นักวเิ คราะหท กุ คนตางรดู วี า ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ)มีปกาศิตในเรอื่ ง ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ และแตงตั้งทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบกอ นทา นจะวะฟาต เชน เดียวกบั บรรดาศอฮาบะฮสฺ วนใหญทร่ี ู เรื่องนี้ดว ย อีกทัง้ บรรดาบุคคลระดบั แนวหนา เชน อะบูบกั ร และอมุ ัรฺ (๑๖๔) ดว ยเหตนุ ี้ อิมามอะลี จงึ กลาววา : “ทั้งๆ ทเี่ ขากร็ วู า สถานะของฉนั กบั สง่ิ นน้ั สัมพันธกนั เหมือนเดอื ยโม กบั ครกโม” อาจ ดว ยเหตนุ ้ี ทอี่ ะบูบักรแ ละอมุ รั ไฺ ดอ า งวา ตองหา มการรายงานฮะดีษของ ทา นนบี(ศ) ตามทเี่ ราได อธิบายผา นไปแลวในตอนตน และวา ใหยดึ ถอื แตอลั -กรุ อฺ าน เพราะอลั -กุรอฺ านถงึ แมจ ะมีโองการวา ดวย อํานาจการปกครองกจ็ รงิ แตไ มม ชี อื่ ของอะลรี ะบไุ วอยา งชดั เจน เหมอื นอยางทมี่ ีอยูในฮะดษี ตา งๆ ของนบี เชน คํากลาวของทาน(ศ)ทวี่ า “ใครทฉี่ ันเปนผปู กครองของเขา ดงั นน้ั อะลีผนู ี้ กเ็ ปน ผปู กครองของเขาดวย” และ “อะลกี บั ฉัน มฐี านะเชน ฮารนู กับมูซา” และ “อะลี เปน ทงั้ พ่นี อ ง เปน ทายาท และเปนคอลีฟะฮฺของฉนั ภายหลงั ฉัน” และ “อะลีมาจากฉนั และฉนั เองก็มาจากเขา เขา คือผูปกครองของผูศรทั ธาทกุ คน ภายหลงั ฉนั ” (๑๖๕) ดวยเหตนุ เ้ี อง เราจงึ เขาใจถงึ แผนการเอาชนะ ตามทอี่ ะบบู กั รแ ละอมุ ัรไดว างไว ในการหา ม และเผาฮะดีษตางๆ ของนบี และยังไดท าํ การปดปากมิใหศ อฮาบะฮฺ พูดถงึ ตามทเ่ี ราไดกลา วไป แลวในรายงานของ กอ็ รฺเซาะฮฺ บนิ กะอบั จนกระทง่ั อะลไี ดม ารบั ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ เราจงึ เหน็ วา ทานไดข อใหศ อฮาบะฮฺยนื ยนั ถงึ ฮะดีษอลั -ฆอดรี ฺ ในวนั เราะฮฺบะฮฺ ซึ่งมศี อฮาบะฮฺยนื ยนั กบั ทา น ๓๐ คน ในจํานวนคนเหลา น้ัน มีชาวบะดะรีย ๑๗ คน(๑๖๖) นี่คอื หลักฐานอันชัดแจง ทสี่ ดงใหเ หน็ วา บรรดาศอฮาบะฮจฺ าํ นวน ๓๐ทา น เหลา นน้ั จะไม ยอมพดู ถาหากวา ไมมี ทา นอะมรี ุล-มุมินนี ไมข อรองใหพวกเขาทํา เชน นน้ั ดงั นนั้ ถา หากอะลี ยงั ไมเปนคอลีฟะฮฺ และไมมีอาํ นาจในมือ แนนอน ความกลวั จะทาํ ใหพ วกเขาวางเฉยจากการทาํ หนา ทพ่ี ยาน ดังทม่ี พี ฤติการณเชนนน้ั เกดิ ขนึ้ ในศอฮาบะฮบฺ างคนทค่ี วามกลวั หรอื ความอจิ ฉาได ทําใหพ วกเขาวางเฉย จากการเปนพยาน เชน อะนสั บนิ มาลิก และบรั รฺ ออ บนิ อาซบิ และเซด บนิ อรั กฺ อ็ ม และญะรีรฺ บนิ อบั ดลุ ลอฮฺ อัล-บะญัลลยี แลว พวกเขาก็ตอ งประสบกับโทษ ทณั ฑตามคํา ขอดุอาอของอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ(๑๖๗) แตทา นอะบูตุรอบ(อิมาม อะล)ี กม็ ไิ ดอยูอ ยางราบรน่ื กบั ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ เพราะตลอดเวลาในสมัยของทา น เต็มไปดว ยความเดือดรอน ความเส่อื มเสยี และแผนการรา ย ตลอดจนการทาํ สงครามทโี่ หมกระหนา่ํ ตอทา น จากทกุ ๆดา น เพลิงแคนและ ความชงิ ชังเหลา นนั้ มมี าตง้ั แตสมัยสงครามบะดัรฺ สงครามฮุนยั น และสงครามคอ็ ยบัรฺ จนกระทงั่ ทานตอ งพลชี พี เปน ชะฮดี และแบบฉบบั ตา งๆ เหลานน้ั ของนบกี ็ไมมปี รากฏใหเ ห็น ในหมูบรรดาผู กอความเสยี หาย เหลา บรรดาผูบ ิดพลวิ้ และออกนอกศาสนา โดยทเ่ี ขาเหลา นนั้ ผูกพนั กบั ระบบท่ี เสยี หาย การรบั สนิ บน และรักหลงในโลกดุนยา กนั ในสมยั ของอสุ มาน ดังนัน้ บตุ รของอะบฏู อลบิ จึงมอิ าจจะแกไ ขปญหาความ เสอ่ื มเสยี ตา งๆทเ่ี กดิ ขึ้นมานานถงึ สองทศวรรษครึ่งได ภายในเวลา สามหรือส่ปี นอกจากตัวของทา นเองจะเสียหาย ซงึ่ จะเปนเชน นน้ั เสยี มิได ทา นเองไดกลาวไวว า :
“ขอสาบานตอ อลั ลอฮฺ แนน อน ฉนั รูดีวา จะแกไ ขปญหาของพวกทา นอยา งไร แตท วา ฉนั จะไมแกไ ข ปญหาของพวกทาน ดว ยการทําลายตัวของฉนั เอง” ตอมาไมน านนัก มุอาวียะฮฺ บตุ รของ อะบูซุฟยานก็ไดเขา ครอบครอง ตําแหนง คอลฟี ะฮฺ จงึ ได ดําเนนิ ตามแผนการอยา งตอเนอ่ื ง ดงั เชนท่ีเราไดอธิบาย ไปแลว ในดานการหา มมิใหรายงานฮะ ดีษตา งๆ ยกเวนในสว นท่ีเคยมใี นสมยั ของอุมรั ฺ และเขายงั กา วไกลไปกวานน้ั อีกอีกระดบั หนงึ่ โดย ท่ีไดมสี วนหนง่ึ จาก ศอฮาบะฮฺ และตาบอิ นี ตั้งกลมุ ขึน้ มาเพ่อื ปลอมฮะดษี ตา งๆ ดงั นน้ั ซนุ นะฮขฺ อง ทาน ศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ)จึงถกู ทําลายลงไปในกระแสของการกคุ วามเทจ็ เรอื่ ง นิทานปะรมั ปะ รา และเร่ืองราววาดว ยความดีเดนทแี่ ตกตา งกนั ไป บรรดามุสลิมอยกู ันอยา งน้ีเปนเวลาหนง่ึ ศตวรรษเต็มๆ แบบอยางของ มอุ าวียะฮฺไดก ลายเปน ท่ยี อมรับของบรรดาชาวมสุ ลมิ ทว่ั ไป และเมอื่ เราพูดวา แบบ อยา งของมุอาวียะฮฺ กห็ มายความวา แบบอยา งท่มี าุ อวยี ะฮพฺ งึ พอใจจากการกระทํา ของบรรดาคอลฟี ะฮทฺ งั้ สาม คืออะบบู ักร อุมรั ฺ และอุ สมาน รวมทงั้ ตัวเขาเอง และบรรดาผูปฏิบัตติ ามเขา เชน การปลอมแปลง การใสร ายปา ยสี การดา ประณาม ทา นอะลี และอะฮฺลลุ บัยตของทา น อกี ทั้งบรรดาศอฮาบะฮฺ ผมู ีความบริสทุ ธ์ิใจ ทเี่ ปน ชีอะฮขฺ องทา น ดว ยเหตนุ ้ีขาพเจาจงึ ยอนกลบั มากลา วยาํ้ วา อะบูบักรและอมุ รั ฺประสบ ชยั ชนะ ในแผนการนี้ เพื่อลบลา งซนุ นะฮนฺ บี โดยขอ อา งทวี่ า ใหย อนกลับไปหาอลั -กรุ ฺอาน ดังนน้ั ทานจะเหน็ ไดว า ใน ปจจบุ นั น้ี หลงั จากกาลเวลาไดผา นไป ๑๔ ศตวรรษเมอื่ ทานอางหลกั ฐานจากปกาศิตตา งๆ ของน บี ที่มีสายสืบตรงกันเปน เอกฉันท ซง่ึ ยนื ยนั วา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ไดแ ตง ต้ังทา นอะลี เปน คอลีฟะฮขฺ องทาน กจ็ ะมคี นกลา วกบั ทานเสมอวา ขอใหเ ราละวางจากซุนนะฮทฺ านนบเี สยี เถดิ ซงึ่ มี การขดั แยงกนั ในเรอื่ งนนั้ เรามกี ติ าบลุ ลอฮฺก็เพยี งพอแลว และกติ าบลุ ลอฮฺกม็ ไิ ด กลาวถงึ เลย วา อะลี เปน คอลีฟะฮขฺ องทา นนบี หากแตทรงตรัสวา และกิจการ ของพวกเขา คือ การ ปรกึ ษาหารือ(ชูรอ) นี่คอื ขอ อางของพวกเขา ดงั นน้ั ขาพเจาจงึ ไมพดู กับนกั ปราชญ คนใดของ อะฮลฺ ซิ ซุนนะฮฺ นอกจากวา เรอ่ื งการชรู อ คือคําขวัญของพวกเขา และเปน บรรทัด ฐานของพวกเขา จึงไดข อ สรุปวา ตาํ แหนงคอลีฟะฮขฺ องอะบบู กั ร ซงึ่ เปนเรอ่ื งฉุกเฉนิ ท่ีอลั ลอฮฺ ทรงปกปอ ง บรรดามุสลิมใหพ น จากความช่ัวรายของมนั นนั้ (๑๖๘) มไิ ดเ กิดข้นึ จาก การชรู อ ตามทบ่ี างคนแอบ อาง หากแตเปนเพราะความหลงลมื เพราะการ ใชอ าํ นาจ เพราะการบบี บงั คับ การขมขู และการ เฆย่ี นตตี า งหาก ซงึ่ บรรดา ศอฮาบะฮผฺ มู ีคุณธรรม เปน จาํ นวนมากไดพ ากนั คดั คานและปฏเิ สธ ยกตัวอยา ง เชน อะลี บนิ อะบี ฏอลบิ , ซะอดั บิน อุบาดะฮฺ, อัมมาร,ฺ ซัลมาน, มกิ ดาด, ซบุ ยั ร, อับ บาสและคนอนื่ ๆ อกี มากมาย ดังทนี่ กั ประวัติศาสตรไ ดย อมรับอยา งนี้ สาํ หรบั เหตุการณนี้ทีเ่ กดิ ข้นึ เราจะหยุดพักเรือ่ งนี้ แลว หนั มากลาวถงึ การท่ี อะบูบกั รแ ตง ต้ังอมุ รั ใฺ หส บื ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ
หลังจากเขา เราขอถามอะฮลฺ ิซซนุ นะฮฺ ทย่ี ดึ มนั่ ในบรรทัดฐานของการชรู อ วา ทาํ ไมอะบบู ักรจ งึ ประกาศแตงตง้ั คอลีฟะฮฺ ของเขา และประกาศขอบังคบั ของเขาแกบรรดาชาวมุสลมิ โดยละทงิ้ หลักการชูรอ ในหมพู วกเขา ตามทพี่ วกทา นแอบอา ง? เพื่อเปนการอธิบายใหช ัดเจนเพม่ิ ข้นึ ตามธรรมเนียมปฏิบตั ิ คอื เราจะไมย ก หลกั ฐานจาก แหลงอา งอิงอน่ื ใด นอกจากตามตาํ ราของอะฮลฺ ิซซนุ นะฮฺเทา นน้ั ซ่งึ ขา พเจา จะเสนอตอทา นผูอ า น ถึงวธิ ีการทอ่ี ะบบู กั รมอบตําแหนงคอลฟี ะฮฺใหแก สหายของเขา ดงั นี้ อบิ นุ กตุ ยั บะฮฺ ไดอา งองิ ไวใ นหนงั สอื ตารคี อลั -คุละฟาอ บาบวา ดว ยการ ปว ยของอะบบู กั ร กบั กรณที เ่ี ขามอบตําแหนงคอลฟี ะฮฺใหแกอมุ ัร(ฺ ร.ฎ) วา : ...หลงั จากนนั้ เขาไดเ รยี กอุสมาน บนิ อฟั ฟานมา แลว กลาววา จงบันทึก พนั ธสัญญาของฉนั ไว ดังนั้น อุสมานจงึ เขยี นตามท่ีเขาบอก ความวา : ดวยพระนามแหงอัลลอฮฺผทู รงกรุณาปรานี ผทู รงเมตตาเสมอ นี่คืขอความ ที่ อะบบู ักร บตุ ร ของอะบี กฮุ าฟะฮฺ ไดม อบหมายไว สาํ หรับบนั้ ปลายชวี ติ ของเขา ในโลกน้ี ท่เี ขากําลงั จะจากไป และเปนพนั ธสัญญาขอ แรกของเขาในปรโลก ท่ีเขากาํ ลงั จะเขา ไปอยู แทจรงิ ฉนั ขอแตงตง้ั ใหอมุ ัรฺ บิน คอ็ ฏฏอ บ เปนคอลฟี ะฮฺ สาํ หรบั พวกทาน ดงั นน้ั ถา หากพวกทา นเหน็ วา เขาเปนคนเท่ียงตรงใน หมูพวกทา น ซ่งึ ในขอน้ี ฉนั ตง้ั ใจและต้ังความหวงั ไวในตวั เขา และถาหากเขาเปลี่ยนแปลง และ แปรเปลีย่ น ใหถ ือวา ความดเี ทานน้ั ท่ีฉนั ตอ งการ และฉนั ไมอ าจลว งรูในส่งิ เรน ลับ (และบรรดาผู อธรรม ยอมจะรูวา พวกเขาจะผันกลบั สทู ศิ ทางใด) หลังจากจบการบนั ทกึ แลว เขากไ็ ดมอบมนั ไป มชี าวมฮุ าญริ นี และชาวอนั ศอรฺ เขามาพบเขา ในยามทพ่ี วกเขารูวา เขาไดแ ตงต้งั อุมัรฺ เปน คอลีฟะฮฺ พวกเขากลา ววา : เราขอใหความเหน็ ตอ ทา น กรณที ท่ี า นแตง ตง้ั ใหอ มุ ัรฺเปนคอลฟี ะฮปฺ กครอง พวกเรา แนน อน ทา นก็รจู ักเขาดี และทานรูดี ถึงความเขมงวดของเขาในหมู พวกเรา ในขณะทท่ี านยงั อยูก บั เรา และจะเปน อยา งไรในเมอ่ื ทาน จากพวกเราไป แลวไดพ บกบั อัลลอฮฺ ผทู รงเกรกิ เกียรติ ดังนน้ั พระองคจ ะทรงสอบสวนทาน แลว ทา นจะกลา วอยา งไร ? อะบบู ักรตอบวา : ถาหากอัลลอฮถฺ ามฉนั แนน อน ฉนั จะกลา ววา : ฉนั ได แตง ตั้งคนดที สี่ ดุ ในหมพู วกเขา ตามความเห็นของฉนั ใหแ ก พวกเขา”(๑๗๐) นกั ประวตั ิศาสตรบ างทา น อยา งเชน อัฏ-ฏ็อบรีย และอบิ นุอัล-อะซีรฺ กลา ววา เมอ่ื คร้ังอะบู บกั รข อรองอุสมานเพ่อื บนั ทกึ พนั ธสญั ญาของเขานนั้ เขาไดสลบไปในระหวา งที่บอกใหเขยี น ดังนนั้ อุสมานจงึ เขียนชือ่ ของอมุ รั ฺ บิน ค็อฏฏอบ ลงไป คร้นั พอเขาฟนจากการสลบ กถ็ ามวา : “จงอา นท่ี เธอเขียนซิ” แลว อุสมานกอ็ าน โดยระบชุ อ่ื ของอุมัรลฺ งไป ดงั นนั้ เขาไดก ลาววา : เธอรูอยา ง นม้ี า จากไหน ? อุสมานตอบวา “ทานคงไมขดั ขวางเขาแนน อน” ดงั นนั้ อะบูบกั ร จงึ กลา ววา “เธอทาํ ถกู ตองแลว”
ครั้นพอเขยี นเสร็จ ศอฮาบะฮกฺ ลุมหนง่ึ ประกอบดว ยฏอ็ ลฮะฮฺ กไ็ ดเ ขา พบเขา แลว กลา วกับ เขาวา “วนั ขา งหนา ทา นจะพูดอยา งไรกบั พระผอู ภิบาลของทา น ในเมอื่ ทา นไดแตง ตั้งคนที่แข็ง กระดา ง และดุดนั ใหปกครองพวกเรา ซงึ่ ผูคนจะ แตกแยกจากเขา และจติ ใจคนท้ังหลายกจ็ ะออก หา งจากเขา” ? อะบบู กั รต อบวา : พวกทา นจงชว ยเหลอื ฉนั เถิด และเขาเปน ผสู นบั สนนุ ของ ฉนั ดังนน้ั พวก ทา นจงสนบั สนนุ เขา อะบบู กั รย งั พูดกบั ฏ็อลฮะฮวฺ า ทานตอ งการ จะทาํ ใหฉ นั กลวั อลั ลอฮกฺ ระน้นั หรือ ถา หากพระองคถามฉนั อยางนน้ั ในวนั ขา ง หนา ฉนั ก็จะทูลตอ พระองคว า : ฉนั ไดมอบคนดี ที่สดุ แหง บรวิ ารของพระองคใ ห ปกครองพวกเขาแลว” (๑๗๑) บรรดานกั ประวัติศาสตรตา งบันทกึ สอดคลอ งตรงกนั วา อะบบู กั รไดม อบ ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ ใหแกอมุ ัรฺ โดยไมมีการปรึกษาหารือบรรดาศอฮาบะฮแฺ ต อยา งใด ดงั นั้น เรามสี ิทธพิ ดู ไดว า การต้งั คอลฟี ะฮฺของเขา เปน การหยามศกั ดิศ์ รี ของบรรดาศอฮาบะฮฺ ในขณะที่คนเหลา นนั้ ตง้ั ขอรังเกยี จ ตอ เขา ไมวาจะเปนตามที่ อบิ นุกตุ ยั บะฮฺกลาวไวท ี่วา พวกมุฮาญิรนี กบั พวกอนั ศอรฺเขาพบเขา แลว กลา ววา : และทา นรูด ีถึงความเขมงวดของเขาในหมพู วกเรา” หรือตามทอ่ี ัฏ-ฏอ็ บรียไ ด กลาวไว ทีว่ า : ศอฮาบะฮฺกลุมหนง่ึ ประกอบดว ยฏอ็ ลฮะฮไฺ ดเ ขาพบเขา แลว กลา วกับ เขาวา ทา นจะพดู อยางไรกบั พระผอู ภิบาลของทา น ในเมือ่ ทา นไดแตงตง้ั คนทีแ่ ขง็ กระดาง และดุดนั ใหป กครอง พวกเรา ซงึ่ ผคู นจะ แตกแยกจากเขา และจิตใจคนทง้ั หลายก็จะออกหางจากเขา” ผลสรุปอนั เดยี วกนั ก็คอื วา บรรดาศอฮาบะฮฺ มิไดร ับ การปรึกษาหารือในกิจการของพวกเขา และพวกเขาไม พึงพอใจ กบั การเปน คอลฟี ะฮฺของอุมรั ฺ ตามท่ีอะบบู ักรไ ดวางเปน ขอ กาํ หนดแกพวกเขา โดยไมม ี การ ปรีกษาขอความคดิ เหน็ กับพวกเขา และผลสรปุ กเ็ ปน ไปตามทท่ี า นอิมามอะลไี ด บอกเลา ไว เมื่อตอนท่อี มุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบพยายามอยา งแขง็ ขนั ในการใหสตั ยาบนั ตอ อะบบู กั ร แลว ทา นได กลาวกับเขาวา “เขาไดร ีดนมจากเตา ใหแกท า น ดงั นน้ั จงสนับสนนุ ภารกิจของเขาในวนั น้เี พอ่ื เขา ใหเ ขมแข็งเถิด แลวเขาจะตอบสนอง ใหแ กท า นในวนั หนา ” น่กี ็เปน ความหมายเดียวกับทีศ่ อฮาบะฮฺคนหนึ่งไดพูดกบั อุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ เม่อื ตอนทเ่ี ขา ออกมาพรอ มกบั หนังสือประกาศเร่ืองตาํ แหนงคอลฟี ะฮวฺ า : โอบ ดิ า ของฮฟั ศ ในหนงั สอื นน้ั มี ขอความวา อยา งไร ? เขาตอบวา “ฉนั ยงั ไมรู แตฉ นั จะ เปน คนแรกท่ไี ดฟ ง และปฏิบตั ติ าม” ชายคน น้นั ยงั กลา วตอ อีกวา : แตทวา ขอสาบานตออัลลอฮฺ ฉนั รขู อ ความในหนงั สือนนั้ แลว ในสมยั แรก ทานได มอบหมายให เขาเปน ผูมีอํานาจปกครอง เพอื่ ที่วา เขาจะมอบหมายใหท าน เปน ผมู ีอาํ นาจ ปกครองในสมยั ตอ ไป(๑๗๒) ดวยเหตนุ ้ี ทาํ ใหเ ราเขา ใจอยา งชัดเจน โดยไมม ขี อ เคลอื บแคลงสงสยั เลยวา หลักการชรู อ ตามทอี่ ะฮลฺ ิซซนุ นะฮกฺ ลา วอา งนน้ั มไิ ดเปน พนื้ ฐานใดๆ สาํ หรบั อะบบู กั ร และอมุ ัรฺเลย หรืออกี นยั หนง่ึ อะบูบักรน ั่นเอง เปนคนแรกทที่ ําลาย หลักการน้ี แลวเปดประตใู หน ักปกครองจากตระกูลอมุ ยั
ยะฮฺนาํ ระบอบสมบรู ณา ญาสทิ ธริ าชย เปน มรดกตกทอดจากบรรพบรุ ษุ ไปถึงลูกหลาน และตระกลู อับบาซก็ ไดก ระทําอยา งนดี้ ว ยเชน กนั หลงั จากสมัยของพวกเขา ทฤษฎีวาดวยการชรู อ ยงั คงเหลอื แตความฝน ทอี่ ะฮลฺ ิซซนุ นะฮวฺ ลั -ญะมาอะฮกฺ ลาวถงึ ทงั้ ๆ ทม่ี ิไดเปน ท่ีประจกั ษและไมเ คยเปนจรงิ แตอยา งใด เรื่องนี้ ทาํ ใหขา พเจา หวลคิดถงึ การสนทนาระหวา งขาพเจา กับผรู ูใน สาย วะฮาบยี ช าวซาอุดยี ทา นหนึ่ง ทมี่ สั ยิดไนรบู ี ประเทศเคนยา เกีย่ วกบั ปญหาเรอ่ื ง ตําแหนง คอลีฟะฮฺ โดยขา พเจา เปน ฝา ยสนบั สนนุ หลักการวา มีปกาศิตแตงต้ัง ตําแหนง คอลีฟะฮฺ และถอื วากจิ การทง้ั หมดในเรื่องนี้ เปน สิทธิของอลั ลอฮฺ ซง่ึ พระองคทรงแตง ตั้งตามท่ที รงประสงค และในเร่อื งน้ี ไมเ กี่ยวของกับการ ตัดสิน ใจของคนทงั้ หลาย สวนเขาเปนฝา ยสนับสนนุ หลกั การชูรอ และปกปอ งเรื่องนน้ั อยา งเอาเปนเอา ตาย รายรอบไป ดวยนกั ศกึ ษากลุมหนงึ่ ทรี่ บั ความรูจ ากเขา คนเหลา นนั้ สนับสนุน เขาทกุ เร่อื งทเ่ี ขาพดู ออกมา โดย อางวา หลักฐานของเขามาจากอลั -กรุ อฺ านอนั ทรง เกียรติ ซง่ึ พระองคท รงตรสั แกศ าสนทูตของ พระองค( ศ)วา : และจงปรึกษาหารอื กบั พวกเขาในกจิ การ” และทรงตรัสวา “และกิจการของพวก เขานนั้ คอื การปรึกษา หารอื ระหวา งพวกเขา” เม่อื นน้ั ขาพเจารูตวั วา กาํ ลังถกู บีบคนั้ โดยคนเหลา นนั้ เพราะพวกเขารํ่าเรยี น มาจาก คณาจารยข องพวกเขาทีม่ ีแนวความคดิ วะฮาบียแบบสดุ ๆ ขณะเดียวกัน ขา พเจา กร็ ูว า เขาเหลา นัน้ ไมย อมรับฟง ฮะดษี ตางๆ ทศ่ี อฮฮี ฺ โดยพวกเขาพยายาม จะหยบิ ยกเอาฮะดษี ทีพ่ วกเขาทองจาํ ได และสวนใหญจ ะเปน ฮะดษี ปลอมมาอา ง เมื่อเปน เชน นน้ั ขา พเจา จงึ ยอมรบั หลักการชรู อ โดยบอก แกพ วกเขา และแกค รู ของพวกเขาวา พวกทา นมีสทิ ธหิ รือไม ในอนั ทจ่ี ะทาํ ใหรฐั บาลของพวกทานยอมรับหลักการ ชรู อ จนกระทงั่ ใหเขาสละจากตาํ แหนง แลวดาํ เนินตามแบบฉบับของ บรรพชน คนดีในหมพู วกทาน และปลอ ย บรรดาคนมสุ ลิมในคาบสมทุ รอาหรับมีอสิ ระใน การเลอื กผนู ําของพวกเขาเอง ขาพเจาไมเชอื่ วา จะ ทาํ เชน นไี้ ด เพราะบรรพบุรุษ ของเขา มิไดค รอบครองแตเพยี งตาํ แหนง คอลฟี ะฮเฺ ทา นนั้ หากแตทงั้ คาบสมุทร อาหรบั ก็เชน กนั ซึ่งไดกลายเปน อาณาจกั รของพวกเขา จนกระทงั่ พวกเขาเรยี กชื่อ แผน ดนิ ฮิญาซทัง้ หมด วา ราชอาณาจกั รแหง ซาอุดยี เมอ่ื เปน เชน นผ้ี ูร ขู องพวกเขากก็ ลา ววา : เราไมเกยี่ วขอ งกับการเมอื ง เราอยใู นบัยตุลลอฮฺ ตามทพี่ ระองคทรงบญั ชาใหราํ ลกึ ถงึ พระนามของพระองค และใหเราดาํ รงการนมาซ ขาพเจา ถามวา การศกึ ษากเ็ ชนเดียวกนั หรอื ? เขากลาววา “ใช เราสอน เยาวชนของเราทนี่ ่ัน” ขา พเจา จึงพดู วา “กเ็ รากาํ ลงั วเิ คราะหกนั ทางวชิ าการ มิใชหรอื ” เขากลาววา “แนน อน การเมืองได ทําลายมนั เสยี แลว ”
ขา พเจา ไดออกมาพรอ มกับเพือ่ น ดวยความรสู กึ หอ เหย่ี วกบั บรรดาเยาวชน ชาวมสุ ลมิ ที่ ยอมรับแนวทางวะฮาบยี ไ วใ นความคดิ ของพวกเขาในทกุ ดาน จน พวกเขากลายเปน ผูตอตานกับ บุพการขี องพวกเขาเอง ทงั้ ๆ ที่พวกเขาทง้ั หมด ยึดถือ มซั ฮบั ชาฟอ ีย ซ่ึงนบั วา เปน มัซฮับท่ีใกลเ คียง กับอะฮลฺ ลุ บยั ตม ากทส่ี ดุ ตาม ความเชอื่ ของขาพเจา และบรรดาผอู าวุโสเคยไดรับเกยี รติ และการ ยกยอ งทง้ั จาก ปญญาชนและมใิ ชปญญาชน โดยพวกเขาสว นใหญเ คยถือวา บรรดาซัยยดิ เปน ผู สบื เชอื้ สายมาจากผบู ริสุทธ์ิ แตเม่อื พวกวะฮาบยี ไ ดนาํ ทรพั ยสนิ และ ความเจรญิ ทางวตั ถุ มามอบ ใหแ กเยาวชนเหลานนั้ พวกเขาจึงหลงไหลไดปลืม้ และยอมรับแนวความคิดแบบวะฮาบยี ทว่ี า การกระทําอนั ใดที่ใหเกยี รติแกซ ัยยดิ ทงั้ หลายลว นเปน การตงั้ ภาคีตอ อัลลอฮฺ(ชริ กิ ) เพราะน่นั คอื การบูชามนุษย ดังนั้นบรรดาลกู หลานจงึ ชิงชงั พอ แม และเปน เร่อื งทน่ี าเสยี ใจวา น่คี ือสภาพ ที่ กาํ ลงั เกิดข้นึ ในประเทศอสิ ลามหลายแหง ในแอฟริกา เราจะยอนกลบั มากลา วถงึ การเสียชวี ิตของอะบูบกั ร แนน อน เราพบวา กอน ตาย เขามีความ เสียใจในสง่ิ ทม่ี ือของเขาไดกระทําลงไป ดังท่ีอบิ นกุ ตุ ยั บะฮไฺ ดอางถงึ คาํ พดู ของเขาไว ในหนงั สอื ตา รคี ลุ -คลุ ะฟาอวา : ถูกแลว ขอสาบานตออลั ลอฮฺ ฉันไมเ ศราใจกบั เร่ืองอื่นใด นอกจากสามประการ ทีฉ่ ันไดกระทําไปแลว ซึ่งถาเพยี ง แตฉนั ไมก ระทําเทา นนั้ (ฉนั ก็ไมต องเสียใจเลย) ๑. ถา เพยี งแตฉนั ปลอ ยบา นของ อะลีไว (ในบางรายงานใชป ระโยควา “ถาฉนั ไมป ระทุษรายตอ บา นของ ฟาฏิมะฮฺ ดวยประการใดๆ ถึงแมวา พวกเขาประกาศจะทาํ สงครามกับฉนั ก็ตาม ๒.ถา เพยี ง แตฉนั ตบลงไป บนมือของคนใดคนหนง่ึ ระหวา งชายสองคน ไมว า จะเปน อะบีอุบยั ดะฮฺ หรืออุมรั ฺ เทา นนั้ เขากจ็ ะ เปน ผูป กครอง สว นฉนั ก็เปน แคเพียงผูช ว ย ๓. ถา เพยี งแตฉ ันเขาไปหาซุล-ฟะญาอะฮฺ อซั -ซิลมยี ผเู ปนเชลยสงคราม แลวฉนั สังหารเขาอยา งทารณุ หรอื ปลอยเขาเปน อสิ ระไปเสีย โดยมิไดเผาเขา ดวยไฟ(๑๗๓) เราขอเสริมตอ วา โออะบบู กั ร ถา เพยี งแตท า นไมอธรรม กบั ทา นหญิง ซะฮรฺ ออ ไมท าํ รา ย นาง ไมทาํ ใหน างโกรธ ถา เพยี งแตท านรูสึกเสยี ใจกอ นนางตาย และทาํ ให นางพงึ พอใจก็พอแลว นี่ คือสวนทเ่ี ก่ยี วขอ งโดยตรงกบั บา นของอะลี ซึง่ ทานประทษุ รา ยและอนมุ ตั ใิ หเ ผาผลาญ สาํ หรบั สวนท่ีเก่ยี วฃอ งโดยตรงกบั ตาํ แหนงคอลฟี ะฮฺ ถา เพยี งแตทา นทง้ิ สหาย และเพือ่ นผู เฒาทง้ั สองของทา นเสยี แลวตบลงบนมอื ของผเู ปน เจา ของตําแหนง ตามหลักศาสนา ซง่ึ ทา น ศาสดาเคยแตงตัง้ เขาเปน คอลีฟะฮฺแลว เขาก็จะเปน ผู ปกครอง เมอ่ื น้นั โลกในยคุ ปจจบุ นั กจ็ ะไม ปรากฏสิ่งทเ่ี รากําลงั พบเหน็ และแนนอน ศาสนาของอลั ลอฮฺจะตอ งนาํ โลก ตามที่อลั ลอฮทฺ รง สญั ญาไว และสญั ญาของ พระองค คือสจั ธรรมเสมอ ในสว นทเ่ี กยี่ วกับอลั -ฟะญาอะฮฺ อัซ-ซลิ มีย ซงึ่ ทา นเผาเขาดวยไฟนัน้ หรอื ถา เพยี งแตทา น ไมเผาซนุ นะฮนฺ บที ที่ านรวบรวมไวเองดว ยไฟ แนน อน ทา นจะตอ ง รูบทบญั ญัติทางศาสนาในเรื่อง นนั้ ไดอ ยางถกู ตอง โดยท่ที า นไมถึงกบั ใชห ลกั วนิ ิจฉัยดว ยความเหน็ ของทา นเอง
ในท่ีสุด ยามทา นอยบู นท่นี อนแหงความตาย ถา เพียงแตทานคิดถงึ การ แตง ต้ังคอลฟี ะฮฺ โดย ทา นไดม อบสิทธิคืนกลับไปยังเจา ของเดิมของมัน โดยมอบไป ยัง ผมู ีฐานภาพทส่ี มั พนั ธก บั สง่ิ นน้ั ดุจฐานภาพของเดอื ยโม กบั ครกโม เพราะทา น เปน คนทร่ี ดู ีท่ีสดุ ทง้ั ในเกยี รติยศ ในความสมถะ ใน ความรู และความตกั วาของเขา และทานรวู า เขาเปรียบเหมอื นตัวตนของทานนบี(ศ) โดยเฉพาะอยา งย่ิง เขา ยนิ ยอมมอบภารกจิ ใหแกท า น โดยไมเ อาชนะทา น เพือ่ ปกปอ งเกียรตภิ ูมขิ อง อิสลาม จึงเปน เสรีภาพสําหรับทา นที่ จะสั่งสอนประชาชาตขิ องมฮุ มั มัด(ศ) แลว เลือกบคุ คลท่เี หมาะสมกบั ภารกจิ ใหแ กพ วกเขาเหลา นน้ั เพ่ือความไพโรจนของ พวกเขา และนาํ พวกเขาไปสูจดุ หมายทปี่ ระเสรฐิ ย่ิง เราวงิ วอนขอตอ อัลลอฮฺ ผูท รงบริสุทธ์ิ สูงสุดยิง่ ไดโ ปรดอภัยแกค วามบาป ของทา น และ ขอใหท านหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ตลอดท้ังบดิ า และสามี และบุตรของนาง พงึ พอใจตอทา นทานไดท ําให นางผเู ปนเลือดเน้อื ของศาสดาอลั -มุศฏอฟาโกรธ เคอื ง ซึง่ อัลลอฮจฺ ะทรงโกรธกริว้ ตามความโกรธ กร้วิ ของนาง และทรงพอพระทยั ตามความพงึ พอใจของนาง และเชน เดยี วกับที่วา ใครทํารา ยนางก็ เทากบั ทํารา ย บดิ าของนาง ตามปกาศิตฮะดีษของทา นศาสดา(ศ) และอลั ลอฮทฺ รงตรัสวา “และ บรรดาผูซ่งึ ทาํ รา ยศาสนทูตของอลั ลอฮนฺ น้ั สาํ หรบั พวกเขาคือการลงโทษ อนั ทรมาณ” เราขอความคมุ ครองตอ อัลลอฮฺ ใหพ นจากวามกรวิ้ ของอลั ลอฮฺ และเราขอให พระองคพ งึ พอ พระทัยตอ เรา และตอบรรดามุสลิมชายหญิงทง้ั มวล และบรรดาผู ศรัทธาชายหญงิ ท้งั มวล อมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ คดั คา นกิตาบลุ ลอฮฺ โดยการวนิ ิจฉัยความของตน สาํ หรบั คอลีฟะฮฺท่ีสองท่ีชอ่ื วา “อุมัรฺ” นน้ั ประวตั ิศาสตรไ ดก ลา วขานถึง การ วนิ จิ ฉยั ความ ของเขา ทีต่ รงขา มกบั ปกาศติ แหง บทบญั ญัตอิ นั ชัดเจนของอัล-กรุ ฺอาน อนั ทรงเกยี รติ และซนุ นะฮฺ ของนบีอันบริสุทธ์ิ แตอะฮฺลิซซุนนะฮฺ กลับถอื เอาเรือ่ งนเ้ี ปนทภ่ี าคภมู ิใจ และเปนความดเี ดน ของเขา โดยยกยอง ชมเชยเขาในทสี่ ามารถทาํ เชน นนั้ ได สว นผูมใี จเปน ธรรมในหมู พวกเขา ก็จะมองวาเรือ่ งนีค้ วรแก การใหอภัย อนั เปน การตคี วามกนั แบบนาํ้ ขนุ ๆ ซง่ึ ไมเปน ทยี่ อมรับโดยสตปิ ญญา และเหตผุ ลกนั แต อยางใด เพราะผทู คี่ ดั คา น กบั กิตาบุลลอฮฺและซนุ นะฮฺนบีของพระองค จะเปน นกั วินจิ ฉยั ความ ศาสนา ไดอ ยา ง ไร ในเมื่ออลั ลอฮทฺ รงตรสั วา : “และสาํ หรบั ผศู รัทธาชาย ผูศรัทธาหญิงนน้ั ไมสทิ ธิ จะเลือกกิจการใดของพวกเขาเลย เมือ่ อลั ลอฮฺและศาสนทูต ของพระองค ไดต ัดสนิ กจิ การใดๆไป แลว และผูใดฝาฝน อลั ลอฮฺ และศาสนทตู ของพระองคื แนน อน เทา กบั เขาหลงผดิ ดวยการหลงผดิ อยางชดั แจง ”(อัล-อะฮซฺ าบ/๓๖)
พระองคผูทรงเกรกิ เกยี รติ ตรสั อกี วา “และผูใดมไิ ดตดั สินความ ตามท่อี ัลลอฮฺ ทรงประทาน มา ดงั นัน้ พวกเขาคือผปู ฏิเสธ” “และผใู ดมไิ ดต ัดสนิ ความ ตามที่ อลั ลอฮฺ ทรงประทานมา ดังนนั้ พวกเขาคือผูอธรรม”..”และผใู ดมิไดตัดสินความ ตามท่ีอลั ลอฮทฺ รงประทานมา ดงั นน้ั พวกเขาคือ ผลู ะเมดิ ”..(อลั -มาอดิ ะฮฺ ๔๔-๔๕-๔๗) อลั -บคุ อรไี ดรายงานไวในศอฮีฮฺของทา น กติ าบ วาดว ย การยดึ มน่ั ตอกิตาบลุ ลอฮฺ และ ซนุ นะฮฺ บาบวา ดว ย ขอ ตาํ หนใิ นการใชค วามคดิ และใชห ลักกยิ าซ และจงอยา ออกความเหน็ และ จงอยาพดู ในส่งิ ทที่ า นไมม คี วามรู วา “ ทานนบ(ี ศ) ไดก ลาววา : แทจ รงิ อัลลอฮจฺ ะไมถอดถอน ความรู หลังจากไดท รงประทานมาใหแลว ดว ยการถอดถอนออกไป แตจะทรงถอดถอนมันไปจาก พวกเขา โดยผานทาง บรรดาผูรพู รอ มกบั ความรขู องเขา ยังคงเหลอื แตม นษุ ยท โี่ งเ ขลาจะวินจิ ฉยั ความกนั เอง ดงั นนั้ พวกเขาจะวนิ จิ ฉยั ความตามความเหน็ ของพวกเขา ดงั นน้ั พวก เขาจะถกู ทาํ ให หลงผดิ แลว หลงผดิ (๑๗๔) ขณะเดยี วกนั อลั -บุคอรกี ไ็ ดร ายงานไวใ นศอฮฮี ขฺ องทา น กิตาบเดยี วกัน และในบาบถัดไปวา ทา นนบจี ะไมถ ูกถามในสง่ิ ทวี่ ะหยฺ ูยงั มิไดถกู ประทานมายงั ทา น คอื ทา นจะกลา ววา “ฉันไมรู หรอื จะไมต อบเลย จนกวา วะหยฺ จู ะถูกประทานลงมา และทานจะไมพ ูดจากความคิดเหน็ และไมใ ช หลักกยิ าซ(หลกั เกณฑใ นการ เปรียบเทยี บ) ดงั ทพ่ี ระองคทรงตรสั วา “ตามทอ่ี ัลลอฮทฺ รงทาํ ใหเจา แลเห็น” (๑๗๕) บรรดานักปราชญท ง้ั ในสมัยโบราณ และสมัยใหม ตา งกลาวเปน เสียงเดียว กันวา : “ผูใ ดพดู ในเรอ่ื งของกิตาบลุ ลอฮฺ ตามความเห็นของตนเอง ผนู นั้ ยอ มเปน กาฟร”ฺ น่ีคอื ขอ ความท่สี อดคลอง กันทง้ั ระหวา งโองการอนั ชัดแจงทงั้ หลาย กับคําสอนและการกระทําของทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ (ศ) หลักเกณฑขอนี้ ไดถ ูกลืมเลอื นไปไดอ ยา งไร ในเมื่อเรื่องราวนนั้ ๆ เกย่ี วพันกบั อุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏ อบ หรือกับศอฮาบะฮฺคนใดกต็ าม หรือกบั อิมามทานใดกต็ ามใน ส่มี ซั ฮบั เพราะการพูดตามความ คดิ เห็น ในเชงิ คดั คานกบั กฎของอัลลอฮฺ ไดก ลับ กลายเปน หลกั การอิจญติฮาด ที่เจาตวั จะไดร ับ รางวลั ๑ สวนถาหากวา ผดิ พลาด และจะไดรับสองสว น ถาหากวา ถกู ตอง อาจมีคนพูดวา : นีค่ ือหลักการที่ประชาชาติอิสลาม ทง้ั ซนุ นะฮแฺ ละชอี ะฮฺ ตา งก็ยอมรับ สอดคลอ งตรงกัน ในฮะดษี ของทา นนบอี ันทรงเกยี รติ ทถี่ กู รายงานไว ณ พวกเขาเหลา นนั้ ขา พเจา ใครขอกลาววา นคี่ ือส่งิ ถกู ตอง แตทวา พวกเขามคี วามแตกตางกนั ในประเดน็ เกย่ี วกบั การอิจญตฮิ าด พวกชีอะฮฺถอื วา จาํ เปน ใชห ลักอจิ ญต ิฮาด กรณีทเี่ รอ่ื งนนั้ ๆ ไมม ีบทบัญญตั ิ มาจากอลั ลอฮฺ หรอื จากศาสนทตู ของพระองค(ศ) สวนอะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮฺ มิไดจ าํ กดั เพียงแคน ี้ การ ชนี้ าํ โดยบรรดาคอลฟี ะฮฺ และ บรรพชนผมู คี ณุ ธรรมของพวกเขา ไมไ ดเ หน็ วาผิดแตป ระการใด สําหรบั การ อจิ ญตฮิ าด ไปในทางตรงขา มกบั ปกาศิตแหง บทบญั ญตั ิ ทานอลั ลามะฮฺ ซยั ยิด ชรั ฟฺ ดุ
ดีน อลั -มุซาวยี ไ ดบนั ทึกไวในหนังสือ “อนั -นศั วัล-อิจญตฮิ าด” มากกวา ๑๐๐ เร่ืองท่ศี อฮาบะฮทฺ าํ ผดิ พลาดในเรอื่ งน้กี ับปกาศติ แหงบทบัญญัติจากอัล-กรุ อฺ านและซนุ นะฮฺ โดยเฉพาะบคุ คลระดบั นํา อยางคอลฟี ะฮฺทง้ั สาม สําหรับนกั วเิ คราะหค วรจะศึกษาหนงั สือเลม นน้ั ดวย ในเม่อื เราพดู ถึงประเดน็ นีก้ นั อยู กจ็ าํ เปน ทีเ่ ราตอ งกลาวถงึ ปกาศติ แหง บทบญั ญัติบาง ประการ ท่ีอมุ รั ฺไดท ําผดิ พลาดไวอ ยา งชดั แจง ทง้ั นอ้ี าจเปน เพราะ วา เขาไมรูซึ้งในปกาศติ แหง บทบญั ญัติ และนีค่ อื เรือ่ งแปลก เพราะคนทไ่ี มร นู ้นั ยอ มไมม สี ทิ ธิจะตัดสิน ทง้ั เพอื่ อนุญาต และ เพ่อื หา ม ดว ยตนเอง พระองคผูท รง สงู สดุ ตรสั วา : และพวกเจาอยา ไดก ลา วไปตามทลี่ ้ินของพวก เจาพรรณนาเปน ความเทจ็ วา น่คี อื สง่ิ ทอี่ นญุ าต และนค่ี ือสิง่ ตองหา ม จนพวกเจา ใสใคลความเท็จ แก อัลลอฮฺ แทจริงบรรดาผูซ งึ่ ใสใคลค วามเท็จแกอลั ลอฮฺ ยอมไมบรรลุผลสาํ เรจ็ ” (อลั -นะฮลฺ ุ/ ๑๑๖) คนไมรูยอ มไมม สี ิทธสิ ืบทอดตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ เพอ่ื ชนี้ าํ ประชาชาติ อยา งเตม็ รูปแบบ พระองคผูทรงสูงสุดตรัสวา : “ดงั นนั้ ผทู น่ี าํ ไปสสู จั ธรรม มีสทิ ธิไดรับการ ปฏบิ ัตติ ามย่งิ กวา หรอื วา คนทม่ี ไิ ดน าํ ทางนน้ั มิใชอื่นใด นอกจากตอ งถูกชนี้ าํ เปนอันใดแกพ วกเจา หรือ พวกเจา จะตัดสนิ อยา งไร”(ยนู สุ /๓๕) หรอื อาจเปน เพราะวา มิใชว า เขาจะไมร เู รอื่ งปกาศิตแหง บทบญั ญัติ เขารเู รื่อง ดอี ยแู ลว แต เขาเจตนาจะวนิ จิ ฉยั ความเพอื่ ใหเหมาะสมกบั สภาวะการณ ตาม ความเหน็ สว นตวั ของเขา ซง่ึ อะฮฺ ลซิ ซนุ นะฮฺไมถ อื วา การทาํ เชน น้ี เทา กบั เปนการ ปฏเิ สธ(กฟุ ร) และออกนอกศาสนา ขณะเดยี วกนั แนน อนเหลือเกิน เขาไมร ูวา มีคนทีร่ บู ทบญั ญตั ศิ าสนาอยางถูกตอ งรว มสมัยเดยี วกนั กับตน และนี่ คอื การสัณนษิ ฐานทีผ่ ิดพลาด เพราะเขารใู นกิติศัพทข องทา นอะล(ี อ) เปน อยา งดี โดยพระคมั ภีร และซุนนะฮฺ หาไมแ ลว ทําไมที่อีกหลายปญ หา เขาไดขอคาํ วนิ ิจฉยั จากทา น จนกระทงั่ ไดกลา วไว เองวา “หากไมม ีอะลี แนน อน อมุ รั ฺตองพนิ าศเสยี แลว” แลวโปรดตรองดูเถดิ วา ทาํ ไม เขาจงึ ไมข อ คําวนิ จิ ฉยั ในปญหาตา งๆ จากทาน แทนท่ีจะใชห ลกั อจิ ญต ิฮาดในเร่อื งนน้ั ๆ ตามความเหน็ ของ ตวั เอง ที่เขากร็ ูอ ยวู า บกพรอ ง ? ขา พเจา เชอ่ื วา บรรดาอิสรชนชาวมสุ ลมิ มีความเหน็ พองตามน้ี เพราะการ อิจญต ฮิ าด ลกั ษณะน้ี เปน เรอ่ื งที่ทาํ ลายหลกั ศรทั ธา ทาํ ลาย และปดก้นั บทบญั ญัติ ศาสนา และเปน ชนวน นําไปสูความขดั แยง และแตกแยกของบรรดาผรู ูในหมู ประชาชาติ จนแตกออกเปนพวก เปน มัซฮับ ตางๆ ตอจากน้ัน กจ็ ะลม ลางและ ตอสูกนั เมื่อนน้ั จะมแี ตความพา ยแพ การสูญเสยี ศกั ดิศ์ รี จะลา หลัง ทงั้ ดานวตั ถุ และจติ วญิ ญาณ เราลองมาวาดภาพใหเ ห็นไปจนกระทงั่ ถงึ สมยั ทีอ่ ะบบู ักรแ ละอมุ รั ฺ อยูใน ตําแหนง คอลีฟะฮฺ โดยเขย่ี เจาของตําแหนง ตามหลกั ศาสนาออกไป แลว เรา วาดภาพวา ถา หากอะบูบักร และอมุ ัรฺ รวบรวมซนุ นะฮนฺ บแี ละพทิ กั ษร กั ษาเอา ไว ในหนังสอื อกี เลม หนึง่ โดยเฉพาะ แนนอนความ
ดีงามอยา งทวมทน จะตองมีแก ตวั ของคนทง้ั สองเอง และประชาชาตโิ ดยสวนรวม แนน อนสงิ่ ท่ี มใิ ชซนุ นะฮฺ กจ็ ะไมเ ขา มาสอดแทรกในซุนนะฮนฺ บี และแนน อนอิสลามจะตองอยกู ับคัมภรี แ ละ ซนุ นะฮฺ เปน ศาสนาเดยี วกนั เปน ประชาชาตเิ ดยี วกนั และมหี ลกั ศรัทธาเดยี วกนั และแนน อน วนั นี้ เรา คงพูดกนั ถงึ เร่ืองอนื่ ทม่ี ใิ ชเ รอื่ งนี้ แตท วา ซนุ นะฮตฺ า งๆ เคยถกู รวบรวมไวแ ลว แตก็ถกู เผาไปแลว เคยถกู หา ม มใิ หบ นั ทกึ มใิ ห ถายทอด แมก ระทั่งปากตอ ปาก นีค่ อื ความหายนะอนั ใหญหลวง และนีค่ อื ความวิบัตอิ นั ย่ิงใหญ ลาเฮาลา วะลา กูวะตะ อลิ ลา บลิ ลาฮฺ ขอใหทานพจิ ารณาบางสวนของปกาศิตแหงบทบัญญตั ิ อันชดั แจง ท่ีอุมรั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบได วนิ จิ ฉยั ในทางตรงขามกับอลั -กรุ ฺอาน ก. อลั -กุรอฺ านมโี องการวา : “และถา หากพวกเจา มีสภาวะมลทนิ ทางเพศ (ุนุบ) ดังนน้ั จง ชาํ ระใหส ะอาด และถา หากพวกเจาปวย หรอื เดนิ ทาง หรอื คนใดในหมพู วกเจา มาจากขับถา ย หรือพวกเจา ไดม เี พศสมั พนั ธก บั ภรรยา แลว ไมพ บนา้ํ ดงั นนั้ จงทําตะยมั มุม ดว ยดนิ ทส่ี ะอาดเถิด.. (อลั -มาอดิ ะฮ:ฺ ๖) ในซนุ นะฮนฺ บเี ปน ที่รกู นั วา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ)เคยสอนศอฮา บะฮฺ ใหร ูถึงวธิ ที าํ ตะยัมมุม และอมุ รั เฺ องกอ็ ยใู นกลุมนัน้ ดว ย อัล-บคุ อรีไดรายงานไวในศอฮฮี ขฺ องทา น กติ าบวา ดว ยตะยมั มมุ บาบวา ดว ย ดินท่ีสะอาด เปน วุฎอ สาํ หรบั มสุ ลิม ทดแทนการใชนาํ้ วา รายงานจากอิมรอน กลา ววา : เราเคยเดินทางรว มกบั ทา นนบี(ศ) และเราเดนิ ทางกันจนกระทง่ั ถงึ ชวง สดุ ทา ยของกลางคืน เราจงึ หยดุ กางกระโจมเพ่อื พักทน่ี นั่ และไมมีทพี่ กั ตรงไหน ดกี วา น้ี สาํ หรับนกั เดนิ ทางอีกแลว แลว เราก็ไมตนื่ กนั เลย จนกระท่ัง สมั ผสั ความ รอ นของแสงดวงอาทิตย มชี ายคนหนงึ่ ต่ืนขนึ้ เปน คนแรก ตอมา กเ็ ปน ชายอีก คนหนงึ่ มีชื่อเรียกวา อะบรู อญาอ แตเ ขาลมื คนชอื่ เอาฟ ตอ มากเ็ ปนอมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ เปน คนทส่ี ี่ และ ทานนบี(ศ)น้นั ยังนอนอยู ทานยังไมต นื่ จนกระท่ัง ทา นตนื่ ขน้ึ เอง เพราะเราไมรูว า อะไรเกดิ ขึ้นกบั ทานในการนอนของทา นบาง ครัน้ เม่ืออุมรั ตฺ ืน่ มาเหน็ วา อะไรเกิดขึ้นกบั ผูค น เขาเปน คนแขง็ แรง ดงั นนั้ เขาจงึ ตักบรี ฺ และเปลง เสียงสูงดว ยการตกั บรี ฺ ไมทนั สน้ิ การตกั บีรฺ และการขึ้นเสยี งสงู ดว ย การตกั บรี ฺ ปรากฏวา ทา นนบ(ี ศ) ก็ตืน่ เพราะเสยี งของเขา เมอ่ื ทา นต่นื แลว พวกเขา ก็พากันอทุ ธรณ ตอทานถงึ สงิ่ ทเี่ กิดขน้ึ กบั พวกเขา ทานไดก ลา ววา “ไมดเี ลย ไมตอ ง อยูใหเดอื ดรอ นที่นี่ จงเดนิ ทาง ไปกนั เถิด” แลว ทา นกเ็ ดินทางตอ ไป ไมไกล เทา ใดนกั แลว ทา นก็เรยี กหานาํ้ มาทาํ วุฎอ ดังน้ัน ทา น ไดทาํ วุฎอ และเรากถ็ กู เรยี กใหน มาซ ประชาชนกท็ าํ นมาซ ครนั้ เมอ่ื ทานเสร็จจากนมาซ ทาน เหลือบ เหน็ ชายคนหนงึ่ แยกไปอยูตา งหาก โดยมิไดท าํ นมาซรว มกบั คนในกลมุ ทา นจงึ ถามวา โอ ทา น มอี ะไรหา มทา นไว จนมิไดนมาซรว มกับคนในกลุม ? เขาตอบวา สภาวะมลทนิ เกดิ ขน้ึ แกฉ นั และไมม นี ้าํ ! ทา นกลา ววา : “หนา ทีข่ องทา นคอื การใช ดิน ซงึ่ มันเพยี งพอสาํ หรับทา น”
แตทวา อมุ รั ฺไดพ ดู ขัดกบั พระคัมภีรแหง อลั ลอฮฺและซนุ นะฮฺแหง ศาสนทูตของ พระองค วา ใคร ท่ีไมม นี า้ํ ก็ไมต องทาํ นมาซ.. นคี่ อื แนวปฏบิ ตั ขิ องเขา ท่นี กั ฮะดษี สว นใหญบันทึกไวใหเขา ดังมี รายงานโดยทา นมสุ ลมิ ในศอฮีฮขฺ องทา น ภาคที่ ๑ กติ าบวา ดว ยความสะอาด บาบวาดวย ตะยมั มุม วา มชี ายคนหน่งึ มาหาทานอุมัรฺ แลว กลาววา “แทจ รงิ ฉนั มสี ภาวะมลทนิ ทางเพศ(ุนุบ) แลว ไมม นี ํา้ ” ดงั นนั้ เขาตอบวา “ทานไมต องทํานมาซ” อมั มารฺจงึ กลา ววา : โออ ะมรี ลุ -มุมนิ นี ทา นจาํ ไมไ ดหรอื เมอื่ ฉันกับทา นอยใู นกองทพั แลว เรามีสภาวะมลทนิ ทางเพศ โดยทเ่ี ราไมม นี าํ้ เลย สาํ หรับทา นเหน็ วา ไมตองนมาซ สวนฉันไดเกลอื กตวั ลงใน ฝนุ ดนิ แลว ฉันนมาซ ดงั นั้นทา นนบี(ศ) จึงกลาววา อนั ที่จรงิ เพียงพอ สาํ หรับ ทา นแลว ดวยการท่ีตบมือทง้ั สองของทา นลงบนดนิ แลว เปา ออก แลวทา นลูบลง ท่ีหนา ของทา น และฝา มอื ของทานดว ยมอื ทง้ั สองนนั้ ฝา ยอุมรั กฺ ลาววา : จงยํา เกรง อัลลอฮเฺ ถิด โออ มั มารฺ! อัมมารฺจงึ พูดวา : ถา ทานตอ งการ ฉนั กจ็ ะไมพ ูดถงึ มนั ” (๑๗๖) ซุบฮานลั ลอฮฺ ! อุมรั ไฺ มเ พยี งแตข ดั กบั ปกาศิตแหงบทบญั ญตั ิอนั ชัดแจง จากคมั ภีร และซุน นะฮฺเทา น้นั แตเขายงั พยายามหา มศอฮาบะฮฺมิใหขัดกบั ความ เห็นของตนดวย โดยเขาบังคับทา น อมั มารฺ บนิ ยาซริ ฺ จนตองขอออกตวั ตอ คอลีฟะฮฺ ดวยการพดู วา “ถา ทานตองการ ฉนั กจ็ ะไมพ ูดถึง มนั ” จะมใิ ห ขาพเจา แปลกใจ และมิใหท านแปลกใจอยางไร กบั การอจิ ญตฮิ าดทข่ี ดั แยงกบั คมั ภรี เชน นี้ และกับการยึดตดิ ในความเหน็ ถงึ ขนาดน้ี ถงึ แมศ อฮาบะฮจฺ ะเปนพยานยนื ยนั ถึงปกาศติ แหง บทบญั ญตั กิ ็ตาม แตอ มุ ัรกฺ ม็ ไิ ดเ หน็ พองดว ยจนตายไปในขณะที่ยงั ติดอยกู บั ความเช่ือถือเชน น้ี แนน อน รองรอยจากแนวปฏบิ ัตขิ องเขาขอ นี้ มอี ยูใ น หมศู อฮาบะฮจฺ ํานวนมาก ท่ีเหน็ คลอ ยตาม ความเหน็ ของเขา ย่งิ ไปกวานน้ั บางครั้ง พวกเขาถอื ตามความเหน็ ของอมุ รั ฺ ย่ิงกวา ความเห็นของ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ (ศ) ดังทีท่ า นมสุ ลิมไดรายงานในศอฮฮี ขฺ องทา น กิตาบวา ดวยความ สะอาด บาบ ตะยัมมมุ ภาคที่ ๑ หนา ๑๙๒ วา : จากชะกีกกลา ววา : ฉนั เคยนงั่ รว มกับทา น อบั ดลุ ลอฮ,ฺ และอะบมี ซู า ดงั นั้นอะบมู ูซาจงึ กลา ววา : โออะบูอบั ดรุ ฺเราะหมฺ าน ทา นเหน็ อยา งไร ถา หากวา ชายคนหนึ่งมสี ภาวะมลทินทางเพศ แลวไมม นี ํ้า เปน เวลาหนง่ึ เดอื น คอื เขาจะทาํ นมาซ อยางไร ? ทา นอับดุลลอฮฺกลา ววา : ไมต อ งทาํ ตะยมั มมุ ถงึ แมจ ะไมพ บนา้ํ นานถึง ๑ เดือนก็ตาม! อะบมู ซู ากลา ววา : แลว โองการนใ้ี นซเู ราะฮฺอัล-มาอดิ ะฮฺ หมายความวา อยา งไร “เมอื่ พวกเจา ไมพบนาํ้ ดงั นน้ั จงทาํ ตะยัมมมุ ดวยดนิ สะอาด” ทาน อบั ดลุ ลอฮฺตอบวา ถา หากอนโุ ลมใหพ วกเขา ตามโองการนี้ ฉนั หวนั่ ใจวา ในยามที่ นํ้าทําใหพวกเขาเยน็ จัด พวกเขาจะทาํ ตะยมั มมุ กบั ดินไป ดวย” อะบูมูซาจงึ พดู กับอบั ดุลลอฮวฺ า : ทานไมเ คยไดยนิ คําพดู ของทา นอมั มารฺ ดอกหรือทีว่ า : ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ(ศ) ไดส งฉนั ไปทาํ กจิ ธรุ ะอยา งหน่งึ แลวฉนั เกิดมสี ภาวะมลทินทางเพศ แลวไมม นี าํ้ ดังน้นั ฉนั จงึ เกลอื กตัวลงในดนิ เหมือนการเกลือกตวั ของสัตวต อ มาฉนั ไดม าหาทา นนบี (ศ) แลวกไ็ ดเ ลา เร่ืองนี้ ใหท า นฟง ทา นกลา ววา “อนั ที่จรงิ เพยี งพอแลว ดวยการที่เธอใชม ือทั้งสอง
อยางนี้ แลว ทา นกต็ บมือทง้ั สองลงบนดนิ ๑ คร้งั จากนน้ั ทา นก็ใชม อื ซา ยลบู บนมือขวา และหลงั มือทั้งสองของทา น และหนา ของทาน ทานอบั ดลุ ลอฮจฺ งึ กลา ววา : ทา นยงั ไมร หู รอื วา อมุ ัรฺ ไมเหน็ พองดวยกบั คาํ พูดของทา นอมั มารฺ (๑๗๙) เมือ่ เราพนิ ิจ-พเิ คราะหดรู ายงานบทน้ี ซงึ่ อัล-บคุ อรี และมุสลิม และทา นอน่ื ๆ ได บนั ทกึ ไวใ นตาํ ราศอฮีฮทฺ ั้งหลาย เราจะเขาใจถงึ อทิ ธพิ ลอนั เกิดขนึ้ จากแนวปฏิบตั ิของอมุ ัรฺ บนิ ค็อฏฏอ บ ท่มี ตี อศอฮาบะฮฺ ชนั้ อาวโุ ส ดว ยเหตุนี้ เราสามารถเขา ใจไดอีกถึงความขัดแยงในดาน บทบัญญัติ และความสับสน และการคา นกนั เองในบทรายงาน บางทสี ิ่งเหลา นี้เอง ทท่ี าํ ให นกั ปกครองแหงวงศอ ุมยั ยะฮฺและอับบาซยี ะฮฺ พากนั ทาํ หละหลวมกบั บทบญั ญัติ แหงอสิ ลาม โดย พวกเขาไมถ อื วาเปน หลกั การทส่ี ําคัญแตประการใด และเหน็ ชอบ กบั มซั ฮบั ตางๆ ทมี่ คี วามขดั แยง กนั แมใ นบทบัญญตั ิขอ เดียวกนั ตามสภาพการณ ของพวกเขา มันเทากบั เปน การพดู กับ อะบฮู ะนี ฟะฮฺ, มาลิก, อะหฺมดั และชาฟอี วา : “พวกทานจงกลาวไปตามความเหน็ ชอบของพวกทา น เถดิ กใ็ นเมือ่ อมุ ัร ผูเปน นายและหวั หนา ของพวกทา น ก็พูดไปตามความเหน็ ชอบของเขา”(๑๗๙) ซง่ึ ตรงขา มกบั อลั -กุรอานและซุนนะฮฺ จงึ ไมม ีขอตาํ หนิใดๆ แกพวกทาน เพราะพวก ทา นเองกม็ ิใช ใครอนื่ นอกจากเปน เพยี งผปู ฏบิ ัตติ ามตาบิอีนเทา นน้ั พวกทา น มไิ ดเปน ผอู ุตรแิ ตอ ยา งใด เลย ทแี่ ปลกยงิ่ ไปกวาเรื่องเหลา นท้ี ง้ั หมดก็คอื คาํ พูดขอบอบั ดุลลอฮฺ บนิ มัซอดู ท่มี ตี อ อะบมู ู ซาวา เขาไมต อ งทาํ ตะยมั มมุ ถงึ แมจ ะไมม นี าํ้ เปน เวลาหนง่ึ เดอื นก็ตาม โดยท่ีอับดลุ ลอฮฺ บนิ มัซอดู น้นั นบั วา เปน ศอฮาบะฮฺชนั้ อาวโุ สคนหน่งึ ใหค วาม เหน็ วา ผูมสี ภาวะมลทนิ ทางเพศ(ุนบุ ) นน้ั ถา หากไมม ีนาํ้ กใ็ หเ ขาละทง้ิ การได นานถงึ หนึง่ เดือนเตม็ โดยไมต องทําตะยมั มุม อยางไรกต็ ามอะบมู ู ซาไดพ ยายาม ท่ีจะทาํ ใหเ ขายอมรบั โองการอนั ทรงเกยี รตทิ ี่ถกู ประทานมาเก่ียวกบั เรอื่ งนโี้ ดย เฉพาะ ในซเู ราะห อัล-มาอดิ ะฮฺ แตแ ลวอบั ดลุ ลอฮฺ กใ็ หคําตอบแกเขาวา ถา หาก ยินยอมใหพ วก เขาทาํ ตามโองการนี้ ฉนั หวน่ั ใจเหลือเกินวา เมอ่ื ถงึ ยามทนี่ าํ้ ทําให พวกเขาเยน็ จดั พวกเขากจ็ ะทํา ตะยมั มมุ ดว ยดนิ จากเร่อื งน้เี ราสามารถเขา ใจอกี เชน กันวา เหตใุ ดพวกเขาจึงใชห ลักวนิ จิ ฉยั ความกบั ปกา ศิตของอลั -กุรอาน ตามความเหน็ ชอบของพวกเขา และเปนทน่ี า เสยี ใจวา ความเหน็ ชอบของพวก เขานนั้ นบั เปน ความรนุ แรงและสรางความยาก ลาํ บากใหแกป ระชาชาติในขณะท่อี ลั ลอฮทฺ รงมี โองการวา “อลั ลอฮฺทรงประสงคให พวกเจา ไดร ับความสะดวกและไมท รงประสงคใหพ วกเจา ยากลาํ บาก” (อัล-บะกอ เราะห/๑๘๕) ชายผนู า สงสารคนนี้ไดกลาววา “เม่อื ถงึ ยามทีน่ าํ้ ทาํ ใหพ วกเขาเย็นจัด พวกเขากจ็ ะทาํ ตะยัมมุมดว ยดิน” เขาไดต ้งั ตวั ขนึ้ เปน ศาสดาผูป ระกาศจาก อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค
กระนนั้ หรือ? เขาเปนผูมคี วามปรารถนาดแี ละ มีความเอน็ ดูเมตตาตอปวงบา ว มากกวา ผูสรา งและ องคอภิบาลของพวกเขาเอง กระนน้ั หรือ? หลักจากน้นั อะบูมูซา ยงั พยายามท่จี ะทาํ ใหเ ขายอมรบั ในซนุ นะฮฺของ ทา น นบี ตามท่อี มั มารไฺ ดรายงานไวว า ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮไฺ ดส อนใหเขารวู ธิ ี การ ทาํ ตะยัมมมุ อยา งไร แตแ ลว อบั ดลุ ลอฮกฺ ย็ ังปฏิเสธซุนนะฮฺของทา นนบที ี่ เลื่องลอื ขอนว้ี า อมุ รั บนิ ค็อฏฏอ บ มไิ ดเ ห็น พอ งกับคาํ พดู ของอมั มารฺ ! ดว ยเหตนุ ี้ ทาํ ใหเ ราเขาใจวา คําพดู ของอมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ เปน ขอ พิสจู นท ่ี ถกู ยอมรับ สาํ หรับศอฮาบะฮบฺ างคน และถอื การยอมรบั ของอมุ รั ฺทม่ี ีตอฮะดษี หรอื โองการอัล-กุรอฺ าน เปน บรรทดั ฐานเดยี ว สําหรับความถกู ตอ งของฮะดีษ หรอื ความหมายของโองการอลั -กรุ อฺ าน ถงึ แมจะ ขัดกับคําพูดและการกระทําของทาน ศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)กต็ าม ดว ยเหตนุ เ้ี ราจึงพบวา พฤติกรรมสว นมากของคน ทง้ั หลายในปจ จบุ นั จงึ ขดั แยงกับอลั -กุรฺอานและซนุ นะฮฺ ไมวา จะเปน เรอ่ื งทอี่ นุญาต หรอื ตองหา มตามหลกั ศาสนาก็ตาม เพราะการอิจญต ฮิ าดของอมุ ัรใฺ นทางที่ ตรง ขามกบั ปกาศติ แหงบทบญั ญัติ ไดก ลายเปน มัซฮบั ทถ่ี กู ยอมรบั และใน เมือ่ คนรนุ หลงั และผมู ี ความรูเหน็ วา ฮะดษี ตา งๆ ทถ่ี กู หามในสมยั ของบรรดา คอลฟี ะฮฺ ไดถ ูกบนั ทกึ และถกู นาํ มา รายงานในภายหลัง ซึง่ เปน สง่ิ ทข่ี ดั แยงกบั แนวปฏิบตั ิของอมุ ัรฺ พวกเขาจงึ ไดป น แตงบทรายงาน อื่นๆ ขนึ้ มา แลวอางวา กลบั ไปหาทานศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ (ศ) เพ่อื เปน เครื่องมอื สง เสริมแนว ปฏิบัตขิ อง อะบูฮฟั ศ(อมุ ัรฺ)อกี ดา นหนง่ึ เชนปญหาการทํามุตอะฮฺ การทํานมาซตะรอวฮี ฺ และอนื่ ๆ ดงั นน้ั จึงมีบทรายงานตางๆ มาในลกั ษณะท่ีขัดแยงกนั ตราบจนกระท่งั ถงึ วนั นี้ ความขัดแยง ระหวา งบรรดามสุ ลมิ กย็ ังไมส นิ้ สดุ และยังคงอยตู ลอดไป ตราบเทา ที่มีผูส นับสนนุ อุมรั ฺ โดยไม ตอ งการวิเคราะหเ พอื่ สัจธรรม ซง่ึ จะตอง กลาววา โอท านอุมรั ฺ ทานผิดพลาดไปแลว เพราะวา จรงิ ๆ แลว การนมาซ ไมถกู ยก เลิกไปดวยเหตทุ ่ีไมมีนาํ้ และยังมโี องการวาดวยตะยมั มมุ ถกู บญั ญตั ไิ ว ในอลั -กุรอฺ าน และยงั มฮี ะดษี วาดว ยตะยมั มมุ ถูกระบุไวใ นตําราซุนนะฮทฺ ุกเลม ดงั นั้น ดว ยความ ไมรูข องทานในสองสง่ิ น้เี อง ทําใหท า นไมมคี วามเหมาะสม ในการกา ว ขึน้ สตู ําแหนง คอลฟี ะฮฺ และ ไมเ หมาะสมทจ่ี ะเปนผนู าํ ประชาชาติ และความรู ของทา น ที่มใี นสองสิง่ นน้ั ทาํ ใหท า นปฏิเสธ ใน เมือ่ ทา นขดั แยง บทบญั ญตั จิ ากสอง สง่ิ นนั้ ไมม ที างเลือกอนื่ สาํ หรบั ทา นอกี แลว ถา หากทา นเปน ผู ศรัทธา ในเมอ่ื อลั ลอฮฺ และศาสนทูตของพระองคไ ดต ดั สนิ กิจการใดไปแลว ฉะน้นั เมอ่ื ทา น ตัดสนิ ความตามความเห็นชอบของทา น ทานกย็ อ มรูดวี าขาพเจา วา ผทู ่ลี ะเมิด ตอ อัลลอฮฺและศา สนทตู ของพระองค แนน อนเขาคอื ผูหลงผดิ ท่หี ลงผดิ อยา งชดั แจง ข. อลั ลอฮฺทรงตรัสวา : “อนั ท่จี รงิ ทานบรจิ าคทงั้ หลาย เปนสิทธิของผยู ากไร และผขู ดั สน และผูทํางานในการนนั้ และผทู ี่หวั ใจของพวกเขาโนมนาว และในการ ไถทาส และผมู ีหน้สี นิ และ
ในหนทางของอลั ลอฮฺ และผพู ลัดถ่นิ เปน ขอกาํ หนดจาก อลั ลอฮฺ และอัลลอฮฺ คอื ผูรอบรู ผมู วี ทิ ย ญาณ” (อัต-เตาบะฮฺ : ๖๐) เปนทรี่ กู ันดีวา คําสอนจากซนุ นะฮนฺ บนี น้ั ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ฺ ศ) ไดจ ัดสวนแบง ไว หมวดหนงึ่ สําหรับมุอัลลัฟ(คนท่ีมใี จโนมเขาหาอิสลาม) ซงึ่ อลั ลอฮฺ ทรงกาํ หนดไวใ หแ กพวกเขา ดังทอี่ ลั ลอฮทฺ รงบัญชาไว แตทวา อมุ ัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ ลบลางสว นแบง ตามบทบัญญตั ิขอน้ี ในสมยั การเปน คอลฟี ะฮฺของตน แลว วนิ ิจฉยั ความในทางตรงขา มกับปกาศติ แหง บทบัญญตั ิ โดยบอกกับ พวกเขาวา “พวกเรา ไมมคี วามจําเปนแตป ระการใด กบั พวกทานอีกแลว เพราะแทจ รงิ อัลลอฮทฺ รง ให อสิ ลามย่งิ ใหญ และไมต องพึง่ พาอาศัยพวกทา น” ใชเ พยี งแคน น้ั กฎขอนยี้ ังไดถูก ลบลา งใน สมัยคอลฟี ะฮอฺ ะบูบกั รอ กี ดว ย เม่อื มมี ุอัลลัฟมาหา ตามธรรมเนียม ปฏบิ ัติท่ีเคยมกี ับทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮฺ(ศ) ดังนน้ั อะบบู ักรจึงเขียนหนงั สือ มอบใหพ วกเขาตามนน้ั แลว พวกเขากไ็ ดไปหาทาน อมุ รั ฺ เพ่ือขอรบั สว นแบง ของ พวกเขา แตแ ลว อุมัรไฺ ดฉกี หนังสือน้ันแลวบอกพวกเขาวา : “พวกเรา ไมมี ความจําเปน แตประการใด กับพวกทา นอกี แลว เพราะแทจรงิ อลั ลอฮทฺ รงให อสิ ลามยงิ่ ใหญ และไมตองพึง่ พาอาศยั พวกทาน พวกทา นมีแตจะตอ งเขา รบั อิสลาม หาไมแ ลว การประดาบ จะตองเกดิ ขน้ึ ระหวา งพวกเรากับพวกทา น” ดังนนั้ พวกเขา จงึ กลับไปหาอะบบู กั ร แลวกลาววา : ทานหรือเขากนั แนท ีเ่ ปนคอลีฟะฮฺ ?” อะบบู ักรืกลา ววา : “กใ็ ชเ ขานน่ั แหละ อนิ ชาอลั ลอฮ”ฺ อะบู บักรก ท็ บทวนความคิด เกย่ี วกบั ท่เี ขาเขยี นไป อยา งสอดคลองกบั ความเห็นของอมุ ัรสฺ หายของตน (๑๘๐) ท่ีแปลกยง่ิ กวา นน้ั อกี อยา งกค็ อื ทกุ วนั น้ี ทา นจะพบคนที่สนบั สนุนอมุ รั ฺ ในขอ น้ี และยก ยอ งวา เปน ความดเี ดน และอจิ ฉริยะของเขา สว นหนง่ึ นน้ั ไดแ ก ทา น เชคมุฮัมมัด หรือท่รี จู กั กนั ใน นามวา อัด-ดะวาลบิ ยี โดยไดกลาวไวใ นกติ าบอุศู ลลุ ฟกฮฺ หนา ๒๓๙วา : อาจเปนไปไดว า ทที่ าน อมุ รั (ฺ ร.ฎ)ใชห ลักวนิ จิ ฉัยความ ใหตัดสวนแบงสาํ หรับคนมุอลั ลัฟตามท่ีอลั -กรุ ฺอานอันทรงเกยี รติ กําหนดไว ออกไปท้งั ๆ ทเ่ี ปน ตอนตน ๆ ของบทบญั ญตั ิที่ทานอมุ ัรกฺ ลาวถงึ นน้ั ขึ้นอยกู ับสภาพ ทาง สงั คม ที่เปลย่ี นแปลงไปตามยคุ ตามสมยั ถึงแมวา ปกาศติ แหงอลั -กรุ อฺ าน ในเรื่องนัน้ ยังคงดาํ เนิน อยตู อไป โดยไมม กี ารถกู ยกเลิกกต็ าม” ตอ จากนน้ั เขายงั แกตวั ใหอมุ รั วฺ า ทา นคงพิจารณาถงึ เหตุผลของปกาศติ แหง บทบญั ญตั ิ มใิ ช มองแคความหมายภายนอก จนถึงตอนสดุ ทา ยของ คําอธิบาย ซงึ่ มอิ าจทาํ ความ เขา ใจไดโ ดยสติสัมปชญั ญะอันบรบิ ูรณ เรายอมรบั คาํ ยนื ยนั ของเขา ทีว่ า อุมรั ฺ เปลีย่ นแปลง บทบัญญตั แิ หงอลั -กุรฺอานไปตามความเหน็ ของตน ท่วี า สภาพสังคม ได เปลยี่ นแปลงไปตามยคุ ตามสมัย แตเ ราปฏเิ สธการตคี วามหมายทว่ี า อมุ ัรไฺ ด พจิ ารณาถงึ เหตผุ ล ของปกาศติ แหง บทบัญญัติ มิใชมองแตเพยี งความหมาย ภายนอก เราขอพดู กับเขาและคนอ่นื ๆ ดวยวา ปกาศติ แหงอัล-กรุ อฺ าน และปกาศติ แหง ศาสดา มไิ ดเปลีย่ นแปลงไปตามสภาพการของยคุ
สมยั ที่ เปล่ยี นแปลงไป อัล-กุรฺอานยนื ยนั อยา งชดั เจนวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ก็ไมม ีสทิ ธิที่ จะ เปลี่ยนแปลงบทบัญญัตไิ ด ดังที่พระองคผูทรงสงู สุด ตรัสวา : “และเม่อื โองการอนั ชัดแจง ทง้ั หลายของเราไดถ ูกอานใหแกพวกเขา บรรดาพวกท่ไี มห วงั จะไดพบกบั เรากลาววา จงนาํ อลั -กุรฺอานอื่น ที่มิใชเ ลม น้ี หรอื จงเปลยี่ นแปลงมันเสียเถิด จงกลา ว ซ(ิ โอ มุฮัมมัด) ฉันไมม ีสทิ ธจิ ะเปลี่ยนแปลงมัน ตามความชอบแหง ตวั ของฉนั เองได ฉันมิไดป ฏบิ ัติ ตามสิง่ ใด นอกจากสงิ่ ทถ่ี ูกวะหยฺ ู มายงั ฉนั เทา นน้ั แทจรงิ ฉนั กลวั การลงโทษแหง วนั อนั ยิง่ ใหญ ถา หากฉนั ละเมิดตอ พระผูอภบิ าลของฉนั ” (ยูนุซ/๑๕) และตามซนุ นะฮนฺ บอี ันชดั แจง นนั้ สอนไวว า “ สง่ิ ท่ีฮะลาลโดยมุฮมั มัด ยอมฮะลาลจนถงึ วนั กิยามะฮฺ และสงิ่ ที่ฮะรอมโดยมุฮัมมดั ยอม ฮะรอม จนถงึ วนั กิยามะฮฺ” แตในเม่ืออัด-ดวุ าลบิ ยี อกี ทั้งคนทเ่ี หน็ ดวยในการออกความเหน็ ของเขา ในสว นของ ผูสนบั สนนุ การวนิ จิ ฉัยความ คอื ถอื วา บทบัญญตั ิยอ มเปล่ยี นแปลงได ตามสภาพความ เปลี่ยนแปลงของยคุ สมยั และไมถือวา เปนขอ ตําหนิแตป ระการใด แตบ รรดานกั ปกครองที่ เปล่ียนแปลงบทบญั ญตั ขิ องอัลลอฮฺ โดยบทบัญญตั ิของ ประชาชน และบทบัญญตั ทิ างสังคม ทีไ่ ด ดําเนนิ การไปเพ่ือผลประโยชนของ พวกเขา ท้งั ๆ ทข่ี ดั แยง กับบทบญั ญตั ิของอัลลอฮฺ ดังนั้น ในหมู พวกเขาจึงมีคนพดู วา : จงรับประทานอาหารในเดือนรอมฎอนเสยี เถิด เพือ่ ปอ งกันศตั รูของพวก ทา น และในสมัยปจ จุบนนีเ้ ราตอสูก บั ความลา หลงั ความยากจน และความโงเ ขลากนั เทาน้ัน ไม จําเปน ตองถือศีลอดกนั แลว และการถือศลี อดมแี ตจะทาํ ใหเราละเลย จากการสรางผลผลติ อกี ท้ัง ยงั หา มการมภี รรยาหลายคน เพราะเหน็ วา การทาํ เชน นนั้ อธรรมและเปนการละเมดิ สิทธสิ ตรี โดย กลา ววา ในสมัยของศาสดา มฮุ ัมมัด สตรมี ีฐานะเหมือนหยดปสสาวะ จงึ ในปจ จบุ นั นี้ เราได ปลดปลอยพวก นางใหเปน อสิ ระ และเรา ไดใหสิทธแิ กพ วกนางอยา งสมบรู ณ ประธานาธิบดคี นนี้มองปกาศิตแหงบทบญั ญัติในแงข องเหตุผล โดยมไิ ดมองเพียง ความหมายดา นนอก เชน เดียวที่อุมรั ฺมอง ดงั นน้ั เขาจึงกลา ววา : แทจ รงิ เร่อื งมรดก สาํ หรบั ใน ปจจุบันนี้ จําเปน จะตอ งแบง ใหผูชายและผหู ญงิ ไดรบั เทา ๆ กนั เพราะ อัลลอฮฺไดใหส ิทธแิ กช าย สองสว น โดยเหตุผลทว่ี าชายเปนฝา ย รับผิดชอบ ภาระของครอบครัว ในขณะทผี่ หู ญิงนนั้ ถูกปดก้ัน แตในยุคปจจบุ ันนี้ โดยการ ดิ้นรนตอสู ไดทาํ ใหส ตรีตอ งทํางงาน และรับภาระในการเลย้ี งดู ครอบครวั ของ พวกนาง โดยใหประชาชนดูตัวอยา งภรรยาของตนที่ ตอ งเสยี คา เลีย้ งดูพช่ี าย นองชายของนาง เขาจงึ กลายเปนเสนาบดขี องนางและสนองตอ เจตนารมณ ของนาง ขณะเดยี วกนั เขากจ็ ะอนุญาตใหทาํ ซนิ าได เพราะถอื วา เปนสทิ ธิสว น บุคคล สําหรบั ผูที่ อายุครบเกณฑบงั คบั ตราบใดทม่ี ิไดข มขืน หรือทาํ ใหเ กดิ ความ เสยี หายแกการครองชีพและควรจะ เปด สถานรับเลีย้ งเดก็ ที่เกดิ จากการทาํ ซนิ า ท้งั นก้ี เ็ พราะวา เขามคี วามเมตตาปรานีแกเ ด็กท่ีเกดิ จากการทาํ ซนิ า ซ่งึ พวกเขา เคยถกู ฝง ทงั้ เปนเน่ืองดว ยความอับอาย ขายหนา ตลอดจนถงึ การ
วินิจฉยั ความ ในเรือ่ งอนื่ ๆ ของเขาอกี อันเปน ทร่ี กู นั และทีแ่ ปลกกค็ อื ประธานาธบิ ดีคนน้ีเปน ผูม ี ความประทับใจในตัวของอุมรั อฺ ยางลึกซ้งึ ครั้งหนง่ึ เขาไดก ลา วดว ย ความประทบั ใจ แตก ลาวอกี ครง้ั หนง่ึ วา เขา(อุมรั ฺ)มิไดทาํ หนาทร่ี บั ผิดชอบตอ ความเปน และความตาย ในขณะท่ีเขาซงึ่ เปน “ประธานาธบิ ด”ี นนั้ มหี นา ท่ีรบั ผิดชอบตอ ความเปน และความตาย และอกี คร้งั หนงึ่ ดูเหมือนวา เขาไดขา ววา มี ประชาชนวพิ ากษว ิจารณการวนิ จิ ฉยั ความของเขา ดงั นน้ั เขาจงึ กลา ววา : แทจรงิ ทานอมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ เปนผคู นแรกและเปน นกั วนิ จิ ฉัยความผยู ง่ิ ใหญ ในสมยั ของ เขา แลว ทาํ ไม ขาพเจา จะวนิ จิ ฉยั ความไมไดบ าง ในเม่อื ขาพเจา เปนคนสมัยใหม สาํ หรับอมุ ัรฺนน้ั นบั วา เปน ผูนาํ ของคนในอาณาจักรหนงึ่ สว นขา พเจา กเ็ ชนกนั เปน ผนู าํ ของคนในอาณาจกั รหนึ่ง ทแ่ี ปลกอยา งยง่ิ กค็ อื วา ประธานาธิบดคี นนี้ เม่ือจะกลา วถงึ ศาสดามฮุ ัมมัด ศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ(ศ) กจ็ ะเห็นวา ในคําพูดของเขานน้ั เปน การลบหลูด หู มนิ่ อยา งเชนเขาเคยพูดในคาํ ปราศรยั ของเขาวา มุฮมั มดั ไมไดรเู รอ่ื งภูมิศาสตรเลย เพราะเขาเคยพดู วา “จงแสวงหา ความรู ถงึ แมว าจะอยูถงึ เมอื งจนี กต็ าม” เขาคง คดิ วา จนี เปนอกี โลกหน่งึ ฉะนนั้ มฮุ มั มดั ไมเคยคดิ วา ความรูจ ะพัฒนามาจนถึง ขนั้ น้ี และไมเ ชอ่ื วาเหลก็ จะลอยในอากาศได อะไรจะเกดิ ขึน้ ถา หาก มีใครบอกเขา หรอื เลาใหเ ขาฟง เกี่ยวกบั แรย เู รเนยี ม โปแตซเซยี ม และความรูทางดานนวิ เคลยี ร และอาวุธปรามณู อนั น้ี ขา พเจา มิไดต าํ หนชิ ายผนู าสงสารคนน้ี ที่ไมม ีความเขาใจกิตาบุลลอฮฺ และซุนนะฮฺ แหง ศาสนทูตของพระองคเ ลย เขาไดพ บวา ตัวเขาเอง ปกครองรฐั หนึง่ ในนามของอิสลาม แตเขา ลบหลดู ูหมน่ิ อสิ ลาม และดาํ เนนิ นโยบายตามหลงั ตะวนั ตก เขาตองการจะทาํ ใหป ระเทศของเขา เปนรฐั หน่ึงของยโุ รป ทมี่ คี วาม เจริญกา วหนา ตามความหมายท่ีเขาเหน็ ชอบอยู และบรรดาผนู าํ และผูปกครอง ทง้ั หลาย สว นมากกจ็ ะเดินตามเขาทีละกา ว เพือ่ รับเอาการสนบั สนุนจาก ประเทศ ตะวนั ตกและสหราชอาณาจกั ร ตลอดการยกยอ งชมเชยของพวกเขาเหลา น้นั ท่มี ีตอ เขา จนกระทง่ั ไดมกี ารใหส มญานามแกเ ขาวา มญุ าฮดิ อาวโุ ส ตอ จากนน้ั กจ็ ะไมม ขี อ ตําหนิ และสิ่งใดท่เี ปน ความผดิ พลาดของเขา ก็ไมเ ปนเร่อื งทนี่ า แปลก และทกุ ภาชนะทเี่ ขามีอยู ลว นเปน แตข องเกา ทงั้ นนั้ ซึ่งถา หากขา พเจา ตอ งการจะให ความเปน ธรรม ขา พเจา จะโยนขอตําหนใิ หก ับอะบบู กั ร อุมัรฺ และอุสมาน ซง่ึ เปน ผูท่เี ปดประตบู านนีต้ ง้ั แตวนั ทนี่ บ(ี ศ)วะฟาต พวกเขาจงึ เปนตน เหตขุ อง การใช หลักวนิ จิ ฉยั ความในทกุ เร่อื ง ทบ่ี รรดานกั ปกครองแหงวงศอ ุมยั ยะฮฺและอับบา ซยี ะฮฺ กรยุ ทางให ตลอดเจ็ดศตวรรษทผ่ี า นมา ทง้ั หมดน้นั ไดทาํ ลายความเปน จรงิ ของอสิ ลาม ทง้ั ในแงของป กาศิตแหง บทบญั ญตั แิ ละกฎเกณฑตางๆ ของมนั และกิจการก็ยงิ่ พาลเปน เร่อื งใหญโ ตมากข้ึนใน ศตวรรษตอ ๆ มา จนถงึ ขนาดวา ประธานาธบิ ดี ไดกลา วคําปราศรัยตอ หนา ประชาชนมสุ ลมิ อยา ง ลบหลดู แู คลน ตอ ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ฺ ศ) โดยไมม ีใครสักคนกลา คา น ไมว าจะเปน คนใน พน้ื ที่ หรอื นอกพืน้ ทีก่ ็ตาม
นคี่ อื เรื่องที่ขา พเจา ไดก ลา วไปแลว และกาํ ลงั กลา วถงึ อยูกบั พน่ี อ งบาง ทา นในองคกร อิสลามวา ;ถา หากพวกทา นตองการจะคดั คา นประธานาธิบดี ในวนั น้ี ดวยเหตทุ เี่ ขามไิ ดป ฏบิ ัติ ตามปกาศติ แหง อลั -กรุ อฺ าน และซนุ นะฮฺของ ผเู ปนนบี ก็ถอื วา จาํ เปน ที่พวกทา นจะตอ งคดั คา นผทู ่ี ริเร่ิมงาน อตุ ริประเภทนใ้ี น การวนิ จิ ฉัยความทีต่ รงขา มกบั ปกาศติ แหงบทบัญญตั ิเสียกอน ถา พวก ทา นมีใจเปน ธรรม และตอ งการปฏิบัตติ ามสจั ธรรมกนั อยางแทจรงิ แตพวกเขากไ็ มย อมรับ คําพดู ของขาพเจา และไดต เิ ตยี นขาพเจา วา ทาํ ไมขาพเจา จงึ ไดน ําเอาเร่อื ง ของ บรรดาผูนาํ ทงั้ หลายใน ปจ จุบันนี้ ไปเกย่ี วโยงกบั บรรดาคอลฟี ะฮฺรอชิดีน ขา พเจา ตอบพวกเขา บรรดาผนู าํ และนกั ปกครองทุกวนั นีเ้ ปน ผลติ ผลของปรากฏการณที่ เปน มาในประวตั ิศาสตร จะมวี นั ใดบา งที่บรรดา มุสลมิ มอี ิสระเสรี นับจากวนั วะฟาตของทา นศาสนทตู มาจนถึงวันนี้ ? พวกเขากลา ววา พวกทาน เปน ชีอะฮฺ พวก ทา นใสร า ยและลบหลศู อฮาบะฮฺ ถาเราไดเ ขา สอู าํ นาจในวนั หน่งึ เราจะตองไดเ ผา พวกทา นดวยไฟ ขา พเจา จงึ กลา ววา : “อลั ลอฮจฺ ะไมทาํ ใหพ วกทา น เหน็ วนั นน้ั หรอก” ค. “การหยา มสี องคร้งั ดงั นั้น การครอบครอง จะตอ งเปนความชอบธรรม หรือการเลกิ รา ตองเปน ไปดวยความดี และไมอ นญุ าตแกพวกเจา ที่จะเอาสิ่งใด ทพ่ี วกเจา มอบแกพ วกนางไปแลว นอกจากทงั้ สองฝา ยเกรงวาจะไมดาํ รงไวซง่ึ กฎของอลั ลอฮฺ ครน้ั ถาหากพวกเจาเกรงวา เขาทงั้ สอง จะไมดาํ รง ไวซ ง่ึ กฎของ อัลลอฮฺ ดังนน้ั ไมเ ปนบาป แกท งั้ สองฝา ยในการท่นี างจะไถต วั กบั มนั นนั่ เปนกฎ ของอลั ลอฮฺ จงึ อยา ละเมดิ มนั และผใู ดละเมดิ กฎของอลั ลอฮฺ พวกเขาคือ บรรดา ผูอธรรม ครั้นหากเขาหยา นางแลว ดงั นนั้ นางจะไมเ ปนท่ีอนญุ าตแก เขาอีก หลังจากนนั้ จนกระท่งั นางได สมรสกบั สามอี น่ื ทม่ี ิใชเ ขา ครั้นหากเขา หยานาง ก็ไมเ ปน บาปแกเ ขาทง้ั สองท่จี ะคนื ดกี นั ถา หาก เขาทง้ั สองเชอื่ วา สามารถ ดาํ รงรักษากฎเกณฑของอัลลอฮไฺ ด และน่นั คอื กฎเกณฑของอัลลอฮฺ พระองคท รง อธบิ ายไวใหแ กก ลมุ ชนที่รู (อัล-บะเกาะเราะฮ/ฺ ๒๒๙-๒๓๐) โดยซุนนะฮอฺ นั บริสุทธิข์ องนบี ไดอ ธบิ ายอยางไมม ีอะไรซอ นเรนวา ภรรยา ยงั ไมเ ปน ท่ี ตอ งหา มแกสามีของนางเลย นอกจากจะผา นการหยาสามครง้ั เทา นน้ั จงึ ถือวาสามีไมมีสทิ ธิทจ่ี ะ ขอคืนดีกับนางไดอกี นอกจากวา หลงั จากนางไดนิกาห กบั สามอี กี คนหน่งึ แลว ถา สามีคนนห้ี ยา นางอีก เมอ่ื นน้ั เอง ทส่ี ามขี องนางมีสทิ ธิ ที่จะเจรจาสขู อนางไดใหม เชน เดียวกบั ชายคนอื่นๆ และ นางกม็ สี ทิ ธิเตม็ ที่ ไมว า จะตอบตกลง หรือปฏิเสธ ถอื เปน เรื่องทนี่ างมสี ทิ ธติ ัดสนิ ใจเอง แตอุมัรฺ บิน คอ็ ฏฏอ บอีกเชน เคย ไดลว งลาํ้ กฎเกณฑข องอัลลอฮฺ ท่ีทรง อธบิ ายไวใหแ ก กลมุ ท่รี ู ดว ยการเปลี่ยนแปลงบทบัญญตั นิ ี้ โดยกฎของเขาเองซงึ่ เขา ไดกลา ววา การหยาครงั้ เดียว ดว ยการใชค าํ พูดวา สามครง้ั ถือวา ภรรยาจะเปน ทต่ี อ งหา มแกสามีในทนั ที ซง่ึ อัล-กรุ อฺ านอนั ทรง เกียรตแิ ละซุนนะฮนฺ บี ขัดแยง กับ เร่อื งน้ี ในศอฮฮมฺ ุสลมิ กติ าบฏุ ฏอลาก บาบวา ดว ยการหยา สามคร้ัง รายงานจาก อบิ นุ อับบาส กลาววา : การหยาในสมยั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) และสมัย อะบูบักร และสองปใ นสมยั คอ
ลีฟะฮฺอมุ ัรนฺ ้นั ใชหลักการหยา สามครง้ั ในคราวเดยี ว กนั ดังนน้ั อมุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บไดก ลา ววา : แทจ รงิ ประชาชนเรง รีบในกจิ การ ซง่ึ จําเปน สําหรับพวกเขาท่ตี อ งอดทนอยใู นนนั้ ถา หากเราได ดําเนนิ การให เรอื่ งนนั้ ลลุ ว งไปใหแกพวกเขา ฉันจงึ ดาํ เนนิ การใหเ ร่อื งนนั้ ลลุ วงไปใหแกพ วกเขา แปลกทสี่ ุด ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ คอลีฟะฮฺกลาหาญชาญชยั อยางไร ทไี่ ด เปลยี่ นแปลงกฎ ของอัลลอฮฺ ตอหนา บรรดาศอฮาบะฮฺ ทเี่ หน็ พองตอ งกนั กับ ทกุ เร่ืองทีเ่ ขาพูด กับทุกสงิ่ ที่เขาทาํ โดยไมม ใี ครคคั คาน และปฏิเสธกันเลย แตพวก เขายงั ตบตาใหเราเชอ่ื อยา งนาสงสารวา มศี อ ฮาบะฮฺคนหนง่ึ พูดกบั อมุ ัรวฺ า : “ขอสาบานตออัลลอฮฺ ถา เราเหน็ วา ในตัวทา นมีการคดงอ แนน อน เราจะทาํ ให ทา น ทรงตวั ขน้ึ ใหต รงดวยคมดาบ” นี่คือคําพูดทีเ่ หลวไหล และใสร า ยสน้ิ ดี เพือ่ จะ ชี้ใหเหน็ วา บรรดาคอลฟี ะฮฺ เปน แบบอยา งอนั เลอเลศิ ในแงของการใหเ สรภี าพ และเปน ประชาธปิ ไตย ประวตั ิศาสตรสามารถจบั เทจ็ พวกเขาได โดยพฤตกิ รรมที่ เกดิ ขึน้ โดยไมตองมี คาํ พดู ใดๆใหเหตผุ ล เมอ่ื พฤตกิ รรมเปน ส่งิ ทคี่ ัดคานกบั คําพูด นนั้ ๆ หรือบางทพี วกเขาอาจเลง็ เห็นวา มกี ารคดงออยใู นคมั ภรี และซนุ นะฮกฺ ็ได ซงึ่ อมุ รั ฺ บนิ ค็อฏฏอบไดท ําใหมนั ทรงตัวขึ้นใหต รง และดดั แปลงแกไ ขใหด ีขน้ึ เราขอ ความคุมครองตออัลลอฮฺ ใหพน จากความเหลวไหลเชนนี้ เมื่อขา พเจา อยูท ่เี มืองกอ็ ศฟะฮฺ บอยคร้ังท่ขี า พเจา ไดอ อกคําวนิ จิ ฉัยให แกฝายชายทถ่ี อื วา ภรรยาเปน ทต่ี อ งหา มสําหรบั พวกเขา ดวยคําวา “หลอนเปน ที่ตองหา มตามหลักการหยา สามวาระ แลว ” พวกเขามคี วามยนิ ดี เม่ือขาพเจา บอก ใหพ วกเขารกู ฎของอัลลอฮทฺ ถี่ ูกตอ ง ทมี่ ิไดถ ูกบรรดา คอลฟี ะฮทฺ าํ พลิกแพลงดว ย การวนิ จิ ฉยั ของพวกทา น แตท วา ผูท อ่ี า งตนวามีความรู ไดห ลอกให พวกเขากลวั ดว ยเหตวุ า พวกชีอะฮนฺ น้ั ทุกอยา งสาํ หรบั พวกเขาเปน ทีอ่ นุญาตเสมอ ฉันยงั จาํ ได วา เคยมีครงั้ หนงึ่ ทคี่ นในหมพู วกเขาไดเถยี งกับขาพเจา ดวยถอยทที ดี่ ีงาม เขาถาม วา : “ในเมือ่ ซัยยดิ ินาอุมรั ฺ บนิ ค็อฏฏอบ(ร.ฎ)เปล่ียนแปลงกฎของอลั ลอฮฺใน ประเด็นนี้ และประเด็นอ่ืนๆ โดย ศอฮาบะฮมฺ คี วามเหน็ สอดคลองตามนั้น แลว ทําไมซยั ยดิ นิ าอะลี กัรฺรอมัลลอฮุ วจั ฮะฮฺ (ร.ฎ)จงึ ไม คดั คาน ซัยยดิ ินาอมุ ัรฺ ? ขา พเจา ไดตอบเขาดวยคําตอบของอมิ ามอะลี(อ) เอง เม่อื ครัง้ ท่พี วกกเุ ร ชกลาววา ทา นเปน คนกลา หาญกจ็ รงิ แตไ มมีความรใู นเชิงรบ ทานจึงกลา ววา : ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ มบี ดิ าของใครสกั คนในหมูพ วกเขาไหม ทมี่ ีประสบ การณอ ยา ง ยิ่งยวดในเร่ืองนี้ และมีฐานะลํา้ หนา เกนิ กวา ฉันได แนน อน ฉนั ยนื หยัด อยูใ นเรอื่ งนี้ มาต้งั แตอายุ ฉนั ยงั ไมค รบยส่ี บิ ป และฉนั ก็ยังอยูอ ยา งนตี้ ลอดมาจน อายุมากถงึ หกสบิ ปแลว แตทวา คนท่ไี มไ ด รบั ความเคารพเชือ่ ฟง ยอ มไมม ีทัศนะ ใดๆ(คฏุ บะฮทฺ ่ี ๒๗ นะฮฺลุ -บะลาเฆาะฮ)ฺ ใช บรรดามสุ ลมิ เคยยอมรับฟงความเหน็ ของทา นอะลบี า งหรือ นอกเสยี จาก พวกชีอะฮฺผู ซ่งึ ศรทั ธาในตาํ แหนง อมิ ามของทา นเทานนั้ แนน อน ทา นปฏเิ สธ กฎขอ หา มการทํามุตอะฮฺ ทา น ปฏิเสธการทาํ บิดอะฮนฺ มาซตะรอวีฮฺ ทา นปฏเิ สธทกุ กฎเกณฑท ี่อะบบู กั ร อุมรั ฺ และอสุ มานไดทํา
การเปลีย่ นแปลง แตทวา การใหท ศั นะ ของทา น ถกู จาํ กัดอยูแตใ นหมูช นทปี่ ฏิบตั ติ ามทาน และ ชอี ะฮฺของทา นเทา น้ัน สว น บรรดามสุ ลมิ กลุมอน่ื นอกเหนือจากคนเหลาน้ี ลว นแตส รู บกบั ทาน สาปแชงทาน และพยายามอยางสุดความสามารถท่จี ะกาํ จัดทา นและลบช่อื ของทา นใหไ ด ขาพเจา ยังมไิ ดย กหลกั ฐาน การปฏเิ สธทีม่ าจากทา ทขี องทาน อนั ย่งิ ใหญใ นความ กลา หาญ เมอ่ื ตอนทอ่ี ับ ดุรเฺ ราะมาน บนิ เอาฟ ซง่ึ สนบั สนนุ ใหม กี ารเลอื กทา นขนึ้ ดํารงตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺหลงั จากอุมรั ฺ เสยี ชวี ิต เขาไดเรียกทา นมา แลว เสนอเงอื่ นไข ตอทา นวา จะตอ งปกครองพวกเขา โดยใชแบบอยาง ของคอลฟี ะฮทฺ งั้ สองทา น นนั่ คือ อะบูบกั รแ ละอมุ รั ฺ แตทานอะลี(อ)ปฏิเสธเง่ือนไขน้ี โดยไดก ลา ววา : ฉันจะ ปกครอง ดว ยกติ าบลุ ลอฮฺ และซุนนะฮฺแหง ศาสนทตู ของพระองค ดวยเหตนุ ้ี พวกเขาจึงพา กนั ละทิ้งทา น แลว เลือกอสุ มาน บิน อฟั ฟาน ซงึ่ ยอมรบั เง่ือนไขวา จะปกครองตามแบบอยางของ คอลีฟะฮสฺ องทานแรก ดงั นนั้ เม่อื ทา นอะล(ี อ) ไมส ามารถ คดั คานอะบูบกั รแ ละอุมัรฺ แมค นทงั้ สอง ไดต ายไปแลว ทา นจะคดั คา น คนทงั้ สองไดอ ยางไร ในขณะทพ่ี วกเขายังมีชวี ติ อยู ? ดวยเหตนุ ี้ ในปจ จบุ ัน เราจงึ เหน็ วา ผูเปน ประตเู มอื งแหง วชิ าการ ซงึ่ เปน คนที่มีความรสู ูง ท่สี ดุ ถดั จากทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺ(ศ) มคี วามช่ําชอง และจดจาํ กติ าบุลลอฮแฺ ละซุนนะฮฺของ ทานศาสนทูตมากทสี่ ุด กลบั เปนผถู กู ทอด ท้งิ จากอะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮวฺ ลั -ญะมาอะฮฺ พวกเขาไดใ หการ ยอมรับตอ มาลิก,อะบู ฮะนีฟะฮฺ,ชาฟอยี แ ละอิบนุฮมั บลั และปฏิบตั ิตามคนเหลานน้ั ทุกอยา งใน เรอ่ื ง ศาสนา ทง้ั ในภาคอิบาดะฮแฺ ละมอุ ามะละฮฺ พวกเขามิไดนําเรอื่ งใดกลับไปหา อิมามอะ ลีเลย และบรรดาอมิ ามในสาขาฮะดษี ของพวกเขา เชน อัล-บุคอรี และ ทา นมุสลมิ กก็ ระทาํ เชน น้ี เหมือนกนั กลา วคอื เราจะเหน็ วา พวกเขาจะรบั แตบ ท รายงานจากอะบฮู ุร็อยเราะฮ,ฺ อบิ นุอมุ รั ฺ,จาก อักเราะอฺ และจากอะอรฺ อ็ จทง้ั เรื่องที่ ใกลท ส่ี ุด และท่ีไกลที่สดุ นับจาํ นวนหลายรอยฮะดีษ แตพวก เขามิไดรบั รายงาน จากทา นอะลีเลย นอกจากฮะดษี จํานวนหนงึ่ ทีถ่ กู โกหกขน้ึ มาใสใหท า น และ ใน ฮะดีษเหลา นนั้ จะมีการกลาวลว งเกินเกียรตยิ ศของอะฮฺลลุ บัยต เทา น้ยี งั ไมพ อ พวกเขายงั ต้ัง ขอ รังเกยี จ และกลาวหาคนท่ีปฏบิ ตั ติ ามทา น และยอมรบั ทา นเปน ผนู ํา เชน บรรดาชีอะฮขฺ องทาน ผมู ีความบริสทุ ธิ์ใจ วา เปน พวกปฏเิ สธ (กฟุ ร) อกี ทั้งยงั ใหสมญานามแกพ วกเขาวา เปน พวก ละเมิดเกนิ เลย และสารพัดความไมดี งามตา งๆ ความจรงิ แลวพวกเขาไมมีความผดิ อะไรเลยแมสัก อยางเดยี ว นอกจาก วา พวกเขาปฏบิ ัติตามทา นอะลเี ทา นน้ั ซง่ึ เปน คนทถี่ กู ปฏิเสธ และถูกแยกให ไกล ออกไป ในสมยั ของสามคอลีฟะฮฺ ตอ มาก็เปน คนท่ีถกู สาปแชง ถกู รุกรานดว ย การสรู บในสมัย ของวงศอ ุมยั ยะฮฺ และวงศอบั บาซียะฮฺ ทกุ คนทมี่ ีความรู ความเขา ใจในประวัตศิ าสตร ยอมจะ ตระหนักในความจริงเหลานไี้ ดอยา งแจมชดั ทเี ดยี ว เขา สามารถเขา ใจถงึ เบ้ืองหลงั และแผนการณ ตางๆ ทถี่ กู วางไวเ พือ่ ตอตานทา นอะลี และบรรดาอะฮลฺ ลุ บัยตของทา น ตลอดจนบรรดาชอี ะฮฺของ ทาน
อสุ มาน บนิ อัฟฟาน เจรญิ รอยตามสหายทง้ั สองของตน ในการขัดแยง กบั ปกาศติ แหงบทบญั ญัติ บางทีเมือ่ ตอนท่อี ุสมาน บนิ อฟั ฟาน ทาํ สญั ญากบั อบั ดรุ ฺเราะมาน บนิ เอาฟว า จะ ปกครองตามแบบอยางของคอลฟี ะฮฺทงั้ สอง คืออบบู กั รแ ละอมุ ัรนฺ ้ัน เขา เขาใจความหมายวา จะตอ งวนิ จิ ฉัยความศาสนา ใหเหมอื นกบั ที่เขาทง้ั สองได วินจิ ฉยั และตอ งเปลย่ี นแปลงปกาศติ แหง อลั -กุรฺอานและปกาศิตแหงนบี เหมอื น อยา งทีค่ นทงั้ สองไดก ระทาํ ไปแลว และผทู ่ไี ดศ กึ ษา แนวทางการทาํ งานในสมยั ทเ่ี ขาเปน คอลฟี ะฮฺ ก็จะพบวา เขาไดใหท ศั นะทห่ี า งไกลออกไปในการ วินจิ ฉยั ความ จนกระทงั่ ไดทาํ ใหประชาชนลมื การวนิ จิ ฉัยความของสหายทงั้ สองของเขา คือ อะบู บกั ร และอมุ ัรไฺ ปเลย ขา พเจาไมต อ งการจะพดู ถงึ เรื่องนใ้ี หย ดื ยาวนกั เพราะ เปน เร่ืองที่เตม็ อยใู น หนงั สอื ประวตั ศิ าสตรอ ยแู ลว ทัง้ ของสมยั เกา และสมยั ใหม แต สง่ิ ทีอ่ ุสมานไดส รา งข้ึนนน้ั นบั วา เปน เร่ืองแปลกอยา งยงิ่ อนั เปน เหตุใหมีการ ปฏิวตั ลิ มลางเขา และถึงกบั ตอ งแลกดวยชวี ติ ของเขา แตทวา ขา พเจาจะกลา วสรปุ เพยี งบางตวั อยา งพอเปน สงั เขป เชน เคย เพอื่ ทา นผอู า น และนกั คน ควาทุกทา น ไดเ ขาใจอยา งชดั เจนถงึ สงิ่ ท่ีบรรดาผูส นบั สนนุ การวนิ ิจฉัยความศาสนาของ มฮุ ัม มัด (ศ)ไดกอ ขึ้นไว ก. มสุ ลมิ ไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ฺของทา น กิตาบวา ดว ยการนมาซของ คนเดนิ ทาง รายงาน จากทา นหญงิ อาอิชะฮกฺ ลา ววา : อัลลอฮทฺ รงกําหนดการทาํ นมาซ ในยามทที่ รงกาํ หนดมาน้นั คอื สองร็อกอะฮฺ ตอมา ใหท าํ เต็มในตอนพาํ นัก อยกู ับท่ี ดังนน้ั การนมาซในยามเดนิ ทางจงึ ถกู ยอ ลง ตามทถ่ี ูกกาํ หนดในคร้งั แรก เชน เดยี วกนั ทา นมสุ ลิมยังไดรายงานไวในศอฮฮี ฺ กิตาบดงั กลา วขางตน จากรายงานของ ยะอฺลา บิน อมุ ัยยะฮฺ กลา ววา : ฉันไดก ลา วแกท า นอุมรั ฺ บนิ ค็อฏฏอ บ (เปนโองการอลั -กุรอฺ าน)วา “ไมเ ปนความบาปอนั ใดแกพ วกเจา ในการ ทจ่ี ะยอ จากการนมาซ ถา หากพวกเจา กลวั วา บรรดาผู ปฏิเสธจะกลนั่ แกลงพวกเจา ” แนน อน คนทง้ั หลายจะปลอดภยั ! ดงั นน้ั เขาจงึ กลา ววา : ฉนั ประทบั ใจท่สี ดุ อยาง หนงึ่ คือ เมื่อฉนั ถามทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ)เกี่ยวกบั เร่ืองน้ี แลว ทา นบอก วา : “เปน การบรจิ าคทาน(ศอดะเกาะฮ)ฺ ทอ่ี ัลลอฮฺทรงบรจิ าคมาใหแ กพ วกทาน ดังนน้ั พวกทา นจง ยอมรับการบรจิ าคทานของพระองคเ ถดิ ” ขณะเดียวกนั ทานมุสลมิ ไดร ายงานในศอฮีฮขฺ องทา น กิตาบวา ดวยการ นมาซของคน เดนิ ทาง และการยอ นมาซ รายงานจากอบิ นอุ บั บาส กลา ววา : อลั ลอฮฺไดทรงกาํ หนดการทาํ นมาซ มาบนวจนะแหงนบีของพวกทาน(ศ) ในขณะ ท่ีพาํ นกั อยูกบั ท่ี สีร่ ็อกอะฮฺ และในขณะเดนิ ทาง สอง ร็อกอะฮฺ และในยามประสบ ภยั ราย(อนั นา กลวั ) หนงึ่ ร็อกอะฮฺ
ขณะเดียวกนั ทา นมสุ ลมิ ยงั ไดรายงานไวใ นศอฮฮขฺ องทา น จากรายงาน ของอะนัส บิน มา ลกิ วา : ทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ)น้ัน เม่ือทานออกเดนิ ทาง สามไมล หรือสามฟะรอซัค ทา นจะ ทํานมาซสองรอ็ กอะฮฺ มรี ายงานจากเขาอีกบทหนงึ่ วา : เราเคยออกเดินทางกบั ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) จากมะดนี ะฮฺไปยงั มกั กะฮฺ ดังนนั้ เราจงึ ทาํ นมาซครง้ั ละสองรอ็ กอะฮฺ สองรอ็ กอะฮฺ จนกระทงั่ กลบั ขา พเจา ไดก ลา ววา “ทา นอยทู ีม่ กั กะฮฺกวี่ นั ? ทานตอบวา : สิบวนั จากฮะดษี ทง้ั หมดนี้ ตามทีท่ า นมสุ ลิมไดร ายงานไวใ นศอฮฮ ขฺ องทา น ไดอธิบายใหเรา ทราบอยา งชัดเจนวา โองการอันทรงเกียรติ ไดถ กู ประทานลงมา เนน เฉพาะในเรอื่ งการนมาซยอ ในยามเดนิ ทาง ซง่ึ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ(ศ) ไดเ ขา ใจเชนน้ัน และอธบิ ายเชน นัน้ ทง้ั โดยคาํ พูด และการกระทาํ โดยเหตวุ า มนั คอื การอนโุ ลม ทอี่ ลั ลอฮฺทรงบรจิ าคทานใหแ กบ รรดามุสลมิ และ จาํ เปน จะตอ ง ยอมรับ ดว ยเหตนุ เี้ อง จงึ ถือวา ขออางของอดั ดะวาลบิ ีย และคนอนื่ ๆ ท่คี ดิ เหน็ เหมอื นกบั เขา ในการออกตวั แทนอมุ ัรฺ และชอบแกข อ ผิดของอุมัรฺใหเปน ถูก จงึ ตอง มอี นั ลบลา งไป ตามทว่ี า อมุ รั พฺ ิจารณาไปยังเหตผุ ลของกฎ และไมพ จิ ารณาไปท่ี ความหมายดา นนอก เพราะ ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺ(ศ)ไดสอนเขาใหร ูใ น โอกาสท่ีโองการใหท าํ นมาซยอ ถูกประทานลงมา ใน ยามท่อี มุ รั ฺมีความประทับใจ ดวยเหตทุ วี่ า ปกาศิตแหงบทบัญญตั ิบง ชอี้ ยา งชดั เจน โดยไมขน้ึ อยกู บั เหตผุ ลของ มัน ดว ยเหตนุ ี้การนมาซจงึ ถูกยอ ในยามเดินทาง ถงึ แมว า คนทง้ั หลายจะปลอดภัย และไมกลวั ภัยรา ยใดๆ ทพี่ วกปฏิเสธจะรังควานแลว กต็ าม แตส ําหรบั อมุ รั ฺน้ัน มี ความคิดเห็นไปอีก ทางหนึ่ง ซงึ่ ไมเ หมือนกบั การมองในแงด ีของอดั ดะวาลิบยี และ นักปราชญอะฮลฺ ิซซนุ นะฮฺ เม่อื เรามองไปยงั อุสมาน บนิ อัฟฟาน ซง่ึ แนน อนเขาเปน อีกคนหนง่ึ ที่ วนิ จิ ฉยั ความตอ ป กาศติ แหง อัล-กรุ อฺ านและนบี จนกระท่งั ตดิ ตามไปกับขบวน ของคอลฟี ะฮรฺ อชดิ ีน กลาวคอื ทนั ทที ่ี เขาไดเขาสอู ํานาจ เขากจ็ ัดการใหท าํ นมาซ เตม็ จาํ นวนรอ็ กอะฮฺในยามเดนิ ทาง โดยเปลีย่ นแปลง ไปเปน ส่รี อ็ กอะฮฺแทนท่ีจะทาํ เพียงสองร็อกอะฮฺ ขา พเจา เคยถกู ซกั ถามหลายครัง้ เกี่ยวกบั เหตผุ ลในการเปล่ยี นแปลง ฟร ฎฺ ขอน้ี และการ เพมิ่ เตมิ ในเรื่องนี้ และอะไรคือแรงผลักดันในเร่ืองนี้ แตขาพเจา ก็มองไมเ หน็ อะไรเลย นอกจากวา เขาตองการจะทําใหประชาชนเขาใจผิด โดยเฉพาะพวกบะนอี ุมยั ยะฮฺ วา เขามคี วามดเี ดน และยาํ เกรงอลั ลอฮฺยงิ่ กวา มุฮัมมดั อะบบู ักร และอมุ ัรฺ แนน อน ทา นมุสลมิ ไดร ายงานไวในศอฮีฮขฺ องทาน บาบวา ดว ยการนมาซ ของคนเดินทาง และการยอ นมาซทมี่ ินา วา : รายงานจากทานซาลมิ บิน อบั ดลุ ลอฮฺ วา บดิ าของเขารบั รายงาน จากทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ฺ ศ)วา ทา นไดทํา นมาซตามแบบของนมาซในยามเดนิ ทาง สอง ร็อกอะฮฺ ท่ีมนิ า และทีอ่ น่ื ๆ และ อะบูบกั ร, อุมัรฺ และอุสมานกท็ าํ สองรอ็ กอะฮฺในชว งแรกของสมัยท่ี เขาเปนคอลฟี ะฮฺ ตอ มา เขาก็ใหท ําเตม็ จาํ นวน คือส่รี ็อกอะฮฺ
ดงั รายงานในศอฮฮี มฺ สุ ลิมอกี เชนกนั วา ซฮุ รฺ ยี ไดกลา ววา ฉนั เคยถามทา น อรุ ฺวะฮวฺ า :เหตุ ไฉนทีอ่ าอชิ ะฮถฺ งึ ไดทาํ นมาซในยามเดนิ ทางเตม็ จาํ นวนรอ็ กอะฮ?ฺ เขาตอบวา : แทจรงิ นางได ตีความหมาย เชนเดียวกบั ทอ่ี สุ มานไดตีความ” ดวยเหตนุ ี้ ศาสนาของอัลลอฮโฺ ดยกฎเกณฑแ ละปกาศิตแหงบทบญั ญตั ิ ท่มี อี ยู จงึ เปน เรื่องท่อี อ นขอ ใหก ับการตีความของนักตคี วามทง้ั หลาย และออน ขอ ใหก ับการตฟั ซรี ฺ ของบรรดา นักตัฟซีรทฺ งั้ หลาย ข.ขณะเดียวกนั อสุ มานไดว นิ ิจฉยั ความศาสนาตามความเหน็ ของเขา เพอื่ สนับสนนุ แนว ทศั นะของอุมรั ฺ โดยสัง่ หา มการทาํ ฮจั ญต ะมัตตอุ อฺ ีกดวย เชน เดยี ว กบั ทอ่ี ุมรั ฺไดส ัง่ หา ม การแตงงาน มตุ อะฮฺ ดงั ทอ่ี ลั -บคุ อรีไดร ายงานไวใ นศอฮฮี ฺของ ทา น จากกติ าบวาดว ยการทาํ ฮจั ญ บาบวาดว ย อตั ตะมัตตอุ ฺ และอลั -อิกรอน รายงานจากมรั วฺ าน บนิ ฮะกมั วา : ขา พเจา ไดเหน็ อสุ มาน และอะลี (ร.ฎ) อุสมานน้นั สง่ั หา มการทาํ ฮัจญต ะมตั ตอุ ฺและฮจั ญก รี อนรวมกนั (หมายถงึ ทาํ ฮจั ญ และอมุ เราะฮรฺ วมกนั ) เมื่ออะลีเห็นดงั นนั้ เขาไดค รองอหิ รฺ อม เพือ่ ทาํ ฮัจญและ อุมเราะฮฺ ดว ยกนั เขาได กลา วลบั บยั กลั ลอฮฺ เพ่ือทาํ ฮัจญและอมุ เราะฮฺ แลวพูดวา : ฉนั จะไมล ะทงิ้ แบบอยา ง(ซนุ นะฮ)ฺ ใดๆ ของทานนบี(ศ) ตามคาํ สอนของใคร มสุ ลมิ ไดรายงานในศอฮีฮขฺ องทา น ในกติ าบอัล-ฮจั ญ บาบวาดว ย อนญุ าตใหทาํ ตะมตั ตุอฺ จากรายงานของทา นซะอีด บิน อลั -มุซัยยบิ วา : อะลี กับอสุ มาน(ร.ฎ)ไดป ระชุมกันท่อี ศุ ฟาน เมอื่ ครง้ั ท่อี ุสมานสงั่ หา มการทาํ ฮัจญ ตะมัตตุอฺ หรอื อมุ เราะฮฺ ดังนนั้ อะลจี งึ วา “ทา นตองการอะไร ท่ไี ด หามในกจิ การ ใดๆก็ตามท่ที า นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ)เคยกระทําไว ? ฝายอุสมานตอบวา “ปลอยเราใหพ น จากทานเสยี เถดิ ” ดงั น้ันอะลีจึงกลา ววา : แทจรงิ ฉนั ไมส ามารถ ปลอยทานไปได เมอ่ื อะลีไดเ หน็ อยา งนน้ั แลวเขากค็ รองอหิ ฺรอมสาํ หรับทํา อมุ เราะฮฺ รวมกนั ไปกับเพอ่ื ทาํ ฮจั ญ” น่คี อื อะลี บนิ อะบี ฏอลบิ (อ) ซง่ึ เปน ไปมิไดเลยท่ีเขาจะละท้ิงซนุ นะฮขฺ อง ทา นนบี (ศ) เพื่อทาํ ตามคาํ สอนของคนหน่งึ คนใด รายงานบทที่สอง ไดท าํ ใหเ รา รถู งึ การถกเถยี งระหวา ง ทา นอะลกี บั อสุ มาน และคาํ พดู ของอสุ มานทมี่ ตี อทา นอะลี ทว่ี า “ปลอ ยเราใหพ น จากทา นเสยี เถดิ ” ซ่ึงมคี วามหมายชดั เจนในประโยคอยแู ลว ถงึ ความขัดแยง ของเขา ในทุกๆ เรื่อง และเขาจะไม ปฏิบตั ติ ามคาํ สอนทรี่ ายงาน มาจากบุตรชายของผูเ ปน อาของอะลี(ศ) ขณะเดียวกนั รายงานบทน้ี ยังเปด เผย อยางชัดเจนดวยการรายงานอกี วา :ดังนน้ั อะลจี งึ กลา ววา : “แทจ รงิ ฉนั ไมสามารถ ปลอยทา นไปได เม่อื อะลีไดเ ห็นอยา งนน้ั ” แลวอะไรเลาทอ่ี ะลมี องเหน็ มนั อยู ? ไมตองสงสยั เลยวา คอลีฟะฮผฺ นู ั้น แมจะมคี ําเตือนสติโดยอะลี เพอ่ื ใหเ ขา คาํ นงึ ถงึ ซนุ นะฮฺ ของทา นนบีแลว แตเขากย็ งั ดันทรุ ังตามความเหน็ ของตน ทีข่ ัดแยง กับซุนนะฮฺ และยังหา มคน ทั้งหลายมิใหท าํ ฮจั ญตะมตั ตอุ ฺ จากสาเหตุนี้ อะลีจงึ ขดั แยง กบั เขาแลวครองอิหรฺ อมรวมทเี ดยี ว ทงั้ หมด หมายถึงเพ่อื ทาํ ทง้ั ฮจั ญและ อุมเราะฮฺ นนั่ เอง
ค. ขณะเดยี วกัน อสุ มาน บนิ อัฟฟาน ยังวินจิ ฉยั ความอีกตามเคย ในเรื่อง องคประกอบ ของการนมาซ กลา วคอื เขามิไดกลา วตักบรี ฺ ทงั้ ในตอนกม ลงสุ ูด และตอนยกศีรษะขึ้น อมิ ามอะหมฺ ัด บนิ ฮมั บัลไดรายงานในมสุ นดั ของทาน ภาคที่ ๔ หนา ๔๔๐ รายงานจาก อิ มรอน บนิ ฮุไซนวา : “ฉันไดน มาซตามหลงั ทานอะลีครั้งหน่งึ ทําใหฉ ันนึกถงึ การนมาซ ทฉ่ี ัน เคยไดนมาซ รว มกับทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ) และคอลฟี ะฮทฺ ัง้ สอง เขาไดก ลาว วา : แลว ฉันกอ็ อกไปทํา นมาซรว มกบั ทา น ดังนน้ั เขาจะกลา วตักบรี ใฺ นทุกคร้งั ที่ สุูด และยกศรี ษะขึ้นจากตอนรกุ ูอฺ ดังน้นั ฉันจึงกลาววา : โออะบนู ะญดี ใครคือ คนแรกทลี่ ะทง้ิ สิ่งน้นั ? เขาตอบวา : “อสุ มาน(ร.ฎ)นั่นเอง เมือ่ ตอนเขาตกั บีร เสียงของเขาเบามากจนทงิ้ มนั ไปเลย” ดว ยเหตนุ ี้เองซนุ นะฮฺของนบจี งึ ถูกทาํ ลายและถกู เปลย่ี นแปลงไป โดย ซนุ นะฮฺตางๆ ของ บรรดาคอลีฟะฮแฺ ละนักปกครอง ซนุ นะฮขฺ องศอฮาบะฮฺ ซุนนะฮฺ ของวงศอุมัยยะฮฺ และซุนนะฮขฺ อง วงศอ บั บาซยี ะฮฺ ทงั้ หมดนนั้ ลว นเปน เรอ่ื งอตุ ริ ท่ถี ูกประดิษฐข้ึนในอสิ ลาม ดังนน้ั ทกุ บดิ อะฮฺ คือ ความหลงผิด และความหลงผิด ทกุ ประการ ยอ มอยูในนรก ดงั ทีท่ า นศาสดา(ศ)ไดกลาวไว ดวยเหตนุ ี้ ทา นจะเหน็ ไดว า ในปจ จบุ นั น้ี มลี ักษณะมากมายหลายสสี ัน ในการนมาซของ บรรดามสุ ลิม ภาพมองวาพวกเขาเหมือนกนั ท้งั หมด แตหวั ใจของ พวกเขาแตกตางกนั เพราะพวก เขาทย่ี นื เรียงเพ่อื ทาํ นมาซในแถวเดียวกนั น้ัน ทา น จะเห็นวา คนนป้ี ลอยมอื แตคนนนั้ กอดมือ สว น อีกคนหนง่ึ จะมีลกั ษณะเฉพาะ ในการกอดที่ไมเหมอื นใคร คือเขาจะวางมอื บนตําแหนง สะดือ สว น คนนนั้ วางตรง ตําแหนงของหวั ใจ คนหนง่ึ ยืนใหเ ทาท้ังสองชดิ กนั สว นอีกคนแยกเทาออกหา ง จาก กัน แตละคนเช่อื ถอื วา ตนเปน ผูทถี่ กู ตอ งโดยแทจ รงิ ถา เม่ือใดทา นพดู ถงึ เรอื่ งนี้ กจ็ ะมีคนพดู กับ ทา นวา : แทจ รงิ มันมีดว ยกนั ไดหลายๆ รูปแบบ ขออยา ใหค วาม สาํ คัญกบั มันเลย นมาซไปเถดิ ตามทท่ี า นตอ งการ ขอ สําคญั อยูทว่ี า เธอจะตอง นมาซ ถกู แลว ท่สี าํ คัญคือ การนมาซ แตท วา จําเปน จะตองนมาซใหถกู ตอ งตรง ตามวธิ กี าร นมาซของทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) เพราะทานไดก ลา วไวว า : “พวกทา นจงนมาซเหมอื นดงั ได เห็นฉนั นมาซ” ดงั นนั้ หนา ทขี่ องเราจึงจะตอง ขวนขวายในการศึกษาถงึ เร่อื งการนมาซของทานนบี (ศ) เพราะการนมาซ เปน เสา หลกั ของศาสนา ง. อสุ มาน เปน คนท่ีมะลาอกิ ะฮฺแหง ผทู รงกรณุ าปรานี ตอ งละอาย อัล-บะลาซิรยี ไ ดก ลาวไวใ นหนงั สอื อัซบาบุล-อชั รอฟ เลม ๕ หนา ๕๔ วา : เมื่อขาวการตายของอะบูซรั ใฺ นแดนกนั ดารแหง รบุ ซะฮฺ ทราบไปถึงอุสมาน เขาไดก ลาววา : ขอใหอ ัลลอฮฺประทานความเมตตาแกเขา ดังน้นั ทานอมั มารฺ บนิ ยาซิรจฺ ึงกลา ววา : ใชแ ลว จากตวั ของพวกเราทกุ คน ขอใหอ ลั ลอฮฺเมตตาปรานี ตอ เขา ดงั น้ัน อสุ มานจงึ กลา วกบั อมั มารฺวา : โอ คน
ทีก่ ดั ลึงคข องบดิ าตัวเอง แกคดิ หรอื วา ฉนั จะเสยี ใจ กบั การที่ไดขับไลเขาออกไป ? วา แลว เขาก็ ออกคําสัง่ ใหควบคมุ ตัวอมั มารทฺ นั ที แลวกลาววา “จงนาํ เขาตดิ ตามไปอยูทนี่ ่ัน” ครน้ั เม่อื พวกเขาเตรยี มการเพือ่ นาํ ตัวอมั มารอฺ อกไป ชาวบะนูมัคซมู ก็ ไดไปหาทา นอะลี เพอื่ ขอรอ งใหเ จรจากบั อสุ มานในเรอ่ื งของเขา ดังนน้ั อะลจี ึงพดู กบั อสุ มานวา : โออ สุ มาน จงยาํ เกรงอลั ลอฮเฺ ถดิ แทจรงิ ทา นไดข ับไลช ายผมู ี คณุ ธรรมคนหนึ่งในหมชู าวมุสลมิ ว่ึงเขาตองตายไป เพราะการขับไลของทา น ตอมา บัดน้ี ทานยังตอ งการจะเนรเทศคนประเภทเดียวกบั เขาอกี กระนนั้ หรือ ? จงึ ไดม กี ารปะทะคารมกันขนึ้ ระหวา งคนทง้ั สอง จนกระทัง่ อสุ มานกลา วกับ อะลวี า : “ทาน นั่นแหละ สมควรในการถกู เนรเทศ มากกวา เขา” ทา นอะลีตอบวา : “ก็ทาํ เชน นน้ั ซิ ถา ทาน ตอ งการ” บรรดาชาวมุฮาญริ ีนไดร วมตัวกันมาหาอสุ มาน แลว กลา ววา : “ถา หากวา ทกุ ครง้ั เวลามี คนเจรจากบั ทา น แลวทา นก็จะขบั ไลเขา จะเนรเทศเขา อยา งน้ี ถอื วา เปน ส่ิงท่ไี มเหมาะสมเลย ดงั นน้ั ขอไดผ อ นผนั ใหแ กอมั มารฺเถิด” ในรายงานทบี่ นั ทกึ โดยยะอฺกบู ีย จากหนังสือตารคี ของทา น เลม ๒ หนา ๑๔๗ ระบวุ า อมั มารฺ บนิ ยาซริ ฺ ไดทํานมาซใหก ับศพของมกิ ดาด แลวฝงเขา โดยไมแ จง เรื่องนแี้ กอ ุสมาน โดยเปน คําสัง่ เสียจากมกิ ดาด ดังนน้ั อสุ มานจงึ โมโห อัมมารฺอยา งรนุ แรง แลวกลาววา “ความวบิ ตั จิ ะมแี ก ฉัน กเ็ พราะลกู ชายของหญงิ ผวิ ดาํ ! แนน อน ฉนั รูในเรอื่ งนี้” เปนไปไดไ หมวา คนขี้อาย ในระดับท่ีมะลาอกิ ะฮยฺ งั ตอ งละอายตอเขา และผูเ ปน ทเี่ คารพ ยกยอ งของบรรดาผูศ รัทธา จะเปน คนชอบพูดจาหยาบคาย ? อสุ มานไมเพยี งแคลบหลูด หู มิ่นอัมมารฺเทา นน้ั แตคาํ พดู ของเขา ยงั เปน คาํ พดู จาทล่ี ามก อีกดวย นน่ั คอื เขาพูดวา : โอ คนทีก่ ัดลึงคของบดิ าตัวเอง : จนถงึ ขนั้ ทีเ่ ขาออกคําสงั่ ใหท หารรบั ใช ของเขา จบั ตวั ทา นอมั มารฺ แลวมัดมือ มดั เทา ทัง้ สองขา ง แลวตอจากนนั้ อุสมานไดใ ชเ ทาทงั้ สอง ของตนเตะไปท่ลี ูกอัณฑะ จนอมั มารเฺ จ็บปวด ถงึ กบั สลบ ทงั้ ๆ ทเี่ ขาชราภาพ ไมม ีทางตอ สู นคี่ ือ เกร็ดประวัติ ซ่ึงเปน ที่รกู นั อยางดี ในหมูนกั ประวัติศาสตร( ๑๘๒) ในเมอื่ บรรดาศอฮาบะฮฺ กลุม หนงึ่ ไดเ ขียนบนั ทกึ เหตุการณ พวกเขาจะขอรอ งทา นอัมมารฺ ใหบ รรยายเรอ่ื ง ของทานใหแกเ ขา ในทาํ นองเดยี วกันน้ี อสุ มานยงั ไดก ระทาํ กบั อบั ดลุ ลอฮฺ บนิ มุสอดู เมอ่ื เขา กับองครกั ษคน หนง่ึ ที่ชอื่ วา อับดลุ ลอฮฺ อบิ นิ ซมั อะฮฺ เดนิ ผานอบั ดุลลอฮฺ บนิ มสั อดู ดงั นน้ั เขาไดใ ห อบิ นิ ซัมอะฮฺ ควาตวั อบั ดุลลอฮฺ บิน มสั อูดมาโอบไว จนกระท่ังไดนาํ ไปถึงท่ปี ระตมู ัสยดิ แลวเหวย่ี งตวั ของอบั ดุลลอฮฺ บนิ มสุ อูด ใหก ระแทกพ้ืนจนกระดกู ซี่โครงหกั (๑๘๓) ทั้งน้ีมิไดเปน เพราะเหตุอนั ใด นอกจาก เร่ืองเดยี วเทา นน้ั คอื อบั ดลุ ลอฮฺ บนิ มสั อูด คดั คา นอสุ มาน กรณที ม่ี อบทรัพยสนิ สว นกลางของชาวมุสลมิ ใหแ กต ระกูลอุมัยยะฮฺ ผูละเมิด อยางมากมายไมอ้ัน
จงึ มีการปฏิวตั โิ คน ลม อํานาจของอสุ มาน ดงั ทไ่ี ดเ กิดขึน้ แลว จนกระท่งั เขาถกู เชอื ดคอ ตาย และพวกเขาสง่ั หามมใิ หฝ งเปน เวลาสามวนั และมคี นเพยี ง สค่ี นเทา นน้ั จากตระกูลอมุ ยั ยะฮฺ มาทาํ นมาซใหแกมยั ยติ ของเขา ถงึ กระน้ัน ยังมศี อฮาบะฮฺบางคนหา มพวกเขามใิ หทาํ นมาซ จงึ มี คนหนง่ึ ในหมพู วกเขากลา ววา “พวกทา นจงฝงเขาเถิด เพราะแทจ ริง อัลลอฮฺและมะลาอกิ ะฮฺของ พระองคป ระทาน พรแกเ ขาแลว ” พวกเขาจงึ ตอบวา : มไิ ด ขอสาบานตอ อัลลอฮฺ เขาจะไมถ กู ฝง ใน สสุ านของบรรดามสุ ลิมอยา งเด็ดขาด ดงั นั้นจงฝง เขาใน “ฮาช เกากบั ” อนั เปน ที่ พวกยิวฝง ศพคน ของพวกตน ครนั้ เม่ือพวกบะนอี มุ ัยยะฮไฺ ดค รองอํานาจ พวกเขาก็ นาํ เอา “ฮาช”แหง นนั้ รวมเขา เปน ที่แปลงเดยี วกบั อลั -บะกอี ฺ ตัง้ แตนนั้ มา น่ีคือเกรด็ เล็กๆนอยๆ จากประวตั ิของคอลีฟะฮทฺ ง้ั สามทาน อะบบู ักร อุมรั ฺ และอสุ มาน ถึงแมว า จะเปนเพยี งเรือ่ งยอ ๆ เพราะเราตองการกลา วอยา งสรุปและ นํามาเสนอเพยี งตัวอยา ง บางตอนเทา นนั้ แตท วา สามารถเปนหลกั ฐานทพี่ อเพยี ง ในการเปด เผยความลบั ท่ีถกู ปดบงั ไว ดว ยความดงี ามทถ่ี กู อุปโลกนข ึ้นมา และเกยี รติยศจอมปลอม ท่บี รรดาคอลีฟะฮทฺ งั้ สาม มิไดร เู รอ่ื ง รรู าวอะไรดว ยเลย และไมเคยนํามาปฏิบตั ิเลย แมแ ตวนั เดยี วในชีวติ ของพวกเขา คาํ ถามท่ถี กู ต้ังขึ้นเปน กระทู กค็ อื : ในความเปน จริงเหลา นี้ อะฮลฺ ิซซนุ นะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ จะวา อยา งไร ? คําตอบ จากอะฮลฺ ซิ ซกิ ร ก็คอื : ถา หากพวกทานรเู ร่อื งนนั้ แลวมไิ ดป ฏเิ สธ วา มนั เปน เรือ่ ง ไมจริง เพราะตาํ ราศอฮฮี ฺของพวกทา นเอง ไดย ืนยนั เรอื่ งนน้ั ๆ ตามความเปน จรงิ ของเรอื่ งนนั้ ๆแลว ถึงแมวา จะพยายามทาํ เปน มองไมเ หน็ กต็ าม แนน อน พวกทา นจะตองยกเลิกนิยายปรมั ปรา เกย่ี วกับคอลีฟะฮฺ ผชู น้ี าํ ทถี่ ูกตอง เหลา นั้นไดแลว ถา หาก พวกทานปฏเิ สธและไมเชื่อถือวา มันเปน เรอื่ งจรงิ แนน อน ทา นจะ ตองยกเลิก ตําราศอฮฮี ฺของพวกทาน ตลอดจนตาํ ราตา งๆทถ่ี ูกยอมรบั ตามท่ี ขาพเจา ไดถา ยทอดออกมา และ นนั่ เทา กบั วา พวกทา นตอ งยกเลิกความเชือ่ ของ พวกทานทม่ี ีอยทู ง้ั หมดนนั่ เอง บทท่ี ๖ ปญหาเกย่ี วกบั ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ ทานทราบไหมวา ตําแหนงคอลีฟะฮฺ หมายถึงอะไร ! มนั คอื ตาํ แหนง ที่ อลั ลอฮทฺ รงกาํ หนด มาเพ่ือเปน การทดสอบประชาชาตทิ ัง้ หลาย และมันเปน ตาํ แหนง ทีแ่ บงประเภทของประชาชาติ และบรรดาผมู กั ใหญใ ฝส งู มงุ มาตร ปรารถนาจะไดม นั มนั คอื ตาํ แหนง ทท่ี ําใหเ ลอื ดของผบู ริสุทธิ์ ตอ งหล่งั นอง มนั คือ ตาํ แหนงที่ทาํ ให บรรดามสุ ลิมตอ งกลายเปน ผูป ฏเิ สธ(กฟุ ร) เพราะมนั ทําให พวกเขาหลงไหลไดปลื้ม และออกหา งจากหนทางอนั เทย่ี งตรง แลวทาํ ใหพวกเขา ตกในเปลวเพลิง
นรก จาํ เปนอยางยง่ิ ท่เี ราจะตอ งมกี ารวเิ คราะห หาขอสรุปของมัน อยางรอบคอบ ในความลับและ ความคลมุ เครอื ตางๆ ในความเปน ไปสาํ หรับ ตาํ แหนงคอลฟี ะฮฺ ทง้ั กอ นและหลงั การวายชนมของ ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) ประการแรก ทต่ี องคาํ นงึ ถงึ ก็คอื วา ตาํ แหนง ผนู ํานั้น สาํ หรบั ชาวอาหรับ ถอื วา เปน เรื่องที่ สาํ คญั อยางยง่ิ ยวดตลอดมาทุกยุค ทกุ สมยั ดังน้นั จะเห็นวา พวกเขาจะยกหวั หนา เผา หรอื ประมุข ของตระกลู ใหม ีอํานาจเหนอื ตัวของพวกเขา เอง กลา วคือ พวกเขาจะไมละเมิดในกจิ การใดๆตอ ผนู าํ และจะไมดาํ เนนิ การใดๆ นอกจากจะไดป รึกษาหารอื ตอผูนาํ และพวกเขาจะไมพ ดู ในเร่ืองใด ลา้ํ หนาผนู ํา กลา วคอื ประมุขของตระกูลที่วา น้ี โดยประเพณี จะตอ งเปน ผมู วี ัยวฒุ สิ งู ทส่ี ดุ มคี วามรใู น กจิ การปกครองมากทส่ี ดุ เปน ผูม เี กยี ตปิ ระวัตดิ ีเดน ท่ีสุด ทงั้ ดาน สตปิ ญญาและชาติกาํ เนิด เริ่มตน ก็คือวา หวั หนา ทว่ี าน้ี จะตองโดดเดนท่สี ุด ตามเหตกุ ารณตา งๆ ในตระกูลของเขา และไดส าํ แดงใหเ ปนท่ีประจกั ษถ งึ ความมปี ญ ญา ความเฉลียว ฉลาด ความกลาหาญ มคี วามรูใ น กิจการตางๆ มีความคดิ ทีส่ ขุ ุม ใหเกียรตแิ กแ ขก และมีคุณลกั ษณะทนี่ า ยกยอ งสรรเสริญดา นอ่ืนๆ อกี แตท วา บอ ยครง้ั เลยทเี ดียว ท่ีตําแหนงน้ี เปน ไปโดยการสืบทอดมรดก มใิ ชโ ดยการเลือกตั้ง เสมอไป นอกจากนี้ เรายงั พบอีกวา คนในเผา ตา งๆ และตระกูลตา งๆนนั้ ท้งั ๆท่ี เปน อิสระแกต นอยู ตางหากแลว แตก็ยังศโิ รราบใหแกป ระมขุ ของเผาใดเผาหนึ่ง ทมี่ จี าํ นวนคน และทรพั ยส นิ มากกวา และมคี วามกลา หาญเดด็ เด่ยี วในการสรู บ และปกปองคนในเผา อ่ืนๆ ทีอ่ ยภู ายใตก ารดแู ลของตน ตัวอยา งเชน เผา กเุ รช ซง่ึ มหี นา ทเ่ี ปน ผนู าํ เผา ตา งๆ ในหมชู าวอาหรบั ท่ีเขา มาสวามภิ ักด์ิ โดยมี อาํ นาจ ปกครอง ในฐานะประมุข และเปน เจานาย ซ่ึงทาํ หนา ท่ดี แู ลรักษา “อลั -ฮะรอม” บาน ของอัลลอฮฺ เม่อื อสิ ลามมาเผยแพร ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ(ศ) ไดใหก ารรบั รอง ตามนยั ยะแหง แนวนโยบายเหลานี้ ในการถือเปน หลกั ปฏบิ ัติ กลาวคอื ทา นได แตง ตั้งเจานาย และประมุขไว ประจําเผาตา งๆ ที่เขา มาแสดงเจตจํานงค ตอ ทา น และยอมรับในหลกั การอิสลาม เพื่อจะไดเ ปน ผูป กครองในหมพู วกเขา โดยนํานมาซ และเกบ็ รวบรวมซะกาต อีกทงั้ ยงั เปน ผปู ระสานงานเชอ่ื มตอ ระหวา งคนเหลานน้ั กบั ทา น ตอ มา ทา นศาสดามฮุ ัมมดั (ศ) ไดก อ ตงั้ รฐั อสิ ลามตามพระบญั ชาของ อัลลอฮฺ ซง่ึ มี ระเบยี บกฎเกณฑ และหลกั การทกุ อยา งข้นึ ตรงตออัล-วะฮยฺ ทู ีถ่ กู ประทานมาจากอลั ลอฮฺ ดงั นน้ั ท้งั ระบอบทางสงั คมและทางดานปจ เจกชน เปนตน วา พธิ ที าํ สัญญาแตงงาน การหยาราง การซอื้ ขาย การรบั การให การแบง มรดก และการจา ยซะกาต รวมถงึ เรือ่ งตา งๆ ท้งั หมด ไมวา จะเปน ใน สวนที่ เกยี่ วขอ งกับปจ เจกชนและสังคม ทง้ั ในยามรบ และในยามสงบ ทง้ั ในภาคกจิ กรรม
โดยท่ัวไปและในภาคอิบาดะฮฺ ลวนข้ึนตรงตอ บทบัญญตั ขิ องอลั ลอฮฺ หนา ทีส่ าํ คญั ของทา นศาสน ทตู (ศ) กค็ อื จดั การใหบ รรลผุ ลเปน รปู ธรรมตามบทบัญญัติ เหลา นนั้ เปน ธรรมดาอยูเอง ทท่ี า นศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ)ตองคิดถงึ ตัวบคุ คล ทจี่ ะมาทาํ หนา ท่ีแทนทาน ในกจิ การท่ีสําคญั อันยิง่ ใหญนี้ แนน อน นั่นหมายถึง ตําแหนง ผนู าํ สาํ หรบั ประชาชาติ เปนธรรมดาอยเู อง ท่ผี นู าํ รัฐทกุ คน (ถา หากใหค วามสําคญั กับประชาชน) จะตองคาํ นึงถงึ ตวั บุคคลทตี่ นเหน็ ชอบ เพื่อจะใหเปน ผูแทนของตนในการทาํ หนาทีอ่ นั สาํ คญั ทกุ ประการ ซึ่งเขาจะตองลาจากไป แลว ผนู นั้ จะเปน ผชู ว ยของเขา คนทห่ี นงึ่ และเปน ผใู กลชิดซึง่ ปรากฏตัวอยู แลว ในยามทพ่ี วกเขามิไดปรากฏตัว และเปน ธรรมดาอกี เชนกัน คอื ตวั แทนของเขา จะตองเปน ที่ รจู กั ของบรรดา ผูชว ยทกุ คน และของประชาชนดว ย ดงั นนั้ ผมู สี ตปิ ญญาจงึ มิอาจเช่ือวา ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) จะลมื เลือน ทกุ สงิ่ ทกุ อยางเหลา น้ี โดยมิใหความสนใจกบั เรอ่ื งน้ี ไมตอ งสงสยั เลยวา ทา นคือคนทาํ งาน ในหนาท่กี าร งานของทา น และไมตองสงสัยเลยวา บรรดาฮะดีษ ตางๆ ทเ่ี ก่ียวของกับเรอ่ื งนี้ ไดถ ูกสะกัดกนั้ ไว โดยการลงมอื ของบรรดาคอลีฟะฮฺ ที่ไดแ อบอา งทฤษฎวี าดวยการปรกึ ษาหารือข้ึนมา ตลอดจน บรรดาผซู ง่ึ ใช ความพยายามทุกอยา งท่ีมี เพ่อื ขดั ขวางปกาศิตแหงบทบัญญัติ ทร่ี ะบุบอก และบงชี้ ตวั คอลีฟะฮฺ และจากความพยายามดงั กลาวนี้อกี เชน กนั ได มีการหมนิ่ คุณา นุภาพของ ทา นศาสนทูต(ศ) และกลา วหาวา ทา นเพอ เจอ ตอจากนั้น ยังมกี าร หมิ่นประมาททา น และหมนิ่ ประมาทแมท พั ทท่ี า นไดแตง ตงั้ ใหเปน ผบู ญั ชาการ ทหาร โดยอา งวา เปน ผูไ มม คี วามเหมาะสม สําหรบั การปกครอง และการเปน ผนู ํา เพราะอายยุ งั นอ ย ตอ มาก็สรา งความสงสยั ในการวะฟา ตของทานศาสนทตู (ศ) จนกระทงั่ เกดิ ความสับสน แลว ประชาชนทว่ั ไป ก็มิไดไ หสัตยาบันรับรองคอ ลีฟะฮฺ ทท่ี า นศาสนทูต(ศ)แหงอัลลอฮฺ(ศ) ไดแตงตงั้ ไวกอ น จากความพยายามเหลานี้ นับเปน โอกาสเหมาะของพวกเขา ในชว งทที่ า นอะลี และผสู นบั สนนุ ทาน กาํ ลัง ทาํ ภารกจิ ในการจดั ศพ ของทานนบี(ศ) แลวการประชุมทซ่ี ะกฟี ะฮฺ ก็ไดจ ดั ขนึ้ อยาง ฉบั พลนั และไดม ีการเลือกคนทพี่ วก เขาพึงพอใจ และเปนทถ่ี ูกใจของพวกเขา ซึง่ ความหวงั ของพวกเขา ไดถูกทุมเทไปยงั คนผูนน้ั ตอ มา เขากจ็ ดั การ ใหป ระชาชน โดยทวั่ ไปใหสัตยาบนั ทง้ั ดว ยการขแู ละปลอบ ทงั้ ดว ยการสัญญา และคาดโทษ หลังจากนัน้ ก็ไดข จัดผูทข่ี ดั ขวางวถิ ีทางการเมอื งทกุ คน ตอ มากไ็ ดม ีการตอตาน อยางเขม งวดกวดขันกับทุกคนท่จี ติ ใจของเขารูสึกวา ละเมิดตอ การใหค วามเคารพ หรอื ตัง้ ขอ สงสยั วา ตาํ แหนง คอลีฟะฮคฺ นใหมน ี้ถกู ตอ งตามหลักศาสนาหรือไม ถึง แมจะเปนทานหญงิ ฟาฏิมะฮฺ บตุ รีของทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ฺ ศ)เองกต็ าม ตอมากไ็ ดด ําเนินการปด กน้ั และหา มการเผยแพรฮะดีษตา งๆ ของทานนบี เพ่ือมใิ หป กา ศิตแหง บทบญั ญตั ิ เปนทร่ี รู ะหวา งคนทงั้ หลาย และกระทบกระเทอื น ถึงกิจการปกครอง แมวา ถงึ
ข้นั ทจ่ี ะตองประหารชีวติ คนใด หรอื สงั หารคนกลมุ ใด ก็ตอ งทาํ ทั้งน้ี เพ่ือขจดั ปญ หาการตอตาน โดยมขี อ อา งในครั้งแรกวา เปน การ กาํ จัดปญหาทเ่ี ลวรา ย และครงั้ ตอ มาก็อา งวา กาํ จดั ผเู ปน กบฏ เรื่องราวท้ังหมดน้ี เรารับทราบขอมูล จากการทบี่ รรดานกั ประวัตศิ าสตร ไดบ นั ทกึ ไว ถงึ แมว า พวกเขาบางคนพยายามจะปกปด ความจริง ดวยการปลอม แปลงบทรายงานบางเรอื่ ง ขน้ึ มาหกั ลา ง หรือตคี วามหมายบางเรอ่ื งใหเ ปนอนื่ และ ใหข อแกตัวตางๆ นานา ซ่ึงกาลเวลาและ เหตุการณต างๆ ตลอดจนการศกึ ษา วิเคราะห ไดเ ปด เผยความลับของเรอื่ งนั้นๆในที่สดุ มบี างคนในหมพู วกเขา ควรแกก ารใหอ ภัย เพราะเขาไดร บั ขอมูลมาจาก ตําราอา งองิ ชดุ แรกๆ ท่ีถกู เขยี นขน้ึ ภายใตอิทธิพลทางการเมือง และสังคมซ่งึ ไดฝ าก ความเสียหายอนั ย่ิงใหญไ ว ให และทตี่ ดิ ตามมาในภายหลงั จากเหตกุ ารณตางๆ เมื่อครงั้ ทพี่ วกบะนีอมุ ยั ยะฮขฺ ้ึนครองอํานาจ ในตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ และพวกเขาได ใชท รัพยสนิ และตาํ แหนง ปรนเปรอใหแกศอฮาบะฮฺ และตา บอิ นี ทถ่ี ูกจา งบางคน ดังนน้ั นักประวัติศาสตรบ างทาน จึงรับเร่ืองราวมาจากบรรดาคนเหลา นน้ั โดยความสจุ รติ ใจ ในขณะทส่ี ายตาไมรูเหน็ ในกลลวง และสง่ิ ทหี่ วั ใจซอ นเรน ไว ดงั น้ันบทรายงานศอฮีฮฺตางๆจึง ปะปนกนั อยกู บั บทรายงานเทจ็ จนกลายเปน เรอื่ งยากสาํ หรบั นักคน ควา ท่ีจะเขาถงึ ขอเทจ็ จริง เพื่อใหผ ูอา น ผวู ิเคราะหใ กลชิดกบั ความจรงิ เหลา นยี้ งิ่ ขึน้ จําเปน อยา งยงิ่ ทจี่ ะตอ งซกั ไซร และตั้งกระทถู ามปญ หาเหลา น้ี จนกระทงั่ วา เขาจะไดรบั รูเ รื่องราว นน้ั ๆ หรอื ไดร บั ความจรงิ บางอยา ง จากคาํ ตอบในเรอื่ งนนั้ ๆ หรือไดร ับคําแนะนาํ บางประการเพ่อื นาํ ไปสคู วามเปน จรงิ ปจุ ฉา-วสิ ชั นาทยี่ ังไมเ พยี งพอแกน ักวิเคราะหทุกคน มจี ดหมายหลายฉบบั ถกู สง มายงั ขาพเจา จากภูมิภาคตางๆ ในเนอ้ื ความ ทเี่ ขียนมานนั้ มี คําถามทีส่ ําคญั บางเรอ่ื ง ซง่ึ บง บอกถงึ ความกระตอื รือลน ของ ทา นผอู านท่มี ีเกยี รติ ในอนั ทจ่ี ะได คําอธบิ ายเพมิ่ เติม และทําการตรวจสอบคนหา ความจรงิ ตา งๆ บางคาํ ถามขา พเจา กต็ อบบาง ไม ตอบบา งโดยมไิ ดอ ะไรเปน เรอื่ ง ทซ่ี อ นเรน แตท วา เปนเพราะบางคาํ ถามเหลานน้ั มีคําตอบอยูแลว ในหนังสอื “ในทส่ี ดุ ขา พเจาก็ไดร ับทางนํา” และหนงั สือ “ขออยกู ับผูสัตยจ รงิ ” และเพอื่ เปน ประโยชนแ กคนทวั่ ไป ขา พเจา ใครจะเผยแพรคําถามตางๆ พรอ มดว ยคาํ ตอบลง ในบทน้ี และ พรอมกับใหขอ สงั เกตวา ทานผูอา นจะพบบางฮะดษี และบางเรอื่ งมี ซาํ้ ซอนอยูในหนงั สอื เลม เดยี วกนั หรอื ทงั้ ในสามเลม ทง้ั น้ี ขา พเจา ต้งั ใจจะถือ ปฏิบตั ิตามมาตรฐานในกิตาบลุ ลอฮฺ อันทรง เกยี รติ ทีบ่ อกเลาเหตกุ ารณซ ้าํ ๆ กนั ในหลายซเู ราะฮฺ เพอ่ื ปลกุ เราจิตสาํ นึกของผศู รัทธา และเพอื่ จะไดอ ยใู นความทรงจํา ของคนทงั้ หมด
ถาม ๑ : เมื่อทานศาสนทูตรวู า กจิ การของประชาชาติจะถูกนาํ พา ไปสู การ พพิ าท และการขัดแยง กนั ดวยสาเหตขุ องตาํ แหนงคอลีฟะฮฺ แลว ทําไม ทา นจงึ ไมแ ตงต้ัง คอลีฟะฮขฺ องทา นเสยี เอง ตอบ : แนน อน ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) ไดแ ตงตง้ั คอลีฟะฮขฺ องทา น ไวแลว หลงั จาก บําเพญ็ ฮญั อาํ ลา น่นั คือ ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ โดยมบี รรดา ศอฮาบะฮขฺ องทา นไดร วมในพิธี ฮัจญก ับทา นรเู หน็ ในเรือ่ งน้ี เพราะทา นรดู วี า ประชาชาติจะหาขอ แกต วั ตอทา น และจะยอ นรอย ถอยกลับไปสสู ภาพเดมิ ถาม ๒ : เปน เพราะอะไรจึงไมมศี อฮาบะฮฺทานใด ถามทา นศาสนทตู ถงึ เรอ่ื งนเี้ ลย ทั้งๆท่พี วกเขาถามทา นทกุ เร่อื ง ? ตอบ : แนน อน พวกเขาเคยถามทา นแลว และทานก็ไดต อบแลว ดว ยวา : พระองค ผูท รง สูงสดุ ตรสั วา : “พวกเขากลา ววา มกี จิ การใดเปน สทิ ธิของเราสกั อยา งไหม จงกลา วเถดิ กิจการท้งั ปวงลว นเปน สทิ ธิของอลั ลอฮ”ฺ (อาลิ อมิ รอน/๑๕๔) พวกเขายงั ไดถ ามทา นอกี และทานกลา ววา : “อันท่จี รงิ ผปู กครองของ พวกเจา มเี พยี งอลั ลอฮฺ และศาสนทตู ของพระองค และบรรดาผศู รัทธาซึง่ ดาํ รง นมาซ และจา ยซะกาตในขณะพวกเขาโคงรกุ อู ”ฺ (อลั -มาอิดะฮ/ฺ ๕๖) พวกเขายังได ถามทา น อีก แลว ทา นกต็ อบวา : “แทจ ริงคนนเ้ี ปนพนี่ องของฉนั เปนทายาทของ ฉัน และเปน คอลีฟะฮขฺ อง ฉันถัดจากฉัน”(๑๘๔) ถาม ๓. : ทําไมศอฮาบะฮบฺ างทาน จงึ คดั คา นทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮฺ ในขณะที่ ทา นตอ งการจะเขยี นขอความใหแ กพ วกเขา เพอ่ื ปอ งกัน พวกเขา ใหพ นจากความหลงผิด หลังจากสมัยของทาน แลว พวกเขากลา ววา ทา นเพอ เจอ ? ตอบ : แนนอน ศอฮาบะฮบฺ างคน ไดค ัดคานทา นนบี(ศ) ในขณะทท่ี าน ตอ งการจะเขยี น ใหแกพวกเขา ในสงิ่ ท่จี ะยบั ยั้งพวกเขาใหพ น จากความหลงผิด แลว พวกเขากลา วหาวา ทา นเพอ เจอ เนอ่ื งจากพวกเขารดู ีวา ทา นตอ งการจะแตงต้ัง ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ โดยเปน ลายลกั ษณ อกั ษร เพราะกอ นหนา นน้ั ทา นได กลาวกบั พวกเขาในพธิ ีฮัญอาํ ลาแลว วา ผทู ่ียดึ มนั่ ตอพระคัมภรี และเชื้อสาย ศาสดาจะไมห ลงผดิ ตลอดกาลภายหลังจากทา น แลว พวกเขากเ็ ขา ใจวา ขอความ ท่ี จะถูกบนั ทกึ ตองเปน คําพดู เดียวกนั นนั่ เอง เพราะทา นอะลี คอื หวั หนา ของ เชื้อสายศาสดา อนั ที่ จริง การทพ่ี วกเขากลา วหาวา ทา นเพอ เจอ ก็เพียงเพือ่ ใหท า น หลกี เลย่ี งจากการเขียนนนั่ เอง เทากบั เปน การหาม และเพราะเหตวุ า การพพิ าท และความขดั แยงไดม ขี น้ึ เกยี่ วกับขอ ความน้นั กอนจะทําการเขียน ครน้ั ในเมื่อ ทา นนบีเพอเจอ(ตามความเชื่อของพวกเขา) ดงั นนั้ การเขยี นของ ทา นในคราวนนั้ กจ็ ะเปน เรอ่ื งเหลวไหล ดังน้นั ดวยวิทยญาณ ทาํ ใหไ มม กี ารเขยี น ถาม ๔.: ทาํ ไมทานไมยืนกรานทจี่ ะเขยี นขอความนนั้ โดยเฉพาะ อยางยง่ิ ในเมื่อ มันจะปกปอ งประชาชาตอิ สิ ลามใหพน จากความหลงผิด ?
ตอบ : ตามอตั ภาพของทา นศาสนทตู (ศ) ทานไมอ าจยืนกรานทจี่ ะเขียน ได เพราะการ ปองกันใหพ น จากความหลงผดิ ไดถ กู ปฏิเสธไปแลว โดยความเหน็ พอ ง ตองกนั ของศอฮาบะฮเฺ ปน สวนมาก ทวี่ า ทานเพอเจอ ดงั นนั้ ขอความทจ่ี ะ เขยี น รงั แตกลายเปน ทม่ี าของความหลงผิด แทนท่ีจะเปน การปกปอ ง และถาหาก วา ทา นนบ(ี ศ)ยงั ยนื กรานจะเขียน แนน อน หลงั จากทา นสนิ้ ไปแลว จะตอ งมกี าร บอ น ทาํ ลาย ทก่ี อ ใหเกิดความสงสยั แมกระทงั่ ในคัมภีรแ หง อลั ลอฮฺ และปกา ศติ แหง อัล-กรุ ฺอาน ถาม ๕”: แนน อนท่สี ุด กอ นตายทานนบีไดสงั่ เสยี ไวส ามขอโดยวาจา แลวทาํ ไมมี คาํ สงั่ เสียถึงมายังเราเพยี งสองขอ เทา นัน้ สว นคาํ สง่ั เสยี ขอ ที่ สามไดสูญหายไปเสยี ? ตอบ : ทช่ี ดั เจนนนั้ คือวา คาํ ส่ังเสยี ประการแรกนน่ั เอง ท่สี ญู หายไป เพราะ มนั เก่ียวกับ การแตง ตง้ั ทานอะลีเปน คอลฟี ะฮฺ และเพราะตําแหนงคอลฟี ะฮฺ นน่ั เอง ท่ที าํ ใหม กี ารหา มรายงาน ฮะดีษเก่ียวกบั เรื่องนน้ั อยา งไรกต็ าม ผมู สี ตปิ ญญาจะ เช่อื ไดห รอื วา เมอ่ื ทา นนบีส่ังเสียแลว คําสงั่ เสียของทา น จะถกู ลมื เลอื น ตามท่ี ทานบคุ อรีไดก ลาวไว ถาม ๖. : ทานนบ(ี ศ)รูใ นสัญญาณแหง การตายของทา นดวยหรอื ? ตอบ : ไมต องสงสัยเลยวา ทา นรลู ว งหนา ในสญั ญาณแหงการวะฟาตของ ทา นทจี่ ะมขี ึ้น ตามเวลาทแ่ี นน อน และทา นรูเร่อื งนก้ี อนออกเดนิ ทางไปบําเพ็ญ ฮจั ญอาํ ลา ดว ยเหตนุ ้ี ทา นจงึ ให ชอ่ื เรียกวา ฮจั ญะตุล-วิดาอฺ และดว ยเหตนุ ้ี ศอฮาบะฮจฺ าํ นวนมาก ก็รวู า เปน บนั้ ปลายชีวติ ของ ทานแลวดวย ถาม ๗.: ทําไมทานนบีจงึ จดั กองทพั ซง่ึ ประกอบดวยบรรดาชาว มฮุ าญริ นี และอนั ศอรฺท่ีเปน ศอฮาบะฮชฺ ้นั ผูใหญ และยังสั่งพวกเขาให เดนิ ทางไปยงั ดินแดน ปาเลสไตน กอ นการวะฟาตของทา นสามวนั ? ตอบ : เมื่อทา นนบี(ศ)รูถงึ แผนท่พี วกกเุ รชตระเตรียมวางไว วา พวกเขา ตกลงกนั ทีจ่ ะลม ลา งพนั ธสญั ญาหลงั จากทา นสน้ิ ไปแลว และจะขดั ขวางทานอะลี ใหออกหา งจากตาํ แหนง คอ ลีฟะฮฺ ทานจงึ มเี จตจาํ นงคใ หค นเหลา น้ันประจาํ กองทพั เพอ่ื แยกพวกเขาออกใหไกลไปจากเมือง มะดีนะฮฺ ในยามทที่ า นวะฟาต โดย พวกเขาจะไมต อ งยอ นกลับมา เวน แต หลงั จากทีก่ จิ การใน เรอื่ งคอลฟี ะฮขฺ องทาน สาํ เรจ็ เสรจ็ สรรพแลว เพราะหลังจากนนั้ พวกเขากไ็ มสามารถจะดาํ เนินงาน ตาม แผนของพวกเขาได สาํ หรับกองทพั ของอซุ ามะฮคฺ รัง้ นี้ จะไมม ีคาํ อธบิ ายอนื่ ใด ท่ีควรแกการ ยอมรับไดอีก นอกเหนือจากคําอธบิ ายเชนนี้ เพราะวา ไมเปน ไปโดย วิทยญาณแตป ระการใด ตอ การทท่ี านนบ(ี ศ) ปลอ ยใหวา ที่คอลีฟะฮฺ ไปเปน พล ทหาร และประจาํ กองรบ กอนการวะฟาตของ ทา นเพยี งสองวันเทา นน้ั ถาม ๘ : ทาํ ไมทา นนบ(ี ศ)จงึ ไมตั้งทา นอะลีเปนทหารของอุซามะฮฺ ? ตอบ : เพราะมบิ ังควรแกท านศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ) ทจ่ี ะจากไป เวน แต วา จะไดละทิ้ง คอลฟี ะฮไฺ ว เพอื่ จดั การปกครองหลังจากทา น และกรณีทที่ า นไมตงั้ ทา นอะลีเขา ประจํากองทพั ซึ่ง
ประกอบดวยบคุ คลระดบั แกนนาํ ของมุฮาญิรนี และอนั ศอรอยใู นกองทพั เชน อะบบู กั ร, อุมัร,ฺ อุ สมาน, และอบั ดรุ เราะมานน้นั การจดั ระบบทมี่ วี ิทยญาณนี้แสดงใหเ หน็ วา อะลี คอื คอลฟี ะฮฺ หลงั จากทา นนบ(ี ศ) ในทนั ที เพราะในหมูบรรดาผูทที่ า นศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ มไิ ดส ง เขา ประจาํ กองทพั นน้ั ไมมีผทู ะเยอทะยานในตําแหนง คอลฟี ะฮฺ และไมมีผทู โ่ี กรธเกลยี ดทานอะลี และ ตอ งการจะหลอกลวงทา น ถาม ๙ : ทําไมทานจงึ แตง ตั้งเดก็ หนมุ ตัวนอ ยๆ ที่เคราก็ยงั ไมง อก เปน ผูบ งั คับบญั ชา ? ตอบ : ในเมอ่ื บรรดาคนอจิ ฉาริษยา และพวกหลอกลวงทา นอะลพี ยายาม ต้งั ขอรงั เกียจ ตรงทีอ่ ายขุ องทานยงั นอ ย และบรรดาผอู าวุโสของเผา กเุ รชทอี่ ายมุ าก ถึง ๖๐ ป ไมย อมรบั ทานอะ ลี ซ่งึ มีอายเุ พยี ง ๓๐ ปเ ศษๆ ดงั นนั้ ทา นนบ(ี ศ) จงึ แตง ตง้ั อซุ ามะฮฺ ซงึ่ มีอายเุ พยี ง ๑๗ ป ทีเ่ ครายัง ไมงอกเลย อีกทง้ั ยงั เปน บตุ ร ของคนทถ่ี กู ไถตัวจากทาส ใหเ ปนผูบงั คบั บัญชาพวกเขา เพื่อจะไดก ด คอพวกเขา และระงบั ความหยิ่งยะโสของพวกเขา เพ่ือจะอธิบายแกพ วกเขาเปน อนั ดบั แรก และแก บรรดามสุ ลมิ ทกุ คนเปนอนั ดับทส่ี องใหร วู า ผูศรทั ธาทเ่ี ปนคนสตั ยจรงิ ในความศรทั ธาของเขานนั้ จาํ เปนจะตองรับฟง และเคารพเชอื่ ฟง ตอ สิง่ ท่ี ศาสนทตู (ศ)ไดต ัดสนิ ไปแลว และจะตอ งยอมจาํ นน โดยดษุ ณี ถงึ แมเขาจะพบวา ในตวั ของเขาจะมอี ปุ สรรคอยา งใดอยกู ็ตาม สถานะของอซุ ามะฮฺ บนิ เซด บิน ฮาริซะฮฺ อยตู รงไหน ถา จะเทียบกับทา นอะลี บิน อะบี ฏอลบิ ผูบงั คับบญั ชาของ ผศู รทั ธา ประมุขของบรรดาทายาท ประตวู ิชาการของทา นนบี(ศ) ราชสหี ผพู ิชติ ของอัลลอฮฺ และฮารูนของ ศาสดามุฮัมมดั (ศ) ดวยเหตุนพี้ วกเขาจงึ รูเทา ทัน โครงการของทา นนบ(ี ศ) ในการแตงตง้ั อซุ ามะฮฺ เปน ผูบ ังคบั บญั ชาพวกเขา ดังนน้ั พวกเขาจึงหมนิ่ ประมาทการบงั คบั บัญชาของเขา แลวปฏเิ สธท่ี จะออกรบรวมกับ เขา และเราตองไมล มื วา ในหมพู วกเขานน้ั ยงั มคี นท่ีฉลาดแกมโกง ซึง่ อัล-กุรฺ อาน อนั ทรงเกยี รติ ตรัสบอกถึงพวกเขาวา : “และแนน อนยิ่ง พวกเขาวางแผนการณข อง พวกเขา แต แผนการณของพวกเขาอยู ณ อลั ลอฮฺ ถงึ แมว า แผนการณข องพวกเขา จะทําใหภูเขาพงั สลาย ไปกต็ าม (อบิ รอฮีม/ ๔๖) ถาม ๑๐ : ทําไมทานนบ(ี ศ)จงึ โกรธอยา งรนุ แรง ตอ พวกเขาท่เี ปน ผขู ัดขืนการเขา รว มกองทพั จนถงึ กบั ตองสาปแชง พวกเขา ? ตอบ : แนน อนยง่ิ ทา นนบ(ี ศ) โกรธอยางรนุ แรงทเี ดียว เม่อื รูวา พวกนนั้ หมนิ่ ประมาทการ บังคับบัญชาของเขา เพราะการหมนิ่ ประมาทมุงมาทีต่ วั ทา น มใิ ชม ุง ไปท่ีอุซามะฮฺ ดว ยเหตนุ ้ี ได เปน ประจกั ษแกท า นอยา งถอ งแท ในความไม ศรทั ธา ความไมจรงิ ใจของพวกเหลา นนั้ ตอ อัลลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค และพวกเขามีความมัน่ ใจในการบรรลุผลตามแผนของพวกเขา ซ่ึงสงิ่ ท่ี เปน ภาระ ของพวกเขานัน่ เอง ท่ีไดวางภาระอนั นนั้ ใหแกพ วกเขา จงึ ทาํ ใหการสาปแชงคร้งั สดุ ทา ย ของทา น ตกแกพ วกขดั ขนื การเขารวมกองทพั เพือ่ ทาํ ใหพ วกเขา และผู ปฏบิ ัติตามพวกเขา รวมทั้ง
บรรดามุสลมิ ท้ังปวงเขา ใจวา ท่ีตองกระทาํ ถงึ ขัน้ นน้ั ก็เพื่อใหพระองคท รงทาํ ลาย ผทู ีท่ าํ ลาย หลักการอันชดั แจง ถาม ๑๑ : อนญุ าตใหส าปแชง คนมุสลมิ ไดก ระน้นั หรอื โดยเฉพาะ อยางยงิ่ สาํ หรบั ทา นนบี (ศ) ? ตอบ : ในเม่ือการเปน อสิ ลาม หมายถงึ การกลา วถอ ยคําปฏิญาณสอง ประโยค โดยท่ีถา คนผูหนึ่งกลา ววา ขา ปฏิญาณตนวา ไมม ีพระเจา อน่ื ใด นอกจาก อัลลอฮฺ และขา ปฏญิ าณตนวา มฮุ มั มดั เปน ศาสนทตู ของอลั ลอฮแฺ ลว เขากม็ ิได ปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ จากอัลลอฮฺ และมฮุ มั มดั คอื ไม รบั ฟง ไมเ คารพเช่ือฟง อลั ลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค( ศ) ถอื วา อนญุ าตใหส าปแชงเขาได เพราะในอลั -กรุ ฺอาน อันทรงเกียรติ มหี ลายโองการทก่ี ลา วถงึ เร่ืองน้ี ตามโองการของพระองค ทวี่ า : “แทจรงิ บรรดาผูซ่งึ ปกปดเรื่องราวทเ่ี ราไดประทาน อนั เปน หลักการชดั แจง และเปนวถิ ีแหง ธรรม หลังจากทเ่ี ราอธิบายแกค นท้ังหลายในพระคัมภรี แลว คนเหลา นน้ั อลั ลอฮจฺ ะทรงสาปแชง พวกเขา และบรรดาผสู าปแชงก็จะสาปแชง พวกเขา” (อลั -บะเกาะเราะฮฺ/๑๕๙) ในเมอ่ื อัลลอฮทฺ รงสาปแชง ผทู ่ีปกปดสจั ธรรม แลวอะไรจะเกิดขึน้ แกคนท่ี ขดั ขืนสจั ธรรม และกระทาํ การเพ่อื ลบลางสจั ธรรม ถาม ๑๒ : ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮฺ(ศ)ไดแตง ตั้งอะบูบกั ร นาํ นมาซ แกป ระชาชน จรงิ หรือ ? ตอบ : จากรายงานตา งๆ ทห่ี กั ลางกนั เราสามารถเขา ใจวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ(ศ) มิไดแตงตง้ั อะบบู ักรนาํ นมาซแกประชาชนแตอยา งใด โอ พระเจา เวน แตว า เราจะเช่อื ถอื ตามที่ อุมรั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบพูดเทา นน้ั เอง ท่ีวา ทานเพอเจอ และใครท่เี ชื่อถือตามนนั้ ก็เทา กบั ปฏเิ สธหลกั ศรัทธา(กฟุ ร) ผูม สี ตปิ ญญา จะเชื่อได อยา งไร วา ทา นสงั่ เขาใหน ํานมาซแกประชาชน ในขณะที่ ทานแตงตั้งเขา ใหเ ปน พลทหารในกองทัพของอุซามะฮฺ และทา นไดต ั้งใหค นผนู ีเ้ ปนผูบญั ชาการ และเปน อมิ ามของเขาอยูแลว ทา นจะแตง ตง้ั เขาดาํ รงตาํ แหนง อมิ ามนํานมาซใน มะดีนะฮฺ อยางไร ในเม่ือมันไกลหา งจากเขาเสยี แลว ตาํ ราประวัตศิ าสตรยนื ยนั วา ในวันที่ทา นนบ(ี ศ) วะฟาตนน้ั เขามไิ ดพํานกั อยูใ นมะดนี ะฮฺแตอยา งใด และที่ แนนอน ตามกระแสรายงานของนัก ประวตั ิศาสตรบ างคน ทอี่ ิบนุ อะบี อัล-ฮะดีด ไดรับมานน้ั ระบวุ า ทา นอะลี(อ) กลา วหาทานหญงิ อาอิชะฮฺวา นางเองท่สี ง คนไป ตามบดิ าของนางมาเพ่อื ใหน าํ นมาซแกป ระชาชน ครน้ั พอทา นนบี (ศ) ทราบ เชน นน้ั ปรากฏวา ทานโกรธมาก พลางกลา วแกน างวา : “แทจ ริงพวกนาง ก็ เหมือนกบั สตรีสมยั ยซู ุฟ” ทา นไดออกไปยังมสั ยิด แลว ผลักอะบูบกั รอ อกไป จาก นนั้ ทา นไดนํานมาซแกพ วก เขา ในทานมาซที่เปน อุปสรรค ทัง้ น้ี กเ็ พือ่ จะไดไ ม ปลอยใหเ ปน ขออา งของพวกเขา ในภายหลงั ถาม๑๓ : ทาํ ไมอมุ ัรฺ บนิ ค็อฏฏอบจงึ สาบานวา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮยฺ ังไม ตาย และขม ขวู า จะฆา ทกุ คนท่ีพูดถงึ การตายของทาน และเขากไ็ มมีทีทา วา จะสงบ จน กระทั่งอะบบู กั ร ไดมาถงึ ?
ตอบ : แนนอน อมุ รั ฺไดขูว า จะฆา ทกุ คนที่พยายามพูดถึงการตายของ ทา นนบ(ี ศ) เพ่อื ทาํ ใหพวกเขาสงสยั และปลอ ยใหพวกเขาชะงักงนั กนั ชว่ั คราว เพ่ือวา อยา ไดม ีการใหส ตั ยาบันรับรอง (บยั อะฮ)ฺ ตอทา นอะลี และจนกวา บรรดา ฝายตอตา นทก่ี ลาหาญ ไดเดินทางมาถงึ มะดีนะฮฺ ซ่ึงพวก เขาไดท ําความตกลง กัน ท่จี ะยดึ อาํ นาจการปกครอง และบรรดาผทู ี่ยังเดนิ ทางมาไมถงึ หลงั จากที่เขา พบวา ตวั เองมาถึงกอ นคนเหลา นน้ั ดงั นัน้ เขาจึงสวมบทบาทคนบา คลง่ั ดว ยความ เสียใจ แลวกวดั แกวง ดาบไปมา เพ่ือใหคนกลวั โดยไมต อ งสงสัย นน่ั คอื เขาไดห าม ประชาชนมิ ใหเขา ในหอ งนอนของนบี เพอ่ื พิสจู นค วามจริง มิฉะนน้ั ทาํ ไมจึงไมม ี ใครสักคนทห่ี าญกลา เขาไป นอกจากอะบบู ักร เมอื่ เขาเขา มาถงึ ก็ไดเปด ผา คลุม ใบหนา ของทาน แลวเดนิ ออกมากลา วกับคน ท้ังหลายวา “ใครกต็ ามท่เี คารพภักดี ตอ มฮุ ัมมดั ดังนน้ั แทจ รงิ มุฮัมมดั ไดต ายไปแลว และใครก็ ตามทเี่ คารพภกั ดี อัลลอฮฺ ดังนนั้ แทจ ริงอลั ลอฮฺ ยงั มพี ระชนมชพี พระองคม ไิ ดตาย” ตรงนี้ จาํ เปน ตอ งขอหมายเหตุ สาํ หรับคาํ พดู ประโยคนสี้ กั นิดวา อะบูบักร เช่ือหรอื วา บรรดามสุ ลิมทั้งหลายนน้ั เคารพภักดีมุฮมั มดั !? เปลา เลย เขาเพยี งแค พดู ในทํานองเปรียบเปรย เพ่อื ลบหลู ดแู คลนแกพวกบะนฮี าชมิ โดยรวม และแก ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบโดยเฉพาะเทา นนั้ ซงึ่ พวกเขาเคยแสดงความภาคภูมใิ จ ตอบรรดา ชาวอาหรบั ทงั้ หลายวา มฮุ มั มดั ศาสนทูต แหงอัลลอฮนฺ น้ั เปน คนของ พวกเขา และพวกเขาเปน พวกพอ ง เปน คนในตระกลู ของทา น และมี สิทธิในตวั ทา น มากกวา คนอน่ื ๆ อีกเชนกัน คําพูดน้ีไดใหค วามหมายตรงตามทอ่ี มุ รั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอบได จํานรรจาออกมาใน วันพฤหัสอนั อปั โชควา “เรามเี พยี งคมั ภรี ข องอลั ลอฮฺ ก็พอ สําหรบั เราแลว” ความหมายตาม ประโยค เทา กับพูดวา “เราไมมีความจาํ เปน อันใดตอมฮุ มั มดั บดั นภี้ ารกิจของเขา และผสู าํ เรจ็ ราชการของเขา กย็ ตุ ิลงแลว” ซงึ่ อันนกี้ ็ตรงกัน กบั ท่ีอะบูบกั รไ ดยนื ยนั ดว ยคําพดู ทวี่ า “ใครกต็ าม ท่เี คารพภกั ดี มุฮมั มดั ดังนน้ั แทจรงิ เขาไดตายไปแลว เทากบั เขาหมายความตรงนว้ี า “โอ ผทู ่เี คย แสดงความภาคภมู ใิ จตอพวกเรา โดยมุฮมั มดั วนั นพี้ วกทานชา ไปเสยี แลว เพราะ ภารกจิ ของเขา สนิ้ สุดลงแลว เรามีเพยี งคมั ภรี ข องอัลลอฮฺเทา น้กี พ็ อ เพราะพระองค ทรงมพี ระชนมช พี อยู พระองค ไมมว ยมรณา” เปนทน่ี า สงั เกตวา อะลีและบะนี ฮาชิม ซึ่งรใู นความเปน จริงของทา นนบี(ศ) ดีกวา คนอ่ืน และมคี วามเคารพนบั ถอื มกี ารใหเ กยี รติ และดาํ เนนิ ตามคาํ สง่ั ของทา นดว ยดเี สมอมา และ บรรดาศอฮาบะฮฺ ทีจ่ งรักภกั ดี ตลอดถงึ บรรดาคนภายนอกทม่ี ใิ ชพ วกกเุ รช ก็ไดป ฏบิ ตั ติ ามพวกเขา ในเรื่องนี้ เชน เมอื่ เวลาทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ(ศ)ถม นา้ํ ลาย พวกเขาตางรบี กนั เพ่อื จะไปเอามนั มาลูบไล บนใบหนา ของพวกเขา พวกเขาเคยยื้อแยง กนั ทีจ่ ะเอา นา้ํ ท่เี หลอื จากการทาํ วุฎอ ของ ทา น หรอื บางทกี เ็ สน ผมของทาน พวกเขาท้ังหมด เปนคนขดั สน เปน ผูถ กู กดขี่ พวกเขาเปน ชอี ะฮฺ ของทา นอะลี มาตง้ั แตส มัยของทา น นบี(ศ) โดยทท่ี า นไดข นานนามนี้ ใหเ ปน ชอ่ื เรยี กพวกเขา (๑๘๕)
สวนอุมรั ฺ บิน คอ็ ฏฏอบ และศอฮาบะฮบฺ างคน ท่ีเปน ผมู ีเกียรติในเผา กุเรช น้นั สว นมาก พวกเขาจะตอตานบทบัญญัตขิ องทานนบ(ี ศ) พวกเขาจะเถียง จะฝา ฝน ทา นเสมอ ยง่ิ กวา นนั้ พวก เขายังถือวา ตวั พวกเขาบริสทุ ธ์ิ หลดุ พน จากการ กระทาํ ตามพฤตกิ ารใดๆ ของทาน(๑๘๖) แนน อน อมุ ัรฺ บิน คอ็ ฏฏอบไดโ คนตน ไม ณ สถานทที่ ําพธิ ีบยั อะฮฺ ริฎวาน เพราะมศี อฮาบะฮฺบางคน มักทาํ ตะบัรรุกทีน่ น่ั (ตะบัรรกุ =การขอพร เพื่อแสวงหาความจาํ เริญ จากพระเจา) เชน เดยี วกบั พวกวะฮา บีย กระทาํ ในศตวรรษนี้ คือพวกเขาจะลบรองรอย ของทานนบ(ี ศ) มใิ ห เหลอื อยู แมกระทง่ั บา นท่ี ทา นเกดิ พวกเขาก็มิไดล ะเวน พวกเขาพยายามจนบดั น้ี โดยความพยายามและทรัพยสินของพวก เขาเทา ท่ีมี เพอ่ื หา มปรามบรรดา มสุ ลิม มิใหจ ดั งานเฉลิมฉลอง วันประสตู ขิ องทานอนั ทรง เกียรติ หามเรอ่ื งการ ตะบรั รกุ กบั ทา น และการกลา วศอละวาตใหแกท า น จนกระทง่ั ไดแ พรคําสอน ยัง บรรดาผหู ลงลืม วา แทจริงการศอละวาตอยา งเตม็ รูปแบบนน้ั เปน การทาํ ชิรก (การตัง้ ภาคี) ถาม ๑๔: ทําไมชาวอันศอรฺจงึ ประชมุ ลบั ทีซ่ ะกฟี ะฮฺ บะนซี าอิดะฮฺ ? ตอบ : เม่อื ชาวอนั ศอรฺลวงรแู ผนทีช่ าวกเุ รช เตรียมเพอื่ แยกทานอะลี ใหห า ง ออกจาก ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ พวกเขากช็ ุมนมุ กนั ในตอนทท่ี า นศาสนทูต(ศ) วะฟาต และตองการจะ ดําเนนิ การปกครองในระหวา งพวกตนกนั เอง โดยจะให คนหนึ่งในหมพู วกเขาเปน คอลีฟะฮฺ ดังนน้ั เม่อื บรรดาหัวหนา ชาวกุเรช ซึ่งเปน ชาวมฮุ าญริ ีน ทม่ี คี วามใกลช ดิ กบั ทา นศาสนทตู และเปนเครอื ญาติของทา น ตอ งการจะลม ลา งการใหส ตั ยาบันตอทา นอะลี ดงั นน้ั ชาวอนั ศอร ควรจะมีสทิ ธิ เปน คอลีฟะฮฺ มากกวา ใครๆ เพราะพวกเขาเชือ่ วา อสิ ลามดาํ รงอยไู ด กเ็ พราะ คมดาบของพวกเขา สว นชาวมฮุ าญิรนี นนั้ เปน ผูอาศัยสาํ หรบั พวกเขา และถาหาก พวกเขาไมเ ปดประตูเมือง และ บานเรือนของตนตอ นรับ และมอบกรรมสิทธ์ติ างๆ ของพวกตนใหแ ลวไซร ไหนเลยช่ือเสยี ง และ เกยี รติยศจะไดแ กพวกมุฮาญริ นี และหากมใิ ช เพราะมคี วามขดั แยง ระหวา งพวกเอาซ กับ พวกค็อซร็อจ ท่ีมีปญ หา แยง ชิงตาํ แหนง ผนู าํ ซง่ึ ตางฝา ยก็ประสงคจ ะใหต ําแหนง นนั้ อยทู เ่ี ผา ของ ตน ไหนเลยอะบบู กั ร และอมุ ัรจฺ ะสบโอกาสยึดตําแหนง คอลฟี ะฮจฺ ากพวกเขาไปครอง และ เขาท้ังสองจะมีอุปสรรคอยา งยง่ิ ในการตามราวพี วกเขา ถาม ๑๕ : ทาํ ไมอะบบู ักร อมุ รั ฺ และอะบอู ุบยั ดะฮฺ จึงรบี รุดไปท่ี ซะกีฟะฮฺ และพบ พวกอันศอรฺ ในทนั ทีทันใด ? ตอบ : ในเมอ่ื ชาวมฮุ าญิรนี อันหมายถงึ บรรดาหวั หนา เผา กุเรช นน้ั มี เจา หนาที่ ทค่ี อย รายงาน ความเคลื่อนไหวของชาวอนั ศอรฺ อยูตลอดเวลา ก็มี คนหนง่ึ ซ่ึงไดแ ก ซาลมิ คนรบั ใช ของอะบูฮุซัยฟะฮรฺ ีบไปหา และบอกอะบูบักร อุมัรฺ และอะบอู บุ ยั ดะฮฺ ใหร ู วา มีการประชุมลับ ดงั นน้ั พวกเขาจึงรบี ไปทซ่ี ะกฟี ะฮฺ เพื่อทาํ ลายแผนของชาวอันศอรฺ และส่งิ ทคี่ นเหลา นนั้ มุงหมาย ทง้ั ยังทาํ ใหคน เหลาน้ันตนื่ ตกใจ ในฐานะทพี่ วกเขารูทุกสง่ิ ทีเ่ กดิ ขน้ึ แมในยามทพ่ี วกเขาไมอยู
ถาม ๑๖ : ทาํ ไมอุมรั ฺ บิน ค็อฏฏอบจงึ ใชเ วลาเดินทางนาน เพอื่ เตรียม คาํ พดู ให เปนทีพ่ อใจของพวกอนั ศอรฺ ? ตอบ : ไมต อ งสงสัยเลยวา เพราะอุมรั ฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ เกรงกลัวปฏกิ ริ ยิ าของ ชาวอนั ศอรฺ น่นั เอง เชน เดยี วกนั เขากก็ ลวั วา ชาวอนั ศอรจฺ ะไมเ ห็นพอง ในการแยก ทา นอะลี บิน อะบี ฏอลบิ ใหหา งออกไป เพราะถา เปน เชนนน้ั กเ็ ทากบั ทาํ ลาย แผนการทกุ อยา งท่พี วกเขาวางไว และความ พยายามของพวกเขาก็จะสญู สลายไป กบั สายลม หลงั จากทพ่ี วกเขาหาญกลา ตอ ทา นนบเี อง แลว ยังทาํ ลายโครงการ ทุกอยา งของทา น เพราะเรอ่ื งคอลีฟะฮฺ ดวยเหตนุ ี้ อมุ ัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอ บ จงึ ใชเวลา ในระหวา งเดนิ ไปยังซะกฟี ะฮฺ คิดวา จะพดู อยางไร ใหไ ดการสนับสนนุ และ ความเหน็ สอดคลอง จากพวกเขาตอ แผนการทว่ี างไว ถาม ๑๗ : ทาํ ไมชาวมฮุ าญริ ีนจงึ ชนะชาวอันศอรฺ และยอมมอบหมาย ภารกจิ ใหแ กอ ะบูบกั ร ? ตอบ : มีแรงผลกั ดันหลายอยา ง ทดี่ ําเนนิ บทบาท ใหค วามพา ยแพม แี ก ชาวอนั ศอรฺ และ ใหช ยั ชนะตกแกชาวมฮุ าญริ ีน แนน อน ชาวอนั ศอรนฺ ้นั มีดวย กนั สองเผา ท่ีขัดแยง กนั ในเรอ่ื ง ตาํ แหนง หวั หนา ตง้ั แตส มัยญาฮิลยี ะฮฺ และการราวี ของพวกเขาก็สงบลง เพราะมที านศาสนทูต(ศ) อยกู บั พวกเขา แตพ อทา นศาสน ทตู (ศ) ตายแลว พวกของทา นตอ งการจะย้อื แยง ตําแหนง คอ ลีฟะฮฺ จากเจา ของ ตาํ แหนงตามหลกั ศาสนา พวกเอาซจ งึ ลกุ ขนึ้ เรงเราใหซะอดั บิน อบุ าดะฮฺ หัวหนา ของตนชงิ ตําแหนง นน้ั แตท วา บะชีรฺ บิน ซะอดั ซ่งึ เปนหวั หนาพวกคอ็ ซร็อจ อิจฉา บุตรชายลงุ ของตัวเอง และเชื่อวา ตนมิอาจเขา ถงึ ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺได ในเม่อื ซะอดั บนิ อุบาดะฮฺ ยังอยู ฉะนน้ั เขาคดั คานกจิ การของชาวอนั ศอรฺ และเขา รว มกบั ฝา ย มุฮาญิรีน แลว สวมบทคนซอ่ื ถือความสตั ย ขณะเดียวกนั อะบูบกั รก พ็ ยายามกระตนุ ความรสู กึ แบบสมัยญาฮลิ ยี ะฮฺ ใหเ กิดข้นึ ในหมู พวกเขา ดว ยการกลา ววา : “ถา เรามอบกจิ การน้ใี หแ กพ วกเอาซ พวกคอ็ ซร็อจก็จะไมพึงพอใจ และ ถา เรามอบใหแ กพวกค็อซรอ็ จ พวกเอาซก ็จะ ไมพ งึ พอใจ” ตอ จากนน้ั เขาไดทําใหค นเหลา นน้ั รูสกึ วา เขาไดแบง อํานาจรัฐให แกพวกตน โดยกลาววา : “ใหเราเปนผูปกครอง แลวพวกทา นเปน เสนาบดีเถดิ และเราจะไมใชอ ํานาจเผดจ็ การกับพวกทา น เปน อนั ขาด” ตอ มา ดวยความเฉลยี วฉลาด เขาไดสวมบทบาทของคนซ่ือถือความสตั ย ตอ ประชาชาติ ดว ยการถอนตวั ออกมา แลวแสดงใหเ ห็นถงึ ความสาํ รวมของเขา ตอตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ และแสดง ใหเหน็ วา เขาไมปรารถนาในเรื่องนัน้ เลย โดยกลา ว วา : “พวกทา นจงเลือกคนทพี่ วกทานพอใจ จากบรุ ษุ ท้ังสองนี้เถดิ ” หมายถงึ อุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ และอะบู อบุ ยั ดะฮฺ อามริ ฺ บนิ อลั -ญิรอฮฺ เปน แผนการอนั ชาญฉลาด และไดรับชยั ชนะอยา งสดใส เมือ่ อุมรั ฺ บิน ค็อฏฏอ บและอะบู อบุ ัยดะฮฺ กลา ววา : เปน ไปไมได ทเ่ี ราจะลาํ้ หนาทาน ในเมอื่ ทา น เปน คนแรกของพวกเราทนี่ ับถือ
อิสลาม และทา นเปน เพือ่ นของเขา เม่ืออยใู นถาํ้ ดังนนั้ จงย่ืนมอื ของทานมาเถิด เราจะใหส ตั ยาบนั ตอทา น แลวอะบบู ักรก ็ยนื่ มือ ของตนออกไป เพราะถอยคําประโยคน้ี ดังนนั้ บะชีรฺ บนิ ซะอัด ประมุขของพวก คอ็ ซร็อจก็ไดใหส ตั ยาบนั ตอเขาเปน คนแรก ติดตามดวยคนอ่ืนๆ ทย่ี ังเหลอื นอกจากซะอดั บิน อุบาดะฮฺ ถาม ๑๘. : ทําไมซะอัด บิน อุบาดะฮจฺ งึ ไมยอมใหส ัตยาบนั ท้งั ๆที่ อุมรั ไฺ ดข เู ขาวา จะฆา ? ตอบ : เม่ือชาวอนั ศอรฺ รว มกันใหสัตยาบนั และตา งพากันมงุ ไปหาอะบู บักร เพ่อื จะไดรับ เกยี รติ และความใกลชิดกบั คอลฟี ะฮฺ โดยเหตนุ น้ั ซะอดั บนิ อบุ าดะฮฺ ไดข ดั ขืนจากการให สัตยาบนั และพยายามอยา งสุดความสามารถ ท่ีจะ ขัดขวางพวกของตนในเร่อื งนน้ั แตทวา เขา สุดวิสยั ทจี่ ะทาํ เชน นน้ั ได เพราะเขา ปวยหนัก เมอ่ื เขานอนซมอยูบนทน่ี อน เสยี งของเขาก็ไมถ ูกรบั ฟง ขณะนน้ั เอง อมุ ัรฺ ไดกลา ววา : พวกทา นจงฆา เขาเถดิ แทจ ริงเขาเปน คนกอ ความเสียหาย ดว ย การ ขดุ คุยเร่ืองนี้ในภายหลงั ใหเ กดิ ความขดั แยง และเพื่อมใิ หใครขัดขนื จากการให สัตยาบนั แมแ ตคนเดยี ว เพราะวา เขาจะทาํ ใหเ ปนอปุ สรรคแกช าวมุสลมิ จะเปน เหตใุ หประชาชาตมิ กี าร แบงแยก และสรางความเสยี หาย ถาม ๑๙ : ทาํ ไม พวกเขาจงึ ขูเผาบา นทานหญิงฟาฏมิ ะฮฺ ซะฮฺรออ? ตอบ : แนน อน มีศอฮาบะฮฺเปน จาํ นวนมาก ทข่ี ัดขืน ไมยอมใหส ัตยาบัน ตออะบบู กั ร อยู ในบานของทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ ครนั้ ถาอุมัรฺ บนิ คอ็ ฏฏอบ ไมรีบจัดการหาฟนไปสมุ ทบี่ าน เพ่อื ขูพวกเขาวา จะเผา กจ็ ะกลายเปนเรอื่ งใหญโต และประชาชาติกจ็ ะแตกออกเปน สองพรรค คือ มที ้ังนยิ มอะลี และนยิ มอะบูบกั ร ดงั จะเหน็ วา อุมรั ฺตดั สินใจทจี่ ะกระทาํ ในขนั้ ตอนที่กา วไกล ออกไปอีก เมอื่ เขากลา ว วา : แนน อนทา นจะตอ งออกไปเพือ่ ใหส ัตยาบันใหได หรอื ฉนั จะตอ งเผา บานทม่ี ี คนอยูใ นนน้ั เสยี มายถงึ ทา นอะลี และทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ บุตรสาวศาสนทตู แหง อลั ลอ(ฺ ศ) โดยคําพูดประโยคนี้เอง ทําใหไ มม ใี ครสักหลงเหลืออยู เพื่อจะแสดงตัววา ละเมดิ คาํ สงั่ และไมย อมใหส ัตยาบัน เกียรตยิ ศอนั ใดของเขา ทีย่ งิ่ ใหญก วา เกยี รตยิ ศ ของทา นประมุขของสตรี แหงสากลโลก ? ถาม ๒๐ : ทาํ ไมอะบซู ฟุ ยานจึงเงยี บ หลงั จากทข่ี ม ขู และคาดโทษ พวกเขาไวแ ลว ? ตอบ : เมือ่ อะบซู ุฟยานกลบั ถึงมะดนี ะฮฺ หลงั การวะฟาตของทา นนบ(ี ศ) ซึง่ ทา นไดส งเขา ไปเพอื่ เกบ็ รวบรวมศอดะเกาะฮฺ ก็เปนชว งตรงกับอะบูบกั ร เปน คอลฟี ะฮฺ เขาจงึ รบี ไปยังบา นของ ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ และยยุ งใหท า นทํา การปฏวิ ัติ และใหท าํ สงครามโดยหมคู ณะ ท้งั สญั ญา วา เรื่องทรพั ยส นิ และกาํ ลัง คน เปน หนา ที่ของเขา แตท วา ทา นอะลี ไดต ะเพิดเขาออกไป เพราะรู ในเจตนา ของเขาดี ครัน้ เม่อื อะบูบักร และอุมัรรฺ อู ยา งนัน้ กไ็ ดไปหาเขา และทาํ การหวา นลอ ม อกี
ทั้งสัญญาวา จะยกศอดะเกาะฮทฺ ง้ั หมดท่ีเขารวบรวมมาได ใหแกเขา และจะให เขามสี วนรว มใน การปกครอง ดว ยการแตง ตง้ั บตุ รชายของเขาใหเ ปน ขา หลวง เมอื ง ซีเรยี อะบซู ฟุ ยานจงึ มคี วาม พอใจ ตามนั้น เลยวางเฉยเสีย แลวพวกเขากแ็ ตง ตง้ั ใหย ะซีด บุตรอะบซู ฟุ ยาน เปน เจา เมอื งซเี รยี ครนั้ พอเขาตาย พวกเขา กไ็ ดแ ตง ตง้ั นอ งชาย คอื มอุ าวยี ะฮฺ บตุ รอะบซู ุฟยาน ดาํ รงตําแหนง แทน และพวกเขายงั ใหการ สนบั สนนุ จนเขาไดเ ขา สูตําแหนง คอลฟี ะฮใฺ นทสี่ ดุ ถาม ๒๑ : อมิ ามอะลี พอใจในเหตกุ ารณทเ่ี กดิ ขนึ้ และใหส ตั ยาบนั เปน หมคู ณะ ดว ยหรอื ? ตอบ : ไมม ที างเดด็ ขาด อมิ ามอะลี มไิ ดพึงพอใจกบั เหตกุ ารณ ทเี่ กิดขน้ึ และมไิ ดว างเฉย เลย หากแตไดยกเหตผุ ลขอ อา งใหแ กพ วกเขาทกุ ประการ และไม ยนิ ยอมทจ่ี ะใหส ตั ยาบนั ตอ พวก เขา ถึงแมจ ะมีการขม ขแู ละคาดโทษก็ตาม อิบนุ กตุ ัยบะฮฺ ไดกลา วไวในหนังสอื ตารคี ของทานวา ทา นอะลีเคยกลา วกบั พวกเขาวา : ขอสาบานตอ อัลลอฮวฺ า ฉนั จะไมใ หสัตยาบนั ตอ พวกทาน แต พวกทานน่นั เอง จําเปน ทีต่ อ งใหสตั ยาบนั ตอฉัน และทานยงั ไดน าํ ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ซะฮฺรออ ผู เปนภรรยาออกตระเวณในทชี่ ุมนุมตา งๆ ของชาวอนั ศอรฺ ซึ่งเขาเหลา น้ัน ได ออกตัววา อะบบู กั ร ไดมาหาพวกเขากอนแลว แนน อน อลั -บุคอรีไดกลาววา ทานอะลี มไิ ดใ หส ัตยาบันตลอดชีวติ ของ ทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ครั้นพอนางวะฟาต ผคู นก็หนั หางจากทา น จงึ จําเปน ทที่ า นตอ งประนปี ระนอม กบั อะบูบักร ทา นหญิง ฟาฏิมะฮฺ ใชช ีวิตอยู หลังจากสน้ิ บิดา๖ เดือน โดยทนี่ างไมม พี ันธะสตั ยาบนั เลย ซ่งึ ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ(ศ) บิดาของนางไดกลา วไวว า : คนใดตายลง โดยทไ่ี มมพี นั ธะ สตั ยาบัน เทากบั ตายในสภาพชาวญาฮลิ ยี ะฮฺ ถามวา ทา นอะลี รูลว งหนา หรอื วา ตัวเองจะมชี วี ิต อยจู นกวา สนิ้ ยุคคอลฟี ะฮฺอะบบู ักร ถึงได ลาชา จากการใหสัตยาบนั ถึง ๖ เดอื นเต็ม ? เปลา เลย ทา นอะลมี ไิ ดว างเฉย และตลอดชีวติ อนั ยาวนานของทาน ทุกคร้งั ทีม่ โี อกาส ทานจะตอ สกู ับ ความอธรรม ทท่ี า นไดร ับ และเรอื่ งสิทธขิ องทา นท่ถี ูกชว งชงิ หลกั ฐานในเรอ่ื งน้ี ดใู นคําเทศนา ของ ทาน ท่ไี ดช ือ่ วา ชักชะกยี ะฮฺ ก็นับพอเพยี งแลว ถาม ๒๒ : ทาํ ไมพวกเขาจงึ ตอสู กบั ทานหญิงฟาฏมิ ะฮฺ และทาํ ใหนาง โกรธ ในชว งท่พี วกเขาจาํ เปน ตอ งอาศยั การประนปี ระนอม ? ตอบ : แนน อน พวกเขามีเจตนาทาํ การตอ สูทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ดวยการ แยง ที่ดนิ ของนาง กรรมสิทธขิ์ องนาง และยึดมรดกของบิดาของนาง แลว กลาวหา วา นางโกหกในขอ อา งทกุ ประการ ของนาง เพอื่ จะลดเกียรติ และความยง่ิ ใหญข อง นางใหตกตํ่าลง ในความรูสกึ ของประชาชน จนกระทง่ั พวกเขาหมดความเช่ือถือ ในตวั นาง ในเม่อื ปกาศิตแหง บทบัญญตั ใิ นเรอื่ งตาํ แหนง คอ ลฟี ะฮฺ กไ็ มส ง ผล กระทบแตอ ยางใด ดวยเหตนุ ้ี ทช่ี าวอนั ศอรฺจงึ แกต วั ตอ นางวา พวกเขาไดใ ห สัตยาบัน แกอ ะบูบกั รเ สยี กอ นแลว และถา หากสามีของนางมาหาพวกเขากอน แนน อนพวกเขาจะ ไมขัดขืนตอเขา
ดว ยเหตนุ ้เี อง นางจงึ โกรธอะบบู ักร และอมุ รั ฺ อยา งรนุ แรง จนกระทง่ั ขอดุอาอใหม ีการ ลงโทษแกคนทั้งสอง ทุกครง้ั ทนี่ างนมาซ และยังไดส ง่ั เสียแก สามขี องนางวา อยา ใหสองคนนน้ั มา เกย่ี วขอ งกับศพของนาง และใหน าํ นางออก หา งจากทิศนนั้ ซงึ่ นางรงั เกียจ แนน อนพวกเขามเี จตนาทาํ รา ยนาง เพื่อทาํ ใหอ ะลรี ูสกึ วา ตนเอง ออ นแอ สําหรับพวกเขา ยงิ่ กวาบุตรสาวของทา นนบี ซ่ึงนางเปนถงึ ประมขุ ของสตรใี น สากลโลกและเปนผซู ง่ึ อัลลอฮฺจะทรง โกรธ เน่ืองจากความโกรธของนาง และจะ ทรงพอพระทยั เนื่องจากความพอใจของนาง ดงั นน้ั ตน จงึ ไมมที างอืน่ นอกจาก นงิ่ เงียบและแสดงความพงึ พอใจ ถาม ๒๓ : ทาํ ไมบรรดาผอู าวโุ สในชนกลุมนน้ั จึงผละจากกองทพั ของ อซุ ามะฮฺ ? ตอบ : ในเมือ่ อาํ นาจตกเปน ของอะบบู กั รอยางเบด็ เสรจ็ จนเขาไดกลายเปน คอลฟี ะฮฺ ของ ชาวมุสลมิ โดยความสามารถของอมุ รั ฺ แกนนาํ ในบรรดาผูข ัดขนื เขาไดข อรอ งอุซามะฮฺ ใหปลอ ย อมุ ัรฺ มาเพอื่ ชว ยเหลอื เขาในกจิ การของคอลฟี ะฮฺ เพราะเขาเอง ไมมสี ามารถจะทํางานตามแผนให สมบรู ณโ ดยลาํ พงั ได จึงจําเปน ที่เขาจะตองมีพนื้ ฐานอนั แขง็ เกรง ดว ยการไดค นทม่ี พี ลัง และมี ความเกงกลา อยาง ทเี่ คยใชไ ดผ ลมาแลว ในการคดั คานทา นศาสนทูต(ศ) และพวกเขาไมแยแสตอ ความกรว้ิ ของอลั ลอฮฺ และการสาปแชงของทา นนบ(ี ศ) ท่มี ตี อ ผูขดั ขืนการเขา รวม กองทพั ของอุซา มะฮฺ ท้งั ทที่ านไดสงเขาไปดว ยตวั ทานเอง ไมต อ งสงสยั เลยวา พวกท่ี วางแผนครงั้ น้ี รวมกันขดั ขืน จากการเดนิ ทพั เพื่อจะไดด าํ เนนิ กิจการของพวกเขา และชว ยกนั ประสานงาน ตามหลกั การของ พวกเขานน่ั เอง ถาม ๒๔ : ทาํ ไมพวกเขาจงึ แยกอมิ ามอะลี ใหออกหา งจากความรับ ผิดชอบ และ ไมใ หท า นรว มมือในเร่ืองใดเลย ? ตอบ : จากการทพ่ี วกเขาใหค วามใกลช ิดกบั อดีตบรรดาเชลยทไ่ี ดร ับ อสิ ระ โดยไดม อบตาํ แหนง ในการปกครองใหแกคนเหลา นน้ั อกี ทง้ั ใหค นเหลา นน้ั รว มมือ ในกจิ การของ พวกเขา และไดแ ตงตั้งบางสว นจากคนเหลา นน้ั ขึ้นเปน ผูบ ญั ชาการ เปน ขาหลวง ในคาบสมทุ ร อาหรบั และในภมู ภิ าคตา งๆ ของอสิ ลาม อยา งเชน วะลีด บนิ อกุ บะฮ,ฺ มรั ฺวาน บนิ ฮกุ ม, มอุ าวิ ยะฮแฺ ละยะซดี บุตรชายสองคนของอะบู ซุฟยาน, อัมร บนิ อาศ, อัล-มฆุ ีเราะฮฺ บนิ ชอุ บฺ ะฮ,ฺ อะบู ฮรุ ็อยเราะฮฺ และคนอ่ืนๆ อกี หลายคน ทีเ่ คยสรา งความอดึ อัดใจ แกทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ(ฺ ศ) มาแลว แตพวกเขากลบั แยกทา นอะลี บนิ อะบฏี อลบิ ใหห า งออกไป โดยปฏิเสธทา น และทง้ิ ทา น ใหข งั ตวั ในบา น และมิไดใหท านรวมมือในกจิ การใดๆ ของพวกเขา เปน เวลานานถงึ ๒๕ ป เพ่อื จะ ทําใหทา นตกตํ่า ลบหลูด แู คลน และใหป ระชาชนออก หา งจากทา น เพราะคนทง้ั หลายน้นั เปน ทาสของโลกดนุ ยา พวกเขามกั จะโนม ไปหาผมู อี าํ นาจ เกียรติยศ และทรัพยส นิ เงินทอง ตราบเทา ท่ี ทา นอะลี ไมมอี ะไร เปนเครอื่ งยงั ชพี ประจาํ วนั นอกจากแสวงหาดว ยการดิ้นรน และหยาดเหงอื่ แรง งาน ดังนนั้ ประชาชนจึงแยกตวั ออกจากทา น และไมโ นม เขาหาทา น
ท่เี หน็ ไดชัดอยา งหนง่ึ ทา นอะลี(อ) อยูในสภาพเชน นน้ั ในชวงสมยั คอลฟี ะฮฺ อะบูบกั ร, คอ ลฟี ะฮฺ อมุ รั ,ฺ และคอลีฟะฮอฺ สุ มาน คือ ทา นตอ งจาํ นาํ บา น ซง่ึ คนทงั้ หมดไดกระทําเพื่อลบหลดู ู แคลน และดบั รศั มีของทา น บดบงั เกยี รติยศ และความดงี ามของทา น และทา นไมมสี ิ่งลอใจทาง โลกทคี่ นทงั้ หลายปรารถนา ถาม ๒๕ : ทาํ ไมพวกเขาทําสงครามกบั ผทู ี่ไมย อมจา ยซะกาต ทง้ั ๆ ท่ีมีคาํ สง่ั หา ม จากทา นนบี มิใหทําอยา งนน้ั ? ตอบ : เพราะวา ศอฮาบะฮบฺ างคน ทเี่ ขา รว มบัยอะฮฺตออมิ ามอะลี ทฆี่ อ ดรี ฺคมุ เมอ่ื ตอนที่ พวกเขากลบั จากทาํ ฮจั ญอลั -วดิ าอฺพรอ มกบั ทานนบ(ี ศ)นนั้ ไม ยอมจา ยซะกาต ใหแ กอ ะบบู กั ร เนอ่ื งจากพวกเขามไิ ดม ารวมในวนั ทที่ า นนบี(ศ) วะฟาต และไมทราบเหตุกาณท ี่เกดิ ขึน้ ในภายหลงั กรณมี ีการเปลยี่ นตัวคอลฟี ะฮฺ จากทา นอะลี เปนอะบูบกั ร เพราะพวกเขามไิ ดอ ยูในเมอื งมะดนี ะฮฺ ไมต อ งสงสัย เลยวา ขา วคราวบางอยา ง ไดเล็ดลอดไปถงึ พวกเขา วา ทานหญงิ ฟาฏิมะฮฺ ขดั แยง กบั พวกเขา โกรธเคอื งตอ พวกเขา และขา วทวี่ า ทานอะลี ก็ไมย อมใหส ตั ยาบนั ตอพวกเขา ดว ย ประการเหลา น้ี พวกเขาจงึ ไมยอมสง มอบซะกาตใหแ กอ ะบบู กั ร จนกวา พวกเขาจะไดรบั ความ กระจา งในเร่ืองนนั้ ๆ เสยี กอ น ถึงตอนนี้ อะบบู กั รและอมุ รั ฺจงึ ตกลงใจ และใชอ าํ นาจการปกครอง ดวยการ สง กองทพั ไป ยงั พวกเขา ภายใตก ารนาํ ของคอลิด บนิ วะลดี ซง่ึ เปน มือดาบอนั คมกรบิ ของพวกเขา ดงั นนั้ เขา จงึ ทาํ ลายการตอสขู องคนเหลา นน้ั และทาํ ให พวกเขาสยบ โดยสงั หารคนผูชายแลวจับตัวผหู ญิง และบรรดาลูกหลานเปน เชลย เพือ่ จะไดเ ปน บทเรยี นสาํ หรบั คนทบ่ี อกตวั เองวา ตนจะไมยอมเชื่อ ฟง หรอื แตะตอ ง อํานาจรฐั ถาม ๒๖: ทําไมพวกเขาหา มบนั ทกึ และถายทอดฮะดษี นบี ? ตอบ : นบั ตัง้ แตช ว งแรกทเ่ี ดยี ว ทพ่ี วกเขากระทาํ การขดั ขวางฮะดษี นบี ทงั้ โดยภาพรวม และในรายละเอียด ทัง้ น้ีมใิ ช เพียงเพราะ เปนปกาศติ แหงบทบญั ญตั ิ การแตง ตั้งคอลฟี ะฮฺ และ เกยี รติยศของอิมามอะลี เทา นนั้ หากแตเ ปน เพราะวา เปนฮะดษี ท่ีขัดแยง กับคาํ พดู และการกระทาํ ของพวกเขา ทพี่ วกเขาใชใ นการ ดาํ เนินบทบาท เก่ยี วกกบั วถิ กี ารดําเนินชวี ิต และวางรากฐานใน การจัดต้งั รัฐ ในรูปแบบใหม ท่ีพวกเขาไดป ระดษิ ฐคิดคน ขึ้นมา ใหสอดคลอ งกับการวนิ จิ ฉยั ความ ของพวกเขาเอง ถาม ๒๗ : อะบบู กั ร เปน คนที่สามารถรบั ภารกิจในตาํ แหนง คอลีฟะฮหฺ รือ ? ตอบ : อะบบู ักรม ไิ ดเปน คนท่ีสามารถรับภารกจิ ในตําแหนง คอลฟี ะฮฺได ถา หากไมมีอมุ รั ฺ บิน คอ็ ฏฏอบ และบางคนจากบรรดาหวั หนาในตระกลู อุมยั ยะฮฺ ทีเ่ ปนกนุ ซอื ให ประวตั ิศาสตร ไดบันทึกวา อะบบู ักรเ คยสยบตอกฎเกณฑ และ ความเหน็ ของอมุ รั ฺ บนิ ค็อฏฏอ บ ซึง่ เปน ผูปกครองตวั จรงิ เสมอๆ หลกั ฐานในขอ นี้ คอื ประวตั ขิ องพวกมุอลั ลฟั ทม่ี าหาอะบบู ักร ในสมยั ท่ี
เขาดํารงตําแหนง คอลีฟะฮฺ ชว งตน ๆ โดยอะบบู กั รไดเ ขยี นหนงั สอื ใหพ วกเขาพาไปมอบยงั อมุ รั ฺ ซง่ึ มี อาํ นาจ หนา ทีท่ างดา นบยั ตลุ มาล ดงั นนั้ อมุ รั จฺ งึ ฉกี หนงั สือฉบับนน้ั และตะเพิดพวกเขา กลบั ไป พวกเขาจึงยอ นกลับไปหาอะบบู กั ร แลวถามวา : ทา นหรือเขากนั แน ทเ่ี ปน คอลฟี ะฮฺ ? อะบูบักร ตอบทันทวี า : ก็เขานนั่ แหละ อินชาอลั ลอฮฺ ! ทาํ นองเดียวกนั เมอ่ื อะบบู กั รไดแบง ทด่ี นิ ใหแก อัยยนิ ะฮฺ บิน ฮศุ ศ็อน และ อลั -อักเราะอฺ บนิ ฮาบิซ อมุ รั ฺไดค ัดคา น ทนั ทีเมื่อไดอ า นหนงั สือของอะบบู กั ร แลว ลบขอความนน้ั ออกเสยี ดงั นน้ั คนทงั้ สองจงึ ยอ นกลบั ไปหาอะบบู กั ร แลว พูดตาํ หนิ การกระทาํ ของอุมัรฺ โดยคนทั้งสองบอกอะบู บกั รว า : ขอสาบานตออัลลอฮฺ เราไมร ู วา ทา นหรอื อมุ ัรกฺ นั แน ทเ่ี ปน คอลีฟะฮฺ ? ดงั นัน้ เขาตอบวา : อมุ ัรนฺ ั่นแหละ ทเ่ี ปน คอลฟี ะฮฺ และเมื่ออุมรั ฺมาหาดว ยความโกรธ และดา วา อะบบู ักร เรื่องมอบ ที่ดนิ ดว ยถอ ยคาํ ทห่ี ยาบคาย อะบบู ักรไ ดก ลา วกบั เขาวา : ฉนั ไมเคยพดู กับทา นดอก หรือวา ทา น เขมแข็งกวาฉนั สําหรบั ตําแหนง นี้ แตท า นกเ็ อาชนะฉนั จนได (๑๘๗) อลั -บุคอรไี ดรายงานไว ในศอฮีฮฺของทา น วา อุมัรฺ ไดก ําชับใหคนทง้ั หลาย มอบสัตยาบัน แกอะบบู ักร ดว ยการกลา วกบั พวกเขาวา : แทจริงอะบบู กั รเ ปน สหายของทานศาสนทูตแหง อัลลอ ฮฺ เปน สองคนทีเ่ คยอยดู ว ยกนั เขาคือคนมีสิทธิ ทสี่ ุดในหมบู รรดาคนมุสลิม ทจี่ ะปกครองกจิ การ ของพวกทา น ดงั นนั้ จงลกุ ขน้ึ เถดิ แลว จงใหส ัตยาบนั แกเ ขา ทานอะนสั บิน มาลกิ ไดกลาววา : ฉนั ไดยิน ทา นอุมรั ฺ พูดกับอะบบู กั รใ นวนั นน้ั วา : จงข้ึนบนแทน เทศนาเถดิ ดังั้น ทนั ทที เ่ี ขาข้นึ ไปยืน บน มิมบรั ฺ ประชาชน ตา งพากนั ใหส ตั ยาบนั แกเ ขาโดยทั่วกนั ถาม ๒๘ : ทําไมอะบบู ักร จงึ ไดผูกมดั ตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ และยกให แกอ มุ รั ฺ กอ นท่ีจะถงึ แกก รรม ? ตอบ : ในฐานะทอี่ มุ รั ฺ บนิ ค็อฏฏอ บ เปน คนสวมบทผกู ลาหาญ ชาญชัย ในการขจัด ทานอะลี ออกไปจากตาํ แหนง คอลฟี ะฮไฺ ดส าํ เร็จ ดวยการคัดคา นตอ ทา นนบี(ศ)เปนคนแรก และ ดําเนนิ การใหช าวอนั ศอรฺ มอบสตั ยาบนั แกอ ะบูบกั ร และบงั คบั คนทง้ั หลายใหมอบสตั ยาบนั ดวยการบบี บงั คับ และวธิ ีการทร่ี ุนแรง จนถงึ ขั้นขม ขจู ะเผาบานทา นหญงิ ฟาฏมิ ะฮฺ ในฐานะทเี่ ขาเปนคอลีฟะฮฺตวั จรงิ ดงั ที่เราไดก ลาวไปแลว ซ่งึ เปน คําแรก และคําสดุ ทาย สําหรับเขา ไมตองสงสยั เลยวา เขาเปน ชาวอาหรับทห่ี ลกั แหลม คนหนึง่ เขารดู วี า ชาวมสุ ลมิ โดยเฉพาะชาวอันศอรนฺ นั้ ไมเ หน็ ดว ยในการมอบ สัตยาบันใหแ กเขา เพราะธรรมชาติในตัวของเขา นนั้ เปน คนมทุ ะลดุ ดุ นั และโกรธ งา ย ดงั นน้ั เขาจึงยกใหอะบูบกั รขึ้นเปน ผนู าํ พวกเขากอ น เพราะ ธรรมชาติในตวั ของ อะบูบกั รน ั้น เปน คนนมิ่ นวล มจี ติ เมตตา และเปน คนทเ่ี ขานับถืออิสลาม ใน สมยั แรกๆ อีกทง้ั บตุ รสาวของเขา คือทา นหญิงอาอชิ ะฮฺ กน็ ับวา เปน สตรที ่กี ลา แกรง มี ความสามารถฝาฟน อุปสรรค และเปล่ียนแปลงสถานการณไ ด เขาจงึ รู อยา งแนว แน อะบบู กั ร ตอ งออ นขอใหแ กเขา และเชอื่ ฟง คําปรึกษาหารือของเขา ในทุกปญ หา ที่เขามอบให
การทีอ่ ะบบู กั ร ไดม อบตําแหนง คอลฟี ะฮฺ ใหแ ก อุมรั ฺ น้ันกอ นทม่ี ีการ บนั ทกึ ก็มไิ ดเ ปน เรอ่ื ง ลับ สาํ หรับศอฮาบะฮฺสว นใหญ เพราะทา นอิมามอะลีเอง กเ็ คยพดู กบั เขา ตงั้ แตวนั แรกแลววา : “เขาทําการรีดนมใหแกท า น ฉะน้ันทา นจง ชวยเหลือเขาในวนั น้ี ใหเ ขมแขง็ เถดิ เผื่อวนั หนา เขาจะ มอบมนั คนื กลบั มาหาทาน” เชนเดยี วกับท่ีทา นไดก ลา วกบั อุมรั อฺ กี ครงั้ หนงึ่ เมื่อตอนท่เี ขาออกมา พรอ ม กบั หนงั สอื ท่ีอะบูบกั รม อบตําแหนงใหแกเขา โดยทานไดกลา วกับเขาวา : ฉันรู ในหนังสือ บันทกึ นนั้ ดี เพราะทา นเคยทําใหเ ขาเปน ผปู กครอง ในสมัยแรก ฉะนน้ั เขาจะทาํ ใหทา นเปน ผปู กครองในสมัยน”้ี ฉะนัน้ การทอ่ี ะบูบกั รม อบตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺใหแ กอมุ ัรฺ จงึ เปน เร่อื งทรี่ ู กนั อยูแลว ในหมู ประชาชน ในเมื่อตอนที่เขามีชีวิตอยู เขาเคยยอมรับตอ หนา คนทง้ั หมด วา อุมัรฺ มีความเขมแขง็ กวาเขา ในการปกครอง ดงั นัน้ จงึ มิใชเรอื่ งแปลก ทเี่ ขาจะมอบตําแหนงคอลีฟะฮฺ แกอ ุมัรฺ เมื่อเขา ตายแลว เรื่องเหลา นี้ ยอ มอธิบายใหเราเขา ใจอีกครง้ั หนึง่ วา ทอี่ ะฮฺลซิ ซนุ นะฮฺ พูดวา ตาํ แหนงคอ ลีฟะฮฺ จะเปน ไปมไิ ด นอกจากโดยหลกั ชูรอ(การปรึกษาหารือ) นัน้ เปน เร่ืองทไี่ มม ีมลู ความจริงแต อยางใด และมไิ ดเปนเร่ืองทอ่ี ยูในความคดิ ของ อะบบู กั รแ ละอมุ รั เฺ ลยแมแ ตน อ ย ฉะนัน้ ถา ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ฺ ศ) วะฟาตไป โดยไดท ิ้ง หลกั การชูรอไวใ นหมูประชาชนจรงิ ตามที่ พวกเขาแอบอา ง ฉะนั้น อะบูบักรก จ็ ะเปนคนแรกทท่ี าํ ลายหลกั การขอนี้ และขดั แยง กบั ซนุ นะฮฺ ของ ทา นนบ(ี ศ) โดยยกตาํ แหนง ใหแกอ มุ รั ฺ บิน ค็อฏฏอ บ ใหส บื ตอ ภายหลังจากเขา จะเหน็ ไดเสมอวา อะฮฺลิซซนุ นะฮฺ นนั่ แหละ ที่อวดอา งความภาคภมู ใิ จ และ ความโดดเดน วา พวกเขาเชอื่ ถอื ในหลกั การชูรอ และถอื วา ตาํ แหนง คอลีฟะฮฺ จะใช ไมได นอกจากตองมี หลักการชรู อ พวกเขามักดหู มน่ิ ดแู คลน คาํ พูดของชอี ะฮฺ ที่ เชอ่ื มนั่ วา ตําแหนง คอลีฟะฮฺ จะมขี ้ึน มิได นอกจากโดยปกาศติ จากอลั ลอฮฺ และ ศาสนทตู ของพระองค( ศ) ทา นคงเคยไดย ิน คนสว น ใหญในหมพู วกเขา วิพากษ วจิ ารณว า ความเช่ืออยา งน้ี เลด็ ลอดเขามาในอสิ ลามจากฝา ย เปอรเซยี ซง่ึ พวกเขา ถอื วา อํานาจการปกครอง เปนมรดกสบื ทอดมาจากพระเจา สว นมากอะฮลฺ ซิ ซุนนะฮฺจะหยิบยกหลกั ฐานจากโองการความวา : “และกจิ การของพวก เขา คอื การชูรอระหวางพวกเขา” โดยถือวา เปน โองการทปี่ ระทานมา ในเรอื่ งคอลีฟะฮฺ โดย หลักฐานน้ี เรามีสิทธิจะกลา ววา : อะบูบกั ร และอุมัรฺ ได ขัดแยงกบั คมั ภรี และซนุ นะฮฺ ดวยกนั และ คนทงั้ สองมไิ ดด ํารงรักษาไวซ งึ่ หลักการที่ถกู ตอ ง ในเรอ่ื งตําแหนงคอลฟี ะฮฺ ถาม ๒๙ : ทําไมอับดุรเฺ ราะมาน บนิ เอาฟ จึงวางเง่ือนไข กับ ทาน อะลี บิน อะ บีฏอลบิ วา จะตองปกครองตามแบบอยา งของคอลีฟะฮสฺ อง ทา นแรก ? ตอบ : ดว ยความรักชอบในโลกดุนยา มากกวา อัลลอฮฺ ไดทาํ ใหอ บั ดรุ ฺ เราะมาน บนิ เอาฟ เปนคนท่กี าํ หนดชะตากรรมของประชาชาติ หลงั จาก สมัยอมุ ัรฺ โดยเขาจะเลอื กทางเดนิ
ตามทเี่ ขาเหน็ ชอบ ใหแกพ วกเขา และจะขจัดคน ที่เขาเหน็ ชอบ ทุกอยางเหลา น้ี มาจากแผนงาน ของอมุ รั ฺ ทมี่ อบอํานาจใหแ กเ ขา มากกวา ศอฮาบะฮฺ คนอ่นื ๆ อับดรุ ฺเราะมาน บิน เอาฟน นั้ นับวา เปนชาวอาหรบั ทฉ่ี ลาดหลกั แหลม อกี คนหนง่ึ ไมตองสงสัยเลยวา เขาคอื สมาชกิ ของพรรค ผู วางแผน ดาํ เนนิ การใหต าํ แหนงคอลีฟะฮฺ พลัดพรากจากเจา ของตําแหนง ตาม หลกั ศาสนา ในเม่อื อลั -บคุ อรีไดย อมรบั วา อบั ดุรเฺ ราะมาน บิน เอาฟ เปน คนที่กลัวทา นอะลอี ยเู พยี งเร่ืองเดียวเทานั้น (๑๘๘) ฉะนนั้ เปนธรรมดาทีเ่ ขา จะตอ งดาํ เนนิ การทําใหท า นออกหา งไปจากตาํ แหนง เทา ที่เขามี ความสามารถ กระทาํ ได อบั ดรุ เฺ ราะมาน บนิ เอาฟ เปน เหมือนกบั ศอฮาบะฮคฺ นอน่ื ๆ ทีร่ ูดีวา ทา น อะลี ไมเคยเหน็ พองกบั การวินิจฉยั เร่ืองตา งๆ ของอะบบู ักร และอมุ ัรฺ ตลอด ทงั้ กฎเกณฑตางๆ ท่ี คนทงั้ สองเปลย่ี นแปลงไปจากคัมภรี แื ละซุนนะฮฺ และทาน พยายาม อยางสุดความสามารถ ในการ คดั คา น และปฏเิ สธคนทง้ั สอง ดวยเหตนุ ้ี อบั ดุรเฺ ราะมานจงึ ยน่ื เงือ่ นไขตอทานอะลี วา ใหปกครอง ตาม แบบอยาง ของอะบูบักร และอุมรั ฺ เพราะเขารูลวงหนามากกวาใครๆ วา อะลี ไมเ ลนลน้ิ ไมพ ดู โกหก และไม ยอมรับเงื่อนไขนี้ อยา งเด็ดขาด ขณะเดยี วกัน เขา ก็รวู า อสุ มาน บตุ รเขยของเขา เปน ทถี่ ูกอกถูกใจ ของชาวกเุ รช และสมาชิกรว ม ในการวางแผนทุกคน ถาม ๓๐ : ฮะดษี อิมามสบิ สอง มีปรากฏในตาํ รา ของอะฮฺลิซซนุ นะฮฺ ดว ยหรอื ? ตอบ : ทงั้ บุคอรี และมสุ ลมิ ตลอดจนนกั ฮะดษี ทงั้ หมด จากอะฮฺลซิ ซนุ นะฮฺ ตางไดรายงาน ฮะดษี ของทา นนบี(ศ) ทวี่ า “ศาสนายังคงดาํ รงอยตู ลอดไป จนกวา จะถึงยามอาวสาน หรือไดม สี บิ สองคอลฟี ะฮฺ มาปกครองพวกทา น พวกเขาทง้ั หมด มาจากเผากเุ รช” (๑๘๙) ฮะดีษยงั คงเปน ปญ หาคาใจ ท่ไี มม คี ําตอบใดๆ จาก อะฮลฺ ซิ ซนุ นะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ และพวกเขาก็ไมก ลา อาจหาญ นบั คนใด จากบรรดา นักปราชญของพวกเขา หลังจากคอลฟี ะฮฺรอชดิ นี สีท่ า นแลว ยกเวน ทานอมุ ัรฺ บนิ อบั ดลุ -อะซีซ ซึ่ง รวมแลว ก็มีจาํ นวนหา ทา นเทา นน้ั ยงั ขาดจากจาํ นวนนน้ั อยูอ ีก ถงึ ๗ ทา น สวนถา พวกเขากลา ววา หมายถงึ ตาํ แหนงอมิ ามของทา นอะลี และลกู หลาน ของทาน ซงึ่ ฝายอิมามียะฮฺกลา วไว พวกเขากจ็ ะกลายเปน ชีอะฮฺ ของอะฮฺลลุ บัยต นบี แตถ าพวกเขาจะ กลาวหาวา ฮะดีษนี้ เทจ็ กจ็ ะกลายเปนวา ตาํ ราศอฮีฮฺของ พวกเขา ปราศจากความจรงิ และในนน้ั ไมมีอะไรเลย นอกจาก เปน เรือ่ งโกหก พกลม ทงั้ นน้ั นอกเหนอื จากนี้ ฮะดษี บทนที้ ี่ไดร ะบอุ ยางชดั เจน วา ตาํ แหนง คอลฟี ะฮฺ จะตกอยูในเผา กเุ รชฝายเดียว ยังคา นกับหลกั การชรู อ ตามที่พวกเขากลา วกนั อยู เพราะระบบเลอื กตัง้ และระบอบประชาธิปไตยนั้น จะรวมคนในชาตทิ ุกหมเู หลา และไมช ้ี เฉพาะเจาะจง ยงั ชนเผา ใดเผา หนึ่ง โดยไมคํานงึ ถงึ เผา อืน่ ๆ หากแตตอ ง ผนวกชนเผาตางๆ ในหมู ชาวอาหรับกบั ชนเผา อนื่ ๆ ทเี่ ปน ชาวอสิ ลาม ซง่ึ มใิ ชช าว อาหรบั เขา ไปดว ย
น่ีคอื คําตอบสน้ั ๆ และสรุปทส่ี ดุ เพอื่ ใหท า นผอู านกระจา งแจงในบางปญ หา ท่ีชวนใหง นุ งง ในความคิด ทง้ั น้ี มคี าํ ตอบโดยละเอยี ดอยแู ลว ในตาํ ราประวตั ิ ศาสตร และในหนงั สอื สองเลมของ ขาพเจา คือ “ในท่ีสุดขา พเจา กไ็ ดรบั ทางนาํ ” และ “ขออยกู บั ผสู ตั ยจ ริง” ดว ยเชน กนั จึงเปนหนา ทสี่ าํ หรับนกั คนควา จะตอ งยอ นไปพจิ ารณาหลักฐานอา งองิ ท่กี ระชบั เพื่อการ เขาถึงความจรงิ อันถอ งแท คือจะตองตรวจสอบบทรายงาน และ เหตุการณต างๆ ทาง ประวัติศาสตร เพอ่ื เปดเผยความจรงิ ทถ่ี กู หอ หุม ไว ดว ย อาภรณท ี่ผิดพลาด แลว จะไดชําระสะสาง ใหมองเหน็ ความจริง ท่อี ยใู นอาภรณ ทแี่ ทจริง
บทท่ี ๗ ปญ หาเกยี่ วกบั ฮะดิษอนั ทรงเกยี รติ ขาพเจา จะอธบิ ายใหท านผอู านเขาใจวา ปญ หาฮะดิษ เปน ปญ หาใหญที่สุด สําหรบั บรรดา มุสลมิ ในปจ จบุ ันน้ี โดยเฉพาะอยางยงิ่ ในสมัยทีม่ พี วก ดร.สาขาวิชา ฮะดษิ สําเร็จมาจากมหาวทิ ยาลยั ของพวกวะฮาบีย จะเหน็ ไดว า พวกเขาจดจาํ ฮะดิษตา งๆท่สี อดคลอ งกับมัซฮับและความเช่ือของพวก เขา สว นใหญฮ ะดิษ เหลา น้ี มกั ถกู อปุ โลกนโดยพวกอมุ ยั ยะฮ บรรพชนของพวกเขา ซึง่ เจตนารมณ ของ พวกเขา เองอกี ดวย ที่มงุ มนั่ จะดับรัศมขี องศาสนา และภาพพจนของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ดวยเรอ่ื งนน้ั ใหด ู เปน คนเลอะเทอะตลกคะนอง ซง่ึ ไมรสู ง่ิ ทต่ี นพดู และมิไดสนใจกบั ฮะดิษตา งๆ ของตน และการกระทํา ของตนทีข่ ดั แยง กนั เอง อยา งชนดิ ท่นี า ขัน ถงึ แมวา จะมบี รรดานกั วเิ คราะห และนักปราชญจ ากอะหลิซซนุ นะฮ จะลกุ ขนึ้ มาชาํ ระสะสาง ฮะดษิ และความพกิ ลพกิ ารของมัน แตน บั เปน เร่ืองเศราอยา งยง่ิ ทฮ่ี ะดิษ เหลา นั้น ยงั มีอยู ในตาํ ราซอ เฮียะหต า งๆเปน สวนมาก และทํานองเดยี วกนั ตาํ ราของชอี ะฮเองกม็ ไิ ดป ลอดพน จากการปลอมแปลง เหลาน้ี แตพวกเขายอมรบั วา ไมม ตี าํ ราเลมใดของพวกเขามีความถกู ตอง นอกจากกิตาบลุ ลอฮ นอกเหนือ จากนนั้ ลว นแตข าดบา ง เกนิ บา ง สว นอะหล ซิ ซนุ นะฮ นน้ั พวกเขามีความเหน็ พอ ง ตองกัน วา ตําราซอเฮยี ะหท ั้งสองเลม คือ อลั บุคอรี และมุสลมิ นนั้ เปน หนังสือที่ มีความถกู ตอ งทส่ี ุด ถดั จาก คมั ภรี ข องอัลลอฮ ยิง่ กวา นั้นพวกเขาบอกวา ทกุ สงิ่ ทกุ อยา ง ทม่ี ใี นสองเลม นน้ั ลว นเปน สง่ิ ทถ่ี ูกตอ ง ดว ยเหตนุ ้ี ขาพเจาจงึ พยายามนาํ บางตวั อยางจากฮะดิษ ท่ีบคุ อรีและมสุ ลมิ รายงานไว มาเสนอตอ ทา นผูอาน และเรือ่ งราวตา งๆ ทม่ี ีในน้นั อนั เปนเรอ่ื งราวทีล่ บลางเกยี รตยิ ศของทา น ศาสนทูตผูย่ิงใหญ (ศอ็ ลฯ) หรอื เกยี รตยิ ศของอะหล ลุ บยั ต (อ.) และ บดั นี้ ขาพเจา จะขอเสนอบางฮะดิษ ทีถ่ กู อปุ โลกน ขึ้นมา เพอื่ สนบั สนุนพฤตกิ รรมการปกครองของตระกูลอมุ ัยยะฮ และอบั บาซยี ะฮ ทง้ั ทีใ่ นความเปน จริง พวกเขาตองการใชเปนเคร่ืองมือ ในการลบลางฐานภาพดานอิศมะฮข องทา นนบี(ศ็อลฯ) เพือ่ เอือ้ อํานวยใหแ กก ารประกอบอาชญากรรม และการเขนฆา ทีพ่ วกเขากระทาํ ตอ ผูบรสิ ุทธิ์ดังตอ ไปน้ี : ทานนบี(ศ็อลฯ) เปน คนหลอกลอ อัล บุคอรไี ดร ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กิตาบวาดว ยการขออนญุ าต และ ในกติ าบอดั ดิ ยาต บาบ วา ดว ย ผทู ี่สอดรูในบานของผูอน่ื ดังนนั้ จงควกั นัยนตา ของเขา โดยไมตอ งมีคา ทาํ ขวญั ใดๆ ทาํ นองเดยี วกบั ทานมสุ ลิม ไดร ายงานไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ย มารยาท บาบวา ดวย การหามมองในบา นของผอู น่ื รายงานจากทา นอนัส บนิ มาลกิ กลาววา มชี ายคนหน่ึงแอบมอง
หองหนง่ึ ของทา นนบี (ศอ็ ลฯ) ดงั นนั้ ทานนบ(ี ศอ็ ลฯ) จงึ ลกุ ข้นึ ไปหาเขาพรอ มกับลกู ศรดอกหนงึ่ หรอื หลายๆ ดอก ฉนั มองไปยงั ทา น เหมอื นกบั วา ทา นหลอกลอ ทจี่ ะแทงเขา แทจ ริงจริยธรรมอนั ยง่ิ ใหญ ยอ มคา นกบั ความประพฤตเิ ยย่ี งน้ี จากนบีแหงความเมตตา ซง่ึ ทา นเปน ผใู หค วามเอน็ ดู เมตตาเสมอ กับบรรดาผศู รัทธา สมมติ วา ทานนบีลกุ ข้ึนไปหาชายคนนี้ ซง่ึ แอบมองหอ งของนบจี ริง ทา นจะตองสอนเขา ผนู ้ัน ใหร ูจกั มารยาทของอิสลาม และใหเขาเขาใจวา การกระทําของเขานนั้ เปน ส่ิงตอ งหา ม มใิ ชจะลงมือดวยดอกศร และหลอกลอเขา เพอื่ จะแทงเขา แลว ควกั ตา เขา อาจเปน ไปไดว า ชายคนนัน้ มเี จตนาดี เพราะหอ งนน้ั มิไดเปน หอ งภรรยาของทา น หลกั ฐานก็คือวา ทา นอนัส บนิ มาลกิ อยู ณ ในนนั้ ดว ย ดงั นั้น อะไร คือ ขอหาน้ี ทพ่ี งุ ไปยงั ทา นศาสน ทูตแหงอลั ลอฮ และใหภ าพพจนตอทา นดว ยวาจาทห่ี ยาบคายวา ทานหลอกลอ หมายถงึ ลอบโจมตี เขาเพือ่ ควกั ตาของเขา มนั ยอ มพอเพยี งสําหรับทา นแลว ตามทีผ่ อู ธบิ ายอัล บคุ อรีไดใหหมายเหตุ ถึงความเสอื่ มเสยี ของมนั โดยไดก ลาววา “ยะฮตลิ ะฮ”ุ หมายถงึ การลอบโจมตเี ขา โดยเขา หา เขา ดวยวิธที ไ่ี มใหเขาเห็น” ทานนบลี งโทษทัณฑ ดว ยวิธีการทต่ี าํ่ ทราม และทาํ ใหค นมุสลมิ พิกลพกิ าร อลั บุคอรี ไดร ายงานไวใ นซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดวยแพทย ภาคที่ ๗ หนา ๑๓ ในบาบ วาดว ย ยาจากนมของ อูซและบาบวา ดว ย ยาจากปสสาวะ ของอูฐ วา ทานซาบิต ไดเ ลา เรา จาก รายงานของอนัส วา ครงั้ หนง่ึ ประชาชนประสบภาวะเจบ็ ปว ย พวกเขาจึงกลา ว วา : โอ ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ โปรดอปุ การะเรา และโปรดใหเ รารับประทาน อาหารเถดิ ดังนน้ั ทา นนบี(ศอ็ ลฯ) จงึ สง่ั พวก เขาให ตดิ ตามคนเลี้ยงสัตว( อูฐ)ของทาน แลวใหพวกเขาด่มื นมและปส สาวะของมนั ดงั นน้ั พวกเขาจงึ ตดิ ตามคนเลยี้ งสตั วข องทาน แลวไดด ่มื นม และปสสาวะของมัน จนกระทง่ั สุขภาพของพวกเขาดีขนึ้ แลวพวกเขากไ็ ดฆา สตั วเ ลย้ี ง แลวจงู ฝงู อฐู ไปเสีย เมือ่ ขาวนท้ี ราบไปถึงทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ทา นจึงสงั่ ให สบื หาพวกเขา แลวใหน ํา พวกเขามา ดังนนั้ ทา นไดต ดั มอื ของพวกเขา เทา ของพวกเขา และตตี ราที่ ดวงตา ของพวกเขา (ดว ยเหล็กทีถ่ ูกเผาจนแดงปลั่ง) แลว ฉันไดเหน็ ชายคนหน่งึ ในหมู พวกเขาเลีย พ้นื ดนิ ดวยลน้ิ ของตน จนกระทง่ั ตาย” คนมุสลิมจะเช่ือหรือ วา ทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) ซงึ่ เคยหามการ ทาํ ใหค นพิการ กลบั ดําเนนิ การดวยตัวเอง โดยทาํ ใหค นเหลา นนั้ พกิ ลพกิ าร ดวย การตดั มอื ตัดเทาของพวกเขา และตี ตรา(ดว ยเหลก็ ที่ถกู เผาจนแดงปล่งั ) ท่ีดวงตา ของพวกเขา เพราะพวกเขาฆา คนเลย้ี งอูฐของทา น แตถ า
หากนกั รายงานจะ กลาววา ดวยเหตุทพ่ี วกเขาไดท าํ ใหค นเลี้ยงอฐู พิการ แนน อน จะมขี อ อา งสาํ หรับ ทา นนบ(ี ศ็อลฯ) ในการลงโทษดวยการทาํ ใหพิการ แตน ี่มไิ ดม กี ารระบอุ ยา งนน้ั ทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ฆาพวกเขา และทําใหพ วกเขาพกิ ารเชนนไี้ ดอยา งไร เมือ่ ยังมิไดส อบสวน และให อิสระแกพวกเขา จนกวา ไดค วามท่แี นชดั วา คนใดในหมู พวกเขาทล่ี งมอื ฆา แลว จงึ ฆา คนนั้น อาจ เปนไปได ท่ีบางคนจะกลา ววา พวกเขา ทงั้ หมดรวมกนั ฆา จะเปน ไปไมไดเชียวหรอื ในความสามารถ ของทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ท่จี ะใหอภยั และผอ นปรนแกพวกเขา เพราะพวกเขาเปน มุสลมิ ตาม หลักฐาน ในคาํ พดู ของพวกเขาท่ีวา : โอทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ หรอื วา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศ็อลฯ) ไมเ คยไดยินโองการท่อี ลั ลอฮ ทรงตรสั วา “และถาพวกเจาลงโทษ ก็จงลงโทษเย่ียงเดียวกบั ที่ พวกเจา ถกู ลงโทษ และถา หากพวกเจา อดทน แนน อน น่นั คอื ความประเสรฐิ ยิ่งสาํ หรบั บรรดาผอู ดทน” (อัน นมั ลุ/๑๒๖) ในเมือ่ โองการนี้ ถูกประทานลงมา ยงั ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) ในขณะที่หวั ใจของ ทานถกู เผาผลาญ ในเหตกุ ารณท ป่ี ระมุขชุฮะดาอ ฮมั ซะฮ บนิ อับดลุ มตุ ฏอลบิ ลุงของทา น ถกู พวกเขา ผา ทองและถกู กินตับ ถกู เฉอื นอวัยวะสบื พันธ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ สะเทอื นใจอยา งรุนแรง ใน ยามทไี่ ดเ หน็ ลงุ ของทา นอยูใ นสภาพเชน น้ัน ทานกลา ววา ถา หากอัลลอฮท าํ ใหฉ ันสามารถเอาชนะพวก เขาได แนน อนฉนั จะทาํ ใหเหมอื นกนั สกั ๗๐ คน ดงั น้นั โองการนีจ้ ึงถกู ประทานลงมา แลวทา นได กลา ววา : ขา อดทนแลว โอพ ระเจา ของขา ” ทา น ใหอ ภยั แกวะหชยี มอื ฆาตกรทฆี่ า ลุงของทา น และให อภยั แกน างฮนิ ด ผซู งึ่ ทาํ รา ยศพอนั บรสิ ทุ ธ์ิผุดผอง โดยควักตับของทา นออกมากนิ และน่คี ือ จรยิ ธรรม ของ นบี(ศอ็ ลฯ) จากเรอ่ื งราว ที่บทรายงานไดเ สนอถงึ ความโหดเห้ียมน้นั แสดงวา ตัวของผูของผรู ายงาน น่ันเองท่ี เปน คนโหดเหี้ยม ซึ่งตรงกบั ท่ีเขากลา ววา : กอตาดะฮ ไดเ ลา วา มุฮัมมดั บิน ซีรีน ไดเ ลาฉนั วา เรอื่ งน้ี เกดิ ข้ึนกอนทีบ่ ทบัญญตั ิวา ดว ยการ ลงโทษถกู ประทานมา ท้ังน้ี เพอื่ ชว ยแกต างใหแ ก พฤติกรรมอนั นั้นของทา นนบี มอิ าจเปนไปไดห รอื ที่ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ จะสามารถควบคุม ตวั เองใหได กอนทพี่ ระเจา จะอธิบายแกท า น ฉะนนั้ ในเมื่อปญหาเลก็ ๆ ทา นไมส ามารถ ควบคมุ ได จนกวา จะมวี ะหยปู ระทานมายังทานเสยี กอ น ถามวา ทา นผอู า นคดิ เหน็ อยา งไร ในเรื่องโทษของการ หลง่ั เลือด และบทลงโทษทณั ฑ เปนเรอ่ื งงายเหลือเกนิ สาํ หรับผพู จิ ารณาในเรือ่ งนี้ ท่ีจะรไู ดวา บทรายงาน เหลา นี้ ถกู อุปโลกน ขึน้ จากฝา ยของวงศอ มุ ัยยะฮ และสมุนของพวกเขา เพอ่ื ความ พงึ พอใจของผูมีอาํ นาจ ทไ่ี มห วนั่ เกรงใน การสังหารชวี ติ ผูบ ริสทุ ธ์ิ เพยี งเพราะถกู สงสัย ถูกตง้ั ขอ หา และลงโทษพวกเขา ดวยวธิ ีอนั ตา่ํ ทราม จน ตอ งพกิ ลพกิ าร หลักฐานในเรื่องน้ี คือ ขอความในบทรายงานเอง ท่อี ลั บคุ อรไี ดบ ันทกึ ไว วา : สลามได
กลา ววา มีขาวมาถึงฉนั วา ฮจั ญาจ กลา วกับอนสั เขาไดบอกเลาฉันถึง บทลงโทษท่รี ุนแรง ซงึ่ กระทํา โดยทา นนบี(ศอ็ ลฯ) ดงั น้นั เขาจึงเลา ใหต นทราบเรือ่ งนี้ เม่ือทราบ ถงึ ทานฮาซนั เขาไดก ลาววา “ฉันจะ ยินดีนกั ถาเขาไมเ ลาอยา งน้ี” (๑๙๐) ไดม กี ล่นิ การปลอมแปลงเกดิ ขึน้ จากบทรายงาน เพื่อความพึงพอใจของ ฮจั ญาจ อซั ซะกอฟย ซึง่ กอความเสยี หายในหนา แผนดิน และสงั หารชอี ะฮของอะหลุลบยั ต หลายพนั คน อกี ทง้ั ยงั ไดท าํ ให พวกเขาพกิ าร โดยการตดั มือ ตดั เทา ควกั ลูกตา ดงึ ลนิ้ ออกจากปาก และตรึงคนเปน ๆ บนไมกางเขน แลว นาํ ไปตากแดด บทรายงานประเภทน้ี จะชว ยแกตา งใหก บั การกระทาํ ของเขา นนั่ คือ เพยี งเปน การ ทําตามแบบอยา ง ของทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ และสาํ หรับพวกเจา คือแบบอยา ง ท่ีดงี าม ในตวั ศา สนทูตแหง อัลลอฮ ลาเฮาลา วะลากวู ะตะ อลิ ลา บิลลาฮ ดว ยเหตนุ ้ี มอุ าวิยะฮจึงมีศลิ ปะในการใชบ ทลงโทษ และทาํ ใหพ ิกลพกิ าร แกชาวมุสลมิ ท่ีเปน ชีอะฮข องทา นอะลี ตงั้ เทา ไหร ท่เี ขาไดเ ผา ไดฝงทั้งเปน ตง้ั เทา ไหร ที่เขาไดต รงึ กางเขนกับตนอนิ ทผลมั อนั เปน ศลิ ปะที่ อัมร บนิ อาศ เสนาบดีของเขาไดคิดคนข้ึนมาใช เชน การที่เขาจบั มุฮัมมัด บนิ อบูบักร ใสถ งุ หนงั ลา แลวโยนลงในกองไฟ เพ่อื เปนการแกตวั ใหก ับความบาคลงั่ ของพวกเขา ทก่ี ระทาํ กบั เด็กสาว และบรรดาสตรี ขอให ทา นติดตามอา น ดงั ตอ ไปน้ี ทา นนบี(ศ็อลฯ) ชนื่ ชอบการรว มประเวณี อลั บคุ อรีไดรายงานในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบอัล ฆุซล บาบวาดว ย เม่ือรวมประเวณแี ลว กลบั ไปซํา้ อีก และผูท่ีรวมประเวณีกบั ภรรยาหลายๆ คน แลว อาบนาํ้ ชาํ ระครง้ั เดียว วา : มุอาซ บนิ ฮชิ าม ไดเ ลา เราวา : บิดาของฉนั ไดเลารายงานจาก กอตาดะฮ วา : อนัส บนิ มาลกิ เลา เราวา :ทา นนบ(ี ศ็อลฯ))หมุนเวยี นอยกู บั ภรรยาของทา น ในเวลาเดียวกนั ทง้ั กลางวนั และกลางคืน ในจาํ นวนภรรยาของทานทงั้ ๑๑ คน เขาไดกลาววา ฉนั ไดพ ูดกับทา นอนัสวา ทา นมกี ําลงั พอทจ่ี ะ กระทําเชน นนั้ หรือ ? เขาตอบวา พวกเราพูดกันวา ทา นไดร บั พละกาํ ลงั เทา กบั สามสบิ คน แทจรงิ น่ีคอื บทรายงานทถ่ี ูกอปุ โลกนขน้ึ เพื่อ ลบหลเู กยี รตยิ ศของทาน ศาสนทตู (ศ็อลฯ) เพื่อ พวกเขาจะไดแ กตวั ใหแกราชารอชดี แกพ ฤตกิ รรมของมอุ าวิยะฮ และแกยะซดี คนวปิ ลาส ! อนสั บนิ มาลกิ ไปรูมาจากไหนวา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ)รว มประเวณีกับภรรยาทงั้ ๑๑ คนของทา น ในชว งเวลาเดยี วกนั ทา นศาสนทูตบอกเรือ่ งนน้ั ใหเขารู หรือวาเขาเปน คนทีอ่ ยใู นเหตกุ ารณ ? ขอความ คุมครองตอ อลั ลอฮ ใหพ น จากการกลาวถอ ยคาํ ทีไ่ รส าระ เขารูมาจากไหน วา ทา นมีพละกาํ ลงั เทา กับ ๓๐ คน ?
มนั เปน การกออาชญากรรม ตอ สิทธขิ องทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) ผซู ่งึ ไดทมุ เทชีวิต ของทาน ในดา นการตอสดู ้นิ รน การเคารพภักดตี อ พระเจา และ อบรมสงั่ สอน ประชาชาตขิ องทาน ทําไม บรรดาคนโงเขลาเหลานนั้ จงึ เช่ือ ในเมอื่ พวกเขาถกู เลาเรื่องท่อี ัปยศ อดสูเชนนี้ เหมอื นกบั วา สภาวะทางสตปิ ญญาของพวกเขา สกปรกโสมมไปดว ย อารมณร าคะเย่ียงสัตว เดรัจฉาน ในการทพ่ี วกเขาชอบคุย โวโออ วดกนั ถึง ความสามารถของพวกเขาทร่ี ว มประเวณไี ดม าก และมกี ําลงั วงั ชาในการมเี พศ สมั พนั ธ ในความเปน จรงิ แลว น่คี ือ บทรายงานทถี่ กู อปุ โลกนข น้ึ มาเพ่ือ ทาํ ลาย คุณานุภาพของทา นนบ(ี ศ็อลฯ) สอง เพอ่ื เปน การแกตัวใหก บั นักปกครอง และคอลฟี ะฮ ที่ วิปลาส ซงึ่ ในวังของพวกเขาเต็มไปดว ยสนมกรมนางโดยไมม ีขดี จาํ กดั เพราะนางเปนทาสใน ครอบครอง และทาํ ไม อนสั บนิ มาลิก จงึ รายงานฮะดิษ น้ี ในเมื่อ มารดาแหง ศรทั ธาชน อาอชิ ะฮ ภรรยาคนหน่งึ ของทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) ไดค ดั คานไว โดยทนี่ างไดก ลาววา ทา นนบี(ศ็อลฯ) กเ็ ปนเหมือนกับ ชายอนื่ ๆ ในการรว มประเวณี ตามท่ีทา นมสุ ลิมไดรายงานไว ในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบฏอฮาเราะฮ บาบวา ดว ย นัซคลุ มาอ มนิ ลั มาอ และวาญิบอาบนาํ้ เม่อื อวัยวะเพศทั้งสองสมั ผสั กนั รายงานจากอบซี บุ ยั ร จากทา นญาบริ บนิ อบั ดลุ ลอฮ จากอมุ มุกลุ ซูม จาก อาอชิ ะฮภรรยา ทานนบ(ี ศ็อลฯ)กลา ววา : รายงานจากอาอชิ ะฮภ รรยาทา นนบี (ศ็อลฯ) กลา ววา : มชี ายคนหน่ึงมา ถามทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) เกยี่ วกับผูชายทร่ี ว มประเวณกี บั ภรรยาแลว ออ นลาวา จาํ เปน แก คนทงั้ สองจะตอ งอาบนาํ้ ตาม ศาสนบัญญัติหรอื ไม ขณะท่ที า นหญงิ อาอชิ ะฮ กน็ ง่ั อยดู วย ทา น ศาสน ทตู (ศอ็ ลฯ) จึงกลา ววา : “แทจรงิ ฉนั กก็ ระทาํ เชนนน้ั กับนางคนนี้ แลว เราก็อาบนํ้า” ตอจากนนั้ ผอู ธบิ ายฮะดษิ ไดเ สริมท่ีภาคผนวกของซอเฮียะหม ุสลมิ วา : คาํ วา “แลวออ นลา ” ความหมายของคาํ นี้ ในอัล มิศบาฮ คอื “ผรู ว มประเวณเี กิดความ ออ นลา และไมห ล่ัง ดว ยความ ออนเพลยี หรอื ดวยเหตุอน่ื กต็ าม” ถามวา ไหนละ ทว่ี าทา นไดร ับกาํ ลงั วงั ชาเทา กบั ๓๐ คน ? รายงานบทนี้ เปน อกี บทหนง่ึ ที่ถกู อุปโลกนข น้ึ มา ขออัลลอฮไ ดทรง ฆา พวกเขา และเพม่ิ การ ลงโทษอนั ทรมานแกพ วกเขาดว ยเถิด แตทวา ผมู สี ติ ปญญาจะยอมรับไดอยา งไร ตอ บทรายงาน ประเภทนี้ ท่มี าจากศาสดาผปู ราศจากความละอาย โดยไดพดู กับผชู ายตอ หนาภรรยาของตน ในส่งิ ที่ ผูศรทั ธาธรรดาๆ ก็ยงั ละอายทีพ่ ูดอยา งนนั้ เพอื่ สนับสนนุ การรอ งราํ ทาํ เพลง และการเตนราํ ซึ่งนยิ มกนั ในสมยั อุมัยยะฮ ขอให ทานติดตาม ตอ ไปน้ี ทานศาสนทตู เปด โอกาสใหเ ตน ราํ และมีความสขุ กับเสยี งเพลง อัลบุคอรีไดร ายงานไวในซอเฮียะหข องทา น กิตาบอัล นกิ ะฮ บาบวา ดวย การตีกลอง ในพธิ นี ิ กะฮ และวะลมี ะฮ วา :
บะชรั บิน มุฟฎ ฎอ็ ล เลาเราวา คอลิด บนิ ซกิ วาน เลาเราวา : นางรอบีอะ บุตรสาวขของ มุ เอาซ บนิ อฟุ รออ กลา ววา ทา นนบี(ศ็อลฯ))ไดม าถึง แลว เดินเขามา ในชว งรว มหอกับฉัน ดังน้ันทา นได น่ังลงบนทนี่ อนของฉัน เหมอื นทเ่ี ธอนง่ั กบั ฉัน แลว บรรดาเดก็ สาวๆ ของเราไดตกี ลอง แลว ขบั รองถงึ เร่ืองท่ีบรรพบรุ ษุ ของเรา ถกู สังหารในสงครามบดัร ขณะน้ัน มเี ด็กหญิงคนหนงึ่ กลา ววา : “ในหมูพวก เรามนี บี ผูห ยงั่ รอู นาคต” ดงั นั้นทา นไดก ลา วขนึ้ วา : “จงเวนการพูดคําน้ี แตจงพูด ถอ ยคาํ ทเี่ ธอเคยพดู ” เชนเดยี วกบั ทอี่ ลั บคุ อรไี ดรายงานไวใ นซอเฮียะหข องทา น กิตาบ อัล ญฮิ าด บาบ อดั ดัรก ทํานองเดียวกบั ทา นมสุ ลมิ ท่รี ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กติ าบวา ดวยการนมาซอีดทง้ั สอง บาบวา ดว ย “อนุโลมใหละเลน สง่ิ ทไ่ี มเปน การละเมดิ ในวนั น้ัน” รายงานจากทา นหญิงอาอชิ ะฮ กลาววา : ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ไดเ ขาหาฉนั ในขณะทม่ี เี ดก็ สาวสองคนอยกู ับฉัน กาํ ลงั ขับรองเพลงอยู แลว ทา นก็ตะแคงตัวลงบนทนี่ อน และ เคลอื่ นไหวใบหนา ไปมา ขณะน้นั อบบู กั รก็ไดเขามา แลว ทานกต็ วาดใสฉนั วา : คณะชัยฏอน มา รวมกลุมอยกู บั ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ แตทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ))ลกุ ข้นึ ขวางหนาทาน แลว กลาววา : ปลอยนางทง้ั สองไปเถอะ ครนั้ เมอื่ เขาเผลอ ฉนั รายงานจากอาอิชะฮ กลา ววา : เมอื่ ถงึ วนั อดี พวกซดู านไดเ ลนโลห นงั และราํ ทวน เพยี งฉนั ถามทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) ดเู หมอื นทา นกลา ววา : เธออยากดหู รือ ? ฉนั ตอบวา : ใชแ ลว ดังนน้ั ทา นจงึ ยกฉนั ใหยนื ขางหลงั ทา น โดยแกมของฉนั ทบั บนแกม ของทา น แลว ทา นกลา ววา : “เชญิ ตามสบายเถิด พวกทา น โอ บนี อรั ฟะดะฮ” จนกระท่ังฉนั รสู ึกเพลยี ทา นไดก ลา ววา “เธอพอแลวหรือ ? ฉนั ตอบวา “จะ ” ทา นกลาววา “จงไปเถดิ เธอ” ขณะเดียวกนั อลั บุคอรียงั ไดร ายงานไวใ นซอเฮียะหข องทา น กิตาบอัล นกิ าห บาบวา ดวย การทีส่ ตรมี องพวกเอธิโอเปย และชาวเมืองอน่ื โดยมไิ ดม องดว ย ความสงสยั ทานหญงิ อาอชิ ะฮก ลาววา : ฉนั ไดเ หน็ ทานนบี(ศอ็ ลฯ))ปด ก้ันฉันดว ยผาหม ในขณะทฉ่ี ันมอง พวกเอธโิ อเปย เลน ในมัสยดิ จนกระทัง่ ฉนั รูส ึกเบ่อื ดังน้ันพวกเขาสามารถทาํ ใหเ ดก็ สาววัยรุนปรารถนา ในความสาํ ราญได เชน เดียวกนั ทา นมสุ ลมิ ก็ไดร ายงานไวในซอเฮียะหข องทา น กิตาบ การนมาซ อดี ทง้ั สอง บาบ วา ดว ยอนโุ ลมใหล ะเลน จากทา นหญงิ อาอชิ ะฮ กลาววา : ชาวเอธิโอเปย ไดม าละเลน ในวนั อดี (หมายความวา พวกเขาไดเ ตน ราํ กนั ) ภายในมสั ยิด ดงั น้นั ทา นนบี(ศอ็ ลฯ))จงึ เรียกฉัน ฉนั ไดว างศีรษะ ของฉันบนไหลข องทา น ดงั น้นั ฉนั จึงไดด ูการละเลน ของพวกเขา จนกระทงั่ ฉันไดเ ลย่ี งจากการมองพวก เขาเสยี เอง”
เชนเดียวกบั บคุ อรีทรี่ ายงานในซอเฮยี ะหของทา น กิตาบอลั นิกะฮ บาบวาดว ย สตรีและเด็กไป งานมงคลสมรส รายงานจากอนัส บนิ มาลิก กลา ววา : ทา นนบี(ศ็อลฯ))ไดมองเหน็ บรรดาสตรี และเดก็ มารว ม ในงานมงคลสมรส ดงั นนั้ ทา นจงึ ลกุ ข้ึนแสดงความยนิ ดี แลว กลาววา : โอพ ระเจา พวกเธอเปน คนท่ี ขาพเจา รกั ท่ีสดุ ผอู ธิบายอลั บคุ อรีไดใหค วามหมายพิเศษของคาํ วา การแสดงความ ยนิ ด(ี มมุ ะตัน นนั )ในทนี่ ี้ วา หมายถงึ การแสดงอาการเห็นชอบ อยา งรวดเรว็ ใน สิ่งนน้ั ๆอยางขมขี มนั และพงึ พอใจ เพือ่ เปนการแกตัวใหแกน ักด่ืมสรุ า และเสพสงิ่ มนึ เมา ขอใหท านตดิ ตาม อา น ตอไปนี้ : ทา นนบีดมื่ นาบซี อัล บคุ อรี ไดรายงานในซอเฮียะหของทา น กิตาบอลั นกิ ะฮ บาบวา ดว ย สตรียืนใหเ กียรติแก บุรษุ ในงานสมรสและรบั ใชปรนนบิ ัตพิ วกเขาเอง และ ทาํ นองเดยี วกนั น้ี ในบาบวาดว ย ผลไมห มกั และ การด่มื ทไี่ มม นึ เมาในงานสมรส รายงานจากอบฮู าซมิ จากซะฮัล กลาววา : เมอื่ อบู อุซยั ด อัซซาอดิ ีย สมรสเขาไดเ ชิญทา นนบี (ศ็อลฯ) และซอฮาบะฮข องทา นดวย แตเขามิไดจดั อาหาร ใดๆ ไวสําหรบั พวกทา นเลย และเขามไิ ดย ก สิง่ ใดออกมาใหแ กพ วกทาน นอกจาก ภรรยาของเขา คอื อมุ มุ อซุ ยั ด เทา นั้น ซงึ่ นางได แชอนิ ผลมั ไวใ น ไห ทาํ จากหนิ เมอื่ คืนกอน ครั้นเมอ่ื ทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ))เสรจ็ จากรับประทานอาหารแลว นางกจ็ ัดแจง ให ทานดม่ื สิ่งนนั้ (อินทผลัมแช) เปน เรอ่ื งทแ่ี สดงใหเ หน็ ในสง่ิ ทพ่ี วกเขามจี ดุ ประสงค อยใู นบทรายงานน้ีวา ทานนบี(ศ็อลฯ)ดื่ม นะบซี บางทคี วามหมายของมัน อาจมใิ ช นะบซี ตามท่ีรๆู กันอยู มนั อาจเปน ประเพณีโดยปกตอิ ยาง หนงึ่ ของพวกอาหรับ น่ันคอื นาํ อินทผลัมวางลงในนา้ํ เพอ่ื ดับกล่ินนาํ้ ซึ่งนนั่ กห็ าใช นะบีซ จริงๆไม และ สว นหนง่ึ ของ พวกเขาเหน็ วา ถือวา ถกู ตอ ง ในการจะนาํ มนั มาใช แนนอนทา นมสุ ลมิ ไดรายงาน บท รายงานนี้ไวในซอเฮยี ะหข องทา น กิตาบวา ดว ยเครือ่ งดมื่ บาบวา ดว ย อนโุ ลม สาํ หรับ นะบซี ท่ีไมเขม จัดและยังไมท าํ ใหม นึ เมา จากตรงนี้เอง ไดเริม่ ใหม กี ารดม่ื นะบซี และบรรดานกั ปกครองจึงเลยเหน็ วา อนโุ ลมใหด ม่ื สุราได โดยอา งวา มนั เปน สงิ่ ที่ ฮะลาล ตราบใดทไี่ มม นึ เมา เพื่อเปน การสนบั สนนุ ในเชิงอนุโลม ในสง่ิ ทพี่ วกอมุ ยั ยะฮ และพวก อบั บาซยี ะฮ กระทําไว ขอใหท า นติดตามอา น ดังตอ ไปนี้ : ทานนบกี บั เรอ่ื งตาํ่ ๆ !
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329