Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มุฮัมมัด (ศ.) รัศมีนิรันดร 1

มุฮัมมัด (ศ.) รัศมีนิรันดร 1

Published by thaiislamlib.com, 2022-06-09 03:54:34

Description: ประวัติท่านศาสดามุฮำมัด(ศ)แบบละเอียด

Search

Read the Text Version

สถานท่ีเปนท่ีเคารพสักการบูชาของชาวเยเมนแทนการไปเย่ียมเยียน กะอฺบะฮฺ และจะทํากลายเปน ศูนยร วมจิตใจของประชาชนในภมู ภิ าคน้ีแทนกะบะฮใฺ หไ ด หลังจากขาวน้ไี ดแพรกระจายออกไปทาํ ใหช าวอาหรับเกิดความไมพอใจและลุกข้ึนตอตาน จนในคืนหน่ึงมีหญิงจากเผาบนีอัฟก็อม ไดแอบเขาไปในมหาวรวิหารน้นั แลวนําสิ่งสกปรกไปปาย ตามกําแพง และตัวอาคารของมหาวรวิหารน้ัน ซึ่งการทําเชนน้ีเปนการแสดงใหเห็นถึงการตอตาน และการต้ังตวั เปนศัตรูของชาวอาหรับตอมหาวรวิหารน้ีถึงมีการประดับประดาภายนอกใหสวยงาม สักเพียงใดก็ตาม ซ่ึงทุกคนก็มุงหนาไปยังมักกะฮฺและมีความสัมพันธกับบานของอัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) มากย่ิงข้ึน ซึ่งสิ่งนี้สรางความโกรธคนใหกับอับรอฮะฮฺเปนอยางมาก เขาจึงสาบานกับตนเองวาเขา จะเปนผูทําลายกะอฺบะฮุดวยกับมือของเขาเอง การตัดสินใจของเขาในคร้ังน้ีทําใหเขาตองจัดทัพละ ตัดสินมุงหนาสูกะอฺบะฮฺดวยกับกองทัพชางทันที เมื่อขาวการยกทัพมาของอับรอฮะฮฺ ถูกเผยแพร กระจายไปในหมูอาหรับจนมีการกลาวถึงขั้นที่วาคงจะหมดยุคชองพวกอาหรับเปนแนแท เหตุผลที่ เขาพดู เชนน้ันอัน เน่ืองจากศักยภาพในการทําสงครามของเขาในอดีตพรอมกับกองทัพที่ทรงอานุภาพยิ่ง แตถึง อยางไร ในเสนทางที่อับรอฮะฮฺ ยกทัพมานั้น ก็ถูกตอตานจากเผาตางๆของชาวอาหรับ ซึ่งในเผา เหลานั้นก็คือเผาของหัวหนาเผาคนหน่ึงที่มีเกียรติของเยเมนชื่อ ซูนะฟร เขาไดลุกข้ึนเรียกรองและ ตอ สูอยา งกลา หาญกบั อับรอฮะฮฺแตไ็ มส ามารถตา นความแขง็ แกรง ของกองทัพอับรอฮะฮฺไดในท่ีสุด ตอมานะฟร บินฮะบีบกไ็ ดล กุ ขน้ึ ตอสแู ตก ไ็ มน านนักถูกอบั รอฮะฮฺตีแตกยอยยับและตัวของเขาเองก็ ถูกจับเปนเชลย และในที่สุดดมีการรองขออับรอฮะฮฺใหปลอยตัวเขาเปนอิสระ โดยอับรอฮะฮฺไดต้ัง เง่ือนไขวา เขาจะยอมปลอยตัวนะฟรหากเขาสามารถพากองทัพไปถึงมักกะฮฺเม่ือนะฟรไดพา กองทัพอับรอฮะฮฺ ไปถึงออิฟ เขาไดมอบการนําทัพใหกับเพื่อนของเขาช่ืออัยวั้รฆอลเปนผูนําทาง ใหกับรอฮะฮฺเปนคนตอไปและกองทัพอับรอฮะฮฺไดตั้งทัพอยูรอบเมืองมักกะฮฺและอับรอฮะฮฺ ก็ได ทําตามประเพณีอันเกาแกของเขาดวยการสงทหารบางสวนเพื่อไปยึดอูฐและบรรดาปศุสัตวของ ชาวเมืองมักกะฮฺ ซึ่ง ๒๐๐ ตัว จากบรรดาอูฐเหลานั้นเปนของอับดุลมุฏฏอลิบ หลังจากที่ไดยึดอูฐ

เหลาน้ันมาอับรอฮะฮฺ ก็ไดสงแมทัพคนสนิทของเขาที่มีชื่อวาฮะนาเฏาะฮฺนําคํากลาวของเขาไปแจง แกผนู ําของชาวกเุ รชซึง่ เปน ผูน าํ ของมกั กะฮฺ ซ่ึงเขาไดก ลา วกับแม ทัพคนสนิทวาเบื้องหนาของขาคือภาพของการถูกทําลายของกะอฺบะฮฺ แนนอนในการเริ่มตองมีการ ลุกข้ึนตอสูของชาวกุเรช แตเพื่อไมใหเลือดของชาวกุเรชตองหลั่งบนพ้ืนแผนดินน้ีใหเจาไปหา หัวหนาของพวกเขา แลวบอกถึงวัตถุสประสงคในการยกทัพมาของขาในครั้งน้ีวาเพื่อทําลายตัว กะอฺบะฮอฺ ยา งเดียวโดยไมตอ งทาํ สงครามกับใคร ดังน้ันหากไมม ีการตอตานจากผูใดทุกคนจะไดรับ ความปลอดภยั เม่ือแมทัพของอับรอฮะฮฺเขามายังมักกะฮฺก็ไดถามถึงหัวหนาของชาวกุเรช และไดรับการ ชแ้ี นะใหไปยังบา นของอับดลุ มฏุ ฏอลบิ เมือ่ อับดุลมุฏฏอลบิ ไดฟ ง สารของอับรอ ฮะฮฺเขาจึงไดพูดกับ แมทัพของอับรอฮะฮฺวาเราจะไมลึกขึ้นตอสูเพื่อกะอฺบะฮฺ เพราะกะอฺบะฮฺเปนบานของพระเจาท่ีถูก สรางดวยอิบรอฮีม หากพระองคเห็นควรอยางไรก็ยอมเปนไปตามท่ีพระองคทรงประสงค เม่ือแม ทัพของอับรอ ฮะฮฺไดยนิ คาํ พดู ที่โอนโยนของอบั ดลุ มุฏฏอลิบก็เขาใจไดทันทีวาจะไมมีการตอตานของชาวกุเรช แมทัพคนดังกลาวจึงชวนอับดุล มฏุ ฏอลิบไปยังฐานทพั ของอบั รอ ฮะฮดฺ ว ยกัน อบั ดุลมฏุ ฏอลบิ กบั การไปเจออบั รอ ฮะฮฺ อับดุลมุฏฏอลิบพรอมดวยบุตรบางคนของทานเดดินทางไปยังทัพฐานทัพของอับรอฮะฮฺ อันเนื่องดวยความยงใหญในช่ือเสยี งของอบั ดลุ มฏุ ฏอลบิ ทาํ ใหอ อั รออะฮฺออกมาตอนรับดวยตนเอง และนําทานไปยังท่ีพํานักของเขาทันที แลวอับรอฮะฮฺก็ไดถามดวยมารยาทวามาที่น่ีมีจุดปะสงคอัน ใดหรือ อับดุลมุฏฏอลิบไดตอบแก อับรอฮะฮฺวา ฉันมาเพ่ือทวงถามถึงอูฐและปศุสัตวที่ทหารของ ทานไดยึดมาจากชาวบาน ซึ่งในบรรดาของสัตวเหลาน้ันมีอูฐของฉันรวมอยูดวย ๑๐๐ ตัว สิ่งที่ขา ตอ งการกค็ ือใหท า นออกคาํ ส่งั คนื สตั วท ้งั หมดใหแ กเ จาของๆมัน เมื่ออับรอฮะฮฺไดเชนน้ันก็ไดกลาว ขึ้นทันทีวา จากใบหนาที่เติมไปดวยบารมีเย่ียงทานฉันคิดวาทานมาเพื่อตองการที่จะเจราเร่ืองการ ทําลายกะอฺบะฮอฺ นั เปน จดุ ประสงคห ลักของคา แตท านกับพดู ถึงอูฐ อนั ไรคาอันไมก่ีตัวอันน้ันหรือ ?

! อบั ดลุ มฏุ ฏอลิบพดู หนง่ึ ประโยคตอหนาอับรอฮะฮฺ ซ่ึงเปนประโยคที่คงความยิ่งใหญไวใหแกทาน จวบจนถึงทุกวันนี้ ดวยประโยคท่ีวา “ ฉันคือผูดูแลฝูงแกะและสําหรับอาคารหลังนั้นก็มีพระผู อภบิ าลดแู ล พระองคท รงปกปองอาคารนี้เอง” ความวา ฉันคือเปนเจาของๆอูฐสวนกะอฺบะฮฺก็มีเจาของๆมันซ่ึงพระองคยอมปกปองบาน ของพระองคจากผูรุกลานเปนแน เม่ืออับรอฮะฮฺไดยินประโยคน้ีเขาก็พยักหนาดวยความย่ิงทระนง แลวกลาววา ขาม่ันใจวาไมมีผูใดสามารถยับย้ังการงานของขาในครงนี้ไดอีกแลว หลังจากน้ันขาก็ ไดสัง่ ทหารใหคนื ทรพั ยส ินทยี่ ึดมาใหแ กอ บั ดุลมุฏฏอลิบทง้ั หมด กเุ รชกบั การรอคอยการกลบั มาของอบั ดุลมุฏฏอลบิ ชาวกุเรชตางรอคอบการกลับมาของอับดุลมุฏฏอลิบเพื่อรับฟงบทสรุปการเจรจาระหวาง เขากบั ศัตรูผรู ุกราน เม่ืออับดลุ มฏุ ฏอลบิ ไดกลบั มาถึง กไ็ ดกลา วกับชาวกเุ รชใหพ วกทานรีบนําสตั วและส่งิ ของตา งๆ ออกจากบานเพื่อนําไปยังภูเขาที่อยูรอบเมือง มักกะฮฺ เพราะสถานที่ดังกลาวเปนท่ีปลอดภัยสําหรับ พวกเราทกุ คน เมื่อขา วนแ้ี พรอ อกไปไมนานนกั ชาวบานไดละท้งิ บานเรืองของตัวเองแลวไปรวมตัว ที่เชงิ เขา ในคืนน้ัน เสียงรองของบรรดาเด็กๆ สตรี และสัตวตางๆ ไดดังออกมาจากภูเขารอบๆ กะอฺบะฮฺอันเปนที่พํานักชั่วคราวของชาวมักกะฮฺและในตอนดึกของคืนนั้น อับดุลมุฏฏอลิบกับ สหายบางคนก็ไดลงมายังมหาวรวิหารกะอฺบะฮฺแลวทานก็ไดเอามือแนบยังตัวกะอฺบะฮฺแลวกลาววา “โอขาแตพระองคความหวังของขาแตความอยูรอดของกะอฺบะฮฺ มีเพียงพระองคเทาน้ันท่ีเปน ความหวงั ศตั รูของกะอฺบะฮฺก็คือศัตรูของพระองค จงยับย้ังการกระทําอันชั่วรายของพวกเขาตอบาน พระองคดวยเถิด บาวของพระองคจะปกปองบานของตัวเอง พระองคก็ยอมปกปองบานของ พระองคเ ชนกนั แลวอยาทําใหว นั ทม่ี กางเขนอยูเหนือกะอฺบะฮฺเกิดขึ้นอยางเด็ดขาด” ตอจากน้ันพวก เขาก็ไดข น้ึ กลบั ไปยังภเู ขาอีกครั้งหน่ึง

เมือแสงอรุณไดปรากดขอบฟาอับรอฮะฮฺไดบรรชาใหกองทัพเตรียมพรอเต็มกําลังเพ่ือบด ขยี้กะอฺบะฮฺนัทนที แตในทันใดนันเองปรากฏมีนกฝูงหน่ึงบินมาทิศท่ีติดกับทะเลลซึ่งในปากของ นกเหลานั้นทุกตัวไดคาบกอนหินเล็กๆมา ๑ กอน แลวมันกไดทิ้งลงบนกองทัพของอับรอฮะฮฺ หิน กอนเล็กแตก็มีผลตอบสนองมหาศาลจนสรางความเสียหายของกองทัพอับรอฮะฮฺเปนอยางมาก อับ รอฮะฮฺไดมองดูทหารของตนลมลงกับพื้นคนแลวคนเลาเฉก เชนใบไมกําลังลวงหลนจากตนฉันใด ฉันนั้น และมองเห็นความพินาศของกองทัพตัวเองที่อยูเบ้ืองหนา เขาจึงส่ังใหทหารที่เหลืออยูมา รักขาเขาแลวถอยกองทพั ของเขากลบั สูเยเมนทันที แตในชว งขณะน้ันเองกอนหิน ๑ กอนก็ตกลงบน ศีรษะของอับรอฮะฮฺ ความหวาดกลัวไดผุดข้ึนในหัวใจของเขาทันทีและเขาก็ม่ันใจวานี่คือผลจาก แรงพิโรธของพระผูเปนเจา เขาและทหารท่ีเหลืออยูก็ไดยกทัพกลับไปทันที แตในระหวางทางกลับ อนั เนอ่ื งจากบาทแผลทําใหทหารท่เี หลอื อยขู องอบั รอฮะฮไฺ ดเสยี ชวี ิตคนแลว คนเลา แมแตตัวของ อับรอฮะฮฺเอง ตามรายการไดกลาวไววา เนื้อของไดหลุดไปเปนช้ินๆออกจากรางแลวเขาก็ได เสียชีวิตในทส่ี ดุ เหตุการณน้ีไดสรางแปลกประหลาดใหแกมนุษยชาติเปนอยางมากดังที่พระมหาคัมภีรอลั - กรุอานไดกลาวถึงเหตุการณในซูเราะหฟลวา “เจาไมรูหรือองคอภิบาลของเจาไดกระทํากับสาวก ของชางอยา งไร โดยทรงสงนกเปน ฝูงๆใหโ จมตพี วกเขา มันนาํ กอ นหินจากนรกซิจญีนมาขวางพวก เขาแลว พระองคก็ทรงบันดาลพวกเขาทีม่ สี ภาพประหน่ึงใบพชื ทถ่ี กู กนิ ” เรื่องราวท่ีเรากลาวมาทั้งหมดนเี้ ปนสวนหนึ่งท่ีบันทึกไวในประวัติศาสตรของอิสลาม และ พระดํารัสท่มี ีอยใู นอัลกุรอาน หลังการพายแพของอบั รอฮะฮฺ การเสียชีวิตของอับรอฮะฮฺและการพังพินาศของศตั รูแหงกะอฺบะฮฺและชาวกุเรช ทําใหชาว มักกะฮฺและกะอฺบะฮฺเปนบุคคลที่ย่ิงใหญในสายตาของพวกอาหรับ ซ่ึงไมมีผูใดกลาโจมตีชาวกุเร

ชอีกเลยและไมกลาท่ีจะคิดทําลายบานแหงเอกภาพอีกเลยซ่ึงประชาชนตางคิดวาพระองค อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไดทําลายลางศัตรู หมายเลขหน่ึงของชาวกุเรชอันเนื่องจากเกียรติของกะอฺบะฮฺและความยิ่งใหญของชาวกุเรช ซึ่งมีนอยนิดท่ีจะคิดวาเหตุการณครั้งน้ีเปนการปกปองตัวกะอฺบะฮฺเพียงอยางเดียวโดยไมมีความ ย่งิ ใหญข องชาวกุเรชเขามาของเกี่ยวที่มตี อ พระองค ชัยชนะที่ปราศจากเลือดเน้ือของชาวกุเรชในคร้ังน้ี สรางแนวความคิดใหญใหแกชาวกุเรช สรางความทะนงตนใหแกพวกเขาวาพระเจาใหเกียรติเขามากกวากลุมชนอ่ืน และคิดวาพระเจาท้ัง ๓๖๐ เทวรูป ที่เรียงรายอยูในกะอฺบะฮฺคือผูปกปองพวกเขา ดวยเหตุน้ีเองพวกเขาก็ตางมีการเฉลิม ฉลองมีการจัดงานรน่ื เรงิ และไดมีการดมื่ สรุ า ส่งิ มนึ เมาไปรอบๆ กะอฺบะฮฺ ความชั่วรายเหลานี้ไดเกิดขึ้นเพื่อแสดงใหเห็นถึงการวาระของการมาของการปกครองที่ ย่ิงใหญแหงโลกนี้ ซึ่งในชวงบ้ันปลายแหงชีวิตของวะรอเกาะฮฺซึ่งเปนผูรูในหมูอาหรับเขาได ยอมรับศาสนาคริสเตียนและไดศึกษาคัมภีรอินญี้ลและไดกลาวถึงการมีอยูของพระเจาและการมา ของบรรดาพระศาสดาท้ังหลาย แตการเผยแพรของเขาก็ไดรับการตอตานจากฟรอูนแหงมักกะฮฺอบูซุฟยานโดยเขากลาววา เราชาว มักกะฮฺไมม ีความจําเปนในอัลลอฮฺ ไมม คี วามจําเปน ตองมีศาสดาเพราะพวกเรามีเทวรูปคอยปกปอง อยูแลว ๖. อับดุลลอฮบฺ ดิ าแหง ศาสนาฑูต ในวันซางอับดุลมุฏฏอลิบไดแลกชีวิตบุตรชายของตัวเองดวยกับอูฐ ๑๐๐ ตัว เพ่ือหนทาง ของพระผเู ปนเจา โดยท่ีอายุของอับดุลลอฮฺยังไมถึง ๒๐ ป เหตุการณณ คร้ังน้ันเปนสาเหตุที่ทําใหอับ ดลุ ลอฮฺเปนทร่ี จู ักและกลาวขานกันในหมูชาวกุเรช และเปนบุคคลที่มีเกียรติและเปนท่รี ักในหมูช าว กเุ รช วันหน่ึงขณะที่อับดุลลอฮฺไปยังสถานที่ท่ีใชสําหรับการเชือดพลีดวยความรูสึกท่ีขัดแยงกัน ภายในพรอมกับบิดาของเขาน้ัน ความรูสึกหนึ่งคือใหเกียรติตอบิดา และขอบคุณในความเหน็ด เหนื่อยท่ีบิดาไดฟูมฟกเขามาฉะนน้ั ตองยอมรับแตโดยดี ทวาในอีกความรูสึกหนึ่ง ชะตากรรมน้ีได

ทําลายดอกไมแหงชีวิตในวัยหนุมท่ีกําลังผลิบานของตน คล่ืนแหงความสับสนไดถาโถมเขามาใน หวั ใจของเขา อับดุลมุฎฎอลิบไดกําหนดวันเวลาในการเขาหอของบุคคลท้ังสองและเม่ือวันน้ันมาถึงพิธี แตงงานก็ไดจัดข้ึนที่บานของอามีนะฮฺและทั้งสองคนก็ไดใชชีวิตอยูรวมกันเปนระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งอับดุลลอฮฺไดออกไปคาขายยังซีเรียและไดเสียชีวิตระหวางทาง ทางซ่ึงรายละเอียดจะ กลาวในลําดบั ตอไป การเสยี ชวี ิตของอบั ดุลลอฮฺในเมืองยษั รบิ ( มะดีนะฮฺในอดีต ) อับดุลลอฮฺหลังจากการแตงงานไดสรางชีวิตใหกับตนเองและทําใหชีวิตการแตงงานนัน สมบูรณข้ึนดวยกับการมีภรรยาที่ดีอยางอามีนะฮฺหลังจากการแตงงาน ไมนานอับดุลลอฮฺก็ได เดนิ ทางไปยีงซเี รยี พรอม กับกองคาราวาน เพ่ือการคาขาย ซึ่งเม่ือเสียงระฆังแหงการเดินทางไดเร่ิมขึ้นอับดุลลอฮฺไดนําหัวใจ อีกหลายรอยดวงใจเดินทางรวมไปกับทานดวยซึ่งในชวงขณะน้ันเองทานหญิงอามีนะฮฺตั้งครรภ พอดี หลังจากผานไปหลาย เดือนขาวการกลับมาของกองคาราวานก็ไดกระจายไปท่ัวมักกะฮฺ ทุกคนตางรอคอยการกลับมาของ ผูนําครอบครัวซ่ึงรวมไปถึงบิดาที่แกชราและภรรยาของทานอับดุลลอฮฺดวย แตเมื่อกองคาราวาน มาถึงกลับไมพบรองรอยของอับดุลลอฮฺหลังจากการไตถามบุคคลท้ังสองไดรับขาววาระหวางการ เดนิ ทาง กลับอับดุลลอฮไฺ ดเ กิดการเจ็บปว ยข้ึนที่เมืองยัษริบ จึงปลีกตัวเองออกจากกองคาราวานเพื่อ พักรักษาตัว ขาวน้ี สรางความเสยี ใจใหก บั บคุ คลท้ังสองอยา งมาก น้าํ ตาจากดวงตาของผูเปนพอและภรรยาได เออลนออกมา อบั ดลุ มุฏฏอลิบไดมอบหมายใหบุตรชายตนโต ( ฮาริษ ) ไปยังยษั ริบเพ่ือนําตัวอับดุลลอฮฺก ลับมาอตเมื่อเขาไปถึงมะดีนะฮฺ กลับไดรับขาวการเสียชีวิตของอับดุลลอฮฺ หลังจากกองคาราวาน จากไปเพียง ๑ เดือน เขาจึงกลับมายังมักกะฮฺและแจงขาวรายใหแกผูเปนบิดาและภรรยาของอับ ดุลลอฮฺทราบ ส่ิงที่หลงเหลือไวอนุสรณจากอับดุลลอฮฺ มีเพียงอูฐ ๕ ตัว แกะอีกฝูงหนึ่ง และคนรับ ใชทม่ี ีช่ือวาอมุ มอุ ยั มัน ซึง่ เปน แมน มของทา น นบีในภายหลัง ( ๕๙ )

4 กาํ เนินศาสดา ( ศ. ) ทุกชวงการกําเนินชีวิตของบุรุษผูย่ิงใหญนั้นนาคนหาศึกษาอยางละเอียด บางทีบุคลิกภาพ ของคนคนหน่ึง มีความย่ิงใหญ และกวางขวาง ตลอดทุกชวงแหงการดําเนินชีวิต แมกระชวงวับ ทารกทีก่ ําลังด่ืมมนก็มีเรอื่ งราวทนี่ า สนใจยง่ิ ทกุ เส้ยี วแหง การดําเนนิ ชีวติ ของผูนําสังคม ผูขับเคลื่อน อารยธรรม บันทึกชีวิตของพวกเขานั้นเต็มไปดวยเรื่องราวที่พิศวงเร่ิมต้ังแตอยูในครรภของมารดา จนกระทง่ั ชวงสุดทายชวี ิตของพวกเขา อัลกุรอาน ไดกลาวถึงเร่ืองราวที่นาพิศวงของศาสดามูซา ( อ. ) ในชวงวัยเด็กวา เด็กบริ สิทธ์ิหลายรอยคนถูกตัดศีรษะ เพียงเพื่อไมใหมูซาถือกําเนิน จากคําสั่งผูมีอํานาจแหงยุค แตเมื่อ ประสงคของผูเปนเจาท่ีจะใหมูซาถือกําเนินนั้น ไมเฉพาะศัตรูจะทําอะไรเขาไมไดเทานั้น ศัตรูตัว ฉกาจ (ฟรอูน) กลับเปนผูชุบเล้ียงเขาเสียเอง อัลกุรอาน กลาววา “โดยเราไดดลใจมารดาของเจาถึง ส่ิงที่ถูกดลใจ ..โดยใหนางวางของในหีบและเอาไปปลอยในแมนํ้า ( ไนล ) แลวแมน้ําก็ซัดเขาเขา ไปติดท่ชี ายฝง ( จากน้ัน ) ศตั รขู องขากจ็ ะเกบ็ เอาเขาไป และก็ไดใหความรักจากขาแกเจา เพ่ือเจาจะ

ไดรับการเลี้ยงดูภายใตการดูแลของขา..เม่ือพี่สาวของเจาเดินไป เธอไดพูด ( กับพวกนั้น ) วาฉันจะ ชี้แนะผูเล้ียงดูเขา แกพวกทานเอาไหม ? แลวเราไดใหเจารอดพนจากความหนักใจและเราได ทดสอบเจาดวยการทดสอบหลายอยา ง แลวเจาได พํานกั อยูก บั ชาวมดั ยนั เปนเวลาหลายป ภายหลังเจา ไดกลับมาตามกําหนด (๖๐) ชวงการตั้งครรภ การถือกําเนินและการเล้ียงดูทานนบีอีซา ( อ. ) เปนที่นาพิศวงยิ่งกวา ทา นนบีมซู า (อ. ) ดงั ท่ีอัลกรุ อานไดอรรถาธิบายไวด ังนี้ “และจงกลา วถงึ ( เรอื่ งของ ) มัรยัมที่อยูใ นครรภ เมอื่ นางปก ตวั ออกจากอมูญาติของนางไป ยังสถานท่ีหนึ่งทางตะวันออก ( ของบัยตุลมักดิส ) ...แลวนางไดใชมานกั้นใหพน จากสายตาพวก เขา และเราจะไดสงวิญญาณของเรา ( ญิบรีล ) ไปยังนาง แลวไดจําแจงตนตอนาง ใหเห็นเปนชาย อยางสมบูรณ...นางกลาววา “แทจริงฉันขอความคุมครองตอพระผูทรงกรุณาปรานีใหพนจากทาน หากทา นเปน ผูยําเกรง”....เขา ( ญบิ รลี ) กลา ววา “แทจ ริงฉนั เปนเพยี งทูตแหงผูอภิบาลของเธอเพอื่ ฉนั จะใหลูกชายท่ีบริสิทธ์ิแกเธอ” ....นางกลาววา “ฉันจะมาลูกไดอยางไร ท่ังๆท่ีไมมีชายใดมาแตะ ตองฉันเลย และฉันก็ไมไดเปนหญิงชั่ว” ....เขา ( ญิบรีล ) กลาววา “กระน้ันก็เถิด พระผูอภิบาลของ เธอตรสั วามันงายสําหรับขาและเพ่ือเราจะไดใหเขาเปนสัญญาหน่ึงสําหรับมนุษยและความเปนเมตตาจาก เราและนั่นเปนเร่ืองท่ีถูกกําหนดไวแลว” ...แลวนางไดต้ังครรภ แลวนางไดปกตัวออกไปพรอมกับ

บุตรในครรภในสถานท่ีไกลแหงหน่ึง.....ความเจ็บปวดใกลคลอดทําใหนางหลบไปที่โคนตน อินทผลัม นางไดกลาวา “โอหากฉันไดตายไปเสียกอนหนานี้และฉันเปนคนไรคาถูกลืมเสียก็ดี”..... ดังนั้นเขา ( มะลัก ) ไดเรียกนางทางเบื้องลางของตนอินทผลัมวา “อยาไดเศราโศกเสียใจไปเลย แนนอนพระผูอภิบาลของเธอทรงจัดลําธารไวเบ้ืองลางของเธอแลว”..... “และจงเขยาตนอินทผลัม ใหมันเอนมาทางตัวเธอ มันจะหลนลงมาท่ีเธอเปนผลอินทผลัมที่สุกนากนิ ” ...... “ฉะนั้นเธอ จงกิน จงด่ืม และจงทําจิตใหเบิกบานเถิด หากเธอเห็นผูใดก็จงกลาววา “โอมัรยัมเอย แทจริงไดนําเร่ือง ประหลอดมาแลว”..... “โอนองหญิงของฮารูน พอของเธอมิใชเปนชายช่ัว และแมของเธอก็ไมได เปนหญงิ โฉด”.....นางชไี้ ปทางเขา “เราจะพูดกับผทู อ่ี ยใู น เปลที่เปนเด็กไดอยางไร ?” .....เขา ( อีซา ) กลาววา “แทจริงฉันเปนบาวของอัลลอฮฺพระองคทรง ประทานคัมภีรแกฉ นั และทรงใหฉันเปย ศาสดา” ( ๖๑ ) สําหรับบุคคลท่ีเชื่อตามอัลกุรอาน เตารอต และทานนบีอีซานั้นพวกเขาก็จะยืนยันในเรื่อง การถือกําเนิดของศาสดาทั้งสองน้ันได ซึ่งในกรณีน้ีพวกเขาก็ไมรูสึกประหลอดใจในเร่ืองการถือ กําเนิดของศาสดาอิสลามเพราะเปนเรื่องท่ีรับรูกันท่ัวไป เราขอสรุปจากหนังสือประวัติศาสตรและ การรายงานเรือ่ งราวดงั ตอ ไปน้ี เม่ือทานศาสดาอิสลามไดถือกําเนิดมานั้น โคมไฟระยาของจักรพรรด์ิคุซโรตกลงมาแตก ละเอียด ไฟบูชาของพวกบูชาไฟดับมอดลง ทะเลสาบซอเวะฮฺแหงสนิท บรรดาเจร็ดของวิหารของ มักกะฮฺลม คลืนลงมา มีรัศมพี วยพงุ อยเู หนือทอ งฟา ซง่ึ เห็นไดไ กลเปนระยะทางหลายกิโลเมตร และ กษัตรยิ อนชู ริ วอนเกดิ ฝน รายตดิ ตดกนั หลายวัน ทานศาสดาเกิดมาพรอมกับการขลิบปลายอวัยวะเพศ และตัดสายสะดือเรียบรอยแลว ทาน ไดก ลาวประโยคแรกวา “อลั ลอฮุอกั บัร วลั ฮัมดุลล้ิ ลาฮิกะษีรอ วะซบุ ฮาน้ลั ลอฮิ บกุ รอเตา

วะอะศลี า” ( อลั ลอฮผฺ ูทรงยิ่งใหญ มวลการสรรเสรญิ อันมากมายเปนกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอถวายความบรสิ ทุ ธ์แิ ดอัลลอฮฺท้งั เชา และสาย ) เร่อื งราวเหลา นี้เกิดขนึ้ อยูในตําราประวตั ศิ าสตรแ ละรายงานฮะดีษมากมาย (๖๒) วัน เดือน ปเ กิด ของทา นศาสดา ( ศ. ) นักประวัติศาสตรมีความเห็นตรงกันวา วันประสูติของทานศาสดาผูยิ่งใหญตรงกับปชาง คือในป ค.ศ. ๕๗๐ เน่ืองจากเปนท่ีแนชัดวาทานศาสดาเสีบชีวิตในป ๖๓๒ และอายุของทานน้ัน ประมาณ ๖๒-๖๓ ป ดวยเหตุนี้เอง วันประสูติของทานศาสดา ( ศ. ) นาจะอยูประมาณป ค.ศ. ๕๗๐ อยา งแนน อน นักรายงานฮะดีษและนักประวัติศาตรสวนใหญมีความเห็นตรงกันวาทานศาสดา ( ศ. ) ประสตู ิในเดือนรอบอี ลุ เอาวลั ตาทวาวนั ประสตู ิของทา น น้ันยังมีความคิดเห็นท่ีแตกตาง สําหรับทัศนะที่เปนท่ียอมรับกันเปนสวนใหญใ นหมูชีอะฮฺ คือ ทาน ศาสดา ( ศ. ) ประสูติในวันที่ ๑๗ เดือนรอบีอุลเอาวัลซึ่งตรงกับวันศุกร หลังดวงอาทิตยข้ึน สําหรับ ทัศนะของ อะฮฺลุซซุนนะฮฺ ท่ีเปนที่ยอมรับ คือ วันประสูติของทานศาสดา ( ศ. ) ตรงกับวันจันทรท่ี ๑๒ ของเดอื นรอบอี ลุ เอาวัล พิธกี ารต้ังช่อื ของทานศาสดาแหงอสิ ลาม เม่ือวันท่ี ๗ ไดมาถึง ทานอับดุลมุฏฏอลิบ ไดเชือดแกะเพื่อขอบคุณตอเอกองคผูอภิบายได เชญิ บุคคลมากลุมหน่งึ วึง่ ในงานนัน้ นบั เปนงานท่ียิ่งใหญและมีเกียรติย่ิง ทานไดเชิญชาวกุเรชมาใน งานนี้ เพื่อตั้งชื่อหลานของเขาวา มุฮัมมัด เม่ือชาวกุเรชถามทานอับดุลมุฏฏอลิบวา “ทําไมทานจึง ตั้งชื่อหลานทานวา มุฮัมมัด ท้ังๆช่ือนี้เปนท่ีนิยมในหมูชาวอาหรับ” ทานอับดุลมุฏฏอลิบตอบวา “ฉันปรารถนาที่จะใหฝากฟาและแผนดินกลาวสรรเสริญ” ในขณะนั้นเอง ฮัซซาน บินษาบิต นักกวี ของทานศาสดาไดกลา ววา

“พระผูสรางทรงต้ังช่ือหน่ึงจากชื่อของตนเองใหกับทานศาสดาดวยเหตุน้ีเองพระเจาคือ มะฮฺมูด ( ผูไดรับการสงเสริมและศาสดาของพระองคคือมุฮัมมัด ( ผูสรรเสริญ หรือไดรับการการ สรรเสริญ )) ซง่ึ ทั้งสองคําน้มี าจากรากศพั ทเดยี วกัน และมีความหมายเดียวกัน” (๖๓) แนนอนที่สุด มีส่ิงเรนลับหนึ่งท่ีทําใหช่ือนี้ไดรับการคัดเลือกขึ้นเนื่องจากชื่อมุฮัมมัด ถึงแมวาจะโดงดังในหมูชาวอาหรับก็ตาม แตทวาในสมัยน้ันยังมีการต้ังช่ือกันนอยมาก ตามสถิติที่ นักประวัติศาสตรไดบันทึกไวในสมัยนั้นมีเพียง ๑๖ คนเทาน้ันท่ีมีการต้ังชื่อนี้ ดังเชนนักกวีได ประพนั ธไ วว า บคุ คลมีชือ่ วา มฮุ มั มัด กอ นจากทา นศาสดา ( ศ. ) มีอยู ๑๖ คนดวยกนั (๖๔) อะฮฺมดั อีกชื่อหนงึ่ ของทานศาสดา ( ศ. ) ใครกต็ ามทไ่ี ดศ กึ ษาอัตชีวประวตั ขิ องทา นศาสดา ( ศ. ) จะเหน็ ไดวา เม่ือเยาววัยทานศาสดา ( ศ. ) ทานมีชื่อ ๒ ชื่อ ดวยกัน และบุคคลทั่วไปตางก็เรียกขานทานศาสดา ( ศ. ) ทั้ง ๒ ชือ่ เชน กัน ชอื่ หนงึ่ คอื “มฮุ ัมมัด” ซึ่งเปนชื่อท่ีปูของทาน “อับดุลมุฏฏอลิบ” เปนผูต้ังชื่อน้ี ใหกับทาน และอีกช่ือหน่ึงคือ “อะฮฺมัด” ซ่ึงเปนชื่อท่ีมารดาของทาน “อามินะฮฺ” ไดต้ังช่ือน้ีใหกับ ทานนค่ี อื เรอื่ งราวหนึง่ ทบ่ี ันทึกตา งๆ ไดบนั ทึกเร่ืองราวนี้ไว และไดอภิบายเอาไวซ่ึงสามารถอานได จากหนงั สือซีเราะฮฺฮะละบี (๖๕) ลุงผูเปนที่รักของทา นศาสดา ( ศ. ) มีนามวา อบูฏอลิบ เปนผูท่ีทําหนาท่ีอุปการะและเล้ียงดู ทานศาสดา มุฮัมมัด ( ศ. ) หลังจากที่ทาน อับดุลมุฏฏอลิบ ไดเสียชีวิตลงดวยความรักและความ ผูกพันเปนระยะเวลาถึง ๔๒ ปเติม ทานไดฟูมฟกหลานคนน้ีอยางทะนุถนอมเปนท่ีสุด ไมเคยเกน็ด เหน่ือยจากการท่ีตองปกปองรักษาเขาดวยชีวิตของตัวทานเอง บางคร้ังทานก็จะเรียกหลานคนนี้วา มฮุ ัมมดั ในบทกลอนทที่ านแตงขน้ึ ชว งแหงการใหน ม

เด็กแรกเกิดแหงตระกูลกุเรชคนนี้ดื่มนมจากมารดาของเขาเพียง ๓ วัน หลังจากนนั้ หญงิ ๒ คนก็ไดรบั คัดเลอื กใหเ ปน ผทู ใ่ี หนมแกท านสาสดา ( ศ. ) ดงั นคี้ อื ๑. ษุวัยบะฮฺ สาวใชของอบูละฮับ ซึ่งใหนมแกทานศาสดา ( ศ. ) เปนเวลา ๔ เดือน การ ทํางานของเขาเปนที่กลาวขานของทานศาสดา ( ศ. ) และทานหญิงคอดีญะฮฺ ( ภรรยาของทาน ) จนถึงวินาทีสุดทาย ซ่ึงกอนหนาน้ีนางษุวัยบะฮฺเคยเปนผูใหนมแกทานฮัมซะฮฺ ผูเปนลุงของทาน ศาสดา ( ศ. ) มาแลวเชนกัน และหลังจากการประกาศแตงต้ังสาศนทตู ผานพนไป ทานสาสดาไดสง คนไปช้ือนางมาจาก อบูละฮับ แตนางปฏิเสธ แตทวาจนกระทั่งถึงชวงสุดทายของชีวิต นางไดรับ การชวยเหลือจากทานสาสดา ( ศ. ) ตลอดมาในตอนที่ทานศาสดา ( ศ. ) กลับจากลงครามคอยบัร และไดทราบการเสียชวี ติ ของนาง แววตาของทานศาสดาเตม็ เปย มไปดวยความโศกเศรา เสียใจ ทานศาสดา ( ศ. ) ไดออกตาม หาบตุ รของนางเพือ่ ตอบแทนบญุ คุณแทนนางแตท า นศาสดา ( ศ. ) ได ทราบ ขาววา บตุ รของนางไดเสียชวี ติ ไปกับนาง (๖๖) ๒. ฮะลมี ะฮฺ บุตรสาวของสุเอบ เปน คนในตระกูล ซะอ บนิ บักร บิน ฮะวาซนั บุตรของนาง ไดแก อับดุลลอฮฺ , อะนีซะ , ชีมอ ซ่ึงเปนบุตรคนสุดทายของนาง เปนผูปรนนิบัติทานศาสดา ( ศ. ) เชน กัน ซึง่ โดยปกตแิ ลว ประเพณีของชาวอาหรับมีอยวู า พวกเขาจะยกบตุ รของตนใหกับแมนม และ โดยปกตแิ ลว บรรดาแมน มจะอาศัยอยตู ามนอกเมือง เพ่ือใหเด็กแรกเกิดเติบโตข้ึนทามกลางอากาศท่ี ดีแหง ทองทุง เพื่อใหการเจริญเติบโตเปนไปดวยดี และสรางความเขมแงใหเ กิดข้ึนกับกระดูกตางๆ และเพื่อใหปลอดภัยจากโรคทองรวงที่กําลังระบาดในเมืองมักกะฮฺในสมัยน้ัน และเพื่อใหเด็ก ท้ังหลายไดเรียนรูภาษาอาหรับของทองถ่ินตางๆที่ไมเคยพบมากอน ซ่ึงทางตระกูล บนีซะอ มี ช่ือเสียงมากดานนี้ พวกเขชํานาญดานการเดินทางกลับมายังมักกะฮฺอยางเปนเวลา และพาเด็กๆท่อี ยู ในความรับผิดชอบของตนกลับมากับตนดวย ทานสาสดา ( ศ. ) มีอายุได ๔ เดือน บรรดาแมนม ตระกลู บนซี ะอดั กเ็ ดินกลบั มายงั เมอื งมักกะฮใฺ นชวงน้ันทนั ทวี ึ่งในปน้นั เองป

ท่ีความแหงแลงมาประสบอยางประหลาดยิ่ง ดวยเหตุนี้เอง ทุกคนตองจําเปนตองแสวงหาความ ชวยเหลือจากบรรดาผูมั่งมีมากยิง่ ขน้ึ กวาเดิม นักประวัติศาสตรบางทานตางกลาวกันวา ไมมีแมนมคนใดท่ีจะเต็มใจใหนมทานศาสดา ( ศ. ) เนื่องจากพวกนางเลือกท่ีจะใหนมแกเด็กทีไ่ มใชกําพรา เพ่ือที่พวกนางจะไดรับคาตอบแทนจาก พอของเด็กทั้งหลาย แนนอนอยางย่ิงดวยเหตุดังกลาวทําใหพวกนางตางปฏิเสธการใหมนกับทารก กําพราแมก ระท้ังนางฮาลีมะฮฺเองในครั้งน้ีนางก็ปฏิเสธการใหนมกับทานศาสดาเชนกันแตเน่ืองจาก ความออนแอของสภาพรางกายของนางทําใหไมมีใครมอบทารกใหอยูในความดูแลของนางเลย แมแตคนเดียว ทําใหนางหมดหนทางตองยอมรับทารกนอย หลานของอับดุลมุฏฏอลิบไว และนาง ไดกลาวกับสามีของนางวา เราไปรับทารกนอยคนนั้นกันเถิด แลวเราจะไมกลับมาเพียงมือเปลา เพราะพระองคอัลลอฮฺอาจจะทรงเมตตาเราก็ได ซึ่งบังเอิญการคาดการณของพวกเขานั้นถูกตองจริง ทันทน่ี างฮะลีมะฮฺดูแลทา นศาสดา มฮุ ัมมดั (ทารกกาํ พรา ) พระองคอัลลอฮทฺ รงประทานความโปรดปรานมาตลอดช่วั ชีวติ ของนาง (๖๗) สาเหตุท่ีทานอับดุลมุฏฏอลิบไมมอบทานศาสดามุฮัมมัด ( ศ. ) ใหแกบรรดาแมนมคนอื่น เน่ืองจากทารกนอยตระกูลกุเรชน้ีไมยอม ดื่มนมจากแมนมคนใดเลย จนกระทั่งนาง ฮะลีมะฮฺ ซะดี ยะฮฺ ไดม าหาทารกน้ีซ่ึงทารกนอยนก้ี ย็ อมดื่มนมนางฮาลีมะฮฺเชนกัน ทําใหนางฮาลีมะฮฺเปนที่ชื่นชม ในวงตระกลู ของทา นอบั ดลุ มฏุ ฏอลิบ ทานอบั ดุลมุฏฏอลิบไดกลาวกับนางฮะลีมะฮฺวา “ทานเปนคนของตระกูลใด? นางตอบวา ฮะลมี ะฮฺ ทา นอับดลุ มุฏฏอลิบถามตอวา ทา นมีชือ่ วาอะไร? นางตอบวา ฮะลมี ะฮฺ ทานอบั ดุลมุฏฏอลิ บกลาวสรรเสริญช่ือตระกูลและช่ือนางไววา ชางโชคดีอะไรเชนนี้ สองส่ิงที่นาช่ือชมและสอง คุณลักษณะที่เหมาะสม หน่ึงคือความสมบูรณพูนสุขและสองคือความอดทนและความหมั่นเพียร (๖๘)

๕ ชว งเยาววัยของทา นศาสดา ( ศ. ) ๑. นกั บนั ทึกประวัตศิ าสตรไ ดบ ันทกึ ตามคําบอกเลาของพระนาง ฮะลีมะฮฺ ไวดังนี้วา “พระ นางฮะลมี ะฮฺกลาววา เมอื่ คร้งั ท่ีฉันอยดู ูแลทารกนอยของพระนางอามินะฮฺ เมื่ออยูตอหนามารดาของ เขา ฉันตองการใหนมเขาฉันไดนําเตานมดานซายของฉันท่ีเต็มไปดวยน้ํานมใสในปากของเขาแต ทารกนอยชอบดื่มนมทางดานขวามากกวา แตทวาต้ังแตฉันมีบุตรมาน้ี ฉันไมเคยมีน้ํานมดานขวา เลย และเน่ืองจากทารกนี้ตองการด่ืมนมดานขวามากฉันจึงจําเปนตองปอนนมดานขวาใหกับเขา ถงึ แมว า นาํ้ นมจะแหง เหือดกต็ ามทนั ทที ี่ทารกนอยเริ่มดูดนม เตานมของฉันก็เต็มไปดวยน้ํานมทันที เหตุการณส รางความประหลาดใจกบั ผูทมี่ าเยือนเปนอยา งมาก (๖๙) ๒. อีกเหตุการณหนึ่ง ต้ังแตทฉี่ ันนํามุฮัมมัดมายังบานของฉันความเปนสิริมงคลและความ โชคดตี างๆ เพ่มิ ทวคี ูณวันแลววนั เลา อกี ทั้งทรพั ยสนิ และปศสุ ัตวกเพมิ่ ข้นึ มากมายเชนกัน ( ๗๐ )

จาการท่ีเราศึกษาอัลกุรอานในเร่ืองราวของทานหญิงมัรยัม ( มารดาของทานบีอีซา ) ( อ. ) อัลกุรอานไดกลา วไวด ังน้วี า “เธออยาไดโ ศกเศรา ไปเลย เพราะท่จี รงิ แลวองคอภิบาลของเธอทรงดล บันดาลลําน้ําไว ณ เบื้องใตของเธอ และเธอจงเขยาลําตนอินทผลัมมายังตัวเธอเถิด มันจะรวงลงมา ใหเธอซึ่งผลอนิ ทผลัมสด (เพ่อื เธอไดร ับประธาน)” (๗๑) ๖ กลับมาสูออ มกอดครอบครวั พ่ีเลี้ยงไดพยายามดูและปกปองรักษาและอบรมทานศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ดวยความมาตรา ไดเรียนรภู าษาอาหรับสาํ เนียงไพเราะซ่ึงทานมคี วามถาคภูมิใจ จากนัน้ ฮะลีมะฮฺ แมนาํ นําทานไปมกั กะฮฺอยูกับมารดาของ ทานระยะหน่ึงและอยูภายใตการดูแลของปูทาน และคือสิ่งเดียวท่ีทําใหร ะลึก ถงึ อบั ดลุ ลอฮกฺ ค็ ือทานเปน บตุ รทค่ี งเหลอื อยู ( ๗๒ ) การเดนิ ทางไปยงั ยษั ริบ การเสยี ชวี ติ ของมารดา นับต้ังแตทาหญิงอามีนะฮฺที่ไดสะใภของทานอับดุลฏฏอลิบไดไมนาน ก็ตองสูญเสียสามี ของนาง เมื่อมีโอกาสท่ีจะเดินทางไปยัษริบเพ่ือจะไปเยี่ยมสุสานสมีของนางอยางใกลชิด และถือ โอกาสที่จะไดแวะ เย่ยี มเยยี นบรรดาญาติพ่ีนอ งของทานยษั ริบดวย

เม่ือทานเห็นโอกาสที่เหมาะสมมาถึง ขณะท่ีบุตรชายของทานกับเติบโตและสามารถท่ีจะ รวมเดินทางไปดวย จึงตัดสินใจเตรียมสัมภาระเพื่อเดินทางไปยัษริบพรอมกับนางอุมมุอัยมัน คาง อยูยัษรบิ หน่งึ เดือนเต็ม การเดินทางคร้ังน้ีสําหรับเด็กนอยแหง กุเรซ ที่แฝงดวยความโศกเศรา เพราะ เปนครั้งแรกที่เขาจะไดเห็นบานซึ่งบิดาของเขาไดส้ินชีวิต และฝงอยูที่นั่น (๗๓) มารดาของเขาก็เลา เรื่องราวของบิดาใหเขาฟง ขณะที่ความทุกขระทมยังไมหมดไปจากจิตใจของเขา ก็ตองมาประสบกับเรื่องเศราอยาง กะทันหันอีกครั้งหน่ึง คือการสูญเสียมารดาสุดท่ีรัก ในขณะเดินทางกลับเมือง มักกะฮฺ ในบริเวณ สถานท่ีท่ีมีชื่อวาอับวาอฺ (๗๔) จากเหตุการณอันหนาเศราสลดคร้ังนี้ทําให มุฮัมมัด (ศ.) เปนที่รักใคร และนาเวทนาในหมูบรรดาญาติพี่นองย่ิงขึ้นอีกโดยเฉพาะกับอับดุลมกุฏฏอลบิ ปูของทานรักและท นุถนอมมากกวาบุตรของทา นเสยี อกี บริเวณอัลกะบะฮฺ ขณะที่อับดุลมกุฏฏอลิบปูของทานปูเส่ือนั่งลอมวงกันอยูนั้น บรรดาผูนํา กุเรชน่ังลอมวงเคียงขางบุตรของเขา เม่ือใดก็ตามท่ีเห็นหนอเนื้อเช้ือขัยของอับดุลลอฮฺ ก็จะส่ังให พวกเขาเปดทางให เพื่อใหเ ขาเขามานั่งรว มดว ย (๗๕) อัลกุรอาน ไดกลาวถึงทานศาสดาวา ในชวงเปนกําพรา ในซูเราะฮฺอัลฎฎฮา วา : พระองค มไิ ดพ บวาเจาเปน เด็กกาํ พราดอกหรือ แลว องคก ไ็ ดใหท่ีนกั พงิ (๗๖) ปรัชญาเร่ืองการเปนเด็กกําพราของเด็กๆชาวกุเรช เราไมมีความเขาใจมาก นักรูเพียงวาการ ผานมรสุมอุปสรรคมากมายน้ัน จะไรซึ่งปญญาและแงคิดนั้นเปนไปไมได แตดวยสภาพเชนนี้รูสึก

ไดวาพระผูเปนเจาประสงคที่จะใหบรรดาผูนําโลกและมนุษยชาติ กอนที่จะถืออํานาจการปกครอง กิจการท้ังมวลไดล้ิมรสความหวานช่ืนและทุกขระทมแหงชีวิต เพื่อท่ีไดมีจิตวิญญาณที่เข็มแข็ง อดทน และจะไดรับประสบการณความยากลําบาก เพื่อเตรียมความพรอมตอ การเผชิญอุปสรรค และความแรน แคนนานปั การ พระผูเปนเจาประสงคที่มิใหเขาตองตกอยูภายใตการเชื่อฟง ใครเผชิญกับการใชชีวิตอยาง อิสระ และเสรีเชนบรรดาบุรุษที่ไดสรางเองและพัฒนาสูความสูงสง เพ่ือจะไดประจักษวามิใช เกดิ ขึ้นจากความสามารถพเิ ศษของมนษุ ย บิดามารดากม็ ไิ ดมีสวนรวมในการกาํ หนดชะตากรรมของ เขาแตสถานภาพทย่ี ่ิงใหญข องเขาน้นั เกิดขนึ้ จากทมี่ าววิ รณ (วะฮยฺ )ู สูญเสยี อับดุลมฏุ ฏอลบิ เหตุการณอันหนาเศราใจ เกิดข้ึนเสมอในการดําเนินชีวิตของมนุษยเสมือนเกลียวคล่ืน ลูกแกว ลกู เลา ท่ีโถมเขาซัดนาวาแหง ชีวิต และสรา งรอยบาทแผลใหกับจติ วญิ ญาณแหง มนษุ ยไ ด ขณะทีค่ วามทุกขร ะทมยังตราตรึงอยูในจิตใจของศาสดาอยูน้ันก็ตองประสบกับการสูญเสีย ครงั้ ใหญอีกเปนครั้งทีส่ าม ขณะทีท่ านอายุยังไมค รบแปดปบริบูรณดี คือการสูญเสียผูดูแลและเปนปู ของทานเอง การจากไปของอับดุลมุฏฏอลิบปูของทาน ทําใหจิตวิญญาณของทานเศราสรอย ทาน รอ งไหจนถึงปากหลมุ ฝงศพและไมเคยลืมปูของทานเลย (๗๗) ภายใตก ารดแู ลของอบูฏอลบิ เกี่ยวกับสถานภาพของทานอบูฏอลิบ มีเร่ืองรายละเอียดท่ีตองอธิบายในหมวดถัดไป (๗๘) โดยพิสูจนวาทานยอมรับศรัทธาตออิสลามและตัวของทานศาสดา ดวยหลักฐานรายงานที่ถูกตอง แตใ นหมวดน้คี วรท่ีจะกลาวถึงการดแู ลรับผิดชอบของทานอบฏู อลิบ

อบูฏอลิบมีความภาคภูมิใจท่ีไดรับหนาท่ีเล้ียงดูทานศาสดา เพราะอบูฏอลิบกับอับดุลลอฮฺ บิดาของมุฮัมมัด ( ศ. ) เปนพี่นองรวมมารดาเดียวกัน (๗๙) เปนท่ีเล่ืองชื่อในเรื่องความโอบออมอารี และมีคุณธรรมดวยเหตุนี้อับดุลมุฏฏอลิบจึงมอบหมายใหทานเปนผูเล้ียงดูหลานสุดท่ีรักของทาน ยคุ ทองแหง ประวัตศิ าสตรประจกั ษถงึ การรับใชอ ันทรงคุณคา ของทานซงึ่ จะทยอยกลาวรายเอยี ด การเดนิ ทางไปเมอื งชาม บรรดาพอ คาชาวกเุ รชโดยปกติหนง่ึ ปจะเดินทางไปเมืองชามครั้งละหน่ึงอบูฏอลิบตัดสินใจ รวมเดินทางกบั คาราวาน ประจาํ ปของพวกกเุ รชอุปสรรคก ็คือ หลานชายของทานซึ่งทัง้ สองไมเ คยแยกจากกนั เลย แกปญ หาโดย ปลอยทา นไวท ีม่ กั กะฮฺ โดยไมมีคนเผา ดูแลแตม นขณะที่กองคาราวานําลังจะเคลทอนกเห็รร้ําตาของ มุฮัมมัดคลอเบาเนื่องจากเปนการแตกแยกของตนเองออกจากผูเลี้ยงดู ใบหนาที่โสกเศราของมุฮัม มัด ทําใหอารมณและจิตใจของอบูฏอลิบรูสึกหว่ันไหว โดยไมมีทางเลือกอื่นคือนํามุฮัมมัด ( ศ.) รว มเดินทางไปดวยแมจ ะยากลําบาก(๘๐) การเดินทางของทานศาสดาของอายุ ๑๒ ปนับเปนการเดินทางท่ีนาสนุกสนาน เพราะเสน ทางผาน มัดยิน วาดียุลกุรรออฺ และดิยารซุมูด อีกท้ังวิวทิวทัศนของธรรมชาติท่ีสวยงามของเมือง ชามขณะท่ีคาราวาน ยงไมถ งึ จดุ หมายนนั้ ในบริเวณทีเ่ รียกวาบุศรอ ก็เกิดเหตุการณน้ันจนทําใหการ เดนิ ทางของอบฏู อลบิ ตองลม เลิกไป โดยเหตุการณเ กดิ ขน้ึ ดังนี้ เปนระยะเวลานานท่ีบาทเหลาหลวงคริสเตียนท่ีมีนามวาบะฮีรออยูท่ี บริเวณบุศรอ ใน โบสถของตน เปนที่เคารพนับถือของชาวคริสเตียน บริเวณดังกลาวกอองคาราวานพอคาวาณิชจะ หยุดแวะพักเย่ียมเยียนและหาความจําเริญจากทานเสมอ การพบปะบาทหลวงบะฮีรอกองคาราวาน ของพวกกุเรช เม่ือเขาไดเห็นหลานของอบูฏอลิบท่ีเกิดความสนใจจึงไดพิจารณาอยางละเอียดถึงส่ิง ที่แฝงอยูในจิตใจของเขา ทันใดเขาก็กลาวข้ันวา เปนลุกหลานของใครกัน คนกลุม หน่ึงงงจึงมองไป

ยังลุงของเขาแลวตอบวา เขาเกี่ยวพันกับอบูฏอลิบ อบูฏอลิบตอบกลับไปวาเขาเปนหลานชายของ ฉัน บะฮีรอกลาววาเด็กชายคนน้ีมีอนาคตท่ีสดใส สัญลักษณของเขาบงบอกวา เขาคือศาสดาที่ถูก สัญญา ซ่ึงคัมภีรแหงฟากฟากลาวถึงตําแหนงศาสดาของโลก และอาณาจักรของเขา น่ีคือศาสดา ของเขา นามของบดิ าของเขาและญาติพ่ีนองของเขา ท่ีฉันเคยอานในคัมภีรตางๆของศาสนา ฉันรูวา เขาจะปรากฏข้ึนท่ีใด และรูวาศาสนาของเขาจะแผขยายโลกอยางไร คนนั้นเปนจําที่พวกทานตอง ซอ นเรนเขาใหพนจากสายตาขอพวกยะฮดู ี เพราะหากเขารูก จ็ ะสังหารเขาอยางแนนอน (๘๑) นักบันทึกประวัติศาสตรไดกลาวกันวา หลานชายของอบูฏอลิบไมเดินทางเลยไปจากจุด ดังกลาว ( บุศรอ ) แตไมปรากฏชัดเจนวาลุงของมุฮัมมีด (.) สงเขากลับมักกะฮฺกับคนอ่ืนหรือไม ( ซึง่ เปนเรอื่ งท่เี ปน ไปไดยากที่เม่อื อบูฏอลิบ ไดยินเร่ืองราวจากบาทหลวงแลวทานจะแยกจากหลาน ) หรือไมก็จะเปนคนพาหลานชายกลับมัก กะฮฺดวยตัวเอง และลม เลิกการเดินทาง (๘๒)

๗ ชวงวัยหนุม บรรดาผนู าํ สังคมจะตอ งมคี วามอดทนสขุ ุม เขม แขง็ กลา หาญ และไมเ กรงกลวั บุคคลใดก็ตามที่มีความขลาด จิตใจออนแอ จะไมสามารถชี้นํา สังคมใหพนจากอุปสรรค ตา งๆได ความย่ิงใหญแหงจิตวิญญาณของบรรดาผูปกครองและพลังอํานาจพลังรางกายมีผลตอ บุคคลใกลชิดครั้งที่ทานอมีรุลมุอมินีนไดเลือกสหาย ท่ีใกลชิดคนหน่ึงของทานไป ปกครองอียิปต ทา นไดสง สาสน ไปหาประชาชนที่ถูกกดข่ีของอียิปต ในเนื้อหาของจดหมายน้ันไดชื่นชมผูปกครอง ของทานวาเปนผูที่มีจิตใจเขมแข็ง และกลาหาญดังเน้ือหาทนาสนฉบับดังน้ี “ฉันไดสงบาวคนหน่ึง ของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) มายังพวกทานในชวงวันแหงความกลัว เขาจะไมห ลับใหล เขาจะไมมีความเกรง กลัวตอศัตรูสําหรับคนชั่วแลวเขาจะเผาไหมมันย่ิงกวาไฟเขา คือ มาลิก บินฮาริซจากเผามัซฮัจญ พวกทานจงฟงเขาและปฏิบัติตามคําบัญชาของเขา เพราะวาเขาเปรียบเสมือนดาบหน่ึงจากดาบ แหงอลั ลอฮฺ ซ่ึงไมมีส่งิ ใดท่จี ะเทยี บความคมนน้ั ได และรอยบาดแผลของมันยากตอการรกั ษา” (๘๓)

พลังแหงจิตวญิ ญาณของศาสดา ในกลุมชนกุเรชอันทรงเกียรติไดปรากฏเด็กหนุม ท่ีมีพลังกลาหาญในขณะอายุสิบหาป เขา ไดรวมรบกับพวกกุเรชในการทําสงครามกับเผาฮาวาซันที่รียกวาสงครามฟุจญาร เขารับหนาท่ีใน สนามรบคือการสงลูกธนูใหกับพวกลุงของเขา อิบนิฮิชาม ไดบันทึกไวในหนังสือของตน ( ๘๔) ที่ ทานไดกลาววา “ฉนั เปน คนสง ลูกธนูใหก ับพวกลงุ ฉนั ทาํ การยิง” การรวมรบของทานในสงครามน้ีซ่ึงมีอายุนอยแสดงใหเห็นถึงการกลาหาญลการเปนผูนํา ของทานไดอยางชัดเจนดังท่ีทานอมีรุลมุนินินไดกลาวเกี่ยวกับทานศาสดาวา “เมื่อใดก็ตามที่เรา ประสบปญหายากลําบากในสนามรบก็จะมุงไปหาทานศาสดา (ศ) ซ่ึงไมมีใครในกลุมพวกเราที่จะ ประชิดศตั รมู ากย่งิ กวา ทาน”(๘๕) ดังกลาวนี้เราจะอธิบายรายละเอียดในหมวดการทําสงคราม (ญิฮาด)กับผูปฏเิ สธเพ่ือใหเห็น ถึงรายละเอียดยุทธวิธีในการสงครามซึ่งถือวาเปนหมวดท่ีสําคัญหมวดหน่ึงของประวัติศาสตร อสิ ลาม

๘ จาการเลีย้ งสัตวถ ึงการคาขาย ทานศาสดาชวงชีวิตหน่ึงของทานกอนที่จะไดรับตําแหนงศาสดาน้ันทําหนาที่เลี้ยงแพะ และใชชีวิต อยูกลางทุงทะเลทรายกบั ปศสุ ตั วเพื่อจะไดมีความสุขุมอดทน ในการอบรมมนุษย อีกทั้งทําใหความ ทุกขและความลําบากตางๆ น้ันงายข้ึน เพราะหากใครก็ตามท่ีสามารถอดทนตอความยากในการ เลี้ยงสัตวเขาก็สามารถท่ีจะรับหนาท่ีในการชี้นํามนุษยซ่ึงมีสติปญญาความเขาใจ และธรรมชาติ ดังเดิมท่ีศรทั ธาตอ พระผเู ปนเจา ดงั ทฮี่ ะดษี บทหน่ึงกลาววา อัลลอฮฺ จะยังไมทรงแตงตั้งศาสนาทูตคนใด จนกวาเขาจะไดทําหนาท่ีไลตอนฝูงแกะมา กอ น เพ่อื จะไดร ูถ งึ วิธีการดูแลมนุษยชาติ (๘๖) ทานศาสดากเชนกันที่ไดชีวิตแบบอยางนี้ บรรดานักบันทึกประวัติศาสตรไ ดบันทึกเชนกัน วา ทานศาสดา (ศ.)ไดกลาววา ศาสดาทุกทานกอนท่ีจะถูกแตงตั้งนั้นตองไดเลี้ยงแพะ มีคนถามวา ทานก็ดวยเชนกันใชไหมท่ีเลี้ยงแพะศาสดาตอบใชแลว ฉันไดเลี้ยงแพะของชาวมักกะฮฺ ณ ทุงกะรอ รีฏ (๘๗)

บุคคลที่จะตองเผชิญกับกลุมชนอยาง อบูญะฮฺ อบูละฮับ หรือ กลุมชนท่ียอมจํานนตอ กอน หนิ ไม นั้นจาํ เปน ท่จี ะตอ งไดรบั บทเรยี นแหงความอดทนจากแนวตางๆชว่ั ระยะหนงึ่ อีกเหตุผลหน่ึงที่สามารถกลาวไดวา บุคคลที่มีความเปนไท กลาหาญมีเลือดนักสนู ้ัน ยากที่ จะทนเห็นสภาพของการขมขูขมเหงและพฤติกรรมท่ีสกปรกของพวกกุเรชได เปนความขมขืน สําหรับบุคคลท่ีมีความเขาใจ ท่ีเห็นสังคมมักกะฮฺผินหลังใหกับการภักดีพระผูเปนเจา หันกลับไป กราบไหวเทวรูปท่ีไรวิญญาณ ทานศาสดาจึงเห็นวา ทานนาจะตองหลบไปอยทู องทุงทะเลทรายหุบ เขาสักระยะหนึ่งเพ่ือมิใหจิตวิญญาณตองเห่ียวเฉาจากสภาพสังคมท่ีโสมมตอการกระทําท่ีสราง ความเสียหาย แต เพียงเพ่ือแยกการดําเนินชีวิตออกมาระยะหนึ่ง และทานศาสดาไดรับบัญชาใหน่ังเงียบ ขณะที่ทาน ยงั ไมไดรบั การแตง ตัง้ จงึ เลือกแนวทางนี้ในการปฏบิ ัติ เหตผุ ลท่ีสาม นบั เปน โอกาสอนั ดีของทานศาสดาท่ีไดศึกษาความสวยงามของทองฟา ดวงดาว การสรรค สรางของพระผูเปน เจา และตวั ของทานเอง ทั้งหมดคือสญั ลักษณทีบ่ ง บอกการมอี ยขู องพระองค

หัวใจของบรรดาศาสดามีความเขาใจและรูซึ้งถึงเตาฮีด(เอกภาพแหงพระผูเปนเจา) ต้ังแต กําเนิด แตก็ยังรูสึกวาไมเพียงพอสําหรับตนการคนหาสัญลักษณตางๆ จากวิถีทางน้ีพัฒนาความ ศรทั ธาของตนอยางเช่อื มั่น จนกระทัง่ หย่ังรูต า งๆของชนั้ ฟา และแผนดิน(๘๘) ขอเสนอของอบูฏอลิบ อบูฏอลิบ ซึ่งเปนผอู าวุโสของกุเรชเปนท่ีรูจักวามีความโอบออมอารียใจกวางและกลาหาญ เหน็ สภาพการดําเนินชีวิตของหลานชายจึงทําใหทานมองหาอาชีพใหกับเขา จึงเสนอหลานชายของ ตนวา คอดีญะฮฺบุตรสาวของ คุวัยลิด ซึ่งเปนพอคาของกุเรชกําลังหาคนท่ีเชื่อถือได รับหนาท่ี ควบคุมขายสินคารวมถึงตองเขารวมกองคาราวานสินคาของกุเรช เพ่ือขายสินคาของนางในเมือง ชาม จึงเปนการดีที่จะแนะนาํ มฮุ ัมมัด ( ศ. ) หลานของตนใหกับทาน (๘๙) จิตใจท่ีสูงสงและมีเกียรติของทานศาสดา จึงมิอาจท่ีจะแสดงความปรารถนาโดยตรงตอคอ ดีญะฮฺได จึงไดกลาวกับลุงของทานวา บางท่ีคอดีญะฮฺอาจจะมาตามหาฉันเอง เพราะนางก็ไมรูวา ประชาชนรูจักเขาในนามของอัลอะมนี (เช่ือถือได) เร่ืองก็เกิดข้ึนจริงตามน้ัน เม่ือคอดีญะฮฺไดทราบ ถึงการสนทนาระหวางอบูฏอลิบกับศาสดา ก็เรงรับสงคนไปหาศาสดา และกลาววา ทานทําใหฉัน สนใจในตัวทาน โดยเปนผูมีสัจจะ มีความรับผิดชอบ และมีมารยาทท่งี ดงามฉันพรอมที่จะใหคาจาง สองเทา ที่จางคนอน่ื และพรอมกับคนรับใชของฉันอีกสองคน เพ่ือทานเอาไปใชงาน (๙๐) ทกุ กรณีได ทานศาสดาไดเลาเร่ืองลาวใหกับลุงฟง เขากลาวตอบทานวา “น่ีคือปจจัยยังชีพที่อัลลอฮฺ ทรงรินหลัง่ ใหก ับเจา” (๙๑) จากเหตุการณด ังกลาวมีสิ่งทคี่ วรพจิ ารณาดังนี้ ทานศาสดาเขารวมกับคาราวานกุเรชในฐานะลูกจางของคอดีญะฮฺหรือวาฐานะอ่ืน เชนได ทาํ สญั ยากบั ศาสดาวา มีผลประโยชนใ นสนิ คา หรือการลงทุนรวมกนั จากสถานภาพเกยี รติศักดขิ์ องครองครัวฮาชิมจะสอดคลอ งกับปรพเดน ท่ีสองมากกวา ไมใช ประเดน็ แรกดังเหตผุ ลสองประการดังนี้

ประการแรก คือ ขอเสนอของอบูฏอลิบไมมีคําใดเกีย่ วกับการวาจางกับหลานชายของทาน มีก็แตทานกลาวกับพ่ีนองของทานวา เราไปบานของคอดีญะฮฺกันเถอะ และเพ่ือใหนางมอบ ทรพั ยสินใหม ุฮมั มดั ดูแลและทําการคาขายมนั (๙๒) ประการทีส่ อง ยะอฺกบู ี บันทึกไวใ นหนงั สือประวัติศาสตรของตนวา ทานศาสดาไมเคยเปน ลูกจางใครตลอดอายุขยั ของทาน (๙๓) คาราวานสินคากุเรชพรอมออกเดินทาง มีสินคาตางๆ ของคอดีญะฮฺดวย นางจึงเตรียมอูฐ จํานวนหน่ึง และสินคาตา งๆราคาแพง สงมอบใหกับตัวแทนของตน และกําชับคนรับใชทั้งสองให เช่ือฟง ปฏบิ ัติ ตามอยา งเครงครดั ไมวาเขาจะสงั่ อะไรอยาไดคดั คาน เม่ือคาราวานถงึ ทหี่ มายการเดนิ ทางครงั้ น้ีทุกคนไดผลกําไร แตทานศาสดาไดรับกําไรมากที่สุด และ เตรยี มชื้อสนิ คา ในตลาด “ติฮามะฮฺ” เพ่ือนาํ กลับมาขาย คาราวานกุเรชหลังจากประสบความสําเร็จ ก็มุงหนากลับมักกะฮฺการเดินคร้ังน้ีนับเปนคร้ัง ท่สี องของเด็กหมุนของกเุ รช ทต่ี องผานบริเวณพื้นท่ีของกลุมชนอาดและซะมูด ซ่ึงเปนกลุมชนที่ด้ือ รนั้ สภาพที่อยูอาศัยของพวกเขา มีแตความสงบ เขาสนใจไปอีกมิตินึงของโลกมากกวา ทําใหเขานึก ถงึ การเดนิ ทางคร้งั แรกของเขา และไดร ว มเดินทางไปกบั ลุง ผานทะเลทรายผืนแลวผืนเลา คาราวาน กุเรชใหลมักกะฮฺมัยซะเราะฮฺ (๙๔) คนรับใชของคอดีญะฮฺหันไปหาทานศาสดาแลวกลาววา จะเปน การดีกวาใหทานเขามักกะฮฺกอนพวกเรา และบอกขาวแกคอดีญะฮฺถึงการคาขายของเราในปน้ีที่ กําไรยังไมเคยมีมากอน ทานศาสดาเขามักกะฮฺในขณะท่ีคอดีญะฮฺยังอยูในหองของตนคอดีญะฮฺ ออกมาตอนรับทาน แลวเชิญเขาไปในหอง ขณะที่ทานศาสดาอภิบายถึงการคาขายสินคาอยูน้ัน มัย ซะเราะฮฺก็ตามเขามา มัยซะเราะฮฺ คนรับใชของคอดีญะฮฺเปนประจักษพยานยืนยันถึงจิตวิญญาณที่ สูงสงของ มุฮัมมัด อะมีน ( ศ. ) เขาไดเลาใหนางคอดีญะฮฺฟงทุกรายละเอียดท่ีเขาไดเห็นในการ เดินทางครั้งน้ี ทานอะมีนขัดแยงกับพอ คาคนหนึ่ง ชายคนน้ันกลาวกับเขาวา ทานจงสาบานกับ ลาต

และอุซซา ฉันจึงยอมรับคําพูดของทาน อะมีนตอบกับเขาวาส่ิงท่ีตํ่าตอยที่สุด และฉันรังเกียรติมาก ท่ีสุดสําหรับฉันคือ ลาตและอุซซา ท่ีเจากราบไหวน้ันแหละ (๙๕) มยั ซะเราะฮฺ เลาตออีกวาขณะอยูบุ ศรอน้ัน อะมีนเขาไปในพักใตตนไม ขณะน้ันมีนักบวชนั่งอยูในอาศรมของตนหันมาเห็นอะมีนเขา ไดถามฉันวา ชายคนน้ันมีช่ือวาอะไร เขาก็กลาวตอวา ชายคนที่นั่งอยูใตตนไมนั้นก็คือศาสดาท่ีถูก กลา วไวในคัมภีรเตารอตและอินญลี ท่ีฉันอา นกลา วถึงสญั ลกั ษณะของเขามากมาย(๙๖) คอ ดีญะฮสฺ ตรรแหง อสิ ลาม ขณะนัน้ สภาพเศรษฐกจิ ของทา นศาสดายังไมม ั่งคง และยังอาศยั การ ชวยเหลือจากลุงของทาน สภาพการงานคาขายก็ยังไมม่ันคงดีพอขนาดท่ีจะเลือกคูครอง และสราง ครอบครวั การเดินทางไปชาม(ซีเรีย)ครั้งลาสุดของทานในฐานนะตัวแทนเศรษฐีกุเรช(คอดีญะฮฺ) ท่ีมี ชื่อเสียง ทําใหเศรษฐกิจของทานมั่นคงขึ้นมา ความกลาหาญเช่ียวชาญของทานทําใหคอดีญะฮฺทึ่ง นางจึงเพ่ิมเงินใหก ับเขาอีกจากที่สัญญากนั ไวซึ่งถือวาเปนรางวัล แตหนุมกุเรชยอมรับเฉพาะคาจาง ทตี่ กลงกันไวเทาน้ันและมุงหนาสูบา นของอบูฏอลิบ เพื่องมอบเงินกําไรจากการคาขาย เพราะอยาก เหน็ อบูฏอลบิ มีสภาพความเปนอยูท ดี่ ี เมื่อลุงเห็นหลานชายท่ีเปนทายาทของบิดา(อับดุลมุฏฏอลิบ) และนองชายมาหาก็ดีใจน้ําตา ไหล ท่ีเห็นหลานชายประสบความสําเร็จในการคาขายจึงไดมอบมาสองตัวและอูฐสองตัวใหกับ หลานชายเพ่ือดําเนินการคา ขายตอไป และจากเงินกําไรท่ใี หไ วกบั ลุงนน้ั เขาก็หาเตรียมคูครองใหกับ ทา น จากสภาพดังกลาวทานศาสดา ( ศ. ) ตัดสินใจท่ีจะหาคูครองมารวมชีวิตแตก็ไมเขาใจแต ทําไมชื่อของคอดีญะฮฺ จึงผุดข้ึนมา ท้ังที่มีผูชายกุเรชที่มีฐานนะร่ํารวย เชน อะกอบะฮฺ บินอะบีมุอีด ,อบญู ะฮลฺ อบูซุฟยาน มาสขู อแตนางปฏเิ สธ ดวยเหตอุ นั ใดทําใหบุคคลท้ังสอง ซึ่งฐานนะตางกันมา

ใกลชิดกันได ความสัมพันธ ความรัก ความผูกพัน และจิตวิญญาณของท้ังสองเกิดขึ้นถึงขนาดคอ ดีญะฮฺมอบทรัพยสินความร่ํารวยใหกับมุฮัมมัด ( ศ. ) เพ่ือใชในการเผยแผสาสของพระผูเปนเจา บานท่ีเต็มไปดวยเกาอ้ีงาชางเครื่องโถราคาแพง ผาไหม ผาถักทอเปอรเซีย ในท่ีสุดสิ่งของเหลานี้ก็ เปนท่พี ึง่ ของมสุ ลิมน่ันเอง ท่ีมาของเหตุการณที่ตองคนหาในชีวประวัติของคอดีญะฮฺ ส่ิงท่ียอมรับกันอยางแนนอนคือ การเสียสละเชนยอ มตอ งมรี ากเหงา ทีบ่ รสิ ทุ ธิแ์ ละเปย มลน ดวยแรงศรัทธา จากหนาประวัติศสตรยืนยันไดวาการสมรสนี้เปนการกําเนินพลังศรัทธา คอดีญะฮฺ ซึ่งมี ความยําเกรง รักนวลสงวนตัว มีความบริสุทธ์ิรับผิดชอบ และมีเกียรติแหงกุเรช รายละเอียด ชีวประวัติของ คอดีญะฮฺ นั้นมีรายงานฮะดีษที่กลาวถึงความประเสริฐของนาง ซ่ึงทําใหเขาใจมาก ยงิ่ ขนึ้ คอดีญะฮฺ เปนสตรีที่มีความบริสุทธิ์ รักนวลสงวนตัว ปฏิบัติตามสามี มีความยําเกรงเสมอ เปนสตรีคนแรกท่ีมีความศรัทธาตอมุฮัมมัด ( ศ. ) คอดีญะฮฺ คือบุคคลท่ีอะมีรุลมุมินีน อะลี ( อ ) กลาวถึงในคุฏบะฮหฺ น่ึงที่ช้ีวาอิสลามน้ันโดนเด่ียวเดียวดาย ในชวงเร่ิมตนของการประกาศการเปน ศาสดาโดยกลาววา “ไมมีบุคคลใดในบานหลังเดียวกันที่อยูรวมกันรับอิสลาม นอกจากทานศาสดา ทา นหญิงคอดญี ะฮฺ และฉันคอื บคุ คลท่สี าม (๙๗) อิบนิอะษี้ร บันทึกวา พอคาคนหน่ึงช่ือวา อะฟฟ เขามายังมัสญิด ฮะรอม รูสึกประหลาดใจ ที่เห็นบุคคลท้ังสามกําลังทําอิบาดะฮฺคือเห็นทานศาสดา ( ศ. ) คอดีญะฮฺ และอะลี ( อ ) กําลัง นมัสการพระผูเปนเจาอยู ซ่ึงประชาชนบริเวณนั้นลืมกราบไหวพระองคแลว แตการกราบไหวส่ิง อนื่ เขาตอ งการรรู ายละเอยี ดจึงไปพบอับบาซ ลงุ ของศาสดา และถามทานถึงส่ิงที่เขาไดเห็น เขาตอบ วา “คนแรกคือคนที่อางตนวาเปนศาสดาและสตรีก็คือภรรยาของเขาคือ คอดีญะฮฺ บุคคลท่ีสามคือ พ่ีชายฉันคือ อะลี” และยังไดกลาวเพิ่มเติมอีกอีกวา “ฉันไมพบวาในแผนดินน้ัน มีใครศรัทธาใน ศาสดาน้ีจากจากบุคคลท้ังสามน”้ี (๙๘) ฮะดีษท่ีกลาวถึงความประเสริฐของคอดีญะฮฺมีมาก มิอาจกลาวไดหมด ณ ท่ีนี้ จึงขอ กลา วถึงเหตุและปจ จัยตา งๆ ของที่มาทางประวตั ิศาสตร

เหตุภายนอกและภายในของการสมรสนี้ คอดีญะฮฺเปนสตรีท่มี ีความรํ่ารวย และทําการคาจงึ ปรารถนาที่จะไดบุรุษท่ีไวใจและเช่ือถือ ได จึงตดั สินใจแตงงานกับมฮุ มั มัด ( ศ. ) มุฮัมมัด ( ศ. ) เองเขาใจถึงความมีเกียรติของทานดวยอายุท่ี ตา งกนั จึงตดั สินใจตอบรับขอ เสนอของนาง แตสิ่งท่ีประวัติศาสตรบงบอกถึงเหตุผลของการแตงงานของคอดีญะฮฺกับอะมีนแหงกุเรช นั้นเปนสาเหตุผลทางจิตวิทยาไมใชเ หตุผลทางวัตถุ กลาวคือ ๑.ขณะทคี่ อดญี ะฮถฺ ามถงึ เบอื้ งหลงั การเดนิ ทางของหนุมกุเรชจากมัยซะเราะฮฺ นางไดเลาถึง รายละเอียดท้งั หมดทงั้ คําทํานายของบาทหลวงเมือง ชาม ทําใหคอดีญะฮฺเกิดความรักในจิตวิญญาณของมุฮัมมัด ( ศ. ) แลวกลาวกับมัยซะเราะฮฺโดยไม รูตัววา “พอแลว มัยซะเราะฮฺ เธอทําใหฉันรักมุฮัมมัด ( ศ. )มากขึ้นหลายเทาแลว เธอและสามีของ เธอจงไปเถิด ฉันปลอยใหเธอเปนไทแลวฉันจะมอบเงินใหสองรอยดิรฮัม มาสองตัว เส้ือผาราคา แพงแกเธอท้ังสอง” จากนั้น คอดีญะฮฺ ไดนําเรื่องราวท่ีไดยินจากมัยซะเราะฮฺไปเลาใหวะระเกาะฮฺ บินเนาฟล ซงึ่ เปน ผูรชู าวอาหรับฟง เขาจึงกลาววา “ผูที่เปนเจาของเรื่องราวแหงเกียรติยศนี้ตองเปนศาสดาแหง อาหรับ” (๙๙) ๒. วันหน่ึง คอดีญะฮฺ นั่งอยูในบานของตน ซ่ึงมีทาสและบาวรับใชน่ังลอมวงอยู โดยมีผูรู ชาวยะฮูดีรวมอยูดวยทันใดน้ันก็มีเด็กหนุมชาวกุเรช เดินผานบานที่พวกเขาน่ังชุนุมกันอยู สานตา ของผูรูยะฮูดีเหลือบไปเห็นสาสดาจึงขอรองใหคอดีญะฮฺไปเชิญ มุฮัมมัด ( ศ. ) เขาตอบรับคําเชิญ ของผูรูชาวยะฮูดีซ่ึงเขาไดบอดลักษณะแหงศาสดาท่ีอยูบนตัวเขา ขณะนั้นคอดีญะฮฺหันไปทางผูรู ยะฮูดีแลวกลาววา “เม่ือใดท่ีบันดาลุงของเขารูวา ทานสอดรูสอดเห็น คงจะมีทาทีตอตานแนนอน เพราะพวกเขาระแวงวา พวกยะฮูดีจะเปนภัยตอหลานของพวกเขา” ผูรูยะฮูดีกลาววา “เปนไปได หรือท่ีจะมีใครมาทําอันตรายมุฮัมมัดในเมื่อเขาถูกกําหนดใหเปนทานศาสดาทานสุดทายเพ่ือช้ีนํา

มนุษย” คอดีญะฮฺกลาววา “ทานเอาท่ีไหนมาพูดวาเรารับตําแหนงเชนน้ี” เขาตอบวา “ฉันเคยอาน สัญลักษณของทานศาสดาทานสุดทายในคัมภีรเตารอต เชน สัญลักษณของเขาคือ บิดา มารดาของ เขาเสยี ชีวิต ปแู ละลุงของเขาเปนผูดูแลเขา เขาจะเลือกสตรีกุเรชซ่ึงเปนนายของกุเรช” แลวเขาก็ชี้มา ทางคอดญี ะฮฺ แลวกลา ววา “ชา งโชคดีท่ีใครไดม าเปนคูครอง” (๑๐๐) ๓. วะระเกาะฮฺ ลุงของคอดีญะฮฺ เปนนักปราชญชาวอาหรับเปนผูท่ีมีความรูในเร่ืองคัมภีร ที่มาจากพระเจา เขากลา วอยูเสมอวา จะมชี ายคนหน่งึ จากกเุ รช จะถูกเลือกสรรจากพระผูเปนเจาเพื่อ มาช้ีนํามนุษย และเขาจะเลือกสตรีที่รวยท่ีสุดของกุเรช เมื่อคอดีญะฮฺ เปนสตรีที่ร่ํารวยท่ีสุด เขา มักจะกลาวกับคอดีญะฮฺ “เมื่อวันนั้นมาถึงเขาจะไดมีสัมพันธกับบุรุษที่มีเกียรติท่ีสุดในหนา แผน ดนิ ” ๔. คืนหนึ่งคอดีญะฮฺฝนเห็นดวงอาทิตยหมุนรอบมักกะฮฺแลวคอยๆลงมาเบ้ืองลาง และลง มาท่ีบานของนาง นางไดเลาความฝนใหวะระเกาะฮฺฟงเขาจึงทํานายวา “เธอจะไดแตงงานกับบุรุษผู ย่ิงใหญ ซ่ึงเขาจะไดครองโลก” สิ่งที่กลาวมาทั้งหมดน้ี นักประวัติศาสตรบางคน(๑๐๑) ไดรายงานและไดบันทึกในหนัง ประวัติศาสตรกันวา เกิดเหตุการณท่ีคอดีญะฮฺมีศรัทธาและเชื่อม่ันในจิตวิญญาณของหนุมกุเรช สวนท่ีเห็นวา ผูช่ือสัตวแหงกุเรช (หมายถึงทานศาสดา) น้ีมีความเหมาะสมกับคนอื่นในการคาให นางนนั้ คงไมใชเหตุทีท่ ําใหเกดิ ความสัมพนั ธน้ี การสขู อคอ ดญี ะฮฺ เปนสิ่งที่ชัดเจนท่ีคอดีญะฮฺเปนผูเร่ิมตนเสมอ แมกระทั่งอิบนิฮิชาม(๑๐๒) ไดรายงานวา คอ ดีญะฮฺเปนผูเปดเผยความในใจของนางเชนนี้วา “โอลูกแหงลุงของฉัน จากความสัมพันธทางเครือ ญาตริ ะหวา งฉันกับ เธอ เธอคอื ผทู ่ีมเี กียรติอันย่งิ ใหญในกลมุ ชนของตน มคี วามรบั ผิดชอบ ลมั จี รรยามารยาทท่ีดีงาม ฉัน ปรารถนาทีจ่ ะแตงงานกับเธอ” อะมีนแหงกุเรช(ทานศาสดา) ตอบนางวา “เร่ืองนี้จําเปนตองใหพวก ลงุ ไดร บั รแู ละปรกึ ษาพวกทานกอน จึงจะตัดสินใจได

นักประวิติศาสตรสวนใหญเช่ือวา นะฟซะฮ บุตรีของ อะลียะห เปนคนสงสาสนของคอ ดญี ะฮฺไปใหทานศาสดา ดงั น้ี “มุฮัมมัด ทาํ ไมทา นไมใชประทีปแหงคูครองทําใหชีวิตที่มืดมิดของทานไดสวางละ เมื่อใด ก็ตามทีฉ่ นั เชญิ ทานสคู วามสวยงาม ความรา่ํ รวย และเกยี รติยศจะตอบรับฉันไหม?” ทานศาสดา ถามวา “เธอหมายถึงใคร” แลวนางก็ไดแนะนําคอดีญะฮฺใหทานศาสดาถามวา “นางพรอมในเรื่องนี้หรือ เพราะสภาพการดําเนินชีวิตของฉันกับนางตางกันมาก” นะฟซะฮฺ กลาว วา “ความประสงคของนางข้ึนอยูกับฉัน ฉันจะทําใหนางพรอม ขอใหทานกําหนดเวลามาวะกีล (ผูร ับผดิ ชอบ)นางคือ “อมั รว บนิ อะซดั ”(๑๐๓) จะไดป รกึ ษาหารือกับทา น และญาตพิ ี่นองเพือ่ จดั ทาํ การเฉลฉิ ลอง” ทานศาสดาไปปรึกษากับลุง (อบูฎอลิบ) ของทาน เพ่ือจัดพิธีใหสมเกียรติ โดยเชิญบุคคล สําคัญของกุเรชเปนแขก เร่ิมโดยอบูฎอลิบอานคุฏบะฮฺ โดยขอบคุณตอพระผูเปนเจาและแนะนํา หลานชายของทา นดงั นี้ “หลานชายของฉนั ชอื่ มุฮัมมดั บุตรของอับดุลลอฮฺ เมอื่ เปรียบเทียบกับบุรุษ ใดแหงกุเรชเขามีความเหนือกวา แมวาจะไมรรวย เพราะความร่ํารวยมีวันสูญสลาย แตวงคตระกูล ยงั คงอย”ู (๑๐๔) เน้ือหาคุฏบะฮฺของอบูฎอลิบ อยูบนพ้ืนฐานการแนะนําของกุเรชและตระกูลฮาชิม วะระ เกาะฮ บิน เนาฟล ซึ่งเปนญาติของคอดีฮะฮฺ อยูในพิธีดวยกลาวตอบวา “ไมมีใครจากกุเรชปฏิเส ธเกีนรติของทาน เราเองก็ตอ งการยึดสายเชอื กแหงเกยี รตยิ ศของทา นดว ยความจริงใจ” (๑๐๕) พธิ ีนิกะฮ (แตงงาน) เสร็จส้ินดวยมะฮัร ๔๐๐ ดีนาร บางสายรายงานกลาววา มะฮัร คือ อูฐ ๒๐ ตวั อายุของทานหญงิ คอ ดฮี ะฮฺ

เปนที่ยอมรับโดยท่ัวกันวา อายุของทานหญิงคอดีฮะฮฺ ขณะแตงงานคือ ๔๐ ป ถือกําเนิด กอนชาง ๑๕ ป บางรายงานกลาววานอยกวาน้ีทานหญิงมีสามีมากอนหนาน้ี ๒ คน คือ อะตีก บิน อาอซิ และอบูฮาละฮฺ มาลิก บนิ บะนาซ ตะมมี ี ซึ่งทัง้ สองไดเสยี ชีวติ ไปแลว ๙ จาการสมรสจนถงึ การแตงตงั้ วยั หนมุ ของทา นศาสดา คงมิตองกลาวถึงรายละเอียดมากกวา เด็กหนุมแหงกุเรชน้ันมีความองอาจ กลาหาญ ทรง พลัง และมีรางกายแข็งแรงสมบูรณ เพราะไดเจริญเติบโตมาหางไกลจากความวุนวาย และเกิดใน ครอบครัวท่ีมีเกียรติมีความร่ํารวยเชนคอดีญะฮฺ ส่ิงอํานวยความสะดวกมีพรอมสําหรับ เขาตอง พิจารณาดูวา เขาใชวัตถุเหลานี้อยางไร เขาคิดที่จะตอบสนองตอบความตองการตามสัญชาตญาณ เหมือนเด็กหนุมทั่วไปหรือเปลา หรือวาเขานํามันไปใชในวิถีทางอ่ืนที่แฝงไปดวยจิตวิญญาณ และ การดําเนินชีวิตอันยาวไกลประวัติศาสตรยืนยันวาเขาเปนบุรุษที่มีปญญาหลีกเลี่ยงความหรุหรา ฟุมเฟอยใบหนาของเขามีรองรอยแหงการคิดใครครวญ บางครั้งตองเก็บตัวอยูที่เชิงเขาหรือในถํ้า และละท้ิงการดําเนินชีวิตที่สบาย เพ่ือหลีกหางจากสภาพสังคมท่ีเส่ือมโทรมและไดเรียนรูถึงสรรพ สิ่งทีถ่ ูกสรา ง

ความบริสทุ ธใ์ิ นวยั หนมุ ของทาน (ศ) เหตุการณเกิดข้ึนในตลาดมักกะฮฺท่ีทําใหจิตวิญญาณ ความเปนมนุษยของทานเดือดพลาน เมือ่ เหน็ การเลนพนนั กนั อยางเอิกเกริกซ่ึงเปนสิ่งที่ช่ัวราย ขนาดถึงตองขายอูฐ ขายบานของตน หรือ บางคนชีวิตเขา ตองลมละลาย เหตุการณณคร้ังน้ันมีผลกระทบกับเด็กหนุมกุเรช ต้ังแตวันน้ัจึงไมสามารถอยูใน เมืองมักกะฮฺได จึงไปหลบอยูที่บริเวณภูเขา กลับบาน ตอนกลางคืน การเห็นภาพเชนน้ีทําใหเขา ทกุ ขระทม ครนุ คริดกบั การหลงผิของกลมุ ชนท่ปี ราศจากความคิด บานของคอดีญะฮฺกอนแตงงานกับมุฮัมมัด (ศ) ก็เปนศูนยรวมของคนไรที่พึ่ง และหลังจาก แตงงานแลว กย็ ังไมเ ปลยี่ นแปลง ชวงสภาพแหงแลงกนั ดารปราศจากฝน ฮะลมี ะฮฺ มนมของทานก็มาเย่ียมเปนคร้ังคราว ทาน ศาสดากเอาผาคลุมปูรองรับฝาเทาของนาง (แมนม) และรําลึกถึงความออนโยนของทาน และการ ใชชีวิตอยางงายๆ ของทานเมื่อคร้ังยังเยาว ฟงนางสนทนา และชวยเหลือนางทุกครั้งจนสุด ความสามารถ (๑๐๖) บุตรของทานทเ่ี กดิ จากคอดญี ะฮฺ การใหกําเนิดบุตร ทําใหช วี ติ คูส มรสมคี วามมั่นคงหวานชน่ื มากยิ่งข้ึนเดก็ หนุมแหงกุเรชได ไดใหก ําเนดิ บตุ รคนท่ี ๖ คน มีบุตรชาย ๒ คน คนโต ชื่อ กิซิมและอับดุลลอฮฺ บางคนก็เรียกเขาวา ฏ อเฮร หรือ ฏอยยิบ มีบุตรสาว ๔ คน อิบนุฮิชาม บันทึกวา บุตรสาวคนโตช่ือวา รุกอยยะฮ ซัยนับ

อุมมุกุลษูมและฟาฏิมะฮฺ บุตรชายของทาน ถือกําเนิดกอนชวงการแตงตั่งเปนนบีของทานแต บตุ รสาวถือกําเนิดในชว งการเปนนบีของทา น (๑๐๗) ทานศาสดา มีความอดทนตอการเผชิญกับเหตุการณและอุปสรรคตางๆ จนเปนที่ประจักษ แตเม่ือคร้ังท่ีทานสูญเสียบุตรของตน จิตใจของทานก็ตองทุกขระทม จนน้ําตาออกมานองใบหนา โดยเฉพาะกับเมื่อครั้งท่ีอิบรอฮีม บุตรของทานท่ีเกิดจากทานหญิงมารียะฮฺไดเสียชีวิต จิตใจของ ทานก็ทุกขระทมอยางมาก ขณะเดียวกันปากของทานก็รําลึกตอพระ(เปนเจาเสมอ จนอาหรับบาง คนที่โงเขลาตอหลักการอิสลาม ตําหนิถึงการรองไหของทาน ทานศาสดาจึงกลาววา “การรองไห เชนนี้ถือเปนความเมตตา” แลวกลาวอีกวา “ใครก็ตามที่ไมมีความเมตตา เขาก็จะไมไดรับความ เมตตา”(๑๐๘) บตุ รบุญธรรมของทานศาสดา ( ศ. ) ทานศาสดาไดเรียก เซด บินฮาริษ วาลูกของทานท่ีขางฮะญะรุล อัซวัด เซดก็คือผูโจร อาหรบั ลักพาตวั เขามาจากชายแดนชาม แลวนาํ มาขายใหก บั ญาตคิ นหนงึ่ ของคอดญี ะฮฺ ชอื่ วา ฮะกมี บนิ ฮิชาม ในตลาด มกั กะฮฺแตห ลังจากนัน้ ไมรวู าคอ ดีญะฮฺชอื้ เขามาไดอ ยางไร ไมเ ปนที่กระจา ง เจาของหนังสือ “ฮะยาต มุฮัมมัด” กลาววา ทานศาสดาเสียใจอยางมากจากการสูญเสียของ ทาน และขอรองใหคอดีญะฮฺช้ือเขาไวเพ่ือสืบสกุล แลวทานศาสดาปลอยใหเปนไท แลวเลือกเขา เปนบุตร แตสวนมากกลาวกันวา ขณะที่คอดีญะฮฺแตงงานกับทานศาสดา ฮะกีม บินฮิชามมอบเขา ใหกับปาของตน คือ คอดีญะฮฺ อยางไรตามเขาเปนเด็กหนุมท่ีบริสุทธิ์และมีสติปญญา เปนท่ีรักของ ทานศาสดา คอดีญะฮฺมอบเขาใหกับทานศาสดาระยะผานไปพอของเซด ตามหาจนรูท่ีอยูของลูกจึง ขออนุญาตทานศาสดาเพ่ือกับบานเกิดกับพอของตน ทานศาสดาใหเขาตัดสินใจเองวาจะเลือกกับ บา นเกดิ หรือจะเลอื กอยูทมี่ กั กะฮฺ ความเมตตาและความออนโยนของทานศาสดาทําใหเซดตัดสินใจ อยูก บั ทา นศาสดาท่มี กั กะฮฺ ดวยเหตุนท้ี านศาสดาจงึ ปลอยใหเขาเปนไทและเรียกเขาวา เปน ลูก และสู ขอซยั นับบุตรสาวของญะฮซั แตง งานใหกับเขา(๑๐๙)

อะมนี ของกเุ รชนาํ อะลี ( อ ) ไปอยูท่ีบานของตน ปหน่ึงในมักกะฮฺและบริเวณรอบ เกิดสภาพวะแหงแลงกันดาร ปราศจากน้ํา ทานศาสดา ตัดสินทจี่ ะชว ยแบงเบาภาระคา ใชจายในการดําเนนิ ชีวิตของอบฏู อลิบลุงของทาน โดยตกลงกบั ทาน อับบาซ ลุงของทานอีกคนวาจะแบงบรรดาลูกของอบูฏอลิบนําไปเลี้ยงดูที่บานของตน โดยทาน ศาสดานําทา นอะลี ( อ ) ทา นอบั บาซนําทานญะอฟฺ ร ไปอยูบ านของตน อบูลฟะร็อจญ อิสฟะฮานี นักบันทึกประวัติศาสตรท่ีมีชื่อเสียงบันทึกวา ฮับบาซรับฏอลิบ ไป ฮัมซะฮฺรับญะอฟรไป และทานศาสดารับทานอะลี ( อ ) ไปอยูท่ีบานของตน โดยทานศาสดา กลา ววา “ฉนั เลือกคนที่ พระผูเปนเจาเลือกเขาใหกับฉัน”(๑๑๐) แมวาเร่ืองดังกลาวจะดูเหมือนเปนการเปนการชวยเหลือ ครอบครวั ของทา นอบฏู อลิบ แตทานศาสดามีเปาหมายที่สูงกวาน้ัน คอื การนําเอาอะลี ( อ ) มาเล้ียง ดอู บรมใหมีจริยธรรมเย่ียงทาน ดังที่ทานอะมีรุลมุอมินีนอะลี ( อ ) กลาวใน นะฮฺลบะลาเฆาะฮฺ วา “พวกทานท้ังหลายก็ ทราบถึงสถาน-พและความใกลชิดของฉันกับทานศาสดา ทานเล้ียงดูฉันเติบโตมาในออมอกของ ทาน ขณะที่ฉันยังเล็กอยู ทานนําฉันบอกแนวา ปูท่ีนอนของฉันขางตัวทาน ฉันไดสูดดมกลิ่นหอม จากตัวทา นและฉนั ไดเ รยี นรูจ ริยธรรมจากทานทุกวนั ” (๑๑๑) หลกั ศรทั ธาของทานกอ นการแตงต้งั นับตั้งแตถือกําเนิดจากครรภมารดา จนกระทั่งดินกลบรางของทานไมเคยกราบไหวสิ่งใด เลยนอกจากพระผูเปนเจาองคเดียว ผูที่เล้ียงดูทาน เชน อับดุลมุฏฏอลิบ และ อบูฏอลิบ ลวนเปนผู ศรัทธาและกราบไหวในพระเจาองคเดียวกัน เมื่อครั้งท่ีกองทัพชางบุกเมืองมักกะฮฺ ทานอับดุล มุฏฏอลิบวิงวอนตอพระผูเปน เจาเฉกเชนทานเปนศรัทธาในพระเจาอยางเดียว ณ วิหารอัลกะอฺบะฮฺ วา ขา แตพ ระผูเปน เจานอกจากพระองค ขาฯ ไมม ีความอ่ืน

ขณะท่ีมักกะฮฺเผชิญกับความแหงแลงกันดาร อบูฏอลิบไดพาหลานชายไปกลางทุง โดย กลาววิงวอนของน้ําฝนตอพระผูเปนเจา ดวยสิทธิ์ของตําแหนงของทาน (ศาสดา) จากเหตุการณน้ีมี บทกลอนที่สําคัญถูกบันทึกไวในหนังสือประวัติศาสตร เชน ขณะสนทนาของทานศาสดากับ บาทหลวง บะฮีรอ ณ ท่ีบุศรอไดแสดงการรังเกลียดตอเทวรูป ลาต และอุซซา จงตอบในส่ิงท่ีฉัน ถามทานศาสดาไดมองดวยความโกรธแลวกลาววา อยาสาบานกับลาต และอุซซากับฉัน ไมมีส่ิงใด ในโลกที่เปนสิ่งนารังเกียจ สําหรับฉันเทากับการกราบไหวทั้งสองนั้นบาทหลวงจึงกลาววา ขอ สาบานตอพระผูเปนเจา โปรดตอบคําถามในสิ่งท่ีฉันถามทานศาสดา กลาววา “สิ่งใดที่ทานอยากรู จงถาม(๑๑๒) เหลาน้ีเปนประจักษพยานบงบอกถึงศาสดา และตระกูลอับดุลมุฏฏอลิบ ศรัทธาและกราบ ไหวตอพระผูเปนเจาองคเดียว หลักฐานท่ีช้ีชัดที่สุด คือ การพํานักและเก็บตัวที่ถํ้าฮิรออกอนการ แตงต้ัง บรรดานักเขียนชีวประวัติเห็นพรอมทั้งหมดวา ทานศาสดาไปทําอิบาดะฮฺ (ภักดี) ตอพระผู เปนเจา ที่ถาฮิรออทุกปเปนเวลาหลายเดือน ทานอะมีรุลมุอมินีน อะลี ( อ. ) กลาววา “ทุกปทาน ศาสดาจะไปพาํ นกั ทีถ่ า้ํ ฮิรออ ฉันเห็นทาน และไมมใี ครเหน็ ทานนอกจากฉัน” (๑๑๓) ทานอะมีรุลอมินีน อะลี ( อ. ) กลาวถึงการดําเนินชีวิตของทานศาสดาวานับตั้งแตวันแรกท่ี ทานศาสดาไดหยานม พระผูเปนเจาไดประทาน มะลาอิกะฮฺ*ที่สูงศักด์ิท่ีสุดมาดูแลอบรมทานทั้ง กลางวันและกลางคนื มะลาอิกะฮฺสอนใหทา นรถู ึงจริยธรรมทีด่ ีงาม” (๑๑๔) ดังนั้น ผูที่ไดรับการอบรมดูแล เชน ครอบครัวน้ีและผูที่ไดรับการอบรมจากมะลาอิกะฮฺที่ สูงศักดิ์ท่ีสุด ยอมเปนผูที่ศรัทธาและกราบไหวในพระเจาองคเดียวกัน และมิอาจออกนอกเสนทาง แหงเอกานภุ าพได อะมนี กเุ รช ในถา้ํ ฮริ ออ

ถ้ําฮิรอออยูทางตอนเหนือของเมืองมักกะฮฺ ใชเวลาประมาณคร่ึงช่ัวโมงก็สามารถปนลงไป ในถํ้า สภาพภูเขาโดยท่ัวไปจะเปนหินดํา มันเปนถํ้ามนุษยสามารถปนลงไปได ซึ่งจุดต่ําสุดของถามี ขนาดพอที่คนหน่ึงคนยืนไดภายในถํ้าบางสวนจะไดร บั แสงสวางจากดวงอาทิตย ถํ้าน้ีเปนที่รูจักก็เพราะมันไดเปนประจักษพยานเหตุการณครั้งสําคัญท่ีทําใหผูคนตลอดยุด สมัยปรารถนาท่ีจะไดไปเยือน ถึงแมจ ะตอ งอยากลําบากในการปนลงไปดูก็ตาม เหตุการณท่ีวานั้นก็ คือการประทานโองการแหงพระมหาคัมภีรอัลกุรอานและเปนสถานท่ีๆ ศาสดาผูยิ่งใหญของ อิสลามใชเวลาสวนใหญอยภู ายในถา้ํ แหงน้ี ถ้าํ นสี้ อ่ื ดว ยภาษาของมัน ------- *มะลาอิกะฮฺ คือเทวทูตของพระเจาซ่ึงไดรับพระบัญชาจากพระองคใหมาทําหนาที่สื่อกับมนุษยใน ลกั ษณะตางๆกัน และบอกกับพวกเราวา นี่แหละคือสถานที่เคารพภักดีพระผูอภิบาลของบุรุษผูเปนที่รักของปวงชน ทานไดใชชีวิตกอนหนาท่ีจะไดรับตําแหนงศาสนทูตอยูท่ีน่ีทั้งคืนท้ังวัน ทานไดเลือกสถานที่นี้ทํา การเคารพภักดีพระเจาเพราะมันหางไกลจากความวุยวายทั้งปวด ตลอดเดือนรอมะฏอน ทานอยูใน สถานท่แี หง นี้ สวนชว งเวลาอ่ืนทานก็จะหาโอกาสมาที่น่ีบอยคร้ัง ภรรยาที่รักของทานทราบดีวา ถา ทานไมก ลับบา นก็แสดงวา ทานอยูท ่ถี ้าํ ฮริ ออ กอ นหนา ท่ีทา นจะไดรับการประกาศแตง ต้ังเปน ศาสนทตู นั้นทานครนุ คดิ อยสู องเร่ือง เรื่องแรก ทานมักจะครุนคิดเรื่องอํานาจการปกครองชั้นฟาและผืนแผนดิน อํานาจของพระ เจา และตอ งการประจกั ษแจงในความรอบรูข องพระองค เรื่องทส่ี อง ทา นคดิ แตเ รอ่ื งหนา ทคี่ วามรบั ผิดชอบของตวั ทา น ทานจะแกไขปญหาสังคมใน ยุคน้ันไดอยางไร สังคมที่เต็มไปดวยความเสื่อมทรามและไรซ่ึงขื่อแปร ซึ่งทานเห็นวามันไมยากที่ จะแกไ ข แตกต็ องเผชิญกับความเหน่อื ยยากสาหสั สากรรจ

การเคารพบูชารูปปนท่ีพวกมักกะฮฺกระทํากันนั้นมันสรางความปวดรา วใหกับทานมาก แต ในตอนน้ันทานยังไมไดรับคําส่ังในการกระทําการใดทานจึงจําเปนตองปลีกตัววิเวกไปอยูใน สถานทีเ่ ชน นั้น เรมิ่ ตน ประทานสาสน มาลาอิกะฮฺองคหนึ่งซึ่งไดรับพระบัชชาจากเอกองคอัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) ใหนําโองการหนึ่งซ่ึง เปนปฐมบทสําหรับมนุษยชาติมาใหทานอานเพ่ือยืนยันสถานการณเปนศาสนทูตอละศาสดาของ พระองค มะลาอิกะฮฺองคนั้นก็คือญิบรออีล และวันน้ันก็คือวันแหงมับอัษ (ประกาศการแตงต้ังการ เปนศาสนทูต) ไมเปนท่ีสงสัยเลยวา การเผชิญหนากับมะลาอิกะฮฺนั้นตองใชสภาวะทางจิตวิญญาณที่มี ความพรอมเพยี งใด ถาจิตวญิ ญาณของบคุ คลผนู ไ้ี ม แข็งแกรง และสงู สง พอ กค็ งไมอ าจรับหนา ทนี่ แี้ ละพบกบั มะลาอิกะฮฺได อะมีนกุเรช ไดรับสภาวะน้ีก็เพราะการเตรียมในดานการเคารพภักดี การครุนคิดถึงส่ิงรอบ ขาง และการไดรับอํานาจพเิ ศษจากเบื้องบนนั่นเองตามการายงานของนักบันทึกประวตั ิศาสตรหลาย ตอหลายคนกลาววากอนหนาท่ีทานจะไดรับการแตงต้ังฯน้ันทานมักจะฝนซ่ึงมีความกระจางชัดย่ิง กวาความสวางของกลางวันเสียอีก(๑๑๕) และชวงเวลาที่เขามีความสุขที่สุดก็คือชวงเวลาแหงการได เคารพภักดีพระผูภ บิ าล เมื่อวันน้ันมาถึง มะลาอิกะฮฺญิบรออีลไดจําแลงกายมาเบ้ืองหนาทานแลวกลาวกับทานวา อิกเราะฮฺ (จงอาน) อันเน่ืองจากทานไมเคยไดรับการประศาสนความรูจากที่ใด ทานจึงตอบไปวา ฉันอานไมได มะลาอิกะฮฺบีบค้ันใหทานอานอีก ทานก็ตอบเหมือนเดิม มะลาอิกะฮฺกทําเชนน้ีถึง ๓

ครงั้ จนตวั ทา นเร่ิมรูสึกวาทานสามารถอานได แลวทานก็อานตามท่ีทานเห็นสารที่อยูในมือของมะ ลาอกิ ะฮทฺ ่กี ลา ววา “จงอาน ดว ยพระนามของพระเจา ผูทรงสรา งมนุษยจากกอ นเลือดจงอา น ฟระผอู ภบิ าลของ เจานั้นทรงเกียรติย่ิง พระองคทรงสอนดวยปากกาทรงสอนมนุษยในสิ่งท่ีเขาไมรู” (อัลอะลัก / ๑ – ๕) ญิบรออีลไดทําหนาที่ของตัวเองเสร็จสมบูรณ (๑๑๖) และทานศาสดาก็ออกมาจากถ้ําฮิรออ กลับไปยงั บา น (๑๑๗) โองการท่ีกลาวมาขางตนไดสรางสามกระจางใหกับแผนงาน โดยรวมของทานศาสดาวา ทานตองนําเสนอศาสนาท่วี างอยบู นหลกั การของการอานและการเรยี นรแู กประชาชาติทวั่ ไป เมอื่ การประทานโองการแรกจบส้นิ ลง จิตวิญญาณอันย่ิงใหญของทานศาสดาเต็มไปดวยรัศมีและความเรืองรอง ส่ิงที่ทานไดรับ การบอกกลาวจากญิบรออีลนั้นมันไดฝงแนนอยูในดวงจิตของทาน หลงั จากเหตุการณค ร้ังแรกผาน ไป ตอมามะลาอิกะฮฺองคน ้กี ม็ าหาทา นศาสดาอกี แลว กลา วกับทานวา “เอย มฮุ มั มัด ทานคือ ศาสดาของพระเจา และฉันคือญิบรออีล” บางคนกลาววา ทานไดยินสุรเสียงน้ีตอนเดินลงมาจาก ถ้ําฮิรออฺ ทั้งสองเหตุการณน้ันสรางความกระวนกระวายใจและความสับสนใหกับทานเปนอันมาก ความกระวนกระวายใจที่วา นี้เกดิ ขึน้ เมือ่ ตองคํานึงถึงหนาที่ทีต่ ามมา ความกระวนกระวายใจท่เี กิดข้นึ นัน้ มิไดเ ปน ตัวบ บอกวาทานจะไมเชื่อในสิ่งที่ทานพบ เพราะจิตวิญญาณย่ิงมีความกลาแข็งเพียงใดก็ยอมสามารถ เชือ่ มตอกบั สิ่งอนั พนญาณวสิ ยั ไดมากเทา น้ัน ทานเดนิ เขาบานดว ยความกระวนกระวายใจความเหน่ือยลาเมื่อภรรยาสุดที่รักของทานเห็น ทานในสภาพเชนนั้น นางไดถามทานแลวทานก็ไดเลาส่ิงที่ทานพบใหนางฟง ทานหญิงคอดีญะฮฺ มองทานศาสดาอยางใหเกียรติกลาวขออดุอาอใหกับทานวา “พระเจาจะทรงชวยเหลือทาน” ทาน

ศาสดากลาวกับทานหญิงดวยความเหนื่อยลาวา “หาผาหมใหฉันหนอย”ทานหญิงคลุมผาใหทาน และทานก็นอนหลบั ไป ทา นหญงิ คอดีญะฮเฺ ดินทางไปพบกบั วะรอเกาะฮฺ บนิ เนาฟล กอนหนานี้เราไดแนะนําใหรูจักกับวะรอเกาะฮฺมาบางแลว เขาเปนนักปราชญของชาว อาหรับ และเมื่อเขาอานคัมภีรอินญ้ีลจบ เขาก็ไดกลายเปนคริสเตียน เขาคือลุงของทานหญิงคอ ดีญะฮฺ ภรรยาสุดท่ีรักของทานศาสดา ทานหญิงไดเลาเร่ืองราวท่ีไดยินมาจากทานศาสดาใหเขาฟง วะรอเกาะฮฺไดตอบหลานสาวของเขาวา “เขาพูดจริง สิ่งที่เกิดข้ึนกับเขาคือจุดเร่ิมตนของการเปนศา สนทูต กฎเกณฑอนั ยิง่ ใหญจ ะถกู นํามามอบใหเขา” บุรษุ และสตรีคนแรกท่ีศรทั ธาตอ ทานศาสดา ความกาวหนาของอิสลามและและอิทธิพลของ ศาสนาที่แผไปท่ัวโลกนั้นมีลักษณะคอย เปนคอยไป อัลกุรอานไดกลาวบุคคลถึงกลุมแรกท่ียอมรับและเผยแพรหลักการน้ีวา “อัซซาบิกูน” (ผูที่กาวล้ําหนา) การยอมรับอิสลามกอนผูใดน้ันแสดงถึงเกียรติยศและความสูงสงของผูนั้น เรา จําเปนตอง ตรวจสอบในเรื่องนี้อยางเปนกลางและจากตําราท่ีมีชื่อเสียงอันเปนที่ยอมรับวา ใครคือบุรุษคนแรก ที่ยอมรบั อสิ ลาม และใครคอื สตรีคนแรกท่ียอมรับอสิ ลาม จากเหลา สตรี คอื คอดญี ะฮ เปนทช่ี ัดเจนทางประวัตศิ าสตรน่นั ก็คือ คอดีญะฮเปนสตรีคนแรกท่ีมีศรัทธาตอทานศาสดา ซ่ึงไมพบความขัดแยงในเรื่องน้ีเลย (๑๑๘) และเราขอนําหลักฐานอันสําคัญทางประวัติศาสตรซ่ึงนัก รายงานประวัตศิ าสตรไ ดเ ลาจากภรรยาทา นหนงึ่ ของศาสดาผูทรงเกยี รติ อาอิชะฮฺกลาววา ฉันเคยมีอคติกับส่ิงท่ีฉันคิดถึงในเรื่องความรักและความเมตตาของทาน ศาสดาที่มีตอ คอดีญะฮ ตอนมีชีวิตอยูเลยตลอดเวลาไดแตรูสึกแปลกใจเกี่ยวกับนาง เพราะทาน

ศาสดาชอบราํ ลึกถงึ นางบอ ยๆ หากทานไดเชือดกะสกั ตัว ทานก็ไปหาเพ่ือนๆของคอดีญะฮและแบง สวนใหกับพวกนาง วันหน่ึงทานศาสดาผูทรงเกียรติกําลังจะออกจากบาน ตอนน้ันก็ยังเอยถึง คอ ดีญะฮฺ และกลาวรําพึงถึงนางสุดทายฉันก็ไมสามารถควบคุมตัวฉันได ฉันกลาวออกวา “ฉันกลาว ออกไปวานางเปนเพียงหญิงชราอัลลอฮฺหาหญิงที่ดีกวาใหแกทานแลว” คําพูดของฉันไดสงผลไมดี ตอทานศาสดา รองรอยความโกรธปรากฏบนหนาของทาน จนทานกลาววา “ไมไดเปนเชนน้ันเลย ดีกวาน้ันฉันยังไมเคยเจอ นางมรศรัทธาตอฉันในสภาพท่ีประชาชนทั่วไปปฏิเสธและต้ังภาคี นาง มอบทรัพยสนิ และความม่งั คงั่ ของนางใหแ กฉนั ในสภาพท่ียากลําบากที่สุด อัลลอฮฺไดประทานลูกๆ จากนางแกฉันขณะทไี่ มไ ดป ระทานใหแ กภ รรยาคนอน่ื ” (๑๑๙) อีกอยางหน่ึงในเร่ืองการมีศรัทธาของคอดีญะฮกอนสตรีนางใดในโลกในชวงเริ่มตนของ วะฮยฺ ูและการลงมาของอลั กรุ อาน เพราะตอนที่ทา นศาสดาผูท รงเกียรติไดลงมาจากถํ้า “ฮิรออ” ทาน เลา เร่อื งของทานเองใหภ รรยาฟง ทันใดน้นั เองก็ไดยินเสยี งภรรยาของทา นกลา วตอบรับการมีศรัทธา ตอทานยิ่งไปกวานัน้ นางเคยยินขาวจากผหู ลักผูใหญและผูรชู าวอาหรบั อยูบอยครง้ั ในเร่ืองการเปนน บขี องสามีนาง ขาวคราวความเปนจรงิ และความถูกตอ งของ เขาทาํ ใหน างตอ งแตงงานกบั หนมุ บนฮี าชมิ ชายคนแรกคือ อะลี เปนที่รูกันถึงความสอดคลองกันระหวานักรายงานประวัติศาสตรรวมท้ังซุนนีและชี อะฮฺนั้นกค็ ือ บุรษุ ทมี่ ีศรัทธาตอ ทานศาสดาก็คอื อะลี อะลี (อ) เองไดกลาวในคุฏบะฮ “กอศิอะฮ ” ในเร่ืองนี้วา “ในสมัยน้ันอิสลามยังไมไดเขา มายังบานหลังใด ยกเวนแตในบานของทานศาสดาผูทรงเกียรติและคอดีญะฮ แนเปนคนท่ีสามท่ีได เห็นรศั มีแหงวะฮยฺ แู ละสาสน ไดด มกล่ินอายของความเปนนบี...........”(๑๒๐)

อะลีและคอ ดีญะฮไดนมาซกบั ทานศาสดา อบิ นุ อะษีร ในอะซะดุลฆอบะฮของอิบนุฮาญัร ในอิลอิศอบะฮ แปลโดย “อะฟฟ กันดี” ผูรู ทางประวตั ิศาสตรจาํ นวนมากมกั รายงานเร่ืองราวขา งลางน้ี โดยกลา ววา ในชวงยุคแหงความโงเขลา ฉันไดมาถึงยังมักกะฮฺ เพื่อนของฉันคือ “อับบาซ บิน อับดุล มุฏฏอลิบ” เราสองคนอยรู อบๆกะอบะฮ ทนั ใดนนั้ ฉนั กเ็ ห็นชายคนหนง่ึ ยืนตอหนากะอบะฮ จากนั้น ก็เห็นเด็กชายยืนทางดานขวาของเขาและอีกไมนานก็เห็นสตรีนางหน่ึงเขามายืนตามหลังพวกเขา ฉันพบวาทั้งสองคนกําลังทําตามชายคนน้ัน กม (รุก๊ัวอ)และกราบ(ซุูด) ส่ิงที่ไมเคยเห็นมากอนนี้ ทําใหความอยากรอู ยากเห็นของฉันลุนพลานข้ึนมา จนตอ งถามเร่อื งน้ีกบั อบั บาซ เขากลาววา ชายตนนั้นคือ มุฮัมมัด บุตรของอับดุลลอฮฺ เด็กชายคนน้ันคือลูกพ่ีลูกนองของเขา และ หญิงท่ีตามหลังอยูก็คือภรรยาของ มุฮัมมัดจากนั้นลูกพ่ีลูกนองของฉันจึงกลาววา วันหน่ึงจะมาถึง ซึง่ คลงั สมบตั รของ “กซั ร”ี และ “ก็อยศัร” จะเปนของเขา แตข อสาบานกับพระผูเปนเจา จะไมมีผูใด ในแผนดินท่ีจะปฏิบัติตามแนวทางน้ียกเวนแคสามคน จากนั้นผูรายงานไดกลาววา ฉันใฝฝนที่จะ เปนคนทีส่ ี่ ๑๐ การเผยแพรศ าสนาอยางลบั ๆ ( ตอเครอื ญาติ ) ทานศาสดา มุฮัมมัด (ศ.) ไดทําการเผยแพรอยางลับๆอยูเปนเวลาสามป และในชวงเวลาน้ัน แทนท่ี จะทําการเผยแพรประชาชน สวนรวม ทานไดมุงเนนการสรางคนในกลุมยอย เพื่อความเหมาะสม ใหเกิดขึ้นในเวลาน้ัน โดยที่ไมมุงเนนการเผยแพรอยางเปดเผย และดวยกับการติดตออยางลับๆของ ทานศาสดา ทานไดทําการเรียกรอ งกลมุ ชนนัน้ สศู าสนาและคําสอน ดวยกับการเผยแพรอยางลับๆน้ี

เองทําใหกลุมหนึ่งจากชาวอาหรับเช่ือม่ันและศรัทธาตอศาสนาแหงพระเขาและทานได ตอนรับ พวกเขาเหลานน้ั ดวยการดแู ลเอาใจใส ถึงกับประวตั ิศาสตรตอ งจารึกนามของพวกเขาเหลา นน้ั ดงั นี้ ทานหญิงคอดีญะฮฺ ทานอิมามอะลี บินอะบีฏอเล็ย ทานซยั ด บินฮาริษะฮฺ ทานซุเบร บินอะ วาม ทานอับดุรเราะฮฺมาน บินเอาฟ ทานสะอัด บิน อะบีวักกอส ทานฎอลฮะฮฺ บินอะบัยดิลลาฮ ทา นอบูอุบัยดะฮฺ ญัรรอห ทานอบูซะละมะฮฺ ทานอัรกอม บินอะบีลอัรกอม ทานกุดดามะฮฺ บิน มัฎอูน ทานอุบยั ดะฮฺ บนิ ฮารษิ ทานสะอีด บินเซด ทานฆิบาบ บิน อิรซ ทานอบูบักร บินอบูกุฮาฟะฮ ทานอุ ษมาน บนิ อฟั ฟาน และทานอื่นๆซง่ึ ยอมรับอสิ ลามและศาสดาแหง อสิ ลามในชวงแรกน้ัน (๑๒๑) บรรดาหัวหนาเผากเุ รช ในชวงระยะเวลาสามปนั้น ไดหมกมุนอยูกับความสุขสวนตัว แตก็ พอท่ีจะรขู าวเกี่ยวกับการเผยแพร อยางลับๆของทา นศาสดา แตก็ไมกังวลหรือวติ กใด ในชว งสามปน ั้น เปนชว งแหงการสรางตัว ซ่ึงทานศาสดากับบคุ คลบางสวน และสาวกบาง คนของทานจะไปยังหุบเขามักกะฮฺ เพ่ือทําพิธีนมาซใหรอดพนจากสายตาของชาวกุเรช วันหน่ึง ในขณะนมาซท่ีหุบเขามักกะฮฺพอชาวมักกะฮฺบางกลมไดเห็นพวกพองของศาสดา ไดแสดงการ ตอตานและคัดคา น จนทาํ ใหส าวกของทานบางคนมีปญหากับกลุมมุชริกนน้ั ซ่ึงทําใหพวกมุชริกคน หนึ่งมีเร่ืองจนมีบาดแผล(๑๒๒) กับสะอัด บินวักกอส ดวยเหตุน้ีทานศาสดาไดเลือกบานของทานอัร กอม (๑๒๓) เปนสถานท่ีทําอิบาดะฮฺ และในสถานท่ีน้ัน เปนท่ีเผยแพรและตอบปญหาตางๆตอสาวก

จากวิธีนี้ทําใหการเผยแพรของทานปลอดสายตาพวกมุชริก และมีสาวกบางทานไดยอมรับอิสลาม ณ ท่นี ัน้ เชน ทา นอัมมาร บนิ ยาซีร ทานสุฮัยบ บนิ ซนิ าน บรรดาปราชญไ ดปฏิบัติการทุกอยางอยูกับการวางแผน อยางเปนระบบ และจะเร่ิมตนจาก จุดท่ีเล็กสุด และเม่ือใดท่ีเห็นวาไดรับความสําเร็จทันใดน้ันเขาก็จะกระจายงานกวางขึ้นเพ่ือนําไปสู ความสมบูรณ หัวหนาเผาแหงกุเรช มนชวงสามปน้ัน ไดอยูกับการทํามาหากินแตฟรอูนแหงมักกะฮฺ อบู ซุฟยาน ไดรับรูการเคล่ือนไหวของทานศาสดาและสาวกอยูตลอด ซ่ึงเขาไดดูถูกเยาะเยย และพวก เขานกึ ในใจวา ไฟแหงการเผยแพรข อง มฮุ ัมมดั (ศ.) เหมือนกับการเผยแพรของ วะรอเกาะ และอุมยั ยะฮฺ ซึ่งนาํ เรอ่ื งราวแหง อินญณิ และเตารอด มากลา วใหป ระชาชนฟง เก่ียวกับศาสดาอีซาใน หมูอาหรบั ซึ่งไมน านกจ็ ะหยุด และไปไมไดไกลอยางแนนอน บรรดาหัวหนาเผา กเุ รช ในชว งเวลาสามปไมแสดงอาการคดั คานใดๆกับงานทา นศาสดาเลย และยังมีมารยาทท่ีดีใหเกียรติตอทาน และทานศาสดาก็ไมแสดงการคัดคานตอการบูชาเจว็ดของ พวกชาวมกั กะฮฺแตทา นศาสดามีเปา หมายเพยี งกลมุ ยอ ยทม่ี ใี จโนมเอียงตออสิ ลามเทานั้น แตเ มือ่ เรม่ิ เผยแพรแ กเครือญาตนิ น้ั ทานก็เผยแพรอยางเปดเผย ไปพรอมๆกัน ซ่ึงทานศาสดาเร่ิมการคัดคานการบูชาเจว็ดและพิธีกรรมของพวกเขา ซ่ึงในเวลา นั้นเอง ทําใหพวกกุเรชต่ืนตัวขึ้น และเขาใจวาแทจริงการเผยแพรของมุฮัมมัด กับวะรอเกาะ อุมัย ยะฮฺน้ันมีความแตกตางกันอยางสิ้นเชิงดวยเหตุนี้การตอตานและสงครามไดเริ่มกอตัวข้ึน ทาน ศาสดาจึงเร่ิมกระทําการครั้งแรกดวยการดับไฟนั้น โดยการเผยแพรแกเครือญาติของทานและเร่ิม เผยแพรแกประชาชนท่ัวไป ไมเปนท่ีสงสัยเลยวาการปฏิรูปของทานนั้นไดสงผลตอการดําเนินชีวิต ของชาวมกั กะฮฺทําใหสังคมนาํ ไปสกู ารเปลย่ี นแปลงดว ยกบั สองพลังที่จาํ เปนคอื ๑. พลังแหงวาทศิลป การพูด ซ่ึงผูพูดสามารถเรียกความสนใจและดึงดูดผูฟง อธิบายสัจ ธรรมไดอยางนา ทง่ึ ดว ยการนํานิวรณม า อา งอิงและนําเสนอตอแนวคดิ ประชาชน

๒. พลงั แหง การปกปอ ง เมื่อมีอันตรายจโู จมมาจากฝา ยศัตรูมีผูใหการปกปอง หากถอยคําท่ี ปราศจากพลังดังกลา วแลว คบเพลงิ แหง การเชิญชวนของนกั ปฏริ ปู ยอมจะดับลงในวันแรกน่ันเอง ทานศาสดาเปน นักววิ าทศลิ ปท ่ียอดเย่ยี ม นักบรรยายท่ีเกงมีความสมบูรณยิ่ง ศิลปะแหงการ พูดของทานเต็มไปดวยโวหานและภาษาที่สละสลวยแตทวาในชวงแรกนั้นทานไดขาดพลังงานท่ี สอง ดังน้ันในชวงการเผยแพรสามปอยางลับๆไดประสบผลสําเร็จมีผูยอมรับศาสนาอิสลามเกือบส่ี สบิ คน ซ่ึงเปนธรรมดากลุมชนนอ ยนดิ นไ้ี มส ามารถปกปอ งทานศาสดาไดท ุกรูปแบบ ดังนั้น บุคคลท่ีจะมาปกปองทานศาสดาและการจัดตั้งกองกําลังคือการเร่ิมตนดวยการ เผยแพรตอเครือญาติกอนประชาชนท่ัวไป ซ่ึงดวยวิธีนี้สามารถนําพลังที่สองมา ซ่ึงเปนเหมือนปอม ปราการที่จะปกปอ งอนั ตรายทกุ ประการ ดวยการวิเคราะหอยา งนอยสุดก็มปี ระโยชนใ นการเผยแพร ของทานถึงแมพวกเขาจะไมยอมรับอิสลาม อยางนอยพวกเขาก็เห็นวาทานศาสดามาจากเครือญาติ หรอื เปน ญาติกัน พวกเขาจะชวย ปกปองทานและพรอมกันน้ันการเผยแพรของทานศาสดาตอหัวหนาเผาอื่นๆ ก็จะมีผลสะทอนที่ดี และเห็นวาแนวโนม พวกเขาจะยอมรับอิสลาม ดังน้ันทา นศาสดาไดม องวา พนื้ ฐานการปฏริ ปู และการเปลยี่ นแปลง คือการเปล่ียนแปลงจากขางในกอน เพื่อท่ีจะใหญาติและวงศตระกูลชวยปกปองปญหาตางๆท่ีจะ ตามมา และการเผยแพรแกคนภายนอกก็ไมมีผล (ถาคนใน ยังไมยอมรับ ) เพราะจะเกิดการคัดคาน และตอตานจากภายนอก ดวยเหตุน้ี พระองคอัลลอฮฺผูทรงยิ่งใหญไดมีคําสั่งใหทานศาสดาเผยแพรแกเครือญาติ ใกลชดิ ของทา นวา “และเจา จงตักเตอื นญาติใกลชดิ ของเจาเถดิ ”๑๒๔ และพระอง ( ซ.บ.) ยังบัญชาใหการเผยแพรแ กประชาชนทวั่ ไปวา

“ขงประกาศอยางเปดเผยในส่ิงท่ีเจาถูกบัญชาใช และจงผินหลังใหพวกต้ังภาคี แทจริงเรา ไดใ หเ จาเพียง (ไมตองพึ่งพา)จากพวกทช่ี อบเยย หยันแลว” ( อัลฮิจญร / ๙๔- ๙๕ ) วิธีการเผยแพรเ ชิญชวนเครือญาติ สูอ สิ ลามของทานศาสดา วิธีการและรูปแบบการเผยแพรของทานศาสดาตอเครือญาติเปนส่ิงท่ีนาแปลกใจมาก ซ่ึงความจริง นั้นไดถ ูกเปด เผยและหลงั จากนน้ั ความลบั ทง้ั หลายเรม่ิ กระจา งยิ่งขน้ึ บรรดานักตัรซีรฺ ไดอรรถาธิบายเก่ียวกับโองการนี้วา “เจาจงตักเตือนเครือญาติใกลชิดของ เจาเถิด” แมแตนักนักประวัติศาสตรอิสลามช่ือดังก็มีทัศนะตรงกันในเรื่องนี้วา “พระองคอัลลอฮฺ ทรงมีคําสั่งกศาสดา เพ่ือใหเรียกรองญาติพี่นองของทานสูอิสลาม ดังนั้นทานศาสดาไดรับส่ังให ทานอิมามอะลี ซึ่งในขณะนั้นมีอายุ ๑๓ หรือ ๑๕ ขวบเทานั้น จัดเตรียมอาหาร และพรอมกับจัดนม สดไวดวยในสํารับน้ันหลังจากน้ันทานศาสดาไดเชิญบรรดาหัวหนาของเผาบนีฮาชิมมา ๔๕ คน และตดั สนิ ใจทีจ่ ะเผยความในใจในระหวา งรบั ประทานอาหาร แตทวาเปนส่ิงท่ีนาเสียดาย หลังจากท่ีแขกไดรับประทานอาหารเสร็จพอทานศาสดาจะเริ่ม พูดลุงของทานอบูละฮับไดพูดเร่ืองตางท่ีไรสาระและพูดเรื่องไมเปนเร่ืองข้ึนมา จนทําใหทาน ศาสดาไมส ามารถพูดเปด ประเด็นได เม่ือทานศาสดาเห็นเชนนั้นจึงไดตัดสินใจเล่ือนการพูดคุยไววันอื่นหลังจากน้ันทาน ศาสดาไดเชิญบรรดาญาติของทานมารับประทานอาหารอีกวันหนึ่ง ดังน้ันจึงไดจัดเตรียมอาหาร เหมือนกับวันที่ผานมา และเม่ือแขกรับประทานอาหารเสร็จ ทานศาสดาไดเริ่มสรรเสริญพระองค แอัลลอฮฺและกลา วถึงความเปนเอกภาพของพระองค หลังจากนนั้ ทา นศาสดาไดก ลาววา........... “ แนนอนผูท่ีนาํ ทางตอสังคม เขาจะไมกลาวโกหก ไมมีพระเจาอ่ืนใดนอกจากอัลลอฮฺ ฉัน ไดถูกสงจากพระผูเปนเจายังพวกทาน และประชาชนท้ังโลก โอเครือญาติของฉัน พวกทานตอง ส้ินชีวิตเหมือนผูตายแลวและตองฟนข้ึนมาใหมเหมือนกับตนที่มีชีวิตและจะถูกสอบสวนตามการ

กระทําของตน สรรคนั้นเปนนิรันดร(สําหรับผูประกอบกรรมดี)และนรก น้ันเปนนิรันดร(สําหรับ ผูปฎิบตั ชิ ั่ว)” (๑๒๔) หลังจากน้ันทานศาสดากลาวเพิ่มอีกวา “ไมมีใครท่ีจะนําส่ิงที่ดีท่ีสุดเหมือนกับที่ฉันได นํามาใหพวกทาน ฉันไดนําส่ิงท่ีดีท้ังชีวิตโลกน้ีและชีวิตโลกหนา พระเจาไดมีคําสั่งมาวา ใหฉัน เรียกรองสพู ระองคด ังนัน้ มใี ครบางไหมจากพวกทานท่ีจะชวยเหลือฉัน แลวเขาจะไดเปนพ่ีนองของ ฉนั เปน ตัวแทนของฉันในหมูพวกทาน”(๑๒๖) เมื่อคํากลาวของทานศาสดาไดมาถึงประเด็นนี้ ทําใหแขกท่ีมาน่ังเงียบทั้งหมดทุกๆคนท่ี เปนหัวหนาเผาไดนั่งเงียบแลวคิดอยู ทันใดน้ันทานอะลีซึ่งขณะนั้นอายุเพียง ๑๓ หรือ ๑๕ ป ไดลุก ขนึ้ ยืนแลวไดพ ดู ดว ยเสยี งดังกังวานวา “โอสนทตู แหง อัลลอฮ ฉนั พรอมทจี่ ะปกปอ งทาน” ทานศาสดาไดส้ังใหทานอะลีนั่งลง ทานพุดเชนน้ัน ๓ ครั้ง แตไมมีใครตอบรับนอกจาก ทานอะลีเทานั้น ดังน้ันทานศาสดาเมองไปยังญาติทั้งหมดแลวกลาววา “โอญาติท้ังหลาย เด็กหนุมผู น้ี คอื นองของฉนั และเปนตวั แทนของฉันในหมขู องพวกทา น จงเช่ือเขาและปฏิบัติตามเขาเถิด”(๑๒๗) หลังจากนั้นการประชุมก็ไดจบลง ทุกคนตางยิ้มและหัวเราะ แลวหันไปยังทานอบูฏอเล็บ กลาววา (มฮุ ัมมัดไดส่งั ใหทานเช่ือฟงลูกทา นเอง และบอกวา ลูกของทา นสูงกวาทา นอกี ”(๑๒๘) นเี่ ปน เพยี งบาลตอนจากประวัติศาสตรท ่ีขาพเจา ไดก ลา วซ่งึ แนนอน ที่สุดเรื่องราวเหลานี้เปนสิ่งที่ถูกยอมรับของนักประวัติศาสตร และไดนํามารายงานกันอยางกวาง ทีเดียว ดวยสายรายงานท่ีแตกตางกันออกไป (นอกจากอิบนุตัยมียะฮฺทมีทัศนะเรื่องอะฮฺลุลบัยตฺ แตกตางจากผอู ืน่ ซงึ่ ขา พเจา ไดย กมากลา วในหนังสอื ของขา พเจา ชอื่ วา ฟรุ ูฆอะบะดียัต)

๑๑ การเผยแพรศ าสนาอยางเปดเผย ของทานศาสดา (ศ) สามปหลังจาการแตงตั้งทานศาสดา ทานก็ไดทําการเชิญชวนญาติพ่ีนองสูอิสลาม ขณะเดียวกันก็ไดทําการเผยแพรศาสนาอยางเปดเผย ในชวงสามปที่ทานไดติดตอกับกลุมเฉพาะ เพอ่ื เรยี กรอ งสูอสิ ลาม แตทวาในครั้งนี้ไดปา วประกาศอยางเปด เผยตอ ประชาชนทั่วไปสูการภักดีตอ พระผูเปนเจาผูทรงย่ิงใหญ วันหน่ึงทานไดยืนอยู ณ ภูเขาศอฟา ดวยการพูดเสียงดังขึ้นวา ยาศอบา ฮาฮฺ ( เปน คาํ เรียกรอ งสูค วามสนใจ ท่จี ะบอกใหร ูถึงอนั ตรายแกผ ูฟง )

การรยี กรอ งของทานศาสดาไดเ ปน จุดสนใจ ทาํ ใหเผาตางๆของกุเรชหล่ังไหลเขามาหาทาน หลังจากนน้ั ทานศาสดาไดก ลาวตอลมุ ผมู าชุมนมุ วา “ถาฉนั จะบอกขาวแกพ วกทา นวา” หลังภูเขาศอ ฟาน้ีมีศัตรูไดตั้งพํานกั อยูเ พื่อจะปลนชิงทรัพยพวกทาน พวกทานจะเช่ือไหม? ทุกคนกลาวา “เชื่อสิ เพราะในชีวิตนี้เราไมเคยไดยินการโกหกของทานเลย” หลังจากนั้นทานศาสดากลาวตอวา “โอชาว กุเรช จงทําตัวของพวกเจาใหปลอดภัยจากไฟนรกเถิด ฉันเปนทูตแหงเจา ฉันขอกลาวเตือนพวก ทานตอความนา กลวั ของไฟนรก” หลังจากน้ันทานศาสดากลาวตอวา “สถานภาพฉันเหมือนกับคนท่ีเฝามองดู เห็นศัตรูท่ีอยู จากจดุ ท่ีไกล จึงรีบเรงที่จะหาความชวยเหลอื โดย “กลา ววา ยาศอ บาอาฮฺ” จงระวงั สิง่ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ”(๑๒๙) บรรดาชาวกเุ รชไดรูเรอื่ งราวการเผยแพร ของศาสดามากอนบางแลว เม่ือไดยินคําพูดเชนนี้ ทําใหพวกเขารูสึกกลัว (อันตราย) ทันใดนั้นอบู ละฮบั ไดกลาวขึน้ กบั ทานศาสดาวา ความพินาศมตี อเจา เจา เรียกรอ งเรามาเพ่อื เรอ่ื งไรส าระนี้กระน้ัน หรือ?” หลงั จากนั้นประชาชนไดแ ยกยายกันไป. การยนื หยัดตอ สใู นอุดมการณ ความลับของความสําเร็จ อยใู นสองประการคอื

หนึ่ง เช่ือม่นั ตอ เปา หมาย สอง ยืนหยัด มงุ มั่นในการไปถึงเปาหมาย ความเชื่อ การมอี ุดมการณ คือพลังขับเคล่ือนภายใน ซึงทําใหมนุษยไปถึงเปาหมายได ทําใหปญหา และอุปสรรคเปน สิง่ ท่งี มงาย ท้งั วนั ทง้ั คืนอุดมการณนนั้ ปลุกเขาใหสูเ พื่อถึงจุดหมาย เพราะวาบุคคล ท่ีมีอุดมการณเขาจะเชื่อวาความสุขและความดีงามนั้นอยูในวาระสุดทายของมันกลาวอีกนัยหน่ึงก็ คือ ทุกครั้งมนุษยเรามีอุดมการณ ความผาสุกนั้นจะอยูท่ีเปาหมาย ดังนั้นเขาจะขับเคลื่อนดวยกับ พลงั แหง ศรัทธาสเู ปา หมาย ดวยการขจัดปญ หาตางๆ เชนคนปวย รูวาการท่ีจะทําใหเ ขามีสุขภาพที่ดี กายจากปวยดวยการกินยา ถึงแมวาจะมีรสชาติที่ขมก็ตาม เขาก็จะกินมันดวยความงายดาย แตถา เมือ่ ไหรก็ตามที่ผูปวยนั้นเกิดสงสัยหนือลังเลในตัวยา เขากจ็ ะไมกาวเขาไปกินมันอยางแนนอน เมื่อ เขาไมกาวเขาไป เขาก็จะประสบกับความเจ็บปวด และอาการปวยท่ีรออยูน่ันเอง น่ีแหละคือพลัง แหงอีหมา นที่จะขจัดปญ หาอุปสรรค แตทวาไมเปนที่สงสัยเลยวา การจะไปถึงเปาหมายนั้น ตองมีอุปสรรคตางๆและปญหา มากมายดังนันตองพยายามท่ีจะขจัดปญหาและอุปสรรคเหลาน้ันออกไป อัลกุรอานไดกลาวถึงเร่ือง น้วี า “ แทจริงบุคคลผูซึ่งกลาววา พระผูอภิบาลของเราคืออัลลอฮฺ จากนั้นพวกเขาก็ยืนหยัด มะ ลาอิกะฮฺจะลงมาหาพวกเขา (แลวกลา ววา)พวกเจา อยาไดหวาดกลัว และอยาไดทุกขระทม จงรับขาวดีเร่ืองสวรรค ซึ่งพวกเจาถูกสัญญาเอาไว” (ฟุ ศศิลตั / ๓๐) การยนื หยัดของทานศาสดามุฮัมมดั (ศ.) ในการเผยแพรศาสนา การติดตออยางลับๆของทานศาสดา ตอกลุมยอยเหลาน้ันกอนการเผยแพรอยางเปดเผย ทํา ใหการเผยแพรทานศาสดาอยางเปดเผยน้ีไมรูสึกเหน่ือยเปนสาเหตุทําใหมุสลิมกลุมใหมนี้ยืนข้ึนตอ หนาฝาศัตรูและพวกบูชาเจว็ด ผูที่ไดรับอิสลามในชวงการเผยแพรลับๆ ก็ไดลุกขึ้นมายืนเคียงบา

เคียงไหลมุสลิมใหแลวกลาวตอนรับการเรียกรองทานศาสดาอยางภาคภูมิ เสียงแหงภัยอันตราย ณ มักกะฮฺไดกระหึ่มดังข้ึน การทําลายกลุมเลกๆนี้ไมใชเปนเรื่องใหญสําหรับชาวอาหรับเลยท่ีมีความ พรอ มในกองกําลัง แตทวาส่ิงที่ชาวอาหรับกลัวและวิตกคือกลุมมุสลิมใหมน้ันมาจากหลายๆเผา ซ่ึง ตอ งใชความพยายามสูงในการจะขจดั และแตแ ลเผาก็มีจํานวนหนงึ่ ไดนิยมและรับอิสลาม และการ ตดั สนิ ใจในการทาํ ลายไมใ ชเ ร่อื งงา ยเสยี แลว หัวหนาเผาแหงกุเรช หลังจากไดปรึกษาหารือ จึงตัดสินใจวา เราตองทําลายรากฐานของ พรรคแหงมุฮัมมัดดวยทุกวิธี ดังน้ันบางคร้ังพวกเขาใชการลอดวยสิ่งตางๆเพ่ือใหมุฮัมมัดละท้ิงการ เผยแพร หรือบาง ครง้ั พวกเขาก็ใชวิธีขมขูและหามการเผยแพร จนกระท่ังใชแผนสุดทายคือ สังหาร ทาํ ใหท า นศาสดาตอ งตัดสินใจอพยพสูนครมะดีนะฮฺ หัวหนาเผาบนีฮาชิมในสมัยนั้นคือทานอบูฏอเล็บ เขาเปนผูนําท่ีมุงมั่น มีจิตใจท่ีดีงาม บาน ของเขาเปนท่ีพักพิงของผูยากไร และเขาเปนผูนํามักกะฮฺ และมีตําแหนงดูแลกะอฺบะฮฺ ซ่ึงมีฐานะ ภาพท่ีย่ิงใหญมากและเขาเปนผูมีหนาที่ดูแลทานศาสดาหลังจากท่ีทานอับดุลมุฏฏอลิบ เสียชีวิตลง ดังนั้นทําใหชาวมักกะฮฺกลมหนึ่งไดไปหาเขา และไดพุดกับเขาวา ..... “ หลานของทาน (มุฮัมมัด ) ไดดูถูกพระเจาของเรา และกลาวหาศาสนาของเราไปในทาวงท่ีไมดี เขาหัวเราะเยาะตอหลักความ เช่อื และการปฏิบตั ิของเรา และบอกวาบรรพบุรุษเราหลงทาง ดังน้ันขอใหทานส่ังเขา (มุฮัมมัด ) เลิกจากภารกิจน้ีเสีย หรือให เปน หนา ท่เี ราในการจัดการกับเขา แตทานตองไมป กปองเขา” เมื่อบรรดาผูอาวุโสของกุเรชและหัวหนาบานีฮาชิมไดเจรจากัน ทําใหผูอาวุโสเหลานนั้ เย็น ลง ถึงกับเปลี่ยนเปาหมายท่ีจะติดตามทานศาสดา แตทวาอิทธิพลของกระแสการยอมรับอิสลามได เพ่ิมย่ิงขึ้น ดวยกับพลังดึงดูดแหงจิตวิญญาณและคําปราศรัยของทานศาสดา และถอยคําอัลกุรอาน อันทรงพลงั และความเปนโวหารชว ยใหช าวอาหรบั สนใจอิสลามมากขึ้นโดยเฉพาะอยางย่ิงในเดือน สําคัญ เดือนตองหามของชาวมักกะฮฺ มีผูแสวงบุญมากมาย ทานศาสดาไดใชโอกาสน้ันในการ เผยแพรดวยกับวาทศลิ ปที่เปน เลิศและการปราศรัยท่ีนาทึ่ง ทําใหผูฟงสนใจตอศาสนาน้ันอยางมาก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook