Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมแผน ม1 เทอม 1

รวมแผน ม1 เทอม 1

Published by fang_.15, 2022-08-18 10:40:05

Description: รวมแผน ม1 เทอม 1

Search

Read the Text Version

- ทศนยิ มตาแหน่งที่ 4 มีคา่ ประจาหลักเป็น 1 หรือเขยี นในรูปทศนิยมไดเ้ ปน็ 0.0001 10, 000 6. ครยู กตัวอย่างทศนยิ มสามตาแหน่ง เช่น 4.128 พรอ้ มกับถามคาถาม ดงั นี้  เลขโดด 4 อยู่ในหลักใด และมคี า่ ประจาหลกั เปน็ เทา่ ไร (แนวตอบ อยู่ในหลกั หน่วย มีคา่ ประจาหลักเปน็ 1)  เลขโดด 1 อยใู่ นหลกั ใด และมีค่าประจาหลักเปน็ เท่าไร 1 (แนวตอบ อยู่ในหลักส่วนสิบ มคี ่าประจาหลักเปน็ 10 หรอื 0.1)  เลขโดด 2 อยใู่ นหลักใด และมีคา่ ประจาหลกั เป็นเท่าไร 1 (แนวตอบ อยู่ในหลักส่วนร้อย มคี ่าประจาหลักเปน็ 100 หรือ 0.01)  เลขโดด 8 อยู่ในหลักใด และมคี ่าประจาหลักเปน็ เทา่ ไร 1 (แนวตอบ อยู่ในหลักสว่ นพัน มีค่าประจาหลักเปน็ 1,000 หรอื 0.001) 7. ครูยกตวั อย่างที่ 23 ในหนังสอื เรียน หน้า 69 บนกระดาน แลว้ เขียนคา่ ประจาหลักของทศนิยมในแตล่ ะ หลัก จากนัน้ เขียนทศนิยมในรูปกระจาย โดยครูอาจเพิ่มเติมใหก้ ับนักเรยี นวา่ 275.75 อาจเขียนในรปู กระจายไดเ้ ป็น 275.75 = (2  100) + (7  10) + (5  1) + (7  0.1) + (5  0.01) ก็ได้ 8. ใหน้ กั เรยี นทา “ลองทาดู” จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 9. ครยู กตัวอย่างท่ี 24 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 69 บนกระดาน แล้วเขียนใหอ้ ยู่ในรปู ทศนิยม โดยครูอาจ 1 1 เพ่ิมเติมให้กับนักเรยี นว่า (3  100) + (5  10) +  5  10  +  7  100  อาจเขียนในรูป   กระจายใหม่ได้เป็น (3  100) + (5  10) + (5  0.1) + (7  0.01) ซง่ึ งา่ ยต่อการเขยี นในรปู ทศนยิ มมากกว่า 10.ให้นักเรียนทา “ลองทาดู” จากนัน้ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 11.ครแู จกใบงานที่ 2.9 เร่ือง ค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลักของทศนิยม ใหน้ ักเรยี นทา จากน้ันครแู ละ นกั เรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ ใบงานท่ี 2.9 12.ครูใหน้ ักเรยี นทา Exercise 2.2A ขอ้ 1-3 ในแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย Exercise 2.2A ขอ้ 1-3 13.ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ก ข้อ 1 และ 3 เป็นการบา้ น 7.3 ขน้ั สรุป ครถู ามคาถามเพ่ือสรุปความรู้รวบยอดของนกั เรยี น ดงั นี้  จาก 0.5 เลขโดด 5 อยใู่ นหลักใด และมีค่าประจาหลกั เทา่ ไร 1 (แนวตอบ อยู่ในหลกั สว่ นสบิ มีคา่ ประจาหลักเป็น 10 หรอื 0.1 )  จาก 0.05 เลขโดด 5 อยใู่ นหลักใด และมีคา่ ประจาหลกั เท่าไร 1 (แนวตอบ อยู่ในหลกั ส่วนร้อย มคี ่าประจาหลักเป็น 100 หรือ 0.01)  จาก 0.005 เลขโดด 5 อย่ใู นหลักใด และมีค่าประจาหลักเท่าไร

(แนวตอบ อยู่ในหลกั สว่ นพัน มคี ่าประจาหลักเป็น 1 หรอื 0.001) 1,000  ทศนิยมเขยี นในรปู กระจายได้อย่างไร (แนวตอบ เขียนในรปู การบวกของเลขโดดในหลกั ต่าง ๆ คูณกบั คา่ ประจาหลัก) 8. ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 8.1.1. หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.2 แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 จานวนตรรกยะ 8.1.3. ใบงานท่ี 2.9 เร่ือง ค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลกั ของทศนิยม 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ 8.2.1. ห้องเรยี น 8.2.2. หอ้ งสมุด 8.2.3. อินเทอร์เนต็ 9. การวัดและประเมินผล ส่งิ ทต่ี ้องการวดั วิธีการวัด เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้วัด เกณฑก์ ารวัด 1.บอกค่าประจาหลัก และค่าของ ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หดั แบบประเมินผลงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 เลขโดดของทศนยิ มในแต่ละหลักได้ ผลงานกลุ่ม/รายบุคคล ใบงาน/แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 (K) 2.เขยี นทศนิยมในรูปกระจายได้ แบบประเมนิ ผลงาน กลมุ่ /รายบุคคล อย่างคล่องแคลว่ (P) 3. รับผิดชอบต่อหนา้ ทที่ ่ีไดร้ ับ สงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม อยใู่ นระดบั ดขี นึ้ ไป มอบหมาย (A) การทางานกลุม่

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน   2 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา   3 ภาษาทีใ่ ช้เขา้ ใจง่าย   4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   รวม ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เห็น   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่   3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย   4 ความมีนา้ ใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อันพงึ ประสงคด์ ้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้ กษัตริย์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ โรงเรยี น 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ติ ามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทเี่ กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษัตริยต์ ามท่โี รงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง 2.2 ปฏบิ ัตใิ นสิ่งทถ่ี ูกต้อง 3. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว มี ความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจาวัน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู กั ใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ัติได้ 4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ 6. ม่งุ ม่นั ในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ทางาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่ือให้งานสาเร็จ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน 8.2 รจู้ ักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรยี น ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวกรรณิกา ลิกัลตา) ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบัตชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

10. บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญั หา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ตาแหน่ง ครู ความคิดเหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี รี) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจนั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ความคดิ เหน็ ผู้อานวยการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นางสาวพรณภทั ร์ พงษ์วรชั ญพ์ ร) ผู้อานวยการโรงเรียนเทพสถติ วทิ ยา วนั ท.ี่ ...........เดอื น........................พ.ศ................

ใบงานท่ี 2.9 เร่ือง ค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลักของทศนยิ ม คาชี้แจง : จงเตมิ คาตอบลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง 1) 85.367 เลขโดด 8 อยใู่ นหลกั .......................... มีค่าเป็น .................................... เลขโดด 5 อยใู่ นหลกั .......................... มีค่าเปน็ .................................... เลขโดด 3 อยู่ในหลัก .......................... มีคา่ เปน็ .................................... เลขโดด 6 อยู่ในหลกั .......................... มีคา่ เป็น .................................... เลขโดด 7 อยู่ในหลัก .......................... มีคา่ เปน็ .................................... 2) 620.134 เลขโดด 6 อยใู่ นหลัก .......................... มคี า่ เป็น .................................... เลขโดด 2 อยูใ่ นหลกั .......................... มีคา่ เปน็ .................................... เลขโดด 0 อยู่ในหลกั .......................... มีคา่ เป็น .................................... เลขโดด 1 อยู่ในหลัก .......................... มีคา่ เป็น .................................... เลขโดด 3 อยู่ในหลัก .......................... มีคา่ เป็น .................................... เลขโดด 4 อย่ใู นหลัก .......................... มีคา่ เป็น ....................................

เฉลยใบงานที่ 2.9 เร่ือง คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลักของทศนยิ ม คาชี้แจง : จงเติมคาตอบลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกตอ้ ง 1) 85.367 เลขโดด 8 อยใู่ นหลกั .....ส..บิ................... มคี า่ เปน็ ....8..0.............................. เลขโดด 5 อย่ใู นหลกั .....ห..น...่ว.ย............... มีค่าเป็น ....5................................ เลขโดด 3 อยใู่ นหลัก .....ส..่ว..น..ส..บิ............. มคี ่าเป็น ..........ห...ร..อื ..................... เลขโดด 6 อยใู่ นหลัก .....ส..่ว..น..ร..อ้..ย........... มคี ่าเป็น ....0....3.....ห..ร..ือ...0...0..6............ เลขโดด 7 อยูใ่ นหลกั .....ส..่ว..น..พ...นั ............ มคี ่าเป็น ...............ห...ร..อื ................ 2) 620.134 เลขโดด 6 อยใู่ นหลัก .....ร..้อ..ย................. มคี า่ เปน็ ....6..0..0............................ เลขโดด 2 อยูใ่ นหลกั .....ส..ิบ................... มคี า่ เปน็ ....2..0.............................. เลขโดด 0 อยู่ในหลกั .....ห..น...ว่ .ย............... มคี ่าเป็น ....0................................ เลขโดด 1 อย่ใู นหลัก .....ส..่ว..น..ส..บิ............. มีค่าเป็น ..........ห..ร..อื....0..1................ เลขโดด 3 อยู่ในหลัก .....ส..ว่..น..ร..้อ..ย........... มีค่าเป็น ............ห..ร..อื...0...0..3............ เลขโดด 4 อยูใ่ นหลัก .....ส..่ว..น..พ...นั ............ มีคา่ เปน็ ...............ห...ร.อื................. 0.004

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 12 รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวชิ า ค21101 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชื่อหน่วย จานวนตรรกยะ เวลารวม 20 ชวั่ โมง เรอ่ื ง การเปรยี บเทียบทศนยิ ม เวลา 1 ช่ัวโมง ครผู สู้ อน นางสาวกรรณิกา ลิกลั ตา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ม.1/1 เข้าใจจานวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจานวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจานวนตรรกยะใน การแกป้ ัญหาคณิตศาสตรแ์ ละปัญหาในชวี ติ จรงิ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การเปรียบเทียบทศนิยมอาจทาได้โดยใช้เส้นจานวนในการเปรียบเทียบ แต่ถ้าทศนิยมท่ีเป็นจานวนบวกมี ค่ามาก เราสามารถเปรียบเทียบได้โดยใช้เลขโดดกับค่าประจาหลักของจานวนนับมาใช้ในการเปรียบเทียบทศนิยม และถ้าทศนิยมเป็นจานวนลบ จะใช้หลักการพิจารณาที่ค่าสัมบูรณ์ของทศนิยมทั้งสอง โดยทศนิยมใดมีค่าสัมบูรณ์ นอ้ ยกว่า ทศนิยมนนั้ จะมีค่ามากกว่า 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 เปรียบเทียบทศนิยมได้ (K) 3.2 เรียงลาดบั ทศนยิ มได้ (K) 3.3 เชื่อมโยงเร่ืองค่าสมั บูรณ์ของทศนยิ มกับการเปรียบเทียบและเรียงลาดับทศนยิ มได้ (P) 3.4 รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ ทศนิยมและเศษส่วน 5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น 5.1. ความสามารถในการสือ่ สาร 5.2. ความสามารถในการคิด - การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต 6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 6.1. มีวินัย 6.2. ใฝ่เรยี นรู้ 6.3. มงุ่ มัน่ ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงที่ 1 7.1 ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1. ครูทบทวนการเขยี นแสดงทศนิยมบนเสน้ จานวน โดยเขยี นเส้นจานวนบนกระดาน แล้วถามคาถาม ดังน้ี  ทศนยิ มท่ีอยู่ทางขวาของ 0 เป็นทศนิยมที่เป็นลบหรือเป็นทศนยิ มทเ่ี ป็นบวก (แนวตอบ ทศนยิ มทีเ่ ป็นบวก)  ทศนิยมท่ีอยู่ทางซ้ายของ 0 เปน็ ทศนยิ มที่เปน็ ลบหรอื เปน็ ทศนยิ มท่เี ปน็ บวก (แนวตอบ ทศนยิ มทเี่ ปน็ ลบ) 2. ครูสรปุ ว่า “นักเรียนรู้มาแล้ววา่ ทศนิยมท่เี ปน็ บวกจะอยู่ทางขวาของศูนย์ และทศนิยมที่เปน็ ลบจะอยู่ ทางซ้ายของศูนย์ ดงั นนั้ บนเสน้ จานวน ทศนิยมทอี่ ยู่ทางขวาจะมคี ่ามากกว่าทศนิยมทีอ่ ยูท่ างซา้ ยเสมอ” 7.2 ข้ันสอน 1. ครเู ขยี นแสดงทศนิยม 0.5, -1.5 และ -2.5 บนเส้นจานวน ตามในหนังสอื เรยี น หน้า 70 แล้วชี้ให้ นักเรยี นเห็นว่า 0.5 อยู่ทางขวาของ -1.5 แสดงวา่ 0.5 มากกวา่ -1.5 หรอื -1.5 น้อยกวา่ 0.5 เขียนแทนดว้ ย 0.5 > -1.5 หรือ -1.5 < 0.5 -1.5 อยูท่ างขวาของ -2.5 แสดงว่า -1.5 มากกวา่ -2.5 หรอื -2.5 น้อยกวา่ -1.5 เขียนแทนดว้ ย -1.5 > -2.5 หรือ -2.5 < -1.5 2. ครยู กตวั อย่างทศนิยมหน่ึงตาแหนง่ ทีใ่ กลเ้ คยี งกนั มา 3 จานวน บนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยครูเขียน แสดงทศนยิ มบนเส้นจานวน แล้วเปรียบเทยี บว่าทศนิยมใดมคี ่ามากท่ีสดุ และทศนิยมใดมีค่านอ้ ยทีส่ ดุ (แนวตอบ ทศนิยมที่อยู่ทางขวาสดุ เปน็ ทศนิยมที่มคี ่ามากที่สุด และทศนิยมทอ่ี ยู่ทางซา้ ยสดุ เปน็ ทศนยิ มท่ี มคี ่าน้อยท่ีสดุ ) 3. ครยู กตัวอยา่ งทศนยิ มหนึง่ ตาแหนง่ ท่ีมีค่าต่างกันมาก ๆ มา 3 จานวน บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยเขียน แสดงทศนิยมบนเสน้ จานวน แล้วเปรียบเทยี บว่าทศนยิ มใดมคี า่ มากที่สดุ และทศนยิ มใดมีค่าน้อยทสี่ ุด (แนวตอบ นักเรียนอาจเขยี นทศนยิ มท้ัง 3 จานวนลงบนเส้นจานวนไมไ่ ด้ เพราะความยาวของเสน้ จานวน ไมพ่ อในการแสดงทศนิยม) 4. จากนนั้ ครูกล่าวถึงข้อจากัดในการเปรียบเทียบทศนยิ มโดยใช้เส้นจานวน ดังน้ี “การเปรียบเทียบทศนิยม โดยใช้เส้นจานวน เราสามารถเขียนทศนิยมบนเส้นจานวนได้อย่างง่ายเมื่อกาหนดค่าของทศนิยมเป็น จานวนไม่มาก แต่ถ้าเราต้องการเปรียบเทียบทศนิยมที่มีค่ามากขึ้น การใช้เส้นจานวนเปรียบเทียบจึงไม่ สะดวกในการเขียนทศนิยมเหล่านั้นลงบนเส้นจานวน เราจึงใช้หลักการเปรียบเทียบโดยใช้เลขโดดกับ ค่าประจาหลกั ของจานวนนับมาใช้ในการเปรยี บเทียบทศนยิ มแทน” 5. ครูอธิบายวิธีการเปรียบเทียบทศนิยมท่ีเปน็ จานวนบวก ดงั นี้ 1) ถา้ จานวนเตม็ หน้าทศนยิ มไม่เท่ากัน สามารถสรุปไดว้ ่า ทศนิยมใดมคี ่ามากกวา่ หรอื มีค่าน้อยกวา่ กนั 2) ถา้ จานวนเตม็ หน้าทศนิยมเท่ากนั ใหเ้ ปรียบเทียบสว่ นท่เี ป็นทศนยิ ม โดยมีหลกั การเปรียบเทียบ ดังน้ี ขน้ั ท่ี 1 เขียนจานวนท้ังสองไว้บรรทดั ละ 1 จานวน โดยใหจ้ ดุ ทศนยิ มของแต่ละจานวนตรงกนั ขน้ั ท่ี 2 เปรยี บเทียบเลขโดดในตาแหน่งเดียวกนั จากซา้ ยไปขวา เลขโดดคูแ่ รกทไี่ ม่เท่ากัน เลขโดดใดมี ค่ามากกวา่ ทศนยิ มนัน้ จะมคี ่ามากกวา่ 6. ครูยกตัวอย่างที่ 25 ในหนังสือเรียน หน้า 71 แสดงวิธีการเปรียบเทียบเศษส่วนของทศนิยม โดยบอก ขนั้ ตอนในการเปรยี บเทียบอย่างละเอียดบนกระดาน จากน้นั ให้นกั เรียนทา “ลองทาดู”

7. ครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ “ลองทาด”ู 8. ครอู ธิบายหลักการเปรียบเทียบทศนิยมทีเ่ ป็นจานวนลบ ดงั น้ี 1) ทศนยิ มใดที่มีคา่ สัมบรู ณ์มากกวา่ ทศนิยมนั้นจะมคี ่านอ้ ยกว่า 2) ถา้ ค่าสมั บูรณ์ของทศนยิ มทง้ั สองมีค่าเทา่ กนั แสดงว่าทศนิยมทง้ั สองมีคา่ เทา่ กัน 9. ครูยกตัวอย่างที่ 26 ในหนังสือเรียน หน้า 71-72 แสดงวิธีการเปรียบเทียบเศษส่วนของทศนิยม อย่าง ละเอียดบนกระดาน จากนั้นใหน้ ักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนงั สือเรยี น หน้า 72 10.ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ “ลองทาด”ู 11.ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 ก ขอ้ 2 แล้วครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ 12.ครกู ล่าวถึงการเรียงลาดับทศนิยมว่า สามารถทาได้โดยใชก้ ารเปรยี บเทียบทศนยิ มทลี ะคู่ จากนั้น ยกตัวอย่างท่ี 27 ในหนงั สอื เรียน หน้า 72 บนกระดาน แล้วเปรยี บเทยี บทศนยิ มทีละคพู่ ร้อมกบั ถาม คาถาม ดังน้ี  ทศนยิ ม -1.106 และ -1.116 ทศนิยมใดมีคา่ มากกว่ากัน (แนวตอบ -1.106 > -1.116 เพราะ |-1.106| < |-1.116| )  ทศนิยม -1.116 และ -1.108 ทศนยิ มใดมีค่ามากกว่ากนั (แนวตอบ -1.108 > -1.116 เพราะ |-1.108| < |-1.116| )  ทศนิยม -1.106 และ -1.108 ทศนยิ มใดมคี า่ มากกวา่ กัน (แนวตอบ -1.106 > -1.108 เพราะ |-1.106| < |-1.108| )  ทศนยิ มใดมีค่ามากที่สดุ (แนวตอบ -1.106)  ทศนิยมใดมีค่าน้อยท่ีสดุ (แนวตอบ -1.116)  เรียงลาดบั ทศนิยมจากน้อยไปมากได้อย่างไร (แนวตอบ -1.116, -1.108, -1.106) 13.ให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” จากนนั้ ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 14.ครแู จกใบงานท่ี 2.10 เรือ่ ง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดบั ทศนยิ ม ใหน้ ักเรียนทา จากน้ันครแู ละ นกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบใบงานท่ี 2.10 15.ครใู ห้นกั เรยี นทา Exercise 2.2A ขอ้ 4-6 ในแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ จากนั้นครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลย Exercise 2.2A ขอ้ 4-6 16.ให้นกั เรียนทาแบบฝึกทักษะ 2.2 ก ข้อ 4 เป็นการบา้ น 7.3 ขน้ั สรุป ครูถามคาถามเพ่ือสรปุ ความรู้รวบยอดของนกั เรียน ดังน้ี  การเปรียบเทยี บทศนิยมบนเส้นจานวนมหี ลกั การอย่างไร (แนวตอบ บนเส้นจานวน ทศนิยมทีอ่ ยู่ทางขวาจะมคี ่ามากกวา่ ทศนยิ มทอ่ี ยู่ทางซ้ายเสมอ)  การเปรยี บเทยี บทศนยิ มทเี่ ป็นบวก มหี ลักการอยา่ งไร (แนวตอบ ขั้นท่ี 1 เขยี นจานวนทง้ั สองไว้บรรทัดละ 1 จานวน โดยให้จุดทศนิยมของแตล่ ะจานวนตรงกัน ข้นั ท่ี 2 เปรียบเทยี บเลขโดดในตาแหนง่ เดยี วกันจากซ้ายไปขวา เลขโดดค่แู รกที่ไม่เท่ากัน เลขโดดใดมคี ่ามากกวา่ ทศนิยมนั้นจะมีค่ามากกว่า)

 การเปรียบเทยี บทศนยิ มที่เป็นลบ มีหลกั การอย่างไร (แนวตอบ 1. ทศนยิ มใดทมี่ ีค่าสัมบรู ณ์มากกว่า ทศนิยมน้นั จะมีค่าน้อยกว่า 2. ถา้ ค่าสมั บรู ณ์ของทศนยิ มทง้ั สองมีค่าเทา่ กัน แสดงวา่ ทศนยิ มท้ังสองมคี า่ เทา่ กัน) 8. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 8.1.1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 จานวนตรรกยะ 8.1.2 แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.3. ใบงานที่ 2.10 เร่อื ง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดบั ทศนยิ ม 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 8.2.1. ห้องเรยี น 8.2.2. ห้องสมดุ 8.2.3. อินเทอรเ์ นต็ 9. การวดั และประเมนิ ผล สิง่ ท่ีต้องการวัด วิธกี ารวดั เครื่องมือท่ใี ช้วัด เกณฑก์ ารวดั 1.เปรียบเทียบทศนยิ มได้ (K) ตรวจใบงาน/แบบฝึกหดั แบบประเมนิ ผลงาน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ตรวจใบงาน/แบบฝึกหดั ใบงาน/แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 2.เรยี งลาดับทศนยิ มได้ (K) ผลงานกล่มุ /รายบคุ คล ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 แบบประเมนิ ผลงาน 3.เชอื่ มโยงเรือ่ งค่าสมั บรู ณ์ของ ใบงาน/แบบฝึกหัด ทศนิยมกบั การเปรยี บเทยี บและ เรยี งลาดับทศนิยมได้ (P) แบบประเมนิ ผลงาน กลมุ่ /รายบุคคล 4. รับผิดชอบต่อหน้าทที่ ่ีได้รบั สังเกตพฤติกรรมกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม อยใู่ นระดบั ดขี น้ึ ไป มอบหมาย (A) การทางานกล่มุ

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน   2 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา   3 ภาษาทีใ่ ช้เขา้ ใจง่าย   4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   รวม ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด  ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เห็น   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่   3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย   4 ความมีนา้ ใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ โรงเรยี น 1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทเี่ กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนจัดขึ้น 2. ซือ่ สัตย์ สุจริต 2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสิ่งทถ่ี ูกต้อง 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคบั ของครอบครวั มี ความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวัน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้ 4.4 ต้งั ใจเรียน 5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่ 5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน 6. ม่งุ ม่นั ในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อให้งานสาเร็จ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน 8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดล้อมของห้องเรยี นและ โรงเรยี น ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบัตชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

10. บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญั หา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ตาแหน่ง ครู ความคิดเหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี รี) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจนั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ความคดิ เหน็ ผู้อานวยการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นางสาวพรณภทั ร์ พงษ์วรชั ญพ์ ร) ผู้อานวยการโรงเรียนเทพสถติ วทิ ยา วนั ท.ี่ ...........เดอื น........................พ.ศ................

ใบงานท่ี 2.10 เรอื่ ง การเปรียบเทียบและเรยี งลาดบั ทศนิยม คาชี้แจง : ให้นกั เรียนตอบคาถามแตล่ ะข้อต่อไปน้ี 1. จงเขยี นจานวนที่มคี ่ามากกว่าลงในช่องวา่ ง 1) 1.25 2.34 2) 6.54 -0.45 3) -1.68 -1.86 4) -0.10 -0.01 2. จงเรยี งลาดับทศนิยมตอ่ ไปน้ีจากมากไปน้อย 1) 4.45, 6.47, -6.9, -1.28 ………………………………………………………………………………………….. 2) 1.182, -0.145, -1.18, 0.126 ………………………………………………………………………………………….. 3) -9.871, -9.781, -9.817, -9.178 …………………………………………………………………………………………..

เฉลยใบงานท่ี 2.10 เรอื่ ง การเปรียบเทียบและเรียงลาดบั ทศนิยม คาชี้แจง : ให้นกั เรียนตอบคาถามแต่ละข้อต่อไปน้ี 1. จงเขยี นจานวนทมี่ คี ่ามากกว่าลงในชอ่ งวา่ ง 1) 1.25 2.34 2.34 2) 6.54 -0.45 6.54 3) -1.68 -1.86 -1.68 4) -0.10 -0.01 -0.01 2. จงเรยี งลาดับทศนิยมตอ่ ไปนีจ้ ากมากไปน้อย 1) 4.45, 6.47, -6.9, -1.28 …6.…47…,……4….4…5…, ……-1….…28…,……-…6.…9…………………………………………….. 2) 1.182, -0.145, -1.18, 0.126 …1.…18…2…, ……0….1…2…6,………-0….1…4…5,……-…1….1…8…………………………………….. 3) -9.871, -9.781, -9.817, -9.178 …-9….1…7…8,……-…9….7…8…1,……-…9….8…17…,……-…9….8…71…………………………………..

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 13 รายวชิ าคณติ ศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21101 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ช่ือหน่วย จานวนตรรกยะ เวลารวม 20 ชวั่ โมง เร่อื ง การบวกและการลบทศนยิ ม เวลา 2 ชว่ั โมง ครผู ้สู อน นางสาวกรรณกิ า ลิกลั ตา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด ค 1.1 ม.1/1 เข้าใจจานวนตรรกยะและความสัมพนั ธ์ของจานวนตรรกยะ และใชส้ มบัตขิ องจานวนตรรกยะใน การแก้ปัญหา คณิตศาสตร์และปญั หาในชวี ติ จรงิ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การบวกและการลบทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการบวกและการลบจานวนเต็ม ทาได้โดยนาจานวนท่ีอยู่ในหลักเดียวกันมา บวกหรอื ลบกัน 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 หาผลบวกของทศนิยมได้ (K) 3.2 หาผลลบของทศนิยมได้ (K) 3.3 เขียนอธบิ ายข้นั ตอนวิธกี ารหาผลบวกและผลลบของทศนิยมได้ (P) 3.4 รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทท่ี ่ีไดร้ ับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ ทศนิยมและเศษสว่ น 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น 5.1. ความสามารถในการส่ือสาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏิบัติ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 6.1. มวี นิ ยั 6.2. ใฝ่เรียนรู้ 6.3. มุ่งมั่นในการทางาน 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ช่วั โมงท่ี 1 7.1 ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. ครูทบทวนการบวกทศนยิ มดว้ ยทศนยิ มที่นักเรยี นไดเ้ รยี นมาแล้วในระดับชนั้ ประถมศึกษา โดยการ ถาม - ตอบ ดังน้ี  การบวกทศนิยมดว้ ยทศนยิ มทน่ี ักเรียนไดเ้ รยี นมาแลว้ มหี ลกั การสาคัญอย่างไร (แนวตอบ ตอ้ งตงั้ จดุ ทศนิยมของตวั ต้ังและตวั บวกใหต้ รงกนั จากนัน้ นาทศนิยมทอี่ ยตู่ าแหน่งเดยี วกนั มาบวกกัน) จากน้นั ครยู กตวั อยา่ งที่ 28 ในหนังสือเรียน หน้า 74 บนกระดาน พร้อมกบั เน้นย้าว่า “การบวกทศนิยมใหน้ าจานวนท่ี อยูใ่ นตาแหน่งเดยี วกันมาบวกกัน” 2. ครถู ามคาถาม ดงั นี้  การบวกทศนิยมทเ่ี ปน็ จานวนบวก จะไดผ้ ลบวกเป็นจานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ จะไดผ้ ลบวกเปน็ จานวนบวก)

3. ใหน้ ักเรยี นทา “ลองทาด”ู จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 7.2 ขัน้ สอน 1. ครูกล่าวถงึ หลักการบวกทศนยิ มทเ่ี ปน็ จานวนลบวา่ “ใหน้ าค่าสมั บรู ณ์ของทศนยิ มทง้ั สองมาบวกกัน แล้วเขียนผลบวก เปน็ จานวนลบ” 2. ครยู กตวั อย่างท่ี 29 ในหนงั สือเรียน หน้า 74 บนกระดาน พร้อมกับถามคาถาม ดงั นี้  คา่ สัมบรู ณ์ของ -12.61 และค่าสัมบรู ณ์ของ -29.754 เท่ากบั เทา่ ไร (แนวตอบ |-12.61| = 12.61 และ |-29.754| = 29.754)  คา่ สัมบรู ณ์ของ -12.61 บวกกบั ค่าสัมบรู ณ์ของ -29.754 เท่ากบั เท่าไร (แนวตอบ 42.364)  ถ้าเขียนผลบวกท่ไี ดเ้ ปน็ จานวนลบ จะได้จานวนใด (แนวตอบ -42.364) 3. ครูอธิบายเพิม่ เติมวา่ “หลงั จากนาคา่ สัมบรู ณข์ อง -12.61 บวกกับคา่ สมั บรู ณ์ของ -29.754 แล้วเขยี นผลบวกทีไ่ ดเ้ ป็น จานวนลบ จะไดผ้ ลบวกเทา่ กับ -42.364” จากนน้ั ให้นกั เรียนตรวจสอบผลบวกทีไ่ ดใ้ นหนังสอื เรยี น หน้า 74 4. ครูสรุปเป็นกรณีทวั่ ไปสาหรับการบวกทศนยิ มทเ่ี ป็นจานวนลบดงั ในกรอบ “คณติ น่าร”ู้ ในหนังสือเรยี น หน้า 74 แล้วให้ นกั เรยี นทา “ลองทาดู” จากน้ันครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ 5. ครูกล่าวถงึ หลกั การบวกทศนิยมทเี่ ป็นบวกดว้ ยทศนิยมทเ่ี ป็นลบ หรอื การบวกทศนยิ มที่เป็นลบดว้ ยทศนิยมทีเ่ ป็นบวกวา่ “ให้นาทศนยิ มทีม่ คี า่ สมั บูรณม์ ากกวา่ ลบด้วยทศนิยมทีม่ ีค่าสัมบรู ณน์ อ้ ยกว่า แล้วเขยี นผลลพั ธต์ ามทศนิยมทม่ี คี า่ สัมบรู ณม์ ากกว่า” 6. ครูยกตัวอย่างท่ี 30 ข้อ 1) ในหนังสือเรยี น หนา้ 75 บนกระดาน พรอ้ มกบั ถามคาถาม ดังนี้  ค่าสัมบรู ณ์ของ 29.754 และคา่ สมั บรู ณข์ อง -12.61 เทา่ กับเทา่ ไร (แนวตอบ |29.754| = 29.754 และ |-12.61| = 12.61)  ค่าสัมบรู ณข์ อง 29.754 ลบด้วยคา่ สมั บรู ณ์ของ -12.61 เทา่ กบั เทา่ ไร (แนวตอบ 17.144) 7. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ว่า “หลังจากนาค่าสมั บรู ณ์ของ 29.754 ลบด้วยคา่ สัมบรู ณข์ อง -12.61 จะได้ผลลพั ธ์เทา่ กบั 17.144” จากนัน้ ให้นักเรียนตรวจสอบผลบวกทีไ่ ดใ้ นหนังสอื เรียน หนา้ 75 8. ครยู กตัวอยา่ งที่ 30 ขอ้ 2) ในหนังสอื เรียน หนา้ 75 บนกระดาน พรอ้ มกบั ถามคาถาม ดงั น้ี  ค่าสัมบรู ณข์ อง -29.754 และคา่ สมั บูรณข์ อง 12.61 เทา่ กับเทา่ ไร (แนวตอบ |-29.754| = 29.754 และ |12.61| = 12.61)  คา่ สัมบรู ณข์ อง -29.754 ลบด้วยคา่ สัมบรู ณ์ของ 12.61 เท่ากับเท่าไร (แนวตอบ 17.144)  ถา้ เขยี นผลบวกทไ่ี ดเ้ ปน็ จานวนลบ จะได้จานวนใด (แนวตอบ -17.144) 9. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ว่า “หลังจากนาค่าสัมบรู ณ์ของ -29.754 ลบด้วยคา่ สัมบรู ณข์ อง 12.61 แล้วเขียนผลลพั ธ์ท่ีได้เปน็ จานวนลบ จะไดผ้ ลลัพธเ์ ปน็ -17.144” จากน้ันใหน้ ักเรยี นตรวจสอบผลบวกทไี่ ด้ในหนังสือเรยี น หนา้ 75 10. ครูใหน้ ักเรยี นสงั เกตเครอื่ งหมายของผลลพั ธ์ เครอื่ งหมายของตวั ต้งั และเคร่ืองหมายของตวั บวก จากตวั อย่างที่ครแู สดง วิธีทาว่ามีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร แลว้ ใหน้ กั เรยี นสง่ ตวั แทนมา 3 คน ออกมาแสดงความคดิ เหน็ หน้าห้องวา่ เหมือนหรือ ต่างกนั อย่างไร (แนวตอบ ผลลัพธ์ทไ่ี ดจ้ ะมเี ครอ่ื งหมายเหมือนกับทศนิยมทีม่ คี า่ สมั บรู ณ์มากกว่า) 11. ใหน้ กั เรยี นทา “ลองทาด”ู จากนนั้ ครูและนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 12. ครสู รปุ เป็นกรณที ัว่ ไปสาหรับการบวกทศนยิ มทเ่ี ป็นบวกดว้ ยทศนิยมทเี่ ปน็ ลบ หรือการบวกทศนยิ มทีเ่ ป็นลบด้วยทศนิยม ทเี่ ปน็ บวกดังในกรอบ “คณติ นา่ ร”ู้ ในหนงั สอื เรยี น หน้า 76 13. ให้นักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ข ขอ้ 1 จากนัน้ ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ 14. ครูแจกใบงานที่ 2.11 เรือ่ ง การบวกทศนยิ ม ให้นักเรยี นทาเปน็ การบ้าน

ชว่ั โมงที่ 2 15. ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบใบงานท่ี 2.11 16.ครูทบทวนหลักการลบจานวนเต็มวา่ ใช้การบวกด้วยจานวนตรงขา้ ม และการลบทศนยิ มกใ็ ชห้ ลกั การเดยี วกันกับการลบ จานวนเตม็ คอื ตัวต้ัง - ตัวลบ = ตวั ตั้ง + จานวนตรงขา้ มของตวั ลบ 17. ครูยกตัวอยา่ งท่ี 31 ข้อ 1) ในหนงั สอื เรียน หน้า 76 บนกระดาน พรอ้ มกับถามคาถาม ดงั น้ี  ทศนยิ มทเ่ี ปน็ ตัวลบคอื จานวนใด (แนวตอบ -37.5)  จานวนตรงขา้ มของ -37.5 คอื จานวนใด (แนวตอบ 37.5)  เขยี นการลบในรูปการบวกด้วยจานวนตรงขา้ มไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ 38.42 + 37.5) จากนัน้ ครแู สดงวิธีทาอยา่ งละเอยี ดบนกระดาน พร้อมกบั เนน้ ยา้ ใหน้ กั เรียนฟงั ว่า “การลบทศนยิ ม ใหน้ าจานวนทีอ่ ย่ใู น ตาแหน่งเดยี วกนั มาลบกนั ” 18. ครูยกตวั อย่างที่ 31 ขอ้ 2) ในหนงั สอื เรียน หน้า 76 บนกระดาน พรอ้ มกับถามคาถาม ดงั น้ี  ทศนิยมท่ีเปน็ ตัวลบคอื จานวนใด (แนวตอบ -96.04)  จานวนตรงข้ามของ -96.04 คือจานวนใด (แนวตอบ 96.04)  เขยี นการลบในรูปการบวกดว้ ยจานวนตรงขา้ มได้อย่างไร (แนวตอบ (-48.923) + 96.04)  คา่ สัมบรู ณข์ อง -48.923 และค่าสมั บูรณข์ อง 96.04 เท่ากับเทา่ ไร (แนวตอบ |-48.923| = 48.923 และ |96.04| = 96.04)  คา่ สมั บรู ณข์ อง 96.04 ลบด้วยคา่ สมั บูรณข์ อง -48.923 เทา่ กับเท่าไร (แนวตอบ 47.117) 19. ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมว่า “หลังจากนาคา่ สมั บรู ณ์ของ 96.04 ลบดว้ ยคา่ สมั บรู ณข์ อง -48.923 จะไดผ้ ลลัพธ์เท่ากบั 42.364 ซ่งึ ผลลัพธ์มีเครื่องหมายตามทศนยิ มทีม่ ีค่าสัมบรู ณม์ ากกว่า” จากนัน้ ให้นักเรียนตรวจสอบผลลบท่ีไดใ้ นหนังสอื เรียน หนา้ 76 20. ครใู หน้ ักเรยี นศกึ ษาการหาผลบวกและผลลบของทศนยิ มจากตัวอย่างที่ 32 ในหนังสอื เรียน หนา้ 77 21. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เปน็ กรณที ั่วไปสาหรับการลบทศนยิ มว่า เป็นการบวกดว้ ยจานวนตรงข้ามของตัวบวกดงั ใน กรอบ “คณติ น่ารู้” แล้วให้นกั เรยี นทา “ลองทาดู” 22. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 23. ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 ข ข้อ 2 และข้อ 5 จากนน้ั ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 24. ครูแจกใบงานท่ี 2.12 เร่อื ง การลบทศนยิ ม ให้นกั เรียนทาเปน็ การบา้ น 7.3 ขัน้ สรุป ครูถามคาถามเพอื่ สรปุ ความรู้รวบยอดของนกั เรียน ดงั นี้  การบวกและการลบทศนิยม มีหลกั การสาคญั อย่างไร (แนวตอบ ต้องตงั้ จุดทศนยิ มของตวั ตั้งและตัวบวกหรือตวั ลบให้ตรงกนั จากนั้นนาทศนยิ มทอ่ี ยตู่ าแหน่งเดียวกันมาบวก หรือลบกัน)  การบวกทศนิยมทเ่ี ปน็ จานวนบวก จะไดผ้ ลบวกเป็นจานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ จะไดผ้ ลบวกเปน็ จานวนบวก)  การบวกทศนยิ มทเ่ี ปน็ จานวนลบ จะไดผ้ ลบวกเป็นจานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ จะไดผ้ ลบวกเปน็ จานวนลบ)

 การบวกทศนยิ มท่เี ป็นบวกดว้ ยทศนิยมทีเ่ ป็นลบ หรือการบวกทศนยิ มทีเ่ ป็นลบดว้ ยทศนิยมที่เป็นบวก จะไดผ้ ลลพั ธ์เปน็ จานวนบวกหรอื ลบ (แนวตอบ จะไดผ้ ลลพั ธต์ ามทศนิยมทีม่ คี ่าสมั บูรณม์ ากกวา่ )  ขอ้ ตกลงของการลบทศนิยมโดยอาศัยการบวก เปน็ อย่างไร (แนวตอบ ตวั ตั้ง - ตวั ลบ = ตวั ตัง้ + จานวนตรงขา้ มของตวั ลบ) 8. สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 8.1.1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.2 แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 จานวนตรรกยะ 8.1.3. ใบงานท่ี 2.11 เรอ่ื ง การบวกทศนิยม 8.1.4. ใบงานท่ี 2.12 เรอ่ื ง การลบทศนยิ ม 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ 8.2.1. ห้องเรยี น 8.2.2. ห้องสมุด 8.2.3. อนิ เทอร์เน็ต 9. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัด เครอื่ งมือทีใ่ ช้วดั เกณฑก์ ารวัด ส่งิ ทต่ี ้องการวัด 1.หาผลบวกของทศนิยมได้ (K) ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หัด แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ใบงาน/แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 2.หาผลลบของทศนยิ มได้ (K) ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 แบบประเมินผลงาน 3.เขียนอธบิ ายข้นั ตอนวิธีการหา ผลงานกลุม่ /รายบคุ คล ใบงาน/แบบฝกึ หัด ผลบวกและผลลบของทศนิยมได้ (P) แบบประเมนิ ผลงาน กลุ่ม/รายบุคคล 4. รับผิดชอบต่อหน้าทท่ี ี่ได้รบั สังเกตพฤติกรรมกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรม อยใู่ นระดับดีขนึ้ ไป มอบหมาย (A) การทางานกลุ่ม

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน   2 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา   3 ภาษาทีใ่ ช้เขา้ ใจง่าย   4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   รวม ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เห็น   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่   3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย   4 ความมีนา้ ใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อันพงึ ประสงคด์ ้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้ กษัตริย์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ โรงเรยี น 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ติ ามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทเี่ กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษัตริยต์ ามท่โี รงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง 2.2 ปฏบิ ัตใิ นสิ่งทถ่ี ูกต้อง 3. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว มี ความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจาวัน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู กั ใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ัติได้ 4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ 6. ม่งุ ม่นั ในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ทางาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่ือให้งานสาเร็จ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน 8.2 รจู้ ักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรยี น ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวกรรณิกา ลิกัลตา) ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบัตชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

10. บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญั หา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ตาแหน่ง ครู ความคิดเหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี รี) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจนั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ความคดิ เหน็ ผู้อานวยการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นางสาวพรณภทั ร์ พงษ์วรชั ญพ์ ร) ผู้อานวยการโรงเรียนเทพสถติ วทิ ยา วนั ท.ี่ ...........เดอื น........................พ.ศ................

ใบงานท่ี 2.11 เรื่อง การบวกทศนยิ ม คาช้แี จง : จงหาผลบวกของทศนยิ มต่อไปน้ี = ............................................... 1) 2.145 + 3.67 = ............................................... 2) (-11.69) + (-32.148) = ............................................... 3) (-9.16) + 3.541 = ............................................... 4) 20.145 + (-21.108) = ............................................... 5) 16.103 + (-2.46) = ............................................... 6) (-9.109) + 11.68 = ............................................... 7) (-1.05) + (-2.687) = ............................................... 8) (-3.164) + (-2.57) + 9.25 = ............................................... 9) 12.178 + (-1.639) + (-10.64) = ............................................... 10) (-92.18) + 76.139 + 3.16

เฉลยใบงานที่ 2.11 เรือ่ ง การบวกทศนยิ ม คาช้แี จง : จงหาผลบวกของทศนยิ มต่อไปน้ี = ............5....8...1..5........................... 1) 2.145 + 3.67 = ............-.4...3....8..3..8........................ 2) (-11.69) + (-32.148) = ............-.5.....6..1..9.......................... 3) (-9.16) + 3.541 = ............-.0.....9..6..3.......................... 4) 20.145 + (-21.108) = ............1..3.....6..4..3......................... 5) 16.103 + (-2.46) = ............2....5...7..1........................... 6) (-9.109) + 11.68 = ............-.3.....7..3..7.......................... 7) (-1.05) + (-2.687) = ............3....5...1..6........................... 8) (-3.164) + (-2.57) + 9.25 = ............-.0.....1..0..1.......................... 9) 12.178 + (-1.639) + (-10.64) = ............-.1...2....8..8..1........................ 10) (-92.18) + 76.139 + 3.16

ใบงานที่ 2.12 เรอ่ื ง การลบทศนิยม คาช้แี จง : จงหาผลลบของทศนยิ มต่อไปนี้ = ............................................... 1) (-1.628) - 3.64 = ............................................... 2) 2.95 - (-1.46) = ............................................... 3) 12.18 - 3.172 = ............................................... 4) (-15.99) - (-1.683) = ............................................... 5) (-8.623) - 5.417 = ............................................... 6) 11.351 - (-16.129) = ............................................... 7) (-21.21) - 12.12 = ............................................... 8) 92.18 - 76.139 - (-3.16) = ............................................... 9) -7.693 - (-8.254) - 13.458 = ............................................... 10) 6.154 - 7.321 - (-10.15)

คาชี้แจง : จงหาผลลบของทศนิยมต่อไปน้ี เฉลยใบงานที่ 2.12 1) (-1.628) - 3.64 เรื่อง การลบทศนยิ ม 2) 2.95 - (-1.46) 3) 12.18 - 3.172 = ...........-..5...2..6..8........................... 4) (-15.99) - (-1.683) = ...........4....4..1.............................. 5) (-8.623) - 5.417 = ...........9....0..0..8............................ 6) 11.351 - (-16.129) = ...........-..1..4...3..0...7........................ 7) (-21.21) - 12.12 = ...........-..1..4...0..4........................... 8) 92.18 - 76.139 - (-3.16) = ...........2...7...4..8............................ 9) -7.693 - (-8.254) - 13.458 = ...........-..3..3...3..3........................... 10) 6.154 - 7.321 - (-10.15) = ...........1...9...2..0..1.......................... = ...........-..1..2...8..9...7........................ = ...........8....9..8..3............................

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 14 รายวิชาคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค21101 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชื่อหน่วย จานวนตรรกยะ เวลารวม 20 ชัว่ โมง เรือ่ ง การคูณและการหารทศนยิ ม เวลา 3 ชว่ั โมง ครผู สู้ อน นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ม.1/1 เข้าใจจานวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจานวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจานวนตรรกยะใน การแกป้ ญั หาคณิตศาสตร์และปัญหาในชวี ิตจริง 2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด การหาผลคณู ของทศนิยมทาได้โดยใช้หลักการเดียวกับการคูณจานวนเต็ม แล้วพิจารณาตาแหน่งของทศนิยม ของผลคณู เท่ากบั ผลบวกของจานวนตาแหนง่ ทศนิยมของตัวต้ังกับตัวคูณ ส่วนการหาผลหารของทศนิยม ต้องทาให้ ตวั สว่ นเปน็ จานวนนับก่อน โดยคณู ดว้ ย 10, 100, 1000, … แล้วจงึ ใช้หลักการหารทศนิยมดว้ ยจานวนนบั 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 หาผลคณู ของทศนิยมได้ (K) 3.2 หาผลหารของทศนยิ มได้ (K) 3.3 เขยี นอธิบายขัน้ ตอนวธิ กี ารหาผลคณู และผลหารของทศนยิ มได้ (P) 3.4 รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรยี นรู้ ทศนิยมและเศษสว่ น 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 5.1. ความสามารถในการสื่อสาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การให้เหตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏิบัติ 5.3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 6.1. มีวินยั 6.2. ใฝ่เรยี นรู้ 6.3. มุง่ มนั่ ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ ชว่ั โมงท่ี 1 7.1 ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครทู บทวนการคูณทศนิยมด้วยทศนิยมท่ีนักเรียนได้เรยี นมาแลว้ ในระดับชน้ั ประถมศึกษา โดยเขียนโจทย์ การคณู ทศนยิ ม 0.2  0.13 บนกระดาน แลว้ ถามคาถาม ดังน้ี  0.2 เขียนเป็นเศษส่วนได้เทา่ ไร 2 (แนวตอบ 10 )  0.13 เขยี นเปน็ เศษส่วนไดเ้ ท่าไร 13 (แนวตอบ 100 )  2 13 มผี ลคณู เท่ากบั เทา่ ไร 10  100 26 (แนวตอบ 1,000 )  เขยี นผลลัพธใ์ นรูปทศนยิ มไดเ้ ท่าไร (แนวตอบ 0.026)  ทศนิยมตัวตัง้ ตัวคูณ และผลคณู เปน็ ทศนยิ มกต่ี าแหนง่ ตามลาดบั (แนวตอบ 1 ตาแหนง่ , 2 ตาแหน่ง และ 3 ตาแหนง่ ตามลาดับ ) 2. ครูใหน้ ักเรียนสงั เกตความสมั พนั ธ์ระหว่างจานวนตาแหนง่ ทศนยิ มของตวั ต้งั ตวั คูณ และผลคณู จากน้ัน ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายว่ามีความสัมพันธก์ นั อย่างไร (แนวตอบ จานวนตาแหน่งทศนยิ มของผลคณู เท่ากับ 3 ซึ่งมาจากจานวนตาแหนง่ ทศนยิ มของตวั ตงั้ บวก กับจานวนตาแหนง่ ทศนยิ มของตวั คูณ) 3. จากน้นั ครสู รุปใหน้ กั เรยี นฟังอีกคร้ังว่า “จานวนตาแหนง่ ทศนยิ มของผลคูณ เทา่ กบั ผลบวกของจานวน ตาแหน่งทศนยิ มของตัวต้งั กับตวั คณู ” 7.2 ข้ันสอน 1. ครอู ธิบายวธิ ีการหาผลคูณของทศนยิ มที่เป็นบวก ดงั น้ี 1) หาผลคูณของทศนยิ ม เชน่ เดียวกบั การหาผลคณู ของจานวนเตม็ โดยทย่ี งั ไม่ใส่จุดทศนิยม 2) ใสจ่ ดุ ทศนิยมในผลคณู โดยใหจ้ านวนตาแหน่งทศนยิ มเทา่ กับผลบวกของจานวนตาแหนง่ ทศนิยมของ ตวั ตัง้ กับตวั คณู ซง่ึ ผลคูณท่ีได้เปน็ จานวนบวก 2. ครูยกตวั อย่างท่ี 33 ในหนงั สอื เรียน หน้า 78 บนกระดาน พรอ้ มกับถามคาถาม ดงั น้ี  ตวั ตงั้ 1.234 เป็นทศนิยมกต่ี าแหน่ง (แนวตอบ 3 ตาแหน่ง)  ตัวคูณ 2.1 เปน็ ทศนิยมกตี่ าแหน่ง (แนวตอบ 1 ตาแหน่ง)  ผลคูณจะเปน็ ทศนยิ มกี่ตาแหน่ง (แนวตอบ 4 ตาแหน่ง) ครูสรุปวา่ “ดงั นนั้ ผลคณู ท่ีได้คอื 2.5914 ซ่ึงเปน็ ทศนิยม 4 ตาแหน่ง” 3. ใหน้ กั เรยี นทา “ลองทาดู” จากนั้นครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ 4. ครูอธิบายถึงหลักการคูณทศนิยมที่เป็นลบด้วยทศนิยมที่เป็นลบว่า “ใช้หลักการเดียวกับการคูณ จานวนเต็มลบ นน่ั คอื ใหน้ าคา่ สัมบูรณข์ องทศนยิ มท้ังสองมาคณู กัน แล้วเขียนผลคูณเป็นจานวนบวก ใส่

จุดทศนิยมโดยให้จานวนตาแหน่งทศนิยมเท่ากับผลบวกของจานวนตาแหน่งทศนิยมของตัวต้ังกับ ตวั คูณ” 5. ครูยกตัวอยา่ งที่ 34 ในหนังสือเรียน หน้า 79 บนกระดาน พร้อมกบั ถามคาถาม ดงั นี้  ค่าสัมบูรณข์ อง -239 และคา่ สมั บูรณข์ อง -12 เท่ากบั เท่าไร (แนวตอบ |-239| = 239 และ |-12| = 12)  ค่าสมั บูรณข์ อง -239 คณู กบั ค่าสัมบรู ณ์ของ -12 เทา่ กับเท่าไร (แนวตอบ 2,868)  ตวั ต้งั -2.39 เป็นทศนิยมกต่ี าแหนง่ (แนวตอบ 2 ตาแหนง่ )  ตวั คูณ -0.012 เป็นทศนิยมกี่ตาแหน่ง (แนวตอบ 3 ตาแหน่ง)  ผลคณู จะเป็นทศนยิ มก่ีตาแหน่ง (แนวตอบ 5 ตาแหน่ง) ครสู รปุ ว่า “ดังนัน้ ผลคูณท่ีได้คอื 0.02868 ซงึ่ เปน็ ทศนยิ ม 5 ตาแหน่ง” 6. ครูสรุปเปน็ กรณีทั่วไปสาหรบั การคูณทศนยิ มท่ีเปน็ จานวนลบด้วยทศนิยมท่เี ป็นจานวนลบ ดังในกรอบ “คณติ นา่ รู้” ในหนงั สอื เรียน หนา้ 79 แล้วให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 7. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาการคูณทศนยิ มที่เป็นบวกดว้ ยทศนิยมท่เี ป็นลบ หรอื การคณู ทศนยิ มท่ีเปน็ ลบดว้ ย ทศนยิ มท่ีเปน็ บวกจากตวั อยา่ งท่ี 35 ในหนังสอื เรียน หนา้ 79-80 จากน้นั ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ว่า “หลังจากนาคา่ สัมบรู ณข์ องตัวต้ังคณู กับคา่ สมั บูรณ์ของตัวคูณ แล้วเขยี นผลคณู ทไี่ ด้เปน็ จานวนลบ จะ ได้ผลคูณเปน็ จานวนลบ” จากนั้นใหน้ กั เรยี นตรวจสอบผลคูณที่ไดใ้ นหนงั สือเรยี น หน้า 79-80 8. ครสู รุปเปน็ กรณที ว่ั ไปสาหรบั การคณู ทศนยิ มท่เี ปน็ จานวนบวกดว้ ยทศนิยมท่ีเปน็ จานวนลบ หรือการคูณ ทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนลบดว้ ยทศนยิ มทีเ่ ปน็ จานวนบวกดังในกรอบ “คณิตนา่ รู้” ในหนังสือเรียน หน้า 79 9. ครูใหน้ กั เรียนทา “ลองทาดู” ในหนังสือเรียน หนา้ 80 จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ 10.ให้นักเรียนทาแบบฝึกทักษะ 2.2 ข ขอ้ 3 แล้วครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ 11.ครูแจกใบงานที่ 2.13 เร่ือง การคูณทศนยิ ม ให้นกั เรยี นทาเปน็ การบา้ น ชว่ั โมงที่ 2 12.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบใบงานที่ 2.13 13 ครูกล่าวถงึ การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนบั ทนี่ กั เรียนไดเ้ รียนในระดับประถมแล้วว่า “ใชว้ ธิ ตี งั้ หารยาว หรอื หารสน้ั และถ้าการหารไม่ลงตวั มีเศษเหลือใหใ้ สจ่ ดุ ทศนยิ มไวท้ ้ายตวั ตัง้ แลว้ เติม 0 หลังจดุ ทศนิยม น้ัน (เตมิ 0 กีต่ ัวก็ได้ เพราไม่ทาให้ค่าของทศนยิ มเปลย่ี นแปลง) แลว้ จงึ ทาการหารต่อไปจนถึงตาแหนง่ ของทศนิยมทีต่ ้องการ” จากน้นั ใหน้ กั เรยี นศึกษาการหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนบั ในหนังสอื เรียน หน้า 80 14.ใหน้ ักเรยี นศึกษาตัวอย่างท่ี 36 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 81 แล้วทา “ลองทาดู” จากนน้ั ครูและนกั เรียน รว่ มกนั เฉลยคาตอบ 15.ครูถามคาถาม ดงั น้ี  ถ้าตวั หารไม่ใช่จานวนเตม็ นักเรยี นจะตั้งหารยาวไดเ้ ลยหรือไม่ (แนวตอบ ไมไ่ ด้ ต้องทาตัวหารใหเ้ ปน็ จานวนเต็มก่อน)

 การทาตัวหารให้เปน็ จานวนเต็ม ทาได้อยา่ งไร (แนวตอบ ถ้าตัวหารเปน็ ทศนิยมหน่ึงตาแหนง่ ให้นา 10 คณู ทตี่ ัวหาร ถา้ ตัวหารเป็นทศนิยมสองตาแหนง่ ใหน้ า 100 คณู ท่ีตวั หาร ถ้าตัวหารเปน็ ทศนยิ มสามตาแหน่ง ใหน้ า 1,000 คณู ท่ตี วั หาร เปน็ เชน่ นี้ไปเรือ่ ย ๆ) 16.ครูอธบิ ายวิธีการหารทศนิยมท่ีเปน็ บวกดว้ ยทศนยิ มที่เปน็ บวก “ตอ้ งทาตวั หารใหเ้ ปน็ จานวนนบั กอ่ น โดยนา 10, 100, 1000, … คณู ทงั้ ตวั ต้ังและตัวหาร แล้วใชห้ ลกั การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั ” 17.ครูยกตวั อย่างท่ี 37 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 81 บนกระดาน พร้อมกับถามคาถาม ดงั น้ี  ตัวหารเปน็ ทศนยิ มกตี่ าแหนง่ (แนวตอบ 2 ตาแหน่ง)  ทาตวั หารให้เปน็ จานวนนบั ได้อยา่ งไร (แนวตอบ นา 100 คณู ทัง้ ตวั ตงั้ และตัวหาร) จากนั้นครูแสดงวธิ ที าอย่างละเอยี ดบนกระดาน 18.ครยู กตัวอยา่ งท่ี 38 ในหนังสือเรียน หน้า 82 บนกระดาน พรอ้ มกับถามคาถาม ดังนี้  ตวั หารเปน็ ทศนยิ มก่ีตาแหนง่ (แนวตอบ 1 ตาแหน่ง)  ทาตัวหารให้เปน็ จานวนนับได้อยา่ งไร (แนวตอบ นา 10 คูณทั้งตวั ต้ังและตัวหาร) จากน้นั ครูแสดงวิธที าอยา่ งละเอยี ดบนกระดาน แลว้ สรปุ วา่ “การหารทศนิยมที่เปน็ จานวนบวกดว้ ย ทศนิยมที่เป็นจานวนบวก จะได้ผลหารเป็นจานวนบวก” 19.ครูให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” (ทา้ ยตวั อย่างท่ี 37 และ 38) ในหนงั สือเรียน หนา้ 82 จากนั้นครูและ นักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ 20.ครยู กตวั อยา่ งท่ี 39 ในหนงั สือเรียน หน้า 83 บนกระดาน แล้วอธบิ ายว่า “ก่อนที่จะทาตัวส่วนให้เป็น จานวนนับเพือ่ ตง้ั หาร ใหห้ าค่าสมั บรู ณข์ องทศนิยมที่เป็นจานวนลบก่อน เพ่ือความสะดวกในการหา ผลหาร” พรอ้ มกับถามคาถาม ดงั น้ี  คา่ สัมบูรณข์ อง -3.598 และค่าสมั บรู ณข์ อง -0.07 เทา่ กับเท่าไร (แนวตอบ |-3.598| = 3.598 และ |-0.07| = 0.07)  ตวั หารเป็นทศนยิ มกต่ี าแหน่ง (แนวตอบ 2 ตาแหน่ง)  ทาตวั หารใหเ้ ปน็ จานวนนับได้อย่างไร (แนวตอบ นา 100 คณู ทง้ั ตัวตัง้ และตัวหาร) จากนัน้ ครูแสดงวธิ ีทาอย่างละเอียดบนกระดาน แลว้ สรปุ วา่ “การหารทศนิยมท่ีเปน็ จานวนลบด้วย ทศนยิ มทเี่ ปน็ จานวนลบ จะได้ผลหารเปน็ จานวนบวก” 21. ครูสรปุ เปน็ กรณที ่ัวไปสาหรับการหารทศนิยมทีเ่ ปน็ จานวนลบดว้ ยทศนยิ มทีเ่ ป็นจานวนลบดงั ในกรอบ “คณติ นา่ รู้” ในหนังสอื เรียน หน้า 83 แล้วให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” จากน้ันครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 22. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาการหารทศนยิ มทีเ่ ป็นลบด้วยทศนิยมทเี่ ป็นบวกจากตวั อยา่ งท่ี 40 ในหนังสือเรยี น หน้า 84 จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ เป็นกรณีทัว่ ไปสาหรบั การหารทศนยิ มทเี่ ป็นลบด้วยทศนิยม ท่ีเปน็ บวกดังในกรอบ “คณิตน่ารู้” 23. ใหน้ กั เรยี นทา “ลองทาดู” จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ

24. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาการหารทศนิยมทเี่ ปน็ บวกด้วยทศนิยมท่ีเปน็ ลบจากตวั อยา่ งท่ี 41 ในหนงั สือเรียน หน้า 84-85 จากนนั้ ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เปน็ กรณีทั่วไปสาหรับการหารทศนิยมท่เี ปน็ บวกด้วย ทศนิยมทเี่ ปน็ ลบดงั ในกรอบ “คณิตนา่ รู้” ในหนังสอื เรียน หนา้ 85 25.ครูให้นกั เรียนทา “ลองทาดู” (ทา้ ยตัวอย่างที่ 40 และ 41) ในหนงั สือเรยี น หน้า 84-85 จากนัน้ ครูและ นักเรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 26.ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกทักษะ 2.2 ข ข้อ 4 และใบงานท่ี 2.14 เร่อื ง การหารทศนิยม เป็นการบ้าน ชว่ั โมงท่ี 3 27.ครแู ละนกั เรียนร่วมกันเฉลยคาตอบแบบฝึกทกั ษะ 2.2 ข ข้อ 4 และใบงานท่ี 2.14 28.ใหน้ กั เรยี นจับคศู่ ึกษาตวั อย่างท่ี 42 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 85 แลว้ แลกเปลย่ี นความร้กู บั คู่ของตนเอง จากนัน้ ครถู ามคาถาม ดงั นี้  ตัวหารเปน็ ทศนิยมกตี่ าแหนง่ (แนวตอบ 1 ตาแหน่ง)  ทาตวั หารให้เป็นจานวนนับได้อยา่ งไร (แนวตอบ นา 10 คูณทั้งตวั ต้งั และตวั หาร) -0.35  -14 จะได้ผลหารเปน็ จานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ ได้ผลหารเปน็ จานวนบวก)  ผลลัพธท์ ไี่ ด้จากตวั อย่างดงั กล่าวเปน็ จานวนบวกหรอื ลบ เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ ได้ผลหารเปน็ จานวนบวก เพราะทศนยิ มที่เปน็ บวกคูณด้วยทศนิยมท่ีเปน็ บวก จะได้ผลคูณ เป็นจานวนบวก) 29.ให้นกั เรยี นทา “ลองทาดู” จากนัน้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ “ลองทาดู” 30.ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝึกทักษะ 2.2 ข ข้อ 6-8 เปน็ การบ้าน 31.ครใู หน้ กั เรียนจดั กลุม่ กลุ่มละ 4 คน คละความสามารถทางคณติ ศาสตร์ แล้วทากิจกรรม ดงั น้ี - ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนมาตกลงกันวา่ จะเลอื กแก้ปญั หาแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ข ข้อ 9 หรือข้อ 10 - นักเรียนแต่ละคนวเิ คราะหว์ า่ ปัญหาทก่ี ลมุ่ ของตนเองเลือกมีวิธกี ารแก้อย่างไร จากนน้ั แลกเปลีย่ น คาตอบกนั ภายในกลุ่ม สนทนาซักถามจนเป็นท่เี ขา้ ใจรว่ มกัน - นักเรยี นแต่ละคนเขยี นขน้ั ตอนการแสดงวิธคี ดิ ของกล่มุ ตนเองอย่างละเอยี ดลงในสมุด - ใหต้ ัวแทนกลมุ่ มานาเสนอคาตอบหน้าชนั้ เรยี น โดยเพอ่ื นกลุ่มท่เี หลือคอยตรวจสอบความถูกต้อง 7.3 ขั้นสรุป ครูถามคาถามเพ่ือสรุปความรู้รวบยอดของนกั เรียน ดังนี้  การคณู ทศนยิ มทเี่ ปน็ บวกด้วยทศนิยมทีเ่ ป็นลบ หรือการคูณทศนิยมที่เป็นลบดว้ ยทศนยิ มท่ีเป็นบวก จะ ไดผ้ ลคณู เปน็ จานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ ไดผ้ ลคูณเปน็ จานวนลบ)  การคณู ทศนิยมทีเ่ ปน็ ลบดว้ ยทศนยิ มทเ่ี ปน็ ลบ จะไดผ้ ลคูณเป็นจานวนบวกหรอื ลบ (แนวตอบ ได้ผลคณู เป็นจานวนบวก)  หลกั การหารทศนิยมด้วยทศนิยม คอื อะไร

(แนวตอบ ต้องทาตวั หารใหเ้ ป็นจานวนนับก่อน โดยนา 10, 100, 1000, … คณู ทง้ั ตัวต้งั และตัวหาร)  การหารทศนยิ มท่ีเป็นบวกด้วยทศนยิ มท่ีเป็นลบ หรือการหารทศนยิ มที่เป็นลบด้วยทศนิยมที่เป็นบวก จะ ไดผ้ ลหารเปน็ จานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ ไดผ้ ลหารเป็นจานวนลบ)  การหารทศนยิ มที่เปน็ ลบดว้ ยทศนยิ มที่เปน็ ลบ จะไดผ้ ลหารเป็นจานวนบวกหรือลบ (แนวตอบ ไดผ้ ลหารเป็นจานวนบวก) 8. สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ 8.1 สื่อการเรยี นรู้ 8.1.1. หนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.2 แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.3. ใบงานท่ี 2.13 เรือ่ ง การคูณทศนิยม 8.1.4. ใบงานที่ 2.14 เรอ่ื ง การหารทศนยิ ม 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 8.2.1. ห้องเรยี น 8.2.2. หอ้ งสมดุ 8.2.3. อนิ เทอรเ์ น็ต 9. การวดั และประเมินผล สงิ่ ทีต่ ้องการวดั วธิ ีการวัด เคร่ืองมือท่ีใช้วัด เกณฑก์ ารวัด 1.หาผลคูณของทศนิยมได้ (K) ตรวจใบงาน/แบบฝึกหัด แบบประเมินผลงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หดั ใบงาน/แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 2.หาผลหารของทศนยิ มได้ (K) ผลงานกลุ่ม/รายบุคคล ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 แบบประเมนิ ผลงาน 3.เขยี นอธบิ ายขน้ั ตอนวธิ ีการหาผล ใบงาน/แบบฝกึ หัด คณู และผลหารของทศนยิ มได้ (P) แบบประเมินผลงาน กลุ่ม/รายบคุ คล 4. รับผิดชอบตอ่ หน้าทที่ ่ีไดร้ ับ สังเกตพฤติกรรมกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรม อยใู่ นระดบั ดขี ้ึนไป มอบหมาย (A) การทางานกลมุ่

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน   2 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา   3 ภาษาทีใ่ ช้เขา้ ใจง่าย   4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   รวม ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เห็น   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่   3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย   4 ความมีนา้ ใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดบั คะแนน คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อันพึงประสงค์ด้าน 321 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้ กษัตริย์ 1.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทเ่ี กย่ี วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่ีโรงเรียนจดั ขนึ้ 2. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ีถูกต้อง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ทถี่ ูกต้อง 3. มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของครอบครัว มี ความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน 4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ร้จู กั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ัติได้ 4.2 รู้จกั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟังคาส่งั สอนของบิดา - มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้ 4.4 ตงั้ ใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั 5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรู้คณุ ค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ 6. มุง่ มน่ั ในการ 6.1 มีความต้งั ใจและพยายามในการทางานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย ทางาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อให้งานสาเร็จ 7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน 8.2 รู้จักการดูแลรกั ษาทรัพย์สมบัติและสงิ่ แวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรียน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบตั บิ างครง้ั ให้ 1 คะแนน 10. บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

ผลการจดั การเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญั หา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ……………………………………………. (นางสาวกรรณกิ า ลิกัลตา) ตาแหนง่ ครู ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี ร)ี หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑรู ย์ มณจี นั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ความคิดเหน็ ผ้อู านวยการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวพรณภทั ร์ พงษว์ รชั ญ์พร) ผ้อู านวยการโรงเรยี นเทพสถติ วิทยา วนั ท่.ี ...........เดือน........................พ.ศ................

ใบงานท่ี 2.13 เรอ่ื ง การคูณทศนยิ ม คาช้แี จง : จงหาผลคูณของทศนิยมตอ่ ไปนี้ = ............................................... 1) 3.68  1.2 = ............................................... 2) (-4.9)  2.6 = ............................................... 3) (-5.5)  (-0.2) = ............................................... 4) 8.1  (-6.3) = ............................................... 5) 1.25  (-3.68) = ............................................... 6) (-11.1)  2.3 = ............................................... 7) 6.2  (-4.1) = ............................................... 8) (-0.7)  (-1.4)  5.3 = ............................................... 9) 12.8  (-1.5)  (-10.1) = ............................................... 10) (-0.36)  (-2.1)  (-7.4)

เฉลยใบงานท่ี 2.13 เร่ือง การคูณทศนยิ ม คาช้แี จง : จงหาผลคูณของทศนยิ มตอ่ ไปนี้ = ............4..4..1..6............................. 1) 3.68  1.2 = ............-.1..2...7..4........................... 2) (-4.9)  2.6 = ............1..1................................. 3) (-5.5)  (-0.2) = ............-.5..1...0..3........................... 4) 8.1  (-6.3) = ............-.4...6............................... 5) 1.25  (-3.68) = ............-.2..5...5..3........................... 6) (-11.1)  2.3 = ............5...1..9..4............................. 7) 6.2  (-4.1) = ............-.2..5....4..2........................... 8) (-0.7)  (-1.4)  5.3 = ............1..9.3....9..2........................... 9) 12.8  (-1.5)  (-10.1) = ............-.5....5..9..4.4.......................... 10) (-0.36)  (-2.1)  (-7.4)

ใบงานท่ี 2.14 เร่ือง การหารทศนยิ ม คาช้แี จง : จงหาผลหารของทศนิยมต่อไปน้ี = ............................................... 1) 27.3  3 2) (-96.8)  4 = ............................................... 3) 112.8  (-8) = ............................................... 4) (-3.92)  (-28) = ............................................... 5) 2.132  (-4.1) = ............................................... 6) (-44.8248)  (-9.83) = ............................................... 7) (-53.235)  6.3 = ............................................... 8) 340.8  (-6.4)  (-2.5) = ............................................... 9) (-18.259)  (-9.61)  (-0.5) = ............................................... 10) 12.5172  (-0.1)  22.8 = ...............................................

เฉลยใบงานท่ี 2.14 เร่อื ง การหารทศนิยม คาช้แี จง : จงหาผลหารของทศนิยมตอ่ ไปน้ี = ...........9...1................................. 1) 27.3  3 2) (-96.8)  4 = ...........-.2..4...2.............................. 3) 112.8  (-8) = ...........-.1..4...1.............................. 4) (-3.92)  (-28) = ...........0...1..4............................... 5) 2.132  (-4.1) = ...........-.0...5..2.............................. 6) (-44.8248)  (-9.83) = ...........4....5..6............................... 7) (-53.235)  6.3 = ...........-.8....4..5.............................. 8) 340.8  (-6.4)  (-2.5) = ...........2..1....3............................... 9) (-18.259)  (-9.61)  (-0.5) = ...........-.3....8................................ 10) 12.5172  (-0.1)  22.8 = ...........-.5....4..9..............................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 รายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ค21101 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 ช่อื หน่วย จานวนตรรกยะ เวลารวม 20 ช่ัวโมง เรือ่ ง ความสัมพันธ์ของเศษสว่ นกับทศนยิ ม เวลา 1 ช่ัวโมง ครูผู้สอน นางสาวกรรณิกา ลิกลั ตา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั ค 1.1 ม.1/1 เข้าใจจานวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจานวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจานวนตรรกยะใน การแก้ปญั หาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวติ จริง 2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เศษสว่ นและทศนิยมมคี วามสัมพนั ธ์กัน ดังน้ันเราจึงสามารถเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยม และเขียนทศนิยมใน รูปเศษส่วนได้ การเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมทาได้โดยทาตัวส่วนให้เป็น 10, 100, 1000, … หรืออาจใช้การ ตั้งหารยาว ส่วนการเขียนทศนิยมในรูปเศษส่วนทาได้โดยเขียนตัวหารเป็น 10, 100, 1000, … ซ่ึงข้ึนอยู่กับ ตาแหน่งของทศนิยมนั้น ๆ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 เขยี นเศษสว่ นในรูปทศนิยมและเขยี นทศนยิ มในรปู เศษสว่ นได้ (K) 3.1 ใช้ความสมั พันธข์ องเศษส่วนกับทศนยิ มชว่ ยในการแกป้ ัญหาได้ (P) 3.1 รบั ผิดชอบต่อหน้าที่ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ ทศนยิ มและเศษส่วน 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 5.1. ความสามารถในการสื่อสาร 5.2. ความสามารถในการคิด - การให้เหตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 6.1. มีวินยั 6.2. ใฝ่เรยี นรู้ 6.3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่วั โมงที่ 1 7.1 ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูกลา่ ววา่ “เราทราบมาแล้ววา่ เศษสว่ นทมี่ ตี ัวส่วนเปน็ 10, 100, 1000, … สามารถเขยี นให้อยใู่ นรูป ทศนยิ มหนงึ่ ตาแหนง่ ทศนิยมสองตาแหนง่ ทศนิยมสามตาแหน่ง ... ได้ และในทานองเดียวกัน เศษสว่ น ทมี่ ีตวั สว่ นไม่เท่ากบั 10, 100, 1000, … กส็ ามารถเขียนใหอ้ ยู่ในรปู ทศนยิ มได้เชน่ เดยี วกนั ” 2. ครูทบทวนการหาเศษส่วนให้เท่ากับเศษสว่ นที่กาหนดให้ ดังน้ี a ac b bc - การหาเศษสว่ นท่เี ทา่ กบั เศษส่วนท่กี าหนดให้โดยการคณู = เมอ่ื b, c 0 - การหาเศษสว่ นทเี่ ทา่ กับเศษส่วนท่กี าหนดให้โดยการหาร a = ac เม่อื b, c 0 b bc 7.2 ขนั้ สอน 4 7 51 5 20 125 1. ครูยกตวั อยา่ งเศษส่วนท่เี ป็นจานวนบวก เชน่ , และ แลว้ อธบิ ายการเขียนใหอ้ ยู่ในรปู ทศนยิ มโดยถามคาถาม ดงั นี้  เศษสว่ นท่มี ีตวั สว่ นเปน็ 10 เม่ือเขียนในรปู ทศนิยมจะไดท้ ศนยิ มก่ตี าแหน่ง (แนวตอบ 1 ตาแหน่ง) 4 8  เน่อื งจาก 5 = 10 ดงั นั้น เมื่อเขียนเปน็ ทศนยิ ม จะไดเ้ ท่ากบั เท่าไร (แนวตอบ 0.8)  เศษสว่ นท่มี ตี วั ส่วนเป็น 100 เม่อื เขียนในรปู ทศนิยมจะได้ทศนิยมกต่ี าแหน่ง (แนวตอบ 2 ตาแหนง่ ) 7 35  เน่อื งจาก 20 = 100 ดังน้นั เมื่อเขียนเปน็ ทศนิยม จะไดเ้ ท่ากบั เท่าไร (แนวตอบ 0.35)  เศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเปน็ 1,000 เม่ือเขยี นในรปู ทศนยิ มจะไดท้ ศนิยมกี่ตาแหนง่ (แนวตอบ 3 ตาแหนง่ ) 51 408  เนอ่ื งจาก 125 = 1,000 ดังนน้ั เมื่อเขียนเป็นทศนยิ ม จะได้เท่ากับเท่าไร (แนวตอบ 0.408) ครสู รุปให้เรียนฟงั อกี ครั้งวา่ การเขยี นเศษสว่ นให้อย่ใู นรูปทศนยิ มทาได้โดยทาตวั สว่ นให้เปน็ 10, 100, 1000, … จะได้ทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง ทศนิยมสองตาแหน่ง ทศนยิ มสามตาแหน่ง ... ตามลาดบั ดังนั้น 4 7 51 5 = 0.8 , 20 = 0.35 และ 125 = 0.408 2. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาตัวอยา่ งที่ 43 ในหนังสือเรียน หน้า 87-88 จากนั้นทา “ลองทาดู” ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 88 แลว้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ 3. ครูกล่าวว่า “การเขยี นเศษส่วนให้อยูใ่ นรปู ทศนิยมในตวั อย่างท่ี 43 ท่นี กั เรยี นได้ศึกษาไปขา้ งต้น ใช้วธิ ีทา ตัวส่วนใหเ้ ทา่ กบั 10 และ 100 แตน่ อกจากนี้นักเรยี นสามารถเขยี นเศษสว่ นใหอ้ ยูใ่ นรปู ทศนยิ มได้โดย การต้งั หาร” 4. ใหน้ กั เรียนศึกษาตัวอย่างที่ 44 ในหนังสือเรียน หน้า 88 แลว้ เนน้ ย้านกั เรียนวา่ “ถา้ เศษส่วนทโ่ี จทย์ กาหนดเปน็ จานวนลบ เมือ่ เขียนในรปู ทศนยิ มแลว้ จะทาให้ทศนยิ มท่ีไดเ้ ป็นจานวนลบด้วย” จากน้นั ให้ นักเรียนทา “ลองทาดู” แล้วครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ 5. ครูยกตัวอยา่ งที่ 45 ในหนังสือเรยี น หน้า 89 บนกระดาน พรอ้ มกับถามคาถาม ดังน้ี  ทศนยิ ม -3.8 เป็นทศนยิ มหนึ่งตาแหนง่ ถา้ เขียนในรปู เศษส่วนจะมตี วั ส่วนเปน็ เทา่ ไร (แนวตอบ 10)

 ทศนิยม -4.13 เปน็ ทศนิยมสองตาแหนง่ ถา้ เขยี นในรปู เศษสว่ นจะมีตัวส่วนเป็นเท่าไร (แนวตอบ 100) จากนัน้ ครแู สดงวิธกี ารเขียนทศนิยมในรปู เศษส่วน แลว้ บอกนักเรยี นว่า “เมื่อเขียนในรปู เศษสว่ น เรามกั ทาให้เปน็ เศษสว่ นอยา่ งต่า และถ้าเศษสว่ นอยู่ในรูปเศษเกิน เรามกั เขยี นในรูปจานวนคละ” 6. ใหน้ ักเรยี นทา “ลองทาดู” แล้วครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ 17 7. ใหน้ ักเรียนจบั คูศ่ ึกษาการเขียนเศษสว่ น 9 ในรูปทศนยิ ม ในหนังสือเรยี น หน้า 89 แล้วแลกเปลี่ยน ความรู้กบั คู่ของตนเอง จากนั้นครถู ามคาถาม ดงั น้ี  ทศนิยม 1.888… เรียกวา่ อะไร (แนวตอบ ทศนิยมซ้า)  จาก 1.888… เป็นทศนยิ มซา้ เลขใด (แนวตอบ ซา้ เลข 8) 8. ใหน้ ักเรยี นคเู่ ดิมศึกษาตัวอย่างทศนิยมซ้าอ่ืน ๆ ในหนงั สือเรียน หน้า 89-90 แล้วแลกเปลีย่ นความรูก้ บั คู่ ของตนเอง จากน้ันครถู ามคาถาม ดงั นี้ 4  จาก - 33 เป็นทศนยิ มซ้าเลขใด (แนวตอบ ซา้ ด้วย 12 ไม่ส้ินสดุ )  จาก -133370 เป็นทศนยิ มซ้าเลขใด (แนวตอบ ซ้าดว้ ย 15 ไมส่ ้นิ สุด) 49  จาก 111 เป็นทศนิยมซ้าเลขใด (แนวตอบ ซา้ ดว้ ย 441 ไม่ส้ินสุด)  จาก 1 เป็นทศนยิ มซ้าเลขใด (แนวตอบ ซ้าด้วย 0 ไม่ส้นิ สดุ ) 4 9. ครูกล่าวสรปุ วา่ “เศษส่วนทตี่ ัวเศษและตวั ส่วนเปน็ จานวนเต็ม ไมว่ า่ จะเปน็ จานวนลบหรือจานวนบวก ก็ สามารถเขยี นให้อยใู่ นรูปทศนิยมซา้ ได้ และในทางกลบั กันก็สามารถเขียนทศนยิ มซ้าศนู ยใ์ ห้อยใู่ นรูป เศษสว่ นได้” 10.ครูแจกใบงานท่ี 2.15 เรอื่ ง ความสัมพนั ธข์ องเศษสว่ นกบั ทศนิยม ใหน้ ักเรียนทา แลว้ ครูและนกั เรยี น รว่ มกนั เฉลยคาตอบใบงานที่ 2.15 11.ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ค ข้อ 1-2 จากน้นั ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบ 12.ให้นักเรียนทา Exercise 2.2C ข้อ 1-2 ในแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ เป็นการบ้าน 7.3 ขั้นสรุป ครูถามคาถามเพื่อสรปุ ความรู้รวบยอดของนักเรยี น ดงั นี้  เศษส่วน ท่ีตวั เศษและตวั สว่ นเปน็ จานวนเตม็ สามารถเขียนใหอ้ ย่ใู นรปู ทศนยิ มไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ ใช้วธิ ีทาตัวส่วนให้เท่ากับ 10, 100, 1000, … หรือใชว้ ธิ กี ารตัง้ หาร)  ทศนิยมซา้ สามารถเขยี นให้อย่ใู นรปู ใดได้ (แนวตอบ เศษส่วน)

8. ส่ือและแหล่งเรียนรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 8.1.1. หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.2 แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 จานวนตรรกยะ 8.1.3. ใบงานท่ี 2.15 เร่ือง ความสัมพนั ธข์ องเศษส่วนกบั ทศนยิ ม 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 8.2.1. ห้องเรยี น 8.2.2. หอ้ งสมดุ 8.2.3. อินเทอร์เนต็ 9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครอ่ื งมือทใี่ ช้วัด เกณฑ์การวดั ส่งิ ท่ตี ้องการวัด ตรวจใบงาน/แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ผลงานกลุ่ม/รายบคุ คล แบบประเมนิ ผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 1.เขียนเศษสว่ นในรูปทศนิยมและ ใบงาน/แบบฝกึ หัด เขียนทศนิยมในรปู เศษส่วนได้ (K) สงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม แบบประเมนิ ผลงาน อยใู่ นระดบั ดขี ึน้ ไป 2.ใชค้ วามสัมพันธ์ของเศษส่วนกับ กลุ่ม/รายบุคคล ทศนิยมช่วยในการแกป้ ญั หาได้ (P) แบบสงั เกตพฤติกรรม 3. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ี่ได้รับ การทางานกลุม่ มอบหมาย (A)

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน   2 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา   3 ภาษาทีใ่ ช้เขา้ ใจง่าย   4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   รวม ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เห็น   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่   3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย   4 ความมีนา้ ใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook