Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตัวชี้วัดต้องรู้และควรรู้ หลักสูตรฯ 2551 สำหรับสถานการณ์ Covid-19-1

ตัวชี้วัดต้องรู้และควรรู้ หลักสูตรฯ 2551 สำหรับสถานการณ์ Covid-19-1

Description: ตัวชี้วัดต้องรู้และควรรู้ หลักสูตรฯ 2551 สำหรับสถานการณ์ Covid-19-1

Search

Read the Text Version

๒๙๗ ช้นั ที่ รหสั ตวั ชี้วัด ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.3 2๖ ศ 3.1 ป.3/5 บอกประโยชน์ของกำรแสดงนำฏศลิ ป์ กำรบูรณำกำรนำฏศลิ ปก์ บั สำระ กำรเรียนรอู้ น่ื ๆ ในชีวติ ประจำวนั กำรแสดงนำฏศลิ ป์พ้นื บ้ำนหรือท้องถิน่ 2๗ ศ 3.2 ป.3/1 เลำ่ กำรแสดงนำฏศลิ ป์ทเ่ี คยเห็น ของตน ในทอ้ งถน่ิ ทมี่ ำของกำรแสดงนำฏศลิ ป์ 2๘ ศ 3.2 ป.3/2 ระบุสงิ่ ทเี่ ปน็ ลักษณะเดน่ และ ๑๒ ๑๗ เอกลักษณ์ของกำรแสดงนำฏศิลป์ ๒๙ ศ 3.2 ป.3/3 อธิบำยควำมสำคัญของกำรแสดง นำฏศิลป์ รวม ๒๙ ตัวชี้วัด สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๒๙๘ ชน้ั ที่ รหสั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.๔ 1 ศ ๑.๑ ป.๔/๑ เปรียบเทยี บรูปลกั ษณะของรูปรำ่ ง เสน้ สี รูปร่ำง รปู ทรง พนื้ ผวิ และพน้ื ท่วี ำ่ ง รปู ทรง ในธรรมชำติ สิ่งแวดลอ้ ม และ ในธรรมชำติ สิ่งแวดล้อมและงำนทัศนศิลป์ งำนทศั นศิลป์ 2 ศ ๑.๑ ป.๔/๓ จำแนกทัศนธำตุของส่ิงตำ่ ง ๆ อทิ ธิพลของสี กำรเลือกใชส้ ีวรรณะอนุ่ ในธรรมชำติ สิง่ แวดล้อม และวรรณะเยน็ เพ่ือถ่ำยทอดอำรมณ์ และงำนทัศนศิลป์ โดยเน้นเรื่องเส้น ควำมรู้สกึ ผำ่ นกำรวำดภำพถ่ำยทอด สี รปู ร่ำง รูปทรงพ้ืนผวิ และพ้ืนท่ีว่ำง ควำมรู้สกึ และจนิ ตนำกำร 3 ศ ๑.๑ ป.๔/๒ อภิปรำยเกี่ยวกับอิทธพิ ลของ กำรใช้วสั ดุ อุปกรณ์ในกำรวำดภำพ สวี รรณะอุน่ และสีวรรณะเยน็ และกำรสร้ำงงำนพิมพภ์ ำพ ทมี่ ตี ่ออำรมณ์ของมนุษย์ กำรใช้วัสดุ อปุ กรณ์ในกำรวำดภำพ ระบำยสี 4 ศ ๑.๑ ป.๔/๗ วำดภำพระบำยสี โดยใชส้ ีวรรณะอุ่น กำรจดั ระยะควำมลึก นำ้ หนกั และสวี รรณะเยน็ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก และแสงเงำในกำรวำดภำพ และจนิ ตนำกำร ควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำง 5 ศ ๑.๑ ป.๔/๙ เลอื กใช้วรรณะสเี พ่ือถ่ำยทอดอำรมณ์ ในงำนทศั นศลิ ป์ ควำมคิด ควำมรสู้ กึ ควำมรูส้ กึ ในกำรสร้ำงงำนทัศนศลิ ป์ ท่ีถำ่ ยทอดในงำนทัศนศลิ ป์ งำนทศั นศิลป์ในวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ 6 ศ ๑.๑ ป.๔/๔ มีทักษะพื้นฐำนในกำรใช้วัสดุ อปุ กรณ์ สร้ำงสรรคง์ ำนพมิ พ์ภำพ งำนทศั นศลิ ปจ์ ำกวัฒนธรรมต่ำง ๆ 7 ศ ๑.๑ ป.๔/๕ มที ักษะพืน้ ฐำนในกำรใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ โครงสร้ำงของบทเพลง สรำ้ งสรรคง์ ำนวำดภำพระบำยสี - ควำมหมำยของประโยคเพลง - กำรแบ่งประโยคเพลง 8 ศ ๑.๑ ป.๔/๖ บรรยำยลกั ษณะของภำพโดยเนน้ เร่อื งกำรจดั ระยะ ควำมลึก น้ำหนกั และแสงเงำในภำพ 9 ศ ๑.๑ ป.๔/๘ เปรยี บเทียบควำมคิดควำมรสู้ ึก ทถ่ี ่ำยทอดผำ่ นงำนทัศนศลิ ป์ ของตนเองและบคุ คลอ่ืน 10 ศ ๑.๒ ป.๔/๑ ระบุ และอภิปรำยเกย่ี วกับ งำนทศั นศิลป์ ในเหตกุ ำรณ์ และงำนเฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรม ในท้องถน่ิ 11 ศ ๑.๒ ป.๔/๒ บรรยำยเกีย่ วกับงำนทศั นศิลป์ ทมี่ ำจำกวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ 12 ศ 2.1 ป.4/1 บอกประโยคเพลงอยำ่ งง่ำย สำหรบั กำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๒๙๙ ชนั้ ที่ รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ประเภทของเครื่องดนตรี ป.4 13 ศ 2.1 ป.4/2 จำแนกประเภทของเครื่องดนตรี เสียงของเคร่ืองดนตรแี ต่ละประเภท กำรเคลื่อนท่ีขึ้น - ลงของทำนอง ท่ใี ชใ้ นเพลงทีฟ่ ัง รูปแบบจงั หวะของทำนองจังหวะ รปู แบบจงั หวะ 14 ศ 2.1 ป.4/3 ระบทุ ศิ ทำงกำรเคล่ือนทขี่ ้ึน – ลงง่ำย ๆ ของทำนอง รูปแบบจงั หวะ และ ควำมเรว็ ของจังหวะในเพลงที่ฟัง 15 ศ 2.1 ป.4/4 อ่ำน เขยี นโนต้ ดนตรีไทยและสำกล ควำมช้ำ - เรว็ ของจังหวะ เครอื่ งหมำยและสัญลักษณ์ทำงดนตรี - กุญแจประจำหลกั - บรรทดั ห้ำเสน้ - โน้ตและเคร่ืองหมำยหยุด - เสน้ ก้นั หอ้ ง 16 ศ 2.1 ป.4/5 ร้องเพลงโดยใชช้ ว่ งเสียงทเี่ หมำะสม โครงสร้ำงโน้ตเพลงไทย กับตนเอง - กำรแบง่ ห้อง - กำรแบ่งจงั หวะ 17 ศ 2.1 ป.4/6 ใช้และเก็บเครอ่ื งดนตรีอยำ่ งถูกตอ้ ง และปลอดภัย กำรขับร้องเพลงในบนั ไดเสยี ง ท่ีเหมำะสมกบั ตนเอง 18 ศ 2.1 ป.4/7 ระบวุ ่ำดนตรสี ำมำรถใช้ในกำรส่ือ เร่อื งรำว กำรใชแ้ ละกำรดูแลรกั ษำเครอ่ื งดนตรี ของตน 19 ศ 2.2 ป.4/1 บอกแหล่งทีม่ ำและควำมสัมพันธ์ ของวถิ ชี วี ติ ไทย ทีส่ ะท้อนในดนตรี ควำมหมำยของเนื้อหำในบทเพลง และเพลงท้องถน่ิ ควำมสมั พันธ์ของวถิ ีชีวิตกับผลงำนดนตรี 20 ศ 2.2 ป.4/2 ระบุควำมสำคัญในกำรอนรุ ักษส์ ่งเสริม - เนื้อหำเรอ่ื งรำวในบทเพลงกบั วิถชี วี ิต วฒั นธรรมทำงดนตรี - โอกำสในกำรบรรเลงดนตรี กำรอนุรักษ์วัฒนธรรมทำงดนตรี 21 ศ 3.1 ป.4/1 ระบทุ กั ษะพืน้ ฐำนทำงนำฏศลิ ป์ - ควำมสำคญั และควำมจำเป็น และกำรละครที่ใชส้ ่ือควำมหมำยและ อำรมณ์ ในกำรอนรุ ักษ์ - แนวทำงในกำรอนุรกั ษ์ 22 ศ 3.1 ป.4/2 ใชภ้ ำษำทำ่ และนำฏยศัพท์ หรอื ศัพท์ทำงกำรละครงำ่ ย ๆ หลักและวิธกี ำรปฏิบตั นิ ำฏศิลป์ ในกำรถ่ำยทอดเร่ืองรำว - ภำษำท่ำ - นำฏยศพั ท์ 23 ศ 3.1 ป.4/3 แสดงกำรเคลื่อนไหวในจังหวะต่ำง ๆ ตำมควำมคดิ ของตน กำรใชภ้ ำษำท่ำและนำฏยศัพท์ ประกอบเพลงปลุกใจและเพลงพระรำชนิพนธ์ กำรใช้ศัพทท์ ำงกำรละคร ในกำรถ่ำยทอดเร่ืองรำว กำรประดิษฐท์ ่ำทำงหรือท่ำรำ ประกอบจงั หวะพืน้ เมือง สำหรบั กำรจดั กำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชั้น ที่ รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๓๐๐ ตอ้ งรู้ ควรรู้ กำรแสดงนำฏศลิ ป์ ประเภทคู่และหมู่ ป.4 24 ศ 3.1 ป.4/4 แสดงนำฏศิลปเ์ ปน็ คูแ่ ละหมู่ - รำวงมำตรฐำน - ระบำ 25 ศ 3.1 ป.4/5 เล่ำสิง่ ทชี่ ื่นชอบในกำรแสดง โดยเน้นจดุ สำคญั ของเรอื่ ง กำรเล่ำเร่อื ง และลกั ษณะเดน่ ของตัวละคร - จุดสำคัญ - ลกั ษณะเด่นของตวั ละคร 26 ศ 3.2 ป.4/1 อธิบำยประวตั คิ วำมเป็นมำของ นำฏศลิ ป์ หรือชดุ กำรแสดงอย่ำงงำ่ ย ๆ ควำมเป็นมำของนำฏศลิ ป์ กำรละเล่น ของหลวง และทีม่ ำของชดุ กำรแสดง 27 ศ 3.2 ป.4/4 ระบุเหตผุ ลที่ควรรักษำและสืบทอด - คุณค่ำของนำฏศิลป์ไทย กำรแสดงนำฏศิลป์ กำรชมกำรแสดง 28 ศ 3.2 ป.4/2 เปรียบเทียบกำรแสดงนำฏศิลป์ - เปรียบเทียบกำรนำฏศิลป์ กบั กำรแสดง กับกำรแสดงท่ีมำจำกวัฒนธรรมอืน่ วัฒนธรรมอนื่ 29 ศ 3.2 ป.4/3 อธบิ ำยควำมสำคัญของกำรแสดง ควำมเคำรพในกำรเรยี นและกำรแสดง ควำมเป็นมำของนำฏศลิ ป์ นำฏศลิ ป์ - กำรทำควำมเคำรพก่อนเรยี น รวม ๒๙ ตวั ชวี้ ดั และก่อนแสดงนำฏศลิ ป์ ๑๕ ๑๔ สำหรับกำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๑ ชนั้ ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ จังหวะ ตำแหน่งของส่งิ ตำ่ ง ๆ ป.๕ 1 ศ ๑.๑ ป.๕/๑ บรรยำยเกี่ยวกับจงั หวะ ตำแหน่ง ในส่งิ แวดล้อมและงำนทัศนศิลป์ ของสิง่ ตำ่ ง ๆ ที่ปรำกฏในสิ่งแวดล้อม ควำมแตกต่ำงระหวำ่ งงำนทศั นศลิ ป์ และงำนทัศนศลิ ป์ 2 ศ ๑.๑ ป.๕/๒ เปรียบเทียบควำมแตกตำ่ งระหวำ่ ง งำนทศั นศิลป์ ท่ีสร้ำงสรรคด์ ว้ ยวัสดุ อปุ กรณ์และวธิ ีกำรท่ีต่ำงกนั 3 ศ ๑.๑ ป.๕/๓ วำดภำพ โดยใช้เทคนิคของแสงเงำ แสงเงำ นำ้ หนัก และวรรณะสี น้ำหนัก และวรรณะสี กำรสร้ำงงำนปนั้ เพ่อื ถำ่ ยทอดจินตนำกำร ด้วยกำรใชด้ นิ น้ำมนั หรือดนิ เหนยี ว 4 ศ ๑.๑ ป.๕/๔ สร้ำงสรรค์งำนป้ันจำกดินนำ้ มัน กำรจัดภำพในงำนพิมพ์ภำพ หรือดินเหนียว โดยเน้นกำรถ่ำยทอด จนิ ตนำกำร 5 ศ ๑.๑ ป.๕/๕ สร้ำงสรรค์งำนพิมพภ์ ำพ โดยเนน้ กำรจัดวำงตำแหน่งของส่ิงต่ำง ๆ ในภำพ 6 ศ ๑.๑ ป.๕/๖ ระบปุ ญั หำในกำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ กำรจดั องคป์ ระกอบศิลปแ์ ละ กำรสื่อควำมหมำยในงำนทัศนศิลป์ และกำรสื่อควำมหมำยในงำนทัศนศลิ ป์ ของตนเอง และบอกวธิ ีกำรปรับปรงุ งำน ใหด้ ขี ึ้น 7 ศ ๑.๑ ป.๕/๗ บรรยำยประโยชน์และคุณค่ำ ประโยชนแ์ ละคุณคำ่ ของงำนทศั นศิลป์ ของงำนทัศนศลิ ปท์ ี่มีผลต่อชวี ติ ของคนในสังคม 8 ศ ๑.๒ ป.๕/๑ ระบุ และบรรยำยเก่ียวกบั ลักษณะรปู แบบของงำนทัศนศิลป์ ลกั ษณะรูปแบบของงำนทัศนศลิ ป์ ในแหลง่ เรยี นรหู้ รอื นิทรรศกำรศิลปะ 9 ศ ๑.๒ ป.๕/๒ อภิปรำยเก่ียวกับงำนทัศนศิลป์ งำนทัศนศลิ ปท์ ส่ี ะท้อนวัฒนธรรม และภูมิปญั ญำในท้องถ่นิ ทสี่ ะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญำ กำรส่ืออำรมณ์ของบทเพลง ในท้องถิน่ ด้วยองคป์ ระกอบดนตรี - จงั หวะกับอำรมณ์ของบทเพลง 10 ศ 2.1 ป.5/1 ระบุองคป์ ระกอบดนตรีในเพลง - ทำนองกับอำรมณ์ของบทเพลง ลกั ษณะของเสียงนักร้องกลุ่มตำ่ ง ๆ ทีใ่ ชใ้ นกำรสือ่ อำรมณ์ ลกั ษณะเสยี งของวงดนตรีประเภทต่ำง ๆ 11 ศ 2.1 ป.5/2 จำแนกลักษณะของเสยี งขับร้องและ เคร่อื งหมำยและสัญลักษณ์ทำงดนตรี เครอ่ื งดนตรีทีอ่ ยู่ในวงดนตรีประเภท บันไดเสยี ง ๕ เสียง Pentatonic scale ต่ำง ๆ โน้ตเพลงในบันไดเสยี ง ๕ เสยี ง Pentatonic scale 12 ศ 2.1 ป.5/3 อำ่ น เขยี นโน้ตดนตรีไทยและสำกล ๕ ระดับเสยี ง สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๒ ชั้น ที่ รหัสตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.5 13 ศ 2.1 ป.5/4 ใชเ้ ครอ่ื งดนตรีบรรเลงจังหวะ กำรบรรเลงเคร่ืองประกอบจงั หวะ กำรบรรเลงเคร่ืองดำเนินทำนอง และทำนอง กำรร้องเพลงไทยในอตั รำจังหวะสองชนั้ 14 ศ 2.1 ป.5/5 ร้องเพลงไทยหรือเพลงสำกล กำรร้องเพลงสำกล หรือไทยสำกล หรือเพลงไทยสำกลทีเ่ หมำะสมกับวัย กำรรอ้ งเพลงประสำนเสียงแบบ Canon Round 15 ศ 2.1 ป.5/6 ด้นสดงำ่ ย ๆ โดยใชป้ ระโยคเพลงแบบ ถำม - ตอบ กำรสรำ้ งสรรค์ประโยคเพลงถำม - ตอบ 16 ศ 2.1 ป.5/7 ใชด้ นตรีรว่ มกบั กิจกรรม กำรบรรเลงดนตรปี ระกอบกิจกรรม ในกำรแสดงออกตำมจินตนำกำร นำฏศลิ ป์ 17 ศ 2.2 ป.5/1 อธิบำยควำมสมั พันธ์ระหวำ่ งดนตรี กำรสร้ำงสรรค์เสียงประกอบกำรเลำ่ เรอื่ ง กับประเพณใี นวัฒนธรรมต่ำง ๆ ดนตรกี บั งำนประเพณี 18 ศ 2.2 ป.5/2 อธบิ ำยคุณค่ำของดนตรีทม่ี ำจำก - บทเพลงในงำนประเพณใี นท้องถิน่ วฒั นธรรมที่ต่ำงกัน - บทบำทของดนตรใี นแต่ละประเพณี 19 ศ 3.1 ป.5/1 บรรยำยองคป์ ระกอบนำฏศลิ ป์ คุณค่ำของดนตรีจำกแหล่งวฒั นธรรม - คณุ ค่ำทำงสงั คม 20 ศ 3.1 ป.5/2 แสดงทำ่ ทำงประกอบเพลง - คุณคำ่ ทำงประวัติศำสตร์ หรอื เรื่องรำวตำมควำมคิดของตน องคป์ ระกอบของนำฏศลิ ป์ 21 ศ 3.1 ป.5/3 แสดงนำฏศิลป์ โดยเน้นกำรใช้ - จงั หวะ ภำษำท่ำและนำฏยศัพท์ในกำรสอ่ื - ทำนอง ควำมหมำยและกำรแสดงออก - คำรอ้ ง - ภำษำทำ่ 22 ศ 3.1 ป.5/4 มสี ว่ นร่วมในกลุ่มกับกำรเขียน - นำฏยศัพท์ เคำ้ โครงเรอื่ งหรือบทละครส้นั ๆ - อุปกรณ์ 23 ศ 3.1 ป.5/5 เปรยี บเทยี บกำรแสดงนำฏศิลปช์ ดุ ตำ่ ง ๆ กำรประดิษฐท์ ่ำทำงประกอบเพลง หรอื ทำ่ ทำงประกอบเรื่องรำว กำรแสดงนำฏศิลป์ - ระบำ - ฟอ้ น - รำวงมำตรฐำน องคป์ ระกอบของละคร - กำรเลือกและเขยี นเคำ้ โครงเร่อื ง - บทละครสัน้ ๆ ทมี่ ำของกำรแสดงนำฏศิลป์ชดุ ต่ำง ๆ นำฏศิลป์ นำฏศิลปพ์ ืน้ เมือง กำรละเลน่ ของหลวง กำรแสดงโขน และละคร สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชั้น ท่ี รหัสตวั ชี้วัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๓๐๓ ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.5 24 ศ 3.1 ป.5/6 บอกประโยชน์ทไี่ ดร้ บั จำก หลกั กำรชมกำรแสดง กำรถ่ำยทอดควำมรสู้ ึกและคุณคำ่ ๑3 ๑3 กำรชมกำรแสดง ของกำรแสดงนำฏศิลป์ โขน ละคร 25 ศ 3.2 ป.5/1 เปรยี บเทียบกำรแสดงประเภทต่ำง ๆ กำรแสดงนำฏศลิ ปป์ ระเภทต่ำง ๆ ของไทยในแตล่ ะท้องถนิ่ 26 ศ 3.2 ป.5/2 ระบหุ รือแสดงนำฏศลิ ป์ นำฏศลิ ป์ พ้ืนบ้ำนที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม และประเพณี รวม ๒๖ ตวั ชี้วดั สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๔ ช้ัน ท่ี รหัสตวั ช้ีวัด ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.๖ 1 ศ ๑.๑ ป.๖/๑ ระบุสีคตู่ รงข้ำม และอภปิ รำยเกย่ี วกับ กำรสรำ้ งสรรค์งำนทัศนศลิ ป์โดยใช้ กำรใช้สีคู่ตรงขำ้ มในกำรถ่ำยทอด วงสธี รรมชำติ สีคู่ตรงข้ำม หลักกำรจัดขนำด ควำมคิดและอำรมณ์ สดั สว่ น และควำมสมดุล 2 ศ ๑.๑ ป.๖/๒ อธบิ ำยหลักกำรจัดขนำดสัดส่วน ควำมสมดุลในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ 3 ศ ๑.๑ ป.๖/๖ สรำ้ งสรรค์งำนทัศนศลิ ปโ์ ดยใช้ สคี ตู่ รงขำ้ มหลักกำรจัดขนำดสัดสว่ น และควำมสมดุล 4 ศ ๑.๑ ป.๖/๓ สรำ้ งงำนทัศนศลิ ป์จำกรปู แบบ ๒ มติ ิ งำนทัศนศิลปร์ ปู แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เปน็ ๓ มติ ิ โดยใช้หลักกำรของแสงเงำ และนำ้ หนกั กำรใช้หลักกำรเพ่มิ และลดในกำร สรำ้ งสรรคง์ ำนปนั้ 5 ศ ๑.๑ ป.๖/๔ สร้ำงสรรคง์ ำนปั้นโดยใช้หลกั กำรเพ่ิม รปู และพื้นทีว่ ำ่ งในงำนทศั นศิลป์ และลด กำรสรำ้ งงำนทัศนศิลปเ์ ป็นแผนภำพ แผนผัง และภำพประกอบ 6 ศ ๑.๑ ป.๖/๕ สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์โดยใช้ หลักกำรของรปู และพนื้ ทีว่ ำ่ ง บทบำทของงำนทศั นศิลป์ในชีวิตและ สังคม 7 ศ ๑.๑ ป.๖/๗ สร้ำงงำนทัศนศิลป์เปน็ แผนภำพ อทิ ธพิ ลของศำสนำและวัฒนธรรม แผนผงั และภำพประกอบ ท่ีมีต่อกำรสร้ำงงำนทศั นศิลป์ในท้องถ่ิน เพอื่ ถำ่ ยทอดควำมคิดหรือเรอ่ื งรำว เกยี่ วกับเหตกุ ำรณ์ตำ่ ง ๆ องคป์ ระกอบดนตรแี ละศัพท์สังคีต เครือ่ งดนตรีไทยแตล่ ะภำค 8 ศ ๑.๒ ป.๖/๑ บรรยำยบทบำทของงำนทศั นศิลป์ บทบำทและหน้ำทข่ี องเคร่ืองดนตรี ทีส่ ะท้อนชวี ิตและสงั คม ประเภทของเคร่ืองดนตรสี ำกล เครอ่ื งหมำยและสญั ลักษณ์ทำงดนตรี 9 ศ ๑.๒ ป.๖/๒ อภิปรำยเก่ยี วกับอทิ ธพิ ลของควำมเชอ่ื โน้ตบทเพลงไทย อัตรำจังหวะสองชัน้ ควำมศรัทธำในศำสนำท่ีมีผลต่องำน โน้ตบทเพลงสำกลในบันไดเสยี ง C Major ทัศนศลิ ปใ์ นทอ้ งถิน่ กำรรอ้ งเพลงประกอบดนตรี กำรสร้ำงสรรค์รปู แบบจังหวะและทำนอง 10 ศ ๑.๒ ป.๖/๓ ระบุและบรรยำยอิทธิพลทำงวฒั นธรรม ด้วยเครื่องดนตรี ในทอ้ งถ่นิ ท่มี ีผลต่อกำรสร้ำงงำน ทัศนศลิ ป์ของบุคคล 11 ศ 2.1 ป.6/1 บรรยำยเพลงท่ีฟัง โดยอำศยั องคป์ ระกอบดนตรี และศัพท์สังคตี 12 ศ 2.1 ป.6/2 จำแนกประเภท และบทบำทหน้ำท่ี เครอ่ื งดนตรีไทยและเครื่องดนตรี ท่ีมำจำกวฒั นธรรมต่ำง ๆ 13 ศ 2.1 ป.6/3 อ่ำน เขียนโนต้ ไทย และโนต้ สำกล ทำนองง่ำย ๆ 14 ศ 2.1 ป.6/4 ใช้เครอื่ งดนตรีบรรเลงประกอบ กำร รอ้ งเพลง ดน้ สด ท่ีมีจังหวะ และทำนองงำ่ ย ๆ สำหรบั กำรจัดกำรเรยี นรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๕ ชั้น ท่ี รหสั ตวั ชี้วัด ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.6 15 ศ 2.1 ป.6/5 บรรยำยควำมรู้สกึ ท่ีมีต่อดนตรี กำรบรรยำยควำมร้สู ึกและแสดง ควำมคดิ เหน็ ท่ีมีต่อบทเพลง 16 ศ 2.1 ป.6/6 แสดงควำมคดิ เห็นเก่ยี วกับทำนอง - เนื้อหำในบทเพลง - องคป์ ระกอบในบทเพลง จงั หวะ กำรประสำนเสยี ง และ - คุณภำพเสียงในบทเพลง ดนตรไี ทยในประวัตศิ ำสตร์ คณุ ภำพเสยี งของเพลงทฟ่ี งั - ดนตรีในเหตุกำรณ์สำคัญ 17 ศ 2.2 ป.6/1 อธบิ ำยเรอื่ งรำวของดนตรไี ทย ทำงประวตั ิศำสตร์ ในประวัติศำสตร์ - ดนตรีในยคุ สมัยตำ่ ง ๆ 18 ศ 2.2 ป.6/2 จำแนกดนตรีท่ีมำจำกยุคสมยั ทีต่ ำ่ งกนั กำรประดิษฐท์ ่ำทำงประกอบเพลงปลกุ ใจ หรือเพลงพืน้ เมืองหรอื ท้องถิ่น เน้นลีลำ 19 ศ 2.2 ป.6/3 อภปิ รำยอิทธิพลของวัฒนธรรม หรืออำรมณ์ ตอ่ ดนตรใี นทอ้ งถน่ิ กำรออกแบบสร้ำงสรรค์ 20 ศ 3.1 ป.6/1 สร้ำงสรรคก์ ำรเคลื่อนไหวและกำรแสดง - เครื่องแตง่ กำย โดยเนน้ กำรถำ่ ยทอดลีลำ หรืออำรมณ์ - อุปกรณ์ ฉำกประกอบกำรแสดง 21 ศ 3.1 ป.6/2 ออกแบบเครอื่ งแต่งกำย หรืออุปกรณ์ กำรแสดงนำฏศลิ ปแ์ ละกำรแสดงละคร ประกอบกำรแสดงอยำ่ งงำ่ ย ๆ - รำวงมำตรฐำน - ระบำ 22 ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนำฏศิลปแ์ ละละครง่ำย ๆ - ฟอ้ น - ละครสร้ำงสรรค์ 23 ศ 3.1 ป.6/4 บรรยำยควำมรสู้ กึ ของตนเอง ท่ีมีตอ่ งำนนำฏศิลป์และกำรละคร บทบำทและหนำ้ ทใี่ นงำนนำฏศิลป์ อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ และกำรละคร หลกั กำรชมกำรแสดง 24 ศ 3.1 ป.6/5 แสดงควำมคิดเห็นในกำรชมกำรแสดง - กำรวเิ ครำะห์ - ควำมรสู้ ึกชน่ื ชม 25 ศ 3.1 ป.6/6 อธิบำยควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งนำฏศลิ ป์ และกำรละครกับสิง่ ทีป่ ระสบ องค์ประกอบทำงนำฏศลิ ปแ์ ละกำรละคร ในชวี ติ ประจำวนั ควำมหมำย ควำมเป็นมำ ควำมสำคัญ 26 ศ 3.2 ป.6/1 อธิบำยสง่ิ ทีม่ ีควำมสำคญั ต่อกำรแสดง ของนำฏศิลป์ โขน ละคร และบคุ คลสำคัญ นำฏศิลป์และละคร ทำงนำฏศิลปแ์ ละกำรละคร กำรแสดงนำฏศิลป์และละคร ในวันสำคญั 27 ศ 3.2 ป.6/2 ระบุประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจำกกำรแสดง ของโรงเรยี น หรือกำรชมกำรแสดงนำฏศิลป์ และละคร ๑7 ๑0 รวม ๒๗ ตวั ช้ีวดั สำหรบั กำรจดั กำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๖ ชน้ั ที่ รหัสตวั ชี้วดั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๑ 1 ศ ๑.๑ ม.๑/๑ บรรยำยควำมแตกต่ำงและ เอกภำพ ควำมกลมกลืน ควำมสมดลุ 2 ศ ๑.๑ ม.๑/๒ ควำมคล้ำยคลงึ กนั ของงำนทัศนศลิ ป์ ควำมแตกตำ่ งและควำมคล้ำยคลงึ กัน 3 ศ ๑.๑ ม.๑/๔ และส่ิงแวดลอ้ มโดยใชค้ วำมรู้ ของทศั นธำตุในงำนทัศนศลิ ป์ เรอ่ื งทัศนธำตุ หลักกำรออกแบบและสงิ่ แวดลอ้ ม 4 ศ ๑.๑ ม.๑/๓ โดยสำมำรถสร้ำงงำนโดยสื่อถึงเรือ่ งรำว 5 ศ ๑.๑ ม.๑/๕ ระบุ และบรรยำยหลักกำรออกแบบ 6 ศ ๑.๑ ม.๑/๖ งำนทัศนศลิ ป์ โดยเนน้ ควำมเป็นเอกภำพ หลักกำรวำดภำพแสดงทัศนียภำพ 7 ศ ๑.๒ ม.๑/๑ ควำมกลมกลืน และควำมสมดลุ กำรออกแบบรูปภำพ สัญลกั ษณ์ 8 ศ ๑.๒ ม.๑/๒ รวบรวมงำนปั้นหรือส่อื ผสมมำสรำ้ ง หรอื งำนกรำฟกิ 9 ศ ๑.๒ ม.๑/๓ เปน็ เรื่องรำว ๓ มติ ิ โดยเน้น 10 ศ 2.1 ม.1/1 ควำมเปน็ เอกภำพ ควำมกลมกลืน กำรประเมินงำนทัศนศลิ ป์ และกำรส่ือถงึ เร่ืองรำวของงำน ลักษณะ รปู แบบงำนทศั นศิลป์ของท้องถิ่น วำดภำพทศั นยี ภำพแสดงให้เห็น และของชำติตำมวัฒนธรรมไทยและสำกล ระยะไกลใกล้ เป็น ๓ มติ ิ เครื่องหมำยและสญั ลักษณ์ทำงดนตรี ออกแบบรูปภำพ สญั ลักษณ์ - โน้ตบทเพลงไทย อตั รำจังหวะสองชนั้ หรือกรำฟิกอ่ืน ๆ ในกำรนำเสนอ - โน้ตสำกล ในกญุ แจซอลและฟำ ควำมคดิ และข้อมูล ในบันไดเสยี ง C Major ประเมินงำนทศั นศิลป์ และบรรยำยถึง วิธีกำรปรบั ปรุงงำนของตนเองและ เสยี งร้องและเสยี งของเครื่องดนตรี ผอู้ ืน่ โดยใช้เกณฑท์ ี่กำหนดให้ ในบทเพลงจำกวัฒนธรรมต่ำง ๆ - วธิ กี ำรขบั รอ้ ง ระบแุ ละบรรยำยเกย่ี วกับลกั ษณะ - เคร่ืองดนตรีท่ีใช้ รปู แบบงำนทัศนศลิ ปข์ องชำติ และของท้องถ่ินตนเองจำกอดีตจนถึง ปัจจบุ ัน ระบแุ ละเปรยี บเทยี บงำนทัศนศลิ ป์ ของภำคตำ่ ง ๆ ในประเทศไทย เปรยี บเทียบควำมแตกต่ำง ของจุดประสงค์ในกำรสร้ำงสรรคง์ ำน ทัศนศลิ ป์ของวัฒนธรรมไทยและสำกล อำ่ น เขียน ร้องโน้ตไทยและโน้ตสำกล 11 ศ 2.1 ม.1/2 เปรยี บเทียบเสยี งร้องและเสยี งของ เครอ่ื งดนตรีทมี่ ำจำกวัฒนธรรม ที่ต่ำงกัน สำหรับกำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๗ ช้ัน ที่ รหัสตวั ช้ีวัด ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.๑ 12 ศ 2.1 ม.1/3 รอ้ งเพลงและใชเ้ ครอื่ งดนตรีบรรเลง กำรร้องและกำรบรรเลงเครื่องดนตรี ประกอบกำรร้องเพลง ประกอบกำรร้อง ดว้ ยบทเพลงทีห่ ลำกหลำยรูปแบบ - บทเพลงไทยแบบแผนอตั รำจังหวะ ๒ ชน้ั - บทเพลงประสำนเสียง ๒ แนว - บทเพลงประกอบกำรแสดง 13 ศ 2.1 ม.1/4 จดั ประเภทของวงดนตรีไทยและ วงดนตรีพืน้ เมือง วงดนตรีท่ีมำจำกวฒั นธรรมต่ำง ๆ วงดนตรีไทย 14 ศ 2.1 ม.1/5 แสดงควำมคดิ เห็นทม่ี ตี ่ออำรมณ์ ของบทเพลงท่ีมีควำมเรว็ ของจงั หวะ วงดนตรีสำกล และควำมดัง - เบำแตกต่ำงกัน กำรถ่ำยทอดอำรมณข์ องบทเพลง 15 ศ 2.1 ม.1/6 เปรยี บเทียบอำรมณ์ ควำมรสู้ ึก ในกำรฟังดนตรีแตล่ ะประเภท - จงั หวะกับอำรมณเ์ พลง 16 ศ 2.1 ม.1/7 นำเสนอตวั อย่ำงเพลงที่ตนเองชืน่ ชอบ - ควำมดงั - เบำกับอำรมณเ์ พลง และอภปิ รำยลกั ษณะเด่นทท่ี ำให้งำนนั้น นำ่ ชนื่ ชม - ควำมแตกต่ำงของอำรมณเ์ พลง 17 ศ 2.1 ม.1/8 ใช้เกณฑ์สำหรบั ประเมินคณุ ภำพ กำรนำเสนอบทเพลงทต่ี นสนใจ งำนดนตรหี รอื เพลงท่ีฟัง กำรประเมินคุณภำพของบทเพลง - คุณภำพดำ้ นเนื้อหำ 18 ศ 2.1 ม.1/9 ใชแ้ ละบำรงุ รกั ษำเครื่องดนตรี - คุณภำพดำ้ นเสียง อย่ำงระมัดระวังและรับผิดชอบ - คุณภำพดำ้ นองคป์ ระกอบดนตรี 19 ศ 2.2 ม.1/1 อธบิ ำยบทบำทควำมสัมพันธ์และ กำรใช้และบำรงุ รักษำเคร่ืองดนตรขี องตน อิทธพิ ลของดนตรที มี่ ีต่อสังคมไทย บทบำทและอิทธพิ ลของดนตรี 20 ศ 2.2 ม.1/2 ระบคุ วำมหลำกหลำย - บทบำทดนตรใี นสงั คม ขององคป์ ระกอบดนตรี - อิทธพิ ลของดนตรใี นสงั คม ในวัฒนธรรมตำ่ งกนั องค์ประกอบของดนตรี 21 ศ 3.1 ม.1/1 อธบิ ำยอิทธิพลของนักแสดงช่ือดัง ในแต่ละวฒั นธรรม ทม่ี ีผลตอ่ กำรโน้มนำ้ วอำรมณ์ หรอื ควำมคิดของผู้ชม กำรปฏบิ ัติของผู้แสดงและผู้ชม ประวตั ินกั แสดงท่ชี น่ื ชอบ 22 ศ 3.1 ม.1/2 ใชน้ ำฏยศัพท์หรือศัพท์ทำงกำรละคร กำรพฒั นำรูปแบบของกำรแสดง ในกำรแสดง อทิ ธิพลของนักแสดงที่มีผลตอ่ พฤติกรรม ของผชู้ ม นำฏยศัพทห์ รือศัพท์ทำงกำรละคร ในกำรแสดง ภำษำท่ำ และกำรตีบท ท่ำทำงเคล่อื นไหวทแ่ี สดงส่อื ทำงอำรมณ์ ระบำเบ็ดเตลด็ รำวงมำตรฐำน สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๘ ช้นั ที่ รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.1 23 ศ 3.1 ม.1/3 แสดงนำฏศิลปแ์ ละละคร รปู แบบกำรแสดงนำฏศลิ ป์ ในรปู แบบงำ่ ย ๆ - นำฏศิลป์ โขน ละคร - นำฏศิลป์พน้ื บ้ำน - นำฏศลิ ป์นำนำชำติ 24 ศ 3.1 ม.1/4 ใชท้ ักษะกำรทำงำนเปน็ กลุม่ บทบำทและหนำ้ ทีข่ องฝำ่ ยตำ่ ง ๆ ในกระบวนกำรผลิตกำรแสดง ในกำรจัดกำรแสดง กำรสรำ้ งสรรค์กิจกรรมกำรแสดงทีส่ นใจ โดยแบ่งฝ่ำยและหนำ้ ท่ีใหช้ ัดเจน 25 ศ 3.1 ม.1/5 ใช้เกณฑ์งำ่ ย ๆ ท่กี ำหนดให้ หลักในกำรชมกำรแสดง ในกำรพจิ ำรณำคุณภำพกำรแสดงทช่ี ม โดยเนน้ เรื่องกำรใช้เสียง กำรแสดงท่ำ ปัจจยั ที่มีผลตอ่ กำรเปลีย่ นแปลง และกำรเคลอ่ื นไหว ของนำฏศิลป์ นำฏศิลป์พ้ืนบำ้ น ละครไทย และละครพน้ื บำ้ น 26 ศ 3.2 ม.1/1 ระบปุ จั จัยท่ีมีผลต่อกำรเปล่ียนแปลง ของนำฏศลิ ป์ นำฏศิลป์พ้ืนบำ้ น ประเภทของละครไทยในแต่ละยุคสมัย ละครไทย และละครพ้ืนบ้ำน 15 12 27 ศ 3.2 ม.1/2 บรรยำยประเภทของละครไทย ในแตล่ ะยคุ สมยั รวม ๒๗ ตวั ชว้ี ัด สำหรบั กำรจัดกำรเรยี นรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๐๙ ช้ัน ที่ รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.๒ 1 ศ ๑.๑ ม.๒/๑ อภิปรำยเกยี่ วกับทัศนธำตใุ นดำ้ นรูปแบบ และแนวคิดของงำนทศั นศิลป์ทเี่ ลือกมำ รูปแบบของทัศนธำตุและแนวคดิ 2 ศ ๑.๑ ม.๒/๒ ในงำนทัศนศิลป์ บรรยำยเกีย่ วกับควำมเหมอื นและ 3 ศ ๑.๑ ม.๒/๓ ควำมแตกตำ่ งของรปู แบบกำรใช้วัสดุ ควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำง 4 ศ ๑.๑ ม.๒/๔ อุปกรณ์ในงำนทัศนศลิ ป์ของศิลปนิ ของรูปแบบกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 5 ศ 1.1 ม.2/5 ในงำนทศั นศลิ ป์ของศลิ ปนิ 6 ศ ๑.๑ ม.๒/๖ วำดภำพดว้ ยเทคนิคท่ีหลำกหลำย 7 ศ ๑.๑ ม.๒/๗ ในกำรส่ือควำมหมำยและเรื่องรำวต่ำง ๆ เทคนิคในกำรวำดภำพส่ือควำมหมำย สร้ำงเกณฑ์ในกำรประเมินและวจิ ำรณ์ 8 ศ ๑.๒ ม.๒/๑ งำนทศั นศิลป์ กำรพัฒนำผลงำนทัศนศิลป์และ นำผลกำรวิจำรณไ์ ปปรบั ปรุงแก้ไขและ กำรประเมินและวิจำรณ์งำนทัศนศิลป์ 9 ศ ๑.๒ ม.๒/๒ พฒั นำงำน - กำรจดั ทำแฟ้มสะสมงำนทัศนศิลป์ วำดภำพแสดงบุคลิกลกั ษณะ 10 ศ ๑.๒ ม.๒/๓ ของตัวละคร กำรวำดภำพถำ่ ยทอดบคุ ลกิ ลักษณะ ของตัวละคร 11 ศ 2.1 ม.2/1 บรรยำยวธิ กี ำรใชง้ ำนทัศนศิลป์ 12 ศ 2.1 ม.2/2 ในกำรโฆษณำเพื่อโนม้ น้ำวใจ งำนทัศนศิลป์ในกำรโฆษณำ และนำเสนอตวั อย่ำงประกอบ 13 ศ 2.1 ม.2/3 ระบแุ ละบรรยำยเกี่ยวกับวฒั นธรรม ทศั นศลิ ปแ์ ละงำนออกแบบในวฒั นธรรมไทย ตำ่ ง ๆ ทส่ี ะท้อนถึงงำนทัศนศิลป์ และสำกลในงำนทศั นศลิ ป์ในแต่ละยุคสมัย ในปัจจบุ นั บรรยำยถงึ กำรเปลยี่ นแปลงของงำน องคป์ ระกอบของดนตรีจำกแหล่ง ทัศนศลิ ปข์ องไทยในแตล่ ะยุคสมัย วฒั นธรรมต่ำง ๆ โดยเนน้ ถึงแนวคดิ และเนื้อหำของงำน เปรยี บเทียบแนวคดิ ในกำรออกแบบ เคร่อื งหมำยและสัญลักษณท์ ำงดนตรี งำนทัศนศิลป์ท่มี ำจำกวัฒนธรรมไทย - โนต้ จำกเพลงไทยอัตรำจงั หวะสองช้ัน และสำกล - โนต้ สำกล (เครือ่ งหมำยแปลงเสยี ง) เปรียบเทียบกำรใช้องค์ประกอบดนตรี ที่มำจำกวฒั นธรรมตำ่ งกัน ปจั จัยในกำรสรำ้ งสรรค์บทเพลง - จนิ ตนำกำรในกำรสรำ้ งสรรค์บทเพลง อ่ำน เขียนร้องโน้ตไทยและโน้ตสำกล - กำรถ่ำยทอดเร่ืองรำวควำมคิด ท่ีมีเคร่ืองหมำยแปลงเสยี ง ในบทเพลง ระบปุ จั จยั สำคญั ท่ีมีอิทธิพล ต่อกำรสรำ้ งสรรค์งำนดนตรี สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๐ ชั้น ท่ี รหัสตวั ช้ีวดั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.2 14 ศ 2.1 ม.2/4 ร้องเพลง และเลน่ ดนตรเี ดยี่ วและรวมวง เทคนคิ กำรรอ้ งและบรรเลงดนตรี - กำรรอ้ งและบรรเลงเดยี่ ว 15 ศ 2.1 ม.2/5 บรรยำยอำรมณข์ องเพลง - กำรร้องและบรรเลงเปน็ วง และควำมรู้สกึ ทีม่ ตี ่อบทเพลงทฟ่ี งั กำรบรรยำยอำรมณ์และควำมรสู้ กึ 16 ศ 2.1 ม.2/6 ประเมินพฒั นำกำรทกั ษะทำงดนตรี ในบทเพลง ของตนเองหลงั จำกกำรฝึกปฏิบัติ กำรประเมนิ ควำมสำมำรถทำงดนตรี 17 ศ 2.1 ม.2/7 ระบงุ ำนอำชีพต่ำง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องกบั - ควำมถกู ต้องในกำรบรรเลง ดนตรแี ละบทบำทของดนตรี - ควำมแม่นยำในกำรอำ่ นเครื่องหมำย ในธรุ กิจบนั เทงิ และสัญลกั ษณ์ 18 ศ 2.2 ม.2/1 บรรยำยบทบำท และอทิ ธพิ ลของดนตรี - กำรควบคมุ คุณภำพเสียงในกำรรอ้ ง ในวฒั นธรรมของประเทศต่ำง ๆ และบรรเลง 19 ศ 2.2 ม.2/2 บรรยำยอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรม และเหตุกำรณใ์ นประวตั ิศำสตร์ อำชพี ทำงด้ำนดนตรี ทม่ี ตี ่อรปู แบบของดนตรี ในประเทศไทย บทบำทของดนตรีในธุรกจิ บนั เทงิ 20 ศ 3.1 ม.2/1 อธบิ ำยกำรบรู ณำกำรศลิ ปะแขนงอ่นื ๆ ดนตรใี นวฒั นธรรมต่ำงประเทศ กับกำรแสดง - บทบำทของดนตรใี นวฒั นธรรมตำ่ ง ๆ - อทิ ธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ 21 ศ 3.1 ม.2/2 สรำ้ งสรรค์กำรแสดงโดยใช้ องค์ประกอบนำฏศิลปแ์ ละกำรละคร เหตุกำรณ์ประวตั ิศำสตร์กับกำรเปลย่ี นแปลง ทำงดนตรใี นประเทศไทย 22 ศ 3.1 ม.2/3 วิเครำะหก์ ำรแสดงของตนเอง - กำรเปลย่ี นแปลงทำงกำรเมือง และผ้อู น่ื โดยใช้นำฏยศัพท์ หรือศัพทท์ ำงกำรละครท่เี หมำะสม กับงำนดนตรี - กำรเปล่ยี นแปลงทำงเทคโนโลยี 23 ศ 3.1 ม.2/4 เสนอข้อคิดเห็นในกำรปรับปรุง กำรแสดง กบั งำนดนตรี ศิลปะแขนงอื่น ๆ กบั กำรแสดง - แสง สี เสียง - ฉำก - เครอื่ งแต่งกำย - อปุ กรณ์ หลกั และวธิ กี ำรสร้ำงสรรคก์ ำรแสดง โดยใช้องคป์ ระกอบนำฏศลิ ป์ และกำรละคร หลกั และวิธีกำรวิเครำะห์กำรแสดง วิธกี ำรวิเครำะห์ วิจำรณ์กำรแสดง นำฏศลิ ป์ โขน และกำรละคร สำหรับกำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๑ ช้นั ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.2 24 ศ 3.1 ม.2/5 เชื่อมโยงกำรเรียนรู้ระหวำ่ งนำฏศลิ ป์ ควำมสัมพันธ์ของนำฏศลิ ปห์ รือกำรละคร และกำรละครกบั สำระกำรเรียนรอู้ ่นื ๆ กับสำระกำรเรยี นร้อู น่ื ๆ 25 ศ 3.2 ม.2/1 เปรยี บเทียบลกั ษณะเฉพำะ นำฏศลิ ป์พ้นื เมือง ของกำรแสดงนำฏศลิ ป์ - ควำมหมำย จำกวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ - ทีม่ ำ - วัฒนธรรม - ลกั ษณะเฉพำะ 26 ศ 3.2 ม.2/2 ระบุหรือแสดงนำฏศิลป์ รูปแบบกำรแสดงประเภทตำ่ ง ๆ นำฏศลิ ป์พน้ื บำ้ น ละครไทย ละครพนื้ บ้ำน หรอื มหรสพอนื่ - นำฏศิลป์ ทเ่ี คยนิยมกนั ในอดีต - นำฏศลิ ปพ์ ื้นเมอื ง 27 ศ 3.2 ม.2/3 อธบิ ำยอิทธิพลของวัฒนธรรม ทม่ี ีผลตอ่ เนื้อหำของละคร - ละครไทย รวม ๒๗ ตวั ช้ีวดั - ละครพื้นบ้ำน กำรละครสมยั ตำ่ ง ๆ ๑๗ ๑๐ สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชัน้ ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๓๑๒ ต้องรู้ ควรรู้ วิธกี ำรใช้ทศั นธำตุ หลกั กำรออกแบบ ม.๓ 1 ศ ๑.๑ ม.๓/๑ บรรยำยส่ิงแวดล้อมและงำนทัศนศลิ ป์ ในส่ิงแวดลอ้ มและงำนทัศนศิลป์ ที่เลือกมำ โดยใช้ควำมรู้เรื่องทัศนธำตุ และหลักกำรออกแบบ 2 ศ ๑.๑ ม.๓/๓ วเิ ครำะหแ์ ละบรรยำยวธิ กี ำรใช้ ทัศนธำตุ และหลกั กำรออกแบบ ในกำรสรำ้ งงำนทัศนศิลป์ของตนเอง ให้มคี ณุ ภำพ 3 ศ ๑.๑ ม.๓/๗ สรำ้ งสรรค์งำนทัศนศลิ ป์ สอื่ ควำมหมำยเป็นเรื่องรำว โดยประยกุ ต์ใชท้ ัศนธำตุ และหลักกำรออกแบบ 4 ศ ๑.๑ ม.๓/๒ ระบุและบรรยำยเทคนิค วธิ กี ำร เทคนคิ วิธกี ำรของศิลปนิ ในกำรสรำ้ งงำน ของศิลปินในกำรสรำ้ งงำนทัศนศิลป์ ทศั นศิลป์ ทกั ษะกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ 5 ศ ๑.๑ ม.๓/๔ มีทกั ษะในกำรสรำ้ งงำนทศั นศิลป์ กำรใช้หลักกำรออกแบบในกำรสร้ำงงำน อย่ำงน้อย ๓ ประเภท สือ่ ผสม 6 ศ ๑.๑ ม.๓/๕ มที ักษะในกำรผสมผสำนวสั ดุต่ำง ๆ กำรสรำ้ งงำนทัศนศลิ ปแ์ บบ ๒ มติ ิ และ ๓ มิติ เพ่ือถำ่ ยทอดประสบกำรณ์ ในกำรสร้ำงงำนทศั นศลิ ป์โดยใช้ และจนิ ตนำกำร หลกั กำรออกแบบ กำรวเิ ครำะห์รปู แบบ เนอ้ื หำ และคุณคำ่ ในงำนทศั นศลิ ป์ 7 ศ ๑.๑ ม.๓/๖ สรำ้ งงำนทศั นศลิ ป์ ท้ัง ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถำ่ ยทอดประสบกำรณ์ กำรใช้เทคนิค วธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย และจนิ ตนำกำร สร้ำงงำนทศั นศิลปเ์ พื่อส่อื ควำมหมำย 8 ศ ๑.๑ ม.๓/๘ วเิ ครำะห์และอภปิ รำยรูปแบบ เน้ือหำ กำรประกอบอำชพี ทำงทัศนศิลป์ และคณุ ค่ำในงำนทัศนศิลป์ของตนเอง และผู้อื่น หรือของศลิ ปนิ กำรจดั นทิ รรศกำร 9 ศ ๑.๑ ม.๓/๙ สรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศิลป์ เพอ่ื บรรยำยเหตุกำรณ์ตำ่ ง ๆ โดยใชเ้ ทคนิคทหี่ ลำกหลำย 10 ศ ๑.๑ ม.๓/๑๐ ระบุอำชีพท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั งำนทัศนศลิ ป์และทักษะท่ีจำเปน็ ในกำรประกอบอำชีพน้ัน ๆ 11 ศ ๑.๑ ม.๓/๑๑ เลอื กงำนทัศนศิลปโ์ ดยใช้เกณฑ์ ที่กำหนดขนึ้ อย่ำงเหมำะสม และนำไปจัดนิทรรศกำร สำหรบั กำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๓ ชน้ั ท่ี รหสั ตัวช้ีวดั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.3 12 ศ ๑.๒ ม.๓/๑ ศึกษำและอภปิ รำยเก่ยี วกับ งำนทศั นศิลปต์ ำมวฒั นธรรมในแต่ละยคุ สมยั งำนทศั นศลิ ป์ ท่ีสะท้อนคุณค่ำ ของไทยและสำกล ของวฒั นธรรม 13 ศ ๑.๒ ม.๓/๒ เปรยี บเทยี บควำมแตกต่ำง ของงำนทศั นศลิ ป์ในแตล่ ะยุคสมยั ของ วัฒนธรรมไทยและสำกล 14 ศ 2.1 ม.3/1 เปรียบเทยี บองค์ประกอบทีใ่ ช้ กำรเปรียบเทียบองค์ประกอบในงำนศิลปะ - กำรใช้องคป์ ระกอบในกำรสร้ำงสรรค์ ในงำนดนตรีและงำนศลิ ปะอ่ืน งำนดนตรีและศลิ ปะแขนงอ่นื 15 ศ 2.1 ม.3/2 รอ้ งเพลง เลน่ ดนตรีเด่ียวและรวมวง - เทคนิคที่ใช้ในกำรสร้ำงสรรค์งำนดนตรี โดยเน้นเทคนคิ กำรรอ้ ง กำรเลน่ กำรแสดงออก และคุณภำพเสียง และศิลปะแขนงอน่ื 16 ศ 2.1 ม.3/3 แตง่ เพลงสน้ั ๆ จงั หวะง่ำย ๆ เทคนิคและกำรแสดงออกในกำรขับร้อง และบรรเลงดนตรเี ด่ียวและรวมวง 17 ศ 2.1 ม.3/4 อธิบำยเหตผุ ลในกำรเลือกใช้ องค์ประกอบดนตรใี นกำรสร้ำงสรรค์ อัตรำจังหวะ ๒ และ ๔ งำนดนตรขี องตนเอง ๔๔ 18 ศ 2.1 ม.3/5 เปรยี บเทียบควำมแตกต่ำงระหว่ำง กำรประพนั ธ์เพลงในอัตรำจงั หวะ งำนดนตรีของตนเองและผู้อื่น ๒ และ ๔ ๔๔ 19 ศ 2.1 ม.3/6 อธบิ ำยเกย่ี วกับอทิ ธพิ ลของดนตรี ที่มตี อ่ บุคคลและสังคม กำรเลือกใช้องค์ประกอบในกำรสร้ำงสรรค์ บทเพลง - กำรเลอื กจังหวะเพ่ือสร้ำงสรรค์ บทเพลง - กำรเรียบเรยี งทำนองเพลง กำรเปรยี บเทยี บควำมแตกตำ่ ง ของบทเพลง - สำเนียง - อัตรำจงั หวะ - รูปแบบบทเพลง - กำรประสำนเสียง - เครอ่ื งดนตรีท่บี รรเลง อิทธิพลของดนตรี - อทิ ธพิ ลของดนตรีตอ่ บุคคล - อิทธพิ ลของดนตรีตอ่ สงั คม สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๔ ชนั้ ที่ รหัสตวั ชี้วดั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.๓ 20 ศ 2.1 ม.3/7 นำเสนอหรือจดั กำรแสดงดนตรี กำรจัดกำรแสดงดนตรใี นวำระต่ำง ๆ - กำรเลือกวงดนตรี ที่เหมำะสมโดยกำรบรู ณำกำร - กำรเลอื กบทเพลง - กำรเลอื กและจดั เตรยี มสถำนที่ กบั สำระกำรเรยี นรู้อ่นื ในกลุ่มศลิ ปะ - กำรเตรยี มบุคลำกร - กำรเตรยี มอุปกรณเ์ คร่ืองมือ - กำรจัดรำยกำรแสดง 21 ศ 2.2 ม.3/1 บรรยำยวิวฒั นำกำรของดนตรี ประวัตดิ นตรไี ทยยคุ สมัยต่ำง ๆ แตล่ ะยุคสมยั ประวัติดนตรตี ะวันตกยุคสมยั ตำ่ ง ๆ 22 ศ 2.2 ม.3/2 อภปิ รำยลกั ษณะเดน่ ทีท่ ำให้ งำนดนตรีน้นั ไดร้ ับกำรยอมรับ ปจั จยั ที่ทำให้งำนดนตรไี ด้รับกำรยอมรบั 23 ศ 3.1 ม.3/1 ระบุโครงสรำ้ งของบทละคร องค์ประกอบของบทละคร โดยใช้ศพั ท์ทำงกำรละคร - โครงเร่อื ง - ตัวละครและกำรวำงลกั ษณะนสิ ัย 24 ศ 3.1 ม.3/2 ใชน้ ำฏยศัพทห์ รือศัพท์ทำงกำรละคร ทีเ่ หมำะสม บรรยำยเปรียบเทียบกำร ของตัวละคร แสดงอำกัปกริ ิยำของผู้คน - ควำมคิดหรือแก่นของเรอื่ ง ในชีวิตประจำวนั และในกำรแสดง - บทสนทนำ 25 ศ 3.1 ม.3/4 มที กั ษะในกำรแปลควำม ภำษำทำ่ หรอื ภำษำทำงนำฏศิลป์ และกำรสื่อสำรผ่ำนกำรแสดง - ภำษำท่ำทมี่ ำจำกธรรมชำติ - ภำษำท่ำทมี่ ำจำกกำรประดิษฐ์ 26 ศ 3.1 ม.3/3 มีทักษะในกำรใช้ควำมคิด ในกำรพัฒนำรปู แบบกำรแสดง กำรประดิษฐท์ ่ำรำและท่ำทำง ประกอบกำรแสดง - ควำมหมำย - ควำมเป็นมำ - ทำ่ ทำงท่ีใชใ้ นกำรประดิษฐ์ท่ำรำ รปู แบบกำรแสดง - กำรแสดงเปน็ หมู่ - กำรแสดงเดย่ี ว - กำรแสดงละคร - กำรแสดงเป็นชุดเปน็ ตอน สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชน้ั ท่ี รหสั ตัวชี้วัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๓๑๕ องค์ประกอบนำฏศิลป์ ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๓ 27 ศ 3.1 ม.3/5 วจิ ำรณเ์ ปรยี บเทียบงำนนำฏศิลป์ - จงั หวะทำนอง - กำรเคลอ่ื นไหว ๑๙ ๑๓ ที่มคี วำมแตกตำ่ งกนั โดยใช้ควำมรู้ - อำรมณ์และควำมรสู้ ึก - ภำษำทำ่ นำฎยศพั ท์ เร่ืององค์ประกอบนำฏศิลป์ - รปู แบบของกำรแสดง - กำรแตง่ กำย 28 ศ 3.1 ม.3/6 ร่วมจดั งำนกำรแสดงในบทบำทหน้ำท่ี วธิ กี ำรเลือกกำรแสดง ต่ำง ๆ - ประเภทของงำน - ข้นั ตอน 29 ศ 3.1 ม.3/7 นำเสนอแนวคดิ จำกเนื้อเรื่อง - ประโยชน์และคณุ ค่ำของกำรแสดง ของกำรแสดงทส่ี ำมำรถนำไปปรับใช้ ละครกับชีวิต ในชีวิตประจำวัน กำรออกแบบและสรำ้ งสรรค์อุปกรณ์ 30 ศ 3.2 ม.3/1 ออกแบบ และสรำ้ งสรรค์อปุ กรณ์ และเคร่ืองแต่งกำยเพื่อกำรแสดง และเคร่ืองแต่งกำย เพอื่ แสดงนำฏศลิ ป์ นำฏศลิ ป์ และละครท่มี ำจำกวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ ควำมสำคัญและบทบำทของนำฏศิลป์ และกำรละครในชวี ติ ประจำวัน 31 ศ 3.2 ม.3/2 อธิบำยควำมสำคัญและบทบำท ของนำฏศิลป์และกำรละคร กำรอนรุ ักษ์นำฏศลิ ป์ ในชวี ติ ประจำวัน 32 ศ 3.2 ม.3/3 แสดงควำมคิดเหน็ ในกำรอนุรักษ์ รวม ๓๒ ตัวช้วี ัด สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชั้น ท่ี รหสั ตวั ชี้วดั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๓๑๖ ทัศนธำตแุ ละหลักกำรออกแบบ ต้องรู้ ควรรู้ ม.๔-๖ 1 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๑ วิเครำะหก์ ำรใชท้ ัศนธำตุ และหลกั กำรออกแบบในกำรสอ่ื ควำมหมำยในรปู แบบต่ำง ๆ 2 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๒ บรรยำยจุดประสงค์และเนื้อหำ ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ของงำนทัศนศลิ ป์ โดยใชศ้ ัพท์ ทำงทศั นศลิ ป์ 3 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๓ วิเครำะหก์ ำรเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ วัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปิน ในกำรแสดงออกทำงทัศนศลิ ป์ และเทคนคิ ของศลิ ปินในกำรแสดงออก เทคนิค วัสดุ อปุ กรณ์ กระบวนกำร ทำงทศั นศิลป์ ในกำรสรำ้ งงำนทัศนศิลป์ 4 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๔ มที กั ษะและเทคนิคในกำรใช้วสั ดุ หลักกำรออกแบบและกำรจดั องคป์ ระกอบศิลปด์ ว้ ยเทคโนโลยี อุปกรณ์ และกระบวนกำรทส่ี งู ขึ้น กำรออกแบบงำนทัศนศิลป์ ในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ จดุ มุง่ หมำยของศิลปินในกำรเลอื กใช้ 5 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๕ สร้ำงสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์ด้วยเทคโนโลยี วสั ดุ อปุ กรณ์ เทคนคิ และเน้ือหำ ในกำรสร้ำงงำนทัศนศลิ ป์ ต่ำง ๆ โดยเน้นหลกั กำรออกแบบและ ทฤษฎีกำรวจิ ำรณ์ศิลปะ กำรจัดองค์ประกอบศลิ ป์ กำรจัดทำแฟม้ สะสมงำนทศั นศิลป์ 6 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๖ ออกแบบงำนทศั นศิลปไ์ ด้เหมำะกับ โอกำสและสถำนท่ี 7 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๗ วิเครำะหแ์ ละอธบิ ำยจดุ มุ่งหมำย ของศลิ ปินในกำรเลือกใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ เทคนิค และเนื้อหำ เพื่อสร้ำงสรรค์ งำนทศั นศลิ ป์ 8 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๘ ประเมินและวิจำรณ์งำนทัศนศิลป์ โดยใช้ทฤษฎีกำรวจิ ำรณ์ศลิ ปะ 9 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๙ จดั กลมุ่ งำนทัศนศลิ ป์เพอื่ สะท้อน พัฒนำกำรและควำมก้ำวหนำ้ ของตนเอง 10 ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๑๐ สร้ำงสรรค์งำนทศั นศลิ ปไ์ ทย สำกล กำรสรำ้ งงำนทัศนศิลปจ์ ำกแนวคดิ และวธิ กี ำรของศลิ ปนิ โดยศกึ ษำจำกแนวคิดและวธิ กี ำร กำรวำดภำพล้อเลยี นหรือภำพกำรต์ ูน สร้ำงงำนของศลิ ปนิ ทีต่ นชื่นชอบ 11 ศ ๑.๑ ม.๔ - ๖/๑๑ วำดภำพระบำยสเี ปน็ ภำพล้อเลียน หรอื ภำพกำร์ตูนเพื่อแสดงควำมคดิ เหน็ เก่ียวกับสภำพสงั คมในปัจจุบัน 12 ศ ๑.๒ ม.๔ - ๖/๑ วเิ ครำะห์ และเปรยี บเทยี บ งำนทศั นศิลป์รปู แบบตะวันออก และตะวนั ตก งำนทศั นศลิ ป์ในรูปแบบตะวนั ออก และรปู แบบตะวนั ตก สำหรบั กำรจัดกำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

ชั้น ที่ รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชวี้ ัด ๓๑๗ ม.๔-๖ 13 ศ ๑.๒ ม.๔ - ๖/๒ ระบุงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ งำนทศั นศิลป์ของศลิ ปินที่มชี ื่อเสยี ง ทม่ี ชี ือ่ เสียง และบรรยำยผลตอบรบั อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมระหวำ่ งประเทศ ของสงั คม ท่มี ีผลตอ่ งำนทัศนศิลป์ 14 ศ ๑.๒ ม.๔ - ๖/๓ อภิปรำยเกีย่ วกับอทิ ธิพลของ กำรจดั วงดนตรี - กำรใช้เครอ่ื งดนตรใี นวงดนตรี วฒั นธรรมระหวำ่ งประเทศ ประเภทตำ่ ง ๆ ทีม่ ีผลต่องำนทัศนศลิ ป์ในสังคม - บทเพลงท่บี รรเลงโดยวงดนตรี 15 ศ ๒.1 ม.4 -6/1 เปรียบเทยี บรปู แบบของบทเพลง ประเภทตำ่ ง ๆ ประเภทของวงดนตรี และวงดนตรีแต่ละประเภท - ประเภทของวงดนตรีไทย - ประเภทของวงดนตรีสำกล 16 ศ ๒.1 ม.4 - 6/2 จำแนกประเภทและรปู แบบ ปัจจัยในกำรสรำ้ งสรรคผ์ ลงำนดนตรี ของวงดนตรีท้งั ไทยและสำกล ในแต่ละวฒั นธรรม - ควำมเชอ่ื กับกำรสร้ำงสรรคง์ ำนดนตรี 17 ศ ๒.1 ม.4 - 6/3 อธบิ ำยเหตผุ ลท่ีคนตำ่ งวัฒนธรรม - ศำสนำกบั กำรสรำ้ งสรรค์งำนดนตรี สร้ำงสรรคง์ ำนดนตรีแตกต่ำงกนั - วิถีชีวิตกับกำรสร้ำงสรรค์งำนดนตรี - เทคโนโลยีกับกำรสรำ้ งสรรคง์ ำนดนตรี 18 ศ ๒.1 ม.4 -6/4 อ่ำน เขียน โน้ตดนตรีไทยและสำกล เครื่องหมำยและสัญลักษณ์ทำงดนตรี ในอตั รำจังหวะต่ำง ๆ - เครื่องหมำยกำหนดอัตรำจงั หวะ - เครอื่ งหมำยกำหนดบนั ไดเสยี ง 19 ศ ๒.1 ม.4 -6/5 รอ้ งเพลง หรือเล่นดนตรเี ดย่ี วและรวมวง โนต้ บทเพลงไทยอัตรำจงั หวะ ๒ ชน้ั โดยเนน้ เทคนิคกำรแสดงออกและ และ ๓ ชั้น คุณภำพของกำรแสดง เทคนิค และกำรถ่ำยทอดอำรมณเ์ พลง ด้วยกำรร้องบรรเลงเครื่องดนตรีเดี่ยว 20 ศ ๒.1 ม.4 - 6/6 สรำ้ งเกณฑส์ ำหรบั ประเมนิ คุณภำพ และรวมวง กำรประพันธแ์ ละกำรเล่นดนตรี เกณฑใ์ นกำรประเมนิ ผลงำนดนตรี ของตนเองและผู้อ่ืนได้อย่ำงเหมำะสม - คณุ ภำพของผลงำนทำงดนตรี - คุณคำ่ ของผลงำนทำงดนตรี 21 ศ ๒.1 ม.4 - 6/7 เปรยี บเทียบอำรมณแ์ ละควำมรสู้ กึ กำรถำ่ ยทอดอำรมณ์ ควำมรสู้ กึ ที่ได้รับจำกงำนดนตรที ี่มำจำก ของงำนดนตรจี ำกแต่ละวัฒนธรรม วฒั นธรรมต่ำงกัน สำหรับกำรจดั กำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๘ ชั้น ท่ี รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.๔-๖ 22 ศ ๒.1 ม.4 - 6/8 นำดนตรไี ปประยกุ ต์ใช้ในงำนอื่น ๆ ดนตรีกับกำรผ่อนคลำย ดนตรกี ับกำรพฒั นำมนุษย์ 23 ศ 2.2 ม.4 - 6/1 วเิ ครำะห์รูปแบบของดนตรีไทย ดนตรีกับกำรประชำสัมพนั ธ์ และดนตรสี ำกลในยุคสมัยตำ่ ง ๆ ดนตรีกับกำรบำบัดรักษำ ดนตรีกบั ธรุ กิจ 24 ศ 2.2 ม.4 - 6/2 วิเครำะหส์ ถำนะทำงสังคมของนักดนตรี ดนตรกี ับกำรศึกษำ ในวฒั นธรรมต่ำง ๆ รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทย 25 ศ 2.2 ม.4 - 6/3 เปรียบเทยี บลักษณะเดน่ ของดนตรี แต่ละยุคสมัย ในวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสำกล แต่ละยุคสมัย 26 ศ 2.2 ม.4 - 6/4 อธบิ ำยบทบำทของดนตรี ในกำรสะทอ้ นแนวควำมคิดและ ประวัติสังคีตกวี ค่ำนิยมท่ีเปลยี่ นไปของคนในสังคม ลักษณะเดน่ ของดนตรี 27 ศ 2.2 ม.4 - 6/5 นำเสนอแนวทำงในกำรส่งเสริมและ ในแตล่ ะวัฒนธรรม อนุรกั ษ์ดนตรใี นฐำนะมรดกของชำติ - เคร่อื งดนตรี - วงดนตรี 28 ศ 3.1 ม.4 - 6/1 มที ักษะในกำรแสดงหลำกหลำยรปู แบบ - ภำษำ เนือ้ ร้อง - สำเนียง - องคป์ ระกอบบทเพลง บทบำทดนตรีในกำรสะท้อนสงั คม - คำ่ นยิ มของสังคมในผลงำนดนตรี - ควำมเชอ่ื ของสังคมในงำนดนตรี แนวทำงและวธิ ีกำรในกำรส่งเสริม อนุรักษ์ดนตรีไทย รูปแบบของกำรแสดง - ระบำ รำ ฟ้อน โขน - กำรแสดงพื้นเมืองภำคตำ่ ง ๆ - กำรละครไทย - กำรละครสำกล สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๑๙ ช้ัน ท่ี รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๔-๖ 29 ศ 3.1 ม.4 - 6/2 สรำ้ งสรรค์ละครสน้ั ในรูปแบบทีช่ ื่นชอบ ละครสรำ้ งสรรค์ - ควำมเป็นมำ 30 ศ 3.1 ม.4 - 6/3 ใช้ควำมคิดรเิ รมิ่ ในกำรแสดงนำฏศิลป์ - องคป์ ระกอบของละครสรำ้ งสรรค์ เป็นคแู่ ละหมู่ - ละครพูด 31 ศ 3.1 ม.4 - 6/4 วจิ ำรณก์ ำรแสดงตำมหลักนำฏศิลป์ ละครโศกนำฏกรรม และกำรละคร ละครสขุ นำฏกรรม ละครแนวเหมือนจริง 32 ศ 3.1 ม.4 - 6/5 วิเครำะห์แกน่ ของกำรแสดงนำฏศลิ ป์ ละครแนวไม่เหมือนจริง และกำรละครที่ต้องกำรส่ือควำมหมำย ในกำรแสดง กำรประดิษฐ์ท่ำรำท่ีเปน็ ค่แู ละหมู่ - ควำมหมำย 33 ศ 3.1 ม.4 - 6/6 บรรยำยและวเิ ครำะหอ์ ิทธิพล - ประวตั ิควำมเป็นมำ ของเครื่องแต่งกำย แสง สี เสยี ง - ท่ำทำงทีใ่ ชใ้ นกำรประดษิ ฐท์ ่ำรำ ฉำก อปุ กรณ์ และสถำนท่ีท่ีมีผลตอ่ - เพลงทีใ่ ช้ กำรแสดง หลักกำรสรำ้ งสรรค์และกำรวจิ ำรณ์ 34 ศ 3.1 ม.4 - 6/7 พัฒนำและใช้เกณฑ์กำรประเมิน ในกำรประเมินกำรแสดง หลักกำรชมกำรแสดงนำฏศลิ ป์ และละคร 35 ศ 3.1 ม.4 - 6/8 วิเครำะห์ทำ่ ทำงและกำรเคลอื่ นไหว ของผู้คนในชวี ิตประจำวันและนำมำ ประวตั คิ วำมเปน็ มำของนำฏศลิ ป์ ประยุกตใ์ ชใ้ นกำรแสดง และกำรละคร - ววิ ัฒนำกำร 36 ศ 3.2 ม.4 - 6/1 เปรยี บเทียบกำรนำกำรแสดง - ควำมงำมและคณุ คำ่ ไปใชใ้ นโอกำสตำ่ ง ๆ เทคนคิ กำรจดั กำรแสดง 37 ศ 3.2 ม.4 - 6/2 อภปิ รำยบทบำทของบุคคลสำคญั - แสง สี เสยี ง ในวงกำรนำฏศลิ ป์และกำรละคร - ฉำก ของประเทศไทยในยุคสมยั ต่ำง ๆ - อปุ กรณ์ - สถำนท่ี - เคร่อื งแต่งกำย กำรประเมนิ คณุ ภำพของกำรแสดง - คุณภำพดำ้ นกำรแสดง - คุณภำพองคป์ ระกอบกำรแสดง กำรสร้ำงสรรคผ์ ลงำน - กำรจัดกำรแสดงในวนั สำคญั ของโรงเรียน กำรแสดงนำฏศิลป์ในโอกำสต่ำง ๆ บุคคลสำคัญในวงกำรนำฏศิลป์ และกำรละครของไทยในยุคสมัยต่ำง ๆ สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

๓๒๐ ชัน้ ท่ี รหัสตวั ชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๔-๖ 38 ศ 3.2 ม.4 - 6/3 บรรยำยวิวฒั นำกำรของนำฏศิลป์ ววิ ฒั นำกำรของนำฏศิลป์ และกำรละครไทย ต้งั แต่อดตี จนถึง และกำรละครไทยต้ังแต่อดตี ปจั จบุ นั จนถงึ ปจั จุบัน 39 ศ 3.2 ม.4 - 6/4 นำเสนอแนวคดิ ในกำรอนุรักษ์ กำรอนรุ ักษ์นำฏศลิ ป์ ภมู ิปัญญำทอ้ งถิ่น นำฏศิลป์ไทย รวม ๓๙ ตัวชี้วดั ๒๗ ๑๒ รวมท้ังหมด ๒๗9 ตวั ช้ีวัด 157 122 สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

321 สรุปตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ชัน้ ตวั ช้วี ัดท้ังหมด ตอ้ งรู้ ควรรู้ หมายเหตุ ป.๑ 3 2 1 ป.๒ 3 2 1 ป.๓ 3 3 0 ป.๔ 5 2 3 ป.๕ 6 3 3 ป.๖ 5 4 1 ม.๑ 6 2 4 ม.๒ 6 3 3 ม.๓ 6 4 2 ม.๔ - ๖ 11 4 7 รวม 54 29 25 ข้อมูล ณ วันท่ี 15 สิงหำคม 2559 ยกเลกิ มำตรฐำนกำรเรยี นรูแ้ ละตัวช้ีวัดสำระที่ 2 และสำระท่ี 3 คงเหลอื 2 สำระ คือ สำระที่ 1 กำรดำเนนิ ชีวติ และครอบครัว และสำระท่ี 4 กำรอำชพี และเปลย่ี นช่ือสำระท่ี 4 กำรอำชีพ เปน็ สำระท่ี 2 กำรอำชีพ ตำมคำสั่ง สพฐ. ท่ี 921/2561 ลงวันที่ 3 พฤษภำคม 2561 สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

322 ตัวช้วี ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ การดารงชวี ติ ประกอบด้วย งานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ งานธรุ กิจ และงานอน่ื ๆ แต่ไม่ไดก้ าหนดให้ จดั การเรยี นรู้ครบทั้ง ๕ งาน เป็นการเปิดโอกาสให้เลือกตามความเหมาะสม ในที่น้เี ป็นเพียงตัวอย่างของงาน เทา่ นน้ั ช้ัน ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.๑ ๑ ง ๑.๑ ป.๑/๑ บอกวธิ กี ารทางานเพ่ือช่วยเหลือ ทกั ษะการทางานอย่างกระตือรอื ร้น ตนเอง ตรงเวลา และปลอดภัย เพ่ือชว่ ยเหลอื ตนเอง 2 ง ๑.๑ ป.๑/๒ ใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือ โดยใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมืองา่ ย ๆ งา่ ย ๆ ในการทางานอย่างปลอดภัย ในการดารงชีวติ โดยฝึกปฏบิ ตั ิผ่านงาน เช่น - รดน้าตน้ ไม้ 3 ง ๑.๑ ป.๑/๓ ทางานเพื่อช่วยเหลอื ตนเอง - ประดษิ ฐข์ องเล่นจากวัสดใุ นทอ้ งถน่ิ อยา่ งกระตือรอื ร้นและตรงเวลา - ใชอ้ ุปกรณใ์ นการรับประทานอาหาร - จดั เก็บอปุ กรณก์ ารเรยี นและของใช้ ส่วนตัว - ดแู ลตนเองในการแตง่ กาย รวม 3 ตัวช้ีวัด 21 ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้วี ัดสาระท่ี 2 และสาระที่ 3 คงเหลอื 2 สาระ คือ สาระที่ 1 การดาเนินชีวติ และครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชพี และเปลี่ยนชอ่ื สาระท่ี 4 การอาชีพ เป็นสาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาส่ัง สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวนั ที่ 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

323 ชัน้ ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ 21 ป.๒ ๑ ง ๑.๑ ป.๒/๑ บอกวิธีการและประโยชน์ ทักษะการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ เพื่อชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครัว การทางานเพ่ือช่วยเหลือตนเอง เพอ่ื สร้างลักษณะนสิ ยั ดา้ นความประหยัด ปลอดภัย และสะอาด โดยฝกึ ปฏิบตั ิ และครอบครวั ผ่านงาน เช่น - ปลกู และดแู ลผักสวนครวั 2 ง ๑.๑ ป.๒/๒ ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ - ประดิษฐข์ องเลน่ หรอื ของใชส้ ว่ นตวั ในการทางานอย่างเหมาะสม กบั งานและประหยัด จากวัสดเุ หลือใช้ - ชว่ ยครอบครวั เตรยี มประกอบอาหาร 3 ง ๑.๑ ป.๒/๓ ทางานเพ่ือช่วยเหลอื ตนเองและ และจัดโต๊ะอาหาร ครอบครวั อย่างปลอดภัย - แยกประเภทอุปกรณก์ ารเรียนและ ของใชส้ ่วนตัว รวม 3 ตัวชวี้ ัด ยกเลกิ มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชวี้ ัดสาระท่ี 2 และสาระที่ 3 คงเหลอื 2 สาระ คือ สาระท่ี 1 การดาเนนิ ชีวิตและครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชพี และเปลย่ี นชอ่ื สาระที่ 4 การอาชีพ เป็นสาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาสง่ั สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 สาหรับการจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

324 ช้นั ที่ รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ 3- ป.๓ ๑ ง ๑.๑ ป.๓/๑ อธบิ ายวิธกี ารและประโยชน์ ทกั ษะการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ ให้ตรงกบั ลักษณะงานอยา่ งเป็นข้ันตอน การทางาน เพ่ือช่วยเหลือตนเอง เพอ่ื ช่วยเหลือตนเอง ครอบครวั และ ส่วนรวม โดยคานงึ ถงึ ความสะอาด ครอบครัว และส่วนรวม รอบคอบ และอนุรกั ษส์ ิง่ แวดล้อม โดยฝกึ ปฏบิ ัติผ่านงาน เชน่ 2 ง ๑.๑ ป.๓/๒ ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ - ปลูกและดแู ลไมด้ อกไม้ประดับ ตรงกับลักษณะงาน - บารุงรักษาหรือซ่อมแซมของเล่น 3 ง ๑.๑ ป.๓/๓ ทางานอย่างเป็นขน้ั ตอน หรอื ของใช้ในครอบครวั และส่วนรวม ตามกระบวนการทางาน - ประดิษฐข์ องใช้โดยใชว้ สั ดใุ นท้องถ่นิ ด้วยความสะอาด ความรอบคอบ ในโอกาสต่าง ๆ และอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม - ดแู ล ทาความสะอาด และตกแต่ง หอ้ งเรียนให้สวยงาม - เตรยี มอปุ กรณเ์ คร่ืองใช้ใหต้ รงกบั ลกั ษณะงาน รวม 3 ตัวชี้วัด ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัดสาระที่ 2 และสาระท่ี 3 คงเหลอื 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนินชีวิตและครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชพี และเปลีย่ นชอื่ สาระที่ 4 การอาชีพ เปน็ สาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาสั่ง สพฐ. ท่ี 921/2561 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 สาหรับการจัดการเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

325 ชน้ั ท่ี รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.๔ ๑ ง ๑.๑ ป.๔/๑ อธิบายเหตผุ ลในการทางาน ทักษะการทางานตามขั้นตอนเพ่ือให้บรรลุ ใหบ้ รรลุเป้าหมาย เป้าหมาย โดยคานึงถึงการใช้พลังงานและ 2 ง ๑.๑ ป.๔/๒ ทางานบรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้ ทรัพยากรอย่างประหยดั คุ้มค่า อย่างเป็นข้ันตอนดว้ ยความขยัน อดทน รับผดิ ชอบ และซ่อื สัตย์ โดยฝึกปฏิบัติผา่ นงาน เชน่ - จดั ต้เู สื้อผ้า โตะ๊ เขยี นหนังสือ 3 ง ๑.๑ ป.๔/๓ ปฏบิ ัติตนอยา่ งมีมารยาท และกระเป๋านกั เรยี น ในการทางาน - ขยายพันธุ์พชื - ประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งจากวสั ดุ 4 ง ๑.๑ ป.๔/๔ ใช้พลงั งานและทรัพยากร ธรรมชาตใิ นท้องถิน่ ในการทางานอย่างประหยดั และคุม้ ค่า - ทาบัญชรี ับ-จา่ ยส่วนตวั มารยาทในการทางานกลุ่ม เชน่ - เปน็ ผ้นู า ผู้ตาม - เคารพข้อตกลงรว่ มกัน - รับผดิ ชอบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย คณุ ลักษณะการทางาน เช่น ขยัน อดทน รบั ผิดชอบ และซ่ือสตั ย์ 5 ง 2.๑ ป.๔/๑ อธิบายความหมายและ ความหมายและความสาคัญของอาชีพ ความสาคัญของอาชีพ รวม 5 ตัวชี้วัด 23 ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัดสาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 คงเหลือ 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนินชีวิตและครอบครวั และสาระท่ี 4 การอาชพี และเปลี่ยนชอ่ื สาระท่ี 4 การอาชพี เป็นสาระท่ี 2 การอาชีพ ตามคาสง่ั สพฐ. ท่ี 921/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจัดการเรียนรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

326 ชัน้ ท่ี รหัสตัวชี้วัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.๕ ๑ ง ๑.๑ ป.๕/๑ อธิบายเหตุผลในการทางาน ทักษะการจดั การโดยทางานตามข้ันตอน แต่ละขนั้ ตอนถูกต้อง อย่างเป็นระบบ เป็นเหตเุ ป็นผล สร้างสรรค์ ตามกระบวนการทางาน ประณีต และมจี ติ สานกึ ในการใชพ้ ลงั งาน 2 ง ๑.๑ ป.๕/๒ ใชท้ กั ษะการจดั การในการทางาน และทรัพยากรอย่างประหยดั และคมุ้ ค่า อยา่ งเปน็ ระบบ ประณตี เพ่อื ให้ทางานสาเร็จตามเป้าหมายอยา่ งมี และมีความคดิ สร้างสรรค์ ประสทิ ธิภาพ โดยฝึกปฏิบตั ิผ่านงาน เชน่ 3 ง ๑.๑ ป.๕/๓ ปฏิบัตติ นอย่างมีมารยาท - ซอ่ มแซม ซกั ตาก เก็บ รีด พบั เสือ้ ผา้ ในการทางานกับสมาชิก - วางแผนการจัดจาหน่ายผลผลิต ในครอบครัว ทางการเกษตร หรืองานประดิษฐ์ 4 ง ๑.๑ ป.๕/๔ มีจิตสานกึ ในการใช้พลงั งาน - จดั เกบ็ ข้อมูลรายรบั -รายจา่ ย และทรัพยากรอย่างประหยดั และทาบัญชีครวั เรือน และค้มุ คา่ - ออกแบบผลิตภัณฑจ์ ากวัสดเุ หลอื ใช้ ทมี่ อี ยู่ในท้องถนิ่ การทางานกับสมาชิกในครอบครัวอยา่ งมี มารยาท เช่น การพดู จาสุภาพ การใชข้ อง รว่ มกนั การแบง่ ปนั 5 ง 2.๑ ป.๕/๑ สารวจข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ สารวจข้อมูลและระบุความแตกตา่ งของ ในชมุ ชน อาชีพในชุมชนในเร่ือง ลกั ษณะงาน 6 ง 2.๑ ป.๕/๒ ระบคุ วามแตกต่างของอาชีพ ประเภทกิจการ คา่ ตอบแทน เชน่ รวม 6 ตัวชีว้ ัด - ค้าขาย - เกษตรกรรม - รบั จา้ ง - รับราชการ พนักงานของรัฐ 33 ยกเลกิ มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัดสาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 คงเหลือ 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนินชีวติ และครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชพี และเปลยี่ นชอื่ สาระที่ 4 การอาชพี เปน็ สาระท่ี 2 การอาชีพ ตามคาสง่ั สพฐ. ท่ี 921/2561 ลงวันท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

327 ชั้น ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.๖ ๑ ง ๑.๑ ป.๖/๑ อภิปรายแนวทางในการทางาน วางแผนและปรับปรุงการทางาน และปรบั ปรงุ การทางาน แตล่ ะขั้นตอน โดยใชท้ ักษะการจดั การ แตล่ ะข้นั ตอน และการทางานรว่ มกัน ขณะปฏบิ ตั งิ าน และเม่ือทางานสาเร็จแลว้ โดยฝึกปฏบิ ัติ ผา่ นงาน เชน่ - ปลูกผกั เล้ียงปลาสวยงาม ประกอบอาหาร ประดิษฐ์ของเลน่ 2 ง ๑.๑ ป.๖/๒ ใชท้ ักษะการจัดการในการทางาน ของใช้ ของตกแต่ง เพอื่ การจัดจาหนา่ ย และมที ักษะการทางานรว่ มกัน โดยเลือกตามบรบิ ทของสถานศึกษา 3 ง ๑.๑ ป.๖/๓ ปฏบิ ัตติ นอยา่ งมีมารยาท ในการทางานกับครอบครัว - ทาบัญชรี ายรับ – รายจ่าย และผู้อื่น ทางานกบั สมาชกิ ในครอบครัวและผ้อู ่ืน 4 ง 2.๑ ป.๖/๑ สารวจตนเองเพ่ือวางแผน ในการเลือกอาชีพ อยา่ งมีมารยาท เช่น พูดจาสุภาพ ใช้ของ 5 ง 2.๑ ป.๖/๒ ระบุความรู้ความสามารถ และ ร่วมกนั แบง่ ปัน การใหส้ ิทธ์ิผทู้ ่ีมาก่อน คุณธรรมทสี่ ัมพนั ธ์กับอาชพี ท่ีสนใจ และรอคอยตามลาดบั รวม 5 ตัวชวี้ ัด การสารวจตนเอง เพ่ือวางแผนในการ เลอื กอาชพี โดยคานึงถงึ คุณธรรม ความรู้ ความสามารถ ความสนใจ และ บุคลิกภาพที่สัมพันธ์กับอาชีพ ท่ีสนใจ คณุ ธรรมในการประกอบอาชีพ เชน่ - ความซอื่ สัตย์ - ความขยนั อดทน - ความยตุ ิธรรม - ความรบั ผดิ ชอบ 41 ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัดสาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 คงเหลือ 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนินชีวิตและครอบครวั และสาระท่ี 4 การอาชพี และเปลย่ี นชอื่ สาระท่ี 4 การอาชพี เปน็ สาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาสง่ั สพฐ. ท่ี 921/2561 ลงวันท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

328 ชนั้ ท่ี รหัสตัวชี้วดั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๑ ๑ ง ๑.๑ ม.๑/๑ วเิ คราะหข์ ้ันตอนการทางาน 24 ตามกระบวนการทางาน ทกั ษะกระบวนการทางานและการทางาน 2 ง ๑.๑ ม.๑/๒ ใช้กระบวนการกลุ่มในการทางาน รว่ มกนั (กาหนดบทบาทหนา้ ทส่ี มาชกิ กลุม่ 3 ง ๑.๑ ม.๑/๓ ดว้ ยความเสยี สละ กาหนดเป้าหมาย วางแผน แบ่งงาน ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาการทางาน ตามความสามารถ ปฏิบตั ติ ามบทบาท 4 ง 2.๑ ม.๑/๑ อย่างมีเหตุผล หนา้ ที่ ประเมินผล และปรับปรุงงาน) 5 ง 2.๑ ม.๑/๒ ภายใตค้ วามเสยี สละและการตดั สนิ ใจ 6 ง 2.๑ ม.1/๓ อธิบายแนวทางการเลือกอาชีพ แก้ปญั หาอย่างมีเหตุผล ตามขั้นตอน มีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อการประกอบอาชีพ การทางาน โดยฝึกปฏบิ ัติผ่านงาน เช่น เหน็ ความสาคญั ของการสร้าง - เตรยี ม ประกอบ จดั ตกแต่ง และ อาชพี บรกิ ารอาหาร รวม 6 ตัวช้ีวัด - แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร - ประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแตง่ จากวัสดุ ในท้องถน่ิ แนวทางการเลือกอาชีพ หรอื การสรา้ ง อาชพี โดยคานึงถงึ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชพี เช่น เห็นความสาคญั ของอาชีพสจุ รติ และ อาชพี ในชุมชน ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชีว้ ดั สาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 คงเหลอื 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนนิ ชีวิตและครอบครัว และสาระท่ี 4 การอาชพี และเปลยี่ นชอ่ื สาระท่ี 4 การอาชพี เปน็ สาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาส่งั สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

329 ช้นั ที่ รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๒ ๑ ง ๑.๑ ม.๒/๑ ใช้ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการแสวงหาความรู้ (การศกึ ษา เพ่อื พฒั นาการทางาน ค้นคว้า รวบรวม สังเกต สารวจ และ บนั ทึก) และทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา 2 ง ๑.๑ ม.๒/๒ ใช้ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา โดยมจี ติ สานกึ ในการทางานและใช้ ในการทางาน ทรัพยากรอยา่ งประหยดั และคุ้มค่า 3 ง ๑.๑ ม.๒/๓ มจี ิตสานกึ ในการทางานและใช้ ทรพั ยากรในการปฏิบตั ิงาน เพือ่ ใช้ในการพัฒนาการทางาน อย่างประหยัดและคมุ้ ค่า ฝกึ ปฏิบัติผ่านงาน หรือโครงงานอาชพี เชน่ - งานชา่ ง (งานไม้ งานชา่ งยนต์ งานไฟฟ้า และงานอืน่ ๆ) - งานบา้ น (อาหาร เสอื้ ผา้ การดูแลบ้าน - งานประดษิ ฐ์ - งานเกษตร - งานธุรกิจ (ออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ ตราสัญลักษณ์ ประชาสัมพันธ)์ หมายเหตุ ควรส่งเสรมิ เอกลักษณ์ไทย ตามความเหมาะสม 4 ง 2.๑ ม.๒/๑ อธิบายการเสริมสรา้ ง การเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ โดยการเสริมสร้าง ประสบการณ์อาชีพ ประสบการณ์อาชีพและทักษะพ้นื ฐาน 5 ง 2.๑ ม.๒/๒ ระบุการเตรียมตวั เข้าสอู่ าชีพ ทจ่ี าเป็นสาหรบั การประกอบอาชพี ท่ีสนใจ 6 ง 2.๑ ม.๒/๓ มีทกั ษะพื้นฐานท่จี าเป็น สาหรบั การประกอบอาชีพ ทักษะและประสบการณท์ ี่จาเป็น ที่สนใจ ในการประกอบอาชีพ เช่น - ทกั ษะกระบวนการทางาน - ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา - ทกั ษะการทางานร่วมกนั - ทักษะการแสวงหาความรู้ - ทกั ษะการจดั การ รวม 6 ตัวชีว้ ัด 33 ยกเลกิ มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ดั สาระที่ 2 และสาระที่ 3 คงเหลือ 2 สาระ คือ สาระท่ี 1 การดาเนินชีวติ และครอบครัว และสาระท่ี 4 การอาชพี และเปล่ียนชอ่ื สาระที่ 4 การอาชีพ เปน็ สาระท่ี 2 การอาชีพ ตามคาสัง่ สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรับการจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

330 ชนั้ ที่ รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ม.๓ ๑ ง ๑.๑ ม.๓/๑ อภิปรายข้นั ตอนการทางาน ข้นั ตอนการทางานที่มีประสิทธิภาพ ที่มปี ระสิทธภิ าพ โดยใชท้ ักษะการทางานร่วมกันอย่างมี คุณธรรม และใชท้ ักษะการจัดการท่ีคานึงถึง การประหยดั พลงั งาน ทรัพยากร และ สิ่งแวดลอ้ ม โดยฝึกปฏบิ ัติผา่ นงาน เชน่ 2 ง ๑.๑ ม.๓/๒ ใชท้ กั ษะในการทางานรว่ มกนั - งานชา่ ง (งานไม้ งานชา่ งยนต์ งานไฟฟ้า อย่างมีคุณธรรม และงานอนื่ ๆ) 3 ง ๑.๑ ม.๓/๓ อภิปรายการทางาน โดยใช้ทักษะการจัดการ - งานบา้ น (อาหาร เสื้อผ้า การดูแลบา้ น) เพือ่ การประหยดั พลงั งาน ทรัพยากร และสิง่ แวดลอ้ ม - งานประดษิ ฐ์ - งานเกษตร - งานธรุ กิจ (การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ การจดั จาหนา่ ย) 4 ง 2.๑ ม.๓/๑ อภปิ รายการหางาน วเิ คราะห์แนวทางการหางานเพ่ือเข้าสู่อาชีพ ดว้ ยวิธที ่ีหลากหลาย ดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลายและประเมนิ ทางเลือกในการประกอบอาชีพ 5 ง 2.๑ ม.๓/๒ วเิ คราะห์แนวทางเขา้ สู่อาชพี (แนวทางการประเมิน รูปแบบการประเมิน เกณฑ์การประเมิน) ทสี่ อดคล้องกับ 6 ง 2.๑ ม.๓/๓ ประเมินทางเลือก ความรู้ ความถนัด ความสนใจ และ ในการประกอบอาชีพ บุคลกิ ภาพของตนเอง ท่ีสอดคล้องกับความรู้ ความถนัดและความสนใจ 4 2 ของตนเอง รวม 6 ตัวชี้วัด ยกเลกิ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั สาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 คงเหลือ 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนนิ ชีวติ และครอบครวั และสาระที่ 4 การอาชพี และเปลี่ยนชอื่ สาระที่ 4 การอาชพี เปน็ สาระที่ 2 การอาชีพ ตามคาสงั่ สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจดั การเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

331 ชน้ั ท่ี รหัสตวั ช้ีวัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ม.๔-๖ ๑ ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๑ อธบิ ายวธิ กี ารทางาน วธิ กี ารทางานอยา่ งมีคุณธรรม และ เพอื่ การดารงชีวติ มีลกั ษณะนิสยั การทางาน โดยใช้ 2 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๒ สร้างผลงานอยา่ งมีความคิด ทักษะการจดั การในการทางาน ทักษะ สร้างสรรค์และมีทักษะ กระบวนการแก้ปัญหาในการทางาน การทางานร่วมกนั ทกั ษะในการแสวงหาความรู้ 3 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๓ มีทกั ษะการจดั การในการทางาน เพ่ือการดารงชีวิต และสรา้ งผลงาน อยา่ งมีความคดิ สรา้ งสรรค์ 4 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๔ มีทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา (ความคิดริเริ่ม ความคล่องในการคิด ในการทางาน ความยืดหยนุ่ ในการคิด และความคดิ ละเอยี ดลออ) คานงึ ถงึ การใช้พลงั งาน 5 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๕ มที ักษะในการแสวงหาความรู้ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างคมุ้ ค่า เพอื่ การดารงชีวิต ยง่ั ยนื โดยฝกึ ปฏบิ ตั ิผ่านงานหรือ โครงงานอาชีพ เช่น 6 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๖ มีคณุ ธรรมและลักษณะนสิ ัย - งานช่าง (งานไม้ งานไฟฟ้า ช่างยนต์ ในการทางาน หรืองานอนื่ ) 7 ง ๑.๑ ม.๔ - ๖/๗ ใช้พลงั งาน ทรัพยากร - งานบา้ น (อาหาร เส้ือผา้ การดแู ลบ้าน) ในการทางานอย่างคุม้ ค่า - งานประดิษฐ์ และยั่งยนื เพื่อการอนรุ ักษ์ - งานเกษตร ส่งิ แวดลอ้ ม - งานธรุ กิจ (การตลาด การจัดการ การโรงแรม การท่องเท่ยี ว) 8 ง 2.๑ ม.๔ - ๖/๑ อภปิ รายแนวทางสอู่ าชีพที่สนใจ แนวทางเขา้ สู่อาชีพ - ขอบเขตลกั ษณะงานของแต่ละกลุม่ อาชพี 9 ง 2.๑ ม.๔ - ๖/2 เลือกและใช้เทคโนโลยี - คณุ ลกั ษณะเฉพาะของอาชีพ อยา่ งเหมาะสมกบั อาชีพ - ลกั ษณะความมั่นคงและ ความกา้ วหน้า ของอาชีพ 10 ง 2.๑ ม.๔ - ๖/3 มีประสบการณ์ในอาชพี ที่ถนัด - การเตรียมตวั เข้าส่โู ลกอาชีพ และสนใจ (การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ การทาแฟ้ม สะสมผลงาน การเตรยี มทกั ษะ 11 ง 2.๑ ม.๔ - ๖/๔ มีคุณลกั ษณะท่ีดตี ่ออาชีพ ภาษาทจ่ี าเปน็ ของอาชพี ทสี่ นใจ การใช้เทคโนโลยที เี่ หมาะกับอาชพี ) - จาลองสถานการณอ์ าชีพหรอื กจิ กรรมอาชีพที่สนใจ คณุ ลกั ษณะทีด่ ีของผูป้ ระกอบอาชีพ - ความรบั ผดิ ชอบ - ซอ่ื สตั ย์ - ขยัน - อดทน - ตรงเวลา รวม 11 ตัวชี้วัด 47 รวมทั้งหมด 54 ตัวชี้วดั 29 25 ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวดั สาระที่ 2 และสาระที่ 3 คงเหลอื 2 สาระ คอื สาระท่ี 1 การดาเนนิ ชีวติ และครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชพี และเปล่ยี นชอ่ื สาระท่ี 4 การอาชีพ เปน็ สาระท่ี 2 การอาชีพ ตามคาส่งั สพฐ. ที่ 921/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2561 สาหรบั การจัดการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2564 ภายใตส้ ถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)

332 สรุปตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ช้นั ตวั ชวี้ ดั ทั้งหมด ต้องรู้ ควรรู้ หมายเหตุ ป.๑ 16 9 7 ป.๒ 16 ๙ 7 ป.๓ 18 13 5 ป.๔ 20 17 3 ป.๕ 20 19 1 ป.๖ 20 19 1 ม.๑ 20 19 1 ม.๒ 21 19 2 ม.๓ 21 19 2 ม.๔ - ๖ 21 17 4 รวม 193 1๖๐ 33 ข้อมลู ณ วนั ท่ี 15 สิงหำคม 2559 สำหรับกำรจดั กำรเรยี นรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

333 ตวั ช้ีวดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลางตอ้ งรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ช้นั ท่ี รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.1 1 ต 1.1 ป.1/1 ปฏิบตั ติ ำมคำส่งั ง่ำย ๆ ทฟี่ งั คำสัง่ ทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรียน เช่น Stand up./ Sit down./Listen./Repeat./Quiet!/ Stop! etc. 2 ต 1.1 ป.1/2 ระบุตวั อักษรและเสยี ง อ่ำนออกเสียง ตัวอกั ษร (letter names) เสยี งตวั อกั ษร และสะกดคำง่ำยๆ ถกู ตอ้ ง ตำมหลักกำรอ่ำน (letter sounds) และสระ (vowel sounds) และกำรสะกดคำ หลักกำรอำ่ นออกเสียง เชน่ - กำรออกเสียงพยัญชนะต้นคำ 3 ต 1.1 ป.1/3 เลอื กภำพตรงตำมควำมหมำยของคำ คำ กลุ่มคำ และควำมหมำยเกยี่ วกับตนเอง และกลุม่ คำที่ฟงั ครอบครวั โรงเรียน สง่ิ แวดลอ้ มใกลต้ ัว อำหำร เคร่อื งดมื่ และนันทนำกำร ภำยในวงคำศัพทป์ ระมำณ ๑๕๐ - ๒๐๐ คำ (คำศัพท์ที่เปน็ รปู ธรรม) 4 ต 1.1 ป.1/4 ตอบคำถำมจำกกำรฟังเร่ืองใกล้ตัว บทอำ่ นเกีย่ วกบั เรือ่ งใกล้ตัวหรอื นิทำน ทม่ี ภี ำพประกอบ ประโยคคำถำมและคำตอบ - Yes/No Question เช่น Is it a/an..? Yes, it is./ No, it is not. etc. - Wh-Question เชน่ What is it? It is a/an... etc. 5 ต 1.2 ป.1/1 พดู โต้ตอบดว้ ยคำสนั้ ๆ ง่ำย ๆ บทสนทนำทใ่ี ช้ในกำรทักทำย กล่ำวลำ ในกำรสอ่ื สำรระหวำ่ งบุคคล ตำมแบบท่ีฟงั ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ขอ้ ควำม 6 ต 1.2 ป.1/2 ใช้คำส่งั ง่ำย ๆ ตำมแบบท่ีฟัง ท่ีใชแ้ นะนำตนเอง เชน่ Hi/Hello/ 7 ต 1.2 ป.1/3 บอกควำมตอ้ งกำรง่ำย ๆ ของตนเอง Good morning/Good afternoon/ ตำมแบบท่ีฟงั Good evening/I am…/Goodbye./ Bye./Thank you./I am sorry. How are you?/I am fine. etc. คำส่งั ที่ใช้ในห้องเรยี น คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคทีใ่ ช้ บอกควำมตอ้ งกำร เช่น I want…/Please,… etc. สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

334 ช้นั ที่ รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.1 8 ต 1.2 ป.1/4 พูดขอและให้ข้อมูลงำ่ ย ๆ เก่ียวกบั คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยค ตนเองตำมแบบท่ีฟงั ทใี่ ช้ขอและให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง เชน่ What’s your name?/My name is…/ I am… etc. 9 ต 1.3 ป.1/1 พูดให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง คำและประโยคท่ีใชใ้ นกำรพูดใหข้ ้อมูล และเรอ่ื งใกลต้ ัว เก่ยี วกบั ตนเอง บคุ คลใกลต้ ัว และเรอ่ื ง ใกลต้ ัว เช่น บอกชื่อ อำยุ รูปรำ่ ง ส่วนสูง สิง่ ต่ำง ๆ จำนวน ๑ - ๒๐ สี ขนำด ตำแหนง่ ของสงิ่ ของ 10 ต 2.1 ป.1/1 พดู และทำท่ำประกอบ วฒั นธรรมของเจ้ำของภำษำ เชน่ ตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ กำรใช้สหี น้ำทำ่ ทำงประกอบกำรพูด ขณะแนะนำตนเอง กำรสมั ผัสมือ กำรโบกมือ กำรแสดงอำกำรตอบรบั หรือปฏเิ สธ 11 ต 2.1 ป.1/2 บอกชื่อและคำศพั ทเ์ กย่ี วกบั คำศัพท์เกีย่ วกับเทศกำลสำคญั ของ เทศกำลสำคญั ของเจ้ำของภำษำ เจ้ำของภำษำ เช่น วนั ครสิ ต์มำส 12 ต 2.1 ป.1/3 เขำ้ รว่ มกิจกรรมทำงภำษำและ วฒั นธรรมที่เหมำะกับวัย วันข้นึ ปใี หม่ 13 ต 2.2 ป.1/1 ระบตุ ัวอักษรและเสียงตวั อกั ษรของ กิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม เช่น ภำษำต่ำงประเทศและภำษำไทย กำรเล่นเกม กำรร้องเพลง กำรเล่ำนิทำน 14 ต 3.1 ป.1/1 บอกคำศัพท์ทเ่ี กย่ี วข้องกับกลุ่มสำระ กำรเรียนรู้อืน่ ประกอบท่ำทำง วนั คริสต์มำส วันข้ึนปใี หม่ 15 ต 4.1 ป.1/1 ฟัง/พูดในสถำนกำรณง์ ำ่ ย ๆ ตัวอกั ษรและเสยี งตัวอักษรของ ทีเ่ กดิ ข้นึ ในห้องเรียน ภำษำตำ่ งประเทศและภำษำไทย 16 ต 4.2 ป.1/1 ใช้ภำษำตำ่ งประเทศเพ่ือรวบรวม คำศัพท์ทเ่ี กีย่ วขอ้ งใกลต้ วั คำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกบั กลุม่ สำระ รวม 16 ตัวช้ีวัด กำรเรยี นรูอ้ ืน่ กำรใชภ้ ำษำในกำรฟัง/พดู ในสถำนกำรณ์ ง่ำย ๆ ทเ่ี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น กำรใช้ภำษำตำ่ งประเทศในกำรรวบรวม คำศัพท์ท่เี ก่ยี วข้องใกล้ตัวจำกส่ือต่ำง ๆ 97 สำหรบั กำรจัดกำรเรยี นรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณ์แพร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

335 ชน้ั ที่ รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.2 1 ต 1.1 ป.2/1 ปฏบิ ัติตำมคำส่ัง และคำขอร้อง คำส่งั และคำขอร้องท่ใี ชใ้ นหอ้ งเรยี น ง่ำย ๆ ท่ีฟงั - คำสง่ั เชน่ Show me a/an.../ Open your book.. Don’t talk in class. etc. - คำขอรอ้ ง เชน่ Please come here./ Come here, please. Don’t make a loud noise, please./ Please don’t make a loud noise. etc. 2 ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ ัวอักษรและเสียง ตวั อักษร เสยี งตัวอักษรและสระ กำรสะกดคำ อ่ำนออกเสียงคำ สะกดคำ และอำ่ นประโยคงำ่ ย ๆ ถกู ตอ้ ง และประโยค ตำมหลักกำรอ่ำน หลักกำรอ่ำนออกเสยี ง เช่น - กำรออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยญั ชนะ ทำ้ ยคำ - กำรออกเสยี งเนน้ หนัก-เบำในคำ 3 ต 1.1 ป.2/3 เลือกภำพตรงตำมควำมหมำย คำ กลุ่มคำ ประโยคเด่ยี ว (simple sentence) ของคำ กลุ่มคำ และประโยคที่ฟัง และควำมหมำยเกีย่ วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกลต้ วั อำหำร เคร่ืองด่ืม และนนั ทนำกำร เป็นวงคำศัพทส์ ะสมประมำณ ๒๕๐ - ๓๐๐ คำ (คำศัพทท์ ี่เป็นรปู ธรรม) 4 ต 1.1 ป.2/4 ตอบคำถำมจำกกำรฟังประโยค ประโยค บทสนทนำ หรือนิทำนที่มภี ำพประกอบ บทสนทนำ หรือนิทำนง่ำย ๆ ท่มี ภี ำพประกอบ ประโยคคำถำมและคำตอบ - Yes/No Question เชน่ Is this/that a/an..? Yes, it is./No, it isn’t. etc. - Wh-Question เช่น What is this/that/it? This/that/It is a/an… How many…? There is/are… Where is the…? It is in/on/under… etc. สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

336 ช้ัน ท่ี รหัสตัวชี้วัด ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.2 5 ต 1.2 ป.2/1 พดู โต้ตอบด้วยคำสน้ั ๆ ง่ำย ๆ บทสนทนำทีใ่ ช้ในกำรทกั ทำย กล่ำวลำ ในกำรส่ือสำรระหวำ่ งบุคคล ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ขอ้ ควำมทีใ่ ช้ ตำมแบบที่ฟัง แนะนำตนเอง เช่น Hi/Hello/Good morning/ Good afternoon/Good evening/ How are you?/I am fine. /I am…/ Goodbye./Bye./Thank you./I am sorry. etc. 6 ต 1.2 ป.2/2 ใช้คำส่ังและคำขอร้องงำ่ ย ๆ คำสัง่ และคำขอร้องท่ใี ช้ในห้องเรยี น ตำมแบบท่ีฟัง 7 ต 1.2 ป.2/3 บอกควำมตอ้ งกำรง่ำย ๆ คำศพั ท์ สำนวนภำษำ และประโยคท่ใี ชบ้ อก ของตนเองตำมแบบทฟ่ี งั ควำมตอ้ งกำร เชน่ I want…/Please,… etc. 8 ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและให้ข้อมลู ง่ำย ๆ คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคท่ีใช้ขอ เกย่ี วกับตนเองตำมแบบที่ฟงั และให้ข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เช่น What’s your name?/My name is…/I am… etc. 9 ต 1.3 ป.2/1 พดู ใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง คำและประโยคที่ใช้ในกำรพูดใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับ และเรอ่ื งใกลต้ ัว ตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกลต้ วั เช่น บอกชอื่ อำยุ รปู ร่ำง ส่วนสงู สง่ิ ตำ่ ง ๆ จำนวน ๑ - ๓๐ สี ขนำด ตำแหนง่ ของสง่ิ ของ 10 ต 2.1 ป.2/1 พูดและทำท่ำประกอบ วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ เช่น กำรใช้สีหน้ำ ตำมวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ ท่ำทำงประกอบกำรพูดขณะแนะนำตนเอง กำรสมั ผัสมอื กำรโบกมือ กำรแสดงอำกำร ตอบรบั หรอื ปฏเิ สธ 11 ต 2.1 ป.2/2 บอกชื่อและคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั คำศัพท์เก่ยี วกับเทศกำลสำคัญของเจ้ำของภำษำ เทศกำลสำคญั ของเจ้ำของภำษำ เช่น วันคริสต์มำส วนั ขน้ึ ปใี หม่ 12 ต 2.1 ป.2/3 เข้ำรว่ มกจิ กรรมทำงภำษำ กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรม เช่น และวัฒนธรรมทเ่ี หมำะกบั วยั กำรเล่นเกม กำรรอ้ งเพลง กำรเลำ่ นิทำน ประกอบทำ่ ทำง วนั ครสิ ต์มำส วนั ขน้ึ ปีใหม่ 13 ต 2.2 ป.2/1 ระบตุ ัวอกั ษรและเสียงตัวอักษร ตวั อกั ษรและเสียงตัวอักษรของ ของภำษำตำ่ งประเทศและ ภำษำต่ำงประเทศและภำษำไทย ภำษำไทย 14 ต 3.1 ป.2/1 บอกคำศัพท์ทีเ่ ก่ยี วข้องกบั กลุม่ สำระ คำศพั ทท์ เี่ กี่ยวขอ้ งกับกลุม่ สำระกำรเรียนรู้อ่ืน กำรเรียนร้อู น่ื 15 ต 4.1 ป.2/1 ฟงั /พูดในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ กำรใชภ้ ำษำในกำรฟัง/พูดในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ ท่ีเกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น ทีเ่ กิดขึน้ ในห้องเรียน 16 ต 4.2 ป.2/1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศเพอื่ รวบรวม กำรใช้ภำษำต่ำงประเทศในกำรรวบรวมคำศัพท์ คำศัพทท์ ีเ่ ก่ียวข้องใกลต้ ัว ท่ีเกีย่ วข้องใกล้ตวั จำกสอื่ ต่ำง ๆ รวม 16 ตัวช้วี ัด 97 สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

337 ชั้น ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.3 1 ต 1.1 ป.3/1 ปฏิบตั ติ ำมคำสงั่ และคำขอร้อง คำส่งั และคำขอร้องที่ใชใ้ นห้องเรยี น ทฟ่ี งั หรืออ่ำน - คำสั่ง เช่น Give me a/an.../Draw and color the picture./Put a/an…in/on/ under a/an…/Don’t eat in class. etc. - คำขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./Don’t make a loud noise, please./Please don’t make a loud noise./Can you help me, please? etc. 2 ต 1.1 ป.3/2 อ่ำนออกเสียงคำ สะกดคำ คำ กลมุ่ คำ ประโยคเดย่ี ว และบทพูดเขำ้ จังหวะ อำ่ นกล่มุ คำ ประโยค และบทพูด เขำ้ จังหวะ (chant) ง่ำย ๆ และกำรสะกดคำ ถกู ต้องตำมหลักกำรอ่ำน หลักกำรอ่ำนออกเสียง เช่น 3 ต 1.1 ป.3/3 เลือก/ระบภุ ำพหรือสัญลกั ษณ์ ตรงตำมควำมหมำยของกลุ่มคำ - กำรออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยญั ชนะ และประโยคที่ฟงั ทำ้ ยคำ 4 ต 1.1 ป.3/4 ตอบคำถำมจำกกำรฟังหรืออ่ำน ประโยค บทสนทนำ หรอื นิทำน - กำรออกเสยี งเน้นหนัก-เบำในคำและกลุ่มคำ งำ่ ย ๆ กล่มุ คำ ประโยคเดย่ี ว สัญลกั ษณ์ และควำมหมำย เกย่ี วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรียน ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตวั อำหำร เครือ่ งดมื่ และนนั ทนำกำร เป็นวงคำศัพทส์ ะสมประมำณ ๓๕๐ - ๔๕๐ คำ (คำศัพทท์ เ่ี ป็นรปู ธรรม) ประโยค บทสนทนำ หรือนิทำนที่มีภำพประกอบ ประโยคคำถำมและคำตอบ - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ No,…isn’t/aren’t/can’t. etc. - Wh-Question เชน่ What is this/that/it? This/that/It is a/an… How many…? There is/are… Where is/are…? It is in/on/under… They are etc. สำหรบั กำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

338 ช้ัน ท่ี รหสั ตัวชี้วัด ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.3 5 ต 1.2 ป.3/1 พูดโตต้ อบด้วยคำสั้น ๆ งำ่ ย ๆ บทสนทนำท่ใี ชใ้ นกำรทกั ทำย กลำ่ วลำ ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ขอ้ ควำม ในกำรส่อื สำรระหวำ่ งบคุ คล ที่ใชแ้ นะนำตนเอง เชน่ Hi/Hello/ Good morning /Good afternoon/ ตำมแบบที่ฟัง Good evening/I am sorry. How are you? I’m fine. Thank you. And you?/ 6 ต 1.2 ป.3/2 ใช้คำส่ังและคำขอร้องงำ่ ย ๆ Nice to see you./Nice to see you too./ ตำมแบบที่ฟงั Goodbye./Bye./See you soon/later./ Thanks./Thank you./Thank you very 7 ต 1.2 ป.3/3 บอกควำมตอ้ งกำรง่ำย ๆ much./You’re welcome. etc. ของตนเองตำมแบบท่ีฟัง คำสงั่ และคำขอร้องท่ีใชใ้ นห้องเรยี น 8 ต 1.2 ป.3/4 พูดขอและให้ข้อมูลง่ำย ๆ เก่ียวกับ ตนเองและเพ่ือนตำมแบบท่ีฟัง คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคที่ใชบ้ อก ควำมต้องกำร เช่น Please,…/May I go out?/ 9 ต 1.2 ป.3/5 บอกควำมรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับ May I come in? etc. สิง่ ต่ำง ๆ ใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมตำ่ ง ๆ ตำมแบบที่ฟัง คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคท่ีใช้ขอ และใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเองและเพ่ือน เชน่ 10 ต 1.3 ป.3/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง What’s your name? My name is… และเรื่องใกล้ตวั What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is a/an…/ There are… Who is…? He /She is… etc. คำและประโยคท่ใี ชแ้ สดงควำมร้สู ึก เชน่ ดใี จ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ เช่น Yeah!/Great!/ Cool!/I’m happy./I like cats./ I don’t like snakes. etc. คำและประโยคท่ใี ชใ้ นกำรพูดใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับ ตนเอง บคุ คลใกลต้ วั และเร่ืองใกลต้ ัว เชน่ บอกชอื่ อำยุ รูปร่ำง ส่วนสงู สิง่ ตำ่ ง ๆ จำนวน ๑ - ๕๐ สี ขนำด ตำแหนง่ ของส่ิงของ สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

339 ชั้น ท่ี รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.3 11 ต 1.3 ป.3/2 จัดหมวดหมู่คำตำมประเภทของ คำ กล่มุ คำที่มีควำมหมำยเกี่ยวกบั บุคคล สัตว์ บุคคล สัตว์ และสงิ่ ของตำมที่ฟงั และส่งิ ของ เช่น กำรระบุ/เช่ือมโยง หรืออ่ำน ควำมสัมพนั ธข์ องภำพกบั คำหรอื กลมุ่ คำ โดยใชภ้ ำพ แผนภมู ิ แผนภำพ แผนผงั 12 ต 2.1 ป.3/1 พดู และทำท่ำประกอบตำมมำรยำท มำรยำทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ สังคม/วัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ เช่น กำรขอบคณุ ขอโทษ กำรใชส้ ีหนำ้ ท่ำทำง ประกอบกำรพูดขณะแนะนำตนเอง กำรสัมผัสมือ กำรโบกมือ กำรแสดงอำกำรตอบรับหรือปฏเิ สธ 13 ต 2.1 ป.3/2 บอกชื่อและคำศัพทง์ ่ำย ๆ เกย่ี วกบั คำศัพทเ์ กย่ี วกบั เทศกำล/วนั สำคญั /งำนฉลอง เทศกำล/วันสำคญั /งำนฉลอง และ และชวี ติ ควำมเปน็ อยู่ของเจำ้ ของภำษำ ชวี ิตควำมเปน็ อยู่ของเจำ้ ของภำษำ เชน่ วนั คริสต์มำส วันข้ึนปีใหม่ เครือ่ งแต่งกำย อำหำร เคร่ืองดื่ม 14 ต 2.1 ป.3/3 เข้ำร่วมกจิ กรรมทำงภำษำ กจิ กรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม เชน่ และวฒั นธรรมที่เหมำะกบั วยั กำรเลน่ เกม กำรร้องเพลง กำรเล่ำนทิ ำน ประกอบท่ำทำง วนั คริสต์มำส วันขึ้นปใี หม่ 15 ต 2.2 ป.3/1 บอกควำมแตกต่ำงของเสยี งตัวอักษร ควำมแตกตำ่ งของเสยี งตวั อักษร คำ กลุ่มคำ คำ กล่มุ คำ และประโยคง่ำย ๆ และประโยคของภำษำต่ำงประเทศ ของภำษำต่ำงประเทศและภำษำไทย และภำษำไทย 16 ต 3.1 ป.3/1 บอกคำศัพท์ท่ีเกย่ี วข้องกบั กลุ่มสำระ คำศัพทท์ ่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อน่ื กำรเรยี นรอู้ ื่น 17 ต 4.1 ป.3/1 ฟัง/พูดในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ กำรใชภ้ ำษำในกำรฟัง/พูดในสถำนกำรณง์ ่ำย ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น ทีเ่ กิดข้ึนในห้องเรยี น 18 ต 4.2 ป.3/1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศเพื่อรวบรวม กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรรวบรวมคำศัพท์ คำศัพทท์ เี่ กย่ี วข้องใกลต้ ัว ที่เก่ียวข้องใกล้ตวั จำกสอื่ ตำ่ ง ๆ รวม 18 ตัวช้ีวดั 13 5 สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

340 ชนั้ ท่ี รหัสตัวชี้วดั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.4 1 ต 1.1 ป.4/1 ปฏิบัตติ ำมคำสั่ง คำขอร้อง และ คำสัง่ และคำขอร้องทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรยี น คำแนะนำ (instructions) ง่ำย ๆ และคำแนะนำในกำรเล่นเกม กำรวำดภำพ ท่ฟี งั หรืออ่ำน หรอื กำรทำอำหำรและเครื่องดมื่ - คำส่ัง เช่น Look at the…/here/over there./Say it again./Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำขอรอ้ ง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./Can you help me, please? etc. - คำแนะนำ เชน่ You should read everyday./Think before you speak./ - คำศัพทท์ ่ีใชใ้ นกำรเล่นเกม Start./ My turn./Your turn./Roll the dice./ Count the number./Finish./ - คำบอกลำดับขั้นตอน First,... Second,… Then,… Finally,... etc. 2 ต 1.1 ป.4/2 อำ่ นออกเสยี งคำ สะกดคำ คำ กลุม่ คำ ประโยค ข้อควำม บทพดู เข้ำจงั หวะ อ่ำนกลมุ่ คำ ประโยค ข้อควำมงำ่ ย ๆ และบทพูดเขำ้ จงั หวะถกู ตอ้ ง และกำรสะกดคำ ตำมหลักกำรอ่ำน กำรใช้พจนำนกุ รม 3 ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบภุ ำพหรอื สัญลักษณ์ หรือเครอื่ งหมำยตรงตำมควำมหมำย หลักกำรอำ่ นออกเสยี ง เชน่ ของประโยคและข้อควำมส้นั ๆ ทฟ่ี ังหรืออ่ำน - กำรออกเสยี งพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะ ท้ำยคำ - กำรออกเสยี งเน้นหนัก-เบำ ในคำและกลุ่มคำ - กำรออกเสียงตำมระดับเสียงสงู -ต่ำในประโยค กลุม่ คำ ประโยคเดย่ี ว สญั ลกั ษณ์ เคร่ืองหมำย และควำมหมำยเกย่ี วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่งิ แวดลอ้ ม อำหำร เครอื่ งดื่ม เวลำวำ่ งและนันทนำกำร สขุ ภำพและสวสั ดิกำร กำรซ้ือ-ขำย และลมฟำ้ อำกำศ เป็นวงคำศัพท์ สะสมประมำณ ๕๕๐ - ๗๐๐ คำ (คำศัพท์ท่เี ปน็ รูปธรรมและนำมธรรม) สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

341 ชน้ั ที่ รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.4 4 ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถำมจำกกำรฟังและอ่ำน ประโยค บทสนทนำ นทิ ำนทีม่ ภี ำพประกอบ ประโยค บทสนทนำ และนิทำน คำถำมเกีย่ วกับใจควำมสำคัญของเร่ือง เชน่ งำ่ ย ๆ ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? …is/am/are… etc. - Or-Question เชน่ Is this/it a/an…...or a/an…? It is a/an… etc. 5 ต 1.2 ป.4/1 พดู /เขียนโตต้ อบในกำรสือ่ สำร บทสนทนำทใี่ ช้ในกำรทกั ทำย กลำ่ วลำ ระหวำ่ งบุคคล ขอบคุณ ขอโทษ กำรพดู แทรกอย่ำงสุภำพ ประโยค/ข้อควำมทใี่ ช้แนะนำตนเอง เพ่ือน และบคุ คลใกลต้ ัว และสำนวนกำรตอบรับ เชน่ Hi/Hello/Good morning/ Good afternoon/Good evening/I am sorry./ How are you?/I’m fine. Thank you. And you?/Hello. I am…/Hello,…I am… This is my sister. Her name is… Hello,…/Nice to see you. Nice to see you too./Goodbye./Bye./ See you soon/later./Thanks./ Thank you./Thank you very much./ You’re welcome./It’s O.K. etc. 6 ต 1.2 ป.4/2 ใชค้ ำสง่ั คำขอร้อง และคำขออนุญำต คำสง่ั คำขอรอ้ ง และคำขออนุญำต ง่ำย ๆ ทีใ่ ชใ้ นห้องเรยี น 7 ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงควำมต้องกำร คำศพั ท์ สำนวนภำษำ และประโยคทใ่ี ช้ ของตนเอง และขอควำมชว่ ยเหลอื แสดงควำมต้องกำรและขอควำมช่วยเหลือ ในสถำนกำรณง์ ำ่ ย ๆ ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ เชน่ I want …/ Please…/May…?/I need your help./ Please help me./Help me! etc. สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

342 ช้ัน ท่ี รหัสตัวชี้วัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.4 8 ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขยี นเพือ่ ขอและให้ขอ้ มูล คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคทใี่ ชข้ อ เก่ยี วกบั ตนเอง เพอื่ นและครอบครัว และใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง สิ่งใกลต้ ัว เพ่อื น และครอบครวั เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is a/an…/ There are… Where is the ….? It is in/on/under… etc. 9 ต 1.2 ป.4/5 พูดแสดงควำมรสู้ กึ ของตนเอง คำและประโยคที่ใช้แสดงควำมรสู้ ึก เชน่ ดีใจ เกีย่ วกับเร่อื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั และ กิจกรรมตำ่ ง ๆ ตำมแบบที่ฟัง เสยี ใจ ชอบ ไมช่ อบ รกั ไม่รัก เชน่ 10 ต 1.3 ป.4/1 พดู /เขียนให้ขอ้ มลู เกยี่ วกับตนเอง I/You/We/They like…/He/She likes… และเรอ่ื งใกลต้ วั I/You/We/They love…/He/She loves… 11 ต 1.3 ป.4/2 พูด/วำดภำพแสดงควำมสมั พันธ์ ของสิง่ ต่ำง ๆ ใกล้ตัวตำมทฟ่ี ัง I/You/We/They don’t like/love/feel… หรอื อ่ำน He/She doesn’t like/love/feel… 12 ต 1.3 ป.4/3 พดู แสดงควำมคิดเหน็ ง่ำย ๆ เก่ียวกบั เรื่องต่ำง ๆ ใกลต้ วั I/You/We/They feel… etc. 13 ต 2.1 ป.4/1 พูดและทำท่ำประกอบอย่ำงสุภำพ ประโยคและข้อควำมท่ีใช้ในกำรพูดให้ข้อมูล ตำมมำรยำทสังคมและวฒั นธรรม ของเจ้ำของภำษำ เก่ียวกบั ตนเอง บคุ คล สัตว์ และเรือ่ งใกล้ตวั เช่น ชื่อ อำยุ รปู ร่ำง สี ขนำด รูปทรง สง่ิ ต่ำง ๆ จำนวน ๑ - ๑๐๐ วนั เดอื น ปี ฤดูกำล ตำแหนง่ ของสิง่ ต่ำง ๆ เครือ่ งหมำยวรรคตอน คำ กล่มุ คำทีม่ ีควำมหมำยสัมพนั ธ์กับสิง่ ตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั เช่น กำรระบุ/เชอื่ มโยงควำมสัมพันธ์ ของภำพกบั คำ หรือกลุ่มคำ โดยใชภ้ ำพ แผนภูมิ แผนภำพ แผนผงั ประโยคท่ใี ชใ้ นกำรแสดงควำมคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรอ่ื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั มำรยำทสังคมและวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ เช่น กำรขอบคณุ ขอโทษ กำรใช้สีหน้ำทำ่ ทำง ประกอบกำรพูดขณะแนะนำตนเอง กำรสัมผัสมือ กำรโบกมือ กำรแสดงควำมรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ กำรแสดงอำกำรตอบรับหรือปฏเิ สธ สำหรับกำรจดั กำรเรียนรู้ ปกี ำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

343 ชนั้ ท่ี รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.4 14 ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถำมเกยี่ วกับเทศกำล/ คำศัพท์และขอ้ มูลเก่ยี วกับเทศกำล/วนั สำคญั / วันสำคัญ/งำนฉลอง และ งำนฉลอง และชีวิตควำมเป็นอยขู่ องเจ้ำของภำษำ ชีวติ ควำมเป็นอยงู่ ำ่ ย ๆ เชน่ วันครสิ ตม์ ำส วันข้นึ ปใี หม่ เครือ่ งแต่งกำย ของเจำ้ ของภำษำ ฤดูกำล อำหำร เครื่องดม่ื 15 ต 2.1 ป.4/3 เขำ้ รว่ มกจิ กรรมทำงภำษำ กิจกรรมทำงภำษำและวฒั นธรรม เชน่ และวัฒนธรรมทเี่ หมำะกับวยั กำรเลน่ เกม กำรร้องเพลง กำรเล่ำนิทำน ประกอบท่ำทำง วันคริสต์มำส วนั ขึน้ ปใี หม่ 16 ต 2.2 ป.4/1 บอกควำมแตกต่ำงของเสยี งตวั อักษร ควำมแตกต่ำงของเสยี งตัวอักษร คำ กลมุ่ คำ คำ กลมุ่ คำ ประโยค และข้อควำม และประโยคของภำษำต่ำงประเทศ ของภำษำต่ำงประเทศและภำษำไทย และภำษำไทย 17 ต 2.2 ป.4/2 บอกควำมเหมือน/ควำมแตกตำ่ ง ควำมเหมือน/ควำมแตกตำ่ งระหว่ำงเทศกำล ระหวำ่ งเทศกำลและงำนฉลอง และงำนฉลองตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ตำมวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ กบั ของไทย กบั ของไทย 18 ต 3.1 ป.4/1 คน้ คว้ำ รวบรวมคำศพั ทท์ ีเ่ กย่ี วขอ้ ง กำรค้นคว้ำ กำรรวบรวม และกำรนำเสนอ กับกล่มุ สำระกำรเรยี นรอู้ ่นื และ คำศัพทท์ ีเ่ กี่ยวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อนื่ นำเสนอด้วยกำรพดู /กำรเขยี น 19 ต 4.1 ป.4/1 ฟงั และพดู /อ่ำนในสถำนกำรณ์ กำรใช้ภำษำในกำรฟงั และพดู /อำ่ น ท่เี กิดขึน้ ในหอ้ งเรยี นและ ในสถำนกำรณท์ ่ีเกิดขึ้นในห้องเรยี น สถำนศกึ ษำ และสถำนศึกษำ 20 ต 4.2 ป.4/1 ใช้ภำษำต่ำงประเทศในกำรสืบค้น กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรสบื ค้น และรวบรวมข้อมูลตำ่ ง ๆ และกำรรวบรวมข้อมลู ต่ำง ๆ รวม 20 ตัวชี้วดั 17 3 สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใตส้ ถำนกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

344 ชั้น ที่ รหัสตัวชี้วัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.5 1 ต 1.1 ป.5/1 ปฏบิ ัตติ ำมคำสั่ง คำขอร้อง และ คำสง่ั และคำขอรอ้ งทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรียน ภำษำท่ำทำง คำแนะนำง่ำย ๆ ที่ฟงั และอำ่ น และคำแนะนำในกำรเล่นเกม กำรวำดภำพ หรือกำรทำอำหำรและเคร่ืองด่มื - คำสั่ง เชน่ Look at the…/here/over there./Say it again./Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำขอร้อง เชน่ Please take a queue./ Take a queue, please./ Can/Could you help me, please? etc. - คำแนะนำ เชน่ You should read everyday./Think before you speak./ - คำศัพท์ท่ีใชใ้ นกำรเล่นเกม Start./ My turn./Your turn./Roll the dice./ Count the number./Finish./ - คำบอกลำดับขัน้ ตอน First,... Second,… Next,…Then,… Finally,... etc. 2 ต 1.1 ป.5/2 อ่ำนออกเสยี งประโยค ข้อควำม ประโยค ข้อควำม และบทกลอน และบทกลอนส้ัน ๆ ถกู ตอ้ ง ตำมหลักกำรอำ่ น กำรใช้พจนำนกุ รม 3 ต 1.1 ป.5/3 ระบุ/วำดภำพ สญั ลักษณ์ หรอื หลกั กำรอำ่ นออกเสยี ง เช่น เครื่องหมำยตรงตำมควำมหมำย ของประโยคและข้อควำมสนั้ ๆ - กำรออกเสียงพยญั ชนะตน้ คำและพยัญชนะ ที่ฟังหรืออ่ำน ทำ้ ยคำ - กำรออกเสียงเน้นหนัก-เบำในคำและกลมุ่ คำ - กำรออกเสยี งตำมระดบั เสียงสงู -ตำ่ ในประโยค - กำรออกเสียงเชอ่ื มโยง (linking sound) ในขอ้ ควำม - กำรออกเสียงบทกลอนตำมจังหวะ กลมุ่ คำ ประโยคผสม ข้อควำม สญั ลกั ษณ์ เคร่อื งหมำย และควำมหมำยเกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น สิ่งแวดลอ้ ม อำหำร เครื่องด่ืม เวลำว่ำงและนนั ทนำกำร สุขภำพ และสวัสดกิ ำร กำรซื้อ-ขำย และลมฟ้ำอำกำศ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมำณ ๗๕๐ - ๙๕๐ คำ (คำศัพท์ท่ีเปน็ รูปธรรมและนำมธรรม) สำหรับกำรจัดกำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

345 ช้นั ท่ี รหสั ตัวช้ีวดั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้ ป.5 4 ต 1.1 ป.5/4 บอกใจควำมสำคญั และตอบคำถำม ประโยค บทสนทนำ นิทำน หรือเรื่องส้นั ๆ จำกกำรฟังและอ่ำนบทสนทนำ คำถำมเกี่ยวกบั ใจควำมสำคญั ของเรื่อง เช่น และนิทำนงำ่ ย ๆหรอื เร่ืองส้ัน ๆ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เม่ือไร - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? ...is/am/are… etc. - Or-Question เช่น Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc. 5 ต 1.2 ป.5/1 พดู /เขียนโตต้ อบในกำรสือ่ สำร บทสนทนำท่ีใช้ในกำรทักทำย กลำ่ วลำ ขอบคุณ ระหว่ำงบุคคล ขอโทษ ชมเชย กำรพูดแทรกอย่ำงสภุ ำพ ประโยค/ข้อควำมทใ่ี ชแ้ นะนำตนเอง เพ่ือน 6 ต 1.2 ป.5/2 ใช้คำสงั่ คำขอรอ้ ง คำขออนุญำต และบคุ คลใกล้ตัว และสำนวนกำรตอบรบั และให้คำแนะนำงำ่ ย ๆ เชน่ Hi/Hello/Good morning /Good afternoon/Good evening/I am sorry./ 7 ต 1.2 ป.5/3 พดู /เขยี นแสดงควำมต้องกำร How are you?/I’m fine. Thank you. ขอควำมช่วยเหลอื ตอบรับและ And you?/ Hello. I am…/ Hello,…I am… ปฏเิ สธกำรให้ควำมชว่ ยเหลอื This is my sister. Her name is… / ในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ Hello,…/Nice to see you. Nice to see you too./Goodbye./Bye./See you soon/later./Good/Very good./Thanks./ Thank you./Thank you very much./ You’re welcome./It’s O.K. etc. คำสงั่ คำขอร้อง คำขออนุญำต คำแนะนำ ที่มี ๑ - ๒ ข้ันตอน คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคที่ใชบ้ อก ควำมต้องกำร ขอควำมช่วยเหลือ ตอบรบั และ ปฏิเสธกำรให้ควำมชว่ ยเหลือ เชน่ Please…/ May…?/I need…/Help me!/Can/Could…?/ Yes,.../No,… etc. สำหรับกำรจัดกำรเรียนรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)

346 ชั้น ที่ รหสั ตัวชี้วดั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้ ป.5 8 ต 1.2 ป.5/4 พูด/เขยี นเพอื่ ขอและให้ขอ้ มลู คำศัพท์ สำนวนภำษำ และประโยคท่ีใช้ขอ เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเรื่องใกล้ตัว และเรือ่ งใกลต้ วั เช่น What do you do? I’m a/an… What is she/he? She/He is a/an (อำชีพ) How old/tall…? I am… Is/Are/Can…or…? …is/are/can… Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc. 9 ต 1.2 ป.5/5 พดู /เขียนแสดงควำมรู้สกึ ของตนเอง คำและประโยคทีใ่ ช้แสดงควำมรูส้ กึ และกำรให้ เกี่ยวกบั เรอ่ื งตำ่ ง ๆ ใกล้ตวั และกิจกรรมต่ำง ๆ พร้อมทงั้ เหตุผล เชน่ ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีควำมสขุ ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ เศร้ำ หิว รสชำติ เช่น I’m…/He/She/It is…/You/We/They are… I/You/We/They like…/He /She likes… because… I/You/We/They love…/He /She loves… because… I/You/We/They don’t like/love/feel… because… He /She doesn’t like/love/feel… because… I/You/We/They feel…because… etc. 10 ต 1.3 ป.5/1 พูด/เขยี นให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง ประโยคและข้อควำมท่ีใชใ้ นกำรให้ข้อมลู และเรอื่ งใกล้ตัว เก่ยี วกับบุคคล สัตว์ สถำนที่ และกจิ กรรมต่ำง ๆ 11 ต 1.3 ป.5/2 เขียนภำพ แผนผัง และแผนภมู ิ แสดงขอ้ มลู ต่ำง ๆ ตำมท่ีฟัง เชน่ ข้อมลู ส่วนบุคคล เร่ืองต่ำง ๆ ใกล้ตวั หรอื อำ่ น จำนวน ๑ - ๕๐๐ ลำดับที่ วัน เดือน ปี ฤดกู ำล 12 ต 1.3 ป.5/3 พดู แสดงควำมคิดเหน็ เกี่ยวกับ เรอ่ื งต่ำง ๆ ใกลต้ ัว เวลำ สภำพดินฟำ้ อำกำศ อำรมณ์ ควำมรู้สกึ สี ขนำด รูปทรง ตำแหนง่ ของสงิ่ ตำ่ ง ๆ เครื่องหมำยวรรคตอน คำ กลุ่มคำ ประโยคท่ีแสดงข้อมูล และควำมหมำยของเร่อื งต่ำง ๆ ภำพ แผนผงั แผนภมู ิ ตำรำง ประโยคทใ่ี ช้ในกำรพดู แสดงควำมคิดเห็น เกยี่ วกบั กจิ กรรมหรือเรื่องตำ่ ง ๆ ใกล้ตัว สำหรบั กำรจัดกำรเรียนรู้ ปีกำรศึกษำ 2564 ภำยใต้สถำนกำรณแ์ พรร่ ะบำดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ ๒๐๑๙ (Covid-19)