Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์ ประถม

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์ ประถม

Published by Parnwadee Suanoo, 2023-06-18 11:50:09

Description: แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์

Search

Read the Text Version

แผนการจดั กิจก ครั้ง

กรรมการเรยี นรู้ งที่ 6

คาอธบิ ายรายวชิ า / ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สูตรรายวชิ า คาอธิบายรายวชิ าศิลปศกึ ษา สาระ ทักษะการดาเนินชวี ติ ระดบั ประถมศึกษา จานวน 2 หนว่ ยกิต มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ มคี วามร๎ู ความเขาใจธรรมชาติของความงาม ความไพเราะ สามารถวเิ คราะห๑ วิพากย วิจารณ๑งานด๎าน ทัศนศิลป ดนตรีและนาฏศิลปพื้นบาน สรางสรรคผลงานด๎วยความช่ืนชม และเห็นคุณคําควรแกํการอนุรักษ๑ และสืบทอดนาฏศลิ ปพื้นบาน วัฒนธรรมประเพณี และภูมปิ ญญาทองถนิ่ ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง 1. อธิบายความหมายของธรรมชาติ ความงามความไพเราะของทัศนศิลป ดนตรี และนาฏศลิ ป 2. อธบิ ายความรูพ้นื ฐานของ ทศั นศลิ ป ดนตรี และนาฏศิลปพื้นบาน 3. สรางสรรคผลงานโดยใชความรูพื้นฐาน ดาน ทัศนศลิ ป ดนตรี และนาฏศิลป พน้ื บาน 4. ช่นื ชม เหน็ คุณคาของ ทศั นศิลป ดนตรี และนาฏศลิ ปพื้นบาน 5. วเิ คราะห วพิ ากย วิจารณ งานดานทศั นศลิ ป ดนตรี และนาฏศิลปพนื้ บาน 6. อนรุ ักษสบื ทอดภมู ิปญญาดานทศั นศลิ ป ดนตรี และนาฏศลิ ปพน้ื บาน ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกยี่ วกับเรือ่ ง ดังน้ี คือ ศึกษาและฝึกทักษะเก่ียวกับความหมายของธรรมชาติ ความงามความไพเราะ วิเคราะห๑ วิพากย วิจารณ๑ผลงานของภูมิปญญาด๎วยความชื่นชม สร๎างสรรค๑ผลงานจากข๎อมูลพ้ืนฐาน โดยเห็นถึงคุณคําของทัศน ศิลป ดนตรแี ละนาฏศลิ ปพืน้ บาน การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ บรรยาย ศึกษาค๎นคว๎าด๎วยตนเองจากส่ือท่ีเกี่ยวข๎อง แหลํงเรียนรู๎ในชุมชน พบกลุํม อภิปราย แลกเปลีย่ นเรียนร๎ู ทดลอง วเิ คราะห๑ และสรปุ การเรยี นรู๎ที่ไดล๎ งในเอกสารการเรียนรูด๎ ว๎ ยตนเอง (กรต.) การวดั และประเมนิ ผล ประเมินความก๎าวหน๎าผ๎ูเรียนด๎วยวิธีการสังเกต ซักถาม ตอบคําถาม ตรวจเอกสารการเรียนรู๎ ด๎วย ตนเอง (กรต.) และประเมินผลรวมผู๎เรียนด๎วยการตอบคําถามกิจกรรมท๎ายหนํวยและใช๎แบบทดสอบ วัด ความรู๎

รายละเอียดคาอธบิ ายรายวชิ าศิลปศกึ ษา จานวน 2 หนว่ ยกติ ระดบั ประถมศึกษา มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดบั มีความร๎ู ความเขาใจธรรมชาติของความงาม ความไพเราะ สามารถวเิ คราะห๑ วิพากย วิจารณงานด๎าน ทัศนศิลป ดนตรีและนาฏศิลปพื้นบาน สรางสรรคผลงานด๎วยความช่ืนชม และเห็นคุณคําควรแกํการอนุรักษ๑ และสืบทอดนาฏศลิ ปพืน้ บาน วฒั นธรรมประเพณี และภมู ปิ ญญาทองถิน่ ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา จานวน 1 ทศั นศิลป์พน้ื บา๎ น (ชั่วโมง) 1. บอกความหมายของทัศนศิลป์ 1. ทศั นศิลปพืน้ บาน 20 พ้ืนบา๎ นได๎ 1.1 ความหมายของทศั นศิลป์ พ้นื บา๎ น 2. อธิบายองคประกอบทาง 2. องคประกอบทางทัศนศิลป์ ทศั นศลิ ป์ได๎ 2.1. ความหมายองคป๑ ระกอบทาง ทศั นศลิ ป์ - จดุ - เส๎น - สี - พื้นผวิ - รูปราํ ง – รปู ทรง 3. อธบิ ายรปู แบบและวิวัฒนาการ 3. รปู แบบและวิวฒั นาการของทัศน ของทัศนศลิ ป์พนื้ บานได๎ ศลิ ปพื้นบาน 3.1. ประเภททัศนศิลปพ้นื บาน 4. อธิบายรูปแบบและความงาม 4. รูปแบบและความงามของ ทัศน ของทัศนศิลปพ้นื บานได๎ ศิลปพืน้ บาน 4.1. วเิ คราะห วจิ ารณ งาน ทัศน ศิลปพ้นื บาน 5. บอกลกั ษณะการแตงกายตาม 5. ทัศนศิลปพ้นื บานกับการแตงกาย ทัศนศลิ ปพนื้ บานได๎ 5.1. ความหมายและประวัติ 6. บอกถึงประโยชน๑จากการ 6. การตกแตงที่อยูอาศัย ตกแตํงท่ีอยูํอาศยั ตามทัศนศิลป 6.1. ข้นั ตอนในการออกแบบ พื้นบานได๎ 7. บอกถงึ คณุ คาํ ของทัศนศิลป์ 7.คุณคาความสําคญั ทางวัฒนธรรมและ พืน้ บ๎านได๎ ประเพณี

7.1. ความหมาย ลกั ษณะและ ความสําคญั 7.2. โบราณสถานและวตั ถุ 2 ดนตรพี น้ื บา๎ น 1. อธบิ ายลกั ษณะของดนตรี 1. ดนตรีพ้ืนบาน 20 3 นาฏศลิ ปพ์ นื้ บา๎ น พน้ื บานได๎ 1.1. ลักษณะของดนตรพี ื้นบาน 30 2. บอกลกั ษณะของดนตรี 1.2. ดนตรีพืน้ บานในท๎องถ่ิน พื้นบา๎ นในท๎องถ่นิ ได๎ 3. นาํ ความรูเ๎ ร่ืองเครื่องดนตรี 2. ดนตรพี ื้นบานของไทย พืน้ บ๎านจากภมู ปิ ญญาไปใชไ๎ ด๎ 2.1 ลกั ษณะดนตรีแตลํ ะท๎องถนิ่ 4.บอกถึงคุณคําและการประเภท เพลงพืน้ บ๎านแตํละภาคได๎ 3. ภูมปิ ญญาทางดนตรี 5. อธิบายประวตั คิ วามเปน็ มา 3.1. ประโยชน๑ของดนตรี ของเพลงพืน้ บา๎ นได๎ 6. นําแนวทางการอนรุ กั ษเพลง 4. คณุ คําของเพลงพน้ื บาน พน้ื บานในท๎องถิ่นไปใช๎ได๎ 4.1. ประเภทของเพลงพนื้ บ๎าน 1. บอกประวตั ิความเปนมาของ 5. พฒั นาการของเพลงพืน้ บาน นาฏศลิ ปพนื้ บานแตละภาคได 5.1. ความเปนมาของเพลงพืน้ บาน 2. บอกความสัมพันธระหวาง นาฏศิลปพนื้ บานกับวฒั นธรรม ไทย ประเพณไี ด๎ 6. คณุ คาและการอนรุ ักษเพลงพ้นื บาน 3. บอกความสมั พันธระหวาง นาฏศิลปพื้นบานกับภมู ิปญญา 6.1. การอนุรักษเพลงพื้นบาน ใน ทองถ่นิ ได ท๎องถ่นิ 4. นาํ นาฏศิลปพนื้ บาน และ 1. นาฏศิลปพนื้ บานและภูมิปัญญา ภูมิปญั ญาทองถ่ินมาประยุกตใช ทอ๎ งถิ่น ไดอยางเหมาะสม 1.1. ประวตั นิ าฏศลิ ปพนื้ บาน แตลํ ะภาคของไทย - นาฏศลิ ปพนื้ บานภาคเหนือ - นาฏศลิ ปพื้นบานภาคกลาง - นาฏศลิ ปพน้ื บานภาคอีสาน - นาฏศิลปพ้ืนบานภาคใต๎ 3.2. การแสดงนาฏศิลปพ้ืนบาน 3.3. คุณคาและอนุรักษนาฏศลิ ป พน้ื ฐานและภมู ปิ ญญาทองถ่นิ 3.4. ความสมั พนั ธระหวาง นาฏศิลปพื้นบานกับวัฒนธรรมประเพณี

และภมู ปิ ญญาท๎องถนิ่ 4 การผลิตเครอื่ งดนตรี 1. อธบิ ายและบอกแนวทางการ 1. แนวทางการประกอบอาชีพการผลิต 10 พน้ื บา๎ น ประกอบอาชีพการผลติ เคร่อื ง เครอื่ งดนตรีพื้นบาน ดนตรีพ้ืนบานได 1.1. อาชพี การผลติ ขลุย 1.2. อาชีพการผลิตแคน 1.3. อาชพี การผลติ กลองแขก

ตารางวิเคราะหเ์ นื้อหา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2565 สาระ ทักษะการดาเนนิ ชีวติ วิชาศลิ ปศกึ ษา ระดบั ประถมศึกษา จานวน 2 หน่วยกติ กศน.อาเภอท่ามะกา สานักงาน กศน.จังหวดั กาญจนบรุ ี มาตรฐานการเรยี นรู้ มีความร๎ู ความเขาใจธรรมชาติของความงาม ความไพเราะ สามารถวิเคราะห๑ วิพากย วิจารณ๑งานด๎าน ทัศนศิลป ดนตรีและนาฏศิลปพื้นบาน สรางสรรคผลงานด๎วยความช่ืนชม และเห็นคุณคําควรแกํการอนุรักษ๑ และสบื ทอดนาฏศลิ ปพืน้ บาน วฒั นธรรมประเพณี และภูมปิ ญญาทองถ่ิน ท่ี ตัวชีว้ ัด เนือ้ หา เน้ือหาง่าย เน้ือหา เนอื้ หายาก หมาย ด้วย ปานกลาง นามาสอน เหตุ ตนเอง (พบกลุ่ม) (กรต) 1 ทัศนศิลป์พ้นื บา้ น 1. บอกความหมาย 1. ทศั นศลิ ปพนื้ บาน  ของทัศนศิลป์ 1.1 ความหมายของ พืน้ บ๎านได๎ ทศั นศิลป์พ้ืนบา๎ น 2. องคประกอบทาง 2. อธบิ ายองค ทศั นศลิ ป์ ประกอบทาง 2.1. ความหมาย ทัศนศลิ ป์ได๎ องคป๑ ระกอบทางทัศนศิลป์ - จดุ - เส๎น - สี - พื้นผวิ - รปู รําง – รูปทรง 3. อธิบายรูปแบบและ 3. รปู แบบและ วิวัฒนาการของ ววิ ฒั นาการของทัศนศิลป ทัศนศลิ ป์พ้นื บานได๎ พื้นบาน 3.1. ประเภททัศนศิลป พืน้ บาน 4. อธบิ ายรูปแบบ 4. รูปแบบและความงาม และความงามของ ของ ทศั นศิลปพ้ืนบาน

ท่ี ตวั ชวี้ ดั เนอ้ื หา เนอ้ื หางา่ ย เน้อื หา เนอ้ื หายาก หมาย ด้วย ปานกลาง นามาสอน เหตุ ตนเอง (พบกลุ่ม) (กรต) ทศั นศลิ ปพื้นบานได๎ 4.1. วเิ คราะห วจิ ารณ งานทศั นศลิ ปพ้นื บาน 5. บอกลักษณะการ 5. ทศั นศลิ ปพืน้ บานกับการ แตงกายตามทัศน แตงกาย ศิลปพ้ืนบานได๎ 5.1. ความหมายและ ประวตั ิ 6. บอกถึงประโยชน๑ 6. การตกแตงทีอ่ ยูอาศัย จากการตกแตํงที่อยํู 6.1. ขน้ั ตอนในการ อาศยั ตามทัศนศลิ ป ออกแบบ พืน้ บานได๎ 7. บอกถงึ คณุ คําของ 7.คุณคาความสําคัญทาง ทศั นศลิ ป์พน้ื บา๎ นได๎ วฒั นธรรมและประเพณี 7.1. ความหมาย ลกั ษณะ และความสาํ คัญ 7.2. โบราณสถานและวตั ถุ 2 ดนตรีพ้ืนบาน 1. อธิบายลกั ษณะของ 1. ดนตรพี ืน้ บาน  ดนตรีพ้นื บานได๎ 1.1. ลักษณะของดนตรี พืน้ บาน 1.2. ดนตรพี ้นื บานใน ท๎องถ่นิ 2. บอกลกั ษณะของ 2. ดนตรพี ืน้ บานของไทย ดนตรพี ้นื บา๎ นใน 2.1 ลกั ษณะดนตรีแตํละ ท๎องถน่ิ ได๎ ทอ๎ งถิน่ 3. นําความร๎เู ร่อื ง 3. ภมู ปิ ญญาทางดนตรี เครื่องดนตรีพืน้ บา๎ น 3.1. ประโยชน๑ของดนตรี จากภมู ิปญญาไป ใชไ๎ ด๎ 4.บอกถึงคณุ คาํ และ 4. คุณคําของเพลงพ้นื บาน

ที่ ตัวชว้ี ัด เน้ือหา เนอื้ หาง่าย เน้อื หา เนอื้ หายาก หมาย ด้วย ปานกลาง นามาสอน เหตุ ตนเอง (พบกล่มุ ) (กรต) การประเภทเพลง 4.1. ประเภทของเพลง พน้ื บา๎ นแตํละภาคได๎ พ้ืนบา๎ น 5. อธิบายประวตั ิ 5. พฒั นาการของเพลง ความเป็นมาของ พ้นื บาน เพลงพนื้ บ๎านได๎ 5.1. ความเปนมาของ เพลงพน้ื บานไทย 6. นําแนวทางการ 6. คณุ คาและการอนรุ กั ษ อนรุ กั ษเพลงพนื้ บาน เพลงพื้นบาน ในทอ๎ งถิ่นไปใช๎ได๎ 6.1. การอนุรักษเพลง พน้ื บาน ในท๎องถน่ิ 3 นาฏศลิ ป์พื้นบา้ น 1. บอกประวตั ิความ 1. นาฏศิลปพ้นื บานและภมู ิ  เปนมาของนาฏศิลป ปัญญาท๎องถ่นิ พน้ื บานแตละภาคได 2. บอกความสัมพันธ 2. ประวตั ินาฏศลิ ปพืน้ - ระหวาง นาฏศลิ ป บานแตํละภาคของไทย พืน้ บานกับวัฒนธรรม - นาฏศิลปพื้นบานภาค ประเพณไี ด๎ เหนือ - นาฏศลิ ปพื้นบานภาค กลาง - นาฏศิลปพื้นบานภาค อสี าน - นาฏศิลปพน้ื บานภาค ใต๎ 3. บอกความสัมพนั ธ 3.1. การแสดงนาฏศิลป ระหวางนาฏศลิ ป พนื้ บาน พน้ื บานกับภูมปิ ญญา 3.2. คณุ คาและอนุรักษ ทองถน่ิ ได นาฏศิลปพืน้ ฐานและ

ท่ี ตัวช้วี ัด เน้อื หา เนอ้ื หาง่าย เนอื้ หา เนือ้ หายาก หมาย ด้วย ปานกลาง นามาสอน เหตุ ตนเอง (พบกลมุ่ ) (กรต) ภมู ิปญญาทองถน่ิ 3.3. ความสัมพนั ธระหวาง นาฏศิลปพ้นื บานกับ 4. นํานาฏศิลปพืน้ - วฒั นธรรมประเพณีและ บานและภมู ปิ ัญญา ภูมปิ ญญาท๎องถิ่น ทองถ่นิ มา ประยุกต ใช ไดอยางเหมาะสม 4 การผลติ เครือ่ งดนตรี พื้นบ้าน 1. อธบิ ายและบอก 1. แนวทางการประกอบ  แนวทางการ อาชีพการผลิตเครอ่ื งดนตรี ประกอบอาชีพการ พน้ื บาน ผลิตเคร่อื งดนตรี 1.1. อาชีพการผลติ ขลุย พนื้ บานได 1.2. อาชีพการผลิตแคน 1.3. อาชพี การผลิตกลอง แขก

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วัด แผนการจัดการเรียนร ระดับประถมศึกษา ภาคเร เนือ้ หาสาระการเรียนรู้ 6 วชิ าศลิ ปศึกษา (ทช ดนตรพี ื้นบาน ที่ 11003) กา เร่อื ง ดนตรีพื้นบา้ น แบ 1. อธิบายลักษณะของ 1. ดนตรพี ้นื บาน 1.ค ดนตรี พื้นบานได๎ 1.1. ลกั ษณะของ บท ดนตรพี นื้ บาน เพล 1.2. ดนตรพี ้ืนบานใน บท ท๎องถิ่น 2. 2. บอกลักษณะของดนตรี 2. ดนตรพี นื้ บานของไทย ดน พื้นบา๎ นในท๎องถน่ิ ได๎ 2.1 ลักษณะดนตรีแตํ - ค 3. นาํ ความรเ๎ู รือ่ งเคร่อื ง ละท๎องถ่นิ เปิด ดนตรีพน้ื บา๎ นจากภูมิ 3. ภมู ิปญญาทางดนตรี เนื้อ ปญญาไปใช๎ได๎ 3.1. ประโยชนข๑ อง -ให ดนตรี คา้ 4.บอกถึงคุณคําและการ 4. คุณคําของเพลงพืน้ กา ประเภทเพลงพน้ื บ๎านแตํ บาน แบ ละภาคได๎ 4.1. ประเภทของเพลง 1.ค

รรู้ ายวชิ า ศิลปศึกษา สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ รียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 ประเมนิ ผล -การสังเกต ขนั้ ที่ 1 สามารถ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ -การชักถาม ปรบั เปล่ยี นได๎ -การมสี ํวนรํวม ตามความ 1 กาหนดสภาพปัญหา -หนงั สอื เรยี น -การตรวจ เหมาะสมของ ผลงาน บริบท กศน. ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน -ใบความรู๎ -บันทึกการ ตาํ บล เรียนร๎ู บบ ON SITE -ใบงาน ครูกลาํ วทักทายและนาํ เขา๎ สูํ -อินเตอรเ๑ น็ต ทเรียน และใหผ๎ ู๎เรียนยกตัวอยําง -หอ๎ งสมดุ กศน. ลงพนื้ บ๎านทีเ่ คยไดย๎ นิ คนละ 1 ตาํ บล ทเพลง -แหลงํ เรยี นร๎ู ครอู ธบิ ายถึงคุณคาํ ความสําคญั ของ ชมุ ชน นตรีพื้นบ๎าน -คลิปวดี โี อ ครูนําเพลงพื้นบ๎านในท๎องถิ่นมา ออนไลน๑ ดให๎นกั เรยี น แลว๎ สนทนาเก่ยี วกับ (Youtube) อหาในเพลง หน้ ักเรียนหาความหมายของ าศพั ท์ยาก ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน บบ ON AIR ครูมอบหมายใหผ๎ เ๎ู รียนศึกษา

ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวช้ีวัด เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้ พ้ืนบา๎ น เรีย 5. อธบิ ายประวัตคิ วาม 5. พัฒนาการของเพลง etv เปน็ มาของเพลงพ้ืนบ๎านได๎ พน้ื บาน กา 5.1. ความเปนมาของ แบ 6. นําแนวทางการอนุรกั ษ เพลงพน้ื บานไทย 1. เพลงพ้นื บานในท๎องถนิ่ ไป 6. คุณคาและการอนุรักษ ออ ใชไ๎ ด๎ เพลงพน้ื บาน GO 6.1. การอนรุ ักษเพลง เพ่ือ พื้นบาน ในท๎องถิน่ กา แบ 1. ท่ีไ คว แล กา แบ 1. คว ออ

การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมนิ ผล ยนรู๎ผําน ETV ออนไลน๑ www. vthai.tv ารจดั กิจกรรมการเรียนการสอน บบ ON line ครูพบกลุมํ ผูเ๎ รียนผาํ นชํองทาง อนไลนต๑ ํางๆ เชํน VDO CALL, OOGLE MEET, ZOOM เป็นต๎น อติดตามพดู คุยกบั ผเ๎ู รยี น ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน บบ ON Hand ครมู อบหมายงานสําหรบั นักศกึ ษา ไมํมาพบกลุมํ โดยจดั ทําใบงาน ใบ วามรใ๎ู หผ๎ ูเ๎ รยี นมารับท่ี กศน.ตําบล ละนํามาสงํ ในวนั ทม่ี าพบกลํุม ารจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน บบ ON Demand ครูมอบหมายใบงาน และใบ วามรผ๎ู าํ นชอํ งทางห๎องเรียน อนไลน๑ Google classroom

คร้งั ที่ วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการเรียนรู้ We งาน หร แล ข้นั 1.ผ วิด 2. แล 3. นํา ขั้น ผ๎ูเร ชีว ขั้น 1. 2. 3. 4.

การจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล ebsite กศน.ตําบล เพื่อมอบหมาย นใหผ๎ ู๎เรียนท่ไี มํสะดวกมาพบกลํุม รอื เรียนออนไลน๑ได๎ดาวโหลดใบงาน ละใบความรเ๎ู พ่ือศึกษาและสํงงาน นท่ี 2 แสวงหาความรู้ ผู๎เรียนศกึ ษาจากใบความร๎ู คลิป ดีโอเสรมิ ความรแ๎ู ละสื่อตาํ ง ๆ ครแู ละผเ๎ู รียนนําความรท๎ู ่ีไดม๎ า ลกเปลย่ี นเรียนร๎ู ครูและผู๎เรยี นรํวมกนั อภปิ รายและ ามาสรปุ องคค๑ วามรูท๎ ี่ได๎รบั นที่ 3 การปฏิบตั นิ าไปใช้ รยี นนําความรู๎ท่ีไดร๎ บั มาปรับใชใ๎ น วติ ประจาํ วัน นที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ สังเกต บันทกึ การเรยี นร๎ู ใบงาน แบบทดสอบออนไลน๑

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ มอ 1. 2.

การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล อบหมายงาน บนั ทึกการเรียนร๎ู (กรต.) ใบงานเรือ่ ง เพลงพนื้ เมอื ง

ใบงานครงั้ ท่ี 6 วชิ าศลิ ปศึกษา รหสั วชิ า ทช11003 ระดับประถมศกึ ษา เรื่อง ดนตรพี ืน้ บา้ น ชื่อ-สกุล ................................................ รหัสนักศกึ ษา .............................ตาํ บล................................... วันท่ี ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาชแ้ี จง ใหผ๎ ๎ูเรียนอธิบายถึงหัวข๎อดังตํอไปน้ี 1. เพลงพื้นบา๎ น คอื ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. 2. จงยกตัวอยาํ งเพลงพื้นบ๎าน ท่ีนกั เรยี นเคยไดฟ๎ ัง .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ....................

เฉลยใบงานครงั้ ที่ 6 วชิ าศลิ ปศกึ ษา รหัสวชิ า ทช11003 ระดับประถมศกึ ษา เรือ่ ง ดนตรีพนื้ บา้ น ช่อื -สกุล ................................................ รหสั นกั ศึกษา .............................ตาํ บล................................... วนั ท่ี ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาชแ้ี จง ใหผ๎ เู๎ รยี นอธิบายถึงหัวขอ๎ ดังตํอไปนี้ 1. เพลงพื้นบา๎ น คือ ตอบ หมายถงึ เพลงของชาวบ๎านทจี่ ดจําสืบทอดกันมาแบบปากเปลํา ใช๎ ร๎องเลํน เพ่ือความ สนุกสนานรนื่ เรงิ ใชค๎ ําท่ีงําย ๆ เน๎นเสียงสัมผัสและจังหวะการ ร๎องเป็นสําคัญ ใช๎เคร่ืองประกอบ จงั หวะงําย ๆ ทส่ี ําคญั ตอ๎ งมีเสยี งรอ๎ งรับของลูกคูํ ทาํ ใหเ๎ กดิ ความสนกุ สนานมากขึ้น 2. จงยกตวั อยํางเพลงพื้นบา๎ น ที่นกั เรยี นเคยได๎ฟัง ตอบ นกกาเหวาํ ค๎างคาวกนิ กล๎วย

ใบความรสู้ ปั ดาห์ท่ี 6 วชิ าศลิ ปศกึ ษา รหัสวิชา ทช11003 ระดบั ประถมศึกษา เรอื่ ง ดนตรพี ื้นบา้ น เพลงพืน้ เมือง เพลงพน้ื เมืองในประเทศไทยน้ัน ได๎มีการสันนิษฐานวํา เกิดมาตั้งแตํสมัยสุโขทัยมาแล๎ว ตามที่ปรากฏ ใน ตํารับท๎าวศรีจุฬาลักษณ๑วํา \"อันราชประเพณีสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวเคยทรงประพฤติมาแตํกํอน ถ๎า ทอดพระเนตรชักโคมลอยแล๎ว ก็เสด็จทางเรือพระที่นั่งไปถวายดอกไม๎เพลิง บูชาพระรัตนตรัยทุกพระอาราม หลวง… แลว๎ กท็ อดพระเนตรทรงฟังประชาชนชายหญงิ รอ๎ งรําเลํนนักขัตฤกษ๑ เห็นฟี่ศิรวิทย๑ร๎องเพลงอันไพเราะ เป็นการมหรสพตํางๆ \" เพลงพื้นบ๎าน คือ เพลงของชาวบ๎านที่จดจําสืบทอดกันมาแบบปากเปลํา ใช๎ ร๎องเลํน เพื่อความ สนกุ สนานร่ืนเริง ใช๎คาํ ทงี่ าํ ย ๆ เน๎นเสียงสัมผัสและจังหวะการ ร๎องเป็นสําคัญ ใช๎เครื่องประกอบจังหวะงําย ๆ ทส่ี ําคญั ต๎องมเี สยี งร๎องรบั ของลกู คํู ทําใหเ๎ กดิ ความสนุกสนานมากข้ึน รายช่อื เพลงพืน้ เมืองต่าง ๆ เชน่  เพลงฉํอย  เพลงอีแซว  เพลงลาํ ตดั  เพลงปรบไกํ  เพลงกลํอมลกู  เพลงเรอื

แผนการจดั กิจก ครั้ง

กรรมการเรยี นรู้ งที่ 7

คร้งั ท่ี วัน/เดอื น/ปี หวั เรอื่ ง/ตัวช้ีวัด แผนการจดั การเรยี นร ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเร เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ 7 วชิ าศิลปศึกษา (ทช นาฏศิลป์พนื้ บา้ น ท่ี 11003) กา เร่ือง นาฏศิลปพ์ ื้นบา้ น แบ 1. บอกประวัติความเปนมา 1. นาฏศิลปพืน้ บานและ 1.ค ของนาฏศลิ ปพ้นื บานแตละ ภมู ปิ ญั ญาท๎องถิน่ บท ภาคได กา 2. บอกความสมั พันธ 2. ประวตั ินาฏศิลปพ้ืน 2. ระหวางนาฏศิลปพื้นบาน -บานแตลํ ะภาคของไทย นา กบั วัฒนธรรมประเพณไี ด๎ - นาฏศิลปพืน้ -ให บานภาคเหนอื แส - นาฏศลิ ปพื้น กา บานภาคกลาง แบ - นาฏศลิ ปพน้ื บ๎าน 1.ค ภาคอสี าน เรยี - นาฏศลิ ปพน้ื บ๎าน etv ภาคใต๎

ร้รู ายวชิ า ศลิ ปศกึ ษา สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ รียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 ประเมินผล -การสังเกต ข้นั ท่ี 1 สามารถ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ -การชกั ถาม ปรับเปลี่ยนได๎ -การมีสวํ นรํวม ตามความ 1 กาหนดสภาพปญั หา -หนังสือเรียน -การตรวจ เหมาะสมของ ผลงาน บรบิ ท กศน. ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน -ใบความร๎ู -บนั ทึกการ ตาํ บล เรียนร๎ู บบ ON SITE -ใบงาน ครกู ลาํ วทักทายและนําเขา๎ สํู -อนิ เตอร๑เนต็ ทเรยี น และใหผ๎ ๎เู รยี นดตู ัวอยาํ ง -ห๎องสมดุ กศน. ารละเล่นพน้ื บ้านแต่ละภาค ตาํ บล ครูอธบิ ายถงึ คุณคาํ ความสําคัญของ -แหลํงเรยี นร๎ู าฏศิลปพ์ ืน้ บ๎าน ชมุ ชน หผ้ ู้เรยี นสรา้ งแผนท่ีความคิด -คลิปวดี ีโอ สดงนาฏศลิ ป์พืน้ บ๎านแตํละภาค ออนไลน๑ ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน (Youtube) บบ ON AIR ครูมอบหมายให๎ผ๎ูเรยี นศึกษา ยนร๎ูผําน ETV ออนไลน๑ www. vthai.tv

ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หัวเรอื่ ง/ตัวช้ีวัด เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ 3. บอกความสมั พันธ๑ 3.1. การแสดงนาฏศลิ ป กา ระหวางนาฏศลิ ปพนื้ บาน พ้นื บาน แบ กับภูมิปญญาทองถน่ิ ได 3.2. คุณคาและอนรุ กั ษ๑ 1. นาฏศลิ ปพ้ืนฐานและ ออ ภูมปิ ญญาทองถ่นิ GO 3.3. ความสมั พันธ เพื่อ ระหวาง นาฏศลิ ป กา พน้ื บานกับวัฒนธรรม แบ ประเพณีและภูมปิ ญญา 1. ทอ๎ งถ่ิน ที่ไ 4. นํานาฏศลิ ปพนื้ - คว บานและภมู ปิ ญั ญาทองถน่ิ แล มา ประยุกตใช ไดอยาง กา เหมาะสม แบ 1. คว ออ We งาน

การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน บบ ON line ครพู บกลมํุ ผู๎เรียนผํานชอํ งทาง อนไลน๑ตาํ งๆ เชํน VDO CALL, OOGLE MEET, ZOOM เปน็ ตน๎ อติดตามพดู คยุ กับผู๎เรยี น ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน บบ ON Hand ครูมอบหมายงานสําหรับนักศกึ ษา ไมํมาพบกลํุมโดยจดั ทาํ ใบงาน ใบ วามรูใ๎ ห๎ผ๎เู รียนมารับท่ี กศน.ตําบล ละนํามาสํงในวันที่มาพบกลุํม ารจัดกิจกรรมการเรียนการสอน บบ ON Demand ครมู อบหมายใบงาน และใบ วามรผู๎ าํ นชํองทางหอ๎ งเรยี น อนไลน๑ Google classroom ebsite กศน.ตําบล เพ่ือมอบหมาย นใหผ๎ ๎เู รียนที่ไมสํ ะดวกมาพบกลุํม

คร้งั ที่ วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ หร แล ขัน้ 1.ผ วิด 2. แล 3. นํา ข้ัน ผู๎เร ชีว ขั้น 1. 2. 3. 4.

การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ /แหล่งเรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล รือเรยี นออนไลน๑ได๎ดาวโหลดใบงาน ละใบความรูเ๎ พ่ือศึกษาและสํงงาน นที่ 2 แสวงหาความรู้ ผูเ๎ รยี นศกึ ษาจากใบความรู๎ คลิป ดีโอเสรมิ ความรแู๎ ละส่ือตําง ๆ ครูและผ๎ูเรียนนําความรทู๎ ี่ไดม๎ า ลกเปล่ยี นเรยี นร๎ู ครูและผู๎เรยี นรวํ มกันอภปิ รายและ ามาสรปุ องค๑ความรท๎ู ี่ไดร๎ ับ นท่ี 3 การปฏิบตั นิ าไปใช้ รยี นนําความรทู๎ ่ไี ด๎รับมาปรับใช๎ใน วิตประจําวัน นที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ สงั เกต บนั ทึกการเรยี นรู๎ ใบงาน แบบทดสอบออนไลน๑

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ มอ 1. 2. 3.

การจัดกระบวนการเรียนรู้ สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมนิ ผล อบหมายงาน บันทึกการเรียนรู๎ (กรต.) ใบงาน เรื่อง พนื บ๎านของไทย ช้นิ งานรายวิชาศิลปศึกษา

ใบงานคร้งั ที่ 7 วชิ าศิลปศึกษา รหัสวชิ า ทช11003 ระดับประถมศกึ ษา เรอื่ ง นาฏศิลป์พน้ื บ้าน ชื่อ-สกลุ ................................................ รหสั นักศกึ ษา .............................ตาํ บล................................... วนั ท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... ใหน้ กั เรียนเลอื กข้อความในกรอบเตมิ ในช่องวา่ งให้ตรงกับเนอื้ เพลงพนื้ บา้ นทีถ่ ูกตอ้ ง คิดว่าลกู ในอทุ ร มาเถิดหนาแม่มา มาอยใู่ นเรือนเล้ียงนอ้ ง น้องสองแขนทโี่ อบกระดง้ อย่ามัวชะแงแ้ ลเหลยี ว 1. กาเหวาํ เอย ไขํไว๎ใหแ๎ มกํ าฟกั แมกํ ากห็ ลงรัก _________________ 2. เก่ยี วกันเถิดเอย เอ๐ยเก่ียวแมเํ ก่ยี ว _________________ เดีย๋ วเคยี วจะเกย่ี วกอ๎ ยเอย 3. นกเขาเถือ่ นเอย ________________ แมจํ ะไปขายของ มาเลยี้ งน๎องเถดิ พํอคณุ เอย 4. แมนํ างดง๎ เอย ทรามเชยก็แลระหง _________________ ดงู ามเป็นวงชดช๎อย 5. _________________ มาเลํนพาดผา๎ กันเอย พีต่ งั้ วงไว๎ทาํ อยาํ น่งั รอชา้ เลยเอย

เฉลย ใบงานคร้งั ท่ี 7 วชิ าศิลปศกึ ษา รหสั วิชา ทช11003 ระดบั ประถมศกึ ษา เร่อื ง นาฏศิลปพ์ น้ื บา้ น ช่ือ-สกลุ ................................................ รหัสนกั ศกึ ษา .............................ตาํ บล................................... วันที่ ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... เฉลย แบบทดสอบ ๒. อยํามวั ชะแงแ๎ ลเหลียว ๑. คดิ วาํ ลูกในอุทร ๔. นอ๎ งสองแขนที่โอบกระด๎ง ๓. มาอยํูในเรอื นเล้ยี งน๎อง ๕. มาเถิดหนาแมํมา

ใบความรสู้ ปั ดาห์ที่ 7 วชิ าศลิ ปศกึ ษา รหัสวิชา ทช11003 ระดบั ประถมศึกษา เรื่อง นาฏศิลปพ์ ้ืนบ้าน เพลงพืน้ บ้าน เป็นเพลงของชาวบา๎ นทม่ี ีทาํ นองงําย ๆ ถ๎อยคําและภาษาที่ใช๎ก็เปน็ คําไทยแท๎เรยี บ ๆ งําย ๆ ร๎องโดย มเี คร่ืองดนตรีบางอยาํ งมาประกอบ หรือใชก๎ ารปรบมือประกอบเทําน้นั นยิ มร๎องเลนํ กนั ในเทศกาล หรอื งานท่ี มกี ารชมุ นุมผคู๎ นในหมูบํ า๎ นมารวํ มรืน่ เรงิ กัน เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ สําเนยี ง ภาษา และเนื้อร๎องมีการบรรยายถึงธรรมชาติการเก้ยี วพาราสีการสอดแทรกคติคําสอน ตลอดจนคําร๎องที่ใชภ๎ าษาถ่นิ รส และอารมณ๑ของเพลงกส็ ามารถเป็นสื่อได๎ รู๎วําเพลงนนั้ สะท๎อน ให๎ผ๎ูฟงั เขา๎ ใจ ชดั ถึงสําเนียง ภาษา และเนื้อรอ๎ งของเพลง พืน้ บา๎ นล๎านนาไดเ๎ ปน็ อยํางดี เพลงพน้ื บา้ นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื สําเนียง ภาษา และเนื้อร๎องบทเพลงพื้นบ๎านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะเรียบงําย มีจังหวะ และทาํ นองทส่ี นุกสนาน เร๎าใจ ใหค๎ วามสนกุ สนานแกํผ๎ูฟัง มกี ารประสานเสียงระหวํางผ๎ูขับร๎องและการบรรเลง ดนตรที ี่ สนุกสนาน มกี ารรับ-สํงกันเหมาะสม ทําให๎บทเพลงมีความไพเราะ สมบูรณ๑ นอกจากนี้ เพลงของชาว อีสานใตป๎ ระเภทตําง ๆ ได๎บอกเลําถึงคุณคําทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดตําง ๆ ถึงแม๎วําคนจํานวนไมํ น๎อยที่ไมํทราบใจความท่ีสื่อออกมา แตํรสของทํานองและสําเนียงของดนตรีอันเป็นลักษณะเฉพาะนั้นก็ยัง สะท๎อนถงึ คุณคาํ ท่ีส่อื ออกมาได๎อยํางสมบูรณ๑ เพลงพ้ืนบา้ นภาคใต้ สาํ เนียง ภาษา และเน้อื รอ๎ งมีสําเนยี งหา๎ วและห๎วน มจี ังหวะและท านองทค่ี กึ คัก หนักแนํน สะท๎อนถึง ลักษณะของผ๎ูคนในภาคใต๎ มีลักษณะดนตรีที่หลากหลาย ให๎ความสนุกสนานคร้ืนเครงแกํผ๎ูฟัง เพราะการ บรรเลงวงดนตรีสํวนใหญํจะใช๎เครื่องตีและเคร่ืองเปุา มีท้ังบรรเลงประกอบการแสดง ท๎องถิ่นแสดงถึง วัฒนธรรมของชาวใต๎สําหรับเน้ือร๎องของเพลงพ้ืนบ๎านภาคใต๎ นิยมใช๎ภาษาไทยถิ่นใต๎มีลูกคํูร๎องรับ มีสาระที่ กลาํ วถงึ การประกอบอาชีพ บอกเลําประวตั ิศาสตร๑ท๎องถ่นิ ความเช่อื และคําสอนทางศาสนา เป็นตน๎ เพลงพน้ื บ้านภาคกลาง สําเนียง ภาษา และเน้ือร๎องโครงสร๎างของดนตรีพ้ืนบ๎านภาคกลาง ผ๎ูคนสํวนใหญํของ ภูมิภาคนี้ใช๎ ภาษาไทยกลางในการส่อื สารกนั แตสํ าํ เนียงถิ่นท่ีบงํ บอก แหลงํ วัฒนธรรมในด๎านภาษา เชํน สําเนียงเหนํอ เป็น ต๎น สํวนเน้ือร๎องในบทเพลงจะมีท้ังการเก้ียวพาราสีกัน การโต๎ตอบ ชิงไหวพริบ และท่ีเกี่ยวข๎องกับการ ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม เ ชํ น เ พ ล ง อี แ ซ ว มี เ น้ื อ ร๎ อ ง ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร เ กี้ ย ว ส า ว

แผนการจดั กิจก ครั้ง

กรรมการเรยี นรู้ งที่ 8

คร้ังท่ี วัน/เดือน/ปี หัวเรื่อง/ตัวชี้วดั แผนการจดั การเรยี นร ระดับประถมศกึ ษา ภาคเร เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 8 วิชาศลิ ปศึกษา (ทช ขน้ั 11003) กา เร่ือง นาฏศลิ ป์พนื้ เมอื ง แบ 1..อธิบายแนวทาง การ 1.ค อนรุ กั ษน๑ าฏศิลปพ์ ื้นเมือง ภมู ิ บท ปญั ญาท๎องถ่นิ 1. มีความร๎ู ความเข๎าใจ ดว๎ และอธบิ ายคุณคํา เลาํ ความสําคญั ของนาฏศิลป์ 2. พื้นบ๎านของภาคตํางๆที่ นา เก่ียวกบั วฒั นธรรม เกย่ี ประเพณไี ด๎ แล 2. มคี วามร๎ู ความเขา๎ ใจ ปญั และอธบิ ายแนวทางการ ปร อนุรกั ษน๑ าฏศลิ ป์ กา พ้ืนเมือง ภูมปิ ัญญา แบ ท๎องถิน่ ศิลปวัฒนธรรม 1.ค ประเพณไี ด๎ เรีย

ร้รู ายวชิ า ศิลปศึกษา ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ รียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 ประเมินผล -การสงั เกต ข้ันที่ 1 สามารถ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ -การชกั ถาม ปรับเปล่ยี นได๎ -การมีสํวนรวํ ม ตามความ นท่ี 1 กาหนดสภาพปญั หา -หนงั สอื เรยี น -การตรวจ เหมาะสมของ ผลงาน บริบท กศน. ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน -ใบความรู๎ -บันทึกการ ตาํ บล เรียนร๎ู บบ ON SITE -ใบงาน ครูกลาํ วทักทายและนาํ เข๎าสํู -อินเตอร๑เน็ต ทเรียน -ห๎องสมดุ กศน. วยการขออาสาสมัคร ร๎องเพลง หรอื ตาํ บล านทิ านและตํานานของไทยเรา -แหลงํ เรยี นรู๎ ครอู ธิบายถึงคุณคําความสําคญั ของ ชมุ ชน าฏศิลปพ์ ื้นบ๎านของภาคตํางๆท่ี -คลปิ วดี ีโอ ยวกบั วฒั นธรรมประเพณี ออนไลน๑ ละ การอนุรกั ษน๑ าฏศลิ ปพ์ ้นื เมืองภูมิ (Youtube) ญญาท๎องถิน่ ศลิ ปวฒั นธรรม ระเพณี ารจัดกิจกรรมการเรียนการสอน บบ ON AIR ครมู อบหมายให๎ผ๎เู รียนศึกษา ยนรผู๎ ําน ETV ออนไลน๑

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายว ระดบั ประถมศึกษา ภาคเร เนื้อหาสาระการเรียนรู้ กา แบ 1. ออ GO เพือ่ กา แบ 1. ทไ่ี คว แล กา แบ 1. คว ออ

วชิ า ศิลปศกึ ษา ทช11003 สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ รียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565 ประเมนิ ผล ข้ันที่ 1 สามารถ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนได้ ตามความ ารจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน เหมาะสมของ บบ ON line บริบทกศน. ครพู บกลมํุ ผู๎เรียนผํานชํองทาง ตาบล อนไลนต๑ ํางๆ เชนํ VDO CALL, OOGLE MEET, ZOOM เป็นต๎น อติดตามพดู คยุ กับผ๎ูเรยี น ารจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน บบ ON Hand ครูมอบหมายงานสาํ หรบั นักศกึ ษา ไมํมาพบกลุมํ โดยจดั ทาํ ใบงาน ใบ วามรู๎ให๎ผู๎เรียนมารับท่ี กศน.ตําบล ละนาํ มาสํงในวันทมี่ าพบกลํุม ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน บบ ON Demand ครูมอบหมายใบงาน และใบ วามรผู๎ ํานชํองทางหอ๎ งเรียน อนไลน๑ Google classroom

คร้งั ที่ วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการเรียนรู้ We งาน หร แล ข้นั 1.ผ วิด 2. แล 3. นํา ขั้น ผ๎ูเร ชีว ขั้น 1. 2. 3. 4.

การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล ebsite กศน.ตําบล เพื่อมอบหมาย นใหผ๎ ู๎เรียนท่ไี มํสะดวกมาพบกลํุม รอื เรียนออนไลน๑ได๎ดาวโหลดใบงาน ละใบความรเ๎ู พ่ือศึกษาและสํงงาน นท่ี 2 แสวงหาความรู้ ผู๎เรียนศกึ ษาจากใบความร๎ู คลิป ดีโอเสรมิ ความรแ๎ู ละสื่อตาํ ง ๆ ครแู ละผู๎เรียนนําความรท๎ู ่ีไดม๎ า ลกเปลย่ี นเรียนร๎ู ครูและผู๎เรยี นรํวมกนั อภปิ รายและ ามาสรปุ องคค๑ วามรูท๎ ี่ได๎รบั นที่ 3 การปฏิบตั นิ าไปใช้ รยี นนําความรู๎ท่ีไดร๎ บั มาปรับใชใ๎ น วติ ประจาํ วัน นที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ สังเกต บันทกึ การเรยี นร๎ู ใบงาน แบบทดสอบออนไลน๑

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ มอ 1. 2. ใน 3.

การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมนิ ผล อบหมายงาน บนั ทกึ การเรียนร๎ู (กรต.) ใบงาน เรือ่ ง นาฏศลิ ปพ์ ้นื เมือง นแตลํ ะภาคของไทยเรา ช้นิ งานรายวิชาศิลปศกึ ษา

ใบงานคร้งั ที่ 8 วิชา ศลิ ปศกึ ษา รหัสวิชา ทช11003 ระดบั ประถมศกึ ษา เร่อื ง นาฏศลิ ป์พ้นื บา้ น ******************************************************************************* ชื่อ-สกุล ................................................ รหสั นักศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วนั ที่ ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาช้แี จง ให๎ผเ๎ู รียนตอบคาํ ถามตํอไปนี้ 1. จงบอกประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศิลปพ้ืนบานในแตํละภาคของไทย ดงั นี้ 1.1 นาฏศลิ ปพน้ื บานภาคเหนือ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.2 นาฏศลิ ปพ้ืนบานภาคกลาง ................................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 1.3 นาฏศลิ ปพื้นบานภาคอีสาน ................................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 1.4 นาฏศิลปพ้ืนบานภาคใต๎ ................................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 2. ใหผเู รียนยกตัวอยํางนาฏศิลปพืน้ บานประจําทอ๎ งถิน่ ของตนเอง พร๎อมการแสดงอยางนอย 1 ชุด ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 3. ให๎ผ๎ูเรยี นอธบิ ายแนวทางการอนุรกั ษน๑ าฏศิลปพนื้ ฐานและภูมิปญญาทองถิ่นตามความเข๎าใจ มาพอสงั เขป .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ..........................................................................................................................................................................

เฉลยใบงานคร้ังท่ี 8 วิชา ศลิ ปศกึ ษา รหัสวิชา ทช11003 ระดับประถมศึกษา เรือ่ ง นาฏศิลป์พนื้ บา้ น ******************************************************************************* คาช้แี จง ให๎ผูเ๎ รยี นตอบคาํ ถามตอํ ไปน้ี 1. จงบอกประวัติความเป็นมาของนาฏศลิ ปพนื้ บานในแตํละภาคของไทย ดังน้ี 1.1 นาฏศลิ ปพน้ื บานภาคเหนือ คําตอบ การฟอนคอื การแสดงนาฏศิลปภาคเหนือท่ีแสดงการรายรํา เอกลักษณท่ีดนตรีประกอบมีแตทํานอง จะไมมีคาํ รองการฟอนราํ ของภาคเหนือมี 2 แบบ แบบอยางดง้ั เดมิ กบั แบบทป่ี รบั ปรงุ ขน้ึ ใหม 1.2 นาฏศลิ ปพน้ื บานภาคกลาง คาํ ตอบ เปนศิลปะการรายราํ และการละเลนของชนชาวพ้ืนบานภาคกลาง ซึ่งสวนใหญมอี าชีพเกีย่ วกับ เกษตรกรรม ศลิ ปะการแสดงจึงมีความสอดคลองกบั วิถชี วี ิตและเพื่อความบนั เทงิ สนุกสนานเปนการผักผอน หยอนใจจากการทํางาน หรือเม่ือเสร็จจากเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยว 1.3 นาฏศิลปพน้ื บานภาคอีสาน คําตอบ เปนการแสดงศลิ ปะการราํ และการเลนพื้นบานภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉยี งเหนือของไทย แบ งเปน 2 กลมุ วัฒนธรรมใหญๆ คอื 1. กลมุ อีสานเหนือ มวี ัฒนธรรมไทยลาวเรียกการละเลนวา “หมอลํา, เซง้ิ และฟอน 2. กลมุ อีสานใต ไดรับอิทธพิ ลไทยเขมร มกี ารละเลนเพลงโตตอบกนั เชน กันตรึม เจรียง อาไย 1.4 นาฏศลิ ปพนื้ บานภาคใต๎ . คาํ ตอบ เปนศลิ ปะการแสดงและการละเลนของชาวพ้ืนบานภาคใตอาจแบงตามกลุมวัฒนธรรมได 2 กลุมคือวัฒนธรรมไทยพุทธ ไดแก การแสดงโนรา หนงั ตะลุง เพลงบอก และวัฒนธรรมไทยมุสลิม ไดแก ชํา เปง ลเิ กซลู ู ซิละ รองเง็ง 2. ใหผเู รยี นยกตวั อยาํ งนาฏศิลปพืน้ บานประจาํ ทอ๎ งถนิ่ ของตนเอง พร๎อมการแสดงอยางนอย 1 ชดุ คําตอบ รํากลองยาว เป็นการแสดงเพ่อื ความรื่นเรงิ ในขบวนแหตํ ํางๆ ของไทยมผี ๎แู สดงทง้ั ชาย และหญิง ออกมรําเป็นคูๆํ โดยมผี ตู๎ กี ลองประกอบจงั หวะ พร๎อม ฉง่ิ ฉาบ กรบั และโหมํง 3. จงบอกแนวทางการอนรุ ักษน๑ าฏศิลปพนื้ ฐานและภูมปิ ญญาทองถิ่นตามความเข๎าใจ มาพอสังเขป คําตอบ 1. จัดกิจกรรมการแสดงนาฏศิลป์ไทยทุกประเภทออกสํูสายตาสาธารณชนอยํางตํอเนื่อง ตอ๎ งอาศัยความรวํ มมือจากสถาบนั และองค๑กรทุกแหงํ ทเ่ี กยี่ วข๎องกบั ศิลปะทางดา๎ นนาฏศิลป์ 2. ประชาสมั พันธ๑ให๎กว๎างขวาง โดยพยายามสอดแทรกไปในทุกๆ ส่ือท่ีเก่ียวข๎องให๎ข๎อมูล ที่ เป็นองคค๑ วามรแู๎ กํประชาชน สรา๎ งคาํ นิยมแกเํ ดก็ วยั รํนุ ใหห๎ ันกลบั มาสนใจนาฏศิลปไ์ ทย

ใบความรู้สัปดาหท์ ี่ 8 วชิ า ศลิ ปศึกษา รหัสวิชา ทช11003 ระดบั ประถมศกึ ษา เร่ือง นาฏศลิ ป์พน้ื บา้ น ********************************************************************************** ประวัตินาฏศลิ ป์และการแสดงพนื้ เมืองแต่ละภาคของไทย นาฏศิลป์ เป็นศิลปะแหํงการละคร ฟูอนรํา และดนตรี อันมีคุณสมบัติตามคัมภีร๑นาฏะหรือนาฏยะ กาํ หนดวําตอ๎ งประกอบไปด๎วย ศลิ ปะ 3 ประการ คือ การฟูอนรํา การดนตรี และการขับร๎อง รวมเข๎าด๎วยกัน ซ่ึง ทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นอุปนิสัยของคนมาแตํดึกดําบรรพ๑ นาฏศิลป์ไทยมีท่ีมาและเกิดข้ึนจากสาเหตุตามแนวคิดตําง ๆ เชํน เกิดจากความรู๎สึกกระทบกระเทือนทางอารมณ๑ ไมํวําจะอารมณ๑แหํงความสุข หรือความทุกข๑แล๎วสะท๎ อน ออกมาเป็นทาํ ทาง แบบธรรมชาติและประดิษฐ๑ข้ึนเป็นทําทางลีลาการฟูอนรํา หรือเกิดจากลัทธิความเชื่อในการ นบั ถือสงิ่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ เทพเจา๎ โดยแสดงความเคารพบูชาด๎วยการเต๎นรํา ขับร๎อง ฟูอนรํา ให๎เกิดความพึงพอใจ เป็น ตน๎ นอกจากนี้นาฏศิลป์ไทย ยังได๎รับอิทธิพลแบบแผนตามแนวคิดจากตํางชาติเข๎ามาผสมผสานด๎วย เชํน วัฒนธรรมอนิ เดียเกีย่ วกับวฒั นธรรมท่เี ปน็ เรอ่ื งของเทพเจ๎าและตํานานการฟูอนรํา โดยผํานเข๎าสํูประเทศไทย ทั้ง ทางตรงและทางอ๎อม คือ ผํานชนชาติชวาและเขมร กํอนที่จะนํามาปรับปรุงให๎เป็นรูปแบบตามเอกลักษณ๑ของ ไทย เชํน ตัวอยํางของเทวรูปศิวะปางนาฏราช ที่สร๎างเป็นทําการรํายรําของพระอิศวร ซึ่งมีท้ังหมด 108 ทํา /108 กรณะ โดยทรงฟูอนรําครัง้ แรกในโลก ณ ตําบลจิทรมั พรัม เมืองมัทราส อินเดียใต๎ ปัจจุบันอยูํในรัฐทมิฬนา ดู นับเป็นคัมภีร๑สําหรับการฟูอนรํา แตํงโดยพระภรตมุนี เรียกวํา คัมภีร๑ภรตนาฏยศาสตร๑ ถือเป็นอิทธิพลสําคัญ ตอํ แบบแผนการสบื สาน และการถํายทอดนาฏศิลป์ของไทยจนเกดิ ขึ้นเป็นเอกลักษณ๑ของตนเองที่มีรูปแบบ แบบ แผนการเรียน การฝกึ หัด จารตี ขนบธรรมเนียม มาจนถงึ ปัจจุบนั อยํางไรก็ตาม บรรดาผ๎ูเชี่ยวชาญท่ีศึกษาทางด๎านนาฏศิลป์ไทยได๎สันนิษฐานวํา อารยธรรมทางศิลปะด๎าน นาฏศิลป์ของอินเดียน้ีได๎เผยแพรํเข๎ามาสูํประเทศไทยตั้งแตํสมัยกรุงศรีอยุธยาตามประวัติการสร๎างเทวาลัยศิวะ นาฏราชท่ีสร๎างข้ึนในปี พ.ศ. 1800 ซ่ึงเป็นระที่ไทยเริ่มกํอต้ังกรุงสุโขทัย ดังนั้นท่ีรําไทยที่ดัดแปลงมาจากอินเดีย ในคร้ังแรกจึงเปน็ ความคดิ ของนักปราชญ๑ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการแก๎ไข ปรับปรุงหรือประดิษฐ๑ขึ้นใหมํใน สมัยกรงุ รัตนโกสินทร๑ จนนํามาสูกํ ารประดิษฐข๑ น้ึ ใหมใํ นสมยั กรุงรตั นโกสินทร๑ จนนํามาสํูการประดิษฐ๑ทําทางรําย รําและละครไทยมาจนถึงปัจจุบัน ประเภทของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ คือ การรํายรํา ท่ีมนุษย๑ได๎ปรุงแตํงจาก ลีลาตามธรรมชาติ ให๎สวยสดงดงาม โดยมีดนตรีเป็นองค๑ประกอบในการรํายรํา นาฏศิลป์ของไทย แบํงออกตาม ลกั ษณะของรูปแบบการแสดงเปน็ ประเภทใหญํๆ 4 ประเภท คอื 1. โขน เปน็ การแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยท่ีมีเอกลักษณ๑ คือ ผ๎ูแสดงจะต๎องสวมหัวที่เรียกวํา หัวโขน และใชล๎ ลี าทาํ ทางการแสดงดว๎ ยการเต๎นไปตามบทพากย๑ การเจรจาของผ๎ูพากย๑และตามทํานองเพลงหน๎าพาทย๑ท่ี บรรเลงด๎วยวงป่ีพาทย๑ เร่ืองท่ีนิยมนํามาแสดง คือ พระราชนิพนธ๑บทละครเรื่องรามเกียรติ์ แตํงการเลียนแบบ เครอ่ื งทรงของพระมหากษัตริย๑ท่ีเป็นเครื่องต๎น เรียกวําการแตํงกายแบบ“ยื่นเคร่ือง” มีจารีตขั้นตอนการแสดงที่ เปน็ แบบแผน นยิ มจัดแสดงเฉพาะพธิ ีสําคัญได๎แกํ งานพระราชพิธตี าํ ง ๆ

2. ละคร เป็นศิลปะการราํ ยรําทีเ่ ลํนเป็นเรอ่ื งราว มพี ฒั นาการมาจากการเลํานทิ าน ละครมีเอกลักษณ๑ใน การแสดงและการดาํ เนนิ เรือ่ งด๎วยกระบวนลีลาทํารํา เข๎าบทร๎อง ทํานองเพลงและเพลงหน๎าพาทย๑ท่ีบรรเลงด๎วย วงป่ีพาทย๑ มีแบบแผนการเลํนท่เี ป็นทง้ั ของชาวบ๎านและของหลวงท่เี รยี กวาํ ละครโนราชาตรี ละครนอก ละคร ใน เรือ่ งทีน่ ิยมนํา มาแสดงคอื พระสธุ น สังขท๑ อง คาวี อิเหนา อุณรทุ นอกจากนี้ ยังมีละครที่ปรับปรุงขึ้นใหมํ หลายชนิด การแตํงกายของละครจะเลียนแบบเคร่ืองทรงของพระมหากษัตริย๑ เรียกวํา การแตํงการแบบยืน เครอื่ ง นิยมเลนํ ในงานพธิ ีสําคญั และงานพระราชพธิ ี 3. รําและระบํา เป็นศลิ ปะแหงํ การราํ ยราํ ประกอบเพลงดนตรแี ละบทขับร๎อง โดยไมเํ ลนํ เป็นเร่ืองราว ใน ทีน่ หี้ มายถงึ ราํ และระบําท่มี ีลกั ษณะเป็นการแสดงแบบมาตรฐาน ซง่ึ มีความหมายทีจ่ ะอธิบายไดพ๎ อสงั เขป ดงั นี้ 3.1 ราํ หมายถึง ศลิ ปะแหงํ การราํ ยรําที่มีผู๎แสดง ตั้งแตํ 1-2 คน เชํน การรําเด่ียว การรําคํู การรําอาวุธ เป็นตน๎ มีลกั ษณะการแตงํ การตามรูปแบบของการแสดง ไมํเลนํ เปน็ เร่ืองราว อาจมีบทขับร๎องประกอบการรําเข๎า กับทํานองเพลงดนตรี มีกระบวนทํารํา โดยเฉพาะการรําคํูจะตํางกับระบํา เนื่องจากทํารําจะมีความเช่ือมโยง สอดคล๎องตํอเน่ืองกัน และเป็นบทเฉพาะสําหรับผู๎แสดงน้ัน ๆ เชํน รําเพลงช๎าเพลงเร็ว รําแมํบท รําเมขลา – รามสูร เป็นต๎น 3.2 ระบํา หมายถึง ศิลปะแหํงการรํายรํา ท่ีมีผู๎เลํนตังแตํ 2 คนข้ึนไป มีลักษณะการแตํงกายคล๎ายคลึง กัน กระบวนทํารํายรําคล๎ายคลึงกนั ไมํเลํนเปน็ เรอ่ื งราว อาจมบี ทขบั ร๎องประกอบการําเข๎าทํานองเพลงดนตรี ซ่ึง ระบําแบบมาตรฐานมักบรรเลงด๎วยวงป่ีพาทย๑ การแตํงการนิยมแตํงกายยืนเครื่องพระนาง-หรือแตํงแบบนางใน ราชสํานัก เชํน ระบาํ ส่ีบท ระบาํ กฤษดาภินิหาร ระบาํ ฉ่งิ เป็นตน๎ 4. การแสดงพืน้ เมอื ง เป็นศิลปะแหํงการรํายรําท่ีมีท้ังรําระบํา หรือการละเลํนท่ีเป็นเอกลักษณ๑ของกลุํม ชนตามวฒั นธรรมในแตํละภูมภิ าค ซึ่งสามารถแบงํ ออกเปน็ ภูมภิ าคได๎ 4 ภาค ดังน้ี 4.1 การแสดงพืน้ เมอื งภาคเหนือ เป็นศิลปะการรํา และการละเลํน หรือท่ีนิยมเรียกกันทั่วไปวํา “ฟูอน” การฟูอนเป็นวัฒนธรรมของชาวล๎านนา และกลํุมชนเผําตํางๆ เชํน ชาวไต ชาวลื้อ ชาวยอง ชาวเขิน เป็นต๎น ลักษณะของการฟูอน แบํงเป็น 2 แบบ คือ แบบดั้งเดิม และแบบที่ปรับปรุงขึ้นใหมํ แตํยังคงมีการรักษา เอกลักษณ๑ทางการแสดงไว๎คือ มีลีลาทํารําท่ีแชํมช๎า อํอนช๎อยมีการแตํงกายตามวัฒนธรรมท๎องถิ่นที่สวยงาม ประกอบกับการบรรเลงและขับร๎องด๎วยวงดนตรีพื้นบ๎าน เชํน วงสะล๎อ ซอ ซึง วงปูเจํ วงกลองแอว เป็นต๎น โอกาสทแี่ สดงมกั เลํนกนั ในงานประเพณหี รือตน๎ รับแขกบ๎าน แขกเมือง ได๎แกํ ฟูอนเล็บ ฟูอนเทียน ฟูอนครัวทาน ฟูอนสาวไหมและฟอู นเจิง 4.2 การแสดงพ้ืนเมืองภาคกลาง เป็นศิลปะการรํายรําและการละเลํนของชนชาวพื้นบ๎านภาคกลาง ซ่ึง สํวนใหญํ มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม ศิลปะการแสดงจึงมีความสอดคล๎องกับวิถีชีวิตและเพ่ือความบันเทิง สนุกสนาน เป็นการพักผํอนหยํอนใจจากการทํางาน หรือเม่ือเสร็จจากเทศการฤดูเก็บเก็บเกี่ยว เชํน การเลํน เพลงเกี่ยวข๎าว เต๎นกํารําเคียว รําโทนหรือรําวง รําเถิดเทอง รํากลองยาว เป็นต๎น มีการแตํงกายตาม วฒั นธรรมของทอ๎ งถิน่ และใช๎เครื่องดนตรพี ืน้ บ๎าน เชํน กลองยาว กลองโทน ฉ่งิ ฉาบ กรบั และโหมงํ 4.3 การแสดงพ้ืนเมืองภาคอีสาน เป็นศิลปะการรําและการเลํนของชาวพ้ืนบ๎านภาคอีสานหรือภาคตะ วนออกเฉยี งเหนือของไทย แบงํ ไดเ๎ ปน็ 2 กลํมุ วฒั นธรรมใหญํ ๆ คือ กลํุมอีสาน เหนือ มีวัฒนธรรมไทยลาวซึ่งมัก

เรยี กการละเลนํ วํา “เซง้ิ ฟูอน และหมอลํา” เชํน เซ้ิงบังไฟ เซิง้ สวงิ ฟูอนภไู ท ล ากลอนเก้ยี ว ลําเต๎ย ซ่ึงใช๎เคร่ือง ดนตรีพื้นบ๎านประกอบ ได๎แกํ แคน พิณ ซอ กลองยาว อีสาน ฉิ่ง ฉาบ ฆ๎อง และกรับ ภายหลังเพ่ิมเติมโปงลาง และโหวดเข๎ามาด๎วย สํวนกลํุมอีสานใต๎ได๎รับอิทธิพลไทยเขมร มีการละเลํนที่เรียกวํา เรือม หรือ เร็อม เชํน เรือ มลูดอันเร หรือรํากระทบสาก รํากระเน็บติงต็อง หรือระบําต๊ักแตนตําข๎าว รําอาไย หรือรําตัด หรือเพลงอีแซว แบบภาคกลางวงดนตรี ท่ีใช๎บรรเลง วงมโหรีอีสานใต๎ มีเคร่ืองดนตรี คือ ซอด๎วง ซอด๎วง ซอครัวเอก กลอง กันตรึม พิณ ระนาด เอกไม๎ ปี่สไล กลองรํามะนาและเครื่องประกอบจังหวะ การแตํงกายประกอบการแสดง เป็นไปตามวัฒนธรรมของพน้ื บา๎ น ลกั ษณะทาํ รําและทํวงทํานองดนตรีในการแสดงคํอนข๎างกระชับ รวดเร็ว และ สนุกสนาน 4.4 การแสดงพ้ืนเมอื งภาคใต๎ เปน็ ศิลปะการรําและการละเลนํ ของชาวพ้ืนบา๎ นภาคใต๎ อาจแบํงตามกลํุม วัฒนธรรม 2 กลุํมคือ วัฒนธรรมไทยพุทธ ได๎แกํ การแสดงโนรา หนังตะลุง เพลงบอก เพลงนา และวัฒนธรรม ไทยมุสลิม ได๎แกํ รองเง็ง ซ าแปง มะโยํง (การแสดงละคร) ลิเก ฮูลู (คล๎ายลิเกภาคกลาง) และซิละ มีเครื่อง ดนตรีประกอบที่ สําคัญ เชํน กลองโนรา กลองโพน กลองปืด โทน ทับ กรับพวง โหมํง ปี่กาหลอ ป่ีไหน ราํ มะนา ไวโอลนิ อัคคอร๑เดียน ภายหลังได๎มีระบําท่ีปรับปรุงจากกิจกรรมในวิถีชีวิต ศิลปะตํางๆ เขํน ระบํารํอน แรํ การีดยาง ปาเต๏ะ เปน็ ต๎น

แผนการจดั กิจก ครั้ง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook