Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชา การวิจัยการตลาด

วิชา การวิจัยการตลาด

Published by lavanh5579, 2021-08-23 05:16:59

Description: วิชา การวิจัยการตลาด

Search

Read the Text Version

282 เน้อื หา เขยี นระบถุ งึ วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั ประชากรและตวั อยา่ ง เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ผลการวจิ ยั และขอ้ เสนอแนะ สาหรบั การเขยี นบทคดั ยอ่ ควรเขยี น หลงั จากท่ไี ด้สรุปผลการวจิ ยั ในประเดน็ ต่าง ๆ ไวช้ ดั เจนแล้ว โดยเขยี นสรุปให้สนั้ กระชบั ท่สี ุดและ ควรมคี วามยาวประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ 4. กติ ตกิ รรมประกาศ เป็นสว่ นทเ่ี ขยี นขน้ึ เพอ่ื ใหผ้ อู้ ่านทราบถงึ เหตุผลทท่ี าวจิ ยั โดย ระบุถงึ วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั ประโยชน์ของงานวจิ ยั ทม่ี ตี ่อส่วนรวม พรอ้ มระบุถงึ ผมู้ สี ่วนสาคญั ในการ ทาวจิ ยั เร่อื งนัน้ เช่น ผู้ให้แนวคดิ ผูใ้ ห้คาแนะนาเก่ยี วกบั เทคนิคการทาวจิ ยั และผู้สนับสนุนเงนิ ทุน เป็นต้น และให้เขียนขอบคุณทัง้ ผู้ท่ีระบุนามและไม่ระบุนามไปพร้อมกัน สาหรบั ส่วนท้ายของ กติ ตกิ รรมประกาศใหร้ ะบุช่อื ผวู้ จิ ยั หรอื คณะผวู้ จิ ยั พรอ้ มทงั้ ระบวุ นั เดอื น ปีทว่ี จิ ยั กากบั ไวด้ ว้ ย 5. สารบญั (เน้ือหา) เป็นรายการหรอื บญั ชเี น้ือหา ทเ่ี ขยี นระบุถงึ ส่วนและหวั ขอ้ ต่าง ๆ ทม่ี อี ย่ใู นรายงานการวจิ ยั พรอ้ มระบุหน้าไวด้ ว้ ยเพ่อื ใหผ้ ู้อ่านได้ตรวจสอบหวั ขอ้ ว่าอย่หู น้าใด โดย หวั ขอ้ ท่ปี รากฏในสารบญั จะตอ้ งตรงกบั หวั ขอ้ ท่ปี รากฏในตอนต่าง ๆ ของเน้ือเรอ่ื งในรายงานวจิ ยั ทุก ถอ้ ยคา เรยี งไปตามลาดบั เน้ือหา อนั ประกอบดว้ ยบทคดั ย่อ กติ ตกิ รรมประกาศ บทท่ี 1 ไปจนถงึ บท สดุ ทา้ ยและภาคผนวก 6. สารบัญตาราง เพ่ือบอกให้ทราบว่าในการวิจยั เร่อื งน้ีมีตารางเก่ียวกับเร่อื ง อะไรบา้ ง อย่หู น้าใดบา้ ง ควรเขยี นระบุถงึ เลขท่ตี าราง ช่อื ตาราง และหน้าของตารางแต่ละตารางท่ี ปรากฏอยใู่ นรายงานการวจิ ยั โดยเรยี งลาดบั จากตารางแรกถงึ ตารางสุดทา้ ย 7. สารบญั ภาพ จะบอกให้ทราบว่าในการวจิ ยั เร่อื งน้ีมีภาพอะไรบ้าง อยู่หน้าใด ลกั ษณะการเขยี นจะคลา้ ยคลงึ กบั การเขยี นสารบญั ตาราง เพยี งแต่ระบุเป็นภาพท่เี ท่าใด ภาพอะไร และอยหู่ น้าทเ่ี ท่าใด ส่วนท่ี 2 ส่วนเน้อื เรอ่ื ง มลี กั ษณะการเขยี น ดงั น้ี 1. บทท่ี 1 บทนา ประกอบดว้ ย ดงั น้ี 1.1 ท่ีมาและความสาคญั ของปญั หาวิจยั เป็นส่วนท่ีเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจว่า ผวู้ จิ ยั มเี หตุผลใดต้องทาวจิ ยั เร่อื งน้ี เป็นการเขยี นในลกั ษณะการวเิ คราะหป์ ญั หาเพ่อื ชใ้ี ห้เหน็ ว่าการ วจิ ยั น้ีมคี ุณค่า มคี วามสาคญั มคี วามจาเป็น และมคี วามเหมาะสมกบั สภาพการณ์มากน้อยเพยี งใด โดยเรม่ิ ตน้ จากการระบถุ งึ เหตุการณ์หรอื ปรากฏการณ์อนั เกย่ี วขอ้ งกบั ปญั หาวจิ ยั ทเ่ี กดิ ขน้ึ ควรระบุถงึ รายละเอยี ดของเหตุการณ์หรอื ปรากฏการณ์นัน้ และเหตุการณ์หรอื ปรากฏการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ นัน้ สาคญั อย่างไร (หรอื ถ้าเหตุการณ์หรอื ปรากฏการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ นัน้ เป็นปญั หาให้ระบุว่ามลี กั ษณะปญั หาเป็น อย่างไร) ควรระบุถึงเหตุการณ์หรอื ปรากฏการณ์นัน้ มีความสมั พันธ์หรอื มีผลกระทบต่อสิ่งอ่ืน ๆ อย่างไร ผลกระทบรุนแรงมากน้อยเพียงใด หลงั จากนัน้ ให้เขยี นระบุถึงแนวทางแก้ไขปญั หาหรอื ผลกระทบ โดยกล่าวถึงเรอ่ื งวจิ ยั ท่มี ผี ูอ้ ่นื ทาไว้แล้ว และทาแลว้ สามารถแก้ไขปญั หาไดค้ รอบคลุม ปญั หาหรอื ยงั รวมถงึ เขยี นให้เช่อื มโยงเหตุผลสาคญั ท่ตี ้องทาวจิ ยั ในเร่อื งน้ี สาหรบั การเขยี นควรมี การอา้ งองิ หลกั ฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ปญั หานนั้ ดว้ ย

283 1.2 วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั เขยี นระบุถงึ จุดมุ่งหมายของการทาวจิ ยั นนั้ ๆ เพ่อื ให้ ผูว้ จิ ยั และผูอ้ ่านไดต้ ระหนักชดั เจนถงึ เป้าหมายของผู้วจิ ยั ควรเขยี นให้สอดคลอ้ งกบั ประเดน็ ปญั หา การวจิ ยั ถา้ วตั ถุประสงคม์ หี ลายขอ้ นิยมเขยี นเรยี งลาดบั กนั 1.3 สมมตฐิ านการวจิ ยั เป็นการเขยี นในลกั ษณะเชงิ ระบุลกั ษณะของตวั แปรหรอื ความสมั พนั ธร์ ะหว่างตวั แปร หรอื แสดงการเปรยี บเทยี บระหว่างกลุ่มประชากร และตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั 1.4 ขอบเขตของการวจิ ยั เป็นการเขยี นระบุให้แน่นอนชดั เจนว่าการวจิ ยั เร่อื งน้ี มขี อบเขตว่าจะทาการวจิ ยั แค่ไหน ส่วนมากมกั จากดั ขอบเขตในดา้ นการประชากรและกลุ่มตวั อย่าง ตวั แปรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ขอบเขตพน้ื ทใ่ี นการทาวจิ ยั และระยะเวลาทท่ี าวจิ ยั 1.5 ขอ้ ตกลงเบอ้ื งต้น เป็นการกาหนดเงอ่ื นไขหรอื ขอ้ ความจรงิ บางอย่างทผ่ี วู้ จิ ยั ต้องชแ้ี จงกบั ผูอ้ ่านก่อนเพ่อื ใหเ้ กดิ การยอมรบั ท่จี ะอ่านงานวจิ ยั น้ีต่อไป หรอื เป็นการให้ขอ้ ความจรงิ พ้ืนฐานของการวิจยั ท่ีต้องการให้ผู้อ่านยอมรบั โดยไม่ต้องพิสูจน์ ฉะนัน้ ข้อตกลงเบ้ืองต้นจงึ เป็น ขอ้ ความจรงิ ทผ่ี วู้ จิ ยั ตงั้ ขน้ึ เพ่อื ใหผ้ อู้ ่านไดท้ ราบไวล้ ่วงหน้า อนั จะทาใหผ้ อู้ ่านมคี วามเขา้ ใจในงานวจิ ยั นนั้ งา่ ยขน้ึ การกาหนดขอ้ ตกลงเบอ้ื งตน้ โดยทวั่ ไปตอ้ งอาศยั ทฤษฎี หลกั เกณฑ์ และกฎต่าง ๆ ดว้ ย 1.6 คานิยามศพั ทเ์ ฉพาะ เป็นการให้คาจากดั ความแก่คาสาคญั หรอื ตวั แปรท่ใี ช้ ในการวจิ ยั ว่าหมายถงึ อะไร อาจเป็นคาหรอื ตวั แปรท่ีจากดั ความทวั่ ไป หรอื มคี วามหมายเฉพาะใน งานวิจยั นัน้ จงึ อาจเขยี นเป็นลกั ษณะคาจากัดความเชงิ ปฏิบตั ิการหรอื เขยี นเป็นลกั ษณะอธบิ าย องคป์ ระกอบ ทงั้ น้เี พ่อื ใหผ้ อู้ ่านงานวจิ ยั เขา้ ใจคาหรอื ตวั แปรนนั้ หรอื เกดิ การสอ่ื ความหมายทต่ี รงกนั 1.7 ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั เป็นการเขยี นระบุถึงการนาผลการวจิ ยั ไปใช้ ประโยชน์ในลกั ษณะใด นาไปใชโ้ ดยตรงหรอื โดยออ้ ม นยิ มเขยี นแจกแจงเป็นขอ้ ๆ 2. บทท่ี 2 เอกสารและงานการวิจยั ท่ีเก่ียวข้อง เป็นการเขียนในลักษณะการ นาเสนอหลกั การหรอื แนวคดิ หรอื ทฤษฎี ท่ีเก่ียวข้องกบั งานวิจยั พร้อมทงั้ นาเสนอผลงานวิจยั ท่ี เก่ยี วขอ้ งกบั งานวจิ ยั โดยเขยี นให้มเี น้ือหาผสมผสานเน้ือหาทค่ี น้ ควา้ อย่างกลมกลนื กนั และต่อเน่ือง เป็นเร่อื งเดยี วกนั เก่ียวข้องสมั พนั ธ์กบั ปญั หาวจิ ยั และท้ายสุด ควรสรุปโดยแสดงความสมั พนั ธ์ ระหว่าง หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ในลกั ษณะกรอบแนวคดิ การวจิ ยั 3. บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการวจิ ยั ประกอบดว้ ย ดงั น้ี 3.1 วธิ กี ารศกึ ษา เขยี นระบุใหท้ ราบว่าผวู้ จิ ยั ใชว้ ธิ กี ารศกึ ษาอยา่ งไร โดยระบุถงึ ลกั ษณะ ประเภทงานวจิ ยั และอธบิ ายวธิ กี ารต่าง ๆ ประกอบเพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจชดั เจนยงิ่ ขน้ึ เช่น ระบุว่า งานวจิ ยั น้เี ป็นการวจิ ยั เชงิ สารวจ เชงิ ทดลอง หรอื การวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณหรอื คณุ ภาพ เป็นตน้ 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เป็ นการเขียนอธิบายว่า ประชากรหรือ แหล่งข้อมูลท่ใี ช้ในการวจิ ยั เป็นใคร หรอื เป็นอะไร ถ้าเก็บขอ้ มูลจากตวั แทนของประชากรหรอื กลุ่ม ตวั อยา่ ง ตอ้ งระบจุ านวนตวั อยา่ งใหช้ ดั เจน พรอ้ มระบุวธิ กี ารชกั ตวั อยา่ งวา่ ไดม้ าอยา่ งไร 3.3 เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ยั เขยี นระบุให้ชดั เจนถงึ ประเภทเคร่อื งมอื ท่ใี ช้ใน การวจิ ยั เป็นเคร่อื งมอื ท่ีสรา้ งขน้ึ มาเองหรอื พฒั นามาจากใครหรอื ดดั แปลงมาจากเคร่อื งมอื ของใคร ลกั ษณะของเครอ่ื งมอื เป็นอยา่ งไร มกี ารตรวจสอบคุณภาพของเคร่อื งมอื อย่างไรบา้ ง และเครอ่ื งมอื ท่ี

284 นาไปใชน้ ัน้ มคี ่าความเท่ยี งตรงและค่าความเช่อื มนั่ เท่าใด ถ้าเป็นเครอ่ื งมอื ทผ่ี ูว้ จิ ยั สรา้ งขน้ึ เอง ต้อง บอกวธิ สี รา้ งดว้ ย อกี ทงั้ ถา้ เครอ่ื งมอื เป็นวสั ดุ อุปกรณ์ ตอ้ งระบวุ ่า คอื อะไร และมลี กั ษณะอยา่ งไร 3.4 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล เขยี นระบุให้ถึงวธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมูล รวมถึง อธบิ ายกระบวนการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู อย่างละเอียด หรอื อธบิ ายวธิ กี ารนาเอาเคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการ วจิ ยั ไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ส่งแบบสอบถามไปยงั กลุ่มตัวอย่าง พรอ้ มตอบและส่งกลบั ทาง ไปรษณีย์ หรอื เป็นการสมั ภาษณ์แบบเป็นทางการหรอื ไม่เป็นทางการ หรอื การสงั เกตโดยมแี บบ สงั เกตเป็นเครอ่ื งมอื ประกอบ เป็นตน้ 3.5 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เขยี นอธบิ ายถงึ วธิ กี ารจดั กระทาขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ รวบรวมมา ได้ ระบุถงึ วธิ วี เิ คราะหข์ อ้ มลู และสถติ ิ โดยเขยี นเป็นลาดบั ขนั้ ตอนเรมิ่ จาก การตรวจสอบ การเตรยี ม และการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในส่วนน้ี ควรนาเสนอถงึ สถติ ทิ น่ี ามาใช้วเิ คราะห์ขอ้ มลู ต้องระบุใหช้ ดั เจนว่า ใช้สถติ อิ ะไรในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเพ่อื จะไดท้ ราบว่าสถติ ิท่ใี ช้เหมาะสมหรอื ไม่ ควรแสดงให้เหน็ ถงึ สตู รสถติ ทิ ใ่ี ชพ้ รอ้ มอธบิ ายสญั ลกั ษณ์ในสตู รสถติ นิ นั้ ดว้ ย 4. บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล เป็นการนาเสนอข้อค้นพบจากการวิจยั โดย นาเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู พรอ้ มทงั้ แปลผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยมรี ายละเอยี ดยอ่ ย ดงั น้ี 4.1 ควรเขยี นรายงานการวจิ ยั โดยแบ่งสาระออกเป็นตอนหรอื บท ตามจานวน วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั 4.2 ในแต่ละตอนหรอื บท ประกอบดว้ ย การเขยี นความนาของตอนหรอื บท และ ผลของการวเิ คราะห์ 4.3 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล อาจเขยี นเป็นข้อความบรรยาย หรอื สมการ หรอื ตาราง กราฟ แผนภูมิ พรอ้ มการอ่านผล การตคี วามหมายและการสรุปของแต่ละตอนหรอื บททงั้ น้ี การแปลผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ตอ้ งเขยี นอธบิ ายตามสถติ ทิ ่วี เิ คราะห์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใส่ความ คดิ เหน็ ของผวู้ จิ ยั ลงไป 5. บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ เป็นการสรุปผลการวิจยั ทัง้ หมด เพ่อื ใหผ้ อู้ ่านสามารถประมวลความรทู้ งั้ หมดทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั การเขยี นมสี าระดงั น้ี 5.1 ความนาของบท เป็นการเขยี นนาเน้อื ความ ไมต่ ้องเขยี นเป็นหวั ขอ้ เขยี นให้ ครอบคลุมท่ีมาและความสาคญั ของปญั หาอย่างสรุป วตั ถุประสงค์การวจิ ยั ขอบเขตการวจิ ยั และ วธิ ดี าเนนิ การวจิ ยั เน้อื หายาวประมาณครง่ึ หน้าหรอื หน่งึ หน้ากระดาษ 5.2 สรปุ ผลการวจิ ยั โดยต้องเขยี นสรปุ ผลทงั้ หมดใหค้ รอบคลุมตามวตั ถุประสงค์ การวจิ ยั แต่ละขอ้ โดยเขยี นแยกสรุปเป็นขอ้ ตามวตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั และให้เรยี งลาดบั ตามผลท่ไี ด้ จากบทท่ี 4 เขยี นใหไ้ ดเ้ น้ือหาครบถว้ น มใี จความกะทดั รดั ชดั เจน และตรงไปตรงมาไม่เพม่ิ เตมิ ความ คดิ เหน็ ของผวู้ จิ ยั 5.3 การอภปิ รายผลการวจิ ยั เป็นการตคี วามและประเมนิ ผลการวจิ ยั เพ่อื ยนื ยนั ผลการวิจัยให้ผู้อ่ืนยอมรบั เห็นด้วยและเช่ือถือ มีวิธีการเขียนโดยนาเอาผลสรุปการวิจัยตาม วตั ถุประสงค์การวิจยั เป็นข้อ ๆ มาตัง้ เป็นประเด็นเพ่ืออภิปราย หลงั จากนัน้ ให้เขยี นในลกั ษณะ ตคี วามหมาย ประเมนิ ผลขอ้ คน้ พบ พรอ้ มนาเอาสมมตฐิ านการวจิ ยั ท่ตี งั้ ไว้ หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎี

285 ตลอดจนผลการวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งทไ่ี ดท้ บทวนไว้ มาสนบั สนุนผลการวจิ ยั หรอื อาจนาเอาความรู้ ความ เช่อื ทเ่ี ป็นจรงิ แลว้ ขนบธรรมเนียม ประเพณี กฎหมาย ระเบยี บปฏบิ ตั ขิ องสงั คม มาสนบั สนุนไดด้ ้วย หากผลการวจิ ยั ไมเ่ ป็นไปตามทฤษฎี ไมส่ อดคลอ้ งกบั สมมตฐิ านทต่ี งั้ ไว้ หรอื ไม่สอดคลอ้ งกบั หลกั การ แนวคดิ และผลการวจิ ยั ท่เี ก่ยี วขอ้ งของผูอ้ ่นื ต้องมกี ารอธบิ าย หาหลกั ฐานช้นี าให้ผู้อ่านเหน็ ว่า ไม่ สอดคลอ้ งนนั้ เป็นเพราะเหตุผลใด 5.4 ขอ้ เสนอแนะ การเขยี นขอ้ เสนอแนะแบง่ เป็น 2 ลกั ษณะดงั น้ี 5.4.1 ขอ้ เสนอแนะสาหรบั การนาผลการวจิ ยั ไปใช้ ผวู้ จิ ยั ควรเขยี นในลกั ษณะ เชงิ นโยบายในลกั ษณะมงุ่ แกไ้ ขปญั หา ซง่ึ การเขยี นควรยดึ หลกั ดงั น้ี 1) ขอ้ เสนอแนะต้องเป็นสาระท่ไี ดจ้ ากผลการวจิ ยั กล่าวคอื ขอ้ เสนอแนะ ต้องใชผ้ ลการวจิ ยั เร่อื งนัน้ เป็นพ้นื ฐานในการเขยี น โดยผลการวจิ ยั เป็นอย่างไร ต้องเสนอแนะตาม ผลการวจิ ยั นนั้ ไมใ่ ชค่ วามคดิ เหน็ ใด ๆ ของผวู้ จิ ยั 2) ควรเป็นข้อเสนอแนะใหม่ ๆ หากเป็นข้อเสนอแนะท่ผี ู้อ่นื นาเสนอไว้ แลว้ ผวู้ จิ ยั ควรเขยี นยา้ ใหช้ ดั เจนหรอื มคี วามเด่นชดั มากยง่ิ ขน้ึ 3) ขอ้ เสนอแนะควรสามารถปฏบิ ตั ไิ ดภ้ ายใตข้ อ้ จากดั ต่าง ๆ โดยสรุป การเขยี นขอ้ เสนอแนะสาหรบั การนาผลการวจิ ยั ไปใช้ ควรเขยี นแต่ ละขอ้ อยา่ งรอบคอบ ใครค่ รวญถงึ ขอ้ จากดั และความจาเป็นต่าง ๆ อยา่ งละเอยี ด หากขาดรายละเอยี ด อาจมขี อ้ เสนอแนะถงึ การแสวงหารายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ ทงั้ น้ตี อ้ งคานึงถงึ การนาไปปฏบิ ตั ไิ ดด้ ว้ ย 5.4.2 ข้อเสนอแนะสาหรบั การทาวิจยั ต่อไป เป็นการเสนอแนะหวั ขอ้ วจิ ยั ต่อไป เพ่อื เป็นการขยายความรตู้ ่อเน่ือง ให้กวา้ งขวางขน้ึ เช่น อาจจะเสนอแนะให้ทาวจิ ยั ในเร่อื ง เดยี วกนั แต่ทาในวงกวา้ งขน้ึ หรอื ลกึ ลงเฉพาะหรอื ต่างเวลาและสถานท่หี รอื เสนอแนะใหท้ าวจิ ยั เรอ่ื งท่ี ต่างกนั แต่มคี วามเก่ยี วขอ้ งและเกย่ี วเน่ืองกนั เป็นตน้ รวมถงึ เขยี นเสนอแนะแนวทางการทาวจิ ยั ต่อไป ในด้านขอบเขตการวิจยั ข้อมูล เคร่อื งมอื ในการวิจยั การวเิ คราะห์ข้อมูล เป็นต้น ทงั้ น้ีเพ่ือให้ได้ ผลการวจิ ยั ทด่ี แี ละมคี วามสมบรู ณ์มากยง่ิ ขน้ึ สว่ นท่ี 3 สว่ นประกอบตอนทา้ ย มลี กั ษณะการเขยี น ดงั น้ี 1. บรรณานุกรม (Bibliography) เป็นส่วนทร่ี วบรวมสงิ่ ต่าง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั อาจ ประกอบดว้ ย หนังสอื ตารา บทความ จุลสาร เอกสารอดั สาเนา วทิ ยานิพนธ์ บทวจิ ารณ์ หรอื บทการ สมั ภาษณ์ เป็นต้น ควรแยกออกเป็น 2 ส่วน คอื ส่วนเอกสารอา้ งองิ ทเ่ี ป็นภาษาไทยและภาษาองั กฤษ และต้องเขยี นให้ถูกต้องตามหลกั การเขยี นบรรณานุกรม (ศกึ ษาวธิ กี ารเขยี นจากหวั ขอ้ การอ้างองิ เอกสารหรอื หลกั ฐาน) 2. ภาคผนวก (Appendix) เป็นส่วนท่อี ย่ทู ้ายบรรณานุกรม ท่รี วบรวมรายละเอยี ด ของส่ิงต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องหรอื นามาใช้ในงานวิจยั เช่น เคร่อื งมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดคุณภาพเคร่อื งมอื การได้มาของกลุ่มตวั อย่าง ซ่ึงอาจจะบอกสูตรท่ีใช้ในการคานวณ ตลอดจนวธิ กี ารคานวณสตู รสถติ ิหรอื สมการต่าง ๆ ทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั ภาพประกอบตลอดจนหนังสอื นาขอความรว่ มมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ผวู้ จิ ยั ตอ้ งแยกไวเ้ ป็นพวก ๆ ใหส้ ะดวกต่อการศกึ ษา ไม่ ไวป้ ะปนกนั หรอื อาจแยกภาคผนวก ก ข ค กไ็ ด้

286 3. ประวตั ขิ องผู้วจิ ยั ส่วนน้ีอาจจะมหี รอื ไม่มกี ไ็ ด้ ถ้ามกี จ็ ะแสดงให้ทราบว่ามผี ูว้ จิ ยั คอื ใคร ไดร้ บั การศกึ ษาอบรมมากจากทใ่ี ดบา้ ง มผี ลงานทน่ี ่าสนใจอะไร การอ้างอิงเอกสารหรือหลกั ฐาน การอ้างองิ เอกสารหรอื หลกั ฐาน เป็นการให้เกยี รตแิ ก่เจา้ ของผลงานหรอื ขอ้ ความท่นี ามา กล่าวอ้าง อีกทงั้ ทาให้ผู้อ่านทราบแหล่งท่ีมาของหลักฐานท่ีนามาใช้ในการวิจยั เพ่ือสร้างความ น่ าเช่ือ ถือ ให้แ ก่ ผู้อ่ าน ว่ าเป็ น ผ ล งาน ท่ีได้ผ่ าน ก ารศึก ษ าค้น ค ว้าม าอ ย่ างมีห ล ัก ฐาน แ ล ะส าม ารถ ตรวจสอบได้ การจดั ทารายงานการวจิ ยั จงึ ตอ้ งบนั ทกึ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานให้ถูกตอ้ งตามระบบสากลนิยม และเป็นระบบเดยี วกนั ตลอด รายละเอยี ด มดี งั น้ี 1. รูปแบบการเขยี นรายการเอกสารอ้างอิงหลักฐาน นิยมใช้กันในปจั จุบนั 2 ระบบ คือ ระบบ MLA (Modern Language Association Style) ใช้อ้างอิงในสาขามนุษยศาสตร์ หรอื เรยี กว่า Humanities Style และระบบ คือ APA (American Psychological Association Style) ใช้อ้างอิงใน สาขาสงั คมศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ หรอื เรยี กว่า Scientific Style สาหรบั ความแตกต่างของทงั้ 2 ระบบ สรปุ ได้ ดงั น้ี 1.1 การอ้างอิงช่อื ผู้แต่งท่เี ป็นต่างประเทศนัน้ ระบบ MLA ใช้ช่อื เต็มและนามสกุลเต็ม ส่วนระบบ APA จะใชน้ ามสกุลเต็มแต่ช่อื ยอ่ ส่วนการอา้ งองิ ท่เี ป็นคนไทย จะใช้ช่อื เตม็ และนามสกุล เตม็ ทงั้ 2 ระบบ 1.2 การอา้ งองิ ชอ่ื บทและช่อื หนงั สอื ทเ่ี ป็นต่างประเทศนนั้ ระบบ MLA จะใชอ้ กั ษรตวั ใหญ่ ส่วนระบบ APA จะใช้อักษรตัวเล็ก ยกเว้นอักษรตัวแรก เช่น หนังสือช่ือ “Marketing Research” ระบบ MLA เขยี นเป็น “Marketing Research” ส่วนระบบ APA เขยี นเป็น “Marketing research” 1.3 ในระบบ MLA หลงั จากมหภาค ( . ) ต้องเคาะแป้นพมิ พ์ 2 ครงั้ ส่วนระบบ APA จะ เคาะเพยี งครงั้ เดยี ว ตวั อยา่ งการลงรายการ ในระบบ MLA ไดด้ งั น้ี Kotler, Phillip. & Keller, Kevin Lane. (2012). Marketing Management (14th ed.). Upper saddle river, NJ: Prentice Hall PTR. และเมอ่ื ลงรายการเป็นระบบ APA ไดด้ งั น้ี Kotler, P. & Keller, K.L. (2012). Marketing management (14th ed.). Upper saddle river, NJ: Prentice Hall PTR. 2. ลกั ษณะการเขยี นรายการอ้างองิ เอกสารและหลกั ฐาน สาหรบั เอกสารการสอนน้ี นาเสนอ ระบบ APA เท่านนั้ ซง่ึ ประกอบ ดว้ ย 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี 2.1 การเขียนอ้างอิงแทรกในเน้ือหา (Internal or Parenthetical in-text Citation) เป็น การอ้างองิ ขอ้ มลู เม่อื ผู้วจิ ยั คดั ลอก ถอดความ หรอื สรปุ สาระสาคญั ของขอ้ มูล ทเ่ี ป็นของบุคคลอ่นื มา นาเสนอไว้ในผลงานของผู้วิจยั เอง ซ่ึงจะเป็นการเขยี นอย่างสนั้ กะทัดรดั มีรูปแบบการเขียน 2 รปู แบบ ดงั น้ี

287 แบบท่ี 1 การอา้ งองิ ทน่ี าขอ้ ความทผ่ี แู้ ต่งกล่าวไวม้ าต่อหลงั ช่อื ผแู้ ต่งและ ปี พ.ศ. ทแ่ี ต่ง โดยขน้ึ ต้นด้วยช่อื ผู้แต่งท่ใี ห้อย่นู อกวงเลบ็ ตามด้วย ปี พ.ศ. ให้อยู่ในวงเลบ็ จากนัน้ เขยี นขอ้ ความ ตาม เช่น ชชู ยั สมทิ ธไิ กร (2556 หน้า 5) ไดก้ ล่าววา่ การศกึ ษาเพอ่ื ทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคจงึ มคี วามสาคญั อย่างยงิ่ .... แบบท่ี 2 การอา้ งองิ ทอ่ี ้างถงึ ขอ้ ความของผู้แต่งก่อนแลว้ ตามดว้ ยช่อื ผู้แต่ง ปี พ.ศ. โดย ชอ่ื ผแู้ ต่ง ปี พ.ศ. ใหอ้ ยใู่ นวงเลบ็ ต่อจากตอนทา้ ยของขอ้ ความ เชน่ แนวคดิ ดา้ นการตลาดมบี ทบาทสาคญั เน่อื งจากการตอบสนองความตอ้ งการของมนุษยใ์ นชุม ชมเดยี วกนั หรอื ต่างกนั ในอดตี ไดข้ ยายตวั ออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง (นนั ทสารี สขุ โต, 2555 หน้า 20) 2.2 การเขยี นบรรณานุกรม บรรณานุกรม (Bibliography) เป็นรายการหนังสอื เอกสาร ต่าง ๆ ตลอดจนการสมั ภาษณ์ คาบรรยาย บทความ ในวทิ ยุกระจายเสยี ง โทรทศั น์ เน้ือความจาก เทปหรือสารสนเทศต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ท่ีใช้ในการศึกษาค้นคว้า ซ่ึงเป็นการเขียนรายการ บรรณานุกรมอย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วย ช่อื ผู้แต่ง ช่อื งานหรอื ส่ิงพิมพ์ ข้อมูลด้านการพิมพ์ ซ่ึง รายการทล่ี งในบรรณานุกรมจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั รายการอ้างองิ แทรกในเน้อื หาดว้ ย นิยมเขยี นไวส้ ่วน ทา้ ยสดุ ของรายงานการวจิ ยั มหี ลกั การเขยี นทค่ี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 2.2.1 ให้เขยี นคาว่า “บรรณานุกรม” ไวก้ ลางหน้ากระดาษ โดยเขยี นใหห้ ่างจากขอบ บนตามระยะทต่ี งั้ หน้ากระดาษ และไมต่ อ้ งขดี เสน้ ใต้ 2.2.2 เขยี นเรยี งรายช่อื เอกสารอ้างองิ หรอื หลกั ฐานอ่นื ๆ ตามลาดบั อกั ษรช่อื เจา้ ของ หลกั ฐานนนั้ ตงั้ แต่ ก-ฮ หรอื A-Z ถา้ ไมม่ ชี ่อื เจา้ ของหลกั ฐานนนั้ ใหเ้ รยี งตามชอ่ื เรอ่ื งของหลกั ฐานนัน้ 2.2.3 ถ้าหลกั ฐานท่นี ามาอ้างอิง เป็นของต่างประเทศด้วย ให้เรยี งลาดบั หลกั ฐาน ภาษาไทยไวก้ ่อน แลว้ ตามดว้ ยหลกั ฐานภาษาต่างประเทศ 2.2.4 การเขยี นรายช่อื หลกั ฐานอา้ งองิ แต่ละรายการใหข้ น้ึ บรรทดั ใหมท่ ุกครงั้ 2.2.5 เขยี นรายช่อื หลกั ฐานแต่ละรายการ ตดิ กนั้ หน้ากระดาษทเ่ี วน้ ไวด้ า้ นซา้ ยมอื ถ้า รายการเดยี วไม่พอในหน่ึงบรรทดั ให้ขน้ึ บรรทดั ใหม่โดยย่อหน้าเขา้ ไป 7 ช่วงอกั ษร ให้เขยี นตวั ท่ี 8 ถ้าไม่จบใน 2 บรรทดั ให้ต่อในบรรทดั ท่ี 3 และ 4 ตามลาดบั โดยเขยี นให้ตรงกบั บรรทดั ท่ี 2 จนจบ รายการ 2.5.6 การเวน้ ระยะการเขยี นหลงั เครอ่ื งหมายวรรคตอนทกุ อนั เวน้ 1 ระยะเสมอ 3. หลกั เกณฑก์ ารเขยี นรายการอา้ งองิ หลกั ฐาน มดี งั น้ี 3.1 ชอ่ื ผแู้ ต่ง มลี กั ษณะการเขยี น ดงั น้ี 3.1.1 การเขยี นช่อื ผแู้ ต่งในบรรณานุกรมใหล้ งใหค้ รบทุกคน ส่วนการอา้ งองิ ใหล้ งครบ ทุกคนยกเวน้ ถ้าผู้แต่งมากกว่า 5 คน ให้ลงช่อื ผู้แต่งคนเดยี วแล้วตามด้วยคาว่า “และคนอ่นื ๆ” ใน

288 ภาษาไทย หรอื “and other” ในภาษาอังกฤษ และถ้าผู้แต่งตัง้ แต่ 2-5 คน ให้ใช้คาว่า “และ” ใน ภาษาไทย หรอื เครอ่ื งหมาย ampersand “&” ในภาษาองั กฤษ นาหน้าคนสดุ ทา้ ย เช่น ศริ วิ รรณ เสรรี ตั น์, ปรญิ ลกั ษติ านนท์ และองอาจ ปทะวานชิ . Lamp, C. W., Jr., Hair, J. F., Jr., & McDaniel, C. เป็นตน้ 3.1.2 ผู้แต่งท่ีมีราชทินนามหรือบรรดาศักดิ ์ เช่น นาย ขุน หลวง พระ พระยา เจา้ พระยา คณุ หญงิ คุณ(คุณหญงิ ทไ่ี มไ่ ดส้ มรส) หรอื Sir ในภาษาองั กฤษ ใหเ้ ขยี นชอ่ื ราชทนิ นาม คนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมายจลุ ภาค ( , ) แลว้ จงึ เขยี นบรรดาศกั ดทิ ์ ไ่ี ดร้ บั พระราชทานครงั้ หลงั สุด เชน่ คงฤทธศิ ์ กึ ษาการ, ขนุ ธรรมศกั ดมิ ์ นตร,ี เจา้ พระยา จนิ ตนา ยศสนุ ทร, คุณหญงิ นิลวรรณ ปิ่นทอง, คณุ 3.1.3 ผู้แต่งท่ีมฐี านันดรศักดิ ์ เช่น ม.ล., ม.ร.ว., ม.จ.,เจ้าฟ้ า ฯลฯ ให้เขยี นช่อื และ นามสกุลหรอื พระนาม คนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมายจลุ ภาค ( , ) แลว้ จงึ เขยี นสกุลยศไปตามลาดบั เชน่ เสนยี ์ ปราโมช, ม.ร.ว. จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั , พระบาทสมเดจ็ 3.1.4 ผู้แต่งเป็นสถาบนั อาจเป็นหน่วยงานราชการ สถาบนั การศึกษา หรอื สถาบนั อ่นื ใหเ้ ขยี นช่อื เฉพาะสถาบนั นัน้ คนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมายจุลภาค ( , ) แลว้ ระบุส่วนราชการหรอื สถาบนั อ่นื เช่น ราชภฏั อุดรธาน,ี มหาวทิ ยาลยั อุดรธาน,ี จงั หวดั ศกึ ษาธกิ าร, กระทรวง กสกิ รไทย, ธนาคาร ยกเวน้ ชอ่ื เฉพาะ เชน่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เนตบิ ณั ฑติ ยสภา พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ 3.1.5 การเขยี นรายการซ่อื ผู้แต่งคนเดมิ ซ้า ให้ใช้เคร่อื งหมาย ( - ) จานวน 4-7 ครงั้ แลว้ ใส่เครอ่ื งหมาย ( . ) 3.1.6 หนงั สอื ทไ่ี มม่ ชี ่อื ผแู้ ต่ง ใหล้ งช่อื หนงั สอื แลว้ ตามดว้ ยปีทพ่ี มิ พ์ เชน่ วิจยั การตลาด. (2558). กรงุ เทพฯ : ซเี อด็ ยเู คชนั่ . 3.2 ปีทพ่ี มิ พ์ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี 3.2.1 เขยี นรายการปีทพ่ี มิ พด์ ว้ ยปีลขิ สทิ ธิ ์ถา้ ไม่มปี ีลขิ สทิ ธใิ ์ หใ้ ชป้ ีทพ่ี มิ พแ์ ทน และให้ ลงเฉพาะตวั เลขไมต่ อ้ งมี พ.ศ. 3.2.2 เขยี นปีทพ่ี มิ พใ์ น ( ) และใช้ ( . ) หลงั วงเลบ็ ดว้ ย เชน่ (2558). 3.2.3 หนังสอื อย่รู ะหว่างการจดั พมิ พ์ ใหใ้ ชว้ ่า ปีทพ่ี มิ พ์ อย่ใู นวงเลบ็ ถา้ เป็นหนังสอื ภาษาองั กฤษใหใ้ ชค้ าวา่ in press เช่น (อยรู่ ะหวา่ งการพมิ พ)์ . 3.3 ช่อื เรอ่ื ง มรี ายละเอยี ดดงั น้ี 3.3.1 ให้เขียนช่ือเร่อื งตามท่ีปรากฏในหน้าปกใน ถ้าช่ือเร่อื งท่ีมีภาษาไทยและ ภาษาองั กฤษกากบั ให้เขยี นเฉพาะภาษาไทย เช่น การบรหิ ารการตลาด(Marketing Management). ให้เขยี นเฉพาะช่อื การบรหิ ารการตลาด. สาหรบั หนังสอื ภาษาองั กฤษ ให้เขยี นช่อื เร่อื งขน้ึ ต้นด้วย อกั ษรตวั ใหญ่เฉพาะคาแรกและอกั ษรตวั แรกของช่อื เร่อื งย่อย (ถ้าม)ี เช่น Marketing management.

289 หรือ Basic marketing: global managerial approach. และหลังช่ือเร่อื งให้ใส่เคร่อื งหมาย (.) การ เขยี นจะใชอ้ กั ษรตวั เอนหรอื ตวั หนาอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ แทนการขดี เสน้ ใตก้ ไ็ ด้ 3.3.2 การเขยี นรายการเพมิ่ เตมิ ช่อื เรอ่ื ง เช่น พมิ พค์ รงั้ ท่ี หรอื เลม่ ท่ี นนั้ ใหล้ งรายการ ในวงเลบ็ และหา้ มใชเ้ คร่อื งหมายมหพั ภาค (.) คนั่ ระหว่างช่อื เร่อื งและรายการในวงเลบ็ แต่ให้ใช้ได้ หลงั วงเลบ็ ปิด เช่น กลยุทธก์ ารตลาด (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2). หรอื Essentials of Marketing (3rd ed.). หรอื สแ่ี ผน่ ดนิ (2 เล่ม). 3.4 การเขยี นรายการเกย่ี วกบั การพมิ พ์ ประกอบดว้ ย 2 ส่วน ดงั น้ี 3.4.1 สถานท่ีพิมพ์ ให้เขยี นช่อื เมืองท่ีสานักพิมพ์หรอื โรงพิมพ์นัน้ ตัง้ อยู่ หลงั ช่ือ สถานทพ่ี มิ พใ์ หใ้ สเ่ ครอ่ื งหมายทวภิ าค (:) เช่น กรงุ เทพฯ : อุดรธานี. 3.4.2 สานักพิมพ์หรอื โรงพิมพ์ ให้เขียนช่ือตามท่ีปรากฏในหน้าปกใน ถ้ามีทัง้ สานักพมิ พแ์ ละโรงพมิ พ์ให้ใชส้ านักพมิ พ์ ถ้าไม่มสี านักพมิ พ์ให้ใชโ้ รงพมิ พแ์ ทน และให้เขยี นรายการ สนั้ ๆ ตดั คาทเ่ี ป็นส่วนหน่ึงของสานกั พมิ พ์ออก เช่น ตดั คาว่า สานักพมิ พ์ หา้ งหุน้ ส่วน จากดั บรษิ ทั จากดั ในภาษาองั กฤษให้ตดั คาว่า Publishers, Printing House, Printing Office, Press, Company หรือ Co., Incorporation, Incorporated, หรือ Inc., Corporation, Corporated หรือ Corp., Limited หรอื คาว่า The และใหใ้ ส่เครอ่ื งหมาย (.) หลงั สานกั พมิ พห์ รอื โรงพมิ พ์ เชน่ สานกั พมิ พแ์ พรว่ ทิ ยา ใหเ้ ขยี นว่า แพรว่ ทิ ยา. บรษิ ทั สานกั พมิ พไ์ ทยวฒั นาพานชิ จากดั ใหเ้ ขยี นว่า ไทยวฒั นาพานิช. The Scarecrow Press, Inc., ใหเ้ ขยี นวา่ Scarecrow. โรงพมิ พศ์ รหี งส์ ใหเ้ ขยี นวา่ โรงพมิ พศ์ รหี งส.์ 4. วธิ กี ารเขยี นรายการอา้ งองิ หลกั ฐาน มกี ารเขยี น ดงั น้ี 4.1 หนงั สอื มรี ายละเอยี ดดงั น้ี 4.1.1 หนงั สอื ทวั่ ไป บรรณานุกรม วทิ ยา จารุพงศ์โสภณ. (2557). กลยุทธ์การบริหารแบรนด์. กรุงเทพฯ : แปลนพรน้ิ ตง้ิ ท์ อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (วทิ ยา จารพุ งศโ์ สภณ, 2557 หน้า 5) บรรณานุกรม นราศรี ไววนิชกุล และชูศักดิ ์ อุดมศร.ี (2552). ระเบียบวิธีวิจยั ธุรกิจ. (พิม พ์ ค รัง้ ท่ี 20). ก รุงเท พ ฯ : โรงพิม พ์ แห่ งจุฬ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (นราศรี ไววนชิ กุล และชศู กั ดิ ์อุดมศร,ี 2552 หน้า 30) บรรณานุกรม เอกชยั อภิศกั ดิก์ ุล กิตติพันธ์ คงสวสั ดิเ์ กียรติและจตุพร เลศิ ล้า. (2558). การวิจยั ธรุ กิจ. กรงุ เทพฯ : เพยี รส์ นั เอด็ ดเู คชนั่ อนิ โดไซน่า. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (เอกชยั อภศิ กั ดกิ ์ ุล, กติ ตพิ นั ธ์ คงสวสั ดเิ ์กยี รติ และจตุพร เลศิ ล้า, 2558 หน้า 2).

290 บรรณานุกรม ศริ วิ รรณ เสรรี ตั น์ สมชาย หริ ญั กติ ติ จริ ศกั ดิ ์จยิ ะจนั ทน์ ชวลติ ประภวานนท์ ณดา จันทร์สมและวลัยลักษณ์ อัตธีรวงศ์. (2554). การวิจัย การตลาด. กรงุ เทพฯ : A.N. การพมิ พ.์ อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ศริ วิ รรณ เสรรี ตั น์ และคนอ่นื ๆ , 2554 หน้า 40) บรรณานุกรม Lamp, C. W., Jr., Hair, J. F., Jr., & McDaniel, C. (2013). Essentials of Marketing. ( 3rd ed. ) . Quebec, Canada: Transcontinental/ Interglobe. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (Lamp, Hair & McDaniel, 2003 : 111) 4.1.2 หนงั สอื ทไ่ี มป่ รากฏช่อื ผแู้ ต่ง บรรณานุกรม พฤติกรรมการสมั มนาการตลาด. (2558). กรุงเทพฯ : สานักพมิ พ์ฟิสกิ ส์ เซน็ เตอร.์ อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (พฤตกิ รรมการสอนสมั มนาการตลาด, 2558 หน้า 52) 4.1.3 หนงั สอื แปล บรรณานุกรม คอตเลอร,์ ฟิลปิ . (2554). การบริหารการการตลาด : วิเคราะห์ วางแผน ป ฏิ บัติ แ ล ะ ค วบ คุ ม . (แ ป ล จาก Marketing Management, Planning, Implementation, and Control (9th ed.) โ ด ย ฝ่ า ย วชิ าการ บรษิ ทั ค่แู ขง่ จากดั ). กรงุ เทพฯ: คแู่ ขง่ . อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (คอตเลอร,์ 2554 หน้า 230) 4.2 บทความ มรี ปู แบบ คอื ชอ่ื ผเู้ ขยี น. (ปีทเ่ี ขยี น). ชอ่ื บทความ. ช่อื วารสาร, พมิ พเ์ ป็นปีทใ่ี ด (ฉบบั ท)่ี , หน้าทม่ี บี ทความนนั้ . 4.2.1 บทความวารสารวชิ าการ บรรณานุกรม ชชั วาล โอสถานนท์. (2558). บทบรรณาธกิ าร. วารสารประชากรศึกษา, 4 (6), หน้า 1-4. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ชชั วาล โอสถานนท,์ 2558 หน้า 1-4) 4.2.2 บทความในนิตยสาร บรรณานุกรม ธรี สั บุญ-หลง. (2558, มกราคม). เงนิ ตรากบั การศกึ ษา. ผ้จู ดั การ, 15 (1), หน้า 98-100. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ธรี สั บญุ -หลง, 2558, หน้า 98-100) 4.2.3 บทความในหนงั สอื พมิ พ์ บรรณานุกรม ภาคภูมิ ป้องภยั . (2559, กรกฎาคม 3). มมุ ทถ่ี ูกลมื ในพระราชวงั บางปะอนิ . มติชน, หน้า 12. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ภาคภมู ิ ป้องภยั , 2559, หน้า 12)

291 บรรณานุกรม พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต.). (2552, กนั ยายน 21). เศรษฐศาสตรเ์ ป็ น ธรรมหรอื วิทยาศาสตร.์ สยามรฐั . หน้า 20. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยตุ โต.), 2552 หน้า 20). 4.2.4 บทความในหนงั สอื พมิ พไ์ มป่ รากฏช่อื ผแู้ ต่ง รปู แบบดงั น้ี บรรณานุกรม ภาษนี ้ามนั คดิ ตามอตั ราตามปรมิ าณ. (2558, กนั ยายน 29). มติชน, หน้า 2. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ภาษนี ้ามนั , 2558, หน้า 2) 4.3 จลุ สาร แผน่ พบั เอกสารประชาสมั พนั ธ์ บรรณานุกรม ราชภัฎอุดรธานีม, มหาวิทยาลัย. (2559). แนะแนวการศึกษาต่ อ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี ปี การศึกษา 2560. [แผ่นพับ]. สานกั สง่ เสรมิ วชิ าการและงานทะเบยี น. ผแู้ ต่ง. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุดรธานี, 2559 หน้า 1) 4.4 รายงานประเภทสงิ่ พมิ พข์ องหน่วยงานทงั้ ภาครฐั และเอกชน บรรณานุกรม ตดิ ตามผลการมงี านทาของบณั ฑติ , คณะกรรมการ. (2559). รายงานการ ติ ดตามผลผู้สาเร็จการศึกษาจากมหาวิ ทยาลัยราชภัฏ อุด รธ านี ปี ก ารศึ ก ษ า 2558-2559. อุ ดรธานี : สานัก วิจัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (คณะกรรมการตดิ ตามผลการมงี านทาของบณั ฑติ , 2559 หน้า 32) บรรณานุกรม ราชภฏั อุดรธานี, มหาวทิ ยาลยั . (2558). รายงานประจาปี 2559. อุดรธานี: ผแู้ ต่ง. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธาน,ี 2558 หน้า 15) 4.5 ปรญิ ญานิพนธ์ หรอื วทิ ยานพิ นธ์ บรรณานุกรม ขวญั หทยั สุขสมณะ. (2555). ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการ โรงแรม ในอาเภอเมืองจงั หวดั เชียงราย. รายงานผลการศกึ ษา บรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่. อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (ขวญั หทยั สขุ สมณะ, 2555 : บทคดั ยอ่ ) บรรณานุกรม จีรวัฒน์ วีรงั กร. (2559). การวิเคราะห์โครงสร้าง และกระบวนการ บ ริ ห ารงาน บุค ล ากรนิ สิ ต นั กศึ กษ าใน ม ห าวิ ท ยาลัย . วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณั ฑิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (จรี วฒั น์ วรี งั กร., 2559 : บทคดั ยอ่ ) 4.6 การอา้ งองิ เอกสารชนั้ รอง 4.6.1 ให้ความสาคญั กบั เอกสารเดมิ มากกว่า ใหใ้ ชผ้ ู้แต่งเอกสารเดมิ ตามดว้ ยคาว่า “อา้ งถงึ ใน” หน้าชอ่ื ผแู้ ต่งเอกสารรอง 4.6.2 ใหค้ วามสาคญั กบั เอกสารรองมากกว่า ให้ใชผ้ ู้แต่งเอกสารรอง ตามดว้ ยคาว่า “อา้ งจาก” หน้าชอ่ื ผแู้ ต่งเอกสารเดมิ

292 4.7 การอา้ งองิ แหล่งขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ น็ต 4.7.1 หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Online/ CD Network) บรรณานุกรม อรรถศษิ ฐ์ วงศม์ ณโี รจน์. (2552). ประวตั ิและความเป็นมาของวิชาการ ความอดุ มสมบรู ณ์ของดิน ในความอดุ มสมบรู ณ์ของดิน. [Online]. Available : http//108.200.11/soil/009hom~1/009421/chap1.htm#era1 (2555, เมษายน 25). อา้ งองิ แทรกเน้อื หา (อรรถศษิ ฐ์ วงศม์ ณโี รจน์, 2552) 4.7.2 วารสารและหนงั สอื พมิ พอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Online/ CD Network) บรรณานุกรม ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคา. (2558, มิถุนายน 7). สร้างตราสินค้ามีประโยชน์ เพยี งใด ใน มติชนรายวนั [Online]. (2559, มนี าคม 7). การอา้ งองิ (ธรี พนั ธ์ โลห่ ท์ องคา, 2558, มถิ ุนายน 7) 4.8 การสมั ภาษณ์ บรรณานุกรม ดลิ ก บุญเรอื งรอด. (2553, กรกฎาคม 14). อธกิ ารบด,ี มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั การอา้ งองิ สวนสุนนั ทา. สมั ภาษณ์. (ดลิ ก บญุ เรอื งรอด, 14 กรกฎาคม 2553). โดยสรุป การอา้ งองิ หลกั ฐาน ทใ่ี ชป้ ระกอบการเขยี นรายงานการวจิ ยั นนั้ เป็นสงิ่ จาเป็นอยา่ ง ยงิ่ ทผ่ี ทู้ าวจิ ยั ควรตระหนักถงึ ความสาคญั ซง่ึ มรี ปู แบบเฉพาะตามลกั ษณะผลงานทางวชิ าการประเภท นนั้ ๆ ผวู้ จิ ยั จงึ ควรศกึ ษารปู แบบใหถ้ ูกต้อง เพ่อื ใชร้ ปู แบบไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการประเภทนัน้ ๆ เป็นระบบเดยี วกนั โดยตลอดรายงานการวจิ ยั และยงั มแี หลง่ ขอ้ มลู อ่นื ทไ่ี ม่ไดก้ ล่าวถงึ รายละเอยี ดไวใ้ น เอกสารประกอบการสอนน้ี ผเู้ รยี นจงึ ควรศกึ ษารปู แบบการเขยี นอา้ งองิ แทรกเน้อื หาและบรรณานุกรม จากแหล่งความรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งเพมิ่ เตมิ หลกั เกณฑพ์ ื้นฐานในการเขียนรายงานการวิจยั การเขยี นรายงานการวจิ ยั เป็นการเขยี นบรรยายหรอื อธบิ ายขอ้ เท็จจรงิ ของการวจิ ยั ต้อง เขยี นตามขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ มลู ท่คี น้ พบ ไม่เพม่ิ เตมิ ความคดิ เหน็ ของผูว้ จิ ยั ตอ้ งไม่มอี คตใิ ดแอบแฝง ซง่ึ มหี ลกั การดงั น้ี 1. ความสมบูรณ์ รายงานวจิ ยั ทม่ี คี ณุ ภาพนนั้ ตอ้ งมคี วามสมบรู ณ์ หมายถงึ มคี วามครบถว้ น และครอบคลุมสาระสาคญั ตามประเดน็ เน้ือหาการวจิ ยั และแต่ละประเดน็ เน้ือหาการวจิ ยั ตอ้ งเขยี นให้ ครบถว้ น ชดั เจน ใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจงา่ ย 2. ความถูกตอ้ ง รายงานงานวจิ ยั ทด่ี ตี อ้ งเสนอขอ้ คน้ พบใหถ้ ูกตอ้ งตามขอ้ เทจ็ จรงิ ทป่ี รากฏ ต้องเขยี นเน้ือหาสาระการวิจยั ให้ครอบคลุมกระบวนการวิจยั อย่างถูกต้องตามหลกั วชิ าการและมี เหตุผล มีข้อเท็จจริงเป็นท่ียอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ดังนั้น ผู้เขียนรายงานวิจัยต้องมี ความสามารถในการถ่ายทอดกระบวนการทงั้ หมดท่เี กิดข้นึ ในงานวจิ ยั ได้อย่างมศี าสตรแ์ ละศิลป์

293 กล่าวคือ นักวิจยั ต้องมีความรู้ในส่ิงท่ีตัวเองปฏิบัติเป็นอย่างดี สามารถรวบรวมและเรยี บเรียง ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามลาดบั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 3. ความตรงประเดน็ ต้องเขยี นรายงานการวจิ ยั ใหเ้ น้ือหาตรงกบั หวั ขอ้ ในรายงานการวจิ ยั ไมค่ วรเขยี นวกไปวนมา หาขอ้ สรปุ ไมไ่ ด้ หรอื หวั ขอ้ อยา่ งหน่งึ เขยี นเน้อื หาอกี อยา่ งหน่งึ 4. ความชดั เจน ต้องเขยี นรายงานแต่ละประเดน็ ให้แจ่มชดั ชดั เจนในด้านลาดบั การเสนอ เขยี นออกมาไดอ้ ย่างเป็นระบบระเบยี บทุกขนั้ ตอนและเขา้ ใจงา่ ย ควรเขยี นเป็นภาษาทางดา้ นวชิ าการ แต่ใช้ภาษาท่ีให้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้มากท่ีสุด ไม่กากวม คลุมเครอื ใช้ภาษาท่ีเรยี บง่าย สนั้ กะทดั รดั สอดคล้องกลมกลืนกนั ในแต่ละประโยคต่อประโยค ซ่งึ ความเรยี บง่ายชดั เจนของการใช้ ภาษาเป็นสงิ่ ทส่ี าคญั ทจ่ี ะทาใหผ้ อู้ ่านเกดิ ความเขา้ ใจและสนใจท่จี ะอ่านรายงานวจิ ยั นนั้ ต่อไป 5. ความเป็นเอกภาพ การเขยี นรายงานการวจิ ยั ต้องให้มคี วามสอดคล้อง ต่อเน่ือง และ กลมกลนื กันโดยตลอด ตงั้ แต่หวั ข้อแรกสุดจนจบ กล่าวคอื ต้องเขยี นรายงานการวจิ ยั ให้เป็นเน้ือ เดยี วกนั ถงึ แม้จะมกี ารนาเสนอโดยแบ่งออกเป็นบทหรอื เป็นหวั ขอ้ ก็ตาม แต่ในการเขยี นแต่ละบท หรอื หวั ขอ้ ตอ้ งมคี วามสอดคลอ้ งและต่อเน่อื งกบั บทหรอื หวั ขอ้ อ่นื ๆ ต่อ ๆ กนั ไป 6. ความรดั กุม การเขยี นรายงานการวจิ ยั ทุกขอ้ ความ ทุกประโยค ทุกตวั อกั ษรท่เี ขยี นขน้ึ นนั้ ต้องเขยี นอยบู่ นพน้ื ฐานของการรวบรวมขอ้ มลู ทไ่ี ดแ้ ปลความหมายแลว้ ตอ้ งระมดั ระวงั พจิ ารณา ไตรต่ รอง ใคร่ครวญอย่างละเอยี ด ถ่ถี ว้ น รอบคอบ ว่ามคี วามถูกตอ้ ง มเี หตุ มผี ลอยา่ งเพยี งพอ ไม่มี ความขดั แย้งกนั เอง เม่อื เขยี นขน้ึ แล้วทบทวนสานวนหรอื ประโยคท่ีเขยี น จนกว่าจะได้ประโยคท่ี สละสลวยและรดั กุมตามทต่ี อ้ งการ 7. รปู แบบ การเขยี นรายงานการวจิ ยั แมว้ ่าจะยึดรปู แบบการเขยี นตามหลกั สากล แต่ตอ้ งมี การจดั ระเบยี บรายงานใหส้ วยงาม เป็นระบบ เพราะจะทาใหม้ คี วามน่าสนใจ ชวนใหต้ ดิ ตาม อ่านงา่ ย สบายตา โดยการจดั ระเบยี บรายงานการวจิ ยั จะเรม่ิ ตน้ จากการจดั หน้ากระดาษ การใชข้ นาดตวั อกั ษร รูปแบบตัวอักษร การจดั ลาดับหัวข้อ การย่อหน้า การข้ึนบรรทัดใหม่ ฯลฯ หรอื แม้แต่การเลือก กระดาษในการเขยี น โดยสรุป การเขยี นรายงานการวจิ ยั ท่ดี ี มคี ุณภาพ ผูอ้ ่านอ่านแลว้ มคี วามเขา้ ใจตรงกนั กบั ผวู้ จิ ยั ควรคานึงถงึ ความสมบูรณ์ ความถูกตอ้ ง ความตรงประเดน็ ความชดั เจน ความเป็นเอกภาพ ความรดั กุม และคานึงถงึ รปู แบบการเขยี น เป็นสาคญั ทงั้ น้ีผู้เขยี นต้องตระหนักอย่เู สมอว่าใครคอื ผอู้ ่านรายงานการวจิ ยั เน่ืองจากความรเู้ ก่ยี วกบั ลกั ษณะของผอู้ ่านงานวจิ ยั จะเป็นปจั จยั สาคญั ทช่ี ่วย ใหม้ แี นวทางในการเขยี น การใชภ้ าษาทถ่ี ูกตอ้ ง เหมาะสมและรดั กุมทส่ี ุด รวมถงึ ผเู้ ขยี นรายงานวจิ ยั ต้องมีความซ่อื สตั ย์และรบั ผดิ ชอบต่อการทางานของตน และต้องมีความรู้ ความสามารถในการ ถ่ายทอดองคค์ วามรขู้ องตนไดเ้ ป็นอยา่ งดี

294 ขนั้ ตอนการเขียนรายงานการวิจยั การเขยี นรายงานการวจิ ยั ให้มคี ุณภาพนัน้ การเตรยี มตวั และวางแผนการเขยี นอย่างเป็น ขนั้ ตอน จะช่วยใหก้ ารเขยี นรายงานการวจิ ยั ประสบผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ท่ไี ดก้ าหนดไว้ ซ่งึ สนิ พนั ธพ์ นิ จิ (2554 หน้า 376) ไดเ้ สนอแนะขนั้ ตอนการเขยี นรายงานการวจิ ยั 3 ขนั้ ตอน ดงั น้ี ขนั้ ตอนท่ี 1 การเตรยี มการเขยี นรายงานการวจิ ยั โดยเตรยี มความพรอ้ ม ดงั น้ี 1. กาหนดและศกึ ษาประเภทผอู้ ่าน เช่น ผูอ้ ่านเป็นผูบ้ รหิ ารหรอื ผูก้ าหนดนโยบาย นักวจิ ยั หรอื นักวชิ าการ หรอื ผอู้ ่านท่เี ป็นบุคคลทวั่ ไป เป็นต้น ทงั้ น้ีเพ่อื ให้รายงานการวจิ ยั ทเ่ี ขยี นขน้ึ มคี วาม เหมาะสมและมกี ารรบั รตู้ รงตามวตั ถุประสงคใ์ นการเผยแพรง่ านวจิ ยั นนั้ 2. ศึกษารปู แบบการเขยี นรายงานการวจิ ยั ซ่งึ แต่ละรปู แบบการเขยี นมคี วามแตกต่างกนั ตามประเภทสาขาวชิ า หน่วยงานสงั กัด และหน่วยงานสนับสนุนทุนวจิ ยั โดยก่อนลงมอื เขยี นควร ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจรปู แบบ องคป์ ระกอบหรอื โครงสรา้ งของรายงานการวจิ ยั ใหถ้ ่องแท้ 3. การเตรยี มขอ้ มลู ก่อนเขยี นรายงานการวจิ ยั ต้องมกี ารจดั หาขอ้ มลู ใหค้ รบถ้วน ทงั้ ขอ้ มลู จากผลการวเิ คราะห์และข้อมลู ท่ไี ด้จากการทบทวนวรรณกรรม เพ่อื จะได้นาไปใช้ในการเขยี นหรอื เชอ่ื มโยงกนั ไดอ้ ยา่ งกลมกลนื 4. การวางโครงเร่อื งของรายงานการวจิ ยั เพ่อื จดั ระเบยี บเน้ือหาให้เป็นหวั ขอ้ ใหญ่ หวั ข้อ รอง หวั ข้อย่อย เรยี งตามลาดบั โดยยดึ ถือตามรูปแบบการวิจยั และองค์ประกอบในแต่ละรูปแบบ รายงานการวจิ ยั เพ่อื ให้ผูว้ จิ ยั ทราบกรอบของการเขยี นและเลง็ เห็นถึงเน้ือหาท่จี ะเขยี นลงในแต่ละ องคป์ ระกอบอยา่ งมสี าระครบถว้ นและสมบูรณ์ ขนั้ ตอนท่ี 2 การเขยี นรายงานการวจิ ยั โดยควรดาเนนิ การดงั น้ี 1. การเขยี นฉบบั รา่ ง เป็นการเขยี นเน้ือหาลงตามหวั ขอ้ หรอื โครงเรอ่ื งของรายงานการวจิ ยั ท่ี เตรยี มไว้ สาหรบั การเขยี นในขนั้ ตอนน้ีควรเขยี นไปเร่อื ยๆ ยงั ไม่ต้องพะวงเร่อื งภาษา และความ สมดลุ ของเหตุผลมากนกั พยายามเขยี นใหค้ รบถว้ นโดยเรว็ 2. การแก้ไข ขดั เกลาเน้ือหา ภาษาและสานวน โดยต้องนาฉบบั รา่ งมาทาความเขา้ ใจด้าน เน้ือหา ตรวจสอบการเขยี นให้ถูกตอ้ งทางวชิ าการ ภาษาและการอ้างองิ ตลอดจนปรบั แต่งประโยคให้ รดั กุม ไมค่ ลมุ เครอื มคี วามเช่อื มโยงเน้อื หาต่อเน่อื งและกลมกลนื กนั ในแต่ละหวั ขอ้ ในรายงานการวจิ ยั 3. จดั ระเบยี บรายงานการวจิ ยั เม่อื แก้ไข ขดั เกลาเน้ือหา ภาษาและสานวนเรยี บรอ้ ยแล้ว ควรตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของระบบหรอื รปู แบบของการเขยี นให้เป็นเอกภาพและสอดคลอ้ งกนั ตลอดทงั้ ฉบบั เช่น การใส่หมายเลขหวั ขอ้ การวางหน้ากระดาษ การเน้นตวั อกั ษร และขนาดของการ ยอ่ หน้าเป็นตน้ ขนั้ ตอนท่ี 3 การเผยแพรง่ านการวจิ ยั เป็นการส่งรายงานการวจิ ยั ไปเผยแพร่ผา่ นส่อื วารสาร ทางวชิ าการหรอื เสนอต่อผู้บรหิ ารหรอื ผู้สนับสนุนทุนการวจิ ยั ซ่งึ ในขนั้ ตอนน้ี อาจมกี ารตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง สมบรู ณ์ของรายงานการวจิ ยั อกี ครงั้ ก่อนเผยแพรต่ ่อผอู้ ่านต่อไป

295 บทสรปุ ขนั้ ตอนสุดท้ายของการวิจยั การตลาดคือการเขยี นรายงานการวิจยั เพ่ือนาเสนอและ เผยแพร่ผลงานวจิ ยั ให้ผูอ้ ่นื ทราบ มี 3 รปู แบบ คอื รายงานการวจิ ยั แบบย่อหรอื บทคดั ย่อ บทความ วิจยั และแบบฉบับสมบูรณ์ แต่ละรูปแบบจะมีองค์ประกอบแตกต่างกัน แต่ทุกรูปแบบต้องมี รายละเอยี ดครอบคลุมส่วนสาคญั ของงานวจิ ยั และมลี กั ษณะการเขยี นคลา้ ยคลงึ กนั แตกต่างกนั ใน เรอ่ื งความยาวของเน้อื หาทเ่ี ขยี นขน้ึ เทา่ นนั้ สาหรบั การเขยี นรายงานการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ มรี ายละเอยี ดประกอบดว้ ย 3 ส่วน คอื ส่วน ท่ี 1 ส่วนนา ส่วนท่ี 2 ส่วนเน้ือเร่อื ง และส่วนท่ี 3 ส่วนประกอบตอนท้าย การเขยี นรายงานการวจิ ยั เป็นทงั้ ศาสตรแ์ ละศลิ ป์ทต่ี อ้ งอาศยั ความรจู้ ากหลากหลายสาขาและประสบการณ์ รายงานการวจิ ยั จงึ จะมคี ุณภาพ แต่สง่ิ แรกทผ่ี วู้ จิ ยั ตอ้ งรแู้ ละนาไปใชใ้ นการเขยี น คอื รปู แบบการเขยี นรายงานการวจิ ยั ท่ี เป็นสากล ท่ยี ดึ หลกั การของความสมบูรณ์ ความถูกต้อง ความตรงประเดน็ ความชดั เจน ความเป็น เอกภาพ ความรดั กุม และความเป็นรูปแบบการเขยี นตามหลกั สากล ทงั้ น้ีผู้เขยี นต้องตระหนักอยู่ เสมอว่าใครคือผู้อ่านรายงานการวจิ ยั เน่ืองจากความรู้เก่ยี วกบั ลกั ษณะของผู้อ่านงานวจิ ยั จะเป็น ปจั จยั สาคญั ท่ชี ่วยให้มแี นวทางในการเขยี น การใชภ้ าษาทถ่ี ูกตอ้ ง เหมาะสมและรดั กุมท่สี ุด รวมถงึ ผู้เขียนรายงานวิจัยต้องมีความซ่ือสตั ย์และรบั ผิดชอบต่อการทางานของตน และต้องมีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดองคค์ วามรขู้ องตนไดเ้ ป็นอยา่ งดี สาหรบั การเขยี นรายงานการวจิ ยั ใหม้ คี ุณภาพนนั้ ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนการเตรยี มการเขยี น รายงานการวจิ ยั การลงมือเขยี นรายงานการวจิ ยั และขนั้ การเผยแพร่งานการวจิ ยั ทงั้ น้ีการวาง แผนการเขยี นอย่างเป็นขนั้ ตอนเป็นสงิ่ สาคญั ทจ่ี ะช่วยให้การเขยี นรายงานการวจิ ยั ประสบผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงคท์ ไ่ี ดก้ าหนดไว้ แบบฝึ กหดั 1. รายงานการวจิ ยั คอื อะไร และมคี วามสาคญั ต่องานวจิ ยั การตลาดอยา่ งไรบา้ ง 2. รายงานการวจิ ยั มกี ่รี ปู แบบ และแต่ละรปู แบบมลี กั ษณะอยา่ งไร 3. การเขยี นรายงานการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ มอี งคป์ ระกอบใดบา้ ง อธบิ ายมาพอสงั เขป 4. ทา่ นคดิ วา่ ควรมหี ลกั การพจิ ารณาอะไรบา้ งเมอ่ื ลงมอื เขยี นรายงานการวจิ ยั 5. ทา่ นคดิ วา่ ขอ้ ผดิ พลาดทเ่ี กดิ จากการเขยี นรายงานการวจิ ยั คอื ประเดน็ ใดบา้ ง 6. ท่านคดิ ว่า ขนั้ ตอนการเขยี นรายงานการวจิ ยั ใดทส่ี าคญั ทส่ี ุด เพราะเหตุผลใด

296 เอกสารอ้างอิง กาสกั เต๊ะขนั หมาก. (2553). หลกั การวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : สวุ รี ยิ าสาสน์ . กุณฑลี รน่ื รมย.์ (2553). การวิจยั การตลาด. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 7) กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . บุญธรรม กิจปรดี าบรสิ ุทธิ.์ (2554). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางสงั คมศาสตร์. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 11). กรงุ เทพฯ : จามจรุ โี ปรดกั ท.์ พรรณี ลกี จิ วฒั นะ. (2557). การวิจยั ทางการศึกษา. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 9). กรงุ เทพฯ : มนี เซอรว์ สิ ซพั พลาย. ยทุ ธ ไกยวรรณ์. (2554). วิจยั การตลาด. กรงุ เทพฯ : ศนู ยส์ ่อื เสรมิ กรงุ เทพฯ. วชั ราภรณ์ สุรยิ าภิวฒั น์. (2554). วิจยั ธุรกิจยุคใหม่. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 7). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์แห่ง จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . วลั ลภ รฐั ฉัตรานนท์. (2557). เทคนิ คการวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ (พิมพ์ครงั้ ท่ี 5). กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ สนิ พนั ธุพ์ นิ จิ . (2554). เทคนิคการวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : วทิ ยพฒั น์. สุชาติ ประสิทธิร์ ฐั สินธุ์. (2555). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 15). กรงุ เทพฯ : สามลดา. สุวมิ ล ตริ การนนั ท.์ (2557). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางสงั คมศาสตร์ : แนวทางสู่การปฏิบตั ิ. (พมิ พ์ ครงั้ ท่ี 12). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . อัศวิน แสงพิกุล. (2556). ระเบียบวิธีวิจยั ด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธุรกจิ บณั ฑติ ย.์

บรรณานุกรม กาสกั เต๊ะขนั หมาก. (2553). หลกั การวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : สุวรี ยิ าสาสน์ . กติ ติ ภกั ดวี ฒั นะกุล. (2552). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ. กรงุ เทพฯ : เคทพี .ี กติ ตพิ นั ธ์ คงสวสั ดเิ ์กยี รติ ไกรชติ สตุ ะเมอื ง เฉลมิ พร เยน็ เยอื กและเรวดี อนั นนั นบั . (2556). ระเบียบ วิธีวิจยั ทางธรุ กิจ. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4). กรงุ เทพฯ : พงษ์วรนิ พรน้ิ ตง้ิ . กุณฑลี ร่นื รมย.์ (2553). การวิจยั การตลาด. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 7) กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . คณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.), สานักงาน. (2554). ข้อมลู สาขาวิชาการของสภาวิจยั . (Online) Http ://nrct.go.th/index.php?mod. คอตเลอร,์ ฟิลปิ และอารม์ สตรอง, แกร.ี (2554). หลกั การตลาด ฉบบั มาตรฐานและนิ ยามศพั ท์ การตลาด.(พิ มพ์ครัง้ ท่ี 2) (แปลจาก Principles of marketing with dictionary โดย วารณุ ี ตนั ตวิ งศว์ าณชิ และ คณะ). กรงุ เทพฯ : เพยี รส์ นั เอด็ ดเู คชนั่ อนิ โดไซน่า. คอตเลอร,์ ฟิลปิ . เฮรมาวนั การตะจายา และ อวี าน เซเดยี วาน. (2554). การตลาด 3.0. (แปลจาก Marketing 3.0 โดย ณงลกั ษณ์ จารวุ ฒั น์). กรงุ เทพฯ : เนชนั่ บคุ๊ ส.์ ชชู ยั สมทิ ธไิ กร. (2556). พฤติกรรมผบู้ ริโภค. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ธเนศ เรอื งณรงค.์ (2553). ระเบยี บวิธีวิจยั . กรงุ เทพฯ : ทรปิ เพล้ิ เอด็ ดเู คชนั่ . นพพร ธนชยั ขนั ธ.์ (2555). สถิติเบือ้ งต้น สาหรบั การวิจยั . (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3 ) กรงุ เทพฯ : วทิ ยพฒั น์. นราศรี ไววนิชกุลและชูศกั ดิ ์ อุดมศร.ี (2552). ระเบียบวิธีวิจยั ธรุ กิจ. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 20). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . นิตยา วงศภ์ นิ ันท์วฒั นา. (2555). ระบบสารสนเทศด้านการเงินและการบญั ชี เพ่ือการวางแผน ทรพั ยากรองคก์ ร. กรงุ เทพฯ : แผนกการพมิ พ์ วทิ ยาลยั เทคโนโลยดี อนบอสโก. บุญธรรม กิจปรดี าบรสิ ุทธิ.์ (2554). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 11). กรงุ เทพฯ : จามจรุ โี ปรดกั ท.์ ปณศิ า มจี นิ ดา. (2553). พฤติกรรมผบู้ ริโภค. กรงุ เทพฯ : ธรรมสาร. ประเวศ มหารตั น์กุล. (2557). หลกั การและวิธีการเขียนงานวิจยั วิทยานิ พนธ์ สารนิ พนธ์. กรงุ เทพฯ : ปญั ญาชน. ประสพชยั พสุนนท.์ (2555). การวิจยั การตลาด. กรงุ เทพฯ : ทอ้ ป. ปารชิ าติ สถาปิตานนท์. (2557). ระเบียบวิธีวิจยั การสื่อสาร. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7 (ฉบบั ปรบั ปรุงใหม่)). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . พรรณี ลกี จิ วฒั นะ. (2557). การวิจยั ทางการศึกษา. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 9). กรุงเทพฯ : มนี เซอรว์ สิ ซพั พลาย. พลพธู ปิยวรรณและสุภาพร เชิงเอ่ียม. (2552). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ. กรุงเทพฯ : วทิ ยพฒั น์.

298 บรรณานุกรม(ต่อ) ไพศาล วรคา. (2554). การวิจยั ทางการศึกษา. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กลุ่มภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ. มนตรี วบิ ลู ยร์ ตั น์. (2555). ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ. กรงุ เทพฯ : พมิ พด์ กี ารพมิ พ.์ มัลลิกา ธรรมมาจริยาวัฒน์. (2554). การวิจัยธุรกิจ. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 2). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. ยทุ ธ ไกยวรรณ์. (2554). วิจยั การตลาด. กรงุ เทพฯ : ศูนยส์ อ่ื เสรมิ กรงุ เทพฯ. วรญั ญา ภทั รสุข. (2557). ระเบียบวิธีวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 5). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . วชั ราภรณ์ สุรยิ าภิวฒั น์. (2554). วิจยั ธุรกิจยุคใหม่. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 7). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่ง จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . วลั ลภ รฐั ฉัตรานนท์. (2557). เทคนิ คการวิจยั ทางสงั คมศาสตร์. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 5). กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ วชิ ติ อ่อู น้ . (2553). การวิจยั และการสืบค้นข้อมลู ทางธรุ กิจ. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรปี ระทุม. วเิ ชยี ร วทิ ยอุดม. (2555). หลกั การตลาด. กรงุ เทพฯ : ธนธชั การพมิ พ.์ วุฒชิ าติ สุนทรสมยั . (2552). การวิจยั การตลาดและระบบสารสนเทศทางการตลาด. กรงุ เทพฯ : ส.ส.ท. สมคดิ พรมจยุ้ . (2555). การเขียนรายงานการวิจยั . กรงุ เทพฯ : จตุพร ดไี ซน์. สรชยั พศิ าลบุตร เสาวรส ใหญ่สว่าง และปรชี า อศั วเดชานุกร. (2556). การสร้างและประมวลผล ข้อมลู จากแบบสอบถาม.(พิมพค์ รงั้ ท่ี 5). กรงุ เทพฯ : วทิ ยพฒั น์. สรชยั พศิ าลบุตร. (2555). การวิธีวิจยั ทางธรุ กิจ.(พิมพค์ รงั้ ที่ 6). กรงุ เทพฯ : วทิ ยพฒั น์. สนิ พนั ธพุ์ นิ จิ . (2554). เทคนิคการวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : วทิ ยพฒั น์. สุชาติ ประสิทธิร์ ฐั สินธุ์. (2555). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 15). กรงุ เทพฯ : สามลดา. สุทติ ิ ขตั ตยิ ะ และวไิ ลลกั ษณ์ สุวจติ ตานนท.์ (2554). แบบแผนการวิจยั และสถิติ. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2). กรงุ เทพฯ : ประยรู วงศพ์ รน้ิ ตง้ิ . สุปราณี นาคแก้ว. (2552). การวิจยั ธุรกิจระหว่างประเทศ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. สมุ าลี ไชยศุภรากุล. (2558). ระเบียบวิธีวิจยั ทางสงั คมศาสตร.์ นนทบรุ ี : มาตา. สุวมิ ล ตริ การนนั ท.์ (2557). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางสงั คมศาสตร์ : แนวทางส่กู ารปฏิบตั ิ. (พมิ พ์ ครงั้ ท่ี 12). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . องอาจ นัยพัฒน์. (2554). การออกแบบการวิจัย : วิธีการเชิ งปริมาณ เชิ งคุณภาพและ ผสมผสานวิธีการ. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

299 บรรณานุกรม(ต่อ) อัศวิน แสงพิกุล. (2556). ระเบียบวิธีวิจยั ด้านการท่องเท่ียวและการโรงแรม. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บณั ฑติ ย.์ เอกชัย อภิศักดิก์ ุล กิตติพันธ์ คงสวัสดิเ์ กียรติ และจตุพร เลิศล้า. (2551). การวิจัยธุรกิจ. กรงุ เทพฯ : เพยี รส์ นั เอด็ ดเู คชนั่ อนิ โดไซน่า. David, A. Aaker, Kumar, V. , Robert, P. Leone, & George, S. Day. ( 2012) . Marketing Research. (11th ed.). Upper saddle river, N.J. : Prentice Hall. Donald R. Cooper และ Pamela S. Schindler. (2556). การวิจยั การตลาด. (แปลจาก Marketing Research โดย เอกชยั อภิศกั ดกิ ์ ุล และ กิตตพิ ันธ์ คงสวสั ดเิ ์ กียรติ). กรุงเทพฯ : แมค กรอ-ฮลิ . Kotler, P. & Keller, K.L. (2012). Marketing Management (14th ed.). Upper saddle river, N.J. : Prentice Hall. William G. Zikmund. (2003). วิธีการวิจยั ทางธุรกิจ. (แปลจาก Business Research Methods. โดย มัลลิกา ธรรมจริยาวัฒน์ จารุวรินทร์ โอสถานุเคราะห์ และมรกต พรพิบูลย์). กรงุ เทพฯ : พงษ์วรนิ การพมิ พ.์

300

ภาคผนวก

302

ภาคผนวก ก ตารางสถิติ ในการทดสอบสมมตฐิ านทางสถติ ิ มกั มกี ารเปิดหาคา่ จากตาราง ผเู้ ขยี นจงึ ไดจ้ ดั เตรยี มตารางสถติ บิ างสว่ น ไวส้ าหรบั ผอู้ า่ นในการเปิดหาคา่ มาใชโ้ ดยทวั่ ไป ประกอบดว้ ย ตารางท่ี 1 ตารางแจกแจงแบบ t (T-distribution Table) ตารางท่ี 2 ตารางแจกแจงแบบ F (F-distribution Table) 99% ตารางท่ี 3 ตารางแจกแจงแบบ F (F-distribution Table) 95% ตารางท่ี 4 ตารางแจกแจงแบบไคสแควร(์  2 -distribution Table)

304

ตารางท่ี 1 ตารางคา่ วกิ ฤตขิ อง t จากการแจกแจงแบบ t df t,n-1 .10 .05 .025 .01 .005 .0005 1 3.078 6.314 12.706 31.821 63.657 636.619 2 1.886 2.920 4.303 6.965 9.925 31.598 3 1.638 2.353 3.182 4.541 5.841 12.941 4 1.533 2.132 2.776 3.747 4.604 8.610 5 1.476 2.015 2.571 3.365 4.032 6.859 6 1.440 1.943 2.447 3.143 3.707 5.959 7 1.415 1.895 2.365 2.998 3.499 5.405 8 1.397 1.860 2.306 2.896 3.355 5.041 9 1.383 1.833 2.262 2.821 3.250 4.781 10 1.372 1.812 2.228 2.764 3.169 4.587 11 1.363 1.796 2.201 2.718 3.106 4.437 12 1.356 1.782 2.179 2.681 3.055 4.318 13 1.350 1.771 2.160 2.650 3.012 4.221 14 1.345 1.761 2.145 2.624 2.977 4.140 15 1.341 1.753 2.131 2.602 2.947 4.073 16 1.337 1.746 2.120 2.583 2.921 4.015 17 1.333 1.740 2.110 2.567 2.898 3.965 18 1.330 1.734 2.101 2.552 2.878 3.922 19 1.328 1.729 2.093 2.539 2.861 3.883 20 1.325 1.725 2.086 2.528 2.845 3.850 21 1.323 1.721 2.080 2.518 2.831 3.819 22 1.321 1.717 2.074 2.508 2.819 3.792 23 1.319 1.714 2.069 2.500 2.807 3.767 24 1.318 1.711 2.064 2.492 2.797 3.745 25 1.316 1.708 2.060 2.485 2.787 3.725 26 1.315 1.706 2.056 2.479 2.779 3.707 27 1.314 1.703 2.052 2.473 2.771 3.690 28 1.313 1.701 2.048 2.467 2.763 3.674 29 1.311 1.699 2.045 2.462 2.756 3.659 30 1.310 1.697 2.042 2.457 2.750 3.646 40 1.303 1.684 2.021 2.423 2.704 3.551 60 1.296 1.671 2.000 2.390 2.660 3.460 120 1.289 1.568 1.980 2.358 2.617 3.373  1.282 1.645 1.960 2.326 2.576 3.291

306 ตารางท่ี 2 ตารางคา่ วกิ ฤตขิ อง F จากการแจกแจงแบบ F  99 Quantiles of the F Distribution with V1 Degrees of Freedom 6366 in the Numerator and V2 Degrees of Freedom in the Denominator 99.50 26.13 V2 V1 13.46 9.02 1 2 3 4 5 6 8 12 15 20 30 60 6.88 5.65 1 4052 4999.5 5403 5625 5764 5859 5982 6106 6157 6209 6261 6313 4.86 2 98.50 99.00 99.17 99.25 99.30 99.33 99.37 99.42 99.34 99.45 99.47 99.48 4.31 3 34.12 30.82 29.46 28.71 28.24 27.91 27.49 27.05 26.87 26.69 26.50 26.32 3.91 4 21.20 18.00 16.69 15.98 15.52 15.21 14.80 14.37 14.20 14.02 13.84 13.65 3.60 5 16.26 13.26 12.06 11.39 10.97 10.67 10.29 9.89 9.72 9.55 9.38 9.20 3.36 6 13.75 10.92 9.78 9.15 8.75 8.47 8.10. 7.72 7.56 7.40 7.23 7.06 3.17 7 12.25 9.55 8.45 7.85 7.46 7.19 6.84 6.47 6.31 6.16 5.99 5.82 3.00 8 11.26 8.65 7.59 7.01 6.63 6.37 6.03 5.67 5.52 5.36 5.20 5.03 2.87 9 10.56 8.02 6.99 6.42 6.06 5.80 5.47 5.11 1.96 4.81 4.65 4.48 2.75 10 10.04 7.56 6.55 5.99 5.64 5.39 5.06 4.71 4.56 4.41 4.25 4.08 2.65 11 9.65 7.21 6.22 5.67 5.32 5.07 4.74 4.40 4.25 4.10 3.94 3.78 2.57 12 9.33 6.93 5.95 5.41 5.06 7.82 4.50 4.16 4.01 3.86 3.70 3.54 2.49 13 9.07 6.70 5.74 5.21 4.86 4.62 4.30 3.96 3.82 3.66 3.51 3.34 2.42 14 8.86 6.51 5.56 5.04 4.69 4.46 4.14 3.80 3.66 3.51 3.35 3.18 2.36 15 8.68 6.36 5.42 4.89 4.56 4.32 4.00 3.67 3.52 3.37 3.21 3.05 2.31 16 8.53 6.23 5.29 4.77 4.44 4.20 3.89 3.55 3.41 3.26 3.10 2.93 2.26 17 8.40 6.11 5.18 4.67 4.34 4.10 3.79 3.46 3.31 3.16 3.00 2.83 2.21 18 8.29 6.01 5.09 4.58 4.25 4.01 3.71 3.37 3.23 3.08 2.92 2.75 2.17 19 8.18 5.93 5.01 4.50 4.17 3.94 3.63 3.30 3.15 3.00 2.84 2.67 2.13 20 8.10 5.85 4.94 4.43 4.10 3.87 3.56 3.23 3.09 2.94 2.78 2.61 2.10 21 8.02 5.78 4.87 4.37 4.04 3.81 3.51 3.17 3.03 2.88 2.72 2.55 2.06 22 7.95 5.72 4.82 4.31 3.99 3.76 3.45 3.12 2.98 2.83 2.67 2.50 2.03 23 7.88 5.66 4.76 4.26 3.94 3.71 3.41 3.07 2.93 2.78 2.62 2.45 2.01 24 7.82 5.61 4.72 4.22 3.90 3.67 3.36 3.03 2.89 2.74 2.58 2.40 1.80 25 7.77 5.57 4.68 4.18 3.85 3.63 3.32 2.99 2.85 2.70 2.54 2.36 1.60 26 7.72 5.53 4.64 4.14 3.82 3.59 3.29 2.96 2.81 2.66 2.50 2.33 1.38 27 7.68 5.49 4.60 4.11 3.78 3.56 3.26 2.93 2.78 2.63 2.47 2.29 1.00 28 7.64 5.45 4.57 4.07 3.75 3.53 3.22 2.90 2.75 2.60 2.44 2.26 29 7.60 5.42 4.54 4.04 3.73 3.50 3.20 2.87 2.73 2.57 2.41 2.23 30 7.56 5.39 4.51 4.02 3.70 3.47 3.17 2.84 2.70 2.55 2.39 2.21 40 7.31 5.18 4.31 3.83 3.51 3.29 2.99 2.66 2.52 2.37 2.20 2.02 60 7.08 4.98 4.13 3.65 3.34 3.12 2.82 2.50 2.35 2.20 2.03 1.84 120 6.85 4.79 3.95 3.48 3.17 2.96 2.66 2.34 2.19 2.03 1.86 1.66  6.63 4.61 3.78 3.32 3.02 2.80 2.51 2.18 2.04 1.88 1.70 1.47

307 ตารางท่ี 3 ตารางคา่ วกิ ฤตขิ อง F จากการแจกแจงแบบ F  95 Quantiles of the F Distribution with V1 Degrees of Freedom 254.3 19.50 in the Numerator and V2 Degrees of Freedom in the Denominator 8.53 5.63 V2 V1 4.36 3.67 1 2 3 4 5 6 8 12 15 20 30 60 3.23 1 161.4 199.5 215.7 224.6 230.2 234.0 238.9 243.9 245.9 248.0 250.1 252.2 2.93 2 18.51 19.00 19.16 19.25 19.30 19.33 19.37 19.41 19.43 19.45 19.46 19.48 2.71 3 10.13 9.55 9.28 9.12 9.01 8.94 8.85 8.74 8.70 8.66 8.62 8.57 2.53 4 7.71 6.94 6.59 6.39 6.26 6.16 6.04 5.91 5.86 5.80 5.75 5.69 2.40 5 6.61 5.79 5.41 5.19 5.05 4.95 4.82 4.68 4.62 4.56 4.50 4.43 2.30 6 5.99 5.14 4.76 4.53 4.39 4.28 4.15 4.00 3.94 3.87 3.81 3.74 2.21 7 5.59 4.74 4.35 4.12 3.97 3.87 3.73 3.57 3.51 3.44 3.38 3.30 2.13 8 5.32 4.46 4.07 3.84 3.69 3.58 3.44 3.28 3.22 3.15 3.08 3.01 9 5.12 4.26 3.86 3.63 3.48 3.37 3.23 3.07 3.01 2.94 2.86 2.79 2.07 10 4.96 4.10 3.71 3.48 3.33 3.22 3.07 2.91 2.85 2.77 2.70 2.62 2.01 11 4.84 3.98 3.59 3.36 3.20 3.09 2.95 2.79 2.72 2.65 2.57 2.49 1.96 12 7.75 3.89 3.49 3.26 3.11 3.00 2.85 2.69 2.62 2.54 2.47 2.38 1.92 13 4.67 3.81 3.41 3.18 3.03 2.92 2.77 2.60 2.53 2.46 2.38 2.30 1.88 14 4.60 3.74 3.34 3.11 2.96 2.85 2.70 2.53 2.46 2.39 2.31 2.22 1.84 15 4.54 3.68 3.29 3.06 2.90 2.79 2.64 2.48 2.40 2.33 2.25 2.16 1.81 16 4.49 3.63 3.24 3.01 2.85 2.74 2.59 2.42 2.35 2.28 2.19 2.11 1.78 17 4.45 3.59 3.20 2.96 2.81 2.70 2.55 2.38 2.31 2.23 2.15 2.06 18 4.41 3.55 3.16 2.93 2.77 2.66 2.51 2.34 2.27 2.19 2.11 2.02 1.76 19 4.38 3.52 3.13 2.90 2.74 2.63 2.48 2.31 2.23 2.16 2.07 1.98 1.73 20 4.35 3.49 3.10 2.87 2.71 2.60 2.45 2.28 2.20 2.12 2.04 1.95 1.71 21 4.32 3.47 3.07 2.84 2.68 2.57 2.42 2.25 2.18 2.10 2.01 1.92 1.69 22 4.30 3.44 3.05 2.82 2.66 2.55 2.40 2.23 2.15 2.07 1.98 1.89 1.67 23 4.28 3.42 3.03 2.80 2.64 2.53 2.37 2.20 2.13 2.05 1.96 1.86 1.65 24 4.26 3.40 3.01 2.78 2.62 2.51 2.36 2.18 2.11 2.03 1.94 1.84 1.64 25 4.24 3.39 2.99 2.76 2.60 2.49 2.34 2.16 2.09 2.01 1.92 1.82 1.62 26 4.23 3.37 2.98 2.74 2.59 2.47 2.32 2.15 2.07 1.99 1.90 1.80 27 4.21 3.35 2.96 2.73 2.57 2.46 2.31 2.13 2.06 1.97 1.88 1.79 1.51 28 4.20 3.34 2.95 2.71 2.56 2.45 2.29 2.12 2.04 1.96 1.87 1.77 1.39 29 4.18 3.33 2.93 2.70 2.55 2.43 2.28 2.10 2.03 1.94 1.85 1.75 1.25 30 4.17 3.32 2.92 2.69 2.53 2.42 2.27 2.09 2.01 1.93 1.84 1.74 1.00 40 4.08 3.23 2.84 2.61 2.45 2.34 2.18 2.00 19.2 1.84 1.74 1.64 60 4.00 3.15 2.76 2.53 2.37 2.25 2.10 1.92 1.84 1.75 1.65 1.53 120 3.92 3.07 2.68 2.45 2.29 2.17 2.02 1.83 1.75 1.66 1.55 1.43  9.84 3.00 2.60 2.37 2.21 2.10 1.94 1.75 1.67 1.57 1.46 1.32

308 ตารางท่ี 4 คา่ วกิ ตขิ องไคสแควร(์  2 ) จากการแจกแจงแบบไคสแควร์ ระดบั นยั สาคญั กรณที ดสอบทางเดยี ว .10 .05 .025 .01 .005 .0005 ระดบั นยั สาคญั กรณที ดสอบสองทาง .001 10.83 df .20 .10 .05 .02 .01 13.82 16.27 1 1.64 2.71 3.84 5.41 6.64 18.46 20.52 2 3.22 4.60 5.99 7.82 9.21 22.46 24.32 3 4.64 6.25 7.82 9.84 11.34 26.12 27.88 4 5.99 7.78 9.49 11.67 13.28 29.59 31.26 5 7.29 9.24 11.07 13.39 15.09 32.91 34.53 6 8.56 10.64 12.59 15.03 16.81 36.12 37.70 7 9.80 12.02 14.07 16.62 18.48 39.29 40.75 8 11.03 13.36 15.51 18.17 20.09 42.31 13.82 9 12.24 14.68 16.92 19.68 21.67 45.32 46.80 10 13.44 15.99 18.31 21.16 23.21 48.27 49.73 11 14.63 17.28 19.68 22.62 24.72 51.18 52.62 12 15.81 18.55 21.03 24.05 26.22 54.05 55.48 13 16.98 19.81 22.36 25.47 27.69 56.89 58.30 14 18.15 21.06 23.68 26.87 29.14 59.70 15 19.31 22.31 25.00 28.26 30.58 16 2046 23.54 26.30 29.63 32.00 17 21.62 24.77 27.59 31.00 33.41 18 22.76 25.99 28.87 32.35 34.80 19 23.90 27.20 30.14 33.69 36.19 20 25.04 28.41 31.41 35.02 37.57 21 26.17 29.62 32.67 36.34 38.93 22 27.30 30.81 33.92 37.66 40.29 23 28.43 32.01 35.17 38.97 41.64 24 29.55 33.20 36.42 40.27 42.98 25 30.68 34.38 37.65 41.57 44.31 26 31.80 35.56 38.88 42.86 45.64 27 32.91 36.74 40.11 44.14 46.96 28 34.03 37.92 41.34 45.42 48.28 29 35.14 39.09 42.56 46.69 49.59 30 36.25 40.26 43.77 47.96 50.89


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook