านรับผดิ ชอบ การจัดทาํ รายงานประเทศ หมายเหตุ - - ยงั ไม่ไดเ้ ขา้ เป็ นภาคี 34
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปฏญิ ญาสากลว่าด้วยสิทธมิ นุษยชน ตาราง 2-3 เปรียบเทยี บปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกบั รัฐธรรมนูญพ.ศ.255 ปฏิญญาสากลว่ าด้ วยสิ ทธิมนุ ษยชน รัฐธรรมนูญไทย พ 1. ศกั ดิศรี ความเป็ นมนุษย์ มาตรา 4, 26, 2 2. ความเสมอภาคโดยปราศจากการเลือกประติบตั ิ มาตรา 5, 30 3. สิทธิในการดาํ รงชีวติ และความมนั คงแห่งร่างกาย มาตรา 32 4. เสรี ภาพจากการถูกบงั คบั ใหเ้ ป็ นทาส มาตรา 29,32 โด เสรี ภาพจากการถูกบงั คบั ใหก้ กั ขงั ใตภ้ าระจาํ ยอม มาตรา 29, 32 5. เสรี ภาพจากการถูกทรมานหรื อการลงโทษที มาตรา 32 โหดร้าย 6. สิทธิในการไดร้ ับการยอมรับวา่ เป็ นบุคคลตาม มาตรา 30 กฎหมาย 7. สิทธิในการไดร้ ับความคุม้ ครองโดยกฎหมาย มาตรา 30, 40 8. สิทธิทีจะไดร้ ับการเยยี วยาจากศาลเมือถูกละเมิด มาตรา 28, 40, 81, 21 สิ ทธิ 9. เสรี ภาพจากการถูกจบั กมุ กกั ขงั หรื อเนรเทศโดย มาตรา 34, 39 พลการ 13
น กบั รัฐธรรมนูญ 2550 และกฎหมายภายในอนื ทเี กยี วข้อง 50 และกฎหมายอนื ทเี กยี วข้อง กฎหมายภายในอืนๆ พ.ศ. 2550 - 28, 30 - 0, 31 2 ป.อ. ดยออ้ ม - 2 , 36 2 ป.อ. ป.อ. 0 ป.พ.พ. 0, 212 12, 218, 223 ทุกกฎหมาย ป.ว.ิ อาญา 9, 40 ป.ว.ิ แพง่ ป.ว.ิ อาญา 35
10. สิทธิในการไดร้ ับการพิจารณาคดีในศาลอยา่ ง มาตรา 40, 81, 197 เป็ นธรรม 11. สิทธิในการไดร้ ับการสนั นิษฐานวา่ เป็ นผบู้ ริ สุทธิ มาตรา 39 จนกวา่ จะมีการพิสูจน์ความผิด มาตรา 39 เสรี ภาพจากการไม่ถูกบงั คบั ใชก้ ฎหมายอาญา มาตรา 35 ยอ้ นหลงั มาตรา 33 12. สิทธิในความเป็ นอยสู่ ่วนตวั ในครอบครัว มาตรา 36 มาตรา 34 สิ ทธิ ในเคหสถาน เสรี ภาพในการสื อสาร รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยปราก 13. เสรี ภาพในการเดินทางและการเลือกถินทีอยู่ รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยปราก อาศยั 14. สิทธิในการลีภยั มาตรา 35 15. สิทธิเสรี ภาพในการถือและเปลียนสัญชาติ มาตรา 41 16. สิทธิในการสมรสและสร้างครอบครัว มาตรา 42 17. สิทธิในการถือครองทรัพยส์ ิน เสรี ภาพจากการถูกยดึ คืน/เวนคืนทรัพยส์ ินโดย มาตรา 37, พลการ 18. เสรี ภาพในความคิด ความเชือและในการนบั ถือ 13
7, 218, 223 ป.ว.ิ แพง่ ป.ว.ิ อาญา 9 ป.ว.ิ อาญา 9 ป.อ. 5, ป.พ.พ. 3 6 - 4 กฎหมายคนเขา้ เมือง กฏ, มาตรา 82 ไม่ชดั - กฏ, มาตรา 82 ไม่ชดั กฎหมายสัญชาติ 5 1 ป.พ.พ. 2 ป.พ.พ. พรบ.เวนคืน 79 - 36
ศาสนา มาตรา 45-48, 1 19. เสรี ภาพในความคิดเห็นและการแสดงออก มาตรา 63 20. เสรี ภาพในการชุมนุม มาตรา 64, เสรี ภาพรวมกนั เป็ นสมาคม มาตรา 2, 3 , 87, 88, 93, 94, 21. สิทธิทีจะมีส่วนร่วมการปกครองโดยผา่ นการ เลือกตงั 284 มาตรา 51- สิทธิในการเขา้ ถึงบริ การสาธารณะ มาตรา 43, 83, 84 22. สิทธิในความมนั คงและการไดร้ ับผลทาง เศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม มาตรา 38 , 4 23. สิทธิทีจะเลือกทาํ งานและไดร้ ับค่าตอบแทนที เป็ นธรรม มาตรา 64, 84 มาตรา 44 สิทธิทีจะเขา้ ร่วมสหภาพแรงงาน 24. สิทธิทีจะพกั ผอ่ นและมีเวลาวา่ งจากการทาํ งาน มาตรา 51-55, 25. สิทธิในมาตรฐานการครองชีพทีเพยี งพอ มาตรา 51, สิทธิในการรักษาพยาบาลทีจาํ เป็ น มาตรา 55, 80 สิทธิในความมนั คงจากการวา่ งงานหรื อขาดไร้ อาชีพ มาตรา 52 สิ ทธิ ของบุตรนอกสมรส 13
163, 164 กฎหมายสื อสารมวลชน 3 - 87 - , 95, 111, 112, 165, กฎหมายเลือกตงั -55 - 4, 85, 190 - 43, 84 กฎหมายแรงงาน 4, 87 4 กฎหมายแรงงาน 80, 84 - 80 0, 84 กม.สาธารณสุ ข กม.ประกนั สังคม 2 - 37
26. สิทธิในการศึกษา มาตรา 49, เสรี ภาพทางวชิ าการ มาตรา 50, มาตรา 66,67 27. สิทธิทางวฒั นธรรม มาตรา 80, สิทธิในความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์ 13
80 กฎหมายการศึกษา 80 7, 80 กฎหมายวฒั นธรรม 86 ลิขสิทธิ - สิทธิบตั ร 38
บทที 2 หลกั กฎหมายสิทธมิ นุษยชนในเชิงเนือหา เนือหาในบทนีจะเป็ นการปูพืนฐานหลักการสําคญั ของกฎหมายสิทธิมนุษยชนในเชิง เนือหา ซึงหลกั การแทบทงั หมดปรากฏอยู่ในเอกสารสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ฉบบั ต่างๆ แต่ในงานวิจยั บทนีจะเลือกเพียงบางส่วนซึงสะทอ้ นให้เห็นถึงหลกั การในเชิงสาระ เนือหาของสิทธิวา่ มีสิทธิใดบา้ งทีกฎหมายรับรอง และมีบุคคลกลุ่มใดบา้ งทีกฎหมายพินิจวา่ เป็ น กลุ่มเสียงทีจะถูกละเมิดสิทธิ และกฎหมายไดก้ าํ หนดมาตรการเพิมเติมให้กบั กลุ่มพิเศษ เช่น เด็ก สตรี แรงงานต่างด้าว ฯลฯ หรือประเด็นพิเศษ อาทิ การบงั คบั ให้สูญหาย ฯลฯ ไวอ้ ย่างไรบา้ ง ทงั นีจะเป็ นการเน้นทีตวั สาระสําคญั ตามกฎหมาย แล้วยกเนือหาของบทบญั ญตั ิสนธิสัญญามา ประกอบ หากเรืองใดมีความเห็นทวั ไปของคณะกรรมาธิการของสนธิสัญญานนั ทีกล่าวถึงใน ประเดน็ สาํ คญั ก็จะนาํ มาประกอบการทาํ ความเขา้ ใจ ดงั นนั จึงมีการคดั เลือกมาเฉพาะส่วนสําคญั จากเอกสารทงั หมด โดยวางอยบู่ นวธิ ีการสกดั เอาเนือหาทีไม่ซําซ้อนกบั ส่วนอืน และยงั ไม่มีการยกกรณีศึกษามาประกอบการทาํ ความเขา้ ใจ หลักการ เนืองจากกรณีศึกษาจะถูกนําเสนอในบทถัดไปทีว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยตรง แหล่งทีมาของกฎหมาย ประกอบไปดว้ ย 1. กฎบตั รสหประชาชาติ 2. ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน 3. กติการะหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิพลเมือง และ สิทธิทางการเมือง 4. กติการะหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และ วฒั นธรรม 5. อนุสัญญาวา่ ดว้ ยสิทธิเด็ก 6. อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการขจดั การเลือกปฏิบตั ิต่อสตรีในทุกรูปแบบ 7. อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการขจดั การเลือกประติบตั ิทางเชือชาติในทุกรูปแบบ 8. ปฏิญญาวา่ ดว้ ยสิทธิคนพนื เมือง 9. อนุสญั ญาต่อตา้ นการทรมาน การเลือกประติบตั ิหรือการลงโทษอืนทีโหดร้าย ไร้ มนุษยธรรม หรือทียาํ ยศี กั ดิศรี 10. อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสิทธิคนพิการ
11. อนุสัญญาสหประชาชาติว่าดว้ ยการคุม้ ครองสิทธิของแรงงานขา้ มชาติทงั หมด และ สมาชิกของครอบครัว 12. อนุสัญญาระหวา่ งประเทศเพือต่อตา้ นการบงั คบั บุคคลใหห้ ายสาบสูญ 13. ปฏิญญาวา่ ดว้ ยสิทธิในการพฒั นา 14. ธรรมนูญกรุงโรมและศาลอาญาระหวา่ งประเทศ 1. กฎบัตรสหประชาชาติ กฎบตั รสหประชาชาติเสมือนเป็ นธรรมนูญของความสัมพนั ธ์ในประชาคมโลก ดงั นนั การ กล่าวถึงเรืองสิทธิมนุษยชนจึงตอ้ งแสวงหาจุดกาํ เนิดจากกฎบตั รสหประชาชาติ และยิงไปกวา่ นนั ประเดน็ สิทธิมนุษยชนทีปรากฏในกฎบตั รฯ ก็เกิดมาจากบทเรียนอนั โหดร้ายในช่วงยุคสงครามโลก ครังทีสอง อนั เกิดการประหตั ประหารและละเมิดสิทธิของบุคคลอยา่ งร้ายแรง สาระสําคัญของสนธิสัญญาทแี สดงถึงหลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชน อารัมภบท ........ความเชือมนั ในสิทธิมนุษยชน อนั เป็ นหลกั มูล ในเกียรติศกั ดิและคุณค่าของมนุษย์ บุคคล ในสิทธิอนั เท่าเทียมกนั ของบุรุษและสตรี และของประชาชาติใหญ่นอ้ ย และทีจะสถาปนา ภาวการณ์อนั จะธํารงไวซ้ ึงความยุติธรรม และความเคารพ ต่อขอ้ ผูกพนั ทงั หลายอนั เกิดจาก สนธิสญั ญาและทีมาอืน ๆ ของกฎหมายระหวา่ งประเทศ และทีจะส่งเสริมความกา้ วหนา้ ทางสังคม และมาตรฐานแห่งชีวติ อนั ดียงิ ขึนในอิสภาพทีกวา้ งขวางยงิ ขึน ดาํ รงชีวิตอยดู่ ว้ ยกนั ในสันติภาพเยยี งเพือนบา้ นทีดี และทีจะรวมกาํ ลงั ของเราเพือธาํ รงไว้ ซึงสันติภาพและความมนั คงระหวา่ งประเทศ ส่งเสริมความรุดหนา้ ในทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนทงั ปวง ข้อ 1. ความมุ่งประสงค์ของสหประชาชาติ คือ 1. เพือธาํ รงไวซ้ ึงสันติภาพและความมนั คงระหว่างประเทศ ....การแกไ้ ข หรือระงบั กรณี พิพาทหรือสถานการณ์ระหว่างประเทศอันอาจนําไปสู่การละเมิดสันติภาพ โดยสันติวิธีและ สอดคลอ้ งกบั หลกั การแห่งความยตุ ิธรรมและกฎหมายระหวา่ งประเทศ 34
2. เพือพฒั นาความสัมพนั ธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชาติทงั หลายโดยยึดการเคารพต่อ หลกั การแห่งสิทธิทีเท่าเทียมกนั และการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเองแห่งประชาชนทงั หลายเป็ นมูล ฐาน และจะดาํ เนินมาตรการอืน ๆ อนั เหมาะสมเพอื เป็นกาํ ลงั แก่สนั ติภาพสากล 3. เพือให้บรรลุถึงการร่วมมือระหวา่ งประเทศ ในอนั ทีจะแกป้ ัญหาระหว่างประเทศทาง เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม หรือมนุษยธรรมและในการส่งเสริมและสนบั สนุนการเคารพต่อสิทธิ มนุษยชน และต่ออิสรภาพอนั เป็ นหลกั มูลสําหรับทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบตั ิในเรืองเชือชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา และ ข้อ 55. ดว้ ยความมุ่งหมายในการสถาปนาภาวการณ์แห่งเสถียรภาพ และความเป็ นอยทู่ ีดี ซึงจาํ เป็ น สาํ หรับความสัมพนั ธ์โดยสันติและโดยฉนั มิตรระหวา่ งประชาชาติทงั หลาย โดยยึดความเคารพต่อ หลกั การแห่งสิทธิอนั เท่าเทียมกนั และการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเองของประชาชนเป็ นมูลฐาน สหประชาชาติจะตอ้ งส่งเสริม ก.มาตรฐานการครองชีพทีสูงขึน การมีงานทาํ โดยทวั ถึง และภาวการณ์แห่งความกา้ วหนา้ และพฒั นาการทางเศรษฐกิจและสงั คม ข.การแกไ้ ขปัญหาระหวา่ งประเทศทางเศรษฐกิจ สังคม อนามยั และอืน ๆ ทีเกียวขอ้ ง และ ความร่วมมือระหวา่ งประเทศทางวฒั นธรรมและการศึกษา และ ค.การเคารพโดยสากล และการปฏิบตั ิตามสิทธิมนุษยชนและอิสรภาพอนั เป็ นหลักมูล สาํ หรับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบตั ิในเรืองเชือชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา ข้อ 56. สมาชิกทงั ปวงใหค้ าํ มนั วา่ ตนจะดาํ เนินการร่วมกนั และแยกกนั ในการร่วมมือกบั องคก์ ารฯ เพอื ใหบ้ รรลุความมุ่งประสงคท์ ีกาํ หนดไวใ้ นขอ้ 55 35
2. ปฏญิ ญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนถือเป็ นเอกสารสําคญั ทีสุดในการศึกษาและปรับใช้ กฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยปฏิญญาไดบ้ ญั ญตั ิทงั ในส่วนเนือหาว่าสิทธิทีพึงไดร้ ับการคุม้ ครอง และการบงั คบั ใช้ ตีความ สิทธิมนุษยชน ดงั นนั จะขอยกเนือหาสําคญั มากล่าวถึงอยา่ งละเอียด โดย ในสนธิสัญญาตวั ต่อๆไปจะไม่กล่าวซําในเรืองเนือหาแห่งสิทธิทีบุคคลทงั หลายพึงได้รับอีก (พิจารณาจากตารางสิทธิ) สาระสําคัญของสนธิสัญญาทแี สดงถึงหลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชน อารัมภบท .......การยอมรับศกั ดิศรีประจาํ ตวั และสิทธิทีเสมอกนั ไม่อาจโอนแก่กนั ได.้ .. เป็ นรากฐาน ของเสรีภาพ ความยตุ ิธรรมและสันติภาพ .......ทงั มีเสรีภาพจากความกลวั และความตอ้ งการ .......สิทธิมนุษยชนควรไดร้ ับการคุม้ ครองโดยหลกั นิติธรรม ความเชือมนั ในสิทธิมนุษยชน ขนั พืนฐาน ในศกั ดิศรีและคุณค่าของตวั บุคคล และความเสมอกนั แห่งสิทธิทงั ชายหญิง และได้ ตดั สินใจทีจะส่งเสริมความกา้ วหนา้ ทางสังคมตลอดจนมาตรฐานแห่งชีวิตใหด้ ีขึน มีเสรีภาพมาก ขึน .......การส่งเสริม การเคารพ และการถือปฏิบตั ิโดยสากลต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขนั พืนฐาน ……ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรืองสิทธิมนุษยชนนี เป็ นมาตรฐานร่วมกนั แห่งความสําเร็จ สาํ หรับประชาชนทงั หลายและประชาชาติทงั ปวง ดว้ ยจุดประสงคท์ ีจะให้ปัจเจกบุคคลทุกผทู้ ุกนาม และองคก์ รของสังคมทุกหน่วย โดยการรําลึกเสมอถึงปฏิญญานี พยายามสังสอนและให้การศึกษา เพือส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพเหล่านี ดว้ ยมาตรการทีเจริญกา้ วไปขา้ งหนา้ ทงั ในและ ระหวา่ งประเทศ เพอื ใหไ้ ดม้ าซึงการยอมรับและถือปฏิบตั ิต่อสิทธิเหล่านนั อยา่ งเป็นสากลและไดผ้ ล ทงั ในหมู่ประชาชนของรัฐสมาชิกเอง และในหมู่ของประชาชนแห่งดินแดนทีอย่ภู ายใตด้ ุลอาณา ของรัฐสมาชิกดงั กล่าว. 36
ข้อ 1. มนุษยท์ งั หลายเกิดมาอิสระ มีเสรีและเท่าเทียมกนั ทงั ศกั ดิศรีและสิทธิทุกคนไดร้ ับการประ สิทธิประสาทเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบตั ิต่อกนั อยา่ งฉนั พีนอ้ ง (ขอ้ นีสะทอ้ นใหเ้ ห็นเรือง “ศกั ดิศรีความเป็นมนุษย”์ ) ข้อ 2. บุคคลชอบทีจะมีสิทธิและเสรีภาพประดาทีระบุไวใ้ นปฏิญาณนี ทงั นีโดยไม่มีการจาํ แนก ความแตกต่างในเรืองใดๆ เช่น เชือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอืน ใด ชาติหรือสังคมอนั เป็ นทีมาเดิม ทรัพยส์ ิน กาํ เนิด หรือสถานะอืนใด นอกจากนีการจาํ แนกขอ้ แตกต่างโดยอาศยั มูลฐานแห่งสถานะทางการเมืองทางดุลอาณาหรือทางเรืองระหวา่ งประเทศของ ประเทศ หรือดินแดนซึงบุคคลสังกดั จะทาํ มิได้ ทงั นีไม่วา่ ดินแดนดงั กล่าวจะเป็นเอกราชอยใู่ นความ พิทกั ษ์ มิไดป้ กครองตนเองหรืออยภู่ ายใตก้ ารจาํ กดั แห่งอธิปไตยอืนใด (ขอ้ นีสะทอ้ นให้เห็นเรือง ความเสมอภาคของบุคคลบนความหลากหลาย แต่จะไม่ถูกเลือกประติบตั ิดว้ ยความแตกต่างอยา่ งไม่ เป็ นธรรม) ตาราง 2-1 สิทธิต่างๆทปี ฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนรับรอง สิทธิต่างๆทปี ฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนรับรอง 1. ศกั ดิศรีความเป็นมนุษย์ 2. ความเสมอภาคโดยปราศจากการเลือกประติบตั ิ 3. สิทธิในการมีชีวติ และความมนั คงแห่งร่างกาย 4. เสรีภาพจากการถูกบงั คบั ใหเ้ ป็นทาส เสรีภาพจากการถูกบงั คบั ใหก้ กั ขงั ภายใตภ้ าระจาํ ยอม 5. เสรีภาพจากการถูกทรมานหรือการลงโทษทีโหดร้าย 6. สิทธิในการไดร้ ับการยอมรับวา่ เป็นบุคคลตามกฎหมาย 7. สิทธิในการไดร้ ับความคุม้ ครองโดยกฎหมาย 8. สิทธิทีจะไดร้ ับการเยยี วยาจากศาลเมือถูกละเมิดสิทธิ 9. เสรีภาพจากการถูกจบั กมุ กกั ขงั หรือเนรเทศโดยพลการ 10. สิทธิในการไดร้ ับการพิจารณาคดีในศาลอยา่ งเป็นธรรม 11. สิทธิในการไดร้ ับการสนั นิษฐานวา่ เป็นผบู้ ริสุทธิจนกวา่ จะมีการพิสูจนค์ วามผดิ เสรีภาพจากการไม่ถูกบงั คบั ใชก้ ฎหมายอาญายอ้ นหลงั 37
12. สิทธิในความเป็นอยสู่ ่วนตวั ในครอบครัว สิทธิในเคหสถาน เสรีภาพในการสือสาร 13. เสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถินทีอยอู่ าศยั 14. สิทธิในการลีภยั 15. สิทธิเสรีภาพในการถือและเปลียนสญั ชาติ 16. สิทธิในการสมรสและสร้างครอบครัว 17. สิทธิในการถือครองทรัพยส์ ิน เสรีภาพจากการถูกยดึ คืน/เวนคืนทรัพยส์ ินโดยพลการ 18. เสรีภาพในความคิด ความเชือและการนบั ถือศาสนา 19. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ 20. เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการรวมกนั เป็นสมาคม 21. สิทธิทีจะมีส่วนร่วมในการปกครองโดยผา่ นการเลือกตงั สิทธิในการเขา้ ถึงบริการสาธารณะ 22. สิทธิในความมนั คงทางสังคมและการไดร้ ับผลทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม 23. สิทธิทีจะเลือกทาํ งานและไดร้ ับค่าตอบแทนทีเป็นธรรม สิทธิทีจะก่อตงั และเขา้ ร่วมสหภาพแรงงาน 24. สิทธิทีจะไดพ้ กั ผอ่ น มีเวลาวา่ งจากการทาํ งาน 25. สิทธิในมาตรฐานการครองชีพทีเพยี งพอ สิทธิในการไดร้ ับบริการรักษาพยาบาลทีจาํ เป็น สิทธิในความมนั คงทางสงั คมเมือวา่ งงานหรือขาดไร้อาชีพ สิทธิของบุตรนอกสมรส 26. สิทธิในการศึกษา เสรีภาพทางวชิ าการ 27. สิทธิทางวฒั นธรรม สิทธิในความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์ 38
ข้อ 28. บุคคลชอบทีจะไดร้ ับประโยชน์จากระเบียบสงั คมและระหวา่ งประเทศอนั จะอาํ นวยให้การ ใชส้ ิทธิและเสรีภาพบรรดาทีไดร้ ะบุในปฏิญญานีทาํ ไดอ้ ย่างเต็มที (นอกจากจะพูดถึงความเป็ น สากลแห่งสิทธิมนุษยชนแล้ว ยงั ยาํ ว่าบุคคลทุกคนเป็ น “พลโลก” ทีได้รับรองสิทธิในฐานะ “มนุษย”์ จากปฏิญญาสากล) ข้อ 29. (1) บุคคลมีหนา้ ทีต่อประชาชนอนั เป็ นทีเดียวซึงบุคลิกภาพของตนจะพฒั นาไดอ้ ย่างเสรี และเตม็ ความสามารถ (2) ในการใชส้ ิทธิและเสรีภาพ บุคคลตอ้ งอย่ใู ตเ้ พียงเช่นทีจาํ กดั โดยกาํ หนดแห่งกฎหมาย เฉพาะ เพือความมุ่งประสงคใ์ ห้ไดม้ าซึงการยอมรับ และการเคารพโดยชอบในสิทธิ เสรีภาพของ ผูอ้ ืน และเพือให้สอดคล้องกับข้อกําหนดอนั ยุติธรรมของศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของ ประชาชาติและสวสั ดิการโดยทวั ๆ ไป ในสังคมประชาธิปไตย (3) สิทธิและอิสรภาพเหล่านี มิว่าจะด้วยกรณีใดจะใช้ให้ขดั กับความมุ่งประสงค์และ หลกั การของสหประชาชาติไม่ได้ (ขอ้ นีกล่าวถึง “ขอบเขต” ของการใช้สิทธิเสรีภาพว่าจะต้องไม่ละเมิดต่อ ผูอ้ ืน สังคม รัฐ แล ประชาคมโลก) ข้อ 30. ขอ้ ความต่างๆ ตามปฏิญญานีไม่เปิ ดช่องทีจะแปลความไดว้ ่าให้สิทธิใดๆ แก่รัฐ กลุ่มชน หรือบุคคลใดๆ ทีจะประกอบกิจกรรม หรือกระทาํ การใดๆ อนั มุ่งต่อการทาํ ลายสิทธิและเสรีภาพ ใดๆ บรรดาทีไดร้ ะบุไวใ้ นบทบญั ญตั ิฉบบั นี (ขอ้ นีป้ องกนั การตีความสนธิสัญญาจนเกิดการ “ดอ้ ยสิทธิ” มิใหเ้ กิดขึน) 39
3. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมอื งและสิทธทิ างการเมอื ง หลังจากปฏิญญาสากลฯประกาศใช้ไปกว่าสองทศวรรษ ก็มีการประกาศ กติกาสิทธิ พลเมือง และการเมือง เพือให้รายละเอียดการบงั คบั ใชส้ ิทธิเพือให้สนองต่อการคุม้ ครองสิทธิอยา่ ง เหมาะสม โดยมีเงือนไข และจุดเนน้ ดงั ต่อไปนี สาระสําคญั 1 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ประกอบดว้ ยวรรค อารัมภบท และบทบญั ญตั ิ 53 ขอ้ ซึงแบ่งเป็ น 6 ส่วน ดงั นี วรรคอารัมภบท กล่าวถึงพนั ธกรณีของ รัฐดา้ นสิทธิมนุษยชนตามกฎบตั ร สหประชาชาติ รวมทงั หนา้ ทีของบุคคลทีจะส่งเสริมและคุม้ ครอง สิทธิมนุษยชน และไดร้ ับสิทธิทงั ดา้ นพลเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมอยา่ งเท่า เทียมกนั 1) กล่าวถึงสิทธิในการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเอง (rights to self-determination) 2) กล่าวถึงพนั ธกรณีของรัฐภาคีทีรับรองจะเคารพและประกนั สิทธิของบุคคล รวมถึงการ หา้ มการเลือกปฏิบตั ิ ไม่วา่ จะดว้ ยเหตุผลทาง เชือชาติ สีผวิ เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการ เมือง สัญชาติ สถานะทางเศรษฐกิจ สังคม ถินกาํ เนิด หรือสภาพอืนใด โดยจะดาํ เนินการใหเ้ กิดผล ในทางปฏิบตั ิภายในประเทศ ประกนั วา่ บุคคลทีถูกละเมิดจะไดร้ ับการเยยี วยา ไม่วา่ บุรุษหรือสตรีจะ ไดร้ ับสิทธิพลเมืองและการเมืองอยา่ งเท่าเทียมกนั การลิดรอนสิทธิในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการ หา้ มการตีความกติกาในอนั ทีจะไปจาํ กดั สิทธิและเสรีภาพอืนๆ 3) กล่าวถึงสาระของสิทธิในส่วนทีเป็นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ไดแ้ ก่ 3.1) สิทธิเดด็ ขาดตามขอ้ 4 อนุ 2. ไดแ้ ก่ สิทธิในการมีชีวติ อยู่ เสรีภาพจากการถูก ทรมาน การหา้ มบุคคลมิให้ตกอยใู่ นภาวะเยียงทาส การห้ามบุคคลมิใหถ้ ูกจบั กุมโดยตามอาํ เภอใจ การปฏิบตั ิต่อผถู้ ูกลิดรอนเสรีภาพอยา่ งมีมนุษยธรรม การหา้ มบุคคลถูกจาํ คุกดว้ ยเหตุทีไม่สามารถ ชาํ ระหนีตามสัญญาได้ ความเสมอภาคของบุคคลภายใตก้ ฎหมาย การห้ามมิให้มีการบงั คบั ใช้ กฎหมายอาญายอ้ นหลงั สิทธิการไดร้ ับรองเป็ นบุคคลตามกฎหมาย และสิทธิในการยึดถือปฏิบตั ิ ตามลทั ธิความเชือ ศาสนา ดงั ปรากฏในขอ้ 6, 7, 8(1)(2), 11, 15, 16, 18 3.2) สิทธิตามทีกฎหมายกาํ หนดและอาจถูกจาํ กดั ไดใ้ นบางสถานการณ์ ตามนิเศษ ของ ขอ้ 4 อนุ 2. อนั ไดแ้ ก่ การหา้ มแทรกแซงความเป็ นส่วนตวั การคุม้ ครองเสรีภาพทางความคิด 1 สาระสาํ คญั จาก เวบ็ ไซตค์ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ http://www.nhrc.or.th/ 40
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก การห้ามการโฆษณาชวนเชือเพือการสงคราม หรือก่อให้เกิดความเกลียดชังทางเชือชาติ สิทธิทีจะชุมนุมอย่างสันติ การรวมกันเป็ นสมาคม เสรีภาพในการโยกยา้ ยถินฐาน สิทธิของชายหญิงทีอยู่ในวยั ทีเหมาะสมในการมีครอบครัว การ คุม้ ครองสิทธิเด็ก และการทีพลเมืองทุกคนมีสิทธิทีจะมีส่วนในกิจการสาธารณะ การรับรองว่า บุคคลทงั ปวงยอ่ มเสมอภาคกนั ตามกฎหมายและไดร้ ับการคุม้ ครองอย่างเท่าเทียมกนั การรับรอง สิทธิของชนกลุ่มนอ้ ยทางเผา่ พนั ธุ์ ศาสนา และภาษาภายในรัฐ เป็นตน้ * เหตุแห่งการจาํ กดั สิทธิในบางสถานการณ์ คือ “ภาวะฉุกเฉินสาธารณะซึงคุกคามความอยรู่ อดของ ชาติ” และตอ้ ง “ประกาศอยา่ งเป็ นทางการ” โดยอยใู่ นขอบเขต “ความจาํ เป็ นของเหตุการณ์” ทงั นี ตอ้ งไม่ขดั กบั “พนั ธกรณีอืน” และ “ไม่เลือกประติบตั ิ” 4) กล่าวถึงการจดั ตงั คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึงมีหนา้ ทีรับผิดชอบในการตรวจสอบ การปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีทีกาํ หนดไวใ้ นกติกา รวมถึงพนั ธกรณีในการเสนอรายงานของรัฐภาคี การ ยอมรับอาํ นาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และขนั ตอนการพจิ ารณาขอ้ ร้องเรียน 5) ห้ามการตีความไปในทางขดั กบั กฎหมายระหวา่ งประเทศอืนๆ รวมทงั การมิให้ ตีความ ในการทีจะลิดรอนสิทธิทีจะใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ วนั ทมี ีผลบังคบั ใช้ สมชั ชาใหญ่สหประชาชาติไดร้ ับรองกติการะหว่างประเทศว่าดว้ ยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง เมือวนั ที 16 ธนั วาคม 2509 และมีผลบงั คบั ใชเ้ มือวนั ที 23 มีนาคม 2519 สาระสําคญั ของสนธิสัญญาทแี สดงถึงหลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชน อารัมภบท ...การยอมรับในศกั ดิศรีแต่กาํ เนิดและสิทธิทีเท่าเทียมกนั และไม่อาจเพิกถอนไดข้ องสมาชิก ทงั ปวงของมวลมนุษยชาตินนั เป็นรากฐานของเสรีภาพ ความยตุ ิธรรม และสันติธรรมในโลก... ...สิทธิเหล่านีมาจากศกั ดิศรีแต่กาํ เนิดของมนุษย์ ข้อ 1. 1. ประชาชนทงั ปวงมีสิทธิในการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเอง โดยอาศยั สิทธินนั ประชาชน จะกาํ หนดสถานะทางการเมืองของตนอยา่ งเสรี รวมทงั ดาํ เนินการอยา่ งเสรีในการพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมของตน 41
2. เพือจุดมุ่งหมายของตน ประชาชนทงั ปวงอาจจดั การโภคทรัพยแ์ ละทรัพยากรธรรมชาติ ของตนไดอ้ ยา่ งเสรี โดยไม่กระทบต่อพนั ธกรณีใด ๆ อนั เกิดจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหวา่ ง ประเทศซึงตงั อยู่บนพืนฐานของหลกั การแห่งผลประโยชน์ซึงกนั และกนั และกฎหมายระหว่าง ประเทศ ประชาชนจะไม่ถูกลิดรอนจากวถิ ีทางแห่งการยงั ชีพของตนไม่วา่ ในกรณีใด ๆ 3. รัฐภาคีแห่งกติกานี รวมทงั ผูร้ ับผิดชอบในการบริหารดินแดนทีไม่ไดป้ กครองตนเอง และ ดินแดนในภาวะทรัสตี จะส่งเสริมสิทธิในการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเองให้บรรลุผลเป็ นจริง และ ตอ้ งเคารพสิทธินนั ตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎบตั รสหประชาชาติ ข้อ 2. 1. รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานีรับทีจะเคารพปละประกนั แก่ปัจเจกบุคคลทงั ปวงภายใน ดินแดนของตนและภายใตเ้ ขตอาํ นาจของตนในสิทธิทงั หลายทีรับรองไวใ้ นกติกานีโดยปราศจาก การแบ่งแยกใด ๆ อาทิ เชือชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็น อืนใด เผา่ พนั ธุ์แห่งชาติหรือสงั คม ทรัพยส์ ิน กาํ เนิด หรือสถานะอืน ๆ 2. ในกรณีทียงั ไม่มีมาตรการทางนิติบญั ญตั ิหรือมาตรการอืนใด รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกา นีรับทีจะดาํ เนินการตามขนั ตอนทีจาํ เป็ น ตามกระบวนการทางรัฐธรรมนูญของตนและบทบญั ญตั ิ แห่งกติกานีเพือให้มีมาตรการทางนิติบญั ญตั ิหรือมาตรการอืนใดทีอาจจาํ เป็ น เพือให้สิทธิทงั หลาย ทีรับรองไวใ้ นกติกานีเป็นผล 3. รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานีรับทีจะ (ก) ประกนั ว่า บุคคลใดทีสิทธิหรือเสรีภาพของตนซึงรับรองไวใ้ นกติกานีถูก ละเมิดตอ้ งไดร้ ับการเยียวยาอย่างเป็ นผลจริงจงั โดยไม่ตอ้ งคาํ นึงว่าการละเมิดนนั จะกระทาํ โดย บุคคลผปู้ ฏิบตั ิการตามหนา้ ที (ข) ประกนั ว่า บุคคลใดทีเรียกร้องการเยียวยาดงั กล่าวยอ่ มมีสิทธิทีจะไดร้ ับการ พจิ ารณาจากฝ่ ายตุลาการ ฝ่ ายบริหาร หรือฝ่ ายนิติบญั ญตั ิทีมีอาํ นาจ หรือจากหน่วยงานอืนทีมีอาํ นาจ ตามทีกาํ หนดไว้ โดยระบบกฎหมายของรัฐ และจะพฒั นาหนทางการเยียวยาดว้ ยกระบวนการ ยตุ ิธรรมทางศาล (ค) ประกนั วา่ เจา้ หนา้ ทีผมู้ ีอาํ นาจตอ้ งบงั คบั การใหก้ ารเยยี วยานนั เป็นผล 42
ข้อ 4. 1. ในภาวะฉุกเฉินสาธารณะซึงคุกคามความอยรู่ อดของชาติ และไดม้ ีการประกาศภาระนนั อย่างเป็ นทางการแลว้ รัฐภาคีแห่งกติกานีอาจใชม้ าตรการทีเป็ นการเลียงพนั ธกรณีของตนภายใต้ กติกานีไดเ้ พียงเท่าทีจาํ เป็ นตามความฉุกเฉินของสถานการณ์ ทงั นี มาตรการเช่นว่านนั จะตอ้ งไม่ ขดั แยง้ ต่อพนั ธกรณีอืน ๆ ของตน ภายใตก้ ฎหมายระหวา่ งประเทศ และไม่เป็ นการเลือกปฏิบตั ิเพียง เหตุแห่งเชือชาติ ผวิ เพศ ภาษา ศาสนา หรือเผา่ พนั ทางสังคม 2. การเลียงพนั ธกรณีตามขอ้ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 (วรรค 1 และ 2) ขอ้ 11 ขอ้ 15 ขอ้ 16 และขอ้ 18 ไม่อาจทาํ ไดภ้ ายใตบ้ ทบญั ญตั ิของขอ้ นี 3. รัฐภาคีใดแห่งกติกานีทีใชส้ ิทธิเลียงดงั กล่าวตอ้ งแจง้ รัฐภาคีอืนแห่งกติกานีโดยทนั ที เพือให้ทราบถึงบทบญั ญตั ิซึงตนได้เลียงและเหตุผลแห่งการเลียงดงั กล่าว โดยให้เลขาธิการ สหประชาชาติเป็นสือกลาง ใหม้ ีการแจง้ โดยผา่ นสือเดิม ในวนั ทีรัฐนนั ยตุ ิการเลียงดงั กล่าว ข้อ 5. 1. ไม่มีความใดในกติกานีทีอาจนาํ ไปตีความไปในทางทีจะให้รัฐใด กลุ่มหรือบุคคลใดได้ สิทธิทีจะเขา้ ไปเกียวขอ้ งกบั กิจกรรม หรือกระทาํ การใดอนั มีจุดมุ่งหมายในการทาํ ลายสิทธิและ เสรีภาพประกาใดทีรับรองไวใ้ นกติกานี หรือเป็นการจาํ กดั สิทธินนั ยงิ ไปกวา่ ทีไดบ้ ญั ญตั ิไวใ้ นกติกา นี 2. จะตอ้ งไม่มีการจาํ กดั หรือเลียงสิทธิมนุษยชนขนั พืนฐานทีไดร้ ับการรับรอง หรือทีมีอยู่ ในรัฐภาคีใดในกติกานีซึงเป็นไปตามกฎหมาย อนุสญั ญา กฎระเบียบ หรือจารีตประเพณี โดยอา้ งวา่ กติกานีไม่รับรองสิทธิเช่นวา่ นนั หรือรับรองสิทธินนั ในระดบั ทีดอ้ ยกวา่ ข้อ 41. 1. รัฐภาคีแห่งกติกานีอาจประกาศตามบทบญั ญตั ิในขอ้ นี ในเวลาใด ๆ วา่ ตนยอมรับอาํ นาจ ของคณะกรรมการในอนั ทีจะรับและพิจารณาคาํ แจง้ ทีมีผลวา่ รัฐภาคีหนึงกล่าวอา้ งว่ารัฐภาคีอีกรัฐ หนึงไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามพนั ธกรณีของตนตามกติกานี การรับและพจิ ารณาคาํ แจง้ ตามขอ้ นีจะกระทาํ ได้ ต่อเมือเป็ นคาํ แจ้งซึงได้เสนอโดยรัฐภาคีซึงได้ประกาศยอมรับอาํ นาจของคณะกรรมการแล้ว คณะกรรมการจะไม่รับคาํ แจง้ ใด ๆ หากคาํ แจง้ นนั เกียวขอ้ งกบั รัฐภาคีซึงมิไดท้ าํ คาํ ประกาศเช่นวา่ นนั การพิจารณาคาํ แจง้ ทีไดร้ ับตามขอ้ นีใหเ้ ป็นไปตามวธิ ีพจิ ารณาต่อไปนี 43
(ก) ถ้ารัฐภาคีหนึงแห่งกติกานีพิจารณาเห็นว่ารัฐภาคีอีกรัฐหนึงมิได้ทาํ ให้ บทบญั ญตั ิแห่งกติกานีมีผลจริง รัฐนนั อาจทาํ คาํ แจง้ เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรไปยงั รัฐภาคีอีกรัฐหนึงนนั ภายในเวลาสามเดือนนับแต่วนั ทีได้รับคาํ แจง้ ให้รัฐทีไดร้ ับแจง้ ตอบรัฐทีส่งคาํ แจง้ โดยทาํ เป็ น คาํ อธิบายหรือคาํ แถลงอืนเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรชีแจงรายละเอียดของเรืองซึงควรรวมถึงการอา้ งอิง กระบวนการภายในของรัฐนนั และการเยยี วยาทีไดด้ าํ เนินการไป หรือทีอยรู่ ะหวา่ งดาํ เนินการ หรือ ทีมีอยู่ ทงั นีเท่าทีเกียวขอ้ งและเป็นไปได้ (ข) ถา้ กรณีทีเกิดขึนยงั ไม่ไดร้ ับการปรับแกใ้ ห้เป็ นทีพอใจแก่รัฐภาคีทีเกียวขอ้ งทงั สองฝ่ ายภายในหกเดือนนบั แต่วนั ทีรัฐผรู้ ับไดร้ ับคาํ ร้องเรียนครังแรก รัฐใดรัฐหนึงยอ่ มมีสิทธิทีจะ เสนอกรณีดงั กล่าวต่อคณะกรรมการ โดยแจง้ ใหค้ ณะกรรมการและอีกรัฐหนึงทราบ........ ความเห็นทวั ไปเพอื อธิบายหลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชน ข้อ 2. การปฏบิ ตั ใิ นระดับชาติ คณะกรรมการสังเกตว่าขอ้ 2 ของกติกาเปิ ดโอกาสให้รัฐภาคีเลือกวิธีการปฏิบตั ิในอาณา เขตของตนภายใตก้ รอบทีกาํ หนด คณะกรรมการตระหนกั ว่า การปฏิบตั ินีไม่จาํ เป็ นตอ้ งขึนอยู่กบั รัฐธรรมนูญหรือการออกกฎหมาย ซึงโดยตวั ของมนั เองแล้วใช่ว่าจะเพียงพอ คณะกรรมการ พิจารณาว่ามีความจาํ เป็ นทีตอ้ งชีให้รัฐภาคีเห็นว่า พนั ธกรณีตามกติกาไมไดจ้ าํ กดั อยู่เพียงแค่การ เคารพต่อสิทธิมนุษยชน หากแต่รัฐจะตอ้ งรับทีจะประกนั ว่าปัจเจกบุคคลทุกคนทีอยู่ภายใตเ้ ขต ปกครองของตนไดใ้ ชส้ ิทธิทุกประการตามกติกา ในแง่นีรัฐภาคีจะตอ้ งจดั กิจกรรมเฉพาะบางอยา่ ง เพือให้ปัจเจกบุคคลไดใ้ ชส้ ิทธิของตน จึงเป็ นเรืองสําคญั ยิงทีปัจเจกบุคคลจะตอ้ งรับรู้ถึงสิทธิของ ตนภายใตก้ ติกา (และพิธีสารเลือกรับตามกรณี) และหน่วยงานดา้ นบริการและตุลาการทงั หมดตอ้ ง ตระหนกั ถึงพนั ธกรณีของรัฐภาคีตามกติกา ในอนั ทีจะเกิดผลตามนี จึงตอ้ งมีการจดั พิมพก์ ติกาใน ทุกภาษาทีใชเ้ ป็นทางการในรัฐ ทงั ควรมีการอบรมบุคลากรทีเกียวขอ้ งให้เขา้ ใจถึงเนือหาของกติกา รวมทงั ควรทีการเผยแพร่ความร่วมมือระหวา่ งรัฐภาคีดบั คณะกรรมการ2 2UN,มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 3, การ ประชุมสมยั ที 13,1981,ยอ่ หนา้ 1-2 44
ข้อ 3. การป้ องกนั การเลือกปฏิบตั ิดว้ ยเหตุผลหลายประการรวมทงั เหตุแห่งเพศ กาํ หนดให้มีทงั มาตรการคุม้ ครอง และมาตรการทีจะเป็ นการประกนั การไดใ้ ช้สิทธิ ซึงไม่จาํ กดั เพียงแค่การออก กฎหมาย ดงั นนั จึงมีความตอ้ งการขอ้ มลู เกียวกบั บทบาทของผหู้ ญิงในทางปฏิบตั ิ ทงั นีเพือให้เห็นวา่ ในการใชม้ าตรการอืนใดหรือไม่นอกเหนือจากมาตรการทางกฎหมาย เพือช่วยให้การปฏิบตั ิตรม พนั ธกรณีขอ้ 3 บงั เกิดผล และเพือใหเ้ ห็นวา่ ไดม้ ีความกา้ วหนา้ อยา่ งไร หรือมีปัจจยั อุปสรรคใดบา้ ง ประการทีสอง พนั ธกรณีทีรัฐภาคีต้องปฏิบตั ิภายใต้ขอ้ 3 อาจมีผลกระทบอย่างเลียงไม่ได้ต่อ มาตรการทางกฎหมายหรือทางการบริหารทีเกียวขอ้ งกบั กรณีอืน นอกเหนือจากทีกาํ หนดในกติกา แต่เป็ นประเด็นทีอาจจะมีผลในทางลบต่อสิทธิทียอมรับในกติกาแต่เป็ นประเด็นทีอาจจะมีผล ในทางลบต่อสิทธิทียอมรับในกติกา3 ข้อ 4. ในภาวะฉุกเฉินสาธารณะ ซึงคุกคามความอยรู่ อดของชาติและไดม้ ีประกาศภาวะนนั อยา่ ง เป็นทางการแลว้ รัฐภาคีอาจเลียงพนั ธกรณีของตนภายใตก้ ติกาไดเ้ พียงเท่าทีจาํ เป็ นตามความฉุกเฉิน ของสถานการณ์อยา่ งไรก็ตามรัฐภาคีไม่อาจทีจะเลียงพนั ธกรณีบางอยา่ งทีสาํ คญั ตามทีกาํ หนดไวใ้ น บทบญั ญตั ิขอ้ 4(2) และไม่อาจใชม้ าตรการเลือกปฏิบตั ิดว้ ยเหตุบางประการ รัฐภาคีใดทีใชส้ ิทธิการ เลียงดังกล่าวยงั คงมีพนั ธกรณีทีจะตอ้ งแจ้งรัฐภาคีอืนแห่งกติกานีโดยทนั ที โดยให้เลขาธิการ สหประชาชาติเป็ นสือกลาง เพือให้ทราบถึงบทบญั ญตั ิทีตนได้เลียงและเหตุผลแห่งการเลียง ตลอดจนวนั ทีรัฐนนั ยตุ ิการเลียงพนั ธกรณีดงั กล่าว4 มาตรการการเลียงพนั ธกรณีภายใตบ้ ทบญั ญตั ิขอ้ 4 ของกติกา มีลกั ษณะยกเวน้ เป็ นเพียง มาตรการชวั คราว และมีผลบงั คบั ตราบเท่าทีภยั คุกคามต่อความอยรู่ อดของชาติยงั คงอยเู่ ท่านนั และ ในภาวะฉุกเฉินการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนยงิ ทวคี วามสาํ คญั โดยเฉพาะอยา่ งยิงในสิทธิทีรัฐภาคีไม่ อาจเลียงพนั ธกรณีได้ ทีสําคญั ทดั เทียมกนั ก็คือ การทีรัฐภาคีตอ้ งแจง้ รัฐภาคีอืนเกียวกบั ลกั ษณะ 3 UN,มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 4, การ ประชุมสมยั ที 13,1981,ยอ่ หนา้ 2-3 4 UN,มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 5, การ ประชุมสมยั ที 13,1981,ยอ่ หนา้ 1 45
ขอบเขต และเหตุผลของการเลียงพนั ธกรณีในภาวะฉุกเฉิน ทงั ยงั ตอ้ งปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีและ ขอบเขตของสิทธิแต่ละประการทีมีการเลียงพนั ธกรณี รวมทงั ระบุถึงเอกสารทีเกียวขอ้ ง5 ข้อ 6. ขอ้ 6 ของกติกา ในส่วนทีเกียวกับสิทธิในชีวิตแต่กาํ เนิด ซึงเป็ นสิทธิสูงสุดทีการเลียง พนั ธกรณีไม่อาจทาํ ได้ แมใ้ นยามฉุกเฉินสาธารณะทีอาจเป็ นภยั คุมคามความอยรู่ อดของชาติก็ตาม (ขอ้ 4) ภายใตก้ ฎบตั รสหประชาชาติ การข่วู า่ จะใหห้ รือ การใชก้ าํ ลงั โดยประเทศหนึงประเทศใด ต่อประเทศอืน ได้ถูกห้ามไวอ้ ย่างชดั เจน ยกเวน้ แต่ในกรณีทีเป็ นการใช้สิทธิเพือป้ องกนั ตนเอง คณะกรรมการพิจารณาวา่ รัฐมีหนา้ ทีสูงสุดทีจะตอ้ งป้ องกนั สงครามการฆ่าลา้ งเผา่ พนั ธุ์ และการใช้ ความรุนแรงในวงกวา้ งอืน ๆอนั ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ความพยายามใด ๆ ของรัฐในอนั ที จะระงบั อนั ตรายของสงคราม ความเชือมโยงระหวา่ งขอ้ 6 กบั ขอ้ 20 ของกติกา ซึงระบุวา่ กฎหมาย จะตอ้ งป้ องกนั การโฆษณาชวนเชือใด ๆ ก็ตามเพือการสงคราม (วรรค 1) หรือเพือ ยวั นุให้เกิดความ รุนแรง รัฐภาคีตอ้ งมีการใช้มาตรการทีไม่เพียงแต่ป้ องกนั หรือลงโทษจากการพรากชีวิตโดย อาชญากรรม แต่จะตอ้ งป้ องกนั การเข่นฆ่าโดยเจา้ หนา้ ทีทีมีอาํ นาจดว้ ย การพรากชีวิตทีกระทาํ โดย เจ้าหน้าทีรัฐนันเป็ นเรืองทีร้ายแรงยิง ดังนันกฎหมายต้องควบคุมและจาํ กัดอย่างเข้มงวดเต่อ สถานการณ์ทีบุคคลอาจถูกพรากชีวติ โดยเจา้ หนา้ ทีรัฐ6 การป้ องกนั การสุญหายของปัจเจกบุคคล ในการปกป้ องสิทธินีจาํ เป็ นทีรัฐตอ้ งดาํ เนิน มาตรการเชิงบวก รัฐภาคีตอ้ งใชม้ าตรการทีเป็ นไปไดป้ ระการ เพือลดดารเสียชีวิตของทารก และ เพือเพิมอายุขยั ประชากรโดยเฉพาะอย่างยิงมาตรการขจดั ภาวะทุพโภชนาการและโรคระบาด รัฐ ภาคีไม่ไดถ้ ูกกาํ หนดให้ตอ้ งยกเลิกโทษประหารชีวติ โดยสินเชิง โดยการใชบ้ ทลงโทษดงั กล่าว ใน กรณีทีเป็นอาชญากรรมร้ายแรงทีสุดเท่านนั จึงตอ้ งมีการทบทวนกฎหมายอาญา นอกเหนือจากสิทธิ ทีจะไดร้ ับการอภยั โทษ และ ลดโทษแลว้ กระบวนการทีเป็ นการรับประกนั ต่าง ๆตอ้ งไดร้ ับการ เคารพ ไม่วา่ จะเป็นสิทธิในการพิจารณาทีเป็ นธรรมโดยคณะตุลาการทีเป็ นอิสระ การสันนิษฐานวา่ 5 UN,มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 5, การ ประชุมสมยั ที 13,1981,ยอ่ หนา้ 3 6 UN,มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 6, การ ประชุมสมยั ที 16,1982,ยอ่ หนา้ 1-3 46
เป็นผบู้ ริสุทธิ การประกนั สิทธิในการแกข้ อ้ กล่าวหาของผตู้ อ้ งหา ตลอดจนสิทธิทีจะอุทธรณ์ต่อองค์ คณะผพู้ พิ ากษาในระดบั สูงขึนไป7 ข้อ 9. หมายรวมถึงการจํากัดเสรี ภาพทังปวง ไม่ว่าจะในกรณีอาญาหรื อกรณีอืนๆ เพือ วตั ถุประสงคท์ างการศึกษา การควบคุมคนเขา้ เมือง การเจบ็ ป่ วยทางจิต คนจรจดั ผตู้ ิดยาเสพติด แม้ บทบญั ญตั ิครอบคลุมบุคคลทีถูกจาํ กดั เสรีภาพโดยการจบั กุมหรือคุมขงั รัฐภาคีตอ้ งประกนั การ เยียวยาอย่างเป็ นผล บุคคลใดก็ตามทีถูกจบั กุมหรือควบคุมตวั จะตอ้ งถูกนาํ ตวั “โดยพลนั ” ไปยงั ศาล การระบุระยะเวลาการควบคุมทีชดั เจน การเลือนเวลาการนาํ ตวั ไปยงั ศาลนีตอ้ งไม่เกินสองสาม วนั “ การพิจารณาคดีภายในเวลาอนั สมควร หรือไดร้ ับการปล่อยตวั ไป ” การควบคุมตวั ก่อนการ พิจารณาคดีจะตอ้ งเป็ นขอ้ ยกเวน้ และจะตอ้ งมีระยะเวลาสันทีสุดเท่าทีเป็ นไปได้ หากมีการใชส้ ิงที เรียกกนั วา่ การควบคุมตวั เพือป้ องกนั เหตุดว้ ยเหตุผลความมนั คงสาธารณะ ตอ้ งมีการควบคุมการใช้ มาตรการนีและตอ้ งไม่เป็ นการใชต้ ามอาํ เภอใจ ตอ้ งอยบู่ นพืนฐานและกระบวนการทีบญั ญตั ิไวใ้ น กฎหมาย (วรรค1) ตอ้ งชีแจงเหตุผลของการใชม้ าตรการนี(วรรค2) รวมทงั จดั ให้มีการพิจารณาโดย ศาลถึงความชอบดว้ ยกฎหมายของการควบคุมตวั นนั (วรรค4) การชดเชยค่าสินไหมทดแทนกรณี ควบคุมตวั โดยไม่ชอบดว้ ยกฎหมายและหากมีการตงั ขอ้ หาทางอาญาจะตอ้ งมีการคุม้ ครองเตม็ ที8 ข้อ 19. การพฒั นาของสือมวลชนสมยั ใหม่ทาํ ให้จาํ เป็ นตอ้ งมีมาตรการทีมีประสิทธิภาพในการ ป้ องกนั ไม่ให้มีการควบคุมสือมวลชนในลกั ษณะทีอาจเป็ นการแทรกแซงสิทธิเสรีภาพแห่งการ แสดงออกของทุกคน อย่างไรก็ตามการทีจะได้รับทราบระบบทีแท้จริงของเสรีภาพแห่งการ แสดงออกในกฎหมายและในทางปฏิบัติ ข้อจํากัดต่อการใช้สิทธินีได้ ซึงอาจจะเกียวกับ ผลประโยชนข์ องบุคคลอืน หรือของชุมชนโดยส่วนรวม9 7 UN,มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 6, การ ประชุมสมยั ที 16,1982,ยอ่ หนา้ 4-7 8 UN,มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 8, การ ประชุมสมยั ที 16,1982,ยอ่ หนา้ 1-4 9 UN,มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 10 การ ประชุมสมยั ที 19,1983,ยอ่ หนา้ 2 และ 4 47
ข้อ 20. การใชส้ ิทธิดงั กล่าวตอ้ งควบคู่ไปกบั หนา้ ทีและความรับผิดชอบพิเศษ ขอ้ ห้ามตามวรรค 1 ครอบคลุมถึงทุกรูปแบบของการโฆษณาชวนเชือทีคุกคาม หรือเป็ นผลให้เกิดการรุกรานหรือเป็ น ภยั ต่อสนั ติภาพอนั ขดั ต่อกฎบตั รสหประชาชาติ ใน ขณะทีวรรค 2 มุ่งหา้ มโดยตรงต่อการสนบั สนุน ใด ๆ ให้เกิดความเกลียดชังในชาติ เผ่าพนั ธุ์ หรือศาสนา ซึงยวั ยุให้เกิดการเลือกปฏิบตั ิการเป็ น ปรปักษ์ หรือการใชค้ วามรุนแรงไม่วา่ การโฆษณาชวนเชือ หรือการสนบั สนุนสิทธิอธิปไตยในการ ป้ องกนั ตนเองหรือสิทธิของปวงชนในการกาํ หนดใจตนเอง หรือในการเป็ นเอกราช ทงั นีโดย สอดคล้องกับกฎบตั รสหประชาชาติ การทีจะให้ข้อ 20 มีประสิทธิภาพเต็มทีจะตอ้ งมีกฎหมาย บญั ญตั ิชดั เจนกว่าการโฆษณาชวนเชือและการสนบั สนุนดงั ทีกล่าวนันขดั กบั นโยบายสาธารณะ และจะตอ้ งมีการบญั ญตั ิถึงมาตรการลงโทษทีเหมาะสมในกรณีทีมีการละเมิด10 ข้อ 1. ในการ “จดั การโภคทรัพยแ์ ละทรัพยากรธรรมชาติของตน โดยไม่กระทบต่อพนั ธกรณีใด ๆ อนั เกิดจากความร่วมมอทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึงตงั อยู่บนพืนฐานของหลกั การแห่ง ผลประโยชน์ซึงกนั และกนั และสอดคลอ้ งกบั กฎหมายระหว่างประเทศ และไม่วา่ กรณีใดปวงชน หนึงๆ ยอ่ มไม่อาจถูกลิดรอนวถิ ีทางแห่งการยงั ชีพของตน” สิทธินียงั ก่อใหเ้ กิดหนา้ ทีตามมาสาํ หรับ ทุกรัฐและประชาคมระหวา่ งประเทศ ไม่วา่ ปวงชนทีมีสิทธิในการกาํ หนดใจตนเองนนั จะขึนอยกู่ บั รัฐภาคีแห่งกติกาหรือไม่ก็ตาม ดงั นีรัฐภาคีแห่งกติกาทงั ปวงจะตอ้ งดาํ เนินการในทางสนบั สนุนเพือ เอือให้เกิดการบรรลุผล และการเคารพซึงสิทธิในการกาํ หนดใจตนเองของปวงชนทงั หลาย การ กระทาํ เชิงสนบั สนุนดงั กล่าวนนั ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั พนั ธกรณีของรัฐภายใตก้ ฎบตั รสหประชาชาติ และภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิงรัฐจะตอ้ งละเวน้ จากการแทรกแซงใน กิจการภายในของรัฐอืน ซึงจะส่งผลกระทบทางลบต่อการใช้สิทธิในการกําหนดใจตนเอง คณะกรรมการไดอ้ า้ งถึงเครืองมือระหวา่ งประเทศอืน ๆ เกียวกบั สิทธิของปวงชนในการกาํ หนดใจ 10 UN,มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 11, การ ประชุมสมยั ที 19, 1983, ยอ่ หนา้ 2 48
ตนเองโดยเฉพาะอยา่ งยิงปฏิญญาวา่ ดว้ ยหลกั กฎหมายระหว่างประเทศเกียวกบั ความสัมพนั ธ์ฉนั ท์ มิตร และความร่วมมือระหวา่ งรัฐ11 ข้อ 14. ซึงความเสมอภาคภายใตก้ ารพิจาณาของศาลรวมถึงความเสมอภาคในการเขา้ ถึงศาล การ พิจารณาอย่างเป็ นธรรมและเปิ ดเผย และความมีอาํ นาจ ความเป็ นกลาง และความเป็ นอิสระของผู้ พิพากษาและระบบศาล โดยเฉพาะอยา่ งยิง รัฐภาคีจะตอ้ งระบุถึงถอ้ ยความในรัฐธรรมนูญ หรือใน กฎหมายซึงจดั ตงั ศาลและประกนั ถึงความเป็ นอิสระ ความเป็ นการ และความมีอาํ นาจของศาลนนั โดยเฉพาะในส่วนทีเกียวกบั การแต่งตงั ผูพ้ ิพากษา คุณสมบตั ิและระยะเวลาในการดาํ รงตาํ แหน่ง เงือนไขการเลือนตาํ แหน่ง การโยกยา้ ย และการสินสุดการปฏิบตั ิหนา้ ที และความเป็ นอิสระโดย แทจ้ ริงของระบบตุลาการจากระบบบริหารและนิติบญั ญตั ิ12 การตงั ศาลทหารขึนในหลายประเทศเพือดาํ เนินคดีกบั พลเรือน ซึงอาจจะก่อให้เกิดปัญหา รุนแรง หากพิจารณาถึงความเป็ นธรรม ความเป็ นกลาง และความเป็ นอิสระของการบริหารความ ยตุ ิธรรม หลายครังเหตุผลในการตงั ศาลเช่นนนั ก็เพือให้สามารถใชก้ ระบวนการทียกเวน้ ไม่เป็ นไป ตามมาตรฐานปกติของกระบวนการยตุ ิธรรมได้ แมก้ ติกาจะไม่ไดห้ า้ มศาลพิเศษเช่นนนั แต่เงือนไข ทีกติกาไดก้ าํ หนดไวก้ ็เป็นทีชดั เจนวา่ การพิจารณา คดีกบั พลเรือนโดยศาลดงั กล่าว จะตอ้ งเป็ นกรณี ยกเวน้ จริงๆ13 “การพจิ ารณาอยา่ งเป็นธรรม” ในส่วนทีเกียวกบั การพิจารณาขอ้ หาทางอาญา อยา่ งไรก็ตาม ขอ้ กาํ หนดของวรรค 3 นนั เป็ นเพียงการรับประกนั ขนั ตาํ ซึงการปฏิบตั ิตามนนั ไม่ไดเ้ พียงพอเสมอ ไปในการประกนั ความเป็ นธรรมของการพิจารณา14 11 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 12, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 5-7 12 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21,1984, ยอ่ หนา้ 3 13 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21,1984, ยอ่ หนา้ 4 14 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 5 49
“การพิจารณาคดีอย่างเปิ ดเผย” เป็ นมาตรการป้ องกันทีสําคญั เพือประโยชน์ของปัจเจก บุคคลและของสังคมโดยรวม ในขณะเดียวกนั ขอ้ 14 วรรค 1 ยอมรับถึงอาํ นาจของศาลในการห้าม สาธารณะชนเขา้ ฟังการพิจารณาคดีทงั หมดหรือบางส่วน รวมทงั สือมวลชน และจะตอ้ งไม่มีการ เลือกปฏิบัติ แต่ในกรณีทีสาธารณชน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังพิจารณา คาํ พิพากษาจะต้อง เปิ ดเผย15 ขอ้ สันนิษฐานของการเป็นผบู้ ริสุทธิ ซึงเป็ นพืนฐานของการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนนนั ได้ มีการพูดถึงอยา่ งคลุมเครือ หรือมีการกาํ หนดเงือนไขบางอยา่ ง ซึงทาํ ใหไ้ ม่เกิดการปฏิบตั ิจริง ทงั นี โดยเหตุผลของการสันนิษฐานว่าเป็ นผูบ้ ริสุทธิ อยั การผูไ้ ต่สวนย่อมมีภาระพิสูจน์ความผิดตาม ขอ้ หา และผตู้ อ้ งหาตอ้ งไดร้ ับการยกประโยชน์ หากยงั พิสูจน์ไม่แจ่มชดั ดงั นนั จึงพิสูจน์อยา่ งชดั เจน จนปราศจากขอ้ สงสัยอนั ควร ยิงไปกว่านนั ขอ้ สันนิษฐานว่าเป็ นผูบ้ ริสุทธินันชีนยั ของสิทธิทีจะ ไดร้ ับการปฏิบตั ิทีสอดคลอ้ งกบั หลกั การนี16 ขอ้ หาของบุคคลทีไม่ได้ถูกควบคุมตวั คณะกรรมการสังเกตว่าสิทธิทีจะได้รับการแจง้ ขอ้ หา โดยพลนั เวลาและ ความสะดวก สําหรับผถู้ ูกกล่าวหาทีจะเตรียมการเพือต่อสู้คดี ขึนอยกู่ บั สถานการณ์ของแต่ละกรณี โอกาสทีจะพบและสือสารกับทนาย ควรจะได้รับผูช้ ่วยเหลือทาง กฎหมาย ยงั กาํ หนดใหท้ นายสือสารผถู้ ูกกล่าวหาในเงือนไขทีใหค้ วามเคารพเตม็ ที 17 สิทธิทีผูถ้ ูกกล่าวหาจะไดร้ ับบริการแปลโดยไม่คิดมูลค่า หากไม่สามารถเขา้ ใจ หรือพูด ภาษาทีใช้ในศาลไดท้ งั นีไม่ว่าผลของการพิจารณาคดีจะออกมาอย่างไร และไม่ว่าผูต้ อ้ งหานนั จะ เป็ นคนต่างดา้ ว หรือเป็ นผูถ้ ือสัญชาติแห่งรัฐของศาลนนั ก็ตามสิทธิในเรืองนีเป็ นความจาํ เป็ นขนั พืนฐาน18 15 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 6 16 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 7 17 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 8-9 18 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 13, การ ประชุมสมยั ที 21, 1984, ยอ่ หนา้ 13 50
ข้อ 6. รัฐมีหนา้ ทีสูงสุดทีจะป้ องกนั สงคราม เนืองจากสงครามและความรุนแรงในวงกวา้ งอืน ๆ ยงั คงเป็นภยั คุกคามมนุษยชาติและคร่าชีวติ มนุษยผ์ บู้ ริสุทธิหลายพนั คนในแต่ละปี 19 การมีอยู่และอนั ตรายของภยั คุกคามนีไดส้ ร้างบรรยากาศของความหวาดระแวงและความ กลวั ระหวา่ งประเทศ ซึงโดยตวั มนั เองเป็ นปฏิปักษต์ ่อการส่งเสริมความเคารพและการตระหนกั ถึง สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขนั พืนฐานตามทีรับรองไวใ้ นกฎบตั รสหประชาชาติ และกติการะหวา่ ง ประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน20 ฐานะของคนต่างด้าวภายใต้กตกิ า กฎทวั ไปทีว่าสิทธิทุกอย่างทีระบุไวใ้ นกติกา จะตอ้ งไดร้ ับการประกนั โดยปราศจากการ เลือกปฏิบตั ิระหว่างพลเมืองของประเทศกับคนต่างด้าว คนต่างด้าวจกั ตอ้ งได้รับการเคารพต่อ หลกั การไม่เลือกปฏิบตั ิในเรืองสิทธิทีไดร้ ับการระบุไวใ้ นกติกา ยกเวน้ สิทธิบางอย่างในกติกาที สงวนไวเ้ ฉพาะพลเมืองของประเทศ รัฐธรรมนูญบางประเทศรับรองสิทธิอนั เสมอภาคระหวา่ งคน ต่างดา้ วกบั พลเมืองของประเทศ รัฐธรรมนูญบางแห่งไดแ้ บ่งอยา่ งชดั เจนระหวา่ งสิทธิขนั พืนฐานที ครอบคลุมทุกคนในประเทศ และไดม้ ีการพูดถึงสิทธิ แต่ละประการ ในบางรัฐแมจ้ ะไม่ไดม้ ีการ ประกนั สิทธิขนั พืนฐานให้กบั คนต่างด้าวในรัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายอืนใดก็ตาม แต่จะมีการ ขยายไปใหค้ ลุมถึงตามทีกติการะบุไว2้ 1 กติกาไม่ไดย้ อมรับสิทธิในการเขา้ ไปหรืออาศยั ในดินแดนของรัฐภาคี เป็ นเรืองทีรัฐจะตกั สินใจวา่ จะให้ใครเขา้ มาในดินแดนของตน ในสถานการณ์บางอยา่ ง คนต่างดา้ วอาจไดใ้ ชส้ ิทธิการ 19 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 14, การ ประชุมสมยั ที 23, 1984, ยอ่ หนา้ 2 20 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 14, การ ประชุมสมยั ที 23, 1984, ยอ่ หนา้ 5 21 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 15, การ ประชุมสมยั ที 27, 1986, ยอ่ หนา้ 2-3 51
คุม้ ครองของกติกาเมือมีขอ้ ตอ้ งคาํ นึงถึงในเรืองการไม่เลือกปฏิบตั ิ การป้ องกันการกระทาํ ทีไร้ มนุษยธรรม และการเคารพต่อชีวติ 22 คนต่างด้าวมีสิทธิในชีวิตแต่กาํ เนิด ซึงได้รับการคุม้ ครองโดยกฎหมาย และไม่อาจถูก ละเมิดสิทธิในชีวติ ตามอาํ เภอใจผใู้ ดคนต่างดา้ วตอ้ งไม่ตกเป็ นเป้ าของการทรมาน การกระทาํ หรือ การลงโทษทีโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมตาํ ช้า หรือถูกจองเยียงข้าทาส คนต่างด้าวมีสิทธิเต็มทีใน เสรีภาพและความมนั คงของบุคคล หากถูกจาํ กดั เสรีภาพตามกฎหมาย ตอ้ งไดร้ ับการปฏิบตั ิเยียง มนุษยแ์ ละดว้ ยความเคารพต่อศกั ดิศรีความเป็นมนุษย์ คนต่างดา้ วจะตอ้ งไม่ถูกจองจาํ หากไม่สามรถ ปฏิบตั ิตามพนั ธะสัญญาทีมีการตกลงกนั พวกเขามีเสรีภาพในการออกนอกประเทศ คนต่างดา้ วมี ความเสมอภาคในทางศาล และตอ้ งไดร้ ับการพจิ ารณาคดีอยา่ งเป็ นธรรม โดยศาลทีมีอาํ นาจ มีความ เป็ นอิสระ และเป็ นกลางทีไดร้ ับการจดั ตงั ขึนโดยกฎหมายเพือพิจารณาขอ้ หาทางอาญาใด ๆ หรือ พิจารณาในเรืองสิทธิ และภาระผกู พนั ในทางกฎหมายคนต่างดา้ วจกั ตอ้ งไม่ตกเป็ นเป้ าของกฎหมาย อาญาทีมีผลยอ้ นหลงั และตอ้ งไดร้ ับการยอมรับทางกฎหมายตอ้ งไม่ถูกแทรกแซงโดยไม่ชอบดว้ ย กฎหมายหรือตามอําเภอใจ ในสิทธิความเป็ นส่วนตัว ครอบครัว ทีอยู่อาศัย และสมาชิกใน ครอบครัว พวกเขามีสิทธิทีจะชุมนุมโดยสันติ และเสรีภาพในการรวมกลุ่ม คนต่างดา้ วมีสิทธิจะ แต่งงานเมือถึงวยั อนั เหมาะสม และบุตรของเขาตอ้ งไดร้ ับการปกป้ องในสถานการณ์เป็ นผเู้ ยาว์ ใน กรณีทีคนต่างดา้ วเป็ นชนกลุ่มนอ้ ยภายใตค้ วามหมายของขอ้ 27 พวกเขาตอ้ งไม่ถูกจาํ กดั สิทธิอนั มี ส่วนร่วมกบั สมาชิกในกลุ่มชุมชนเดียวกนั ในการทีจะไดใ้ ชส้ ิทธิทางวฒั นธรรม ทีจะปฏิบตั ิตาม ศาสนา และใช้ภาษาของตน คนต่างดา้ วไดร้ ับการคุม้ ครองโดยเสมอภาคโดยกฎหมาย การใชส้ ิทธิ ต่างๆ เหล่านีตอ้ งไม่มีการเลือกปฏิบตั ิระหว่างคนต่างดา้ ว กบั พลเมือง หากจะมีการจาํ กดั ใด ๆ ใน สิทธิของคนต่างดา้ วก็อาจจะทาํ ไดเ้ พยี งเท่าทีกติกากาํ หนด23 22 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 15, การ ประชุมสมยั ที 27, 1986, ยอ่ หนา้ 5 23 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 15, การ ประชุมสมยั ที 27, 1986, ยอ่ หนา้ 7 52
ขอ้ นีมีวตั ถุประสงคเ์ พือป้ องกนั การขบั ออกตามอาํ เภอใจ นอกจากนียงั ไดใ้ ห้คนต่างดา้ วแต่ ละคนมีสิทธิในการจดั สินใจในกรณีของตนและ “มีเหตุผลจาํ เป็ นเพียงพอเพือความมนั คงของ ชาติ”24 การไม่เลอื กปฏิบตั ิ การไม่เลือกปฏิบตั ิ ประกอบกบั ความเสมอภาคทางกฎหมายและการไดร้ ับการคุม้ ครองทาง กฎหมายโดยเท่าเทียมกนั โดยปราศจากการเลือกปฏิบตั ินนั เป็ นหลกั การเบืองตน้ และทวั ไปในการ คุม้ ครองสิทธิมนุษยชน ดงั นนั ขอ้ 2 วรรค 1 ของกติกาจึงกาํ หนดให้รัฐภาคีแต่ละแห่งตอ้ งเคารพ และประกนั สิทธิทียอมรับในกติกาให้กบั ทุกคนในเขตแดนและภายใตเ้ ขตอาณัติทางกฎหมายโดย ปราศจากการเลือกปฏิบตั ิทงั ปวง ไม่ว่าดว้ ยเหตุเรืองเชือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็น ทางการเมือง หรือ ความคิดเห็นอืน รากฐานทางสัญชาติหรือทีมาทางสังคม ทรัพยส์ ิน ชาติกาํ เนิด หรือ สถานะอืน ๆ ขอ้ 26 ไม่เพียงแต่ให้ทุกคนมีความเท่าเทียมทางกฎหมาย และการได้รับการ คุม้ ครองทีเท่าเทียมกนั ทางกฎหมาย25 แมข้ อ้ 4 วรรค 1 จะอนุญาตใหร้ ัฐภาคีดาํ เนินมาตรการทีเลียงจากพนั ธกรณีภายใตก้ ติกาได้ ในภาวะฉุกเฉินสาธารณะ ขอ้ เดียวกนั นีระบุดว้ ยวา่ มาตรการเช่นนนั จะตอ้ งไม่มีการเลือกปฏิบตั ิบน พืนฐานของเชือชาติ สีผิว เพศ ภาษา หรือทีมาทางสังคมนอกจากนี ขอ้ วรรค กาํ หนดให้รัฐภาคี ตอ้ งมีการหา้ มโดยกฎหมาย ซึงการส่งเสริมความเกลียดชงั ทางเชือชาติ สัญชาติ หรือศาสนา อนั เป็ น การยวั ยใุ หเ้ กิดการเลือกปฏิบตั ิ26 คาํ วา่ “เลือกปฏิบตั ิ” ทีใชก้ ติกา จะตอ้ งไดร้ ับการเขา้ ใจว่า มีนยั หมายถึงการแยกแยะความ แตกต่างกีดดนั หรือจาํ กดั หรือปฏิบตั ิเป็นพิเศษใด ๆบนพนื ฐานแห่งเชือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือ ความคิดเห็นอืน รากฐานทางสัญชาติ หรือทีมาสังคม ทรัพยส์ ิน ชาติ 24 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 15, การ ประชุมสมยั ที 27, 1986, ยอ่ หนา้ 10 25 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 18, การ ประชุมสมยั ที 37,1989, ยอ่ หนา้ 1 26 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 18, การ ประชุมสมยั ที 37, 1989, ยอ่ หนา้ 2 53
กาํ เนิด หรือสถานะอืนๆ ซึงมีวตั ถุประสงค์ หรือผลกระทบในการลม้ ลา้ งหรือบนั ทอนการยอมรับ และการไดใ้ ชส้ ิทธิและเสรีภาพโดยบุคคลทงั ปวง บนพืนฐานแห่งความเท่าเทียมกนั 27 ข้อ 7. แมแ้ ต่ในสภาวะฉุกเฉินสาธารณะ เช่นทีอา้ งถึงในขอ้ 4 ของกติกา การเลียงจากบทบญั ญตั ิ ในขอ้ 7 ไม่อาจทาํ ไดแ้ ละบทบญั ญตั ิต่าง ๆ ตามนียงั คงบงั คบั ใชอ้ ยู่ คณะกรรมการๆไดส้ ังเกตเช่นกนั ว่า ไม่มีความชอบธรรม หรือสถานการณ์ใดๆ ทีจะนาํ มาใช้อา้ งในการละเมิดขอ้ 7 ไม่ว่าจะด้วย เหตุผลใด ๆ ก็ตาม รวมทงั ขอ้ อา้ งทีอาศยั คาํ สงั ของผบู้ งั คบั บญั ชาหรือหน่วยงานรัฐใด ๆ28 คณะกรรมการสงั เกตวา่ บางรัฐไดม้ ีการนิรโทษกรรมใหก้ บั การกระทาํ ทารุณกรรม ซ่างการ นิรโทษกรรมนนั โดยทวั ไปมกั ไม่สอดคลอ้ งกบั หนา้ ทีของรัฐในการสืบสวนการกระทาํ เช่นนนั ไม่ สองคลอ้ งกบั หน้าทีในการประกนั เสรีภาพจากการกระทาํ เช่นนนั ทีเกิดขึนภายในเขตอาณัติทาง กฎหมายของตน และไม่สอดคลอ้ งกบั หน้าทีในการประกนั ว่าการกระทาํ ทารุณกรรมนนั จะไม่ เกิดขึนอีกในอนาคต อนึงรัฐไม่อาจลิดรอนสิทธิของปัจเจกบุคคลในการทีจะไดร้ ับการเยียวยาอยา่ ง มีประสิทธิภาพ รวมถึงการชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน และ การฟื นฟูอยา่ งเตม็ ทีเท่าทีเป็นไปได2้ 9 ข้อ 27. ขอ้ 27 ของกติกา คนกลุ่มนอ้ ยทางดา้ นเผา่ พนั ธุ์ ศาสนา หรือภาษา จะตอ้ งไม่ถูกปฏิเสธสิทธิ ในชุมชนร่วมกับคนอืนในกลุ่ม ในการได้ใช้วฒั นธรรม ปฏิบัติศาสนาหรือใช้ภาษาของตน คณะกรรมการสังเกตวา่ ขอ้ นีจดั ตงั และยอมรับสิทธิสิทธิซึงให้กบั บุคคลทีเป็ นสมาชิกของคนกลุ่ม นอ้ ย ซึงเป็นสิทธิทีมีความแตกต่างและเพิมเติมจากสิทธิอืน ๆ ซึงพวกเขามีโอกาสไดใ้ ชอ้ ยแู่ ลว้ 30 ความไม่ชอบธรรมต่ออธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของรัฐภาคี ในขณะเดียวกนั แง่มุมหนึงของสิทธิของบุคคลทีมีการคุม้ ครองภายใตข้ อ้ นี เช่น การได้แสดงออกทางวฒั นธรรม 27 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 18, การ ประชุมสมยั ที 37, 1989, ยอ่ หนา้ 7 28 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 20, การ ประชุมสมยั ที 44, 1992, ยอ่ หนา้ 3 29 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 20, การ ประชุมสมยั ที 44, 1992, ยอ่ หนา้ 15 30 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 23, การ ประชุมสมยั ที 50, 1994, ยอ่ หนา้ 1 54
อาจจะอยู่ในวิถีชีวิตซึงมีความเกียวพนั ใกลช้ ิดกบั ดินแดนและการใช้ทรัพยากร เรืองนีอาจจะเป็ น เรืองสาํ คญั มากสาํ หรับสมาชิกชุมชนดงั เดิมทีเป็นคนกลุ่มนอ้ ย31 ความเห็นทัวไปเกียวกับเรืองทีเกียวข้องกับข้อสงวนทีได้กระทําขณะทีมีการให้สัตยาบัน หรือ ภาคยานุวัติกติกา หรือ พิธีสารเลือกรับทีเกียวข้อง หรือทเี กียวข้องกบั คําประกาศภายใต้ข้อ 41 ของ กตกิ า ความเห็นทวั ไปนีจะบ่งถึงหลกั การของกฎหมายระหวา่ งประเทศทีไดม้ ีการใชใ้ นการตงั ขอ้ สงวน และขอ้ อา้ งอิงในการใชต้ รวจสอบความน่ายอมรับของขอ้ สงวน และการตีความวตั ถุประสงค์ ของขอ้ สงวนนนั ความเห็นทวั ไปไดพ้ ูดถึงบทบาทของรัฐภาคีในเรืองเกียวกบั ขอ้ สงวน และได้ เสนอขอ้ แนะนาํ แก่รัฐภาคีมนการทบทวนขอ้ สงวน และต่อรัฐทีไม่ไดเ้ ป็ นภาคี เกียวนโยบายทาง กฎหมายและสิทธิทีจะตอ้ งคาํ นึงถึง หากจะมีการใหส้ ัตยาบนั หรือ เป็ นสมาชิกโดยการตงั ขอ้ สงวน บางประการ32 ข้อสงวนไม่ได้ถูกห้ามโดยสนธิสัญญาหรืออยู่ฝนประเภททีได้รับอนุญาตเฉพาะเป็ น บางอย่างไว้ หากขอ้ สงวนนนั ไม่ขดั ต่อเป้ าหมายและจุดประสงค์ของสนธิสัญญา กระนนั ก็ตาม กติกาไม่ไดม้ ีหลกั เกณฑ์เฉพาะในเรืองเป้ าหมายและจุดประสงค์ ซึงใชเ้ ป็ นตวั ควบคุมการตีความ และความน่ายอมรับของขอ้ สงวน33 ข้อสงวนทีขัดต่อบรรทัดฐานอันบังคับเด็ดขาด ย่อมไม่สอดคล้องกับเป้ าหมายและ จุดประสงค์ของกติกา แมว้ ่าสนธิสัญญา ซึงเป็ นเพียงแค่การแลกเปลียนพนั ธกรณีระหว่างรัฐจะ อนุญาตใหม้ ีการสงวนการบงั คบั ใชก้ ฎเกณฑข์ องกฎหมายระหวา่ งประเทศโดยทวั ไปแต่สนธิสัญญา ดา้ นสิทธิมนุษยชนไม่อาจเป็ นเช่นนนั เพราะมุ่งเพือผลประโยชน์ภายใตเ้ ขตอาณัติทางกฎหมายของ รัฐนนั ๆ ดงั นนั บทบญั ญตั ิในกติกาซึงมีลกั ษณะเป็นกฎหมายระหวา่ งประเทศในแบบจารีต (และยงิ 31 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 23, การ ประชุมสมยั ที 50, 1994, ยอ่ หนา้ 3.2 32 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 24, การ ประชุมสมยั ที 52, 1994, ยอ่ หนา้ 2 33 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 24, การ ประชุมสมยั ที 52, 1994, ยอ่ หนา้ 6 55
ไปกวา่ นนั เมือบทบญั ญตั ิเหล่านนั มีลกั ษณะทีเป็ นบรรทดั ฐานอนั บงั คบั เด็ดขาด) จึงไม่อาจมีการตงั ขอ้ สงวนได้ ดงั นนั รัฐจึงไม่อาจะตงั ขอ้ สงวนในเรืองการมีทาส ในการทรมาน หรือการปฏิบตั ิหรือ การลงโทษทีโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือตาํ ชา้ หรือทาํ ให้บุคคลเสียชีวิตตามอาํ เภอใจ หรือในการ จบั กมุ หรือควบคุบุคคลตามอาํ เภอใจ ในการปฏิเสธเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนาใน การสันนิษฐานวา่ บุคคลมีความผิด จนกวา่ เขาจะไดพ้ ิสูจน์ความบริสุทธิของตนเอง ในการประหาร ชีวติ สตรีมีครรภ์ หรือเดก็ ในการอนุญาตใหม้ ีการสนบั สนุนเกิดความเกลียดชงั ในชาติ เผา่ พนั ธุ์ หรือ ศาสนา ในการปฏิเสธสิทธิการสมรสของบุคคลในวยั ทีอาจสมรสไดห้ รือ ในการปฏิเสธสิทธิของชน กลุ่มน้อยในอนั ทีจะมีวฒั นธรรมของตนเอง หรือนับถือหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของ ตนเอง ใชภ้ าษาของตนเอง และแมจ้ ะอนุญาตให้มีการตงั ขอ้ สงวนไดใ้ นบางเรืองของขอ้ 14 หากแต่ การตงั ขอ้ สงวนโดยทวั ไปเกียวกบั สิทธิในการไดร้ ับพิจารณาคดีอย่างเป็ นธรรมนนั ไม่อาจกระทาํ ได3้ 4 ข้อสงวนต่อบทบัญญัติทีไม่อาจเลียงได้ของกติกานันสอดคล้องกับเป้ าหมายและ จุดประสงค์หรือไม่ แมว้ ่าจะไม่ไดม้ ีการจดั ลาํ ดบั ความสําคญั ของสิทธิภายใตก้ ติกา แต่การไดใ้ ช้ สิทธิบางอยา่ งไม่อาจจะถูกระงบั ไวไ้ ด้ แมแ้ ต่ในภาวะฉุกเฉินสาธารณะ35 ข้อ 25. ไม่วา่ จะมีรัฐธรรมนูญ หรือ รัฐบาลในรูปแบบใดกติกากาํ หนดใหร้ ัฐจะตอ้ งออกมาตรการ ทางกฎหมาย หรือมาตรการอืนทีอาจจาํ เป็นในการประกนั วา่ พลเมืองมีโอกาสอยา่ งแทจ้ ริงในการได้ ใช้สิทธิทีกติกาคุม้ ครอง ขอ้ 25 นี เป็ นหัวใจหลกั ของการปกครองแบบประชาธิปไตย ทีอยู่บน พืนฐานการยอมรับของประชาชนและทีสอดคลอ้ งกบั หลกั การของกติกา36 รายงานของรัฐจะตอ้ งอธิบายเงือนไขของการเขา้ ถึงตาํ แหน่งงานบริการสาธารณะ การจาํ กดั ใด ๆ ทีไดม้ ีการดาํ เนินการ และกระบวนการแต่งตงั เลือนขนั สังพกั งาน และให้ออก หรือโยกยา้ ย 34 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 24, การ ประชุมสมยั ที 52, 1994, ยอ่ หนา้ 8 35 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 24, การ ประชุมสมยั ที 52, 1994, ยอ่ หนา้ 10 36 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรบั รองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 25, การ ประชุมสมยั ที 57, 1996, ยอ่ หนา้ 1 56
จากตาํ แหน่ง ตลอดจนกลไกทางตุลาการ หรือการทบทวนอืน ๆ ทีไดม้ ีการนาํ มาใชใ้ นกระบวนการ นี รายงานจะตอ้ งระบุวา่ ไดม้ ีการทาํ ใหข้ อ้ กาํ หนดเรืองการเขา้ ถึงอยา่ งเท่าเทียมบรรลุผลอยา่ งไร และ มาตรการเชิงสนบั สนุนไดม้ ีการนาํ มาใชห้ รือไม่ และหากมีอยขู่ อบเขตเพียงใด37 เพือทีจะประกนั ไดใ้ ชส้ ิทธิซึงไดร้ ับการคุม้ ครองตามขอ้ 25 อย่างเต็มที การสือสารขอ้ มูล และแนวคิดเกียวกบั ประเด็นสาธารณะและประเด็นทางการเมืองอยา่ งเสรี ระหวา่ งพลเมือง ผสู้ มคั ร และตวั แทนทีไดร้ ับการคดั เลือก ย่อมเป็ นสิงสําคญั สามรถทีจะวิพากษ์เกียวกบั ประเด็นสาธารณะ โดยปราศจากการตรวจทาน หรือ ขดั ขวางแกละทีจะใหข้ อ้ มูลแก่ความเห็นสาธารณะ38 37 UN, มุกดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 25, การ ประชุมสมยั ที 57, 1996, ยอ่ หนา้ 24 38 UN, มกุ ดาวรรณ ศกั ดิบุญ, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลาํ กบั ที 25, การ ประชุมสมยั ที 57, 1996, ยอ่ หนา้ 25 57
4. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกจิ สังคม และวฒั นธรรม หลงั จากปฏิญญาสากลฯประกาศใช้ไปกว่าสองทศวรรษ ก็มีการประกาศ กติกาสิทธิทาง เศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม เพือให้รายละเอียดการบงั คบั ใชส้ ิทธิเพือใหส้ นองต่อการคุม้ ครอง สิทธิอย่างเหมาะสม โดยมีเงือนไข และจุดเนน้ ทีพิเศษแตกต่างไปจากสิทธิพลเมืองและการเมือง หลายประการ ดงั ต่อไปนี สาระสําคัญ39 กติการะหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมประกอบดว้ ย วรรค อารัมภบท และบทบญั ญตั ิ 31 ขอ้ แบ่งเป็ น 5 ส่วน ดงั นี วรรคอารัมภบท มีสาระคลา้ ยคลึงกบั กติกา ระหวา่ ประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 1) กล่าวถึงสิทธิในการกาํ หนดเจตจาํ นงของตนเอง (right of self-determination) 2) กล่าวถึงพนั ธกรณีของรัฐภาคีทีจะดาํ เนินมาตรการต่างๆ อยา่ งเหมาะสมตามลาํ ดบั ขนั นบั ตงั แต่การเคารพ คุม้ ครอง ส่งเสริม และทาํ ใหเ้ ป็ นจริง อยา่ งเตม็ ทีตามทีทรัพยากรมีอยเู่ พือให้มี ความคืบหน้า โดยไม่มีการเลือกปฏิบตั ิ ความเท่าเทียมกนั ระหว่างบุรุษและสตรีในการไดร้ ับสิทธิ การจาํ กดั สิทธิตามกติกา รวมทงั การหา้ มตีความใดๆ ในกติกาทีจะทาํ ลายสิทธิหรือเสรีภาพตามที รับรองไวใ้ นกติกานี 3) กล่าวถึงสาระของสิทธิ ไดแ้ ก่ สิทธิในการทาํ งานและมีเงือนไขการทาํ งานทีเหมาะสม เป็นธรรม สิทธิทีจะก่อตงั สหภาพแรงงาน และสิทธิทีจะหยดุ งาน สิทธิทีจะไดร้ ับสวสั ดิการและการ ประกนั ดา้ นสงั คม การคุม้ ครองและช่วยเหลือครอบครัว สิทธิทีจะมีมาตรฐานชีวิตทีดีพอเพียง สิทธิ ทีจะมีสุขภาวะดา้ นกายและใจทีดีทีสุดทีเป็ นไปได้ สิทธิในการศึกษา สิทธิในวฒั นธรรมและ ประโยชน์จากความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์ 4) กล่าวถึงพนั ธกรณีในการจดั ทาํ รายงานของรัฐภาคี บทบาทของคณะมนตรีเศรษฐกิจและ สังคมในการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีร่วมกบั กลไกอืนๆ ของสหประชาชาติ รวมทงั การ ให้ขอ้ คิดเห็นต่างๆ เกียวกบั การปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีของกติกา การดาํ เนินการของรัฐภาคีทีจะ ร่วมมือในระดบั ระหวา่ งประเทศในการส่งเสริมสิทธิตามกติกา การหา้ มการตีความ บทบญั ญตั ิเพือ 39 อา้ งแลว้ หนา้ 41 58
จาํ กดั หนา้ ทีของกลไกสหประชาชาติทีกาํ หนดไวต้ ามกฎบตั รและธรรมนูญขององคก์ ร รวมทงั การ ไม่ตีความในทางทีจะจาํ กดั สิทธิในการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ 5) กล่าวถึงการเขา้ เป็นภาคี และการแกไ้ ขเพิมเติมบทบญั ญตั ิของกติกา วนั ทมี ีผลบงั คบั ใช้ สมชั ชาใหญ่สหประชาชาติไดร้ ับรองกติการะหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมเมือวนั ที 16 ธนั วาคม 2509 และมีผลบงั คบั ใชเ้ มือวนั ที 3 มกราคม 2519 สาระสําคัญของสนธิสัญญาทแี สดงถงึ หลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชน ข้อ 2. 1. รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานีรับทีจะดาํ เนินการ โดยเอกเทศและโดยความร่วมมือและ ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิงทางเศรษฐกิจและวิชาการ โดยใชป้ ระโยชน์ สูงสุดจากทรัพยากรทีมีอยู่ เพือให้สัมฤทธิผลในการทาํ ใหส้ ิทธิซึงรับรองไวใ้ นกติกานีกลายเป็ น ความจริงอยา่ งบริบูรณ์โดยลาํ ดบั ดว้ ยวิธีทงั ปวงทีเหมาะสม โดยเฉพาะอยา่ งยิงรวมทงั การกาํ หนด มาตรการทางกฎหมายดว้ ย 2. รัฐภาคีแห่งกติกานีรับทีจะประกนั ว่าสิทธิทงั หลายทีระบุไวใ้ นกติกานีจะใช้ไดโ้ ดย ปราศจากการเลือกปฏิบตั ิใด ๆ ในเรืองเชือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือความคิดเห็นอืนใด ชาติหรือสงั คมดงั เดิม ทรัพยส์ ิน กาํ เนิดหรือสถานะอืน 3. ประเทศกาํ ลงั พฒั นา โดยคาํ นึงถึงตามควรต่อสิทธิมนุษยชนและเศรษฐกิจแห่งชาติตน อาจกาํ หนดขอบเขตในการประกนั สิทธิทางเศรษฐกิจของตนตามทีรับรองในกติกานีแก่ผทู้ ีไม่ใช่คน ชาติของตน ข้อ 4. รัฐภาคีแห่งกติกานีรับรองวา่ ในการอุปโภคสิทธิเหล่านนั ซึงรัฐใหต้ ามกติกานี รัฐอาจจาํ กดั สิทธิเช่นว่าไดเ้ ฉพาะโดยขอ้ จาํ กดั เช่นทีกาํ หนดโดยกฎหมายเท่าทีอาจสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของ สิทธิเหล่านี และเพยี งเพอื ความมุ่งประสงคใ์ นการส่งเสริมสวสั ดิการทวั ไปในสังคมประชาธิปไตย 59
ข้อ 5. 1. ไม่มีขอ้ ความใดในกติกานีทีอาจตีความไปในทางทีจะให้รัฐใด กลุ่มชนหรือบุคคลใดเขา้ ไปเกียวขอ้ งกบั กิจกรรมหรือกระทาํ การใดอนั มีจุดมุ่งหมายในการทาํ ลายสิทธิหรือเสรีภาพตามที รับรองไวใ้ นกติกานี หรือเป็นการจาํ กดั สิทธินนั ยงิ ไปกวา่ ทีไดบ้ ญั ญตั ิไวใ้ นกติกานี 2. ห้ามการจาํ กดั หรือลิดรอนสิทธิมนุษยชนขนั พืนฐานทีไดร้ ับการรับรองหรือทีมีอย่ใู น ประเทศใด โดยอาศยั อาํ นาจของกฎหมาย อนุสัญญา ขอ้ บงั คบั หรือจารีตประเพณี โดยอา้ งวา่ กติกา นีไม่รับรองสิทธิเช่นวา่ นนั หรือรับรองสิทธินนั ในขอบเขตทีดอ้ ยกวา่ ความเห็นทวั ไปทอี ธิบายหลกั กฎหมายสิทธิมนุษยชนของสนธิสัญญานี ในส่วนทีเกียวกบั กิจกรรม มีหลกั การกวา้ งๆ สาํ คญั 2 ประการทีตอ้ งคาํ นึง ประการแรก คือ สิทธิมนุษยชนทงั สองประเภทยอ่ มเกียวพนั ซึงกนั และกนั และไม่อาจแบ่งแยกได้ นนั หมายความว่า ความพยายามในการส่งเสริมสิทธิประเภทหนึงจะตอ้ งคาํ นึงถึงสิทธิอีกประเภทหนึงดว้ ย หน่วยงาน ภายใตอ้ งคก์ ารสหประชาชาติทีเกียวขอ้ งกบั การส่งเสริมทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมจะตอ้ ง ทาํ ทุกวิถีทางเพือประกนั วา่ กิจกรรมของหน่วยงานสอดคลอ้ งกบั การมีสิทธิทางการเมืองและสิทธิ พลเมืองอย่างแท้จริง หลกั ขอ้ นีมีความหมายในทางละเวน้ ว่า องค์การระหว่างประเทศจะต้อง หลีกเลียงการเขา้ ไปเกียวข้องกับโครงการต่างๆ เช่นเกียวข้องกับการใช้แรงงานซึงขดั แยง้ กับ มาตรฐานสากล หรือการส่งเสริมหรือสนบั สนุนการเลือกปฏิบตั ิต่อปัจเจกบุคคลแต่ละคน หรือกลุ่ม ซึงตรงกนั ขา้ มกบั บทบญั ญตั ิของกติกา หรือเขา้ ไปเกียวขอ้ งกบั การไล่ทีคนจาํ นวนมาก หรือการ บงั คบั โยกยา้ ยคนไปทีอืน โดยไม่มีการให้การคุม้ ครอง หรือค่าชดเชยทีเหมาะสม เป็ นตน้ ส่วน ในทางสนบั สนุน หมายถึงว่าในกรณีทีเป็ นไปได้ องค์กรภายใตส้ หประชาชาติจะรณรงค์ให้เกิด โครงการ หรือแนวทางต่างๆ ทีจะก่อให้เกิดไม่เพียงแต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือบรรลุ วตั ถุประสงคอ์ ืน ๆ ทีระบุไวก้ วา้ ง ๆ แต่ยงั ก่อให้ เกิดการส่งเสริมการมีสิทธิมนุษยชนให้มากทีสุด ดว้ ย40 40UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 1, การประชุมสมยั ที 3, 1989,ยอ่ หนา้ 6 60
หลกั การประการที 2 ก็คือ กิจกรรมความร่วมมือเพือการพฒั นาไม่อาจจะก่อให้เกิดความ เคารพสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม ไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ มีกิจกรรมหลายอย่างทีดาํ เนิน ภายใตช้ ือ “การพฒั นา” ซึงเป็ นทียอมรับแลว้ วา่ ถูกคิดคน้ ขึนอยา่ งฉาบฉวย และกระทงั สวนทางกบั สิทธิมนุษยชน เพือลดกรณีปัญหาดงั กล่าว หากเป็ นไปไดป้ ละมีความเหมาะสม ประเด็นต่างๆที เกียวขอ้ งกบั กติกาจะตอ้ งไดร้ ับการพิจารณาอยา่ งรอบคอบ41 แนวทางในการบูรณาการเอาเรืองสิทธิมนุษยชนเขา้ ไปในกิจกรรมการพฒั นาจะเป็ นเรือง สาํ คญั แต่ขอ้ เสนอในการบูรณาการเรืองสิทธิมนุษยชน ก) ในเชิงหลักการ องค์กรและหน่วยงานภายใตส้ หประชาชาติควรยอมรับ ความสัมพนั ธ์อนั ใกลช้ ิดทีควรทาํ ให้เกิดขึนระหว่างกิจกรรมการพฒั นากบั ความพยายามส่งเสริม การเคารพสิทธิมนุษยชนในภาพรวมและสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม ง) ในแต่ละระยะของโครงการพฒั นาจะตอ้ งใชค้ วามพยายามในการประกนั วา่ ได้ ตระหนกั ถึงสิทธิทีบรรลุอยใู่ นกติกาอย่างเพียงพอ เรืองนีอาจนาํ ไปปรับใชก้ บั เช่น ในการประเมิน ลาํ ดบั ของความตอ้ งการของแต่ละประเภท ในการศึกษาโครงการเฉพาะเจาะจง ในการวางโครงการ ในการดาํ เนินโครงการ และในการประเมินโครงการขนั สุดทา้ ย42 ลกั ษณะของพนั ธกรณขี องรัฐภาคี ขอ้ 2 มีความสาํ คญั ยงิ ในการทาํ ความเขา้ ใจกติกาอยา่ งแทจ้ ริง มีความสัมพนั ธ์อนั เป็ นพลวตั กบั บทบญั ญตั ิอืน ๆ ของกติกา อธิบายถึงลกั ษณะพนั ธกรณีทางกฎหมายทวั ไปทีรัฐภาคีมีต่อกติกา พนั ธกรณีดงั กล่าวนนั วา่ พนั ธกรณีเชิงการกระทาํ (Obligations of Conduct) และพนั ธกรณีในเชิง ผลลพั ธ์ (Obligations of Result) กติกากล่าวถึง การทาํ ใหส้ ิทธิต่าง ๆ เป็ นจริงโดยลาํ ดบั การยอมรับ ในอุปสรรคต่าง ๆ ทีเกิดจากขอ้ จาํ กดั ของทรัพยากรทีมี แต่กติกานีก็ระบุพนั ธกรณีหลายประการที 41 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 1, การประชุมสมยั ที 3, 1989, ยอ่ หนา้ 7 42 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 1, การประชุมสมยั ที 3, 1989, ยอ่ หนา้ 8 61
จาํ เป็นตอ้ งทาํ ใหเ้ กิดผลทนั ทีในส่วนนี มีพนั ธกรณี 2 ประการ คือ “ ดาํ เนินการเพือประกนั วา่ ” สิทธิ ทีเกียวขอ้ ง “จะตอ้ งใชโ้ ดยไม่เลือกปฏิบตั ิ”43 ในขอ้ 2(1) ทีจะ “เริมหามาตรการ” “ลงมือกระทาํ ” “การวางมาตรการ” ในขณะทีการทาํ ให้ สิทธิต่าง ๆ เป็ นจริง อาจทาํ ได้โดยลาํ ดับ แต่มาตรการทีจะนําไปสู่เป้ าหมายนันจะต้องวางขึน ในทนั ทีหลงั จากทีกติกามีผลบงั คบั ใชส้ าํ หรับรัฐภาคีนนั ๆ มาตรการดงั กล่าวจะตอ้ งกาํ หนดขึนอยา่ ง เป็นรูปธรรม และกาํ หนดเป้ าหมายใหช้ ดั เจนทีสุดเพอื สอดรับกบั ภาระทีกติการองรับไว4้ 4 วิธีการทีควรใช้ในการปฏิบตั ิตามพนั ธกรณี คือ “ทุกวธิ ีการทีเหมาะสม รวมถึงโดยเฉพาะ อย่างยิงการออกมาตรการทางกฎหมาย” คณะกรรมการยอมรับว่าในหลายกรณี กฎหมายมีความ จาํ เป็ นยิง และในบางกรณีเป็ นสิงทีขาดเสียมิไดเ้ ลย ตวั อยา่ งเช่น อาจะเป็ นการยากทีจะต่อสู้อย่างมี ประสิทธิภาพกบั การเลือกปฏิบตั ิ หากไม่มีรากฐานทางกฎหมายทีเพียงพอ สาํ หรับมาตรการทีจาํ เป็ น ในบางสาขา45 ในบรรดามาตรการทีอาจเห็นว่าเหมาะสม บทบญั ญตั ิว่าดว้ ยการเยียวยาทางกฎหมาย ใน ส่วนทีเกียวกับสิทธิทีในระบบกฎหมายภายใน อาจได้รับการพิจารณาว่าสามารถฟ้ องร้องได้ คณะกรรมการเห็นว่าการมีสิทธิทีได้รับการรับรองโดยไม่มีการเลือกปฏิบตั ิควรจะได้รับการ ส่งเสริมอยา่ งเหมาะสม ส่วนหนึงโดยบญั ญตั ิทางศาลและมาตรการเยยี วยาทีมีประสิทธิภาพ46 กฎหมายดงั กล่าวนนั ไดก้ ่อใหเ้ กิดสิทธิในการกระทาํ ไม่วา่ ในฐานะปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มที รู้สึกว่าสิทธิของเขาไม่ไดร้ ับการทาํ ให้เป็ นจริงอย่างแทจ้ ริงหรือไม่ ในกรณีทีมีการับรองสิทธิทาง เศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม ในบทบญั ญตั ิของกติกาถูกผนวกเขา้ ไปโดยตรงในกฎหมายภายใน คณะกรรมการประสงคจ์ ะไดข้ อ้ มูลวา่ สิทธิต่าง ๆ นนั สามารถนาํ มาฟ้ องร้องไดห้ รือไม่เพียงไร และ คณะกรรมการตอ้ งการไดร้ ับขอ้ มลู ทีเฉพาะเจาะจงวา่ กรณีไหนบา้ งทีบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญทีมี 43 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 1 44 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 2 45 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 3 46 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 5 62
อยู่ทีเกียวกบั สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม ถูกทาํ ให้อ่อนแอลงหรือเปลียนไปอย่างมี นยั สาํ คญั 47 ยอ่ มรวมถึงมาตรการทางการบริการ การคลงั การศึกษา และทางดา้ นสังคม ซึงมิไดจ้ าํ กดั อยู่ เพยี งนีไม่จาํ เป็นตอ้ งมีรัฐบาลรูปแบบใดรูปแบบหนึง หรือระบบ เศรษฐกิจแบบใดแบบหนึงเพือเป็ น หนทางไปสู่มาตรการทีกล่าวถึง แต่ตอ้ งเป็ นมาตรการทีเป็ นประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนทุก ประเภทไดร้ ับการเคารพ ดงั นนั ในแง่ ของระบบเศรษฐกิจการเมือง กติกาจึงมีความเป็ นกลาง การ อธิบายหลกั การของกติกาว่าตอ้ งยืนยนั ความจาํ เป็ นหรือตอ้ งมีระบบสังคมนิยมหรือทุนนิยมหรือ ผสม หรือระบบการวางแผนจากสวนกลาง หรือเศรษฐกิจเสรี หรือแนวทางอืน ๆ ทีเฉพาะเจาะจง เป็ นการอธิบายทีไม่ถูกตอ้ ง ในส่วนนี คณะกรรมการยืนยนั ว่าสิทธิทีได้รับการรับรองในกติกา สามารถทาํ ให้เป็ นจริงได้ในบริบทเศรษฐกิจการเมืองทีหลากหลาย ขอเพียงให้ลักษณะความ เชือมโยงและการแบ่งแยกไม่ไดข้ องสิทธิมนุษยชนทงั สองประเภท48 พนั ธกรณีหลกั ในเชิงผลลพั ธ์สะทอ้ นในขอ้ 2 (1) คือการหามาตรการ “ดว้ ยความมุ่งมนั ทีจะ บรรลุถึงการทาํ ให้สิทธิทีไดร้ ับการับรองในกติกาเป็ นจริงไดโ้ ดยลาํ ดบั ” ถอ้ ยคาํ “โดยลาํ ดบั ” ถูกใช้ บ่อยครังเพืออธิบายเจตนาของวลีนี แนวคิดของการทาํ ให้สิทธิบรรลุเป้ าหมายโดยลาํ ดบั แสดงถึง การยอมรับขอ้ เทจ็ จริงวา่ การบรรลุเป้ าหมายของสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม โดยทวั ไป ไม่อาจทําให้สําเร็จได้ในระยะเวลาอันสัน ในแง่นี พนั ธกรณีนีย่อมแตกต่างอย่างสําคัญจาก พนั ธกรณีทีระบุไวใ้ นขอ้ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าดว้ ยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง อยา่ งไรก็ตาม ขอ้ เทจ็ จริงเกียวกบั การทาํ ใหใ้ หส้ ิทธิเป็ นจริงโดยลาํ ดบั หรือค่อย ๆ กา้ วหนา้ ไปตามที เห็นในกติกาไม่ควรถูกตีความไปในทางทีผิด อนั ทาํ ให้พนั ธกรณีขาดสาระทีมีความหมายไป ในแง่ หนึง เป็นความจาํ เป็นทีตอ้ งมีความยดื หยนุ่ ทีสะทอ้ นถึงความเป็ นจริงของโลกทีแทจ้ ริง กบั ทงั ความ ยากลาํ บากทีประเทศต่าง ๆ ประสบอยใู่ นการประกนั ให้สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม เป็นจริงได้ ในอีกแง่หนึง วลีนีควรจะตอ้ งอ่านโดยมองวตั ถุประสงคใ์ นภาพรวมทงั หมดหรือเหตุผล ของการมีกติกา ซึงไดส้ ร้างพนั ธกรณีทีชดั เจนสาํ หรับภาคีในการทีจะตงั ทาํ ใหส้ ิทธิทงั หลายเป็ นจริง 47 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 6 48 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990, ยอ่ หนา้ 7-8 63
ขึนมาไดอ้ ยา่ งเตม็ ที ดงั นนั วลีนีจึงกาํ หนดความรับผิดชอบในการกา้ วไปสู่เป้ าหมายนนั อยา่ งรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพทีสุดเท่าทีจะเป็ นไปได้ นอกจากนนั มาตรการใด ๆ ทีตงั ใจทาํ ให้สิทธิต่าง ๆ ถดถอย จาํ เป็นตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบทีสุด และจาํ เป็นตอ้ งแสดงเหตุผลความจาํ เป็ น โดยโยงถึง องคร์ วมของสิทธิทีมีอยใู่ นกติกาและในบริบทของการใชป้ ระโยชนส์ ูงสุกจากทรัพยากรทีมีอย4ู่ 9 ขอ้ 2 (1) บงั คบั ให้รัฐภาคีแต่ละรัฐวางมาตรการทีจาํ เป็ นเพือ “ใชป้ ระโยชน์สูงสุดจาก ทรัพยากรทีมีอยู่” การทีรัฐภาคีจะอา้ งว่าความลม้ เหลวในการปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีขนั ตาํ เกิดจาก ขาดทรัพยากร รัฐนนั จะตอ้ งแสดงใหเ้ ห็นวา่ ไดใ้ ชค้ วามพยายามทุกวถิ ีทางแลว้ ในการใชท้ รัพยากรที มีอยใู่ นการทาํ หนา้ ทีตามพนั ธกรณีหลกั ขนั ตาํ โดยถือเป็นเรืองสาํ คญั 50 แมใ้ นทีทีทรัพยากรไม่เพียงพอ แต่ภาระหน้าทีของรัฐภาคีคือการเพือประกนั การใชส้ ิทธิ ต่าง ๆ อย่างกวา้ งขวางทีสุดเท่าทีจะทาํ ได้ ตลอดจนการคิดคน้ ยุทธศาสตร์และแผนงานในการ ส่งเสริมสิทธิเหล่านนั ไม่ควรจะถูกบอกปัดดว้ ยผลของอุปสรรคดา้ นงบประมาณ51 แม้ในยามทีปัญหาเรืองทรัพยากรจะรุนแรง ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากกระบวนการปรับ โครงสร้าง เศรษฐกิจตกตาํ หรือจากปัจจัยอืน ๆ สมาชิกทีด้อยโอกาสในสังคมควรได้รับการ คุม้ ครอง ดว้ ยการวางโครงการทีใชท้ รัพยากรไม่มากแต่มีเป้ าหมายชดั เจน52 การดาํ เนินการโดยรัฐภาคีทุกรัฐนันคือ “การวางมาตรการทงั ดว้ ยตวั เองและโดยความ ช่วยเหลือและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิงทางเศรษฐกิจและวิชาการ...” คณะกรรมการเห็นว่าวลีทีว่า “ใชป้ ระโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรทีมีอย่”ู เป็ นความตงั ใจของผูร้ ่าง กติกาทีจะกล่าวถึงทรัพยากรทีมีอยใู่ นประเทศนนั ๆ และทีมาจากประชาคมนานาชาติ โดยผา่ นทาง 49 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990,ยอ่ หนา้ 9 50 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990,ยอ่ หนา้ 10 51 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990,ยอ่ หนา้ 11 52 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990,ยอ่ หนา้ 12 64
ความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ นอกจากนันบทบาทสําคญั ของความร่วมมือ ดงั กล่าวในการเอืออาํ นวยใหส้ ิทธิทีเกียวขอ้ งเป็นจริง53 สิทธิในทอี ยู่อาศัย แนวคิดเรืองความเพียงพอ เนืองจากมนั ช่วยเน้นความสําคญั ของปัจจยั หลายประการที จะตอ้ งนาํ มาพิจารณาคณะกรรมการเชือวา่ ยงั คงเป็ นไปไดท้ ีจะกาํ หนดองคป์ ระกอบบางประเภทที จะตอ้ งนาํ มาพจิ ารณาในทุกบริบทองคป์ ระกอบดงั กล่าวไดแ้ ก่ ก) หลกั ประกนั ทางกฎหมายในการเป็นเจา้ ของ การเป็นเจา้ ของมีหลายรูปแบบ ทุก คนตอ้ งมีความมนั คงในการเป็ นเจา้ ของระดบั หนึงทีจะประกนั การคุม้ ครองทางกฎหมาย โดยมุ่ง ไปสู่การใหค้ วามมนั คงทางกฎหมายในการเป็ นเจา้ ของแก่บุคคล โดยมีการปรึกษาหารือร่วมกนั กบั บุคคลหรือกลุ่มบุคคลทีไดร้ ับผละกระทบ ข) การมีการบริการโครงสร้างพืนฐาน สิงอาํ นวยความสะดวกและสิงทีจาํ เป็ นทาง วตั ถุ ประกอบด้วยสิงอาํ นวยความสะดวกทีจาํ เป็ นสําหรับสุขภาพอนามยั ความปลอดภยั ความ สะดวกสบาย และโภชนาการ ผรู้ ับประโยชน์จากสิทธิในทีอยอู่ าศยั ทีเพียงพอ ควรมีโอกาสในการ เขา้ ถึงทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรร่วมกนั ค) ความสามารถในการไดม้ า ค่าใชจ้ ่ายสําหรับบุคคล ควรอยู่ในระดบั ทีสามารถ จ่ายได้ และไม่มีปัญหาในการไดร้ ับความจาํ เป็ นพืนฐานอืน ๆ รัฐจะตอ้ งหามาตรการเพือประกนั วา่ สัดส่วนค่าใช้จ่ายจะตอ้ งเหมาะสมกับรายได้ รัฐภาคีควรจดั เงินอุดหนุน หรือความช่วยเหลือใน รูปแบบอืน ๆ ง) ความเหมาะทีจะอาศยั อยู่ จ) การเขา้ ถึง มีสิทธิเขา้ ถึงทรัพยากรทีเพียงพออย่างยงั ยืน กฎหมายและนโยบาย เกียวกบั ทีอยอู่ าศยั จะตอ้ งคาํ นึงถึงความตอ้ งการทีอยอู่ าศยั เป็ นพิเศษของคนกลุ่มนี ควรเป็ นนโยบาย หลกั ของนโยบายรัฐ ช) ความสอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรม54 53 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 3, การประชุมสมยั ที 5, 1990,ยอ่ หนา้ 13 54 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 4, การประชุมสมยั ที 6, 1990, ยอ่ หนา้ 8 65
รัฐละเวน้ จากแนวปฏิบตั ิบางอย่างและมุ่งมนั ทีจะอาํ นวยความสะดวกให้กับ “การช่วย ตนเอง” โดยกลุ่มทีได้รับผลกระทบ หากการดาํ เนินมาตรการบางอบ่สงดงั กล่าวจาํ เป็ นตอ้ งใช้ ทรัพยากรมากกวา่ ทีรัฐภาคี55 รัฐภาคีตอ้ งให้ความสําคญั ทีเหมาะสมแก่กลุ่มทางสังคมทีมีชีวิตในสภาพทีไม่เอืออาํ นวย ดว้ ยการให้เอาใจใส่เป็ นพิเศษ การออกกฎหมายและนโยบายจะตอ้ งไม่อออกมาในลกั ษณะทีเป็ น ประโยชน์ต่อกลุ่มผูท้ ีมีโอกาสอยู่แล้ว โดยตดั โอกาสกลุ่มอืน ๆ คณะกรรมการเข้าใจดีว่าปัจจยั ภายนอกอาจมีผลต่อสิทธิในการปรับปรุงชีวิตความเป็ นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาทีมีปัญหาทาง เศรษฐกิจ อนั เป็ นผลโดยตรงจากการตดั สินใจทางนโยบายและกฎหมายของรัฐภาคี โดยไม่มี มาตรการชดเชย ซึงยอ่ มไม่สอดคลอ้ งกบั พนั ธกรณีของรัฐภายใตก้ ติกา56 บุคคลทมี ีความพกิ าร พนั ธกรณีของรัฐภาคีต่อกติกาในการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าในการทาํ ให้สิทธิ ทงั หลายเป็ นจริง ด้วยการใช้ทรัพยากรทีมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนัน ทาํ ให้รัฐบาลต้องทาํ มากกว่าการละเวน้ จากการใช้มาตรการทีอาจส่งผลกระทบในทางลบกับบุคคลทีมีความพิการ พนั ธกรณีในกรณีของกลุ่มทีดอ้ ยโอกาสและอ่อนแอ ก็คือ การปฏิบตั ิการในเชิงทีเป็ นประโยชน์กบั คนกลุ่มนนั เพือลดความดอ้ ยโอกาสทางโครงสร้าง และเพือให้การดูเป็ นพิเศษอย่างเหมาะสมกบั บุคคลทีมีความพิการทุกคน นีหมายถึงว่า จาํ เป็ นตอ้ งมีทรัพยากรเพิมเติมสําหรับการไปสู่จุดหมาย ดงั กล่าว และจาํ เป็นตอ้ งมีมาตรการทีวางขึนโดยเฉพาะอยา่ งกวา้ งขวาง57 หากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐก็จะมีกรณีทีการดาํ เนินกิจกรรมของตลาดเสรีอาจก่อผลทีไม่ น่าพอใจแก่บุคคลทีมีความพิการ ไม่ว่าจะในฐานะปัจเจกบุคคลหรือในฐานะกลุ่มเสมอ ในกรณี ดงั กล่าวนีจึงเป็ นหน้าทีของรัฐทีตอ้ งเขา้ ไปจดั การและดาํ เนินมาตรการทีเหมาะสมในการบรรเทา ทดแทน ชดเชย หรือขจดั ผลทีเกิดจากพลงั ตลาด ในทาํ นองเดียวกนั ในขณะทีรัฐบาลอาจพึงพา 55 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 4, การประชุมสมยั ที 6, 1990, ยอ่ หนา้ 10 56 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 4, การประชุมสมยั ที 6, 1990, ยอ่ หนา้ 11 57 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 5, การประชุมสมยั ที 11, 1994, ยอ่ หนา้ 9 66
เอกชน กลุ่ม หรือองค์กร อาสาสมคั รทีจะช่วยบุคคลทีมีความพิการในหลากหลายวิธีการ แต่การ จดั การเหล่านนั ไม่อาจจะปลดเปลืองภาระหนา้ ทีของรัฐบาลในการประกนั การปฏิบตั ิตามพนั ธกรณี ภายใตก้ ติกาได้ ดงั ทีแผนระดบั โลกเกียวกบั คนพิการไดร้ ะบุไวว้ า่ “ความรับผดิ ชอบสุดทา้ ยทีแทจ้ ริง ในการเยยี วยาเงือนปัญหาทีจะนาํ ไปสู่ความเสียหายและเพือทีจะจดั การกบั ผลของความพิการยอ่ ม อยทู่ ีรัฐบาล” 58 สิทธิทางเศรษฐกจิ สังคม และ วฒั นธรรมของผู้สูงอายุ ปี ค.ศ. 1991 สมชั ชาประชาชาติ ไดร้ ับรองหลกั การแห่งสหประชาชาติเพือผสู้ ูงอายุ ซึงดว้ ย ลกั ษณะทีเป็ นแผนงานจึงเป็ นเอกสารทีสําคญั ฉบบั หนึงในบริบทปัจจุบนั หลกั การฯ นีแบ่งเป็ น 5 ส่วน ซึงสอดประชาอย่างใกล้ชิดกับสิทธิทีได้รับการรับรองในกติกา “ความเป็ นอิสระ” หมาย รวมถึงการเขา้ ถึงอาหาร นาํ ทีอยอู่ าศยั เครืองนุ่งห่ม และการรักษาพยาบาลทีเพียงพอ นอกเหนือจาก สิทธิพืนฐานดังกล่าวนีแล้ว ยงั รวมถึงโอกาสในการทาํ งานทีได้ค่าตอบแทน และโอกาสใน การศึกษาและการอบรม สาํ หรับ “การมีส่วนร่วม” หมายความวา่ ผสู้ ูงอายคุ วรมีส่วนร่วมอยา่ งเตม็ ที ในการจดั ทาํ และการดาํ เนินนโยบายทีจะมีผลกระทบถึงความเป็ นอยทู่ ีดีของเขา กบั ทงั ควรสามารถ แบ่งปันความรู้และทกั ษะกบั คนรุ่นเยาวก์ ว่า รวมถึงสามารถก่อตงั สมาคมหรือกลุ่มขึนไดด้ ว้ ย ใน ส่วนทีขึนตน้ ว่า “การดูแล” นนั ส่วนนีหมายถึงว่า ผูส้ ูงอายุควรจะไดป้ ระโยชน์จากการดูแลจาก ครอบครัว การดูแลสุขภาพ และควรมีสิทธิและเสรีภาพขนั พืนฐานเมืออย่ใู นเคหสถาน และมีสิง อาํ นวยความสะดวกในการดูแลรักษา สําหรับ “การพฒั นาตนเอง” นนั หลกั การก็คือผสู้ ูงอายคุ วรมี โอกาสในการพฒั นาศกั ยภาพของตนอยา่ งเตม็ ที โดยมีโอกาสทีจะไดร้ ับทรัพยากรในการศึกษา ทาง วฒั นธรรม จิตวญิ ญาณและสนั ทนาการ ทีมีอยใู่ นสังคม และหลกั การสุดทา้ ย คือ “ศกั ดิศรี” กล่าวไว้ วา่ ผสู้ ูงอายคุ วรจะมีชีวิตอยอู่ ยา่ งมีศกั ดิศรีและความมนั คงปลอดภยั และปลอดจากการถูกเอารัดเอา เปรียบและการละเมิดทางร่างกายหรือจิตใจ ควรได้รับการปฏิบตั ิต่อดว้ ยความยุติธรรม โดยไม่ คาํ นึงถึงอายุ เพศ เชือชาติ หรือเผ่าพนั ธุ์ใด ๆ และตอ้ งไม่ขึนอยกู่ บั ความพิการ สถานะทางการเงิน หรือสถานะอืนใด และควรใหค้ ุณค่าไม่วา่ คนเหล่านีมีส่วนสนบั สนุนในทางเศรษฐกิจหรือไม่59 58 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 5, การประชุมสมยั ที 11, 1994, ยอ่ หนา้ 12 59 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 6, การประชุมสมยั ที 13, 1995, ยอ่ หนา้ 5 67
ความสัมพนั ธ์ระหว่างการลงโทษทางเศรษฐกจิ การลงโทษทางเศรษฐกิจ ควรจะกระทาํ โดยคาํ นึงถึงบทบญั ญตั ิของกติการะหวา่ งประเทศ วา่ ดว้ ยสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม อยา่ งเต็มที คระกรรมการไม่ไดม้ ีความปรารถนาจะ ตงั ขอ้ งกงั ขากบั ความจาํ เป็ นในการใชก้ ารลงโทษกบั กรณีซึงเหมาะสมทีสอดคลอ้ งกบั บทที 7 ของ กฎบตั รสหประชาชาติ หรือกฎหมายระหวา่ งประเทศอืน ๆ ทีใชอ้ ยู่ แต่บทบญั ญตั ิอืนๆ ของกฎบตั ร ซึงเกียวขอ้ งกบั สิทธิมนุษยชน (ขอ้ 1,55 และ 56) ตอ้ งไดร้ ับการพิจารณานาํ มาใช้เตม็ ทีเช่นกนั ใน กรณีดงั กล่าว60 ในการพจิ ารณาเรืองการลงโทษ จาํ เป็นตอ้ งมีการแยกแยะระหวา่ งวตั ถุประสงคพ์ ืนฐานของ การใช้แรงกดดนั ทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อผูป้ กครองประเทศนนั เพือชักจูงให้คนเหล่านัน ปฏิบตั ิตามกฎหมายระหวา่ งประเทศ กบั ผลขา้ งเคียงทีจะก่อความทุกขใ์ หก้ บั กลุ่มทีอ่อนแอทีสุดใน ประเทศเป้ าหมาย ดว้ ยเหตุนี ระบบการลงโทษทีคณะมนตรีความมนั คงวางขึนในปัจจุบนั จึงรวม ขอ้ ยกเวน้ ทางมนุษยธรรมทีกาํ หนดขึน เพืออนุญาตให้มีการไหลเวียนของสินคา้ และบริการทีมี จุดหมายปลายทางเพอื เป้ าหมายทางมนุษยธรรม โดยมีขอ้ สมมติฐานวา่ โดยทวั ไปขอ้ ยกเวน้ ดงั กล่าว นี จะประกันการเคารพสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม ในระดบั พืนฐานในประเทศ เป้ าหมายได6้ 1 มีความจาํ เป็นในการประเมินผลกระทบทีคาดวา่ จะเกิดขึนจากการลงโทษก่อนทีจะใช้ และ ในการส่งเสริมใหม้ ีการจดั การเพอื ใหค้ วามช่วยเหลือดา้ นมนุษยธรรมแก่กลุ่มคนทีอ่อนแอ62 พนั ธกรณีเกียวขอ้ งกบั ฝ่ ายทีรับผดิ ชอบในการออกมาตรการการลงโทษ ประการแรก จะตอ้ งคาํ นึงถึงสิทธิเหล่านีอย่างเต็มที เมือมีการกาํ หนดระบบการลงโทษที เห็นวา่ เหมาะสม และแมน้ จะไม่ไดส้ นบั สนุนมาตรการใดเป็ นการเฉพาะ คณะกรรมการก็เห็นควร กับข้อเสนอต่อไปนี เช่น การทีเรียกร้องให้มีการจัดตงั กลไกของสหประชาชาติขึนเพือการ 60 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 1 61 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 4 62 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 5 68
คาดการณ์และการติดตามผลกระทบของการลงโทษ การพฒั นาชุดของหลกั การและกระบวนการที โปร่งใส และเป็ นทียอมรับกนั มากขึน โดยมีพืนฐานทีการเคารพสิทธิมนุษยชน การกาํ หนดรายชือ สินคา้ และบริการทีไดร้ ับการยกเวน้ ให้กวา้ งขวาง การใหอ้ าํ นาจแก่หน่วยงานทางวิชาการทีเป็ นที ยอมรัยเพือศึกษาขอ้ ยกเวน้ ทีจาํ เป็นการจดั ตงั ชุดคณะกรรมการเกียวกบั การลงโทษทีมีการสนบั สนุน ทรัพยากรทีดีขึน มีการพุ่งเป้ าหมายชดั เจนขึนไปทีความอ่อนแอของหระเทศหรือกลุ่มทีประชาคม นานาชาติตอ้ งการเปลียนพฤติกรรม และนาํ ความยดื หยนุ่ มาใชม้ ากขึน63 ประการทีสอง ตอ้ งมีการดาํ เนินการติดตามทีมีประสิทธิภาพตามเงือนไขของกติกาตลอด ช่วงระยะเวลาทีใช้มาตรการลงโทษ เมือภาคีภายนอกรับความผิดชอบ แม้เพียงส่วนหนึงต่อ สถานการณ์ใน (อีก) ประเทศหนึง (ไม่วา่ จะภายใตบ้ ทที 7 ของกฎบตั รหรืออืน ๆ) ภาคีนนั ไม่อาจ หลีกเลียงทีจะรับความผดิ ชอบทีจะทาํ ทุกอยา่ งในขอบเขตอาํ นาจ เพือการปกป้ องสิทธิทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม ของประชากรทีไดร้ ับผลกระทบ64 ประการทีสาม องคก์ ร/รัฐภายนอกมีพนั ธกรณี “ในการดาํ เนินการโดยลาํ พงั หรือดว้ ยความ ร่วมมือและความช่วยเหลือระหวา่ งประเทศ โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจและวิชาการ” เพือตอบรับกบั ความทุกขย์ ากอยา่ งสาหสั ทีกลุ่มทีอ่อนแอในประเทศเป้ าหมายประสบอย6ู่ 5 การปฏบิ ตั ติ ามกตกิ าในระดับชาติ ก. หนา้ ทีในการแปรกติกาเพอื ใหม้ ีผลบงั คบั ตามกฎหมายในประเทศ การใหร้ ัฐภาคีดาํ เนินการเพือให้บรรลุเป้ าหมายเกียวกบั สิทธิตามทีรับรองในกติกา ในการร้อง ขอให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ดาํ เนินการดงั กล่าว “ดว้ ยวิถีทางอนั เหมาะสมทงั ปวง” นนั กติกาได้ใช้แนวทางทีกวา้ งและยืดหยุ่น ซึงจะเอือต่อการปรับใช้ตามลกั ษณะเฉพาะของระบบ กฎหมายและการบริหาร รวมทงั ข้อพิจารณาทีเกียวข้องอืน ๆ ของรัฐนัน และต้องมีวิธีการที 63 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 11-12 64 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 13 65 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 8, การประชุมสมยั ที 17, 1997, ยอ่ หนา้ 14 69
เหมาะสมในการชดเชยหรือแก้ไขปัญหาให้แกบุคคลหรือกลุ่มทีถูกละเมิดรวมทงั ตอ้ งมีกลไกที เหมาะสมในการตรวจสอบภาครัฐ66 กระนนั ไม่วา่ จะเลือกใชว้ ิธีการใดก็ตาม หลกั การหลาย ๆ ประการมาจากหนา้ ทีที จะตอ้ งปฏิบตั ิตามกติกา และดงั นนั จะตอ้ งเคารพหลกั การเหล่านี ประการแรก วธิ ีการปฏิบตั ิทีเลือก จะตอ้ งสามารถสนองตามพนั ธกรณีภายใตก้ ติกาได้ ในการนี เมือพิจารณาวิธีการทีดีทีสุดเพือให้ สิทธิตามกติกามีผลบงั คบั ตามกฎหมายในประเทศ รัฐจาํ เป็ นตอ้ งให้หลกั ประกนั วา่ สิทธินนั ๆ มีผล บงั คบั ในกระบวนการยุติธรรมได้ ประการทีสองจะตอ้ งพิจารณาวิธีการทีไดพ้ ิสูจน์แลว้ ว่าเป็ นวิธร การทีมีประสิทธิผลในประเทศนนั ๆ ในการปกป้ องสิทธิมนุษยชนอืน ๆ หากวิธีการปฏิบตั ิตาม กติกาว่าดว้ ยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม แตกต่างจากวิธีการทีใช้ตามสนธิสัญญาว่า ดว้ ยสิทธิมนุษยชนอืน ๆ อย่างมากแลว้ ควรมีคาํ อธิบายทีชดั เจนในเรืองนี โดยอาศยั ขอ้ เท็จจริงว่า บทบญั ญตั ิตามกติกาเป็นส่วนใหญ่อาจะเปรียบเทียบไดก้ บั บทบญั ญตั ิของสนธิสัญญาอืนๆ ทีวา่ ดว้ ย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง67 ประการทีสาม ในขณะทีกติกาไม่ไดผ้ กู มดั รัฐอยา่ งเป็นทางการใหผ้ นวกบทบญั ญตั ิ ไวใ้ นกฎหมายในประเทศ แนวทางดงั กล่าวก็นบั เป็ นเรืองพึงประสงค์ การผนวกโดยตรงทาํ ให้ไม่ เกิดปัญหาทีอาจเกิดขึนไดจ้ ากการแปรพนั ธกรณีตามสนธิสัญญาให้เป็ นกฎหมายในประเทศ และ เป็ นพืนฐานสําหรับให้ปัจเจกชนเรียกร้องสิทธิตามกติกาโดยตรงในศาลในประเทศ ดว้ ยเหตุผล เหล่านี คณะกรรมการจึงขอยืนยนั ส่งเสริมให้ใชห้ รือผนวกกติกาไวใ้ นกฎหมายของประเทศอย่าง เป็ นทางการ68 ค. บทบาทของการเยยี วยาทางกฎหมาย 66 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 1-2 67 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 7 68 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 8 70
การเยยี วยาทางกฎหมายหรือตุลาการ สิทธิในการเยียวยาทีไดผ้ ลไม่จาํ เป็ นตอ้ งหมายความว่าจาํ เป็ นตอ้ งอาศยั เครืองมือ ในทางตุลาการเสมอไป ในหลายกรณีการเยียวยาในทางบริหารนบั วา่ เพียงพอและผทู้ ีอยภู่ ายในเขต ปกครองของรัฐภาคีก็สามารถคาดหวงั ได้โดยชอบธรรมบนพืนฐานความเชือมนั ว่า หน่วยงาน บริหารทงั หลายจะนาํ ขอ้ กาํ หนดของกติกามาพิจารณาประกอบการตดั สินใจ การเยียวยาในทาง บริการใด ๆ จะตอ้ งถึงได้ ค่าใช้จ่ายเหมาะสม ทนั เวลา และมีประสิทธิผล สิทธิในการอุทธรณ์ทาง ศาลจากกระบวนการทางการบริการประเภทนีมกั จะเหมาะสมเช่นกนั ในทาํ นองเดียวกนั มีขอ้ ผกู พนั บางประการ (แต่งไม่จาํ กดั เพยี งเท่านี) เช่น ในเรืองการไม่เลือกปฏิบตั ิซึงการเยียวยาทางกฎหมายใน บางรูปแบบ ดูเหมือนวา่ จะหลีกเลียงไม่ได้ เพือสนองตามขอ้ กาํ หนดของกติกา กล่าวอีกนยั หนึงคือ เมือใดก็ตามทีปรากฏว่าการปฏิบตั ิตามกติกากระทาํ ไม่ได้เต็มทีหากไม่มีกระบวนการยุติธรรม รองรับ ในกรณีเช่นนีการเยยี วยาในทางตุลาการก็เป็นสิงทีจาํ เป็น69 ผลบังคบั ทางกระบวนการยุตธิ รรม มิติของการพิจารณาโดยกระบวนการยุติธรรมมีข้อเสนอแนะว่าเรืองต่าง ๆ ที เกียวขอ้ งกบั การจดั สรรทรัพยากรควรมอบให้เป็ นหน้าทีขององค์กรทางการเมืองมากกว่าฝ่ ายของ ตุลาการ ในขณะทีอาํ นาจการบริหารของหน่วยราชการต่าง ๆ เป็ นสิงทีพึงเคารพ แต่ก็ยงั คงทราบ ด้วยว่า โดยทวั ไปฝ่ ายตุลาการมีส่วนเกียวข้องในเรืองต่าง ๆ จาํ นวนมาก ซึงมีนัยเกียวเนืองกับ ทรัพยากรทีสาํ คญั อยแู่ ลว้ การจาํ แนกสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมในลกั ษณะตายตวั ซึง หากตีความแลว้ จะอยนู่ อกขอบเขตอาํ นาจของตุลาการนบั วา่ ไม่สมเหตุสมผล และไม่สอดคลอ้ งกบั หลกั การทีกาํ หนดว่าสิทธิมนุษยชนทงั สองส่วนแบ่งแยกมิไดแ้ ละตอ้ งเกียวพนั กนั นอกจากนี ยงั ลิดรอนขีดความสามารถของฝ่ ายตุลาการเป็ นอย่างมากในการป้ องปกสิทธิของกลุ่มผูด้ ้อยโอกาส และอ่อนแอทีสุดในสงั คม70 69 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 9 70 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 10 71
ผลบงั คับโดยปริยาย ก า ร ป ฏิ บัติ ใ น ส า ย ต า ตุ ล า ก า ร ค ว ร ค ํา นึ ง ถึ ง ก า ร ท ํา ใ ห้ ก ติ ก า มี ผ ล บัง คับ ท า ง กระบวนการยตุ ิธรรมดว้ ยเช่นกนั เป็ นสิงสําคญั อยา่ งยิงทีจะไม่ตงั ขอ้ สมมติฐานเบือตน้ วา่ กฎเกณฑ์ ต่าง ๆ ควรจดั เป็ นกฎเกณฑ์ทีไม่ใช่มีผลบงั คบั โดยปริยายแทจ้ ริงแลว้ มีหลายประการทีระบุไวเ้ ป็ น เงื อนไขซึ งอย่างน้อยชัดเจนและเฉพาะเจาะจงเช่ นเดี ยวกับทีปรากฏในสนธิ สัญญาว่าด้วยสิ ทธิ มนุษยชนอืน ๆ ซึงเป็นบทบญั ญตั ิทีตามปกติฝ่ ายตุลาการถือวา่ มีผลบงั คบั โดยปริยาย71 ง. การนาํ กติกาไปปฏิบตั ิในศาลในประเทศ รัฐจะตอ้ งแจง้ ขอ้ มูลว่าบทบญั ญตั ิในกติกา “สามารถนาํ ไปร้องต่อศาลและบงั คบั โดยตรงไดโ้ ดยกระบวนการยตุ ิธรรมอืน ๆ หรืออาํ นาจบริหาร” ไดห้ รือไม่ แจง้ รายละเอียดเกียวกบั หลกั นิติศาสตร์สาํ คญั ใดๆ ของศาลในประเทศ72 ภายใตข้ อ้ จาํ กดั ของการทาํ หน้าทีอย่างเหมาะสมในการพิจารณาในทางยุติธรรม ฝ่ ายตุลาการควรพิจารณาสิทธิตามทีระบุในกติกา ในกรณีทีจาํ เป็ นเพือทีจะให้หลกั ประกนั ว่าการ ดาํ เนินงานของรัฐสอดคลอ้ งกบั พนั ธะในกติกา การทีฝ่ ายตุลาการเพิกเฉยละเลยต่อความรับผิดชอบ ดงั กล่าวไม่สอดคลอ้ งกบั หลกั นิติธรรม ซึงควรจะตอ้ งเคารพต่อพนั ธกรณีระหวา่ งประเทศเกียวกบั มนุษยชนเสมอ73 บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ วฒั นธรรม การทาํ งานของสถาบนั ระดบั ประเทศเพือส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน ในระยะหลงั มีสถาบนั เหล่านีจดั ตงั ขึนอย่างแพร่หลาย และสมชั ชา และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่ง สหประชาชาติ ได้สนับสนุนส่งเสริมอย่างจริงจงั นอกจากนีสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพือสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ยงั ไดจ้ ดั ทาํ แผนงานหลกั เพอื ใหค้ วามช่วยเหลือ ละสนบั สนุนรัฐต่าง ๆ 71 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 11 72 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 12 73 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 9, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 14 72
ในส่วนทีเกียวขอ้ งกบั สถาบนั แห่งชาติ สถาบนั เหล่านีมีตงั แต่ทีเป็ นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ สาํ นกั ผตู้ รวจการรัฐสภา “หน่วยงานรณรงค”์ เพือประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิมนุษยชน ไปจนถึง “องคก์ รพิทกั ษ์ประชาชน(defensores del pueblo)” ในหลายกรณีเป็ นสถาบนั ทีรัฐบาล จดั ตงั ขึนโดยเป็ นอิสระจากฝ่ ายบริหารและฝ่ ายนิติบญั ญตั ิมากพอสมควร ทาํ หน้าทีรับผิดชอบ เกียวกบั มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลทีเกียวพนั กบั ประเทศนนั ๆ และมีหนา้ ทีความรับผดิ ชอบใน การดาํ เนินกิจกรรมต่าง ๆ เพอื ส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน สถาบนั ดงั กล่าวจดั ตงั ขึนในรัฐที มีวฒั นธรรมทางกฎหมายต่างกนั อยา่ งกวา้ งขวางและไม่วา่ จะอยใู่ นสถานการณ์74 สถาบนั เหล่านี อาจะมีแนวทางทีสถาบนั ระดบั ชาติดาํ เนินการอยู่ หรือเคยดาํ เนินการแลว้ ดงั นี คือ (ก) การส่งเสริมแผนงานดา้ นการศึกษาและขอ้ มูล เพือเสริมสร้างความตระหนกั และความเขา้ ใจเรืองสิทธิทางเศรษฐกิจ ทงั ในหมู่ประชากรส่วนใหญ่และบางกลุ่ม (ข) การพิจารณากฎหมายทีมีอยู่และพระราชบญั ญตั ิทางหารบริหาร รวมทงั ร่าง บญั ญตั ิและขอ้ เสนออืน ๆ (ค) การใหค้ าํ ปรึกษาทางวชิ าการ หรือดาํ เนินการศึกษา (ง) การกาํ หนดเกณฑร์ ะดบั ชาติ เพือใชว้ ดั ระดบั การปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีในกติกา (จ) การดาํ เนินงานวจิ ยั และการศึกษา (ฉ) การติดตามผลทีสอดคลอ้ งกบั สิทธิต่าง ๆ (ช) การตรวจสอบคาํ ร้องเรียนกล่าวหาวา่ มีการละเมิดมาตรฐานสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรมภายในรัฐ คณะกรรมการเรียกร้องให้รัฐภาคีให้หลกั ประกนั วา่ หนา้ ทีของสถาบนั ดา้ นสิทธิมนุษยชน ของประเทศทงั หมดจะครอบคลุมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม และขอให้รัฐภาคี นาํ เสนอรายละเอียดทงั ในเรืองหนา้ ทีและกิจกรรมสาํ คญั ทีเกียวขอ้ งของสถาบนั 75 74 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 10, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 1-2 75 UN, ศรีประภา เพชรมีศรี และ ปราณี เกา้ เอียน แปล, ความเห็นทวั ไปทีรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมลาํ ดบั ที 10, การประชุมสมยั ที 19, 1998, ยอ่ หนา้ 3-4 73
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392