Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 37 (รวมเล่ม)

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 37 (รวมเล่ม)

Description: สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 37 (รวมเล่ม)

Keywords: สารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนฯ เล่ม ๓๗

Search

Read the Text Version

197 กบั อปุ กรณต์ ดิ ตงั้ ไวใ้ นยานพาหนะ หากเปน็ เมอื ง ๔. ความสำคญั ของระบบสารสนเทศ ใหญ่ จะมยี านลอยฟา้ ทตี่ ดิ กลอ้ งวงจรปดิ ทส่ี ามารถ ภมู ศิ าสตร์ ขยายเหน็ ใบหนา้ ผทู้ ส่ี ญั จรไปมาตามทอ้ งถนน หรอื ผกู้ อ่ อาชญากรรมจะถกู จบั ภาพและตดิ ตามตวั หรอื ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เด็กและผู้สูงอายุท่ีเป็นโรคความจำเสื่อมอาจต้อง และการสอื่ สาร ประกอบกบั ระบบคอมพวิ เตอรท์ ่ี พกพาเคร่ือง GPS เพื่อส่งข้อมูลหาตำแหน่งและ มรี ะดบั ความสามารถสงู และขอ้ มลู จากภาพถา่ ย มีระบบเตือนภัยแจ้งเข้ามาในระบบสารสนเทศ ดาวเทียมที่มีการแสดงรายละเอียดสูง สามารถ ภมู ศิ าสตร์ เพอ่ื เขา้ ชว่ ยเหลอื หรอื ปอ้ งกนั เหตรุ า้ ย มองเห็นรายละเอียดของส่ิงต่างๆ เช่น อาคาร ทอี่ าจเกดิ ขนึ้ รถบรรทกุ ตน้ ไม้ อกี ทง้ั ผใู้ ชส้ ามารถสบื คน้ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ไดบ้ นอนิ เทอรเ์ นต็ ทำใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านในดา้ น ในขณะเดยี วกนั ดว้ ยขอ้ มลู ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในอดตี สารสนเทศภมู ศิ าสตรส์ ามารถสรา้ งขอ้ มลู และนำ จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับระบบสมองกลหรือ ข้อมูลไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งก่อ คอมพวิ เตอรพ์ รอ้ มโปรแกรมวเิ คราะหท์ ท่ี นั สมยั และ ให้เกิดนวัตกรรมมากมายตามความสามารถและ มปี ระสทิ ธภิ าพ ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรส์ ามารถ ศาสตรข์ องผรู้ ใู้ นแตล่ ะสาขา ภายหลงั จากมรี ะบบ สรา้ งสถานการณจ์ ำลอง ตามคา่ ตวั แปร พรอ้ มทงั้ สารสนเทศภูมิศาสตร์ซึ่งมีการพัฒนา รวบรวม สรา้ งภาพ ๓ มติ ิ ตามชว่ งเวลาตา่ งๆ เพอื่ ทำนาย และจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง เหตกุ ารณท์ จี่ ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต เชน่ การทำนาย พรอ้ มทงั้ มกี ารสบื คน้ งา่ ยขน้ึ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านพบวา่ ชน้ั พายทุ ก่ี ำลงั พดั เขา้ มาสรา้ งความเสยี หาย หรอื การ ขอ้ มลู และการผสมผสานขอ้ มลู ทดี่ ดั แปลงขอ้ มลู ก่อสร้างส่งิ ปลกู สร้างขนาดใหญ่จะส่งผลกระทบ ซึ่งเคยจัดทำในอดีต นำมาเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่ม ี อะไรในอนาคต เพอื่ วางแผนปอ้ งกนั และออกแบบ ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรเ์ ปน็ โปรแกรมปฏบิ ตั กิ าร การเตอื นภยั เพอ่ื ลดความเสยี หายในอนาคตได ้ ภาพถา่ ยดาวเทยี มสามารถมองเหน็ รายละเอยี ดของอาคาร รถยนต์ และสง่ิ ตา่ งๆ

198 ท แลำใะหส้สามามาราถรเถรตยี อกบดูขปอ้ ัญมหลู าไดทจ้ ี่เคากยหเกนิดว่ ขย้ึนควในามอจดำีตขอไดง้ พกิ ดั โลกตามมาตรฐาน (ประเทศไทยใช้ UTM GRID คอมพวิ เตอร์ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ทไ่ี ดจ้ ดั เกบ็ ไวใ้ นชว่ งเวลา WGS84) ขอ้ มลู รายละเอยี ดบนแผนทภ่ี าพถา่ ยทาง ตา่ งๆ สามารถเปรยี บเทยี บขอ้ มลู แลว้ สรา้ งรปู แบบ อากาศ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ตำแหน่ง จำลองสถานการณไ์ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ จงึ ทำใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิ พกิ ดั ทเี่ กบ็ จากภาคสนาม และขอ้ มลู ตา่ งๆ สามารถ และผู้นำข้อมูลไปใช้เกิดความพึงพอใจ ข้อมูลที่ นำไปสรา้ งขอ้ มลู หลกั ทำใหเ้ปน็ ชนั้ ขอ้ มลู คอื ขอ้ มลู ผา่ นการวเิ คราะหส์ ามารถชว่ ยใหผ้ บู้ รหิ ารตดั สนิ ใจ ทแี่ สดงจดุ เชน่ สถานทสี่ ำคญั เสาไฟฟา้ ขอ้ มลู ไดใ้ กลเ้ คยี งความจรงิ และรวดเรว็ ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์ ทแ่ี สดงเสน้ เชน่ ถนน เสน้ ทางรถไฟ เสน้ ทาง ทำใหร้ ะบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรม์ กี ารพฒั นาอยา่ ง การไหลของนำ้ และแหลง่ นำ้ ชนั้ ความสงู ขอ้ มลู ท่ี รวดเรว็ โดยสามารถนำมาใชจ้ ดั การขอ้ มลู ซงึ่ เปน็ แสดงขอบเขตพนื้ ท่ี เชน่ ตำบล อำเภอ จงั หวดั ขอ้ มลู เชงิ พน้ื ท่ี ขอ้ มลู เชงิ ภาพ และขอ้ มลู เชงิ ลกั ษณะ ซง่ึ ขอ้ มลู หลากหลายทจี่ ดั เกบ็ ไดเ้ หลา่ น้ี สามารถ ในดา้ นตา่ งๆ ไดด้ งั น ้ี นำมารวบรวมเกบ็ ไวใ้ นทเี่ ดยี วกนั เสมอื นยอ่ โลกลง ไวใ้ นระบบคอมพวิ เตอร์ เพอื่ บอกวา่ ณ ตำแหนง่ ๔.๑ ด้านการประหยัดเวลาและการ น้ันมีขอ้ มลู ใด ตลอดจนสามารถยอ่ หรอื ขยายเพอ่ื จดั การเอกสารอยา่ งเปน็ ระบบ ดรู ายละเอยี ดของขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ดั เกบ็ ไวอ้ ยา่ งรวดเรว็ และสิ่งท่ีเชื่อมโยงกับระบบคือ ข้อมูลที่อธิบาย ผลการพัฒนาคัดลอกข้อมูลกระดาษและ รายละเอียดของตำแหน่งน้ันๆ เช่น เลขท่ีบ้าน ขอ้ มลู ภาคสนามเขา้ สชู่ นั้ ขอ้ มลู ระบบตำแหนง่ บน หมายเลขเสาไฟฟา้ ขนาดพน้ื ท่ี ใหป้ รากฏบนภาพ สารสนเทศภูมิศาสตร์ จากเดิมท่ีจัดเก็บเอกสาร หรอื ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทท่ี แ่ี ยกเปน็ ชน้ั ๆ เหมอื นขนมชนั้ แผนท่ีไว้เป็นกระดาษ ก็ได้ถูกจัดเก็บด้วยเครื่อง มาซอ้ นทบั กนั ทำใหส้ ามารถพจิ ารณารายละเอยี ด กราดภาพ เมอ่ื นำขอ้ มลู มาแสดงบนคอมพวิ เตอร์ ของแตล่ ะชน้ั ขอ้ มลู รวมทง้ั การพจิ ารณารวมกนั ได้ ข้อมูลท่ีเป็นแผนที่กระดาษจะถูกตรึงให้อยู่บน ๔.๒ ด้านการสืบค้นช้ัน ขอ้ มลู การจัดเก็บขอ้ มลู ด้วยคอมพิวเตอร์ ชว่ ยประหยดั เวลา และสะดวกรวดเร็ว ลกั ษณะของขอ้ มลู สารสนเทศ ในการสืบคน้ ภูมิศาสตร์ท่ีแยกเปน็ ชน้ั ขอ้ มลู โดย ในแต่ละชั้นข้อมูลเป็นตัวแทนของ วตั ถแุ ตล่ ะประเภท และมีตำแหน่ง ทางภมู ศิ าสตรบ์ นพน้ื โลก เชน่ เสน้ ทางคมนาคม มถี นนหลายประเภท ทงั้ ถนนคอนกรตี ถนนลาดยาง และ ถนนลกู รงั หรอื ชน้ั ขอ้ มลู ของการใช้ ทดี่ นิ มกี ารใชท้ ดี่ นิ หลายประเภท ทง้ั

199 พน้ื ทป่ี ลกู ขา้ ว พน้ื ทป่ี ลกู ออ้ ย พน้ื ทชี่ มุ ชน ขอ้ มลู ขอ้ มลู เชิงพ้ืนที่ โดยมีการป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ ตา่ งๆ เหลา่ นไ้ี ดจ้ ดั เกบ็ ไวใ้ นชน้ั ขอ้ มลู การสบื คน้ ชว่ ยสอบถาม (query) เช่น เมื่อพิมพ์คำว่า “วัด ขอ้ มลู แตล่ ะประเภทสามารถกระทำไดด้ ว้ ยวธิ กี าร พระแก้ว” ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลลักษณะของ ค้นหาข้อมลู เชงิ พื้นท่รี ่วมกับขอ้ มลู เชิงลกั ษณะ วัดพระแก้วกับตำแหน่งเชิงพื้นท่ี และแสดงผล ตำแหนง่ กราฟกิ ตรงกนั หรอื ในกรณที หี่ ากตอ้ งการ การคน้ หาจากขอ้ มลู เชงิ พนื้ ท่ี คน้ ขอ้ มลู ทม่ี ลี กั ษณะเหมอื นกนั กส็ ามารถสรา้ ง ข้อมูลเชิงพ้ืนที่เป็นข้อมูลท่ีแสดงภาพแบบ ฐานขอ้ มลู และกระบวนการเรยี งลำดบั ขอ้ มลู จาก กราฟกิ ขอ้ มลู ทซ่ี อ้ นกนั หลายๆ ชนั้ ณ ตำแหนง่ นนั้ ขอ้ มลู นอ้ ยไปหาขอ้ มลู มาก และกำหนดชว่ งขอ้ มลู ท ่ี ไมว่ า่ จะเปน็ จดุ เสน้ หรอื พนื้ ที่ เมอื่ ทำการเลอื ก ตอ้ งการ เชน่ ตอ้ งการทราบวา่ จงั หวดั ใดมขี อบเขต พนื้ ทหี่ รอื ตำแหนง่ ทนี่ า่ สนใจแลว้ ระบบสามารถ พน้ื ทน่ี อ้ ยทส่ี ดุ หรอื อยใู่ นอนั ดบั ๑๐ ของประเทศ ไปคดั เลอื กและแสดงผลชนั้ ขอ้ มลู ทมี่ คี วามเชอื่ มโยง ระบบสามารถจดั ลำดบั และแสดงผลไดอ้ ยา่ งชดั เจน ทางตำแหน่ง แล้วแสดงผลข้อมูลอย่างต่อเน่ือง และรวดเรว็ โดยสามารถสร้างข้อมูลเช่ือมโยงหลายมิติ เช่น ชน้ั ขอ้ มลู กำหนดตำแหนง่ ทเี่ กดิ การระบาดของโรค การคน้ หาขอ้ มลู เชงิ พืน้ ทรี่ ่วมกบั ขอ้ มูลเชงิ ไขห้ วดั นก ระบบกส็ ามารถเชอื่ มโยงไปยงั พน้ื ทข่ี อง ลกั ษณะ หมบู่ า้ น ตำบล อำเภอ และจังหวัดที่เกิดโรคได้ นอกจากนย้ี งั สามารถเชอ่ื มโยงกบั เสน้ ทางคมนาคม ในการปฏบิ ตั งิ านจรงิ และเปน็ ขอ้ มลู ทมี่ คี วาม ทตี่ อ้ งผา่ นพนื้ ทน่ี นั้ เพอ่ื นำไปสกู่ ารวางแผนปอ้ งกนั ซบั ซอ้ น เชน่ ตอ้ งการตดั สนิ ใจวา่ มถี นนคอนกรตี ตอ่ ไป ในบรเิ วณใดทม่ี กี ำหนดจะตอ้ งซอ่ มแซม และจะใช้ การคน้ หาจากขอ้ มลู เชงิ ลกั ษณะ งบประมาณเทา่ ใด จำเปน็ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ารคน้ หาขอ้ มลู การคน้ หาจากขอ้ มลู เชงิ ลกั ษณะเปน็ การสบื คน้ ทั้ง ๒ ระบบผสมผสานกนั โดยอาจทำการเลือก ขอ้ มลู ทม่ี อี ยใู่ นฐานขอ้ มลู ชนดิ เชงิ สมั พนั ธ์ ในรปู แบบ ขอ้ มลู ประเภทถนน ตอ่ จากนนั้ ใหร้ ะบบแสดงเฉพาะ ของตารางทม่ี รี ะบบเชอ่ื มโยงขอ้ มลู เชงิ ลกั ษณะกบั ทเ่ี ปน็ ถนนคอนกรตี เมอื่ ระบบแยกประเภทถนน คอนกรตี ออกมาแลว้ ใหร้ ะบบจำแนกชอ่ งจราจร ขอ้ มูลเชงิ ลกั ษณะในรปู แบบตาราง วา่ ถนนคอนกรตี นน้ั มี ๖ ชอ่ งจราจร ๔ ชอ่ งจราจร หรอื ๒ ชอ่ งจราจร และ ชอ่ งจราจรชอ่ งใดทถี่ นนมี ความเสยี หาย เสรจ็ แลว้ จงึ นำไปวเิ คราะหพ์ นื้ ทผ่ี วิ จราจรวา่ มคี วามเสยี หาย ก่ีตารางเมตร ซึ่งการ ปฏบิ ตั งิ านทม่ี รี ายละเอยี ด

200 ร ตะำแดหบั นนง่ใี้ นไดกไ้ ามรเ่ จกดันิ เก๒บ็ ขเซอ้ นมตลู เิจมะตมรคี ว าม ผดิ พลาดทาง ข้อมูลหรือขอบเขตท่ีไม่ต้องการออกไปได้ด้วย กระบวนการตดั ขอ้ มลู (clip) กระบวนการซอ้ นทบั ๔.๓ ดา้ นการซอ้ นทบั และการตดั ขอ้ มลู และตดั ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทมี่ คี วามหลากหลายในผลลัพธ์ เชงิ พน้ื ท่ี (Merge and Clip) และวธิ กี ารทจ่ี ดั ทำ ซง่ึ เปน็ การปฏบิ ตั งิ านพนื้ ฐาน ของการวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหข์ อ้ มลู ใหม่ การแปลงข้อมูลท่ีเคยจัดทำในอดีตนำเข้าสู่ คอมพวิ เตอร์ ทำใหท้ ราบถงึ ปญั หาทเ่ี คยเกดิ ขน้ึ ใน ๔.๔ ด้านการสร้างข้อมูลแนวกันชน อดตี วา่ พน้ื ทนี่ น้ั มคี วามสมั พนั ธต์ อ่ เนอื่ งกบั ขอ้ มลู (Buffer) อนื่ อยา่ งไร เชน่ เมอ่ื มแี ผนทช่ี ดุ ดนิ ขอ้ มลู จะมแี ต่ รายละเอยี ดเรื่องของดิน แต่ถ้าต้องการทราบว่า ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สามารถสร้าง ชดุ ดนิ นน้ั วางอยบู่ นชดุ หนิ อะไร จำเปน็ ตอ้ งนำแผนท ี่ ขอบเขตพื้นที่ แนวกันชน โดยการสร้างวงรอบ ธรณวี ทิ ยามาซอ้ นทบั (merge) และหากตอ้ งการ จากจดุ เสน้ หรอื พนื้ ทก่ี ำหนดได้ เชน่ การเกดิ รายละเอียดลึกลงไปอีกว่า มีสภาพภูมิประเทศ การระบาดของโรคไขห้ วดั นก จะตอ้ งกนั เขตพน้ื ท ี่ แบบไหน และมคี า่ ความลาดชนั ของภมู ปิ ระเทศ ออกไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ระบบจะสามารถ เทา่ ไรในแตล่ ะชดุ ดนิ การซอ้ นทบั ขอ้ มลู ในระบบ ตดั ขอ้ มลู ในพนื้ ท่ี ๕ กโิ ลเมตร ทำใหท้ ราบจำนวน สารสนเทศภมู ศิ าสตรก์ ส็ ามารถชว่ ยแกป้ ญั หานไ้ี ด้ ส่ิงต่างๆ ในบริเวณดังกล่าว เช่น จำนวนเล้าไก่ ทำให้เกิดชั้นข้อมูลใหม่ท่ีผสมผสานข้อมูลต่างๆ หมบู่ า้ น หลงั คาเรอื น ประชากรทมี่ คี วามเสย่ี ง ซงึ่ เขา้ ดว้ ยกนั ตอ่ จากนน้ั จงึ นำขอ้ มลู ทไี่ ดผ้ ลลพั ธข์ น้ั ขอ้ มลู ทจี่ ดั เกบ็ และตดั ออกมาเฉพาะบรเิ วณสามารถ สดุ ทา้ ยไปจดั กลมุ่ ใหม่ เกดิ เปน็ แผนทช่ี ดุ ใหมท่ แ่ี สดง นำไปสกู่ ระบวนการปอ้ งกนั ได้ รายละเอียดของชุดดิน ผสมผสานกบั สภาพทาง ธรณวี ทิ ยา คา่ ความลาดชนั และสภาพภมู ปิ ระเทศ ๕. การประมาณคา่ เชงิ พน้ื ท่ี ซ่ึงสามารถเลือกชุดข้อมูลท่ีตอ้ งการ โดยการตดั การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในภาคสนาม ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ผลการซ้อนทับพ้ืนท่ีแต่ละพ้ืนท ี่ ไม่สามารถจัดเก็บขอ้ มลู ไดท้ ุกบริเวณ และเกือบ หรอื รปู หลายเหลย่ี มจะยังคงแสดง ท้ังหมดเป็นการสุ่มเก็บตามหลักการท่ีกำหนดไว้ คณุ สมบตั แิ ยกกนั แมม้ คี า่ ทแ่ี สดง เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู มาใสล่ งในแผนท่ี อาจพบชอ่ งโหวข่ อง ความหมายเหมือนกันก็ตาม โดย ขอ้ มลู จงึ จำเปน็ ตอ้ งประมาณคา่ ขอ้ มลู ของสว่ นที่ ท่ัวไปแล้วภายหลังข้ันตอนการ ขาดไป โดยใชห้ ลกั การประมาณคา่ เชงิ พน้ื ที่ เชน่ ซอ้ นทบั แลว้ จะนยิ มลา้ งขอ้ มลู เกา่ การทำแผนที่ภูมิประเทศ การวัดข้อมูลความสูง และสรา้ งขอ้ มลู ใหมอ่ กี ครง้ั และความลกึ การวดั เปน็ จดุ ตำแหนง่ การหาความ หนาแนน่ ของประชากร แนวโนม้ การกระจายตัว กระบวนการซ้อนทบั และการตดั ขอ้ มูลเชงิ พ้ืนท ี่ ของโรคพืช สภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องสร้าง ขอ้ มลู เปน็ พนื้ ทที่ ตี่ อ้ งนำผลประมาณการนไี้ ปสรา้ ง ขอ้ มลู อน่ื ตอ่ ไป ซง่ึ หลกั การสรา้ งขอ้ มลู สามารถ

201 นำขอ้ มลู ขา้ งเคยี งมาหาคา่ เฉลย่ี ของระยะทางจาก มคี ำถามทถี่ ามตอ่ วา่ จะมผี ลอยา่ งไร แลว้ จะวางแผน จดุ หลายๆ จดุ ทอ่ี ยรู่ อบและสมั พนั ธก์ นั หรอื หาวธิ แี กไ้ ขอยา่ งไร เนอ่ื งจากระบบสารสนเทศ ภมู ศิ าสตรส์ ามารถแสดงผลในด้านสถิติ ข้อมูล ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากชน้ั ขอ้ มลู เชงิ พน้ื ที่ และขอ้ มลู ความเหมือนหรือความแตกต่างของสภาพพ้ืนท่ี เชงิ ลกั ษณะสามารถนำไปวเิ คราะหแ์ ละสรา้ งขอ้ มลู เวลา สภาพแวดลอ้ ม และขอ้ มลู ตา่ งๆ ทจ่ี ดั เกบ็ ไว้ ใหม่ได้อย่างหลากหลายตามความชำนาญของ ในชว่ งเวลาตา่ งๆ กนั แลว้ นำมาแสดงผล ทำให้ แตล่ ะสาขาวชิ า ซง่ึ ไมจ่ ำกดั อยเู่ ฉพาะนกั ภมู ศิ าสตร ์ ช่วยเพิ่มข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจบน เทา่ นน้ั แตย่ งั ขยายไปถงึ นกั วชิ าการดา้ นการเกษตร พน้ื ฐานทใี่ กลเ้ คยี งความจรงิ มากทสี่ ดุ ดว้ ยวธิ กี ารที่ นกั วชิ าการดา้ นปา่ ไม้ นกั ธรณวี ทิ ยา นกั ออกแบบ ชดั เจน โดยมกี ระบวนการวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะห์ และวางแผนชมุ ชนเมอื ง นกั เศรษฐศาสตร์ รวมทงั้ ขอ้ มลู แลว้ แสดงผลออกมาจากคา่ จรงิ และคา่ สมมติ แพทยท์ กี่ ำกบั และควบคมุ โรคระบาด แมก้ ระทง่ั ทำใหส้ รา้ งสถานการณเ์ สมอื นจรงิ ทงั้ ๒ มติ ิ และ ตำรวจทศี่ กึ ษาในดา้ นอาชญวทิ ยากน็ ำขอ้ มลู ไปใช้ ๓ มิติ จงึ มกี ารนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรไ์ ป และประสบผลสำเรจ็ ทำใหป้ ระหยัดเวลาในการ ประยกุ ตใ์ ช้ โดยอาจอา้ งองิ กบั คา่ พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์ สบื คน้ และสามารถตดิ ตามวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดอ้ ยา่ ง หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางภูมิศาสตร์ เช่น การ รวดเรว็ ดงั นน้ั ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรน์ บั วนั ศกึ ษารา่ งกายมนษุ ย์ ทม่ี กี ารแยกชน้ั ขอ้ มลู ตง้ั แต่ ยง่ิ มกี ารพฒั นาและนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นศาสตรต์ า่ งๆ ช้ันผวิ หนังตา่ งๆ จนถึงชนั้ กระดูก ไดห้ ลากหลายเพม่ิ ขนึ้ ๖. ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรม์ คี วาม ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์นำไปใชว้ างแผนการทอ่ งเทีย่ วได้ เกยี่ วขอ้ งกบั ชวี ติ ประจำวนั ของมนษุ ย์ ในอดีต ในการปฏิบัติงาน คำถามที่มักพบ เสมอๆ คอื ใคร ทำอะไร ทไี่ หน อยา่ งไร เมอ่ื ไร และทำไม เหล่าน้ีเป็นคำถามท่ีคำตอบไม่จำเป็น ต้องมกี ารวเิ คราะหข์ อ้ มลู มากนกั ตอ่ มาเมอื่ มีการ คดิ วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทางสถติ ิ แผนทก่ี ระดาษ การ ตรวจสอบภาคสนาม คำตอบทไี่ ดร้ บั สว่ นใหญเ่ ปน็ คำตอบเฉพาะพื้นท่ี และพิจารณาคำตอบเฉพาะ สว่ น แตเ่ มื่อเกิดระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ขึ้น ลกั ษณะของคำตอบสามารถเชื่อมโยงกันได้หลาย รปู แบบ โดยรปู แบบของขอ้ มลู สามารถเกบ็ บนั ทกึ ไวใ้ นระบบ และแสดงผลยอ้ นหลงั ไปในเหตกุ ารณ ์ ทสี่ ามารถจำลองภาพเสมอื นจรงิ ในอดตี และเมอ่ื

202 ไ ปประใยนกุ กตใา์ ชรส้นาำมขา้อรถมจูลำดแน้านกชสน้ัารขสอ้ มนลูเทไดศเ้ปภน็ูมิศ๒าสกลตมุ่ร ์ ใชท้ ด่ี นิ อยา่ งตอ่ เนอื่ งทกุ ชว่ งเวลาทต่ี อ้ งการ ระบบ คือ กลุ่มข้อมูลท่ีไม่เปล่ียนแปลง (static layer) ฐานขอ้ มลู การเกษตร ประกอบดว้ ย ฐานขอ้ มลู ดนิ และกลมุ่ ขอ้ มลู ทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง นำมาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ดา้ นการเกษตร เพอื่ การจำแนก (dynamic) ทอ่ี าจสง่ ผลกระทบตอ่ ขอ้ มลู อนื่ ๆ จาก พน้ื ทดี่ นิ และทำเปน็ แผนทดี่ นิ พรอ้ มแสดงความ แนวคดิ นจ้ี งึ ไดม้ กี ารนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร ์ เหมาะสมของพน้ื ทใ่ี นการปลกู พชื ชนดิ ตา่ งๆ แผนท ่ี ไปใช้ในศาสตร์ต่างๆ ท่ีไม่ใช่เฉพาะเรื่องแผนที่ที่ ปา่ ไม้ แผนทกี่ ารใชป้ ระโยชนจ์ ากทดี่ นิ ฐานขอ้ มลู นำ้ ไมม่ กี ารเคลอ่ื นไหว แตเ่ ปน็ แผนทที่ ม่ี ชี วี ติ หรอื มี ประกอบดว้ ย สภาพของแหลง่ นำ้ พน้ื ทช่ี ลประทาน การเคลอื่ นไหว โดยมกี ารเปลย่ี นแปลงขอ้ มลู และ บรเิ วณพนื้ ทซี่ งึ่ เปน็ พนื้ ทแ่ี หง้ แลง้ แหลง่ นำ้ ผวิ ดนิ นำข้อมูลไปใช้ในชีวิตประจำวัน ดังตัวอย่างการ และตำแหนง่ หลมุ เจาะนำ้ บาดาลของนำ้ ใตด้ นิ ฐาน ประยกุ ตใ์ ชท้ เี่ กดิ ขน้ึ ดงั นี้ ขอ้ มลู ลม หรอื สภาพภมู อิ ากาศ ประกอบดว้ ย แผนท ่ี สภาพภมู อิ ากาศ การรายงานปรมิ าณนำ้ ฝน ความ ๖.๑ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพ่ือ ชน้ื อณุ หภมู ิ ซง่ึ สามารถบง่ บอกถงึ สถานการณ ์ งานดา้ นการเกษตร ของนำ้ ในแตล่ ะชว่ งฤดกู าล คา่ เฉลยี่ ของปรมิ าณ น้ำฝนในแต่ละพ้ืนที่ บ่งบอกพื้นที่ซึ่งอาจได้รับ ประเทศไทยได้จัดทำฐานข้อมูลของระบบ ผลกระทบรุนแรงจากภัยแล้ง หรือน้ำท่วม และ สารสนเทศภมู ศิ าสตร์ ทส่ี ามารถนำมาประยกุ ตใ์ ช ้ เมอ่ื นำขอ้ มลู เหล่านี้มาจัดช้ันแล้วสร้างข้อมูลใหม่ ในการวางแผนดา้ นการเกษตร ประกอบกบั ขอ้ มลู ผสมผสานกับข้อมูลที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียม จากดาวเทยี มทอี อส (THEOS) ทสี่ ามารถตดิ ตามการ ก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ในงานด้านการเกษตร และงานวจิ ยั คน้ ควา้ ไดม้ ากมาย การใชร้ ะบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรใ์ นการวางแผนดา้ นการเกษตร เพ่ือบ่งบอกพื้นท่ีทำนาท่ีอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตวั อยา่ งของลกั ษณะงานทน่ี ำมาประยกุ ตใ์ ช้ เชน่ - การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ วเิ คราะหห์ าพน้ื ทเี่ หมาะสมดา้ นเกษตรกรรม การ วิเคราะห์น้ี ใช้ชั้นข้อมูลต่างๆ มาผสมผสานกัน ผลการศึกษาสามารถแสดงความเหมาะสมของ พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งแยกพ้ืนที่เป็นระดับความ เหมาะสมมาก หรอื ความเหมาะสมปานกลาง - การประเมินที่ดินสำหรับการหาความ เหมาะสมของพชื ผลการศกึ ษาจำแนกพน้ื ทปี่ ลกู พชื ชนดิ ตา่ งๆ และนำไปบรู ณาการกบั คณุ ภาพของ ดนิ ทมี่ ผี ลกระทบตอ่ พชื ชนดิ ตา่ งๆ โดยเปรยี บเทยี บ ความตอ้ งการของพชื กบั คณุ ภาพของดนิ

203 - การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับ แยกตา่ งระดบั ทม่ี คี วามซบั ซอ้ นของการสรา้ งแผนท่ี สนิ คา้ เกษตร เปน็ การนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร ์ และการแสดงตำแหนง่ ของรถ โดยเฉพาะการแจง้ มาวเิ คราะห์วางแผนการผลติ ด้านการเกษตร ให้ ตำแหนง่ อบุ ตั เิ หตุ ผเู้ ขา้ ไปชว่ ยเหลอื อาจอยคู่ นละ สอดคลอ้ งกบั สภาพดนิ ฟา้ อากาศ แหลง่ นำ้ ตาม ฝงั่ ถนนกไ็ ด้ ทง้ั นี้ บนเสน้ ทางสำคญั จะมกี ารตดิ ตงั้ ประเภทของเกษตรกรรม รายได้ และความตอ้ งการ กลอ้ งซซี ที วี ี (CCTV: Closed-Curcuit Television) ของตลาด เพอ่ื รายงานการจราจร ระบบนไี้ ดถ้ กู เชอื่ มโยงขอ้ มลู กบั ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ ทำใหส้ ามารถแสดง ๖.๒ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ ภาพเคลอื่ นไหวและแผนทบ่ี รเิ วณนน้ั ได ้ การคมนาคม ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับการ ผลของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบบอก คมนาคมขนส่งที่ติดตั้งเครื่องบอกตำแหน่งจาก ตำแหน่งพิกัดด้วยดาวเทียม (Global Positioning ดาวเทยี ม ภายในระบบจะมหี ลายรปู แบบ รปู แบบ System: GPS) ทำใหส้ ามารถรตู้ ำแหนง่ ของรถ เรอื ท่ัวไปคือ ผู้ใช้มีเคร่ืองรับสัญญาณ GPS ที่แสดง เครอื่ งบนิ หรอื สง่ิ ของทม่ี กี ารตดิ ตงั้ อปุ กรณเ์ ครอ่ื ง ตำแหนง่ รถของตนเอง และแผนทท่ี ตี่ ดิ ตง้ั มาดว้ ย วดั พกิ ดั ดว้ ยดาวเทยี ม ซงึ่ สามารถตดิ ตามไดว้ า่ ขณะ หรอื รบั สญั ญาณจากทางโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นทใ่ี นระบบ นว้ี ตั ถหุ รอื สง่ิ ของนน้ั อยู่ ณ ทใี่ ดบนโลก อปุ กรณ์ อนิ เทอรเ์ นต็ ผใู้ ชส้ ามารถกำหนดตำแหนง่ จากจดุ ชุดนี้ทำงานควบคู่กับแผนท่ีที่สร้างขึ้น โดยใช้ เรม่ิ ตน้ ไปยงั จดุ หมายปลายทางวา่ สามารถเดนิ ทาง ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ ซง่ึ แสดงรายละเอยี ด ไปเสน้ ทางใด อกี รปู แบบหนงึ่ เปน็ ระบบเพอ่ื ใชก้ าร ของเส้นทางคมนาคม หรือสถานท่ีต่างๆ โดยใช้ ประกอบกับข้อมูลดาวเทยี ม ซงึ่ ผู้ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ สรา้ งขน้ึ มา หรอื จากผใู้ ชเ้ ปน็ ผรู้ ะบุ ความตอ้ งการเพม่ิ เตมิ ในการสร้างแผนที่เส้นทาง ควบคุมการจราจรโดยกลอ้ งซีซที ีวี (CCTV) ควบคมุ เสน้ ทางการจราจรใหแ้ กบ่ คุ คลสำคัญ คมนาคมทแี่ สดงขอ้ มลู เปน็ เสน้ มี ควบคมุ การจราจรเสน้ ทางทเ่ีจาะจงโดยกลอ้ งซซี ที วี ี ใชร้ ะบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรช์ ว่ ยตอบปญั หาจราจร ความละเอยี ดของการบอกตำแหนง่ สงู กวา่ การสรา้ งขอ้ มลู ดา้ นการเกษตร เพราะถนนจะมชี อ่ งจราจรหลายชอ่ ง ไดแ้ ก่ ๒ ชอ่ งจราจร ๔ ชอ่ งจราจร ๖ ชอ่ งจราจร ๘ ชอ่ งจราจร และ ๑๐ ช่องจราจร แต่ละช่องห่างกัน ๓.๕ เมตร นอกจากนยี้ งั มที างตา่ ง ระดบั ยกขนึ้ เหนอื ผวิ ทางเดมิ และทาง

204 จบ ะรถหิ กู าตรดิจตดั งั้กไาวรใ้ กนาตรวัขรนถสง่เพอื่เคดรวู อ่ื า่ คงรนบั ขสบั ญัรถญไดาณไ้ ปตGาPมS ๖.๓ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เสน้ ทางทกี่ ำหนดไวห้ รอื ไม่ ระบบสามารถควบคมุ วเิ คราะหแ์ ละปอ้ งกนั สถานการณโ์ รคระบาด ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรไ์ ดร้ บั การพฒั นา การใช้น้ำมัน ช่วงเวลาท่ีควรซ่อมเปลี่ยนเคร่ือง และนำมาใชใ้ นการศกึ ษาดา้ นสถานท่ี สถานการณ ์ และปอ้ งกนั การขโมยรถ โดยแจง้ ไปยงั ศนู ยค์ วบคมุ การแพรก่ ระจายตวั ของโรคระบาด และใชใ้ นการ ใหส้ ามารถสง่ั ตดั ระบบนำ้ มนั ได้ วางแผนงานการใหบ้ รกิ ารดา้ นสาธารณสขุ โดยอาศยั การนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรม์ าใชใ้ น ฐานขอ้ มลู หลกั ซง่ึ กค็ อื ชน้ั ฐานขอ้ มลู สารสนเทศ งานบรหิ ารจดั การการขนสง่ หรอื ดา้ นการจดั สง่ ภมู ศิ าสตรข์ องขอบเขตการปกครองและประชากร สนิ คา้ มคี วามสำคญั มากขน้ึ ในดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย โดย สภาพภมู ปิ ระเทศ ตำแหนง่ ทตี่ งั้ ของโรงพยาบาล เป็นส่วนสำคัญต่อการวางแผนการจัดส่งสินค้า และสถานทบี่ รกิ ารสาธารณสขุ บริเวณท่เี กิดโรค จากแหล่งผลิตไปยังโรงงาน จากโรงงานแปรรูป ประจำถนิ่ หรอื เกดิ โรคระบาด เมอ่ื เกดิ สถานการณ ์ ส่งไปยังคลังสินค้า จากคลงั สนิ คา้ สง่ ไปยงั ตลาด โรคระบาดข้ึน กระบวนการทำงานของระบบจะ และจากตลาดระบายออกสู่ผู้บริโภคได้ทันตาม เรม่ิ จากการกำหนดตำแหน่งของบริเวณที่เกิดโรค กำหนดเวลา ซึ่งช่วยลดความเสียหายของสินค้า ว่าอยู่ในพ้ืนที่ของหมบู่ า้ น ตำบล และอำเภอใด อีกทั้งในกระบวนการหากสามารถลดต้นทุนการ จำนวนผู้ป่วยเท่าใด ภาพเบ้ืองต้นจะแสดงเป็น ขนสง่ ได้ จะทำใหล้ ดคา่ ใชจ้ า่ ยและสามารถสรา้ ง ระดบั สี ๕ ระดบั คอื พน้ื ทท่ี มี่ คี วามเสย่ี งสงู มาก ผลกำไรได้ จงึ สามารถแขง่ ขนั ในตลาดทนี่ บั วนั จะ สงู ปานกลาง เล็กน้อย และตำ่ จากนั้นจึงนำ ตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ยในการดำเนนิ งาน ฐานข้อมูลท่ีอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมา แผนทแ่ี สดงการกระจายตวั ของสตั วใ์ นประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๖ แผนทแี่ สดงบรเิ วณทพ่ี บการแพรร่ ะบาดของโรคไขห้ วดั นก

205 แผนทีแ่ สดงพ้นื ทท่ี ่ีนำระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์มาใช้ในดา้ นการปอ้ งกันภัยพิบัติ (อทุ กภัย) พจิ ารณา ไดแ้ ก่ สภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพภมู อิ ากาศ ๖.๔ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ อาชีพ สภาพแหล่งน้ำ สภาพเส้นทางคมนาคม ปอ้ งกนั ภยั พบิ ตั ิ นำ้ ทว่ ม ดนิ ถลม่ ภยั แลง้ ฟารม์ ตา่ งๆ หรอื ขอ้ มลู ตา่ งๆ ทน่ี กั ระบาดวทิ ยาได้ กำหนดขน้ึ เพอ่ื นำไปสกู่ ระบวนการปอ้ งกนั และ ผลของสภาพภูมิอากาศท่ีเปลี่ยนแปลงไป ควบคมุ การแพรร่ ะบาด โดยการกำหนดแนวพนื้ ท ี่ จำนวนประชากรทเี่ พม่ิ สงู ขนึ้ และอยอู่ าศยั รวมกนั กันชน (Buffer Zone) ออกจากแหล่งระบาด ๕ เปน็ จำนวนมากในแตล่ ะพน้ื ท่ี เมอื่ เกดิ ภยั พบิ ตั ิ ความ กโิ ลเมตร เชน่ กรณโี รคไขห้ วดั นก จากฟารม์ ไก่ เสยี หายจะมคี วามรนุ แรงมากทงั้ ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ที่เกิดโรคระบาดในรัศมี ๕ กิโลเมตร ถ้ามีฟาร์ม ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการหยุดย้ังไม่ให้เกิดภัยพิบัติได้ อยใู่ นพนื้ ทจ่ี ำเปน็ ตอ้ งถกู ควบคมุ เพอ่ื ตดั วงจรของ แตเ่ ราสามารถทราบถงึ พน้ื ทที่ มี่ แี นวโนม้ ทจ่ี ะเกดิ การแพร่กระจายของโรค กระบวนการท่ีกล่าวน้ี ภยั พบิ ตั ไิ ด้ ดว้ ยการนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร ์ เป็นกรณีฉุกเฉินที่เกิดในสถานการณ์โรคระบาด มาใชใ้ นการวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ และสรา้ ง กระบวนการทตี่ ามมาอกี ขนั้ หนง่ึ คอื กระบวนการ สถานการณจ์ ำลอง เพอื่ ศกึ ษาเหตกุ ารณท์ เ่ี คยเกดิ ทส่ี น้ิ สดุ การระบาด พนื้ ทที่ เี่ กดิ โรคระบาดจะถกู ขนึ้ มาแลว้ และนำตวั อยา่ งนนั้ มาคาดคะเนพน้ื ทท่ี ่ี บนั ทกึ ในระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ กลายเปน็ อาจจะเกดิ ขนึ้ ไดอ้ กี เพอ่ื สรา้ งระบบเตอื นภยั และ พนื้ ทเี่ ฝา้ ระวงั เพราะเชอื่ วา่ โรคอาจฝงั ตวั อยใู่ นพน้ื ท ี่ วางแผนปอ้ งกนั ทำใหค้ วามเสยี หายทง้ั ชวี ติ และ เมอื่ สภาพเหมาะสมกอ็ าจยอ้ นกลบั มาเกดิ ไดอ้ กี ทรพั ยส์ นิ ลดลงได้ หลกั การสรา้ งระบบสารสนเทศ ภมู ศิ าสตรต์ อ้ งจดั ทำขอ้ มลู ๓ สถานการณ์ คอื กอ่ น ในการศกึ ษากรณโี รคระบาดมกี ารนำระบบ เกดิ สถานการณ์ ระหวา่ งเกดิ สถานการณ์ และหลงั สารสนเทศภูมิศาสตร์มาใช้ เช่น กรณีเกิดโรค เกดิ สถานการณ ์ ไขห้ วดั นก งานวจิ ยั ของ Tiensin, T., et al (2005) ท ่ี รวบรวมขอ้ มลู โรคระบาดในประเทศไทย กรณเี กดิ โรคฉหี่ นู งานวจิ ยั ของ Moukomia, S., et al (2007) ทศี่ กึ ษาในพนื้ ทจี่ งั หวดั นครราชสมี า

206 การจดั ทำขอ้ มลู กอ่ นเกดิ สถานการณ์ เขา้ ถงึ การสง่ เสบยี งอาหารและการชว่ ยเหลอื ตอ้ ง ประกอบด้วยชั้นข้อมูลต่างๆ คือ สภาพ ใชว้ ธิ ใี ด การซอ้ นทบั ขอ้ มลู กอ่ นเกดิ สถานการณ์ ภูมิอากาศ สภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพทางนำ้ และ และขอ้ มลู ปจั จบุ นั สามารถพบสภาพทเ่ี ปลยี่ นแปลง แหลง่ นำ้ ความลกึ ของทะเล รอยเลอ่ื นแผน่ ดนิ ไหว ไป ทำใหท้ ราบถงึ ความรนุ แรง และสามารถกำหนด ธรณวี ทิ ยา พน้ื ทข่ี าดแคลนนำ้ พนื้ ทที่ ม่ี แี นวโนม้ เกดิ ตำแหนง่ ของผปู้ ระสบภยั ในสถานการณน์ นั้ ๆ ซง่ึ ภยั พบิ ตั ิ เสน้ ทางคมนาคม ขอบเขตการปกครอง อาจแจง้ ภยั ทเ่ี กดิ ขนึ้ ผา่ นโทรศพั ทม์ อื ถอื พรอ้ มกบั สถานพยาบาลภาครัฐ รวมท้ังที่ตั้งของโรงเรียน แผนท่ี งานชว่ ยเหลอื ภาคพนื้ ดนิ กจ็ ะเขา้ ถงึ พน้ื ที่ วัด และโรงแรม ซง่ึ เปน็ ฐานขอ้ มลู พนื้ ทส่ี ำหรบั ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เคลอ่ื นยา้ ยประชาชนไปยงั จดุ ปลอดภยั หรอื จดุ รวม ตวั ฐานขอ้ มลู ตา่ งๆ เหลา่ นถ้ี กู นำมาวเิ คราะหเ์ พอ่ื การจดั ทำขอ้ มลู หลงั เกดิ สถานการณ์ สรา้ งระบบเตอื นภยั ของพน้ื ทที่ เ่ี กดิ ภยั พบิ ตั ิ และมี มักพบความเสยี หายดา้ นชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ความรนุ แรงไมเ่ ทา่ กนั โดยตำแหนง่ ในการจดั สง่ เสบยี งและการชว่ ยเหลอื การจดั ทำขอ้ มลู ระหวา่ งเกดิ สถานการณ์ ประชาชนท่ีตกค้างสามารถตรวจสอบได้จากการ ในระหวา่ งเกดิ สถานการณ์ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านตอ้ ง สรา้ งแผนที่ การกำหนดตำแหนง่ ผเู้ สยี ชวี ติ พน้ื ที่ ได้รับขอ้ มลู จากภาคสนาม อาจเปน็ ขอ้ มลู จากการ เสยี หาย พรอ้ มทั้งเขียนค่าพิกัดและบันทึกลงใน บนิ ถา่ ยภาพ ภาพถ่ายจากดาวเทียม รายงานการ ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ และถา่ ยภาพเสน้ ทางที่ สอื่ สารทางใดทางหนงึ่ เพอื่ ดสู ภาพพน้ื ทที่ เี่ สยี หาย ถกู ตดั ขาด แหลง่ นำ้ ทใ่ี ชใ้ นพน้ื ทห่ี มดสภาพ เพอื่ ว่ามีบริเวณกว้าง-ยาวเท่าไร พื้นท่ีใดยากต่อการ การวางแผนด้านงบประมาณ และปรบั คนื สภาพ ตอ่ ไป ขอ้ มลู ตา่ งๆ เหลา่ นสี้ ามารถนำไปใชใ้ นการ แนวชายหาดที่ถกู ทำลาย อาคารท่ีถูกทำลาย ปะการังรสี อร์ต ทะเลอันดามนั ทะเลอันดามนั ภาพถา่ ยดาวเทยี มอโิ คนอส (IKONOS) แสดงขอ้ มลู กอ่ นและหลงั เกดิ สถานการณก์ ารเปลย่ี นแปลงจากภยั พบิ ตั สิ นึ ามิ บรเิ วณเขาหลกั จงั หวดั พงั งา

207 วางแผนป้องกัน และลดความเสียหายที่อาจจะ มากมาย ทงั้ นี้ ขนึ้ กบั การรวบรวมขอ้ มลู และการ เกดิ ขน้ึ ในอนาคต ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรอ์ าจ จัดเก็บข้อมูลใหม่ ทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาอย่าง นำมาใชใ้ นการประเมนิ พนื้ ทที่ ไี่ ดร้ บั ความเสยี หาย ตอ่ เนอ่ื ง จากภยั พบิ ตั ิ เพอ่ื การชดเชยหรอื ชดใชค้ า่ เสยี หาย ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม ท้ังตอ่ ฝ่ายที่ไดร้ ับความ ๗. ขอ้ เสนอแนะและบทสรปุ เสยี หายและฝา่ ยทตี่ อ้ งจา่ ยคา่ ชดเชย ๗.๑ ขอ้ เสนอแนะ ทงั้ หมดน้ี ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรม์ สี ว่ น ชว่ ยในการค้นคว้าหาคำตอบไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ความ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จะสามารถนำ สามารถในการนำระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรม์ าใช้ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้น้ัน ต้องม ี นับวันจะเพิ่มทวีตามข้อมูลท่ีเพ่ิมขึ้นจากข้อมูลที่ องคป์ ระกอบหลกั ๕ อยา่ ง คอื ฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร ์ แสดงผลขอ้ มลู เปน็ ชน้ั ๆ ทถี่ กู แยกชนดิ และประเภท บคุ ลากร กระบวนการวเิคราะห์ และขอ้ มลู ทงั้ หมด เรมิ่ จากขอ้ มลู ทจ่ี ดั เกบ็ ในภาคสนามและเอกสารท่ี มคี วามสมั พนั ธแ์ ละความตอ้ งการของงานในระดบั คัดลอกลงในระบบคอมพิวเตอร์ นำมาเชอ่ื มโยง ตา่ งๆ การเลอื กใชจ้ ำเปน็ ตอ้ งพจิ ารณางบประมาณ กับข้อมูลรายละเอียดที่อยู่ในตารางอธิบาย แล้ว และเปา้ หมายทตี่ อ้ งการ ซงึ่ ฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วร ์ เชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลตำแหน่งแสดงภาพจำลอง เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ท่ีต้องมีการพัฒนาให้มี และจากขอ้ มลู ๒ มติ ิ ไดร้ บั การพฒั นามาเปน็ ขอ้ มลู ประสทิ ธภิ าพสงู ขน้ึ เพอ่ื การคา้ และความตอ้ งการ ๓ มติ ิ ทส่ี ามารถเชอ่ื มโยงกบั ภาพถา่ ยและภาพจาก ของลูกค้าอย่างต่อเน่ือง การคัดเลือกอุปกรณ์จึง วดิ โี อ ทำใหเ้ หน็ รายละเอยี ดตามมาตราสว่ นตา่ งๆ ต้องมีความเหมาะสมกับขอบข่ายของงาน หาก ซงึ่ สามารถยอ่ ขยายและเปรยี บเทยี บ ศกึ ษาขอ้ มลู เปน็ การเรยี นรเู้ บอื้ งตน้ กไ็ มส่ มควรเลอื กอปุ กรณท์ ี่ และเพมิ่ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ จรงิ และทส่ี มมตขิ นึ้ สามารถ มรี าคาสงู จนเกนิ ไป แตถ่ า้ เปน็ งานดา้ นการปอ้ งกนั นำมาใช้และช่วยเพ่ิมข้อมูล เพื่อการบรหิ ารงาน ดา้ นการวจิ ยั และมกี ารเกบ็ ขอ้ มลู อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ก็ และการตดั สนิ ใจของผบู้ รหิ าร สำหรบั การแก้ไข จำเป็นตอ้ งเลอื กฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วรท์ มี่ รี ะดบั ปัญหาท่ีกำลังเกิดขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ความสามารถสงู อยา่ งไรกด็ ี ตอ้ งดทู ร่ี ะดบั ความ และใกลเ้ คยี งความจรงิ มากทส่ี ดุ สามารถของบคุ ลากรดว้ ย ระบบสารสนเทศภูมิศาสตรน์ อกจากนำมา องคป์ ระกอบในดา้ นฐานขอ้ มลู ของบคุ ลากร ใชใ้ นกจิ การดงั กลา่ วแลว้ นน้ั พบวา่ ยงั มอี กี หลาย และวธิ กี ารกเ็ ขา้ มามสี ว่ นสำคญั ตอ่ ระบบการทำงาน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนท่ีได้นำมาศึกษา ดว้ ย หากหนว่ ยงานมกี ารปฏบิ ตั งิ านอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ในดา้ นตา่ งๆ เชน่ ดา้ นปา่ ไม้ การทำแผนทที่ อ่ งเทย่ี ว มวี ธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู เพอ่ื ใชใ้ นการวเิ คราะห์ วจิ ยั สถานีบริการนำ้ มนั แผนทอี่ าชญากรรม แผนที่ ตดิ ตาม และสรา้ งสถานการณจ์ ำลองขนึ้ สำหรบั รายไดป้ ระชากร แผนทภี่ าษใี นระดบั ตำบล การ ทำนายเหตุการณ์ท่ีอาจเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ วเิ คราะหด์ า้ นการตลาด การขนสง่ และอนื่ ๆ อกี ฐานขอ้ มลู กจ็ ะมปี รมิ าณมากขนึ้ โดยฐานขอ้ มลู มี ๒ ประเภทหลกั คอื ฐานขอ้ มลู ทเ่ี ปลย่ี นแปลงอยา่ ง ชา้ ๆ เชน่ ภเู ขา ทอี่ ยอู่ าศยั ถนน และ ฐานขอ้ มลู

208 ท สภี่มาีกพาภรเมู ปอิ ลา่ียกนาศแปพลางยอุ ยฐ่าางนตข่ออ้ เนมื่อลู จงรรวาจดรเร็วเมื่อเชน่นำ ร(ะGดloบั bโaลlก) ๒ สว่ นมาผสมผสานกนั สามารถทำนายเหตกุ ารณ์ ภรมู ะภิ ดาบัคขนอานงโาลชกาต(Wิ (IonrtledrnRaetigoinoanla) l) บรเิ วณทอี่ าจเกดิ ภยั พบิ ตั ิ และการแกไ้ ขปญั หาการ จราจร ดว้ ยเหตนุ ี้ บคุ ลากรทม่ี คี วามชำนาญแต่ละ (รNะaดtบัioชnาaตl)ิ ดา้ น ไดแ้ ก่ ผชู้ ำนาญการดา้ นฮารด์ แวร์ (hardware specialist) ผบู้ รหิ ารระบบ (system administrator) ระด(บัCภouมู nภิ trาyคขRอegงiปoรnะaเlท) ศ ผจู้ ดั การฐานขอ้ มลู (database manager) จำเปน็ ตอ้ ง พฒั นาตนเอง เพอ่ื ใชข้ อ้ มลู สารสนเทศภมู ศิ าสตร์ ระดบั ทอ้ งถน่ิ (Local) อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื กำหนดวธิ กี ารหรอื แนวคดิ เพอื่ สรา้ งระบบวเิ คราะหข์ นึ้ มารองรบั ในแตล่ ะดา้ น บริษทั หา้ งรา้ น (Corporate) ๗.๒ บทสรปุ ความร่วมมือกันหลายภาคส่วนในการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยใช้ หลกั การโครงสรา้ งพน้ื ฐานภมู ิสารสนเทศ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ระบบสารสนเทศ ภมู ศิ าสตร์มีศกั ยภาพและประสิทธภิ าพสูงในการ ภาคเอกชน และภาคสถาบนั การศกึ ษา เพอื่ ใหม้ ี นำมาใช้เพื่อการวางแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน การปฏบิ ตั กิ ารในแนวเดยี วกนั อยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ ปจั จบุ นั ประเทศตา่ งๆ ทว่ั โลกตา่ งตระหนกั ถงึ ความ โดยที่ภาครัฐมีส่วนในการจัดหาและจัดให้มีแนว สำคญั ของระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรเ์ ปน็ อยา่ งดี นโยบายเก่ียวกับข้อมูลเชิงพ้ืนท่ีอย่างรอบคอบ จงึ ทยอยดำเนนิ โครงการพฒั นา “โครงสรา้ งพนื้ ฐาน และครอบคลมุ ตลอดจนจดั หาและสง่ เสรมิ ใหม้ ี ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทข่ี องชาต”ิ (National Spatial Data การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ตามความตอ้ งการทเี่ ปน็ จรงิ ใน Infrastructure: NSDI) ขน้ึ มา เพอ่ื ใหก้ ารดำเนนิ การ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญในด้านต่างๆ อย่าง ดา้ นระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์เป็นไปอย่างเป็น เหมาะสม เชน่ ดา้ นความปลอดภยั ดา้ นการพฒั นา เอกภาพในทกุ ระดบั ตงั้ แตร่ ะดบั ทอ้ งถนิ่ ระดบั ประเทศ รวมทง้ั จดั หาและสง่ เสรมิ ใหม้ มี าตรฐานกลาง ภาค จนถงึ ระดบั ประเทศ และในทกุ ภาคสว่ น ไม ่ สำหรับนำไปใชอ้ ยา่ งเปน็ บรรทดั ฐานเดียวกันทวั่ ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสถาบัน ประเทศ นอกจากน้ียังจัดให้มีการฝึกอบรมและ การศกึ ษา ประเทศไทยอยรู่ ะหวา่ งการดำเนนิ การ ถา่ ยทอดความรอู้ ยา่ งเหมาะสมและทว่ั ถงึ เพอ่ื นำ เพื่อการพัฒนา NSDI นี้อย่างจริงจัง ให้เกิดผลท่ัว ขอ้ มลู ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการพฒั นาประเทศอยา่ งยง่ั ยนื ประเทศ ทุกระดับ และทุกภาคส่วน หลกั การ และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศเชิง และสงั คมโลกโดยรวม พนื้ ทน่ี ้ี เพอื่ สรา้ งสงิ่ อำนวยความสะดวก รวมทง้ั ดเู พม่ิ เตมิ เรอ่ื ง ดาวเทยี มเพอ่ื การเกษตร เลม่ ๑๖ สง่ เสริมใหเ้ กิดการแลกเปลยี่ นและแบ่งปันขอ้ มลู ระบบฐานขอ้ มลู เลม่ ๒๕ และแอนเิ มชนั เลม่ ๓๖ ระหว่างกลุ่มผู้ใช้ข้อมูล และให้มีความร่วมมือ ระหว่างองค์กรทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ

209 บรรณานกุ รม สำนกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก์ รมหาชน). “ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร.์ ” ใน จากหว้ งอวกาศสพู่ น้ื แผน่ ดนิ ไทย. กรงุ เทพฯ : สยาม เอม็ แอนดบ์ ี พบั ลชิ ชง่ิ , ๒๕๔๖. Aronoff, S. Implementing a GIS. Geographic Information Systems: A Management Perspective. Ottawa: WAL Publications, 1989. Berry, J.K. “Learning computer-assisted map analysis.” Journal of Forestry. pp 39-43, 1986. Burrough. Principle of Geographical Information Systems for Land Resource Assessment. Oxford: Clarendon, 1987. ESRI. ARC/INFO Training Manual. 1988. ESRI. Understanding GIS. 1990. Smith and others. “Requirements and principle for the implementation and construction of large-scale geographic information system.” International Journal of Geographic Information Systems. Vol. 1, pp 13-31, 1987.

210

การประเมนิ ผลกระทบ211 สงิ่ แวดลอ้ ม รองศาสตราจารย์ ดร. สามคั คี บุณยะวฒั น์ ผเู้ ขยี น ส่วนเดก็ เลก็ รองศาสตราจารยน์ ิรมล ตรี ณสาร สวัสดบิ ุตร ผู้เรียบเรียง มนุษย์ไม่ได้อยู่ลำพังเพียงคนเดียว ดังน้ัน เมื่อเราทำอะไร ก็มักส่ง ผลกระทบต่อคนอ่ืนและสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ เช่น ในบ้านของเรา เราเปิด โทรทศั นด์ ู เราไดป้ ระโยชน์ คอื ความสนกุ หรอื สาระความรู้ จากการไดด้ ู รายการท่ีชอบ แต่พี่น้องของเราซึ่งอาจทำการบ้านหรือนอนหลับอยู่ กลับ รสู้ กึ วา่ เสยี งโทรทศั นด์ งั รบกวน ทำใหเ้ ขาเสยี สมาธใิ นการทำการบา้ น หรอื นอนไมห่ ลบั ถ้าเรารวู้ ่าการเปดิ โทรทศั นข์ องเราสร้างความเดอื ดรอ้ นรำคาญ ใหแ้ กพ่ หี่ รอื นอ้ งของเรา เรากอ็ าจปดิ หรอื ลดเสยี งโทรทศั นล์ งบา้ ง ครอบครวั ของเรากอ็ ยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ ได้

212 ของเราคงเมไมอ่ื ร่มบอกงวในนภใคาพรกทวใ่ี หา้ งญไกข่ ลน้ึ ไปอถยงึา่ ขงในนาเดมนอื งนั้ หรแอื ตใโ่นคโรลงกกนาร้ี บกาารงเโปคดิรโงทกรารทโศัดนย ์ เฉพาะทม่ี ขี นาดใหญๆ่ เชน่ การสรา้ งโรงงานอตุ สาหกรรม การสรา้ งถนน การ พฒั นาแหลง่ นำ้ แมจ้ ะมผี ลดตี อ่ คนบางกลมุ่ กอ็ าจสง่ ผลเสยี ตอ่ คน สตั ว์ และ สิ่งแวดลอ้ มอ่นื ๆ ได ้ ดงั นน้ั เพอื่ ใหส้ งั คมอยรู่ ว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งสงบสขุ ผทู้ ค่ี ดิ จะทำโครงการ ตา่ งๆ เหลา่ นนั้ จงึ ตอ้ งคำนงึ ถงึ ผลกระทบในดา้ นตา่ งๆ เพอื่ ใหเ้ ปน็ โครงการท่ี มปี ระโยชน์ โดยไมส่ รา้ งผลเสยี ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม การคดิ ถงึ ผลเสยี ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และหาทางปอ้ งกนั หรอื แกไ้ ขนี้ คอื การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม โครงการขนาดใหญอ่ าจทำใหเ้ กิดทั้งผลดแี ละผลเสียตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มได้

213 สว่ นเด็กกลาง รองศาสตราจารย์นิรมล ตรี ณสาร สวสั ดบิ ตุ ร ผู้เรยี บเรียง สง่ิ แวดลอ้ ม คอื สง่ิ ตา่ งๆ รอบตวั เรา ทง้ั ทเี่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ และทม่ี นษุ ย์ สรา้ งขนึ้ ดงั นน้ั ไมว่ า่ เราจะทำอะไรกย็ อ่ มจะมผี ลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มโดยรวม ในอดตี มนษุ ยย์ งั มจี ำนวนนอ้ ย และ เทคโนโลยยี งั มไี มม่ ากนกั สง่ิ ทเี่ ราทำจงึ ยงั ไมส่ ง่ ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมให้เห็นมากนัก เช่น การท่ีคนตัดต้นไม้มาใช้ หรือท้ิงขยะลงในแม่น้ำ ซง่ึ อนั ทจี่ รงิ เกดิ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม แตย่ งั ไมม่ ากนกั เพราะจำนวนตน้ ไมท้ ส่ี ญู เสยี ไป หรอื จำนวนขยะในขณะนนั้ ยงั นอ้ ยอยู่ แตเ่ มอื่ มนษุ ยม์ ี จำนวนมากขน้ึ มคี วามรแู้ ละเทคโนโลยมี ากข้ึน มนษุ ยใ์ ชส้ ง่ิ เหลา่ นนั้ มาปรบั ปรงุ หรอื เปลย่ี นแปลง สง่ิ แวดลอ้ มทมี่ อี ยู่ เพอื่ ความสะดวกสบาย หรอื ทำ ประโยชนใ์ หแ้ กต่ น โดยมกั คำนงึ แตผ่ ลประโยชนท์ ่ี จะไดร้ บั แตไ่ มไ่ ดค้ ดิ วา่ จะทำใหม้ กี ารเปลยี่ นแปลง หรอื มผี ลตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งใดบา้ ง ในอดีต ก่อนท่ีจะเริ่มต้นทำโครงการ ตา่ งๆ มกั มกี ารคำนงึ ถงึ ความเปน็ ไปได้ รวมทง้ั ผลกระทบและความเหมาะสมของโครงการใน ดา้ นตา่ งๆ เชน่ สงั คม เศรษฐศาสตร์ การเงนิ วิศวกรรม แต่ยังไมไ่ ด้คำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อม ต่อมาประเทศที่เจริญแล้วเร่ิมมีความ ตนื่ ตวั และสนใจในเรอื่ งสงิ่ แวดลอ้ มมากขนึ้ จงึ ได้นำเอาการประเมินผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ภัยพิบตั สิ ว่ นหนง่ึ เกดิ จากการทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ เขา้ มาใชใ้ นการพจิ ารณาโครงการใหมๆ่ ของมนุษย์

214 โครงการทต่ี ้องมีการวางแผนและการวเิ คราะห์ก่อนดำเนินการ เพ่ือลดการเกิดผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม โครงการรถไฟฟ้า นคิ มอุตสาหกรรม ทา่ เทียบเรอื คลังเก็บนำ้ มนั ปโิ ตรเลยี ม ประเทศไทยเริ่มมีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ใน พ.ศ. ๒๕๑๘ สว่ นการกำหนดประเภทของโครงการทต่ี อ้ งมรี ายงานการประเมนิ ผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้น เริ่มประกาศใช้ใน พ.ศ. ๒๕๒๔ และได้มีการแก้ไขปรับปรุง เพม่ิ เตมิ รายละเอยี ดของการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการมาเปน็ ลำดบั การดำเนนิ งานของโครงการตา่ งๆ ทตี่ อ้ งเสนอรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ นคิ มอตุ สาหกรรม โครงการเหมอื งแร่ ทางหลวงหรอื ถนน ทา่ เทยี บเรอื เขอื่ น โครงการชลประทาน อาคารขนาดใหญ่ และอตุ สาหกรรมบางประเภท เชน่ ปนู ซเี มนต์ เหลก็ เยอ่ื กระดาษ นำ้ ตาล ฯลฯ จะเหน็ ไดว้ า่ โครงการเหลา่ นลี้ ว้ นมปี ระโยชนต์ อ่ มนษุ ยท์ ง้ั สนิ้ แต่ ถ้าไม่พิจารณาผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม โครงการที่มีประโยชน์เหล่านี้ก็สามารถทำลายส่ิง แวดลอ้ มไดเ้ ชน่ กนั ดงั นนั้ ประโยชนข์ องการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มทเี่ หน็ ไดช้ ดั คอื ไดส้ รา้ งโครงการทมี่ คี ณุ ภาพ และมปี ระโยชนใ์ นการใชง้ าน แตไ่ มส่ รา้ งผลเสยี ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม

215 การวิเคราะห์ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมช่วยช้ีให้ผู้ประกอบการเห็นว่าการดำเนิน โครงการจะเกดิ ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งไร ทำใหส้ ามารถจดั การปอ้ งกนั แกไ้ ขไดอ้ ยา่ ง เหมาะสมก่อนที่จะเร่ิมดำเนินการ การจัดการเตรียมแก้ปัญหาก่อนเริ่มดำเนินการน้ี ย่อมด ี กวา่ ปลอ่ ยใหเ้ กดิ ปญั หาขนึ้ กอ่ นแลว้ หาหนทางแกไ้ ขในภายหลงั เพราะปญั หาอาจใหญโ่ ตลกุ ลาม เกินกว่าจะแก้ไขได้ นอกจากน้ี การวิเคราะห์ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมตั้งแต่ก่อนจะเร่ิม โครงการ ยงั ชว่ ยใหโ้ ครงการดำเนนิ ไปในทางทจี่ ะไมก่ อ่ ผลเสยี ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม เพราะเปน็ การ ช่วยชี้แนวทางใหผ้ คู้ วบคมุ ดแู ลโครงการเหลา่ นน้ั ตดิ ตามดผู ลกระทบตา่ งๆ ทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ ใน ขณะทโ่ี ครงการกำลงั ดำเนนิ การตอ่ ไป การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มอาจมขี อ้ เสยี บา้ ง คอื เสยี เวลา ซงึ่ อาจทำใหก้ าร พัฒนาล่าช้าไป หรือมีต้นทุนสูงขึ้น และในการประเมินนั้นอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เพราะการประเมินเป็นการคาดคะเนส่ิงที่จะเกิดข้ึนในอนาคต หรือผู้วิเคราะห์อาจมีความ ลำเอยี ง ดงั นนั้ การประเมนิ ใหไ้ ดผ้ ลดี ผปู้ ระเมนิ ตอ้ งมคี วามรู้ มปี ระสบการณ์ และเปน็ กลาง การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มจงึ จะเปน็ ประโยชน์ คอื นอกจากจะมกี ารพฒั นาสงิ่ ตา่ งๆ เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของเราแลว้ จะยงั คงมสี งิ่ แวดลอ้ มทดี่ อี ยคู่ กู่ บั เราและลกู หลาน ในอนาคตดว้ ย การกอ่ สรา้ งสนามบนิ ตอ้ งมกี ารวิเคราะห์ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ มก่อนเรม่ิ ดำเนินการ

216 สว่ นเดก็ โต รองศาสตราจารย์ ดร. สามัคคี บณุ ยะวฒั น์ ผเู้ ขยี น ๑. นยิ ามและความหมาย ๒. ประวตั คิ วามเปน็ มาในการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ บญั ญตั คิ วาม ในอดีต โครงการพัฒนาด้านต่างๆ ยังม ี หมายของสง่ิ แวดลอ้ มวา่ หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่มี อยู่น้อย รวมทั้งประชากรยังมีจำนวนไม่มากนัก ลกั ษณะทางกายภาพและชวี ภาพทอี่ ยรู่ อบตวั มนษุ ย ์ ประกอบกบั สง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ ยงั มสี ภาพคอ่ นขา้ ง ซง่ึ เกดิ ขนึ้ โดยธรรมชาตแิ ละสงิ่ ทม่ี นษุ ยไ์ ดท้ ำขนึ้ ด ี การพฒั นาโครงการตา่ งๆ ในอดตี จงึ ไมไ่ ดค้ ำนงึ ถงึ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม แตค่ ำนงึ ถงึ เฉพาะความ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เกษม จนั ทรแ์ กว้ ไดใ้ หค้ ำ ตอ้ งการของสงั คม ความเปน็ ไปไดท้ างวศิ วกรรม จำกดั ความวา่ สงิ่ แวดลอ้ ม หมายถงึ สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ และความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร ์ กล่าวคือ เองตามธรรมชาตแิ ละทม่ี นษุ ยส์ รา้ งขนึ้ สงิ่ ทเี่ ปน็ ในอดีตการพัฒนาหรือการดำเนินโครงการต่างๆ รปู ธรรมและนามธรรม สง่ิ ทเ่ี หน็ ไดด้ ว้ ยตาและไม่ มกั ดำเนนิ การโดยมงุ่ ทจี่ ดุ กำไรสงู สดุ หรอื ตน้ ทนุ สามารถเหน็ ไดด้ ว้ ยตา สงิ่ ทเี่ ปน็ ประโยชนแ์ ละไม่ ต่ำสุด ยังไม่ได้คำนึงถึงจุดที่เหมาะสมหรือจุดท ี่ เปน็ ประโยชน ์ จะมผี ลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มนอ้ ยทสี่ ดุ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม หมายถงึ การเปลยี่ น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็น แปลงสภาวะแวดลอ้ มทงั้ ดา้ นขนาด (magnitude) เคร่ืองมืออย่างหนึ่งซ่ึงประเทศที่พัฒนาแล้วต่าง และทศิ ทาง (direction) จากการกระทำของมนษุ ย์ นำมาใชใ้ นดา้ นการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม เนอื่ งจาก (โครงการพฒั นา) หรอื ปรากฏการณธ์ รรมชาต ิ การพัฒนาย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อ ส่ิงแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA: ได ้ การพฒั นาทฉ่ี ลาดและรอบคอบจงึ ควรผนวก Environmental Impact Assiesment) หมายถึง การพิจารณาด้านสิง่ แวดลอ้ มเข้าไปด้วย โดยเริ่ม กิจกรรมในการจำแนก/คาดคะเนผลกระทบกอ่ น ต้ังแต่ในระยะเร่ิมต้นโครงการหรือระยะวางแผน ดำเนนิ โครงการพฒั นาตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มทางชีวภาพ ย่อมจะช่วยลดผลกระทบ พร้อมกับส่งเสริมให ้ ทางกายภาพ และสุขภาพมนุษย ์ โดยกำหนด มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติท่ีประเทศมีอยู่จำกัด ข้อกำหนด นโยบาย โปรแกรม และวิธีดำเนิน โครงการ ตลอดจนช้ีแนะแนวทางป้องกันและ แกไ้ ขผลกระทบทจี่ ะมตี อ่ ระบบสง่ิ แวดลอ้ ม

217 อย่างระมัดระวังและเกิดประโยชน์สูงสุด การ เตมิ การกำหนดประเภทและขนาดของโครงการ ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมในประเทศไทย หรือกิจการของสว่ นราชการ รฐั วสิ าหกจิ หรอื เริม่ ตน้ เมอ่ื มกี ารตราพระราชบญั ญตั ิสง่ เสริมและ เอกชน ทต่ี อ้ งจดั ทำรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ ส่ิงแวดล้อมและหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ รวมทั้งการออกประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปฏบิ ตั ิ และแนวทางในการจดั ทำรายงานการวเิคราะห ์ เทคโนโลยแี ละการพลงั งาน เรอ่ื งกำหนดประเภท ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการใช้ประกาศ ของโครงการหรอื กจิ การทตี่ อ้ งมรี ายงานการประเมนิ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ลง ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม ซงึ่ มีผลบงั คบั วนั ที่ ๑๖ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เรอื่ ง กำหนด ใชต้ งั้ แต่วันท่ี ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ โดย ประเภทและขนาดของโครงการหรอื กจิ การซงึ่ ตอ้ ง ใชเ้ ฉพาะกบั โครงการพฒั นาขนาดใหญ่ เชน่ การ จดั ทำรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม สร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ระบบการ จำนวน ๓๔ ประเภท ที่ต้องจัดทำรายงานการ ประเมนิ ยงั ไมช่ ดั เจน จนกระทง่ั มพี ระราชบญั ญตั ิ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อสำนักงาน ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวด พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยอาศยั อำนาจตามมาตรา ๔๖ ซง่ึ ลอ้ มเพอ่ื พจิ ารณาประกอบการอนญุ าต หรอื อนมุ ตั ิ ได้ออกประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กำหนด โครงการของหนว่ ยงานผอู้ นญุ าตหรอื คณะรฐั มนตร ี ประเภทและขนาดของโครงการจำนวน ๒๒ ทงั้ นี้ รายงานดงั กลา่ วจะตอ้ งจดั ทำโดยผมู้ สี ทิ ธจิ ดั ประเภท ทเ่ี ปน็ โครงการขนาดใหญห่ รอื มลี กั ษณะ ทำ ซึ่งจดทะเบียนไว้กับสำนักงานนโยบายและ ทอ่ี าจกอ่ ปญั หาตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งรนุ แรง แผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม หลังจากท่ีมีการปฏิรูป ระบบราชการ พ.ศ. ๒๕๔๕ โดย มกี ารจดั ตงั้ กระทรวงทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม และ มกี ารโอนกจิ การของกระทรวง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ สง่ิ แวดลอ้ ม ในสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ ง กบั พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่ง ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ไปสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาต ิ และสงิ่ แวดลอ้ ม อกี ทง้ั ควรให ้ มกี ารแกไ้ ข ปรบั ปรงุ และเพม่ิ เขือ่ นผลิตกระแสไฟฟ้า

218 ประเภท ขนาด โครงการที่ตอ้ งเสนอรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม ลำดบั ที่ ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขนาด ๑ การทำเหมอื งแรต่ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยแร่ ๑.๑ โครงการเหมอื งแรด่ งั ตอ่ ไปนี้ ๑.๑.๑ เหมอื งแรถ่ า่ นหนิ ทกุ ขนาด ๑.๑.๒ เหมอื งแรโ่ พแทช ทกุ ขนาด ๑.๑.๓ เหมอื งแรเ่ กลอื หนิ ทกุ ขนาด ๑.๑.๔ เหมอื งแรห่ นิ ปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรมปนู ซเี มนต ์ ทกุ ขนาด ๑.๑.๕ เหมอื งแรโ่ ลหะทกุ ชนดิ ทกุ ขนาด ๑.๒ โครงการเหมอื งแรใ่ ตด้ นิ ทกุ ขนาด ๑.๓ โครงการเหมอื งแรท่ กุ ชนดิ ทตี่ งั้ อยใู่ นพนื้ ทดี่ งั ตอ่ ไปนี ้ ๑.๓.๑ พน้ื ทช่ี น้ั คณุ ภาพลมุ่ นำ้ ชนั้ ๑ ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี ทกุ ขนาด ๑.๓.๒ ทะเล ทกุ ขนาด ๑.๓.๓ ปา่ อนรุ กั ษเ์ พมิ่ เตมิ ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี ทกุ ขนาด ๑.๓.๔ พน้ื ทชี่ มุ่ นำ้ ทมี่ คี วามสำคญั ระหวา่ งประเทศ ทกุ ขนาด ๑.๓.๕ พนื้ ทที่ อี่ ยใู่ กลโ้ บราณสถาน แหลง่ โบราณคด ี แหลง่ ทกุ ขนาด ประวตั ศิ าสตรห์ รอื อทุ ยานประวตั ศิ าสตรต์ ามกฎหมายวา่ ดว้ ย โบราณสถาน โบราณวตั ถ ุ ศลิ ปวตั ถ ุ และพพิ ธิ ภณั ฑสถาน แหง่ ชาต ิ แหลง่ มรดกโลกทข่ี น้ึ บญั ชแี หลง่ มรดกโลกตาม อนสุ ญั ญาระหวา่ งประเทศ ในระยะทาง ๒ กม. ๑.๔ โครงการเหมอื งแรท่ ม่ี กี ารใชว้ ตั ถรุ ะเบดิ ทกุ ขนาด ๑.๕ โครงการเหมอื งแรช่ นดิ อน่ื ๆ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยแร่ ทกุ ขนาด ยกเวน้ ตามขอ้ ๑.๑ ขอ้ ๑.๒ ขอ้ ๑.๓ และขอ้ ๑.๔ ๒ การพฒั นาปโิ ตรเลยี ม ๒.๑ การสำรวจปโิ ตรเลยี ม โดยวธิ กี ารเจาะสำรวจ ทกุ ขนาด ๒.๒ การผลติ ปโิ ตรเลยี ม ทกุ ขนาด ๓ โครงการระบบขนสง่ ปโิ ตรเลยี มและนำ้ มนั เชอื้ เพลงิ ทางทอ่ ทกุ ขนาด ๔ นคิ มอตุ สาหกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนคิ มอตุ สาหกรรม หรอื โครงการ ทกุ ขนาด ท่ีมีลกั ษณะเช่นเดยี วกบั นคิ มอตุ สาหกรรมหรือโครงการจดั สรรทด่ี ินเพ่ือ การอตุ สาหกรรม ๕ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมที ม่ี กี ระบวนการผลติ ทางเคม ี ทม่ี กี ำลงั ผลติ ตง้ั แต่ ๑๐๐ ตนั /วนั ขน้ึ ไป ๖ อตุ สาหกรรมกลน่ั นำ้ มนั ปโิ ตรเลยี ม ทกุ ขนาด

219 ลำดับที่ ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขนาด ๗ อตุ สาหกรรมแยกหรอื แปรสภาพกา๊ ซธรรมชาต ิ ทกุ ขนาด ๘ อตุ สาหกรรมคลอร-์ แอลคาไลน์ (Chlor-alkaline industry) ทใ่ี ชโ้ ซเดยี มคลอไรด ์ ทม่ี กี ำลงั ผลติ สารดงั กลา่ ว แตล่ ะชนดิ (โโNซซaเเดดCยยีีl)มม เไไปฮฮน็ดโปรวคอตั ลกถอไดุ ซไบิ รดใด์น(์ N(กNaาaOรOHผC)ล l )ติก โแรซดลเไดะฮปยี โมนูดครคาคลรลอบ์ อรอรนี เกิน(Bต(Hle(CNalca) h2 CคinOลg3อ)P ร o นี wd(Celr2)) หรอื รวมกนั ตงั้ แต่ ๑๐๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป ๙ อตุ สาหกรรมผลติ ปนู ซเี มนต ์ ทกุ ขนาด ๑๐ อตุ สาหกรรมผลติ เยอื่ กระดาษ ทม่ี กี ำลงั ผลติ ตงั้ แต่ ๕๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป ๑๑ อตุ สาหกรรมท่ผี ลิตสารออกฤทธิ์หรือสารท่ใี ช้ป้องกันหรือกำจดั ศตั รพู ืช ทกุ ขนาด หรอื สตั วโ์ ดยใชก้ ระบวนการทางเคมี ๑๒ อตุ สาหกรรมผลติ ปยุ๋ เคมโี ดยกระบวนการทางเคมี ทกุ ขนาด ๑๓ อตุ สาหกรรมประกอบกจิ การเกยี่ วกบั นำ้ ตาล ๑๓.๑ การทำนำ้ ตาลทรายดบิ นำ้ ตาลทรายขาว นำ้ ตาลทรายขาวบรสิ ทุ ธิ ์ ทกุ ขนาด ๑๓.๒ การทำกลโู คส เดกซโ์ ทรส ฟรกั โทส หรอื ผลติ ภณั ฑอ์ น่ื ทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั ทม่ี กี ำลงั ผลติ ตง้ั แต่ ๒๐ ตนั /วนั ขน้ึ ไป ๑๔ อตุ สาหกรรมเหลก็ หรอื เหลก็ กลา้ ทมี่ กี ำลงั ผลติ ตงั้ แต่ ๑๐๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป ๑๕ อตุ สาหกรรมถลงุ หรอื แตง่ แร่ หรอื หลอมโลหะซง่ึ มใิ ชอ่ ตุ สาหกรรมเหลก็ ทมี่ กี ำลงั ผลติ ตงั้ แต่ ๕๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป หรอื เหลก็ กลา้ ๑๖ อตุ สาหกรรมผลติ สรุ า แอลกอฮอล์ รวมทง้ั ผลติ เบยี รแ์ ละไวน ์ ๑๖.๑ อตุ สาหกรรมผลติ สรุ า แอลกอฮอล ์ ทม่ี กี ำลงั ผลติ ตง้ั แต่ ๔๐,๐๐๐ ลติ ร/เดอื น (คดิ เทยี บท่ี ๒๘ ดกี ร)ี ๑๖.๒ อตุ สาหกรรมผลติ ไวน์ ทมี่ กี ำลงั ผลติ ตง้ั แต่ ๖๐๐,๐๐๐ ลติ ร/ เดอื น ๑๖.๓ อตุ สาหกรรมผลติ เบยี ร์ ทม่ี กี ำลงั ผลติ ตงั้ แต่ ๖๐๐,๐๐๐ ลติ ร/ เดอื น ๑๗ โรงงานปรบั คณุ ภาพของเสยี รวมเฉพาะสงิ่ ปฏกิ ลู หรอื วสั ดทุ ไี่ มใ่ ชแ้ ลว้ ทกุ ขนาด ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงงาน ๑๘ โรงไฟฟา้ พลงั ความรอ้ น ทม่ี กี ำลงั ผลติ กระแสไฟฟา้ ตง้ั แต่ ๑๐ เมกะวตั ตข์ นึ้ ไป ๑๙ ระบบทางพเิ ศษตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการทางพเิ ศษ หรอื โครงการทมี่ ี ทกุ ขนาด ลกั ษณะเชน่ เดยี วกบั ทางพเิ ศษ ๒๐ ทางหลวงหรอื ถนน ซงึ่ มคี วามหมายตามกฎหมายวา่ ดว้ ยทางหลวง ทตี่ ดั ผา่ นพน้ื ทด่ี งั ตอ่ ไปน ี้ ทกุ ขนาด

220 ลำดบั ท่ ี ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขนาด ๒๐.๑ พนื้ ทเี่ ขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ า่ และเขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ ตามกฎหมาย ทกุ ขนาด วา่ ดว้ ยการสงวนและคมุ้ ครองสตั วป์ า่ ๒๐.๒ พน้ื ทเ่ี ขตอทุ ยานแหง่ ชาตติ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยอทุ ยานแหง่ ชาติ ๒๐.๓ พน้ื ทเี่ ขตลมุ่ นำ้ ชน้ั ๒ ตามทคี่ ณะรฐั มนตรมี มี ตเิ หน็ ชอบแลว้ ทกุ ขนาด ๒๐.๔ พนื้ ทเ่ี ขตปา่ ชายเลนทเ่ี ปน็ ปา่ สงวน ๒๐.๕ พนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเลในระยะ ๕๐ เมตร หา่ งจากระดบั นำ้ ทะเลขน้ึ สงู สดุ ตามปกตทิ างธรรมชาต ิ ทกุ ขนาด ๒๐.๖ พื้นที่ที่อยู่ในหรือใกล้พ้ืนที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ทกุ ขนาด หรอื แหลง่ มรดกโลกทข่ี น้ึ บญั ชแี หลง่ มรดกโลกตามอนสุ ญั ญาระหวา่ ง ประเทศในระยะทาง ๒ กโิ ลเมตร ๒๐.๗ พน้ื ทที่ ตี่ งั้ อยใู่ กลโ้ บราณสถาน แหลง่ โบราณคด ี แหลง่ ประวตั ศิ าสตร ์ ทกุ ขนาด หรอื อทุ ยานประวตั ศิ าสตรต์ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยโบราณสถาน โบราณ- วตั ถ ุ ศลิ ปวตั ถแุ ละพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาต ิ ในระยะทาง ๒ กโิ ลเมตร ๒๑ ระบบขนสง่ มวลชนทใ่ี ชร้ าง ทกุ ขนาด ทกุ ขนาด ๒๒ ทา่ เทยี บเรอื รบั เรอื ขนาดตง้ั แต่ ๕๐๐ ตนั กรอส หรอื ความยาวหนา้ ทา่ ตงั้ แต่ ๑๐๐ เมตร หรอื มีพ้ืนท่ีท่าเทียบเรือรวมต้ังแต่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ขนึ้ ไป ๒๓ ทา่ เทยี บเรอื สำราญกฬี า ทรี่ องรบั เรอื ไดต้ งั้ แต่ ๕๐ ลำ หรอื ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ขนึ้ ไป ๒๔ การถมทด่ี นิ ในทะเล ทกุ ขนาด ๒๕ การกอ่ สรา้ งหรอื ขยายสงิ่ กอ่ สรา้ งบรเิ วณหรอื ในทะเล ๒๕.๑ กำแพงรมิ ชายฝงั่ ตดิ แนวชายฝงั่ ความยาวตงั้ แต่ ๒๐๐ เมตร ขนึ้ ไป ๒๕.๒ รอดกั ทราย เขอื่ นกนั ทรายและคลน่ื รอบงั คบั กระแสนำ้ ๒๕.๓ แนวเขอ่ื นกนั คลนื่ นอกฝงั่ ทะเล ทกุ ขนาด ๒๖ โครงการระบบขนสง่ ทางอากาศ ทกุ ขนาด ๒๖.๑ การกอ่ สรา้ งหรอื ขยายสนามบนิ หรอื ทข่ี นึ้ -ลงชว่ั คราว เพอ่ื การพาณชิ ย ์ ๒๖.๒ สนามบนิ นำ้ ความยาวทางวงิ่ ตง้ั แต่ ๑,๑๐๐ เมตร ขน้ึ ไป ทกุ ขนาด ๒๗ อาคาร ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ อาคาร ซง่ึ มลี กั ษณะทต่ี ง้ั หรอื การ ใชป้ ระโยชนใ์ นอาคารอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใด ดงั น้ ี

221 ลำดบั ท่ ี ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขนาด ๒๗.๑ อาคารทตี่ ง้ั อยรู่ มิ แมน่ ำ้ ฝงั่ ทะเล ทะเลสาบ หรอื ชายหาด หรอื ความสงู ตงั้ แต่ ๒๓ เมตร ขน้ึ ไป หรอื ทอ่ี ยใู่ กลห้ รอื ในอทุ ยานแหง่ ชาต ิ หรอื อทุ ยานประวตั ศิ าสตร ์ ซง่ึ มพี นื้ ทรี่ วมกนั ทกุ ชน้ั หรอื ชน้ั หนง่ึ เปน็ บรเิ วณทอี่ าจจะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม ชน้ั ใดในหลงั เดยี วกนั ตง้ั แต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขนึ้ ไป ๒๗.๒ อาคารทใี่ ชใ้ นการประกอบธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ ความสงู ตง้ั แต่ ๒๓ เมตร ขนึ้ ไป หรอื มพี น้ื ทร่ี วมกนั ทกุ ชน้ั หรอื ชนั้ หนง่ึ ชนั้ ใดในหลงั เดยี วกนั ตง้ั แต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขน้ึ ไป ๒๗.๓ อาคารทใี่ ชเ้ ปน็ สำนกั งานหรอื ทที่ ำการของเอกชน ความสงู ตง้ั แต่ ๒๓ เมตร ขน้ึ ไป หรอื มพี น้ื ทรี่ วมกนั ทกุ ชน้ั หรอื ชน้ั หนง่ึ ชน้ั ใดในหลงั เดยี วกนั ตง้ั แต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขนึ้ ไป ๒๘ การจดั สรรทด่ี นิ เพอื่ เปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั หรอื เพอ่ื ประกอบการพาณชิ ยต์ าม จำนวนทดี่ นิ แปลงยอ่ ยตง้ั แต่ ๕๐๐ แปลง กฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั สรรทด่ี นิ หรอื เนอ้ื ทเ่ี กนิ กวา่ ๑๐๐ ไร่ ๒๙ โรงพยาบาลหรอื สถานพยาบาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล ๒๙.๑ กรณตี งั้ อยใู่ กลแ้ มน่ ำ้ ฝงั่ ทะเล ทะเลสาบ หรอื ชายหาด ทมี่ เี ตยี งสำหรบั ผปู้ ว่ ยไวค้ า้ งคนื ตง้ั แต่ ในระยะ ๕๐ เมตร ๓๐ เตยี ง ขนึ้ ไป ๒๙.๒ กรณโี ครงการทไ่ี มอ่ ยใู่ นขอ้ ๒๙.๑ ทม่ี เี ตยี งสำหรบั ผปู้ ว่ ยไวค้ า้ งคนื ตงั้ แต่ ๖๐ เตยี ง ขน้ึ ไป ๓๐ โรงแรมหรอื สถานทพ่ี กั ตากอากาศตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงแรม ทมี่ จี ำนวนหอ้ งพกั ตง้ั แต่ ๘๐ หอ้ ง ขนึ้ ไป หรือมีพ้ืนที่ใช้สอยตั้งแต่ ๔,๐๐๐ ตารางเมตร ขน้ึ ไป ๓๑ อาคารอยอู่ าศยั รวมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ อาคาร ทม่ี จี ำนวนหอ้ งพกั ตง้ั แต่ ๘๐ หอ้ ง ขน้ึ ไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยต้ังแต่ ๔,๐๐๐ ตารางเมตร ขน้ึ ไป ๓๒ เขอื่ นเกบ็ กกั นำ้ หรอื อา่ งเกบ็ นำ้ ๓๒.๑ ปรมิ าตรเกบ็ กกั นำ้ ตงั้ แต่ ๑๐๐ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร ขนึ้ ไป ๓๒.๒ พน้ื ทเี่ กบ็ กกั นำ้ ตงั้ แต่ ๑๕ ตารางกโิ ลเมตร ขนึ้ ไป ๓๓ การชลประทาน ทม่ี พี นื้ ทกี่ ารชลประทาน ตง้ั แต ่ ๘๐,๐๐๐ ไร ่ ขน้ึ ไป ๓๔ โครงการทกุ ประเภททอ่ี ยใู่ นพนื้ ทท่ี ค่ี ณะรฐั มนตรไี ดม้ มี ตเิ หน็ ชอบกำหนด ทกุ ขนาด ใหเ้ ปน็ พน้ื ทชี่ น้ั คณุ ภาพลมุ่ นำ้ ชนั้ ๑ ทมี่ า : ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม, ๒๕๕๒.

222 เ สนอรนาอยงกาจนากกานรี้ไวดิเค้มรีปาะรหะกผ์ าลศกกรระะททบรสวง่ิ งแทวรดัพล้อยมาก รธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเเก่ียวกับการ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม เรือ่ ง กำหนดประเภท ขนาด และวิธีปฏบิ ัติสำหรบั โครงการหรือกจิ การ ที่อาจกอ่ ให้เกิดผลกระทบตอ่ ชุมชน อยา่ งรนุ แรง ท้ังทางด้านคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่ส่วนราชการ รัฐวสิ าหกจิ หรือเอกชนจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๕๓ ลำด บั ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขน าด หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ๑ การถมทะเล หรอื ทะเลสาบ นอกแนวเขตชายฝง่ั เดมิ ตงั้ แต่ ๓๐๐ ไร่ ขนึ้ ไป ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ ยกเวน้ การถมทะเลทเ่ี ปน็ การฟนื้ ฟสู ภาพชายหาด หรอื ขออนญุ าตโครงการ ๒ การทำเหมอื งแรต่ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยแรด่ งั ตอ่ ไปนี ้ ๒.๑ เหมอื งแรใ่ ตด้ นิ เฉพาะทอี่ อกแบบใหโ้ ครงสรา้ ง ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขนั้ มกี ารยบุ ตวั ภายหลงั การทำเหมอื ง โดยไมม่ คี ำ้ ยนั และ ขอประทานบตั ร ไมม่ กี ารใสค่ นื วสั ดทุ ดแทน เพอื่ ปอ้ งกนั การยบุ ตวั ๒.๒ เหมอื งแรต่ ะกวั่ เหมอื งแรส่ งั กะสี หรอื เหมอื ง ทกุ ขนาด แร่โลหะอ่ืนท่ีใช้ไซยาไนด์ หรือปรอท หรือตะก่ัว ใหเ้ สนอในขนั้ ไนเทรต ในกระบวนการผลติ หรอื เหมอื งแรโ่ ลหะอนื่ ขอประทานบตั ร ทมี่ อี ารเ์ ซโนไพไรต์ (arsenopyrite) เปน็ แรป่ ระกอบ (associated mineral) ๒.๓ เหมอื งแรถ่ า่ นหนิ เฉพาะทมี่ กี ารลำเลยี งแรถ่ า่ นหนิ ขนาดตงั้ แต่ ๒๐๐,๐๐๐ ตนั /เดอื น หรอื ออกนอกพนื้ ทโี่ ครงการดว้ ยรถยนต ์ ตัง้ แต่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ตัน/ปี ขนึ้ ไป ๒.๔ เหมอื งแรใ่ นทะเล ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขนั้ ขอประทานบตั ร ใหเ้ สนอในขน้ั ขอประทานบตั ร ๓ นคิ มอตุ สาหกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนคิ ม อตุ สาหกรรม หรอื โครงการทมี่ ลี กั ษณะเชน่ เดยี วกบั นคิ มอตุ สาหกรรม ดงั ตอ่ ไปนี้ ๓.๑ นคิ มอตุ สาหกรรม หรอื โครงการทมี่ ลี กั ษณะ ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนมุ ตั ิ เชน่ เดยี วกบั นคิ มอตุ สาหกรรมทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ เพอ่ื รองรบั หรอื ขออนญุ าตโครงการ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมตี าม ๔ หรอื อตุ สาหกรรม ถลงุ แรเ่ หลก็ ตาม ๕.๑ หรอื ๕.๒ แลว้ แตก่ รณี มากกวา่ ๑ โรงงานขนึ้ ไป ๓.๒ นคิ มอตุ สาหกรรม หรอื โครงการทมี่ ลี กั ษณะ ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ เชน่ เดยี วกบั นคิ มอตุ สาหกรรม ทมี่ กี ารขยายพน้ื ที่ หรอื ขออนญุ าตโครงการ เพอ่ื รองรบั อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมตี าม ๔ หรอื อตุ สาหกรรมถลงุ แรเ่ หลก็ ตาม ๕.๑ หรอื ๕.๒

223 ลำด บั ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขน าด หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ๔ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี ดงั ตอ่ ไปนี้ ๔.๑ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมขี น้ั ตน้ ทกุ ขนาด หรอื ทมี่ กี ารขยายกำลงั ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต (upstream petrochemical industry) การผลติ ตง้ั แตร่ อ้ ยละ ๓๕ ของ กอ่ สรา้ งเพอ่ื ประกอบ กำลงั การผลติ เดมิ ขนึ้ ไป กจิ การหรอื ขนั้ ขออนญุ าต ประกอบกจิ การ หรอื ใน ขน้ั ขอขยาย แลว้ แตก่ รณ ี ๔.๒ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมขี นั้ กลาง (intermediate petrochemical industry) ดงั ตอ่ ไปน้ ี ๔.๒.๑ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง ท่ีผลิต ขนาดกำลงั การผลติ ๑๐๐ ตนั /วนั ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต สารเคมี หรือใช้วัตถุดิบที่เป็นสารเคมี ซึ่งเป็นสาร ขนึ้ ไป หรอื ทม่ี กี ารขยายขนาด กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบ กอ่ มะเรง็ กลมุ่ ๑ กำลงั การผลติ รวมกนั แลว้ มากกวา่ กจิ การหรอื ขนั้ ขออนญุ าต ๑๐๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป ประกอบกจิ การ หรอื ใน ขนั้ ขอขยาย แลว้ แตก่ รณ ี ๔.๒.๒ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีข้ันกลาง ท่ีผลิต ขนาดกำลงั การผลติ ๗๐๐ ตนั /วนั ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต สารเคมี หรือใช้วัตถุดิบท่ีเป็นสารเคมี ซึ่งเป็นสาร ขน้ึ ไป หรอื ทม่ี กี ารขยายขนาด กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบ กอ่ มะเรง็ กลมุ่ 2A กำลงั การผลติ รวมกนั แลว้ มากกวา่ กจิ การหรอื ขน้ั ขออนญุ าต ๗๐๐ ตนั /วนั ขน้ึ ไป ประกอบกจิ การ หรอื ใน ขน้ั ขอขยาย แลว้ แตก่ รณ ี ๕ อตุ สาหกรรมถลงุ แร่ หรอื หลอมโลหะ ดงั ตอ่ ไปนี้ ๕.๑ อตุ สาหกรรมถลงุ แรเ่ หลก็ ที่มีปริมาณแร่ป้อน (input) เข้าสู่ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต กระบวนการผลิต ต้ังแต่ ๕,๐๐๐ กอ่ สรา้ งเพอ่ื ประกอบกจิ การ ตนั /วนั ขน้ึ ไป หรอื ทม่ี ปี รมิ าณแร ่ หรอื ขน้ั ขออนญุ าตประกอบ ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต รวม กจิ การ หรอื ในขน้ั ขอขยาย กนั ตง้ั แต่ ๕,๐๐๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป แลว้ แตก่ รณ ี ๕.๒ อตุ สาหกรรมถลงุ แรเ่ หลก็ ทม่ี กี ารผลติ ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต ถา่ นโคก้ (coke) หรอื ทมี่ กี ระบวนการสะตุ (sintering) กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณ ี ๕.๓ อตุ สาหกรรมถลงุ แร่ ทองแดง ทองคำ ทมี่ ปี รมิ าณแรป่ อ้ น (input) เขา้ สู่ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต หรอื สงั กะส ี กระบวนการผลิต ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ ตนั /วนั ขนึ้ ไป หรอื ทมี่ ปี รมิ าณแร่ หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลติ รวม กจิ การ หรอื ในขน้ั ขอขยาย กนั ตง้ั แต่ ๑,๐๐๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป แลว้ แตก่ รณี

224 ลำด บั ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขน าด หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ๕.๔ อตุ สาหกรรมถลงุ แรต่ ะกว่ั ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต กอ่ สรา้ งเพอ่ื ประกอบกจิ การ หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณ ี ๕.๕ อตุ สาหกรรมหลอมโลหะ (ยกเวน้ เหลก็ ขนาดกำลงั การผลติ (output) ตง้ั แต ่ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต และอะลมู เิ นยี ม) ๕๐ ตนั /วนั ขน้ึ ไป หรอื มกี ำลงั การ กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ ผลติ รวมกนั ตงั้ แต่๕๐ตนั /วนั ขน้ึ ไป หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ หรอื ในขน้ั ขอขยาย แลว้ แตก่ รณ ี ๕.๖ อตุ สาหกรรมหลอมตะกวั่ ขนาดกำลงั การผลติ (output) ตง้ั แต ่ ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต ๑๐ ตนั /วนั ขนึ้ ไป หรอื มกี ำลงั การ กอ่ สรา้ งเพอ่ื ประกอบกจิ การ ผลติ รวมกนั ตงั้ แต่๑๐ตนั /วนั ขน้ึ ไป หรอื ขน้ั ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ หรอื ในขน้ั ขอขยาย แลว้ แตก่ รณี ๖ การผลติ กำจดั หรอื ปรบั แตง่ สารกมั มนั ตรงั ส ี ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต ประกอบกจิ การ ๗ โรงงานปรบั คณุ ภาพของเสยี รวมหรอื โรงงานประกอบ ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต กจิ การเกย่ี วกบั การฝงั กลบสง่ิ ปฏกิ ลู หรอื วสั ดทุ ไ่ี มใ่ ช้ กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานท่ีมีการเผาหรือฝัง หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ กลบของเสียอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กจิ การ แลว้ แตก่ รณ ี ยกเวน้ การเผาในหมอ้ เผาซเี มนตท์ ใ่ี ชข้ องเสยี อนั ตราย เปน็ เชอื้ เพลงิ ทดแทน หรอื ใชเ้ ปน็ เชอื้ เพลงิ เสรมิ ๘ โครงการระบบขนสง่ ทางอากาศ ทมี่ กี ารกอ่ สรา้ ง ขยาย หรอื เพมิ่ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ ทางวงิ่ ของอากาศยานตงั้ แต่ ๓,๐๐๐ หรอื ขออนญุ าตโครงการ เมตรขนึ้ ไป ๙ ทา่ เทยี บเรอื ๑) ท่ีมีความยาวหน้าท่า (berth ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ length) ตั้งแต่ ๓๐๐ เมตรขึ้นไป หรอื ขออนญุ าตโครงการ หรือมีพื้นท่ีท่าเทียบเรือ ตั้งแต ่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขน้ึ ไป ยกเวน้ ทา่ เทยี บเรอื โดยสาร หรอื ทา่ เทยี บ เรือสินค้า เพ่ือการอุปโภคและ บริโภค หรือท่าเทียบเรือสำราญ และกฬี า

225 ลำด บั ประเภทโครงการหรอื กจิ การ ขนาด หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ๒) ทม่ี กี ารขดุ ลอกรอ่ งนำ้ ตงั้ แต่ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ ๑๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขน้ึ ไป ยกเวน้ หรอื ขออนญุ าตโครงการ ทา่ เทยี บเรอื โดยสาร หรอื ทา่ เทยี บ เรอื สนิ คา้ เพอ่ื การอปุ โภคและบรโิ ภค หรอื ทา่ เทยี บเรอื สำราญและกฬี า ๓) ทม่ี กี ารขนถา่ ยวตั ถอุ นั ตรายหรอื ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนมุ ตั ิ กากของเสียอันตรายซึ่งเป็นสาร หรอื ขออนญุ าตโครงการ กอ่ มะเรง็ กลมุ่ ๑ มปี รมิ าณรวมกนั ตงั้ แต่ ๒๕,๐๐๐ ตนั /เดอื น ขนึ้ ไป หรอื มปี รมิ าณรวมกนั ทงั้ ปตี งั้ แต ่ ๒๕๐,๐๐๐ ตนั /ปี ขน้ึ ไป ๑๐ เขอ่ื นเกบ็ กกั นำ้ หรอื อา่ งเกบ็ นำ้ ๑) ทม่ี ปี รมิ าตรเกบ็ กกั นำ้ ตง้ั แต่ ๑๐๐ ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนมุ ตั ิ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร ขน้ึ ไป หรอื ขออนญุ าตโครงการ หรอื ๒) ที่มีพื้นท่ีเก็บกักน้ำต้ังแต่ ๑๕ ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนมุ ตั ิ ตารางกโิ ลเมตร ขนึ้ ไป หรอื ขออนญุ าตโครงการ ๑๑ โรงไฟฟา้ พลงั ความรอ้ น ดงั ตอ่ ไปนี้ ๑๑.๑ โรงไฟฟา้ ทใี่ ชถ้ า่ นหนิ เปน็ เชอ้ื เพลงิ ขนาดกำลงั ผลติ กระแสไฟฟา้ รวม ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต ตงั้ แต่ ๑๐๐ เมกะวตั ต์ ขน้ึ ไป กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ หรอื ขนั้ ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณี ๑๑.๒ โรงไฟฟา้ ทใ่ี ชเ้ ชอื้ เพลงิ ชวี มวล ขนาดกำลงั ผลติ กระแสไฟฟา้ รวม ใหเ้ สนอในขน้ั ขออนญุ าต ตงั้ แต่ ๑๕๐ เมกะวตั ต์ ขน้ึ ไป กอ่ สรา้ งเพอ่ื ประกอบกจิ การ หรอื ขน้ั ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณ ี ๑๑.๓ โรงไฟฟา้ ทใี่ ชก้ า๊ ซธรรมชาตเิ ปน็ เชอ้ื เพลงิ ซง่ึ ขนาดกำลงั ผลติ กระแสไฟฟา้ รวม ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต เปน็ ระบบพลงั ความรอ้ นรว่ มชนดิ Combined cycle ตงั้ แต่ ๓,๐๐๐ เมกะวตั ต์ ขนึ้ ไป กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ หรอื cogeneration หรอื ขน้ั ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณี ๑๑.๔ โรงไฟฟา้ นวิ เคลยี ร์ ทกุ ขนาด ใหเ้ สนอในขนั้ ขออนญุ าต กอ่ สรา้ งเพอื่ ประกอบกจิ การ หรอื ขน้ั ขออนญุ าตประกอบ กจิ การ แลว้ แตก่ รณี

226 ๓ . ประโยชนข์ องการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมเป็น รวมท้ังสามารถช่วยในการเลือกมาตรการท่ีเสีย ระบบของกรรมวิธ ี ซ่ึงเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ม ี ค่าใช้จ่ายน้อยและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ผนวก ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ไวใ้ นแผนงานของโครงการ ซง่ึ จะยงุ่ ยากนอ้ ยกวา่ การวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม มปี ระโยชน ์ การแกไ้ ขปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ ภายหลงั ในบางกรณที ไี่ ม่ ดงั น้ี ไดม้ กี ารศกึ ษาผลกระทบและพจิ ารณาอยา่ งถถ่ี ว้ น ก่อนท่ีปัญหาอาจรุนแรงจนจะนำไปสู่การล้มเลิก ๑. การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการหรอื กอ่ ใหเ้ กดิ อปุ สรรคทแ่ี กไ้ ขไมไ่ ด ้ เป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการใช้ประโยชน์ ทรพั ยากรเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และ ๔. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่ง จะช่วยให้การมองปัญหาต่างๆ ได้กว้างขวางมาก แวดลอ้ มเปน็ ขอ้ มลู สนบั สนนุ การตดั สนิ ใจในการ ยง่ิ ขนึ้ รวมทงั้ การพจิ ารณาดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มเพม่ิ ขน้ึ ลงทนุ หรอื พฒั นาโครงการ การเตรยี มแผนงาน และ นอกเหนอื จากการมองผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ แผนการเงินในการจัดการส่ิงแวดล้อมให้มีความ และความตอ้ งการของสงั คมเปน็ ประเดน็ หลกั อยา่ ง เป็นไปได้และไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อส่ิงแวดล้อม ทเ่ี คยปฏบิ ตั กิ นั มา ซงึ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสอื่ มโทรม และทรพั ยากรอนั มคี ณุ คา่ นอกจากนยี้ งั สามารถ แกท่ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งมาก ใช้ผลการศึกษาเป็นข้อมูลที่ให้ความกระจ่างต่อ สาธารณชนและหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ปอ้ งกนั ๒. การวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ความขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาต ิ เปน็ วธิ กี ารทม่ี รี ะบบทจ่ี ะชว่ ยพจิ ารณาวา่ โครงการ ไดด้ ว้ ย ที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อคุณภาพ สง่ิ แวดลอ้ มหรอื ไม ่ ในระดบั มากหรอื นอ้ ยเพยี งใด ๕. การวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเปน็ และหากมีโอกาสท่ีจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่ง แนวทางกำหนดแผนงานการติดตามตรวจสอบ แวดลอ้ มขน้ึ ไมว่ า่ ระดบั ใด ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งมี ผลกระทบตา่ งๆ ทงั้ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายหลงั จากไดม้ กี าร มาตรการในดา้ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบ ก่อสร้างและดำเนินการ ซ่ึงเป็นส่วนสนับสนุน สง่ิ แวดลอ้ มทอี่ าจจะเกดิ ขน้ึ นน้ั อยา่ งเหมาะสมกอ่ น ในการดำเนนิ โครงการดว้ ย ดำเนนิ การ ๖. แม้ว่าจะมีการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจ ๓. การใช้ระบบวิเคราะห์ผลกระทบส่ิง เพยี งใดกต็ าม หากขาดการบรหิ ารทรพั ยากรและ แวดล้อมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่า การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ย่อมไม่มี ได้คาดการณ์ประเด็นปัญหาสำคัญท่ีเกิดขึ้นอย่าง หลกั ประกนั ระยะยาววา่ จะมที รพั ยากรธรรมชาติ ถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ และไดก้ ำหนดวธิ ปี อ้ งกนั เพอื่ การใชท้ ย่ี าวนานตอ่ ไปได้ และแก้ไขปัญหาไว้ก่อนต้ังแต่ขั้นเตรียมโครงการ

227 ๔. วัตถุประสงค์ของการประเมิน อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และชว่ ยในการมองปญั หา ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม ตา่ งๆ ไดก้ วา้ งขวางมากขน้ึ จากเดมิ ทม่ี องแตเ่ พยี ง ผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ เปน็ ประเดน็ หลกั ซง่ึ ๔.๑ วตั ถปุ ระสงค ์ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสอื่ มโทรมแกท่ รพั ยากรธรรมชาติ ตามมา - เพื่อจำแนก ทำนาย และประเมินผล กระทบสง่ิ แวดลอ้ มจากการพฒั นาโครงการ โดย - ชว่ ยในการพจิ ารณาผลกระทบตอ่ คณุ ภาพ เปรยี บเทยี บกบั สภาวะทไี่ มม่ โี ครงการ ของสิ่งแวดล้อมและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจาก การพฒั นาโครงการ เพอื่ ใหผ้ ปู้ ระกอบการสามารถ - เพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หามาตรการในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบนนั้ ตงั้ แตข่ น้ั วางแผนโครงการ ซง่ึ จะชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ย อยา่ งเหมาะสมกอ่ นดำเนนิ การ ในการแกไ้ ขปญั หาทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ภายหลงั การดำเนนิ โครงการ และเพ่ือสนับสนุนหลักการพัฒนาสิ่ง การพัฒนาโครงการทเี่ กี่ยวขอ้ งกับทรพั ยากรนำ้ ตอ้ งมกี ารศกึ ษา แวดลอ้ มอยา่ งยง่ั ยนื ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มและนเิ วศ การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษา เพื่อนำมาใช ้ - เพื่อให้มีการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมา ในการประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม ช่วยในการวางแผนโครงการและตัดสินใจดำเนิน โครงการ ๔.๒ ขอบเขตและแนวทาง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มตอ้ งครอบ คลมุ สง่ิ แวดลอ้ มทง้ั ๔ ดา้ น คอื - สงิ่ แวดลอ้ มกายภาพ เชน่ ดนิ นำ้ อากาศ - สงิ่ แวดลอ้ มชวี ภาพและนเิ วศ เชน่ ปา่ ไม้ สตั วป์ า่ นเิ วศวทิ ยาทางนำ้ - คณุ คา่ การใชป้ ระโยชนข์ องมนษุ ย์ เชน่ การ ใชป้ ระโยชนท์ ดี่ นิ การเกษตร การคมนาคม ระบบ สาธารณปู โภค - คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต เช่น เศรษฐกิจ สงั คม สขุ ภาพและสาธารณสขุ ทศั นยี ภาพ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว ๕. ข้อดีและข้อเสียของการประเมิน ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม ๕.๑ ขอ้ ดี - สามารถใชใ้ นการวางแผนการใชป้ ระโยชน ์

228 ป ญั หา-สำสคาญั มทารเี่ กถดิ แขนนึ้ ่ใอจยวา่ ง่าถไกดู ต้คอ้างดตกาามรหณล์กปั วรชิ ะาเกดา็นร การประชมุ เตรียมแผนงานในการสร้างทาง โดยเลือกมาตรการท่ีเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและ เสยี คา่ ใชจ้ า่ ยนอ้ ย การกอ่ สรา้ งทางดว่ นสายตา่ งๆ เปน็ สง่ิ หนงึ่ ทช่ี ว้ี ดั ความเจรญิ - เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในการ - การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมส่วน ลงทนุ หรอื การพฒั นาโครงการ การเตรยี มแผนงาน ใหญข่ นึ้ อยกู่ บั หลกั และวธิ กี ารของผวู้ เิ คราะหห์ รอื และแผนการเงินในการจัดการส่ิงแวดล้อม และ ผู้ทำการศึกษา แต่ถ้าผู้วิเคราะห์มีความรู้ ความ สามารถใชผ้ ลการศกึ ษาเปน็ ขอ้ มลู ทใ่ี หค้ วามชดั เจน ชำนาญ ประสบการณ์ และมคี วามเปน็ กลางแลว้ ต่อสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือ ผลของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็จะ ป้องกันความขัดแย้งของการใชท้ รัพยากรได้ ใหค้ ณุ คา่ อยา่ งแทจ้ รงิ - เป็นแนวทางในการกำหนดแผนติดตาม - วิธีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบผลกระทบตา่ งๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ภายหลงั ได้ แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ส่ิงแวดล้อมและนักบริหาร จะมกี ารคดิ คน้ หลายวธิ ี แตส่ ว่ นใหญก่ ย็ งั คงใชว้ ธิ ี - เปน็ หลกั ประกนั การใชท้ รพั ยากรทพ่ี ฒั นา ตามใจผวู้ เิ คราะห์ จงึ กลา่ วไดว้ า่ วธิ กี ารประเมนิ ผล ไดอ้ ยา่ งยาวนานและยงั่ ยนื (long-term sustainable กระทบสงิ่ แวดลอ้ มตอ้ งใชว้ ธิ กี ารสากล เชน่ การ development ) เน่ืองจากมีมาตรการป้องกันและ วเิ คราะหท์ างเคมี หรอื สาขาวทิ ยาศาสตรอ์ น่ื ๆ เพอื่ แผนแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนติดตามตรวจสอบ ปอ้ งกนั ขอ้ ผดิ พลาด ทรพั ยากรทม่ี ผี ลกระทบทางลบ ใหม้ สี ภาพดขี นึ้ ตามเดมิ หรอื ดกี วา่ เดมิ ๕.๒ ขอ้ เสยี - การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มจำเปน็ ตอ้ งใชร้ ะยะเวลาหนงึ่ ในการศกึ ษา เปน็ การสกดั กนั้ การพฒั นาใหล้ า่ ชา้ นอกจากนี้ อาจเปน็ ไปได ้ ที่ผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากโครงการ พฒั นาสามารถแกไ้ ขได้ แตห่ ากผมู้ อี ำนาจตดั สนิ ใจ ไม่เห็นด้วยหรอื ไมพ่ อใจ โครงการพฒั นานน้ั กไ็ ม่ สามารถดำเนินการได้ ทำให้เสียโอกาสในการ พฒั นาอยา่ งสนิ้ เชงิ - การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็น เครอื่ งมอื ในการคาดคะเน อาจไมม่ ผี ลสำหรบั การ ดำเนินงานในระยะยาวได้ เพราะธรรมชาตินัน้ มี การเปลย่ี นแปลงปจั จยั หลายๆ อยา่ งอยเู่ สมอ

229 - การตดั สนิ ใจในการดำเนนิ โครงการพฒั นา ๖พ.ฒั ผนลกา ระทบสง่ิ แวดลอ้ มจากโครงการ ต่างน้ันๆ นับเป็นการเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะการ ประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มทไ่ี ดร้ บั จากโครงการ การพัฒนาโครงการหน่ึงๆ ย่อมก่อให้เกิด ไม่ว่าทางบวกหรือทางลบเป็นเพียงการคาดคะเน ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อมทัง้ ในทางบวกและทาง เหตกุ ารณใ์ นอนาคตทง้ั สน้ิ ถา้ การคาดคะเนเปน็ ลบ ผลกระทบในทางบวกเปน็ สง่ิ ทที่ กุ คนปรารถนา ไปอยา่ งถกู ตอ้ ง การตดั สนิ ใจกจ็ ะถกู ตอ้ งดว้ ย แตถ่ า้ แตผ่ ลกระทบในทางลบจะกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาตอ่ เนอื่ ง การคาดคะเนผดิ พลาดกย็ อ่ มสง่ ผลกระทบตอ่ ระบบ ตามมาไดม้ ากมาย ซง่ึ จะทำใหเ้ กดิ ความยงุ่ ยากใน สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งไมส่ ามารถหลกี เลยี่ งไดเ้ ชน่ กนั การแกไ้ ขและสนิ้ เปลอื งงบประมาณเปน็ จำนวนมาก จงึ จำเปน็ ตอ้ งหาทางปอ้ งกนั ตง้ั แตข่ น้ั ตน้ ตวั อยา่ ง - ในประเทศกำลังพัฒนา บางคร้ังการ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มจากโครงการตา่ งๆ ไดแ้ ก ่ ประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาอยู่ บา้ ง เชน่ การพฒั นาเปน็ ไปอยา่ งลา่ ชา้ มาก ความ ๖.๑ โครงการพฒั นาแหลง่ นำ้ ล่าช้าในการศึกษาทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงและเกดิ ผล ไมค่ มุ้ คา่ นอกจากน้ี นกั การเมอื งหรอื ผทู้ สี่ ญู เสยี โครงการพัฒนาแหล่งน้ำท่ีต้องทำรายงาน ผลประโยชน์มักจะขัดขวาง เพราะผลการศึกษา ไดแ้ ก่ โครงการเขื่อนเก็บกักนำ้ หรืออ่างเกบ็ นำ้ ท ่ี ยอ่ มจะเกดิ ผลกระทบตอ่ การดำเนนิ โครงการ มปี รมิ าตรเกบ็ กกั นำ้ ตงั้ แต่ ๑๐๐ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร ข้ึนไป หรือมีพ้ืนท่ีเก็บกักน้ำตั้งแต่ ๑๕ ตาราง การพฒั นาอา่ งเกบ็ นำ้ มกั เกดิ ผลกระทบตอ่ การดำรงชวี ติ ของประชาชน กโิ ลเมตรขนึ้ ไป โครงการชลประทานทมี่ พี น้ื ทก่ี าร ทางหลวงท่ตี ดั ผ่านพื้นทีเ่ ขตรักษาพันธุส์ ัตวป์ ่า แม้จะนำความ ชลประทานตงั้ แต่ ๘๐,๐๐๐ ไรข่ น้ึ ไป ผลกระทบ เจรญิ สชู่ นบท แตก่ เ็ กดิ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มและสตั วป์ า่ ส่ิงแวดล้อมสำคัญท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการเข่ือน เกบ็ กกั นำ้ หรอื อา่ งเกบ็ นำ้ ดงั กลา่ ว เชน่ ผลกระทบ ตอ่ สงั คมและชมุ ชน เนอ่ื งจากอาจตอ้ งมกี ารอพยพ โยกยา้ ยประชาชนออกนอกพน้ื ท่ี ประชาชนจงึ มกั ได้รับผลกระทบในด้านการดำรงชีวิต ตลอดจน ดา้ นการประกอบอาชพี ๖.๒ โครงการทางหลวงหรอื ถนน โครงการทางหลวงหรือถนนที่ต้องจัดทำ รายงาน ไดแ้ ก่ โครงการทางหลวงหรอื ถนนทกุ ขนาดทตี่ ดั ผา่ นพนื้ ทเี่ ขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ และเขต หา้ มลา่ สตั วป์ า่ พน้ื ทเ่ี ขตอทุ ยานแหง่ ชาติ เขตลมุ่ นำ้ ชน้ั ๒ พน้ื ทเ่ี ขตปา่ ชายเลน ทเ่ี ปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาต ิ พนื้ ทชี่ ายฝงั่ ทะเลในระยะ ๕๐ เมตร หา่ งจากระดบั

230 นนำ้้ำทะหเลรือขแน้ึ หสลงู ส่งมดุ รดพกน้ื โทลกที่ ทอี่ ี่ยขใู่้ึนนบหัญรอืชใีแกหลลพ้ ่งน้ื มทรชี่ดมุ่ก ๖.๓ โครงการอุตสาหกรรมและนิคม โลกตามอนุสัญญาระหว่างประเทศในระยะทาง อตุ สาหกรรม ๒ กโิ ลเมตร พนื้ ทที่ ตี่ งั้ อยใู่ กลแ้ หลง่ โบราณสถาน หรอื โบราณคดี แหลง่ ประวตั ศิ าสตรห์ รอื อทุ ยาน โครงการอตุ สาหกรรมทต่ี อ้ งจดั ทำรายงานมี ประวัติศาสตร์ พื้นที่เหล่านี้ต้องจัดทำรายงาน หลายประเภท สว่ นใหญเ่ ปน็ โครงการอตุ สาหกรรม ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มทงั้ สน้ิ ทงั้ นี้ ผลกระทบ ขนาดใหญ่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สงิ่ แวดลอ้ มทส่ี ำคญั เชน่ โครงการทางหลวง หรอื อตุ สาหกรรมกลน่ั นำ้ มนั ปโิ ตรเลยี ม อุตสาหกรรม ถนน ทำใหเ้ กดิ การแบง่ แยก (fragmentation) ของ ผลติ ปนู ซเีมนต์ อตุ สาหกรรมถลงุ แรห่ รอื หลอมโลหะ ระบบนเิ วศ โดยเฉพาะในพน้ื ทแ่ี หลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั ของ อตุ สาหกรรมเหลก็ หรอื เหลก็ กลา้ อตุ สาหกรรมผลติ สตั วป์ า่ ซ่ึงจะทำให้สตั วไ์ ม่สามารถดำรงชีวติ หรือ เยอื่ กระดาษ อตุ สาหกรรมประกอบกจิ การเกยี่ วกบั ออกหากนิ ไดต้ ามปกติ บางโครงการอาจทำใหเ้ กดิ นำ้ ตาล อตุ สาหกรรมผลติ สรุ า แอลกอฮอล์ โดย การสญู เสยี พน้ื ทปี่ า่ เกดิ ปญั หาการชะลา้ งพงั ทลาย ได้มีการกำหนดขนาดของโครงการท่ีต้องจัดทำ ของดินในข้ันก่อสร้าง นอกจากนี้ ผลกระทบท่ี รายงาน โครงการอตุ สาหกรรมเหลา่ นอ้ี าจกอ่ ให้ สำคญั อกี ประการหนง่ึ ของโครงการทางหลวง คอื เกดิ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มทส่ี ำคญั หลายประการ ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ท่ีดิน โดย เชน่ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพอากาศ โดยเฉพาะกลมุ่ เฉพาะในบรเิ วณสองขา้ งทาง ในกรณที างหลวงอยู่ อตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี อตุ สาหกรรมปูนซีเมนต์ ใกลฝ้ ง่ั ทะเลอาจสง่ ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลง อตุ สาหกรรมเหลก็ หรอื เหลก็ กลา้ ผลกระทบต่อ ชายฝง่ั และระบบนเิ วศชายฝง่ั ไดอ้ ยา่ งมาก คุณภาพน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมนำ้ ตาล และอุตสาหกรรมเย่ือกระดาษ ท้ังน้ี ผลกระทบ สง่ิ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขนึ้ ในชนั้ ท่ี ๑ (primary impacts) นคิ มอตุ สาหกรรมมาบตาพดุ อำเภอเมอื งฯ จงั หวดั ระยอง

231 เชน่ ผลกระทบทางดา้ นคณุ ภาพอากาศ ทอี่ าจสง่ ผล โครงการก่อสร้างหรือขยายสนามบินจะต้องทำการศึกษาและ ตอ่ เนอ่ื งตอ่ สขุ ภาพอนามยั ของมนษุ ย์ และอาจกลาย จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษทางเสียงและ เปน็ ผลกระทบในชนั้ ท่ี ๒ (secondary impacts) มลพษิ ทางอากาศ ก่อนดำเนนิ โครงการ ได้ด้วย หรือในบางครั้งลักษณะของผลกระทบ สง่ิ แวดล้อมอาจเกดิ รว่ มกันจากหลายโครงการ ที่ ๖.๔ โครงการระบบขนสง่ ทางอากาศ เรยี กวา่ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มสะสม (cumulative impacts) นคิ มอตุ สาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วย โครงการก่อสรา้ งหรอื ขยายสนามบนิ หรอื นิคมอุตสาหกรรมหรือโครงการที่มลี กั ษณะเดยี ว ทขี่ นึ้ -ลงชว่ั คราวเพอ่ื การพาณชิ ย์ ความยาวตงั้ แต่ กบั นิคมอตุ สาหกรรม เปน็ โครงการท่ีต้องจัดทำ ๑,๑๐๐ เมตร ขนึ้ ไป หรอื สนามบนิ นำ้ ทกุ ชนดิ อยใู่ น รายงานผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มเชน่ กนั เพราะ เกณฑ์ที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม นอกจากจะมีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมที่สำคัญ ผลกระทบทสี่ ำคญั ของโครงการสนามบนิ ไดแ้ ก่ แล้ว ยังมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ ผลกระทบดา้ นเสยี งจากการขนึ้ -ลงของเครอ่ื งบนิ ทด่ี นิ โดยรอบอกี ดว้ ย ผลกระทบตอ่ การเปลยี่ นแปลงการใชท้ ด่ี นิ โดยรอบ สนามบนิ หรอื ในกรณที จี่ ะมกี ารสรา้ งสนามบนิ ใกล ้ พนื้ ทที่ เ่ี ปน็ แหลง่ โบราณสถานหรอื โบราณวตั ถุ ก็ อาจสง่ ผลกระทบตอ่ โบราณสถานหรอื โบราณวตั ถไุ ด ้

232 ๖.๕ โครงการเหมอื งแร ่ ชะลา้ งพงั ทลาย ผลกระทบตอ่ โบราณสถานหรอื โบราณวัตถุในกรณีที่มีการดำเนินโครงการใน ในการทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่ทุก บรเิ วณทีเ่ ป็นแหลง่ โบราณสถานหรอื โบราณวตั ถุ ขนาดต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ี หรอื ในกรณพี น้ื ทที่ ำเหมอื งอยใู่ นพน้ื ทท่ี ค่ี งสภาพปา่ สำคัญจากการทำเหมือง เช่น ผลกระทบด้าน จะเกดิ ผลกระทบตอ่ สภาพป่าดงั กลา่ ว เน่ืองจาก คุณภาพอากาศและความส่ันสะเทือนในกรณีท่ีมี ต้องมีการตัดต้นไม้เพื่อเปิดพื้นท่ีทำเหมือง นอก การใชว้ ตั ถรุ ะเบดิ ในการทำเหมอื ง ซง่ึ อาจทำใหเ้ กดิ จากน้ียังมีผลกระทบด้านทัศนียภาพ จากการท่ี ความเสยี หายตอ่ สขุ ภาพอนามยั รวมทงั้ ทรพั ยส์ นิ สภาพภูมิประเทศได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปเน่ืองจาก ของประชาชนโดยเฉพาะปญั หาฝนุ่ ละอองระหวา่ ง การเปดิ หนา้ เหมอื งอกี ดว้ ย การขนสง่ แร่ ผลกระทบดา้ นคณุ ภาพนำ้ และการ ใชน้ ำ้ ของประชาชน มกั เกดิ จากตะกอนของการ การทำเหมอื งแรต่ อ้ งจดั ทำรายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม ปญั หาฝนุ่ ละอองจากการทำเหมอื งเปน็ ผลกระทบดา้ นคณุ ภาพอากาศ ระบบควบคมุ การทำเหมอื งแรโ่ ดยการฉดี นำ้ เพอ่ื ลดผลกระทบจากปญั หาฝนุ่ ละอองในอากาศ

233 ๖.๖ โครงการทา่ เทยี บเรอื โครงการทา่ เทยี บเรอื พาณชิ ยท์ ส่ี ามารถรอง รบั เรอื ขนาดตง้ั แต่ ๕๐๐ ตนั กรอส หรอื ความยาว หนา้ ทา่ ตงั้ แต่ ๑๐๐ เมตร หรอื มพี น้ื ทที่ า่ เทยี บเรอื รวมตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป ต้องจัดทำ รายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มทส่ี ำคญั จากโครงการท่าเทียบเรือ ได้แก ่ ผลกระทบต่อ การเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง การกอ่ สรา้ งทา่ เทยี บเรือทำให้ชายฝั่งทะเลเกดิ การกดั เซาะ อนั เกดิ จากการกอ่ สรา้ งทา่ เทียบเรือท่ีย่ืนออกไปใน ทะเล ทำให้ชายฝั่งทะเล เกดิ การกดั เซาะขน้ึ ในบาง พน้ื ท ่ี และเกดิ การงอกตวั ขึ้นในพนื้ ทอ่ี นื่ ในบรเิ วณ ที่ถูกกัดเซาะได้รับความ เสียหาย มีผลกระทบต่อ คณุ ภาพนำ้ ทเ่ี กดิ จากการทงิ้ นำ้ โสโครกจากเรอื ปญั หา ผลกระทบดา้ นคณุ ภาพอากาศ โครงการท่าเทียบเรือพาณิชย์ต้องทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ เชน่ การขนถา่ ยสนิ คา้ ทมี่ ี และการใช้ทด่ี นิ การฟงุ้ กระจายไดง้ า่ ย อาท ิ ถา่ นหนิ นอกจากน้ี ในกรณี ของทา่ เทยี บเรอื ขนาดใหญ่ จะมกี ารเปลยี่ นแปลงพนื้ ท่ี บริเวณโครงการ ซึ่งอาจ กลายเปน็ แหลง่ ทพ่ี กั อาศยั ของคนงาน และอาจจะสง่ ผลกระทบต่อการใช้ที่ดิน โดยรอบโครงการอกี ดว้ ย ชายฝง่ั ทะเลถูกกดั เซาะ

234 การกอ่ สรา้ งโรงแรมหรือทีพ่ ักตากอากาศควรคำนงึ ถงึ ส่ิงแวดล้อมที่จะเกิดผลกระทบต่อสว่ นรวม ๗. โครงการบรกิ ารชมุ ชนและทพ่ี กั อาศยั โครงการบริการชุมชนและที่พักอาศัยซึ่ง เกินกว่า ๑๐๐ไร่ ตลอดจนโครงการโรงพยาบาล เขา้ เกณฑต์ อ้ งจดั ทำรายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม หรือสถานพยาบาลท่ีมีเตียงสำหรับผู้ป่วยค้างคืน ไดแ้ ก่ โครงการโรงแรมหรอื สถานทพ่ี กั ตากอากาศ ตงั้ แต่ ๓๐ เตยี งขนึ้ ไปหรอื ๖๐ เตยี งขนึ้ ไปแลว้ แต่ ทม่ี จี ำนวนหอ้ งพกั ตงั้ แต่ ๘๐ หอ้ งขนึ้ ไป โครงการ พ้ืนท่ี กลุ่มโครงการประเภทนี้อาจก่อให้เกิดผล ที่อยู่อาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม กระทบสงิ่ แวดลอ้ มทสี่ ำคญั เชน่ ผลกระทบดา้ น อาคารทม่ี จี ำนวนหอ้ งพกั ตง้ั แต่ ๘๐ หอ้ งขนึ้ ไป หรอื น้ำเสีย ขยะติดเช้ือ ผลกระทบด้านการจราจร มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ ๔,๐๐๐ ตารางเมตรข้ึนไป ผลกระทบต่อการใช้ท่ีดินในบริเวณใกล้เคียงโดย โครงการอาคารทต่ี ง้ั อยรู่ มิ แมน่ ำ้ ฝง่ั ทะเล ทะเลสาบ เฉพาะกรณโี ครงการจดั สรรทดี่ นิ ผลกระทบดา้ น หรอื ชายหาด หรอื อาคารทอี่ ยใู่ กลห้ รอื ในอทุ ยาน ทศั นยี ภาพในกรณที เ่ี ปน็ การกอ่ สรา้ งโรงแรมหรอื แหง่ ชาติ หรอื อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ ซง่ึ เปน็ บรเิ วณ อาคารที่มีความสูง ซึ่งอาจเกิดความขัดแย้งกับ ทอี่ าจกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม สถานทโี่ ดยรอบได้ โดยเปน็ อาคารทมี่ คี วามสงู ตงั้ แต่ ๒๓ เมตรขน้ึ ไป ดูเพิ่มเติมเร่ือง มลพิษทางอากาศ และปัญหา หรอื มพี น้ื ทร่ี วมกนั ทกุ ชนั้ หรอื ชนั้ หนง่ึ ๆ ในอาคาร สิ่งแวดล้อมระดับสากล เล่ม ๑๕ การจัดการ เดยี วกนั ตง้ั แต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขน้ึ ไป และยงั ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่ม ๑๙ ครอบคลุมถึงการจัดสรรที่ดินเพ่ือเป็นท่ีอยู่อาศยั และการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพ่ือประกอบการพาณิชย์ ที่มีจำนวนท่ีดิน เลม่ ๒๑ แปลงยอ่ ยต้งั แต่ ๕๐๐ แปลงขน้ึ ไป หรือมเี นอ้ื ที่

235 บรรณานกุ รม กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม. พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕. กรงุ เทพฯ : กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดลอ้ ม, ๒๕๓๕. เกษม จันทร์แก้ว. วิทยาศาสตร์ส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพฯ : โครงการบัณฑิตศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ สงิ่ แวดลอ้ ม บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ ๒๕๓๐. . วทิ ยาศาสตรส์ ง่ิ แวดลอ้ ม. (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กรงุ เทพฯ : โครงการสหวทิ ยาการบณั ฑติ ศกึ ษา สาขาวทิ ยาศาสตรส์ งิ่ แวดลอ้ ม บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ ๒๕๔๗. คณะกรรมการวชิ าสงิ่ แวดลอ้ ม เทคโนโลยแี ละชวี ติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ สง่ิ แวดลอ้ ม เทคโนโลยี และชวี ติ . พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๙. กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ ๒๕๕๑. “ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรอื กจิ การซง่ึ ตอ้ งจดั ทำรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม และหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ระเบียบปฏิบัติและแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม.” ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๒๖ ตอนพเิ ศษ ๑๒๕ ลงวนั ที่ ๑๖ มถิ นุ ายน ๒๕๕๒. “ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มเรอื่ ง กำหนดประเภท ขนาด และวธิ ปี ฏบิ ตั ิ สำหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ เอกชนทจี่ ะตอ้ งจดั ทำรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม.” ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๑๐๔ ง หนา้ ๓๔ ลงวนั ที่ ๓๑ สงิ หาคม ๒๕๕๓.

236

โรคเอสแอลอ23ี 7 ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุชลี า จนั ทร์วิทยานุชติ ผู้เขยี น ส่วนเด็กเล็ก วา่ ท่รี ้อยตรี ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. เจษฎา เดน่ ดวงบริพันธ์ ผเู้ รยี บเรียง เมอื่ พ.ศ. ๒๕๓๕ วงการเพลงไทยตอ้ งสญู เสยี พมุ่ พวง ดวงจนั ทร ์ นกั รอ้ งเพลงลกู ทงุ่ หญงิ ชอื่ ดงั ในอดตี ขวญั ใจของคนไทย ไปดว้ ยโรคทไ่ี มค่ อ่ ย คนุ้ ชอ่ื กนั นกั คอื โรคเอสแอลอี (SLE) หรอื ทน่ี ยิ มเรยี กกนั ในเวลาตอ่ มาวา่ โรคพมุ่ พวง โรคพุ่มพวงเป็นโรคประหลาด ท่ีไม่ได้เกิดจากการติดเช้ือโรคซึ่งทำ อันตรายต่อร่างกาย แต่เป็นร่างกายของเราเองท่ีทำงานผิดปกติย้อนกลับมา ทำรา้ ยตวั เอง โรคนป้ี จั จบุ นั อาจรจู้ กั กนั ในอกี ชอื่ วา่ โรคแพภ้ มู ิ คนท่ีโชคร้ายต้องป่วยเป็นโรคเอสแอลอี ซึ่งปกติแล้วจะมีระบบ ภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกายคอยตอ่ สกู้ บั เชอ้ื โรค แตก่ ลบั ทำงานผดิ เพย้ี นไป กลาย เปน็ ต่อต้านอวยั วะตา่ งๆ ในร่างกาย ทำใหเ้ จบ็ ปว่ ยเร้ือรงั เป็นเวลานาน หรือ อาการรนุ แรงจนเสยี ชวี ติ ได้

238 ขน้ึ กบั ผหู้ เญรางิ ยวงั ยั ไสมาท่ วรถางึบวชยั ดักเลจานงวคา่ นโรเคชเน่อเสดแยี อวกลบัอเีเกมดิอื่ จคารกงั้ อทะพี่ ไมุ่รพแวงตโ่ รดควนงมี้ จกันั เทกดิร์ เรมิ่ ปว่ ย คนท่ีเร่ิมป่วยด้วยโรคนี้ จะสังเกตได้จากการเกิดผื่นขึ้นบนใบหน้า เปน็ ผ่ืนสแี ดงข้ึนตามแนวด้งั จมกู และโหนกแกม้ เหมือนกับระบายสเี ป็นรูป ผเี สอื้ ไวบ้ นใบหนา้ ถา้ มอี าการเชน่ น้ี กค็ วรทจ่ี ะไปพบแพทยโ์ ดยเรว็ ถา้ เดก็ ๆ มญี าตหิ รอื คนรจู้ กั ทป่ี ว่ ยเปน็ โรคน้ี กค็ วรใหก้ ำลงั ใจเขาวา่ โรคนไ้ี มไ่ ดน้ า่ กลวั อยา่ งทค่ี ดิ แมจ้ ะเปน็ โรคเรอ้ื รงั ไมส่ ามารถรกั ษาใหห้ ายขาด ได้ แตก่ ส็ ามารถบรรเทาใหอ้ าการดขี น้ึ ได้ ดว้ ยการรบั ประทานยาตามทแ่ี พทย์ สงั่ ใหอ้ ยา่ งเครง่ ครดั เมอื่ ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การรกั ษาจนอาการดขี น้ึ เดก็ ๆ ควรชว่ ยเตอื นใหผ้ ปู้ ว่ ย หลกี เลยี่ งการถกู แสงแดด ใหพ้ ยายามรกั ษาสขุ ภาพ เพอื่ ทเ่ี ขาจะไดก้ ลบั มาใช้ ชวี ติ ปกตกิ บั ครอบครวั อยา่ งมคี วามสขุ อกี ครง้ั หนงึ่ เดก็ ๆ ช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเอสแอลอีไมใ่ ห้ถกู แสงแดด โดยการทาครีมกนั แดด

239 สว่ นเดก็ กลาง วา่ ท่รี อ้ ยตรี ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. เจษฎา เดน่ ดวงบริพันธ์ ผเู้ รียบเรียง โรคเอสแอลอีเป็นโรคไม่ติดต่อท่ีสำคัญอีกโรคหน่ึง เกิดจากความผิดปกติของ ระบบภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกาย ซงึ่ แทนทจี่ ะทำงานเฉพาะการยบั ยง้ั เชอ้ื โรคและสง่ิ แปลกปลอมท่ี เขา้ สรู่ า่ งกาย ระบบภมู คิ มุ้ กนั กลบั ตอ่ ตา้ นเนอื้ เยอื่ รา่ งกายของผนู้ นั้ เอง ทำใหเ้ กดิ การอกั เสบ เรอ้ื รงั ของอวยั วะตา่ งๆ และเปน็ อนั ตรายตอ่ ผปู้ ว่ ยซงึ่ ตอ้ งทนทรมานเปน็ เวลานาน จนอาจ รนุ แรงถงึ ขน้ั พกิ ารและอาจถงึ แกช่ วี ติ ได้ โรคเอสแอลอมี ชี อื่ เรยี กอยา่ งเปน็ ทางการวา่ โรคลปู สั แตค่ นทว่ั ไปมกั นยิ มเรยี กกนั วา่ โรคพมุ่ พวง โดยนำมาจากชอ่ื ของ พมุ่ พวง ดวงจนั ทร์ ราชนิ นี กั รอ้ งเพลงลกู ทงุ่ ในอดตี ซงึ่ เสยี ชวี ติ จากการเปน็ โรคนต้ี งั้ แตย่ งั มอี ายไุ มม่ ากนกั ปจั จบุ นั อาจเรยี กอกี ชอ่ื วา่ โรคแพภ้ มู ิ แมว้ า่ โรคเอสแอลอจี ะพบไดง้ า่ ยในประชากรของประเทศแถบเอเชยี ตลอดจนมคี วามรนุ แรงของ โรคทเี่ กดิ ขนึ้ มากกวา่ ทเ่ี กดิ กบั ประชากรแถบตะวนั ตก แตม่ คี นไทยเพยี งจำนวนนอ้ ยทรี่ จู้ กั โรคนี้ อยา่ งแทจ้ รงิ ในสมยั ทพี่ มุ่ พวงปว่ ยเปน็ โรคเอสแอลอนี นั้ การแพทยไ์ ทยและคนไทยสว่ นใหญย่ งั ไม่ค่อยรู้จักโรคนี้ดีนัก นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคนี้ ซ่ึงในสมัยนั้นท้ังประเทศมีเพียง ประมาณ ๓๐ คน ทำใหก้ ารรกั ษาอาการของโรคใหส้ งบลง จนไมก่ ำเรบิ ขนึ้ มาใหม่ และใหผ้ ปู้ ว่ ย มีชีวิตยืนยาวต่อไปนั้นเป็นไปได้ยากลำบาก ประกอบกับความเช่ือท่ีผิดๆ เช่น ผู้ป่วยถูก รงั เกยี จเพราะเขา้ ใจและเชอ่ื กนั เองวา่ เปน็ โรคเดยี วกบั โรคเอดส์ หรอื เพราะเชอื่ วา่ โรคเอสแอลอี ตดิ ตอ่ ระหวา่ งคนสคู่ นได้ ทำใหผ้ ปู้ ว่ ยถกู ทอดทง้ิ เสยี กำลงั ใจ และไมใ่ หค้ วามรว่ มมอื ในการ รกั ษาพยาบาล จนเปน็ ผลรา้ ยตอ่ การรกั ษา

240 ท สี่ ดุ ในผหู้ ญโรงิ ควเยัอเสจรแญิอลพอนั เี กธ์ุดิ อขานึ้ยรุจะาหกสวา่างเห๒ตใุ๐ด-๔ไม๐เ่ ปปน็ ี ทแลแ่ี ะนพช่ บดั ในเครานทผรวิ าสบี เเพชน่ยี งวชา่ าโรวคเอนเชพ้ี ยี บบชอ่าวย แอฟริกัน มากกว่าในคนผิวขาว สันนิษฐานกันว่าโรคเอสแอลอีสามารถถ่ายทอดได้ทาง พันธุกรรม และมีฮอร์โมนเพศหญิงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดโรค ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยอื่น จากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่วมดว้ ย เช่น สารเคมีบางชนิดในอาหารหรอื ยา หรอื แม้กระทงั่ แสงแดด ไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างผิดปกติ จนสร้างสารแอนติบอดีขึ้นมา ตอ่ ตา้ นเซลลร์ า่ งกายของผปู้ ว่ ยเอง อันท่ีจริงแล้วถ้าแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเอสแอลอีได้อย่างถูกต้องและทันกาล เราอาจควบคมุ ภาวะภมู คิ มุ้ กนั ใหล้ ดการตอ่ ตา้ นเนอื้ เยอ่ื ตนเอง เพอ่ื บรรเทาอาการอกั เสบของ ผปู้ ว่ ยไมใ่ หร้ นุ แรงจนถงึ ขนั้ ทำลายอวยั วะตา่ งๆ และทำใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถกลบั มาใชช้ วี ติ เหมอื น คนปกตทิ ว่ั ไปได้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีอาการเบื้องต้นบางอย่างเกิดข้ึนกับผิวหนัง เย่ือบุผิว ไขข้อ ปอดและไต เชน่ ผปู้ ว่ ยอาจมไี ขเ้ รอ้ื รงั หรอื มแี ผลในปากเปน็ เวลานาน เหนอ่ื ยงา่ ย ออ่ นเพลยี และเจบ็ หนา้ อกขณะหายใจ ผมรว่ งมาก และมผี นื่ ขน้ึ ตามผวิ หนงั จากการแพแ้ สงแดด รวม ท้ังมักเกิดอาการปวดตามข้อน้ิว ข้อมือ และข้อเข่า จนทำให้เริ่มสงสัยได้ว่าอาจเป็นโรค เอสแอลอ ี ถา้ มอี าการทตี่ อ้ งสงสยั ในเบอื้ งตน้ ดงั กลา่ วแลว้ จะตอ้ งเฝา้ สงั เกตอาการอน่ื ๆ ตอ่ ไป เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยนั้นเป็นโรคเอสแอลอี ไดแ้ ก่ มผี น่ื แดงรปู ปกี ผเี สอ้ื ทโ่ี หนกแกม้ และ ผ่ืนแดงรูปปีกผีเสื้อขึ้นท่ีโหนกแก้มและด้ังจมูก เป็นลักษณะอาการของ แนวดงั้ จมกู หรอื เปน็ ผน่ื หนาสขี าว โรคเอสแอลอี หรอื สนี ำ้ ตาลดำ รปู รา่ งคลา้ ยจานที่ ศรี ษะและแขน มอี าการเจบ็ หนา้ อก เนอ่ื งจากเยอื่ หมุ้ ปอดและหวั ใจอกั เสบ หรอื มจี ำ้ เลอื ดตามผวิ หนงั จากการที่ มเี กลด็ เลอื ดตำ่ ถา้ ไตอกั เสบมากจะ ทำให้ขาและตัวบวม หากเกิดการ อักเสบท่ีสมอง อาจพบอาการชัก และสตฟิ นั่ เฟอื นได้

241 เมื่อพบข้อสงสัย หลายประการเกดิ ขนึ้ กบั ผปู้ ว่ ย แพทย์จะทำการตรวจหาสาร ต่างๆ ในร่างกายผู้ป่วยเพื่อ ยืนยันการเป็นโรคเอสแอลอี เชน่ การตรวจหาโปรตนี ไขข่ าว หรอื เมด็ เลอื ดแดงในปสั สาวะ ผปู้ ว่ ย การตรวจหาแอนตบิ อด ี ท่ีจำเพาะต่อโรคเอสแอลอี สารแอนตบิ อดที จ่ี ำเพาะตอ่ โรคเอสแอลอี ซงึ่ ตรวจพบดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน ์ การตรวจวดั ระดบั เมด็ เลอื ดแดง เมด็ เลอื ดขาว และเกลด็ เลอื ดวา่ มคี า่ ตำ่ เกนิ ไปหรอื ไม ่ หลงั จากวนิ จิ ฉยั ไดอ้ ยา่ งชดั เจนแลว้ วา่ ปว่ ยเปน็ โรคเอสแอลอจี รงิ แพทยจ์ ะพยายาม คิดหาวิธีรักษาบรรเทาโรค ด้วยการลดระดับภูมิต้านทานของผู้ป่วยไม่ให้สูงมากเกินไปจน ทำลายอวยั วะได้ โดยอาจใหย้ าตา้ นการอกั เสบของอวยั วะตา่ งๆ ทงั้ กลมุ่ ยาทไ่ี มใ่ ชส่ เตยี รอยด์ สำหรบั ผปู้ ว่ ยทอ่ี าการไมร่ นุ แรง และกลมุ่ ยาคอรต์ โิ คสเตยี รอยดซ์ ง่ึ จำเปน็ ในผปู้ ว่ ยทมี่ อี าการ ปานกลางถงึ ขน้ั รนุ แรง รว่ มกบั การใชย้ ากดภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกายทมี่ ฤี ทธย์ิ บั ยงั้ เซลลใ์ นระบบ ภมู คิ มุ้ กนั ไมใ่ หส้ ามารถแบง่ ตวั ได้ ยาเหลา่ นชี้ ว่ ยควบคมุ อาการของโรคใหส้ งบลง แตไ่ มส่ ามารถรกั ษาโรคใหห้ ายขาด ได้ และอาจมผี ลขา้ งเคยี งทต่ี ามมาจากการใชย้ าดงั กลา่ ว เชน่ ระคายเคอื งกระเพาะอาหารจน ทำใหเ้ กดิ แผลหรอื ตดิ เชอื้ ไดง้ า่ ย เพราะไขกระดกู ถกู ยากดภมู คิ มุ้ กนั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หากใช้ ยาสเตยี รอยดต์ อ่ เนอ่ื งเปน็ เวลานานเกนิ ไป อาจเกดิ ภาวะกระดกู พรนุ จนถงึ ขน้ั พกิ ารได้ ผปู้ ว่ ย จงึ ควรรกั ษาสขุ ภาพของตนเองใหด้ เี พอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หโ้ รคกลบั มากำเรบิ ใหม่ ในระหวา่ งทีท่ ำการรักษา ผู้ป่วยจะตอ้ งอดทนตอ่ ความเจบ็ ปวดท่ีเกิดจากโรคและ ผลขา้ งเคยี ง รวมทง้ั ใหค้ วามรว่ มมอื กบั แพทยผ์ รู้ กั ษา ดว้ ยการมวี นิ ยั ในการรบั ประทานยาตาม ทแี่ พทยจ์ ดั ให้ โดยไมเ่ พมิ่ ลด หรอื หยดุ ยาเอง หลงั จากนนั้ เมอ่ื อาการของโรคสงบแลว้ ผู้ ปว่ ยตอ้ งหลกี เลยี่ งแสงแดด ยา และปจั จยั ตา่ งๆ ทจ่ี ะกระตนุ้ ใหโ้ รคกำเรบิ ปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ จากการอยู่ในที่ชุมชน หรือหลีกเล่ียงการรับประทานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ และไม่สะอาด ตลอดจนพยายามรกั ษาสขุ ภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ

242 ส่วนเดก็ โต ศาสตราจารย ์ แพทย์หญิงสุชลี า จันทรว์ ทิ ยานชุ ิต ผ้เู ขยี น โรคเอสแอลอี (SLE) หรอื โรคลปู สั มชี อื่ เปน็ มอี าการรนุ แรงจนตอ้ งเขา้ รบั การรกั ษาในหอผปู้ ว่ ย ภาษาองั กฤษวา่ Systemic Lupus Erythematosus แต ่ อายุรศาสตร์ของโรงพยาบาลคิดเป็นอัตราสูงถึง คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันในช่ือว่า โรคพุ่มพวง ๑ คนตอ่ คนไข้ ๒๐๐ คนตอ่ ปี ดงั นนั้ จงึ ถอื ไดว้ า่ ปจั จบุ นั รจู้ กั กนั อกี ชอ่ื วา่ โรคแพภ้ มู ิ โรคเอสแอลอี โรคเอสแอลอีเป็นโรคร้ายในอันดับต้นๆ ท่ีจะนำ เป็นโรคเร้ือรังชนิดหน่ึงท่ีมีการอักเสบเกิดข้ึนกับ ความพกิ ารเส่ือมสมรรถภาพในการทำงาน และ อวยั วะเกอื บทกุ สว่ นของรา่ งกาย สาเหตขุ องโรค การเสยี ชวี ติ กอ่ นวยั อนั ควรมาสสู่ ตรไี ทย ผลกระทบ ยงั ไมท่ ราบแนช่ ดั แตม่ ลี กั ษณะสำคญั ทพี่ บในผปู้ ว่ ย จากการเกิดโรคเอสแอลอจี ึงมีความสำคัญต่อการ โรคนคี้ อื ระบบภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกายทำงานผดิ ไป พฒั นาประเทศอยา่ งมาก เนอ่ื งจากผปู้ ว่ ยสว่ นใหญ่ จากปกติ โดยมกี ารสรา้ งสารภมู ติ า้ นทาน (antibody) เปน็ สตรวี ยั เจรญิ พันธุ์ ซงึ่ เปน็ กลมุ่ ประชากรทม่ี ี ต่อต้านเซลล์เน้ือเย่ือของตนเอง (autoantibody) บทบาทสำคญั ตอ่ สงั คมและเศรษฐกจิ ของประเทศ อันนำไปสคู่ วามเจบ็ ปว่ ยจนถึงข้นั เสียชีวิตได ้ ความรนุ แรงของโรคทำใหป้ ระชากรกลมุ่ นต้ี อ้ งตก อยใู่ นสภาวะความพกิ าร การเจบ็ ปว่ ยเรอ้ื รงั หรอื อัตราความชุกของโรคน้ียังไม่มีการสำรวจ การเสียชีวิต เด็กจำนวนมากต้องกำพร้าแม่หรือ อย่างจริงจังในประเทศไทย จึงต้องอ้างอิงข้อมูล ขาดการดูแลเอาใจใส่จากแม่ซึ่งกำลังด้ินรนต่อสู้ จากสหรฐั อเมรกิ า ซง่ึ พบประชากรปว่ ยเปน็ โรคน้ี กบั โรครา้ ย ผปู้ ว่ ยบางรายยงั ตอ้ งตอ่ สกู้ บั ความเขา้ ใจ ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน โดยรอ้ ยละ ๙๐ เปน็ ผดิ ของครอบครวั และสงั คมทข่ี าดความรเู้ กยี่ วกบั สตรีในช่วงอายุ ๑๕-๔๕ ปี ซึ่งเมื่อคำนวณจาก โรคน้ี เมอ่ื เหน็ มผี นื่ ขนึ้ ตามตวั กร็ งั เกยี จ เขา้ ใจวา่ ฐานความชุกและจำนวนประชากร สตรีผิวดำมี ตดิ ตอ่ กนั ได้ หลายคนสรปุ วา่ เปน็ โรคเดยี วกบั โรค โอกาสเกดิ โรคนป้ี ระมาณ ๑ ตอ่ ๒๐๐ คน ขณะท่ี ภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง หรอื เอชไอวี (HIV) ซง่ึ สำหรบั สตรผี วิ ขาวมคี วามเสยี่ ง ๑ ตอ่ ๗๐๐ คน และดว้ ย คนไทยช่ือของโรคฟงั คลา้ ยเอสแอลอี ผปู้ ว่ ยหลาย เหตุท่ีอัตราการเกิดโรคและความรุนแรงของโรค รายท่ถี ูกขบั ออกจากบา้ นสามหี รือถกู พรากลูกไป ในคนผิวขาวมีน้อย การศึกษาเก่ียวกับการรักษา เพราะความเขา้ ใจผดิ ดงั กลา่ ว ถงึ แมว้ า่ โรคนจี้ ะมี โรคน้ีในประเทศท่ีเจริญแล้วจึงมีไม่มากเม่ือเทียบ ผลกระทบตอ่ สภาพครอบครวั เชน่ นี้ แตก่ ลบั ไมไ่ ดร้ บั กบั โรคอนื่ สำหรบั คนไทยกพ็ บโรคนไ้ี ดบ้ อ่ ยกวา่ ความสนใจทง้ั จากภาครฐั และประชาชนเทา่ ทคี่ วร และมคี วามรนุ แรงของโรคสงู กวา่ คนผวิ ขาว เฉพาะ แมแ้ ตแ่ พทยเ์ องสว่ นใหญก่ ไ็ มไ่ ดค้ น้ ควา้ หาความรู้ ทโี่ รงพยาบาลรามาธบิ ดมี ผี ปู้ ว่ ยโรคเอสแอลอี ซง่ึ

243 ผูป้ ว่ ยโรคเอสแอลอีควรหลกี เล่ียงแสงแดด เช่น อ่านหนังสอื ในทร่ี ม่ เพม่ิ เตมิ ทำใหก้ ารวนิ จิ ฉยั โรคผดิ พลาด จงึ ใหก้ าร ๑. สาเหตขุ องการเกดิ โรคเอสแอลอ ี รกั ษาหรอื ใหค้ ำแนะนำทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง เพราะไมท่ ราบ แมว้ า่ สาเหตขุ องโรคยงั ไมอ่ าจสรปุ ไดแ้ นช่ ดั วา่ ผลการรกั ษาโรคนดี้ ขี นึ้ กวา่ เดมิ มาก ซง่ึ เมอ่ื ๕๐ แตก่ ม็ หี ลกั ฐานทางการแพทยท์ พี่ อจะกลา่ วอา้ งวา่ ปที แี่ ลว้ อตั ราการรอดชวี ติ ที่ ๕ ปี มเี พยี งรอ้ ยละ เปน็ สมมตฐิ านของการเกดิ โรคได้ ดงั น ้ี ๔๐ แตป่ จั จบุ นั ถา้ ไดร้ บั การรกั ษาถกู วธิ ี อตั ราการ ๑. ฮอรโ์ มนนา่ จะมบี ทบาทในการทำใหเ้ กดิ รอดชวี ติ ที่ ๕ ปี จะสงู ถงึ รอ้ ยละ ๙๐ การเผยแพร่ โรค เพราะโรคเอสแอลอพี บบอ่ ยในสตรวี ยั เจรญิ ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ก็ยังมีน้อย เนื่องจากขาดผู้ พันธ์ุ โดยมีอัตราส่วนเพศหญิงต่อเพศชายสูงถึง ใหก้ ารสนบั สนนุ เมอ่ื รวู้ า่ เปน็ โรคนผ้ี ปู้ ว่ ยมกั ตกใจ ๙ : ๑ ในชว่ งอายุ ๒๐-๔๐ ปี ซงึ่ เปน็ วยั ทม่ี ฮี อรโ์ มน กลวั เพราะความเชอื่ ทฝี่ งั ใจวา่ หากเปน็ โรคพมุ่ พวง เพศหญงิ สงู ทสี่ ดุ ขณะทใ่ี นวยั เดก็ และวยั ผสู้ งู อายุ แลว้ รกั ษาไมไ่ ด้ หรอื มฉิ ะนน้ั กไ็ มร่ จู้ กั และไมท่ ราบ อตั ราสว่ นเพศหญงิ ตอ่ เพศชายลดลงเหลอื เพยี ง ๔ : ๑ ว่าจะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคน้ีได้ที่ไหน ดังนั้น ๒. ผู้ป่วยโรคเอสแอลอีมักมีอาการกำเริบ คนไทยจึงควรใหค้ วามสนใจว่าโรคเอสแอลอเี ปน็ เม่ือถูกแสงแดด ต้ังครรภ์ หรือเกิดการติดเชื้อ อกี โรคหนงึ่ ทเี่ ปน็ ปญั หาของประเทศ อยา่ งไรก็ดี นอกจากน้ี ยาและอาหารบางชนดิ สามารถกระตนุ้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยโรคเอสแอลอีทุกคน ให้บางคนท่ีไม่เคยเป็นโรคน้ีมาก่อนแสดงอาการ ตอ้ งมอี าการตามนท้ี กุ อยา่ ง ผปู้ ว่ ยโรคนส้ี ว่ นใหญ่ ของโรคได้ แสดงว่าส่ิงแวดล้อมก็มีส่วนในการ สามารถควบคมุ โรคและดำเนนิ ชวี ติ ไดต้ ามปกต ิ กระตนุ้ ใหเ้ กดิ โรค

244 ของโร๓ค.นจีแ้ าตกกกตาา่รงทกพ่ี ันบใอนบุ แตัตกิล่ าะรเณชอ้ืแ์ ชละาตอิากกาลรแ่าวสคดือง ละคนจงึ แตกตา่ งกนั นนั้ แมค้ ำตอบจะยงั ไมช่ ดั เจน ชาวแอฟรกิ นั ชาวเอเชยี และชาวลาตนิ อเมรกิ า แตก่ พ็ ออนมุ านไดว้ า่ โรคเอสแอลอเี กดิ จากสภาพ เปน็ โรคเอสแอลอมี ากกวา่ และรนุ แรงกวา่ เชอื้ ชาติ แวดลอ้ มภายนอก เชน่ การตดิ เชอ้ื แสงแดด สาร คอเคเซยี น นอกจากนี้ ญาตสิ ายตรงของผปู้ ว่ ยโรค เคมบี างชนดิ ในยาและอาหาร รว่ มกบั ฮอรโ์ มนเพศ เอสแอลอเี ปน็ โรคนม้ี ากกวา่ คนปกติ ๘ เทา่ ทำให้ ไปกระตนุ้ ระบบภมู ติ า้ นทานของผทู้ ม่ี พี นั ธกุ รรมเสย่ี ง สันนิษฐานว่าโรคนี้มีการถา่ ยทอดทางพันธุกรรม ตอ่ การเกดิ โรค ใหม้ กี ารทำงานทผ่ี ดิ ปกตไิ ป คอื แต่เนื่องจากลูกที่มีแม่เป็นโรคเอสแอลอีแม้จะมี แทนทจ่ี ะทำลายเฉพาะสง่ิ แปลกปลอมนอกรา่ งกาย โอกาสเป็นโรคน้ีมากข้ึน แต่ก็พบอัตราการเกิด แต่กลับสร้างแอนติบอดีต่อต้านเซลล์ของตนเอง โรคเพียงร้อยละ ๕ แม้แต่คู่แฝดท่ีเกิดจากไข่ใบ ทำให้เกดิ การอกั เสบในอวยั วะที่ได้รบั แอนตบิ อดี เดียวกันซึ่งย่อมมีพันธุกรรมเหมือนกันทุกอย่าง นน้ั เปน็ ผลใหก้ ารทำงานของอวยั วะนนั้ เสยี ไป ซง่ึ กย็ งั พบอตั ราการเกดิ โรคเอสแอลอเี หมอื นกนั เพยี ง ผู้ป่วยจะเกิดอาการอยา่ งไรและรนุ แรงเพยี งใด ก ็ รอ้ ยละ ๕๗ ดงั นนั้ จงึ สรปุ ไดว้ า่ การถา่ ยทอดทาง ขนึ้ กบั วา่ การอกั เสบนน้ั เกดิ ขน้ึ ทอ่ี วยั วะใด ถา้ เปน็ พนั ธกุ รรมเพยี งอยา่ งเดยี วไมส่ ามารถทำใหเ้ กดิ โรค อวัยวะที่สำคัญก็ย่อมมีความรุนแรงสูง ซ่ึงการ ได้ นา่ จะตอ้ งมปี จั จยั อนื่ รว่ มดว้ ย อกั เสบจะเกดิ ขนึ้ ทอ่ี วยั วะใดกข็ น้ึ อยกู่ บั คณุ สมบตั ิ ของแอนตบิ อดที รี่ ะบบภมู ติ า้ นทานของผปู้ ว่ ยสรา้ ง ๔. ระบบภูมิคุ้มกันซ่ึงตามปกติทำหน้าท่ี ขนึ้ มา โดยขน้ึ อยกู่ บั พนั ธกุ รรมของผนู้ น้ั อกี ทอดหนง่ึ ป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามารุกรานร่างกาย เช่น เช้ือโรค แต่ในผู้ป่วยโรคเอสแอลอีมีการ ดังน้ัน โรคเอสแอลอีจึงไม่ใช่โรคติดเช้ือ ทำงานผดิ ไปจากปกติ โดยสรา้ งโปรตนี ทเี่ รยี กวา่ การสมั ผสั ไมท่ ำใหเ้ กดิ โรค และการถา่ ยทอดทาง สารภมู ติ า้ นทาน หรอื แอนตบิ อดี (antibody) ซงึ่ พันธุกรรมเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำให้เกิด ต่อต้านเซลล์เนื้อเยื่อของตนเอง ทำใหม้ ปี ฏกิ ริ ยิ า โรคได้ ตอ้ งมที ง้ั ปจั จยั ภายนอกและปจั จยั ภายใน ภมู คิ มุ้ กนั ทเ่ี ปน็ พษิ และไปทำลายเซลลข์ องอวยั วะ ประกอบกนั จงึ จะกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การทำงานทผ่ี ดิ ต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ความเจ็บป่วย โดยจะมีอาการ ปกตขิ องระบบภมู คิ มุ้ กนั ได ้ ตง้ั แตร่ นุ แรงนอ้ ย เชน่ ปวดขอ้ ขอ้ อกั เสบ มผี นื่ แพแ้ สงทใี่ บหนา้ และลำตวั ไปจนถงึ อาการรนุ แรง ๒. อาการแสดงของโรคเอสแอลอี มาก เนอื่ งจากเกดิ การอกั เสบทอ่ี วยั วะสำคญั เชน่ ไตวาย ซดี ตดิ เชอื้ งา่ ย ชกั จนถงึ เสยี ชวี ติ ในทส่ี ดุ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอีแต่ละรายจะมีอาการ แสดงและความรนุ แรงของโรคแตกตา่ งกนั สว่ น ส่วนข้อสงสัยว่าทำไมระบบภูมิคุ้มกันของ ใหญจ่ ะเรมิ่ ดว้ ยอาการไมส่ บายทวั่ ๆ ไป เชน่ มไี ข้ รา่ งกายจงึ ทำรา้ ยเซลลแ์ ละอวยั วะของตนเอง และ เบอ่ื อาหาร นำ้ หนกั ลด ทน่ี า่ สงั เกตคอื อาการ เหตใุ ดอาการและความรนุ แรงของโรคในผปู้ ว่ ยแต ่ ออ่ นเพลยี คอ่ นขา้ งรนุ แรง และมกั ผมรว่ ง สว่ น อาการตามระบบอาจแตกต่างกัน โดยมีอาการ แสดงของแต่ละระบบดังน ี้

245 ข้ออกั เสบ บวม แดง และปวด กระจายอยบู่ นผวิ หนงั บรเิ วณอน่ื ทอ่ี ยนู่ อกรม่ ผา้ เชน่ ลำคอ หลงั สว่ นบน ดา้ นนอกของแขนและหลงั มอื ๒.๑ ขอ้ และกลา้ มเนอื้ ผ่ืนผิวหนังอักเสบที่จำเพาะสำหรับผู้ป่วย ผู้ป่วยเกือบทุกรายจะมีอาการปวดตามข้อ โรคเอสแอลออี กี แบบหนงึ่ เปน็ ผนื่ เรอื้ รงั ทเ่ี รยี กวา่ ตามกลา้ มเนอื้ บางรายมขี อ้ บวมและอกั เสบดว้ ย ดสิ คอยดล์ ปู สั (discoid lupus) ลกั ษณะของผน่ื เปน็ โดยสว่ นใหญเ่ ปน็ ทขี่ อ้ นวิ้ มอื ขอ้ มอื และขอ้ เขา่ ปน้ื หนาสขี าวหรอื สนี ำ้ ตาลดำและมสี ะเกด็ ปกคลมุ อาการจะเปน็ มากตอนเชา้ และหลงั ตนื่ นอน โดย หนงั กำพรา้ บรเิ วณทมี่ ผี น่ื ขน้ึ เกดิ การยบุ ตวั ฝอ่ ลงไป รสู้ กึ ขอ้ แขง็ ตงึ ขยบั ลำบาก ตอ้ งเคลอื่ นไหวสกั พกั หนังแทถ้ กู ทำลายกลายเปน็ พงั ผดื และทำใหเ้ กดิ อาการจงึ จะดขี น้ึ อยา่ งไรกต็ าม แมว้ า่ ขอ้ จะอกั เสบ แผลเปน็ ผนื่ ชนดิ นมี้ กั พบบรเิ วณหนงั ศรี ษะ (ทำให ้ บวม แดง และปวด แตม่ กั ไมม่ กี ารทำลายผวิ ขอ้ ผมรว่ งเปน็ หยอ่ มบรเิ วณทม่ี ผี นื่ ) นอกจากนยี้ งั พบ จนทำใหเ้ กดิ ความพกิ าร ขอ้ นว้ิ หงกิ งอหรอื ผดิ รปู ทใ่ี บหู คอ แขน และหลงั มอื ผิดร่างเหมอื นอาการของโรคขอ้ อกั เสบรมู าทอยด์ ซงึ่ อาการข้ออักเสบนี้อาจเป็นๆ หายๆ หรือเป็น ผน่ื ผวิ หนงั อกั เสบในโรคเอสแอลอมี กั มกี าร ตลอดเวลาทม่ี กี ารกำเรบิ กไ็ ด้ กำเริบเม่ือถูกแสงแดด จึงเรียกว่า มีความไวต่อ แสงแดด (photosensitivity) หรอื แพแ้ ดด และถอื ๒.๒ ผวิ หนงั เปน็ อาการอกี อยา่ งหนงึ่ ทใี่ ชใ้ นการวนิ จิ ฉยั โรค อาการทางผวิ หนงั ทพ่ี บบอ่ ยและคอ่ นขา้ งจะ นอกจากนี้ ผ่ืนผิวหนังลักษณะอ่ืนๆ ก็พบ เป็นลักษณะจำเพาะของโรคก็คือ ผื่นแดงรูปปีก ได้ทุกแบบในผู้ป่วยโรคเอสแอลอี เช่น ลมพิษ ผเี สอ้ื บรเิ วณโหนกแกม้ และดงั้ จมกู ผนื่ นเี้ ปน็ ทม่ี า เรอื้ รงั ผนื่ พพุ อง ผน่ื สะเกด็ เงนิ จมกู เลบ็ อกั เสบ ของชอื่ โรค กลา่ วคอื คำวา่ ลปู สั (lupus) เปน็ คำ นวิ้ และฝา่ มอื เปน็ จำ้ แดงเจบ็ ๆ คนั ๆ หรอื เปน็ แผล ในภาษาละตนิ แปลวา่ สนุ ขั ปา่ และอรี ทิ มี าโทซสั จากหลอดเลือดท่ีผิวหนังอักเสบ ปลายนิ้วเขียว (erythematosus) มาจากคำในภาษากรกี ทแ่ี ปลวา่ แดง เวลาถกู อากาศเยน็ หรอื มชี อื่ เรยี กในภาษาองั กฤษ เนอื่ งจากผนื่ มสี แี ดงและขนึ้ อยใู่ นตำแหนง่ เดยี วกบั ว่า Raynaud’s phenomenon และผมร่วงซึ่งอาจ รอยดา่ งขาวบนหนา้ ของสนุ ขั ปา่ บางคนอธบิ ายวา่ เกดิ ทว่ั ศรี ษะหรอื เปน็ หยอ่ มๆ เมอื่ สามารถควบคมุ เพราะลกั ษณะผน่ื เหมอื นรอยแผลทถ่ี กู สนุ ขั ปา่ กดั การกำเรบิ ของโรคได้ เสน้ ผมกจ็ ะงอกขนึ้ มาใหม ่ โดยผนื่ จะขนึ้ เปน็ วงแดง บางครงั้ ดเู หมอื นผนื่ ลมพษิ แต่ไม่เจ็บ และไม่คัน เม่ือผ่ืนหายแล้วก็ไม่เกิด หลอดเลือดฝา่ มอื อักเสบ ผ่ืนทใี่ บหนา้ ลำคอ และผมร่วง แผลเปน็ ผน่ื ผวิ หนงั อกั เสบแบบเดยี วกนั นยี้ งั พบ

246 ๒.๓ เยอื่ บุ ไขข่ าวมากเกนิ ไป สารนำ้ ในหลอดเลอื ดไมม่ ตี วั ดงึ กจ็ ะรว่ั ออกไปขงั ตวั อยู่ตามเน้ือเย่ือต่างๆ ตามแรง อาการทพี่ บบอ่ ย โนม้ ถว่ งของโลก เชน่ ถา้ ยนื หรอื เดนิ สารนำ้ จะไป คอื มแี ผลบรเิ วณเพดาน ปาก ลกั ษณะเปน็ วงแดง ขังอยู่ท่ีขา ทำให้ขาบวมกดบุ๋ม แต่ถ้านอนก็จะ ไมเ่ จบ็ แพทยต์ รวจพบ บวมทหี่ นา้ บรเิ วณรอบตา และทห่ี ลงั นอกจากนี้ เองโดยผู้ป่วยมักไม่พูด อาจมเี มด็ เลอื ดแดงปนออกมากบั ปสั สาวะ ทำให้ แผลบรเิ วณเพดานปาก ถงึ เนอ่ื งจากไมท่ ำใหเ้กดิ ปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ และถ้าไตอักเสบมาก อาการ นอกจากนยี้ งั พบแผลบรเิ วณรมิ ฝปี าก เยอ่ื บ ุ จนเส่ือมประสทิ ธภิ าพ จมกู และเยอื่ บบุ รเิ วณอวยั วะเพศไดด้ ว้ ย สำหรบั ในการทำงาน ผู้ป่วย เยื่อบุของอวยั วะภายในทพ่ี บการอกั เสบไดบ้ อ่ ยใน จะบวมทง้ั ตวั ความดนั ผปู้ ว่ ยโรคเอสแอลอกี ค็ อื เยอื่ หมุ้ ปอดและเยอ่ื หมุ้ โลหติ สงู ปสั สาวะออก หวั ใจ ซงึ่ ทำใหเ้ กดิ อาการเจบ็ หนา้ อก และอาจตรวจ น้อย รวมท้ังมีการค่ัง พบน้ำในช่องเย่อื หุ้มปอดหรือช่องเย่อื หุ้มหวั ใจ ของของเสียท่ีควรถูก ขับออกทางไต จนถึง ๒.๔ การเปลย่ี นแปลงทางเลอื ด ไตวายในทสี่ ดุ เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทำลาย ขาบวม เมด็ เลอื ดชนดิ ตา่ งๆ ตลอดจนสารในระบบแขง็ ตวั ของเลอื ด ทำใหเ้ กดิ อาการแตกตา่ งกนั ไปตามชนดิ ๒.๖ สมอง ของเซลลห์ รอื สารทถี่ กู ทำลาย ไดแ้ ก ่ การอกั เสบทส่ี มองอาจทำใหผ้ ปู้ ว่ ยมอี าการ ปวดศรี ษะแบบไมเกรน (migraine) ความจำเสอ่ื ม ๑. ติดเช้ือได้ง่าย ถ้าเซลล์เม็ดเลือดขาวถูก อาจมีเย่ือหุ้มสมองอักเสบทำให้มีอาการซึม ไข ทำลาย สนั หลงั อกั เสบทำใหม้ อี าการชาและออ่ นแรงบรเิ วณ ๒. เลอื ดออกงา่ ย ตรวจพบเปน็ จำ้ เลอื ดเลก็ ๆ ขาและลำตวั ปลายประสาทอกั เสบทำใหช้ าปวดแสบ ทผี่ วิ หนงั บางรายอาจเปน็ มากจนถงึ ขนั้ มเี ลอื ดออก ปวดรอ้ นบรเิ วณปลายมอื ปลายเทา้ รวมทงั้ เสน้ เลอื ด ตามไรฟนั ทง้ั นี้ เพราะเกลด็ เลอื ดถกู ทำลาย ในสมองอุดตันทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต แตอ่ าการทพี่ บบอ่ ยจนนำมาใชใ้ นการวนิ จิ ฉยั โรค ๓. โลหติ จาง ถา้ เมด็ เลอื ดแดงถกู ทำลาย คอื อาการชกั และสตฟิ น่ั เฟอื น (psychosis) ๔. เสน้ เลอื ดอดุ ตนั เพราะมลี มิ่ เลอื ดเกดิ ขน้ึ จากการท่ีมีแอนติบอดีไปก่อกวนการทำงานของ ๒.๗ ปอด สารในระบบแขง็ ตวั ของเลอื ด ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อยหอบ ๒.๕ ไต หายใจไม่อิ่ม ซึ่งอาจเกิดจากปอดอักเสบเพราะ ภมู ติ า้ นทานทำลายเนอื้ เยอื่ ปอด หรอื ปอดบวมเพราะ การอกั เสบของไตทำใหม้ กี ารรวั่ ของโปรตนี การตดิ เชอ้ื เนอ่ื งจากภมู ติ า้ นทานเสอ่ื มประสทิ ธภิ าพ ไขข่ าว (albumin) ซงึ่ ทำหนา้ ทด่ี งึ สารนำ้ ตา่ งๆ ให้ ในการตอ่ สกู้ บั เชอื้ โรคภายนอก นอกจากนยี้ งั พบ คงอยู่ในหลอดเลือด เม่ือเกิดการสูญเสียโปรตีน