท่ รพั ยส์ ินก็ดี ทา่ นวา่ ผจู้ ัดการต้องรับผิดชอบแตเ่ พียงทจ่ี งใจทำผดิ หรอื ท่ีเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเทา่ นัน้ มาตรา ๓๙๙ ผู้จัดการตอ้ งบอกกลา่ วแก่ตวั การโดยเร็วที่สุดท่จี ะทำไดว้ า่ ตนได้เขา้ จัดการงาน แทน และต้องรอฟงั คำวินจิ ฉยั ของตวั การ เวน้ แต่ภัยจะมขี ึน้ เพราะการทห่ี น่วงเนน่ิ ไว้ นอกจากนที้ า่ นใหน้ ำ บทบญั ญตั ิแหง่ มาตรา ๘๐๙ ถงึ ๘๑๑ อนั บงั คบั แกต่ ัวแทนนนั้ มาใช้บังคับแกห่ นา้ ท่ขี องผูจ้ ดั การดว้ ยโดยอนโุ ลม มาตรา ๔๐๐ ถ้าผู้จดั การเป็นผไู้ ร้ความสามารถ ท่านว่าจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบแตเ่ พียงตาม บทบญั ญัติว่าด้วยคา่ สนิ ไหมทดแทนเพอื่ ละเมดิ และว่าด้วยการคนื ลาภมิควรได้เท่านัน้ มาตรา ๔๐๑ ถ้าการทเ่ี ขา้ จดั การงานนนั้ เปน็ การสมประโยชนข์ องตัวการ และต้องตามความ ประสงคอ์ นั แทจ้ รงิ ของตวั การ หรอื ความประสงคต์ ามท่ีจะพงึ สนั นษิ ฐานได้น้ันไซร้ ท่านวา่ ผจู้ ัดการจะเรียกให้ ชดใช้เงนิ อันตนได้ออกไปคืนแกต่ นเช่นอยา่ งตวั แทนก็ได้ และบทบญั ญัตมิ าตรา ๘๑๖ วรรค ๒ นัน้ ทา่ นก็ให้ นำมาใช้บังคับดว้ ยโดยอนโุ ลม อนึ่ง ในกรณที ก่ี ล่าวมาในมาตรา ๓๙๗ น้นั แมถ้ งึ วา่ ทเ่ี ข้าจดั การงานนน้ั จะเปน็ การขดั กบั ความประสงคข์ องตัวการก็ดี ผู้จดั การก็ยงั คงมสี ิทธเิ รียกรอ้ งเชน่ นั้นอยู่ มาตรา ๔๐๒ ถ้าเงือ่ นไขดงั วา่ มาในมาตรากอ่ นน้นั มไิ ด้มี ทา่ นว่าตวั การจำต้องคืนสงิ่ ทง้ั หลาย บรรดาที่ได้มาเพราะเขาเขา้ จัดการงานนั้นให้แกผ่ จู้ ดั การ ตามบทบญั ญตั วิ ่าดว้ ยการคนื ลาภมิควรได้ ถา้ ตัวการใหส้ ตั ยาบนั แก่การที่จัดทำน้นั ทา่ นให้นำบทบัญญตั ทิ งั้ หลายแหง่ ประมวลกฎหมาย นวี้ า่ ด้วยตัวแทนมาใช้บงั คับ แลว้ แต่กรณี มาตรา ๔๐๓ ถ้าผจู้ ัดการมไิ ดม้ บี รุ พเจตนาจะเรียกให้ตวั การชดใชค้ ืน ผจู้ ดั การกย็ ่อมไมม่ สี ทิ ธิ เรียกร้องเชน่ นน้ั การทบ่ี ิดามารดา ปยู่ า่ ตายาย บำรงุ รกั ษาผู้สบื สนั ดานเป็นทางอปุ การะกด็ ี หรือกลับกันเปน็ ทางปฏกิ าระกด็ ี เมอื่ กรณเี ป็นทสี่ งสยั ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ ไม่มีเจตนาจะเรียกให้ผรู้ บั ประโยชนช์ ดใชค้ นื
79 มาตรา ๔๐๔ ถ้าผู้จัดการทำแทนผู้หนงึ่ โดยสำคญั วา่ ทำแทนผอู้ น่ื อีกคนหนึ่งไซร้ ทา่ นวา่ ผู้เปน็ ตัวการคนก่อนผเู้ ดียวมสี ทิ ธิและหน้าท่ีอันเกดิ แต่การที่ได้จัดทำไปนั้น มาตรา ๔๐๕ บทบญั ญตั ทิ ั้งหลายทก่ี ลา่ วมาในสิบมาตรากอ่ นน้นั ทา่ นมิใหใ้ ช้บงั คับแกก่ รณีที่ บุคคลหนง่ึ เข้าทำการงานของผู้อืน่ โดยสำคัญว่าเปน็ การงานของตนเอง ถ้าบุคคลใดถอื เอากจิ การของผอู้ ่นื วา่ เป็นของตนเอง ทั้งทร่ี แู้ ล้วว่าตนไมม่ สี ิทธิจะทำเช่นนน้ั ไซร้ ทา่ นว่าตัวการจะใช้สทิ ธเิ รยี กร้องบงั คบั โดยมลู ดงั บญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๓๙๕, ๓๙๖, ๓๙๙ และ ๔๐๐ นน้ั ก็ ได้ แตเ่ ม่ือไดใ้ ช้สทิ ธิดงั ว่ามาน้แี ล้ว ตวั การจะตอ้ งรบั ผดิ ต่อผจู้ ดั การดงั บญั ญัติไว้ในมาตรา ๔๐๒ วรรค ๑ ลักษณะ ๔ ลาภมคิ วรได้ มาตรา ๔๐๖ บคุ คลใดได้มาซง่ึ ทรพั ย์สง่ิ ใดเพราะการทีบ่ คุ คลอีกคนหนงึ่ กระทำเพอื่ ชำระหนก้ี ็ ดี หรือไดม้ าด้วยประการอื่นก็ดี โดยปราศจากมลู อนั จะอา้ งกฎหมายได้ และเปน็ ทางใหบ้ ุคคลอกี คนหนงึ่ นัน้ เสียเปรียบไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลนั้นจำตอ้ งคืนทรัพยใ์ หแ้ กเ่ ขา อนง่ึ การรบั สภาพหนี้สนิ วา่ มีอยหู่ รือหาไมน่ ้นั ท่านก็ ให้ถือว่าเป็นการกระทำเพอ่ื ชำระหนี้ดว้ ย บทบญั ญัตอิ นั นท้ี า่ นให้ใช้บังคบั ตลอดถงึ กรณที ่ีได้ทรัพยม์ า เพราะเหตอุ ยา่ งใดอย่างหนงึ่ ซึง่ มไิ ดม้ ีได้เป็นข้นึ หรอื เปน็ เหตทุ ่ไี ด้ส้ินสุดไปเสียกอ่ นแลว้ นน้ั ดว้ ย มาตรา ๔๐๗ บคุ คลใดไดก้ ระทำการอนั ใดตามอำเภอใจเหมอื นหนึง่ วา่ เพอ่ื ชำระหน้โี ดยรู้อยู่ วา่ ตนไม่มีความผูกพนั ทจี่ ะตอ้ งชำระ ท่านว่าบุคคลผนู้ น้ั หามสี ิทธจิ ะไดร้ ับคนื ทรพั ย์ไม่ มาตรา ๔๐๘ บคุ คลดังจะกลา่ วต่อไปน้ีไมม่ สี ิทธิจะได้รับคืนทรพั ย์ คอื (๑) บคุ คลผูช้ ำระหนีอ้ ันมเี งอื่ นเวลาบงั คบั เม่ือก่อนถงึ กำหนดเวลานั้น (๒) บุคคลผู้ชำระหน้ีซึง่ ขาดอายคุ วามแล้ว (๓) บุคคลผ้ชู ำระหนต้ี ามหนา้ ท่ีศีลธรรม หรือตามควรแกอ่ ธั ยาศัยในสมาคม มาตรา ๔๐๙ เมื่อบุคคลผูห้ นง่ึ ผใู้ ดซง่ึ มไิ ด้เป็นลกู หนีไ้ ดช้ ำระหนไี้ ปโดยสำคญั ผิด เป็นเหตใุ ห้ เจ้าหนผ้ี ทู้ ำการโดยสจุ ริตไดท้ ำลาย หรือลบล้างเสียซง่ึ เอกสารอันเป็นพยานหลกั ฐานแหง่ หนีก้ ด็ ี ยกเลกิ หลักประกันเสยี กด็ ี ส้ินสทิ ธไิ ปเพราะขาดอายุความกด็ ี ท่านวา่ เจา้ หนี้ไมจ่ ำตอ้ งคนื ทรัพย์
80 บทบญั ญัติทก่ี ลา่ วมาในวรรคกอ่ นนไี้ มข่ ัดขวางตอ่ การท่บี คุ คลผูไ้ ด้ชำระหน้นี ั้นจะใช้สทิ ธไิ ล่เบย้ี เอาแก่ลกู หนี้และผ้คู ำ้ ประกนั ถ้าจะพึงมี มาตรา ๔๑๐ บคุ คลผใู้ ดได้ทำการชำระหน้โี ดยมงุ่ ตอ่ ผลอยา่ งหนง่ึ แตม่ ิได้เกดิ ผลข้นึ เชน่ น้ัน ถ้าและบุคคลน้ันไดร้ มู้ าแตแ่ รกว่าการทีจ่ ะเกิดผลน้ันเป็นพน้ วิสยั กด็ ี หรือไดเ้ ข้าปอ้ งปัดขดั ขวางเสียมใิ หเ้ กดิ ผล เช่นนัน้ โดยอาการอนั ฝา่ ฝืนความสจุ รติ ก็ดี ทา่ นวา่ บคุ คลผู้นน้ั ไม่มีสิทธจิ ะไดร้ ับคืนทรัพย์ มาตรา ๔๑๑ บุคคลใดไดก้ ระทำการเพื่อชำระหนเ้ี ป็นการอนั ฝ่าฝืนข้อหา้ มตามกฎหมายหรอื ศีลธรรมอันดี ทา่ นวา่ บุคคลนนั้ หาอาจจะเรียกรอ้ งคืนทรัพยไ์ ด้ไม่ มาตรา ๔๑๒ ถา้ ทรัพยส์ ินซ่งึ ไดร้ ับไวเ้ ป็นลาภมิควรได้นน้ั เปน็ เงนิ จำนวนหนงึ่ ท่านวา่ ต้องคืน เตม็ จำนวนนน้ั เว้นแต่เมอื่ บคุ คลได้รบั ไวโ้ ดยสจุ ริต จงึ ตอ้ งคนื ลาภมิควรได้เพียงส่วนท่ียังมอี ยใู่ นขณะเมอ่ื เรียก คนื มาตรา ๔๑๓ เมื่อทรพั ยส์ นิ อันจะต้องคืนน้ันเป็นอยา่ งอื่นนอกจากจำนวนเงิน และบุคคล ไดร้ ับไว้โดยสจุ รติ ท่านว่าบุคคลเช่นน้ันจำต้องคนื ทรัพยส์ ินเพียงตามสภาพทีเ่ ปน็ อยู่ และมติ อ้ งรบั ผดิ ชอบใน การท่ีทรัพย์นั้นสญู หายหรอื บบุ สลาย แตถ่ า้ ได้อะไรมาเป็นคา่ สินไหมทดแทนเพอื่ การสญู หายหรอื บบุ สลาย เชน่ นน้ั กต็ ้องให้ไปดว้ ย ถา้ บุคคลได้รบั ทรัพยส์ นิ ไว้โดยทุจริต ท่านวา่ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการสูญหายหรอื บบุ สลายนัน้ เตม็ ภมู ิ แมก้ ระท่ังการสูญหายหรือบบุ สลายจะเกดิ เพราะเหตสุ ุดวสิ ยั เว้นแตจ่ ะพสิ ูจนไ์ ดว้ ่าถงึ อยา่ งไรทรัพย์สิน นน้ั กค็ งตอ้ งสญู หายหรือบบุ สลายอยู่น่นั เอง มาตรา ๔๑๔ ถ้าการคืนทรพั ย์ตกเป็นพ้นวสิ ัยเพราะสภาพแห่งทรพั ยส์ นิ ทไี่ ด้รบั ไวน้ น้ั เองก็ดี หรอื เพราะเหตอุ ยา่ งอน่ื กด็ ี และบคุ คลได้รบั ทรพั ยส์ นิ ไว้โดยสุจริต ท่านว่าบคุ คลเชน่ นัน้ จำตอ้ งคนื ลาภมิควรได้ เพียงสว่ นท่ียังมอี ยใู่ นขณะเมอ่ื เรยี กคนื ถา้ บุคคลได้รบั ทรัพยส์ ินนัน้ ไวโ้ ดยทุจริต ทา่ นว่าต้องใชร้ าคาทรพั ยส์ นิ น้ันเตม็ จำนวน มาตรา ๔๑๕ บุคคลผู้ได้รับทรัพยส์ นิ ไวโ้ ดยสจุ รติ ย่อมจะไดด้ อกผลอันเกดิ แต่ทรพั ยส์ ินน้นั ตลอดเวลาที่ยังคงสุจรติ อยู่ ถา้ ผทู้ ี่ได้รบั ไวจ้ ะตอ้ งคนื ทรัพยส์ นิ น้นั เมอื่ ใด ให้ถือว่าผนู้ ั้นตกอย่ใู นฐานะทจุ รติ จำเดมิ แต่เวลาที่ เรียกคืนนั้น
81 มาตรา ๔๑๖ คา่ ใช้จา่ ยทง้ั หลายอันควรแกก่ ารเพอื่ รกั ษาบำรุงหรอื ซอ่ มแซมทรัพยส์ นิ นัน้ ท่านว่าตอ้ งชดใช้แก่บุคคลผ้คู ืนทรพั ยส์ นิ น้นั เตม็ จำนวน แต่บุคคลเช่นว่านจ้ี ะเรียกรอ้ งให้ชดใช้คา่ ใช้จ่ายตามธรรมดาเพอ่ื บำรงุ ซอ่ มแซมทรพั ยส์ ินนั้น หรอื คา่ ภาระตดิ พนั ทีต่ อ้ งเสียไปในระหว่างทตี่ นคงเก็บดอกผลอยนู่ ้นั หาไดไ้ ม่ มาตรา ๔๑๗ ในส่วนค่าใช้จา่ ยอย่างอน่ื นอกจากทก่ี ล่าวมาในวรรคต้นแหง่ มาตราก่อนนัน้ บุคคลผคู้ ืนทรัพยส์ นิ จะเรียกใหช้ ดใช้ได้แตเ่ ฉพาะท่เี สยี ไปในระหว่างทีต่ นทำการโดยสจุ ริต และเมอื่ ทรพั ยส์ นิ น้ัน ไดม้ รี าคาเพ่มิ สงู ขน้ึ เพราะค่าใชจ้ ่ายนัน้ ในเวลาที่คืน และจะเรียกไดก้ ็แต่เพียงเทา่ ราคาทีเ่ พมิ่ ข้นึ เท่าน้นั อน่งึ บทบญั ญัติแหง่ มาตรา ๔๑๕ วรรค ๒ นั้น ท่านใหน้ ำมาใชบ้ ังคบั ดว้ ย แลว้ แต่กรณี มาตรา ๔๑๘ ถา้ บุคคลรบั ทรัพย์สนิ อันมคิ วรได้ไว้โดยทจุ รติ และได้ทำการดัดแปลงหรือต่อ เตมิ ข้นึ ในทรพั ยส์ ินนน้ั ทา่ นว่าบคุ คลเช่นน้นั ต้องจัดทำทรพั ยส์ ินน้ันให้คืนคงสภาพเดมิ ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง แล้วจึงส่งคนื เวน้ แตเ่ จ้าของทรพั ยส์ ินจะเลอื กใหส้ ่งคืนตามสภาพทีเ่ ป็นอยู่ ในกรณีเช่นนเี้ จา้ ของจะใช้ราคาค่า ทำดัดแปลงหรอื ต่อเตมิ หรอื ใชเ้ งนิ จำนวนหน่งึ เป็นราคาทรพั ยส์ นิ เท่าที่เพ่ิมขน้ึ นั้นก็ได้ แล้วแตจ่ ะเลือก ถ้าในเวลาท่ีจะตอ้ งคืนทรพั ยน์ นั้ เป็นพ้นวสิ ยั จะทำให้ทรัพย์สนิ คนื คงสภาพเดมิ ได้ หรอื ถ้าทำ ไปทรัพยส์ ินนน้ั จะบบุ สลายไซร้ ทา่ นวา่ บุคคลผู้ไดร้ บั ไว้จะตอ้ งส่งคืนทรัพยส์ นิ ตามสภาพที่เป็นอยู่ และไมม่ สี ทิ ธิ เรยี กคา่ สินไหมทดแทนเพอ่ื ราคาทรัพยส์ นิ ท่ีเพมิ่ ขนึ้ เพราะการดัดแปลงหรอื ตอ่ เติมนน้ั ได้ มาตรา ๔๑๙ ในเรื่องลาภมิควรไดน้ ัน้ ท่านหา้ มมใิ หฟ้ ้องคดเี มอื่ พน้ กำหนดปหี นง่ึ นบั แตเ่ วลา ทฝี่ า่ ยผเู้ สยี หายร้วู า่ ตนมีสิทธเิ รยี กคืน หรอื เม่อื พน้ สิบปีนับแต่เวลาทสี่ ิทธนิ น้ั ได้มีขึน้ ลกั ษณะ ๕ ละเมดิ หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมดิ มาตรา ๔๒๐ ผใู้ ดจงใจหรอื ประมาทเลนิ เลอ่ ทำต่อบุคคลอนื่ โดยผดิ กฎหมายใหเ้ ขาเสียหาย ถงึ แก่ชีวติ ก็ดี แก่รา่ งกายกด็ ี อนามัยกด็ ี เสรีภาพกด็ ี ทรพั ยส์ นิ หรือสิทธอิ ย่างหนึ่งอย่างใดกด็ ี ท่านว่าผู้น้ันทำ ละเมิดจำตอ้ งใชค้ ่าสินไหมทดแทนเพื่อการน้นั
82 มาตรา ๔๒๑ การใช้สทิ ธซิ ่ึงมีแตจ่ ะใหเ้ กิดเสยี หายแกบ่ คุ คลอ่ืนนนั้ ทา่ นว่าเปน็ การอันมชิ อบ ด้วยกฎหมาย มาตรา ๔๒๒ ถา้ ความเสียหายเกิดแตก่ ารฝา่ ฝืนบทบังคบั แห่งกฎหมายใดอันมีทป่ี ระสงคเ์ พ่ือ จะปกป้องบคุ คลอนื่ ๆ ผใู้ ดทำการฝา่ ฝืนเช่นนนั้ ทา่ นใหส้ นั นษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ ผู้น้นั เป็นผู้ผดิ มาตรา ๔๒๓ ผ้ใู ดกลา่ วหรือไขขา่ วแพร่หลายซงึ่ ขอ้ ความอันฝ่าฝืนตอ่ ความจรงิ เป็นท่ี เสียหายแกช่ ่ือเสยี งหรอื เกียรติคุณของบุคคลอืน่ กด็ ี หรอื เป็นทเี่ สียหายแกท่ างทำมาหาไดห้ รอื ทางเจรญิ ของเขา โดยประการอ่นื ก็ดี ท่านว่าผูน้ ้นั จะตอ้ งใช้ค่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่เขาเพ่ือความเสยี หายอยา่ งใด ๆ อนั เกดิ แต่ การนนั้ แม้ทงั้ เมอ่ื ตนมไิ ด้รูว้ ่าข้อความน้ันไมจ่ รงิ แต่หากควรจะรู้ได้ ผูใ้ ดส่งขา่ วสารอนั ตนมไิ ดร้ วู้ ่าเปน็ ความไมจ่ ริง หากวา่ ตนเองหรอื ผู้รบั ขา่ วสารน้นั มีทางไดเ้ สยี โดยชอบในการนนั้ ด้วยแล้ว ทา่ นวา่ เพยี งทีส่ ง่ ขา่ วสารเช่นนน้ั หาทำใหผ้ นู้ ั้นต้องรบั ผดิ ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนไม่ มาตรา ๔๒๔ ในการพิพากษาคดขี ้อความรบั ผดิ เพอ่ื ละเมิดและกำหนดคา่ สินไหมทดแทนนน้ั ทา่ นว่าศาลไม่จำต้องดำเนนิ ตามตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมายลักษณะอาญาอนั ว่าดว้ ยการที่จะตอ้ งรับโทษ และ ไม่จำต้องพเิ คราะห์ถงึ การทผี่ ้กู ระทำผิดต้องคำพพิ ากษาลงโทษทางอาญาหรอื ไม่ มาตรา ๔๒๕ นายจา้ งตอ้ งรว่ มกันรับผดิ กบั ลกู จา้ งในผลแห่งละเมิด ซงึ่ ลกู จ้างได้กระทำไปใน ทางการที่จา้ งน้ัน มาตรา ๔๒๖ นายจา้ งซง่ึ ไดใ้ ช้คา่ สนิ ไหมทดแทนให้แกบ่ ุคคลภายนอกเพื่อละเมดิ อันลกู จา้ งได้ ทำนน้ั ชอบท่ีจะไดช้ ดใช้จากลกู จา้ งนนั้ มาตรา ๔๒๗ บทบญั ญัติในมาตราทง้ั สองกอ่ นนั้น ทา่ นใหใ้ ช้บังคับแกต่ ัวการและตวั แทนด้วย โดยอนโุ ลม มาตรา ๔๒๘ ผ้วู า่ จ้างทำของไมต่ ้องรบั ผิดเพอื่ ความเสียหายอันผ้รู บั จา้ งได้ก่อใหเ้ กดิ ขนึ้ แก่ บคุ คลภายนอกในระหวา่ งทำการงานทว่ี ่าจา้ ง เวน้ แต่ผู้วา่ จา้ งจะเป็นผู้ผดิ ในส่วนการงานท่ีสงั่ ใหท้ ำ หรือในคำส่ัง ท่ีตนใหไ้ ว้ หรือในการเลือกหาผรู้ บั จา้ ง
83 มาตรา ๔๒๙ บุคคลใดแมไ้ ร้ความสามารถเพราะเหตเุ ป็นผเู้ ยาวห์ รือวกิ ลจรติ กย็ ังตอ้ งรบั ผดิ ในผลท่ีตนทำละเมดิ บิดามารดาหรอื ผอู้ นุบาลของบุคคลเชน่ ว่าน้ยี ่อมต้องรบั ผดิ ร่วมกบั เขาดว้ ย เวน้ แต่จะ พิสูจนไ์ ดว้ ่าตนได้ใชค้ วามระมัดระวงั ตามสมควรแก่หนา้ ทด่ี แู ลซึ่งทำอยนู่ ้ัน มาตรา ๔๓๐ ครูบาอาจารย์ นายจา้ ง หรอื บคุ คลอนื่ ซ่งึ รับดแู ลบุคคลผไู้ รค้ วามสามารถอยู่ เปน็ นิตย์กด็ ี ช่ัวครั้งคราวก็ดี จำต้องรบั ผิดรว่ มกับผไู้ รค้ วามสามารถในการละเมดิ ซงึ่ เขาไดก้ ระทำลงในระหวา่ ง ทอี่ ย่ใู นความดแู ลของตน ถา้ หากพสิ จู นไ์ ด้วา่ บคุ คลนน้ั ๆ มไิ ดใ้ ช้ความระมดั ระวังตามสมควร มาตรา ๔๓๑ ในกรณที ่ีกล่าวมาในสองมาตรากอ่ นนัน้ ท่านใหน้ ำบทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา ๔๒๖ มาใชบ้ ังคับด้วยโดยอนโุ ลม มาตรา ๔๓๒ ถา้ บคุ คลหลายคนก่อใหเ้ กดิ เสยี หายแกบ่ คุ คลอนื่ โดยรว่ มกนั ทำละเมิด ทา่ นวา่ บคุ คลเหล่าน้ันจะต้องรว่ มกนั รับผดิ ใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ ความเสยี หายน้นั ความข้อนี้ท่านใหใ้ ชต้ ลอดถงึ กรณีทไี่ มส่ ามารถสบื รตู้ ัวได้แนว่ า่ ในจำพวกทท่ี ำละเมดิ รว่ มกนั น้ัน คนไหนเปน็ ผกู้ ่อใหเ้ กดิ เสียหายน้นั ด้วย อน่งึ บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำละเมดิ ท่านก็ใหถ้ ือวา่ เปน็ ผูก้ ระทำละเมิด รว่ มกนั ด้วย ในระหวา่ งบุคคลทงั้ หลายซ่ึงตอ้ งรับผิดร่วมกนั ใชค้ ่าสินไหมทดแทนนน้ั ท่านวา่ ต่างต้องรบั ผิด เป็นสว่ นเทา่ ๆ กนั เว้นแต่โดยพฤตกิ ารณ์ ศาลจะวินิจฉัยเปน็ ประการอืน่ มาตรา ๔๓๓ ถ้าความเสียหายเกิดขน้ึ เพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตวห์ รอื บคุ คลผรู้ ับเล้ียงรบั รกั ษาไว้แทนเจา้ ของจำตอ้ งใชค้ ่าสินไหมทดแทนให้แกฝ่ ่ายทตี่ ้องเสยี หายเพื่อความเสยี หายอย่างใด ๆ อันเกิด แต่สัตวน์ ้นั เว้นแตจ่ ะพิสจู นไ์ ดว้ า่ ตนไดใ้ ช้ความระมัดระวังอันสมควรแกก่ ารเล้ียงการรักษาตามชนิดและวิสัย ของสัตว์ หรอื ตามพฤติการณ์อยา่ งอนื่ หรอื พสิ จู น์ไดว้ า่ ความเสียหายนนั้ ย่อมจะต้องเกิดมขี ้ึนทงั้ ท่ีได้ใชค้ วาม ระมัดระวังถึงเพียงน้ัน อน่ึง บุคคลผู้ตอ้ งรบั ผิดชอบดังกลา่ วมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธไิ ล่เบ้ยี เอาแก่บุคคลผูท้ เ่ี ร้า หรอื ยั่วสตั วน์ ้ันโดยละเมิด หรือเอาแก่เจา้ ของสตั ว์อืน่ อนั มาเรา้ หรอื ยั่วสตั ว์นั้น ๆ กไ็ ด้ มาตรา ๔๓๔ ถา้ ความเสียหายเกดิ ขน้ึ เพราะเหตุทโ่ี รงเรือนหรอื ส่ิงปลกู สรา้ งอย่างอ่ืนก่อสรา้ ง ไว้ชำรุดบกพร่องก็ดี หรอื บำรงุ รกั ษาไม่เพยี งพอก็ดี ท่านว่าผคู้ รองโรงเรอื นหรอื ส่ิงปลูกสรา้ งน้นั ๆ จำตอ้ งใชค้ ่า สนิ ไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองได้ใชค้ วามระมัดระวงั ตามสมควรเพ่อื ปดั ปอ้ งมิใหเ้ กิดเสียหายฉะน้ันแลว้ ท่านว่าผู้ เป็นเจ้าของจำตอ้ งใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
84 บทบญั ญัตทิ ก่ี ล่าวมาในวรรคกอ่ นนัน้ ให้ใช้บงั คบั ได้ตลอดถึงความบกพรอ่ งในการปลกู หรอื คำ้ จุนต้นไมห้ รอื กอไผด่ ้วย ในกรณที ก่ี ลา่ วมาในสองวรรคข้างต้นน้นั ถา้ ยังมผี ้อู ืน่ อกี ท่ตี อ้ งรบั ผดิ ชอบในการกอ่ ใหเ้ กดิ เสียหายน้ันด้วยไซร้ ท่านว่าผ้คู รองหรอื เจา้ ของจะใช้สทิ ธไิ ลเ่ บี้ยเอาแกผ่ นู้ น้ั ก็ได้ มาตรา ๔๓๕ บุคคลใดจะประสบความเสียหายอันพงึ เกิดจากโรงเรอื นหรือสิ่งปลูกสร้างอยา่ ง อ่ืนของผูอ้ น่ื บุคคลผูน้ ้นั ชอบทจี่ ะเรยี กใหจ้ ัดการตามทจี่ ำเปน็ เพ่ือบำบัดปดั ปอ้ งภยันตรายนน้ั เสียได้ มาตรา ๔๓๖ บคุ คลผอู้ ยู่ในโรงเรือนตอ้ งรบั ผิดชอบในความเสียหายอนั เกดิ เพราะของตก หล่นจากโรงเรอื นนน้ั หรอื เพราะทงิ้ ขวา้ งของไปตกในทอี่ นั มคิ วร มาตรา ๔๓๗ บคุ คลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอยา่ งใด ๆ อันเดินด้วยกำลัง เครือ่ งจกั รกล บุคคลน้ันจะต้องรับผดิ ชอบเพอ่ื การเสยี หายอนั เกดิ แต่ยานพาหนะนนั้ เว้นแตจ่ ะพิสจู น์ไดว้ ่าการ เสียหายนั้นเกิดแตเ่ หตสุ ดุ วสิ ัย หรือเกดิ เพราะความผิดของผตู้ อ้ งเสียหายนั้นเอง ความขอ้ นี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถงึ บุคคลผมู้ ีไวใ้ นครอบครองของตน ซง่ึ ทรพั ยอ์ นั เป็นของเกดิ อนั ตรายได้โดยสภาพ หรอื โดยความมงุ่ หมายทีจ่ ะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรพั ยน์ ัน้ ด้วย หมวด ๒ ค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ ละเมิด มาตรา ๔๓๘ ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใชโ้ ดยสถานใดเพยี งใดนน้ั ใหศ้ าลวินจิ ฉยั ตามควรแก่ พฤตกิ ารณแ์ ละความรา้ ยแรงแห่งละเมิด อนึง่ ค่าสินไหมทดแทนนัน้ ได้แก่การคนื ทรพั ย์สินอันผเู้ สียหายตอ้ งเสยี ไปเพราะละเมิด หรอื ใช้ราคาทรพั ย์สินน้นั รวมทง้ั ค่าเสยี หายอนั จะพงึ บังคบั ใหใ้ ชเ้ พื่อความเสยี หายอย่างใด ๆ อันได้ก่อข้นึ นั้นด้วย มาตรา ๔๓๙ บุคคลผู้จำต้องคนื ทรัพยอ์ ันผอู้ น่ื ตอ้ งเสียไปเพราะละเมดิ แห่งตนนั้น ยงั ต้อง รบั ผดิ ชอบตลอดถึงการท่ีทรัพย์น้นั ทำลายลงโดยอบุ ัตเิ หตุ หรอื การคนื ทรพั ย์ตกเปน็ พน้ วิสัยเพราะเหตอุ ยา่ งอ่ืน โดยอบุ ัตเิ หตุ หรอื ทรพั ย์นนั้ เส่ือมเสียลงโดยอุบัตเิ หตนุ นั้ ด้วย เว้นแตเ่ ม่ือการทท่ี รัพยส์ นิ ทำลาย หรือตกเปน็ พน้ วิสัยจะคืน หรอื เส่อื มเสยี นั้น ถงึ แมว้ า่ จะมไิ ด้มีการทำละเมดิ กค็ งจะตอ้ งตกไปเปน็ อยา่ งนนั้ อยู่เอง
85 มาตรา ๔๔๐ ในกรณที ่ตี ้องใช้ราคาทรพั ยอ์ นั ได้เอาของเขาไปกด็ ี ในกรณที ต่ี ้องใช้ราคาทรพั ย์ อนั ลดนอ้ ยลงเพราะบุบสลายกด็ ี ฝา่ ยผตู้ อ้ งเสยี หายจะเรยี กดอกเบย้ี ในจำนวนเงินทีจ่ ะตอ้ งใช้ คิดต้งั แต่เวลาอนั เป็นฐานทต่ี งั้ แหง่ การประมาณราคาน้ันกไ็ ด้ มาตรา ๔๔๑ ถา้ บุคคลจำตอ้ งใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนเพอื่ ความเสยี หายอย่างใด ๆ เพราะเอา สังหารมิ ทรัพย์ของเขาไปกด็ ี หรอื เพราะทำของเขาใหบ้ ุบสลายก็ดี เมือ่ ใช้ค่าสินไหมทดแทนใหแ้ กบ่ คุ คลซง่ึ เป็นผู้ ครองทรัพย์นั้นอยใู่ นขณะทเี่ อาไป หรือขณะท่ีทำใหบ้ บุ สลายนน้ั แลว้ ทา่ นว่าเปน็ อนั หลุดพน้ ไปเพราะการที่ได้ ใช้ให้เช่นน้ัน แม้กระทงั่ บคุ คลภายนอกจะเปน็ เจา้ ของทรพั ยห์ รือมสี ทิ ธิอยา่ งอ่ืนเหนือทรัพย์นัน้ เวน้ แต่สทิ ธขิ อง บุคคลภายนอกเชน่ นนั้ จะเป็นท่ีรอู้ ยแู่ ก่ตนหรือมไิ ดร้ ูเ้ พราะความประมาทเลินเลอ่ อยา่ งรา้ ยแรงของตน มาตรา ๔๔๒ ถ้าความเสยี หายได้เกิดข้นึ เพราะความผดิ อย่างหน่ึงอยา่ งใดของผตู้ อ้ งเสียหาย ประกอบดว้ ยไซร้ ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญัติแหง่ มาตรา ๒๒๓ มาใชบ้ งั คับ โดยอนุโลม มาตรา ๔๔๓ ในกรณที ำใหเ้ ขาถงึ ตายน้นั คา่ สนิ ไหมทดแทนได้แกค่ ่าปลงศพรวมทงั้ คา่ ใช้จ่าย อนั จำเป็นอย่างอ่ืน ๆ อกี ดว้ ย ถา้ มไิ ดต้ ายในทนั ที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารกั ษาพยาบาลรวมทง้ั คา่ เสยี หายท่ตี ้องขาด ประโยชน์ทำมาหาไดเ้ พราะไมส่ ามารถประกอบการงานนนั้ ดว้ ย ถา้ ว่าเหตทุ ต่ี ายลงนนั้ ทำใหบ้ คุ คลหนงึ่ คนใดต้องขาดไร้อปุ การะตามกฎหมายไปดว้ ยไซร้ ทา่ น ว่าบคุ คลคนน้ันชอบท่จี ะไดร้ ับค่าสนิ ไหมทดแทนเพอื่ การนนั้ มาตรา ๔๔๔ ในกรณที ำใหเ้ สียหายแกร่ ่างกายหรอื อนามัยนน้ั ผตู้ ้องเสยี หายชอบทจ่ี ะได้ ชดใชค้ ่าใช้จา่ ยอนั ตนต้องเสยี ไป และค่าเสียหายเพือ่ การทเ่ี สยี ความสามารถประกอบการงานสน้ิ เชงิ หรอื แต่ บางสว่ น ทง้ั ในเวลาปจั จุบันนนั้ และในเวลาอนาคตดว้ ย ถา้ ในเวลาท่ีพิพากษาคดี เป็นพน้ วสิ ยั จะหย่ังร้ไู ดแ้ น่ว่าความเสียหายนน้ั ไดม้ ีแทจ้ รงิ เพียงใด ศาลจะกล่าวในคำพิพากษาว่ายงั สงวนไว้ซ่ึงสิทธิทจี่ ะแกไ้ ขคำพิพากษาน้นั อีกภายในระยะเวลาไมเ่ กนิ สองปกี ็ได้ มาตรา ๔๔๕ ในกรณที ำใหเ้ ขาถึงตาย หรอื ให้เสียหายแก่รา่ งกายหรืออนามยั กด็ ี ในกรณีทำ ใหเ้ ขาเสียเสรภี าพกด็ ี ถ้าผตู้ อ้ งเสยี หายมคี วามผูกพนั ตามกฎหมายจะตอ้ งทำการงานใหเ้ ปน็ คณุ แก่ บุคคลภายนอกในครัวเรอื น หรอื อตุ สาหกรรมของบคุ คลภายนอกนั้นไซร้ ทา่ นว่าบุคคลผู้จำตอ้ งใชค้ า่ สินไหม ทดแทนนัน้ จะต้องใชค้ ่าสินไหมทดแทนให้แกบ่ ุคคลภายนอกเพื่อทเี่ ขาต้องขาดแรงงานอนั นน้ั ไปด้วย
86 มาตรา ๔๔๖ ในกรณีทำใหเ้ ขาเสียหายแกร่ ่างกายหรอื อนามัยกด็ ี ในกรณที ำใหเ้ ขาเสีย เสรภี าพกด็ ี ผ้ตู ้องเสยี หายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสยี หายอยา่ งอื่นอนั มใิ ช่ตวั เงินดว้ ยอกี ก็ ได้ สทิ ธเิ รียกร้องอันนไี้ ม่โอนกนั ได้ และไม่ตกสบื ไปถึงทายาท เวน้ แตส่ ิทธนิ ั้นจะได้รบั สภาพกนั ไวโ้ ดยสัญญา หรอื ไดเ้ ริ่มฟอ้ งคดีตามสทิ ธินั้นแลว้ อนง่ึ หญงิ ทต่ี อ้ งเสียหายเพราะผู้ใดทำผิดอาญาเป็นทรุ ศลี ธรรมแกต่ นก็ย่อมมสี ิทธเิ รียกร้อง ทำนองเดียวกันน้ี มาตรา ๔๔๗ บุคคลใดทำใหเ้ ขาตอ้ งเสยี หายแกช่ อ่ื เสยี ง เมือ่ ผูต้ ้องเสียหายร้องขอ ศาลจะสงั่ ใหบ้ ุคคลน้นั จดั การตามควรเพอื่ ทำใหช้ อ่ื เสียงของผนู้ ้ันกลบั คืนดแี ทนใหใ้ ช้คา่ เสยี หาย หรอื ทง้ั ให้ใช้คา่ เสียหาย ดว้ ยก็ได้ มาตรา ๔๔๘ สทิ ธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนน้ั ทา่ นว่าขาดอายุความเม่อื พ้น ปหี นงึ่ นบั แตว่ ันที่ผ้ตู ้องเสยี หายรู้ถึงการละเมิดและร้ตู วั ผู้จะพึงตอ้ งใชค้ ่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพน้ สิบปนี บั แต่ วันทำละเมิด แตถ่ ้าเรยี กรอ้ งคา่ เสยี หายในมลู อนั เปน็ ความผดิ มีโทษตามกฎหมายลกั ษณะอาญา และมี กำหนดอายุความทางอาญายาวกวา่ ท่กี ล่าวมานนั้ ไซร้ ทา่ นให้เอาอายุความทย่ี าวกว่านน้ั มาบงั คบั หมวด ๓ นิรโทษกรรม มาตรา ๔๔๙ บคุ คลใดเม่อื กระทำการป้องกนั โดยชอบดว้ ยกฎหมายกด็ ี กระทำตามคำสง่ั อนั ชอบด้วยกฎหมายกด็ ี หากกอ่ ใหเ้ กดิ เสียหายแก่ผ้อู นื่ ไซร้ ท่านว่าบคุ คลน้ันหาต้องรบั ผิดใชค้ ่าสินไหมทดแทนไม่ ผู้ตอ้ งเสยี หายอาจเรยี กค่าสินไหมทดแทนจากผเู้ ป็นตน้ เหตใุ ห้ตอ้ งปอ้ งกนั โดยชอบด้วย กฎหมาย หรอื จากบคุ คลผใู้ หค้ ำสง่ั โดยละเมดิ น้นั ก็ได้ มาตรา ๔๕๐ ถ้าบุคคลทำบบุ สลาย หรอื ทำลายทรพั ยส์ งิ่ หนง่ึ ส่งิ ใด เพอ่ื จะบำบดั ปดั ปอ้ ง ภยนั ตรายซงึ่ มมี าเปน็ สาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำตอ้ งใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน หากความเสยี หายนนั้ ไม่เกนิ สมควรแกเ่ หตุภยันตราย ถา้ บคุ คลทำบบุ สลาย หรอื ทำลายทรพั ยส์ ง่ิ หนง่ึ สงิ่ ใด เพอ่ื จะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมแี ก่ เอกชนโดยฉกุ เฉนิ ผู้นน้ั จะต้องใชค้ ืนทรัพย์นน้ั
87 ถ้าบคุ คลทำบบุ สลาย หรอื ทำลายทรพั ย์สง่ิ หนง่ึ สงิ่ ใด เพือ่ จะปอ้ งกันสทิ ธิของตนหรอื ของ บุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมมี าโดยฉุกเฉนิ เพราะตัวทรพั ย์นั้นเองเป็นเหตุ บุคคลเชน่ วา่ นห้ี าต้องรบั ผิดใช้ ค่าสนิ ไหมทดแทนไม่ หากวา่ ความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแกเ่ หตุ แตถ่ า้ ภยันตรายนน้ั เกิดข้นึ เพราะความผดิ ของบคุ คลน้ันเองแลว้ ทา่ นว่าจำตอ้ งรบั ผดิ ใชค้ ่าสินไหมทดแทนให้ มาตรา ๔๕๑ บคุ คลใช้กำลงั เพอื่ ป้องกนั สทิ ธิของตน ถา้ ตามพฤติการณจ์ ะขอใหศ้ าลหรือ เจา้ หนา้ ทีช่ ว่ ยเหลอื ใหท้ นั ทว่ งทไี ม่ได้ และถ้ามิไดท้ ำในทันใด ภัยมีอยดู่ ว้ ยการท่ตี นจะไดส้ มดงั สทิ ธนิ น้ั จะตอ้ ง ประวงิ ไปมากหรือถงึ แกส่ าบสญู ได้ไซร้ ท่านว่าบุคคลนนั้ หาตอ้ งรบั ผดิ ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนไม่ การใชก้ ำลงั ดังกล่าวมาในวรรคกอ่ นนน้ั ทา่ นวา่ ตอ้ งจำกัดครดั เคร่งแต่เฉพาะทจี่ ำเปน็ เพอื่ จะ บำบัดปดั ปอ้ งภยันตรายเทา่ นั้น ถ้าบุคคลผู้ใดกระทำการดงั กลา่ วมาในวรรคตน้ เพราะหลงสนั นษิ ฐานพลาดไปว่ามีเหตอุ ัน จำเปน็ ทจ่ี ะทำไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายไซร้ ทา่ นวา่ ผู้นน้ั จะตอ้ งรบั ผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่บคุ คลอื่น แม้ ท้งั การท่ีหลงพลาดไปน้นั จะมใิ ช่เป็นเพราะความประมาทเลนิ เลอ่ ของตน มาตรา ๔๕๒ ผ้คู รองอสังหารมิ ทรพั ยช์ อบทจ่ี ะจบั สัตว์ของผอู้ ื่นอันเขา้ มาทำความเสยี หายใน อสังหารมิ ทรพั ย์น้นั และยดึ ไวเ้ ป็นประกันคา่ สนิ ไหมทดแทนอนั จะพงึ ตอ้ งใช้แก่ตนได้ และถ้าเป็นการจำเปน็ โดยพฤตกิ ารณ์แมจ้ ะฆ่าสตั ว์นั้นเสยี ก็ชอบท่ีจะทำได้ แต่ว่าผนู้ นั้ ตอ้ งบอกกลา่ วแกเ่ จ้าของสัตว์โดยไมช่ ักชา้ ถา้ และหาตวั เจา้ ของสัตว์ไม่พบ ผูท้ จ่ี บั สตั วไ์ วต้ อ้ งจดั การตามสมควรเพื่อสบื หาตวั เจ้าของ
88 พระราชกฤษฎีกา ให้ใชบ้ ทบญั ญตั ิแหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ บรรพ ๓ ที่ไดต้ รวจชำระใหม่[๗] มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาประชาธปิ ก พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ดำรสั เหนือเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศจงทราบทัว่ กันวา่ จำเดมิ แต่ไดอ้ อกประกาศประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยบ์ รรพ ๓ แต่วันท่ี ๑ มกราคม พุทธศกั ราช ๒๔๖๗ เป็นต้นมา ได้มคี วามเห็นแนะนำมากหลายเพ่ือยงั ประมวลกฎหมายน้ใี หส้ มบรู ณ์ยิ่งข้ึน และเมอ่ื ไดต้ รวจพจิ ารณาโดยถอ่ งแทแ้ ล้ว เหน็ เป็นการสมควรให้ตรวจชำระบทบญั ญตั ิใน บรรพ ๓ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ท่ีกลา่ วมาขา้ งตน้ นัน้ ใหม่ จง่ึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สงั่ วา่ บทบญั ญัตเิ ดมิ ในบรรพ ๓ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ทีไ่ ด้ประกาศไวแ้ ต่ ณ วนั ท่ี ๑ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๗ น้ันใหย้ กเลิกเสียสน้ิ และใช้ บทบญั ญตั ทิ ่ตี รวจชำระใหม่ต่อทา้ ยพระราชกฤษฎีกานแ้ี ทน ใหใ้ ช้พระราชกฤษฎกี าน้ีต้ังแต่วันท่ี ๑ เมษายน พทุ ธศักราช ๒๔๗๒ เปน็ ต้นไป ประกาศมา ณ วันท่ี ๑ มกราคม พุทธศกั ราช ๒๔๗๑ เปน็ ปที ี่ ๔ ในรัชชกาลปจั จุบัน
89 บรรพ ๓ เอกเทศสญั ญา ลักษณะ ๑ ซอ้ื ขาย หมวด ๑ สภาพและหลกั สำคัญของสญั ญาซอ้ื ขาย ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสรจ็ ท่วั ไป มาตรา ๔๕๓ อนั ว่าซอ้ื ขายน้นั คือสญั ญาซง่ึ บุคคลฝา่ ยหนึ่ง เรยี กว่าผขู้ าย โอนกรรมสทิ ธ์แิ หง่ ทรัพยส์ ินใหแ้ กบ่ คุ คลอกี ฝ่ายหนง่ึ เรียกว่าผู้ซอื้ และผซู้ ้ือตกลงวา่ จะใช้ราคาทรพั ย์สินน้ันใหแ้ ก่ผขู้ าย มาตรา ๔๕๔ การท่ีคู่กรณฝี ่ายหน่ึงให้คำม่ันไวก้ อ่ นว่าจะซอ้ื หรือขายนน้ั จะมีผลเปน็ การซอ้ื ขายตอ่ เมอ่ื อกี ฝ่ายหนง่ึ ไดบ้ อกกลา่ วความจำนงวา่ จะทำการซื้อขายนัน้ ใหส้ ำเรจ็ ตลอดไป และคำบอกกล่าว เชน่ นั้นได้ไปถึงบคุ คลผู้ให้คำมั่นแลว้ ถา้ ในคำม่ันมิไดก้ ำหนดเวลาไว้เพอ่ื การบอกกลา่ วเชน่ น้นั ไซร้ ท่านวา่ บุคคลผู้ใหค้ ำม่ันจะ กำหนดเวลาพอสมควร และบอกกลา่ วไปยังคูก่ รณอี ีกฝา่ ยหนงึ่ ใหต้ อบมาเป็นแน่นอนภายในเวลากำหนดน้ันก็ ได้ วา่ จะทำการซ้อื ขายใหส้ ำเร็จตลอดไปหรอื ไม่ ถา้ และไมต่ อบเป็นแนน่ อนภายในกำหนดเวลานั้นไซร้ คำมน่ั ซง่ึ ไดใ้ หไ้ วก้ อ่ นนั้นกเ็ ป็นอนั ไรผ้ ล มาตรา ๔๕๕ เมื่อกลา่ วต่อไปเบอ้ื งหน้าถงึ เวลาซอื้ ขาย ท่านหมายความว่าเวลาซง่ึ ทำสญั ญา ซือ้ ขายสำเร็จบรบิ ูรณ์ มาตรา ๔๕๖[๘] การซ้ือขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ ถา้ มิไดท้ ำเปน็ หนังสือและจดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจา้ หน้าทเ่ี ป็นโมฆะ วิธีน้ใี หใ้ ช้ถงึ ซ้ือขายเรือมรี ะวางต้งั แต่หา้ ตันขนึ้ ไป ท้งั ซอื้ ขายแพและสตั ว์พาหนะ ดว้ ย
90 สญั ญาจะขายหรอื จะซ้ือ หรือคำมั่นในการซอ้ื ขายทรพั ยส์ นิ ตามที่ระบุไวใ้ นวรรคหนงึ่ ถา้ มิไดม้ ี หลกั ฐานเป็นหนังสอื อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดลงลายมอื ช่ือฝา่ ยผ้ตู ้องรบั ผิดเป็นสำคัญ หรอื ไดว้ างประจำไว้ หรอื ได้ ชำระหน้ีบางสว่ นแล้ว จะฟ้องรอ้ งให้บงั คบั คดหี าได้ไม่ บทบญั ญัตทิ ก่ี ลา่ วมาในวรรคก่อนน้ี ให้ใช้บังคบั ถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรพั ยซ์ ่ึงตกลงกนั เป็นราคาสองหม่นื บาท หรอื กวา่ นนั้ ขนึ้ ไปดว้ ย มาตรา ๔๕๗ ค่าฤชาธรรมเนียมทำสญั ญาซอ้ื ขายนนั้ ผซู้ อื้ ผขู้ ายพึงออกใชเ้ ท่ากนั ทง้ั สองฝ่าย ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสทิ ธิ์ มาตรา ๔๕๘ กรรมสทิ ธิ์ในทรพั ยส์ ินท่ีขายน้นั ย่อมโอนไปยงั ผ้ซู อื้ ตัง้ แต่ขณะเมอ่ื ไดท้ ำสญั ญา ซื้อขายกนั มาตรา ๔๕๙ ถ้าสญั ญาซือ้ ขายมีเงื่อนไข หรอื เงอ่ื นเวลาบังคบั ไว้ ทา่ นว่ากรรมสทิ ธใ์ิ น ทรพั ยส์ ินยังไมโ่ อนไปจนกวา่ การจะไดเ้ ปน็ ไปตามเงือ่ นไขหรอื ถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น มาตรา ๔๖๐ ในการซ้อื ขายทรพั ยส์ นิ ซง่ึ มไิ ดก้ ำหนดลงไวแ้ นน่ อนนัน้ ท่านวา่ กรรมสิทธิ์ยงั ไม่ โอนไปจนกวา่ จะไดห้ มาย หรือนบั ชงั่ ตวง วัด หรอื คดั เลอื ก หรอื ทำโดยวธิ ีอนื่ เพ่ือใหบ้ ง่ ตวั ทรพั ยส์ ินน้นั ออกเป็นแนน่ อนแลว้ ในการซือ้ ขายทรัพยส์ ินเฉพาะส่ิง ถ้าผูข้ ายยงั จะต้องนับ ชง่ั ตวง วดั หรือทำการอยา่ งอื่น หรือ ทำสิ่งหนึง่ สิ่งใดอนั เกย่ี วแกท่ รพั ยส์ นิ เพ่ือให้รกู้ ำหนดราคาทรพั ย์สนิ นั้นแนน่ อน ท่านว่ากรรมสทิ ธ์ยิ ังไม่โอนไปยัง ผ้ซู ือ้ จนกว่าการหรอื สง่ิ นน้ั ได้ทำแลว้ หมวด ๒ หนา้ ทีแ่ ละความรบั ผิดของผู้ขาย สว่ นที่ ๑ การสง่ มอบ
91 มาตรา ๔๖๑ ผขู้ ายจำตอ้ งสง่ มอบทรพั ย์สินซึง่ ขายนน้ั ให้แกผ่ ู้ซอื้ มาตรา ๔๖๒ การส่งมอบน้นั จะทำอยา่ งหนง่ึ อย่างใดก็ได้สุดแตว่ ่าเป็นผลให้ทรพั ยส์ ินนั้นไป อยู่ในเงือ้ มมือของผู้ซอื้ มาตรา ๔๖๓ ถ้าในสญั ญากำหนดว่าใหส้ ง่ ทรัพยส์ นิ ซงึ่ ขายนนั้ จากท่แี หง่ หนงึ่ ไปถงึ อกี แหง่ หนง่ึ ไซร้ ท่านว่าการสง่ มอบยอ่ มสำเรจ็ เมอ่ื ได้สง่ มอบทรัพยส์ นิ น้ันใหแ้ ก่ผูข้ นสง่ มาตรา ๔๖๔ ค่าขนสง่ ทรพั ย์สนิ ซง่ึ ได้ซอ้ื ขายกนั ไปยังท่แี หง่ อ่ืนนอกจากสถานทอ่ี นั พึงชำระ หนน้ี นั้ ผ้ซู ื้อพึงออกใช้ มาตรา ๔๖๕ ในการซอื้ ขายสงั หารมิ ทรพั ยน์ ้ัน (๑) หากวา่ ผู้ขายสง่ มอบทรพั ยส์ นิ น้อยกว่าท่ีไดส้ ญั ญาไว้ ทา่ นวา่ ผู้ซ้ือจะปดั เสียไมร่ บั เอาเลยก็ ได้ แต่ถา้ ผ้ซู ้ือรับเอาทรพั ยส์ นิ น้ันไว้ ผซู้ อ้ื ก็ตอ้ งใชร้ าคาตามสว่ น (๒) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพยส์ นิ มากกวา่ ทไ่ี ด้สญั ญาไว้ ทา่ นว่าผซู้ ือ้ จะรบั เอาทรพั ยส์ ินน้นั ไว้ แตเ่ พยี งตามสญั ญาและนอกกวา่ นน้ั ปดั เสยี ก็ได้ หรอื จะปัดเสยี ท้ังหมดไมร่ บั เอาไว้เลยกไ็ ด้ ถ้าผูซ้ อื้ รบั เอา ทรัพยส์ ินอนั เขาส่งมอบเช่นน้ันไว้ทงั้ หมด ผซู้ อื้ กต็ ้องใชร้ าคาตามส่วน (๓) หากว่าผ้ขู ายส่งมอบทรัพยส์ ินตามท่ีไดส้ ัญญาไวร้ ะคนกบั ทรัพยส์ ินอยา่ งอื่นอันมิได้รวมอยู่ ในขอ้ สญั ญาไซร้ ทา่ นว่าผ้ซู อ้ื จะรับเอาทรัพยส์ นิ ไวแ้ ตต่ ามสญั ญา และนอกกว่าน้นั ปัดเสียกไ็ ด้ หรอื จะปัดเสยี ทง้ั หมดก็ได้ มาตรา ๔๖๖ ในการซ้อื ขายอสังหารมิ ทรัพย์นนั้ หากว่าได้ระบุจำนวนเนอ้ื ที่ทงั้ หมดไว้ และ ผู้ขายสง่ มอบทรัพยส์ ินน้อยหรอื มากไปกวา่ ท่ีได้สัญญาไซร้ ทา่ นว่าผซู้ ื้อจะปดั เสยี หรอื จะรบั เอาไวแ้ ละใช้ราคา ตามสว่ นกไ็ ด้ ตามแตจ่ ะเลือก อนง่ึ ถา้ ขาดตกบกพรอ่ งหรอื ลำ้ จำนวนไมเ่ กินกวา่ ร้อยละห้าแหง่ เน้อื ท่ีทง้ั หมดอันได้ระบุไวน้ ั้น ไซร้ ท่านวา่ ผซู้ อื้ จำตอ้ งรับเอาและใช้ราคาตามส่วน แตว่ ่าผู้ซอ้ื อาจจะเลกิ สญั ญาเสียไดใ้ นเมอื่ ขาดตกบกพรอ่ ง หรือล้ำจำนวนถงึ ขนาดซง่ึ หากผซู้ อื้ ได้ทราบก่อนแล้วคงจะมิไดเ้ ข้าทำสัญญานั้น มาตรา ๔๖๗ ในข้อรบั ผิดเพอื่ การที่ทรพั ย์ขาดตกบกพร่องหรอื ล้ำจำนวนน้ัน ทา่ นหา้ มมิให้ ฟอ้ งคดีเมอ่ื พ้นกำหนดปหี นงึ่ นับแตเ่ วลาสง่ มอบ
92 มาตรา ๔๖๘ ถ้าในสญั ญาไมม่ กี ำหนดเงื่อนเวลาให้ใชร้ าคาไซร้ ผขู้ ายชอบที่จะยดึ หนว่ ง ทรพั ยส์ นิ ท่ีขายไว้ไดจ้ นกว่าจะใชร้ าคา มาตรา ๔๖๙ ถ้าผซู้ อ้ื ลม้ ละลายกอ่ นสง่ มอบทรพั ยส์ นิ ก็ดี หรอื ผู้ซอื้ เปน็ คนลม้ ละลายแล้วใน เวลาซ้ือขายโดยผู้ขายไมร่ ู้กด็ ี หรือผู้ซอ้ื กระทำใหห้ ลกั ทรพั ยท์ ่ีให้ไว้เพือ่ ประกันการใช้เงนิ นน้ั เสอ่ื มเสยี หรอื ลด น้อยลงก็ดี ถึงแมใ้ นสัญญาจะมกี ำหนดเงอ่ื นเวลาให้ใช้ราคา ผู้ขายกช็ อบทจี่ ะยึดหน่วงทรพั ยส์ นิ ซึ่งขายไวไ้ ด้ เวน้ แตผ่ ู้ซอ้ื จะหาประกันทสี่ มควรใหไ้ ด้ มาตรา ๔๗๐ ถา้ ผซู้ ้อื ผิดนดั ผู้ขายซ่ึงไดย้ ดึ หน่วงทรพั ย์สนิ ไวต้ ามมาตราทงั้ หลายท่กี ลา่ วมา อาจจะใช้ทางแกต้ ่อไปนแ้ี ทนทางแกส้ ามัญในการไมช่ ำระหนไี้ ด้ คือมีจดหมายบอกกลา่ วไปยงั ผซู้ อ้ื ใหใ้ ช้ราคากับ ท้ังคา่ จับจ่ายเกย่ี วกบั การภายในเวลาอันควรซง่ึ ต้องกำหนดลงไวใ้ นคำบอกกลา่ วนัน้ ดว้ ย ถ้าผู้ซ้อื ละเลยเสียไม่ทำตามคำบอกกล่าว ผู้ขายอาจนำทรพั ย์สินนัน้ ออกขายทอดตลาดได้ มาตรา ๔๗๑ เมื่อขายทอดตลาดได้เงนิ เป็นจำนวนสุทธเิ ท่าใด ให้ผ้ขู ายหักเอาจำนวนท่ีค้าง ชำระแก่ตนเพื่อราคาและค่าจบั จา่ ยเกี่ยวการนนั้ ไว้ ถา้ และยังมีเงนิ เหลือ ก็ให้สง่ มอบแกผ่ ซู้ ้อื โดยพลนั ส่วนท่ี ๒ ความรับผิดเพ่ือชำรดุ บกพร่อง มาตรา ๔๗๒ ในกรณที ่ีทรัพยส์ นิ ซง่ึ ขายนน้ั ชำรดุ บกพรอ่ งอยา่ งหนึ่งอยา่ งใดอนั เป็นเหตุให้ เสอื่ มราคาหรอื เส่ือมความเหมาะสมแกป่ ระโยชนอ์ นั มุง่ จะใชเ้ ป็นปกตกิ ็ดี ประโยชน์ทม่ี งุ่ หมายโดยสญั ญาก็ดี ทา่ นว่าผขู้ ายตอ้ งรบั ผิด ความทกี่ ลา่ วมาในมาตรานี้ยอ่ มใชไ้ ด้ ท้ังท่ผี ูข้ ายรอู้ ยู่แลว้ หรือไม่ร้วู ่าความชำรดุ บกพรอ่ งมอี ยู่ มาตรา ๔๗๓ ผ้ขู ายยอ่ มไมต่ ้องรบั ผิดในกรณดี ังจะกลา่ วตอ่ ไปนี้ คอื (๑) ถา้ ผซู้ อื้ ไดร้ ู้อยแู่ ลว้ แต่ในเวลาซื้อขายวา่ มีความชำรุดบกพรอ่ งหรอื ควรจะไดร้ ้เู ชน่ น้ันหาก ได้ใชค้ วามระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน (๒) ถา้ ความชำรดุ บกพรอ่ งนัน้ เปน็ อนั เห็นประจักษ์แลว้ ในเวลาสง่ มอบ และผซู้ ้อื รบั เอา ทรพั ยส์ ินนั้นไว้โดยมไิ ดอ้ ดิ เอื้อน (๓) ถ้าทรัพยส์ ินน้ันไดข้ ายทอดตลาด
93 มาตรา ๔๗๔ ในข้อรับผดิ เพอ่ื ชำรดุ บกพร่องนัน้ ทา่ นห้ามมใิ หฟ้ อ้ งคดเี มอ่ื พ้นเวลาปหี น่งึ นบั แตเ่ วลาทไี่ ดพ้ บเห็นความชำรดุ บกพรอ่ ง สว่ นที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสทิ ธิ มาตรา ๔๗๕ หากวา่ มีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผซู้ ือ้ ในอันจะครองทรพั ย์สิน โดยปกติสขุ เพราะบคุ คลผ้นู ั้นมีสทิ ธเิ หนอื ทรัพย์สนิ ทไี่ ด้ซ้ือขายกันน้นั อย่ใู นเวลาซอื้ ขายก็ดี เพราะความผิดของ ผขู้ ายกด็ ี ท่านว่าผ้ขู ายจะตอ้ งรบั ผิดในผลอันนั้น มาตรา ๔๗๖ ถ้าสิทธขิ องผู้ก่อการรบกวนน้นั ผซู้ อ้ื รูอ้ ยู่แลว้ ในเวลาซ้อื ขาย ทา่ นวา่ ผขู้ ายไม่ ตอ้ งรบั ผิด มาตรา ๔๗๗ เมอ่ื ใดการรบกวนขดั สทิ ธนิ ั้นเกดิ เปน็ คดขี ้ึนระหวา่ งผซู้ ือ้ กบั บคุ คลภายนอก ผู้ ซอ้ื ชอบทจ่ี ะขอให้ศาลเรียกผขู้ ายเขา้ เปน็ จำเลยร่วมหรอื เป็นโจทกร์ ว่ มกบั ผซู้ ้อื ในคดนี ้นั ได้ เพือ่ ศาลจะไดว้ นิ ิจฉยั ชี้ขาดข้อพพิ าทระหว่างผู้เป็นคู่กรณที ั้งหลายรวมไปเป็นคดเี ดียวกัน มาตรา ๔๗๘ ถา้ ผขู้ ายเห็นเป็นการสมควร จะสอดเขา้ ไปในคดเี พอื่ ปฏเิ สธการเรียกรอ้ งของ บุคคลภายนอก กช็ อบทจ่ี ะทำไดด้ ว้ ย มาตรา ๔๗๙ ถ้าทรัพยส์ นิ ซง่ึ ซือ้ ขายกันหลดุ ไปจากผซู้ ้อื ท้ังหมดหรอื แตบ่ างส่วนเพราะ เหตุการรอนสิทธกิ ็ดี หรอื วา่ ทรพั ย์สินนน้ั ตกอยู่ในบงั คับแหง่ สทิ ธิอย่างหนึง่ อย่างใดซ่ึงเป็นเหตใุ หเ้ ส่ือมราคา หรอื เสอื่ มความเหมาะสมแก่การทจี่ ะใช้ หรอื เสอ่ื มความสะดวกในการใช้สอย หรือเสื่อมประโยชนอ์ ันจะพงึ ได้ แตท่ รัพยส์ นิ นัน้ และซงึ่ ผซู้ อื้ หาไดร้ ใู้ นเวลาซอื้ ขายไมก่ ด็ ี ทา่ นว่าผู้ขายต้องรบั ผดิ มาตรา ๔๘๐ ถา้ อสงั หารมิ ทรพั ย์ต้องศาลแสดงวา่ ตกอยู่ในบงั คับแหง่ ภาระจำยอมโดย กฎหมายไซร้ ท่านว่าผ้ขู ายไม่ต้องรบั ผดิ เว้นไว้แต่ผขู้ ายจะได้รบั รองไวใ้ นสญั ญาว่าทรัพยส์ นิ นั้นปลอดจากภาระ จำยอมอย่างใด ๆ ทงั้ สน้ิ หรือปลอดจากภาระจำยอมอันน้ัน มาตรา ๔๘๑ ถา้ ผู้ขายไมไ่ ด้เป็นคู่ความในคดเี ดิม หรอื ถ้าผซู้ อ้ื ไดป้ ระนปี ระนอมยอมความกบั บคุ คลภายนอก หรอื ยอมตามทีบ่ คุ คลภายนอกเรยี กรอ้ งไซร้ ท่านหา้ มมใิ ห้ฟ้องคดีในขอ้ รับผดิ เพือ่ การรอนสทิ ธิ
94 เมอ่ื พ้นกำหนดสามเดือนนบั แตว่ ันคำพพิ ากษาในคดีเดมิ ถึงทสี่ ุด หรือนบั แตว่ นั ประนปี ระนอมยอมความ หรอื วันท่ยี อมตามบคุ คลภายนอกเรียกรอ้ งนน้ั มาตรา ๔๘๒ ผูข้ ายไมต่ อ้ งรับผิดในการรอนสทิ ธิเมอ่ื กรณีเปน็ ดังกล่าวต่อไปน้ี คือ (๑) ถ้าไม่มีการฟอ้ งคดี และผู้ขายพสิ จู นไ์ ดว้ า่ สทิ ธขิ องผูซ้ ้อื ไดส้ ูญไปโดยความผดิ ของผู้ซื้อเอง หรือ (๒) ถา้ ผู้ซอ้ื ไม่ไดเ้ รียกผู้ขายเขา้ มาในคดี และผขู้ ายพสิ จู น์ได้ว่า ถ้าได้เรยี กเข้ามาคดีฝา่ ยผู้ซ้อื จะชนะ หรอื (๓) ถา้ ผขู้ ายไดเ้ ขา้ มาในคดี แตศ่ าลได้ยกคำเรียกรอ้ งของผซู้ อ้ื เสยี เพราะความผดิ ของผู้ซอื้ เอง แตถ่ งึ กรณจี ะเป็นอย่างไรกด็ ี ถา้ ผู้ขายถูกศาลหมายเรียกให้เข้ามาในคดีและไม่ยอมเข้าว่าคดี รว่ มเป็นจำเลยหรอื ร่วมเป็นโจทก์กบั ผูซ้ ้ือไซร้ ท่านวา่ ผขู้ ายคงต้องรบั ผิด ส่วนที่ ๔ ข้อสญั ญาวา่ จะไม่ต้องรบั ผิด มาตรา ๔๘๓ คสู่ ัญญาซ้ือขายจะตกลงกนั วา่ ผู้ขายจะไมต่ ้องรบั ผิดเพือ่ ความชำรุดบกพรอ่ ง หรือเพือ่ การรอนสทิ ธกิ ็ได้ มาตรา ๔๘๔ ข้อสัญญาว่าจะไมต่ อ้ งรบั ผิดนน้ั ย่อมไม่คมุ้ ผ้ขู ายใหพ้ ้นจากการตอ้ งสง่ เงนิ คืน ตามราคา เว้นแตจ่ ะไดร้ ะบุไวเ้ ป็นอย่างอื่น มาตรา ๔๘๕ ข้อสญั ญาว่าจะไมต่ ้องรบั ผดิ นนั้ ไม่อาจคมุ้ ความรบั ผิดของผขู้ ายในผลของการ อนั ผขู้ ายได้กระทำไปเอง หรอื ผลแหง่ ข้อความจรงิ อันผูข้ ายไดร้ ู้อยู่แลว้ และปกปิดเสีย หมวด ๓ หนา้ ทขี่ องผู้ซ้อื มาตรา ๔๘๖ ผซู้ ื้อจำตอ้ งรบั มอบทรพั ยส์ นิ ท่ตี นไดร้ ับซื้อและใชร้ าคาตามข้อสญั ญาซื้อขาย
95 มาตรา ๔๘๗ อันราคาทรัพย์สนิ ทข่ี ายน้นั จะกำหนดลงไว้ในสัญญากไ็ ด้ หรือจะปลอ่ ยไปให้ กำหนดกันด้วยวิธีอย่างใดอยา่ งหนงึ่ ดงั ไดต้ กลงกนั ไวใ้ นสญั ญานั้นก็ได้ หรือจะถอื เอาตามทางการทคี่ สู่ ัญญา ประพฤติต่อกันอยู่น้ันก็ได้ ถ้าราคามิได้มกี ำหนดเด็ดขาดอย่างใดดังวา่ มาน้นั ไซร้ ทา่ นวา่ ผ้ซู ้อื จะต้องใชร้ าคาตามสมควร มาตรา ๔๘๘ ถา้ ผู้ซ้อื พบเห็นความชำรดุ บกพร่องในทรพั ย์สนิ ซงึ่ ตนไดร้ ับซ้อื ผซู้ อื้ ชอบที่จะยดึ หนว่ งราคาท่ยี งั ไม่ไดช้ ำระไว้ได้ท้ังหมดหรอื แต่บางส่วน เวน้ แตผ่ ขู้ ายจะหาประกนั ทส่ี มควรให้ได้ มาตรา ๔๘๙ ถ้าผู้ซื้อถูกผู้รบั จำนองหรอื บุคคลผู้เรียกรอ้ งเอาทรัพยส์ ินทีข่ ายน้นั ขูว่ า่ จะฟอ้ ง เป็นคดขี น้ึ ก็ดี หรอื มีเหตุอันควรเชือ่ วา่ จะถูกขู่เช่นนน้ั ก็ดี ผซู้ อ้ื ก็ชอบทจี่ ะยึดหน่วงราคาไวท้ ั้งหมดหรอื บางสว่ น ไดด้ จุ กัน จนกวา่ ผขู้ ายจะได้บำบดั ภยั อนั นนั้ ใหส้ น้ิ ไป หรอื จนกวา่ ผ้ขู ายจะหาประกนั ทสี่ มควรให้ได้ มาตรา ๔๙๐ ถ้าไดก้ ำหนดกันไวว้ ่าใหส้ ่งมอบทรัพยส์ ินซงึ่ ขายนัน้ เวลาใด ทา่ นให้สันนษิ ฐาน ไวก้ ่อนวา่ เวลาอันเดียวกนั นน้ั เองเป็นเวลากำหนดใช้ราคา หมวด ๔ การซอื้ ขายเฉพาะบางอย่าง ส่วนท่ี ๑ ขายฝาก มาตรา ๔๙๑ อันว่าขายฝากนั้น คอื สญั ญาซอื้ ขายซง่ึ กรรมสทิ ธิใ์ นทรัพยส์ นิ ตกไปยังผู้ซอ้ื โดย มขี ้อตกลงกันว่าผขู้ ายอาจไถ่ทรพั ยน์ ้นั คนื ได้ มาตรา ๔๙๒[๙] ในกรณีทม่ี กี ารไถท่ รพั ยส์ ินซงึ่ ขายฝากภายในเวลาท่ีกำหนดไว้ในสัญญาหรอื ภายในเวลาทีก่ ฎหมายกำหนด หรอื ผ้ไู ถไ่ ด้วางทรพั ยอ์ ันเปน็ สนิ ไถต่ อ่ สำนักงานวางทรพั ยภ์ ายในกำหนดเวลาไถ่ โดยสละสิทธถิ อนทรพั ยท์ ่ีไดว้ างไว้ ให้ทรพั ยส์ นิ ซง่ึ ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิข์ องผูไ้ ถ่ตง้ั แต่เวลาทผี่ ูไ้ ถไ่ ดช้ ำระสนิ ไถห่ รอื วางทรัพยอ์ นั เป็นสนิ ไถ่ แล้วแต่กรณี ในกรณที ี่ไดว้ างทรพั ย์ตามวรรคหน่ึง ใหเ้ จ้าพนกั งานของสำนกั งานวางทรัพยแ์ จง้ ใหผ้ รู้ บั ไถ่ ทราบถงึ การวางทรัพยโ์ ดยพลนั โดยผูไ้ ถไ่ มต่ อ้ งปฏบิ ัติตามมาตรา ๓๓๓ วรรคสาม
96 มาตรา ๔๙๓ ในการขายฝาก คู่สญั ญาจะตกลงกนั ไมใ่ ห้ผซู้ อ้ื จำหนา่ ยทรัพยส์ ินซ่ึงขายฝากก็ได้ ถา้ และผู้ซอื้ จำหนา่ ยทรพั ยส์ นิ น้ันฝ่าฝืนสัญญาไซร้ ก็ตอ้ งรบั ผิดต่อผู้ขายในความเสียหายใด ๆ อันเกดิ แตก่ ารน้ัน มาตรา ๔๙๔ ท่านหา้ มมิให้ใช้สทิ ธไิ ถ่ทรัพย์สินซ่งึ ขายฝากเมอ่ื พ้นเวลาดงั จะกล่าวต่อไปน้ี (๑) ถา้ เปน็ อสงั หารมิ ทรพั ย์ กำหนดสิบปนี ับแต่เวลาซือ้ ขาย (๒) ถา้ เป็นสงั หารมิ ทรัพย์ กำหนดสามปีนบั แต่เวลาซอ้ื ขาย มาตรา ๔๙๕ ถา้ ในสญั ญามกี ำหนดเวลาไถเ่ กนิ ไปกวา่ นนั้ ท่านให้ลดลงมาเปน็ สิบปแี ละสามปี ตามประเภททรัพย์ มาตรา ๔๙๖[๑๐] กำหนดเวลาไถน่ ัน้ อาจทำสญั ญาขยายกำหนดเวลาไถ่ได้ แตก่ ำหนดเวลาไถ่ รวมกนั ทง้ั หมด ถ้าเกินกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๙๔ ให้ลดลงมาเปน็ กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๙๔ การขยายกำหนดเวลาไถต่ ามวรรคหนึ่งอยา่ งนอ้ ยต้องมหี ลักฐานเปน็ หนังสือลงลายมอื ชื่อผรู้ ับ ไถ่ ถา้ เปน็ ทรัพยส์ นิ ซง่ึ การซอ้ื ขายกันจะตอ้ งทำเป็นหนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจ้าหน้าท่ี หา้ มมใิ ห้ยก การขยายเวลาขน้ึ เปน็ ข้อต่อสบู้ คุ คลภายนอกผไู้ ด้สทิ ธิมาโดยเสยี คา่ ตอบแทนและโดยสจุ ริต และไดจ้ ดทะเบยี น สทิ ธิโดยสจุ ริตแล้ว เว้นแต่จะไดน้ ำหนังสอื หรอื หลกั ฐานเป็นหนังสอื ดงั กลา่ วไปจดทะเบียนหรอื จดแจง้ ตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี มาตรา ๔๙๗ สทิ ธใิ นการไถ่ทรพั ยส์ ินนัน้ จะพงึ ใชไ้ ดแ้ ต่บุคคลเหล่าน้ี คอื (๑) ผู้ขายเดมิ หรือทายาทของผขู้ ายเดมิ หรอื (๒) ผรู้ บั โอนสิทธินั้น หรอื (๓) บคุ คลซงึ่ ในสญั ญายอมไว้โดยเฉพาะวา่ ให้เป็นผไู้ ถ่ได้ มาตรา ๔๙๘ สิทธใิ นการไถท่ รัพยส์ ินนนั้ จะพงึ ใชไ้ ดเ้ ฉพาะต่อบคุ คลเหล่าน้ี คอื (๑) ผู้ซอ้ื เดมิ หรือทายาทของผ้ซู ้ือเดิม หรอื (๒) ผูร้ บั โอนทรัพยส์ ิน หรือรบั โอนสทิ ธิเหนอื ทรัพยส์ นิ นนั้ แตใ่ นข้อนถี้ า้ เป็นสงั หาริมทรัพยจ์ ะ ใชส้ ทิ ธไิ ด้ต่อเมอื่ ผรู้ บั โอนได้รใู้ นเวลาโอน ว่าทรัพยส์ ินตกอยู่ในบงั คับแห่งสิทธไิ ถค่ ืน มาตรา ๔๙๙ สินไถน่ น้ั ถา้ ไมไ่ ด้กำหนดกนั ไวว้ า่ เทา่ ใดไซร้ ทา่ นใหไ้ ถ่ตามราคาทีข่ ายฝาก ถา้ ปรากฏในเวลาไถ่วา่ สนิ ไถ่หรือราคาขายฝากที่กำหนดไวส้ งู กวา่ ราคาขายฝากทแี่ ท้จรงิ เกนิ อัตราร้อยละสบิ ห้าตอ่ ปี ใหไ้ ถ่ได้ตามราคาขายฝากท่ีแทจ้ รงิ รวมประโยชน์ตอบแทนรอ้ ยละสบิ หา้ ต่อปี[๑๑]
97 กับสินไถ่ มาตรา ๕๐๐ คา่ ฤชาธรรมเนยี มการขายฝากซึ่งผู้ซอื้ ได้ออกไปนั้น ผู้ไถต่ ้องใช้ใหแ้ ก่ผซู้ ือ้ พรอ้ ม ส่วนคา่ ฤชาธรรมเนยี มการไถท่ รพั ย์น้นั ผไู้ ถ่พงึ ออกใช้ มาตรา ๕๐๑ ทรพั ยส์ ินซง่ึ ไถ่น้นั ท่านวา่ ตอ้ งส่งคืนตามสภาพท่เี ปน็ อยูใ่ นเวลาไถ่ แต่ถา้ หากวา่ ทรัพยส์ นิ น้ันถูกทำลายหรือทำให้เส่ือมเสยี ไปเพราะความผิดของผู้ซอ้ื ไซร้ ทา่ นวา่ ผซู้ อ้ื จะตอ้ งใช้ค่าสินไหม ทดแทน มาตรา ๕๐๒ ทรัพยส์ นิ ซงึ่ ไถ่นน้ั ทา่ นว่าบคุ คลผู้ไถ่ย่อมไดร้ บั คนื ไปโดยปลอดจากสทิ ธิใด ๆ ซง่ึ ผซู้ ้อื เดมิ หรอื ทายาท หรอื ผ้รู บั โอนจากผซู้ ื้อเดิมก่อให้เกดิ ขน้ึ ก่อนเวลาไถ่ ถ้าว่าเชา่ ทรัพยส์ นิ ทอ่ี ยใู่ นระหว่างขายฝากอันไดจ้ ดทะเบยี นเชา่ ตอ่ พนกั งานเจา้ หน้าทีแ่ ล้วไซร้ ทา่ นว่าการเชา่ น้นั หากมิได้ทำขน้ึ เพือ่ จะใหเ้ สยี หายแกผ่ ้ขู าย กำหนดเวลาเชา่ ยงั คงมเี หลืออยอู่ ีกเพยี งใด กใ็ ห้คง เปน็ อนั สมบรู ณอ์ ยเู่ พียงนนั้ แตม่ ใิ หเ้ กนิ กวา่ ปหี นึง่ สว่ นที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนา ขายเผอ่ื ชอบ มาตรา ๕๐๓ ในการขายตามตัวอยา่ งนัน้ ผขู้ ายจำตอ้ งส่งมอบทรพั ย์สินใหต้ รงตามตวั อย่าง ในการขายตามคำพรรณนา ผขู้ ายจำตอ้ งส่งมอบทรพั ยส์ ินใหต้ รงตามคำพรรณนา มาตรา ๕๐๔ ในขอ้ รับผิดเพอ่ื การส่งของไม่ตรงตามตัวอยา่ ง หรือไมต่ รงตามคำพรรณนานน้ั ท่านหา้ มมใิ หฟ้ อ้ งคดเี ม่ือพน้ กำหนดปีหนงึ่ นบั แตเ่ วลาสง่ มอบ มาตรา ๕๐๕ อนั ว่าขายเผอ่ื ชอบนน้ั คอื การซื้อขายกนั โดยมเี งอื่ นไขวา่ ใหผ้ ซู้ ้อื ได้มโี อกาส ตรวจดูทรพั ยส์ นิ ก่อนรบั ซอ้ื มาตรา ๕๐๖ การตรวจดูทรพั ยส์ ินน้ัน ถา้ ไมไ่ ด้กำหนดเวลากันไว้ ผขู้ ายอาจกำหนดเวลาอนั สมควร และบอกกล่าวแก่ผซู้ ื้อใหต้ อบภายในกำหนดน้นั ไดว้ า่ จะรบั ซอ้ื หรอื ไม่ มาตรา ๕๐๗ ทรัพยส์ ินอนั ผู้ซ้ือจะพงึ ตรวจดกู อ่ นทจี่ ะสง่ มอบแกก่ ันน้นั ถ้าผ้ซู ้อื ไม่ตรวจรบั ภายในเวลาทก่ี ำหนดไวโ้ ดยสญั ญา หรอื โดยประเพณี หรอื โดยคำบอกกล่าวของผูข้ ายท่านว่าผูข้ ายย่อมไมม่ ี ความผูกพันต่อไป
98 มาตรา ๕๐๘ เมื่อทรพั ยส์ ินนั้นไดส้ ง่ มอบแกผ่ ซู้ ื้อเพ่อื ให้ตรวจดแู ลว้ การซอื้ ขายย่อมเปน็ อนั บริบรู ณใ์ นกรณตี อ่ ไปนี้ คือ (๑) ถา้ ผ้ซู อ้ื มิได้บอกกลา่ ววา่ ไม่ยอมรับซอ้ื ภายในเวลาท่กี ำหนดไวโ้ ดยสญั ญา หรือโดย ประเพณี หรอื โดยคำบอกกลา่ ว หรือ (๒) ถา้ ผู้ซื้อไมส่ ง่ ทรัพยส์ นิ คืนภายในกำหนดเวลาดังกลา่ วมานัน้ หรอื (๓) ถา้ ผู้ซอ้ื ใชร้ าคาทรพั ยส์ นิ นน้ั ส้ินเชงิ หรือแต่บางส่วน หรอื (๔) ถา้ ผซู้ ื้อจำหน่ายทรพั ยส์ ินนน้ั หรอื ทำประการอ่ืนอย่างใดอันเปน็ ปริยายว่ารบั ซื้อของนนั้ ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาด มาตรา ๕๐๙ การขายทอดตลาดยอ่ มบรบิ ูรณ์ เมอื่ ผทู้ อดตลาดแสดงความตกลงด้วยเคาะไม้ หรอื ด้วยกริ ยิ าอ่นื อย่างใดอยา่ งหนงึ่ ตามจารตี ประเพณีในการขายทอดตลาด ถา้ ยงั มิได้แสดงเชน่ น้นั อย่ตู ราบใด ท่านว่าผสู้ รู้ าคาจะถอนคำสรู้ าคาของตนเสียกย็ งั ถอนได้ มาตรา ๕๑๐ ผซู้ อ้ื ในการขายทอดตลาดจะตอ้ งทำตามคำโฆษณาบอกขาย และตามความข้อ อ่ืน ๆ ซง่ึ ผทู้ อดตลาดไดแ้ ถลงก่อนประเดมิ การสรู้ าคาทรพั ยส์ นิ เฉพาะรายไป มาตรา ๕๑๑ ท่านหา้ มมใิ หผ้ ทู้ อดตลาดเขา้ สรู้ าคา หรือใชใ้ ห้ผหู้ นง่ึ ผ้ใู ดเขา้ สรู้ าคาในการ ทอดตลาดซง่ึ ตนเป็นผู้อำนวยการเอง มาตรา ๕๑๒ ทา่ นห้ามมิใหผ้ ขู้ ายเขา้ สรู้ าคาเอง หรือใช้ใหผ้ หู้ น่งึ ผู้ใดเข้าสรู้ าคา เว้นแตจ่ ะได้ แถลงไวโ้ ดยเฉพาะในคำโฆษณาบอกการทอดตลาดนัน้ ว่าผขู้ ายถือสทิ ธทิ จ่ี ะเข้าสรู้ าคาด้วย มาตรา ๕๑๓ เมอื่ ใดผู้ทอดตลาดเห็นวา่ ราคาซง่ึ มีผสู้ สู้ งู สุดนน้ั ยังไม่เพียงพอ ผทู้ อดตลาดอาจ ถอนทรพั ยส์ ินจากการทอดตลาดได้ มาตรา ๕๑๔ ผู้สรู้ าคายอ่ มพ้นความผกู พันในราคาซึง่ ตนสู้แต่ขณะเม่ือมผี ูอ้ ่ืนสรู้ าคาสงู ขน้ึ ไป ไมว่ ่าการท่ีผอู้ ืน่ สนู้ นั้ จะสมบรู ณ์หรือมสิ มบรู ณป์ ระการใด อกี ประการหนงึ่ เมอื่ ใดถอนทรพั ย์สินรายนั้นจากการ ทอดตลาด ผสู้ ูร้ าคาก็พน้ ความผูกพันแตข่ ณะท่ีถอนน้ันดจุ กนั
99 มาตรา ๕๑๕ ผสู้ รู้ าคาสงู สุดต้องใช้ราคาเปน็ เงินสด เมอ่ื การซือ้ ขายบรบิ รู ณ์ หรือตามเวลาท่ี กำหนดไวใ้ นคำโฆษณาบอกขาย มาตรา ๕๑๖ ถ้าผ้สู รู้ าคาสงู สุดละเลยเสียไมใ่ ช้ราคาไซร้ ทา่ นใหผ้ ู้ทอดตลาดเอาทรพั ยส์ นิ นั้น ออกขายอีกซำ้ หนง่ึ ถา้ และไดเ้ งนิ เปน็ จำนวนสทุ ธิไม่คุ้มราคาและคา่ ขายทอดตลาดช้ันเดิม ผ้สู รู้ าคาเดมิ คนน้นั ต้องรบั ผิดในส่วนทขี่ าด มาตรา ๕๑๗ ถา้ เงินรายได้ในการทอดตลาดส่วนหนงึ่ ส่วนใดคา้ งชำระอยู่ เพราะเหตผุ ู้ ทอดตลาดละเลยไม่บงั คบั ตามบทในมาตรา ๕๑๕ หรือมาตรา ๕๑๖ ไซร้ ทา่ นว่าผู้ทอดตลาดจะตอ้ งรับผดิ ลักษณะ ๒ แลกเปลย่ี น มาตรา ๕๑๘ อันว่าแลกเปลยี่ นน้ัน คือสัญญาซ่งึ คูก่ รณตี า่ งโอนกรรมสทิ ธ์แิ หง่ ทรพั ยส์ ินให้กัน และกนั มาตรา ๕๑๙ บทบญั ญัตทิ ง้ั หลายในลักษณะซ้ือขายน้นั ทา่ นให้ใชถ้ ึงการแลกเปลย่ี นดว้ ย โดย ให้ถอื ว่าผู้เปน็ คู่สญั ญาแลกเปลย่ี นเป็นผู้ขายในส่วนทรพั ย์สินซงึ่ ตนได้สง่ มอบ และเปน็ ผซู้ ือ้ ในสว่ นทรพั ยส์ นิ ซงึ่ ตนได้รบั ในการแลกเปลยี่ นนั้น มาตรา ๕๒๐ ถ้าคู่สญั ญาฝ่ายหนง่ึ ในสญั ญาแลกเปลยี่ นตกลงจะโอนเงินเพม่ิ เขา้ กบั ทรัพยส์ นิ สงิ่ อน่ื ใหแ้ ก่อีกฝ่ายหนงึ่ ไซร้ บททง้ั หลายอันว่าด้วยราคาในลกั ษณะซ้ือขายน้นั ให้ใชถ้ ึงเงนิ เช่นว่าน้ันด้วย ลกั ษณะ ๓ ให้ มาตรา ๕๒๑ อนั วา่ ใหน้ ัน้ คือสัญญาซงึ่ บุคคลคนหนง่ึ เรยี กวา่ ผใู้ ห้ โอนทรพั ยส์ ินของตนให้ โดยเสนห่ าแก่บุคคลอกี คนหนงึ่ เรยี กวา่ ผรู้ บั และผู้รบั ยอมรบั เอาทรพั ยส์ ินนนั้ มาตรา ๕๒๒ การใหน้ น้ั จะทำด้วยปลดหนีใ้ หแ้ กผ่ ูร้ บั หรอื ดว้ ยชำระหนซี้ ึ่งผรู้ บั คา้ งชำระอยู่ก็ ได้
100 มาตรา ๕๒๓ การใหน้ ั้น ทา่ นวา่ ยอ่ มสมบูรณต์ ่อเมื่อส่งมอบทรัพยส์ ินทใี่ ห้ มาตรา ๕๒๔ การใหส้ ิทธิอันมีหนังสอื ตราสารเปน็ สำคญั นนั้ ถา้ มไิ ด้สง่ มอบตราสารให้แกผ่ รู้ ับ และมไิ ดม้ หี นังสอื บอกกล่าวแก่ลกู หน้ีแหง่ สทิ ธิน้นั ทา่ นว่าการให้ยอ่ มไม่สมบรู ณ์ มาตรา ๕๒๕ การใหท้ รพั ยส์ นิ ซง่ึ ถ้าจะซ้อื ขายกนั จะตอ้ งทำเปน็ หนงั สอื และจดทะเบียนตอ่ พนักงานเจ้าหนา้ ท่นี ั้น ท่านวา่ ยอ่ มสมบรู ณ์ต่อเมอ่ื ได้ทำเป็นหนงั สือและจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ ใน กรณีเชน่ น้ี การใหย้ ่อมเป็นอันสมบูรณโ์ ดยมพิ ักต้องสง่ มอบ มาตรา ๕๒๖ ถ้าการใหท้ รพั ยส์ ินหรอื ใหค้ ำมน่ั ว่าจะใหท้ รัพยส์ นิ นั้นได้ทำเปน็ หนังสือและจด ทะเบียนตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ีแลว้ และผใู้ หไ้ ม่สง่ มอบทรพั ยส์ ินนั้นแก่ผรู้ ับไซร้ ทา่ นว่าผรู้ ับชอบทจ่ี ะเรยี กใหส้ ง่ มอบตวั ทรพั ยส์ นิ หรอื ราคาแทนทรพั ยส์ ินน้ันได้ แต่ไม่ชอบทจ่ี ะเรียกค่าสนิ ไหมทดแทนอยา่ งหนึง่ อย่างใดดว้ ยอกี ได้ มาตรา ๕๒๗ ถ้าผู้ใหผ้ กู ตนไวว้ า่ จะชำระหนเี้ ป็นคราว ๆ ทา่ นวา่ หนน้ี น้ั เป็นอันระงบั ส้นิ ไปเมื่อ ผใู้ หห้ รอื ผู้รบั ตาย เว้นแต่จะขัดกบั เจตนาอันปรากฏแต่มูลหนี้ มาตรา ๕๒๘ ถา้ ทรพั ยส์ ินซงึ่ ให้น้ันมคี า่ ภาระตดิ พัน และผรู้ บั ละเลยเสยี ไม่ชำระคา่ ภาระติด พนั น้นั ไซร้ ทา่ นว่าโดยเงอื่ นไขอันระบุไว้ในกรณีสิทธเิ ลิกสญั ญาตา่ งตอบแทนกันนน้ั ผใู้ หจ้ ะเรยี กให้สง่ ทรัพยส์ นิ ท่ใี หน้ ้นั คนื ตามบทบัญญัติวา่ ด้วยคนื ลาภมคิ วรได้นน้ั กไ็ ด้ เพยี งเท่าที่ควรจะเอาทรพั ยน์ ั้นไปใช้ชำระคา่ ภาระตดิ พนั น้นั แต่สทิ ธิเรียกคืนอันน้ยี อ่ มเปน็ อนั ขาดไป ถ้าบคุ คลภายนอกเป็นผ้มู สี ิทธจิ ะเรยี กให้ชำระค่า ภาระตดิ พันนน้ั มาตรา ๕๒๙ ถ้าทรพั ยส์ นิ ทีใ่ หม้ ีราคาไมพ่ อกับการทจ่ี ะชำระค่าภาระติดพนั ไซร้ ท่านว่าผรู้ ับ จะตอ้ งชำระแตเ่ พียงเท่าราคาทรพั ยส์ ินเทา่ น้นั มาตรา ๕๓๐ ถ้าการให้นนั้ มคี า่ ภาระติดพนั ทา่ นว่าผใู้ หจ้ ะตอ้ งรบั ผิดเพ่ือความชำรดุ บกพรอ่ ง หรอื เพอื่ การรอนสทิ ธิเช่นเดียวกนั กบั ผู้ขาย แต่ทา่ นจำกัดไวว้ า่ ไมเ่ กินจำนวนค่าภาระตดิ พัน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359