๑๔๗ ช้ัน ที่ รหัสตัวชี้วดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.4 18 ว 1.3 ม.4/2 อธบิ ายหลักการถา่ ยทอดลกั ษณะ • ลักษณะบางลกั ษณะมโี อกาสพบในเพศชาย ✓ ทีถ่ ูกควบคุมด้วยยีนท่ีอย่บู น และเพศหญงิ ไมเ่ ท่ากนั เชน่ ตาบอดสี โครโมโซมเพศและมลั ติเปิลแอลลลี ฮีโมฟเี ลีย ซ่งึ ควบคมุ โดยยนี บนโครโมโซมเพศ บางลกั ษณะมีการควบคมุ โดยยีนแบบ มลั ตเิ ปิลแอลลีล เชน่ หม่เู ลือดระบบ ABO ซ่ึงการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม ดงั กล่าวจดั เปน็ สว่ นขยายของพันธุศาสตร์ เมนเดล 19 ว 1.3 ม.4/3 อธบิ ายผลท่ีเกิดจากการเปลย่ี นแปลง • มวิ เทชันทเ่ี ปลย่ี นแปลงลาดับนวิ คลีโอไทด์ ✓ ลาดับนิวคลีโอไทด์ในดเี อน็ เอ หรอื เปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งหรอื จานวน ตอ่ การแสดงลักษณะของส่ิงมีชีวติ โครโมโซมอาจสง่ ผลทาใหล้ กั ษณะของ 20 ว 1.3 ม.4/4 สบื คน้ ข้อมลู และยกตวั อยา่ ง ส่ิงมชี ีวติ เปล่ียนแปลงไปจากเดิม ซง่ึ อาจมี ✓ การนามวิ เทชันไปใชป้ ระโยชน์ ผลดีหรือผลเสีย • มนุษยใ์ ชห้ ลกั การของการเกิดมิวเทชนั ในการชกั นาให้ไดส้ ่ิงมชี ีวิตท่มี ีลักษณะ ท่ีแตกต่างจากเดิม โดยการใช้รงั สีและ สารเคมตี ่าง ๆ 21 ว 1.3 ม.4/5 สืบค้นข้อมลู และอภิปรายผล • มนษุ ยน์ าความรเู้ ทคโนโลยที างดเี อ็นเอ ✓ ของเทคโนโลยีทางดเี อน็ เอทมี่ ีตอ่ มาประยกุ ต์ใช้ทางดา้ นการแพทย์ และ มนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดล้อม เภสชั กรรม เช่น การสร้างส่ิงมชี ีวติ ดดั แปร พันธุกรรม เพ่ือผลิตยาและวคั ซีน ด้านการเกษตร เช่น พชื ดัดแปรพันธกุ รรม ท่ีตา้ นทานโรคหรือแมลง สตั ว์ดดั แปร พันธุกรรมที่มลี ักษณะตามที่ต้องการ และ ด้านนติ ิวิทยาศาสตร์ เชน่ การตรวจลายพมิ พ์ ดเี อ็นเอ เพ่ือหาความสมั พันธ์ทางสายเลือด หรือเพ่ือหาผู้กระทาผิด • การใช้เทคโนโลยที างดีเอน็ เอในด้านต่าง ๆ ต้องคานึงถึงความปลอดภยั ทางชีวภาพ ชวี จรยิ ธรรม และผลกระทบทางด้านสงั คม 22 ว 1.3 ม.4/6 สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และ • ส่ิงมชี ีวิตทีม่ อี ยู่ในปัจจุบันมีลกั ษณะ ✓ ยกตวั อย่างความหลากหลาย ทป่ี รากฏให้เห็นแตกต่างกันซ่ึงเป็นผลมาจาก ของสิง่ มีชวี ติ ซึ่งเปน็ ผลมาจาก ความหลากหลายของลกั ษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการ ซึ่งเกดิ จากมิวเทชนั รว่ มกบั การคดั เลอื ก โดยธรรมชาติ สาหรบั การจัดการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๔๘ ชั้น ที่ รหัสตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.4 • ผลจากกระบวนการคดั เลือกโดยธรรมชาติ ทาใหส้ ่ิงมีชีวิตทีม่ ีลักษณะเหมาะสม ในการดารงชวี ติ สามารถปรบั ตวั ใหอ้ ยูร่ อด ไดใ้ นสง่ิ แวดลอ้ มน้ัน ๆ • กระบวนการคดั เลือกโดยธรรมชาติ เปน็ หลกั การทีส่ าคัญอย่างหนึ่งท่ีทาใหเ้ กดิ ววิ ัฒนาการของสิ่งมชี ีวิต สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พ้ืนฐำน ร่วมกับ สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๔๙ ชั้น ที่ รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.5 23 ว 2.1 ม.5/1 ระบุวา่ สารเปน็ ธาตหุ รือ สารประกอบ และอยใู่ นรูป • สารเคมีทกุ ชนดิ สามารถระบไุ ดว้ ่าเปน็ ธาตุ ✓ 24 ว 2.1 ม.5/2 อะตอม โมเลกุล หรือไอออน จากสูตรเคมี หรอื สารประกอบ และอยู่ในรูปของอะตอม 25 ว 2.1 ม.5/3 เปรียบเทียบความเหมือนและ ความแตกต่างของแบบจาลอง โมเลกลุ หรอื ไอออนได้ โดยพิจารณาจาก 26 ว 2.1 ม.5/4 อะตอมของโบร์กบั แบบจาลอง อะตอมแบบกลุ่มหมอก สตู รเคมี ระบจุ านวนโปรตอน นิวตรอน แบบจาลองอะตอมใชอ้ ธิบายตาแหนง่ ✓ และอิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนทเ่ี กิดจากอะตอม ของโปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอน เดียว ในอะตอม โดยโปรตอนและนิวตรอน เขียนสญั ลกั ษณ์นิวเคลียร์ของ ธาตุและระบุการเปน็ ไอโซโทป อย่รู วมกนั ในนวิ เคลียส ส่วนอิเลก็ ตรอน เคลอื่ นท่ีรอบนวิ เคลียส ซงึ่ ในแบบจาลอง อะตอมของโบร์ อิเล็กตรอนเคลอื่ นที่เป็นวง โดยแต่ละวงมรี ะยะหา่ งจากนิวเคลยี สและ มพี ลังงานต่างกันและอิเล็กตรอนวงนอกสุด เรียกว่า เวเลนซ์อเิ ล็กตรอน แบบจาลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก แสดง โอกาสทีจ่ ะพบอเิ ลก็ ตรอนรอบนิวเคลียส ในลักษณะกลุ่มหมอก เนอื่ งจาก อเิ ลก็ ตรอนมขี นาดเลก็ และเคลื่อนท่ี อยา่ งรวดเร็วตลอดเวลา จึงไม่สามารถระบุ ตาแหน่งท่ีแนน่ อนได้ อะตอมของธาตเุ ปน็ กลางทางไฟฟา้ ✓ มีจานวนโปรตอนเท่ากับจานวนอิเล็กตรอน การระบชุ นิดของธาตุพิจารณาจากจานวน โปรตอน เมอื่ อะตอมของธาตุมีการใหห้ รือรบั อิเลก็ ตรอน ทาให้จานวนโปรตอนและ อิเลก็ ตรอนไม่เทา่ กนั เกดิ เปน็ ไอออน โดยไอออนที่มจี านวนอิเลก็ ตรอนนอ้ ยกวา่ จานวนโปรตอน เรยี กวา่ ไอออนบวก ส่วนไอออนที่มจี านวนอเิ ลก็ ตรอนมากกว่า โปรตอน เรียกว่า ไอออนลบ สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ประกอบดว้ ย ✓ สัญลกั ษณ์ธาตุ เลขอะตอมและเลขมวล โดยเลขอะตอมเป็นตวั เลขทีแ่ สดงจานวน โปรตอนในอะตอม เลขมวล เป็นตวั เลข ทแี่ สดงผลรวมของจานวนโปรตอนกับ นิวตรอนในอะตอม ธาตุชนิดเดยี วกนั แต่มเี ลขมวลต่างกัน เรยี กว่า ไอโซโทป สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขั้นพ้ืนฐำน ร่วมกบั สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๕๐ ชั้น ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 27 ว 2.1 ม.5/5 ระบุหมู่และคาบของธาตุ และ ธาตจุ ัดเปน็ หมวดหมไู่ ด้อยา่ งเป็นระบบ ✓ 28 ว 2.1 ม.5/6 ระบวุ า่ ธาตเุ ปน็ โลหะ อโลหะ โดยอาศยั ตารางธาตุ ซ่ึงในปัจจุบนั จัดเรียง 29 ว 2.1 ม.5/7 30 ว 2.1 ม.5/8 กึ่งโลหะ กลมุ่ ธาตเุ รพรีเซนเททฟี ตามเลขอะตอมและความคล้ายคลึง 31 ว 2.1 ม.5/9 หรือกลมุ่ ธาตุแทรนซชิ นั ของสมบัติ แบ่งออกเปน็ หมู่ ซึ่งเปน็ แถว 32 ว 2.1 ม.5/10 จากตารางธาตุ ในแนวตั้ง และคาบซึ่งเป็นแถวในแนวนอน ทาใหธ้ าตทุ ี่มสี มบัติเปน็ โลหะ อโลหะและ ก่ึงโลหะอยเู่ ป็นกลุม่ บรเิ วณใกล้ ๆ กัน และ แบง่ ธาตุออกเปน็ กลมุ่ ธาตเุ รพรีเซนเททีฟ และกลุ่มธาตแุ ทรนซิชนั เปรียบเทยี บสมบัติการนาไฟฟ้า • ธาตใุ นกลุม่ โลหะ จะนาไฟฟ้าได้ดี และมี ✓ การให้และรับอิเลก็ ตรอน แนวโนม้ ใหอ้ เิ ล็กตรอน สว่ นธาตุในกลมุ่ ระหวา่ งธาตใุ นกลมุ่ โลหะกับ อโลหะ จะไม่นาไฟฟา้ และมีแนวโน้ม อโลหะ รับอิเลก็ ตรอน โดยธาตุเรพรีเซนเททีฟ ในหมู่ IA - IIA และธาตุแทรนซชิ นั ทุกธาตุ จัดเปน็ ธาตุในกลมุ่ โลหะ สว่ นธาตุ เรพรีเซนเททฟี ในหมู่ IIIA - VIIA มีทง้ั ธาตุ ในกลมุ่ โลหะและอโลหะ สว่ นธาตุ เรพรีเซนเททฟี ในหมู่ VIIIA จดั เปน็ ธาตุ อโลหะทงั้ หมด สืบคน้ ขอ้ มลู และนาเสนอ • ธาตุเรพรเี ซนเททีฟและธาตแุ ทรนซิชนั ✓ ตัวอย่างประโยชน์และอนั ตราย นามาใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้ ท่ีเกดิ จากธาตุเรพรเี ซนเททีฟ หลากหลายซง่ึ ธาตบุ างชนิดมีสมบตั ิ และธาตุแทรนซิชนั ที่เป็นอนั ตราย จึงต้องคานึงถึงการป้องกัน อนั ตรายเพื่อความปลอดภยั ในการใช้ ประโยชน์ ระบวุ ่าพันธะโคเวเลนต์ พนั ธะโคเวเลนต์ เปน็ การยึดเหนีย่ วระหวา่ ง ✓ เป็นพันธะเดย่ี ว พันธะคู่ หรือ อะตอมดว้ ยการใชเ้ วเลนซ์อเิ ล็กตรอนร่วมกนั พนั ธะสาม และระบุจานวน เกดิ เปน็ โมเลกุล โดยการใชเ้ วเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน คอู่ ิเล็กตรอนระหวา่ งอะตอม รว่ มกัน 1 คเู่ รียกวา่ พันธะเดย่ี ว เขยี นแทน ค่รู ว่ มพันธะ จากสูตรโครงสรา้ ง ดว้ ยเส้นพันธะ 1 เสน้ ในโครงสร้างโมเลกลุ ส่วนการใช้เวเลนซ์อิเลก็ ตรอนร่วมกนั 2 คู่ และ 3 คู่ เรียกว่า พันธะคู่ และพันธะสาม เขียนแทนด้วยเส้นพนั ธะ 2 เส้น และ 3 เส้น ตามลาดบั ระบุสภาพขว้ั ของสารทีโ่ มเลกุล สารท่ีมีพนั ธะภายในโมเลกลุ เปน็ พนั ธะ ✓ โคเวเลนตท์ ้ังหมดเรียกว่า สารโคเวเลนต์ ประกอบดว้ ย 2 อะตอม โดยสารโคเวเลนต์ท่ีประกอบด้วย 2 อะตอม ✓ ของธาตชุ นิดเดยี วกัน เปน็ สารไม่มีขั้ว ระบสุ ารทเ่ี กิดพนั ธะไฮโดรเจน ส่วนสารโคเวเลนต์ ที่ประกอบด้วย 2 อะตอม ไดจ้ ากสูตรโครงสรา้ ง สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำน ร่วมกบั สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๕๑ ชนั้ ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 33 ว 2.1 ม.5/11 อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ ง ของธาตตุ ่างชนิดกนั เป็นสารมีขัว้ ✓ สาหรบั สารโคเวเลนตท์ ป่ี ระกอบดว้ ย จดุ เดอื ดของสารโคเวเลนต์กับ อะตอมมากกวา่ 2 อะตอม อาจเป็นสาร แรงดงึ ดดู ระหว่างโมเลกลุ มขี ั้วหรอื ไมม่ ีข้วั ขนึ้ อยู่กับรูปร่างของ ตามสภาพข้วั หรือการเกิดพันธะ โมเลกลุ ซึง่ สภาพขว้ั ของสารโคเวเลนต์ ไฮโดรเจน ส่งผลต่อแรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกุลทที่ าให้ จดุ หลอมเหลวและจดุ เดือดของสาร โคเวเลนต์แตกตา่ งกัน นอกจากนีส้ าร บางชนดิ มีจดุ เดอื ดสูงกว่าปกติ เน่ืองจาก มีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลสูงท่ีเรียกวา่ พันธะไฮโดรเจนซง่ึ สารเหลา่ น้ีมพี ันธะ N-H O-H หรอื F-H ภายในโครงสรา้ งโมเลกลุ 34 ว 2.1 ม.5/12 เขียนสูตรเคมีของไอออนและ สารประกอบไอออนกิ ส่วนใหญเ่ กดิ จาก ✓ สารประกอบไอออนิก การรวมตัวกันของไอออนบวกของธาตุ โลหะและไอออนลบของธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออนอาจประกอบด้วย กล่มุ ของอะตอม โดยเมื่อไอออนรวมตัวกนั เกดิ เป็นสารประกอบไอออนิกจะมสี ัดสว่ น การรวมตัวเพ่ือทาใหป้ ระจุของ สารประกอบเปน็ กลางทางไฟฟ้า โดยไอออนบวกและไอออนลบจะจดั เรียงตวั สลบั ต่อเนือ่ งกันไปใน 3 มิติ เกดิ เป็นผลึก ของสาร ซึง่ สูตรเคมขี องสารประกอบไอออนิก ประกอบดว้ ย สญั ลกั ษณ์ธาตทุ เ่ี ป็นไอออนบวก ตามด้วยสัญลักษณธ์ าตทุ ี่เป็นไอออนลบ โดยมี ตัวเลขทแ่ี สดงจานวนไอออนแต่ละชนิด เป็นอัตราสว่ นอยา่ งต่า 35 ว 2.1 ม.5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลาย สารจะละลายนา้ ไดเ้ มื่อองคป์ ระกอบของ ✓ แบบแตกตวั หรือไม่แตกตวั สารสามารถเกิดแรงดึงดดู กบั โมเลกลุ ของ พรอ้ มใหเ้ หตุผลและระบุวา่ น้าได้ โดยการละลายของสารในน้าเกดิ ได้ สารละลายที่ได้เปน็ สารละลาย 2 ลกั ษณะ คือ การละลายแบบแตกตวั อเิ ล็กโทรไลตห์ รือนอนอเิ ล็กโทรไลต์ และการละลายแบบไม่แตกตัว การละลาย แบบแตกตวั เกิดข้ึนกับสารประกอบไอออนกิ และสารโคเวเลนต์บางชนดิ ที่มสี มบตั เิ ป็น กรดหรือเบส โดยเม่ือสารเกดิ การละลาย แบบแตกตัวจะได้ไอออนท่สี ามารถ เคล่อื นที่ได้ ทาให้ได้สารละลายที่นาไฟฟา้ ซ่งึ เรียกวา่ สารละลายอิเล็กโทรไลต์ การละลายแบบไมแ่ ตกตัวเกิดขนึ้ กับ สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พื้นฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๕๒ ชนั้ ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 สารโคเวเลนตท์ ีม่ ขี ้วั สูงสามารถดงึ ดดู กับ โมเลกุลของนา้ ได้ดี โดยเมื่อเกิดการละลาย โมเลกุลของสารจะไม่แตกตวั เป็นไอออน และสารละลายท่ีไดจ้ ะไม่นาไฟฟ้าซึ่ง เรียกวา่ สารละลายนอนอเิ ลก็ โทรไลต์ 36 ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ สารประกอบอนิ ทรยี ์ทีม่ ีเฉพาะธาตุ ✓ ประเภทไฮโดรคาร์บอนวา่ อ่ิมตัว หรือไม่อิม่ ตัวจากสูตรโครงสร้าง คาร์บอนและไฮโดรเจนเปน็ องคป์ ระกอบ เรยี กวา่ สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน โดยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอ่ิมตวั มีพนั ธะระหวา่ งคาร์บอนเป็นพันธะเดยี่ ว ทกุ พนั ธะในโครงสร้าง สว่ นสารประกอบ ไฮโดรคารบ์ อนไมอ่ ิ่มตวั มีพนั ธะระหวา่ ง คารบ์ อนเปน็ พนั ธะคู่หรือพนั ธะสาม อยา่ งน้อย 1 พนั ธะ ในโครงสร้าง 37 ว 2.1 ม.5/15 สืบคน้ ข้อมูลและเปรียบเทียบ สารทพ่ี บในชีวติ ประจาวันมีท้ังโมเลกุล ✓ สมบัติทางกายภาพระหว่าง พอลเิ มอร์และมอนอเมอร์ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พอลิเมอร์ ของพอลเิ มอร์ชนิดนัน้ เปน็ สารท่มี โี มเลกุลขนาดใหญท่ ่เี กดิ จาก 38 ว 2.1 ม.5/16 ระบสุ มบตั ิความเป็นกรด-เบส จากโครงสรา้ งของสารประกอบ มอนอเมอร์หลายโมเลกลุ เชอื่ มตอ่ กัน อินทรีย์ ดว้ ยพนั ธะเคมี ทาให้สมบัติทางกายภาพ 39 ว 2.1 ม.5/17 อธบิ ายสมบตั กิ ารละลาย ในตวั ทาละลายชนดิ ต่าง ๆ ของพอลิเมอรแ์ ตกต่างจากมอนอเมอร์ ของสาร ที่เป็นสารตงั้ ต้น เช่น สถานะ จดุ หลอมเหลว 40 ว 2.1 ม.5/18 วเิ คราะห์และอธบิ าย ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสรา้ ง การละลาย กับสมบัตเิ ทอร์มอพลาสติกและ เทอรม์ อเซตของพอลเิ มอร์ และ สารประกอบอินทรียท์ มี่ หี มู่ -COOH ✓ การนาพอลิเมอรไ์ ปใช้ประโยชน์ สามารถแสดงสมบัตคิ วามเปน็ กรด สว่ นสารประกอบอินทรียท์ ม่ี ีหมู่ -NH2 สามารถแสดงสมบัติความเป็นเบส กำรละลำยของสำรพิจำรณำได้จำกควำมมี ✓ ขว้ั ของตัวละลำยและตัวทำละลำย โดยสำรสำมำรถละลำยได้ในตัวทำละลำย ทมี่ ีขว้ั ใกลเ้ คยี งกัน โดยสำรมีข้ัวละลำยใน ตัวทำละลำยทมี่ ีขั้ว ส่วนสำรไม่มขี ัว้ ละลำย ในตวั ทำละลำยท่ีไมม่ ีขวั้ และสำรมีข้ัวไม่ ละลำยในตวั ทำละลำยท่ีไม่มขี ั้ว โครงสรา้ งของพอลเิ มอร์อาจเปน็ แบบเสน้ ✓ แบบก่งิ หรอื แบบร่างแห โดยพอลิเมอร์ แบบเสน้ และแบบกิง่ มสี มบัติเทอร์มอ พลาสติก สว่ นพอลเิ มอร์ แบบร่างแห มีสมบตั เิ ทอร์มอเซต จึงมีการใช้ประโยชน์ ได้แตกตา่ งกัน สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๕๓ ชั้น ท่ี รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.5 41 ว 2.1 ม.5/19 สืบคน้ ขอ้ มูลและนาเสนอ การใช้ผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอรใ์ นปรมิ าณมาก ✓ ผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์ ก่อใหเ้ กดิ ปญั หาที่ส่งผลกระทบตอ่ 42 ว 2.1 ม.5/20 พอลิเมอร์ท่ีมตี อ่ สง่ิ มีชีวิตและ สง่ิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม ดงั นั้นจึงควร ✓ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทาง ตระหนักถึงการลดปริมาณการใช้ 43 ว 2.1 ม.5/21 ปอ้ งกันหรือแก้ไข การใช้ซา้ และการนากลับมาใช้ใหม่ ✓ 44 ว 2.1 ม.5/22 ระบสุ ตู รเคมีของสารตง้ั ตน้ ปฏิกริ ิยาเคมีทาให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง ✓ 45 ว 2.1 ม.5/23 ผลิตภณั ฑ์ และแปลความหมาย ของสาร โดยปฏิกริ ยิ าเคมอี าจใหพ้ ลังงาน ✓ 46 ว 2.1 ม.5/24 ของสัญลักษณ์ในสมการเคมขี อง ความร้อน พลังงานแสง หรือพลังงานไฟฟ้า ปฏิกิรยิ าเคมี ท่สี ามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ได้ ✓ 47 ว 2.1 ม.5/25 ปฏิกริ ิยาเคมีแสดงได้ดว้ ยสมการเคมี ✓ ทดลองและอธิบายผลของ ซง่ึ มสี ตู รเคมีของสารตั้งต้นอยู่ทางด้านซ้าย ความเขม้ ขน้ พื้นทผี่ วิ อณุ หภมู ิ ของลกู ศร และสูตรเคมขี องผลติ ภัณฑ์ และตวั เร่งปฏกิ ิริยา ท่ีมีผลต่อ อยู่ทางด้านขวา โดยจานวนอะตอมรวม อตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี ของแตล่ ะธาตุทางด้านซา้ ยและขวาเท่ากนั สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายปัจจัย นอกจากน้ีสมการเคมียังอาจแสดงปจั จัยอ่ืน ท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เช่น สถานะ พลงั งานทเ่ี กย่ี วข้อง ตัวเรง่ เคมีทใ่ี ช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ปฏิกริ ิยาเคมีท่ีใช้ หรอื ในอุตสาหกรรม อัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีขึ้นอยูก่ ับ อธบิ ายความหมายของปฏกิ ริ ิยา ความเขม้ ขน้ อุณหภูมิ พน้ื ทผี่ ิว หรอื ตัวเรง่ รีดอกซ์ ปฏิกิริยา อธบิ ายสมบตั ขิ องสาร ความรเู้ กยี่ วกับปัจจัยท่มี ผี ลต่ออตั รา กมั มนั ตรงั สี และคานวณคร่ึงชีวติ การเกิดปฏิกริ ิยาเคมีสามารถนาไปใช้ และปริมาณของสารกัมมนั ตรังสี ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันและ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอ ในอตุ สาหกรรม ตัวอย่างประโยชนข์ อง สารกัมมันตรังสแี ละการป้องกัน ปฏิกริ ิยาเคมบี างประเภทเกิดจาก อันตรายท่เี กิดจากกัมมันตภาพรังสี การถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนของสาร ในปฏกิ ิรยิ าเคมี ซง่ึ เรยี กว่า ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ สารทส่ี ามารถแผร่ ังสีได้ เรียกวา่ สารกมั มันตรงั สี ซ่ึงมนี ิวเคลยี สที่สลายตัว อย่างต่อเนือ่ ง ระยะเวลาทสี่ ารกัมมันตรงั สี สลายตวั จนเหลือครึ่งหนึ่งของปรมิ าณเดมิ เรยี กวา่ คร่งึ ชวี ติ โดยสารกมั มันตรงั สี แต่ละชนดิ มีค่าครงึ่ ชีวติ แตกต่างกัน รังสีท่แี ผ่จากสารกัมมนั ตรงั สีมีหลายชนดิ เช่น แอลฟา บีตา แกมมา ซ่ึงสามารถ นามาใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกต่างกนั การนาสารกมั มันตรังสแี ตล่ ะชนิดมาใช้ ต้องคานึงถึงผลกระทบต่อสิง่ มีชีวิต และ สง่ิ แวดล้อม รวมทง้ั มีการจดั การ อยา่ งเหมาะสม สาหรบั การจัดการเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๕๔ ชน้ั ท่ี รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 48 ว 2.2 ม.5/1 วเิ คราะห์และแปลความหมาย ขอ้ มูลความเร็วกบั เวลาของ การเคลือ่ นที่ของวัตถทุ ี่มกี ารเปล่ียนความเรว็ ✓ 49 ว 2.2 ม.5/2 การเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุ 50 ว 2.2 ม.5/3 เพอ่ื อธิบายความเร่งของวตั ถุ เปน็ การเคล่ือนทด่ี ้วยความเรง่ ความเรง่ 51 ว 2.2 ม.5/4 52 ว 2.2 ม.5/5 สังเกตและอธิบายการหาแรง เปน็ อตั ราสว่ นของความเรว็ ท่ีเปล่ยี นไป ลพั ธ์ท่เี กิดจากแรงหลายแรง ทอ่ี ยู่ในระนาบเดียวกนั ที่กระทา ต่อเวลาและเปน็ ปริมาณเวกเตอร์ ในกรณี ตอ่ วตั ถโุ ดยการเขียนแผนภาพ การรวมแบบเวกเตอร์ ทวี่ ตั ถทุ ีอ่ ยนู่ ิ่งหรอื เคล่อื นที่ในแนวตรง สงั เกต วเิ คราะห์ และอธิบาย ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความเร่ง ด้วยความเร็วคงตวั วตั ถุนน้ั มีความเรง่ ของวัตถุกบั แรงลัพธ์ทกี่ ระทาตอ่ วัตถแุ ละมวลของวัตถุ เป็นศนู ย์ สงั เกตและอธิบายแรงกิรยิ าและ แรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุค่หู นึ่ง ๆ วตั ถมุ คี วามเร็วเพิ่มขน้ึ ถ้าความเร็วและ สังเกตและอธบิ ายผลของ ความเรง่ ที่มีต่อการเคล่ือนที่ ความเร่งมีทิศเดยี วกนั และมีความเร็ว แบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ ไดแ้ ก่ การเคลื่อนทแ่ี นวตรง ลดลง ถา้ ความเร็วและความเรง่ มีทิศ การเคลือ่ นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ การเคลอ่ื นที่แบบวงกลม และ ตรงกนั ข้าม การเคล่ือนทแ่ี บบสนั่ เม่ือมีแรงหลายแรงกระทาต่อวัตถุหนึง่ ✓ โดยแรงทุกแรงอยู่ในระนาบเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธ์ทกี่ ระทาต่อวตั ถนุ น้ั ได้ โดยรวมแบบเวกเตอร์ เมอ่ื แรงลัพธม์ คี ่าไม่เท่ากับศูนย์กระทาต่อ ✓ วัตถุ จะทาให้วัตถเุ คลื่อนที่ดว้ ยความเร่ง ✓ มีทิศทางเดียวกบั แรงลพั ธ์ โดยขนาดของ ✓ ความเรง่ ข้ึนกับขนาดของแรงลพั ธก์ ระทา ตอ่ วัตถแุ ละมวลของวตั ถุ แรงกระทาระหวา่ งวตั ถคุ ูห่ น่ึง ๆ เป็นแรง กิริยาและแรงปฏกิ ิริยา แรงท้ังสองมีขนาด เท่ากนั เกดิ ข้ึนพร้อมกนั กระทากบั วัตถุ คนละก้อน แตม่ ีทิศทางตรงข้าม วัตถุท่ีเคล่อื นที่ดว้ ยความเร่งคงตัวหรอื ความเร่งไม่คงตวั อาจเป็นการเคล่ือนที่ แนวตรง การเคล่ือนทแี่ นวโคง้ หรอื การเคลื่อนท่ีแบบส่นั การเคลื่อนท่ีแนวตรง ดว้ ยความเร่งคงตัว นาไปใชอ้ ธบิ ายการตก แบบเสรี การเคลือ่ นท่ีแนวโค้งดว้ ยความเร่ง คงตัว นาไปใชอ้ ธบิ ายการเคล่ือนทแ่ี บบ โพรเจคไทล์ การเคล่ือนท่ีแนวโคง้ ดว้ ยความเร่ง มที ิศทางตัง้ ฉากกับความเร็วตลอดเวลา นาไปใชอ้ ธบิ ายการเคลื่อนทีแ่ บบวงกลม การเคลื่อนท่กี ลบั ไปกลับมาด้วยความเรง่ มที ิศทางเข้าส่จู ดุ ทแี่ รงลพั ธเ์ ป็นศนู ย์ เรยี กจดุ นีว้ า่ ตาแหนง่ สมดุล ซ่ึงนาไปใช้ อธบิ ายการเคล่ือนท่ีแบบสน่ั สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๕๕ ช้ัน ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.5 53 ว 2.2 ม.5/6 สบื คน้ ข้อมลู และอธิบาย ✓ แรงโน้มถ่วงท่ีเกี่ยวกบั ในบรเิ วณทมี่ ีสนามโนม้ ถว่ ง เมอ่ื มีวตั ถุทมี่ ี ✓ 54 ว 2.2 ม.5/7 การเคลื่อนทข่ี องวัตถุต่าง ๆ มวลจะมแี รงโนม้ ถ่วงซ่งึ เปน็ แรงดงึ ดดู ของ ✓ 55 ว 2.2 ม.5/8 รอบโลก โลกกระทาต่อวตั ถุ แรงนน้ี าไปใชอ้ ธิบาย การเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุตา่ ง ๆ เช่น ✓ 56 ว 2.2 ม.5/9 สังเกตและอธบิ ายการเกิด ดาวเทียม และดวงจนั ทรร์ อบโลก ✓ 57 ว 2.2 ม.5/10 สนามแม่เหล็กเนื่องจาก กระแสไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าทาใหเ้ กดิ สนามแมเ่ หล็ก ✓ 58 ว 2.3 ม.5/1 ในบริเวณรอบแนวการเคลอื่ นทขี่ อง สังเกตและอธบิ ายแรงแมเ่ หล็ก กระแสไฟฟ้า หาทิศทางของ ที่กระทาต่ออนภุ าคที่มปี ระจไุ ฟฟ้า สนามแมเ่ หล็กเนื่องจากกระแสไฟฟ้า ทเ่ี คลือ่ นที่ในสนามแม่เหล็กและ ได้จากกฎมือขวา แรงแมเ่ หลก็ ทีก่ ระทาต่อลวด ตัวนาทมี่ ีกระแสไฟฟ้าผ่าน ในบรเิ วณท่ีมสี นามแมเ่ หล็ก เมือ่ มีอนภุ าค ในสนามแม่เหล็ก รวมทั้งอธิบาย ทีม่ ีประจุไฟฟา้ เคลือ่ นทโ่ี ดยไม่อยใู่ นแนวเดยี ว หลักการทางานของมอเตอร์ กับสนามแม่เหล็ก หรอื มีกระแสไฟฟ้า สงั เกตและอธิบายการเกิด ผ่านลวดตวั นา โดยกระแสไฟฟา้ ไมอ่ ยู่ อเี อ็มเอฟ รวมท้ังยกตัวอย่าง ในแนวเดยี วกบั สนามแมเ่ หล็ก จะมแี รง การนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ แมเ่ หล็กกระทา ซึ่งเปน็ พ้นื ฐาน สืบคน้ ขอ้ มูลและอธิบายแรงเขม้ ในการสรา้ งมอเตอร์ และแรงอ่อน เมื่อมีสนามแม่เหล็กเปล่ยี นแปลงตัดขดลวด สบื ค้นขอ้ มูลและอธบิ ายพลงั งาน ตัวนา ทาให้เกดิ อเี อ็มเอฟ ซง่ึ เป็นพืน้ ฐาน นวิ เคลยี ร์ ฟชิ ชันและฟิวชัน และ ในการสรา้ งเคร่ืองกาเนดิ ไฟฟ้า ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกบั พลงั งานทีป่ ลดปล่อยออกมาจาก ภายในนวิ เคลยี สมีแรงเข้มท่ีเป็นแรงยดึ เหนีย่ ว ฟชิ ชนั และฟวิ ชัน ของอนภุ าคในนิวเคลยี ส และเปน็ แรงหลกั ท่ใี ช้อธิบายเสถียรภาพของนิวเคลียส นอกจากน้ยี ังมแี รงอ่อน ซง่ึ เป็นแรงทใ่ี ช้ อธิบายการสลายให้อนุภาคบีตาของ ธาตกุ ัมมนั ตรังสี พลงั งานท่ปี ลดปล่อยออกมาจากฟิชชนั หรือฟวิ ชัน เรยี กวา่ พลงั งานนิวเคลียร์ โดยฟชิ ชันเป็นปฏิกิรยิ าท่นี วิ เคลยี สท่ีมี มวลมากแตกออกเปน็ นิวเคลยี สทีม่ ี มวลน้อยกวา่ สว่ นฟวิ ชนั เปน็ ปฏกิ ิรยิ า ท่นี ิวเคลียสท่ีมมี วลนอ้ ยรวมตัวกันเกิดเปน็ นวิ เคลียสที่มีมวลมากข้ึน พลงั งานนิวเคลียร์ ท่ปี ลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชันและฟิวชัน มีคา่ เปน็ ไปตามความสัมพันธ์ระหวา่ ง มวลกับพลังงาน สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๕๖ ชัน้ ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 59 ว 2.3 ม.5/2 สบื คน้ ข้อมูล และอธิบาย การเปล่ยี นพลงั งานทดแทน การนาพลงั งานทดแทนมาใช้ ✓ 60 ว 2.3 ม.5/3 เป็นพลงั งานไฟฟ้า รวมท้ังสบื ค้น 61 ว 2.3 ม.5/4 และอภิปรายเกีย่ วกบั เทคโนโลยี เปน็ การแกป้ ัญหาหรอื ตอบสนอง 62 ว 2.3 ม.5/5 ท่ีนามาแกป้ ญั หาหรือตอบสนอง ความต้องการทางดา้ นพลังงาน ความต้องการด้านพลงั งาน เช่น การเปล่ียน โดยเนน้ ดา้ นประสิทธภิ าพและ ความคุ้มคา่ ดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย พลังงานนิวเคลยี รเ์ ปน็ พลงั งานไฟฟ้า สังเกต และอธบิ ายการสะท้อน ในโรงไฟฟ้านวิ เคลียร์ และการเปล่ยี น การหกั เห การเลย้ี วเบน และ การรวมคลืน่ พลงั งานแสงอาทติ ย์เป็นพลงั งานไฟฟ้า สงั เกต และอธบิ ายความถี่ โดยเซลล์สุรยิ ะ ธรรมชาติ การสนั่ พอ้ ง และผลท่เี กดิ ขึน้ จากการส่ันพ้อง เทคโนโลยีตา่ ง ๆ ท่นี ามาแก้ปัญหาหรือ สังเกต และอธิบายการสะท้อน ตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงาน การหักเห การเลยี้ วเบน และ การรวมคล่ืนของคลนื่ เสยี ง เปน็ การนาความรู้ทกั ษะและกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์มาสร้างอปุ กรณ์หรอื ผลติ ภณั ฑ์ตา่ ง ๆ ที่ช่วยให้การใช้พลังงาน มีประสิทธิภาพยิ่งขน้ึ เมื่อคลน่ื เคลื่อนที่ไปพบสง่ิ กีดขวาง จะเกดิ ✓ การสะท้อน เมื่อคลน่ื เคล่ือนท่ีผ่านรอยตอ่ ระหวา่ งตวั กลางท่ีต่างกนั จะเกดิ การหักเห เมอื่ คลื่นเคลือ่ นท่ีไปพบขอบส่ิงกดี ขวาง จะเกิดการเลย้ี วเบน เม่อื คลืน่ สองขบวน มาพบกันจะเกิดการรวมคลนื่ เกดิ รปู ร่าง ของคล่นื รวม หลังจากคลื่นท้งั สอง เคล่อื นท่ีผา่ นพน้ กันแลว้ จะแยกกนั โดยแตล่ ะคลนื่ ยังคงมีรปู ร่างและทิศทางเดิม เมอ่ื กระตุน้ ใหว้ ัตถุส่นั แลว้ หยดุ กระตุ้น ✓ วตั ถจุ ะส่ันดว้ ยความถ่ีที่เรยี กว่า ความถ่ี ธรรมชาติ ถา้ มแี รงกระตนุ้ วตั ถุทก่ี าลังสน่ั ด้วยความถี่ของการออกแรงตรงกับความถี่ ธรรมชาติของวตั ถุนั้น จะทาให้วตั ถุสัน่ ด้วย แอมพลิจดู มากขึน้ เรยี กว่า การสัน่ พ้อง เชน่ การสัน่ พ้องของอาคารสูง การสน่ั พ้อง ของสะพาน การสั่นพ้องของเสยี ง ในเครอ่ื งดนตรีประเภทเป่า เสยี งมีการสะท้อน การหักเห การเลย้ี วเบน ✓ และการรวมคลื่นเชน่ เดียวกับคลนื่ อ่ืน ๆ สาหรบั การจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้นั พื้นฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๕๗ ชนั้ ที่ รหสั ตวั ชี้วัด ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 63 ว 2.3 ม.5/6 สบื ค้นข้อมูล และอธบิ าย ✓ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเข้มเสยี ง ความถข่ี องคล่ืนเสยี งเปน็ ปรมิ าณท่ีใชบ้ อก ✓ 64 ว 2.3 ม.5/7 กับระดบั เสยี งและผลของความถี่ เสียงสูง เสยี งตา่ โดยความถี่ท่ีคนไดย้ ิน กบั ระดบั เสยี งท่มี ตี ่อการไดย้ ินเสียง มีค่าอยู่ระหวา่ ง 20 - 20 000 เฮิรตซ์ ✓ 65 ว 2.3 ม.5/8 สงั เกต และอธิบายการเกดิ เสียง ระดับเสยี งเปน็ ปริมาณท่ีใชบ้ อกความดัง ✓ 66 ว 2.3 ม.5/9 สะทอ้ นกลับ บีต ดอปเพลอร์ ของเสียงซ่ึงขึน้ กบั ความเขม้ เสียง และการสน่ั พอ้ งของเสยี ง โดยความเขม้ เสยี งเป็นพลังงานเสียงทต่ี ก ต้งั ฉากบนพ้ืนที่หนึ่งหนว่ ยในหนึ่งหนว่ ยเวลา สบื คน้ ขอ้ มลู และยกตัวอยา่ ง เสียงทีม่ คี วามดังมากเกนิ ไปเป็นอนั ตราย การนาความรเู้ กี่ยวกบั เสยี งไปใช้ ต่อหู ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั สังเกต และอธิบายการมองเห็น เม่ือเสยี งจากแหล่งกาเนิดเดินทางไปกระทบ สขี องวตั ถุ และความผิดปกติ วัตถุแลว้ สะทอ้ นกลบั มายังผู้ฟัง ถา้ ผูฟ้ งั ในการมองเหน็ สี ไดย้ ินเสยี งที่ออกจากแหลง่ กาเนิดและ เสียงที่สะท้อนกลบั มาแยกจากกนั เสยี งท่ีได้ยินน้ีเปน็ เสียงสะท้อนกลับ เมอื่ คลนื่ เสยี งสองขบวนท่ีมีความถ่ี ใกล้เคียงกันมารวมกันจะเกิดบตี เมอ่ื แหล่งกาเนิดเสยี งเคลอ่ื นท่ี ผฟู้ ังเคลอ่ื นที่ หรอื ทง้ั แหล่งกาเนิดและผู้ฟังเคลื่อนท่ี ผู้ฟังจะได้ยิน เสยี งทมี่ ีความถ่เี ปลีย่ นไป เรยี กว่า ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ ถา้ อากาศในทอ่ ถกู กระตุน้ ด้วยคลน่ื เสียง ท่ีมีความถ่เี ทา่ กับความถธี่ รรมชาติ ของอากาศในท่อนัน้ จะเกดิ การสน่ั พ้อง ของเสียง ความรู้เก่ียวกบั เสียงนาไปใชป้ ระโยชน์ ในดา้ นต่าง ๆ เชน่ คล่นื เหนือเสียง หรอื อลั ตราซาวนด์ใช้ในทางการแพทย์ บตี ของเสยี งในการปรับเทียบเสยี งของ เคร่ืองดนตรี การส่ันพ้องของเสยี งใช้ ในการออกแบบเครื่องดนตรีและอธิบาย การเปลง่ เสยี งของมนุษย์ เมือ่ แสงตกกระทบวตั ถุ วตั ถจุ ะดูดกลืน แสงสีบางสี โดยข้นึ กบั สารสบี นผวิ วตั ถุ และสะท้อนแสงสีท่ีเหลอื ออกมา ทาใหม้ องเหน็ วัตถเุ ป็นสตี ่าง ๆ ขึน้ กบั แสงสที ่ีสะท้อนออกมา ความผิดปกติ ในการมองเห็นสหี รอื การบอดสีเกดิ จาก ความบกพร่องของเซลล์รปู กรวยบนจอตา สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้นั พ้นื ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๕๘ ชั้น ท่ี รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.5 67 ว 2.3 ม.5/10 สังเกต และอธิบายการทางาน แผ่นกรองแสงสียอมใหแ้ สงสีบางสี ✓ ของแผน่ กรองแสงสี การผสม แสงสี การผสมสารสี และ ผา่ นออกไปได้และก้นั บางแสงสี การนาไปใช้ประโยชน์ การผสมแสงสีทาให้ได้แสงสที ี่หลากหลาย ในชีวติ ประจาวนั เปลย่ี นไปจากเดิม ถา้ นาแสงสีปฐมภูมิ ในสัดสว่ นทีเ่ หมาะสมมาผสมกนั จะได้ แสงขาว การผสมสารสีทาให้ได้สารสที ่ีหลากหลาย เปล่ียนไปจากเดิม ถา้ นาสารสีปฐมภมู ิ ในปริมาณที่เท่ากนั มาผสมกนั จะได้ สารสผี สมเปน็ สีดา การผสมแสงสีและการผสมสารสสี ามารถ นาไปใช้ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ เชน่ ด้านศลิ ปะ ดา้ นการแสดง 68 ว 2.3 ม.5/11 สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ าย คล่นื แม่เหล็กไฟฟ้าประกอบด้วย ✓ คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า สว่ นประกอบคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า สนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟ้า และหลักการทางานของอุปกรณ์ ท่เี ปลยี่ นแปลงตลอดเวลา โดยสนามทง้ั สอง บางชนดิ ท่ีอาศัยคล่นื แม่เหล็กไฟฟา้ มีทิศทางตง้ั ฉากกัน และตงั้ ฉากกบั ทศิ ทาง การเคล่ือนทีข่ องคลนื่ อปุ กรณ์บางชนดิ ทางานโดยอาศยั คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า เช่น เครื่องควบคุม ระยะไกล เครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ และเคร่ืองถ่ายภาพการสนั่ พ้อง แม่เหล็ก 69 ว 2.3 ม.5/12 สืบคน้ ข้อมูลและอธิบาย ในการสอ่ื สารโดยอาศัยคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ✓ การส่อื สาร โดยอาศยั คลื่น แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการส่งผา่ น เพ่ือส่งผา่ นสารสนเทศจากทีห่ นง่ึ ไปอีก สารสนเทศและเปรียบเทยี บ ที่หน่ึง สารสนเทศจะถกู แปลงให้อยู่ในรูป การส่อื สารด้วยสญั ญาณแอนะลอ็ ก สัญญาณ สาหรบั ส่งไปยงั ปลายทางซ่งึ จะมี กับสญั ญาณดจิ ิทัล การแปลงสัญญาณกลบั มาเป็นสารสนเทศ ทเี่ หมอื นเดิม สญั ญาณที่ใชใ้ นการส่ือสารมีสองชนิด คือ แอนะล็อกและดิจทิ ัล การสง่ ผา่ นสารสนเทศ ดว้ ยสัญญาณดจิ ทิ ัลสามารถส่งผ่านได้ โดยมีความผดิ พลาดน้อยกว่าสญั ญาณ แอนะล็อก สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พนื้ ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๕๙ ชั้น ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ทฤษฎีกาเนิดเอกภพทีย่ อมรบั ในปจั จบุ นั ✓ ม.6 70 ว 3.1 ม.6/1 อธบิ ายการกาเนดิ และ การเปล่ียนแปลงพลังงาน สสาร คือ ทฤษฎบี ิกแบง ระบุวา่ เอกภพเร่ิมต้น ขนาด อณุ หภูมิของเอกภพ จากบกิ แบง ท่ีเอกภพมีขนาดเลก็ มาก และ หลงั เกิดบิกแบงในช่วงเวลาต่าง ๆ มีอุณหภมู ิสงู มาก ซงึ่ เปน็ จดุ เร่ิมต้นของเวลา ตามววิ ฒั นาการของเอกภพ และววิ ฒั นาการของเอกภพ โดยหลังเกิด บกิ แบง เอกภพเกดิ การขยายตวั อย่างรวดเรว็ มอี ุณหภมู ิลดลง มสี สารคงอยู่ในรปู อนุภาค และปฏยิ านุภาคหลายชนดิ และมี วิวัฒนาการต่อเน่ืองจนถึงปจั จุบัน ซง่ึ มเี นบิวลา กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสุรยิ ะเป็นสมาชิกบางส่วนของเอกภพ 71 ว 3.1 ม.6/2 อธิบายหลักฐานทสี่ นับสนนุ หลักฐานสาคัญทีส่ นับสนนุ ทฤษฎบี ิกแบง ✓ ทฤษฎบี ิกแบงจากความสัมพันธ์ คอื การขยายตวั ของเอกภพ ซง่ึ อธิบาย ระหวา่ งความเรว็ กบั ระยะทาง ดว้ ยกฎฮบั เบิล โดยใช้ความสมั พนั ธ์ ของกาแลก็ ซี รวมทง้ั ข้อมูล ระหว่างความเร็วและระยะทางของ การค้นพบไมโครเวฟพื้นหลัง กาแล็กซีท่ีเคล่ือนที่หา่ งออกจากโลก จากอวกาศ และหลักฐานอีกประการ คือ การค้นพบ ไมโครเวฟพืน้ หลัง ท่ีกระจายตัว อยา่ งสมา่ เสมอทุกทิศทาง และสอดคล้อง กับอุณหภมู เิ ฉล่ยี ของอวกาศ มีค่าประมาณ 2.73 เคลวิน 72 ว 3.1 ม.6/3 อธิบายโครงสร้างและ กาแลกซี ประกอบดว้ ย ดาวฤกษ์ ✓ องคป์ ระกอบของกาแลก็ ซี จานวนหลายแสนล้านดวง ซ่งึ อย่กู นั ทางชา้ งเผือก และระบตุ าแหน่ง เปน็ ระบบของดาวฤกษ์ นอกจากน้ี ของระบบสรุ ิยะ พรอ้ มอธิบาย ยงั ประกอบดว้ ยเทห์ฟ้าอืน่ เช่น เนบวิ ลา เช่อื มโยงกบั การสังเกตเห็น และสสารระหว่างดาว โดยองค์ประกอบ ทางช้างเผอื กของคนบนโลก ตา่ ง ๆ ภายในของกาแล็กซีอยู่รวมกัน ด้วยแรงโน้มถ่วง กาแลก็ ซมี ีรปู รา่ งแตกต่างกัน โดยระบบสุรยิ ะ อยู่ในกาแลก็ ซีทางช้างเผอื กซ่ึงเปน็ กาแล็กซีกงั หนั แบบมคี าน มโี ครงสร้าง คือ นิวเคลียส จาน และฮาโล ดาวฤกษ์ จานวนมากอยู่ในบรเิ วณนวิ เคลยี สและจาน โดยมีระบบสรุ ิยะอยูห่ า่ งจากจุดศนู ย์กลาง ของกาแล็กซที างชา้ งเผือก ประมาณ 30 000 ปแี สง ซึง่ ทางช้างเผอื ก ทสี่ งั เกตเหน็ ในทอ้ งฟ้าเป็นบริเวณหนง่ึ ของกาแล็กซีทางช้างเผือกในมมุ มอง ของคนบนโลก แถบฝ้าสีขาวจาง ๆ ของทางชา้ งเผือก คือ ดาวฤกษ์ ทอี่ ยอู่ ย่าง หนาแน่นในกาแล็กซที างช้างเผือก สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน ร่วมกับ สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๐ ช้นั ท่ี รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.6 73 ว 3.1 ม.6/4 อธบิ ายกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ดาวฤกษส์ ว่ นใหญ่อยูร่ วมกันเปน็ ระบบ ✓ ✓ โดยแสดงการเปล่ยี นแปลง ดาวฤกษ์ คือ ดาวฤกษ์ท่ีอยู่รวมกนั ตั้งแต่ ความดัน อุณหภูมิ ขนาด 2 ดวงข้นึ ไป ดาวฤกษเ์ ป็นก้อนแกส๊ รอ้ น จากดาวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็น ขนาดใหญ่ เกิดจากการยุบตวั ของกล่มุ ดาวฤกษ์ สสารในเนบวิ ลาภายใตแ้ รงโน้มถว่ ง ทาให้บางสว่ นของเนบิวลามีขนาดเลก็ ลง ความดนั และอณุ หภูมิเพม่ิ ขนึ้ เกดิ เปน็ ดาวฤกษ์ก่อนเกดิ เมื่ออุณหภูมทิ ่แี ก่นสูงข้นึ จนเกิดปฏกิ ิรยิ าเทอร์มอนวิ เคลียร์ ดาวฤกษ์ ก่อนเกิดจะกลายเป็นดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์อยู่ใน สภาพสมดลุ ระหวา่ งแรงดนั กับแรงโนม้ ถว่ ง ซึง่ เรียกว่า สมดลุ อทุ กสถิต จึงทาใหด้ าวฤกษ์ มเี สถยี รภาพและปลดปลอ่ ยพลงั งาน เปน็ เวลานาน ตลอดชว่ งชีวิตของดาวฤกษ์ ปฏิกริ ิยาเทอรม์ อนวิ เคลียร์ เปน็ ปฏิกริ ิยาหลัก ของกระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ ท่ีแก่นของดาวฤกษ์ ทาใหเ้ กิดการหลอม นวิ เคลยี สของไฮโดรเจนเปน็ นิวเคลียส ฮเี ลยี มแลว้ ก่อให้เกิดพลงั งานอย่างต่อเนอ่ื ง 74 ว 3.1 ม.6/5 ระบปุ ัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความส่องสว่าง ความส่องสวา่ งของดาวฤกษเ์ ป็นพลังงาน ✓ ของดาวฤกษ์ และอธบิ าย จากดาวฤกษ์ท่ีปลดปล่อยออกมาในเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสวา่ ง 1 วินาทีตอ่ หนว่ ยพื้นที่ ณ ตาแหน่งของ กับโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ผู้สงั เกต แตเ่ น่ืองจากตาของมนษุ ย์ ไม่ตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลง ความส่องสวา่ งท่ีมีคา่ น้อย ๆ จึงกาหนด คา่ การเปรียบเทยี บความส่องสว่างของ ดาวฤกษ์ดว้ ยค่าโชติมาตร ซ่ึงเปน็ การแสดง ระดบั ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ ณ ตาแหน่งของผ้สู ังเกต 75 ว 3.1 ม.6/6 อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่าง สขี องดาวฤกษส์ มั พันธก์ บั อณุ หภูมิผิว และ ✓ สี อุณหภมู ผิ ิว และสเปกตรัม สเปกตรมั ของดาวฤกษ์ ซ่งึ นักดาราศาสตร์ ของดาวฤกษ์ ใชส้ เปกตรัมในการจาแนกชนดิ ของดาวฤกษ์ ✓ 76 ว 3.1 ม.6/7 อธิบายลาดับวิวัฒนาการ • มวลของดาวฤกษ์ขนึ้ อยู่กบั มวลของ ที่สมั พันธ์กับมวลตง้ั ตน้ และ ดาวฤกษ์กอ่ นเกิด ดาวฤกษท์ ่ีมมี วลมาก วิเคราะหก์ ารเปล่ียนแปลง จะผลติ และใช้พลังงานมาก จึงมีอายสุ น้ั กว่า สมบตั ิบางประการของดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ท่มี ีมวลนอ้ ย • ดาวฤกษ์มีการววิ ฒั นาการท่ีแตกตา่ งกนั การวิวฒั นาการและจดุ จบของดาวฤกษ์ ขน้ึ อยกู่ ับมวลตง้ั ตน้ ของดาวฤกษ์ ส่วนใหญ่ เทียบกบั จานวนเทา่ ของมวลดวงอาทิตย์ สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พนื้ ฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๑ ชนั้ ที่ รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.6 77 ว 3.1 ม.6/8 อธิบายกระบวนการเกิด • ระบบสุริยะเกิดจากการรวมตัวกนั ของ ✓ ระบบสุรยิ ะ และการแบ่งเขต กลมุ่ ฝุน่ และแกส๊ ท่เี รียกว่า เนบิวลาสรุ ยิ ะ บริวารของดวงอาทติ ย์ และ โดยฝนุ่ และแกส๊ ประมาณร้อยละ 99.8 ลักษณะของดาวเคราะห์ ของมวล ได้รวมตัวเปน็ ดวงอาทติ ย์ ที่เอ้ือต่อการดารงชวี ิต ซง่ึ เป็นก้อนแกส๊ ร้อน หรือพลาสมา สสารส่วนทเ่ี หลอื รวมตวั เปน็ ดาวเคราะห์ และบริวารอื่น ๆ ของดวงอาทติ ย์ ดังนน้ั จงึ แบง่ เขตบริวารของดวงอาทิตย์ ตามลักษณะการเกิดและองค์ประกอบ ได้แก่ ดาวเคราะห์ชน้ั ใน ดาวเคราะหน์ ้อย ดาวเคราะหช์ นั้ นอก และดงดาวหาง โลกเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุรยิ ะ ทีม่ ีสงิ่ มีชีวติ เพราะโคจรรอบดวงอาทติ ย์ ในระยะทางทเ่ี หมาะสม อยูใ่ นเขตท่เี อือ้ ต่อ การมสี งิ่ มีชวี ิต มีอุณหภูมเิ หมาะสมและ สามารถเกิดนา้ ที่ยังคงสถานะเป็นของเหลวได้ ปัจจุบันมีการค้นพบดาวเคราะหท์ อ่ี ยู่นอก ระบบสรุ ิยะจานวนมาก และมีดาวเคราะห์ บางดวงทอี่ ยู่ในเขตที่เอ้ือต่อการมีส่งิ มชี วี ติ คล้ายโลก 78 ว 3.1 ม.6/9 อธบิ ายโครงสร้างของดวงอาทติ ย์ ดวงอาทิตยม์ โี ครงสรา้ งภายใน แบง่ เปน็ แกน่ ✓ การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายุสรุ ยิ ะ และ เขตการแผร่ ังสี และเขตการพาความรอ้ น สบื ค้นขอ้ มูล วเิ คราะห์ นาเสนอ และมชี ้นั บรรยากาศอยู่เหนือเขตพาความร้อน ปรากฏการณ์หรอื เหตุการณ์ ซ่งึ แบง่ เป็น 3 ชน้ั คอื ช้นั โฟโตสเฟียร์ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ผลของลมสรุ ิยะ ช้นั โครโมสเฟยี ร์ และคอโรนา และพายุสรุ ิยะท่มี ตี ่อโลก รวมท้งั ในช้นั บรรยากาศของดวงอาทิตย์ ประเทศไทย มีปรากฏการณ์สาคัญ เช่น จุดมืด ดวงอาทิตย์ การลกุ จ้าท่ีทาใหเ้ กิดลมสรุ ยิ ะ และพายุสรุ ิยะ ซึง่ สง่ ผลต่อโลก ลมสรุ ิยะ เกดิ จากการแพรก่ ระจายของ อนุภาค จากชน้ั คอโรนาออกสู่อวกาศ ตลอดเวลา อนภุ าคท่ีหลดุ ออกสอู่ วกาศ เปน็ อนุภาคท่ีมปี ระจลุ มสรุ ิยะส่งผลทาให้ เกิดหางของดาวหางที่เรืองแสงและ ชี้ไปทางทิศตรงกันขา้ มกับดวงอาทิตย์ และเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ แสงใต้ สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้นั พ้นื ฐำน ร่วมกบั สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๖๒ ชั้น ที่ รหัสตวั ชี้วัด ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.6 พายุสรุ ยิ ะ เกิดจากการปลดปลอ่ ยอนุภาค มปี ระจพุ ลังงานสงู จานวนมหาศาล มกั เกดิ บ่อยครง้ั ในช่วงท่ีมีการลุกจา้ และ ในชว่ งทม่ี จี ดุ มดื ดวงอาทิตย์จานวนมาก และในบางครัง้ มีการพ่นกอ้ นมวลคอโรนา พายุสุริยะอาจสง่ ผลตอ่ สนามแม่เหลก็ โลก จงึ อาจรบกวนระบบการส่งกระแสไฟฟ้า และการสื่อสาร รวมท้งั อาจสง่ ผลตอ่ วงจร อเิ ล็กทรอนกิ ส์ของดาวเทียม นอกจากนนั้ มักทาใหเ้ กิดปรากฏการณ์แสงเหนือ แสงใต้ ท่ีสงั เกตได้ชัดเจน 79 ว 3.1 ม.6/10 สบื ค้นข้อมูล อธิบายการสารวจ มนษุ ย์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศในการศึกษา ✓ อวกาศ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ ในช่วงความยาวคลื่นต่าง ๆ เพอื่ ขยายขอบเขตความรดู้ ้าน ดาวเทยี ม ยานอวกาศ สถานี อวกาศ และนาเสนอแนวคดิ วิทยาศาสตร์ และในขณะเดยี วกันมนษุ ย์ การนาความรู้ทางด้าน เทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ ได้นาเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจาวันหรอื ในอนาคต ในดา้ นต่าง ๆ เช่น วสั ดศุ าสตร์ อาหาร การแพทย์ นกั วทิ ยาศาสตร์ไดส้ ร้างกล้องโทรทรรศน์ เพ่ือศกึ ษาแหล่งกาเนิดของรังสหี รือ อนุภาคในอวกาศในชว่ งความยาวคลืน่ ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ คล่นื วิทยุ ไมโครเวฟ อินฟราเรด แสง อลั ตราไวโอเลต และรังสีเอก็ ซ์ ยานอวกาศ คอื ยานพาหนะที่นามนษุ ย์ หรอื อปุ กรณ์ทางดาราศาสตรข์ นึ้ ไปสู่ อวกาศ เพ่อื สารวจหรือเดินทางไปยัง ดาวดวงอ่นื ส่วนสถานีอวกาศ คอื ห้องปฏิบตั กิ ารลอยฟา้ ที่โคจรรอบโลก ใช้ในการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในสาขาต่าง ๆ ในสภาพไร้นา้ หนัก ดาวเทยี ม คือ อปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการสารวจ วัตถทุ ้องฟา้ และนามาประยกุ ตใ์ ช้ ในด้านตา่ ง ๆ เช่น การสื่อสาร โทรคมนาคม การระบุตาแหน่งบนโลก การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ อตุ ุนยิ มวทิ ยา โดยดาวเทียมมีหลาย ประเภทสามารถแบง่ ได้ตามเกณฑว์ งโคจร และการใช้งาน สาหรบั การจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๖๓ ชนั้ ที่ รหัสตัวชี้วดั ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.6 80 ว 3.2 ม.6/1 อธบิ ายการแบ่งช้นั และสมบัติ การศึกษาโครงสร้างโลกใช้ข้อมูลหลายด้าน ✓ ของโครงสรา้ งโลก พร้อม เช่น องคป์ ระกอบทางเคมขี องหินและแร่ ยกตวั อย่างขอ้ มลู ทส่ี นบั สนนุ องค์ประกอบทางเคมีของอุกกาบาต ข้อมลู คล่นื ไหวสะเทือนทเี่ คลื่อนท่ผี ่านโลก จึงสามารถแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก ได้ 2 แบบ คือ โครงสรา้ งโลกตาม องคป์ ระกอบทางเคมี แบ่งได้เปน็ 3 ชน้ั ได้แก่ เปลือกโลก เน้ือโลก และแก่นโลก และโครงสรา้ งโลกตามสมบัติเชิงกล แบง่ ได้เปน็ 5 ชั้น ได้แก่ ธรณีภาค ฐานธรณีภาค มชั ิมภาค แก่นโลกช้ันนอก และแก่นโลกช้ันใน 81 ว 3.2 ม.6/2 อธบิ ายหลักฐานทางธรณวี ิทยา • แผ่นธรณีตา่ ง ๆ เปน็ สว่ นประกอบของ ✓ ทส่ี นับสนนุ การเคลอ่ื นทขี่ อง ธรณีภาค การเปลยี่ นแปลงขนาดและ แผ่นธรณี ตาแหน่งตั้งแต่อดีตจนถงึ ปจั จุบนั การเคลอ่ื นท่ขี องแผน่ ธรณดี งั กลา่ ว อธิบายไดต้ ามทฤษฎีธรณีแปรสัณฐาน ซง่ึ มีรากฐานมาจากทฤษฎที วีปเลื่อน และทฤษฎกี ารแผ่ขยายพืน้ สมุทร โดยมีหลักฐานที่สนับสนนุ ได้แก่ รูปร่าง ของขอบทวปี ท่สี ามารถเชือ่ มตอ่ กนั ได้ ความคลา้ ยคลงึ กนั ของกลุ่มหินและ แนวเทอื กเขา ซากดกึ ดาบรรพ์ ร่องรอย การเคล่อื นท่ีของตะกอนธารน้าแขง็ ภาวะแมเ่ หล็กโลกบรรพกาล อายุหนิ ของ พ้ืนมหาสมทุ ร รวมทัง้ การคน้ พบสันเขา กลางสมทุ ร และรอ่ งลึกกน้ สมุทร 82 ว 3.2 ม.6/3 ระบสุ าเหตุ และอธิบายรปู แบบ การพาความร้อนของแมกมาภายในโลก ✓ แนวรอยต่อของแผ่นธรณี ทาใหเ้ กิดการเคล่ือนที่ของแผ่นธรณี ท่ีสมั พนั ธ์กบั การเคลื่อนท่ีของ ตามทฤษฎีธรณีแปรสัณฐาน แผ่นธรณี พรอ้ มยกตัวอย่าง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้สารวจพบหลักฐาน หลักฐานทางธรณีวทิ ยาท่ีพบ ทางธรณีวทิ ยา ได้แก่ ธรณีสณั ฐานและ ธรณโี ครงสรา้ ง ทบ่ี รเิ วณแนวรอยต่อของ แผ่นธรณี เชน่ รอ่ งลกึ ก้นสมทุ ร หม่เู กาะ ภเู ขาไฟรปู โค้ง แนวภเู ขาไฟ แนวเทือกเขา หุบเขาทรดุ และสันเขากลางสมทุ ร รอยเลือ่ น นอกจากนยี้ งั พบการเกดิ ธรณีพิบัตภิ ัย ท่บี รเิ วณแนวรอยต่อของแผ่นธรณี เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบดิ สึนามิ สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พนื้ ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๔ ชัน้ ที่ รหัสตัวชี้วัด ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.6 ซง่ึ หลกั ฐานดงั กลา่ วสมั พนั ธก์ ับรปู แบบ การเคลื่อนท่ขี องแผ่นธรณี นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปไดว้ า่ แนวรอยต่อ ของแผ่นธรณีมี 3 รปู แบบ ได้แก่ แนวแผน่ ธรณีแยกตวั แนวแผน่ ธรณี เคล่ือนทีเ่ ข้าหากัน แนวแผน่ ธรณีเคลอื่ นท่ี ผ่านกันในแนวราบ ภเู ขาไฟระเบิด เกิดจากการแทรกดนั ของ ✓ 83 ว 3.2 ม.6/4 อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิด แมกมาข้นึ มาตามส่วนเปราะบาง หรอื ภูเขาไฟระเบดิ รวมท้ังสืบคน้ รอยแตกบนเปลือกโลก มกั พบหนาแน่น ข้อมูลพืน้ ทีเ่ สี่ยงภัย ออกแบบ บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นธรณี ทาให้ และนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวงั บรเิ วณดังกล่าวเปน็ พืน้ ท่ีเสีย่ งภยั และการปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภัย ผลจากการระเบดิ ของภูเขาไฟมีท้ังประโยชน์ และโทษ จึงต้องศึกษาแนวทางในการเฝ้าระวัง 84 ว 3.2 ม.6/5 อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิด และการปฏบิ ัติตนใหป้ ลอดภัย ขนาดและความรุนแรง และผล ✓ จากแผน่ ดินไหว รวมทั้งสบื ค้น แผ่นดินไหวเกิดจากการปลดปลอ่ ย ขอ้ มลู พน้ื ที่เสย่ี งภยั ออกแบบ พลงั งานท่ีสะสมไว้ของเปลือกโลกในรปู และนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวัง ของคลน่ื ไหวสะเทือน แผ่นดนิ ไหวมีขนาด และการปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภัย และความรุนแรงแตกต่างกนั มกั เกิดข้ึน บรเิ วณรอยต่อของแผ่นธรณี และพ้นื ที่ ภายใต้อทิ ธพิ ลของการเคลื่อนของแผน่ ธรณี ทาใหบ้ รเิ วณดังกล่าวเป็นพน้ื ที่ เสีย่ งภัยแผ่นดินไหว ซ่ึงส่งผลให้ สิ่งกอ่ สรา้ งเสยี หาย เกิดอนั ตรายตอ่ ชวี ติ และทรัพยส์ ิน จึงตอ้ งศกึ ษาแนวทาง ในการเฝา้ ระวัง และการปฏิบัติตน ใหป้ ลอดภยั สนึ ามิ คือ คล่นื นา้ ท่ีเกิดจากการแทนที่ ✓ 85 ว 3.2 ม.6/6 อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิด มวลน้าในปริมาณมหาศาล ส่วนมากจะเกิด และผลจากสนึ ามิ รวมทัง้ สืบค้น ในทะเลหรอื มหาสมุทร โดยคลนื่ มีลกั ษณะ ข้อมลู พ้นื ที่เสย่ี งภัย ออกแบบ เฉพาะ คือ ความยาวคลน่ื มากและ และนาเสนอแนวทางการเฝา้ เคล่ือนท่ดี ้วยความเร็วสงู เมือ่ อยู่กลาง ระวงั และการปฏบิ ตั ติ นให้ มหาสมทุ รจะมคี วามสูงคล่ืนนอ้ ย และ ปลอดภยั อาจเพิ่มความสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมอื่ คล่ืน เคล่อื นท่ผี ่านบริเวณน้าตน้ื จึงทาให้พ้ืนที่ บริเวณชายฝ่ังบางบริเวณเปน็ พื้นท่เี สี่ยง ภัยสึนามิ ก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายแก่มนุษย์ และสง่ิ ก่อสร้างในบริเวณชายหาดนั้น จึงตอ้ งศึกษาแนวทางในการเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ตั ิตนใหป้ ลอดภัย สาหรบั การจดั การเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พื้นฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๕ ชน้ั ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.6 86 ว 3.2 ม.6/7 อธบิ ายปจั จยั สาคัญที่มผี ล • พนื้ ผวิ โลกแต่ละบรเิ วณได้รับพลงั งาน ✓ ต่อการไดร้ บั พลงั งานจาก จากดวงอาทติ ยใ์ นปริมาณที่แตกตา่ งกัน ดวงอาทิตย์แตกต่างกันในแต่ละ เน่อื งจากปัจจัยสาคัญหลายประการ เชน่ บริเวณของโลก สณั ฐานและการเอียงของแกนโลก ลกั ษณะของพ้ืนผิว ละอองลอย และเมฆ ทาให้แตล่ ะบรเิ วณบนโลกมีอุณหภูมิ ไมเ่ ทา่ กัน ส่งผลใหม้ คี วามกดอากาศ แตกตา่ งกนั และเกิดการถ่ายโอนพลังงาน ระหว่างกัน 87 ว 3.2 ม.6/8 อธบิ ายการหมุนเวียนของ การหมุนเวยี นของอากาศเกดิ ขึน้ จาก ✓ อากาศ ทเ่ี ป็นผลมาจาก ความกดอากาศท่ีแตกตา่ งกันระหว่างสอง ความแตกตา่ งของความกดอากาศ บรเิ วณ โดยอากาศเคลอ่ื นที่จากบริเวณทีม่ ี ความกดอากาศสูงไปยังบรเิ วณท่มี ี ความกดอากาศตา่ ซ่งึ จะเห็นไดช้ ัดเจน ในการเคล่ือนที่ของอากาศในแนวราบ และเม่ือพจิ ารณาการเคลื่อนท่ีของอากาศ ในแนวด่งิ จะพบว่าอากาศเหนือบริเวณ ความกดอากาศตา่ จะมีการยกตัวขน้ึ ขณะทอ่ี ากาศเหนอื บรเิ วณความกดอากาศ สงู จะจมตวั ลง โดยการเคลื่อนที่ของ อากาศท้งั ในแนวราบและแนวดง่ิ นี้ ทาให้ เกิดเปน็ การหมนุ เวยี นของอากาศ 88 ว 3.2 ม.6/9 อธิบายทิศทางการเคลื่อนท่ี • การหมนุรอบตวั เองของโลกทาใหเ้ กิด ✓ ของอากาศ ทเ่ี ปน็ ผลมาจาก แรงคอริออลสิ ส่งผลให้ทศิ ทางการเคลื่อนท่ี การหมุนรอบตวั เองของโลก ของอากาศเบนไป โดยอากาศท่ีเคลอื่ นท่ี ในบริเวณซีกโลกเหนอื จะเบนไปทางขวาจาก ทิศทางเดิม ส่วนบรเิ วณซีกโลกใต้จะเบนไป ทางซ้ายจากทิศทางเดมิ 89 ว 3.2 ม.6/10 อธบิ ายการหมนุ เวยี นของ โลกมคี วามกดอากาศแตกตา่ งกันในแตล่ ะ ✓ อากาศตามเขตละตจิ ดู บริเวณ รวมทัง้ อิทธิพลจากการหมนุ และผลท่มี ีต่อภมู อิ ากาศ รอบตวั เองของโลก ทาใหอ้ ากาศในแต่ละ ซีกโลกเกิดการหมนุ เวียนของอากาศ ตามเขตละตจิ ูด แบ่งออกเปน็ 3 แถบ โดยแต่ละแถบมภี มู ิอากาศแตกต่างกัน ได้แก่ การหมุนเวยี นแถบขว้ั โลกมีภมู อิ ากาศ แบบหนาวเย็น การหมนุ เวยี นแถบละติจดู กลางมภี ูมิอากาศแบบอบอ่นุ และการ หมนุ เวียนแถบเขตร้อนมภี ูมิอากาศแบบ ร้อนช้นื สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๖ ชัน้ ท่ี รหสั ตวั ชี้วดั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.6 นอกจากนบ้ี รเิ วณรอยต่อของการ หมุนเวยี นอากาศแต่ละแถบละตจิ ดู จะมีลกั ษณะลมฟ้าอากาศทแี่ ตกตา่ งกนั เชน่ บริเวณใกลศ้ นู ย์สูตรมปี ริมาณ หยาดนา้ ฟ้าเฉลีย่ สูงกว่าบรเิ วณอืน่ บริเวณละติจูด 30 องศา มอี ากาศแห้งแล้ง ส่วนบรเิ วณละตจิ ดู 60 องศา อากาศมี ความแปรปรวนสงู 90 ว 3.2 ม.6/11 อธบิ ายปจั จยั ทที่ าใหเ้ กิด การหมุนเวยี นของกระแสน้าผิวหน้า ✓ การหมุนเวียนของน้าผวิ นา้ ในมหาสมทุ ร ไดร้ ับอิทธิพลจาก ในมหาสมุทร และรูปแบบ การหมนุ เวียนของอากาศในแตล่ ะ การหมุนเวียนของนา้ ผวิ หน้า แถบละตจิ ดู เปน็ ปจั จัยหลกั ทาใหบ้ รเิ วณ ในมหาสมทุ ร ซีกโลกเหนอื มีการหมนุ เวยี นของกระแสนา้ ผิวหน้าในทิศทางตามเข็มนา ิกา และ ทวนเข็มนา ิกาในซกี โลกใต้ ซึง่ กระแสน้า ผวิ หน้าในมหาสมุทรมที ้ังกระแสน้าอนุ่ และกระแสนา้ เยน็ 91 ว 3.2 ม.6/12 อธิบายผลของการหมุนเวียน การหมนุ เวยี นอากาศและนา้ ในมหาสมทุ ร ✓ ของอากาศ และน้าผิวหนา้ สง่ ผลตอ่ ภมู ิอากาศ ลมฟา้ อากาศ สงิ่ มชี ีวิต ในมหาสมุทรท่ีมตี ่อลกั ษณะ และสงิ่ แวดลอ้ ม เชน่ กระแสน้าอ่นุ กัลฟส์ ตรีม ภมู อิ ากาศ ลมฟา้ อากาศ ทท่ี าให้บางประเทศในทวปี ยุโรปไม่หนาวเย็น ส่งิ มชี ีวติ และส่ิงแวดล้อม เกินไป และเม่ือการหมุนเวียนอากาศและ น้าในมหาสมุทรแปรปรวน ทาใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อสภาพลมฟ้าอากาศ เช่น ปรากฏการณเ์ อลนโี ญและลานีญา ซ่ึงเกดิ จากความแปรปรวนของลมค้าและ ส่งผลตอ่ ประเทศท่ีอยู่บรเิ วณมหาสมุทร แปซิฟิก 92 ว 3.2 ม.6/13 อธิบายปจั จัยทมี่ ีผลตอ่ โลกไดร้ บั พลังงานจากดวงอาทิตย์ โดย ✓ การเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศของ ปรมิ าณพลังงานเฉลยี่ ท่ีโลกได้รับเท่ากับ โลก พรอ้ มท้ังนาเสนอแนวทาง พลงั งานเฉล่ยี ทีโ่ ลกปลดปล่อยกลบั สู่ ปฏบิ ัตเิ พอ่ื ลดกิจกรรมของมนุษย์ อวกาศ ทาใหเ้ กดิ สมดุลพลังงานของโลก ที่ส่งผลต่อการเปลยี่ นแปลง ส่งผลให้อุณหภมู เิ ฉลี่ยของโลกในแต่ละปี ภูมิอากาศโลก คอ่ นข้างคงทีแ่ ละมลี กั ษณะภูมอิ ากาศที่ไม่ เปลี่ยนแปลง หากสมดลุ พลังงานของโลก เกิดการเปลย่ี นแปลงไปจะทาใหอ้ ุณหภมู ิ เฉล่ยี ของโลกและภูมิอากาศเกดิ การเปล่ียนแปลงได้เนอ่ื งจากปจั จยั หลาย ประการทั้งปจั จยั ที่เกิดข้นึ ตามธรรมชาติ และการกระทาของมนุษย์ เชน่ แก๊ส เรอื นกระจก ลักษณะผวิ โลก และละอองลอย สาหรบั การจดั การเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๖๗ ชัน้ ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.6 มนษุ ย์มีสว่ นชว่ ยในการชะลอการเปล่ยี นแปลง ภมู ิอากาศโลกได้โดยการลดกิจกรรมทีท่ าให้ เกดิ การเปลย่ี นแปลงสมดลุ พลังงาน เชน่ ลดการปลดปล่อยแกส๊ เรือนกระจกและ ละอองลอย 93 ว 3.2 ม.6/14 แปลความหมายสัญลักษณ์ • แผนที่อากาศผิวพื้นแสดงข้อมูล ✓ ลมฟ้าอากาศท่สี าคัญจาก การตรวจอากาศ ในรปู แบบสัญลักษณ์ แผนท่ีอากาศ และนาข้อมลู หรือตัวเลข เช่น บรเิ วณความกดอากาศสูง สารสนเทศต่าง ๆ มาวางแผน หย่อมความกดอากาศต่า พายุหมุนเขตร้อน การดาเนนิ ชีวิตให้สอดคล้องกับ ร่องความกดอากาศต่า การแปลความหมาย สภาพลมฟา้ อากาศ สัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ ทาให้ทราบ ลกั ษณะลมฟ้าอากาศ ณ บรเิ วณหนง่ึ • การแปลความหมายสญั ลักษณ์ทปี่ รากฏ บนแผนทอ่ี ากาศ ร่วมกับข้อมูลสารสนเทศ ตา่ ง ๆ เช่น โปรแกรมประยุกต์เกี่ยวกบั การพยากรณ์อากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ ภาพถา่ ยดาวเทียม สามารถนามาวางแผน การดาเนินชวี ิตใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพ ลมฟ้าอากาศ เชน่ การเลือกช่วงเวลา ในการเพาะปลูกใหส้ อดคลอ้ งกับฤดูกาล การเตรียมพรอ้ มรับมือสภาพอากาศ แปรปรวน ม.4 94 ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคดิ หลักของ ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของ ✓ เทคโนโลยี ความสัมพันธก์ ับ สว่ นต่าง ๆ ตงั้ แต่สองสว่ นขนึ้ ไปประกอบ ศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ เขา้ ด้วยกันและทางานรว่ มกนั เพอื่ ใหบ้ รรลุ หรอื คณติ ศาสตร์ รวมท้งั วตั ถุประสงค์ โดยในการทางานของระบบ ประเมนิ ผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึน ทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย ตวั ปอ้ น ต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และ (input) กระบวนการ (process) และ สิง่ แวดลอ้ ม เพ่ือเปน็ แนวทาง ผลผลติ (output) ทส่ี ัมพนั ธ์กัน ในการพัฒนาเทคโนโลยี นอกจากนร้ี ะบบทางเทคโนโลยอี าจมี ขอ้ มูลย้อนกลบั (feedback) เพื่อใช้ ปรบั ปรุงการทางานไดต้ ามวัตถุประสงค์ โดยระบบทางเทคโนโลยีอาจมีระบบย่อย หลายระบบ (sub-systems) ทที่ างาน สัมพนั ธ์กันอยู่ และหากระบบยอ่ ยใด ทางานผดิ พลาดจะสง่ ผลต่อการทางาน ของระบบอ่นื ดว้ ย เทคโนโลยีมีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา ตัง้ แตอ่ ดีตจนถึงปัจจบุ นั ซง่ึ มีสาเหตุหรือ ปจั จยั มาจากหลายด้าน เชน่ ปญั หา ความ ต้องการ ความกา้ วหน้าของศาสตรต์ า่ ง ๆ เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม สิง่ แวดลอ้ ม สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๖๘ ชั้น ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.4 95 ว 4.1 ม.4/2 ระบปุ ญั หาหรือความต้องการ ปญั หาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อ ✓ ท่มี ีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม สังคม เช่น ปัญหาดา้ นการเกษตร อาหาร วเิ คราะหข์ ้อมูลและแนวคิด พลงั งาน การขนส่ง สขุ ภาพและการแพทย์ ท่เี กีย่ วข้องกบั ปัญหาทีม่ ี การบรกิ าร ซ่ึงแตล่ ะดา้ นอาจมีได้ ความซบั ซ้อน เพ่ือสังเคราะห์ หลากหลายปัญหา วิธกี าร เทคนิคในการแก้ปญั หา การวเิ คราะห์สถานการณป์ ญั หาโดยอาจใช้ โดยคานึงถึงความถูกตอ้ ง เทคนิคหรือวิธกี ารวเิ คราะห์ท่ีหลากหลาย ดา้ นทรพั ย์สินทางปัญญา ช่วยใหเ้ ข้าใจเงือ่ นไขและกรอบของปัญหา ได้ชัดเจน จากน้ันดาเนินการสืบคน้ รวบรวมขอ้ มลู ความรู้จากศาสตรต์ ่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง เพื่อนาไปสกู่ ารออกแบบ แนวทางการแกป้ ญั หา 96 ว 4.1 ม.4/3 ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหา การวิเคราะห์ เปรียบเทยี บ และตดั สนิ ใจ ✓ โดยวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ และ เลือกข้อมลู ทีจ่ าเปน็ โดยคานึงถึงทรัพย์สนิ ตดั สินใจเลอื กข้อมลู ที่จาเปน็ ทางปญั ญา เง่ือนไขและทรัพยากร เช่น ภายใต้เง่อื นไขและทรัพยากร งบประมาณ เวลา ข้อมลู และสารสนเทศ ท่ีมอี ยู่ นาเสนอแนวทาง วสั ดุ เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ ช่วยใหไ้ ด้ การแกป้ ัญหาใหผ้ ้อู น่ื เข้าใจ แนวทางการแกป้ ัญหาที่เหมาะสม ดว้ ยเทคนคิ หรอื วธิ ีการท่ี การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ ทาไดห้ ลากหลายวธิ ี เชน่ การร่างภาพ ชว่ ยในการออกแบบ วางแผน การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน ข้ันตอนการทางานและ ซอฟแวร์ชว่ ยในการออกแบบและนาเสนอ ดาเนินการแกป้ ญั หา มีหลากหลายชนิดจึงตอ้ งเลือกใช้ใหเ้ หมาะ กบั งาน การกาหนดข้ันตอนและระยะเวลา ในการทางานก่อนดาเนนิ การแกป้ ัญหา จะชว่ ยให้การทางานสาเร็จได้ตามเป้าหมาย และลดข้อผดิ พลาดของการทางานที่อาจ เกิดขึ้น 97 ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ คราะห์ การทดสอบและประเมินผลเปน็ การตรวจสอบ ✓ และให้เหตผุ ลของปญั หาหรือ ชนิ้ งานหรอื วิธกี ารวา่ สามารถแก้ปัญหาได้ ข้อบกพร่องทเ่ี กิดขึน้ ภายใต้ ตามวตั ถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา กรอบเง่ือนไข หาแนวทาง เพอ่ื หาข้อบกพร่อง และดาเนินการปรบั ปรุง การปรบั ปรงุ แกไ้ ขและนาเสนอ โดยอาจทดสอบซา้ เพื่อให้สามารถแก้ไข ผลการแก้ปญั หา พร้อมท้ังเสนอ ปญั หาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางการพัฒนาต่อยอด การนาเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอด แนวคดิ เพื่อใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจเกี่ยวกับ กระบวนการทางานและชิน้ งานหรือวิธกี าร ท่ีได้ ซ่งึ สามารถทาได้หลายวธิ ี เช่น การทา แผ่นนาเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนาเสนอผา่ นสื่อออนไลน์ หรือการ นาเสนอตอ่ ภาคธุรกจิ เพื่อการพัฒนา ตอ่ ยอดสงู่ านอาชีพ สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พืน้ ฐำน ร่วมกับ สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๖๙ ชนั้ ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.4 98 ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความร้แู ละทักษะเกี่ยวกับ วสั ดุแตล่ ะประเภทมีสมบัตแิ ตกตา่ งกัน ✓ วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการ ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ วิเคราะห์สมบตั ิ เพื่อเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสม และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อน กบั ลักษณะของงาน ในการแก้ปญั หาหรือพฒั นางาน การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เรอื่ งกลไก ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมและ ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนิกส์ เชน่ LDR sensor ปลอดภัย เฟอื ง รอก คาน วงจรสาเร็จรูป อุปกรณ์และเครอื่ งมอื ในการสรา้ งชน้ิ งาน หรือพฒั นาวธิ ีการมหี ลายประเภท ต้องเลอื กใชใ้ ห้ถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั รวมทงั้ ร้จู กั เก็บรักษา ม.5 99 ว 4.1 ม.5/1 ประยุกตใ์ ช้ความรแู้ ละทักษะ การทาโครงงาน เปน็ การประยกุ ตใ์ ช้ ✓ จากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทงั้ ทรัพยากรในการทาโครงงาน ความรแู้ ละทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ เพ่อื แก้ปญั หาหรือพฒั นางาน รวมทัง้ ทรัพยากรในการสร้างหรอื พฒั นา ชิ้นงานหรอื วธิ กี าร เพ่ือแก้ปัญหาหรือ อานวยความสะดวกในการทางาน การทาโครงงานการออกแบบและ เทคโนโลยีสามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจาก การสารวจ สถานการณ์ ปัญหาท่สี นใจ เพ่ือกาหนดหวั ขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง กับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรบั ปรุงแกไ้ ขวธิ กี าร แก้ปัญหาหรือชิ้นงาน และนาเสนอวธิ กี าร แกป้ ัญหา ม.4 100 ว 4.2 ม.4/1 ประยุกตใ์ ช้แนวคดิ เชิงคานวณ การพฒั นาโครงงาน ✓ ในการพฒั นาโครงงานท่ีมี การบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื การนาแนวคดิ เชิงคานวณไปพัฒนา อย่างสร้างสรรคแ์ ละเช่ือมโยง กบั ชีวติ จรงิ โครงงานทีเ่ กีย่ วกับชวี ิตประจาวนั เช่น การจดั การพลังงาน อาหาร การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สุขภาพ และสิง่ แวดล้อม ตัวอยา่ งโครงงาน เช่น ระบบดแู ลสุขภาพ ระบบอัตโนมตั ิควบคมุ การปลูกพืช ระบบ จัดเส้นทางการขนสง่ ผลผลิต ระบบ แนะนาการใช้งานหอ้ งสมดุ ท่ีมกี ารโตต้ อบ กบั ผใู้ ชแ้ ละเชอื่ มต่อกบั ฐานข้อมลู สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ร่วมกับ สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑๗๐ ช้ัน ท่ี รหัสตวั ชี้วัด ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.5 101 ว 4.2 ม.5/1 รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมูล การนาความรดู้ ้านวิทยาการคอมพวิ เตอร์ ✓ และใชค้ วามรูด้ ้านวทิ ยาการ สือ่ ดิจทิ ัล และเทคโนโลยสี ารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ส่ือดิจทิ ลั มาใชแ้ ก้ปัญหากบั ชวี ิตจริง เทคโนโลยีสารสนเทศ การเพ่ิมมูลคา่ ให้บริการหรือผลิตภณั ฑ์ ในการแกป้ ญั หาหรอื เพ่มิ มูลค่า การเก็บข้อมูลและการจดั เตรียมข้อมูล ใหก้ บั บริการหรือผลติ ภัณฑท์ ่ีใช้ ให้พรอ้ มกบั การประมวลผล ในชีวิตจริงอย่างสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ขอ้ มลู ทางสถติ ิ การประมวลผลข้อมลู และเครอ่ื งมือ การทาข้อมลู ใหเ้ ปน็ ภาพ (data visualization) เช่น bar chart, scatter, histogram • การเลอื กใชแ้ หลง่ ข้อมลู เช่น data.or.th, wolfram alpha, OECD.org, ตลาด หลักทรัพย,์ world economic forum • คุณคา่ ของข้อมลู และกรณีศกึ ษา • กรณศี ึกษาและวิธกี ารแก้ปัญหา • ตวั อยา่ งปัญหา เช่น - รปู แบบของบรรจุภณั ฑ์ท่ดี ึงดดู ความ สนใจและตรงตามความต้องการผใู้ ช้ ในแตล่ ะประเภท - การกาหนดตาแหน่งป้ายรถเมล์ เพื่อลดเวลาเดนิ ทางและปญั หาการจราจร - สารวจความตอ้ งการรบั ประทานอาหาร ในชุมชน และเลอื กขายอาหารที่จะได้ กาไรสูงสดุ - ออกแบบรายการอาหาร 7 วนั สาหรับผปู้ ว่ ยเบาหวาน ม.6 102 ว 4.2 ม.6/1 ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ การนาเสนอและแบ่งปันข้อมูล เช่น ✓ ในการนาเสนอและแบ่งปัน การเขียนบลอ็ ก อัปโหลดวดิ โี อ ข้อมูลอย่างปลอดภยั ภาพอินโฟกราฟิก มีจริยธรรม และวเิ คราะห์ การนาเสนอและแบง่ ปนั ข้อมูลอย่าง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ปลอดภยั เช่น ระมัดระวงั ผลกระทบท่ี สารสนเทศที่มีผลต่อการดาเนิน ตามมา เม่ือมีการแบง่ ปนั ขอ้ มูลหรือ ชีวิต อาชีพ สงั คม และ เผยแพรข่ ้อมูล ไมส่ ร้างความเดือดรอ้ นต่อ วฒั นธรรม ตนเองและผู้อื่น จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยเี กดิ ใหม่ แนวโนม้ ในอนาคต การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี สาหรบั การจดั การเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำน ร่วมกบั สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ ท่ี รหัสตัวช้ีวดั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๑๗๑ ม.6 ต้องรู้ ควรรู้ นวตั กรรมหรือเทคโนโลยีดา้ นตา่ ง ๆ 85 18 ท่เี ก่ียวข้องกบั ชีวติ ประจาวัน อาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ต่อการดาเนนิ ชีวิต อาชพี สังคม และ วัฒนธรรม รวม 102 ตัวชว้ี ัด หมายเหตุ: ตวั ช้วี ัด ว 3.1 ม.6/4 มีลกั ษณะเฉพาะคือเปน็ ทั้งตวั ช้วี ัดต้องรู้และควรรู้ รายละเอียดดังน้ี ต้องรู้ : คำศพั ทใ์ หม่ท่ีตอ้ งทำควำมเขำ้ ใจร่วมกันประกอบกับเป็นกำรอธิบำยกระบวนกำรเกิดดำวฤกษ์ ดงั นนั้ ครูและนักเรยี นควรร่วมกันวิเครำะหแ์ ละอภปิ รำยกำรเปลีย่ นแปลงควำมดนั อุณหภูมิ ขนำด จำกดำวฤกษ์ก่อนเกดิ จนเปน็ ดำวฤกษ์ ควรรู้ : เรอื่ งปฏิกิรยิ ำเทอรม์ อนิวเคลียร์เป็นควำมรพู้ ้นื ฐำนของวชิ ำฟิสกิ ส์ ดังนน้ั นักเรยี นสำมำรถทบทวนควำมรจู้ ำกวิชำฟสิ ิกส์ได้ สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) โดย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พ้นื ฐำน ร่วมกับ สถำบันสง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
172 สรุปตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ช้นั ตวั ช้วี ัดทั้งหมด ตอ้ งรู้ ควรรู้ หมายเหตุ ป.๑ 31 11 20 ป.๒ 34 11 23 ป.๓ 39 11 28 ป.๔ 38 14 24 ป.๕ 36 17 19 ป.๖ 39 24 15 ม.๑ 45 19 26 ม.๒ 45 28 17 ม.๓ 50 28 22 ม.๔ - ๖ 61 31 30 รวม 418 194 224 ข้อมูล สำระท่ี 1 – 4 ณ วนั ท่ี 15 สงิ หำคม 2559 และสำระที่ 5 ณ วันท่ี 19 พฤษภำคม 2564 สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๗๓ ตวั ช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลางทตี่ ้องร้แู ละควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ชน้ั ที่ รหสั ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ พุทธประวัตโิ ดยย่อ ป.1 1 ส ๑.๑ ป.๑/๑ บอกพทุ ธประวตั ิ หรือประวัติ ประสูติ ตรสั รู้ ของศาสดาทต่ี นนับถือโดยสังเขป ปรนิ ิพพาน พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา 2 ส ๑.๑ ป.๑/๒ ชน่ื ชมและบอกแบบอย่าง การดาเนินชวี ิตและข้อคิด สามเณรบณั ฑิต จากประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเล่า ศาสนิกชนตัวอยา่ ง และศาสนิกชนตวั อย่าง พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ตามท่ีกาหนด ภูมิพลอดลุ ยเดช พระรัตนตรัย 3 ส ๑.๑ ป.๑/๓ บอกความหมาย ความสาคญั ศรทั ธาพระพุทธ พระธรรม และเคารพพระรัตนตรัย พระสงฆ์ ปฏิบตั ิตามหลักธรรมโอวาท ๓ โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรอื หลกั ธรรม ไม่ทาช่ัว ของศาสนาท่ตี นนบั ถือ ทาความดี ตามทก่ี าหนด ทาจติ ใหบ้ ริสุทธิ์ (บรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญา) 4 ส ๑.๑ ป.๑/๔ เหน็ คุณค่าและสวดมนต์ ฝกสวดมนต์และแผ่เมตตา แผ่เมตตา มสี ตทิ ่ีเป็นพื้นฐาน ความหมายและประโยชน์ของสติ ของสมาธิในพระพุทธศาสนา ฟงั เพลงและร้องเพลงอยา่ งมีสติ หรือการพัฒนาจิต เลน่ และทางานอย่างมสี ติ ตามแนวทางของศาสนา ฝกให้มีสตใิ นการฟัง การอ่าน ท่ีตนนับถือตามทกี่ าหนด การคิด การถามและการเขียน การบาเพ็ญประโยชน์ต่อวดั 5 ส ๑.๒ ป.๑/๑ บาเพญ็ ประโยชน์ต่อวัด หรือศาสนสถาน หรือศาสนสถานของศาสนา การพัฒนาทาความสะอาด ที่ตนนับถือ การบรจิ าค การรว่ มกิจกรรมทางศาสนา 6 ส ๑.๒ ป.๑/๒ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชน ของศาสนาท่ีตนนบั ถือ การปฏิบตั ติ นในวนั สาคัญ ทางศาสนา 7 ส ๑.๒ ป.๑/๓ ปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พิธกี รรม เขา้ ร่วมกิจกรรมในวนั สาคัญ และวนั สาคัญทางศาสนา ตามทก่ี าหนดไดถ้ ูกต้อง วนั วิสาขบูชา การบูชาพระรัตนตรัย สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ช้นั ท่ี รหัสตัวชี้วดั ตวั ชี้วัด ๑๗๔ ป.1 8 ส ๒.๑ ป.๑/๑ บอกประโยชน์และปฏิบตั ติ น สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ เป็นสมาชิกท่ดี ีของครอบครัว การเป็นสมาชิกท่ีดขี อง ครอบครัวและโรงเรยี น เชน่ และโรงเรียน o กตัญ ูกตเวทีและเคารพ 9 ส ๒.๑ ป.๑/๒ ยกตัวอยา่ งความสามารถ รับฟงั คาส่งั สอนของพ่อ แม่ และความดีของตนเอง ผอู้ ่นื ญาตผิ ใู้ หญ่ ครู และผมู้ พี ระคณุ และบอกผลจากการกระทาน้ัน o รูจ้ ักกลา่ วคาขอบคุณ ขอโทษ การไหวผ้ ใู้ หญ่ 10 ส ๒.๒ ป.๑/๑ บอกโครงสรา้ ง บทบาท o ปฏิบัติตามข้อตกลง กตกิ า และหนา้ ท่ขี องสมาชิก กฎ ระเบยี บ ของครอบครวั ในครอบครวั และโรงเรยี น และโรงเรยี น o มีสว่ นรว่ มในกิจกรรม ของครอบครัวและโรงเรียน o มเี หตุผลและยอมรบั ฟัง ความคิดเห็นของผอู้ ่นื o มรี ะเบยี บวนิ ัย มนี า้ ใจ ประโยชน์ของการปฏบิ ตั ิตน เปน็ สมาชิกที่ดีของครอบครวั และโรงเรยี น ลักษณะความสามารถ และลกั ษณะความดีของตนเอง และผ้อู ่นื เช่น o ความกตญั ูกตเวที o ความมีระเบียบวนิ ยั o ความรับผิดชอบ o ความขยัน อดทนอดกล้ัน o การเออ้ื เฟ้ือเผ่ือแผ่ และชว่ ยเหลือผู้อ่นื o ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต o ความเมตตากรุณา ผลของการกระทาความดี เชน่ ภาคภูมใิ จ มีความสุข ไดร้ ับการชน่ื ชม ยกย่อง โครงสรา้ งของครอบครัว และความสัมพนั ธ์ของบทบาท หน้าท่ีของสมาชิกในครอบครัว โครงสร้างของโรงเรยี น ความสัมพันธ์ของบทบาท หน้าท่ีของสมาชกิ ในโรงเรยี น สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชัน้ ที่ รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้ีวดั ๑๗๕ ป.1 11 ส ๒.๒ ป.๑/๒ ระบุบทบาท สิทธิ หน้าที่ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ของตนเองในครอบครัว ความหมายและความแตกต่าง ของอานาจตามบทบาท สิทธิ และโรงเรียน หนา้ ที่ในครอบครวั และโรงเรยี น การใชอ้ านาจในครอบครวั 12 ส ๒.๒ ป.๑/๓ มสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจ ตามบทบาท สทิ ธิ หน้าท่ี และทากิจกรรมในครอบครัว กจิ กรรมตามกระบวนการ และโรงเรียนตามกระบวนการ ประชาธปิ ไตยในครอบครัว เช่น ประชาธิปไตย การแบ่งหนา้ ที่ความรับผิดชอบ ในครอบครัว การรบั ฟงั และ 13 ส ๓.๑ ป.๑/๑ ระบสุ ินค้า และบริการท่ีใช้ แสดงความคดิ เหน็ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั กจิ กรรมตามกระบวนการ ประชาธปิ ไตยในโรงเรียน เชน่ 14 ส ๓.๑ ป.๑/๒ ยกตวั อย่างการใชจ้ ่ายเงิน เลือกหัวหน้าหอ้ ง ประธาน ในชวี ิตประจาวนั ที่ไม่เกินตวั ชมุ นุม ประธานนักเรยี น และเห็นประโยชน์ของการออม สินค้าและบริการที่ใช้อยู่ในชีวิต ประจาวัน เชน่ ดนิ สอ ปากกา 15 ส ๓.๑ ป.๑/๓ ยกตวั อย่างการใช้ทรัพยากร กระดาษ ยาสีฟนั ในชีวติ ประจาวันอย่างประหยัด สินคา้ และบริการที่ได้มาจาก การใช้เงินซื้อ เชน่ ซอ้ื อาหาร จ่ายค่าบริการโทรศัพท์ วิธีการใชป้ ระโยชนจ์ ากสนิ ค้า และบริการ ให้คุม้ ค่า การใช้จา่ ยเงนิ ในชีวิตประจาวัน เพื่อซ้ือสินค้า และบริการ ประโยชน์ของการใช้จา่ ยเงิน ทีไ่ ม่เกินตวั โทษของการใชจ้ ่ายเงนิ เกินตัว ประโยชน์ของการออม ทรัพยากรท่ีใช้ในชวี ิตประจาวนั เช่น ดินสอ กระดาษ เสื้อผา้ อาหาร ไฟฟา้ นา้ ทรพั ยากรทเ่ี ปน็ สมบัตสิ ่วนรวม เชน่ โตะ๊ เก้าอี้นักเรยี น สาธารณปู โภคต่าง ๆ วธิ ีการใช้ทรัพยากร ทง้ั ของส่วนตัวและสว่ นรวม อย่างถูกต้องและประหยัด และคุ้มค่า สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชี้วัด ๑๗๖ ป.1 16 ส ๓.๒ ป.๑/๑ อธบิ ายเหตผุ ลความจาเป็น สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ท่ีคนตอ้ งทางานอย่างสจุ ริต ความหมาย ประเภท และ ความสาคญั ของการทางาน 17 ส ๔.๑ ป.๑/๑ บอกวัน เดือน ปี และ ผลของการทางานประเภทต่าง ๆ การนบั ชว่ งเวลาตามปฏิทิน ทมี่ ตี ่อครอบครัว และสังคม ทใ่ี ช้ในชีวติ ประจาวัน การทางานอย่างสุจริตทาให้ สังคมสงบสุข 18 ส ๔.๑ ป.๑/๒ เรียงลาดับเหตุการณ์ ช่ือ วนั เดือน ปี ตามระบบ ในชวี ิตประจาวนั ตามวนั เวลา สรุ ยิ คตทิ ี่ปรากฏในปฏทิ ิน ทเี่ กิดขึน้ ช่วงเวลาท่ใี ช้ในชวี ติ ประจาวนั เชน่ วนั น้ี ตอนเชา้ ตอนเย็น 19 ส ๔.๑ ป.๑/3 บอกประวตั คิ วามเปน็ มา ใช้คาบอกชว่ งเวลาแสดงลาดบั ของตนเองและครอบครัว เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ข้ึนได้ในชีวิต โดยสอบถามผูเ้ ก่ียวขอ้ ง ประจาวนั วธิ ีการสบื ค้นประวัติความเปน็ มา 20 ส ๔.๒ ป.๑/๑ บอกความเปลย่ี นแปลง ของตนเองและครอบครวั ของสภาพแวดลอ้ ม สิ่งของ อยา่ งงา่ ย ๆ เครื่องใช้ หรือการดาเนนิ ชวี ติ การบอกเล่าประวตั คิ วามเปน็ มา ของตนเองกับสมัยของพ่อแม่ ของตนเองและครอบครัว ปูย่ า่ ตายาย ความเปลีย่ นแปลงของสภาพ แวดลอ้ ม ส่งิ ของ เคร่ืองใช้ 21 ส ๔.๒ ป.๑/๒ บอกเหตุการณ์ที่เกิดข้นึ ในอดีต หรอื การดาเนนิ ชีวติ ของอดีต ทม่ี ีผลกระทบต่อตนเองในปัจจุบนั กับปจั จุบนั ทเ่ี ป็นรปู ธรรม และใกล้ตัวเด็ก เชน่ เทคโนโลยที างการเกษตร วิวัฒนาการ การคมนาคม การส่อื สาร ล สาเหตุและผลของการ เปลี่ยนแปลงของสงิ่ ต่าง ๆ ตามกาลเวลา เหตุการณ์สาคัญท่ีเกิดข้นึ ในครอบครัว เช่น การย้ายบ้าน การยา้ ยโรงเรียน การสญู เสีย บุคคลในครอบครัว สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ท่ี รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชี้วดั ๑๗๗ ป.1 22 ส ๔.๓ ป.๑/๑ อธบิ ายความหมายและความสาคญั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ของสญั ลกั ษณส์ าคัญของชาติไทย ความหมายและความสาคญั และปฏิบัตติ นได้ถูกต้อง ของสัญลกั ษณ์ ทส่ี าคัญ ของชาติไทย ได้แก่ ชาติ 23 ส ๔.๓ ป.๑/๒ บอกสถานทส่ี าคัญซงึ่ เป็น ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ แหลง่ วัฒนธรรมในชุมชน (ธงชาติ เพลงชาติ พระพทุ ธรูป พระบรมฉายาลักษณ์ ภาษาไทย 24 ส ๔.๓ ป.๑/๓ ระบสุ ่ิงท่ีตนรักและภาคภูมิใจ อักษรไทย) ในท้องถ่ิน การเคารพธงชาติ การร้อง เพลงชาติและเพลงสรรเสริญ 25 ส 5.1 ป.1/1 จาแนกสง่ิ แวดล้อมรอบตัว พระบารมี การเคารพ ทเี่ กิดข้ึนเอง ตามธรรมชาติ พระบรมฉายาลักษณ์ และที่มนุษย์สรา้ งข้ึน การเคารพศาสนวัตถุ ศาสนสถาน เอกลักษณอ์ ่ืน ๆ เชน่ ศาสนา การแตง่ กาย วฒั นธรรม ประเพณไี ทย เงินตรา แผนที่ ประเทศไทย อาหารไทย (อาหารไทยทต่ี ่างชาตยิ กย่อง เชน่ ต้มยากุ้ง ผัดไทย) ตวั อย่างของแหลง่ วัฒนธรรม ในชมุ ชนทใี่ กลต้ ัวนักเรียน เช่น วดั ตลาด พิพิธภณั ฑ์ มัสยดิ โบสถ์คริสต์ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ คุณค่าและความสาคญั ของแหล่งวัฒนธรรมในชมุ ชน ในด้านต่าง ๆ เช่น เป็นแหลง่ ท่องเที่ยว เป็นแหลง่ เรียนรู้ ตวั อย่างสง่ิ ทเ่ี ป็นความภาคภูมใิ จ ในท้องถ่ิน เช่น สิ่งของ สถานท่ี ภาษาถนิ่ วัฒนธรรมประเพณี ท่เี ป็นส่ิงที่ใกล้ตวั นักเรยี น และเปน็ รูปธรรมชดั เจน สง่ิ แวดล้อมท่ีเกิดข้ึนเอง ตามธรรมชาติ และที่มนุษย์ สร้างขึ้นท่บี ้านและที่โรงเรยี น สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชน้ั ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ชี้วดั ๑๗๘ ป.1 26 ส 5.1 ป.1/2 ระบุความสัมพันธข์ องตาแหนง่ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ความสัมพันธ์ของตาแหนง่ ระยะ ทิศของสิ่งตา่ ง ๆ ระยะ ทิศของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น ที่อยู่อาศยั บ้านของเพื่อน 27 ส 5.1 ป.1/3 ใช้แผนผงั แสดงตาแหน่งของ บ้าน ถนน ตน้ ไม้ ทุ่งนา ไร่ สวน ส่งิ ตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น ที่ราบ ภเู ขา แหล่งน้า ทิศหลกั (เหนือ ตะวนั ออกใต้ 28 ส 5.1 ป.1/4 สงั เกตและบอกการเปลยี่ นแปลง ตะวนั ตก) และทีต่ ง้ั ของส่ิงต่าง ๆ ของสภาพอากาศในรอบวัน รอบตัว แผนผงั แสดงตาแหน่งของ 29 ส 5.2 ป.1/1 บอกสิ่งแวดล้อมทเ่ี กิด ส่ิงตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น ตามธรรมชาตทิ ่สี ่งผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ สภาพอากาศในรอบวัน เช่น กลางวนั กลางคนื ความร้อน 30 ส 5.2 ป.1/2 สังเกตและเปรียบเทยี บ ของอากาศ ฝน-เมฆ-ลม การเปลยี่ นแปลงของสิง่ แวดล้อม สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพทม่ี ผี ล เพือ่ การปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสม ตอ่ ความเปน็ อยูข่ องมนษุ ย์ เช่น ภูมอิ ากาศมผี ลต่อลักษณะ 31 ส 5.2 ป.1/3 มสี ่วนร่วมในการดแู ลสิ่งแวดล้อม ท่ีอยู่อาศัยและเครื่องแต่งกาย ท่บี ้านและห้องเรียน การเปลย่ี นแปลงของ สง่ิ แวดล้อมทอ่ี ยรู่ อบตัว รวม 31 ตัวชี้วัด อทิ ธิพลของสงิ่ แวดล้อม ทสี่ ่งผลต่อการปฏบิ ัติตน อยา่ งเหมาะสม การปฏบิ ตั ิตนในการรักษา ส่งิ แวดล้อม ในบ้านและ หอ้ งเรียน 11 20 สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๗๙ ชัน้ ท่ี รหัสตัวชี้วดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ พระพุทธศาสนาเป็นอกลักษณ์ ป.๒ 1 ส ๑.๑ ป.๒/๑ บอกความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา ของชาติไทย สรปุ พทุ ธประวตั ิ หรือศาสนาทต่ี นนับถือ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน 2 ส ๑.๑ ป.๒/๒ สรุปพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสตู ิ พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา สามเณรราหลุ จนถึงการออกผนวช หรือประวตั ิ ชาดก ศาสดาที่ตนนับถือตามท่ีกาหนด วานรินทชาดก 3 ส ๑.๑ ป.๒/๓ ช่ืนชมและบอกแบบอย่าง ศาสนิกชนตัวอย่าง สมเดจ็ พระญาณสงั วร การดาเนนิ ชีวติ และข้อคิด สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เจริญ สวุ ฑฒโน) จากประวัตสิ าวก ชาดก เร่ืองเล่า โอวาท ๓ ไม่ทาชั่ว และศาสนิกชนตวั อย่าง o เบญจศลี ทาความดี ตามทกี่ าหนด o เบญจธรรม o กตญั ูกตเวทีต่อครู 4 ส ๑.๑ ป.๒/๔ บอกความหมาย ความสาคัญ อาจารย์ และโรงเรียน และเคารพพระรตั นตรัย ทาจติ ใหบ้ รสิ ุทธิ์ (บริหารจิต ปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมโอวาท ๓ และเจริญปัญญา) ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรม ของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ตามทก่ี าหนด ตวั อย่างการกระทาความดี ของตนเองและบุคคล 5 ส ๑.๑ ป.๒/๕ ช่นื ชมการทาความดีของตนเอง ในครอบครวั และในโรงเรยี น บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียน (ตามสาระในข้อ ๔) ตามหลกั ศาสนา ฝกสวดมนต์ไหว้พระและแผ่ เมตตา 6 ส ๑.๑ ป.๒/๖ เหน็ คุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา ความหมายและประโยชน์ มสี ติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิ ของสติและสมาธิ ในพระพทุ ธศาสนาหรอื การพัฒนาจติ ฝกสมาธิเบ้ืองต้น ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ฝกสตเิ บื้องตน้ ด้วยกิจกรรม ตามทกี่ าหนด การเคลอ่ื นไหวอยา่ งมสี ติ ฝกใหม้ ีสมาธใิ นการฟัง การอ่าน การคดิ การถาม และการเขยี น สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ช้ัน ท่ี รหัสตัวช้ีวดั ตวั ช้ีวัด ๑๘๐ ป.2 7 ส ๑.๑ ป.๒/๗ บอกช่ือศาสนา ศาสดา สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ช่อื ศาสนา ศาสดา และคมั ภีร์ และความสาคัญของคัมภีร์ ของศาสนาต่าง ๆ พระพุทธศาสนา ของศาสนาทีต่ นนบั ถือ o ศาสดา : พระพุทธเจ้า และศาสนาอื่น ๆ o คัมภรี ์ : พระไตรปฎิ ก ศาสนาอิสลาม 8 ส ๑.๒ ป.๒/1 ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสม o ศาสดา : มฮุ ัมมัด ตอ่ สาวกของศาสนาท่ีตนนับถือ o คัมภีร์ : อัลกุรอาน ตามที่กาหนดได้ถูกต้อง ครสิ ต์ศาสนา o ศาสดา : พระเยซู 9 ส ๑.๒ ป.๒/๒ ปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พิธกี รรม o คมั ภีร์ : ไบเบิล และวันสาคัญทางศาสนา การฝกปฏบิ ตั มิ รรยาทชาวพุทธ ตามที่กาหนดได้ถูกต้อง การพนมมือ การไหว้ 10 ส ๒.๑ ป.๒/๑ ปฏิบตั ติ นตามข้อตกลง กติกา การกราบ กฎ ระเบยี บและหน้าท่ี การน่ัง ทตี่ ้องปฏบิ ัติในชีวติ ประจาวนั การยนื การเดิน การเข้าร่วมกิจกรรม 11 ส ๒.๑ ป.๒/๒ ปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทย และพธิ กี รรม ทีเ่ กยี่ วเน่ืองกับ วันสาคญั ทางพุทธศาสนา o การทาบุญตักบาตร o ประวตั วิ นั อาสา หบชู า ขอ้ ตกลง กติกา กฎระเบียบ หน้าท่ที ่ีต้องปฏิบตั ใิ นครอบครวั โรงเรียน สถานทีส่ าธารณะ เชน่ โรงภาพยนตร์ โบราณสถาน ล กริ ิยามารยาทไทยเก่ียวกับ การแสดงความเคารพ การยนื การเดิน การนั่ง การพดู การทักทาย การแตง่ กาย สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชัน้ ที่ รหัสตัวชี้วดั ตัวชี้วดั ๑๘๑ ป.2 12 ส ๒.๑ ป.๒/๓ แสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ความคิด ความเชื่อ และการปฏิบตั ิ การยอมรับความแตกต่าง ของคนในสังคม เร่อื งความคดิ ของบุคคลอ่ืนทแี่ ตกต่างกัน ความเช่ือ ความสามารถ และ การปฏบิ ตั ิตนของบุคคลอ่นื โดยปราศจากอคติ ท่ีแตกตา่ งกัน เชน่ o บคุ คลยอ่ มมีความคดิ 13 ส ๒.๑ ป.๒/๔ เคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และผอู้ ่ืน ทมี่ เี หตผุ ล o การปฏิบัตติ นตามพิธีกรรม 14 ส ๒.๒ ป.๒/๑ อธิบายความสมั พันธข์ องตนเอง และสมาชกิ ในครอบครวั ในฐานะ ตามความเชื่อของบุคคล เปน็ ส่วนหนง่ึ ของชุมชน o บุคคลยอ่ มมีความสามารถ 15 ส ๒.๒ ป.๒/๒ ระบผุ ้มู ีบทบาท อานาจ แตกต่างกนั ในการตดั สินใจในโรงเรียน o ไมพ่ ูดหรอื แสดงอาการดูถูก และชมุ ชน รังเกยี จผู้อื่น ในเร่ืองของ 16 ส ๓.๑ ป.๒/๑ ระบุทรัพยากรทน่ี ามาผลิตสนิ คา้ รูปรา่ งหนา้ ตา สีผม สีผวิ และบริการทใ่ี ช้ในชีวิตประจาวัน ทแ่ี ตกตา่ งกัน สทิ ธแิ ละเสรภี าพของตนเอง และผูอ้ น่ื เช่น o เสรภี าพในการแสดง ความคดิ เห็น o สทิ ธแิ ละเสรีภาพในชวี ติ และร่างกาย o สิทธิในทรพั ยส์ นิ ความสัมพนั ธข์ องตนเอง และสมาชกิ ในครอบครวั กับชุมชน เช่น การช่วยเหลอื กจิ กรรมของชุมชน ผู้มบี ทบาท อานาจ ในการตดั สินใจในโรงเรียน และชุมชน เชน่ ผู้บรหิ าร สถานศึกษา ผ้นู าท้องถ่ิน กานัน ผใู้ หญ่บา้ น ทรัพยากรทีน่ ามาใชใ้ นการผลิต สินคา้ และบรกิ ารที่ใช้ในครอบครัว และโรงเรียน เชน่ ดินสอ และ กระดาษทผ่ี ลิตจากไม้รวมท้ัง เคร่ืองจักรและแรงงานการผลติ สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๘๒ ชนั้ ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.2 17 ส ๓.๑ ป.๒/๒ บอกที่มาของรายได้และรายจา่ ย การประกอบอาชพี ของครอบครัว ของตนเองและครอบครัว รายได้และรายจา่ ยในภาพรวม ของตนเองและครอบครวั 18 ส ๓.๑ ป.๒/๓ บันทึกรายรับ-รายจา่ ย วธิ กี ารทาบญั ชรี ายรับ-รายจ่าย ของตนเอง ของตนเองอยา่ งง่าย ๆ ผลดขี องการใชจ้ า่ ยท่ีเหมาะสม 19 ส ๓.๑ ป.๒/๔ สรปุ ผลดีของการใช้จา่ ย กบั รายได้ ท่เี หมาะสมกับรายได้ การออมและผลดีของการออม และการออม ความหมายและความสาคัญ ของการแลกเปลี่ยนสินค้า 20 ส ๓.๒ ป.๒/๑ อธิบายการแลกเปลี่ยนสินคา้ และบริการ และบรกิ ารโดยวิธตี า่ ง ๆ ลกั ษณะของการแลกเปลย่ี น 21 ส ๓.๒ ป.๒/๒ บอกความสมั พันธร์ ะหว่าง สินค้าและบริการ โดยไม่ใชเ้ งนิ ผู้ซอื้ และผ้ขู าย รวมทง้ั การแบง่ ปนั การชว่ ยเหลือ 22 ส ๔.๑ ป.๒/๑ ใช้คาระบุเวลาทีแ่ สดงเหตุการณ์ ความหมายและบทบาท ในอดตี ปจั จบุ นั และอนาคต ของผซู้ ้ือและผู้ขาย ความสัมพันธร์ ะหว่างผ้ซู ้ือ 23 ส ๔.๑ ป.๒/๒ ลาดบั เหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ขนึ้ และผูข้ ายในการกาหนดราคา ในครอบครัว หรือในชวี ิต สนิ ค้าและบริการ ของตนเองโดยใชห้ ลักฐาน คาท่ีแสดงชว่ งเวลาในอดีต ทีเ่ กี่ยวข้อง ปัจจบุ นั และอนาคต เช่น วนั น้ี เม่ือวานนี้ พรุง่ น้ี เดือนน้ี 24 ส ๔.๒ ป.๒/๑ สบื คน้ ถึงการเปล่ียนแปลง เดือนหน้า เดือนก่อน ในวถิ ชี ีวิตประจาวันของคน วันสาคญั ทป่ี รากฏในปฏทิ นิ ท่ี ในชุมชนของตนจากอดีต แสดงเหตกุ ารณ์สาคัญในอดีต ถงึ ปัจจบุ ัน และปจั จุบนั วธิ ีการสืบค้นเหตกุ ารณ์ ทีผ่ ่านมาแล้ว ทีเ่ กดิ ขนึ้ กบั ตนเองและครอบครวั โดยใชห้ ลักฐานท่ีเกยี่ วข้อง เชน่ ภาพถา่ ย สูติบตั ร ทะเบยี นบ้าน วธิ ีการสืบค้นข้อมลู อยา่ งง่าย ๆ เช่น การสอบถามพ่อแม่ ผ้รู ู้ ในชุมชน วถิ ชี วี ิตของคนในชมุ ชน เชน่ การประกอบอาชพี การแตง่ กาย การสอ่ื สาร ประเพณีในชุมชน จากอดีตถึงปจั จบุ ัน สาเหตุของการเปล่ยี นแปลงวถิ ี ชีวิตของคนในชมุ ชน สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชน้ั ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตัวช้ีวัด ๑๘๓ ป.2 25 ส ๔.๒ ป.๒/๒ อธบิ ายผลกระทบของการ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ เปลี่ยนแปลงท่ีมีต่อวิถีชวี ิต การเปลีย่ นแปลงของวิถชี ีวติ ของคนในชุมชนทางดา้ นต่าง ๆ ของคนในชมุ ชน ผลกระทบของการเปล่ียนแปลง ทม่ี ตี ่อวถิ ชี ีวติ ของคนในชุมชน 26 ส ๔.๓ ป.๒/๑ ระบุบุคคลท่ีทาประโยชนต์ ่อท้องถ่ิน บคุ คลในท้องถ่นิ ท่ีทาคณุ ประโยชน์ หรอื ประเทศชาติ ตอ่ การสรา้ งสรรค์วัฒนธรรม และความมัน่ คงของท้องถนิ่ 27 ส ๔.๓ ป.๒/๒ ยกตวั อย่างวฒั นธรรม ประเพณี และประเทศชาตใิ นอดตี และภมู ปิ ัญญาไทยทภ่ี าคภูมิใจ ทีค่ วรนาเป็นแบบอยา่ ง และควรอนรุ ักษ์ไว้ ผลงานของบุคคลในท้องถน่ิ ทนี่ า่ ภาคภมู ิใจ 28 ส 5.1 ป.2/1 ระบสุ ่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติ ตัวอย่างของวัฒนธรรม และที่มนษุ ย์สร้างขน้ึ ซงึ่ ปรากฏ ประเพณไี ทย เช่น ระหว่างบ้านกับโรงเรียน การทาความเคารพ อาหารไทย ภาษาไทย ประเพณีสงกรานต์ 29 ส 5.1 ป.2/2 ระบุตาแหนง่ และลักษณะ ล ทางกายภาพ ของสิง่ ตา่ ง ๆ คุณคา่ ของวฒั นธรรม และ ทป่ี รากฏในแผนผัง แผนที่ ประเพณีไทย ทมี่ ีต่อสงั คมไทย รูปถา่ ย และลูกโลก ภมู ิปัญญาของคนไทยในท้องถ่ิน ของนักเรียน 30 ส 5.1 ป.2/3 สังเกตและแสดงความสมั พันธ์ ส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาติ ระหวา่ งโลก ดวงอาทิตย์และ กบั ท่ีมนุษย์ สรา้ งขึ้น ซึ่งปรากฏ ดวงจนั ทรท์ ีท่ าให้เกดิ ระหว่างบ้านกับโรงเรยี น ปรากฏการณ์ ตาแหน่งและลักษณะ ทางกายภาพของสง่ิ ต่าง ๆ 31 ส 5.2 ป.2/1 อธิบายความสาคัญของ ทป่ี รากฏในแผนท่ี แผนผงั ส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ รปู ถ่าย และลกู โลก เช่น ภเู ขา และท่ีมนุษยส์ รา้ งขนึ้ ที่ราบ แมน่ ้า ต้นไม้ ทะเล ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์และดวงจนั ทร์ ทท่ี าใหเ้ กิดปรากฏการณ์ เชน่ ขา้ งขึน้ ข้างแรม ฤดกู าลต่าง ๆ ความสาคญั ของสิ่งแวดลอ้ ม ทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ที่มนุษยส์ ร้างขน้ึ ในการดาเนิน ชวี ติ สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้ีวัด ๑๘๔ ป.2 32 ส 5.2 ป.2/2 จาแนกและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ทีใ่ ชแ้ ลว้ ไมห่ มดไป ทใ่ี ชแ้ ล้วหมดไป ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ - ใชแ้ ล้วไมห่ มดไป เช่น อากาศ และสร้างทดแทนขน้ึ ใหม่ได้ แสงอาทติ ย์ - ใชแ้ ลว้ หมดไป เชน่ แร่ อยา่ งคุ้มค่า ถา่ นหนิ นา้ มนั กา๊ ซธรรมชาติ - สร้างทดแทนขึ้นใหมไ่ ด้ 33 ส 5.2 ป.2/3 อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหว่าง เชน่ นา้ ดิน ป่าไม้ สตั ว์ปา่ ฤดูกาล กบั การดาเนนิ ชวี ิตของ การใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ มนษุ ย์ อยา่ งคุ้มคา่ ความสัมพันธร์ ะหว่างฤดูกาล 34 ส 5.2 ป.2/4 มีส่วนร่วมในการจัดการ กับการดาเนินชวี ิตของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม ในโรงเรียน ผลกระทบของการเปล่ียนแปลง รวม 34 ตัวช้ีวดั ส่ิงแวดล้อมท่ีมีต่อโรงเรียน การรกั ษาและฟ้ืนฟสู ่งิ แวดล้อม ในโรงเรยี น 11 23 สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ช้ัน ที่ รหัสตัวชี้วดั ตัวชี้วดั ๑๘๕ ป.๓ 1 ส ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายความสาคัญ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ของพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนามอี ิทธิพล ตอ่ การสรา้ งสรรค์ผลงาน หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ทางวัฒนธรรมไทยอนั เกิดจาก ความศรทั ธา เช่น วัด ภาพวาด ในฐานะทเ่ี ป็นรากฐานสาคัญ พระพทุ ธรูป วรรณคดี สถาปตั ยกรรมไทย ของวัฒนธรรมไทย สรุปพทุ ธประวตั โิ ดยย่อ (ทบทวน) 2 ส ๑.๑ ป.๓/๒ สรุปพทุ ธประวตั ติ ั้งแต่ การบาเพ็ญเพยี ร จนถึง ศาสนิกชนตวั อย่าง ปรนิ พิ พาน หรือประวตั ิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ของศาสดาท่ตี นนับถอื (โต พรหมรส)ี ตามท่กี าหนด ความสาคัญของพระไตรปฎิ ก 3 ส ๑.๑ ป.๓/๓ ชื่นชมและบอกแบบอย่าง เชน่ เป็นแหล่งอ้างอิง การดาเนินชวี ิตและข้อคิด ของหลักธรรมคาสอน จากประวตั ิสาวก ชาดก เร่ืองเลา่ หลักธรรมสาคัญ และศาสนิกชนตวั อย่าง o สติ-สมั ปชญั ญะ ตามท่ีกาหนด o สังคหวัตถุ ๔ พทุ ธศาสนสภุ าษิต 4 ส ๑.๑ ป.๓/๔ บอกความหมาย ความสาคัญ ของพระไตรปฎิ ก หรือคัมภรี ์ อตตา หิ อตตโน นาโถ ของศาสนาท่ีตนนับถือ ตนแลเป็นทพ่ี ่ึงของตน ฝกสวดมนต์ ไหวพ้ ระ 5 ส ๑.๑ ป.๓/๕ แสดงความเคารพพระรัตนตรยั สรรเสริญคุณพระรตั นตรัย และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ และแผ่เมตตา ในพระพทุ ธศาสนาหรือหลกั ธรรม ความหมายและประโยชน์ ของศาสนาท่ตี นนบั ถือตามท่ีกาหนด ของสติและสมาธิ ประโยชน์ของการฝกสติ 6 ส ๑.๑ ป.๓/๖ เหน็ คุณค่าและสวดมนต์ แผเ่ มตตา ฝกสมาธเิ บ้ืองตน้ ด้วยการนบั มีสตทิ ีเ่ ป็นพ้ืนฐานของสมาธิ ลมหายใจ ในพระพทุ ธศาสนา หรือการพัฒนาจิต ฝกการยืน การเดิน การนง่ั ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนบั ถอื และการนอนอย่างมสี ติ ตามท่ีกาหนด ฝกใหม้ ีสมาธใิ นการฟงั การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๘๖ ชัน้ ที่ รหสั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ช่อื และความสาคัญของศาสนวตั ถุ ป.3 7 ส ๑.๑ ป.๓/๗ บอกช่อื ความสาคญั และปฏิบตั ติ น ศาสนสถาน และศาสนบคุ คล ในพระพทุ ธศาสนา ศาสนา ไดอ้ ย่างเหมาะสมตอ่ ศาสนวตั ถุ อสิ ลาม คริสต์ศาสนา การปฏบิ ัตติ นท่ีเหมาะสม ศาสนสถาน และศาสนบคุ คล ต่อศาสนวตั ถุ ศาสนสถาน และศาสนบคุ คลในศาสนาอืน่ ๆ ของศาสนาอ่ืน ๆ ฝกปฏิบตั ิมรรยาทชาวพุทธ o การลกุ ขึน้ ยนื รับ 8 ส ๑.๒ ป.๓/๑ ปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมต่อสาวก o การต้อนรบั ศาสนสถาน ศาสนวัตถขุ องศาสนา o การรบั ส่งส่ิงของแก่พระภิกษุ ทต่ี นนบั ถอื ตามที่กาหนดไดถ้ ูกตอ้ ง o มรรยาทในการสนทนา o การสารวมกริ ยิ ามารยาท 9 ส ๑.๒ ป.๓/๒ เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัตติ น o การแต่งกายทีเ่ หมาะสม ในศาสนพิธี พธิ กี รรม และวนั สาคัญ ทางศาสนาตามท่ีกาหนด เม่อื อยู่ในวัดและพุทธสถาน ไดถ้ ูกต้อง o การดแู ลรักษาศาสนวัตถุ และศาสนสถาน 10 ส ๑.๒ ป.๓/๓ แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ ปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชน o การอาราธนาศลี ของศาสนาท่ตี นนบั ถือ การปฏิบตั ติ นในวันอาสา หบชู า 11 ส ๒.๑ ป.๓/๑ สรุปประโยชน์และปฏิบัติตน ความเป็นมาของการแสดงตน ตามประเพณีและวัฒนธรรม เปน็ พทุ ธมามกะ ในครอบครวั และท้องถน่ิ ประเพณีและวฒั นธรรม 12 ส ๒.๑ ป.๓/๒ บอกพฤติกรรมการดาเนินชวี ิต ในครอบครวั การกระทา ของตนเองและผ้อู น่ื ท่ีอยู่ในกระแส กจิ กรรมร่วมกันในครอบครัว วัฒนธรรมท่ีหลากหลาย ตามศาสนาท่ีตนนบั ถือ ประเพณแี ละวัฒนธรรม ในทอ้ งถน่ิ พฤติกรรมของตนเองและเพื่อน ๆ ในชวี ติ ประจาวัน เชน่ การทกั ทาย การทาความเคารพ การปฏิบัติ ตามศาสนพธิ ี การรับประทาน อาหาร การใช้ภาษา (ภาษาถิ่น กับภาษาราชการและภาษาอื่น ๆ ล) สาเหตุท่ีทาให้พฤติกรรม การดาเนนิ ชวี ติ ในปัจจบุ ัน ของนักเรยี นและผู้อืน่ แตกต่างกัน สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชน้ั ที่ รหสั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวดั ๑๘๗ ป.3 13 ส ๒.๑ ป.๓/๓ อธิบายความสาคัญ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ วนั หยุดราชการท่สี าคญั เชน่ ของวันหยุดราชการท่ีสาคัญ o วันหยุดเกี่ยวกบั ชาติ 14 ส ๒.๑ ป.๓/๔ ยกตัวอย่างบุคคลซ่งึ มผี ลงาน และพระมหากษัตริย์ เช่น ทีเ่ ป็นประโยชนแ์ กช่ มุ ชน วนั จักรี วันรฐั ธรรมนูญ และท้องถน่ิ ของตน วันฉัตรมงคล วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา 15 ส ๒.๒ ป.๓/๑ ระบบุ ทบาทหน้าท่ขี องสมาชิก o วันหยดุ ราชการเกีย่ วกับ ของชุมชนในการมีส่วนร่วม ศาสนา เช่น วนั มาฆบชู า ในกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระบวนการ วนั วสิ าขบูชา วนั อาสา หบูชา ประชาธปิ ไตย วันเขา้ พรรษา o วนั หยุดราชการเกีย่ วกับ 16 ส ๒.๒ ป.๓/๒ วิเคราะห์ความแตกต่าง ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ของกระบวนการการตัดสินใจ เช่น วันสงกรานต์ วันพืชมงคล ในชั้นเรยี น โรงเรยี นและชุมชน บคุ คลท่มี ผี ลงานเป็นประโยชน์ โดยวิธีการออกเสยี งโดยตรงและ แกช่ มุ ชนและท้องถนิ่ ของตน การเลือกตัวแทนออกเสียง ลกั ษณะผลงานท่ีเป็นประโยชน์ แก่ชมุ ชนและท้องถนิ่ 17 ส ๒.๒ ป.๓/๓ ยกตวั อย่างการเปลี่ยนแปลง บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิก ในชั้นเรียน โรงเรียนและชมุ ชน ในชมุ ชน ทเ่ี ป็นผลจากการตัดสินใจ การมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของบุคคลและกลุ่ม ตามกระบวนการประชาธปิ ไตย การออกเสยี งโดยตรง และการเลือกตวั แทนออกเสยี ง วิธีการเลอื กตวั แทนอย่างถกู ตอ้ ง และเหมาะสม การตดั สินใจของบุคคล และ กลุ่มทมี่ ีผลต่อการเปล่ยี นแปลง ในชน้ั เรียน โรงเรียน และชมุ ชน o การเปลย่ี นแปลงในช้นั เรยี น เช่น การเลือกหัวหน้าห้อง คณะกรรมการห้องเรียน o การเปลยี่ นแปลงในโรงเรียน เชน่ เลือกประธานนักเรยี น คณะกรรมการนักเรยี น o การเปลย่ี นแปลงในชุมชน เช่น การเลือกผใู้ หญ่บ้าน กานัน สมาชกิ อบต. อบจ. สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ช้ีวัด ๑๘๘ ป.3 18 ส ๓.๑ ป.๓/๑ จาแนกความต้องการและ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ สินคา้ ที่จาเป็นในการดารงชวี ติ ความจาเป็นในการใชส้ นิ ค้าและ ที่เรยี กว่า ปัจจัย ๔ สินค้าทเี่ ป็นความตอ้ งการ บริการในการดารงชวี ติ ของมนุษย์ อาจเป็นสินค้า ท่จี าเป็นหรือไมจ่ าเปน็ 19 ส ๓.๑ ป.๓/๒ วิเคราะหก์ ารใช้จ่ายของตนเอง ตอ่ การดารงชีวติ หลักการเลือกสนิ คา้ ที่จาเป็น 20 ส ๓.๑ ป.๓/๓ อธิบายไดว้ า่ ทรัพยากร ใช้บัญชีรบั จา่ ยวิเคราะห์ ท่มี อี ยจู่ ากัดมีผลต่อการผลติ การใช้จ่ายที่จาเปน็ และบรโิ ภคสินค้าและบริการ และเหมาะสม วางแผนการใชจ้ ่ายเงิน 21 ส ๓.๒ ป.๓/๑ บอกสนิ ค้าและบริการทีร่ ัฐจดั หา ของตนเอง และใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน วางแผนการนาเงินทเ่ี หลือจ่าย มาใช้อยา่ งเหมาะสม 22 ส ๓.๒ ป.๓/๒ บอกความสาคัญของภาษี ความหมายของการผลิต และบทบาทของประชาชน และการบริโภค ในการเสียภาษี ปัญหาพ้นื ฐานทางเศรษฐกิจ ทเ่ี กิดจากความหายาก 23 ส ๓.๒ ป.๓/๓ อธิบายเหตผุ ลการแข่งขนั ของทรัพยากรกับความต้องการ ทางการคา้ ทีม่ ีผลทาให้ราคา ของมนษุ ยท์ ี่มีไมจ่ ากดั สนิ ค้าลดลง สนิ คา้ และบริการทีภ่ าครฐั ทกุ ระดับจดั หาและให้บรกิ าร แกป่ ระชาชน เช่น ถนน โรงเรียน สวนสาธารณะ การสาธารณสุข การบรรเทาสาธารณภยั ความหมายและความสาคญั ของภาษีท่ีรัฐนามาสร้าง ความเจริญและให้บริการ แก่ประชาชน บทบาทหน้าที่ของประชาชน ในการเสยี ภาษี ความสาคญั และผลกระทบ ของการแข่งขันทางการคา้ ทม่ี ีผล ทาให้ราคาสนิ ค้าลดลง เชน่ กิจกรรมตลาดนดั นกั เรียน สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๘๙ ชน้ั ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.3 24 ส ๔.๑ ป.๓/๑ เทยี บศักราชท่สี าคัญตามปฏิทิน วิธีการเทียบ พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หรือ ค.ศ. เป็น พ.ศ. ที่ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ตัวอย่างการเทยี บศักราช ในเหตกุ ารณ์ทีเ่ ก่ยี วข้องกับ 25 ส ๔.๑ ป.๓/๒ แสดงลาดบั เหตุการณ์สาคญั นกั เรยี น เช่น ปีเกิดของนักเรียน ของโรงเรียนและชุมชน โดยระบหุ ลกั ฐานและ วิธีการสืบค้นเหตุการณส์ าคัญ แหลง่ ขอ้ มูลที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรยี น และชุมชน โดยใชห้ ลักฐานและแหล่ง 26 ส ๔.๒ ป.๓/๑ ระบปุ ัจจัยที่มอี ิทธพิ ล ขอ้ มลู ท่ีเกี่ยวข้อง ต่อการตัง้ ถ่นิ ฐาน ใชเ้ สน้ เวลา (Time Line) ลาดบั และพัฒนาการของชุมชน เหตกุ ารณ์ ทเ่ี กิดขึ้นในโรงเรยี น และชุมชน 27 ส ๔.๒ ป.๓/๒ สรุปลักษณะทส่ี าคัญ ของขนบธรรมเนียมประเพณี ปัจจยั การตัง้ ถนิ่ ฐานของชุมชน และวฒั นธรรมของชุมชน ซึง่ ขึ้นอยู่กบั ปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ และปัจจัยทางสังคม เช่น 28 ส ๔.๒ ป.๓/๓ เปรยี บเทียบความเหมือน ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี และความต่างทางวฒั นธรรม การคมนาคม ความปลอดภัย ของชุมชนตนเองกบั ชุมชน อื่น ๆ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการ ของชุมชน ท้งั ปจั จยั ทางภมู ิศาสตร์ 29 ส ๔.๓ ป.๓/๑ ระบุพระนามและพระราชกรณยี กจิ และปัจจัยทางสงั คม โดยสงั เขปของพระมหากษัตริยไ์ ทย ที่เป็นผสู้ ถาปนาอาณาจักรไทย ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวัฒนธรรม ชมุ ชนของตน 30 ส ๔.๓ ป.๓/๒ อธบิ ายพระราชประวตั ิ ทเ่ี กิดจากปจั จยั ทางภมู ิศาสตร์ และพระราชกรณียกจิ และปัจจัยทางสังคม ของพระมหากษัตรยิ ์ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ในรัชกาลปัจจุบนั โดยสงั เขป และวฒั นธรรมของชมุ ชน ใกลเ้ คียงทมี่ คี วามเหมือน และความตา่ งกับชุมชน ของตนเอง พระราชประวตั ิพระราชกรณยี กิจ โดยสังเขปของพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟา้ จุ าโลก มหาราช ผสู้ ถาปนาอาณาจักร รัตนโกสนิ ทร์ พระราชประวตั ิ และพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอย่หู วั ภูมิพลอดลุ ยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชินนี าถ โดยสังเขป สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๙๐ ชั้น ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.3 31 ส ๔.๓ ป.๓/๓ เล่าวีรกรรมของบรรพบุรุษไทย วรี กรรมของบรรพบุรุษไทย ที่มีส่วนปกป้องประเทศชาติ ทม่ี สี ่วนปกป้องประเทศชาติ เชน่ ชาวบ้านบางระจนั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 32 ส 5.1 ป.3/1 สารวจข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ในโรงเรียนและชมุ ชน โดยใช้ ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ในชุมชน แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่าย แผนท่ี แผนผัง และรูปถ่าย เพ่ือแสดงความสมั พนั ธข์ อง ความสัมพนั ธ์ของตาแหน่ง ตาแหน่ง ระยะ ทศิ ทาง ระยะ ทิศทาง 33 ส 5.1 ป.3/2 วาดแผนผังเพ่อื แสดงตาแหน่ง ตาแหน่งทีต่ ง้ั ของสถานทส่ี าคญั ท่ีตงั้ ของสถานท่ีสาคัญในบรเิ วณ ในบริเวณโรงเรยี นและชุมชน โรงเรยี นและชมุ ชน เชน่ สถานทีร่ าชการ ตลาด โรงพยาบาล ไปรษณีย์ 34 ส 5.2 ป.3/1 เปรยี บเทยี บการเปลย่ี นแปลง สิง่ แวดล้อมของชมุ ชนในอดตี กบั สง่ิ แวดล้อมของชมุ ชนในอดตี ปัจจบุ ัน กบั ปจั จุบัน - สงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ 35 ส 5.2 ป.3/2 อธิบายการใช้ประโยชน์ - สิ่งแวดล้อมท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึ้น จากส่งิ แวดลอ้ ม และ ทรพั ยากรธรรมชาติในการสนอง การใชป้ ระโยชนจ์ าก ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ สง่ิ แวดล้อมในการดาเนนิ ชีวติ และ การประกอบอาชพี ของมนุษย์ เช่น การคมนาคม บ้านเรือน และการประกอบ 36 ส 5.2 ป.3/3 อธิบายสาเหตทุ ี่ทาให้เกิดมลพิษ อาชพี ในชุมชน โดยมนษุ ย์ การประกอบอาชพี ที่เป็น ผลมาจากสงิ่ แวดล้อม 37 ส 5.2 ป.3/4 อธิบายความแตกต่างของลักษณะ ทางธรรมชาติในชุมชน เมืองและชนบท ความหมายและประเภทของ 38 ส 5.2 ป.3/5 อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง มลพษิ โดยมนุษย์ ลักษณะทางกายภาพกบั สาเหตขุ องการเกดิ มลพิษ การดาเนินชีวิตของคนในชมุ ชน ทีเ่ กดิ จากการกระทาของมนษุ ย์ 39 ส 5.2 ป.3/6 มสี ว่ นรว่ มในการจัดการ ลกั ษณะของเมืองและชนบท ส่งิ แวดลอ้ มในชุมชน เช่น สง่ิ ปลกู สร้าง การใชท้ ี่ดิน การประกอบอาชีพ รวม ๓9 ตัวชี้วดั ภมู ปิ ระเทศ และภมู ิอากาศ ที่มผี ลตอ่ การดาเนินชีวิตของคน ในชุมชน ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลง สิ่งแวดลอ้ มท่ีมตี อ่ ชุมชน การจดั การส่ิงแวดล้อมในชุมชน 11 28 สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๙๑ ตัวช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางท่ตี ้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ชน้ั ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.4 1 ส ๑.๑ ป.๔/๑ อธบิ ายความสาคัญ ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนา ในฐานะ ของพระพุทธศาสนา ที่เปน็ เครื่องยึดเหน่ียวจิตใจ เป็นศูนย์รวมการทาความดี หรือศาสนาที่ตนนับถือ และพัฒนาจิตใจ เชน่ ฝกสมาธิ สวดมนต์ ในฐานะเป็นศนู ย์รวมจิตใจ ศึกษาหลักธรรม เป็นทปี่ ระกอบศาสนพิธี ของศาสนิกชน (การทอดกฐิน การทอดผา้ ป่า การเวียนเทียน การทาบุญ) 2 ส ๑.๑ ป.๔/๒ สรปุ พทุ ธประวตั ติ งั้ แตบ่ รรลุธรรม เป็นแหลง่ ทากิจกรรม จนถงึ ประกาศธรรม หรอื ประวตั ิ ทางสังคม เชน่ การจัด ศาสดาท่ีตนนับถอื ตามที่กาหนด ประเพณีท้องถิน่ การเผยแพร่ ขอ้ มลู ข่าวสารชมุ ชน และการ 3 ส ๑.๑ ป.๔/๓ เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ัตติ น ส่งเสรมิ พฒั นาชุมชน ตามแบบอย่างการดาเนินชวี ิต และข้อคดิ จากประวัติสาวก ชาดก สรปุ พุทธประวตั ิ (ทบทวน) เรอื่ งเลา่ และศาสนกิ ชนตวั อย่าง ตรสั รู้ ตามทก่ี าหนด ประกาศธรรม ได้แก่ o แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ พทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า พระอรุ ุเวลกสั สปะ ชาดก กฏุ ทิ สู กชาดก ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง สมเด็จพระศรีนครนิ ทรา บรมราชชนนี สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ที่ รหัสตัวช้ีวัด ตัวชี้วดั ๑๙๒ ป.4 4 ส ๑.๑ ป.๔/๔ แสดงความเคารพพระรตั นตรัย สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ปฏบิ ตั ิตามไตรสิกขาและหลักธรรม พระรัตนตรัย o ศรัทธา ๔ โอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนาหรอื พระพุทธ o พุทธคุณ ๓ หลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ พระธรรม o หลักกรรม ตามทีก่ าหนด พระสงฆ์ 5 ส ๑.๑ ป.๔/๕ ชน่ื ชมการทาความดีของตนเอง ไตรสกิ ขา บุคคลในครอบครัว โรงเรยี น ศีล และชุมชนตามหลักศาสนา พร้อมทง้ั บอกแนวปฏบิ ตั ิ โอวาท ๓ ในการดาเนนิ ชวี ิต ไม่ทาช่ัว o ทจุ ริต ๓ ทาความดี o สุจริต ๓ o พรหมวหิ าร ๔ o กตัญ ูกตเวทตี ่อ ประเทศชาติ o มงคล ๓๘ - เคารพ - ถ่อมตน - ทาความดีให้พรอ้ มไว้ก่อน ทาจิตใหบ้ รสิ ุทธิ์ (บริหารจิต และเจริญปญั ญา) พทุ ธศาสนสุภาษติ สุขา สงฆสส สามคคี : ความพรอ้ มเพรยี งของหมู่ ให้เกดิ สขุ โลโกปตถมภิกา เมตตา : เมตตาธรรม ค้าจนุ โลก ตัวอย่างการกระทาความดี ของตนเองและบคุ คล ในครอบครัว ในโรงเรียน และในชุมชน สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชั้น ที่ รหสั ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ๑๙๓ ป.4 6 ส ๑.๑ ป.๔/๖ เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผเ่ มตตา สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสรญิ มสี ตทิ เี่ ป็นพื้นฐานของสมาธิ คณุ พระรตั นตรัยและแผเ่ มตตา ความหมายของสตสิ มั ปชัญญะ ในพระพทุ ธศาสนาหรอื การพัฒนาจิต สมาธแิ ละปัญญา ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนับถือ หลักธรรมเพื่อการอยรู่ ว่ มกัน อย่างสมานฉนั ท์ ตามท่ีกาหนด o พรหมวหิ าร ๔ 7 ส ๑.๑ ป.๔/๗ ปฏิบัติตนตามหลักธรรม ประวัติศาสดา o พระพุทธเจา้ ของศาสนาท่ตี นนบั ถือ (เรยี นในชว่ งชนั้ ที1่ ) เพือ่ การอย่รู ่วมกันเปน็ ชาติ o มุฮัมมดั o พระเยซู ได้อยา่ งสมานฉนั ท์ ความรู้เบ้ืองต้นและความสาคัญ ของศาสนสถาน 8 ส ๑.๑ ป.๔/๘ อธิบายประวัตศิ าสดา การแสดงความเคารพ ต่อศาสนสถาน ของศาสนาอ่ืน ๆ โดยสงั เขป การบารุงรักษาศาสนสถาน มรรยาทของศาสนิกชน 9 ส ๑.๒ ป.๔/๑ อภิปรายความสาคญั และมีส่วนร่วม o การปฏิบัตติ นทเ่ี หมาะสม ในการบารงุ รักษาศาสนสถาน ของศาสนาท่ตี นนับถอื ตอ่ พระภิกษุ o การยืน การเดิน และการน่งั 10 ส ๑.๒ ป.๔/๒ มีมรรยาทของความเป็น ศาสนกิ ชนทดี่ ตี ามท่กี าหนด ท่ีเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี 11 ส ๑.๒ ป.๔/๓ ปฏบิ ัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม o การอาราธนาธรรม และวันสาคัญทางศาสนา o การอาราธนาพระปริตร ตามทกี่ าหนดได้ถูกต้อง o ระเบียบพธิ ีและการปฏิบัติ 12 ส ๒.๑ ป.๔/๑ ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดี ตนในวันธรรมสวนะ ตามวถิ ปี ระชาธิปไตย การเข้ารว่ มกิจกรรมประชาธปิ ไตย ในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน ของชุมชน เช่น การรณรงค์ การเลือกตง้ั แนวทางการปฏบิ ัตติ น เป็นสมาชิกทีด่ ีของชุมชน เชน่ อนุรักษส์ งิ่ แวดล้อม สาธารณสมบตั ิ โบราณวตั ถุ และโบราณสถาน การพัฒนา ชุมชน สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ช้ัน ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้ีวัด ๑๙๔ ป.4 13 ส ๒.๑ ป.๔/๒ ปฏบิ ตั ติ นในการเปน็ ผู้นา สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ การเปน็ ผู้นาและผู้ตามทด่ี ี และผตู้ ามท่ีดี o บทบาทและความรับผดิ ชอบ 14 ส ๒.๑ ป.๔/๓ วเิ คราะห์สทิ ธิพน้ื ฐานที่เดก็ ทุกคน ของผู้นา พงึ ไดร้ ับตามกฎหมาย o บทบาทและความรับผดิ ชอบ 15 ส ๒.๑ ป.๔/๔ อธิบายความแตกตา่ ง ของผู้ตามหรือสมาชิก ทางวัฒนธรรมของกลมุ่ คน o การทางานกลมุ่ ให้มี ในท้องถ่นิ ประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล 16 ส ๒.๑ ป.๔/๕ เสนอวิธีการท่จี ะอยรู่ ว่ มกนั และประโยชน์ของการทางาน อย่างสันตสิ ุขในชีวิตประจาวัน เป็นกลมุ่ สิทธิพ้ืนฐานของเด็ก เชน่ 17 ส ๒.๒ ป.๔/๑ อธบิ ายอานาจอธิปไตย สทิ ธทิ จี่ ะมีชวี ิต สทิ ธทิ ่จี ะไดร้ ับ และความสาคัญของระบอบ การปกป้อง สิทธทิ ่ีจะไดร้ บั ประชาธปิ ไตย การพฒั นา สทิ ธทิ จ่ี ะมีส่วนรว่ ม วัฒนธรรมในภาคตา่ ง ๆ 18 ส ๒.๒ ป.๔/๒ อธบิ ายบทบาทหน้าท่ีของพลเมอื ง ของไทยที่แตกต่างกัน เชน่ ในกระบวนการเลือกต้ัง การแต่งกาย ภาษา อาหาร ปญั หาและสาเหตุของการเกิด 19 ส ๒.๒ ป.๔/๓ อธิบายความสาคัญของสถาบัน ความขดั แย้งในชีวติ ประจาวัน พระมหากษัตรยิ ต์ ามระบอบ แนวทางการแก้ปัญหา ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ ความขัดแย้งดว้ ยสันติวธิ ี ทรงเป็นประมุข อานาจอธปิ ไตย ความสาคญั ของการปกครอง 20 ส ๓.๑ ป.๔/๑ ระบุปัจจยั ท่ีมผี ลต่อการเลือกซ้อื ตามระบอบประชาธิปไตย สนิ คา้ และบรกิ าร บทบาทหน้าทข่ี องพลเมือง ในกระบวนการเลอื กตัง้ ทั้งก่อน การเลือกตัง้ ระหวา่ งการเลือกต้ัง และหลังการเลือกต้ัง ความสาคัญของสถาบนั พระมหากษัตริย์ในสงั คมไทย สนิ คา้ และบริการ (ทบทวน) ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเลือกซื้อ สนิ ค้าและบรกิ าร เชน่ ความพึงพอใจของผซู้ ื้อ ราคาสินค้า การโฆษณา คุณภาพของสนิ ค้า สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
๑๙๕ ชน้ั ท่ี รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.4 21 ส ๓.๑ ป.๔/๒ บอกสทิ ธิพ้ืนฐานและรักษา สิทธิพื้นฐานของผบู้ รโิ ภค สินค้าและบริการทีม่ ี ผลประโยชนข์ องตนเอง เครื่องหมายรับรองคุณภาพ หลกั การและวิธีการเลือก ในฐานะผ้บู รโิ ภค บริโภค 22 ส ๓.๑ ป.๔/๓ อธบิ ายหลกั การของ หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพยี งและนาไปใช้ การประยุกตใ์ ชป้ รัชญา ในชวี ิตประจาวนั ของตนเอง ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ในการดารงชีวติ เชน่ การแตง่ กาย 23 ส ๓.๒ ป.๔/๑ อธิบายความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ การกนิ อาหาร การใชจ้ า่ ย ของคนในชุมชน การพึ่งพาอาศัยกนั ภายในชุมชน 24 ส ๓.๒ ป.๔/๒ อธิบายหน้าท่เี บ้ืองตน้ ของเงนิ ทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ความสมั พันธร์ ะหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย 25 ส ๔.๑ ป.๔/๑ นับช่วงเวลาเป็นทศวรรษ การกูห้ นี้ ยืมสนิ ศตวรรษ และสหสั วรรษ ความหมายและประเภทของเงิน 26 ส ๔.๑ ป.๔/๒ อธิบายยุคสมัยในการศึกษาประวัติ หนา้ ทเ่ี บอ้ื งต้นของเงินในระบบ ของมนษุ ยชาติโดยสังเขป เศรษฐกิจ สกุลเงินสาคัญที่ใช้ในการซ้ือขาย 27 ส ๔.๑ ป.๔/๓ แยกแยะประเภทหลักฐาน แลกเปลย่ี นระหว่างประเทศ ท่ีใช้ในการศึกษาความเปน็ มา ของท้องถ่ิน ความหมายและชว่ งเวลาของ ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และ สหสั วรรษ เพือ่ ทาความเขา้ ใจ ชว่ งเวลาท่ปี รากฏในเอกสาร ตา่ ง ๆ เชน่ หนังสอื พิมพ์ เกณฑ์การแบง่ ยุคสมยั ในการศึกษาประวตั ิศาสตร์ ท่แี บ่งเปน็ ยุคกอ่ น ประวตั ศิ าสตร์ และยคุ ประวัติศาสตร์ ประเภทของหลกั ฐาน ทางประวัตศิ าสตร์ ท่แี บ่งเปน็ หลักฐานชั้นตน้ และหลักฐานชนั้ รอง ตวั อย่างหลกั ฐานทใ่ี ช้ในการศกึ ษา ความเปน็ มาในทอ้ งถ่นิ ของตน เกณฑ์การจาแนกหลักฐาน ที่พบในท้องถิ่นเป็นหลักฐาน ชนั้ ต้นและหลักฐานช้ันรอง อยา่ งงา่ ย ๆ สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ชนั้ ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ชี้วัด ๑๙๖ ป.4 28 ส ๔.๒ ป.๔/๑ อธิบายการตงั้ หลักแหล่ง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ พฒั นาการของมนษุ ย์ และพฒั นาการของมนุษย์ ยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์และ ยคุ ประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์และ โดยสงั เขป หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ยุคประวัตศิ าสตร์ โดยสังเขป ที่พบในท้องถน่ิ ที่แสดง พัฒนาการของมนุษยชาติ 29 ส ๔.๒ ป.๔/๒ ยกตวั อย่างหลักฐาน ในดนิ แดนไทย โดยสังเขป ทางประวตั ศิ าสตร์ท่ีพบในทอ้ งถน่ิ การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย ทแ่ี สดงพัฒนาการของมนษุ ยชาติ โดยสังเขป พฒั นาการของอาณาจักร 30 ส ๔.๓ ป.๔/๑ อธิบายพฒั นาการของอาณาจักร สโุ ขทยั ทางด้านการเมือง สุโขทัยโดยสงั เขป การปกครองและเศรษฐกิจ โดยสังเขป 31 ส ๔.๓ ป.๔/๒ บอกประวตั ิและผลงานของบุคคล ประวัติ และผลงานของบุคคล สาคัญสมัยสุโขทัย สาคัญสมัยสุโขทยั เช่น พอ่ ขนุ ศรี อนิ ทราทติ ย์ พ่อขุนรามคาแหง 32 ส ๔.๓ ป.๔/๓ อธิบายภมู ปิ ัญญาไทยท่ีสาคัญ มหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ สมยั สโุ ขทัยท่นี ่าภาคภูมใิ จและ (พระยาลิไท) โดยสงั เขป ควรคา่ แก่การอนุรักษ์ ภูมปิ ญั ญาไทยในสมัยสโุ ขทยั เช่น ภาษาไทย ศลิ ปกรรม 33 ส 5.1 ป.4/1 สืบค้นและอธิบายข้อมลู ลักษณะ สโุ ขทัย ที่ทาใหส้ ุโขทยั ไดร้ บั ทางกายภาพในจงั หวดั ของตน การยกย่องเปน็ มรดกโลก ด้วยแผนที่และรปู ถ่าย คุณคา่ ของภูมิปญั ญาไทยท่สี บื ต่อ ถงึ ปจั จบุ ันท่ีน่าภาคภูมิใจ 34 ส 5.1 ป.4/2 ระบแุ หลง่ ทรัพยากรและ และควรคา่ แก่การอนุรักษ์ สถานทส่ี าคญั ในจังหวดั ของตน ลักษณะทางกายภาพของ ด้วยแผนทแี่ ละรปู ถ่าย จงั หวัดตนเอง 35 ส 5.1 ป.4/3 อธิบายลักษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี าคัญ ท่สี ่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและ ในจงั หวดั ของตน สถานท่ีสาคัญในจังหวดั ลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อ 36 ส 5.2 ป.4/1 วเิ คราะห์ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ แหล่งทรพั ยากรและสถานทส่ี าคัญ ทสี่ ่งผลต่อการดาเนินชีวิตของคน ในจังหวัด ในจงั หวัด ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ ทสี่ ่งผลต่อ การดาเนนิ ชีวิต ของคนในจังหวดั สาหรับการจดั การเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376