ทําไม มอุ าวยี ะฮใ นฐานะบุคคลที่ส่ี จะละเมิดคําสงั่ ตางๆ ของทา นนบี (ศ็อลฯ) ในเรื่องบตุ รชาย ของอะล(ี อ)บา งไมได เปนอนั วา บตุ รชายของนางฮนิ ดม ชี ยั ชนะ ในการวางแผนการอันย่งิ ใหญ และหลกั ฐาน ยืนยนั ก็คือวา ปจจบุ นั นเี้ มอ่ื เราพูดถงึ ความรู ความกลา หาญ ความ เปน เครอื ญาตอิ ันใกลชิดของ ทานอะลี และเกียรตคิ ณุ ความดงี ามของทานอะลี ท่มี ีตอ อสิ ลามและบรรดามุสลมิ กจ็ ะมี คนลกุ ข้นึ ยนื ผงาดตอหนา เรา แลว กลา ววา : “ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮไดกลาววา “ถา หากความ ศรัทธาของประชาชาติของ ฉนั ทง้ั หมด เทา ทมี่ อี ยูถ กู นํามาชงั่ เพือ่ เปรยี บเทยี บกบั ความศรทั ธาขอ งอบูบักรแนน อน ความศรัทธาของอะบบู ักรจ ะตองหนักกวา ” และจะมีคนลกุ ขนึ้ ยนื ผงาด ตอ หนา เรา แลว กลา ววา : “ทา นอมุ รั อัลฟารูก คอื ผูซึ่งมาเพอื่ จาํ แนกแยกแยะ ความแตกตา งระหวางสจั ธรรมกบั ความผิดพลาดออกจากกนั ” จะมคี นลกุ ขนึ้ ยนื ผงาดตอหนา เราแลวกลา ววา : “ทา นอุ สมาน เจาแหง แสงสวา งท้งั สอง คอื ผซู งึ่ มะลาอิกะฮของพระองคผ ูท รงกรุณาปรานยี ังตองละอาย” ผูท ต่ี ิดตามบทวเิ คราะหเหลา นี้โดยละเอยี ดจะพบวา อุมรั บิน คอ็ ฏ ฏอ บไดย ึดเอาตําแหนง “ราชสหี ” แหงอัลลอฮ ไป ในหมวดวา ดว ยเกียรติยศตางๆ (ฟะฎออลิ ) และนั่น มใิ ชเปน เรือ่ งของ ความบงั เอญิ แตอ ยางใดก็หาไม แตท วา เปนเพราะบทบาท ตา งๆของเขา ที่ขัดแยง อยางมากมาย หลายครง้ั กบั ทานศาสดา พวกกเุ รชจงึ ใหค วามรักตอเขา โดยเฉพาะอยางยงิ่ บทบาททอ่ี มุ ัรได กระทาํ ลงไปเพ่ือ ขจดั ทา นอะลี บิน อะบี ฏอลิบ อมีรลุ มุอม นิ นี ประมขุ ของบรรดาทายาททา นนบี ออกจากตําแหนง คอลฟี ะฮ แลวสง อาํ นาจการปกครองใหไปอยูในอุงมือของพวก กุเรชไดส ําเร็จ เพอื่ พวกเขาจะไดปกครองกนั เอง ตามความตองการ ซงึ่ เหลา บรรดา พวกฏอลีก(ผไู ดร บั นริ โทษ กรรมในเมอื งมักกะฮ) และผูถูกสาปแชง แหงตระกูล อมุ ยั ยะฮ มงุ มาตรปรารถนา บรรดาพวกกุเรช ซง่ึ นาํ โดย อบบู กั รตางรซู ึ้งเปน อยางดีวา คุณงามความดที ง้ั หมดจะตอ งยกใหแ กอุมัรเพือ่ ใหเขาใช อํานาจ ดานการปกครองแกช าวมสุ ลมิ เพราะอมุ รั คือ ผกู ลาหาญคัดคา นทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ อุมรั คือ ผูสั่งหา มทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) มใิ หบ นั ทึกเร่ืองตําแหนง คอลฟี ะฮแก ทานอะลี อมุ รั คอื ผซู ่งึ กาํ ราบประชาชน และสรางความสงสยั แกป ระชาชน ในกรณี การเสียชวี ติ ของ ทา นนบี จนกระทั่ง ไมมีใครกลา ลวงละเมิดตอเขา เพื่อใหบ ัยอะฮ แกท านอะลี อมุ รั คอื ผกู ลาหาญแหง ซะกฟี ะฮ เขาเปน ผูย นื ยนั ในการใหบ ยั อะฮ แก อบบู ักรอุมัรคือผซู ่ึง กาํ ราบบรรดาผคู นท่ีขัดแยงการบยั อะฮ ทอ่ี าศัยอยูในบา นของ ทา นอะลี โดยเขาขูจะเผาพวกเขาทง้ั เรอื น ถา หากเขาเหลา นนั้ ไมย อมใหบ ยั อะฮ ตออบบู ักร อมุ รั คือ ผูซึ่งบังคับประชาชนใหย อมบัยอะฮตอ อบูบกั รดวยการใช กําลัง และอํานาจขมขู อมุ ัรคอื ผูซ่งึ ประกาศแตงตัง้ ผนู ํา และมอบตาํ แหนง การเปน คอลีฟะฮใหแกอ บูบักร
เรามิไดพ ูดจนเกินความจรงิ เลย ถา หากเราจะกลา ววา เขาคอื ผกู ุมอาํ นาจ การปกครองตัว จรงิ แมก ระทงั่ ในสมยั ที่ อะบบู ักรด าํ รงตาํ แหนง เปน คอลีฟะฮ ดังท่นี กั ประวตั ศิ าสตรบางทานกลา ว ไววา บรรดาผมู ีจติ ใจโนมนาว เขา ใจในอิสลาม (มอุ ัลลฟั ) ไดเ ขามาหาอบูบักรเพอื่ รับผลตอบแทน ในสดั สว นของพวกตน ตามท่ี อัลลอฮทรงบญั ญัติไวเ พอื่ พวกเขา ซ่งึ เปนการขอตามระเบยี บปกติ ดงั ท่พี วกเขา เคยขอตอ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ดงั นัน้ อะบบู ักรจ งึ ทาํ หนงั สือแจง เร่ืองน้ี ใหพวกเขา นําไปสง ยงั อมุ รั ครนั้ พอพวกเขาสง หนังสอื ฉบับน้ันให อมุ รั กลบั ฉกี ทง้ิ เสีย แลว กลา ววา : พวกเราไมมีความจาํ เปน อันใดตอพวกเจา แนน อน อัลลอฮ ทรงใหเกียรตแิ กอ สิ ลาม อยางเพียงพอ จนหมดความตอ งการพวกทา นแลว ถงึ แม พวกเจา จะเขา รบั อิสลามก็ตาม มิฉะนนั้ การประดาบจะตอ งเกิดขึน้ ระหวา งเรา กบั พวกเจา ” คร้นั พอคนเหลา นน้ั กลบั ไปหาอบบู กั รกร็ อ ง ถาม วา “ทา นหรือเขา กนั แน ทีด่ ํารงตาํ แหนง เปน คอลฟี ะฮ ?” ทา นตอบวา “ เขาน่ันแหละ อิน ชาอัลลอฮ ฉนั ตอ งทาํ ตามสง่ิ ท่ีอมุ รั ไดก ระทาํ ลงไป” (๒๙) อกี ครัง้ หน่งึ อะบูบกั รไ ดเขยี นมอบท่ีดินแปลงหนึง่ ใหแ กซ อฮาบะฮสองคน แลวสง หนังสอื นัน้ เสนอไปยงั อมุ ัรเพ่อื จะไดดาํ เนนิ การในเร่อื งนัน้ ปรากฏวา อมุ ัรไดข ูดลบขอ ความในหนงั สอื นน้ั เสีย จนทาํ ใหซ อฮาบะฮท ้งั สอง คนดงั กลา ว กน ดา แลว ยอ นกลับมาหาอบูบกั รเพอื่ ตอวา โดยกลา ว วา : เราไมท ราบวา ทา นหรอื อมุ ัรกนั แน ทเี่ ปนคอลฟี ะฮ ?! อะบบู กั รกลา ววา : “ก็เขานน่ั แหละ” แลว อมุ ัรก็ไดมาหาอะบบู กั รดว ยความโกรธ พลางพดู วา “ทา นไมมีสทิ ธทิ ่จี ะยก ที่ดนิ ใหแกส องคนน้ี อะบูบกั รต อบวา “แนน อน ฉนั ไดพ ดู กับทา นมากอนแลว วา แทจ ริงทา นนน่ั แหละ เขมแขง็ กวา ฉนั ใน การปกครอง แตท านก็ยังเอาชนะฉนั จนได”(๓๐) จากเร่อื งนี้ ทาํ ใหเราเขา ใจอยางชดั เจนถงึ ฐานะท่ีอมุ รั ไดรบั จากพวก กเุ รชโดยทว่ั ไปและ จากพวกบะนอี ุมยั ยะฮอ กี โดยเฉพาะ จนกระท่งั พวกเขาไดใ ห สมญานามแกเ ขาวา ยอดอัจฉรยิ ะ, เปนผูไดรบั อิลฮาม, เปน อลั ฟารกู , ผเู ทยี่ ง ธรรมท่ีแท จนถงึ ขั้นทยี่ กยอ งเขายิ่งกวา ทา นศาสนทูต แหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) แนน อน เราไดมองเหน็ ความเชือ่ ถอื ทีอ่ มุ รั มตี อทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮแ ลว (ศอ็ ลฯ) ต้ังแตว นั ทําสนธสิ ญั ญาฮุดยั บียะฮ จนถงึ วนั แหง ความอปั โชค ประกอบกบั กรณีนท้ี ว่ี า เขาไดหา ม สาวกมิใหแสวงหาความจําเริญ (ตะบรั รุก)กบั รอ งรอยของทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) โดย ไดต ัดโคนตนไมท ี่ทาํ การบยั อะฮ รฎิ วาน เชน เดียวกบั การแสวงหาความจาํ เริญกบั ทานอับบาสลงุ ของทา นนบี เพอื่ ใหป ระชาชนรูส กึ วา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดตายไปแลว คําสง่ั ของ ทาน ก็ตองยตุ ิลงดวย ดงั นน้ั ไมมปี ระโยชนอ นั ใดในการรําลึกนกึ ถงึ จงึ ไมเ ปน ขอ ตําหนิ ใดๆสําหรับ พวกวะฮาบียท ่ีบอกกลา วตามคาํ สอนเหลา น้ี เพราะมนั มไิ ดเ ปน เรอื่ ง ใหม ดงั ทีค่ นบางกลมุ เขา ใจ จากเร่ืองน้ี ถอื วาเปน ประตทู ี่ถกู เปดใหแกบ รรดาศัตรูของอสิ ลาม และคนใน สงั คมยคุ ใหม สรุปเอาเองวา มฮุ มั มัด คือ เปน เพยี งยอดอจั ฉริยะคนหนง่ึ ทรี่ ดู วี า กลุมชนของตนเปนพวกบชู า
เจว็ด ซงึ่ ถูกอบรมส่ังสอนใหเ คารพภกั ดตี อบรรดา เทวรปู ดังน้นั เขาจงึ ประกาศยกเลกิ เทวรูป แต ทวา เขาไดเปลย่ี นสภาพจากของเดิม ใหเปน “หินดาํ ” แทน จากเรอ่ื งน้ีเหลา นที้ ้ังหมด เราเหน็ ดว ยที่วา อมุ รั มคี วามกลา หาญคดั คาน การบันทกึ ฮะดษิ นบี จนกระทง่ั สงั่ กกั บริเวณบรรดาสาวกในเมอื งมะดนี ะฮ และหา ม คนกลุมอน่ื มิใหรายงาน ฮะดษิ และเผาบนั ทึกฮะดษิ ดวยปรารถนาอยา งแรงกลา ทจี่ ะมใิ หซ ุนนะฮน บีเผยแพรออกไปในหมู ประชาฃน จากเรื่องราวเหลา นี้ เราเขา ใจอีกเชนกนั วา ทาํ ไมทา นอะลีจงึ กบดานอยูแต ในบาน โดยไม ออกไปไหน นอกจากในยามท่ีถกู เชญิ ตัวไปเพือ่ แกไขปญ หาสาํ คญั ท่ี บรรดาซอฮาบะฮไมสามารถ จดั การได และมไิ ดมสี ว นรว มกับอมุ รั ในตาํ แหนง หนา ท่ใี ดท้งั ในสวนของอํานาจการปกครอง และ ความรบั ผิดชอบใดๆ เลย ทา นถกู หา มแมก ระทงั่ การรบั มรดกของทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮ ซึ่งทา นเองก็ มิใชคนละโมบ อยากไดในสงิ่ นนั้ ดว ยเหตนุ ี้บรรดานักประวัตศิ าสตรจงึ ระบวุ า ทา นถกู บีบบงั คบั ให ยอมบัยอะฮห ลงั จากทา นหญิงซะฮร ออ(อ)เสยี ชวี ติ เมอ่ื ทา นเลง็ เหน็ แลววา ประชาชนหนั เหออก จากทา นไปแลว “โอบ ดิ าของฮะซนั สําหรับทา นเปน หนาท่ีของ อัลลอฮ จะไมใ หป ระชาชนโกรธ เคอื งทา นอยา งไร กท็ า นเคยสังหารคนเกง คนกลา ของพวกเขา และทาํ ลายความสามัคคีของพวก เขา และทาํ ใหความใฝฝ น ของพวก เขาลม เหลว ทา นมิไดปลอยใหพ วกเขามีเกยี รติยศและคณุ งาม ความดีใดๆ เหลืออยู เลย พรอมกนั นนั้ ทานคือบุตรแหงลงุ ของศาสดาอลั มุศฏอฟา และใกลช ิดกับ เขา มากทสี่ ุด และภรรยาคอื ฟาฏิมะฮ ประมขุ ของสตรใี นสากลโลก และเปนบดิ าของ ประมุขทง้ั สองของชายหนุมแหง สวนสวรรค เปนคนแรกในหมพู วกเขาทนี่ ับถือ ศาสนาอิสลาม และมคี วามรู มากทส่ี ุดในหมูพวกเขา” ใชแ ลว กฮ็ มั ซะฮประมขุ ของบรรดาชะฮีดนนั้ คือลงุ ของทา น สว นญะอฟ รอตั ตอ็ ยยารนน้ั คอื พนี่ อ งรว มบิดามารดาของทา น และอะบูฏอลิบ ประมขุ ของ บรรดาผูอารี และผอู ุปการะทา นนบี (ศ็อลฯ)นนั้ คอื บดิ าของทาน และบรรดาอมิ าม ผูบริสทุ ธท์ิ ุกคน ลว นมาจากกระดกู สนั หลงั ของทา น ทา นลํ้าหนา เสยี จนเกินใครๆ จะตามทนั ทา นคอื ราชสหี แ หง อลั ลอฮ และราชสหี แ หงศาสนทตู ของ พระองค เปน ดาบแหง อลั ลอฮ และดาบแหง ศาสนทตู ของพระองค ทา นเปน ทไ่ี วว างพระทยั ของอลั ลอฮแ ละของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) เม่อื คร้งั ทท่ี า นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) แตงตงั้ ทา นใหเปน ผู ประกาศซูเราะฮบะรออะฮ และไม ไววางใจคนอนื่ นอกจากทา น ทา นคือ อัศศดิ ดกี ผูยง่ิ ใหญ หลงั จากนน้ั จะไมมใี ครกลา แอบอา ง ตนเองอยา งนนั้ อกี นอกจาก คนโกหก ทา นเปน อลั ฟารกู ผูย งิ่ ใหญ ซง่ึ สัจธรรมจะดาํ เนนิ อยใู นการ เคล่อื นไหวของทา น ทา มกลางกระแสของ ความผดิ พลาดน้นั สัจธรรมจะเปน ทรี่ ูจักไดโ ดยทางของ ทา น ทา นคอื ความรู ทีช่ ดั แจง คอื ดวงประทีปท่ีสวา งไสว ความศรทั ธาของผศู รทั ธาคนหนง่ึ จะเปน ทรี่ จู ัก ไดก ็ โดยทเ่ี ขารักทา น ความกลับกลอกของผูกลบั กลอก จะเปนทีร่ จู กั ได กเ็ พราะเขา โกรธ
เกลียดทา น ทา นคือประตสู าํ หรับเมืองแหง ความรู ใครเขา หาทาน เทา กบั เขา หาความรู คนใดอา ง ตนวา ไดเขาถงึ ความรูจากทอี่ ื่น โดยมไิ ดเขาหาทา น ยอมถอื ไดว า เปน คนโกหก ในหมพู วกเขาเหลานนั้ ใครบางเลา จะเปน หนุ สวนกับทา น โอบ ิดาของ ฮะซนั ในหมูพวก เขาเหลา นนั้ ใครบางเลา จะมเี กยี รตยิ ศเหมอื นทา น หากจะมี หลกั ฐานใดๆ ทแี่ สดงวา คนผหู นง่ึ มี เกยี รติ กท็ านนน่ั เอง คือหลกั ฐานของเขา ทาน จะตอ งเปนพน้ื ฐานทมี่ าและจดุ สดุ ทา ยของหลักฐาน น้ัน แนน อน พวกเขา อิจฉา รษิ ยาทา น เพราะอลั ลอฮท รงประทานเกียรติยศของพระองคใ หแ กท า น แนน อน พวกเขาหลกี หา งจากทา น ในเมือ่ อลั ลอฮทรงคัดเลอื กทา นเปนผใู กลชิดของ พระองค ดงั นน้ั บรรดาผอู ธรรม จะรเู องวา พวกเขาจะหวลกลับไปยงั ทใี่ ด เรารายปลายปากกา เพ่ือราํ พงึ ถงึ ทา นอมรี ุลมุอมินนี ผูไ ดรับความ อธรรมทัง้ ขณะมีชีวติ และเสียชีวิต ใชแลว พนี่ องของทา น คือ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) มีแบบอยา งอนั ดเี ลศิ ก็ ไดร ับความอธรรมทัง้ ในขณะมีชีวติ และเสยี ชวี ิตดวยเชน กัน เพราะทา นศาสดา(ศ็อลฯ) ไดทุมเท ชีวิตดวยความพากเพยี ร เพื่อสอน สง่ั ดว ยความปรารถนาอยางแรงกลา ตอ บรรดาผศู รัทธา เพราะ มีความเอน็ ดู เมตตาตอพวกเขาเสมอ แตในวาระสดุ ทา ยของชวี ติ พวกเขากลบั ตอบรับทานดวย ถอยคําท่นี า รงั เกยี จ ใสรายหาวา ทา นเพอ เจอ และเผชญิ หนา กับทา นดว ยการทรยศ ตระบดั สตั ยตอการรว มกองทพั ของอซุ ามะฮตามคาํ สง่ั ของทา น พวกเขาเรงรดุ เพอ่ื ไปยงั ซะกีฟะฮ เพียงเพราะ เห็นแกต าํ แหนง คอลีฟะฮ และทงิ้ ศพของทา นใหอ ยตู าม ลําพงั พวกเขามิไดป ฏิบัติภารกิจใดๆ ไมว า จะเกี่ยวกบั การจดั ศพ การอาบนา้ํ ศพ และการหอศพ ขอสาบานตอบดิ าและมารดา หลังจากที่ ทา นไวว ะฟาตแลว พวกเขา ไดล ดความสําคญั ของทา นลงไปจากสายตาของประชาชน และลบลาง คณุ คา ของ ทา นออกไป อกี ท้ังยงั ขจดั สภาพอศิ มะฮท อ่ี ัลกุรอานยนื ยนั ไวใหห มดไปจากทาน ความ เปน จริงน้ีทงั้ หมดนี้ มขี ้นึ เพยี งเพ่อื หวงั อาํ นาจการปกครองทลี่ ม เหลว และเพื่อ ผลประโยชนท างโลก ทเ่ี สอื่ มสลาย จากบทวเิ คราะหท ง้ั หมดทกี่ ลา วมานี้ ทาํ ใหเ ราไดทาํ ความเขา ใจถงึ บทบาท ของบรรดาซอ ฮาบะฮบ างทา นที่ตอตา นกับบคุ ลิกภาพของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) เพยี งเพราะ ตอ งการจะเขา สตู ําแหนง คอลีฟะฮ ดงั นนั้ กลมุ อาํ นาจการปกครองในตระกูลของอมุ ยั ยะฮ นาํ โดยมุอาวียะฮ บุตรของอะบูซุฟ ยาน ไดม อบระบบคอลฟี ะฮป ระเภทเปน มรดกตกทอดใหแ ก ประชาชน และพวกเขามน่ั ใจวา ตําแหนง นมี้ อิ าจดาํ รงอยูอยา งถาวรกับคนใน ตระกลู ของพวกเขาได ไมวนั ใดกว็ นั หนึ่งมันจะตอ ง หลุดออกไปจากมอื ของพวกเขา แลว ทาํ ไม นกั ปกครองในตระกูลอมุ ยั ยะฮจงึ บน่ั ทอนบคุ ลิกภาพ ของทานศาสนทูต แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) และปลอมแปลงรายงานฮะดิษเพื่อลบลา งคณุ คาของทา น เราเช่อื วา จะตองสืบเน่อื งมาจากสาเหตุสองประการดว ยกนั คอื :
สาเหตทุ ่ีหนงึ่ : ในกรณกี ารลบลางคณุ คาของทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ)นน้ั ก็เพอ่ื ลบหลดู แู คลนตระกลู บะนฮี าชมิ ซงึ่ เปน พวกทีไ่ ดรบั เกยี รติ และมี ฐานะสงู สง กวาชาวอาหรบั ทกุ เผา เพราะวามนี บอี ยใู นตระกูลนี้ โดยเฉพาะอยางยง่ิ เราทราบดวี า อมุ ัยยะฮนนั้ มีความขัดแยง และ อิจฉารษิ ยา ตอ ฮาชิมพี่นองของตน มาตลอด และไดก ระทําทุกวิถที างเพอ่ื กาํ จัดทานใหได นอกจากนี้ ปรากฏวา อะลคี อื ประมขุ ของบะนฮี าชมิ ภายหลังจากสน้ิ ทาน ศาสนทตู โดยไม มีการขดั แยง ใดๆ และเปน ทร่ี ดู ที ัง้ คนในและคนนอกวา มอุ าวยี ะฮ นน้ั โกรธเกลียดทานอะลี และทาํ สงครามหลายครั้งเพือ่ แยงตาํ แหนง คอลฟี ะฮแ ละ หลงั จากทา นไดถกู สงั หารแลว เขาก็ยงั กน ดา และสาปแชง บนแทน เทศนาทง้ั หลาย ดงั นน้ั การลบลา งบุคลกิ ภาพของทา นศาสนทูต โดยการ กระทําของมุอาวียะฮก ็คือ การทําลายบุคลิกภาพของทา นอะลี ดว ยการกนดา และสาปแชง ทานอะ ลี ซงึ่ ตาม ความเปน จรงิ กค็ อื ตอตา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮน ่นั เอง สาเหตทุ สี่ อง : ในการลบลางคณุ คา ของทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)นนั้ (นีค่ ือ การ สนับสนนุ ใหอ าํ นาจการปกครองของพวกลกู หลานอมุ ยั ยะฮด าํ รงอยูได โดยการกระทาํ อนั อัปยศ และนา ชงิ ชงั ประการตางๆ ทปี่ ระวตั ิศาสตรไดบ ันทกึ ไว) ดงั นนั้ เมอ่ื ปรากฏวา ทานศาสนทูต แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) (ตามภาพพจนท ี่พวกลูกหลาน ของอุมยั ยะฮวาดไวให) เปน คนคลอ ยตาม อารมณต ่ําของตัวเอง ชน่ื ชอบในอิสตรี จนถงึ ขนาดลืมหนา ที่ที่จาํ เปน ของตนเอง และลําเอยี ง เขา ขา งภรรยาคนหน่ึง จนถงึ ขนาดไมย ตุ ธิ รรมตอ บรรดาภรรยา กระทงั่ พวกนางตอ งยืน่ ฟองเพือ่ เรยี ก รอ งความยตุ ิธรรมจากทาน ตอ จากนแ้ี ลว ก็ยอมไมมขี อตาํ หนใิ ดๆ แกคนธรรมดา อยา งมอุ า วยี ะฮ และยะซีด ตลอดจนคนในระดับเดยี วกับพวกเขาไดอ ีก ความเสยี หายอยา งรา ยแรง ที่แฝงเรน อยใู นสาเหตุทสี่ อง ก็คือวา การทพ่ี วก ตระกลู อมุ ัย ยะฮปลอมแปลงฮะดษิ ใหเ ปนรายงานมาจากทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)นน้ั ไดกลายมา เปน กฎเกณฑท ่ีไดรบั การถอื ปฏบิ ตั กิ ันในอสิ ลาม และบรรดา มสุ ลมิ จะยึดถอื เอามาเปน แนวทาง เพราะสาํ คญั ผดิ คิดวา เรอ่ื งเหลา นน้ั เปน คาํ สอนและการกระทาํ ของทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ)จรงิ ดงั นน้ั สาํ หรับพวกเขาจงึ กลาย เปน ซนุ นะฮ นบี ยกตัวอยา ง สว นหนง่ึ จากฮะดษิ อันเสือ่ มเสยี เหลา นนั้ ทีถ่ กู กขุ ้นึ มาเพือ่ ลบลางบุคลิกภาพ และทําลายเกยี รติยศของทานศาสนทูต ทงั้ น้ี ขา พเจา ไมต องการ จะขยายความใหย ดื เยอื้ แตจ ะ กลาวโดยสรปุ เทา นั้น ตามท่ีมรี ายงานโดยอัลบคุ อรีและมุสลมิ ในตาํ ราซอเฮียะหท ัง้ สองเลม (อนั เปนรายงานฮะดษิ ตา งๆทที่ าํ ลาย เกียรตยิ ศของทา นนบี) ๑ อัลบคุ อรีไดรายงานไวใ นกิตาบอลั ฆุซลุ (เรอ่ื งการอาบนํ้าชาํ ระตาม ศาสนบัญญตั ิ) บาบ วาดว ย “เมือ่ รว มประเวณแี ลว หวลกลบั ไปรวมอีก” ทา น อะนัส ไดกลา ววา : “ทา นนบี(ศ็อลฯ)รวม ประเวณีอยกู บั ภรรยาของทา นในเวลาเดยี ว กนั ทงั้ กลางวนั และกลางคนื ในจาํ นวนภรรยาของทา น
ทัง้ ๑๑ คน” เขา (ผูร บั รายงาน)กลาววา : ฉนั ไดพ ดู กบั ทา นอะนัสวา “ทา นมกี าํ ลงั พอทจ่ี ะกระทาํ เชน นนั้ หรือ ?” เขาตอบวา : “พวกเราพดู กนั วา ทา นมพี ละกาํ ลงั เทา กบั ๓๐ คน” เชิญทา นผูอานพิจารณาพรอ มกบั ขา พเจา เถดิ รายงานอนั อปั ยศบทนี้ ไดให ภาพพจนแ ก เราวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) หมกมนุ อยูกบั การรว ม ประเวณี จนถงึ ขนาดนี้ กลา วคอื ทานรว มประเวณีกับภรรยาท้ัง ๑๑ ทาน ในเวลา เดียวกัน ทา นไดรวมประเวณกี บั พวกนางทัง้ ใน ยามกลางคนื หรือในยามกลางวนั และดว ย เวลารวดเดียวเชน น้ี โดยไมม ีการอาบนาํ้ ฆซุ ลุ เน่อื งจากรวมครงั้ แรก แลว รว มอกี เปน ครง้ั ท่ีสอง ตอจากครงั้ แรก ทานผูอ านจะคดิ อยางอืน่ มิได นอกจากจะตอ ง นกึ วาดภาพวา เปน ไปไดอ ยา งไร ท่คี นๆ หน่ึงจะทมุ ตวั เขาหาภรรยาของตน เยีย่ ง สัตว โดยไมมเี ลา โลมเลย แมก ระทงั่ สตั วท งั้ หลายเองกเ็ ถอะ เราพบเหน็ อยเู สมอวา มันจะตองใช เวลานานสักระยะหนงึ่ ในการรว มเพศ และจะตองมพี ธิ รี ตี รอง มกี าร เลาโลม ไฉนเลา ทานศาสน ทูตผูย ง่ิ ใหญท า นน้ี ถงึ กระทาํ ในลักษณะเชนนไี้ ด ? ขอใหอ ลั ลอฮลงโทษและสาปแชง พวกเขาดว ย เถิด พวกเขาใสรา ยไปถงึ ไหนกนั แน เนอื่ งจากพวกอาหรบั ในยคุ นนั้ และบรุ ุษเพศท้งั หลายในยคุ น้ี ยงั คงภาคภมู ิใจ ตอ การมีสมรรถภาพสงู ในการรว มประเวณี และพวกเขาจะถือวา นคี่ อื เครือ่ งหมาย ของชายชาตรี จึงไดกเุ รอ่ื งนี้ขนึ้ มาใสใ หแกท า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) จะเปน ไป ไดอ ยา งไรเมื่อทานเองคอื ผทู ส่ี อนวา “พวกทา นอยา ทมุ ตวั เขาหาภรรยาของ พวกทาน เย่ียงสตั ว เดรจั ฉาน แตจ งทาํ ใหม ีความพรอ มเกิดขนึ้ ระหวา งพวกทา น กบั พวกนางเสียกอ น” ดังตวั อยางรายงานฮะดษิ เหลาน้ี ทําใหศ ตั รขู องอิสลามกลาวหาทานนบี(ศอ็ ลฯ) วา ทา น เปนคนทห่ี มกมนุ ในเรอ่ื งทางเพศ เร่อื งการรม ประเวณี และรักชอบในอิสตรี และขอ หาอน่ื ๆใน ทาํ นองน้อี ีกเปน อันมาก เรามีสทิ ธิไหม ที่จะถามทานอะนัส บนิ มาลกิ ผูรายงานเร่อื งนวี้ า ใครเปน คนบอกเลา เรอื่ ง นี้ใหเ ขาทราบ ? ใครเปน คนที่บอกใหเขารูวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) รวมประเวณีกบั ภรรยาของทานทงั้ ๑๑ คนในเวลาเดยี วกนั ” ? หรอื วา ทานนบเี อง ท่ีเปน คนเลาเรื่องน้ใี หเ ขาทราบ ? แลว สมควรหรือ การทีค่ นเราจะเลา เรอื่ งการรวมประเวณขี องตนกบั ภรรยาใหคนอืน่ ฟง ? หรอื วา จะเปน บรรดาภรรยาของทา นนบเี อง ท่ีเลาเร่อื งน้ีใหเ ขาทราบ ? แลว จะสมควรหรือ ท่สี ตรมี สุ ลมิ จะสาธยายใหค นผชู ายทงั้ หลาย ทราบ เร่ืองการรวมประเวณีทีส่ ามี ของตนกระทาํ กบั ตน? หรอื วา ทา นอะนัสเองเปน คนทแี่ อบดูทานนบี ดว ยการสอด รูสอดเหน็ ในยามทที่ า นอยูต ามลําพงั กบั ภรรยา โดยถํ้ามองทางชองประตู ? ขา ขอ อภัยโทษตออลั ลอฮ ตอ การกระซิบของบรรดาชัยฏอน และขอใหอ ลั ลอฮส าปแชง บรรดาผโู กหก เหลานน้ั ดว ยเถิด
ไมตอ งสงสยั เลยวา นกั ปกครองในตระกลู อมุ ยั ยะฮแ ละอับบาซียะฮ ซ่งึ เปน พวกที่ถกู เลา ขานร่ําลือวา มากดว ยภรรยาและสนมกรมนางนัน่ เอง เปน พวกทป่ี น แตงเรือ่ งราวเหลา นีข้ ้นึ มา เพ่อื ใหเ ขากนั กบั พฤติกรรมของพวกตน ๒ อลั บุคอรีไดรายงานไวในตาํ ราซอเฮยี ะหของทา น เลม ๓ หนา ๑๓๒ เชนกันกับทม่ี สุ ลมิ รายงานไวใ นตาํ ราซอเฮยี ะหข องทา น เลม ๔ หนา ๑๓๖ วา : ทาน หญิงอาอชิ ะฮก ลา ววา บรรดา ภรรยาทานนบี(ศอ็ ลฯ)ไดส งทา นหญงิ ฟาฏิมะฮ บตุ รสาว ของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) มา หาทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ ดงั นน้ั นางได ขออนญุ าตเพอื่ เขาพบ ในขณะทที่ า นกาํ ลงั นอนอยกู บั ฉนั ในผาหม ของฉัน แลว ทา น กอ็ นญุ าตใหน างเขามา ดงั นน้ั นางจงึ กลา ววา : โอท านศาสนทตู แหงอัลลอฮ แทจริง บรรดาภรรยาของทานไดสง ฉัน มาหาทาน เพอ่ื ขอตอ ทานซงึ่ ความ ทัดเทยี ม กนั กับบตุ รสาวของอะบี กฮุ าฟะฮ (หมายถึงทา นหญงิ อาอชิ ะฮน ่นั เอง อะบี กุฮาฟะฮ เปน นามของ บิดาอบูบักรผเู ปนบิดาของนาง) และฉนั ยงั เงยี บเฉยอยู นางเลา ตอไปวา “ดงั น้ัน ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) จงึ กลา วกับนาง วา : “โอบุตรสาว ของฉัน น่เี ธอ มไิ ดรกั ชอบในสงิ่ ท่ีฉนั รักชอบ ดอกหรือ ?” นางตอบวา “หามิได” ทานจึงกลาววา “ดงั นนั้ เธอจงรักชอบนางคนน”้ี ... ตอ มา ตามบทรายงาน ยงั เลาตอไปวา บรรดาภรรยาของทานนบไี ดส ง ทา นหญงิ ซัยนบั บตุ รีของ ญะฮช ภุ รรยาคนหนง่ึ ของทานนบี ใหม าอทุ ธรณตอ ทา น เพ่ือขอความเสมอภาคกบั บตุ รสาวของอะบกี ฮุ าฟะฮ ดังนั้น นางจึงเปน อกี คนหนงึ่ ท่เี ขา มาหาทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ ในขณะทที่ านกําลงั นอนกับทานหญงิ อาอชิ ะฮ และหม ผาของนาง อยใู นสภาพเดียวกับเม่อื ตอนท่ี ทานหญงิ ฟาฏิมะฮเขา ไปหา คร้ัน แลว นางกก็ ลา วคาํ อุทธรณต อทา นศาสนทตู เพอ่ื ขอความเสมอ ภาคกบั บตุ รสาว ของอะบกี ฮุ าฟะฮ ตามคําพูดของบรรดาภรรยาของทา นนบี ตอ จากนนั้ นางได ตอ วา และกน ดาทา นหญงิ อาอชิ ะฮ แตท า นหญิงอาอชิ ะฮส ามารถเอาชนะนางได และนางก็ตอ วา ซยั นบั อกี ครัง้ หนง่ึ บาง จนกระท่งั ซยั นับน่งิ เงยี บ เมื่อน้นั เองทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)เผยยมิ้ ออกมาแลว กลา ววา : แทจรงิ นางคอื บตุ รสาว ของอะบบู ักร” มิใชเ รอื่ งยากเลยทจ่ี ะกลา ววา รายงานอนั นา รังเกยี จบทน้ีทาํ ให ดูทา น ศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) ลาํ เอยี งไปตามอารมณฝ ายต่ํา และไมม คี วามยตุ ธิ รรมระหวา งภรรยา ท้ังๆ ทอ่ี ัลกรุ อานมีโองการ ผา นลนิ้ ของทา นเองความวา “และถา หากพวกเจาเกรง วา มิอาจใหค วามยตุ ิธรรมได ดงั นนั้ จงมี เพยี งหนึง่ เทา นน้ั หรือใหม แี ตท ่ีอํานาจ ของพวกเจา ถอื ครองอยู” แลวมาดูวา เปนไปไดอ ยา งไร ทท่ี านศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) จะอนุญาตใหท า นหญงิ ฟาฏิมะฮ ประมขุ ของบรรดาสตรี บตุ รสาวของทา นเอง เขา ไปหาทาน ในขณะทที่ า น กาํ ลังอยูอยางนนั้ คอื นอนอยกู ับภรรยาของทา น และหมตวั ดวยผา หม ของนางอยู ไมลกุ ข้ึนนงั่ ไมล ุกขึ้นยนื แตย งั คงนอน อยูตอไป จนกระทง่ั พดู ออกมาวา ลูกเอย เธอมไิ ดรักชอบในสิ่งท่ฉี นั รกั ชอบดอกหรอื เชน เดยี วกับ
เม่ือตอนท่ซี ยั นับภรรยา ของทา นอกี คนหนงึ่ เขา ไปหาทาน และขอความยตุ ิธรรมจากทา น จนถงึ ตอนท่ี ทา น ยมิ้ แลว กลา ววา “แทจ รงิ นางคือ บุตรสาวของอะบบู ักร” ผอู านทีม่ เี กยี รติ โปรดพิจารณาดคู วามอปั ยศเหลานี้ ท่ถี กู ปา ยสใี หแก ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)เถิด ในฐานะทา นเปน เสาหลักของความยุติธรรม และความเสมอภาค ขณะ เดยี วกับทีพ่ วกเขากลา ววา “ความยุติธรรมไดต ายไป พรอ มกับความตายของอุมัรบิน ค็อฏฏอบ” พวกเขาไดว าดภาพทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศ็อลฯ) ใหเปน คนมบี ุคลิกภาพทดี่ อ ยคุณคา ทาง จริยธรรม เพราะเปน คนไมร ูจกั ความละอาย ไมมีมนษุ ยธรรม รายงานประเภทนยี้ งั มีอยูมากมาย ใน ตําราศฮิ าฮซุ ซิตตะฮ(หนงั สือซอเฮยี ะหท ง้ั ๖ เลม ของอะหล ซิ ซนุ นะฮ) ซ่งึ จุดประสงค ของนกั รายงาน จากการรายงานเรอื่ งเหลา นกี้ ค็ ือ เพ่ือสนบั สนนุ เกยี รตยิ ศใหแ ก ซอฮาบะฮห รอื ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ ในฐานะที่เปน บุตรสาวของอะบบู กั รน่นั เอง พวกเขาไดบ นั่ ทอนคณุ คาในตัวของทานศาสน ทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) จะโดยรตู วั หรือ ไมกต็ าม ดงั ทไ่ี ดเกร่นิ ไวในตอนแรกของบทวิเคราะหแ ลว วา รายงานเหลา น้ี ไดถ กู อปุ โลกนข นึ้ มา เพอ่ื ทาํ ลายบุคลิกภาภพของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ขอใหท า น พจิ ารณา บทรายงานท่ีสาม ซึ่งมลี ักษณะคลายคลงึ กับรายงานเหลา น้ดี ตู อไป ๓ทา นมสุ ลมิ รายงานไวในตาํ ราซอเฮียะหข องทาน หมวดวาดว ยเกียรติยศ ของอุสมาน บนิ อัฟฟาน รายงานจากทา นหญิงอาอิชะฮ ภรรยาของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) และอสุ มาน ทง้ั สองไดเลา วา อะบูบักรไ ดข ออนุญาตตอทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)เพือ่ เขา พบ ในขณะที่ทา นกาํ ลงั นอน หมผาของทา นหญงิ อาอิชะฮอยบู นทน่ี อน ทา นจงึ ใหอ นญุ าตแกอ บูบกั รทา นยงั อยใู นลักษณะ เชนนน้ั ตอไป จนอบบู ักรหมดธรุ ะในการพดู คุยกบั ทาน แลว ลาออกไป ตอ มา อมุ รั ไดขออนุญาตอกี ทา นก็ อนุญาตใหเ ขาเขา มา ในขณะทที่ านยงั อยใู นสภาพเชนนนั้ เม่ืออุมรั เสร็จจาก กจิ ธรุ ะก็ลาจาก ไป อสุ มานเลา วา ตอ จากนน้ั ฉนั ไดขออนญุ าตเพื่อเขา พบทา น ทา นจงึ ลกุ ขึ้นนง่ั แลว กลาวกับทา น หญิงอาอชิ ะฮว า : จงรวบผา ของเธอมารวมไว บนตัวเธอเถิด” (หมายถงึ ใหน างปกปด รางกายดวย เส้อื ผา เสยี ใหเรยี บรอ ย) แลว ฉนั กพ็ ูดคุยกับทา นจนเสรจ็ ธรุ ะจากนนั้ กไ็ ดลาจากไป ดังนน้ั ทา นหญงิ อาอิชะฮ จงึ กลา วกบั ทา นวา : โอท านศาสนทูตแหง อัลลอฮ ทาํ ไมฉันไมเหน็ วา ทา นจะ ละอายตอ อ บูบกั รและอมุ รั (ขอใหอัลลอฮท รงพอพระทยั ตอ ทานทงั้ สอง) ให เหมือนกับที่ละอายตอ อสุ มาน ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)กลาวตอบวา : แทจ รงิ อสุ มาน เปน คนขอ้ี าย ฉนั จึงกลัววา ถา หากอนุญาตใหเ ขาเขามาในลกั ษณะเชน นนั้ เขาจะพูดคยุ ในกจิ ธรุ ะของเขา ไมสาํ เรจ็ ” บทรายงานน้ีอกี เชนกนั ที่คลายกับรายงานอีกบทหนง่ึ ตามที่บุคอรี และมสุ ลมิ ไดร ายงาน ไวในเรื่องเกยี รติยศของอสุ มาน บนิ อฟั ฟาน โดยมี ความหมายวา ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ กาํ ลงั เปด ขาออ นทงั้ สองขา งของทา นอยู แลวอนุญาตใหอะบบู กั รเ ขา มาหา โดยทานศาสนทูต แหง อลั ลอฮ มไิ ดปกปด ขาออ น สองขา งของทา นเลย และทา นก็ยงั แสดงตวั ตอ อมุ ัรในลกั ษณะ เชนเดยี วกนั นดี้ วย แตพออสุ มานขออนุญาตเขาพบ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ จึงปกปด ขาออ นทง้ั
สอง ขา งของทานดว ยผา ครั้นเมอ่ื ทา นหญงิ อาอชิ ะฮถ ามทา นในเรือ่ งนี้ ทา นกบ็ อกแก นางวา “ ฉัน จะไมละอายตอ คนทม่ี ะลาอกิ ะฮล ะอายเขา กระนนั้ หรือ ? ขอใหอ ลั ลอฮทรงลงโทษบะนีอุมยั ยะฮ ซงึ่ ทาํ ลายเกียรติยศของทานศาสน ทูตแหง อลั ลอฮ เพ่ือยกเกยี รตใิ นความเปน ผนู าํ ของพวกตน ๔ทา นมุสลิมไดรายงานไวใ นตาํ ราซอเฮยี ะหของทา น ในหมวดวา ดวย “วาญบิ ใหอ าบน้าํ ฆซุ ลุ เมอื่ อวัยวะเพศทง้ั สองสมั ผสั กัน” รายงานจากอาอชิ ะฮ ภรรยาทานนบี(ศอ็ ลฯ)กลา ววา : มี ชายคนหนึง่ มาถามทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) เกี่ยวกับผชู ายทร่ี วมประเวณกี ับภรรยา แลว ออ นลา(ไมห ลง่ั อสุจ)ิ วา จําเปน แก คนท้ังสองจะตอ งอาบนํา้ ตามศาสนบญั ญัตหิ รอื ไม ขณะทีท่ า น หญิงอาอชิ ะฮ ก็นัง่ อยดู ว ย ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)จึงกลา ววา : “แทจ รงิ ฉนั ก็กระทาํ เชน นนั้ กับนาง คนน้ี แลว เรากอ็ าบนา้ํ ” เรียนทา นผอู า น ขา พเจา ขอทิง้ รายงานบทนใี้ หท านทาํ การบา นดว ยตัว ทานเอง เพราะเปน การแสดงหลกั ฐานของทา นศาสนทูต (ศอ็ ลฯ)ทัง้ แกคนภายใน และคนนอก โดยทานหญิงอาอชิ ะฮ ภรรยาของทานเองวา ทา นบอกเลา เรื่องการ ทที่ านไดร วมประเวณกี ับนาง ต้งั เทา ไหรมาแลว สําหรบั ทานหญิงอาอิชะฮ บตุ รสาว ของอะบบู กั รม ีรายงานในลกั ษณะเชน นม้ี าถา ยทอด ซงึ่ ใน รายงานเหลานัน้ ลว น เปน การลว งเกนิ และลบลางเกียรตยิ ศและคณุ คา ในตัวของทา นศาสนทูต ดงั นนั้ มีบางครง้ั ท่นี างรายงานวา ทานนบไี ดแนบแกมของทา นลงบนแกม ของนาง เพอื่ ดู การเตน รํา ของพวกซูดาน และบางคร้ังทา นไดย กนางข้นึ แบกบนบา และบางครงั้ ทา นจะวงิ่ แขงกับนาง แลว นางก็สามารถเอาชนะทา น และวา ทานศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) รอคอยกระทง่ั นางอว นขนึ้ แลว ทานกแ็ ขง กับนางอีก และวาบางครง้ั ทา นจะให บรรดาสตรปี รบมือทาํ จงั หวะเพลง และกลุมชยั ฏอนมา พลุกพลา นในบา นของทา น แตอ ะบูบักรมาตะเพดิ ไปเสยี มากมายอีกเทา ใด สาํ หรบั รายงานอนั นา อปั ยศเหลา นี้ ซึง่ มบี นั ทกึ ไวใ น ตําราซอเฮยี ะห โดยไมมีจุดมุงหมายในเรอื่ งอ่นื ใด นอกจากทาํ ลายศาสดาของศาสนา อิสลาม(ศอ็ ลฯ) อยา งเชน รายงานตางๆ ที่กลา ววา ทานศาสนทูตถกู เวทมนตรคาถา จนกระทงั่ ไมร วู า ไดก ระทําอะไรลงไป บา ง และไมร ูวา พูดอะไรออกไปบาง จนกระท่ัง นกึ โมเมเอาเองวา ทา นไดเ ขาหาภรรยาของทาน แลว โดยที่ยงั มิไดเ ขา หาพวก นางเลย(๓๑) และยงั มรี ายงานอน่ื ๆ อกี เชน กลา ววา ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ต่ืนเชามาใน เดือนรอมฎอนในสภาพทีม่ ี นุ ุบ(สภาวะมลทนิ ทางเพศ)(๓๒) และวา ทา นหลับ สนิท ไป ตอ มาก็ลกุ ขน้ึ นมาซโดยมิไดท าํ วุฎอ (๓๓) ทา นเผอผิดในนมาซ จนไมรูวา ไดน มาซไปกี่รอ กอะฮแ ลว (๓๔) และวา ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไมร ูวา ฐานภาพของทา นในวนั ฟน คืนชพี จะเปน เชน ไร และไมร วู า ทานจะ ไดรับการปฏบิ ัตอิ ยางไร(๓๕) และวา ทานถายปสสาวะ พลางยนื และซอฮาบะฮไ ดปลกี ตวั ออก
หางจากทา น แตท านศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) กลับ เรยี กเขาใหเ ขา มาใกลทาน จนกระท่งั ทา นปสสาวะ เสร็จ(๓๖) ใชแ ลว มนั ถึงขนาดทอี่ า งทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)และภรรยาของทา น คอื ทา น หญงิ อาอชิ ะฮ บุตรสาวของอะบูบักรเปนหลกั ฐานวา ทานไดกกั บรเิ วณ ตัวเองและกักบรเิ วณบรรดา มุสลมิ เพอื่ ใหพ วกเขาคน หาสรอ ยของทา นหญงิ อาอิชะฮท ห่ี ลนหาย และวา พวกเขาไมม นี าํ้ เหลืออยูเลย จนกระทั่งผูคนพากนั ฟอ ง ทานหญงิ อาอิชะฮต ออบบู ักรแลว บิดาของทาน ก็มาตาํ หนติ ิ เตยี นทา นหญงิ ตา งๆ นานา ในขณะท่ที า นศาสนทูตแหงอัลลอฮก าํ ลงั หลบั สนิทอยบู นตกั ของ ภรรยา ขอใหท า นพิจารณารายงานเหลา นี้โดยละเอยี ด! ทานอัลบคุ อรไี ดรายงานไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น หมวดวา ดว ย การทาํ ตะยัมมมุ และทาน มสุ ลมิ กไ็ ดร ายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น บาบวา ดว ย การทาํ ตะยัมมมุ อีกเชน กันวา ทา นหญิง อาอชิ ะฮร ายงานวา พวกเราไดออกเดินทางรวม กับทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ในการ เดนิ ทางครัง้ หน่ึง จนกระทงั่ เมือ่ เรามาถงึ ยงั อัลบดี าอ หรอื ที่เรยี กวา ซาตุลญยั ช สรอ ยคอของฉนั ได ขาด แลวทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)และประชาชนทงั้ หลายคน หาดว ยกนั โดยทพี่ วกเขา มไิ ดอ ยูใกล แหลงน้ํา และนาํ้ ก็ไมม ีอยทู ่ีพวกเขาเลย จนผูคนไดพ ากนั ไปพบอะบบู กั รแ ลว กลาววา ทา นเหน็ ไหมในส่งิ ท่ีทา นหญงิ อาอชิ ะฮไ ดกระทาํ ลงไป นางไดท าํ ใหท าน ศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศอ็ ล ฯ)และประชาชนทอ่ี ยูกับทา น ตองเฝาอยทู ่ีน่ี ทงั้ ๆทพี่ วกเขา มไิ ดอยกู บั แหลงนาํ้ และนาํ้ กไ็ มม ีอยทู ี่ พวกเขาเลย ดงั นน้ั อะบูบักรก ็เขา มาหา ในขณะทที่ านศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)วางศีรษะของ ทา นบนขาออนของฉนั แลวนอนหลบั ไป ทา นไดกลา ววา : เธอกําลงั กกั ขงั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) และประชาชน ทงั้ ๆ ทพ่ี วกเขามไิ ดอยูก ับแหลง นาํ้ และนาํ้ กไ็ มม อี ยทู พ่ี วกเขาเลย นางเลา วา แลวอบูบกั รก็ไดตาํ หนติ เิ ตยี น และเขายังวากลาวสารพดั ตามท่ี อลั ลอฮท รงประสงคใ หเ ขาวา กลา ว อกี ทั้งเขายังไดใชม ือตลี งทต่ี ะโพกของฉนั แตฉันมอิ าจขยับตวั หลีกได เพราะทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) กาํ ลงั อยบู นขา ออนของฉัน ดงั นน้ั ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ)ก็นอน หลบั ไปจนกระทงั่ ตนื่ ขนึ้ มาโดยไมม นี ํ้าใชเ ลย ดงั นน้ั อลั ลอฮจงึ ประทานโองการในเร่ืองการทาํ ตะยมั มมุ ลงมา พวกเขาจงึ ไดทาํ ตะยมั มมุ กัน ดังน้นั ทานอุไซด บนิ ฮฎุ เราะมยี ซึ่งเปน ยาม รกั ษาการณค นหนึง่ กลาววา : น่เี ปน เพราะความจาํ เรญิ ย่งิ ของพวกทา นแลว โอ อาลอิ บบู กั รทา น หญิงอาอชิ ะฮจ ึงกลา ววา : “แลวเราไดส ง คนไปตรวจตราทอี่ ูฐ ตวั ทฉี่ นั ขี่ ปรากฏวา เราพบสรอยตก อยขู า งลา งมนั นนั่ เอง”(๓๗) ผศู รทั ธาท่ีรจู ักอสิ ลามคนใดบา งหรือ จะเช่ือวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ ดเู บากบั เรอ่ื ง การนมาซจนถึงขนาดน้ี และกกั บริเวณบรรดาชาวมสุ ลิมไว ทงั้ ๆ ที่ พวกเขามไิ ดอยกู ับแหลง นํา้ และไมมีนาํ้ อยทู พี่ วกเขาเลย ทกุ ประการเหลานเ้ี ปน ไป เพราะการคน หาสรอยคอภรรยาของทา นท่ี หายไป ตอจากนน้ั ทา นกไ็ ดปลอยให บรรดาคนมสุ ลิมสญู เสยี เวลาในการนมาซและไปฟอ งรอง
ตออบบู ักรเมื่อเขาไปหา ทา นกน็ อนอยูบ นขาออนของภรรยา ตอ มากห็ ลบั สนทิ ไมร ูส ึกตัววาอะบู บกั รไ ดเ ขา มา และไดต อ วา ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ และยังไดต ีตะโพกของนางอกี ดว ย เปน ไปได อยางไรวา ทศ่ี าสนทตู ทานนีไ้ ดล ะทงิ้ ประชาชนท่กี าํ ลงั เดือดรอนอยดู ว ยเรอ่ื งนาํ้ และเวลานมาซก็ ใกลเขา มา สว นทา นเองยงั นอนหลับในตกั ของภรรยาอยู ไมตอ งสงสัยเลยวา รายงานบทนี้ไดถ กู กุขนึ้ มาในสมัยของมุอาวียะฮ บตุ ร ของอะบซู ุฟยาน และไมม พี ืน้ ฐานใดๆรองรับ มเิ ชน น้นั แลว เราจะอธบิ ายไดอยา งไร วา เหตกุ ารณน ีเ้ กดิ ข้นึ ในขณะที่ บรรดาซอฮาบะฮทุกคนอยพู รอ มหนา แตเปน เรื่องเรน ลบั สาํ หรบั อุมรั บิน คอ็ ฏฏอ บ เพราะเขาไมร ู เรอ่ื งน้ี เมอ่ื ครง้ั ทถี่ กู ถาม ถึงเรือ่ งการทาํ ตะยมั มมุ ดงั ทอี่ ัลบคุ อรีและมสุ ลมิ ไดร ายงานเอาไวใ นซอ เฮยี ะหข อง เขา บาบวา ดวย การทาํ ตะยมั มมุ จดุ สาํ คัญในบทวิเคราะหเ หลานี้ทงั้ หมด คือ เราจะตอ งรดู วยวา แผน การณทาํ ลาย ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)น้ัน เปน แผนการณช นั้ เลว และตาํ่ ทราม มาก ทก่ี ระทาํ ไปเพอื่ บ่นั ทอนเกยี รติยศและลบลางคณุ คาของทาน จนถงึ ขนาดวา คนเราในยุคปจจบุ นั (แมผทู ี่กอ ความ เสียหายอนั ดาษด่ืนทง้ั บนบกและในทะเล) กจ็ ะรสู ึกไมพงึ พอใจ ถา ตวั เองมพี ฤติกรรมและการ กระทาํ เชน น้ี แลวเราจะไมรสู ึก อะไรบางเลยหรอื กับบุคลกิ ภาพอนั ย่ิงใหญข องบคุ คลที่ ประวัติศาสตรแหง มนษุ ยชาตยิ อมรบั และเปน บคุ คลท่พี ระผูเ ปน เจา ผูทรงเกรกิ เกยี รติยนื ยนั ไววา ทา นคอื ผมู ีจรยิ ธรรมอนั ยงิ่ ใหญ ตามความเชื่อของขา พเจา คิดวา แผนการณรา ยตางๆ นา จะเกิดขนึ้ ภาย หลงั จากพิธฮี ัจญ อัลวิดาอ และหลงั จากทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ)ไดแตง ต้ังอิมามอะลี เปน คอลีฟะฮ ในวนั ฆอดรี คุม ดว ยเหตนุ ี้ บรรดาผมู คี วามมกั ใหญใฝสูงลวงรวู า ใน การเปน ผนู าํ นั้น ไมม ีอะไรเปนหนทางสําหรบั พวกเขาแลว นอกจากตอตาน และ ปฏเิ สธขอบญั ญัติเร่ืองน้ี นคี่ อื สง่ิ ทีบ่ งั คบั พวกเขาใหกระทําใน สง่ิ นน้ั ถึงแมจ ะนําไปสู สภาพเดิมแตหนหลงั กต็ าม นคี่ ือการอธบิ ายเหตุการณต า งๆ ท่ีเกดิ ขนึ้ อยา งเท่ียงตรง นับเรม่ิ ตงั้ แต การตอ ตานทา นศา สนทตู ในทกุ คาํ สงั่ นบั จากเรอ่ื งการบนั ทกึ ขอความสําคัญ จนถงึ การใหอยูใ ตบงั คบั บญั ชาของอุซา มะฮ แลว มิไดอ อกไปอยใู นกองรบทที่ า นศาสนทูต แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)จดั การเตรียมทัพดว ยตวั ทาน เอง เชน เดยี วกบั เหตุการณตางๆ ที่ เกิดขึ้นหลงั จากทที่ า นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)วะฟาต นบั ตงั้ แต บีบ บังคับดวยการใชกาํ ลงั ให ประชาชนยอมบัยอะฮ และขมขูผูคนทีข่ ดั ขนื ซ่ึงมที ัง้ ทา นอะลี ทานหญิง ฟาฏมิ ะฮ ทา นฮะซนั ฮเุ ซนดว ยการเผาทัง้ เปน ตลอดจนการสงั่ หา มประชาชนมิใหถ ายทอด ฮะดิษ ของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) และเผาหนงั สอื บนั ทกึ ซนุ นะฮของทา น ศาสนทูตแหงอัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) อีกทงั้ การส่งั กกั บรเิ วณบรรดาซอฮาบะฮเ พือ่ มิใหพ วกเขา เลา ฮะดิษใดๆ ของทา นนบี(ศ็อล ฯ)
ตลอดจนไดป ระหารชีวติ ซอฮาบะฮท ี่ไมยอมจา ยซะกาตใหแกอ บบู กั รเนอ่ื งจากเขามิใชค อ ลีฟะฮท พ่ี วกเขาไดใหบยั อะฮใ นสมัยทานนบี ตลอดจนการ ลวงละเมดิ สิทธขิ องทา นหญงิ ฟาฏิมะฮ ซะฮร ออ นบั ตงั้ แต ทดี่ นิ ฟะดกั , มรดก, สว นแบง จากอตั ราหนงึ่ ในหา (คุมซ)และบิดเบือนขออางของ นาง วาเปนความเทจ็ จนถงึ การแยกอมิ ามอะล(ี อ)ใหออกหา งจากความรบั ผิดชอบทัง้ ปวง และ มอบ อาํ นาจการปกครองบรรดาคนละเมดิ ศาสนา และพวกกลบั กลอกจากตระกูล อุมยั ยะฮก ดขี่ ขมแหงชาวมสุ ลมิ อีกทงั้ ยงั หา มบรรดาซอฮาบะฮมิใหแ สวงหา ความจาํ เรญิ (ตะบรั รกุ ) กับรอ งรอย ของทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) และพยายามลบชอ่ื ของทา นออกจากการอะซาน ยนิ ยอมใหท หารท่ีเปน กาฟร บกุ ปลนสะดมเมืองมะดนี ะฮ แลว กระทาํ สงิ่ ตา งๆ ทนี่ นั่ ตามใจ ชอบ จนกระทงั่ ยงั โจมตบี ัยตลุ ฮะรอมดวยธนูไฟ ทงั้ เผา ทัง้ ฆา ซอฮาบะฮท ่ีอยภู ายใน ตลอดจน สังหารเช้ือสายของทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) กนดา และสาปแชงพวกเขา อกี ท้ังบบี บงั คบั ประชาชนให กระทาํ เชนนน้ั เขน ฆา และเนรเทศ บคุ คลท่ีมคี ามรกั อะฮลุลบัยตและเจริญรอยตามพวกเขา ตลอดจน กระทําตอศาสนาของอัลลอฮเปนของเลน และเปน ท่ีเยย หยนั อัลกรุ อานถกู ฉกี ทง้ิ และถกู ทาํ ใหดไู รค า แผนการณร า ยตางๆ ยังคงมอี ยจู วบจนถงึ ทกุ วนั น้ี รอ งรอยและการกระทาํ ของมัน ยงั ดําเนนิ อยใู นประชาชาติอสิ ลาม ตราบใดในหมชู าวมุสลมิ ยงั มีผทู ีพ่ อใจ ตอมุอาวยี ะฮและยะซดี และเหน็ ดว ยกบั การกระทาํ ของพวกเขา โดยถือวา เปน ความ อุตสาหะอยา งหน่งึ ของพวกเขา และ ถือวาพวกเขาจะไดร ับรางวลั ตอบแทนจาก อัลลอฮโดยการนน้ั และตราบใดท่ียงั มผี เู ขยี นหนงั สอื และบทความตอตา นชอี ะฮ ของอะฮลุลบัยต และโจมตพี วกเขาดว ยถอยคาํ ท่ีตํา่ ทรามและเลวรา ย ทง้ั ปวง และ ตราบใดท่ยี งั มกี ารอนุโลมใหเ ขน ฆาสงั หารชอี ะฮข องอะฮล ุลบยั ตใ นบัยตลุ ลอฮ อัลฮะ รอม และในชว งเทศกาลฮัจญ ดงั นน้ั แผนการณร า ยจะยงั คงอยูอยางตอเน่อื ง และยงั มีอยตู อ ไป จนถงึ วนั ทีอ่ ลั ลอฮท รงประสงค ขาพเจา ไมม ีความสามารถทจ่ี ะเปด โปงเรอ่ื งเหลา นที้ ง้ั หมด จนครบถว น ทกุ กระบวนความ และทุกแงท กุ มมุ ได แตทวา ดว ยความอุตสาหะของขา พเจาทมี่ ีอยู พอประมาณ ขาพเจา พยายามท่ี จะขจัดรายงานตา งๆ อนั อัปยศใหหมดพนไปจาก ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ซ่งึ เปนรายงาน ท่ีลว งละเมิด ตอตานเกียรตยิ ศ และ อศิ มะฮข องทา น ขา พเจาพยายามทจ่ี ะทาํ ใหป ญญาชนคน มสุ ลิมและผมู อี ิสระเสรี ยอมรับวา ศาสนทูตผซู ่งึ อลั ลอฮส ง ทา นมา เพื่อชน้ี าํ มนษุ ยชาติทงั้ มวล และทรง ถอื วา เปนดวงจนั ทร และดวงประทปี อนั เรืองโรจนทา นน้ี คอื บุคคลทม่ี ีเกยี รติ และยิ่งใหญ สูงสง สะอาด บริสทุ ธิ์ ผดุ ผอง เปน มนุษยท ่สี มบูรณท่ีสดุ ตามทอ่ี ลั ลอฮ ทรงสรา งมา ดงั นน้ั ไม สมควรที่เราจะวางเฉยตอรายงานตางๆ ในลักษณะเชนน้ี ซงึ่ นักรายงานไมป ระสงคใ นส่ิงใดเลย นอกจากเพื่อลบลา งเกยี รตยิ ศ และคุณคาของ ทา นเทา นน้ั เอง
ดังนนั้ เราจงึ มอิ าจพงึ พอใจกบั รายงานตา งๆ เหลา นีไ้ ดเลย ถงึ แมว า อะฮล ซิ ซนุ นะฮ วลั ญะ มาอะฮจะเหน็ ชอบ และบนั ทกึ รายงานเหลา นน้ั ไวในตาํ ราซอเฮยี ะห หลายเลมของพวกเขาก็ตาม ไมเ ลย เราจะไมพงึ พอใจดว ยเปนอนั ขาด ถงึ แมวา คน ทง้ั โลกจะรว มกนั เหน็ ชอบในรายงานเหลา นนั้ ก็ตาม เพราะพระองคผ ทู รงสูงสดุ มโี องการวา “แทจ รงิ เจาเปน ผูมจี ริยธรรมอันยง่ิ ใหญ” นค่ี ือคํา ตรสั ท่ชี ดั เจน และ เปนกฎตายตัว ซึ่งคาํ พดู อน่ื นอกเหนอื ไปจากน้ี ยอมเปนคาํ พูดอนั เหลวไหล และ เพอ เจอทงั้ สนิ้ นค่ี ือคาํ สอนของขีอะฮ ทม่ี ใี นเรอ่ื งของทานประมุขแหง มนษุ ยชาติ ผมู า ปลดปลอ ย มนษุ ยชาตใิ หพ น จากความมืดบอดและความหลงผิด และเปน ผนู าํ มวล มนษุ ยชาตไิ ปสสู ขุ สวสั ดิ์ และสันตภิ าพ ดังนนั้ จงใครครวญเถิด โอบรรดาผมู ี สตปิ ญ ญา ! คําสอนของอะลซิ ซกิ ร (ผูม ีความรู) ในเรอ่ื งของทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ) อิมามอะลี(อ) กลาวไวว า : จนกระทั่งเมอ่ื เกยี รตยิ ศของอลั ลอฮไดเผอ่ื แผ ยังมุฮัมมดั (ศ็อล ฯ) แลว ดงั นน้ั พระองคทรงนําเขาออกมาจากธาตุเดิมทปี่ ระเสริฐสุด ในฐานะเปน แหลงที่มา และ เปน รากแกว อนั ทรงเกยี รตยิ งิ่ ทง่ี อกเงยขึ้นมา จาก พฤกษาซงึ่ บรรดานบีของพระองคถ ือกําเนดิ จาก ทนี่ น่ั และทรงเลอื กสรรคบ รรดา ทไี่ วว างใจของพระองคอ อกมาจากทนี่ ่นั เช้ือสายของเขา เปน เชอ้ื สายทีด่ ีเลศิ ครอบครัวของเขา เปนครอบครวั ท่ดี ีเลศิ พฤกษาของเขา เปนพฤกษาทด่ี ีเลศิ อนั งอก เงยในเขตหวงหา ม และเจริญงอกงามในแดนอันทรงเกยี รติ มกี ง่ิ กา นสาขา สูงสงา มีผลดกไมข าด สาย ทา นคือผนู ําของคนทย่ี าํ เกรงพระเจา เปน หลกั ฐาน ของคนไดร ับวถิ แี หง ธรรม เปน ดวงประทปี อนั เรืองแสง เปนแสงสวางทีม่ ีรศั มี รุงโรจน เปน สายฟา แผดกลา แวววาว วิถชี วี ติ ของเขาเปน จุดมุง หมาย แบบฉบับ ของเขาถกู ตอ ง ถอ ยคาํ ของเขาชัดเจน วทิ ยญาณของเขาเทยี่ งธรรม พระองคส งเขา มาในชว งทข่ี าดไรบรรดาศาสนทตู ออนลา สบั สนตอ พฤตกิ รรมและอวิชชาของ ประชาชาตทิ ้ังมวล...ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) สันทดั ลกึ ซง้ึ ซงึ่ การสอน เขาดาํ เนนิ ในเสน ทาง และเชิญชวน ไปสูว ทิ ยญาณ การอบรมสั่งสอนท่ดี งี าม ...ทต่ี ั้งของเขา คือท่ตี ั้งอนั ดี เลิศ แหลง ท่ีมาของเขา เปน แหลงทมี่ าอนั ประเสริฐ ในธาตเุ ดิมแหง เกยี รติยศ และ ท่รี องรับอันสนั ติ หวั ใจของคนดวี นไปมาอยู รายรอบเขา สายตาอนั แหลมคม มุงตรงมายงั เขา ความแคน และความอาฆาตพยาบาท เปนอนั ถกู ดบั มอดและถกู ฝง ไปเสยี ไดโดยเขา ความเปน ภราดรสมานฉนั เกดิ ขน้ึ ไดโดยเขา คนไรเกียรติกลับ มเี กยี รติไดโ ดยเขา คนมเี กยี รติกลับไรเกียรตไิ ดโดยเขา คาํ สอนของเขาเปน การอธบิ าย การนง่ิ เงียบของเขาเปนวาจา พระองคสง เขามาเพ่อื เปน ขอพสิ ูจน แกค นทว่ั ไป เปน การอบรมสงั่ สอนที่ เปดเผย และประกาศเชญิ ชวนท่ีงดงาม บทบญั ญตั ิทไ่ี มเคยรไู ดเ ปนท่ปี รากฏโดยเขา ส่ิงอตุ รทิ ่ถี กู อุปโลกนขนึ้ มาถกู บาํ ราบ สนิ้ โดยเขา กฎเกณฑอ นั ละเอยี ดถกู อธิบายไดโดยเขา พระองคท รงสง เขามาโดยแสงสวาง และทรงใหเ ขานาํ หนา บรรดาผูไ ดร บั การเลือกสรรค ผู แพส ามารถดําเนินตอไปไดเ พราะเขา ความยากลาํ บากและ อุปสรรค กลายเปน สงิ่ เอ้ืออาํ นวย และ
สะดวกสบายไดเพราะเขา จนกระทงั่ ความหลงผิด มีอนั รางลาไปจนสิ้น จะมาจากทางดา นขวา หรอื ดานซา ย ก็ตาม บทที่ ๓ ปญหาเกยี่ วกับอะฮล ลุ บยั ต ปญ หาที่ ๓ อะฮล ุลบยั ตเปน ใคร ? อลั ลอฮ ผทู รงบรสิ ุทธิย์ ง่ิ ตรัสไววา : อนั ทีจ่ รงิ อลั ลอฮทรงประสงคแตเ พยี ง ขจัดความมลทิน ออกไปจากพวกเจา โออ ะฮลลุ บยั ต และทรงชาํ ระขัดเกลาพวกเจา ใหส ะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ (อัลอะหซฺ าบ/ ๓๓) อะหล ซิ ซนุ นะฮวลั ญะมาอะฮอ ธบิ ายวา โองการน้ีถูกประทานมาในเรอ่ื ง ของภรรยาทา นน บี(ศ็อลฯ) หลกั ฐานสนับสนนุ คําอธบิ ายเชน นกี้ ็คือ โองการกอนและ หลังจากวรรคนี้ เปนอนั วา ตาม ความเชื่อของพวกเขาก็คือ แทจรงิ อัลลอฮ ทรงขจัด ความมลทนิ ออกไปจากบรรดาภรรยาของ ทา นนบแี ละทรงชําระขดั เกลาพวกนางให สะอาดบริสุทธ์ิ สวนหนง่ึ ในหมพู วกเขา ถือวา นอกจากบรรดาภรรยานบแี ลว ยังรวมถึง ทานอะลี ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮ ทา นฮะซนั และทา นฮเุ ซนดว ย แตต ามหลักฐาน ท่เี ปน จรงิ โดยขอ มูลอา งอิง ทง้ั เหตผุ ล ทางสติปญญา และประวัตศิ าสตร คัดคา น คาํ อธบิ ายอยา งนี้ เพราะอะหล ซิ ซนุ นะฮไ ดรายงานไวใน ตาํ ราซอเฮียะหข องพวกเขา เองวา โองการน้ไี ดถกู ประทานมาเกยี่ วกบั บคุ คลท้งั หา นัน่ คือ มุฮมั มดั อะลี ฟาฏมิ ะฮ ฮะซนั และฮุเซน และระบุวา ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)ถอื วา โองการ อัน ทรงเกยี รตนิ ้ี เปนเรือ่ งเฉพาะสําหรบั คนเหลา นนั้ และตวั ทา นเอง เมอ่ื ครง้ั ที่ทา น ไดน าํ ทา นอะลี ฟาฏมิ ะฮ ฮะซนั และฮเุ ซน เขา ไปอยูใ ตผ าคลมุ พรอ มกับทา น แลว ทา นไดกลา ววา : “โออลั ลอฮ คน เหลาน้เี ปน อะฮลุลบัยตของฉัน ดังนั้น ขอพระองค ทรงขจัดมลทินออกไปจากพวกเขา และชาํ ระขัด เกลาพวกเขาใหส ะอาดบริสทุ ธิด์ วย เถดิ ” ดงั ไดม นี กั ปราชญอ ะหลิซซนุ นะฮ รายงานอยา งนไ้ี วเ ปน จาํ นวนมาก ซงึ่ ขาพเจา จะกลาวถงึ พวกเขาสวนหนึ่ง ดังน้ี : ๑.มุสลมิ หนงั สอื ซอเฮียะห บาบวา ดวย ฟะฎออิล อะฮลลุ บัยตน บี เลม ๒ หนา ๓๖๘ ๒. อตั ตริ มิซยี หนงั สอื ซอเฮียะห เลม ๕ หนา ๓๐ ๓. มสุ นดั อิมามอะหมฺ ดั บนิ ฮันบัล เลม ๑ หนา ๓๓๐ ๔. มสุ ตัดร็อก อลั ฮากิม เลม ๓ หนา ๑๒๓ ๕. คอศออิศ อลั อมิ าม อนั นะซาอยี หนา ๔๙ ๖. ตัลคศี อัซซะฮะบยี เลม ๒ หนา ๑๕๐
๗. มอุ ญ ัม อัฏฏอ็ บรอนยี เลม ๑ หนา ๖๕ ๘. ชะวาฮิด อตั ตันซลี ของอลั ฮากิม อัลฮิสกานยี เลม ๒ หนา ๑๑ ๙. อลั บคุ อรี ฟต ตารคี อัลกะบีรเลม ๑ หนา ๖๙ ๑๐. อลั อศิ อบะฮ ของอิบนฮะญัรอลั อิสกลิ ลานยี เลม ๒ หนา ๕๐๒ ๑๑. ตัซกริ อตลุ ควิ าศ ของอบิ นอุ ลั เญาซยี หนา ๒๓๓ ๑๒. ตัฟซรี ของ ฟครุรรอซีย เลม ๒ หนา ๗๐๐ ๑๓. ยะนาบอี ลุ มะวัดดะฮ ของก็อนดูซยี อลั ฮะนะฟย หนา ๑๐๗ ๑๔. มนุ ากบิ อลั คอวารซิ มยี หนา ๒๓ ๑๕. อัซซีรอตุลฮะละบยี ะฮ เลม ๓ หนา ๒๑๒ ๑๖. อซั ซรี อตลุ ดะหฺลานยี ะฮ เลม ๓ หนา ๓๒๙ ๑๗. อะซะดลุ ฆอบะฮ ของอบิ นุ อัลอะซีรเลม ๒ หนา ๑๒ ๑๘. ตฟั ซีรอฏั ฏอ็ บรยี ุซอ ๒๒ หนา ๖ ๑๙. อดั ดรุ รลุ มันซรู ของซะยูฏยี เลม ๕ หนา ๑๙๘ ๒๐. ตารคี อบิ นุอะซากิรเลม ๑ หนา ๑๘๕ ๒๑. ตัฟซีรอลั กชั ชาฟ ของซะมัคชะรยี เลม ๑ หนา ๑๙๓ ๒๒. อะหกฺ ามลุ กรุ อาน ของอบิ นุอะรอบยี เลม ๒ หนา ๑๖๖ ๒๓. ตฟั ซีรอลั กรุ ฏบีย เลม ๑๔ หนา ๑๘๒ ๒๔. อัศศอวาอิกุลมฮุ รั รอเกาะฮ ของอิบนฮุ ะญัรหนา ๘๕ ๒๕. อลั อิซตีอาบ ของอิบนุอบั ดุลบิรเลม ๓ หนา ๓๗ ๒๖. อัลอุกดลุ ฟะรีด ของอิบนุ อบั ดรุ ็อบบิฮ เลม ๔ หนา ๓๑๑ ๒๗. มนุ ตะค็อบ กนั ซุลอมุ มาล/เลม ๕ หนา ๙๖ ๒๘. มะศอบีฮซุ ซนุ นะฮ ของบฆั ฺวยี เลม ๒ หนา ๒๗๘ ๒๙. อซั บาบนุ นุซูล ของอัลวาฮิดยี หนา ๒๐๓ ๓๐. ตฟั ซรี อิบนุกะซรี เลม ๓ หนา ๔๘๓ นอกจากบุคคลเหลานีแ้ ลว ยงั มนี กั ปราชญของอะหล ิซซุนนะฮอ ีกเปน จาํ นวนมาก ท่เี รายงั มไิ ดก ลา วถงึ เพราะถอื วา เพยี งจาํ นวนทยี่ กมาเสนอแคน ี้ ก็นา จะเพยี งพอแลว เม่อื บคุ คลเหลา นท้ี ั้งหมดยอมรับวา ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) คอื ผอู ธบิ าย ความหมายโองการน้ีเอง แลวจะมคี ณุ คาอนั ใดเหลอื อยอู กี จากคาํ พดู ของ คนอ่ืนนอกเหนือจาก ทา น ไมว าจะเปน ซอฮาบะฮห รือตาบอิ ีน หรอื นักตฟั ซีรทา น ใดก็ตามท่ตี อ งการจะใหค วามหมาย เปนอยา งอน่ื นอกเหนอื จากทอ่ี ลั ลอฮและ ศาสนทตู ของพระองคม คี วามประสงค เพอื่ แสวงหา ความพึงพอใจของมุอาวยี ะฮ และมุงมาตรปรารถนาในสง่ิ ที่เขามีอยู
เชนเดยี วกบั ทว่ี า ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) ไดชี้แนะไปยังพวกเขา ในครั้งอน่ื ๆ และ ระบแุ กพ วกเขาโดยเฉพาะเทา นนั้ วา เปนอะฮล ุลบยั ต มิใชค นอื่น นน่ั คอื เมือ่ คร้งั ทมี่ ีโองการหนงึ่ ถูก ประทานมาวา : ดงั น้นั จงกลา วเถดิ พวกทา นจง มาซิ เราจะเรียกบรรดาลูกๆ ของเรา และลกู ๆ ของ พวกทาน และบรรดาสตรขี อง เรา และบรรดาสตรขี องพวกทา น และตัวของเราเองและตัวของพวก ทานเอง ตอ จากนัน้ เราจะสาบานพิสจู น(มบุ าฮะละฮ) กนั ดังนน้ั เราจะขอใหก ารสาปแชง ของอัลลอฮ ประสบแกบรรดาผปู ฏเิ สธ(อาลิ อิมรอน /๖๑) คร้นั แลว ทา นกไ็ ดเรียก ทา นอะลี และ ทานหญงิ ฟาฏิมะฮ ทา นฮะซนั และทา นฮเุ ซนมา แลวกลา ววา คน เหลา นีค้ อื ลูกๆ ของเรา ตวั ตน ของเรา และสตรีของเรา ดงั น้ัน จงนาํ ตัวตนของพวก ทา น ลกู ๆ ของพวกทา น และสตรีของพวก ทานมาเถดิ และในหนงั สือซอเฮยี ะหม ุสลมิ มกี ารบันทึกวา ทา นไดก ลาววา : “โออ ลั ลอฮ บคุ คล เหลาน้ี คอื สมาชิกครอบครวั ของฉัน”(๓๘) นกั ปราชญข องอะหล ซิ ซุนนะฮวลั ญะมาอะฮ ตามท่ีขาพเจาไดกลา วถึง มาแลวนน้ั ทง้ั หมด ตา งก็ยอมรับอกี เชนกันวา โองการนี้ถกู ประทานลงมาในเร่อื ง ของบุคคลทั้งหา ทา นดงั กลาวดว ย (ขอใหอลั ลอฮท รงประทานความจาํ เรญิ และ ความสนั ตสิ ุขแดทา นเหลา นน้ั ทงั้ มวลดว ยเถดิ ) กรณีทวี่ า ภรรยาของทา นนบี(ศอ็ ลฯ)อยใู นความหมายของโองการอันมเี กยี รติ นน้ั ไม ปรากฏวาจะมคี นใดในหมพู วกนางอา งตนเองแมแตค นเดยี ววา ตนคอื คน หนึ่งจากอะฮลลุ บยั ต โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ทา นหญงิ อุมมุซะละมะฮ และทานหญิง อาอชิ ะฮ ซ่งึ แตละทา นตางก็รายงานวา โองการนีม้ งุ ชี้เฉพาะแตท า นศาสนทตู แหง อัลลอฮ ทานอะลี ทานหญงิ ฟาฏิมะฮ และทานฮะซนั ฮุ เซน เทา นนั้ การยอมรับของ พวกนางเอง ยังไดถ กู รายงานไวโ ดยนกั รายงานทุกคนเชน ทานมสุ ลมิ ทา นตริ มซิ ีย ทา นฮากมิ ทา นฏ็อบรอนีย ทา นซะยฏู ีย ทานซะฮะบยี ทา นอบิ นุ อลั อะซีรและทา น อืน่ ๆ อกี นอกเหนอื จากทุกอยา งเหลา นแี้ ลว ยงั มีอกี นนั่ คือ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ได ตดั ปญหาคลมุ เครือและยุงยากอนั น้อี อกไป เพราะทา นรดู ีวา บรรดา มุสลมิ ทอ่ี า นอลั กรุ อาน แลว จะตีความหมายของอะฮล ลุ บัยตไปตามความหมาย ของโองการกอนและหลงั ซง่ึ ไดต กั เตือนสอน สัง่ บรรดาภรรยาของทานนบี ดงั นน้ั ทา นจงึ ลงมอื สอนประชาชาติใหรคู วามหมายของวรรคอนั วา ดวยการขจัดมลทนิ และชาํ ระขดั เกลา อยจู นตลอดเวลาหกเดือน(หลงั จากโองการนถ้ี กู ประทานลง มา) เมอ่ื ผา นประตบู า นของทานอะลี ทานหญงิ ฟาฏิมะฮ และฮะซัน ฮเุ ซน กอ นทาํ พธิ ี นมาซ โดยทา นจะกลา ววา : “อนั ท่จี รงิ อัลลอฮท รงประสงคแตเพยี งขจดั มลทิน ออกไปจากพวกเจา โออะฮล ุลบยั ต และทรงชาํ ระขัดเกลาพวกเจา ใหส ะอาดบรสิ ทุ ธิ”์ “จงดํารงนมาซเถิด แลวอลั ลอฮ จะประทานความเมตตาแกพ วกเจา ” การลงมือสอนในเรื่องน้ี ทที่ า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ไดก ระทาํ ไวน นั้ ทา นติรมิซยี ได รายงานไวใ นซอเฮยี ะหของทา น เลม ๕ หนา ๓๑ อลั ฮากิม ไดรายงาน ไวใ นอลั มุสตดั ร็อก เลม ๓
หนา ๑๕๘ ทา นซะฮะบยี รายงานไวใ นตลั คีศ อะหฺมัด บนิ ฮนั บลั รายงานไวใ นมุสนัด เลม ๓ หนา ๒๕๙ อบิ นอุ ัลอะซรี รายงานไวใน อะซะดลุ ฆอบะฮ เลม ๕ หนา ๕๒๑ อลั ฮิสกานยี รายงานไวใ น ชะวาฮดิ ตนั ซลี เลม ๒ หนา ๑๑ ทา นซะยฏู ยี รายงานไวใน อัดดุรรลุ มันซรู เลม ๕ หนา ๑๙๙ ทานตัฟซรี อฏั ฏอ็ บรยี เลม ๒๒ หนา ๖ อลั บะลาซิรีย ในอนุ ซาบบลุ อชั รอฟ เลม ๒ หนา ๑๐๔ ตฟั ซี รอบิ นกุ ะซรี เลม ๓ หนา ๔๘๓ อัลฮยั ซุมียใ นมุจมะอุซซะวาอดิ เลม ๙ หนา ๑๖๘ และ นอกเหนือจากทานเหลา นี้ กย็ งั มอี ีก ถาหากเราจะผนวกรายชื่อบุคคลเหลา นี้รวมกับบรรดาอมิ ามแหง อะฮล ุลบยั ตและ นกั ปราชญชอี ะฮซึ่งพวกเขาไมม ขี อ สงสัยใดๆ ในคุณสมบัตพิ ิเศษ ของมุฮมั มดั อะลี ฟาฏิมะฮ ฮะซันและฮุเซน ในโองการน้ดี วยแลว จะไมม ีคณุ คา ใดๆ เหลอื อยเู ลย สาํ หรับผทู ขี่ ดั แยง ตอ พวก เขาอันเปน ศัตรขู องอะฮลุลบยั ตแ ละ เปน ผเู จริญรอยตามของมอุ าวียะฮ และตระกลู อมุ ยั ยะฮ ซง่ึ เขาเหลา นนั้ เองที่ ตอ งการดบั แสงสวางของอลั ลอฮด วยลมปากของพวกเขา แตอ ลั ลอฮค ือผูย ัง ความ สมั บูรณแ กแสงสวางของพระองค ถึงแมว า พวกปฏิเสธจะชงิ ชงั ก็ตาม เปน ทแ่ี นช ดั แลว วา บรรดาผทู ่อี ธิบายความหมายโองการน้ี แหวกแนวการ อธบิ ายของ ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) นนั้ คือพวกทนี่ ยิ มชมชนื่ กับนักปกครองในตระกลู อมุ ยั ยะฮ และอบั บาซียะฮทงั้ ใน สมัยอดตี และปจจบุ นั โดยพวกเขาคือสว นหนงึ่ ของพวก นะวาศิบทมี่ ีความเกลยี ดชงั ตอทานอะลี ถึงแมว า จะสวมเคร่อื งแตงกายในชดุ ของ นักปราชญและนกั การศาสนาก็ตาม โดยที่เหตผุ ลทางสตปิ ญญาเพียงอยางเดยี วกส็ ามารถยนื ยันไดแ ลว วา โองการนี้ (วรรค ทว่ี า ดวยการขจดั มลทินและชําระขดั เกลาใหส ะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ) มไิ ดค รอบคลุมถึงภรรยาของทา นนบี (ศอ็ ลฯ)เลย ๑. ดังทเี่ ราจะยกตวั อยา งเพอ่ื ช้ีใหเหน็ วา มารดาของศรทั ธาชน ทานหญงิ อาอิชะฮ ซ่งึ อา ง ตนวา เปน ภรรยาทท่ี า นนบี(ศอ็ ลฯ)ใหค วามรกั และความใกลชดิ มาก กวา ใครๆ จนถงึ ขนาดวา ภรรยาทั้งหลายของทา นนบี(ศอ็ ลฯ) มีความอจิ ฉาริษยา ตอ นาง และสงคนไปหาทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) เพ่อื ทวงถามเพื่อความเทา เทียมกันกบั นาง ในฐานะบตุ รขี องอะบกี ุฮาฟะฮ ดงั ทีเ่ ราไดอ านผา น มาแลว ถึงกระนนั้ นางก็มิได บงั อาจ และไมม ผี ูสนบั สนุนนางคนใด หรอื ผูท่รี กั ชอบกับนางคนใด ไมว าจะเปน คน รนุ กอ น หรอื รนุ ถัดมาหาญกลา ในอนั ทจี่ ะกลา ววา อาอชิ ะฮ ไดอยใู ตผาคลมุ ในวนั ท่วี รรคนข้ี องโองการถกู ประทานมา มุฮัมมดั (ศ็อลฯ)ชา งเปนคนทย่ี ่ิงใหญอะไรปานน้นั ทง้ั ในคาํ พูด และการกระทาํ ของทา น และวิทยญาณของทา นชา งยง่ิ ใหญอ ะไรปาน นนั้ ทไ่ี ดจํากัดบุคคลที่ เปน อะฮลุลบยั ตของทา นไวใ ตผาคลมุ จนกระทง่ั มารดาแหง ศรทั ธาชนอยา งทา นหญงอมุ มซุ ะละ มะฮ ภรรยาของทา นนบี(ศ็อลฯ)เอง ทีต่ อ งการจะ เขาไปอยกู ับพวกเขา และขอรองตอ ศาสนทตู แหง อลั ลอฮ ในฐานะสามีของนาง ใน เรอ่ื งนน้ั แตถ งึกระน้นั ก็ตาม ทา นยงั บอกกบั นางวา : เธออยู กบั ความดีแลว
๒. ตอจากนนั้ จะเหน็ ไดว า ความหมายโองการน้ี ไมว าจะมองในแงข อง ความหมาย เฉพาะหรือความหมายทว่ั ไปก็ตาม จะเหน็ วา ไดใหห ลกั ฐานในเร่ือง อศิ มะฮ เพราะการขจดั มลทิน ออกไป ครอบคลุมถึงการขจดั ความบาปและ การละเมิด ความมวั หมองท้ังเลก และใหญทงั้ ปวง โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ถาหากรวม ไปถึงการชําระขดั เกลาใหสะอาดโดยพระผูเปน เจา ผทู รงเกรกิ เกยี รติ และเมอ่ื บรรดา มสุ ลมิ ไดช าํ ระขดั เกลาดว ยนํา้ และดนิ เพ่อื ทําความสะอาดเรอื นรา ง กย็ อม หมายถงึ วา เรือนรางนน้ั ยอ มจะสะอาด ดงั นนั้ อะฮล ลุ บยั ต ซ่ึงอลั ลอฮท รงชาํ ระขัดเกลา พวกเขาให สะอาดบรสิ ุทธ์ดิ านจติ วญิ ญาณ กย็ อมหมายความวา ทง้ั สตปิ ญ ญา หัวใจและสภาพจติ ใจจะไม ปลอยใหเ ปน ท่กี ระซบิ กระซาบของชัยฏอน และไมม ที ีไ่ ว ใหพฤตกิ รรมอันละเมดิ บทบญั ญตั ิ ดังนั้น หวั ใจของพวกเขาจงึ กลายเปน ความ สะอาดผองแผว บรสิ ุทธิ์ผุดผอ ง ตอ พระผสู รา งในทกุ อิริยาบท ไมว าจะเคลอ่ื นไหว หรอื จะนิง่ เงียบก็ตาม ๓. ท้งั หมดนี้แสดงใหเ ห็นวา บคุ คลผสู ะอาดบริสทุ ธเิ์ หลา นี้ เปน แบบอยา ง ของมนุษยชาติ ทเี่ พยี บพรอมในความสมถะ ความยําเกรงตอพระเจา ความบริสทุ ธ์ิ ใจ ความรู ความสุขมุ ความ กลา หาญ ความมมี นษุ ยธรรม มอี ุเบกขาและมี ความพอดใี นทางโลก และเปน ผูใกลชดิ ตอพระเจา ผูทรงเกรกิ เกียรติ ซึง่ ไมเ คย มีปรากฏในหนาประวตั ศิ าสตรวา คนหนึง่ คนใดในหมพู วกเขาจะ กระทํา ในสงิ่ ท่ี ละเมิด หรอื สง่ิ ทีเ่ ปน บาปใดๆตลอดชีวติ ของแตละทาน เมอ่ื เปน เชน นี้ สมควรที่เราจะไดห วลกลบั ไปพจิ ารณาตัวอยางทหี่ นงึ่ ของ บรรดาภรรยา ของทานนบี(ศอ็ ลฯ) นัน่ คือ ทานหญงิ อาอชิ ะฮ ในฐานะเปนบคุ คล ทมี่ ีฐานภาพ และตาํ แหนง สงู ศักดิ์ มกี ิติศัพทระบือไกล อยางชนิดที่ ไมม บี คุ คลใด ในบรรดาภริยาของทา นนบี(ศอ็ ลฯ) จะ เทยี บเทยี มได ไมมใี ครอีกแลว ตอใหก ระทั่ง รวบรวมเอาคุณงามความดที ้ังปวงของพวกนาง ทงั้ หมดมารวมกัน กย็ งั ไมไ ดเทา หนงึ่ ในสบิ ของทานหญงิ อาอชิ ะฮ บตุ รสาวของอบูบกั ร นีค่ อื คาํ สอนของ อะหลซิ ซนุ นะฮ และของผูซงึ่ ถอื วา หลกั ศาสนาครง่ึ หนง่ึ ไดถ ูกนาํ มาจากนาง เพยี ง คน เดยี ว ตามคาํ ทวี่ า กนั ไวใ นเรอ่ื งของนาง แตเม่อื เราพยายามพจิ ารณาคนหาความจริงโดยไมถ ือฝก ฝาย และไมมี การลําเอยี งกนั จะ เปน ไปไดไหมวา สตปิ ญ ญาสามารถจะตดั สินใหน างเปน ผู บริสทุ ธ์ิ ปลอดพน จากความบาป และ การละเมิดใดๆ ? หรอื วา อัลลอฮ มหาบรสิ ทุ ธ์แิ ดพ ระองค ทรงยกสภาพการปกปอ งคมุ ครองของ พระองคอ อกไป จากนาง หลงั จากทที่ า นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)ในฐานะสามีของนาง ไดเสยี ชีวิต ? แลว เรา ลอง มาพจิ ารณาดูความเปนจรงิ พรอมๆ กัน ทา นหญงิ อาอชิ ะฮใ นสมยั ทท่ี า นนบ(ี ศอ็ ลฯ)ยังมชี ีวติ อยู เม่อื เราไดว ิเคราะหถ งึ การดาํ เนนิ ชวี ิต ของนางรว มกบั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)ผู เปนสามแี ลว เราจะพบเรอื่ งราวทีเ่ ปน ความบาปและเปนการละเมดิ อยางมากมาย กลาวคือ มี หลายครงั้ ทน่ี างไดว างแผนการรวมกบั ทา นหญงิ ฮฟั เซาะฮ เพ่ือกระทําตอ ทานนบี จนกระทั่งถงึ ขัน้
ที่ทาํ ใหท า นจาํ เปนตองยบั ยงั้ ตนเองจากส่ิงทีอ่ ัลลอฮท รงอนุมัตใิ หแ กท า น ดงั มปี รากฏในซอเฮยี ะห บุคอรี และซอเฮยี ะห มุสลมิ และนางท้งั สอง ไดแสดงอาการกระดา งกระเด่ือง ตอทา นนบีอกี ดวย ดังมรี ายงาน ยนื ยนั ไวในตาํ ราซอเฮียะหแ ละตัฟซรี หลายเลมดว ยกนั และอัลลอฮก ็ทรง ตรัสถงึ พฤติการณของนางทง้ั สองไวในคัมภีรอ นั ทรงเกยี รติของพระองคอกี ดว ย ขณะเดียวกนั แรงอจิ ฉารษิ ยาไดครอบครองจิตใจ และสตปิ ญ ญาของนาง นางไดแ สดง กริ ยิ าผลกั ไสตอ คุณานคุ ุณของทา นนบีอยา งไรมารยาท และไมให เกยี รติแตป ระการใด ดงั เชน คร้งั หนง่ึ นางไดพ ดู กับทานนบี(ศ็อลฯ) เม่อื คร้งั ท่ที า นเอย ถึงทา นหญงิ คอดญี ะฮตอหนา นางวา “ไมม ี อะไรจําเปน สาํ หรับฉนั เลย และสาํ หรับ คอดีญะฮน นั้ นางคือหญิงแกเหงือกแดงคนหนงึ่ เทา น้ัน ซึ่งอัลลอฮไ ดท รงเปล่ยี น หญงิ ท่ดี กี วา นางใหแ กทา นแลว ” ปรากฏวาทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ล ฯ)โกรธนาง ในเรอื่ งนี้มาก ถงึ ขนาดทา นไดส ะบัดเสนผมจนสน่ั (๓๗) ครัง้ หนง่ึ มมี ารดาแหง ศรทั ธา ชนอีกทา นหนง่ึ สง มอบอาหาร ท่ที า นนบ(ี ศ็อลฯ)โปรดเปน พเิ ศษใหท า นนบี (ในขณะทีท่ า นอยใู น บานของนาง) แลวนางแกลงทาํ ใหจ านทใ่ี สอาหารนน้ั แตกตอ หนา ทา น(๔๐) และนางไดพดู กบั ทานนบอี กี ในวาระหนง่ึ วา “ทานเปน คนทอี่ าง ตนเองวา เปนนบขี องอลั ลอฮ” (๔๑) อกี ครง้ั หน่ึงนาง โกรธเคืองทานแลวพดู กบั ทา นวา : “จงยตุ ธิ รรมซ”ิ ขณะเดียวกับที่บดิ าของนางก็อยดู ว ย ดงั นน้ั เขา จึงตบนาง จนเลอื ดไหล” (๔๒) เร่ืองราวความอจิ ฉารษิ ยาของนางมีมากมาย จนถงึ ขน้ั กลา ว เทจ็ แก ทานหญงิ อัซมาอ บนิ นอุ มาน เมื่อตอนทีน่ างถกู สงตวั เขาหอเปน เจา สาวของ ทานนบี(ศ็อลฯ) นาง ไดบอกแกท านหญงิ อซั มาอว า “แทจ ริงทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)จะช่นื ชอบตอ หญิงทที่ านเขา หายงิ่ นัก ถา หากนางจะพดู กบั ทานวา ขา ขอความคมุ ครองตอ อลั ลอฮใ หร อดพนจากทาน” จดุ ประสงคของนาง ทซ่ี อนอยูเบ้ืองหลังการสอนเชนน้ี ก็คือ ตอ งการจะใหท า นหยา ขาดกับหญงิ คนนัน้ อยา งถาวร เพราะนางทท่ี า นนบี ไดห ยา ไปก็เพราะสาเหตจุ ากคําพดู ประโยคนนี้ ั่นเอง (๔๓) และนางยงั มี มารยาทที่ ไมด ีตอคุณานคุ ณุ ของทานนบ(ี ศ็อลฯ)จนถงึ ขนาดวา เมอ่ื ทา นทาํ นมาซ นางไดย ืดเทา ท้งั สองของนางไปขวางหนา ทาน จนเมื่อทา นสุดู ทา นก็ผลักออกไป แลว นางจึงหด เทา ของนาง คร้ันพอทา นยนื ตรง นางก็กลับยดื เทาทงั้ สองไปขวางทางกบิ ละฮข อง ทานอกี (๔๔) นางและทา นหญงิ ฮฟั เศาะฮ ยงั ไดรวมกนั วางแผนการตอทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ล ฯ)อกี ครั้งหนงึ่ จนกระทงั่ เปน เหตทุ าํ ใหทา นตองแยกทน่ี อนกบั ภรรยา ของทา นเปน เวลาหนึง่ เดอื น เตม็ (๔๕) ครั้นเมอ่ื อลั ลอฮลงโองการมาวา : จงเขาหา คนใดในหมูพ วกนางตามที่เจา ประสงค และ จงปลกี ตัวจากนางตามที่เจา ประสงค” และนางยงั ไดกลาวกบั ทา นนบอี ยา งไมมคี วามละอายวา : “ฉันเหน็ แตเ พยี งวา อลั ลอฮ ทําใหท า นรวดเรว็ (สาํ เร็จ)ในความใครข องทา น” (๔๖) และเมอ่ื ยาม ใด ที่ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮโกรธ(ซง่ึ มมี ากมายหลายครัง้ ทนี่ างโกรธ) นางจะปฏเิ สธ การสาบานแลว เอย ช่ือทา นนบวี า “มุฮัมมดั ” หากแตจ ะกลา ววา “ขอสาบานตอ พระเจา ของอบิ รอฮมี ”(๔๗)
ทานหญงิ ยงั ปฏบิ ตั ิไมด ีตอ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)อยางมากมาย และเคย กระแทกกระทนั้ ใสทา น แตท วา ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) เปน คนมีความเอน็ ดู เมตตา เสมอ จรยิ ธรรมของ ทา นนน้ั สูงลา้ํ นกั และมคี วามอดทนเปน เลศิ ดังนั้น จงึ มหี ลาย คร้ังทท่ี า นกลา ววา : ชยั ฏอนของเธอ ครอบงาํ เธอเสยี แลว โออ าอชิ ะฮ” และหลายคร้ังทท่ี า นหมดหวงั เน่ืองจากการคาดโทษของ อัลลอฮท ี่มตี อ นางและตอทา น หญิงฮฟั เศาะฮ บินต อมุ รั หลายครงั้ ดวยกันท่ีอลั กุรอานถูก ประทานมาในสาเหตเุ กย่ี วกบั นาง ดงั ท่ี พระผทู รงเกรกิ เกียรติตรสั แกนาง และแก ทานหญงิ ฮฟั เศาะฮ วา : “ถา หากเจาทงั้ สองกลับตวั ตอ อลั ลอฮ ดังนนั้ แนน อน หัวใจของเจาทั้งสองไขวเขวเสียแลว” หมายความวา รวนเรหันเหจาก ความ ถูกตอ งชอบธรรมนั่นเอง(๔๘) พระองคทรงมโี องการวา : ถึงแมเจา ทง้ั สองจะแข็งขอตอเขา ดังนน้ั แทจรงิ อัลลอฮ คือผู คมุ ครองเขา และญิบรีล และผทู รงคุณธรรมในหมูผศู รทั ธา และ มะลาอกิ ะฮ จะเปน ผชู ว ยเหลอื หลังจากนนั้ ” นค่ี ือ การคาดโทษตอนาง และ ทา นหญงิ ฮัฟเศาะฮอ ยางชดั เจนจากพระเจาผทู รง อานภุ าพ ซง่ึ แสดงใหเหน็ ถงึ ความผดิ พลาดอยา งมากมายในการกระทาํ ตา งๆ ของนาง อัลลอฮยงั ทรงตรัสตอ คนทั้งสองอกี วา “บางที ถา หากเขาหยา ขาด จากพวกเจา พระผู อภิบาลของเขาจะเปล่ยี นภรรยาทด่ี กี วาพวกเจาใหแ กเ ขากไ็ ด ทเี่ ปนสตรผี นู อบนอ ม สตรีผศู รทั ธา” โองการเหลาน้ี ถูกประทานลงมาในเร่ืองของ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮและทา นหญิงฮฟั เศาะฮ โดยการ ยืนยนั ของทานอุมรั บนิ ค็อฏฏอบ ดงั มีรายงานอยใู นซอเฮยี ะหบ คุ อร(ี ๔๙) โองการนเ้ี พยี งวรรคเดียว กเ็ ปน หลกั ฐานแสดงวา ยงั มสี ตรีผศู รทั ธาในหมบู รรดาชาวมุสลมิ อีกมาก ท่ีดกี วา ทา นหญงิ อาอิ ชะฮ คร้ังหนงึ่ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ตองการจะสขู อสตรแี หงอชั รอฟ จากมวลหมู บุตรีของดะฮียะฮ ในตระกลู อัลกัลบีย จงึ ขอรอ งใหทา นหญิงอาอชิ ะฮ เดินทางไปดูตัวนาง ครัน้ พอ ทานกญิงกลบั มา ปรากฏวา ในหัวใจของนางถูกกัด กรอนดว ยแรงอจิ ฉารษิ ยา เมอื่ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)ถามวา “เธอไปเหน็ อะไรบา ง โออ าอชิ ะฮ ?” นางตอบวา “ฉนั ไมเห็นมใี ครคคู วร สักคน” ทา นศาสนทูต แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)จงึ กลา ววา “เธอเหน็ คนทีค่ ูควรอยูบ า งแลว แนนอน แต นาํ้ ลายของ เธอ มนั บดู อยใู นปากของเธอเอง” (เธอจงึ ไมอ ยากพูด)นางจงึ กลา ววา : โอทา นศาส นทตู แหง อลั ลอฮ ไมม ีความลบั ใดๆปกปด ทา นไดเ ลย ใครเลาจะสามารถปด บัง ทานได” (๕๐) ทกุ ส่งิ ทุกอยา งทท่ี า นหญงิ อาอชิ ะฮไดกระทาํ ตอ คณุ านุคณุ ของทานนบี (ศ็อลฯ) นน้ั มักจะ มาจากแผนการณท ่ีนางไดว างแผนรว มกบั ทานหญงฮิ ัฟเศาะฮ บุตรีของ ทานอมุ ัร อยเู สมอมา นบั เปนเรื่องทนี่ า แปลกใจสาํ หรับเราอยา งย่ิง ทเ่ี ราพบความ เขา ใจดตี อกนั และความรว มมอื กนั อยางสมบรู ณระหวา งสตรีทงั้ สองคน นน่ั คอื ทา น หญิงอาอชิ ะฮก บั ทานหญงิฮฟั เศาะฮ ซงึ่ เหมือนกบั ความรว มมือกนั และความเขาใจ ดตี อกันระหวา งบดิ าของคนทงั้ สอง นน่ั คอื อะบูบักรและ
อมุ รั อยางไรกต็ าม อยา ไรก็ตามในบรรดาสตรนี นั้ ปรากฏวา ทานหญิงอาอิชะฮม กั จะเปน คนกลา หาญ เขม แขง็ และตัดสินใจรีบดวนเสมอ อีกทงั้ ยงั เปนคนทเ่ี ดินตามแผนท่ที า นหญิง ฮฟั เศาะฮ บุตรสาวของทา นอมุ ัรผอู ยูเ บอ้ื งหลงั วางไวให ขณะเดยี วกับท่ีบดิ าของ นางจะเปน คนออ นแอ ยาม อยตู อหนา อมุ รั ซงึ่ เปน คนกลา หาญ เขม แขง็ และ ตัดสนิ ใจรีบดวนในทกุ กรณี และแนน อนเรา มองเหน็ วา ในบทวิเคราะหท ีผ่ า นมา แมก ระทัง่ ในเร่อื งตําแหนง คอลฟี ะฮของทา นเอง กป็ รากฏวา อิบนคุ ็อฏฏอบ นนั่ เอง ที่เปน ผปู กครองตวั จรงิ บรรดานกั ประวตั ศิ าสตรบางทา นเลา วา เมอื่ ครง้ั ที่ ทานหญงิ อาอชิ ะฮ ตัดสนิ ใจเดนิ ทพั ไปยังเมอื งบัศเราะฮ เพ่ือทําสงครามกบั อมิ าม อะลี เมอ่ื คร้งั ที่ ถกู เรียกขานวา สงครามอูฐนนั้ นางไดส งขาวไปยงั บรรดาภรรยาของ ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) มารดาของ ศรทั ธาชน เพอื่ ขอรองใหพ วกนางเหลา นนั้ ออกมาทํา ศกึ รวมกับนาง แตไ มมใี ครตอบรับคําเช้ือเชญิ ของนางเลย นอกจากทา นหญิงฮฟั เศาะฮ บนิ ต อมุ ัรคนเดียวเทา นนั้ ทเี่ ตรยี มทัพเพอ่ื จะออกไปทํา ศกึ รว มกบั นาง แตทา นอบั ดลุ ลอฮ บิน อมุ รั พ่ชี ายของนางสะกดั กนั้ และหา มนางไว ดังนน้ั การ เดนิ ทางของนางจงึ ถูกยกเลกิ ไป(๕๑) ดว ยเหตนุ เี้ อง ทอ่ี ลั ลอฮ ไดท รงคาดโทษตอ ทา นหญงิ อาอิ ชะฮแ ละทา นหญิงฮฟั เศาะฮเ อาไว พรอมๆ กันในโองการของ พระองคค วามวา : และถาหากเจา ท้ังสองแสดงความละเมิดตอเขา ดงั นนั้ อลั ลอฮคอื ผคู มุ ครองเขา และญบิ รลี และผูมี คุณธรรมในหมูผศู รัทธา และ มะลาอกิ ะฮ จะเปน ผชู ว ยเหลือภายหลงั จากนน้ั ”ทาํ นอง เดยี วกบั ทรง มีโองการ วา : “ถา หากเจา ทัง้ สองกลบั ตวั ยงั อัลลอฮ ดงั นนั้ แนน อน หัวใจของเจา ทง้ั สอง ไดหนั เหเสียแลว” อลั ลอฮย ังไดทรงยกตวั อยา ง มาเปรยี บเทียบกบั คนทงั้ สอง เพ่อื เปนการยํา้ เตอื นในซเู ราะฮอัตตะหฺรมี เพอ่ื สอนใหน างทง้ั สองและคนมุสลมิ ทง้ั หลายทเ่ี ชื่อมน่ั วา มารดาแหง ศรทั ธาชนนนั้ จะไดเ ขาสวรรคโ ดยไมต อ งถกู สอบสวน ไมตองถกู ลงโทษ เพราะวา สามขี องนางคอื ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) ใหร ับรวู า ไมจรงิ ตามนน้ั เลย เพราะอัลลอฮทรงสอนบา วของ พระองคทงั้ ชาย หญงิ ใหรูวา ฐานะเปนสามีภรรยา มอิ าจใหค ณุ ใหโทษแกกนั ได แมกระทง่ั จะเปน ภรรยาของทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)เอง แตส่ิงทจ่ี ะใหคณุ ใหโ ทษตามทัศนะ ของอัลลอฮน น้ั คือผลงานของมนษุ ยเ พยี งอยา งเดยี ว พระองคท รงตรสั ไวว า : “อลั ลอฮทรงยกตวั อยา งหนง่ึ ข้ึนมาสําหรบั บรรดาผูปฏิเสธ นนั่ คอื ภรรยา ของนูห และภรรยาของลฏู นางทงั้ สองอยู ภายใตก ารปกครองของบา วท้ัง สองในหมูป วงบา วผมู คี ุณธรรมของเรา แตแ ลว นางทง้ั สอง ไดฉ อฉล ตอ เขาท้ังสอง ซง่ึ จะไมมีสงิ่ ใดคุมกนั นางทง้ั สอง ณ อลั ลอฮได จะมกี ารกลา ววา เจา ท้งั สองจงเขานรกพรอ มกบั บรรดาผทู ีเ่ ขา ไปเถิด” (อัตตะหฺรีม๑๐) และอลั ลอฮท รงยกตวั อยา งหนงึ่ ข้นึ มาสาํ หรับบรรดาผูศรทั ธา นนั่ คือ ภรรยาของฟร เอาวน เม่อื นางกลา ววา : โอพระผอู ภบิ าลของขา โปรดสรางบา น ใหแกข า ในสวรรคไ ว ณ พระองค และ โปรดใหข าปลอดภัยจากฟร เอาวน และการ งานของเขา และโปรดใหขา ปลอดภัยจากกลุมชนผู อธรรม และมรั ยัม บตุ รสาวของ อมิ รอน ซึง่ นางไดป กปอ งรักษาอวยั วะเพศของนางใหบ ริสทุ ธิ์
ดงั นนั้ เราไดเปา วญิ ญาณจากเราในนนั้ และนางเชอื่ มน่ั จรงิ ตามพจนารถตางๆ ของพระผูอภิบาล ของนาง และคมั ภีรทง้ั หลายของพระองค และนางคอื คนหนงึ่ จากบรรดาผูมน่ั คง (อตั ตะหรฺ ีม ๑๑๑๒) ในเรอ่ื งน้ี คงจะอธิบายแกท ุกคนไดว า ฐานะการเปน สามีภรรยา และ สาวกนนั้ แมจะมี ความประเสรฐิ มากมายกจ็ รงิ อยู แตอยา งไรเสียทง้ั สองฐานะ ยังไมสามารถคุม กันการลงโทษ จากอัลลอฮไ ด เวน แตจะอยคู ูกันไป ดวยการ ประกอบการงานทด่ี งี าม มิฉะนนั้ แลว จะถอื วา การ ลงโทษจะยงิ่ เพิ่มเปน ทวคี ณู เพราะหลกั ยุติธรรมของอัลลอฮ มอี ยวู า จะไมท รงลงโทษคนทย่ี ัง หา งไกลซงึ่ ไมไ ดย ิน เร่อื งของวะหยฺ ู เหมือนกับคนใกลชดิ ท่อี ลั กุรอานถกู ประทานลงมาในบา นของ ตน และคนทร่ี จู กั สจั ธรรมแลว กลับทรยศ ก็เหมอื นกับคนโงเขลาท่ีไมร จู กั สัจธรรม นน่ั เอง ทานผูอ านท่ีรกั บดั นี้ทา นไดร ับรรู ายงานตางๆ บางเร่อื งโดยละเอยี ดแลว เพื่อทา นจะได ยอมรบั วา บุคลกิ ภาพของสตรีคนนเ้ี อง ท่มี บี ทบาทอันใหญหลวง ในการทาํ ใหท า นอะลีตอ ง หางไกลออกจากตําแหนง คอลฟี ะฮ และทาํ การสูรบ กับทาน ดว ยการเตรยี มกําลงั อยา งพรอ มสรรพ เพอื่ ใหท านไดยอมรับอกี อยา งหนงึ่ วา โองการวาดว ยการขจดั มลทนิ และ ชาํ ระขัดเกลาให สะอาดนน้ั หา งไกลกบั นางราวฟา กับดนิ และยอมรบั อีกดวยวา อะหลซิ ซนุ นะฮน ั้น สว นมากได ปลอมแปลง และกลาวเท็จ ดังนน้ั พวกเขาคอื ผูป ฏบิ ตั ิตามบะนีอมุ ัยยะฮโ ดยไมรตู วั นน่ั เอง ทานมารดาแหง ศรทั ธาชน อาอชิ ะฮ เปน พยานใหแกต ัวเอง เราควรจะไดรบั ฟง ทานอาอชิ ะฮรายงานถงึ ตวั เอง และวา ความอจิ ฉาได ขจดั ความถกู ตอ ง ชอบธรรมของนางอยางไร ดังทนี่ างไดแ สดงอาการหนุ หนั พลนั แลน กบั คุณานุคณุ ของทานนบี (ศอ็ ลฯ) อยางไรม ารยาททส่ี ดุ โดยนางกลา ววา : ซอฟ ยะฮ ภรรยาคนหนง่ึ ของทา นนบไี ดฝาก อาหารท่ีนางปรุงมาใหท า น ในขณะทที่ า น อยกู บั ฉนั เอง ครน้ั พอฉนั เหน็ สาวใชเ ทา นน้ั เอง ฉนั รสู ึก ฉุนเฉียวดวยความโมโห เดือดดาลอยางสดุ ขดี ฉันจึงฉวยภาชนะนนั้ แลว ขวางมนั ไป” นางกลา วอกี วา : ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)จอ งมาท่ีฉนั จนฉันรถู งึ ความโกรธในสหี นา ของทาน ดังน้ัน ฉันจึงกลา ววา : ฉันขอความคมุ ครองตอ ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ อยา ได สาปแชง ฉันในวนั นเ้ี ลย” นางเลา วา แลว ทา นกก็ ลา ววา : จงแกไ ขมนั เสียซิ ฉนั กลาววา โอท า นศาสนทูตแหงอัลลอฮ การ ชําระความผดิ ในเรอ่ื งนเ้ี ปนอยา งไร? ทา นตอบวา “ตองเปนอาหาร ชนิดเดยี วกับอาหารนน้ั และ ตองเปนภาชนะอยา ง เดียวกบั ภาชนะนั้น” (๕๒) อีกครง้ั หนง่ึ นางไดร ายงานดว ยตัวของนางเองวา : ฉนั ไดพ ดู กบั ทา นนบีวา พอแลวสาํ หรับ ทา น เกยี่ วกบั ซอฟย ะฮ เพราะเหตนุ นั้ ๆ แลวทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ก็กลา วกบั ฉนั วา “แนนอนเธอไดพดู ถอ ยคาํ ท่ีถาหากผสมลงในทะเล นาํ้ ทะเลจะตอ งเปลี่ยน เปน สีของมันอยา งแนแท” (๕๓)
มหาบรสิ ทุ ธิแ์ ดอัลลอฮ อยทู ี่ไหนกนั เลา จรยิ ธรรมและสิทธิข้ันพ้ืนฐานซง่ึ อิสลามวางเปน ขอ บัญญตั ิไว โดยหามการนินทาวารายลบั หลงั โอม ารดาแหง ศรัทธาชน ? ไมต อ งสงสัยเลยวา คาํ พดู ของนางทวี่ า พอแลวสาํ หรบั ทา น เกย่ี วกบั ซอฟย ะฮ เพราะเหตนุ น้ั ๆ และคํากลา วของทา นศา สนทูตที่วา มนั เปน คาํ พดู ทถ่ี า หากผสมลงในทะเล น้ําทะเลจะตองเปลีย่ นเปน สขี องมันอยางแนแ ท กเ็ พราะวา ทา นหญิงอาอชิ ะฮไดพ ูดในทางใหร ายแกมารดาแหงศรทั ธาชนซอฟย ะฮ อนั เปน เรอื่ ง รนุ แรงอยางยงิ่ ทเี ดยี ว และเปน คาํ พูดท่ีปน นํา้ ใหเ ปน ตวั ขาพเจา เชอ่ื เหลือเกนิ วา นักรายงานฮะดิษเองคงตระหนกั ในความราย แรงของถอยคํานัน้ พวกเขาจงึ เปลีย่ นมาใชค ําสรปุ ๆ ลงในวรรคนน้ั แทน โดยใช คาํ วา “อยางนน้ั ๆ (กะซา วะกะซา) ดงั เปน ประเพณปี ฏิบตั ิของพวกเขาเสมอ เมอ่ื พบกบั ประเด็นปญ หาประเภทน้ี นค่ี อื ทา นหญิงอาอชิ ะฮ มารดาแหง ศรทั ธาชน นางไดเ ลาอกี ครั้งถึง ความ อจิ ฉาของนาง ที่ มตี อบรรดามารดาแหงศรัทธาชน โดยนางกลาววา ฉนั ไมเ คย หงึ คนใดนอกเหนอื จากความหงึ อนั ที ตอ นางมารยี ะฮ ทง้ั นกี้ ็เพราะนาง เปน สตรี ทส่ี วยงาม และทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮช อบเธอมาก ตงั้ แตค รงั้ แรกท่ี ทา นนาํ นาง มาพกั ที่บา นของฮารษิ ะฮ บิน นอุ ม าน พวกเรารูสึกเจบ็ แคนตอนาง ดังนนั้ ฉัน จงึ รสู ึกกังวลใจ ดงั นนั้ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮจ ึงสงนาง ไปอยยู ังทีส่ งู แลว ทา น ก็ไปหา นางนนี่ ่นั ซึ่งนน่ั คอื สงิ่ ทย่ี งั ความหนกั ใจแกเ รา เปน อยางย่ิง ตอ จากนนั้ อลั ลอฮก ็ทรงประทาน บตุ รชายทีเ่ กิดจากนางใหแกท า น แตพ ระองคทรงหาม พวกเรา มิใหม บี ตุ รกับทา นเลย (๕๔) ขณะเดียวกนั ทา นหญงิ อาอชิ ะฮก ็ไดก ลาวถึงความอิจฉารษิ ยาของนางทมี่ ี อยา งตอเนื่อง กบั ทา นหญงิ มารียะฮ จนถงึ ขั้นใหร า ยตอ ทานอิบรอฮมี ทารกนอ ย ผบู ริสุทธิ์ นางไดกลา ววา เม่ืออิบรอฮีมคลอดทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮก ไ็ ดนาํ เขา มาหาฉัน แลว ทานกก็ ลา ววา : “เธอจงดคู น ที่เหมอื นกับฉนั ซ”ิ ดงั นนั้ ฉนั จงึ ตอบวา “ฉนั ไมเหน็ จะเหมือนเลย” แลวทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ จึงกลา ววา : เธอไมดูท่ี ความขาวผองและความอวบของเขาดอกหรือ? ทานหญงอาอิชะฮเ ลา วา ฉันไดตอบ ทา นวา “ลูกใครกไ็ ด ถา เล้ยี งดวยนมแพะ กจ็ ะขาว จะอวบดว ยกนั ทง้ั นั้น” (๕๕) ความหงี หวงของนางเกินขอบเขต และอยูนอกเหนอื เหตผุ ลใดท้งั ปวง คือมากจนถงึ ขนั้ ท่ี คิดสงสยั และสบั สนในตวั ของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ซงึ่ เรื่องสว นใหญก ็เกย่ี วกบั เรอ่ื ง หลบั นอน เม่อื คร้งั ทีท่ า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ คางคืนทบ่ี า นของนาง แตน างก็คอยจบั ตาสอดสอ งดู สามีของนาง และลอบ สะกดรอยตามหลงั ออกไปยงั สถานทที่ ท่ี า นไปในยามค่ําคืน จะใหผูอา นไดดู รายงานจากวาจาของนางเอง ดงั ทที่ านมุสลมิ ไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหของทา น และอิมามอะหฺ มัด บนิ ฮันบลั ก็ไดร ายงานไว ในมสุ นดั ของทา น และในหนงั สอื ของ ทา นอน่ื ก็มี คือนางไดก ลา ววา เม่ือถึงคนื หนงึ่ ทที่ า นนบ(ี ศอ็ ลฯ)อยูกับฉนั ทา น กเ็ ขามา และวางเสอื้ คลุมของทา นลง และถอด รองเทาออกแลว วางไวท ่ปี ลายเทาของทา น และทา นไดค ลผี่ า ปนู อนของทา นกางลงบนที่นอนของ ทา น แลวทานกน็ อนลง แตไมนานเทา ใดนกั ทา นคงนกึ ในใจวา ฉันหลบั ไปแลว ดงั นน้ั ทา นจงึ คอยๆ
หยิบ เอาผา หม และรองเทา ของทา นมาสวมชาๆ แลว ก็เปดประตูออกไป ตอมาทาน ก็รีบปดโดยเรว็ ดังนนั้ ฉนั จงึ หยบเอาเส้ือคลมุ ข้ึนมาวางบนศรี ษะของฉนั เพอ่ื คลุม ตัวของฉนั ไว และวางผาคลมุ ไหล ทบั ลงไป ตอจากน้ันฉนั ก็รบี สะกดรอยตามทา น ไปจนกระทงั่ ถงึ อัลบะกอี ทา นกห็ ยุดยนื อยเู ปน เวลานาน หลงั จากนนั้ ทา นกไ็ ดย ก มอื ข้นึ สามครั้ง หลงั จากนนั้ กห็ นั กลบั มา ฉนั จงึ รบี หนั หลงั กลบั ทานกร็ บี เดิน ฉนั ก็ รีบเดิน แลว ทา นกว็ งิ่ ฉนั กว็ ง่ิ แลวฉนั กช็ นะทา นจนได ครั้นพอฉนั เขาในบานแลว ฉันก็ไมท าํ อะไรอีก นอกจากรีบนอนทันทเี ลย แลวทา นกเ็ ขามา ทา นถามวา “โออ าอชิ ะฮ ทาํ ไมเธอ จงึ เปนคนขี้สงสยั หวาดระแวงอยา งน้ี ? นางเลา วา ฉนั ได กลา ววา : ไมม ีอะไรหรอกทา น ทา นกลา ว วา เธอจะบอกฉันเอง หรือจะใหพระองค ผูทรงการุณยบอกฉนั ? นางเลา วา ฉนั ไดก ลา ววา “โอ ทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ ทง้ั บดิ าและมารดาของฉนั เปนสทิ ธขิ องทา น” แลว ฉนั กเ็ ลา ทานตามนน้ั ทาน ถามวา “เธอคือคนชดุ ดาํ ทฉ่ี นั เหน็ ขางหนา ฉนั ใชไ หม ? ฉนั ตอบวา ใช ทา นไดกดลง ทห่ี นาอก ของฉันเต็มแรง จนฉนั รูสกึ เจบ็ ปวดไปหมด แลวทา นกก็ ลา ววา เธอสงสยั ใชไ หมวา อัลลอฮแ ละศา สนทูตของพระองคจ ะอยตุ ธิ รรมกบั เธอ ...(๕๖) อีกครั้งหนง่ึ ทา นหญิงไดเลาวา ฉนั เหน็ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) หาย เงยี บไป ฉัน จงึ เขา ใจวา ทานคงไปหาภรรยาอีกบางคนของทา นแน ดงั นนั้ ฉนั จงึ ออกตามหาทา น แตแ ลวก็ พบวา ทา นกาํ ลงั สุ ดู อยู พลางกลา ววา “รอ็ บบฆิ ฺ ฟร ลยี ” (โอพ ระผูอภบิ าล ของขา โปรดอภยั ใหข า ดวย) (๕๗) และคร้ังหน่งึ นางเลา วา “แทจริงทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ ไดออกไปจากฉนั ในตอน กลางคนื นางเลา วา “ฉันรสู กึ หึงหวงทาน นางเลา อกี วา ดังนนั้ แลว ทา นก็เขามา เมอ่ื ทา นเหน็ วา ฉนั กาํ ลงั ทําอะไรอยู ทา นกพ็ ดู วา “เธอเปน อะไรหรืออาอิชะฮ เธอหงึ หวงหรอื ? ฉนั จงึ กลาววา “ทาํ ไม ฉันจะไมห ึงหวง ถา ใครเปน คนอยางฉนั และมใี ครเปน คน อยางทา น! ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮจ งึ กลา ววา : ชยั ฏอนในตวั เธอ ฉดุ เธอไป แลว หรือ?...(๕๘) และนคี่ ือรายงานบทหนงึ่ ที่เปนหลกั ฐานแสดงใหเ หน็ วา เม่ือนางมคี วาม หึงหวง นางจะ เกินเลย ออกนอกขอบเขต และจะกระทาํ ในสงิ่ แปลกๆ เชน ทบุ ทาํ ลายภาชนะ หรือฉกี ทึ้งเสือ้ ผา เปน ตน เพราะฉะนนั้ ในรายงานบทนี้ นางจึงเลาววา เมอื่ ทา นเดนิ เขา มาเหน็ ในสง่ิ ทฉี่ นั กําลงั กระทาํ ทานจงึ กลา ววา : “ชยั ฏอนใน ตวั เธอ ฉุดเธอไปแลวหรือ ?” ไมต องสงสัยเลยวา ชยั ฏอนในตัวของทา นหญงิ อาอิชะฮน ้ัน ไดฉ ดุ เอา ตัวนางไป หรือ ครอบงําจิตใจนางหลายครัง้ และไดอ าศัยหัวใจของนางเปนหนทาง สาํ หรับความอจิ ฉาริษยา ดงั มี รายงานจากทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)กลา ววา : “ความหงึ หวงของสามี ถอื เปน ความ ศรทั ธา แตค วามหงึ หวงของภรรยา ถือเปน การปฏิเสธ(กุฟร) ” หมายความวา สามจี ะตองหงึ หวง ภรรยา เพราะเหตวุ า ไมเ ปน ที่ อนญุ าตตามหลกั ศาสนาท่จี ะยอมมีคนใดมีสทิ ธริ วมกับเขาในตวั ภรรยา สว น ภรรยาน้ัน ไมม สี ิทธิในการหงึ หวงสามี เพราะอลั ลอฮทรงอนุมัตใิ หเขา มีภรรยา ได มากกวาหน่งึ คน สว นภรรยาทดี่ ี ท่เี ปน ผศู รัทธาจะตองเปน ผยู อมรับตอกฎ ของอลั ลอฮ โดยตอ ง
ยอมรบั ในบททดสอบทีม่ ตี อ นาง โดยเฉพาะในเมื่อสามขี องตน เปน คนยตุ ธิ รรม เทย่ี งตรง เกรง กลวั อลั ลอฮ แลวทา นผอู า นจะกังวลไปใยกับคน อยา งประมขุ ของมนษุ ยชาติ ผูซงึ่ เพรยี บพรอ มดว ย ความสมบูรณ ความยตุ ธิ รรม และจริยธรรมอนั ยงิ่ ใหญ ? กระท่งั วา เราไดพ บขอขดั แยง อยางชัดเจนในเรอ่ื งทวี่ า ทา นนบมี คี วามรักตอ ทา นหญงิ อาอิ ชะฮเ ปน พิเศษ ตามท่อี ะหล ซิ ซนุ นะฮวลั ญะมาอะฮไดกลา วไว เชน กลา ววา นางเปน ภรรยาสดุ ที่รกั ของทาน และเปนคนมเี กียรติที่สดุ ในทศั นะ ของทา น จนกระทงั่ พวกเขาไดรายงานวา มภี รรยาของ ทา นนบเี องบางทา นถึงกบั ยนิ ยอมยกวาระของพวกเธอใหแ กน าง เมือ่ พวกเธอรูวา ทา นนบี(ศ็อลฯ) รักนางมาก และขาดนางไมได ถา เมือ่ เชน น้ี จะเปน ไปไดห รือท่เี ราจะพบการใหเหตุผลและ คาํ อธบิ ายถงึ เรอ่ื งความหงึ หวงอยา งเหลือลนของทา นหญิงอาอิชะฮ ? ความเปน ไป ในทางตรงกัน ขามนน่ั เอง จงึ จะถือวา ถูกตอง หมายความวา บรรดาภริยาของ ทา นนบ(ี ศ็อลฯ)นน่ั เอง นา ทจ่ี ะหึง หวง ตอ ทา นหญิงอาอชิ ะฮ เนอ่ื งจากทา นรักนางมาก และเอนเอียงไปหานางมาก ดังทพี่ วกเขา รายงาน ในเมอ่ื ปรากฏวา นางเปน ทโ่ี ปรด ปรานของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)ปานนน้ั จะมีเหตุผลอะไร ใหนางตอ งหงึ หวงอกี ? ประวตั ิศาสตรมไิ ดบอกเลาอะไรเลย นอกจากเทา ทนี่ างไดร ายงานไวเ อง และตาํ ราใดๆ ทางดานชวี ประวัตกิ ม็ ไิ ด กลา วถงึ อะไรเลย นอกจากคาํ ชมเชยของ นางเอง วา นางคือ ภรรยาสุดท่ี รักของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) เปน ท่โี ปรด ปรานจนทา นไมสามารถแยกตวั ออกจากนาง ได ขาพเจา เชื่อเหลอื เกนิ วา เรอ่ื งราวเหลานที้ ง้ั หมด ตองมาจากพวกตระกลู อุมยั ยะฮ ซง่ึ พวก เขารกั ใคร และยกยองใหเ กยี รตติ อ ทานหญงิ อาอชิ ะฮม าก โดยเหตุผลทวี่ า นางทาํ หนา ทรี่ บั ใช ผลประโยชนข องพวกเขา โดยรายงานเรอื่ งราว ทพี่ วกเขารักชอบ และทําสงครามกบั ศตั รูของพวก เขา นน่ั คือ ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ ขณะเดยี วกนั ขา พเจา ก็เช่ือวา ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮ( ศ็อลฯ) มิไดร กั นาง เลย โดยสิ่ง ตา งๆ ทน่ี างไดกระทาํ ตอ ทา น ดังทเ่ี ราไดอ ธิบายผา นมาแลว ! ทาน ศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) จะรักอยางไรตอ คนท่ีพดู โกหก ตฉิ นิ นนิ ทา และพดู ใหร า ย อีกท้ังยงั ตัง้ ขอสงสัย ตอ อัลลอฮและศา สนทตู ของพระองค และคดิ วา ทั้งสอง อยุติ ธรรมกับนาง ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) จะรัก อยางไรกบั คนที่คอยสะกดรอย ทา น และออกจากบา นโดยมไิ ดร บั อนญุ าตจากทา น เพอ่ื ตอ งการจะ รูวา ทา นไปไหน ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) รกั อยา งไรกับคนทก่ี น ดา บรรดาภรรยาของทาน ตอ หนา ทา น ถึงแมวา นางเหลา นน้ั จะตายไปแลว ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ)จะรกั อยางไร กบั คนทโ่ี กรธเกลยี ดทา นอบิ รอฮีมบตุ รชายของทาน และใสรายปา ยสี ทานหญงิ มารยี ะฮม ารดาของ ทานอิบรอฮมี (๕๙) ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) จะ รักอยา งไร กบั คนทนี่ าํ เรอื่ งเท็จเขา มาใน ระหวา งทานกบั บรรดา ภรรยาของทา นใน คร้ังหนง่ึ และอีกคร้งั หนึง่ ไดแ สดงความเคียดแคนชิงชงั
และกอ เหตเุ พอ่ื ใหทา นหยา รางกบั พวกนาง ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)จะรักอยางไร กับคน ทโี่ กรธเกลียด ทา นหญงิ ซะฮร ออ บตุ รสาวของทา น อกี ทง้ั โกรธเกลยี ดพ่นี องของทา น และบุตรชาย ทา นลงุ ของทา น คอื ทา นอะลี บิน อะบี ฏอลบิ จนถงึ ข้นั ไมยอมเอย ชอ่ื และไมเ คย ช่นื ชมทา นเลย เปนชีวิตจติ ใจ ไมว าจะเปน ความดีใดๆ(๖๐) ทงั้ หมดเหลาน้ี และยงั มอี ีกมากมายท้งั ท่ีเกิดขนึ้ ใน สมยั ทา นศาสดา(ศอ็ ลฯ)มชี ีวิตและหลังจากทท่ี านวะฟาตแลว กลา วคอื สิ่งเหลา นนั้ ไดเกดิ ข้นึ แลว โดยไมมีอปุ สรรคใดๆ ขัดขวางเลย พฤติกรรมเหลา นท้ี ั้งสน้ิ อลั ลอฮและศาสนทตู ของพระองคจะตองชงิ ชงั และทัง้ สองจะไม โปรดปรานผูกระทําในส่ิงนนั้ ๆ แนน อน เพราะอลั ลอฮ คือผูทรงไว ซึ่งสัจธรรมและศาสนทูตของ พระองคค ือเปน แบบอยางของสจั ธรรม จงึ เปน ไปมิได ทที่ า นจะรักบคุ คลที่มิไดอยูก บั สัจธรรม จากบทวิเคราะหท ่ผี า นมาตงั้ แตต น จะทําใหเรารวู า ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) มิไดร กั นางเลย ยง่ิ กวา นนั้ ทา นยงั เตือนประชาชาติของทานใหร ะวัง ความเสยี หายอนั เกดิ จากนาง ไวแลวดว ย(๖๑) ขาพเจา เคยซกั ถามบรรดาผอู าวโุ สของเราครั้งหนง่ึ วาเหตใุ ดที่ทา นนบรี ัก ทา นหญิงอาอิ ชะฮอยา งทว มทน จนไมม ีใครเสมอดวยนางเลย ผูรูท านหนง่ึ ตอบวา : เพราะนางเปน คนสวย และรางเล็ก อกี ท้งั ยังนางเปน สาวบริสุทธ์ิ เพยี งคนเดียวทท่ี า นไดอ ยูก นิ ดว ย โดยยังไมเคยผา นชายใดมากอนเลย อีกทา นหนง่ึ ตอบ วา เพราะนางเปน บตุ รสาวของอบูบกั รอัศศดิ ดกี สหายผตู ิด ตามทา นถงึ ในถา้ํ คนที่สามตอบวา : เพราะนางสามารถจดจําเร่อื งราวตางๆ จากทา นศาสน ทูตแหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)ไดมากถงึ ครึง่ หน่ึงของศาสนา ดงั นน้ั นางคือสตรีผมู ีความรู ความชาํ นาญดา นศาสนา คนท่ี สี่กลา ววา : เพราะญิบรออลี เคยเสดจ็ ลงมาใน รปู รางของนาง และไมเคยเสด็ จมาหาทา นนบี ณ ท่ี ใด นอกจากในบานของนาง ขณะเดยี วกนั ทานผอู า นสังเกตไดว า คาํ แอบอา งตา งๆเหลา น้ี มไิ ดต ้งั อยกู ับ หลกั ฐานใดๆ เลย ไมสอดรับกับสตปิ ญ ญา และความเปนจริง ดงั ทเ่ี รากาํ ลงั จะนํา หลักฐานมาหกั ลา งใหเห็น นน่ั คอื ถา หากทา นศาสนทูตรักนาง เพราะวา นางเปน คนสวย และเพราะวา นางเปนสาวบริสุทธคิ์ น เดียวทที่ านอยกู นิ ดว ย กจ็ ะเหน็ ไดวา ไมม อี ะไรขดั ขวางทา นนบีมใิ หแ ตง งานกับสาวบริสทุ ธิ์ ทงั้ หลายท่ีเพียบพรอ มดวยความ ดแี ละความสวยงาม ซ่ึงหญงิ เหลา น้นั กม็ อี ยมู ากมายในชนเผา ตางๆของชาว อาหรบั และพวกนางเหลา นน้ั ลว นอยใู นวสิ ยั ทที่ านสามารถจะเรยี กหามาได แต อยา งไรก็ตาม บรรดานักประวัติศาสตรไ ดก ลา วถึงความอจิ ฉาริษยาทที่ า นหญงิ อาอิชะฮ มีตอทาน หญงิ ซยั นับ บนิ ต ยะฮช และซอฟย ะฮ บนิ ต ฮยั ตลอดทั้ง ตอ มารียะฮ อัลกบิ ตยี ะฮ เพราะเหตุวา พวกนางสวยกวา ทาน
อิบนุซะอัดไดร ายงานไวในหนังสอื ฏอบะกอต เลม ๘ หนา ๑๔๘ อิบนกุ ะซรี ไดรายงานไวใ น ตารคี เลม ๕ หนา ๒๙๙ วา ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ไดแตง งานกบั มุลีกะฮ บนิ ต กะอบั และสตรผี ูนี้ เปน ที่รูก นั ท่ัวไปวา สวยงามมาก แตแ ลว ทา นหญงิ อาอิชะฮไ ดเ ขาพบนางแลวบอกวา : “เธอไมละอายแก ใจบา งหรอื ทแ่ี ตง งานกบั คนทฆ่ี า บดิ าของเธอเอง” ดังนนั้ นางจงึ กลาวขอความ คุม ครองใหพ น จากทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ดังนน้ั ทา นจงึ หยารา งนาง ตอ มา เครอื ญาติ ของ นาง ไดมาเขา พบทา นนบี(ศอ็ ลฯ)แลวกลาววา : โอท า นศาสนทูตแหง อัลลอฮ แทจริง นางเปน หญงิ ทีย่ งั ออนเยาว และยงั ไมม คี วามคดิ เปนของตนเอง แทจรงิ นางถกู หลอก ดงั นน้ั โปรดคืนดีกบั นางเสียเถิด แตแ ลวทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) ปฏเิ สธ สว นบิดาของนางนนั้ ไดถกู สังหารใน วนั ท่ชี าวมสุ ลมิ สามารถพชิ ติ เมือง มกั กะฮ โดยคอลิด บนิ อัลวะลดี ไดฆ าเขาดวย รายงานบทนี้แสดงหลักฐานอยา งชัดเจนวา ทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) มิไดเนน ท่ี จะแตง งานกบั สตรที ่อี อ นเยาว และสวยงาม หาไมแ ลว ทา นจะไมห ยา ขาดกบั มลุ ีกะฮ บินต กะอบั เปน แน เพราะนางเปนสตรที อ่ี อ นเยาว และสวยงามมาก ขณะเดียกนั รายงานบทนี้ และอืน่ ๆ อกี ได ยืนยนั ถงึ แผนการ ทท่ี า นหญงิ อาอิชะฮ นํามาใชใ นการหลอกลวงหญิงผบู ริสทุ ธ์ิ และทําใหพ วกนาง หมดโอกาสทจี่ ะ แตงงานกบั ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ดังเร่ืองท่ผี า นไปแลววานางอัสมาอ บินต อนั นุอม าน ไดถกู หยารา ง เนอ่ื งจากทานหญงิ อาอชิ ะฮอิจฉาในความสวยงาม ของนาง โดย ทา นไดกลาวแกน างวา : แทจ ริงทา นนบี(ศอ็ ลฯ)จะชอบยง่ิ นัก ถา เมื่อทา น เขา หอ แลว นางจะพูดกบั ทา นวา ฉนั ขอความคมุ ครองตอ อลั ลอฮใหพน จากทา น สว นมุลีกะฮน ั้น ทา นหญิงกระตุนใหน างมี ความเจบ็ แคน ที่บดิ าของนาง ถกู สงั หาร และทาํ ใหนางเขา ใจวา คนทฆี่ านางกค็ ือ ทานศาสนทูต แหง อัลลอฮ ทาน หญิงจงึ พูดกบั นางคนนว้ี า : โดยพูดกบั นางวา เธอไมละอายแกใจบา งหรอื ท่ี แตงงาน กบั คนทีฆ่ า บิดาของเธอเอง ไมปรากฏวา จะมีคาํ ตอบใดของสตรีที่นาสงสาร คนนี้ นอกจาก ขอความคมุ ครองใหพ น จากทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ! เปน ไปได วา ท่ี นางไมพ ดู อยางอน่ื กเ็ พราะวา ในยคุ ญาฮิลยี ะฮน ้ัน ยงั เชอื่ ถอื ในเร่ือง การแกแ คน เปน ประเพณีกนั อยแู ละจะเหยยี ด หยามคนที่ไมช ําระหน้เี ลือด ใหแ กบ ดิ าของตวั เอง เรายงั จะตองซกั ถามกัน และเปนสทิ ธทิ ีเ่ ราจะตองซกั ถามกันวา : ทาํ ไม ทา นศาสนทูต (ศอ็ ลฯ)จงึ หยา ภรรยาทง้ั สองคนนัน้ ทัง้ ๆ ทเ่ี ปนคนบรสิ ทุ ธิแ์ ละตกเปน เหยอื่ แผนการณล วงของทา น หญิงอาอชิ ะฮ ? กอนอนื่ ทงั้ หมด เราจาํ เปน จะตอ งวางมาตรฐานไวกอ นวา ทา นศาสน ทตู แหงอัลลอฮ (ศอ็ ล ฯ) เปนมะอซมู ทานมิไดอธรรมตอ ผใู ดเลย แมสกั คนเดียว และทา นไมก ระทําสง่ิ อน่ื ใด นอกจาก ความชอบธรรม ดงั นนั้ จําเปนอยา งยง่ิ วา ใน การหยา นางทงั้ สองนนั้ ยอ มมวี ทิ ยญาณที่อัลลอฮ และศาสนทตู ของพระองคไดสอน มนั ไว เชน เดยี วกับทที่ า นมไิ ดห ยาทา นหญิงอาอิชะฮ ถึงแม
พฤตกิ รรมตา งๆ ของ ทานจะถึงเพยี งนนั้ ก็เปน วิทยญาณดวยเชน กนั และบางทเี ราอาจเขาใจใน บางสงิ่ บางอยา ง เหลา นนั้ ไดโ ดยการวเิ คราะหทีค่ วรแกการยอมรบั กรณสี ตรคี นแรก นนั่ คือ ทา นหญงิ อัสมาอ บนิ ต นุอม าน ซง่ึ แสดงอาการ คลอ ยตาม ออกมาทันทีทกี่ ลอบุ ายของทา นหญงิ อาอชิ ะฮไดเ ผยใหแ กนาง โดยคาํ แรกทนี่ างกลาวออกมาเพื่อ ตอนรบั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) เมื่อทา น ยนื่ มอื ออกไปหานางวา : ฉนั ขอความคมุ ครอง ตออลั ลอฮใหพ นจากทา น ถึงแมค วาม สวยงามของนางจะมากลน แตทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ (ศ็อลฯ) กม็ ิไดร้งั ตัวของนางไว โดยปลอบโยนนางแตอยางใด อิบนซุ ะอดั ไดก ลาวไวใ น หนงั สือฏอบะกอต เลม ๘ หนา ๑๔๕ และหนงั สือเลม อ่นื อกี กย็ ังมี คอื รายงานจากทา นอบิ นุอับ บาส กลาววา : ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ไดแ ตง งานกบั อัสมาอ บนิ ต อนั นุอมาน ซงึ่ นาง เปนสตรที ส่ี วยงามและเพยี บพรอ มมากที่สดุ ในยคุ นนั้ แตอาจเปน ไปไดว า ทาน ศาสนทูต แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)ตอ งการจะสอนพวกเราใหรวู า สตปิ ญ ญานน้ั จะตอ งมา กอนความสวยงาม เสมอ และมมี ากมายเหลอื เกนิ สาํ หรบั สตรีท่สี วยงาม แตจะถูก ชกั นําไปสคู วามเสียหายไดงา ย เพราะความโงเ ขลาของนาง สวนกรณขี องสตรคี นทีส่ อง คอื นางมุลกี ะฮ บนิ ต กะอับนน้ั เปน คนทีถ่ กู ทานหญิงอาอิ ชะฮยยุ งวา สามีของนาง เปน คนฆา บิดาของนาง ดงั น้นั ทา นนบี(ศ็อลฯ) จึงไมป รารถนาจะรวมชวี ติ กับสตรผี ูนาสงสารคนนี้ ทง้ั ท่เี ปน คนอายนุ อ ยและยงั ไม มคี วามคิดเปนของตนเอง ดงั ทเ่ี ครือญาติ ของนางยนื ยนั ไว ซึ่งทานเกรงวา จะเปน เหตใุ หเ กดิ ภยั ทใี่ หญห ลวงได โดยเฉพาะอยางยง่ิ ทา นหญิง อาอชิ ะฮ ก็คงจะไมป ลอ ย ใหน างอยูอ ยางมคี วามสขุ กับทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) จึงไมต อ ง สงสัยเลยวา จะตอ งมีสาเหตอุ ่ืนดว ยท่ีทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮไ ดบอกใหน างรู แตเปนเรื่องทเี่ รา ไมอาจลวงรูได ทส่ี าํ คัญก็คือ เราตอ งรวู า ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ)ไมย ดึ ตดิ กบั เรอื่ ง ความ สวยงาม,รูปโฉมโนมพรรณและความเยายวนทางเพศ ดังท่ีคนโงเขลาบาง คนโมเมข้นึ มาอา ง ซ่ึง ตรงกับทนี่ กั วตั ถุนิยม พดู กนั วา จดุ เนน ของมุฮมั มัด ก็คอื สตรีทีส่ วยงาม เราไดเ หน็ แลววา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) ไดห ยา ขาดจากสตรี สองทา นน้นั อยางไร ถงึ แมวา ทา นทงั้ สองเปน คนออนเยาว และรปู รา งสวยงาม และเพยี บพรอมที่สุดในสมัย ของนาง ดงั ทม่ี ีระบไุ วใ นตําราประวัตศิ าสตรและ ตาํ รา ฮะดิษ ดงั นน้ั คาํ พดู ของคนทีอ่ า งวา ทานศา สนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)รักทาน ตรงท่ี ทานเปน คนออ นเยาวและสวยงาม ก็ตองถูกปฏเิ สธและฟง ไมขนึ้ สวนบรรดาผทู ก่ี ลา ววา ทา นรักนางคนเดยี วเทา นนั้ เพราะนางเปน บตุ ร สาวของอบูบกั รอัน น้ีก็ถอื วา ไมถ ูกตอ ง แตเราอาจกลา วไดว า ทา นแตงงาน กบั นาง กเ็ พราะเหน็ แกอบบู กั รเพราะ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) แตงงาน กบั สตรเี ผา ตา งๆ ดวยเหตุผลทางการเมือง เพื่อสมาน
จิตใจและแผความรกั ความ เมตตาไปในเผา ตา งๆ เหลา นั้น อนั เปนการทดแทนการรบพุงและ เกลียดชงั กนั ดงั นั้น ทา นนบ(ี ศ็อลฯ)จงึ แตง งานกับอมุ มฮุ ะบีบะฮ นอ งสาวของมอุ าวยี ะฮ และ บุตรสาวของอะบีซุฟยาน ศตั รหู มายเลขหน่ึงของทานนบี(ศ็อลฯ) ทง้ั น้เี พราะทา นมไิ ด เปน คนเคยี ด แคน ทา นคือความเมตตาแหง สากลโลก และเปนคนมนี ้ําใจท่ี หว ง อาทรตอ ชนเผา ตา งๆ ของชาว อาหรบั จนกระท่งั เกย่ี วดองกบั พวกยะฮูด พวก นะซอรอ และชาวกิบฏยี เพอื่ สรา งความใกลชดิ ซงึ่ กนั และกนั ในหมบู รรดาผูนบั ถือ ศาสนาตา งๆ เฉพาะอยางยง่ิ ถา หากเราอานเร่ืองราวตามทมี่ อี ยใู นตาํ ราประวตั ิศาสตร เรากจ็ ะรวู า อะ บบู กั รเองตางหาก ท่ีขอรอ งทา นนบี(ศ็อลฯ)ใหแตงงานกบั ทานหญิง อาอิชะฮบ ตุ รสาวของตน ขณะเดียวกนั อมุ ัรก็ไดขอรองตอทา นนบี (ศอ็ ลฯ) ใหแตง งาน กบั ทา นหญงิ ฮฟั เซาะฮ และทา นศา สนทูตแหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)กย็ อมรบั เพราะวา หวั ใจ ของทา น แผก วา งสําหรับชาวโลกทุกคนเสมอ พระองค ผทู รงสูงสดุ ตรัสวา : และถา หากเจา เปน คนกระดางโดยจิตใจแขง็ กราว แนนอน พวกเขา จะพากนั ผละออกจากรอบๆตวั เจา ” (อาลิ อมิ รอน/๑๕๙) เมื่อเราไดยอนกลับไปพจิ ารณารายงานทท่ี า นหญงิ ไดเลา ไว ซงึ่ นางได กลาวไวใ นรายงาน บทนนั้ วา ยงั ไมท ันทที่ า นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) นอนไป นานเทาใดนกั ทา นคงคดิ วา ฉนั หลบั ไปแลว ทา นจงึ หยิบเอาผา หม แลว เปด ประตู ออก ไปอยา งเงยี บๆ ตอจากนน้ั ฉันก็สะกดรอย ตามหลงั ทา นไป เราจงึ รูไ ดท นั ทวี า การแอบอางทว่ี า ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)ไมอ าจขาดนางไดน ้นั โกหกท่สี ดุ (๖๓) ขอ สรปุ ดงั กลาวน้ี มใิ ชขอสรุปทร่ี วบรวมมาจากความเหน็ ของขา พเจา หามิได เพราะวา มันเปน เร่อื งทตี่ ําราซอฮีฮหลายเลม ยืนยันไว ดังทท่ี านมสุ ลิมได รายงานไวใ นซอฮฮี ข องทาน และ ตําราซอฮีฮเ ลม อ่นื ๆ ของอะหลิซซนุ นะฮว า อุมรั บนิ คอ็ ฏฏอบไดกลาววา : “เมอื่ ทา นนบีแหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) ไดแยกตวั จากภรรยา ของทานนั้น ฉันไดเขา ไปในมสั ยดิ ขณะนนั้ ประชาชนกาํ ลังโรยกรวด ทรายอยู พวกเขากลา วกนั วา ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดหยา ภรรยาของทา นแลว กอน ที่ พวกนางจะถกู ส่งั ใหค ลุมฮญิ าบ อุมัรไดเลา อีกวา : “ดงั นน้ั ขา พเจา จึงกลา ววา แนน อน ฉันรูเ รอ่ื ง ของวนั นน้ั เปน อยางด”ี เขาไดเลาตอไปวา แลวฉันก็เขา ไปหา ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ แลว กลา ววา : “โอบตุ รีของอบูบักร แนน อน ความเปน อยขู องเธอถงึ ขนั้ ทท่ี ําลายจติ ใจ ของทานศาสนทูต แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) นางไดกลาววา ฉนั ไมม ธี ุระอันใดกับทาน โอบุตรของคอ็ ฏฏ็อบ หนา ท่ขี องทา น คอื ความนาตาํ หนขิ องทา น! อุมัรเลา ตอ ไปวา “แลวฉนั กไ็ ดเขา ไปหาฮฟั เซาะฮ บินติ อมุ ัรแลว พูด กับนางวา โอฮ ัฟเศาะฮ ความ เปนอยูของเธอถงึ ขนั้ ทที่ ําลายจติ ใจของทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) ขอสาบาน ตออัลลอฮ แนน อนเธอก็รูด ีวา ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ)มไิ ดรกั เธอเลย ซ่ึงหาก ไมเปน เพราะมฉี นั อยู แนน อนทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ)คงจะหยาเธอเสยี แลว ดังนน้ั นางจงึ รอ งไหอยา งรนุ แรง..(๖๔)
รายงานบทนี้ เปนหลกั ฐานใหเราเหน็ อยางชดั เจน จนไมต อ งสงสัยเลยวา การทที่ า นศาสน ทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)แตง งานกับทา นหญิงฮัฟเซาะฮ บินติ อุมรั นนั้ มไิ ดเกิดจากความรัก แตเ ปน เพราะเหตผุ ลทางการเมืองเทา น้นั เอง สิ่งหนงึ่ ทที่ ําใหเ ราเพ่ิมความเชอ่ื มั่นใจวา การแสดงเหตุผลของเรา ในการหา ขอสรปุ ดังนี้ ถกู ตองที่สุด ก็คือวา อุมรั บิน คอ็ ฏฏอ็ บไดสาบานตอ พระนาม ของอลั ลอฮว า ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ไมรักทา นหญงิ ฮัฟเซาะฮ และอุมรั ยงั ไดเพมิ่ ความมน่ั ใจขอ ใหม อกี อยางหนง่ึ วา ทานหญงิ ฮัฟเซาะฮบ ตุ รสาว ของเขาเอง กเ็ ปน อกี คนหน่งึ ท่ีรูความจริง อันนาเจบ็ ปวดขอนี้ เมือ่ เขา ไดพ ูดกบั นางวา “ขอสาบานตอ อัลลอฮ แนนอนเธอกร็ ดู วี า ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ)มิได รกั เธอ” ตอ จากนนั้ ก็ไมมีอะไรเหลอื ไวใ หสงสยั อกี เพราะการแตง งานกับนางนน้ั เนื่องดว ยเหตผุ ล ทางการเมอื ง เมื่อเขาไดก ลา ววา “และถา หากไมเปน เพราะวา มฉี ันอยูแ นน อนทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)จะตองหยา เธอเสยี แลว ” ดังนน้ั รายงานบทนีจ้ งึ ใหข อคดิ แกเราประการหน่งึ วา การแตง งานของทา น ศาสนทูต แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)กับทา นหญงิ อาอชิ ะฮ บนิ ต อบูบักรกด็ ี การทท่ี านตอง อดทนและแบกรับความ เจบ็ ปวดทกุ ประการทน่ี างไดก ระทําขนึ้ ก็ดี ลว นเปนไปเพอื่ เหน็ แกอ บบู กั รหาไมแ ลว ฮฟั เซาะฮ จะตองเปน ท่รี กั นับถือของทา นศาสนทตู เปน อันดบั แรก เพราะส่ิงทเี่ ลวรายจากตัวนางทม่ี ตี อ ทานนบี(ศ็อลฯ) ยังปรากฏออกมา ไมถ งึ หนึง่ ในสบิ จาก ทีท่ า นหญงิ อาอิชะฮ บนิ ตอบบู กั รไดกระทาํ เมือ่ เราไดวเิ คราะหในสภาพความเปน จริงโดยแท เกย่ี วกับรายงาน บทตา งๆ ที่ถกู อปุ โลกน ข้ึนโดยพวกบนีอะมยุ ยะฮอนั วา ดว ย เกยี รตยิ ศของทาน หญงิ อาอชิ ะฮแ ลว เราจะพบวา ทา นศาสน ทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)ไดถ กู ทาํ ลาย จติ ใจ อยางมากมายจากนาง และมเี ปน สว นมากทีท่ า นโกรธ เคืองตอ นาง ในทน่ี ี้ เราจะหยบิ ยกมาอา งเพยี งหนง่ึ รายงาน ทท่ี า นบุคอรแี ละนักฮะดษิ เปนจาํ นวน มาก จากอะหล ซิ ซนุ นะฮไดรายงานไว ซง่ึ เปนการอธบิ ายถึงความเกินเลยที่ ทานหญงิ อาอชิ ะฮ ได แสดงความรสู กึ ตอ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)สามขี องนางเอง รายงานโดยอัล บคุ อรใี นหนงั สอื ซอเฮยี ะหของทา น เลม ท่๗ี บาบวา ดวย คาํ พูดของผปู ว ย แทจ รงิ ฉนั เปนไข หรือวิงเวยี นศีรษะ ทา นกลา ววา ฉนั ไดย ินทานกอซิม บิน มุฮมั มัด กลาววา ทานหญงิ อาอชิ ะฮ ไดกลาววา : ฉนั วงิ เวียนศรี ษะ ดงั นน้ั ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)ไดก ลาววา : “ถา เธอตอ งมีอนั เปน ไป ในชว ง ทฉ่ี นั ยังมชี วี ติ อยู ฉนั กจ็ ะไดข ออภัยโทษใหแกเ ธอ และขอดุอาอใหแกเ ธอ” ดังนนั้ ทา นหญงิ อาอิชะฮ จงึ กลาววา : “เหมือนกับเรอ่ื ง เหลวไหล ขอสาบานตออัลลอฮ แทจรงิ ฉันเช่อื วา ทา นชอบจะใหฉ ัน ตายมากกวา เพราะถา เปน อยางนั้นได แนน อน ทา นกย็ งั คงอยูตอ ไปกบั เจา สาวในบางคนจาก ภรรยาของทานเปนแนทเี ดยี ว” (๖๕)
รายงานบทนเี้ ปน หลกั ฐานทแี่ สดงวาทา นนบรี ักทา นหญงิ อาอชิ ะฮ กระน้นั หรอื ? ขอ สรุปในที่สดุ ก็มาถงึ ตรงจดุ ทีว่ า พวกบะนีอมุ ยั ยะฮ โดยแกนนาํ ของพวก เขาคอื มอุ าวี ยะฮ บนิ อบซี ุฟยาน โกรธเกลยี ดทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)นบั ตง้ั แตแ ตง ตัง้ คอลีฟะฮข น้ึ ปกครองพวกเขา พวกเขาไดก ระทาํ การพลกิ แพลงขอ มลู ความจรงิ จากหนา มือเปน หลงั มือ และยก เอาพวกพองไปสูจุดสูงสุดของ ความดี และเกยี รติยศ ทัง้ ๆท่ีในชว งสมัยทท่ี า นนบยี ังมีชวี ติ อยูนน้ั พวกเขาคอื บุคคล ธรรมดา ไมม เี กยี รติศกั ดิ์อนั ยงิ่ ใหญใ ดๆ และพวกเขาไดกดคนกลมุ ใหตกตาํ่ ลง ท้ังๆ ท่ีเคยมีเกยี รตศิ ักดิ์และมีอํานาจในสมยั ของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) เราเชือ่ แนวา มาตรวดั ของพวกเขามเี พียงประการเดยี วเทา น้นั ในเรอ่ื งการ ยกยองใครใหมี เกียรตขิ นึ้ มา และกดใครใหตกตาํ่ ลงไป นน่ั คอื สถานะของบคุ คล เหลา นน้ั จะตองเปน ศัตรตู ัวฉกาจ และมีความโกรธเกลยี ดอยางไมม ีขอบเขต ตอ มฮุ ัมมัดและอะฮล ลุ บยั ตข องทาน นนั่ คือ อะลี ฟาฏิ มะฮ ฮะซนั และฮูเซน ฉะนนั้ ทกุ คนทตี่ อตานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)และตอตา นอะหล ลุ บยั ต ซ่งึ อัลลอฮไ ดขจดั มลทนิ ออกไปจากพวกเขา และชาํ ระขดั เกลาพวกเขาใหส ะอาดบริสุทธิ์ ก็จะถกู พวก ตระกูลอมุ ยั ยะฮย กยอ งข้ึนมาและปลอมแปลงบทรายงานตางๆ ใหแ กเ ขาผนู นั้ และ จะถือมา เปนที่ใกลชิด และมอบตําแหนง หนาที่ ทรพั ยสินเงนิ ทองให ดงั นนั้ จงึ กลาย เปนทเ่ี คารพนับถือ และ เปนบุคคลมีเกยี รตขิ องประชาชน ทุกคนทีร่ กั ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)และสนบั สนุนทา น พวกอมุ ยั ยะฮก จ็ ะกระทาํ การลด เกยี รติ และสรา งภาพตบตาใหเ หน็ วา มมี ารยาททีน่ า ตําหนิ อกี ทง้ั ยงั ได อุปโลกนบ ทรายงานตา งๆท่ี ขัดแยง กบั ความดงี ามและเกยี รตยิ ศตางๆ ใหแกเขา ดว ยเหตนุ ้อี ุมัรบนิ ค็อฏฏอ็ บซงึ่ เปน คนทข่ี ดั ขนื ในคาํ สง่ั ทุกอยา งของทา น จนกระทั่ง กลา วหาทา นศาสดาวา เพอ ในวนั สดุ ทา ยแหง ชวี ิตของทา นศาสดา (ศอ็ ลฯ) แตกระน้ัน บุคคลผนู ี้ ไดกลายเปนเสาหลักของอสิ ลามในทัศนะของบรรดา มสุ ลิมใน สมัยรัฐบาลของพวกตระกูลอุมัย ยะฮ สว นทา นอะลี บิน อบี ฏอลิบ กบั ทา นนบ(ี ศ็อลฯ)นนั้ มฐี านะที่เปน เหมือนอยา งฮารูนกับมู ซา และเปน คนที่รักอลั ลอฮ และศาสนทตู ของพระองค และ เปน คนทอี่ ลั ลอฮและศาสนทูตของ พระองครกั เปน ผอู ยูในฐานะวะลีย(ผูมอี าํ นาจ ปกครอง)ของผูศรัทธาทุกคน แตไ ดกลายเปน ผทู ถ่ี ูก สาปแชง บนแทนเทศนาธรรม ของบรรดามสุ ลิมนานถงึ ๘๐ ป ดังกลาวนี้ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮซ ึง่ เปน ตนเหตุท่ีทําใหท า นศาสนทูตแหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ)ตอง ทรมานจิตใจและฝาฝนคาํ สั่งของทา น เชน เดียวกับฝา ฝนคําสง่ั ของ พระผุอภิบาลของนาง นางเคย ทําสงครามกบั ทายาทของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ และกอ เหตุใหเกดิ ความเสื่อมเสยี อยาง รายแรงจนคนมุสลมิ รบั รไู ปทว่ั และบรรดา มุสลมิ หลายพนั คน ตองถกู สงั หารในคราวนนั้ แตสตรี คนน้กี ไ็ ดก ลายเปนคน ทมี่ ชี ื่อเสียงที่สดุ ของอิสลาม มกี ารยอมรบั คาํ สอนเกีย่ วศาสนบญั ญัตจิ าก
นาง สว นทานหญงิ ฟาฏิมะฮซ ะฮร ออ ประมุขของสตรีแหง สากลโลก ซงึ่ พระผูอภบิ าลจะ พโิ รธคนท่ี ทาํ ใหน างโกรธ และจะพอพระทัยคนที่ทาํ ใหน างพงึ พอใจ แตน างได กลายเปน สตรที ่ีถูกลมื ถกู ฝง ในยามกลางคนื อยางลับๆ หลังจากที่พวกเขาได คุกคามนาง ดว ยการขจู ะเผาทัง้ เปน พวกเขาได กระแทกครรภของนาง กับบาน ประตู จนกระทง่ั ทารกนอยตอ งแทง ออกมา และไมม มี สุ ลมิ คนใด จากอะหลซิ ซนุ นะฮร จู ักรายงานแมสกั บทเดยี ว ที่นางไดถ า ยทอดมาจากบิดาของนาง ดว ยเหตนุ ย้ี ะซดี บนิ มุอาวยี ะฮ และซยิ าด ผูเปนบุตรนอกสมรส และเปน บตุ รมัรญานะฮ บุตรของมัรวาน ฮัจญาจ และบตุ รของอัลอาศ และบคุ คลอื่นๆ อกี จากบรรดาผูละเมิด ผถู ูกสาปแชง โดย ปะกาศติ แหง คัมภีรท่ี ผา นมา ทางวาจาแหง ศาสดาของอัลลอฮ ใชแลว ! บรรดาบคุ คลเหลาน้ี ไดกลายเปน เจาชาย ของบรรดา ผูศรัทธา และเปนผปู กครองของพวกเขา สว นทา นฮะซนั ทา นฮู เซน ประมขุ ของ ชายหนมุ ชาวสวรรค ผูเปนขวัญใจของทา นนบสี ําหรับประชาชาตนิ ้ี และเปนอิ มาม ผูมาจากเชื้อสายของทา นศาสนทูต ซ่ึงมฐี านะเปน หลักประกนั ความ ปลอดภัยของ ประชาชาติ ทา นเหลาน้ีตองกลายเปน ผูถกู เสอื กไสไลสง ถูกคุมขัง ถูกสงั หาร ถกู วางยาพิษ ดว ยเหตนุ ี้ สงครามท่เี กิดขนึ้ กบั ทานศาสนทตู จะไมมวี ันเกดิ ขึน้ ถา หาก ไมม ีคนอยา ง อบู ซฟุ ยานผูกลบั กลอกเปนผนู าํ แตกลับกลายเปน ผไู ดร ับคํายกยอ ง สรรเสริญ เปน ผูมบี ญุ คุณ จนกระท่งั ไดม กี ารกลา วขานกันวา “ใครไดเ ขา ไปใน บานของเขา คนนน้ั จะปลอดภยั ” สว นอบูฏอลบิ ผอู ารกั ขา ผใู หก ารอุปถมั ภ สนับสนนุ ทา นนบีดว ยทุกสงิ่ ทุกอยางเทา ทม่ี ี และอทุ ิศ ชวี ติ ทงั้ หมดของตวั เองเพือ่ ค้าํ จนุ พรรคพวก และเครอื ญาติ เพื่องานเผยแพรศ าสนาของบตุ รแหง นอ งชาย ของตน จนกระทัง่ ผานเวลาสามปท ่ีถกู ปด ลอ ม รว มกันกบั ทา นนบี ณ แหลง ท่ตี ้ัง ในเมอื ง มกั กะฮ และปกปดความศรทั ธาของตวั เองเพ่ือผลประโยชนของอิสลาม โดยเหตุผลที่จะคงเหลอื ชอ งทางไวใ หพ วกกเุ รชถือเปนเหตผุ ล ทจ่ี ะไมท ํารา ย บรรดามุสลิมตามความประสงค นนั่ คอื ทาน ยึดหลกั ศรทั ธา ตามแบบของมุอมนิ แหง อาลิ ฟรเอาวน ซง่ึ ปด บงั ความศรทั ธาของตวั เอง แตถ ึง กระนนั้ ยังมีรายงาน กลาวถงึ ทา นวา ทา นตอ งเขา นรก โดยเทา ของทา นจะถกู วางลงไป ในขณะที่ สมอง ของทา นจะเดอื ดพวยพุง ดว ยความเจบ็ ปวดทรมาน แต ดูซิ มอุ าวยี ะฮ บนิ อบีซฟุ ยาน ผไู ดชอ่ื วา ฏอลีก บตุ รของฏอลกี ผถู กู สาปแชง ทง้ั ๆ ที่ เปน คนที่กระทาํ การลอเลียนกับบทบัญญตั ขิ องอัลลอฮ และ ศาสนทตู ของพระองค และมิไดดาํ รง ตนอยในหลกั การเหลา นน้ั เลย อกี ทัง้ ยงั ได สงั หารผมู คี ณุ ธรรม ผบู ริสุทธ์ิทงั้ หลาย เพ่อื หาทางบรรลุ สู เปา หมายอนั ตา่ํ ทราม ของตน และกน ดา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)ตอ หนา ตอ ตาบรรดา มสุ ลิม(๖๖) ถงึ กระนนั้ บคุ คลผนู ี้ กลับไดชอ่ื วา “คนเขยี นวะหยู” และพวกเขากลา วดวยวา อัลลอฮ ใหค วามไวว างใจในวะหย ู ของพระองค แกญิบรออีล มุฮมั มัด และมุอาวยี ะฮ ภาพลกั ษณข องเขา ไดกลายเปนบรุ ษุ ผมู ีวทิ ยาญาณ ทางการ เมอื ง และการบรหิ าร
สว น บคุ คลผซู ง่ึ แผนพสธุ านี้ยงั ไมเ คยไดร องรบั ใคร และแผน ฟา กย็ งั ไมเ คย ไดแ ผเ งาของ มัน ครอบคลมุ ใครสักคนเดยี วทม่ี สี จั จะวาจา ยง่ิ ไปกวาเขาผนู ัน้ นน่ั คอื อบซู าร อัลฆ็อฟฟารยี เขา ตองกลบั กลายเปน คนเส่อื มเสยี ตอ งถูกทบุ ตี ถูกเนรเทศ และถกู เสอื กไส ไลส ง ไป ยงั แดนทุรกนั ดาร ท่ชี อ่ื วา ร็อบซะฮ ทา นซลั มาน ทานมกิ ดาดทานอมั มารและทา นฮุซยั ฟะฮ และบรรดาผมู ีความ บริสทุ ธ์ิใจทงั้ หมด ท่ถี อื อิมามอะลีเปนผนู าํ ของพวกเขา และปฏิบัตติ ามทา น พวกเขาตองถูกลงโทษ ถูกเนรเทศ และถูกสงั หาร ในขณะเดยี วกนั นี้ พวกทป่ี ฏบิ ัตติ ามแนวทางการสอนของคอลีฟะฮ ผปู ฏบิ ตั ิตามมุอาวยี ะฮ และพวกทไ่ี ดรับการสอนโดยมพี ื้นฐานมาจากแนวทางที่ กดข่ี พวกเขากลบั ไดกลายมาเปน อะหลซิ ซนุ นะฮ วัล ญะมาอะฮ และพวกเขา แสดงตนวา เปน อิสลาม ใครก็ตาม ที่โตแยง กบั พวกเขาจะถกู ตัดสินวาเปน ผูปฏเิ สธ ถา เพยี งแคค นเหลา นน้ั ไดปฏิบตั ิตามบรรดาอมิ ามแหง อะหลุลบยั ต ผู บรสิ ทุ ธิ์ เชน เดียวกับบรรดาผูซ่งึ ปฏบิ ัติตามแนวทางการสอนของอะหล ุลบัยต และผซู งึ่ เปน ประตู ของนครแหง ความรู อนั เปน บคุ คลแรกท่ียอมรับอสิ ลาม ผซู ึง่ สจั ธรรมจะวนเวียนอยกู ับเขาไมว า เขา จะแสดงบทบาทไปในทางใด บรรดาผทู เ่ี จริญรอยตามอะฮลลุ บัยตแ ละปฏบิ ตั ิตามบรรดาอิมามผู บรสิ ทุ ธ์ิ ไดถูกมองวา เปน พวกอตุ ร(ิ บดิ อะฮ)และหลงผิด สว นผใู ดท่ขี ดั แยงและสูรบกบั คนเหลา นน้ั กลับถูกมองวา เปนชาวมุสลมิ ไมมพี ลงั และอํานาจใด ๆ นอกจากโดย อํานาจแหงอัลลอฮ ผูทรง สูงสุด ผทู รงยง่ิ ใหญ อลั ลอฮท รงมสี ัจจะยง่ิ เม่อื พระองค ตรัสวา “และเม่ือมกี ารกลาวแกพ วกเขาวา อยา กอ ความเสียหายในแผนดนิ พวกเขากลา ววา ที่ จรงิ เราเปน เพยี งผูปรบั ปรุงใหด ขี น้ึ เทา นัน้ แนนอนแทจริงพวก เขาเปน ผูกอ ความเสยี หาย แตพ วก เขาไมรูสึกตวั และเมือ่ มกี ารกลาวแกพ วกเขาวา จงศรทั ธาดงั ทค่ี นทงั้ หลายศรัทธา พวกเขากลาววา เราหรือจะศรทั ธาดงั ทบ่ี รรดา คนโงเ ขลาศรทั ธาได แนน อนพวกเขาเปน ผโู งเ ขลา แตไ มร(ู อลั บะ เกาะเราะฮ :๑๓) เมื่อเรายอ นกลบั ไปพิจารณายังประเดน็ เกยี่ วกับความรกั ของทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ)ทมี่ ีตอ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮเพราะเหตุวา นางสามารถจดจาํ เร่ืองราวของศาสนาไว ไดถ ึงครงึ่ หนง่ึ และวา ทานไดกลา วไวว า พวกทา นจงรับครึ่งหนงึ่ ของศาสนาไปจาก ฮมุ ยั รออค นน้ี (หมายถงึ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ) ฮะดิษนม้ี ีความเปนผิดพลาดอยาง แนน อนไมมีพน้ื ฐานใดๆที่รับรองความถกู ตอ ง และไม ตรงกบั รายงานท่ีมาจากทา น หญงิ อาอชิ ะฮเอง อันเกยี่ วกบั บทบญั ญัติทีน่ าหวั เราะ และนา รองไห ซ่งึ ทา นศาสน ทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ไมเคยไดกลา วถงึ เลย ยกตัวอยา งบทรายงานเชนนค้ี ือ เรอ่ื ง การ ใหน มแกค นท่โี ตแลว ซงึ่ นางไดร ายงานไววา มาจากทานศาสนทูตแหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) และเปน รายงานทที่ า นมุสลมิ ไดรายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น และทานอมิ ามมาลิก เอง กย็ งั รายงานไว
ในอัลมวุ ฏั เฏาะ ซ่งึ เราไดน าํ มาวิเคราะหผา นไปแลวในหนังสือ “ละอะกนู มะอศั ศอดิกีน” (ขออยกู ับ ผสู ัตยจรงิ )ทา นใดท่ีตอ งการจะได รายละเอยี ด กส็ ามารถกลับไปคน ควา ดูได ในรายงานอันอปั ยศท่สี ุดบทนี้กน็ า จะเปน ทีเ่ พยี งพอแลว ดวยการท่ีบรรดา ภรรยาทงั้ หมด ของทานนบี ตางพากนั ปฏิเสธไมย อมปฏบิ ัตติ ามรายงานบทนี้ และยงั แสดงความรงั เกียจอกี ดวย แมกระทงั่ ผรู ับรายงานมาจากนางเองกย็ งั พกั รายงานบทน้ีไวเ ปน แรมป เพราะกระดากใจตอ การ จะกลา วถงึ ความหยาบคาย และความไมค อ ยมคี วามละอายของนาง ตออบูบักร โดยนางไมพ ูดกบั เขาเลย จนกระท่ังนางตาย๗๖ สงิ่ เหลา นย้ี ังไมเ พียงพออกี หรือท่จี ะเปน การยนื ยนั จากพวกเขาวา อัลลอฮและศาสนทตู ของพระองคม คี วามโกรธตอ อบูบกั ร ? นค่ี อื สง่ิ ทปี่ ญญาชนทง้ั หลาย สามารถเขา ใจได ดว ยเหตุน้ี เอง ขา พเจา จงึ กลา วอยูเสมอวา สัจธรรมน้ันจาํ เปน ท่ี จะตองปรากฏอยูเสมอ ถงึ แมว า ผบู ิดเบือนจะ พยายามซอนเรนมนั ไวแ คไ หนก็ตาม และถงึ แมว า บรรดาสมุนของพวกอุมัยยะฮจะพยายาม บดิ เบอื นและปลอมแปลง สกั เพยี งใดก็ตาม แทจ รงิ แลว ขอพิสูจนข องอลั ลอฮจะตอ งคงอยูก บั บา ว ปวงบา วของ พระองคต ้ังแตว ันท่อี ลั กรุ อานไดถ กู ประทานมาจนถงึ วนั อวสาน มวลการ สรรเสริญ เปน ของอัลลอฮ พระผูอ ภิบาลแหงสากลโลก อิมามอะหม ัด บนิ ฮนั บัล ไดเ ลาวา คร้งั หน่งึ อบูบกั รไดมาหาและขอ อนุญาตตอทา นศาสน ทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ทจี่ ะเขาพบ กอ นทเ่ี ขาจะเขาไป เขากไ็ ด ยนิ การพูดขน้ึ เสียงของทา นหญงิ อา อชี ะฮกบั ทานนบีวา “ขอสาบานตอ อลั ลอฮ ฉนั รูอ ยา งแนน อนแลว วา อะลีนน้ั เปน ทร่ี ักยง่ิ ของทา น มากกวาฉนั และบดิ าของฉนั ” นางไดก ลา วซ้าํ เชน น้ีสองหรือสามครัง้ ”๗๗ ความเกลยี ดชงั ของทา นหญงิ อาอีชะฮท ่ีมตี อ อิมามอะลนี นั้ มากมายจน ถงึ ขนาดวา นาง พยายามท่จี ะแยกทา นออกหา งจากทา นนบีอยเู สมอ ไมว าเม่ือใด กต็ ามทน่ี างสามารถจะทําเชน นน้ั อิบนุ อะลี อัลฮะดดี นกั ปราชญสายมอุ ตะซลิ ี ไดกลา วไวในคําอธิบายนะฮ ุลบะลาเฆาะฮวา ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ได เรยี กใหท า นอะลีเขา มาใกล เม่ือเขาไดเขามาแลวก็ไดน ง่ั ลง ระหวา งทานนบกี บั ทา นหญงิ อาอชี ะฮ ในขณะทที่ ้งั สองนง่ั ชดิ กนั นางไดพ ดู แกเขาวา “ทา นไม สามารถ จะหาทน่ี ั่งไดอ ีกนอกจากบนขาของฉันกระนนั้ หรอื ?” ทา นยงั ไดร ายงานไวอีกวา วันหนงึ่ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) กําลงั เดิน และ สนทนากันอยา งเงยี บๆ อยกู บั ทานอมิ ามอะลี ทานหญงิ อาอชี ะฮก ไ็ ดเ ดินตาม หลงั มาจนกระท่ัง นางไดเขาไปอยูระหวา งคนทง้ั สอง และพูดข้ึนวา “มอี ะไรใน ระหวา งทา นท้ังสองหรือทีท่ า นตองคุย กันนานเชน นี้?” ดวยเหตุน้ี ทา นศาสนทูต แหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ) จงึ โกรธ ๗๘ ยังไดมีรายงานไวอ ีกดว ยวา ครง้ั หนึง่ นางไดม าหาทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ในขณะทท่ี า นกาํ ลังสนทนาอยางเงียบๆ อยกู บั ทา นอะลี นางไดก รีดรอ งข้นึ และพดู วา “มนั คอื อะไร
กันระหวา งทานกับฉนั โอ บตุ รของอบฏู อลิบ ? ฉนั มเี วลาที่อยกู ับทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) เพียงแคห นง่ึ วนั เทา นน้ั ” ดังนัน้ ทา น นบี(ศอ็ ลฯ) กโ็ กรธอกี บอยคร้ังแคไหนทนี่ างไดทําใหทา นนบี(ศ็อลฯ) โกรธ ดว ยการหนุ หันพลนั แลน ของนาง ที่ สืบเน่อื งมาจากความอจิ ฉารษิ าอยา งรายแรงและจากธรรมชาติ ในตวั ของนาง ตลอดจนคาํ พูดท่ี กา วรา วของนาง? ทา นนบี(ศ็อลฯ) จะมคี วามพอใจได
เม่ือเราไดพ ิจารณาดูซอเฮียะหบ ุคอรีในบาบวา ดวยการทาํ นมาซยอ เมอื่ ออก จากสถานที่ ของตน ทา นกลา ววา : มรี ายงานจากทานซุฮรีย วามาจากทา นอรุ วฺ ะฮ วา มาจากทา นหญงิ อาอิ ชะฮ ขอใหอ ัลลอฮทรงพอพระทัย ตอนาง ไดก ลาววา การนมาซน้ัน ครงั้ แรกทเี ดียวไดถูกกาํ หนดมา สองรอกะอตั ดังนน้ั มนั จงึ ถกู นาํ มา กาํ หนดในเวลานมาซยามเดนิ ทาง และใหท าํ เตม็ ตามจํานวน เมอ่ื นมาซในถน่ิ พํานัก ทา นซุฮร ียก ลาวอีกวา : ฉนั ไดถ ามทา นอุรฺวะฮว า แลวทาํ ไม ทานหญงิ อาอิ ชะฮเองจงึ ทาํ นมาซเตม็ จํานวนในเวลาเดินทาง ? เขาตอบวา เนือ่ งจาก นางได ตคี วามหมาย ตาม แนวการตีความของอสุ มาน และทานมุสลมิ ก็ไดบ ันทกึ รายงาน บทน้ี ไวใ นตาํ ราซอเฮยี ะหของ ทา น บาบวา ดว ยการนมาซของ ผูเดนิ ทาง และการยอนมาซ โดยสํานวนชัดเจนกวาที่มอี ยูในบุคอรี วา มรี ายงาน จากทา น ซุฮร ีย วา มาจากทาน อรุ วะฮ วามาจากทา นอาอชิ ะฮ ไดรายงานวา การ นมาซนนั้ ครงั้ แรกทเี ดียว ไดถูกกาํ หนดมาสองรอกะอตั ดงั นน้ั มนั จึงถกู นํามากาํ หนด ในเวลา นมาซยามเดนิ ทาง และใหท าํ เตม็ ตามจาํ นวน เมือ่ อยูในถ่นิ พาํ นกั ทานซุฮร ีย กลา ววา แลว ฉนั ได ถามทา นอุรฺวะฮวา แลว ทาํ ไม ทา นหญงิ อาอชิ ะฮจ งึ ทาํ นมาซเต็มในยามเดินทาง ? เขาตอบวา “แทจริง นางตคี วามเหมอื นอยางทท่ี า น อุสมานไดต ีความ” นบั วา เปน ความขัดแยงอยา งชดั เจนทีส่ ุด เมอ่ื นางเองเปน ผรู ายงานวา การนมาซของคน เดินทางนน้ั ไดถกู กาํ หนดมาสองรอกะอัต แตน างกลบั ฝา ฝน ในส่ิง ที่อลั ลอฮทรงกาํ หนด และวธิ กี าร ทที่ า นศาสนทตู ของพระองค( ศ็อลฯ)ถอื ปฏบิ ัตมิ า แลว กลับตีความเพอื่ ใหก ฎเกณฑของอัลลอฮ และศาสนทูตของพระองค(ศ็อลฯ)เปลย่ี นแปลง แลว อนุรกั ษแ บบฉบับของอสุ มานไว ดวยสาเหตุ เชน นเ้ี อง เราจงึ พบอยูมากมายหลายบทบญั ญตั ิในตาํ ราซอเฮียะหข อง อะหล ิซซุนนะฮวัล ญะ มาอะฮ แตพ วกเขามิได ถือปฏบิ ตั ิ เนอ่ื งจากวา สว นใหญแ ลว พวกเขามกั จะรบั เอาการตคี วามของ อบบู กั รการตคี วามของอมุ ัรฺ การตคี วามของอสุ มาน การตีความของอาอชิ ะฮ และการตี ความของ มุอาวยี ะฮ บตุ รของ อบี ซฟุ ยาน และซอฮาบะฮคนอ่ืนๆ มาถอื ปฏบิ ตั ิแทน ดังนนั้ เมือ่ อลั -ฮมุ ยั รออ ผซู ่งึ หลกั การศาสนาครึง่ หนง่ึ ไดถ ูกยอมรบั เอา ไปจากนาง ได ตีความตอ บทบัญญตั ิของอลั ลอฮต ามทน่ี างตอ งการ ขา พเจา จึงไม เชอ่ื เลยวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) สามขี องนางจะพงึ พอใจการกระทําเชน น้ี ของนางแลวสง่ั ประชาชนวาให ปฏิบัติตามนาง โดยเหตุทว่ี า มรี ายงานปรากฏอยูใ น ซอเฮียะหบ คุ อรีและตําราซอเฮยี ะหห ลายเลม ของอะหลซิ ซนุ นะฮ ไดช้ีแจงวา การปฏิบตั ิ ตามนาง เปนการทรยศตอ อัลลอฮ ดงั ท่เี ราจะนําเรอื่ งน้ี มาเสนอตอทานผูอาน ตอไปนี้ อนิ ชาอลั ลอฮ สว นบรรดาผทู ก่ี ลาววา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)รักนาง เพราะวา ญบิ รออลี ไดนาํ รูปของนางมายังทา นกอนการแตงงาน และวา ญิบรออีล จะไมเ ขา มาหาทานทอี่ ืน่ นอกจากใน บา นของนาง นค่ี ือรายงานอันวิปลาสทน่ี า ขบขนั ขา พเจา ไมท ราบวา รปู ท่ที า นญบิ รออีลไดน าํ มา น้ัน จะเปนภาพถายหรอื ภาพสี นาํ้ มัน ตามทตี่ าํ ราซอเฮยี ะหท งั้ หลายรายงานไวนนั้ ระบุวา อบบู กั ร
ไดสง ตวั ทา น หญงิ อาอชิ ะฮไ ปใหท า นนบ(ี ศอ็ ลฯ)พรอ มกบั อินทผลมั เครือหนงึ่ เพือ่ ใหทา นดตู วั นาง และเขาเองเปน คนทข่ี อรอ งทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)ใหแตง งานกบั บตุ รสาวของตนเอง ในกรณี เชน นี้ จาํ เปน ดว ยหรอื ท่ญี ิบรออลี ตอ งเสดจ็ ลงมา พรอมกบั รูปของนาง ในเมื่อนาง อาศยั อยใู นสถานทหี่ างไมก ี่ เมตร กับทอี่ ยขู องทา นนบี ขาพเจา เชอื่ วา นางมารียะฮ แหง อัล-กิบตียะฮซ ่งึ พาํ นกั อยทู ่อี ยี ิปต ซง่ึ เปนคนไกลจากทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) และไมม ใี ครแมแตคนเดียวคาดคดิ ถึงการมา ของนาง นา จะเปนคน แรกที่ทา นญิบรออีลจะนาํ รูปของนางมา แลวแจงขา วแกท า นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) วาอลั ลอฮจะประทานบตุ รชายใหแ กท า น นน่ั คือ “อบิ รอฮีม”ผเู กิดจากนาง แตท วารายงานตา งๆ เหลา น้ีเปน เรอ่ื งราวทม่ี าจากการอปุ โลกนข อง ทา น หญิงอาอชิ ะฮเ อง ซงึ่ นางจะไมไ ดพ บอะไรที่นา ภาคภมู ิใจในความเสยี หายของนาง นอกจากเรอ่ื งโกหกตาม จนิ ตนาการทน่ี างสรา งขน้ึ มา หรืออาจเปน เรื่องที่กุมาจากพวกตระกลู อุมัยยะฮเ อง แลว อางวา มา จากคําพดู ของนาง เพ่ือยกยองคณุ คา ของนางใหส งู สง ขน้ึ ตามทศั นคติอันตน้ื เขนิ สวนกรณที วี่ า ญบิ รออีลมไิ ดเ ขาไปหาทานศาสดามฮุ ัมมดั (ศอ็ ลฯ) ในขณะทีท่ า นนอนไมวา ทใ่ี ด นอกจากในบานของทา นหญงิ อาอชิ ะฮน ัน้ ถอื เปน เรอื่ งทนี่ า เกลยี ดกวา เร่ืองแรกเสยี อกี เพราะ มเี รอ่ื งทร่ี กู นั มาจากอัล กุรฺอานอนั ทรงเกยี รติ วา อลั ลอฮท รงคาดโทษนางไว เมือ่ ตอนทน่ี างแสดง ความกา วรา วตอ ศาสนทตู ของ พระองค โดยทีห่ ลงั จากน้นั พระองคท รงคาดโทษนางอยา งเปดเผย โดยทรงอา ง ถงึ ญบิ รออีล และผูมีคุณธรรมในหมูผ ศู รทั ธาและมะลาอิกะฮ ดงั นน้ั จะเห็นไดวา คาํ สอนของบรรดาเชคและผรู ูข องเราในเรือ่ งดงั กลา ว ไมมที มี่ าจาก แหลงใดเลย นอกจากยกมาจากความสงสัยและจินตนาการ และ แทจรงิ ขอ สงสยั นน้ั มิไดเ ปน ท่ี เพยี งพอสาํ หรบั สัจธรรมแตอยางใด จงกลา วเถิด ณ พวกทา นเอง มคี วามรอู นั ใดอยหู รอื ดงั นนั้ จง นํามนั ออกมาแสดงตอเราเถดิ แตพ วกทา นมไิ ดป ฏิบัตติ ามสงิ่ อนื่ ใดนอกจากความสงสยั และพวก เจา หาใชอ นื่ ใด ไม นอกจากคาดคะเนเอาเทานั้น ทานหญิงอาอิชะฮภ ายหลงั จากทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)วะฟาตแลว ถาหากเราจะวเิ คราะหถงึ การดําเนนิ ชีวติ ของมารดาแหง ศรัทธาชน อาอิชะฮ บตุ รสาวของ อบบู ักรหลงั จากสามขี องนางคืนกลับไปสคู วามเมตตาของ พระองคผ ูทรงสงู สุดแลว (ขอมอบ วญิ ญาณของขา อุทิศแดท า นดว ยเถิด) และ หลงั จากทบี่ รรยากาศไดเวน วา งใหแกนาง และบดิ า ของนางกไ็ ดเ ปน คอลีฟะฮ หมายถงึ ประมขุ ของประชาชาตอิ สิ ลาม บดั น้ันเอง นางก็ไดกลายเปน สตรีหมาย เลขหน่งึ ของอาณาจักรอิสลาม เพราะสามขี องนางคอื ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ล ฯ) และบิดาของนาง คอื คอลฟี ะฮข องทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ เพราะตามเหตุผลท่ีนางเชื่อมนั่ หรอื โดยทต่ี วั ของนางมมี โนภาพวา นางคอื ภรรยาที่ ประเสรฐิ ท่ีสุดของทานนบี(ศ็อลฯ) ทง้ั น้ีมใิ ชเ พราะอน่ื ใด นอกจากเพราะวา ทา นไดแ ตงงานกบั เธอที่
ยังเปน นางสาว และทา นมไิ ดแตงงานกับหญิงคนใดทเ่ี ปน นางสาวเหมอื นนางเลย และทา นศาสน ทตู แหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ) ไดอําลาจากนางไปใน ขณะทนี่ างยงั เปน สาวเตม็ ตัว และกําลังอยูในวัยอนั สดใส เพราะอายขุ องนางในวนั ทส่ี ามีของนางวะฟาตนัน้ เพ่งิ จะได ๑๘ ป ตามหลักการคํานวน หลายสายและบท รายงานหลายกระแส ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)เองก็มไิ ดรวมชวี ิตกบั นาง มากเกนิ กวา ๖ ถึง ๘ ปเ ทา นน้ั ตามรายงานหลายกระแสท่แี ตกตา งกนั และในชว งป แรกๆน้ัน นางยงั เลนกับของเลน แบบเดก็ ๆ อยู ทงั้ ๆ ท่เี ปน ภรรยาของทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)แลว ลกั ษณะของนางตามทบี่ ะรเี ราะฮ สาวใชข องทาน ศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ลาํ ดบั ภาพใหเ หน็ เมื่อนางกลา วถึงทา นหญงิ อาอชิ ะฮวา “นางเปน เด็กสาวท่อี ายยุ ังนอย ยามนอนหลับก็ยงั ทงิ้ ขนมปงไว พอแพะมามนั ก็กนิ เสีย”(๖๗) ใชแลว อายุ ๑๘ ป สําหรับเด็กวัยรุน ดงั เปน คําทพี่ ดู กนั อยใู นปจจุบนั น้ี นางไดใ ชชีวิต ครงึ่ หนง่ึ ของอายุจาํ นวนน้ีกบั ทา นศาสดา นับเปนการใชชวี ิตระหวาง อนั ตรายจากสตรีหลายคน คอื ประมาณระหวา ง ๙ ถงึ ๑๐ คนในบรรดาภรรยา และยังมีสตรอี ีกทา นหน่ึง ที่เราลืมกลา วถงึ ไป ในชว งชีวติ ของทา นหญิงอาอชิ ะฮ ซงึ่ เปน สตรีท่ยี งั อนั ตรายอยา งรา ยแรงตอนาง เพราะวา ทา นศา สนทูตแหง อลั ลอฮ มีความรกั นางมากจนไมม สี ่งิ ใดเทยี บได และสตรผี ูนค้ี อื ทานหญิงฟาฏิมะฮ ซะฮรออ ลกู เลย้ี งสาวของทา นหญิงอาอิชะฮ ผูเปน บตุ รขี องทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)อัน เกดิ จากทานหญงิ คอดีญะฮนัน่ เอง ทา นทราบเรื่องราวของทา นหญงิ คอดีญะฮ ผูย่ิงใหญในความ ซ่อื สัตยบา งไหม นางคอื สตรีผูท ี่ญิบรออีลไดใ หส ลาม แกนางและแจงขา วดีใหน างทราบวา มีบา น หลังหนง่ึ ในสวนสวรรคไ วส ําหรับนาง ซ่ึงไมม คี วามเสยี งอกึ ทกึ ใดๆ รบกวน ในนั้นเลย(๖๘) นางเปน สตรที ที่ า นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)ไมเ คยละโอกาสอนั เหมาะ สมใหผาน ไป นอกจากจะตอ งเอย ถงึ คอดญี ะฮ ซง่ึ เปนการกดั กรอ น และเผา จติ ใจของทานหญงิ อาอิชะฮ ดวยความรษิ ยา จนกลายเปน ความแคน และนางได สําแดงมนั ออกมาจากกิรยิ าทา ทขี องนาง เสมอ กลา วคอื นางจะหมนิ่ ประมาท ในยามทน่ี างสบโอกาส โดยไมแ ยแสกับจิตใจและความรสู กึ ของสามีของนาง เราควรจะไดร บั ฟง คาํ พูดทอี่ อกมาจากใจของนางเกยี่ วกบั ลักษณะสว นตัวของทา นหญงิ คอดญี ะฮ ตามทที่ า นบคุ อรี ทา นอะหม ดั ทา นติรมฺ ซิ ยี และทานอิบนุ มาญะฮ ไดรายงานไวโดยนาง กลา ววา : ฉนั ไมเคยอิจฉาภรรยาคนใดของทา น ศาสนทตู แหง อลั ลอฮ เหมือนอยา งท่อี ิจฉาทา น หญิงคอดญี ะฮ(69) เน่อื งจากทา น ศาสนทตู จะเอย ถงึ และยกยอ งทา นมากเหลอื เกิน ฉนั จงึ กลา ว วา ไฉนทา นยงั เอย ถงึ หญงิ แกชาวกุเรชเหงอื กแดง ที่ตายไปตั้งนมนานมาแลว แนน อนอลั ลอฮท รง เปลีย่ นหญิงทดี่ กี วา นางใหแ กท า นแลว นางกลา วตอไปวา ดงั นน้ั สหี นา ของทาน ศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)จึงเปล่ยี นแปลงไปทนั ที อยา งทฉ่ี นั ไมเ คยเหน็ มากอ น นอกจากในเวลาวะหย ถู ูก ประทานลงมา และทา นไดก ลาววา : หามไิ ด อัลลอฮมิ ไดเ ปลยี่ นหญงิ ที่ดีกวา นางมาใหฉ นั เลย
แนนอน นางไดศ รัทธาตอฉัน ในขณะท่ี คนทงั้ หลายปฏเิ สธฉนั นางซื่อสัตยตอฉันในขณะทค่ี น ทัง้ หลายโกหกตอ ฉัน นาง ไดเ สียสละทรพั ยสินของนางใหแ กฉ ัน ในขณะท่คี นทง้ั หลายหวงหา มตอ ฉัน และอลั ลอฮ ผูทรงเกรกิ เกียรตไิ ดประทานบุตรของนางใหแ กฉนั ในขณะทที่ รง หวงหา มฉนั มใิ ห มีบตุ รจากบรรดาภรรยาท้ังหลาย ไมมีขอสงสัยเลยวาการแสดงออกของทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) เปน การปฏเิ สธ คาํ แอบอางของผทู เี่ ชอ่ื วา ทา นหญิงอาอชี ะฮนนั้ เปนภรรยาท่ีดที ส่ี ุดของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) และ เปน ท่ีรกั ท่สี ุดของทา น ขา พเจา ขอยืนยนั อกี วา ความอจิ ฉา รษิ ยาและความเกลียดชงั ของทา นหญงิ อาอชี ะฮท ี่มีตอ ทานหญงิ คอดีญะฮนนั้ มี เพมิ่ มากข้ึนเมอ่ื ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดตําหนิ นางดว ยความคาํ ปรามาส และไดสอนใหน างรวู า พระผูอ ภิบาลของทา นมิไดเปล่ยี นหญงิ ทดี่ ีกวา ทานหญงิ คอดญี ะฮใหแ กท า นเลย และเปน อกี คร้งั หนงึ่ ที่ทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) ไดส อนเราวา ทา น มไิ ดม คี วามโนม เอียงไปตามอารมณฝายตาํ่ และมไิ ดร ักตอ ความสวยงามและ การเปน หญิงสาว เพราะทา นหญิงคอดีญะฮ (อ.)นั้น ไดเ คยแตง งานมากอ นถึงสอง ครง้ั และยงั มอี ายมุ ากกวา ทา นถงึ สบิ หา ป ถงึ กระน้นั ก็ตาม ทา นกย็ ังรกั นาง และ ไมเคยวา งเวน จากการยกยอ งนาง ขอสาบานดว ย ชีวติ ของขาพเจา นค่ี อื บคุ ลกิ ภาพ ท่ีแทจ รงิ ของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ซ่ึงรกั เพ่อื อลั ลอฮ และโกรธเพือ่ อัลลอฮ ณ ตรงนี้ มีขอ แตกตางอันใหญหลวง ระหวา งบทรายงานทแี่ ทจริงบทนี้ กบั รายงาน ทป่ี ลอมแปลงขน้ึ มาเหลา นน้ั ดงั ทอี่ างกนั วา ทา นศาสนทูต(ศ็อลฯ) มีใจโนม เอียงอยกู บั ทานหญงิ อาอชี ะฮ จนกระทง่ั ภรรยาของทา นตอ งสง คนไปขอความยตุ ธิ รรมตอ ทาน กับบตุ รขี องทา นอบู ฆฮุ าฟะฮ เราควรจะถามทานหญงิ อาอชี ะฮ มารดาของศรัทธาชน ผซู ง่ึ ไมเ คยไดเ หน็ ทา นหญิงคอ ดีญะฮเ ลยแมแ ตว ันเดียวในชีวิตของนาง และไมเ คยไดพ บกบั ทา นเลย ไหมวา นางทราบไดอยางไร วาทา นหญงิ คอดีญะฮเปนหญงิ แกเหงือกแดง? หรือวา น่คี อื ความประพฤตขิ องผศู รัทธาทวั่ ไปที่ถกู หา มไมใหน นิ ทาผอู นื่ ถึงแมเ ขาจะมชี วี ิต อยกู ็ตาม? แลวทานจะรสู กึ อยา งไรกบั ผตู ายท่ไี ดค นื กลบั ไปสพู ระผอู ภบิ าลของเขา เสียแลว? กลา วคอื ทา นจะรสู ึกอยางไร ถา หากวา เหยอื่ การนินทารายนนั้ เปน ภรรยาของศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ) นางผซู ง่ึ ญิบรออีล ไดเสดจ็ ลงมาในบานของ นาง และไดแ จง ขาวดีเก่ียวกับบา นหลงั หนง่ึ ในสวรรค บา นซง่ึ ไมมีเสียงอึกทกึ ใดๆ ในนน้ั เลย?๗๐ เปนทย่ี นื ยนั ไดว า ความเกลียดชงั และความอิจฉาริษยาเหลา น้ันทแ่ี ฝงฝง อยใู นหัวใจของ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ อันสืบเน่อื งจากทานหญิงคอดญี ะฮ จาํ เปน วา มนั จะตอ งมกี ารระบายออกมา หาไมแลว มันจะระเบิดขนึ้ ได แตทานหญงิ อาอชิ ะฮ ไมพ บวา จะระบายกบั ใคร นอกจากทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮ บตุ รขี องทานหญงิ คอดีญะฮ ลกู เลี้ยงของนางนน่ั เอง ซึง่ เปน คนท่ีมีอายไุ ลเ ลย่ี กนั หรือแก กวา นางเล็กนอ ย ตาม กระแสรายการทีแ่ ตกตางกนั
และเปนทย่ี ืนยันไดอ ีกวา ความรกั อนั ลกึ ซงึ้ ทที่ า น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ) มีตอทาน หญงิ คอดีญะฮ ไดแสดงออกเปน รูปธรรม และมพี ลงั อยูในตัวของ บตุ รสาวคนเดยี วของทา น คอื ทานหญงิ ฟาฏิมะฮ ซะฮรออ นางคอื สตรีคนเดยี ว ท่ีใชชวี ติ อยูกับบิดา เพอ่ื แบกรับภาระแหง การ รําลกึ อันงดงาม ซงึ่ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮร กั ชอบส่งิ น้ันๆ ในตัวของ ทานหญงิ คอดีญะฮ ดงั นน้ั ทานจึงใหส มญานาม แกน างวา อมุ มุอะบีฮา (มารดาแหงบดิ าของตน) อันความอิจฉารษิ ยาของทา นหญงิอาอชิ ะฮยงั มีเพมิ่ มากขน้ึ เมอ่ื นางไดเห็น ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)นยิ มยกยองบุตรสาวของทา น และขนานนามแกน าง วา ประมุขของสตรแี หง สากลโลก ประมขุ ของสตรชี าวสวรรค(๗๑) ตอ มาอลั ลอฮ ทรงประทานบคุ คลอกี สองคนใหแกท า น ท่ีเกิดจากนาง ซงึ่ เปน ประมขุ ของ ชายหนมุ ชาวสวรรค นน่ั คือ ทา นฮาซัน และฮูเซน แลว นางก็ได เห็นวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ ไดไปเยย่ี มเยยี น และคา งอยทู บ่ี า นทา นหญงิ ฟาฏิมะฮจ นดกึ ดน่ื เพื่ออบรม เลยี้ งดูหลานๆของทา น และกลาววา “ลกู ของฉันทง้ั สองคนนี้ เปนขวญั ใจของฉนั จาก ประชาชาตนิ ”้ี และทานยงั ไดแ บกคนทงั้ สองไวบ นบา ของทา น ซ่งึ เรอื่ งเหลา นี้ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮยิง่ เพิ่มความอิจฉาริษยามากขน้ึ เนื่องจากนางเองเปน หมนั ตอมา ความอิจฉาริษาทร่ี นุ แรงยง่ิ ไปอีก เม่ือมันไดร วมเขาดวย กนั กบั สามขี องทา นหญิง ฟาติมะฮและบดิ าของฮะซนั ฮเุ ซนเปน คคู รองกัน ทั้งนม้ี ิใชเ พราะอน่ื ใด นอกจาก เพราะวา ความรกั ท่ที า นศาสนทูต(ศ็อลฯ)มอบใหแ กเ ขาผนู ัน้ เหนอื กวา ทมี่ อบให แกบ ดิ าของนางเอง ในทกุ ๆ ดาน จงึ ไมต อ งสงสยั เลยวา นางดาํ เนนิ ชีวิตอยู ทา มกลางบรรยากาศทเ่ี ลวรา ยท่สี ดุ นางไดเห็นวา บุตรของอบีฏอลบิ สามารถเอาชนะบดิ าของนางในทกุ ครั้ง และเขาดาํ เนนิ ชีวิตอยูกบั ความรกั การใหเ กียรตแิ ละยกยอ งของทานศาสนทูต(ศ็อลฯ) เหนอื กวา คนอ่นื ๆ ท้งั หมด แนนอนที่สดุ นางรดู วี า บิดาของนางกลับมาอยา งคน พา ยแพใ นสงครามค็อยบรั ฺ พรอ มกบั ทหารท่ี อยูก บั ทา น และทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)มีความเจบ็ ปวดดว ยเหตดุ ังกลา วนนั้ ยง่ิ นกั แลว กลาววา : แนนอน ในวนั พรุง น้ี ฉันจะมอบธงรบใหแ กชายคนหนงึ่ ทร่ี ักอลั ลอฮแ ละศาสนทูตของ พระองค อกี ท้ังอลั ลอฮ และศาสนทตู ของพระองคกร็ กั เขา เขาจะยนื หยดั และไมหลบ หนี และ บุคคลผูนั้นกค็ อื ทา นอะลี บนิ อบีฏอลิบ สามขี องทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮ นนั่ เอง ตอมาทา นอะลกี ็ได กลบั มาหลงั จากเอาชนะในสงครามคอ็ ยบรั ฺได พรอมกบั ไดนําซอฟย ะฮ บตุ รสาวของฮัยมาดวย ซง่ึ ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ก็ไดแตงงานกับนาง ทานหญงิ อาอชิ ะฮจึงรูสึกราวกับวา ฟา ผา ฟาดลงบนหวั ใจของ นางทเี ดยี ว แนนอน นางรูอีกเชน กนั วา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ไดสงบิดาของ นางออกไป ประกาศซเู ราะฮบะรออะฮแกบ รรดาชาวฮจุ ญาจ แตแ ลวทา นไดส งทา น อะลี บนิ อบี ฏอลบิ ตามหลงั ไปอีก แลว กไ็ ดเ อาซูเราะฮบะรออะฮนน้ั คนื จากบิดา ของนาง จนทาํ ใหบ ดิ าของนางตอ ง กลับมารองไหแ ลวถามถงึ สาเหตุดงั กลา ว แลว ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ก็ตอบวา “แท
จรงิ อลั ลอฮท รงบัญชาแกฉ นั วา อยาใหใ ครนําซูเราะฮน ้ันจากฉนั ไปประกาศ นอกจากฉนั เอง หรือไมก ็ตอ งเปน คนใดคนหนง่ึ จากอะฮล ลุ บยั ตข องฉัน” แนนอน นางรอู ีกดว ยวา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)แตงตัง้ บตุ รชายของ ทา นลุงของ ทา น นั่นคือ อะลี ขน้ึ เปน คอลีฟะฮ ปกครองชาวมสุ ลมิ ภายหลงั จากทา น และสงั่ บรรดาสาวกของ ทาน และภรรยาของทานวา ใหย อมรับเขาในฐานะ ผูปกครองของบรรดามสุ ลิม แลว บดิ าของนาง เองไดเ ขา ไปหาเขาในลาํ ดบั ตนๆ ในหมปู ระชาชนแลว กลา ววา : ยนิ ดดี ว ย ยินดดี ว ย โอบ ุตรของอะ บีฏอลิบ ตั้งแตนี้ ทงั้ ยามเชา และยามเยน็ ทานคือ ผูป กครองของผูศรทั ธาชายหญงิ ทุกคนแลว แนนอน นางรูด วี า ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ไดส ั่งใหบดิ าของนางอยใู ต บังคบั บัญชาของเดก็ หนมุ ตัวนอยๆ ทีเ่ ครายงั ไมข ้ึนเลย เพราะมอี ายุเพียง ๑๗ ป เทา น้นั แลวสัง่ ใหบ ิดา ของนางเดินทพั ภายใตก ารชีน้ ําของเดก็ หนมุ คนน้ี และใหท าํ นมาซตามหลังเดก็ หนมุ คนน้ี ไมต อ งสงสัยเลยวา มารดาแหงศรทั ธาชน อาอชิ ะฮไ ดส มั ผสั อยูกบั สถานการณอ ันขมข่นื เหลานี้ กลา วคอื นางตอ งแบกรับภาระทีเ่ ปนความทกุ ขข อง บิดาของนาง และการชว งชงิ ตําแหนง คอลีฟะฮและการวางแผนซงึ่ กาํ ลงั อยใู น ความคิดของบรรดาหัวหนา เผา ตางๆ ในตระกลู กุเรช ดงั นน้ั นางยิง่ มคี วาม เกลยี ดชังและเคียดแคน อะลี ฟาฏิมะฮ มากยงิ่ ขน้ึ นางจงึ ใชค วามพยายาม ทุกวถิ ี ทาง เพอ่ื ท่ีจะเขา ไปเปลยี่ นแปลงสถานการณ เพ่อื ใหป ระโยชนต กแกบดิ าของนาง ดว ย เครื่องมอื ตา งๆ ทน่ี างสามารถควบคุมใหเ ปนไป เทา ทน่ี างควบคุมได แนน อนเราจะเหน็ วา นางได สนับสนนุ บิดาของนางไวอยางไรบา ง โดยอางวจนะของสามี ของนาง แลว สงั่ ใหเขานาํ ประชาชน ทาํ นมาซ ทงั้ ๆ ท่นี างรูดีวา ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)ไดสง คนไปตามทา นอะลมี าเพ่ือรบั หนา ทอ่ี นั สําคญั ยงิ่ นนั้ คร้ันพอ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)รูเกยี่ วกบั แผนการณน้ัน ทา นก็ พยายามเดินออกมา ดว ยความยากลาํ บาก แลวขยับทา นอบบู กั ร ใหเคล่อื นออกไปจากสถานที่ ของทา น แลว ทา นก็ไดน ่ังลง เพอื่ นาํ นมาซใหแ กประชาชน ทานโกรธทา นหญงิ อาอชิ ะฮแลว พดู กบั นางวา แทจรงิ พวกนาง พวกเธอ เปน เหมอื นบรรดาสตรีในสมัยของยซู ฟุ (หมายความวา มี แผนการณอ นั ยง่ิ ใหญน กั ) (๗๒) นักวเิ คราะหใ นกรณนี ้ตี ามทที่ า นหญงิ อาอชิ ะฮรายงานไว ดว ยบทรายงาน ท่ีแตกตางกนั และขดั แยงกนั จะพบวา มกี ารหักลางกนั เองอยา งชดั แจง เน่อื งจากวา บดิ าของนางนน้ั ทา นศาสน ทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ)ไดสง ออกไปในกองทัพ และสง่ั การ ใหท านออกรบภายใตก ารบังคับบญั ชา ของอซุ ามะฮ บิน ซัยด กอ นเวลานมาซนน้ั ถงึ สามวนั และเปน ที่รูกนั วา จําเปนอยางย่ิงท่แี มทัพ จะตอ งเปน อิมามนาํ นมาซ ดงั นน้ั อซุ ามะฮจ งึ เปน อมิ ามของอบบู กั รในการเดินทพั คราวนนั้ คร้ันพอ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮตระหนกั ถงึ การลดเกยี รตเิ ชนนนั้ และเขาใจจุดมงุ หมายของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ใน เร่ืองนน้ั โดยเฉพาะอยา งย่ิง นางเองกร็ ูเทา ทนั วา ทา นอะลี บิน อบฏี อลิบ น้นั ทา นนบ(ี ศ็อลฯ)มไิ ด แตงต้ังใหอยใู นกองทพั ซ่งึ ประกอบดวยคนระดับแนวหนา ของบรรดาชาวมุฮาญิรนี และชาวอันศอร
และเขาเหลา นน้ั เปน บุคคลระดับแนวหนา และมเี กยี รติในตระกูลกเุ รช และนางรมู าจากทา นศาสน ทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) เชน เดียวกับท่บี รรดาซอฮาบะฮส ว นมากรูว า วันเวลาของทา น มีเหลอื อยู เพยี งเล็กนอ ย เทา นน้ั และบางทนี างอาจเขา ใจเหมอื นอยางความเห็นของอุมรั ฺ บนิ คอ็ ฏฏ็อบ ก็ได ทีว่ า ทาน ศาสนทตู แหง อลั ลอฮเพอไปแลว และทา นไมรตู ัววา ไดท ําอะไรไปบาง ดังนน้ั ความอิจฉารษิ ยาของ นางจงึ ผลกั ดนั ใหน างพลกิ แพลงไปตามความเหน็ ของนาง เพอ่ื ยกยองคุณคา และเกยี รติยศแหง บิดาของนางใหส ูงสง ขึน้ มา เพือ่ เปน คูแขง กับทา นอะลี เหลานที้ ุกประการ นางจงึ ปฏิเสธตอ กรณี ที่วา ทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) ตัง้ ทา นอะลเี ปน ทายาท และดวยเหตนุ ้ี นางจงึ พยายามทาํ ใหป ระชาชนทค่ี ิด ตืน้ ๆ ยอมรับวา ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) เสยี ชวี ติ บนตักของนาง โดยพาดศีรษะอยู ระหวา งซอกคอกับทรวงอกของนางและดว ยเหตนุ นี้ างไดเ ลาวา ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ได กลา วกบั นางใน ขณะท่ีนอนปว ยอยูวา จงเรยี กบดิ าของเธอและพช่ี ายของเธอมาซิ เพอ่ื ฉนั จะเขียนขอ ความไวใหแก พวกเขาเผ่อื บางทจี ะมีผแู อบอางจะอา งวา อัลลอฮและศาสนทูตของพระองคแ ละบรรดาผูศ รทั ธา จะปฏเิ สธการใหค วามเหน็ ชอบของ อบบู กั รจะมใี ครถามนางสักคนไหมวา : แลว อะไรเลาทยี่ บั ย้งั นางมิใหเ รียก พวกเขามา ? ทา ทขี องทานหญิงอาอิชะฮต อ ทานอะลี อมีรลุ มุอม นิ ีน ผศู กึ ษาคนควา เก่ยี วกบั ทศั นะของนางทมี่ ีตอ อะบุล ฮาซนั (ทานอะล)ี ไดพ บส่งิ ทแี่ ปลกและ นาประหลาดใจอยา งหนึ่ง นน่ั คอื ไมม คี าํ อธิบายใดๆ สาํ หรบั เรื่องนน้ี อกจาก ความอจิ ฉาริษยาและ ความเปน ศตั รขู องนางทม่ี ีตอ อะฮลุลบยั ต ของทานนบี ประวัตศิ าสตรไ ดจารกึ ไวว านางไดมีความ เกลยี ดชังและรังเกียจอยา ง ย่ิงตอ อมิ ามอะลี ความเกลียดชังของนางมมี ากถงึ ขนาดไมอาจจะเอย ชอื่ (๗๓) ไมอาจ ทจี่ ะมองทา นได เม่อื นางไดย ินขา ววา ประชาชนใหสตั ยาบนั แกทานเพ่ือดาํ รง ตําแหนง เปน คอลิฟะฮ หลังจากที่อสุ มานไดถ ูกสงั หาร นางไดกลาววา “ฉันอยาก จะใหฟ า กลายมา อยูใ นระดับเดยี วกบั แผน ดิน กอนทบี่ ตุ รของอบีฏอลิบจะได เปน ผูปกครอง” นางจะทําทกุ วิถที าง เพ่ือทจ่ี ะสรางปญ หาใหแ กเ ขา ไดน าํ กองทัพ เพ่อื ทาํ ศกึ สงครามกับทา น และเม่ือขาวการเสียชวี ิต ทา นไดม าถงึ นาง นางไดก ราบ เพ่ือแสดงความขอบคณุ ตออัลลอฮ ทา นมิไดป ระหลาดใจตอ อะฮล ิซ-ซุนนะฮ วลั -ญะมาอะฮ เหมือนกับ ขาพเจาดอกหรอื ท่ี พวกเขาไดร ายงานไวในตาํ ราซอเฮียะหทง้ั หลายของพวกเขา วา ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) ไดก ลา ววา “โออะลี ไมมีใครรกั เจานอกจากผทู มี่ ี ความศรทั ธาอยางแทจ รง และไมม ีเกลยี ดเจา นอกจากผูก ลบั กลอก(มนุ าฟก)”(๗๔) ตอ จากนัน้ พวกเขากย็ งั รายงานไวในตําราศอฮิฮแ ละมสุ นดั ตลอดถึงตําราประวัต-ิ ศาสตรของพวกเขาอกี ดวยวา ทา นหญงิ อาอชี ะฮเ กลียดชงั ทานอมิ ามอะลี อยางมาก จนนางไมส ามารถจะเอยถึงช่ือของทา นได อนั นย้ี ังมิไดเ ปน การยืนยนั จากพวกเขา เองถึง
คุณสมบัตขิ องสตรีทา นนีอ้ ีกหรือ? ขณะเดยี วกนั ทา นบุคอรกี ็ไดร ายงานไว ในหนงั สือศอฮฮิ ข อง ทานวา ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ) ไดกลา ววา “ฟาฏมิ ะฮ คือสวนหนงึ่ ของฉนั ใครกต็ ามท่ี ทาํ ใหน างโกรธกเ็ ทา กบั ทาํ ใหฉนั โกรธ และใครก็ ตามทที่ าํ ใหฉนั โกรธ ก็เทา กับทาํ ใหอลั ลอฮโกรธ” (๗๕) หลงั จากนน้ั ทานบุคอรเี องก็ ไดรายงานไวด วยวา ทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮไ ดเสยี ชีวติ ลงในขณะท่ี นางมคี วามโกรธ ตอ อบูบกั รโดยนางไมพ ูดกับเขาเลย จนกระทั่งนางตาย๗๖ สงิ่ เหลา นยี้ ังไมเ พยี งพออกี หรือทจี่ ะเปนการยืนยนั จากพวกเขาวา อลั ลอฮ และศาสนทูต ของพระองคม คี วามโกรธตออะบบู ักร? นคี่ อื สิง่ ท่ปี ญญาชนท้ังหลาย สามารถเขา ใจได ดว ยเหตุนี้ เอง ขา พเจา จงึ กลา วอยเู สมอวา สจั ธรรมน้ันจาํ เปน ที่ จะตอ งปรากฏอยเู สมอ ถึงแมว าผบู ดิ เบือนจะ พยายามซอ นเรน มันไวแ คไหนก็ตาม และถงึ แมวา บรรดาสมุนของพวกอุมยั ยะฮจะพยายาม บิดเบือนและปลอมแปลง สักเพียงใดกต็ าม แทจ ริงแลว ขอพสิ ูจนข องอัลลอฮจ ะตอ งคงอยูกบั บาว ปวงบา วของ พระองคต้งั แตว นั ที่อัล-กรุ ฺอานไดถูกประทานมาจนถงึ วนั อวสาน มวลการ สรรเสรญิ เปน ของอัลลอฮ พระผอู ภบิ าลแหง สากลโลก อมิ ามอะหมัด บนิ ฮนั บลั ไดเ ลาวา ครง้ั หน่งึ อะบบู กั รไ ดม าหาและขอ อนญุ าตตอทา นศา สนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ที่จะเขาพบ กอนทเ่ี ขาจะเขา ไป เขาก็ได ยนิ การพูดขึ้นเสียงของทา น หญิงอาอชี ะฮก ับทา นนบีวา “ขอสาบานตอ อัลลอฮ ฉัน รอู ยา งแนน อนแลววา อะลนี ัน้ เปน ที่รักยิ่ง ของทานมากกวาฉนั และบดิ าของฉนั ” นางไดกลาวซา้ํ เชนนสี้ องหรอื สามครงั้ ”๗๗ ความเกลียดชงั ของทา นหญงิ อาอชี ะฮท ม่ี ตี อ อมิ ามอะลนี น้ั มากมายจน ถงึ ขนาดวานาง พยายามทีจ่ ะแยกทา นออกหางจากทา นนบอี ยเู สมอ ไมวาเมื่อใด กต็ ามทน่ี างสามารถจะทําเชน นน้ั อบิ นุ อะลี อลั -ฮะดีด นกั ปราชญสายมอุ ฺตะซลิ ี ไดก ลาวไวในคําอธิบายนะฮ ุล-บะลาเฆาะฮว า ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ได เรียกใหท า นอะลีเขามาใกล เม่อื เขาไดเ ขา มาแลวกไ็ ดน งั่ ลง ระหวา งทานนบกี บั ทานหญงิ อะอีชะฮ ในขณะทท่ี ้ังสองนงั่ ชิดกนั นางไดพูดแกเ ขาวา “ทา นไม สามารถ จะหาทน่ี ่ังไดอกี นอกจากบนขาของฉันกระนนั้ หรอื ?” ทา นยงั ไดรายงานไวอีกวา วนั หนงึ่ ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) กาํ ลงั เดิน และ สนทนากนั อยา งเงยี บๆ อยกู ับทานอิมามอะลี ทานหญิงอาอชี ะฮก ไ็ ดเดินตาม หลงั มาจนกระทั่ง นางไดเ ขา ไปอยรู ะหวา งคนทงั้ สอง และพูดขนึ้ วา “มอี ะไรใน ระหวางทา นท้ังสองหรือที่ทา นตอ งคุย กันนานเชน นี?้ ” ดวยเหตนุ ี้ ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) จงึ โกรธ๗๘ ยังไดมีรายงานไวอ กี ดวยวา คร้งั หน่ึงนางไดม าหาทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ในขณะทท่ี านกาํ ลังสนทนาอยา งเงยี บๆ อยูก ับทา นอะลี นางไดก รีด รอ งขนึ้ และพูดวา “มนั คอื อะไร กนั ระหวา งทา นกับฉนั โอ บตุ รของอบูฏอลิบ? ฉนั มีเวลาท่ีอยกู ับทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) เพียงแคห นงึ่ วนั เทา นน้ั ” ดงั นัน้ ทา น นบ(ี ศอ็ ลฯ) กโ็ กรธอีก
บอยครัง้ แคไ หนทน่ี างไดทําใหทา นนบ(ี ศ็อลฯ) โกรธ ดว ยการหนุ หันพลนั แลน ของนาง ท่ี สบื เนอ่ื งมาจากความอิจฉารษิ าอยา งรา ยแรงและจากธรรมชาติ ในตวั ของนาง ตลอดจนคําพูดที่ กา วรา วของนาง? ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) จะมคี วามพอใจได หรือ กับผศู รทั ธาชายหญงิ คนใดทหี่ วั ใจของ เขาเตม็ ไปดวยความชงิ ชงั และรงั เกียจ ตอลกู พ่ลี ูกนอ งของทา น ซงึ่ เปน ผนู าํ ของลกู หลานของทา น ผู ซ่ึงทา นไดกลา วถึงไวว า “เขารกั อัลลอฮและนบขี องพระองค ขณะเดยี วกนั อัลลอฮและนบขี อง พระองคก็ รักเขา”?๗๙ ทา นยังไดกลา วเกย่ี วกบั เขาอกี ดว ยวา “ใครกต็ ามที่รักอะลี เทา กบั เขาไดร กั ฉนั และใครกต็ ามทีเ่ กลยี ดชงั อะลี เทา กบั เขาไดเกลยี ดชงั ฉนั ”๘๐ และนางจงพาํ นกั อยูแตในบา นของพวกนาง และอยา ไดอ วดโฉม อลั ลอฮ( ซ.บ.) ไดสง่ั ใหบ รรดาภรรยาของทา นนบพี าํ นักอยูแตในบา นของ พวกนาง และ ทรงหา มมิใหออกไปจากบา นในฐานผอู วดโฉม และอกี ทงั้ ไดสง่ั ให พวกนางอา นอัล กรุ อานดํารง การนมาซ จายซะกาต และเชอื่ ฟงอัลลอฮแ ละ ศาสนทตู ของพระองค(ศอ็ ลฯ) ภรรยาทุกคนของทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ลวนแตเชอื่ ฟง บทบัญญัติ ของอลั ลอฮ และคําส่ังสอนของทา นนบี ผซู ่งึ ไดห ามและเตอื นพวกนางไวก อ นที่ ทา นจะวะฟาตวา “พวกเธอคน ใดกต็ ามทจี่ ะขีห่ ลงั อูฐ สนุ ขั แหง อัล-เฮาบจี ะเหา พวกเธอ” ภรรยาทงั้ หมดของทา นลว นเช่ือฟง ยกเวน ทานหญงิ อาอชี ะฮ นางไดด ้ือ ดงึ ตอคาํ ส่งั ทงั้ หมดของทา น และไมใสใ จตอ คําตกั เตือนของ ทานเลย นกั ประวตั ิศาสตรบนั ทกึ ไวว า ทา นหญงิ ฮฟั เซาะฮ บนิ ต อมุ ัรฺ ตอ งการจะรวมไปกับทา น หญิงอาอชี ะฮด วย(ในสงครามญะมัล) แตอับดุลลอฮ พชี่ ายของนางไดเตอื นและ ไดอ านโองการน้ี แกนาง นางจงึ ไดย กเลิกการตัดสนิ ใจ สวนอาอชี ะฮน น้ั ไดข้นึ ขีอ่ ูฐ และสุนขั แหง อัล-เฮาบไี ดเ หา นาง ทา นฏอฮา ฮูเซน กลา วไวใน “อลั -ฟต นะฮ อลั -กบุ รอ” หนงั สอื ของทาน วา “ในระหวางเสนทางของ นาง ทา นหญงิ อาอีชะฮไ ด ผา นแหลง นํา้ และสุนขั ไดเหา นาง นางไดถามเกย่ี วกบั แหลงนา้ํ นี้ และเมื่อ นางได รูว า นค่ี อื อลั -เฮาบี นางตกตะลึงเปน อยางยิ่ง และกลา วขน้ึ วา “จงนาํ ฉัน กลบั ไปเถิด! จงนาํ ฉนั กลบั ไปเถดิ ! ฉนั ไดย นิ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) กลาวตอ ภรรยาท้งั หลายของทา นวา “พวกเธอคนใดท่สี ุนัขแหง อลั -เฮาบเี หา พวกเธอ?” อัลดลุ ลอฮ บนิ ซบุ ยั รฺ ได รบั รองความปลอดภัย ใหแ กน าง พรอ มกบั นาํ ผูชายจาก บานู อามริ จาํ นวน ๕๐ คน มาทาํ การสาบานเทจ็ วา นา้ํ แหง นนั้ ไมใชน ํา้ แหง อลั -เฮาบี ขา พเจา เชอื่ วา รายงานบทนไี้ ดถูกปลอมแปลงขนึ้ ในสมยั ของตระกลู อุมัยยะฮ เพอื่ ที่จะ ลดนา้ํ หนักการละเมดิ ฝาฝนของมารดาแหง ศรทั ธาชนใหเ บา บางลง ดว ยความคิดทวี่ า มารดาแหง ศรัทธาชนอยูใ นฐานะทไ่ี ดรับการอภัยได หลงั จากท่ี อับดุลลอฮ บิน ซบุ ัยรฺ หลานชายของนางได ลอลวงนาง พรอ มกับชาย หาสิบคนทไ่ี ดส าบานเทจ็ ตออัลลอฮวา แหลง นํ้าตรงนนั้ ไมใ ชแหลงนาํ้ แหงอัล-เฮาบี มันเปน เรือ่ งตลกท่ีโงเขลาเสยี จริง ท่ีพวกเขาตองการจะอุปโลกนรายงานเหลา น้ี ตอผู
ที่ไมม พี นื้ ฐานทางสติปญ ญา และทาํ ใหใ ครๆ ยอมรับวา ทา นหญงิ อาอีชะฮ ถกู หลอก เพราะวาเมอ่ื นางผานแหลง นํ้าแหง นนั้ และไดย ินเสียงสนุ ัขเหา นางกไ็ ด ถามถงึ ช่อื ของแหลง นาํ้ แหง นี้ ก็ไดม ีคน บอกแกนางวา นี่คืออัล-เฮาบี นางจงึ ตกใจ แลวกลา ววา “จงนาํ ฉันกลบั ไปเถิด ! จงนาํ ฉนั กลับไป! ” บรรดาคนโงเขลาทอี่ ุปโลกนร ายงานบทน้ี ไดส มั ผสั กบั คําขอขมาของ ทา นหญิงอาอิชะฮ สาํ หรบั การละเมิดฝา ฝน ของนางตอคําส่ังของอลั ลอฮ ตอ คําสั่ง ทีถ่ กู ประทานลงมาในอัล-กุรฺอาน ท่วี า จาํ เปน จะตอ งพาํ นกั อยูแตใ นบานของนาง พวกเขาไดส ัมผัสหรอื เปลา กับคําขอขมาของนาง สําหรบั การละเมิดฝา ฝน ของนาง ตอ คาํ สงั่ ของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ทวี่ า จาํ เปน จะตอง กกั บรเิ วณตวั เอง และ หามการควบขีอ่ ฐู กอ นจะถึงเรอ่ื งการเหา ของสนุ ขั ทลี่ มุ นาํ้ เฮาบี พวกเขาได พบ มใิ ชห รอื วา มารดาแหง ศรทั ธาชนไดข อขมา ภายหลงั จากท่ีนางไดป ฏเิ สธโอวาทของ มารดา แหง ศรัทธาชน อุมมซุ ะละมะฮ ซง่ึ นกั ประวตั ิศาสตรไ ดยกมากลาวถงึ เมอื่ ครงั้ ทน่ี างพูดกับทาน หญงิ อาอชิ ะฮ : “เธอยังจาํ ไดไ หม วนั หนง่ึ เมื่อทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)เดินออกมา และพวกเราก็ อยูกับทา น แตแ ลวทานกล็ งไปทางดา นซา ยของ(สถานทที่ ีช่ ่อื วา ) “กอดีด” แลว ทา นกส็ นทนาอยู ตามลาํ พังกบั ทานอะลีเปน เวลานาน สว นเธอ ตอ งการจะตอ วา บคุ คลทง้ั สอง ฉนั จึงไดหามเธอไว แตแ ลวเธอกฝ็ า ฝน ฉนั แลวไป ตอ วา บุคคลทงั้ สอง ไมน านนกั เธอก็รอ งไหก ลับมา ฉนั ถามเธอวา มี อะไรเกิดขน้ึ กบั เธอหรอื ? เธอตอบวา ฉันเขา ไปหาคนทงั้ สอง ในชว งทเ่ี ขากาํ ลงั สนทนากนั อยู แลว ฉนั ก็พดู กบั ทา นอะลีวา : ฉนั มิไดอยกู ับทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮเลย นอกจากเพียง วนั เดยี ว เทา น้นั ในเกา วนั ดงั นน้ั โอบ ตุ รของอะบฏี อลิบ ทานสละใหแกฉันมิไดหรือ ในวนั ทีเ่ ปน ของฉนั ดังนน้ั ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮห นั กลับมาท่ฉี นั ดวยใบหนา ทแ่ี ดงกาํ่ แสดงถึงความโกรธจัด ทา นกลาว วา เธอจงกลบั หลังไปเสยี ขอสาบานตอ อลั ลอฮ คนใดกต็ ามในหมมู นุษยท ท่ี ําใหท า นโกรธ จะตอ ง ไมเ ปนอยา งอนื่ นอกจาก จะตองหลดุ พน ออกไปจากความศรัทธา ดงั นน้ั ฉนั จงึ กลบั มาดว ยความ เสียใจ ในความผดิ แลวทา นหญิงอาอชิ ะฮ ก็รับคําวา “จะ ฉนั ยงั จาํ ได” ทา นหญงิ อมุ มซุ ะละมะฮก ลา วตอไปวา : ฉนั จะร้อื ฟน ความจําใหเธออกี ท้งั ฉนั และเธอเคย อยูก บั ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ ครั้นแลว ทา นไดกลา ววา “คนใดในหมพู วกเธอซึ่งเปน คนขี่อฐู แลว มสี นุ ขั แหง ลมุ น้ําเฮาอบั มาเหา นางผนู นั้ จะเปน คนทพี่ ลาดจากหนทางท่ีถูกตอง ? พวกเราจงึ กลา ว วา เราขอความคุมครอง ตออลั ลอฮ และศาสนทตู ของพระองคใ หพ น จากเรื่องนน้ั แลว ทา นไดตบไป ทีห่ ลงั ของเธอ พลางกลาววา “จงระวังตอ การที่เธอจะเปนคนๆนนั้ นะ โอฮ ุมยั รออ” ทาน หญิงอาอิ ชะฮร ับคาํ วา “จะ ฉันยังจาํ ได” อมุ มซุ ะละมะฮกลาวตอ ไปวา : เธอยงั จาํ ไดไหม วนั ทบ่ี ิดาของเธอมา พรอ มกบั ทา นอมุ รั ฺ และพวกเรากล็ กุ ไปอยูดา นหลังมา น เขาทง้ั สองเขา มาสนทนา กบั ทา นตามท่ีตอ งการ จนกระทงั่ ถึง ตอนทเี่ ขาทง้ั สองกลาววา โอท านศาสนทตู แหงอลั ลอฮ แทจ รงิ เราไมร เู ลยวาทานจะอยกู ับพวกเรา
ตอไปอกี นานเทา ไหร ถา เพยี งแตท านแจงใหเ ราทราบวา ใครจะทาํ หนา ท่ีเปนคอลีฟะฮ ปกครอง พวกเรา เพอื่ เขาจะไดเปน ที่ยดึ ถอื สาํ หรบั เราภายหลังจากทาน ดังน้นั ทานจงึ บอกคนทง้ั สอง วา “สําหรบั ฉนั เอง เลง็ เหน็ สถานะของเขาแลว (ในเหตุการณขางหนา ของพวกทา น) ซึ่งถา หากฉนั ได กระทําลงไป แนน อน พวกทานจะแตกแยกจากเขา เหมอื นพวก บนอี สิ รออีลที่แตกแยกจากฮารนู ” แลวคนทงั้ กน็ งิ่ เงยี บ ตอ จากน้ัน กเ็ ดินกลับออก ไป คร้ันเม่ือเขาทง้ั สองออกไปแลว พวกเรากอ็ อกมา หาทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ แลว เธอกพ็ ดู กับทา น เพราะเธอเปนคนทห่ี าญกลา กบั ทานมากกวา พวกเรา วา : โอทานศาสนทตู แหง อัลลอฮใ ครกนั หรอื ทที่ า นจะตง้ั ใหเ ปน คอลฟี ะฮ ปกครอง พวกเขา ? แลว ทานก็ตอบวา คนทสี่ วมรองเทา ปะชนุ อยูน น่ั แหละ ดังนนั้ พวกเรา จงึ ลงไปดกู นั เราก็เหน็ แต ทานอะลี แลว พวกเราก็กลา ววา โอทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ สว นเธอนัน้ ไดกลา ววา : โอท า นศา สนทตู แหง อัลลอฮ ฉันไมเ หน็ ใครเลย นอกจากอะลเี พยี งคนเดยี วเทา นน้ั นา นตอบวา ก็เขานนั่ แหละ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ รบั คาํ วา : ใชแลว ฉันยังจําได แลว อุมมซุ ะละมะฮยงั กลา วกับนางอีก วา : หลงั จากนี้แลว เธอยงั จะเดนิ หนา ตอไปอีกหรอื โออ าอชิ ะฮ นางตอบวา อนั ที่จรงิ ฉนั จะออกไป เพอ่ื ปรองดองระหวา งคนทง้ั หลาย(๘๑) แลว ทา นหญงิ อมุ มซุ ะละมะฮก ไ็ ดห า มนางมใิ หออกไปดว ย ถอ ยคําทร่ี ุนแรง โดยได กลา วกับนางวา : แทจ รงิ เสาหลกั ของอสิ ลาม มิอาจทาํ ใหเ ทย่ี งตรงโดยสตรี ได ถึงแมมนั จะเอนเอยี ง และมิอาจประสานโดยสตรีได ถึงแมม นั จะแตกหกั การยกยอ ง สรรเสรญิ สําหรับสตรี คอื ใหล ดละจากการจดจอ ง และรกั ษาเกยี รติยศในตวั เอง เธอจะพดู อยา งไร ถา หาก ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ (ศอ็ ลฯ)มาปรากฏตัวตอ หนา เธอ ณ สถานท่ีตรงไหนสักแหง หนงึ่ ในทอง ทะเลทรายนี้ และไดพ บวา เธอกาํ ลงั ข่ีอฐู ของเธอจากแหลง นาํ้ แหงหนงึ่ ไปยงั สถานท่อี น่ื ? ขอ สาบานตออัลลอฮ ถา หากฉนั เดนิ ทางไปกบั การเดนิ ทางของเธอคร้งั นี้ แลว หลงั จากน้ัน ไดม คี าํ เชญิ มายงั ฉนั วา เธอจงเขา สวรรคฟร เดาซเ ถดิ แนนอนฉนั จะละอายตอ การทจ่ี ะพบกับมฮุ มั มดั หลงั จากไดมกี ารโยนผา มา นทิง้ โดยฝม อื ของเขาลงบนตัวของฉนั ขณะเดยี วกนั มารดาแหง ศรัทธาชนกม็ ไิ ดย อมรับคําแนะนาํ ของบรรดา ซอฮาบะฮผ ูม ี คุณธรรมจํานวนมาก ดงั รายงานจากทา นฏอ็ บรียในตารคี ของทา น วา แทจรงิ ญารยิ ะฮ บนิ กอดา มะฮ อซั ซะอดฺ ยี ไ ดก ลาวกบั นางวา : โอม ารดาแหง ศรัทธาชน ขอสาบานตออัลลอฮว า แนน อน การ สงั หารอสุ มานนั้นยงั เปน เร่ือง เล็กนอยกวา การทท่ี า นออกไปจากบา นของทา น โดยนงั่ ไปบนหลงั อฐู ตัวน้ี อนั ถกู สาปแชงเพราะการตดิ อาวธุ แทจรงิ หนา ทีส่ าํ หรับทา นจากอัลลอฮค อื การอยูอยา ง มิดชิด และรกั ษาเกียรติ แตแลว ทานไดทําลายมา นกน้ั ของทา นและทาํ ให เกียรตยิ ศของทานดาง พรอ ย แทจรงิ ใครทเ่ี หน็ ดว ยกับการออกรบของทา น เทา กบั คนนน้ั เหน็ ดวยกบั ความหายนะของ ทาน ถา หากทา นมาหาเรา ในฐานะผูเช่ือฟง กข็ อใหเ ดินทางกลบั ไปยงั เรือนของทา นเสีย แตถ า หาก ทานมาหาเราในฐานะเปน ผู บีบบังคบั ก็จงขอความชว ยเหลือตอคนทงั้ หลายเถิด(๘๓)
มารดาแหง ศรัทธาชนเปนแมทัพ ! นกั ประวัตศิ าสตรไ ดก ลาววา นางเปน แมท ัพอยา งเต็มรูปแบบ กลาวคอื นาง เปน คนแตง ตงั้ ถอดถอนและออกคําสง่ั ตา งๆ จนกระทงั่ ตอลหะฮและซบุ ัยร สบั เปลย่ี นกนั ทาํ หนา ท่ีอิมามนาํ นมาซ เพราะแตละคนตองการจะไดนมาซกับ ประชาชน ครนั้ แลว ทา นหญงิ อาอชิ ะฮไ ดเ ขา มากา วกา ย และส่ังถอดคนทง้ั สอง พรอ มๆกัน และไดส งั่ การใหอับดุลลอฮ บนิ ซุบยั ร หลานชายของนางเปน คน นาํ ประชาชนทํานมาซ นางเปน คนซง่ึ สง สาสนตา งๆ โดยขอเขียนของนางเอง แลวสง ไปตามเมอื ง ตางๆมากมาย เพอื่ ขอกาํ ลังสนบั สนนุ จากเขาเหลา นน้ั ใหม า ชวยนางรบกับทานอะลี บิน อบี ฏอลบิ อกี ทง้ั ยงั ไดป ลกุ ปนไฟแคน แบบญาฮิลยี ะฮ ขน้ึ ในหมคู นเหลา น้ัน จนกระทั่งนางสามารถรวมพลไดม ากถงึ ๒๐,๐๐๐ คนหรือมากกวา นนั้ ประกอบดว ยคน เถ่อื นในหมชู าวอาหรบั และพวกละโมบอยากได เพือ่ ตอ สแู ละ ทําลายลา งอะมีรุล-มุมินนี ความเรา รอนของนาง ยงั ผลใหเ กิดความเสยี หายอยาง ยอ ยยบั มีผูคนเปน จํานวนมากไดถกู สังหารลงทนี่ นั่ ในฐานะผปู กปอง และชว ยเหลอื มารดาแหงศรัทธาชน นกั ประวัติศาสตรไ ดก ลาววา พรรคพวกของ ทา นหญงิ อาอชิ ะฮน น้ั เมอ่ื สามารถหลอกลออษุ มาน บนิ ฮะนฟี เจา เมืองบัศเราะฮไ ดแ ลว ก็ไดจ บั ตวั เขาเปน เชลยทนั ที พรอมดว ยบรรดาสหายของเขาอกี ๗๐ คน ซง่ึ เปน ฝา ย ทาํ หนา ท่ปี อ งกันบยั ตลุ มาล(กองคลงั ของอิสลาม) เมอ่ื พวกเขาไดนาํ ตวั คน เหลา นน้ั มาถึงยงั ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ นางกไ็ ด ออกคาํ สั่งใหสงั หารคนเหลา นั้นทนั ที โดยพวกเขาไดเ ชือดคอคนเหลานัน้ ราวกบั เชอื ดแพะแกะกไ็ ม ปาน มรี ายงาน บางกระแสกลาววา คนเหลานัน้ มีจํานวนมากถึง ๔๐๐ คน กลา วกนั วา คนเหลา น้ัน คอื มุสลมิ กลุม แรก ท่ีถกู เขน ฆาอยา งโหดรายทารุณทส่ี ุด (๘๔) ทานชุอฺบีย ไดร บั รายงานมาจาก ทา นมุสลมิ บนิ อบี บกุ เราะฮ วา มีรายงานจากบิดาของ ทาน กลา ววา : เม่ือฏอ็ ลหะฮแ ละซบุ ยั ร ไดเ ดนิ ทางมาถงึ ยงั เมอื งบศั เราะฮ ฉนั จบั ดาบมาแขวนไว ทันที เพราะฉนั ตอ งการจะชว ยเหลอื คนทงั้ สอง ดงั นนั้ ฉนั จึงเขา ไปหาทา นหญงิ อาอชิ ะฮ เพราะนาง คอื ผสู ั่งและผหู าม ฉะนนั้ คาํ สง่ั ทงั้ หมด ยอ มเปน คาํ สง่ั ของนาง ฉนั จงึ นกึ ถงึ ฮะดษี บทหน่ึงของทา น ศาสนทตู แหงอลั ลฮ(ศอ็ ลฯ) เพราะฉนั เคยไดยินทา นกลา ววา : กลมุ ชนใดทม่ี สี ตรี ทาํ หนาท่ีควบคมุ บริหารการปกครอง กลุมชนนั้นจะไมไดรบั ชยั ชนะ ดงั นน้ั ฉนั จงึ ผละจากพวกเขามา และหลีกเลีย่ ง ไปจากพวกเขาเสยี ขณะเดยี วกนั ทา นบคุ อรีไดบ ันทกึ รายงานจากอะบบี กุ เราะฮ โดยคาํ กลาว ของทา นวา : แนน อน อัลลอฮทรงประทานคณุ คา ใหแ กฉ ันดวยถอ ยคาํ หนงึ่ สาํ หรบั สงครามญะมัล นน่ั คอื เมอ่ื ครัง้ ทที่ า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) ทราบขาววา เปอรเซยี สามารถจับกมุ ราชธดิ าของกษัตรยิ กซุ รอได ทานไดพ ดู วา “กลมุ ชนใดก็ ตามท่สี ตรเี ปนผปู กครองพวกเขา กลมุ ชนนน้ั จะไมไ ดร ับชัย ชนะ”(๘๕)
สว นหนง่ึ จากเรอื่ งราวทน่ี า หวั เราะ และรอ งไหใ นเวลาเดียวกนั คือวา ทา นหญิงอาอิชะฮ มารดาแหง ศรัทธาชนไดออกจากเหยา เรอื นของนาง ในฐานะ สตรผี ลู ะเมิดตอ อัลลอฮแ ละศาสนทตู ของพระองค ตอ จากนนั้ ทา นไดส่ังบรรดา ซอฮาบะฮใหป ระจาํ อยกู ับเหยาเรอื นของตน นับวา เปน เรอ่ื งแปลกจริงหนอ!! ดซู ิทาน เร่ืองอยา งนีม้ นั เกดิ ขน้ึ ไดอ ยางไร ? อิบนอุ บี อัล-ฮะดีด จากสายมุอตฺ ะซิลีย ไดก ลา วไวใ นหนงั สืออธบิ าย นะฮ ุล-บะลาเฆาะฮ และนักประวตั ศิ าสตรรายอ่ืนๆ ก็ไดกลา วไววา ขณะทที่ าน หญงิ อาอชิ ะฮ อยูในเมืองบัศเราะฮน ้นั นางไดเขียนจดหมายสงไปยังซัยด บนิ ซฮู าน อลั -อบั ดีย โดยนางไดก ลา วในจดหมายน้ันวา “จาก อาอิชะฮมารดาแหง ศรทั ธาชน บุตรีของอบบู กั รผซู อ่ื สตั ย ภรรยาของทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ ถงึ ซยั ด บนิ ซฮู าน บตุ รของนาง ผบู รสิ ุทธิใ์ จ ตอ จากนีไ้ ป ขอใหเ จา จงประจาํ อยกู บั บา นของเจา และจง ลดจํานวนคนออกจากบตุ รของอะบีฏอลิบ และแนนอนเม่อื ขาวของเจามาถงึ ขา ตามท่ีขา พอใจ ดังนน้ั เจาจะเปน บคุ คลสาํ คญั คนหนงึ่ แหง สมาชกิ ของขา” วัสสลาม ชายผทู รงคุณธรรมทานนีไ้ ดต อบนาง ดังขอ ความตอ ไปนี้ “จากซัยด บนิ ซูฮาน ถงึ อาอชิ ะฮ บนิ ต อบบู กั รตอ จากนไ้ี ป แทจริงอัลลอฮท รงบญั ชายังทา น โดยพระบัญชาอยา งหนงึ่ และทรง บญั ชาพวกเราโดยพระบญั ชาอกี อยา งหนงึ่ พระองคทรงบญั ชาทา นใหป ระจําอยูแตในบานของ ทา น และทรงบัญชาพวกเรา ใหท ําการตอ สู แนนอนหนังสือของทา นไดม ถี ึงมายงั ฉนั แลว โดยทา น ไดสั่งใหฉนั กระทําในส่ิงที่ขดั แยงกบั ทอ่ี ลั ลอฮทรงบญั ชาแกฉ ัน ซึ่งเทา กบั ใหฉ นั เปนคนท่ีตอ ง กระทํา ในสงิ่ ที่อลั ลอฮท รงบญั ชาแกทา น สว นทานเองไดก ระทาํ ในสง่ิ ทพ่ี ระองค ทรงบญั ชาแกฉนั ดงั นน้ั คําสั่งของทา น ตามทัศนะของฉนั จงึ มอิ าจปฏบิ ัติตามได และหนงั สือของทา น จะไมไดร บั คาํ ตอบใดๆ” ในเรื่องราวเหลานี้ ไดอ ธิบายอยา งชัดเจนวา ทานหญิงอาอชิ ะฮไมเ พยี งแต เปน แมท ัพนาํ ทหารออกรบในสงครามญะมลั เทา นนั้ หากแตท า นยงั กระหายใน อาํ นาจปกครองบรรดาผูศรทั ธา ในทกุ แวนแควน แดนดินอกี ดว ย โดยทกุ สงิ่ ทกุ อยา ง นีเ้ อง นางจงึ เปน บุคคลผซู ึ่งปกครองฏ็อลหะฮ และซุบยั ร ซงึ่ เปนสองคนทอี่ มุ ัรฺ ลุนใหด าํ รงตําแหนงเปนคอลฟี ะฮ และสําหรับเรอื่ งทงั้ หมดนี้ นางได อนุมัติใหตัว ของนางเองตดิ ตอทางจดหมายกับบรรดาผูนําเผา ตา งๆ และบรรดาขาหลวงเมอื ง ตางๆ แลวชกั ชวนพวกเขาในทางทผี่ ดิ และขอความชว ยเหลอื จากพวกเขา สาํ หรบั เรอื่ งราวเหลา นที้ ั้งหมดนางจงึ บรรลถุ งึ ขีดขน้ั เหลา นัน้ และความ เลอ่ื งลอื เหลา นนั้ ของพวกตระกลู อมุ ยั ยะฮ ดงั นนั้ นางจึงเปน ตนแบบ และเปน รากฐานแหงความเคารพนบั ถือของ พวกเขาทงั้ หมด และนางเปน ผซู ่ึงมพี ลงั และการตอตา นอันนา กลวั เพราะขนาดบรรดาคนเกง กลา และบรรดาผมู ีช่ือเสยี ง ระบอื ในความกลา หาญ ยงั พา ยแพแ ละว่ิงหนดี ว ยความกลวั แถวทหารทนี่ าํ
โดย ทา นอะลี บนิ อบี ฏอลิบ และไมก ลา ยนื หยัดตอ หนา เขาเลย แตท วานางกลับ ยนื หยัด ทาทาย กลาขนึ้ เสยี ง และกอ กวนใหเ กดิ ความสบั สน ดวยเหตนุ ี้ บรรดาผมู สี ตปิ ญญาก็ยงั สับสน นักประวัตศิ าสตรเอง ก็ยงั ฉงน สนเทห ในยาม ทพ่ี วกเขาไดรูเ ร่อื งราวของนางในสงครามอฐู ต้ังแตต อนเรมิ่ ตน คือ กอ นทอี่ มิ ามอะลีจะเดนิ ทางมา และในสงครามอฐู ครง้ั ใหญ หลงั จากที่อมิ ามอะลี เดนิ ทางมาถงึ แลว และเรยี กรอ งใหน างยอมรับ คัมภีรของอัลลอฮ แตน างปฏเิ สธ และยนื กราน ทจี่ ะทาํ สงครามอยา งด้อื ร้ัน จนมิอาจอธิบายเร่ืองนี้ ไดเ ลย นอกจาก เม่อื เราไดรูถึงความลกึ ลาํ้ และรนุ แรงของการอจิ ฉารษิ ยา และความเกลยี ดชงั ท่ี มารดาแหง ศรัทธาชน พกพาไวส ําหรบั บตุ รหลานของนาง ที่มีความบรสิ ุทธใิ์ จ ตอ อัลลอฮ และศา สนทูตของพระองค(ศ็อลฯ) คําเตอื นของทา นนบี(ศอ็ ลฯ)ใหระวงั ทา นหญิงอาอชิ ะฮ และการปลกุ ปน ยยุ งของนาง แนน อน ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ) ลว งรถู งึ ความลกึ ลบั และภยั รา ย อนั เกดิ จาก แผนการณท ว่ี นเวยี นอยูร ายรอบตัวทาน จากดา นตา งๆ ทงั้ หมด ไมตอ ง สงสยั เลยวา เพราะทา นรู ถึงอิทธพิ ลในตวั ของสตรีทีม่ ผี ลกระทบและกอกวนแกบรุ ุษ ขณะเดยี วกนั ทานก็รดู ีถงึ แผนการณ อนั ยิง่ ใหญข องพวกนางซงึ่ แทบจะทําลายภเู ขา ใหสญู สลายไปได และโดยเแพาะอยางย่งิ ทา นยงั รู ดวยวา ทา นหญงิ อาอชิ ะฮภ รรยา ของทา น เปน คนมคี วามพรอม สําหรบั บทบาทท่เี ปน อนั ตราย เหลา น้ี ในเมอื่ จติ ใจ ของนางแฝงไวดว ยความอิจฉาริษยา ความจงเกลียดจงชงั ตอทา นอะลคี อ ลฟี ะฮ ของทา นโดยตรง และตออะฮล ุลบยั ตของทานโดยรวม ทา นจะไมรไู ดอ ยา งไร ในเมื่อทา นใช ชีวิตอยูก บั กิรยิ าอาการอันมาจากทา ทแี ละความเปน ศตั รูของนาง ท่ี มตี อ บคุ คลเหลานนั้ ซ่ึงทา นก็ โกรธบอ ยและเปล่ยี นสหี นา ของทานอยูบอ ยๆ แตทา น พยายามโนม นาวใหน างยอมรับทกุ คร้ังวา ความรกั ของทา นอะลี คอื ความรกั ของ อลั ลอฮแ ละผูทโี่ กรธเคอื งทา นอะลี เทา กับเปน มนุ าฟก ซ่ึงอัลลอฮจะทรงพโิ รธตอ เขา แตเมนิ เสียเถดิ สาํ หรบั ฮะดษี เหลา นน้ั วา สามารถจะซมึ ซบั เขา ไปใน สว นลกึ ของจติ ใจเหลานนั้ ซ่ึงไมรูจักความจรงิ วา เปน ความจริง นอกจากเพ่ือผลประโยชนของ นาง เอง และไมรจู กั ความถูกตอ งวา เปน ความถกู ตอง นอกจากจากส่งิ ที่มาจากตวั ของนางเองเทา นน้ั ดวยเหตนุ ้ี ทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ)จงึ อดทนเม่อื ทา นรูวา นางคอื บททดสอบ (ฟตนะฮ) ท่ีอลั ลอฮท รงบันดาลมาในประชาชาตนิ ี้ เพื่อพระองคจะไดทดสอบ ประชาชาติเหลา น้ีโดยนาง เชนเดยี วกบั ทพ่ี ระองคเคยทดสอบประชาชาติในยุค กอนๆ มาแลว พระองคผ ทู รงสูงสุด ตรัสวา : มนุษยค ดิ กระนั้นหรือ วา เขาจะถกู ปลอยไวเ ฉยๆ โดยจะไมถูกทดสอบ เพยี งเพราะการทเ่ี ขากลา ว วา เราศรทั ธาแลว (อัล-องั กะบตู /๒)
แนนอนทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) เคยเตอื นประชาชาติของทานให ระมัดระวังนาง ไว หลายคร้งั ดว ยกนั จนกระทัง่ ในวนั หน่งึ ทา นไดหันหนา ไปยงั บา นของนางแลวกลา ววา : “ณ ตรง น้ี คือความเสยี หาย ณ ตรงน้คี อื ความเสยี หาย (ฟต นะฮ) เปน ทซี่ ่งึ เขาของชยั ฏอนจะปรากฏขึ้นมา” แนน อน ทา นบคุ อรีได รายงานเรือ่ งน้ีไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น บาบวา ดว ย เร่ืองราวในบา นของ ภรรยาทาน นบี ความวา รายงานจากทา นนาฟอฺ วา มรี ายงานจากทานอบั ดลุ ลอฮ (ขออัลลอฮ ทรง พอพระทยั ตอ ทา น) ไดก ลาววา : ทานนบี(ศ็อลฯ)ไดล กุ ข้ึนกลาวเทศนา แลว ชไ้ี ป ทบ่ี า นของนางอาอิ ชะฮ แลว กลา ววา ณ ตรงนค้ี อื ความเสียหาย (๓ ครงั้ ) เปนที่ ซงึ่ เขาของชัยฏอนจะปรากฏขึน้ มา (๘๖) รายงานจากทา นมสุ ลิมในซอเฮยี ะหข องทา นเชน กนั วา จากทานอิกรอมะฮ บนิ อัมมารฺ วา รบั รายงานมาจากซาลมิ จากอบิ นุอมุ รั ฺ ไดก ลา ววา : ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ไดอ อกมา จากเรอื นของทานหญงิ อาอชิ ะฮแลว กลา ววา “แกนนาํ ของการปฏเิ สธศรัทธาจะมาจากทนี่ ่ี จะเปน ที่ที่เขาของชัยฏอนปรากฏขน้ึ มา(๘๗) ไมมเี หตผุ ลใดๆ สาํ หรับการเพ่มิ ถอ ยคาํ ของพวกเขาเอง ที่ผนวกเขา ไปเสริม ประโยคนวี้ า : หมายถงึ ทิศตะวันออก เพราะนน่ั คือ การกขุ ้ึนมาอยา งชดั แจง เพื่อ พวกเขาจะไดล ดน้ําหนักของ ถอยคําในประโยคนี้ ใหดเู บาบางลงไปบาง สาํ หรับ มารดาแหง ศรัทธาชน และกนั ขอหานใ้ี หอ อก หางไปจากนาง มรี ายงานปรากฏในซอเฮยี ะหบคุ อรีอีกเชน กนั วา : เมือ่ ฏอ็ ลหะฮ, ซบุ ัยรแ ละ ทา นหญิงอาอิ ชะฮ เดนิ ทพั มาถึงยังบัศเราะฮ ทา นอะลีกส็ งทา นอัมมารฺ บิน ยาซริ ฺ ทา นฮาซนั บนิ อะลี เดินทางมา พบกับพวกเรา ทก่ี ฟู ะฮ คนทั้งสองขน้ึ บนมมิ บัรฺ โดยทานฮาซนั บนิ อะลนี นั้ อยสู วนบนสุดของ มิมบรั ฺ และทา นอัมมารฺ นนั้ ยนื ต่ํากวา ทา นฮาซนั ดงั นนั้ พวกเราจงึ เขามาชมุ นมุ กนั ซง่ึ ฉันไดย ินทา น อมั มารฺ บนิ ยาซิรฺ กลา ววา : แทจริงทา นหญิงอาอชิ ะฮไดน ําทัพเดนิ ทางไปยงั เมอื งบศั เราะฮแ ลว ขอ สาบานตอ อัลลอฮ แทจริงนางคอื ภรรยานบขี องพวกทาน(ศอ็ ลฯ) ทง้ั ในโลกน้ีและ ปรโลก แต ทวา อัลลอฮผทู รงจาํ เรญิ ผทู รงสูงสดุ ไดท ดสอบพวกทา น เพ่อื จะไดเปน ทปี่ ระจกั ษวา พวกทานจะ เคารพเชื่อฟง พระองค หรอื นางกนั แน( ๘๘) อลั ลอฮ ผทู รงยง่ิ ใหญ คาํ บอกเลา นไี้ ดแ สดงใหเ ห็นวา การเคารพเช่ือฟง นาง เปน การ ละเมดิ ฝา ฝน อลั ลอฮ และการละเมิดฝาฝน นาง อันหมายถงึ การ ยนื หยดั ตอตานนาง คือ การ เคารพเชอื ฟง อลั ลอฮ ขณะเดียวกนั เราจะสงั เกตในฮะดษี นี้ไดอ ีกวา นักรายงานจากพวกอมุ ัยยะฮ ไดเ สริม ถอยคาํ ทีว่ า “ปรโลก” เขาไป ดังขอความในประโยค “แทจริงนางคอื ภรรยา นบีของพวกทา น(ศอ็ ล ฯ) ทั้งในโลกนแ้ี ละปรโลก” เพือ่ สรางความสบั สนใหคนทว่ั ไป เขา ใจวา อลั ลอฮท รงอภยั โทษ ใหแ ก นางในความบาปทุกประการ ท่นี างสง่ั สมไว และทรงใหน างเขา สวรรค ในเม่อื สามีของนาง ผูเ ปน ที่
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329