อัล บคุ อรีไดรายงานในซอเฮียะหของทา น กิตาบ อลั ฮัจญ บาบวา ดว ย การเย่ยี มเยียน ในวัน เชอื ดสัตว รายงานจากทา นหญิงอาอชิ ะฮ เลา วา : พวกเรา ไดทําฮจั ญพ รอ มกับทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ดงั นนั้ เม่อื เราผา นวนั เชอื ดสตั วแลว นางซอฟย ะฮ มปี ระจาํ เดอื น ครน้ั ทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) ตองการนางตามวสิ ัย ของ สามีทต่ี อ งการจาก ภรรยาของตน ดงั นั้นฉนั จงึ พูดวา : “โอ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ แทจ รงิ นางมี ประจําเดอื น” แปลกจริงๆ ทีน่ บีคนนีช้ อบรว มประเวณกี บั ภรรยาของตนใหค นเหน็ และยังบอกภรรยาอีกคน หนง่ึ ของตวั เองใหร ูอกี ดว ย จนนางตอ งบอกใหเ ขาทราบวา นางคนนนั้ (ซอฟยะฮ) มปี ระจาํ เดือน ในขณะทนี่ างคนนนั้ เอง ยงั ไมร ูอะไรเลยสักส่ิงเดยี ว ทานนบไี มล ะอาย! เชนเดียวกนั ทานมุสลมิ ไดร ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กิตาบวาดว ย เกยี รตยิ ศ บาบวา ดวย เกยี รตยิ ศของอสุ มาน บิน อฟั ฟาน วา : รายงานจากทา นหญิงอาอชิ ะฮ ภรรยาของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) และทานอสุ มาน ทง้ั สองทานไดเลา วา อบูบกั รไดขออนุญาตตอทา น ศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศ็อลฯ) เพอ่ื เขา พบ ในขณะท่ที า นกําลงั นอนหม ผาของทา นหญิง อาอิชะฮอ ยบู นที่นอน ทา นจงึ ใหอ นญุ าตแกอบบู กั ร ทา นยงั อยใู นลกั ษณะเชน นนั้ ตอ ไป จนอบบู กั รเสร็จ กจิ ธุระในการพดู คยุ กับทา น แลว อําลาออกไป ตอมา ทา นอุมรั ได ขออนุญาต อกี ทา นกอ็ นญุ าตใหเ ขาเขา มา ในขณะทที่ า นยังอยูในสภาพ เชนนนั้ เมอ่ื ทานอุมรั เสรจ็ จากกจิ ธุระกบั ทา นกอ็ าํ ลาจากไป ทา นอุสมานเลา วา ตอ จากนัน้ ฉนั ไดข อ อนญุ าต เพ่ือเขาพบทา น ทา นจงึ ลกุ ขนึ้ นงั่ แลงกลากบั ทา นหญงิ อาอิชะฮวา : จงรวบผา ของเธอมารวมไวบนตวั เธอเถิด” (หมายถงึ ใหน างปกปด รา งกาย ดว ย เส้ือผาเสียใหเรียบรอ ย)แลว ฉนั กพ็ ดู คยุ กับทา นจนเสรจ็ ธรุ ะ จากนนั้ ก็ อาํ ลา จากไป ดังนน้ั ทา นหญงิ อาอชิ ะฮจ ึงกลาวกับทานวา : โอท า นศาสนทตู แหง อัลลอฮ ทาํ ไม ฉนั ไมเหน็ วา ทา นจะ ละอายตออบบู กั ร และทา นอมุ ัร(ขอใหอ ลั ลอฮ ทรงพอพระทัยตอทา นทง้ั สอง) ใหเหมือนกบั ทที่ า น ละอายตอ ทา นอุสมาน ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)กลาวตอบวา : แทจ ริงอสุ มานเปนคนขอี้ าย ฉนั จงึ กลวั วา ถา หาก อนุญาตใหเ ขาเขา มาในลกั ษณะเชนนน้ั เขาจะพูดคุยในกิจธรุ ะของเขา ไมส ําเรจ็ ” อะไรกันน่ี! นบีไดใ หการตอนรับสาวกของทาน ในขณะทีย่ ังนอนคลมุ ผา หม กบั ภรรยา บนท่ี นอน และมีภรรยาอยขู างๆ ในชุดทีเ่ ปด เผย จนกระทงั่ อสุ มานเขา มา จึงไดน่ัง แลว ส่งั ภรรยาของตนวา ใหร วบผาวางบนตวั ของนาง ทา นนบเี ปด เผยอวัยวะพึงสงวน !
อลั บุคอรไี ดรายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดวยการนมาซ บาบวาดวย รังเกยี จการเปด อวยั วะพงึ สงวนในนมาซ และเชน กนั ทานมุสลิมไดร ายงานไวใน กิตาบวา ดว ยประจาํ เดอื น บาบวา ดว ย การเนน ใหร กั ษาอวยั วะพงึ สงวน รายงานจากญาบริ บนิ อบั ดลุ ลอฮ กลา ววา : ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) เคยยายหนิ ดาํ ท่อี ลั กะอบฺ ะฮร วมกบั พวกเขา และบนตัวทานมีผา นงุ ผนื หนึง่ ดงั นนั้ ทานอบั บาส ลุงของทา นไดกลาว กับทานวา : “โอห ลานเอย ถา เธอไดย กผา นงุ ของ เธอขน้ึ ไวบ นไหล มนั จะไดร องหนิ ไว” เขาเลา ตอ ไปวา : แลว ทา นก็จดั แจงยกมนั ขนึ้ ไปวางบนไหลสองขา งของทา น ซง่ึ ชายผา กย็ งั ยนื่ ลงมาปกคลุมทา นอยู แตแ ลว หลังจากน้ัน ปรากฏวา อวยั วะพึงสงวนของทา น(ศ็อลฯ) ปรากฏใหเหน็ ดูเถิดทา น การกลา วหาดวยเรื่องเหลวไหลตางๆ ประดงั ลงบนตวั ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ)ผซู ง่ึ กําหนดใหความละอาย เปน เสาหลกั ของความ ศรทั ธา และเปน ผูซ่งึ มีความละอายเกินกวา จะ มผี แู กตวั แทนคนใดจะระมัดระวัง ให ไมพ อเพยี งที่พวกเขาจะรายงานในเรอ่ื งต่ําสถลุ เร่อื งการเปด แขง ขา ตอ หนา ซอฮาบะฮ จนกระท่งั ตงั้ ขอกลา วหาวา ทา นเผยอวยั วะพึงสงวน ตามรายงานทถ่ี ูก กุขนึ้ มา เชน บทนี้ หรอื วา ในทัศนะของพวกเขา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) เปน คนเหลวไหลถงึ เพียงนี้ คือเชอื่ ฟง ลงุ ของทา น แลว เปดอวัยวะทอ่ี จุ าดตา ของตนตอ หนา คนอ่ืน ๆ อซั ตัฆฟรลุ ลอฮ อัลอะซีม(ขา ขออภยั โทษ ตออัลลอฮผทู รงยง่ิ ใหญ) ตอ คาํ กลา ว ของพวก ชัยฏอน มารรา ยทง้ั หลายทีเ่ สกสรรปน คาํ พูดแกอลั ลอฮ และ ศาสนทตู ของพระองค นี่คือ ศาสนทตู (ศ)ผู ซ่ึง ไมเ คยมใี ครไดเห็นอวยั วะพงึ สงวน ของทา นแมจ ะเปน ภรรยาทง้ั หลายของทา นเอง ซงึ่ เปน คนใกลช ิด ท่ีสดุ กับอวยั วะ พงึ สงวนของทา น ซ่งึ หลักศาสนาอนญุ าต ใหเ ผยอวัยวะพงึ สงวนของทา น ใหพ วก นาง เหน็ ได แตถงึ กระนั้น มารดาแหง ศรทั ธาชน อาอชิ ะฮเ คยกลาววา : “ฉนั ไมเคย มอง และไมเ คยเหน็ อัวย วะเพศ ของทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ (ศ)แตอ ยา งใดเลย” (๑๙๑) ในเมอ่ื พฤตกิ รรมของทาน เปนอยาง นี้ กับบรรดาภรรยาของทานเอง ซงึ่ พวกนางเคยอาบนา้ํ รว มกบั ทาน ในภาชนะเดียวกนั แตท านกย็ งั ปกปด อวัยวะ พงึ สงวนของทา น ตอ พวกนาง จนพวกนางไมมโี อกาสไดเหน็ ทาน ในทาเปลือย เลย ถาม วา ทา นจะทาํ อยา งไรกบั ซอฮาบะฮ ของทา น และผคู นทวั่ ๆไป ใชแลว ทงั้ หมดน้ี ลว นมาจากการอปุ โลกนของนักเลา นทิ าน ในหมูพ วก ตระกูลอมุ ยั ยะฮ ซงึ่ ไม เคยมีความสาํ รวมในเรอื่ งใดเลย ในเมื่อ คนเปน คอลฟี ะฮ ในหมพู วกเขา และเปน อมรี ลุ มุอมนิ นี ถึง ขนาดเคยตีกลองใหเ ขาจงั หวะการขบั ขาน ของนกั กวี ทบ่ี รรเลงเปน เพลงรกั ๆใครๆ แลวลุกข้นึ ยนื เปด อวยั วะเพศของตน เพอ่ื ใหเ ขาจมุ พติ องคชาติ จึงมิใชเ รอ่ื งแปลก ในภายหลงั จากนนั้ ตอ การทพ่ี วกเขา เปดเผยอวัยวะพงึ สงวนของทานนบี และโรคทางจติ ชนดิ น้ีกไ็ ดแพรเ ช้อื ไปจาก พวกเขา จนปจ จุบนั น้ี ได กลายเปน ของธรรมดา สาํ หรบั คนบางกลมุ ทไี่ มมธี รรมะ ซ่งึ ไมยึดหลกั จริยธรรม และความละอาย ซึ่ง
จะมีลานและศูนยสําหรบั เปลอื ยกาย อยตู ามท่ีตา งๆ ทกุ แหง รวมกนั ไปทง้ั หญงิ และชาย ภายใตค ํา ขวญั ทวี่ า “โอพ ระเจา บดั นเี้ รากาํ ลงั อยใู น สภาพทพี่ ระองคสรางเรามา” ทา นนบีทาํ ผิดพลาดในการนมาซ อลั บคุ อรไี ดรายงานในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบอัลอะดาบ บาบวาดว ย สงิ่ ท่ี อนญุ าตใหคน ทั้งหลายเตือนได ทานมุสลมิ ไดรายงานในซอเฮียะหของทา น กิตาบ วาดว ย มัสยิดท้งั หลาย และ สถานทที่ ํานมาซ ในบาบวาดว ย ความผดิ พลาด ในการ นมาซ และสุ ูด รายงานจาก อบี ฮุร็อยเราะฮก ลา ววา : ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ไดนมาซซุฮร กับพวกเราสองรอกะอตั แลว ใหส ลาม ตอจากนน้ั ทา นก็ลกุ ออกไปยังขอนไม ดา นหนา มัสยดิ แลววางมอื ของทา นลงไปบนนนั้ คนในกลมุ วนั น้นั มอี บบู กั รและอุมัรดวย ทั้งสองถลาออกไปเพื่อจะพดู กับทาน และคนทงั้ หลายกว็ งิ่ กรู ออกไป พวกเขากลาววา : “การนมาซไดถ กู ยอ ลงแลว ” และมคี นหนงึ่ ในกลมุ ที่ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) เรียก เขาวา “ซลุ ยะดยั น” เขากลาววา : “โอทา นนบีของอลั ลอฮทานลืม หรอื วา ทา นยอ นมาซ” ทานตอบวา : “ฉนั ไมไดลืม และไมไดยอ นมาซ” พวกเขากลาววา : “ทา นลมื แนแ ลว โอท า นศาสนทูตแหง อัลลอฮ” ทา นตอบวา : “ทานซลุ ยะดยั น พูดถกู แลว ” ดงั นน้ั ทา นจงึ นมาซอกี สองรอกะอัตแลว ใหส ลาม ตอ จากนน้ั ทา นก็กลา ว ตักบรี ฺ แลวสุ ดู นานพอๆ กบั สุูดท่ีทา นเคยทาํ หรือนานกวา นนั้ ตอ จากนน้ั ทานกย็ กศีรษะข้นึ แลว กลา วตักบรี ฺ แลว กม ลงอีกนานพอๆ กบั สุดู ทที่ านเคยทาํ หรอื นานกวา นนั้ ตอ จากนนั้ ทา นก็ยกศรี ษะข้นึ แลว กลา วตกั บีรฺ (๑๙๒) เปนไปไมไ ด ทที่ า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮจะหลงลมื ในนมาซ จนไมร ูวา นมาซไปเทาไหรแ ลว ซ้ํา เมือ่ มคี นพดู กบั ทานวา ทา นยอ นมาซหรือ ทานยงั พดู อกี (วา ฉันไมไ ดลืม และไมไ ดย อ ) มันเปน ความ เทจ็ ทที่ าํ ขึน้ เพอ่ื แกต วั ใหก บั บรรดาคอลีฟะฮใ นหมพู วกเขา ทโ่ี ดยมากจะมาทาํ นมาซในขณะเมามาย จนไมรูวา ทาํ นมาซ ไปเทา ไหรแลว ชวี ประวัตทิ า นเจาเมืองของพวกเขา ทน่ี ําพวกเขานมาซ ศุบฮ ๔ รอ กะอตั แลว หนั ไปหาพวกเขา พลางกลาววา “จะใหฉนั ทาํ เพิม่ แกพ วก ทา นอีก หรือวา เพียงพอแกพ วก ทานแลว” อนั เปน เรื่องทีเ่ ลือ่ งลอื อยใู นตาํ รา ประวัติศาสตร เชนเดียวกบั ทที่ า นบุคอรีไดร ายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น กติ าบุลอะซาน บาบวา ดว ย เม่ือ ผชู ายยนื ดา นซา ยของอมิ าม ทา นเลา วา มรี ายงานจากอบิ นุอบั บาส (ร.ฎ)กลาววา : ฉนั ไดน อนที่ บา นทา นหญิงมยั มูนะฮใ น คนื ทที่ า นนบี(ศ็อลฯ) อยูก ับนาง แลว ทา นไดท ําวฎุ อ ตอจาก นนั้ ทา นไดยืนขึน้ นมาซ สวนฉันยนื อยดู า น ซา ยมือของทา น แตท านไดจ บั ตัวฉัน ใหม าอยทู างดา นขวา แลวทา นกน็ มาซ ๑๑ รอกะอัตตอจากนน้ั
ทา นกน็ อนตอ ไป จนกระทง่ั ทานกรน ซงึ่ ในยามนอน ทา นจะกรน ตอ จากนน้ั มุอซั ซนิ ไดม า แลว ทา นก็ ออกไปนมาซ ท้ังๆ ท่มี ไิ ดท าํ วุฎอ อัมรก ลาววา แลว ฉันไดเ ลาเรื่องนี้แก บุกยั ร ดังนั้นเขาไดกลา ววา : ทานกุรบี ไดเ ลาเรอ่ื งนใ้ี หฉนั ฟงแลว ตวั อยา งรายงานตา งๆ อนั เปน การใสค วามเทจ็ แกท านศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) เหลา น้ี ทําใหบรรดาพวกเจา เมอื ง และชนชนั้ ปกครองจากตระกลู อุมัยยะฮแ ละอับบาซยี ะฮตลอดถึงคนอนื่ ๆ ทําหละหลวมกบั การนมาซ การทาํ วุฎอ และกับทุกสงิ่ ทุกอยา ง จนกระทง่ั กลายเปน ประเพณีทร่ี กู ัน สําหรบั พวกเราวา “การนมาซของชนชนั้ ผนู าํ คือ วนั ศกุ ร กับ วนั อดี ” ทานนบสี าบานแลว กลบั คาํ อัลบคุ อรไี ดรายงานไวใ นศอฮฮี ก ิตาบวา ดวย อัลมะฆอซยี ประวัติของ อัมมาน และบาหเ รน บาบวา ดว ยการเดนิ ทางมาของพวกอัชอะรยี และ ชาวเยเมน รายงานจากอะบี กิลาบะฮฟ ง จากซะดมั กลา ววา : เมอื่ อบูมซู า เดินทางมาถึง(เมืองกฟู ะฮใน ฐานะเปน เจา เมอื ง) ก็ไดรับเกียรตอิ ยางดี จาก ครอบครัวของญะรมิ และพวกเราไดน งั่ ขา งๆ เขา ในขณะทีเ่ ขารบั ประทานเนอ้ื ไก เปน อาหาร ในชนกลมุ น้ัน มชี ายคนหน่งึ นง่ั อยดู ว ย เขาจงึ เรยี กใหเขา ไปรวมรับ ประทาน แตชายคนนนั้ พดู วา : “ฉันไดเ หน็ เขากินอะไรบางอยาง ทฉ่ี นั ไมเ คยกิน” ดังนนั้ อบู มซู ากลา ววา “เขามาซี แทจ รงิ ฉนั เคยเห็นทานนบ(ี ศ)กก็ ินมัน” ชาย คนนน้ั กลา ววา : “แทจรงิ ฉนั ได สาบานไวแลว วา จะไมก นิ สงิ่ นน้ั ” เขากลา วอีกวา “เขามาซิ ฉนั จะบอกเธอ เกย่ี วกับคําสาบานของเธอ แทจ รงิ พวกเรา กลมุ อัชอะรยี เคยไปหาทา นนบี(ศ็อลฯ) ไดขอพาหนะจากทาน เพือ่ จะไดใชใ นการขี่ แต แลว ทา น ปฏิเสธ ท่จี ะใหเราข่ี แลว เรากข็ อพาหนะเพือ่ จะไดข ี่ จากทา นอีก ทา นไดสาบาน วา จะไมใ ห พาหนะ เพอ่ื เราจะไดใ ชข ่เี ลย อยูม าไมน าน ทา นนบีไดรบั อูฐจากการยดึ ไดในสงคราม แลวไดสง่ั ใหนาํ อฐู มามอบใหเราหา ตวั เมอ่ื เราไดร บั พวกเราไดพ ดู วา ทา นนบีคงลืมคาํ สาบานของทา น ทีม่ ีตอ พวกเรา แลว ซง่ึ เราจะไมเปน ทเ่ี คารพ นบั ถอื ตอไปในภายหนา ดังน้นั เราจึงไปหาทา น แลวกลา ววา : “โอ ทานศาสนทูต แหงอลั ลอฮแ ทจริงทา นเคยสาบานวา จะไมใ หพ วกเราใชพ าหนะ แตบดั น้ี ทา นได ให พาหนะแกเรา” ทา นตอบวา “ใช ถงึ แมฉ นั จะสาบานในเร่ืองใดไปแลว แตถ า ฉนั เหน็ วา มีสง่ิ อื่น ทีด่ กี วา น้นั ฉันจะตองเลอื กเอาสงิ่ ทด่ี กี วา นั้น” ดเู ถดิ ทา น นค่ี อื นบีทอี่ ัลลอฮแ ตงตงั้ มา เพอื่ สอนคนทั้งหลายใหร กั ษา สัตยสาบาน และอยา ได ละเมิดคาํ สาบาน เวน แตจะตองจา ยกฟั ฟาเราะฮแ ตทวา ทา นสง่ั ใหท าํ อยา งหนง่ึ โดยท่ีทา นเองไม ปฏบิ ตั ิ อลั ลอฮทรงมโี องการวา “อัลลอฮไมท รงถอื โทษตอพวกเจา ในการสาบานของพวกเจา ดว ยความ
เหลวไหล แตจะ ทรงถือโทษพวกเจา ในการสาบานทพ่ี วกเจายดึ ม่ัน ดงั นนั้ การชําระปลดเปล้อื ง มัน ก็ คอื ใหอ าหารแกคนขัดสน ๑๐ คน จากประเภททพี่ วกเจา เลี้ยงดู สมาชกิ ครอบครวั ของพวกเจา หรอื ใหเ คร่อื งนุงหม แกพวกเขา หรอื ปลดปลอ นทาส เปน อิสระ ๑ คน ดงั นน้ั ผใู ดทาํ ไมไ ด ก็ตอ งถอื ศลี อด ๓ วนั นน่ั คือ การปลดเปลอื้ ง คาํ สาบานของพวกเจา ถา หากพวกเจา ไดสาบานแลว และจงรักษาคํา สาบาน ของ พวกเจา ทาํ นองนี้เอง อัลลอฮท รงอธบิ ายสัญญาณตางๆ ของพระองค แกพวกเจา เพือ่ พวกเจา จกั ขอบพระคุณ” (อลั มาอิดะฮ/ฺ ๘๙) ทรงตรสั อีกวา : “และพวกเจาอยา ละเมดิ คาํ สาบาน หลังจากมกี าร ผกู มดั ไปแลว” (อนั นะฮฺลุ/๙) แตทวา พวกเขามิไดล ะทิ้งเกยี รติยศ และ ความดีงามใดเผอ่ื ไว สําหรบั ทา นศาสนทูต แหงอัลลอฮ(ศ)เลย ทา นหญิงอาอชิ ะฮป ลอ ยทาสเปน อิสระ เพือ่ ปลดเปลื้องคาํ สาบานของนาง ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) มีฐานะอยตู รงไหน ตอ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮภ รรยาของทา น ซง่ึ ไดปลดเปลอ้ื งคาํ สาบาน กรณที นี่ างจะกลบั คาํ สาบานนน้ั ดว ย การปลอยทาสเปนอสิ ระถงึ ๔๐ คน นางเปนคนมคี ุณธรรมสูงกวา และยาํ เกรง พระเจา เหนือกวา ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮก ระน้ันหรือ ? อลั บคุ อรีไดร ายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบุลอะดบั บาบวาดว ย การโกรธเคอื ง และคาํ สอนของทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ทว่ี า ไมอนญุ าตให คนใดโกรธเคืองพน่ี องของตนเกนิ ๓ วัน ทานหญงิ อาอชิ ะฮเฺ ลาวา ทานอบั ดุลลอฮบนิ ซุบยั ร กลาวในเรื่องการขาย หรอื การท่ี อาอชิ ะฮฺ ไดใหแ กเ ขาวา : ขอสาบานตออัลลอฮแ นนอน อาอิชะฮฺจะตอง หยุดจากสงิ่ นนั้ มิฉะนน้ั ฉนั จะ ดาํ เนนิ การชาํ ระสะสางกับนางอยา งแนน อน ดงั นนั้ นางจงึ กลาววา : เขาหรือกลา วเชนนี้ได พวกเขา ตอบวา : “ใชแ ลว !” นางกลา ววา : “ถา เชนนน้ั ฉนั ขอตั้งปณธิ านตอ อลั ลอฮว า จะไมพูดจากบั บตุ รของ ซบุ ัยรอีก เปน อนั ขาด” ดงั นน้ั อิบนซุ บุ ยั รไดขอรอ งนางใหช ว ยผอ นปรน เมอื่ นางโกรธ เคืองเปน เวลานาน แตน างบอกวา : ไม ขอสาบานตอ อลั ลอฮฉ นั จะไมผอ นปรน ในเร่ืองนเ้ี ปน อนั ขาด และจะไม ผิดคําสาบาน ในการตงั้ ปณธิ านของฉัน ครน้ั เมอ่ื เปน เชน นน้ั นานวนั ยง่ิ ขนึ้ อิบนุซบุ ยั ร จาํ เปน ตอ งพูด กบั มิซวัรฺ บนิ มัคซะมะฮ และอบั ดุรเฺ ราะมาน บนิ อซั วัด บนิ อบั ดุ ยะฆซู ทงั้ สองเปน คนตระกลู บะนี ซะฮฺเราะฮเ ขาพดู กบั ทงั้ สองคนวา : ฉนั ขอรองทานทงั้ สอง ดวยพระนามแหง อัลลอฮใหช ว ยนาํ ฉนั เขา พบทา นหญงิ อาอชิ ะฮเ พราะไมเ ปน ท่ีอนญุ าตแกนาง ทีจ่ ะ บนบานวาจะตัดขาดกบั ฉัน” ทง้ั มซั วรั ฺ และ อับดุรฺเราะมาน รับปากกับเขา ในฐานะผปู ระสานไมตรี โดยความตองการของคนทงั้ สอง จนกระทั่งคน ทง้ั สอง ขออนญุ าตเขาพบทา นหญิงอาอชิ ะฮโ ดยกลา ววา : อสั ลามุ อะลัยกิ ฯ เราจะเขา ไปไดห รอื ไม ?
อาอิชะฮฺตอบวา พวกทา นจงเขามาเถดิ พวกเขากลา ววา : พวกเรา ทกุ คนเลยหรอื ? นางตอบวา : “จะ พวกทานทุกคน จงเขา มาเถดิ ” นางตอบ โดยไมรวู า มีอิบนุซบุ ยั รม าพรอมกบั คนทง้ั สองดวย ครนั้ พอพวกเขาเขาไป อบิ นซุ ุบยั ร ก็เดนิ เขา มาน แลว คาํ นับทานหญงิ อาอิชะฮพ รอ มทง้ั คราํ่ ครวญขอใหน างยกโทษให แลว รองไห มัซวรั ฺ และอับดรุ เฺ ราะ มานก็ครํา่ ครวญขอใหนางยกโทษให อยา งไรก็ตาม นางยงั ไมพ ูด และยอมคนื ดี กับเขา คนทง้ั สองจึงพดู วา แทจ ริงทา นนบ(ี ศ)ไดห า มไว ซึง่ นางเองกร็ ู เรอ่ื งการ โกรธเคือง คือไมอนญุ าตใหค นมสุ ลมิ โกรธเคอื งพน่ี องของตนเกนิ สามคนื ในเม่อื พวกเขารําพงึ รําพันและโทษตัวเองกบั ทา นหญงิ อาอชิ ะฮมฺ ากเขา นางก็ ยอมรับตอ คนทงั้ สอง และ รองไห แลว นางกลา ววา แทจริงฉนั ไดบ นบานไวอ ยา ง หนกั แนน แตก็ไมว าย ทนี่ างตองพูดกบั อิบ นุซุบัยร และยอมไถถ อน การบนบาน ของนาง ในครง้ั นน้ั ดวยการปลอ ยทาสเปน อสิ ระ ๔๐ คน เมอ่ื นางนกึ ถงึ การบนบานของนาง หลงั จากนัน้ นางจะรอ งไห จนนํ้าตาเปยกชมุ ผา คลุมหนา ของนาง ถงึ แมวา การสาบานของทา นหญงิ อาอชิ ะฮเปนไปในเรอ่ื งทไี่ มอนญุ าตให กต็ าม เพราะทา นนบี (ศ)หา มมิใหค นมุสลิมโกรธพ่นี อ งของเขามากกวาสามวนั แตนางปฏเิ สธไปเลย อยา งไรกต็ ามนางยงั ปลดเปล้ืองความผิด ในการสาบาน ของนาง ดว ยการปลอยทาสเปน อิสระ ๔๐ คน นก่ี อ็ กี เชน กนั คือ เปน หลกั ฐานอกี ประการหนง่ึ ทแี่ สดงวา นางเปน อกี รัฐหนง่ึ ตามลําพังของนางเอง จะเปน ไปได อยางไร ท่ที า นหญงิ อาอิชะฮครอบครองทาสไวถงึ ๔๐ คน หรอื มีมลู คาเทา จาํ นวนนน้ั เพราะนนั่ มใิ ช เรือ่ งเล็กนอ ยเลย ประวตั ศิ าสตรมิไดบันทึกไวเ ลยวา ทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) มที าสจาํ นวน มากมายเชน นี้ ตลอดชวี ติ ของทา น พวกเขามไิ ดสอดใสค วามเลวราย หรือความบกพรอ งใดๆ ไว เพื่อจุด ประสงคอน่ื ใด นอกจาก จะเสริมเติมทกุ เรื่องเหลา นนั้ เพ่อื แกตัวใหกับ พฤตกิ รรม ของบรรดาผูป กครองของพวกเขา ขอ ใหอัลลอฮท รงสังหารพวกเขาดว ยเถดิ พวกเขา จะใสร ายไปถึงไหน เพ่อื เปน การแกตัวแทนความไมย ึดมั่นของพวกเขา ในบทบัญญัตศิ าสนา ขอใหท า นตดิ ตาม อา น ตอ ไปนี้ : ทา นนบลี ดหยอ นบทบัญญตั ิของอลั ลอฮไ ดต ามทท่ี า นตองการ อัลบคุ อรี ไดรายงานในซอเฮียะหของทา น กติ าบวา ดว ยการถอื ศลี อด บาบวา ดว ย การอาบนาํ้ ชําระสาํ หรบั ผูถอื ศลี อด และทานมสุ ลมิ ไดรายงานในซอเฮียะหของ ทา น กิตาบวา ดวยการถอื ศีลอด บาบวา ดวย คาํ สงั่ หา มการรว มประเวณี ตอน กลางวนั เดอื นรอมฎอน สาํ หรบั ผถู อื ศีลอด และ จําเปน ตอ งจา ยกฟั ฟาเราะฮอ ยา งมากมาย และเปนวาญงิ ทงั้ แกคนที่สะดวกและคนมอี ุปสรรค
รายงานจากอบี ฮรุ ็อยเราะฮก ลาววา : ขณะทเี่ รากาํ ลังนั่งกบั ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) อยูนนั้ ไดมีชาย คนหน่งึ มาหาทาน แลว รองเรียนวา : โอท านศาสนทตู แหง อลั ลอฮฉ นั ตอ งพนิ าศแลว !ทา นถามวา : มี อะไรเกดิ ขึ้นกบั ทา นหรือ ? เขาบอกวา : “ฉนั ไดรวมประเวณีกับภรรยาของฉนั ในขณะทฉ่ี นั ถอื ศลี อด” ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ)ถามวา : “ทา นมที าสสกั คนไหม เพอ่ื จะปลอ ยเขาไป ?” เขาตอบวา : “ไม ม”ี ทา นกลา ววา “ทา นสามารถ ถอื ศีลอดตดิ ตอ กัน สองเดอื นไหม ?” เขาตอบวา : “ไมสามารถ” ทาน กลาววา : “ทา นมีอาหารใหแ กคนยากจน ๖๐ คนไหม ?” ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ)นิ่งเงยี บไปครู หนงึ่ ซง่ึ มพี วกเราอยใู น เหตกุ ารณน ั้นดว ย ไดม คี นนาํ อินทผลมั ชะลอมใหญมามอบใหทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ทานถามวา “คนขอบรจิ าคอยทู ี่ไหนบา ง ?” เขาตอบวา “ฉันนี่แหละ” ทา นกลา ววา : “จงรบั เอาไปเถิด ใหท า นบริจาคมันเสีย” ชายคนนนั้ กลา ววา “ยังมคี นท่ียากจน กวาฉนั อีกหรือ โอท า นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ? ขอสาบานตอ อลั ลอฮในระหวาง ภูเขาสองลกู นี้ ( หมายถงึ ในเมอื งมะดีนะฮ)ฺ ไมมสี มาชิก ครอบครวั ใดอีกแลว ที่จะยากจนกวา สมาชิกครอบครวั ของฉัน” ดงั นนั้ ทา นนบี(ศ)จงึ หวั เราะ จนกระทงั่ เผยเข้ยี วของทานใหเหน็ แลว ทานกลาววา : ก็จงเอาไปเปนอาหารสมาชิกครอบครวั ของทา นเถิด” ดูเอาเถิด เปน ไปไดอยางไร บทบญั ญตั ขิ องอลั ลอฮท ที่ รงวางมาแกปวงบา ว ของพระองค ให ปลดปลอ ยทาส สําหรับผูมคี วามสะดวก สวนคนท่ไี มม ีความ สามารถปลอยทาส ก็ไมม ีอะไรแกพวก เขา นอกจากตอ งใหอ าหารคนจน ๖๐ คน คร้ันถา มอี ุปสรรค และเปน คนยากจน ก็ไมม หี นา ท่อี น่ื แกเ ขา นอกจากถือศลี อด เพราะนน่ั คอื กัฟฟาเราะฮฺของคนจนทไี่ มมที รัพยส ินใด พอเพยี งในการปลอ ยทาส หรอื ใหอ าหารคนจน แตทวา บทรายงานนี้ ขดั แยง กับบทบัญญตั ขิ องอัลลอฮท ีท่ รง วางมาแกปวงบา ว ของพระองค พอกนั ที กบั การที่คนทําผิดรายน้ี ดวยคําพดู ทีว่ า ทา นศาสนทตู หัวเราะในเรื่องนน้ั จนเผย เขี้ยวของทาน แลว ไดล ดหยอนบทบญั ญตั ิ ของอัลลอฮโดยอนโุ ลมใหเ ขามอบศอดะเกาะฮแ กสมาชิก ครอบครวั ของตวั เอง คงไมม กี ารกลา วหาอลั ลอฮแ ละศาสนทตู ของพระองค ทรี่ า ยแรงยง่ิ กวา น้ี อกี แลว เพราะคนทาํ ผิด ถกู อนญุ าตใหก ระทาํ ความผิดโดยเจตนา แทนการรับ โทษ ยงั มีผกู ลา หาญท่ยี ง่ิ ใหญก วา คนผูน ้อี กี หรอื สาํ หรบั บรรดาผลู ะเมดิ และฝาฝน ทัง้ หลาย ท่ใี หก ารยอมรับบท รายงานเทจ็ แลว เตน ราํ ไปตามนัน้ เพราะบทรายงานประเภทนี้แหละ ทาํ ใหศ าสนาของอลั ลอฮกลายเปน ของเลน และเปน เร่ือง เหลวไหล และกลายเปน วา คนทําซนิ ามคี วามภาคภมู ใิ จ ใน ความประพฤตอิ นั ตา่ํ ทรามของตวั เอง จน ชอื่ เรยี กวา คนทาํ ซนิ า ถูกกลบเกลอ่ื นไป ดวย คําวา เจาบา ว เจา สาว และงานสมรส ดงั ทคี่ น รับประทานอาหาร ในเดือนถอื ศลี อด ถูกจดั ใหเปน ผถู ือศลี อด
ดังเชนท่อี ลั บคุ อรไี ดรายงานในซอเฮียะหข องทา น ในกิตาบวาดวยความ ศรัทธา และการบน บาน บาบวา ดว ย เม่อื ผิดคําสาบาน เพราะหลงลืม รายงานจากอะฏออ จากอบิ นอุ ับบาส (ร.ฎ) กลา ววา : ชายคนหนง่ึ พดู กบั ทา นนบ(ี ศ)วา ฉนั เขาเยือน(หมายถึง ฉนั ไดเขา ฏอวาฟ ซิยาเราะฮ)ฺ กอ นทฉ่ี ัน จะขวางเสาหนิ ทา นนบี(ศ)ตอบวา : ไมม ีขอ ตาํ หนอิ นั ใด สว นอกี คนหนงึ่ กลาววา : ฉนั ไดโ กนผม กอ นทฉี่ นั จะเชอื ดสัตวพ ลี ทานกต็ อบวา : ไมม ีขอ ตําหนอิ นั ใด สว นอกี คนหนงึ่ กลาววา : ฉนั เชอื ดสตั วพ ลี กอ นทีฉ่ นั จะขวางเสาหนิ ทา นกต็ อบวา : ไมมี ขอตาํ หนิอนั ใด รายงานจากอบั ดลุ ลอฮบนิ อมั ร บิน อาศ กลา ววา ขณะท่ที า นนบี(ศอ็ ลฯ) กาํ ลังกลา วเทศนา ในวนั เชือดสัตว อยนู นั้ ไดม ีชายคนหนงึ่ ลกุ ขนึ้ ยนื บอกทา นวา : โอท านศาสนทตู แหง อัลลอฮฉ ันคดิ วา จะ ทาํ ขอ น้ี และขอน้ี กอนทาํ ขอ นัน้ และ ขอน้ัน ตอจากนนั้ กม็ ีชายอกี คนหนง่ึ ลุกขน้ึ ยนื แลว พดู วา “โอ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฉ นั เองคดิ วา ขอ นี้ และขอน้ี เปนสว นของสามขอนั้น(อนั ไดแก การโกนผม การเชอื ดสตั ว และขวางเสาหิน) ทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) กลา ววา : “จงกระทาํ ไปเถดิ ไมม ขี อ ตาํ หนิอนั ใด ทกุ อยา งอยูในเรอื่ งเหลา นน้ั ทง้ั สิ้นในวนั นนั้ ” ครน้ั เม่อื ถงึ วนั นน้ั ไมว า ทา นจะถกู ถามถึงเรือ่ งใดกต็ าม ทาน จะกลาวเพยี งวา “จงทาํ ไปเถดิ จงทาํ ไปเถดิ ไมม ขี อตาํ หนิอนั ใด” ทแ่ี ปลกอกี อยา งกค็ อื ในขณะทท่ี า นอา นบทรายงาน ทมี่ ีความนารงั เกยี จ เหลาน้ีแลว บรรดา คนด้อื ดงึ จะคา นทานวา ศาสนาของอลั ลอฮเปนเร่อื งงา ย และ ไมเ ปน อปุ สรรค ทานศาสนทูต(ศ)เองได กลา ววา : ใหพ วกเขาไดร ับความสะดวก และอยาทาํ ใหเ กิดความลาํ บากเลย นี่คือ ถอยคําท่เี ปนสจั ธรรม แตแ ฝงดว ยความหมายท่ีผดิ พลาด เพราะเปน ความจรงิ อยา งไม มขี อ สงสยั ในกรณีทวี่ า อลั ลอฮทรงประสงคใ หเราไดร ับ ความ สะดวก และไมท รงประสงคใ หเรา ลําบาก และพระองคมไิ ดท ําใหศาสนาน้ี มี อปุ สรรคแกเ รา แตประการใด แตใ นกรณีที่พระองคท รงขดี เสนไวใ หเ ราแลว ไดแ ก บทบญั ญตั แิ ละกฎตางๆ จากทางอัลกุรอฺ านอนั ทรงเกียรตกิ ด็ ี จากซนุ นะฮขฺ อง นบีอันบริสทุ ธกิ์ ็ดี และทรงใหห ลักการอนุโลมทแ่ี นน อน สาํ หรบั ใชใ นยามฉกุ เฉนิ เชน การทําตะยมั มมุ เม่ือขาดน้ํา หรือกลวั ความเย็นจัดอนั เกิดจากนาํ้ , การใหท าํ นมาซในทา นั่งในยามอปุ สรรค, การใหก นิ อาหารในเดือนถือศีลอด สาํ หรับบาง สภาพการณ, และการใหน มาซยอในยามเดินทาง ท้งั หมดนี้ เปน สิง่ ท่ีถกู ตอง แตก รณที ีเ่ ราฝาฝนคําสงั่ ของพระองค อยา งเชน กาํ หนดการลาํ ดบั ขั้นตอนของวุฎอ หรือ ตะยัมมุม เชน เดียวกับ ทเ่ี ราตองการจะลางมือท้ังสอง กอ นลา งใบหนา หรอื ลูบ เทา ทงั้ สองกอ นลูบ ศรี ษะอยางนี้เปนตน ถือวา การทาํ เชน น้ี ไมเปน ทอ่ี นญุ าต แตท วา นกั ปลอมแปลง ตอ งการจะใหท า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ลดหยอนทกุ สิง่ ทุก อยางใหน อ ยลง เพ่ือพวกเขาจะไดพบทางออก เหมือนอยางที่คน สว นมากปจ จุบนั นพี้ ดู (ในยามท่เี รา
ถกกับพวกเขาในเรือ่ งฟก ฮ)ฺ วา “ไมเปน ไร หรอกนอง ที่สาํ คญั ใหไ ดนมาซกแ็ ลวกัน นมาซไปตามความ สะดวกของเธอเถดิ ” แปลกจรงิ ๆ ท่บี คุ อรีเองก็ไดบนั ทกึ ปรากฏ การณอนั หนง่ึ ที่แสดงใหเ หน็ วา ทา นนบีเปน คน เขมงวดจนเกนิ ขอบเขตไปอกี ไวใ นหนา เดียวกบั ท่บี อกวา ทานนบพี ดู วา “จงทําไปเถิด จงทาํ ไปเถดิ ไม มีขอ ตาํ หนิแตป ระการใด” วา จากรายงานอบูฮรุ อ็ ยเราะฮกลาววา ชายคนหนงึ่ เขาในมสั ยิด แลวนมาซ ในขณะ ทท่ี า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) อยูอีกดา นหนงึ่ ของมัสยดิ แลว ชายคนน้นั ก็เขา มาสลาม แตทา นบอกเขาวา “จงกลับไปทาํ นมาซใหม เพราะแทจ รงิ ทา นยังมิได นมาซ” แลว เขากก็ ลบั ไปนมาซ ใหม หลงั จากน้นั เขาไดใ หส ลาม ทานตอบวา “วะอะลัยกะ จงกลบั ไนมาซใหม แทจริงทา นยังมิได นมาซ” ชายคนนนั้ ทาํ นมาซ ซาํ้ ๆ อยูถงึ สามคร้ัง และทกุ ครัง้ ทา นศาสนทตู จะบอกเขาวา จงกลบั ไป นมาซใหม แทจ ริง ทา นยังมไิ ดนมาซ จนชายคนนน้ั พูดกบั ทา นศาสนทูตวา จงสอนฉนั เถดิ โอ ทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮแ ลว ทา นกส็ อนเขาใหมสี มาธมิ น่ั ในตอนรุกอู ฺ และให มสี มาธมิ ั่น ในตอนสุ ูด ทาน กลาววา แลว จงรกุ ูอฺ จนกระท่ัง ทา นมีสมาธมิ น่ั ในทา รุกูอฺ ตอไป กจ็ งยกศรี ษะของทา นขน้ึ จนกระทัง่ เหยียดตรงในทา ยนื ตอ ไปก็จงสุูด จนกระท่งั ทา นมีสมาธมิ น่ั ในทาสุูด ตอ ไปก็จงยกศรี ษะ จนกระทั่งเหยยี ดตวั ตรง และมีสมาธิมั่น ในทา นง่ั ตอ ไปก็จงสุ ูด จนมีสมาธมิ นั่ ในทาสุูด ตอ ไปก็จง ลุกขึน้ ยนื ใหท า ยนื ตรง ตอ จากนนั้ กจ็ งทาํ ดังนี้ ในนมาซของทา นทัง้ หมด ขณะเดียวกนั อัลบุคอรียงั ไดร ายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบบตเตาฮีด บาบวา ดว ย พระ ดาํ รัสของอลั ลอฮผ ูทรงเกรกิ เกยี รติ มวี า ดงั นัน้ จงอา นตามท่ี เจา สะดวก จากอัลกรุ อฺ าน รายงานจากทา นอมุ รั บนิ คอ็ ฏฏอบกลา ววา ฉนั ไดย นิ ทา นฮชิ าม บนิ ฮะกีม อานซูเราะฮอัลฟรุ ฺ กอน ในสมัยท่ีทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ยังมีชวี ติ อยู เม่อื ฉนั ไดย นิ การอา นของเขา ก็รสู ึกวา เขาอา นตวั อกั ษรมากมาย อยางชนิดท่ี ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไมเคยอา นเชน นน้ั ฉัน เกือบจะทักทว งเขา ในตอน นมาซ แตฉนั อดกลน้ั เอาไว จนกระท่ังเขาใหสลาม ฉนั จงึ เขาไปพยงุ ผาคลุม ของเขา แลวกลา ววา ใครสอนใหท านอานซูเราะฮนฺ ้ี อยา งท่ีฉนั ไดยินทา นอาน เขาตอบวา : “ทานศาสน ทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไดสอนใหฉนั อา นอยา งน”้ี ดงั นนั้ ฉนั จงึ พดู วา : “ทา นโกหก ทานสอนใหฉ นั อาน มันอยา งอน่ื มใิ ชอ ยา งท่ี ทา นอา น” แลว ขาพเจา กน็ าํ เขาไปหาทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) โดยเดนิ นาํ หนา เขา แลว ฉนั กลา วา “ แทจริงฉันไดย นิ ชายคนนี้อานซเู ราะฮฺอลั ฟรุ ฺกอน ตามตวั อักษร ทท่ี านเอง ไมเ คยสอนใหอ า น เชนนน้ั ” ดงั นน้ั ทา นไดกลา ววา จงอา นซิ โอฮิชาม แลวเขาก็อา น เหมอื นอยางการอา น ท่ฉี นั ไดย นิ จาก เขา ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ)จงึ กลา ววา “กใ็ นทาํ นองน้แี หละ ทีม่ ันถูกประทานมา” หลงั จากนน้ั ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ)ไดก ลาววา “โอ อุมรั จงอา นซิ” แลวฉนั ก็อา นอยาง ทฉ่ี นั เคยอา น ทา นก็
พดู วา “ทาํ นองนเ้ี ชน กนั ท่ีมนั ถูกประทานลงมา แทจ ริง อัลกรุ ฺอานน้ี ถกู ประทานลงมากับอกั ษรเจ็ด แบบ ดังนนั้ จงอานไปตามทที่ า นสะดวก” ถามวา มีความนา สงสยั คางอยบู า งไหม หลังจากอา นบทรายงานนแี้ ลว วา บรรดานกั อปุ โลกนลว งละเมิดในเกยี รตยิ ศของทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) แมกระทง่ั ใน เรื่องของอัลกรุ อฺ าน โดยทาน ไดสอนศอฮาบะฮฺของทา นใหอานหลายแบบตา งๆ กนั แลวทา นกลา วกบั ทกุ คนในหมพู วกเขาวา ทํานองนแี้ หละ ที่มนั ถกู ประทานมา และถาหากวา มิไดเ ปนความแตกตา งมากจนเกนิ เตุ อุมัรคงไม แทบจะตดั บทฮิชาม ในนมาซ และคงไมข มขูเ ขาหรอก และน่คี อื สิง่ ทที่ ําใหข า พเจา นกึ ถงึ บรรดา นักปราชญอ ะฮลฺ ิซซนุ นะฮซง่ึ ยึดมนั่ ในการอา นอยา งหนึ่งทแ่ี นน อน โดยไมอ นุญาต ใหคนใดอานอยาง อ่ืน นอกจากทีพ่ วกเขารอู ยเู ทา นั้น วันหนงึ่ ขา พเจา อานวา “อซุ กุรู นอิ ฺมะติล ละตี อันอัมตุ อะลยั กมุ ” ปรากฏวามีพวกเขาคนหน่งึ ตวาดดวย เสยี งอันดงั วา : “อยา ตดั ทอนอัลกุรอฺ านซิ แมท านจะไมร เู ร่ือง การอา นกต็ าม” ขา พเจา ยอนถามวา : ขา พเจา ตัดทอนตรงไหนของอัลกุรอฺ าน ? เขาตอบวา : “อุซกรุ ู นอิ มฺ ะตยิ ลั ละตี อนั อมั ตุ อะลัยกมุ ” ขณะเดียวกนั อลั บุคอรีไดรายงานในศอฮฮ ิของทา น กติ าบวา ดว ยการกยู มื และการชาํ ระ หนสี้ ิน บาบวา ดว ย คซุ มู าต ภาคที่ ๓ หนา ๘๘ รายงานจากอบั ดุลมาลกิ บนิ มยั ซะเราะฮเ ลา ฉันวา : ฉันไดยิน นัซซาล กลา ววา ฉนั ไดย ิน อับ ดุลลอฮก ลาววา : ฉนั ไดยนิ ชายคนหนึ่ง อา นโองการหนงึ่ ซงึ่ ขัดแยง กบั ทฉี่ ันไดยนิ มาจากทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ดังน้นั ฉันจงึ จบั มือ เขา แลว พาไปหาทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศ็อลฯ) แลว ทา นก็ กลา ววา : ทั้งสองทา น อา นถกู ตอ งดแี ลว ชอุ บฺ ะฮก ลา ววา ฉนั คดิ วา ทา นกลา วตอ ไปวา : “จงอยา ขดั แยง กันเลย เพราะคนรนุ กอ นพวก ทา น เคยขัดแยง กนั แลว และเคยพนิ าศกนั มาแลว ” มหาบริสทุ ธแ์ิ ดอัลลอฮม วลการสรรเสิรญ เปนของพระองค เปน ไปได อยา งไร ทที่ านศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) จะรับรองความแตกตางของพวกเขา ดวย การกลา ววา ทง้ั สองทา น อา นถกู ตอ งดี แลว ? โดยมไิ ดนาํ ทงั้ สองคน ยอนกลบั ไปหา การอา นแบบเดียวกนั เพือ่ ยตุ ปิ ญ หาความขดั แยง ภายหลงั จากนั้น ทา นไดก ลา วกบั พวกเขาวา : จงอยา ขดั แยง กันเลย เพราะ จะทาํ ใหพวกทา น พนิ าศ นม่ี ิใชห มายความถงึ การขัดแยง ดอกหรือ ? โอปวงบา ว ของอัลลอฮโปรดวินิจฉัยใหเ ราดว ยเถิด แลว อลั ลอฮจะทรงเมตตาทา นทง้ั หลาย ไมวา พวกเขาจะขดั แยง อะไรกนั ลวนแตเ ปน สงิ่ ทที่ า นใหก าร รบั รอง ใหค วามจาํ เริญ และใหก ารสนับสนุนท้ังสน้ิ ใฃไ หม ไม ! ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) จะไม ทํา เชน นนั้ กบั ความขดั แยง และความแตกตา งกนั ทไ่ี มส อดรับกบั สติปญ ญาเชนนี้ อยา งแนน อน
พวกเขามิไดพจิ ารณาอลั กุรอฺ านดอกหรอื ซง่ึ พระองคท รงตรัสวา : “หากแมน มันมาจากแหลง อน่ื นอกเหนอื จากอลั ลอฮแ นนอนพวกเขาตอ ง ไดพ บวา มีความ ขัดแยง อยใู นนน้ั อยา งมากมาย” (อนั นิซาอ: ๘๒) ไดเกิดความขดั แยง อยางมากมาย และเปน อนั ตรายทีส่ ดุ สาํ หรับประชา ชาติ อสิ ลามในเร่อื ง การอา นที่แตกตา งกนั แลวทาํ ใหค วามหมายของอลั กรุ อฺ าน แปรเปลยี่ น โดยการอธิบายและใหทศั นะท่ี แตกตางกนั ใชหรือไม โองการ วา ดว ย วฎุ ออนั ชดั แจง จึงกลายเปน ความขัดแยงกนั ในเร่ืองนนั้ ทา นนบที าํ ตวั เหมอื นเดก็ และลงโทษคนท่ไี มส มควรจะรับโทษ ! อลั บคุ อรีไดรายงานในซอเฮยี ะหของทา น กิตาบลุ มะฆอซีย บาบวา ดวย อาการปวยของทา นน บ(ี ศอ็ ลฯ) และการวะฟาตของทา น ทา นมุสลมิ ไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบุสสลาม บาบวา ดวย พงึ รัง เกียจการใหยา ดวยวิธีแอบสอดยาเขา ในปากผูป วย รายงานจากทา นหญงิ อาอชิ ะฮกลา ววา : พวกเราไดแ อบ สอดยา(ลุดดัดนา)เขาในปากทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮใ นขณะทที่ านปวย ทา นแนะนาํ พวกเราวา อยา ไดแ อบสอดยาในปาก ของฉัน ดงั นน้ั พวกเราจงึ พูดวา : “เปน ความรงั เกียจของคนปวย ทมี่ ตี อ ยา” ครั้นเมื่อ ทา นฟน ข้นึ มา ทา นกลาววา “ฉนั มไิ ดหา มพวกเธอดอกหรอื วา อยาแอบ สอดยาในปาก ฉนั ?” เราจงึ กลาววา : “เปน ความรังเกยี จของคนปวย ท่ีมตี อยา” ทา นจงึ กลาววา : “ฉันมองดอู ยู ใน บานนี้ ไมเวน ใครแมสัก คนเดียว ทม่ี ิไดแ อบ สอดยาใสป ากฉนั นอกจากอับบาส เพราะเขามิไดรูเห็น กบั พวกเธอ” เปนเร่ืองแปลก สาํ หรบั นบที านน้ี ที่มีคนใสร า ยทา น ซึง่ บรรดาคนใส ราย ทาํ ใหดทู านเปน เหมอื นเดก็ ทพ่ี วกเขาตองคอยหลอกลอใหกนิ ยาขม ทที่ านรบั ไมได แลว ทา นยงั อธบิ ายใหพ วกเขาวา อยาไดส อดยาเขา ในปากทา น แตพ วกเขาได ลว ง เกนิ ทา นในเร่อื งนนั้ เหมอื นเปนการลบหลู คร้ันเม่อื ทา นฟนจากสลบ ก็กลา วกับพวกเขาวา “ฉนั ยังมิไดห า มพวกทา น ดอกหรอื วา อยา สอดยาเขา ในปากฉัน ? แตพวกเขากลับแกตวั กับทา นวา พวกเขา นกึ วา การหามน้ัน คอื การแสดง ความรงั เกยี จของคนไข ทม่ี ตี อ ยา ดังนั้นทา นจงึ ตดั สินลงโทษพวกเขาทง้ั หมดในฐานะท่สี อดยาเขา ปาก ทา น ในขณะทีท่ า นมองเหน็ การลอ หลอกท่ที า นถกู กระทาํ จากพวกเขา โดยไมเวน แมแตคนเดยี ว นอกจาก อับบาสลงุ ของทา นเทาน้นั เพราะวา เขามไิ ดเขา รว มในการสอดยาเขา ปาก ทา นหญงิ อาอชิ ะฮยฺ ังมไิ ดเ ลาใหครบถว นจนจบเรื่อง วา ทา นนบไี ดดาํ เนนิ การตัดสินลงโทษ พวกเขาสําเร็จหรือไม และมไิ ดอ ธบิ ายถงึ วธิ ีการ สอดยาเขา ปากนน้ั ไดท าํ กนั อยา งไร ระหวางผหู ญงิ และผูชายทหี่ อ มลอ มอยู ณ ท่นี น่ั
ทา นนบขี าดตกบางโองการจากอลั กรุ อฺ าน ! รายงานโดยอลั บคุ อรี ในซอเฮียะหของทา น กติ าบ ฟะฎออิล บาบวา ดว ย การลืมอัลกรุ ฺอาน และอกี เชน กันในบาบวาดวย ผูท ่เี หน็ วา ไมเ ปนไร ในการอา น ซูเราะฮหฺ นึง่ อยา งน้นั และอยางน้ี อกี ทัง้ ยังมรี ายงานจากทา นมุสลมิ ในศอฮีฮของทา น กิตาบวา ดว ยการนมาซของตนเดนิ ทาง และการยอ นมาซ บาบวา ดวย คําสงั่ ใหศ ึกษาอัลกุรอฺ าน และรงั เกยี จในการจะพดู วา ฉนั ลืมโองการนัน้ ๆ อบอู ซุ ามะฮร ายงานจากฮชิ าม บิน อรุ วฺ ะฮว า มีรายงานจากบิดา ของทา น วา ไดรับรายงาน จากทา นหญงิ อาอชิ ะฮน างไดกลา ววา : ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไดย ินชายคนหนงึ่ อา นในซู เราะฮฺหนง่ึ ยามกลางคืน แลว กลาววา : ของอลั ลอฮทรงประทานความเมตตาแกเ ขาดวย แนนอน เขา ทําใหฉ ันนึกถงึ โองการน้นั และโองการนนั้ ขน้ึ มาได ซงึ่ ฉนั ไดล ืมไปแลว วา มันเปน สว นหนึ่งจาก ซเู ราะฮฺ น้ัน และซเู ราะฮฺน้นั ขณะเดยี วกนั อัลบคุ อรไี ดบันทกึ รายงานอกี หน่งึ บท จากอะลี บิน มุซฮรั ฺ เปน รายงานจากฮิชาม จากบดิ าของเขา รายงานจากทา นหญงิ อาอิชะฮ(ร.ฎ)วา นางไดก ลาววา : ทา นนบ(ี ศ)ไดย ินนกั อานคน หนงึ่ อานทม่ี ัสยิด ในยามกลางคนื แลว ทา นกลา ววา : อลั ลอฮทรงประทานความเมตตาแกเ ขาดว ยเถดิ แนน อน เขาทาํ ใหฉนั นกึ ถงึ โองการนนั้ และโองการนนั้ ได ซ่งึ ฉันทําใหมนั ขาดตกไป จาก ซเู ราะฮฺนนั้ และซเู ราะฮนฺ นั้ นีห่ รอื นบที อ่ี ลั ลอฮไดท รงสงทา น พรอ มกบั อลั กรุ ฺอาน ซง่ึ เปนปาฏหิ าริย ทเี่ ปน อมตะ ประการ หนงึ่ ของทา น ซึ่งทา นไดจ ดจาํ มันไว นบั ตง้ั แตว นั ทไ่ี ดถ ูก ประทานลงมาแกทา น คราวเดยี วกนั กอ นจะ ทรงประทานลงมาเปน ระยะ แนนอน พระองค ทรงตรัสวา : เจาอยา เคลื่อนไหวลน้ิ ของเจา เพ่อื จะเรง มันใหเรว็ ” และทรงตรัสวา : “และแทจ รงิ มนั เปน การประทานมาจากพระผเู ปน เจา แหง สากล โลก วิญญาณอันซอื่ สัตย ไดน าํ มันลงมาสหู ัวใจของเจา เพอ่ื เจา จะไดเ ปน ผูตักเตือน ดว ยภาษาอาหรบั อนั ชัดแจง และแทจ รงิ มนั อยูใ นบันทึกตงั้ แตคราวแรก” (อชั ชุอรฺ ออ/ ๑๙๖) แตทวา บรรดาผูกลาวเท็จ บรรดาพวกดัจญาล และนักปลอมแปลง จะ ปฏเิ สธหมด เพยี งเพ่อื จะไดส อดใสค วามผิดพลาด ความแปดเปอ น และเร่อื ง เพยี้ นๆอนั ไมส อดรับกับสตปิ ญ ญา และ จิตสํานกึ อนั เปน ปกติ จึงเปน สทิ ธิ ประการ หนงึ่ ของชาวมสุ ลิมผคู นควา จะตองขจดั ใหพ น จาก ทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ซ่ึงความัวหมองตามกระแสของบทรายงานปลอมเหลาน้ี ที่มีเต็มอยใู นตํารา ฮะดษี ตา งๆ โดยเฉพาะในตาํ ราทถ่ี กู ยกยอ งวา ซอเฮยี ะห(ถูกตอ ง)ท้งั หลาย ดงั นนั้ เรา จะไมน าํ อะไร ออกมาเสนอ นอกจากเรื่องราวในหนงั สอื อัลบุคอรี และมุสลมิ ซงึ่ ทง้ั สองเลม น้ี ในทศั นะของอะฮฺลซิ ซนุ นะฮเ ปน หนงั สอื ทมี่ คี วามถกู ตอ งท่ีสดุ ถดั จากคัมภีรข องอลั ลอฮใ นเมอื่ คณุ สมบัติของตาํ ราทถี่ กู ตอ ง
เหลาน้ี ลบหลเู กียรตยิ ศและอิศมะฮขฺ องทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) เสยี แลว จะไปถามหาอะไร กบั ตาํ ราเลม อ่ืนๆ อกี ทุกอยางเหลา นี้ มาจากการปลอมแปลงของศัตรอู ัลลอฮศ ัตรขู องศาสนทตู ของพระองค( ศ็อล ฯ) ซง่ึ พนิ อบพเิ ทาตออํานาจการปกครอง ของพวก อมุ ยั ยะฮในสมัยมอุ าวียะฮฺและสมัยหลงั จากเขาเปน ตนมา จนกระทงั่ ในเมืองตา งๆ ทว มลน ไปดวย ฮะดีษเทจ็ ซึง่ พวกเขาตอ งการเพยี งแค ทาํ ลายเกยี รติ ของ ทา นศาสดา เพราะพวกเขาไมศ รทั ธากบั ทกุ ส่ิงทุกอยา งท่ีมาจากอลั ลอฮอ นั น้ี เปน หนึ่ง แตอีกดาน หนงึ่ พวกเขากระทาํ เพื่อแกตัวใหกบั การกระทาํ ของเจา นาย ของพวกเขาทีส่ รา งภาพบดิ เบือนใหแ ก ประวตั ิศาสตรของชาวมสุ ลิม แนนอน ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ)ไดเผยเรื่องของพวกเขา มาตง้ั แต ชวงแรก ท่ที า น ถูกแตงตง้ั โดยทานระมดั ระวงั คนเหลา นัน้ มาตลอด ทานเคยเนรเทศคนเหลา นน้ั ออก จากเมอื งมะดนี ะฮแ ละทานเคยสาปแชง คนเหลา นนั้ แลว ดวย ดังรายงานจาก ทา นฏ็อบรยี ในหนงั สือ ประวัตศิ าสตรของทา น ความวา : ทา นนบ(ี ศ)ไดเ หน็ อบู ซุฟยานนงั่ บนหลงั ลา โดยมีมุอาวียะฮเฺ ดิน นาํ หนา และยะซีดบตุ รชายของเขาจงู เขา มา ทานไดก ลา ววา : ขอใหอ ัลลอฮสาปแชง ทั้งคนเดนิ นาํ ทง้ั คนข่ี และ คนจูง(๑๙๔) อมิ ามอะหฺมดั ไดร ายงานไวใ นหนังสอื มสุ นดั ของทา นจากรายงานของ อบิ อุ บั บาส กลา ววา เราเคยเดนิ ทางกับทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) แลว ทา นก็ ไดยินเสยี งชายสองคนขบั รองเพลง โดยมีอกี คนหนึง่ ขับตอบ ทา นนบ(ี ศ)ไดก ลาว วา พวกทานจงดูซวิ า เขาท้ังสองเปน ใคร ? พวกเขาตอบ วา “นนั่ คอื มอุ าวยิ ะฮก ับ อมั รฺ บิน อาศ” ดังนนั้ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) จงึ ยกมอื ขน้ึ ขอดุอาอ แลว กลา ววา: โอพ ระเจา โปรดเหว่ียงเขาทง้ั สอง และทิ้งเขาทง้ั สองไวใ นไฟนรก ดว ยเถิด (๑๙๕) รายงานจากอบูซรั ฺ อลั ฆ็อฟฟารีย ทไ่ี ดพูดกับมอุ าวยิ ะฮวฺ า : ฉนั ไดยนิ ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) กลาวในขณะท่เี จา เดนิ ผา นทานวา : โอ พระเจา โปรดสาปแชง เขา และอยาใหเ ขาอมิ่ กบั อะไร นอกจาก ดิน (๑๙๖) อมิ ามอะลี(อ) ไดกลาวไวใ น หนงั สือทท่ี า นสงถงึ ชาวอริ ักวา : “ขอสาบานตออลั ลอฮถ ึงแมว า ฉนั จะเผชญิ หนา กับพวกเขาอยางโดดเด่ียว ในขณะที่ทงั้ โลก เต็มไปดวยพวกเขา ฉนั กจ็ ะไมแ ยแส และไมร ูสกึ เปลา เปล่ียว ในเม่ือ ฉันตระหนักถึงความหลงผดิ ของ พวกเขา ซึ่งพวกเขาอยกู ันในนนั้ และ วิถแี หงธรรม ที่เราอยกู บั มนั นี้ มีความม่ันคงและหลักฐานชดั แจง มคี วามเชอ่ื มน่ั อนั แนว แน และ แจม ชัด ฉนั มคี วามปรารถนา ในการพบพระผเู ปนเจา และราวัลท่ดี งี าม ทร่ี อคอย แตท น่ี า เสยี ใจสาํ หรับฉนั อยา งทวมทน กค็ อื ประชาชาตนิ ้ี ถูกปกครองโดยคนโงท ่สี ุด ชว่ั รา ย ที่สดุ ของพวกเขา คนเหลาน้ันได ฉกฉวยทรพั ยสินของอลั ลอฮเพอ่ื เสวย อาํ นาจ และฉกฉวยบา ว ของอัลลอฮเปน บรวิ าร เอาคนดีมีคุณธรรมเปน ศัตรู เอา คนคดโกง เปน พรรครวมแนวทาง”(๑๙๗)
กรณีทที่ า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) สาปแชง พวกเขา ตามทท่ี า นไดอ าน ไปแลว ไม ปรากฏวา ฮะดษี เหลา นน้ั พวกเขาไมอาจทาํ ลายฮะดษี เหลา นัน้ ได เพราะศอฮาบะฮกฺ ลุม ใหญ รับรเู รอื่ ง นัน้ มากอ น ดงั นั้นพวกเขาจงึ ปลอมฮะดษใน ทางตรงขา ม เปน ฮะดีษอกี ประเภทหนงึ่ ที่สับเปลย่ี นความ จรงิ ใหเ ปน เทจ็ และทําให เห็นวา ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) มีนิสยั ตดิ ตัวมาจากธรรมเนียมของ คนสมัย ญาฮลิ ียะฮจ ะมนี ิสยั โกรธเคือง อยา งไมม ีขอบเขต และชอบสาปแชง บคุ คลท่ไี ม สมควร เพื่อ เปน การปกปอ งเจา นายของพวกเขาทถ่ี ูกสาปแชงไว ดงั นน้ั พวกเขา จงึ ตอ งปลอมแปลงฮะดีษนีข้ ึ้นมา รายงานโดยอัลบคุ อรี ในซอเฮียะหข องทา น กิตาบวา ดว ย อดั ดะอวฺ าต บาบวา ดวย คํากลา ว ของทานนบี(ศ)ทีว่ า “ใครที่ฉนั เคยทาํ ใหเ ขาเจ็บปวด ดังน้ัน ฉนั จะถอื วา สิ่งนนั้ เปนซะกาต และศอดะ เกาะฮสฺ าํ หรับเขา” รายงานโดยทา นมสุ ลมิ ในซอเฮียะหข องทา น กิตาบุลบิรฺ วศั ศลิ ละฮว ลั อาดาบ บาบวา ดวย กรณีทที่ า นนบ(ี ศ็อลฯ) สาปแชง หรือดา หรือใหฉายามนามแกเ ขา ทงั้ ๆ ท่เี ขามิใชบ ุคคลเชนนนั้ ถอื วา เปนซะกาตสาํ หรับเขา และเปนรางวัล เปน ความเมตตาอยา งหนึ่ง รายงานจากทานหญงิ อาอชิ ะฮก ลา ว วา : มีชายสองคน เขา พบทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) แลว สนทนากับทา น โดยทีฉ่ ันไมรวู า คน ทงั้ สอง ไดทาํ อะไรใหทา นโกรธ แตทานไดสาปแชงและกน ดาคนทง้ั สอง ครนั้ เม่อื เขาท้งั สองออกไปแลว ฉนั จงึ พดู วา : “โอ ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮม ีใครบางทไ่ี ด ประสบกับสงิ่ ท่ดี ีงาม อยา งที่ชายสองคนเม่อื กป้ี ระสบ” ทา นกลาววา เธอพดู อะไร ทานหญงิ อาอิชะฮฺเลา ตอไปวา แลวฉันจงึ พดู วา : “ทานสาปแชง และกน ดาเขา ทัง้ สอง” ทานกลา ววา : “เธอยังไมรดู อกหรอื ฉันไดวางเงื่อนไขตอ พระผเู ปนเจา ของฉนั สาํ หรบั เขาอยา งไร ฉนั ไดก ลา ววา : โอพระเจา ของฉนั แทจ ริงฉนั เปน ปถุ ุชน ดงั นน้ั ชาวมุสลมิ คนใดทีฉ่ นั สาปแชงเขา หรือกนดา เขา ดงั นนั้ โปรดบันดาลใหเปน ซะกาตและรางวลั แกเ ขาดว ยเถิด” รายงานจากอบฮู รุ ็อยเราะฮก ลาววา “ทา นนบี(ศ)โอพ ระเจาของขา แทจริงขา ขอต้ังสตั ย ปฏิญญาณตอพระองค อยา งชนิดที่ ขา ไมเคยมสี ตั ยสาบาน เชน นี้มากอ น อนั ท่จี รงิ แลว ขา คือปุถุชน คนหน่งึ ดังนน้ั ผศู รทั ธาคนใดก็ตาม ท่ฉี นั เคยทําใหเ ขาเจบ็ ปวด ประณามเขา สาปแชง เขา หรือหยาบ กระดา งตอเขา กต็ าม ดงั นน้ั ไดโปรดบันดาลใหม นั มคี า เทา กับการนมาซ การจา ยซะกาต เพ่ือ พระองค ทรงเขา ใกลช ดิ ตอ เขา จนถงึ วนั ฟน คนื ชพี ” ตวั อยางฮะดษี ทีถ่ กู อปุ โลกนเ หลา น้ี ทาํ ใหทา นนบกี ลายเปนคนทโี่ กรธ ดา ประณามเพราะสิ่ง อืน่ นอกเหนอื จากอัลลอฮย งิ่ กวานนั้ ทา นยงั สาปแชง และกาวรา วกับคนที่มไส มควรจะทําเชนนน้ั นบี อะไรกันนี่ ที่ยงั ตกอยูใ น อาํ นาจ ของชยั ฏอน จนพฤติตวั ออกนอกกรอบของความถกู ตอ ง จะมนี กั การ ศาสนา คนใดธรรมดาๆ คนใดบาง ท่ีจะกระทําเชน น้ี ? หรอื วา การทําเชน น้ี มไิ ดเ ปน สงิ่ ทน่ี าเกลียด สําหรบั ตน ? ตัวอยา งฮะดษี เชน น้ี แสดงวา นักปกครองในตระกูล อมุ ยั ยะฮซ ึ่งเปน พวกทที่ า นศาสนทูต
แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) เคยสาปแชงไว และเคยขอ ดอุ าอให อัลลอฮล งโทษ และทท่ี า นเคยประณามพวก เขาไว เพราะพฤติกรรม อนั ต่าํ ทรามของพวกเขา และเคยทาํ ใหพวกเขาอบั อาย ขายหนา ประชาชน ท่ัวไป มาแลว นนั้ ไดก ลายเปน ผูถกู อธรรม ยง่ิ กวานน้ั ยงั ไดก ลายเปน ผไู ดรับการ ซกั ฟอก เปน ผู ไดร บั ความเมตตา และใกลช ดิ กบั อลั ลอฮ ฮะดีษปลอมเหานี้ เปดเผยใหเ หน็ ความหมายมนั เอง โดยตัวของมนั เอง และเปดโปงบรรดานัก ปลอมแปลงเอง เพราะทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) มิใช คนชอบดา มิใชน กั สาปแชง มใิ ชค นต่ํา ทราม และไมก ระทําสง่ิ ที่ตํ่าทราม ทา น ตองมิใชอ ยางนั้น ..ตอ งมใิ ชอ ยา งนน้ั ถอยคําอนั เปน บาปอนั ใหญหลวง ไดเ ปลงออกจากปากของพวกเขา ทาํ ใหอ ลั ลอฮโกรธกริ้ว และสาปแชงพวกเขา และ พระองคทรงเตรียมการลงโทษทที่ รมาณไวแ กพ วกเขา เพยี งฮะดีษเดยี วท่ีอลั บคุ อรแี ละมสุ ลมิ ไดบ ันทกึ จากรายงานโดยตวั ของ ทา นหญงิ อาอิชะฮเฺ อง กพ็ อสําหรับเราแลว ในการทจ่ี ะถือวา นักแอบอางทโี่ กหก เหลา นี้ เปน โมฆะ อัลบุคอรไี ดบ ันทกึ ไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวาดว ย อัลอาดาบ บาบวาดว ย ทา นนบีไม เปนคนตา่ํ ทราม และมิใชผูกระทําสง่ิ ทต่ี าํ่ ทราม รายงานจากทา นหญิงอาอิชะฮฺกลา ววา : พวกยะฮดู ไดม าหาทา นนบ(ี ศ็อลฯ) แลว กลาววา : ขอความวิบตั ิ จงมแี ดพ วกเจา ดงั นน้ั อาอิชะฮจฺ งึ ตอบวา “แดพวกเจา นน่ั แหละ และขอใหอ ลั ลอฮ สาปแชง พวกเจา และโกรธกร้วิ พวกเจา ” ทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) กลา ววา “ผอนปรนเสียเถดิ อาอชิ ะฮฺเอย หนา ที่ของเจา คอื ความออ นโยน และจงระวงั ความกระดา ง และความตา่ํ ทราม” ฉนั กลา ววา : “ทา น ไมไ ดย นิ ที่ พวกเขาพูดดอกหรือ !?” ทานกลา ววา : แลว เธอละ ไดยนิ ทฉี่ ันพูดไหม? ฉันได ตอบโตพ วก เขากลับไปแลว และในหมพู วกเขากต็ อบรับตอฉนั แตส าํ หรบั ฉนั มิไดต อบรบั พฤตกิ รรมของพวกเขา” เชน เดยี วกบั ทา นมสุ ลมิ ทีร่ ายงานไวในซอเฮียะหข องทา น กิตาบุลบริ ฺ วัศศลิ ะฮว ัลอาดาบ วา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ)หามมิใหคนมสุ ลมิ สาปแชง และยงั หา มพวกเขา แมกระทง่ั จะสาปแชง สตั วเลก็ สัตวใหญ มคี นเคยขอรองทา นวา โอ ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮโปรดขอใหมีการลงโทษแกพ วก มุชรกิ เถดิ ทา นตอบวา “แทจริงฉันมไิ ดถ กู สรางมาเพ่อื การสาปแชง อนั ที่จริงฉนั เพยี งแตถูกสรา งมา เพื่อ ความเมตตา นค่ี อื สงิ่ ท่เี ปน ไปไดกบั จริยธรรมอันยง่ิ และดวงแหง ความเมตตาเสมอ ซงึ่ เปนคณุ ลกั ษณะ เฉพาะของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ดงั นนั้ ทา นจะไมสาปแชง ไมก น ดา และไมประณามคน โดยไมมเี หตอุ นั สมควร อนั ทจี่ ริง เมือ่ ทา นโกรธกร้ิว แสดงวา ทา นโกรธกริว้ เพอ่ื อัลลอฮเ ม่อื ทา นสาปแชง แสดงวา ทา นสาปแชง บคุ คล ท่เี หมาะสมกบั การถูกสาปแชง เมื่อทานประณาม นน่ั แสดงวา ทาน
ประณามไปเพื่อ ธาํ รงไวซ ึ่งกฎของอัลลอฮม ใิ ชประณามผูบ รสิ ุทธิ์ ซงึ่ ยงั ไมห ลกั ฐานพิสจู นอยา ง ชดั เจน แกพ วกเขา หรอื ยงั ไมม พี ยานรเู หน็ หรอื ยังไมมีการรบั สารภาพ แตเ ขาเหลา นน้ั รอ นรุม ดวยหัวใจทถ่ี กู แผดเผา ในเมอื่ บทรายงานตา งๆ ท่ีสาปแชง มุอาวิยะฮ และบะนีอุมยั ยะฮแ พรหลายออกไป ดงั นน้ั พวกเขาจงึ กุบท รายงานเหลา นี้ขึน้ มาปด บนริมฝปากของ ผูค น แลวยกยอ งฐานะ อนั ตกตา่ํ ของ มอุ าวยิ ะฮใ หสูงขนึ้ ดวยเหตุน้ี ผูอา นสามารถจะพบวา ทา นมุสลิม นน้ั ไดบันทกึ ไวในซอเฮยี ะหข องทา น หลังจากเสนอรายงานเหลา นท้ี ีแ่ สดงใหเหน็ วา การสาปแชง ที่ ทา นศาสนทตู มตี อมอุ าวยิ ะฮเปนซะกาต และเปนความเมตตา อกี ทงั้ เปนการ สรางความใกลช ดิ กับอลั ลอฮโ ดยทานไดเสนอฮะดีษบทหนงึ่ จากรายงาน ของอบิ นุอบั บาส ทีไ่ ดก ลาววา : ขณะท่ฉี นั กาํ ลงั เลนกบั พวกเดก็ ๆ อยนู นั้ ทา นศาสน ทูตแหงอลั ลอฮ(ศ)ก็เดนิ เขา มา ดังนนั้ ฉนั จงึ ซอนดานหลงั ประตู ทานไดเขามา พบกับฉนั แลว กลา ววา : “จงเรยี กมุอาวยิ ะฮฺมาหาฉนั ” เมอ่ื ฉันกลบั มาถึง กบ็ อก ทา นวา “เขากําลงั กนิ อยู” ตอ มาทา นไดกลาวกับฉนั วา : จงไปอกี ซิ แลวเรยี ก มุอาวยิ ะฮมฺ าพบฉนั เม่ือฉนั กลับ มาถงึ กบ็ อกทานวา “เขากาํ ลังกนิ อยู” ดงั นน้ั ทาน จึงกลาววา : “อลั ลอฮจ ะไมทรงทาํ ใหท องของเขา อม่ิ ”(๑๙๘) ในกติ าบตุ ตารคี เราจะพบวา อมิ ามนะซาอยี ไดเขยี นกติ าบลุ คอศออิศ ซง่ึ เกี่ยวกับเรอ่ื งของอมี รุล มอุ ม ินนี อะลี บิน อะบี ฏอลบิ (อ) ตอนเขาเมอื งซีเรยี แตช าวซเี รียปฏเิ สธทาน และกลาวแกทา นวา ทําไมทานจงึ ไมกลาวถึงความดี ของมุอาวิยะฮ ทา นบอกพวกเขาวา : “ฉนั ไมรจู ักความดีงามของเขา เลย นอกจาก อัลลอฮจะไมท ําใหทองของเขาอมิ่ ” ดงั นน้ั พวกเขาจึงโจมตีทา น จนกระท่งั ทา น เปน ชะฮดี บรรดานักประวตั ิศาสตรกลาววา ดอุ าอข องทา นนบีไดสมั ฤทธผ์ิ ล เพราะ มอุ าวยิ ะฮฺกนิ แลวกนิ อกี จนกระทง่ั เหนอื่ ยเพราะการกนิ แตกย็ งั ไมอ ่มิ ความจริง ขา พเจา ก็ยงั ไมร จู ัก บทรายงานเหลา นี้ ทส่ี อนวา การสาปแชง คือความเมตตา และ ทาํ ใหใ กลช ดิ กบั อัลลอฮม ากอ นเลย จวบจนกระทง่ั ไดม ี ผอู าวโุ สทา นหนึ่งในประเทศตูนิเซีย แนะนาํ ให ขา พเจา รู ทานเปนผมู ีภูมิรู และ ความรดู ีมาก เราพบกนั ในท่ปี ระชมุ แหง หนงึ่ แลว พดู คุยกนั ในเรอื่ ง ตา งๆ จนกระท่งั ไดกลาวถงึ มุอาวยิ ะฮบตุ รของอบซู ุฟยาน ปรากฏวา ผูอาวุโสทา นนพี้ ดู ถึงเขา ดว ย ความประทับใจท่สี ดุ ทา นบอกวา มอุ าวยิ ะฮเฺ ปนคนมชี อ่ื เสียงโดง ดัง ในดา นความ ฉลาดหลกั แหลม และบริหารงานไดอ ยา งยอดเยย่ี ม ทา นเอาแตกลา วถงึ มอุ าวยิ ะฮ กลา วถงึ การเมอื งของเขา ชยั ชนะของเขา ทม่ี เี หนือซยั ยิดินา อะ ลี (กัรรฺ อมัล ลอฮุ วจั ญะฮะฮุ)ในสงคราม ขาพเจา พยายาม อดทนอยา งสุดฝน แตท วา ทา นผูน ีย้ ังคงรายยาว กาวไกลออกไปถงึ ความกลาหาญ ชาญชัย ของมอุ าวยิ ะฮและ สรรเสรญิ เยินยอเขา จนขาพเจา สดุ ที่จะอดทนไดตอ ไป จึงกลา ว กับ ทา นวา : ทา นศาสนทตู
แหง อลั ลอฮ(ศ)ไมเ คยรกั ใครเ ขาเลย และทา นยงั เคยขอ ดอุ าอใหเ ขาไดร บั โทษทณั ฑ และเคยสาปแชง เขาดวย ปรากฏวา ผูเขา รว มในทป่ี ระชมุ พากนั แสดงความประหลาดใจ และใน หมูคนเหลา นนั้ มคี น โกรธเคอื งคําพูดของขา พเจา ดวย แตท วา ทา นผอู าวโุ สวางทา อยา งสงบเงย่ี ม ทา นแสดงทา ทวี า เชอื่ คําพูด ขาพเจา จงึ ทาํ ให ผูเ ขา รวมในทป่ี ระชมุ มคี วามประหลาดใจเพม่ิ มากขึ้น พวกเขา กลา วกบั ทา นวา : เราไมเ ขา ใจอะไรเลย สกั นดิ ! ดานหนง่ึ ทา นกย็ กยอ ง ชมเชยเขา พึงพอใจตอเขา แต อกี ดา นหนึ่ง ทานกย็ อมรับวา ทา นนบี สาปแชงเขา ? อยางน้ี มนั ถกู ตองท่ไี หน ? ขา พเจาเองกร็ ว มกนั ถามพรอ มกบั พวกเขาดว ยวา ถาอยางน้ี แลวจะ ถกู ตองได อยา งไร ? ทานผูอ าวุโสไดตอบพวกเราดวยคําตอบ ทแ่ี ปลกประหลาด ทสี่ ดุ และยากทจ่ี ะยอมรับไดว า : แทจริง เขา คือคนทท่ี า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮไดสาปแชง หรือไดดาประณามเขา แตนั่นคอื ซะกาต และความ เมตตา สาํ หรบั เขา และทาํ ใหเ ขาใกลช ดิ กับอัลลอฮคนท้งั หมดไตถ ามกนั ดว ยความฉงนสนเทห วา น่ี มนั หมายความวาอยา งไร ? ทา นตอบวา : เพราะทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ) กลา ววา : “ฉนั ก็คอื ปุถชุ น เหมือนกบั คนทง้ั หลาย แนน อน ฉนั ไดขอตออัลลอฮว า โปรดบันดาลใหก ารขอดุอาอ และการ สาปแชง ของฉนั เปนความเมตตา และเปน ซะกาต” หลังจากน้นั ทานไดเ สรมิ คําพูดอกี วา แมก ระทงั่ คน ทีท่ า นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศ)ฆา เขาจะจากโลกดนุ ยาไปสสู วรรคทนั ที ในตอนหลงั ขาพเจาได ถาม ทานถงึ ทม่ี าของฮะดีษทที่ า นยกมากลา วถงึ ทา นไดบอกขา พเจา วา อยูใ นศอฮฮี บ ุคอรี และซอเฮียะห มสุ ลมิ ขาพเจา ไดศึกษาฮะดษี เหลา นนั้ แตแ ลว ขาพเจา กไ็ มไ ดอ ะไร เพมิ่ เติม นอกจาก ความมน่ั ใจวา เปน แผนการทพ่ี วกอมุ ัยยะฮจ ดั วางไวเ พอ่ื ปกปด ความจริง และหลบซอนความละอายขายหนา ของ พวกเขา อีกดา นหนง่ึ ก็เพอื่ ลบลางอศิ มะฮขฺ องทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) หลังจากนนั้ ขา พเจา ไดพบบทรายงานตา งๆ อกี มากมาย ทมี่ ีเปา หมายอยา ง เดยี วกนั จนกระทัง่ บรรดาผวู างแผนเหลาน้นั ไดอ ปุ โลกนขนึ้ มามากกวานี้อกี แต วจนะของพระผูอภบิ าลแหง สากลโลก ดงั ทบ่ี ุคอรไี ดบนั ทกึ ไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดวย “หลกั เอกภาพ” บาบวา ดว ย “คาํ ดาํ รัสของอลั ลอฮ” พวกเขาตอ งการ เปลี่ยนแปลง พจนารถของอัลลอฮ รายงานจากอบูฮุรอ็ ยเราะฮว า ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศ)ไดก ลาววา : “ชายคนหนึง่ กลา ววา เขามิไดกระทาํ ความดเี ลย คร้ันเมอ่ื เขาตายไป ดงั นน้ั พวกเจาจงเผาเขาและจงแบง รางเขา ซีกหนง่ึ ให อยูบนบก อกี ซกี หนง่ึ ใหอ ยใู นทะเล ขอสาบานตอ อลั ลอฮแนน อน ถา หากอัลลอฮจ ะทรงพชิ ติ เขา พระองคก็จะลงโทษ เขาดว ยการลงโทษชนดิ ท่ี ไมเคยลงโทษใครมากอ นในสากลโลก ดงั นัน้ อัลลอฮจ งึ บญั ชาแกทะเล แลวไดร วมสิ่งทม่ี ีอยูทงั้ หมด และทรงบญั ชาแกพ นื้ ดิน แลว ไดรวม สงิ่ ท่มี ีอยทู ง้ั หมด
ตอจากนน้ั พระองคทรงตรสั วา :เจา จะทาํ อยา งไร เขากลา ววา เนอื่ งจากความเกรงกลวั ตอ พระองค พระองคท รงรู ดงั นนั้ พระองคก ท็ รงอภัยโทษ แกเ ขา” รายงานจากเขา ในหนาเดยี วกนั นอ้ี กี คอื : อบูฮรุ ็อยเราะฮไดกลาววา ฉนั ไดยนิ ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) กลาววา : แทจรงิ บาวคนใด ทีป่ ระสบกบั ความบาป แมบางทีเขากลา ววา ฉันได กระทําความบาปอยางหนง่ึ แลวกลาววา ขา แต พระผูอภิบาล ฉนั ไดกระทาํ บาปอยางหน่ึงแลว บางที ฉันไดป ระสบ ความบาป แลว ดังนนั้ ฉนั ขออภยั โทษ ดังนน้ั พระผูอภบิ าลของเขา ทรงตรัสวา : บาวของฉนั รหู รือไมว า แทจริง สาํ หรับเขา ยงั มพี ระผู อภิบาล อาจทรงอภยั ในความบาป หรอื อาจลงโทษ ฉนั ได อภยั แกบ า วของฉนั แลว หลังจากนั้น พออยูไป พักหนง่ึ ตามที่อัลลอฮท รงประสงค ตอ มาเขา ไดกระทําความบาป หรือ ทาํ ใหเกดิ ความบาป แลวกลา ววา : ขา แต พระผู อภบิ าล ขาไดท าํ บาป หรือประสบกบั ความบาปอน่ื อีก แลวเขาไดขออภยั พระองคท รง ตรัสวา :บาวของฉนั รูห รอื ไมวา สาํ หรบั เขา ยงั มพี ระผูอ ภบิ าล อาจทรง อภัย หรอื อาจลงโทษ บัดนฉ้ี นั ไดอภยั แกบ าวของฉนั แลว หลังจากนนั้ พออยูไปพกั หน่ึง ตามที่อัลลอฮทรงประสงค เขาไดกระทาํ ความบาปอกี บางที เขาไดก ลาววา ฉนั ไดประสบความบาป แลว เขากลา ววา : ขา แตพ ระผอู ภบิ าล ขาไดป ระสบความบาป หรอื กลา ววา ขาไดทาํ บาปอน่ื อกี ดงั นนั้ โปรดอภัยแกขาดว ยเถิด ดังนัน้ พระองคท รงตรัสวา : บา วของ ฉนั รหู รอื ไม สาํ หรบั เขา ยงั มพี ระผอู ภิบาล อาจทรงอภัย ในความบาป หรอื อาจลงโทษ บัดนี้ ฉนั ไดอ ภยั แกบา วของฉนั แลว (เปน อยางนี้ ๓ ครัง้ ) ดงั นนั้ ใหเ ขาทาํ ตามทีเ่ ขา ตองการเถิด บรรดาบาวของอลั ลอฮโ ปรดพจิ ารณาเถิด น่เี ปน พระเจา อะไรกนั ? ถึงแมวา บา วจะรูต ง้ั แตแ รก แลววา สาํ หรบั ตนยงั มพี ระผอู ภิบาล ทีใ่ หอ ภยั ใน ความบาป แตพระเจา ของเขาก็ยงั ไมรูใ นความจริงขอ นี้ จึงในทกุ คร้งั พระองคจ ะ ถามอยวู า บา วของฉันรหู รือไมว า สาํ หรับเขา ยงั มพี ระผอู ภิบาล ทีอ่ าจทรง อภยั ในความบาป ? พระเจาอะไรกันน่ี ซงึ่ ไมวา จะทําบาปมากมาย สกั ก่คี รง้ั กีห่ น ก็ยงั ทรงมาก ดวยการใหอ ภยั ซ้ําแลวซ้ําเลา พระองคก ย็ งั ทรงรับได และใหกาํ ลงั ใจตอ ไป และยงั ตรัสแกบ าวของพระองคว า : “จงทํา ไปเถิด ตามที่เจา ตองการ” (จงใหฉ นั พกั ผอ นสบายๆ อลั ลอฮท รงปลอยทา น ตามลําพงั แลว) “เปนคําพูดทรี่ ายแรง อันออกจากปากของพวกเขา พวกเขามิไดกลา ว อะไรออกไป นอกจาก ความเท็จ แทจ ริงบางทเี จา อาจถึงกับปลดิ ชีพตวั เอง เพราะ ผลงานของพวกเขา หากแมน พวกเขาไม ยอมศรัทธา ในถอยความ เพราะเสยี ใจ” (อลั กะฮฺฟ/ุ ๖)
ใช พวกเขาเคยกลาวหาวา ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศ)กลาวกบั อสุ มานวา : “จงทาํ ไปตามท่ี ทา นตองการเถิด เพราะสงิ่ ที่เจา กระทาํ นัน้ มิไดเ ปน ภัย แกเจา เลย หลังจากวันน้ี” ทเ่ี ปนเชน นี้ เนอื่ งจากครงั้ ทีอ่ ุสมานถกู สง ตัวเขา ประจาํ กองรบในสงครามตะบกู ตามทพี่ วกเขากลาววา “แทจ ริงน่ี เปน การลบลา ง ความบาป ซ่ึงผูทรงศีลจะตอบแทนดวยการนาํ เขาสวนสวรรค” ขอ น้มี ิใชเรอ่ื งแปลก ถา อสุ มานจะกระทําในกิจการอปั ยศทง้ั หลาย จนเปน เหตุใหเ ขาถุกโคน อาํ นาจ และถกู สังหาร ถกุ ฝง ในสุสานอนื่ ทีม่ ิใชของ ชาวมสุ ลิม(ในสมยั นน้ั ) โดยมิไดร บั การอาบนา้ํ ฆุซุล และหอ กะฝน “เหลา นนั้ คอื ความคาดฝน ของพวกเขา จงกลาวเถิด จงนาํ ขอ พิสจู นข อง พวกทานมาเถิด ถา พวกเจาเปน ผสู ัตยจ รงิ ” ทา นนบขี ัดแยง กบั ฮะดีษของทา นเอง อัลบคุ อรีไดรายงานไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ย การทดสอบ(อลั ฟต ัน) บาบวาดว ย “มุสลมิ สองฝา ยเผชิญหนากนั ดว ยดาบของทงั้ สองฝา ย” ภาค ท่ี ๘ หนา ๙๒ รายงานจากอบั ดลุ ลอฮบ ิน อบั ดลุ วะฮาบ กลาววา ฮัมมาด เลา เราวา มรี ายงานจากชายคน หนง่ึ ผไู มระบชุ อื่ วา เปน รายงานจากทา นฮะซนั กลา ววา : ฉันไดถ ือดาบออกไป ในคนื แหง การสรู บ แล วอบบู ุกเราะฮไ ดพบกบั ฉนั เขาได กลา ววา : ทานตอ งการจะไปทไ่ี หน ? ฉนั กลาววา “ฉันตอ งการจะไป ชว ยเหลอื บตุ รชายของลุง ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ)! ดังนน้ั เขาไดก ลา ววา : ทาน ศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศ)ไดกลา ววา : “เมอ่ื มุสลิมสองฝายเผชิญหนา กนั ดว ย คมดาบ ทง้ั สองฝายจะเปน ชาว นรก” มีคนถามวา “สําหรับฝายทเ่ี ปน ผูสงั หาร นนั้ สมควรแลว แตทาํ ไม ตอ งรวมฝา ยทถี่ ูกสงั หารดวย ?” ทานกลา ววา “เขาตอ งการ จะสังหารเพ่อื นของเขา ทานฮัมมาด บิน วยั ด กลา ววา ฉันยงั จาํ ฮะดษี น้ี ของ ทา นอัยยบู , ทา นยนู ซุ บนิ อะบดี ได ขณะทีฉ่ นั ตองการจะใหเ ขาท้ังสองเลา เร่อื ง นี้ใหฉ ันฟง เขาทั้ง สองกลาววา อันที่จรงิ ฮะดษี น้ี มีทา นฮะซนั เทา นน้ั ทร่ี ายงาน จากอะฮนฺ ฟั บนิ กัยซ จากอะบี บกุ เราะฮฺ ขณะเดยี วกนั ทา นมุสลิมไดร ายงานไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบ วา ดวย การทดสอบ(อลั ฟ ตัน)และเงอื่ นไขตา งๆ ของยามอาวสาน บาบวา ดว ย เมอื่ มุสลิม สองฝา ยเผชญิ หนา กนั ดวยคมดาบ ฮะดีษของอะบบี ุกเราะฮจ ากอะฮนฺ ฟั บิน กยั ซ กลาววา ฉนั ไดไ ปใหค วาม ชวยเหลอื ชายคนน้ี แลว ฉนั ไดพ บกบั อบบู ุกเราะฮด งั นน้ั เขาถามวา “ทา นตอ งการ จะไปไหน ?” ฉนั ตอบวา : “ฉนั จะ ชว ยเหลอื ชายคนน้”ี เขากลาววา : กลบั ไปเสยี เถดิ เพราะฉนั เคยฟง ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ)กลา ว วา : “เมือ่ มุสลิมสองฝาย เผชญิ หนา กนั ดวยคมดาบ ดงั นนั้ ทง้ั ฝายสงั หารและถกู สังหาร จะอยใู นนรก
ดวยกนั ” ดงั นน้ั ฉนั ไดถามวา “โอ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ! สมควรแลวนี่ สําหรับคนฆา แตคนถกู ฆานี่ ซิ จะวา อยา งไร ?” ทา นกลา ววา: “ก็เขามีความ ปรารถนาจะฆา เพือ่ นของเขา” (๑๙๙) จากรายงานฮะดษี เหลา นที้ ถ่ี ูกปลอมแปลงข้นึ มา ทา นผอู าน ไดเขา ใจอยาง ชัดเจนแลว ใน สาเหตุตา งๆ ที่ทาํ ใหตองปลอมแปลงขึน้ มา โดยอบบู กุ เราะฮไดเ ขา มามสี ว นในการเปนศัตรกู ับบตุ รชาย ของลงุ ทา นศาสดา และไดรูถึงวธิ กี าร ฉอ ฉลอันมีตอ ทา นอมีรลุ มุอม ินนี และไมเ พยี งแคน ี้ เขายัง วางอาํ นาจหยดุ ยัง้ ศอฮาบะฮทฺ ตี่ อ งการจะชว ยเหลือสัจธรรม เพ่ือตอ ตา นกับความผดิ พลาด ดงั นนั้ เขา จงึ ปลอมฮะดษี ขึน้ มา หลอกพวกเขาดว ยฮะดษี บทน้ี ซงึ่ ไมส อดคลองกับ สตปิ ญญา และไมเ ขา กับ ความหมายของอัลกุรฺอาน อันทรงเกียรติ และฮะดษี ที่ มาจากนบีอยา งถกู ตองแทจ รงิ ดงั โองการ ของอัลลอฮค วามวา : “ดงั นนั้ จงตอสูก บั พวกที่ละเมดิ จนกระทงั่ ไดถกู นาํ กลบั ไปหาคําสงั่ ของอลั ลอฮ” (อลั ฮุ รุ อต/๙) เปนคําสงั่ ท่ชี ดั เจนประการหนึง่ นัน่ คอื ใหต อสกู ับพวกละเมดิ และพวก อธรรม ดวยเหตุน้ี ทาน จะสงั เกตไดวา ผูอธบิ ายซอเฮียะหบ ุคอรีเอง ไดเ ขียนในเชิง อรรถฮะดษี บทนีค้ วามวา “โปรดพิจารณา ในฮะดีษบทน้ี วา เปน ขอ พสิ จู นใ น การใหตอสูกบั ผูละเมิดหรอื ไม พรอมกับโองการของอลั ลอฮท ่ีวา “ดงั นน้ั จงตอ สู กับพวกท่ีละเมดิ ” ในเมือ่ ฮะดษี บทนี้ ขัดแยงกับคัมภีรแ หง อัลลอฮก็ตอ งถอื วา เปน เร่ืองเทจ็ และตองจัดการนาํ ไปโยนทง้ิ เสยี สวนตามซนุ นะฮนฺ บี ท่ีแทจ ริงนนั้ ไดม ีคาํ สัง่ ของทา นนบีเอง (ศ)ในเรื่องของทา นอะลี ความวา : “ผใู ดท่ีฉันเปน ผปู กครอง ของเขา ดังนนั้ อะลกี เ็ ปน ผูปกครองของ เขาดวย โออลั ลอฮโ ปรดคุมครอง ผูใ หก ารสวามิภักดต์ิ อ เขา และโปรดเปนศัตรตู อผทู ี่เปนศตั รตู อ เขา และโปรด ชวย เหลือผทู ชี่ ว ยเหลือเขา และโปรดบน่ั ทอน ผทู ี่ทรงบนั่ ทอนเขา และสัจธรรม จะหมนุ วนรอบๆ เขา ไมวา เขาจะหนั ไปทางใดก็ตาม” ดงั นนั้ การสวามภิ กั ดติ์ ออะลี จึงเปน การสวามิภกั ด์ติ อ ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) การ ชวยเหลอื ทา นอมีรลุ มอุ มนิ นี คือ ส่งิ ท่ีจาํ เปน สาํ หรับมสุ ลิมทกุ คน สว นการฉอฉลทาน กค็ อื การฉอฉล สัจธรรม และสนบั สนนุ ความผิดพลาด ตอ จากน้ี ถา หากทา นๆดพ จิ ารณาฮะดษี บคุ อรี กจ็ ะพบวา มสี ายรายงาน ระบบลกู โซถงึ คนผู หนงึ่ ซึง่ ไมเปน ที่รจู ัก และพวกเขามไิ ดเ อย ชอ่ื ของคนผนู น้ั ใน ขณะท่เี ขากลา ววา : ฮมั มาด ไดร ายงาน จากชายคนหน่ึง ท่เี ขาไมเ รยี กชือ่ คนผนู ้ัน นีค่ อื หลกั ฐานทแ่ี สดงใหเหน็ อยางชัดเจนวา บคุ คลนริ นามผูน ้ี คอื มุนาฟก คนหนงึ่ ทโ่ี กรธเกลียดทา นอะลี พวกเขาใชค วามพยายามอยางสดุ ความสามารถท่ีจะ ลบ ลางเกยี รตขิ องทา น หรืออีกนยั หนง่ึ ตองการจะขจดั ทา น การไมใหม กี ารเอย ถงึ ชื่อของทา น พวกเขาจงึ ใชความพยายามถงึ เพยี งนน้ั แนน อน สะอดั บินอะบี วกั กอซ ซง่ึ เปน อกี คนหนึง่ ทห่ี ามมใิ หชว ยเหลือ สจั ธรรม ไดก ลาววา : “จงนาํ ดาบ มาใหฉนั เถิด เขาทีก่ ลาววา คนนอ้ี ยกู บั สจั ธรรม และคนนอี้ ยกู ับ
ความผิดพลาด แนน อน ฉนั จะฆา เขาดว ยดาบเลม นี้” ผลปรากฏวา นค่ี อื การปด หปู ด ตา ทสี่ วม ความ เทจ็ ลงในสัจธรรม และทําลายแนวทางอนั ชัดแจง เพอื่ เขาสูสถานท่ี อนั มืดมน ทง้ั หลายของมนั อยางไรกต็ าม เรายังพบวา ในตาํ ราซนุ นะฮหฺ ลายเลม อา งวา ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ) แจง ขา วดีแกศอฮาบะฮหฺ ลายคน วา จะไดเ ขาสวรรค โดยเฉพาะ สิบคนทม่ี ชี อ่ื เสียงในหมชู าวมสุ ลมิ ทานอะหฺมัด ทานตริ ฺมซิ ีย และทานอบูดาวูด ไดร ายงานวา ทานนบ(ี ศ)ได กลาววา : “อบบู ักร ไดอยใู นสวรรค อมุ รั ไดอ ยูในสวรรค อุสมานไดอยใู นสวรรค อะลี ไดอยใู นสวรรค ฏอ็ ลฮะฮฺไดอยใู น สวรรค ซบุ ัยรไดอยใู นสวรรค อบั ดุรฺเราะมาน บนิ เอาฟ ไดอ ยูในสวรรค ซะอดั บิน อะบี วกั กอสไดอยู ในสวรรค ซะอดี บนิ วยั ด ไดอ ยูใ นสวรรค และอบูอุบยั ดะฮบิน อัลญิรอฮไดอยใู นสวรรค” (๒๐๐) แนน อน มีรายงานทถี่ กู ตอ งวา มาจากทานนบ(ี ศ)จรงิ คือคํากลา วของทา น ที่วา “พวกทานจง รับขาวดเี ถิด โออ าลิยาซิรฺ แทจ ริง ทท่ี ถ่ี กู เตรยี มไว แกพวกทา นคอื สวรรค” และฮะดษี ทว่ี า สวรรคมีความพสิ มยั ในสคี่ น คอื อะลี,อมั มารฺ, ซลั มาน และมกิ ดาด ทา น มุสลิมไดรายงานไวในศอฮีฮขิ องทา นวา อบั ดุลลอฮบ นิ สลาม ทา นศาสนทูตไดแจง ขา วดีแกเ ขาในเรอื่ ง สวรรค และเปนเรื่องทมี่ าจากทา น จรงิ คอื คํากลา วของทา นท่ีวา : ฮะซนั และฮเุ ซน คอื สองประมขุ ของ ชายหนุม ชาว สวรรค ทํานองเดยี วกับเรื่องท่ีมาจากทา นจริงอกี ก็คือ ญะอฺฟร ฺ บนิ อะบี ฏอลิบ จะโบย บนิ พรอมกบั มะลาอิกะฮฺในสวรรค และท่วี า ฟาฏมิ ะฮซ ะฮรฺ ออ คอื ประมุข ของสตรใี นสวรรค และท่วี า คอดีญะฮมารดาของทา น ไดร บั ขา วดจี ากญิบรออลี วา มีบานในสวรรค อีกทงั้ ฮะดษี จากทานจริง ทวี่ า ซุฮยั บ เปนชาวโรม คนแรก ที่จะ ไดเขาสวรรค บิลาล ชาวเอธิโอเปยคนแรก ทีจ่ ะไดเขา สวรรค และซัล มาน ชาว เปอรเ ซียคนแรกทจี่ ะไดเขา สวรรค เมือ่ เร่ืองจรงิ เปน อยา งน้ี แลว ทาํ ไม ฮะดีษที่แจงขาวดใี นเร่อื งสวรรค จงึ จําเพาะ เจาะจงอยกู ับ คนเหลา นนั้ เพยี งสิบคน คอื เราจะพบเหน็ เสมอ ไมว า สมาคมใด หรอื ทป่ี ระชมุ แหง ใด ก็ตาม ถาพวก เขาพูดกนั ถงึ เรอ่ื งสวรรค ไมแ คลวที่ พวกเขา จะยกเรื่องผูไ ดรับขาวดวี า ไดเ ขา สวรรค จาํ นวนสบิ คนมา กลา วถึง กนั อยู รา่ํ ไป เรามิไดอ ิจฉาพวกเขาในเรื่องนนั้ และเรามิไดท าํ ใหคบั แคบ สําหรับ ความเมตตา อนั กวา ง ไพศาลของอัลลอฮซ ึ่งครอบคลมุ ทกุ สง่ิ ทงั้ หมด แตท วา เรา จะพุดเพียงวา ฮะดษี เหลา นขี้ ัดแยง และ คานกับฮะดีษท่วี า เมือ่ มุสลมิ ท้งั สองฝาย เผชิญหนา กนั ดว ยคมดาบของทงั้ สองฝา ย ทง้ั ผสู งั หาร และผู ถกู สงั หาร ลว นอยูใน นรก เพราะถา หากวา เราเช่ือถอื ตามน้ี แนน อน จะตองลบลางฮะดษี ทแี่ จง ขา วดี ในเร่ืองสวรรค เพราะวา คนสวนใหญเ หลา นน้ั ตางฝา ยตา งสูร บ ตา งฝา ยตางตอสู และบางคนยงั ไดฆ า อีกบางคนดวยซาํ้ อยา งเชน ฏ็อลฮะฮแ ละซุบยั ร ทงั้ สองคนถกู ฆา ตายในสงครามญะมลั ซงึ่ มมี ารดา
แหงศรัทธาชน อาอิชะฮเปน แมท พั ตอสูกบั อิมามอะลี บิน อะบี ฏอลบิ คมดาบของพวกเขาฟาดฟน เขา หากัน ยงิ่ ไปกวา นนั้ พวกเขายงั เปน ตนเหตุใหม กี ารสังหารชาวมุสลมิ หลายพนั คน เชน เดยี วกนั อมั มาร บนิ ยาซิรฺ ก็ถกู ฆา ในสงครามศิฟฟน ทม่ี อุ าวิยะฮ บิน อบซู ฟุ ยาน เปน ฝา ย จดุ ชะนวนขึน้ ฝายอัมมาร ขณะะนนั้ กระชับดาบของตน เคียงคกู บั อะลี บนิ อะบี ฏอลิบ แตแ ลว ฝาย ละเมดิ ไดสังหารเขาเสยี ตามปกาศติ ของทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ในเรอ่ื งนน้ั เชนเดียวกบั ทา นประมขุ ของบรรดาชะฮีด ประมขุ ของชายหนุมชาวสวรรค อมิ ามฮุเซน ซงึ่ ได กระชับดาบของทา น รว มกบั อะฮลฺ ุลบยั ตข องทา นศาสดา(ศ็อลฯ) ตอ ตานทหารของยะซดี บิน มุอาวิ ยะฮซ ึ่งไดส งั หารพวกทา นจนหมด ทกุ คน ไมม ีใครรอดปลอดภยั นอกจาก ทา นอะลี บนิ ฮเุ ซนเทา น้ัน ตามความเหน็ ของขาพเจา ถอื วา คนเหลา นั้น ลว นโกหกท้ังสน้ิ ท่ีถือวา ทกุ ฝา ยลว นอยูใ นนรก ไมวา จะเปนฝา ยสงั หาร หรอื ถูกสงั หาร เพราะพวกเขาเผชิญ หนากนั ดว ยคมดาบของพวกเขา เปนทีแ่ นช ดั วา ฮะดษี ดงั กลา ว ไมเหมาะสมทีจ่ ะนาํ มาอา งวา มที ่มี าจากผูซง่ึ ไมพดู ส่ิงใดจาก อารมณ หากแตจ ะพูดมาจากวะฮยฺ ู ทถี่ กู ประทานมาเทา นัน้ และ ตามท่ีไดกลาวมาต้ังแตต นวา ไม สอดคลอ งกับหลักเกณฑท างดา นตรรกะ และสติ ปญ ญา ขัดแยง กบั กติ าบุลลอฮแ ละซนุ นะฮฺของนบี (ศอ็ ลฯ) คําถามมอี ยวู า ทา นบคุ อรี และทา นมุสลมิ ลมื คํานงึ ถงึ ความโกหกเชน นี้ไดอยางไร และทําไม ทาน จึงไมเฉลียว ใจคดิ ในขอ นน้ั ? หรอื วา ทานทั้งสอง มีฮะดีษทํานองน้ี เปนมซั ฮบั และเปน อะกดี ะฮ?ฺ ความขดั แยงกันในแงข องเกยี รติยศ จากฮะดีษตางๆ ที่ขัดแยงกันตามทีเ่ ราพบในตําราซอเฮียะหต า งๆ นนั้ ไดแก การยกยอ ง ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) เหนอื กวา บรรดานบี และศาสนทตู ทง้ั มวล แตม ีฮะดีษอีกประเภท หนงึ่ ทย่ี กยอ งฐานภาพของมซู าใหสงู กวาทาน ขาพเจาเช่ือวา พวกยิวทเี่ ขารับอิสลาม ในสมยั อมุ รั และ อุสมาน นน่ั เอง อยา งเชน กะอับ อลั อะฮบฺ าร,ฺ ตะมมี อัดดารยี ,และวะฮับ บนิ มนุ ับบะฮพ วกเขา คอื กลมุ บคุ คลทปี่ ลอมฮะดีษเหลานั้น ขนึ้ มาฝากไวท ี่ปลายลิน้ ของซอฮาบะฮ ซงึ่ มีความนยิ ม ชมชอบกบั ตน อยางเชน อบฮู รุ อ็ ยเราะฮ,ฺ อะนัส บนิ มาลิกและคนอ่นื ๆ ดงั ทอี่ ลั บคุ อรไี ดรายงานไวใ นศอฮีฮก ติ าบ วาดว ยหลกั เอกภาพ บาบวา ดว ย โองการของ พระองคท ว่ี า : “และอัลลอฮทรงตรัสกบั มูซา เปน ถอยคํา” รายงานจากอะนสั บนิ มาลกิ เปน เรอ่ื งเลา ที่ยดื ยาว เกีย่ วกบั การเดนิ ทาง ยามคาํ่ คืน ของ ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ตอ จากนนั้ ทา นไดข น้ึ สฟู ากฟา ชั้นทีเ่ จด็ ตอ จากนน้ั ทา นไดไ ปยังซดิ เราะตุลมนุ ตะฮา และประวตั ิการลงฟร ฺฎนมาซ ๕๐ คร้ัง ทไ่ี ดถูก กาํ หนดใหแ กมุฮมั มดั และประชาชาตขิ องทา น
แตด ว ยบญุ บารมขี องมูซา ไดถูก ทอนกลบั ไป เหลอื ใหป ฏบิ ตั จิ รงิ เพยี ง ๕ ครั้ง อกี ทง้ั เร่ืองเลา ในรายงาน อนั ประกอบ ดว ยความเทจ็ อนั ชดั แจง และลกั ษณะ ของการปฏเิ สธ อนั ตํา่ ทราม อยา งเชน การทีอ่ า งวา พระองคผ ูทรงอาํ นาจ พระผอู ภบิ าลผทู รงเกยี รติ ทรงขยับเขา มาใกล ชิดกับทา นนบี ใกลแลว ใกลอ กี จนกระทัง่ หางกนั แคสองดา น ของคนั ธนู หรือใกลย่งิ กวานนั้ และเรอ่ื ง เหลวไหลอยา งอ่นื อกี แตทวา ประเด็นทเี่ รา ถือเปน สาํ คญั ใน บท รายงานน้ี คอื กรณที ่ีศาสดามุฮมั มดั ข้ึนผา น ไปยงั ฟากฟา ชนั้ ที่ ๗ ปรากฏวามมี ูซา อยทู นี่ นั่ แลว และวา อัลลอฮท รงยกทา น ใหอ ยใู นช้นั ฟาท่ี ๗ ดวยเกยี รติยศ แหงการสนทนากับอลั ลอฮด งั ทม่ี ซู าไดก ลาววา : “โอพระผูอ ภบิ าล ฉนั ไมน กึ วา พระองคจ ะทรงยกยอ งคนใด ไวเ หนือฉันอกี แลว ” และทา นมสุ ลมิ ได รายงาน ไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กิ ตาบวาดว ยความศรทั ธา บาบวาดวย ปฐมบทแหง อัลวะหยฺ ู แกท านศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) อัลบุคอรไี ดร ายงานไวในศอฮฮี ขิ องทา น กิตาบวา ดวย ปฐมบทแหง งาน สรา งสรรค บาบวา ดวยการกลา วถงึ มะลาอกิ ะฮเ ปน ประวตั อิ ีกตอนหน่งึ คลายกบั ตอนแรก และกลา วถึงเรอ่ื งการอซิ รออ และมิอฺราจญ แตท วา ทา นกลาววา มซู าอยูในชนั้ ฟา ที่ ๖ อิบรอฮมี อยูใ นชนั้ ฟา ที่ ๗ และประเดน็ ทเี่ รา ถือวาสาํ คัญ จากรายงานบทนี้ คอื สว นนเ้ี ทาน้ัน ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดกลาววา :แลวฉนั ไดม าถงึ ยงั ช้ันฟาท่ี ๖ มเี สยี งถามวา : น่ี เปนใคร ? มเี สยี งตอบวา : ญบิ รออลี มเี สยี งถามวา : “มใี ครมา พรอ มกับทา น ?” เขาตอบวา : มฮุ มั มดั (ศอ็ ลฯ) มีเสยี งถามวา : “ไดมีการสง ไปยงั เขาแลว หรือ ?” เขาตอบวา “ใชแ ลว ” มเี สยี งกลา ววา : ขอ ตอนรบั ดวยความยินดี สาํ หรับอาคันตกุ ะผปู ระเสริฐทีไ่ ดมา” แลวฉนั ก็ไดเ ขาไปหามซู า โดยไดใ หส ลาม แกเ ขา เขาไดก ลา ววา : ขอตอ นรบั ดว ยความยนิ ดตี อทา น จากพีค่ นหนง่ึ และนบี คนหนง่ึ ” คร้ันเมอื่ ฉนั เขาไปใกล เขากร็ อ งไห ดังนนั้ จงึ มีผถู ามวา “ทาํ ไมทา น จงึ รอ งไห ?” เขาตอบวา “โอพ ระผูเปนเจา เดก็ หนุมคนนี้เอง ที่ถกู แตงต้งั ภายหลงั ฉัน ประชาชาตขิ องเขาจะไดเ ขา สวรรค ทป่ี ระเสริฐกวา ที่ ประชาชาติของฉันไดเขา” เชนเดยี วกบั ทา นมสุ ลมิ รายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ย ความ ศรทั ธา บาบวาดว ย ชาวสวรรคไ ดใกลช ิดกบั ตําแหนง อันสงู สงในนน้ั รายงานจาก อบู ฮรุ ็อยเราะฮว า ทา นศาสนทูต แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดก ลา ววา “ฉนั คือนายของ มนุษย ในวนั กิยามะฮพวกทา นรไู หมวา ทาํ ไมจงึ เปน เชน นน้ั ? มนษุ ยนับแต ยคุ แรก และยุคสดุ ทาย จะถกู รวบรวมในตาํ แหนง เดียวกัน ผปู ระกาศจะทําให พวกเขาไดยนิ และสายตาจะทาํ ใหพ วกเขามองเหน็ ดวงอาทิตยจะขยบั เขามาใกล ดงั นัน้ มนั จะทํา ใหมนษุ ยบรรลถุ งึ ความทุกข ความยากลาํ บาก อยา งชนดิ ที่ไมม ี ความสามารถจะรบั ได แลว มนุษยจ ะกลา ววา พวกเจา ไมร ูดอกหรือวา มอี ะไรมาถงึ พวกเจา บาง ? พวกเจา กาํ ลงั รอคอยผชู วย เหลอื พวกเจา ยังพระผอู ภิบาลของ พวกเจา ? ดงั นน้ั มนษุ ยสวนหนงึ่ จะพดู กับอกี สว นหน่ึงวา พวกทาน
ตอ งไปหา อาดัม ครั้นพวกเขาไปหาอาดมั (อ) พวกเขาพดู กับทา นวา : ทา นเปน บดิ าของ มนษุ ย อลั ลอฮ ทรงสรางทา นดวยพระหัตถข องพระองค และทรงเปา วญิ ญาณจาก พระองค เขา ในตวั ทา น และทรงสั่ง มะลาอิกะฮฺใหส ุ ูดตอ ทาน โปรดชว ยเหลอื เรา ตอ พระผูอภบิ าลของทานดวยเถิด ฉันเหน็ แลว ใชไ หม วา พวกเราอยใู นสภาพเชน ไร ทานเห็นแลว ใชไหมวา มีอะไรมาถงึ พวกเรา ? อาดัมตอบวา : แทจ ริง วนั น้ีพระผอู ภบิ าลของฉนั โกรธอยางชนิดที่ไมเ คย โกรธเชน นี้มากอ น แทจริงพระองค เคยหา มฉนั ไว วา อยา เขาใกลต น ไม แตแลวฉนั ละเมดิ ตอพระองค ตวั ของฉนั ตวั ของ ฉัน ตัวของฉนั จงไปหาคนอนื่ เถิด แลว พวกเขา กไ็ ปหานูห บทรายงานยงั เลา ตอ ไปอีกซ่งึ ยาวมาก (เรา ตองการเพยี งสรุปเทา น้ัน) จนกระทง่ั มนษุ ยไปวนเวยี นที่นหู แลวไปหาอิบรอฮีมตอ แลวไปหามซู าตอ แลว ไป หาอีซา ทงั้ หมดลว นกลา ววา “ตวั ของฉนั ตวั ของฉนั ตัวของฉนั ” (นฟั ซๆี ๆ) และกลา วถงึ ความผิด หรอื ความบาปของตวั เอง ยกเวน อีซา คือทานไมกลา วถึง ความบาปใดๆ แตท า นกลา ววา ตัว ของฉนั ! ตัวของฉนั ! ตวั ของฉัน! จงไปหาคนอ่ืน แลวพวกเขาก็ไปหามฮุ มั มดั ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) กลา ววา แลว พวกเขาไดม าหาฉัน ดงั นัน้ ฉนั จงึ ออกไป แลว มาถงึ ยงั เบอื้ งลางของอะรัช แลวฉันกมลงซุดู ตอพระผูเปนเจา ของฉัน ผทู รงเกรกิ เกียรติ ตอ มา อัลลอฮท รงเปด สวนหนง่ึ จาก ตาํ แหนง อนั ไดร บั การสรรเสริญ และการสดุดยี กยอ งใหแ กฉ ัน ชนดิ ท่ีพระ องคืไมเ คยเปด ใหแก ใคร กอ นฉันเลย ตอ จากนนั้ ไดม เี สียงตรัสวา : “โอมฮุ มั มดั จงเงยศรี ษะของเจาขึ้น เถดิ แลว จงขอเถดิ เจา จะไดร ับ จงขอความชว ยเหลอื เจา จะไดรบั ความชว ยเหลอื ” ดงั นนั้ ฉนั จงึ เงยศีรษะขน้ึ แลว กลาววา : “ประชาชาติ ของฉนั โอพ ระผเู ปน เจา ประชาชาตขิ อง ฉัน โอพระผเู ปน เจา” ไดม เี สียงตรัสวา “โอมฮุ มั มัด ฉนั ไดให สว นหนึ่งจากประชาชาตขิ องเจา ทไ่ี มม ีการ สอบสวนใดๆ ตอ พวกเขา เขา ทางประตู ดา นขวาของสวรรค ทั้งๆ ท่พี วกเขาเปน หนุ สว นของมนษุ ยท ีเ่ ขา ทางประตูอืน่ ๆ นอกเหนือจากประตนู ”้ี หลงั จากนน้ั ทา นไดกลาววา : ขอสาบานตอ พระองค ผซู ่งึ ชวี ิต ของฉนั อยูในพระหตั ถข องพระองค แทจ ริงระหวา งสองประตู จากประตหู นึ่ง ของสวรรค ราวกบั ระหวา งมกั กะฮฺกบั ฮไุ มร หรอื ราวกบั ระหวา งมกั กะฮก ับบศุ รอ” ในฮะดษี เหลาน้ี ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดก ลา ววา ทา นคอื นายของ มวลมนุษย ใน วนั กยิ ามะฮ! และทา นกลา ววา มซู าไดกลา ววา : “โอพ ระผอู ภบิ าล ฉนั ไมนกึ เลยวา พระองคจ ะยกคนใด ใหส ูงสง กวา ฉนั อีก” และทา นกลาววา มซู ารองไห แลว กลาววา : โอพ ระผอู ภบิ าล เด็กนอยคนน้ที ถี่ ูก แตง ตงั้ หลงั จากฉัน สว นหนง่ึ จากประชาชาตขิ องเขา จะไดเขาสวรรคอ ันประเสริฐกวา ท่สี ว นหนง่ึ จาก ประชาชาติของฉนั ไดเขา จากฮะดีษเหลา น้ี เราเขา ใจไดวา บรรดานบแี ละศาสนทตู ทัง้ หมด ตงั้ แต อาดัม จนกระทงั่ ถงึ อี ซา เปน ตนวา นหู ก ็ดี อิบรอฮมี กด็ ี มซู ากด็ ี (ขอใหทา นเหลา น้ี และนบขี องเราไดร ับพร และสุขสันติอัน
จาํ เริญ) ไมส ามารถใหก ารชะฟาอะฮ(ชวยเหลือ) ณ อลั ลอฮไดในวันกยิ ามะฮแ ละอัลลอฮทรงใหส ทิ ธนิ ้ี เฉพาะแก มุฮมั มัด(ศ็อลฯ) เทา น้นั เราเช่ือทกุ อยา งในเรอื่ งนี้ และเราขอกลาวดว ยความยกยอง ตอทา น (ศ็อลฯ) วาสงู สงกวา มนุษยท ้ังมวล แตท วา บรรดาพวกอสิ รออีล และสมนุ ของ เขาทงั้ หลาย จากพวกบะนี อุมัยยะฮม ไิ ดน าํ พาตอ เกียรตยิ ศ และความดีเดน เหลา นี้ ของศาสดา มฮุ ัมมดั (ศ็อลฯ) จนกระทั่งไดสรางบทรายงานตา งๆ ขึน้ มา กลา วยกยอ ง มูซาใหม ี เกียรติ เหนอื กวา ทาน ดงั ทีเ่ ราผานมาแลว จากการวเิ คราะหคาํ พดู ของ มูซา ทมี่ ีตอมฮุ ัมมัด ในคืน อซิ รออ และมอิ ฺราจญ เมอื่ ครงั้ ทอ่ี ัลลอฮท รงกาํ หนดนมาซ ๕๐ ครงั้ ใหแก ทาน แลว มซู าไดก ลาวกับทานวา “ฉนั รูเร่ืองมนษุ ยด กี วา ทา น” เทา นยี้ งั ไมพ อ พวกเขายงั ปน บท รายงานอนื่ ขึ้นมากลา วยกยอ ง(มูซาใหเหนือกวา มุฮมั มดั ) วา เปน คาํ พดู จากตวั ของมุฮมั มัดเอง ขอให ทานพิจารณาดูบางสวนจากบทรายงานเหลา นี้ บุคอรไี ดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ยหลักเอกภาพ บาบวา ดว ย เจตนารมณื และพระประสงค และโองการความวา “พวกเจามิอาจประสงค สงิ่ ใดได นอกจากตามท่อี ัลลอฮท รง ประสงค” จากอบูฮุรอ็ ยเราะฮก ลา ววา : มุสลมิ คนหนึ่ง สาปแชงชาวยวิ ดงั นนั้ คนมุสลิมกลา ววา : “ขอ สาบานตอผซู ง่ึ ไดเลอื กมุฮมั มัด เหนอื บรรดาชาวโลก” แลว เขากไ็ ดสาบานเรือ่ งหนงึ่ ลงไป ฝา ยชาวยวิ ก็ กลา ววา “ขอสาบานตอผซู งึ่ ไดเลือก มซู าเหนือบรรดาชาวโลก” ดังนัน้ คนมุสลมิ จงึ ยกมือของเขา ณ ท่ี นั้นแลว ตบชาวยวิ ชาวยิวผูน้ันกไปหาทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) โดยไดบ อกเลา ใหท า นทราบ เรือ่ ง ระหวา งเขากบั มสุ ลมิ คนน้ัน ดงั นนั้ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ)ไดก ลา ววา : ทานอยาไดอางวา ฉันดเี ดน กวามซู า เพราะในวนั กยิ ามะฮนฺ นั้ คนทงั้ หลายจะสลบ ไสล แลว ฉันเปน คนแรกทฟี่ น ขึ้นมา แต บดั นั้น มซู าจะลงมายนื เดนอยขู า งๆ อะรชั ดงั นนั้ ฉนั จึงไมร วู า เขาเปน คนหนง่ึ ทีส่ ลบไปดวย แลว ฟน ข้นึ มากอนฉนั หรอื วา เปน ผทู ่ีอัลลอฮทรงใหก ารยกเวน กนั แน” ในรายงานอีกบทหนง่ึ ของบคุ อรี กลา ววา : มชี าวยวิ คนหนงึ่ มาหาทา น นบ(ี ศ็อลฯ) เพราะเขา ถกู ตบทใี่ บหนา เขากลาววา : “โอม ฮุ มั มดั แทจรงิ ซอฮาบะฮ ของทานคนหน่ึง ในหมูชาวอนั ศอรฺ ไดต บ ใบหนา ของฉนั ” ทา นกลา ววา : “จงไป เรยี กเขามา” แลวชาวยิวคนนนั้ ก็ไดเ รยี กเขามา ทา นถามวา : เธอตบใบหนา เขาทําไม ? เขาตอบวา : โอท า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮแ ทจ รงิ ฉันเดินผานยวิ คนน้ี แลวฉัน ไดย ินเขาพูดวา “ขอสาบานตอ ผซู ่งึ คัดเลอื กมูซา เหนอื กวามวลมนษุ ยชาต”ิ ฉนั จงึ กลา ววา : “เหนอื กวา มุฮัมมดั หรือ ? ฉนั รสู ึกบนั ดาลโทสะทนั ที จงึ ตบเขา”
ทา นกลา ววา : “พวกเธออยา ไดอ างวา ฉันดเี ดน ท่สี ดุ ทา มกลางบรรดานบี ท้งั หลาย เพราะ แทจ รงิ ในวันกยิ ามะฮม นษุ ยท ัง้ หลายจะสลบไสล แลว ฉันเปน คนแรกที่ฟน ขึ้นมา ทนั ใดนน้ั ฉนั กบั มซู า กาํ ลังจบั เสาหน่ึงของอะรชั ฉันจงึ ไมร ูวา เขาฟนกอนฉนั หรือวาเขาถูกชดเชยดว ยเสยี งกมั ปนาทแหง ภเู ขาฎร ฺ” ขณะเดียวกนั บคุ อรีไดร ายงานในซอเฮียะหของทา น กติ าบตัฟซรี อฺ ลั กรุ ฺอาน ซเู ราะฮฺยซู ุฟ (อ) บาบวา ดวย คาํ ตรัสของพระองคความวา “เมื่อศาสนทตู มาหา เขา”วา : จากอะบีฮุร็อยเราะฮรายงานวา ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ไดกลาววา : “ขออัลลอฮ ทรงประทานความเมตตาแก ลฏู แนน อน เขาจําเปน ตองพงึ่ เสาหลัก ทีเ่ ขม แขง็ และถาหาก ฉันอยูใน คุกอยางท่ยี ซู ฟุ เคยอยู ฉนั จะตอบสนองตอ ผูรองขอ และเรามสี ทิ ธิมากกวา อิบรอฮมี ในขณะทีพ่ ระองค ถามเขาวา เจา มิไดศ รทั ธาหรือ เขาตอบวา มไิ ด แตทวา เพ่อื หวั ใจของฉนั จะสงบมน่ั ” ทั้งหมดน้ี พวกเขายงั ไมเ พยี งพอ จนถงึ กับไดท ําใหดทู า นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) เปน คน ตง้ั ของสงสัย กระท่ังชะตากรรมของตน ณ พระผูอ ภบิ าล ดังนน้ั จะไมม กี ารชะฟาอะฮไมม ีฐานภาพอนั สงู สง ท่ไี ดรับการสรรเสิรญ(มะกอมอัลมะฮมฺ ูด) จะไมม คี วามดเี ดนเหนือบรรดานบีและศาสนทูต ท้งั หลาย จะไมม ีการ แจง ขา วดเี ร่ืองศอฮาบะฮขฺ องทา นเขาสวรรค ในเมือ่ ตัวของทา นเอง ทา นยงั ไมร ู ชะตากรรมเลยในวนั กยิ ามะฮโปรดอานรายงานบทน้ี พรอ มกบั ขา พเจา ดเู ถดิ ตามที่ บคุ อรีไดร ายงานไว บคุ อรไี ดบันทึกไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น บาบวาดว ยอลั ญะนาอิซ กติ าบวา ดวย อัลกซุ ฟู ภาคที่ ๒ หนา ๗๑ รายงานจากคอริญะฮบิน ซยั ด บนิ ซาบิตกลาววา อมุ มุลอะลาอ สตรี ชาวอนั ศอรฺคนหนง่ึ ท่ีได ใหสัตยาบนั ตอ ทานนบี(ศอ็ ลฯ) แลวเลาวา ชาวมุฮาญิรีนทาํ พธิ ีเสีย่ งทายดว ยดอกศร แลวมนั ไดถกู คน ในหมพู วกเรา คอื อุสมาน บิน มซั อูน เราจงึ นําเขาไปพกั ทบี่ า นของพวกเรา เขามอี าการเจ็บปวดอยาง รนุ แรง จนถึงแก ชีวิต ครัน้ เมอื่ เสียชีวิต ก็ถูกอาบนา้ํ ให ถูกหอ กะฝน ในผา ของเขา แลว ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮก ็เขา มา ดังนั้นฉนั จึงกลา ววา : ขอความเมตตาของอัลลอฮม ีแดทา น เถิด โออบูซาอบิ ฉนั ขอเปนพยานใหแ กทา นวา แนนอน อลั ลอฮไดใ หการยกยอ ง แกทา น แลว ทานนบ(ี ศ)จึงกลาววา : “เธอรู ไดอ ยา งไรวา อลั ลอฮท รงยกยอ งเขา ?” ฉันจงึ ตบวา : “บิดาของฉนั เปน พลแี ดท าน โอศาสนทตู แหงอัลลอฮแลวใครเลา ทอี่ ลั ลอฮทรงยกยอ ง” ดงั นน้ั ทา นนบ(ี ศ)ไดก ลา ววา : “นนั่ เปน เรอ่ื งของคนท่ี มี ความเชื่อมน่ั อนั ถองแท( ยะกนี ) ขอสาบานตออลั ลอฮแ ทจริงฉันเอง กห็ วงั วา เขา ไดร ับความดีงาม ขอ สาบานตออัลลอฮท ง้ั ๆ ท่ฉี นั เปน ศาสนทูตแหงอัลลอฮฉ นั กย็ งั ไมร วู า อะไรบา งจะถกู ปฏบิ ตั ติ อฉัน” นางกลาววา : “ขอสาบานตออัลลอฮ หลงั จากเขาแลว ฉนั จะไมย กยองใคร อีกเด็ดขาด”
เร่อื งนี้ชา งประหลาดแทๆ ขอสาบานตอ อลั ลอฮ! ในเมอ่ื ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮยงั สาบาน ตออัลลอฮว า ทา นไมรวู า จะไดร ับการปฏิบัตอิ ยา งไร หลงั จาก นี้ ยังมอี ะไรเหลอื อกี เลา ? เมอื่ อลั ลอฮทรงตรสั วา : “หากแตมนุษยน ัน้ บนตวั เขาเอง มีหลกั ฐานอนั ชัดแจง ” ในเมื่อ อัลลอฮท รงตรสั ตอนบขี องพระองควา : “แทจ ริงเราไดเ ปด เผย แกเ จา ดว ยการเปด เผยอันชดั แจง เพอื่ อัลลอฮไดอภัยแกเจา ทเ่ี จา ไดกระทาํ มาแลว อนั มาจากความผิดของเจา และท่จี ะมีตอไปขา งหนา และทรงทําใหค วาม โปรด ปรานของพระองค สมบรู ณแกเจา และทรงนําทางเจา สหู นทางอันเทย่ี งตรง และทรงชว ยเหลอื เจา ดวยการชว ยเหลอื อนั ทรงเกียรต”ิ (อัลฟตฮ/๑) เมื่อการเขา สวรรคของคนมุสลิมขึ้นอยกู บั ทเ่ี ขาปฏิบัติตาม และเคารพ เชอ่ื ฟง และมสี ัจจะมนั่ ในส่งิ นัน้ เราจะเชื่อฮะดษี นี้ ทีไ่ มม ีอะไรจะนา เกลยี ดกวา อีกไดอ ยางไร เราขอความคุม ครองตออัลลอฮ ใหพ น จากความเชื่อของบะนี อมุ ัยยะฮซ งึ่ พวกเขาไมเคยศรัทธาเลยแมสักวนั เดยี ว วา มุฮมั มดั คือ ศาสนทตู ของ อลั ลอฮอยางแทจรงิ พวกเขาเพียงแตเ ชอ่ื มนั่ วา ทานคอื จอมราชันยค นหนงึ่ ท่ีสามารถ พชิ ิตคนทัง้ หลายได ดว ยความฉลาด หลกั แหลมของตน และนคี่ อื คาํ ยนื ยนั ทีอ่ บูซุฟยาน,มุอาวยิ ะฮฺ และยะซดี รวมถงึ คอลฟี ะฮแ ละผูป กครอง ในหมู พวกเขารายอน่ื ๆ ไดเ ปดเผยไว ทา นนบขี ดั แยง กับหลักวชิ าการและการแพทย ตามหลกั วชิ าการ ถอื วา โรคภยั บางอยา งสามารถแพรเชอ้ื ใหเปน อนั ตราย ได และนคี่ อื ส่ิงท่ีคน สวนใหญ รกู นั อยูเ ปนอยา งดี แมจ ะมใิ ชป ญ ญาชนก็ตาม สว นทางดานนกั ศึกษาวชิ าการดา นการแพทย ในมหาวทิ ยาลยั ตา งๆ ถา หากมคี น บอกพวกเขาวา ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ปฏิเสธเรื่องน้ี แนน อนพวกเขาจะ ดูหมนิ่ เหยยี ดหยาม และพบความสาํ เร็จในการลบหลูศ าสดาของอิสลาม โดย เฉพาะอยา งยงิ่ พวกครูบาอาจารยข องพวกเขา ซง่ึ พยายามคน หาชองโหว ประเภท นก้ี นั อยู แตเ ปน ทน่ี าเสยี ใจอยา งยง่ิ วา ฮะดษี ตา งๆ ที่บคุ อรีและมสุ ลิมบันทกึ ไวนนั้ ยนื ยนั วา ไมม ีการ แพรเ ช้อื และมีทย่ี นื ยนั วา มกี ารแพรเ ชอื้ ไวด วย เม่อื เราบันทึกลง ณ ทนี่ ีถ่ งึ ความขดั แยงตา งๆ ดวยการต้งั เปนหวั ขอวา ทานนบีขดั แยง นัน้ เรา ไมเช่อื หรอกวา ทาน(ศ)จะขัดแยง แมเพียงคร้ังเดียว ไมว า จะโดยคาํ พดู หรอื การกระทําของทา นกต็ าม แตเปนวิธีการเขยี นตามปกตอิ ยางหนึ่ง ทเ่ี รียกรองทา นผอู า นใหส นใจ กับ ฮะดษี ตางๆ ทีถ่ กู อุปโลกนข น้ึ มาดวยความเทจ็ และใสรา ยทานศาสดาผปู ราศจาก ความบาป(มะอซฺ ูม) และเปน ท่รี ูกัน อยูแลววา จดุ ประสงคข องเราในการนาํ ตวั อยางฮะดษี เหลานี้ ออกมาเสนอ ก็คือ เพ่ือประกาศความ บรสิ ุทธิ์ของทานนบี (ศอ็ ลฯ) และมอบฐานภาพอนั สงู สงทางดา นวิชาการใหแ กท า น ทเี่ หนอื กวา ทุก กระบวน ของวชิ าการสมยั ใหม
กลา วคอื จะไมมที ฤษฎีทางดานวชิ าการทเี่ ที่ยงแทขอ ใด ขดั แยงกับ ฮะดีษ อนั เทย่ี งแทของ ทานนบี ฉะนนั้ ถา เรือ่ งใดคา นหรือขดั แยงกัน เรา กร็ ูไดว า นั่นเปน ฮะดีษ ทถี่ กู อปุ โลกนขนึ้ มาดวยความ เทจ็ ใหแกท า นศาสดา(ศ็อลฯ) น่คี อื เหตผุ ลดา น หนงึ่ สวนเหตผุ ลอกี ดานหนงึ่ นน้ั ถา ฮะดษี ใดมี ความหมายในตวั ขัดแยง กบั อีก ฮะดษี หนึ่ง ทีส่ อดคลอ งกบั ทฤษฎีทางวชิ าการ ใหถ ือวา จาํ เปนจะตอง ยอมรับฮะดษี ประเภททีส่ องน้ี และใหปฏิเสธฮะดีษประเภทหนง่ึ ทันที ตวั อยา งสาํ หรับเร่อื งน้ี ขา พเจาจะนาํ เสนอฮะดษี วาดว ยการแพรเชอ้ื กอน เพราะมีประเดน็ สาํ คญั ในการวเิ คราะห และทาํ ใหเ ราเหน็ ภาพพจนท่ีแทจริง ในความขัดแยงของซอฮาบะฮ และนกั รายงาน และนกั ปลอมแปลงฮะดษี แตมใิ ช เปน ความขัดแยงของทา นศาสดา(ศอ็ ลฯ) เพราะส่ิงนี้ เปนไปมไิ ดเด็ดขาดอยแู ลว บคุ อรไี ดร ายงานในซอเฮยี ะหของทา น ดว ยการกลา วถงึ สองฮะดีษดวยกัน ซง่ึ ขา พเจาจะเสนอ เฉพาะเลมนี้ เพราะ นี่คอื ตาํ ราทถ่ี ูกตองทสี่ ดุ ตามทศั นะของ อะฮฺลซิ ซนุ นะฮเ พื่อมใิ หน กั ตคี วามใช ทศั นะออกไปเปนหลายแนวคิด จนมีคน หน่ึงคนใดพูดไดวา มีฮะดษี หนง่ึ ถูกบนั ทกึ ไวโดยบุคอรี แตนกั ฮะดีษคนอนื่ บนั ทกึ ไวในทางตรงขา ม ฉะนน้ั ผอู า น จะสังเกตไดว า ในบทน้ี ขาพเจา จะเสนอเฉพาะ ตาํ ราของบคุ อรคี นเดียวเทาน้ัน ในประเดน็ ทว่ี า รายงานฮะดษี ที่ขดั แยงกนั อลั บุคอรไี ดบ ันทกึ ไวใ นซอเฮียะหข องทา น กติ าบวาดว ย การแพทย บาบวา ดวย “ลา ฮามะฮ”ฺ จากอบฮู ุรอ็ ยเราะฮกลาววา : ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ไดก ลาววา “ไมมี การแพรเ ช้ือ ไมมโี ชคลาง ไมม กี ารถือ เคลด็ ” ชาวอาหรบั คนหนงึ่ กลา ววา : โอ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮแ ลวทาํ ไมเมอ่ื ปส สาวะของอฐู หรอื กวาง ตกลงใน พนื้ ทราย ครัน้ ถาหากอูฐทเี่ ปนโรคเรื้อนมาคลกุ เคลาทนี่ ่ัน มนั จะทาํ ใหอ ฐู เปน โรค เรอื้ น ได ? ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ)ถามวา มันติดเชื้อของตวั แรกหรือ ? โปรดพิจารณาดชู าวอาหรบั คนนเี้ ถิด ธรรมชาตใิ นตวั ของเขา ชนี้ ําเขาให เขาใจในธรรมชาติ ของเชื้อโรคทตี่ ิดตอกนั ได โดยผา นทางอฐู ที่เปน โรคเร้อื น ซงึ่ จะทาํ ใหอ ฐู ทุกตวั เปนเรื้อนไปดว ย ถา หาก อยูปะปนกัน ในขณะทที่ า นศาสนทตู ยงั ไมสามารถหาคาํ ตอบ ใหแ กค าํ ถามของชาวอาหรับ จนเปน ที่ พอใจได ทา นจงึ ถามวา “มนั ตดิ เชอื้ ของตวั แรกหรอื ?” กลายเปน วา ทานเองเปน ฝา ยถาม เรื่องนอี้ กี เชนกนั ทาํ ใหขา พเจานกึ ถงึ ตอนทคี่ ณุ หมอไดถามสตรีคนหนงึ่ เมื่อนาํ บตุ รมาตรวจ อาการของโรคหัด วา : ท่บี า น หรือคนขา งบาน มีใครเปน โรคนบ้ี า ง ? แมของเด็กคนนนั้ ตอบวา : “ไมมี เลย” คณุ หมอบอกวา ถา เชน นนั้ อาจติดมาจากโรงเรยี นกระมงั ? แมเด็กตอบทนั ควันวา : “เปลาเลย เขายงั ไมเขา โรงเรียน เพราะอายเุ พ่ิงได ๕ ขวบเทานนั้ ”หมอพูดอกี วา : ถา เชน นน้ั คงจะเปนที่ สนาม เด็กเลน ” นางตอบวา : “ไม เขาไมเคยไปสนามเดก็ เลน” หมอกพ็ ดู อีกวา : “บางทีคณุ อาจเคยพาเขาไป
เย่ียมญาติ หรอื อาจมีญาตมิ าเยี่ยมคุณทบ่ี า น แลวเขา คงติดเชอื้ มาก็ได” นางตอบปฏเิ สธอกี ! แลวหมอ ก็บอกวา : “เชอื้ อาจมากับอากาศ ก็ได” ถกู แลว อากาศ สามารถนําเชอ้ื โรค ใหต ิดตอกันได และคนทงั้ หมบู าน หรอื คนท้งั เมอื งเคยติด เช้อื กันทัง้ หมดมาแลว ดว ยเหตนุ ้ี จึงมกี ารฉีดวคั ซนี และยาปอ ง กนั เพราะวา กระแสลมสามารถนาํ โรค ระบาดตา งๆมาแพรไ ด เปน ไฉนทีค่ วามรูใน เรอื่ งเหลานท้ี งั้ หมด ถกู ซอ นเรน ไว สาํ หรบั บุคคลผูซ ่งึ ไมพดู สิ่งใดจากอารมณ ? ทานเปน ศาสนทูตของพระผูอภิบาลแหง สากลโลก ผูซึ่งไมม สี ง่ิ ใดลอดเรนไป จาก ความรขู องพระองค แทจ รงิ ไมม สี งิ่ ใดในแผนดนิ และในช้ันฟา จะซอนเรน จากอลั ลอฮไ ด พระองคค ือ ผู ทรงไดยิน ผทู รงรอบรยู ่งิ ดว ยเหตุนี้ เราจงึ ปฏเิ สธ ฮะดีษบทน้ี และเราจะไมยอมรบั อยา งเดด็ ขาด แตเรา จะยอมรับฮะดีษที่สอง ซึง่ บคุ อรเี องนั่นแหละ ไดร ายงานไวในหนา ในบาบ และในฮะดีษเดียวกัน ความ วา : รายงานจากอะบี ซะละมะฮวา ทา นไดย ินอบูฮรุ อ็ ยเราะฮฺรายงานในภายหลงั วา : ทา นนบี(ศ็อลฯ) กลาววา : “อยาใหค นปวยคลุกคลกี ับคนที่สฃุ ภาพดี” และอบู ฮุร็อยเราะฮไดค ัดคานฮะดษี บทแรกของ เขาเอง เราไดกลาววา : “ทา นเองมใิ ชห รือ ที่เลา ฮะดีษวา ไมม ีการแพรเ ชื้อ” แลวเขากพ็ ูดประโยคหนงึ่ แบบชาวเอธโิ อเปย อบู ซะละมะฮกลา ววา “ฉนั ไมเคยเหน็ เขาลืมฮะดษี บทใด นอกจากบทนี้อีก” พรอ มกบั สองฮะดษี ท่ีขดั แยง กันเองนี้ (๑ไมม ีการแพรเชอ้ื ๒อยา ให คนปว ยคลกุ คลกี บั คน สขุ ภาพด)ี ทา นมุสลิมกไ็ ดร ายงานอีกเชนกนั ในศอฮีฮของทา น กิตาบวา ดวย อสั สลาม บาบวาดว ย ไม มกี ารแพรเช้อื ไมการถือเคลด็ ไมม ีโชคลาง ฯลฯ และมใิ หค นปวยคลกุ คลีกับคนสขุ ภาพดี จากฮะดษี เหลา น้ี ทาํ ใหเรารวู า ฮะดีษที่สอนวา อยา ใหค นปว ยคลกุ คลี กับคนสุขภาพดี นน่ั เอง เปน ฮะดษี ซอเฮียะหจ ริง ซง่ึ ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) ตอ งกลา วไวแ นน อน เพราะไมข ดั กบั วิชาการ สว นฮะดษี ทว่ี า ไมมกี ารแพรเ ชือ้ ตอ งเปน ของเทจ็ แนน อน เพราะเปน คําสอนของคนท่ีไมร ู ความจริงแหงกฎ ธรรมชาติ ดว ยเหตนุ ศี้ อฮาบะฮฺบางทา นจึงคดั คานสองฮะดษี น้ี โดยขัดแยง กบั อบู ฮรุ ็อยเราะฮและแสดงความแปลกใจตอ เขา ในสว นของฮะดีษแรก และอบู ฮรุ ็อยเราะฮเ องกไ็ มมี ทางออกใดๆ สําหรับขอกลา วหานี้ ดงั นน้ั เขาจงึ พูดออกมา ดว ยสาํ เนยี งของชาวเอธิโอเปย ผูอ ธบิ ายอัล บคุ อรีกลาววา : เขาพูดดว ยความโกรธ จนไมมใี ครฟง รเู รอ่ื ง ! สิง่ หนึ่งทท่ี ําใหเ รามน่ั ใจเพมิ่ ข้ึนวา ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) กา วหนา กวา ส่ิงทท่ี าง วิชาการสมัยใหมยนื ยนั ไว ในคณุ สมบัติของโรคติดตอ ซง่ึ ทาน เคยไดกําชบั คนมุสลิมใหระวงั โรค ระบาด โรคเรอ้ื น และโรคตดิ ตอ อืน่ ๆ บคุ อรไี ดร ายงานไวในศอฮฮขฺ องทาน กติ าบวาดว ย อัมบยิ าอ บาบวา ดวย อบูอลั ยะมาน เลา เรา และทํานองเดียวกับ ทีท่ า นมุสลมิ ไดร ายงานในศอฮฮี ข องทา น กิตาบอัสสลาม บาบวาดว ยโรค ระบาด การถอื เคลด็ และโหราศาสตร และอืน่ ๆ
รายงานจากอบอู ุซามะฮบ นิ ซยั ด กลาววา : ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ)ไดก ลาววา : โรค ระบาดคอื มลทินอยา งหนึ่ง ทถ่ี กู สงมายงั ชนกลุมหนงึ่ ของ บะนีอสิ รออีล หรือแกคนรนุ กอ นจากพวก ทา น ดงั นน้ั ถา ทา นไดยนิ มาวา มสี งิ่ น้นั เกดิ ขึน้ ณ ทอ งถิน่ ใดก็ตาม พวกทา นอยา ไดเดนิ ทางไปทน่ี นั่ และถา มนั เกิดขนึ้ ในทอ งทีใ่ ด ที่พวกทา นอยอู าศยั ก็จงอยา หนอี อกจากทนี่ ่ัน” แตอกี รายงานหนง่ึ กลา ว วา “จะไมม ีทางออกแกพ วกทาน นอกจากจะตองหลกี หนีจากมนั ” ทีถ่ กู ตองจรงิ ๆ วา มาจากทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ก็คอื คําพดู ของทา นในความหมายนี้ ทว่ี า “จงหลกี หนี จากคนเปนโรคเร้อื น ใหเหมอื นกับทีท่ า นหนสี ิงโต” และคําสอน ของทา นทวี่ า : “เมอ่ื คนหน่งึ ในหมพู วก ทา นดืม่ ก็จงอยาหายใจลงในภาชนะ” และ คําสอนของทา นทว่ี า : “เมอ่ื สนุ ัขเลียภาชนะของพวกทา น ก็ จงลางมนั สัก ๗ ครง้ั หนึ่งในนน้ั ตองใชดิน” ทงั้ หมดน้ี ทา นสอนประชาชาติของทา นใหร จู ักความ สะอาด รหู ลกั อนามยั และการปอ งกัน ทา นมิไดสอนพวกเขาหรอกท่ีวา : ถา แมลงวนั ตกลง ใน เคร่อื งด่ืมของคนใดในหมพู วกทา น กจ็ งทาํ ใหมันจมมดิ ลงไป” ซึง่ เร่อื งน้ี เคยพดู ถึงมากอ นแลว ทา น สามารถกลับไปตรวจสอบได เราไดพ บความขดั แยงอยา งชัดเจน แมกระทัง่ ในเรอ่ื งการถอื โชคลาง ทช่ี างอาหรบั เคยถอื วา เปน ความอัปมงคลดว ยสง่ิ น้นั นัน่ คือ นกชนิดหนง่ึ ทร่ี จู ัก กันวา เปน นกกลางคนื หรือที่เรียกวา นกฮกู นนั่ เอง ตามคาํ อธบิ ายของอะนัซ บิน มาลกิ ดังน้นั เมอ่ื ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ไดก ลาวแลววา : “ไมใ ชล าง ราย” แลว ทา นจะ ขัดแยง ดว ยการขอความคมุ ครองใหพน จากมันไดอยางไร บคุ อรีไดบ นั ทึกไวใ นซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวาดว ย ปฐมบทแหง งาน สรา งสรรค บาบวาดวย “ยะซุฟฟนู นั นซิ ลาน ฟลมะชยี ภาคท่ี ๔ หนา ๑๑๙ รายงานจากอะบีซะอีด บิน ุบัยร จากอบิ นอุ บั บาส (ร.ฎ)กลา ววา : ทา นนบ(ี ศ)เคยขอความ คมุ ครองแกท า นฮะซนั และฮุเซน แลว กลา ววา แทจรงิ บดิ า ของเธอทงั้ สอง เคยขอความคุมครองดวย ประโยคนี้ แกอิสมาอีล และอิสฮาก มา แลว วา ขา ของความคมุ ครองตอพจนารถของอลั ลอฮอัน บริบรู ณ เพอื่ ใหพ น จาก ชยั ฏอนทุกประเภท และลางรา ย และใหพน จากทกุ สายตาของประชาชาติ” ถกู แลว ในบทน้ี เราตองการจะกลาวถงึ ตวั อยา งบางฮะดษี ทขี่ ดั แยงกนั แลวกลาวหาวา มา จากทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ท้งั ๆ ทที่ า นบริสุทธิ์ จากเร่อื ง เหลา นน้ั อยา งสน้ิ เชิง ยงั มีอกี นับรอยฮะดษี ทขี่ ัดแยงกนั ซ่งึ บคุ อรีและมสุ ลิมไดบ นั ทกึ ไวใ น ซอเฮยี ะหของเขาทัง้ สอง ซง่ึ เราจะหยิบยกมากลา วถงึ เพอ่ื ทา นผูอานจะไดขอสรปุ และคาํ อธบิ าย อีกเชนเคย สาํ หรับบรรดา นกั วเิ คราะห สามารถคน ควา เรื่องน้ไี ด บางทีอลั ลอฮอ าจทรงชาํ ระขัดเกลาซนุ นะฮฺแหง ศาสนทูตของ พระองค โดยผา นทาง พวกเขาก็ได และจะทรงตอบแทนรางวัลอนั ยงิ่ ใหญใหแกพ วกเขา และพวกเขา
จะเปนตน เหตแุ หง การแยกแยะสจั ธรรม ใหพน จากความผดิ พลาดท้ังปวง และจะ ไดมอบบทวเิ คราะห อนั ทรงคุณคา ตามพนื้ ฐานแหง คําสอนของอสิ ลาม ใหแ ก ประชาชาตริ ุนใหมส บื ไป “โอบ รรดาผูซ่งึ ศรทั ธา จงอยา เปนอยา งพวกที่ใหรา ยแกม ซู า ดังนัน้ อัลลอฮทรงประกาศความ บรสิ ุทธ์ใิ หแ กเขา จนพน จากเรื่องทพี่ วกเขาวากลา ว และฐานะ ของเขาสูงสง ยิ่ง ณ อลั ลอฮโ อบ รรดาผู ซง่ึ ศรทั ธา จงยาํ เกรงอัลลอฮและจงกลา ว ดว ยวาจาทช่ี ดั เจน พระองคจะทรงปรับปรงุ เพื่อพวกเจา ซง่ึ การงานของพวกเจา และจะทรงอภัยโทษแกพวกเจา ซงึ่ ความบาปของพวกเจา และผูใดเคารพเช่ือฟง อัลลอฮแ ละศาสนทตู ของพระองค ดังน้ัน แนน อน เขายอ มชาํ นะ ดว ยชัยชนะ อนั ยง่ิ ใหญ”(อัลอะฮซฺ าบ/ ๗๑) บทท่ี ๘ ปญ หาเกย่ี วกับตาํ ราซอเฮยี ะหทง้ั สอง บคุ อรแี ละมสุ ลิม เนื่องจากตําราสองเลมนี้ มีความสาํ คัญอยางลกึ ซึ้ง สาํ หรับอะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮว ัลญะมาอะฮ จนกระทง่ั ในทศั นะของบรรดามสุ ลมิ โดยทั่วไป หนงั สอื ทัง้ สองนี้ ไดก ลายเปน แหลงอางองิ ข้นั พน้ื ฐาน และเปน รากฐานทมี่ าอนั ดบั แรก ในการ วเิ คราะหปญ หาทางศาสนาทกุ ประเด็น และไดก ลายเปน ความ ยุงยากอยา งหนงึ่ แกน กั คนควา บางคน ในอันท่จี ะเปดเผยในสิ่งทพ่ี วกเขาพบวา มอี ยูในนน้ั เปน ตน วา ความสับสน ความขัดแยง และสิง่ ทพ่ี งึ รงั เกยี จตา งๆ ดงั น้นั พวกเขาจึงยอมรับ เรอื่ งน้นั ๆ บนความ ปวดรา ว แตไมเปดเผยใหพ วกพอ งของตนรับทราบ เนอ่ื งจาก ความกลวั คนเหลานนั้ หรือไม กจ็ ะเปน การทาํ ใหค นเหลานั้นกลวั เสยี เอง ในเมอ่ื จติ ใจของพวกเขา ยังใหเกยี รติ และยกยอ งเทดิ ทนู ตําราทง้ั สองเลม น้ันอยู ท้งั ๆ ที่ในความเปน จริงแลว ทา นบคุ อรีและทานมสุ ลมิ เองนนั้ ไมเ คยใฝฝน เลยแม เพียง วันเดียว วา เขาทงั้ สองจะมาถึงฐานภาพในระดบั ทกี่ าํ ลงั เปนอยู ในทัศนะของ นกั ปราชญแ ละคนทว่ั ไป ในขณะนี้ เราเอง ที่ไดกา วลวงเขา มาวพิ ากษท า นทงั้ สอง และนาํ ขอ ตําหนบิ างประการ ออกมาใหแกท า น ทั้งสอง กม็ ิไดเ ปน เพราะเหตุอื่นใดท้ังนนั้ นอกจากกระทาํ ไปเพ่อื ประกาศความบรสิ ทุ ธ์ิใหแ กน บขี องเรา (ศ็อลฯ) และเพ่อื มใิ หม ีความดางพรอยตอ อศิ มะฮฺของทา น และในเมื่อศอฮาบะฮบฺ างคนยังไมปลอด พนจากการถกู วพิ ากษ และถกู ช้ีจุดบกพรอ ง เพื่อเปา หมายเดยี วกนั น้ี ทา นบคุ อรี และมสุ ลิมเอง ก็มไิ ด ประเสริฐไปกวาคนเหลา นั้น ผเู ปน ศอฮาบะฮขฺ องทา นศาสดา
ตราบใดที่เรามเี ปาหมาย ในการประกาศความบริสุทธขิ์ องทานนบี(ศ็อลฯ) เรา ใชความ พยายามอยา งสดุ ความสามารถ ในการยนื ยนั ถงึ อศิ มะฮขฺ องทา น ยนื ยนั วา ทา นมคี วามรู และมีความ ตักวามากกวา มนุษยท งั้ หลาย โดยสน้ิ เชงิ และเชอื่ วา อลั ลอฮผทู รงไวซ ึ่งความบรสิ ุทธ์ิ และสงู สดุ ยงิ่ ทรงคัดเลือกทา นใหเปนความเมตตา แกส ากลโลก และทรงสง ทา นมายงั มนุษยชาตโิ ดยทว่ั ไป ทง้ั มนษุ ยและญิน จงึ ไมมี ขอ สงสัยเลยวา อลั ลอฮทรงบญั ชาใหเ ราประกาศความบริสุทธ์ิ และประกาศ เกยี รติ คุณของทา น และหามมิใหย อมรับขอ ตาํ หนใิ ดๆ วามีในตวั ทา น ดวยเหตุนเี้ อง เราและบรรดา มสุ ลมิ ทงั้ หมด ลว นถูกเรียกรอ งใหผ ลักไสทกุ ๆ เรอ่ื งท่ขี ัดแยง กับจริยธรรมอันยงิ่ ใหญ อนั เปน คณุ สมบัติ เฉพาะของทา น และใหผ ลักไส ทุกเร่ือง ทข่ี ัดแยง กบั อศิ มะฮฺของทา น หรือเรอื่ งราวใดกต็ าม ทีล่ ว งเกิน บคุ ลกิ ภาพอนั ทรง เกยี รตขิ องทา น ทง้ั โดยตรงและโดยออม ดงั นน้ั บรรดาซอฮาบะฮ บรรดาตาบิอนี บรรดาอิมาม และนกั ฮะดษี ทง้ั หลาย รวมถึงบรรดา มุสลิมทกุ คน แมกระทง่ั มนษุ ยชาตทิ ้งั มวล ลวนเปน ผเู จริญ รอยตามเกยี รติยศ และความดีเดน ของทา น ดังนนั้ ผทู ถ่ี กู วพิ ากษ และผขู ดั แยง รวมถึงบรรดาผทู ค่ี ล่งั ไคลก ารถอื ฝก ฝา ย ยอ มจะตอ ตาน ดวย ความแคนเคือง เปน ธรรมดา กับทุกๆเรอื่ งทเ่ี ปน ส่งิ ใหมส ําหรบั พวกเขา แตท วา ความพึงพอพระทยั ของ อลั ลอฮค อื เปาหมายสงู สดุ และความพงึ พอใจของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮคอื จดุ มุงหวงั สงิ่ นน่ั คอื เสบยี ง และเปนคลังมหาสมบัติ ในวันทท่ี รัพยส นิ ใดๆ และบตุ รหลาน จะไรป ระโยชน เวน แตค นท่ีเขา หาอัลลอฮดว ยจติ ใจท่บี ริสทุ ธ์ิ สําหรับเรา ในเร่อื งเหลา นที้ ัง้ หมด ถือเปนความพงึ พอใจ และเกยี รติยศ ของบรรดาผูศรัทธา และผูสัตยจริง ซ่ึงทานเหลานัน้ รูจักฐานภาพแหง อัลลอฮแ ละ ฐานภาพแหง ศาสนทตู ของพระองค (ศ็อล ฯ) กอ นจะรูจ ักฐานภาพของนกั ปกครอง และบรรดาคอลฟี ะฮและพวกสุลตานทงั้ หลาย ขา พเจา ยังจาํ ไดวา เคยพบกบั การโตแยง อยา งรนุ แรง จนกระทั่งเคยถกู ปรักปรําวา เปน กาฟรฺ และออกนอกศาสนา เมื่อขา พเจา วพิ ากษบ คุ อรี ในการ เสนอฮะดษี บทหนงึ่ ของเขาทว่ี า มซู าตบทูต มรณะ (มะลาอิกะฮเ มาต) แลวควกั ตา ของทา น มคี นกลาวกับขา พเจาวา : “ทานเปนใคร จงึ ไดก ลา วิพากษบคุ อรี ?” พวกเขากรเู ขามาลอ มขา พเจา แลว สง เสยี งเอด็ ตะโรดงั ล่ัน ราวกบั วาขา พเจา วพิ ากษ โองการจากอลั กุรฺอาน ก็มิปาน เปนอันวา ถา นกั วเิ คราะหท าํ ตวั ใหเปน อิสระ ปลดปลอยตวั เองจาก พันธนา การของประเพณี นยิ ม(การตักลดี )อยา งหลับหหู ลบั ตา และไมถอื ฝก ฝายเพราะ ความเคยี ดแคน ไดแลว กจ็ ะพบวา ในบุ คอรีและมสุ ลิม มเี รอื่ งตา งๆ ท่แี ปลก ประหลาด ลึกลับ อันสะทอนถงึ การสอดรับทางสติปญ ญาของชาว อาหรบั เบดอู ิน ทคี่ วามคิดของเขา ยงั คงสภาพทห่ี ยาบกระดา ง ซง่ึ จะเชอ่ื ถอื ศรัทธา ในบางเร่ือง ทเ่ี ปน ของเหลวไหลและเปนนทิ านทงี่ มงาย ความคิดของเขาจะโนม นา วไปหา ทกุ เรอื่ งทแี่ ปลกประหลาด
มหัศจรรย อันน้มี ใิ ชขอ ทน่ี าตาํ หนิ และเราจะไมกลาวหา เขาวา มีความคดิ ลาหลงั เพราะในสมยั ของเบ ดอู นิ มิใชส มยั ดาวเทยี ม ไมม ี โทรทศั นสี ไมม โี ทรคมนาคม และไมม ีระเบดิ ปรมาณู อันท่จี รงิ เราเพียงแตไ มตองการจะใหส ง่ิ เหลา น้นั มาพวั พนั กบั ทานศาสดา (ศ็อลฯ) เพราะเปน ความแตกตา งกนั อยา งใหญห ลวง กลา วคอื ทานเปน ผซู ง่ึ อลั ลอฮท รงสง มายังประชาชาตทิ ั้งหลาย เพ่อื สอนพวกเขาใหอ านโองการของพระองค และเพอื่ ขดั เกลาพวกเขา และสอนคมั ภรี และวทิ ยญาณแก พวกเขา ในฐานะทท่ี าน เปนตราประทบั ความสมบูรณข องบรรดานบี และบรรดาศาสนทตู แนนอน อลั ลอฮท รงสอนทา นใหรู ทั้งวชิ าการในยุคแรกและยคุ หลัง ขณะเดยี วกนั เราใครท่จี ะให ผูอานทีม่ เี กยี ริต สงั เกตดวยวา เรื่องราวทง้ั หมด ในบคุ อรีนน้ั มิใช วา จะถูกเชอ่ื มโยงไปหาทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) กห็ าไม ดังท่ี บคุ อรีไดรายงานฮะดษี ของ ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ตอนหนึ่ง หลงั จากน้นั ก็ลงทา ยดว ย ความเห็นของศอฮาบะฮฺบางคน จนทําใหผ อู า น เชอ่ื วา ความเหน็ นั้นๆ หรอื คาํ พูด นน้ั ๆ เปนของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮในขณะท่มี ิไดเ ปนอยา งนนั้ เลย ตวั อยา งในเรอื่ งเหลา น้ี เชน : บคุ อรไี ดร ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดว ยอลั ฮิยัล บาบวา ดวย อัล นกิ าฮภาคท่ี ๘ หนา ๖๒ วา รายงานจากอบฮู ุร็อยเราะฮจ ากทา นนบี(ศ)กลา ววา : เดก็ สาวนัน้ มิอาจ ถกู ทาํ นกิ าฮฺได จนกวา จะไดรบั อนุญาต และหญงิ มายก็มอิ าจทาํ ไดด ว ย จนกวา ถูกสงั่ ” มคี นถามวา โอท า นศาสนทตู แหงอลั ลอฮการอนุญาตของนางเปน อยา งไร ? ทา นตอบวา : “เมอ่ื นางนิ่งเงยี บ” มบี างคนกลาว วา : ถาหากหญงิ สาว ไมไดร ับอนุญาต นางกจ็ ะไมถูกแตงงาน ดงั น้นั ผชู ายจึงวางแผน โดยตง้ั พยาน เทจ็ ขึน้ มาสองคน มายนื ยนั วา ตนไดแ ตงงาน ดวยความพอใจของนางแลว ดังนน้ั ผพู พิ ากษากจ็ ะ ตัดสนิ รับรองการนิกาหข องนาง แตส ามีรดู วี า นนั่ คอื พยานเทจ็ ดังนนั้ ถือวา ไมผิดแตประการใด ท่เี ขา รวมประเวณนี าง ในขณะทีก่ ารแตงงานนัน้ ถูกตองแลว โปรดพจิ ารณายังคําพดู ของบคุ อรี (หลังจากฮะ ดษี ของทานนบ(ี ศ)) ทว่ี า มบี างคนกลาววา ! ทาํ ไมคาํ พูดของคนบางคน(ทง้ั ๆ ท่ไี มร ูวา เปน ใคร) ไดท าํ ใหการนกิ าฮฺโดยพยานเทจ็ เปน นกิ าฮทฺ ่ถี กู ตอง ทงั้ น้เี พราะผูอา นเขา ใจ เอาเองวา นั่นคือความเห็นของ ทานศาสนทตู ซ่ึงมใิ ชค วามถกู ตอ งเลย อกี ตัวอยางหนึง่ บุคอรไี ดร ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดว ย ปฐม กาลแหง งาน สรา งสรรค บาบวา ดวย เกยี รติยศของชาวมฮุ าญิรีน และความดเี ดน ของพวกเขา ภาคที่ ๔ หนา ๒๐๓ จากอบั ดลุ ลอฮบนิ อมุ ัร (ร.ฎ)กลาววา : “เม่อื ครั้ง ท่พี วกเราอยใู นสมัยทา นนบี(ศอ็ ลฯ) เราไมสามารถ
เทียบเคียงกับ อบบู ักรไดเ ลย สกั คนเดยี ว ตอ มากอ็ มุ ัร ตอ มากอ็ สุ มาน ตอจากนน้ั เราจะปลอ ยบรรดา ซอฮาบะฮ ของทา นนบ(ี ศ)ไว โดยมไิ ดยกยองคนในหมพู วกเขาวา ใครดีเดนกวาใคร” นี่คอื ความเหน็ ของอับดุลลอฮบุตรของอมุ รั ซ่งึ เขาไมเ ชื่อถอื ในสงิ่ นน้ั นอกจากตวั เขาเอง แต เปนไปไดอยา งไร ท่ีอะลี บิน อะบี ฏอลิบ ซ่ึงเปน คนท่ี ประเสรฐิ ทสี่ ดุ ถดั จากทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮก ลบั ไมมีเกียรตยิ ศอนั ใดเลย และอบั ดลุ ลอฮบนิ อมุ ัร มิไดน บั เขาในจาํ นวนคนระดับแนวหนา เลย ? ดวยเหตนุ ี้ เราจึงพบวา อบั ดลุ ลอฮบ นิ อมุ ัร และขดั ขืนการใหสตั ยาบนั ตอ ทาน อมรี ุล มอุ มนิ ีน ซึ่งเปนผปู กครองของบรรดาผศู รทั ธา ดงั นน้ั คนใดกต็ าม ท่ีอะลี มิไดเ ปน ผูป กครองของเขา เขาคนนัน้ ก็ มิใชผ ศู รทั ธา(๒๐๒) เพราะทานคือ คนทท่ี า นนบกี ลาวถึงสทิ ธิของทา นวา : อะลอี ยกู ับสัจธรรม และสัจ ธรรมอยูกับ อะลี(๒๐๓)ศัตรูของอัลลอฮศ ตั รขู องทา นศาสนทูต และศัตรูของบรรดาผศู รทั ธา จงึ ใหสัตยาบนั ตอ ฮจั ญาจญ บนิ ยซู ฟุ จอมละเมดิ ทช่ี วั่ รา ย เราไมต องการกลับไป กลาวถงึ ประเดน็ น้อี ีก แตเ ราตองการอยา งเดยี วเทานน้ั คือ เปด เผยใหทา นผอู า น สมผั สั กบั รสนิยมตา งๆ ของบุคอรี และคนที่ อยใู นลักษณะคลายคลงึ กนั นั่นคอื เขาไดรายงานฮะดษี ทํานองน้ี ไวในบาบวาดวยเกยี รติยศของชาวมุ ฮาญริ นี ดเู หมือน เขาจะแกลง ทาํ ตบตาผูอ านใหเ ขาใจเขววา นี่คอื ทศั นะของทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ทง้ั ๆ ทเี่ ปนทศั นะของอบั ดุลลอฮบนิ อุมัร ซง่ึ ต้ังตนเปน ศตั รูของ อิมามอะลี เราจะอธบิ ายใหท า นผอู า นเขา ใจอยา งชดั เจน ถงึ จดุ ยืนของบคุ อรี ในทกุ เรือ่ งที่เกยี่ วของกับ ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบและใหเหน็ วา เขาใชค วามพยาม อยา งไรบาง ในการปกปด เกยี รตยิ ศของ ทาน และแสดงถงึ ความไมส มบูรณข อง เรอ่ื งนนั้ ๆ เชนการทีบ่ ุคอรีไดร ายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ย ปฐมกาลแหง งานสรา งสรรค บาบวา ดวย อลั ฮมุ ัยดยี ไดเลาเราวา : มฮุ มั มัด บิน ฮะนะฟย ะฮ (บตุ รคนหน่งึ ของอมิ ามอะลี บิน อะบี ฏอลิบ)ไดเลา เราวา : ฉันเคยพดู กับบดิ า ของฉนั วา : “หลังจากทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ) แลว มนุษยผ ใู ดประเสรฐิ ที่สุด ?” ทา นตอบวา : “อบูบักร” ฉันถามอีกวา : “หลงั จากนนั้ เปน ใคร ?” ทานตอบวา : “อมุ รั ” ฉันกลัวทา นจะบอกวา อุสมาน จงึ เลยพดู เองวา : “ตอจากนนั้ กเ็ ปน ทาน” ทาน ตอบวา : “ฉนั มใิ ชใ ครอนื่ นอกจากเปน เพยี งชายมสุ ลมิ คนหนงึ่ เทา นน้ั ” ใชแ ลว ฮะดีษนถี้ ูกอปุ โลกนข ้ึนมาใหเ ปน คาํ พดู ของมุฮมั มัด บนิ ฮะนะฟย ะฮผ เู ปน บุตรชายคน หนง่ึ ของอมิ ามอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ (อนั เกิดจากภรรยาอกี ทา น หน่ึง มิใชจ ากทา นหญิงฟาฏมิ ะฮฺซะฮฺ รออ หมายเหตุผูแ ปล) ซ่งึ เปนฮะดษี ทาํ นอง เดียวกบั บทกอ น ทถ่ี ูกรายงานวา มาจากคําพูดของ อับ ดลุ ลอฮบิน อมุ ัร ผลสรุปใน ตอนทา ย ก็คอื ส่ิงเดียวกัน ถงึ แมว า อิบนฮุ ะนะฟยะฮเกรงวาบิดาของทา น จะพูด วา : อสุ มาน ในอนั ดบั ท่สี าม แตบ ดิ าของทา นกไ็ ดต อบกลบั ไปวา “ฉนั มใิ ชใครอื่น นอกจาก เปน เพียงชายมุสลมิ คนหนงึ่ เทา นนั้ ” กย็ งั มคี วามหมายวา อสุ มาน ประเสริฐกวา ทา นอยูดี เพราะในหมู
ชาวอะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮไ มม ีใครกลา ววา “อุสมาน มิใชใครอน่ื นอกจากเปน เพยี งชายมุสลิมคนหนึ่งเทา นนั้ ” หากแตพ วกเขา จะกลาว ดงั ทผี่ านมา วา มนษุ ยท ่ีประเสรฐิ ทีส่ ุด คอื อบบู ักรตอ มาคือ อมุ ัร ตอ มาอีก คอื อสุ มาน ตอจากนนั้ เราไวป ลอยศอฮาบะฮขฺ องทานนบี(ศ)ไวเ ฉยๆ โดยมไิ ดย กยอ ง วา ในระหวา ง พวกเขา จะมีใครดเี ดนกวาใคร เพราะคนทงั้ หลายหลงั จากนั้นแลว เสมอพอๆกัน ทานผูอา นแปลกใจบางไหม กับฮะดษี เหลา นท้ี บี่ คุ อรไี ดบ ันทกึ ไว ซ่งึ ทงั้ หมด พงุ ไปสเู ปา หมาย เดยี วกนั น่ันคอื ขจัดทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ ออกจากเกยี รติ ยศทกุ ประการ จากเรือ่ งนี้ เปนทเ่ี ขา ใจ แลวใชไ หมวา บคุ อรจี ะเขยี นทกุ อยางทถี่ กู ใจ พวกบะนีอมุ ยั ยะฮและบะนีอับบาส และนักปกครองทุก คนที่ดํารงอยใู นฐานะ ตอ ตานกับอะฮฺลลุ บัยต นีค่ อื ขอ พสิ จู นท ่เี ดน ชดั สาํ หรับคนทต่ี อ งการจะยนื หยัด บนหลกั ความจริง บคุ อรีและมสุ ลิม นกึ ถึงอะไร ในการยกยอ งอบบู ักรและอุมัร บุคอรไี ดรายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดว ย ปฐมกาลแหงงาน สรา งสรรค บาบวา ดวยอบูอลั ยะมานไดเ ลา เรา ภาคที่ ๔ หนา ๑๔๙ มุสลมิ ไดรายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น กิตาบวา ดว ย เกยี รติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวาดว ย เกยี รติยศของอบบู กั รอศั ศดิ ดีก (ร.ฎ) จากอบฮู รุ อ็ ยเราะฮก ลา ววา : เมื่อทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ)นมาซ ศุบฮฺเสร็จแลว ทา นได ออกมาหาประชาชน แลวกลาววา : “ในระหวา งพวกทา น มีชายคนหนึง่ กาํ ลงั จูงววั ตัวเมียอยู พอเขาจะ ข้ึนขี่ เขาไดเฆีย่ นมนั มนั จึงรอ งวา : แทจ รงิ ฉนั มไิ ดถ ูกสรา งมาเพอ่ื สง่ิ น้ี หากแตฉนั ถกู สรางมาเพอ่ื งาน ไถห วา น เทา นัน้ ” ดังน้นั คนทงั้ หลายจงึ พดู วา : “มหาบริสทุ ธแ์ิ ดอัลลอฮ! วัวตวั เมยี พดู ได หรอื ?” ทา นจึงกลาววา : แทจริง ฉนั เช่ือมน่ั อยางนี้ ทง้ั ฉนั ทง้ั อบูบกั รและอุมัร” ซึง่ ไมมคี นทง้ั สองในขณะน้นั “และในขณะทชี่ ายคนหนง่ึ อยูในฝงู แกะของตน ทนั ใด นน้ั ไดมสี นุ ขั ปาตัวหนงึ่ เขา มาพาแพะตวั หนึง่ ไป จากฝูง เขาไดข อรองจากมนั จน สามารถชว ยทาํ ใหแ พะรอดพน จากมนั ได แลว สุนขั ปา จึงพูดวา : “วนั น้ี ทาน สามารถ ชวยทําใหมนั รอดพนจากฉนั ได แตใ ครเลาจะชว ยมนั ในวันท่ี ๗ วนั ทีไ่ มมี คนดูแลมนั เลย นอกจากฉัน ?” คนทงั้ หลายจึงพดู วา : “มหาบริสทุ ธแิ์ ดอ ัลลอฮ! สนขั ปา พดู ไดห รือ ? ทานกลา ววา : แทจรงิ ฉนั เชอื่ ม่ันอยา งนี้ ทง้ั ฉนั ทัง้ อบูบกั รและอุมรั ” ซึ่งไมมีคนทงั้ สองในขณะนน้ั ฮะดษี น้ี สอ ใหเ หน็ ถงึ พฤตกิ รรม นน่ั คือ เปน สว นหนง่ึ ของฮะดีษทถี่ ูก อปุ โลกน ในเรอื่ ง เกยี รตยิ ศของคอลฟี ะฮฺทง้ั สอง หาไมแลว ทาํ ไมประชาชนในฐานะ เปน ศอฮาบะฮขฺ องทา นศาสนทตู ปฏเิ สธสิ่งทท่ี า นพดู แมก ระทง่ั ในการพูดคร้งั ท่ีสอง ท่วี า : “ฉนั เชอ่ื ม่นั อยา งน้ี ทง้ั ฉนั ทงั้ อบบู ักรและอุมัร” ตอ จากนนั้ ขอใหพ ิจารณา ดูวา เปน อยา งไร ท่ผี รู ายงานไดเ นน ใหเ หน็ วา ไมม ีอบูบักรและอุมัรในการพูด ทงั้ สองครั้ง นค่ี อื เกยี รตยิ ศอนั นา
ขบขัน ไมม ีความหมายอะไรเลย แตท วา กลมุ ชน ดคู ลา ยคนจมนาํ้ ทก่ี าํ ลังยึดกอหญา ไวอ ยางเหนียว แนน สวนบรรดานกั อุปโลกน เมือ่ ไมมีสถานการณ หรอื เหตกุ ารณท ส่ี ําคญั ใดๆที่กลา วถงึ บคุ คลทัง้ สอง กจ็ ะวาดฝน ตามจนิ ตนาการของพวกเขา อยา งเชน เกยี รติยศเหลา น้ี จงึ ทาํ ใหส ว นมาก ทถี่ ูกนาํ มา เสนอ เปน เรอื่ งเพอ ฝน เพอ เจอ และตคี วามหมายกนั ไปตางๆ นานา มิไดต ั้งอยู กบั หลกั ฐานทาง ประวัติศาสตร, ตรรกศาสตร, หรือวิชาการใดๆเลย ดงั เชน บุคอรี ไดรายงานในซอเฮยี ะหข องทาน กติ าบ วา ดวยเกยี รตยิ ศของบรรดาซอฮาบะฮ ทา นนบี (ศอ็ ลฯ) บาบวา ดวย ถา หากฉนั ถูกแตง ต้ังเปน สหาย ทานมสุ ลมิ ไดร ายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น กิตาบวา ดว ยเกียรติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดว ยเกียรติยศของอบูบักรศิดดีก(ร.ฎ) รายงานจากอมั ร บนิ อาศ กลา ววา แทจ รงิ ทานนบ(ี ศ็อลฯ) ไดแตงตัง้ เขาประจํา กองทพั ใน สงคราม ซาตุซซะลาซลิ ฉนั ไดไปหาทานแลวกลาววา : “คนใดเลา เปน ท่รี ักยง่ิ สาํ หรับทา น” ทา นตอบ วา : “อาอชิ ะฮ”ฺ ฉนั ถามอีกวา : แลว ในหมูผชู าย เลา ? ทานตอบวา : “บดิ าของนาง” ฉนั ถามอีกวา : “แลว ใครอกี ?” ทา นตอบวา : “อมุ ัร บนิ คอ็ ฏฏอบ” ในบรรดาคนผูชาย บทรายงานเหลา น้ี บรรดานกั อปุ โลกนไ ดจ ดั แตงขน้ึ โดยหารูไ มวา ประวัติ ศาสตรไดบ นั ทกึ ไว วา ในปท ี่ ๘ ของการอพยพ(สองปกอ นการวะฟาตของทา น นบี(ศ)) ทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดสงกองทพั ไปทาํ สงครามซาตุซซะลาซลิ โดย มีอบูบักรและอมุ รั อยูใ นกองทพั ภายใตการนําของอมั ร บนิ อาศ เพื่อเปน การตดั หนทางของผทู ต่ี องการจะพูดวา อมั ร บิน อาศ มีฐานภาพเหนือกวา อบูบักร และอุมรั ดังนน้ั จะเห็นไดว า พวกเขาไดปน แตง บทรายงานนีข้ น้ึ มา แลว ระบวุ าเปน คาํ พูดของ อัมร บนิ อาศ เอง เพื่อเชดิ ชเู กยี รตยิ ศของอบบู ักรและอมุ รั แลว นําทา นหญงิ อาอชิ ะฮเฺ ขาไปพัวพันดว ย เพอื่ หลกี เล่ยี งขอ สงสัยประการหนึง่ และ เพ่ือเปน ผลพลอยได แกทา นหญงิ อาอชิ ะฮฺในแงข องเกยี รตยิ ศ ขัน้ เด็ดขาดอกี ประการหน่งึ ฉะนัน้ จะเหน็ ไดว า อิมามนะวาวยี ไดใ หคาํ อธิบายของทา น ไวในศอฮฮี ม สุ ลมิ วา : “น่คี อื การ ยืนยนั ถงึ เกยี รตยิ ศอนั ย่ิงใหญข องอบูบักรอุมรั และอาอิชะฮ(ร.ฎ) ฮะดษี นี้ เปน หลกั ฐานท่ีชดั เจน ของอะฮฺลซิ ซนุ นะฮใ นการใหเ กยี รติแกอบู บกั ร และถัดมาคอื อมุ ัร เหนือบรรดาศอฮาบะฮทฺ งั้ หมด” บทรายงานนี้ ก็เหมือนกบั รายงานประเภทเหลวไหลบทอนื่ ๆ เปนสง่ิ ท่ี บรรดาคนหลอกลวงไม ยหี่ ระในการปลอมแปลงขึ้นมา ถงึ ขนาดวา ปน ขนึ้ เปน คาํ พดู ของทา นอะลี บิน อะบี ฏอลิบ เองดว ยซํา้ เพ่อื พวกเขาจะไดใชส ง่ิ น้ี ตัดปญหา ตามประสาของพวกเขา กบั ขออางของชอี ะฮทก่ี ลา วยกยอง ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ เหนือกวาศอฮาบะฮทฺ ั้งมวล ในขนั้ หนง่ึ และเพอื่ ทาํ ใหบ รรดามสุ ลิม หลงเชอื่ วา อะลมี ไิ ดถกู อธรรม และไมอ ุทธรณอ ะไรตออบูบักรและอมุ ัรเลย อกี ขั้นหนงึ่ ดงั ท่บี ุคอรีไดร ายงานไว
ในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ยเกยี รติยศของ ซอฮาบะฮ นบ(ี ศอ็ ลฯ) บาบวา ดว ย ความดีเดน ของ อมุ รั บนิ คอ็ ฏฏอ บ(อะบีฮฟั ศ) ทา นมุสลิมไดร ายงานไวในซอเฮียะหข องทา น กติ าบวา ดวยเกียรติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดวยเกยี รตยิ ศของอมุ ัร (ร.ฎ) *รายงานจากอะลี จากอิบนอุ บั บาส กลา ววา : เมอ่ื ศพของอุมัร ถกู วาง บนแครของเขา ประชาชนกจ็ ดั การหอกะฝน ขอดุอาอและนมาซกอ นจะยกออกไป ฉันเปน คนหน่ึงอยใู นกลมุ คน เหลาน้นั ไมม ใี ครสนใจฉนั เลย นอกจากชายคนหน่ึง เขามาจบั ไหลข องฉัน ซงึ่ เปน ทา นอะลนี นั่ เอง ดังนน้ั ทา นอะลี ไดข อความเมตตา ใหแกอ ุมัร แลวกลาววา : “ทานมไิ ดท งิ้ ใครไวส กั คน ทที่ ําใหฉ นั รกั มากกวา ทา น เพื่อจะไดพ บอัลลอฮดว ยผลงานทเ่ี หมอื นกบั เขา ขอสาบานตอ อลั ลอฮว าฉนั มน่ั ใจ วา อลั ลอฮจะทรงบันดาลใหท า นอยูรวมกับสหายทงั้ สองของทา น เพยี งพอสําหรับ ฉนั แลว เทา ท่ฉี ันเคยได ยนิ ทานนบ(ี ศ)พดู หลายครัง้ วา : “ฉนั ไดไ ปกับอบูบกั รและอุมัร, ฉนั ไดเขากับอบูบักรแ ละอุมรั , ฉนั ได ออกกบั อบบู กั รและอมุ ัร” ถูกแลว นี่คือการอปุ โลกนอยางชัดเจน ทส่ี ามารถไดกลน่ิ ไอการเมอื ง เขา มา เลน บทบาทของ มันอยูด วย ในการกาํ จดั ทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮซ ะฮฺรออ และมใิ หฝง นางใกลกับสสุ านบิดาของนางเอง ตรง นี้ หลงั จากคาํ กลา วในประโยคทีว่ า “ฉันได ไปกับอบูบกั รและอมุ รั ฉนั ไดเ ขา กบั อบบู ักรและอุมรั ฉนั ไดอ อกกบั อบูบักรและอุมัร” แลว นักรายงานพลาดไปนิดหน่งึ คือไมไ ดเ สริมไปดว ยวา “และฉันจะ ถกู ฝง กับอบูบกั รแ ละอุมรั ” คนเหลา นน้ั มิไดกลัวเกรงอะไร ในการท่ีจะยกบทรายงานแบบน้ี ทถ่ี ูก อปุ โลกนขนึ้ มา แลวอาง เปนหลกั ฐาน ท้ังๆท่ีขอ มูลทางประวตั ศิ าสตรแ ละความเปน จรงิ คดั คานวา มันคอื ความเทจ็ ตําราของ นกั ปราชญม ุสลมิ ลวน ถูกบรรจุไว ดว ยเร่อื งทา นหญงิ ฟาฏิมะฮซฺ ะฮฺรออ ถูกอธรรม จากการกระทาํ ของอ บบู กั รและอุมรั ตลอดชวี ิตของเขาทง้ั สอง ตอ มา จากการสงั เกตบทรายงานนี้ จะเหน็ ไดว า นักรายงานสรา งภาพ ทานอะลี ราวกับวา ทา นเปน คนตา งถน่ิ ทีม่ าเยยี่ มมยั ยติ ของคนแปลกหนา คือ ทา นไดพ บวา ประชาชนกาํ ลงั หอ มลอ มเขา อยู กาํ ลงั ขอดอุ าอ และกาํ ลงั นมาซ ดงั นนั้ เขาจงึ จับไหลทา นอิบนอุ ับบาส ราวกับวา จะกระซิบถอ ยคาํ เหลานน้ั ทหี่ ูของ เขา แลว คอ ยเคล่อื นออกไป สมมตวิ า เปน จรงิ ทา นอะลี จะตองอยูแ นวหนา คน ท้งั หลาย และทานตอ งเปน คนหนึง่ ทไ่ี ดน มาซกบั พวกเขา และจะไมแยกจาก ศพทานอุมรั จนกวา จะได นําเขาลงหลุมเสียกอน ในเมือ่ ประชาชนในสมัยบะนอี ุมัยยะฮต า งแขงขนั กนั ปลอมฮะดษี ตาม คําส่งั ของ “อะมรี ุลมุ มินีน” มอุ าวยี ะฮซ ึ่งตองการจะยกยอ งอบบู กั รอมุ ัร ขึน้ เผชิญหนา กบั ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ ดงั นนั้
จงึ มีฮะดษี ประเภท วา ดวยเกียรตยิ ศ อันเหลวไหล จนนา ขํา และขัดแยง กนั เอง ในบางสภาพการณ สุด แลวแตอารมณ ของนกั รายงาน เพราะสวนหนงึ่ พวกเขาจะเปน คนจากตระกลู ตะมีมยี ซึ่งไมย อม ยก ยองใครเกินหนาอบูบกั รแมค นเดียว อกี สว นหนงึ่ จะเปน พวกอัดวยี ซงึ่ ไมยอม ยกยอ งใครเกินหนา อมุ รั แมค นเดียว และพวกบะนอี ุมยั ยะฮก ็เปน พวกหนง่ึ ท่ี มคี วามประทบั ใจ ในบคุ ลกิ ภาพของอมุ รั อบิ นุ คอ็ ฏฏอบ ทก่ี าํ แหงหาญตอทานนบี และมคี ําพูดที่แขง็ กรา ว โดยไมหวน่ั เกรงสิ่งใดเลย พวกเขา สว นมากจะนยิ มยกยอ ง เขา และจะอุปโลกนฮ ะดษี ตางๆ ทยี่ กยองเขา ใหเ หนือกวาอบูบกั ร ขอใหท า นผอู า นพิจารณาดตู วั อยา ง ดงั น้ี : ทานมุสลิม รายงานไวใ นซอเฮียะหของทา น กติ าบวา ดวยเกยี รติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดวย เกยี รติยศของอุมรั (ร.ฎ) ทา นบุคอรีไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดว ยความศรทั ธา บาบวา ดว ย ความ ดีเดน ของผมู ีความศรทั ธาในดานผลงาน * รายงานจากอะบี ซะอดี อลั คุดรยี กลา ววา : ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไดก ลาววา : ในขณะทฉี่ นั นอนหลบั ฉนั ฝน วา ประชาชนไดถกู นาํ มา แสดงตน ตอฉนั และบนตวั ของพวกเขามเี สอ้ื คลุม บางคนปดไมถงึ เตา นม บางคนกน็ อย กวา นน้ั และเมอ่ื อุมรั บิน คอ็ ฏฏอ บ ไดถ กู นํามาแสดงตวั ตอ ฉนั ปรากฏวา บนตัว เขามีเส้อื คลุมที่เขาเดินลากมันไป พวกเขาถามวา : “แลว ทา นทาํ นายสง่ิ นน้ั วา อยา งไร โอ ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ? ” ทา นตอบวา : “หมายถงึ ศาสนา” ในเมื่อผลการทํานายของทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) สําหรบั ความฝน ครง้ั น้ี วา หมายถงึ ศาสนา ก็ตอง หมายความวา อมุ ัร บนิ ค็อฏฏอ บ ตอ งประเสริฐกวา มนุษยทกุ คน เพราะศาสนาทพ่ี วกเขามอี ยูแ ตล ะ คน ยงั ปด ไมถ ึงเตา นม หมายความวา ศาสนายงั เขา ไมถงึ จิตใจของพวกเขา ในขณะที่ตวั ของอุมัร ศาสนาเตม็ ไปหมด ตัง้ แตห วั จรดเทา และท่สี ําคัญมากกวา น้ันคือ เขาเดนิ นําศาสนา ใหอ ยูขา งหลงั เขา กาวหนึ่ง เชน เดยี วกบั ทเี่ ขาเดนิ ลากเสอื้ คลมุ แลว อยทู ไี่ หนละ อบบู ักรศ ดิ ดกี ซ่ึงความศรทั ธา ของเขา มนี าํ้ หนกั มากกวา ความศรัทธาของประชาชาติ เมอื่ รวมใหค รบเขา ดว ยกัน ทงั้ หมด ขณะเดียวกนั บคุ อรไี ดรายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวาดว ย ความรู บาบวา ดว ย เกียรตยิ ศของความรู และทา นมสุ ลมิ ไดรายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ย เกียรตยิ ศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดว ย เกยี รติยศของอุมรั *รายงานจากอิบนุอุมัร กลา ววา : ฉนั ไดย ินทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) กลาววา : “ขณะท่ีฉนั นอนหลบั อยนู นั้ ฉนั (ฝนวา)ไดร ับมอบนมสดถว ยหนง่ึ แลว ฉนั กไ็ ดด ่ืมจนกระทั่งฉนั เหน็ นา้ํ ไหลออกทางเลบ็ ของฉัน ตอ มาฉนั กม็ อบสว น ทเ่ี หลือของฉนั ใหแกอ ุมรั บนิ ค็อฏฏอบ” พวกเขาถามวา : “แลวทา นทาํ นายวา อยา งไรหรอื โอ ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ? ” ทานกลาววา : “ความรู”
ขาพเจา ขอถามวา บรรดาผทู มี่ ีความรู จะเสมอเหมือนกบั ผูทีไ่ มมีความรู กระนน้ั หรอื ? ในเมอ่ื บุตรของค็อฏฏอบ เลอเลศิ กวา ประชาชาติทั้งหมดรวมกัน หรอื เหนอื กวามนุษยท ง้ั มวลในศาสนา ซ่งึ มอี บบู ักรร วมอยใู นจํานวนคนเหลา นนั้ ดว ย อกี ทง้ั บทรายงานน้ี ยนื ยนั วา เขาคือผูเ ปนเลิศในดา นวชิ า ความรู กแ็ สดงวา เขาคือคนท่มี คี วามรูมากทส่ี ุด หลังจากทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) นอกจากนี้ ยงั มเี กยี รตยิ ศในดานอนื่ ๆ อีก ที่คนทง้ั หลายใฝฝน ในการ จะไดเ ขา ถึง และมีจิตใจ โนมหาสงิ่ นน้ั ๆ อยแู ลว นน่ั คือลกั ษณะตา งๆ ทีค่ วรแกก าร ยกยอ งสรรเสริญ ซ่ึงอัลลอฮและศาสนทตู ของพระองค( ศ)รักใคร และคนทงั้ หลาย รกั ใคร และตางพยายามจะเขา ใหถ งึ สงิ่ นน้ั ๆ อยางเชน ความ กลา หาญ จงึ นบั วา จาํ เปนแกน กั รายงาน ทจ่ี ะตอ งอุปโลกนเรอ่ื งนนั้ ๆ ขน้ึ มาเปน ฮะดษี เพ่ือผล ประโยชน ของอบูฮัฟศ และพวกเขากไ็ ดกระทาํ มาแลว บุคอรไี ดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ย เกียรตยิ ศของ ศอฮาบะฮทฺ านนบี(ศ็อล ฯ) บาบวา ดวย คําพูดของทา นนบ(ี ศ)วา ถา หากฉนั ถกู แตงตัง้ เปน สหาย ทา นมสุ ลิมไดร ายงานไวในซอเฮียะหข องทา น กิตาบวา ดวยเกียรติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดว ย เกยี รติยศของอุมรั *รายงานจากอบูฮุรอ็ ยเราะฮกลา ววา : ฉนั ไดยนิ ทา นนบี(ศ)กลาววา : ฉันฝน เห็นวา ฉนั อยทู ีร่ ิม บอ ซงึ่ มถี งั อยใู บหนงึ่ บนนน้ั ฉนั จงึ แยกออกจากมนั มา ไดตาม ท่อี ลั ลอฮท รงประสงค ตอ มา อิบนุ อะบี กุฮาฟะฮ( หมายถงึ อบบู กั ร) ไดจัดการกับมนั โดยเขาไดแ ยกมนั ออกมาเปน ความผิดหน่ึงอยา งหรือสอง อยา ง และในการแยกของเขานน้ั ออนแอนัก และอลั ลอฮท รงอภัยแกเ ขา ในความออ นแอ ของเขา หลังจากน้นั มนั กส็ ูญสลายไปอยา งประหลาด แลว บุตรของคอ็ ฏฏอบกไ็ ดมา จัดการกับมัน ฉนั ไมเคย เห็นอฉั ริยชนคนใดสามารถแยกออกได เหมือนการแยก ของอมุ ัร ถงึ แมวา เขาจะตบตคี นทั้งหลาย ดว ย ความตงั้ ใจกต็ าม” ในเมอ่ื ศาสนา มีศนู ยกลางอยูท ่ีความศรัทธา การเปน อสิ ลาม ความมี ตกั วา และการเขา ใกลชิดอลั ลอฮม หาบรสิ ุทธแ์ิ ดพระองค แนน อน อมุ รั ไดยึดถอื ศาสนาจนถงึ ขั้น ลากศาสนาใหเดนิ ตามหลงั เขา ในขณะท่ีคนทงั้ หลาย ไมส ามารถ เทยี บสดั สวนของพวกตนกบั เขาได เพราะศาสนายงั คลมุ ไมถงึ ราวนมเลย ทาํ ให เรอื นรางของพวกเขา มสี ว นท่ีเปลา เปลอื ยอยู ในเม่ือวิชาความรู เปน สทิ ธิ เฉพาะ สาํ หรบั อุมัร บนิ ค็อฏฏอ บ เพราะเขามไิ ดทง้ิ ของเหลอื จาก ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ไวให คน ท้ังหลาย แตอยา งใดเลย เพราะเมอื่ ทานมอบใหเขาแลว เขาด่ืมมนั จนเกลยี้ ง เขามไิ ดค ดิ ถงึ แมก ระท่ัง อบูบกั รศิดดีกสหายของเขาเอง(ไมต อ งสงสยั เลยวา ความรูทอ่ี มุ ัร บรโิ ภคไปนนั่ เอง ไดท ําใหเ ขาเปลย่ี น กฎของอัลลอฮหลังจากนบ(ี ศอ็ ลฯ) วะฟาตโดยการวนิ ิจฉยั ความของเขา และไมต องสงสัยเลยวา การ วนิ ิจฉยั ความ ของเขา ตอ งมาจากสว นเหลือของความรอู ันนนั้ อยา งแนน อน) ในเมอื่ พละกาํ ลัง และ
ความกลา หาญ เปน สทิ ธเิ ฉพาะสาํ หรบั บตุ รของค็อฏฏอบอกี อยา งหนึง่ หลงั จากความออนแอของอบู บกั รสหายของเขา ปรากฏออกมาใหเหน็ และนคี่ อื ความ จริง อบูบกั รม ไิ ดบ อกเขาในคร้ังหน่งึ ดอกหรอื วา (ฉนั เคยบอกทานแลว วา ทา น เขมแข็งกวา ฉัน สําหรับกิจการนี้ แตท า นเอง ท่เี อาชนะฉนั จนได) ดงั นนั้ อลั ลอฮจึงอภยั โทษใหอบบู ักรเนื่องจากความออ นแอของเขา และที่ไดล้าํ หนา มาเปน คอลฟี ะฮฺ กอ นเขา เพราะผสู นับสนนุ อมุ รั จากชาวบะนีอะดยี และบะนอี ุมยั ยะฮย ัง มองไมเห็นความสขุ สบาย, ผลประโยชน, ทรพั ยสนิ ที่รบิ ไดจ ากสงคราม,และการ พชิ ติ เมืองตา งๆ เหมอื นอยา งกับทไ่ี ดเ ห็นในสมัย ของเขา ถูกแลว ทกุ อยา งเหลานี้ คอื เกยี รติยศของอมุ ัร บนิ คอ็ ฏฏอบ ในชวี ิตทาง โลกดนุ ยา ดงั นน้ั จํา เปน ทพ่ี วกเขาตองเชื่อถือวา สําหรบั เขา คอื สวนสวรรคใ น ปรโลกอีกดวย เพราะมฐี านภาพท่ยี ิ่งใหญ กวา และมเี กยี รตยิ ศเหนือกวาอบบู ักรและพวกเขากไ็ ดก ระทาํ ไปแลว บคุ อรีไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ยปฐมกาลแหง งานสราง สรรค บาบวา ดวย เรื่องราวลักษณะของสวรรค และมันคอื สิ่งถกู สรา งอยา งหนงึ่ และทานมุสลมิ ไดร ายงานไวใ นซอ เฮียะหของทา น กิตาบวา ดวย เกยี รตยิ ศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดว ย สว นหนง่ึ จากเกยี รตยิ ศของอมุ รั *รายงานจากอะบีฮุร็อยเราะฮ(ร.ฎ)กลา ววา : ในขณะทพ่ี วกเราอยูก บั ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ทา นไดก ลาวขน้ึ วา : “ในชว งท่ีฉนั นอนหลบั ไปนนั้ ฉนั ฝน เหน็ วา ฉันไดอ ยูในสวรรค แลว ไดมีสตรีนางหนงึ่ ทาํ วุฎอ อยใู กลๆกับ ปราสาทหลงั หน่งึ ฉนั จึงพูดวา : “ปราสาทหลงั นเ้ี ปน ของ ผูใ ดฤๅ?” พวกเขาตอบวา : “เปนของอมุ รั บนิ คอ็ ฏฏอ บ” “ฉันรูสึกอจิ ฉาเขาทนั ที จงึ เดินหันหลงั กลับ” อุมัร ไดฟง เชน นนั้ กร็ องไห แลวกลาววา : “ฉนั เองมใิ ชห รือ ทอี่ ิจฉาทา น โอ ทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ?” พีน่ อ ง ทา นผอู า นท่ีรกั ขา พเจา เชื่อวา ทา นมีไหวพรบิ พอที่จะจบั เทจ็ บทราย งานอุปโลกน้ไี ด แนน อน ขา พเจา ขอบันทึกใหกบั ทุกบททกุ ตอน ในบทรายงานท้ัง หมดทีบ่ ง บอกเฉพาะเกยี รตยิ ศของ อมุ รั บิน คอ็ ฏฏอ บวา อยใู นเหตุผลเดยี วกนั ทัง้ สนิ้ ใชแนหรอื วา นน่ั คือคาํ พดู ของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) (เปนไปมไิ ด เดด็ ขาด)ทวี่ า ในขณะท่ีฉนั นอนหลบั ทานจะสังเกตวา จะเปน อยา งน้เี สมอไป ในทุก บทรายงาน วา ในขณะทีฉ่ นั นอน หลบั ฉนั ฝน วา ประชาชน ไดถ กู นาํ มาแสดงตนตอ ฉนั ในขณะที่ฉนั นอนหลบั ฉนั (ฝนวา)ไดร บั นมสด ถวยหนงึ่ ในขณะท่ฉี ันนอนหลบั ฉนั ฝน วาอยรู ิมบอลกู หน่ึง และขณะท่ฉี นั นอนหลบั ฉนั ฝนวา ไดอ ยู ในสวรรค บางที ผูรายงานฮะดีษ อาจเปน คนฝน เฟอ ง แลว เพ่ิมสสี ันข้นึ มา เพราะเขาเกง ทางดาน ทาํ นายฝน และปนแตงบทรายงานขนึ้ มาบอกวา เปน คําพดู ของทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)
มากมายเทาไหรแ ลว ทที่ า นถูกคนอน่ื โกหกให ในสมยั ทที่ านมชี วี ิตอยู และ ในขณะท่ที า นอยู ทา มกลางพวกเขาเหลา น้ัน ฉะนน้ั หลงั จากทา นวะฟาตแลว จะเปน อยา งไรอกี ในเม่ือประชาชนเกิด การสบั สนรวนเร เขนฆาราวกี ัน กลบั กลายเปน หลายแนว หลายพรรค ทุกพรรคจักกระหยม่ิ ย้ิมยอ งกับ ของท่ีพวกตนมีอยู หากแตยงั มอี ยเู ร่อื งหนงึ่ ทนี่ ักประวัตศิ าสตร และศอฮาบะฮฝฺ า ยสนบั สนุน อมุ ัร บนิ คอ็ ฏฏอ บ เอง บนั ทึกไว จริงใชไ หมวา มารยาทที่อุมัรถนัดจดั เจนทสี่ ุด คือความกาวราว หยาบคาย ดุดนั อยางยิ่ง กบั คนทงั้ หลาย จนติดเปน นิสยั และ คนใดท่ีมีนสิ ยั เชนนี้ติดตวั คนทง้ั หลายมกั จะไมชนื่ ชอบ พระองค ผทู รงสูงสดุ ตรสั วา : “และถา หากเจา แข็งกราว มีจิตใจกระดา ง แนน อนพวกเขาจะหนหี า งจาก บรเิ วณ รอบตวั เจา ” (อาลิ อิมรอน/๑๕๙) แตพวกเขาเปน ผปู ระทบั ใจในตวั อมุ รั พวกเขากลบั ตะละปดกบั ทฤษฎี อันเทย่ี งแท พวกเขา ทาํ ใหค นดี มีขอบกพรอง แตท าํ ใหคนเลวมเี กยี รตยิ ศ แนน อน พวกเขามีเจตนาในการปน แตงบท รายงาน ประเภทปา เถอื่ นอยา งรา ยกาจ และ ลวงเกนิ ตอเกยี รติยศของทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ซ่งึ อลั ลอฮท รง ยืนยนั วา ทา นมใิ ชคน หยาบคาย และไมก ระดาง หากแต เปน คนสุภาพออ นโยนเปน นิสัย ดังน้นั โดย ความเมตตาจากอัลลอฮเจา จึงออ นโยนกับพวกเขาและแทจ รงิ เจา มีจรยิ ธรรม อนั ยง่ิ ใหญเปน ผูมคี วาม เอน็ ดู เมตตาเสมอกบั บรรดาผูศ รัทธาและเปน ความ เมตตาแกส ากลโลก แลว เราลองฟง ดูวา บรรดาคน โงเ ขลาเหลานน้ั พูดถงึ ทา น วา อยา งไร บคุ อรีไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดวยปฐมกาลแหง งาน สรางสรรค บาบวา ดว ยลกั ษณะของอบิ ลีซ และทหารของมนั ทา นมสุ ลมิ ได รายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ย เกยี รตยิ ศของซอฮาบะฮ บาบวาดวย สว นหนง่ึ จากเกยี รติยศของอมุ รั *รายงานจากสะอัด บนิ อะบีวักกอซ กลา ววา อมุ ัรไดข ออนุญาตจากทา น ศาสนทูต แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ในขณะทีส่ ตรชี าวกุเรชกําลังน่ังสนทนากับทานอยู พวกนางซกั ถามทา นมากขึ้น เสยี งของพวกนางดงั มากข้นึ คร้นั เม่อื อุมัรของอนุญาต พวกนางกล็ กุ ขึ้นกัน้ มา น ดงั นนั้ ทา นศาสนทูต แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไดใ ห อนญุ าตเขา และทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ)กห็ ัวเราะ ดงั นนั้ อุมัรจงึ พดู วา : “อัลลอฮท รงพระสรวลฟนของทา นหรือ โอท านศาสนทตู แหงอลั ลอฮ”? ทา นตอบ วา : “ฉนั ประหลาดใจ กับบรรดานางเหลา น้นั ทนี่ ง่ั อยกู บั ฉนั เพราะเมอื่ พวกนาง ไดย ิน เสยี งทา น พวกนางกก็ ้ันมา นทนั ที อมุ รั กลาววา : “ทา นซิ โอท า น ศาสนทตู แหง อัลลอฮสมควรที่พวกนางจะกลัวมากกวา” หลงั จากนนั้ เขาจึง พูด ข้ึนวา : “นสิ ัยประจาํ ตวั ของพวกนางเปน ไฉนกนั หนอ ! พวกนางกลวั ฉนั แตมิได กลวั ทา น ศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ)” เสยี งพวกนางกลา วตอบวา : “เพราะทาน เปน คนแข็ง กรา ว และหยาบกระดาง มากกวาทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ทาน ศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ไดก ลาววา : “ขอสาบาน
ตอ พระองค ผซู ึ่งชีวิตของฉนั อยใู น พระหตั ถแหง พระองค วา ชยั ฏอนจะไมพบทา นในสภาพทม่ี นั เดิน เฉยๆเลย นอกจากวา มนั จะรับกาวหนี เร็วย่ิงกวาการเดนิ ของทา นเสยี อีก” ถอยคําอันย่งิ ใหญท ีอ่ อกจากปากของพวกเขา พวกเขาะไมพูดอะไร นอกจาก การโกหก โปรด พจิ ารณาดูความนา เกลยี ดของบทรายงานนีเ้ ถิด เปน อยา งไร ทบ่ี รรดาผูหญิงกลวั อมุ รั แตไมก ลัว ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) พวกนางสง เสียงดังเหนอื กวาเสียงทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ไมใหเ กยี รติทาน ไมป ดมาน ในขณะอยตู อ หนา ทา น แตเ พยี งไดย นิ เสยี งของอุมรั เทานนั้ พวกนางพากันเงียบกรบิ และ ปดมาน เร็วพลัน ขอสาบานตอ อลั ลอฮขาพเจา ประหลาดใจจริงๆ ตอเร่อื งราวของคนโงเขลา เหลา น้ี ซง่ึ พวกเขายงั ไมพ อเพียงกบั ทกุ อยา งเหลา นนั้ จนถงึ ขนาดไดก ลา วหาทา น วา เปน คนแขง็ กรา ว หยาบ กระดา ง อยา งชดั เจนแลว กต็ าม เพราะวา อุมัร ยงั หยาบ กระดา งกวา แข็งกรา วกวา ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) นีค่ ือ พฤติกรรมหนงึ่ จากการยกยอ ง ถงึ แมว า อนั น้ี จะเปน เกยี รตยิ ศ ของทา นศา สนทูตแหอ ัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) แตอ ุมัรก็ยังมีเกยี รติเหนอื กวา ถงึ แมจะเปน พฤติกรรมทีต่ า่ํ ทราม แตไมท ราบ ทําไม บรรดามสุ ลมิ โดยเฉพาะบคุ อรแี ละมุสลิม ก็ยงั ใหการยอมรับนบั ถือรายงานฮะดษี ประเภทนี้ อยู อยางนน้ั แหละ หลงั จากนนั้ พวกเขากย็ ังไมพอกบั เรอื่ งแคน ้ี จนกระทั่งยงั ถือวา ชัยฏอนมา หยอกเลน สนกุ สนาน กบั ทา นนบี(ศ็อลฯ) โดยไมก ลวั ทา นเลย ไมต อ งสงสัยเลยวา ชยั ฏอนในทนี่ ี้ กค็ ือสิ่งท่ี กระตนุ ใหผหู ญิงหาญกลา จนกระทง่ั สง เสียงของพวกนาง และเปดมา นของพวกนาง นั่นเอง แต ชัยฏอนจะพากันวงิ่ หนีไปทางอืน่ โดยพลนั ในทนั ทที ่อี มุ ัรเขา มาในบานของทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) พนี่ อ งมสุ ลมิ เห็นบา งไหมวา อะไร คอื คุณคาของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ในทศั นะ ของพวกเขา ทําไมพวกเขาจึงพดู ออกมาได จะโดยรูต วั หรอื ไมร ตู วั กต็ ามวา อมุ รั ประเสรฐิ กวา ทา น ซ่ึง ตรงกับส่งิ ท่ีเปน อยูในปจ จบุ นั น้ี เมอื่ พวก เขาพดู ถงึ ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) พวกเขาจะคําณ วนนบั ขอ ผิดพลาด ของ ทานทถี่ ูกยกเมฆข้ึนมาอา ง แลว แกตัวใหแ กท า นวา ทา นก็เปน ปถุ ชุ นคนเดนิ ดิน มใิ ชม ะอซฺ มู และดว ยเหตทุ ว่ี า อุมรั กม็ ีสว นอยูมาก ในการปรบั ปรงุ ขอผิดพลาด ของทา น และแมแ ตอ ัล กุรอฺ านเองก็ยังถกู ประทานมาสนับสนนุ ความคดิ เหน็ ของ อุมรั หลายครงั้ พวกเขาจะยกตวั อยาง โองการ อะบะซะ วะตะวัลลา (เขาทาํ หนา บดู บง้ึ และเบอื นหนี) เรอ่ื งการปลกู ตนอนิ ทผลมั , เร่ืองเชลย สงครามบะดัรฺ และอืน่ ๆ แตถาหาก ทา นพดู ตอ หนา คนเหลา นนั้ วา อุมรั เคยทําความผดิ เร่ืองปด โอกาสคนมอุ ัลลัฟ ไมใ หรบั สว นแบง ซะกาต หรือเรอื่ งวางกฎหามการทาํ มตุ อะฮท งั้ สองกรณี(กรณีทาํ ฮัจญตะมัตตอุ แฺ ละ กรณีทํานกิ าฮมฺ ุตอะฮ)ฺ หรอื เร่ืองการ มอบทรพั ยส นิ ใหเกนิ อตั รา แลวทา นจะเหน็ ความแคนเคอื งของ พวกเขา ถูกพน ออกมา จะเห็นแววตาที่แดงกาํ่ พวกเขาจะกลา วหาทา นวา ออกนอกศาสนา จะตอ วา
ทา นวา คณุ เปน ใคร ถือดอี ะไร ท่ีไดม าวพิ ากษซ ัยยิดนิ าอมุ ัร อลั ฟารูก ผซู ่ึง จาํ แนกแยกแยะระหวา ง สจั ธรรมกบั ความผิดพลาด ทานไมม ที างเลอื กอื่น นอกจาก จะตอ งอยใู นความสงบ อยา พยายามพูดกับ พวกเขาเปน คํารบสอง มฉิ ะนั้น ภัย อนั ตรายจากพวกเขา จะประสบแกท า นได บุคอรปี ลอมฮะดีษเพอื่ ปกปองเกียรติยศของอมุ รั บนิ ค็อฏฏอบ ถูกแลว เมื่อนกั วเิ คราะหติดตามศกึ ษาฮะดีษตา งๆ ของบุคอรีแลว โดยมาก จะไมเ ขา ใจ และ แสดงใหเ หน็ วา มีขอบกพรอ ง หรอื ถกู ตดั ออกไป และเขาจะรายงาน ฮะดีษบทเดยี วกัน โดยตัวสารบบ การรายงานเดยี วกนั แตท กุ ครั้ง เขาจะใชถ อ ยคาํ ที่แตกตางกนั ในหลายๆ บท ทงั้ หมดน้ีเพราะความรกั อยา งรนุ แรงที่เขามีตออุมัร บนิ ค็อฏฏอ บ บางที เปน เพราะเหตนุ เี้ องกไ็ ด ทที่ าํ ใหอ ะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮฺชน่ื ชอบ โดยยกยองหนงั สือของเขาไว เหนอื หนังสือท้ังหลาย แมว า ของมสุ ลิมจะถูกตองกวา และหนงั สอื ของเขา จะจดั เรียงลาํ ดบั บทไดด ีกวา กต็ าม อยางไรกต็ าม สําหรับพวกเขา อลั บคุ อรี คือหนงั สอื ทถี่ กู ตองที่สดุ รองจาก กิตาบุลลอฮเพราะ เหตนุ ี้ และเพราะเหตทุ ีบ่ น่ั ทอนเกียรยิ ศของทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ ดังนนั้ บุคอรีจะทําหนาทต่ี ดั และ ทําลาย ฮะดษี ทีล่ ดิ รอนเกยี รตยิ ศของอมุ รั ทาํ นองเดยี วกนั ก็จะใชว ิธกี ารเดียวกนั น้ี กบั ฮะดษี ตางๆ ท่ี กลาวถงึ เกียรตยิ ศของ ทา นอะลี เราจะยกตวั อยางในขอน้มี าเสนอแกทา น ณ บดั นี้ อนิ ชาอลั ลอฮ บางตัวอยา งทแ่ี สดงวา มกี ารปลอมฮะดษี ซ่งึ ในน้ัน มกี ารเปดเผย ขอ เทจ็ จริงเก่ียวกบั อมุ รั บนิ ค็อฏฏอบ
บทท่ี ๘ ปญ หาเกยี่ วกบั ตําราซอเฮยี ะหท้งั สอง บคุ อรแี ละมสุ ลมิ เนื่องจากตาํ ราสองเลมน้ี มีความสาํ คญั อยา งลกึ ซึง้ สาํ หรบั อะหลซิ ซุนนะฮว ลั ญะมาอะฮ จนกระท่ัง ในทศั นะของบรรดามสุ ลมิ โดยทว่ั ไป หนงั สอื ท้ังสองนี้ ไดกลายเปน แหลง อา งองิ ข้นั พนื้ ฐาน และเปนรากฐานทม่ี าอนั ดับแรก ในการ วิเคราะหปญ หาทางศาสนาทกุ ประเด็น และไดกลายเปน ความ ยุงยากอยา งหนงึ่ แกน ักคนควาบางคน ในอันท่ีจะเปด เผยในสง่ิ ทพ่ี วกเขาพบวามีอยูในนน้ั เปน ตน วา ความสับสน ความขัดแยง และสงิ่ ทพี่ ึงรงั เกยี จตา งๆ ดงั นน้ั พวกเขาจึงยอมรบั เร่อื งน้นั ๆ บนความ ปวดรา ว แตไ มเ ปด เผยใหพ วกพอ งของตนรับทราบ เนอื่ งจาก ความกลัวคนเหลา นนั้ หรือไม ก็จะเปน การทาํ ใหค นเหลาน้ันกลัวเสยี เอง ในเม่ือ จิตใจของพวกเขา ยังใหเกยี รติ และยกยองเทดิ ทนู ตําราทัง้ สองเลมน้ันอยู ทั้งๆ ที่ในความเปน จริงแลว ทา นบุคอรีและทา นมุสลมิ เองนน้ั ไมเ คยใฝฝน เลยแม เพยี ง วันเดยี ว วาเขาทง้ั สองจะมาถงึ ฐานภาพในระดบั ทก่ี าํ ลงั เปน อยู ในทศั นะของ นักปราชญแ ละคนท่ัวไป ในขณะน้ี เราเอง ที่ไดก า วลวงเขามาวพิ ากษทา นทงั้ สอง และนาํ ขอ ตาํ หนบิ างประการ ออกมาใหแกท า น ทัง้ สอง กม็ ิไดเปน เพราะเหตุอ่นื ใดทั้งนน้ั นอกจากกระทาํ ไปเพอ่ื ประกาศความบรสิ ทุ ธิ์ใหแ กน บขี องเรา (ศอ็ ลฯ)และเพือ่ มใิ หมคี วามดา งพรอ ยตอ อศิ มะฮของทา น และในเมอื่ ซอฮาบะฮบางคนยังไมป ลอดพน จากการถูกวพิ ากษ และถูกช้ีจดุ บกพรอ ง เพื่อเปา หมายเดยี วกนั น้ี ทา นบคุ อรี และมสุ ลมิ เอง ก็มไิ ด ประเสรฐิ ไปกวาคนเหลา น้ัน ผเู ปนซอฮาบะฮข องทา นศาสดา ตราบใดท่ีเรามเี ปาหมาย ในการประกาศความบริสุทธขิ์ องทานนบี (ศ็อลฯ)เรา ใชค วามพยายาม อยา งสุดความสามารถ ในการยนื ยนั ถึงอศิ มะฮของทา น ยนื ยนั วา ทานมคี วามรู และมีความตกั วา มากกวามนษุ ยท ัง้ หลาย โดยสน้ิ เชงิ และเช่ือวา อัลลอฮ ผทู รงไวซงึ่ ความบริสุทธิ์ และสงู สุดยง่ิ ทรง คัดเลอื กทานใหเ ปนความเมตตา แกสากลโลก และทรงสงทานมายังมนษุ ยชาติโดยท่ัวไป ทง้ั มนุษย และญนิ จึงไมม ี ขอสงสยั เลยวา อัลลอฮ ทรงบัญชาใหเราประกาศความบริสุทธ์ิ และประกาศเกยี รติ คณุ ของทา น และหา มมิใหย อมรับขอตําหนใิ ดๆ วามใี นตัวทา น ดว ยเหตุนเ้ี อง เราและบรรดามสุ ลิม ทั้งหมด ลว นถกู เรยี กรองใหผลกั ไสทุกๆ เรอ่ื งที่ขัดแยง กบั จริยธรรมอันยง่ิ ใหญ อันเปน คณุ สมบตั เิ ฉพาะ ของทาน และใหผ ลักไส ทกุ เรือ่ ง ที่ขดั แยง กบั อศิ มะฮของทา น หรือเรือ่ งราวใดกต็ าม ท่ลี ว งเกนิ บุคลกิ ภาพอันทรง เกียรตขิ องทา น ทงั้ โดยตรงและโดยออ ม
ดังนน้ั บรรดาซอฮาบะฮ บรรดาตาบิอีน บรรดาอิมาม และนักฮะดษี ท้ังหลาย รวมถึงบรรดา มุสลมิ ทกุ คน แมก ระทงั่ มนษุ ยชาตทิ ั้งมวล ลวนเปน ผูเจรญิ รอยตามเกยี รตยิ ศ และความดเี ดน ของทา น ดังนนั้ ผูทถ่ี กู วพิ ากษ และผูขัดแยง รวมถึงบรรดาผทู คี่ ลั่งไคลการถอื ฝกฝา ย ยอมจะตอ ตาน ดว ย ความแคนเคอื ง เปน ธรรมดา กับทกุ ๆเรอื่ งทีเ่ ปน สงิ่ ใหมสาํ หรบั พวกเขา แตทวา ความพึงพอพระทยั ของ อัลลอฮ คือเปาหมายสงู สุด และความพงึ พอใจของทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ คือจุดมุงหวงั สงิ่ นน่ั คือเสบียง และเปน คลังมหาสมบัติ ในวันทที่ รัพยส นิ ใดๆ และบุตรหลาน จะไรประโยชน เวน แตค นทเี่ ขา หาอัลลอฮ ดวยจิตใจที่บรสิ ทุ ธิ์ สาํ หรับเรา ในเรือ่ งเหลา นที้ ง้ั หมด ถอื เปน ความพงึ พอใจ และเกียรติยศ ของบรรดาผศู รัทธาและ ผูสตั ยจ ริง ซง่ึ ทา นเหลา น้ันรจู กั ฐานภาพแหงอัลลอฮ และ ฐานภาพแหง ศาสนทตู ของพระองค (ศอ็ ลฯ) กอนจะรจู กั ฐานภาพของนกั ปกครอง และบรรดาคอลฟี ะฮแ ละพวกสลุ ตา นทงั้ หลาย ขา พเจา ยังจําไดวา เคยพบกับการโตแยง อยางรนุ แรง จนกระทั่งเคยถูก ปรักปราํ วา เปน กาฟร และออกนอกศาสนา เมอื่ ขา พเจา วพิ ากษบ คุ อรี ในการ เสนอฮะดษี บทหน่ึงของเขาทว่ี า มซู าตบทตู มรณะ (มะลาอกิ ะฮเมาต) แลว ควกั ตา ของทา น มคี นกลาวกับขา พเจาวา : “ทานเปน ใคร จงึ ไดก ลา วิพากษบ คุ อรี ?” พวกเขากรูเขา มาลอ มขา พเจา แลวสง เสียงเอด็ ตะโรดงั ล่นั ราวกบั วา ขาพเจา วพิ ากษ โองการจากอลั กุรฺอาน ก็มปิ าน เปนอนั วา ถา นกั วิเคราะหท าํ ตวั ใหเ ปน อสิ ระ ปลดปลอ ยตวั เองจาก พนั ธนาการของประเพณี นยิ ม(การตกั ลดี )อยา งหลบั หหู ลบั ตา และไมถอื ฝกฝา ยเพราะ ความเคยี ดแคน ไดแลว กจ็ ะพบวา ในบุ คอรีและมสุ ลิม มเี ร่อื งตา งๆ ท่ีแปลก ประหลาด ลึกลับ อันสะทอ นถงึ การสอดรบั ทางสติปญญาของชาว อาหรับเบดอู ิน ท่ีความคดิ ของเขา ยงั คงสภาพทห่ี ยาบกระดาง ซง่ึ จะเชือ่ ถอื ศรทั ธา ในบางเรือ่ ง ทเ่ี ปน ของเหลวไหลและเปนนทิ านทง่ี มงาย ความคดิ ของเขาจะโนม นา วไปหา ทกุ เรอ่ื งที่แปลกประหลาด มหัศจรรย อันนม้ี ใิ ชขอ ทน่ี าตาํ หนิ และเราจะไมก ลา วหา เขาวา มคี วามคิดลา หลงั เพราะในสมัยของเบ ดอู ิน มใิ ชส มยั ดาวเทยี ม ไมม ี โทรทศั นสี ไมมีโทรคมนาคม และไมม รี ะเบิดปรมาณู อนั ท่ีจรงิ เราเพยี งแตไมต องการจะใหสง่ิ เหลา นนั้ มาพวั พนั กบั ทา นศาสดา (ศอ็ ลฯ)เพราะเปน ความแตกตา งกันอยา งใหญห ลวง กลาวคอื ทา นเปน ผซู งึ่ อัลลอฮ ทรงสงมายงั ประชาชาตทิ ัง้ หลาย เพ่อื สอนพวกเขาใหอ านโองการของพระองค และเพอื่ ขดั เกลาพวกเขา และสอนคมั ภีร และวทิ ยญาณ แกพ วกเขา ในฐานะท่ที า น เปนตราประทบั ความสมบรู ณของบรรดานบี และบรรดาศาสนทตู แนน อน อัลลอฮ ทรงสอนทา นใหร ู ทง้ั วชิ าการในยคุ แรกและยคุ หลัง ขณะเดยี วกนั เราใครทจ่ี ะให ผูอ านทม่ี เี กยี รติ สงั เกตดวยวา เรือ่ งราวทง้ั หมด ในบุคอรนี น้ั มิใชว า จะถกู เช่อื มโยงไปหาทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)กห็ าไม ดงั ที่ บคุ อรไี ดร ายงานฮะดีษของทา นนบี
(ศอ็ ลฯ)ตอนหน่งึ หลังจากน้นั ก็ลงทายดว ย ความเห็นของซอฮาบะฮบางคน จนทาํ ใหผอู า นเชอื่ วา ความเหน็ นน้ั ๆ หรือคําพูด น้นั ๆ เปนของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ ในขณะที่มิไดเ ปนอยางนัน้ เลย ตัวอยา งในเรื่องเหลา น้ี เชน : บคุ อรีไดร ายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวาดว ยอลั ฮิยลั บาบวา ดวย อัล นกิ ะฮภ าคที่ ๘ หนา ๖๒ วา รายงานจาก อบฮู รุ ็อยเราะฮจากทานนบ(ี ศอ็ ลฯ)กลา ววา : เด็กสาวนนั้ มอิ าจ ถกู ทาํ นกิ ะฮไ ด จนกวา จะไดรบั อนุญาต และหญิงมายกม็ อิ าจทาํ ไดด ว ย จนกวา ถกู สง่ั ” มคี นถามวา โอทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ การอนญุ าตของนางเปน อยา งไร ? ทานตอบวา : “เม่ือนางนงิ่ เงยี บ” มีบางคนกลาววา : ถา หากหญงิ สาว ไมไ ดรับอนญุ าต นางก็จะไมถ กู แตงงาน ดงั นนั้ ผชู ายจงึ วางแผน โดยตง้ั พยานเทจ็ ข้นึ มาสองคน มายนื ยนั วา ตนไดแ ตง งาน ดว ยความพอใจของนางแลว ดงั นนั้ ผพู ิพากษาก็จะตัดสนิ รบั รองการนกิ ะฮข องนาง แตส ามรี ดู วี า นนั่ คอื พยานเทจ็ ดงั นน้ั ถอื วา ไมผดิ แตป ระการใด ที่เขารว ม ประเวณนี าง ในขณะทก่ี ารแตงงานนน้ั ถกู ตองแลว โปรดพจิ ารณายงั คาํ พูดของบคุ อรี (หลงั จากฮะดีษ ของทานนบี(ศ็อลฯ)) ทวี่ า มบี างคนกลา ววา ! ทําไมคาํ พดู ของคนบางคน(ท้งั ๆ ทไ่ี มร ูวา เปน ใคร) ไดท าํ ใหการนกิ ะฮโ ดยพยานเท็จ เปนนกิ ะฮท ่ีถกู ตอ ง ทงั้ นเ้ี พราะผูอานเขาใจ เอาเองวา นั่นคอื ความเห็นของ ทานศาสนทูต ซึ่งมใิ ชค วามถกู ตองเลย อกี ตวั อยา งหนึง่ - บคุ อรีไดรายงานในซอเฮียะหของทาน กิตาบวา ดว ย ปฐม กาลแหง งาน สรา งสรรค บาบวา ดวย เกยี รติยศของชาวมฮุ าญริ นี และความดเี ดน ของพวกเขา ภาคที่ ๔ หนา ๒๐๓ จากอับดุลลอฮบ นิ อมุ ัร(ร.ฎ)กลา ววา : “เมือ่ ครั้ง ทพี่ วกเราอยูใ นสมัยทา นนบี(ศอ็ ลฯ)เราไมส ามารถ เทยี บเคียงกบั อบบู ักรไดเลย สักคนเดยี ว ตอ มาก็อมุ รั ตอ มาก็อศุ มาน ตอจากนนั้ เราจะปลอ ยบรรดา ซอฮาบะฮ ของทา นนบี(ศ็อลฯ)ไว โดยมไิ ดย กยองคนในหมพู วกเขาวา ใครดีเดน กวา ใคร” นี่คือความเหน็ ของอบั ดุลลอฮบุตรของอุมรั ซ่งึ เขาไมเชอ่ื ถือในส่งิ น้นั นอกจากตวั เขาเอง แต เปนไปไดอยา งไร ทอ่ี ะลี อบิ นิ อบฏี อลบิ ซึ่งเปน คนทปี่ ระเสริฐทส่ี ุด ถัดจากทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ กลับไมม ีเกยี รตยิ ศอันใดเลย และอับดุลลอฮบ ิน อมุ ัรมิไดนบั เขา ในจํานวนคนระดับแนวหนา เลย ? ดวยเหตนุ ้ี เราจงึ พบวา อับดลุ ลอฮบ นิ อุมัรและขดั ขนื การใหส ตั ยาบนั ตอทาน อมีรลุ มอุ มินนี ซง่ึ เปน ผูปกครองของบรรดาผูศรทั ธา ดงั นั้น คนใดกต็ าม ท่อี ะลี มิไดเปน ผปู กครองของเขา เขาคนน้ันก็ มใิ ชผ ูศรัทธา(๒๐๒) เพราะทานคือ คนทท่ี า นนบกี ลา วถึงสทิ ธขิ องทา นวา : อะลอี ยกู ับสจั ธรรม และสัจ ธรรมอยูกบั อะลี(๒๐๓)ศัตรูของอัลลอฮ ศัตรูของทา นศาสนทตู และศตั รูของบรรดาผศู รทั ธา จงึ ให สัตยาบนั ตอฮจั ญาจญ บนิ ยูซฟุ จอมละเมิดทชี่ ่วั รา ย เราไมต องการกลับไป กลา วถงึ ประเด็นนอี้ ีก แต เราตอ งการอยา งเดียวเทานน้ั คือ เปด เผยใหทา นผอู า น สมผั สั กับรสนยิ มตา งๆ ของบุคอรี และคนท่อี ยู
ในลกั ษณะคลา ยคลงึ กนั นน่ั คือ เขาไดรายงานฮะดษี ทาํ นองนี้ ไวใ นบาบวาดว ยเกียรติยศของชาวมุ ฮาญิรีน ดเู หมอื น เขาจะแกลง ทาํ ตบตาผอู า นใหเขาใจเขววา นีค่ ือ ทัศนะของทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ท้ังๆ ทีเ่ ปน ทัศนะของอบั ดลุ ลอฮบ นิ อุมรั ซงึ่ ต้งั ตนเปนศตั รูของ อมิ ามอะลี เราจะอธิบายใหท านผูอ า นเขา ใจอยางชัดเจน ถงึ จุดยนื ของบุคอรี ในทกุ เรือ่ งทีเ่ ก่ียวของกบั ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ และใหเ หน็ วา เขาใชความพยาม อยา งไรบา ง ในการปกปดเกยี รติยศของ ทา น และแสดงถงึ ความไมสมบรู ณข อง เรอื่ งนนั้ ๆ เชน การทีบ่ ุคอรีไดร ายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดว ย ปฐมกาลแหง งานสรา งสรรค บาบวา ดวย อลั -ฮุมัยดีย ไดเ ลา เราวา : มุฮัมมัด บนิ ฮะนะฟย ะฮ (บตุ รคนหนงึ่ ของอมิ ามอะลี อิบนิ อบี ฏอลบิ )ไดเ ลา เราวา : ฉนั เคยพดู กบั บิดา ของฉันวา : “หลงั จากทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ)แลว มนุษยผ ูใดประเสริฐ ท่สี ุด ?” ทานตอบวา : “อบูบักร” ฉนั ถามอกี วา : “หลงั จากนนั้ เปน ใคร ?” ทา นตอบวา : “อมุ ัร” ฉนั กลัวทา นจะบอกวา อศุ มาน จึงเลยพูดเองวา : “ตอจากน้ัน กเ็ ปน ทา น” ทาน ตอบวา : “ฉนั มใิ ชใครอนื่ นอกจากเปน เพยี งชายมุสลมิ คนหน่งึ เทา นนั้ ” ใชแลว ฮะดษี น้ถี กู อุปโลกนขึน้ มาใหเปน คําพูดของมุฮมั มัด บนิ ฮะนะฟย ะฮผเู ปน บุตรชายคน หนงึ่ ของอิมามอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ(อนั เกิดจากภรรยาอีกทาน หนง่ึ มิใชจ ากทา นหญิงฟาฏมิ ะฮซะฮ รออ -หมายเหต-ุ ผูแปล) ซง่ึ เปนฮะดีษทํานอง เดยี วกบั บทกอ น ท่ีถกู รายงานวา มาจากคาํ พูดของ อบั ดลุ ลอฮบ ิน อมุ รั ผลสรปุ ใน ตอนทา ย กค็ อื ส่งิ เดยี วกนั ถงึ แมว า อบิ นฮุ ะนะฟย ะฮเ กรงวา บดิ าของทา น จะพูด วา : อศุ มาน ในอนั ดบั ทส่ี าม แตบดิ าของทา นกไ็ ดตอบกลับไปวา “ฉันมใิ ชใครอ่ืน นอกจาก เปน เพียงชายมสุ ลมิ คนหนึ่งเทา น้นั ” ก็ยงั มคี วามหมายวา อศุ มาน ประเสริฐกวา ทานอยดู ี เพราะในหมู ชาวอะฮล ซิ ซนุ นะฮไมมีใครกลาววา “อศุ มาน มิใชใครอน่ื นอกจากเปน เพยี งชายมสุ ลมิ คนหน่ึงเทา นนั้ ” หากแตพ วกเขา จะกลา ว ดงั ที่ผา นมา วา มนษุ ยท ี่ประเสรฐิ ท่สี ุด คอื อบูบักรตอมาคือ อุมัรตอ มาอกี คอื อุศมาน ตอจากนน้ั เราไวป ลอ ยซอฮาบะฮของทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)ไวเ ฉยๆ โดยมไิ ดย กยอง วา ในระหวา ง พวกเขา จะมใี ครดีเดนกวา ใคร เพราะคนทง้ั หลายหลงั จากนัน้ แลว เสมอพอๆกนั ทานผอู านแปลกใจบา งไหม กับฮะดีษเหลานที้ บ่ี ุคอรีไดบ นั ทึกไว ซ่ึงทง้ั หมด พงุ ไปสูเปาหมาย เดียวกนั นัน่ คอื ขจดั ทาน อะลี อบิ นิ อบีฏอลิบ ออกจากเกยี รติ ยศทกุ ประการ จากเรอ่ื งนี้ เปนท่เี ขา ใจ แลว ใชไหมวา บุคอรีจะเขยี นทุกอยา งท่ีถกู ใจ พวกบนอี มุ ยั ยะฮและบนอี บั บาส และนกั ปกครองทกุ คนท่ี ดํารงอยูในฐานะ ตอ ตานกบั อะหล ลุ บยั ต นี่คือขอพิสจู นท ่เี ดน ชดั สาํ หรบั คนทีต่ องการจะยืนหยดั บน หลักความจรงิ บุคอรแี ละมสุ ลมิ นกึ ถงึ อะไร ในการยกยองอบบู กั รและอุมรั
บคุ อรไี ดรายงานไวในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดว ย ปฐมกาลแหงงาน สรา งสรรค บาบวา ดวยอบูอัล-ยะมานไดเลาเรา ภาคท่ี ๔ หนา ๑๔๙ มสุ ลิมไดรายงานไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กติ าบวา ดวย เกียรติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดวย เกยี รติยศของอบูบกั รอศั ศิดดีก (ร.ฎ) จากอบูฮรุ ็อยเราะฮกลาววา : เม่ือทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)นมาซ ศุบฮเ สร็จแลว ทา นได ออกมาหาประชาชน แลว กลาววา : “ในระหวา งพวกทา น มชี ายคนหนงึ่ กาํ ลงั จงู วัวตัวเมียอยู พอเขาจะ ข้นึ ขี่ เขาไดเ ฆี่ยนมนั มนั จงึ รอ งวา : แทจ รงิ ฉนั มไิ ดถ ูกสรา งมาเพ่อื สงิ่ นี้ หากแตฉ ันถูกสรางมาเพอื่ งาน ไถห วา น เทา นั้น” ดังนนั้ คนทง้ั หลายจึงพูดวา : “มหาบรสิ ทุ ธิแ์ ดอัลลอฮ! ววั ตัวเมยี พดู ได หรอื ?” ทานจงึ กลา ววา : แทจรงิ ฉนั เช่ือมน่ั อยา งนี้ ทงั้ ฉนั ทง้ั อบบู กั รและอมุ ัร” ซงึ่ ไมม ีคนทง้ั สองในขณะนนั้ “และในขณะทช่ี ายคนหนงึ่ อยูในฝงู แกะของตน ทนั ใด น้ัน ไดมีสนุ ขั ปา ตวั หนงึ่ เขา มาพาแพะตวั หนงึ่ ไป จากฝงู เขาไดขอรองจากมนั จน สามารถชว ยทาํ ใหแพะรอดพนจากมนั ได แลวสุนัขปาจึงพดู วา : “วนั น้ี ทาน สามารถ ชวยทําใหม นั รอดพนจากฉนั ได แตใครเลาจะชว ยมนั ในวันท่ี ๗ วนั ทไ่ี มมี คนดูแลมนั เลย นอกจากฉนั ?” คนทงั้ หลายจงึ พูดวา : “มหาบรสิ ทุ ธแิ์ ดอลั ลอฮ! สนขั ปาพดู ไดห รือ ? ทา นกลา ววา : แทจริง ฉนั เชือ่ มัน่ อยา งนี้ ทัง้ ฉนั ท้งั อบูบกั รและอุมัร” ซง่ึ ไมม ีคนทั้งสองในขณะนนั้ ฮะดีษนี้ สอ ใหเ หน็ ถงึ พฤตกิ รรม นนั่ คือ เปนสว นหนง่ึ ของฮะดีษที่ถกู อุปโลกน ในเร่ืองเกยี รติยศ ของคอลีฟะฮท ั้งสอง หาไมแลว ทําไมประชาชนในฐานะ เปน ซอฮาบะฮข องทา นศาสนทตู ปฏิเสธสิง่ ท่ี ทานพดู แมกระทั่งในการพูดครัง้ ท่ีสอง ทวี่ า : “ฉันเชอื่ มน่ั อยา งน้ี ท้งั ฉนั ท้ังอบบู กั รและอมุ ัร” ตอ จากนัน้ ขอใหพ ิจารณา ดูวา เปนอยา งไร ท่ี ผูร ายงานไดเนนใหเหน็ วา ไมมอี บบู ักรและอมุ รั ในการพดู ทงั้ สองครงั้ นคี่ อื เกยี รตยิ ศอนั นา ขบขนั ไมมี ความหมายอะไรเลย แตท วากลมุ ชน ดคู ลา ยคนจมนาํ้ ที่กาํ ลังยดึ กอหญาไวอยา งเหนยี วแนน สว น บรรดานกั อปุ โลกน เม่ือไมม สี ถานการณ หรือเหตกุ ารณท ่ีสําคญั ใดๆทกี่ ลาวถงึ บุคคลทั้งสอง กจ็ ะวาด ฝน ตามจนิ ตนาการของพวกเขา อยางเชน เกียรติยศเหลา นี้ จงึ ทาํ ใหส วนมาก ที่ถกู นาํ มาเสนอ เปน เร่อื งเพอ ฝน เพอเจอ และตคี วามหมายกนั ไปตา งๆ นานา มิไดต งั้ อยู กบั หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร, ตรรกศาสตร,หรือวิชาการใดๆเลย ดงั เชน บคุ อรี ไดรายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ย เกียรติยศของบรรดาซอฮาบะฮ ทา นนบี (ศอ็ ลฯ)บาบวา ดวย ถา หากฉันถูกแตง ต้งั เปน สหาย ทานมสุ ลิมไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดวยเกยี รตยิ ศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดวยเกียรติยศของอบูบักรศดิ ดกี (ร.ฎ) รายงานจากอมั ร บนิ อาศ กลา ววา แทจ รงิ ทานนบ(ี ศอ็ ลฯ)ไดแตง ตง้ั เขาประจาํ กองทพั ใน สงคราม ซาตุซ ซะลาซลิ ฉนั ไดไปหาทานแลว กลาววา : “คนใดเลา เปน ทีร่ ักย่งิ สําหรบั ทาน” ทานตอบ
วา : “อาอชิ ะฮ” ฉนั ถามอีกวา : แลว ในหมูผ ชู าย เลา ? ทานตอบวา : “บดิ าของนาง” ฉนั ถามอกี วา : “แลว ใครอีก ?” ทา นตอบวา : “อุมัรบนิ คอ็ ตต็อบ” ในบรรดาคนผชู าย บทรายงานเหลานี้ บรรดานกั อปุ โลกนไ ดจัดแตงข้นึ โดยหารไู มว า ประวัติ ศาสตรไ ดบันทึกไววา ในปท ี่ ๘ ของการอพยพ(สองปกอ นการวะฟาตของทา น นบ(ี ศอ็ ลฯ)) ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อล ฯ)ไดส ง กองทพั ไปทําสงครามซาตุซ ซะลาซลิ โดย มอี บูบกั รและอมุ ัรอยใู นกองทัพ ภายใตก ารนาํ ของ อมั ร บนิ อาศ เพ่อื เปน การตัดหนทางของผูท ต่ี อ งการจะพูดวา อมั ร บิน อาศ มฐี านภาพเหนอื กวา อบู บักรและอุมัรดงั นน้ั จะเหน็ ไดว า พวกเขาไดปน แตง บทรายงานน้ขี น้ึ มา แลว ระบวุ าเปน คาํ พดู ของ อัมร บนิ อาศ เอง เพอ่ื เชดิ ชูเกยี รติยศของอบูบักรและอุมัรแลวนาํ ทา นหญงิ อาอิชะฮเ ขาไปพวั พันดว ย เพอื่ หลีกเล่ยี งขอสงสัยประการหนึ่ง และ เพื่อเปนผลพลอยได แกทา นหญงิ อาอชิ ะฮในแงข องเกยี รติยศ ขน้ั เด็ดขาดอกี ประการหนง่ึ ฉะนน้ั จะเหน็ ไดวา อมิ ามนะวาวยี ไดใหค าํ อธิบายของทา น ไวใ นซอเฮยี ะห มุสลิม วา : “นค่ี ือ การยนื ยันถึงเกียรติยศอันยงิ่ ใหญข องอบบู กั รอมุ ัรและอาอชิ ะฮ( ร.ฎ) ฮะดษี นี้ เปน หลกั ฐานทชี่ ัดเจน ของอะหลซิ ซนุ นะฮในการใหเ กียรติแกอบบู ักรและถดั มาคอื อมุ ัรเหนอื บรรดาซอฮาบะฮทง้ั หมด” บทรายงานนี้ ก็เหมือนกบั รายงานประเภทเหลวไหลบทอื่นๆ เปน สิ่งทบ่ี รรดาคนหลอกลวงไม ยีห่ ระในการปลอมแปลงขึน้ มา ถงึ ขนาดวา ปน ขนึ้ เปน คําพดู ของทา นอะลี อิบนิ อบฏี อลบิ เองดวยซํา้ เพ่อื พวกเขาจะไดใชส ่ิงน้ี ตดั ปญ หา ตามประสาของพวกเขา กบั ขออา งของชอี ะฮท่กี ลา วยกยอ ง ทา นอะลี อิบนิ อบฏี อลบิ เหนอื กวา ซอฮาบะฮท ัง้ มวล ในข้ันหนงึ่ และเพอ่ื ทาํ ใหบ รรดามสุ ลิม หลงเชื่อ วา อะลมี ไิ ดถกู อธรรม และไมอุทธรณอะไรตอ อบบู ักรและอมุ รั เลย อกี ข้ันหนึง่ ดังท่ีบคุ อรไี ดร ายงานไว ในซอเฮียะหข องทา น กติ าบวา ดว ยเกียรติยศของ ซอฮาบะฮ นบี(ศอ็ ลฯ)บาบวา ดวย ความดีเดน ของ อุมรั บิน ค็อตตอ็ บ(อบีฮัฟศ) ทา นมุสลมิ ไดร ายงานไวใ นซอเฮียะหข องทา น กติ าบวาดว ยเกียรติยศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดว ยเกยี รติยศของอมุ รั (ร.ฎ) *รายงานจากอะลี จากอิบนอุ บั บาส กลา ววา : เมือ่ ศพของอุมัรถกู วาง บนแครข องเขา ประชาชน กจ็ ัดการหอ กะฝน ขอดุอาอและนมาซกอ นจะยกออกไป ฉนั เปนคนหนงึ่ อยใู นกลมุ คนเหลา นนั้ ไมม ีใคร สนใจฉันเลย นอกจากชายคนหนง่ึ เขามาจบั ไหลของฉนั ซง่ึ เปน ทา นอะลนี ่ันเอง ดงั นน้ั ทา นอะลี ไดข อ ความเมตตา ใหแกอ มุ รั แลว กลาววา : “ทา นมไิ ดทงิ้ ใครไวสกั คน ท่ีทาํ ใหฉันรักมากกวาทาน เพือ่ จะได พบอัลลอฮ ดว ยผลงานทีเ่ หมอื นกับเขา ขอสาบานตอ อลั ลอฮ วา ฉันมนั่ ใจ วา อลั ลอฮจะทรงบนั ดาลให ทานอยรู ว มกบั สหายทง้ั สองของทา น เพียงพอสาํ หรบั ฉนั แลว เทา ท่ีฉนั เคยไดย นิ ทา นนบี(ศ็อลฯ)พูด
หลายครง้ั วา : “ฉันไดไปกับ อบบู กั รและอมุ ัร ฉนั ไดเขากับอบบู ักรและอมุ รั ฉนั ไดอ อกกบั อบูบักรและ อุมัร” ถูกแลว นค่ี อื การอุปโลกนอยา งชดั เจน ทีส่ ามารถไดก ลนิ่ ไอการเมอื ง เขามา เลน บทบาทของมนั อยูดวย ในการกําจัดทา นหญิงฟาฏมิ ะฮซะฮรออ และมใิ หฝง นางใกลก ับสุสานบิดาของนางเอง ตรงนี้ หลงั จากคาํ กลา วในประโยคท่ีวา “ฉนั ได ไปกบั อบูบักรและอมุ ัร ฉันไดเขากบั อบบู กั รและอมุ รั ฉนั ได ออกกบั อบบู ักรและอุมรั ” แลว นกั รายงานพลาดไปนิดหนง่ึ คือไมไดเ สริมไปดว ยวา “และฉนั จะ ถูกฝง กบั อบบู กั รและอุมรั ” คนเหลา นน้ั มิไดกลวั เกรงอะไร ในการท่จี ะยกบทรายงานแบบน้ี ทถ่ี ูก อปุ โลกนขน้ึ มา แลวอาง เปนหลกั ฐาน ทงั้ ๆทข่ี อมูลทางประวตั ิศาสตรแ ละความเปน จริงคัดคา นวา มันคือความเท็จ ตําราของ นักปราชญม สุ ลิมลวน ถูกบรรจุไว ดวยเรอ่ื งทา นหญิงฟาฏมิ ะฮซะฮรออ ถูกอธรรม จากการกระทําของอ บูบกั รและอุมรั ตลอดชวี ิตของเขาทง้ั สอง ตอ มา จากการสงั เกตบทรายงานนี้ จะเหน็ ไดวา นกั รายงานสรางภาพ ทา นอะลี ราวกับวา ทาน เปนคนตา งถนิ่ ทมี่ าเย่ียมมยั ยิตของคนแปลกหนา คือ ทา นไดพ บวา ประชาชนกาํ ลงั หอ มลอ มเขาอยู กาํ ลังขอดอุ าอ และกาํ ลังนมาซ ดงั นน้ั เขาจงึ จับไหลท า นอบิ นอุ ับบาส ราวกบั วา จะกระซิบถอ ยคาํ เหลาน้นั ทห่ี ขู อง เขา แลว คอยเคลือ่ นออกไป สมมตวิ า เปน จริง ทา นอะลี จะตอ งอยแู นวหนา คน ทั้งหลาย และทา นตองเปน คนหน่ึง ทไี่ ดนมาซกับพวกเขา และจะไมแยกจาก ศพทา นอมุ รั จนกวา จะได นําเขาลงหลมุ เสยี กอน ในเม่อื ประชาชนในสมยั บนอี มุ ัยยะฮตา งแขงขันกนั ปลอมฮะดีษ ตาม คาํ ส่ังของ “อมีรลุ มุอ มนิ ีน” มอุ าวยิ ะฮซ ง่ึ ตองการจะยกยอ งอบบู กั รอุมัรขึน้ เผชญิ หนา กับทานอะลี อบิ นิ อบีฏอลบิ ดงั นน้ั จึง มฮี ะดีษประเภท วา ดวยเกยี รตยิ ศ อนั เหลวไหล จนนา ขาํ และขดั แยง กนั เอง ในบางสภาพการณ สดุ แลวแตอารมณ ของนักรายงาน เพราะสว นหนง่ึ พวกเขาจะเปนคนจากตระกูลตะมีมยี ซ่ึงไมย อม ยก ยอ งใครเกนิ หนาอบูบกั รแมค นเดยี ว อีกสว นหนง่ึ จะเปน พวกอดั วยี ซงึ่ ไมยอม ยกยอ งใครเกินหนา อุมัร แมคนเดยี ว และพวกบนอี มุ ยั ยะฮกเ็ ปนพวกหนง่ึ ท่ี มีความประทบั ใจ ในบคุ ลกิ ภาพของอุมรั อิบนุ คอ็ ตตอ็ บ ท่กี าํ แหงหาญตอทา นนบี และมีคาํ พดู ทแี่ ขง็ กราว โดยไมห วน่ั เกรงสง่ิ ใดเลย พวกเขาสวนมาก จะนิยมยกยอ ง เขา และจะอุปโลกนฮ ะดษี ตางๆ ท่ยี กยอ งเขา ใหเหนอื กวา อบูบกั ร ขอใหท า นผอู านพิจารณาดูตวั อยาง ดงั น้ี : ทานมุสลิม รายงานไวใ นซอเฮียะหข องทา น กิตาบวาดว ยเกียรตยิ ศของ ซอฮาบะฮ บาบวา ดวย เกยี รตยิ ศของอุมัร(ร.ฎ)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329