Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์ ประถม

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์ ประถม

Published by Parnwadee Suanoo, 2023-06-18 11:50:09

Description: แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสัปดาห์

Search

Read the Text Version

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ ม 1 ( 2

การจดั กระบวนการ สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมินผล มอบหมายงาน 1. บนั ทึกการเรียนร๎ู (กรต.) 2. ทํารายงานเศษสํวน

ใบงานครง้ั ท่ี 16 วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 ระดบั ประถมศึกษา เร่ือง เศษส่วน ช่ือ-สกลุ ................................................ รหสั นักศึกษา ..............................ตาํ บล................................... วันท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชแี้ จง ให๎ผเู๎ รยี นเขียนเศษสํวนของสีเทาดังตํอไปนใี้ ห๎ถกู ต๎อง 1 4.. ……………………………………………………… ………………………………………………. 2. 5. …………………………………………………………….. …………………………………………………… 3. 6. ...................................................................... ………………………………………………

เฉลยใบงานครั้งที่ 16 วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดับประถมศกึ ษา เร่ือง เศษส่วน ช่ือ-สกุล ................................................ รหสั นักศึกษา ..............................ตาํ บล................................... วันท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาช้ีแจง ใหผ๎ ๎เู รยี นเขยี นเศษสํวนของสีเทาดังตอํ ไปน้ใี ห๎ถูกต๎อง 1 4.. ……………………………………………………… หรอื 1 2. ………………………………………………. 5. …………………………………………………………….. …………………………………………………… 3. 6. ...................................................................... หรอื 1 ………………………………………………

ใบความร้คู ร้งั ท่ี 16 วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 ระดบั ประถมศึกษา เรอื่ ง เศษสว่ น ในทางคณิตศาสตร๑ เศษส่วน คือความสัมพันธ๑ตามสัดสํวนระหวํางช้ินสํวนของวัตถุหน่ึงเม่ือเทียบกับวัตถุ ทั้งหมด เศษสํวนประกอบด๎วยตัวเศษ (numerator) หมายถึงจํานวนช้ินสํวนของวัตถุท่ีมี และตัว สํวน (denominator) หมายถึงจํานวนช้ินสํวนทั้งหมดของวัตถุน้ัน ตัวอยํางเชํน อํานวํา เศษสามสํวนสี่ หรือ สามในสี่ หมายความวํา วัตถุสามช้ินสํวนจากวัตถุทั้งหมดที่แบํงออกเป็นส่ีสํวนเทําๆ กัน นอกจากน้ัน การแบํง วัตถุส่งิ หนึ่งออกเป็นศนู ย๑สํวนเทํา ๆ กันน้นั เป็นไปไมํได๎ ดังน้ัน 0 จึงไมํสามารถเป็นตัวสํวนของเศษสํวนได๎ (ดูเพิ่ม ท่ี การหารด๎วยศูนย๑) เศษสํวนเป็นตัวอยํางชนิดหนึ่งของอัตราสํวน ซึ่งเศษสํวนแสดงความสัมพันธ๑ระหวํางช้ินสํวนยํอยตํอ ชิ้นสํวนทั้งหมด ในขณะท่ีอัตราสํวนพิจารณาจากปริมาณของสองวัตถุท่ีแตกตํางกัน (ดังน้ัน อาจไมํเทํากับ 3 : 4) และเศษสํวนนั้นอาจเรียกได๎วําเป็นผลหาร (quotient) ของจํานวน ซึ่งปริมาณท่แี ท๎จริงสามารถคํานวณได๎จาก การหารตวั เศษด๎วยตวั สํวน ตวั อยาํ งเชนํ คือการหารสามด๎วยส่ี ได๎ปริมาณเทํากับ 0.75 ในทศนิยม หรือ 75% ในอตั ราร๎อยละ รูปแบบของเศษส่วน เศษสว่ นสามัญ เศษสว่ นแท้ และเศษเกนิ เศษส่วนสามัญ (vulgar/common fraction) คือจํานวนตรรกยะที่สามารถเขียนอยํูใน รูป a/b หรือ โดยที่ a และ b ซ่ึงเรียกวํา ตัวเศษ และ ตัวส่วน ตามลําดับ เป็นจํานวนเต็มท้ังคํู ตัวเศษแสดง แทนจํานวนของสํวนแบงํ และตวั สํวนซึง่ ไมํเทํากับศูนยแ๑ สดงแทนการแบํงสํวนจากทั้งมวล เชํน , น้ันเศษสํวน สามัญยังแยกออกเป็นเศษส่วนแท้ (proper fraction) ซึ่งมีคําของตัวเศษน๎อยกวําตัวสํวน ทําให๎ปริมาณของ เศษสํวนน๎อยกวํา 1 เชํน และเศษเกิน (improper fraction) คือเศษสํวนท่ีคําของตัวเศษมากกวําหรือเทํากับ ตวั สวํ น เชํน ,

จานวนคละ (mixed number) เปน็ การนาํ เสนอเศษสวํ นอีกรูปแบบหน่ึง โดยนําจํานวนเต็มประกอบเข๎า กับเศษสํวนแท๎ และมีปริมาณเทํากับสองจํานวนนั้นบวกกัน ตัวอยํางเชํน คุณมีเค๎กเต็มถาดสองช้ิน และมีเค๎กท่ี เหลืออยูํอีกสามในสี่สํวน คุณสามารถเขียนแทนได๎ด๎วย ซ่ึงมีคําเทํากับ 2 + จํานวนคละสามารถแปลงไป เป็นเศษเกนิ และสามารถแปลงกลบั ไดต๎ ามขนั้ ตอนดังนี้ การแปลงจํานวนคละไปเปน็ เศษเกนิ ( ) 1. คณู จํานวนเตม็ เข๎ากบั ตวั สํวนของเศษสวํ นแท๎ (2 × 4 = 8) 2. บวกผลคณู ในข้นั แรกด๎วยตวั เศษ (8 + 3 = 11) 3. นําผลบวกเปน็ ตวั เศษประกอบกับตัวสวํ น เขยี นใหมเํ ปน็ เศษเกนิ ( ) การแปลงเศษเกินไปเป็นจํานวนคละ ( ) 1. หารตวั เศษดว๎ ยตวั สํวน ใหเ๎ หลือเศษเอาไว๎ (11 ÷ 4 = 2 เศษ 3) 2. นาํ ผลหารท่ีไมเํ อาเศษไปเป็นจาํ นวนเต็ม (2_) 3. นาํ เศษจากการหารเปน็ ตัวเศษประกอบกบั ตัวสํวน เขยี นเศษสํวนตอํ ท๎ายจํานวนเตม็ ( ) เศษส่วนทีเ่ ทยี บเท่ากนั เทยี บเทาํ กบั

แผนการจดั กิจก ครั้งท

กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 17

ครั้งท่ี วนั /เดอื น/ปี แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวชิ า สาระความรู้พน้ื ระดบั ประถมศึกษา จ หวั เรือ่ ง เร หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 17 1.จําแนกชนิดของรูปเลขา 1.ชนดิ ของรปู เรขาคณติ สอง ข คณิตสองมิตแิ ละสามมิติ มติ แิ ละสามมติ ิ ป 2.เขา๎ ใจลักษณะของ 2.ลูกบาศก๑ ก ลูกบาศก๑และนาํ ไปใช๎ ก 3.เขยี นรปู เลขาคณิตสอง 3.การประดิษฐร๑ ปู เรขาคณิต 1 มิตแิ ละประดษิ ฐ๑รปู สองมิติ หรอื สามมติ ิ น เรขาคณติ สามมิติ 2 อ 1 ส 2 3 เ ส

นฐาน รายคณิตศาสตร์ รหัสวิชา พค11001 จานวน 3 หน่วยกติ รขาคณิต การจัดกระบวนการ สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ขน้ั ท่ี 1 สามารถ ข้นั ท่ี 1 กาหนดสภาพ -หนังสอื เรยี น -การสงั เกต ปรบั เปล่ียนได้ ตามความ ปัญหา -ใบความรู๎ -การชกั ถาม เหมาะสมของ บรบิ ทกศน. การจัดกิจกรรมการเรยี น -ใบงาน -การมีสวํ นรวํ ม ตาบล การสอนแบบ ON SITE -อินเตอรเ๑ นต็ -การตรวจผลงาน 1.ครกู ลําวทักทายและ -ห๎องสมดุ กศน. -บันทึกการเรยี นร๎ู นาํ เข๎าสํูบทเรยี น ตาํ บล 2. ครแู ละผ๎ูเรียนรํวมกัน -แหลํงเรียนรชู๎ ุมชน อธิบายเก่ยี วกบั เร่ือง -คลปิ วดี โี อออนไลน๑ 1.ชนดิ ของรปู เรขาคณติ (Youtube) สองมิติและสามมิติ 2.ลกู บาศก๑ 3.การประดิษฐร๑ ปู เรขาคณิตสองมิติ หรอื สามมติ ิ

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ก ก 1 ศ อ e ก ก 1 ช เ G เ ก ก ก 1 ส พ

การจดั กระบวนการ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมนิ ผล การจดั กิจกรรมการเรยี น การสอนแบบ ON AIR 1.ครมู อบหมายใหผ๎ ๎ูเรียน ศึกษาเรยี นร๎ูผาํ น ETV ออนไลน๑ www. etvthai.tv การจดั กิจกรรมการเรยี น การสอนแบบ ON line 1. ครูพบกลุํมผเ๎ู รยี นผาํ น ชอํ งทางออนไลนต๑ ํางๆ เชํน VDO CALL, GOOGLE MEET, ZOOM เปน็ ตน๎ เพ่อื ติดตามพดู คยุ กับผู๎เรียน การจัดกิจกรรมการเรยี น การสอนแบบ ON Hand 1. ครมู อบหมายงาน สาํ หรบั นักศึกษาที่ไมมํ า พบกลุํมโดยจดั ทําใบงาน

ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวช้ีวัด เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ ใ ท ใ ก ก D 1 แ ห G W ม ไ เ โ เ

การจัดกระบวนการ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ใบความร๎ูใหผ๎ ๎ูเรียนมารบั ทก่ี ศน.ตําบล และนํามาสงํ ในวนั ทม่ี าพบกลํุม การจัดกจิ กรรมการเรยี น การสอนแบบ ON Demand 1. ครมู อบหมายใบงาน และใบความรู๎ผํานชํองทาง หอ๎ งเรยี นออนไลน๑ Google classroom Website กศน.ตาํ บล เพ่ือ มอบหมายงานใหผ๎ ๎ูเรยี นที่ ไมํสะดวกมาพบกลมํุ หรือ เรยี นออนไลน๑ได๎ดาวน๑ โหลดใบงานและใบความรู๎ เพื่อศกึ ษาและสํงงาน

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ข 1 ค ค 2 ท 3 อ อ ข น ผ ป ข ก 1 2 3 4

การจดั กระบวนการ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ 1. ผ๎เู รยี นศึกษาจากใบ ความรู๎ คลิปวดิ ีโอเสริม ความรแ๎ู ละส่ือตําง ๆ 2. ครแู ละผ๎เู รียนนําความรู๎ ท่ีได๎มาแลกเปล่ียนเรยี นรู๎ 3. ครแู ละผ๎ูเรยี นรํวมกัน อภิปรายและนาํ มาสรปุ องค๑ความร๎ทู ี่ไดร๎ บั ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิ นาไปใช้ ผ๎ูเรยี นนําความร๎ูท่ไี ดร๎ ับมา ปรับใช๎ในชวี ติ ประจาํ วัน ขั้นท่ี 4 การประเมินผล การเรียนรู้ 1. สงั เกต 2. บันทึกการเรียนรู๎ 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบออนไลน๑

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ ม 1 ( 2 เ

การจัดกระบวนการ สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมินผล มอบหมายงาน 1. บันทึกการเรยี นรู๎ (กรต.) 2. ทาํ ใบงานเรอ่ื งรูปทรง เรขาคณิต

ใบงานครั้งท่ี 17 วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 ระดบั ประถมศกึ ษา เรือ่ ง เรขาคณติ ชอ่ื -สกุล ................................................ รหสั นกั ศึกษา ..............................ตาํ บล................................... วนั ท่ี ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาช้ีแจง ใหผ๎ ๎ูเรียนอธบิ ายลักษณะของรูปเรขาคณติ ให๎ถกู ต๎อง 1. รูปสเี่ หลี่ยมจตั ุรัส ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..............................................2. รปู สเ่ี หลี่ยมผนื ผ๎า ............................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................................ ................... 3. รูปสเ่ี หลยี่ มด๎านขนาน ............................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................................................... 4. รปู ส่เี หล่ยี มขนมเปียกปูน ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .............................................. 5. รูปวงรี .......................................................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................ ............................................................... 6. รูปวงกลม ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................... ............................................

เฉลยใบงานคร้ังที่ 17 วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 ระดบั ประถมศกึ ษา เร่ือง เรขาคณติ ช่อื -สกุล ................................................ รหสั นักศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วันท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชีแ้ จง ให๎ผ๎เู รยี นอธิบายลกั ษณะของรปู เรขาคณิตให๎ถกู ต๎อง 1. รปู สีเ่ หลยี่ มจัตรุ ัส รปู ส่ีเหลย่ี มด๎านเทําทม่ี ีมมุ ภายในเป็นมมุ ฉาก 2. รูปสเี่ หลยี่ มผนื ผ๎า มีดา๎ นขนานคํูหนึง่ ยาวกวําอีกคํหู นงึ่ และมีมมุ ภายในเปน็ มมุ ฉาก 3. รูปสเี่ หล่ยี มด๎านขนาน มีดา๎ นคตูํ รงกันขา๎ มขนานกนั 4. รปู สเี่ หล่ยี มขนมเปียกปนู มดี า๎ นทัง้ สีย่ าวเทาํ กันแตํไมํมีมุมภายในเป็นมุมฉาก 5. รูปวงรี เป็นรปู ไมํมีมุม ไมํมีด๎าน มีเส๎นรอบวง เส๎นรอบวงอยูหํ าํ งจากจดุ ศนู ยก๑ ลางไมํเทํากัน 6. รปู วงกลม เป็นรูปไมํมีมมุ ไมํมีดา๎ น มีเส๎นรอบวงเสน๎ รอบวงอยํูหํางจากจดุ ศูนยก๑ ลางเทํากัน

ใบความรคู้ รง้ั ที่ 17 วิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดับประถมศึกษา เรือ่ ง เรขาคณติ เรขาคณิต (อังกฤษ: Geometry; กรีก: γεωμετρία, geometria; geo = พื้นดิน/โลก, metria = วดั ) เปน็ สาขาความรท๎ู ี่เก่ยี วขอ๎ งกบั รูปทรง รูปราํ ง ขนาดและตาํ แหนํงของวตั ถุในปรภิ มู ิ ในชํวงกํอนคริสต๑ศตวรรษที่ 19 เรขาคณิตแบบยุคลิดแทบจะเป็นเรขาคณิตแบบเดียวท่ีเป็นท่ีรู๎จักและถูก ศึกษามากที่สุด เรขาคณิตแบบยุคลิดเป็นการศึกษาเรขาคณิตบนระนาบ และเรขาคณิตในปริภูมิสามมิติ โดย มี จุด เส๎น ระนาบ ระยะทาง มุม พ้ืนผิว และความโค๎งเป็นพื้นฐาน เรขาคณิตอีกแบบที่เป็นท่ีร๎ูจักคือเรขาคณิต ทรงกลม ซ่ึงใช๎ในการศึกษาดาราศาสตร๑ และการเดินทาง ในชํวงคริสต๑ศตวรรษท่ี 19 มีการค๎นพบใหมํ ๆ ที่ขยายสาขาเรขาคณิตออกไปโดยกว๎าง หน่ึงในนั้น คือ Theorema Egregium (ทฤษฎีบทอันน่าทึ่ง) โดย คาร๑ล ฟรีดริช เกาส๑ ซ่ึงกลําวโดยครําววํา ความโค๎งเกาส๑ เซยี น ของพนื้ ผิวเปน็ คุณสมบตั ิเฉพาะของพ้ืนผวิ ทส่ี ามารถวดั ไดจ๎ ากบนพน้ื ผิวน้ัน และไมํข้ึนอยํูกับปริภูมิแวดล๎อม ท่ีพน้ื ผวิ นั้นอาศยั อยํูใน การคน๎ พบนน้ี ําไปสูํเรขาคณิตแบบรมี ันน๑ ถัดมาในชํวงหลังคริสต๑ศตวรรษท่ี 19 มีการค๎นพบเรขาคณิตในรูปแบบอื่นท่ีนอกเหนือไปจากเรขาคณิต แบบยุคลิดโดยปฏเิ สธสัจพจนเ๑ ส๎นขนานของยุคลดิ ผํานงานของ นิโคไล อวิ าโนวชิ โลบาเชฟสกี และ ยานอส โบล ไย ปัจจุบันเรียกเรขาคณิตที่ไมมํ สี จั พจนเ๑ ส๎นขนานวํา เรขาคณิตแบบไมยํ คุ ลิดเรขาคณิตท่ีใช๎ในทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบริ ๑ต ไอน๑สไตน๑ เป็นตวั อยํางหนึง่ ของเรขาคณติ แบบไมํยุคลดิ ซ่ึงมชี ือ่ เสยี งทส่ี ดุ ในปัจจุบันเรขาคณิตได๎ขยายออกไปกว๎างขวางมาก และแบํงยํอยออกไปตามเครื่องมือท่ีใช๎ในการศึกษา ปญั หาทางเรขาคณิต ตัวอยํางเชนํ เรขาคณิตเชิงอนุพันธ๑ เรขาคณิตเชิงพีชคณิต เรขาคณิตเชิงคณนา เรขาคณิตวิ ยตุ และอ่ืน ๆ หรือแบํงตามสมบัติทเ่ี รขาคณติ นน้ั แตกตาํ งไปจากเรขาคณิตแบบยุคลิด เชํน เรขาคณิตโพรเจคทีฟ ไมํมีแนวคิดเกย่ี วกับระยะทางและเส๎นขนาน เรขาคณติ สมั พรรคไมมํ แี นวคดิ เก่ียวกบั มุมและระยะทาง นอกจากนี้แล๎ว เรขาคณิตยังมีบทประยุกต๑ในคณิตศาสตร๑สาขาอ่ืน ๆ ที่ดูเหมือนจะไมํเกี่ยวข๎องกับ เรขาคณิตโดยตรง ตัวอยํางที่เป็นที่รู๎จักคือ ทฤษฎีบทสุดท๎ายของแฟร๑มา ซ่ึง แอนดรูว๑ ไวลส๑ ได๎พิสูจน๑สําเร็จในปี ค.ศ. 1994 บทพสิ ูจนข๑ องไวลสใ๑ ชเ๎ ครือ่ งมือทางเรขาคณิตเชงิ พชี คณติ เปน็ หวั ใจสาํ คญั

แผนการจดั กิจก ครั้งท

กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 18

คร้งั ท่ี วนั /เดือน/ปี แผนการจัดการเรียนร้รู ายวิชา สาระความรู้พ้ืน ระดบั ประถมศึกษา จ หวั เร่ือง หวั เรื่อง/ตัวช้ีวัด เน้ือหาสาระการเรียนรู้ 18 สถิติ ข 1.เกบ็ รวบรวมขอ๎ มลู เพ่ือ 1.การเก็บรวบรวมข๎อมูล ป ตอบคําถามโดยใชก๎ าร การจาํ แนกข๎อมลู โดยการ ก สังเกต การสาํ รวจ และ สังเกต และการสาํ รวจ ก การทดลอง 1 2.อาํ นและเขยี นแผนภูมิ 2.การอาํ น การเขยี นและ น รูปภาพและแผนภูมแิ ทงํ เปรียบเทยี บแผนภูมิรปู ภาพ 2 เปรียบเทียบ และแผนภูมแิ ทํง อ 3.อํานและเขยี นกราฟเส๎น 3.การอํานและการเขยี น 1 กราฟเส๎น ก 4.อาํ นและเขยี นแผนภมู ิ 4.การอาํ นแผนภมู ริ ูป ส รูปวงกลม วงกลม 2 เ ร 3 ก

นฐาน รายคณิตศาสตร์ รหสั วิชา พค11001 จานวน 3 หน่วยกติ ง สถิติ การจัดกระบวนการ สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ขน้ั ที่ 1 สามารถ ขนั้ ที่ 1 กาหนดสภาพ -หนงั สือเรียน -การสงั เกต ปรับเปล่ยี นได้ ตามความ ปญั หา -ใบความร๎ู -การชกั ถาม เหมาะสมของ บรบิ ทกศน. การจดั กิจกรรมการเรียน -ใบงาน -การมีสํวนรํวม ตาบล การสอนแบบ ON SITE -อนิ เตอรเ๑ นต็ -การตรวจผลงาน 1.ครูกลําวทกั ทายและ -หอ๎ งสมุด กศน. -บันทึกการเรยี นร๎ู นําเขา๎ สูํบทเรยี น ตาํ บล 2. ครูและผเู๎ รยี นรวํ มกนั -แหลงํ เรยี นรชู๎ มุ ชน อธบิ ายเกย่ี วกับเร่ือง -คลปิ วีดโี อออนไลน๑ 1.การเก็บรวบรวมข๎อมลู (Youtube) การจาํ แนกข๎อมูล โดยการ สงั เกต และการสาํ รวจ 2.การอาํ น การเขียนและ เปรยี บเทยี บแผนภมู ิ รูปภาพ และแผนภมู ิแทํง 3.การอาํ นและการเขยี น กราฟเส๎น

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ 4 ว ก ก 1 ศ อ e ก ก 1 ช เ G เ ก ก ก 1

การจัดกระบวนการ สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมินผล 4.การอํานแผนภูมิรูป วงกลม การจัดกจิ กรรมการเรียน การสอนแบบ ON AIR 1.ครูมอบหมายใหผ๎ ูเ๎ รียน ศกึ ษาเรียนรผู๎ ําน ETV ออนไลน๑ www. etvthai.tv การจัดกิจกรรมการเรียน การสอนแบบ ON line 1. ครพู บกลุมํ ผ๎เู รียนผําน ชอํ งทางออนไลนต๑ าํ งๆ เชํน VDO CALL, GOOGLE MEET, ZOOM เปน็ ตน๎ เพือ่ ติดตามพูดคุย กบั ผูเ๎ รยี น การจดั กิจกรรมการเรียน การสอนแบบ ON Hand 1. ครมู อบหมายงาน

ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ส พ ใ ท ใ ก ก D 1 แ ห G W ม ไ เ โ เ

การจัดกระบวนการ สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมินผล สําหรับนักศึกษาที่ไมมํ า พบกลํุมโดยจดั ทําใบงาน ใบความรใ๎ู ห๎ผูเ๎ รยี นมารับ ท่ีกศน.ตาํ บล และนํามาสํง ในวนั ทม่ี าพบกลุมํ การจัดกจิ กรรมการเรยี น การสอนแบบ ON Demand 1. ครูมอบหมายใบงาน และใบความรู๎ผํานชํองทาง ห๎องเรยี นออนไลน๑ Google classroom Website กศน.ตาํ บล เพื่อ มอบหมายงานใหผ๎ ู๎เรยี นท่ี ไมํสะดวกมาพบกลมุํ หรือ เรียนออนไลนไ๑ ด๎ดาวน๑ โหลดใบงานและใบความรู๎ เพอื่ ศึกษาและสํงงาน

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ข 1 ค ค 2 ท 3 อ อ ข น ผ ป ข ก 1 2 3 4

การจดั กระบวนการ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ 1. ผ๎เู รยี นศึกษาจากใบ ความรู๎ คลิปวดิ ีโอเสริม ความรแ๎ู ละส่ือตําง ๆ 2. ครแู ละผ๎เู รียนนําความรู๎ ท่ีได๎มาแลกเปล่ียนเรยี นรู๎ 3. ครแู ละผ๎ูเรยี นรํวมกัน อภิปรายและนาํ มาสรปุ องค๑ความร๎ทู ี่ไดร๎ บั ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิ นาไปใช้ ผู๎เรยี นนําความร๎ูท่ไี ดร๎ ับมา ปรับใช๎ในชวี ติ ประจาํ วัน ขั้นท่ี 4 การประเมินผล การเรียนรู้ 1. สงั เกต 2. บันทึกการเรียนรู๎ 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบออนไลน๑

คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ม 1 ( 2 อ เ ร

การจดั กระบวนการ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมนิ ผล มอบหมายงาน 1. บนั ทึกการเรยี นร๎ู (กรต.) 2. ทาํ รายงานเรื่องการ อาํ น การเขียนและ เปรยี บเทียบแผนภมู ิ รูปภาพ และแผนภมู แิ ทํง

ใบงานครง้ั ที่ 18 วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดับประถมศกึ ษา เร่ือง สถิติ ช่อื -สกลุ ................................................ รหัสนักศึกษา ..............................ตาํ บล................................... วันที่ ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชีแ้ จง ให๎ผเู๎ รียนใช๎แผนภูมดิ ังตอํ ไปน้ีตอบคําถามให๎ถกู ต๎อง เดือนมกราคม เดอื นกุมภาพันธ๑ เดอื นมนี าคม เดอื นเมษายน เดือนพฤษภาคม หมายเหตุ แอปเป้ลิ 1 ผล เทํากบั 100 กโิ ลกรัม 1. เดือนใดขายแอปเป้ิลไดม๎ ากท่ีสดุ ....................................................... 2. เดือนกุมภาพันธ๑ขายแอปเป้ลิ ได๎นอ๎ ยกวําเดือนเมษายนกี่กโิ ลกรัม ................................................ 3. ต้ังแตํเดอื นมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ขายแอปเป้ลิ ได๎ท้งั หมดเทําไร ............................................

เฉลยใบงานครง้ั ท่ี 18 วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดับประถมศึกษา เรอื่ ง สถิติ ชือ่ -สกุล ................................................ รหสั นักศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วันที่ ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาช้แี จง ใหผ๎ ๎เู รยี นอธบิ ายลกั ษณะของรปุ เรขาคณิตให๎ถูกต๎อง คาช้ีแจง ใหผ๎ ู๎เรียนใช๎แผนภมู ิดงั ตอํ ไปนี้ตอบคาํ ถามให๎ถูกต๎อง เดือนมกราคม เดือนกมุ ภาพนั ธ๑ เดือนมีนาคม เดอื นเมษายน เดอื นพฤษภาคม หมายเหตุ แอปเปล้ิ 1 ผล เทํากับ 100 กิโลกรัม 1. เดือนใดขายแอปเปิ้ลไดม๎ ากท่ีสดุ .........เดอื นมกราคม.............................................. 2. เดอื นกมุ ภาพันธข๑ ายแอปเปิล้ ได๎น๎อยกวาํ เดือนเมษายนก่ีกิโลกรัม ..............100 กโิ ลกรมั ............... 3. ต้งั แตํเดอื นมกราคมถงึ เดือนพฤษภาคม ขายแอปเปิ้ลไดท๎ ้ังหมดเทําไร ......21,000 กิโลกรัม..........

ใบความรูค้ รั้งท่ี 18 วิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดบั ประถมศึกษา เรอ่ื ง สถติ ิ ความหมายของสถติ ิ สถติ ิเป็นวชิ าคณติ ศาสตร๑ทเี่ ป็นรูปธรรม ในปัจจุบนั นี้การตดั สนิ ใจหรือการแกป๎ ัญหาในเรื่องตาํ งๆไมวํ าํ จะ เปน็ ในวงการวิทยาศาสตร๑ การเกษตร การอตุ สาหกรรม การศกึ ษา การเศรษฐกิจ ฯลฯ สวํ นใหญํมักจะอาศยั ขอ๎ มลู สถติ ิและระเบียบวธิ กี ารทางสถติ มิ าชวํ ย สถิติ หมายถงึ 1. ตวั เลขแทนปริมาณจํานวนขอ๎ มูล หรือข๎อเทจ็ จรงิ ของสิง่ ตาํ ง ๆ ทคี่ นโดยทวั่ ไปต๎องการศกึ ษาหา ความรู๎ เชํนตอ๎ งการทราบปริมาณนํ้าฝนท่ตี กในกรงุ เทพมหานครปี 2541 เปน็ ต๎น 2.คําตวั เลขทีเ่ กิดจากการคาํ นวณมาจากกลมํุ ตวั อยําง(Sample) หรือคิดมาจากนยิ ามทางคณิตศาสตร๑ เชนํ คาํ นวณหาคําเฉลีย่ คาํ ความแปรปรวน คําท่ีคํานวณไดเ๎ รยี กวาํ คําสถิติ ( A Statistic) สํวนคําสถติ ทิ ั้งหลาย เรียกวํา คาํ สถติ หิ ลาย ๆ คาํ (Statistics) 3.วชิ าการแขนงหนง่ึ ท่ีจัดเป็นวชิ าวทิ ยาศาสตร๑ และเป็นท้งั วทิ ยาศาสตร๑บริสุทธ์แิ ละวทิ ยาศาสตร๑ ประยุกต๑ และยงั หมายรวมถึงระเบียบวิธกี ารสถติ ิอนั ประกอบไปดว๎ ยขั้นตอน 4 ข้นั ตอนท่ใี ช๎ในการศกึ ษาไดแ๎ กํ 1. การเกบ็ รวบรวมข๎อมลู (Collection of Data) 2. การนาํ เสนอขอ๎ มูล(Presentation of Data ) 3. การวิเคราะหข๑ ๎อมูล (Analysis of Data) 4. การตีความหมายของขอ๎ มลู (Interpretation of Data) สถิติเบือ้ งตน้ สถิตเิ บื้องต๎น ขอ๎ มลู สถติ หิ รือข๎อมูล หมายถงึ ข๎อเท็จจริงของเรอื่ งใดเรื่องหนงึ่ ทีเ่ ราสนใจจะศึกษา ซึง่ อาจจะเปน็ ตัวเลขหรือข๎อความกไ็ ด๎ – จํานวนคนที่เปน็ โรคหวั ใจในแตํละเดือน – ปรมิ าณการสํงออกข๎าวของประเทศไทยในปนี ีเ้ พ่ิมข้ึนจากปีท่แี ลว๎ การจาแนกข้อมลู 1. ข๎อมลู ทจ่ี ําแนกตามลกั ษณะของข๎อมลู แบงํ เปน็ 2 ประเภท 1.1 ข๎อมลู เชิงปรมิ าณ คือข๎อมูลทใี่ ชแ๎ ทนขนาดหรอื ปริมาณวัดออกมาเป็นคาํ ตวั เลขท่สี ามารถนาํ มาใช๎ เปรียบเทียบขนาดไดโ๎ ดยตรง 1.2 ขอ๎ มลู เชิงคุณภาพ คือข๎อมลู ทีไ่ มสํ ามารถวดั ออกมาเป็นคําตัวเลขโดยตรงได๎ แตํวัดออกมาในเชิง คณุ ภาพได๎ เชนํ เพศของสมาชิกในครอบครวั ซ่ึงการวเิ คราะหข๑ ๎อมลู ประเภทน้ี สํวนใหญํทําโดยการนับจํานวน จําแนกตามลักษณะเชงิ คุณภาพ

2. ขอ๎ มลู จําแนกตามวิธีการเก็บรวบรวม 2.1 ข๎อมลู ปฐมภมู ิ คือ ข๎อมูลท่ีไดจ๎ ากการรวบรวมจากผู๎ท่ีใหข๎ ๎อมูลหรือแหลํงท่มี าโดยตรง 2.1.1 การสํามะโน คอื การเกบ็ รวบรวมข๎อมูลจากทุกหนวํ ยของประชากรท่ีตอ๎ งการศึกษา 2.1.2 การสํารวจจากกลํุมตัวอยาํ ง คือ การเก็บรวบรวมข๎อมลู ทป่ี ระกอบดว๎ ยตัวแทนจากทุกลักษณะ ของประชากรที่ต๎องการศึกษาในทางปฏบิ ตั ิ ไมํวําจะทําการสาํ มะโนหรอื การสํารวจ นิยมปฏิบัติอยํู 5 วิธี คือ 1. การสมั ภาษณ๑ นยิ มใช๎กันมาก เพราะจะได๎คาํ ตอบทันที นอกจากนหี้ ากผ๎ูตอบไมเํ ขา๎ ใจกส็ ามารถ อธบิ ายเพิ่มเติมได๎ แตํผ๎สู ัมภาษณ๑ต๎องซ่ือสตั ย๑ และเข๎าใจจดุ มํุงหมายของการเก็บขอ๎ มูลอยํางแทจ๎ ริง 2. การแจกแบบสอบถาม วิธีน้ีประหยดั เวลาและคําใช๎จาํ ยมาก สะดวกและสบายใจตํอการตอบ แบบสอบถาม แตํก็มขี ๎อเสียหลายประการ เชนํ ต๎องใช๎ในเฉพาะผท่ีมีการศกึ ษา มไี ปรษณียไ๑ ปถึง คําถามต๎อง ชัดเจน อาจจะไมไํ ด๎รับคืนตามเวลาหรือจํานวนทต่ี ๎องการ จงึ ตอ๎ งสํงแบบสอบถามออกไปเป็นจํานวนมากๆ หรือ ไปแจกและเก็บด๎วยตนเอง 3. การสอบถามทางโทรศัพท๑ เป็นวธิ ีทีง่ าํ ย เสียคาํ ใชจ๎ าํ ยนอ๎ ย ต๎องเปน็ การสัมภาษณ๑อยํางส้นั ๆ ตอบได๎ ทันทโี ดยไมํต๎องเสียเวลาค๎นหาหลักฐาน ใช๎ได๎เฉพาะสํวนที่มโี ทรศพั ท๑เทาํ น้ัน 4. การสังเกต เป็นข๎อมลู ท่ีได๎จากการสงั เกตแลว๎ บนั ทกึ สงิ่ ทเ่ี ราสนใจเอาไว๎ ต๎องใช๎การสงั เกตเป็นชวํ งๆ ของเวลาอยํางตํอเนอ่ื งกัน ข๎อมูลจะนาํ เชื่อถือไดม๎ ากนอ๎ ยขึ้นอยํกู บั ความเขา๎ ใจและความชํานาญของผส๎ู ังเกต เชนํ ขอ๎ มลู เกี่ยวกับการใช๎บริการตํางๆ เชนํ บรกิ ารรถโดยสาร การบริการสหกรณ๑ ความหนาแนํนของการใชถ๎ นนสาย ตํางๆ เป็นตน๎ วิธีนน้ี ยิ มใชป๎ ระกอบกบั การเกบ็ ข๎อมูลวิธีอ่ืนๆ 5. การทดลอง เป็นการเกบ็ รวบรวมข๎อมลู ที่มกี ารทดลอง ซ่ึงมักจะใช๎เวลาในการทดลองนานๆ ทาํ ซํา้ ๆ 2.2 ขอ๎ มลู ทุตยิ ภูมิ คือ ขอ๎ มลู ทต่ี ๎องเกบ็ รวบรวมจากผท๎ู ี่ให๎ข๎อมลู หรคือแหลํงที่มาโดยตรง แตไํ ดจ๎ ากข๎อมลู ที่มี ผอู๎ ่นื เกบ็ รวบรวมไวแ๎ ล๎ว ตัวอยํางข๎อมลู สถิติ

แผนการจดั กิจก ครั้งท

กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 19

ครั้งที่ วนั /เดือน/ปี แผนการจัดการเรียนรูร้ ายวิชา สาระความรพู้ น้ื ระดับประถมศกึ ษา จ หวั เร่อื ง ความน่า หัวเร่อื ง/ตัวช้ีวดั เนอื้ หาสาระการเรียนรู้ 19 ความนา่ จะเปน็ เบ้ืองต้น ข อภปิ รายเหตกุ ารณ๑เพ่ือ โอกาสและเหตุการณ๑ทีจ่ ะ ป สร๎างความคน๎ุ เคยกับคําท่ี เกิดขนึ้ แนนํ อนหรอื อาจจะ ก มคี วามหมายเชํนเดียวกับ เกิดขน้ึ หรือกาจจะไมํเกดิ ขน้ึ ก คําวํา “แนํนอน” หรือเปน็ ไปไมํได๎ 1 “อาจจะเกดิ ขน้ึ หรอื ไมํ น เกดิ ขนึ้ ” “เป็นไปไมํได๎” 2 และรจ๎ู กั ใชค๎ าํ เหลํานี้ อ โ เ เ เ ก ก 1 ศ

นฐาน รายคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 จานวน 3 หน่วยกติ าจะเปน็ เบ้ืองตน้ การจดั กระบวนการ สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมินผล ขน้ั ที่ 1 สามารถ ข้นั ท่ี 1 กาหนดสภาพ -หนงั สอื เรยี น -การสงั เกต ปรับเปลีย่ นได้ ตามความ ปัญหา -ใบความรู๎ -การชกั ถาม เหมาะสมของ บริบทกศน. การจดั กิจกรรมการเรียน -ใบงาน -การมสี วํ นรํวม ตาบล การสอนแบบ ON SITE -อินเตอรเ๑ นต็ -การตรวจผลงาน 1.ครกู ลาํ วทักทายและ -หอ๎ งสมดุ กศน. -บันทึกการเรยี นรู๎ นําเข๎าสํบู ทเรยี น ตาํ บล 2. ครูและผ๎เู รียนรวํ มกนั -แหลํงเรียนรู๎ชมุ ชน อธิบายเกย่ี วกับเร่ือง -คลิปวีดีโอออนไลน๑ โอกาสและเหตุการณ๑ทจี่ ะ (Youtube) เกดิ ขึ้นแนํนอนหรืออาจจะ เกิดขนึ้ หรือกาจจะไมํ เกิดข้ึน หรือเปน็ ไปไมํได๎ การจัดกจิ กรรมการเรยี น การสอนแบบ ON AIR 1.ครมู อบหมายให๎ผู๎เรียน ศกึ ษาเรียนรูผ๎ าํ น ETV

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ อ e ก ก 1 ช เ G เ ก ก ก 1 ส พ ใ ท ใ ก

การจัดกระบวนการ ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมินผล ออนไลน๑ www. etvthai.tv การจดั กจิ กรรมการเรียน การสอนแบบ ON line 1. ครูพบกลมํุ ผเู๎ รยี นผําน ชํองทางออนไลน๑ตาํ งๆ เชํน VDO CALL, GOOGLE MEET, ZOOM เปน็ ต๎น เพอ่ื ติดตามพูดคุย กับผเู๎ รียน การจัดกจิ กรรมการเรียน การสอนแบบ ON Hand 1. ครูมอบหมายงาน สาํ หรับนกั ศกึ ษาที่ไมํมา พบกลํมุ โดยจดั ทําใบงาน ใบความรใู๎ ห๎ผเ๎ู รียนมารับ ทีก่ ศน.ตาํ บล และนํามาสํง ในวันทมี่ าพบกลมุํ การจดั กิจกรรมการเรียน

ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ ก D 1 แ ห G W ม ไ เ โ เ ข 1 ค ค 2 ท 3

การจัดกระบวนการ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรยี นรู้ ประเมนิ ผล การสอนแบบ ON Demand 1. ครูมอบหมายใบงาน และใบความรผ๎ู ํานชอํ งทาง ห๎องเรียนออนไลน๑ Google classroom Website กศน.ตําบล เพ่ือ มอบหมายงานให๎ผูเ๎ รียนท่ี ไมสํ ะดวกมาพบกลํุม หรือ เรียนออนไลน๑ไดด๎ าวน๑ โหลดใบงานและใบความร๎ู เพ่อื ศึกษาและสงํ งาน ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาความรู้ 1. ผู๎เรียนศึกษาจากใบ ความรู๎ คลปิ วิดีโอเสริม ความรู๎และสื่อตาํ ง ๆ 2. ครแู ละผ๎ูเรียนนาํ ความร๎ู ทไ่ี ดม๎ าแลกเปล่ยี นเรียนรู๎ 3. ครูและผู๎เรยี นรวํ มกัน

ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวช้ีวัด เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ อ อ ข น ผ ป ข ก 1 2 3 4 ม 1 (

การจดั กระบวนการ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ เรียนรู้ ประเมินผล อภิปรายและนํามาสรปุ องค๑ความรูท๎ ่ีได๎รบั ขั้นที่ 3 การปฏบิ ตั ิ นาไปใช้ ผเ๎ู รียนนาํ ความร๎ทู ่ีไดร๎ บั มา ปรับใชใ๎ นชีวติ ประจําวัน ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผล การเรยี นรู้ 1. สังเกต 2. บนั ทกึ การเรียนรู๎ 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบออนไลน๑ มอบหมายงาน 1. บนั ทึกการเรยี นร๎ู (กรต.)

ใบงานครัง้ ท่ี 19 วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า พค11001 ระดับประถมศกึ ษา เรอ่ื ง ความน่าจะเป็น ช่ือ-สกลุ ................................................ รหัสนกั ศึกษา ..............................ตาํ บล................................... วันท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชี้แจง ใหผ๎ ู๎เรียนอธิบายถึงหัวขอ๎ ดงั ตํอไปน้ี 1. ความนาํ จะเป็นของเหตุการณ๑ คอื อะไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. จาํ นวนผลท่จี ะเกดิ ข้นึ ในเหตกุ ารณ๑ E เรยี กอีกอยํางหนึ่งวําอยํางไร .............................................................................................................................................. ................................ .................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เฉลยใบงานครง้ั ที่ 19 วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า พค11001 ระดับประถมศึกษา เรือ่ ง ความนา่ จะเป็น ชอ่ื -สกุล ................................................ รหัสนกั ศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วนั ท่ี ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... คาชี้แจง ใหผ๎ ูเ๎ รียนอธบิ ายถงึ หวั ข๎อดังตํอไปนี้ 1. ความนําจะเปน็ ของเหตุการณ๑ คอื อะไร ตอบ จํานวนที่แสดงให๎ทราบวาํ เหตุการณใ๑ ดเหตกุ ารณ๑หนึง่ มีโอกาสเกิดข้นึ มากหรอื น๎อยเพยี งใด 2. จํานวนผลที่จะเกดิ ขน้ึ ในเหตกุ ารณ๑ E เรยี กอีกอยํางหน่งึ วาํ อยํางไร ตอบ เหตกุ ารณท๑ ีส่ นใจ หรอื ส่ิงท่โี จทย๑กาํ หนดให๎

ใบความร้คู รัง้ ที่ 19 วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา พค11001 ระดับประถมศึกษา เรอื่ ง ความนา่ จะเป็น ความน่าจะเปน็ ของเหตกุ ารณ์ คือ จํานวนที่แสดงให๎ทราบวาํ เหตกุ ารณใ๑ ดเหตกุ ารณห๑ น่งึ มโี อกาสเกิดข้นึ มาก หรือนอ๎ ยเพียงใด เมอ่ื P (E) คอื ความนําจะเป็นของเหตุการณ๑ E n (E) คอื จํานวนผลทจ่ี ะเกดิ ข้นึ ในเหตุการณ๑ E n ( S) คอื จาํ นวนผลท้ังหมดทอี่ าจจะเกิดข้ึนได๎ จํานวนผลท่ีจะเกดิ ข้ึนในเหตกุ ารณ๑ E เรียกอีกอยํางหน่ึงวํา เหตกุ ารณท๑ ส่ี นใจ หรอื ส่ิงท่ีโจทย๑ กําหนดให๎ จํานวนผลทัง้ หมดทอ่ี าจจะเกดิ ข้นึ ได๎ S เรยี กอีกอยาํ งหนึ่งวาํ แซมเปลิ สเปซ หาไดจ๎ ากการทดลอง สมุํ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook