ารจัดกระบวนการเรียนรู้ ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมินผล นของผ๎เู รียน mand อบหมายใบงาน และใบความร๎ู ทางห๎องเรียนออนไลน๑ Google om Website กศน.ตาํ บล เรยี นสามารถดาวน๑โหลดใบงาน วามร๎ู เพ่ือศึกษาศึกษาเพิ่มเติม านครตู ามวัน เวลาท่ีกําหนดได๎ แสวงหาความร๎ู นศกึ ษาจากใบความรู๎ คลิปวดิ ีโอ ามรแ๎ู ละส่ือออนไลน๑ตําง ๆ นนาํ ความรู๎ ทศี่ ึกษาเรียนรู๎มา ยนเรียนร๎ูกับครสู อน ละผเ๎ู รียนรวํ มกนั อภปิ รายและ ปองคค๑ วามรท๎ู ่ีได๎รับ การปฏิบัตินาํ ไปใช๎ นนําความรูท๎ ี่ไดร๎ บั มาปรับใชใ๎ น ะจําวนั
คร้งั ท่ี วนั /เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการเรียนรู้ กา ข้นั ที่ 4 ก 1. สังเกต 2. บันทกึ 3. ใบงาน 4. แบบท บันทกึ กา 1. ครูมอ ผู๎เรยี นศึก รายงานส
ารจดั กระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมนิ ผล การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ต กการเรียนร๎ู นและผลงาน ทดสอบออนไลน๑ ารเรียนรู้ (กรต.) อบใบงานเป็นกรต. และให๎ กษา แล๎วสรปุ ทําเป็นชิ้นงาน/ สํงสัปดาห๑ถัดไป
ใบงานคร้ังท่ี 11 วิชา การเรียนรส๎ู ๎ภู ยั ธรรมชาติ รหสั วชิ า สค12022 ระดบั ประถมศึกษา เร่ือง แผ่นดินไหว …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ชอื่ -สกลุ ................................................ รหสั นักศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วนั ที่ ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... 1.ใหน้ ักศึกษาตอบคาถามดังต่อไปนี้ 1. แผํนดนิ ไหว คือ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2.สาเหตทุ ่ีกํอใหเ๎ กิดแผนํ ดนิ ไหว ................................................................................................................................................................. ............. ..................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 3. ริกเตอร๑ คือ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
เฉลยใบงานครั้งท่ี 11 วชิ า การเรียนรสู๎ ูภ๎ ยั ธรรมชาติ รหัสวชิ า สค12022 ระดับประถมศกึ ษา เรือ่ ง แผน่ ดินไหว …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ช่อื -สกลุ ................................................ รหัสนกั ศกึ ษา ..............................ตาํ บล................................... วนั ท่ี ...................... เดอื น ......................................... พ.ศ. ............................... 1.แผ่นดินไหว คอื แผน่ ดนิ ไหว เปน็ ปรากฏการณ๑สนั่ สะเทือนหรอื การเขยําของพ้ืนผิวโลก เพื่อปรบั ตวั ให๎อยใูํ นสภาวะ สมดุล ซง่ึ แผ่นดินไหวสามารถกํอให๎เกดิ ความเสียหายและภัยพิบัตติ ํอบ๎านเมือง.. 2.สาเหตทุ ่ีก่อให้เกดิ แผ่นดนิ ไหว 1. การกระทาํ ของมนุษย๑ อาทิ การทดลองระเบดิ ปรมาณู การกักเกบ็ น้ําในเขื่อน และแรงระเบดิ จากการ ทําเหมอื งแรํ เป็นตน๎ 2. การเกดิ ขึน้ โดยธรรมชาติ อันเน่ืองมาจากการเคลอ่ื นที่ของแผํนเปลือกโลก แบํงออกเป็น 3. ริกเตอร์ คอื มาตรารกิ เตอร์ (อังกฤษ: Richter magnitude scale) หรือทีร่ จู๎ ักกันวาํ มาตราท้องถ่ิน (องั กฤษ: local magnitude scale; ML) เป็นการกาํ หนดตวั เลขเพ่ือบอกปริมาณของพลงั งานแผนํ ดินไหวทป่ี ลดปลอํ ยออกมา จากแผนํ ดินไหวครงั้ หน่ึง มันเปน็ มาตราสํวนเชิงลอการทิ ึมฐานสิบ ซ่ึงสามารถคํานวณไดจ๎ ากลอการิทมึ ของแอม พลิจดู การสั่นของการกระจดั ท่ีมคี ํามากท่ีสุดจากศนู ยบ๑ นเครื่องตรวจวัดแผํนดินไหวบางประเภท (Wood– Anderson torsion) ยกตวั อยาํ งเชนํ แผนํ ดินไหวทีส่ ามารถวดั คาํ ได๎ 5.0 ตามมาตราริกเตอร๑จะมแี อพลจิ ูดการส่ัน มากเป็น 10 เทําของแผํนดินไหวที่วดั คําได๎ 4.0 ตามมาตรารกิ เตอร๑ ขดี จํากัดบนท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพของการวดั ตาม มาตราริกเตอร๑น้ีควรตํ่ากวาํ 9 และต่ํากวํา 10 สาํ หรับมาตราโมเมนต๑แมกนิจูด เมื่อตรวจวัดแผํนดนิ ไหวขนาด ใหญํ
ใบความรู้ ครั้งท่ี 11 เรื่อง แผ่นดนิ ไหว แผน่ ดนิ ไหว กรมทรัพยากรและสิง่ แวดล๎อม (2549, หนา๎ 19) กลําวไว๎วํา แผํนดนิ ไหว (Earthquake) เป็น ปรากฏการณธ๑ รรมชาตทิ ่ีแผํนดนิ มีการสั่นสะเทือน ซงึ่ เกดิ จากอิทธิพลของแรงบางอยํางที่อยํูใต๎พ้นื โลก เมื่อเกิด แผํนดินไหวคลื่นของแผํนดินไหวจะกระจายไปสบูํ ริเวณสวํ นตํางๆ ของโลก และถ๎าการสน่ั สะเทือนของ แผนํ ดนิ ไหวเป็นไปอยํางรุนแรง อุปกรณ๑ตรวจจบั คลนื่ ทอี่ ยํูหํางออกไปไกลนับหมืน่ กิโลเมตรกส็ ามารถรับคลื่น แผนํ ดนิ ไหวได๎ 1. ปจั จัยท่ีทาใหเ้ กดิ แผ่นดินไหว แผํนดินไหวเกิดจากการสน่ั สะเทอื นของแผํนดนิ ท่ีรู๎สึกไดจ๎ ุดใดจดุ หนึ่งบนผิวโลก แผนํ ดินไหวสํวนใหญํ เกิดจากการคลายตัวอยาํ งรวดเร็วของความเครยี ดภายในเปลือกโลกในรูปแบบของการเลอ่ื นตวั ของแผํนดินไหว ได๎เชํนกันในปัจจุบันได๎เกิดปรากฎการณแ๑ ผนํ ดนิ ไหวในภูมภิ าคตําง ๆ ของโลกบํอยครัง้ ข้นึ และรนุ แรงมากขึ้น โดยมีศูนย๑กลางการเกิดตามพื้นท่ีเสย่ี งภัยตําง ๆ โดยเฉพาะตามแนวรอยตํอของแผํนเปลือกโลกท้งั หลาย ในประเทศไทยการเกดิ ปรากฎการณ๑แผํนดินไหวคอํ นข๎างนอ๎ ย และไดร๎ ับผลกระทบไมรํ ุนแรงมากนกั เนอื่ งจากประเทศไทยตัง้ อยํูหํางไกลจากแนวแผนํ เปลือกโลก และแนวภเู ขาไฟ แม๎ประเทศไทยจะมีรอยตอํ เลอ่ื นมี พลงั ในภาคเหนือ ภาคตะวนั ตก และภาคใต๎ แตํเป็นรอยเลื่อนขนาดเล็กสวํ นใหญศํ ูนยก๑ ลางแผนํ ดนิ ไหวจะอยํู บริเวณหมูเํ กาะอนั ดามัน ประเทศอนิ เดีย ประเทศพมาํ ทางตอนใต๎ของประเทศจีน และตอนเหนือของประเทศ ลาว 2. ผลกระทบจากการเกดิ แผน่ ดินไหว เมือ่ มแี ผํนดินไหวขนาดเลก็ หรือปานกลางเกิดข้นึ (ขนาดปานกลาง 4-6 รกิ เตอร๑ ขนาดเลก็ 1-3 รกิ เตอร๑) จะเกิดรอยรา๎ วของอาคารและส่งิ ของตกลงพื้นหรือแกวํง แตถํ า๎ ขนาดของแผนํ ดินไหวขนาดใหญํ คือ ต้งั แตํ 7 รกิ เตอร๑ข้นึ ไปจะเกดิ ความรุนแรงมาก คอื อาคารท่ไี มแํ ข็งแรงจะพงั ทรุดถลํม มผี ู๎เสียชวี ติ มาก กรณีทีเ่ กิด แผนํ ดินไหวในพ้ืนทท่ี เ่ี ปน็ เกาะ และมีขนาดตงั้ แตํ 7.5 ริกเตอรข๑ ึน้ ไป สงํ ผลให๎เกิดคล่ืนสนึ ามินอกจากนีก้ ารเกดิ แผํนดินไหวขนาดใหญํอาจจะทําให๎พ้นื ท่บี รเิ วณเชงิ เขาทีล่ าดชนั เกดิ ดินถลมํ ลงมาทับบ๎านเรือนแถบเขาและอาจ เกดิ แผนํ ดินแยกกนั
ภาพท่ี 1 ภาพผลกระทบจากการเกดิ แผนํ ดินไหว ท่มี า : http://news.sanook.com 3. พน้ื ทเี่ สยี่ งภยั แผน่ ดนิ ไหวในประเทศไทย กรมทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล๎อม (2549, 16-18) กลาํ ววํา ทางกรมทรัพยากรธรณไี ดจ๎ ดั ทาํ แผนที่ แสดงบริเวณเสยี่ งภัยแผํนดินไหวในประเทศไทย และแสดงความเสย่ี งของโอกาสการเกดิ แผนํ ดินไหวที่จะเกิด ความเสยี หายตามาตราอันดับขัน้ รุนแรงของแผนํ ดินไหว เรียกวํา”มาตราเมร๑กัลปล์ ี”(Mercalliscaie) ดังนี้ 3.1 เขตความรนุ แรงน๎อย สภาพของแผนํ ดนิ ไหวจะสามารถตรวจจบั ความส่ันสะเทอื นระดับ I-II เมร๑กัลป์ ลี โดยเครื่องตรวจรบั ความสน่ั สะเทือน คนไมสํ ามารถรูส๎ ึกได๎ พบไดบ๎ รเิ วณพน้ื ท่ีสํวนใหญํของภาค ตะวันออกเฉยี งเหนือและภาคตะวันออก 3.2 เขตความรุนแรงพอประมาณ สภาพของแผํนดินไหวคนสามารถรูส๎ ึกได๎ และเครือ่ งตรวจจับความ สั่นสะเทอื นจะอยํูในระดับ III-IV เมรก๑ ัลปล์ ี พบได๎บริเวณภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนบนภาคตะวันออก และ ภาคใตฝ๎ ง่ั อาํ วไทยตง้ั แตนํ ครศรีธรรมราชลงไป 3.3. เขตทีม่ ีความรนุ แรงนอ๎ ย-ปานกลาง สภาพของแผนํ ดนิ ไหวคนรส๎ู ึกได๎ ระดับความส่นั สะเทือน V- VI เมร๑กลั ป์ลี บา๎ นสั่นสะเทอื น ตน๎ ไมํสนั่ สิ่งปลูกสรา๎ งที่ออกแบบไมดํ ีอาจพงั ได๎ พบบรเิ วณภาคเหนอื ขอบ ภาคกลางด๎านทิศตะวันตก กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวนั ตกตอนลาํ งและภาคใต๎ 3.4. เขตที่มคี วามรนุ แรงปานกลาง สภาพของแผนํ ดินไหวคนร๎สู กึ ได๎ สิ่งของในห๎องตกหลนํ ตึกรา๎ ว ระดบั ความส่ันสะเทือน VII-VIII เมรก๑ ัลปล์ ี ทําใหส๎ ่ิงกํอสร๎างเสียหาย บริเวณทอ่ี าจเกิดขนึ้ ได๎ ไดแ๎ กํ ภาคเหนือและ ภาคตะวนั ตกทมี่ ชี ายแดนตดิ ตํอกบั สหภาพพมําจนถงึ จังหวัดกาญจนบรุ ี
ภาพที่ 2 ภาพจดุ เหนอื ศนู ย๑กลางการเกดิ แผนํ ดนิ ไหว ท่ีมา : กรมทรัพยากรธรณี 4. ขอ้ ปฏิบตั ใิ นการระวังภัยจากแผ่นดนิ ไหว การเกดิ แผนํ ดนิ ไหวไมสํ ามารถทราบลวํ งหนา๎ ได๎ แตบํ รเิ วณใดที่เป็นจดุ เสีย่ งตํอการเกิดแผํนดินไหวจึงเป็น เพยี งการลดความสูญเสียเทาํ น้ัน ข๎อปฎิบตั ใิ นการปอู งกนั ตนเองจากภัยแผํนดินไหว มดี งั น้ี 4.1 บุคคลท่ีอยํบู ริเวณจุดเส่ียงตอํ การเกิดแผนํ ดนิ ไหว ควรจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค ไวใ๎ ห๎พร๎อม 4.2 ขณะเกิดเหตหุ า๎ มใช๎ลิฟตเ๑ พราะไฟฟูาอาจดบั ได๎ และควรมุดลงใตโ๎ ตะท่แี ขง็ แรง เพ่ือปูองกนั สิง่ ของ รํวงหลํนทับ 4.3 หากอยํูภาคนอกอาคารให๎หลีกเลีย่ งการอยูํใกล๎เสาไฟฟาู กําแพง และอาคารสงู หายอยํูใกลช๎ ายฝ่งั ทะเลให๎รบี ขึน้ ทส่ี ูงทหี่ าํ งจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นสนึ ามิได๎ 4.4 ควรออกแบบอาคารและสงิ่ กอํ สร๎างให๎สามารถรบั แรงแผนํ ดนิ ไหวขนาดใหญํได๎ 4.5 ควรมกี ารฝกึ ซ๎อมการหลบภยั แผํนดนิ ไหวแตํละชมุ ชนหรอื หนวํ งงานท่ีอยํูในพ้ืนท่ีเส่ยี งแผนํ ดินไหว ภาพที่ 3 ภาพ ปาู ยประชาสมั พันธว๑ ธิ รี ับมอื กับแผํนดนิ ไหว
แผนการจดั กิจก ครั้งท
กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 12
คาอธิบายรายวชิ า / ตารางวเิ คราะห์หลกั สูตรรายวชิ า คาอธิบายรายวชิ า วัสดุศาสตร์ สาระ.ความรู้พ้ืนฐาน ระดับประถมศกึ ษา จานวน 2 หน่วยกิต มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ มคี วามร๎ูความเข๎าใจ ทักษะและเห็นคณุ คาํ เก่ียวกับกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร๑ เทคโนโลยี สิ่งมีชวี ิต ระบบนเิ วศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมในท๎องถ่นิ สาร แรงพลงั งกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกและ ดาราศาสตร๑ มจี ติ วทิ ยาศาสตรแ๑ ละนําความรู๎ไปใช๎ประโยชน๑ในการดาํ เนนิ ชีวิต ผลการเรียนร้ทู ่คี าดหวงั 1. มีความร๎ู ความเขา๎ ใจเก่ยี วกบั วสั ดใุ นชีวติ ประจาํ วนั สมบัตขิ องวัสดุ การเลอื กใช๎และผลกระทบ จากการใช๎วัสดุ การจดั การและกาํ จดั วสั ดทุ ใ่ี ชแ๎ ลว๎ 2. ทดลองสมบตั ิของวสั ดชุ นดิ ตาํ ง ๆ ได๎ 3. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบท่ีเกิดจากการใชว๎ ัสดทุ ี่ใช๎แลว๎ การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ 1. บรรยาย 2. ศกึ ษาค๎นคว๎าด๎วยตนเองจากสอ่ื ทเี่ กย่ี วขอ๎ ง 3. พบกลํุม ทาํ การทดลอง อภิปราย แลกเปล่ยี นเรียนรู๎ วิเคราะห๑ และสรุปการเรยี นร๎ูที่ได๎ลงในเอกสาร การเรียนร๎ดู ว๎ ยตนเอง (กรต.) การวดั และประเมินผล การสังเกต การฝกึ ปฏิบตั ิ การทดสอบ (แบบทดสอบ) และการประเมนิ ชน้ิ งานในแตลํ ะกิจกรรม
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา วสั ดศุ าสตร์ จานวน.....2........หนว่ ยกติ ระดับประถมศกึ ษา มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดับ มคี วามรคู๎ วามเขา๎ ใจ ทักษะและเหน็ คุณคาํ เกีย่ วกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร๑ เทคโนโลยสี ง่ิ มชี วี ติ ระบบนเิ วศ ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล๎อมในท๎องถิน่ สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก และดาราศาสตร๑ มีจิตวิทยาศาสตร๑และนาํ ความร๎ูไปใชป๎ ระโยชน๑ในการดําเนนิ ชวี ิต ที่ หัวเรือ่ ง ตัวชว้ี ดั เนอื้ หา จานวน (ช่วั โมง) 1 วสั ดุในชวี ิตประจําวนั 1. อธบิ ายความหมายของวัสดุ 1. วัสดใุ นชีวติ ประจาํ วนั 10 ศาสตรไ๑ ด๎ 1.1 ความหมายของ 2. จําแนกประเภทของวัสดุได๎ วสั ดศุ าสตร๑ 3. บอกประโยชน๑ของวัสดุท่ใี ชใ๎ น 1.2 ประเภทของวสั ดุ ชวี ติ ประจําวันได๎ 1.3 ประโยชน๑ของวัสดุ 2 สมบตั ขิ องวสั ดุ 1. นาํ ความร๎ูเรอ่ื งความแข็งของ 2. สมบตั ิของวสั ดุ 30 วัสดุไปใช๎ในชวี ติ ประจําวันได๎ 2.1 ความแขง็ 2. อธบิ ายสมบตั ิความเหนียวของ 2.2 ความเหนียว วัสดุได๎ 2.3 ความยืดหยนํุ 3. ทดลองสมบัติความยืดหยํุนของ 2.4 การนาํ ความรอ๎ น วัสดุได๎ 2.5 การนําไฟฟูา 4. นาํ ความรเ๎ู รอ่ื งสมบตั ิของวัสดุ 2.6 ความหนาแนํน ด๎านความยืดหยํนุ ไปใชป๎ ระโยชนไ๑ ด๎ 5. จําแนกสมบตั กิ ารนําความร๎อน ของวัสดุได๎ 6. นําความรเู๎ ร่ืองการนาํ ความรอ๎ น ของวัสดไุ ปใช๎ในชีวิตปรําวนั ได๎ 7. อธิบายสมบตั ิการนาํ ไฟฟูาของ วัสดุได๎ 8. นําความรเ๎ู รอ่ื งการนาํ ไฟฟาู ไปใช๎ ในชีวิตประจาํ วันได๎ 9. คํานวณหาคาํ ความแนํนหนาของ วัสดุได๎
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวดั เนอ้ื หา จานวน (ชั่วโมง) 3 การเลือกใช๎และ 1. อธบิ ายความหมายผลติ ภณั ฑท๑ ่ี 3.การเลือกใช๎และ ผลกระทบจากการใช๎ เป็นมิตรตอํ สิ่งแวดล๎อมได๎ ผลกระทบจากการใช๎วัสดุ 20 วสั ดุ 2. อธบิ ายวธิ ีการเลอื กใช๎วสั ดุใน ชีวติ ประจําวันได๎ 3.1 การเลือกใช๎วสั ดทุ ี่ 3. อธบิ ายความหมาย สัญลกั ษณ๑ เปน็ มิตรตอํ ส่งิ แวดล๎อม ผลิตภณั ฑ๑ทเ่ี ป็นมิตรตํอส่ิงแวดล๎อม ได๎ 3.2 ผลกระทบจากการ 4. อธบิ ายผลกระทบท่ีเกดิ จากการ ใช๎วสั ดใุ นชวี ติ ประจาํ วัน ใชว๎ ัสดุในชีวิตประจําวันได๎ 5. ระบวุ ัสดุอันตรายใน ชีวิตประจําวนั ได๎ 6. แก๎ปญั หาท่ีกอํ ใหเ๎ กดิ ผลกระทบ จากการใช๎วสั ดุในชวี ติ ประจาํ วนั ได๎ 7. วิเคราะหผ๑ ลกระทบท่เี กดิ จาก การใชว๎ สั ดุในชีวติ ประจําวนั ได๎ 4 การจัดการและกําจัด 1. บอกความหมายของการจดั การ 4. การจัดการและกําจัด 20 กําจัดวัสดุที่ใชแ๎ ล๎ว วสั ดุด๎วยหลกั 3R ได๎ วัสดุทใี่ ชแ๎ ลว๎ 2. อธบิ ายวธิ กี ารจัดการวัสดทุ ่ีใช๎ 4.1 การจดั การวสั ดุที่ใช๎ และด๎วยหลกั 3R ได๎ แล๎วดว๎ ยหลกั 3R 3. บอกระยะเวลาการยํอยสลาย 4.2 การกาํ จดั และ ของวัสดุที่ใช๎แล๎วได๎ ทาํ ลาย 4. อธบิ ายวธิ กี ารกาํ จัดและทําลาย วสั ดุที่ใชแ๎ ล๎ว 5. กาํ จัดวัสดุที่ใช๎แลว๎ อยํางถูกต๎อง ตามหลกั สขุ าภบิ าลได๎
ตารางวเิ คราะหเ์ น้อื หา หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 สาระความรู้พน้ื ฐาน รายวิชา……วัสดศุ าสตร์………รหสั ……พว12011…. จานวน …2… หน่วยกติ กศน.อาเภอทา่ มะกา สานกั งาน กศน.จังหวดั กาญจนบรุ ี มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐานที่ 2.2 มคี วามร๎ู ความเข๎าใจ และทักษะพ้นื ฐานเกยี่ วกบั คณิตศาสตร๑วิทยาศาสตรแ๑ ละ เทคโนโลยี เน้อื หา เน้อื หา เนอื้ หา งา่ ย ปาน ดว้ ย กลาง ยาก ตนเอง (พบ ท่ี ตวั ช้ีวดั เนอ้ื หา (กรต) กลมุ่ ) นามา โครงงาน สอน เสริม (ส.ส) 1. 1. อธิบายความหมายของวัสดุ ศาสตรไ๑ ด๎ 1. วสั ดใุ น 2. จําแนกประเภทของวสั ดุได๎ ชีวติ ประจาํ วัน 3. บอกประโยชนข๑ องวสั ดุที่ใชใ๎ น 1.1 ความหมาย ชีวิตประจาํ วนั ได๎ ของวสั ดศุ าสตร๑ 1.2 ประเภทของ วัสดุ 1.3 ประโยชนข๑ อง วสั ดุ 2 1. นําความรู๎เรอ่ื งความแข็งของ 2. สมบัตขิ องวสั ดุ วสั ดไุ ปใช๎ในชวี ิตประจาํ วนั ได๎ 2.1 ความแข็ง 2. อธิบายสมบัตคิ วามเหนยี วของ 2.2 ความเหนยี ว วสั ดุได๎ 2.3 ความยืดหยุํน 3. ทดลองสมบตั ิความยดื หยํุนของ 2.4 การนาํ ความ วสั ดไุ ด๎ ร๎อน 4. นําความรเู๎ รือ่ งสมบตั ิของวสั ดุ 2.5 การนาํ ไฟฟูา ด๎านความยดื หยํุนไปใชป๎ ระโยชน๑ได๎ 2.6 ความ
เน้อื หา เนอื้ หา เน้ือหา งา่ ย ปาน ด้วย กลาง ยาก ตนเอง (พบ ท่ี ตวั ชว้ี ดั เนอ้ื หา (กรต) กล่มุ ) นามา โครงงาน สอน เสริม (ส.ส) 5. จําแนกสมบตั ิการนําความรอ๎ น หนาแนํน ของวสั ดุได๎ 6. นําความรเ๎ู รื่องการนาํ ความรอ๎ น ของวัสดไุ ปใชใ๎ นชวี ติ ปรําวนั ได๎ 7. อธิบายสมบตั กิ ารนําไฟฟูาของ วัสดไุ ด๎ 8. นาํ ความรเ๎ู ร่ืองการนําไฟฟูาไปใช๎ ในชวี ติ ประจาํ วันได๎ 3 1. อธิบายความหมายผลติ ภัณฑ๑ที่ 3.การเลือกใชแ๎ ละ เปน็ มิตรตอํ สิง่ แวดลอ๎ มได๎ ผลกระทบจากการใช๎ 2. อธิบายวิธกี ารเลอื กใช๎วัสดุใน วสั ดุ ชวี ติ ประจําวันได๎ 3.1 การเลอื กใช๎ 3. อธิบายความหมาย สัญลักษณ๑ วสั ดทุ เ่ี ป็นมิตรตํอ ผลิตภณั ฑท๑ ่เี ปน็ มิตรตํอสิ่งแวดลอ๎ ม สิ่งแวดล๎อม ได๎ 3.2 ผลกระทบ 4. อธบิ ายผลกระทบที่เกดิ จากการ จากการใช๎วัสดุใน ใชว๎ สั ดใุ นชวี ติ ประจาํ วนั ได๎ ชีวิตประจําวัน 5. ระบุวัสดุอนั ตรายใน ชวี ติ ประจาํ วันได๎ 6. แก๎ปญั หาท่ีกอํ ใหเ๎ กดิ ผลกระทบ จากการใช๎วัสดุในชวี ิตประจําวันได๎ 7. วิเคราะหผ๑ ลกระทบท่ีเกดิ จาก การใช๎วสั ดใุ นชวี ติ ประจําวนั ได๎
เน้ือหา เนื้อหา เนอ้ื หา งา่ ย ปาน ด้วย กลาง ยาก ตนเอง (พบ ที่ ตวั ชว้ี ดั เนือ้ หา (กรต) กลมุ่ ) นามา โครงงาน สอน เสริม (ส.ส) 4 1. บอกความหมายของการจัดการ 4. การจัดการและ วัสดดุ ว๎ ยหลกั 3R ได๎ กําจดั วสั ดทุ ใ่ี ชแ๎ ลว๎ 2. อธิบายวธิ กี ารจัดการวัสดทุ ่ีใช๎ 4.1 การจดั การ และดว๎ ยหลัก 3R ได๎ วัสดทุ ใ่ี ชแ๎ ล๎วด๎วยหลัก 3. บอกระยะเวลาการยํอยสลาย 3R ของวสั ดทุ ใ่ี ช๎แลว๎ ได๎ 4.2 การกาํ จดั 4. อธิบายวธิ ีการกําจัดและทําลาย และทาํ ลาย วสั ดทุ ใ่ี ช๎แล๎ว 5. กําจัดวัสดุทใี่ ช๎แลว๎ อยาํ งถูกตอ๎ ง ตามหลักสขุ าภิบาลได๎
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวิชา สาระ...ความรู้พืน้ ฐาน.... ระดบั ประถมศกึ ษา จาน หัวเรื่อง .........วสั ดใุ นช ครั้งท่ี วนั /เดอื น/ปี หัวเรือ่ ง/ตัวช้ีวัด เนอ้ื หาสาระการ การ เรียนรู้ 12 วสั ดใุ นชีวติ ประจาวนั 1. วสั ดุใน ข้ันที่ 1 กาห ชีวิตประจาํ วนั การจดั กจิ ก 1.2 ประเภทของ ON SITE วสั ดุ 1.ครูกลาํ วท 1.3 ประโยชนข๑ อง 2. ครแู ละผู๎เ วสั ดุ เร่อื งความห ของวัสดุ ป เขา๎ ใจเบื้องต การจัดกิจก ON AIR 1.ครูมอบหม ETV ออนไล การจัดกิจก ON line 1. ครูพบกล ตํางๆ เชํน V
. รายวิชา.....วสั ดุศาสตร์.... รหสั วิชา ...พว12011..... นวน .....2.... หน่วยกิต ชีวติ ประจาวนั ........ รจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล ขน้ั ที่ 1 สามารถ ปรบั เปลย่ี นได๎ หนดสภาพปญั หา -หนงั สือเรียน -การสงั เกต ตามความ เหมาะสมของ กรรมการเรียนการสอนแบบ -ใบความรู๎ -การชกั ถาม บริบท กศน. ตาํ บล -ใบงาน -การมีสํวน ทักทายและนาํ เขา๎ สูํบทเรยี น -อินเตอร๑เน็ต รวํ ม เรียนรวํ มกนั อธิบายเกี่ยวกบั -หอ๎ งสมุด กศน. -การตรวจ หมายของวสั ดุศาสตร๑ ประเภท ตาํ บล ผลงาน ประโยชนข๑ องวสั ดเุ พื่อดูความ -แหลงํ เรยี นร๎ู -บันทกึ การ ต๎นของผ๎ูเรยี น ชมุ ชน เรยี นรู๎ กรรมการเรยี นการสอนแบบ -คลปิ วดี ีโอ ออนไลน๑ มายใหผ๎ เ๎ู รยี นศึกษาเรยี นร๎ผู ําน (Youtube) ลน๑ www. etvthai.tv กรรมการเรยี นการสอนแบบ ลมุํ ผูเ๎ รยี นผาํ นชอํ งทางออนไลน๑ VDO CALL, GOOGLE MEET,
ครั้งท่ี วัน/เดอื น/ปี หัวเร่อื ง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการ การ เรยี นรู้ ZOOM เปน็ ผเ๎ู รียน การจัดกจิ ก ON Hand 1. ครมู อบห พบกลํมุ โดย ผ๎เู รียนมารับ วันทม่ี าพบก การจัดกจิ ก ON Dema 1. ครูมอบห ชํองทางห๎อง classroom มอบหมายง กลุํม หรอื เร งานและใบค ข้นั ที่ 2 แสว 1.ผ๎ูเรยี นศึกษ เสริมความร
รจดั กระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ นต๎น เพอ่ื ติดตามพูดคุยกับ ประเมินผล กรรมการเรยี นการสอนแบบ หมายงานสําหรบั ผู๎เรยี นที่ไมํมา ยจัดทําใบงาน ใบความรู๎ให๎ บที่ กศน.ตาํ บล และนาํ มาสํงใน กลมุํ กรรมการเรียนการสอนแบบ and หมายใบงาน และใบความร๎ผู าํ น งเรียนออนไลน๑ Google m Website กศน.ตําบล เพอื่ งานใหผ๎ เู๎ รยี นท่ีไมสํ ะดวกมาพบ รยี นออนไลนไ๑ ดด๎ าวน๑โหลใบ ความรเู๎ พอื่ ศึกษาและสํงงาน วงหาความรู้ ษาจากใบความรู๎ คลิปวดิ โี อ รแู๎ ละสื่อตาํ ง ๆ
คร้งั ที่ วนั /เดือน/ปี หัวเร่อื ง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการ การ เรยี นรู้ 2. ครูและผเ๎ู แลกเปลี่ยนเ 3. ครแู ละผูเ๎ นํามาสรุปอง ขน้ั ท่ี 3 การ ผู๎เรยี นนําคว ชวี ิตประจําว ข้นั ท่ี 4 การ 1. สังเกต 2. บนั ทกึ กา 3. ใบงาน 4. แบบทดส มอบหมายง 1. บนั ทกึ กา 2. ใบงานคว ประเภทของ
รจดั กระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมนิ ผล เรียนนาํ ความรู๎ที่ได๎มา เรียนร๎ซู ง่ึ กันและกันในช้ันเรยี น เรียนรํวมกนั อภปิ รายและ งคค๑ วามรูท๎ ่ีได๎รบั รปฏบิ ัตนิ าไปใช้ วามรทู๎ ่ไี ด๎รบั มาปรับใชใ๎ น วัน รประเมินผลการเรยี นรู้ ารเรยี นร๎ู สอบออนไลน๑ งาน ารเรยี นร๎ู (กรต.) วามหมายของวัสดศุ าสตร๑ งวสั ดุ ประโยชนข๑ องวสั ดุ
ใบงานครัง้ ที่ ..12... วชิ า...วสั ดศุ าสตร์... รหสั วชิ า ...พว12011... ระดบั ประถมศกึ ษา เรือ่ ง .....วสั ดุในชีวติ ประจาวัน..... ชื่อ-สกลุ ................................................ รหัสนักศึกษา ..............................ตําบล................................... วันท่ี ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชีแ้ จง ใหผ๎ ูเ๎ รียนตอบคาํ ถามตอํ ไปน้ใี ห๎ถูกต๎อง 1. วสั ดุศาสตร๑ หมายถงึ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... .................................................................................................................................................................. 2. วสั ดธุ รรมชาติ และวสั ดุสงั เคราะห๑ หมายถึงอะไร ยกตัวอยํางประกอบ .......................................................................................... ....................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. จงบอกประโยชนข๑ องการเลอื กใชว๎ สั ดใุ นชีวติ ประจาํ วัน ...................................................................................................... ........................................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................. ................................................ ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ....................................
เฉลยใบงานครงั้ ท่ี ...12... วิชา...วัสดุศาสตร.์ .. รหสั วชิ า ...พว12011... ระดบั ประถมศึกษา เร่อื ง .....วสั ดุในชวี ิตประจาวนั ..... คาชแ้ี จง ให๎ผเ๎ู รยี นตอบคําถามตอํ ไปน้ใี หถ๎ ูกตอ๎ ง 1. วสั ดศุ าสตร๑ หมายถึง คําตอบ การศึกษาองค๑ความรู๎ที่เกยี่ วข๎องกับวัสดุ ท่นี ํามาใช๎ประกอบการเป็นชน้ิ งาน ตามการออกแบบ มี ตัวตน สามารถสมั ผัสได๎โดยวสั ดุแตลํ ะชนดิ จะมสี มบัตเิ ฉพาะตัว 2. วสั ดธุ รรมชาติ และวสั ดุสงั เคราะห๑ หมายถึงอะไร ยกตวั อยํางประกอบ คาํ ตอบ วัสดธุ รรมชาติ หมายถงึ วัสดุท่ีไดจ๎ ากสงิ่ มชี ีวิตและไมํมชี ีวติ เชนํ ไมํ เปลอื กหอย ขนสัตว๑ ใยไหม ใยฝูาย หนงั สัตว๑ ยางธรรมชาติ วัสดุสงั เคราะห๑ หมายถึง วัสดุทีเ่ กดิ จากกระบวนการเคมี เชนํ พลาสติก เสน๎ ใยสงั เคราะห๑ ยาง สังเคราะห๑ โฟม กระเบื้อง 3. จงบอกประโยชน๑ของการเลอื กใชว๎ สั ดุในชวี ิตประจาํ วัน คาํ ตอบ 1.วสั ดทุ ี่มคี วามยืดหยํนุ 2. วัสดุที่มีความแขง็ แรง 3. วัสดุท่มี ีความเหนียว 4. วสั ดุทมี่ สี มบัตินาํ ความรอ๎ น 5. วสั ดุทมี่ สี มบตั รนาํ ไฟฟูา
ใบความรคู้ รงั้ ที่…12…. วิชา…วสั ดุศาสตร์.. รหัสวิชา …พว12011… ระดับประถมศึกษา เรอื่ งวัสดุในชีวิตประจาวัน ในชวี ติ ประจําวนั เรา ตอ๎ งเก่ยี วข๎องกับปัจจัยพน้ื ฐานในการดํารงชีวติ ซึง่ สิ่งตาํ ง ๆ เหลาํ น้ีทํามาจากทง้ั วัสดุ ธรรมชาติ และวสั ดุท่ีมนษุ ยส๑ ร๎างขึน้ ในอดตี วสั ดุที่นาํ มาใช๎สํวนใหญไํ ด๎มาจากธรรมชาติ ซึ่งตํางจากในปัจจบุ นั ท่ี เทคโนโลยเี จรญิ กา๎ วหนา๎ มากข้ึน ของใชต๎ ํางๆ จึงผลิตมาจากวัสดทุ ม่ี นษุ ย๑สรา๎ งขนึ้ หรอื วัสดุสงั เคราะห๑ แตํถ๎า พจิ ารณาสมบัติทางกายภาพ สามารถแบงํ ประเภทของวัสดุไดเ๎ ป็นวสั ดทุ เ่ี ปน็ โลหะ และวัสดุท่ีเปน็ อโลหะ ประเภทของวัสดุ ตามการนํามาใช๎ในงานตาํ ง ๆ จะแบงํ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ 1. วัสดุธรรมชาติ เปน็ วัสดทุ เ่ี กดิ ตามธรรมชาติ เชํน ดิน หิน แรธํ าตุ ตน๎ ไม๎ ขนสัตว๑ เส๎นใยพชื เป็นต๎น การนําวสั ดุธรรมชาติมาใชป๎ ระโยชน๑โดยตรงมักไมํคํอยสะดวกในการใช๎งาน 2. วัสดสุ ังเคราะห์ เป็นวสั ดทุ ่ไี ด๎จากการทาํ ขึน้ มาใหมํ เชนํ พลาสติก เสน๎ ใยสงั เคราะห๑ ยางสงั เคราะห๑ แกว๎ อฐิ โฟม กระเบอื้ งยาง เปน็ ต๎น สามารถนาํ มาใชท๎ ดแทนวัสดธุ รรมชาติ ซึ่งมีปรมิ าณไมํเพียงพอ หรือคุณภาพ ไมํเหมาะสม ภาพ : shutterstock.com นอกจากนี้ ถ๎าหากพิจารณาถึงสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ซ่ึงหมายถึง สมบัติของสารท่ีเราสังเกตได๎จาก ลักษณะภายนอก เชํน รูปรําง สี กล่ิน รส อุณหภูมิ จุดเดือด ความแข็ง เป็นต๎น สามารถแบํงวัสดุออกเป็น 2 ชนดิ คอื วัสดทุ ี่เปน็ โลหะ และวัสดทุ ี่เปน็ อโลหะ วัสดทุ ่เี ปน็ โลหะ ตวั อยาํ งเชํน เหลก็ ทองแดง สังกะสี อะลูมิเนยี ม ทองคํา วสั ดุท่เี ป็นอโลหะ ตวั อยาํ งเชํน พลาสติก ไม๎ แกว๎ ยาง ซเี มนต๑ เปน็ ต๎น
แผนการจดั กิจก ครั้งท
กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 13
แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวิชา สาระ...ความรูพ้ ้นื ฐาน.... ระดับประถมศกึ ษา จาน หัวเร่ือง .........สมบ คร้งั ที่ วัน/เดอื น/ปี หัวเรอ่ื ง/ตัวช้ีวัด เน้ือหาสาระการ การ เรยี นรู้ 13 สมบัตขิ องวัสดุ 2. สมบตั ขิ องวสั ดุ ขนั้ ท่ี 1 กาห 2.3 ความยดื หยํนุ การจดั กจิ ก 2.4 การนาํ ความ ON SITE ร๎อน 1.ครูกลําวท 2.5 การนําไฟฟูา 2. ครูและผเู๎ เรอื่ ง สมบตั เหนียว ควา การนําไฟฟูา การจัดกิจก ON AIR 1.ครูมอบหม ETV ออนไล การจัดกจิ ก ON line 1. ครพู บกล
. รายวชิ า.....วัสดศุ าสตร์.... รหสั วชิ า ...พว12011..... นวน .....2.... หนว่ ยกิต บตั ิของวสั ด.ุ ....... รจัดกระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล ข้นั ที่ 1 สามารถ ปรบั เปลย่ี นได๎ หนดสภาพปญั หา -หนงั สอื เรียน -การสังเกต ตามความ เหมาะสมของ กรรมการเรยี นการสอนแบบ -ใบความรู๎ -การชักถาม บรบิ ทกศน. ตาํ บล -ใบงาน -การมีสํวน ทกั ทายและนําเขา๎ สูํบทเรยี น -อินเตอร๑เน็ต รํวม เรยี นรํวมกนั อธบิ ายเกี่ยวกบั -หอ๎ งสมดุ กศน. -การตรวจ ติของวสั ดุ ความแข็ง ความ ตาํ บล ผลงาน ามยดื หยนํุ การนําความร๎อน -แหลํงเรยี นรู๎ -บนั ทึกการ า ความหนาแนนํ ชุมชน เรยี นร๎ู กรรมการเรยี นการสอนแบบ -คลปิ วดี ีโอ ออนไลน๑ มายใหผ๎ ู๎เรยี นศึกษาเรยี นรู๎ผําน (Youtube) ลน๑ www. etvthai.tv กรรมการเรยี นการสอนแบบ ลํมุ ผเู๎ รยี นผาํ นชอํ งทางออนไลน๑
คร้งั ที่ วนั /เดือน/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการ การ เรยี นรู้ ตํางๆ เชนํ V ZOOM เป็น ผเ๎ู รยี น การจดั กิจก ON Hand 1. ครมู อบห พบกลมํุ โดย ผูเ๎ รียนมารับ วันทมี่ าพบก การจัดกจิ ก ON Dema 1. ครมู อบห ชํองทางห๎อง classroom มอบหมายง กลํมุ หรือเร งานและใบค
รจัดกระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมนิ ผล VDO CALL, GOOGLE MEET, นตน๎ เพือ่ ติดตามพูดคยุ กับ กรรมการเรยี นการสอนแบบ หมายงานสาํ หรบั ผ๎ูเรยี นทไี่ มํมา ยจัดทําใบงาน ใบความร๎ใู ห๎ บที่ กศน.ตําบล และนํามาสงํ ใน กลมํุ กรรมการเรยี นการสอนแบบ and หมายใบงาน และใบความรผู๎ ําน งเรยี นออนไลน๑ Google m Website กศน.ตาํ บล เพอ่ื งานใหผ๎ ูเ๎ รยี นท่ีไมํสะดวกมาพบ รียนออนไลน๑ไดด๎ าวนโ๑ หลดใบ ความร๎เู พอื่ ศกึ ษาและสํงงาน
คร้งั ที่ วนั /เดือน/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการ การ เรยี นรู้ ขนั้ ที่ 2 แสว 1.ผูเ๎ รียนศึกษ เสรมิ ความร 2. ครูและผเ๎ู แลกเปลีย่ นเ 3. ครแู ละผ๎เู นาํ มาสรุปอง ขั้นที่ 3 การ ผูเ๎ รียนนาํ คว ชวี ติ ประจาํ ว ขั้นท่ี 4 การ 1. สงั เกต 2. บนั ทกึ กา 3. ใบงาน 4. แบบทดส มอบหมายง 1. บันทกึ กา 2. ใบงานกา 3R และการ
รจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมินผล วงหาความรู้ ษาจากใบความร๎ู คลิปวิดโี อ ร๎แู ละสื่อตาํ ง ๆ เรียนนาํ ความร๎ทู ี่ไดม๎ า เรียนร๎ซู ่ึงกนั และกันในช้ันเรยี น เรียนรวํ มกนั อภิปรายและ งคค๑ วามร๎ทู ่ีได๎รับ รปฏบิ ตั ินาไปใช้ วามร๎ทู ่ีไดร๎ ับมาปรับใช๎ใน วัน รประเมนิ ผลการเรียนรู้ ารเรยี นรู๎ สอบออนไลน๑ งาน ารเรยี นรู๎ (กรต.) ารจัดการวัสดุที่ใช๎แลว๎ ดว๎ ยหลัก รกําจัดและทําลาย
ใบงานครงั้ ที่ ..13... วิชา...วสั ดุศาสตร.์ .. รหสั วชิ า ...พว12011... ระดบั ประถมศกึ ษา เรอื่ ง .....สมบตั ิของวัสดุ..... ช่อื -สกุล ................................................ รหัสนกั ศกึ ษา ..............................ตําบล................................... วันที่ ...................... เดือน ......................................... พ.ศ. ............................... คาชแี้ จง ใหผ๎ ูเ๎ รยี นตอบคําถามตํอไปน้ใี ห๎ถูกตอ๎ ง 1.การนาความร้อน (Conduction) หมายถงึ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... .................................................................................................................................................................. 2.การพาความร้อน (Convection)หมายถงึ ..................................................................................................................... ............................................................ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................ ................................. .................................................................................................. ............................................................................... ............................................................................................................................. ..................................... 3.การแผ่รังสี (Radiation)หมายถงึ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... .................................................................................................................................................................. 4.ความเหนียว หมายถึง ................................................................................................................. ................................................................ ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................................ ..................................... .............................................................................................. ................................................................................... ............................................................................................................................. .....................................
เฉลยใบงานครง้ั ท่ี ..13.... วชิ า...วสั ดุศาสตร์... รหสั วชิ า ...พว12011... ระดบั ประถมศกึ ษา เรือ่ ง .....สมบตั ขิ องวัสดุ..... คาชแี้ จง ให๎ผ๎ูเรยี นตอบคาํ ถามตํอไปน้ีให๎ถูกตอ๎ ง 1.การนาความรอ้ น (Conduction) หมายถงึ คาํ ตอบ คือการถํายโอนความรอ๎ นจากโมเลกลุ หนง่ึ ไปยังโมเลกลุ ทตี่ ดิ กนั ไป จากอุณหภูมิสงู ไปสอํู ุณหภูมิ ตํา่ เชนํ เวลาจับหกู ระทะจะรู๎สึกรอ๎ นเพราะตวั กระทะจะสงํ ผํานความร๎อนตํอมาเรื่อยๆจนถึงหกู ระทะและมือเรา 2.การพาความร้อน (Convection)หมายถึง คาํ ตอบคือการถาํ ยโอนความร๎อนโดยอาศัยตวั พาทีจ่ ัดเป็นของไหล เชนํ ของเหลวและแก๏ส เชํน การตม๎ ลกู ชิน้ ลกู ชนิ้ จะไดค๎ วามร๎อนโดยน้าํ เป็นตัวพาความร๎อน 3.การแผ่รงั สี (Radiation) หมายถึง คําตอบคอื การถาํ ยโอนความร๎อนโดยไมํต๎องอาศยั ตัวกลาง การแผํรังสีจึงสามารถถํายเทความรอ๎ นผาํ น อวกาศไดว๎ ตั ถทุ ุกชนดิ ที่มีอุณหภูมสิ ูงกวาํ -273°C หรอื 0 K (เคลวิน) จะมีการแผรํ งั สี วตั ถทุ ม่ี ีอุณหภูมิสงู แผรํ งั สี คลนื่ ส้ัน วตั ถุท่ีมอี ุณหภูมิตํา่ แผรํ งั สคี ลืน่ ยาวตามกฎของวนี 4.ความเหนียว หมายถึง คําตอบความสามารถในการรับแรงโดยไมํเกิดการแตกหัก สามารถพิจารณาความเหนยี วจาก ความสามารถในการดึงเปน็ เสน๎ ความสามารถในการตีเป็นแผํนบางได๎ตัวอยาํ งเชนํ โลหะตํางๆ เชนํ ทองคํา, เงิน เหล็ก สามารถตใี หเ๎ ป็นแผนํ เป็นเสน๎ สามารถทําเป็นเคร่อื ง ประดับชนดิ ตาํ งๆ เชํน สร๎อย, แหวน
ใบความร้คู รั้งท่ี…13…. วชิ า…วัสดศุ าสตร์.. รหัสวิชา …พว12011… ระดับประถมศึกษา เรอ่ื งสมบัตขิ องวัสดุ การนาไฟฟ้า จาํ แนกได๎เปน็ ตัวนาํ ไฟฟูา วสั ดทุ ยี่ อมให๎ไฟฟูาไหลผาํ นซงึ่ เป็นคุณสมบัตหิ นึ่งของโลหะ เงนิ เป็นตวั นําไฟฟูาที่ดีทส่ี ดุ ฉนวนไฟฟาู คือ วสั ดทุ ่ไี มยํ อมใหไ๎ ฟฟูาไหลผาํ น ซึง่ เป็นสมบัติหนง่ึ ของอโลหะ ยกเวน๎ แกรไฟต๑ ความรู๎เพม่ิ เตมิ สายไฟนยิ มใชท๎ องแดง แม๎วาํ เงินจะเป็นตวั นําไฟฟาู ทดี่ ีท่สี ุด แตํเนื่องจากราคาแพงจึงนิยมใช๎ ทองแดงแทน ปลอกหุม๎ สายไฟทําดว๎ ยวสั ดุประเภทฉนวนไฟฟูาเชํน พลาสติก เพราะเป็นสวํ นทีต่ อ๎ งจบั ต๎องได๎ การนาความรอ้ น จาํ แนกได๎เปน็ ตวั นาํ ความรอ๎ น คือ วัสดุทีย่ อมใหพ๎ ลงั งานความร๎อนไหลผํานไปไดด๎ ี ตัวอยาํ งเชํน เงนิ , ทองแดง ฉนวนความรอ๎ นคือ วสั ดทุ ไี่ มํยอมให๎พลังงานความรอ๎ นไหลผาํ นได๎น๎อย ตวั อยํางเชนํ แก๎ว, ไม๎, กระเบ้ือง, ผ๎า คําถาม จากภาพนักเรียนคิดวาํ สํวนใดเป็นฉนวนความร๎อนและสวํ นใดเป็นตัวนาํ ความร๎อน การนาความร้อน (Conduction) คือการถาํ ยโอนความร๎อนจากโมเลกุลหน่ึงไปยงั โมเลกุลที่ติดกนั ไป จาก อุณหภูมิสงู ไปสูอํ ณุ หภูมิต่ํา เชนํ เวลาจับหกู ระทะจะรสู๎ กึ ร๎อนเพราะตัวกระทะจะสงํ ผาํ นความร๎อนตํอมาเรื่อยๆ จนถงึ หกู ระทะและมือเรา การพาความร้อน (Convection) คือการถาํ ยโอนความรอ๎ นโดยอาศยั ตัวพาท่จี ัดเปน็ ของไหล เชํน ของเหลวและแก๏ส เชนํ การต๎มลูกช้ิน ลูกช้นิ จะได๎ความร๎อนโดยน้าํ เป็นตัวพาความร๎อน
การแผร่ ังสี (Radiation) คือการถาํ ยโอนความรอ๎ นโดยไมตํ ๎องอาศยั ตัวกลาง การแผํรังสจี ึงสามารถถํายเทความร๎อนผํานอวกาศได๎ วัตถทุ กุ ชนิดท่ีมีอุณหภูมิสูงกวํา -273°C หรือ 0 K (เคลวนิ ) จะมกี ารแผรํ งั สี วัตถุทีม่ ีอุณหภูมิสงู แผรํ งั สีคลื่นส้นั วตั ถุทม่ี อี ุณหภูมิต่ําแผํรังสีคลื่นยาวตามกฎของวีน ความเหนียว หมายถึง ความสามารถในการรบั แรงโดยไมเํ กิดการแตกหกั สามารถพจิ ารณาความเหนยี วจาก ความสามารถในการดงึ เป็นเสน๎ ความสามารถในการตเี ปน็ แผนํ บางไดต๎ วั อยาํ งเชนํ โลหะตาํ งๆ เชํน ทองคํา, เงิน เหลก็ สามารถตีให๎เปน็ แผนํ เป็นเส๎นสามารถทําเป็นเคร่อื ง ประดบั ชนิดตาํ งๆ เชํน สรอ๎ ย, แหวนคําถาม นกั เรยี น คดิ วาํ เชอื กใดมีความเหนียวมากกวาํ กัน เชอื กไนลอน เชอื กฟาง ความยืดหย่นุ จําแนกได๎เป็น วัสดทุ ่ีมีสภาพยดื หยุํนคือ วสั ดทุ ่ีเมอ่ื ถูกแรงกระทําจะเกดิ การเปล่ียนแปลงรูปรําง แตํเมื่อแรงกระทําหยดุ วัสดุจะกลับสูสํ ภาพเดมิ หรือใกล๎เคียงเดิม ตัวอยํางเชนํ ยางยดื , ฟองนํา้ , ลวดสปรงิ , เส๎นเอน็ วัสดทุ ่ไี มํมสี ภาพยืดหยุํนคอื วัสดุทเ่ี มื่อถกู แรงกระทาํ จะเกดิ การเปลย่ี นแปลงรูปราํ ง แตเํ มื่อแรงกระทําหยุดลง วัสดนุ น้ั จะยงั คงรูปราํ งที่เปลยี่ นแปลงไป ทงั้ นวี้ สั ดทุ ี่มสี ภาพยืดหยนํุ สามารถเสียสภาพความยดื หยํุนไดห๎ าก ไดร๎ บั แรงกระทํามากเกินพกิ ดั ยืดหยนํุ ความแขง็ คือ ความตา๎ นทานตอํ แรงกด การขัดสี สามารถทดสอบไดห๎ ลายวธิ ี วิธงี ํายๆคือดจู ากความทนทานตอํ การขดู ขีด เชํน เลบ็ ขูดทัลค๑เป็นรอย แสดงวําเลบ็ แขง็ แรงกวําทัลค๑ เล็บมือไมสํ ามารถขูดแคลไซตเ๑ ปน็ รอย แสดง วําแคลไซตแ๑ ขง็ แรงกวําเลบ็ และแขง็ แรงกวําทลั ค๑ประโยชน๑จากสมบตั ดิ า๎ นความแข็ง เชํน เพชรใช๎ทําเครอ่ื งตดั กระจก
ความหนาแนน่ คอื ปริมาณมวลสารในหนํวยปริมาตร ความเป็นกรด-ด่าง (pH) สารตาํ งๆในชีวิตประจาํ วนั สามารถจําแนกไดต๎ ามความเปน็ กรด-ดาํ ง (pH) การทดสอบความเปน็ กรด-ดา่ ง สามารถทําไดง๎ ํายๆโดยกระดาษลติ มสั สีแดง-นาํ้ เงิน
สารท่มี ีฤทธิเ์ ป็นกรด สารทีม่ ฤี ทธเ์ิ ปน็ ดําง ไมเํ ปลยี่ นสีกระดาษลติ มสั แดง ไมเํ ปลย่ี นสกี ระดาษลติ มสั น้าํ เงิน เปล่ยี นสกี ระดาษลติ มัสน้ําเงินเป็นแดง เปลีย่ นสกี ระดาษลติ มัสแดงเป็นน้ําเงนิ สารที่มีฤทธเิ์ ป็นกลาง ไมํเปลย่ี นสีกระดาษลติ มัสนาํ้ เงิน ไมํเปลี่ยนสกี ระดาษลิตมสั แดง ตัวอยํางเชนํ นา้ํ เกลอื นํา้ เช่ือม นํา้ กลน่ั
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ า (สอ ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี คร้งั ท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เร่ือง/ตัวชี้วัด เน้อื หาสาระการเรีย 28 – 29 สอบวดั ผลสมั ฤทธิ์กลางภาค ศูนย๑การศึกษานอกระบบ มกราคม เรียน นักศึกษา กศน.อําเภอ การศึกษาตามอธั ยาศยั อ 2565 ทํามะกา ภาคเรียนที่ 2/2565 ทาํ มะกา ดาํ เนนิ การสอ ผลสมั ฤทธิ์กลางภาคเรยี ภาคเรียนท่ี 2/2565
อบวัดผลสัมฤทธ์ิกลางภาคเรยี น) ยนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565 ยนรู้ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สือ่ /แหล่งเรียนรู้ การวดั และ ประเมินผล บและ สนามสอบศูนย๑การศึกษานอก ขอ๎ สอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ คะแนนสอบ อําเภอ ระบบและการศึกษาตาม กลางภาคเรียน กลางภาค อวดั อธั ยาศัยอําเภอทํามะกา ท่ี ยน ดาํ เนนิ การสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรยี นท่ี 2 ปี การศกึ ษา 2565
แผนการจดั กิจก ครั้งท
กรรมการเรยี นรู้ ท่ี 14
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ า สาระ...ความรูพ้ ืน้ ฐาน.... ระดบั ประถมศึกษา จาน หวั เร่อื ง .........การจัดการแล ครง้ั ท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรอื่ ง/ตัวช้ีวัด เน้ือหาสาระการ การ เรยี นรู้ 14 การจดั การและกาจัด 4. การจดั การและ ข้ันที่ 1 กาห วสั ดทุ ี่ใช้แล้ว กําจดั วัสดุทใ่ี ช๎แลว๎ การจัดกจิ ก 4.1 การจดั การ ON SITE วสั ดุท่ใี ชแ๎ ลว๎ ดว๎ ยหลกั 1.ครูกลําวท 3R 2. ครูและผูเ๎ เร่ืองการจดั ก และการกําจ การจดั กจิ ก ON AIR 1.ครมู อบหม ETV ออนไล การจดั กิจก ON line 1. ครูพบกล ตาํ งๆ เชํน V ZOOM เป็น
. รายวิชา.....วสั ดุศาสตร.์ ... รหสั วิชา ...พว12011..... นวน .....2.... หนว่ ยกิต ละกาจัดวสั ดทุ ี่ใชแ้ ล้ว........ รจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมินผล ข้ันที่ 1 สามารถ ปรบั เปลยี่ นได๎ หนดสภาพปัญหา -หนงั สอื เรยี น -การสงั เกต ตามความ เหมาะสมของ กรรมการเรียนการสอนแบบ -ใบความรู๎ -การชักถาม บรบิ ทกศน. ตาํ บล -ใบงาน -การมสี วํ น ทักทายและนําเข๎าสํูบทเรียน -อนิ เตอรเ๑ น็ต รํวม เรยี นรวํ มกนั อธบิ ายเกย่ี วกบั -หอ๎ งสมุด กศน. -การตรวจ การวัสดุทใ่ี ชแ๎ ลว๎ ด๎วยหลัก 3R ตาํ บล ผลงาน จัดและทาํ ลาย -แหลงํ เรียนรู๎ -บันทึกการ กรรมการเรยี นการสอนแบบ ชุมชน เรียนร๎ู -คลปิ วดี โี อ มายใหผ๎ ๎ูเรียนศึกษาเรียนรผ๎ู าํ น ออนไลน๑ ลน๑ www. etvthai.tv (Youtube) กรรมการเรยี นการสอนแบบ ลํุมผูเ๎ รยี นผาํ นชอํ งทางออนไลน๑ VDO CALL, GOOGLE MEET, นต๎น เพอ่ื ตดิ ตามพูดคยุ กบั
คร้งั ที่ วนั /เดือน/ปี หวั เร่อื ง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระการ การ เรยี นรู้ ผ๎ูเรยี น การจดั กิจก ON Hand 1. ครูมอบห พบกลมุํ โดย ผเู๎ รียนมารบั วันที่มาพบก การจัดกจิ ก ON Dema 1. ครูมอบห ชํองทางห๎อง classroom มอบหมายง กลํมุ หรือเร งานและใบค ขนั้ ที่ 2 แสว 1.ผูเ๎ รียนศกึ ษ เสรมิ ความร 2. ครแู ละผู๎เ
รจัดกระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ การวัดและ หมายเหตุ ประเมินผล กรรมการเรียนการสอนแบบ หมายงานสาํ หรับผ๎เู รียนที่ไมํมา ยจัดทําใบงาน ใบความรใู๎ ห๎ บที่ กศน.ตําบล และนาํ มาสํงใน กลุํม กรรมการเรียนการสอนแบบ and หมายใบงาน และใบความรผู๎ าํ น งเรียนออนไลน๑ Google m Website กศน.ตาํ บล เพ่ือ งานใหผ๎ เู๎ รยี นท่ีไมํสะดวกมาพบ รียนออนไลนไ๑ ด๎ดาวนโ๑ หลดใบ ความรู๎เพือ่ ศึกษาและสงํ งาน วงหาความรู้ ษาจากใบความร๎ู คลปิ วดิ โี อ รูแ๎ ละสื่อตาํ ง ๆ เรียนนาํ ความรู๎ที่ไดม๎ า
ครั้งท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระการ การ เรียนรู้ แลกเปลยี่ นเ 3. ครูและผเ๎ู นํามาสรุปอง ข้ันท่ี 3 การ ผู๎เรยี นนาํ คว ชีวิตประจาํ ว ขั้นที่ 4 การ 1. สังเกต 2. บันทกึ กา 3. ใบงาน 4. แบบทดส มอบหมายง 1. บันทึกกา 2. ใบงานกา 3R และการ
รจดั กระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ หมายเหตุ ประเมินผล เรยี นรซ๎ู ่งึ กันและกันในช้นั เรียน เรียนรํวมกนั อภปิ รายและ งค๑ความร๎ูท่ีไดร๎ บั รปฏบิ ตั ินาไปใช้ วามรทู๎ ไี่ ดร๎ ับมาปรับใช๎ใน วัน รประเมินผลการเรียนรู้ ารเรยี นร๎ู สอบออนไลน๑ งาน ารเรียนร๎ู (กรต.) ารจดั การวัสดทุ ใ่ี ชแ๎ ล๎วดว๎ ยหลัก รกําจัดและทําลาย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352