Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พ่อผมเป็นมหา

Description: พ่อผมเป็นมหา

Search

Read the Text Version

ต อ น  ีท่ ๕ ๐ พ่ อ ผ ม เ ป็ น ม ห า 450 ว่าชีวิตมีความหมาย  รื่นรมย์ บุคคลผู้มีความรู้สึกเช่นนี้ ดีกว่าคนม ี รายไดม้ าก มีเกียรตใิ นสังคม แต่ไรค้ วามสขุ ใจ จากความสังเกตของตัวผมเอง  ผมรู้สึกว่า  พ่อเป็นคนมีความ  เชอื่ มนั่ ในตวั เองสงู มาก พอ่ ไมเ่ คยเดอื ดรอ้ นวา่ คนอนื่ จะมองพอ่ อยา่ งไร  พ่อทำ� ในสิง่ ทเี่ หมาะสมกบั ตัวพ่อ ตรงตามที่พอ่ พูดสอนพวกเรา ส่ิงหนึ่งซึ่งทรรศนคติของพ่อเปลี่ยนไป  ผิดจากเมื่อก่อน  คือ  พอ่ ไวใ้ จคนยากขน้ึ  พอ่ บน่ ใหฟ้ งั เสมอๆ วา่  “คนในโลกนไ้ี วใ้ จยาก เชอ่ื   ถอื ยากขนึ้ ทกุ วนั  ไรส้ จั จะ เหลาะแหละ เหน็ แกต่ วั  ไมถ่ อื คำ� มน่ั สญั ญา  ท�ำให้คนอืน่ เสยี ประโยชน์ ค�ำนวณแตผ่ ลประโยชน์ของตวั ” “มันเปน็ อยา่ งนี้มานานแลว้ ครบั พอ่ ” ผมพูด “คุณคิดว่าคนอ่ืนเหมือนคุณ”  แม่เสริม  “น่ันไม่ตรงตามความ  เปน็ จรงิ ” แมเ่ ลย่ี งค�ำวา่  ‘ไมถ่ กู ตอ้ ง’ เปน็  ‘ไมต่ รงตามความเปน็ จรงิ ’  คนทีค่ ิดอยา่ งคณุ ได้และทำ� อย่างคณุ  เห็นจะหนงึ่ ในล้าน” “แปลว่าในเมืองไทย  มีคนท่ีคิดอย่างฉันและท�ำอย่างฉันเพียง  ๔๐ คนเทา่ นนั้ หรือ ?” พ่อถาม “ถงึ หรอื เปลา่ กไ็ มร่ ”ู้  แมว่ า่  “ฉนั อยกู่ บั คณุ มาจนลกู โตเปน็ หนมุ่   เปน็ สาวแลว้  กย็ งั คดิ ไมไ่ ด ้ ทำ� ไมไ่ ดอ้ ยา่ งคณุ  ฉนั เชอ่ื วา่  คนแทบทกุ คน  คดิ ถงึ ประโยชนข์ องเขากอ่ นอน่ื  กอ่ นประโยชนข์ องสงั คมและประเทศ  ชาติ  เวลารถเสีย  เราข้ึนรถเมล์ไปธุระด้วยกัน ลงรถเมล์แล้วคุณเก็บ เศษตว๋ั ใสก่ ระเปา๋ กางเกง ไมย่ อมทง้ิ รมิ ถนน ซงึ่ คนอนื่ เขาทงิ้ กนั เกลอื่ น  เมอื่ ตอ่ รถเมลห์ ลายๆ ทอด เศษตว๋ั กส็ มุ อยใู่ นกระเปา๋ กางเกงคณุ นนั่ เอง  พอหมดระยะ จะตอ้ งตอ่ ระยะใหมใ่ นรถคนั เดยี วกนั  กระเปา๋ รถเมลท์ �ำ  เฉยเพราะข้ีเกียจเก็บ หรือนึกว่าเก็บแล้ว  คุณเรียกเขามาเก็บ  คนอ่ืน  เขาพยายามเดนิ หนนี ายตรวจ นายตรวจขน้ึ ขา้ งหนา้  เขาเดนิ ไปทำ� ทา่ ลง  ข้างหลัง  พอนายตรวจเดินไปข้างหลัง  เขาก็เบียดเสียดมายืนเสียข้าง 

อ . ว ศิ น อิ น ท ส ร ะ 451 หนา้  รอดไปได ้ ๗๕ สตางค ์ แตค่ ณุ พงุ่ เขา้ หาเลยทเี ดยี ว, วนั หนงึ่ คณุ   ไปเหน็ ลกู จา้ งของเทศบาลขนขยะไปทง้ิ ในแมน่ ำ้� เจา้ พระยา คณุ กลบั มา  นอนไม่หลับ บน่ วา่ คนพวกน้ีไมร่ จู้ ักรับผิดชอบ ทำ� งานแตพ่ อพน้ ตวั ” “แล้วจรงิ หรอื เปลา่ ล่ะ ?” พ่อถาม แมห่ วั เราะกอ่ นตอบ “กจ็ รงิ นะ่ ซ,ี  กค็ นเพยี งระดบั นน้ั  จะใหแ้ ก  คดิ ลึกซึง้  กวา้ งขวาง ละเอยี ดออ่ นอยา่ งคณุ ได้อย่างไรคะ” “ฉันยงั ไม่ไดเ้ ศษหนึ่งสว่ นรอ้ ยของท่านมหาตมคานธ”ี  พ่อพูด “ท่านคานธีน่ันหน่ึงใน  ๔๐๐  ล้าน  หรืออาจจะหน่ึงในโลกยุค  ปจั จบุ นั กไ็ ด”้  แมว่ า่  “ยกเวน้ พระพทุ ธเจา้ เสยี แลว้  ใครทำ� ไดอ้ ยา่ งทา่ น  บา้ ง” “ความจริง  เราควรมีการอบรมปลูกฝังคนของเราให้มีอุดมคติ  กันบ้าง” “ผมว่าท้ังอบทั้งรมแหละครับพ่อ  แต่มันไม่รับเสียอย่าง  อบรม  เทา่ ไรกไ็ มไ่ ดผ้ ล เพราะคนสว่ นมากยงั เหน็ แกต่ วั และความสะดวกสบาย  ของตัวเป็นประมาณ  สังคมเป็นอย่างไร  ช่างมัน  บ้านเมืองไม่ใช่ของ  เราคนเดียว เขาคดิ กนั อย่างนี้” คุณแม่ย้ิม  คุณพ่อเอนหลังลงพิงเก้าอ้ีโยกคร่ึงน่ังคร่ึงนอนของ  พ่ออย่างเหน่อื ยหน่าย พูดว่า “มัวคิดกันอย่างน ้ี บ้านเมืองถึงป่นปี้หมด ไม่คิดถึงศีลธรรมกัน  บา้ ง” “เขาวา่ ศลี ธรรมกินไม่ได้” ผมพูด “แตศ่ ีลธรรมช่วยใหเ้ รามชี วี ิตอยู่ได้” พ่อวา่ “อยา่ งไรครบั  ?” “ลองเลิกถือศีลข้อ  ๑  กันให้หมดพร้อมๆ  กันสักวันเป็นไร  จะ  ไมฆ่ า่ กนั ตายหมดหรอื  ลองเลกิ ขอ้  ๒ อกี สกั วนั  ทง้ั เมอื งมแี ตข่ โมยจะ 

ต อ น  ีท่ ๕ ๐ พ่ อ ผ ม เ ป็ น ม ห า 452 อยู่กนั อยา่ งไร ขอ้  ๓-๔-๕ ก็เหมอื นกัน” “เลกิ ศลี ธรรมเสยี  สภาพมนษุ ยก์ เ็ หมอื นสตั วด์ ริ จั ฉานทว่ั ไป เรา  ไดพ้ ฒั นาสงั คมมนษุ ยม์ าถงึ ขนั้ นแี้ ลว้  ไมน่ า่ จะใหย้ อ้ นกลบั ไปตง้ั ตน้ ใหม่  อย่างในระยะแรกๆ  อีก” “แต่สังคมมนุษย์ก�ำลังบ่ายหน้าไปทางนั้น”  ผมว่า  “พ่อคิดว่า  อะไรพอจะยบั ยงั้ มนุษย์ไว้ได้บ้าง ?” “ธรรมในศาสนาน่ีแหละลูกจะช่วยได้ ขอให้สังคมมนุษย์เรานำ�   ไปใช้เท่าน้ัน  นายทุนท่ีโกงชาวนาด้วยวิธีการอันน่าบัดสี  ท�ำให้ชาวนา  เดือดร้อนกันเหลือเกินเวลาน้ี  ก็เพราะพวกมันหันหลังให้ธรรม  โกง  คนไม่รู้หนังสือ เซ็นแต่ชื่อไว้  ตัวเลขเขาเติมเอาเอง  หน้ีสองพัน  เป็น  สองหมน่ื , สองหม่นื เป็นสองแสน ดงั น้เี ป็นต้น” “แตพ่ วกมนั สบาย มัง่ คัง่  มีอำ� นาจ อธรรมชนะธรรม” ผมวา่ “แต่ในทสี่ ุดธรรมต้องชนะอธรรม” พอ่ ว่า “กว่าจะถึง  ‘ท่ีสุด’  ชาวนาก็แย่ไปตามๆ  กัน  ใจของเขาเป็น  อย่างไรนะ จึงท�ำได้อย่างน้ัน  ทมิฬหินชาติมาจากไหน  แสงธรรมใน  ศาสนาพุทธ ไม่ฉายเขา้ ไปในใจของพวกน้ีบ้างเลยหรอื  ?” “เหมอื นพวกโลกนั ตนรก” พอ่ วา่  “ตายแลว้ คงไปอยใู่ นโลกนั ต-  นรกกนั หมด คนพวกนี”้ “เขาคงไมไ่ ด้คิดหรอกครับพ่อ” “ทำ� ไมไมค่ ิดกนั เสียบา้ ง” “คงคิดไม่เปน็ คะ่ ” แมว่ า่ “คุณพ่อควรเกิดในสมัยเพลโต้  (Plato)”  น้องวีรดีพูดเป็นค�ำ  แรก “หรอื มฉิ ะนั้นก็สมัยขงจอ้ื  นักอุดมคต”ิ “สมยั เพลโตก้ ม็ คี นชว่ั เยอะเหมอื นกนั  โดยเฉพาะในวงการเมอื ง  ตอนทเี่ พลโตเ้ ปน็ หนมุ่ นนั้ เปน็ สมยั หายนะในประวตั ศิ าสตรข์ องเอเธนส ์

อ . ว ศิ น อิ น ท ส ร ะ 453 มคี วามลำ� บากยากแคน้ อยทู่ วั่ ไป มกี ารดนิ้ รนตอ่ สกู้ บั อ�ำนาจอธรรมของ  ฝ่ายปกครอง สงครามระหว่างเอเธนส์กับสปาร์ต้าส้ินสุดลงพร้อมๆ  กบั ความลม่ จมของเอเธนสใ์ นดา้ นอำ� นาจทางการเมอื ง เหตกุ ารณย์ งุ่ ยาก  ท้ังภายในและภายนอก  พวกคนช้ันสูงของเอเธนส์กลับมีอ�ำนาจพร้อม  กับพวกคลั่งอ�ำนาจทั้ง  ๓๐  คน  ซึ่งมีญาติของเพลโต้รวมอยู่ด้วย  มัน  เปน็ สมยั แหง่ การหลงั่ เลอื ด แหง่ ความประหวน่ั พรน่ั พรงึ  และแหง่ ความ  กดข่ีทารุณ  เพลโต้เป็นผู้ดีเกินไป  ทั้งโดยก�ำเนิดและโดยสติปัญญา  เขาจึงไม่อาจทนอยู่ในความบ้าคลั่งของพวกบ้าอ�ำนาจได้  เขาขมข่ืน  ปวดร้าวอยู่ลึกๆ  เม่ือมองเห็นความเหลวแหลกแห่งประชาธิปไตยใน  เอเธนส์  เขาจึงแยกตัวไปอยู่โดดเดี่ยว  ตลอดชีวิตอันยาวนานของเขา  เพลโต้ไม่เคยเข้าไปพูดในสภาเลย  เขาเห็นว่ารัฐธรรมนูญของเอเธนส์  ไร้ความหมาย” “ในสมัยขงจ้ือก็เหมือนกัน  มีความเหลวแหลกทางการเมือง  มากมาย  จนขงจื้อซึ่งเป็นปราชญ์ทางการเมืองและจริยธรรมต้อง  ระเหเรร่ อ่ นไปทว่ั สารทศิ ในแควน้ ตา่ งๆ ของจนี  ขงจอ้ื เปน็ คนรกั ความ  ยุติธรรม เกลียดชังการช่วงชิงอ�ำนาจอย่างที่สุด  แต่การเมืองในสมัย  ของขงจอ้ื เตม็ ไปด้วยการช่วงชิงอำ� นาจ” “รวมความว่า  ความช่ัว  ความเลวมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย”  ผมว่า  “และดเู หมอื นนกั ปราชญก์ ม็ กั จะเกดิ ขน้ึ ในยคุ ทม่ี คี วามเลวรา้ ยอยา่ งนนั้   เหมอื นกนั ” “ลักษณะของปราชญ์จึงเด่น”  พ่อว่า  “เหมือนดอกบัวในโคลน  ตม เพชรในความมดื  และรม่ ไมใ้ นแสงแดดแหง่ ทงุ่ กวา้ ง แมอ้ งคพ์ ระ-  บรมศาสดาสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ของเรา กเ็ สดจ็ อบุ ตั ขิ น้ึ ทา่ มกลางความมดื   ของสงั คมอนิ เดยี ในยคุ นน้ั เหมอื นกนั  มดื ดว้ ยความงมงายนานาประการ  ทรงสาดแสงสวา่ งคอื พระธรรมอนั กอปรดว้ ยเหตผุ ล เขา้ สสู่ งั คมอนิ เดยี  

ต อ น  ีท่ ๕ ๐ พ่ อ ผ ม เ ป็ น ม ห า 454 แสงสวา่ งนัน้ ได้ยัง่ ยนื ต่อมา และแผก่ ระจายไปทั่วมมุ โลกแลว้ ในบดั น”ี้ นิง่ กนั ไปครหู่ น่ึง พอ่ จึงกลา่ วขึน้ วา่ “เหตกุ ารณข์ องโลก ของบา้ นเมอื ง และของสงั คม สบั สนวนุ่ วาย  นานาประการ มนษุ ยท์ ไี่ มม่ ศี ลี ธรรมคอยเหนย่ี วรง้ั กลายเปน็ สตั วโ์ ลกท่ ี โหดร้ายน่ากลัว,  ในอาณาจักรสัตว์  พวกสัตว์นานาชนิด  ย่อมประหัต  ประหารกันเพ่ือเป็นอาหาร  สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก  สัตว์มีก�ำลังมาก  ท�ำลายสัตว์มีก�ำลังน้อย  เพราะแย่งอาหารกัน  หรือแย่งตัวเมียกัน  มนั เบยี ดเบยี นกนั เพอ่ื กาม เพอื่ กนิ  หรอื บางตวั เพอื่ ครองความเปน็ ใหญ ่ เป็นจ่าฝูง  ในหมู่มนุษย์ก็ยังมีพฤติกรรมท�ำนองเดียวกันน้ัน  คือมีการ  ประหตั ประหารทำ� รา้ ยกนั  เพอื่ กาม เพอ่ื กนิ และเพอื่ เกยี รต ิ หรอื ชว่ งชงิ   อำ� นาจความเปน็ ใหญ ่ มองดแู ลว้ นา่ สมเพชเวทนายงิ่ นกั  มนษุ ยพ์ ยายาม  สรรสร้างสิ่งต่างๆ  ข้ึนมาเพื่ออ�ำนวยความสุข  แต่แล้วมนุษย์ก็ชวนกัน  ทำ� ลายเสยี เอง เพราะไฟ คอื  ความโลภบา้ ง โกรธบา้ ง หลงบา้ ง เผา  ลนใหร้ ้อนแล้วทำ� ลายกนั ” “การกนิ เปน็ ปญั หาเฉพาะหนา้  และปญั หาเรง่ ดว่ นของคนทกุ คน  พวกเขาจงึ ดน้ิ รนดว้ ยประการตา่ งๆ เพอ่ื หาอาหารมาใสป่ ากใสท่ อ้ งของ  ตน  ลูกเมีย  และคนเก่ียวข้อง  ปัญหาเฉพาะหน้านี้น�ำไปสู่ปัญหาอื่นๆ  อีกมากมายเป็นลูกโซ่ที่เช่ือมต่อกันยาวยืด  พอท้องหิว มนุษย์ก็หมด  ความทะเยอทะยานในเร่ืองอื่นๆ  แต่พอท้องอิ่ม  มนุษย์ก็เริ่มมีตัณหา  อย่างอื่นทยอยเข้ามาในห้วงนึก  เข้ามาเป็นแถว  เช่น  ตัณหาในกาม  ในความมคี วามเปน็  ในอ�ำนาจวาสนา มนษุ ยไ์ มค่ อ่ ยรสู้ กึ พอ ไมพ่ อใจ  ในความเป็นต่างๆ  ท่ีตนเป็นแล้วได้แล้ว  กระเสือกกระสนด้ินรนต่อไป  บางทเี ขาไมร่ เู้ หมอื นกนั วา่  เพอื่ อะไร เหน็ คนอนื่ ดนิ้ รนกพ็ ลอยดนิ้ รนกบั   เขาไปดว้ ย หารไู้ มว่ า่ คนอน่ื ดน้ิ รนเพราะความจ�ำเปน็ รนุ หลงั อย ู่ สว่ นตน  ไมม่ คี วามจำ� เปน็ อนั ใดกพ็ ลอยดนิ้ รนกบั เขาไปดว้ ย เพราะความโงเ่ ขลา 

อ . ว ศิ น อิ น ท ส ร ะ 455 ร้เู ท่าไม่ถงึ การณ์” พ่อสั่งสอนพวกเราเสมอว่า  ท�ำอะไรอย่ามุ่งเกียรติยศช่ือเสียง  ขอใหม้ งุ่ ความสำ� เรจ็ ของงานและความสงบสขุ เปน็ เกณฑ ์ ใหเ้ ลอื กทำ� งาน  ท่ีสบายใจ แม้จะได้เงนิ น้อย เพราะความสุขใจมคี า่ เหนอื เงนิ อยูแ่ ลว้ “เพราะความสุขใจมีค่าเหนือเงินอยู่แล้ว”  ช่างเป็นค�ำส่ังสอน  และแนวทางท่ีดีจริงๆ พวกเราทุกคนยอมรับเอาคำ� สอนของพ่อมาเป็น  แนวทางดำ� เนนิ ชวี ติ  พวกเราทำ� งานโดยไมค่ ดิ ถงึ เงนิ  มงุ่ แตค่ วามสำ� เรจ็   ของงานและความสขุ ใจจากงานทเ่ี รารกั  ชวี ติ ของพวกเราจงึ มคี วามสขุ   ความราบร่ืน พวกเราไม่ต้องแย่งส่ิงใดกับใคร ไม่ว่าจะเป็นตำ� แหน่ง  หรอื เงนิ ทอง เราเหน็ การประพฤตธิ รรมและความสขุ โดยธรรมมคี า่ เหนอื   ความสำ� เร็จทางวตั ถ ุ เราอยใู่ นโลกโดยไม่เปน็ ทาสของโลก พอ่  แม ่ ผม และนอ้ งวรี ด ี มคี วามเขา้ ใจกนั อยา่ งลกึ ซงึ้  ความรกั   ของเราระหว่างพ่อแม่  พี่น้อง  และลูก เป็นความรักอันแนบสนิท  มี  ความชื่นชมต่อกันอย่างไม่จืดจาง  ความสัมพันธ์ของเราม่ันคงลึกซ้ึง  ยากทจ่ี ะพรรณนาเปน็ ตวั อกั ษรได ้ เราไดเ้ ขา้ ถงึ แลว้ ซงึ่ ภาวะอนั เปน็ ทพิ ย์  ในโลกมนษุ ยน์ ่ีเอง จบบรบิ รู ณ์

พ่ อ ผ ม เ ป็ น ม ห า 456 “เกียรตขิ องคนอยู่ท่คี วามดนี ะลกู จ�ำไว้ คุณคา่ ของคนอย่ทู ่ผี ลงาน มนษุ ย์เราจะมีความสุขหรอื ทกุ ข์ อยูท่ ี่ใจของเราเอง ไม่ใช่อยทู่ ี่คนทง้ั หลายนกึ ”

พอ่ สง่ั สอนพวกเราเสมอวา่ ทา� อะไรอยา่ มงุ่ เกยี รตยิ ศชอ่ื เสยี ง ขอใหม้ งุ่ ความส�าเรจ็ ของงานและความสงบสขุ เปน็ เกณฑ์ ใหเ้ ลอื ก ทา� งานทสี่ บายใจ แมจ้ ะไดเ้ งนิ นอ้ ย เพราะความสขุ ใจมคี า่ เหนอื เงนิ อยู่แล้ว “เพราะความสขุ ใจมคี า่ เหนอื เงนิ อยแู่ ลว้ ” ชา่ งเปน็ คา� สง่ั สอน และแนวทางท่ีดีจริงๆ พวกเราทุกคนยอมรับเอาค�าสอนของพ่อ มาเปน็ แนวทางดา� เนนิ ชวี ติ พวกเราทา� งานโดยไมค่ ดิ ถงึ เงนิ มงุ่ แต่ ความสา� เรจ็ ของงานและความสขุ ใจจากงานทเี่ รารกั ชวี ติ ของพวกเรา จึงมีความสุขความราบร่ืน พวกเราไม่ต้องแย่งสิ่งใดกับใคร ไม่ว่า จะเปน็ ตา� แหนง่ หรอื เงนิ ทอง เราเหน็ การประพฤตธิ รรมและความสขุ โดยธรรมมคี า่ เหนอื ความสา� เร็จทางวัตถุ เราอยู่ในโลกโดยไม่เป็น ทาสของโลก Facebook : อาจารยว์ ศนิ อนิ ทสระ Facebook : Wasin Indasara www.ruendham.com Fwawcweb.koaonkla:yKaannalatayman.caotamm