ประการแรกทค่ี วรจะพิจารณาก็คือ ทาทีของบคุ คลเหลา นน้ั ทแี่ สดงออกตอ ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)ในเชาของวนั ทที่ า นวะฟาต(ขอใหดวงวญิ ญาณของ ขา พเจาอทุ ิศแดทา นดวย เถดิ ) เปน ไปไดอยา งไร ทพ่ี วกเขาพากนั ละทิ้งเรือนราง ของทานไว โดยมไิ ดพะวกั พะวงกบั การจดั พธิ ีศพ การอาบน้ําศพ การหอ ศพ และ ฝง ศพ หากแตพ วกเขารีบเรง เพอ่ื ไปยังท่ปี ระชุมของพวกเขา ทซี่ ะกฟี ะฮ บะนี ซะอีดะฮ แลวถกเถยี ง โตแ ยง กัน เรอ่ื งตาํ แหนง คอลฟี ะฮ ซึ่งพวกเขารจู ักเจา ของ ตาํ แหนง นต้ี ามหลักศาสนากนั อยูแลว และเคยใหส ัตยาบนั กับเขามาแลว ในสมัยท่ี ทา นนบี(ศอ็ ล ฯ)มชี วี ติ อยู สิ่งหนึง่ ท่ียนื ยนั ใหแ กเ ราก็คอื วา พวกเขาแสวงหาโอกาสในยามทท่ี านอะลี และตระกลู บะนีฮา ชิมไมอ ยู ซงึ่ คนเหลา นน้ั มีจรยิ ธรรมพอจนมิอาจละทงิ้ ทา น ศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)ในสภาพที่ เปน ศพอยเู พยี งลาํ พงั และแขง ขนั กนั เพือ่ ไปที่ ซะกฟี ะฮไ ด ดังนน้ั พวกเขาจงึ ตอ งการทจ่ี ะดําเนนิ ภารกิจใหสาํ เรจ็ ลลุ ว งโดยเรว็ ทสี่ ดุ กอ นทบี่ รรดาตระกลู ฮาชมิ จะเสร็จส้ินพธิ ที ส่ี าํ คญั ของตน ทางศาสนา และ จาํ เปน อยเู องที่คนเหลา นน้ั จะตอ งยนิ ยอมใหเหตกุ ารณ ดาํ เนินไปตาม เรื่องราว ที่เกดิ ขึ้น แลวจะไมม ใี ครสามารถพอท่ีจะกลาพูด และโตแยง อะไรแม แตค ําเดยี ว เพราะบรรดาผูท่ี เขารวมในซะกีฟะฮน นั้ ไดวางหลักการรว มกนั วา จะตอ งฆา ทกุ คนทพ่ี ยายามจะเพกิ ถอนกจิ การท่ี พวกเขาไดล งมตกิ ันแลว โดยอางวา เพ่อื ตอ ตานกบั บรรดาคนทขี่ ัดแยงและขจดั ความเสียหายท่จี ะ เกิดขึ้น นกั ประวัติศาสตรไ ดก ลา วถงึ เร่อื งแปลกประหลาดตา งๆ ที่เกดิ ข้ึนในวันเวลา เหลา นน้ั จาก บรรดาซอฮาบะฮ ซึ่งตอมาในภายหลังพวกเขาไดเปลยี่ นฐานะมา เปน คอลฟี ะฮข องศาสนทตู (ศ็อล ฯ)และเปน ผปู กครองของบรรดาผูศรัทธา อยางเชน การท่ีพวกเขาเรง เราใหประชาชนออกมาทาํ พธิ ี ใหส ัตยาบนั โดยการเฆ่ยี นตี การขม ขูดว ยกําลงั และอยา งเชน การบกุ รกุ และเปด บา นของทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮ และหนบี ทองของนางดวยประตู ในขณะทนี่ างอยดู า นหลงั ประตู จนทารกนอ ยใน ครรภ ตอ งแทงออกมา และไดน าํ ตวั ทานอะลีออกมามัดมือไว และขจู ะฆา ทงิ้ ถา หากเขายังขืนปฏเิ สธการ ใหส ตั ยาบนั อีกทงั้ ยังไดฉ อฉลทานหญงิ ซะฮรออ ในเรื่อง สทิ ธทิ างดา นสว นแบง และมรดก ตลอดจนรายไดในสวนของซลิ -กรุ ฺบา จนกระทงั่ นางตองตายจากไป ดว ยความโกรธที่มตี อพวกเขา โดยนางไดวงิ วอนขอดอุ า ตอตานพวกเขาในทกุ นมาซ และศพของนางไดถูกฝง ในเวลากลางคนื อยางลับๆ โดยพวกเขามิไดม ารวมในพธิ ีศพของนาง อยางกรณกี ารท่พี วกเขาไดสงั หารบรรดาซอฮาบะฮท ีป่ ฏิเสธไมยอมจา ย ซะกาตแกอบูบกั ร เพ่ือเปนการประทวงจนกวา พวกเขาจะรวู า เหตใุ ดทท่ี านอะลี จงึ พลาดจากตาํ แหนง คอลีฟะฮ เพราะ พวกเขาเคยใหส ัตยาบนั แกท านมาแลว ในสมัยทที่ า นนบีมีชีวติ อยู ทต่ี ําบลฆอดรี คฺ มุ (๑๑๐) อยา งเชน การท่พี วกเขาทาํ ลายเกียรตยิ ศของสตรี และละเมดิ กฏของอลั ลอฮ ในเร่ืองการ สงั หารชาวมุสลมิ ผูบ ริสุทธิ์ และเขาหาภรรยาของคนเหลา นนั้ โดยมิ ไดค ํานงึ ถงึ อดิ ดะฮ( ๑๑๑)
อยา งเชน การท่ีพวกเขาเปลยี่ นแปลงบทบญั ญตั ขิ องอลั ลอฮ และศาสนทูต ของพระองค( ศ)ที่ ระบไุ วอ ยางชดั แจงในพระคมั ภีรและซนุ นะฮ โดยทาํ การ เปลีย่ นแปลงสง่ิ เหลา นน้ั ดวยบทบัญญตั ิ จากการใชค วามคิดเหน็ เพอื่ เปน การรับใช ประโยชนสว นตวั ของพวกเขา(๑๑๒) อยา งเชน การทีพ่ วกเขาดม่ื สรุ าและทําผดิ ประเวณเี ปนนิจสิน ในขณะทพี่ วกเขา เปน ผูป กครอง ของบรรดามุสลิม และเปน ผพู ิพากษาในหมูพ วกเขา(๑๑๓) อยา งเชน การขับไลไ สส ง อะบซู รั ฺ อลั -ฆ็อฟฟารยี ออกจากเมืองมะดนี ะฮ ของทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)จนกระทง่ั ตายอยา งโดดเดี่ยว โดยไมม ขี อ หาวา ไดก ระทําผดิ ประการใด และยัง ไดเฆยี่ นตีทา นอมั มารฺ บิน ยาซริ ฺ จนสลบ และยังไดตีทา นอับดลุ ลอฮ บนิ มสั อูด จนกระดกู ซี่โครง หกั และถอดบรรดา ซอฮาบะฮผูมคี วามบริสุทธ์ิใจออกจากตาํ แหนง ตางๆ แลวแตงตงั้ บรรดาคน ละเมิด คนกลบั กลอก จากพวกบะนอี ุมัยยะฮ ศัตรูของอิสลาม เขา ดาํ รงตาํ แหนงแทน อยา งเชนการดา ประณามและสาปแชง อะฮล ุลบัยต บคุ คลผซู ง่ึ อลั ลอฮท รงขจัด ความมลทิน ออกไปจากพวกเขา และทรงชาํ ระขดั เกลาพวกเขาใหส ะอาดบรสิ ทุ ธิ์ และสังหารซอฮาบะฮผ มู ี คุณธรรมท่ีปฏิบตั ติ ามแนวทางของพวกเขา(๑๑๔) อยา งเชนการท่ีพวกเขาครอบครองตาํ แหนงคอลฟี ะฮดว ยการใชอ าํ นาจ บาตรใหญ ดว ยการ ใชก ําลัง เขน ฆาสงั หาร และคุกคามความปลอดภยั ของ ประชาชน และกําจัดบุคคลผคู ดั คานพวก เขา ดว ยวิธกี ารตา งๆ อยา งเชน ประหารชวี ติ ใหดืม่ ยาพษิ และอนื่ ๆ อกี (๑๑๕) อยา งเชน การทพ่ี วก เขาบกุ เขา โจมตีเมืองมะดนี ะฮ ของทานศาสนทูต โดยทหารของยะซดี แลว กระทาํ ทุกอยา ง ตาม ความประสงค ทง้ั ๆ ทีม่ คี ําส่ังของทา นศาสนทตู มากอนแลว วา : แทจ รงิ เกียรตยิ ศของฉันอยใู น เมอื งมะดนี ะฮ ดงั นน้ั ผูใดกอเหตุใดๆ ขึ้นในนนั้ เขาจะไดร ับ การสาปแชง จากอัลลอฮ จากมะลาอิ กะฮ และจากมนษุ ยท งั้ มวล” อยางเชน การทพี่ วกเขายงิ ธนูไฟเขาใสบยั ตลุ ลอฮ และเผาสถานทอ่ี นั ทรง เกยี รติ และการท่ี พวกเขาสงั หารซอฮาบะฮบางทา นท่อี ยภู ายในนน้ั อยา งเชนการที่พวกเขาสูรบกับทานอะมรี ุล-มุมินนี และประมขุ ของทายาท ประมขุ ของเช้ือ สาย ผบู รสิ ทุ ธ์ิ ซง่ึ มฐี านะตอ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)เหมือน ฮารูนกับมูซา ท้งั ในสงคราม อูฐและสงครามศิฟฟน และสงครามนะฮร อวาน เน่ืองจากความโลภหลงและผลประโยชนท างโลก อนั สญู สลาย อยางเชน การทีพ่ วกเขาสงั หารประมขุ ทง้ั สองของชายหนมุ ชาวสวรรค อิมามฮะซนั นน้ั ถกู สังหารดวยยาพิษ สว นอมิ ามฮเุ ซนนน้ั ถกู สงั หารดวยการเชอื ด และสบั และการสงั หารเชื้อสายของ ทานศาสนทูต(ศ)ทง้ั หมด โดยไมม ีใครเหลอื รอดปลอดภยั จากพวกเขาเลย นอกจากทา นอะลี บิน ฮุ เซนเทานัน้ และการกระทํา อ่นื ๆเยยี่ งคนขขี้ ลาดตาขาว ซง่ึ ขาพเจา ขอสงวนปลายปากกาทีจ่ ะไม เขียนถงึ และ อะฮล ซิ ซุนนะฮวลั -ญะมาอะฮเองก็รใู นเรอ่ื งนี้เปน สวนมากอยู ดว ยเหตุนพ้ี วกเขา จึง
พยายามจนสดุ ความสามารถ เพ่ือตอ ตานบรรดามุสลิมมิใหอ านประวตั ศิ าสตร และวิเคราะหใ นวถิ ี การดําเนนิ ชวี ติ ของซอฮาบะฮ เรือ่ งราวท่ขี า พเจา เอยถึง ณ บดั น้ี ลว นมาจากตาํ ราประวตั ิศาสตรท างดา น อาชญากรรม และ ความบาปตา งๆ ซงึ่ มาจากการกระทาํ ของซอฮาบะฮ อยางไม ตอ งสงสัย สาํ หรบั ผูม ีสติปญ ญา หลังจากอา นเรอื่ งเหลานี้แลว ก็ไมสามารถ จะปกปองซอฮาบะฮ แลวตดั สินใหพ วกเขาเปน ผเู ทยี่ ง ธรรม จนมอิ าจตําหนพิ วกเขา ตลอดกาลได อีกแลว เวนแตจ ะเปน คนสตวิ ปิ ลาสเทา นัน้ เอง พรอ มกบั มีขอ สังเกตทห่ี นกั แนนยิง่ วา เรายืนยนั อยา งจริงจังตอความเท่ยี ง ธรรมของซอ ฮาบะฮบ างทาน และเรายนื ยนั ในความบรสิ ุทธ์ขิ องพวกเขา ในการ ตกั วาของพวกเขา ในความรกั ของพวกเขาทม่ี ีตอ อลั ลอฮ และศาสนทตู ของ พระองค( ศอ็ ลฯ)และการยนื หยัดของพวกเขาตอพนั ธ สญั ญาของทา นนบี(ศอ็ ลฯ)จนกระทงั่ พนั ธะของพวกเขาผานพน ไปดว ยดี พวกเขาไมก ระทาํ การ เปลี่ยนแปลงสงิ่ ใด ดังนัน้ อลั ลอฮท รงพอพระทยั ตอพวกเขา และใหพ วกเขาพาํ นกั อยกู ับผเู ปน ทรี่ ัก ของพวกเขา และนบีของพวกเขา ทา นศาสดามฮุ มั มดั (ศ) เขาเหลา นนั้ คือบคุ คลผยู ิง่ ใหญ และมเี กียรติยศสูงสงยง่ิ เกนิ กวาการท่ีใครๆ จะสามารถลบ หลูดแู คลน ในเกียรติยศของพวกเขา หรอื การทใ่ี ครๆ จะวา กลา ว อะไรแกพ วกเขา แนน อน พระ เจาของพวกเขา ผทู รงเกริ กเกยี รติ สูงสดุ ไดใ ห การยกยอ งชมเชยพวกเขาไวห ลายครงั้ ในพระคัมภรี อันทรงอานุภาพของ พระองค เชน เดยี วกบั ท่ที า นนบีแหง ความเมตตาไดยืนยนั ถงึ ความเปน สหาย ของพวกเขา และความบริสทุ ธิ์ใจของพวกเขา หลายครงั้ ขณะเดียวกนั ประวตั ศิ าสตรก ม็ ิได บนั ทกึ อะไรไวส าํ หรบั พวกเขา นอกจากบทบาทอนั สงู สง อนั เตม็ ไปดว ยมนษุ ยธรรม ความเปน เลิศ และความกลา หาญ ความมตี ักวา และจรงิ ใจใน หนทางของอัลลอฮ ดงั นน้ั ความสุขแหงการคนื กลบั ท่ีดเี ลศิ จะเปน ของพวกเขา ณ สวนสวรรคอ นั บรมสุขหลากหลาย และความพึงพอพระทยั จากอัลลอฮ ผทู รง เกรยี งไกร จะถูกเปด ประตูใหแ กพวกเขา เหลานั้น คอื รางวลั ตอบแทนแด ผขู อบ พระคณุ และบรรดาผขู อบพระคณุ ตามทพี่ ระคมั ภีรแ หงอลั ลอฮต รสั ถึงนนั้ มเี พยี งสวนนอย จงึ ขอใหทา นอยา ลมื ! สวนบรรดาผูซ งึ่ จาํ ยอมเขา รบั อสิ ลาม แตค วามศรทั ธามไิ ดเขา ไปอยูในหวั ใจ ของพวกเขา และ ใหค วามเปน เพอื่ นกบั ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ดวยความ ปรารถนา ดว ยความกลวั หรือ ดว ยความจําเปนตอ สงิ่ อนื่ ใดในชวี ิตความ เปน อยู เทา นนั้ ซง่ึ อลั -กุรอฺ านไดตําหนิ ไดข ม ขู และคาด โทษพวกเขาไว และท่ที า น ศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ)ก็ไดเตือนพวกเขาใหร ะวงั และเคยเตอื นคนอนื่ ใหร ะวงั พวกเขา และเคยสาปแชงพวกเขาไวใ นหลายๆ ท่ี ดว ยกนั และที่ประวตั ศิ าสตรก็ ไดบันทกึ ไวแกพ วกเขาดวยผลงานและบทบาทแหง ความอัปยศ ..ในสว นของบุคคล เหลา น้ี พวกเขาไมม ี ความคาควรแกก ารใหค วามเคารพ และความนบั ถอื ใดๆ แมก ระทง่ั การทีจ่ ะแสดงความพงึ พอใจ ตอพวกเขา ยกยอ งพวกเขาใหเสมอดวย ฐานะของบรรดานบี บรรดาชฮุ ะดาอ และบรรดาศอลิฮีน
ขอยนื ยนั ดวยอายุขยั ของขาพเจา นีค่ ือ จดุ ยนื ท่เี ปนสจั ธรรม ซึ่งอยใู นดลุ ยภาพ ของความ เทยี่ งธรรม และไมเกนิ เลยขอบเขต ท่ีอลั ลอฮท รงวางไวใ หแ กป วงบาวของ พระองค ในการใหความ เคารพรักตอ บรรดาผูศรัทธา และใหความเปนศัตรูตอ บรรดาผลู ะเมิดฝาฝน และใหสลดั ทง้ิ จาก พวกเขาอยา งสิ้นเชงิ พระผทู รงสูงสุด ทรง ตรัสไวใ นพระคัมภีรแ หง อานุภาพของพระองค วา : เจา ไมเหน็ ดอกหรอื บรรดา ผซู ง่ึ ใหค วามรกั ตอ กลุมชนที่อลั ลอฮท รงพโิ รธแกพ วกเขา เขาเหลา นนั้ มไิ ด เปน สว น หนง่ึ ของพวกเจา และมิไดเ ปน สวนหนง่ึ ของพวกเขา และพวกเขาสาบานบน ความเทจ็ ทงั้ ๆ ทพี่ วกเขารู อลั ลอฮท รงเตรยี มไวสาํ หรับพวกเขา คอื การลงโทษอนั รา ยแรง แทจริง พวกเขาเลวทรามยิ่ง ในสิง่ ที่พวกเขากระทาํ พวกเขาถือเอา คาํ สาบานของพวกเขาเปน โล แลว พวกเขาจงึ ไดข ดั ขวาง หนทางของอัลลอฮ ดังนน้ั สาํ หรับพวกเขาคอื การลงโทษอนั อปั ยศ ทรัพยส นิ ของพวกเขาและลกู ๆ ของพวกเขา จะไมท ําใหพวกเขารอดพนจาก อัลลอฮไ ดแต อยา งใด เขาเหลาน้ันคอื สหายแหงไฟนรก พวกเขาคอื ผูพาํ นกั อยูใน น้นั นิรนั ดร วนั นน้ั อลั ลอฮจ ะใหพ วกเขาฟน ชีพทง้ั หมด แลว พวกเขาจะสาบานตอ พระองค เหมือนกับท่ี สาบานตอ พวกเจา และพวกเขาคิดวา พวกเขาไดอ ยกู บั สงิ่ หนึง่ แลว แนน อนทส่ี ดุ พวกเขาคอื บรรดาผูโกหก ชยั ฏอนไดครอบงําพวกเขา ดังน้ันพวกเขาจงึ ลมื การราํ ลกึ ถึงอลั ลอฮ เขา เหลา นนั้ เปนพรรค ของชัยฏอน แนน อนที่สุด พรรคของชัยฏอน คือพวกขาดทุน แทจริงบรรดาผูซ่ึงทรยศตอ อัลลอฮแ ละศาสนทูตของพระองคนนั้ พวกเขาจะ อยใู นกลุมของ คนตาํ่ ทราม อัลลอฮทรงบนั ทกึ วา แนน อนขา และศาสนทตู ของขา จะตองพชิ ิต แทจรงิ อัลลอฮ คือผทู รงพ ลานภุ าพ ผทู รงอานุภาพ เจา จะไมพ บวา กลมุ ชนผศู รัทธาตอ อัลลอฮ และวนั ปรโลก มีความรัก กบั ผทู รยศอัลลอฮ และศาสนทูตของพระองค ถงึ แมน วา เขาเหลา นนั้ จะเปนบดิ า ของพวกเขา หรอื บุตรของพวกเขา หรอื พ่นี องของพวกเขา หรอื เครอื ญาตขิ อง พวกเขากต็ าม เขาเหลา นน้ั ความศรทั ธาไดบ นั ทกึ ลงใน หัวใจของพวกเขา และ พระองคท รงสนบั สนนุ พวกเขาดว ยพลงั จากพระองค และทรงใหพ วกเขา เขาสวน สวรรคอ ันหลากหลาย ทมี่ สี ายน้ําไหลผา นทางดา นลา งของมัน เปน ผพู ํานัก อยใู นนน้ั นิรันดร อลั ลอฮทรงพอพระทยั ตอพวกเขา และพวกเขาพงึ พอใจ ตอ พระองค เขาเหลา นน้ั คือพรรค ของอลั ลอฮ แนน อนทสี่ ุด พรรคของอลั ลอฮ คอื บรรดาผปู ระสบความสําเรจ็ (อัล-มุญาดะละฮ/ ๑๔- ๒๒)
ในเหตุผลเหลา นี้ ขา พเจา ไมอ าจละเวน จากการบนั ทกึ ไววา ชีอะฮคอื พวก ท่อี ยกู บั สัจธรรม เพราะพวกเขามไิ ดมอบความรกั ใหแกใ คร นอกจากแกศ าสดา มฮุ มั มัด แกอะฮลบุ บยั ต แกซอ ฮาบะฮท ่ีดาํ เนนิ ชีวิตตามบรรทัดฐานของทา น เหลา นน้ั และแกบรรดาผศู รทั ธาทป่ี ฏบิ ัตติ ามทา น เหลา น้ันดว ยความดงี าม จนถึง วนั แหง การตดั สนิ สว นบรรดามสุ ลิมกลมุ อน่ื ทนี่ อกเหนือจากชอี ะฮ จะมอบ ความรกั ใหกบั ซอฮาบะฮท กุ คน เหมอื นกนั ท้ังหมด(อัจมะอนี ) โดยไมมขี อ ยกเวน ไมว า จะ เปน คนทรยศตออัลลอฮและศาสนทตู ของพระองค และเปนประเพณี หนงึ่ ของพวกเขา ที่จะยก โองการของพระองค ตอไปน้เี ปน หลักฐาน : โอพ ระผอู ภิบาล ของเรา โปรดอภัยโทษใหแ กเ รา และ แกพ ่ีนองของเรา ที่นาํ หนา ไปกอนพวกเราดวย ความศรทั ธา และโปรดอยาบนั ดาลใหห วั ใจของเรา ริษยาตอบรรดาผศู รัทธา โอพ ระผอู ภบิ าลของเรา แทจ ริงพระองคค ือผูทรงเอน็ ดู ผทู รงเมตตาเสมอ (อัล-ฮะชัรฺ/ ๑๐) ทานจะเหน็ ไดว า พวกเขาแสดงความพอใจท้งั ตอทา นอะลีและมุอาวยี ะฮ โดยไมรสู กึ ตะขิดตะขวงใจแตอยางใด กับพฤติกรรมของคนหลัง ซง่ึ ยงั นอ ยเกนิ ไป ทจี่ ะกลา ววา มนั เปน พฤติกรรมของคนปฏิเสธ คนหลงผิด และคนที่ตอ ตา นอัลลอฮ และศาสนทตู ของพระองค ขา พเจา เคยกลาวไวก อ นแลวครัง้ หน่ึง สาํ หรบั เรอ่ื งแบบนี้ แตถ อื วาไมผิดแปลกอะไร ถาจะนํามากลา วซาํ้ อีก ครง้ั หนงึ่ น่นั กค็ อื วา มีคนศอลฮิ ผหู น่งึ ไปเยย่ี มสสุ านของซอฮาบะฮ ผทู รงเกยี รติ นน่ั คือทา นฮะญรั ฺ บนิ อะดยี อลั -กินดยี แลวเขาไดพบวา ใกลๆ กับเขามชี ายคนหน่ึงกาํ ลังรอ งไหฟ ูมฟายเลยทเี ดียว คร้ันแรกเขาคิดวา ชายคนนนั้ เปนชอี ะฮ จงึ ถามขน้ึ วา : เธอรอ งไหท าํ ไมหรือ ? เขาตอบวา : ฉัน รองไหใ หแกท า นซยั ยิดนิ าฮะญัรฺ (ขอใหอ ัลลอฮพ ึงพอพระทัย ตอ ทา น) ! “เขาไดร ับเคราะหก รรมอะไรหรอื ?”คนศอลิฮถามตอ “กท็ านซยั ยิดนิ ามุอาวยี ะฮ( ขอใหอ ลั ลอฮพงึ พอพระทัยตอ ทาน)นะซี ไดฆา เขา” ชายคนนนั้ ตอบ คนศอลิฮถามอกี วา : เหตใุ ดมอุ าวยี ะฮจงึ ไดฆ าเขา ? ชายคนนน้ั ตอบวา :เพราะเขาไมย อมสาปแชงทา นซยั ยดิ นิ าอะลี (ขอให อลั ลอฮพ งึ พอพระทัย ตอ ทาน) คนศอลิฮผนู น้ั ไดก ลาวกับชายคนนนั้ วา : แตฉนั ซิรอ งไหใ หแกเ ธอ(ขอให อัลลอฮพึงพอ พระทยั ตอเธอ) เพราะเหตใุ ดจงึ ยังมคี วามดอื้ ดานอยา งนี้ ในการใหค วามรักตอซอฮาบะฮ ทกุ คน เสมอกัน ทงั้ หมด(อัจมะอนี ) จนกระทงั่ เราจะเหน็ ไดว า พวกเขาจะไมกลาว อวยพร(ซอละวาต)แกศ าสดา มุฮัมมดั และวงศว านของทา น เวน แตวา จะตองเสรมิ บรรดาซอฮาบะฮข องทานทงั้ หมดเขาไปดว ย ทง้ั ๆ ทอี่ ัล กรุ อานกม็ ิไดส่ังใหทาํ เชน นน้ั และทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)กม็ ไิ ดขอรองจาก พวกเขาไวอ ยา งนัน้ และไมมีซอฮาบะฮค นใดเลยจะกลาวอยา งนัน้ เพยี งแตว า การอวยพร(ศอ
ลาวาต) นั้น ใหมีแกศาสดามุฮมั มัด และวงศวานของทา น เทา นน้ั ตามทอี่ ัล-กรุ อฺ านได มโี องการไว และตามทที่ า นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ)ไดสอนไว ถึงแมข าพเจาจะสงสัยในสงิ่ ใดๆ ก็ตาม แตจะไมส งสัยและไมเคยสงสยั เลย วา แทจริงอลั ลอฮ ทรงขอจากบรรดาผศู รัทธา ซงึ่ ความรกั ตอ ซลิ กรุ ฺบา นน่ั คือ อะฮล ลุ บยั ต และทรงกําหนดใหส ่ิงนี้ เปนบทบัญญัติขอหน่ึงแกพ วกเขา เสมอื นหนง่ึ คา ตอบแทน สาํ หรับสาสนคาํ สอนแหง ศาสดามฮุ มั มัด ดงั ท่ีพระองคท รงตรัสวา : “จงกลา วเถิด ฉนั มิไดขอคา ตอบแทนใดๆ จากพวกทา นสาํ หรบั สงิ่ น้ัน นอกจาก ความรกั ใน ซิลกรุ บฺ า” (อชั -ชรู อ/๒๓) บรรดามสุ ลิมตางมีความเชอ่ื ถือตรงกันโดยไมม กี ารขัดแยงเลย สาํ หรบั เร่ืองความรกั ตอ อะฮ ลลุ บัยต( อ.) แตพวกเขาขดั แยงกนั ในเร่อื งของบคุ คลอืน่ ๆ แนน อน ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ)ได กลา วไวว า : “จงละทิง้ สง่ิ ทที่ าํ ใหท านสงสยั แลว ไปหาส่ิงทีไ่ มท าํ ใหท า นสงสัย” คาํ อธบิ ายของชีอะฮ ในเร่ืองความรกั ทต่ี อ งมตี อ อะฮล ลุ บยั ตแ ละผูป ฏิบัตติ าม ทานเหลานัน้ ถือวา ไมมขี อ สงสัยใดๆ ในนนั้ สว นคําอธบิ ายของอะฮล ซิ ซุนนะฮวลั -ญะมาอะฮ ในเรอ่ื งความรกั ตอซอฮาบะฮเ สมอกนั ทง้ั หมด(อัจมะอีน) ถอื วา มีขอ สงสัยอยา งใหญหลวงอยใู นนนั้ จะเปน ไปได อยางไร ท่ีคนมสุ ลิมจะมอบ ความรกั ใหแกศตั รู และผเู ขน ฆาอะฮล ลุ บยั ต(อ.) และมีความพงึ พอใจ กบั คน เหลา นน้ั ? อนั น้ี ยงั ไมถือวา เปน การกระทาํ ท่ขี ดั แยงกนั เองหรอื ? สลดั ทงิ้ จากทา นเสยี เถิด อนั คาํ สอนของพวกโงเขลาและชาวซูฟย บางกลมุ ท่ี อา งวา มนษุ ย เรานน้ั มอิ าจซักฟอกจติ ใจของตนใหใ สสะอาดได และไมสามารถรูจ กั ความศรทั ธาท่ีแทจ ริงได นอกจากในยามท่ีหวั ใจของเขาไมมคี วามโกรธเคือง เหลอื อยูเ ลย แมเ พยี งฝุนธลุ ี กบั ปวงบา ว ของอลั ลอฮทง้ั มวล ไมว า จะเปน ยะฮดู นะซอรอ และพวกทรยศ อีกทงั้ พวกทต่ี งั้ ภาคตี อ อัลลอฮ ก็ ตาม สาํ หรับพวกเขา ในเรอื่ งนี้ คือคําอธิบายทีแ่ ปลกประหลาดซง่ึ คลองจองกนั กับบรรดานกั เผยแพร ในโบสถข องครสิ เตียนทบ่ี อกกลา วกับคนทั้งหลายวา อัลลอฮค อื ความรัก ศาสนา คือความ รกั ดงั นัน้ ใครทใ่ี หค วามรักแกมวลมนษุ ยของพระองคแลว ถือวา ไมจาํ เปน จะตอ งนมาซ,ถือศลี อด และทาํ ฮัจญ ฯลฯ อกี เลย ขอสาบานตอ อายขุ ยั ของขาพเจา วา นนั่ คอื คาํ พดู ทเ่ี หลวไหลจนหาสาระไมไ ด ทั้งอลั -กุรฺ อานและซนุ นะฮ และสติปญ ญากม็ ไิ ดร ับรองคาํ อธบิ ายเชนนนั้ เพราะ อัล-กุรอฺ านอันทรงเกียรติ มี โองการวา “เจาจะไมพ บวา กลุมชนผศู รัทธาตอ อัลลอฮ และวนั ปรโลก มีความรัก กบั ผู ทรยศอัลลอฮแ ละศาสนทตู ของพระองค” และทรงตรัสอกี วา “โอบรรดาผซู ่งึ ศรัทธา จงอยาเอาพวก ยะฮูดและนะซอรอมาเปน ผคู มุ ครอง สว นหนง่ึ ของพวกเขาคือผูคมุ ครองของอีกสว นหน่ึง และผใู ด ในหมู พวกเจา ยอมสวามิภกั ดิ์ กับพวกเขา ดงั นน้ั เขาคอื สว นหนง่ึ ของคนเหลา นนั้ แทจริง อลั ลอฮไ ม ทรงนาํ ทางกลมุ ชนผอู ธรรม” (อลั -มาอดิ ะฮ/ ๕๑)
ผูทรงสูงสดุ ตรสั อีกวา : โอบ รรดาผซู งึ่ ศรทั ธา จงอยาเอาบรรพบุรุษของพวกเจา และพีน่ องของ พวกเจาเปน ผคู ุมครองเลย ถา หากพวกเขารักการปฏเิ สธเหนือกวา ความศรทั ธา และผูใดในหมู พวกเจา สวามิภกั ดก์ิ บั พวกเขา ดังนนั้ พวกเขา คือ บรรดาผูอ ธรรม” (อตั -เตาบะฮ/๒๓) และทรงตรสั อีกวา : โอบ รรดาผซู ่ึงศรทั ธา จงอยา เอาศตั รขู องขา และศัตรูของพวกเจา เปน ผูค มุ ครอง โดยทพี่ วก เจา มอบความ รักใหแ กพวกเขา และแนนอนพวกเขาปฏเิ สธตอสจั ธรรม ท่ีมีมายงั พวกเจา ” (อัล-มุม ตะฮินะฮ/ ๑) ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ)ไดกลา ววา : ความศรัทธาของผศู รทั ธาจะไม สมบรู ณ จนกระท่ัง ความรักของเขาเปน ไปในเรอื่ งของอัลลอฮ และความโกรธของ เขากเ็ ปน ไปในเรอ่ื งของอลั ลอฮ” ทานไดก ลาวอกี วา : “ในหวั ใจของผูศรัทธานน้ั มอิ าจรวมความรักอลั ลอฮ กับความรกั ศัตรู ของพระองคไ วไ ด” ฮะดีษในเรือ่ งเหลานีม้ มี ากมายนกั เพยี งสตปิ ญญาอยางเดียวกพ็ อจะเปน หลกั ฐานไดแ ลว วา อัลลอฮ มหาบรสิ ทุ ธแ์ิ ดพระองค ทรงรกั บรรดาผูศรัทธาท่ี ความศรัทธา และทรงประดับส่งิ นี้ไวใ น หวั ใจของพวกเขา และทรงชงิ ชัง ตอพวกเขา ทกี่ ารปฏเิ สธ การละเมดิ และการทรยศ แนน อน มนษุ ย จะรงั เกยี จบุตรของตัวเอง หรือบดิ าของตวั เอง หรือพนี่ อ งของตัวเอง ตรงทีด่ อ้ื ดานไมย อมรบั ความจรงิ และดนั ทุรงั ไปในหนทางของชยั ฏอน และแนน อน เขาจะรกั และใหค วามเปนมติ ร กับ บุคคลภายนอก ทง้ั ๆ ท่ไี มเ กย่ี วพนั อะไรกับเขาเลย นอกจากความเปน พนี่ องใน อิสลาม สาํ หรับทุกอยา งเหลาน้ี จาํ เปน ที่ตอ งใหค วามรกั ของเรา ความภักดีและการ สวามภิ กั ดข์ิ องเรา มีแกผ ทู อี่ ัลลอฮท รงบญั ชาวา ใหม อบความรักแกพ วกเขา ขณะเดยี วกนั กจ็ าํ เปน ทจ่ี ะตอ งใหค วาม โกรธของเรา ความรงั เกียจของเรา และการ ตัดขาดของเรา มแี กผ ูทอี่ ลั ลอฮส ัง่ ใหต ดั ขาดจากพวก เขา ดวยเหตนุ ี้แหละ การจงรกั ภักดขี องเรา จงึ มีแกท า นอะลแี ละบรรดาอมิ ามผูมา จากบุตรของ ทาน โดยไมมผี ูใ ดล้าํ หนา ความรักทมี่ ตี อพวกเขาสาํ หรับเรา ทง้ั นกี้ เ็ พราะอัล กุรอานซนุ นะฮ ประวตั ิศาสตร และเหตผุ ลทางสตปิ ญ ญา มไิ ดปลอ ยใหเรามคี วามสงสยั ใดๆ ในหมพู วกเขาเลย ดว ยเหตนุ ีอ้ ีกเชน กนั ทเ่ี ราไดตัดขาดจากซอฮาบะฮท ีฉ่ อ ฉลสิทธขิ องพวกเขา ในตาํ แหนง คอ ลฟี ะฮ โดยไมม ีผใู ดลํ้าหนา ความชงิ ชงั ตอ พวกเขาสําหรับเรา ทั้งนีก้ ็ เพราะอัล กุรอานซนุ นะฮ ประวตั ิศาสตร และเหตุผลทางสติปญญา ไดท งิ้ ความ นา สงสยั ใหแกเ ราในเรอ่ื งของพวกเขาไว อยางใหญห ลวง โดยทท่ี านศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ)ไดส ัง่ เราวา : “จงละทง้ิ สง่ิ ทท่ี ําใหทา นสงสยั แลว ไปหาส่ิงท่ี ไมทาํ ใหท า นสงสยั ” ดังนัน้ ไมบงั ควรแกม สุ ลิมท่ีจะปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทมี่ ีขอ สงสยั และละท้งิ คัมภรี ซ่ึงไมม ี ขอสงสัยใดๆ ในนน้ั
ขณะเดียวกนั ถอื วา จําเปน แกมุสลมิ ทกุ คน ทจ่ี ะตองปลดปลอยตวั เองใหหลดุ พน จาก พันธนาการและความเคยชนิ ของตน และจะตองควบคมุ สตปิ ญญาของตน มิใหม คี วามคิดใดๆ ลา้ํ หนา และมใิ หม คี วามเคยี ดแคนใดๆ แฝงฝง อยู เพราะ สภาพจิตและชยั ฏอน คอื ศตั รตู ัวรา ย ทค่ี อย ปรงุ แตง ใหม นษุ ยเ หน็ การกระทํา ที่เลว วา ดเี สมอ และทด่ี ีงามยงิ่ ก็คอื คําพดู ของอิมามอัล-บูซีรีย ใน หนงั สือ อัล-บุรอดะฮ ความวา “จงขดั แยงกับสภาพจติ และชยั ฏอน และจงทรยศมนั ทง้ั สอง มันคอื ผูใหคําสอนทีเ่ นาเหมน็ ดังนน้ั จงปฏเิ สธมันเสยี เถดิ ” สาํ หรบั บรรดามสุ ลมิ จําเปน จะตองยาํ เกรงอัลลอฮ ในเรอื่ งบา วของพระองค ผทู รงคณุ ธรรม สาํ หรบั บรรดาผซู ่ึงมิไดเ ปน ผยู ําเกรง ดังนนั้ จะไมม เี กยี รติยศใดๆ สาํ หรบั พวกเขา แนนอน ทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ไดกลาววา : ไมถอื วา เปนการนนิ ทา ในการพูดถงึ เรอ่ื งของคนฟาซกิ ” เพือ่ เปดโปงพฤติกรรมของเขา ใหชาวมสุ ลมิ รดู งั นนั้ จงอยา หลงไหลไดปลมื้ กบั เขาไปเลย และจง อยา จงรกั ภกั ดี กบั เขาเลย สําหรบั ชาวมสุ ลิมในวนั นี้ จาํ เปนจะตอ งเปนผสู ตั ยจริง กับตวั ของพวกเขาเอง และมอง ใหเ หน็ ถงึ สภาพควาเมปน จริงทน่ี าเจบ็ ปวด ทน่ี าเศรา ทน่ี า อัปยศของ ตวั เอง เพียงพอแลว สาํ หรบั ความภาคภมู ใิ จของพวกเขาทม่ี ตี อ ความประเสรฐิ เลอเลิศของบรรพชนคนสาํ คญั ในอดีตของพวก เขา เพราะถา หากบรรพชนเหลาน้ัน อยกู บั สจั ธรรมจริง ดงั ทพี่ วกเขาวาดฝนในวนั นี้ แนน อน เราคง ไมต องมาประสบกับ ผลลพั ธอนั น้ี ซ่ึงเชือ่ แนว า ตอ งเปน ผลสืบเนอื่ งมาจากการพลกิ แพลง อนั เกดิ ขน้ึ ในหมปู ระชาชาติ ภายหลงั จากการวะฟาต ของนบขี องพวกเขา ขอให ดวงวญิ ญาณ ของ ขา พเจา และของคนทั้งหลายในสากลโลก พลอี ทุ ิศแดท า นดว ยเถดิ “โอบ รรดาผูซ ่ึงศรัทธา จงเปน ผูดํารงอยกู บั ความเทย่ี งธรรม ฐานะสักขีพยาน ตออัลลอฮ ถงึ แมว า จะตรงกับตัวของพวกเจา เอง หรอื บดิ ามารดา และวงศญาติ กต็ าม ถึงแมเขาจะรํา่ รวย หรอื ยากจนกต็ าม ดังน้ันอลั ลอฮค อื ผูคุมครอง ของเขาทงั้ สอง ดงั นนั้ จงอยาปฏิบตั ติ ามอารมณ เพื่อพวกเจา จะไดย ุตธิ รรม และถาหากพวกเจา ผินหลงั ใหหรือปฏิเสธ ดงั น้นั แทจริงอลั ลอฮค ือผูทรง เปด เผย เสมอในสิง่ ทพี่ วกเจา กระทาํ ” (อนั -นซิ าอ/ฺ ๑๓๕) คาํ สอนของอะฮลซิ ซกิ รในเรือ่ งซอฮาบะฮบ างทา น อิมามอะลี(อ)ไดกลาวถงึ ลักษณะของซอฮาบะฮเหลาน้ัน ทถ่ี ูกจัดใหเ ปน บคุ คล ในรนุ แรกวา : คร้ันเมื่อฉันไดอ อกคาํ ส่ัง คนกลุมหนง่ึ กท็ าํ ลาย และอีกกลมุ หนึ่ง ก็ละเมดิ อกี กลุมหนงึ่ ก็เบย่ี งเบน เสมือนหนงึ่ พวกเขาไมเคยไดยินพจนารถของ อัลลอฮ ที่ทรงตรสั วา : “ดินแดนแหง ปรโลกน้ัน เรา กําหนดใหม นั เปนของ บรรดา ผซู ึ่งไมป ระสงคความหย่ิงยะโสในแผนดิน และไมก อ ความ เสยี หาย และผลตอบแทนในบั้นปลายจะเปน ของผูยาํ เกรง ใชแลว ขอสาบานตอ อลั ลอฮ
แนนอน พวกเขาไดยนิ และจดจาํ มาแลว แตท วา โลกดนุ ยาไดครอบงําสายตา ของพวกเขาและ ความหวานชน่ื ของมนั ไดเ ขา มาปรงุ แตง แกพ วกเขาเสยี แลว ” (นะฮ ลุ -บะลาเฆาะฮ หนา ๙๐) ทา นอิมาม(อ)ไดก ลา วถงึ พวกเขาอกี วา : พวกเขาเอาชยั ฏอนมาเปน เจา ครอบครองกจิ การ ของพวกเขา แลว ชัยฏอนก็เอาพวกเขาเปน หนุ สวนของมนั แลวมนั กไ็ ดไ ข และฟก จนออกลูกอยใู น หัวอกของพวกเขา มันจะคบื คลานและไตอยู ตามคอเสือ้ ของพวกเขา มนั จะมองโดยอาศยั สายของ พวกเขา มนั จะพดู โดยอาศยั ลน้ิ ของพวกเขา มนั จะชกั นําพวกเขาใหท าํ บาป มันจะประดบั ประดา พวกเขา ดว ย สง่ิ ช่ัวรา ย เปน การกระทําของคนท่ีมชี ยั ฏอนเปน หนุ สว นในอํานาจ และเขาจะพูด ใน สิง่ ท่ีผิดพลาดบนปลายลิ้นของเขา”(นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ/๙๖) ทา นอิมาม(อ.) ไดก ลา วถงึ ซอฮาบะฮผ ูมชี อื่ เสียงคนหน่ึง นนั่ คอื อัมร บนิ อลั -อาศวา : แปลก ประหลาดเสียจริง สาํ หรบั บตุ รของอัน-นาบิเฆาะฮ แนน อน เขาพดู ในสิ่งทีผ่ ิดพลาด และเผยวาจา ในสงิ่ ทเี่ ปน ความบาป อันวา ความช่ัวรา ยท่สี ดุ น้นั ไดแ ก การพูดจาโกหกมิใชหรอื แทจรงิ เมอื่ เขา พดู เขาจะโกหก เมือ่ เขาสญั ญา เขาจะบดิ พลว้ิ เม่อื เขาขอความชว ยเหลอื เขาจะกระเซา กระซี้ แต เมอื่ เขาถูก ขอใหชวยเหลอื เขาจะตระหน่ี เขาคดโกงตอ พนั ธสญั ญา และตดั ขาดสายตระกูล (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ หนา ๒๐๐) ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)กลา ววา : เครอื่ งหมายของคนกลับกลอกมี สามอยา ง คือ เมอื่ พดู เขาจะโกหก เมื่อสญั ญา เขาจะบิดพลว้ิ เม่อื ไดร บั ความ ไวว างใจ เขาจะคดโกง ความตํา่ ทรามทง้ั หมดน้ี และมากกวา น้ี มีครบอยูในตวั ของ อมั ร บนิ อาศ ทานอิมาม(อ.) กลา วชมเชยอะบซู ัรฺ อลั -ฆ็อฟฟารยี และกลาวตําหนอิ สุ มาน พรอ มกับพรรค พวก ทีข่ บั ไลเ ขาออกยงั แดนทะเลทรายรอ็ บซะฮ อนั เวงิ้ วา ง จนเขาตายทนี่ ่นั อยา งโดดเดย่ี ววา : โออะบูซัรฺ แทจ ริงทา นโกรธเพอื่ อลั ลอฮ ดงั น้ัน จงตงั้ ความหวงั ตอ พระองค เถดิ สําหรบั ผู ที่ทา นโกรธเขา แทจริงชนกลมุ นั้น เกรงกลัวทา นเน่อื งจากเห็นแก ผลประโยชนท างโลกของพวกเขา แตท านเกรงกลวั พวกเขาเนอ่ื งจากเหน็ แก ศาสนาของทา น ดงั นนั้ จงละทงิ้ สง่ิ ทพี่ วกเขาเกรงกลัวไว ในมอื ของพวกเขาเถิด และจงหลีกหนีจากพวกเขา ไปกบั ส่ิงทที่ า นกลวั ตอ พวกเขา เพราะพวกเขา จะ เลวรายยงิ่ ขึน้ ไมว าอะไรทท่ี า นไดห า มพวกเขา และส่งิ ทพี่ วกเขายบั ยง้ั จากทา น กม็ ิไดท าํ ใหทา น พอเพียงขนึ้ มา ในอนาคต ทา นจะรวู า ใครคือผมู ีกําไร และจะถกู อิจฉามากทส่ี ุด และถา หากวา ชัน้ ฟาทงั้ หลาย และแผน ดนิ เปนภาระทห่ี นกั หนว ง แกบ า วของพระองคคนใด แลวเขายําเกรง ตออัลลอฮ แนนอน อัลลอฮจะบนั ดาล ใหม ที างออกจากทงั้ สองสงิ่ นน้ั แกเขาเอง และจะไมม ีสิง่ ใด ทาํ ใหท า นอบอุนใจได นอกจากสจั ธรรม และจะไมมสี ง่ิ ใดทําใหทา นเปลาเปลีย่ วได นอกจาก ความผิด พลาด ดงั นนั้ ถา หากทา นยอมรับผลประโยชนท างโลกของพวกเขา แนน อนพวก เขาจะรัก ทาน และถา หากทา นมอบตวั เองใหเปนสว นหนง่ึ ของมนั แนน อนพวกเขา จะใหค วามปลอดภัยแก ทา น (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ หนา ๒๙๙)
ทา นอมิ าม(อ)กลา วถงึ อัล-มุฆเี ราะฮ บนิ อคั นซั ซง่ึ เปนซอฮาบะฮอ าวโุ ส คนหนงึ่ วา : โอบุตร ของคนถกู สาปแชง คนท่ีขาดพันธ คนท่ีเปน ตน ไมซ ง่ึ ไมม ีราก ไมม กี งิ่ ขอสาบานตอ อัลลอฮ คนท่ี เจาชวยเหลือเขา อัลลอฮจะไมยกยองเขาเลย และคนท่เี จา ยกชเู ขาอยู จะไมสามารถยนื หยดั ได เลย จงออกพน ไปจากเรา ขอให อลั ลอฮทาํ ใหเจาหา งไกลจากส่ิงทเี่ จามงุ หวงั แลว จงใชค วาม พยายามของเจาให ถงึ ทส่ี ุด ดังน้นั อัลลอฮจ ะไมคงเหลอื อะไรไวใ หเ จาเลย ถงึ แมเ จา จะคงอยตู อไป กต็ าม (นะฮลุ -บะลาเฆาะฮ หนา ๓๐๖) ทา น(อ)ไดก ลา วในเรื่องของฏ็อลหะฮและซบุ ยั ร สองซอฮาบะฮผ ูมชี ือ่ เสียง ซึง่ ไดส ูรบกบั ทา น หลังจากที่ทง้ั สองใหสัตยาบนั กับทานแลว แตทําลายการใหสัตยาบนั คร้ังนนั้ : ขอสาบานตออัลลอฮ พวกเขามิไดช งิ ชังตอ ฉัน ดว ยเหตทุ ่ีตอ งชงิ ชัง และ พวกเขามิไดถือความ เปน ธรรม ระหวางฉนั กบั พวกเขา และแทจ ริงพวกเขายอ ม ผดิ พลาดเสมอ สจั ธรรมคือสงิ่ ท่ีพวกเขา ละท้งิ เลอื ดคอื สิ่งทพ่ี วกเขาละเลงให หลงั่ ออกมา... แทจรงิ สําหรบั คนกลมุ นั้น มอี ารมณรายมคี วามเคยี ดแคน ความเคลือบแคลง สงสยั ถงึ แมว า กจิ การจะชดั เจนอยกู ต็ าม แนนอน ความหลงผิดไดสลายไปจาก ตาํ แหนง ของมนั แลว และลน้ิ ของ มันไดขาดจากโคนของมนั เสยี แลว ... ดงั นน้ั พวกเจา ใหการตอ นรับฉัน เยี่ยงการตอ นรับทีแ่ มอ ฐู มใี หตอ ลกู ของมนั พวกเจา พดู ถงึ คํา วา สตั ยาบัน สตั ยาบนั ฉนั กาํ มอื ของฉนั ไว แตพวกเจา ก็ยงั จับมนั แบออก ฉนั หลกี มอื ของฉนั จาก พวกเจา แตพ วกเจา กย งั ยึดมันไว โออลั ลอฮ คนทงั้ สองไดตัดขาดสัมพนั ธจ ากฉัน และอธรรมตอ ฉนั คนทงั้ สอง ทาํ ลายการให สตั ยาบนั ตอ ฉนั และปลุกปน ยยุ งประชาชนใหต อตา นฉนั ดังนนั้ โอพ ระผเู ปน เจา โปรดคลคี่ ลาย เง่ือนปมทีเ่ ขาทง้ั สองไดผ ูกไว และอยา ไดใ หอ บุ าย ของเขาทั้งสองเปน จริงข้ึนมา โปรดทําใหเขาทั้ง สองไดเ ห็นความเลวรา ยจากส่งิ ที่เขาทงั้ สองไดกระทําไว กอ นทเี่ ขาทง้ั สองจะทาํ สงคราม และฉนั พยายามช้ี แนะเขาท้งั ใหเ หน็ ซงึ่ ความถูกตอ ง แตแลว เขาท้งั สองกลบั ทาํ เปน ไมร ับรู กับความ โปรด ปราน และปฏเิ สธสงิ่ ทีย่ ังความปลอดภยั (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ/ หนา ๓๐๖) ในจดหมายทที่ านสงไปยงั บคุ คลทั้งสอง อกี คร้ังหนง่ึ มใี จความวา โอผอู าวุโส ทง้ั สอง จงกลบั ความคดิ ของทา นทง้ั สองเสยี เถดิ เพราะบัดน้ี กจิ การของพวกทา น นา บดั สหี นกั หนวงย่งิ ขน้ึ แลว กอ นท่คี วามนา บดั สีจะถกู นาํ ไปรวมกับไฟนรก วสั สลาม (นะฮุล-บะลาเฆาะฮ หนา ๖๒๖) ทา นอิมาม(อ)ไดก ลาวในเร่อื งของมรั วฺ าน บนิ ฮกุ ม ซงึ่ ไดถูกจบั เปนเชลยใน สงครามญะมลั หลงั จากนัน้ กไ็ ดถูกปลอยตัวใหเปน อสิ ระ และเปนคนหนึ่งที่เคยให สตั ยาบัน แตบ ดิ พลว้ิ สตั ยาบนั ทา นไดก ลาวถงึ เขาไวว า : ไมจ ําเปนอนั ใดทีฉ่ นั จะ อาศัยการใหสตั ยาบันของเขา เพราะมนั เปน เพียงเลหก ลของยวิ คนหนึ่ง ถา หากเขา ใหสัตยาบนั ตอ ฉันดว ยมอื ของเขา แนน อน เขาจะตอ ง หลอกลวง เขาจะมพี ลงั อยไู ดน านเทา การเลียของสนุ ขั ที่จมกู ของมัน เขาคือบดิ าของแกะสต่ี ัว และ
ประชาชนจะประสบกบั ชว งเวลาท่ลี าํ บากอยา งแสนสาหสั ตลอดไปจากการ ปกครองของเขาและ บุตรของเขา (นะฮ ลุ -บะลาเฆาะฮ/๑๗๖) ทา นอิมาม(อ.) ไดก ลาวถึงบรรดาซอฮาบะฮท่อี อกไปรบที่อลั -บศั เราะฮ พรอ มกับทานหญงิ อาอิชะฮ ในสงครามญะมัล ซง่ึ ในจาํ นวนนน้ั มีทงั้ ฏอ็ ลหะฮ และซุบยั ร วา : พวกเขาไดลากภรรยาของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ)ออกมา ราวกบั ลาก นางทาสออกมา ขาย พวกเขาไดนาํ นางมุงหนา ไปยงั เมืองบัศเราะฮ ในขณะที่ เขาทงั้ สองไดใหภรรยาของตนเองอยู ในบา นของเขา แตก ลบั ทาํ ใหภ รรยาของทา น นบี(ศ)มาปรากฏตวั ตอหนา พวกเขาและคนอ่นื ๆ ใน กองทพั ในหมูท หารเหลา นนั้ มิใชใ ครอนื่ นอกจากบคุ คลทเ่ี คยการเคารพเช่ือฟง ตอ ฉัน และให สัตยาบันตอฉนั ดว ยความเตม็ ไปปราศจากการบงั คบั ขูเ ขญ็ ใดๆ ท้งั สน้ิ พวกเขาไดน าํ นางเขา มาหา เจาหนาที่ของฉัน และผูดแู ลทรัพยส นิ ของประชาชน และพลเมืองคนอนื่ ๆ แลวพวก เขาไดสงั หาร คนเหลา นน้ั อยางทารุณ และสังหารคนอีกบางกลมุ ดว ยการหลอกลวง ขอสาบานตออัลลอฮ ถงึ แม นพวกเขาจะฆา มสุ ลมิ เพยี งคนหนงึ่ ท่ีไมม คี วามผดิ ใด โดยเจตนา มนั ก็เปน สทิ ธอิ นั ชอบธรรมแก ฉันทจี่ ะฆา ทกุ คนในกองทพั น้ี เพราะ พวกเขาขารวมกระทําการนนั้ ดวยกัน แลว พวกเขามไิ ดคัดคา น มไิ ดปกปองการ กระทาํ อนั นน้ั ดว ยวาจา และดว ยมือ ไมตองพดู ถงึ การทพี่ วกเขาไดส งั หารบรรดา คนมสุ ลมิ จาํ นวนเทา ๆ กันกบั จํานวนท่รี วมทพั มากับพวกเขา (นะฮ ลุ -บะลา เฆาะฮ/๓๗๐) อิมาม(อ)ไดก ลา วถงึ ทา นหญิงอาอิชะฮ และบรรดาซอฮาบะฮทเ่ี ปนสมคั ร พรรคพวกซงึ่ ตดิ ตามนางมาในสงครามญะมลั วา : ทานทง้ั หลายเปน ทหารของ ผหู ญงิ คนหน่ึง และเปน ผตู ิดตามสัตวต ัวหนงึ่ เมื่อมนั พน ลมออกมา พวกทา นกข็ าน รบั และเมอ่ื มันถูกฆา พวกทา นกห็ นี เตลดิ จรรยาของพวกทา นดชู างต่าํ ตอยนกั สัตยสาบานของพวกทา นเปน อนั ถกู ถอดถอน และการ ถอื ศาสนาของพวกทา น เปน เพียงการหลอกลวง (นะฮลุ -บะลาเฆาะฮ หนา ๙๘) สว นสตรนี างนน้ั ความคิดของสตรยี งั เกาะติดกบั นางอยู ความโกรธเกลียด เดอื ดพลา นอยูใน หวั อกของนาง เหมือนเหลก็ ในเตาหลอม ถา หากนางถกู ชกชวนให กอ ปญหากบั คนอน่ื เหมือนท่ี นางกาํ ลงั ทํากบั ฉันขณะนี้ นางจะไมกระทาํ ถงึ แมวา นางจะไดรับการยกยองอยา งแทจ รงิ ขณะ เดยี วกับท่กี ารกระทาํ อนั นัน้ ขน้ึ ตรง ตออลั ลอฮดวยก็ตาม (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ/ ๓๓๔) ทา นอิมาม(อ)ไดกลา วถงึ พวกกเุ รชโดยรวม ซึง่ ในจาํ นวนน้ันก็คือ ซอฮาบะฮ นน่ั เอง ดงั นี้ : สาํ หรบั การกดี กันพวกเราจากตาํ แหนง นี้ ทงั้ ๆ ทีเ่ ราคอื พวกทศี่ ักด์ิสูงทสี่ ุด ในตระกลู ตั้งแตมี มนุษยชาติมา และมีความเกยี่ วพันทางสายเลือดอยางแนนแฟน ทส่ี ดุ กับทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)แทจ ริง มันคือการกระทําทเ่ี หน็ แกตวั ของผู ท่ีในหวั ใจมคี วามละโมบ ในขณะที่บางคนมิได ใสใ จกบั มนั เลย ผมู อี ํานาจเหนอื ทุกสงิ่ คืออลั ลอฮ และพระองคค อื ที่คนื กลับในวนั ตดั สินตอบแทน ปลอยเร่ืองความ เสยี หายนไี้ ว ในทซี่ ง่ึ เต็มไปดวยความวนุ วายเถิด
กลับมาดูเรอื่ งของบุตรชายอะบู ซุฟยาน กาลเวลาไดท าํ ใหฉ นั หัวเราะ หลังจาก ท่เี คยทาํ ใหฉนั รองไห ไมต องสงสัยเลย ขอสาบานตอ อัลลอฮ มนั เปนเร่อื งราว ทนี่ าประลาดใจเหลือแสน และตอ ง อดทนอยา งมากมาย ชนกลมุ นัน้ พยายามจะดับ รัศมขี องอลั ลอฮจากโคมไฟของพระองค และ พยายามจะปด ตานํ้าของพระองคจาก แหลงของมนั พวกเขาผสมนํา้ แหงการสรางสรรคอยา ง รวดเรว็ ระหวา งฉันกบั พวก เขา ถา หากการทดสอบอันหนกั หนว ง ไดถ ูกทําคลาดแคลวไปจากพวก เรา ฉนั จะ ใหพ วกเขาไดรบั ความจริงจากรากฐานของมนั และถงึ แมทา นจะเปน อยา งอนื่ กจ็ งอยา ปลอยใหจติ ใจของเจา ออกไปอยา งเลือ่ นลอย เพื่อจับตาดพู วกเขา แทจ รงิ อัลลอฮ ทรงรูในสง่ิ ท่ี พวกเขากระทาํ (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ/ ๓๔๘) ทานไดกลา วเมอ่ื ตอนฝงทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮ อัซซะฮร ออ ประมขุ ของสตรใี น สากลโลก ซง่ึ ทา น ไดพ ูดกับทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศ)วา : บตุ รสาวของทา นจะ รายงานตอ ทา นวา ประชาชาติของ ทานไดร ว มกนั กระทําอยางไรตอ นาง ดงั รายละเอียดจากนาง และนางจะอธบิ ายเหตกุ ารณ เหลานนั้ ตอทา น น่คี ือสงิ่ ทเ่ี กดิ ข้นึ เม่ือทา นไดจากเราไปไดไมน าน และรองรอยแหงความทรงจาํ ตอ ทา น ยงั ไมไ ด เลอื นหายไป (นะฮลุ -บะลาเฆาะฮ/ ๔๖๐) ทานอมิ าม(อ)ไดกลาวในจดหมายท่ีเขยี นถึงมอุ าวยี ะฮวา : แทจริงเจา เปนคนทชี่ ยั ฏอนไดส ิงสแู ลวอยางสมบูรณ มนั ไดฝากความหวังของ มนั ไวในตวั เจา และมันไดข ับเคลื่อนวิญญาณและเลอื ดจากตวั เจา โอมุอาวยี ะฮ เจา เปน ผมู ีอํานาจปกครองประชาชาตินตี้ ้งั แตเ ม่ือไหร ทงั้ ท่ีไมเ คย ปรากฏตัวมา กอ น และไมเ คยมีเกียรตมิ ากอน เราขอความคมุ ครองตอ อลั ลอฮ ใหพ น จากการยอมรับตอบรรดา คนชั่วรายในยคุ กอ น ขา ขอเตือนเจา ตอการท่ี เจา เปน คนประมาทกบั ความปลอดภัย ในลักษณะ ตา งๆ ท้งั ในยามเปดเผยและยามลับ เจาเชญิ ฉนั ออกมาทําสงคราม จงปลอยใหประชาชนอยูด า นหนงึ่ เสยี เถิด แลวจงออกมาพบ กบั ฉนั และจงผอนผนั คนทง้ั สองฝา ยใหพน จากการสูรบ เพื่อให เปนทรี่ กู นั วา ระหวา งเรา ใครกนั แน ทหี่ วั ใจโลเล และมีมานปด บงั สายตาอยู ฉนั คอื อะบฮู ะซนั คนทเี่ คยฆา ปูของเจา นาของเจา และพ่ี ของเจา ดว ยการตอ สแู บบ ตวั ตอตัว และดาบเลม นน้ั ก็ยงั อยูในมือของฉนั นเ่ี อง และดว ยใจดวงน้ีเอง ท่ฉี ันมอบ ใหแ กศัตรขู องฉัน โดยที่ฉันมไิ ดแปรเปลีย่ นในเรื่องศาสนา และมิไดต้งั ตน เปน ศาสดา คนใหม แตอยา งใด แนน อน ฉันอยูก บั แบบแผนอนั สงู สง ในฐานะผูเ คารพ เชอ่ื ฟง โดยท่ีพวกเจา ละ ทิ้งไปแลว และทีพ่ วกเจาเคยเขามายอมรบั ดว ยความรังเกียจ (นะลุ -บะลาเฆาะฮ/๕๒๖) สาํ หรบั คาํ พูดของเจาท่ีวา พวกเราคอื ลูกหลานของอบั ดุล-มะนาฟนนั้ เรากเ็ ปน เชน นัน้ เหมือนกนั แตทวา อุมยั ยะฮน นั้ กไ็ มเหมอื นฮาชมิ และหะร็อบก็ ไมเหมอื นอบั ดุล-มุฏฏอลบิ อะบู ซุฟยานกไ็ มเ หมือนอะบูฏอลบิ ผอู พยพกไ็ มเหมอื น กับพวกไดร บั การปลอยตวั ใหเ ปน อิสระ(ฏอลกี ) เสยี งตะโกนกไ็ มเ หมือน การ ประจบสอพลอ สจั ธรรมก็ไมเหมือนกบั สิ่งมดเทจ็ ผูศ รัทธากไ็ ม
เหมอื นกบั คนโงเ งา แนน อน คนรนุ หลงั ทีเ่ ลว ก็จะติดตามคนรุนแรกทเ่ี ลวไปสหู วงอนั ตราย แหง นรกญะฮนั นมั ในมอื ของเรายังมีเกียรติยศของทา นผูเ ปน นบี ซง่ึ เราไดใหความตํา่ ตอยแก คนที่มเี กยี รติ และ เราไดใหคนตาํ่ ตอ ยมีการยังชีพอยูอ ยา งผาสกุ เมอื่ อลั ลอฮทรงนํา คนอาหรับเขาสศู าสนาของ พระองค เปน หมๆู และประชาชาตนิ ้กี ็ใหก ารยอมรบั ดว ยความเตม็ ใจบาง ดวยความรังเกียจบา ง สวนพวกเจาเขา มาสศู าสนานี้ อาจดว ยเหตุผลของความมงุ มาตรปรารถนาส่ิงหนงึ่ หรือ อาจดว ย ความกลวั สิง่ หนง่ึ ในยามทีค่ นรนุ กอ นไดร บั ชยั ชนะดว ยดาบของพวกเขานน้ั บรรดาชาวมฮุ าญริ นี รุน แรกก็ไดข จดั ความเปน เลศิ ของคนเหลา นนั้ ออกไปเสยี (นะฮ-ุ บะลาเฆาะ/๕๓๓) เจา เรียกรองเราใหย อมรบั กฎเกณฑข องอลั กรุ อานโดยท่ีเจาเองหาใชเ ปน สว นหนงึ่ จากพวก พองของมนั ไม และเรามิไดต อบสนองตอ เจาแตป ระการใด แตทวา เราตอบสนองอัล กรุ อานและ อยใู นกฎเกณฑของมนั (นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ ๕๙๕) จงกลาวเถดิ เม่อื สัจธรมมาปรากฎแลว ความเปน โมฆะจะตองสลายไป แทจ ริง ความเปน โมฆะคอื ส่ิงทต่ี อ งสลายไป” (อลั -อซั รออ/ ๘๑) บทที่ ๕ เกี่ยวกบั คอลฟี ะฮท้งั สาม อบูบักรอุมัรแฺ ละอุสมาน แทจ ริง อะฮล ิซซนุ นะฮวลั -ญะมาอะฮ ตามทีเ่ ราไดเ กร่ินมาแลว ในตอนตนนัน้ จะไมยอมรบั การวพิ ากษ และการพสิ จู นค วามถกู ผิด ไมวา จะเปน ซอฮาบะฮค นใด ของทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)และพวกเขาเช่อื ถือวา คนเหลา นน้ั ท้ังหมด ลว นมีความเทย่ี งธรรมเสมอกัน ฉะนนั้ เม่ือมนี กั คดิ อสิ ระคนใดเขียนในเชิงวิพากษ ตอ การกระทาํ ของซอฮาบะฮบางทา น พวกเขาจะถอื วา นนั่ คอื การลบหลดู ูแคลน ยง กวา นั้น พวกเขายงั ถอื า เปน การปฏเิ สธศาสนา ถงึ แมจ ะเปน นกั ปราชญใน กลุม พวกเขาเองกต็ าม นีค่ อื สง่ิ ทเ่ี คยเกิดข้นึ กบั นกั ปราชญอ ียิปตผ มู อี ิสระบางทาน หรือทม่ี ใิ ชชาว อยี ปิ ต อยางเชน :
เชคมะหม ดู อบู ร็อยยะฮ เจา ของหนงั สือ “อฎั วาอ อะลซั ซนุ นะฮ อลั -มฮุ มั มะดยี ะฮ” และ หนงั สอื “เชคอลั -มฎุ ีเราะฮ” และอยา งเชน ทานกอฎี เชค มุฮมั มดั อะมนี อนิ ฎอกยี เจา ของหนงั สอื “ทําไมขา พเจา จงึ เลือก มัซฮับ อะหล ลุ บยั ต” และทา นซัยยดิ มฮุ มั มดั บิน อะกีล ซึง่ รวบรวมหนงั สอื “อัน นะศออหิ ฺ อัล กาฟยะฮ ลิมัน ตะวัลลา มุอาวิยะฮ” ยิง่ กวานน้ั นักเขียนชาวอยี ปิ ต บางทา น ยังใหท ัศนะวา เชคมะหม ูด ชนั ฏต อดตี อธกิ ารบดี มหาวทิ ยาลยั อัล อซั ฮัร เปนกาฟร เมื่อครงั้ ทที่ า น ไดอ อกคําฟต วาวา อนุญาตใหย อมรับมซั ฮับ ญะอฟ ะรียได เมือ่ คนระดับเชคแหงอัล อซั ฮัร ผเู ปน มฟุ ตียค นสาํ คัญของอียปิ ต ยังถกู ลบหลู ดหู มิ่นเพยี ง เพราะทา นใหก ารยอมรบั มซั ฮบั ของชาวชอี ะฮ ซึ่งสามารถสบื สาวไปถงึ ครูบาอาจารย บรรดาอมิ าม และผูร ูของพวกเขา นนั่ คอื ทานญะอฟ ร ศอดกิ (อ.) แลว อะไรจะเกดิ ขนึ้ สาํ หรับคนทีใ่ หก ารยอมรบั ในมซั ฮบั น้ี หลงั จากไดม กี ารวเิ คราะห และยอมรับตอ การวพิ ากษมซั ฮับตางๆ ทเี่ ปนมรดกตกทอด มาจากบรรพบรุ ษุ และปูยาตายาย อันนี้เอง ท่อี ะหลซิ ซนุ นะฮ วลั ญะมาอะอมิอาจยอมรบั ได พวกเขาถือวา นน่ั คอื การทาํ ลายลา งศาสนา และออกนอกศาสนาอิสลาม ราวกบั วาอิสลาม ตามความคดิ เห็นของพวกเขา มเี พยี ง ส่มี ซั ฮับเทา นน้ั สว นแนวทาง อนื่ นอกเหนอื จากนน้ั ถือวา เปน โมฆะทง้ั สน้ิ นคี่ ือ ความหยาบกระดางทางปญ ญา คลายๆ กบั สตปิ ญญาตามท่ี อัล กุรอานได บอกเลาใหเ รารับทราบ และเปนสติ ปญญาท่ีตอ ตานการประกาศศาสนาของทานนบี(ศ็อลฯ)อยา ง รนุ แรง เพราะทา นเรียกรองเชญิ ชวน คนเหลาน้ันใหเชอ่ื ในเอกภาพของพระเจา และใหล ะทงิ้ ความ เช่ือในพระเจาหลายองค ดงั โองการความวา : และพวกเขาประหลาดใจ ในการทม่ี ผี ูตกั เตือนมายงั พวกเขา และบรรดาพวกกาฟร กลา ววา นคี่ ือ มายากล จอมโกหก เขากระนน้ั หรือจะทาํ ใหพ ระเจา ทง้ั หลายเปนพระเจา องคเดยี ว อนั น้ี ชา ง เปนส่งิ ที่ประหลาดแท (ศอด/๕) ดวยเหตุเหลา นี้ทกุ ประการ ขา พเจา จงึ เปน ผมู น่ั คงตอ กระแสการโจมตีของ พวกบา คลง่ั ที่มงุ ใส รายตอขา พเจา ซง่ึ คนเหลา นนั้ ทาํ ตวั ของพวกเขาเอง เปน ผมู ี อาํ นาจเหนือคนอื่นๆ โดยถือวา แตล ะ คน ไมม ีสทิ ธทิ จี่ ะขดั แยง กบั ตําราของ พวกเขา ถงึ แมวา ตาํ ราเหลา นี้ จะมไิ ดน าํ เสนอเรอื่ งใดทอ่ี อก นอกหลกั การอสิ ลาม เพราะฉะนน้ั พวกเขาจะตัดสนิ วา คนที่วพิ ากษซอฮาบะฮ ในแงพฤตกิ รรมของ พวกเขาออกนอก ศาสนาและเปน กาฟรไดอ ยา งไร ในเมอื่ หลกั การศาสนา ทง้ั ใน สว นของรากฐาน และรายละเอยี ด มไิ ดเปนอยา งนน้ั แมส ักสิง่ เดียว พวกบา คลัง่ บางคนไดป ลุกระดมคนทงั้ หลายวา หนงั สอื “ในท่สี ุดขาพเจากไ็ ด รบั ทางนาํ ” ของ ขา พเจา ก็เหมือนกบั หนงั สอื ของ ซัลมาน รุชดยี ทง้ั นก้ี เ็ พือ่ ขดั ขวาง มิใหป ระชาชนอา น ย่งิ กวา นน้ั ยงั เนนใหพ วกเขาสาปแชง ผูเขยี นหนังสอื นอี้ ีกดว ย การใสรา ยปา ยสอี ยา งมหันตน ้ี พระผูอภบิ าลแหง สากลโลกจะทรงสอบสวน แนน อน หาไม แลว ทําไมหนังสือ “ในท่ีสดุ ขา พเจา ก็ไดร บั ทางนาํ ” ซงึ่ เรียกรอ งไป สคู ําสอนในเรอื่ งอศิ มะฮแ ละ ความบรสิ ทุ ธข์ิ องทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ)และการยอมรับ ความเปนผนู ําของบรรดาอิมามแหงอะห
ลลุ บยั ต ซ่งึ อลั ลอฮ ทรงขจดั มลทนิ ออกไป จากพวกทา น และทรงชําระขัดเกลาพวกทา นใหส ะอาด บรสิ ุทธ์ิ จงึ ถกู นําไปเปรียบเทียบกบั หนังสอื “ปะกาศติ ของชัยฏอน” ซงึ่ เจา ของหนงั สือเลม นน้ั ไดลบ หลูดูหมน่ิ อิสลาม และนบีของอิสลาม(ศ็อลฯ)และเขาถอื วาศาสนาอสิ ลาม เปน เวทมนตของบรรดา ชยั ฏอน ? อัลลอฮทรงตรสั วา “โอบรรดาผศู รัทธา จงเปน ผูดํารงตนดวยความเทย่ี งธรรม ในฐานะสกั ขี พยานของอัลลอฮเ ถิด ถงึ แมจ ะตรงกับตวั ของพวกเจาเอง” (อนั นิซาอ /๑๓๕) จากโองการอนั ทรงเกยี รติน้ี ทาํ ใหข าพเจา ไมแ ยแสกับส่งิ อ่นื ใด นอกจากความ พงึ พอพระทยั ของอัลลอฮ ผทู รงไวซง่ึ มหาบรสิ ุทธิ์ และสูงสุดยง่ิ เทา นน้ั ขาพเจา จงึ ไมหวน่ั กลวั คาํ ครหาของผใู ด ตราบเทา ที่ขาพเจา ปกปอ งอสิ ลามทีแ่ ทจรงิ และประกาศความบรสิ ทุ ธ์ิ ปลอดพน จากความ ผดิ พลาดทกุ ประการของทา นนบี ผทู รงเกยี รติ ถงึ แมว า การกระทาํ เชน น้ี จะตอ งถงึ ขนั้ วพิ ากษซ อ ฮาบะฮ ผใู กลช ิด บางทา นและถึงแมว า เขาเหลา นน้ั จะเปน “คอลฟี ะฮร อชดิ ีน” ก็ตาม เพราะทา น ศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)มสี ทิ ธิในความบริสุทธเ์ิ หนอื กวามนษุ ยทกุ คน ทา นผอู า น ทม่ี ี สติปญ ญาอสิ ระ สามารถเขา ใจไดวา หนังสือท่ขี าพเจา เรียบเรยี งขึน้ ทกุ เลม มีเปา หมายทีแ่ นชดั กลาวคือ มิใชป ระเดน็ ทถ่ี ือเปนการตาํ หนิ และวิจารณ ซอฮาบะฮ ในเมอื่ สง่ิ ท่ีปรากฏอยูนั้น คอื การ ปกปองทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)และอศิ มะฮของทา น และขจดั ปญหาคลมุ เครอื ตา งๆ ที่ พวกอมุ ัยยะฮแ ละพวกอบั บาซียะฮไดส อดเสริมเตมิ แตงเขามาในเรอื่ งของอิสลาม และศาสดาของ อสิ ลาม นับตงั้ แตศตวรรษแรกๆเลยทเี ดยี ว ซง่ึ พวกเขาไดข ้นึ ปกครองบรรดาชาวมุสลิม ดวยการใช กําลงั และอาํ นาจบบี บังคบั แลว เปลย่ี นแปลงศาสนาของอลั ลอฮไ ป ตามกระแสความตองการอนั ต่ําทรามและผลประโยชนท างการเมอื ง ที่เปน หมนั และตามอารมณอ นั อปั ยศอดสูของพวกเขา แนนอนแผนการอันยง่ิ ใหญข องพวกเขาไดกอใหเ กดิ ผลกระทบอยา ง ใหญห ลวง ตอ บรรดา ชาวมสุ ลมิ ทป่ี ฏบิ ัตติ ามพวกเขาดว ยเจตนาดีในหมูพวกเขา และยอมรบั ทกุ อยา งทพ่ี วกเขารายงาน กันมาในลกั ษณะทีบ่ ดิ เบือนและเปนความเทจ็ โดยถือวา นน่ั คอื ความเปน จรงิ และนั่นคอื คาํ สอน ท่มี าจากอิสลาม และจาํ เปน ที่ บรรดาชาวมุสลมิ จะตอ งยอมรับ และจะตอ งไมถ กเถียงอะไรกนั อกี ถา หากบรรดาชาวมสุ ลมิ ไดลวงรถู งึ เรื่องราวตามความเปน จริง แนน อน พวกเขาจะไมยนื หยัด เพอ่ื คนเหลา นน้ั และจะไมถ อื เอาบทรายงานของ คนเหลา นน้ั เปน มาตรฐาน ย่งิ ในเมอ่ื ถา หากวา ประวัติศาสตรไ ดบ อกเลา ใหเ รารวู า บรรดา ซอฮาบะฮลว นถอื ปฏิบตั ติ ามคําส่ัง คาํ หา มของทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)โดยไมม กี ารโตเ ถียง ไมค ดั คา นบทบัญญัติของทาน และถาหากวาพวก เขา ไม ทรยศ ฝา ฝน ทา นตอ บทบัญญัตติ า งๆ ในบน้ั ปลายชีวติ ของทา นแลว แนนอน เราจะตดั สิน ใหพ วกเขาทง้ั หมดเปน ผเู ทย่ี งธรรม และสาํ หรบั เราในดา นนี้ จะไมมสี ิทธิวเิ คราะห และจะไมม คี ํา คัดคานใดๆ เลย
แตในเมอื่ ขอเทจ็ จริงมอี ยวู า สวนหน่ึงในหมพู วกเขา เปนผโู กหก สว นหนง่ึ ใน หมพู วกเขา เปน ผูก ลบั กลอก และสว นหนึ่งในหมูพวกเขา เปน ผลู ะเมดิ ฝา ฝน โดย หลกั ฐานระบจุ ากอลั กรุ อาน และซุนนะฮทเ่ี ที่ยงแทแ นช ดั แตใ นเม่ือขอ เท็จจรงิ มีอยวู า พวกเขาขดั แยงกับทา นศาสดา ละเมดิ ตอทา น ใน เรือ่ งการบนั ทกึ จนกระทัง่ กลา วหาวา ทา นฟน เฟอ น และหา มมใิ หท า นบนั ทกึ พวกเขามไิ ดท ําตามคาํ สง่ั ของทาน ใน ตอนทท่ี านตัง้ ใหอุซามะฮเปน ผูบัญชาพวก เขา แมแ ตก รณที ่ีพวกเขาขดั แยง กนั ในตําแหนง คอ ลีฟะฮข องทานศาสดา (ศอ็ ลฯ)จนกระทงั่ เมนิ เฉยจากการอาบนํ้าฆซุ ลุ การจดั การเก่ียวกบั ศพ ตลอดจนการฝง แลว พพิ าทกนั ดวยสาเหตุของตาํ แหนง คอลฟี ะฮ แลว บางสว นกพ็ งึ พอใจใน ตําแหนง นนั้ แตบางสว นกป็ ฏิเสธ แมแตก รณที ่ีพวกเขาขดั แยงในทกุ ส่ิงทกุ อยา ง หลังจากนัน้ จนกระทั่งไดม กี ารกลา วหาแกกันและกันวา เปน กฟุ ร สาปแชง กนั และกนั สรู บ เขน ฆากันและกนั และตัดขาดจากกนั และกนั อยา งไรก็ตาม ศาสนาของอัลลอฮผูทรงเอกะ ไดก ลายเปน มซั ฮบั ตา งๆ และมคี วามคดิ เห็น แตกตางกัน เม่อื สภาพการณเปน เชน นี้ จึงจาํ เปน อยา งยิง่ ท่ีเราะตอ งวิเคราะห ถึงสาเหตุ และขอบกพรองทที่ าํ ใหประชาชาตทิ ่ีดีท่ีสดุ อนั ถกู นําออกมาปรากฏเพ่ือ มนษุ ยท ั้งหลาย ตองกลับสภาพไปสูความตกตาํ่ ไมเปน ทร่ี จู ัก และเปนท่ีชงิ ชงั รังเกยี จ ถกู ทาํ ลายเกียรตยิ ศ ถกู ยดึ ครองสถานทศี่ กั ดิส์ ทิ ธิ์ ถกู ลา อาณานคิ ม ถูกขบั ไสไลส ง จากแผน ดนิ ของตนเอง โดยไมสามารถ ปอ งกันบรรดาพวกละเมดิ และไมสามารถ แมล บลา งความละอายออกจากหนาผากของตนเอง หนทางแกไขสาํ หรับปญหานี้ ขา พเจา เชอ่ื ม่ันวา มเี พยี งทางเดียวเทา นัน้ คือ การวพิ ากษกัน อยา งถึงแกน ขอใหเ ราเพยี งพอกนั ไดแลว สาํ หรบั ความภาคภูมใิ จ ในบรรพชนของเรา และความ รงุ โรจนของเรา อนั หาแกนสารอะไรมไิ ด และทไี่ ด กลายเปนเรื่องในอยใู นพพิ ิธภัณฑอ นั วา งเปลา ที่ ปราศจากแมก ระทงั่ คนเยย่ี มเยือน สภาพความจริง กําลงั เรยี กรอ งเราใหว เิ คราะหถ งึ สาเหตขุ อง โรคราย และท่ีทาํ ใหเรา ลา หลงั แตกแยก พา ยแพ เพอื่ เราจะไดเปด เผยโรคออกมา แลวเราจะได จดั ยา ขนานทถี่ กู ตอ ง แลว เราจะหายจากอาการ กอ นทจ่ี ะปลอยให วาระสดุ ทายของเรา จะมาถงึ น่ีคอื เปา หมายอันโดดเดนทสี่ ุด อัลลอฮ ผูท รงเอกะ พระองคค ือ ผูไ ดรบั การ เคารพภกั ดี พระองคค อื ผนู ําทางปวงบาวของพระองค สหู นทางอนั เที่ยงตรง ตราบใดที่เปาหมายของเรา คอื ความสนั ติ ดงั นน้ั การคดั คานของพวกทดี่ อ้ื ดึง และบา คลั่ง ที่ ไมรับรูอ ะไรสักอยา งเดียวนอกจากการดา การประณาม โดยขอ อางที่วา ปกปองซอฮาบะฮ จะมี คุณคาอนั ใด คนเหลา นน้ั เราจะไมตําหนติ เิ ตยี นพวกเขา และจะไมโ กรธเกลยี ดพวกเขา เพราะพวก เขาเหลา นน้ั เหมอื นกับคนขัดสน ความคิดในแงด ขี องพวกเขาทีม่ ีตอซอฮาบะฮ ไดข ดั ขวางและปด หู ปดตาพวกเขา จนไมสามารถเขาถึงความเปนจรงิ ดพู วกเขาชา งคลายคลึงกบั พวกลูกหลานของ ยะฮดู และนะซอรอ ท่ีมีความคดิ ในแงดีเสมอกบั บรรพบรุ ษุ ของพวกเขา จนไมย อม ใหตวั เองทําการ วิเคราะหอ ยางจรงิ จงั ตออสิ ลาม เพราะเชอ่ื มน่ั ในคาํ สอนของ บรรพชนในอดตี ของพวกตนวา มฮุ ัม
มัดเปนคนโกหก และมิใชน บีแตประการใด พระองคผ ูทรงสงู สุดตรสั วา : “บรรดาผไู ดร บั คัมภรี มไิ ด แตกแยก เวน แตภ ายหลงั จากทหี่ ลกั ฐานอนั ชัดแจงมีมายังพวกเขาแลว ”(อัล บัยยนิ ะฮ/ 3) จนกระทั่งกาลเวลาผา นลว งเลยมาหลายศตวรรษ มาถงึ ปจจุบันน้ี จงึ กลาย มาเปนเร่อื งยากท่ี คนมุสลมิ จะทาํ ใหพวกยะฮูด หรอื นะซอรอยอมรับในหลกั ความ เชือ่ ของอิสลาม ดังน้นั จะไมม ีผล แตประการใด สําหรับคนทีก่ ลา วกบั พวกเขาวา เตารอต และอินญีล ทพ่ี วกเขายดึ ถอื กนั อยนู ั้น เปน ของทถ่ี กู ดัดแปลง โดยยกหลัก ฐานจากอลั กุรอานมาอา งในขอ น้ี จะมีมุสลิมคนใดบา ง สามารถทํา ใหค วามจริง ขอ นเ้ี ปนทเ่ี ชอื่ ถอื ของพวกเขาขน้ึ มาได ? ทาํ นองนี้เอง คนมสุ ลมิ พืน้ ๆ ทวั่ ไป ที่เชอ่ื ถอื ในความเทย่ี งธรรมของซอฮาบะฮ หมดทกุ คน และ คลัง่ ไคลใ นขอ นี้ โดยปราศจากหลกั ฐานใดๆ จะมมี นษุ ยคนใดบา ง ทสี่ ามารถทาํ ใหเขายอมรบั ในทางทต่ี รงกนั ขา มกบั เร่อื งนี้ ? ในเม่อื คนเหลา นนั้ ไมส ามารถจะวิเคราะหเจาะลึก และไมกลาวพิ ากษ มอุ าวิยะฮ และยะซีดผู เปน บุตร และคนอื่นๆ ในระดับเดยี วกนั น้ีอกี เปน อนั มาก ท่ีบิดเบือนอิสลามดว ยการกระทําอนั ช่ัว รายของพวกเขาเสียแลว จะเปนไปไดอยา ง ไร กับการที่ทานจะพดู กับพวกเขาในเรอื่ งของอบบู กั ร อมุ ัรฺ อุสมาน (ผเู ปนศิดดกี , ผูเปนฟารกู และผูเปน ทล่ี ะอายของมะลาอิกะฮ) หรือการที่ทา นจะพดู ถงึ เรอ่ื งของ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ ผเู ปน มารดาแหง ศรัทธาชน ภริยาของทานศาสดา(ศอ็ ลฯ)และบุตร สาวของ อบบู กั ร จากเร่อื งราวทเ่ี ราไดพดู ถึงไปแลวในบทกอน เปน รายงานบอกเลา จากเจา ของ ตาํ ราศอฮีฮ อนั เปนทย่ี ดึ ถอื ของ อะหลซิ ซุนนะฮ มาบดั นี้ จะกลาวกนั ถงึ บทบาทของ
คอลีฟะฮฺทง้ั สามบาง เพ่ือเราจะไดเปด เผยพฤติกรรมบางอยา ง ของคนเหลานัน้ ท่ี ตาํ ราศอฮฮี ฺ ของอะฮฺลซิ ซุนนะฮฺ ตาํ รามสุ นัดและ ตาํ ราประวตั ิศาสตรท้งั หลาย อันเปน ทยี่ ดึ ถอื ของพวกเขา ได บนั ทกึ ไวเกย่ี วกับคนเหลา นนั้ เพ่อื เราจะไดเขา ใจ อยา งแจมแจง ในประการแรกวา อันคํากลา วอา ง ถงึ มาตรฐาน ความเท่ียง ธรรมของ ศอฮาบะฮนฺ น้ั หาไดเ ปน เรอ่ื งที่ถกู ตอ งไม และมาตรฐานความ เท่ียงธรรม น้นั ลวนมขี อผิดพลาด แมก ระทัง่ จากศอฮาบะฮฺผูใ กลช ดิ บางคน ประการที่สอง เพ่ือเราจะไดเ ปดเผยกบั พนี่ อ งอะฮฺลซิ ซนุ นะฮฺ วลั -ญะมาอะฮฺ ของเราวา การ วพิ ากษว จิ ารณเหลา นี้ ยงั มไิ ดเ ขาขา ยการดา การลบหลู และ ตาํ หนติ ิเตียน แตประการใด ในเมอื่ เปาหมายเทา ทมี่ ี คอื เพอื่ ขจัดมานบงั ตา ท่ปี ด บังความจริงใหห มดไปเสียที เพ่อื ใหเ ขาถึงความจรงิ ขณะเดียวกนั จะไมม ี การยกหลกั ฐานปลอม หรือเทจ็ มาอาง แบบพวกคลงั่ ไคลจนเลยเถิด ดังที่คน ท่ัวไป อา งกนั อยู หากแตลวนเปน หลกั ฐานจากตําราทพี่ วกเขาเองไดต ัดสนิ กันแลว วา ถูกตอ ง และ ตวั ของพวกเขาเองกย็ ดึ ถอื ตาํ รานนั้ ๆอยู อะบบู กั รศิดดกี ในสมยั ทที่ านนบ(ี ศ)ยงั มชี วี ิต อัล-บคุ อรีไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น ภาคที่ ๖ หนา ๔๖ กติ าบ วา ดวย การตัฟซีรฺอัล-กุรฺ อานซูเราะฮฺ อลั -ฮุุรอตวา : นาฟอ ฺ บนิ อมุ ัรฺ รายงานจาก อบิ นุ อะบี มะลกี ะฮฺ กลาววา คนดีทั้ง สอง นน่ั คอื อะบบู กั ร และอมุ รั ฺ(ขอใหอ ลั ลอฮทฺ รง พอพระทยั แกทา นทั้งสอง)แทบจะวิบตั ิ เมอ่ื ทง้ั สองไดขน้ึ เสียงตอ หนาทา นนบี (ศ) ขณะท่ีผแู ทนของบะนีตะมมี เดนิ ทางมาหาทา น โดยคนหนงึ่ ช้ีไป ยังอกั เราะอฺ บนิ ฮาบซิ พน่ี อ งของบะนีมุญาชะอฺ สว นอีกคนหนง่ึ ชีไ้ ปยงั ชายอกี คนหนง่ึ ทา นนาฟอ ฺ กลาววา ฉนั จาํ ชื่อของเขาไมไ ด แลวอะบูบักรก ก็ ลา วกับอมุ รั วฺ า : “ทาน ไมตองการ อะไรหรอก นอกจากจะขดั แยง กบั ฉนั เทา นนั้ ” เขาตอบวา “ฉันไม ตอ งการจะ ขดั แยงกับทา นหรอก” ปรากฏวา เสียงของคนทง้ั สองดังลน่ั ในขณะน้นั อัลลอฮจฺ งึ ประทานโองการความวา : “โอบ รรดาผูศรัทธา จง อยา ขึน้ เสยี งของพวกเจา ” อบิ นุ ซบุ ยั ร ไดก ลาววา : หลงั จากโองการน้ีถูกประทานมา เสียงของอมุ ัรฺ ไมค อ ยไดยนิ ไปถงึ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ)เลย แมก ระท่ังการถามเพือ่ ทาํ ความเขา ใจ และเขา (อมุ รั )ฺ ไมเ คยพดู ถงึ เรือ่ งนัน้ เกย่ี วกบั บิดาของเขา(หมายถึงอะบูบกั ร) เลย ขณะเดียวกนั อลั -บคุ อรีไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ฺของทา น ภาคที่ ๘ หนาที่ ๑๔๕ จาก กติ าบ อัล- อิอฺตศิ อม บลิ -กิตาบ วัซซนุ นะฮฺ บาบวา ดวย ความนา รังเกียจ จากเรื่องการคอนแคะและโตแ ยงกนั วา ทา นวะกีอฺ ไดเ ลาเราวา ทา นได รับรายงานจากทา นนาฟอฺ บนิ อุมรั ฺ จากอิบนุ อะบี มุลกี ะฮฺ กลาววา : คนดีทงั้ สอง แทบจะวบิ ัติ หมายถงึ อะบูบกั รแ ละอมุ รั ฺ เม่อื มีตวั แทนจากบะนีตะมมี มา พบทา นนบี(ศ) เพราะคนหนึ่งชีไ้ ปยงั อักเราะอฺ บนิ ฮาบสิ อตั -ตะมมี ยี อัล-ฮิน เซาะลีย พี่นองใน ตระกูลมญุ าชอิ ฺ สว นอีกคนหนง่ึ ช้ีไปยงั อีกคนหนึง่ ดงั นน้ั อะบบู ักรจงึ กลาววา : “ทา นตองการจะ ขดั แยง กับฉัน” ฝายอมุ ัรฺตอบวา “ฉัน มไิ ดตองการจะขดั แยงกบั ทา นหรอก” ดงั นน้ั คนทง้ั สองจงึ ขึน้
เสยี งกนั ตอ หนา ทานนบี(ศ) แลว โองการหนึ่งกถ็ ูกประทานลงมา ความวา : “โอบรรดาผูศรัทธา จง อยาข้นึ เสยี งของพวกเจา เหนือกวา เสยี งของนบี และอยา ออกเสียงดังกับเขา เหมอื นอยา งการออก เสียงดงั ของคนสว นหนงึ่ ในหมูพวกเจา ทม่ี ีตอสว นหนงึ่ เพราะการงานของพวกเจา จะถูกลบลา ง โดยพวกเจาไมรสู ึก แทจริงบรรดาผซู ึ่งลด เสยี งของพวกเขาตอหนาศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺน้ัน พวก เขาคือ ผูซ่ึงอลั ลอฮทฺ รง ทดสอบหวั ใจของพวกเขาเพอื่ ความยาํ เกรง สําหรับพวกเขาคือ การอภยั โทษ และรางวลั อันยิ่งใหญ” อิบนุอะบี มลุ กี ะฮกฺ ลา ววา อบิ นซุ บุ ยั รกลา ววา ; “ตง้ั แตน ั้นมา อุมัรฺไมเ คย พูดกบั บดิ าของเขา (หมายถงึ อะบบู ักร) เชน นน้ั อีกเลย เมอ่ื เขาจะพดู อะไรกบั ทา นนบี (ศ) เขาจะพูดอยางแผว เบา จน ทา นไมไดย ินเขาเลย แมก ระทง่ั ในยามที่ เขาจะซกั ถามเพอ่ื ขอความเขา ใจ” ขณะเดียวกนั ทานบคุ อรยี งั ไดรายงานไวใ นศอฮฮี ฺของทา น ภาคที่ ๖ หนา ๑๑๖ จากกติ าบ อลั - มะฆอซีย- ตวั แทนของบะนีตะมีม วา : ฮชิ าม บนิ ยูซฟุ เลา เราวา อิบนุญะรหี ไฺ ดเ ลา พวกเขาวา รายงานจากอะบมี ุลกี ะฮฺ เลา วา อบั ดุลลอฮฺ บนิ ซุบยั ร ไดเ ลา พวกเขาวา คาราวานของตวั แทนบะนี ตะมีมเดินทางมาพบทา นนบ(ี ศ) ฝายอะบบู กั รกลาววา “จงแตงตง้ั อัล-กอกอฺ บนิ มอุ บั บิด บิน ซะรอ เราะฮฺ เปน หวั หนา” ฝา ยอมุ รั ฺกลาววา “อยาเลย แตจงแตง ตั้ง อกั เราะอฺ บนิ ฮาบซิ เปน หวั หนา” อะบบู กั รจ ึงวา “ทา นไมตองการอะไรหรอก นอกจากจะขัดแยงกับฉันเทาน้นั ” อุมัรจฺ งึ ตอบวา : “ฉนั มไิ ดต อ งการจะขัดแยง ทา นหรอก” แลวคนทง้ั สองกโ็ ตเ ถยี งกัน เสยี งดงั ลน่ั จนโองการหนง่ึ ถูก ประทานลงมา ความวา “โอบ รรดาผูศ รทั ธาจงอยา ล้ําหนา ตอ เบอ้ื งพระพกั ตรแ หงอลั ลอฮฺ และศา สนทตู ของพระองค” จนกระทงั่ จบโองการ หลกั ฐานอนั ไดจากรายงานตา งๆ เหลา นี้ แสดงใหเหน็ วา อะบูบกั รก ับอุมัรฺ มไิ ดร กั ษามารยาท ตอเบื้องหนา ทา นศาสนทูต(ศ) ตามรูปแบบมารยาทในอสิ ลาม เลย เขาท้ังสองยินยอมใหต ัวของ พวกเขาเอง ลาํ หนาตอ เบือ้ งพระพักตรแ หง อัลลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค โดยมไิ ดรับอนุญาต และทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) เอง กย็ ังมิไดขอความคดิ เหน็ ใดๆ จากเขาทง้ั สองวา จะใหแตง ตั้ง คนใดเปน หวั หนา ในตระกลู บะนีตะมมี คนทง้ั สองยงั เพียงพอกนั แคน้ัน แตย ังถกเถียงกนั ตอหนา ทาน จนเสียงของคนทง้ั สองดงั ลน่ั โดยไมม ีการใหเ กยี รตทิ า นเลย และมไิ ดแ ยแส อนั ใดกบั จรยิ ธรรม และมารยาททถ่ี ูกกาํ หนดใหเขาทง้ั สอง ซ่งึ เปนไปมไิ ด ทีว่ า ศอฮาบะฮคฺ นใดจะไมร ูเรอื่ ง หรือทาํ เปน เปน ไมรเู รือ่ ง ในเมอ่ื ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ) ไดอ ุทศิ ชีวติ ของทา นในการอบรมสง่ั สอนพวกเขา อยตู ลอดมา ถา หากวา เหตกุ ารณน้ี ไดเ กดิ ข้ึนในชว งแรกของอิสลาม แนนอนเรากเ็ ห็นพอง ดว ยวา ควรจะ ใหอ ภยั ในขอน้ีแกผ ูอาวุโสทง้ั สอง และแนนอนเราจะพยายามใชห ลัก ตีความบางประการเพอื่ ช้ใี หเ หน็ เชน นน้ั
แตทวา บรรดารายงานบอกเลาไดยนื ยนั อยางไมม ีขอ สงสัยเลยวา เหตุการณน ี้ ไดเกิดขึ้น ในชวงบ้นั ปลายชวี ติ ทา นนบ(ี ศ) กลา วคือตัวแทนของพวกบะนีตะมมี ไดเ ดินทางมาพบกับทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) ในปฮ.ศท่ี ๙ ซ่งึ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ (ศ) มชี วี ิตอยูภายหลงั จาก เหตุการณน ัน้ ไดเพยี งไมก ่เี ดอื น ดงั ทน่ี กั ประวัตศิ าสตรแ ละนกั ฮะดษี ท้งั หมดไดยืนยันในขอ น้ี ซึง่ พวกเขากลา วถึงชวงที่กลมุ ตวั แทนเผา ตา งๆ ไดมาพบทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ)น้นั และเปน ชว งที่อัล-กุรอฺ านอนั ทรงเกยี รติไดสาธยายไวในซูเราะฮฺทา ยๆ วา “เม่อื ความชว ยเหลอื ของ อลั ลอฮฺ และชยั ชนะไดม าถงึ และเจา ไดเห็นประชาชนเขามาในศาสนาของอัลลอฮฺ เปนหมูๆ ” เม่อื ความจรงิ เปนอยา งนี้ บรรดาคนที่แกตวั แทนอะบบู ักรและอมุ รั ฺที่ทาํ ผดิ ตอ หนา ทา นนบ(ี ศ) จะแกตางใหอยา งไร และถงึ แมวา รายงานบทนี้จะสรุปเรอ่ื งราว เกีย่ วกบั ทาทีของศอฮาบะฮทฺ ้งั สอง อยา งรวบรดั จนเราไมส ามารถวพิ ากษ และ ตรวจสอบไดอยางเต็มท่ี แตทวา อัลลอฮฺไมท รงละอาย ตอความจรงิ พระองคทรง บันทกึ เหตกุ ารณน ้ีไว และประทานโองการอลั -กุรฺอานในเรื่องนีล้ งมาให อา นกนั ซึง่ ในความหมายของมนั คอื การคาดโทษตออะบูบกั รแ ละอมุ รั วฺ า อลั ลอฮจฺ ะลบลา ง ผลงานของคนทั้งสอง ถา หากคนทั้งสองหวลกลบั ไปกระทาํ เชน น้นั อกี จนกระทัง่ ผูรายงาน เหตกุ ารณน ี้ เรมิ่ ตนคําพูดของตนวา : คนดที ้ังสอง หมายถงึ อะบบู ักร และอมุ ัรฺ แทบจะวิบัติ หลงั จากน้ี ผรู ายงานเหตกุ ารณ นน่ั คือ อบั ดลุ ลอฮฺ บนิ ซบุ ยั ร พยายามทีจ่ ะ ทาํ ใหเ รามี ความเห็นคลอ ยตามวา หลงั จากโองการน้ีถกู ประทานลงมาในเรื่อง ของตนแลว อุมรั ฺจะพูดคอยๆ จนทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ)ไมไดย ินเสยี ง ของเขาเลย แมก ระทง่ั ในยามท่เี ขาถามทานเพ่ือขอ ความเขา ใจ และถึงแมว า เขาจะ ไมพ ูดเชน นน้ั กับอะบูบกั รป ขู องเขาเองก็ตาม แตประวตั ศิ าสตร และ เหตกุ ารณ ตามทนี่ กั ฮะดีษเลา ไวก ลบั ยนื ยนั ในทางตรงกนั ขาม เอาแคเ พียงเหตุการณอัน อปั โชคในวนั พฤหสั กอนวะฟาตของทาน(ศ) ๓ วนั กพ็ อ เพราะเราพบวา อุมรั ฺ เองนน่ั แหละ ทีไ่ ดพูด ถอ ยคําอนั อปั มงคลของตวั เองออกมาวา “ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮเฺ พอ เสียแลว เรามเี พียงพระ คมั ภรี ข องอลั ลอฮกฺ พ็ อ” ครน้ั แลว กลุมชน ตา งก็ขัดแยง กนั ฝา ยหนง่ึ พูดวา จงเขาไปใกลทานศาสน ทูต เพ่อื ทานจะไดบ ันทกึ ขอความใหแกพ วกทา น และอีกสว นหนงึ่ ไดพ ดู เหมือนคาํ พดู ของอมุ ัรฺ คร้นั เมื่อ เสยี งเอ็ดตะโรและเกดิ การโตแ ยงขน้ึ (๑๑๗) ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ)จึง กลาวกับพวกเขา วา “พวกทา นจงออกไปใหพน จากฉนั ไมสมควรท่ีจะมกี ารโตแยง กนั ตอหนาฉนั ” (๑๑๘) หมายความวา เน่ืองดวยไดม กี ารละเมิด มีเสยี งเอด็ ตะโร และมกี ารขดั แยง การโตเ ถยี งกันนนั่ เอง แสดงวา พวกเขาละเมิดขอบเขตทัง้ หมด ตามทอี่ ัลลอฮทฺ รงกาํ หนดแกพ วกเขา ในซเู ราะฮฺ อลั -ฮุุ รอต ดงั ไดผ านมาแลว และเราไมอาจลงความเหน็ คลอ ยตามไดว า ความขัดแยง และการโตเถยี ง กนั ของ ของพวกเขา เปน เพียงเสียงพึมพํา กระซิบกระซาบกนั เทา นั้น หากแตเ ปนท่เี ขา ใจ กนั ท้ังหมดวา ครง้ั นี้ พวกเขาขนึ้ เสียงดงั เอด็ ตะโร จนกระทง่ั บรรดาสตรที ่อี ยู หลงั มาน ก็มสี วนรว มใน การถกเถยี งและพูดวา จงเขา ไปใกลท า นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ) เพอ่ื ใหท านบนั ทกึ ขอ ความนนั้
แกพวกทา น แลวอุมัรฺก็ไดพดู กับ บรรดาสตรวี า “แทจ ริงสตรี กค็ อื พวกพองของสตรีในสมัยนบยี ซู ฟุ เม่อื ทา นปว ย พวกนางกก็ รีดนา้ํ ตายามทา นสขุ ภาพดี นางก็ข่ีคอทา น แลวทานศาสนทตู แหง อัลลอ ฮจฺ งึ กลา ววา:“จงตามใจพวกนางเถิด เพราะพวกนางยงั ประเสริฐกวา พวกทา น”(๑๑๙) เร่อื งทง้ั หมดนี้ เราเขา ใจไดวา พวกเขามไิ ดป ฏบิ ัติตามคาํ ส่งั ของอัลลอฮฺใน โองการทวี่ า :“โอ บรรดาผศู รัทธา จงอยา ลว งล้ําเบอื้ งพระพกั ตรอ ลั ลอฮฺ และ ศาสนทตู ของพระองค และจงอยาขนึ้ เสียงของพวกเจาใหเหนอื กวา เสยี งของนบ”ี และพวกเขามไิ ดใหเ กียรตติ อ ฐานภาพของทา นศาสน ทูต และมไิ ดแ สดงมารยาท เลย เม่ือพวกเขาตาํ หนิติเตียนทานดว ยถอยคาํ วา “ฮจิ ญร” (เพอ ) อะบบู กั รเองกเ็ คยเปลง วาจาที่ทาํ ใหร ะคายเคืองตอทานนบ(ี ศ)มาแลว นั่นคือ เมื่อเขาไดพูด กบั อรุ วฺ ะฮฺ บนิ มัสอวู า : “จงไปเลยี ปุมกะสนั ของอลั -อาบ” (๑๒๐) อัล-กอ็ สตอลอานีย ผูอ ธิบายบคุ อรี ไดอธบิ ายประโยคทว่ี า “จงไปเลียปุมกะสนั .” วา เปน คาํ ดา ท่ี หยาบคายมากทส่ี ุดคําหนงึ่ ของชาวอาหรบั ในเม่อื คําประเภทนี้ ไดถ ูกกลา วขน้ึ ตอ หนา ทา นนบ(ี ศ) เชนน้ี ขอถามวา ความหมาย ของโองการตอ ไปน้ี เปน อยา งไร “และจงอยาเผยวาจาตอเขา(นบ)ี เยยี่ งการเผยวาจาทีค่ นในหมู พวกเจา เคยมตี อกันและกนั ” ? ในเม่ือทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) เปนผูม จี ริยธรรมอันย่งิ ใหญ ตามที่ พระผูอ ภบิ าลของ ทา นไดสาธยายไว และในเมอื่ ทานเปน คนขอ้ี ายทส่ี ดุ ตอขอ บกพรองทท่ี า นระมัดระวงั ยิ่งนกั ดงั ท่ีบุ คอรแี ละมสุ ลมิ ไดร ายงานเรอื่ งนไ้ี ว(๑๒๑) ผูอาวโุ สทง้ั สอง คอื ทงั้ บคุ อรี และมุสลมิ ไดยืนยันวา ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) ไมเ ปนคนชว่ั และไมถกู ทาํ ความชว่ั และทา นเคยกลา ววา : “แทจ รงิ คนดีท่ีสุดใน หมูพวกทาน ไดแ ก คนมมี ารยาทดงี ามทีส่ ดุ ” (๑๒๒) แลว เปน ไฉนเลาทีศ่ อฮาบะฮฺ ผู ใกลช ดิ ของทา น จงึ มไิ ดรบั ประโยชนต อมารยาทที่ยง่ิ ใหญเชนน้ี ? นอกเหนอื จากทกุ สิ่งเหลา นีแ้ ลว อะบบู ักร ยงั มไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สัง่ ของทา น ศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)เมือ่ คร้งั ทท่ี า นแตง ต้งั ใหอุซามะฮฺ บตุ รของ ซัยด บิน ฮาริษะฮฺ เปน ผบู งั คับบญั ชาเขา โดยทา นไดก ําหนดใหเขาเปน พลทหารของอุซามะฮฺ และยงั ไดย า้ํ ถงึ ความผดิ ของผทู ี่ขดั ขนื ดว ย จนถงึ กบั ทา นไดก ลา ววา : “ขอใหอัลลอฮฺ สาปแชง คนท่ขี ัดขืนจากการเปนพลทหารของอซุ ามะฮ”ฺ (๑๒๓) ทงั้ น้ี หลงั จากท่ี ทา น ศาสนทตู (ศ) ทราบวา เขาไดต ิเตียนทา น เหมอื นคนชา งตเิ ตยี น ทั้งหลาย ในกรณีที่ ทานไดแตงตง้ั อุซามะฮเฺ ปน แมท พั ตามที่นกั ประวตั ศิ าสตรแ ละเจา ของตาํ ราอซั - ซีเราะฮฺไดเลาไว ขณะเดยี วกนั เขาไดรบี ไปท่ซี ะกฟี ะฮฺ และรว มกดี กนั ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ จากตาํ แหนงคอ ลีฟะฮฺ โดยทิ้งรา งของศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ(ศ) ทนี่ อนสงบน่งิ อยู โอบ ดิ าและมารดาของขา พเจา เขา มิไดใหความสาํ คญั กับการอาบนาํ้ การหอ การจดั แตง และการฝง ศพ เพราะกาํ ลังสาละวนอยูกบั ตําแหนง คอลฟี ะฮฺ และผูนาํ ท่ไี ดห ลน ลงมาทับคอเขาอยู จนไมม เี วลามายงุ กบั เรอ่ื งเหลานนั้ ทง้ั หมด ไปอยูไ หน เสยี เลา ความเปน เพอ่ื นสนทิ ความเปน สหายทเ่ี คยแอบอา ง ไปอยทู ไี่ หนเสยี เลา ตัว
จรยิ ธรรม ? ขา พเจา แปลกใจยิ่งนกั กับทาทีของศอฮาบะฮฺเหลา นี้ ทม่ี ตี อ นบี ของพวกเขา ผซู งึ่ ได อทุ ิศชวี ติ ของทา นเพอ่ื การชนี้ ํา อบรมสงั่ สอน และตกั เตอื น พวกเขา ดังโองการความวา “สง่ิ ทพ่ี วก เจาเปน ทุกขน ัน้ เปน ความกังวลแกเขา เปน ผมู คี วามปรารถนาตอพวกเจา เปน ผูเอ็นดู เปนผเู มตตาเสมอตอ บรรดาผศู รทั ธา แตแ ลวพวกเขากลับทง้ิ ทา นในสภาพทน่ี อนสงบอยู แลว เรงรบี ไป ยงั ทงุ ซะกฟี ะฮฺ เพอ่ื แตงต้งั ใหพวกเขาคนหนงึ่ เปน คอลฟี ะฮขฺ องทา น ปจจบุ ันน้ี เราซง่ึ อยู กันในศตวรรษท่ี ๒๐ ทเี่ ราพดู กนั วา เปน ศตวรรษที่ยาํ่ แยท ่ีสุด และถอื วา จรยิ ธรรม ความดงี าม ได ถกู กดั กรอนจนสูญสลาย แตถงึ กระนน้ั บรรดามุสลิมเรา ในเมือ่ เพื่อนบา นของพวกเขาคนใดตายลง พวกเขากจ็ ะรบี รดุ ไปหา จะสาละวน อยกู บั การจัดศพของเขา จนกระทัง่ ไดน าํ เขาลงสหู ลมุ จนเปนท่ี เรียบรอย ตาม คําสอนของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ)ทีว่ า “การใหเกียรติแกม ยั ยิด คอื การ ฝง ศพของเขา” แนน อน ทา นอะมีรลุ มมุ นิ นี อะลี บนิ อะบี ฏอลบิ ไดเ ปด เผยปรากฏการณ เหลา นนั้ ไวด ว ยการ กลาววา : “ อนึง่ ขอสาบานตออลั ลอฮฺวา แนน อนท่สี ดุ บตุ รชาย ของอะบกู ฮุ าฟะฮฺ ไดส วมใสมนั ไป แลว ทง้ั ทเ่ี ขาเองรดู ีวา สถานะของฉนั กบั สิง่ นน้ั ดงั่ สถานะของเดือยโม กบั เคร่ืองโม. .” (๑๒๔) ตอมา หลงั จากนน้ั อะบูบักรไ ดอ นุมตั ิใหโ จมตบี า นเรอื นของทา นหญิงฟาฏิ มะฮฺ ซะฮฺรออ ขม ขู วา จะเผา ถา หากบรรดาผูข ดั ขืนการใหส ตั ยาบันตอ เขา ทอี่ ยูใน บา นไมออกมา และมเี หตกุ ารณ ตา งๆเกิดขนึ้ ตามทน่ี กั ประวตั ศิ าสตรไดก ลา วไวใน ตําราของพวกเขา และตามทน่ี ักรายงานได ถายทอดติดตอกันมา จากยุคหนง่ึ สยู ุคหนงึ่ และเราจะสงวนหนา กระดาษไวโดยจะไมก ลา วถงึ เร่ืองราวเหลาน้นั สว นผใู ดทต่ี องการรายละเอยี ดเพ่ืมเติม กต็ อ งหาตาํ ราประวตั ิศาสตรอ านเอาเอง อะบูบักรห ลงั จากทา นนบ(ี ศ)เสียชีวิต การกลา วหาวา ทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ซะฮฺรออ สตรีผูซอื่ สัตย สะอาดบรสิ ทุ ธิ์ แลว ยดึ กรรมสิทธข์ิ องนาง อลั -บคุ อรไี ดรายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น ภาคที่ ๕ หนา ๘๒ กิตาบ อลั -มะฆอซะลี บาบวา ดวย สงครามค็อยบรั ฺ ความวา : รายงานจากอุรวะฮฺ จาก ทาน หญงิ อาอชิ ะฮฺ กลา ววา ทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮ(ฺ อ) บุตรสาวของทานนบี(ศ)ทวงถาม ถึงเร่ืองมรดกของนางทไี่ ดจากทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) ตอ อะบบู ักร อนั ไดแ กสวนไดโดยความโปรดปรานของอัลลอฮทฺ ่มี ตี อ ทา น ในเมอื ง มะดนี ะฮฺ และ ที่ฟะดัก อกี ทง้ั สว นไดอ ืน่ จากคุมส( หนง่ึ ในหา )จากทรพั ยสนิ สงครามค็อยบัรฺ ฝา ยอะบบู กั ร จึงกลาววา : แทจรงิ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) ไดกลาววา : “เรา ไมม มี รดก สง่ิ ใดก็ามทเ่ี ราละท้งิ ไว ลว นเปน กศุ ลทาน” แทจ ริงแลว ตระกลู วงศข อง มฮุ ัมมดั จะตองไมกินทรัพยส นิ สวนนี้ และฉนั เอง ขอสาบานตอ อลั ลอฮฺวา จะไม เปล่ยี นแปลงกศุ ลทานใดๆของทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺ (ศ)จากสภาพเดิม ของ มนั ตามที่เคยเปนอยูในสมัยของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) และแนนอน ฉนั จะดําเนนิ การกับมนั ตามที่ทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ(ศ)ไดเ คยดาํ เนนิ การกบั มนั
ไว” ดังนั้น อะบูบักรจึงไมย อมมอบส่ิงของเหลานั้นใหแกท านหญงิ ฟาฏิมะฮฺ แตอยา งใด เมอ่ื นนั้ เอง ทานหญงฟาฏิมะฮจฺ ึงโกรธอะบบู กั รใ นเร่ืองนี้ นางจงึ ตดั ไมตรตี อเขา และไมย อมพูดกับเขา จนกระท่ังนางถึงแกช วี ิต และนางไดม ชี ีวิตอยู ภายหลังจาก ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ)เพยี ง ๖ เดือนเทา นนั้ คร้ันเมอ่ื นาง เสียชีวติ ทานอะลี สามีของนางก็จัดการฝง ศพนางในยามกลางคนื เขา ทํา นมาซใหแ กศพของนาง โดยไมยนิ ยอมใหอ ะบูบักรเ ขารว มดว ย ปรากฏวา ในสมยั ทที่ า นหญงิ ฟาฏมิ ะฮยฺ งั มี ชีวิตอยูนนั้ ประชาชนยงั หนั หนา เขาหาทานอยู แตค รนั้ พอนางถงึ แกชวี ติ แลว ทา นอะ ลีก็ไดป ฏเิ สธตอ การพบหากบั ประชาชน ดังนน้ั ทานจงึ ยอมรับ การปรองดองกบั อะบบู ักร และให สตั ยาบัน ทงั้ ๆ ทหี่ ลายเดอื น ลว งมานน้ั เขามิไดใหส ัตยาบนั แตอ ยา งใด” (๑๒๕) ทา นมุสลมิ รายงานในศอฮฮี ขฺ องทาน ภาคท่ี ๒ กติ าบ อลั -ญิฮาด บาบวาดวย คาํ พดู ของนบี (ศ)ทวี่ า เราไมม ีมรดกใหส บื ทอด สิง่ ใดทีเ่ ราละทงิ้ ไว คอื ทาน จากอาอิชะฮฺมารดาแหงศรทั ธาชน(ร.ฎ) รายงานวา ฟาฏมิ ะฮฺ(อ) บตุ รสาว ของทานศาสนทูต แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ)ไดทวงถามอะบบู กั ร อศั -ศดิ ดีก ภายหลงั จาก ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) วะฟาต เพอ่ื ใหแ บงมรดกของนางทที่ า นศาสนทูต แหง อัลลอฮ(ฺ ศ)ไดท ิง้ ไวใ หแกนาง อกี ท้ังสวนไดท่อี ลั ลอฮฺ ทรงโปรดปรานใหแ กท าน ดงั นน้ั อะบูบกั รจ ึงไดก ลา วกบั นางวา : แทจ ริงทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ (ศ) ไดกลาวไวว า : “เราไมม กี ารสืบทอดมรดก สงิ่ ใดทเี่ ราทงิ้ ไว ถอื เปน กศุ ลทาน” ดังนน้ั ทา นหญิง ฟาฏิมะฮฺไดโกรธอะบูบกั ร และนางยงั คงโกรธอะบูบักรตลอดไปจนกระทั่ง ถึงแกช ีวิต โดยนางมชี วี ต อยูภายหลงั ทา นศาสนทูตเพียง ๖ เดือนเทานั้น ทา นหญงิ อาอิชะฮกฺ ลา วตอ ไปวา : ปรากฏวา ทา น หญิงฟาฏมิ ะฮไิ ดท วงถามอะบูบักรถ งึ สวนไดข องนาง จากมรดกท่ที า นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ)ละ ท้งิ ไว จากคอ็ ยบัรฺ และ ฟะดกั และศอดะเกาะฮขฺ องทานทม่ี ะดนี ะฮฺ ดังนน้ั อะบบู กั รไดไมยอม จดั การใหน าง ตามนนั้ และกลา ววา : ฉนั มไิ ดละเลยหนา ท่ีสกั อยา งเดียว อะไรที่ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ)เคยกระทาํ ไวอ ยา งไร ฉนั กก็ ระทาํ อยา งนนั้ เพราะฉันกลวั วา ถาหาก ฉันละเลยสง่ิ หนงึ่ สงิ่ ใด จากคําสัง่ ของทานแลว ฉันจะผิดพลาด ดงั น้นั สว นที่เปน ศอดะเกาะฮขฺ องทา นในมะดี นะฮฺ อมุ ัรไฺ ดจ ดั การมอบหมายใหแ กท า นอะลี และ ทา นอับบาส สว นทรพั ยส นิ จากคอ็ ยบัรนฺ ้ัน อมุ รั ฺ ไดค รอบครองไว และเขากลาววา : ทง้ั สองสว นคอื ศอดะเกาะฮขฺ องทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ ทงั้ สองเปน สทิ ธขิ อง ผูทเ่ี ปนตวั แทนของทา น การจัดการใดๆ กับมนั ยอ มข้นึ อยกู ับอาํ นาจของ ผปู กครอง สงิ่ ทง้ั สองจงึ เปน เชน นนั้ จนถงึ วนั นี้ (๑๒๖) ถึงแมว า ผูอาวโุ สบคุ อรีและมสุ ลมิ ไดส รปุ รายงานตา งๆ เหลาน้ใี หส น้ั ลง เพ่ือ มิใหค วามจรงิ เปด เผยแกน กั วิเคราะห และน่ีคอื ศลิ ปะหนง่ึ ซึง่ เปน ทร่ี อู ยแู ลว วา ทงั้ สองทา นกระทําเพื่อปกปอง ชื่อเสียงของคอลีฟะฮฺสามทา นแรกเทา นน้ั (เราจะ วเิ คราะหป ระเดน็ นอ้ี กี ครัง้ จนเพยี งพอแกท า นใน ไมชา นี้ อินชาอัลลอฮฺ)
อยา งไรก็ตาม รายงานตางๆ ทเ่ี ราไดหยบิ ยกมาเสนอแลวนนั้ เพยี งพอสาํ หรับ การเปด เผย ความจริงอยา งหนึ่งวา อะบบู ักร เปน คนทป่ี ฏเิ สธขอ อา งของทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺซะฮรฺ ออ อนั เปน เร่ืองทที่ ําใหน างโกรธ และหมางเมนิ กับเขา จน กระท่ัง ตาย และสามขี องนางไดฝงศพของนาง อยา งเงียบๆ ในเวลากลางคนื ตามคําสง่ั เสีย ของนาง โดยไมยนิ ยอมใหอ ะบูบกั ร รวมในการนั้น ดวย ขณะเดยี ว กนั รายงาน เหลานี้ กย็ งั ใหขอสรปุ วา ทา นอะลี มไิ ดใ หส ัตยาบนั กับอะบบู ักร เปน เวลานาน ถึงหกเดือน น่ันคอื ชว งเวลาท่ฟี าฏมิ ะฮมฺ ีชวี ติ อยู หลังจากบดิ าของ นางเสยี ชีวติ แลว และ ความจาํ เปน ทท่ี ําใหทา นจาํ ยอมในการใหส ตั ยาบนั กค็ ือ เม่อื ทา นเหน็ วา ประชาชนไดพ ากนั ปฏเิ สธ ตอทา น ดังนน้ั ทา นจงึ ยอมรบั การประนีประนอมกบั อะบบู ักร สว นหนง่ึ ทอ่ี ลั -บคุ อรี และมสุ ลิมบดิ เบือนความจรงิ ก็คือ ขอ อา งของทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ(อ) ทีว่ า ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ(ศ) บิดาของนางไดมอบทีฟ่ ะดกั ให แกน าง เพอ่ื เปน ของกาํ นลั ในชว งสมยั ทที่ านมีชวี ิตอยูเทา น้ัน และมิได เปนมรดก แตอยางใด สมมตวิ า บรรดานบีไมม กี ารสบื ทอดมรดกจรงิ ตามที่ อะบบู ักรรายงาน โดยอางจากทา นนบ(ี ศ) ซึ่งฟาฏมิ ะฮซฺ ะฮรฺ ออ ถอื วา เขา กลา วเท็จ และนางกไ็ ด ปฏเิ สธรายงานของเขาไปแลว โดยยกปกาศติ ของอลั -กรุ อฺ าน ท่ี กลา วถงึ การสืบ มรดกโดยสลุ ยั มานตอ ดาวดู เปนหลักฐาน ถงึ กระนน้ั ทฟ่ี ะดกั กย็ ังมใิ ชอ ยใู น ความหมาย ของฮะดษี บทนีท้ ถี่ ูกกขุ น้ึ มา เพราะของกาํ นลั มไิ ดจัดอยใู นขายของมรดก แตอ ยา งใด ดวยเหตนุ ี้ ทานจะพบวา บรรดานกั ประวตั ศิ าสตร นักตฟั ซรี ฺ และนกั ฮะดีษ ทง้ั หมดกลา ววา ฟาฏมิ ะฮฺ (อ) อา งวา ฟะดกั เปนกรรมสทิ ธข์ิ องนาง แตอ ะบบู ักร ถือวา นางกลาวเทจ็ และขอใหน าง นาํ พยานบุคคลมายนื ยนั ขอ อางของนาง ดงั นน้ั นางจงึ นาํ ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ และอมุ มอุ ัยมนั มายนื ยนั แตแ ลว อะบูบักร กไ็ มย อมรบั การยนื ยนั ของบคุ คลทั้งสอง และถอื วา เพยี งแคน้นั ยงั ไมพอ อันนี้เอง ทท่ี า นอบิ นุฮะญรั ฺ ยอมรบั ไวในหนังสอื ศอวาอกิ อัล-มุฮรั รฺ อเกาะฮฺ วา ทานหญิง ฟาฏิมะฮฺ อางวา ทา นศาสดา(ศ)มอบท่ฟี ะดกั เปน ของขวญั ใหแ กน าง แตน างมไิ ด นาํ ใครไปยนื ยนั นอกจาก ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ และอุมมอุ ยั มนั ซึ่งถอื วา ไม ครบองคพยานบุคคล ท่จี ะพสิ ูจนค วามจริง ได( ๑๒๗) ขณะเดียวกนั อิมามฟค รุรฺรอซยี ไ ดก ลา วไวใ นตัฟซรี ขฺ องทา น วา เมอื่ ทาน ศาสนทตู แหงอลั ลอ ฮ(ฺ ศ) ถึงแกกรรม ทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮ(ฺ อ) ไดอ า งวา ทา นไดมอบ ทฟ่ี ะดักเปนของขวั ญแกนาง ดงั นัน้ อะบบู กั รจงึ กลา วกบั นางวา : เธอคอื คนทม่ี ี เกียรตทิ ี่สดุ สําหรับฉันในหมคู นจน และเปน ทรี่ ัก ทส่ี ดุ สําหรับฉนั ในหมูคนรวย แต ทวา ฉนั ไมร วู าคาํ พดู ของเธอจะจรงิ หรอื ไม ดังนนั้ เปน ไปไมไดท ี่ ฉนั จะตดั สนิ ใหแก เธอ ทา นฟค รุรฺรอซียก ลา วตอ ไปวา ดงั นน้ั อมุ มอุ ยั มนั และเมาลาคนหน่ึงของ ทาน ศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺไดยนื ยนั ใหแกน าง แตอะบบู กั รขอใหนางนาํ พยานผูช าย เพอ่ื มายนื ยนั ตามหลกั ศาสนา แตก็มอิ าจเปนไปได (๑๒๘)
ขออา งของทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ (อ) ทว่ี า ฟะดักนน้ั ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ (ศ) ยกเปน ของขวัญใหแกนาง และทวี่ าอะบบู กั ร ปฏเิ สธคาํ กลา วอางของนาง โดย ไมยอมรับคาํ ยืนยนั ของ ทา นอะลี และอุมมุอยั มนั นนั้ เปน ทรี่ กู ันอยางดขี อง นกั ประวัตศิ าสตร ดงั ทที่ กุ ฝายไดกลา วถงึ ไว เชนอิบนตุ ัยมยี ะฮฺ และเจา ของตํารา ซเี ราะฮฺ ฮะละบยี ะฮฺ อบิ นกุ อ็ ยยมิ อัล-เญาซยี ะฮ และทานอนื่ ๆ อกี แตอัล-บคุ อรีและมสุ ลมิ ไดส รปุ เร่ืองเหลา นนั้ ใหสน้ั ลง โดยไมกลาวถึงเรือ่ งอน่ื นอกจากเรอ่ื ง การทที่ านหญงิ ฟาฏิมะฮฺเรยี กรองเฉพาะมรดกเทา นั้น จนกระท่งั ทาํ ใหผอู า นเหมาเขาใจวา ทา น หญิงฟาฏิมะฮโฺ กรธอะบบู กั ร โดยไมเหมาะไมควร เพราะอะบูบกั รม ไิ ดกระทําสงิ่ ใด นอกจากเทา ที่ ไดย ินมาจากทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ (ศ)เทา นน้ั ดงั น้ัน นางจงึ เปน ฝา ยอธรรม สวนอะบูบกั ร นน้ั เปน ฝา ยไดร ับ ความไมเ ปน ธรรม ท้งั หมดนี้ คือการปกปอ งเกยี รติยศ ชอื่ เสียงทบี่ ุคอรมี สุ ลมิ กระทาํ เพอ่ื อะบบู กั ร โดยไมค าํ นึงถงึ ความเปน ท่ไี วว างใจในการถา ยทอด และความซื่อสัตยใ นการ รายงานฮะดีษ อนั จะเปด เผยใหเห็น ถงึ ความเสือ่ มเสียของบรรดาคอลีฟะฮฺ และขจัด ความเทจ็ และมานกนั้ ทงั้ หลายแหลทีพ่ วกอมุ ยั ยะฮฺและผูส นบั สนนุ ตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ ผทู รงธรรมไดกอ กรรมข้ึนมา และถงึ แมวา การกระทําเชน น้ี จะกระทบกระเทอื น ทา นนบโี ดยตรง หรือตอทา นหญิงซะฮฺรออ (อ) ผเู ปน เลอื ดเนอ้ื ของทานก็ตาม ดว ย เหตนุ ี้ ทานบคุ อรีและมุสลิม ถงึ ถกู จัดใหเปน ผูนาํ ในหมูบ รรดานกั รายงานฮะดีษ ตามทศั นะ ของอะฮลฺ ิซซนุ นะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺ โดยพวกเขาถอื วา ตาํ ราของทา นท้ัง สองมีความถกู ตองทสี่ ุด ถดั จากพระคมั ภรี แ หงอัลลอฮฺ นี่คือการเตมิ สสี นั ซึง่ มิได เปนไปตามหลกั ฐานทางวชิ าการแตอ ยางใด อนิ ชาอลั ลอฮฺ เราจะวิเคราะหถ งึ จุดนี้ ในบทที่เก่ียวกบั เรอ่ื งนีโ้ ดยตรง เพอื่ เราจะเปดเผยความจริงให ปรากฏแกผ ทู ่ี ตอ งการจะรูเรอื่ งนอ้ี ยา งแทจ ริง พรอ มกนั นเี้ ราจะเจาะลกึ อัล-บุคอรีและมสุ ลิมทีต่ า งก็รายงานในบทวา ดว ย เกยี รติยศของฟาฏิ มะฮฺ ซะฮรฺ ออ( อ)อยา งยอ ๆ แตทวา ในเรอื่ งนี้ ถอื วา เพยี งพอแลว ตอ การยอมรบั ของอะบูบักร ซงึ่ รจู ักทานหญงิ ซะฮฺรออและคณุ คา ของนาง ในทศั นะ ของอลั ลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค(ศ) มากยงิ่ กวาที่อลั -บคุ อรีและมสุ ลิมรู แตถ ึงกระนนั้ เขากย็ ังถอื วานางกลา วเทจ็ และไมยอมรบั การ ยืนยนั ทั้งของนาง และสามขี องนาง ซงึ่ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ)เคยกลาวถงึ เขาไวว า : อะลี อยู กบั สัจธรรม และสัจธรรมอยกู บั อะลี มนั จะวนอยกู บั เขา ไมว าเขาดาํ เนนิ อยอู ยา งไร” (๑๒๙) แนนอนเราไดขอ สรุปจากการยืนยนั ของบคุ อรีและการยนื ยนั ของมุสลมิ เอง ตอ คาํ รบั รองของ ทา นศาสดา(ศ) ที่มใี นเกยี รติยศของทา นหญงิ ซะฮรฺ ออ เลือดเนือ้ ของทา น ดงั นี้ : ฟาฏิมะฮฺ คอื มะอซฺ มู คนหนงึ่ ตามคาํ ปกาศติ ของอลั -กรุ อฺ าน
ทา นมุสลิมรายงานไวในศอฮฮี ขฺ องทา น ภาคที่ ๗ บาบวา ดวยเกียรติยศของ อะฮลฺ ุลบัยต อาอิ ชะฮกฺ ลาววา : ทานนบี(ศ)ออกมาในยามเชา โดยมีผา หม ทีท่ อจาก ขนสดี ํา แลวมที า นฮะซนั บนิ อะ ลี เดินมา ทา นก็ใหเขาเขา ไป จากน้นั ฮเุ ซน ไดเ ดินมา ดงั นั้นเขากไ็ ดเ ขา ไปดว ย จากนน้ั ฟาฏิมะฮไฺ ด เดนิ มา แลวทา นกใ็ ห นางเขา ไป จากนน้ั อะลีไดเดินมา ดังนน้ั ทา นกใ็ หเขาเขา ไปดว ย แลวทา น กลา ววา : “อนั ทีจ่ รงิ อลั ลอฮฺทรงประสงคจ ะขจดั มลทนิ ออกไปจากพวกเจา โอ อะฮลฺ ลุ บยั ต และทรงชาํ ระขัดเกลาพวกเจาใหส ะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ” ดงั นนั้ เมื่อ ฟาฏิมะฮฺ ซะฮฺรออ (อ) เปนสตรี คนเดยี วทอี่ ัลลอฮฺทรงขจัดมลทนิ ออก ไปจากนาง และชําระขดั เกลานางให สะอาดบริสุทธิ์ จาก ความบาปและการละเมดิ ฝาฝน ทุกประการในประชาชาตนิ ้ี เหตไุ ฉน อะบูบักรจ งึ กลา วหาวา นาง พูดเท็จ แลวยงั ขอใหน างนาํ พยานมายนื ยนั ดวยเลา ทา นทง้ั หลายโปรดตรองดูเถดิ ? ฟาฏมิ ะฮฺคือนายบรรดาสตรีแหงศรัทธาชน และนายของบรรดาสตรี แหงประชาชาติ น้ี อลั -บคุ อรีไดรายงานไวในศอฮีฮขฺ องทา น ภาคที่ ๗ กติ าบอิซตอิ ซ าน บาบวาดว ย ผกู ระซบิ บอกตอ หนา มนุษย แตมิไดบอกความลับสหายของตน ครัน้ เมอ่ื เขาตาย จงึ ไดบ อกเลา และทา น มสุ ลิมไดรายงานไวในกติ าบฟะฎออลิ จากรายงานของอาอิชะฮฺ มารดาแหง ศรัทธาชนกลา ววา : แทจรงิ ทงั้ หมด บรรดา ภรรยาของทานนบ(ี ศ) ไดเคยอยูต อ หนา ทา น โดยไมมีใครตกหลนแมค น เดยี ว ครนั้ แลว ฟาฏมิ ะฮกฺ ็ไดเขา มา ขอสาบานตออลั ลอฮฺ การเดินของนางไมผ ิดเพ้ียน ไปจากการ เดนิ ของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺแมแตนอย เม่อื ทา นมองเหน็ นาง ทานกแ็ สดงความยินดตี อนรับ โดยกลาววา ยินดตี อนรับ บตุ รสาวของฉนั ตอจากนน้ั ทานกจ็ ดั แจงใหน างนง่ั ลงทางดา นขวาหรอื ซา ยมอื ของทา น ตอจาก นนั้ ทา นไดกระซบิ กบั นาง แลว นางก็รองไห อยางหนัก แตใ นขณะทที่ า น เห็นวา นาง โศกเศรานน้ั เอง ทา นก็ไดก ระซบิ กับนางอีกเปน คร้งั ทีส่ อง ทนั ใดนนั้ เอง นางก็ ยม้ิ แยม แจม ใส ดังนน้ั ฉันจงึ ถามนางตอหนาบรรดาภรรยาของทา นวา : ทา นศาสน ทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ได กระซบิ เฉพาะกับเธอตอ หนาพวกเรา แลว เธอก็รองไห ครั้นเมอื่ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ออกไป แลว ฉนั ไดถ ามนางวา : ทา นกระซิบ บอกเธอดวยเร่ืองอันใด ? นางตอบวา : ฉนั มิอาจเปด เผย ความลับของทา นศาสน ทตู แหงอลั ลอฮฺ(ศ)ได ครั้นเม่ือทา นเสยี ชีวิตแลว ฉนั จงึ พูดกับนางวา : ฉนั ยงั ฝงใจ กบั เธอในสทิ ธิ ท่ีฉนั มตี อเธอ สาํ หรบั ส่งิ ท่ีเธอเคยบอกฉนั นางกลาววา : “เม่อื ถงึ บัดนแี้ ลว ตกลงฉนั จะบอก” นางก็บอกฉนั วา : ตอนทท่ี านกระซิบ กับฉนั ครัง้ แรกน้นั ทานบอกฉนั วา ญบิ รออลี ไดมาทบทวนอัล-กุรอฺ านกบั ทา น ป ละหนง่ึ ครงั้ ทุกป ขณะท่เี ขาเคยมา ทบทวนกับฉนั ปล ะสองครง้ั เสมอ ฉนั มน่ั ใจวา วาระสดุ ทาย ตอง ใกลเ ขา มาแลว ดงั นนั้ จงเกรงกลวั อลั ลอฮเฺ ถดิ และจงอดทน แทจริง ฉนั คือ บรรพชนทปี่ ระเสริฐ ฉนั เปนของเธอ นางกลา วตอ ไปวา แลว ฉนั กร็ อ งไหอ ยางทเี่ ธอเหน็ ครัน้ พอทา น เหน็ การเสียอกเสยี ใจ
ของฉนั ทา นจงึ กระซบิ บอกเปน ครง้ั ที่สอง ทานกลา ววา “โอฟาฏมิ ะฮฺ เธอไมพ อใจดอกหรอื ทเ่ี ธอได เปนนายของบรรดาสตรแี หง ศรทั ธาชน หรือนายของบรรดาสตรีแหงประชาชาตนิ ี้?” ฉะนัน้ เมอื่ ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ซะฮรฺ ออ (อ) ในฐานะท่ีเปนถงึ นายของบรรดา สตรแี หง ศรทั ธา ชนตามทท่ี า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮยฺ ืนยนั ไว แตอะบูบกั รกลบั ถอื วา นางกลา วเทจ็ ในขอ อา งของ นางเรอื่ งทฟี่ ะดกั ไมยอมรบั การยนื ยนั ของนางเลย แลวจะมีคํายนื ยนั ใดของใครหลังจากนางอีก เลา ทีจ่ ะถกู ยอมรับได ทานโปรดตรอง ดูเถดิ ? ฟาฏิมะฮซฺ ะฮฺรออ นายหญงิ ของบรรดาสตรีชาวสวรรค อัล-บคุ อรรี ายงานไวในศอฮฮี ขฺ องทาน ภาคที่ ๔ กติ าบ บะดะอุล-คอ็ ลก บาบวา ดวย ความ ประเสรฐิ ของเครอื ญาติทานศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) ทา นศาสน ทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ)ไดกลา ววา : ฟาฏมิ ะฮฺคือนายหญงิ ของสตรีชาวสวรรค ครั้น เม่อื ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ (อ) คือนายหญงิ ของสตรี ชาวสวรรค ก็ยอ มหมายความ วา นางคือนายของบรรดาสตรแี หง สากลโลกนนั่ เอง เพราะชาว สวรรค มใิ ชมเี พียง ประชาชาติของมุฮัมมดั ฝายเดยี วเทา นนั้ โดยไมตอ งสงสยั แลว อะบูบักร อศั -ศิ ดดกี จะกลา วหาวา นางพูดเท็จไดอ ยางไร ?พวกเขาเองมใิ ชห รือ ท่แี อบอางวา อะบบู กั ร มฉี ายา เปน ผูซ ่ือสตั ย( ศดิ ดีก) เพอ่ื แสดงใหเหน็ วา เขาจรงิ จังกับทกุ อยา งที่ศาสดา มฮุ มั มัดสหายของเขาพูด ไว ! แลวทําไมเขาจึงไมเช่ือถอื กบั สงิ่ ทท่ี า นไดพ ูดไวเปน การ เฉพาะกับฟาฏิมะฮฺ เลือดเนอื้ เช้ือไข ของทาน ? หรือวา เรอ่ื งของทฟี่ ะดัก เรอ่ื งของ ศอดะเกาะฮฺ และของขวญั ไมส าํ คัญเทากบั เรอ่ื ง ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ ซ่งึ ท่ีแท เปน สิทธิ ของทา นอะลี สามีของทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ดงั นนั้ การกลาวหา วา ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ และสามีของนางพูดเทจ็ ในกรณีทีย่ นื ยันวา ฟะดักเปน ของขวัญ ของนาง จงึ เปนเรอื่ งงา ยสําหรบั อะบบู กั ร ที่จะทาํ เพ่ือตัดปญหาการเรยี กรองสิทธิอ่นื ๆ ทจ่ี ะติดตามมาใน ภายหลงั แทจ รงิ น่นั คอื แผนการที่แยบยลอนั ใหญห ลวง ปานวา จะทาํ ให ภูเขาถลม ทะลายพังครืน ลงมา ฟาฏิมะฮฺ เลอื ดเน้ือของทา นนบ(ี ศ) และทานจะโกรธ เนือ่ งจากการโกรธของนาง อัล-บุคอรีไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น ภาคที่ ๔ กิตาบ บะดะอลุ -คอ็ ลก บาบวา ดวย เกยี รติยศของฟาฏมิ ะฮ(ฺ อ)บตุ รสาวของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) วา : อะบลุ -วะลดี ไดเลา เราวา อิบนุอยั ยนิ ะฮไฺ ดเลา จากรายงานของอัมร บิน ดนี ารฺ จากรายงานของอบิ นุ อะบี มุลีกะฮฺ จาก รายงานของ อลั -มะซูรฺ บนิ มคุ อ็ รรอมะฮฺ วา ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ) ไดกลาววา : “ฟาฏมิ ะฮฺ คอื เลอื ดเนอ้ื ของฉัน ดงั นน้ั ใครทีท่ าํ ใหน างโกรธ เทา กบั ทาํ ให ฉนั โกรธ”
“ฟาฏมิ ะฮฺ คอื เลือดเน้อื ของฉัน สง่ิ ใดทท่ี ําใหนางเกลยี ดชัง ส่ิงนัน้ ยอ ม ทาํ ใหฉ นั เกลยี ดชงั สง่ิ ใดที่ทาํ ใหนางเจ็บปวด สงิ่ นน้ั ยอ มทาํ ใหฉนั เจบ็ ปวด” ในเมอื่ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) จะโกรธ เนอื่ งจากการโกรธของ ทานหญงิ ซะฮรฺ ออเ ลือด เน้อื ของทา น ทา นจะเดอื ดรอ น เนือ่ งดว ยความเดือดรอ น ของนาง ดงั นนั้ หมายความวา นางคอื มะอซฺ ูมคนหนง่ึ ท่ปี ลอดจากความบาป มฉิ ะนน้ั แลว ยอ มเปนไปมิได ทที่ า นนบ(ี ศ)จะพูดอยา งน้ี เพราะวา คนทีย่ ังกระทาํ การฝา ฝน อยู ยอมจะตอ งรบั สภาพความเดือดรอ นและความโกรธเคอื ง โดยเหตผุ ล แหง ฐานภาพของตนเองไดเสมอ เนือ่ งจากบทบญั ญัติแหง อิสลาม มิไดใ หค วาม คุมครอง ไมว า เครือญาตหิ รอื คนภายนอก จะเปน คนมเี กียรตหิ รอื คนไรเกยี รติ จะเปนคนรวยหรือ คนจนกต็ าม เม่ือเปน เชน น้ี อะบบู กั รจะผดิ เลยหรอื ท่ไี ดท ําให ทานหญงิ ซะฮฺรออเดือดรอน จะไม เปน ไรหรือกบั ความโกรธของนาง ยงิ่ กวา นั้น เขายังทําใหนางโกรธจนกระทั่งตาย ในขณะทนี่ างยัง แคน เคือง และตดั ไมตรีตอ เขา ไมพ ูดจากบั เขา จนกระท่งั เสยี ชีวิต และนางยงั ไดข อดุอาอใหแ กเขา ในทุกนมาซ ดังทีเ่ รื่องเหลา นีม้ รี ะบุอยูในหนงั สือตารคี ของอิบนุตยั บะฮแฺ ละนักประวตั ศิ าสตร คน อนื่ ๆ ? ! ใช นค่ี อื ความเปน จรงิ อันขมขืน่ นี่คือความเปน จรงิ ท่เี จบ็ ปวดซงึ่ ทาํ ให หลกั การ กระทบกระเทอื น และความศรทั ธาสนั่ คลอน เพราะนักวเิ คราะหท ใี่ จเปน ธรรม ยึดถือแตค วาม ถูกตองและความชอบธรรม จะตองไมแคลว ท่จี ะยอมรบั วา อะบบู ักรก ลั่นแกลงทานหญงิ ซะฮฺรออ และทจุ รติ ตอ สิทธขิ องนาง ในฐานะทีเ่ ขาเปน คอลฟี ะฮขฺ องชาวมสุ ลมิ เขายอมกระทําไดเ พอ่ื ใหนาง พึงพอใจ และมอบสิ่งทนี่ าง เรียกรอ งใหแกน าง เพราะนางคือสตรที ี่ซื่อสัตย โดยอัลลอฮฺทรงยนื ยนั ถงึ ความซ่อื สตั ยของนาง และทานนบกี ็ไดยืนยนั ถงึ ความซอื่ สตั ยข องนาง และบรรดามสุ ลิม ทกุ คน รวมทงั้ อะบบู กั รด วย กย็ นื ยนั ถงึ ความซ่ือสตั ยของนาง แตท วา เหตุผลทาง การเมืองนนั่ เอง ท่ีทาํ ให ทุกอยา งเหลานี้กลับตาละปด จึงทาํ ใหคนซ่อื สตั ยกลายเปน คนมดเท็จ สวนคนมุสาวาทา กลับ กลายเปน คนมสี ัจจะวาจาไปเลย ใช นค่ี ือแผนการหนง่ึ ทถ่ี กู วางไวเพอื่ กดี กันอะฮลฺ ุลบยั ต ใหอ อกพน จาก ตําแหนง ท่อี ลั ลอฮฺทรง เลือกไวใ หแกพ วกเขา นบั เร่ิมตง้ั แตการกีดกนั ทา นอะลีออก จากตําแหนง คอลฟี ะฮฺ แลวยึด ทรัพยสนิ ทเ่ี ปน ของขวัญและมรดกของทา นหญงิ ซะฮฺรออ กลา วหาวานางพูดเท็จ ลบหลดู ูแคลน จนกระทัง่ เกียรติภมู ขิ องนางไม หลงเหลอื อยูใ นหวั ใจของชาวมุสลมิ ท้งั หลายเลย หลงั จากน้แี ลว ก็ จบลงดวยการ สงั หารทา นอะลี ทานฮะซัน ทา นฮเุ ซน และลกู หลานของพวกเขาทุกคน และจับ บรรดาสตรีของพวกเขาเปน เชลย บรรดาชอี ะฮขฺ องพวกเขา บรรดาคน ทจ่ี งรักภักดี และผูท เี่ จรญิ รอยตามพวกเขา ลว นถกู เขน ฆา บางทแี ผนการเหลานัน้ ยังคงตอเนอื่ ง และไมข าดสายจนถงึ ปจ จบุ ัน ซงึ่ พฤตกิ รรมเหลานนั้ ยงั คงถูกนาํ มาปฏบิ ตั ิ และผลพวงของมนั ยงั มีมาอยูเสมอ
ใช มสุ ลิมคนใดท่เี ปน อิสรชน และคนมใี จเปนธรรม เมอื่ ไดอานตํารา ประวตั ิศาสตร และ แยกแยะความจริง ออกจากความผดิ พลาดไดอยา งถอ งแท ก็ยอมรไู ดว า อะบบู ักรค ือบุคคลแรกท่ี อธรรมตอ อะฮฺลุลบัยต เอาเพยี งแคไ ดอ า น ศอฮีฮฺบคุ อรีและมุสลิมเทา น้ันก็พอแลว ตอ การประจักษ ชัดความจริงขอ นี้ ถา หาก เขา เปน นกั วิเคราะหท ่ีแทจรงิ เปนอันวา อลั -บุคอรแี ละมสุ ลิมไดยอมรบั ในเชิงอโหสกิ รรมวา อะบบู กั ร คือคนหน่ึงจาก บรรดาศอฮาบะฮฺธรรมดาทว่ั ไป ทเ่ี ช่อื ม่ันในขอ อา งของตน และกลาวหาวา ทานหญิงฟาฏมิ ะฮซฺ ะฮฺ รออ นายของบรรดาสตรชี าวสวรรค กลา วเท็จ ซง่ึ เปน คนท่อี ลั ลอฮฺรบั รองแกนาง ถึงการปลอดพน จากมลทินและรับรอง ในความสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ทาํ นองเดียวกับที่ไดก ลา วหาวา ทา นอะลี และอมุ มุอัยมนั กลา วเทจ็ ! โปรดอานบันทึกทีอ่ ลั -บุคอรีและมุสลมิ ไดก ลาวไว ณ บดั น้ี รายงานโดยอัล-บุคอรใี นศอฮีฮฺของทา น ภาคที่ ๓ กติ าบอชั -ชะฮาดาต บาบ วา ดว ยคาํ สั่งเพื่อ การสัมฤทธ์ิผลสาํ หรับคําสญั ญา ทา นมสุ ลมิ ไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น จากกติ าบ อลั -ฟะฏออลิ บาบวา ดว ย ไมมีสิ่งใดที่ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ถูกขอแลว ทานจะตอบวา ไม และการ ใหข องทา นนนั้ มากมาย เหลือเฟอ จากญาบิรฺ บนิ อับดุลลอฮ(ฺ ร.ฎ) กลาววา : เมื่อทา นนบี(ศ)ตายแลว ทรพั ยสนิ ทไ่ี ดจากอลั - อุลลาอ บนิ อัล-ฮัฎรอมยี กไ็ ดถ ูกนาํ มามอบใหแ กอะบบู กั ร แลวอะบูบักรจ งึ กลาววา : คนใดท่ี ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ(ศ)มีหนี้สนิ อยกู บั เขา หรือคนใดที่ไดรบั พันธสัญญาใดๆ จากทา นไว จง ไดมาหาเรา ทา นญาบริ กฺ ลาววา ดงั น้นั ฉนั จงึ พูดวา : ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮฺเคยสญั ญากบั ฉัน วา “จะใหฉนั จาํ นวนเทา นนั้ ๆ และเทา น้ัน โดยทานไดแบมอื ออกสามครง้ั ทา นญาบริ ฺบอกวา : “ดงั นนั้ เขาจึงนบั ลงในมือของฉัน คร้งั ละหารอ ย กับอกี หา รอ ย และอกี หา รอย” มสี กั คนไหมทถี่ ามอะบบู กั รว า ทาํ ไมทานจงึ เช่อื ทา นญาบริ ฺ บนิ อบั ดลุ ลอฮฺ ในขอ อางของเขา ทว่ี า “ทา นนบ(ี ศ)ไดสญั ญากับเขาวา จะใหเขาเทา นั้น ๆ และเทานนั้ ” แลว อะบูบักรก็มอบใหแ กเขา จนเต็มมือถึงสามครงั้ รวม ๑,๕๐๐ โดย ไมม กี ารขอพยานแมแตคนเดียวเพือ่ มายนื ยันตามขอ อาง ของเขา ? หรอื วา ทา น ญาบริ ฺ บนิ อบั ดุลลอฮฺ มคี วามยาํ เกรงอลั ลอฮฺ และมีคณุ ธรรมเหนอื กวา ฟาฏมิ ะฮฺ ประมุขของบรรดาสตรีแหงสากลโลก ? ท่ีแปลกประหลาดย่งิ กวา นที้ ง้ั หมดกค็ อื เขา ปฏิเสธการยนื ยนั ของทานอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ สามีของนาง ซงึ่ เปน คนท่ี อลั ลอฮฺทรงขจดั มลทนิ ออกไปจากเขา และชาํ ระขัดเกลาเขาใหสะอาดบริสุทธ์ิ และ เปนคนทอ่ี ลั ลอฮทฺ รงกาํ หนดใหการศอ ละวาตแกเขา เปน ฟร ฎฺ ข อหนง่ึ สําหรบั มสุ ลิม ทกุ คน เชน เดียวกับการศอละวาตท่ีตอ งมีแกทา นนบี (ศ) และเปน คนทที่ านศาสน ทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ไดกาํ หนดใหค วามรักทม่ี ตี อ เขา เปนความอีมาน ศรัทธา และ ความโกรธทมี่ ตี อเขาเปนการกลบั กลอก (๑๓๐)
นอกเหนือจากนี้ อลั -บุคอรเี องยังไดรายงานเหตุการณห น่ึงเอาไว ซง่ึ ทําใหเรา เหน็ ภาพของ ความจรงิ เกี่ยวกบั ความอธรรมทีม่ ีตอ ทา นหญิงซะฮรฺ ออ และ อะฮลฺ ุลบยั ตชดั เจนยง่ิ ขนึ้ อัล-บคุ อรไี ดร ายงานในศอฮฮี ขฺ องทา น บาบวา ดวยไมอ นญุ าตใหใครเรยี กของ กาํ นลั และศอ ดะเกาะฮฺของตนกลบั คืน จากกติ าบวา ดว ยของขวญั ความดงี าม และ การสนบั สนนุ ในเรอ่ื งนน้ั ทา นกลา ววา : บะนศี ฮุ ยั บ เมาลาของอบิ นุญซิ อาน อา งสทิ ธิในบา นสองหลงั และหองพักอีกหนงึ่ หอง และวา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ (ศ) ไดมอบส่ิงเหลา นัน้ ใหแ กศ ฮุ ัยบ ฝายมุรฺวาน(เจาเมืองใน สมัยนน้ั )ไดกลา ววา : มีใครเปน พยานใหท า นทงั้ สองในเร่อื งนีบ้ า ง ? พวกเขากลา ววา : ทา นอบิ นุ อมุ รั ฺ ! แลว มรั ฺวานก็เรยี กอบิ นอุ ุมัรฺมา ปรากฏวา เขาไดย นื ยนั วา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ได มอบบา นสองหลงั และอีกหนง่ึ หองพักใหแกศ ุฮยั บจ รงิ ดงั นน้ั มรั วฺ าน จงึ ตดั สนิ ใหไดแ กพ วกเขาตาม คาํ ยนื ยนั ของอิบนุอมุ ัรฺ (๑๓๑) ดเู อาเถิด โอชาวมสุ ลมิ โปรดดคู วามปรวนแปรและหลกั การเหลา น้ี ทม่ี ีการ ปฏบิ ตั ิกบั คนสวน หนง่ึ แตไ มปฏบิ ตั ิตอคนอีกสวนหนง่ึ อันนมี้ ิใชหรอื ทีเ่ รียกวา ความอธรรม และความลาํ เอียง ในเม่อื คอลีฟะฮขฺ องชาวมสุ ลมิ ตัดสินความเพื่อ ประโยชนข องผแู อบอา ง เพยี งลาํ พงั เพราะคํายนื ยัน ของอิบนอุ มุ ัรเฺ ทา นนั้ คนมสุ ลมิ ไมม สี ทิ ธทิ ่จี ะถามหรือ วา ทาํ ไมคํายืนยนั ของทา นอะลี บิน อะ บีฏอลิบ และคํายนื ยัน ของอมุ มอุ ัยมนั จึงถูกปฏเิ สธพรอมๆ กนั ? ในเมอ่ื เพศชายคนหนง่ึ เพศหญงิ คนหนึ่ง ยอ มมนี า้ํ หนักในคาํ ยนื ยนั มากกวา เพศชายเพียงคนเดียว ถา เราจะพิจารณา ถงึ จํานวน พยานตามเกณฑท ่ีอลั -กุรฺอานไดเ สนอไว หรอื เปน เพราะวา บุตรหลาน ของศุฮัยบมคี วามสัตยจ ริง ในขออา งยง่ิ กวาบุตรสาวของศาสดาอลั -มศุ ฏอฟา(อ) ? และอบั ดลุ ลอฮฺ บตุ รของอมุ ัรฺ มีความ นา เชื่อถอื สําหรบั นักปกครอง ในขณะที่ อะลไี มเ ปนทเ่ี ช่ือถอื ของพวกเขา ? กบั กรณที ี่อา งวา ทา นน บ(ี ศ)ไมมีมรดกใหส ืบทอด ซึ่งเปนฮะดีษทอ่ี ะบูบักรรายงาน และทา นหญงิ ฟาฏิมะฮกฺ ลาววา เปน เทจ็ และนาง ไดหักลา งดว ยหลกั ฐานจาก กิตาบุลลอฮฺ นน่ั ก็คอื เปน ขอ พสิ ูจนท ไ่ี มม ี มูลความจริง อยา งเด็ดขาด เพราะทีถ่ ูก ตอ งจากทา นศาสดา(ศ) มอี ยูวา “เม่อื มฮี ะดีษใด ที่อา ง ถงึ ฉนั มมี ายงั พวกทาน ดงั นนั้ จงนาํ ไปตรวจสอบกับกติ าบลุ ลอฮฺ ครน้ั ถาหาก มนั สอดคลอ งกับกิตาบุลลอฮฺ พวก ทา นก็จงถือปฏบิ ัติ แตถ ามนั ขดั แยง กบั กติ าบุล ลอฮฺ ดงั นน้ั พวกทานจงโยนมนั ท้งิ เสียทีฝ่ าผนงั ” แนนอน ฮะดษี ที่วา นี้ ขดั กบั หลายโองการในอลั -กรุ ฺอานอนั ทรงเกียรติ อยา ง ไมตอ งสงสยั จะ มีใครสักคนไดถามอะบบู กั ร และถามชาวมสุ ลมิ ท่ัวไปไหมวา ทาํ ไมจึงยอมรบั การยืนยนั ของอะบู บักรคนเดียว ในการรายงานฮะดษี บทนท้ี งั้ ๆ ที่ ถกู หกั ลา ง โดยการอางอิง และสตปิ ญ ญา อกี ทงั้ ยงั ขดั กับกิตาบลุ ลอฮฺ แตก ลบั ไมย อม รับการยนื ยันของทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺและทา นอะลี ทง้ั ๆ ที่ สอดคลอ งกันโดยการอาง องิ และสตปิ ญ ญา อีกทัง้ ไมข ัดกับอลั -กรุ อฺ าน เหนือสง่ิ อน่ื ใด ถงึ แมวา อะบบู กั รจ ะมีตาํ แหนง ทีส่ งู สง และถึงแมว า เขาจะ เปน คนทแ่ี วดลอม ไปดวยผูใ หก ารสงเสรมิ สนบั สนนุ ใหมเี กยี รตยิ ศสักปานใดก็ตาม แตเ ขาก็ยงั ไมสงู สงเกนิ ฐานภาพ
ของทา นหญงิ ฟาฏืมะฮฺ ซะฮรฺ ออ นายหญงิ ของ บรรดาสตรแี หง สากลโลก และไมถ ึงระดบั ข้ันของ ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ ซงึ่ ทา น ศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ฺ ศ)ไดใ หเ กียรตแิ กท า นเหนือกวา บรรดาศอ ฮาบะฮทฺ กุ คน ในทกุ แวนแควน ขาพเจา จะยกตัวอยา งมากลา วเกี่ยวกบั วนั ทม่ี กี ารมอบธงรบ เมอื่ ทา นนบี(ศ)ไดใหการรับรองแกทานวา เปน คนที่รกั อัลลอฮฺ และศาสนทูตของ พระองค อกี ทง้ั อัลลอ ฮแฺ ละศาสนทตู ของพระองคก ็รกั ทา น โดยบรรดาศอฮาบะฮฺ ทกุ คนตา งหวงั วา ตนจะไดรับธงนน้ั แต แลว ทานมไิ ดม อบใหผูใดเลย นอกจากทา น อะลี(๑๓๒)(๑๓๓) และทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ(ศ)ได กลาวในเรื่องของทา นอีก วา “แทจ รงิ อะลี เปน สวนหนงึ่ ของฉนั และฉนั เปน สว นหนงึ่ ของเขา และ เขาคอื เมาลา ของผูศรทั ธาภายหลงั จากฉนั ทกุ คน” (๑๓๔)(๑๓๕) แมบ รรดาผถู อื ฝก ฝายและฝา ยทาํ ลายจะตงั้ ขอ สงสัยในความถกู ตอง ของฮะดีษ เหลา นี้ แตพวกเขากม็ ิไดตง้ั ขอ งสงสยั กับกรณที ่ีวา การศอละวาตแกท า นอะลี และทานหญิงฟาฏิ มะฮฺ เปน สว นหนงึ่ จากการศอละวาตตอทา นนบ(ี ศ) ดงั น้ัน การนมาซของอะบูบักร,อมุ รั ฺ,อุสมานกด็ ี ของบรรดาผูร บั ขาวดใี นเร่ือง สวนสวรรค กด็ ี และของบรรดาศอฮาบะฮทฺ ุกคน ตลอดจนของ บรรดามสุ ลิมทั้งหมดก็ดี จะไม เปน ทีถ่ กู ยอมรบั ถา หากพวกเขามไิ ดศอละวาตแกม ุฮัมมดั และ ตระกูลวงศ(อาลิ) ของมุฮมั มัดในเวลานมาซ ซงึ่ อัลลอฮทฺ รงขจดั มลทนิ ออกไปจากพวกเขา และทรง ชําระขัดเกลาพวกเขาใหสะอาดบริสุทธ์ิ ดงั มีรายงานเชน น้ีอยใู นตาํ ราศอฮีฮขฺ อง อะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮฺ เชน อลั -บุคอรี และมุสลมิ (๑๓๖)(๑๓๗) และตําราศอฮฮี ฺเลมอน่ื ๆ อกี แมก ระทง่ั อิมาม๙าฟอียเอง กย็ ังไดกลา วถงึ สทิ ธขิ องพวกเขาไวว า “ผูใดไม ศอละวาตแกพวกทา นไซร เทากับไมม ีการนมาซ สาํ หรับเขาผนู นั้ ” ถาหากเปน ทีอ่ นมุ ัตใิ หถ อื วา คนเหลา น้ีโกหก แอบอางดว ยความผดิ พลาด กเ็ หน็ ทจี ะตอ ง กลาวสลามกบั อสิ ลาม และตองขอขมาตอ โลกดนุ ยา สว นถา หาก ทานถามวา ทําไมการยนื ยนั ของอะบบู กั รถกู ยอมรับ สว นคํายนื ยนั ของอะฮฺลลุ บยั ต ถกู ปฏเิ สธ ? คาํ ตอบกค็ ือวา : กเ็ พราะวา เขาคือผปู กครอง และสาํ หรบั ผูปกครอง นน้ั มสี ทิ ธทิ ี่จะตดั สินใหไ ดดัง่ ใจตนเอง และความถูกตอ ง จะอยูกบั เขาตลอดเวลา ดงั นน้ั ขออา งของเขา จงึ มีพลงั ดจุ เดยี วกับขออางของสัตวร าย ทมี่ ีเข้ยี ว เล็บ เปน ขอ พสิ ูจนข องตน เพอื่ ทา นผอู า นไดรบั ความกระจางแจง วา คําพดู นี้เปน ความจรงิ ดงั นั้น โปรด มาพจิ ารณา พรอ มกับขา พเจาเถดิ ขอใหท านอา นตามบันทกึ ของอลั -บคุ อรใี น หนงั สือศอฮีฮฺของทาน เกย่ี วกบั ความขดั แยง โดยเฉพาะเรอื่ งมรดกของทา นนบี ซงึ่ ตามท่อี ะบูบกั รร ายงานนั้น มวี า : พวกเรา บรรดานบีไมมกี ารสบื มรดก ส่ิงใดท่ีเรา ละท้งิ ไว ยอ มเปน กศุ ลทาน” และตามที่อะฮฺลซิ ซนุ นะฮฺ ทั้งหมดเชือ่ ถอื และอาง เปน หลกั ฐานในกรณที ี่อะบูบักรไ มสนองตอบตามคาํ รองขอของทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ซะฮรฺ ออ
ส่ิงหนงึ่ ที่แสดงใหเ หน็ วา ฮะดษี นผ้ี ิดพลาด และยังไมเ ปน ทร่ี ู ก็คอื วา ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ (อ) รอ งขอมรดกของนาง และบรรดาภรรยาของทานนบี มารดาแหง ศรัทธาชนกก็ ระทาํ เชน เดยี วกนั ดังนนั้ พวกนางจงึ ยนื่ เรื่องยงั อะบบู ักร เพือ่ รอ งขอ มรดกของพวกนาง (๑๓๘)(๑๓๙) ดังกลา วน้คี อื รายงานทีอ่ ัล-บคุ อรไี ดบ ันทกึ ไว และเปน หลกั ฐานทเี่ ขายกมาประกอบวา ไมม กี ารสืบมรดกของ บรรดานบี แตท วา อัล-บุคอรี ขัดแยง กบั ตวั เอง โดยยนื ยนั วา อมุ ัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บแบง มรดกของ ทาน นบีใหแ กบ รรดาภรรยาของทาน แทจริงอัล-บุคอรีไดรายงานในศอฮีฮฺ กติ าบ วาดวย อัล-วิกา ละฮฺ บาบวา ดว ย อลั -มุซารออะฮฺ บิช-ชฏั ร และอ่นื ๆ จากรายงาน นาฟอฺ วา : อบั ดลุ ลอฮฺ บิน อุมรั ฺ (ร.ฎ) ไดเ ลาเร่ืองจากทา นนบ(ี ศ)แกเขาวา ทา นไดใ หจดั การใหท รพั ยส นิ ทค่ี ็อยบรั ฺ เปน สว นหนงึ่ ท่ี งอกงามออกมา มที งั้ ผลไม หรอื พืชผลแลว ทา นก็มอบใหแ กบรรดาภรรยาของทา น ๑๐๐ วะซคั เปน อินทผลัม ๘๐ วะซัค และขาวบารเลย ๒๐ วะซัค ดงั นนั้ อมุ รั ฺ ไดแ บงทรพั ยส ินค็อยบัรฺ โดยให บรรดา ภรรยาของทา นนบี(ศ)เลือกเองวา เพ่ือเขาจะไดแยกสวน ท่ีติดกบั ทางนํา้ และที่ดนิ ใหแ กพ วกนาง หรือปลอยใหพ วกนางเลอื ก ดงั นน้ั สว นหนงึ่ จากพวกนาง ไดเ ลอื กเอาที่ดินและบางคน เลอื กเอาวะซคั ทั้งนป้ี รากฏวา ทา นหญิงอาอชิ ะฮฺ เลอื กเอาท่ีดิน (๑๔๐) รายงานเหลา น้ี ใหเ หตุผลอยา งชดั เจนวา ทรพั ยส นิ แหง ค็อยบัรฺท่ี ท่ที า นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ซะฮฺ รออ รอ งขอสวนแบง ของนางนนั้ เปน เสมอื นมรดกของ นางทีไ่ ด จากบดิ าของนางนนั่ เอง ซง่ึ อะบู บกั รไดป ฏิเสธวา ทานศาสนทูต แหง อัลลอฮฺ(ศ) ไมม มี รดกใหสบื ทอด และรายงานบทน้ี ยงั ให เหตผุ ลอยางชดั เจนอีกวา อุมรั ฺ บิน ค็อฏฏอบ ไดแ บง ทรัพยสนิ แหง ค็อยบรั ฺในสมยั ท่ดี ํารงตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ ใหแก บรรดาภรรยาของทา นนบี(ศ) และใหพ วกนางเลอื กเอาเองวาจะถอื ครอง ทดี่ ินหรือ สวนที่เปน วะซคั ปรากฏวา ทานหญงิ อาอชิ ะฮเฺ ปน คนหนึ่งท่ีเลือกเอาที่ดิน ดงั นนั้ ในเม่อื ทานนบี(ศ) ไมมีมรดกใหสบื ทอด แลว ทาํ ไมทา นหญงิ อาอิชะฮฺใน ฐานะภรรยาจงึ ไดร บั มรดก แตท า นหญงิ ฟาฏิ มะฮฺในฐานะบุตรสาว ไมมโี อกาส ไดรับ ?! โปรดวินิจฉัยในเร่ืองนี้ดวยเถดิ โอบ รรดาผูมสี ติปญ ญา แลวทานจะไดร บั ผลบุญ และรางวัล ตอบแทน นอกเหนอื จากนยี้ ังมีอกี ทว่ี า ทา นหญงิ อาอชิ ะฮฺ บุตรสาวของอะบูบกั รไ ดครอบครอง กรรมทิธบ์ิ า นของทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ฺ ศ) อยา งสมบูรณแ บบ โดยที่ภรรยาทานอน่ื ไมม ใี ครสกั คนจะโชคดีเหมือนทที่ า นหญิง อาอชิ ะฮไฺ ดร ับ และนางยงั ไดฝ ง ศพบิดาของนางลงในบา นหลงั นน้ั และยังไดฝง ทานอมุ ัรเฺ คียงขางกบั บดิ าของนาง แตไ ดห ามทา นฮุเซนมิใหฝง ศพทา นฮะซนั เคยี งขาง ตาของทา น อนั เปนเหตใุ หอบิ นุอับบาสกลา วถงึ นางวาในเรือ่ งนวี้ า : “เธอ ไดข ท่ี ัง้ อฐู และลอ ถา หากเธอมีชวี ติ ตอไป จะตองไดข ชี่ าง สาํ หรบั เธอ ไดร บั มรดก มากถึงเกา ในแปดสว น และเธอสลบั สบั เปลย่ี นทกุ อยา งจนสน้ิ ” อยางไรก็ตาม ขา พเจา ไมป รารถนาจะวา ใหย าวความ ในประเดน็ น้ี เพราะเปน เรอ่ื งทนี่ กั วิเคราะห จาํ เปน จะตอ งยอนกลบั ไปดหู นงั สอื ประวตั ศิ าสตร แตถือวา ไม
เสียหายอะไร กบั การกลา วถงึ คาํ เทศนาสว นหน่ึง ที่ทา นหญิงฟาฏมิ ะฮมฺ อบไวต อหนา อะบูบักร และ ศอฮาบะฮกฺ ลมุ หนงึ่ เพอ่ื ทําลายบคุ คลผซู ง่ึ ทาํ ลายหลกั ฐานอนั ชดั แจง ในหมู พวกเขา และเพ่ือยงั ความปลอดภยั แกบคุ คลผซู ึง่ ยงั ความปลอดภัยแกห ลักฐาน อนั ชดั แจง ในหมพู วกเขา นางกลา ววา : “....หรือเปน เพราะวา พวกทา นละทง้ิ พระคมั ภีรแหง อลั ลอฮฺโดยเจตนา และได ผลักไสมันไปไว ขางหลงั ของพวกทา นเสียแลว ในขณะทอี่ ลั -กรุ อานกลา ววา “และ สลุ ยั มานนนั้ ไดสืบมรดกของดา วูด” (อนั -นมั ล/ุ ๑๖) และอลั -กุรอฺ านยงั ไดก ลา วถงึ เร่อื งราวของยะหยฺ า บุตรของซะกะรยี า ความวา “ดงั นัน้ ไดโ ปรด ประทานแกฉนั โดยความการุณยข องพระองค ซงึ่ ผสู บื มรดกที่จะ ไดส ืบมรดกของฉัน และสบื มรดก จากวงศว านของยะอกฺ บู ”(มรั ยัม/๖) และอัล-กุรอฺ านยงั กลา วอกี วา “และสาํ หรบั ผเู ปนเครอื ญาตินั้น มบี างสว นที่ ทรงสทิ ธิ์ เหนือกวา อกี บางสว น(ในการรบั มรดก) ตามพระคัมภีรแหงอัลลอฮ”ฺ (อลั -อัมฟาล/๗๕) และอลั -กรุ ฺอานยังกลา วอกี วา “อลั ลอฮฺทรงสัง่ เสียพวกเจา ในเรือ่ งลกู ๆ ของ พวกเจาวา สาํ หรับ เพศชายนนั้ ยอ มไดรับเทากบั สวนแบง ของเพศหญิงสองคน” (อนั -นชิ าอ/ ๑๑) และอัล-กุรฺอานยังกลาวอกี วา “ถา หากเขาไดละทิ้งความดี(มรดก) กใ็ หเ ขาทาํ พนิ ยั กรรมไวแก บดิ ามารดาและบรรดาญาตสิ นิทโดยชอบธรรม เปนสทิ ธิหนา ท่ี สาํ หรบั มวลผูยาํ เกรง”(อลั -บะเกาะ เราะฮ/ฺ ๑๘๐) และพวกทา นอา งวา ไมม ีสว นแบง สําหรับฉัน และไมมมี รดกจากบดิ าของฉนั ไมม ีความเปน เครือญาติระหวา งเรา พวกทา นถอื วา อลั ลอฮทฺ รงประทานบทบัญญตั ิ ในโองการเหลานน้ั มาเพอ่ื พวกทานโดยเฉพาะ แลว ทรงแยกบิดาของฉนั ออกจาก บทบัญญัติในโองการเหลา นน้ั หรอื ? หรอื พวกทา นจะกลาว แทจรงิ พวกเราเปน คน สองแนวทาง ทีไ่ มม ีการสืบพวกทานเปน ผมู ีความรูใ น บทบัญญัตปิ ระเภทจําเพาะ เจาะจง และบทบญั ญตั ปิ ระเภททว่ั ไปมากกวา บดิ าของฉนั และบตุ ร แหง ลงุ (ทา น อะล)ี ของฉัน? ดงั นนั้ มนั จะถกู ลากถูกจงู มาพบกับทา นในวนั แหงการชมุ นุมของทา น ดังนนั้ จากตดั สนิ ของอลั ลอฮฺ การเปนผนู าํ ของมฮุ ัมมดั ยอมดีเลศิ เสมอ และวันแหง สญั ญา ของการฟน คืนชพี และใน ยามอวสานนนั้ บรรดาผทู ําความผิดพลาดจะตอง ขาดทนุ อะบูบักรฆาชาวมสุ ลิม ทไี่ มยอมจา ยซะกาตใหแ กเ ขา อัล-บคุ อรีรายงานไวในศอฮฮี ขฺ องทา น กติ าบวาดว ย การฆา คนที่ไมย อมรบั กฎฟร ฎฺ และสง่ิ ท่ี ทําใหพวกเขาถกู อางวา ตระบดั สตั ย และทานมสุ ลิมก็บนั ทกึ ไวใ นศอฮฮี ฺ ของทา น กติ าบวาดว ย
ความศรัทธา บาบวา ดวยคาํ สงั่ ใหตอ สกู บั คน ทงั้ หลาย รายงานจากอะบฮู ุรอ็ ยเราะฮฺกลา ววา : เมอ่ื ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ฺ ศ) เสยี ชวี ิต แลว อะบบู ักรไดครองตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ ผูป ฏิเสธในหมูชาว อาหรับ ไดป ฏเิ สธ ทา นอมุ รั กฺ ลาววา : “โออะบบู กั ร ทานจะตอ สกู บั คนทงั้ หลายอยางไร ในเมื่อ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ไดกลาวไววา : ฉนั ถกู สงั่ วา ใหตอ สูก ับคนทัง้ หลาย จนกวาพวกเขาจะ กลาววา ไมม พี ระเจาอนื่ ใด นอกจากอัลลอฮฺ ดงั นั้น ผูใ ดที่ กลา ววา ไมม ีพระเจา อนื่ ใด นอก จากอัลลอฮฺ ทรพั ยสนิ ของเขา และตัวของเขา จะไดรบั การปกปองใหพ น จากฉนั เวน แตโ ดยสทิ ธิ ของเขา และบัญชีของเขา ทม่ี ตี อ อลั ลอฮฺ ? อะบูบกั รไดก ลา ววา : “ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ ฉันจะ สงั หารผูทแี่ บงแยก ออกจากกนั ระหวา งการนมาซและการจายซะกาต เพราะการจายซะกาต เปน สทิ ธิ ในดา นทรพั ยส ิน ขอสาบานตออัลลอฮฺ ถาพวกเขาไมย อมมอบสตั ว ใหแ กฉนั ตามท่ี พวกเขา เคยมอบใหแ กท า นศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺ(ศ) แนน อนฉนั จะสงั หารพวกเขา เนือ่ งจากการไมยนิ ยอม นัน้ ” อมุ ัรกฺ ลา ววา : “ขอสาบานตออลั ลอฮฺ เทา ทีฉ่ นั เหน็ มใิ ชอ ะไรเลย นอกจากวา อัลลอฮไฺ ดทรง เปดเผยหวั ใจของอะบูบักรใ หท าํ การตอสู ซ่งึ ฉันยอมรบั วา เปนสจั ธรรมโดยแท” นีม่ ิใชเ ร่อื งแปลก สําหรบั อะบูบกั ร และอมุ รั ฺ เปนสองคนทเ่ี ผาบา นของ ทา นหญิงซะฮรฺ ออ นาย ของบรรดาสตรี ซึ่งในบานขณะนั้น มบี รรดาศอฮาบะฮทฺ ี่ ขดั ขืนการใหส ตั ยาบนั อาศยั อยู (๑๔๑)ใน เมอ่ื การเผาทา นอะลี ทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ฮะซัน ฮเุ ซน และศอฮาบะฮผฺ ูทรงคุณธรรมกลุม หนง่ึ ที่ขดั ขืนจากการใหส ตั ยาบัน เปนเรื่องเบาเหลอื เกนิ สาํ หรับพวกเขา ดงั นนั้ การฆา บรรดาคนที่ไมย อมจาย ซะกาต กย็ งิ่ เปน เรือ่ งงายนดิ เดยี ว จะมีคุณคา อะไรสําหรับคนอาหรบั ทอ่ี ยหู างไกล ถาเมื่อมา เทยี บ กบั เชอื้ สายศาสดา ผบู ริสทุ ธิ์ และบรรดาศอฮาบะฮผฺ ทู รงคณุ ธรรม ? นอกเหนอื จากนนั้ บรรดาคนท่ี ขัดขืนการใหสตั ยาบนั เหลา นี้ เลง็ เหน็ วา ตําแหนง คอลฟี ะฮฺ เปน สทิ ธขิ องพวกเขา โดยปกาศติ การ แตง ตงั้ จากทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ) และถงึ แมสมมตวิ า จะไมมปี กาศติ การแตงตง้ั ใหแกพ วก เขากต็ าม พวกเขากย็ ังมีสทิ ธิทจี่ ะคดั คา น และวพิ ากษวจิ ารณต ามความเหน็ ของพวกเขา ถา หาก เร่อื งนน้ั มกี ารชูรอ ดงั ทพี่ วกเขาอาง พรอมกนั นั้น การขมขูดว ยการเผา เปน เรอ่ื งทเี่ กิดข้นึ แนถา หา กวา อะลีไมย อมรบั และไมส ั่งใหศ อฮาบะฮฺออกไปให สตั ยาบันเพอ่ื ปกปองการสญู เสียเลือดเนอ้ื ของมสุ ลมิ และเอกภาพของอสิ ลามแลว ไซร พวกท่ีดาํ เนนิ งานตามคาํ ส่ัง ยอ มจะไมรงั้ รอตอ การ เผาแนน อน ในเมอื่ อํานาจการปกครองเปน ของพวกเขา พลงั ของพวกเขาก็แขง็ แกรง ขน้ึ กระแสคดั คา น ดังกลาวจะมคี วามหมายอะไรอีก หลังจากการตายของทา นหญิง ฟาฏมิ ะฮฺ และทานอะลไี ด ยอมประนีประนอมแลว ดังนนั้ พวกเขาจะเงียบเฉยอยู อยา งไรกบั คนบางเผา ทยี่ ังขดั ขนื ไมย อมจาย ซะกาตใหแกพ วกเขา โดยมเี หตุผล ขอ อางของพวกตนวา จนกวา จะไดรับความกระจางชัดในเรือ่ ง ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ และเหตุการณท เ่ี กดิ ข้นึ ภายหลงั จากทา นนบ(ี ศ)ของพวกเขา ตอ ตาํ แหนง คอ ลีฟะฮฺ ซึ่งอมุ ัรฺเอง กย็ อมรับแลววา เปน เรือ่ งบังเอิญ (๑๔๒)
ฉะนั้นจึงมใิ ชเ รื่องแปลก ทอี่ ะบูบักรจ ะและคณะรัฐบาลของเขาจะดาํ เนนิ การ สงั หารบรรดา คนมุสลมิ ผบู รสิ ทุ ธิ์ และทาํ ลายลา งเกยี รติยศของพวกเขา ตลอดจนจับ กุมบรรดาสตรี และ ลูกหลานของคนเหลา นนั้ เปน เชลย ดังทีน่ กั ประวตั ิศาสตร ไดกลา วถงึ ไว วา อะบบู กั รไ ดสงคอลิด อบิ นุวะลีดไป แลวเขากจ็ ดั การเผาบา นเรอื น ของเผา ซะลีม (๑๔๓) อีกทงั้ ไดสง เขาไปยังอัล-ยะมา มะฮฺ และไปยงั บะนตี ะมมี แลวหลอกฆา คนเหลา นนั้ เสยี หลงั จากไดมัดมือคนเหลา นน้ั แลว ตดั คอ อยางทารุณ อกี ทงั้ ยงั ไดสังหารทา นมาลิก บิน นวุ ยั เราะฮฺ ศอฮาบะฮผฺ ทู รงเกยี รติทา นหนึ่ง ทที่ า นศา สนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)เคยมอบอาํ นาจใหเขาดูแลกศุ ลทานตา งๆ ของ พรรคพวกของเขาดว ยความ เช่ือถือย่ิง แลว คอลดิ ยงั ปลุกปลา้ํ ขมขนื ภรรยาของเขา ในคืนเดียวกับที่ไดส งั หารสามีของนาง ลาเฮาลา วะลากวู ะตะ อลิ ลา บลิ ลาฮฺ อัล- อะลี ยลุ -อะซีม มาลกิ และพรรคพวกของเขา ไมมคี วามผดิ อะไรเลย นอกจาก เม่ือพวกเขา ทราบเร่อื งราวขาว ตา งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายหลงั จากทานนบี(ศ)เสียชวี ิต และเหตกุ ารณท ี่ ขดั ขวางทา นอะลี และความ อธรรมที่ทา นหญงิ ซะฮฺรออไดรบั จนกระทงั่ ตาย ท้ังๆ ท่ียงั มีความโกรธคนเหลา นน้ั อยู เชน เดยี วกบั ท่ี เขาทราบถึงความขัดแยงของประมขุ ชาวอนั ศอร ซะอดั บิน อุบาดะฮฺ และการทค่ี นเหลา นน้ั ไม ยอมใหสตั ยาบนั และกระแสขาวที่ชาวอาหรับบอกเลากนั จนทําใหเกดิ ความสงสยั ในความถูกตอ ง ของพิธใี หสัตยาบนั ตอ อะบบู กั ร ทั้งหมดนท้ี ําใหม าลกิ ลงั เลในการสง มอบซะกาต จึงมีคําตดั สนิ ออกมาจากคอลีฟะฮฺ และผสู นบั สนนุ วา ใหส งั หารคนเหลา นนั้ และให จับบรรดาสตรแี ละลกู หลาน ของพวกเขาเปนเชลย และใหทาํ ลายเกียรติยศช่ือเสียง และละเลงเลอื ดของพวกเขา จนกวา ในหมู ชาวอาหรบั จะไมแพรความคดิ เหน็ ใน การตอ ตาน หรอื ซบุ ซิบนนิ ทาในเรอื่ งตําแหนง คอลีฟะฮฺ เปนทน่ี า เสียใจอยา งแทจรงิ เชียว เมอ่ื ทานไดพ บวา มผี สู นับสนนุ อะบบู ักรแ ละ คณะรฐั บาล ของเขา อีกทงั้ ยงั ไดช ว ยทาํ ใหความผิดกลายเปน สิ่งถูกตอง ซงึ่ เปนท่ี ยอมรบั แตโ ดยดี(๑๔๔) และ เขากลาวเหมอื นกับคํากลาวของทา นอมุ ัรทฺ ่วี า : ขอสาบานตอ อลั ลอฮฺ เทาท่ีฉันเหน็ มใิ ชอะไรเลย นอกจากวา อลั ลอฮฺไดทรงเปด เผย หัวใจของอะบูบักรใหทาํ การตอสู ซ่ึงฉนั ยอมรับวา เปน สจั ธรรม โดยแท เรามสี ิทธจิ ะถามอุมัรฺไหม เกยี่ วกบั เหตุผลในความเหน็ ชอบของเขา ทีม่ ีตอ การ เขนฆาชาว มสุ ลมิ ซงึ่ เขาเคยประจกั ษชดั ดวยตวั เองวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ (ศ) ไดหามมใิ หส งั หารพวก เขา แมพ วกเขากลาวเพยี งคาํ วา ลา อลิ าฮะ อลิ ลลั ลอฮฺ และเขาไดค ดั คานอะบบู กั รดวย ตนเองตามฮะดีษบทน้ี แตแ ลว เปน ไปไดอยางไร ที่เขากลับเปลยี่ นความคิดอยา งกะทนั หนั แลว เห็นชอบดว ยกบั การสงั หาร คนเหลานน้ั อีกท้งั ยงั ยอมรบั วา เปน สจั ธรรมอกี ดวย เพยี งเพราะเขา เห็นวา อัลลอฮฺ ทรงเปด หวั ใจของอะบบู กั ร พฤตกิ รรมในการเปด หวั ใจตรงน้ี มคี วามเปน ไปอยางไร และอุมัรมองเห็นนอกเหนือไปจากคนทงั้ หลายไดอยา งไร ? ถาหากพฤติกรรมการ เปด ทวี่ าน้ี เปนไปในแงข องความหมาย มิใชในความเปน จรงิ ท่สี มั ผสั ได ก็จะมีคาํ ถามอกี วา อัลลอฮทฺ รง
เปดเผยหวั ใจใหแ กกลมุ ชนทฝ่ี าฝนบทบัญญตั ิของพระองค ทท่ี รงจารกึ ลงบนปลายลิ้นของศาสน ทูตของพระองคไดอยางไร และทาํ ไมอัลลอฮฺ จงึ ทรงตรสั มายงั ปวงบา วของพระองค ผา นลน้ิ ของน บีของพระองคว า ผูใดไดกลา ว วา ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ แลว หา มมิใหพ วกเจา เขน ฆาเขา และ บัญชีของเขาอยู ที่ขา เอง ตอมาพระองคก ท็ รงเปด เผยหวั ใจของอะบูบักรแ ละอมุ รั ใฺ หเ ขน ฆา พวกเขา ? หรอื วา มวี ะหยฺ ูลงมายงั เขาทงั้ สองอกี หลงั จากศาสดามฮุ ัมมดั (ศ) ? หรือวา เปนการ วินจิ ฉยั ความทผี่ ลประโยชนท างการเมืองตัดสนิ ออกมาเชนนน้ั แลว โยนบทบญั ญตั ิของอัลลอฮฺไปที่ ฝาผนงั ? สวนขอ อา งของพวกสนับสนนุ ทวี่ า คนเหลา นน้ั ตระบดั สัตย ตกมรุ ฺตดั จาก ศาสนาอสิ ลามไป แลว จงึ ถอื วา วาญบิ ใหส งั หารพวกเขา อนั น้ถี ือวา ไมถ กู ตอ งเลย เพราะใครกต็ ามทศ่ี ึกษาตาํ รา ประวัตศิ าสตร ยอ มจะรูดว ยความรอู ยา งถอ งแทว า คนทไี่ มยอมจา ยซะกาต ยงั มไิ ดตระบัดสัตยตก มุรฺตัดออกจากศาสนาอสิ ลาม กใ็ นเมอื่ พวกเขายงั ทาํ นมาซกับคอลิดและพรรคพวกของเขาอยู เมอ่ื ครง้ั ท่คี น เหลา นน้ั อนุญาตใหป ระหารชีวติ พวกเขา ตอ จากน้นั อะบบู กั รเ อง ท่หี กั ลา งขอ อา ง อัน มดเท็จน้ี ดวยการสงคา ทาํ ขัวญจากกองทุนบยั ตลุ มาลของบรรดามุสลมิ ใหแก ทายาทของมาลกิ และขอขมาทตี่ นไดฆาเขา ซงึ่ ถาเปนผูตระบดั สตั ยต กมรุ ฺตัดจริง ก็ไมจาํ เปนจะตองขอขมาเนอื่ งจาก การฆา และตอ งไมนาํ ทรพั ยส ินจากกองทนุ บยั ตุลมาลมาชดเชยให คงไมม บี รรพชนคนมีคุณธรรม ทานใดกลาววา ผูท่ไี มย อม จา ยซะกาต ตระบดั สัตยตกมรุ ตฺ ัดจากศาสนาอสิ ลาม นอกจากในสมยั หลงั ๆ เมื่อไดก ลายมาเปน มัซฮับ และพวกตา งๆ กลาวคอื อะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮฺ พยายามอยา ง ไม ลดราวาศอกในการสนับสนนุ พฤตกิ รรมของอะบูบักร ทง้ั ๆ ท่ีพวกเขาก็ไมพ บ สาเหตุอนั ใดที่จะ กลา วหาคนเหลา นนั้ วา เปน ผูตระบดั สตั ยตกมรุ ตฺ ดั ได เพราะพวก เขารูดวี า การดา ทอคนมสุ ลมิ คือ การละเมิด การเขนฆา มสุ ลมิ คอื การปฏเิ สธ ศาสนา(กฟุ ร) ดงั ที่มีรายงานในตาํ ราศอฮฮี ทฺ งั้ หลาย ของอะฮลฺ ซิ วนุ นะฮฺ (๑๔๕) แมกระทง่ั ทา นบุคอรีเองนัน้ เมอ่ื ไดรายงานถงึ คําพูดของอะบูบักร ท่วี า ; ขอสาบาน ตอ อลั ลอฮแฺ นน อนฉนั จะสังหารคนที่แบง แยกออกจากกัน ระหวา งการนมาซ กับ การ จายซะกาต ทา นบคุ อรไี ดตง้ั ช่อื บาบไวว า : “การฆา คนทไี่ มย อมรบั กฎฟร ฺฎ และส่งิ ทที่ ําใหพวกเขา ถูกอา งวา ตระบดั สัตย” นคี่ อื หลักฐานแสดงวา ทา นบคุ อรเี อง ไมเ ชอ่ื วา คนเหลา นนั้ ตระบัดสตั ยต ก มรุ ตฺ ดั (โดยไมมขี อสงสัย) คนอีกสวนหนง่ึ ไดพยายามตคี วามฮะดษี นดี้ งั ทอ่ี ะบูบกั รไ ดต ีความ โดยถือวา การจา ยซะกาต เปน สิทธิของทรพั ยสนิ นค่ี ือ การตคี วามทไ่ี มคลองจองกบั ความ จรงิ ประการแรก ก็เพราะวา ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) หา มการสงั หารคนที่ กลา ววา ลาอลิ า ฮะ อิลลลั ลอฮฺ ความจรงิ ขอ น้ี มฮี ะดษี รายงานมากมาย ทย่ี ืนยนั ถงึ ความถูกตอง ซง่ึ เราสามารถนาํ มาเสนอใหแ กท านไดอยา งจุ ใจ
ประการที่สอง : ถา หากการจายซะกาตเปน สิทธขิ องทรพั ยสนิ จรงิ ฮะดีษน้ีกเ็ พยี งแต อนุโลม ใหผูป กครองทางศาสนาใชก าํ ลังยึดซะกาตจากคนท่ี หนว งเหน่ยี วเทา นน้ั โดยมิใหมกี ารเขน ฆา และการสญู เสยี เลือดเนือ้ ประการท่สี าม : ถา หากการตีความเชน น้ี ถกู ตอ งจรงิ แนน อน ทา นศาสน ทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) คงจะตองฆาซะอลฺ ะบะฮเฺ สยี แลว ในฐานะทไ่ี มย อมจา ยซะกาตใหแกท า น (ประวตั ิของบคุ คลผนู ี้ เปน ทร่ี กู นั ทว่ั ไป จนมิอาจละเวน การกลา วถึงได) (๑๔๖) ประการท่สี ี่ : ขอให ทานอา นหนังสอื ศอฮีฮตฺ า งๆ ในหวั ขอเรอ่ื ง ขอหา มสาํ หรบั คนที่ กลาววา ลาอิลาฮะ อลิ ลัล ลอฮฺ ซง่ึ ขา พเจา จะสรปุ บางรายงานฮะดีษ ตามบนั ทกึ ของบุคอรีและมุสลมมิ าเสนอพอเปนสงั เขป ก. มุสลมิ รายงานในศอฮีฮฺของทา น กิตาบวา ดว ยความศรทั ธา บาบวา ดว ย กฎขอ หา มมิใหฆ า คนกาฟรฺ หลงั จากเขาไดก ลา ววา ลาอลิ าฮะ อลิ ลัลลอฮฺ อัล-บคุ อรไี ดรายงานไวในศอฮฮี ขฺ องทา น กติ าบุล-มะฆอซะลีย บาบ คอลีฟะฮฺไดเ ลาแกฉ นั จากรายงานของมกิ ดาด บนิ อัสวดั วา เขาไดพ ดู กบั ทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ)วา ทา นเหน็ อยา งไร ถา หากฉันไดเ ผชิญหนากับพวก กาฟรฺ แลว เราก็ไดตอ สกู ัน ดงั นน้ั เขาไดใชด าบฟน ลงทมี่ อื ของฉันขา งหนง่ึ จนขาด หลังจากน้ัน เขาวิ่งหนจี ากฉนั ไปหลบทต่ี น ไม แลว กลา ววา ฉันยอม สวามภิ กั ด์ติ อ อัลลอฮฺแลว ฉนั สามารถจะฆาเขาไดห รอื ไม โอท า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ หลงั จาก เขากลาวเชน นั้น ?ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ)ตอบวา “ทา นจะฆา เขามิได” เขากลา ววา โอท านศา สนทูตแหง อัลลอฮฺ เขาไดฟน มือของฉนั ขาด ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) กลา ววา : ทา นจะฆา เขา มไิ ด ดงั น้ัน ถา หากทา นฆาเขา กเ็ ทา กบั เขา อยูในฐานะของทาน กอนที่ทา นจะฆา เขา และแทจ ริง ทานกจ็ ะอยใู นฐานะของเขา กอ นทเ่ี ขาจะกลา วคาํ นนั้ ออกมา” ฮะดษี น้แี สดงใหเ หน็ วา กาฟร คฺ นใดท่ีเปลง คาํ วา “ลาอลิ า ฮะอิลลลั ลอฮ”ฺ แลว และถึงแม จะ กลา วออกมาหลังจาก ทีเ่ ขาแสดงตัวเปน ศัตรกู ับมสุ ลิม ดว ยการฟน มือของเขาจนขาด ถือวา หา ม มใิ หฆ า เขาเสยี แลว และการกระทาํ อนั นน้ั ไมเปนท่ี ยอมรบั ของมฮุ มั มัด ศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ ถึง จะไมนมาซ ไมจายซะกาต ไมถือ ศีลอดในรอมฎอน และไมบ ําเพ็ญฮจั ญ แลว พวกทานจะใหทศั นะ ไปทางไหน และ จะตีความกนั อยา งไร ? ข. อัล-บคุ อรไี ดรายงานไวใ นศอฮฮี ฺของทา น กติ าบอัล-มะฆอซะลีย บาบ ทานนบ(ี ศ)ไดสงอุซา มะฮฺ บิน ซัยดไ ปยังอัล-ฮารอกอต จากญาฮีนะฮฺ และศอฮีฮฺ มสุ ลมิ กติ าบลุ -อีมาน บาบวา ดวย การ หามฆา คนกาฟร ฺ หลงั จากเขาไดกลา ววา ลาอลิ า ฮะอลิ ลัลลอฮฺ รายงานจากอุซามะฮฺ บิน ซยั ดว า ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ ไดสง เราไปยงั ฮรุ ฺเกาะฮฺ แลว เรากไ็ ดพบกบั ขา ศึกกลุมหนง่ึ ดงั นน้ั จงึ เราจึง รบพุง กบั พวกเขา และฉนั กบั ชาวอนั ศอรคฺ นหนงึ่ ไลล า ชายคนหนงึ่ ในหมพู วกเขา ครั้นเมอื่ เราจบั ตวั เขาไว เขาไดกลา ววา ลา อลิ าฮะ อลิ ลัล ลอฮฺ ดังนัน้ ชาว อนั ศอรฺ จงึ ปลอยตัวเขาไป แตฉนั ไดแ ทง เขาดว ยหอกจนกระทัง่ เขาตาย เมื่อเรา เดนิ ทาง กลับมา ทา นนบี(ศ)ไดทราบวา ทา นจงึ กลา ววา : โอ อุซามะฮฺ เจา ไดฆาเขา หลงั จากทีเ่ ขาไดกลาววา ลาอลิ าฮะ อลิ ลลั ลอฮฺ หรอื ? ฉนั ตอบวา “เขา
เพียง แตปองกนั ตวั เทานนั้ แตท านยงั คงย้าํ เรอื่ งนีอ้ ยูเสมอ จนกระทง่ั ฉันม่ันใจวา ฉนั ยงั มิไดเ ขา รบั อสิ ลาม กอนวนั นเ้ี ลย” ฮะดษี นี้ใหค วามหมายทีเ่ ดด็ ขาด วา ผูใ ดที่กลาววา ลาอิลา ฮะ อลิ ลลั ลอฮฺ ถอื วา การฆา เขา เปนท่ีตองหา ม ดว ยเหตนุ ้ี ทา นจะเหน็ ไดวา ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศแสดงความรังเกียจอุซา มะฮฺเปน อยางยิง่ จนกระทงั่ อุซามะฮมฺ น่ั ใจวา ตนยังมไิ ดเ ปน อสิ ลามกอ นวนั นน้ั เลย ซง่ึ มีฮะดีษที่ สนบั สนนุ เขาวา “อสิ ลาม ยอมรับการกระทาํ กอนหนา นน้ั ” และเขาปรารถนาการอภยั จากอลั ลอฮฺ ตอความ บาปอนั ยง่ิ ใหญนนั้ ค. อัล-บุคอรีไดร ายงานในศอฮฮี ฺของทา น กิตาบวา ดวยเครอื่ งแตงกาย บาบวา ดว ย ผาสขี าว ทํานองเดยี วกบั ทมี่ สุ ลิมไดรายงานไวในศอฮีฮขฺ องทา น กิตาบุลอีมาน บาบวา ดว ยคนใดตายลง โดยมิไดต ง้ั สิ่งใดเปนภาคีตอ อัลลอฮฺ เขา ยอ มไดเขาสวรรค รายงานจากอะบซู รั ฺ อัล-ฆอ็ ฟฟารยี (ร.ฎ) ฉนั ไดเขา พบทา นนบี(ศ)ในขณะ ท่ีทา นสวมชุดสีขาว และนอนอยู เมอื่ ฉนั เขาไปถงึ ทา นก็ตน่ื ขึ้น แลวกลา ววา : บา ว คนใดก็ตามทก่ี ลา ววา ลา อิลาฮะ อิลลลั ลอฮฺ แลวตายลงในสภาพนน้ั จะไมเ ปน อยา งอน่ื นอกจากไดเ ขาสวรรค” ฉันกลา ววา ถงึ แม เขาจะผดิ ประเวณี และ ถงึ แมว า เขาจะลกั ขะโมยกระน้นั หรือ ? ทา นตอบวา “ถงึ แมเขาจะผิด ประเวณี และ ถงึ แมวา เขาจะลกั ขะโมย” ฉันถามยา้ํ อีกวา “ถงึ แมเขาจะผิดประเวณี และถึงแมวา เขาจะลกั ขะโมยกระน้นั หรอื ? ทานตอบวา “ถงึ แมเขาจะผดิ ประเวณี และถงึ แมวา เขาจะลักขะโมย และผิดประเวณี อนั เปน ท่ีชงิ ชังรังเกยี จของอะบูซัรฺ” เมอื่ อะบูซรั ฺไดเ ลารายงานฮะดษี บทน้ี ตามทที่ า นไดกลา ววา : ถงึ แมวา จะเปน ท่ชี งิ ชงั รงั เกยี จ ของอะบูซัรฺ และนีก่ เ็ ปน อีกฮะดีษหน่งึ ทยี่ นื วา สําหรบั คนทกี่ ลา ววา : ลาอิลา ฮะ อลิ ลลั ลอฮฺ นน้ั จะ ไดเ ขาสวรรค ถา เขาตายลงในสภาพเชน น้นั จงึ ถอื วา ไมอนุญาตใหฆาเขา และน่ีคือ การชิงชัง รังเกียจของอะบูบกั ร และอมุ รั ฺ และของผู สนับสนนุ เขาทุกคนท่ตี คี วามหมายทีแ่ ทจ รงิ ใหเ ปน อนื่ และยอมรบั เชน นนั้ เพื่อ ปกปอ งเกยี รติยศชื่อเสยี งของบรรพชนและผอู าวโุ สทงั้ หลายท่ีบดิ เบอื น บทบญั ญตั ิ ของอัลลอฮฺ เปน ท่ีแนชัดวา อะบูบักร และอมุ ัรฺตางรซู งึ้ ถึงบทบญั ญตั เิ หลาน้ีทกุ ประการ เพราะคนทงั้ สอง ใกลชดิ ในการรจู ักสง่ิ นนั้ ๆ มากกวา เรา และไดสมั ผสั กับทา น ศาสดา แตท วา คนทงั้ สองเหน็ แก ตําแหนง คอลฟี ะฮฺ จงึ ไดต คี วามบทบญั ญตั ขิ อง อลั ลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค(ศ)ใหเปน อื่น ท้ังๆ ทร่ี แู ละเขา ใจอยา งชดั แจง อาจเปนไปไดว า อะบบู กั รน นั้ ในตอนทเ่ี ขาตง้ั ใจทจี่ ะสังหารผูไมย อมจา ย ซะกาต และอมุ รั ฺได คดั คา นเขาดว ยฮะดีษของทา นศาสนทตู (ศ)ทห่ี า มเรอื่ งนั้น เขาไดใหส ตแิ กผเู ปน สหายวา เขา นนั่ เอง ท่ีเปน คนนํากองฟน เพอ่ื เผาบา นของ ฟาฏมิ ะฮดฺ ว ยตวั ของเขาเองและฟาฏมิ ะฮฺนน้ั ยงั นอ ย เกนิ ไปทกี่ ลา วถึง สทิ ธิในตวั ของนางวา เปน คนทก่ี ลา วปฏญิ าณวา ลาอิลาฮะอลิ ลลั อฮฺ ตอจากนนั้
เขายังใหส ติ แกส หายของเขาวา ฟาฏิมะฮฺและอะลี ไมถูกจดั วาเปน อุปสรรคท่ียง่ิ ใหญพอกบั รากฐานของตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ ในขณะทบี่ รรดาชนเผาตา งๆ เหลา นน้ั ผูซ ง่ึ ไม ยอมจา ยซะกาตนัน้ ถา หากพวกเขาปลอ ยไวแ ละปรกึ ษาหารือกบั พวกเขาในกิจการ ปกครองภายในอาณาจักรอิสลาม กจ็ ะเกิดผลกระทบอยา งใหญหลวงตอ ศนู ย อาํ นาจของคอลฟี ะฮฺ ดวยเหตนุ อ้ี มุ รั ฺจงึ เหน็ วา อลั ลอฮฺ ทรงเปดเผยจติ ใจของ อะบบู กั ร ใหท าํ การสังหาร ดงั นนั เขาจงึ ยอมรบั วา เปน สงิ่ ทช่ี อบธรรม อะบูบกั รห า มการบนั ทกึ ซนุ นะฮฺบี อุมัรฺ บนิ ค็อฏฏอบ และอสุ มาน บิน อัฟฟานก็กระทาํ ดว ยเชน กนั เมอ่ื นกั วิเคราะหไ ดอา นตาํ ราประวตั ิศาสตร และคน ควา ผลงานท่ีตกทอด สืบตอ มาทค่ี ณะ รัฐบาลของสามคอลฟี ะฮไฺ ดส นับสนนุ ไวบ างสวน จะตอ งรอู ยา ง ถองแทวา พวกเขาเปนผทู ห่ี ามมิให บนั ทกึ และบอกเลา ฮะดษี ของทา นนบี ผทู รง เกียรติ ยง่ิ กวา นนั้ ยังหา มแมกระทัง่ การพูดถึง และ ถายทอดไปสปู ระชาชน เพราะ เปนแนนอนอยา งไมต องสงสัยวา พวกเขารูดีวา เรอ่ื งเหลา นน้ั มไิ ด สนองตอบตอ ผลประโยชนของพวกเขา หรอื อยา งนอยทสี่ ดุ จะตองขดั แยง และคา นกบั บทบัญญตั ิ ของพวกเขาทม่ี อี ยูเปน อนั มาก และเรื่องราวท่ีพวกเขาตคี วาม ไปโดยการวนิ จิ ฉัย (อจิ ญต ิฮาด) เพอื่ ผลประโยชนข องพวกเขา และฮะดีษของทานนบี(ศ) ยังคง เปน แหลง ทม่ี าอนั ดบั สองของศาสน บัญญตั แิ หงอิสลาม อกี ทง้ั ยงั เปนคาํ อธบิ าย และใหความกระจางชัดตอ แหลง ทม่ี าอนั ดับทห่ี นงึ่ นน่ั คือ อัล-กุรฺอานอันทรง เกยี รติ ตอ งคงอยูในฐานะของสิ่งถกู หา มในสมัยของพวกเขา ดวยเหตนุ ี้ คําพดู ของ นกั ฮะดษี และนกั ประวัตศิ าสตรจึงสอดคลองกนั วา แรกเร่มิ เดมิ ทีในการรวบรวม และ บนั ทกึ ฮะดีษ ไดมขี ้ึนในสมยั ของทา นอมุ ัรฺ บิน อับดลุ อะซซี (ร.ฎ) หรอื หลังจาก นนั้ เลก็ นอย ดงั ทอี่ ัล-บคุ อรไี ดอางไวในศอฮีฮขฺ องทา น กติ าบุล-อิลม บาบวาดว ย วิชาความรไู ดถ ูกนาํ มาอยา งไร วา ทา นอมุ รั ฺ บนิ อบั ดลุ -อะซีซ ไดม จี ดหมายไปยงั อะบบี กั ร บิน ฮะซัม วา จงพิจารณาดเู รอ่ื งท่ีมาจาก ฮะดษี ของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ) แลว จงบนั ทกึ ไว เพราะฉนั เองหวนั่ วิตกเรือ่ งบทเรียนตางๆ เมื่อบรรดา นกั ปราชญส ูญหายไป และเขาอยา ไดย อมรบั เรือ่ งอนื่ ใด นอกจากฮะดษี ของทา น ศาสน ทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ) และเพ่ือเผยแพรว ชิ าความรู และเพอื่ จัดประชุมกนั จนกระทงั่ จะไดส อนคนท่ยี ัง ไมรู เพราะแทจ รงิ ความรู จะไมถกู ทําลาย ถึงแมจ ะ เปน ความลับก็ตาม ทีเ่ ปนดงั นี้ เพราะอะบูบักรไดกลาวปราศรยั ตอ ประชาชน หลงั จากทา นนบี วะฟาต(ศ) วา : แทจริงพวกทานพูดถงึ เรอ่ื งของทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ) เปน ฮะดษี ตางๆ แลว พวกทา นขัดแยง ก็กนั เอง สว นประชาชนกจ็ ะขดั แยง กันอยา ง รนุ แรงภายหลงั จากนน้ั ดังนนั้ จงอยาพูดถึงทา นศาสน ทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) ไมวา เรอ่ื งใด ดังนน้ั ถา ผูใดถามพวกทา นกจ็ งพดู เถดิ วา ระหวางเรากบั พวกทาน มีกติ า บลุ ลอฮฺ ดังนน้ั จงใหอนมุ ตั ิ ในส่ิงทพ่ี ระองคอ นุมตั ิ และจงหา ม ในสิ่งทพ่ี ระองคห าม (๑๔๗)
ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ แปลกเหลอื เกนิ ทค่ี ําส่งั ของอะบบู ักรต รงนี้ มีขนึ้ ภายหลัง จากวนั ตา งๆ แหง ความวกิ ฤต นับจากวนั หมนหมองอนั นน้ั ซงึ่ ถกู เรยี กขานวา วนั พฤหัสอนั อบั โชค ซงึ่ สอดคลอ ง ตรงกบั คําพดู ของอุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ ทเ่ี คยพูดวา “แทจรงิ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ เพอไปแลว และกิตาบุลลอฮฺ ก็เปน ทเ่ี พยี งพอแลว สําหรบั เรา” ถงึ ตรงน้ี อะบบู กั รกลา ววา “ดงั นนั้ จงอยา พูดถงึ ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ไมวา เร่อื งใด ดงั นนั้ ถาผใู ดถามพวกทา นก็จงพดู เถดิ วา ระหวา งเรากบั พวกทา น มกี ติ า บุลลอฮฺ ดงั นน้ั จงให อนมุ ัติ ในส่งิ ทที่ า นอนมุ ัติ และจงหาม ในส่ิงทท่ี านหา ม” อัล-ฮมั ดลุ ิลลาฮฺ ท่ีเขายอมรบั อยางแจง ชดั วา พวกเขาโยนซนุ นะฮนฺ บีของ พวกเขา เองไว ขา งหลัง จนเปน ส่งิ ถกู ลมื สาํ หรับพวกเขา ขอถามตรงน้ีตอ อะฮฺลซิ ซุนนะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺ ผสู นบั สนุนอะบบู กั ร และอุมรั ฺ และเชอ่ื ถอื ตอ บคุ คลทั้งสอง เปนมนษุ ยผปู ระเสริฐสดุ ถัดจากทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ) วา ในเม่อื ตาํ ราศอฮฮี ฺ ตา งๆ ของพวกทาน ตามทพี่ วกทา นเชอื่ ถอื รายงานวา ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ฺ ศ) เคยกลา ววา “ฉนั ไดล ะทง้ิ สอง คอลีฟะฮฺ ไวในหมพู วกทา น ถาหากพวกทา นยึดถือกบั สองสงิ่ นัน้ พวกทานจะไม หลงผดิ เด็ดขาด นนั่ คอื กติ าบลุ ลอฮฺ และซุนนะฮขฺ องฉนั ” สมมติวา เรายอมรบั วา ฮะดษี นี้ ศอฮฮี ฺ แลว เปนไฉนตอ มนษุ ยผ ูประเสรฐิ สดุ ในทัศนะของพวกทา น จงึ ปฏิเสธ ซนุ นะฮฺ และมิใหค ณุ คาใดๆ ตอสง่ิ นน้ั เลย ยิ่งกวา นั้น เขาทงั้ สองยงั หา มผู คนมใิ ห บนั ทกึ และพดู ถึงสง่ิ นนั้ ? จะมีใครสกั คน ถามอะบูบกั รไ หมวา มโี องการใดบา งที่ อนุญาตใหเ ขาฆา ชาวมสุ ลมิ ท่ไี มจ า ยซะกาต แลวจบั บรรดา สตรีและลกู หลานของ คนเหลานน้ั เปน เชลย ? ดงั นน้ั กติ าบลุ ลอฮฺ ท่อี ยรู ะหวา งเรากบั อะบบู ักร มโี องการวาดว ย สทิ ธขิ องผู ไมย อมจา ยซะ กาตวา : “และสว นหนึง่ จากพวกเขามีผสู ัญญากับอัลลอฮฺ วา หากบาง สว นจากความโปรดปราน ของพระองคไ ดม ีมายงั เรา แนน อน เราตอ งทาํ กศุ ลทาน และเราจะเปน สว นหนึ่งของบรรดาผมู ี คณุ ธรรม คร้ันบางสวนจากความโปรด ปรานของพระองค มีมายงั พวกเขา พวกเขากห็ นว งเหนยี่ ว มนั ไว และพวกเขา ผนิ หลังให โดยพวกเขาเปน ผผู ลกั ไส ดงั นน้ั พระองคทรงประทับ ความกลบั กลอก ไวในใจของพวกเขาจนถงึ วนั ทพี่ วกเขาพบพระองค โดยทีพ่ วกเขาฝาฝน อัลลอฮฺ ตอ ส่งิ ทีพ่ วก เขาสญั ญากับพระองค และตอ ส่ิงทีพ่ วกเขาบดิ เบือนวา เท็จ”(๑๔๘) โดยความเหน็ พอ งตอ งกันของนักตฟั ซรี ทฺ งั้ หลาย ถือวา โองการน้ี ถกู ประทาน มาในเรื่องของ ซะอฺละบะฮฺ ซงึ่ หนว งเหนี่ยวการจา ยซะกาต ในสมยั ของทา นนบ(ี ศ) นอกเหนือจากนี้ ซะอฺละบะฮยฺ งั ไมย อมจา ยซะกาตและยังหา มผทู ส่ี ง มอบส่ิงนนั้ ใหแกทา นนบี(ศ) เพราะเขารังเกยี จท่ีจะทาํ โดยกลา ววา มนั เปน การเสียคา คุม ครอง แนนอน อลั ลอฮฺทรงยนื ยนั เรอื่ ง นไี้ วใ นโองการตา งๆ ถึงความกลบั กลอก ของเขา พรอ มกนั นั้น ทานนบ(ี ศ)กม็ ิไดสงั หารเขา และไม ริบทรัพยสนิ ของเขา ดวย การใชกาํ ลงั ท้งั ๆ ทที่ า นมีความสามารถจะทําเชน นัน้ ไดท กุ วิถที าง สว น มาลกิ บนิ นวุ ยั เราะฮฺ และพรรคพวกของเขานน้ั มไิ ดรังเกียจในการจา ยซะกาต ในฐานะที่เปน กฎ
ฟร ฎฺ ข อ หนึ่งของศาสนา เขาเพียงแตชงิ ชงั รงั เกยี จคอลฟี ะฮฺ ท่ีครอบครอง ตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ หลงั จากทา นศาสนทูตดวยการใชกาํ ลงั การใชอ ํานาจบงั คับ และฉกฉวยโอกาส ตอ จากนนั้ เรอ่ื งของอะบูบกั รย งั แปลกประหลาดหนักยิ่งขนึ้ เม่อื เขาโยนกิตา บุลลอฮฺไปไวข าง หลงั และทานหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ซะฮรฺ ออ นายหญงิ ของสตรแี หง สากลโลกไดโ ตแ ยงตอเขา โดยนางได อานโองการอนั ชัดแจง หลายโองการจาก กิตาบุลลอฮฺ ทย่ี นื ยนั ถงึ มรดกของบรรดานบใี หฟ ง แตเขา กไ็ มย อมรับ หนําซา้ํ กลบั ยกเลกิ โองการเหลานั้น โดยอา งฮะดษี บทหนึง่ ทเ่ี ขานาํ มาอางดว ยความ จําเปน ทอี่ ยูในตัวของเขาเอง ในเมอ่ื เขากลาววา : “แทจ รงิ พวกทา นพูดถงึ เร่ืองของทา น ศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) เปนฮะดีษตา งๆ แลว พวกทานขดั แยงกก็ ันเอง สว น ประชาชนก็จะขดั แยงกันอยา ง รนุ แรงภายหลงั จากนน้ั ดงั นนั้ จงอยา พูดถงึ ทา น ศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ฺ ศ) ไมวา เรอื่ งใด ดงั นนั้ ถา ผูใดถามพวกทาน ก็จงพูดเถิดวา ระหวา งเรากับพวกทา น มกี ติ าบุลลอฮฺ ดังนน้ั จงใหอ นุมัตใิ นสง่ิ ที่ พระองคอ นมุ ตั ิ และจงหา ม ในสง่ิ ทพ่ี ระองคหา ม” ทาํ ไมเขาจึงไมก ระทาํ ในสง่ิ ทเี่ ขาพดู ไวเอง เมอื่ เขาโตแ ยงกบั เลือดเน้อื ของทา นศาสดาอัล-มุศอฏอฟา ผซู ่อื สัตยบรสิ ุทธ์ิย่งิ วา มฮี ะดีษของทานนบี กลาวไวว า “พวกเราบรรดานบี ไมมีการสืบมรดก” และมไิ ด รว มกนั ตดั สนิ กบั นางตามกติ าบลุ ลอฮฺ เพ่ือจะไดอนมุ ตั ิตามทพี่ ระองคอ นุมตั ิ และหา ม ตามทพี่ ระองคทรงหา ม ? สาํ หรบั คาํ ตอบ กเ็ ปน ท่ี รอู ยูแลว ในยามนน้ั ทา นจะพบวา กติ าบลุ ลอฮฺ คัดคานเขา และฟาฏิมะฮกฺ ําลงั จะชนะเขาอยแู ลว ในทุก ขอ อางทเี่ ขายกมาคัดคาน และเมื่อนางชนะเขาไดในวันนน้ั นางจะขอ อทุ ธรณ ตอเขาอกี ใน วันตอไป ในเรอื่ งปกาศติ แตง ต้ัง ตําแหนงคอลีฟะฮฺ ใหแ ก บุตรทา น ลงุ ของนาง เม่ือถงึ เวลาน้ัน เขา จะผลักไส และบิดเบือนวา นางพูดปดไดอยา งไร และอัลลอฮทฺ รงมีโองการในแงน ้ไี วว า : “โอบ รรดา ผซู งึ่ ศรัทธา พวกเจา จงอยา พดู ในส่ิงทพี่ วกเจาไมก ระทาํ บาปอนั ย่งิ ใหญต ามทศั นะอัลลอฮฺ คือ การท่ี พวกเจา พูดส่ิงทพ่ี วกเจาไมกระทาํ ” ใช ทุกอยา งเหลา นี้ หมายถงึ อะบูบกั รจะอยอู ยางไมเ ปนสุข เมอ่ื ฮะดษี ตา งๆ ของทา นนบี(ศ) มีการบนั ทกึ ถา ยทอดกันอยใู นระหวา งคนท้งั หลาย มกี ารเขียน มกี ารถายทอดฮะดษี จากเมอื งหนึง่ สูเมอื งหนง่ึ ซ่งึ ในรายงานเหลา นั้น ยอมมขี อ บญั ญัตทิ ี่ยนื ยันถงึ ความขดั แยง กบั สภาพการ ปกครองทีเ่ มอื งนนั้ ๆ ดาํ เนนิ กนั อยู ดงั นน้ั อนาคตของเขาจะไมส ดใส นอกจากจะตอ งลบลา งฮะดษี ตา งๆ และปด ไวเปน ความลบั ยงิ่ กวานน้ั เขายงั ลบ ยงั เผาทาํ ลายฮะดษี ตางๆ อีกดว ย (๑๔๙) อนั น้ี คอื รายงานจากอาอิชะฮฺ บตุ รสาวของเขาเอง ทย่ี ืนยนั ถงึ เรอื่ งของเขาวา “บดิ าของฉนั ไดร วบรวม ฮะดษี จากทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ ซง่ึ มจี ํานวน ๕๐๐ ฮะดีษ คัน้ แลว เขานอนกระสับกระสาย ฉนั จึงพูดวา ทา นกระสบั กระสายไปมาดวยความ เดือดรอนวนุ วายใจ หรอื มขี าวอนั ใดมาถงึ ทา น ครน้ั ถึงวนั รุงขน้ึ ทา นกลา ววา โอลูกเอย จงนาํ ฮะดษี ตา งๆ ท่มี ีอยทู ีเ่ จา มาใหฉันเถดิ แลวฉนั กน็ าํ ฮะดษี เหลาน้นั มอบใหท า น แลว ทา นกจ็ ดั การเผามนั เสยี ...(อัล-ฮะดษี ) (๑๕๐)
อมุ ัรฺ บนิ ค็อฏฏอ บ แสดงความรนุ แรง ตอ ฮะดีษจากทานศาสนทตู มากกวา สหายของเขา และหามประชาชนมใิ หรายงานถา ยทอด แนนอน เราไดแลเห็นระบบการเมืองของอะบบู กั รใ นการหา มรายงานฮะดษี จนขนาดถงึ ขนั้ เผาฮะดีษจาํ นวนหนงึ่ ทถี่ ูกรวบรมไวใ นสมัยของตน นัน่ คอื จํานวน ๕๐๐ ฮะดษี ทง้ั นี้กม็ ใิ หม ีการ เผยแพรตอบรรดาศอฮาบะฮฺ และชาวมุสลมิ จาก แหลง อนื่ ทก่ี ระหายจะรจู กั ซุนนะฮนฺ บี(ศ)ของพวก เขา คร้ันอมุ ัรฺขึน้ ครองตาํ แหนง เปน คอลีฟะฮฺ ตามบญั ชาของอะบูบกั ร ยอ มเปน หนา ท่สี าํ หรบั เขาท่ี จะตอ งสบื ทอด ระบบการเมืองอยา งเดียวกนั แตทวา นโยบายของเขานั้นเปนท่ยี อมรับกนั วา แข็ง กรา วและรุนแรงกวา กลา วคอื เขาหยดุ ยั้งลงแคเพียงความเขม งวด และหา ม การบนั ทกึ การ ถา ยทอดรายงานฮะดษี เทา นนั้ หากยังขม ขู คาดโทษ และเฆ่ยี นตี อีกดวย และยังดาํ เนนิ การกกั บรเิ วณ อิบนุมาญะฮฺไดร ายงานในสนุ ันของทา น ภาคท่ี ๑ บาบ อตั -ตวุ กั กอฟล -ฮะดษี : จากก็อรเฺ ซาะฮฺ บนิ กะอบั กลา ววา ทา นอุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอบไดสงเราไปยงั เมอื ง กฟู ะฮฺ และ ติดตามเราไปดวย โดยทา นเดินรว มกับเรา จนถึงจุดหมาย แลวทาน ถามวา “พวกทานรูหรอื ไมวา ฉนั เดนิ รว มกับพวกทา นทาํ ไม ?” เขาเลา ตอไป วา เราตอบวา “เพราะสทิ ธขิ องทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮฺ และสทิ ธขิ องชาว อนั ศอร”ฺ ทา นกลา ววา “แตทวา สาํ หรับฉนั ท่ีเดนิ รวมกบั พวกทาน เพราะเร่อื งหนง่ึ ที่ฉนั ตอ งการจะบอกพวกทาน คอื ฉันตอ งการใหพวกทา นจดจําวา ฉันไดเดนิ รว ม กับพวกทา น แทจรงิ พวกทา นกาํ ลงั ไปหากลุมชนหนงึ่ ทมี่ คี วามเรารอ นตอ อัล-กรุ อฺ าน เหมอื นนาํ้ ท่ี เดือดอยูในกา ดังนนั้ เม่อื พวกเขาเหน็ พวกทา น ก็จะยอ้ื กนั เขา มากอดคอพวกทา น แลวกลาววา โอ บรรดาศอฮาบะฮขฺ องมุฮมั มดั ! ดงั นั้น พวกทา นจงลดการรายงานเรอ่ื งราวจากทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)ใหน อ ยลง หลังจากนนั้ ฉนั จะเปน ผใู หก ารสนบั สนนุ พวกทา น” ครั้นเมอื่ ก็อรเฺ ซาะฮฺ บนิ กะอบั ไปถึง พวกเขากลาววา เขาไดเ ลาใหเราฟง วา เขา ไดกลา ววา : อมุ ัรหฺ ามพวกเรา (๑๕๐) เชน เดยี วกับทม่ี สุ ลิมไดร ายงานในศอฮฮี ฺ ของทา น กิตาบลุ -อาดาบ บาบ วา อลั -อิซตอิ ซ าน วา อมุ รั ไฺ ดขมขูอะบมู ูซา อลั -อัชอะรยี ว าจะเฆ่ยี นตี เน่อื งจากรายงานฮะดษี ที่เขา รบั ฟงมาจากทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) อะบซู ะอดี อัล-คดุ รียร ายงานวา ขณะท่พี วกเรากําลงั นงั่ รวมกบั อบุ ยั บนิ กะอับ ดังนั้น อะบูมู ซา อลั -อัชอะรยี ไ ดเ ขา มาดว ยความโกรธ จนกระทงั่ เขาหยุด แลว กลา ววา : ฉนั ขออางอัลลอฮตฺ อ พวกทา น วาใครบางในหมพู วกทาน ที่เคยไดฟ ง ทา น ศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ (ศ) กลา ววา : การขอ อนุญาตนน้ั ใหท ําไดส ามคร้งั ดงั น้ัน ถาเขาอนญุ าตก็ใหเขาไปได แตถาไมอ ยางนน้ั ก็จงกลับไปเสยี อุบยั กลาววา ทา นมีเร่ืองอนั ใด อะบมู ซู ากลาววา “เมอ่ื วานน้ี ฉนั ไดขออนุญาตอมุ รั ฺ บิน ค็อฏฏอ บ สามครงั้ แตเขามไิ ดอ นญุ าต ฉนั จงึ กลบั ตอมาในวนั นฉี้ นั มาหาเขาอีก ดงั นน้ั ฉนั จงึ เขาพบเขา แลว บอกเขาวา เมอ่ื วานนี้ ฉันไดม าหา แลว ใหส ลาม ถึงสามครัง้ แตแ ลว ฉนั ก็ตอ งกลบั เขากลา ววา :
เราไดยนิ ทา นแลว แตเ รากําลงั ยงุ อยู กบั งาน แลว ทาํ ไม ทานจงึ ไมอนญุ าต จนกวา เขาอนญุ าตแก ทาน ฉนั จึงกลา ววา : ฉนั ขอ อนญุ าตทา น ตามท่ีฉนั ไดรับฟง ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ฺ ศ) ทา นอมุ รั ฺ กลา ววา : ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ ฉันจะตอ งสนั หลังและหนา ทอ งของทานไดรับความเจบ็ ปวด หรอื มฉิ ะนน้ั ทา นจะตอ งนาํ บคุ คลท่เี ปนพยานใหแกท า นในขอนี้มาจนได” ดังนนั้ อุบัย บิน กะอับจงึ กลาววา “ขอสาบานตอ อัลลอฮฺไมม ใี ครสามารถเปน พยานให ทา นได เนือ่ งจากมแี ตพ วกคนรนุ ใหมทงั้ นนั้ โอท า นอะบซู ะอดี จงไปเถดิ ” อะบูซะอีดเลา ตอไปวา “แลวฉนั กไ็ ดไปจนกระท่งั พบกบั อุมรั ฺ แลว กลาววา : “แนน อน ฉนั เคยไดย นิ ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ฺ ศ)กลาวเชน นจ้ี ริง” อลั -บุคอรไี ดร ายงานเหตุการณน้ีแตท วา ทา นไดต ัดตอ และลบบางขอ ความ ตามความเคยชนิ ของทาน ในสว นทว่ี า อมุ รั ขฺ มขูจะเฆีย่ นตีอะบูมซู า ตามความ เคยชินของทา น เพอ่ื ปกปอ ง เกยี รตยิ ศของอมุ ัร(ฺ ๑๕๒) พรอมกับที่ทา นมุสลมิ เองได บนั ทกึ ในศอฮฮี ฺของทา น โดยเพ่ิมคําพดู ของอะบยุ บนิ กะอบั ทพี่ ดู กบั อุมรั วฺ า : “โอบตุ รของค็อฏฏอบ ดงั นน้ั ทานจงอยา ลงโทษศอฮาบะฮฺ ของทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ) เปนอันขาด” แนนอน ทา นซะฮะบียไฺ ดรายงานไวใน “ตซั กริ อตุลฮุฟฟาซ ภาคที่ ๑ หนา ๔ จากรายงาน ของอะบีซะละมะฮฺ ไดก ลาววา ฉนั ไดพ ูดกบั อะบูฮุร็อยเราะฮวฺ า ทา นไดเลาฮะดษี แบบน้ีในสมยั ของ อมุ รั หฺ รอื ไม ? ทานตอบวา “ถาหากวา ฉนั ไดเ ลา ฮะดษี ในสมยั ของอุมรั ฺ เหมอื นอยา งท่ฉี นั เลา อยู อยา งน้แี นน อน เขาจะตอ ง ตฉี นั ดว ยแสของเขาเสียแลว ” ขณะเดียวกนั หลงั จากทีอ่ มุ ัรฺไดห ามการเลา ฮะดีษ และขมขูวา จะเฆ่ยี นตเี ขา ไดกระทําอกี อยางหน่ึง นน่ั คอื การเผาบนั ทกึ ฮะดีษทศ่ี อฮาบะฮฺ ไดร วบรวมกนั ไว วันหนงึ่ เขาไดก ลา วคาํ ปราศรัยตอ ประชาชนวา : ประชาชนทง้ั หลาย แทจ รงิ ไดมี ขา วมาถงึ ฉันวา ใน หมพู วกทานมหี นงั สอื บนั ทกึ กันอยู เพอ่ื อลั ลอฮฺ ฉนั ชอบมนั และตองการทาํ ใหถ ูกตอ ง และเทย่ี งตรง ดงั นน้ั ใครก็ตามอยา ไดมีบันทกึ ใดๆ ไวทีต่ วั เวน แต จะตอ งนํามามอบใหแกฉนั เพื่อฉันจะได พจิ ารณาดใู นนนั้ ตามความเหน็ ของฉนั ” ดังนน้ั พวกเขาคิดวา เขาตองการขอดู เพอื่ จะดาํ เนิน กจิ การใดสักอยา งหนง่ึ มิใหเกิดความขัดแยง ดังนนั้ พวกเขากไ็ ดมอบบนั ทกึ ของพวกเขาใหแกเ ขา แตแลว เขาไดเ ผามนั ดว ยไฟเสียเลย(๑๕๓) เชนเดียวกบั รายงานของอบิ นุอบั ดุล-บัรฺ กิตาบ ญามิอฺ อธบิ ายเรอื่ งความรูแ ละเกยี รตยิ ศของมันวา อมุ รั ฺ บิน ค็อฏฏอบ ตอ งการ จะบันทึกซนุ นะฮฺ ตอจากนน้ั เขาบังเกดิ ความคดิ วา จะไมบนั ทกึ แลว เขยี น สงไปยัง เมืองตางๆ วา ผูใดท่มี ีบนั ทกึ เรื่อง ใดอยทู ่ีตน ก็จงไดล บเสยี เมอ่ื แผนการของเขาเปน ผล ไมวา โดยการขมขู การคาดโทษ การสงั่ หา ม และสงั่ เผาบันทึกฮะ ดษี ตางๆ ยงั เหลอื กแ็ ตศอฮาบะฮฺบางคนท่พี ูดคยุ กนั ถงึ เรื่อง ทีไ่ ดย นิ มาจากทา นศาสนทตู แหง อัลลอ ฮฺ(ศ) ในยามท่ีพวกเขาพบประชาชน เมอ่ื พวกเขาเดนิ ทาง ออกนอกเมืองมะดนี ะฮฺ ซึ่งประชาชนจะ ถามพวกเขาถงึ เร่ือง ฮะดษี ตางๆ จากทา นนบี(ศ) อมุ รั เฺ หน็ วา จะตอ งกักบริเวณบคุ คลเหลาน้ัน ไว
ใน เมืองมะดนี ะฮฺ จงึ สง่ั ใหด าํ เนนิ การปด ก้นั คนเหลา นนั้ และใชม าตรการบีบบงั คบั อิบนุอิสฮาก ไดรบั รายงานจากอบั ดุรเฺ ราะหฺมาน บิน เอาฟว า ขอสาบานตออัลลอฮฺ อุมรั มฺ ิไดต าย จนกวา เขาได สง คนไปยงั ศอฮาบะฮฺของทา นศาสนทตู แลวจดั ให พวกเขาอยูรวมกนั ในทห่ี า งไกลโพน พวกเขา กลา ววา : “ทานจะหามเราหรือ ?” เขากลา ววา : พวกทา นจงอยา ออกไปจากฉนั อยา เลย ขอ สาบานตออลั ลอฮฺ พวกทานอยาไดแตกแยกกับฉนั เลย ตราบใดที่ฉนั ยังมีชีวติ อยู (๑๕๔) ตอ จากนนั้ อสุ มานคอลฟี ะฮฺคนที่สามไดเขา มามีอาํ นาจ ซ่ึงก็ดาํ เนนิ นโยบาย ตามรอยเดิม อยา งไมผ ิดเพย้ี น ไปจากที่สองสหายของเขาไดข ดี เสนไวใหแกเ ขาแต กอนมา ดงั นน้ั เขาจงึ นง่ั บนมิมบัรฺ แลวประกาศอยา งฉาดฉานวา : ไมอนุญาตใหใ ครรายงานฮะดษี ใดๆของทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ(ศ) ท่ฉี ัน ไมเ คยไดย นิ มาใน สมยั ของอะบบู ักรแ ละอมุ ัรฺ (๑๕๕) การปดกน้ั เชนน้ยี งั คงดําเนนิ อยางตอ เน่อื ง จนตลอดชวี ติ ของคอลีฟะฮฺ คนท่ีสาม น่นั คอื ๒๕ ป อนาถจรงิ หนอ ท่กี ารปด ก้ัน มิไดมเี พียงแคใ นชว งเวลาน้นั อยางเดยี ว แตท วา ยังตอ เนอ่ื ง จากนนั้ ไปอกี เม่อื มอุ าวียะฮเฺ ขา มาครองอาํ นาจ เขาอกี คนหนงึ่ ทีไ่ ดขน้ึ บนมมิ บัรฺ แลว กลา ววา : ขอใหพ วกทา นระวงั ฮะดษี ตา งๆ นอกจากฮะดีษท่ีเคยรายงานกนั ในสมัยของอมุ ัรฺ เพราะแทจ รงิ อมุ รั ฺ ขม ขคู นทั้ง หลายใหก ลวั เพ่อื อลั ลอฮฺ ฮะดีษนที้ านมุสลมิ รายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น กติ าบุซ-ซะ กาต บาบวา ดว ยการหามซกั ถาม ในภาคท่ี ๓ บรรดาคอลฟี ะฮฺในราชวงศอ มุ ยั ยะฮไดด ําเนนิ ตามแบบแผนน้ี กลา วคอื พวกเขาไดห า มการ รายงานฮะดษี ของทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) จนกระท่งั บรรดามสุ ลมิ ประสบความเดอื ดรอ นใน ทกุ สมยั ตลอดมา ดวยกระแสตอ ตา น และดว ยการแตง นทิ านตา งๆ ขน้ึ มา ซึ่งมไิ ดทําใหค วาม สมบรู ณใ ดๆ เกดิ ข้ึนแก อิสลามเลย ขอใหท า นศกึ ษาเรอื่ งราวทอี่ ัล-มะดาอินยี อ า งไวใ นตาํ ราของเขา เร่ือง “อลั -อะฮดฺ าซ” วา ; มอุ าวียะฮไฺ ดเ ขยี นบนั ทกึ ฉบบั หนง่ึ สง ไปยงั ขาหลวงของเขา หลงั จากผา น ปอ ัล-ญะมาอะฮแฺ ลว ความวา : ความคุมครองจะตัดขาดจากผูท่ี รายงาน เรอ่ื งใดๆ เกยี่ วกับ เกยี รตยิ ศของอะบตู ุรอบ และอะฮลฺ ลุ บัยตข องเขา (หมายถงึ ทา นอะลี บิน อะบี ฏอลบิ ) ดังนนั้ นกั ปราศรัยทง้ั หลายทว่ั ทกุ เขตแคว น จงึ ลกุ ขึ้นบนแทน เทศนาทกุ แหง เพือ่ สาปแชงทานอะลี พวกเขาได ตดั ขาด และตั้งขอ กลา วหาใหแ กท า นและอะฮฺลลุ บัยตของทา น หลงั จากน้ันมอุ าวยี ะฮฺ ไดบนั ทกึ ถึงขา หลวงของตนในเมืองตางๆท้งั หมดวา : จงอยายอมรับ การเปน พยานของใครก็ตามทีเ่ ปนพรรคพวกของอะลีและครอบครวั ของเขา หลงั จากนัน้ กไ็ ดส ง บนั ทกึ ไปยงั พวกเขาวา ; พวกทา นจะตอ งพจิ ารณาดู คนรนุ กอนพวกทา น จากพรรคพวกของอุ สมานและมติ รสหายของเขา และบรรดา เจา เมอื งของเขา และบรรดาผูที่รายงานเกียรตยิ ศของเขา ดังนน พวกทา นจงเขา รวม ในทีป่ ระชมุ ของพวกเขา จงใกลชดิ และจงใหเ กียรติตอพวกเขา และจง
เขยี น บันทกึ ถงึ ฉัน สาํ หรบั ทกุ ๆ รายงานจากทกุ คนในหมูพวกเขา ทงั้ ช่ือของเขา ขอ่ื บดิ า ของเขา และเครือญาติของเขา ดงั นนั้ พวกเขาจงึ กระทาํ ตามน้ี จนกระทง่ั ชวยกันสง เสริมเกียรติยศ และ ความดงี ามของอุ สมานกันอยางมากมาย คร้นั เม่อื มอุ าวยี ะฮสฺ ง คนไปหาพวกเขา ก็ปรากฏวา มีของขวัญของฝาก เปน ตนวา ผาไหมแพรพรรณ และทรัพยสินตางๆ ที่ถกู จดั สรรมาให และเขายงั ไดสงเสริมในหมูชาว อาหรับ และบรรดาเจา เมอื ง เรอ่ื งเชนนมี้ มี ากมายในทกุ ๆ เมือง พวกเขาตางแขง ขันกันชงิ ชัยตอฐาน ภาพความ เปน อยใู นโลกดุนยา ดังน้ันทกุ คนท่เี ปน คนทาํ งานใหแ กม อุ าวียะฮฺ จะไมถ ูกปฏเิ สธ เขา จะรายงานบอกเลาถงึ ความดีงาม และเกยี รตคิ ุณของอุสมานแลว บนั ทึกช่ือของ ตวั เอง และญาติ มิตรของตวั เองลงไปดว ย พวกเขาจงึ ใชชีวติ อยูกันดว ยความผาสกุ หลังจากนนั้ มอุ าวยี ะฮฺไดเขียน ไปยงั ขา หลวงของตนวา : ฮะดีษในเรื่องของอุสมาน น้นั มมี ากแลว และเผยแพรไ ปยังทกุ เมอื ง ทกุ ภูมิภาคของประเทศแลว ดังน้นั เมือ่ จดหมายของฉนั ฉบบนั ี้มาถงึ พวกทาน ก็จงเรียกเชิญประชาชน ใหรายงาน ใน เกียรตยิ ศของศอฮาบะฮฺ และคอลีฟะฮสฺ องทา นแรก และจงอยาไดละเลยสกั เรอ่ื ง เดียว ที่เก่ยี วกบั อะบูตรุ อบ ไมว า จะรายงานโดยมุสลมิ คนใด เวน แตว า พวกทาน จะตอ งมอบ รายงานท่ีขดั แยง กับเขาในเรอ่ื งศอฮาบะฮฺ ดงั นน้ั น่ีคือเรอื่ งที่ฉนั ชอบยงิ่ นกั และเปน ทเี่ ยน็ ตาแกฉ นั และฉันจะคัดคา นหลกั ฐานของอะบูตรุ อบแล ะ พรรคพวกของเขา และฉันจะยงิ่ เพ่มิ พนู เกยี รติคณุ ความดงี ามของอสุ มานให หนักแนน มากยง่ิ ๆ ขึน้ แลวหนงั สือของเขาไดถ ูกนาํ มาอา นตอหนา ประชาชน ดังนน้ั เรือ่ งราวตางๆ มากมายในเกยี รติ คุณของศอฮาบะฮฺไดถ ูกประดิษฐข ึน้ มา โดยไมม มี ูลความจรงิ และประชาชนกไ็ ดพ บกบั รายงานที่ บอกเลาอยูในแนวทางเชน น้ี จนกระทง่ั ไดม กี าร แพรห ลายเรื่องเชน นนั้ บนมมิ บัรทฺ ง้ั หลาย และได ถกู นาํ มามอบใหแ กบ รรดาผรู ู ทเี่ ปนนกั เขยี นตํารา แลวพวกเขากไ็ ดสอนลูกศษิ ยและเยาวชนของ พวกเขา จน กระทงั่ พวกเขาไดา ยงานบอกเลา และไดส อนตอ ๆ กนั ไป เหมอื นกบั สอนอัล-กุรอฺ าน จนกระทัง่ พวกเขาไดสอนบรรดาลกู สาว ภรรยา คนรบั ใชข องพวกเขา โดยพวกเขาจะใชชีวติ อยู เชนนน้ั ตามทอ่ี ัลลอฮทฺ รงประสงค หลังจากนัน้ เขาไดเขียนบันทึกอกี ฉบับหนง่ึ ไปยงั เมืองตา งๆ ทงั้ หมด วา : “พวกทานจงพจิ ารณาดบู คุ คลทแี่ สดงตัวอยางเปดเผยวา รักอะลแี ละ ครอบครวั ของเขา ดังนนั้ จงลบชอื่ ของเขาเสยี จากบญั ชี และจงหยุดการใหข องกํานัล และคา ครองชีพ” ตอ จากนนั้ เขา ยงั เขยี นแนบไปอีกแผน หน่งึ ดวยวา : “และคนใดทไ่ี ดถูกตัง้ ขอ หาวา สวามิภักดกิ์ ับบรรดาชนกลุม นนั้ กจ็ งลงโทษเขา และจงทาํ ลาย บา นเรือนของเขาเสยี ” ความเลวรา ยท่ีไหนกม็ ิได รนุ แรงและมากกวา ที่อิรคั โดยเฉพาะทเ่ี มอื ง กฟู ะฮฺ แมก ระทง่ั วา ชายคนหนง่ึ จากพรรคพวกของอะลี ซ่ึงมีคนทเ่ี ชอื่ ถอื เขา ไดม าหาเขา ก็จะตอ ง พบกนั อยา งลบั ๆ และหลบซอ นคนรบั ใช ขา ทาสของตัวเอง และจะไมก ลา พดุ อะไรดว ย จนกวา ได
สาบานกนั อยา งรุนแรง เสยี กอนเพอ่ื ใหเ ขาปกปด ความลบั ดงั นน้ั จงึ ไดเกิดฮะดษี ปลอมข้ึนอยา ง มากมาย และมกี ารใสรา ยกันอยา งแพรห ลาย บรรดานักการศาสนา นกั ตัดสนิ คดคี วาม และ ผู สวามิภักดิ์ ตางก็อยูกนั อยา งน้ี บรรดาคนท่ีมเี กียรติจงึ ไดแกนกั อาน นักรายงาน และบรรดาคน ออ นแอทแี่ สดงตนวา นอบนอ มถอ มตน เครงครดั ในพธิ ีกรรม พวกเขาจงึ สรา งฮะดษี ปลอมขึน้ มาเพอ่ื แสวงหาโชคลาภจากนักปกครอง และเพอื่ ความใกลช ิดกับทน่ี ่ังของคนเหลานั้น และพวกเขาก็ ไดรบั ทรัพยสนิ เงนิ ทอง และตาํ แหนง เพอื่ ใหเรื่องเลา และฮะดีษเหลา นนั้ ถา ยทอดไปถงึ มือผู บันทกึ ซง่ึ มิได วเิ คราะหใ หถ อ งแทว า เปน ความเทจ็ และการใสร าย ดังนน้ั พวกเขาจึงยอมรับ และ รายงานไว โดยเชอ่ื ถอื วา เปนเรือ่ งจรงิ แตถ าหากพวกเขารูส กั นิดวา นน่ั คือ ความผิดพลาด แนน อน พวกเขาจะไมยอมรายงานถา ยทอด และจะไมย อมบนั ทึก เรือ่ งเหลา นนั้ ไวเ ปน อนั ขาด (๑๕๖) ขอกลาว ณ ท่ีนวี้ า ผแู บกความรับผิดชอบในเรื่องเหลา นท้ี ั้งหมดก็คอื อะบู บกั ร อุมัรฺ และอุ สมานนน่ั เอง เพราะพวกเขาหา มการบนั ทกึ ฮะดษี ศอฮีฮจฺ าก ทา น ศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ) ดว ย การประกาศขม ขูใ หก ลัววา ซุนนะฮจฺ ะปะปนกบั อัล-กุรฺอาน น่คี อื คาํ พดู ของพวกใหก ารสงเสรมิ สนับสนนุ คนเหลานน้ั และน่ีคือ การ ประกาศทนี่ าขบขนั คิดดูเถดิ อลั -กุรฺอานกบั ซนุ นะฮฺ เปน นํา้ ตาล กับเกลอื หรอื อยา งไร ซง่ึ ถา มนั ทงั้ สองปะปนกนั แลว ก็มอิ าจแยกแยะอยางใดอยา งหนง่ึ ออกจาก กันได จนกระทง่ั วา นา้ํ ตาลกบั เกลอื มอิ าจปะปนกนั ได เพราะแตล ะอยา ง จะมี คุณสมบตั เิ ฉพาะของตัวเอง ฉะนนั้ บรรดาคอลฟี ะฮหฺ มดวสิ ัยจรงิ หรอื ตอ การท่จี ะ บันทกึ อัล-กุรฺ อานไวในหนงั สอื บันทกึ หนึง่ โดยเฉพาะ แลว บันทึกซนุ นะฮฺทานนบี ไวใ นหนงั สอื บนั ทกึ อีกเลม หน่ึง โดยเฉพาะ เหมือนอยา ง ท่ีเปนอยใู นสมัยปจจุบันนี้ และอยางในสมัยของทา นอุมรั ฺ บิน อบั ดลุ - อะซซี (ร.ฎ) แลว ทาํ ไมซุนนะฮฺจึงมิได ปะปนกับอัล-กุรฺอานเลยถงึ แมว า ฮะดีษจะถูกบนั ทกึ เปนรอยๆ เลม แมศอฮฮี บฺ คุ อรี ก็ไมปะปนกับศอฮฮี มฺ ุสลิม ไมป ะปนกบั มสุ นดั อะหมฺ ดั และไมป ะปนกบั มวุ ฏั เฏาะ ของอมิ ามมาลกิ นบั ประสาอะไรกบั ท่ีวา จะปะปนกบั อัล-กุรฺอานอนั ทรงเกียรติ นคี่ อื ขออา งอนั ออนแอ ดุจใยแมงมมุ ทีไ่ มอ าจเปน หลักฐานใดๆ ได หากแต ในทางตรงขาม นน่ั คอื หลักฐานท่แี สดงใหเหน็ ในทางตรงกนั ขามอยา งชดั เจน ดงั ทท่ี า นซุฮรฺ ีย ไดรบั รายงานจากอุรฺ วะฮฺ วา อุมรั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ ตอ งการจะบนั ทกึ ซุนนะฮฺ ดงั นน้ั เขาจงึ ขอความเหน็ จากบรรดาศอ ฮาบะฮฺ ของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) พวกเขาจงึ เสนอแนะแกเขาวา ใหบนั ทกึ ได แตอมุ ัรฺไดท ํา พธิ ีขอทาง เลอื กจากอัลลอฮใฺ นการนีเ้ ปน เวลาหนงึ่ เดอื น ตอ มาเชา วนั หนึง่ เขาไดพ ดู วา : ฉนั เคย ตองการทจี่ ะบนั ทกึ ซนุ นะฮฺ และเคยพดู เรอ่ื งนีก้ ับคนกลมุ หนง่ึ กอนจะพูด กบั พวกทา น พวกเขาได เขยี นหนงั สือข้ึนเลมหนงึ่ แลว กย็ ดึ ถือหนังสือเลม นน้ั กัน โดยทอดทิง้ กติ าบลุ ลอฮฺ ขอสาบาน ตออลั ลอฮฺ วา ฉันเองจะไมน าํ สิ่งใดมาปะปน กับกิตาบุลลอฮเฺ ลยเปนอนั ขาด (๑๕๗)
โปรดพจิ ารณา รายงานบทนเี้ ถิดทา นผูอาน บรรดาศอฮาบะฮฺของทานศาสน ทูตแหง อัลลอฮฺ (ศ)ไดเ สนอใหอ ุมรั ฺบันทกึ ซนุ นะฮฺตา งๆ แตเขาไดฝาฝน คนเหลา นน้ั ทงั้ หมด แลวเผดจ็ การตามความ คิดเหน็ ของเขาเอง ดว ยการอางวา คนพวกหนง่ึ กอนหนา คนเหลานน้ั ไดเ ขยี นหนงั สอื ข้นึ เลมหนง่ึ แลวยึดถือกนั แตหนงั สือเลม นัน้ กันจนถงึ กับละทง้ิ กติ าบุลลอฮฺ ขออางทว่ี า ดวยการชูรอ ตามทีอ่ ะฮฺลซิ ซนุ นะฮฺ วลั -ญะมาอะฮนฺ ยิ ม ยกยองกันไปอยเู สียท่ไี หน บรรดาคนเหลาน้ันทย่ี ึดถอื หนงั สือ ของพวกเขา เลม นน้ั แลวทอดทงิ้ กติ า บลุ ลอฮฺ อยทู ไ่ี หน เราไมเ คยรับรูเรอ่ื งราวของ พวกเขาเลย นอกจากในจินตนาการของอมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ สมมติวา คนเหลา นน้ั จะมีจรงิ ตามทท่ี า นอา ง ก็ไมจ าํ เปน วา จะตอ งนํามาเกย่ี วขอ งกนั ใน เมอื่ คนเหลา นนั้ เขียนหนงั สอื ขึน้ มาจากทศั นะของพวกเขาเอง เพอ่ื ดดั แปลงอัล-กุรอฺ าน ดังมี โองการ ในอลั -กรุ อิ านอนั ทรงเกยี รติ ความวา :ดังนนั้ ความวิบตั จิ ะไดแกบ รรดาผูซ ่ึงเขยี น คมั ภีร ดว ยมอื ของพวกเขาเอง ตอ จากนน้ั พวกเขากลา ววา นค่ี ือสง่ิ ที่มาจากอัลลอฮฺ เพ่อื จะไดแ ลกเปลยี่ น ส่งิ นนั้ ดวยราคาเพียงเลก็ นอ ย ดังนน้ั ความวิบัติจงึ ไดแกพวก เขา ตามทพ่ี วกเขาขวนขวาย (อัล-บะ เกาะเราะฮฺ: ๗๙)สว นการบนั ทกึ ซนุ นะฮฺ จะตองมใิ ชเ ชนนนั้ เพราะมนั เปน สง่ิ ทถ่ี ายทอดมาจาก ทานนบี ผเู ปน มะอฺซมู ไมพ ูด จากอารมณ มนั มใิ ชอนื่ ใด นอกจากเปน วะหยฺ ทู ี่ไดถกู ประทานมา และน้ันคอื สง่ิ ที่อธบิ ายถา ยทอดความหมายของกิตาบลุ ลอฮฺ พระองคท รงตรสั วา : และเราได ประทานขอเตือนสติมายงั เจา เพื่ออธิบายแกค นทง้ั หลายในสิง่ ทถ่ี กู ประทานมายงั พวกเขา” (อนั - นะฮลฺ :ุ ๔๔)แนนอน ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) เคยกลา ววา : “อัล-กรุ ฺอานและสง่ิ ทเ่ี หมือนกบั มนั ไดถูกประทานมายงั ฉันพรอ มกับมนั ” นค่ี อื สง่ิ ทถ่ี กู ยอมรบั สําหรบั คนท่ีรจู กั อลั -กุรฺอาน เพราะในน้ัน ไมมีเรือ่ งนมาซทง้ั หา ไมม ีเร่ืองปรมิ าณการจา ยซะกาต ไมม ีกฎเกณฑใ นการถอื ศลี อด ไมมี กฎเกณฑใน การบําเพ็ญฮจั ญ ตลอดจนกฎเกณฑอ นื่ ๆ อีกมาก ทที่ านศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ได อธบิ ายไว สําหรบั ทกุ อยา งเหลานี้ อลั ลอฮฺทรงตรัสวา : และสิง่ ใดท่ีศาสนทูตได นาํ มายังพวกเจา ดังนนั้ จงยึดถอื ไวเถดิ และสง่ิ ใดท่เี ขาหามพวกเจา ดงั นน้ั จง หยุดย้งั เสียเถิด” พระองคทรงตรสั วา : จงกลา วเถิด ถาหากพวกทานรกั อัลลอฮฺ ดังน้ัน จงปฏบิ ตั ิ ตามฉัน แลว อลั ลอฮฺจะทรงรักพวกทา น” อมุ ัรฺนาจะรจู กั กิตาบลุ ลอฮฺ และยดึ ถืออยา งจรงิ จงั เพ่อื จะไดเรยี นรถู งึ หลกั ปฏบิ ัตติ ามคาํ สงั่ ของของทา นศาสนทูต และเขาจะไมถกู วพิ ากษว ิจารณ และ ไมถ กู ตาํ หนิติเตียนในเรอ่ื งนน้ั (๑๕๘) เขานา จะรูจกั กิตาบลุ ลอฮฺและยึดถืออยางจริงจงั เพือ่ จะเรียนรูเรอื่ ง อลั - กะลาละฮฺ (๑๕๙) ซึ่งเขาไมอาจเขาใจได จนตาย และในสมยั ทเี่ ขาเปน คอลฟี ะฮฺ เขาไดตดั สินความในเรื่องนั้นหลาย รูปแบบ และขัดแยง กนั เอง และเขานา จะรจู กั กติ าบลุ ลอฮฺ แลว ยดึ ถืออยา งจรงิ จัง เพื่อจะเรียนรู กฎเกณฑก ารทาํ ตะยมั มุม ซ่งึ เขาไมเ คยรูเรื่องนมี้ ากอน จนกระท่ังสมยั ท่เี ขาเปนคอลฟี ะฮฺ และเขา เคยออกคํา วนิ ิจฉัยวา ใหทงิ้ นมาซไปเลย สําหรบั คนท่ไี มมนี าํ้ ทาํ วฎุ อ( (๑๖๐) และเขานา จะ รูจกั กิ
ตาบุลลอฮฺและยดึ ถอื อยา งจรงิ จงั เพื่อจะเรยี นรกู ฎเกณฑก ารฏอลาก สองวาระ โดยใหชาย ครอบครองนางดว ยคณุ ธรรม หรือใหห ยา นางดว ยความดี ซง่ึ เขาได กําหนดใหเ ปนฏอลากสอง วาระไดโดยการหยาครง้ั เดยี ว เขาไดใ ชความเหน็ และการวินิจฉยั ของเขาคัดคานกับกฎของอลั ลอฮฺ และโยนกฎของอัลลอฮฺทง้ิ ทข่ี า งฝา ความจริงทีม่ ิอาจปฏิเสธไดอยา งหน่งึ คือ บรรดาคอลฟี ะฮเฺ หลา น้ีไดหา มการ เผยแพรฮะดษี และขมขคู นทบี่ อกเลาฮะดษี และกกั บริเวณ เพราะฮะดษี เหลา นน้ั จะเปดโปงแผนการรายของพวก เขา เพราะพวกเขามิอาจใชห ลกั การตีความฮะดีษ ใหเ หมือนอยา งทีพ่ วกเขาตีความหมายของอลั - กุรอฺ านไดเ ลย เพราะ กิตาบุลลอฮฺ นนั้ เปน หลกั การทน่ี ิ่งเงยี บ และใหความหมายไดห ลายแงห ลาย มมุ สว นซนุ นะฮนฺ บี เปน คาํ สอน และการกระทําของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ) จงึ มอิ าจมใี ครสกั คน สามารถจะปฏเิ สธได ดว ยเหตนุ ี้ ทา นอะมีรุล-มุมนิ นี อะลไี ดก ลา วกับอบิ นุอับบาส ตอนทที่ า น สง เขาไปประทว งพวกคอวารจิ ญวา : “จงอยาเถยี งกบั พวกเขาดวยการ อางอัล-กรุ อฺ าน แตจงทวง ตงิ พวกเขาดว ยซุนนะฮฺ เพราะคนเหลานนั้ ไมส ามารถ หาทางหลีกเลย่ี งได”(๑๖๒) อะบูบกั รมอบตําแหนงคอลีฟะฮใฺ หอมุ รั ฺสหายรกั ของตน ซ่ึงขดั กับคําปกาศิต อันชดั แจง อิมามอะลี(อ)ไดกลา วในเรอื่ งนวี้ า “อยา งไรกด็ ี ฉันขอสาบานตอ อลั ลอฮฺ แนนอน บุตรของอะบี กุฮาฟะฮฺ ไดสวมใสส ิ่งนน้ั ทงั้ ๆ ทเ่ี ขาก็รวู า สถานะของฉนั กบั สงิ่ น้นั สมั พนั ธก นั เหมอื นเดอื ยโม กบั ครกโม กระแสน้าํ ไดไ หลหลากลวงเลยไป จากฉนั โชคมไิ ดอ ํานวยใหฉ นั ดงั นน้ั ฉันจาํ ตอ งลดตวั ลง สอู าภรณอ นื่ แลว เฝามอง มันอยูดว ยความปวดรา ว ฉันเคยคดิ วา จะทาํ อยา งไรดี ระหวา งการ กระโจนเขา ไปยึดส่ิงนน้ั กบั มือในทนั ใด หรือจะอดทนอยูกบั หนามทที่ ่ิมตําตาอยู เขาอยอู ยา งนนั้ ไปจนแกช รา จนเด็กตวั เลก็ ไดก ลายเปนคนหนมุ จนผศู รัทธากลายเปน คนกระดา ง จนกระทงั่ เขา กลับคนื สพู ระผูอ ภบิ าลของเขา ฉนั เหน็ วา แทจ รงิ ความอดทนตอ เหตกุ ารณ คือความจาํ เปน สําหรบั ฉนั ฉะนนั้ ฉันจึงอดทนกบั เศษขยะในดวงตา และกับหนามแหลมทต่ี าํ ตดิ ในลําคอ ฉนั ได เห็นมรดกของฉนั ถกู ปลน ไป จนกระทงั่ คนแรกไดผานพน ไปตามเสน ทางของเขา แลว เขากส็ ง มอบ สิง่ นนั้ ตอ ไปยังบุตรของ คอ็ ฏฏอบหลังจากเขา (ชา งแตกตา งกนั เสยี นก่ี ระไร ระหวา งวนั ของฉันอนั ขมข่นื กับวนั ของฮัยยาน พช่ี ายของญาบริ )ฺ แปลกจรงิ หนอ ในระหวา งทเ่ี ขามีชวี ิตอยนู ้นั เขาปรารถนาทจ่ี ะผละจาก ตาํ แหนง นนั้ เหลอื เกนิ แตเ ขาไดน าํ ตาํ แหนง นั้นไปผูกมัดไวกับอกี คนหนง่ึ หลังจาก เขาเสยี ชวี ติ พวกเขาแบง ปน นํ้านมของ มันอยา งชาญฉลาดในระหวา งพวกเขาเอง ส่งิ น้จี งึ ทาํ ใหตําแหนงคอลีฟะฮตฺ กอยูในการปด ลอมท่ี แนน หนา ดวยคําปราศรัย ทห่ี ยาบคาย และสมั ผัสทห่ี ยาบกระดาง ความผดิ พลาดหลายอยา งๆ ได ถูกสรา งขน้ึ และไดถูกอภัยใหเ ชนกนั ”(๑๖๓)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329