ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่ือแหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล 5. ครแู จกชดุ เรยี บเรยี งประโยคปฏเิ สธ ให้นักเรยี น กลุ่มละ 1 ใบ จากนั้นให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั เรียบเรยี งคาใหเ้ ปน็ ประโยค 6. ครชู ้ีแจงใหน้ ักเรียนทราบว่า ความสาเร็จของกลุม่ นั้นจะตอ้ งอาศัยผลจากการร่วมมือกันและช่วยเหลอื กนั 7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มตรวจสอบความถกู ต้องของ ประโยค จากนน้ั ส่งตวั แทนออกมานาเสนอหน้าช้ัน เรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง รวมถึงการให้ คาแนะนาหรอื เสนอแนะให้แกไ้ ขสาหรบั กลุ่มท่ีมี ขอ้ บกพร่อง 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ทาใบงาน เร่ือง การแต่ง ประโยคปฏิเสธ โดยให้สมาชกิ ทกุ คนในกลุม่ เรยี บ เรยี งคาและแตง่ ประโยคด้วยตนเอง เม่ือทาเสร็จแล้ว ให้นาส่งครตู รวจ 9. ครนู าคะแนนของสมาชกิ ทุกคนในกลุม่ มารวมกนั เป็นคะแนนกลมุ่ จากน้นั กลา่ วคาชมเชยและนา ผลงานของนักเรียนกลมุ่ ท่ีได้คะแนนสูงสุดมาแสดงให้ นกั เรียนดูเป็นตัวอยา่ ง - ขั้นการสรุปและการดาเนนิ ผลการคน้ ควา้ 10. ครูให้นกั เรียนกลุ่มที่ไดค้ ะแนนสงู สดุ สรปุ ความรู้ เรอ่ื ง ลกั ษณะของประโยคปฏิเสธ และการแตง่ ประโยคให้เพื่อนๆ ฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง แล้วสรุปใหน้ ักเรยี นฟงั อกี รอบ
แผนการจัด ช่อื หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 เ แผนการสอนที่ 10 เร รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศ ครผู ้สู อน นางสาวฐิติรัตน์ โป่อินทนะ ตาแ ตวั ชี้วัดผลการเรยี นรู้ เน้ือหาสาระ ภาระงาน / การ ชิน้ งาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรียบเรียงคา - การแต่งประโยค - แบบฝึกหดั - ตรวจแ เปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนา จะต้องมีความรู้ความ - ใบงานเร่ืองการ - ตรวจใบ แต่งประโยค ของการส่ือสาร เขา้ ใจในเรื่องลกั ษณะ ของประโยค จงึ จะ สามารถแตง่ ประโยคได้ ตามเจตนาของการ สื่อสาร
ดการเรยี นรู้ เรือ่ ง เรียนรเู้ ร่อื งประโยค ร่ือง การแต่งประโยค ศึกษาปีท่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาท่ใี ช้ 2 ชั่วโมง รวดั และ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อแหล่งเรียนรู้ ะเมินผล - ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น 1. หนังสือเรียน แบบฝกึ หัด บงาน 1. ครูนาบตั รภาพมาแสดงให้นักเรียนดู แลว้ ให้ 2. แบบฝกึ หดั นักเรียนแต่งประโยคเกี่ยวกบั ภาพ คนละ 1 ประโยค 3. ใบงาน 2. นกั เรยี นอ่านประโยคที่ตนเองแตง่ โดยครใู ห้ 4. ใบความรู้ นกั เรยี นรว่ มกนั พจิ ารณาว่า ประโยคของเพื่อนคนใด สามารถส่ือสารไดช้ ดั เจน - ข้ันตั้งคาถาม 3. ครเู ขียนประโยคทนี่ กั เรียนเหน็ วา่ ส่ือสารได้ชดั เจน ลงบนกระดาน แล้วให้นักเรยี นสงั เกตส่วนประกอบ ของประโยค - ข้นั เตรยี มการคน้ หาคาตอบ 4. นักเรยี นแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดมิ จากแผนการจดั การ เรยี นร้ทู ี่ 1)รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เร่อื ง การแต่ง ประโยค จากหนังสือเรียน 5. ครใู ห้สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ ร่วมกนั แต่งประโยค 3 ประโยค ตามท่ีครูกาหนด เช่น - ใคร ทาอะไร - ใคร ทาอะไร ท่ีไหน - ใคร ทาอะไร อยา่ งไร 6. สมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ จับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ ละค่ปู ฏบิ ัติกจิ กรรม ดังน้ี
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - สมาชกิ คนที่ 1 อา่ นรายละเอยี ดของประโยค และ แตง่ ประโยค - สมาชิกคนที่ 2 เปน็ ฝ่ายสังเกตตรวจสอบ ความถูกต้องของประโยคให้สมาชิกแตล่ ะคูเ่ ปลีย่ น บทบาทกันเมอื่ แตง่ ประโยคครบท้งั 3 ประโยค 7. นักเรียนรวมกลมุ่ เดิม (4 คน) ใหแ้ ตล่ ะคูน่ า ประโยคของคูต่ นเองมานาเสนอให้เพื่อนอกี คูห่ นึ่งฟัง เพอื่ ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันทาใบงาน เรื่อง การแต่ง ประโยค เสร็จแล้วให้ตรวจสอบความเรียบร้อย 8. ครสู ุ่มตัวแทนนักเรยี น 1 กลุ่ม ออกมานาเสนอ ประโยคทั้ง 3 ชนิด หน้าช้นั เรยี น เมอ่ื เสร็จแลว้ ให้ เรียกตัวแทนนกั เรยี นกลุ่มต่อไปออกมานาเสนอ ครู ตรวจสอบและประเมินการนาเสนอของนักเรียนแต่ ละกล่มุ จากนัน้ กล่าวชมเชยนกั เรยี นกลุ่มที่แต่ง ประโยคได้ดี และถูกต้องตามชนิดของประโยค 9. นกั เรียนแตล่ ะคนทากจิ กรรมรวบยอด ข้อ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ จากแบบฝกึ หดั ฯ เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครตู รวจ - ขน้ั การสรุปและการดาเนนิ ผลการค้นคว้า 10. นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรูเ้ รือ่ ง การแต่ง ประโยค ทัง้ 3 ชนดิ ครูตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั สรปุ เสริม เพ่ือใหน้ ักเรียนเกิดความรู้และ ความเข้าใจสามารถแต่งประโยคสือ่ สารกบั ผู้อ่นื ได้ เข้าใจตรงกัน
แผนการจดั ชอ่ื หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 11 เรื่อง รายวิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศ ครูผ้สู อน นางสาวฐิติรัตน์ โป่อินทนะ ตาแห ตัวชวี้ ัดผลการเรียนรู้ เนื้อหาสาระ ภาระงาน / การ ช้นิ งาน ประ ท 4.1 ป.2/3 เรยี บเรยี งคา - การเรียบเรยี งคาเป็น เปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนา ประโยคและเป็น - แบบฝึกหดั - ตรวจแ ของการส่อื สาร เรอ่ื งราว จะต้องมีความรู้ - ใบงานเร่ืองการ - ตรวจใบ ความเข้าใจเร่ืองประโยค การเรียบเรียง และฝกึ ฝนใหเ้ กิดความ ประโยคเป็น ชานาญ เรื่องราวจากภาพ
ดการเรียนรู้ เร่อื ง เรยี นรเู้ รือ่ งประโยค ง การเรยี บเรยี งประโยค ศกึ ษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 หน่ง พนกั งานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ช่ัวโมง รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. หนังสือเรยี น แบบฝึกหดั บงาน 1. ครนู าบัตรภาพมาแสดงให้นักเรียนดู แลว้ ถาม 2. แบบฝกึ หัด นักเรยี นว่า บตั รภาพดงั กลา่ วนา่ จะเป็นภาพประกอบ 3. ใบงาน นิทานเรอ่ื งใด เพราะเหตใุ ดนักเรียนจึงคิดเชน่ นัน้ 4. ใบความรู้ - ขน้ั ตงั้ คาถาม 2. ครูแจ้งให้นกั เรียนทราบว่า ครจู ะฝึกใหน้ ักเรียน เขยี นเรียบเรียงประโยคของนิทานเร่อื ง กระตา่ ยกบั เต่า - ขนั้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 3. นักเรียนศกึ ษาความรู้เร่ือง การเรียบเรยี งประโยค จากหนงั สอื เรยี น 4. ครใู หน้ ักเรยี นพิจารณาประโยคทีก่ าหนด และ บัตรภาพของนทิ านเรื่อง กระตา่ ยกบั เตา่ พรอ้ ม อธบิ ายวิธีการเรยี บเรยี งประโยคอยา่ งเป็นขั้นตอน 5. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถาม และแสดงความ คิดเห็น เพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจเบื้องต้น 6. ครใู หน้ ักเรยี นฝึกเรียบเรยี งประโยคของนทิ าน เร่อื ง กระตา่ ยกบั เต่า ตามแบบ เพอื่ ใหเ้ กิดความ เขา้ ใจและสามารถปฏิบัติได้
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือแหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 7. ครใู ห้นกั เรยี นเขียนนิทานเรอ่ื ง กระตา่ ยกับเต่า โดยเพ่ิมประโยคทเี่ ป็นรายละเอยี ด หรอื เหตุการณ์ สาคัญในเรื่อง จากนัน้ เรียบเรียงประโยคให้ได้ ใจความสละสลวย 8. สมาชิกแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการ เรียนร้ทู ี่ 1) เล่านทิ านเร่ือง กระต่ายกับเต่า ในแบบ ของตนเองให้เพื่อนฟังจนครบทุกคนในกลุ่ม จากน้นั แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับผลงานนิทานของเพ่ือน - ขัน้ การสรปุ และการดาเนินผลการคน้ คว้า 9. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปหลักการเรยี บเรยี ง ประโยคใหเ้ ป็นเรื่องราวและได้ใจความสละสลวย 10. นักเรียนแต่ละคนทาใบงาน เร่อื ง การเรยี บเรียง ประโยคเป็นเรอื่ งราวจากภาพ 11. ครูสุ่มเลขทีน่ ักเรยี น 2-3 คน นาเสนอการเรยี บ เรยี งประโยคเปน็ เร่ืองราวจากภาพในใบงานที่ 9.8 หนา้ ชนั้ เรียน ครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบและ แสดงความคิดเหน็ จากนน้ั ให้ตัวแทนนกั เรียนเก็บ รวบรวมใบงานสง่ ครูตรวจ
แผนการจดั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 เ แผนการสอนที่ 12 เร่ือง หลักก รายวชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศึก ครผู สู้ อน นางสาวฐิติรตั น์ โป่อินทนะ ตาแ ตวั ชี้วดั ผลการเรียนรู้ เน้ือหาสาระ ภาระงาน / การ ช้ินงาน ประ ท 2.1 ป.2/3 เขียนเรอื่ งส้นั ๆ - การเขียนเร่ืองตาม ตามจนิ ตนาการ จินตนาการ ผ้เู ขียนต้อง - แบบฝึกหดั - ตรวจใ ท 2.1 ป.2/4 มีมารยาทใน รวบรวมความรคู้ วามคิด - ใบงานเร่ือง - ตรวจแ การเขยี น อยา่ งเป็นระบบ และมี การเขยี นเรื่อง มารยาทในการเขียน ตามจินตนาการ
ดการเรียนรู้ เร่ือง เรยี นรเู้ รอ่ื งประโยค การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ กษาปที ี่ 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช้ 1 ชัว่ โมง รวดั และ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือแหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. หนังสอื เรยี น ใบงาน แบบฝกึ หดั 1. ครสู นทนากับนกั เรยี นเก่ยี วกบั ภาพยนตร์เรื่อง แฮ 2. แบบฝึกหัด ร่ี พอตเตอร์ ว่านกั เรียนคนใดเคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ 3. ใบงาน บ้าง ใหน้ ักเรยี นทีเ่ คยดชู ่วยกันเล่าเรื่องและแสดง ความคิดเห็นเกย่ี วกับเร่ือง ถ้าไม่มีนักเรียนเคยดูให้ครู เป็นผูเ้ ล่า 2. ครอู ธบิ ายว่า ภาพยนตรเ์ รื่องนเี้ ขียนขึน้ ตาม จินตนาการของ ผูแ้ ต่ง ไม่ใชเ่ รื่องจริง เหตกุ ารณใ์ น เรอ่ื งเปน็ เร่ืองราวทีเ่ กยี่ วข้องกับเดก็ ชายพ่อมด -ขนั้ ตั้งคาถาม 3. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ความหมายของ คาว่า จนิ ตนาการ โดยครูสุม่ เลขท่ี นักเรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเหน็ ใหเ้ พ่ือน ฟังหน้าช้ันเรียน 4. ครูอธิบายถึงประโยชน์ของการเขียนเร่ืองตาม จินตนาการ โดยยกตัวอย่างผู้แต่งเร่ือง แฮรี่ พอต เตอร์ ท่รี า่ รวยมหาศาลจากคา่ ลิขสิทธใ์ิ นการแตง่ เร่ือง ซง่ึ ปัจจุบันนมี้ นี กั เขียนไทยหลายคนท่ยี ังเป็นนักเรียน ได้ใหค้ วามสนใจเขียนเรื่องแนวน้ี
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อแหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ข้นั เตรียมการคน้ หาคาตอบ 5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดมิ จากแผนการจัดการ เรยี นรู้ท่ี 1) ร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่ือง การเขียนเร่ือง ตามจนิ ตนาการ และมารยาทในการเขียน จาก หนงั สอื เรยี น และห้องสมุด 6. ครูกาหนดใหน้ ักเรียนสรุปความรูต้ ามประเด็นท่ี กาหนด ดงั น้ี 1) ข้อควรปฏบิ ตั ใิ นการเขียนเร่อื งตามจินตนาการ 2) การวางโครงเรื่องในการเขยี นตามจินตนาการ 3) มารยาทในการเขยี น 7. สมาชิกในแต่ละกลมุ่ ร่วมกันอธิบายและสรปุ ความรูต้ ามประเดน็ ที่กาหนด ดังน้ี 1) ขอ้ ควรปฏบิ ัติในการเขียนเร่ืองตาม จนิ ตนาการ 2) การวางโครงเรือ่ งในการเขียนตามจินตนาการ 3) มารยาทในการเขยี น 8. ครูสุ่มตวั แทนนักเรียน 2-3 กล่มุ สรุปความรใู้ นแต่ ละประเด็น หนา้ ชน้ั เรยี น ครแู ละนักเรยี นกลมุ่ อน่ื รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 9. ครถู ามนักเรยี นว่า การเขยี นลกั ษณะใดบ้างท่ี จดั เปน็ การเขียน เร่ืองตามจนิ ตนาการ ครสู ังเกตการ ตอบคาถามของนักเรยี น เพ่ือตรวจสอบความรคู้ วาม เขา้ ใจเรือ่ ง การเขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ 10. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบงาน เร่อื ง การเขียนเร่ือง ตามจินตนาการ เม่ือเขียนเสร็จแลว้ ให้ตรวจสอบ ความเรียบรอ้ ย
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขน้ั การสรปุ และการดาเนินผลการคน้ ควา้ 11. นกั เรยี นแตล่ ะคนออกมานาเสนอผลงานในใบ งานท่ี 9.10 หนา้ ช้ันเรยี น 12. ครูตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ จากนนั้ ให้ตวั แทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครู
แผนการจัด ชอื่ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 13 เร่ือง หลักก รายวิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศ ครูผสู้ อน นางสาวฐติ ิรตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตัวช้ีวัดผลการเรยี นรู้ เนอื้ หาสาระ ภาระงาน / การ ท 2.1ป.2/3 เขยี นเรอื่ งสนั้ ๆ - การเขียนเร่ืองตาม ชิน้ งาน ประ ตามจนิ ตนาการ จนิ ตนาการ ผูเ้ ขยี นต้อง ท 2.1 ป.2/4 มีมารยาทใน รวบรวมความรคู้ วามคิด - แบบฝึกหดั - ตรวจใ การเขียน อย่างเปน็ ระบบ และมี มารยาทในการเขยี น - ใบงานเร่อื ง การ - ตรวจแ เขียนเร่ืองตาม จินตนาการ
ดการเรียนรู้ เรอื่ ง เรยี นร้เู รื่องประโยค การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ ศึกษาปีท่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหนง่ พนกั งานราชการ เวลาทใ่ี ช้ 1 ชวั่ โมง รวดั และ กิจกรรมการเรยี นรู้ สือ่ แหล่งเรียนรู้ ะเมินผล - ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1.หนงั สือเรยี น ใบงาน แบบฝึกหดั 1. ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ียวกบั ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง แฮรี่ 2. แบบฝึกหดั พอตเตอร์ ว่านักเรยี นคนใดเคยดภู าพยนตร์เรอ่ื งนี้บ้าง 3. ใบงาน ใหน้ กั เรียนท่ีเคยดูชว่ ยกนั เลา่ เร่อื งและแสดงความ คดิ เห็นเกี่ยวกับเรื่อง ถา้ ไม่มีนักเรยี นเคยดูให้ครเู ปน็ ผู้ เลา่ 2. ครอู ธิบายวา่ ภาพยนตร์เร่ืองนีเ้ ขียนขึน้ ตาม จนิ ตนาการของ ผ้แู ต่ง ไม่ใชเ่ ร่ืองจรงิ เหตุการณใ์ น เรอ่ื งเปน็ เรื่องราวทเี่ ก่ยี วข้องกับเดก็ ชายพ่อมด - ขน้ั ตั้งคาถาม 3. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ความหมายของ คาว่า จนิ ตนาการ โดยครสู มุ่ เลขท่ี นกั เรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นใหเ้ พ่ือน ฟังหน้าช้ันเรยี น 4. ครูอธิบายถึงประโยชน์ของการเขียนเร่ืองตาม จินตนาการ โดยยกตัวอย่างผู้แต่งเรื่อง แฮร่ี พอต เตอร์ ท่รี า่ รวยมหาศาลจากค่าลขิ สิทธใ์ิ นการแต่งเรอ่ื ง ซ่งึ ปัจจบุ ันนมี้ ีนักเขยี นไทยหลายคนทีย่ งั เปน็ นักเรียน ได้ใหค้ วามสนใจเขยี นเร่ืองแนวนี้
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อแหล่งเรียนรู้ ะเมนิ ผล - ขน้ั เตรยี มการค้นหาคาตอบ 5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดมิ จากแผนการจัดการ เรยี นรทู้ ี่ 1) ร่วมกนั ศึกษาความรูเ้ ร่ือง การเขยี นเร่ือง ตามจนิ ตนาการ และมารยาทในการเขยี น จาก หนงั สอื เรียน และห้องสมดุ 6. ครกู าหนดให้นกั เรยี นสรุปความรู้ตามประเดน็ ที่ กาหนด ดงั น้ี 1) ขอ้ ควรปฏบิ ัตใิ นการเขยี นเรอ่ื งตาม จนิ ตนาการ 2) การวางโครงเรอ่ื งในการเขียนตาม จนิ ตนาการ 3) มารยาทในการเขียน 7. สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอธิบายและสรปุ ความรู้ตามประเดน็ ท่ีกาหนด ดงั น้ี 1) ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิในการเขียนเรื่องตาม จินตนาการ 2) การวางโครงเรอ่ื งในการเขยี นตาม จินตนาการ 3) มารยาทในการเขียน 8. ครูสมุ่ ตวั แทนนักเรียน 2-3 กลมุ่ สรุปความรู้ในแต่ ละประเดน็ หนา้ ชน้ั เรียน ครูและนักเรยี นกลุม่ อนื่ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 9. ครถู ามนกั เรยี นว่า การเขียนลกั ษณะใดบา้ งท่ี จดั เปน็ การเขียน เรอื่ งตามจินตนาการ ครสู งั เกตการ ตอบคาถามของนักเรยี น เพื่อตรวจสอบความรู้ความ เข้าใจเร่อื ง การเขียนเร่ืองตามจินตนาการ
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อแหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล 10. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงาน เรอ่ื ง การเขียนเร่ือง ตามจนิ ตนาการ เมือ่ เขียนเสรจ็ แล้วให้ตรวจสอบ ความเรียบรอ้ ย - ข้นั การสรปุ และการดาเนนิ ผลการค้นคว้า 11. นักเรยี นแตล่ ะคนออกมานาเสนอผลงานในใบ งานที่ 9.10 หนา้ ชนั้ เรียน 12. ครตู รวจสอบและแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ จากน้ันใหต้ ัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครู
แผนการจัด ชือ่ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 เ แผนการสอนท่ี 14 เรื่อง การเข รายวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศ ครผู สู้ อน นางสาวฐิติรตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตัวชี้วดั ผลการเรียนรู้ เน้ือหาสาระ ภาระงาน / การ ชิน้ งาน ประ ท 2.1 ป.2/3 เขียนเรือ่ งสน้ั ๆ - การเขียนเรื่องตาม ตามจนิ ตนาการ จนิ ตนาการ จะต้อง - แบบฝึกหดั - ตรวจใ ท 2.1 ป.2/4 มีมารยาทใน รวบรวมความร้คู วามคิด - ใบงาน เรื่อง - ตรวจแ การเขยี น อยา่ งเปน็ ระบบ โดย สวนสนกุ ใน - ตรวจใบ ฝกึ ฝนการใช้ความคิด จินตนาการ ริเริ่มสร้างสรรค์ และ - ใบงานเร่อื ง คานึงถึงมารยาทในการ การเขยี นเร่ือง เขยี น ตามจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์
ดการเรียนรู้ เร่อื ง เรียนรเู้ รือ่ งประโยค ขียนเรอ่ื งตามจินตนาการของฉัน ศกึ ษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหนง่ พนักงานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ช่ัวโมง รวดั และ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือแหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น 1. หนังสือเรียน ใบงาน แบบฝึกหัด 1. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ อ่านทบทวนผลงานการเขยี น 2. แบบฝกึ หัด บงาน เรอ่ื งตามจนิ ตนาการจากใบงาน 3. ใบงาน - ข้ันตง้ั คาถาม 2. สมาชกิ ในแต่ละกลุม่ รว่ มกันแสดงความคดิ เห็น เก่ียวกบั การวางโครงเรื่อง และความสมั พันธ์ สอดคล้องของการเขียนเหตกุ ารณส์ าคัญในเร่ืองทั้ง 4 เหตุการณ์ - ขนั้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 3. สมาชิกในแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันทบทวนความรู้ เกีย่ วกับหลักการเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ ตาม ประเดน็ ที่ครกู าหนด ดงั นี้ - การวางโครงเร่ือง - การเรยี บเรยี งใหเ้ ปน็ เร่ืองราว - การตรวจทานเรอื่ งทเ่ี ขยี น และขดั เกลา สานวน 4. ครูอธบิ ายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจว่า การเขียนเรอื่ งตาม จนิ ตนาการจะต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลจากการ อ่าน การสงั เกต และการสรา้ งจินตนาการอยา่ ง สร้างสรรค์
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล 5. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ เลือกเขียนเรือ่ งตาม จนิ ตนาการตามท่ีสมาชิกกลุ่มสนใจ 6. สมาชิกกลุม่ ชว่ ยกันพิจารณาและตดั สินใจเลือก เรอ่ื งทจ่ี ะเขียนตามจนิ ตนาการ 1 เร่อื ง 7. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุม่ วางโครงเร่ืองที่จะเขียน กาหนดรายละเอยี ดของเร่ืองด้วยตนเอง จากนน้ั ลง มือเขยี นในใบงาน เร่ือง การเขียนเร่อื งตาม จินตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์ - ข้นั การสรปุ และการดาเนินผลการค้นคว้า 8. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มนาผลงานการเขยี นจากใบงาน มาแลกเปลี่ยนกันอ่าน จากนั้นผลัดกันแสดงความ คิดเหน็ หรือเสนอแนะขอ้ บกพร่องเพื่อแก้ไข 9. ตัวแทนนักเรยี นแต่ละกลมุ่ เก็บรวบรวมใบงาน ส่ง ครูตรวจ เพื่อประเมินผลและใหค้ าแนะนาในการ ปรับปรุงแก้ไขผลงานในการปรบั ปรุงแก้ไขผลงาน
แผนการจดั ชือ่ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 10 เ แผนการสอนท่ี 1 เรือ่ รายวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ครูผู้สอน นางสาวฐิติรัตน์ โปอ่ ินทนะ ตาแ ตัวช้วี ดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชิ้นงาน ประ ท 1.1 ป.2/1 - การอา่ นออกเสยี ง - ใบงานเรอ่ื ง - ตรวจใ อา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง วรรณกรรมเร่ือง ใน ประโยคบอกเล่า - ตรวจแ - แบบฝกึ หัด ข้อความ และบทร้อยกรอง ห้องสมุดโรงเรียน ง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง จะต้องอา่ นออกเสยี งให้ ถกู ต้อง และชัดเจน
ดการเรยี นรู้ เรื่อง ภาษาไทย ภาษาถนิ่ อง การอ่านออกเสียง กษาปที ่ี 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาทใี่ ช้ 2 ชัว่ โมง รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอื่ แหลง่ เรยี นรู้ ะเมินผล - ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. หนังสอื เรียน ใบงาน 1.ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาเก่ียวกับข้อปฏิบัติ 2. แบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด หรือมารยาท ในการใชห้ ้องสมุด แล้วให้นักเรยี น 3. แบบประเมิน ยกตัวอยา่ งประกอบ - ขั้นต้งั คาถาม 2. ครูชแ้ี จงเกีย่ วกับการใชห้ ้องสมดุ ในโรงเรยี น และ กล่าวถงึ วธิ ีการอ่านในใจเพ่ือใหน้ ักเรยี นสามารถ ปฏิบัตไิ ดอ้ ยา่ งมมี ารยาท 3. ครูแจ้งให้นกั เรียนทราบวา่ ครูจะใหน้ ักเรียนฝกึ อ่านออกเสยี งวรรณกรรมเร่ือง ในหอ้ งสมุดโรงเรยี น จากหนังสือเรยี น - ข้ันเตรยี มการคน้ หาคาตอบ 4. ครูแบ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกัน ตามความ สามารถ คือ เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน จากนั้นนกั เรยี น และ 5. ครูวางแผนร่วมกันในการศึกษาวรรณกรรมเรอ่ื ง ในห้องสมดุ โรงเรียน โดยกาหนดความมุ่งหมายเพื่อ การอ่านออกเสียงที่ถกู ต้อง และชดั เจนครกู าหนด
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล ประเด็นการศกึ ษาและปฏิบัตกิ จิ กรรม ดงั น้ี 1) หลกั การอ่านออกเสยี งวรรณกรรมเรื่อง ใน ห้องสมุด โรงเรียน 2) ฝกึ อา่ นออกเสียงวรรณกรรมเรือ่ ง ใน หอ้ งสมุดโรงเรยี น 6. ครูและนักเรยี นรว่ มกันกาหนดกจิ กรรมของแต่ละ ประเดน็ โดยกาหนดสือ่ ทจี่ ะศึกษาขอ้ มลู จาก หนงั สือเรยี น และห้องสมุด 4.นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ วางแผนการศึกษาคน้ ควา้ และกาหนดผรู้ ับผิดชอบ เม่อื ศึกษาแล้วสมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มรายงานผล และขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม 7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาและรวบรวมความรู้ เก่ยี วกับหลักการอ่านออกเสียง และฝกึ อ่านออก เสยี งวรรณกรรมเรอื่ ง ในหอ้ งสมุดโรงเรยี น 8. นักเรียนรวบรวมข้อมูลมาจัดระบบเพ่ือนาเสนอใน รปู แบบตา่ งๆ ตามมติของสมาชิกกลมุ่ 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอผล การศึกษาและขัน้ ตอนการปฏิบตั ิกิจกรรม โดย เลือกใชร้ ปู แบบและวิธีการ ท่ีสร้างสรรค์ ดังน้ี 1) หลักการอา่ นออกเสยี งวรรณกรรมเรื่อง ในห้องสมดุ โรงเรยี น 2) อา่ นออกเสยี งวรรณกรรมเร่อื ง ใน หอ้ งสมุดโรงเรยี น 10. นักเรียนกลมุ่ อน่ื หมนุ เวียนกันอภิปรายแสดง ความคดิ เห็นในการนาเสนอผลงานของเพื่อนกล่มุ อื่นๆ
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ข้นั การสรปุ และการดาเนนิ ผลการคน้ ควา้ 11. นักเรยี นอ่านออกเสยี งวรรณกรรมเร่ือง ใน ห้องสมดุ โรงเรียน กบั ครูเป็นรายกลุ่ม 12. ครปู ระเมนิ การนาเสนอผลงาน และการอา่ น ออกเสียงตามจดุ ประสงค์ของหนว่ ย
แผนการจัด ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 เ แผนการสอนท่ี 2 เร่ือง กา รายวิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศ ครผู สู้ อน นางสาวฐติ ริ ตั น์ โปอ่ นิ ทนะ ตาแ ตวั ชีว้ ัดผลการเรียนรู้ เน้ือหาสาระ ภาระงาน / การ ชิน้ งาน ประ ท 1.1 ป.2/2 อธบิ าย - การอ่านออกเสยี ง ความหมายของคาและ วรรณกรรมเรอ่ื ง ใน - ใบงานเร่ือง - ตรวจใ ข้อความท่อี ่าน ห้องสมุดโรงเรยี น คาศัพท์กบั - ตรวจแ จะตอ้ งอธบิ าย ความหมาย ความหมายของคาได้ - แบบฝกึ หดั
ดการเรยี นรู้ เรื่อง ภาษาไทย ภาษาถ่ิน ารบอกความหมายของคา ศึกษาปที ่ี 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาท่ใี ช้ 2 ชั่วโมง รวดั และ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สือ่ แหล่งเรียนรู้ ะเมนิ ผล - ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน 1. หนงั สือเรียน ใบงาน 2. แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด 1.ครใู หน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งคาศพั ท์ทีไ่ ดจ้ าก 3. ใบงาน วรรณกรรมเรือ่ ง ในห้องสมุดโรงเรียน คนละ 1 คา 4. ใบความรู้ โดยครูเขียนใหน้ กั เรียนดบู นกระดาน - ขน้ั ต้ังคาถาม 2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคาศัพทบ์ นกระดานพรอ้ ม กนั จากนน้ั ครูขออาสาสมคั รนักเรียนอธิบาย ความหมายของคา 3. ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แล้วอธบิ าย ความหมายของคาศัพทใ์ หน้ ักเรียนฟงั เพื่อให้ นักเรียนเกิดความรแู้ ละความเข้าใจในความหมาย ของคาศัพท์ - ขัน้ เตรยี มการค้นหาคาตอบ 4. ครูใหน้ ักเรียนจับคู่กบั เพื่อนทนี่ ัง่ ใกล้กัน แล้วอา่ น ออกเสียงวรรณกรรมเร่ือง ในหอ้ งสมุดโรงเรยี น เพ่ือ เปน็ การทบทวนความรู้ 5. ครูกาหนดข้อความจากนทิ านเร่ือง ราชสีหก์ ับหนู แจกใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคู่ จากนั้นใหน้ กั เรยี นรว่ มกัน อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคาจาก ตัวอยา่ งข้อความท่ีได้รบั
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล 6. นกั เรียนแต่ละคู่ออกมาอา่ นออกเสียงและบอก ความหมายของคาจากขอ้ ความนทิ านเร่อื ง ราชสีหก์ บั หนู หน้าชนั้ เรียน 7. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้ กล่าวชมเชย นกั เรยี นคูท่ ี่อา่ น ออกเสยี ง และบอกความหมาย ของคาได้ถกู ต้อง เพ่ือเสริมสร้าง กาลังใจ 8. นกั เรยี นแตล่ ะคู่ทาใบงาน เรือ่ ง คาศัพท์กบั ความหมาย โดยนกั เรยี นแตล่ ะคนคิดหาคาตอบดว้ ย ตนเองจนครบทุกขอ้ จากน้ันผลดั กันอภปิ รายคาตอบ จนได้ข้อสรปุ แลว้ เขียนคาตอบลงในใบงาน 9. ครูสมุ่ นักเรียนแตล่ ะคเู่ ฉลยคาตอบในใบงาน คู่ละ 1 ข้อ จนครบทุกข้อ จากนน้ั ให้ตวั แทนนกั เรยี นเก็บ รวบรวมใบงาน ส่งครู - ขัน้ การสรปุ และการดาเนินผลการค้นควา้ 10. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความหมายของคา จากวรรณกรรมเร่ือง ในห้องสมดุ โรงเรยี น รวมถึง ประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการร้แู ละเข้าใจความหมายของ คาศัพท์
แผนการจดั ชื่อหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 10 เ แผนการสอนที่ 3 เร่ือง การ รายวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศ ครผู ้สู อน นางสาวฐิตริ ตั น์ โปอ่ ินทนะ ตาแ ตัวชีว้ ัดผลการเรยี นรู้ เนือ้ หาสาระ ภาระงาน / การ ชิ้นงาน ประ ท 1.1 ป.2/3 ตั้งคาถามและ - การอา่ นวรรณกรรม ตอบคาถามเก่ยี วกับเร่ืองท่ี เร่อื ง ในหอ้ งสมุด - แบบประเมิน - ตรวจแ อา่ น โรงเรียน จะตอ้ งตง้ั การทางานกลุ่ม - ตรวจแ คาถามและตอบคาถาม - แบบฝกึ หดั จากเรอ่ื งทีอ่ า่ นได้
ดการเรยี นรู้ เรื่อง ภาษาไทย ภาษาถนิ่ รตง้ั คาถามและตอบคาถาม ศึกษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาทใ่ี ช้ 2 ชวั่ โมง รวัดและ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือแหลง่ เรียนรู้ ะเมินผล - ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. หนงั สอื เรยี น แบบประเมิน 2. แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัด 1. นักเรยี นอ่านทบทวนความรู้วรรณกรรมเรือ่ ง ใน 3. แบบประเมิน ห้องสมุดโรงเรยี น จากหนังสือเรียน - ขัน้ ตั้งคาถาม 2. ครูถามนกั เรยี นวา่ การเข้าห้องสมุดมปี ระโยชน์ อยา่ งไร จากนน้ั ครสู มุ่ เลขทน่ี ักเรยี น 3-4 คน บอก ประโยชน์ของการเข้าห้องสมุด - ขั้นเตรียมการคน้ หาคาตอบ 3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจัดการ เรียนร้ทู ี่ 1) รว่ มกนั ตัง้ คาถามและตอบคาถามจาก วรรณกรรมเรื่อง ในห้องสมุดโรงเรยี น จากหนังสือ เรยี น 4. สมาชิกแตล่ ะคนในกล่มุ ต้ังคาถามและตอบคาถาม จากวรรณกรรมเรื่อง ในห้องสมุดโรงเรียน คนละ 2 คาถาม แล้วเขยี นลงในสมุด 5. สมาชกิ แตล่ ะคนอ่านคาถามและตอบคาถามจาก วรรณกรรมเร่อื ง ในหอ้ งสมุดโรงเรยี น ด้วยตนเองจน ครบทกุ คาถาม จากนัน้ จบั คู่กับเพือ่ นในกลมุ่ ผลดั กนั อา่ นคาถามและตอบคาถามใหค้ ู่ของตนเองฟัง
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สือ่ แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล 6. นกั เรยี นรวมกล่มุ 4 คน ผลดั กันอ่านคาถามและ ตอบคาถาม ให้เพ่ือนอีกคหู่ น่งึ ในกลุม่ ฟัง เพ่ือคัดเลือก คาถามและคาตอบ ท่ี ครอบคลุมเนอ้ื หาจาก วรรณกรรมเรือ่ ง ในหอ้ งสมุดโรงเรียน 7. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ของคาถาม และคาตอบ จากน้ันคัดเลอื กคาถามทดี่ ี ทสี่ ุด กลุ่มละ 3 คาถาม ออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน 8. ครสู ุ่มนกั เรียนแต่ละกล่มุ ตอบคาถามทเ่ี พื่อน นาเสนอ โดยให้กลมุ่ เจา้ ของคาถามตรวจสอบความ ถกู ต้องของคาตอบครอบคลมุ เนอื้ หาจากวรรณกรรม เร่อื ง ในห้องสมุดโรงเรยี น 9. ครสู ังเกตการนาเสนอคาถาม และการตอบคาถาม ของนักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม จากน้ันกล่าวชมเชยนกั เรยี น กลุ่มท่ีนาเสนอคาถาม และกลุ่มทต่ี อบคาถามได้ ถูกต้อง เพื่อเสริมกาลังใจ -ข้นั การสรุปและการดาเนินผลการค้นควา้ 10. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ บอกประโยชน์ท่ีได้รับจาก การตง้ั คาถามและตอบคาถามจากวรรณกรรมเร่ือง ในห้องสมุดโรงเรียน 11. ครชู ีไ้ ปทน่ี กั เรียนกลุ่มใดให้ตวั แทนนักเรียนยนื ขึน้ บอกประโยชน์ทไี่ ดร้ บั จากการตงั้ คาถามและตอบ คาถามจากวรรณกรรมท่ีอ่าน ครูตรวจสอบความ ถูกต้อง
แผนการจดั ชือ่ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 10 เ แผนการสอนที่ 4 เรอื่ ง รายวิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศ ครูผ้สู อน นางสาวฐิตริ ัตน์ โปอ่ นิ ทนะ ตาแ ตวั ช้วี ัดผลการเรียนรู้ เนือ้ หาสาระ ภาระงาน / การ ช้นิ งาน ประ ท 1.1 ป.2/4 ระบใุ จความ - การอา่ นวรรณกรรม สาคัญและรายละเอียดจาก เรื่อง ในหอ้ งสมดุ - แบประเมนิ การ - ตรวจแ เร่ืองที่อา่ น โรงเรยี น จะต้องระบุ ทางานกลุ่ม - ตรวจแ ใจความสาคัญและ - แบบฝึกหัด รายละเอยี ดของเรื่องท่ี อา่ นได้
ดการเรยี นรู้ เรื่อง ภาษาไทย ภาษาถน่ิ การระบใุ จความสาคัญ ศกึ ษาปที ่ี 2 รหสั วิชา ท 12101 แหน่ง พนักงานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ชวั่ โมง รวัดและ กิจกรรมการเรยี นรู้ สือ่ แหลง่ เรียนรู้ ะเมินผล - ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. หนังสอื เรียน แบบประเมิน แบบฝกึ หัด 1. ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับความสาคัญของ 2. แบบฝกึ หัด การตง้ั คาถามและการตอบคาถามจากวรรณกรรมที่ 3. แบบประเมิน อ่าน - ข้นั ตั้งคาถาม 2. ครูอธิบายให้นกั เรยี นฟังวา่ การตั้งคาถามและ ตอบคาถามจากเรื่องที่อา่ น จะทาใหน้ ักเรียนสามารถ สรุปใจความสาคญั ของเร่ืองได้ - ขน้ั เตรยี มการคน้ หาคาตอบ 3. นักเรียนอา่ นทบทวนวรรณกรรมเรอ่ื ง ในหอ้ งสมุด โรงเรียน จากหนงั สือเรยี น 4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันจับใจความสาคญั จาก วรรณกรรมเรอื่ ง ในหอ้ งสมุดโรงเรยี น โดยใหส้ มาชิก ในแต่ละกลุ่มจบั คู่กันเปน็ 2 คู่ แล้วให้แตล่ ะคูป่ ฏบิ ัติ กจิ กรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ 1 อา่ นวรรณกรรมเรื่อง ใน หอ้ งสมุดโรงเรยี น และเขยี นสรุปใจความสาคัญ - สมาชิกคนที่ 2 เป็นฝา่ ยสังเกต ตรวจสอบ ความถูกตอ้ งของใจความสาคัญ
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื แหล่งเรียนรู้ ะเมนิ ผล เมื่อเสร็จแล้วใหส้ มาชิกแตล่ ะคู่เปลยี่ นบทบาทกนั 5. นักเรียนรวมกลมุ่ เดิม (4 คน) ใหแ้ ต่ละคนู่ า ใจความสาคญั ของคตู่ นเองมานาเสนอใหเ้ พ่ือนอีกคู่ หนึง่ ในกลุ่มฟัง เพ่ือชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 6. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกล่มุ ออกมาสรปุ ใจความ สาคญั และรายละเอยี ดของวรรณกรรมเรื่อง ใน ห้องสมดุ โรงเรยี น หน้าช้ันเรียน ครูตรวจสอบและ ประเมนิ การนาเสนอการสรุปใจความสาคัญของ นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ - ข้ันการสรปุ และการดาเนินผลการค้นคว้า 7. ครูสุ่มนกั เรียนเลขคู่ร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั และ รายละเอียดของวรรณกรรมเร่ือง ในห้องสมดุ โรงเรยี น ให้เพือ่ นๆ ฟัง 8. ครแู ละเพื่อนนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความ ถูกต้อง จากนั้น ครูสรปุ ให้นักเรยี นฟังอีก 1 คร้ัง
แผนการจดั ชอ่ื หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 10 เ แผนการสอนที่ 5 เรื่อง การแสดงควา รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศ ครูผู้สอน นางสาวฐิติรตั น์ โป่อนิ ทนะ ตาแ ตวั ช้วี ัดผลการเรยี นรู้ เนอื้ หาสาระ ภาระงาน / การ ท 1.1 ป.2/5 - การอา่ นวรรณกรรม ชิน้ งาน ประ แสดงความคิดเห็นและ เร่ือง ในหอ้ งสมดุ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่อง โรงเรียน จะชว่ ยให้ - ใบงาน เรอ่ื งการ - ตรวจใ ที่อา่ น สามารถแสดงความ คดิ เห็นและคาดคะเน แสดงความ - ตรวจแ เหตกุ ารณ์จากเรอ่ื งได้ คิดเห็นและ คาดคะเน เหตกุ ารณ์ - แบบฝึกหัด
ดการเรียนรู้ เรื่อง ภาษาไทย ภาษาถ่ิน ามคดิ เห็นและการคาดคะเนเหตกุ ารณ์ ศึกษาปีที่ 2 รหสั วิชา ท 12101 แหนง่ พนกั งานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ช่วั โมง รวดั และ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ แหลง่ เรียนรู้ ะเมนิ ผล - ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน - หนงั สอื เรยี น ใบงาน แบบฝึกหดั 1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลุม่ เดมิ จากแผนการจัดการ - แบบฝกึ หดั เรยี นรู้ท่ี 1) ร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั - ใบงาน ลักษณะนิสยั ของราชสหี ์ - ขัน้ ต้ังคาถาม 2. ครถู ามนกั เรยี นว่า จากนสิ ัยของราชสหี ์ดังกลา่ ว สามารถ คาดเดาเหตุการณไ์ ด้หรือไม่วา่ เหตุการณ์ที่ เกิดข้นึ ต่อไป จะเปน็ อยา่ งไร - ข้ันเตรียมการค้นหาคาตอบ 3. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เร่ือง การอา่ นเพ่ือแสดงความ คดิ เหน็ และคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องท่ีอา่ น 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั อา่ นวรรณกรรมเร่ือง ในห้องสมดุ โรงเรยี น (ราชสหี ์กบั หนู) จากหนงั สือ เรียน เพอื่ แสดงความคิดเหน็ และคาดคะเนเหตุการณ์ 5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มอ่านวรรณกรรมเร่ือง ใน ห้องสมดุ โรงเรยี น (ราชสหี ก์ บั หน)ู อยา่ งคร่าวๆ เพอ่ื จบั ใจความสาคัญของเร่ือง และพิจารณารายละเอยี ด ต่างๆ จากเร่ืองท่ีอา่ นอยา่ งละเอียด 6. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มตงั้ คาถามจากเรือ่ งที่อา่ น ซึ่ง คาถามครอบคลุมรายละเอียด ดงั น้ี เปน็ เรือ่ ง
ตวั ชี้วดั ผลการเรยี นรู้ เน้อื หาสาระ ภาระงาน / การ ชน้ิ งาน ประ
รวัดและ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล เกย่ี วกบั ใคร ทาอะไร ท่ีไหน เมื่อไร มผี ลอย่างไร จากเรอื่ งนีน้ า่ จะมเี หตกุ ารณ์ใดเกิดข้ึนและมีคณุ ค่า อย่างไร แลว้ จดในสมุดบนั ทึก เพื่อทบทวนความ เขา้ ใจของกลุ่มตนเอง 7. นกั เรยี นอา่ นวรรณกรรมเร่ือง ในหอ้ งสมุดโรงเรียน (ราชสหี ์กบั หน)ู อีกหน่ึงครงั้ โดยอ่านอย่างละเอยี ด และตอบคาถามที่ต้ังไว้ในสมดุ บันทึก 8. นกั เรียนบนั ทึกรายละเอียดและข้อมลู ทส่ี าคญั อยา่ งส้นั ๆ ลงในสมุดนักเรียนแต่ละกลุม่ สรปุ ใจความ สาคัญของวรรณกรรมเร่ือง ในหอ้ งสมุดโรงเรียน (ราชสหี ์กบั หน)ู โดยเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเอง ถ้ายงั ไมแ่ น่ใจในบทใดหรือตอนใดของเร่อื งที่อ่านให้ กลับไปอ่านซ้าใหม่ 9. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มแสดงความคิดเห็นและ คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเร่ืองทีอ่ ่านลงในใบงาน เร่ือง การแสดงความคดิ เห็นและคาดคะเนเหตุการณ์ - ข้นั การสรุปและการดาเนินผลการค้นคว้า 10. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอการ แสดงความคิดเห็น 11. ครูตรวจสอบและประเมนิ การนาเสนอของ นักเรยี น
แผนการจดั ชื่อหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 เ แผนการสอนท่ี 6 เร รายวิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศ ครูผสู้ อน นางสาวฐิติรตั น์ โปอ่ ินทนะ ตาแ ตวั ช้ีวัดผลการเรยี นรู้ เนื้อหาสาระ ภาระงาน / การ ประ ท 5.1 ป.2/1 ระบุข้อคดิ ทีไ่ ด้ ชิ้นงาน จากการอา่ นหรอื การฟัง - ตรวจใ วรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื - การอ่านวรรณกรรม - แบบประเมนิ - ตรวจแ นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน เรื่อง ในห้องสมุด การทางานกลุ่ม โรงเรียน จะตอ้ งระบุ - แบบฝึกหดั ความรแู้ ละข้อคดิ จาก เรอ่ื งที่อา่ นเพือ่ นาไปปรับ ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ อยา่ งเหมาะสม
ดการเรยี นรู้ เร่ือง ภาษาไทย ภาษาถ่นิ รอ่ื ง การระบุข้อคดิ ศกึ ษาปที ่ี 2 รหัสวิชา ท 12101 แหน่ง พนกั งานราชการ เวลาทีใ่ ช้ 2 ชว่ั โมง รวดั และ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื แหล่งเรยี นรู้ ะเมนิ ผล - ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน 1. หนังสือเรยี น ใบงาน แบบฝกึ หัด 1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกับการระบุ 2. แบบฝึกหดั ขอ้ คิดจากเรื่องที่อา่ น 3. แบบประเมนิ - ข้นั ต้ังคาถาม 2. ครใู ห้นักเรยี นเปรยี บเทยี บลกั ษณะนิสยั ของหนูกบั ราชสหี ์ จากนน้ั ครูสมุ่ เลขทนี่ ักเรียน 2-3 คน สรุปผล การเปรียบเทยี บ พรอ้ มแสดงความคดิ เห็น ประกอบดว้ ย - ข้นั เตรยี มการคน้ หาคาตอบ 3. ครใู ห้สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จาก แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1) แสดงความคิดเหน็ และ ยกตัวอยา่ งเกีย่ วกับความรแู้ ละข้อคดิ ที่ได้รับจากการ อ่านวรรณกรรมเร่ือง ในห้องสมดุ โรงเรียน 4. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มผลัดกนั แสดงความคดิ เห็น และยกตัวอยา่ งเกี่ยวกับความรแู้ ละข้อคดิ ที่ไดร้ ับจาก การอา่ นวรรณกรรมเรื่อง ในห้องสมดุ โรงเรยี น จากนั้นรวบรวมและจาแนกความแตกตา่ งของความรู้ และขอ้ คิดท่ีไดร้ ับจากการอ่าน 5. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสรุปผลการ แสดงความคิดเหน็ และยกตัวอยา่ งเกยี่ วกบั ความรู้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334