Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การใช้โปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจ

การใช้โปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจ

Published by nirut jorncharoen, 2021-08-29 14:14:23

Description: การใช้โปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจ

Keywords: โปรแกรม,ประยุกต์ทางธุรกิจ

Search

Read the Text Version

31 ภาพที่ 2.5 ตวั อยา่ งหนา้ Facebook 3. บทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการศึกษา ปัจจุบันกาลังอยู่ในยุคออนไลน์เข้าถึงได้ทุก ทที่ ุกเวลา การศึกษาเชน่ เดยี วกัน ส่ือตา่ ง ๆ ปรากฏอยู่บนอินเทอร์เนต็ มากมาย เราสามารถเรียนรู้เพ่ือ นามาพัฒนาตนเองและช่วยในการพัฒนาประเทศได้ ตัวอย่างสื่อออนไลน์เพ่ือเผยแพร่ความรู้ของ ตนเองให้แก่คนทั่วโลก หรือที่เรียกว่า มุ้กส์ (MOOC) หรือ (massive open online course) ซึ่งจะ มีบทเรยี นฟรี เราสามารถเรียนวิชาต่าง ๆ มากมายทั้งในและต่างประเทศได้บนหน้าจอที่บ้าน สาหรับ ตวั อยา่ งเวบ็ ไซต์ ไทยม้กุ ส์ (Thai MOOC) แสดงดงั ภาพที่ 2.6 ภาพท่ี 2.6 เว็บไซต์ Thai MOOC (http://thaimooc.org) ท่มี า (วศิน เพ่มิ ทรพั ย์, 2561, หนา้ 175) 4. บทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านส่ือสารและโทรคมนาคม ปัจจุบันการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคน ไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนในเมืองจังหวัดใหญ่ ๆ จัดว่ามีความเร็วสูงและไม่แพง หรือระบบ 4G ที่มีความเร็ว เทียบเท่าหรือดีกว่าในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงระบบ 5G ที่กาลังจะพัฒนา ผู้คนต่างใช้งานไม่เพียงแค่ดูหนังฟัง เพลง เข้าโปรแกรมประยุกต์ และเว็บไซตต์ ่าง ๆ เทา่ นั้น สาหรบั ตวั อยา่ ง 3G 4G แสดงดังภาพท่ี 2.7

32 ภาพที่ 2.7 ตวั อยา่ ง 3G 4G ทม่ี า (วศนิ เพม่ิ ทรพั ย์, 2561, หนา้ 175) 5. บทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศในดา้ นสาธารณสขุ การนาเอาความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีมา ใช้เพ่ือสนับสนุนและแลกเปล่ียนข้อมูลการรักษาผู้ปุวย เป็นหนทางที่จะช่วยบรรเทาปัญหาทาให้ ประชาชนนั้นมีสุขภาพดีข้ึน บทบาทในด้านนี้จะเป็นการใช้สัญญาณดาวเทียมและเครือข่าย อินเทอรเ์ นต็ ควบคูก่ ัน จะมกี ารแลกเปลี่ยนขอ้ มูลทงั้ ภาพนง่ิ ภาพเคลือ่ นไหว เสียง ส่งสัญญาณถึงกันได้ เปรียบเสมอื นวา่ กาลงั อยู่ในห้องคนไข้เดียวกัน ซึ่งจะทาให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพมากข้ึน แต่ท้ังนี้ ก็ต้องพิจารณาถึงกฏหมายท่ีเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบและจรรยาบรรณของแพทย์ด้วย ว่า เอื้ออานวยให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้มากน้อยเพียงใด ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับ การแพทย์ แสดงดังภาพท่ี 2.8 ภาพที่ 2.8 การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศกับการแพทย์ ท่มี า (สพุ รรษา ยวงทอง, 2558, หนา้ 225) 6. บทบาทเทคโนโลยสี ารสนเทศในดา้ นสิง่ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อินเทอร์เน็ตทาให้ทุกคน สามารถเข้าใช้งานแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมท้ังภาพปัจจุบันและอดีตได้แบบออนไลน์จาก โทรศัพทเ์ คล่อื นท่ี ในด้านนี้เราจะเรียกเทคโนโลยีว่าจีไอเอส (GIS) หรือ (Geographic Information System)

33 หรือทเี่ รยี กกันว่า ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ การใช้ประโยชน์จากระบบน้ีจะช่วยในด้านการประกอบ ธุรกิจและใช้ชีวิตประจาวัน เช่น การนาทางขับรถ ยังช่วยสร้างความตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงทาง ธรรมชาติ การบุกรุกตัดไม้ทาลายปุา ส่วนประโยชน์ในภาครัฐจะใช้ประโยชน์ในระดับนโยบาย การพัฒนา พน้ื ทเี่ ศรษฐกจิ ผงั เมือง และอน่ื ๆ ตัวอย่างภาพถา่ ยดาวเทียมของเว็บกรมทดี่ นิ แสดงดงั ภาพที่ 2.9 ภาพที่ 2.9 ภาพถา่ ยดาวเทยี มของเว็บกรมทีด่ ิน ทมี่ า (วศนิ เพมิ่ ทรพั ย์, 2561, หนา้ 176) เทคโนโลยีสารสนเทศกับกลยุทธ์ธรุ กิจ กลยุทธ์ ยุทธวิธี หรือยุทธศาสตร์ จริง ๆ แล้วเป็นคาศัพท์ท่ีใช้ทางการทหารเก่ียวกับสงคราม และแนวทางในการเอาชนะศัตรู กลยุทธ์เริ่มได้รับความสนใจนามาใช้ในเชิงธุรกิจมากขึ้นและ กวา้ งขวางในหลายแนวทาง เช่น กลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การเงิน กลยุทธ์การผลิต ฯลฯ มีผู้กล่าวไว้ ว่า องค์การไม่จาเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ ถ้าปราศจากคู่แข่งขันทางธุรกิจ แต่ปัจจุบันน้ันการแข่งขัน ทางธุรกิจทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทาให้การจัดการเชิงกลยุทธ์มีความสาคัญมากขึ้น และการนา เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เชิงกลยุทธ์ก็เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา โดยปกติแล้วเราจาแนกกลยุทธ์ตาม ระดับและขอบเขตการดาเนินงานขององค์การออกเป็น 3 ระดับ คือ กลยุทธ์ระดับบริษัทหรือองค์การ (corporate strategy) กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (business strategy) และกลยุทธ์ระดับหน้าที่ (functional strategy) โดยมีรายละเอียดดังนี้ (ไพบูลย์ เกียรติโกมล และณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์, 2551, หนา้ 258-259) 1. กลยุทธ์ระดับบริษัทหรือองค์การ ถูกกาหนดโดยผู้บริหารระดับสูงขององค์การ ครอบคลุม ระยะเวลายาวและท่ัวท้ังองค์การ องค์การควรจะดาเนินธุรกิจอย่างไร และจัดสรรทรัพยากรท่ีมีอยู่ อย่างไรให้มีประสทิ ธิภาพสงู สดุ ต่อการดาเนนิ งาน 2. กลยุทธ์ระดับธุรกิจ ถูกกาหนดโดยผู้บริหารหน่วยธุรกิจ เพ่ือให้หน่วยธุรกิจของตนสามารถ ดาเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับภารกิจ (mission) และ วตั ถปุ ระสงค์ (objective)

34 3. กลยุทธร์ ะดบั หนา้ ท่ี ถกู กาหนดโดยหัวหนา้ หน่วยงานตามทท่ี างธุรกจิ คือ การเงิน การตลาด การดาเนินงาน และทรัพยากรมนษุ ย์ เพ่ือสนับสนุนและสอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับที่สูงกว่า กลยุทธ์นี้ จะมีลกั ษณะเฉพาะเจาะจงตามหนา้ ท่ีทางธุรกจิ จากกลยทุ ธ์ตามระดับและขอบเขตการดาเนินงานขององค์การทั้ง 3 ระดับ มีข้อแตกต่างกันใน ส่วนของผู้ที่กาหนดกลยุทธ์ ผู้บริหารแต่ละระดับจะทาหน้าท่ีกาหนดกลยุทธ์เพ่ือการบริหารจัดการ ธรุ กจิ ซ่งึ ระดับกลยทุ ธ์ แสดงดังภาพท่ี 2.10 กลยทุ ธ์ระดับองคก์ าร กลยทุ ธร์ ะดับธรุ กิจ กลยทุ ธ์ระดบั หนา้ ท่ี ภาพท่ี 2.10 ระดับกลยุทธ์ ท่มี า (ไพบูลย์ เกยี รติโกมล, ณัฏฐพันธ์ เขจรนนั ท์, 2551, หน้า 260) ในช่วงศตวรรษที่ 21 เกิดความท้าทายต่อการดารงชีวิตมนุษย์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะ เปน็ การเปล่ียนแปลงในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ นี้ ล้วนเกิดจากการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยสี ารสนเทศ มนษุ ย์สามารถตดิ ตอ่ ส่อื สารกันได้งา่ ย รวดเร็ว มากขนึ้ มีระบบสานักงานอตั โนมัติ (office automatic) ท่ีสามารถช่วยให้การประกอบธุรกิจคล่องตัว และธรุ กจิ สามารถทางานต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงข้างต้นนี้สร้างผลกระทบ ต่อการดารงอยู่และการเจริญเติบโตของธุรกิจ องค์การธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์ เทคโนโลยีที่เคยนามาใช้ในแต่ละกิจกรรมหน้าที่ทางธุรกิจในด้านการเงิน การตลาด การดาเนินงาน และทรัพยากรบุคคล ไดร้ ับความสนใจมากข้ึนในการนามาใช้เชิงกลยุทธ์ เพื่อธารงรักษาความสามารถ ในการแข่งขันการประกอบธุรกิจ โดยกลยุทธ์ท่ีสาคัญท่ีธุรกิจนิยมนามาใช้ประยุกต์ในปัจจุบัน ได้แก่ แรงผลักดันจากลูกค้า (customer driven) การแข่งขันระดับโลก (global competition) การ กาหนดขนาดท่ีเหมาะสม (right sizing) คุณภาพ (quality) และเทคโนโลยี (technology) โดยมี รายละเอียดดังนี้ 1. แรงผลักดันจากลูกค้า การเปิดเสรีทางการค้าทาให้คู่แข่งขันเข้ามาอยู่ในตลาดเป็นจานวน มาก ลูกค้ามีสิทธิเสรีในการตัดสินใจซ้ือ ส่งผลให้ธุรกิจต้องให้ความสาคัญกับลูกค้า โดยหาวิธีการด้วย

35 การศึกษาและวจิ ยั ตลาด เพ่ือสนองความต้องการของลูกค้า หรือการนาเทคโนโลยีมาบริการกับลูกค้า เพอื่ ใหล้ กู คา้ พึงพอใจและไดร้ บั ความช่ืนชมของลูกคา้ 2. การแข่งขันระดับโลก การเติบโตท่ีรวดเร็วและพัฒนาการที่ต่อเนื่องของระบบเศรษฐกิจใน แตล่ ะประเทศ สง่ ผลใหห้ ลายธรุ กิจขยายตัวจนมีขอบเขตข้ามพรมแดน เกิดบริษทั ข้ามชาติ การแข่งขัน กนั ทางธุรกจิ ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศ แตต่ ้องอยู่รอดบนเวทีระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์ จึงต้องใช้ทั้งกลยุทธ์ เชิงรกุ และเชิงรบั เพอ่ื ให้เจรญิ เตบิ โตและแข่งขนั อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 3. การกาหนดขนาดที่เหมาะสม ขนาดในท่ีน้ีหมายถึงรูปแบบโครงสร้างองค์การ การ เปลยี่ นแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลตอ่ การปรบั ตัวของธุรกิจ บางองค์การหันมาใช้ทรัพยากร ร่วมกัน เพ่ือลดความฟุมเฟือย นอกจากน้ีแล้วยังมีแนวคิดที่เรียกว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ พัฒนา บุคลากรให้เกิดความคิดที่เป็นระบบ พร้อมปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลง ทาให้องค์การสามารถ ตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและรวดเรว็ 4. คุณภาพ ผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่มีคุณภาพ เกิดจากการบริหารงานที่ใช้หลักการ แนวคิดที่พยายามพัฒนาคุณภาพและบริการของตน เพราะลูกค้าไม่เพียงแค่ต้องการผลิตภัณฑ์หรือ บริการเท่าน้ัน แต่เขาต้องการผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพเหมาะสมกับเงินที่เสียไป หลายธุรกิจ จึงนาแนวคิดสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น การจัดการคุณภาพโดยรวม (total quality management: TQM) การผลิตแบบไม่มีข้อผิดพลาด (zero defect) และคุณภาพจากแหล่งกาเนิด (quality at source) เป็นต้น 5. เทคโนโลยี ธุรกจิ นาเทคโนโลยีเขา้ มาใช้งานก็เพ่ือประโยชน์ในการผลิตภาพโดยรวม การลด ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาดาเนินงานใหส้ น้ั ลง แต่เทคโนโลยีกลายเป็นเคร่ืองมือที่สาคัญเชิงกลยุทธ์ ช่วย สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทาให้กลายเป็นผู้นาด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ และยังช่วยสร้าง ภาพลักษณ์ทีด่ ีในความรสู้ ึกของผบู้ ริโภค กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเกิดความเข้มแข็งและสามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจึงต้องกาหนดกลยุทธ์และดาเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพ่ือธารงธุรกิจให้คงอยู่ได้ ผู้ประกอบการต้องศึกษาและทาความเข้าใจท้ังในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศกับก ลยุทธ์สาหรับธุรกิจ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีกับงานธุรกิจด้านต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดาเนินต่อไปได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ ตัวอย่างการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยใี นการประกอบธุรกจิ เทคโนโลยีในท่ีนี้ คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสาร มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น คอมพิวเตอร์กับการใช้ งานภาครัฐ คอมพิวเตอร์กับภาคธุรกิจ คอมพิวเตอร์กับการศึกษา คอมพิวเตอร์กับธุรกรรมต่าง ๆ คอมพิวเตอร์กับงานวิจัยวิทยาศาสตร์ การแพทย์ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์กับงานด้านแผนท่ีและ สารสนเทศภูมิศาสตร์ เป็นต้น การใช้เทคโนโลยีในงานด้านต่าง ๆ สาหรับการประกอบธุรกิจ ผูป้ ระกอบการยุคใหม่หันมาให้ความสาคัญมากขึ้น เรียนรู้ท่ีจะใช้เทคโนโลยีเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการ ประกอบธุรกิจของตนเองให้ได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในภาวะท่ีมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง จะ

36 สังเกตได้วา่ มีบทเรียนออนไลนต์ า่ ง ๆ หรอื มีผู้เชยี่ วชาญต่าง ๆ มากมาย พยายามที่จะสร้างองค์ความรู้ ในเรื่องการใช้เทคโนโลยีสาหรับการประกอบธุรกิจ จะเห็นได้ชัดเจนในด้านการตลาดท่ีมีผู้เชี่ยวชาญ ต่าง ๆ ออกมาสอนวิธีการหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย ดังตัวอย่างของผู้ท่ีออกมาประกอบธุรกิจโดย อาศยั เทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยมีรายละเอียดดงั นี้ 1. ผู้กองเบนซ์-Capt.Benz กล่าวไว้ว่า “ยุคเกษตรกรรมความมั่งคั่งอยู่ที่เจ้าของท่ีดิน ยุค อุตสาหกรรมความมั่งคั่งอยู่ที่โรงงาน และยุคข้อมูลข่าวสารความม่ังคั่งทั้งหมดอยู่ท่ีคนท่ีเป็นเจ้าของ ขอ้ มูล” หากในยคุ นเี้ ราเป็นคนทีม่ ีองคค์ วามรู้ อย่าดูถูกความรู้อันเล็กน้อยของตนเอง อาจจะทาเงินได้ ไม่น้อย คุณอาจจะมีความรู้ในด้านทักษะ ศิลปะ กีฬา ภาษา การค้าขาย หรือแม้แต่การทาอาหาร ง่าย ๆ เป็นต้น จากตัวอย่างน้ีได้ประยุกต์นาเอาองค์ความรู้ท่ีตนเองมีมาสร้างเป็นคอร์สออนไลน์ กลายเปน็ รายได้หลักแสนบาทในเวลาเพยี งอันสน้ั ตวั อยา่ ง Page Facebook ผู้กองเบนซ์-Capt.Benz แสดงดังภาพท่ี 2.11 ภาพท่ี 2.11 Page Facebook ผกู้ องเบนซ์-Capt.Benz ที่มา (ผู้กองเบนซ์-Capt.Benz, 2562) 2. โปรเชน-สหรัฐ ผสู้ รา้ งแรงบนั ดาลใจให้คนรุ่นใหม่ กล่าวไว้ว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่ความสาเร็จ ยัง มีเรื่องของการพัฒนาตนเองและการให้ ถ้าย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ โปรเชน-สหรัฐ มานิตยกุล กล่าวว่า อยากกลับไปแก้ไขสิ่งท่ีเขาเคยทา นักกอล์ฟ แชมป์ตีไกล 3 ปีซ้อนคนนี้ ปัจจุบัน หันไปเอาดีทางด้านการส่ือสารและโฆษณา เป็นเจ้าของบริษัท Chain Project จากัด สอนจิตวิทยา กอล์ฟท่ีมหาวิทยาลัยรามคาแหง เป็นพรีเซนเตอร์สินค้า ล่าสุดออกหนังสือเร่ือง (ก่อน) เวลาสุดท้าย คู่มอื การใชช้ วี ิตอย่างมีความหมาย ก่อนเวลาสดุ ทา้ ยจะมาถึง (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, 2561) ตัวอย่าง Page Facebook Pro Chain-Saharath แสดงดังภาพท่ี 2.12

37 ภาพที่ 2.12 Page Facebook Pro Chain-Saharath ทีม่ า (โปรเชน สหรัฐ, 2562) 3. สริ ิลักษณ์ ตันศริ ิ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เป็นนักพูดในด้านการพัฒนาตนเอง สร้างแรง บนั ดาลใจ เป็นนักปลกุ พลังชวี ิต หรือนักโมติเวทหญิงคนแรกของเมืองไทยท่ีได้รับเชิญจากองค์กรใหญ่ ๆ ท่ัวเมืองไทยไปพูดปลุกพลังยักษ์ ปลุกพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานนับแสนคนจนเกิด การเปล่ยี นแปลงท่ดี ขี ้นึ มเี พจเฟสบคุ ที่ชื่อว่า Coach Siriluck Tansiri จากตัวอย่างน้ีจะเห็นได้ว่า เธอ ได้ใช้โอกาสความสามารถของตนเองที่มีโดยนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบธุรกิจ จนเธอเอง เป็นที่รู้จักกับคนอย่างกว้างขวางจากส่ือดังกล่าว (Coach Siriluck, 2560, หน้า 237) ตัวอย่าง Page Facebook Coach Siriluck Tansiri แสดงดงั ภาพที่ 2.13 ภาพที่ 2.13 Page Facebook Coach Siriluck Tansiri ท่มี า (สริ ิลักษณ์ ตันศริ ิ, 2562)

38 นอกตัวอย่างนีแ้ ลว้ ปจั จุบันการสรา้ งธรุ กิจสตาร์ทอัพ (startups) เริ่มเป็นที่นิยมมากข้ึนในยุค ดิจิทัล ยิ่งการที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเป็นประจาแล้ว เราแทบไม่ต้องทา การตลาดเลย เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือถ่ายทอดให้ทุกคนรู้จักธุรกิจของเราให้ดี ยิ่งขนึ้ ได้ ถ้าจะให้ยกตวั อยา่ งธุรกิจแนวคิดดี ๆ ซ่ึงใช้เทคโนโลยีเป็นตัวแปรสาคัญได้อย่างจัดเต็ม คงจะ เป็นแกร๊บ(grab) หรอื อเู บอร์ (uber) ซ่งึ เปน็ แอปพลเิ คชันเรียกรถโดยสารท่ีทง้ั คนไทยและชาวต่างชาติ รจู้ ักเปน็ อยา่ งดี เพราะผู้ก่อต้ังจับความต้องการของลูกค้าท่ียังไม่มีใครมองเห็น มาผูกเข้ากับเทคโนโลยี ของสมาร์ทโฟนท่ีกาลังได้รับความนิยม เสริมทับด้วยความปลอดภัยท่ีสามารถการันตีได้ จึงได้กระแส ตอบรับอย่างล้นหลาม สาหรับธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยที่ถือกาเนิดข้ึนจากแนวความคิดดี ๆ เช่น ไวบัส (Viabus) แอปพลเิ คชนั บอกเวลารถเมล์ ฟกิ ส์ซ่ี (Fixzy) แอปพลิเคชันหาช่างซ่อมทุกอย่างบนโลก เทค มที วั ร์ (TakeMeTour) ใครก็เปน็ ไกด์พาเที่ยวไทยได้ โฟลวแอคเคาท์ (FlowAccount) ทาบัญชีง่าย ๆ และ วิชเบียร์ (WishBeer) แหล่งรวมเบียร์จากทั่วทุกมุมโลก เป็นต้น ตัวอย่างแอปพลิเคชันธุรกิจ สตาร์ทอพั แสดงดังภาพท่ี 2.14 ภาพท่ี 2.14 ตวั อย่างแอปพลเิ คชันธรุ กิจ startups ท่ีมา (โกรทบี ดาต้า ไซแอนท์ ฟอร์ ไทยพเี พิล้ , 2560) จากตัวย่างเหน็ ไดช้ ดั เจนกับความสาเร็จที่แต่ละท่านได้รับจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการ ประกอบธุรกิจของตนเอง มีองค์กรธุรกิจอีกมากมายนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบ สานักงานอัตโนมัติมานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่การพิมพ์เอกสาร กรอกฟอร์ม การคานวณ งานนาเสนอ เชน่ โปรแกรมชุดสานกั งาน รวมไปถงึ การบนั ทกึ เอกสารตา่ ง ๆ ตัง้ แตก่ ารรับออเดอร์ การขาย เก็บเงิน ลงบัญชี และอืน่ ๆ ในโปรแกรมบัญชีและการขาย ตลอดจนโปรแกรมประเภทเอนเตอร์ไพรส์ รีซอร์ส แพลนน่ิง (enterprise resource planning) หรืออีอาร์พี (ERP) และอ่ืน ๆ แต่ก็มักจะมีปัญหาเร่ือง การเช่ือมโยงข้อมลู กนั ระหวา่ งหนว่ ยงานหรอื ระหวา่ งโปรแกรม ปญั หาตอ่ มา คือ การปรับปรงุ กระบวนการทางานท้ังหมด ให้เป็นแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การสั่งซ้ือ การผลิต การขาย การบันทึกบัญชี การบริการหลังการขาย ส่งต่อข้อมูลชุดเดียวถึงกันหมด ปัญหาสุดท้าย คือ การเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าดิจิทัล ทรานส์ฟอร์มเมชัน (digital transformation) จะเลย ไปกว่านั้น คือ ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบการทาธุรกิจไปจากเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม

39 จิตวทิ ยา และความตอ้ งการลูกค้าที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น ธุรกิจส่ิงพิมพ์ เผยผลิตหนังสือขายลูกค้าเป็นเล่ม ๆ ก็ต้องเปล่ียนมาเป็นการทาดิจิทัล คอนเทนต์ (digital content) หรือการประกอบธุรกิจคอร์สออนไลน์ หรือแม้แตต่ วั อย่างที่ได้ยกมาแล้วขา้ งต้น (วศิน เพ่ิมทรพั ย์, 2561, หน้า 31-32) ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้งานทางธุรกิจในด้านใด ๆ ก็ตาม ก็ต้องอยู่ในขอบเขตนโยบายหรือ อยู่ภายใต้หนว่ ยงานทม่ี ีหน้าทด่ี แู ลสง่ เสรมิ เทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยงานทชี่ ว่ ยส่งเสริมสนบั สนุนการ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเทศไทยได้ให้ความสาคัญกับเร่ืองนี้มาก จึงมีแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบัน หน่วยงานท่ีกากับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ คือ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม โดยมี หนว่ ยงานที่ดูแล โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี (วศนิ เพ่ิมทรัพย์, 2561, หน้า 177) 1. สานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (Office of National Digital Economy: ONDE) มีหนา้ ที่จดั ทาร่างนโยบายและแผนระดบั ชาติว่าดว้ ยการพัฒนาดิจิทัลเพ่ือ เศรษฐกิจและสังคม กิจกรรมหลักจะเป็นการวางแผนแม่บท และร่างกฎหมายต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ศกึ ษารายละเอยี ดไดท้ ่ีเว็บไซต์ www.onde.go.th 2. สานักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) หรือ สพธอ. (Electronic Transactions Development Agency: ETDA) มีหน้าท่ีพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการทา ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีสอดคล้องกัน รวมถึง มาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารทมี่ ง่ั คงปลอดภยั กิจกรรมของสานักงานหลัก ๆ จะเน้น ท่ีเกี่ยวข้องกับการวางระบบอีคอมเมิร์ซและมาตรฐานการชาระเงิน และการทาธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ศึกษารายละเอยี ดได้ที่เว็บไซต์ www.etda.or.th 3. สานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Promotion Agency; DEPA) มี วัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล พัฒนา และส่งเสริมให้เกิดการนาไปใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และ ความมั่นคงของประเทศ กิจกรรมหลักของสานักงานจะเน้นท่ีการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมหรือจูงใจให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากข้ึน ศึกษารายละเอียดได้ท่ี www.depa.or.th แต่ละหน่วยงานจะมหี นา้ ท่ีที่คลา้ ยกันตรงท่สี ่งเสริมและสนับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความปลอดภัย ดังน้ันหากเราจะประยุกต์ใช้งาน เทคโนโลยสี ารสนเทศสงิ่ ที่จะละเลยไปไมไ่ ดค้ อื หน่วยงานทจี่ ะค่อยส่งเสริมสนับสนุนการทางานของเรา หรือคอยดแู ลอานวยความสะดวก หรอื แมแ้ ตก่ ฎหมายท่เี กี่ยวข้องก็ตามล้วนเป็นสิ่งท่ีควรทราบและถือ ปฏิบัติตามอยา่ งเครง่ ครดั เพ่อื ให้การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศเปน็ ไปตามนโยบายของประเทศ

40 สรุปท้ายบท เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการผสมผสานประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการผลิต การ จัดการ การจัดเก็บ การส่ือสาร และการเผยแพร่ข้อมูล สามารถแยกย่อยเทคโนโลยีออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ เทคโนโลยีดา้ นฮาร์ดแวร์ ด้านซอฟต์แวร์ ด้านการจัดการข้อมูล และด้านเครือข่ายโทรคมนาคม ผู้ประกอบการจะนาเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการประกอบธุรกิจจะต้องคานึงถึงการบริหารงาน การ วางแผนงาน การจัดการ การตัดสินใจ ผู้บริหารต้องมีพ้ืนฐานองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ กาหนดกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อจัดการความ ท้าทายทเ่ี กดิ ขน้ึ ในยคุ ที่ตอ้ งพ่ึงพาเทคโนโลยสี ารสนเทศ ซ่ึงกลยุทธธ์ ุรกิจออกเป็น 3 ระดับ คือ กลยุทธ์ ระดับบริษัทหรือองค์การ กลยุทธ์ระดับธุรกิจ และกลยุทธ์ระดับหน้าที่ ระบบสารสนเทศจึงได้รับ ผลกระทบจากมิติด้านการบริหาร และในส่วนของมิติด้านองค์กรจะประกอบด้วย กลยุทธ์องค์กร คน โครงสร้าง กระบวนการทางธรุ กจิ วฒั นธรรมการเมอื ง และสภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน ฉะน้ัน องค์กรจึงต้องเรียนรู้การนาระบบสารสนเทศเข้ามาใช้งาน อาจกล่าวโดยรวมถึงความสัมพันธ์ของ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ระบบสารสนเทศ องค์กร และการบรหิ าร เทคโนโลยีสารสนเทศยังมีบทบาทสาคัญในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการศึกษา ด้านการ ส่ือสารโทรคมนาคม ด้านสารธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาหรับการ ประยุกต์ใชเ้ ทคโนโนโลยีมาช่วยในการประกอบธุรกิจ ก็สามารถทาได้เช่นกัน ดังตัวอย่างในบทเรียนท่ี ไดก้ ล่าวถงึ ผู้กองเบนซ์-Capt.Benz โปรเชน-สหรัฐ สิรลิ กั ษณ์ ตันศิริ นอกจากนั้นผู้ประกอบการปัจจุบันได้อาศัยเคร่ืองมือเทคโนโลยีมาช่วยใน การสร้างธุรกิจ Startups เร่มิ เป็นทีน่ ิยมมากขึ้นในยุคดิจิทัล ย่ิงการที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเป็น ประจาแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีอิสระในการดาเนินกิจกรรมอะไรก็ได้ด้วยเทคโนโลยี การใช้ เทคโนโลยียังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องคือ สานักงานคณะกรรมการ ดจิ ิทลั เพอื่ เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ สานักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสานักงานส่งเสริม เศรษฐกจิ ดจิ ทิ ลั

41 คาถามท้ายบท กิจกรรมดา้ นทฤษฎี 1. จงอธบิ ายความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วยสว่ นยอ่ ย 4 สว่ น ไดแ้ ก่อะไรบ้าง 3. จงอธิบายคาว่า เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ 4. จงอธบิ ายคาวา่ เทคโนโลยกี ารสอื่ สารและโทรคมนาคม 5. อธิบายว่าเทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การพัฒนาประเทศในดา้ นเศรษฐกิจเกยี่ วขอ้ งการประกอบธุรกจิ ไดอ้ ย่างไร 6. จงอภิปรายว่าว่าเทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาประเทศในแต่ละด้านมีคุณค่าต่อการพัฒนา ประเทศอย่างไร 7. จงอธิบายวิธีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนากลยุทธธ์ ุรกจิ 8. จงอธิบายวา่ กลยุทธ์ธุรกจิ แบ่งออกเป็นก่รี ะดับ อะไรบา้ ง 9. จงยกตวั อยา่ งผู้ทป่ี ระสบความสาเร็จจากการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีในการประกอบธรุ กิจ นอกเหนือจากบทเรียน 10.ถา้ นกั ศึกษาเปน็ ผปู้ ระกอบการธรุ กิจ จะมีแนวทางในการนาเทคโนโลยีเขา้ ไปใชง้ านในกระบวนการธรุ กิจ เร่อื งใดบ้าง เพราะเหตุใด กิจกรรมด้านปฏบิ ัติ 1. แบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนใหย้ กตวั อยา่ งผทู้ ป่ี ระสบความสาเร็จจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการประกอบ ธุรกิจ โดยนาคาตอบจากข้อ 9 กิจกรรมด้านทฤษฎี มาร่วมกันวิเคราะห์ภายในกลุ่ม โดย เปรียบเทียบให้ชัดเจนว่ามีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันอย่างไร นาเสนอข้อมูลหน้าช้ัน เรยี นโดยเลอื กใชส้ ื่อนาเสนออิเล็กทรอนิกส์ต่อไปน้ี 1.1 CANVA 1.2 BUNKRAPP 1.3 HAIKUDECK 1.4 Prezi 1.5 Slidesnack

42 เอกสารอ้างองิ กรุงเทพธรุ กจิ ออนไลน.์ (2561). โปรเชน-สหรฐั ผูส้ ร้างแรงบนั ดาลใจใหค้ นรนุ่ ใหม.่ ค้นเมอ่ื กมุ ภาพันธ์ 10, 2562, จาก http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/790087. โกรทบี ดาตา้ ไซแอนท์ ฟอร์ ไทยพีเพิ้ล. (2560). 5 ธุรกิจ Startups ในไทย. คน้ เม่อื กมุ ภาพนั ธ์ 10, 2562, จาก https://www.growthbee.com/thai-startups-idea/. โปรเชน สหรัฐ. (2562). Page Facebook Pro Chain-Saharath. ค้นเมอื่ กมุ ภาพันธ์ 10, 2562, จาก https://www.facebook.com/ProSaharath/. ผกู้ องเบนซ์-Capt.Benz. (2562). Page Facebook ผูก้ องเบนซ์-Capt.Benz. ค้นเมอื่ กุมภาพนั ธ์ 10, 2562, จาก https://www.facebook.com/polcaptbenz/?epa=SEARCH_BOX. ไพบูลย์ เกยี รติโกมล และณัฏฐพนั ธ์ เขจรนันท.์ (2551). ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ (ฉบบั ปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชนั่ . มฑปุ ายาส ทองมาก. (2559). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ การจดั การความท้าทายในยคุ ดิจิทัล. ปทมุ ธานี: มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. วศนิ เพิ่มทรัพย์. (2561). ความรเู้ บ้ืองต้นเกย่ี วกับคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ. กรุงเทพฯ: โปรวิชั่น. สริ ิลักษณ์ ตนั ศิริ. (2560). บทความ Coach Siriluck. ค้นเมือ่ กมุ ภาพนั ธ์ 10, 2562, จาก https://www.coachsiriluckonline.com/. สริ ลิ กั ษณ์ ตนั ศริ ิ. (2562). Page Facebook Coach Siriluck Tansiri. คน้ เม่อื กุมภาพันธ์ 10, 2562, จาก https://www.facebook.com/CoachSiriluck.Page/?epa=SEARCH_BOX. สุพรรษา ยวงทอง. (2557). ความรเู้ บ้อื งตน้ เก่ียวกับคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรงุ เทพฯ: โปรวิชั่น. โอภาส เอี่ยมสริ ิวงศ์. (2561). วิทยาการคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรงุ เทพฯ: ซเี อ็ดยเู คชั่น.

แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 3 เทคโนโลยดี า้ นซอฟต์แวรส์ าหรับการประกอบธุรกิจ หัวขอ้ เนื้อหา 1. ความหมายของเทคโนโลยดี า้ นซอฟตแ์ วร์ 2. องค์ประกอบของเทคโนโลยีดา้ นซอฟตแ์ วร์ 3. ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการและหลักการทาํ งาน 4. โปรแกรมประยกุ ต์สาํ หรบั การประกอบธุรกิจ วัตถุประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม 1. อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ได้ 2. จําแนกองค์ประกอบของเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ได้ 3. อธิบายหลักการทํางานของระบบปฏิบตั ิการได้ 4. สาธติ วิธกี ารใช้โปรแกรมประยกุ ตส์ าํ หรบั การประกอบธรุ กิจได้ วิธีสอนและกิจกรรมการเรยี นการสอน 1. วิธสี อน 1.1 วธิ ีสอนแบบบรรยาย 1.2 วิธสี อนโดยใช้การอภิปรายกลมุ่ ยอ่ ย 1.3 วธิ ีสอนโดยใชก้ ารสาธิต 2. กจิ กรรมการเรียนการสอน 2.1 ผู้สอนต้ังคําถามว่า ระบบปฏิบัติบนโทรศัพท์มือแตกต่างจากระบบปฏิบัติการบน คอมพิวเตอรอ์ ยา่ งไร ผ้เู รยี นตอบคาํ ถามในลกั ษณะแลกเปลยี่ นความคิดเห็น 2.2 ผูส้ อนบรรยายเรื่องต่อไปนี้ 2.2.1 ความหมายของเทคโนโลยีดา้ นซอฟตแ์ วร์ 2.2.2 องค์ประกอบของเทคโนโลยีด้านซอฟตแ์ วร์ 2.2.3 ซอฟตแ์ วร์ระบบปฏบิ ตั กิ ารและหลกั การทํางาน 2.2.4 โปรแกรมประยุกตส์ าํ หรับการประกอบธุรกิจ 2.3 แบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อย จํานวน 4 กลุ่ม อภิปรายกลุ่มและนําเสนอหน้าช้ันเรียน โดยมีใบงานให้อภิปรายเร่ือง ระบบปฏิบัติการ android กับ iOS มีลักษณะเป็นอย่างไรและแตกต่าง กนั อยา่ งไร พรอ้ มอภิปรายถงึ ขอ้ ดีข้อเสีย

44 2.4 ผู้สอนแสดงวิธีการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจ โดยการสาธิตการใช้งาน เบือ้ งตน้ และใหผ้ ูเ้ รยี นสาธติ และปฏิบัติตามจากใบงานฝึกปฏิบัติ เรื่อง โปรแกรมประยุกต์ท่ีเหมาะสม กับงานธรุ กจิ 2.5 ผู้เรียนทุกคนศึกษาเน้ือหาท่ีเรียนพร้อมเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนใน กลุม่ และตอบคาํ ถามท้ายบท สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า การใชโ้ ปรแกรมประยกุ ต์ทางธรุ กจิ 2. โปรแกรมสาํ เรจ็ รปู Power Point ประกอบการสอน 2.1 ความหมายของเทคโนโลยดี ้านซอฟต์แวร์ 2.2 องค์ประกอบของเทคโนโลยดี ้านซอฟตแ์ วร์ 2.3 ซอฟต์แวรร์ ะบบปฏิบตั ิการและหลกั การทาํ งาน 2.4 โปรแกรมประยกุ ตส์ าํ หรบั การประกอบธุรกจิ 3. โปรแกรม web browser เพื่อสบื ค้นข้อมูล 4. ใบงานฝกึ ปฏิบัติ เรือ่ ง โปรแกรมประยุกต์ทีเ่ หมาะสมกับงานธุรกจิ 5. ใบงานอภปิ รายกลุ่ม เรื่อง ระบบปฏิบตั ิการ android กับ iOS มีลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร และ แตกตา่ งกันอย่างไร 6. บทเรียนออนไลน์ www.elearningbynirut.com/moodle/ การวดั ผลและประเมินผล 1. สงั เกตจากพฤติกรรมการเรียน 2. สงั เกตการสนทนาและการอภิปราย 3. สงั เกตการสบื คน้ ข้อมูลอภปิ รายกลมุ่ 4. ตรวจผลงานการสาธิตและฝกึ ปฏิบัติการใชโ้ ปรแกรมประยุกต์ 5. ตรวจผลงานการตอบคําถามท้ายบท

45 บทที่ 3 เทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์สาหรับการประกอบธุรกิจ เครื่องคอมพิวเตอร์ทม่ี เี พยี งช้ินส่วนและอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ คงไมแ่ ตกต่างจากเศษเหล็กหาก ปราศจากซอฟต์แวร์เข้าไปควบคุมการทํางานเพ่ือปลุกชีวิตให้กับคอมพิวเตอร์เหล่านั้น โดยเฉพาะ ระบบปฏิบัตกิ าร ซึง่ เปน็ ซอฟต์แวร์ระบบที่มีความสําคัญอย่างมาก ระบบปฏิบัติการจะถูกโหลดเข้าไป ยังหนว่ ยความจําหลกั เมอ่ื มกี ารเปิดเคร่อื งบทู๊ อพั (boot up) จากนั้นจะฝังตัวอยู่ภายในหน่วยความจํา และคอยสนับสนุนการใช้งานอยู่เบ้ืองหลัง เพ่ือให้เราใช้งานโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น และบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ซอฟต์แวร์ถือได้ว่าเป็นชุดคําสั่งท่ีทํางานตามที่เราต้องการเป็น นามธรรมไม่สามารถจับต้องได้ เทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเทคโนโลยีที่ ก่อให้เกิดข้อมูลสารสนเทศในธุรกิจ เราในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจในยุคดิจิทัล จะมีวิธีการเลือกใช้ ซอฟต์แวร์อย่างไรให้มีความเหมาะสมกับเรา มีความจําเป็นที่ต้องรู้และเข้าใจหลักการทํางานของ เทคโนโลยีดา้ นซอฟต์แวร์ หากมีความเข้าใจก็จะสามารถเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม อันจะส่งผลทําใหเ้ กิดประสิทธภิ าพสงู สุดในการบรหิ ารจดั การธุรกิจ ในบทน้ีจะอธิบายถึง ความหมายของเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์ องค์ประกอบของเทคโนโลยี ด้านซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการและหลักการทํางาน โปรแกรมประยุกต์สําหรับการประกอบธุรกิจ การจัดหาซอฟตแ์ วร์มาใช้สําหรับการประกอบธุรกิจ และแนวโน้มการเปล่ียนแปลงในอนาคตสําหรับ เทคโนโลยซี อฟตแ์ วร์ โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปนี้ ความหมายของเทคโนโลยีดา้ นซอฟต์แวร์ องค์ประกอบท่ีสําคัญของระบบคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ บุคลากร ซ่ึงในส่วนของเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์ถือว่าได้เป็นหัวใจสําคัญของการทํางานของอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันเราไม่ได้มีเฉพาะแค่เครื่องคอมพิวเตอร์เท่าน้ันท่ีจะมีไว้ใช้ทํางาน แต่ยังมี อุปกรณ์สมัยใหม่อีกมากมายท่ีเกิดข้ึน เช่น สมาร์ทโฟน (smart phone) สมาร์ทวอร์ท (smart watch) กูเก้ิล กลาส (google glass) เป็นต้น ดังน้ัน เทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์จึงมีความแตกต่างกัน ไปสําหรบั แตล่ ะอุปกรณ์ ผูเ้ ขยี นไดร้ วบรวมความหมายของซอฟตแ์ วรไ์ ว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วศิน เพิม่ ทรพั ย์ (2561, หน้า 41) อธิบายวา่ ซอฟตแ์ วร์ หมายถึง ชุดคําส่ังเพ่ือให้คอมพิวเตอร์ ทํางานตามที่เราต้องการ ซึ่งเขียนขึ้นโดยนักเขียนโปรแกรม (programmer) หรือบางที่เรียกว่า นักพัฒนาซอฟตแ์ วร์ (software developer) ศศลกั ษณ์ ทองขาวและคณะ (2558, หน้า 4) อธบิ ายว่า ซอฟตแ์ วร์ หมายถึง ชุดคําสั่งที่บอกให้ คอมพวิ เตอร์รวู้ ่าจะต้องประมวลผลขอ้ มลู อย่างไร เพือ่ ใหไ้ ดผ้ ลลัพธใ์ นรูปแบบทต่ี อ้ งการ สุพรรษา ยวงทอง (2557, หน้า 49) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ หมายถึง ส่วนหนึ่งของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่บรรจุคําส่ังเพ่ือให้คอมพิวเตอร์สามารถทํางานได้ตามที่เราต้องการ โดยปกติแล้วจะถูก สรา้ งโดยบุคคลท่ีเรียกวา่ นักเขียนโปรแกรม หรือบางท่ีเรยี กวา่ นกั พัฒนาซอฟต์แวร์

46 โอภาส เอ่ียมสิริวงศ์ (2554, หน้า 149) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ หมายถึง โปรแกรมต่าง ๆ ที่ สามารถนํามาใช้เพ่ือปฏิบัติงานและจัดการกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้างเพ่ือให้สามารถทํางาน ร่วมกนั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ อาจกลา่ วไดว้ ่า ซอฟตแ์ วร์ คอื ตวั ปลกุ ชีวติ ใหก้ ับอุปกรณ์ฮารด์ แวร์ กล่าวโดยสรุปว่า ซอฟต์แวร์ หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มีความสําคัญต่ออุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ มีหนา้ ที่ประมวลผลขอ้ มูลและช่วยให้อุปกรณ์รอบข้างทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพอ่ื ให้ได้ผลลัพธใ์ นรปู แบบท่ีตอ้ งการ ซง่ึ มีองค์ประกอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (operating system) และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) ประเภทของซอฟต์แวร์ แสดงดงั ภาพที่ 3.1 ซอฟต์แวร์ (software) ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (systems software) (application software) ภาพที่ 3.1 ประเภทของซอฟต์แวร์ ท่ีมา (สุพรรษา ยวงทอง, 2557, หน้า 98) องค์ประกอบของเทคโนโลยีด้านซอฟตแ์ วร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ จาํ เป็นต้องมีซอฟต์แวร์ท่ีทํางานอยู่ในเครื่องอุปกรณ์นั้น ๆ ซึ่งสามารถแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ อาจเปรียบได้ว่าซอฟต์แวร์ระบบเป็น โปรแกรมท่ีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งาน ส่วนซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมท่ีเราใช้งาน ผู้เขียนได้ รวบรวมความหมายของซอฟตแ์ วร์ระบบไว้ โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้ วศนิ เพิม่ ทรพั ย์ (2561, หนา้ 78) อธบิ ายว่า ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ หมายถึง โปรแกรมที่ใชค้ วบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ให้ทํางานได้อย่างราบรื่น อาจแบ่งได้เป็นระบบปฏิบัติการ และโปรแกรม อรรถประโยชน์ ศศลักษณ์ ทองขาวและคณะ (2558, หน้า 5) อธบิ ายว่า ซอฟตแ์ วร์ระบบ หมายถึง โปรแกรมที่ ช่วยให้ผู้ใช้งานติดต่อสื่อสารกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ และช่วยให้ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถ ติดต่อส่ือสารกับฮาร์ดแวร์เครื่องได้ ซอฟต์แวร์ระบบเป็นซอฟต์แวร์เบ้ืองหลังการดําเนินงานของ คอมพวิ เตอร์ ชว่ ยใหค้ อมพิวเตอรจ์ ัดการทรัพยากรภายในเครอ่ื งได้ สุพรรษา ยวงทอง (2557, หน้า 49) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง โปรแกรมท่ีทํา หน้าท่ีควบคุมระบบการทํางานของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ ตวั อย่างทรี่ ู้จกั กันดี คอื ระบบปฏิบัตกิ าร

47 โอภาส เอ่ียมสิริวงศ์ (2554, หน้า 154) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง โปรแกรมท่ีทํา หน้าท่ีควบคุมการทํางานระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานหรือการติดต่อกับ ผ้ใู ช้ (interface) ระหว่างผูใ้ ช้กบั คอมพวิ เตอร์ โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์ (2561, หน้า 208) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง โปรแกรมที่มี บทบาทสําคัญต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ทําหน้าท่ีควบคุมการทํางานของ ระบบคอมพิวเตอร์และคอยอํานวยความสะดวกแกผ่ ใู้ ช้เพ่ือโตต้ อบหรือส่งั งานให้คอมพวิ เตอรท์ าํ งาน กลา่ วโดยสรุปว่า ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง โปรแกรมที่ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของระบบ คอมพิวเตอร์ให้ทาํ งานประสานกนั ระหวา่ งผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยในการจัดสรรทรัพยากรภายใน เครอ่ื งให้ทํางานรว่ มกันได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ หรือทท่ี ุกคนเรยี กว่า ระบบปฏิบัติการ ถึงแม้ว่าเราจะมี ระบบปฏิบัติการเป็นสื่อกลางในการทํางานแล้วก็ตาม แต่คอมพิวเตอร์ประเภทเดียวกันหรือต่างชนิด กันก็อาจจะใช้ระบบปฏิบัติการท่ีไม่เหมือนกันได้ ซ่ึงในปัจจุบันระบบปฏิบัติการท่ีนิยมใช้งาน เช่น วินโดวส์ เอกซ์พี โพรเฟสชันนอล (Windows XP Professional) วินโดวส์ เอกซ์พี โฮม เอดิชัน (Windows XP Home Edition) วินโดวส์ วิสต้า (Windows Vista) วินโดวส์ เซเว่น (Windows 7) วินโดวส์ เอท (Windows 8) โอเอสเอ็กซ์ OSX Linux อูบุนตู ลินุกซ์ (Ubuntu Linux) เป็นต้น แต่ละ รุ่น (version) น้ี บางคร้ังเรียกระบบปฏิบัติการแต่ละตัวว่า แพลตฟอร์ม (platform) ลักษณะการ ทํางานแบบขา้ มแพลตฟอร์ม (cross platform application) แสดงดังภาพท่ี 3.2 โปรแกรมประยุกต์ (Application) ระบบปฏบิ ัตกิ าร ระบบปฏบิ ัตกิ าร ระบบปฏิบตั ิการ ระบบปฏบิ ตั กิ าร Platform A Platform B Platform C Platform D ภาพท่ี 3.2 การทาํ งานแบบ cross platform application ท่มี า (สพุ รรษา ยวงทอง, 2557, หน้า 126) สาํ หรบั ในส่วนของความหมายของ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ผู้เขียนได้รวบรวมความหมายไว้ โดยมี รายละเอยี ดดังนี้ พษิ ณุ ปุระศริ ิ (2556, หนา้ 25) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง โปรแกรมที่ประยุกต์ใช้ งานตา่ ง ๆ ให้เข้ากับชวี ิตประจาํ วันของเรา หากเราทาํ งานด้านใดกเ็ พยี งแต่หาโปรแกรมท่เี หมาะสมไปติดต้ัง ไพบูลย์ เกียรติโกมล และณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์ (2551, หน้า 18) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถงึ ชุดคําสั่งทีถ่ กู เขียนขนึ้ เพ่อื ใช้ให้คอมพิวเตอร์ทําการประมวลผลตามท่ีผู้ใช้ต้องการ โดยชุดคําสั่งนี้อาจ เปน็ โปรแกรมสาํ เรจ็ รปู ที่หาไดต้ ามท้องตลาด หรือผใู้ ชอ้ าจจะพฒั นาขน้ึ เองจากภาษาคอมพวิ เตอรใ์ ดภาษาหนงึ่

48 วศิน เพ่ิมทรัพย์ (2561, หน้า 41) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง กลุ่มของซอฟต์แวร์ท่ี สามารถตดิ ต้งั ได้ในภายหลังจากการติดต้ังระบบปฏบิ ัตกิ ารแล้ว ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการ ประยุกต์ใช้งานเป็นหลัก โดยปกติจะมุ่งใช้กับงานเฉพาะด้าน เช่น งานบัญชี งานด้านเอกสาร งานควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น ศศลักษณ์ ทองขาวและคณะ (2558, หน้า 5) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง ซอฟต์แวร์สําหรับผู้ใช้งาน ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์ประยุกต์พ้ืนฐาน ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน และโมบายแอป สุพรรษา ยวงทอง (2557, หน้า 49) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง กลุ่มซอฟต์แวร์ท่ี สามารถติดต้ังได้ในภายหลังท้ังนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประยุกต์ใช้งานเป็นหลัก เช่น งานด้าน บัญชี งานดา้ นเอกสาร และงานควบคุมสนิ ค้าคงคลัง เป็นต้น ซึง่ จะมีบรษิ ทั ผผู้ ลิตขนึ้ มาเพ่อื จําหน่ายโดยตรง หรือให้ใช้โดยไมเ่ สียค่าใชจ้ ่าย นอกจากนี้ยงั สามารถจ้างเขยี นโปรแกรมโดยเฉพาะหรอื เขียนขึ้นเองก็ได้ โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์ (2561, หน้า 208) อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง โปแกรมใด ๆ ที่ นํามาใช้เป็นเคร่ืองมือเพื่อปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โปรแกรมชุดสํานักงาน (MS-Office) เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วยโปรแกรมประมวลผล คํา โปรแกรมตารางคํานวณ โปรแกรมนําเสนอ และโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล เปน็ ตน้ กล่าวโดยสรุปว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง โปรแกรมชุดคําสั่งที่ติดต้ังภายหลังจากติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ มีลักษณะท่ีผู้ใช้นํามาประยุกต์ใช้งานทั่วไป และเฉพาะด้าน อาจจะเป็นงานจําพวก งานดา้ นบัญชี งานดา้ นเอกสาร และงานควบคุมสินค้าคงคลัง ทั้งนี้โปรแกรมดังกล่าวอาจมาในรูปของ โปรแกรมสาํ เร็จรปู หรอื ส่ังให้เขยี นขึ้นมาเฉพาะดา้ น ตัวอยา่ งซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ แสดงดงั ภาพที่ 3.3 ภาพท่ี 3.3 ตวั อย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทีม่ า (Technology Dunia, 2558) ซอฟต์แวรร์ ะบบปฏบิ ตั ิการและหลกั การทางาน การเร่ิมต้นการทํางานของคอมพิวเตอร์หรือเรียกว่า บูทอัพ (boot up) ก่อนที่เคร่ือง คอมพิวเตอร์จะทํางานได้น้ันจะต้องนําเอาระบบปฏิบัติการเข้าไปเก็บไว้ยังหน่วยความจําของเครื่อง เสียก่อน กระบวนการนี้เรียกว่า การบูทเครื่อง (Boot) ซ่ึงจะเริ่มทํางานทันทีต้ังแต่เปิดสวิทซ์เคร่ืองมี ข้ันตอนทพ่ี อสรุปไดด้ งั น้ี (สุพรรษา ยวงทอง, 2558 หนา้ 127-128)

49 1. พาวเวอร์ซัพพลายส่งสัญญาณไปให้ซีพียูเริ่มทํางาน ทําหน้าท่ีจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปให้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะเร่ิมต้นทํางานทันทีเม่ือกดปุ่มเปิดเครื่อง และเมื่อเร่ิม ทํางานก็จะมสี ัญญาณส่งไปบอกซพี ียูด้วย (Power Good) 2. ซพี ียจู ะสั่งให้ไบออสทํางาน ทันทที ่กี ระแสไฟฟา้ จา่ ยมายังคอมพิวเตอร์และมีสัญญาณให้เริ่ม ทํางาน หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียูจะพยายามเข้าถึงข้อมูลท่ีอยู่ในไบออส เพื่อทํางานตาม ชุดคาํ ส่ังที่เกบ็ ไว้โดยทันที 3. เริ่มทํางานตามกระบวนการท่ีเรียกว่า โพสต์ (POST) เพ่ือตรวจเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ กระบวนการ POST (power on self-test) เป็นโปรแกรมส่วนหนึ่งในไบออสซ่ึงทําหน้าท่ีตรวจสอบ ความพร้อมของอุปกรณ์ที่ติดต้ังอยู่ในเคร่ืองไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด แรม ซีพียู รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วง อ่ืน ๆ เชน่ คยี บ์ อรด์ เมาส์ ซ่งึ สามารถสงั เกตผลการตรวจสอบนี้ได้ทัง้ จากขอ้ ความท่ีปรากฏบนจอภาพ ในระหว่างการบูทเคร่ือง และจากเสียงสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ส่งออกมา โดยปกติถ้าการตรวจสอบ เรียบร้อยและไม่มีปัญหาใด ๆ ก็จะส่งเสียงสัญญาณดังปี๊บสั้น ๆ 1 ครั้ง แต่หากมีอาการผิดปกติจะส่ง สัญญาณที่มรี หสั เสียงสัน้ และยาวต่างกนั แลว้ แต่ขอ้ ผิดพลาด (error) 4. ผลลัพธ์จากกระบวนการโพสต์ จะถูกนําไปเปรียบเทียบกับข้อมูลในซีมอส ข้อมูลของ อุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีติดตั้งแล้ว เคร่ืองหรือค่า คันฟิกยะเรเชิน (Configuration) จะเก็บอยู่ใน หน่วยความจําท่ีเรียกว่า ซีมอส CMOS: Complementary Metal Oxide Semiconductor ซึ่งใช้ กระแสไฟฟ้าปริมาณเล็กน้อยในการหล่อเลี้ยงโดยใช้แบตเตอร์ร่ีตัวเล็ก ๆ บนเมนบอร์ดเพ่ือให้เครื่อง สามารถจําคา่ ต่าง ๆ ไว้ได้ ผลลพั ธจ์ ากกระบวนการโพสต์ จะถูกนํามาตรวจสอบกับข้อมูลในซีมอส ถ้า ถกู ตอ้ งตรงกนั กท็ าํ งานตอ่ ไป ไมเ่ ชน่ นั้นต้องแจง้ ผใู้ ช้ให้แก้ไขข้อมลู ก่อน 5. ไบออสจะอ่านโปรแกรมสําหรับบูทจากฮาร์ดดิสก์หรือซีดี ไบออสจะเข้าไปอ่านโปรแกรม สําหรับบูทระบบปฏิบัติการจากเซคเตอร์ของฮาร์ดดิสก์หรือซีดี ซึ่งสามารถตั้งค่าไบออสได้ว่าจะให้บูท เคร่อื งจากอปุ กรณต์ ัวใดกอ่ นกไ็ ด้ โดยท่ีไบออสจะมีความสามารถในการติดต่อกับอปุ กรณเ์ หล่าน้นั ได้ 6. โปรแกรมส่วนสําคัญจะถูกถ่ายค่าลงหน่วยความจํา RAM เม่ือไบออสรู้จักระบบไฟล์ของ ไดร์ฟที่บูทได้แล้วก็จะไปอ่านโปรแกรมส่วนสําคัญของระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า เคอร์เนล (kernel) เข้ามาเก็บในหนว่ ยความจําหลกั หรอื RAM ของคอมพิวเตอร์เสยี กอ่ น 7. ระบบปฏิบัติการเข้าควบคุมเครื่องและแสดงผลลัพธ์ เคอร์เนลท่ีถูก ถ่ายโอนลง หน่วยความจําน้ันจะเข้าไปควบคุมการทํางานของคอมพิวเตอร์โดยรวมและโหลดค่า Configuration ตา่ ง ๆ พรอ้ มทง้ั แสดงผลออกมาท่ีหน้าเดสทอปของผู้ใชเ้ พ่ือรอรับคําสง่ั การทํางานต่อไป การเร่ิมต้นการทํางานของระบบปฏิบัติการ เรียกว่า การบูทระบบ (booting) มี 2 วิธี ได้แก่ วอรม์ บทู และโคลดบ์ ทู ซ่ึงวอร์มบูท (warm boot) เป็นการทําให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีกําลังใช้งานอยู่ เร่ิมต้นการทํางานใหม่อีกครั้ง โดยไม่มีการกดปุ่มสวิตช์ ปิด-เปิด ซึ่งทําได้หลายวิธี เช่น การรีสตาร์ท เคร่ืองคอมพวิ เตอรโ์ ดยการกดปมุ่ Ctrl Alt และ Del บนแป้นพมิ พพ์ รอ้ มกนั ส่วนการโคลด์บูท (cold boot) เป็นการเรมิ่ ต้นการทํางานของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใหม่หลังจาก ปิดเครื่องไปแล้ว ผู้ใช้มักปฏิสัมพันธ์กับระบบปฏิบัติการผ่านทางส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้เสมอ ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ได้จัดเตรียมพ้ืนที่ที่เรียกว่า เดสก์ท็อป (desktop) สําหรับให้ผู้ใช้เข้าถึง ทรัพยากรคอมพวิ เตอร์และจดั เตรียมสว่ นต่อประสานกราฟิกกับผใู้ ชแ้ บบตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่

50 1. ตัวชว่ ยเหลือ (help) ผ้ชู ่วยออนไลน์สําหรับแนะนําการใช้งานระบบปฏิบตั ิการ 2. ไอคอน (icon) มีลกั ษณะเปน็ รปู ภาพกราฟกิ ซงึ่ ใชแ้ ทนโปรแกรม ชนดิ ของไฟล์ หรอื ฟังก์ชันต่าง ๆ 3. พอยนเ์ ตอร์ (pointer) ถกู ควบคุมโดยเมาส์ แผ่นสมั ผัส พอยนเ์ ตอรส์ ามารถเปลยี่ นรปู รา่ งได้ ซ่ึงข้นึ อยู่กบั การทาํ งานในขณะนั้น ตวั อย่างเชน่ พอยนเ์ ตอร์จะมีลักษณะเปน็ รปู ลูกศรสําหรบั ใช้เลือก รายการตา่ ง ๆ เช่น ไอคอน 4. หน้าต่าง (window) พ้ืนที่สี่เหล่ียมผืนผ้าสําหรับแสดงสารสนเทศ และดําเนินงานกับ โปรแกรมประยุกต์ เมนู (menu) รายการทางเลือก หรือคําสัง่ ตา่ ง ๆ ทส่ี ามารถเลอื กใชไ้ ด้ 5. แท็บ (tab) พืน้ ที่สําหรับแสดงเมนูต่าง ๆ ท่ีถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ เช่น แท็บเค้าโครง หนา้ กระดาษ แท็บมุมมอง เปน็ ต้น 6. ไดอะล็อกบอกซ์ (dialog box) พ้ืนที่ส่ีเหลี่ยมสําหรับรับข้อมูล หรือแนะนําผู้ใช้ว่าควรทํา อะไรตอ่ ไป 7. การสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหว (gesture control) ความสามารถในการควบคุมการทํางาน ด้วยการเคลื่อนไหว เช่น การเลื่อน การลากนิ้ว และการใช้น้ิวมือทําการหยิกเพื่อขยายออก และการ ทาํ ยดื เพื่อซมู (zoom) เขา้ ระบบปฏบิ ัตกิ ารส่วนใหญจ่ ะเกบ็ ข้อมลู และโปรแกรมเป็นไฟล์และโฟลเดอร์บันทึกเก็บไฟล์ไว้ใน หน่วยความจําสํารอง เช่น Harddisk ไฟล์ ใช้สาหรับเก็บข้อมูลและโปรแกรม ส่วนโฟลเดอร์ใช้เป็นท่ี จัดเก็บหรือรวบรวมไฟล์ที่มีความสัมพันธ์กัน รวมถึงโฟลเดอร์ย่อย เป็นต้น (ศศลักษณ์ ทองขาว และ คณะ, 2558, หน้า 83) ตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่ Microsoft Windows, Windows XP Professional, Windows XP Home Edition, Windows Vista, Windows 7, Windows 8, OS X (Mountain Lion), Ubuntu Linux เป็นตน้ (พิษณุ ปุระศริ ิ, 2556, หน้า 23-24) 1. Microsoft Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่ทุกคนรู้จักกันดี ถูกสร้างข้ึนมาจากบริษัท ไมโครซอฟต์ มวี วิ ฒั นาการและพฒั นามาอย่างต่อเนื่องกว่ายี่สิบปีแล้ว แบ่งผู้ใช้แยกออกจากกันเป็น 2 กลุ่ม คือ เคร่ืองที่ใช้งานตามบ้านหรือสานักงานทั่วไป กับเครื่องที่ต้องเชื่อมต่อผ่านทางระบบเครือข่าย ซ่ึง ต้องมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง จนกระท่ังพัฒนามาเป็น Windows XP ถึงได้รวมกลุ่มผู้ใช้งาน ท้ัง 2 ฝัง่ เขา้ ด้วยกนั โดยอาศัยการแบง่ ด้วยเวอร์ชนั ของโปรแกรมใหเ้ ลอื กไปใชง้ าน 2. Windows XP Professional ใช้สําหรับเคร่ืองท่ีต้องการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ สามารถสงั่ ควบคุมดว้ ยการรีโมทเครื่องได้ (remote desktop) นอกจากนี้ยังสารองข้อมูลต่าง ๆ ไดอ้ ีกด้วย 3. Windows XP Home Edition ใช้สําหรับเครื่องท่ีใช้ภายในบ้านหรือสานักงานท่ีมีการ เชือ่ มตอ่ กับเครอื ขา่ ยในวงแคบ ๆ มีคอมพิวเตอรไ์ ม่กเี่ คร่อื ง นอกจาก Windows XP แล้ว ยังมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คือ Windows Vista, Windows 7 และ เวอร์ชันล่าสุด คือ Windows 8 ที่เน้นไปที่ความสวยงามของหน้าต่างโปรแกรม และหน้าจออินเตอร์เฟสต่าง ๆ รวมถึงความมีเสถียรภาพของตัวระบบ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ Windows XP แสดงดังภาพที่ 3.4

51 ภาพท่ี 3.4 ระบบปฏิบัติการ Windows XP ทีม่ า (Nicha Hirankarn, 2558) 4. Windows Vista เปน็ วนิ โดวส์ทเ่ี นน้ ไปที่ความสวยงาม ดูหรูหราน่าใชง้ าน แตเ่ นื่องจากมีการ ใช้งานท่ีค่อนข้างยุ่งยาก จึงไม่เหมาะกับผู้ท่ีกําลังเริ่มต้นใช้งาน เหมาะกับบุคคลเฉพาะกลุ่มมากกว่า เช่น กลุ่มที่เน้นเอาไปใช้ทําโฮมเธียเตอร์ภายในบ้าน ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ Windows Vista แสดงดงั ภาพท่ี 3.5 ภาพท่ี 3.5 ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows Vista ที่มา (Beerkung, 2556) 5. Windows 7 เป็นวินโดวส์ที่มีหน้าตาคล้ายกับวิสต้า (เน้นไปท่ีสวยงามลงตัว มีลูกเล่นต่าง ๆ ของโปรแกรมทีห่ ลากหลายดนู ่าใช้) สว่ นการใช้งานน้นั ทาให้งา่ ยเหมอื นกบั XP ดงั น้ัน จงึ คาดเดากันว่า สามารถมาใช้ทดแทน XP ไดอ้ ยา่ งเตม็ ตวั ตวั อย่างระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 7 แสดงดังภาพท่ี 3.6

52 ภาพท่ี 3.6 ระบบปฏิบัตกิ าร Windows 7 ทีม่ า (ทอ๊ บไลนด์ จิ ิตอล, 2553) 6. Windows 8 เป็นระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดท่ีถูกวิจัยและสร้างข้ึนโดยบริษัท ไมโครซอฟต์ โดยจะถูกพัฒนาให้เข้ามาแทนที่ Windows 7 โดยมีพ้ืนฐานการพัฒนาต่อยอดมาจาก Windows 7 บวกเข้ากับ Windows Phone 7 มีจุดเด่นอยู่ท่ีรองรับการทํางานและส่ังงานได้จาก Mouse Keyboard และรองรับระบบสัมผัสจากจอทัชสกรีนผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ PC, Notebook รวมทั้ง Tablet ตลอดจน Tablet กึ่ง PC ที่จะออกวางในอนาคต ใน Windows 8 น้ันจะชูจุดเด่นในเร่ืองของการเชื่อมโยงเข้ากับโลกของสื่อสังคมออนไลน์ (social network) ไม่ว่าจะ เปน็ เฟสบุ๊กหรอื ทวิตเตอร์ นอกจากนั้นยงั สามารถเช็คจดหมายจากอีเมลต่าง ๆ ตรวจเช็คสภาพอากาศ เช็คอัตราแลกเปล่ียนการซ้ือขายหุ้นได้อีกด้วย ซึ่งจะทําให้ชีวิตของคุณนั้นน่าสนุกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่าง ระบบปฏบิ ัติการ Windows 8 แสดงดงั ภาพท่ี 3.7 ภาพที่ 3.7 ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 8 ที่มา (Kittidhaj IT Article, 2558)

53 7. OS X (mountain lion) เป็นระบบปฏิบัติการของบริษัท Apple เน้นฟังก์ชันและลูกเล่น ของการใช้งานท่ีดูสวยงามทันสมัยน่าใช้ เหมาะกับผู้ใช้งานโปรแกรมทางด้านกราฟิกมาก เน่ืองจาก ทํางานได้เร็วกว่าบน Windows นอกจากนี้ยังมีความเสถียรภาพสูงในการทํางาน และปลอดภัยจาก การถูกโจมตีจากไวรัสด้วย หากสนใจจะใช้ระบบปฏิบัติการตัวน้ี อาจต้องมีการเรียนรู้การใช้งานกัน ใหม่สักนิด เพราะค่อนข้างแตกต่างจากระบบ Windows อยู่พอสมควร ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ OS X แสดงดังภาพที่ 3.8 ภาพที่ 3.8 ระบบปฏิบตั กิ าร OS X ท่มี า (แอปเป้ลิ -แฟนคลบั , 2554) 8. Ubuntu Linux อ่านว่า อุ-บูน-ตุ ลีนุกซ์ เป็นภาษาแอฟริกันโบราณ มีความหมายว่า เพ่ือ มนุษยชาติและมิตรภาพ เป็นระบบปฏิบัติการอีกตัวหน่ึงท่ีน่าใช้งาน เนื่องจากเป็นโปรแกรมท่ีใช้งานฟรี น่นั เอง ผูพ้ ัฒนาคอื บริษัท Canonical โดยนาํ เอาระบบปฏิบตั ิการ Linux มาแกไ้ ขดดั แปลงให้ดสู วยงามเนน้ ไป ที่การใช้งานให้ง่ายข้ึน อีกทั้งยังมีคลังโปรแกรมการใช้งานด้านต่าง ๆ ให้โหลดมาใช้งานกันได้อีก นอกจากน้ี ทางผู้ผลิตยังให้สัญญาว่าจะออกเวอร์ชันใหม่มาใช้งานกันได้ฟรี ๆ ทุก 6 เดือนอีกด้วย ตัวอย่าง ระบบปฏิบัติการ Ubuntu Linux แสดงดังภาพที่ 3.9 ภาพท่ี 3.9 ระบบปฏิบัตกิ าร Ubuntu Linux ทีม่ า (ไอที โซลชู นั ส์, 2557)

54 ซอฟต์แวรป์ ระยุกตส์ าหรบั การประกอบธุรกิจ การประกอบธุรกิจสามารถได้เปรียบคู่แข่งขันได้ไม่ยาก ย่ิงเป็นยุคแห่งการใช้เทคโนโลยี ผู้ประกอบการธุรกิจหากจะปฏิเสธการนําเทคโนโลยีซอฟต์แวร์มามาประยุกต์สําหรับการประกอบ ธุรกิจคงเป็นได้ยาก ซอฟต์แวร์ประยุกต์ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สามารถท่ีจะเลือกหาได้ง่ายไม่ เกินความสามารถ หรืออาจจะเขียนข้ึนมาใช้งานเองก็ไม่แปลก แต่ส่ิงสําคัญนอกจากจะนําซอฟต์แวร์ ประยุกต์มาใชง้ านไดแ้ ลว้ ตอ้ งเลือกให้เหมาะสมกับงานธุรกิจของตนเอง กระบวนการธุรกิจมีกิจกรรม ท่ีข้องกับงานบัญชี การตลาด การผลิตการดําเนินงาน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงเป็น กิจกรรมหน้าที่หลัก ๆ ในงานธุรกิจที่ต้องดําเนินการ ซอฟต์แวร์ประยุกต์จึงเป็นทางเลือกสําหรับ ผใู้ ชง้ าน ปจั จุบนั อปุ กรณ์จําพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมีความสามารถท่ีจะรันหรือใช้งานโปรแกรม ประยุกต์ท่ีทํางานเฉพาะอย่างได้ นิยมเรียกว่า แอป (apps) ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับซอฟต์แวร์ ประยกุ ต์ เพียงแตม่ ีขนาดเลก็ และทาํ งานเฉพาะอย่าง (สพุ รรษา ยวงทอง, 2558, หน้า 50) ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์แบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภทคือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานทั่วไป และซอฟต์แวร์ท่ีใช้ งานเฉพาะด้าน ในขณะท่ี ศศลักษณ์ ทองขาว และคณะ (2558, หน้า 5) ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์พ้ืนฐาน ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน และ โมบายแอป อย่างไรก็ดียังมี ความหมายเหมือนกันในแต่ละประเภทเพียงแต่เพิ่มซอฟต์แวร์ที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟนนั่นเอง ดัง รายละเอียดทีจ่ ะอธบิ ายตอ่ ไปน้ี ซอฟต์แวร์ประยุกต์พื้นฐาน เป็นซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางในทุกสาขาอาชีพ ตัวอย่าง ดงั แสดงในตารางที่ 3.1 ตารางท่ี 3.1 ตวั อย่างซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์พ้นื ฐาน ประเภทซอฟต์แวร์ ลกั ษณะการใชง้ าน เบราวเ์ ซอร์ เชอื่ มโยงกับเว็บไซต์และแสดงขอ้ มูลเวบ็ เพจ ประมวลผลคํา เตรยี มเอกสาร ตารางการคาํ นวณ วิเคราะห์และสรุปข้อมลู ท่ีเปน็ ตวั เลข การจดั การฐานข้อมลู รวบรวมและจดั การข้อมลู และสารสนเทศ กราฟกิ ส์เพื่อการนําเสนอ นาํ เสนอขอ้ มูล หรอื โน้มน้าวผ้คู น ท่ีมา (ศศลกั ษณ์ ทองขาว และคณะ, 2558, หน้า 6) ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน เป็นซอฟต์แวร์ท่ีพัฒนาข้ึนมาเพื่อใช้งานเฉพาะสาขาอาชีพใด อาชพี หนง่ึ ตัวอย่างเช่น ซอฟตแ์ วร์ด้านกราฟิกส์ ซอฟต์แวรก์ ารพัฒนาเว็บ เป็นต้น โมบายแอป หรือ โมบายแอปพลิเคชัน (mobile application) เป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่ ออกแบบมาสําหรบั สมาร์ทโฟนหรอื แท็บเล็ต มีจํานวนมากกว่าล้านแอปในปัจจุบัน ท่ีนิยมมากที่สุดใน ปจั จบุ นั ไดแ้ ก่ Line, Facebook, Instragram เปน็ ตน้

55 เมื่อซอฟต์แวร์ประยุกต์เกิดจากการเขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง หรือเป็นโปรแกรมสําเร็จรูปท่ีใช้ งานทั่วไปก็ตาม ย่อมมีสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของโปรแกรม จะระบุรายละเอียดเก่ียวกับการอนุญาตให้ ใช้งานโปรแกรม โดยผู้พัฒนาจะถือสิทธ์ิในความเป็นเจ้าของโปรแกรมดังกล่าวในลักษณะใด ไม่ว่าจะ อนุญาตให้นําไปจําหน่าย แบ่งปัน หรือแจกจ่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีการกําหนดขอบเขตการใช้งาน โปรแกรม ผู้ที่นํามาใช้งานต้องพึงท่ีควรศึกษาให้ดีเพราะมีผลต่อกฎหมายลิขสิทธ์ิ ที่เรียกกันทั่วไปว่า ลขิ สทิ ธ์ซิ อฟตแ์ วร์ (software license) ภาพที่ 3.10 ข้อตกลงสัญญาอนญุ าตใช้ซอฟต์แวร์ ที่มา (บีคอมชอ๊ ป, 2559) นอกจากนี้แล้วซอฟต์แวร์ประยุกต์ยังมีชื่อเรียกต่าง ๆ ตามมุมมองการตลาด ได้แก่ ซอฟต์แวร์ การพาณิชย์ (commercial software) แชร์แวร์ (shareware) ฟรีแวร์ (freeware) และซอฟต์แวร์ สาธารณะ (public domain software) แต่ละประเภทนี้จะแตกต่างกันในเรื่องลิขสิทธ์ิความเป็น เจา้ ของ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นซอฟต์แวร์ระบบเปิด (open source software) ท่ีเปิดเผยรหัส ซ่ึง การเปดิ เผยนี้จะกระทาํ ไดโ้ ดยบุคคลหรอื องคก์ รทีไ่ ด้รับอนุญาตเท่านั้น ทุกวันนี้เราสามารถดาวน์โหลด และเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์เหล่าน้ีได้อย่างหลากหลาย อาจดาวน์โหลดนําไปใช้งานบน โทรศัพท์เคลื่อนท่ีที่เรียกว่าแอปพลิเคชัน นําไปใช้ติดตั้งบนระบบคลาวด์ (cloud) นอกจากดาวน์ โหลดเราอาจหาซ้ือซอฟต์แวร์เป็นชุด (software suites) เช่น โปรแกรมชุดสํานักงาน ชุดโปรแกรม กราฟิกส์ ชุดซอฟต์แวร์เพิ่มผลิตภาพ ซ่ึงในชุดโปรแกรมเหล่าจะประกอบด้วย โปรแกรมประมวลคํา โปรแกรมตารางงาน โปรแกรมนําเสนอข้อมูล โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล และโปรแกรมรับส่งอีเมล์ เป็นต้น (โอภาส เอ่ยี มสริ วิ งศ์, 2561, หนา้ 237-241) จากหวั ข้อท่ีผา่ นมาได้กล่าวถึง ซอฟต์แวร์ประยุกต์ชุดสํานักงาน ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ใช้ งานทั่วไป พร้อมตัวอย่างโปรแกรมต่าง ๆ โดยโปรแกรมประยุกต์เพื่องานทั่วไป สามารถจําแนกเป็นงาน ดา้ นตา่ ง ๆ โดยมรี ายละเอยี ดดังนี้ (พษิ ณุ ปุระศิร,ิ 2556, หนา้ 258) 1. โปรแกรมประยุกต์ด้านการพิมพ์และการจัดการเอกสาร โปรแกรมประยุกต์ที่ช่วยงานด้าน การพิมพ์เอกสารมีช่ือเรียกทั่ว ๆ ไปว่า โปรแกรมประมวลผลคําหรือเวิร์ดโปรเซสเซอร์ หน้าที่ของ

56 โปรแกรมประมวลผลคําก็คือ เป็นโปรแกรมซึ่งใช้สําหรับจัดพิมพ์เอกสาร จัดทํารายงานรวมท้ังงาน พิมพ์ต่าง ๆ โดยบันทึกหรือพิมพ์ข้อความ ต่าง ๆ ลงในคอมพิวเตอร์ รวมท้ังสามารถจัดเก็บเอกสารที่ พิมพ์แลว้ ลงในหน่วยความจาํ สํารอง เพ่อื ใช้งานในภายหลงั ไดด้ ว้ ย ในอดีตงานพิมพ์เอกสารต่าง ๆ มักจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ ซ่ึงจะต้องอาศัยฝีมือและความ ชาํ นาญของพนักงานพิมพ์ดีด ปัญหาที่มักจะพบในการใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์เอกสาร คือ เม่ือเกิดการ พิมพ์ผิดพลาด ได้แก่ การพิมพ์ตกหล่น การพิมพ์ข้อความเกินความต้องการ การพิมพ์ผิด ผู้พิมพ์ จะต้องทาํ การแก้ไข ซ่งึ บางครัง้ ต้องใชย้ างลบหรอื นํ้ายาลบคําผิด หรอื บางคร้ังต้องพิมพ์เอกสารนั้นใหม่ เน่อื งจากไม่สามารถจะแก้ไขในเอกสารเดมิ ได้ หรือการเคลื่อนย้ายกลุ่มข้อความที่พิมพ์แล้วย่อมเป็นไป ไม่ได้ นอกเสียจากต้องพิมพ์ใหม่หรือตัดต่อข้อความที่พิมพ์โดยตัดปะกระดาษซึ่งยุ่งยากมาก ถ้ากรณีที่ งานพิมพ์มีปริมาณมากฉบับหรือมีเน้ือหารูปแบบซ้ํา ๆ พนักงานพิมพ์ดีดก็ต้องพิมพ์เอกสารเหล่าน้ัน ใหม่ทุกครั้ง ทําให้เกิดความเบ่ือหน่ายและมีโอกาสท่ีจะพิมพ์ผิดมาก ในปัจจุบันนี้การนําโปรแกรม ประมวลผลคําเข้ามาช่วยงานด้านการพิมพ์เอกสารนั้น ช่วยทําให้งานด้านเอกสารทําได้รวดเร็วและ สะดวกมากขึ้น รวมทงั้ ยังช่วยลดต้นทุนการพมิ พเ์ อกสารอีกด้วย นอกจากน้ันยังมีโปรแกรมประยุกต์ท่ีทําหน้าที่ได้ท้ังการพิมพ์และจัดทําเอกสารแบบต้ังโต๊ะ หรือเดสค์ทอปพับบลิซช่ิง (desktop publishing) ซ่ึงเป็นโปรแกรมประมวลผลคําท่ีสามารถรวมเอา ภาพเข้าไว้ในเอกสารท่ีพิมพ์ได้ทําให้การจัดทําเอกสารมีความสวยงามและสะดวก ตัวอย่างโปรแกรม ประยุกตด์ ้านการพมิ พแ์ ละการจดั การเอกสาร แสดงดังภาพที่ 3.11 ภาพที่ 3.11 โปรแกรมประยุกต์ดา้ นการพิมพแ์ ละการจดั การเอกสาร 2. โปรแกรมประยกุ ต์เพ่ือใช้งานด้านการคํานวณ โปรแกรมประยุกต์เพ่ือใช้งานด้านการคํานวณ น้ี มีช่ือเรียกทั่ว ๆ ไปว่า สเปรดซีทหรือตารางทําการหรืออิเล็กทรอนิกส์เวิร์คชีท (electronic work sheet) หลักการทํางานของโปรแกรมประยุกต์ประเภทนี้ คือ การให้คอมพิวเตอร์ทําหน้าที่เสมือน กระดาษทําการหรือเวิร์คชีท (worksheet) ของนักบัญชีซึ่งทํางานในรูปของคอลัมน์ (column) และ แถว (row) โดยนําตัวเลขท่ีบนั ทึกในแต่ละแถวในคอลัมน์ใด ๆ มาทําการคํานวณตามสูตรคณิตศาสตร์ท่ี กําหนดไว้ เช่น การนําตัวเลขในแถวหรือคอลัมน์ใดมาคํานวณเพื่อจัดเป็นค่าของคอลัมน์ใหม่ เป็นต้น เมอื่ มีคา่ ในคอลัมนห์ รือแถวใดเปล่ียนไป ค่าท่สี ัมพนั ธ์กันจะเปล่ียนตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ

57 จุดเด่นท่ีสําคัญของโปรแกรมประยุกต์ประเภทน้ี คือ การช่วยทําให้งานคํานวณสะดวกและ รวดเร็วขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือของนักธุรกิจในการทดลองค่าข้อมูลเพื่อคํานวณผลลัพธ์ในลักษณะ ต่าง ๆ ได้ รวมท้ังความสามารถในการแสดงผลลัพธ์ในรูปของตารางและกราฟหรือแผนภูมิต่าง ๆ ได้ ซึ่งทําให้สามารถอ่านผลลัพธ์ได้งา่ ยขึ้น ตวั อย่างโปรแกรมประยุกต์ด้านการคํานวณ แสดงดังภาพท่ี 3.12 ภาพท่ี 3.12 โปรแกรมประยุกต์ดา้ นการคาํ นวณ 3. โปรแกรมประยุกต์เพ่ือใช้งานด้านการนําเสนอข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ที่จะกล่าวถึง คือ microsoft powerpoint ใช้สําหรับสร้างงานนําเสนอ ซ่ึงสามารถนํามาแสดงผ่านเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ (projector) หรือสามารถพิมพ์ลงแผ่นใสเพื่อใช้บนเคร่ืองฉายสไลด์ เหมาะสําหรับใช้นําเสนอผลงานในการ ประชุมต่าง ๆ ให้ประกอบการเรียนการสอนในห้องเรียนตามสถาบันต่าง ๆ หรือประยุกต์นํามาใช้กับการ นาํ เสนอขายสนิ ค้า เปน็ ต้น โปรแกรมตัวน้ีมีจุดเด่นอยู่ท่ีการสร้างงานนําเสนอที่สามารถใส่ได้ท้ังข้อความ รูปภาพ ไฟล์ วีดิโอต่าง ๆ ลงบนแผ่นสไลด์ (slide) เมื่อสร้างเสร็จเราสามารถใส่พวกเสียงประกอบ หรือทําให้ ข้อความหรอื รูปภาพมกี ารเคล่ือนไหว (animation) ลงไปได้อกี ด้วย ซึ่งขั้นตอนการใชง้ านก็ไม่ยงุ่ ยาก ภาพท่ี 3.13 โปรแกรมประยุกต์ด้านการนําเสนอข้อมลู

58 4. โปรแกรมประยุกต์เพ่ือใช้งานด้านการจัดการฐานข้อมูล ปัจจุบันนี้ข้อมูลมีบทบาทสําคัญทุก ๆ ด้าน ทง้ั ในด้านการปฏิบัติงานและการวาง แผนการตัดสินใจโปรแกรมประยุกต์เพื่อใช้งานด้านจัดการ ฐานข้อมูลจงึ นับว่าเป็นเครื่องมือสําคัญท่ีเข้ามาช่วยงานด้านการจัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ท้ังใน ด้านการจดั เก็บเขา้ ไปแล้วออกมาใช้โดยง่าย สิ่งท่ีทําให้โปรแกรมประยุกต์เพื่อจัดการฐานข้อมูลเข้ามา มีบทบาทสาํ คญั ในการจดั เก็บข้อมลู ก็ดว้ ยเหตผุ ลพืน้ ฐานประการสาํ คญั คอื ปัญหาในการจัดการข้อมูล ซงึ่ ได้แก่ การจัดเกบ็ ขอ้ มูลมคี วามซับซ้อน ทําให้สิ้นเปลืองเน้ือที่และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บโดยใช่เหตุ การคน้ หาข้อมูลจะทาํ ได้ยาก เนอื่ งจากขอ้ มูลที่จัดเก็บมีหลายชุด ซ่ึงต้องใช้เวลาในการค้นหา และการ ดูแลรักษาการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องและทันสมัยจะยุ่งยาก เน่ืองจากความซ้ําซ้อนของข้อมูลซ่ึง จดั เก็บหลายชดุ เปน็ ต้น ตวั อยา่ งโปรแกรมประยกุ ต์ดา้ นการจัดการฐานขอ้ มลู แสดงดงั ภาพท่ี 3.14 ภาพท่ี 3.14 โปรแกรมประยุกตด์ า้ นการจัดการฐานข้อมลู การประยุกต์ใช้งานดว้ ยซอฟตแ์ วรส์ ําเร็จรูปมกั จะเน้นการใช้งานทว่ั ไป แตอ่ าจจะนํามาประยุกต์ โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอยา่ งไมไ่ ด้ เช่น ในกิจการธนาคาร มีการฝากถอน เงิน งานทางด้านบัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสําหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ แต่ละราย การติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ตระกูลสํานักงาน ส่ิงแรกที่ต้องทํา คือ ทําการติดต้ังโปรแกรม สํานกั งานในเครื่องคอมพิวเตอรข์ องเรากอ่ น ซึ่งขั้นตอนน้ีทําได้ง่ายเหมือนการติดต้ังโปรแกรมทั่วไปลง เคร่ืองน่ันเอง นอกจากต้องตรวจสอบระบบปฏิบัติการของเคร่ืองที่จะติดตั้งแล้ว ยังมีส่ิงอื่น ๆ ที่ ต้องการด้วย ซึ่งต้องพิจารณาจาก หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจํา พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ จอแสดงผล และสิ่งท่ีสําคัญคือระบบปฏิบัติการ ซึ่งสามารถสรุปความต้องการของระบบปฏิบัติการได้ แสดงดงั ตารางที่ 3.2

59 ตารางที่ 3.2 ตัวอย่างคุณสมบัติพ้ืนฐานของคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการในการติดต้ังโปรแกรม ประยุกตส์ าํ นักงาน (ในเอกสารประกอบนขี้ อยกตัวอยา่ ง โปรแกรมสาํ นกั งาน รุ่น 2013) ส่ิงที่ตอ้ งการ ข้อแนะนา หน่วยประมวลผลกลาง ความเร็ว 1 GHz หรอื มากกวา่ ถา้ ตอ้ งการได้ประสิทธภิ าพดีทสี่ ุด หนว่ ยความจาํ ขอแนะนาให้ใชท้ ค่ี วามเรว็ 2 GHz ขึน้ ไป พน้ื ทีว่ า่ งบนฮารด์ ดสิ ก์ มากกวา่ 1 GB สาหรบั Office 2013 รนุ่ 32 บติ จอแสดงผล มากกวา่ 2 GB สาหรับ Office 2013 รุ่น 64 บติ ระบบปฏิบตั ิการ พนื้ ท่วี า่ ง 3 GB ความละเอียด 1024 x 576 พิกเซล หรือสูงกว่า Windows 7 (32 บติ หรอื 64 บติ ) Windows 8 (32 บติ หรือ 64 บติ ) Windows 8.1 (32 บติ หรือ 64 บติ ) Windows Server 2008 (64 บติ ) Windows Server 2012 (64 บติ ) ท่ีมา (อัมรนิ ทร์ เพช็ รกุล, 2558, หนา้ 6) ในส่วนของโปรแกรมประยุกต์ในด้านอ่ืน ๆ ยังมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ชนิดอ่ืน ๆ อีกจํานวนมาก ถูกสร้างข้ึนเพื่อใช้งานส่วนบุคคล และใช้งานตามหน่วยงานธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของพนักงาน ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสําคัญต่อการดําเนินธุรกิจ เช่น โปรแกรมขายสินค้า โปรแกรมระบบบัญชี โปรแกรมควบคุมสินค้าคงคลัง และโปรแกรมจัดการงาน ขนส่ง ฯลฯ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานใดงานหน่ึงเฉพาะ เช่น ซอฟต์แวร์สถานศึกษา ซอฟต์แวร์ออกแบบ และซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติ เป็นต้น ในท่ีนี้จะจําแนกหน้าท่ีการ ทํางานได้เป็น 2 ด้านใหญ่ ๆ คือ การประยุกต์เพื่องานด้านบริการ และการประยุกต์เพ่ืองานด้าน ปฏบิ ัติการและการบรหิ าร 1. การประยุกต์เพ่ืองานด้านบริการ ในการประยุกต์คอมพิวเตอร์เพ่ือใช้งานด้านบริการน้ัน มี จุดประสงค์เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าของกิจการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ ตาม เน่ืองจากธุรกิจแต่ละประเภทจะมีลักษณะการดําเนินงานท่ีเฉพาะแตกต่างกันไป ดังนั้น การ ประยุกต์เพอ่ื งานดา้ นการบรหิ ารสามารถจําแนกตามประเภทของธุรกิจได้ดังน้ี 1.1.1 ด้านการเงินและการธนาคาร สถาบันการเงินได้นําคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ บริการลูกคา้ ในด้านบริการฝากถอนเงนิ บรกิ ารรบั จ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) บริการดา้ นสนิ เช่ือ เปน็ ตน้ 1.1.2 ด้านธุรกิจการบิน เป็นธุรกิจท่ีมีการนําคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยบริการผู้โดยสารในด้าน ต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถบริการได้รวดเร็วและแข่งขันกับสาการบินอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ ระบบการสํารองท่ีนั่ง ผู้โดยสาร ระบบการบันทึกตารางเท่ียวบิน ระบบการสํารองห้องพักโรงแรม ระบบงานพิมพ์ต๋ัว เคร่ืองบิน ระบบครัวการบิน และระบบสินค้าปลอดภาษี เป็นต้น ตัวอย่างโปรแกรมสํารองที่น่ัง ผ้โู ดยสาร แสดงดังภาพท่ี 3.15

60 ภาพที่ 3.15 ตวั อย่างโปรแกรมสาํ รองทน่ี ั่งผู้โดยสาร ทม่ี า (AOBNOI @ DOI ALONE, 2557) 1.1.3 ด้านการโรงแรม การนําคอมพิวเตอร์มาใช้ในธุรกิจโรงแรมนั้นจะเป็นการพ่วงต่อ เทอร์มินัลกับคอมพิวเตอร์ โดยติดตั้งเทอร์มินัลตามจุดบริการต่าง ๆ ของโรงแรมเพ่ือรับและส่งข้อมูล ทัง้ นก้ี ารใหบ้ รกิ ารลูกค้าของธุรกิจการโรงแรมประกอบด้วยการจองห้องพัก และการบริการภัตตาคาร ภายในโรงแรม เปน็ ตน้ ตวั อย่างโปรแกรมประยุกตใ์ นธุรกิจโรงแรม แสดงดงั ภาพท่ี 3.16 ภาพที่ 3.16 ตวั อยา่ งโปรแกรมประยกุ ตใ์ นธรุ กิจโรงแรม ท่มี า (HosGroup1, 2553)

61 1.1.4 ด้านการศึกษา งานด้านการศึกษาได้มีการประยุกต์คอมพิวเตอร์เพ่ือช่วยบริการ ทางการศึกษา เช่น งานการเรียนการสอน และงานบริการด้านห้องสมุด เป็นต้น ตัวอย่างโปรแกรม ระบบหอ้ งสมุด แสดงดงั ภาพที่ 3.17 ภาพท่ี 3.17 ตัวอยา่ งโปรแกรมระบบห้องสมดุ ท่ีมา (ไทยแวร์, 2557) 2. การประยุกต์เพื่องานด้านปฏิบัติการและการบริหาร การนําคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยการ ปฏิบัติงานภายในองค์การหรือหน่วยงานใด ๆ น้ัน เพื่อให้การดําเนินงานของกิจการเป็นไปอย่าง ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถนําข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติงานมาใช้การ วางแผนกาํ หนดนโยบายเพื่อการบริหารงานของกิจการนั้นได้ ซึ่งจําแนกตามประเภทของงานดังน้ี 2.2.1 ดา้ นการเงินและการธนาคาร โปรแกรมประยุกต์ท่ีนํามาใช้ในงานด้านปฏิบัติการ และการบริหารสําหรับงานการเงินและการธนาคาร ได้แก่ ระบบรายงาน ระบบบัญชีธนาคาร และ ระบบข้อมลู เพ่อื การบริหาร เปน็ ตน้ 2.2.2 ด้านธุรกิจการบิน โปรแกรมประยุกต์ท่ีนํามาใช้ในงานด้านปฏิบัติการและการ บริหารสําหรับธุรกิจด้านการบินน้ัน จําแนกได้เป็นงานประเภทต่าง ๆ คือ การจัดตารางการบินของ เคร่ืองบิน การจัดตารางการทํางานของนักบินและลูกเรือ การขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ และระบบการ จัดทําบญั ชีและวางแผน เปน็ ตน้ 2.2.3 ด้านการโรงแรม การนําคอมพิวเตอร์เพ่ือช่วยงานด้านการปฏิบัติการและการ บรหิ ารของธรุ กิจการโรงแรมนน้ั ไดแ้ ก่ 2.2.3.1 ระบบงานบัญชี บัญชีทรัพย์สิน บัญชี งบประมาณ บัญชีต้นทุน บัญชี ทรัพยส์ นิ บัญชแี ยกประเภท และบญั ชีเงนิ เดอื น เปน็ ตน้ 2.2.3.2 ระบบการบริหารบุคคล เป็นการนําคอมพิวเตอร์ช่วยงานด้านประวัติ บุคลากรในโรงแรม ไดแ้ ก่ ประวตั กิ ารศึกษา ประวัตกิ ารทาํ งาน ตําแหนง่ หน้าที่ เงินเดือน เงินล่วงเวลา เงินสวัสดกิ าร รวมทั้งเงนิ ภาษีรายไดบ้ คุ คล เป็นต้น

62 2.2.3.3 ระบบรายงาน เป็นการจัดทํารายงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติงานรายวัน และการให้บริการแก่ลูกค้าของโรงแรม ได้แก่ รายงานสรุปจํานวนผู้เข้าพักในโรงแรม รายงาน จํานวน หอ้ งพักท่มี กี ารสาํ รองและห้องพักทีว่ ่าง เปน็ ตน้ ซึง่ ใช้ในการวางแผนในดา้ นต่าง ๆ ของกิจการ เปน็ ต้น 2.2.4 ด้านอุตสาหกรรม การนําคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านอุตสาหกรรมนั้น มี จุดประสงค์หลักเพ่ือการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านกระบวนการผลิต ควบคุมคุณภาพของสินค้าท่ีผลิต รวมทั้งการควบคุมระบบสินค้าคงคลัง ทั้งน้ีเพ่ือให้สามารถผลิตสินค้าท่ีมีคุณภาพตามระดับมาตรฐานด้วย ต้นทุนการผลิตที่ต่ําเพื่อให้กิจการมีกําไรและแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้น การประยุกต์คอมพิวเตอร์ในด้าน อตุ สาหกรรมทง้ั ในสว่ นของการผลิตและการบรหิ าร สามารถจําแนกตามประเภทงานได้ดงั นี้ 2.2.4.1 ด้านกระบวนการผลิต เป็นการนําคอมพิวเตอร์มาช่วยใน กระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงกระบวนการผลิต ได้แก่ การกําหนดประเภทของสินค้าที่ ต้องการผลิต เวลาที่ต้องใช้ในการผลิตการออกแบบสินค้าน้ัน วัตถุดิบท่ีต้องใช้ในการผลิตเครื่องจักร และจํานวนบุคลากรที่นํามาใช้ในการผลิต เป็นต้น ตัวอย่างเช่น การนําโปรแกรมสําเร็จทางการ ออกแบบหรือแคด (computer aided design, CAD) มาช่วยงานด้านการออกแบบสินค้า เป็นต้น ตวั อยา่ งโปรแกรม Computer Aided Design, CAD แสดงดังภาพท่ี 3.18 ภาพที่ 3.18 ตวั อย่างโปรแกรม Computer Aided Design, CAD ทมี่ า (KornSim, 2555) 2.2.4.2 ด้านการควบคุมคุณภาพ การควบคุมคุณภาพน้ันจะมีโปรแกรม คอมพิวเตอร์เพอื่ นําข้อมูลเกี่ยวกบั ตัวอยา่ งผลผลิตมาเปรยี บเทยี บกับขอ้ มูลท่กี าํ หนดเป็น คณุ ภาพมาตรฐาน ท่ีวางไว้ ซึ่งทาํ ให้สามารถตรวจสอบคุณภาพของผลติ ภณั ฑไ์ ด้รวดเร็ว และในปรมิ าณทีม่ าก ๆ ได้ เป็นต้น 2.2.4.3 ด้านการควบคุมสินค้าคงคลัง หลักการสําคัญในการควบคุมสินค้าคง คลังก็คอื การเกบ็ สินค้าใหน้ ้อยทส่ี ุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยต้องไม่มีผลกระทบต่อการบริการลูกค้าและ การผลิตท้ังน้ีเพ่ือประหยัดค่าใช้จ่ายโปรแกรมประยุกต์ท่ีนํามาใช้ด้านนี้จะสามารถบอกปริมาณสินค้า

63 คงเหลือและบอกเป็นรายงานในลักษณะต่าง ๆ สําหรับผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ เพอื่ ใหท้ ํางานรวดเรว็ ทันตอ่ เหตุการณแ์ ละมปี ระสิทธิภาพ 2.2.4.4 ด้านการศึกษา คอมพิวเตอร์ท่ีประยุกต์ใช้ในงานด้านการปฏิบัติการ และการบรหิ ารในวงการศกึ ษานน้ั สามารถแบ่งได้ตามประเภทของงานต่อไปน้ี คืองานจัดเก็บทะเบียน ประวตั นิ กั ศึกษา งานวัดผลการศกึ ษา และงานบรหิ ารงานภายในสถานศกึ ษา เป็นตน้ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ หรือซอฟต์แวร์ระบบ ล้วนมีบทบาทและความสําคัญและต่อ การใช้งานการประยุกต์ใช้โปรแกรมสําหรับการประกอบธุรกิจ โปรแกรมประยุกต์ก็เป็นโปรแกรมท่ีมี ความสําคัญอยา่ งหนึ่งท่ีผปู้ ระกอบการส่วนใหญเ่ ลือกและนํามาใชเ้ พอื่ เป็นตัวช่วยในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น หน้าที่ทางธุรกิจด้านการเงิน การบัญชี การตลาด การผลิตและการดําเนินงาน และการบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ ในทุกส่วนหน้าท่ีต่างมีโปรแกรมที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระการปฏิบัติงานได้ไม่น้อย อาจเป็นโปรแกรมประยุกต์เฉพาะงาน หรือเป็นโปรแกรมประยุกต์ทั่วไป แม้แต่การประยุกต์ใช้ โปรแกรมประยุกตบ์ นเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรก์ ็ตาม

64 สรุปท้ายบท ซอฟต์แวร์ เปน็ โปรแกรมหรือชุดคาํ สัง่ ทีม่ ีความสําคญั ต่ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ มีหน้าท่ีประมวลผล ขอ้ มลู และช่วยใหอ้ ุปกรณร์ อบข้างทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้ได้ผลลัพธ์ในรูปแบบที่ ตอ้ งการ ซึ่งมีองค์ประกอบแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คอื ซอฟต์แวร์ระบบ และ ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ ซอฟต์แวร์ระบบหรือที่เรียกว่า ระบบปฏิบัติการ ปัจจุบันที่นิยมใช้งาน ได้แก่ Microsoft Windows, Windows XP Professional, Windows XP Home Edition, Windows Vista, Windows 7, Windows 8, OS X (Mountain Lion), Ubuntu Linux เป็นต้น การเริ่มต้นการ ทํางานของระบบปฏบิ ัติการ เรียกว่า การบูทระบบมี 2 วิธี ได้แก่ วอร์มบูท และโคลด์บูท ซ่ึงวอร์มบูท เป็นการทําให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่กําลังใช้งานอยู่เร่ิมต้นการทํางานใหม่อีกคร้ัง โดยไม่มีการกดปุ่ม สวิตช์ ปิด-เปิด ซ่ึงทําได้หลายวิธี เช่น การรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการกดปุ่ม Ctrl Alt และ Del บนแปน้ พิมพพ์ ร้อมกัน ในสว่ นของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ ประยกุ ตพ์ ้ืนฐาน ซอฟตแ์ วร์ประยุกตเ์ ฉพาะงาน และ โมบายแอป ซอฟต์แวร์ประยุกต์พ้ืนฐานหรือโปรแกรมประยุกต์เพ่ืองานท่ัวไป ประกอบด้วย โปรแกรม ประยุกต์ด้านการพิมพ์และการจัดการเอกสาร โปรแกรมประยุกต์เพ่ือใช้งานด้านการคํานวณ โปรแกรมประยุกต์เพอ่ื ใช้งานด้านการนําเสนอข้อมูล และโปรแกรมประยุกตเ์ พ่ือใช้งานด้านการจัดการ ฐานข้อมูล ส่วนโปรแกรมประยุกต์เฉพาะงาน ประกอบด้วยการประยุกต์เพ่ืองานด้านบริการและการ ประยกุ ต์เพ่ืองานด้านปฏิบัติการและการบริการ เช่น ด้านการเงินและการธนาคาร ด้านธุรกิจการบิน ด้านการโรงแรม ดา้ นการศึกษา และด้านอุตสาหกรรม เป็นต้น และโมบายแอป คือ ซอฟต์แวร์ขนาด เล็กที่พัฒนาขึน้ ใชง้ านบนโทรศัพทม์ ือถอื

65 คาถามท้ายบท กจิ กรรมดา้ นทฤษฎี 1. จงอธบิ ายความหมายของเทคโนโลยซี อฟตแ์ วร์ 2. จงอภปิ รายถึงความสําคัญของเทคโนโลยีซอฟตแ์ วร์มอี ิทธพิ ลต่อการประกอบธุรกจิ อย่างไร 3. จงจําแนกองค์ประกอบของเทคโนโลยซี อฟต์แวร์ พร้อมอธบิ าย 4. จงยกตัวอยา่ งซอฟต์แวรร์ ะบบทีน่ ิยมใช้ในปจั จบุ นั 5. จงยกตวั อยา่ งซอฟตแ์ วร์ประยุกตท์ ี่ใชง้ านทวั่ ไป 6. จงยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ใชง้ านเฉพาะด้าน 7. จงอธบิ ายหลกั การทํางานของระบบปฏบิ ตั กิ าร 8. จงอธบิ ายโปรแกรมประยกุ ต์สาํ หรบั การประกอบธรุ กิจ 9. การแสดงรายงานสรปุ จํานวนผ้เู ขา้ พักในโรงแรม และรายงานจํานวนหอ้ งพักทีม่ ีการสํารอง เป็น การใชป้ ระโยชน์โปรแกรมประยกุ ตเ์ พอ่ื วตั ถปุ ระสงค์ใด 10.จงค้นคว้าหาข้อมูลธุรกจิ จากเพจเฟสบ๊กุ “อายนุ อ้ ยรอ้ ยล้าน” ทมี่ ีการนาํ โปรแกรมประยกุ ต์เข้าไปใช้งาน แลว้ ประสบความสําเรจ็ และระบเุ หตผุ ลใหไ้ ดว้ ่าทําไมจงึ ต้องนําโปรแกรมประยกุ ต์เข้าไปใช้งานในธุรกจิ กจิ กรรมด้านปฏบิ ตั ิ 1. ฝกึ ปฏิบตั สิ าธติ การใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ทางธรุ กิจ โดยแบ่งประเภทดงั น้ี 1. โปรแกรมประยุกต์ท่ัวไป 2. โปรแกรมประยกุ ต์เฉพาะดา้ น

66 เอกสารอ้างอิง ท๊อบไลน์ดจิ ิตอล. (2553). ไมโครซอฟต์ ยตุ อิ ัพเดทวินโดวส.์ คน้ เมือ่ มกราคม 5, 2560, จาก http://toplinediamond.com/TabNews/TabNewsDetail/11774. ไทยแวร์. (2557). โปรแกรมระบบหอ้ งสมุด. ค้นเม่ือ กนั ยายน 29, 2558, จาก https://shop.thaiware.com/1964-Library-Management-System.html. บีคอมช๊อป. (2559). ภาพตวั อยา่ งขอ้ ตกลงสญั ญาอนุญาตใชซ้ อฟต์แวร์. คน้ เมอื่ กุมภาพันธ์ 11, 2562, จาก http://becomshop.com/blog/2016-02-01-594 พษิ ณุ ปุระศิริ. (2556). คมู่ ือเรียนรู้และใช้งานคอมพวิ เตอร์เบื้องตน้ ฉบบั สมบรู ณ์. นนทบรุ ี: ไอดีซ.ี ไพบูลย์ เกียรตโิ กมล, ณฏั ฐพันธ์ เขจรนนั ท์. (2551). ระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการ. กรุงเทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชนั่ . วศิน เพมิ่ ทรัพย.์ (2561). ความร้เู บอื้ งต้นเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: โปรวชิ ่ัน. ศศลักษณ์ ทองขาวและคณะ. (2558). คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่. กรุงเทพฯ:แมคกรอ-ฮิล. สุพรรษา ยวงทอง. (2557). ความรูเ้ บ้อื งต้นเก่ียวกบั คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรงุ เทพฯ: โปรวชิ ่ัน. แอปเป้ิล-แฟนคลับ. (2554). OS X คืออะไร. ค้นเมอ่ื มกราคม 5, 2560, จาก http://apple-fanclub.blogspot.com/2011/10/os-x.html. อมั รนิ ทร์ เพ็ชรกุล. (2558). สรา้ ง ปรับแต่ง และจดั เอกสารด้วย Word 2013 ฉบบั สมบูรณ์. กรุงเทพฯ: REVIVA. ไอที โซลูชันส์. (2557). Linux คืออะไร? คาถามท่ีหลายๆคนอาจไมเ่ คยรู้. คน้ เม่อื มกราคม 5, 2560, จาก http://www.chiangraicom.in.th/2014/04/linux.html. โอภาส เอีย่ มสริ ิวงศ์. (2554). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ. กรงุ เทพฯ: ซีเอด็ ยเู คชัน่ . โอภาส เอี่ยมสริ ิวงศ์. (2561). วทิ ยาการคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรงุ เทพฯ: ซีเอ็ดยูเคช่นั . AOBNOI @ DOI ALONE. (2557). โปรแกรมสารองท่ีนั่งผู้โดยสาร. คน้ เม่อื กนั ยายน 29, 2558, จาก http://aobnoy.blogspot.com/2014/03/epspecial-2.html Beerkung. (2556). รนุ่ ต่าง ๆ ของระบบปฏิบัตกิ าร. คน้ เมื่อ มกราคม 5, 2560, จาก https://beerkung.wordpress.com. HosGroup1. (2553). โปรแกรมประยุกต์ในธรุ กจิ โรงแรม. คน้ เม่อื กนั ยายน 29, 2558, จาก http://hosgroup1.blogspot.com/2010/09/blog-post.html . Kittidhaj IT Article. (2558). Tip และเทคนคิ การใชง้ าน Windows 8 ข้ันพ้ืนฐาน. คน้ เม่อื มกราคม 5, 2560, จาก https://kittidhaj.wordpress.com. KornSim. (2555). โปรแกรม Computer Aided Design, CAD. ค้นเมื่อ กนั ยายน 29, 2558, จาก http://kornsim.blogspot.com/2012/04/bim.html. Nicha Hirankarn .(2558). Computer things. คน้ เม่ือ มกราคม 5, 2560, จาก http://geopioneer.blogspot.com/2015_09_01_archive.html. Technology Dunia. (2558). ภาพตัวอย่างซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต.์ ค้นเมือ่ กมุ ภาพนั ธ์ 11, 2562, จาก http://technologi-dunia.blogspot.com/2017/01/5-aplikasi-office-untuk-android-terbaik.html.

แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 4 แนวคิดและเทคโนโลยโี ปรแกรมประยกุ ต์ทางธรุ กจิ หวั ขอ้ เน้ือหา 1. แนวคดิ และเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์กับงานบัญชีและการเงิน 2. แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ตก์ บั งานการตลาด 3. แนวคดิ และเทคโนโลยโี ปรแกรมประยกุ ตก์ ับงานการผลิตและการดาเนนิ งาน 4. แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์กับงานบริหารทรพั ยากรมนุษย์ วัตถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1. อธิบายแนวคิดการเลือกใชโ้ ปรแกรมประยกุ ต์กับงานบัญชีและการเงนิ ได้ 2. อธิบายแนวคิดการเลือกใช้โปรแกรมประยุกตก์ บั งานการตลาดได้ 3. อธบิ ายแนวคดิ การเลอื กใชโ้ ปรแกรมประยกุ ต์กบั งานการผลิตและการดาเนนิ งานได้ 4. อธิบายแนวคิดการเลือกใช้โปรแกรมประยกุ ต์กบั งานการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ 5. ฝกึ ปฏิบัตทิ ดลองใช้โปรแกรมประยุกต์ทางธรุ กิจที่เหมาะสมกบั งานเฉพาะดา้ น วธิ ีสอนและกจิ กรรมการเรียนการสอน 1. วิธีสอน 1.1 วิธีสอนแบบบรรยาย 1.2 วธิ ีสอนแบบปฏิบตั ิ 2. กิจกรรมการเรยี นการสอน 2.1 ผู้สอนเป็นผตู้ ้งั คาถามเร่อื งราวเก่ียวกับธุรกิจว่ามีการนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ใน ธุรกิจเก่ียวกับงานด้านใดบ้าง เขียนเป็นแผนภาพ Mind Mapping เพื่อสรุปแผนภาพให้เช่ือมโยงกับ เนื้อหาบทเรียน 2.2 ผสู้ อนบรรยายเร่อื งตอ่ ไปน้ี 2.2.1 แนวคดิ และเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์กับงานบญั ชีและการเงิน 2.2.2 แนวคดิ และเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์กบั งานการตลาด 2.2.3 แนวคิดและเทคโนโลยโี ปรแกรมประยุกต์กับงานการผลติ และการดาเนนิ งาน 2.2.4 แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์กบั งานบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์ 2.3 ฝึกปฏิบตั ิทดลองใช้งานโปรแกรมประยุกต์ทางธรุ กิจท่ีเหมาะสมกบั งานเฉพาะด้าน โดย ผูเ้ รยี นแต่ละคนเลือกใชง้ าน คนละ 1 ดา้ น ตามเน้ือหาบทเรียน

68 2.4 ผเู้ รยี นทุกคนศึกษาเน้อื หาทีเ่ รียนพร้อมเปดิ โอกาสให้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพอ่ื นใน ห้องเรยี นและตอบคาถามทา้ ยบท ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า การใชโ้ ปรแกรมประยุกต์ทางธรุ กิจ 2. โปรแกรมสาเร็จรปู Power Point ประกอบการสอน 2.1 แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์กบั งานบัญชีและการเงนิ 2.2 แนวคดิ และเทคโนโลยโี ปรแกรมประยุกต์กับงานการตลาด 2.3 แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์กบั งานการผลติ และการดาเนินงาน 2.4 แนวคดิ และเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์กับงานบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์ 3. โปรแกรม web browser สืบคน้ ข้อมูล 4. ใบงานฝึกปฏบิ ัติ เรื่อง โปรแกรมประยุกต์ทางธรุ กิจทเ่ี หมาะสมกับงานเฉพาะด้าน 5. โปรแกรมสาเรจ็ รูป Microsoft office 6. บทเรยี นออนไลน์ www.elearningbynirut.com/moodle/ การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. สังเกตจากพฤติกรรมการเรียน 2. สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม 3. ตรวจผลงาน mind mapping 4. ตรวจผลงานการฝึกปฏบิ ตั ิ 5. ตรวจผลงานการตอบคาถามท้ายบท

บทท่ี 4 แนวคิดและเทคโนโลยโี ปรแกรมประยกุ ต์ทางธุรกจิ ปัจจุบนั คอมพวิ เตอร์และโปรแกรมประยุกต์มีความสามารถทางานได้หลายอย่าง ผู้ใช้ควรเรียนรู้ว่า ใครควรจะใช้โปรแกรมใด ใช้ทาอะไร และใช้อย่างไร ตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์ใช้โปรแกรมตารางทางาน การคานวณยอดขาย นักออกแบบกราฟิกใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ตกแต่งภาพ เลขานุการใช้ โปรแกรม ประมวลผลคาพิมพ์จดหมาย และใช้อีเมล์ในการติดต่อสื่อสารผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ประยุกต์เปน็ โปรแกรมท่พี ฒั นาข้นึ เพ่ือให้คอมพิวเตอร์ทางานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของ ผู้ใช้ ซ่ึงถ้าโปรแกรมพัฒนาข้ึนเพ่ือความต้องการเฉพาะขององค์การใดองค์การหนึ่ง จะเรียกซอฟต์แวร์ ประเภทนี้ว่า ซอฟต์แวร์เฉพาะงาน (Custom program หรือ Tailor-made software) ซึ่งข้อดี คือ โปรแกรมสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความประสงค์ของหน่วยงาน แต่ข้อเสียคือซอฟต์แวร์ ประเภทน้ีจะใช้เวลาในการพัฒนานานและค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในส่วนภาคองค์การธุรกิจนั้นจะมีหน้าท่ี สาคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบัญชีการเงิน การตลาด การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการผลิตการ ดาเนินงาน เมื่อเราเป็นผู้ใช้งานโปรแกรมเราจะมีแนวทางในการเลือกใช้งานโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ ใน หนา้ ท่ีทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไปอย่างไร ในบทน้ีจะอธิบายถึง แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์ด้านการบัญชีการเงิน ด้านตลาด ดา้ นการผลิตและการดาเนนิ งาน และด้านการบริหารทรพั ยากรมนุษย์ โดยมรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้ แนวคดิ และเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์ด้านการบัญชแี ละการเงิน งานบัญชี (accounting) จะเป็นกิจกรรมในการรวบรวม วิเคราะห์ จัดประเภท และสรุปข้อมูล รายการต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของตัวเลข โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือนาข้อมูลเหล่านั้นมาใช้สาหรับการวางแผน และควบคมุ การดาเนนิ งานด้านตา่ ง ๆ ของธุรกิจ และเป็นหน้าท่ีท่ีต้องปฏิบัติเพ่ือให้เป็นไปตามท่ีกฏหมาย กาหนดไว้ ส่วนงานการเงิน (financial) จะเป็นกิจกรรมทางการจัดการด้านการเงิน ได้แก่ การจัดหา เงินทุน การเก็บรักษาและการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้การดาเนินธุรกิจ เป็นไปอยา่ งราบรื่น และเป็นไปตามวัตถุประสงคท์ ี่ธุรกจิ หรอื กจิ การกาหนดไว้ (พนิดา พานิชกลุ , 2554, หน้า 3) การบัญชีถือวา่ เป็นหนา้ ทง่ี านด้านการบรหิ ารทรพั ยากรข้อมูลทางการเงนิ ของธุรกิจ ซ่ึงในปัจจุบันได้ พัฒนาการด้านการทาบัญชีขององค์การธุรกิจทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน การพัฒนาเป็นระบบ สารสนเทศทางการบัญชี คือ ทิศทางหน่ึงของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านการ รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และนาเสนอสารสนเทศทางการบัญชีทั้งในส่วนของบัญชีการเงินและบัญชี บริหาร เพื่อผลของการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทาบัญชีด้วยมือ ซึ่งมัก ประกอบดว้ ยขน้ั ตอนทีค่ อ่ นข้างมีความซ้าซอ้ น จงึ กอ่ ใหเ้ กดิ ความล่าช้าในการออกรายงานทางการเงินและ รายงานการบริหาร ดังนั้น ถือว่าระบบสารสนเทศทางการบัญชี คือ อีกแนวทางหนึ่งท่ีช่วยเพ่ิมมูลค่า

70 สาหรับการดาเนินงานภายในธุรกิจ ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และรองรับการขยายตัวของ ธรุ กจิ ในอนาคต (รจุ จิ ันทร์ วิชวิ านเิ วศน,์ 2560, หนา้ 249) ในส่วนภาระหน้าที่สาคัญอีกหนึ่งหน้าที่ คือ การเงิน ซึ่งถือว่ามีความสาคัญอย่างยิ่ง เป็นการ จัดการกระแสเงินสดเข้าและออกจากธุรกิจ จะเก่ียวข้องกับทุก ๆ กิจกรรมการดาเนินงานแต่ละหน้าท่ี งาน ซึ่งก่อให้เกิดกระแสเงินสดเข้าและออกของแต่ละวัน ดังนั้น ธุรกิจจึงจาเป็นต้องมีการวางแผน การ จัดการและควบคุมทางการเงินที่ดี ระบบสารสนเทศทางการเงิน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการนาเสนอ สารสนเทศทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สารสนเทศด้านการวางแผน การจัดการ การควบคุมและการตรวจสอบทางการเงิน โดยอาศัยการพยากรณ์และการวิเคราะห์ทางการเงินเป็น เครื่องมือสาคัญที่ทาให้กิจกรรมด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ เช่น การตลาด การผลิต และการบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ สามารถดาเนินไปได้อย่างราบร่ืน โดยเฉพาะในส่วนของการจัดหาเงินทุนไว้สาหรับใช้ จ่ายในกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการจัดการเงินสดและเงินลงทุนของกิจการก่อให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจ (รุจิจันทร์ วิชิวานิเวศน์, 2560, หน้า 219) การนาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์กับงานบัญชีการเงินเป็นเร่ืองท่ีจะต้องกระทาด้วยความรอบคอบ และก่อนหน่วยงานอื่นและบริษัทจะต้องวางรูประบบบัญชีเอาไว้ หากบริษัทยังไม่มีระบบบัญชีที่ดีหรือ ไม่ได้จัดทาบัญชีด้วยมืออย่างเป็นระบบมาก่อนแล้ว การนาคอมพิวเตอร์มาใช้กับงานบัญชีอาจก่อให้เกิด ปัญหามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท้ังนี้เพราะการจัดทาบัญชีด้วยมือนั้นปกติก็จะต้องบันทึกรายการต่าง ๆ ลงใน สมุดบญั ชอี ยแู่ ลว้ แตก่ ารเปล่ียนมาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทาบัญชีนั้นการบันทึกรายการต่าง ๆ จะตรงเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์เลย นักบญั ชอี าจจะไมไ่ ด้เห็นตวั เลขต่าง ๆ ดงั ท่ีเคยเห็นมาก่อนกับความมั่นคงปลอดภัย ของขอ้ มูลในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ข้อมูลบัญชีอาจหายไปเพราะถูกไวรัสทาลาย หรืออาจถูกพนักงานที่ ทจุ ริตแอบเปล่ยี นแปลงแก้ไขตัวเลขได้ ดงั นน้ั ควรมีความเข้าใจในเทคโนโลยีทางการบัญชีและการเงินเป็น พ้ืนฐานไว้ เพ่ือจะไดส้ ามารถประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีทางการบัญชีและการเงิน ในส่วนของเทคโนโลยีทางการบัญชีนั้นนักบัญชีควรมีความรู้ พ้ืนฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต การแก้ปัญหาเบ้ืองต้น การ ทางานระยะไกล การใช้เครื่องมือเครื่องใช้สานักงาน เช่น Scanner Fax Printer สามารถใช้เพื่อการ ตดิ ตอ่ สื่อสารจาพวก อีเมล์ โปรแกรมเพื่อการสื่อสารอ่ืน ๆ เช่น Line Skype โปรแกรมสานักงานประยุกต์ ตารางคานวณ โปรแกรมพิมพง์ าน โปรแกรมนาเสนองาน ในสว่ นของโปรแกรมประยุกต์เฉพาะด้าน ได้แก่ โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ส่วนต่อขยายของระบบสารสนเทศทางการ บัญชี และเทคโนโลยีต่อยอดการใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางการบัญชี เช่น การเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างองค์กร คลังข้อมูล (data warehouse) โปรแกรมอัจฉริยะทางธุรกิจ (business intelligence) เช่น pivot (ชลิต ผลอินทร์หอม, 2559, หน้า 6-9) ซึ่งในส่วนของเทคโนโลยีทางการบัญชีจะกล่าวถึง เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีธุรกิจต่างนิยมนามาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศทางการบัญชี คือ โปรแกรม สาเรจ็ รูปทางการบญั ชี โดยมีรายละเอียดดงั น้ี (รุจิจันทร์ วชิ ิวานเิ วศน,์ 2560, หน้า 272-276)

71 โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชี (accounting software) คอื ซอฟตแ์ วร์เชิงพาณิชย์ประเภทหน่ึง ท่ีวางขายในตลาดซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาขึ้นเฉพาะงานด้านการบัญชี และใช้งานร่วมกับระบบจัดการ ฐานข้อมูล เพ่ือสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลทางการบัญชีที่มีประสิทธิภาพ และสามารถออกรายงานทางการ เงินและรายงานทางการบริหารได้ตามต้องการของผู้ใช้ ท้ังน้ี จะต้องเน้นการควบคุมทางการบัญชีในส่วน การควบคุมเฉพาะระบบ ท้ังในดา้ นการควบคุมด้านการเข้าถงึ การรับเข้า การประมวลผล และการส่งออก ข้อมูลในสว่ นการจดั สง่ สารสนเทศให้ผูใ้ ชร้ ายงาน โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีเป็นโปรแกรมท่ีเน้นการ บันทกึ การประมวลผลและการนาเสนอรายงานทเ่ี กย่ี วกบั ธุรกรรม โดยมีการบันทึกข้อมูลรายวัน การผ่าน บัญชีไปสมุดแยกประเภท และการรายงานสรุปผลในงบการเงินต่าง ๆ ผลลัพธ์อาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือรายงานตา่ ง ๆ เช่น ใบแจ้งชาระเงิน งบการเงนิ หรือรายงานงบประมาณ เป็นต้น บางคร้ังอาจจาแนก โปรแกรมออกเป็นโมดูลต่าง ๆ เช่น ระบบจัดซื้อ ระบบควบคุมสินค้าคงเหลือ ระบบขาย ระบบแจ้งหนี้ และระบบบัญชีแยกประเภท เป็นต้น มีกระบวนการทางานโครงสร้างขั้นตอนท่ีแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ราคาขายโปรแกรมสาเร็จรูปแต่ละตวั จงึ แตกต่างกัน จึงเป็นหน้าท่ีของผู้ใช้ท่ีจะพิจารณาคัดเลือกโปรแกรม ที่ตอบสนองความต้องการได้ดี มรี าคาท่ีเหมาะสมและคุ้มคา่ ตอ่ การใชง้ าน ซึง่ มคี ณุ สมบัตดิ ังน้ี 1. มีองค์ประกอบพื้นฐานของโปรแกรมครบถ้วน การกาหนดรหัสผ่านและงวดบัญชี การปรับปรุง แฟ้มข้อมูลหลัก การรับเข้าและตรวจทานข้อมูล การผ่านบัญชี การปิดบัญชี การพิมพ์แบบฟอร์มเอกสาร และรายงานตลอดจนการโอนย้ายข้อมูล 2. มีโปรแกรมอรรถประโยชน์ (utility) ด้านการกาหนดขนาดแฟม้ ข้อมลู และการขยายขนาดพ้ืนท่ี อัตโนมัติเมื่อพื้นที่จุดข้อมูลเต็ม ด้านการเก็บสารองข้อมูล ด้านการขจัดข้อมูลที่ไม่ต้องการใช้งานออก ตลอดจนดา้ นการออกแบบฟอร์มเอกสาร 3. ความสามารถของโปรแกรมในการเช่ือมต่อกับระบบปฏิบัติการ ท่ีมีขีดความสามารถในการ ทางานสูง และมีความเหมาะสมกบั การใชง้ าน 4. มีความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบลูกข่าย -แม่ข่าย (client-server) และมีระบบการควบคุมการรับ-ส่งขอ้ มูลทด่ี ี กาหนดระดับการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละ คน และมรี ะบบความมนั่ คงบนเครือข่ายอีกด้วย 5. เป็นโปรแกรมที่มคี วามยืดหยุน่ ในการใชง้ านสูง ที่ผใู้ ชส้ ามารถกาหนดทางเลือกการใช้งานได้ง่าย โดยมักอยู่ในรูปแบบการตั้งคาถามให้ผู้ใช้ตอบตอนติดต้ังระบบ ผู้ใช้จึงควรตอบคาถามเหล่าน้ีด้วยความ ระมดั ระวัง 6. มีระบบกาหนดรหัสผ่านหลายระดับ ซึ่งสามารถควบคุมข้ันตอนในการทางาน ตลอดจนการใช้ แฟม้ ข้อมลู ของผู้ใช้ได้ นอกจากนีผ้ ้ใู ชย้ ังสามารถกาหนดงวดเวลาบัญชีที่ต้องการได้ 7. มีการสร้างแฟ้มหลัก รวมท้ังการปรับปรุงข้อมูลในแฟ้มหลัก เช่น การเพ่ิมหรือลดพนักงานหรือ การเปลี่ยนอัตราเงนิ เดือน เป็นต้น โปรแกรมที่ดีจะต้องมีแฟ้มบันทึกผู้ใช้ ซ่ึงบันทึกการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ในแฟ้มหลัก

72 8. มีระบบการรับเข้าข้อมูลและการตรวจทานการรับเข้าข้อมูล โดยเฉพาะในการผ่านบัญชี อาจ ต้องมีการสรา้ งรอยทางบัญชี (audit trail) ให้สามารถยอ้ นกลบั ไปตรวจสอบรายการทผ่ี ิดปกติได้อกี ด้วย 9. การป้อนข้อมูลทางหน้าจอ ควรอยู่ในลักษณะของการรับข้อมูลได้มากกว่าหน่ึงรายการ การใช้ ฟังก์ชั่นคยี ์ และการกาหนดคา่ ข้อมลู อตั โนมตั เิ พื่อความรวดเรว็ ในการปอ้ นขอ้ มูล มีการแสดงยอดรวมบัญชี ให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องทางหน้าจอได้ กาหนดเขตข้อมูลที่เป็นค่าว่างไม่ได้ และมีความ คลอ่ งตวั ในการย้ายตาแหนง่ การปอ้ นขอ้ มลู ทางหน้าจอ 10.มีระบบป้องกันการผ่านบัญชีท่ีผิดพลาด เช่น การสารองข้อมูลก่อนผ่านบัญชีทุกครั้ง หรือมีการ พิมพส์ มดุ รายวันอัตโนมัตกิ ่อนผ่านบัญชี โดยเฉพาะในสว่ นของการเช่ือมโยงข้อมูลกับระบบอ่นื 11.มคี วามยืดหยุน่ ของการปดิ งวดบัญชี ในบางครั้งที่ปิดบัญชีไปแล้ว แต่มีรายการปรับปรุงเพ่ิมเติม ในภายหลัง 12.มีโปรแกรมพิมพ์แบบฟอร์มเอกสารหรือรายงาน กาหนดช่วงข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการพิมพ์ได้ บางครัง้ อาจเลือกทจี่ ะนาเสนอรายงานทางหนา้ จอคอมพวิ เตอร์ได้ 13.การโอนย้ายข้อมูลภายในระบบ ตลอดจนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพ่ือสร้างความคล่องตัว ให้กับผู้ใช้ข้อมูล เช่น การส่งออกข้อมูลงบการเงินไปเก็บในฐานข้อมูลของโปรแกรมไมโครซอฟต์เอ็กเซ็ล เพ่อื งานดา้ นการวิเคราะหง์ บการเงิน เป็นตน้ นอกจากน้ีโปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการเงินที่ดี จาเป็นต้องสามารถปรบั เปลย่ี นโปรแกรมให้สอดคล้อง กับความต้องการของผู้ใช้ด้วย ซึ่งการปรับเปล่ียนน้ีจะได้ผลเท่าใดข้ึนกับความสามารถและข้ันตอนการ ปรับเปล่ียนของแต่ละโปรแกรม หากโปรแกรมท่ีเลือกใช้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ก็อาจ ส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการใช้งานโปรแกรมสาเร็จรูปนั้น ๆ ตัวอย่างระบบสารสนเทศทางการบัญชี (EASY-ACC) แสดงดังภาพที่ 4.1 ภาพที่ 4.1 ตวั อยา่ งระบบสารสนเทศทางการบัญชี (EASY-ACC) ทมี่ า (บซิ เิ นส ซอฟต,์ 2562)

73 ข้อแตกต่างระหว่างการทาบัญชดี ้วยสมุด (Manual) กบั การใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ตารางท่ี 4.1 ข้อแตกตา่ งระหวา่ งการทาบญั ชีดว้ ยสมุด (Manual) กับการใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์ การทาบัญชดี ้วยสมดุ การทาบัญชดี ้วยโปรแกรม ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการใช้โปรแกรม 1. ต้องใชบ้ คุ ลากรจานวนมาก 1. ไมต่ ้องใช้บุคลากรจานวนมาก 1. ประหยัดคา่ ใช้จ่าย 2. บคุ ลากรมโี อกาสเหนอ่ื ยล้าทาใหเ้ กดิ 2. คอมพวิ เตอร์ทางานได้อย่างแม่นยา 2. ประหยดั เวลา ไดง้ านที่รวดเรว็ และ ขอ้ ผิดพลาดได้งา่ ย รวดเร็วและถูกต้อง ถกู ตอ้ ง 3. ลายมือไม่สม่าเสมอ ทาให้มีโอกาส 3. คอมพิวเตอร์ไม่สับสนเรื่องตัวเลขและ 3. แสดงรายงานไดร้ วดเร็ว อา่ นงา่ ยและ ผิดพลาดโยเฉพาะทางดา้ นตวั เลข ข้อความ เกบ็ ขอ้ มลู ได้มากตามเนอ้ื ที่ ชัดเจน 4. ขั้นตอนในการผ่านบัญชีทาให้มี 4. ขณะทารายงานถ้าจานวนเงินเดบิต 4. การผา่ นบญั ชที าไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ และไม่ โอกาสผิดพลาดสูง ทาให้งบทดลองไม่ และเครดิตไม่เท่ากันโปรแกรมจะไม่ เสยี เวลาในการแกไ้ ข ตวั เลขเปน็ ปจั จุบนั เทา่ กัน การแก้ไขตัวเลขยุ่งยากและเสียง บนั ทึกให้ การแก้ไขตัวเลขโปรแกรมจะ ตลอดเวลา เวลาเนืองจากต้องตรวจสอบตัวเลข แก้ไขตวั เลขปจั จุบนั ให้ทนั ที ยอ้ นหลัง 5. ตอ้ งลงรายการก่อนจึงสามารถ 5. สามารถออกรายงานได้ทันทีท้ัง 5. ทันตอ่ การส่งรายงานใหห้ ัวหน้างาน ทัน รายงานตา่ ง ๆ ได้การออกแบบรายงาน รายงานปัจจุบันและรายงานย้อนหลัง ต่อการส่งกรมสรรพากร กรณีท่ีเป็น ภาษีซ้อื ขายตอ้ งตรวจสอบให้ถูกตอ้ ง ได้ รายงานภาษีมูลค่าเพ่ิม มิฉะน้ันอาจเสีย เบย้ี ปรบั 6. ตอ้ งบันทึกยอดมาก่อนจงึ จะมาบันทึก 6. บันทึกข้อมูลรายวันได้ โดยไม่ต้อง 6. ไม่เสียเวลารอคอยยอดยกมาในกรณีที รายการรายวันได้ รอยอดยกมา สามารถบันทกึ ท่หี ลังได้ ปดิ บญั ชไี มไ่ ด้ 7. งบการเงินมักล่าช้า ไม่ทันต่อ 7. สามารถขอดูงบการเงินได้ทันทีทีมี 7. ได้รูปแบบงบทีตรงตามความต้องการ เหตุการณ์ ไม่ทันต่อความต้องการของ ข้อมูลหลัก และข้อมูลรายวัน ทันต่อ ของผู้ใช้ ฝ่ายบริหาร ความต้องการของผ้บู ริหาร 8. การเปรียบเทียบตัวเลขหรือข้อมูล 8. สามารถเปรียบเทียบข้อมูล 8. เป็นประโยชน์ในการตัดสนิ ใจของฝ่าย ย้อนหลังทาได้ยุ่งยากหากการเก็บ ย้อนหลังได้หลายปี ท้ังข้อมูลจริงและ บรหิ าร ซ่ึงมผี ลกระทบตอ่ กาไรของกจิ การ เอกสารไม่ดีพอ งบประมาณ 9. ทาให้มีความปลอดภัยต่อข้อมูลและทา 9. ไม่สามารถกาหนดรหัสผ่านการทา 9. สามารถกาหนดรหัสผ่านของแต่ละ ใหค้ วามลบั กิจการไม่รวั ไหล บัญชีได้ บุคคลได้ไม่จากัดจานวน 10. ทาใหฝ้ ่ายบรหิ ารตัดสนิ ใจไดง้ ่ายขน้ึ 10. ต้องเสยี เวลาในการนาข้อมลู 10. สามารถโอนข้อมูลในส่วนของ มาสรา้ งกราฟ กระดาษทาการทดลองและงบทดลอง ไปทโ่ี ปรแกรมท่ใี ช้สร้างกราฟได้ ท่ีมา (วนี ารตั น์ แสวงกจิ , 2553)

74 ในส่วนของเทคโนโลยีทางการเงิน กล่าวได้ว่า ธุรกิจต่างนิยมนามาใช้งานร่วมกับกระบวนการ ทางธุรกิจของระบบสารสนเทศทางการเงิน ประกอบด้วย โปรแกรมสาเร็จรูปทางการเงิน ระบบ ประยุกต์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีด้านการชาระหนี้ และการทาเหมืองแร่ข้อมูล โดยมี รายละเอียดดังนี้ (รุจิจันทร์ วิชิวานิเวศน์, 2560, หน้า 240-246) 1. โปรแกรมสาเร็จรูปทางการเงิน เป็นโปรแกรมประเภทหน่ึงที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะด้านการ ประมวลผลธรุ กรรมทางการเงนิ ซึง่ บางคร้ังก็อาจรวมไปกับระบบอ่ืน เช่น ระบบการตลาด หรือระบบการ ผลิต เป็นต้น และจาเป็นต้องการใช้ร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูลเพื่อสร้างระบบจัดเก็บข้อมูล ท่ีมี ประสิทธิภาพ อีกท้ังยังสามารถออกเอกสารหรือรายงานทางการเงินตามความต้องการของผู้ใช้ ตัวอย่าง โปรแกรมเช่น โปรแกรมสาเร็จรูปด้านจัดการทางการเงิน โปรแกรมสาเร็จรูปด้านงบประมาณ โปรแกรม สาเรจ็ รูปดา้ นจดั การค่าใชจ้ ่ายเดินทางอตั โนมตั ิ เป็นต้น 2. ระบบประยุกต์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบน้ีนามาใช้เพื่อสนับสนุนงานด้านการจัดการ ทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศทางการเงินให้มากย่ิงข้ึน ตัวอย่างเช่น ระบบการแลกเปลี่ยนหุ้นส่วนกลาง ระบบจัดการสกุลเงินตราต่างประเทศ ระบบหุ้นกู้อิเล็กทรอนิกส์ ระบบนาเสนอเชค็ คืนอเิ ล็กทรอนิกส์ ระบบนาเสนอใบเรียกเก็บเงิน และการจ่ายชาระตามใบเรียกเก็บเงิน อิเล็กทรอนกิ ส์ เป็นตน้ 3. เทคโนโลยดี า้ นการรับชาระหน้ี Turban et al. (2006, p. 272) อธิบายว่า ผู้ประกอบการธุรกิจ ในปัจจุบันได้นาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาบริหารเงินสด เพื่อให้เกิดความสภาพคล่องในการชาระหนี้ ลด ค่าใช้จ่ายท่ีเกิดจากดอกเบี้ยหรือต้นทุนเงินทุน และยังมีการนาเงินส่วนท่ีเหลือมาลงทุนด้านอื่น ๆ เพื่อให้ เกิดผลประโยชน์สูงสุด ดังนั้น สิ่งท่ีสาคัญสาหรับผู้ประกอบการธุรกิจจาเป็นต้องมี คือ ทักษะการเลือกใช้ งานเครื่องมอื เหลา่ นใี้ ห้เกิดความชานาญและนาไปประยุกต์ใช้งานได้เหมาะสมสามารถแก้ไขปัญหาอานวย ความสะดวกตอ่ ธุรกิจ ซึง่ เทคโนโลยีท่ีนยิ มนามาใช้ในปัจจุบันนี้ก็มีความหลากหลาย เช่น บัตรเครดิต บัตร เดบิต ตู้ไปรษณีย์เช่าอิเล็กทรอนิกส์ เช็คที่ได้รับอนุมัติล่วงหน้า เช็คอิเล็กทรอนิกส์ เงินสดอิเล็กทรอนิกส์ การโอนเงินอเิ ล็กทรอนิกส์ ระบบธนาคารศนู ยก์ ลาง 4. การทาเหมืองข้อมูลทางการเงิน Turban et al. (2006, p. 272) อธิบายว่า ระบบนี้นามาใช้ เพ่ือสนับสนุนงานด้านการวิเคราะห์ทางการเงิน โดยนาสารสนเทศทางการเงินในอดีตมาใช้เพื่อการ พยากรณ์ทางการเงินในอนาคต ตัวอย่างระบบประยุกต์ด้านการทาเหมืองแร่ข้อมูลทางการเงินท่ีใช้ สนับสนุนระบบสารสนเทศทางการเงิน ได้แก่ ระบบการเข้าถึงรายงานทางการเงินและเศรษฐกิจ ระบบ วิเคราะห์ทางการเงิน ระบบบริหารโซ่คณุ ค่าทางการเงิน เปน็ ต้น การนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานด้านบัญชีการเงิน ผู้ประกอบการธุรกิจจะมีตัวช่วยในการ ตัดสินใจทางการบัญชีและการเงิน ในส่วนการบัญชีจะนาเสนอสารสนเทศที่กอให้เกิดประโยชน์ต่อความ ต้องการผู้ใช้รายงานท้ังในรูปแบบของเอกสารทางการบัญชี รายงานทางการเงิน และรายงานทางการ บริหาร เป็นสารสนเทศท่ีเกิดจากการประมวลผลของระบบประมวลผลธุรกรรม ระบบบัญชีแยกประเภท และรายงานทางการเงิน และในส่วนของการเงินจะถูกนามาใช้ในการพยากรณ์ทางการเงิน การตัดสินใจ

75 เลือกโครงการลงทุนท่ีดีที่สุดและการจัดทางบประมาณลงทุน รวมท้ังการวิเคราะห์ทางการเงินท่ี จาเป็นต้องอาศัยตัวแบบทางการเงินเฉพาะเรื่องที่ต้องการตัดสินใจประกอบด้วยซึ่งหน้าท่ีงานดังกล่าว จาเป็นตอ้ งกระทาเพื่อสนับสนุนหน้าท่ีหลักทางการเงิน คือ การจัดการและการควบคุมทางการเงิน ดังน้ัน การใช้เทคโนโลยีจึงจะส่งผลให้ประสบความสาเร็จและช่วยให้ธุรกิจดารงอยู่และเติบโตได้ในอนาคต ตัวอย่างระบบสารสนเทศทางการเงินของสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร แสดงดังภาพท่ี 4.2 ภาพที่ 4.2 ตวั อย่างระบบสารสนเทศทางการเงนิ ของสหกรณ์กลมุ่ เกษตรกร ทีม่ า (กรมตรวจบญั ชีสหกรณ์, 2559) แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์ดา้ นการตลาด การดาเนินกิจกรรมด้านการขายและการตลาดจะถือว่าเป็นภาระงานที่สาคัญภายใต้โซ่คุณค่าของ องคก์ าร จากแนวคิดในการดาเนนิ ธุรกจิ ในปจั จบุ นั มกั จะเนน้ ท่คี วามพึงพอใจของลูกค้าเป็นสาคัญ องค์การ จึงต้องให้ความสาคัญกับการดาเนินงานด้านการตลาด รวมท้ังการสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรของทุก หน่วยงาน ในการสร้างมูลค่าของผลิตภัณฑ์ท่ีส่งมอบต่อลูกค้าทุกราย สารสนเทศทางการตลาดนับว่าเป็น สว่ นหนงึ่ ของสารสนเทศทางธุรกิจ ถือว่าเป็นผลลัพธ์ของระบบสารสนเทศทางการตลาด ธุรกิจส่วนใหญ่มี การใช้สารสนเทศทางการตลาดทง้ั ในแบบของเอกสาร รายงานปฏิบัติงานและรายงานเพื่อการบริหาร โดย การกาหนดรูปแบบรายงานตามความตอ้ งการของผูใ้ ชร้ ายงาน สารสนเทศทางการตลาด เป็นสารสนเทศที่ได้จากการประมวลผลของระบบสารสนเทศทาง การตลาด ต้องอาศยั ขอ้ มูลและสารสนเทศท้ังภายในและภายนอก ใช้เพ่ือสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด ไมว่ า่ จะเป็นเรอ่ื งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดจาหน่าย การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ การตัดสินใจทางการตลาด การส่ือสารการตลาด และการพยากรณย์ อดขาย เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้มักจะใช้เคร่ืองมือทางเทคโนโลยี เข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็นด้านการโฆษณาและการขายผลิตภัณฑ์ ตลอดจนในด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ เพ่ือจัดเก็บข้อมูลลูกค้า และสนองตอบการสร้างความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของธุรกิจใน

76 ระยะยาว สารสนเทศทางการตลาดจาแนกได้เป็นสารสนเทศเชิงปฏิบัติการ สารสนเทศเชิงบริหารและ สารสนเทศภายนอกองคก์ าร โดยมรี ายละเอียดดังนี้ (รุจจิ นั ทร์ วชิ วิ านเิ วศน,์ 2560, หนา้ 185-195) 1. สารสนเทศเชิงปฏบิ ตั กิ าร ไดแ้ ก่ สารสนเทศด้านลกู ค้า สารสนเทศด้านการขาย และสารสนเทศ ดา้ นสินค้า 2. สารสนเทศเชิงบรหิ าร ไดแ้ ก่ สารสนเทศดา้ นพัฒนาผลิตภัณฑ์ สารสนเทศด้านส่ือสารการตลาด สารสนเทศดา้ นการตัง้ ราคาสินคา้ หรือบริการ และสารสนเทศดา้ นพยากรณ์ยอดขาย 3. สารสนเทศภายนอกองค์การ ได้แก่ สารสนเทศด้านการวิจัยการตลาด และสารสนเทศด้านข่าว กรองทางการตลาด ในส่วนเทคโนโลยีทางการตลาดที่ธุรกิจต่างนิยมนามาใช้งานร่วมกับกระบวนการทางธุรกิจของ ระบบสารสนเทศทางการตลาด ไดแ้ ก่ โปรแกรมสาเร็จรูปด้านการตลาด นวัตกรรมด้านร้านค้าปลีก หน่วย ขายอัตโนมัติ การใช้งานอินทราเน็ตและอินเทอร์เน็ต และการทาเหมืองข้อมูลทางการตลาด โดยมี รายละเอยี ดดงั น้ี (รุจิจนั ทร์ วชิ ิวานิเวศน,์ 2560, หนา้ 208-217) 1. โปรแกรมสาเร็จรูปด้านการตลาด (marketing software) คือ โปรแกรมเชิงพาณิชย์ท่ีวางขายอยู่ใน ตลาดซอฟต์แวร์ ถูกพัฒนาขึ้นใช้เฉพาะงานด้านการตลาด และจาเป็นต้องใช้ร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูล เพ่ือสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลท่ีมีประสิทธิภาพท่ีสามารถออกเอกสารและรายงานทางการตลาดตามความ ต้องการของผใู้ ช้ เช่น โปรแกรมสาเร็จรปู ดา้ นการขาย โปรแกรมจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และโปรแกรมบริหารการ ขนส่ง เป็นต้น ในสว่ นน้ี จะขอยกตัวอย่างโปรแกรมสาเร็จรูปด้านการตลาด 3 ประเภท ดงั นี้ 1.1 โปรแกรมสาเร็จรูปด้านการขาย ในส่วนน้ีต้องอาศัยการทางานร่วมกันของฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ระบบการขายและรับชาระเงิน ในกรณีท่ีมีการขายสดหรือการขายหน้าร้าน โดยอาจใช้ เทคโนโลยีด้านการรับเข้าข้อมูลอัตโนมัติเข้าร่วมด้วย เช่น การใช้ระบบรหัสแท่งร่วมกับเคร่ืองกราดตรวจ การใช้ระบบขายทางจอสัมผัส เป็นต้น หรืออาจใช้ระบบขาย ณ จุดขายท่ีเช่ือมโยงข้อมูลกับการปรับยอด คงเหลือของสินค้าในแฟ้มสินค้า ตลอดจนมีการเช่ือมโยงข้อมูลกับระบบบัญชีแยกประเภทท่ัวไป ตัวอย่าง โปรแกรม ระบบขาย ณ จุดขาย (Point of Sale System) แสดงดังภาพที่ 4.3 ภาพที่ 4.3 ตัวอยา่ งโปรแกรม ระบบขาย ณ จดุ ขาย (Point of Sale System) ท่ีมา (วนี ารัตน์ แสวงกิจ, 2553)

77 1.2 โปรแกรมจัดการลูกค้าสัมพันธ์ คือ โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพ่ือใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าท่ี นามาซ่ึงการสร้างความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกับลูกค้าในระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การเพ่ิมรายได้ ให้กับองค์การ การสร้างความเช่ือมันแก่ลูกค้า และช่วยสร้างข้อเสนอทีดีสาหรับลูกค้าแต่ละราย หรือแต่ละ กลุ่มรวมท้ังการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านงานบริการ โดยยึดแนวคิดหลักท่ีว่าการบริการลูกค้าท่ีดีทาให้ ลูกคา้ เกิดความพึงพอใจ และเม่ือใดกต็ ามท่ีลูกค้าเกิดความพึงพอใจก็จะหนั กลับมาซ้ือสินคา้ กับกิจการอีก 1.3 โปรแกรมบริหารการขนส่ง ในระบบสาสนเทศทางการขายจะต้องมีการจัดการโลจิสติกส์ ด้านขาออก คือ การจัดการขนส่งเพ่ือส่งมอบสินค้าหรือบริการให้ถึงมือลูกค้านั่นเอง โดยโปรแกรมจะจัด เส้นทางการขนส่ง โดยเลือกเส้นทางที่สามารถจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าเร็วท่ีสุด และประหยัดต้นทุนการ ขนส่งมากที่สุด โดยอาจจะใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางานร่วมกับตัวแบบขนส่ง ระบบ GPS จะรับ และบันทกึ ขอ้ มูลแบบอตั โนมัติ เมื่อติดอปุ กรณ์ติดตามตาแหน่งไว้ท่ีรถบรรทุกจะสามารถบันทึกพิกัดลงบน หน่วยความจาได้โดยอัตโนมัติ ถูกนามาใช้กับการติดตามรถยนต์บรรทุกของกิจการขนส่งสินค้ามากที่สุด ถ้าใช้แบบ Real time จะสามารถส่งสัญญาณแสดงแสดงพิกัดไปที่ศูนย์ได้ทันทีทาให้ทราบตาแหน่งของ รถบรรทุกได้ตลอดเวลา ช่วยให้ทราบข้อมูลการเดนิ ทางและอาจใช้ในด้านการส่ังการได้ทันทีทันใดกับผู้ขับ รถบรรทุก 2. นวัตกรรมด้านร้านค้าปลีก Turban et al. (2006, pp. 264-265) ได้กล่าวว่า ร้านค้าปลีก รปู แบบใหมม่ ีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยอานวยความสะดวกด้านการเลือกซื้อสินค้า การตรวจสอบ และรับชาระค่าสินค้า ซ่ึงเป็นการลดกระบวนการซื้อและลดระยะเวลาการรอคอย ในบางคร้ังอาจลด จานวนพนักงานหรือไม่ต้องใช้พนักงานขายเลย ตัวอย่างเช่น การจัดหาเครื่องอ่านรหัสแท่ง (barcode reader) แบบไร้สายไว้ภายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าใช้เลือกซ้ือสินค้าท่ีต้องการพร้อมท้ังแสดงรายละเอียด สินค้า หรืออาจจะเป็นร้านค้าแบบคีออส (kiosk) การติดตั้งระบบนับจานวนลูกค้าและติดตามลูกค้าที่ กาลังเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน เพ่ือเก็บพฤติกรรมผู้บริโภค บางร้านค้าก็มีระบบรับชาระเงินด้วยเช็ค (cheque) บางรา้ นค้าปลีกก็จะมีการตดิ ตั้งเครอ่ื งรับชาระค่าสนิ ค้าอัตโนมัตภิ ายในร้านค้า เป็นต้น 3. หน่วยขายอัตโนมัติ (sale force automation) อาจอยู่ในรูปแบบการใช้เคร่ืองมือเคล่ือนที่ (mobile device) ท่ีสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของบริษัทได้ วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการปิด การขาย ณ ทบี่ ้านของลูกค้า หรืออาจจะอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ การใช้โปรแกรมหน่วยขายอัตโนมัติมี ประโยชน์สาหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อช่วยให้ยอดขายสินค้าบริษัทเติบโตรวดเร็ว โดยเฉพาะซอฟต์แวร์บน เวบ็ ทช่ี ่วยจดั กระแสข่าวสารด้านการออกสญั ญาซ้ือขาย การจัดตารางขนส่งและการนัดหมายลูกค้า อีกทั้ง เพ่ิมความสามารถด้านการรับ-ส่งอีเมล ช่วยงานส่งเอกสารทางไปรษณีย์และติดตามผลการจัดส่งเอกสาร โดยอาจใชร้ ะบบแสตมปอ์ ิเล็กทรอนิกสเ์ ข้าร่วมด้วย เพ่ือเพิม่ ประสิทธภิ าพงานด้านการสง่ เอกสาร

78 ภาพท่ี 4.4 แสดงหน่วยขายอัตโนมัติ ที่มา (วีนารตั น์ แสวงกิจ, 2553) 4. การใช้งานอินทราเน็ตและอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ตเป็นการใช้งานโปรแกรมภายในองค์การ ท่ี ถูกสร้างข้ึนมาตามมาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกันกับอินเทอร์เน็ต เพียงแต่เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล ดังน้ัน พนักงานภายในองค์การเท่านั้นจึงจะมีสิทธ์ิใช้งาน ส่วนอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะสื่อสารได้ ครอบคลุมทั่วโลก และก่อให้เกิดธุรกรรมต่าง ๆ มากมาย (โอภาส เอี่ยมศิริวงศ์, 2556, หน้า 103-111) สาหรับงานด้านการตลาดนั้น อาจนาระบบอินทราเน็ตมาใช้ช่วยควบคุมและติดต่อประสานงานในส่วน กิจกรรมการขาย เช่น พนักงานขายสามารถปรับราคาผลิตภัณฑ์ ปรับโปรแกรมส่งเสริมการขาย ปรับ ส่วนลดการคา้ ปรบั ข้อมูลลกู ค้า ตลอดจนปรับสารสนเทศท่ีเก่ียวข้องกับคู่แข่งขันทางอินทราเน็ต ตัวอย่าง การใชง้ านอนิ ทราเน็ตทางการตลาดของธรุ กจิ ต่าง ๆ แสดงดงั ตารางท่ี 4.2 ตารางท่ี 4.2 ตวั อย่างการใช้งานอนิ ทราเน็ตทางการตลาดของธุรกิจต่าง ๆ องคก์ าร การประยกุ ต์ใช้อนิ ทราเนต็ สวิสแอร์ (SwissAir) ระบบอินทราเน็ตทางการตลาดจะนาเสนอรายงาน เคร่ืองมือออกแบบแนว อเมรกิ นั เอกซเ์ พรส ทางการแลกเปล่ียนอีกทั้งนาเสนอโปรแกรมทางการตลาดของเจ้าหน้าที่ (American Express) การตลาดทั้ง 150 ไซต์งาน และช่วยพัฒนาหัวข้ออภิปรายต่าง ๆ รวมทั้งการ เยสเมลดอตคอม ส่งเสริมการขาย ระบบบริหารการขายบนเว็บจะเป็นเครื่องมือช่วยทีมพนักงานขายเช็ค ของขวัญและบัตรจูงใจ (intensive cards) แก่ลูกค้า กระจายสินค้าและ ติดตามรอยการขาย โดยมีการเข้าถงึ ขอ้ มลู ผ่านอปุ กรณ์ไร้สาย บริษัทการตลาดอีเมลล์ติดต้ังระบบอินทราเน็ตด้านการขายเพื่อแบ่งปันกันใช้

79 องค์การ การประยุกตใ์ ช้อินทราเนต็ (Yesmail.com) ขอ้ มูล เอกสารดา้ นการติดตอ่ ลกู ค้าท่ีชักนาไปสู่การขาย และใช้เว็บเทคโนโลยี บริษทั เคส จากดั ด้านการประชุมเพ่ืออบรมพนักงานขาย รวมท้ังการวัดผลความก้าวหน้า (Case Corp.) ทางการขาย ทีมสนับสนุนการขายและการตลาด มักใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน ทาง อินทราเน็ตสาหรับงานด้านการบริหาร การประชุมอภิปราย การจัดการ เอกสารและปฏิทิน ระบบประยุกต์ด้านอินทราเน็ตจะเน้นการใช้สารสนเทศ รว่ มกับคแู่ ข่งขนั ในส่วนศักยภาพดา้ นผลิตภัณฑแ์ ละงานวิจัย ทีม่ า (รจุ จิ นั ทร์ วิชวิ านิเวศน,์ 2560, หนา้ 213) ในส่วนของอินเทอร์เน็ตน้ัน ถือว่าเป็นเคร่ืองมือที่ทรงพลังอานาจมากสาหรับช่องทางการขายและ การตลาดรูปแบบใหม่ ธุรกิจสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตในการโฆษณา สนับสนุนลูกค้า ลูกค้าสามารถซื้อ สนิ ค้าบนเว็บจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทบ่ี ้านหรือที่ทางาน ปัจจบุ ันประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้าน เครอื ข่ายซงึ่ สามารถทจ่ี ะใชง้ านได้ทุกสถานที่ และใช้เป็นทางสร้างโอกาสทางธุรกิจด้านการขายผลิตภัณฑ์ โดยไม่จาเป็นต้องใช้พนักงานขายหรือสานักงานขายใด ๆ ท้ังสิ้น ตัวอย่างการใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้แก่ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสารการตลาดออนไลน์ การโฆษณาออนไลน์ อีเมล ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชยแ์ บบเคลือ่ นท่ี และการพาณิชย์แบบรว่ มมือ เปน็ ตน้ ภาพท่ี 4.5 แสดงเวบ็ ไซด์ E-commerce ทีม่ า (วีนารตั น์ แสวงกจิ , 2553)

80 5. การทาเหมืองข้อมลู ทางการตลาด ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสารสนเทศสาหรับผู้บริหารในการ ตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางตาแหน่งผลิตภัณฑ์ การโฆษณา การระบุลูกค้าหลักท้ังปัจจุบันและ อนาคต รูปแบบของการโฆษณาท่ีมีอิทธิพลต่อจิตใจลูกค้า ระบบสารสนเทศท่ีดีจะช่วยตอบคาถามข้อมูล เหล่านี้ได้แต่ยังไม่เพียงพอ ระบบประยุกต์ด้านโกดังข้อมูล มักจะถูกนามาใช้ร่วมกับระบบประยุกต์ด้าน ปฏิบัติการหรือการวิเคราะห์ธุรกิจ ระบบประยุกต์ด้านปฏิบัติการทางธุรกิจจะมุ่งเน้นในด้านการใช้ สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ สาหรับงานด้านการติดตามดูแล และการควบคุมในองค์การระบบประยุกต์ ด้านการวิเคราะห์ทางธุรกิจจะมุ่งเน้นในด้านการทาเหมืองข้อมูล ซ่ึงเป็นซอฟต์แวร์ท่ีทันสมัยสาหรับการ วิเคราะห์ทางสถิติ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจในตัวลูกค้า กระบวนการและตลาดอย่างถ่องแท้ โดยใน การทางานของเหมืองข้อมูลน้ันผลลัพธ์ท่ีเราได้ เช่น นิสัยการซ้ือสินค้า คุณลักษณะสินค้า รวมทั้งแหล่งที่ อย่ขู องลูกค้าทถ่ี ูกนามาวเิ คราะหแ์ ละเชื่อมโยงกบั งานดา้ นการวิจัยทางการตลาด เป็นตน้ อาจสรุปได้ว่า การทาเหมอื งขอ้ มูลและการใชโ้ กดงั ขอ้ มูลร่วมกับระบบสารสนเทศทางการตลาด จะ ชว่ ยสรา้ งชดุ เครอ่ื งมือปรบั การปฏิบตั ิการทีด่ เี ลศิ สาหรบั งานด้านการขายและการตลาดน้ันจะช่วยสร้างข้อ ได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ โดยสามารถทาการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก (big data) สาหรับ ยุทธการด้านตลาดเป้าหมายในระดับสูง สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ มีการใช้ ระบบ ตอบสนองลกู คา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการติดต่อประสานงานท่ีดีกับตัวแทนจาหน่าย โดยมุ่งเน้นถึง การเพ่มิ ยอดขายใหธ้ รุ กิจ แนวคิดและเทคโนโลยีโปรแกรมประยกุ ต์กับงานดา้ นการผลติ และการดาเนินงาน การผลติ และการดาเนินงาน สุมน มาลาสิทธ์ิ (2548, หน้า 5) ได้อธิบายว่า เป็นหน้าที่งานหนึ่งทาง ธุรกิจรับผิดชอบสาหรับกระบวนการแปรรูปปัจจัยการผลิต เพื่อเข้าสู่รูปแบบการผลิตภัณฑ์ ถือว่าเป็น กระบวนการสรา้ งมลู ค่าใหก้ ารกับแปรรูปปัจจัยการผลติ ให้เปน็ ผลิตภณั ฑ์อันทรงคุณค่า ส่งถึงมือลูกค้าหรือ ผูบ้ ริโภค ภารกจิ สาคญั ของหนา้ ทีง่ านน้ี คือ การผลิตสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจ ระยะยาวให้กับลูกค้า กิจกรรมนี้จะใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ท้ังด้านแรงงาน เงินทุน เครื่องจักร เทคโนโลยี วธิ ีการ วัตถุดิบ ความตอ้ งการของตลาด การจัดการและเวลา ซ่งึ รวม ๆ แล้วเรียกวา่ ปัจจัยการผลิต จินตนยั ไพรสณฑ์ และคณะ (2551, หนา้ 3) อธบิ ายวา่ กระบวนการผลิต หมายถึง การสร้างสินค้า และบริการ ส่วนการดาเนินงาน หมายถึง กิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการสร้างมูลค่าในรูปของสินค้าและ บรกิ ารโดยอาศยั กระบวนการแปรรูปหรือแปรสภาพปจั จยั นาเข้าให้ออกมาเป็นปัจจัยนาออก กิจกรรมการ สร้างสนิ ค้าและบริการน้ีจะเกิดข้ึนในทุก ๆ องค์การ โดยเฉพาะในธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งนับได้ว่า เปน็ กิจกรรมที่มีความสาคัญอย่างเหน็ ไดช้ ดั จากความหมายกระบวนการผลิตเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและการดาเนินงาน เพราะปัจจัยการผลิต คือ สิ่งรับเข้า กระบวนการผลิต คือ ประมวลผล และผลิตภัณฑ์ คือ สิ่งส่งออก โดยรวมแล้วจึงเรียกว่า ระบบการผลิต ปัจจัยการผลิตของธุรกิจประกอบด้วยทรัพยากรมนุษย์ทั้งด้านแรงงานและด้านบริหาร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook