285 - ศูนย์ OTOP - ศนู ย์ฝกึ อาชีพชุมชน - แหลง่ ท่องเทีย่ ว 3.3.2 การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ เชน่ - เวบ็ ไซด์อาเภอ จังหวัด - แผน่ พับโฆษณา 3.3.3 การทาบญั ชี - การคดิ ราคาตน้ ทุนกาไร - บญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย ส่ือการเรยี นรู้ 1. ศึกษาจากเอกสาร / ใบความรู้ 2. ศกึ ษาจากแหลง่ เรียนร้ใู นชุมชน / วทิ ยากร / ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน การวดั และประเมนิ ผล 1. การประเมนิ ความรูภ้ าคทฤษฎีระหว่างเรียน 2. การประเมินผลงานการปฏบิ ัตริ ะหว่างเรียนความสาเร็จของการปฏิบัติ การจบหลักสูตร 1. มเี วลาเรียน ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 2. มีผลการประเมินตลอดหลกั สูตร ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 3. มีผลงานทม่ี ีคุณภาพ ตรงตามหลักการของหลกั สูตร เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 1. หลักฐานการประเมนิ 2. ทะเบียนวฒุ บิ ัตร 3. วฒุ ิบัตรการศกึ ษา ออกโดยสถานศึกษา การเทยี บโอน ผ้เู รียนที่จบหลักสตู รน้ีสามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนรูก้ ับหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวิชาเลอื กท่สี ถานศกึ ษาได้ จัดทาขน้ึ
286 หลกั สตู รการจบั จีบผ้าปโู ต๊ะ จานวน 5 ชัว่ โมง กลมุ่ อาชพี ความคดิ สร้างสรรค์ ความเป็นมา การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงาน และส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดยุทธศาสตร์ท่ีจะ พัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพ่ือแข่งขันได้ในเวทโี ลก” ตลอดจนกาหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษา เพื่อเพ่ิมศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ท่ีมั่นคง โดยเน้น การบูรณาการให้สอดคลอ้ งกับศักยภาพด้านต่างๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ และการมีงานทาอย่างมีคุณภาพท่ัวถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มั่นคง ม่ังค่ัง และมีงานทา อย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งจะเป็นการ จดั การศกึ ษาตลอดชีวติ ในรูปแบบใหมท่ ่สี รา้ งความม่นั คงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ศลิ ปะการจบั จีบผ้าปูโต๊ะสามารถสรา้ งช้ินงานใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะท่ีสวยงาม มี รปู แบบต่างๆ นับเป็นช่องทางหนงึ่ ในการประกอบอาชพี หลกั การของหลักสตู ร หลกั สตู รการประกอบอาชพี การจับจีบผา้ ปโู ตะ๊ มีหลักการ ดงั นี้ 1. เปน็ หลักสูตรอาชพี ที่สง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ความรู้ของภมู ิปัญญาท้องถน่ิ 2. เปน็ หลักสูตรอาชพี ทเี่ ปน็ การนาผา้ สีต่างๆมาจัดโต๊ะประชมุ เวที ในรปู แบบตา่ งๆเพือ่ ให้ เกดิ ความสวยงาม ช่วยให้ประชาชนเกิดรายได้ 3. เปน็ หลักสูตรการศึกษาอาชพี เพ่อื การมงี านทาของประชาชน 4. เปน็ หลักสตู รการศึกษาอาชพี ท่ีสามารถเทยี บโอนผลการเรียนเขา้ สู่หลกั สตู รการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพรายวชิ าเลือกได้ จุดมุ่งหมาย หลกั สูตรการประกอบอาชพี การจบั จบี ผ้าปโู ตะ๊ มีจดุ หมาย ดงั นี้ 1. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้และทักษะการจับจบี ผา้ ปโู ตะ๊ 2. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถนาความรู้ทีไ่ ด้ไปสรา้ งรายได้ กลมุ่ เป้าหมาย เพ่ือให้ประชาชนกลุ่มผู้สนใจมีความรู้และทักษะเรื่องศิลปะการจับจีบผ้าปูโต๊ะที่สร้างสรรค์ และสอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน สามารถนาความรู้และวิธีการไปปฏิบัติใช้ในสร้างรายได้ให้กับ ตนเองและครอบครัว สามารถเผยแพร่ให้แก่ผอู้ น่ื และนาไปประกอบอาชพี เพื่อการมงี านทาได้
287 ระยะเวลา 5 ชั่วโมง จานวน 1 ช่วั โมง ภาคทฤษฎี 4 ช่ัวโมง ภาคปฏบิ ัติ โครงสร้างหลักสูตร 1. ชอ่ งทางการประกอบอาชพี จานวน 1 ชั่วโมง 1.1 ความเปน็ ไปไดใ้ นการประกอบอาชพี จานวน 30 นาที 1.2 ความสาคญั ในการจับจีบผ้าปูโต๊ะ จานวน 30 นาที 2. ทกั ษะอาชพี 3 ชว่ั โมง 2.1 ขน้ั ตอนในการจบั จีบผา้ ปูโตะ๊ จานวน 3 ช่วั โมง 2.1.1 วัสดุ อุปกรณ์ 2.1.2 การออกแบบลวดลาย สี ขนาด ของผ้าและโต๊ะทีจ่ ัด 2.1.3 การหาวัสดุ 2.1.4 การจับจบี ผ้าปูโต๊ะ 2.1.5 การฝึกปฏบิ ัติการออกแบบและสรา้ งสรรค์การจบั จีบผา้ ปูโตะ๊ - ลายสับปะรด - ลายผีเสื้อ - ฯลฯ 3. การบรหิ ารจดั การอาชีพ จานวน 30 นาที 3.1 การผลติ 3.2 การควบคมุ คณุ ภาพ 3.3 การตลาด 4. โครงการประกอบอาชพี การจับจบี ผ้าปโู ต๊ะ จานวน 30 นาที 4.1 ความสาคัญของโครงการอาชพี การจบั จบี ผา้ ปูโต๊ะ 4.2 ประโยชน์ของโครงการอาชีพ การจบั จีบผ้าปโู ต๊ะ 4.3 องคป์ ระกอบของโครงการอาชพี การจบั จบี ผา้ ปโู ต๊ะ 4.4 การเขียนโครงการอาชพี การจับจบี ผ้าปูโตะ๊ 4.5 การประเมนิ ความเหมาะสมและสอดคล้องของโครงการอาชีพ การจบั จีบผ้าปโู ตะ๊
288 วธิ กี ารจดั กระบวนการเรยี นรู้ 1. ช่องทางการประกอบอาชีพ 1.1 วิทยากรให้ความรูถ้ ึงความสาคญั และความเปน็ ไปได้ในการประกอบอาชีพ ศิลปะ การต่อผา้ 1.2 แหล่งเรยี นร้เู กี่ยวกับศลิ ปะการต่อผ้า 1.3 ศึกษาขอ้ มูลจากแหลง่ เรียนรู้ ภูมปิ ญั ญา สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ เอกสาร สถาน ประกอบการ สถานทจ่ี ัดจาหนา่ ย 1.4 สรปุ ความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาดงู านจากแหลง่ เรยี นรู้ ภูมิปัญญา 2. ทักษะอาชพี 2.1 วทิ ยากรบรรยายขั้นตอนการศิลปะการต่อผา้ 2.2 วทิ ยากรทาการสาธิตวธิ กี ารศลิ ปะการต่อผ้า 2.3 วิทยากรรว่ มกบั ผู้เรยี นในการการออกแบบการศลิ ปะการต่อผ้า 2.4 การฝึกปฏบิ ัตสิ ร้างสรรค์ชิน้ งานแบบตา่ ง ๆ 2.5 การแลกเปลยี่ นเรียนร้รู ะหวา่ งผ้เู รยี นดว้ ยกัน 2.6 ศึกษาดงู านจากแหล่งเรียนร้ใู นชุมชนและชอ่ งทางออนไลน์ เว็บไซดต์ า่ งๆ 3. การบรหิ ารจดั การอาชพี 3.1 การผลิต 3.1.1 สารวจแหล่งทนุ 3.1.2 สารวจแหล่งวสั ดุ วัตถดุ ิบในท้องถน่ิ 3.2 การควบคุมคุณภาพ 3.2.1 กาหนดมาตรฐาน คณุ ภาพของช้นิ งาน ความสวยงาม ความทนทาน แข็งแรง 3.3 การตลาด 3.3.1 การโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ เชน่ - เวบ็ ไซด์อาเภอ จงั หวัด - แผ่นพบั โฆษณา 3.3.2 การทาบัญชี - การคิดราคาตน้ ทุนกาไร - บัญชรี ายรบั -รายจ่าย ส่อื การเรยี นรู้ 1. ใบความรู/้ ใบงาน 2. ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ /วิทยากร 3. ตวั อยา่ งชนิ้ งาน 4. วัสดุ อุปกรณ์ ท่ีใชใ้ นการฝึกปฏิบัติ 5. แหลง่ เรยี นรู้ ทศี่ ึกษาดูงาน
289 การวัดและประเมินผล 1. การประเมนิ ความรู้ภาคทฤษฎีระหว่างเรียนและจบหลกั สูตร 2. การประเมนิ ผลระหวา่ งเรียนจากการปฏบิ ัตงิ านท่ีมีคณุ ภาพเพียงพอ สามารถสร้างรายได้ ให้กับตนเองความสาเร็จของการปฏบิ ตั ิและจบหลักสูตร การจบหลักสตู ร 1. มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 2. ผ่านการประเมินผลทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3. ผู้เรียนสามารถเขยี นโครงการอาชีพของตนเองได้ อยา่ งน้อย 1 โครงการ เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 1. หลักฐานแสดงผลการเรยี น 2. วฒุ ิบัตร ออกโดยสถานศึกษาในสงั กัดสานกั งาน กศน. 3. ทะเบียนคุมวฒุ บิ ัตรทีส่ ถานศึกษาออกใหก้ ับผ้เู รียนท่ีจบหลกั สตู ร การเทยี บโอน ผู้เรียนที่จบหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนรู้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพเลือกท่ีสถานศึกษาได้จัดทา ขน้ึ ได
290 หลักสูตรการทารบิ บนิ้ จานวน 5 ชัว่ โมง กลมุ่ อาชีพความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเปน็ มา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ไดก้ าหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใต้กรอบ 2 ปี ทีจ่ ะพฒั นา 5 ศักยภาพ ของพ้ืนที่ในกลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาค จะต้องพัฒนายกระดับ และจัด การศกึ ษาเพื่อเพ่มิ ศักยภาพ และขดี ความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชพี ท่ีสามารถสรา้ งรายได้ท่ีมั่งค่ัง และมั่นคง เพื่อเป็นบุคลากรท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่ืน และ สังคม โดยคานึงถึงศักยภาพ และบริบทรอบ ๆ ตัวผู้เรียน พัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ และ กระบวนการเรียนการสอนให้ทัดเทียมอารยประเทศ ด้วยการบริหารจัดการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเป้าหมายของการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับศักยภาพ ในการทางาน ให้ บคุ ลากรไทยได้แข่งขนั ในระดบั สากลภายใต้ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ในแต่ละพ้ืนที่ ศักยภาพของพื้นท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทาเลที่ต้ังของ แต่ละพื้นที่ ศักยภาพของศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีของแต่ละพื้นท่ี และศักยภาพของ ทรพั ยากรมนษุ ยใ์ นแต่ละพ้นื ท่ี สานักงาน กศน. จึงได้นานโยบาย และยุทธศาสตร์มาสู่การปฏิบัติ เพื่อจัดการศึกษาพัฒนา อาชีพให้กลุ่มเป้าหมาย และมีงานทาอย่างย่ังยืน มีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค อาเซียน และระดบั สากล โดยจดั ตง้ั ศูนย์ฝกึ อาชีพชมุ ชนทกุ จังหวดั กศน.อาเภอสามพราน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการจัดการศึกษาให้กับ กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ไม่มีอาชพี หรือผู้มีอาชพี และต้องการพัฒนาอาชีพของตนให้มีความมั่นคง จึงได้ จัดทาหลักสูตรการประกอบอาชีพการทาริบบิ้นขึ้น เพื่อเป็นช่องทางหน่ึงในการพัฒนาอาชีพ และ สามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยเน้นให้กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนในพนื้ ท่ี หลกั การของหลักสูตร 1. เปน็ หลักสูตรอาชีพทสี่ ่งเสริม และอนุรักษค์ วามร้ขู องภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 2. เป็นหลักสตู รอาชพี ทเ่ี นน้ การนาวัตถดุ บิ ที่มีมากในท้องถิ่นมาสรา้ งมูลคา่ เพม่ิ เพอ่ื ให้ ประชาชนเกดิ รายได้ 3. เป็นหลกั สูตรการศึกษาอาชพี เพอ่ื การมงี านทาของประชาชน 4. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาอาชีพทส่ี ามารถเทียบโอนผลการเรียนเข้าสูห่ ลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี รายวิชาเลือกได้
291 จดุ มุ่งหมาย 1. ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกชนดิ ของวัสดอุ ปุ กรณ์ 2. ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ สาหรับใชใ้ นการประดษิ ฐ์ 3. ผเู้ รียนสามารถประดษิ ฐ์ชน้ิ งานได้ 4. ผเู้ รยี นสามารถออกแบบ ตกแตง่ ชนิ้ งานได้ 5. มคี วามรู้ การบรหิ ารจดั การการตลาด กลุ่มเป้าหมาย กลุม่ เป้าหมาย คือ ประชาชนกลมุ่ เป้าหมายนอกระบบโรงเรยี น ดงั น้ี 1. ผ้ทู ี่ไมม่ ีอาชพี 2. ผ้ทู ม่ี ีอาชีพและตอ้ งการพัฒนาอาชีพ ระยะเวลา 5 ชัว่ โมง จานวน 1 ช่ัวโมง ทฤษฎี 4 ชั่วโมง ปฏบิ ตั ิ โครงสร้างหลักสตู ร 1. ช่องทางการประกอบอาชพี การทาริบบิน้ จานวน 30 นาที 1.1 ความสาคัญของการประกอบอาชีพการทารบิ บ้ิน 1.2 ความร้เู บ้อื งตน้ ในการประกอบอาชีพการทาริบบน้ิ 1.2.1 ข้อมลู ท่ีเกีย่ วข้องกับอาชพี จากผู้รู้ ผปู้ ระกอบการในชมุ ชน 1.2.2 ความตอ้ งการของตลาด 1.2.3 การลงทุน 1.2.4 กระบวนการผลติ การจดั หาวัสดุ อปุ กรณ์และวัตถดุ ิบ 1.3 แหล่งเรียนรู้/ภมู ิปญั ญาในทอ้ งถิน่ การทารบิ บ้ิน 1.4 บอกทิศทางการประกอบอาชพี 1.4.1 เป็นผ้ปู ระกอบการ 1.4.2 ผคู้ ้าส่ง 2. ทักษะการประกอบอาชีพการทาริบบิ้น จานวน 4 ชัว่ โมง 2.1 ข้ันตอนการเตรยี มการก่อนการประกอบอาชีพ 2.1.1 สถานที่ 2.1.2 จดั สร้างอปุ กรณ์การทารบิ บิ้น 2.1.3 การเตรยี มอปุ กรณ์การทาริบบนิ้
292 2.2 ขนั้ ตอนการทาการทารบิ บ้นิ 2.2.1 วางแบบตามลายที่ต้องการ 2.2.2 วางแบบแลว้ ทาการเนา และเยบ็ ตามตามแบบ 3. การบริหารจดั การในการประกอบอาชีพการทารบิ บิ้น จานวน 30 นาที 3.1 การบรหิ ารจัดการการผลิตและพัฒนารปู แบบผลิตภัณฑ์การทารบิ บนิ้ 3.1.1 การควบคมุ ปรมิ าณ คุณภาพการผลติ และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ 3.1.2 การลดต้นทุน 3.1.3 การวางแผนการผลิตการใช้นวตั กรรม และเทคโนโลยีในการออกแบบช้ินงาน 3.2 การจัดการการตลาด 3.2.1 การทาฐานข้อมูลลูกค้า 3.2.2 การประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนดโ์ ลโกเ้ พ่ือเพิ่มมูลค่า 3.2.3 การนาสนิ คา้ เขา้ สู่กระบวนการมาตรฐานสินค้า 3.2.4 การจาหน่ายผลติ ภัณฑ์ 3.2.5 การทาบัญชี รายรับ – รายจ่าย 3.2.6 การวางแผนการตลาด 3.2.7 การเขา้ สู่การตลาดในระดบั ประเทศและตลาดตา่ งประเทศ 3.3 การจัดการความเสย่ี ง 3.3.1 การวเิ คราะห์และควบคมุ ความเสีย่ ง 1) ระยะเวลาการผลติ กบั การจาหน่าย 2) ราคาขาย 3) คแู่ ขง่ ขนั การจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการทาริบบิ้น เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วย การปฏิบัติจริง โดยมีวิทยากรอาชีพเป็นผู้ช้ีแนะและจัดกระบวนการเรียนรู้พร้อมกับครูผู้สอน โดยมี การจดั กระบวนการเรยี นรดู้ งั น้ี 1. การศึกษาดงู านจากสถานที่จรงิ บรรยาย และสาธติ อาชีพ 2. การฝึกปฏบิ ัติร่วมกับวิทยากร และใหผ้ ้เู รียนฝกึ ฝนด้วยตนเองจนเกิดทกั ษะ 3. ทดสอบทกั ษะที่ไดร้ บั การฝกึ ฝน สอ่ื การเรียนรู้ 1. สอ่ื เอกสารใบความร้ใู นการบรรยายและสาธิตอาชีพและการฝึกปฎิบตั ิจรงิ 2. สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ Power Point,ภาพการทารบิ บ้นิ 3. ผรู้ ู้/ภมู ิปัญญา ท่ชี านาญการ 4. วตั ถุดิบอุปกรณ์ในอาชีพท่ีมีการใชจ้ ริง
293 จัดสร้างโครงการเพ่ือต่อยอดอาชีพ 1. ช่องทางการประกอบอาชีพการทาการทารบิ บิน้ 1.1 ให้ผเู้ รียนศกึ ษาเน้ือหาจากใบความรู้ เรอ่ื งความสาคญั ในการประกอบอาชีพ 1.2 ผ้เู รยี นและวทิ ยากรรว่ มสนทนาแลกเปล่ยี นข้อมลู ความคดิ เหน็ 1.3 ผ้เู รยี นสรุปความรู้ 2. ทกั ษะการประกอบอาชีพการทาการทารบิ บ้นิ 2.1 ให้ผเู้ รียนศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ เรือ่ งประโยชน์ของการทารบิ บิ้น 2.2 วิทยากรอธบิ ายและสาธิตเก่ยี วกบั วธิ กี ารทา 2.3 ผเู้ รียนและวิทยากรร่วมสนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลความคิดเหน็ 2.4 ใหผ้ เู้ รยี นศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ เรื่องการทาการทาริบบน้ิ 2.5 วิทยากรบรรยายวัสดอุ ปุ กรณ์ และขัน้ ตอนการทาการทาริบบน้ิ งบประมาณ การทา การทาริบบิ้น 2.6 ผ้เู รยี นฝึกปฏบิ ัตกิ ารทาการทารบิ บิน้ 2.7 วิทยากรประเมนิ ผลการทาการทาริบบิ้น ของผเู้ รียน การบรรจภุ ัณฑ์และการตกแตง่ การทาริบบ้ิน วิทยากรอธิบาย และสาธิตเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์การทาการทารบิ บ้นิ การบริหารจัดการใน การประกอบอาชีพ ดงั น้ี 1. การคิดราคาตน้ ทนุ คา่ วัสดุอุปกรณ์การทาริบบิน้ กระเป๋าคล้องแขน คา่ วสั ดอุ ุปกรณ์ การทารบิ บน้ิ (กระเป๋าคล้องแขน) ค่าแรง วทิ ยากรอธิบายและสาธิตใหค้ ิดคานวณ ราคาต้นทนุ และ การวเิ คราะห์จุดคุ้มทุน 2. การทาบญั ชี วทิ ยากรอธบิ ายการทาบัญชีและสาธิตการทาบญั ชอี ยา่ งงา่ ย การวดั และประเมินผล 1. การประเมินความรูภ้ าคทฤษฎีระหว่างเรยี นและจบหลักสตู ร 2. การประเมนิ ผลงานระหว่างเรยี นจาการปฏบิ ตั ิ ได้ผลงานท่ีมคี ณุ ภาพ สามารถสร้างรายได้ และจบหลกั สูตร การจบหลักสูตร 1. มเี วลาเรยี น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. มีผลการประเมนิ ตลอดหลักสตู ร ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 3. มผี ลงานทม่ี ีคณุ ภาพ ตรงตามหลักการของหลกั สูตร
294 เอกสารหลักฐานการศึกษา 1. หลกั ฐานการประเมินผล 2. ทะเบียนคมุ วฒุ ิบตั ร 3. วฒุ ิบตั รการศกึ ษา ออกโดยสถานศึกษา การเทยี บโอน ผู้เรยี นที่จบหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นร้กู ับหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวิชาเลือกท่ีสถานศึกษาได้ จัดทาข้ึน
295 หลกั สูตรเคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าช้าง จานวน 30 ช่ัวโมง กลมุ่ อาชีพความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นมา กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใตก้ รอบ 2 ปี ที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพ ของพ้ืนท่ีในกลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาค จะต้องพัฒนายกระดับ และจัดการ ศึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้ท่ีมั่งคั่ง และม่ันคง เพื่อเป็นบุคลากรท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่ืน และ สังคม โดยคานึงถึงศักยภาพ และบริบทรอบ ๆ ตัวผู้เรียน พัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ และ กระบวนการเรียนการสอนให้ทัดเทียมอารยประเทศ ด้วยการบริหารจัดการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเป้าหมายของการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับศักยภาพ ในการทางาน ให้ บคุ ลากรไทยได้แข่งขันในระดบั สากลภายใต้ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ในแต่ละพ้ืนท่ี ศักยภาพของพื้นที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทาเลท่ีต้ังของ แต่ละพื้นที่ ศักยภาพของศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีของแต่ละพ้ืนที่ และศักยภาพของ ทรพั ยากรมนุษยใ์ นแต่ละพนื้ ที่ สานักงาน กศน. จึงได้นานโยบาย และยุทธศาสตร์มาสู่การปฏิบัติ เพ่ือจัดการศึกษาพัฒนา อาชีพให้กลุ่มเป้าหมาย และมีงานทาอย่างย่ังยืน มีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค อาเซียน และระดบั สากล โดยจัดตั้งศนู ย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชนทุกจงั หวัด กศน.อาเภอสามพราน ในฐานะ ที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการจัดการศึกษา ให้กับกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ไม่มอี าชพี หรือผู้มีอาชีพ และต้องการพัฒนาอาชีพของตนให้มีความม่ันคง จึงได้จัดทาหลักสูตรการประกอบอาชีพเครื่องแขวนตาข่ายหน้าช้างข้ึน เพ่ือเป็นช่องทางหนึ่งในการ พัฒนาอาชีพ และสามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยเน้นให้ กล่มุ เปา้ หมายประชาชนในพื้นที่ หลกั การของหลักสูตร 1. เป็นหลกั สตู รอาชพี ท่สี ่งเสริม และอนุรักษค์ วามรู้ของภูมิปัญญาท้องถิน่ 2. เป็นหลกั สตู รอาชีพท่ีเนน้ การนาวตั ถุดิบที่มีมากในท้องถิ่นมาสร้างมูลคา่ เพ่ิมเพื่อให้ ประชาชนเกดิ รายได้ 3. เป็นหลกั สูตรการศึกษาอาชพี เพ่ือการมงี านทาของประชาชน 4. เปน็ หลักสูตรการศึกษาอาชพี ทีส่ ามารถเทียบโอนผลการเรียนเขา้ สหู่ ลกั สตู รการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพรายวชิ าเลือกได้
296 จดุ มงุ่ หมาย 1. ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการเลอื กชนิดของวสั ดุอุปกรณ์ 2. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการเตรยี ม วัสดุ อปุ กรณ์ต่าง ๆ สาหรับใชใ้ นการประดิษฐ์ 3. ผเู้ รียนสามารถประดิษฐ์ชนิ้ งานได้ 4. ผู้เรยี นสามารถออกแบบ ตกแตง่ ช้นิ งานได้ 5. มีความรู้ การบริหารจัดการการตลาด กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายนอกระบบโรงเรียน ดงั น้ี 1. ผทู้ ไี่ มม่ อี าชีพ 2. ผ้ทู ีม่ ีอาชีพและตอ้ งการพัฒนาอาชีพ ระยะเวลา จานวน 30 ชั่วโมง ทฤษฎี 5 ชว่ั โมง ปฏิบตั ิ 25 ช่วั โมง โครงสร้างหลักสตู ร 1. ชอ่ งทางการประกอบอาชีพเครื่องแขวนตาขา่ ยหนา้ ชา้ ง จานวน 2 ชว่ั โมง 1.1 ความสาคญั ของการประกอบอาชพี เครือ่ งแขวนตาข่ายหนา้ ชา้ ง 1.2 ความร้เู บือ้ งตน้ ในการประกอบอาชีพเครื่องแขวนตาขา่ ยหน้าชา้ ง 1.2.1 ข้อมลู ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั อาชพี จากผ้รู ู้ ผปู้ ระกอบการในชมุ ชน 1.2.2 ความต้องการของตลาด 1.2.3 การลงทนุ 1.2.4 กระบวนการผลิต การจัดหาวัสดุ อปุ กรณ์และวตั ถุดิบ 1.3 แหลง่ เรียนรู/้ ภูมปิ ญั ญาในทอ้ งถิ่นเคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าชา้ ง 1.4 บอกทิศทางการประกอบอาชพี 1.4.1 เป็นผ้ปู ระกอบการ 1.4.2 ผู้ค้าสง่ 2. ทักษะการประกอบอาชีพเครอื่ งแขวนตาขา่ ยหน้าช้าง จานวน 25 ชว่ั โมง 2.1 ขัน้ ตอนการเตรียมการก่อนการประกอบอาชีพ 2.1.1 สถานที่ 2.1.2 จดั สร้างอุปกรณ์เครอ่ื งแขวนตาข่ายหน้าช้าง 2.1.3 การเตรยี มอุปกรณเ์ ครื่องแขวนตาข่ายหนา้ ชา้ ง 2.2 ข้ันตอนการทาเครื่องแขวนตาข่ายหนา้ ช้าง 2.2.1 วางแบบตามลายทต่ี ้องการ 2.2.2 วางแบบแลว้ ทาเครอื่ งแขวนตาขา่ ยหน้าชา้ ง
297 3. การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชีพเครื่องแขวนตาขา่ ยหนา้ ช้าง จานวน 3 ช่วั โมง 3.1 การบริหารจดั การการผลติ และพัฒนารปู แบบผลิตภณั ฑ์เคร่ืองแขวนตาขา่ ยหน้าช้าง 3.1.1 การควบคุม ปริมาณ คุณภาพการผลติ และพฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑ์ 3.1.2 การลดต้นทุน 3.1.3 การวางแผนการผลิตการใชน้ วัตกรรม และเทคโนโลยีในการออกแบบชน้ิ งาน 3.2 การจดั การการตลาด 3.2.1 การทาฐานข้อมลู ลูกค้า 3.2.2 การประชาสมั พนั ธ์ สร้างแบรนด์โลโก้เพ่ือเพ่ิมมลู ค่า 3.2.3 การนาสนิ คา้ เขา้ สู่กระบวนการมาตรฐานสินค้า 3.2.4 การจาหน่ายผลติ ภณั ฑ์ 3.2.5 การทาบญั ชี รายรับ – รายจ่าย 3.2.6 การวางแผนการตลาด 3.2.7 การเข้าสู่การตลาดในระดบั ประเทศและตลาดตา่ งประเทศ 3.3 การจัดการความเสย่ี ง 3.3.1 การวิเคราะห์และควบคมุ ความเส่ียง 1) ระยะเวลาการผลติ กบั การจาหน่าย 2) ราคาขาย 3) คู่แขง่ ขนั การจดั กระบวนการเรียนรู้ หลกั สตู รเคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าช้าง เปน็ หลักสูตรที่เน้นใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รียนร้จู ากประสบการณ์ ตรงด้วยการปฏิบตั จิ รงิ โดยมวี ทิ ยากรอาชพี เป็นผูช้ แ้ี นะ และจดั กระบวนการเรียนรู้ พรอ้ มกบั ครผู ้สู อน โดยมีการจัดกระบวนการเรยี นรดู้ งั น้ี 1. การศึกษาดงู านจากสถานท่จี ริง บรรยาย และสาธิตอาชีพ 2. การฝึกปฏิบัติร่วมกบั วทิ ยากร และใหผ้ ูเ้ รียนฝึกฝนด้วยตนเองจนเกิดทักษะ 3. ทดสอบทักษะทไ่ี ด้รับการฝึกฝน สื่อการเรียนรู้ 1. ส่ือเอกสารใบความร้ใู นการบรรยายและสาธิตอาชพี และการฝกึ ปฎบิ ัติจรงิ 2. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ Power Point,ภาพตาขา่ ยหน้าช้าง 3. ผู้ร/ู้ ภูมิปัญญา ท่ชี านาญการ 4. วัตถดุ ิบอุปกรณ์ในอาชีพที่มกี ารใช้จรงิ
298 จดั สร้างโครงการเพอ่ื ต่อยอดอาชีพ 1. ชอ่ งทางการประกอบอาชพี เครื่องแขวนตาขา่ ยหน้าช้าง 1.1 ใหผ้ ้เู รยี นศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ เรอ่ื งความสาคัญในการประกอบอาชีพ 1.2 ผู้เรยี นและวิทยากรรว่ มสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลความคดิ เหน็ 1.3 ผู้เรยี นสรปุ ความรู้ 2. ทกั ษะการประกอบอาชีพการทาตาขา่ ยหนา้ ช้าง 2.1 ใหผ้ ูเ้ รยี นศึกษาเนื้อหาจากใบความรู้ เร่ือง ประโยชนข์ องเคร่ืองแขวนตาขา่ ยหนา้ ช้าง 2.2 วิทยากรอธิบายและสาธิตเก่ยี วกับวธิ กี ารทา 2.3 ผู้เรยี นและวทิ ยากรร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลความคดิ เห็น 2.4 ให้ผู้เรียนศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ เร่ือง การทาเคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าชา้ ง 2.5 วทิ ยากรบรรยายวัสดุอุปกรณ์ และข้นั ตอนการทาเครอ่ื งแขวนตาข่ายหน้าช้าง งบประมาณ การทาตาข่ายหนา้ ช้าง 2.6 ผู้เรียนฝึกปฏบิ ตั กิ ารทาตาข่ายหน้าช้าง 2.7 วิทยากรประเมนิ ผลการทาตาข่ายหนา้ ชา้ ง ของผู้เรียน การบรรจภุ ัณฑ์และการตกแต่งตาขา่ ยหน้าชา้ ง วทิ ยากรอธบิ ายและสาธติ เกย่ี วกบั การบรรจภุ ณั ฑ์เคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าช้าง การบรหิ าร จัดการในการประกอบอาชีพ 1. การคิดราคาต้นทุน ค่าวัสดุอุปกรณ์ตาข่ายหน้าช้างกระเป๋าคล้องแขน ค่าวัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองแขวนตาข่ายหน้าช้าง ค่าแรง วิทยากรอธิบายและสาธิตให้คิดคานวณ ราคาต้นทุนและ การวเิ คราะหจ์ ดุ ค้มุ ทนุ 2. การทาบัญชี วทิ ยากรอธบิ ายการทาบัญชีและสาธิตการทาบญั ชีอย่างง่าย การวดั และประเมินผล 1. การประเมนิ ความร้ภู าคทฤษฎีระหว่างเรียนและจบหลกั สูตร 2. การประเมนิ ผลงานระหว่างเรยี นจาการปฏิบัติ ไดผ้ ลงานที่มีคุณภาพสามารถสร้างรายได้ และ จบหลักสตู ร การจบหลกั สูตร 1. มเี วลาเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. มีผลการประเมนิ ตลอดหลักสตู ร ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60 3. มีผลงานทีม่ คี ณุ ภาพ ตรงตามหลักการของหลักสูตร
299 เอกสารหลักฐานการศึกษา 1. หลกั ฐานการประเมนิ ผล 2. ทะเบียนคมุ วุฒบิ ัตร 3. วฒุ ิบัตรการศกึ ษา ออกโดยสถานศกึ ษา การเทยี บโอน ผูเ้ รียนทจ่ี บหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นรูก้ ับหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวิชาเลือกท่ีสถานศึกษาได้ จัดทาข้ึน
300 หลกั สตู รพบั ผ้าเชด็ หนา้ จานวน 30 ช่ัวโมง กลมุ่ อาชีพความคิดสรา้ งสรรค์ ความเปน็ มา กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใต้กรอบ 2 ปี ท่ีจะพฒั นา 5 ศักยภาพ ของพ้ืนท่ีในกลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาค จะต้องพัฒนายกระดับ และจัดการ ศึกษา เพ่ือเพ่ิมศักยภาพ และขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้ที่มั่งคั่ง และม่ันคง เพื่อเป็นบุคลากรท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่ืน และ สังคม โดยคานึงถึงศักยภาพ และบริบทรอบ ๆ ตัวผู้เรียน พัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ และ กระบวนการเรียนการสอนให้ทัดเทียมอารยประเทศ ด้วยการบริหารจัดการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเป้าหมายของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับศักยภาพ ในการทางาน ให้ บุคลากรไทยได้แข่งขนั ในระดบั สากลภายใต้ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ในแต่ละพ้ืนท่ี ศักยภาพของพ้ืนที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทาเลท่ีต้ังของ แต่ละพ้ืนที่ ศักยภาพของศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีของแต่ละพ้ืนท่ี และศักยภาพของ ทรพั ยากรมนษุ ย์ในแต่ละพื้นที่ สานักงาน กศน. จึงได้นานโยบาย และยุทธศาสตร์มาสู่การปฏิบัติ เพื่อจัดการศึกษาพัฒนา อาชีพให้กลุ่มเป้าหมาย และมีงานทาอย่างยั่งยืน มีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค อาเซยี น และระดับสากล โดยจดั ตง้ั ศูนย์ฝึกอาชีพชมุ ชนทกุ จงั หวดั กศน.อาเภอสามพราน ในฐานะท่ีเป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการจัดการศึกษาให้กับ กลุ่มเปา้ หมาย คือ ผู้ไม่มีอาชีพ หรือผู้มีอาชพี และต้องการพัฒนาอาชีพของตนใหม้ ีความม่ันคง จึงได้ จัดทาหลักสูตรการประกอบอาชีพการทาผลิตภัณฑ์จากเชือก ข้ึน เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการพัฒนา อาชีพ และสามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยเน้นให้ กลุ่มเปา้ หมายประชาชนในพืน้ ท่ี หลักการของหลักสูตร 1. เปน็ หลกั สูตรอาชพี ท่ีส่งเสริม และอนรุ ักษค์ วามรู้ของภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น 2. เปน็ หลกั สูตรอาชพี ที่เน้นการนาวัตถดุ บิ ทม่ี ีมากในท้องถน่ิ มาสร้างมลู คา่ เพิม่ เพือ่ ให้ ประชาชนเกดิ รายได้ 3. เป็นหลกั สูตรการศึกษาอาชีพเพ่อื การมงี านทาของประชาชน 4. เป็นหลกั สูตรการศึกษาอาชีพทส่ี ามารถเทยี บโอนผลการเรียนเขา้ สูห่ ลักสตู รการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี รายวชิ าเลือกได้
301 จุดมงุ่ หมาย 1. ผูเ้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจในการเลอื กชนดิ ของผา้ เชด็ หนา้ 2. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการเตรยี ม วัสดุส่วนผสม อุปกรณ์ต่าง ๆ สาหรับใช้ในการ ทาชน้ิ งาน 3. ผเู้ รยี นสามารถประดิษฐ์ชนิ้ งานได้ 4. ผู้เรียนสามารถออกแบบ ตกแตง่ ชน้ิ งานได้ 5. มีความรู้ การบริหารจัดการการตลาด กลุม่ เปา้ หมาย กลมุ่ เป้าหมาย คอื ประชาชนกล่มุ เป้าหมายนอกระบบโรงเรียน ดงั น้ี 1. ผู้ท่ไี มม่ อี าชีพ 2. ผูท้ ม่ี อี าชีพและต้องการพัฒนาอาชพี ระยะเวลา 30 ช่วั โมง จานวน 5 ชวั่ โมง 1. ทฤษฎี 25 ชั่วโมง 2. ปฏิบตั ิ โครงสรา้ งหลักสตู ร 1. ช่องทางการประกอบอาชีพพบั ผา้ เชด็ หนา้ จานวน 2 ชวั่ โมง 1.1 ความสาคัญของการประกอบอาชีพพบั ผา้ เชด็ หน้า 1.2 ความรู้เบ้อื งต้นในการประกอบอาชีพพบั ผ้าเช็ดหน้า 1.2.1 ข้อมลู ทเี่ ก่ียวข้องกับอาชพี จากผูร้ ู้ ผปู้ ระกอบการในชมุ ชน 1.2.2 ความต้องการของตลาด 1.2.3 การลงทุน 1.2.4 กระบวนการผลิต การจดั หาวสั ดุ อปุ กรณแ์ ละวตั ถดุ ิบ 1.3 แหลง่ เรียนรู้/ภูมิปญั ญาในทอ้ งถิ่นพับผ้าเช็ดหน้า 1.4 บอกทิศทางการประกอบอาชีพ 1.4.1 เป็นผู้ประกอบการ 1.4.2 ผ้คู ้าส่ง 2. ทกั ษะการประกอบอาชีพพับผา้ เช็ดหนา้ จานวน 25 ชว่ั โมง 2.1 ข้ันตอนการเตรียมการก่อนการประกอบอาชพี 2.1.1 สถานท่ี 2.1.2 จัดสร้างอุปกรณ์พับผ้าเชด็ หนา้ 2.1.3 การเตรียมอปุ กรณ์พับผ้าเชด็ หน้า 2.2 ขั้นตอนการทาพบั ผ้าเชด็ หนา้
302 3. การบรหิ ารจัดการในการประกอบอาชีพพบั ผ้าเช็ดหน้า จานวน 3 ชว่ั โมง 3.1 การบริหารจัดการการผลิตและพฒั นารูปแบบผลติ ภัณฑ์พับผ้าเช็ดหน้า 3.1.1 การควบคุม ปรมิ าณ คุณภาพการผลิตและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ 3.1.2 การลดต้นทุน 3.1.3 การวางแผนการผลติ การใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยใี นการออกแบบชิ้นงาน 3.2 การจัดการการตลาด 3.2.1 การทาฐานข้อมูลลกู ค้า 3.2.2 การประชาสมั พนั ธ์ สร้างแบรนดโ์ ลโกเ้ พ่ือเพิ่มมลู ค่า 3.2.3 การนาสนิ คา้ เขา้ สู่กระบวนการมาตรฐานสนิ ค้า 3.2.4 การจาหน่ายผลติ ภณั ฑ์ 3.2.5 การทาบัญชี รายรบั – รายจ่าย 3.2.6 การวางแผนการตลาด 3.2.7 การเขา้ สกู่ ารตลาดในระดบั ประเทศและตลาดต่างประเทศ 3.3 การจัดการความเสี่ยง 3.3.1 การวเิ คราะหแ์ ละควบคมุ ความเส่ียง 1) ระยะเวลาการผลติ กบั การจาหน่าย 2) ราคาขาย 3) คู่แข่งขัน การจัดกระบวนการเรยี นรู้ หลักสูตรพับผ้าเช็ดหน้า เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วย การปฏิบัติจริง โดยมีวิทยากรอาชีพเป็นผู้ชี้แนะและจัดกระบวนการเรียนรู้พร้อมกับครูผู้สอน โดยมี การจดั กระบวนการเรียนรดู้ ังน้ี 1. การศึกษาดงู านจากสถานทจ่ี ริง บรรยาย และสาธติ อาชีพ 2. การฝึกปฏบิ ตั ิรว่ มกับวิทยากร และให้ผ้เู รยี นฝกึ ฝนด้วยตนเองจนเกิดทักษะ 3. ทดสอบทักษะทีไ่ ด้รับการฝึกฝน สือ่ การเรียนรู้ 1. สอ่ื เอกสารใบความรู้ในการบรรยายและสาธิตอาชพี และการฝกึ ปฎิบัตจิ รงิ 2. สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ Power Point,ภาพพบั ผ้าเช็ดหนา้ 3. ผ้รู ู้/ภมู ปิ ัญญา ทีช่ านาญการ 4. วัตถุดบิ อุปกรณ์ในอาชีพที่มกี ารใช้จรงิ
303 จดั สร้างโครงการเพอ่ื ตอ่ ยอดอาชีพ 1. ช่องทางการประกอบอาชพี การทาพับผา้ เชด็ หนา้ 1.1 ให้ผ้เู รียนศกึ ษาเนื้อหาจากใบความรู้ เรื่องความสาคญั ในการประกอบอาชีพ 1.2 ผูเ้ รียนและวทิ ยากรรว่ มสนทนาแลกเปล่ียนข้อมลู ความคดิ เหน็ 1.3 ผเู้ รยี นสรุปความรู้ 2. ทักษะการประกอบอาชีพการทาพับผา้ เชด็ หน้า 2.1 ใหผ้ ู้เรยี นศึกษาเนื้อหาจากใบความรู้ เร่ืองประโยชน์ของการทาพับผา้ เชด็ หน้า 2.2 วทิ ยากรอธบิ ายและสาธิตเกีย่ วกบั วธิ ีการทา 2.3 ผูเ้ รียนและวิทยากรร่วมสนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลความคิดเห็น 2.4 ให้ผเู้ รียนศกึ ษาเนื้อหาจากใบความรู้ เรอื่ งการทาพบั ผ้าเช็ดหนา้ 2.5 วิทยากรบรรยายวสั ดุอุปกรณ์ และข้นั ตอนการทาพบั ผ้าเช็ดหนา้ งบประมาณการทา พบั ผา้ เช็ดหน้า 2.6 ผูเ้ รียนฝกึ ปฏิบัตกิ ารทาพับ 2.7 วิทยากรประเมนิ ผลการทาพับผ้าเชด็ หน้าของผูเ้ รียน การบรรจภุ ณั ฑ์และการตกแต่งพบั ผ้าเชด็ หน้า วิทยากรอธบิ ายและสาธิตเกีย่ วกบั การบรรจุภัณฑ์การทาพับผ้าเชด็ หน้า การบริหารจดั การใน การประกอบอาชีพ 1. การคดิ ราคาตน้ ทนุ ค่าวสั ดอุ ุปกรณพ์ บั ผา้ เช็ดหน้า ค่าวัสดอุ ปุ กรณ์พับผ้าเชด็ หน้า คา่ แรง วิทยากรอธบิ ายและสาธติ ใหค้ ิดคานวณ ราคาต้นทนุ และการวเิ คราะห์จดุ คุ้มทนุ 2. การทาบญั ชี วิทยากรอธิบายการทาบัญชแี ละสาธิตการทาบัญชีอย่างงา่ ย การวดั และประเมินผล 1. การประเมินความรูภ้ าคทฤษฎรี ะหว่างเรยี นและจบหลักสตู ร 2. การประเมนิ ผลงานระหว่างเรยี นจาการปฏิบตั ิ ได้ผลงานท่ีมคี ุณภาพสามารถสร้างรายได้ และ จบหลักสตู ร การจบหลักสูตร 1. มเี วลาเรยี น ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 80 2. มีผลการประเมนิ ตลอดหลกั สตู ร ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 3. มีผลงานท่มี คี ณุ ภาพ ตรงตามหลักการของหลกั สตู ร เอกสารหลักฐานการศึกษา 1. หลักฐานการประเมินผล 2. ทะเบียนคมุ วฒุ ิบัตร 3. วฒุ บิ ัตรการศึกษา ออกโดยสถานศกึ ษา
304 การเทียบโอน ผูเ้ รียนท่จี บหลักสูตรน้ีสามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนรกู้ ับหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวิชาเลือกที่สถานศึกษาได้ จดั ทาข้ึน
305 หลักสตู รตบแต่งกระเป๋าผา้ จานวน 10 ช่ัวโมง กลุ่มอาชีพความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเปน็ มา การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงาน และส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดยุทธศาสตร์ที่จะ พัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก “รู้เขา รู้เรา เทา่ ทนั เพื่อแข่งขันได้ในเวทโี ลก” ตลอดจนกาหนดภารกิจท่ีจะยกระดับการจัดการศกึ ษา เพ่ือเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้ ที่ม่ันคง โดยเน้น การบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่างๆ มุ่งพฒั นาคนไทยให้ได้รบั การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานทาอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มั่นคง ม่ังคั่ง และมีงานทา อย่างย่ังยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันท้ังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซ่ึงจะเป็นการ จัดการศกึ ษาตลอดชวี ิตในรูปแบบใหมท่ ่ีสรา้ งความมนั่ คงให้แกป่ ระชาชนและประเทศชาติ นอกจากน้ีศิลปะการต่อผ้าสามารถสร้างชิ้นงานใหม่ข้ึนมา ซ่ึงมีลักษณะท่ีสวยงาม และ จาหนา่ ยได้ นบั เปน็ ช่องทางหนงึ่ ในการประกอบอาชีพ หลกั การของหลักสตู ร หลักสตู รการประกอบอาชีพ ตบแต่งกระเป๋าผา้ มีหลักการ ดงั นี้ 1. เป็นหลักสตู รอาชพี ทสี่ ่งเสรมิ และอนรุ ักษ์ความรูข้ องภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน 2. เป็นหลักสตู รอาชพี ทีเ่ น้นการนาวัสดเุ หลือเศษผ้าใชท้ ่ีมมี ากในท้องถิน่ มาสรา้ งมลู ค่าเพมิ่ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนเกดิ รายได้ 3. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาอาชีพเพอ่ื การมงี านทาของประชาชน 4. เป็นหลักสตู รการศึกษาอาชพี ทีส่ ามารถเทียบโอนผลการเรียนเขา้ สหู่ ลกั สูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี รายวิชาเลือกได้ จุดมงุ่ หมาย หลกั สตู รการประกอบอาชพี ตบแตง่ กระเปา๋ ผา้ มจี ุดหมาย ดงั นี้ 1. มีความรู้เบอ้ื งตน้ เก่ยี วกับการถักโครเชร์ไหมพรมและการออกแบบเศษผ้า ผ้าขาวม้าได้ 2. เพอ่ื ส่งเสรมิ การมีรายได้เพม่ิ ในการประกอบเป็นอาชพี เสริม 3. เพ่ือใหม้ ีความสขุ สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมทส่ี อดคลอ้ งความตอ้ งการของ กล่มุ เปา้ หมาย 4. มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ มท่ีดีงาม ในการประกอบอาชีพและการดาเนนิ ชีวิต
306 กลุ่มเปา้ หมาย เพ่ือให้ประชาชนกลุ่มผู้สนใจมีความรู้ และทักษะเรื่องศิลปะประดิษฐ์มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ สรา้ งสรรค์ และสอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน สามารถนาความรู้และวิธีการไปปฏิบัติใช้ในครอบครัว ตนเอง สามารถเผยแพร่ใหแ้ กผ่ ู้อื่น และนาไปประกอบอาชีพเพื่อการมีงานทาได้ ระยะเวลา 10 ชว่ั โมง จานวน 2 ชัว่ โมง ภาคทฤษฎี 8 ชัว่ โมง ภาคปฏิบตั ิ โครงสรา้ งหลกั สูตร 1. ชอ่ งทางการประกอบอาชีพ จานวน 1 ชว่ั โมง 2.1 ความเป็นไปได้ในการประกอบอาชพี 2.2 ความสาคัญในการศิลปะการตบแตง่ กระเปา๋ ผ้า 2.3 แหล่งเรียนร้เู กี่ยวกบั การศิลปะการตบแตง่ กระเป๋าผ้า 2.4 แหล่งจาหนา่ ยผลิตภัณฑ์จากการศิลปะการตบแต่งกระเปา๋ ผา้ 2. ทักษะอาชพี จานวน 8 ช่วั โมง 2.1 ข้นั ตอนในการทาตบแตง่ กระเปา๋ ผา้ 2.1.1 วัสดุ อุปกรณ์ 2.1.2 การคัดเลอื กสว่ นต่าง ๆ ของเศษผา้ ท่ีเราจะประดษิ ฐ์เปน็ ดอกไม้ ลักษณะสี ขนาด ลกั ษณะแต่ละแบบ 2.1.3 การหาวสั ดุ 2.1.4 การฝึกปฏบิ ตั กิ ารออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากการตบแตง่ กระเปา๋ ผ้า 3. การบรหิ ารจัดการอาชีพ จานวน 1 ชวั่ โมง 3.1 การผลิต 3.2 การควบคุมคณุ ภาพ 3.3 การตลาด วธิ กี ารจดั กระบวนการเรียนรู้ 1. ช่องทางการประกอบอาชพี 1.1 วทิ ยากรใหค้ วามรูถ้ ึงความสาคญั และความเปน็ ไปได้ในการประกอบอาชีพ แหลง่ เรียนรู้เกีย่ วกับการตบแตง่ กระเปา๋ ผา้ 1.2 ศึกษาขอ้ มูลจากแหล่งเรยี นรู้ ภมู ปิ ญั ญา ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร สถาน ประกอบการ สถานที่จัดจาหน่าย 1.3 สรปุ ความรูท้ ่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาดงู านจากแหลง่ เรียนรู้ ภูมิปัญญา
307 2 ทกั ษะอาชีพ 2.1 วทิ ยากรบรรยายข้นั ตอนการประดิษฐเ์ ศษผา้ เปน็ ดอกไม้หรอื การถกั โครเชรใ์ นการ ทาลวดลายต่าง ๆ 2.2 วทิ ยากรทาการสาธติ การประดษิ ฐ์เศษผา้ และการถักโครเชร์เปน็ ดอกไมห้ รือ ลวดลายตา่ งๆ 2.3 วิทยากรให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัติจรงิ ในการประดษิ ฐเ์ ศษผา้ และการถักโครเชรเ์ ป็นดอกไม้ หรอื ลวดลายตา่ ง ๆ 2.4 วิทยากรร่วมกับผู้เรียนในการการออกแบบลวดลายต่างๆในการตบแตง่ กระเป๋าผา้ 2.5 การฝึกปฏบิ ตั สิ ร้างสรรค์ชนิ้ งานแบบตา่ ง ๆในการตบแต่งกระเป๋าผ้า 2.6 การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ระหวา่ งผูเ้ รยี นด้วยกนั 2.7 ศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรใู้ นชมุ ชนและช่องทางออนไลน์ เวบ็ ไซดต์ า่ งๆ 3. การบริหารจัดการอาชีพ 3.1 การผลิต 3.1.1 สารวจแหล่งทุน 3.1.2 สารวจแหล่งวสั ดุ วตั ถุดิบในทอ้ งถ่นิ 3.2 การควบคุมคุณภาพ 3.2.1 กาหนดมาตรฐาน คณุ ภาพของชน้ิ งาน ความสวยงาม ความทนทาน แข็งแรง 3.3 การตลาด 3.3.1 ศกึ ษาข้อมูลการตลาด วิเคราะหค์ วามต้องการของตลาด - ศนู ย์ OTOP - ศนู ยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน - แหล่งท่องเทีย่ ว 3.3.2 การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ เชน่ - เว็บไซด์อาเภอ จังหวัด - แผน่ พับโฆษณา 3.3.3 การทาบญั ชี - การคิดราคาต้นทนุ กาไร - บญั ชีรายรบั -รายจา่ ย สอื่ การเรยี นรู้ 1. ใบความรู้/ใบงาน 2. ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ /วิทยากร 3. ตวั อย่างช้ินงาน 4. วัสดุ อุปกรณ์ ทใ่ี ชใ้ นการฝึกปฏิบตั ิ 5. แหลง่ เรยี นรู้ ที่ศึกษาดูงาน
308 การวัดและประเมนิ ผล 1. การประเมนิ ความร้ภู าคทฤษฎรี ะหว่างเรียนและจบหลักสตู ร 2. การประเมินผลระหวา่ งเรยี นจากการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพเพียงพอ สามารถสร้างรายได้ ใหก้ บั ตนเองความสาเร็จของการปฏบิ ัตแิ ละจบหลกั สตู ร การจบหลกั สตู ร 1. มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ผา่ นการประเมินผลทัง้ ภาคทฤษฎี และภาคปฏบิ ัติไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 3. ผู้เรยี นสามารถเขยี นโครงการอาชพี ของตนเองได้ อย่างน้อย 1 โครงการ เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 1. หลักฐานแสดงผลการเรียน 2. วุฒบิ ัตร ออกโดยสถานศึกษาในสงั กดั สานกั งาน กศน. 3. ทะเบียนคุมวุฒบิ ตั รทส่ี ถานศึกษาออกใหก้ ับผู้เรยี นที่จบหลกั สูตร การเทียบโอน ผู้เรียนท่ีจบหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนรู้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี เลือกท่ีสถานศึกษาได้จดั ทา ขึ้นได้
309 หลักสตู รการทากระถางตน้ ไมจ้ ากผ้าขนหนู จานวน 10 ช่ัวโมง กลุ่มอาชพี ความคดิ สร้างสรรค์ ความเปน็ มา การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปญั หาการว่างงานและ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รักการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและ การมีงานทาอย่างมีคุณภาพท่วั ถึง และเท่าเทียมกนั ประชาชนมรี ายได้ม่ันคง และมีงานทาอย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันท้ังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา ตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ท่สี รา้ งความม่ันคงใหแ้ กป่ ระชาชนและประเทศชาติ ในสภาพปจั จุบันมนุษย์ เราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ ส่งิ แวดล้อมเป็นอยา่ งมาก เมอื่ จานวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่ทรัพยากรธรรมชาติ ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจาเป็นอย่างย่ิง ท่ีมนุษย์จะต้องสร้างข้ึนหรือทดแทนโดยวิธีการ ตา่ งๆ เพ่ือการอยู่รอด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพราน จึงได้นา นโยบาย ยุทธศาสตร์และความจาเป็น ดังกล่าวสู่การปฏิบัติ เพ่ือการพัฒนาหลักสูตรอาชีพให้กับ กลุ่มเป้าหมาย และประชาชนมีรายได้ และมีอาชีพเสริมการทากระถางต้นไม้จากผ้าขนหนู ใช้สอย มีสีสันสวยงาม คงทน มีความน่าสนใจ เหมาะสาหรับนาไปใช้สอยเป็นของฝากและลดจานวนขยะได้ ผู้ท่ีสนใจควรศึกษาหาความรู้และฝึกปฏิบัติจนเกิดความชานาญ สามารถนาไประกอบอาชีพให้กับ ตนเองได้ หลักการของหลักสตู ร 1. เปน็ หลกั สตู รการประกอบอาชพี ท่ที าใหเ้ กิดความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ 2. เป็นหลักสูตรการประกอบอาชีพท่สี ่งเสรมิ การมงี านทาของประชาชน 3. เป็นหลกั สตู รท่ียืดหยุ่น ทง้ั เนอ้ื หา ระยะเวลาเรียน และการจัดกระบวนการเรยี นรู้ 4. เป็นหลักสูตรการอาชีพที่สามารถเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษาของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี รายวชิ าเลอื กทสี่ ถานศึกษาจัดทาขนึ้ ได้ จดุ มงุ่ หมาย เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้ความสามารถ และคณุ ลักษณะดังน้ี 1. มคี วามรู้ความเข้าใจดา้ นการทาการทากระถางตน้ ไม้จากผา้ ขนหนู 2. มคี วามรู้ความสามารถ การทาการทากระถางต้นไม้จากผา้ ขนหนใู นรปู แบบต่างๆ 3. มคี วามรคู้ วามสามารถสร้างรายไดท้ ม่ี นั่ คง 4. นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และมีอาชพี เสรมิ ท่ีทาให้เกดิ รายได้
310 กลุ่มเป้าหมาย มี 2 กลุ่มเป้าหมาย คอื 1. ผู้ไมม่ อี าชีพ ประชาชนท่วั ไป 2. ผูท้ ี่มีอาชพี หลักและตอ้ งการมีอาชีพเสรมิ ระยะเวลาการเรียนรขู้ องหลกั สูตร จานวน 10 ช่ัวโมง ภาคทฤษฏี 3 ชวั่ โมง ภาคปฏิบตั ิ 7 ชั่วโมง โครงสร้างหลกั สูตร เรือ่ งท่ี 1 ช่องทางการประกอบอาชีพ จานวน 3 ช่ัวโมง 1.1 ความเป็นไปได้ในการประกอบอาชพี ทฤษฎี 1.1.1 การลงทุน 1.1.2 การตลาด 1.1.3 กระบวนการผลิต 1.1.4 ความร้คู วามสามารถ เรือ่ งที่ 2 ทกั ษะการประกอบอาชพี การทากระถางตน้ ไมจ้ ากผา้ ขนหนู จานวน 7 ชั่วโมง 2.1.1 อปุ กรณ์การการทากระถางต้นไมจ้ ากผ้าขนหนู 2.1.2 ความรเู้ กีย่ วกับการการทากระถางต้นไมจ้ ากผ้าขนหนู 2.1.3 การจดั การควบคมุ คณุ ภาพการทากระถางต้นไม้จากผ้าขนหนู วธิ กี ารจัดกระบวนเรยี นรู้ 1. ช่องทางการประกอบอาชีพ 1.1 วิทยากรให้ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและ การลดตน้ ทนุ ในการทากระถางตน้ ไม้จากผา้ ขนหนู 1.2 วิทยากรและผเู้ รยี นสนทนาแลกเปลย่ี นเรียนรูร้ ่วมกนั 2. ทักษะการประกอบอาชพี การทากระถางตน้ ไมจ้ ากผา้ ขนหนู 2.1 วิทยากรให้ความรเู้ บอื้ งต้นเกยี่ วกับการทากระถางต้นไม้จากผ้าขนหนู 2.1.1 อุปกรณ์ 2.1.2 การคัดเลอื กวสั ดรุ ว่ มการทากระถางตน้ ไมจ้ ากผ้าขนหนู 2.1.3 ความรเู้ ก่ยี วกับการการทากระถางต้นไม้จากผา้ ขนหนู 2.2 วิทยากรใหค้ วามรขู้ นั้ ตอนการทากระถางตน้ ไมจ้ ากผ้าขนหนู
311 ส่ือการเรียนรู้ 1. วิทยากร 2. ตวั อยา่ งช้นิ งาน 3. วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ การวัดและประเมนิ ผล - แบบประเมินผลก่อน/หลงั เรยี น - แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน - แบบประเมนิ ชิน้ งานทมี่ ีคณุ ภาพเพยี งท่ีจะจาหน่ายได้ การจบหลักสตู ร 1. การประเมนิ ทางทฤษฎี รอ้ ยละ 80 2. การประเมนิ เวลาเรยี น รอ้ ยละ 80 3. การประเมนิ ตามสภาพจริงจากช้นิ งานหรือกจิ กรรมท่ีปฏบิ ตั ิไดแ้ ก่ - ความสวยงาม ร้อยละ 40 - ความคิดสรา้ งสรรค์ รอ้ ยละ 30 - ความสนใจ ความรับผิดชอบในเวลาเรียน ร้อยละ 30 เอกสารหลักฐานการศึกษา 1. หลกั ฐานการประเมนิ ผล 2. ชิน้ งาน การเทียบโอน ผู้เรียนทจี่ บหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นร้กู ับหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการประกอบอาชีพรายวิชาเลือกที่สถานศึกษาได้จัดทา ขนึ้ ในระดบั ระดับหน่งึ
312 หลักสตู รกระเปา๋ ผ้าเสื้อมือสอง D.I.Y จานวน 10 ช่ัวโมง กลุม่ อาชพี ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเปน็ มา การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชพี เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รักการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพและ การมีงานทาอย่างมคี ุณภาพท่วั ถึง และเท่าเทียมกนั ประชาชนมรี ายได้มั่นคง และมีงานทาอย่างย่ังยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันท้ังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา ตลอดชวี ิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ในสภาพปัจจุบันมนุษย์ เราได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ สงิ่ แวดล้อมเปน็ อย่างมาก เมื่อจานวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่ทรพั ยากรธรรมชาติ ถกู ใช้ไปอยา่ งรวดเร็ว และไม่เพียงพอต่อความต้องการ จงึ จาเป็นอย่างย่ิงท่ีมนุษย์จะต้องสร้างข้ึนหรือทดแทนโดยวธิ ีการต่าง ๆ เพื่อการอยู่รอด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพราน จึงได้นา นโยบาย ยุทธศาสตร์และความจาเป็น ดังกล่าวสู่การปฏิบัติจากนโยบายจุดเน้นในการดาเนินงานที่ มุ่งเน้นการจัดการ ประกอบด้วยการศึกษาเพ่ือการมีงานทาใน 5 กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพด้าน เกษตรกรรม กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรมหรือหัตกรรม กลุ่มอาชีพด้านพาณิชยกรรมและบริการ กลุ่ม สร้างสรรค์ และกลุ่มอาชีพเฉพาะทางเพื่อการพัฒนาหลักสูตรอาชีพให้กับกลุ่มเป้าหมาย และ ประชาชนมีรายได้ และมีอาชีพเสริมกระเป๋าผ้าเส้ือมือสอง D.I.Y ใช้สอย มีสีสันสวยงาม คงทน มี ความน่าสนใจ เหมาะสาหรับนาไปใช้สอยเป็นของฝากและลดจานวนขยะได้ ซ่ึงเป็นการศึกษา ต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาย่ังยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้ที่สนใจควรศึกษาหา ความรแู้ ละฝกึ ปฏิบัตจิ นเกดิ ความชานาญ สามารถนาไประกอบอาชพี ให้กับตนเองได้ หลกั การของหลักสตู ร 1. เปน็ หลกั สูตรการประกอบอาชพี ท่ที าใหเ้ กดิ ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 2. เป็นหลักสูตรการประกอบอาชพี ท่ีสง่ เสริมการมีงานทาของประชาชน 3. เป็นหลกั สูตรที่ยดื หยุน่ ทงั้ เน้อื หา ระยะเวลาเรยี น และการจดั กระบวนการเรยี นรู้ 4. เป็นหลักสูตรการอาชีพท่ีสามารถเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษาของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี รายวิชาเลือกที่สถานศึกษาจดั ทาขน้ึ ได้
313 จดุ มุ่งหมาย เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนมคี วามรู้ความสามารถ และคุณลกั ษณะดังนี้ 1. มคี วามรูแ้ ละทักษะในการประกอบอาชพี สามารถสรา้ งรายไดท้ ่มี นั่ คง มงั่ คงั่ 2. ตัดสินใจประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และ สิง่ แวดลอ้ มอย่างมีคุณธรรม จรยิ ธรรม 3. มีเจตคติที่ดใี นการประกอบอาชพี 4. มีความรู้ความเข้าใจและฝกึ ทกั ษะการบริหารจัดการในอาชีพได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 5. มโี ครงการประกอบอาชพี เพอ่ื ใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาอาชีพของตนเอง กลุ่มเปา้ หมาย มี 2 กล่มุ เปา้ หมาย คือ 1. ผไู้ มม่ อี าชีพ ประชาชนทัว่ ไป 2. ผทู้ ีม่ อี าชพี หลกั และตอ้ งการมอี าชพี เสริม ระยะเวลาการเรียนรขู้ องหลกั สูตร จานวน 10 ชัว่ โมง 1. ภาคทฤษฏี 3 ชว่ั โมง 2. ภาคปฏิบัติ 7 ชว่ั โมง โครงสร้างหลกั สตู ร จานวน 3 ช่วั โมง เรอ่ื งที่ 1 ช่องทางการประกอบอาชีพ จานวน 7 ชั่วโมง 1.1 ความสาคญั ในการประกอบอาชพี 1.2 ความเปน็ ไปได้ในการประกอบอาชีพ ทฤษฎี 1.2.1 การลงทุน 1.2.2 การตลาด 1.2.3 กระบวนการผลิต 1.2.4 ความรู้ความสามารถ เรือ่ งท่ี 2 ทกั ษะการประกอบอาชีพการกระเปา๋ ผ้าเสื้อมอื สอง D.I.Y 2.1 ความรพู้ ้ืนฐานด้านการทากระเปา๋ ผ้าเสื้อมือสอง D.I.Y 2.2 ทกั ษะการประกอบอาชีพกระเปา๋ ผ้าเสื้อมือสอง D.I.Y
314 วิธกี ารจดั กระบวนเรียนรู้ 1. ช่องทางการประกอบอาชีพ 1.1 วทิ ยากรใหค้ วามรู้พ้ืนฐานเก่ยี วกับการใช้ความคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบและ การลดตน้ ทุนในกระเป๋าผา้ เสื้อมือสอง D.I.Y 1.2 วทิ ยากรและผเู้ รยี นสนทนาแลกเปลย่ี นเรยี นรูร้ ว่ มกัน 2. ทกั ษะการประกอบอาชีพกระเปา๋ ผา้ เส้ือมือสอง D.I.Y 2.1 วิทยากรให้ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกับการกระเป๋าผ้าเสื้อมือสอง D.I.Y 2.1.1 อปุ กรณ์ 2.1.2 การคดั เลือกวัสดรุ ่วมกระเปา๋ ผา้ เสือ้ มือสอง D.I.Y 2.1.3 ความรู้เกย่ี วกบั การกระเป๋าผ้าเสอ้ื มือสอง D.I.Y 2.2 วทิ ยากรให้ความรูข้ นั้ ตอนกระเปา๋ ผ้าเส้ือมือสอง D.I.Y สอื่ การเรียนรู้ 1. วทิ ยากร 2. ตวั อย่างชน้ิ งาน 3. วัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือวัดและประเมินผล - แบบประเมินผลก่อน/หลังเรียน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน - แบบประเมนิ ช้นิ งานท่ีมีคณุ ภาพเพียงทีจ่ ะจาหน่ายได้ การจบหลักสูตร 1. การประเมนิ ทางทฤษฎี รอ้ ยละ 80 2. การประเมนิ เวลาเรยี น รอ้ ยละ 80 3. การประเมนิ ตามสภาพจริงจากชิ้นงานหรอื กจิ กรรมท่ปี ฏิบตั ิได้แก่ - ความสวยงาม ร้อยละ 40 - ความคิดสรา้ งสรรค์ รอ้ ยละ 30 - ความสนใจ ความรบั ผิดชอบในเวลาเรียน ร้อยละ 30 เอกสารหลักฐานการศึกษา 1. หลกั ฐานการประเมินผล 2. หลักสตู รอาชีพ 3. ชน้ิ งาน
315 การเทียบโอน ผู้เรียนท่ีจบหลักสูตรน้ีสามารถไปเทียบโอนผลการเรียนรู้กับสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับชั้นการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาระการประกอบอาชพี รายวิชาเลอื กที่สถานศึกษา ได้จัดทาขึ้นในระดับหน่ึง
316 หลักสูตรผ้ามดั ยอ้ ม หลกั สตู ร 15 ชัว่ โมง กล่มุ อาชพี ความคดิ สร้างสรรค์ ความเป็นมา การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศใหม้ ีความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการวา่ งงานและ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รักการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและ การมีงานทาอย่างมีคุณภาพท่วั ถึง และเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มนั่ คง และมีงานทาอย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันท้ังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซ่ึงเป็นการจัดการศึกษา ตลอดชวี ิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความม่ันคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ในสภาพปัจจุบันมนุษย์ เราได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เม่ือจานวนประชากรเพิ่มข้ึน แต่ทรัพยากรธรรมชาติ ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และไมเ่ พยี งพอต่อความต้องการ จึงจาเป็นอย่างย่ิงท่ีมนุษย์จะต้องสร้างข้ึนหรือทดแทนโดยวธิ ีการต่าง ๆ เพื่อการอยู่รอด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพราน จึงได้นา นโยบาย ยุทธศาสตร์และความจาเป็น ดังกล่าวสู่การปฏิบัติ เพ่ือการพัฒนาหลักสูตรอาชีพให้กับ กลุ่มเป้าหมาย และประชาชนมีรายได้ และมีอาชีพเสริมการทาผ้า มีสีสันสวยงาม คงทน มีความน่าสนใจ เหมาะสาหรับัดย้อมนาไปใช้สอยและเป็นของฝาก ผู้ท่ีสนใจควรศึกษาหาความรู้และฝึกปฏิบัติจนเกิด ความชานาญ สามารถนาไปประกอบอาชพี ให้กับตนเองได้ หลกั การของหลักสูตร 1. เป็นหลกั สตู รการประกอบอาชพี ทท่ี าให้เกดิ ช่องทางการตลาด 2. เปน็ หลักสูตรการประกอบอาชีพที่ส่งเสรมิ การมีงานทาของประชาชน 3. เปน็ หลกั สตู รทย่ี ดื หยุ่น ท้ังเนอ้ื หา ระยะเวลาเรียน และการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4. เป็นหลักสูตรการอาชีพท่ีสามารถเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษาของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพรายวิชาเลอื กท่ีสถานศึกษาจดั ทาขึน้ ได้ จดุ มงุ่ หมาย เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรคู้ วามสามารถ และคุณลกั ษณะดังน้ี 1. บอกองค์ประกอบและความเป็นมาของสียอ้ มผ้าได้ 2. บอกชนดิ และคุณสมบตั ขิ องสารทาปฏิกิรยิ าทใ่ี ชใ้ นการย้อมผา้ ได้ 3. มคี วามรกู้ ารออกแบบลายผ้าและสามารถสรา้ งสรรค์ลายผา้ ดว้ ยตนเอง 4. อธิบายวธิ ีเลอื กใช้วสั ดอุ ปุ กรณใ์ นท้องถนิ่ มาทาผ้ามดั ยอ้ มได้ 5. บอกขั้นตอนการทาผา้ มัดยอ้ มได้ 6. ปฏิบัติการทาผ้ามดั ย้อมไดต้ ามขน้ั ตอนอย่างประหยดั และปลอดภัย
317 7. นาเสนอผา้ มัดย้อมตอ่ เพื่อนๆ และประเมินผลเพื่อปรับปรงุ ผลงานได้ 8. มเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ กจิ กรรม รกั และภูมใิ จงานด้านศิลปะ งานเพ่อื สงั คม กลุม่ เป้าหมาย มี 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1. ผ้ไู มม่ ีอาชีพ ประชาชนท่ัวไป 2. ผทู้ ม่ี อี าชพี หลักและต้องการมีอาชีพเสริม ระยะเวลาการเรียนรขู้ องหลักสูตร จานวน 15 ชว่ั โมง 1. ภาคทฤษฏี 3 ช่วั โมง 2. ภาคปฏบิ ัติ 12 ช่วั โมง โครงสร้างหลักสูตร จานวน 3 ชัว่ โมง เรื่องที่ 1 ชอ่ งทางการประกอบอาชีพการทาผ้ามัดยอ้ ม จานวน 12 ชว่ั โมง 1.2 ความเป็นไปไดใ้ นการประกอบอาชีพการทาผ้ามัดย้อม ทฤษฎี 1.2.1 การลงทนุ 1.2.2 การตลาด 1.2.3 กระบวนการผลิต 1.2.4 ความรคู้ วามสามารถ เร่ืองที่ 2 ทักษะการประกอบอาชีพการทาผ้ามัดย้อม 2.1 อุปกรณก์ ารทาผา้ มดั ย้อม 2.2 ความรู้เกี่ยวกบั การทาผา้ มัดยอ้ ม 2.3 การจัดการควบคุมคณุ ภาพการทาผ้ามดั ย้อม วธิ ีการจัดกระบวนเรยี นรู้ 1. ชอ่ งทางการประกอบอาชีพการทาผา้ มดั ย้อม 1.1 วิทยากรให้ความรู้พื้นฐานเก่ียวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและ การลดต้นทุนในการทาผ้ามัดย้อม 1.2 วทิ ยากรและผเู้ รยี นสนทนาแลกเปล่ยี นเรียนรรู้ ่วมกัน 2. ทักษะการประกอบอาชีพการทาผ้ามดั ย้อม 2.1 วทิ ยากรให้ความรู้เบือ้ งตน้ เกยี่ วกับการทาผา้ มดั ย้อม 2.1.1 อปุ กรณก์ ารทาผา้ มดั ยอ้ ม 2.1.2 การคดั เลือกวสั ดรุ ่วมการทาผา้ มดั ยอ้ ม 2.1.3 ความรู้เกยี่ วกับการทาผ้ามดั ยอ้ ม
318 2.2 วิทยากรให้ความรู้ข้ันตอนการทาผา้ มัดย้อม - การทาผา้ มดั ยอ้ ม สื่อการเรียนรู้ 1. วิทยากร 2. เอกสารการเรียนรู้ 3. วสั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ การวดั และประเมินผล - แบบประเมนิ ผลกอ่ น/หลังเรยี น - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน - แบบประเมินชนิ้ งานทมี่ ีคุณภาพเพยี งที่จะจาหน่ายได้ การจบหลักสูตร 1. การประเมินทางทฤษฎี ร้อยละ 80 2. การประเมินเวลาเรยี น ร้อยละ 80 3. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ จากช้ินผลงานหรอื กจิ กรรมที่ปฏบิ ัตไิ ดแ้ ก่ - ความสวยงาม ร้อยละ 40 - ความคิดสรา้ งสรรค์ ร้อยละ 30 - ความสนใจ ความรับผดิ ชอบในเวลาเรยี น ร้อยละ 30 เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 1. หลักฐานการประเมนิ ผล 2. ชนิ้ ผลงาน การเทียบโอน ผูเ้ รียนท่ีจบหลกั สูตรน้ีสามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนรู้กับหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการประกอบอาชีพรายวิชาเลือกที่สถานศึกษาได้จัดทา ขึ้นในระดับระดับหน่ึง
319 หลกั สูตรการพบั ดอกบัวจากสลากกนิ แบง่ รฐั บาล จานวน 12 ชัว่ โมง กลมุ่ อาชีพความคดิ สร้างสรรค์ หลักการ การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้มคี วามรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงาน และ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ สานักงาน กศน. จึงได้กาหนดหลักการในการจัดทาแผนพัฒนา การศึกษาอาชีพ เพ่ือการมีงานทา ไว้ว่า ต้องเป็นการดาเนินงานท่ีมีความยืดหยุ่นด้านหลักสูตร การจัด กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมท้ังเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่าง ๆ กศน. อาเภอสามพราน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการจดั การศึกษาให้กบั กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ไม่มีอาชีพ หรือผู้มีอาชีพ และต้องการพัฒนาอาชีพของตนให้มีความม่ันคง จึงได้จัดทาหลักสูตร การประกอบอาชพี การพบั ดอกบัวจากสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น เพ่ือเปน็ ช่องทางหนึ่งในการลดรายจ่ายใน ครอบครัว และสามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยเน้นให้ กลมุ่ เป้าหมายประชาชนในพ้นื ท่ตี าบลทา่ ตลาด หลักการของหลักสูตร 1. เปน็ หลักสูตรทเ่ี นน้ การบรู ณาการเน้ือหาสาระภาคทฤษฎีควบคไู่ ปกับการฝึกปฏบิ ตั จิ ริง ผเู้ รียนสามารถนาความรู้ และประสบการณ์ท่ไี ด้รบั ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี ได้อย่างมี คณุ ภาพและมีคณุ ธรรมจริยธรรม 2. เป็นหลกั สตู รทย่ี ดื หยุ่น ท้งั เน้อื หา ระยะเวลาเรียน และการจดั กระบวนการเรยี นรู้ 3. เป็นการส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์มีการนาเอาวัสดุทม่ี ีในท้องถิ่นมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์มากทส่ี ุด จุดมุง่ หมาย 1. เป็นหลักสตู รการประกอบอาชพี ทีท่ าใหเ้ กิดความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ 2. เปน็ หลักสตู รทยี่ ืดหยุน่ ทงั้ เนื้อหา ระยะเวลาเรียน และการจัดกระบวนการเรียนรู้ วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือให้ผ้เู รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการพบั ดอกบวั จากสลากกินแบ่งรฐั บาลได้ ถูกต้อง 2. เพ่ือใหผ้ ้เู รียนสามารถการพับดอกบวั จากสลากกินแบง่ รัฐบาลได้
320 กลุม่ เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย คือประชาชนทวั่ ไป 1. ผู้ท่ีไมม่ ีอาชพี 2. ผู้ท่ีมอี าชพี และตอ้ งการทาอาชพี เสริม ระยะเวลาเรยี น จานวน 12 ชวั่ โมง 1. ภาคทฤษฎี 2 ช่วั โมง 2. ภาคปฏบิ ตั ิ 10 ชว่ั โมง โครงสรา้ งหลกั สตู ร เรือ่ งท่ี 1 ชอ่ งทางการประกอบอาชพี การพับดอกบัวจากสลากกินแบ่งรฐั บาล จานวน 2 ชว่ั โมง 1. ความสาคัญในการการพับดอกบัวจากสลากกินแบง่ รฐั บาล 2. แหล่งเรียนรู้เก่ยี วกับการพับดอกบวั จากสลากกินแบง่ รฐั บาล 3. รูปแบบ วธิ กี ารประกอบอาชีพการพบั ดอกบวั จากสลากกินแบ่งรัฐบาล เรอ่ื งท่ี 2 ทักษะการประกอบอาชีพการพบั ดอกบวั จากสลากกินแบ่งรฐั บาล 1. วสั ดุและอุปกรณ์ในการพับดอกบวั จากสลากกินแบ่งรฐั บาล 2. การเตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์การพับดอกบัวจากสลากกินแบ่งรฐั บาล 3. การพบั ดอกบัวจากสลากกินแบง่ รัฐบาล 4. ฝกึ ปฏิบตั ิการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์การพบั ดอกบวั จากสลากกิน แบง่ รฐั บาลเปน็ รปู แบบต่าง ๆ ได้ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ 1. การบรรยาย 2. การสาธิต 3. การฝกึ ปฏบิ ัติจริง สือ่ การเรียนรู้ 1. ศกึ ษาเอกสาร / ใบความรู้ 2. ศกึ ษาจากแหล่งเรยี นรู้ในชุมชน /วทิ ยากร /ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ การวัดและประเมินผล 1. การประเมินความรูภ้ าคทฤษฎีระหวา่ งเรียน 2. การประเมินผลงานการปฏบิ ัติระหวา่ งเรยี นความสาเร็จของการปฏิบัติ
321 การจบหลักสตู ร 1. มเี วลาเรยี น ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 2. มผี ลการประเมนิ ตลอดหลกั สูตร ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 เอกสารหลักฐานการศึกษา หลกั ฐานการประเมนิ ผลงานตามหลกั การของหลักสตู ร การเทียบโอน ผ้เู รยี นที่จบหลักสูตรน้ีสามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นรกู้ ับหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวิชาเลือกที่สถานศึกษาได้ จัดทาข้นึ
322 ภาคผนวก
323 ประกาศศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพราน เรอื่ ง คณะทป่ี รึกษาจดั ทาหลักสูตรการศึกษาอาชีพ (กลมุ่ สนใจ) ........................................................... ด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพรานจะดาเนินการจัดทา หลักสูตรการศึกษาอาชีพ (กลุ่มสนใจ) โดยนาหลักสตู รมาปรับปรงุ แกไ้ ข และพัฒนาให้มคี วามทันสมัย ต่อการเปล่ียนแปลงในปัจจุบัน เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนหรือกลุ่มเป้าหมายประชาชนท่ีอบรมจนจบ หลกั สูตร มีความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะไปตอ่ ยอด และพัฒนาอาชีพ เพอ่ื สร้างรายได้สาหรบั ตนเอง และ ครอบครัวได้ ซึ่งมคี ณะทป่ี รกึ ษาจดั ทาหลกั สตู รการศึกษาอาชพี (กลุ่มสนใจ) ดังตอ่ ไปน้ี 1. ที่ปรกึ ษา ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั นครปฐม 1.1 นายเอกราช ชวีวัฒน์ รองผอู้ านวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดนครปฐม 1.2 นางอัญชลี ปสนั ตา 2. ผู้รว่ มให้ขอ้ มูลหลกั สตู รการศกึ ษาอาชีพ (กลุ่มสนใจ) 2.1 นางนภาพัฒน์ ประเสรฐิ พงษ์ ตาแหนง่ วทิ ยากร หลักสตู รการทาน้ามนั สมุนไพร 2.2 นางสมุ าลี รอดอนนั ต์ ตาแหน่ง วิทยากร หลกั สตู รการทาสมุนไพรไลย่ ุง 2.3 นางสาวนภาพร พฒั นนันทพันธ์ ตาแหน่ง วทิ ยากร หลักสูตรผ้าด้นมือ (กระเป๋าปนิ่ โต) หลกั สูตรการทาริบบิน้ 2.4 นางพรรณศิริ ชุนถนอม ตาแหนง่ วิทยากร หลักสตู รการทาลูกประคบ 2.5 นางวไิ ล สร้อยมณี ตาแหนง่ วิทยากร หลักสูตรการทาลูกประคบ 2.6 นางจาเนียร ฉมิ พระคณุ ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สูตรการแปรรูปผลไม้ หลกั สตู รการสานตะกรา้ จากทางมะพรา้ ว 2.7 นางอทุ ยั ธญั ญผล ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรก๋วยเต๋ยี วลุยสวน หลักสูตรการทาสลัดโรล หลักสตู รอาหารว่าง หลักสตู รตกแตง่ กระเป๋าผ้า 2.8 นางสุมาลี รอดอนนั ต์ ตาแหนง่ วิทยากร หลักสูตรก๋วยเตย๋ี วลุยสวน 2.9 นางสาวมรกต ธงแกว้ ตาแหนง่ วทิ ยากร หลักสตู รขนมไทย 2.10 นางลัดดา โสมะภรี ์ ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สตู รขนมไทย 2.11 นางเพชรน้าหนึง่ แก้วศรีงาม ตาแหน่ง วิทยากร อาหาร-ขนม 2.12 นางกาญจนา ยิม้ ขลิบ ตาแหนง่ วทิ ยากร อาหาร-ขนม 2.13 นางสาวภสั มพร อน้ วงษา ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรอาหารเพ่อื สุขภาพ 2.14 นางบญุ สม เพช็ รสนี วล ตาแหนง่ วิทยากร หลักสตู รการทาขนมจบี 2.15 นางสาววินทศั น์ ลิม้ รักษา ตาแหนง่ วิทยากร หลักสตู รอาหารวา่ ง 2.16 นางศิริลักษณ์…
324 -2- 2.16 นางศิรลิ กั ษณ์ ชูศริ ิ ตาแหน่ง วิทยากร หลกั สตู รอาหารวา่ ง หลกั สตู ร อาหาร-ขนม ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สูตรอาหารวา่ ง 2.17 นางบญุ ทรัพย์ อาจนอ้ ย ตาแหน่ง วิทยากร หลกั สตู รอาหารว่าง 2.18 นางเพชรลัดดา ไทยสมบูรณ์ 2.19 นางบญุ สม เพช็ รสีนวล ตาแหน่ง วทิ ยากร หลักสตู รการทาครองแครง 2.20 นางโสภา โมบณั ฑิตย์ ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สตู รการทาเผือกกวน 2.21 นางชูศรี จรดล ตาแหน่ง วทิ ยากร หลกั สตู รการทาวุน้ หน้า หลักสูตรการทาพวงมะโหด 2.22 นางมนต์ จรดล ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สตู รการทาสาคไู ส้หมู 2.23 นางสาวบณั พร ปันแอ ตาแหนง่ วิทยากร หลักสตู รการทาแซนด์วชิ หลักสตู รอาหารว่าง 2.24 นางน้องนชุ เหมือนดี ตาแหน่ง วทิ ยากร หลักสูตรขนมหวาน หลักสูตร อาหารว่าง 2.25 นางรมั ภา สงคท์ งุ่ ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรการทาน้าสมนุ ไพรเพอ่ื สขุ ภาพ 2.26 นางสาวณภสั ญาณ์ ประเสรฐิ พงษ์ ตาแหนง่ วทิ ยากร หลกั สูตรน้าสมนุ ไพรเพื่อสขุ ภาพ หลกั สตู รการจัดสวนในขวดแก้ว 2.27 นายลาจวน โสมะภรี ์ ตาแหน่ง วทิ ยากร อาหารไทย 2.28 นางสาวนนั ทพร ทองสิมา ตาแหนง่ วทิ ยากร หลกั สตู รการทาน้าเตา้ หูปลาท่องโก๋ 2.29 นางสาวณฐั ฐาวลัญช์ จนี ประชา ตาแหน่ง วทิ ยากร หลกั สตู รการทามะกรูดใบเตย หลักสตู รการพบั เหรยี ญโปรยทาน หลักสตู รขนมหวาน 2.30 นางสาวสรุ ิสา อสู่ ุวรรณ ตาแหนง่ วิทยากร หลักสตู รการพับเหรียญโปรยทาน 2.31 นางสาวศศธิ ร แซ่แต้ ตาแหน่ง วทิ ยากร หลักสูตรการพับเหรียญโปรยทาน การประดิษฐข์ องชารว่ ย 2.32 นางนภิ าภรณ์ พูลสมบตั ิ ตาแหนง่ วทิ ยากร หลักสตู รการพบั เหรียญโปรยทาน หลกั สูตรอาหารว่าง 2.33 นางเอือ้ มพร บูป๊ ระเสรฐิ ตาแหนง่ วทิ ยากร หลักสูตรการพับเหรียญโปรยทาน หลักสตู รขนมหวาน 2.34 นางสาวขวญั เรือน เพ็ชรสนี วล ตาแหน่ง วิทยากร หลกั สูตรการสานตะกรา้ จาก ทางมะพร้าว 2.35 นางลูกจันทร์ แกว้ เกร็ด ตาแหน่ง วิทยากร หลักสตู รการทาหมอนเพ่ือสขุ ภาพ 2.36 นางสาวณฐั ฐาวลญั ช…์
325 -3- 2.36 นางสาวณัฐฐาวลัญช์ จนี ประชา ตาแหนง่ วทิ ยากร หลกั สตู รการทามะกรูดใบเตย 2.37 นางลูกจนั ทร์ แก้วเกรด็ ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สตู รการทามะกรูดใบเตย 2.38 นางกมลวรรณ สวสั ด์ิพรปิติ ตาแหน่ง วทิ ยากร หลกั สูตรการทาของชาร่วย 2.39 นางสาวชฎาพร บตุ รดี ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรการแกะสลัก หลักสตู ร การทากล้วยปง้ิ การปลกู ไมแ้ ขวน การทานา้ ยาใต้ 2.40 นายฌาญา ปานเจรญิ ตาแหน่ง วทิ ยากร หลกั สตู รการทาไม้แขวน 2.41 นางทองดี ฟกั สกุล ตาแหนง่ วิทยากร หลกั สตู รการประดิษฐ์ดอกไม้จาก กระดาษ 2.42 นางสาวลาวลั ย์ โพธิศ์ รที อง ตาแหน่ง วทิ ยากร หลักสตู รการจับจบี ผ้าปูโต๊ะ 2.43 นางสาวจนั ทนท์ พิ พวงสุดรัก ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรผ้าเชด็ หนา้ 2.44 นางสาวณฐั รินทร์ นธิ เิ ลิศวราพร ตาแหน่ง วิทยากร หลักสูตรเครื่องแขวนตาข่ายหน้าช้าง ประกาศ ณ วนั ท่ี 27 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562. (นายสมมาตร คงชน่ื สิน) ผู้อานวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสามพราน
326 คำสัง่ ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศัยอำเภอสำมพรำน ท่ี 214/2562 เรือ่ ง แตง่ ต้ังคณะกรรมกำรจัดทำหลักสูตรกำรศึกษำอำชีพ (กลมุ่ สนใจ) ………………………………………….. ด้วยศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสำมพรำนจะดำเนินกำร จัดทำหลักสูตรกำรศึกษำอำชีพ (กลุ่มสนใจ) โดยนำหลักสูตรมำปรับปรุง แก้ไข และพัฒนำให้มี ควำมทันสมัยต่อกำรเปล่ียนแปลงในปัจจุบัน เพ่ือมุ่งเน้นให้ผู้เรียนหรอื กล่มุ เป้ำหมำยประชำชนท่ีเรียน จบหลักสูตร มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ทักษะไปต่อยอด และพัฒนำอำชีพ เพื่อสร้ำงรำยได้สำหรับตนเอง และครอบครัว จงึ แตง่ ต้งั คณะกรรมกำรจัดทำหลกั สตู รกำรศกึ ษำอำชีพ (กลุ่มสนใจ) ดังตอ่ ไปนี้ 1. คณะกรรมกำรทีป่ รึกษำ ประกอบด้วย 1.1 นำยสมมำตร คงชน่ื สนิ ผู้อำนวยกำร กศน.อำเภอสำมพรำน 1.2 นำงสวุ ลยั แจ่มจันทร์เกษม ครู ชำนำญกำรพิเศษ 1.3 นำงสำวผณินทร มำยนื ยง ครู ชำนำญกำรพเิ ศษ 1.4 นำงอรวรรณ มหำยศนนั ท์ ครู ชำนำญกำร 1.5 นำงสำววรภทั ร บุณยพรหม บรรณำรักษ์ชำนำญกำร 1.6 นำงประคองศรี โพธิเ์ พชร์ ครูอำสำสมัครฯ 2. คณะกรรมกำรดำ้ นเน้ือหำและเรยี บเรียง ประกอบด้วย 2.1 นำยสมมำตร คงชื่นสิน ผอู้ ำนวยกำรศูนยฯ์ ประธำนกรรมกำร 2.2 นำงสุวลัย แจม่ จันทรเ์ กษม ครู ชำนำญกำร กรรมกำร 2.3 นำยภีระ มำยืนยง ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.4 นำงบษุ กร พรมเพียงช้ำง ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.5 นำงสำวอญั ชลีย์ ว่องไว ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.6 นำงสำวชญำนชุ ชน้ิ จ้นิ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.7 นำงสำวนำฏยำ พรมพนั ธ์ุ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.8 นำงสำวจิตรำ เซีย่ งเทศ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.9 นำงวนั เพญ็ ปน่ิ ทอง ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.10 นำงสำวจนิ ตนำ โพธ์ิศรที อง ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.11 นำงอำรรี ัตน์…
327 -2- 2.11 นำงอำรีรัตน์ พทุ ธรกั ษำ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.12 นำงสำวทัตติยำ น้อยพิทกั ษ์ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.13 นำงอำรีย์ ศรีทิพย์ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.14 นำยวรพจน์ ศรเี พ็ชรธ์ ำรำพนั ธ์ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.15 นำงสำวจฑุ ำรัตน์ บุญปลกู ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.16 นำงสำวญำณิศำ หมืน่ จง ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.17 นำงสำวอนงค์ พ่วงทรัพยส์ ิน ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.18 นำยเมธำ ประชมุ พันธุ์ ครู กศน. ตำบล กรรมกำร 2.19 นำงประคองศรี โพธิ์เพชร์ ครูอำสำสมัคร กศน. กรรมกำรและเลขำนุกำร 2.20 นำยมำนพ ปรำชญ์อภญิ ญำ ครศู ูนยก์ ำรเรียนชุมชน กรรมกำรและผชู้ ่วยเลขำนุกำร 3. คณะกรรมกำรบรรณำธกิ ำรประกอบดว้ ย ประกอบด้วย 2.1 นำยสมมำตร คงช่ืนสิน ผู้อำนวยกำรศนู ยฯ์ ประธำนกรรมกำร กรรมกำร 2.2 นำงสุวลัย แจ่มจนั ทร์เกษม ครู ชำนำญกำร กรรมกำรและเลขำนุกำร กรรมกำรและผชู้ ว่ ยเลขำนุกำร 2.3 นำงประคองศรี โพธ์เิ พชร์ ครูอำสำสมัคร กศน. 2.4 นำยมำนพ ปรำชญ์อภิญญำ ครูศนู ยก์ ำรเรียนชุมชน ให้ผู้ที่ได้รับกำรแต่งต้ังเป็นคณะกรรมกำรตำมคำสั่ง ปฏิบัติหน้ำท่ีให้บรรลุวัตถุประสงค์ และบังเกดิ ผลดีตอ่ ทำงรำชกำร ทงั้ น้ี ต้ังแตว่ ันที่ 27 เดอื น ธันวำคม พ. ศ. 2562 สัง่ ณ วนั ที่ 27 เดือน ธันวำคม พ. ศ. 2562 (นำยสมมำตร คงชน่ื สนิ ) ผู้อำนวยกำรศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสำมพรำน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344