ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรียนรู้ ะเมนิ ผล - หมายเลข 1 บอกกบั หมายเลข 3 และ 4 เก่ยี วกับความรู้ และข้อคิดทีไ่ ดร้ ับท่ีหมายเลข 2 ให้ สัมภาษณ์ - หมายเลข 2 บอกกับหมายเลข 3 และ 4 เกยี่ วกับความรู้และข้อคดิ ทีไ่ ด้รับทห่ี มายเลข 1 ให้ สัมภาษณ์ - หมายเลข 3 บอกกบั หมายเลข 1 และ 2 เกีย่ วกบั ความรู้ และข้อคดิ ที่ได้รับทีห่ มายเลข 4 ให้ สัมภาษณ์ - หมายเลข 4 บอกกับหมายเลข 1 และ 2 เกย่ี วกับความรู้ และข้อคิดที่ไดร้ บั ทีห่ มายเลข 3 ให้ สัมภาษณ์ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายและสรุปความรู้ และข้อคดิ ที่ไดร้ บั จากบทอาขยาน กาดา ท่ีได้จากการ สมั ภาษณ์ แลว้ บนั ทึกลงในสมุด 8. ครตู งั้ ประเด็นคาถามให้นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์ และหาคาตอบ เช่น - การเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อน่ื สง่ ผลดีตอ่ ตนเองอย่างไร - ถา้ ตอ้ งการเปน็ ที่รักของเพื่อนและบคุ คล รอบขา้ ง ควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไร 9. ครปู ระเมินคาตอบของนกั เรยี น และแสดงความ คิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อแหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขั้นการสรปุ และการดาเนนิ ผลการค้นคว้า 10. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด 11. นกั เรยี นร่วมกันสรุปข้อคิดท่ีได้รับจากบท อาขยาน กาดา 12. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั บอกแนวทางในการ ปฏิบัตติ นตามข้อคิดท่ไี ดร้ ับจากบทอาขยาน กาดา
ครผู ู้สอน แผนการจัด ชอื่ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรือ่ แผนการสอนที่ 11 เร รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศ นางสาวฐิติรตั น์ โปอ่ ินทนะ ตาแห ตวั ช้วี ัดผลการเรียนรู้ เนอ้ื หาสาระ ภาระงาน / การ ชิ้นงาน ประ ท 5.1 ป.2/3 ทอ่ งจาบท - การท่องจาบทอาขยาน อาขยานตามที่กาหนดและบท รกั ษาปา่ ชว่ ยฝกึ การจา 1. แบบฝึกหดั - ตรวจแ รอ้ ยกรองท่มี ีคุณค่าตามความ และนาสิ่งที่จาไปใช้ให้ 2. แบบประเมนิ - ตรวจแ สนใจ เปน็ ประโยชนใ์ นการ ทอ่ งอาขยาน ทอ่ งอาข เรยี น
ดการเรียนรู้ อง คาคล้องจองตอ้ งศกึ ษา รื่อง การทอ่ งอาขยาน ศกึ ษาปีท่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 หน่ง พนกั งานราชการ เวลาทใ่ี ช้ 2 ชั่วโมง รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน 1. หนังสอื เรยี น แบบฝกึ หดั แบบประเมนิ 1. ครทู ่องบททอ่ งจาท่ีครจู าได้ มา 1 บท ใหน้ ักเรียน 2. แบบฝึกหดั ขยาน ฟงั พร้อมบอกทม่ี าและข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากบทท่องจาแลว้ 3. แบบประเมนิ นามาใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร - ขน้ั ตง้ั คาถาม 2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกับประโยชน์ ของการท่องจา เพ่ือให้นักเรียนเขา้ ใจวา่ การท่องจา น้นั มปี ระโยชนต์ ่อการเรยี นและการใช้ชวี ิตของ นักเรียนอยา่ งไร 3. ครูอธบิ ายใหน้ ักเรยี นตระหนกั ถงึ การนาบทท่องจา ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ - ข้นั เตรยี มการค้นหาคาตอบ 4. ครอู ่านบทอาขยาน รักษาปา่ จากหนังสอื เรยี น 1 บท แลว้ ใหน้ ักเรียนสงั เกตการอ่านออกเสียง การใช้ น้าเสียง การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและท่วงทานอง การทอ่ ง 5. นักเรียนกลุม่ เดิม (จากแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3) จากนั้นนกั เรียนและครูวางแผนรว่ มกนั ในการทอ่ งจา บทอาขยาน รกั ษาป่า โดยกาหนดความมุง่ หมาย รว่ มกนั
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื แหล่งเรียนรู้ ะเมนิ ผล 6. ครกู าหนดประเด็นในการศึกษาและปฏิบตั ิ กิจกรรม ดงั นี้ 1) อธบิ ายหลักการอ่านออกเสียงบทอาขยาน 2) ฝึกทอ่ งจาบทอาขยาน รักษาปา่ 7. ครูและนักเรยี นรว่ มกันกาหนดกจิ กรรมของแตล่ ะ ประเดน็ และกาหนดส่ือที่จะสืบคน้ ข้อมลู จากหนงั สือ เรียน และซีดบี ทอาขยาน รกั ษาป่า 8. สมาชิกในแต่ละกลมุ่ ผลัดกันรายงานผลการปฏบิ ัติ กิจกรรม แล้วร่วมกันอภปิ รายและสรปุ ผล 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการนาเสนอการ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ในรปู แบบต่าง ๆ ตามมตขิ องสมาชิก กลุ่ม 10. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏบิ ัติ กจิ กรรม โดยเลอื กใชร้ ปู แบบและวธิ ีการทส่ี รา้ งสรรค์ 11. นักเรยี นกลมุ่ อืน่ หมนุ เวยี นกันอภิปรายแสดง ความคดิ เหน็ ในการนาเสนอการปฏิบัติกิจกรรมของ เพอื่ นกลมุ่ อน่ื ๆ - ขน้ั การสรุปและการดาเนินผลการคน้ คว้า 12. ครใู ห้สมาชกิ แต่ละคนในกล่มุ อา่ นบทอาขยาน รักษาป่า โดยใหเ้ ลือกคนละ 1 บท ตามความสนใจ จากน้ันออกมาท่องจาตามลาดับกอ่ นหลงั ท่ีหน้าชน้ั เรยี น
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล 13. ครตู รวจสอบความถูกต้องในการท่องจาบท อาขยาน รักษาปา่ ของนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ พร้อมทั้ง ประเมินการทอ่ งจาบทอาขยานของนักเรียนเป็น รายบุคคล
แผนการจดั ช่ือหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 9 เ แผนการสอนที่ 1 เรอื่ รายวิชาภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ครูผู้สอน นางสาวฐติ ิรตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตัวชีว้ ัดผลการเรียนรู้ เนอ้ื หาสาระ ภาระงาน / การ ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสียง ชิ้นงาน ประ คา คาคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ - การอ่านออกเสยี ง - แบบประเมนิ - ตรวจแ ถกู ต้อง วรรณกรรมเรื่อง เด็กดีมี การอา่ นออกเสยี ง การอ่าน คณุ ธรรม จะต้องอ่าน - แบบฝึกหดั - ตรวจแ ออกเสียงใหถ้ ูกต้อง และ ชัดเจน
ดการเรียนรู้ เร่ือง เรียนรเู้ รอื่ งประโยค อง การอา่ นออกเสียง กษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาทใ่ี ช้ 1 ชั่วโมง รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมินผล - ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. หนังสือเรยี น แบบประเมิน นออกเสียง 1. ครูนาข่าวท่มี ีเน้ือข่าวเกีย่ วกบั การแจง้ เร่ืองของหาย 2. แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด หรอื ลืมของมาเลา่ ให้นักเรยี นฟัง 3. ใบงาน - ขัน้ ต้งั คาถาม 4. ใบความรู้ 2. ครูซกั ถาม นกั เรยี นเคยทาของมีคา่ หายหรือไม่ ถา้ เคยนกั เรียนรูส้ ึกอย่างไร และนกั เรียนเคยเก็บของ มี คา่ ได้หรือไม่ และถ้าเก็บส่งิ ของมคี ่าท่ีผู้อ่ืนทาตกไว้ได้ นกั เรียนจะทาอย่างไร - ขัน้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 3. ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน และอ่อน แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่ม ฝกึ อา่ นออกเสยี งคาและข้อความจากวรรณกรรมเรอ่ื ง เดก็ ดมี ีคณุ ธรรม 4. ครสู ังเกตการอา่ นออกเสยี งของนักเรียนแต่ละกลุ่ม รวมถึงการให้คาแนะนาเพ่ิมเติม 5. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปหลกั การอ่านออก เสยี งวรรณกรรมเร่อื ง เดก็ ดีมีคณุ ธรรม
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 6. ครูขออาสาสมัครตวั แทนนักเรยี น 2-3 กลุม่ อ่าน ออกเสยี งตามย่อหน้าท่ีครูกาหนด แลว้ ให้เพ่อื นกลมุ่ อ่ืนตรวจสอบความ ถูกต้องของการอา่ นออกเสยี ง และแสดงความคดิ เห็น 7. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ แบ่งเน้ือหาวรรณกรรมเรื่อง เด็ก ดีมคี ุณธรรม ออกเปน็ 4 ตอน ตามความเหมาะสม จากนน้ั ให้สมาชิก แต่ละคนในกลุ่มเลอื กอา่ นคนละ 1 ตอน (สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ จะตอ้ งเลอื กอา่ นไมซ่ ้า กนั ) 8. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่ อ่านออกเสยี งวรรณกรรม เรือ่ ง เดก็ ดี มคี ณุ ธรรม ตามลาดบั ก่อนหลัง แลว้ ให้ เพอ่ื นสังเกตและตรวจสอบว่า อา่ นออกเสียงถูกต้อง หรือไม่ ถา้ เพื่อนอ่าน ออกเสียงไมถ่ ูกต้องก็ให้ชว่ ยกนั เสนอแนะหรือใหค้ าแนะนา เพือ่ ปรบั ปรงุ แก้ไขในการ อ่านให้ถูกต้อง - ขน้ั การสรปุ และการดาเนนิ ผลการคน้ คว้า 9. นักเรยี นร่วมกันสรปุ หลักการอ่านออกเสยี ง วรรณกรรมเรื่อง เด็กดีมีคุณธรรม จากนั้นอภปิ ราย เกีย่ วกบั ประโยชน์ของการอ่าน โดยครูกระตนุ้ ให้ นกั เรียนตระหนักถงึ ความสาคัญของการอ่านได้ ถกู ต้อง 10. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านออกเสียงวรรณกรรม เร่อื ง เดก็ ดีมีคุณธรรม หน้าชน้ั เรียน ครตู รวจสอบ และประเมินการอา่ น ออกเสียงของนักเรียนเปน็ ราย กล่มุ
แผนการจัด ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 2 เรือ่ ง กา รายวิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศ ครผู ้สู อน นางสาวฐิติรตั น์ โปอ่ นิ ทนะ ตาแ ตัวชี้วดั ผลการเรียนรู้ เนือ้ หาสาระ ภาระงาน / การ ชนิ้ งาน ประ ท 1.1 ป.2/2 อธิบายความ - การอ่านออกเสียง หมายของคาและข้อความท่ี วรรณกรรมเรอื่ ง เด็กดีมี - ใบงาน - ตรวจแ อ่าน คณุ ธรรม จะต้องอธิบาย - แบบฝกึ หัด - ตรวจใบ ความหมายของคาได้
ดการเรยี นรู้ เร่อื ง เรยี นรเู้ รอื่ งประโยค ารบอกความหมายของคา ศึกษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาทใี่ ช้ 1 ชั่วโมง รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. หนังสือเรยี น แบบฝกึ หดั บงาน 1. ครเู ขียนคาศัพท์จากวรรณกรรมเรือ่ ง เด็กดีมี 2. แบบฝกึ หัด คณุ ธรรม บนกระดาน แล้วให้นกั เรียนอา่ นออกเสียง 3. ใบงาน คาศัพท์ให้ชัดเจน พร้อมชว่ ยกันบอกความหมายของ 4. ใบความรู้ คา - ขั้นต้งั คาถาม 2. นักเรยี นและครูร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับ ความสาคัญของการอ่านออกเสยี งคาทีถ่ ูกตอ้ งและ การรู้จักความหมายของคา - ขัน้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจดั การ เรียนรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั อา่ นออกเสยี งวรรณกรรมเรอ่ื ง เดก็ ดีมีคุณธรรม จากหนังสือเรียน เพ่อื ทบทวน ความรู้ 4. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สารวจคาศพั ทจ์ าก วรรณกรรมเรอื่ ง เด็กดมี ีคุณธรรม โดยขีดเสน้ ใต้ คาศัพท์ท่นี ักเรยี นไม่ร้คู วามหมายลงในเอกสาร ประกอบการสอน
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล 5. สมาชกิ แตล่ ะคนในกล่มุ ช่วยกนั ตรวจสอบคาศัพทท์ ่ี ขีดเสน้ ใตใ้ นเอกสารประกอบการสอน จากนั้นรว่ มกนั หาความหมาย แล้วบนั ทึกลงในสมดุ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลน่ เกม บอกความหมายของ คาศัพท์ โดยครเู ปน็ ผ้ดู าเนนิ การแข่งขนั และบอกกติกา ใหน้ ักเรยี นฟัง ดังน้ี 1) ครแู จกกระดาษแผน่ เล็ก ๆ ใหน้ ักเรียนแต่ ละกลุ่ม กลุ่มละ 5 แผ่น ซเึ ทา่ กบั จานวนคาท่ีครูจะให้ นักเรยี น บอกความหมายของคา 2) ครูบอกคาศพั ท์ทีละคาให้นักเรียนบอก ความหมาย เช่น คาวา่ ซอื่ สัตย์ นักเรียนรบี เขยี น ความหมายลงในกระดาษ ที่ครูแจก แลว้ สง่ ครตู รวจ ให้เร็วทสี่ ดุ โดยครนู ากระดาษ มาเรยี งลาดับการส่ง ก่อนหลงั 3) ครูตรวจความหมาย โดยกลุ่มใดเขียน ถกู ต้องและสง่ เป็นกลมุ่ แรกได้ 2 คะแนน กลุ่มใดท่ี ตอบถูกแตส่ ง่ ทีหลงั ได้ 1 คะแนน โดยครเู ขียน คะแนนของแตล่ ะกลมุ่ ไวบ้ นกระดาน 4) ครูบอกคาศัพทค์ าตอ่ ไป หรืออาจจะนา ความหมายมาบอก ใหน้ กั เรียนเขียนคาศัพท์ เชน่ ดัง สน่ัน ดงั มาก เปน็ ความหมายของคาศัพทใ์ ด ให้ นักเรียนเขยี นคาศัพทน์ ั้นลงในกระดาษที่ครูแจกให้ 5) นกั เรยี นแขง่ ขันไปจนครบจานวนคาศัพท์ แลว้ ครูและนักเรยี นรว่ มกันรวบรวมคะแนน กลมุ่ ใดได้ คะแนนสงู สุด เปน็ ฝา่ ยชนะ
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 7. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายเก่ียวกับประโยชนท์ ่ไี ด้จาก การเล่นเกม 8. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เร่ือง เติมคู่ คาศัพท์กบั ความหมาย โดยให้สมาชกิ แตล่ ะคนหา คาตอบดว้ ยตนเองจนครบทุกขอ้ จากนน้ั จบั คู่กบั เพ่ือน ในกลมุ่ ผลดั กนั แสดงคาตอบให้คขู่ องตนเอง 9. นกั เรยี นรวมกลมุ่ 4 คน ผลดั กนั แสดงคาตอบให้ เพื่อนอีกคู่หนึง่ ในกลมุ่ ฟงั เพ่ือหาข้อสรปุ ของกลุ่ม และบนั ทึกลงในใบงา เสรจ็ แล้วนาส่งครตู รวจ - ข้ันการสรปุ และการดาเนินผลการค้นควา้ 10. ครสู มุ่ นกั เรยี นแต่ละกล่มุ บอกความสาคัญและ ประโยชนข์ องการรู้และเข้าใจความหมายของคาจาก วรรณกรรมเรอ่ื ง เด็กดมี ีคณุ ธรรม ครตู รวจสอบความ ถกู ต้อง
แผนการจดั ช่อื หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 9 เ แผนการสอนที่ 3 เรื่อง รายวชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศ ครูผสู้ อน นางสาวฐติ ริ ตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตัวชี้วดั ผลการเรียนรู้ เนอ้ื หาสาระ ภาระงาน / การ ท 1.1 ป.2/3 ต้ังคาถามและ - การอ่านวรรณกรรม ชิ้นงาน ประ ตอบคาถามเก่ยี วกับเร่ืองท่ี เรื่อง เด็กดีมคี ุณธรรม อ่าน จะต้องระบุใจความ - ใบงาน ใจความ - ตรวจใ ท 1.1 ป.2/4 ระบุใจความ สาคญั และรายละเอยี ด สาคญั และรายละเอยี ดจาก ของเร่ืองที่อา่ นได้ สาคญั เรื่องเด็กดีมี - ตรวจแ เรื่องท่ีอ่าน คณุ ธรรม - แบบฝกึ หัด
ดการเรียนรู้ เรอื่ ง เรียนร้เู รื่องประโยค การระบใุ จความสาคญั ศึกษาปที ่ี 2 รหัสวิชา ท 12101 แหนง่ พนกั งานราชการ เวลาท่ใี ช้ 1 ชัว่ โมง รวดั และ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมินผล - ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. หนังสอื เรียน ใบงาน 1. ครใู หน้ กั เรยี นทบทวนความรู้เรอ่ื ง การตั้งคาถาม 2. แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัด และตอบคาถามจากเรอื่ งท่อี ่าน 3. ใบงาน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายวา่ การต้ังคาถาม จากเรื่อง ที่อ่านเปน็ ผลดีอย่างไร - ขน้ั ต้งั คาถาม 3. ครูถามนักเรยี นว่า นกั เรยี นมขี อ้ สงสัยอะไรเกยี่ วกบั วรรณกรรมเรอื่ ง เด็กดีมีคุณธรรม มากทส่ี ดุ จากน้ันให้ นกั เรียนยกตัวอย่างคาถามจากเรื่อง - ขน้ั เตรยี มการค้นหาคาตอบ 4. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ตง้ั คาถามจาก วรรณกรรมเรื่อง เด็กดีมีคณุ ธรรม กลมุ่ ละ 4 คาถาม เพือ่ ให้เพื่อนนักเรยี นกลุม่ อืน่ ๆ ร่วมกันตอบ 5. ครูสุ่มตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ คาถามหนา้ ชั้นเรยี น โดยกลุ่มใดทีต่ อบได้ถูกต้องจะ ไดร้ บั ข้อละ 1 คะแนน ครูตรวจสอบคาถามและ คาตอบของนักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม จากนั้นเขียนคะแนน ไวบ้ นกระดาน
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล 6. ครูรวมคะแนนของนักเรียนแตล่ ะกลุ่ม พรอ้ ม ปรบมือและกล่าวชมเชยนกั เรียนกลุม่ ที่ไดค้ ะแนน สงู สุด 7. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เรื่อง ใจความ สาคัญเรื่อง เด็กดมี ีคุณธรรม โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ แบ่งหนา้ ท่กี ันปฏบิ ัติ ดังน้ี - สมาชกิ คนที่ 1 มีหนา้ ทอี่ ่านคาถาม แยก ประเด็นใหช้ ดั เจน - สมาชิกคนท่ี 2 ฟังขั้นตอน รวบรวมขอ้ มลู หาแนวทางและ เสนอแนะในการตอบคาถาม - สมาชิกคนที่ 3 ตอบคาถาม หรือค้นหา คาตอบ - สมาชิกคนท่ี 4 ตรวจสอบความถกู ต้อง 8.สมาชิกแตล่ ะคนในกลุม่ หมุนเวยี นเปล่ยี นหนา้ ที่กนั ในการตอบคาถามแต่ละข้อในใบงานจนเสรจ็ ครบทุก ขอ้ แล้วนาส่งครูตรวจ - ขั้นการสรุปและการดาเนินผลการค้นควา้ 9. นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปใจความสาคญั และ รายละเอยี ดของวรรณกรรมเรื่อง เด็กดีมีคุณธรรม
แผนการจดั ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ที่ 9 เ แผนการสอนที่ 4 เร รายวิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศ ครผู ู้สอน นางสาวฐิตริ ตั น์ โป่อินทนะ ตาแ ตัวช้วี ัดผลการเรียนรู้ เนอื้ หาสาระ ภาระงาน / การ ประ ท 5.1 ป.2/1 ระบุข้อคดิ ที่ได้ ชน้ิ งาน จากการอา่ นหรอื การฟัง - ตรวจแ วรรณกรรมสาหรับเด็กเพ่ือ - การอ่านวรรณกรรม - แบบประเมนิ นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เร่ือง เดก็ ดีมีคุณธรรม การนาเสนอ จะต้องระบขุ ้อคิดจาก เร่ืองทอ่ี ่านเพอ่ื นาไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ อย่างเหมาะสม
ดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง เรียนรู้เร่อื งประโยค รอื่ ง การระบุข้อคิด ศึกษาปที ี่ 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาท่ใี ช้ 1 ชวั่ โมง รวดั และ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือแหล่งเรยี นรู้ ะเมินผล - ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน 1. หนังสือเรยี น แบบประเมนิ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับคณุ ธรรมที่นนั ทา 2. แบบฝึกหัด และฟา้ สวา่ งไดร้ ว่ มกนั ปฏิบตั ิ จากน้นั ร่วมกนั แสดง 3. แบบประเมิน ความคดิ เหน็ ว่า จะนาคณุ ธรรมดงั กล่าวไปใชใ้ น ชีวิตประจาวนั ของนักเรียนอย่างไร 2. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจวา่ คณุ ธรรม พ้นื ฐาน 8 ประการท่นี ักเรยี นควรนาไปปฏบิ ัติ ได้แก่ ขยัน ประหยดั ซ่ือสตั ย์ มวี นิ ยั สภุ าพ สะอาด สามัคคี และมีนา้ ใจ - ข้ันตั้งคาถาม 3. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายวา่ ถา้ ทกุ คนปฏิบตั ติ น เปน็ คนดมี คี ุณธรรม แลว้ สังคมไทยจะเปน็ อย่างไร - ขน้ั เตรยี มการคน้ หาคาตอบ 4. ครทู บทวนวรรณกรรมเรื่อง เดก็ ดีมีคุณธรรม แลว้ ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการ เรยี นรูท้ ่ี 1) แสดงความคิดเห็นต่อวรรณกรรมเรื่อง เด็กดมี ีคณุ ธรรม เกยี่ วกบั ความรแู้ ละข้อคดิ ทีไ่ ดร้ ับ และแนวทางในการนาไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อแหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล 5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มกาหนดหมายเลข 1-4 ให้ สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม จากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มปฏบิ ตั ิ ดังน้ี - นกั เรียนคนที่ 1 สมั ภาษณน์ กั เรียนคนท่ี 2 - นักเรียนคนท่ี 3 สมั ภาษณน์ ักเรียนคนที่ 4 ใหแ้ ตล่ ะคนแสดงความคิดเห็นตอ่ วรรณกรรมเร่ือง เด็กดมี ีคณุ ธรรมเก่ียวกบั ความรู้และข้อคดิ ที่ได้รบั และแนวทางในการนาไปปรับใช้ในชีวติ ประจาวนั 6. ผู้สัมภาษณจ์ ะเกบ็ ใจความสาคญั แล้วใหน้ กั เรียน เปลยี่ นบทบาทกนั ดังนี้ - นกั เรยี นคนที่ 2 สมั ภาษณ์นักเรยี นคนท่ี 1 - นักเรยี นคนที่ 4 สมั ภาษณ์นกั เรียนคนที่ 3 สมาชกิ ในกล่มุ จะหมนุ เวยี นกันสรุปใจความที่ ไดร้ ับฟงั จากการสัมภาษณ์ให้เพื่อนนักเรียนคนอ่ืน ๆ ฟงั ว่า เพ่ือนได้แสดงความคดิ เห็นตอ่ วรรณกรรมเรื่อง เด็กดีมีคุณธรรม เก่ียวกบั ความรแู้ ละข้อคดิ ทไี่ ด้รับ และแนวทางในการนาไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน อย่างไรบ้าง เช่น - นกั เรียนคนท่ี 1 บอกกับนักเรียนคนที่ 3 และคนท่ี 4 เกย่ี วกับใจความสาคญั ที่นักเรียนคนท่ี 2 ใหส้ ัมภาษณ์ - นักเรยี นคนท่ี 2 บอกกบั นักเรียนคนท่ี 3 และคนที่ 4 เกี่ยวกับใจความสาคัญท่นี ักเรยี นคนท่ี 1 ใหส้ มั ภาษณ์
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - นักเรียนคนที่ 3 บอกกบั นักเรียนคนที่ 1 และคนท่ี 2 เกีย่ วกับใจความสาคญั ทน่ี ักเรยี นคนที่ 4 ให้ สมั ภาษณ์ - นกั เรียนคนท่ี 4 บอกกับนกั เรียนคนท่ี 1 และคนที่ 2 เกีย่ วกับใจความสาคัญท่ีนักเรยี นคนท่ี 3 ให้สัมภาษณ์ 7. สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั สรุปผลการแสดงความ คดิ เหน็ ตอ่ วรรณกรรมเร่ือง เด็กดมี คี ุณธรรม เกยี่ วกับ ความรูแ้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ ับ และแนวทางในการนาไป ปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวัน 8. ตัวแทนแต่ละกลุ่มรายงานผลการสรุปของกลุ่ม หน้าชน้ั เรียน ครูตรวจสอบและประเมนิ การนาเสนอ ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม - ขัน้ การสรุปและการดาเนนิ ผลการค้นควา้ 9. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายและแสดงความคิดเห็น โดยให้เหตผุ ลเพ่ือระบุข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่าน วรรณกรรมเรื่อง เด็กดมี ีคุณธรรม เพอื่ นาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวัน
แผนการจดั ชือ่ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 5 เรอ่ื ง ส รายวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศ ครผู สู้ อน นางสาวฐติ ิรตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตวั ชี้วัดผลการเรยี นรู้ เนอื้ หาสาระ ภาระงาน / การ ช้ินงาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรียบเรยี งคา - การแต่งประโยคได้ - ใบงานเรอ่ื ง - ตรวจใ เป็นประโยคได้ตรงตามเจตนา ถูกต้องนั้น จะต้องมี สว่ นประกอบของ - ตรวจแ ของการส่อื สาร ความรู้ความเข้าใจเรือ่ ง ประโยค ส่วนประกอบของ ประโยค
ดการเรียนรู้ เรอื่ ง เรยี นร้เู รอื่ งประโยค สว่ นประกอบของประโยค ศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาที่ใช้ 1 ชว่ั โมง รวดั และ กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ แหล่งเรียนรู้ ะเมินผล - ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. หนงั สอื เรียน ใบงาน แบบฝกึ หดั 1. ครูนาบัตรคา 3 ชดุ มาติดบนกระดาน แลว้ ให้ 2. แบบฝึกหัด นักเรยี นนามาเรียงต่อกนั ใหเ้ ป็นประโยคลงในสมุดของ 3. ใบงาน ตนเอง 4. บตั รคา - ชดุ ท่ี 1 อยาก ลูกบอล เลน่ เจา้ ปุย - ชุดที่ 2 โรงเรียน นอ้ ง ไป ชอบ - ชดุ ที่ 3 อะไร ตู้ อยู่ ใน 2. ครูขออาสาสมัครนักเรยี นอ่านประโยคที่เรียบเรียง ไว้ท้งั 3 ชดุ จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบ ความถูกต้องตามที่ครเู ฉลยบัตรคาในแตล่ ะชดุ 3. ครอู ธิบายให้นักเรยี นเข้าใจวา่ การนาคาชนดิ ต่าง ๆ มาเรยี งกันให้ไดใ้ จความสมบูรณ์ เรยี กวา่ ประโยค - ขั้นต้งั คาถาม 4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจดั การ เรียนรู้ที่ 1) ร่วมกันศึกษาความรู้เรอ่ื ง ประโยค ตาม ประเดน็ ความรู้ทคี่ รูกาหนด ดังนี้ 1) สว่ นประกอบของประโยค 2) ตัวอย่างการจาแนกสว่ นประกอบของ ประโยค
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล - ขน้ั เตรียมการค้นหาคาตอบ 5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวางแผนศกึ ษาความรู้ เร่ือง ประโยค ตามประเดน็ ความรูท้ ค่ี รกู าหนด พร้อมแบง่ หนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบให้สมาชิกแตล่ ะคน ในกลมุ่ 6. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความร้เู ร่อื ง ประโยค ตามประเดน็ ความรู้ท่คี รูกาหนด จาก หนงั สอื เรยี น ตามท่ีไดว้ างแผนไว้ 7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนนาเสนอสรปุ ความรู้ เรื่อง ประโยค ตามประเด็นความรู้ท่ีครกู าหนด ดังน้ี - ส่วนประกอบของประโยค - ตวั อย่างการจาแนกส่วนประกอบของ ประโยค 8. ครตู รวจสอบความถูกต้อง แล้วส่มุ นักเรียนจาแนก ส่วนประกอบของประโยคท่ีครกู าหนด ดังนี้ - แม่ซักผา้ - มาลีร้อยมาลัย - นอ้ งปัน่ จกั รยาน 9. นกั เรียนแต่ละคนทาใบงาน เรอื่ ง ส่วนประกอบ ของประโยค 10. ครูส่มุ เลขท่ีนักเรียน 5-6 คน นาเสนอการ จาแนกสว่ นประกอบของประโยคในใบงาน หนา้ ชนั้ เรยี น
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล 11. ครูตรวจสอบความถูกต้อง และกลา่ วชมเชย นกั เรยี นที่มีความร้คู วามเขา้ ใจสามารถจาแนก สว่ นประกอบของประโยคไดอ้ ย่างถูกต้อง -ขั้นการสรปุ และการดาเนินผลการคน้ คว้า 12. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้เรื่อง ประโยค และการจาแนกส่วนประกอบของประโยค
แผนการจัด ช่อื หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 6 เรื่อ รายวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศ ครผู ้สู อน นางสาวฐติ ริ ัตน์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตัวช้วี ัดผลการเรียนรู้ เนือ้ หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรยี บเรียงคา - การแตง่ ประโยคได้ - ใบงานเร่ือชนิด - ตรวจใ เปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนา ถูกต้องนั้น จะต้องมี ของ ประโยค - ตรวจแ ของการส่อื สาร ความรู้ความเข้าใจเรือ่ ง ชนิดของประโยค
ดการเรยี นรู้ เรอื่ ง เรยี นรู้เร่อื งประโยค อง ชนิดของประโยค ศกึ ษาปีท่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาท่ใี ช้ 1 ชว่ั โมง รวดั และ กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. หนังสือเรียน ใบงาน 1. ครูเขียนประโยค 3 ชนดิ บอกชื่อประโยคแต่ละ 2. แบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด ชนิด ชนิดละ 2 ประโยค บนกระดาน จากนน้ั ให้ 3. ใบงาน นักเรียนอา่ นออกเสยี ง พร้อมกันอย่างชดั เจน - ตองนอนต่นื สาย - ทาไมปุ่นถึงไมส่ ่งการบา้ น - เอนิ ไมไ่ ด้มาโรงเรียน - การต์ ูนชอบเลน่ เกมคอมพิวเตอร์ - โตไมช่ อบกินผัก - ใครกินขนมในห้องเรยี น - ขน้ั ตง้ั คาถาม 1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการ เรียนรทู้ ี่ 1) ร่วมกนั ศึกษาความรเู้ รื่อง ชนิดของ ประโยค จากหนงั สือเรียน 2. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั จาแนกชนดิ ของ ประโยค จากตวั อย่างประโยคที่ครกู าหนด 3. ให้นักเรียนบอกความแตกต่างของประโยคแตล่ ะ ชนิด
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอื่ แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขนั้ เตรียมการคน้ หาคาตอบ 4. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มร่วมกนั พิจารณาลกั ษณะ ของประโยค และส่วนประกอบของประโยค 5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มตรวจสอบความถกู ต้องของ ประโยคท้งั 3 ชนดิ พร้อมอธบิ ายลกั ษณะของประโยค แตล่ ะชนดิ 6. ให้นักเรียนระบุลักษณะรว่ มของประโยคแตล่ ะ ชนดิ จากตัวอย่างประโยควา่ มคี วามเหมือนกนั อย่างไร 7. นกั เรยี นรว่ มกันระบุชนดิ ของประโยค และอธิบาย ลักษณะของประโยค พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ดังน้ี 1) ประโยคบอกเล่า 2) ประโยคคาถาม 3) ประโยคปฏเิ สธ - ขน้ั การสรปุ และการดาเนนิ ผลการคน้ คว้า 8. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบงาน เรื่อง ชนิดของ ประโยค เสร็จแลว้ ให้ตรวจสอบความเรยี บร้อย แล้ว แลกเปลยี่ นกันตรวจสอบความถูกต้องตามทค่ี รูเฉลย 9. ครชู มเชยนกั เรียนท่ที าใบงานไดค้ ะแนนสูง พร้อม กบั ให้เพ่ือนนกั เรียนปรบมือใหเ้ พ่อื เสริมสรา้ งกาลังใจ
แผนการจดั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 เ แผนการสอนที่ 7 เร รายวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศ ครผู ูส้ อน นางสาวฐติ ริ ัตน์ โป่อินทนะ ตาแ ตัวชีว้ ดั ผลการเรยี นรู้ เนื้อหาสาระ ภาระงาน / การ ชิ้นงาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรียบเรยี งคา - การแต่งประโยคบอก - ใบงานเรอ่ื ง - ตรวจใ เป็นประโยคได้ตรงตามเจตนา เล่า จะต้องมคี วามรู้ ประโยคบอกเล่า - ตรวจแ ของการสอื่ สาร ความเขา้ ใจในเร่อื ง ลักษณะของประโยค จึง จะสามารถสื่อสารได้ ถูกต้อง
ดการเรยี นรู้ เรอื่ ง เรียนร้เู ร่อื งประโยค รื่อง ประโยคบอกเล่า ศึกษาปีท่ี 2 รหัสวิชา ท 12101 แหนง่ พนักงานราชการ เวลาท่ใี ช้ 2 ช่วั โมง รวดั และ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรียนรู้ ะเมินผล - ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน 1. หนังสือเรียน ใบงาน แบบฝกึ หัด 1. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาใบค้ าตามแถบ 2. แบบฝกึ หดั ประโยคท่ีครเู ตรยี มไว้ แลว้ ให้เพือ่ นชว่ ยกันตอบเป็น 3. ใบงาน ประโยคบอกเล่า เช่น 4. ใบความรู้ - ฉันวา่ ยน้า แมวจบั หนู ครูสอนหนงั สือ ฉนั ทากับข้าว 2. ครูเฉลยคาตอบทถ่ี ูกต้อง แล้วนาแถบประโยค แสดงบนกระดาน เพื่อใหน้ ักเรียนอ่านออกเสยี งพร้อม กัน - ขั้นตงั้ คาถาม 3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจัดการ เรยี นร้ทู ี่ 1) รว่ มกนั ศึกษาความรเู้ รอื่ ง ประโยคบอก เล่า จากหนงั สอื เรยี น 4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันจาแนกสว่ นประกอบ ของประโยคในแถบประโยคขั้นที่ 1 พร้อมอธบิ าย ลักษณะของประโยคบอกเลา่ - ขั้นเตรยี มการค้นหาคาตอบ 5. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ลกั ษณะของประโยคบอกเลา่
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 6. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั พิจารณาลักษณะ ของประโยค และส่วนประกอบของประโยคบอกเลา่ จากน้ันแต่งประโยคตามทคี่ รูกาหนด เช่น - ประธานของประโยคทาอะไร - ประธานของประโยคทาอะไร ทไ่ี หน - ประธานของประโยคทาอะไร ที่ไหน เมื่อไร - ประธานของประโยคทาอะไร ทไ่ี หน เม่ือไร อยา่ งไร 7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มตรวจสอบความถกู ต้องของ ประโยค แลว้ ใหต้ วั แทนกลุม่ ออกไปเขยี นประโยคบน กระดาน แล้วอ่านประโยคใหเ้ พื่อนฟงั หน้าชั้นเรียน ครตู รวจสอบความถูกต้อง - ข้ันการสรุปและการดาเนนิ ผลการค้นคว้า 8. นักเรยี นแต่ละคนทาใบงาน เรอ่ื ง การแต่งประโยค บอกเลา่ 9. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละคน (เรียงตามลาดับเลขที่) ออกมานาเสนอประโยคบอกเล่าคนละ 1 ประโยค หนา้ ชน้ั เรยี น ครูตรวจสอบและประเมินการนาเสนอ ของนักเรยี น จากน้ันใหต้ วั แทนนักเรียนเก็บรวบรวม ใบงานสง่ ครตู รวจ
แผนการจดั ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 8 เร รายวิชาภาษาไทย ชนั้ ประถมศ ครูผู้สอน นางสาวฐิตริ ัตน์ โปอ่ ินทนะ ตาแ ตัวชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เนอื้ หาสาระ ภาระงาน / การ ช้นิ งาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรียบเรียงคา - การแต่งประโยค เปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนา คาถาม จะตอ้ งมคี วามรู้ - แบบฝกึ หดั - ตรวจแ ของการสอ่ื สาร ความเขา้ ใจในเรอ่ื ง - แบบประเมิน - ตรวจแ ลกั ษณะของประโยค จงึ การนาเสนอ การนาเส จะสามารถส่ือสารได้ ถูกต้อง
ดการเรียนรู้ เรื่อง เรยี นรู้เรื่องประโยค ร่ือง ประโยคคาถาม ศกึ ษาปที ี่ 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ชั่วโมง รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สือ่ แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล 1. หนงั สอื เรียน 2. แบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั - ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน 3. แบบบนั ทึก ความรู้ แบบประเมิน 1. ครูถามนักเรยี นว่า ถา้ นักเรียนต้องการทราบวา่ สนอ เพ่ือนชอบรับประทานอะไร นักเรียนจะมีวธิ กี ารถาม อย่างไร เพื่อให้ได้คาตอบจากเพ่อื น 2. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน 3-4 คน ยืนขนึ้ บอกคาถาม ของตนเอง 3. ครูอธบิ ายใหน้ ักเรยี นเข้าใจวา่ การตั้งคาถาม จะต้องมีคาที่แสดงให้เหน็ ว่าต้องการคาตอบ -ขน้ั ตั้งคาถาม 4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รื่อง ประโยคคาถาม เพ่ืออธบิ ายลักษณะของประโยค คาถาม และกาหนดสถานการณ์เพ่ือแตง่ ประโยค คาถามในการสื่อสารให้สอดคลอ้ งและถูกต้อง - ขัน้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั วางแผนการศึกษาและ ปฏิบตั กิ จิ กรรมที่ครูกาหนด 1. 6. สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ กาหนดความรบั ผิดชอบใน การศกึ ษาและปฏิบตั ิกิจกรรมตามความเหมาะสม
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือแหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 7. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิ กิจกรรมที่ครูกาหนดตามท่ีได้วางแผนรว่ มกนั ดงั รายละเอยี ด ดงั น้ี 1) อธบิ ายและสรุปลักษณะของประโยค คาถาม 2) กาหนดสถานการณ์เพื่อแต่งประโยค คาถามในการส่ือสาร 3) บันทึกกจิ กรรมในแบบบันทึกความรู้ 8. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รายงานผลการปฏบิ ตั ิ กจิ กรรม หนา้ ชน้ั เรียน ครูตรวจสอบและประเมนิ การ นาเสนอของนักเรียนแต่ละกลมุ่ จากน้นั ใหต้ วั แทน นักเรียนเก็บรวบรวมแบบบนั ทกึ ความรูส้ ่งครู - ขน้ั การสรปุ และการดาเนินผลการค้นคว้า 9. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เร่ือง ลกั ษณะของ ประโยคคาถาม และการแต่งประโยค 10. ครตู รวจสอบความถูกต้อง จากน้นั สรปุ ให้ นักเรยี นฟงั เพิ่มเติม เพ่ือใหน้ ักเรียนมคี วามรแู้ ละ ความเขา้ ใจในลกั ษณะของประโยคคาถาม และเห็น ความสาคญั ของการแตง่ ประโยคให้ถกู ตอ้ ง ซ่ึงนาไปสู่ การสอื่ สารได้เขา้ ใจตรงกนั
แผนการจดั ช่ือหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 9 เ แผนการสอนที่ 9 เร รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศ ครผู สู้ อน นางสาวฐติ ริ ัตน์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตวั ชวี้ ัดผลการเรียนรู้ เนือ้ หาสาระ ภาระงาน / การ ประ ท 4.1 ป.2/3 เรียบเรยี งคา ชิ้นงาน เปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนา - ตรวจใ ของการสือ่ สาร - การแต่งประโยคปฏเิ สธ - แบบฝกึ หัด - ตรวจแ จะตอ้ งมีความรู้ความ - ใบงานเรื่องการ เข้าใจในเร่ืองลกั ษณะ แต่งประโยค ของประโยค จึงจะ ปฏเิ สธ สามารถส่ือสารได้ถูกต้อง
ดการเรียนรู้ เรอื่ ง เรยี นร้เู รอ่ื งประโยค ร่ือง ประโยคปฏิเสธ ศกึ ษาปีท่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหนง่ พนักงานราชการ เวลาที่ใช้ 2 ชัว่ โมง รวดั และ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล - ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน 1. หนังสอื เรียน ใบงาน 1. ครใู หน้ กั เรยี นอ่านตวั อย่างประโยคบนกระดาน 2. แบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด ดงั น้ี 3. ใบงาน 4. ใบความรู้ - หมายเลข 1 คุณพ่ออา่ นหนังสือพิมพ์ - หมายเลข 2 คณุ แม่ไม่ได้ไปทางาน - หมายเลข 3 ทาไมเธอไม่ไปกินข้าว - หมายเลข 4 พี่ไม่อยากไปทะเล 2. นกั เรียนช่วยกันพจิ ารณาตัวอยา่ งประโยคบน กระดานวา่ ประโยคท้ัง 4 หมายเลข เหมือนหรือ แตกต่างกันอย่างไร -ขนั้ ตั้งคาถาม 3. นักเรยี นร่วมกันจาแนกลักษณะของประโยคตาม ความเข้าใจของนักเรียน จากนัน้ ครเู ฉลยคาตอบที่ ถกู ต้อง และอธิบายให้นักเรยี นเข้าใจเก่ียวกบั ความ แตกตา่ งของประโยคบอกเล่า ประโยคคาถาม และ ประโยคปฏเิ สธ - ข้ันเตรียมการคน้ หาคาตอบ 4. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจดั การ เรยี นรทู้ ี่ 1) ร่วมกันศึกษาความรเู้ รื่อง ประโยคปฏิเสธ จากหนงั สือเรียน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334