สารบญั _______________________________________________________ หน้า คานา บทท่ี 1 บทนาการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ 1/1-1/6 บทท่ี 2 โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั 2/1-2/8 บทที่ 3 ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั 3/1-3/19 บทท่ี 4 การประเมนิ ความเสี่ยงภยั 4/1-4/30 บทท่ี 5 การพจิ ารณารับประกนั ภยั ทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ 5/1-5/28 บทท่ี 6 กรมธรรม์ประกนั อคั คีภยั 6/1-6/24 บทท่ี 7 กรมธรรม์ประกนั ภยั ความเส่ียงภยั ทรัพย์สิน 7/1-7/16 บทท่ี 8 กรมธรรม์ประกนั ภยั พิบตั ิ 8/1-8/15 บทที่ 9 กรมธรรม์ประกนั ภยั ธุรกิจหยดุ ชะงกั 9/1-9/38 บทที่ 10 กรมธรรม์ประกนั ภยั สิทธิการเชา่ 10/1-10/10 บทท่ี 11 กรมธรรม์ประกนั ภยั โจรกรรม 11/1-11/14 บทที่ 12 กรมธรรม์ประกนั ภยั สาหรับเงิน 12/1-12/21 สถาบนั ประกนั ภยั ไทย
บทท่ี 13 กรมธรรม์ประกนั ภยั ความซ่ือสตั ย์ หน้า บทท่ี 14 การประกนั ภยั ตอ่ เบอื ้ งต้น 13/1-13/11 บรรณานกุ รม 14/1-14/18 สถาบนั ประกนั ภยั ไทย
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี1: บทนําการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี 1 บทนําการประกันภยั เชิงพาณิชย์ วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้นกั ศกึ ษาเข้าใจการประกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personal line) และการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ (Commercial line insurance) 2. เพ่ือให้นกั ศกึ ษาทราบถงึ ประเภทการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ (Commercial line) และการประกนั ภยั ทรัพย์สนิ เชิงพาณิชย์ (Commercial property insurance) 3. เพื่อให้นกั ศกึ ษาเข้าใจและสามารถอธิบายเง่ือนไขกรมธรรม์ และวิธีการทํางานของการประกนั ภยั ทรัพย์สนิ เชงิ พาณิชย์ (Commercial property insurance) ประเภทการประกันวนิ าศภัยในตลาดประเทศไทยปัจจุบัน การแบง่ การประกนั ภยั สามารถแบง่ ได้หลากหลายแบบ ไมว่ า่ จะแบง่ เป็นประเภทแบบกว้างๆ ก็จะแบง่ ได้เป็น 2 ภาคคือ การประกนั ภยั ภาครัฐ (Public Insurance) กบั การประกนั ภยั ภาคเอกชน (Private Insurance) หรือจะแบง่ ตามวตั ถทุ ี่เอาประกนั ภยั จะแบง่ ได้เป็น การประกนั ภยั บคุ คล การประกนั ภยั ทรัพย์สนิ และการประกนั ภยั ความรับผิด แตว่ ิธีที่นยิ มใช้กนั ทว่ั ไปอีกวิธีหนง่ึ และสอดคล้องกบั การวางหลกั ทรัพย์ในการ ประกอบธุรกิจประกนั วินาศภยั (ตามกฎกระทรวง 15 พ.ค. 2539) คือ การแบง่ ตามกลมุ่ ของภยั ท่ีมีสภาพ คล้ายคลงึ กนั หรือเก่ียวเน่ืองกนั โดยแบง่ เป็น 4 ประเภท ได้แก่ การประกนั อคั คภี ยั การประกนั ภยั ทางทะเล การประกนั ภยั รถยนต์และการประกนั ภยั เบด็ เตลด็ จากการแบ่งประเภทการประกันวินาศภัยเช่นนี ้ บริษัทประกนั ภัยวินาศภัยภายในประเทศไทยส่วน ใหญ่จะแบง่ องค์กรตามประเภทของภยั ท่ีรับประกนั ภยั โดยแบง่ เป็น 4 ฝ่ ายดงั นี ้ 1. ฝ่ ายรับประกนั อคั คภี ยั (Fire Insurance Department) 2. ฝ่ ายรับประกนั เรือและสนิ ค้าทางทะเล (Marine Hull and Cargo Insurance Department) 3. ฝ่ ายรับประกนั ภยั รถยนต์ (Motor Insurance Department) 4. ฝ่ ายรับประกนั ภยั เบด็ เตลด็ (Miscellaneous Insurance Department) 1. ฝ่ ายรับประกนั อคั คีภยั (Fire Insurance Department) ในฝ่ ายงานนีจ้ ะรับผิดชอบดแู ลกรมธรรม์ประกนั อคั คภี ยั และการประกนั ภยั อื่นที่มีความค้มุ ครองใน ลกั ษณะเดียวกนั กบั การประกนั อคั คีภยั ประเภทกรมธรรม์ประกนั ภยั ที่ฝ่ ายงานนีด้ แู ล ได้แก่ - กรมธรรม์ประกนั อคั คีภยั บ้านอย่อู าศยั (Domestic Fire Insurance) - กรมธรรม์ประกนั อคั คภี ยั รายยอ่ ยแบบประหยดั (Economy Fire Ins) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 1/1
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่1: บทนําการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ - กรมธรรม์ประกนั อคั คีภยั ธุรกิจ (Commercial Fire Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ธรุ กิจหยดุ ชะงกั สําหรับการประกนั อคั คภี ยั (Business Interruption Insurance – Cause from Fire Policy) - กรมธรรม์ประกนั เสี่ยงภยั ทกุ ชนิด (Industrial All Risk Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ธรุ กิจหยดุ ชะงกั สําหรับการประกนั ภยั ความเส่ียงภยั ทกุ ชนิด(Business Interruption Insurance – Cause from IAR Policy) - กรมธรรม์ประกนั สิทธิการเชา่ (Leasehold Insurance) 2. ฝ่ ายรับประกนั ตวั เรือและสินค้าทางทะเล (Marine Hull and Cargo Insurance Department) ประเภทกรมธรรม์ประกนั ภยั ท่ีฝ่ ายงานนีด้ แู ล ได้แก่ - กรมธรรม์ประกนั ภยั ขนสง่ ภายในประเทศ (Inland Transit Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ภยั สินค้าทางทะเล (Marine Cargo Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ภยั ตวั เรือ (Hull Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ภยั ความรับผดิ จากการขนสง่ (Marine Liability) 3. ฝ่ ายรับประกนั ภยั รถยนต์ (Motor Insurance Department) ประเภทกรมธรรม์ประกนั ภยั ท่ีฝ่ ายงานนี ้ ดแู ล ได้แก่ - กรมธรรม์ประกนั ภยั รถยนต์ภาคบงั คบั -พระราชบญั ญตั คิ ้มุ ครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. 2535 (Motor Compulsory Insurance) - กรมธรรม์ประกนั ภยั รถยนต์ภาคสมคั รใจ – สว่ นบคุ คล และการพาณิชย์ (Motor Voluntary Insurance) 4. ฝ่ ายรับประกนั ภยั เบด็ เตล็ด (Miscellaneous Insurance Department) ในปัจจบุ นั หากไมใ่ ชก่ ารรับประกนั ภยั ใน 3 หวั ข้อข้างต้นแล้ว จะเป็นเรื่องของการประกนั ภยั เบด็ เตล็ด ซงึ่ แบง่ การประกนั ภยั ออกไปได้อีกหลากหลายประเภท เชน่ - การประกนั ภยั อบุ ตั เิ หตสุ ว่ นบคุ คล (Personal Accident Insurance ) - การประกนั ภยั เดนิ ทาง (Travel Insurance) - การประกนั ภยั สขุ ภาพ (Health Insurance) - การประกนั ภยั ความรับผิดตามกฏหมาย (Liability Insurance) - การประกนั ภยั วิศวกรรม (Engineering Insurance) - การประกนั ภยั เครื่องบนิ ( Aviation Insurance ) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 1/2
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่1: บทนําการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ - การประกนั เส่ียงภยั ทกุ ชนิด (Industrial All Risk Insurance) - การประกนั ภยั golf ( Golf and Hole in one Insurance) ฯลฯ ประเภทการประกันวินาศภัยในตลาดต่างประเทศ สําหรับการประกนั วินาศภยั ในตา่ งประเทศนิยมการแบง่ ประเภทการรับประกนั ตา่ งกบั ประเทศไทย โดยแบง่ ตามลกั ษณะของงานเป็น 2 ประเภทที่สําคญั โดยดกู ลมุ่ ลกั ษณะภยั ท่ีคล้ายกนั และต้องการความ ชํานาญการพจิ ารณาภยั ท่ีแตกตา่ งกนั ดงั นี ้ – การประกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personal Line Insurance) – การประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ (Commercial Line Insurance) การประกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personal Line Insurance) หมายถงึ การประกนั ภยั ที่เก่ียวข้องกบั บคุ คลหรือครอบครัว ซงึ่ ไมใ่ ชเ่ พ่ือการพาณิชย์ หรือ ธุรกิจ ตวั อย่างเชน่ – การประกนั ภยั บ้านอยอู่ าศยั – การประกนั ภยั รถยนต์ส่วนบคุ คล – ความรับผดิ ตามกฎหมายสว่ นบคุ คล – การประกนั ชีวิต – การประกนั อบุ ตั เิ หตสุ ว่ นบคุ คล – การประกนั ภยั เดนิ ทาง หรือ – การประกนั สขุ ภาพ/มะเร็ง เป็นต้น ดงั นนั้ การประกนั ภยั สว่ นบคุ คลจงึ มงุ่ เน้นในภยั (Risk) ที่เป็นรายยอ่ ย เก่ียวข้องกบั บคุ คลหรือ ครอบครัว ซง่ึ ไมใ่ ชเ่ พื่อการพาณิชย์ หรือธุรกิจ ภยั ท่ีเกิดขึน้ จะเป็นภยั ท่ีไมซ่ บั ซ้อน เบีย้ ประกนั ภยั ตอ่ กรมธรรม์ตาํ่ แตเ่ ป็นงานท่ีมีปริมาณมาก การพจิ ารณารับประกนั ภยั จงึ มงุ่ เน้นในเรื่องของปริมาณเป็น หลกั ตวั อยา่ งเชน่ การประกนั ภยั บ้านอยอู่ าศยั ซง่ึ ในประเทศไทยจะมีบ้านอยอู่ าศยั หลายล้านครอบครัว การประกนั ภยั รถยนต์สว่ นบคุ คลที่ไมไ่ ด้ในการทําธุรกิจมีหลายล้านคนั หรือการประกนั อบุ ตั เิ หตสุ ว่ นบคุ คลจาก จํานวนประชากรของประเทศไทย 72 ล้านคน เป็นต้น สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 1/3
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่1: บทนําการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ การประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ (Commercial Line Insurance) หมายถงึ การประกนั ภยั ท่ีปกป้ องความเสียหายทางการเงินตอ่ ธุรกิจการพาณิชย์ ซง่ึ เป็นรูป ของนติ ิบคุ คล โดยความเสียหายจะมีผลตอ่ ทรัพย์สนิ และความรับผดิ ตามกฎหมายตอ่ นติ บิ คุ คล ดงั นนั้ การประกนั ภยั ประเภทนีจ้ งึ เกี่ยวข้องกบั ทางธรุ กิจเป็นหลกั ตวั อยา่ งเชน่ – การประกนั อคั คภี ยั สําหรับสถานประกอบการ (Industrial/ Commercial Fire Insurance) – การประกนั ภยั ความเส่ียงภยั ทกุ ชนิด (Industrial all risk insurance) – การประกนั ภยั ทรัพย์สิน (Property Insurance) – การประกนั ภยั ความรับผิดตามกฎหมาย (Commercial Liability (Public/Product Liability) – การประกนั ภยั รถยนตเ์ ชิงพาณิชย์ (Commercial Motor Insurance) – การประกนั ภยั เคร่ืองจกั ร การประกนั ภยั หม้อไอนํา้ การประกนั ภยั วิศวกรรม (Machinery/ Boiler Insurance / Engineering insurance) เป็นต้น ประเภทการประกนั ภยั สําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ แบง่ เป็น -การประกนั ภยั ทรัพย์สนิ เชิงพาณิชย์ (commercial property insurance )เชน่ 1) Commercial Fire Insurance 2) Industrial All Risk Insurance 3) Industrial Special Risk Insurance 4) Business Interruption Insurance From FIRE/IAR 5) Leasehold Insurance 6) Engineering Insurance - การประกนั ภยั ความรับผิดตามกฎหมายเชิงพาณิชย์ (Commercial Liability) 1) Public Liability / Premise Liability / Comprehensive General Liability 2) Product Liability 3) Professional Indemnity/Professional Liability 4) Director & Officer Liability 5) Malpractice Insurance 6) Error and Omission Insurance ฯลฯ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 1/4
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี1: บทนําการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ - การประกนั ภยั อาชญากรรมเชิงพาณิชย์ (Commercial Crime) เชน่ 1) Burglary Insurance 2) Money Insurance 3) Fidelity Insurance / Employee Theft Insurance ฯลฯ - การประกนั ภยั รถยนต์เชงิ พาณิชย์ (Commercial Motor) 1) Commercial Motor – Individual 2) Commercial Fleet Motor - การประกนั ภยั ทางทะเลและขนสง่ (Inland and Ocean Marine Insurance) 1) Inland transit Insurance 2) Cargo Marine Insurance 3) Marine Hull Insurance 4) Marine liability insurance - การประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์อ่ืนๆ (Commercial others) 1) Aviation 2) Kidnap & Ransom Insurance 3) Crop Insurance 4) Bond เป็ นต้น ความแตกต่างระหว่างการประกันภัยส่วนบุคคลและการประกันภยั เชิงพาณิชย์ (Personal & Commercial Insurance) การประกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personal line) มงุ่ เน้นท่ีตวั บคุ คลและครอบครัว เป็นหลกั ซงึ่ ไมป่ ระกอบ ธุรกิจ ความเส่ียงภยั จะไมซ่ บั ซ้อน เป็นความเส่ียงภยั ในชีวิตประจําธรรมดา การประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ (Commercial line) มงุ่ เน้นในภยั (Risk) ที่เสี่ยงจากอบุ ตั เิ หตุ หรือ ความรับ ผิดท่ีกระทบตอ่ ธรุ กิจ ซงึ ความเส่ียงมีความซบั ซ้อนมากโดยจะเกี่ยวข้องกบั ทางธรุ กิจเชิงพาณิชย์ และการ พจิ ารณารับประกนั ภยั จําเป็ นต้องใช้เทคนิคมากกวา่ การประกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personal line) เพราะภยั ที่ เสี่ยงมีความซบั ซ้อน ต้องมีการสํารวจภยั มีการออกแบบการประกนั ภยั เพ่ือให้เหมาะสมกบั ภยั (Risk) ในทาง ธุรกิจนนั้ ๆ และภยั ดงั กลา่ วหากเสียหายสามารถทําให้เกิดความเสียหายมาก เชน่ การประกนั อคั คภี ยั โรงงาน การประกนั ภยั ความเส่ียงภยั ทกุ ชนดิ การประกนั เครื่องจกั รและหม้อกําเนิดไอนํา้ เป็ นต้น สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 1/5
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี1: บทนําการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ แบบฝึ กหดั ท้ายบท จงพจิ ารณาวา่ ภยั แตล่ ะประเภทดงั ตอ่ ไปนีเ้หมือนหรือตา่ งกนั - ความเสี่ยงภยั บ้านอยอู่ าศยั และ ความเสี่ยงภยั โรงงานกลนั่ นํา้ มนั - ความเส่ียงภยั บ้านอยอู่ าศยั และ ควมเสี่ยงภยั โรงงานปิโตรเคมิคอล - ความเสี่ยงภยั บ้านอยอู่ าศยั และ ความเสี่ยงภยั โรงงานพลาสตกิ - ความรับผิดตามกฏหมายของบคุ คล หรือ ครอบครัว และ ความรับผิดตามกฎหมายของธุรกิจเชิง พาณิชย์ - ความรับผดิ ตามกฏหมายของบคุ คล หรือ ครอบครัว และ ความรับผดิ ตามกฏหมายของคณะกรรมการ - ความรับผดิ ตามกฏหมายของบคุ คล หรือ ครอบครัว และ ความรับผิดของสนิ ค้าอนั ตราย - รถยนตบ์ ้าน และ รถทวั ร์ รถบรรทกุ สินค้า สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 1/6
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั บทท่ี 2 โครงสร้ างกรมธรรม์ ประกันภัย วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้นกั ศกึ ษารู้จกั และเรียนรู้โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั 2. เพ่ือให้นกั ศกึ ษาเข้าใจวธิ ีการวเิ คราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั และสามารถวเิ คราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั โดยใช้ 2 วธิ ีการ คือ แบบ Pre-Loss Policy Analysis และแบบ Post-Loss Policy Analysis โครงสร้ างกรมธรรม์ ประกันภัยรูปแบบยุโรป ประกอบด้วยโครงสร้าง ดงั นี ้ - Heading – ช่ือบริษัทผ้รู ับประกนั ภยั - Schedule (describing the subject-matter) – หน้าตารางกรมธรรม์ - Preamble (or recital ) – บทนํา - Operative clause (or undertaking) – บริษัทสญั ญาวา่ จะชดใช้ - Exceptions – ข้อยกเว้น - Conditions – เง่ือนไขกรมธรรม์ - Signature– ลายมือชื่อผ้รู ับประกนั ภยั ตวั อยา่ งโครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั - Heading – ช่ือบริษทั ผ้รู ับประกนั ภยั “บริษัท ABC ประกนั ภยั จํากดั กรมธรรม์ประกนั ภยั ความรับผิดตอ่ บคุ คลภายนอก” - Preamble (or recital ) – บทนํา “โดยการเช่ือถือข้อแถลงในใบคาํ ขอเอาประกนั ภยั ซงึ่ ถือเป็นสว่ นหนงึ่ ของสญั ญาประกนั ภยั นี ้และ เพ่ือเป็นการตอบแทนเบยี ้ ประกนั ภยั ที่ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องชําระภายใต้บงั คบั เงื่อนไข ความค้มุ ครอง ข้อยกเว้น และเอกสารแนบท้ายแหง่ กรมธรรม์ประกนั ภยั นี”้ - Operative clause – บริษัทสญั ญาวา่ จะชดใช้ “บริษทั จะชดใช้คา่ สินไหมทดแทนในนามผ้เู อาประกนั ภยั สําหรับจํานวนเงินที่ผ้เู อาประกนั ภยั จะต้อง รับผดิ ตามกฎหมายท่ีจะชดใช้เป็นคา่ เสียหายสําหรับ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 2/1
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั - การเสียชีวิตหรือความบาดเจ็บตอ่ ร่างกายหรือความเจ็บป่ วยของบคุ คลใดๆ นอกจาก ลกู จ้างของผ้เู อาประกนั ภยั อยใู่ นระหวา่ งทางการท่ีจ้าง หรือบคุ คลผ้ซู ง่ึ ในขณะเกิด อบุ ตั เิ หตอุ ยใู่ นระหวา่ งการปฏิบตั งิ านให้ผ้เู อาประกนั ภยั ภายใต้สญั ญาวา่ จ้างหรือ การฝึ กงาน บคุ คลในครอบครัวหรือบคุ คลท่ีอย่ดู ้วยกนั กบั ผ้เู อาประกนั ภยั ซง่ึ เกี่ยวข้องโดยตรง หรือโดยอ้อมกบั กิจการของผ้เู อาประกนั ภยั ดงั ระบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั – ความสญู เสียหรือความเสียหายตอ่ ทรัพย์สนิ ของบคุ คลใดๆ นอกจาก ทรัพย์สินที่ผ้เู อาประกนั ภยั เป็ นเจ้าของหรือครอบครอง หรืออยใู่ นความดแู ล หรือ ควบคมุ หรือกําลงั ใช้หรือกําลงั ปฏิบตั งิ าน โดยผ้เู อา ประกนั ภยั ทรัพย์สินท่ีลกู จ้างหรือตวั แทนของผ้เู อาประกนั ภยั ดแู ล ควบคมุ กําลงั ใช้ หรือกําลงั ปฏิบตั งิ าน เพ่ือผ้เู อาประกนั ภยั ในระหวา่ งทางการท่ีจ้าง ความรับผดิ ตามกฎหมายดงั กลา่ วข้างต้น ต้องเกิดขนึ ้ โดยอบุ ตั เิ หตอุ นั เก่ียวกบั กิจการหรือธุรกิจของ ผ้เู อาประกนั ภยั ภายใต้ขอบเขตการเสี่ยงภยั ที่เอาประกนั ภยั ไว้ และเกิดขนึ ้ ในระหวา่ งระยะเวลา ประกนั ภยั ณ อาณาเขตการค้มุ ครองซงึ่ ระบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั - จํานวนเงินอนั เกี่ยวข้องกบั การเรียกร้องคา่ สินไหมทดแทนซงึ่ ได้รับ คา่ ใช้จา่ ย คา่ ธรรมเนียมในการเรียกร้องคา่ สินไหมทดแทนซงึ่ ความค้มุ ครองตาม กรมธรรม์ประกนั ภยั นีส้ ําหรับผ้เู อาประกนั ภยั ต้องชดใช้ให้กบั ผ้เู รียกร้อง คา่ ใช้จา่ ย คา่ ธรรมเนียมซงึ่ ผ้เู อาประกนั ภยั ได้จา่ ยไปด้วยความยนิ ยอมเป็นลาย ลกั ษณ์อกั ษรจากบริษัท ในกรณีที่ผ้เู อาประกนั ภยั เสียชีวติ บริษัทจะชดใช้คา่ สินไหมทดแทนในนามของผ้แู ทนโดย ชอบด้วยกฎหมายของผ้เู อาประกนั ภยั ภายใต้บงั คบั เง่ือนไข ความค้มุ ครอง ข้อยกเว้น และ เอกสารแนบท้ายแหง่ กรมธรรม์ประกนั ภยั นีส้ ําหรับความรับผดิ ซง่ึ ผ้เู อาประกนั ภยั กอ่ ไว้ แต่ ผ้แู ทนโดยชอบด้วยกฎหมายนนั้ ต้องปฏิบตั คิ รบถ้วนตามและอยภู่ ายใต้บงั คบั แหง่ สญั ญา ประกนั ภยั นี ้เทา่ ที่จะใช้บงั คบั ได้เสมือนวา่ ตนเป็นผ้เู อาประกนั ภยั ” - Conditions - เง่ือนไข สญั ญาประกนั ภยั กรมธรรม์ประกนั ภยั นีร้ วมทงั้ ตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั ใบคาํ ขอเอาประกนั ภยั และ เอกสารแนบท้ายประกอบกนั เป็นสญั ญาประกนั ภยั คําหรือข้อความซงึ่ มีความหมายเฉพาะในสว่ น ใดของสญั ญาประกนั ภยั ให้มีความหมายเฉพาะนนั้ โดยตลอด สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 2/2
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั เงื่อนไขบงั คบั กอ่ น บริษทั ไมต่ ้องรับผิดชดใช้คา่ สินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกนั ภยั นี ้เว้นแตผ่ ้เู อาประกนั ภยั ได้ ปฏิบตั ิถกู ต้องครบถ้วนตามสญั ญาประกนั ภยั และเง่ือนไขแหง่ กรมธรรม์ประกนั ภยั การระงบั ไปแหง่ สญั ญาตามกรมธรรม์ประกนั ภยั กรมธรรม์ประกนั ภยั นีจ้ ะสิน้ ผลบงั คบั ทนั ทีท่ีมีการเปลี่ยนแปลงสถานท่ีประกอบกิจการ กิจการหรือ อาชีพท่ีระบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั หรือมีการเปล่ียนแปลงในสาระสําคญั อื่นๆ ซง่ึ ทําให้การ เส่ียงภยั เพิม่ ขนึ ้ เว้นแตผ่ ้เู อาประกนั ภยั จะได้แจ้งให้บริษัททราบเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร และบริษทั ได้ ตกลงยนิ ยอมรับประกนั ภยั ตอ่ ไป โดยบริษัทออกเอกสารแนบท้ายที่ได้ลงลายมือชื่อโดยบคุ คลผ้มู ี อํานาจของบริษทั และประทบั ตราของบริษัทไว้เป็ นสําคญั การโอนสทิ ธิตามสญั ญาประกนั ภยั สิทธิของผ้เู อาประกนั ภยั ตามสญั ญาประกนั ภยั นี ้จะโอนได้ตอ่ เมื่อได้รับความยินยอมเป็น ลาย ลกั ษณ์อกั ษรจากบริษัท เว้นแตก่ ารโอนโดยพินยั กรรมหรือโดยบทบญั ญัตขิ องกฎหมาย หน้าที่ของผ้เู อาประกนั ภยั ในการจดั การป้ องกนั ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องป้ องกนั หรือจดั ให้มีการป้ องกนั ตามสมควร เพื่อมใิ ห้เกิดอบุ ตั เิ หตุ และต้องปฏิบตั ิ ตามบทบญั ญัตขิ องกฎหมายและข้อบงั คบั ของเจ้าหน้าท่ีราชการ หน้าท่ีของผ้เู อาประกนั ภยั ในการเรียกร้องคา่ สนิ ไหมทดแทน ในกรณีท่ีมีเหตกุ ารณ์ซง่ึ อาจกอ่ ให้เกิดการเรียกร้องคา่ สนิ ไหมทดแทนตามสญั ญาประกนั ภยั นี ้ผ้เู อา ประกนั ภยั ต้อง – แจ้งให้บริษัททราบโดยไมช่ กั ช้า – สง่ ตอ่ ให้บริษัททนั ทีเมื่อได้รับหมายศาลหรือคําสงั่ หรือคําบงั คบั ของศาล – ผ้เู อาประกนั ภยั จะต้องไมต่ กลงยินยอมเสนอหรือสญั ญาวา่ จะชดใช้คา่ เสียหายให้แก่บคุ คลใดโดย ไมไ่ ด้รับความยนิ ยอมจากบริษทั เว้นแตบ่ ริษทั มไิ ด้จดั การตอ่ การเรียกร้องนนั้ – สง่ รายละเอียดและชว่ ยเหลือตามความจําเป็น เพื่อให้บริษทั ตกลงชดใช้คา่ สินไหมทดแทน หรือ ตอ่ ส้ขู ้อเรียกร้องใดๆ หรือฟ้ องคดไี ด้ การรับชว่ งสิทธิ ผ้เู อาประกนั ภยั จะต้องไมก่ ระทําการใดๆ ที่จะทําให้การรับชว่ งสิทธิของบริษทั ตอ่ ผ้กู ระทําผิด กระทบกระเทือนและต้องร่วมมือกบั บริษัทในการที่บริษัทจะใช้สิทธิไลเ่ บยี ้ จากบคุ คลอ่ืน สิทธิของบริษัท บริษทั มีสทิ ธิเข้าดาํ เนินการตอ่ ส้คู ดี และมีสิทธิทําการประนีประนอมในนามของผ้เู อาประกนั ภยั ตอ่ การเรียกร้ องใดๆ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 2/3
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั การจํากดั ความรับผิดของบริษทั ความรับผิดของบริษัทภายใต้สญั ญาประกนั ภยั นี ้จะไมเ่ กินจํานวนเงินจํากดั ความรับผิดท่ีระบไุ ว้ใน ตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั การเฉล่ียความรับผิด ถ้าในขณะท่ีเกิดเหตซุ งึ่ เป็นผลให้มีการเรียกร้องคา่ สนิ ไหมทดแทนตามสญั ญาประกนั ภยั นี ้มีการ ประกนั ภยั อื่นค้มุ ครองถึงความรับผดิ อยา่ งเดยี วกนั บริษัทจะรับผดิ ตอ่ คา่ เสียหาย คา่ ดําเนินคดี คา่ ใช้จา่ ยอื่นๆ ไมเ่ กินอตั ราส่วนของบริษทั สําหรับจํานวนเงินที่ต้องจา่ ยเก่ียวกบั ความรับ ผิดนนั ้ การปรับปรุงเบยี ้ ประกนั ภยั ในกรณีท่ีเบีย้ ประกนั ภยั ได้คํานวณจากจํานวนประมาณการท่ีระบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ ประกนั ภยั ภายในหนง่ึ เดือนนบั จากวนั สนิ ้ สดุ ระยะเวลาประกนั ภยั ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องจดั สง่ รายละเอียดและ ข้อเท็จจริงเพื่อคํานวณเบยี ้ ประกนั ภยั ท่ีถกู ต้อง ถ้าปรากฏวา่ จํานวนเบยี ้ ประกนั ภยั ที่คํานวณได้ แตกตา่ งจากเบยี ้ ประกนั ภยั ที่ชําระไว้ก่อนนนั้ ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องชําระเบีย้ ประกนั ภยั เพิม่ เตมิ ตาม สว่ นให้แก่บริษัทหรือบริษทั ต้องคนื เบีย้ ประกนั ภยั ให้แล้วแตก่ รณี การระงบั ข้อพพิ าทโดยอนญุ าโตตลุ าการ ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขดั แย้ง หรือข้อเรียกร้องใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกนั ภยั ฉบบั นี ้ระหวา่ งผ้มู ี สิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกนั ภยั กบั บริษทั และหากผ้มู ีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเหน็ ควรยตุ ิ ข้อพพิ าทนนั้ โดยวธิ ีการอนญุ าโตตลุ าการ บริษทั ตกลงยินยอมและให้ทําการวินจิ ฉยั ชีข้ าดโดย อนญุ าโตตลุ าการตามข้อบงั คบั กรมการประกนั ภยั วา่ ด้วยอนญุ าโตตลุ าการ การเลกิ สญั ญาประกนั ภยั – บริษัทจะบอกเลิกสญั ญาประกนั ภยั ฉบบั นีไ้ ด้ด้วยการสง่ หนงั สือบอกกล่าวลว่ งหน้าไมน่ ้อยกวา่ 15 วนั โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบยี นถงึ ผ้เู อาประกนั ภยั ตามที่อย่คู รัง้ สดุ ท้ายท่ีแจ้งให้บริษัททราบ ใน กรณีนี ้บริษัทจะคืนเบีย้ ประกนั ภยั ให้แกผ่ ้เู อาประกนั ภยั โดยหกั เบีย้ ประกนั ภยั สําหรับระยะเวลาท่ี สญั ญาประกนั ภยั นีไ้ ด้ใช้บงั คบั มาแล้วออกตามสว่ น – ผ้เู อาประกนั ภยั จะบอกเลิกสญั ญาประกนั ภยั ฉบบั นีไ้ ด้โดยแจ้งให้บริษทั ทราบเป็นหนงั สือ และมี สทิ ธิได้รับเบีย้ ประกนั ภยั คนื หลงั จากหกั เบีย้ ประกนั ภยั สําหรับระยะเวลาท่ีกรมธรรม์ประกนั ภยั ฉบบั นีไ้ ด้ใช้บงั คบั มาแล้วออกตามอตั ราเบยี ้ ประกนั ภยั ระยะสนั้ - Exceptions – ข้อยกเว้น กรมธรรม์ประกนั ภยั นีไ้ มค่ ้มุ ครอง 1. ความรับผดิ ส่วนแรกท่ีผ้เู อาประกนั ภยั ต้องรับผิดเองตามท่ีระบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ประกนั ภยั สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 2/4
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั 2. ความรับผดิ ใดๆ ท่ีเกิดขนึ ้ จากคาํ พิพากษา หรือขบวนการยตุ ธิ รรม ซง่ึ มใิ ชศ่ าลไทย หรือท่ีเกิดขนึ ้ หรือสืบเน่ืองจากคําพิพากษาของศาลไทยเพื่อบงั คบั คดีให้ตดั สินนอกอาณาเขตราชอาณาจกั ร ไทย 3. ความรับผิดซง่ึ เกิดจากการเป็ นเจ้าของ การครอบครอง การดแู ล การควบคมุ การใช้ หรือการให้ สญั ญาหรือการชีแ้ นะโดยผ้เู อาประกนั ภยั หรือในนามของผ้เู อาประกนั ภยั สําหรับยานพาหนะ ทกุ ชนดิ ที่ขบั เคล่ือนด้วยเคร่ืองยนต์ (รวมทงั้ เครื่องจกั รหรือยานใดๆ ท่ีดนั หรือลากโดย เครื่องยนต์) 4. ความรับผิดใดๆ ซง่ึ เกิดจาก หรือสืบเน่ืองจาก – การท่ีผ้เู อาประกนั ภยั เป็นเจ้าของ ครอบครอง หรือใช้ หรือบํารุงรักษา เคร่ืองชกั รอก ปัน้ จน่ั ลฟิ ท์ บนั ไดเล่ือน หม้อนํา้ ท่ีใช้กําลงั ไอนํา้ หรือ – ภาชนะอดั ความดนั ไอนํา้ ทา่ เทียบเรือ สะพานเทียบเรือ เว้นแตร่ ะบไุ ว้ในตารางกรมธรรม์ ประกนั ภยั ภายใต้หวั ข้อ “เคร่ืองจกั รกล” – งานก่อสร้าง งานตอ่ เตมิ หรือรือ้ ถอนอาคาร หรือส่ิงปลกู สร้างใดๆ – สนิ ค้าหรือสง่ิ ของใดๆ ซงึ่ ผลติ ขาย จดั หา ซอ่ มแซม บริการ หรือดาํ เนนิ การโดย ผ้เู อา ประกนั ภยั หรือผ้ทู ําการแทนผ้เู อาประกนั ภยั 5. ความรับผดิ ไมว่ า่ ลกั ษณะใดๆ อนั เกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องจาก หรือเป็นผลโดยตรงหรือโดยอ้อม จากกากเคมี ฝ่ นุ ควนั นํา้ ทว่ ม นํา้ สกปรก ก๊าซพษิ ของเหลวหรือของแข็งที่เป็นพษิ มลพษิ หรือ มลภาวะใดๆ 6. ความรับผิดใดๆ อนั เกิดจากหรือสืบเน่ืองจากหรือเป็นผลมาจากแผน่ ดนิ ทรุด ความสนั่ สะเทือน หรือการเคล่ือนย้ายสิ่งคาํ ้ จนุ หรือทําให้สงิ่ คาํ ้ จนุ ออ่ นกําลงั ลง 7. ความรับผิดซง่ึ เกิดจากสญั ญาท่ีผ้เู อาประกนั ภยั ทําขนึ ้ ซงึ่ ถ้าไมม่ ีสญั ญาดงั กลา่ วความรับผิดของ ผ้เู อาประกนั ภยั จะไมเ่ กิดขนึ ้ 8. ความรับผิดซงึ่ เกิดจาก – คาํ แนะนําหรือบริการทางเทคนิคหรือวิชาชีพใดๆ โดยผ้เู อาประกนั ภยั หรือผ้ทู ี่ทําแทนผ้เู อา ประกนั ภยั – การท่ีผ้เู อาประกนั ภยั หรือผ้ทู ี่ทําแทนผ้เู อาประกนั ภยั ให้การรักษา เว้นแตก่ ารปฐมพยาบาล 9. การปรับทางแพง่ อาญา หรือโดยสญั ญา 10. ความรับผิดไมว่ า่ ลกั ษณะใดๆ อนั เกิดจากหรือเก่ียวเน่ืองมาจาก หรือเป็นผลโดยตรงหรือโดย อ้อมจาก สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 2/5
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั – สงคราม การรุกราน การกระทําท่ีมงุ่ ร้ายของศตั รูตา่ งชาติ หรือการกระทําที่มงุ่ ร้ายคล้าย สงคราม (ไมว่ า่ จะได้มีการประกาศหรือไมก่ ็ตาม) หรือสงครามกลางเมือง – การแขง็ ข้อ การกบฎ การจลาจล การนดั หยดุ งาน การยดึ อํานาจ การกอ่ ความวนุ่ วาย การ กระทําของขบวนการโจรกอ่ การร้าย การกระทําของผ้กู ่อการร้าย การปฏิวตั ิ การประกาศกฎ อยั การศกึ หรือเหตกุ ารณ์ใดๆ ซงึ่ จะเป็นเหตใุ ห้มีการประกาศหรือคงไว้ซงึ่ กฎอยั การศกึ – การริบ ยดึ เกณฑ์ ทําลาย หรือทําความเสียหายแก่ทรัพย์สินใดโดยคาํ สง่ั ของรัฐบาลโดยนิติ นยั หรือโดยพฤตนิ ยั หรือของเจ้าหน้าท่ีราชการเทศบาล หรือเจ้าหน้าที่ประจําท้องถ่ินใน ราชอาณาจกั รหรือในเขตที่ทรัพย์สนิ นนั้ ตงั้ อยู่ – อาวธุ นวิ เคลียร์ – การแผร่ ังสีหรือการแพร่กมั มนั ตภาพรังสีจากเชือ้ เพลงิ นิวเคลียร์ หรือจากกากนวิ เคลียร์ใดๆ อนั เน่ืองมาจากการเผาไหม้ของเชือ้ เพลิงนวิ เคลียร์ และจากกรรมวธิ ีใดๆ แหง่ การแตกแยกตวั ทางนิวเคลียร์ซงึ่ ดาํ เนินติดตอ่ กนั ไปด้วยตนเอง โครงสร้างกรมธรรม์ประกันภยั รูปแบบอเมริกา ประกอบด้วยโครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั ดงั นี ้ - ตารางกรมธรรม์ (Schedule) - คําจํากดั ความ (Definition) - ข้อตกลงค้มุ ครอง (Insuring Agreement) - ข้อยกเว้น (Exclusion) - เงื่อนไขทวั่ ไป (General Conditions การวเิ คราะห์กรมธรรม์ (Insurance Policy Analysis) การวิเคราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั จะมี 2 วธิ ี 1. Pre-Loss Policy Analysis หมายถงึ การวเิ คราะห์เง่ือนไขกรมธรรม์ประกนั ภยั ก่อนที่จะเกิดภยั เชน่ กอ่ นการจะซือ้ ประกนั ภยั จําเป็น ต้องทราบข้อดี ข้อเสีย และการทํางานของเงื่อนไขกรมธรรม์ประกนั ภยั ท่ีจะซือ้ วา่ มีความเหมาะสมกบั ความต้องการหรือไม่ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 2/6
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั 2. Post-Loss Policy Analysis หมายถงึ การวิเคราะห์เงื่อนไขของกรมธรรม์ประกนั ภยั หลงั ที่เกิดภยั หรือ ความเสียหายแล้ววา่ กรมธรรม์ ประกนั ภยั ดงั กลา่ วที่ซือ้ ไว้ให้ความค้มุ ครองความเสียหายที่เกิดขนึ ้ หรือไม่ และจะต้องปฎิบตั ิอยา่ งไรใน การเรียกร้องคา่ เสียหาย การวเิ คราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั แบบ Pre-Loss Policy Analysis การวิเคราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั ทรัพย์สนิ ก่อนการเกิดเหตคุ วามเสียหาย แบง่ เป็นหวั ข้อดงั นี ้ 1. ทรัพย์สนิ ท่ีค้มุ ครอง (property covered) 2. หลกั การคํานวณจํานวนเงินเอาประกนั ภยั (Sum Insurance) 3. ภยั มาตรฐานท่ีค้มุ ครอง (Standard perils) 4. ภยั ที่ขยายเพิ่มเตมิ (Extended perils) 5. ความค้มุ ครองขยายเพ่มิ เตมิ (Additional coverage) 6. ข้อยกเว้น (Exclusions) 6.1 ทรัพย์สนิ ที่ไมค่ ้มุ ครอง (Property not covered) 6.2 สาเหตคุ วามเสียหายที่ไมค่ ้มุ ครอง (Cause of loss not covered) 6.3 ข้อยกเว้นอ่ืนๆ ทวั่ ไป (General exclusion) 7. เงื่อนไขการประกนั ภยั (Conditions) 8. หลกั การชดใช้คา่ สินไหมทดแทน (Basis of loss settlement) การวิเคราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั แบบ Post-Loss Policy Analysis หลงั เกิดความเสียหาย การวเิ คราะห์ว่าความเสียหายท่ีเกิดขนึ ้ จะได้รับความค้มุ ครองหรือไมด่ งั นี ้ 1. ภยั ที่เกิดเสียหาย ได้รับความค้มุ ครองหรือไม่ (Is the peril covered?) 2. ทรัพย์สินท่ีเสียหาย ได้รับความค้มุ ครองหรือไม่ (Is the property covered?) 3. ประเภทความเสียหาย ได้รับความค้มุ ครองหรือไม่ (Is the type of loss covered?) 4. ผ้เู อาประกนั ภยั มีสว่ นได้ส่วนเสียหรือไม่ (Is the person covered?) 5. สถานท่ีตงั้ ได้รับความค้มุ ครองหรือไม่ (Is the location covered?) 6. ระยะเวลาที่เกิดเสียหาย ได้รับความค้มุ ครองหรือไม่ (Is the time period covered?) 7. ผ้เู อาประกนั ภยั ปฎิบตั ิตามเงื่อนไขหรือไม่ (Has the Insured met all policy conditions?) 8. ความเสียหายที่เกิด อยภู่ ายใต้ข้อยกเว้นหรือไม่ (Are there hazards that exclude coverage?) 9. มลู คา่ ความเสียหายเทา่ ไร (What is the amount of coverage?) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 2/7
NL605 : การจดั การสําหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่2: โครงสร้างกรมธรรม์ประกนั ภยั แบบฝึ กหดั ท้ายบท ให้นกั ศกึ ษาวเิ คราะห์กรมธรรม์ประกนั อคั คภี ยั โดยใช้วธิ ีวิเคราะห์กรมธรรม์ประกนั ภยั แบบ Pre-Loss Policy Analysis สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 2/8
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั บทท่ี 3 ทบทวนหลักการประกันภัยและกฎหมายประกันภัย วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 1. เพ่ือให้นกั ศกึ ษาทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั 2. เพื่อให้นกั ศกึ ษามีความเข้าใจหลกั การประกนั ภยั ซง่ึ เป็นหวั ใจของความเข้าใจทกุ กรมธรรม์ประกนั ภยั 3. เพื่อให้นกั ศกึ ษานาหลกั การประกนั ภยั ไปใช้ในการวิเคราะห์และพิจารณาความค้มุ ครองในบทเรียน ตอ่ ไป สัญญาและการเกิดของสัญญา สญั ญาเป็นข้อผกู พนั ของบคุ คลตงั้ แตส่ องฝ่าย - สญั ญาเกิดขนึ ้ อยา่ งไร สญั ญาเกิดขนึ ้ จากการแสดงเจตนาท่ีตรงกนั ของบคุ คลตงั้ แตส่ องฝ่ายขีน้ ไป หมายถึง ต้องมี คสู่ ญั ญาฝ่ายหนง่ึ แสดงเจตนาทาคาเสนอ และคสู่ ญั ญาอีกฝ่ายหนง่ึ สนองรับคาเสนอนนั้ สญั ญาจงึ เกิดขนึ ้ ตามกฏหมาย - มาตรา 356 “คำเสนอทำแก่บคุ คลผอู้ ยู่เฉพำะหนำ้ โดยมิไดบ้ ่งระยะเวลำให้ทำคำสนองนน้ั เสนอ ณ ทีใ่ ดเวลำใดก็ย่อมจะสนองรบั ไดแ้ ต่ ณ ทีน่ นั้ เวลำนนั้ ควำมข้อนีท้ ่ำนใหใ้ ช้ตลอดถึงกำรที่ บคุ คลคนหนึ่งทำคำเสนอไปยงั บคุ คลอีกคนหนึ่งทำงโทรศพั ท์ดว้ ย” - คสู่ ญั ญาต้องมีความสามารถในการทาสญั ญาตามกฎหมาย เชน่ ไมเ่ ป็นผ้ไู ร้ความสามารถ ไมเ่ ป็น ผ้เู ยาว์ หรือ ไมเ่ ป็นผ้เู สมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น - สญั ญานนั้ ต้องมีวตั ถปุ ระสงค์ท่ีไมข่ ดั ตอ่ กฏหมาย ไมข่ ดั ตอ่ ความสงบสขุ เรียบร้อย หรือ ศีลธรรม อนั ดีตอ่ ประชาชน เชน่ สญั ญาจ้างฆา่ คน สญั ญาจ้างขนยาเสพตดิ ไมถ่ ือเป็นสญั ญาที่ถกู กฎหมาย - มาตรา 861 “อนั ว่ำสญั ญำประกนั ภยั นนั้ คือ สญั ญำซึ่งบคุ คลคนหนึ่งตกลงจะใชค้ ่ำสินไหมทดแทน หรือใชเ้ งินจำนวนหน่ึงใหใ้ นกรณีวินำศภยั หำกมีข้ึน หรือในเหตอุ ย่ำงอืน่ ในอนำคตดงั ได้ระบุ ไวใ้ นสญั ญำ และในกำรนีบ้ คุ คลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงิน ซึ่งเรียกว่ำ เบี้ยประกนั ภยั ” วเิ คราะห์องค์ประกอบสญั ญาประกนั ภยั ดงั นี ้ 1. เป็นสญั ญาที่ฝ่ายหนงึ่ ตกลงจะใช้คา่ สินไหมทดแทน หรือ ใช้เงิน 2. เง่ือนไขการใช้เงิน คือ มีเหตกุ ารณ์เกิดขนึ ้ ในอนาคตอนั เป็นวนิ าศภยั หรือ เหตอุ ยา่ งอ่ืนอนั ระบุ ไว้ในสญั ญา 3. บคุ คลอีกฝ่ายจา่ ยเป็นเงิน เรียกวา่ เบยี ้ ประกนั ภยั ไมส่ ามารถจา่ ยเป็นทรัพย์สินอย่างอ่ืนได้ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/1
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - สญั ญาประกนั ภยั มีลกั ษณะพิเศษตา่ งจากสญั ญาอื่น 1. เป็นสญั ญาท่ีไมม่ ีรูปแบบ 2. เป็นสญั ญาที่ต้องมีหลกั ฐานเป็นหนงั สือ 3. เป็นสญั ญาตา่ งตอบแทน 4. เป็นสญั ญาท่ีมีผลบงั คบั ไมแ่ นน่ อน 5. เป็นสญั ญาที่ต้องการความซ่ือสตั ย์อย่างย่ิง 6. เป็นสญั ญาท่ีทางราชการควบคมุ 1. เป็นสญั ญาท่ีไมม่ ีรูปแบบตามกฏหมาย - ตามกฏหมายไมไ่ ด้ระบวุ า่ สญั ญาประกนั ภยั จะต้องทาตามแบบอยา่ งใด ไมเ่ หมือนกบั สญั ญา ประเภทอื่น เชน่ สญั ญาซือ้ ขายอสงั หาริมทรัพย์ กฏหมายบงั คบั วา่ จะต้องทารูปแบบเป็นหนงั สือ และจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจ้าหน้าที่ มฉิ ะนนั้ เป็นโมฆะ - การตกลงด้วยวาจาแสดงเจตนาที่ตรงกนั ก็ถือวา่ เป็นสญั ญาที่มีผลโดยสมบรู ณ์แล้ว 2. เป็นสญั ญาที่ต้องมีหลกั ฐานเป็นหนงั สือ - มาตรา 867 “อนั สญั ญำประกนั ภยั นน้ั ถำ้ มิไดม้ ีหลกั ฐำนเป็นหนงั สืออย่ำงใดอย่ำงหน่ึง ลงลำยมือ ชือ่ ฝ่ำยทีต่ อ้ งรับผิดหรือลำยมือชื่อตวั แทนของฝ่ำยนน้ั เป็นสำคญั ท่ำนว่ำจะฟอ้ งร้องใหบ้ งั คบั คดี หำไดไ้ ม่ ใหส้ ่งมอบกรมธรรม์ประกนั ภยั อนั มีเนือ้ ควำมตอ้ งตำมสญั ญำนนั้ แก่ผเู้ อำประกนั ภยั ฉบบั หนึ่ง....” - กฎหมายไมไ่ ด้กาหนดวา่ สญั ญาประกนั ภยั จะต้องทาเป็นรูปแบบ หรือ ตามแบบอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใด แตก่ าหนดเพียงว่าถ้าไมม่ ีหลกั ฐานเป็นหนงั สือแล้ว จะฟอ้ งร้องบงั คบั คดีไมไ่ ด้เทา่ นนั้ - ฝ่ายท่ีต้องรับผิดในมาตรา 867 นนั้ หมายถึงผ้รู ับประกนั ภยั ดงั นนั้ กฏหมายจงึ บงั คบั ให้ผ้รู ับ ประกนั ภยั สง่ มอบหลกั ฐานที่ได้ตกลงกนั ไว้เป็นหนงั สือ ดงั นนั้ กรมธรรม์ประกนั ภยั จงึ ไมใ่ ชส่ ญั ญา ประกนั ภยั สญั ญาประกนั ภยั เป็นข้อตกลงระหวา่ งผ้เู อาประกนั ภยั และผ้รู ับประกนั ภยั เกิดขนึ ้ เป็น สญั ญาเมื่อมีคาเสนอและคาสนองตรงกนั โดยไมจ่ าเป็นต้องเป็นหนงั สือก็ได้ กรมธรรม์ประกนั ภยั จงึ เป็นเพียงหลกั ฐานประกอบในสญั ญาประกนั ภยั ที่ผ้รู ับประกนั ทาขนึ ้ เพ่ือเป็นหลกั ฐานในการ ฟอ้ งร้องให้บงั คดไี ด้ - หากมีข้อพิพาทระหวา่ งผ้เู อาประกนั ภยั และผ้รู ับประกนั ภยั กฎหมายต้องการให้ผ้ฟู อ้ งมีหลกั ฐาน ในการฟอ้ งร้องดาเนินคดี และปอ้ งกนั ไมใ่ ห้มีการฟ้องร้องงา่ ยเกินไปจนอาจจะเป็นภาระของศาลที่ ต้องสืบสวนคดไี มม่ ีมลู กฎหมายจึงบงั คบั ให้ผ้ฟู อ้ งต้องมีหลกั ฐานเป็นหนงั สือลงลายมือชื่อผ้รู ับผดิ มาแสดง จงึ ต้องให้ผ้รู ับประกนั ภยั ออกเอกสารกรมธรรม์ประกนั ภยั ให้แกผ่ ้เู อาประกนั ภยั แม้หาก สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/2
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั วา่ จะไมม่ ีกรมธรรม์ประกนั ภยั แตม่ ีหลกั ฐานเป็นหนงั สืออยา่ งอ่ืน เชน่ ใบเสร็จรับเงินชว่ั คราว ก็ สามารถนามาเป็นหลกั ฐานฟ้องร้องได้รายการในกรมธรรม์ประกนั ภยั ตามกฏหมายไทย - กรมธรรม์ประกนั ภยั ต้องลงลายมือช่ือผ้รู ับประกนั ภยั และมีรายการดงั ตอ่ ไปนี ้ 1) วตั ถทุ ี่เอาประกนั ภยั 2) ภยั ใดซงึ่ ผ้รู ับประกนั ภยั รับเส่ียง 3) ราคาแหง่ มลู ประกนั ภยั ถ้าหากได้กาหนดกนั ไว้ 4) จานวนเงินซง่ึ เอาประกนั ภยั 5) จานวนเบีย้ ประกนั ภยั และวิธีสง่ เบยี ้ ประกนั ภยั 6) ถ้าหากสญั ญาประกนั ภยั มีกาหนดเวลา ต้องลงเวลาเร่ิมต้นและเวลาสนิ ้ สดุ ไว้ด้วย 7) ชื่อหรือยี่ห้อของผ้รู ับประกนั ภยั 8) ชื่อหรือย่ีห้อของผ้เู อาประกนั ภยั 9) ชื่อของผ้รู ับประโยชน์ ถ้าจะพีงมี 10) วนั ทาสญั ญาประกนั ภยั 11) สถานที่และวนั ท่ีได้ทากรมธรรม์ประกนั ภยั 3. เป็นสญั ญาตา่ งตอบแทน - ผ้เู อาประกนั ภยั และผ้รู ับประกนั ภยั ตา่ งมีหนีท้ ี่จะต้องชาระให้แกอ่ ีกฝ่ ายหนง่ึ ดงั นนั้ จงึ เป็นสญั ญา ตา่ งตอบแทน ซงึ่ ต้องใช้บงั คบั ตามมาตรา 369 - มาตรา 369 “ในสญั ญำต่ำงตอบแทนนน้ั ค่สู ญั ญำฝ่ำยหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนีจ้ นกว่ำอีกฝ่ำย หนึ่งจะชำระหนี้ หรือ ขอปฎิบตั ิกำรชำระหนี้ก็ได้ แต่ข้อควำมนีท้ ่ำนมิใหใ้ ช้บงั คบั ถำ้ หนีข้ อง ค่สู ญั ญำอีกฝ่ำยหน่ึงยงั ไม่ถึงกำหนด” - ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องชาระเบีย้ ประกนั ภยั และผ้รู ับประกนั ภยั ต้องชาระคา่ สนิ ไหมทดแทน - หากผ้เู อาประกนั ภยั ไมช่ าระเบยี ้ ประกนั ภยั ผ้รู ับประกนั ภยั ยอ่ มบอกเลิกสญั ญาได้ - หากผ้เู อาประกนั ภยั ไมช่ าระเบยี ้ ประกนั ภยั แตผ่ ้รู ับประกนั ภยั ได้ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนแล้ว ผ้รู ับ ประกนั ภยั มีสทิ ธิเรียกให้ผ้เู อาประกนั ภยั ชาระคนื ได้ 4. เป็นสญั ญาท่ีมีผลบงั คบั ไมแ่ นน่ อน - ผ้เู อาประกนั ภยั ชาระเบีย้ ประกนั ภยั ไปแล้ว แตห่ ากไมเ่ กิดวนิ าศภยั ผ้เู อาประกนั ภยั ก็จะไมไ่ ด้รับ คา่ สนิ ไหมทดแทน แตห่ ากเกิดวินาศภยั จงึ จะได้รับคา่ สินไหมทดแทน ดงั นนั้ การเกิดหรือไมเ่ กิด วนิ าศภยั จงึ ไมแ่ นน่ อนตอ่ ผ้เู อาประกนั ภยั สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/3
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - ผ้รู ับประกนั แม้วา่ ได้รับชาระเบยี ้ ประกนั ภยั มาแล้ว อาจจะต้องชดใช้คา่ สินไหมทดแทนให้ผ้เู อา ประกนั ภยั หรือไมก่ ็ได้ หากเกิดหรือไมเ่ กิดวินาศภยั ตอ่ ผ้เู อาประกนั ภยั - ด้วยเหตนุ ีผ้ ลบงั คบั ของสญั ญาจงึ ไมแ่ นน่ อน อาจเรียกได้วา่ เป็นสญั ญาเส่ียงภยั 5. เป็นสญั ญาท่ีต้องการความซื่อสตั ย์อย่างยง่ิ - ปรกตสิ ญั ญาทวั่ ไปคกู่ รณีต้องกระทาด้วยความสจุ ริต คสู่ ญั ญาแตล่ ะฝ่ายไมม่ ีหน้าท่ีจะต้อง เปิดเผยถึงข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบให้อีกฝ่ายหนงึ่ ทราบ เพราะวา่ เป็นสทิ ธิของแตล่ ะฝ่ายท่ี จะต้องตอ่ รองให้ดีที่สดุ สาหรับตน (let the buyer beware) - แตส่ ญั ญาประกนั ภยั ต้องการความซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มากกว่าสญั ญาทวั่ ไป หากน่ิงเฉยไมเ่ ปิด ความจริง ซง่ึ หากผ้รู ับประกนั ภยั ทราบก็อาจจะทาให้ผ้รู ับประกนั เรียกเบยี ้ ประกนั สงู ขนึ ้ หรือปฎิเสธ การรับประกนั ภยั ดงั นนั้ หากไมเ่ ปิดเผยความจริงผ้รู ับประกนั ก็สามารถบอกล้างทาให้สญั ญาเป็น เป็นโมฆียะได้ 6. เป็นสญั ญาท่ีทางราชการควบคมุ - กรมธรรม์ประกนั ภยั เป็นเง่ือนไขที่ผ้รู ับประกนั ภยั เป็นผ้รู ่างข้างเดียว ดงั นนั้ ผ้รู ับประกนั ภยั จงึ มี ความได้เปรียบตอ่ ผ้เู อาประกนั ภยั หรือ ผ้บู ริโภค รัฐจงึ ต้องเข้ามาควบคมุ เง่ือนไขกรมธรรม์ เพ่ือให้ เกิดความยตุ ธิ รรม ไมใ่ ห้ผ้รู ับประกนั ภยั เอาเปรียบผ้บู ริโภค โดยให้ย่ืนขอรับคาอนมุ ตั กิ รมธรรม์และ อตั ราเบยี ้ ประกนั ภยั ตอ่ นายทะเบียนก่อนท่ีจะออกขายได้ และนายทะเบียนจะพิจารณากลน่ั กรอง ให้เกิดความยตุ ธิ รรม ถกู ต้องตอ่ ผ้บู ริโภคกอ่ นอนมุ ตั ิ - หนว่ ยงานของรัฐปัจจบุ นั ท่ีควบคมุ ธรุ กิจประกนั ภยั คือ สานกั งานคณะกรรมการกากบั และ สง่ เสริมธรุ กิจประกนั ภยั (คปภ.) ซงึ่ ได้เปล่ียนฐานะจากราชการเดมิ คือ กรมการประกนั ภยั กระทรวงพาณิชย์ มาเป็นองคก์ รในหนว่ ยงานของรัฐ สงั กดั กระทรวงการคลงั เม่ือวนั ที่ 1 กนั ยายน 2550 กฏหมายท่เี ก่ียวข้องโดยตรงกับการประกันภัย 1. ประมวลกฏหมายแพง่ และพาณิชย์ ลกั ษณะ 20 ประกนั ภยั – มาตรา 861-888 จะกลา่ วถงึ เรื่องการประกนั วินาศภยั โดยแบง่ เป็น ▪ หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทวั่ ไป ม. 861-868 ▪ หมวด 2 ประกนั วินาศภยั – สว่ นที่ 1 บทเบด็ เสร็จทวั่ ไป ม. 869-882 – สว่ นท่ี 2 วิธีเฉพาะการประกนั ภยั ในการรับขน – สว่ นท่ี 3 ประกนั ภยั คา้ จนุ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/4
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั 2. พระราชบญั ญตั ิ ประกนั วินาศภยั ปี พ.ศ.2535 และฉบบั แก้ไข (ฉบบั ที่ 2) ปี พ.ศ.2551 3. พระราชบญั ญตั คิ ้มุ ครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ.2535 หลักการประกันภัย (Principles of insurance) หลกั การประกนั ภยั ที่สาคญั 6 ประการ 1. หลกั สทิ ธิสว่ นได้เสีย Insurable interest 2. หลกั ความซ่ือสตั ย์สจุ ริตอยา่ งยิง่ Utmost good faith 3. หลกั ชดใช้คา่ เสียหายตามความจริง Indemnity 4. หลกั การรับชว่ งสทิ ธิ Subrogation 5. หลกั การร่วมเฉลี่ยคา่ เสียหาย Contribution 6. หลกั สาเหตใุ กล้ชดิ Proximate cause 1. หลกั สิทธิสว่ นได้เสีย Insurable interest - ม. 863 “อนั สญั ญำประกนั ภยั นน้ั ถ้ำผเู้ อำประกนั ภยั มิได้มีส่วนไดเ้ สียในเหตทุ ีป่ ระกนั ภยั ไว้ นนั้ ไซร้ ท่ำนว่ำย่อมไม่ผูกพนั คู่สญั ญำแต่อย่ำงหน่ึงอย่ำงใด” - หากผ้เู อาประกนั ภยั ไมม่ ีสว่ นได้เสียในวตั ถทุ ีเอาประกนั ภยั แล้ว สญั ญาประกนั ภยั ก็ไมม่ ีผลผกู พนั คสู่ ญั ญา - การที่กาหนดหลกั ดงั กลา่ ว จะทาให้ผ้เู อาประกนั ภยั ระมดั ระวงั ในทรัพย์สนิ ท่ีเอาประกนั ภยั หรือ ปอ้ งกนั การจงใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์นนั้ เอง หรือปอ้ งกนั อนั ตรายท่ีอาจจะเกิดแก่ตวั ผู้ เอาประกนั ภยั - ก่อนหน้านนั้ ไมม่ ีการกาหนดในเร่ืองนี ้เพิ่งกาหนดในปี คศ 1746 เน่ืองจากมีเรือสนิ ค้าสญู หายเป็น จานวนมากโดยวธิ ีการทจุ ริตเพราะผ้เู อาประกนั ภยั ไมใ่ ชเ่ จ้าของเรือ Insurable interest ในกฏหมายไทย - “สว่ นได้เสียในเหตทุ ่ีประกนั ภยั สาหรับกรณีวนิ าศภยั หมายถึง ความสมั พนั ธ์ท่ีผ้เู อาประกนั ภยั มี อยตู่ อ่ ทรัพย์สินท่ีเอาประกนั ภยั ไว้ ซง่ึ ถ้ามีวนิ าศภยั เกิดขนึ ้ แกท่ รัพย์สนิ นนั้ ย่อมจะมีผล กระทบกระเทือนเสียหายถึงผ้เู อาประกนั วนิ าศภยั ด้วย” …….ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ดงั นนั้ หากเกิดเหตกุ ารณ์วินาศภยั ตอ่ ทรัพย์สนิ ที่เอาประกนั ภยั และทาให้ผ้เู อาประกนั ภยั ได้รับ ความเสียหาย (Financial Loss) ยอ่ มถือวา่ ผ้เู อาประกนั ภยั มีสว่ นได้เสียตอ่ ทรัพย์สินนนั้ ตวั อยา่ ง ผ้เู ชา่ ซือ้ รถยนต์มีสิทธิ ใช้ประโยชน์และรับผิดในความเสียหายแก่รถ จะได้กรรมสิทธ์ิ เมื่อชาระคา่ เช่าซือ้ ครบถ้วน ถ้าเลิกสญั ญาต้องสง่ รถคืนตามสภาพเดมิ จงึ มีสว่ นได้เสียในรถยนต์ ทาประกนั ภยั ได้รถท่ีเชา่ ซือ้ ได้แม้ยงั ชาระคา่ เชา่ ซือ้ ไมห่ มด สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/5
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - เจ้าของทรัพย์แม้จะได้ขายทรัพย์แล้ว ถ้ากรรมสทิ ธิ์ยงั ไมโ่ อนไปย่อมเอาประกนั ภยั ทรัพย์ที่ขายได้ - แม้เจ้าของทรัพย์โอนกรรมสิทธิ์แล้ว ถ้ายงั ไมส่ ง่ มอบ ก็ยอ่ มเอาประกนั ภยั ได้ในฐานะเป็นผู้ ครอบครอง - นายแดงเอาประกนั ชีวิตของตนเอง แตน่ ายดาเป็นผ้อู อกเงินเบยี ้ ประกนั ภยั และเป็นผ้รู ับประโยชน์ โดยนายดาไมม่ ีสว่ นได้เสียในชีวติ ของนายแดง ต้องพจิ ารณาวา่ ใครเป็นผ้เู อาประกนั ภยั แท้จริง - หากนายแดงเอาประกนั ชีวิตตนเองจริง โดยนายดาออกเงินคา่ เบีย้ ประกนั และเป็นผ้รู ับประโยชน์ โดยนายแดงยินยอม ถือว่านายแดงมีสว่ นได้เสียในชีวิตตนเอง - หากนายแดงไมท่ ราบเรื่อง นายดาทาประกนั ชีวิตนายแดง จงึ ไมม่ ีสว่ นได้เสียในชีวิตนายแดง สญั ญาไมม่ ีผลผกู พนั - ผ้มู ีสว่ นได้เสียในเหตปุ ระกนั ภยั 1. ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะเจ้าของ หรือ ผ้คู รอบครอง 2. ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะเจ้าหนี ้ 3. ผ้มู ีสว่ นได้เสียอนั เกิดจากสญั ญา (contract interest) 4. ผ้มู ีสว่ นได้เสียอนั เกิดจากความรับผิดตามกฏหมาย (legally liable) 5. ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะผ้รู ักษาทรัพย์ (custodian of property) - ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะเจ้าของ หรือ ผ้คู รอบครอง 1. เจ้าของทรัพย์สิน ซงึ่ ถือกรรมสทิ ธ์ิ 2. ผ้คู รอบครอง 3. ผ้เู ชา่ ซือ้ ยอ่ มเป็นผ้มู ีส่วนได้เสียหากวา่ ทรัพย์นนั้ เกิดความเสียหาย ตนเองต้องเป็นผ้รู ับความเสียหาย ตวั อยา่ ง นาย ก เป็นผ้ดู าเนนิ การรถร่วม นาย ข นารถเข้ามาร่วมวง่ิ หากรถเกิดเสียหาย นาย ข เป็นผ้อู อกคา่ ซอ่ มแซม นาย ก ทาประกนั ภยั รถยนตข์ องนาย ข ตอ่ มารถนาย ข ถกู ลกั ทรัพย์ นาย ก เรียกร้องให้บริษทั ประกนั ภยั ชดใช้ให้นาย ก ผ้รู ับประกนั ภยั ไมช่ ดใช้เพราะนาย ก ไมม่ ีสว่ นได้ เสียในรถยนต์ของนาย ข - ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะเจ้าหนี ้ 1. เจ้าหนีท้ ี่มีหลกั ประกนั เชน่ เจ้าหนีจ้ านา เจ้าหนีจ้ านอง ย่อมเกิดความเสียหายได้หากทรัพย์ท่ี เป็นหลกั ประกนั ในการเป็นหนีเ้กิดความเสียหาย 2. เจ้าหนีจ้ งึ มีสว่ นได้เสียในทรัพย์ท่ีเป็นหลกั ประกนั 3. เจ้าหนีท้ าประกนั ชีวิตตวั ลกู หนีไ้ ด้ หากลกู หนีเ้สียชีวิต เจ้าหนีส้ ญู เสียเงินท่ีลกู หนีก้ ้ไู ป สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/6
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - ผ้มู ีสว่ นได้เสียอนั เกิดจากสญั ญา 1. สญั ญานีห้ มายถงึ ข้อตกลงผกู พนั เฉพาะกรณี และมีผลบงั คบั ตอ่ คสู่ ญั ญา โดยผกู พนั ใน สญั ญาวา่ ต้องชดใช้คา่ เสียหาย ถ้ามีเหตใุ ห้ทรัพย์นนั้ เสียหายหรือสญู หายจากข้อตกลงใน สญั ญา 2. เจ้าของอาคารทาสญั ญากบั ผ้เู ชา่ อาคาร ให้ผ้เู ชา่ อาคารรับผิดชอบคา่ เสียหายถ้าเกิดอคั คีภยั กบั อาคารนนั้ 3. สญั ญาเชา่ จะหมดลงหากเกิดอคั คีภยั ผ้เู ชา่ สามารถทาประกนั ภยั ความเสียหายที่เกิดตอ่ คา่ เชา่ 4. ผ้เู ชา่ ครอบครองบ้านในฐานะผ้อู าศยั จงึ ไมม่ ีสว่ นได้เสียที่จะทาประกนั บ้านได้ - ผ้มู ีสว่ นได้เสียอนั เกิดจากความรับผดิ ตามกฏหมาย 1. หากบคุ คลทาให้ผ้อู ่ืนเสียหายจากอบุ ตั เิ หตุ เช่น รถยนตช์ นคนเสียชีวิต หรือ บาดเจบ็ หรือ ทรัพย์สินบคุ คลนอกเสียหาย บคุ คลนนั้ ต้องรับผิดตามกฏหมาย 2. ดงั นนั้ ผ้เู อาประกนั ภยั จงึ มีสว่ นได้เสียอนั เกิดจากความรับผดิ ตามกฏหมายตอ่ บคุ คลภายนอก 3. ตนเองจงึ สามารถทาประกนั ความรับผดิ ตอ่ บคุ คลภายนอกได้ ซงึ่ หากเกิดวินาศภยั ตอ่ 4. บคุ คลภายนอกหรือทรัพย์สนิ บคุ คลภายนอก ผ้เู อาประกนั ภยั ต้องรับผิดชดใช้ความเสียหาย - ผ้มู ีสว่ นได้เสียในฐานะผ้รู ักษาทรัพย์ 1. ในฐานะผ้รู ักษาทรัพย์ซง่ึ ได้รับคา่ ตอบแทน ก็เป็นผ้มู ีสว่ นได้เสียในทรัพย์นนั้ หากทรัพย์นนั้ เกิด วนิ าศภยั เชน่ ไฟไหม้ ผ้รู ักษาทรัพย์ต้องชดใช้ให้กบั เจ้าของตามกฏหมาย 2. Bailee เชน่ เจ้าของโกดงั ผ้ขู นสง่ สินค้า เป็นต้น 2. หลกั ความซื่อสตั ย์สจุ ริตอยา่ งยง่ิ Utmost good faith - ม. 865 “ถำ้ ในเวลำทำสญั ญำประกนั ภยั ผเู้ อำประกนั ภยั ก็ดี หรือ ในกรณีประกนั ชีวิต บคุ คล อนั กำรใช้เงินย่อมอำศยั ควำมทรงชีพหรือมรณะของเขำนน้ั ก็ดี รู้อยู่แลว้ ละเวน้ เสีย ไม่เปิ ดเผย ข้อควำมจริงซ่ึงอำจจะไดจ้ ูงใจผูร้ ับประกนั ภยั ใหเ้ รียกเบีย้ ประกนั ภยั สูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัดไม่ ยอมทำสญั ญำ หรือ รู้อย่แู ลว้ แถลงข้อควำมนน้ั เป็นเท็จไซร้ ท่ำนว่ำสญั ญำนน้ั เป็นโมฆียะ ถำ้ มิไดใ้ ช้สิทธิบอกลำ้ งภำยในกำหนดเดือนหน่ึงนบั แต่วนั ทีผ่ รู้ บั ประกนั ภยั ทรำบมูลอนั จะ บอกลำ้ งไดก้ ็ดี หรือมิไดใ้ ชส้ ิทธินน้ั ภำยในกำหนดหำ้ ปี นบั แต่วนั ทำสญั ญำก็ดี ท่ำนว่ำสิทธินนั้ เป็นอนั ระงบั ส้ินไป” - ผ้รู ับประกนั ภยั จะยนิ ดรี ับประกนั ภยั ในภยั ที่เป็นปรกติ แตห่ ากวา่ ภยั นาเสนอมานนั้ มีความเส่ียงสงู กวา่ ปรกติ ซงึ่ หากรู้ก็จะคิดเบีย้ ประกนั ภยั สงู ขนึ ้ หรือ ปฎิเสธการรับประกนั ภยั สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/7
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - การท่ีผ้เู อาประกนั ภยั ปกปิดความจริงจะทาให้ผ้รู ับประกนั ภยั ประเมินความเสี่ยงผิด ดงั นนั้ ผ้รู ับ ประกนั ภยั สามารถบอกล้างโมฆียะได้ - สญั ญาประกนั ภยั ไมเ่ หมือนสญั ญาทว่ั ไปเพราะต้องใช้ความซื่อสตั ย์สจุ ริตใจทงั้ สองฝ่ายมากกวา่ สญั ญาทว่ั ไป - ในการพจิ ารณารับเสี่ยงภยั ต้องได้รับข้อมลู จริงที่เป็นสาระสาคญั ที่จะทาให้ผ้รู ับประกนั ภยั ประเมนิ ความเสี่ยงภยั ได้ หากเป็นภยั ท่ีเส่ียงก็จะต้องเพิ่มเบยี ้ ประกนั ภยั สงู ขนึ ้ หรือ ปฎิเสธการเสี่ยงภยั ดงั นนั้ หากผ้ขู อเอาประกนั ภยั แจ้งวา่ เป็นอาคารเก็บสินค้าเหลก็ แตค่ วามจริงเป็นวตั ถรุ ะเบดิ เป็น การปกปิดความจริงท่ีจะให้ผ้รู ับประกนั ภยั รับเสี่ยง แตห่ ากผ้รู ับประกนั ทราบข้อเท็จจริงแล้วอาจจะ ปฏิเสธการรับประกนั ดงั นนั้ ผ้รู ับประกนั สามารถบอกล้างสญั ญาได้ ตวั อยา่ ง บ้านที่จะทาประกนั ภยั เป็นไม้ แตแ่ จ้งวา่ เป็นคอนกรีต เรียกวา่ แถลงเทจ็ ปกปิดข้อเทจ็ จริง ▪ ปัญหาว่า แคไ่ หนเป็นการปกปิดข้อเท็จจริง ▪ ประเดน็ อยทู่ ี่ภยั เสี่ยงสงู ขนึ ้ จากปรกติ ซง่ึ อาจทาให้ผ้รู ับประกนั ภยั เรียกเบยี ้ ประกนั สงู ขนึ ้ หรือปฏิเสธไมร่ ับประกนั ▪ ศาลจะเป็นผ้ตู ดั สินในข้อเทจ็ จริงและเหตผุ ล ไมใ่ ชผ่ ้รู ับประกนั ภยั ตดั สิน - สาระสาคญั ท่ีถือวา่ ปฏิบตั ิตามหลกั สจุ ริตอยา่ งยิ่ง 1. การเปิดเผยข้อความจริง Disclosure 2. การไมแ่ ถลงเทจ็ Misrepresentation 3. การปฎิบตั ิตามข้อรับรอง Warranty การเปิดเผยข้อความจริง Disclosure ▪ หมายถึง ผ้ขู อเอาประกนั ภยั ต้องเปิดเผยข้อความจริงที่เป็นสาระสาคญั (material fact) ของ ภยั ท่ีเสนอให้ underwriter รับเสี่ยงโดยไมต่ ้องสอบถาม ▪ การไมเ่ ปิดเผยข้อความจริงบางครัง้ เรียกวา่ การปกปิดข้อความจริง (concealment) (non disclosure) ▪ ผ้ขู อเอาประกนั ภยั แจ้งวา่ สนิ ค้าท่ีขอทาประกนั ภยั เป็นวสั ดกุ ่อสร้างแตค่ วามเป็นจริงสินค้า ประกอบด้วยวสั ดกุ ่อสร้างและสารเคมีไวไฟ โดยปกปิดความจริงเพราะเกรงวา่ จะคดิ เบีย้ ประกนั ภยั สงู ไป เป็นต้น สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/8
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั การไมเ่ ปิดเผยข้อความจริง Non disclosure ▪ ฏีกา 918-920/2471 สญั ญาประกนั ภยั ซงึ่ ผ้เู อาประกนั ภยั กลา่ วเท็จปิดบงั ความจริง ทาให้ ผ้รู ับประกนั หลง จงึ ไมเ่ รียกเบยี ้ ประกนั ภยั สงู ขนึ ้ หรือ บอกปัดไมย่ อมทาสญั ญาด้วยนนั้ ถือวา่ เป็นโมฆียะ ▪ ฏีกา 1422/2516 ผ้ตู ายเอาประกนั ชีวติ ไว้กบั จาเลยโดยแจ้งเท็จวา่ ไมเ่ คยได้รับการปฏิเสธใน การขอประกนั ชีวติ กบั บริษทั จาเลย แตเ่ มื่อจาเลยรับประกนั ชีวิตผ้ตู ายโดยมไิ ด้ถือเร่ืองนีเ้ป็น สาคญั สญั ญามีผลบงั คบั ▪ ฎีกา 918/2519 โจทก์ละเว้นไมเ่ ปิดข้อความจริงแก่จาเลยซง่ึ เป็นผ้รู ับประกนั วา่ รถยนต์ของตน เคยถกู ชนมาก่อน จาเลยถือวา่ เรื่องดงั กลา่ วไมเ่ ป็นผลทาให้จาเลยเรียกเบยี ้ ประกนั ให้สงู ขนึ ้ หรือบอกปัดไมร่ ับประกนั เพียงแตม่ ีผลทาให้จาเลยไมย่ อมรับในจานวนเงินท่ีโจทก์ต้องการ เทา่ นนั้ สญั ญามีผลบงั คบั ไมเ่ ป็นโมฆียะ การแถลงข้อความเทจ็ Misrepresentation ▪ หมายถงึ ผ้ขู อเอาประกนั ภยั ตอบคาถามของผ้รู ับประกนั ภยั โดยให้ข้อมลู เท็จ สญั ญาจะเป็น โมฆียะ เชน่ เดียวกนั ▪ ผ้ขู อเอาประกนั ชีวิตทราบวา่ ตวั เองเป็นโรคลมชกั แตแ่ ถลงข้อความเป็นเท็จว่าสขุ ภาพสมบรู ณ์ ดี ▪ โจทก์เอาประกนั ภยั คา่ ทดแทนสาหรับลกู จ้าง กรมธรรม์ระบวุ า่ ต้องคิดเบีย้ ประกนั ภยั ตาม เงินเดือนคา่ แรงของลกู จ้าง โจทก์แจ้งผ้รู ับประกนั วา่ มีลกู จ้างได้รับรายได้เดือนละ 1,393,245 บาท แตค่ วามจริง 15,194,056.78 บาท โจทก์แจ้งผิดไป 10 เทา่ ตวั ทาให้ผ้รู ับประกนั ภยั ไม่ อาจเรียกเบยี ้ ประกนั ภยั เพิ่มถงึ 200,000 บาทได้ ถือวา่ โจทก์ไมเ่ ปิดเผยข้อความจริง และ แถลงความเท็จ สญั ญาจงึ เป็นโมฆียะ ข้อรับรอง Warranty ▪ หมายถึง การที่ผ้เู อาประกนั ภยั ให้คารับรองตอ่ ผ้รู ับประกนั วา่ จะกระทาอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใด หรือไมท่ าการอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เพื่อประโยชน์อนั กระทบตอ่ ความเสี่ยงของผ้รู ับประกนั ภยั เชน่ ให้คารับรองวา่ จะไมเ่ ก็บนา้ มนั เชือ้ เพลิงในอาคารท่ีทาประกนั ภยั เกินกว่า 50 ลิตร คา รับรองว่า ในอาคารไมม่ ีการพน่ สี เป็นต้น ▪ คารับรองจะเขียนชดั เจนในกรมธรรม์ประกนั ภยั การท่ีผ้ขู อเอาประกนั ภยั ปฎิบตั ผิ ิดจากคา รับรอง (breach of warranty) ซงึ่ เป็นสาระสาคญั ผ้รู ับประกนั ภยั บอกล้างได้ ▪ สาหรับกฏหมายไทย การกระทาผดิ ข้อรับรองของผ้เู อาประกนั ภยั จะต้องพิจารณาถงึ เจตนา สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/9
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั ▪ ในการปฏิเสธการจา่ ยคา่ สินไหมต้องพิจารณาถงึ เจตนาของผ้เู อาประกนั ภยั ด้วยว่า มีเจตนาที่ จะไมป่ ฎิบตั ติ ามข้อรับรองหรือไม่ ▪ และต้องพจิ ารณาตอ่ ไปวา่ การผดิ ข้อรับรองเป็นเหตใุ ห้ความเสี่ยงภยั สงู ขนึ ้ ด้วยหรือไม่ จึงเป็น องค์ประกอบทีพจิ ารณาคา่ สินไหมทดแทน ▪ หากผ้เู อาประกนั ภยั ไมม่ ีเจตนา หรือ เจตนาแตไ่ มท่ าให้ความเส่ียงภยั สงู ขนึ ้ ผ้รู ับประกนั ภยั ยอ่ มไมม่ ีสทิ ธิปฏิเสธคา่ สินไหม ▪ การกระทาผดิ ข้อรับรองในการประกนั ภยั ของประเทศไทยจงึ ตา่ งกบั การผิดข้อรับรองในการ ประกนั ภยั ทางทะเลตามมาตรา 33(3) Marine Insurance Act 1906 ขององั กฤษท่ีระบุ ชดั เจนวา่ หาก ผ้เู อาประกนั ภยั ผิดข้อรับรองแล้ว ผ้รู ับประกนั ภยั จะปฎิเสธคา่ สนิ ไหมได้แม้วา่ ข้อรับรองนนั้ จะเป็นสาระสาคญั ตอ่ การเสี่ยงภยั หรือไมก่ ็ตาม - อยา่ งไรก็ตามกฏหมายได้ปกปอ้ งผ้เู อาประกนั ภยั หากผ้รู ับประกนั ภยั รู้วา่ ข้อแถลงเป็นเท็จแต่ ยงั รับเส่ียง กฏหมายถือวา่ สญั ญาประกนั ภยั สมบรู ณ์ - ม. 865 วรรคสอง “ถำ้ มิไดใ้ ช้สิทธิบอกล้ำงภำยในกำหนดเดือนหนึ่งนบั แต่วนั ทีผ่ รู้ บั ประกนั ภยั ทรำบมูลอนั จะบอกลำ้ งไดก้ ็ดี หรือมิไดใ้ ชส้ ิทธินนั้ ภำยในกำหนดหำ้ ปี นบั แต่วนั ทำสญั ญำก็ดี ท่ำน ว่ำสิทธินน้ั เป็นอนั ระงบั สิ้นไป” - ม. 866 ถ้าผ้รู ับประกนั ภยั ได้รู้ข้อความจริงดง่ั กลา่ วในมาตรา 865 นนั้ ก็ดี หรือรู้ว่าข้อแถลงความ เป็นความเท็จก็ดี หรือควรจะได้รู้เชน่ นนั้ หากใช้ความระมดั ระวงั ดง่ั จะพงึ คาดหมายได้แตว่ ิญญชู น ก็ดี ทา่ นให้ฟังวา่ สญั ญานนั้ เป็นอนั สมบรู ณ์ (ผ้เู อาประกนั ภยั พิสจู น์) 3. หลกั ชดใช้คา่ เสียหายตามความจริง Indemnity - เป็นหลกั สาคญั ท่ีสดุ ในเรื่องการประกนั วนิ าศภยั - เมื่อมีความเสียหายเกิดขนึ ้ อนั เนื่องจากภยั ที่รับประกนั ไว้ ผ้รู ับประกนั ต้องชดใช้คา่ สินไหมทดแทน ตามความเสียหายท่ีแท้จริง - ดงั นนั้ หลกั การคอื เม่ือชดใช้คา่ เสียหายตามความจริงแล้ว ผ้เู อาประกนั ภยั จะกลบั คนื ส่สู ภาวะเดมิ กอ่ นเกิดความเสียหายโดยไมม่ ีกาไร - ความเสียหายที่ชดใช้ต้องไมเ่ กินกวา่ จานวนเงินที่ได้ทาประกนั ภยั ไว้ - มาตรา 877 ผ้รู ับประกนั ภยั จาต้องใช้คา่ สินไหมทดแทนดง่ั จะกลา่ วตอ่ ไปนี ้คือ 1. เพ่ือจานวนวินาศภยั อนั แท้จริง สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/10
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั 2. เพ่ือความบบุ สลายอนั เกิดแก่ทรัพย์สิน ซงึ่ ได้เอาประกนั ภยั ไว้เพราะได้จดั การตาม สมควรเพ่ือปอ้ งปัดความวินาศภยั 3. เพื่อบรรดาคา่ ใช้จา่ ยอนั สมควร ซง่ึ ได้เสียไปเพ่ือรักษาทรัพย์สนิ ซงึ่ เอาประกนั ภัยไว้นนั้ มิ ให้วนิ าศ อนั จานวนวินาศจริงนนั้ ทา่ นให้ตีราคา ณ สถานที่และในเวลาซงึ่ เกิดเหตวุ ินาศภยั นนั้ ได้เกิดขนึ ้ อนงึ่ จานวนเงินซงึ่ ได้เอาประกนั ภยั ไว้นนั้ ท่านให้สนั นิษฐานไว้ก่อนวา่ เป็นหลกั ประมาณอนั ถกู ต้อง ในการตรี าคาเชน่ วา่ นนั้ ท่านห้ามมใิ ห้คิดคา่ สนิ ไหมทดแทนเกินไปกวา่ จานวนเงินซง่ึ เอาประกนั ภยั ไว้ เพ่ือจานวนวินาศอนั แท้จริง ▪ หมายถึงความเสียหายตามความเป็นจริง ดงั นนั้ จงึ ไมร่ วมถงึ เพราะเหตขุ าดรายได้ หรือ เพ่ือ ความเสียหายอนั ตอ่ เน่ือง (consequential loss) ▪ อยา่ งไรก็ตามในเรื่องขาดรายได้ หรือ ความเสียหายตอ่ เนื่อง สามารถตกลงเพมิ่ ความ ค้มุ ครองในกรมธรรม์ได้ ▪ จดุ ประสงค์ต้องการให้ผ้เู อาประกนั ภยั สามารถกลบั สสู่ ภาพเดมิ กอ่ นเกิดความเสียหาย กฏหมาย จงึ ไมป่ ระสงคใ์ ห้ผ้เู อาประกนั ภยั มีกาไรจากคา่ สินไหมทดแทน ▪ ในการตีราคาคา่ เสียหายให้ตีราคา – ณ วนั เวลา ท่ีเกิดเหตุ และ – ณ สถานท่ีเกิดเหตุ และ – หกั คา่ เส่ือมราคา ซง่ึ จะเป็นคา่ เสียหายตามความเป็นจริง( actual value) (อยา่ งไรก็ตามหากกรมธรรม์ให้ความ ค้มุ ครองเป็น replacement value ดงั นนั้ การตีราคาก็ไมต่ ้องหกั คา่ เสื่อมราคา) เพื่อความบบุ สลายอนั เกิดแก่ทรัพย์สนิ ซงึ่ ได้เอาประกนั ภยั ไว้เพราะได้จดั การตามสมควรเพ่ือปอ้ ง ปัดความวินาศภยั ▪ ไฟไหม้ลามใกล้มาถึงบ้าน ผ้เู อาประกนั ภยั เหน็ วา่ หากรือ้ หลงั คาบางสว่ นแล้วจะทาให้สกดั การ ลกุ ลามของไฟไหม้ได้ คา่ เสียหายจากการรือ้ หลงั คาออกเป็นความบบุ สลายอนั เกิดแก่ ทรัพย์สินที่ได้เอาประกนั ภยั ไว้เพ่ือลดวินาศภยั ดงั นนั้ ความเสียหายในสว่ นนีผ้ ้รู ับประกนั ต้อง ชดใช้คา่ เสียหาย ▪ หวั ข้อนีจ้ งึ กลา่ วถึงความเสียหายของทรัพย์สนิ ท่ีทาประกนั ภยั เพราะปอ้ งกนั วินาศภยั สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/11
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั เพื่อบรรดาคา่ ใช้จา่ ยอนั สมควร ซง่ึ ได้เสียไปเพื่อรักษาทรัพย์สินซงึ่ เอาประกนั ภยั ไว้นนั้ มิให้วนิ าศ ▪ ไฟไหม้ลกุ ลาม ผ้เู อาประกนั ภยั นาถงั ดบั เพลิงเข้าดบั ไฟและปอ้ งกนั การลกุ ลามของไฟ ▪ คา่ ใช้จา่ ยในนา้ ยาดบั เพลงิ เป็นคา่ ใช้จา่ ยอนั สมควร เพ่ือรักษาทรัพย์ไมใ่ ห้เกิดวินาศภยั ▪ คา่ ใช้จา่ ยตามสมควรดงั กลา่ ว ผ้รู ับประกนั ภยั ต้องชดใช้ตามสญั ญาประกนั ภยั หวั ข้อนีห้ มายถึงคา่ ใช้จา่ ยอ่ืนๆ ตามสมควรและตามความจาเป็น - หลกั การชดใช้นีเ้ป็นหลกั การท่ีใช้ได้ดีโดยเฉพาะทรัพย์สนิ - อยา่ งไรก็ตามสาหรับเรื่องชีวิตและ valued policy ไมส่ ามารถใช้หลกั การนีไ้ ด้ - Contract of indemnity ปรกตกิ ารประกนั ภยั ทรัพย์สินจะใช้เป็นหลกั การชดใช้คา่ เสียหายตาม ความจริง indemnity - Contract of benefit สาหรับการประกนั ที่ไมใ่ ชท่ รัพย์สินเชน่ ชีวติ หรือ พีเอ จะใช้หลกั การนี ้ หมายถงึ การกาหนดมลู คา่ ความเสียหายไว้กอ่ นแล้ว เชน่ ประกนั ชีวิต หรือ พีเอ กาหนดหากผ้เู อา ประกนั ภยั เสียชีวิตจะชดใช้เป็นจานวนเงินตามทนุ ประกนั ภยั เป็นต้น หรือ หากสญู เสียอวยั ะวะจะ คดิ เป็น % ของเงินเอาประกนั ภยั ซงึ่ ไมต่ ้องตรี าคาเหมือนทรัพย์สนิ - Valued policy เชน่ การประกนั สนิ ค้าทางทะเล มีการกาหนดไว้ก่อนแล้ววา่ หากเกิดวินาศภยั จะต้องจา่ ยคา่ สนิ ไหมและเพ่ิมด้วยคา่ ใช้จา่ ยอีก 10% เป็นต้น - วธิ ีการชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน กฎหมายไมไ่ ด้กาหนดว่าคา่ สินไหมจะต้องจา่ ยเป็นตวั เงินเทา่ นนั้ ดงั นนั้ คา่ สินไหมจงึ สามารถชด ใช้ได้ 4 วธิ ี ดงั นี ้ 1. จา่ ยเป็นตวั เงิน cash payment 2. จา่ ยเป็นคา่ ซอ่ มแซม repair วิธีนีเ้หมาะสมกบั ความเสียหายเป็นบางสว่ นและสามารถ ซอ่ มแซมให้กลบั คืนสสู่ ภาพเดมิ ได้ เชน่ ซอ่ มรถยนต์ 3. หาของทดแทน Replacement ผ้รู ับประกนั ภยั ต้องหาทรัพย์สนิ ชนิด ประเภท และ คณุ ภาพเดียวกบั ทรัพย์สนิ ท่ีเกิดวินาศภยั มาทดแทนให้ โดยไมไ่ ด้จา่ ยเป็นตวั เงิน เชน่ หาก เครื่องจกั รมือสองที่มีขนาด รุ่นและคณุ ภาพเหมือนเดมิ 4. คืนสสู่ ภาพเดมิ reinstatement หมายถงึ การจา่ ยคา่ สินไหมทดแทนให้ผ้เู อาประกนั ภยั สามารถคืนสสู่ ภาพเดมิ ก่อนการเกิดเสียหาย ซง่ึ ไมส่ ามารถซอ่ มแซมหรือหาของทดแทน ได้ เชน่ โรงงานถกู ไฟไหม้ ผ้รู ับประกนั ภยั จะกอ่ สร้างให้ใหม่ เพื่อให้สามารถกลบั คนื สู่ สภาพเดมิ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/12
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั 4. หลกั การรับชว่ งสทิ ธิ Subrogation - เมื่อมีบคุ คลภายนอกทาความเสียหายตอ่ ทรัพย์สินของเจ้าของ เจ้าของมีสทิ ธิ์เรียกร้องคา่ เสียหาย ตอ่ บคุ คลภายนอกที่ทาละเมิด หรือ เรียกร้องคา่ เสียหายจากผ้รู ับประกนั ภยั ทางใดทางหนง่ึ เทา่ นนั้ แตอ่ าจจะมีผ้เู อาประกนั ภยั บางทา่ นไมส่ จุ ริตเรียกทงั้ สองทางซงึ่ จะขดั ตอ่ หลกั กฏหมาย เร่ืองการชดใช้คา่ เสียหายตามจริง กฏหมายจงึ บญั ญตั หิ ลกั เกณฑ์การรับชว่ งสทิ ธิเพ่ือค้มุ ครองผ้รู ับ ประกนั ภยั - มาตรา 880 ถ้าความวินาศภยั นนั้ ได้เกิดขนึ ้ เพราะการกระทาของบคุ คลภายนอกไซร้ ผ้รู ับ ประกนั ภยั ได้ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนไปเป็นจานวนเพียงใด ผ้รู ับประกนั ภยั ยอ่ มเข้ารับชว่ งสิทธิของ ผ้เู อาประกนั ภยั และของผ้รู ับประโยชน์ซง่ึ มีตอ่ บคุ คลภายนอกเพียงนนั้ - ถ้าผ้รู ับประกนั ภยั ได้ใช้คา่ สินไหมทดแทนเพียงบางสว่ นไซร้ ทา่ นห้ามมิให้ผ้รู ับประกนั ภยั นนั้ ใช้ สทิ ธิของผ้เู อาประกนั ภยั หรือ ผ้รู ับประโยชน์ ในการท่ีเขาจะเรียกร้องเอาคา่ สินไหมทดแทนจาก บคุ คลภายนอก เพ่ือเศษแหง่ จานวนวินาศนนั้ - ความหมายการรับชว่ งสิทธิ ▪ บคุ คลผ้รู ับชว่ งสทิ ธิของเจ้าหนี ้อาจจะใช้สิทธิทงั้ หลายบรรดาท่ีเจ้าหนีม้ ีอยู่ โดยมลู หนีร้ วมทงั้ ประกนั แหง่ หนีน้ นั้ ได้ในนามตนเอง ▪ เป็นการสวมสทิ ธิของเจ้าหนี ้และใช้สิทธิเป็นเจ้าหนีแ้ ทนเจ้าหนีเ้ดมิ ตอ่ บคุ คลภายนอกที่ทา ละเมดิ ความเสียหาย และไมต่ ้องรับความยินยอมจากลกู หนี ้หรือผ้คู า้ ประกนั ลกู หนี ้เพราะ เป็นเร่ืองกฏหมายซง่ึ ให้อานาจไว้ ▪ ตวั อยา่ ง บริษทั ประกนั ภยั ก จา่ ยคา่ สินไหมทดแทนการซ่อมรถยนตท์ ่ีทาประกนั ภยั ให้ นาย ข ผ้เู อาประกนั แล้ว บริษัทประกนั ภยั ก จงึ เข้าสวมสิทธิเรียกร้องจากนาย ข เพ่ือเรียกร้องไลเ่ บยี ้ คา่ เสียหายจาก นาย ค ผ้ทู าละเมิด - การรับช่วงสทิ ธิเกิดเม่ือไร ▪ รับชว่ งสิทธิได้ตอ่ เม่ือ ผ้รู ับประกนั ภยั ได้ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนให้แกผ่ ้เู อาประกนั ภยั หรือ ผ้รู ับประโยชน์เรียบร้อยแล้ว เทา่ นนั้ หากยงั ไมช่ าระคา่ สินไหมทดแทน สทิ ธิในการรับชว่ งสิทธิ ยงั ไมเ่ กิด ▪ หากผ้รู ับประกนั ภยั ชดใช้ให้ผ้เู อาประกนั ภยั แล้วไมเ่ ตม็ จานวนเงินตามที่รับประกนั ไว้ ผ้รู ับ ประกนั ก็ยงั สามารถรับชว่ งสิทธิได้เฉพาะจานวนเงินที่จา่ ยไปจริงเทา่ นนั้ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/13
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั ▪ จานวนเงินรับประกนั ไว้ 100,000 บาท คา่ เสียหาย 150,000 บาท แตก่ ารจา่ ยคา่ สินไหม ทดแทนเพียง 80,000 บาท ดงั นนั้ สิทธิในการรับชว่ งสทิ ธิ ผ้รู ับประกนั ภยั สามารถรับชว่ งสทิ ธิ ได้เพียง 80,000 บาท เทา่ นนั้ - การรับชว่ งสิทธิท่ีเกิดจากการกระทาของบคุ คลภายนอก ▪ บคุ คลภายนอกต้องเป็นผ้ทู าละเมดิ หรือผิดสญั ญา ทาให้ทรัพย์สินของผ้เู อาประกนั ภยั เสียหาย ▪ บ้านข้างเคยี งประมาทเลินเลอ่ ทาให้เกิดไฟไหม้และลามมาถงึ บ้านผ้เู อาประกนั ภยั เสียหาย บ้านข้างเคยี งเป็นผ้ทู าละเมดิ และต้องรับผิดตามกฏหมาย ▪ เจ้าของทรัพย์ (ผ้ใู ห้เชา่ ) ได้ให้เชา่ คอมพิวเตอร์ ผ้เู ชา่ ได้เชา่ เครื่องคอมพิวเตอร์ไปตอ่ มาผ้เู ชา่ ทาความเสียหายตอ่ คอมพวิ เตอร์ เจ้าของทรัพย์ได้ทาประกนั ภยั ค้มุ ครองคอมพวิ เตอร์ท่ีให้เชา่ นนั้ ผ้รู ับประกนั ได้ชดใช้คา่ เสียหายแล้ว จงึ เข้าสวมสิทธิจากผ้ใู ห้เชา่ เรียกร้องไลเ่ บีย้ ตอ่ ผ้เู ชา่ ตามสญั ญาเชา่ ได้ ▪ หากบคุ คลภายนอกมิได้เป็นผ้ทู าละเมดิ ก็ไมม่ ีสทิ ธินีเ้กิดขนึ ้ ▪ หลกั การรับชว่ งสทิ ธิใช้ได้กบั เรื่องของทรัพย์สิน จงึ ใช้ไมไ่ ด้กบั ชีวิต 5. หลกั การร่วมเฉล่ียคา่ เสียหาย Contribution - ไมใ่ ชเ่ ร่ือง การเฉลี่ยคา่ เสียหาย (average clause ) อนั เน่ืองจากการประกนั ภยั ต่ากวา่ มลู คา่ ทรัพย์สินท่ีแท้จริง (under insurance) - ในการประกนั วินาศภยั นนั้ ผ้เู อาประกนั ภยั อาจจะทาประกนั ภยั ไว้รับหลายบริษัทเพื่อกระจาย ความเส่ียงภยั ของตน เมื่อเกิดวินาศภยั แล้วผ้เู อาประกนั ภยั ไมส่ ามารถเรียกร้องเตม็ จานวนความ เสียหายของผ้รู ับประกนั ทกุ รายได้ เน่ืองจากจะทาให้ผ้เู อาประกนั ภยั เกิดกาไร และผดิ หลกั การการ ชดใช้คา่ เสียหายตามความเป็นจริง indemnity principle - ตวั อยา่ ง ▪ บริษัท ก รับประกนั ไว้ 100,000 บาท ▪ บริษทั ข รับประกนั ไว้ 500,000 บาท ▪ บริษัท ค รับประกนั ไว้ 300,000 บาท ▪ เกิดความเสียหายทรัพย์สิน 50,000 บาท ผ้เู อาประกนั ภยั ไมส่ ามารถเรียกแตล่ ะบริษัทผู้ รับประกนั คนละ 50,000 บาท รวมเป็น 150,000 ได้ ▪ บริษทั ทงั้ สามต้องชดใช้รวมกนั เป็นเงิน 50,000 บาทเทา่ นนั้ ซง่ึ เป็นไปตามหลกั การชดใช้ คา่ เสียหายที่เป็นจริง สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/14
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - หลกั การร่วมเฉลี่ยคา่ เสียหาย ต้องนาเรื่องหลกั ชดใช้คา่ เสียหายตามความเป็นจริงเป็น องคป์ ระกอบ - ซงึ่ หลกั ชดใช้คา่ เสียหายตามความเป็นจริง จะทาให้ผ้เู อาประกนั ภยั มีสภาพกลบั คนื สฐู่ านะ การเงินเดมิ ก่อนการเกิดเสียหายและไมม่ ีกาไรจากการประกนั ภยั - ดงั นนั้ หากผ้เู อาประกนั ภยั ทาประกนั ภยั หลายบริษทั จงึ ไมส่ ามารถเรียกร้องคา่ เสียหายเกินกวา่ ความเสียหายที่แท้จริงได้ - หลกั การร่วมเฉลี่ยคา่ เสียหายใช้สาหรับการประกนั วินาศภยั โดยเฉพาะทรัพย์สิน ไมส่ ามารถใช้ใน เร่ืองชีวติ คน - วิธีการร่วมเฉล่ียความเสียหายของแตล่ ะผ้รู ับประกนั อยา่ งไร - หลกั การตดั สินในเร่ืองการประกนั วนิ าศภยั หลายราย ดงั นี ้ 1. มีกรมธรรม์ประกนั วินาศภยั ตงั้ แตส่ องฉบบั ขนึ ้ ไป two or more policies 2. กรมธรรม์ดงั กลา่ วต้องค้มุ ครองภยั ชนดิ เดียวกนั same perils 3. กรมธรรม์ดงั กลา่ วต้องค้มุ ครองสว่ นได้เสียเดียวกนั same interests 4. กรมธรรม์นนั้ ต้องค้มุ ครองวตั ถเุ อาประกนั ภยั เดียวกนั same subject matters 5. ทกุ กรมธรรม์ต้องมีผลบงั คบั ในเวลาท่ีเกิดความเสียหาย - วธิ ีการร่วมเฉลี่ยความเสียหายของแตล่ ะผ้รู ับประกนั อยา่ งไร ตวั อยา่ ง นาย ก เป็นเจ้าของตกึ ทาประกนั อคั คีภยั ค้มุ ครองตวั อาคารกบั ▪ บริษทั ประกนั ภยั x จานวนเงิน 100,000 บาท ▪ บริษทั ประกนั ภยั y จานวนเงิน 150,000 บาท ▪ บริษัทประกนั ภยั z จานวนเงิน 250,000 บาท ▪ ตวั อาคารเกิดความเสียหายจากอคั คภี ยั คา่ เสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท ▪ บริษทั ประกนั ภยั ต้องชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนโดยการร่วมเฉลี่ยคา่ เสียหาย (contribution) แต่ ละรายอย่างไร วธิ ีการร่วมเฉลี่ยความเสียหายของแตล่ ะผ้รู ับประกนั อยา่ งไร ▪ บริษัทประกนั ภยั ต้องชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนโดยการร่วมเฉลี่ยคา่ เสียหาย (contribution) แต่ ละรายดงั นี ้ - จานวนเงินเอาประกนั ภยั ทงั้ หมด 100,000 +150,000+250,000 = 500,000 บาท - บริษัท X ร่วมเฉล่ียชดใช้ = 100,000x50,000 = 10,000 500,000 สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/15
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - บริษัท Y ร่วมเฉลี่ยชดใช้ = 150,000 x 50,000 = 15,000 500,000 - บริษัท Z ร่วมเฉล่ียชดใช้ = 250,000 x 50,000 = 25,000 500,000 - คา่ เสียหายรวมทกุ บริษัท = 10,000 + 15,000 + 25,000 = 50,000 - จากตวั อย่างข้างต้น 1. มีกรมธรรม์ประกนั วนิ าศภยั ตงั้ แตส่ องฉบบั ขนึ ้ ไป two or more policies - มีกรมธรรม์ ประกนั ภยั 3 ฉบบั 2. กรมธรรม์ดงั กลา่ วต้องค้มุ ครองภยั ชนดิ เดยี วกนั same perils - กรมธรรม์ทงั้ สามค้มุ ครอง อคั คีภยั แบบเดียวกนั ทงั้ หมด 3. กรมธรรม์ดงั กลา่ วต้องค้มุ ครองสว่ นได้เสียเดยี วกนั same interests - กรมธรรม์ให้ความ ค้มุ ครองการเป็นเจ้าของทรัพย์เดยี วกนั 4. กรมธรรม์นนั้ ต้องค้มุ ครองวตั ถเุ อาประกนั ภยั เดียวกนั same subject matters - การ ประกนั ภยั ให้ความค้มุ ครองตวั อาคารเดียวกนั 5. ทกุ กรมธรรม์ต้องมีผลบงั คบั ในเวลาท่ีเกิดความเสียหาย ณ วนั และเวลาที่เกิดเสียหาย - กรมธรรม์ทงั้ สามมีผลบงั คบั หลกั การร่วมเฉล่ียคา่ เสียหายตามกฎหมายไทย มาตรา 870 ถ้าได้ทาสญั ญาประกนั ภยั เป็นสองรายหรือกวา่ นนั้ พร้อมกนั เพื่อความ วินาศภยั อนั เดยี วกนั และจานวนเงินซงึ่ เอาประกนั ภยั รวมกนั ทงั้ หมดนนั้ ทว่ มจานวนที่วินาศ จริงไซร้ ทา่ นวา่ ผ้รู ับประโยชน์ชอบที่จะได้รับคา่ สนิ ไหมทดแทนเพียงเสมอจานวนวินาศจริง เทา่ นนั้ ผ้รู ับประกนั ภยั แตล่ ะคนต้องใช้เงินจานวนวนิ าศจริงแบง่ ตามสว่ นมากน้อยท่ีตนได้รับ ประกนั ภยั ไว้ อนั สญั ญาประกนั ภยั ทงั้ หลาย ถ้าลงวนั เดียวกนั ทา่ นให้ถือวา่ ได้ทาพร้อมกนั ถ้าได้ทาสญั ญาประกนั ภยั เป็นสองรายหรือกวา่ นนั้ สืบเนื่องเป็นลาดบั กนั ทา่ นวา่ ผ้รู ับประกนั ภยั คนแรกจะต้องรับผดิ เพื่อความวินาศภยั ก่อน ถ้าและจานวนเงินซง่ึ ผ้รู ับ ประกนั ภยั คนแรกได้ใช้นนั้ ยงั ไมค่ ้มุ จานวนวินาศภยั ไซร้ ผ้รู ับประกนั ภยั คนถดั ไปก็ต้องรับผิด ในสว่ นท่ียงั ขาดอยนู่ นั้ ตอ่ ๆกนั ไปจนกวา่ จะค้มุ วินาศ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/16
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั ตามกฎหมายไทยจงึ ไมเ่ หมือนกบั หลกั การของประกนั ภยั สากลในเรื่องการร่วมเฉล่ีย คา่ เสียหายในการประกนั ภยั ทรัพย์สิน ดงั นนั้ สมาคมประกนั วินาศภยั จงึ ได้กาหนดหลกั การ ของกรมธรรม์ให้เป็นไปตามหลกั ของประกนั ภยั สากล ดงั ที่ระบไุ ว้ในกรมธรรม์ประกนั อคั คภี ยั ในเรื่องเงื่อนไขทวั่ ไปในการรับประกนั ภยั ดงั นี ้ 5.3 การประกนั ภยั ซา้ ซ้อนและการร่วมเฉลี่ยการชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน “ ถ้าในขณะท่ีเกิดความเสียหายขนึ ้ และปรากฎวา่ ทรัพย์สินรายเดียวกนั ได้เอาประกนั ภยั ไว้กบั บริษทั ประกนั ภยั อ่ืนไมว่ า่ โดยผ้เู อาประกนั ภยั เองหรือโดยบคุ คลอื่นใดท่ีกระทาใน นามผ้เู อาประกนั ภยั บริษัทจะร่วมเฉลี่ยชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนให้ไมเ่ กินกวา่ ส่วนเฉล่ีย ตามจานวนเงินเอาประกนั ภยั ท่ีบริษัทได้รับประกนั ภยั ไว้และเป็นท่ีตกลงวา่ การจา่ ยคา่ สินไหมทดแทนเชน่ นี ้บริษัทจะไมย่ กเอาลาดบั การรับประกนั ภยั ก่อน-หลงั ขนึ ้ เป็นข้ออ้าง ในการเข้าร่วมเฉลี่ยชดใช้ความเสียหายดงั กลา่ ว 6. หลกั สาเหตใุ กล้ชิด Proximate cause - ความเสียหายที่เกิดขนึ ้ ต้องเกิดจากภยั ที่ผ้รู ับประกนั ค้มุ ครองในสญั ญาประกนั ภยั ตวั อยา่ งเชน่ กรมธรรม์ค้มุ ครองอคั คภี ยั ดงั นนั้ หากความเสียหายจากอคั คีภยั จงึ ได้รับความค้มุ ครอง - ในบางกรณีความเสียหายมิได้เกิดจากภยั ที่รับประกนั โดยตรง แตเ่ ป็นความเสียหายที่ตอ่ เน่ืองหรือ สืบเนื่อง จากภยั ที่รับประกนั ทาให้เกิดปัญหาวา่ ค้มุ ครองหรือไม่ - ตวั อยา่ ง รถยนต์โจทก์ถกู รถของจาเลยชนด้านหน้า รถยนตข์ องโจทก์หมนุ ไปกระแทกเสาไฟฟ้า ทาให้รถด้านหลงั เสียหาย ดงั นนั้ จาเลยต้องรับผิดในความเสียหายของรถยนต์โจทก์ด้านหลงั ด้วย เพราะเป็นผลตอ่ เนื่องโดยตรงจากการท่ีถกู จาเลยชน - จาเลยปฏิเสธโจทก์ในเร่ืองการระเบดิ ของหม้อนา้ วา่ กรมธรรม์ประกนั อคั คภี ยั ไมใ่ ชร่ ับประกนั หม้อนา้ ระเบดิ สืบความได้ว่ากอ่ นหม้อนา้ ระเบิด สายนา้ มนั หวั ฉีดหลดุ และเกิดสะเก็ดไฟทาให้เกิดไฟไหม้ หวั ฉีด นา้ มนั ท่ีไหลจากหวั ฉีดกระจายรอบหม้อนา้ ทาให้เกิดไฟลกุ รอบตวั หม้อนา้ นา้ ในหม้อนา้ เกิดเป็น ไอและมีแรงดนั อยา่ งรวดเร็ว ทาให้หม้อนา้ ระเบดิ การระเบดิ ของหม้อนา้ จงึ เป็นผลโดยตรงจากเพลงิ ไหม้ กรมธรรม์จงึ ต้องค้มุ ครอง - ความเสียหายทงั้ สองกรณี เป็นภยั ที่เกิดจากสาเหตใุ กล้ชิดกบั ภยั ที่ทาประกนั - สาเหตใุ กล้ชิด คือ เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขนึ ้ และตอ่ เนื่องโดยไมข่ าดตอน (unbroken chain of event) และ เป็นผลโดยตรงจากภยั ที่ระบใุ นสญั ญาประกนั ภยั - ดงั นนั้ จงึ ต้องมีความสมั พนั ธ์โดยตรงระหวา่ งสาเหตแุ ละผล สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/17
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั - สาระสาคญั หลกั สาเหตใุ กล้ชดิ ซงึ่ ผ้รู ับประกนั ต้องรับผดิ ชดใช้คา่ สินไหมทดแทน ดงั นี ้ ▪ ต้องมีภยั ที่รับประกนั ภยั ไว้เกิดขนึ ้ จริง ▪ ความเสียหายท่ีเกิดขนึ ้ กบั วตั ถทุ ่ีเอาประกนั ภยั เป็นผลโดยตรงจากภยั ท่ีระบใุ นสญั ญา ▪ เหตกุ ารณ์ที่เกิดขนึ ้ นนั้ ตอ่ เนื่องโดยไมข่ าดตอน ▪ ในกรณีท่ีมีภยั หลายชนดิ เกิดขนึ ้ ไมพ่ ร้อมกนั ภยั ชนิดแรกไมว่ า่ จะก่อให้เกิดความเสียหาย มากหรือน้อยจะต้องเป็นสาเหตใุ กล้ชิด แม้ว่าภยั ที่มาภายหลงั จะทาความเสียหายกบั วตั ถทุ ่ี เอาประกนั ภยั มากกวา่ ก็ตาม - พจิ ารณากรณีดังนี้ ▪ ไฟไหม้บ้านจนเหลือกาแพง ระยะเวลาผา่ นไป 5 วนั เกิดลมแรงทาให้กาแพงล้มลง กรมธรรม์ ประกนั อคั คภี ยั ให้ความค้มุ ครองความเสียหายของกาแพงหรือไม่ เพราะอะไร ▪ ผ้เู อาประกนั ภยั ทาประกนั อบุ ตั เิ หตสุ ว่ นบคุ คลไว้ ได้ขี่ม้าและตกม้าในป่ าไมส่ ามารถขยบั ตวั ได้ ตกค่าอากาศเย็นและอยใู่ นป่ าเป็นเวลา 2 วนั เป็นนิวมอเนียและเสียชีวิตจากนา้ ทว่ มปอด กรมธรรม์พีเอค้มุ ครองหรือไม่ ความแตกต่างระหว่างประกันภยั vs การพนัน Insurable interest ประกันภัย การพนัน Yes No Indemnity Yes Win/lose Utmost good faith Yes No Legal Yes No Expected event No Yes สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 3/18
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่3 : ทบทวนหลกั การประกนั ภยั และกฎหมายประกนั ภยั หนังสืออ่านเพ่มิ • กฎหมายแพง่ และพาณิชย์วา่ ด้วยประกนั ภยั : ศาสตราจารย์จิตติ ตงิ ศภทั ยิ ์ • กฎหมายประกนั ภยั : อาจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ • ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ลกั ษณะ 20 เร่ือง ประกนั ภยั • พระราชบญั ญตั ปิ ระกนั วินาศภยั ฉบบั ท่ี 2 ปี 2551 แบบฝึ กหดั ท้ายบท 1. กรมธรรม์ประกนั ภยั ใชส่ ญั ญาประกนั ภยั หรือไม่ และเพราะเหตใุ ดผ้เู อาประกนั ภยั ต้องร้องขอกรมธรรม์ ประกนั ภยั จากผ้รู ับประกนั ภยั 2. กรณีผ้เู ชา่ อาคารต้องการทาประกนั อคั คีภยั สาหรับสิง่ ปลกู สร้าง ซง่ึ เป็นของผ้ใู ห้เชา่ สามารถดาเนินการได้ หรือไม่ อยา่ งไร 3. จงอภิปรายเร่ือง หลกั การประกนั ภยั วา่ ประกอบไปด้วยก่ีข้อ มีหลกั การใดบ้าง ในแตล่ ะหลกั การ ประกนั ภยั มีเนือ้ หาหรือข้อสรุปอยา่ งไร และมีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ การประกนั ภยั สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 3/19
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมนิ ความเส่ียงภยั บทท่ี 4 การประเมนิ ความเส่ียงภยั วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้นกั ศกึ ษามีความเข้าใจกระบวนการและวธิ ีการในการจดั การความเส่ียงภยั 2. เพ่ือให้นกั ศกึ ษามีความเข้าใจวธิ ีการประเมนิ ความเส่ียงภยั และสามารถประเมนิ ความเส่ียงภยั ได้ 3. เพื่อให้นกั ศกึ ษาเข้าใจความสาคญั และวตั ถปุ ระสงคข์ องการสารวจภยั รูปแบบและวิธีการ สารวจภยั รวมถึงการประเมินความเสียหายสงู สดุ ที่อาจจะเกิดขนึ ้ เพ่ือนามาเป็นข้อมลู ในการ พิจารณารับประกนั ภยั ในบทเรียนตอ่ ไป โอกาสเส่ียงภัย (Loss Exposure or Possibility of Loss) โอกาสเสี่ยงภัย คือสถานการณ์ใดๆ ซึ่งทาให้เกิดความเป็นไปได้ท่ีจะเกิดการสูญเสียหรือ เสียหาย แม้วา่ จะไมม่ ีการสญู เสียหรือเสียหายเกิดขนึ ้ จริงๆ ก็ตาม แบง่ ได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. ความเสียหายตอ่ ทรัพย์สนิ (Property Loss Exposure) 2. ความเสียหายจากความรับผิดตามกฏหมาย (Liability Loss Exposure) 3. ความเสียหายตอ่ ตวั บคุ คล (Life and Health Loss Exposure) จะขอยกตัวอย่างโอกาสเส่ียงภัยต่อทรัพย์สิน (Property Loss Exposure) ซึ่งโดยปกติแล้ว จะต้องมี องคป์ ระกอบ 3 อยา่ ง คอื 1. ตวั ทรัพย์สนิ ที่จะเกิดสญู เสียหรือเสียหาย 2. สาเหตทุ ่ีจะทาให้เกิดความเสียหาย หรือ เรียกอีกอยา่ งหนงึ่ วา่ ภยั และ 3. ผลของความสญู เสียหรือเสียหายที่ประเมินราคาได้ ตวั อยา่ งเชน่ บ้านหลงั หนงึ่ เป็นตวั ทรัพย์สนิ ท่ีจะเกิดสญู เสียหรือเสียหาย และเกิดภยั คอื ไฟไหม้ทาให้บ้าน ได้รับความเสียหายไปบางส่วน ตีราคาความเสียหายได้เป็นเงิน 50,000 บาท เป็นต้น จะสงั เกตได้ว่า สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/1
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี 4 : การประเมินความเส่ียงภยั แม้วา่ บ้านจะไมไ่ ด้เกิดไฟไหม้ บ้านก็ยงั คงมีโอกาสท่ีจะสญู เสียหรือเสียหายอย่นู น่ั เอง และภยั ท่ีจะทาให้ เกิดความสญู เสียหรือเสียหายนนั้ ไมไ่ ด้มีเฉพาะไฟไหม้เทา่ นนั้ ซง่ึ เราจะได้กลา่ วถงึ ตอ่ ไป ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property Loss Exposure) ความเสียหายท่ีเกิดตอ่ ทรัพย์สินของนิตบิ คุ คลหรือองค์กรธรุ กิจท่ีมีสิทธิสว่ นได้สว่ นเสียทางการเงิน (financial interest) โดยแบง่ ออกเป็น 1. ความเสียหายโดยตรงตอ่ ทรัพย์สิน (Direct loss exposure) เชน่ อาคารเสียหายเนืองจาก ไฟ ไหม้ ฟา้ ผา่ การระเบดิ นา้ ท่วม เป็นต้น 2. ความเสียหายโดยอ้อมตอ่ ทรัพย์สนิ (Indirect loss exposure) เชน่ ไฟไหม้อาคารอาหารแช่ แขง็ ตวั อาคารเกิดความเสียหายจากไฟไหม้แม้วา่ อาหารแชแ่ ขง็ จะไมเ่ สียหายจากไฟไหม้แต่ อณุ หภมู ทิ ี่เปล่ียนแปลงไปทาให้อาหารแชแ่ ข็งละลายและปนเปือ้ นสารเคมีจากไฟไหม้อาคาร 3. ความเสียหายตอ่ รายได้ (Net Income loss exposure) เม่ือเกิดไฟไหม้ทาให้ทรัพย์สินโรงงาน เสียหายแล้ว เกิดความเสียหายตอ่ เน่ือง 3.1 การลดลงของรายได้ และ กาไรขนั้ ต้นลดลง เชน่ สญู เสียคา่ เชา่ สนิ ค้าขายไมไ่ ด้เป็นต้น 3.2 การเพ่มิ ของคา่ ใช้จา่ ย เชน่ บริษทั จาเป็นต้องเปิดธุรกิจให้ทนั ในชว่ งปีใหม่ดงั นนั้ จงึ ต้อง เชา่ ที่ทาการใหมใ่ นระหว่างซอ่ มแซมอาคารท่ีเสียหาย การจัดการความเส่ียงภยั (Risk Management) เมื่อทราบว่า ทรัพย์สินนัน้ มีโอกาสเส่ียงภัย (อาจจะเกิดความเสียหาย หรือ ไม่เกิดก็ตาม) องค์กรหรือธุรกิจก็จาเป็นท่ีจะต้องมีการจดั การกบั เส่ียงภยั เพ่ือที่จะปอ้ งกนั ขจดั ควบคมุ หรือลดโอกาส ที่จะเกิดความเสียหายตอ่ ทรัพย์สนิ การจดั การความเส่ียงภยั คือ กระบวนการที่สามารถระบุ วิเคราะห์และจดั การความเส่ียงภยั ให้ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ขององคก์ รหรือธรุ กิจ “The process of identifying, analyzing, and managing loss exposures in such a way that and organization can meet its objective” สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/2
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมนิ ความเส่ียงภยั อะไรคือวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือธุรกิจในการจัดการความเส่ียงภัย โดยส่วนใหญ่แล้ว องค์กรหรือธุรกิจจะมีการกาหนดวัตถุประสงค์เป็น 2 ช่วงเวลา คือ วัตถุประสงค์ก่อนความเสียหาย (Pre-loss Objectives) และวตั ถปุ ระสงคห์ ลงั เกิดความเสียหาย (Post-loss Objectives) วัตถุประสงค์ก่อนเกิดความเสียหาย เพ่ือป้องกันจัดการกับโอกาสท่ีจะเกิดความเสียหาย และต้องทาให้สาเร็จไมว่ า่ ความเสียหายจะเกิดขนึ ้ หรือไมก่ ็ตาม โดยปกตจิ ะกาหนดดงั นี ้ 1. ความประหยดั หมายความว่า วิธีการที่จะใช้ในการจดั การความเส่ียงภยั จะต้องเป็นวิธีการท่ีมี ต้นทุนน้อยท่ีสุด (อย่างไรก็ตาม วตั ถปุ ระสงค์ข้อนี ้อาจจะขัดแย้งกับวตั ถุประสงค์ข้ออ่ืนๆ ได้ เพราะการประหยดั ต้นทนุ จนเกินไป อาจจะทาให้วิธีการนนั้ ไมม่ ีประสิทธิผลก็ได้) 2. การลดความกระวนกระวายใจ เม่ือองค์กรหรือธุรกิจสามารถหาวิธีการท่ีเหมาะสมได้ โอกาส ของการเกิดความเสียหายก็จะลดน้อยลงทาให้เกิดความสงบใจได้ 3. การปฏิบตั ิตามข้อบงั คบั ทางกฎหมาย เช่น กฎหมาย หรือเทศบญั ญัติมีการกาหนดให้อาคาร ต้องตดิ ตงั้ เคร่ืองตรวจจบั ควนั หรือเคร่ืองดบั เพลิง เป็นต้น 4. ความรับผิดชอบต่อสงั คม การมีวิธีการจัดการความเสี่ยงภัยท่ีเหมาะสมเป็นการแสดงความ รับผิดชอบตอ่ สงั คมขององค์กรหรือธุรกิจ เช่น การค้มุ ครองผ้ลู งทนุ ผ้ถู ือห้นุ พนกั งานลกู จ้าง คู่ ค้าและลกู ค้า วัตถุประสงค์หลังเกิดความเสียหาย หมายถึงวตั ถปุ ระสงค์ที่มงุ่ ไปในทางที่จะทาให้องค์กรหรือธุรกิจ ฟื น้ ตวั โดยเร็วที่สดุ ภายหลงั จากเกิดความเสียหายแล้ว โดยปกติ จะกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ไว้ดงั นี ้ 1. การคงธรุ กิจไว้ตอ่ ไปโดยไมต่ ้องเลิกกิจการ อาจจะเป็นเพียงบางสว่ นก็ได้ 2. การทาให้ธรุ กิจดาเนินการตอ่ ไปได้อยา่ งตอ่ เน่ืองโดยท่ีมีการหยดุ ชะงกั ของธุรกิจน้อยที่สดุ 3. การคงเสถียรภาพในการสร้างรายได้ไว้ให้มากที่สดุ 4. การเตบิ โตอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งสาหรับองค์กรหรือธรุ กิจที่มีการเตบิ โตมาอยา่ ง ตอ่ เนื่องในอดตี ท่ีผา่ นมา 5. ความรับผิดชอบตอ่ สงั คม สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/3
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเสี่ยงภยั เมื่อองค์กรหรือธุรกิจสามารถกาหนดวตั ถุประสงค์ได้แล้ว ก็ต้องกาหนดกระบวนการในการจัดการ ความเส่ียงภัย (Risk Management Process) ซ่งึ ประกอบด้วยขัน้ ตอนต่อไปนี้ 1. การระบแุ ละวเิ คราะห์โอกาสเส่ียงภยั (Identifying and analyzing loss exposure) 2. ประเมนิ ความเส่ียงภยั (Evaluating the various techniques for treating the loss exposure) 3. กาหนดทางเลือกที่มีประสทิ ธิผลท่ีสดุ (Selecting the most effective techniques) 4. ดาเนินผลตามทางเลือกที่ได้กาหนดไว้ (Implementing the selected techniques) 5. ตดิ ตามผลการดาเนนิ งานและปรับปรุง (Monitoring the program and making needed corrections or adjustments) 1. การระบแุ ละวเิ คราะห์โอกาสเสี่ยงภยั ก. การระบทุ รัพย์สนิ ที่มีมลู คา่ ที่มีโอกาสเสี่ยงภยั ประเภทของทรัพย์สนิ เชงิ พาณิชย์ที่มีโอกาสเสี่ยงภยั ทรัพย์สินที่มีโอกาสเส่ียงภยั และอาจเกิดความเสียหายได้นนั้ เป็นทรัพย์สินท่ีมีอยทู่ วั่ ไป เช่น ที่ดินและอาคารหรือส่วนต่างๆที่ติดยึดอยู่กับอาคาร ซ่ึงถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ และ เฟอร์นิเจอร์ เคร่ืองจกั ร อปุ กรณ์เคร่ืองใช้ไม้สอยตา่ งๆ ตลอดจนยานพาหนะประเภทตา่ งๆ ซ่ึง เป็นสงั หาริมทรัพย์ 1. อาคาร หรือ สง่ิ ปลกู สร้าง (ทงั้ ท่ีสร้างเสร็จแล้ว และกาลงั ก่อสร้าง) 2. เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแตง่ ตดิ ตงั้ ตรึงตรา 3. ระบบไฟฟา้ ระบบประปา ระบบทาความเย็น/ความร้อน เคร่ืองใช้ไฟฟ้า 4. อปุ กรณ์สานกั งาน เคร่ืองมือเครื่องใช้ทางธุรกิจ 5. เคร่ืองจกั ร (ทงั้ ท่ีตดิ ตงั้ อยแู่ ล้ว และที่กาลงั จะตดิ ตงั้ ) 6. อปุ กรณ์อเิ ล็กโทรนกิ ส์ 7. สตอ็ กสินค้า วตั ถดุ บิ สนิ ค้าระหวา่ งการผลติ 8. รถยนต์ 9. เงินและหลกั ทรัพย์ 10. สทิ ธิการเชา่ 11. รายได้ คา่ จ้าง คา่ เชา่ และคา่ ใช้จา่ ยตา่ งๆ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/4
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเส่ียงภยั ข. การระบภุ ยั ที่อาจจะเป็นสาเหตขุ องความเสียหาย ภัยที่อาจจะเป็นสาเหตขุ องความเสียหายนนั้ มีการจดั ประเภทที่แตกต่างกัน ประเภทแรก เป็นการจดั ตามการเกิดขนึ ้ ทว่ั ไป โดยแบง่ เป็น 3 กลมุ่ คอื 1. ภยั จากธรรมชาติ (Natural perils) 2. ภยั จากมนษุ ย์ (Human perils) 3. ภยั ทางเศรษฐกิจ (Economic perils) ดงั ตวั อยา่ งในตารางข้างลา่ งนี ้ ภยั จากธรรมชาติ (Natural perils) ภยั จากมนษุ ย์ (Human perils) ภยั ทางเศรษฐกิจ (Economic perils) ไฟป่ า ฟ้าผ่า นา้ ท่วม พายฝุ น พายหุ ิมะ ไฟไหม้ การลอบวางเพลงิ เงินเฟอ้ เงินฝืด การเปล่ยี นแปลงของ ความแห้งแล้ง พายลุ กู เหบ็ หมอก มลภาวะ การปนเปือ้ น อตั ราแลกเปลยี่ นเงินตรา การเส่ือม การเปลยี่ นแปลงอณุ หภมู ิ ภเู ขาไฟ การกอ่ สร้างบกพร่อง ภยั สงคราม ราคา การเปลีย่ นรสนิยมของ ระเบิด แผ่นดนิ ไหว การเกิดสนิม การกอ่ การร้าย การลกั ทรัพย์ ผ้บู ริโภค การเปลี่ยนแปลงมลู คา่ ห้นุ แผ่นดนิ เลอ่ื น การระเหย ฯลฯ การประทษุ ร้าย การฉ้อฉล การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี การทจุ ริต ฯลฯ เศรษฐกิจถดถอย ฯลฯ ส่วนประเภทท่ีสองนัน้ เป็ นการจัดตามการจัดชัน้ ภัยของการประกันภัย ซ่ึงภัยจะแบ่ง ออกเป็ น 1. ภยั ท่ีเอาประกนั ภยั ได้โดยทวั่ ไป (Commonly insured perils) 2. ภยั ที่เอาประกันภัยได้เป็นการเฉพาะหรือจดั การโดยรัฐเท่านนั้ (Less commonly insured perils) 3. ภยั ที่โดยทว่ั ไปไมส่ ามารถเอาประกนั ภยั ได้ (Generally uninsurable perils) ดงั ตวั อยา่ งในตารางข้างลา่ งนี ้ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/5
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเส่ียงภยั ภยั ท่ีเอาประกนั ภยั ได้โดยทว่ั ไป ภยั ที่เอาประกนั ภยั ได้เป็นการเฉพาะ ภยั ท่ีโดยทวั่ ไปไมส่ ามารถเอา (Commonly insured perils) หรือจดั การโดยรัฐเทา่ นนั้ ประกนั ภยั ได้ (Less commonly insured perils) (Generally uninsurable perils) ไฟไหม้ ฟ้าผา่ การระเบิด ภยั เปียก ในประเทศไทยไมม่ ีการระบไุ ว้อยา่ ง ภยั สงคราม การกบฏ ภยั นิวเคลยี ร์ นา้ ควนั อากาศยาน การประทษุ ร้าย ชดั เจน แตใ่ นตา่ งประเทศ เชน่ ภยั ทางการเมอื ง การทจุ ริตฉ้อฉล การจลาจลนดั หยดุ งาน การลกั ประเทศนิวซีแลนด์ รัฐดแู ลจดั การ การมงุ่ เกง็ กาไร การเจตนาทาให้เกิด ทรัพย์ การชนการควา่ การละเมิด เรื่องภยั แผน่ ดนิ ไหว ภยั บางอยา่ งมกี าร ค วาม เสี ยห าย ก ารเส่ื อม ส ภ าพ โดยประมาทเลินเลอ่ ภยั ธรรมชาติ จดั ประกนั ภยั ได้เป็นการเฉพาะ เชน่ รวมถงึ การเกิดสนิม สีซีดจาง ฯลฯ ธรุ กิจหยดุ ชะงกั ความไมซ่ ื่อสตั ย์ของ จดั เป็น Pool รับประกนั ภยั สาหรับภยั พนกั งาน ฯลฯ นิวเคลยี ร์ เป็นต้น การที่องค์กรหรือธุรกิจจะระบุภยั ที่จะเกิดขึน้ ได้นนั้ องค์กรหรือธุรกิจสามารถกระทาได้โดยใช้ เคร่ืองมือหรือวธิ ีการตา่ งๆ กนั เชน่ 1) การตอบแบบสอบถามวิเคราะห์โอกาสเส่ียงภยั (Loss exposure checklist) ผ้ทู ่ีรับผิดชอบ ด้านการจดั การความเส่ียงภยั จะออกแบบสอบถามที่เหมาะสมเพื่อใช้สอบถามพนกั งานทกุ คนในองค์กรให้เสนอความคิดเห็นว่า องค์กรหรือธุรกิจหรือหนว่ ยงานของตนมีความเส่ียง ภยั ท่ีจะเกิดความเสียหายตอ่ ทรัพย์สินขององคก์ รด้านใดบ้าง 2) การวิเคราะห์งบการเงิน (Financial Statement Analysis) ผู้ท่ีรับผิดชอบด้านการจดั การ ความเส่ียงภยั จะสามารถระบไุ ด้ถึงรายการทรัพย์สินที่ปรากฏในงบการเงิน เช่น ทรัพย์สินท่ี เป็นอาคารซงึ่ องคก์ รเป็นเจ้าของ หรือเป็นผ้เู ชา่ หรือเป็นทรัพย์สนิ ที่กาลงั จะซือ้ หรือจะขาย 3) การพิจารณาจากผงั การปฏิบตั งิ าน (Flow Chart) ซ่งึ จะแสดงถึงขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ านของ องค์กรและของฝ่ ายต่างๆ ขององค์กร ทาให้ผู้ท่ีรับผิดชอบด้านการจดั การความเส่ียงภัย สามารถระบไุ ด้วา่ ในแตล่ ะขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงานนนั้ มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดความเสี่ยง ภยั อะไรบ้างและขนาดใด และจะมีผลกระทบตอ่ ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ านอื่นอยา่ งไร 4) การสารวจตรวจสอบสถานที่เพื่อพจิ ารณาโอกาสเส่ียงภยั (On site inspection) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/6
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี 4 : การประเมนิ ความเส่ียงภยั 5) การใช้ข้อมูลจากรายงานความเสียหายท่ีเคยเกิดขึน้ ต่อองค์กรหรือธุรกิจ (Statistical Analysis of past losses) 6) การใช้แหลง่ ข้อมลู อื่นๆ (Other sources) 2.ประเมินความเสี่ยงภยั โดยการประเมินความ เป็ นไปได้ ของการเกิดความเสียหายในรู ปของความถี่ และความรุ นแรง หลงั จากที่ผ้รู ับผิดชอบในการจดั การความเสี่ยงภยั ได้ระบโุ อกาสเส่ียงภยั และภยั ที่อาจจะเกิดขนึ ้ แล้ว ก็ จะต้องนาข้อมูลดงั กล่าวมาประเมินความเป็นไปได้ของการเกิดความเสียหายในรูปของตวั เงินโดยใช้ การคานวณจากความถ่ีของการเกิดความเสียหาย (Loss Frequency) และความรุนแรงของความ เสียหาย (Loss Severity) หากเกิดขนึ ้ ความถ่ีของการเกิดความเสียหาย (Loss Frequency) ได้แก่จานวนครัง้ ของเหตกุ ารณ์ที่เกิดภยั ท่ีคาดวา่ จะเกิดขนึ ้ ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนง่ึ เชน่ จานวนครัง้ ของการเกิดไฟไหม้ในรอบสบิ ปี จานวนครัง้ ของการที่รถยนต์เกิดอบุ ตั เิ หตชุ นกนั ในรอบหนง่ึ ปี เป็นต้น ความรุนแรงของความเสียหาย (Loss Severity) ได้แก่จานวนเงินค่าเสียหายสาหรับแต่ละ เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขนึ ้ การนาคา่ ที่ได้จากความถี่ของการเกิดความเสียหายและความรุนแรงของความเสียหายมาคณู กัน จะทาให้องค์กรหรือธุรกิจสามารถประมาณการจานวนเงินค่าเสียหายที่จะเกิดขึน้ ทงั้ หมดภายใน ระยะเวลาที่กาหนดไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เพ่ือให้เข้าใจชดั เจน จะขออธิบายความตอ่ ไปว่า การประเมินคา่ ความเป็นไปได้ ของการเกิดความเสียหายในรูปของความถี่และความรุนแรงนัน้ เป็นการนาเอาข้อมูลในอดีตมา คาดคะเนหรือพยากรณ์เหตกุ ารณ์ท่ีจะเกิดขนึ ้ ในอนาคต ซง่ึ จะมีคาสองคาตอ่ ไปนีท้ ่ีควรทาความเข้าใจ - Probability หมายถงึ ความน่าจะเป็ น หรือโอกาสที่จะเกิดขนึ ้ ได้ ในเชิงตวั เลขจะมีคา่ อยู่ ระหวา่ งเลข 0 ถึงเลข 1 ซง่ึ หมายความวา่ หากความนา่ จะเป็น เป็นส่งิ แน่นอน คา่ จะเป็นเลข 1 แตถ่ ้า ความนา่ จะเป็นนนั้ มีความแนน่ อนว่าไมเ่ กิดขนึ ้ แน่ คา่ จะเป็นเลข 0 เพราะฉะนนั้ คา่ ของความนา่ จะเป็น ท่ีถือว่ามีโอกาส จะอยรู่ ะหวา่ งเลข 0 ถงึ 1 เสมอ ตวั อยา่ งงา่ ยๆ ก็คอื สมมตวิ า่ มีรถยนต์อยจู่ านวน 1,000 คนั รถยนต์ 8 คนั เสียหายโดยสนิ ้ เชิง เพราะฉะนนั้ คา่ ความนา่ จะเป็นของการเสียหายสิน้ เชงิ ของรถยนต์ จานวนนีเ้ทา่ กบั 0.008 หรือ 0.8% สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/7
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเส่ียงภยั - Law of Large Numbers กฎว่าด้วยจานวนมาก พจนานกุ รมคาศพั ท์ประกนั ภยั อธิบายวา่ คอื กฎว่าด้วยความเป็นไปได้ ซ่ึงเป็นพืน้ ฐานของการประกนั ภยั ถา้ จานวนวตั ถหุ รือเหตทุ ีเ่ อาประกนั ภยั ไวม้ ีจานวนมากเท่าใด ความเป็นไปไดท้ ีจ่ ะเกิดเหตกุ ารณ์ใดเหตกุ ารณ์หน่ึงขึ้นจะใกลเ้ คียงกบั เหตกุ ารณ์ ทีเ่ กิดจริงมากขึ้นเท่านน้ั ซ่ึงเป็นประโยชน์ในการกาหนดอตั ราเบีย้ ประกนั ภยั แต่ละประเภทของผูร้ ับ ประกนั ภยั ตวั อยา่ ง จากข้อมลู ในอดีต อาเภอหนงึ่ มีบ้านอยู่ 1,000 หลงั มีข้อมลู เก่ียวกบั บ้านที่ถกู ไฟไหม้ 5 ปี ย้อนหลงั ดงั นี ้ – ปีท่ี 1 7 หลงั – ปีท่ี 2 11 หลงั – ปีที่ 3 10 หลงั – ปีท่ี 4 9 หลงั – ปีที่ 5 13 หลงั – รวม 5 ปี 50 หลงั ดงั นนั้ เม่ือเราคานวณจานวนบ้านที่ถกู ไฟไหม้เฉลี่ยตอ่ ปี = 50/5 = 10 หลงั ความนา่ จะเป็นที่บ้านหลงั หนง่ึ จะถกู ไฟไหม้ = 10/1,000 = 0.01 หรือ 1% ตอ่ ปี ซงึ่ หมายความวา่ ในอนาคต บ้านทกุ ๆ 1,000 หลงั จะมีโอกาสเกิดไฟไหม้เฉลี่ย 10 หลงั ตอ่ ปี อยา่ งไรก็ตาม โอกาสท่ีจะเกิดอะไรในอนาคตยอ่ มมีความ แปรปรวน (Variance) และเบีย่ งเบน (Deviation) ได้ ในทางสถิติ จงึ ต้องมีการคานวณคา่ ดงั กลา่ ว การคานวณคา่ ความเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ปีที่ ความเสียหายเฉล่ีย ความเสียหายจริง ผลตา่ ง ผลตา่ ง (หลงั ) 2 (หลงั ) (หลงั ) (หลงั ) 9 1 10 73 1 0 2 10 11 1 1 9 3 10 10 0 20 4 10 91 5 10 13 3 สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/8
ความแปรปรวน NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน บทท่ี 4 : การประเมินความเสี่ยงภยั = ผลรวมของ (ผลตา่ ง) 2/ จานวนปี = 20/5 = 4 = ความแปรปรวน =4 = 2 หลงั นนั่ หมายความว่า จากจานวนบ้านที่คาดวา่ จะเสียหาย 10 หลงั ทกุ ปีในอนาคต จะมีโอกาสเสียหาย 8 หลงั ถึง 12 หลงั 68.26% โอกาสเสียหาย 6 หลงั ถึง 14 หลงั 95.45% และโอกาสเสียหาย 4 หลงั ถึง 16 หลงั 99.73% การนาทฤษฎีความนา่ จะเป็นไปใช้ได้นนั้ มีเงื่อนไขวา่ 1. เหตกุ ารณ์ในอดีตต้องมีจานวนมากพอ และ 2. เหตกุ ารณ์ในอนาคตจะต้องมีรูปแบบซา้ กบั ในอดีต และบวกคา่ ของปัจจยั ท่ีเปล่ียนแปลงด้วย จากเรื่องของการคานวณความน่าจะเป็นและกฎจานวนมากข้างต้น จะเห็นได้ว่า ยิ่งข้อมูลของ จานวนหน่วยเส่ียงภยั และจานวนครัง้ ของความเสียหายมีมากเท่าใด ความแม่นยาในการคานวณค่า ของความถ่ีของการเกิดเหตทุ ี่คาดว่า จะเกิดขึน้ ในอนาคต (Expected or Potential Loss Frequency) จะยงิ่ แมน่ ยาขนึ ้ เทา่ นนั้ ส่วนกรณีของความรุนแรงนนั้ การคาดคะเนอาจจะยากกว่าการคาดคะเนความถ่ีของการเกิดความ เสียหาย เน่ืองจากมีตวั แปรหลายตวั เข้ามาเกี่ยวข้อง ตวั อย่างเช่น หากเกิดไฟไหม้ขนึ ้ ในเวลากลางดกึ ซึ่ง เป็นเวลาที่ธุรกิจสว่ นใหญ่ปิดหมดแล้ว ความเสียหายจะรุนแรงกว่าไฟไหม้ในเวลากลางวนั หรือการเกิด ความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ กบั ความเสียหายโดยสิน้ เชิงนนั้ อาจจะเกิดจากการที่ลกู จ้างเผลอเรอไปปิด วาล์วท่อนา้ ของระบบพรมนา้ อตั โนมตั ิก็ได้ ในการประเมินโอกาสเสี่ยงภยั นนั้ จาเป็นที่จะต้องทราบว่า หากเกิดภัยขึน้ ความเสียหายที่ใหญ่ที่สุดจะมีขนาดเท่าใดนี่คือ ความเสียหายท่ีเป็ นไปได้สูงสุด (Maximum Possible Loss- MPL) ในขณะเดียวกนั ก็เป็นประโยชน์ที่จะทราบวา่ หากเกิดภยั ขนึ ้ ความ เสียหายสูงสุดที่อาจจะเกิดขึน้ จะเป็นเท่าใด นี่คือ ความเสียหายที่อาจเกิดขึน้ ได้สูงสุด (Probable Maximum Loss-PML) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/9
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเส่ียงภยั - ความเสียหายที่เป็นไปได้สูงสุด (Maximum Possible Loss- MPL) คือมูลค่าของทรัพย์สิน ทัง้ หมดที่มีโอกาสเสียหาย ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง หรือจากเหตุการณ์ ใดเหตุการณ์ หนึ่ง ตวั อย่างเช่น ในกรณีของไฟไหม้ มูลค่าของทรัพย์สินท่ีว่านนั้ ก็คือมูลค่าของตวั อาคารรวมทงั้ ทรัพย์สินภายในทงั้ หมดภายในอาคารหลงั นนั้ แตถ่ ้าสถานท่ีนนั้ ประกอบด้วยอาคารหลายหลงั หากเกิดแผ่นดินไหว หรือลมพายุ มูลค่าความเสียหายจะเป็นเท่าใด หรือในกรณีที่เป็นหมู่ รถยนต์ การประเมินความเสียหายสูงสุดจะพิจารณาจากอะไร เช่น รถยนต์คันที่แพงที่สุด หรือไม่ จะเกิดอะไรขนึ ้ หากรถยนต์ทัง้ หมดถกู เก็บไว้ในสถานที่เดียวกนั และเกิดอคั คีภยั หรือนา้ ทว่ มขนึ ้ - ความเสียหายท่ีอาจเกิดขึน้ ได้ สูงสุด (Probable Maximum Loss- PML) หมายถึงความ เสียหายท่ีอาจจะเกิดขึน้ ได้สูงสุด ในกรณีท่ีระบบป้องกันและควบคมุ อคั คีภัยทางานอย่างมี ประสิทธิภาพ ซ่งึ ปกติมลู คา่ ความเสียหายที่ประเมินในกรณีนีจ้ ะต่ากว่ากรณีท่ีประเมินได้จาก ความเสียหายที่เป็นไปได้สงู สดุ เพื่อให้เห็นภาพชดั เจนระหวา่ ง MPL และ PML ให้พจิ ารณาแผนภาพด้านลา่ ง สมมติว่า สถานท่ีเอาประกันภัยนีป้ ระกอบด้วยอาคารสองหลัง คืออาคาร A และอาคาร B อาคาร A แบ่งย่อยออกเป็นสามส่วนกัน้ โดยผนังกันไฟ มูลค่าของส่วนทัง้ สามทัง้ ส่ิงปลูกสร้ างและ ทรัพย์สินภายในของอาคาร A คือ ส่วนที่ 1 มีมลู คา่ 1 ล้านบาท ส่วนท่ีสอง 2 ล้านบาท และส่วนท่ีสาม 3 ล้านบาท ส่วนอาคาร B ซึ่งอย่หู ่างออกไปจากอาคาร A เป็นระยะทาง 50 เมตรและมีคลองกว้าง 20 เมตรตรงกลาง มีมลู คา่ ทัง้ สิน้ 10 ล้านบาท สมมติว่าผนงั กนั ไฟใช้งานได้ตามมาตรฐาน ดงั นนั้ คา่ MPL และ PML ของสถานท่ีเอาประกันภัยแห่งนีจ้ ะเท่ากนั คือ 10 ล้านบาท (เท่ากบั มูลค่าของอาคาร B ซ่ึง เป็นมลู คา่ สงู สดุ ) ด้วยระยะทางที่ห่างกนั และมีคลองเชน่ นี ้ถือได้วา่ อาคารทงั้ สองหลงั จะไมส่ ามารถเกิด ไฟไหม้ จากเหตุการณ์เดียวกันได้ ถ้ าอาคารทัง้ สองหลังติดตัง้ ระบบเครื่องพรมนา้ อัตโนมัติท่ีมี ประสิทธิภาพ ค่า PML อาจจะลดลงเหลือเพียง 5 ล้านบาทก็ได้ ส่วนค่า MPL ยงั คงเป็น 10 ล้านบาท เทา่ เดมิ เพราะระบบพรมนา้ อตั โนมตั อิ าจจะใช้การไมไ่ ด้ขนึ ้ มาก็ได้ สมมติว่า ถ้าพิจารณาเฉพาะของอาคาร A หลงั เดียวเป็นสถานที่เอาประกนั ภยั และผนงั กนั ไฟ ทางานได้ตามมาตรฐานจริงๆ ค่า MPL จะเป็น 3 ล้านบาท และถ้าอาคาร A มีระบบเครื่องพรมนา้ อตั โนมตั ทิ ่ีใช้การได้ดี คา่ PML ก็อาจจะลดลงเหลือตา่ กวา่ 3 ล้านบาทก็ได้ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/10
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมินความเสี่ยงภยั อยา่ งไรก็ตาม ในกรณีท่ีเป็นภยั อยา่ งอื่นซง่ึ ไมใ่ ชไ่ ฟไหม้ เชน่ เกิดนา้ ทว่ ม เนื่องจากอาคารทงั้ สอง หลงั ตงั้ อยใู่ กล้ลาคลอง โอกาสที่อาจจะเกิดความเสียหายจากนา้ ทว่ มก็มีความเป็นไปได้ หรืออาจจะเกิด ความเสียหายจากลม พายกุ ็เป็นได้ คาที่ใช้ในการประเมนิ คา่ ความเสียหายนีอ้ าจจะมีคาอ่ืนๆ อีก เชน่ Maximum Foreseeable Loss หรือ Estimated Maximum Loss ซงึ่ อาจใช้แทนกนั ได้การประเมินความเสียหายสงู สดุ ท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ ได้นี ้ โดยสรุปแล้ว หากผ้รู ับผิดชอบการจดั การความเส่ียงภยั สามารถประเมินคา่ ความเสียหายในอนาคตได้ ใกล้เคียงความเป็นจริงมาก การเลือกใช้วิธีการจดั การกบั ความเสี่ยงภัยที่เหมาะสมก็จะมีเกิดประโยชน์ สงู สดุ แกอ่ งค์กรหรือธุรกิจมากขนึ ้ ด้วย 3.กาหนดทางเลือกที่มีประสทิ ธิผลท่ีสดุ วธิ ีการหรือเทคนิคในการจดั การความเสี่ยงภยั นนั้ มีตาราที่เขียนแยกแยะไว้แตกตา่ งกนั อยบู่ ้าง อยา่ งไรก็ตามวิธีการทงั้ หมดอาจจะประมวลรวมกนั เป็นสองกลมุ่ ใหญ่ๆ คือ ก. วิธีการในการควบคุมโอกาสเสี่ยงภัย (Control Techniques) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายท่ีจะ เปลี่ยนแปลงโอกาสเสี่ยงภัยโดยการลดความถี่ของการเกิดเหตกุ ารณ์ และ/หรือการลด ความรุนแรง หรือโดยการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการคาดคะเนความเสียหาย ในอนาคต ข. วิธีการในการจัดการกับโอกาสเสี่ยงภัยทางการเงิน (Financing Techniques) ซ่ึงเป็น วธิ ีการที่ใช้เงินทนุ ในการจดั การกบั ความเสียหายที่เกิดขนึ ้ ดงั แสดงไว้ในตารางข้างลา่ งนี ้ การควบคมุ โอกาสเส่ียงภยั การจดั การกบั โอกาสเสี่ยงภยั ทางการเงิน (Control Techniques) (Financing Techniques) การหลีกเลี่ยง (Avoidance) การควบคมุ ความเสียหาย (Loss Control) การโอนโดยวธิ ีอ่ืนท่ีมิใชก่ ารประกนั ภยั - การปอ้ งกนั (Loss prevention) (Noninsurance Transfers) - การลดความเสียหาย (Loss Reduction) การโอนโดยวธิ ีประกนั ภยั (Insurance Transfers) - การแยกหนว่ ยเส่ียงภยั (Separation) การเก็บความเส่ียงภยั ไว้เอง (Retention) การรวมหนว่ ยเส่ียงภยั (Combination) การโอนความเส่ียงภยั โดยวธิ ีอื่นท่ีมใิ ชก่ าร ประกนั ภยั (Noninsurance Transfers) สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/11
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชงิ พาณิชย์ บทท่ี 4 : การประเมนิ ความเส่ียงภยั 4. ดาเนนิ ผลตามทางเลือกท่ีได้กาหนดไว้ เมื่อองคก์ รหรือธุรกิจได้เลือกวธิ ีการจดั การความเสี่ยงภยั แล้ว ก็ดาเนนิ การตามวิธีการท่ีเลือกไว้ 5.ตดิ ตามผลการดาเนนิ การและปรับปรุง เมื่อดาเนินการไปแล้ว ส่ิงสาคญั ก็คือ องค์กรหรือธุรกิจต้องมีหนว่ ยงานหรือบุคคลที่คอยติดตามผล ใน กรณีที่วิธีการจัดการความเส่ียงภัยที่ดาเนินการไปแล้วนนั้ ไม่เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ องค์กรหรือ ธุรกิจก็ต้องปรับเปล่ียนวธิ ีการโดยเร็ว การประเมนิ ความเส่ียงภัย (Risk Assessment) ในการพจิ ารณารับประกนั ภยั เจ้าหน้าท่ีรับประกนั ภยั มีหน้าที่ประเมินความเส่ียงภยั ซ่งึ เป็นการ กลา่ วโดยรวมถึงการพจิ ารณาประเมนิ ตวั ภยั (Risk) เอง และสภาวะภยั (Hazard) ท่ีได้กลา่ วถึงข้างต้น การประเมินความเส่ียงภยั มีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี ้ 1) เพ่ือให้ผ้พู ิจารณารับประกนั ภยั สามารถมองเห็นรูปแบบของความเส่ียงได้อย่างชดั เจนและวดั ออกมาได้ในรูปของโอกาสท่ีจะเกิดเหตเุ ป็นหน่วยความถ่ขี องการเกิดความเสียหาย หรือ ความรุนแรงของความเสียหาย 2) เพ่ือให้ผ้พู จิ ารณารับประกนั ภยั สามารถกาหนดอตั ราเบีย้ ประกนั ภยั ได้อยา่ งเหมาะสมที่สดุ ตอ่ สภาพความเส่ียงภยั 3) เพื่อให้ผ้พู จิ ารณารับประกนั ภยั และผ้เู อาประกนั ภยั เองสามารถเลือกหาวธิ ีการที่เหมาะสมที่สดุ ในการจดั การกบั ความเส่ียงภยั นนั้ จะเห็นได้วา่ จากวตั ถปุ ระสงค์ดงั กล่าว การประเมินความเสี่ยงภยั มีขึน้ เพ่ือหาทางที่ดแี ละเหมาะสมท่ีสดุ ในการรับประกนั ภยั ไมใ่ ชเ่ พื่อการไมร่ ับเสี่ยงภยั เว้นเสียแตว่ า่ ไมม่ ีทางเลือกอ่ืนใด การไมร่ ับงานใดๆ เลย จะไมส่ ามารถทากาไรได้โดยปกติ เจ้าหน้าที่พิจารณารับประกนั ภยั จะมีการกาหนดหลกั เกณฑ์ไว้ ลว่ งหน้าเพื่อนามาใช้ในการพิจารณารับประกนั ภยั มกั จะอยใู่ นรูปแบบของคมู่ ือการรับประกนั ภยั (Underwriting Manual หรือ Guideline) ในคมู่ ือดงั กลา่ วจะแยกเป็นประเภทของการประกนั ภยั และ ระบรุ ายการที่ต้องพิจารณา ซงึ่ เรียกวา่ ปัจจยั ในการพจิ ารณารับประกนั ภยั (Underwriting Factors) และการกาหนดขีดความสามารถในการรับประกนั ภยั (Capacity) ไว้ด้วย คมู่ ือการรับประกนั ภยั นีม้ กั จะใช้ควบคกู่ นั ไปกบั คมู่ ือการประกนั ภยั ตอ่ (Reinsurance Manual) โดยอ้างอิงถงึ กนั และกนั เสมอ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/12
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทท่ี 4 : การประเมินความเสี่ยงภยั ผู้ท่ีทาหน้าท่ปี ระเมินความเส่ียงภัย ในปัจจบุ นั นี ้องคก์ รท่ีมีการบริหารจดั การท่ีทนั สมยั มกั จะมีผ้บู ริหารความเสี่ยงท่ีได้รับ มอบหมายให้ทาหน้าที่ในการประเมนิ ความเสี่ยงภยั ขององค์กรอยแู่ ล้ว ถ้ามี บคุ คลเหลา่ นีก้ ็จะทาหน้าที่ ประสานงานกบั เจ้าหน้าที่พจิ ารณารับประกนั ภยั ได้เป็นอย่างดี อยา่ งไรก็ตาม ในการพิจารณารับ ประกนั ภยั เจ้าหน้าท่ีของบริษทั ประกนั ภยั มกั จะประเมนิ ความเส่ียงภยั จากใบคาขอเอาประกนั ภยั เป็น เบอื ้ งต้นก่อน หากพบวา่ ข้อมลู ในใบคาขอมีไมเ่ พียงพอตอ่ การประเมนิ ความเส่ียงภยั เจ้าหน้าท่ี พิจารณารับประกนั ภยั อาจจะต้องใช้การสารวจภยั (Risk Survey) โดยอาจจะออกไปทาการสารวจภยั ด้วยตนเอง หรือใช้ผ้สู ารวจภยั (Risk Surveyor) หรือผ้ตู รวจสอบภยั (Risk Inspector) ทาหน้าที่ ดงั กลา่ ว หัวข้อของการประเมนิ ความเส่ียงภัย 1. การประกอบธุรกิจ (Occupancy) 1.1. รายละเอียดของธรุ กิจ ประวตั ิ ความเป็นมา 1.2. จานวนพนกั งาน วนั ทางาน ชวั่ โมงการทางาน 1.3. วตั ถดุ บิ แหลง่ ที่มา รายละเอียดเก่ียวกบั การจดั เก็บ 1.4. สินค้าที่ผลิตได้ รายละเอียดเกี่ยวกบั การจดั เก็บ การกระจายสนิ ค้า การสง่ สินค้า 1.5. กระบวนการผลิตและการควบคมุ การผลติ 2. สถานท่ีตงั้ และสิง่ ปลกู สร้าง (Layout and Construction) 2.1. ความยากง่ายของการเข้าถงึ 2.2. ขนาดพืน้ ท่ีของสถานประกอบการ ที่ดนิ และพืน้ ท่ีอาคารสง่ิ ปลกู สร้าง 2.3. สิ่งปลกู สร้าง จานวนอาคาร โครงสร้างของอาคารแตล่ ะหลงั 2.4. การปอ้ งกนั การลามของไฟ เชน่ ชอ่ งเปิดบนพืน้ บนผนงั การติดตงั้ ผนงั กนั้ ไฟ ระยะห่าง ระหวา่ งอาคาร 3. เครื่องจกั รและระบบสนบั สนนุ การผลิต (Machinery and Utility) 3.1. เครื่องจกั ร/อปุ กรณ์การผลิต (อาจมีผลกระทบในด้านการหยดุ ชะงกั ของธุรกิจ) 3.1.1. ข้อมลู จาเพาะของเคร่ืองจกั ร 3.1.2. แหลง่ ที่มาของเครื่องจกั ร 3.1.3. จานวนเครื่องจกั ร สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/13
NL605 : การจดั การสาหรับการประกนั ภยั เชิงพาณิชย์ บทที่ 4 : การประเมนิ ความเส่ียงภยั 3.1.4. ราคาเครื่องจกั ร 3.1.5. เอกสารรับรองความปลอดภยั จากกระทรวงอตุ สาหกรรม 3.1.6. การบารุงรักษาประจาปี การบารุงรักษาเมื่อตรวจสอบพบข้อผิดพลาด 3.1.7. ความเหมาะสมของการใช้เครื่องจกั รตอ่ ธรุ กิจ 3.2. ระบบสนบั สนนุ การผลติ 3.2.1. ระบบไฟฟา้ หม้อแปลงไฟฟา้ เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าสารองระบบปอ้ งกนั ฟา้ ผา่ และสาย ดนิ ของเคร่ืองจกั ร 3.2.2. ระบบผลิตไอนา้ ระบบผลิตลมอดั ระบบปรับอากาศ 3.2.3. ระบบนา้ เชน่ แหลง่ จา่ ยนา้ ถงั เก็บนา้ ทอ่ นา้ และปั๊มนา้ 3.2.4. ระบบบาบดั นา้ เสีย 3.2.5. ระบบผลิตพลงั งานทดแทน 3.2.6. ระบบขนสง่ ภายในสถานประกอบการ 4. ระบบปอ้ งกนั อคั คภี ยั (Fire Protection System) 4.1. ประเภทของอปุ กรณ์ดบั เพลงิ จานวน สถานท่ีตดิ ตงั้ 4.2. ความเหมาะสมของอปุ กรณ์ดบั เพลิงตอ่ พืน้ ท่ีของสถานประกอบการ ประเภทของเพลิงที่ อาจเกิดขนึ ้ เชน่ เพลงิ ท่ีเกิดขนึ ้ จากวสั ดตุ ดิ ไฟปกติ (ไม้ ผ้า กระดาษ) เพลงิ ท่ีเกิดจาก ของเหลวติดไฟ (นา้ มนั จารบี นา้ มนั ผสมสี) เพลงิ ท่ีเกิดจากอปุ กรณ์ไฟฟา้ (ไฟฟ้าลดั วงจร) เพลิงท่ีเกิดจากวสั ดทุ ่ีลกุ ไหม้ได้ (แมกนีเซียม โปแตสเซียม) 5. ระบบการจดั การ (Management System) 5.1. ระบบการรักษาความสะอาดและการจดั ระเบียบ (Housekeeping System) 5.2. ระบบการรักษาความปลอดภยั (Safety System) 5.3. ระบบการขออนญุ าตทางาน (Work Permission System) 5.4. แผนฉกุ เฉิน (Emergency Plan) 6. ความเส่ียงภยั ในสถานประกอบการ (Hazards) 6.1. ความเสี่ยงภยั จากการดาเนินการ 6.1.1. ขนั้ ตอนการผลิต อปุ กรณ์การผลติ รวมทงั้ วสั ดทุ ่ีใช้ในกระบวนการผลติ ท่ีมีความเส่ียง ภยั ตอ่ การเกิดความร้อนและไฟไหม้ 6.2. ความเส่ียงภยั จากการจดั เก็บสิ่งตา่ งๆ เชน่ วสั ดตุ ิดไฟ วสั ดไุ วไฟ สารเคมี มีการจดั เก็บแยก โดยชดั เจนหรือไม่ มีการเก็บตดิ กบั อปุ กรณ์ไฟฟา้ และแสงสวา่ งหรือไม่ สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/14
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263