47 หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า หอศิลป์สนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวัง สนามจนั ทร์ ตอ่ มานกั ธรุ กจิ บคุ คล หรอื องคก์ รเอกชนไดเ้ ปดิ หอศลิ ปข์ นึ้ มาหลายแหง่ เชน่ บางกอก อาร์ต เซ็นเตอร์ เปิดใน พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นหอศิลป์เอกชนแห่งแรก โดยมีการ จดั แสดงและจำหนา่ ยผลงานอยา่ งมรี ะบบ ในปเี ดยี วกนั นน้ั ม.ร.ว. พนั ธทุ์ พิ ย์ บรพิ ตั ร ไดเ้ ปดิ “หอ้ งศลิ ปนทิ รรศมารศ”ี ทพี่ พิ ธิ ภณั ฑว์ งั สวนผกั กาด ใน พ.ศ. ๒๕๐๕ ร.ต.อ. สวุ ทิ ย์ ตลุ ยายน เปดิ หอศลิ ป์ “บางกะปแิ กลเลอร”่ี ทซี่ อยอโศก พ.ศ. ๒๕๑๖ ดร. ปว๋ ย อง๊ึ ภากรณ์ ไดผ้ ลกั ดนั ใหม้ กี ารจดั สรา้ ง “หอศลิ ป พรี ะศร”ี ขนึ้ ในซอยอรรถการประสทิ ธิ์ ถนนสาทรใต้ ซง่ึ เปน็ ทดี่ นิ ของ ม.ร.ว. พนั ธทุ์ พิ ย์ บรพิ ตั ร และดำเนนิ กจิ การมาจนถงึ พ.ศ. ๒๕๓๓ กย็ ตุ กิ ารดำเนนิ งาน หอศิลป์ในอดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สามารถแบ่งออกเปน็ ๔ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑. หอศิลป์แห่งชาติ เป็นหอศิลป์ที่มีความสำคัญระดับชาติ ควบคุมดูแลและ บรหิ ารจดั การโดยรฐั บาล เชน่ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ หอศลิ ป ถนนเจา้ ฟา้ เชงิ สะพาน สมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนสุ รณ์ ตง้ั อยภู่ ายในบรเิ วณกรมศลิ ปากร ถนนหนา้ พระธาตุ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ผลงานศลิ ปะซง่ึ จดั แสดงทพี่ พิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ หอศลิ ป ถนนเจา้ ฟา้ เชงิ สะพานสมเดจ็ พระปนิ่ เกลา้ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ
48 ๒. หอศิลป์ประจำจังหวัด ควบคุมดูแลและบริหารจัดการโดยหน่วยงานระดับ จงั หวดั หรอื สว่ นราชการระดบั ทอ้ งถนิ่ เชน่ หอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร สแ่ี ยก ปทุมวัน กรุงเทพฯ หอศลิ ป์นครหาดใหญ่ เฉลิมพระเกยี รติฯ จังหวดั สงขลา ๓. หอศิลป์ในมหาวิทยาลัย ควบคุมดูแลและบริหารจัดการโดยมหาวิทยาลัย หรอื สถาบนั อดุ มศกึ ษา เชน่ หอศลิ ป์ มหาวิทยาลยั ศิลปากร วังทา่ พระ กรุงเทพฯ หอศิลป์ สนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขต รังสิต หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ๔. หอศิลป์เอกชน ควบคุมดูแลและบริหารจัดการโดยบุคคล สมาคม องค์กร หรอื บรษิ ทั เอกชน เชน่ หอ้ งศลิ ปนทิ รรศมารศี ทพ่ี พิ ธิ ภณั ฑว์ งั สวนผกั กาด บางกะปแิ กลเลอร่ี บางกอก อารต์ เซน็ เตอร์ หอศลิ ปะปทมุ วนั หอศลิ ป์ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ของธนาคารกรงุ เทพ หอศลิ ปข์ องธนาคารไทยพาณชิ ย์ หอศลิ ปก์ รงุ ไทย ของธนาคารกรงุ ไทย หอศลิ ป์ตาดู ของบริษทั ยนตรกิจ จำกัด หอศิลปร์ มิ น่าน ของนายวินัย ปราบริปู ทจี่ งั หวดั น่าน กจิ กรรมดา้ นการศกึ ษาของหอศลิ ปม์ หี ลากหลาย เชน่ การจดั บรรยาย โดยอาจให้ ศิลปินเป็นผู้บรรยาย การจัดประชุมทางวิชาการ การจัดแสดงผลงานศิลปะ การจัด นิทรรศการหรือจัดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหอศิลป์กับชุมชน ศลิ ปนิ นำชมผลงานศลิ ปะภายในหอศลิ ป์ริมนา่ น อำเภอเมืองฯ จงั หวัดน่าน
49 หอศลิ ป์จัดกจิ กรรมศิลปะให้เด็กๆ เข้ารว่ มกจิ กรรม นิทรรศการท่ีจัดแสดงผลงานศิลปะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ นิทรรศการถาวร นทิ รรศการหมุนเวยี น และนทิ รรศการเคล่ือนท่ี การจัดกจิ กรรมตา่ งๆ ของหอศลิ ปน์ บั วา่ เปน็ การช่วยเผยแพรผ่ ลงานศิลปะของศิลปนิ ใหแ้ ก่ประชาชนไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง
50 ส่วนเดก็ โต ศาสตราจารย์วิโชค มกุ ดามณี ผูเ้ ขียน ๑. ความหมาย นกั วชิ าการไดแ้ ยกกลมุ่ สงิ่ ของและแบง่ กลมุ่ พพิ ธิ ภณั ฑอ์ อกเปน็ ๓ ดา้ น คอื หอศิลป์ (Art Gallery) คือ สถานท่ีเก็บ รวบรวมสะสมผลงานศลิ ปกรรมของศลิ ปนิ ในแตล่ ะ ๑. ดา้ นศลิ ปะ ยคุ สมยั และมหี นา้ ทดี่ แู ลรกั ษาผลงาน จดั แสดง ๒. ดา้ นวทิ ยาศาสตร ์ นิทรรศการผลงานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม เพอื่ การ ๓. ดา้ นประวตั ศิ าสตร์ ศึกษา ค้นคว้า เผยแพร่ ให้ความรู้และความ นกั วชิ าการบางคนแบง่ ออกเปน็ ๔ ดา้ น คอื เพลดิ เพลินแกส่ าธารณชน ๑. ดา้ นศลิ ปะ ๒. ดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒. ประวัติความเป็นมาและความ ๓. ดา้ นธรรมชาตวิ ทิ ยา สำคญั ๔. ดา้ นมานษุ ยวทิ ยา หอศลิ ปเ์ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการแบง่ ประเภท ตอ่ มามกี ารจดั ตงั้ สภาการพพิ ธิ ภณั ฑร์ ะหวา่ ง พพิ ธิ ภณั ฑ์ ซง่ึ พพิ ธิ ภณั ฑโ์ ดยทวั่ ไปแบง่ ออกเปน็ ชาติ (International Council of Museums: ICOM) ประเภทสาขาวชิ าตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ศลิ ปะ ประวตั ศิ าสตร์ ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ จากความร่วมมือร่วมใจของ วทิ ยาศาสตร์ และธรรมชาตวิ ทิ ยา นกั ปราชญผ์ เู้ ชยี่ วชาญดา้ นพพิ ธิ ภณั ฑก์ ลมุ่ หนงึ่ ในระยะแรก พพิ ธิ ภณั ฑไ์ มไ่ ดแ้ บง่ ประเภท สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติจัดประชุม สาขาวชิ า แตจ่ ะรวบรวมผลงานทเ่ี กบ็ สะสมและ คร้ังแรกที่ประเทศเม็กซิโก ในเดือนพฤศจิกายน ผลงานวชิ าการไวท้ กุ สาขา ตอ่ มาเมอ่ื โลกมคี วาม พ.ศ. ๒๔๙๐ และไดอ้ อกธรรมนญู ใหม้ กี ารประชมุ เจรญิ กา้ วหนา้ มากขน้ึ มสี งิ่ ของทไ่ี ดเ้ กบ็ รวบรวม สามัญ โดยมีการประชุมสามัญคร้ังแรกในเดือน ไว้มากข้ึน จึงเร่ิมมีการแบ่งประเภทสิ่งของและ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๙๑ ผลงานตา่ งๆ ออกเปน็ ผลงานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม และผลงานดา้ นวทิ ยาศาสตร์
51 ธรรมนญู ของ ICOM กลา่ วไวว้ า่ ICOM เปน็ ในการจดั ตง้ั คณะกรรมการระหวา่ งชาติ วา่ องคก์ รระหวา่ งชาตทิ ไี่ มใ่ ชข่ องรฐั บาล เปน็ องคก์ ร ด้วยพิพิธภัณฑ์แขนงต่างๆ ของ ICOM ได้มีการ ระหวา่ งชาตทิ เ่ี ปน็ ตวั แทนวงการอาชพี พพิ ธิ ภณั ฑ์ พจิ ารณาถงึ ประเภทของพพิ ธิ ภณั ฑ์ ตอ่ มาใน พ.ศ. ปฏิบัติการร่วมมือใกล้ชิดกับองค์การการศึกษา ๒๕๐๑ องคก์ ารยเู นสโกไดจ้ ดั สมั มนาเรอ่ื งบทบาท วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาต ิ การศกึ ษาของพพิ ธิ ภณั ฑ์ (The Educational Role of (ยเู นสโก) โดยมวี ตั ถปุ ระสงคส์ ำคญั คอื Museums) ทป่ี ระเทศบราซลิ และไดแ้ บง่ ประเภท ของพพิ ธิ ภณั ฑอ์ อกเปน็ ๙ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑. ใหค้ ำจำกดั ความของพพิ ธิ ภณั ฑ์ รว่ มมอื สนบั สนนุ สถาบนั พพิ ธิ ภณั ฑแ์ ละผปู้ ระกอบอาชพี ๑. พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปะ (Art Museums) พพิ ธิ ภณั ฑ ์ ๒. พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปะสมยั ใหม่ (Modern Art Museums) ๒. ดำเนินการประสานงานและช่วยเหลือ ๓. พพิ ธิ ภณั ฑโ์ บราณคดแี ละประวตั ศิ าสตร์ กันระหว่างพิพิธภัณฑ์ทั้งหลาย และระหว่างผู้ (Archaeology and History Museums) ประกอบอาชพี พพิ ธิ ภณั ฑ ์ ๔. พิพิธภัณฑ์ชาติพันธ์ุวิทยาและพ้ืนเมือง (Ethnology and Folklore Museums) ๓. เน้นความสำคัญของหน้าที่พิพิธภัณฑ์ และอาชพี พพิ ธิ ภณั ฑท์ มี่ ตี อ่ ชมุ ชน และการสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจกนั ของมวลชนในโลก พพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติ ราชบรุ ี อำเภอเมืองฯ จังหวดั ราชบรุ ี
52 ๕. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา (Natural ประเภท ท้ังด้านศิลปะบริสุทธิ์ (Fine Art) และ Science Museums) ดา้ นประยกุ ตศ์ ลิ ป์ (Applied Art) ๖. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลย ี ศลิ ปะดา้ นศลิ ปะบรสิ ทุ ธิ์ ไดแ้ ก ่ (Museums of Science and Technology) - จติ รกรรม (Painting) - ประตมิ ากรรม (Sculpture) ๗. พพิ ธิ ภณั ฑส์ ว่ นภมู ภิ าค (Regional - ภาพพมิ พ์ (Printmaking) Museums) - ศลิ ปะแนวประเพณี (Traditional Art) - ศิลปะแนวสื่อประสมและศิลปะแนวจัด ๘. พพิ ธิ ภณั ฑเ์ ฉพาะเรอ่ื ง (Specialized วาง (Mixed Media and Installation Art) Museums) - ศลิ ปะเชงิ แนวคดิ (Conceptual Art) - ศลิ ปะการแสดงสด (Performance Art) ๙. พพิ ธิ ภณั ฑม์ หาวทิ ยาลยั (University Museums) ในสว่ นของพพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปะ (Art Museums) นนั้ หมายถงึ สถานทจ่ี ดั แสดงดา้ นศลิ ปวตั ถทุ กุ ผลงานประตมิ ากรรมนนู ต่ำ ผลงานจิตรกรรม ผลงานประตมิ ากรรมลอยตัว
53 ผลงานศลิ ปะดา้ นภาพพมิ พ ์ ผลงานศลิ ปะแนวประเพณ ี ผลงานศลิ ปะเชงิ แนวคดิ ผลงานศลิ ปะแนวสือ่ ประสมและแนวจัดวาง ศลิ ปะวดี ทิ ศั น ์ ศิลปะการแสดงสด
54 ศลิ ปะดา้ นประยกุ ตศ์ ลิ ป์ ไดแ้ ก ่ - งานออกแบบนเิ ทศศลิ ป์ (Communication - งานดา้ นสถาปตั ยกรรม (Architecture) Design) - งานออกแบบตกแตง่ (Design and Decorative ผลงานศลิ ปะดา้ นศลิ ปะบรสิ ทุ ธ์ิ รบั ผดิ ชอบ Art) บรหิ ารจดั การโดยหอศลิ ป์ (Art Gallery) ทง้ั การ - งานออกแบบอตุ สาหกรรม (Industrial Art) รวบรวมสะสมผลงานศลิ ปะ การดแู ล การเกบ็ รกั ษา - งานออกแบบหัตถกรรม (Craft Design) และการบันทึกข้อมูลความเป็นมาของงานศิลปะ - งานศลิ ปะเครอื่ งปน้ั ดนิ เผา (Ceramic Art) ในแต่ละยุคสมัย โดยนำออกเผยแพร่ในรูปแบบ - งานออกแบบเครื่องแต่งกาย (Fashion นทิ รรศการ เพอ่ื ใหค้ วามรแู้ กส่ าธารณชนทางดา้ น Design) ศิลปวัฒนธรรม รวมท้ังมีหน้าที่ดำเนินงานส่วน - งานออกแบบเคร่อื งประดับ (Jewelry ประกอบอนื่ ๆ และกจิ กรรมทางดา้ นศลิ ปะ ลกั ษณะ Design) ของการบรหิ ารจดั การและการดำเนินงานมีความ ใกลเ้ คียงกับพิพิธภัณฑ์ศลิ ปะ ผลงานศิลปะด้านออกแบบตกแต่ง ผลงานศิลปะดา้ นหตั ถกรรม ผลงานศิลปะดา้ นเครอ่ื งป้ันดนิ เผา ผลงานศิลปะดา้ นเครอ่ื งประดับ
55 ๓. ประเภทของหอศลิ ป์ หอศลิ ปจ์ ดั แบง่ ออกเปน็ ๔ ประเภท คอื ๑. หอศลิ ปแ์ หง่ ชาติ (National Art Gallery) ไดแ้ ก่ หอศลิ ปท์ อ่ี ยใู่ นการควบคมุ ดแู ล บรหิ ารจดั การ โดยรฐั บาล เปน็ หอศลิ ปห์ ลกั ทม่ี คี วามสำคญั ระดบั ชาต ิ พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ หอศลิ ป ถนนเจา้ ฟ้า กรงุ เทพฯ ๒. หอศิลป์ประจำจังหวัด (Provincial Art Gallery) ได้แก่ หอศิลป์ที่อยู่ในการควบคุมดูแล บรหิ ารจดั การโดยหนว่ ยงานระดบั จงั หวดั หรอื สว่ นราชการในระดบั ทอ้ งถน่ิ หอศลิ ปวฒั นธรรมเมืองเชยี งใหม่ ถนนพระปกเกลา้ ตำบลศรภี ูมิ อำเภอเมอื งฯ จังหวัดเชียงใหม่
56 ๓. หอศิลป์ในมหาวิทยาลัย (University Art Gallery) ได้แก่ หอศิลป์ที่อยู่ในการควบคุมดูแล บรหิ ารจดั การโดยมหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบนั อดุ มศกึ ษา หอศลิ ปวฒั นธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมแิ ล อำเภอเมืองฯ จงั หวัดปตั ตานี ๔. หอศลิ ปเ์ อกชน (Private Art Gallery) ไดแ้ ก่ หอศลิ ปท์ อี่ ยใู่ นการควบคมุ ดแู ล บรหิ ารจดั การ โดยบคุ คล สมาคม องคก์ ร หรอื บรษิ ทั เอกชน ภายในหอศิลป์เฮือนเฟื่องฟ้า ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวดั เชยี งใหม ่ หอศลิ ปไ์ ตยวน ตำบลรอบเวยี ง อำเภอเมอื งฯ จงั หวดั เชยี งราย
57 ๔. ประวตั หิ อศลิ ปใ์ นประเทศไทย พระศพสมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พาหรุ ดั มณมี ยั กรมพระเทพนารีรัตน์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ การจัดแสดงผลงานภาพเขยี นของชา่ งศลิ ป์ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ไทยน้ัน เกิดข้ึนจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ และพระอัครชายาเธอ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ีทรงเลือกสรรเรื่อง พระองคเ์ จา้ เสาวภาคนารรี ตั น์ ทที่ อ้ งสนามหลวง ในพระราชพงศาวดาร และโปรดเกลา้ ฯ ใหช้ า่ งเขยี น เพอื่ แสดงใหป้ ระชาชนชม ที่มีฝีมือเขียนภาพประกอบ โดยทรงออกแบบ กรอบกระจกภาพทั้งหมด และมีโคลงบอกเรื่อง เม่ือเสร็จงานพระเมรุแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ พระราชพงศาวดารที่ตรงกับภาพติดไว้ทุกกรอบ ใหน้ ำภาพไปประดบั ทพ่ี ระทน่ี งั่ อมรนิ ทรวนิ จิ ฉยั - ภาพขนาดใหญใ่ ชโ้ คลงประกอบ ๖ บท ภาพขนาด มไหสรู ยพมิ าน ในพระบรมมหาราชวงั และภาพ กลางและขนาดเลก็ ใชโ้ คลงประกอบ ๔ บท โคลงที่ บางสว่ นสง่ ไปประดบั ณ พระทนี่ งั่ วโรภาษพมิ าน แตง่ อาจทรงพระราชนพิ นธ์ หรอื โปรดเกลา้ ฯ ให้ พระราชวงั บางปะอนิ ซง่ึ ภาพเขยี นประกอบโคลง พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการที่สันทัดบท เหล่าน้ี แสดงให้เห็นกฎเกณฑ์ทางทัศนียวิทยา กลอนแตง่ ถวาย ภาพเขยี นเรอ่ื งพระราชพงศาวดาร แสง-เงา และกายวภิ าคทผ่ี สมผสานความจรงิ จาก มี ๙๒ ภาพ โดยมโี คลงประกอบ ๓๗๖ บท แลว้ ธรรมชาตแิ บบตะวนั ตกรว่ มกบั แนวการเขยี นภาพ เสรจ็ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๓๐ และโปรดเกลา้ ฯ ใหน้ ำไป แบบประเพณเี ดมิ ประดบั พระเมรุ ในพระราชพธิ พี ระราชทานเพลงิ พระทนี่ งั่ วโรภาษพมิ าน พระราชวงั บางปะอนิ อำเภอบางปะอนิ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
58 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า- ณ พระราชวงั บางปะอนิ การประกวดภาพเขยี น เจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการจดั แสดงผลงาน ครง้ั ท่ี ๓ จดั ขนึ้ ในปเี ดยี วกนั ณ โรงละครวงั พญาไท ศิลปหัตถกรรมนักเรียนขึ้นครั้งแรกที่โรงเรียน กรงุ เทพฯ สวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั และจดั ตอ่ มาเปน็ ประจำทกุ ปี นอกจากนเี้ สดจ็ ฯ ทรงเปดิ อาคารใหมข่ องโรงเรยี น ใน พ.ศ. ๒๔๗๗ หลวงวิจิตรวาทการ หตั ถกรรมราชบรู ณะ และไดพ้ ระราชทานนามวา่ และศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ร่วมกันก่อตั้ง “โรงเรียนเพาะช่าง” ซ่ึงเป็นโรงเรียนที่เปิดสอน โรงเรยี นประณตี ศลิ ปกรรม ซง่ึ ใน พ.ศ. ๒๔๘๐ เกี่ยวกับงานช่างศิลป์แห่งแรกของไทย และให ้ ได้เปล่ียนชื่อเป็น “โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง” การศึกษาด้านศิลปวิทยาการหลายสาขา ท้ังใน ในงานฉลองรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๔๘๐ และ พ.ศ. ดา้ นศลิ ปหตั ถกรรม จติ รกรรม ประตมิ ากรรม และ ๒๔๘๑ ณ พระราชอทุ ยานสราญรมย์ มกี ารนำ สถาปตั ยกรรม ผลงานศิลปะของนักเรียนไปจัดแสดงท่ีร้านของ กรมศลิ ปากร ตอ่ มาการจดั แสดงผลงานศลิ ปะได้ ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ย้ายไปท่ีสนามเสือป่าเม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๒ ซึ่งการ ใหจ้ ดั การประกวดภาพเขยี น ณ พระทน่ี งั่ อทุ ยาน จดั แสดงในครงั้ นนั้ ไดจ้ ดั ทำหอ้ งโถงแสดงผลงาน ภมู เิ สถยี ร พระราชวงั บางปะอนิ และมกี ารประมลู ศิลปะ เป็นห้องที่มีเพดานสูง และบรรยากาศ ภาพจากการจัดแสดงได้เงินจำนวน ๔,๐๐๐ บาท โออ่ า่ นบั เปน็ หอศลิ ปท์ ส่ี รา้ งขน้ึ เฉพาะกจิ ตอ่ มา เศษ ส่งไปสมทบซื้อเรือรบหลวงพระร่วง การ โรงเรียนศิลปากรแผนกช่างได้ยกฐานะขึ้นเป็น ประกวดภาพเขยี นครงั้ ที่ ๒ จดั ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๔๖๓ “มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร” ใน พ.ศ. ๒๔๘๖ วทิ ยาลัยเพาะชา่ ง มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสนิ ทร์ ถนนตรเี พชร เขตพระนคร กรุงเทพฯ
59 ศาลาเฉลิมกรุง เป็นหอศิลปเ์ ฉพาะกิจ ซ่ึงกลุม่ จกั รวรรดศิ ลิ ปนิ นำผลงานศิลปะมาจัดแสดง ๒ ครั้ง การจดั งานฉลองรฐั ธรรมนญู ใน พ.ศ. ๒๔๘๗ ครั้งน้ันส่งผลให้ศิลปินไทยที่มีความสามารถใน มกี ารแสดงผลงานศลิ ปะทห่ี อศลิ ปเ์ ฉพาะกจิ โดย สาขาศลิ ปะตา่ งๆ สง่ ผลงานศลิ ปะเขา้ รว่ มแขง่ ขนั กลมุ่ ศลิ ปนิ ชอ่ื วา่ “กลมุ่ จกั รวรรดศิ ลิ ปนิ ” รวมตวั และมีการจัดแสดงผลงานร่วมกันในเวลาต่อมา กนั นำผลงานศลิ ปะในแนวทางอสิ ระตามทศั นะของ เปน็ ประจำทกุ ปี ซง่ึ นบั เปน็ การบกุ เบกิ งานศลิ ปะ กลุ่มไปจัดแสดงที่ห้องแสดงภาพศาลาเฉลิมกรุง รว่ มสมยั ของประเทศไทยใหเ้ กดิ ขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยจดั ขน้ึ ๒ ครง้ั ผลงานทน่ี ำมาจดั แสดงมที ง้ั ภาพ มาจนถงึ ปจั จบุ นั จติ รกรรม ภาพโปสเตอร์ ภาพออกแบบโฆษณา ภาพสถี า่ น ภาพถา่ ย และภาพเรอื หงส์ เปน็ ตน้ ห้องแสดงผลงานศิลปะ หรือ “หอศิลป์” ในยคุ แรกๆ นน้ั ใชห้ อ้ งเรยี น โรงไมห้ ลงั คาสงั กะสี ใน พ.ศ. ๒๔๙๒ ศาสตราจารยศ์ ลิ ป์ พรี ะศรี เปน็ สถานทดี่ ำเนนิ งานศลิ ปกรรมแหง่ ชาติ มกี าร ไดเ้ สนอแนะให้กรมศิลปากรจัดงาน “ศิลปกรรม ปรบั เปลยี่ นสถานทท่ี ใี่ ชเ้ ปน็ หอศลิ ปไ์ ปหลายแหง่ แหง่ ชาต”ิ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ชว่ ยใหป้ ระเทศ เชน่ หอศลิ ปต์ รงขา้ มอนสุ าวรยี ท์ หารอาสา (อาคาร มีความก้าวหน้าและเกิดความเคล่ือนไหวในงาน เกา่ ของกระทรวงคมนาคม) หอศลิ ป์ กรมศลิ ปากร ด้านศิลปะ รวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนมีความรู้ หอสมดุ แหง่ ชาติ หอศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ความเขา้ ใจในงานศลิ ปะสมยั ใหม่ การจดั งานใน วังท่าพระ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
60 ถนนเจ้าฟ้า หอศิลป์สนามจันทร์ มหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดการ และได้เปิด “แกลเลอร่ี ๒๐” ข้ึน ศลิ ปากร วทิ ยาเขตพระราชวงั สนามจนั ทร์ ในยา่ นศนู ยก์ ารคา้ ราชประสงค์ ใน พ.ศ. ๒๕๑๖ ม.ร.ว. พนั ธทุ์ พิ ย์ บรพิ ตั ร ลงทนุ จดั สรา้ ง “หอศลิ ปะ ใน พ.ศ. ๒๕๐๔ มีนักธุรกิจเปิดหอศิลป์ เมฆพยพั ” ขน้ึ ทซี่ อยอรรถการประสทิ ธิ์ ดงั นนั้ อาจ เอกชนชอื่ “บางกอก อารต์ เซน็ เตอร”์ เปน็ หอศลิ ป์ กลา่ วไดว้ า่ ในชว่ ง พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๑๖ มหี อศลิ ป์ ของเอกชนแหง่ แรกทมี่ กี ารจดั แสดงและจำหนา่ ย เกิดขึ้นหลายแห่งตามสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ม ี ผลงานอยา่ งมแี บบแผนและเปน็ ระบบ ในปเี ดยี วกนั จดุ มงุ่ หมายจำหนา่ ยผลงานมากกวา่ ดำเนนิ การเพอ่ื ม.ร.ว. พนั ธท์ุ พิ ย์ บรพิ ตั ร เจา้ ของวงั สวนผกั กาด ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสากล เปดิ “ห้องศิลปนิทรรศมารศี” ณ วังสวนผักกาด และใน พ.ศ. ๒๕๐๕ ร.ต.อ. สวุ ทิ ย์ ตลุ ยายน ได้ ภายหลังจาก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เปิดหอศิลป์ข้ึนอีกแห่ง คือ “บางกะปิแกลเลอร่ี” ถงึ แกก่ รรมใน พ.ศ. ๒๕๐๕ ดร. ปว๋ ย องึ๊ ภากรณ์ บรเิ วณซอยอโศก หลงั จากนน้ั มผี สู้ นใจเปดิ หอศลิ ป์ ได้สืบสานความคิดของศาสตราจารย์ศิลป์เรื่อง อกี หลายราย เชน่ “หอขวญั และทรโี อแกลเลอร”ี่ การตงั้ หอศลิ ป์ โดยไดจ้ ดั ตงั้ มลู นธิ หิ อศลิ ป พรี ะศรี บรเิ วณถนนเพชรบรุ ตี ดั ใหม่ ซงึ่ ตอ่ มาไดป้ ดิ ไปใน ขนึ้ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๗ และไดร้ วบรวมเงนิ ทนุ จาก ทสี่ ดุ การบรจิ าค และการจำหนา่ ยผลงานศลิ ปกรรมท่ี ศลิ ปนิ รว่ มบรจิ าค รวมทง้ั เงนิ อดุ หนนุ ของรฐั บาล พ.ศ. ๒๕๐๙-๒๕๑๑ กลมุ่ ศลิ ปนิ รว่ มสมยั ใน พ.ศ. ๒๕๑๖ เปน็ เงนิ ทงั้ สนิ้ ประมาณ ๓ ลา้ นบาท ท่ีทำงานศิลปะแบบนามธรรมรวมตัวกันผลักดัน นำมาจดั สรา้ ง “หอศลิ ป พรี ะศร”ี ขนึ้ บนทด่ี นิ ของ เปดิ “หอศลิ ปะปทมุ วนั ” มนี ายพรี ะ พฒั นพรี ะเดช นทิ รรศการศลิ ปกรรมแนวติดต้งั จดั วาง (Installation Art)
61 หอศิลป์กรุงไทย ถนนเยาวราช เขตสัมพนั ธวงศ์ กรุงเทพฯ หอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร สแี่ ยกปทมุ วนั กรงุ เทพฯ หอศลิ ป์ริมนา่ น อำเภอเมอื งฯ จังหวดั น่าน หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรงุ เทพฯ ม.ร.ว. พนั ธทุ์ พิ ย์ บรพิ ตั ร ในซอยอรรถการประสทิ ธ์ิ ถนนสาทรใต้ โดยไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ จาก กลมุ่ ท่ี ๑ หอศลิ ปข์ องรฐั เชน่ หอศลิ ปแ์ หง่ สมเดจ็ พระนางเจา้ รำไพพรรณี พระบรมราชนิ ี ใน ชาติ หอศลิ ปป์ ระจำจงั หวดั และภมู ภิ าค หอศลิ ป์ รชั กาลที่ ๗ เสดจ็ ฯ ทรงเปดิ ทงั้ นี้ หอศลิ ปแ์ หง่ น้ี ในมหาวิทยาลัยของรัฐ หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง ดำเนนิ กจิ กรรมตอ่ เนอื่ งมาจนถงึ พ.ศ. ๒๕๓๓ ก็ กรงุ เทพมหานคร ปดิ กจิ การลง กลมุ่ ท่ี ๒ หอศลิ ปข์ องสถาบนั บรษิ ทั และ นบั จากอดตี จนถงึ ปจั จบุ นั มคี วามพยายาม องคก์ รเอกชน เชน่ หอศลิ ปมหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ ผลกั ดนั ใหเ้ กดิ หอศลิ ปข์ น้ึ อกี หลายแหง่ บางแหง่ หอศิลป์กรุงไทย ของธนาคารกรุงไทย หอศลิ ป์ กป็ ระสบความสำเรจ็ บางแหง่ ตอ้ งตอ่ สกู้ บั อปุ สรรค สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ของ ตา่ งๆ เปน็ ระยะเวลานาน และหลายแหง่ ทเ่ี ปดิ ขน้ึ ธนาคารกรงุ เทพ หอศลิ ป์ ของธนาคารไทยพาณชิ ย์ มาแตก่ ต็ อ้ งปดิ ไป หากพจิ ารณาโดยสรปุ สามารถ หอศลิ ปต์ าดู ของบรษิ ทั ยนตรกจิ จำกดั แบง่ กลมุ่ ของหอศลิ ปไ์ ด้ ๓ กลมุ่ ใหญๆ่ ดงั น ้ี กลมุ่ ที่ ๓ หอศลิ ปข์ องเอกชนกลมุ่ ยอ่ ยหรอื ของบคุ คล เชน่ หอศลิ ปร์ มิ นา่ น สมบตั แิ กลเลอรี่
62 นมั เบอรว์ นั แกลเลอร่ี อารต์ เทอรแ่ี กลเลอร่ี เอม็ ขณะดำรงพระอสิ รยิ ยศเปน็ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ แกลเลอรี่ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล แกลเลอร่ี เจา้ ฟา้ สริ นิ ธรเทพรตั นสดุ า กติ วิ ฒั นาดลุ โสภาคย์ ปาณศิ า เสด็จฯ เป็นองค์ประธานทรงเปิด “หอศิลปแห่ง ชาต”ิ เมอื่ วนั ท่ี ๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ตอ่ มาใน ๕. ห อศลิ ปส์ ำคญั ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ ไดเ้ ปลย่ี นชอื่ เปน็ “พพิ ธิ ภณั ฑสถาน แหง่ ชาติ หอศลิ ป” ตามพระราชบญั ญตั โิ บราณสถาน ๕.๑ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ หอศลิ ป โบราณวตั ถุ ศลิ ปวตั ถุ และพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ (The National Gallery) เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๗ ในวาระ ครบรอบ ๑๐๐ ปี การพพิ ธิ ภณั ฑไ์ ทย กรมศลิ ปากร ลกั ษณะหอศลิ ป ์ เปน็ หอศลิ ปซ์ งึ่ เดมิ เคยเปน็ ได้ริเริ่มโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานประเภท โรงกษาปณ์ สรา้ งขน้ึ ตามลกั ษณะสถาปตั ยกรรม ศลิ ปะสมยั ใหม่ และขอใช้ “โรงกษาปณส์ ทิ ธกิ าร” ตะวนั ตก ผอู้ อกแบบ คอื นายคารโ์ ล อลั เลกร ี เพอ่ื ทำการซอ่ มแซมปรบั ปรงุ สำหรบั ใชเ้ ปน็ สถานท ี่ (Carlo Allegri) ชาวอติ าลี วศิ วกรและสถาปนกิ เก็บรวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะประเภท ประจำราชสำนักสยาม โดยพระบาทสมเดจ็ พระ ทัศนศิลป์ของศิลปินท่ีมีชื่อเสียงทั้งชาวไทยและ จลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั เสด็จฯ ทรงเปิดเมอื่ พ.ศ. ชาวตา่ งประเทศ ตลอดจนเปน็ ศนู ยศ์ กึ ษาวจิ ยั และ ๒๔๔๕ พระราชทานนามวา่ “โรงกษาปณส์ ทิ ธกิ าร” เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปกรรมแบบประเพณี ตงั้ อยบู่ นพนื้ ที่ ๕ ไร่ และรว่ มสมยั ใชช้ อ่ื วา่ “หอศลิ ปแหง่ ชาต”ิ โดย สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี บรเิ วณโดยรอบพิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ หอศลิ ป เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนเจา้ ฟา้ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ
63 ทต่ี ง้ั เชงิ สะพานสมเดจ็ พระปน่ิ เกลา้ ถนน เจา้ ฟา้ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ การบริหารงาน โดยผู้อำนวยการ และมี คณะกรรมการประจำหอศิลป์เป็นผู้ให้คำปรึกษา แนวนโยบาย มขี า้ ราชการ พนกั งาน และเจา้ หนา้ ที่ หอศลิ ปเ์ ปน็ คณะทำงาน ๕.๒ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ- มหานคร (Bangkok Art and Culture Centre) เมอื่ วนั ท่ี ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ แนวรว่ ม ศลิ ปนิ แหง่ ประเทศไทยและคณะกรรมการโครงการ ศลิ ปะแหง่ รชั กาลท่ี ๙ ไดจ้ ดั ประชมุ หารอื รว่ มกบั ดร. พจิ ติ ต รตั ตกลุ ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร จัดสร้างหอศิลปะร่วมสมัยแห่งกรุงเทพมหานคร ซงึ่ เปน็ โครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ ผลงานศิลปะภายในหอศิลปวัฒนธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร เขตปทุมวนั พระเจ้าอยหู่ วั ในโอกาสทรงครองสริ ริ าชสมบตั ิ กรุงเทพฯ ครบ ๕๐ ปี ผชู้ นะเลศิ การประกวดออกแบบ คอื บรษิ ทั โรเบริ ต์ จบี ยุ จำกดั ตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๕๔๕ สมัยท่ีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าราชการ กรงุ เทพมหานคร มนี โยบายเปลยี่ นแปลงโครงการ ทำใหเ้ ครอื ขา่ ยประชาชนและศลิ ปนิ ตอ่ สเู้ รยี กรอ้ ง ใหจ้ ดั สรา้ งตามแบบเดมิ จนถงึ สมยั ทนี่ ายอภริ กั ษ์ โกษะโยธนิ เปน็ ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร ได้ อนมุ ตั งิ บประมาณกอ่ สรา้ งหอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร ในทด่ี นิ ของกรงุ เทพมหานคร บริเวณส่ีแยกปทุมวัน และมีการเปิดอย่างเป็น ทางการ เมอื่ วนั ท่ี ๑๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ แตก่ ารกอ่ สรา้ งไดแ้ ลว้ เสรจ็ ใน พ.ศ. ๒๕๕๑ หอ ศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ รบั ผดิ ชอบทางดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม ทง้ั ในสว่ นท่ี เปน็ ผลงานเดมิ และผลงานรว่ มสมยั อนั หลากหลาย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาสถาบัน บุคลากร หอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร เขตปทมุ วนั กรงุ เทพฯ ระดมเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กร
64 ทอ้ งถน่ิ ในการบรหิ ารจดั การศลิ ปวฒั นธรรมทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ เพอื่ สรา้ งศกั ดศิ์ รใี ห้ กรงุ เทพฯเปน็ มหานครแหง่ ศลิ ปวฒั นธรรมระดบั โลก ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารสงู ๙ ชน้ั มี พน้ื ทท่ี ง้ั หมด ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร โดยแบง่ เปน็ หอ้ งแสดงผลงาน โรงภาพยนตร์ หอ้ งสมดุ หอ้ ง เกบ็ รกั ษาผลงาน หอ้ งประชมุ รา้ นคา้ และรา้ น อาหาร ทตี่ ง้ั สแี่ ยกปทมุ วนั เขตปทมุ วนั กรงุ เทพฯ การบริหารงาน โดยผู้อำนวยการ บริหาร จดั การภายใตก้ ารดแู ลนโยบายของคณะกรรมการ มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และการดำเนนิ งานของเจา้ หนา้ ทห่ี อศลิ ป์ กำกบั ดแู ลโดยหนว่ ยงานของกรงุ เทพมหานคร หอศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร วงั ท่าพระ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ผลงานศลิ ปะจดั แสดงภายในหอศิลป์ มหาวทิ ยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ๕.๓ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วัง ท่าพระ กรุงเทพฯ จัดต้ังข้ึนโดยมหาวิทยาลัย ศลิ ปากร โดยใชว้ งั ทา่ พระเปน็ อาคารของหอศลิ ป์ อาคารน้ีก่อสร้างข้ึนในโอกาสที่พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนา กรงุ รตั นโกสนิ ทรใ์ น พ.ศ. ๒๓๒๕ มลู เหตทุ ช่ี อ่ื วา่ วงั ทา่ พระ เนอ่ื งจากใน พ.ศ. ๒๓๕๑ รชั กาลท่ี ๑ โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศรีศากยมุนี จากวัด พระศรรี ตั นมหาธาตุ จงั หวดั สโุ ขทยั ลอ่ งแพมายงั กรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถชักพระข้ึนจากแพเข้า ประตูท่าช้างได้ จำเป็นต้องรื้อกำแพงประตูออก จงึ เรยี กวา่ “ประตทู า่ พระ” สว่ นวงั ทอ่ี ยใู่ กลป้ ระตู ทา่ พระไดช้ อื่ วา่ “วงั ทา่ พระ”
65 สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรม- ๑๑.๒๐ x ๑๘.๙๐ x ๑๑.๐๐ เมตร (กวา้ ง x ยาว x ราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดหอศิลป์นี้ เมื่อวันที่ สูง) ตำหนักกลาง สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ ม ี ๑๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ หอศลิ ปไ์ ดร้ บั การ ๒ ชน้ั ขนาด ๑๗.๘๕ x ๒๕.๕๕ x ๑๓.๑๐ เมตร จดั ตงั้ เปน็ สว่ นราชการ มฐี านะเทยี บเทา่ คณะวชิ า และตำหนกั พรรณราย สรา้ งในสมยั รชั กาลที่ ๕ มี เพอ่ื สง่ เสรมิ การสรา้ งสรรคแ์ ละการจดั นทิ รรศการ ๒ ชน้ั ขนาด ๑๔.๒๓ x ๒๓.๙๐ x ๑๐.๗๖ เมตร ผลงานศิลปกรรมและงานออกแบบของศิลปิน คณาจารย์ นักศึกษา และเป็นศูนย์กลางศิลปะ ท่ีตั้ง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ รว่ มสมยั ของประเทศดา้ นศลิ ปะสมยั ใหม่ รวมทง้ั ถนนหนา้ พระลาน เขตพระนคร กรงุ เทพฯ เปน็ ศนู ยร์ วมขอ้ มลู ศลิ ปกรรม การศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั การทำหนงั สอื ตำรา และสอื่ สมยั ใหม่ เพอื่ การบริหารงาน โดยผู้อำนวยการ และมี เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่สังคมในระดับชาติ คณะกรรมการประจำหอศิลป์เป็นผู้ให้คำปรึกษา และนานาชาต ิ แนวนโยบายการบรหิ าร มขี า้ ราชการ พนกั งาน และเจา้ หนา้ ทหี่ อศลิ ปเ์ ปน็ คณะทำงาน ลกั ษณะหอศลิ ป์ อาคารโบราณ วงั ทา่ พระ ประกอบดว้ ย อาคารทอ้ งพระโรงชนั้ เดยี ว มขี นาด ๕.๔ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ ศลิ ป์ พรี ะศรี อนสุ รณ์ อาคารพพิ ธิ ภณั ฑน์ ้ี จดั ตง้ั ขน้ึ เปน็ หอศลิ ป์ ทางด้านศิลปะสมัยใหม่ท่ีรวบรวมจากการสะสม พพิ ธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พรี ะศรี อนุสรณ์ ตง้ั อยภู่ ายในมหาวิทยาลยั ศิลปากร เขตพระนคร กรงุ เทพฯ
66 ผลงานของศาสตราจารยศ์ ลิ ป์ พรี ะศรี และของ ๕.๕ หอศิลป์สนามจันทร์ มหาวิทยาลัย คณะจติ รกรรมประตมิ ากรรมและภาพพมิ พ์ รวม ศลิ ปากร วทิ ยาเขตพระราชวงั สนามจนั ทร์ จงั หวดั ทง้ั ผลงานทศี่ ลิ ปนิ คณาจารย์ บรจิ าคและมอบให้ นครปฐม เรมิ่ สรา้ งเมอื่ พ.ศ. ๒๕๔๘ และสรา้ ง แก่กรมศลิ ปากรเพอ่ื ดำเนนิ การจดั ทำเปน็ หอศลิ ป์ เสรจ็ ใน พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ พระราชวงั สนามจนั ทร์ และจำลองหอ้ งทำงานของศาสตราจารยศ์ ลิ ปเ์ พอื่ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานฝีพระหัตถ ์ เป็นอนุสรณ์ ผลงานที่ติดต้ังแสดงในรูปแบบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ นทิ รรศการถาวรภายในอาคาร เปน็ ผลงานสมยั ใหม่ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ดา้ น ของศลิ ปนิ ยุคแรกๆ ท่ีเป็นศิษยข์ องศาสตราจารย์ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อประสม ศลิ ปใ์ นชว่ ง พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๕๐๕ และศลิ ปะเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา รวมทงั้ เปน็ ศนู ยก์ ลาง เกบ็ รวบรวมผลงานศลิ ปะรว่ มสมยั และศลิ ปกรรม ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารโบราณชนั้ เดยี ว ไทยจากการประกวดศลิ ปกรรมแหง่ ชาติ นำออก ในอดีตใช้เป็นห้องทำงานของศาสตราจารย์ศิลป์ จัดแสดงเผยแพร่แก่สาธารณชน ตลอดจนเป็น พรี ะศรี และหอ้ งเรยี นของนกั ศกึ ษาคณะจติ รกรรมฯ ศนู ยก์ ลางขอ้ มลู ศลิ ปกรรม งานเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ศลิ ปกรรมของศลิ ปนิ รนุ่ เยาว์ ซง่ึ นำเสนอในระบบ สารสนเทศสมยั ใหมท่ งั้ ในประเทศและตา่ งประเทศ ทต่ี ง้ั อยภู่ ายในบรเิ วณกรมศลิ ปากร ถนน หนา้ พระธาตุ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ การบรหิ ารงาน กำกบั ดแู ลโดยกรมศลิ ปากร หอศลิ ป์สนามจนั ทร์ ตง้ั อยู่ภายในมหาวทิ ยาลยั ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจนั ทร์ อำเภอเมอื งฯ จงั หวัดนครปฐม
67 สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรม- ผา่ นฟา้ จดั ตง้ั เปน็ หอศลิ ป์ เพอื่ จดั แสดงผลงาน ราชกมุ ารี เสดจ็ ฯ ทรงเปดิ และพระราชทานนาม ศลิ ปกรรมดา้ นตา่ งๆ และเปน็ สถานทสี่ ำหรบั การ ของหอศลิ ปส์ นามจนั ทร์ เมอ่ื วนั ที่ ๘ ธนั วาคม บรรยาย เสวนา อภปิ ราย และอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๒ ดา้ นศลิ ปะ อกี ทง้ั เปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ างดา้ นศลิ ปะ ซึ่งให้ความรู้ความเพลิดเพลินแก่สาธารณชนทั้ง ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารสมยั ใหม่ ๓ ชน้ั ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ พนื้ ทอ่ี าคารรวมทง้ั หมด ๖,๐๒๓ ตารางเมตร ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารเกา่ ๕ ชนั้ ทมี่ ี ที่ตั้ง มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต การปรับปรุงใหม่บริเวณถนนราชดำเนิน พ้ืนที่ พระราชวงั สนามจนั ทร์ จงั หวดั นครปฐม อาคารรวมทงั้ หมดประมาณ ๒,๐๐๐ ตารางเมตร การบรหิ ารงาน โดยผอู้ ำนวยการหอศิลป์ ทต่ี งั้ สะพานผา่ นฟา้ ถนนราชดำเนนิ กลาง มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร และมคี ณะกรรมการประจำ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ หอศลิ ปเ์ ปน็ ทป่ี รกึ ษาดา้ นนโยบาย การบรหิ ารงาน โดยผจู้ ดั การหอศลิ ป์ และ ๕.๖ หอศิลป์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ิ์ มคี ณะกรรมการประจำหอศลิ ปเ์ ปน็ ทปี่ รกึ ษาดา้ น พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิธนาคารกรุงเทพได้ นโยบาย ปรับปรุงอาคารที่ทำการธนาคารกรุงเทพ สาขา หอศลิ ป์ สมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ เชงิ สะพานผา่ นฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ
68 ๕.๗ หอศลิ ปวทิ ยนทิ รรศน์ จฬุ าลงกรณ์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั เขตปทมุ วนั กรงุ เทพฯ มหาวทิ ยาลยั จดั ตง้ั ขน้ึ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๘ เพอื่ เปน็ การบรหิ ารงาน โดยผอู้ ำนวยการฝา่ ยกจิ กรรม ศนู ยก์ ลางศลิ ปกรรมสะสมและศนู ยร์ วมแหลง่ วชิ า พเิ ศษ ศนู ยว์ ทิ ยทรพั ยากร จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั สำหรับเผยแพร่และส่งเสริมการศึกษา ความรู้ ความเข้าใจ การค้นคว้าวิจัยด้านศิลปะสมัยใหม่ ๕.๘ หอศลิ ปมหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ จดั ตง้ั ศลิ ปะดา้ นดนตรี ดา้ นสงั คมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์ และเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานดา้ น ข้ึนเม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ ศิลปวัฒนธรรมระหว่างคณะวิชา มหาวิทยาลัย เปน็ หนว่ ยงานทใ่ี หก้ ารสง่ เสรมิ งานศลิ ปวฒั นธรรม สถาบนั และองคก์ รตา่ งๆ ทง้ั ในประเทศและตา่ ง แกน่ กั ศกึ ษา บคุ ลากรของสถาบนั ชมุ ชนโดยรอบ ประเทศ สถาบนั และประชาชนทวั่ ไป รวมทง้ั เปน็ สถานท่ี จดั แสดงผลงานศลิ ปะรว่ มสมยั ของศลิ ปนิ รนุ่ ใหม่ ลกั ษณะหอศลิ ป์ อยู่บนช้ัน ๗ ของอาคาร ทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ มหาธรี ราชานสุ รณ์ มพี นื้ ทสี่ ำหรบั การแสดงผลงาน ประมาณ ๓๘๘.๘๖ ตารางเมตร และหอ้ งประชมุ ลกั ษณะหอศลิ ป์ อาคารสรา้ งใหม่ พนื้ ที่ สมั มนา ๒๕๐ ทน่ี งั่ ประมาณ ๓๘๐ ตารางเมตร ที่ตั้ง ช้ัน ๗ อาคารมหาธีรราชานุสรณ์ ทตี่ ง้ั มหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ วทิ ยาเขตรงั สติ การบรหิ ารงาน โดยผอู้ ำนวยการ และคณะ ศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ เอาภาพ p27 ในฉบับวิทยากร หอศลิ ปมหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ วทิ ยาเขตรงั สติ อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี อยภู่ ายในอาคารหอสมดุ สรุ ตั น์ โอสถานเุ คราะห ์
69 ๕.๙ หอศลิ ปภ์ าคเหนอื “หอนทิ รรศการ ๕.๑๐ หอศลิ ปภ์ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ศลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม”่ เกดิ “หอศลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ” ขนึ้ จากการสนบั สนนุ ของนายชวน หลกี ภยั อดตี เกดิ ขนึ้ จากการสนบั สนนุ ของนายชวน หลกี ภยั อดตี นายกรัฐมนตรี จดั ตงั้ ขน้ึ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพอื่ นายกรฐั มนตรี จดั ตง้ั ขนึ้ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๑ เพอื่ เปน็ ศนู ยก์ ลางในดา้ นการสง่ เสรมิ และอนรุ กั ษง์ าน เป็นศูนย์กลางการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ศลิ ปะร่วมสมัย งานศิลปะแนวประเพณี ให้การ และสง่ เสรมิ งานศลิ ปวฒั นธรรม ศลิ ปะสมยั ใหม่ สนับสนุนการศึกษาด้านศิลปะของมหาวิทยาลัย และหตั ถกรรมทอ้ งถน่ิ จดั สรา้ งใหม้ สี ว่ นพพิ ธิ ภณั ฑ์ องคก์ ร และหนว่ ยงานใน ๑๗ จงั หวดั ภาคเหนอื เพ่ือการศึกษาเรียนรู้ โดยหอศิลป์มีบทบาทและ อนั จะนำไปสคู่ วามรว่ มมอื กบั ชมุ ชนในการพฒั นา ภารกจิ ทส่ี อดคลอ้ งกบั นโยบายของมหาวทิ ยาลยั ทอ้ งถน่ิ ตอ่ เนอื่ งสปู่ ระเทศชาติ นอกจากนยี้ งั เปน็ ลักษณะหอศิลป์ อาคารสร้างใหม่ มีการ ศนู ยก์ ลางการแลกเปลยี่ นศลิ ปะและวฒั นธรรมของ ออกแบบเปน็ รปู ทรง “เลา้ ขา้ ว” ของภาคอสี าน มี ศลิ ปนิ นกั วชิ าการ ทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ พ้ืนท่ีของอาคารนิทรรศการหมุนเวียน ๑,๒๐๐ ลกั ษณะหอศลิ ป์ เป็นอาคารขนาดใหญ่ท่ี ตารางเมตร และพน้ื ทข่ี องอาคารนทิ รรศการถาวร สรา้ งขน้ึ ใหม่ ในพนื้ ที่ ๕,๒๓๗.๕๐ ตารางเมตร “อสี านทศั น”์ ๕๙๖ ตารางเมตร ทต่ี งั้ บรเิ วณตลาดตน้ พยอม อำเภอเมอื งฯ ทตี่ ง้ั อยใู่ นมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ จงั หวดั จงั หวดั เชยี งใหม ่ ขอนแกน่ การบรหิ ารงาน อยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของคณะ การบรหิ ารงาน ฝา่ ยกจิ การพเิ ศษ ในการ วจิ ติ รศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม ่ กำกบั ดแู ลของมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ นายชวน หลกี ภยั อดตี นายกรฐั มนตรี ผใู้ หก้ ารสนบั สนนุ จดั ตง้ั หอศิลปวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั ขอนแก่น อำเภอเมืองฯ จงั หวัดขอนแก่น หอศิลป์หลายแหง่
70 ๕.๑๑ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาค การบรหิ ารงาน โดยคณะศลิ ปกรรมศาสตร์ ตะวนั ออก“หอศลิ ปก์ าญจนาภเิษกมหาวทิ ยาลยั และการสนบั สนนุ ของมหาวทิ ยาลยั บรู พา บูรพา” ดำเนนิ การมาตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๕๓๘ และ ๕.๑๒ หอศลิ ปวฒั นธรรมภาคใต้ มหา- สำเรจ็ อยา่ งเปน็ ทางการใน พ.ศ. ๒๕๔๕ เพอ่ื เปน็ วทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี เกดิ ศนู ยก์ ลางการจดั แสดง จดั กจิ กรรม และสง่ เสรมิ ศลิ ปะรว่ มสมยั ทง้ั ยงั เปน็ ศนู ยก์ ลางเผยแพรข่ อ้ มลู ขนึ้ จากการสนบั สนนุ ของนายชวน หลกี ภยั อดตี ขา่ วสารและการสง่ เสรมิ ความรดู้ า้ นศลิ ปวฒั นธรรม นายกรฐั มนตรี กอ่ สรา้ งใน พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๔ งานวชิ าการ และงานวจิ ยั ของศลิ ปนิ ชา่ งพนื้ บา้ น เพอื่ จัดกจิ กรรมเกีย่ วกับการแสดงศิลปะร่วมสมยั นกั วิชาการในภาคตะวันออก รวมทั้งเป็นแหล่ง ของศิลปินท้องถ่ินภาคใต้ ศิลปินไทย ศิลปินจาก ทอ่ งเทยี่ วและศนู ยเ์ รยี นรสู้ ำหรบั ชาวไทยและชาว ต่างประเทศ และงานศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ ตา่ งประเทศ อาคารแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ กลุ่มอาคารหอศิลป์ ภาคใต้ จัดกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย และกลุ่ม ลกั ษณะหอศลิ ป์ อาคารสรา้ งใหม่ ประกอบ อาคารหอวัฒนธรรมภาคใต้ จัดกิจกรรมเกี่ยวกับ ดว้ ย หออคั รศลิ ปนิ สว่ นนทิ รรศการถาวร สว่ น วฒั นธรรมตา่ งๆ ในภาคใต ้ นทิ รรศการหมนุ เวยี น สว่ นศลิ ปะทอ้ งถน่ิ เวทกี าร แสดง และสวนประตมิ ากรรม ประมาณ ๕,๐๐๐ ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารสรา้ งใหม ่ ตารางเมตร บนพน้ื ท่ี ๔ ไร ่ ทตี่ ง้ั มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขต ปตั ตานี ตำบลรสู ะมแิ ล อำเภอเมอื งฯ จงั หวดั ปตั ตาน ี ที่ต้ัง มหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข การบริหารงาน โดยสถาบันวัฒนธรรม อำเภอเมอื งฯ จงั หวดั ชลบรุ ี ศกึ ษากลั ยาณวิ ฒั นา หอศิลป์กาญจนาภเิ ษก มหาวิทยาลัยบรู พา อำเภอเมืองฯ จังหวดั ชลบรุ ี
71 ๕.๑๓ หอศิลป์นครหาดใหญ่ เฉลิม ที่ต้ัง บริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนคร พระเกียรติฯ เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของ หาดใหญ ่ อำเภอหาดใหญ ่ จงั หวดั สงขลา นายไพร พฒั โน นายกเทศมนตรนี ครหาดใหญ ่ จดั การบริหารงาน อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ตง้ั เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๙ ในโอกาสมหามงคลทพี่ ระบาท ของเทศบาลนครหาดใหญ่ สมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวทรงครองสิริราชสมบตั ิครบ ๖๐ ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และเป็นการแสดง ๕.๑๔ หอศลิ ปร์ มิ นา่ น เปน็ ของนายวนิ ยั ความจงรกั ภกั ด ี เปน็ หอศลิ ปท์ จี่ ดั แสดงนทิ รรศการ เก่ียวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ ปราบรปิ ู ศลิ ปนิ ทอ้ งถน่ิ ชาวนา่ น ทส่ี รา้ งขน้ึ ใน พระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรม- พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๕ เพอ่ื เปน็ สถานทจ่ี ดั กจิ กรรม ราชนิ นี าถ ตลอดจนพระบรมวงศานวุ งศ ์ รวมทง้ั และศูนย์เรียนรู้ทางด้านศิลปะร่วมสมัย โดยเปิด เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย ดำเนนิ งานใน พ.ศ. ๒๕๔๖ ศลิ ปวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และกำหนดให้ เปน็ แหลง่ เรยี นรแู้ ละสถานทท่ี อ่ งเทยี่ วของเทศบาล ลกั ษณะหอศลิ ป์ เป็นอาคาร ๒ ชั้นที่สร้าง นครหาดใหญ ่ ขนึ้ ใหม่ บนพืน้ ท่ี ๑๓ ไร่ ลกั ษณะหอศลิ ป์ เปน็ อาคารชน้ั เดยี วทสี่ รา้ ง ทตี่ ง้ั เลขที่ ๑๒๒ หมู่ ๒ ตำบลบอ่ อำเภอ ใหม่ แบง่ พนื้ ทอ่ี อกเปน็ หอ้ งแสดงภาพเขยี น หอ้ ง เมอื งฯ จงั หวดั นา่ น อยบู่ รเิ วณทางหลวงทเ่ี ปน็ เนนิ สะสมผลงานศลิ ปะ หอศลิ ป ์ และหอวฒั นธรรม ระดบั สลู่ ำนำ้ นา่ น ทางหลวงนเ้ี ชอื่ มระหวา่ งอำเภอ เมอื งฯ กบั อำเภอทา่ วงั ผา บรเิ วณกโิ ลเมตรท่ี ๒๐ การบริหารงาน กำกับดูแลโดยนายวินัย ปราบรปิ ู หอศลิ ปน์ ครหาดใหญ่ เฉลิมพระเกียรติฯ ตัง้ อยูท่ บี่ ริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
72 ๖. การดำเนนิ งานของหอศลิ ป์ นักวิชาการช่างศิลป์ด้านการออกแบบ (Designer) เปน็ บคุ คลทม่ี คี วามรคู้ วามสามารถทาง การดำเนินงานของหอศิลป์ซ่ึงมีภารกิจ ศลิ ปะ การออกแบบ และการบรหิ ารจดั การงาน หน้าท่ีในการรวบรวมศิลปวัตถุ จำแนกประเภท ศลิ ปะกบั พนื้ ทขี่ องหอศลิ ปไ์ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ งานศลิ ปกรรม จดั ทำทะเบยี นหลกั ฐาน ดำเนนิ การศึกษาค้นคว้าวิจัย จัดนิทรรศการให้ความรู้ นักวิชาการวัฒนธรรมด้านการศึกษา ใหก้ ารศกึ ษา จดั กจิ กรรม และจดั ทำสว่ นประกอบ (Curator of Education) เป็นบุคคลที่มีความรู้ ใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สาธารณชน โดยใชง้ บประมาณ ดา้ นทศั นศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ ศลิ ปะรว่ มสมยั มี จากภาครฐั องคก์ ร และหนว่ ยงานทใ่ี หก้ ารสนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การกจิ กรรมดา้ นการศกึ ษา และงาน จงึ ตอ้ งมกี ารแบง่ สว่ นงานในการบรหิ ารจดั การใหม้ ี วิชาการศิลปะ เพ่ือการเผยแพร่ความรู้ ความ ระบบและมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยทว่ั ไปทมี คณะบรหิ าร เขา้ ใจ และความซาบซงึ้ ในงานศลิ ปะ นอกจากนี้ จะประกอบดว้ ย คณะกรรมการอำนวยการ (Board ยังเป็นผู้กำหนดแนวเร่ืองในการบรรยาย เสวนา of Trustees) ซง่ึ มหี นา้ ทดี่ แู ลนโยบายและทศิ ทาง ปาฐกถา และการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร รวมทงั้ ในการดำเนินงานของหอศิลป์ ลำดับต่อมาเป็น เป็นผศู้ ึกษาค้นคว้าวิจัยด้านศิลปวฒั นธรรม คณะบรหิ าร ประกอบดว้ ย ผอู้ ำนวยการ ภณั ฑารกั ษ์ คณะทำงาน และคณะกรรมการทป่ี รกึ ษาหอศลิ ป์ น า ย ช่ า ง ศิ ล ป ก ร ร ม แ ล ะ เ ท ค นิ ค ต่ า ง ๆ ทจ่ี ะบรหิ ารงานในดา้ นตา่ งๆ ของหอศลิ ปใ์ หบ้ รรลุ (Technician) เปน็ บคุ คลทมี่ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจใน วตั ถปุ ระสงคต์ อ่ ไป งานชา่ ง เชน่ ชา่ งไม้ ชา่ งศลิ ป์ ชา่ งไฟฟา้ ซงึ่ ตอ้ ง ทำงานสัมพันธ์กับภัณฑารักษ์ นักวิชาการ และ ๖.๑ บคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การบรหิ าร ศลิ ปนิ ในการบรหิ ารจดั การกจิ กรรม นทิ รรศการ งานหอศลิ ป์ และงานดา้ นการศกึ ษา ผอู้ ำนวยการหอศลิ ป์ (Director) เปน็ บคุ คล เจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ (Staff) กลุ่มบุคคล ทม่ี คี วามรอบรใู้ นงานทศั นศลิ ป์ งานพพิ ธิ ภณั ฑแ์ ละ ที่ปฏิบัติงานในหอศิลป์ ดูแลงานต่างๆ ในด้าน การบริหารจัดการกิจกรรมหอศิลป์ รวมทั้งเป็น นทิ รรศการ งานขอ้ มลู ศลิ ปะ งานวชิ าการ และ ผมู้ วี สิ ยั ทศั น์ มคี วามคดิ รเิ รม่ิ และมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ งานธุรการอื่นๆ ตามขอบเขตและโครงสร้างของ ในการประสานงานกบั ศลิ ปนิ นกั วชิ าการ ตลอด หอศลิ ปแ์ ตล่ ะประเภท จนประชาชนในทกุ ระดบั ศลิ ปนิ (Artist) นกั สรา้ งสรรคผ์ ลงานดา้ น ภณั ฑารกั ษ์ (Curator) เปน็ บคุ คลทม่ี คี วามร ู้ ศิลปะท้ังประเภทงานจิตรกรรม ประติมากรรม ความสามารถในงานทัศนศิลป์ทุกสาขา เข้าใจ ภาพพมิ พ์ ศลิ ปะสอ่ื ประสม ศลิ ปะการแสดงสด ระบบงานพิพิธภัณฑ์และศิลปะสมัยใหม่ เป็น หรอื งานสรา้ งสรรคอ์ น่ื ๆ โดยทำงานประสานกบั ผู้วางแผนกำหนดโครงสร้าง แนวเรื่อง การจัด ภณั ฑารกั ษแ์ ละนกั วชิ าการ ตามแนวเรอ่ื งในการ กิจกรรม นิทรรศการ และการประสานงานกับ นำเสนอผลงาน ศลิ ปนิ นกั วชิ าการ เจา้ หนา้ ท่ี และประชาชนใน ทกุ ระดบั ๖.๒ การจัดนิทรรศการ (Exhibition) แบง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท คอื
73 การจัดแสดงนิทรรศการผลงานด้านจติ รกรรมและประตมิ ากรรมของหอศิลป์ ๑. การจัดนิทรรศการถาวร (Permanent อาจใชเ้ วลาประมาณ ๒ สปั ดาหไ์ ปจนถงึ ๖ เดอื น Exhibition) คอื การจดั แสดงนทิ รรศการแบบถาวร จากนน้ั จงึ มกี ารปรบั เปลย่ี นนทิ รรศการตอ่ ไป ซงึ่ เปน็ ประจำ ทง้ั น้ี ในการจดั แสดงถาวรทใ่ี ชร้ ะยะ การหมนุ เวยี นปรบั เปลยี่ นนทิ รรศการจะกอ่ ใหเ้ กดิ เวลานานๆ ควรเลอื กเนอื้ หาทมี่ คี วามสำคญั และมี ความนา่ สนใจตอ่ ผชู้ ม ในการจดั กจิ กรรมประกอบ คณุ คา่ ในปจั จบุ นั การจดั แสดงแบบถาวรอาจแสดง อาจมสี อื่ สารสนเทศ วดี ทิ ศั น์ การบรรยาย หรอื ภายในระยะเวลา ๖ เดอื นไปจนถงึ ๕ ปี จงึ จะมกี าร การเสวนาในนทิ รรศการได ้ ปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลงใหม่ การจดั นทิ รรศการถาวร น้ันจะมีระยะเวลาการแสดงยาวนาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ๓. การจดั นทิ รรศการเคลอ่ื นท่ี (Travelling ประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าต่อการจัดเตรียมการ Exhibition หรอื Mobile Exhibition) คอื การขยาย ดำเนินการและการลงทุน โดยมีการจัดกิจกรรม การให้บริการแก่ชุมชน โดยการจัดนิทรรศการ ประกอบสื่อสารสนเทศสมัยใหม่ คอมพิวเตอร ์ เคลอ่ื นท่ี ซงึ่ ทำไดใ้ น ๒ ลกั ษณะ คอื การนำขอ้ มลู วดี ทิ ศั น์ (video) และการบรรยาย หรอื การเสวนา และสงิ่ ของหลงั จากจดั กจิ กรรมทหี่ อศลิ ปใ์ นสว่ น ในนทิ รรศการ กลางแล้ว ไปจัดนิทรรศการในส่วนภูมิภาคหรือ หอศลิ ปอ์ นื่ ๆ ตอ่ ไป บางครง้ั อาจทำเปน็ รปู แบบการ ๒. การจดั นทิ รรศการหมนุ เวยี น (Changing แสดงในยานพาหนะหรือพ้ืนที่จำเพาะท่ีเคล่ือนท่ี Exhibition หรอื Temporary Exhibition) คอื การ ได้ โดยการใชส้ อื่ สารสนเทศสมยั ใหม่ คอมพวิ เตอร์ จดั แสดงนทิ รรศการในแตล่ ะโครงการเพยี งชวั่ คราว วดี ทิ ศั น์ และการบรรยายประกอบนทิ รรศการใน โดยกำหนดระยะเวลาสั้นกว่านิทรรศการถาวร การใหค้ วามรแู้ กส่ าธารณชนผสู้ นใจ
74 ๖.๓ กิจกรรมทางด้านการศึกษาของ - การจัดฉายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตาม หอศลิ ป์ เนอ้ื หาและโครงเรอ่ื งทน่ี กั วชิ าการกำหนด - หากการจดั กจิ กรรมกา้ วหนา้ และมศี กั ยภาพ นักวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์และนักวิชาการ ดา้ นศลิ ปะไดใ้ หข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั การจดั กจิ กรรมทาง ก็ควรจัดทำเป็นรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ดา้ นการศกึ ษาในหอศลิ ปไ์ ว้ ดงั น ้ี เพอื่ กระจายภาพและเสยี งใหก้ วา้ งขวางครอบคลมุ เครือข่ายสู่สังคมและประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่าง - การจัดการบรรยาย การอภิปราย และ เทา่ เทยี มกนั ปาฐกถาทางวชิ าการ - การศกึ ษาคน้ ควา้ เปน็ การสง่ เสรมิ ทง้ั งาน - การจดั การประชมุ และสมั มนาทางวชิ าการ สร้างสรรค์และการวิจัยศิลปะให้แก่ครู อาจารย์ โดยมีเน้ือหาที่สอดคล้องกับนิทรรศการและ นกั วชิ าการ และศลิ ปนิ กจิ กรรมทดี่ ำเนนิ การ - การจัดการบรรยายโดยศลิ ปนิ - การบริการนำชมผลงานศิลปะโดยบุคคล หรอื การใชส้ อ่ื สารสนเทศสมยั ใหมท่ างเสยี ง - การสาธติ การสรา้ งสรรคก์ ารทำงานศลิ ปะ ใหแ้ กผ่ สู้ นใจ - การจดั อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารประเภทตา่ งๆ ใหส้ มั พนั ธก์ บั ผรู้ บั คอื เดก็ เยาวชน ครอู าจารย์ และประชาชนทว่ั ไป - การจัดช้ันเรียนในหอศิลป์ เพ่ือกำหนด การเรยี นการสอนเฉพาะเรอ่ื ง การบรรยายศิลปะแก่เยาวชนผสู้ นใจ การจัดอบรมดา้ นศิลปะ
75 ๖.๔ ห้องสมุดและศูนย์ข้อมูลของ ๖.๕ หนงั สอื สจู บิ ตั ร เอกสารสง่ิ พมิ พ์ หอศลิ ป์ และสอ่ื สมยั ใหม่ ห้องสมุดของหอศิลป์จัดตั้งขึ้นเพ่ือใช้ใน - หนงั สอื สจู บิ ตั ร และสง่ิ พมิ พเ์ ชงิ วชิ าการ การศกึ ษาค้นคว้าขอ้ มูล ท่มี ีท้ังการให้ความรู้และ เปน็ ขอ้ มลู ความรทู้ มี่ เี นอื้ หาและภาพประกอบทมี่ ี ความเพลิดเพลิน มีการให้บริการด้วยหนังสือ ความสำคัญ ควรจัดพิมพ์และดำเนินการอย่างมี สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื สารสนเทศสมยั ใหม่ ภาพเคลอ่ื นไหว คณุ ภาพ เพอื่ ใหเ้ ปน็ ความรู้ หรอื การบนั ทกึ ดา้ น (animation) วดี ทิ ศั น์ ไมโครฟลิ ม์ อเี มล (e-mail) ววิ ฒั นาการและประวตั ศิ าสตร ์ เวบ็ ไซต์ (web site) และระบบคอมพวิ เตอรส์ มั ผสั - สอื่ สง่ิ พมิ พท์ ม่ี รี ะบบและหมวดหมู่ มกี าร ศนู ยข์ อ้ มลู มรี ะดบั ความรตู้ ง้ั แตข่ นั้ เบอ้ื งตน้ ออกหนงั สอื เอกสาร วารสาร และสจู บิ ตั รของ ไปจนถงึ ขอ้ มลู เชงิ ลกึ เพอ่ื การคน้ ควา้ วจิ ยั ระดบั สงู หอศลิ ปอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ในสว่ นของการใหบ้ รกิ าร ควรนำเสนอขอ้ มลู ทเ่ี กดิ ความเพลิดเพลิน จูงใจไปสู่การอยากเรียนรู้และ - ส่ิงพิมพ์ประเภทแผ่นพับ สื่อการนำชม การเปน็ สมาชกิ ถาวรของหอศลิ ปใ์ นทสี่ ดุ และเอกสารเฉพาะเรื่อง ควรเป็นข้อมูลเพื่อการ เผยแพร่ อาจมที ง้ั การจำหนา่ ยและการแจก ดงั นน้ั หอศลิ ปจ์ งึ เปน็ สถานทข่ี องครอบครวั หอ้ งสมดุ ของหอศลิ ปจ์ ะรองรบั บคุ คลตา่ งๆ ทง้ั พอ่ - สอ่ื คอมพวิ เตอร์ ระบบเทคโนโลยสี มยั ใหม่ แม่ และลกู ๆ ใหเ้ รยี นรไู้ ปพรอ้ มๆ กนั และววิ ฒั นาการของระบบสง่ิ พมิ พอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ชว่ ยใหก้ ารเผยแพรร่ ะบบออนไลน์ (online system) หนังสือ สจู ิบัตร และเอกสารสงิ่ พมิ พท์ ี่จดั ทำโดยหอศิลป์
76 รา้ นจำหนา่ ยหนังสอื และของท่รี ะลึกท่เี กย่ี วกับงานศิลปะ - การจดั กจิ กรรมกลางแจง้ ดว้ ยการสรา้ ง บรรยากาศทรี่ ม่ รน่ื และการจดั รา้ นจำหนา่ ยอาหาร มคี วามกา้ วหนา้ และรวดเรว็ ในการถา่ ยทอดขอ้ มลู หรอื มมี มุ กาแฟ รองรบั ครอบครวั พอ่ แม่ ลกู เปน็ เชื่อมโยงความรู้ข้ามพรมแดนทั้งในประเทศและ การเชอ่ื มความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหอศลิ ปก์ บั ชมุ ชน ตา่ งประเทศ - รา้ นจำหนา่ ยหนงั สอื และของทรี่ ะลกึ เพอื่ - สอื่ ประเภทวทิ ยุ โทรทศั น์ ระบบดจิ ทิ ลั การประชาสัมพันธ์ให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ และ ออนไลน์ อเี มล เวบ็ ไซต์ และการบรกิ ารดาวเทยี ม ขยายกลมุ่ คนในสงั คมใหเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มและเปน็ ในงานศิลปวัฒนธรรม เป็นสื่อท่ีมีศักยภาพและ สมาชกิ ของศนู ยเ์ รยี นรทู้ างดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม เขา้ ถงึ กลมุ่ เดก็ เยาวชน และประชาชนในดา้ นการ ศกึ ษาข องโลกปจั จบุ นั ดูเพ่ิมเติมเรื่อง จิตรกรรมไทย เล่ม ๑๓ ๖.๖ กจิ กรรมประกอบอนื่ ๆ ประตมิ ากรรมไทย เลม่ ๑๔ และจติ รกรรมไทย แบบประเพณี เลม่ ๒๐ - การให้ความรู้และความเข้าใจประกอบ กจิ กรรมทใ่ี หค้ วามสขุ ความเพลดิ เพลนิ ดว้ ยการ จัดการแสดงดนตรี นาฏศิลป์ ละคร และฉาย ภาพยนตร ์
77 บรรณานกุ รม คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติ ๕๐ ปี. ศิลปกรรมรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ ๑-๘ (จดั พมิ พเ์ ปน็ ทร่ี ะลกึ เนอ่ื งในมหามงคลสมยั ฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๙). กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทรพ์ รนิ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลชิ ชงิ่ , ๒๕๔๑. จริ า จงกล. พพิ ธิ ภณั ฑสถานวทิ ยา. พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทรพ์ รนิ ตง้ิ กรพุ๊ , ๒๕๓๒. มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร. ๖ ทศวรรษ ศลิ ปกรรมรว่ มสมยั ในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทรพ์ รนิ ตง้ิ แอนดพ์ บั ลชิ ชง่ิ , ๒๕๔๖. . ศลิ ปกรรมรตั นโกสนิ ทรร์ ชั กาลท่ี ๙ (จดั พมิ พเ์ ปน็ ทรี่ ะลกึ เนอื่ งในมหามงคลสมยั ฉลองสริ ิ ราชสมบตั คิ รบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๙). กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทรพ์ รนิ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลชิ ชง่ิ , ๒๕๔๑. . สอ่ื ประสมและศลิ ปะแนวจดั วางในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทรพ์ รนิ ตง้ิ แอนดพ์ บั ลชิ ชงิ่ , ๒๕๔๕.
78
ศิิลปินแห่ง่ ชาติ7ิ 9 สุุทธิินีี ยาวะประภาษ ผู้�้เขียี น ส่วนเด็กเล็ก พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั “พระปฐมบรมศิลปนิ ” ศิิลปิิ น หมายถึึง ผู้ม้� ีีความสามารถแสดงออกซึ่�่งคุุณสมบัตั ิิทางศิิลปะ ในด้้านจิิตรกรรม ประติิมากรรม เป็็นต้้น และมีีผลงานเป็็นที่่�ยอมรัับนับั ถืือ จากสถาบันั ทางศิิลปะแห่่งชาติิ ศิิลปิิ นแห่่งชาติิ หมายถึึง ศิิลปิิ นผู้ส้� ร้้างสรรค์ผ์ ลงานศิิลปะอันั ทรง คุุณค่า่ และแสดงศักั ดิ์�ศรีีของชาติิ โดยได้้รัับการคัดั เลืือกจากคณะกรรมการ วัฒั นธรรมแห่ง่ ชาติิ ศิิลปิิ นแห่่งชาติิมีีองค์ต์ ้้นแบบ ๓ พระองค์์ คืือ พระบาทสมเด็็จ พระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยั รััชกาลที่่� ๒ ทรงเป็็ น “พระปฐมบรมศิิลปิิ น” พระบาทสมเด็จ็ พระเจ้้าอยู่่�หัวั ภููมิพิ ลอดุลุ ยเดช รัชั กาลที่่� ๙ ทรงเป็็น “อัคั รศิลิ ปิิน” และสมเด็จ็ พระเทพรัตั นราชสุุดา ฯ สยามบรมราชกุมุ ารีี ทรงเป็็น “วิศิ ิษิ ฏศิลิ ปิิน”
80 พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พระราชทานพระบรมราชวโรกาสใหน้ ายสมั พนั ธ์ ทองสมคั ร รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ทูลเกล้าฯ ถวายโล่ “อัครศลิ ปิน” ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมอื่ วนั ที่ ๒๔ กมุ ภาพันธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๙ วนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ถอื เปน็ “วนั ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ เนอื่ งจากเปน็ วนั พระราชสมภพของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั รชั กาลท่ี ๒ พระปฐมบรมศลิ ปนิ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญของศิลปิน เปน็ อยา่ งยงิ่ จงึ รเิ รมิ่ ใหม้ โี ครงการยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ และสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ กำลงั ใจแก่ศิลปิน โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พิจารณาให้ความ เห็นชอบ และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติประจำปี ประธาน กรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตลิ งนามประกาศเกยี รตคิ ณุ และเปน็ ผนู้ ำศลิ ปนิ แหง่ ชาตเิ ขา้ เฝา้ ฯ รบั พระราชทานเครอื่ งหมายเชดิ ชเู กยี รตจิ ากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มกี ารจดั งานยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ เชน่ จดั งานเลยี้ งแสดงความ ยนิ ดแี กศ่ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ จดั แสดงผลงาน จดั นทิ รรศการ ผลติ สอื่ เพอ่ื เผยแพร่ จดั ทำฐานขอ้ มลู ศิลปินแห่งชาติ และเผยแพร่ถ่ายทอดภูมิปัญญาของศิลปิน แหง่ ชาติ นบั ตงั้ แตเ่ รม่ิ โครงการศลิ ปนิ แหง่ ชาตเิ มอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยมกี าร
81 นายถวลั ย์ ดชั นี ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาธติ การวาดภาพตามจนิ ตนาการ งานเลย้ี งแสดงความยนิ ดแี กศ่ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ ประกาศผลการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาตคิ รง้ั แรกเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๘ จนถงึ ปจั จบุ นั พ.ศ. ๒๕๕๕ มศี ลิ ปนิ สาขาตา่ งๆ ทไ่ี ดร้ บั การคดั เลอื กเปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาตแิ ลว้ รวมทั้งสนิ้ ๒๒๑ คน เสียชวี ิต ๙๔ คน ยงั มชี วี ติ ๑๒๗ คน ในการประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตศิ ลิ ปนิ แหง่ ชาตคิ รง้ั แรก มผี ไู้ ดร้ บั การคดั เลอื กใหเ้ ปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ๔ คน คอื นายเฟอื้ หรพิ ทิ กั ษ์ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาทศั นศลิ ป์ นายมนตรี ตราโมท ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการ แสดง ทา่ นผหู้ ญงิ แผว้ สนทิ วงศเ์ สนี ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ผู้ท่ีได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติจะได้รับเงินตอบแทนเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิต และได้รับสวัสดิการค่ารักษา พยาบาลเฉพาะตวั เปน็ ประโยชนต์ อบแทนศลิ ปนิ แหง่ ชาติ โดยเบกิ จา่ ยเงนิ จาก กองทนุ ส่งเสริมงานวฒั นธรรม เราสามารถศึกษาประวัติชีวิตและผลงานของศิลปินแห่งชาติได้จาก นทิ รรศการถาวรของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ จดั แสดงที่ หออคั รศลิ ปนิ ตำบลคลองหา้ อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี ซงึ่ ไดจ้ ดั สรา้ งขนึ้ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๙ เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๙ ผทู้ รงพระอจั ฉรยิ ภาพ ในศิลปะทัง้ มวล ในโอกาสท่ที รงครองราชยค์ รบ ๕๐ ปี
82 ส่วนเดก็ กลาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช องค์ “อคั รศลิ ปนิ ” ศิลปินจำนวนมากที่ได้สร้างผลงานศิลปะให้แก่แผ่นดินในขณะที่มีชีวิตอยู่ เม่ือ เสยี ชวี ติ ไปแลว้ ทางราชการไมไ่ ดม้ โี ครงการชว่ ยเหลอื ใดๆ นายชวน หลกี ภยั อดตี นายกรฐั มนตรี เหน็ ความสำคญั ของศลิ ปนิ อยา่ งยง่ิ จงึ รเิ รม่ิ ใหม้ โี ครงการยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ ใน พ.ศ. ๒๕๒๗ เพอื่ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ และใหก้ ำลงั ใจแกศ่ ลิ ปนิ โดยมอบหมายใหค้ ณะกรรมการวฒั นธรรม แห่งชาติ เป็นผพู้ จิ ารณาคดั เลือกศลิ ปนิ ผสู้ ร้างผลงานศิลปะทม่ี คี ุณคา่ และแสดงศกั ดิศ์ รขี อง ชาติ เพอื่ ประกาศเกยี รตคิ ณุ เปน็ “ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ ทำใหป้ ระเทศไทยไดร้ บั การยกยอ่ งสรรเสรญิ จากนานาอารยประเทศวา่ มีวัฒนธรรมโดดเด่นเป็นเอกลักษณแ์ ละศักดศ์ิ รี เปน็ การเจรญิ รอย ตามเบอ้ื งพระยคุ ลบาท ๓ พระองค์ คอื พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั พระบาท- สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในการรกั ษามรดกวฒั นธรรมใหค้ งอยแู่ ละสบื ทอดกนั ตอ่ ไป พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ผทู้ รงเปน็ พระปฐมบรมศลิ ปนิ ทรงไดร้ บั การยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยเู นสโก ใหเ้ ปน็ บคุ คลสำคญั ของโลก ทรงเชย่ี วชาญศลิ ปะทง้ั ๓ สาขา ไดแ้ ก่ สาขาทศั นศลิ ป์
83 สาขาศิลปะการแสดง และสาขาวรรณศิลป์ ทรงมผี ลงานดา้ นศลิ ปะในทกุ สาขา โดยทรงปน้ั หนุ่ พระพกั ตร์พระพทุ ธรปู องคพ์ ระประธานใน พระอโุ บสถ วดั อรณุ ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร ทรงซอสามสายชอื่ “สายฟา้ ฟาด” บรรเลงเพลง บหุ ลนั ลอยเลอ่ื น ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทละคร เรอ่ื ง อเิ หนา เปน็ ตน้ ดงั นนั้ วนั พระราชสมภพ ของพระองค์ คอื วนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ จงึ ถอื เปน็ “วนั ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ล- อดลุ ยเดช ผทู้ รงเปน็ เลศิ ในศลิ ปะทกุ สาขา ทงั้ ในดา้ นดนตรสี ากล เพลงพระราชนพิ นธ์ และ พระราชนพิ นธเ์ รอื่ งตา่ งๆ ภาพถา่ ยและภาพวาด ภาพเขยี นสีน้ำมนั ฝพี ระหัตถพ์ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ฝพี ระหตั ถ์ ทรงอปุ ถมั ภศ์ ลิ ปนิ ทง้ั หลายโดยเทา่ เทยี มกนั งานศลิ ปะของพระองคเ์ ปน็ สอื่ เชอ่ื ม ความเขา้ ใจและความสมั พนั ธ์ นำพาความสขุ มาสรู่ าษฎร ในวนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตจิ งึ ได้ ทลู เกลา้ ฯ ถวายพระราชสมญั ญา “อคั รศลิ ปนิ ” แดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และเปน็ ครงั้ แรกในประวตั ศิ าสตรข์ องชาตไิ ทย ทมี่ กี ารประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตศิ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ ไดแ้ ก่ นายเฟอ้ื หริพทิ กั ษ์ ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาทศั นศลิ ป์ นายมนตรี ตราโมท ศิลปนิ แห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง ทา่ นผหู้ ญงิ แผว้ สนทิ วงศเ์ สนี ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง พลตรี หม่อมราชวงศค์ กึ ฤทธ์ิ ปราโมช ศลิ ปนิ แห่งชาติ สาขาวรรณศลิ ป์ ศิลปินท้งั ๔ คน ได้เขา้ รบั พระราชทานเครือ่ งหมายเชิดชูเกียรตศิ ิลปินแห่งชาตจิ ากองค์ “อคั รศิลปิน” สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ผทู้ รงเปน็ เลศิ ในดา้ นศลิ ปะ และทรงเปน็ เมธวี ฒั นธรรม ทรงพระมหากรณุ าธคิ ณุ ตอ่ งานศลิ ปะและวฒั นธรรมเปน็ อยา่ งยงิ่ ดงั เหน็ ไดจ้ ากการทรงระนาดและซอดว้ ง ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทกวี บทเพลง เรอื่ งสนั้ สารคดี รวมทงั้ ทรงวาดภาพและถา่ ยภาพ ดงั นน้ั ในวนั ที่ ๑๕ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการ วฒั นธรรมแหง่ ชาตจิ งึ ไดท้ ลู เกลา้ ฯ ถวายพระราชสมญั ญา “วศิ ษิ ฏศลิ ปนิ ”
84 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบ และประกาศผลการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาตปิ ระจำปี โดยประธานกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ ลงนามประกาศเกยี รตคิ ณุ และนำศลิ ปนิ แหง่ ชาตเิ ขา้ รบั พระราชทานเครอ่ื งหมายเชดิ ชเู กยี รติ จากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มกี ารจดั งานยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ เชน่ จดั งานเลยี้ งแสดงความ ยนิ ดแี กศ่ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ จดั แสดงผลงาน จดั นทิ รรศการ ผลติ สอ่ื เผยแพร่ จดั ทำฐานขอ้ มลู ของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ และเผยแพรถ่ า่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ นบั ตง้ั แตเ่ รม่ิ โครงการ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติเมือ่ พ.ศ. ๒๕๒๗ และประกาศผลการคัดเลือกศลิ ปินแหง่ ชาตคิ ร้ังแรกเม่อื พ.ศ. ๒๕๒๘ ปจั จบุ นั พ.ศ. ๒๕๕๕ มศี ลิ ปนิ สาขาตา่ งๆ ทไี่ ดร้ บั การคดั เลอื กเปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ รวมทงั้ สน้ิ ๒๒๑ คน เสยี ชวี ติ ๙๔ คน และยงั มชี วี ติ ๑๒๗ คน ผทู้ ไ่ี ดร้ บั ยกยอ่ งเปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาตจิ ะไดร้ บั เงนิ ตอบแทนเดอื นละ ๒๐,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาทมี่ ชี วี ติ อย ู่ นอกจากนยี้ งั ไดร้ บั สวสั ดกิ ารคา่ รกั ษาพยาบาลเฉพาะตวั เพอ่ื เปน็ ประโยชนต์ อบแทนศลิ ปนิ แหง่ ชาติ โดยเบกิ จา่ ยเงนิ จากกองทนุ สง่ เสรมิ งานวฒั นธรรม เราสามารถศกึ ษาชวี ประวตั แิ ละผลงานของศลิ ปนิ แหง่ ชาตไิ ด้ ณ หออคั รศลิ ปนิ ที่ ตำบลคลองหา้ อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี ซงึ่ สรา้ งขนึ้ เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ผทู้ รงพระอจั ฉรยิ ภาพในศลิ ปะทง้ั มวล ในโอกาสทรงครองสริ ริ าชสมบตั ิ ครบ ๕๐ ปี นทิ รรศการชวี ประวตั แิ ละผลงานของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ จดั แสดงทห่ี ออคั รศลิ ปนิ ตำบลคลองหา้ อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี
85 ส่วนเด็กโต ๑. วนั ศิลปินแห่งชาต ิ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับ ความสำคญั ของงานดา้ นวทิ ยาศาสตรก์ บั งานศลิ ปะ พรอ้ มแบบ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จำลองโลอ่ คั รศลิ ปนิ และความหมายของคำวา่ “อคั รศลิ ปนิ ” จดั รชั กาลที่ ๒ แหง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ พระองค์ แสดงอยภู่ ายในหอ้ งอคั รศลิ ปนิ ณ หออคั รศลิ ปนิ ตำบลคลองหา้ เปน็ “พระปฐมบรมศลิ ปนิ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์” อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทรงพระราชสมภพเมอื่ วนั ที่ ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ และในวนั ท่ี ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ ราชวรมหาวหิ าร ๒) สาขาศลิ ปะการแสดง ทรง คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พลเอก เปรม ซอสามสายคพู่ ระหตั ถช์ อ่ื “สายฟา้ ฟาด” บรรเลง ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศให้วันท่ี เพลงพระราชนพิ นธ์ บหุ ลนั ลอยเลอื่ น ใหเ้ ปน็ เพลง ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ของทกุ ปี เปน็ “วนั ศลิ ปนิ แหง่ ชนั้ เยยี่ ม ๓) สาขาวรรณศลิ ป์ ทรงพระราชนพิ นธ์ ชาต”ิ เพื่อเทิดพระเกยี รติคณุ ของพระองค์ บทละคร ๗ เรอื่ ง โดยเฉพาะบทละครเรอื่ งอเิ หนา ซ่ึงได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็น ๒. องคต์ น้ แบบของศลิ ปนิ แห่งชาต ิ ยอดของบทละครรำ เนื่องจากเป็นเรื่องท่ีแต่งดี ทั้งบทกลอนและกระบวนท่จี ะเล่นละคร วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็น วาระฉลองวันพระราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี ของ เม่ือวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั ทรงได้ คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตทิ ลู เกลา้ ฯ ถวาย รบั การยกยอ่ งจากองคก์ ารการศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ พระราชสมญั ญา “อคั รศลิ ปนิ ” แดพ่ ระบาทสมเดจ็ และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ (ยเู นสโก) ให้ เปน็ บคุ คลสำคญั ของโลก ทรงพระปรชี าสามารถ ในศลิ ปะทงั้ ๓ สาขา คอื ๑) สาขาทศั นศลิ ป์ ทรงปนั้ หนุ่ พระพกั ตรพ์ ระพทุ ธธรรมมศิ รราชโลกธาตดุ ลิ ก พระประธานในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร ทรงแกะหนา้ หนุ่ ใหญไ่ วค้ หู่ นงึ่ ชอื่ “พระยารกั ใหญ่ พระยารกั นอ้ ย” และรว่ มแกะสลกั บานประตพู ระวหิ ารหลวง วดั สทุ ศั นเทพวราราม
86 “คนท่ีทำงานศิลปะก็ต้องรู้เรื่องวิชาการ และหลักทางวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้เป็น แบบแผนตา่ งๆ ตอ่ ไป งานวชิ าการกท็ ำนอง เดียวกันจะต้องรู้หลักทางวิทยาศาสตร์ ใน ขณะเดียวกันก็ต้องมีใจทางศิลปะ จึงจะ สามารถพฒั นางานนั้นให้ดไี ปได้ และในทาง วทิ ยาศาสตรก์ ท็ ำนองเดยี วกนั ตอ้ งมคี วามรู้ ทางวชิ าการและตอ้ งมใี จรกั ตงั้ ใจทำอะไรให้ ดขี นึ้ สรปุ วา่ ทง้ั สามสว่ นเปน็ ความสำคญั ซง่ึ ต้องเกี่ยวเนื่องกัน งานศิลปะมีความสำคัญ ต่องานทั้งปวง ศิลปินเป็นบุคคลท่ีมีความ สำคญั สมควรจะยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตติ อ่ ไป” สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รบั ต่อมาในวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชสมญั ญา “วศิ ษิ ฏศลิ ปนิ ” โดยคณะกรรมการวฒั นธรรม คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ทูลเกล้าฯ แหง่ ชาติ ทลู เกลา้ ฯ ถวาย เมอ่ื วนั ท่ี ๕ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ถวายพระราชสมญั ญา “วศิ ษิ ฏศลิ ปนิ ” แดส่ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผ ู้ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นเลิศใน ทรงเปน็ เลศิ ทางศลิ ปะ ประเสรฐิ กวา่ ศลิ ปนิ ทง้ั ปวง ศลิ ปะหลายสาขา เชน่ จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ทรงเปน็ เมธวี ฒั นธรรมและผมู้ พี ระมหากรณุ าธคิ ณุ ดนตรสี ากล วรรณกรรม รวมทงั้ การถา่ ยภาพ ทรง ต่องานศิลปะและวัฒนธรรมอย่างยิ่ง ดังปรากฏ พระมหากรุณาธิคุณแก่วงการศิลปะ เช่น ทรง ในการทรงระนาดและซอดว้ ง ทรงพระราชนพิ นธ์ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ตลอดจนทรงอปุ ถมั ภศ์ ลิ ปนิ บทกวี บทเพลง เรอื่ งสน้ั สารคดี ภาพถา่ ยและ ผสู้ รา้ งสรรคผ์ ลงานศลิ ปะตา่ งๆ อยา่ งเทา่ เทยี มกนั ภาพวาดฝพี ระหตั ถ์ งานศิลปะของพระองค์เป็นส่ือเช่ือมความเข้าใจ เสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธ์ และนำพาความสขุ มาสู่ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรม- เหลา่ อาณาประชาราษฎร์ ในวาระนี้ พระบาทสมเดจ็ ราชกุมารี ทรงยกย่องและทรงเห็นความสำคัญ พระเจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานพระบรม- ของศิลปินแห่งชาติ ดังจะเห็นได้จากการเสด็จฯ ราชวโรกาสให้ศิลปินที่ได้รับการประกาศยกยอ่ ง แทนพระองคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และ เปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ เขา้ รบั พระราชทานเครอ่ื งหมาย พระราชทานพระราชดำรสั วา่ เชิดชูเกียรติ ซึ่งเป็นคร้ังแรกในประวัติศาสตร์ ชาตไิ ทย พรอ้ มทง้ั พระราชทานพระบรมราโชวาท “ผลงานของศิลปินแห่งชาติเป็นมรดก โดยสรปุ ดงั นี ้ ศิลปะอันล้ำค่าของชาติ เป็นเคร่ืองหมายแสดง อารยธรรมอันสูงส่งของชาติไทย ควรแก่ความ
87 ภนมูับใิ วจันขจอะงคสนูญไหทายยทไง้ัปชดา้วตยิ สผาลเหงาตนุตข่าองงๆทา่จนึงจเหำลเปา่ น็น้ี เสยี ชวี ติ ทางราชการกไ็ มไ่ ดม้ โี ครงการชว่ ยเหลอื ใดๆ อย่างเร่งด่วนท่ีจะต้องศึกษาผลงานของทุกท่าน ดงั นนั้ นายชวน หลกี ภยั จงึ ไดม้ อบหมายใหส้ ำนกั งาน เหล่าน้ี แล้วจัดทำเนียบข้ึนบัญชีอย่างเป็นระบบ คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ ซง่ึ ในเวลานน้ั เพอื่ ประโยชนใ์ นการศกึ ษาและรกั ษาไวเ้ ปน็ สมบตั ิ สงั กดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ปจั จบุ นั หนว่ ยงานนคี้ อื ของชาตโิ ดยสว่ นรวมตอ่ ไป” กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม สงั กดั กระทรวงวฒั นธรรม) จดั ตงั้ “โครงการศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ ใน พ.ศ. ๒๕๒๗ พระผเู้ ปน็ พระปฐมบรมศลิ ปนิ อคั รศลิ ปนิ ซงึ่ โครงการนไ้ี ดร้ บั การยกยอ่ งจากสำนกั งานเสรมิ และวศิ ษิ ฏศลิ ปนิ ทง้ั ๓ พระองค์ ทรงเปน็ องค์ สร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ต้นแบบของศิลปินแห่งชาต ิ ให้เปน็ โครงการดเี ดน่ ของชาติใน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓. ความหมายและท่ีมาของศิลปิน ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ นายชวน หลกี ภยั ในฐานะ แหง่ ชาติ ผรู้ เิ รม่ิ โครงการศลิ ปนิ แหง่ ชาติ กไ็ ดร้ บั ยกยอ่ งให้ เปน็ ผทู้ ่ีมคี ณุ ูปการตอ่ โครงการศิลปนิ แห่งชาต ิ ศิลปินแห่งชาติ คือ ศิลปินผู้สร้างสรรค ์ ผลงานศลิ ปะอนั ทรงคณุ คา่ และแสดงศกั ดศิ์ รขี อง ๔. โครงการศิลปนิ แหง่ ชาต ิ ชาติ โครงการศิลปินแห่งชาติได้ก่อต้ังขึ้นโดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตร ี วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เปน็ การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตบิ คุ คล เมอื่ ครงั้ ทดี่ ำรงตำแหนง่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวง ผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่ามาเป็น ศึกษาธิการ (พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๙) ได้เห็นถึง ระยะเวลายาวนาน การประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ ความสำคญั ของศลิ ปนิ ผรู้ งั สรรคผ์ ลงานดา้ นศลิ ปะ ศลิ ปนิ แหง่ ชาตขิ องคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ทงั้ ดา้ นทศั นศลิ ป์ ศลิ ปะการแสดง และวรรณศลิ ป์ ชาติ ต้องมีการศึกษาพิจารณาผลงานศิลปะของ ให้แก่ประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยได้รับการ ศลิ ปนิ ผนู้ นั้ จากอดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ใหป้ รากฏแนช่ ดั ยกย่องสรรเสริญจากนานาชาติว่ามีวัฒนธรรมที่ ว่า ผลงานดังกล่าวมีคุณูปการต่อแผ่นดิน โดย โดดเดน่ เปน็ เอกลกั ษณข์ องชาติ จงึ สมควรแกก่ าร มไิ ดถ้ อื วา่ รางวลั ผชู้ นะการประกวดศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ยกย่องเชิดชูเกียรติ ส่งเสริมสนับสนุน และให้ เปน็ เหมอื นรางวลั อนื่ ๆ ซง่ึ ใชว้ ธิ ปี ระกวดผลงาน กำลังใจแก่ศิลปินในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพยี งชน้ิ ใดชน้ิ หนง่ึ นอกจากไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชู อันเป็นภูมิปัญญาของแผ่นดินจากศิลปินรุ่นหน่ึง ดว้ ยเกยี รตแิ ละฐานะแลว้ ศลิ ปนิ แหง่ ชาตยิ งั ไดร้ บั ไปสู่อีกรุ่นหน่ึง เพื่อเป็นการเจริญรอยตามเบื้อง หลักประกันตามเกียรติและฐานะน้ัน โครงการ พระยคุ ลบาท ในการรกั ษามรดกวฒั นธรรมใหค้ ง ศลิ ปนิ แหง่ ชาตไิ ดก้ ำหนดวตั ถปุ ระสงค์ ๕ ขอ้ ไดแ้ ก ่ อยแู่ ละสบื ทอดตอ่ ไป โดยในชว่ งเวลานนั้ มศี ลิ ปนิ จำนวนมากทไี่ ดส้ รา้ งคณุ ปู การทางดา้ นศลิ ปะสาขา ๑. จดั ทำทำเนยี บศลิ ปนิ ทกุ แขนงทวั่ ประเทศ ต่างๆ ให้แก่ประเทศชาติ แต่เมื่อศิลปินเหล่าน้ัน ๒. สรรหาศลิ ปนิ เพอื่ ประกาศยกยอ่ งเกยี รตคิ ณุ ข้นึ เปน็ ศิลปนิ แห่งชาต ิ
88 ๓. จดั ตง้ั กองทนุ (มลู นธิ )ิ สวสั ดกิ ารเพอื่ ศลิ ปนิ ให้เป็นศิลปินแห่งชาติถือเป็นมรดกวัฒนธรรม ๔. สนบั สนนุ ใหศ้ ลิ ปนิ ไดม้ โี อกาสเผยแพร่ ทางจิตวิญญาณของชาติที่จะดำรงคงอยู่ตลอดไป ผลงาน การประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตศิ ลิ ปนิ แหง่ ชาตชิ ว่ ย ๕. อนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการสืบทอด สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ขวญั และกำลงั ใจแกศ่ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ ความรคู้ วามสามารถของศลิ ปนิ เพ่อื ใหส้ ามารถดำรงอยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมศี ักด์ิศรี ใน พ.ศ. ๒๕๓๕ ในชว่ งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ พรอ้ มทจี่ ะสรา้ งสรรคพ์ ฒั นาผลงานใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๕- ตอ่ สงั คมและการศกึ ษาของชาตใิ นอนาคต โดยถอื ๒๕๓๙) สำนกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ เปน็ หนา้ ทสี่ ำคญั ของรฐั ทจี่ ะตอ้ งสง่ เสรมิ ใหศ้ ลิ ปนิ ชาติ ไดป้ รบั ปรงุ โครงการศลิ ปนิ แหง่ ชาติ โดยมี ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของชาติเชื่อมโยงจาก วัตถปุ ระสงคเ์ พือ่ อดตี มาสปู่ จั จบุ นั และเปน็ การถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญา ๑. อนรุ ักษ์และพัฒนางานศิลปะของชาติ ของบรรพบรุ ษุ ในอดตี ใหค้ งมอี ยู่สบื ไปในอนาคต ๒. เชิดชภู มู ปิ ญั ญาของศิลปิน ๓. สบื คน้ สรรหาศลิ ปนิ ผสู้ รา้ งสรรคผ์ ลงาน ๖. หลกั เกณฑก์ ารยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ ศิลปะอันทรงคุณค่าของแผ่นดิน ยกย่องเชิดชู ศิลปินแหง่ ชาติ เกยี รตเิ ปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาตติ ามนโยบายวฒั นธรรม แห่งชาติ การดำเนนิ งานในเบอื้ งตน้ นกั วชิ าการและ ๔. ส่งเสริมขวัญและกำลังใจแก่ศิลปินใน คณาจารยผ์ ทู้ รงคณุ วฒุ ทิ างดา้ นศลิ ปะ ไดร้ ว่ มกนั การสรา้ งสรรคผ์ ลงานศลิ ปะ เพอื่ อนรุ กั ษแ์ ละพฒั นา วางหลกั เกณฑข์ องการประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ มรดกวัฒนธรรมด้านวัตถุและจิตใจในเรื่องของ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ โดยมขี นั้ ตอนดงั น ้ี ศลิ ปิน ๕. เป็นโครงการหน่วยงานของภาครัฐบาล ๖.๑ กำหนดคณุ สมบตั ขิ องศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ท่ีสนับสนุนดูแลศิลปินท่ียังไม่มีหน่วยราชการใด เขา้ มาสนบั สนนุ ๑) เป็นผู้มี สัญชาติไทย และยังมีชีวิตอยู่ ในวันตัดสนิ ๕. ความสำคัญของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ๒) เปน็ ผมู้ คี วามสามารถ มคี วามเชยี่ วชาญ ศิลปินแห่งชาติเป็นบุคคลสำคัญทางด้าน และมผี ลงานดเี ดน่ เปน็ ทย่ี อมรบั ของวงการศลิ ปะ ศิลปะ ท่ีได้อุทิศตนสร้างสรรค์และสืบสานงาน แขนงน้ัน ศลิ ปะของชาตใิ หเ้ ปน็ ทปี่ รากฏตอ่ สาธารณชนทง้ั ดา้ นทศั นศลิ ป์ ศลิ ปะการแสดง และวรรณศลิ ป์ ๓) เปน็ ผสู้ รา้ งสรรคแ์ ละพฒั นาศลิ ปะแขนง ผลงานของศลิ ปนิ แหง่ ชาตถิ อื เปน็ มรดกวฒั นธรรม น้นั จนถึงปัจจุบนั อนั ลำ้ คา่ ทมี่ คี ณุ ปู การอยา่ งยงิ่ ตอ่ แผน่ ดนิ ในขณะที่ ผสู้ รา้ งสรรคผ์ ลงานซง่ึ ไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ ๔) เปน็ ผผู้ ดงุ และถา่ ยทอดศลิ ปะแขนงนนั้ ๕) เป็นผู้ปฏิบัติงานศิลปะแขนงน้ันอยู่ใน ปจั จบุ ัน ๖) เปน็ ผมู้ คี ณุ ธรรม และมคี วามรกั ในวชิ าชพี ของตน
89 ๗) เป็นผู้มีผลงานท่ียังประโยชน์ต่อสังคม ๒) สาขาศลิ ปะการแสดง (Performing Arts) และมนุษยชาต ิ หมายถงึ ศลิ ปะทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การแสดง ซงึ่ เปน็ ได้ ทง้ั แบบดง้ั เดมิ หรอื พัฒนาขน้ึ ใหม่ รวมทง้ั ศลิ ปะ ๖.๒ กำหนดสาขาและความหมาย พืน้ บ้าน แบง่ เปน็ ๓ กลุม่ ดงั น้ี ขอบข่ายของศิลปนิ แหง่ ชาต ิ กล่มุ ที่ ๑ ดนตรีไทยและนาฏศลิ ป์ไทย การจำแนกสาขาศลิ ปะของโครงการศลิ ปนิ ดนตรไี ทย หมายถงึ การบรรเลงเครอ่ื งดนตรี แห่งชาติ ได้พิจารณาโดยเทียบเคียงกับประเทศ และการขบั รอ้ ง ทงั้ ทเี่ ปน็ มาตรฐานกลางของชาติ ฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อน ตั้งแต่ พ.ศ. เชน่ ปพ่ี าทย์ เครอื่ งสาย มโหรี รวมทงั้ ดนตรใี น ๒๕๑๖ โดยรฐั บาลฟลิ ปิ ปนิ สไ์ ดอ้ อกกฎหมายใหม้ ี พระราชพิธี รัฐพิธี และพธิ ีการของชาวบา้ นใน “ศิลปินแห่งชาติ” (National Artists) ประกาศ ทกุ ภมู ภิ าค ไดแ้ ก่ การแสดงดนตรแี ละการแสดง ยกยอ่ งผทู้ อ่ี นรุ กั ษป์ ระเพณแี ละถา่ ยทอดความรไู้ ป พน้ื บา้ น ประกอบดว้ ย การขบั รอ้ งพน้ื บา้ น หมอลำ สลู่ กู หลาน และใน พ.ศ. ๒๕๑๗ ประธานาธบิ ดี ซอ ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงบอก ของฟลิ ปิ ปนิ สป์ ระกาศใหม้ ี “แนวทางการจดั ระบบ และเพลงเรอื ตลอดจนการพากย์ การเจรจา การ ศิลปินแห่งชาติ” (National Artists System) ใน ขบั เสภา และบทเห่กล่อมต่างๆ หลายสาขา ไดแ้ ก่ ศลิ ปะ (Arts) ดนตรี (Music) นาฏศลิ ปไ์ ทย หมายถงึ การแสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ (Dance) สถาปตั ยกรรม (Architecture) ของไทย ทั้งท่ีเป็นของราชสำนัก ส่วนราชการ วรรณกรรม (Literature) และภาพยนตร์ (Cinema) และการแสดงทว่ั ไป เชน่ โขน ละคร ฟอ้ นรำ นอกจากนี้ได้ศึกษาจากกรอบการแบ่งสาขาด้าน ระบำ ลเิ ก และการแสดงพน้ื บา้ นของภาคตา่ งๆ วฒั นธรรมตา่ งๆ ของคณะกรรมการอาเซยี นดา้ น ในประเทศไทย วัฒนธรรมและสนเทศ (ASEAN Committee on กลมุ่ ที่ ๒ ดนตรสี ากลและนาฏศลิ ปส์ ากล Culture and Information) ผนวกกบั หลกั สากลของ ดนตรสี ากล หมายถงึ การบรรเลงเครอื่ งดนตรี งานศิลปะ มาจดั ทำความหมายและขอบขา่ ยการ และการขบั รอ้ ง ในทนี่ แ้ี บง่ เปน็ ๓ สาขายอ่ ย คอื สรรหาศลิ ปนิ แห่งชาติให้มีความชัดเจน โดยแบ่ง ดนตรคี ลาสสกิ ดนตรไี ทยสากล และดนตรลี กู ทงุ่ สาขาศิลปะเป็นสาขาใหญ่ๆ ๓ สาขา และแบ่ง - ดนตรคี ลาสสกิ หมายถงึ การเลน่ ดนตรวี ง สาขายอ่ ยในสาขาใหญ่ ไดแ้ ก ่ ดรุ ยิ างค์ (orchestra) ผเู้ ลน่ ประมาณ ๑๐๐ คนหรอื นอ้ ยกวา่ เลก็ นอ้ ย หรอื วงเครอ่ื งสายทไ่ี มม่ เี ครอื่ งเปา่ ๑) สาขาทศั นศลิ ป์ (Visual Arts) หมายถงึ (string orchestra) วงแบบ ๒ คน (duo) วงแบบ ศิลปะท่ีมองเห็นได้ด้วยตา ทั้งศิลปะ ๒ มิติและ ๓ คน (trio) วงแบบ ๔ คน (quartet) หรอื วงแบบ ศลิ ปะ ๓ มติ ิ เปน็ ผลงานศลิ ปกรรมประเภทตา่ งๆ ที่ ๔-๕ คน (chamber music) หรือเดี่ยวเปียโน แสดงถงึ ภมู ปิ ญั ญาของผสู้ รา้ งสรรคแ์ ละมเี อกลกั ษณ์ (recital) โดยผเู้ ลน่ ตอ้ งเลน่ ตามโนต้ ของผปู้ ระพนั ธ์ ทโ่ี ดดเดน่ ดา้ นจติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพมิ พ์ เพลงทลี่ ว่ งลบั ไปแลว้ เปน็ สว่ นใหญ่ เชน่ โมสารต์ ภาพถา่ ย ภาพวาด การออกแบบ สอื่ ผสม และ ศิลปะสถาปัตยกรรม
90 (Mozart) โชแปง (Chopin) บโี ทเฟน (Beethoven) ขนาดใหญ่ (๑๔-๒๕ ชน้ิ ) ทง้ั นี้ รวม ดนตรลี กู ทงุ่ หรอื เปน็ เพลงของผปู้ ระพนั ธใ์ หมๆ่ โดยหวั หนา้ วง ทงั้ การเลน่ ดนตรแี ละการขบั รอ้ งทเี่ ปน็ เพลงลกู ทงุ่ จะเป็นผู้เลือกเล่น ดังนั้น เกณฑ์การพิจารณาจะ ดว้ ย ดงั นนั้ นา่ จะพจิ ารณาจากผลงานของ พิจารณาจากผลงานของ - ผเู้ ลน่ เครอ่ื งมอื ตา่ งๆ ทสี่ ามารถเปน็ พเิ ศษ - ผคู้ วบคมุ วง - วาทยกร (conductor) ทคี่ วบคมุ ไดใ้ นระดบั - ผแู้ ตง่ คำรอ้ งและทำนองแบบ (song writer) ดเี ลศิ - ผแู้ ยกและเรยี บเรยี งเสยี งประสาน (arranger) - ผขู้ บั รอ้ งดเี ดน่ ประเภทดนตรสี ากล ดนตรี - หวั หนา้ วง (มักเป็น 1st chair violin) ไทยสากล ทั้งแจ๊ส (jazz) และป๊อป (pop) และ - นกั ดนตรที เ่ี ลน่ ในวงทมี่ คี วามสามารถมาก ดนตรลี กู ทงุ่ เปน็ พเิ ศษ - ผู้ฝึกสอน (อาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือ - นกั แตง่ เพลงทต่ี อ้ งแตง่ และแยกเรยี บเรยี ง ศาสตราจารยท์ างดนตร)ี เสยี งประสานดว้ ย (composer) - ผู้เรียบเรียงแบบวงเล็ก (๑-๑๒ ช้ิน) วง - ผแู้ ยกและเรยี บเรยี งเสยี งประสาน (arranger) กลาง (๓-๙ ชนิ้ ) วงใหญข่ นาดเลก็ (๑๐-๑๒ ชนิ้ ) - นักร้องโอเปรา (opera) แบบต่างๆ เช่น และวงใหญข่ นาดใหญ่ (๑๔-๒๕ ชน้ิ ) คอื นักร้องหญิงในระดับเสียงโซปราโน (soprano) นาฏศิลป์สากล คือ การแสดงสมัยใหม่ และอลั โต (alto) นกั รอ้ งชายในระดบั เสยี ง Tenor หรือการแสดงทางสากล เช่น บัลเลต์ (ballet) Baritone Baw และเบส (bass) แจส๊ แดนซ์ (jazz dance) ดงั นนั้ จะพจิ ารณาจาก - นักร้องหมู่ประสานเสียง (chorus) ดีเด่น ผลงานของ ของหมู่หรือเดี่ยว แยกประเภทประพันธ์เพลง - ครผู ฝู้ กึ สอนทมี่ คี วามสามารถสงู ตอ้ งประพนั ธท์ ง้ั ทางรอ้ งและทางดนตร ี - นกั เตน้ (ผเู้ ตน้ ทดี่ เี ดน่ ) - ผคู้ วบคมุ วง (conductor) สำหรบั นกั รอ้ ง - นกั ดนตรี (ผเู้ ลน่ เครอ่ื งดนตรปี ระกอบการ หมปู่ ระสานเสยี ง เตน้ เชน่ เปยี โน) - นกั เปยี โน ซง่ึ สามารถเลน่ piano concerto - ผู้ใหท้ า่ ทาง หรือผู้ออกแบบท่าเตน้ accompaniment ไดด้ เี ยยี่ ม (choreographer) - ผสู้ อนเครอ่ื งดนตรี สว่ นใหญจ่ ะสอนนกั - ผแู้ ตง่ เรอ่ื ง เปยี โน หรอื สอนเครอ่ื งดนตรอี นื่ ๆ - นกั ประพนั ธด์ นตรปี ระกอบ (composer) - ผู้สอนขับร้องแบบโอเปรา (opera) และ กลมุ่ ที่ ๓ ภาพยนตรแ์ ละละคร อน่ื ๆ ไมค่ วรจำกดั อายุ ถา้ มคี วามสามารถดเี ยยี่ ม ภาพยนตร์ หมายถงึ สอื่ เคลอื่ นไหวทส่ี ะทอ้ น ตง้ั แตอ่ ายุ ๓๐ ปี ขนึ้ ไปจนถงึ ปจั จบุ นั กอ็ ยใู่ นเกณฑ์ เหตุการณ์ทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรม พจิ ารณา ท่ีสร้างข้ึนเป็นระบบมาตรฐานโดยฝีมือคนไทย - ดนตรไี ทยสากล คอื การเลน่ ดนตรแี บบ เชน่ ภาพยนตรข์ า่ ว ภาพยนตรส์ ารคดี ภาพยนตร์ วงเล็ก (เครื่องดนตรี ๑-๑๒ ชิน้ ) วงกลาง (๓-๙ ชน้ิ ) วงใหญข่ นาดเลก็ (๑๐-๑๒ ชน้ิ ) และวงใหญ่
91 เรอ่ื ง ผทู้ ม่ี บี ทบาทสำคญั ตอ่ วงการภาพยนตรท์ นี่ า่ ๒) คณะอนุกรรมการคัดเลือกศิลปินแห่ง จะพจิ ารณาผลงาน ไดแ้ ก่ ผสู้ รา้ ง ผกู้ ำกบั นกั ชาติ ๓ สาขา ประกอบดว้ ย พากย์ นกั แสดง ผปู้ ระพนั ธเ์ พลงประกอบ - คณะอนกุ รรมการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ละคร หมายถึง การแสดงที่เป็นเรื่องราวท่ี สาขาทศั นศลิ ป์ สะทอ้ นชวี ติ ของคน โดยอาศยั คำพดู ทา่ ทาง และ - คณะอนกุ รรมการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาติ บทบาท ชว่ ยสอ่ื ความหมายใหผ้ ดู้ ผู ฟู้ งั ไดท้ ราบถงึ สาขาศลิ ปะการแสดง ความเป็นไปต่างๆ เป็นช่วงๆ หรือเป็นตอนๆ มี - คณะอนกุ รรมการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาติ จดุ มงุ่ หมายหลกั คอื ความสะเทอื นใจ ซงึ่ ในทนี่ ี้ สาขาวรรณศลิ ป์ หมายถงึ ละครเวทรี ว่ มสมยั ละครวทิ ยรุ ว่ มสมยั คณะอนุกรรมการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ และละครโทรทศั น์ ทงั้ ๓ สาขา เปน็ ผสู้ รรหาคดั เลอื ก โดยหนว่ ยงาน ๓) สาขาวรรณศลิ ป์ (Literature) หมายถงึ ต่างๆ สามารถนำเสนอข้อมูลเพ่ือการพิจารณาได้ บทประพนั ธท์ ง้ั ดา้ นรอ้ ยกรองและรอ้ ยแกว้ ทปี่ ลกุ เชน่ หนว่ ยงานของรฐั มหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบนั มโนคติของผู้อ่าน ทำให้เกิดจินตนาการ ความ การศึกษาท้ังของรัฐและเอกชน ท่ีมีการเรียนการ เพลดิ เพลนิ และอารมณต์ า่ งๆ ตามเจตนารมณข์ อง สอนดา้ นศลิ ปะ สมาคมทเี่ กย่ี วขอ้ ง ศนู ยว์ ฒั นธรรม ผปู้ ระพนั ธ์ ไดแ้ ก่ กวนี พิ นธ์ เรอ่ื งสนั้ นวนยิ าย จงั หวดั แลว้ นำผลของการสรรหาคดั เลอื กในแตล่ ะ บนั เทงิ คดี สำหรบั เดก็ และเยาวชน อาทิ หนงั สอื สาขาเสนอตอ่ คณะอนกุ รรมการอำนวยการคดั เลอื ก เดก็ วรรณกรรมเยาวชนทไี่ ดร้ บั การตพี มิ พเ์ ผยแพร่ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ จากนน้ั นำเสนอตอ่ คณะกรรมการ อยา่ งกวา้ งขวาง ทง้ั น้ี รวมถงึ วรรณกรรมพนื้ บา้ น วฒั นธรรมแหง่ ชาติ เพอ่ื พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติต่อไป และในกรณีท่ี ๖.๓ กำหนดกระบวนการคดั เลอื กศลิ ปนิ คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตไิ มใ่ หค้ วามเหน็ ชอบ แหง่ ชาต ิ คณะอนกุ รรมการอำนวยการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาติ และคณะอนุกรรมการคัดเลอื กศิลปนิ แหง่ ชาติทั้ง การคดั เลอื กในตอนเรม่ิ แรก ไดม้ กี ารแตง่ ตงั้ ๓ สาขา ตอ้ งนำผลการสรรหากลบั มาทบทวนใหม่ คณะอนกุ รรมการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาตใิ หเ้ ปน็ ผู้ อกี ครงั้ ดำเนนิ การ โดยนำขอ้ มลู มาพจิ ารณาคดั เลอื ก และ นำเสนอคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ เพือ่ ๗. การปรบั ปรงุ หลกั เกณฑก์ ารยกยอ่ ง พิจารณาให้ความเห็นชอบ และประกาศยกย่อง เชดิ ชเู กยี รตศิ ลิ ปนิ แหง่ ชาติ เชิดชูเกียรติศิลปินเป็นศิลปินแห่งชาติ ต่อมาใน ตลอดระยะเวลากวา่ ๒๕ ปขี องการดำเนนิ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการ เพม่ิ เตมิ เพอื่ กลน่ั กรองผลการสรรหาใหร้ อบคอบ งาน คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตไิ ดจ้ ดั ใหม้ ี มากยงิ่ ขนึ้ ดงั น้ี การตรวจสอบ ประเมนิ วธิ กี ารสบื คน้ สรรหา และ ๑) คณะอนุกรรมการอำนวยการคัดเลือก วิธีการดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่ง ศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ดงั นี ้
92 ๗.๑ ปรบั ปรงุ การกำหนดคณุ สมบตั ขิ องศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ การกำหนด เกณฑท์ ี่ ๓ การเผยแพร่ และยอมรบั คณุ คา่ คณุ สมบตั ขิ องศลิ ปนิ แหง่ ชาติ และลา่ สดุ ไดป้ รบั ปรงุ ผลงานของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ ใหเ้ หมาะสมกบั กาลสมยั ดงั นี้ ๑. ผลงานไดร้ บั การจดั แสดง ถา่ ยทอดหรอื เกณฑท์ ี่ ๑ คณุ สมบตั ขิ องศลิ ปนิ แหง่ ชาติ เผยแพรต่ อ่ สาธารณชนอยา่ งตอ่ เนอื่ ง มหี ลกั ฐาน ๑. เปน็ ผมู้ สี ญั ชาตไิ ทย และยงั มชี วี ติ ในวนั อ้างอิงโดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด ตดั สนิ พฒั นาการทางงานศลิ ปะอยา่ งเดน่ ชดั ๒. เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความ ๒. ผลงานได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณ ใน เช่ียวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของ ระดบั ภมู ภิ าค ระดบั ชาติ หรอื ระดบั นานาชาติ ซง่ึ วงการศลิ ปะแขนงนน้ั มีกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ ๓. เปน็ ผสู้ รา้ งสรรคแ์ ละพฒั นาศลิ ปะแขนงนนั้ ยอมรบั ๔. เปน็ ผผู้ ดงุ ถา่ ยทอด เผยแพร่ หรอื เปน็ ๗.๒ ปรับปรุงการกำหนดสาขาและ ตน้ แบบศลิ ปะแขนงนนั้ ความหมายขอบขา่ ยของศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ๕. เปน็ ผทู้ มี่ คี ณุ ธรรม ทมุ่ เท และเสยี สละ ใน พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการวฒั นธรรม เพอ่ื งานศลิ ปะ แห่งชาติได้มีการปรับปรุงวิธีการดำเนินงานการ ๖. เป็นผู้มีผลงานท่ียังประโยชน์ต่อสังคม ยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ จากเดิม ๓ และมนษุ ยชาติ สาขา คอื สาขาทศั นศลิ ป์ สาขาศลิ ปะการแสดง เกณฑ์ที่ ๒ คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะ และสาขาวรรณศลิ ป์ ปรบั เปลยี่ นสาขาศลิ ปะเปน็ ของศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ๔ สาขา ไดแ้ ก่ สาขาทศั นศลิ ป์ สาขาศลิ ปะการ ๑. ผลงานท่ีส่ือให้เห็นถึงคุณค่าในความดี แสดง สาขาวรรณศลิ ป์ และสาขาศลิ ปะสถาปตั ยกรรม ความจริง ความงาม อารมณ์ ความรูส้ กึ และ กล่าวคือ ให้สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็น คณุ คา่ ทางจติ วญิ ญาณ สาขายอ่ ยในสาขาทศั นศลิ ป์ แยกออกเปน็ สาขาหลกั ๒. ผลงานแสดงออกถงึ แนวคดิ สรา้ งพลงั อกี ๑ สาขา ความรแู้ ละพฒั นาสตปิ ญั ญาแกม่ นษุ ยชาต ิ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดป้ รบั การเรยี กชอื่ สาขา ๓. ผลงานท่ีก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือน ศลิ ปะสถาปตั ยกรรมเปน็ สาขาสถาปตั ยกรรม อารมณ์ และสง่ เสรมิ จนิ ตนาการ ใน พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดม้ กี ารทบทวนการแบง่ ๔. ผลงานสรา้ งสรรคม์ เี อกลกั ษณ์ มที กั ษะ สาขาการคดั เลอื ก และมมี ตใิ หก้ ารแบง่ สาขาศลิ ปะ สงู สง่ มกี ลวธิ เี ชงิ สรา้ งสรรค์ ไมแ่ สดงเจตนาหรอื ยังคงเป็นสาขาใหญ่ๆ ๓ สาขาตามแบบเดิม คือ จงใจในการคดั ลอกหรอื เลยี นแบบผลงานของผอู้ นื่ สาขาทศั นศลิ ป์ สาขาศลิ ปะการแสดง และสาขา ทงั้ เปดิ เผยและแอบแฝง วรรณศลิ ป์
93 ๗.๓ ปรบั ปรงุ การกำหนดกระบวนการ ตอ่ เนอื่ ง ออ้ มรดั แถบรว้ิ คดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ธงชาติไทยตามแนวโค้ง ขอบเหรยี ญ บนแพรแถบ สภาวัฒนธรรม องค์กรวิชาชีพ สถาบัน จารกึ คำวา่ “ศลิ ปนิ แหง่ การศึกษา สถาบันทางศิลปะและเครือข่ายทาง ชาต”ิ และไดอ้ ญั เชญิ พระ วัฒนธรรมทั่วประเทศ เสนอรายช่ือและผลงาน มหาพชิ ยั มงกฎุ เปลง่ รศั มี ของบคุ คลทส่ี มควรหรอื เหมาะสมเปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ประดษิ ฐานไวเ้หนอื เหรยี ญ ชาติ โดยให้หัวหน้าองค์กรหรือหน่วยงานเป็นผู้ ซงึ่ มผี า้ โบวพ์ นั รอบคทาไม้ ลงนาม นำเสนอผลงานตอ่ กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม ชยั พฤกษห์ วั เมด็ ทรงมณั ฑ์ สว่ นบคุ คลทว่ั ไปสามารถเสนอผา่ นศลิ ปนิ แหง่ ชาติ เชอ่ื มประสานระหวา่ งกนั เขม็ ศลิ ปนิ แห่งชาติ หรอื เครอื ขา่ ยวฒั นธรรมทวั่ ประเทศ กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรมตรวจสอบคณุ สมบตั ิ เอกสาร หลกั ฐาน ๘.๒ ความหมาย ตา่ งๆ เมอ่ื ครบถว้ นสมบรู ณแ์ ลว้ จงึ นำเสนอตอ่ คณะอนกุ รรมการคดั เลอื กศลิ ปนิ แหง่ ชาตใิ นแตล่ ะ แสดงถึงความเป็นปราชญ์ในทางความร ู้ สาขา เพอื่ เสนอชอ่ื ผไู้ ดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ ความสามารถของศิลปิน ที่ได้อุตสาหะอุทิศตน เปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาละ ๓ คน แตไ่ มเ่ กนิ ๙ สรา้ งสรรคผ์ ลงานดา้ นศลิ ปะไวอ้ ยา่ งมากมาย จน คน ในแตล่ ะปี โดยนำเสนอตอ่ คณะอนกุ รรมการ เปน็ มรดกทางวฒั นธรรมของชาตอิ นั ลำ้ คา่ ในสาขา อำนวยการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ เพื่อพิจารณา ทศั นศลิ ป์ สาขาศลิ ปะการแสดง และสาขาวรรณศลิ ป์ กลน่ั กรองอกี ครง้ั จากนนั้ นำเสนอตอ่ คณะกรรมการ ซงึ่ ไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตเิ ปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ วฒั นธรรมแหง่ ชาตพิ จิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ และ โดยไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ จากพระบาทสมเดจ็ ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติประจำปี พระเจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหศ้ ลิ ปนิ แหง่ ชาตเิ ขา้ รบั โดยประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นผู้ พระราชทานเขม็ เพอื่ ความเปน็ สริ มิ งคลยง่ิ ทง้ั แก่ ลงนามประกาศเกยี รตคิ ณุ พรอ้ มทง้ั นำศลิ ปนิ แหง่ ตนเองและวงศต์ ระกลู สบื ไป ชาตเิ ขา้ เฝา้ ฯ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เพอ่ื รบั พระราชทานเคร่ืองหมายเชิดชูเกียรติ อันได้แก่ ๙. กิจกรรมการยกย่องเชิดชูเกียรติ โล่ และเขม็ ศิลปินแห่งชาติและถ่ายทอดผลงาน ศลิ ปะ ๘. ลักษณะและความหมายของเข็ม ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติและถ่ายทอด ผลงานของศลิ ปนิ แหง่ ชาตจิ ดั ขนึ้ เมอื่ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ๘.๑ ลกั ษณะของเขม็ ไดเ้ ขา้ รบั พระราชทานเครอื่ งหมายเชดิ ชเู กยี รตแิ ลว้ โดยมกี จิ กรรม เชน่ จดั งานเลย้ี งแสดงความยนิ ดี เปน็ เหรยี ญทรงกลม ภายในจดั องคป์ ระกอบ จดั งานนทิ รรศการเชดิ ชเู กยี รติ และจดั การแสดง เปน็ ภาพดอกบวั เรยี งกนั ๓ ดอก มแี พรแถบรองรบั ผลงานของศิลปินแห่งชาติ ณ หอประชุมใหญ่
94 “หอศลิ ปเ์ อมเจรญิ ” บา้ นนายประเทอื ง เอมเจรญิ ตำบลสำรอง - บา้ นพลตรี หมอ่ มราชวงศค์ กึ ฤทธ์ิ ปราโมช อำเภอทา่ มว่ ง จงั หวดั กาญจนบรุ ี ทก่ี รงุ เทพฯ ศนู ยว์ ฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย มกี ารผลติ สอื่ เพอ่ื - บา้ นนายมนตรี ตราโมท ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ ี เผยแพร่ จัดทำฐานข้อมูลศิลปินแห่งชาติ และ -บา้ นนายเปลอื้ ง ฉายรศั มี ทจี่ งั หวดั กาฬสนิ ธุ์ เผยแพร่ถ่ายทอดภูมิปัญญาที่แสดงถึงอัจฉริยภาพ - บา้ นนายทวี รชั นกี ร ทจี่ งั หวดั นครราชสมี า ของศิลปินแห่งชาติ โดยศิลปินแห่งชาติท่ีได้รับ - บา้ นนายประเทอื ง เอมเจรญิ ทจ่ี งั หวดั การยกย่องเชิดชูเกียรติต้องมอบผลงานของตนเอง กาญจนบรุ ี ใหแ้ กก่ รมสง่ เสรมิ วฒั นธรรมไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ผลงาน - บา้ นนายจลุ ทศั น์ กติ บิ ตุ ร ทจ่ี งั หวดั เชยี งใหม่ เพอ่ื นำไปเผยแพรใ่ หเ้ ปน็ ประโยชนท์ างดา้ นการศกึ ษา - บา้ นนางสดุ จติ ต์ อนนั ตกลุ ทก่ี รงุ เทพฯ และสรา้ งแรงจงู ใจใหค้ นในชมุ ชนไดต้ ระหนกั ถงึ ความ - บา้ นนายถวลั ย์ ดชั นี ทจี่ งั หวดั เชยี งราย สำคญั ของวฒั นธรรม ทง้ั ทเ่ี ปน็ บคุ คล วตั ถุ สงิ่ ของ - บา้ นนายสชุ าติ ทรพั ยส์ นิ ทจี่ งั หวดั นครศร-ี และสถานท่ี ซ่ึงก่อให้เกิดมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจ ธรรมราช นอกจากนย้ี งั มกี ารจดั แสดงผลงานศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ณ บา้ นของศลิ ปนิ แหง่ ชาตทิ งั้ ๑๒ หลงั เปน็ หออคั รศลิ ปนิ โครงการตา่ งๆ ทจี่ ดั ขนึ้ เพอ่ื ถา่ ยทอด แหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดผลงานศลิ ปะ เพ่อื ให้ ผลงานศลิ ปะอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง มดี งั น้ ี สาธารณชนไดเ้ ขา้ ไปชนื่ ชมความสามารถ ๙.๑ โครงการเปดิ บา้ นศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ๙.๒ โครงการวิจัยองค์ความรู้ศิลปิน แหง่ ชาติ เพื่อถ่ายทอดผลงานศิลปะแก่สาธารณชน เรม่ิ ขน้ึ ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ จนถงึ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้ งานวจิ ยั สำคญั และไดร้ บั การสนบั สนนุ จาก เปิดบ้านของศิลปินแห่งชาติรวมทั้งส้ิน ๑๒ หลัง สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ไดแ้ ก่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ คือ “องค์ความรู้ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ : ทวี รชั นกี ร” ผวู้ จิ ยั คอื นายสาธติ - บา้ นนายฉน้ิ อรมตุ ทจ่ี งั หวดั สงขลา ทมิ วฒั นบรรเทงิ ไดร้ วบรวมขอ้ มลู ตงั้ แตก่ ารศกึ ษา - บา้ นนายอนิ สนธ์ วงศส์ าม ทจี่ งั หวดั ลำพนู การทำงาน แนวคดิ ในการสรา้ งผลงาน ผลงานท่ี - บา้ นนางแสงดา บนั สทิ ธ์ิ ทจี่ งั หวดั เชยี งใหม่ โครงการเปิดบา้ นศลิ ปินแห่งชาติ
95 สรา้ งดว้ ยสนี ำ้ มนั เทคนคิ การระบายสนี ำ้ และการ คณาจารยห์ รอื ผฝู้ กึ สอนศลิ ปะ เขา้ รบั การอบรม “โครงการครศุ ลิ ปะสรา้ งสรรค์ ปะตดิ วสั ดุ ผลงานประตมิ ากรรมโลหะ ผลงาน งานศลิ ปก์ บั ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ จดั ขน้ึ ที่ หออคั รศลิ ปนิ โดยกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม เซรามกิ สรปุ ผลการวเิ คราะหเ์ พอ่ื สอ่ื ความหมาย ทางศลิ ปะตอ่ สงั คม นบั เปน็ ประโยชนต์ อ่ ผสู้ นใจ ชาติ ซง่ึ ผสู้ อนศลิ ปะทมี่ ผี ลงานดเี ดน่ จาก ๕ ภมู ภิ าค และเป็นสว่ นสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้ จะไดร้ บั การคดั เลอื กเปน็ ตวั แทนภมู ภิ าคละ ๒ คน อนชุ นรนุ่ หลงั เกดิ พลงั ทจ่ี ะสบื สานสรา้ งสรรคง์ าน รวม ๑๐ คน นำผลงานทไี่ ดส้ รา้ งสรรคไ์ ปจดั แสดง ศลิ ปะใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ นทิ รรศการเผยแพรผ่ ลงานศลิ ปะทส่ี ถานกงสลุ ไทย ณ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา และใน ๙.๓ โครงการคา่ ยเยาวชนนกั เขยี น โอกาสน้ี สภาศลิ ปกรรมไทย สหรฐั อเมรกิ า ไดจ้ ดั กิจกรรมสำคัญระหว่างที่พำนักในสหรัฐอเมริกา จัดขึ้นที่หออัครศิลปิน เพ่ือให้เยาวชนได้ เพอ่ื เปน็ การสง่ เสรมิ และสรา้ งประสบการณ์ ดว้ ย รว่ มสบื สานภมู ปิ ญั ญาของศลิ ปนิ แหง่ ชาติ โครงการ การนำชมและศึกษาดูงานด้านพิพิธภัณฑ์ศิลปะ นเ้ี รมิ่ ขน้ึ ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยมศี ลิ ปนิ แหง่ ชาติ การเยย่ี มชมหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารดา้ นศลิ ปะสว่ นบคุ คล สาขาวรรณศลิ ป์ เชน่ นายเนาวรตั น์ พงษไ์ พบลู ย์ ของศลิ ปนิ อาชพี ทปี่ ระสบความสำเรจ็ การพบปะ นายชาติ กอบจติ ติ เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดความรู้ สนทนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปิน ทง้ั ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ เพอ่ื สรา้ งยวุ ศลิ ปนิ นานาชาติ การเยยี่ มชมและศกึ ษาดงู านการเรยี น หรอื คลนื่ ลกู ใหมใ่ นวงวรรณศลิ ปไ์ ทย การสอนศลิ ปะในมหาวทิ ยาลยั ตา่ งๆ การเดนิ ทาง ทศั นศึกษาสถานท่สี ำคญั ของสหรัฐอเมริกา และ ๙.๔ โครงการครศุ ลิ ปะสรา้ งสรรคง์ าน การปฏิบัติงานศิลปะ (Art Workshop) ในเมือง ศลิ ปก์ บั ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ตา่ งๆ ของรฐั แคลฟิ อรเ์ นยี และรฐั ใกลเ้ คยี ง เชน่ รฐั เนวาดา รฐั แอรโิ ซนา จดั ขน้ึ ทห่ี ออคั รศลิ ปนิ โดยใหผ้ สู้ อนศลิ ปะ ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาไดเ้ ขา้ รบั การอบรม ถา่ ยทอด ๑๐. หออคั รศลิ ปนิ ความรแู้ ละประสบการณใ์ นการทำงานสรา้ งสรรค์ ศลิ ปะในรปู แบบงาน ๒ มติ ิ ๓ มติ ิ และสอ่ื ผสม หออัครศิลปินก่อต้ังข้ึนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ ทงั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ จากคณะศลิ ปนิ แหง่ เพอื่ เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ผทู้ รงเปน็ เลศิ ในศลิ ปะทงั้ มวล เปน็ ทปี่ ระจกั ษช์ ดั โครงการค่ายเยาวชนนักเขียน จัดขน้ึ ท่ี หออคั รศลิ ปิน ตำบล คลองห้า อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทุมธาน ี
96 หออคั รศลิ ปิน ตั้งอยทู่ ต่ี ำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวดั ปทุมธานี แกร่ าษฎรและศลิ ปนิ ทวั่ โลก ในโอกาสพระราชพธิ ี ชนั้ ๑ ภายในหออคั รศลิ ปนิ เปน็ หอ้ ง “วศิ ษิ ฏศลิ ปนิ ” กาญจนาภิเษก ในโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ กาญจนาภิเษก ท่ีตำบลคลองห้า อำเภอ ผลงานพระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นศลิ ปะและวฒั นธรรม คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บริเวณทางเข้า ทง้ั ๙ ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นหตั ถกรรม ดา้ นกฬี า ดา้ น ด้านหน้าห้องอัครศิลปิน นำเสนอข้อมูลนำชม วรรณศลิ ป์ ดา้ นจติ รกรรม ดา้ นการถา่ ยภาพ ดา้ น ดว้ ยสอ่ื คอมพวิ เตอรร์ ะบบจอสมั ผสั (touch screen) ภมู สิ ถาปตั ยกรรม ดา้ นประตมิ ากรรม ดา้ นคตี ศลิ ป์ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดแสดง ตรงกลาง และดา้ นบทเพลงพระราชนพิ นธ์ นอกจากนยี้ งั เปน็ หอ้ งของอาคาร ซงึ่ เปน็ จดุ สำคญั ของหออคั รศลิ ปนิ ทจ่ี ดั แสดงประวตั แิ ละผลงานอนั ลำ้ คา่ ของศลิ ปนิ เปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานบษุ บกไมป้ ดิ ทองประดบั กระจก แห่งชาติในรูปแบบนิทรรศการและเทคโนโลยีท่ี ภายในบษุ บกประดษิ ฐานพระราชลญั จกรประจำ ทนั สมยั รวมทง้ั ถา่ ยทอดผลงานและภมู ปิ ญั ญาของ พระองค์รัชกาลที่ ๙ จำลองบนพานแว่นฟ้า ซ่ึง ศลิ ปนิ แหง่ ชาตทิ กุ คน เปรียบเสมือนตัวแทนพระองค์พระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ วั “อคั รศลิ ปนิ ” ฐานโดยรอบบษุ บกมี สอื่ วดี ทิ ศั น์ (video) จดั แสดงพระราชประวตั แิ ละ พระราชกรณยี กจิ ฉากหลงั เปน็ จติ รกรรมฝาผนงั “ไตรภูม”ิ ดา้ นซา้ ยและด้านขวามกี ระจกแกะลาย เทพชุมนุมที่ส่ือความหมายว่า เหล่าเทวดาล้วน สกั การะพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ผทู้ รงเปรยี บ ประดุจ “สมมติเทพ” บริเวณโดยรอบจัดแสดง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312