Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แฟ้มสะสมงานนักเรียน 2565 พลวรรธน์ ใจเชื้อ

แฟ้มสะสมงานนักเรียน 2565 พลวรรธน์ ใจเชื้อ

Published by sasikamol, 2023-04-20 03:40:22

Description: แฟ้มสะสมงานนักเรียน 2565
๑๐๖๙ พลวรรธน์ ใจเชื้อ

Search

Read the Text Version

89 ๑.๓ ดา้ นการเรียนรู้ ๑) พฒั นาการ/ความสามารถ  พัฒนาการ/ความสามารถเทยี บเท่ากับอายจุ ริง  พัฒนาการ/ความสามารถล่าชา้ กว่าอายจุ รงิ ๑ – ๓ ปี  พัฒนาการ/ความสามารถลา่ ชา้ กว่าอายุจรงิ ๓ ปี ขึน้ ไป ๒) การชว่ ยเหลอื ตนเอง  สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้  สามารถชว่ ยเหลือตนเองได้บ้าง  ไมส่ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ ๑.๔ ดา้ นสทิ ธคิ นพกิ าร/สนับสนุนช่วยเหลือจากองคก์ รภาครัฐหรือเอกชน ๑) เบี้ยยังชพี คนพิการ  ไดร้ ับ จานวน ๑,๐๐๐ บาท/เดือน  ไมไ่ ดร้ ับ เน่ืองจาก................................................................................................................ ๒) บรกิ ารฟื้นฟทู างการแพทย์  ไดร้ ับ (ระบโุ รงพยาบาล) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ไม่ได้รบั เน่อื งจาก................................................................................................................ ๓) บริการเทคโนโลยี สอ่ื ส่งิ อานวยความสะดวก  ได้รบั (ระบุสิ่งท่ีไดร้ ับ) ส่ือสง่ิ อานวยความสะดวก สอ่ื บริการฯ (ระบหุ นว่ ยงานทไี่ ดร้ บั ) ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง  ไมไ่ ด้รบั เนอื่ งจาก............................................................................................................... ๔) ทุนการศกึ ษา/เงินชว่ ยเหลอื อ่ืน ๆ  ได้รบั (ระบุชือ่ ทนุ การศึกษา/เงินช่วยเหลอื อืน่ ๆ)................................................................ จานวน.......................บาท/เดอื น  ไม่ได้รบั เน่อื งจาก................................................................................................................ ๕) รบั บรกิ ารสวสั ดกิ ารทางสงั คม  ได้รับ (สงิ่ ทีไ่ ดร้ บั เชน่ บริการเคสเมเนเจอร์ บรกิ ารรบั สง่ ไปโรงพยาบาล ฯลฯ ระบ)ุ .......... (หนว่ ยงานทไี่ ด้รับ เช่น พมจ. กสศ. ฯลฯ ระบุ )..................................................................  ไม่ไดร้ ับ เนอื่ งจาก...............................................................................................................

90 ๒. ขอ้ มลู ด้านครอบครัว ๒.๑ ข้อมูลบิดา  มีชีวติ อยู่  ถงึ แก่กรรม  ไม่มีขอ้ มลู ชอ่ื -นามสกุล บิดา นายเอนก ใจเชอื้ อายุ ๔๕ ปี เช้ือชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย ศาสนา พุทธ  ไมม่ งี านทา  มงี านทา อาชพี รับจ้าง รายได้ ๙,๐๐๐ บาท/เดอื น ระดับการศึกษา  ไมไ่ ดร้ บั การศกึ ษา  ประถมศกึ ษา  มัธยมศกึ ษา/ปวช  ปวส/อนุปรญิ ญา  ปรญิ ญา ทอ่ี ยู่ปัจจุบนั  ทอี่ ยเู่ ดียวกบั นักเรียน  ทีอ่ ย่ตู ่างจากนกั เรยี น (โปรดกรอกข้อมลู ) บ้านเลขที่ ๑๘๓ ตรอก/ซอย - หมทู่ ี่ ๘ ชอ่ื หมู่บ้าน/ถนน บา้ นปา่ มว่ ง ตาบล/แขวง นา้ โจ้ อาเภอ/เขต แมท่ ะ จงั หวัด ลาปาง รหสั ไปรษณีย์ ๕๒๑๕๐ เบอร์โทรศัพท์ - ๒.๒ ข้อมลู มารดา  มชี วี ติ อยู่  ถงึ แก่กรรม  ไมม่ ีขอ้ มลู ชื่อ-นามสกลุ มารดา นางสมจิตร ใจเช้ือ อายุ ๔๖ ปี เช้อื ชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย ศาสนา พุทธ  ไมม่ ีงานทา  มีงานทา อาชพี - รายได้ - บาท/เดือน ระดับการศกึ ษา  ไมไ่ ดร้ ับการศกึ ษา  ประถมศกึ ษา  มธั ยมศึกษา/ปวช  ปวส/อนปุ ริญญา  ปรญิ ญา ทอ่ี ยปู่ ัจจบุ ัน  ทอี่ ยู่เดียวกบั นกั เรียน  ทอ่ี ยูต่ า่ งจากนกั เรียน (โปรดกรอกขอ้ มูล) บา้ นเลขท่ี ๑๘๓ ตรอก/ซอย - หมูท่ ี่ ๘ ชอื่ หมู่บ้าน/ถนน บา้ นปา่ ม่วง ตาบล/แขวง น้าโจ้ อาเภอ/เขต แม่ทะ จังหวดั ลาปาง รหสั ไปรษณยี ์ ๕๒๑๕๐ เบอร์โทรศพั ท์ ๐๙๓ – ๒๒๗๕๐๗๑ ๒.๓ ข้อมูลผู้ปกครอง  บิดา  มารดา  ผูป้ กครองไม่ใช่บดิ า/มารดา (โปรดกรอกข้อมลู ) ชอ่ื -นามสกลุ มารดา นางสมจิตร ใจเชอ้ื อายุ ๔๖ ปี เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ  ไม่มงี านทา  มีงานทา อาชีพ - รายได้ - บาท/เดือน ระดบั การศกึ ษา  ไม่ไดร้ ับการศกึ ษา  ประถมศึกษา  มธั ยมศึกษา/ปวช  ปวส/อนุปริญญา  ปรญิ ญา

91 ท่ีอยู่ปจั จุบนั  ทอ่ี ยเู่ ดียวกับนักเรียน  ที่อยตู่ ่างจากนักเรยี น (โปรดกรอกข้อมูล) บา้ นเลขที่ ๑๘๓ ตรอก/ซอย - หมู่ท่ี ๘ ชื่อหมู่บา้ น/ถนน บา้ นปา่ มว่ ง ตาบล/แขวง นา้ โจ้ อาเภอ/เขต แม่ทะ จังหวัด ลาปาง รหสั ไปรษณีย์ ๕๒๑๕๐ เบอร์โทรศพั ท์ ๐๙๓ – ๒๒๗๕๐๗๑ รายได้ครอบครวั  ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ปี ขน้ึ ไป  ๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ปี  ไมเ่ กนิ 40,000 บาท/ปี สภาพความเปน็ อยูใ่ นครอบครวั  อยู่ร่วมกบั บิดามารดา  อยกู่ ับบดิ า  อยู่กบั มารดา  อยู่กบั ผู้อนื่ (ระบุ)....................................................................... สถานภาพของบิดามารดา  อยูด่ ้วยกัน  หยา่ ร้าง  แยกกันอยู่  บิดาถงึ แกก่ รรม  มารดาถงึ แกก่ รรม  บิดา มารดาถงึ แกก่ รรม ครอบครวั ของนกั เรยี นมีสมาชิกท้ังหมด ๔ คน ประกอบด้วย บดิ า มารดา พี่สาว นกั เรยี น บคุ คลในครอบครัวมีการใช้สารเสพตดิ  มี  ไมม่ ี เก่ยี วข้องเป็น...............................กับนักเรยี น ประเภทสารเสพติดทีใ่ ชค้ อื  บหุ รี่  สรุ า  ยาบ้า  อ่ืนๆ ระบ.ุ ............................ ความถี่ในการใชส้ ารเสพติดของบคุ คลในครอบครัว  เปน็ ประจา  บางคร้ัง บุคคลในครอบครัวเกย่ี วขอ้ งกบั การเล่นการพนัน  มี  ไม่มี ความถใ่ี นการเล่นการพนนั ของบุคคลในครอบครวั  เป็นประจา  บางครัง้ ภายในครอบครวั มีความขัดแยง้ และมีการใช้ความรุนแรง  มี  ไม่มี บคุ คลในครอบครวั เจบ็ ปว่ ยดว้ ยโรครนุ แรง/เร้อื รงั  มี  ไม่มี อาชพี บิดา/มารดา/ผปู้ กครองเส่ยี งตอ่ กฎหมาย  มี  ไม่มี ๒.๔ ด้านเศรษฐกิจครอบครัว  มรี ายได้เพยี งพอสาหรบั เลีย้ งดูครอบครวั ไดอ้ ย่างดี  มรี ายได้เพยี งพอสาหรบั เล้ียงดูครอบครวั เฉพาะท่จี าเปน็  มีหนี้สนิ  มีรายไดเ้ พียงเล็กน้อย ไมเ่ พยี งพอสาหรับครอบครวั  ไมม่ ีรายไดเ้ ลย ตอ้ งพึ่งพาผู้อื่นท้งั หมด และมีหนสี้ ิน

92 ๒.๕ ดา้ นการคุ้มครองนักเรยี น ๑) การดูแลเอาใจใส่นักเรยี น  สมาชิกทกุ คนในครอบครวั ช่วยกนั ดูแลเอาใจใส่นกั เรยี นเปน็ ประจาสมา่ เสมอ  ขาดการดแู ลเอาใจใส่/ปลอ่ ยปละละเลยนักเรยี นเปน็ บางครงั้  ขาดการดแู ลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนกั เรียน/ไม่มผี ดู้ แู ล  นกั เรยี นถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ  นักเรียนถูกทารา้ ยทารณุ ๒) การชว่ ยเหลือในการพฒั นานกั เรียน  สมาชกิ ทกุ คนในครอบครวั เขา้ ใจ/รว่ มมอื ในการชว่ ยเหลือในการพัฒนานักเรยี นเปน็ อย่างดี  สมาชกิ ในครอบครัวบางคนไมม่ คี วามเข้าใจ/รว่ มมอื ในการชว่ ยเหลอื ในการพฒั นานักเรยี น  สมาชกิ ทุกคนในครอบครัวขาดความเขา้ ใจ/รว่ มมือในการช่วยเหลือในการพัฒนานักเรยี น ๒.๖ ด้านเจตคตติ ่อนกั เรยี น  ครอบครัวมคี วามคาดหวังในการพัฒนานกั เรยี น  นกั เรียนสามารถพฒั นาไดแ้ ละมกี ารแสวงหาความรู้ในการพัฒนานักเรียนอย่เู สมอ  มีความคาดหวงั ในการพัฒนานกั เรยี นแต่ไมม่ ีการแสวงหาความรเู้ พื่อนามาพฒั นานักเรยี น  ไมม่ ีความคาดหวงั ในการพฒั นานกั เรยี นและนกั เรยี นเป็นภาระของครอบครัว ๒.๗ ด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะของผูป้ กครองในการพัฒนานักเรยี น ๑) ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะของผูป้ กครองในการจดั กจิ กรรมเพื่อพฒั นานกั เรียน  มกี ารจดั กจิ กรรมเพื่อพัฒนานักเรยี นเป็นประจาทกุ วนั  มีการจัดกจิ กรรมเพ่อื พัฒนานักเรยี นเป็นบางคร้งั  ไมเ่ คยมีการจัดกจิ กรรมเพอื่ พฒั นานักเรยี น ๒) ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะของผู้ปกครองในการฝึกด้วยเทคนคิ /กจิ กรรม  มกี ารฝึกด้วยเทคนิค/กจิ กรรมทห่ี ลากหลายเป็นประจาทกุ วัน  มีการฝึกดว้ ยเทคนคิ /กจิ กรรมเปน็ บางครง้ั  ไม่เคยฝึกด้วยเทคนิค/กิจกรรม

93 ๓. ข้อมูลดา้ นสภาพแวดลอ้ ม ๓.๑ สภาพแวดลอ้ มภายในศูนย์การศึกษาพเิ ศษประจาจังหวัดลาปาง/หนว่ ยบริการ ๑) บริเวณภายในหอ้ งเรียนอาคารเรียน  สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรยี น/อาคารเรียนมคี วามเหมาะสมกับความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษของ นกั เรยี นและปลอดภยั ตอ่ การดารงชีวิต  สภาพแวดล้อมในห้องเรยี น/อาคารเรียนบางอย่างขาดความเหมาะสมกบั ความตอ้ งการจาเป็น พเิ ศษของนกั เรยี นแตย่ ังสามารถใชไ้ ด้อยา่ งปลอดภัยตอ่ การดารงชวี ิต  สภาพแวดลอ้ มในหอ้ งเรยี น/อาคารเรียนบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษของนกั เรยี นและไมป่ ลอดภัยต่อการดารงชีวติ  สภาพแวดลอ้ มในห้องเรียน/อาคารเรยี นทกุ อยา่ งไมม่ คี วามเหมาะสมกบั ความตอ้ งการจาเป็น พิเศษของนักเรยี นและไมป่ ลอดภยั ต่อการดารงชวี ติ ระบรุ ายละเอยี ดเพมิ่ เติม........................................................................................................................................... ๒) บรเิ วณภายนอกอาคารเรียน  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นมคี วามเหมาะสมกับความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษของนกั เรยี น และปลอดภยั ต่อการดารงชีวิต  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ ของนกั เรียนแต่ยังสามารถใชไ้ ดอ้ ย่างปลอดภยั ต่อการดารงชวี ติ  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความต้องการจาเป็นพเิ ศษ ของนกั เรยี นและไมป่ ลอดภัยต่อการดารงชีวิต  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรียนทกุ อยา่ งไม่มคี วามเหมาะสมกบั ความต้องการจาเป็นพเิ ศษของ นกั เรยี นและไม่ปลอดภยั ต่อการดารงชีวติ ระบุรายละเอยี ดเพ่ิมเติม........................................................................................................................................... ๓) ผเู้ ก่ียวขอ้ ง  ครู/พีเ่ ลีย้ งเด็กพกิ าร/ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านให้ราชการ ทุกคนพร้อมให้การชว่ ยเหลือนกั เรยี น  คร/ู พีเ่ ลีย้ งเดก็ พกิ าร/ผปู้ ฏบิ ัตงิ านให้ราชการ บางคนละเว้นไมใ่ หก้ ารช่วยเหลอื นักเรยี น  คร/ู พี่เลีย้ งเด็กพกิ าร/ผู้ปฏบิ ตั ิงานให้ราชการ บางคนรังเกียจนักเรียน  เพ่ือนทุกคนยอมรบั /ใหเ้ ขา้ กลมุ่ ทากิจกรรม  เพอ่ื นบางคนไมย่ อมรับ/ไมใ่ หเ้ ขา้ กลุม่ ทากิจกรรม  เพือ่ นทุกคนไมย่ อมรบั /ไมใ่ หเ้ ขา้ กลุ่มทากิจกรรม

94 ๓.๒ สภาพแวดล้อมภายในบา้ น ๑) บรเิ วณภายในบา้ น  สะอาดปลอดภัยเอื้อต่อการพฒั นาศักยภาพนกั เรยี น  สะอาดปลอดภยั แตไ่ มเ่ อือ้ ต่อการพัฒนาศักยภาพนกั เรยี น  ไม่สะอาดและไมป่ ลอดภยั ๒) บริเวณภายนอกบ้าน  สะอาดปลอดภัยเออื้ ตอ่ การพัฒนาศักยภาพนักเรยี น  สะอาดปลอดภยั แตไ่ มเ่ อ้อื ตอ่ การพัฒนาศกั ยภาพนักเรียน  ไมส่ ะอาดและไมป่ ลอดภัย ๓.๓ สภาพแวดล้อมภายในชุมชน ๑) เจตคติของชุมชนทม่ี ีตอ่ นกั เรยี นและครอบครวั  เป็นภาระของสังคม  พรอ้ มให้ความชว่ ยเหลอื  ความเชอื่ เรอ่ื งเวรกรรม  มีสทิ ธเิ ทา่ เทียมกบั คนทวั่ ไป  นา่ รังเกียจ  คนพิการสามารถพฒั นาได้  ไมส่ นใจ ๒) ความสัมพนั ธ์ของนักเรยี นกับชมุ ชน  เปน็ ทรี่ จู้ ักในชมุ ชน  มีสว่ นร่วมในชมุ ชน  เป็นท่ีรักของคนในชุมชน  ชมุ ชนใหค้ วามช่วยเหลือ  ไมม่ คี นในชุมชนรจู้ ัก  ไมส่ นใจ  สรา้ งความเดอื ดรอ้ นใหค้ นในชุมชน

95 แบบรวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียน ตามกรอบคดิ แนวเชงิ นเิ วศ (Ecological System) และกรอบการประเมินของฟานไดจ์ค (The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities) ชื่อ-นามสกลุ นกั เรยี น เดก็ ชายพลวรรธน์ ใจเชอื้ ช่อื เลน่ โนโน่ ระดับช้นั ช่วยเหลอื ระยะแรกเริ่ม ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทการรบั บริการ หน่วยบรกิ าร ชอ่ื สถานศกึ ษา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง อาเภอ เมอื งลาปาง จังหวดั ลาปาง ข้อมูล ณ วนั ท่ี ๓๑ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง

96 รวบรวมขอ้ มูลผเู้ รียน ข้อมูลของผ้เู รียน ๑. ข้อมูลของผ้เู รยี น ชือ่ -นามสกลุ นกั เรียน เดก็ ชายพลวรรธน์ ใจเช้อื ชือ่ เล่น โนโน่ เชอื้ ชาติ ไทย อายุ ๖ ปี เพศ ชาย ประเภทความพิการ บกพร่องทางร่างกายฯ โรคประจาตวั - ลักษณะความพิการ นักเรยี นมีพฤติกรรมอยไู่ มน่ ง่ิ ไม่มีสมาธิจดจอ่ ในการทากจิ กรรม นักเรยี นใช้ภาษาไม่สมวยั สามารถพูดออก เสยี ง และทาตามคาส่งั อยา่ งงา่ ยได้ แต่ยงั ไมส่ ามารถพูดส่อื สารดว้ ยคาหรอื ประโยคได้ นกั เรยี นสามารถดูแลตัวเองใน ชีวิตประจาวันไดน้ อ้ ยในการรบั ประทานอาหาร การอาบน้า แปรงฟัน และการแต่งกาย ตอ้ งกระตนุ้ ในการปฏบิ ัติ กจิ วตั รประจาวนั อย่เู สมอ ช่วงความสนใจสั้น สนใจสง่ิ รอบตวั น้อย ดูแลสขุ ภาพตนเองไดน้ อ้ ย และมีความระมัดระวงั เร่อื งความปลอดภยั ตนเองน้อย พฤติกรรมของผเู้ รียน พฤติกรรมสว่ นบคุ คล นกั เรยี นมพี ฤติกรรมอยู่ไมน่ ่งิ นักเรียนชอบแยกตวั ออกมาอยู่ตามลาพัง ชอบเล่นคนเดยี ว เมื่อทากิจกรรม กลมุ่ ไมย่ อมเขา้ รว่ มกิจกรรม ไม่สามารถปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ า นกั เรียนมีลักษณะกล้ามเนือ้ แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถ ลกุ ขน้ึ ยนื ได้ดว้ ยตนเอง ไม่สามารถยนื ทรงตวั ไดด้ ว้ ยตนเอง และไมส่ ามารถเดนิ ไดด้ ้วยตนเอง พฤติกรรมการเรียนรู้ นักเรียนสามารถแสดงความต้องการของตนเอง โดยการออกเสยี ง จับมือ และแสดงการปฏิเสธโดยการ แสดงออกทางท่าทางและสีหน้าไมพ่ ึงพอใจและใช้มือผลักออก นักเรยี นไม่สามารถสื่อสารดว้ ยคาพดู หรือประโยค ยาวๆ ได้ สามารถฟังและทาตามคาสงั่ งา่ ยๆ เช่น หยบิ ขอ เดิน และสามารถทาตามตวั แบบได้ นกั เรียนทากจิ กรรม ตา่ งๆ ไดโ้ ดยการจบั มือทา หรือมีผดู้ ูแลคอยช่วยเหลือทุกขนั้ ตอนในการทากิจวตั รประจาวนั เชน่ การล้างมือ แปรง ฟนั อาบนา้ แตง่ ตวั และการขบั ถ่าย บางครั้งนกั เรยี นสามารถทาไดด้ ว้ ยตนเองแตต่ อ้ งคอยกระตุน้ นกั เรยี นสามารถ หยบิ อาหารเข้าปากและเจาะกล่องนมเพือ่ ดื่มเองได้ และสามารถทากิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ารเสริมแรงทางบวก ดว้ ยของท่ีนกั เรยี นชอบ เช่น นมกลอ่ ง ของเลน่ ที่มเี สียง เปน็ ต้น นกั เรียนสามารถเรียนรู้ไดโ้ ดยผ่านการมอง การฟงั การจับมือทาโดยเป็นคาสง่ั ง่ายๆ เป็นลาดบั ข้ันตอน โดยการกระตุ้นเตือนทางกายและวาจา วธิ ที ่กี ารสอนท่ีนกั เรียน ใหค้ วามรว่ มมอื มากทส่ี ดุ คือ การใหร้ างวลั คาชมเชย และการปรบมอื กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษประจาจังหวัดลาปาง

97 ภาพนักเรยี น กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจังหวัดลาปาง

98 รวบรวมข้อมลู ผ้เู รียน ข้อมูลความสามารถผู้เรยี น ความสามารถพื้นฐานของผเู้ รยี น จดุ ออ่ น ๑.๑ ความสามารถพ้ืนฐานทางดา้ นรา่ งกาย ๑. เมอื่ ให้นักเรยี นปลอ่ ยวตั ถใุ นจดุ ท่ีกาหนด นักเรยี น จดุ เดน่ ไม่สามารถปลอ่ ยวตั ถุตามเป้าหมายได้ ซ่ึงจะตอ้ งใช้ ๑. เม่ือใหน้ ักเรียนใชม้ ือ นกั เรยี นสามารถหยบิ จบั การกระตนุ้ เตอื นทางกายโดยการจับมอื ปลอ่ ยวัตถไุ ดใ้ นระดบั อกและมีผูช้ ว่ ยเหลอื ในการชน้ี า ทศิ ทางปลอ่ ยวัตถุ ๒. เมอ่ื ใหน้ กั เรยี นนง่ั ทรงตัวอยใู่ นทา่ น่ังขดั สมาธบิ นพนื้ ๒. เมือ่ ให้นกั เรยี นนงั่ ทรงตัวอยูใ่ นท่าน่ังขดั สมาธิบนพน้ื หลงั ตั้งตรง นกั เรยี นสามารถนง่ั ทรงตวั ในการทา หลงั ตงั้ ตรง นักเรยี นไมส่ ามารถน่งั ทรงไดน้ านมากกว่า กิจกรรมได้ ๓-๕ นาที ๕ นาที เน่ืองจากนกั เรียนไมม่ สี มาธจิ ดจอ่ ในการทา กิจกรรม มชี ว่ งความสนใจส้นั ๓. เมอ่ื ให้นกั เรียนทากจิ กรรมในหอ้ งเรียนหรอื ทบี่ ้าน ๓. เมอ่ื ใหน้ ักเรยี นทากิจกรรมในหอ้ งเรียนหรอื ท่บี ้าน นักเรยี นสามารถทากจิ กรรมได้ ๓-๕ นาที โดยมคี รู มากกวา่ ๕ นาที นักเรียนมักจะเดินหนี ไม่สนใจ หรอื ผ้ปู กครองคอยกระตุ้นเตอื นด้วยวาจา วงิ่ เล่นรอบห้อง มีพฤตกิ รรมอยไู่ มน่ ่ิงขณะทากจิ กรรม ๔. เมอื่ ใหน้ ักเรียนทาตามคาส่ังง่ายๆ นักเรยี นสามารถ ๔. เม่ือให้นักเรยี นทากจิ กรรม นกั เรียนมกั จะไมพ่ ูด ฟงั คาส่งั งา่ ยๆ ได้ และสามารถตอบสนองต่อเสยี งได้ เป็นคาหรือประโยค แตส่ ามารถตอบสนองด้วยการส่ง แตต่ ้องคอยกระตนุ้ เสยี งได้ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง

99 รวบรวมขอ้ มลู ผูเ้ รยี น ขอ้ มลู ความสามารถผเู้ รียน ๑.๒ ความสามารถพนื้ ฐานทางดา้ นอารมณ์ จติ ใจ จุดเด่น จุดออ่ น ๑. นักเรยี นสามารถแสดงออกทางสีหนา้ ทา่ ทางหรือ ๑. นกั เรียนไม่สามารถเข้าใจอารมณข์ องตนเองและ การสง่ เสียงได้ โดยการย้มิ และหัวเราะเมื่อไดร้ บั สง่ิ ท่ี ผู้อ่นื ได้ ไม่ตอบสนองหรอื แสดงออกทางอารมณ์ ตอ้ งการ เช่น ได้รับขนมหรือของเล่นที่ชอบ และ นกั เรียนแสดงการปฏิเสธเม่อื ได้ของท่ไี มต่ อ้ งการหรือ ทากจิ กรรมทไ่ี ม่ชอบดว้ ยการแสดงทา่ ทางสา่ ยหนา้ และสง่ เสียง “อึ้” ๒. นกั เรยี นสามารถนั่งนิ่งเพื่อรอคอยสิง่ ทต่ี ้องการได้ ๒. นักเรยี นไม่สามารถนง่ั นิ่งเพอื่ รอคอยสิง่ ที่ตอ้ งการ เมอื่ ครหู รอื ผปู้ กครองบอกให้รอ ประมาณ ๑ นาที ได้ เมื่อครหู รอื ผปู้ กครองบอกใหร้ อ หากเกนิ ระยะเวลา ๑ นาที ซึ่งจะแสดงอาการส่งเสียง ลุกจากทน่ี ัง่ และ เดินหนี ๓. นักเรียนสามารถทากจิ กรรมจนสาเรจ็ ตามท่ี ๓. นักเรยี นยงั ไม่สามารถทากิจกรรมจนสาเร็จตามท่ี กาหนดให้ไดเ้ ปน็ บางครง้ั โดยการกระตนุ้ เตอื นทาง กาหนดใหไ้ ด้ วาจา ๑.๓ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นสงั คม จดุ ออ่ น จดุ เดน่ ๑. นักเรียนไม่สามารถรับประทานอาหารได้ดว้ ย ๑. นักเรยี นสามารถรับประทานอาหาร โดยการหยิบ ตนเอง อาหารเขา้ ปาก และดื่มนา้ จากแก้วได้ โดยมีผู้ปกครอ ช่วยเหลอื ๒. เมื่อใหน้ ักเรยี นถอด และสวมใสเ่ คร่อื งแตง่ กาย ๒. นกั เรยี นไม่สามารถถอดและสวมใส่เครื่องแตง่ กาย นักเรยี นสามารถให้ความร่วมมือในการถอดและสวมใส่ ได้ด้วยตนเอง เคร่อื งแต่งกายไดโ้ ดยมีผ้ปู กครองเปน็ ถอดและสวมใส่ ใหท้ กุ ขัน้ ตอนโดยไม่แสดงอาการตอ่ ตา้ น ๓. เมอ่ื ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมกลุ่ม เช่น กจิ กรรม ๓. นกั เรียนไมส่ ามารถทากิจกรรมกบั ผู้อน่ื ได้นานเกนิ วงกลม นักเรียนทากจิ กรรมอยู่รว่ มกบั เพ่อื นไดภ้ ายใน ๑-๒ นาที ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมอยไู่ ม่น่ิง เดินหนอี อก ระยะเวลา ๑-๒ นาที จากกจิ กรรม ชอบเล่นคนเดียว กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจงั หวัดลาปาง

100 รวบรวมขอ้ มูลผ้เู รียน ขอ้ มูลความสามารถผเู้ รยี น ๑.๔ ความสามารถพืน้ ฐานทางดา้ นสตปิ ัญญา จุดเด่น จดุ ออ่ น ๑. เมือ่ ครหู รอื ผู้ปกครองใหท้ ากิจกรรมและปฏบิ ตั ติ าม ๑. นักเรียนไม่สามารถปฏิบัตติ ามคาสง่ั ทีย่ ากๆ ได้ คาสัง่ งา่ ยๆ เชน่ หยิบ จบั สงิ่ ของใส่ตะกรา้ นงั่ และใชเ้ วลานานในการตอบสนองตอ่ คาส่ัง นักเรยี นสามารถปฏิบตั ติ ามคาสั่งได้ ดว้ ยการกระตนุ้ เตอื นทางท่าทางหรือวาจา และมีผ้ปู กครองช่วยเหลือ ๒. นกั เรยี นสามารถรบั รู้ส่งิ เร้ารอบตวั ผา่ นการมองเห็น ๒. นักเรียนไมส่ ามารถพดู สอ่ื สารดว้ ยคาพดู หลาย การสัมผสั การได้ยนิ และมกี ารตอบสนองผา่ นการ พยางค์ หรือประโยคได้ และไม่สามารถแสดงออกถงึ แสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง เช่น วง่ิ กระโดด เปน็ ต้น ความต้องการได้ ๑.๕ ความสามารถพ้ืนฐานทางดา้ นทกั ษะจาเปน็ เฉพาะความพกิ าร จดุ เด่น จุดอ่อน ๑. นกั เรียนสามารถตอบสนองต่อเสยี งเรยี ก ๑. นักเรียนไม่สามารถพดู ส่ือสารด้วยคาพูดหลาย และเสียงพูดคยุ โดยคนใกล้ชิดหรอื รูจ้ กั ได้ พยางค์ ประโยค หรอื การสอ่ื สารในสถานการณต์ า่ งๆ ได้ ๒. นักเรยี นสามารถเลน่ และทากิจกรรมได้ดว้ ยตนเอง ๒. นกั เรยี นไมส่ ามารถดแู ลตนเองและเข้าใจถึงสิ่ง อนั ตราย หรือความปลอดภัยในการทากิจกรรมตา่ งๆ ได้ กล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจาจังหวัดลาปาง

101 รวบรวมข้อมูลผเู้ รยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework การรวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียนตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเข้าใกล้-ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดูปฏกิ ริ ยิ าของเด็กในการเผชญิ ส่ิงใหม่ ประสบการณ์ บุคคล/สถานท่ี สง่ิ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรที่เป็นตวั ชบี้ อกว่าเด็กเข้ารว่ ม ของรางวัลทช่ี อบ เชน่ นมกลอ่ ง ของเล่นมเี สยี ง ๑.๒ อะไรที่เป็นตัวชบ้ี อกว่าเด็กไมเ่ ข้ารว่ ม คนแปลกหน้า หรือคนทีไ่ มร่ ูจ้ ัก ๑.๓ มอี ะไรทสี่ งั เกตเหน็ วา่ จูงใจเด็กบ้าง สตั วท์ ี่ชอบ ไดแ้ ก่ ไก่ ๑.๔ อะไรทส่ี ังเกตเห็นว่าเด็กไมส่ นใจ/หลกี หนบี า้ ง คนแปลกหนา้ คนทีไ่ ม่รูจ้ กั หรอื สง่ิ ที่ไมช่ อบ ๒. ช่องทางการเรยี นรดู้ า้ นประสาทการรับรู้ (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เดก็ รบั ขอ้ มูลไดโ้ ดยวิธีใดบา้ ง การฟัง และท่าทาง ๒.๒ เด็กตอบสนองตอ่ เสียงอยา่ งไร หันหาเสยี งบ้างบางครง้ั ๒.๓ เด็กตอบสนองต่อสิง่ เร้าทางสายตาอย่างไร มองตามบา้ งบางครัง้ ๒.๔ เด็กตอบสนองต่อการสมั ผสั อยา่ งไร เดินหนบี า้ ง แต่เมอ่ื คนุ้ เคยแลว้ จะถูกสมั ผัสได้ ๒.๕ เด็กใชป้ ระสาทสมั ผัสมากกวา่ หน่ึงอย่างในเวลา ใช่ การมอง การได้ยนิ การรับร้รู สชาติ การสัมผัส เดียวกันหรือไม่ ๒.๖ เด็กแสดงตัวชีแ้ นะการร่วมหรอื ไมเ่ ข้ารว่ มในการ ไม่ ตอบสนองขอ้ มูลทางประสาทสัมผัสเฉพาะหรอื ไม่ ๓. สถานะทางชวี พฤตกิ รรม (Biobehavioral State) ชุดของสภาพการณด์ า้ นชีวพฤติกรรมและกายภาพตั้งแตก่ ารนอนหลบั จนถึงการต่ืนนอนและการรอ้ ง ๓.๑ สภาพปัจจุบนั ของเด็กคอื อะไร หยิบจบั สงิ่ ของได้ด้วยตนเอง การรับประทานอาหาร การแต่งกายตอ้ งช่วยเหลือ ๓.๒ เดก็ สามารถควบคมุ /เปล่ยี นสภาพของตนได้ ได้ หรือไม่ ๓.๓ เด็กใช้เวลาในการตนื่ ตวั มากน้อยแค่ไหน ปานกลาง ๓.๔ มีชว่ งกว้างของแตล่ ะสภาพเทา่ ใดท่ีเดก็ แสดงให้ การมองตาม การสง่ เสยี ง เห็นและมแี บบแผนการเปลี่ยนแปลงอะไรระหวา่ ง สภาพ ๓.๕ มตี วั แปรอะไรบา้ งทกี่ ระทบต่อสภาพเด็ก คนแปลกหนา้ หรอื คนทไ่ี มร่ ้จู ัก กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง

102 รวบรวมข้อมลู ผูเ้ รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๔. การตอบสนองปฏิกิรยิ าตอบสนองของรา่ งกายในสภาพแวดล้อม (Orienting Response) ๔.๑ มีปัจจยั อะไรบา้ งที่ทาใหเ้ ด็กการตอบสนองไป การตอบสนองกบั คนที่คุ้นเคย ในทศิ ทางนนั้ ได้ชดั แจ้ง ๔.๒ เดก็ แสดงการตอบสนองต่อทศิ ทางออกอยา่ งไร การมองตาม ๔.๓ ประสาทการรบั รชู้ ่องทางใดที่ปรากฏเชื่อมโยง การมอง การสมั ผัส กบั การตอบสนอง (ขอ้ มูลประสาทการรบั รทู้ ่ีกระตนุ้ ให้มีการตอบสนองและประสาทการรับรู้ทใี่ ช้ ประโยชน์) ๕. ความจา (Memory) ใช่ ใช้เวลาค่อนขา้ งนาน หรือ ๓-๕ ครง้ั ๕.๑ เดก็ ใช/้ คุ้นกับสงิ่ เร้าทีค่ ุ้นชินหรอื ไม่ เข้าร่วมบ้างบางครงั้ ๕.๒ การนาเสนอสิ่งเรา้ จาเป็นตอ้ งใช้เวลานานหรอื กี่ครั้งกอ่ นที่เดก็ จะคุน้ ชิน แตกตา่ ง แตกตา่ ง ๕.๓ เดก็ เข้ารว่ มอีกคร้งั ไหมเมือ่ เปล่ยี นแปลง ลักษณะของสง่ิ เรา้ ไม่ ๕.๔ การตอบสนองแตกต่างไปหรอื ไม่ ไม่ ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตา่ งหรอื ไม่กับ ไม่ บคุ คลท่ีคุ้ยเคยและไมค่ ุน้ เคย ไม่ ๕.๕ เดก็ แสดงการรับรหู้ รอื ไม่วา่ สงิ่ ของน้ันยงั อยู่ แม้จะไมอ่ ยู่ในสายตาตอนน้นั ไดบ้ า้ ง ได้บ้าง ๕.๖ เดก็ เชอ่ื มโยงเหตุการณ์ท่กี าลังเผชิญกบั ส่งิ ท่ี ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาต่อสง่ิ /เหตกุ ารณท์ ี่กาลัง เผชิญหรอื ไม่ ๕.๘ เดก็ แสดงอาการหรอื ไม่เมื่อสง่ิ ทีเ่ กิดใหม่ ไมต่ รงกับความคาดหวัง ๕.๙ เดก็ สามารถเรียนรู้กจิ วัตรงา่ ย ๆ ไดห้ รอื ไม่ ๕.๑๐ กจิ วัตรทใี่ หเ้ ด็กเรียนรู้จาไดไ้ หม กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง

103 รวบรวมข้อมูลผเู้ รยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๖. ปฏิสมั พันธ์ทางสงั คม (Social Interactions) ใช่ ใช่ ๖.๑ เดก็ หันไปหาบุคคลหรือไม่ ไม่ ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพนั วา่ มคี วามปลอดภยั กบั บคุ คลสาคญั ในชวี ิตของเขา/เธอหรอื ไม่ ไม่ ๖.๓ เดก็ มสี ว่ นรว่ มในการผลัดเปล่ยี นกัน ๓-๕ รอบ เมอ่ื เรม่ิ มีปฏิสมั พันธ์หรือไม่ ไม่ ๖.๔ เดก็ มสี ่วนร่วมในการผลดั เปลย่ี นกัน เมอื่ คนอน่ื เร่มิ ปฏสิ ัมพันธห์ รอื ไม่ ๖.๕ เดก็ ผลดั เปลย่ี นกีร่ อบก่อนทีจ่ ะไม่ร่วม ๖.๖ เดก็ เพ่ิมการผลัดเปลีย่ นการมีปฏิสมั พนั ธ์ มากข้นึ เพ่ือตอบสนองตอ่ ปฏสิ ัมพันธข์ องคู่หรอื ไม่ ๗. การสือ่ สาร (Communication) ๗.๑ เด็กแสดงใหเ้ หน็ ความตง้ั ใจในการสอื่ สารผา่ น ใชบ่ างคร้ัง การใช้งานของสญั ญาณ การเปล่งเสยี ง ท่าทาง ฯลฯ หรือไม่ อธิบายการส่ือสารทใี่ ช้ ๗.๒ เดก็ ใช้สัญญาณอยา่ งสอดคล้องกันหรอื ไม่ ไม่ ๗.๓ เดก็ ใช้การสือ่ สารแตกตา่ งกนั หรือไม่ อธิบาย แตกต่าง โดยการใช้ท่าทาง การสอื่ สารและความความหมายที่น่าจะเปน็ ๗.๔ เม่ือนาเสนอตัวเลอื กเด็กตัดสนิ ใจเลือกหรือไม่ ไม่ ๗.๕ เดก็ ใชท้ ่าทางเหมอื นบุคคลทวั่ ไปใชห้ รอื ไม่ ไม่ ๗.๖ เดก็ สามารถใช้ของหน่งึ อยา่ งหรอื สัญลักษณ์ ไม่ แทนกจิ กรรมหรือวตั ถุหรือไม่ ๗.๗ เด็กแสดงใหเ้ หน็ ความเข้าใจในการสื่อสารโดย ได้บ้างครงั้ ใชส้ ัญลกั ษณ์หรอื ไม่ (การได้ยนิ ภาพ หรือการ สมั ผสั ) ๗.๘ เดก็ ใชก้ ารสอ่ื สารทางสญั ลักษณห์ รอื ไม่ อธิบาย ไม่ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง

104 รวบรวมข้อมูลผู้เรยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๘. การแก้ปัญหา (Problem solving) ๘.๑ เด็กแสดงให้เหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบหรอื ไม่ ไม่ ๘.๒ เด็กแสดงความเขา้ ใจในวิธีการ/จดุ สนิ้ สดุ หรอื ไม่ การใชข้ ้ันตอนกลางเพือ่ แกป้ ัญหาหรอื ไม่ ๘.๓ เด็กแสดงความเข้าใจในหนา้ ทข่ี องวัตถทุ ว่ั ไป ไม่ หรอื ไม่ ๘.๔ เดก็ มีวิธีการแกป้ ัญหาอยา่ งไร ไมม่ ี ยงั ไม่สามารถแกป้ ญั หาไดด้ ้วยตนเอง ๘.๕ เด็กรกั ษาความสนใจและคงอยู่กับสิ่งนน้ั หรือไม่ ใช่ กลุม่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนย์การศกึ ษาพิเศษประจาจังหวัดลาปาง

105 รวบรวมข้อมลู ผู้เรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดา้ นสภาพแวดล้อมของผ้เู รียน (Microsystem) บุคคลภายในครอบครวั ทผี่ ูเ้ รยี นไว้วางใจ นกั เรยี นอาศยั อยู่บ้านกบั บดิ ามารดา ซ่งึ เป็นผดู้ ูแลหลกั และนักเรยี นไวว้ างใจมากที่สุด มารดาจะ เปน็ ผ้ดู ูแลกิจวตั รประจาวนั ทั้งหมดของนักเรียน ไดแ้ ก่ อาบนา้ รับประทานอาหาร สวมใส่และถอดเส้ือผ้า ส่วนบดิ าทางานประจา ซง่ึ จะกลับมาบ้านมาในชว่ งระหวา่ งวนั นกั เรียนมีพ่ีสาวชว่ ยดแู ลด้วยร่วมกับแม่เป็น บางคร้งั ลักษณะทอ่ี ยอู่ าศยั (ห้องอะไรบา้ ง / ความสะอาด) เปน็ บ้าน ๒ ชัน้ กอ่ สรา้ งด้วยไม้และปนู คร่ึงลา่ งเปน็ ปนู ครงึ่ บนเป็นไม้ มบี นั ไดขึ้นไปชัน้ บนอยตู่ รง กลางของบ้านสว่ นล่าง ชัน้ บนของบ้านเปน็ ห้องนอน มลี านหน้าบ้านสามารถจอดรถยนต์ได้ มบี รเิ วณพ้นื ท่ี สาหรับน่ังพักผ่อน ลอ้ มรอบดว้ ยต้นไม้ และบ้านของญาติบรเิ วณใกลเ้ คยี งในรัว้ เดยี วกนั บริเวณใตถ้ ุนบ้านมี ห้องครวั สาหรบั ประกอบอาหาร ประตขู ้างบ้าน หนา้ ต่างบานไม้ มีแสงสวา่ งส่องถงึ อากาศถา่ ยเทสะดวก ด้านลา่ งบา้ นมีช้ันวางโทรทศั น์ ลักษณะหอ้ งนา้ (ระบรุ ายละเอียด) ห้องนา้ อยบู่ รเิ วณในตวั บา้ น มีประตูทางเข้าแบบกลอน แบ่งมุมสาหรับวางถงั อาบนา้ ขนั นา้ มชี ้นั วางอปุ กรณ์ทาความสะอาดรา่ งกายและอุปกรณ์ทาความสะอาดหอ้ งนา้ เป็นสดั ส่วน ลกั ษณะหอ้ งนอน (ระบรุ ายละเอยี ด) ห้องนอนบริเวณช้ันบนบ้าน มีความสะอาด มีมุ้งกาง ที่นอนมีความกว้างและยาวมีเตียงไม้ กว้างขวาง มหี น้าต่างเพอ่ื ใหอ้ ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก มกี ารจดั วางของท่เี ปน็ ระเบยี บเป็นสดั ส่วน พน้ื ทใี่ นการฝกึ /ทากจิ กรรมกบั ผ้เู รียน (ระบรุ ายละเอยี ด) บริเวณบา้ นของนักเรียนพื้นที่ในการฝึกทากิจกรรม ท้ังบริเวณในบ้านและบริเวณลานนอกบา้ น ซึง่ มีพื้นทก่ี วา้ งขวาง เปน็ พน้ื ทส่ี าหรบั นกั เรียนฝึกทากจิ กรรมการเคล่อื นไหวและกิจกรรมกลางแจง้ ไดส้ ะดวก และฝึกกิจกรรมตา่ งๆ เช่น การหยิบ จับ เคล่ือนย้ายสิ่งของ ในส่วนของการฝึกทักษะการดารงชวี ิต มีพน้ื ที่ ใหน้ กั เรยี นฝกึ ทากจิ กรรมปฏิบตั กิ ิจวตั รประจาวัน กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวัดลาปาง

106 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๒ ด้านความสัมพนั ธ์และปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างบคุ คลทเี่ ก่ยี วข้องของผูเ้ รียน (Mesosystem) ลักษณะของครอบครัวและความสมั พนั ธ์ของบคุ คลในครอบครัว นกั เรยี นอย่รู ่วมกบั บิดามารดา และญาติพนี่ ้องบริเวณบ้านใกลเ้ คียงกัน มปี ฏสิ ัมพนั ธท์ ่ีดี มารดาเปน็ ผู้ดแู ลหลักของนักเรยี นทุกวัน เนือ่ งจากบดิ าทางานเพียงคนเดียว ครอบครวั มีความรักใคร่ อบอนุ่ สามัคคี ชว่ ยเหลอื ซึ่งกันและกนั และให้ความเอาใจใส่แกน่ กั เรยี นเปน็ อยา่ งดี ความสัมพนั ธก์ บั บคุ คลในหอ้ งเรียน/โรงเรียน นักเรียนชอบแยกตวั อยู่คนเดยี วและชอบอยู่เฉพาะกับผู้ปกครอง คนใกล้ชิดของตนเอง ไม่ชอบเขา้ รว่ มกจิ กรรมกบั ผู้อืน่ ม่ือนกั เรยี นคุน้ เคยจะทากิจกรรมและเลน่ กบั ผ้อู ื่นได้ แตไ่ มน่ าน และจะ ไปเลน่ คนเดยี วมุมใดมมุ หนึ่งของห้องเรยี นหรอื ในบา้ น ความสมั พันธก์ บั บคุ คลอื่นๆ เชน่ ญาตพิ ่นี อ้ ง เพอื่ น เพื่อนบา้ น คนในชุมชน เป็นต้น ญาตพิ นี่ ้อง บา้ นใกลเ้ คียง พ่ีสาวจะมาหาทบ่ี ้านและมาเล่นกับนักเรียนทกุ สัปดาห์ เม่อื คน ใกลช้ ดิ พดู คยุ หรอื เล่นด้วย นักเรียนจะแสดงอาการทา่ ทาง ยิ้ม หวั เราะ วิง่ เลน่ กระโดด กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนย์การศึกษาพเิ ศษประจาจังหวัดลาปาง

107 รวบรวมข้อมูลผ้เู รยี น กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๓ ด้านสงิ่ แวดลอ้ มและสภาพสังคมทมี่ ีผลตอ่ ครอบครัว (Exosystem) สถานการณ์ปจั จบุ ันทสี่ ง่ ผลกระทบกับผเู้ รียน เนื่องจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจบุ ันสง่ ผลให้นกั เรียนไม่ได้มารับบริการทีห่ นว่ ยบริการอาเภอแมท่ ะอยา่ งตอ่ เนื่อง ทาให้พัฒนาการ ดา้ นต่างๆ ของนักเรยี นถดถอย และการเดนิ ทางของบิดามารดาค่อนขา้ งลาบาก สถานทท่ี างานของพอ่ แม/่ ผูป้ กครอง บิดาประกอบอาชีพรับจ้างเพียงคนเดยี ว มารดาจะเป็นผดู้ แู ลและผ้อู าศัยอยกู่ บั นักเรียน เปน็ หลกั ไมไ่ ดท้ างานประจา ทาใหม้ เี วลาดแู ลนกั เรยี นอยา่ งใกลช้ ิด สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ หรอื การจัดสงิ่ อานวยความสะดวกของชมุ ชนทผ่ี ู้เรยี น อาศัยอยู่ ชุมชนที่นกั เรียนอาศัยอยู่เป็นชุมชนทอ่ี ยรู่ ่วมกันแบบเครือญาติ มกี ารให้ความช่วยเหลือ และแบ่งปันกันระหว่างครอบครัว มีญาติพี่น้องที่อาศยั อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน มีร้านค้าอยู่บริเวณ ใกลเ้ คียงบา้ น สามารถเดนิ ทางซอ้ื ของทวั่ ไปไดส้ ะดวก มคี วามปลอดภยั สาหรบั นกั เรียนและครอบครัว กล่มุ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจังหวัดลาปาง

108 รวบรวมข้อมูลผ้เู รียน กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๔ ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมของสังคม (Macrosystem) ครอบครวั ของนกั เรยี นนบั ถือศาสนาพทุ ธ เชือ่ ในการทาความดี สมาชกิ ในครอบครวั ดแู ล นักเรียนด้วยความรักและและเอาใจใส่ช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกัน นักเรียนมีโอกาสน้อยในการเข้ารว่ ม กจิ กรรมตา่ งๆ ของหม่บู า้ นหรอื ชมุ ชน เน่ืองจากขอ้ จากดั ด้านรา่ งกาย ๒.๕ ด้านสง่ิ ต่างๆทอ่ี าจกระทบตอ่ ผเู้ รยี น เช่น กฎหมาย การได้รบั สทิ ธิดา้ นตา่ งๆ เทคโนโลยี หรือแอพพลิเคชน่ั ที่เก่ียวขอ้ งกับผู้เรยี นในชีวิตประจาวัน (Chronosystem) นกั เรยี นได้รับเบ้ยี พกิ าร เดอื นละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบย้ี ยงั ชพี คนพิการ และได้รบั บรกิ าร ทางการแพทย์ ตามโครงการ ๓๐ บาทรกั ษาทกุ โรค ตามสวสั ดิการของรฐั จากโรงพยาบาลลาปาง นักเรียนไดร้ ับการใหบ้ ริการทางการศึกษาจากศนู ย์การศึกษาพิเศษประจาจังหวดั ลาปาง หนว่ ยบริการอาเภอแม่ทะ โดยไมเ่ สียคา่ ใชจ้ า่ ย และมีโอกาสได้รบั ทุนการศึกษาฯ มูลนธิ คิ ณุ พุ่ม ปีล่าสุด ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ เปน็ เงินจานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกทง้ั นักเรียนสามารถเข้าถึงสอ่ื เทคโนโลยีผ่านทาง โทรศพั ท์ แทบ็ เลต และโทรทศั น์โดยมีผ้ปู กครองกากับดแู ล กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนย์การศกึ ษาพิเศษประจาจงั หวัดลาปาง

109 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รยี น สรปุ เป้าหมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวงั ของผปู้ กครองทม่ี ตี อ่ ตวั ผ้เู รยี น ๑) ผู้ปกครองมีความคาดหวังให้นกั เรียนสามารถดแู ลและชว่ ยเหลอื ตนเองในการปฏิบตั กิ จิ วัตรประจาวนั ได้ และตอ้ งการให้นกั เรยี นสามารถสื่อสารความตอ้ งการ การบอกความร้สู กึ ของตนเองแกผ่ ู้ดูแลได้ ๒) ผูป้ กครองมคี วามคาดหวังใหน้ กั เรียนสามารถเรียนรูด้ า้ นวิชาการหรือการดารงชวี ติ ประจาวันของตนเอง ได้ ได้แก่ นกั เรียนสามารถบอกหรอื ชส้ี ่ิงทีต่ อ้ งการในการสื่อสารเพิ่มมากข้ึนกว่าเดมิ นกั เรียนสามารถดมื่ นา้ ดืม่ นม และสามารถใช้ชอ้ นตกั รับประทานอาหารได้ดว้ ยตนเอง รวมท้ังให้นักเรียนสามารถพูดคุยส่ือสารไดเ้ หมาะสมตาม ศกั ยภาพ ๔. เปา้ หมายหลักท่ีผเู้ รยี นควรได้รบั การพฒั นา/สง่ เสรมิ ๑) นักเรยี นสามารถชี้หรอื บอกสง่ิ ท่ีต้องการไดด้ ้วยตนเอง และสามารถสื่อสาร โดยการพดู หรือทางทา่ ทางได้ ๒) นกั เรียนสามารถดม่ื นา้ ด่ืมนม ไดด้ ว้ ยตนเอง ๓) นกั เรยี นสามารถรับประทานอาหารโดยการใชช้ ้อนตกั อาหารใส่ปาก ไดด้ ้วยตนเอง ๕. เป้าหมายหลกั ทผ่ี เู้ รียนควรได้รบั การป้องกัน/แก้ไขปญั หา ๑) นกั เรียนควรได้รับสอ่ื อานวยความสะดวกทเ่ี หมาะสมกบั ความพิการ ๒) การปรับสภาพพ้ืนที่บริเวณในการฝึกนักเรียน ด้านการเคลื่อนไหวและการช่วยเหลือตนเองใน ชีวติ ประจาวัน เพ่ือให้นกั เรยี นสามารถเรียนรไู้ ดอ้ ย่างเต็มตามศกั ยภาพ . ผูบ้ ันทึกขอ้ มลู …………………………………………… (นางสาวศศกิ มล กา๋ หล้า) ตาแหน่ง ครูผชู้ ่วย วันที่ ๓๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุม่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง

110 ประเมินครัง้ ท.ี่ ...๔....... แบบคดั กรองบคุ คลทีม่ ีความบกพรอ่ งทางร่างกาย หรอื การเคลือ่ นไหว หรือสขุ ภาพ ช่ือ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว) พลวรรธน์ ใจเชอ้ื วัน เดอื น ปี เกิด ๑๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๙ อายุ ๖ ปี ๓ เดอื น ระดบั ชนั้ การศึกษาปฐมวัย วัน เดือน ปี ท่ีประเมนิ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คาชี้แจง ๑ แบบคัดกรองฉบบั น้เี ป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเท่านนั้ ๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซ่ึงเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ท่ีเด็กแสดงออกบ่อย ๆ โดยให้ ทาเครื่องหมาย /ลงในช่อง “ ใช่ ” หรอื “ไมใ่ ช่ ” ท่ตี รงกับลกั ษณะหรือพฤติกรรมนั้น ๆ ของเดก็ ๓ ผทู้ าการคัดกรองเบื้องต้นต้องผา่ นการอบรมวธิ ีการใช้ และการประเมนิ ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถาม ขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จากผทู้ ่ีอยู่ใกลช้ ิดเด็กมากที่สดุ เช่น ผปู้ กครองหรือครู เพ่ือใหเ้ กดิ ความชัดเจน ถูกตอ้ ง ๔ ผคู้ ดั กรองควรจะมีอย่างนอ้ ย ๒ คนข้นึ ไป ที่ ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์ ใช่ ไมใ่ ช่ ด้านร่างกาย ๑ มีอวัยวะไมส่ มสว่ น หรือแขน ขา ลบี   ๒ มอี วยั วะขาดหายไปและเปน็ อุปสรรคในการดารงชวี ติ ๓ มีการผดิ รูปของกระดูกและข้อ  ๔ มีลกั ษณะกล้ามเน้อื แขนขาเกร็ง  ๕ มลี ักษณะกล้ามเนือ้ แขนขาอ่อนแรง  ดา้ นการเคล่ือนไหว ๖ มกี ารเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ ทิศทางการเคล่อื นไหว และจงั หวะ   การเคลื่อนไหว เชน่ กระตุก เกรง็  ๗ ไมส่ ามารถน่ังทรงตวั ได้ด้วยตนเอง  ๘ ไมส่ ามารถลกุ ขน้ึ ยนื ไดด้ ว้ ยตนเอง  ๙ ไมส่ ามารถยืนทรงตัวได้ดว้ ยตนเอง ๑๐ ไมส่ ามารถเดินได้ด้วยตนเอง  ด้านสขุ ภาพ ๑๑ มีความเจบ็ ป่วยทตี่ ้องไดร้ ับการรักษาเป็นระยะเวลานาน และเปน็ อุปสรรคต่อการศึกษา เชน่ ๑๑.๑ ประสบอบุ ตั เิ หตุ ผา่ ตดั เปน็ ต้น ๑๑.๒ เป็นโรคเร้อื รงั หรือมีภาวะผดิ ปกตขิ องระบบต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้ ระบบโลหติ เชน่ ภาวะเลอื ดออกง่ายหยดุ ยาก ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝอ่ ระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด เชน่ หวั ใจพิการแต่กาเนิด โรคหัวใจรมู าตกิ

111 ท่ี ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ระบบไต เชน่ โรคเนโฟรตกิ โรคไตเร้ือรงั ระบบประสาท เชน่ อมั พาต สมองพิการ ลมชัก ระบบหายใจ เชน่ หอบหดื โรคปอด ระบบภูมคิ ุ้มกันและภมู ิแพ้ เชน่ ขอ้ อักเสบ–รูมาตอยด์ , SLE (เอส แอล อ)ี ระบบตอ่ มไร้ทอ่ เชน่ โรคเบาหวาน แคระ หรือโตผดิ ปกติ ระบบผวิ หนงั เช่น เด็กดกั แด้ เปน็ ตน้ เกณฑก์ ารพจิ ารณา ดา้ นรา่ งกายและด้านการเคลอ่ื นไหว ถ้าตอบว่าใช่ต้ังแต่ ๑ ข้อ ข้ึนไป แสดงว่ามีแนวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรอื การเคล่อื นไหว ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส่งต่อให้แพทยต์ รวจวินิจฉยั ตอ่ ไป ดา้ นสุขภาพ ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหน่ึง แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ใหจ้ ัดบรกิ ารช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และสง่ ตอ่ ใหแ้ พทยต์ รวจวนิ จิ ฉยั ต่อไป ผลการคดั กรอง  ไมพ่ บความบกพรอ่ ง  พบความบกพร่อง ความคิดเหน็ เพ่มิ เตมิ .........พ..บ..ว..า่..ม.ีแ..น..ว..โ.น..้ม..ท...ี่จ..ะ..เ.ป..น็..บ...ุค..ค..ล..ท..่ีม...คี ..ว..า.ม..บ...ก..พ..ร..่อ..ง..ท..า..ง.ร..่า..ง.ก...า.ย..ฯ....เ.ห..น็..ค..ว..ร..ไ.ด..้ร..บั..บ...ร..ิก..า.ร..ช..่ว..ย..เ.ห..ล...อื ..ท..า..ง.ก..า..ร..ศ..กึ..ษ..า...... ............ .........แ..ล..ะ..ส..่ง.ต..อ่...ใ.ห..้แ..พ...ท..ย..ต์..ร..ว..จ..ว..ิน..ิจ..ฉ..ยั ..เ.พ..ื่อ...ท..ำ..ก..า.ร..ร..ัก..ษ..า..ต..อ่..ไ..ป.................................... ........................................................ ลงช่อื .................................................. ใบวฒุ ิบัตร เลขท่ี ศกศ.ลป. ๐๐๓๕/๒๕๖๔ (ผคู้ ัดกรอง) ( นางสาวศศิกมล ก๋าหลา้ ) ใบวฒุ บิ ตั ร เลขที่ สช.๑๑๓๓/๒๕๖๑ (ผู้คดั กรอง) ใบวุฒบิ ัตร เลขท่ี ศกศ.ลป. ๐๗/๒๕๕๗ (ผู้คดั กรอง) ลงชอื่ .................................................. ( นางสาวชาลศิ า คายันต์ ) ลงช่ือ.................................................. ( นายธวชั ชัย อุตสาสาร )

112 ๑๐ คายนิ ยอมของผปู้ กครอง ข้าพเจา้ (นาย / นาง / นางสาว).............สมจติ ร ใจเช้ือ............................................เป็นผปู้ กครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) .................พลวรรธน์ ใจเชอ้ื ...............................................................................  ยินยอม  ไมย่ นิ ยอม ใหด้ าเนนิ การคัดกรอง (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ......พลวรรธน์ ใจเชอ้ื ....... ตามแบบคัดกรองนี้ เมอื่ พบว่ามีแนวโนม้ เปน็ ผู้ทม่ี คี วามบกพรอ่ งตามแบบคัดกรองข้างตน้  ยินดี  ไม่ยนิ ดี ใหจ้ ดั บรกิ ารชว่ ยเหลอื ทางการศกึ ษาพเิ ศษต่อไป ลงช่ือ.................................................ผู้ปกครอง (.........นางสมจติ ร ใจเชือ้ ..........)

.. 113 . : . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.. . 114 : . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

11 พัฒนาก ชือ่ –สกลุ นกั เรยี น เด็กชายพลวรรธน์ ใจเช้ือ ประเภทความบกพร่อง ทา

15 การตามวยั างรา่ งกายหรอื การเคลอื่ นไหว วัน/เดอื น/ปี ทป่ี ระเมนิ ๗ มถิ ุนายน ๒๕๖๕

116 แบบประเมนิ ความสามารถพืน้ ฐาน ตามมาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ของ หลักสตู รสถานศึกษาการศึกษาปฐมวยั สาหรบั เด็กทม่ี ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ ศนู ย์การศึกษาพิเศษประจาจังหวดั ลาปาง ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ชือ่ -สกุล เด็กชายพลวรรธน์ ใจเช้ือ อายุ ๖ ปี ๓ เดือน วันท่ปี ระเมิน ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คาชีแ้ จง ๑. แบบประเมนิ ความสามารถพนื้ ฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสาหรบั เด็กที่มคี วามต้องการจาเป็นพิเศษ ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ใชเ้ กณฑต์ ามพัฒนาการของเด็กทัว่ ไปต้งั แรกเกิดถงึ ๖ ปี ๒. แบบประเมินฉบบั นีส้ ามารถใช้ได้กับผ้รู บั การประเมนิ ทุกประเภทความพกิ าร โดยคานึงถงึ อายจุ ริง ของผู้รบั การประเมนิ ๓. กรณีผรู้ บั การประเมินมีข้อจากัดของสภาพความพิการจนไมส่ ามารถพฒั นาตามพฒั นาการท่ีคาดหวงั ได้ ให้ยกเว้นการประเมินตามพัฒนาการท่ีคาดหวังน้นั ๔. ระดับความสามารถตั้งแตร่ ะดบั ท่ี ๔ ข้ึนไปทีถ่ ือวา่ ผ่าน ๕. การประเมนิ ความสามารถพื้นฐานนน้ั ใหเ้ รมิ่ ประเมนิ พัฒนาการจากอายุจรงิ แล้วค่อยๆ ลดลงจนถงึ ขนั้ พัฒนาการทไี่ ด้ระดับ ๔ หรือ ๕ หากผู้รับการประเมนิ มีอายุจริงเกินกวา่ ๖ ปีให้เร่ิมประเมินจากอายุ ๖ ปี

117 เกณฑ์การประเมินผลก่อนพัฒนา ระดบั ๔ หมายถึง ถูกตอ้ ง/ไมต่ ้องช่วยเหลือ ระดบั ๓ หมายถึง ดี/กระตุ้นเตอื นดว้ ยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง ใชไ้ ด/้ กระตุ้นเตือนด้วยท่าทาง ระดบั ๑ หมายถึง ทาบา้ งเลก็ นอ้ ย/กระตนุ้ เตอื นทางกาย ระดับ ๐ หมายถงึ ตอบสนองผดิ หรอื ไม่มกี ารตอบสนอง หมายเหตุ กระต้นุ เตือนทางกาย หมายถึง ผสู้ อนจบั มือทา เมือ่ เด็กทาไดล้ ดการช่วยเหลอื ลงโดยให้ แตะข้อศอกของเดก็ และกระตนุ้ โดยพูดซา้ ให้เดก็ ทา กระตนุ้ เตือนดว้ ยทา่ ทาง หมายถึง ผสู้ อนชีใ้ หเ้ ด็กทา/ผงกศีรษะเม่ือเด็กทาถูกต้อง/ส่ายหน้า เมือ่ เด็กทาไม่ถูกตอ้ ง กระตนุ้ ด้วยวาจา หมายถึง ผสู้ อนพดู ให้เด็กทราบในส่ิงทผ่ี ู้สอนต้องการใหเ้ ด็กทา

118 ๑. พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐาน มาตรฐานที่ ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวัยและมสี ขุ นสิ ัยทด่ี ี ระดับความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา ตวั บ่งชี้ ๑.๑ นา้ หนกั สว่ นสูงและเส้นรอบศรี ษะตามเกณฑ์ หน่วยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ อายุ ขอ้ ท่ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวงั    แรกเกิด – ๓ ปี ๑ น้าหนักและส่วนสงู ตามเกณฑ์ */ **  แรกเกดิ – ๓ ปี ๒ เส้นรอบศรี ษะตามเกณฑ์ */ **  ๓ – ๖ ปี ๓ นา้ หนกั และส่วนสงู ตามเกณฑ์ของกรมอนามยั */ **  ตัวบง่ ช้ี ๑.๒ มีสุขภาพอนามัยสุขนิสยั ที่ดี ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP อายุ ขอ้ ท่ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง ๔ ๓ ๒๑ ๐ แรกเกดิ – ๓ ปี ๑ มภี ูมติ ้านทานโรค ไม่ป่วยบอ่ ย ขับถา่ ยเป็นเวลา รับประทานอาหาร นอนและพกั ผ่อนเหมาะสมกับ  วยั */ **  แรกเกดิ – ๓ ปี ๒ กจิ กรรมการเคล่อื นไหวสอดคล้องตามพัฒนาการ  */ **  ๓ – ๔ ปี ๓ ยอมรับประทานอาหารท่ีมีประโยชนแ์ ละดื่มน้าที่  สะอาดเมอ่ื มผี ูช้ ีแนะ */ **   ๔ ล้างมือกอ่ น-หลงั รับประทานอาหารและหลังจาก  ขบั ถ่าย การใช้หอ้ งน้าห้องส้วมเมอ่ื มผี ชู้ แี นะ */ **  ๕ ดแู ลสขุ ภาพชอ่ งปากและฟันโดยมผี ชู้ แี นะ */ ** ๓ – ๖ ปี ๖ นอนพักผ่อนเปน็ เวลา */ **  ๗ ออกกา้ ลงั กายเป็นเวลา * ๔ – ๕ ปี ๘ รับประทานอาหารท่ีมปี ระโยชนแ์ ละด่มื น้าสะอาด ด้วยตนเอง */ ** ๙ ดูแลสขุ ภาพชอ่ งปากและฟนั โดยการบ้วนปาก/ แปรงฟันไดด้ ้วยตนเอง */ ** ๔ – ๖ ปี ๑๐ ลา้ งมือกอ่ น-หลงั รบั ประทานอาหารและหลงั จาก ขบั ถ่าย การใช้หอ้ งน้า ห้องส้วมไดด้ ้วยตนเอง */ **

119 อายุ ขอ้ ที่ สภาพทพี่ ึงประสงค์ / พฒั นาการท่คี าดหวงั ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๕ – ๖ ปี ๑๑ รบั ประทานอาหารที่มีประโยชนต์ ามหลกั โภชนาการอาหารหลกั ๕ หมู่ และด่มื นา้ สะอาดได้ ๔ ๓ ๒๑ ๐ ด้วยตนเอง ** ๑๒ รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ไดห้ ลายชนดิ และ ดม่ื น้าสะอาดไดด้ ว้ ยตนเอง * ๑๓ ดแู ลสุขภาพชอ่ งปากและฟันโดยการแปรงฟันได้ ด้วยตนเอง */ ** ตัวบ่งชี้ ๑.๓ รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่นื อายุ ข้อท่ี สภาพท่พี ึงประสงค์ / พฒั นาการท่ีคาดหวัง ระดับความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๓ – ๔ ปี ๑ เลน่ และทากจิ กรรมอยา่ งปลอดภยั เมื่อมผี ู้ช้ีแนะ */ ๔ - ๕ ปี ๔ ๓ ๒๑ ๐  ๕ - ๖ ปี **    ๒ เล่นและทากจิ กรรมอย่างปลอดภยั ดว้ ยตนเอง */ ** ๓ เล่น ทากจิ กรรมและปฏิบตั ิต่อผู้อ่นื อยา่ งปลอดภัย  */ **  มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเนอ้ื ใหญ่และกลา้ มเนือ้ เลก็ แข็งแรง ใชไ้ ด้อย่างคลอ่ งแคลว่ และ ประสาน สัมพนั ธ์กนั ตวั บง่ ช้ี ๒.๑ เคลือ่ นไหวร่างกายอยา่ งคล่องแคล่วประสานสัมพันธแ์ ละทรงตัวได้ อายุ ขอ้ ท่ี สภาพท่ีพึงประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวงั ระดบั ความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ เคลือ่ นไหวรา่ งกายในทา่ นอนควา่  แรกเกิด – ๒ ๑ นอนควา่ ยกศีรษะและหนั ไปข้างใดขา้ งหน่งึ ได้  เดือน */**/****/*****   แรกเกดิ – ๓ ๒ สามารถเคล่ือนไหวแขนได้ ****/****** เดือน ๓ สามารถเคล่ือนไหวขาได้ ****/****** ๔ สามารถควบคุมศีรษะและลูกตาตามเปา้ หมายได้

120 อายุ ข้อท่ี สภาพท่พี งึ ประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั ระดับความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๕ สามารถควบคุมศีรษะให้อยู่ในแนวก่ึงกลางได้  ****** ๖ สามารถควบคุมศรี ษะ เมื่อยกลาตัวข้นึ จากทา่ นอน  หงายได้ ****** แรกเกิด – ๓ ๗ มอื กาแน่นเม่ือสมั ผสั ******  เดอื น ๘ มองดูมือของตนเองหรือวตั ถุทอี่ ยูใ่ นมือ ******  ๙ ยกวัตถใุ นมือขนึ้ มาดูดหรือใสใ่ นปาก ****** ๑ – ๖ เดอื น ๑๐ สามารถชันคอได้ ****** ๑๑ ยกศีรษะข้นึ สงู ๙๐ องศา ในแนวกึง่ กลางลาตวั ต้งั ศีรษะตรงและควบคมุ ได้ *** ๑๒ พลกิ หน้าไปมาทั้งด้านซา้ ยและขวา *** ๑๓ สามารถพลิกตะแคงซ้าย-ขวาได้ ****** ๑๔ สามารถพลิกตะแคงตวั ควา่ และหงายได้ ****/****** ๑ – ๗ เดอื น ๑๕ ยกศีรษะไปดา้ นใดดา้ นหนึ่งขณะนอนคว่าได้ ****** ๑๖ ยกส่วนอกขน้ึ โดยใช้ขอ้ ศอกและแขนท่อนล่าง พยงุ ตวั *** ๑๗ พยงุ น้าหนกั ตวั ไดเ้ กือบทั้งหมดด้วยมือท้ังสองข้าง *** ๑๘ หมุนตัวไปได้ทุกทิศทาง *** ๒ เดือน ท่านอนควา่ ยกศีรษะตั้งข้ึนได้ ๔๕ องศา นาน ๓ วนิ าที ****/***** ๒ – ๔ เดอื น ๑๙ นอนควา่ ยกศีรษะและอกพ้นพน้ื */**/****/***** ๓ – ๖ เดือน ๒๐ แบฝา่ มอื โดยตั้งใจแลว้ เคลือ่ นเข้าหาเสน้ กึ่งกลาง ลาตัว*** ๒๑ เล่นกบั มือและน้ิวของตนเอง*** ๒๒ เออื้ มมือเขา้ ไปในทิศทางเดียวกับวตั ถุทเ่ี หน็ *** ๔ – ๖ เดือน ๒๓ ยันหน้าอกพน้ พืน้ โดยใชแ้ ขนช่วย */ **/****/*****

121 อายุ ข้อท่ี สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ / พฒั นาการทค่ี าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๕ – ๖ เดอื น ๒๔ ดงึ ตวั ข้ึนน่งั จากทา่ นอนหงาย เด็กสามารถชนั / ยก ศีรษะข้นึ มากอ่ นลาตวั **** ๔ ๓ ๒๑ ๐  ๖ – ๙ เดือน ๒๕ หยบิ จบั วตั ถุสง่ิ ของดว้ ยองุ้ มือ***  ๒๖ หยิบจับวัตถสุ งิ่ ของดว้ ยคร่งึ อุ้งมือครงึ่ นิ้วมือ***  ๒๗ ใชม้ อื ข้างหน่ึงเอ้ือมไปหาและจับวัตถุ***  ๒๘ ส่ันเขย่าและทุบของเลน่ ทม่ี เี สียงดงั ***  ๒๙ ส่งวตั ถุจากมือหนง่ึ ไปยังอีกมือหนง่ึ ***   การทรงตวั ในทา่ นั่ง ตงั้ คอแขง็ แต่ยงั ควบคุมศีรษะใหต้ รงไม่ได้ ***  ๑ – ๖ เดือน ๓๐ สามารถควบคุมศีรษะให้ตง้ั ตรง (ในท่านัง่ โดยผู้อ่ืน  ๓ – ๑๒ เดอื น ๓๑ ชว่ ยเหลอื ) ได้ ******  นัง่ ไดโ้ ดยมเี คร่ืองช่วยพยุงตวั ไว้ ***  ๓๒ สามารถนง่ั โดยใชม้ ือท้ังสองข้างยนั พ้นื ได้ ******  ๓๓ น่ังได้ช่วั ครู่หนึ่งโดยใช้มอื ข้างหนงึ่ ยนั ตวั ไว้ ***  สามารถนั่งโดยใช้มือ ๑ ข้างยันพน้ื ได้ ******  ๓๔ นง่ั ตัวตรงและไม่ต้องใชม้ ือพยุงได้นาน ๒ - ๕ นาที  ๓๕ ***  สามารถน่งั ได้อย่างอิสระ ******  ๓๖ นงั่ ทรงตัวเองและใชม้ ือขา้ งทวี่ ่างทากิจกรรม ***  นงั่ และหมนุ ไปรอบๆ ตัวได้ *** ๔ – ๖ เดอื น ๓๗ นั่งได้ โดยตอ้ งมีผูป้ ระคอง นัง่ โดยใช้มอื ยนั พืน้ ดว้ ย ตนเอง */** ๓๘ นั่งหลงั ตรงและเอี้ยวตวั ใชม้ ือเล่นไดอ้ ยา่ งอิสระ*/** ๓๙ สามารถเออ้ื มมือหยิบวตั ถทุ างด้านหนา้ ได้ในทา่ น่ัง ๔๐ ****** สามารถเออื้ มมือหยิบวตั ถุทางดา้ นข้างไดใ้ นทา่ นั่ง ๖ – ๙ เดือน ๔๑ ****** ๔๒ สามารถเอ้ือมมือหยบิ วตั ถจุ ากทสี่ งู ไดใ้ นทา่ น่งั ****** ๔๓ สามารถเอยี้ วตวั ใช้มือเล่นอยา่ งอิสระในท่านัง่ ได้ ****** ๖ – ๙ เดอื น ๔๔ ๔๕

122 อายุ ขอ้ ที่ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พฒั นาการทค่ี าดหวงั ระดบั ความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔๖ สามารถกลง้ิ ลูกบอลขณะอยู่ในท่าน่งั ได้****** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๔๗ นง่ั หลงั ตรงและเอีย้ วตัวใช้มอื เลน่ ไดอ้ ยา่ งอสิ ระ*/ **/****/*****  ลุกขนึ้ นัง่ ได้จากท่านอน ****/***** สามารถน่งั เก้าอ้ีโดยมกี ารช่วยเหลือได้ ******  สามารถนง่ั เก้าอีไ้ ด้อยา่ งอสิ ระ ****** ๙ เดอื น ๔๘ สามารถนง่ั บนเก้าอี้แลว้ เออ้ื มมือหยิบวัตถุทางด้าน  ๙ – ๑๒ เดอื น ๔๙ หน้าได้ ******  ๕๐ สามารถนัง่ บนเก้าอีแ้ ลว้ เอ้ือมมือหยิบวัตถุทางด้าน  ขา้ งได้ ****** ๕๑ สามารถนั่งบนเกา้ อแ้ี ลว้ เอื้อมมือหยิบวตั ถุจากท่ีสูง  ได้ ****** ๕๒ สามารถนง่ั บนเก้าอี้แล้วเอ้ือมมอื หยิบวัตถุทาง  ระดบั ต่าได้ ****** ๕๓ สามารถนง่ั บนเกา้ อแี้ ล้วเอ้ือมมอื หยิบวัตถทุ างด้าน  หลังได้ ****** ๕๔ สามารถเปลย่ี นท่านอนตะแคงเป็นน่ังได้ ******  เปลี่ยนจากทา่ คบื คลานเปน็ ท่าน่งั *** ๕๕ นัง่ ยองๆ เล่น โดยไมเ่ สียการทรงตวั */ **  การเคลอื่ นไหวร่างกายในท่าคลาน ๑ – ๒ ปี ๕๖ สามารถคบื ได*้ *****  ๒ – ๓ ปี ๕๗ เอ้ือมไปหยิบวัตถุโดยทงิ้ นา้ หนักตัวบนแขนข้าง  ๕๘ เดยี ว ***  คลานโดยใช้มือและเข่า */ **/***/****** ๖ – ๑๒ เดอื น ๕๙  ๖๐ เมื่อจบั ยืนเริ่มลงน้าหนักทีเ่ ทา้ ทั้งสองขา้ งได้ */ **  ยืนเกาะเครือ่ งเรอื นสูงระดบั อก  ๖ – ๑๒ เดอื น ๖๑ ได*้ /**/***/****/*****/****** หย่อนตัวลงน่ังจากท่ายนื */ **  การทรงตัวในท่ายืน ยนื ทรงตัว (ต้งั ไข)่ ไดช้ ว่ งสัน้ ๆ */ ** ๒ – ๔ เดอื น ๖๒ ยืนทรงตัว (ตง้ั ไข)่ ไดช้ ว่ งส้นั ๆ */ **  ๖ – ๙ เดือน ๖๓  ๙ เดือน – ๑ ๖๔  ปี ๖๕  ๖๖

123 อายุ ข้อท่ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ / พฒั นาการทค่ี าดหวงั ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๑๐เดือน–๑ ปี ๖๗ ยนื อย่ตู ามลาพงั ไดน้ าน ๒ วินาที ***** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๑ – ๑ ปี ๓ ๖๘ ยนื อยตู่ ามลาพังได้นานอย่างนอ้ ย ๑๐ วนิ าที  เดือน ******  ๑ ปี – ๑ ปี ๖ ๖๙ ลกุ ขน้ึ ยืนดว้ ยตนเอง */ **/***/****** เดือน  ๗๐ ยนื ได้เองอย่างอสิ ระ */ **   ๗๑ ยนื แลว้ ก้มลงหยิบของท่ีพ้นื ได้ */ **/***   ๑ – ๒ ปี ๗๒ ยืนโดยต้องชว่ ยพยงุ ลาตัวไว้ ***   ๗๓ ยนื โดยพยุงรบั น้าหนกั ตวั เองได้บา้ ง***  ๗๔ จับยืนทาท่าจะกา้ วเทา้ ***  ๗๕ ยนื ดว้ ยทา่ ท่ขี ากางออกไป*** ๗๖ ยนื บนกระดานทรงตัวโดยใชม้ ือข้างหนึ่งจับราวไว้   ***   ๒ – ๓ ปี ๗๗ ยืนบนกระดานทรงตัวด้วยเท้าทงั้ สองขา้ ง โดยไม่  ตอ้ งช่วย ***  ๗๘ สามารถยืนโดยอิสระดว้ ยขาสองข้างได้ ******  ๗๙ นง่ั ยองเพ่ือหยิบวตั ถุจากพนื้ และลกุ ขึ้นยนื ตรง ***  ๒ – ๓ ปี ๘๐ สามารถลกุ ยนื ขน้ึ จากเกา้ อไ้ี ด้ ****** ๘๑ สามารถลกุ ขน้ึ ยืนจากพ้นื ได้ ****** ๘๒ ยืนด้วยทา่ ทขี่ ากางออกไป ****** ๘๓ ยืนขาเดียวได้ */ **/***/****/*****/****** ๓ – ๔ ปี ๘๔ ยนื ทรงตัวด้วยขาข้างเดียวนาน ๒-๓ วินาที ทง้ั ซ้ายและขวา*** ๘๕ ยนื ทรงตวั ดว้ ยขาข้างใดข้างหน่ึงนาน ๕ วนิ าที ****/*****/****** ๕ – ๖ ปี ๘๖ ยนื ดว้ ยเทา้ ท้ัง ๒ ขา้ งขณะหลบั ตา นาน ๒ – ๑๐ วินาที *** ๘๗ ยนื ทรงตวั ดว้ ยขาข้างใดข้างหนง่ึ นาน ๑๐ วินาที (ข้างซา้ ยหรือขา้ งขวาก็ได้) *** ๖ – ๗ ปี ๘๘ ยืนด้วยเท้าข้างเดยี วขณะหลบั ตา นาน ๒ – ๑๐ วินาที ***

124 อายุ ขอ้ ที่ สภาพท่พี ึงประสงค์ / พฒั นาการที่คาดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP สามารถเกาะเดินไปด้านข้างได้ ****** การทรงตัวในทา่ เดิน เดนิ ไปทางดา้ นขา้ งโดยยึดจบั โต๊ะหรอื เก้าอี้ไว้ *** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๙ – ๑๒ เดอื น ๘๙ สามารถเกาะเดนิ ไปด้านหนา้ ได้ ****** เดนิ ถอื ลกู บอลไปได้ไกล ๓ เมตร ****/*****  ๙๐ คืบคลานขน้ึ และลงบันได ***  ๙๑ เกาะปีนข้ึนและลงเก้าอข้ี องผูใ้ หญ่ ***  เดนิ ขน้ึ -ลงบันไดโดยชว่ ยจบั มือข้างหน่งึ ไว้ ***  ๑ ปี ๖ เดือน ๙๒ เดนิ บนกระดานทรงตวั โดยเท้าอกี ขา้ งหนง่ึ เดินบน  ๑ – ๒ ปี ๙๓ พ้ืน ***  ๙๔ สามารถเดนิ บนคานทรงตัวได้ ******  ๙๕ เดนิ ขึ้นบนั ได โดยมือขา้ งหน่ึงจับราวบันไดอีกมือ  ๙๖ จับมอื ผ้ใู หญ่ก้าวเทา้ โดยมีการพักเท้าในข้นั เดยี วกนั */ **  ๑ ปี ๖ เดือน ๙๗ เดินด้วยทา่ ท่ขี ากางออกไป *** – ๙๘ เดินในทา่ งอเขา่ และไหลง่ ุม้ เล็กนอ้ ย ***  ๒ ปี เดนิ โดยแขนกางออกไปแนบกับลาตัวเพือ่ ชว่ ยทรง ๙๙ ตวั ***  ๑ – ๒ ปี ๖ ๑๐๐ เดนิ ได้เองโดยปล่อยแขนเป็นอิสระและแกว่งแขน  ๑๐๑  เดอื น ตามสบาย */ **/***  ๑๐๒ สามารถเดนิ บนเสน้ ตรงได้ ****** สามารถเดนิ ต่อสน้ เทา้ ตามระยะทางท่ีกาหนดได้  ๑๐๓ ****** ๑๐๔ เดินบนกระดานทรงตัวโดยใช้มอื ทงั้ สองข้างจับราว  ไว้*** ๒ – ๓ ปี ๑๐๕ เดนิ ถอยหลงั ได้ */ **  เดนิ ถอยหลงั ได้สามก้าวถึงไกล ๒ เมตร ***  ๑๐๖ เดินเขยง่ ปลายเท้าไปข้างหนา้ ไดส้ ามก้าว ***  ๑๐๗ เดินข้นึ ลงบนั ได โดยมือขา้ งหนึง่ จบั ราวและก้าวเท้า  ๑๐๘ โดยมีการพักเท้าใน ข้ันเดียวกัน */ **  ๑๐๙ เดนิ ขึน-ลงบนั ไดตามลา้ พังโดย ใช้มือจบั ราวบันได  ๑๑๐

125 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพท่ีพึงประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวงั ระดบั ความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา ๒ – ๓ ปี ๓ – ๔ ปี ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ – ๕ ปี *** ๑๑๑ เดินขน้ึ ลงบนั ได โดยมือข้างหนง่ึ จับราวและก้าวเทา้  โดยมีการพักเทา้ ใน ข้นั เดียวกัน */ **/****** ๑๑๒ สามารถเดนิ ข้ึน-ลงบนั ไดโดยจบั ราวบันได  แบบสลับเท้าได้ ****** ๑๑๓ เดนิ ขนึ -ลงบนั ไดสลับเท้าโดยช่วยจบั มือข้างหนง่ึ ไว้  *** ๑๑๔ เดินบนกระดานทรงตวั โดยใช้มือทั้งสองข้างจับราว  ไว้ ****** ๑๑๕ สามารถเดนิ ขา้ มส่งิ กดี ขวางได้ ******  ๑๑๖ เดินขึ้น-ลงบนั ไดสลับเท้าโดยใช้มือจบั ราวบนั ได  *** ๑๑๗ ปีนเคร่อื งเลน่ สนามในระดับสูงเลก็ นอ้ ยได้ ******  ๑๑๘ เดนิ ไปข้างหน้าโดยต่อส้นเท้าบนปลายนิว้ ได้  สามก้าว *** ๑๑๙ เดนิ ไดก้ า้ วหนง่ึ บนกระดานทรงตัวโดยไม่ต้องชว่ ย*  ๑๒๐ เดนิ บนกระดานทรงตวั ไปขา้ งหนา้ โดยใช้แขนกาง  ออก* ๑๒๑ เดินเขย่งบนปลายเท้าไปขา้ งหน้าได้ไกล ๒ เมตร  *** ๑๒๒ เดินบนเส้นตรงไปข้างหน้าไกล ๓ เมตร ***  ๑๒๓ เดินตามทิศทางท่ีกาหนดได้ */ **  ๑๒๔ เดินขนึ -ลงบนั ไดตามล้าพังโดยไม่ใช้มือจับราว  บันได *** ๑๒๕ เดนิ บนกระดานทรงตัวโดยแขนแนบลา้ ตัว*  ๑๒๖ เดนิ ต่อเท้าไปข้างหน้าเปน็ เสน้ ตรงไดโ้ ดยไม่ตอ้ งกาง  แขน */ **/****/***** ๑๒๗ เดินไปขา้ งหน้าตอ่ สน้ เทา้ บนปลายน้วิ ไกล ๒ เมตร *** ๑๒๘ เดินดว้ ยมอื ในทา่ ไถนาได้ไกล ๓ เมตร ***

126 อายุ ขอ้ ที่ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวงั ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๕ – ๖ ปี ๑๒๙ เดินขนึ -ลงบนั ไดโดยจับมือขา้ งหนง่ึ ถอื ของไว้ ๔ ๓ ๒๑ ๐ และมืออีกข้างหนึ่งจบั ราวบันได ***  ๑๓๐ สามารถเดนิ ข้ึน-ลงบันไดโดย ไมจ่ ับราวบนั ได  แบบพกั เทา้ ได้ ******   ๕ – ๖ ปี ๑๓๑ สามารถเดินขึ้น-ลงบันไดโดย ไม่จับราวบันได  แบบสลับเท้าได้ ******   ๑๓๒ เดนิ ถอยหลังบนกระดานทรงตวั ***  ๑๓๓ เดินต่อเทา้ ถอยหลงั เป็นเสน้ ตรงได้โดยไม่ตอ้ งกาง แขน */ **/**** ๑๓๔ เดนิ ก้าวเท้าไขว้สลับขา้ งข้ามเส้นตรง (ขนาดกวา้ ง ๒.๕ เซนติเมตร) ไดไ้ กล ๒ เมตร *** ๑๓๕ เดินถอยหลังต่อปลายน้ิวกับส้นเท้าไกล ๑ เมตร *** ๖ – ๗ ปี ๑๓๖ เดนิ ตรงไปข้างหนา้ โดยจบั ตาจอ้ งที่เป้าหมายระดับ สายตา *** ๑๓๗ เดินบนกระดานทรงตัวโดยตามองตรงไปข้างหน้า ****** ๑๓๘ เดนิ ขึน-ลงบันไดโดยมือทงั สองข้างถือของไว้*** การทรงตวั ในท่ากระโดด ๑ – ๒ ปี ๑๓๙ กระโดดพร้อมกนั ท้งั สองขาได้ติดต่อกัน ๑ - ๒ คร้ัง *** ๒ ปี ๑ เดอื น ๑๔๐ กระโดดเทา้ พ้นพน้ื ท้ัง ๒ ขา้ ง ****/***** - ๒ ปี ๕ เดอื น ๒ ปี ๖ เดอื น ๑๔๑ กระโดดข้ามเชอื กบนพนื ไปข้างหน้าได้ ****/***** ๒ – ๓ ปี ๑๔๒ พยายามกระโดดด้วยขาข้างท่ีถนดั ขา้ งเดยี ว *** ๑๔๓ พยายามกระโดดด้วยขาขา้ งใดข้างหนึ่ง (ท้ังซ้าย และขวา) *** ๑๔๔ กระโดดอยู่กับที่ โดยเทา้ ท้งั สองข้างลอยพน้ พน้ื */ ** ๑๔๕ กระโดดไดค้ รงั้ หนง่ึ สูงจากพืน้ ๕-๘ เซนติเมตร *** ๑๔๖ สามารถกระโดดโดยชว่ ยพยุงได้ ******

127 อายุ ข้อท่ี สภาพท่พี ึงประสงค์ / พฒั นาการทีค่ าดหวงั ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๒ – ๓ ปี ๑๔๗ สามารถกระโดดเองโดยเทา้ ท้ังสองลอยจากพ้ืนได้  ****** ๑๔๘ สามารถกระโดดสองขาอยู่กับทไ่ี ด้อยา่ งต่อเน่ือง  ****** ๑๔๙ กระโดดได้คร้ังหนงึ่ เป็นระยะไกล ๕ – ๒๐  เซนตเิ มตร ****** ๓ – ๔ ปี ๑๕๐ กระโดดสองขาข้นึ ลงอยู่กบั ที่ได้ *****  ๑๕๑ สามารถกระโดดไปข้างหน้า โดยช่วยพยงุ ได้ ******  ๑๕๒ กระโดดได้คร้งั หนง่ึ ระยะไกล ๒๑-๓๐ เซนติเมตร  ****** ๑๕๓ กระโดดพร้อมกนั ทงั้ สองขาได้ตดิ ต่อกัน ๓-๖ คร้ัง  *** ๑๕๔ กระโดดครง้ั หน่ึงสูงจากพื้นประมาณ ๑๐  เซนติเมตร *** ๑๕๕ กระโดดสองขาข้นึ ลงบนพน้ื ต่างระดบั ได้ */ **  ๑๕๖ กระโดดด้วยขาขา้ งท่ีถนดั ข้างเดียวตดิ ตอ่ กนั ๑-๒  คร้งั *** ๑๕๗ กระโดดขา้ มสงิ่ กีดขวางได้ */ **  ๓ ปี ๘ เดอื น - ๑๕๘ กระโดดขาเดยี วได้ อย่างนอ้ ย ๒ คร้ัง ****/*****  ๔ ปี ๔ ปี ๑ เดือน - ๑๕๙ กระโดดสองเท้าพร้อมกันไปด้านขา้ งและถอยหลงั  ๔ ปี ๖ เดอื น) ได้ ****/***** ๔ – ๕ ปี ๑๖๐ กระโดดขาเดียวอยูก่ ับท่ไี ดโ้ ดยไม่เสยี การทรงตัว */ ** ๑๖๑ กระโดดเชือกได้ทีละครังไม่ติดต่อกัน *** ๑๖๒ กระโดดครังหนึ่งสงู จากพืน ๑๒ เซนตเิ มตร *** ๔ – ๕ ปี ๑๖๓ กระโดดพร้อมกนั ทังสองขาได้ตดิ ตอ่ กัน ๘-๑๐ ครงั *** ๑๖๔ สามารถกระโดดไปด้านหนา้ เองได้ ****** ๑๖๕ สามารถกระโดดไปด้านข้างได้ ****** ๑๖๖ สามารถกระโดดถอยหลังได้ ******

128 อายุ ข้อท่ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พฒั นาการที่คาดหวงั ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๕ ปี - ๕ ปี ๑๖๗ กระโดดสองขาเป็นระยะทาง ๒ เมตร โดยไมห่ กลม้ ๖ เดือน ****** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๕ – ๖ ปี ๑๖๘ กระโดดครังหนึ่งได้ไกลประมาณ ๔๐ เซนติเมตร ๕ – ๖ ปี ****** ๖ – ๗ ปี ๖ – ๗ ปี ๑๖๙ สามารถกระโดดจากทสี่ ูงลงพื้นทต่ี ่ากว่าได้ ****** ๑๗๐ สามารถกระโดดจากทต่ี า่ ข้ึนสู่ทสี่ งู ได้ ****** ๑๗๑ สามารถกระโดดข้ามส่งิ กีดขวางได้ ****** ๑๗๒ สามารถกระโดดขาเดยี วอยู่กับที่ได้ ****** ๑๗๓ กระโดดขาเดียวอยู่กบั ทโี่ ดยไมเ่ สยี การทรงตวั * ๑๗๔ กระโดดดว้ ยขาทีถ่ นดั ขา้ งเดียวเป็นระยะทาง ๑ เมตร *** ๑๗๕ สามารถกระโดดขาเดยี วไปในทิศทางตา่ งๆ ได้ ตดิ ต่อกนั ****** ๑๗๖ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหน้า ๔ ครั้ง ทลี ะขา้ ง ***** ๑๗๗ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหนา้ ได้อยา่ งต่อเนอ่ื งโดยไม่ เสยี การทรงตวั */ ** ๑๗๘ กระโดดด้วยขาทีถ่ นดั ข้างเดียวเป็นระยะทาง ๒ เมตร *** ๑๗๙ กระโดดเชอื กได้ติดต่อกนั ๒-๔ ครัง *** ๑๘๐ กระโดดครงั หนึ่งสูงจากพืน ๑๕ เซนติเมตร *** ๑๘๑ กระโดดครงั หน่ึงได้ไกลประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ****** ๑๘๒ กระโดดครงั หนึ่งได้ระยะไกล ๖๐ – ๘๐ เซนติเมตร ****** ๑๘๓ กระโดดเชอื กได้ติดตอ่ กนั ๕ – ๘ ครงั *** ๑๘๔ กระโดดครังหนึ่งไดส้ งู จากพนื ๑๗ – ๒๐ เซนตเิ มตร *** ๑๘๕ กระโดดด้วยขาขา้ งใดขา้ งหนงึ่ ไดไ้ กล ๒ เมตร ***

129 อายุ ข้อที่ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ / พฒั นาการทค่ี าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ การทรงตวั ในทา่ ว่ิง ๑ – ๑ ปี ๖ ๑๘๖ เรม่ิ วง่ิ หรือเดินเรว็ ๆ ได้ */ **/*****  เดอื น   ๑ ปี ๔ เดอื น - ๑๘๗ วง่ิ หรอื เดินเรว็ ๆ โดยสายตาอาจจ้องมองอยูท่ ี่พื้น   ๑ ปี ๕ เดอื น ****   ๑ – ๒ ปี ๑๘๘ วิ่งไดแ้ ต่การทรงตวั ยงั ไมด่ ี อาจหกลม้ บ้าง ***   ๑๘๙ ว่ิงดว้ ยความเร็วคงทโี่ ดยไม่หกลม้ ******  ๑ ปี ๖ เดือน ๑๙๐ วิ่งและหยดุ ได้ทันที และเร่มิ วิ่งใหม่ */ **   – ๒ ปี  ๒ – ๓ ปี ๑๙๑ สามารถวง่ิ อยู่กบั ที่ได้ ******  ๑๙๒ สามารถว่ิงไปข้างหน้าได้ ****** ๑๙๓ วง่ิ ได้นุ่มนวลโดยความเร็วบา้ งชา้ บ้างสลับกนั ไป *** ๓ – ๔ ปี ๑๙๔ วง่ิ แล้วหยดุ ไดต้ ามที่กาหนด */ ** ๑๙๕ วง่ิ ผา่ นสิง่ กดี ขวางและหลบมมุ ไดโ้ ดยไม่ชน ๑ รอบ *** ๔ – ๕ ปี ๑๙๖ วง่ิ ได้ไกล ๔๕ เมตรใช้เวลาอย่างนอ้ ย ๓๐ วินาที *** ๔ – ๕ ปี ๑๙๗ วง่ิ หลบหลีกสงิ่ กดี ขวางได้ */ **/****** ๕ – ๖ ปี ๑๙๘ วิ่งได้ไกล ๔๕ เมตรใชเ้ วลาอย่างนอ้ ย ๒๕ วนิ าที *** ๑๙๙ ว่งิ หลบหลกี สิง่ กีดขวางไดอ้ ย่างคลอ่ งแคล่ว */ ** ๕ ปี ๘ เดอื น - ๒๐๐ สามารถวง่ิ อย่างมีเป้าหมายได้ ******  ๖ ปี  ๖ – ๗ ปี ๒๐๑ วิ่งผ่านเครือ่ งกีดขวางสามชนิดในระยะทาง ๔๕ เมตร ใชเ้ วลาอย่างนอ้ ย ๒๕ วินาที *** รับ - โยน ลูกบอล ๑ – ๒ ปี ๒๐๒ กล้ิงลกู บอลขนาดใหญ่ออกไปขณะอยู่ในท่านั่ง *** ๒ ปี ๖ เดือน ๒๐๓ ขวา้ งลูกบอลขนาดเล็กได้ โดยยกมอื ข้นึ เหนอื ศรี ษะ ****/*****

130 อายุ ข้อที่ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พฒั นาการทีค่ าดหวงั ระดับความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๒ – ๓ ปี ๒๐๔ โยนลูกบอลลงพ้ืนและมองตามลูกบอลไป *** ๓ ปี ๖ เดอื น ๒๐๕ โยนลูกบอลขนาดใหญ่ไปไกล ๒ เมตร *** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๒๐๖ ท่มุ ลกู บอลให้กระเดง้ และรบั ไว้ดว้ ยมอื ท้ังสองขา้ ง ๓ – ๔ ปี  ***  ๓ – ๔ ปี ๒๐๗ ใช้แขนรบั ลกู บอลได้ ****/***** ๔ – ๕ ปี  ๒๐๘ รบั ลูกบอลโดยใชม้ ือและลาตัวชว่ ย */ **/****** ๕ – ๖ ปี  ๒๐๙ รบั ลกู บอลขนาดใหญ่ที่กระเด้งมาดว้ ยแขนและ  ลาตัวช่วย ***  ๒๑๐ รับลูกบอลขนาดใหญ่ที่กระเด้งมาด้วยมอื และส่วน อก ***  ๒๑๑ สามารถโยนลกู บอลได้ ******  ๒๑๒ ทุม่ ลกู บอลขนาดใหญท่ ีก่ ระเด้งและรบั ไว้ได้  ติดต่อกัน ๒ คร้งั *** ๒๑๓ โยนลูกบอลขนาดใหญ่ไปไกล ๓ เมตร ***  ๒๑๔ โยนลกู บอลขนาดเล็กไปไกล ๒ เมตร ***  ๒๑๕ รับลกู บอลโดยใชม้ ือทั้งสองข้าง */ **  ๒๑๖ รบั ลกู บอลขนาดใหญ่ทโ่ี ยนส่งมาดว้ ยแขนและ  ล้าตวั *** ๒๑๗ รับลกู บอลขนาดใหญ่ทโ่ี ยนส่งมาดว้ ยมือทงั สองข้าง  ***  ๒๑๘ โยนลกู บอลขนาดใหญ่ไปไกล ๔ เมตร ***  ๒๑๙ โยนลูกบอลขนาดเลก็ ไปไกล ๓-๔ เมตร *** ๒๒๐ ปาถุงถ่ัวในตะกร้าผ้าได้ ๑ จาก ๕ ถงุ ในระยะห่าง  ประมาณ ๒ เมตร *** ๒๒๑ รบั ลกู บอลท่ีกระดอนขึ้นจากพน้ื ได้ */ **/*** ๒๒๒ ทุ่มลกู บอลขนาดใหญใ่ หก้ ระเดง้ ไปไกล ๒ เมตร ดว้ ยมือข้างเดียว *** ๒๒๓ โยนลกู บอลขนาดใหญ่ไปไกล ๕ เมตร ****** ๒๒๔ โยนลูกบอลขนาดเลก็ ไปไกล ๕ เมตร *** ๒๒๕ ปาถงุ ถั่วลงในตะกรา้ ทงิ ผงไดอ้ ยา่ งนอ้ ย ๓ จาก ๕ ในระยะหา่ งประมาณ ๒ เมตร ******

131 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพที่พึงประสงค์ / พฒั นาการที่คาดหวัง ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ การถบี  ๑ ปี ๘ เดอื น - ๒๒๖ เหวี่ยงขาเตะลกู บอลได้ ****/*****  ๒ ปี  ๑ – ๓ ปี ๒๒๗ เดนิ ลากของเล่น หรือสิ่งของได้ ***/****/*****  ๒๒๘ ลากของเล่นทม่ี ีล้อบรรทุกของเลน่ หรือให้ผอู้ น่ื นง่ั  ด้วย ***   ๒๒๙ ลากของเล่นท่ีมีล้อไปมา *** ๓ – ๔ ปี ๒๓๐ ถบี รถจักรยานสามล้อไดเ้ อง ***  ๒๓๑ ถบี รถจกั รยานสามลอ้ เล้ยี วผา่ นหัวมุมถนน ***   ๔ – ๕ ปี ๒๓๒ ขร่ี ถจกั รยานสองล้อคันเล็กที่มลี ้อชว่ ยฝึก ***   ๕ – ๖ ปี ๒๓๓ ขแี่ ละบังคบั รถจักรยานสองล้อโดยใช้เทา้ ข้าง เดียว***   ๖ – ๗ ปี ๒๓๔ ขี่รถจกั รยานสองลอ้ คันเล็กที่ไมม่ ีล้อชว่ ยฝึก *** เคล่อื นไหวรา่ งกายตามจังหวะ ๑ – ๓ ปี ๒๓๕ ใช้ร่างกายท้งั หมดเคล่ือนไหวตอบสนองเสยี งดนตรี *** ๓ – ๔ ปี ๒๓๖ แสดงทา่ ทางเขา้ จงั หวะดนตรโี ดยใช้ร่างกาย ๑ ส่วน (เช่น ตบมือ) *** ๔ – ๕ ปี ๒๓๗ เคล่ือนไหวร่างกายส่วนตา่ งๆตามเสียงดนตรี *** ๒๓๘ เดนิ เข้าจังหวะเคาะงา่ ยๆ *** ๕ – ๖ ปี ๒๓๙ พยายามเคลอื่ นไหวเขา้ จงั หวะเคาะของเคร่ือง ดนตรี *** ๒๔๐ ระวังการเคาะเครื่องประกอบดนตรใี ห้เข้าจังหวะ กบั เพลงง่ายๆ *** ๖ – ๗ ปี ๒๔๑ กระโดดและวิ่งเข้าจงั หวะเพลงงา่ ยๆ ***

132 ตัวบ่งช้ี ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสมั พนั ธ์กัน อายุ ขอ้ ที่ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ / พฒั นาการทีค่ าดหวัง ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หนว่ ยฯ IIP/FCSP การมอง ๑ มองสบตาขณะตน่ื ***** แรกเกดิ – ๑ ๒ มองตามถงึ ก่งึ กลางลาตวั ****/***** ๔ ๓ ๒๑ ๐  ๓ มองจ้องหน้าได้นาน ๑ – ๒ วนิ าที ****/*****  เดือน ๔ จอ้ งมองไดม้ องเห็นในระยะห่าง ๘ - ๑๒ นว้ิ */ **   แรกเกิด - ๒ ๕ สามารถจ้องมองวตั ถุท่ีอยู่ทางดา้ นซา้ ยและด้านขวา  เดือน ของผูเ้ รยี นได้ ******  ๖ กรอกลูกตาไปทางซ้ายและขวา *** แรกเกดิ – ๖ ๗ กรอกลูกตาข้ึนและลง ***  เดือน ๘ สามารถจ้องมองสงิ่ ของท่ีอยตู่ รงหนา้ ไดต้ ามเวลา  กาหนด ******  แรกเกิด – ๖ สามารถสบตากับผู้อื่นท่ีอย่ตู รงหนา้ ตามเวลาท่ี  เดือน กาหนดได้ มองตามสิง่ ของจากดา้ นหนึ่งไปอกี ด้านหนึ่ง ****  ๙ มองตามวตั ถทุ เ่ี คลอื่ นไหว */ **  มองตามสง่ิ ของทเ่ี คลือ่ นท่ไี ด้เป็นมมุ ๑๘๐ องศา  ๑ – ๒ เดือน ๑๐ ****/*****  ๒ - ๔ เดือน ๑๑ สามารถจอ้ งมองวตั ถทุ ี่อยดู่ ้านบน และด้านลา่ งได้ ๓ – ๔ เดอื น ๑๒ ******  สายตาจบั จ้องและมองตามคนท่กี าลังเคล่ือนไหว ๓ – ๖ เดอื น ๑๓ ***  สามารถมองตามวัตถุหรอื สิง่ ของทเ่ี คลือ่ นท่ีได้ ***  ๑๔ สามารถมองหาเมื่อสง่ิ ของหายไปจากสายตาได้  ******  ๖ – ๘ เดือน ๑๕ สายตามองตามการเคลอื่ นทีข่ องวัตถใุ นมอื ******  ๑๖ กรอกตาตามการเคลื่อนไหวที่เปน็ เส้นโค้ง ๑๘๐ องศา ***  ๑๗ มองตามของตก */ ** ๑๘ ๑๙

133 อายุ ขอ้ ที่ สภาพที่พึงประสงค์ / พฒั นาการทค่ี าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หน่วยฯ IIP/FCSP การใช้มือ ๓ – ๔ เดือน ๒๐ กาหรือจบั ส่งิ ของท่ีใสใ่ ห้ในมอื */ **  ๓ – ๖ เดอื น ๒๑ แบฝา่ มอื โดยตง้ั ใจแล้วเคลือ่ นเขา้ หาเสน้ ก่ึงกลาง  ลาตวั ****** ๒๒ สามารถเอ้ือมมือออกไปในทิศทางต่าง ๆ ได้ ******  ๒๓ สามารถเอื้อมมอื ออกไปจบั วัตถุได้ ******  ๓ – ๖ เดือน ๒๔ สามารถสลบั วัตถุที่อย่ใู นมือจากข้างหน่ึงไปยงั อกี  ข้างหนึ่งได้ ****** ๒๕ เล่นกับมอื และน้ิวของตนเอง ******  ๒๖ เอ้ือมมือเข้าไปในทิศทางเดยี วกับวตั ถทุ ่เี หน็ ******  ๔ - ๖ เดือน ๒๗ เอื้อมควา้ ใกลๆ้ ตัวได้ */ **  ๒๘ เปล่ียนมือถือของได้ทลี ะมือ */ **  ๕ – ๖ เดอื น ๒๙ เอือ้ มมือหยบิ และถือวตั ถุไวข้ ณะอยูใ่ นทา่ นอนหงาย  ***** ๓๐ เอื้อมมือหยิบและถอื วตั ถุไว้ ขณะอยใู่ นท่านอนหงาย  หรือนง่ั ตัก **** ๖ - ๙ เดือน ๓๑ จับของมากระทบกนั ด้วยมือ ๒ ขา้ ง */ **  ๓๒ หยิบจบั วตั ถสุ งิ่ ของดว้ ยอุ้งมือ******  ๓๓ หยิบจบั วตั ถสุ ิง่ ของด้วยคร่งึ อุ้งมอื ครึ่งนวิ้ มือ******  ๓๔ ใช้มอื ขา้ งหนึง่ เอื้อมไปหาและจับวตั ถุ******  ๓๕ สั่นเขยา่ และทุบของเลน่ ท่ีมเี สียงดัง******  ๓๖ สง่ วัตถุจากมือหน่งึ ไปยังอีกมือหนึง่ ******  ๓๗ เร่มิ ใช้นว้ิ หัวแม่มือน้วิ ชแี้ ละนิ้วกลางหยิบของช้ิน  เล็กๆ */ ** ๖ เดือน– ๑ ๓๘ สามารถกาหรือจบั วัตถุได้ ******  ปี ๖ เดอื น ๓๙ ใช้มอื บบี ของเล่นท่ีมเี สยี งหรือนุม่ นม่ิ ***  ๔๐ ใช้อุ้งมือหยิบจบั สิง่ ของ ***  ๖ เดือน– ๑ ๔๑ สามารถกาและตอก หรือทุบวัตถุได้ ****** ปี ๖ เดือน ๔๒ สามารถกาและบดิ วตั ถุได้ ****** ๖ เดอื น – ๒ ๔๓ สามารถหยิบวัตถุโดยใช้นวิ้ หวั แม่มือรว่ มกบั น้วิ อ่นื ๆ ปี ******

134 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พฒั นาการที่คาดหวัง ระดับความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP สามารถหมุนเปดิ -ปิดวัตถไุ ด้ ****** สามารถจบั และหมุนวัตถุที่มขี นาดต่างๆ ได้ ****** ๔ ๓ ๒๑ ๐ สามารถแกะหรือฉกี วัตถุโดยใชน้ ้ิวมอื ได้ ****** ๖ เดือน – ๒ ๔๔ สามารถนาวัตถุไปปลอ่ ยหรือวางในภาชนะทีก่ าหนด ปี ๔๕ ได้ ****** ๔๖ ใช้นิ้วชี้สารวจหรือค้นหาวตั ถตุ า่ งๆ *** ๔๗ หยิบวตั ถทุ ่มี ขี นาดเล็ก (เชน่ ลูกเกด) ดว้ ยสองนิ้ว มอื *** ๔๘ แกะหรือเปดิ ห่อขนาดเล็กทม่ี ัดไวห้ ลวมๆ *** ๔๙ สามารถใสว่ ัตถลุ งในภาชนะหรอื อปุ กรณ์ต่างๆ ได*้ ***** ๖ เดือน – ๕ ๕๐ หยิบวัตถตุ า่ งๆ ใส่ภาชนะ*** ปี ๕๑ ตอกหมุดไม้ลงในชอ่ งแบบ ๕ – ๖ ตวั *** เตมิ ทรายลงในภาชนะและเทท้ิง*** ๙ เดือน ๕๒ ใช้นิว้ หยิบอาหารกนิ ได้ ****/***** ๕๓ ใช้นิ้วหัวแมม่ อื และนวิ้ อื่น ๆ หยบิ ของข้ึนจากพื้น ๕๔ ****/***** ๕๕ หยบิ ก้อนไม้จากพืน้ และถือไว้มอื ละชนิ้ ****/***** ๕๖ หยิบของใส่และเอาออกจากภาชนะได้ */ ** ถอื กัด และเคย้ี วอาหารได้ดว้ ยตนเอง */ ** ๙ เดือน - ๑ ๕๗ จบี นิว้ มอื เพ่ือหยบิ ของช้ินเล็ก ****/***** ๕๘ ปี ๕๙ หยบิ และวางก้อนไม้*** ๖๐ หยบิ กอ้ นไมใ้ สถ่ ้วยได้ **** ๑๐ เดอื น – ๑๒ ปี ๖๑ ขดี เขียนได้เอง ***** ๑ ปี ๖๒ ขดี เขียน (เป็นเสน้ ) บนกระดาษได้ ****/***** ๑ ปี ๑ เดือน ๖๓ เปิดหนังสือที่ละ ๓-๔ หนา้ */ ** - ๖๔ ๑ ปี ๓ เดือน ๖๕ ๑ ปี ๔ เดอื น - ๑ ปี ๕ เดือน ๑ ปี – ๑ ปี ๖ เดอื น

135 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพท่ีพึงประสงค์ / พฒั นาการทีค่ าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๑ ปี ๖ เดอื น ๖๖ เปิดหน้าหนงั สอื ท่ีทาด้วยกระดาษแข็งทลี ะแผ่นได้ เอง ****/***** ๑ ปี ๖ เดือน ๖๗ เปดิ พลิกหนา้ หนังสือได้ทีละแผ่น */ ** ๑ ปี ๖ เดือน ๖๘ วางกอ้ นไมซ้ ้อนกันได้ ๔-๖ ก้อน */ ** - ๒ ปี ๑ ปี ๗ เดือน ๖๙ ต่อก้อนไม้ ๔ ชั้น ****/***** – ๒ ปี ๑ – ๒ ปี ๗๐ พยายามต่อก้อนไมส้ องก้อนเป็นตึกสงู ๒ ชัน้ ****** ๗๑ ทุบ ขยาดินนา้ มนั ใหแ้ ผอ่ อก *** ๗๒ จับดินสอในท่ากาและทารอยขดี เขียนโดยไมต่ ง้ั ใจ *** ๗๓ จับดนิ สอหรอื สเี ทียนดว้ ยนว้ิ มือซ่ึงยงั ไม่ถูกทา่ ทางแต่ ไมก่ า *** ๗๔ เลยี นแบบการขีดเขยี นของผ้อู ่ืน *** ๗๕ ต้งั ใจขีดเขยี นด้วยดินสอหรอื สีเทียน และอาจออก นอกขอบกระดาษ *** ๗๖ เขยี นเส้นตา่ งๆ ซง่ึ ดูคล้ายเสน้ โค้งโดยใช้แขนทั้งชว่ ง และอาจออกนอกขอบกระดาษ *** ๒ – ๓ ปี ๗๗ หยิบกรรไกรสอดใสน่ ิ้วมือและถอื ในท่าทถ่ี ูกต้อง *** ๗๘ ขยับขากรรไกรเปิดและปิดได้*** ๗๙ ตดั ขอบกระดาษขาดจากกันเลก็ น้อยโดยเปดิ และปดิ กรรไกรหนึ่งครั้ง *** ๘๐ ถอื กรรไกรข้างหนงึ่ และถือกระดาษดว้ ยมืออกี ขา้ ง หน่ึง *** ๘๑ บดิ หรือหมนุ ปุ่มตา่ งๆ จากของเล่น *** ๘๒ หมุนลกู บดิ เพ่ือเปดิ ประตู *** ๘๓ เคลอื่ นข้อมือในท่าหมนุ หรือวกวนไปมา *** ๘๔ ดงึ ดินนา้ มันออกจากกนั เปน็ ก้อนๆ *** ๘๕ ตัดดนิ น้ามนั นมุ่ ๆ ดว้ ยมดี หรือไม้บรรทดั *** ๘๖ ตอ่ ก้อนไมเ้ ป็นตกึ สูง ๓ – ๗ ชน้ั *** ๘๗ จดั ภาพตัดต่อรปู วงกลมและสามเหล่ยี มลงในกรอบ ***

136 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพที่พึงประสงค์ / พฒั นาการทีค่ าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรปุ กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๘๘ ประกอบภาพตัดตอ่ ๓ ชนิ้ เขา้ ดว้ ยกนั ลงในกรอบ *** ๘๙ จับสเี ทยี นแท่งใหญ่เพื่อขดี เขยี นได้ */ ** ๙๐ สามารถจบั ดนิ สอ หรือสีเทียนเพือ่ ขีดเขียนได้ ****** ๙๑ สามารถเลียนแบบการลากเส้นได้ ****** ๙๒ ขดี เขียนโดยออกนอกขอบกระดาษเล็กน้อย *** ๙๓ ระบายสีโดยใช้ขอ้ มอื ชว่ ยคล้ายทา่ ขัดถูพนื้ *** ๙๔ พยายามเขียนรปู ทีป่ ระกอบด้วยเสน้ แนวตงั้ เส้นแนวนอน จดุ และเส้นโค้งซ่ึงยังไมส่ ือ่ ความหมาย *** ๒ ปี ๖ เดอื น ๙๕ ต่อก้อนไมส้ เ่ี หล่ียมลกู บาศกเ์ ป็นหอสูงได้ ๘ ก้อน ****/***** ๒ – ๔ ปี ๙๖ หมนุ เปิดและปดิ ฝาขวดเกลียวทม่ี ขี นาด ๑ – ๓ นิ้ว *** ๒ – ๔ ปี ๙๗ ไขลานของเลน่ *** ๓ ปี ๙๘ ร้อยลกู ปดั ท่ีมีขนาดใหญ่ ๑ นวิ้ *** ๓ ปี ๙๙ ร้อยลูกปัดขนาดเลก็ ครึ่งน้วิ ได้อยา่ งน้อย ๕ เม็ด*** ๑๐๐ สามารถร้อยวัตถทุ ่ีมีขนาดหรือรปู ทรงต่างๆได้ ****** ๓ - ๔ ปี ๑๐๑ ร้อยวัสดุทีม่ ีรขู นาดเส้นผ่านศูนยก์ ลาง ๑ ชม. ได้ */ ** ๑๐๒ จดั เรียงก้อนไม้สามก้อนเปน็ สะพานตามแบบ*** ๑๐๓ สามารถต่อวตั ถใุ นแนวนอนได้ ****** ๑๐๔ สามารถตอ่ วตั ถุในแนวตั้งได้ ****** ๑๐๕ สามารถต่อวัตถตุ ามแบบได้ ****** ๑๐๖ ตัดกระดาษเปน็ แถบเส้นกวา้ ง ๒ เซนติเมตร *** ๑๐๗ ตัดกระดาษตามเสน้ คด เสน้ โค้งท่ี มรี ัศมี ๖.๕ เซนตเิ มตร *** ๑๐๘ ใชก้ รรไกรตดั กระดาษขาดจากกนั ได้โดยใช้มือเดยี ว */ **/****** ๑๐๙ เขียนรปู วงกลมตามแบบได้ */ **

137 อายุ ข้อที่ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พฒั นาการที่คาดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป กอ่ นการพฒั นา หน่วยฯ IIP/FCSP ๓ – ๔ ปี ๑๑๐ สามารถปน้ั ดนิ น้ามันแลว้ คลงึ เป็น เส้นยาวได้ ****** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๓ ปี ๘ เดือน - ๔ ปี ๑๑๑ สามารถปั้นดินน้ามันแลว้ คลงึ เป็นกอ้ นกลมได้ ๔ – ๕ ปี ****** ๑๑๒ สามารถปน้ั ดินนา้ มันแล้วคลงึ เปน็ แผ่นแบนกลมได้ ****** ๑๑๓ สามารถปัน้ ดินน้ามันตามจนิ ตนาการได้ ****** ๑๑๔ สามารถพับกระดาษเป็น ๒ ส่วนได้ ****** ๑๑๕ สามารถจดั ภาพตัดตอ่ ลงในกรอบได้ ****** ๑๑๖ สามารถจดั รูปเรขาคณติ ท่มี ขี นาดตา่ งกนั ๓ ช้ินลง ในกรอบได้ ****** ๑๑๗ ประกอบภาพตดั ต่อ ๔ – ๕ ชน้ิ เขา้ ด้วยกันลงใน กรอบ *** ๑๑๘ สามารถวาดรูปทีป่ ระกอบด้วยเส้นพื้นฐานได้ ****** ๑๑๙ ระบายสีออกนอกเส้นของรปู ไมเ่ กิน ๑.๒ เซนตเิ มตร *** ๑๒๐ ต้ังชื่อภาพของตนเองซ่ึงไมค่ ่อยสอ่ื ความหมาย แก่ผู้อ่นื นัก *** ๑๒๑ สามารถเติมแขนหรอื ขารูปคนที่ยังไมส่ มบรู ณ์ได้ ****** ๑๒๒ ตัดกระดาษรูปส่ีเหล่ยี มจตั รุ สั ขนาด ๑๐ ซม. ออกเป็น ๒ ชิ้น (โดยใช้กรรไกรปลายมน) ****/***** ๑๒๓ ใสก่ ระดุมขนาดใหญ่อยา่ งนอ้ ย ๒ ซม. ไดเ้ อง ๓ เมด็ ****/***** ๑๒๔ หยบิ เข็มกลดั ขนาดยาว ๒ เซนติเมตรดว้ ยสองนิว้ มือ*** ๑๒๕ เสยี บคลิปกระดาษลงบนกระดาษแข็ง*** ๑๒๖ ฉีกกระดาษทากาวและปะวสั ดทุ ่เี ลือกลงบน กระดาษ*** ๑๒๗ สามารถตัดกระดาษตามรอยได้ ****** ๑๒๘ ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนวเสน้ ตรงได้ */ **


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook