Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอน

เอกสารประกอบการสอน

Published by Took Took, 2021-09-28 14:19:13

Description: เอกสารประกอบการสอน

Search

Read the Text Version

286 | ภาคผนวก

ภาคผนวก | 287 ใบงานท่ี 1 ความรู้เบือ้ งตน้ เกยี่ วกับการวดั และประเมนิ ผล กจิ กรรมท่ี 1 จงยกตวั อยา่ งขอ้ ความทเ่ี กยี่ วข้องกบั คำศพั ท์ตอ่ ไปน้ี 1. การทดสอบ ........................................................................................................................... 2. การวัดผล .......................................................................................................................... 3. การประเมนิ ผล ...................................................................................................................... 4. การประเมิน ........................................................................................................................... กจิ กรรมที่ 2 ข้อความตอ่ ไปนี้ เป็นการวัดเพอ่ื เปา้ หมายใด 1. ครูแกว้ จะสอบนักเรยี นในหอ้ งกอ่ นเรม่ิ สอนคณิตศาสตรใ์ นช้นั ป.6 เพอื่ ต้องการจะทราบวา่ นักเรยี นมคี วามรูพ้ ื้นฐานเพียงพอหรอื ไม่ ...................................................... 2. ครูภาณตี อ้ งการนำขอ้ มลู จากการวดั มาแนะแนวการเรยี นใหแ้ ก่นักเรยี น .................................................. 3. ครูก่ิงจะสอบทุกคร้ังทสี่ อนจบแตล่ ะหนว่ ย เพอ่ื ค้นหาข้อบกพรอ่ งของนักเรียนนำไปปรบั ปรงุ แก้ไข ...................................................... 4. สทศ. ทำการทดสอบนกั เรียนระดับชนั้ ป.6 ม.3 และ ม.6 ...................................................... 5. ครโู บวท์ ำการทดสอบนักเรยี นหลงั จากเรยี นไปแล้ว 1 เดอื น ...................................................... กจิ กรรมท่ี 3 พิจารณาข้อความวา่ เปน็ การประเมนิ ประเภทใด เมอ่ื จำแนกตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการ ประเมนิ 1. การสอบปลายภาคเรียนทแี่ ล้ว นักเรยี นปี 4 สอบได้เกรด A จำนวน 5 คน ................................................................. 2. กจิ กรรมหนงึ่ ท่ีครอู ารกี ำหนดไวใ้ นการสอนแต่ละหนว่ ยคอื การสอบเพ่อื ปรบั ปรงุ แกไ้ ข ข้อบกพรอ่ ง ................................................................. 3. ครขู วญั ต้องสอนซอ่ มเสริมให้นกั เรียนหลงั ประเมนิ พบวา่ นกั เรยี นมีความรูน้ อ้ ยเกนิ ไป ................................................................. 4. ครสู ายธารจดั ใหน้ ักเรียนนง่ั เปน็ กล่มุ ตามความสามารถเพอ่ื ทำกจิ กรรม .................................................................

288 | ภาคผนวก กิจกรรมท่ี 4 ศกึ ษากรณตี ัวอยา่ งตอ่ ไปนี้ แลว้ ตอบคำถาม “ครูปริญ อายุ 40 ปี รบั ราชการมา 15 ปี สอนวชิ าการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ด้วย ความท่มุ เทไมเ่ คยขาดสอน อกี ทงั้ มเี นือ้ หาทีท่ นั สมยั อยเู่ สมอ เม่อื จบภาคการศึกษา ครปู รญิ จะออก ขอ้ สอบอัตนยั จำนวน 5 ข้อและได้เฉลยขอ้ สอบเตรียมพรอ้ มสำหรบั การตรวจ เมื่อการสอบเสร็จสน้ิ ครูปรญิ นำขอ้ สอบของนกั ศกึ ษามาตรวจ ระหวา่ งการตรวจนนั้ ครูปรญิ ไดด้ เู ฉลยผดิ ขอ้ ทำให้คะแนน สอบของนักศึกษาผิดพลาด เมอื่ ตดั สนิ ผลการเรยี นพบวา่ นกั ศึกษาสว่ นใหญไ่ ดเ้ กรด C และ B สว่ น คนทไี่ ดเ้ กรด A นัน้ คอื หัวหนา้ หอ้ งทช่ี ว่ ยงานครูปริญบอ่ ย ๆ” 4.1 จากกรณศี ึกษา นักศกึ ษาคิดวา่ ครูปรญิ ปฏบิ ตั ติ นเหมาะสมหรือไมต่ ามหลักคณุ ธรรมของ นักวัดและประเมนิ ผลการศึกษา เขยี นอธบิ าย ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 4.2 ถ้านักศึกษาเปน็ นกั เรียนของครปู รญิ จะปฏบิ ตั ติ นอย่างไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 289 ใบงานท่ี 2 การประเมินผลยอ่ ยและประเมนิ ผลรวม กิจกรรมท่ี 1 ให้นกั ศึกษาสังเคราะหว์ ธิ ีการวัดและประเมินผลในสาขาวิชาของตนเอง ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมที่ 2 ใหน้ ักศึกษาเลือก 1 รายวชิ า เพื่อออกแบบโครงสรา้ งรายวชิ าและสดั สว่ นคะแนน ตารางโครงสรา้ งรายวิชาและสัดสว่ นคะแนน รหสั วชิ า ..............................รายวิชา........................................................ระดับชัน้ ............................ จำนวน................ช่วั โมง สัดสว่ นคะแนน ระหว่างเรยี น:ปลายปี = ……………… ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐาน/ สาระ/เนือ้ หา การประเมินผล เวลา นำ้ หนกั เรียนรู้ ตวั ช้วี ดั (ช้นิ งาน/ภาระ (ช่วั โมง) คะแนน งาน) ระหว่างเรยี น รวมทุกหนว่ ย ปลายปี สอบปลายปี โครงงาน รวมทัง้ หมด 100

290 | ภาคผนวก ตารางโครงสรา้ งกำหนดการสอน รหสั วิชา ...............................รายวิชา....................................................ระดบั ช้นั ................................. หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ....... เรอื่ ง.............................................................................. จำนวน...............ชวั่ โมง คะแนน …………………คะแนน แผนท่ี มาตรฐาน ตวั ชว้ี ัด สาระ/ การประเมินผล เวลา น้ำหนัก เน้ือหา (ช้ินงาน/ภาระงาน) (ชว่ั โมง) คะแนน รวมท้งั หมด กจิ กรรมท่ี 3 ใหน้ ักศกึ ษาออกแบบการวดั และประเมนิ ผลยอ่ ยจากรปู แบบทเี่ รียนมา โดยใช้ข้อมลู จากกจิ กรรมที่ 2 ตารางโครงสรา้ งกำหนดการสอน จำนวน 1 แผน รหสั วชิ า ..............................รายวิชา........................................................ระดับชัน้ ............................ หนว่ ยการเรยี นร.ู้ .............................................. น้ำหนักคะแนน.................................................. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั สาระ/เนื้อหา การออกแบบการวัดและประเมนิ ผลยอ่ ย

ภาคผนวก | 291 ใบงานท่ี 3 พฤตกิ รรมทางการศึกษา กจิ กรรมที่ 1 จงทำเครือ่ งหมาย ✓หน้าข้อความทถ่ี ูก และเคร่อื งหมายหน้าขอ้ ความทผ่ี ิด ................ 1. การวดั ผลจะตอ้ งยดึ จุดประสงคก์ ารเรยี นเปน็ หลกั ................ 2. ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการวดั เปน็ องคป์ ระกอบหนง่ึ ของการประเมนิ ................ 3. ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการทดสอบเปน็ องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั ของการวดั ผล ................ 4. องคป์ ระกอบสำคญั อยา่ งหนง่ึ ของการประเมนิ ผล คอื ขอ้ มลู ................ 5. การประเมินผลระหว่างการสอน เปน็ การประเมินเม่ือจบแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ ................ 6. การประเมินผลเพ่ือวนิ จิ ฉัย เปน็ การประเมินก่อนการเรม่ิ เรยี นแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้ ................ 7. จุดมงุ่ หมายทางการศกึ ษา เปน็ เปา้ หมายในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น ................ 8. พทุ ธพิ สิ ยั (cognitive domain)เป็นพฤตกิ รรมดา้ นความคดิ ความรู้สกึ ของผเู้ รียน ................ 9. พทุ ธพิ สิ ยั ประกอบดว้ ย 6 ขน้ั ยอ่ ย คอื ความจำ ความเขา้ ใจ การนำไปใช้ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ และการประเมนิ ผล ................ 10. ความจำหมายถงึ ความสามารถในการจำเร่อื งราวขอ้ เท็จจรงิ ตา่ ง ๆทีเ่ คยพบมา ................ 11. ความเขา้ ใจเป็นการดดั แปลงคำ ข้อความ หรือหลักการต่าง ๆ ใหม้ คี วามหมายมากขน้ึ กวา่ เดิม ................ 12. การวเิ คราะห์ เปน็ การสรปุ องคค์ วามร้หู ลาย ๆ อยา่ ง รวมใหเ้ ปน็ หนง่ึ ................ 13. จิตพสิ ยั (affective domain) เป็นพฤตกิ รรมดา้ นความรู้สกึ อารมณ์ จติ ใจ ................ 14. จิตพสิ ยั สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 5 ขน้ั คอื การรบั รู้ การรสู้ กึ การเหน็ คณุ คา่ การจดั ระบบ และการสร้างลกั ษณะนิสัย ................ 15. ทักษะพสิ ยั เปน็ พฤตกิ รรมดา้ นการปฏบิ ตั ิ เนน้ การเคลอ่ื นไหวของกล้ามเนอ้ื

292 | ภาคผนวก กิจกรรมที่ 2 นักศกึ ษาจงทำเคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งว่าง เมื่อพิจารณาวัตถปุ ระสงคต์ ่อไปนวี้ ่า ตรงกบั พฤติกรรมการเรยี นรใู้ ด และใช้เทคนิคการวดั และประเมินประเภทใด วตั ถปุ ระสงค์ พฤติกรรมการเรยี นรู้ เทคนิค พุทธิ จติ ทกั ษะ การวดั 1.นักเรียนสามารถบอกช่ือและท่ีตัง้ ของโรงเรยี นได้ พสิ ยั พสิ ัย พิสัย 2. นักเรยี นสามารถมาโรงเรยี นก่อน 8.00 นาฬกิ าทุกวัน 3. นกั เรียนสามารถเขยี นกลอนสภุ าพไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การเขยี น 4. นกั เรยี นสามารถบวกเลขสองหลกั ได้อย่างถูกตอ้ ง 5. นกั เรียนต้ังใจฟงั ครสู อนเร่อื งการเขยี นเรยี งความ 6. นกั เรยี นสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ กรงุ เทพฯนำ้ ท่วม 7. นกั เรียนมคี วามภมู ใิ จที่สอบภาคปฏิบตั ิวิชาพละศึกษาผา่ น 8. นกั เรียนสามารถอธิบายวิธีการสอื่ สารข้อมูลผ่านเครือข่าย คอมพวิ เตอร์ 9. นกั เรียนสามารถใชค้ ำถามเพอ่ื พัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ของเพอ่ื นได้ 10. นกั เรยี นสามารถเขยี นโครงงานอาชพี งานชา่ งไดถ้ ูกต้องตาม หลกั การเขียน กจิ กรรมท่ี 3 ใหน้ ักศึกษาเลอื กแผนการจัดการเรียนรู้ 1 หนว่ ย แลว้ นำมาออกแบบการวดั ตามตาราง ทีก่ ำหนดให้ ตารางวิเคราะห์เนื้อหาสาระการเรยี นรู้................................................ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ………………………. ระดบั ช้ัน …………………… จำนวนชั่วโมง ……………..…….. สาระ............................................................................................................................. ....................... มาตรฐานการเรียนรู้ .......................................................................................................................... พฤติกรรมการวัด เทคนิค ตัวชีว้ ัด จดุ ประสงคก์ าร กิจกรรมการเรียนร/ู้ พทุ ธิ จติ ทกั ษะ การวดั เรียนรู้ เนือ้ หา พิสยั พสิ ัย พิสยั และ ประเมิน

ภาคผนวก | 293 ใบงานที่ 4 เครอื่ งมือวดั ผลการเรยี นรู้ กิจกรรมที่ 1 ใหน้ กั ศกึ ษาเลือกแผนการจัดการเรียนรู้ 1 หน่วย แล้วนำมาออกแบบการวดั ตามตาราง ท่กี ำหนดให้ ตารางวเิ คราะห์เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้................................................ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ………………………. ระดับชน้ั …………………… จำนวนช่ัวโมง ……………..…….. สาระ............................................................................................................................. ....................... มาตรฐานการเรียนรู้ .......................................................................................................................... พฤติกรรมการวัด เทคนคิ เครอ่ื งมือ ตวั ชี้วดั จุดประสงคก์ าร กิจกรรมการ พทุ ธิ จิต ทักษะ การวัด เรยี นรู้ เรียนร้/ู เนอ้ื หา พิสัย พิสยั พิสยั และ ประเมนิ กจิ กรรมที่ 2 จากตารางในกจิ กรรมท่ี 1 ให้นกั ศกึ ษารา่ งเครอ่ื งมอื วัดพุทธพิ สิ ยั และจติ พิสัย ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

294 | ภาคผนวก ใบงานท่ี 5 การประเมนิ ตามสภาพจริงและภาคปฏบิ ัติ ให้นกั ศกึ ษาสร้างเกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics) ชนิ้ งาน คอื “การทำพานไหว้ครู” พรอ้ มทงั้ กำหนดระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารตัดสนิ และเกณฑก์ ารผา่ นดว้ ย เกณฑ์ ดี (3) ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ (1) 1. ……….. ........................................ พอใช้ (2) ........................................ ........................................ ........................................ 2. ……….. ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ 3. ……….. ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ................................ ............................ ................................ ............................ ................................ ............................ เกณฑ์การผา่ น............................................................................................................................. ...

ภาคผนวก | 295 ใบงานท่ี 6.1 การหาคณุ ภาพเคร่อื งมอื รายขอ้ กิจกรรมท่ี 1 คุณภาพข้อสอบของแบบทดสอบอัตนยั นำขอ้ สอบจำนวน 5 ข้อ มคี ะแนนเตม็ 5 คะแนน ไปทดสอบกบั นกั เรยี น 12 คน ได้ผลดังตาราง จงหาคา่ ความยาก ค่าอำนาจจำแนก ขอ้ ท่ี กลุ่มสงู (H) กลมุ่ ต่ำ (L) คนท่ี 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 5555555444 2 5555554444 3 5444344433 4 4443333332 5 4433333322 6 4433333221 ผลรวม ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... นำข้อมลู จากตารางข้างตน้ มาวเิ คราะห์ ค่าความยากและอำนาจจำแนก ขอ้ ที่ PH PL คา่ ความยาก อำนาจจำแนก แปลความหมาย 1 2 3 4 5

296 | ภาคผนวก กิจกรรมท่ี 2 คุณภาพขอ้ สอบของแบบทดสอบแบบเลือกตอบ (องิ เกณฑ)์ 2.1 นำขอ้ สอบจำนวน 10 ข้อ ไปทดสอบกบั นักเรยี น 20 คน ไดผ้ ลดงั ตาราง จงหาค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก โดยมีเกณฑผ์ ่านที่ 5 ข้อไดก้ ลุ่มผา่ นเกณฑ์ 12 คน และไมผ่ า่ น เกณฑ์ 8 คน (กรณสี อบคร้งั เดยี ว) ขอ้ ท่ี กลมุ่ ผา่ น กลมุ่ ไม่ผา่ น ความยาก (p) อำนาจจำแนก (r) แปลผล 18 4 29 7 35 2 46 6 5 12 8 6 11 5 7 10 8 89 3 98 6 10 5 1 2.2 นำขอ้ สอบจำนวน 10 ขอ้ ไปทดสอบกบั นักเรยี น 20 คน ได้ผลดังตาราง จงหาค่า อำนาจจำแนก (กรณีสอบสองคร้ัง) ขอ้ ท่ี Rpost Rpre ความยาก (p) อำนาจจำแนก (S) แปลผล 1 10 9 2 15 11 3 12 7 48 4 59 5 6 14 6 7 11 13 85 9 9 13 10 10 6 14

ภาคผนวก | 297 กจิ กรรมที่ 3 คณุ ภาพขอ้ สอบของแบบทดสอบแบบเลือกตอบ (อิงกล่มุ ) 3.1 นำข้อสอบจำนวน 10 ขอ้ ไปทดสอบกบั นกั เรียน 30 คน แบ่งเป็นกลมุ่ สงู 15 คน และ กลมุ่ ตำ่ 15 คน จงหาคา่ ความยากและค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ข้อที่ กลุ่มสูง กลุม่ ตำ่ ความยาก (P) อำนาจจำแนก (r) แปลผล 1 10 9 2 15 11 3 12 7 48 4 59 5 6 14 6 7 11 13 85 9 9 13 10 10 6 14 3.2 นำขอ้ สอบจำนวน 3 ขอ้ ไปทดสอบกบั นักเรยี น 20 คน แบง่ เป็นกลมุ่ สูง 10 คน และ กลมุ่ ต่ำ 10 คน จงหาคา่ ความยาก ค่าอำนาจจำแนก และประสทิ ธิภาพของตัวลวง ข้อ ตัวเลือก กลุ่มสูง กลมุ่ ตำ่ p r แปลความหมาย 1 *ก 10 5 ข03 ค02 2ก 2 4 *ข 6 3 ค23 3ก 4 4 ข24 *ค 4 2 *หมายถงึ ขอ้ ถูก

298 | ภาคผนวก สรปุ สูตรการหาคณุ ภาพเครอ่ื งมอื รายข้อ คณุ ภาพ สตู ร 1.การวิเคราะห์ขอ้ สอบอัตนัย 1.1 ความยาก ความยาก = ������������ + ������������ 2 ������ = ������������ + ������������ − (2������������������������������) 2������(������������������������ − ������������������������) 1.2 อำนาจจำแนก อำนาจจำแนก = ������������ − ������������ ������ = ������������ − ������������ ������(������������������������ − ������������������������) 2.การวเิ คราะห์ข้อสอบแบบเลือกตอบ 2.1 แบบองิ เกณฑ์ 2.1.1 คา่ ความยาก ������ 2.1.2 ค่าอำนาจจำแนก ������ = ������ ������ = ������������������������ − ������������������������(กรณสี อบสองครัง้ ) ������������������������ ������������������������ ������ = ������ − ������ (กรณสี อบครัง้ เดียว) ������1 ������2 2.2 แบบอิงกลมุ่ 2.2.1 คา่ ความยาก ������ 2.2.2 ประสทิ ธิภาพของตวั ลวง ������ = ������ 2.2.3 คา่ อำนาจจำแนก ������������ = ������������ − ������������ ������������ ������������������������ ������ = ������������−������������ (ข้อสอบ) ������������ ������������������������ ������ = ̅���̅���̅���̅���−���̅̅���̅���̅��� (แบบสอบถาม) √���������������21���+������������2���2��� ������������������������������ = ���̅̅���̅������−���̅��� √������������������������ (ขอ้ สอบตอบ 1,0) ������������ ������ ∑ ������������ − ∑ ������ ∑ ������ ������������������ = √[������ ∑ ������2 − (∑ ������)2][������ ∑ ������2 − (∑ ������)2] (ตอบมาตราประมาณค่าหลายระดบั )

ภาคผนวก | 299 ใบงานที่ 6.2 การหาคณุ ภาพเครอื่ งมอื ทั้งฉบับ กิจกรรมท่ี 1 ใหน้ กั ศึกษาเติมขอ้ มลู ลงในตารางให้สมบรู ณ์ ผู้เชี่ยวชาญ ดชั นคี วาม ข้อท่ี สอดคลอ้ ง ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนท่ี 5 IOC =R /N 1 0 -1 1 1 1 2 0 0 0 -1 -1 31 1 1 1 1 4 5 กิจกรรมท่ี 2 จงหาค่าความเทย่ี งจากข้อมลู ตอ่ ไปน้ี 2.1 จากการนำขอ้ สอบวิชาคณติ ศาสตร์ มีคะแนนเตม็ 30 คะแนนไปใช้ทดสอบกับนักเรยี น 5 คน จำนวน 2 ครัง้ ไดผ้ ลดงั นี้ คนท่ี การสอบครง้ั ท่ี 1 (X) การสอบครง้ั ท่ี 2 (Y) X2 Y2 XY 1 19 21 2 18 20 3 15 16 4 20 20 5 21 25 รวม ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

300 | ภาคผนวก 2.2 จากการนำขอ้ สอบวชิ าวิทยาศาสตร์ ไปใชท้ ดสอบกบั นกั เรยี น 5 คน ได้คะแนนข้อคู่ และขอ้ คี่ ไดผ้ ลดงั น้ี คนท่ี ข้อคู่ (X) ข้อคี่ (Y) X2 Y2 XY 1 10 10 2 10 8 39 7 48 6 58 7 รวม ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 301 2.3 แบบทดสอบวชิ าภาษาไทย จำนวน 5 ข้อ ให้คะแนนตามวิธี 0-1 โดยนำไปทดสอบกบั นักเรียน 10 คน ไดผ้ ลดังนี้ คนที่ 1 ข้อที่ 5 คะแนนรวม X2 234 (X) 111101 201110 310001 411111 511011 600111 711011 800110 910001 10 1 1 0 1 0 รวม p q pq ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

302 | ภาคผนวก 2.4 แบบทดสอบวิชาภาษาไทย จำนวน 5 ข้อ ให้คะแนนขอ้ ละ 5 คะแนน โดยนำไปทดสอบกบั นกั เรยี น 5 คน ไดผ้ ลดงั นี้ คนที่ 1 ขอ้ ท่ี 5 คะแนนรวม X2 234 (X) 152324 253154 344533 435331 534432 ∑Xi ∑Xi2 Si2 ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 303 2.5 แบบทดสอบวชิ าภาษาไทย จำนวน 2 ฉบับ เกบ็ คะแนนจากนกั เรียนฉบบั ละ 10 คน ซึง่ แต่ละ ฉบับมีคะแนนเตม็ 20 คะแนน โดยครกู ำหนดเกณฑก์ ารผา่ นของแตล่ ะฉบบั คือ 12 คะแนนข้นึ ไป ได้ผลดังตาราง นกั เรยี นคนท่ี แบบสอบฉบับท่ี 1 แบบสอบฉบบั ท่ี 2 1 คะแนน ผลการตัดสนิ คะแนน ผลการตัดสนิ 2 3 15 รอบรู้ 10 ไมร่ อบรู้ 4 5 13 13 6 7 10 18 8 9 11 15 10 19 16 18 17 8 10 16 20 9 11 11 12 นำขอ้ มลู ในตารางมาสรา้ งตาราง แบบทดสอบฉบับ 1 (จำนวนคน) รวม รอบรู้ ไม่รอบรู้ แบบทดสอบฉบับ 2 รอบรู้ (จำนวนคน) ไมร่ อบรู้ รวม ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

304 | ภาคผนวก สรปุ สตู รการหาคณุ ภาพเครอื่ งมอื ทัง้ ฉบบั คุณภาพ อธิบาย สตู ร ความตรง วดั ไดต้ รงกับสง่ิ ทต่ี อ้ งการวดั มี 3 ∑ ������ ������������������ = ������ (Validity) แบบ คอื ������ ∑ ������������ − ∑ ������ ∑ ������ 1)ความตรงเชงิ เน้อื หา ������������������ = 2)ความตรงเชงิ โครงสรา้ ง √[������ ∑ ������2 − (∑ ������)2][������ ∑ ������2 − (∑ ������)2] 3)ความตรงตามเกณฑส์ มั พนั ธ์ ������ ∑ ������������ − ∑ ������ ∑ ������ ������������������ = 3.1 ความตรงเชงิ ทำนาย √[������ ∑ ������2 − (∑ ������)2][������ ∑ ������2 − (∑ ������)2] 3.2 ความตรงตามสภาพ ������ ∑ ������������ − ∑ ������ ∑ ������ ความเทย่ี ง ความคงเสน้ คงวาของผลการวัด ������������������ = √[������ ∑ ������2 − (∑ ������)2][������ ∑ ������2 − (∑ ������)2] (Reliability) แบบอิงกล่มุ ������ ∑ ������������ − ∑ ������ ∑ ������ 1) วธิ ีวดั ซ้ำ ������������������ = √[������ ∑ ������2 − (∑ ������)2][������ ∑ ������2 − (∑ ������)2] 2) วธิ แี บบสอบคขู่ นาน 3) วิธีหาความสอดคลอ้ งภายใน 3.1) แบบแบง่ คร่ึงข้อสอบ ������������������ = 2������ℎℎ 1 + ������ℎℎ 3.2) ของ Kuder and ������ ∑ ������������ Richardson ������������������ = ������ − 1 [1 − ���������2��� ] สูตร KR-20 สูตร KR-21 ������ ������̅(������ − ������̅) ������������������ = ������ − 1 [1 − ������ ∗ ���������2��� ] 3.3) หาสัมประสทิ ธคิ์ รอนบาค ������ = ������ ������ 1 [1 − ∑������������2���������2��� ] แบบอิงเกณฑ์ − 1) แฮมเบลิ ตนั และโนวิก P = P11 + P22

ภาคผนวก | 305 ใบงานท่ี 7 สถิตสิ ำหรับการวดั และประเมนิ โครงการ กิจกรรมที่ 1 จากข้อมลู จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 32 25 30 29 28 31 27 26 27 34 35 28 26 24 26 1.ค่าเฉลย่ี มีคา่ เท่ากบั เทา่ ไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 2. คา่ มัธยฐานมีค่าเทา่ กบั เทา่ ไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 3. ค่าฐานนยิ มมีค่าเทา่ กบั เท่าไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 4. คา่ พิสยั มคี า่ เทา่ กบั เท่าไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 5. จงสร้างตารางแจกแจงความถ่จี ากข้อมลู ท่กี ำหนด ซึง่ กำหนดจำนวน 3 ชัน้ คะแนน(x) จดุ ก่งึ กลางชัน้ ความถี่ (f) cf fx ������ − ������̅ (������ − ������̅)2 f(������ − ������̅)2

306 | ภาคผนวก 6. นำขอ้ มลู จากตารางในขอ้ ท่ี 5 มาคำนวณหาค่าต่อไปน้ี 6.1 ค่าเฉล่ยี ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 6.2 ค่ามธั ยฐาน ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 6.3 คา่ ฐานนยิ ม ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 6.4 ค่าความแปรปรวนและคา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 6.5 คา่ สัมประสทิ ธกิ์ ารกระจายมีคา่ เท่ากบั เท่าไร ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 7. วาดภาพโค้งการกระจายของข้อมลู พรอ้ มอธบิ าย ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 307 กิจกรรมท่ี 2 ตอบคำถามจากข้อมลู ในตารางขา้ งลา่ ง การสอบวชิ าคณติ ฯ วทิ ย์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ของนกั เรยี น 3 คน ปรากฏผลดังตาราง นักเรียน คณิต(60) ภาษาไทย(70) องั กฤษ(60) วทิ ย์(50) ณฐั 55 60 50 50 นดิ 50 55 55 25 ฉตั ร 45 70 50 40 x 40 60 50 45 SD 5 5 10 10 1.ณฐั ไดค้ ะแนนซี และคะแนนทีของภาษาไทยเทา่ กบั ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 2. นิดได้คะแนนที วชิ าคณิตฯ และภาษาอังกฤษเท่ากับ ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 3. ฉตั รมผี ลการเรยี นออ่ นทส่ี ุดวชิ าใด ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

308 | ภาคผนวก กจิ กรรมที่ 3 การหาตำแหนง่ เปอรเ์ ซ็นไทล์ และคะแนน T ปกติ จากตารางความถ่ีข้างล่าง จงเตมิ ตวั เลขในช่องว่างพรอ้ มแปลความหมาย X f cf cf+ ½f PR T ปกติ ความหมายค่า PR 20 1 19 3 17 11 15 16 13 9 12 7 10 3 3 ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 309 บญั ชสี ำหรับแปลคะแนน T ใหเ้ ป็นจำนวนร้อยละที่อยู่ใต้ จาก Henry E. Garrett ในหนังสอื Statistics in Psychology and Education คะแนน T % ทีอ่ ยู่ใต้ คะแนนT % ที่อย่ใู ต้ 10 .0032 50 50.00 11 .0048 51 53.98 12 .007 52 57.93 13 .011 53 61.79 14 .016 54 65.64 15 .023 55 69.15 16 .034 56 72.57 17 .048 57 75.80 18 .069 58 78.81 19 .097 59 81.59 20 .13 60 84.13 21 .19 61 86.43 22 .26 62 88.49 23 .35 63 90.32 24 .47 64 91.92 25 .62 65 93.32 26 .82 66 94.52 27 1.07 67 95.54 28 1.39 68 96.41 29 1.79 69 97.13 30 2.28 70 97.72 31 2.87 71 98.21 32 3.59 72 98.61 33 4.46 73 98.93 34 5.48 74 99.18 35 6.68 75 99.38 36 8.08 76 99.53 37 9.68 77 99.65 38 11.51 78 99.74 39 13.57 79 99.81 40 15.87 80 99.865 41 18.41 81 99.903 42 21.91 82 99.931 43 24.20 83 99.952 44 27.43 84 99.966 45 30.85 85 99.977 46 34.46 86 99.984 47 38.21 87 99.9890 48 42.07 88 99.9923 49 46.02 89 99.9952 90 99.9968

310 | ภาคผนวก ใบงานที่ 8 การตดั สนิ ผลการเรียน กจิ กรรมที่ 1 การกำหนดเกรดโดยใชค้ ะแนนมาตรฐาน T ปกติ (Normalized T-score) เปน็ การแปลงคะแนนทไ่ี มเ่ ปน็ โคง้ ปกติ ใหเ้ ป็นโค้งปกตกิ ่อนการตัดเกรด โดยมวี ธิ กี ารดังน้ี 1.แปลงคะแนนดบิ ใหเ้ ป็นคะแนนมาตรฐาน T ปกติ 2.หาพสิ ัยของคะแนน T ปกติ 3.กำหนดจำนวนเกรดทตี่ อ้ งการ 4.หาขอบเขตของเกรดแต่ละระดบั โดยนำพสิ ยั หารดว้ ยจำนวนเกรดทก่ี ำหนด 5.เรมิ่ นบั ชว่ งหา่ งระหวา่ งเกรดโดยจาดเกรดทีอ่ ยตู่ รงกลาง ที่ Tปกติ 50 ถ้าจำนวนเกรดทต่ี อ้ งการเป็นเลขค่ี จะต้องคร่อมคะแนน Tปกติ 50 ให้อย่ตู รงกลาง ถา้ จำนวนเกรดท่ีตอ้ งการเปน็ เลขคู่ กใ็ หม้ จี ุดเรม่ิ ต้นนับท่ีคะแนน T ปกติ 50 ท้งั บนและลา่ ง กำหนดให้นกั เรยี นจำนวน 20 คน มีผลคะแนนการสอบดงั ตาราง คะแนนดบิ (X) ความถ่ี(f) ความถีส่ ะสม(cf) เปอร์เซ็นต์ไทล์(PR) T ปกติ 10 1 20 97.5 70 9 3 19 87.5 62 8 4 16 70 55 7 3 12 52.5 51 6 3 9 37.5 47 528 25 43 424 15 40 3 1 2 7.5 36 2 1 1 2.5 30 ถ้าตอ้ งการตดั เกรด 4 ระดบั A B C E จงหาช่วงคะแนนของแตล่ ะระดับ 1.พสิ ยั เท่ากบั ...................................................................................................................................... 2.ช่วงห่างของคะแนนในแตล่ ะเกรดเทา่ กับ .......................................................................................... 3.ช่วงคะแนนในแต่ละเกรดเทา่ กบั เกรด A มคี ่าระหวา่ ง .............................................................................................................. เกรด B มคี ่าระหว่าง .............................................................................................................. เกรด C มีค่าระหวา่ ง .............................................................................................................. เกรด E มคี ่าระหวา่ ง ..............................................................................................................

ภาคผนวก | 311 กิจกรรมท่ี 2 การกำหนดเกรดโดยเปอร์เซ็นต์ตามโค้งการแจกแจงปกติ เรยี งคะแนนจากมากไปนอ้ ย จากนั้นคำนวณจำนวนนักเรียนทไ่ี ดเ้ กรดในแตล่ ะระดบั ตาม เปอรเ์ ซ็นต์ทีก่ ำหนด โดยการเทียบบัญญตั ไิ ตรยางศ์ ตัวอย่าง กำหนดเปอรเ์ ซ็นตจ์ ำนวนนักเรียนเปน็ 5 ระดบั คอื เกรด A มีจำนวนนักเรยี น 10% เกรด B มีจำนวนนักเรยี น 20% เกรด C มจี ำนวนนกั เรยี น 40% เกรด D มจี ำนวนนักเรียน 20% เกรด E มีจำนวนนกั เรยี น 10% ถา้ นกั เรียนห้องหนงึ่ มี 30 คน จะได้จำนวนนกั เรียนในแต่ละเกรดเป็นจำนวนเท่าไร เกรด A มจี ำนวนเท่ากบั 10 x 30 = 3 คน 100 เกรด B มีจำนวนนักเรยี น ……………………………………………………………………………………………………… เกรด C มจี ำนวนนกั เรยี น ……………………………………………………………………………………………………… เกรด D มจี ำนวนนกั เรียน ……………………………………………………………………………………………………… เกรด E มจี ำนวนนกั เรยี น……………………………………………………………………………………………………… กจิ กรรมที่ 3 การกำหนดเกรดโดยคำนวณคา่ เฉลยี่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตอ้ งหาค่าเฉล่ยี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนท้งั หมด แลว้ กำหนดว่าตอ้ งการ เกรดเกรดก่ีระดบั และกำนดขอบเขตของเกรด ตวั อยา่ ง กำหนดเกรด 5 ระดบั และกำหนดขอบเขตของเกรดดงั นี้ เกรด Aมคี ่าระหว่าง ������̅ + 1.5SD ข้ึนไป เกรด B มคี ่าระหว่าง ������̅+ 0.5SD ถงึ ������̅+1.5SD เกรด C มคี า่ ระหว่าง ������̅- 0.5SD ถงึ ������̅+0.5SD เกรด D มีค่าระหวา่ ง ������̅-1.5SD ถงึ ������̅-0.5SD เกรด E มคี า่ ระหว่าง ������̅- 1.5SD ลงไป ถา้ การสอบครง้ั หนง่ึ มีคะแนนเตม็ 10 คะแนน มเี ฉลยี่ เท่ากบั 5 และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทา่ กับ 2 จงหาชว่ งคะแนนของแต่ละเกรด เกรด A มคี า่ ระหว่าง 5 +(1.5*2) = 8 คะแนนขึน้ ไป เกรด B มคี ่าระหวา่ ง ............................................................................................................................ เกรด C มคี ่าระหวา่ ง ............................................................................................................................ เกรด D มคี ่าระหว่าง ............................................................................................................................ เกรด E มีค่าระหวา่ ง ...........................................................................................................................

312 | ภาคผนวก กจิ กรรมที่ 4 การกำหนดเกรดแบบอิงพัฒนาการ คะแนนพัฒนาการ = คะแนนหลังเรยี น−คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนเต็ม−คะแนนกอ่ นเรยี น ในการสอบวชิ าคณติ ศาสตร์ คะแนนเตม็ 40 คะแนน น่นุ ได้คะแนนกอ่ นเรียนเท่ากบั 20 คะแนน และคะแนนหลังเรยี นเทา่ กบั 30 คะแนน จงหาว่า 1.นุ่นมีคะแนนพฒั นาการเท่ากบั ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… 2.นุ่นมคี ะแนนพัฒนาการรอ้ ยละเทา่ กบั ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............……………………………………………………………………………………………………………………… ………….............………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก | 313


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook