๙๐ μÇÑ Í‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè øùñ/òõòñ จาํ เลยขมขืนชําเราหญงิ โดยพวกของจําเลยมีปน บงั คบั ไมใ หค นอนื่ ชว ยหญงิ จาํ เลยรว มกระทาํ กบั พวกทมี่ อี าวธุ ปน จําเลยตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè ó÷ô/òõòö โจทกร ว มยอมไปโรงแรมกบั จําเลยท่ี ๒ เพราะหลงกล อุบายหลอกลวงวาสามีโจทกรวมนอกใจ ใหไปจับผิดสามี แลวจาํ เลยท่ี ๑ สามีจาํ เลยที่ ๒ ไดเขามา ชว ยกันถอดเส้ือผา และจําเลยที่ ๒ ä´ãŒ ªŒ»¹„ บังคับขเู ข็ญ ขณะจําเลยท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร วม จําเลยที่ ๒ กถ็ า ยภาพไว จําเลยทง้ั สองจงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราโจทกร ว มโดยมแี ละ ใชอ าวุธปนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤×ÍÇÃäÊÒÁ), ๘๓ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè òò÷/òõòù จําเลยที่ ๑ ใชอ าวุธปนขูบ งั คับหญงิ ผเู สยี หายให ยอมใหจ ําเลยท่ี ๒ กระทาํ ชาํ เราโดยจาํ เลยท่ี ๑ มไิ ดก ระทําชาํ เราผเู สยี หายดว ยถอื ไมไ ดว า จาํ เลยทง้ั สอง ไดรวมกันขมขืนกระทาํ ชําเราผูเสียหายอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงแตถือเปนตัวการรวมกันขมขืน กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยมีหรือใชอาวุธปนอันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) ¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËNjҧÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ กรณวี รรคสองแมผ กู ระทําไมม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ แตถ า ไดก ระทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผมู อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ กเ็ ขา องคป ระกอบเหตฉุ กรรจท มี่ โี ทษหนกั กวา การขม ขนื กระทาํ ชาํ เราทวั่ ไป ตามวรรคหน่งึ สว นวรรคสาม เปน กรณีทีผ่ ูกระทาํ ตอ งมีอาวุธปนหรอื วตั ถุระเบิดในขณะกระทําความผดิ จงึ จะครบองคประกอบเหตุฉกรรจตามวรรคสามน้ี (ó) â´ÂÃÇ‹ Á¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ´ÇŒ ¡¹Ñ Í¹Ñ ÁÅÕ ¡Ñ ɳÐ໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ËÃÍ× ¡ÃÐทํา¡ºÑ ªÒ ã¹Å¡Ñ ɳÐà´ÂÕ Ç¡Ñ¹ ¢ŒÍ椄 à¡μ ๑. การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡Ñ¹¢Á‹ ¢×¹¡ÃÐทําชําàÃÒμé§Ñ áμ‹Êͧ¤¹¢¹éÖ ä» (คําพิพากษาศาลฎกี าที่ ๑๒๐๒/๒๕๒๙) โดยμÍŒ §ÁÕ ¡ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¡ÃзÒí ¤ÇÒÁ¼´Ô ประการหนง่ึ และ¡ÒáÃÐทาํ ·ÃèÕ Ç‹ Á¡¹Ñ ¹¹Ñé à¢ÒŒ Å¡Ñ É³ÐÍ¹Ñ à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô อีกประการหน่งึ ดว ย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าที่ ๓๘๖๓/๒๕๓๓) μÇÑ ÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ öö÷/òõòñ จําเลยที่ ๒ กบั พวกอกี หนงึ่ คนรว มกนั ขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยพวกของจําเลยจับขาผูเสียหายไวใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขืนกระทําชําเรากอน เสร็จแลว จําเลยท่ี ๒ มายนื คมุ ใหพวกของตนขม ขืนกระทําชําเราอกี จนสาํ เร็จความใครค นละครงั้ เชนนี้ เขา ลกั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
๙๑ ๒. การโทรมหญิงผูลงมือกระทําตองมากกวาหน่ึงคนผลัดเปลี่ยนกันกระทาํ อยางนอย¤¹ÅФÃéѧดวย (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๑๖๘๕/๒๕๐๓ (ประชุมใหญ), ๑๙๙๒/๒๕๑๗, ๖๗๗/๒๕๒๑) ๓. แมค นหนง่ึ กระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็ ความใคร แตอ กี คนหนง่ึ แคพ ยายามขม ขนื กระทาํ ชําเรา ก็ยงั ถอื วา เปน การโทรมหญงิ แลว (คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๐๐๗/๒๕๓๒ (ประชุมใหญ)) μÑÇÍ‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óðð÷/òõóò (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ การทจี่ าํ เลยกบั พวกรว มกนั บกุ รกุ เขา ไปในบา นของผเู สยี หายในเวลากลางคนื โดยจาํ เลยมอี าวธุ มดี พวกของจาํ เลยมอี าวธุ ปน แลว จําเลยไดใชอาวุธมีดจ้ีบังคับกระทําชําเราผูเสียหาย ในขณะเดียวกันนั้นพวกของจําเลยไดใชอาวุธปน จบ้ี งั คบั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราพวกของผเู สยี หายอกี คนหนง่ึ ซงึ่ นอนอยบู นเตยี งเดยี วกนั นนั้ จาํ เลยมคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราหญงิ ซง่ึ มใิ ชภ รยิ าของตนโดยขเู ขญ็ ใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยและไดร ว มกนั กระทาํ โดยมีหรือใชอ าวธุ ปน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) เม่ือจําเลยขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายแลว พวกของจําเลยไดผละจากพวกของ ผูเสียหายมาขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายตออีก แมพวกของจําเลย¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöÊÍ´ãÊ‹ÍÇÑÂÇÐà¾È à¢ÒŒ ä»ã¹ÍÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼ŒÙàÊÕÂËÒÂä´Œ แตก ไ็ ดลงมอื กระทําการขมขนื กระทาํ ชําเราผูเสียหายจนถงึ ข้นั พยายามแลว การทจี่ าํ เลยกบั พวกผลัดเปลี่ยนกนั กระทําชาํ เราผูเสียหายตอ เน่อื งกัน ถอื ไดว า เปนการ รว มกนั กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñöóð/òõôô จําเลยกับพวกรวมกันกระทําผิด แมจะ ปรากฏวา หลงั จากจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายเสรจ็ แลว พวกของจาํ เลยคนหนง่ึ ทร่ี ว มกนั มาฉดุ ผเู สยี หายไปขม ขนื กระทาํ ชาํ เราซง่ึ เขา ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราเปน คนตอ มาจะไมส ามารถสอดใสอ วยั วะเพศ ของตนเขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายไดเ พราะอวยั วะเพศไมแ ขง็ ตวั กต็ าม แตก ารทพ่ี วกของจาํ เลย พยายามสอดใสอ ยนู าน ๑๐ นาที กแ็ สดงใหเ หน็ เจตนาทจี่ ะรมุ กนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย การกระทาํ ของจาํ เลยกบั พวกจงึ ไดช อ่ื วา เปน การรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ๔. แตถ า คนหนงึ่ กระทาํ ชาํ เราจนสาํ เรจ็ แตอ กี คนหนงึ่ 处 äÁ¶‹ §Ö ¢¹Ñé ¾ÂÒÂÒÁ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ กรณนี ย้ี ังäÁ¶‹ ×ÍÇ‹Ò໚¹¡ÒÃâ·ÃÁËÞÔ§ ทง้ั สองคนมคี วามผดิ ฐานเปน ตวั การรว มกนั ขมขืน กระทําชําเราตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งประกอบมาตรา ๘๓ เทา นัน้ μÇÑ ÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòðò/òõòù การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะ เปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡¹Ñ ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒμ§Ñé áμÊ‹ ͧ¤¹¢¹Öé ä» จาํ เลย ท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายà¾ÂÕ §¤¹à´ÂÕ Ç จาํ เลยท่ี ๒ 处 äÁä‹ ´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ´ÇŒ  เพยี งแต กอดจูบและกดผูเสียหายใหจําเลยท่ี ๑ ขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายเทาน้ัน ดังน้ีลักษณะการกระทํา
๙๒ ดงั กลา วของจาํ เลยท่ี ๒ เปน เพยี งตวั การรว มกระทาํ ผดิ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราดว ยกนั กรณ¨ี §Ö äÁà‹ ¢ÒŒ Å¡Ñ É³Ð à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ÁÒμÃÒ ».Í.ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ (»˜¨¨Øº¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) จําเลยท้ังสองมี ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ประกอบมาตรา ๘๓ เทานั้น ๕. เมอ่ื ไดข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ โดยกระทาํ ตงั้ แตส องคน ข้ึนไปแลว หากยังมีพวกที่รวมกระทําดวยกัน แตยังไมทันไดลงมือกระทําชําเราก็ตองรับผิดฐานเปน μÑÇ¡ÒÃรวมกนั ขม ขืนกระทําชาํ เราอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ ดวย μÇÑ Í‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òòðð/òõò÷ ระหวา งทผี่ เู สยี หายไปเทย่ี วงานมหกรรมชา ง จาํ เลยท่ี ๒ ซึ่งผูเ สียหายไมเ คยรูจ กั มากอ น ไดเขา มาทักทายและไปเท่ยี วงานดวยกนั จนกระทั่งตกดกึ ผเู สยี หายจะกลับบา นก็ขอใหจาํ เลยที่ ๒ กับพวกไปสง จาํ เลยที่ ๒ ทํารรี อวา จะรอเพอื่ นกอ น แตเมอ่ื ผเู สยี หายเดนิ ออกจากบรเิ วณงาน กเ็ หน็ จาํ เลยที่ ๒ กบั พวกเดนิ นาํ หนา ไปกอ น ครน้ั ถงึ ทเ่ี กดิ เหตผุ เู สยี หาย ก็ถูกชายวัยรุนซ่ึงมีจําเลยที่ ๑ รวมอยูดวยฉุดไปขมขืนกระทําชําเราท่ีขางทาง สวนจําเลยที่ ๒ ถอดกางเกงรออยู ผูเสยี หายขอรองวาอยาทาํ หนเู ลย จาํ เลยท่ี ๒ ตอบวาอกี คนหนึ่ง แตมีคนเดินมา คนรา ยจงึ อมุ ผเู สยี หายไปทอี่ น่ื แลว ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผเู สยี หายสลบไป ตามพฤตกิ ารณส อ วา จาํ เลย ท่ี ๒ ไดร ว มกบั พวกเพอ่ื กระทาํ ความผิดมาแตตน การรวมกันขมขืนกระทําชําเราอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงนั้นจะตองกอนหลัง กันอยู พวกของจาํ เลยบางคนไดขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายแลว บางคนกาํ ลังขม ขนื กระทําชําเราอยู จําเลยที่ ๒ ซ่งึ ไดถ อดกางเกงรออยูพ รอ มที่จะขมขนื กระทําชาํ เราเปน คนตอ ไป แมจะยังไมทันไดข ม ขนื กระทําชาํ เราผเู สียหาย เพราะมผี ูอื่นมายังที่เกิดเหตจุ งึ หลบหนีไปเสยี กอ น กไ็ ดชอื่ วาเปน ผรู วมกระทํา ความผดิ แลว คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öööó/òõóù จาํ เลยท่ี ๓ จบั มอื ปด ปากผเู สยี หายเพอื่ ให จาํ เลยท่ี ๑ และจาํ เลยท่ี ๒ ผลดั เปลย่ี นกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายตอ เนอ่ื งกนั เปน การรมุ กนั กระทาํ ตอผูเสยี หาย ถอื ไดวา จาํ เลยท่ี ๑ ที่ ๒ และท่ี ๓ รว มกันกระทาํ ชาํ เราอนั มลี ักษณะเปนการโทรมหญิง คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñõõø/òõôó แมจาํ เลยจะมิไดเปนผลู งมือขมขืนกระทํา ชําเราผูเสียหาย แตพฤติการณที่จําเลยชวยกันฉุดผูเสียหายและชวยกดคอและตบตีผูเสียหายเพื่อให พวกของจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายในลกั ษณะโทรมหญงิ นนั้ ถอื ไดว า จาํ เลยไดà »¹š μÇÑ ¡ÒÃรว ม กระทาํ ผดิ ดว ยกนั กบั พวกของจาํ เลยแลว จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) ประกอบดว ยมาตรา ๘๓ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öùøô/òõôô จาํ เลยพาผเู สยี หายและ ส. คนรกั ผเู สยี หาย ไปยังกระทอมที่เกิดเหตุ ตอมา ส. กลัววาจะเกิดเร่ืองไมดีจึงคิดจะกลับ ขณะท่ี ส. กําลังติดเคร่ือง รถจกั รยานยนตแ ละผเู สยี หายจะนงั่ ซอ นทา ย จาํ เลยไดเ ขา มาลอ็ กคอผเู สยี หาย ลากลงมาและกอดปลา้ํ ผูเสยี หาย จากน้นั มี ต. และ ช. เขา มาจบั แขนขาผูเ สยี หายพาไปท่ีแครข า งกระทอ มแลว ชวยกันถอด กางเกงผเู สยี หาย แลว μ. ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹áá โดยมี ช. ชว ยจบั แขนขาผเู สยี หาย
๙๓ ระหวา งนนั้ จาํ เลยซงึ่ อยบู รเิ วณแครไ ดต ะโกนบอกให จ. ไปตามหา ส. ซง่ึ หนอี อกไปหาคนชว ยเหลอื แลว จําเลยและ จ. วง่ิ ออกไปเพื่อหวังสะกัดกน้ั มใิ ห ส. ไปรองขอความชว ยเหลือ หลงั จาก ต. ขมขืน กระทาํ ชาํ เราเสรจ็ แลว ª. ä´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹μÍ‹ ä» ดงั นี้ แมจ าํ เลยจะมไิ ดช ว ยจบั แขนขา ผูเสียหายระหวาง ต. หรอื ช. ขม ขืนกระทําชาํ เราก็ตาม แตการกระทําของจําเลยดังกลาวนบั ไดว าเปน μÇÑ ¡ÒÃในการรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) แลว ¡Ã³Õ໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ §¤Ê‹Ù ÁÃÊ ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําความผิด ระหวางคูสมรสและคูสมรสนั้น ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาท่ี กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได หรือจะกําหนดเง่ือนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาใหลงโทษจําคุก และคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกัน ฉันสามีภรยิ าตอไป และประสงคจะหยา ใหค สู มรสฝายนน้ั แจงใหศ าลทราบ และใหศ าลแจงพนกั งาน อยั การใหดําเนินการฟอ งหยาให ͸ԺÒ ñ. ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃä˹è§Ö ¶ÒŒ ๑) เปนการกระทาํ ความผดิ ระหวา งคูส มรส และ ๒) คสู มรสน้ันยังประสงคจ ะอยูกินกนั ฉันสามภี ริยา ÈÒÅÁอÕ ํา¹Ò¨ (ก) ลงโทษนอ ยกวา ท่ีกฎหมายกาํ หนดไวเพยี งใดก็ได หรอื (ข) กาํ หนดเงือ่ นไขเพอื่ คุมประพฤตแิ ทนการลงโทษ ò. แตใ นกรณที ศี่ าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนง่ึ ไมป ระสงค จะอยกู ินฉนั สามีภรยิ าตอ ไปและประสงคจะหยา กฎหมายใหค ูส มรสฝายนนั้ แจง ใหศาลทราบ และให ศาลแจงพนักงานอยั การใหด ําเนินการฟอ งหยา ให
๙๔ ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒà´ç¡ÍÒÂØäÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚ ÁÒμÃÒ ò÷÷ò ผใู ดกระทําชําเราเด็กอายุยงั ไมเกนิ สิบหา ปซ ึง่ มใิ ชภ รยิ าหรือสามขี องตน โดยเดก็ นน้ั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ต็ าม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาท ถึงส่ีแสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตเ จ็ดปถงึ ยสี่ บิ ป และปรับตง้ั แตห นึ่งแสนส่ีหมืน่ บาทถึงส่แี สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ติ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท ถึงสแี่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุ ระเบิดหรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือ กระทํากับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกัน ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต ความผิดตามที่บัญญัติไวในวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุไมเกินสิบแปดป กระทาํ ตอ เดก็ ซงึ่ มอี ายกุ วา สบิ สามปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ หา ป โดยเดก็ นน้ั ยนิ ยอม ศาลทมี่ อี าํ นาจพจิ ารณาคดี เยาวชนและครอบครวั จะพจิ ารณาใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึงอายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญ ญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต นสิ ัย อาชพี ส่งิ แวดลอ มของ ผกู ระทําความผิดและเด็กผูถ ูกกระทาํ ความสัมพนั ธร ะหวางผูกระทาํ ความผิดกบั เดก็ ผถู กู กระทํา หรือ เหตุอ่นื อันควรเพ่อื ประโยชนของเดก็ ผูถกู กระทาํ ดวย ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ผกู ระทาํ ความผดิ ไมต อ งรบั โทษ แตถ า การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะลงโทษผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดน้ัน เพยี งใดกไ็ ดในการพิจารณาของศาล ใหค ํานึงถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดวย ͸ԺÒ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃä˹èÖ§ ๑. ผูกระทาํ และà´¡ç ¼Ù¶Œ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ¨Ð໚¹ËÞ§Ô หรอื ªÒÂกไ็ ด ดงั นั้น ชายอาจกระทําชําเรา เดก็ หญงิ หรือเดก็ ชายก็ได และหญิงก็อาจกระทําชาํ เราเด็กชายหรือเดก็ หญิงก็ได แตà ´ç¡¼Ù¶Œ Ù¡¡ÃÐทําจะตอ งมÍี ÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ และÁÔãªÀ‹ ÃÂÔ ÒËÃÍ× ÊÒÁÕของผูกระทํา ดวย ๒ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๙๕ หากภริยาซึง่ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป ÂÔ¹ÂÍÁใหสามกี ระทาํ ชาํ เรา การกระทาํ ของสามี กไ็ มผดิ มาตรา ๒๗๗ วรรคหน่ึง หรือหากภรยิ าäÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ แมการกระทําของสามีไมผ ิดมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึง่ แตส ามีจะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ๒. การนบั อายขุ องเดก็ ใหเ รม่ิ นบั แตว นั เกดิ (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๗๘๔๑/๒๕๕๒ และ ๑๐๘๔/๒๕๕๔) ๓. ในสว นของการกระทาํ คอื การกระทาํ ชาํ เราเดก็ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §คํา¹§Ö ÇÒ‹ à´¡ç ¹¹Ñé ¨ÐÂ¹Ô ÂÍÁ ËÃÍ× äÁ‹ แมเ ด็กจะยนิ ยอมการกระทํากเ็ ปน ความผดิ ๔. ความหมายของการกระทําชาํ เรา มบี ทนยิ ามอยใู น ป.อ.มาตรา ๑ (๑๘) ขอใหน กั เรยี น ดคู าํ อธิบายในมาตรา ๒๗๖ ๕. ปญ หาเกยี่ วกับการรว มประเวณกี บั เดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๕ ป โดยเขา ใจวาอายเุ กิน ๑๕ ป ผกู ระทาํ จะมคี วามผดิ ตามมาตรานห้ี รอื ไม มีคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าตัดสินไว ๒ แนว ซึ่งใหเ หตผุ ล ตา งกัน ดงั นี้ á¹Çáá เหน็ วา เปน เรือ่ งผกู ระทําสําคัญผิดในขอเท็จจริงตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก ที่วา ขอเท็จจริงใด ถามีอยูจริงจะทาํ ใหการกระทาํ ไมเปนความผิด แมขอเท็จจริงนั้นจะไมมีอยูจริง แตผูกระทาํ สําคญั ผดิ วา มีอยูจรงิ ผูก ระทํายอมไมมีความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนงึ่ เชน คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õñ÷ö/òõóø จาํ เลยรวมประเวณีกับเด็กหญิงมะปราง ผเู สยี หายซ่ึงมีอายุ ๑๔ ป ๕ เดือน โดยสําคญั ผดิ คิดวา ผเู สียหายมอี ายุ ๑๘ ป มปี ญ หาวาจาํ เลยจะ อางความสําคัญผิดในเร่ืองอายุของผูเสียหายไดหรือศาลฎีกาวินิจฉัยวา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๒๗๙ ผกู ระทาํ ผดิ จะตอ งกระทําแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป เรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย เปน องคป ระกอบของความผดิ ดว ย จงึ เปน ขอ เทจ็ จรงิ ทวี่ า ผกู ระทาํ ผดิ ไดร หู รอื ไม การรหู รอื ไมร ขู อ เทจ็ จรงิ จะผิดหรือไม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคหน่ึง บญั ญตั ิวา ขอ เทจ็ จริงใดถา มอี ยจู ริงจะ ทาํ ใหก ารกระทําไมเ ปน ความผดิ ฯลฯ แมข อ เทจ็ จรงิ นน้ั จะไมม อี ยจู รงิ แตผ กู ระทําสาํ คญั ผดิ วา มอี ยจู รงิ ผกู ระทํายอ มไมม คี วามผดิ ฯลฯ จงึ เหน็ ไดว า เมอื่ จาํ เลยสาํ คญั ผดิ ในเรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย แมค วามจรงิ ไมใชอ ยางท่จี ําเลยสําคัญผดิ จาํ เลยยอ มไมมีความผดิ á¹Ç·èÕÊͧ เห็นวา อายุของหญิงเปนขอเท็จจริงซ่ึงเปนองคประกอบของความผิด ถา ผูก ระทําไมรู ถอื วาผูกระทาํ ไมมเี จตนากระทําความผิดฐานน้ี ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม เชน คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ öôðõ/òõóù จําเลยกระทําชาํ เราผูเสียหายÍÒÂØ ñô »‚ ô à´Í× ¹ โดยผเู สยี หายยนิ ยอม แตจ าํ เลยà¢ÒŒ 㨼´Ô ÇÒ‹ ผเู สยี หายÍÒÂØ ñ÷ »‚ เพราะผเู สยี หายมรี ปู รา งใหญ ตัวสูงเทาจําเลย พูดจาฉะฉานเหมือนผูใหญ อีกท้ังยังทํางานท่ีโรงงานผลไมกระปองซึ่งจะรับเฉพาะ คนทมี่ อี ายุ ๑๗ ปข น้ึ ไปทาํ งาน ศาลฎกี าวนิ จิ ฉยั วา เชอื่ ไดว า จากรปู รา ง การพดู จา และงานทผี่ เู สยี หายทํา มเี หตผุ ลทําใหผ พู บเหน็ เขา ใจวา ผเู สยี หายมอี ายเุ กนิ กวา ๑๕ ปไ ด ฟง ไดว า จาํ เลยสําคญั ผดิ โดยเขา ใจวา ผเู สยี หายอายุ ๑๗ ป ยอ มมผี ลใหจ าํ เลยไมร ขู อ เทจ็ จรงิ วา ผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ซงึ่ เปน ขอ เทจ็ จรงิ
๙๖ อันเปนองคประกอบของความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง เม่ือจําเลยไมรูขอเท็จจริงดังกลาว จึงถือวาจําเลยไมมีเจตนากระทําความผดิ ฐานน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม ¢ŒÍÊѧà¡μ กรณีตามปญหานี้ อายุของเด็กเปน¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§Íѹ໚¹Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ของ ความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง การที่ผูเสียหายอายุยังไมเกิน ๑๕ ป แตผูกระทําเขาใจไปวา ผูเสียหายอายุเกินกวา ๑๕ ป และศาลก็เช่ือวาผูกระทําเขาใจผิดเชนนั้นจริง ตองถือวาผูกระทํา ¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานนี้ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ทบี่ ญั ญตั วิ า “ถาผกู ระทาํ มิไดร ขู อ เทจ็ จรงิ อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผล หรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผลของการกระทาํ นน้ั มิได” เมือ่ ไมร กู ็คอื ไมม เี จตนาอนั เปนการกระทําท่ขี าดองคป ระกอบภายในเรือ่ งเจตนานั่นเอง ผกู ระทาํ จงึ ไมม คี วามผดิ มาตรา ๒๗๗ คดใี นทํานองนจ้ี งึ นา จะปรบั ดว ยมาตรา ๕๙ วรรคสาม มากกวาทจ่ี ะปรับ ดว ยมาตรา ๖๒ วรรคแรก เพราะมาตรา ๖๒ วรรคแรกจะนํามาใชเ ปนคุณแกผูก ระทาํ กต็ อเมอื่ มีการ กระทาํ นั้นครบองคป ระกอบภายนอกและผกู ระทํารูขอเทจ็ จริงคอื มเี จตนาแลวเทานั้น อยา งไรกต็ าม ปจ จบุ นั มบี ญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๘๕/๑ บญั ญตั วิ า “ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๗... หากเปนการกระทาํ ตอ à´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ÊÒÁ»‚ ËŒÒÁÍÒŒ §¤ÇÒÁäÁË ŒÙÍÒÂØ¢Í§à´¡ç à¾è×ÍãËŒ¾Œ¹¨Ò¡¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñé¹” ดังน้ัน ขอเท็จจริงตามฎีกาในกรณีเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป ฎีกาน้ัน จะใชเปนบรรทัดฐานไมไดแลว แตถาเปนกรณีที่เด็กอายุเกินสิบสามป เชน ในคําพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๖๔๐๕/๒๕๓๙ ซง่ึ เดก็ อายุ ๑๔ ป ๔ เดือน ไมอยูในหลักเกณฑของมาตรา ๒๘๕/๑ นี้ ฎีกาน้จี งึ ยัง ใชเ ปนบรรทดั ฐานไดอยู ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ ถากระทําความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เปน การกระทาํ แกเดก็ อายไุ มเกิน ๑๓ ป ผกู ระทําตอ งรับโทษหนักขึน้ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ôùðù - ôùñð/òõõõ การท่ีจําเลยที่ ๑ พยายามบงั คบั ใหผเู สียหายอมอวยั วะเพศของตนเปนการพยายามกระทําชาํ เรา ตามความหมายของ มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ การดังกลาวในขณะท่ี น. กําลังกระทําชําเราผูเสียหาย จึงถือไดวา เปนตวั การรวมกนั กระทาํ ชําเราผเู สยี หายอันมลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊÒÁ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ผกู ระทาํ กต็ อ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ขอใหน กั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดก ระทํา โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทําความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การ โทรมเดก็ หญงิ หรอื กระทํากับเดก็ ชายในลักษณะเดยี วกนั ผกู ระทาํ ตอ งรับโทษหนักขึน้ ขอใหนักเรียนดู คําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม
๙๗ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäËÒŒ ความผิดตามท่ีบัญญัติไวในวรรคหน่ึง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹ ÊºÔ á»´»ก‚ ระทาํ μÍ‹ à´¡ç «§èÖ ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ โดยà´¡ç ¹¹éÑ Â¹Ô ÂÍÁ ศาลทมี่ อี ํานาจ พิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาใหมี¡ÒäŒØÁ¤ÃͧÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหค าํ นึงถงึ อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหง จิต นสิ ัย อาชพี สิ่งแวดลอมของผูกระทาํ ความผิดและเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธระหวางผูกระทาํ ความผิดกับเด็ก ผถู กู กระทาํ หรอื เหตอุ ืน่ อันควรเพอื่ ประโยชนข องเด็กผถู กู กระทําดว ย ¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃÃ¤ËŒÒ ศาลจะสง่ั ใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ แทนการลงโทษกไ็ ด ถา เขา เงอ่ื นไข ดงั นี้ ๑. ผูกระทําความผิดจะตอ งอายไุ มเกิน ๑๘ ป (ขณะกระทําความผิด) ๒. เดก็ ผูถกู กระทาํ อายุกวา ๑๓ ป แตยังไมเกิน ๑๕ ป ๓. เด็กผถู กู กระทาํ ยนิ ยอม ๔. ศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอํานาจพิจารณาใหมี การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แทนการลงโทษกไ็ ด ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็กผูถูกกระทําความผิดตาม กฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแลว ผูกระทาํ ความผิดäÁ‹μŒÍ§ÃѺâ·É แตถาการคุมครองสวัสดิภาพ ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะŧâ·Éผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสําหรับความผิดนั้น เพียงใดกไ็ ด ในการพิจารณาของศาลใหคาํ นึงถึงเหตตุ ามวรรคหาดวย ¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ มาตรา ๒๗๗ วรรคหกน้ีบัญญตั ขิ ึ้นเพ่อื ใหร บั กับความในมาตรา ๒๗๗ วรรคหา ๑) ¡àǹŒ â·É ใหแ กผ กู ระทําความผดิ ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ ของเด็กผถู กู กระทาํ หรอื ผูกระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเดก็ แลว หรือ ๒) ŧâ·É ผูกระทาํ ความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสาํ หรับความผิดน้ัน เพียงใดก็ได ในกรณีทก่ี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพดังกลา ว äÁส‹ ําàÃç¨ ทัง้ นี้ ศาลจะตองคาํ นึงถงึ เหตตุ ามวรรคหาดวย ÁÒμÃÒ ò÷÷ ·ÇÔó ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เปน เหตุใหผูถูกกระทาํ (๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตสามแสนบาทถึงสแี่ สนบาท หรือจําคกุ ตลอดชีวติ (๒) ถึงแกค วามตาย ผกู ระทาํ ตองระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคกุ ตลอดชีวติ ๓ พ.ร.บ.แกไ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๙๘ ͸ԺÒ มาตรานเี้ ปน ผลทที่ ําใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนงึ่ หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่งหรอื วรรคสอง ตองรบั โทษหนกั ข้ึน ถา มีผลเกดิ ขน้ึ คอื อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรอื ถงึ แกค วามตายตามอนุมาตรา (๒) และเปน ผลธรรมดาตามมาตรา ๖๓ ผกู ระทําก็ตองรบั โทษหนกั ขึน้ ตามมาตรานี้ ÁÒμÃÒ ò÷÷ μÃÕô ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี เปน เหตุใหผูถกู กระทาํ (๑) รบั อันตรายสาหัส ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชีวติ หรอื จําคกุ ตลอดชวี ติ (๒) ถึงแกค วามตาย ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชวี ิต ͸ºÔ Ò มาตรานก้ี ม็ ลี กั ษณะทาํ นองเดยี วกบั มาตรา ๒๗๗ ทวิ กลา วคอื ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี มผี ลเกดิ ขน้ึ คอื อนั ตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) ความตายตามอนุมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดา ตามมาตรา ๖๓ ผูกระทําก็ตองรับโทษหนักข้ึน ตามมาตราน้ี ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃÐทํา͹ҨÒà ÁÒμÃÒ ò÷ø ผูใดกระทําอนาจารแกบุคคลอายกุ วาสบิ หา ปโดยขูเขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยบุคคลน้ันอยูในภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหบุคคลน้ัน เขาใจผิดวาตนเปนบุคคลอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป หรือปรับไมเกินสองแสนบาท หรือ ท้ังจาํ ท้ังปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่งมิใช อวัยวะเพศลวงล้ําอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตส่ีป ถงึ ย่ีสิบป และปรบั ตงั้ แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ สีแ่ สนบาท๕ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสอง ไดกระทาํ โดยทาํ ใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทาํ มี อาวุธปน หรือวตั ถรุ ะเบดิ ตองระวางโทษจาํ คุกตง้ั แตเจ็ดปถ ึงยส่ี ิบป และปรบั ตงั้ แตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาท ถึงส่ีแสนบาท๖ ๔ พ.ร.บ.แกไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/ ๒๗ พ.ค. ๖๒ ๕ พ.ร.บ.แกไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒ ๖ พ.ร.บ.แกไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๙๙ ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทําโดยมีอาวธุ ปน หรอื วตั ถุระเบิดหรือโดยใช อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ เดยี วกนั ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชีวติ ๗ ͸ºÔ Ò ๑. มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ผใู ด ๒. กระทําอนาจารแกบ คุ คลอายกุ วา ๑๕ ป ๓. โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก ําลงั ประทุษราย โดยบุคคลนัน้ อยูในภาวะท่ี ไมสามารถขัดขืนได หรอื โดยทําใหบคุ คลนัน้ เขาใจผดิ วาตนเปน บุคคลอื่น ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù) ๑.๑ การกระทํา͹ҨÒà คอื ¡ÒáÃзíÒ “·äÕè ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾È” μÍ‹ ÃÒ‹ §¡Ò¢ͧ º¤Ø ¤Å͹è× (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๐๒๔/๒๕๓๔) อันเปน การ¡ÃÐทําμ‹Íà¹éÍ× μÑǺؤ¤Å เชน หอมแกม และจับหนาอกผหู ญิง (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๒๒๔๕/๒๕๓๗) กอดจบู ลูกคลาํ แตะเนื้อตรวจรางกาย ในทางไมสมควรก็เปนความผิดสําเร็จแลว (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๐๔๙/๒๕๕๐) อาจจะเปนการ กระทาํ ตอ เน้ือตัวของผูเสยี หาย เชน นายแดงลูบไลอวัยวะเพศของนางสาวขาว หรอื อาจใหผเู สียหาย กระทําตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทํา เชน นายแดงบงั คบั ใหน างสาวขาวลบู ไลอ วยั วะเพศของนายแดง áÁŒ¨Ð໚¹¡ÒáÃÐทําã¹·ÕèÅѺ¡ç໚¹Í¹Ò¨ÒÃä´Œ เชน การท่ีชายอื่นรวมประเวณีกับผูเสียหายซึ่งเปน ผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรมáÁŒ¨Ð໚¹·èÕÁÔ´ªÔ´แตเปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ ตอรางกายของผูเสยี หายจึงเปน การกระทําเพ่ือการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙) การกระทําตอ เนอ้ื ตวั บคุ คลทไี่ มส มควรทางเพศมไิ ดห มายความเฉพาะการคา ประเวณี หรือความใครเทาน้ัน แตÃÇÁ¶Ö§¡ÒáÃÐทาํ ãËŒÍѺÍÒ¢ÒÂ˹ŒÒã¹·Ò§à¾È´ŒÇ เชน การกอดเอว ผูเสียหาย จับมือ และดึงแขนผูเสียหายก็เปนการกระทําอนาจารแกผูเสียหายโดยใชกําลังประทุษราย เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๔๘๓๖/๒๕๔๗) การกระทําทไี่ มส มควรในทางเพศอนั เปน การกระทาํ ผดิ อนาจารนนั้ ใหพ จิ ารณา การกระทาํ นั้นจากท่ีปรากฏออกมาภายนอก หากคนทั่วไปเห็นวาไมสมควรในทางเพศก็เปนอนาจาร แมผ กู ระทาํ จะมไิ ดก ระทําเพอื่ ความใคร แตก ระทาํ ไปดว ยเหตอุ นื่ ๆ เชน เพอื่ แกแ คน หรอื โกรธแคน กต็ าม μÇÑ ÍÂÒ‹ § คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñóñô/òõòö จําเลยกับผูเสียหายอยูกินดวยกัน โดยไมไ ดจ ดทะเบยี นสมรสเพยี ง ๒ เดอื นกเ็ ลกิ กนั ตอ มาจําเลยฟอ งเรยี กเอาคา สนิ สอดคนื จากฝา ยผเู สยี หาย ๗ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๐๐ ศาลพิพากษายกฟอง แสดงวาจําเลยไดแสดงเจตนาเลิกกับผูเสียหายโดยเด็ดขาดแลว ผูเสียหายหามี ความสัมพันธฉันสามีภริยากับจาํ เลยอีกตอไปไม ผูเสียหายขี่รถจักรยานยนตมีคนนั่งซอนทายมาดวย จาํ เลยเขา มาขวางกระชากแขนผเู สยี หายลงจากรถ เขา กอดปล้ําและพยายามฉดุ ใหไ ปกบั จําเลย จาํ เลย จงึ มคี วามผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ หากการกระทาํ ตามท่ีปรากฏออกมาภายนอกน้ัน ไมใ ชการกระทําทไี่ มส มควร กลา วคอื คนท่ัวไปเห็นวา ผกู ระทํามไิ ดม คี วามมุงหมายในทางความใคร กä็ Á‹à»š¹Í¹Ò¨Òà แมผูกระทํา จะมีความรูสึกในทางเพศอยูในขณะกระทําก็ตาม เชน นายแพทยตรวจรางกายภายในของหญิง เพราะจําเปนในการตรวจโรคแมข ณะตรวจนั้นนายแพทยจ ะมคี วามรูสกึ ทางเพศขน้ึ มา การกระทาํ ของ นายแพทย กä็ Áà‹ »š¹¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒà การกระทําใดท่ีจะมีพฤติการณหรือลักษณะท่ีไมสมควรในทางเพศน้ัน ตอ งพจิ ารณาจากประเพณนี ยิ มหรอื กาลเทศะ ถา ตามประเพณนี ยิ มคนทวั่ ไปเหน็ วา äÁà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒà เชน นายแพทยจ บั หนา อกหรือของลับผูหญงิ เพอ่ื รักษาโรคตามความจาํ เปน หรอื การท่ีบดิ า มารดาหรือญาติผูใหญกอดหรือหอมแกมลูกหลานดวยความรักความเอ็นดู หรือการจับมือลูบหัว เพ่อื หยอกลอ เน่อื งจากความสนทิ สนม เปน ตน สวนการกลาวถอยคาํ หรือพูดจาหยาบคาย หรือการเขียนภาพลามกอนาจาร หรือการเลาเร่ืองรวมเพศลามกอนาจารใหเด็กฟง (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๘๕๘/๒๕๔๐) แมจะไม สมควรในทางเพศ แตÁÔä´¡Œ ÃÐทําμÍ‹ à¹Íé× μÇÑ º¤Ø ¤Å จึงไมใ ชอนาจารตามมาตราน้ี อยา งไรกต็ าม มแี นวคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าใหมต ดั สนิ วา การบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรง หญิงâ´ÂÁÔä´ŒÊÑÁ¼ÑÊμ‹Íà¹×éÍμÑÇËҧ¡Ò¢ͧËÞÔ§ แตทาํ ใหหญิงอับอายเปนการกระทําอนาจารโดยใช กําลังประทษุ รา ย (ᡨ‹ Ôμã¨) คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòùøó/òõõø การทจ่ี ําเลยแอบตดิ ตงั้ กลอ งบนั ทกึ ภาพ ไวที่ใตโตะทาํ งานของโจทกรวม และบันทึกภาพสรีระรางกายของโจทกรวมตั้งแตชวงล้ินปจนถึง อวัยวะชวงขามองเห็นกระโปรงท่ีโจทกรวมสวมใส ขาทอนลางและขาทอนบนของโจทกรวม โดยท่ี กลอ งบนั ทกึ ภาพมแี สงไฟสําหรบั เพมิ่ ความสวา งเพอ่ื ใหม องเหน็ ภาพบรเิ วณใตก ระโปรงของโจทกร ว มให ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ การกระทําของจําเลยสอ แสดงใหเ หน็ ถงึ ความใครแ ละกามารมณ โดยทโ่ี จทกร ว มมไิ ดร เู หน็ หรอื ยนิ ยอม อนั ໹š ¡ÒáÃзÒí ·äèÕ ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾ÈμÍ‹ ⨷¡Ã Ç‹ Á â´Â⨷¡Ã Ç‹ Áμ¡ÍÂã‹Ù ¹ÀÒÇзäèÕ Á‹ ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢×¹ä´Œ áÁŒ¨Òí àŨÐÁäÔ ´ŒÊÁÑ ¼ÑÊμ‹Íà¹×Íé μÇÑ Ã‹Ò§¡Ò¢ͧ⨷¡ÃÇ‹ Áâ´Âμç แตก ารท่จี ําเลยใช กลอ งบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรงโจทกร ว มในระยะใกลช ดิ โดยโจทกร ว มไมร ตู วั ยอ มรบั ฟง ไดว า จําเลยไดก ระทาํ โดยประสงคตอผลอนั ไมส มควรในทางเพศตอ โจทกร ว ม โดยใชก าํ ลังประทษุ รายตามมาตรา ๑ (๖) แหง ประมวลกฎหมายอาญา ซง่ึ การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยอนั เปน องคป ระกอบความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ นอกจากหมายความวา ทาํ การประทุษรายแกกายแลว ยังหมายความวาทาํ การประทุษรายแกจิตใจ ดวย ไมวาจะทําดวยใชแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทาํ ใด ๆ ซง่ึ เปน เหตใุ หบ คุ คลหนงึ่ บคุ คลใดอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได การกระทําของจาํ เลยดงั กลา ว ทาํ ให โจทกรวมตองรูสึกสะเทือนใจอับอายขายหนา จึงถือวาเปนการประทุษรายแกจิตใจของโจทกรวมแลว
๑๐๑ การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปนการกระทาํ อนาจารโจทกรวม ครบองคประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ ¢ŒÍÊѧà¡μ แนวฎีกาใหมนี้ขัดกับแนวฎีกาเดิมซึ่งผูกระทาํ ตองมีการสัมผัสตอ เนอ้ื ตวั รา งกายของผเู สยี หายหรอื บงั คบั ใหผ เู สยี หายสมั ผสั ตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทําและมนี กั วชิ าการ โตแยงวาเปนการตีความท่ีเกินจากบทบัญญัติของกฎหมาย คงตองรอศาลฎีกาโดยท่ีประชุมใหญวา จะวินิจฉัยไปใทางใดตอไป ๑.๒ การกระทาํ อนาจารตามมาตรานี้ตองกระทาํ โดยขูเขญ็ ดวยประการใดๆ โดยใช กาํ ลังประทุษรายโดยบุคคลน้ันอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได โดยทําใหบุคคลนั้น เขาใจผิดวา ตนเปนบุคคลอื่น ทาํ นองเดียวกับมาตรา ๒๗๖ ซึ่งแสดงใหเห็นวาผูถูกกระทํามิไดยินยอมใหกระทํา ตอ งมีการขูเข็ญหรอื ใชกาํ ลงั ประทุษรา ย เปนตน μÑÇÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õðñ/òõðó จําเลยจบั มอื และกอดเดก็ หญงิ ผเู สยี หาย อายุ ๑๔ ป ถอื ไดว า เปน การใชแ รงกายภาพ ซง่ึ เปน การใชก ําลงั ประทษุ รา ยตามความหมายใน มาตรา ๑ (๖) แลว การกระทาํ ของจําเลยดังกลา ว เปน ความผิดฐานกระทาํ อนาจารตามมาตรา ๒๗๘ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óùõó/òõóù จาํ เลยกอดคอผเู สียหายและจบั แขน ผูเสียหายลากเพื่อจะพาเขาหองพักในโรงแรม เปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ มีความผิดฐาน กระทําอนาจารโดยใชกําลังประทษุ รา ยตอผูเ สียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ¢ŒÍÊѧà¡μ หากไมเปนการขูเข็ญโดยกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญจนผูเสียหาย อยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได แตผูเสียหายโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืองมงายจึงยอมใหทาํ อนาจาร เชน นผ้ี ูกระทําไมผดิ ตามมาตราน้ี (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๕๘๓๗/๒๕๓๐) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õøó÷/òõóð ผูเสยี หายยอมใหจ าํ เลยซึง่ เปนแพทย แผนโบราณกระทําอนาจารโดยโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืออยางงมงายวาจําเลยทําการรักษาโรคใหได การกระทาํ ของจาํ เลยจึงไมเปนการขูเข็ญโดยใชกําลังประทุษราย หรือขูเข็ญจนผูเสียหายอยูในภาวะท่ี ไมส ามารถขดั ขนื ได เมอ่ื จาํ เลยกระทาํ ตอ ผเู สยี หายซงึ่ มอี ายเุ กนิ กวา ๑๓ ป การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ๑.๓ ผถู กู กระทําจะเปนชายหรือหญิงก็ได แตต อ งมีอายุกวา ๑๕ ป ถา อายุไมเกิน ๑๕ ป ก็จะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๙ ซ่ึงจะอธบิ ายตอ ไป สว นผูกระทาํ จะเปนชายหรือหญิงก็ได ๑.๔ ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ คอื เจตนากระทําอนาจารตามทไี่ ดอ ธบิ าย ขางตน ·§éÑ ¹éÕ Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ ในกรณกี ารจบั เนอ้ื ตอ งตวั หญงิ มใิ ชเ ปน การกระทาํ อนาจาร เสมอไป เชน การจับแขนหญิงบังคับพาไปขมขืนกระทําชาํ เรา การจับแขนกรณีน้ี ไมเปนการกระทาํ อนาจารอีกบทหนึ่ง (คําพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๒๗/๒๕๑๘) แตนา จะเปน เพราะการจบั แขนเปน เจตนา บังคับพาไปมากกวา
๑๐๒ การยึดแขนหญิงและน่ังเบียดหญิงในรถระหวางพาไปเพ่ือการอนาจาร เปนการกระทําปกตธิ รรมดาในการควบคมุ มิใหห นี ไมม ลี กั ษณะเปน การทําอนาจารตามมาตรา ๒๗๘ (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๒๔๐๑/๒๕๒๒) ผูเสียหายและจําเลยมีความสัมพันธกันฉันชูสาว ในวันเกิดเหตุจําเลยมาหา ผูเสียหายทบ่ี านและกอดรดั ผเู สียหายในฐานะทเ่ี คยมีความสมั พนั ธกนั มากอ น แมผูเ สยี หายจะปฏิเสธ และจาํ เลยไมเลิกราก็นาจะเปนเพราะจําเลยตองการแสดงความรักตอผูเสียหายตามวิสัยชายท่ีมี ตอ หญงิ ทเี่ คยมคี วามสมั พนั ธก นั มากอ น การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ขาดเจตนาบกุ รกุ และ¢Ò´à¨μ¹Ò͹ҨÒà ผเู สยี หาย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๒๔๘๒/๒๕๔๗) การทีจ่ ําเลยกับพวกรว มกนั จบั แขนทงั้ สองขา งของผูเสียหายท่ี ๒ ชูไวบนศีรษะ กดใหผ เู สยี หายท่ี ๒ นอนหงาย และใชม อื ปด ปากผเู สยี หายที่ ๒ มใิ หร อ ง พรอ มกบั ถอดกางเกงผเู สยี หาย ที่ ๒ ออกกเ็ พอื่ จําเลยกบั พวกจะ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทําชาํ àÃÒผเู สยี หายท่ี ๒ เทา นน้ั จาํ เลยกบั พวกมไิ ดก ระทําการ อยา งใดตอ ผเู สยี หายท่ี ๒ อกี ดงั นี้ ¨Ð¶Í× ÇÒ‹ ¨íÒàÅ¡ºÑ ¾Ç¡¡ÃÐทาํ ͹ҨÒüàŒÙ ÊÂÕ ËÒ·Õè ò ´ÇŒ  ËÒä´äŒ Á‹ แมจ ําเลยใหก ารรบั สารภาพ ศาลกไ็ มอ าจพพิ ากษาวา จําเลยกระทําความผดิ ฐานดงั กลา วได (คําพพิ ากษา ศาลฎีกาท่ี ๑๕๒๕/๒๕๔๘) ๒. ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊͧ การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทําตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ หากเปนการกระทาํ โดย㪌ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍè×¹ซ่ึงÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลา้ํ ÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡ ของบุคคลน้ัน ͸ԺÒ ๒.๑ มาตรา ๒๗๘ วรรคสองเปน àËμ©Ø ¡Ãèข องวรรคหนงึ่ ถา ผกู ระทาํ กระทําโดย㪌 ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍ×蹫Öè§ÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾È เชน ใชอวัยวะเพศเทียมŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èหรือ·ÇÒÃ˹ѡของ ผถู กู กระทาํ ซงึ่ ตามกฎหมายเดมิ ในกรณี เปน ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒ (เพราะเปน ¡ÒÃãªÊŒ §èÔ Í¹×è ã´ (วตั ถ)ุ กระทํา กับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผูอื่น) เปล่ียนมาเปน¡ÒáÃÐทํา͹ҨÒôŒÇ¡ÒÃŋǧÅíéÒ (sexual assault by penetration) และเปนความผิดตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงมีอัตราโทษเทากับ ความผดิ ฐานขม ขนื กระทาํ ชําเราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคหน่งึ ๒.๒ ¹Ò‹ Êѧà¡μÇÒ‹ ตอไปนีก้ ารทีช่ ายใชล้นิ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๔๑๖๔/๒๕๕๕) หรือใชน้ิวมือ (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๕๘๒๘/๒๕๕๘) ŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡของหญิง อายกุ วา ๑๕ ป จะ໹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃโดยการลว งล้ําตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง äÁã‹ ªà‹ »¹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทําชําàÃÒ´§Ñ ·ÈèÕ ÒŮաÒà¤ÂÇ¹Ô ¨Ô ©ÂÑ äÇŒÍ¡Õ μ‹Íä» ๒.๓ ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊÒÁáÅÐÇÃäÊèÕ ในมาตรา ๒๗๘ วรรคสามและวรรคส่ี จะเห็นไดวา มขี อ ความทํานองเดยี วกบั ท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง และมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม ขอใหนักเรียนดูคาํ อธิบาย ในมาตรา ๒๗๖
๑๐๓ ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡‹à´ç¡ÍÒÂØÂ§Ñ äÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚ ÁÒμÃÒ ò÷ùø ผูใดกระทาํ อนาจารแกเด็กอายุยังไมเกินสบิ หา ป โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอม หรือไมก ต็ ามตองระวางโทษจําคุกไมเ กินสบิ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ สองแสนบาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุไมเกินสิบสามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผูกระทําไดกระทําโดยขูเข็ญดวย ประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย โดยเดก็ นนั้ อยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ใหเ ดก็ นน้ั เขา ใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอนื่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท ถึงสามแสนบาทหรอื ทั้งจําทงั้ ปรับ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสาม เปน การกระทาํ โดยใชว ตั ถหุ รอื อวยั วะอนื่ ซึ่งมิใชอวัยวะเพศลวงลํ้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต หาปถ งึ ย่สี ิบป และปรับตั้งแตหนงึ่ แสนบาทถึงสแ่ี สนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสี่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ สามป ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ตัง้ แตเจด็ ปถึงย่สี บิ ป และปรบั ตั้งแตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาทถึงสีแ่ สนบาท หรือจาํ คกุ ตลอดชีวติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหา ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท ถงึ ส่ีแสนบาทหรือจาํ คุกตลอดชีวติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหา ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํา กับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกนั ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชวี ติ ͸ºÔ Ò ๑. วรรคหนงึ่ ของมาตราน้ี มอี งคป ระกอบความผดิ เชน เดยี วกบั มาตรา ๒๗๘ แตต า งกนั ตรงท่ี ¼ŒÙ¶¡Ù ¡ÃÐทาํ μŒÍ§à»¹š à´¡ç ÍÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ áÅÐäÁ‹ÇÒ‹ à´ç¡¹éѹ¨ÐÂÔ¹ÂÍÁËÃÍ× äÁ‹¡μç ÒÁ¡àç »¹š ¤ÇÒÁ¼Ô´ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñö÷ó/òõôö จําเลยมีอาชีพขับรถรับสงเด็กนักเรียนขณะท่ี เด็กหญิงผูเสียหายเรียนอยูช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ จําเลยทําอนาจารผูเสียหายโดยใชมือลูบคลําท่ี อวัยวะสืบพันธุและจับหนาอกผูเสียหาย จําเลยมีความผิดฐานกระทําอนาจารเด็กอายุไมเกิน ๑๕ ป ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก การกระทาํ ตามมาตรานี้ แมช ายกระทาํ ตอ ชาย หรอื หญงิ กระทาํ ตอ หญงิ กเ็ ปน ความผดิ ท้งั สิน้ ๘ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๐๔ ขอ สาํ คญั อกี ประการหนง่ึ คอื ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั อายขุ องเดก็ ดว ยตาม มาตรา ๕๙ วรรคสาม ถา ไมร ูกข็ าดเจตนา คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè óøøñ/òõôò จาํ เลยพาเดก็ หญงิ ส. ผเู สยี หายไปเพอื่ จะกระทาํ ชาํ เรา ในขณะท่ผี ูเสียหายอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือนเศษ โดยผูเสยี หายสมคั รใจยินยอมไปกบั จาํ เลย และจาํ เลย กอดจูบกระทาํ อนาจารแกผ เู สียหาย แมก ารกระทาํ ของจาํ เลยอาจเปน ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ก็ตาม แตการทผ่ี ูเสยี หายมรี ูปรา งและลกั ษณะการพูดจาทําใหจ าํ เลย สําคญั ผดิ วา ผเู สยี หายอายุ ๑๘ ถงึ ๑๙ ป ซึง่ เปนการสําคญั ผดิ ในขอ เท็จจรงิ อันเปนองคป ระกอบของ ความผดิ ฐานอนาจารผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานดงั กลาวตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม นาสังเกตวา คดนี ้ีเด็กอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือน จึงไมอยภู ายใตบ ังคบั มาตรา ๒๘๕/๑ ซงึ่ เปน กฎหมายใหมท บ่ี ญั ญตั กิ รณเี ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป หา มอา งความไมร อู ายขุ องเดก็ เพอ่ื ใหพ น จาก ความผิดนน้ั ๒. ความในวรรคสอง เปน การกระทําแกเ ด็กอายุไมเ กินสบิ สามป ซงึ่ เปนเหตใุ หผูกระทาํ ตอ งรับโทษหนักขน้ึ ๓. ความในวรรคสามแสดงวา เดก็ ไมย นิ ยอม เพราะถกู กระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชกาํ ลงั ประทุษราย โดยเด็กนั้นอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทําใหเดก็ นน้ั เขาใจผิดวา ตนเปน บุคคลอ่นื ซ่ึงเปน เหตุใหผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้ึน ๔. ความในวรรคสี่ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสาม เปน การกระทํา โดยใชวัตถุหรืออวยั วะอ่ืนซ่งึ มิใชอ วัยวะเพศลวงล้าํ อวยั วะเพศหรือทวารหนักของเดก็ นัน้ ผูกระทาํ ตอง รับโทษหนักขึ้นอีก มีขอความทํานองเดียวกับมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ขอใหนักเรียนดูคําอธิบาย ในมาตราดังกลา ว ๕. สวนความในวรรคหกและวรรคเจ็ด มีขอความเชนเดียวกับมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา ๒๗๗ วรรคสาม วรรคส่ี ขอใหนกั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตราดังกลาว
๑๐๕ ÃѺâ·É˹ѡ¢Öé¹à¹×èͧ¨Ò¡¼Å¢Í§¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁÁÒμÃÒ ò÷ø ËÃ×Í ÁÒμÃÒ ò÷ù ÁÒμÃÒ òøðù ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ เปนเหตใุ ห ผูถูกกระทาํ (๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทําตองระวางโทษจาํ คุกต้ังแตห า ปถ ึงยส่ี ิบป และปรับตั้งแต หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ คลอดชีวิต (๒) ถงึ แกค วามตาย ผูก ระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรอื จําคุกตลอดชวี ิต ͸ºÔ Ò มาตรานี้เปน ผลทท่ี ําใหผูกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ ตองรับโทษหนักขึ้น ถามผี ล เกิดข้นึ คือ อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรือความตายตามมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดาตาม มาตรา ๖๓ ผูกระทําตอ งรบั โทษหนักข้ึนตามมาตราน้ี ÁÒμÃÒ òøð/ñ ถาผกู ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ ไดº ¹Ñ ·¡Ö ÀÒ¾หรอื àÊÂÕ §การกระทาํ ชาํ เราหรอื การกระทาํ อนาจารนน้ั ไว à¾Íè× áÊǧËÒ »ÃÐ⪹â´ÂÁԪͺสําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในมาตราน้ันๆ ˹֧è ã¹ÊÒÁ ถาผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เผยแพรหรอื สงตอ ซึ่งภาพหรอื เสียงการกระทาํ ชําเรา หรอื การกระทําอนาจารทบ่ี ันทกึ ไว ตองระวางโทษหนักกวา ที่บัญญัติไวใ นมาตรานัน้ ๆ ก่ึงหนึ่ง ͸ԺÒ ๑. มาตรานเี้ พม่ิ โทษผกู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ ทไ่ี ดบ นั ทกึ ภาพหรอื เสยี งการกระทําชาํ เราหรอื การกระทําอนาจารเพอ่ื แสวงหาประโยชน โดยมชิ อบ โดยจะบนั ทกึ เองหรอื ดําเนนิ การใหผ อู น่ื บนั ทกึ กไ็ ด แตห ากมกี ารลกั ลอบบนั ทกึ โดยผกู ระทํา ความผิดไมมสี ว นรเู หน็ ดวยผกู ระทาํ ความผิดก็ไมม ีความผิดตามมาตรานี้ ๒. ผูกระทําความผิดตามมาตราดังกลาวนอกจากผูลงมือแลว ยังหมายถึงตัวการ ตามมาตรา ๘๓ ผูใชต ามมาตรา ๘๔ และผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๗ ดวย ๓. หากผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดเ ผยแพร หรอื สง ตอ ซงึ่ ภาพหรอื เสยี งดงั กลา ว ตอ งระวางโทษหนักขน้ึ กึ่งหนึง่ ตามวรรคสอง μÑÇÍÂÒ‹ §·Õè ñ นาย ก. ขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. นาย ก. มคี วามผิดเชนตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนงึ่ หากนาย ก. บนั ทกึ ภาพและเสยี งขณะขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. เพอื่ แสวงหาประโยชน โดยมิชอบ กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคหนึง่ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ ¢¹Öé ˹§èÖ ã¹ÊÒÁ ¢Í§â·É·Õºè ÞÑ ÞμÑ ÔäÇ㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè ๙ พ.ร.บ.แกไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๐๖ ถาวันรุงขึ้น นาย ก. นําภาพท่ีตนบันทึกไวไปÊ‹§μ‹Íหรือà¼Âá¾Ã‹ เพื่อประจาน คนท่ัวไป กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง อนั เปน เหตุฉกรรจข องวรรคหนึง่ μŒÍ§ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Ö§è Ë¹Ö§è ¢Í§â·É·ºèÕ ÞÑ ÞÑμäÔ ÇŒã¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹Öè§ μÑÇÍ‹ҧ·èÕ ò นางดําใชนายแดงใหขมขืนนางขาวศัตรูของนางดํา โดยนางดํา แอบบันทึกภาพและเสียงไวเพ่ือประสงคจะใชเผยแพรเพ่ือประจานนางขาวใหอับอาย โดยการบันทึก ดงั กลาวนายแดงไมมีสว นรูเหน็ ดว ย กรณีนี้ นางดาํ ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ เพราะคําวา “ผูกระทาํ ความผิด ตามมาตรา ๒๗๖ ฯลฯ” ยอมหมายถงึ (๑) ผูลงมอื (นายแดง) (๒) ตวั การ (เชน คนดตู น ทาง) (๓) ผูรับโทษเสมือนเปนตัวการ ซ่ึงไดแก “ผูใชในกรณีที่ผูถูกใชไดกระทําความผิด ตามทใ่ี ช” (ã¹·¹èÕ ¤éÕ Í× ¹Ò§ดํา) (๔) ผูส นับสนนุ (เชน ใหยมื หองใหใชข มขืน) ดังน้ัน นางดําจึงผิดมาตรา ๒๘๐/๑ หากตอมานางดํานําภาพและเสียงท่ีตน บันทึกไปเผยแพรหรือสง ตอ นางดําก็ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง ซ่ึงเปน “เหตุฉกรรจ” ของวรรคหน่ึง ·¹Õè Ò§ดาํ μÍŒ §ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Öè§Ë¹Ö觢ͧâ·É·ºÕè ÞÑ ÞμÑ äÔ Ç㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒËÃÍ× ¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ÂèÕ ÍÁ¤ÇÒÁä´Œ ÁÒμÃÒ òøññð ความผดิ ตามมาตราดังตอไปนี้ เปน ความผิดอนั ยอมความได (๑) มาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง และมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงเปนการกระทําระหวาง คสู มรส ถา มไิ ดเ กดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หรอื ไมเ ปน เหตใุ หผ ถู กู กระทาํ รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย (๒) มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง ถามิไดเกิดตอหนาธารกํานัล ไมเปนเหตุใหผูถูกกระทํา รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย หรอื มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และ มาตรา ๒๘๕/๒ ͸ºÔ Ò ๑. ความผดิ เกีย่ วกบั เพศท่จี ะยอมความได มีดงั น้ี (ก) กรณีตามมาตรา ๒๘๑ (๑) (๑) ตองเปนการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗๘ วรรคสอง (๒) เปน การกระทาํ ระหวา งคูสมรส (๓) มิไดเ กดิ ตอหนาธารกํานลั และ (๔) ไมเปนเหตุใหผ ูถ ูกกระทาํ รบั อันตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย ๑๐ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๐๗ (ข) กรณตี ามมาตรา ๒๘๑ (๒) (๑) ตองเปน การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคหนึง่ (๒) มิไดเ กิดตอหนาธารกํานลั (๓) ไมเ ปนเหตุใหผ ถู ูกกระทาํ รับอนั ตรายสาหัสหรอื ถึงแกค วามตาย และ (๔) มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และมาตรา ๒๘๕/๒ ๒. คาํ วา “μÍ‹ ˹Ҍ ¸ÒÃกาํ ¹ÅÑ ” หมายถงึ กระทาํ ในลกั ษณะทเ่ี ปด เผยใหบ คุ คลอนื่ สามารถ เหน็ การกระทําของตนได (ฎ.๑๑๗๓/๒๕๐๘ ประชมุ ใหญ) และบคุ คลอ่นื น้นั จะตองมิใชผูทีร่ ว มกระทํา ความผิดดวยกัน μÇÑ ÍÂÒ‹ § กรณีมใิ ชก ารกระทําตอ หนาธารกาํ นลั คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ๑๑๗๓/๒๕๐๘ (ประชมุ ใหญ) จาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย ตอ หนา เดก็ หญงิ คนหนงึ่ ã¹ËÍŒ §¹Í¹Á´× เพยี งแตเ หตเุ กดิ ตอ หนา เดก็ หญงิ เทา นนั้ และโจทกม ไิ ดย นื ยนั โตแ ยง วา จาํ เลยไดก ระทาํ โดยประการทใี่ หเ ดก็ หญงิ ไดเ หน็ การกระทาํ ของจาํ เลย หรอื วา จาํ เลยไดก ระทาํ ในลักษณะที่เปดเผยใหบุคคลอื่นสามารถเห็นการกระทําของจําเลยได ดังน้ี พฤติการณแหงคดีจึงถือ ไมไ ดว า จาํ เลยไดก ระทาํ ผดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หากผเู สยี หายไดแ ถลงตอ ศาลไมต ดิ ใจเอาความจากจาํ เลย ขอถอนคํารองทุกข ศาลกต็ อ งสั่งจําหนายคดอี อกจากสารบบความ μÑÇÍ‹ҧ กรณีการกระทําตอหนาธารกํานลั คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ๔๖๙๓/๒๕๕๓ จําเลยจบั หนา อกผเู สยี หายซงึ่ เปน หญิงในราน อาหาร ซ่ึงมีลูกคามาน่ังรับประทานอาหารและมีพนักงานรานอาหารนั้นเห็น ดังนี้ เปนการกระทํา อนาจารแกผูเสยี หายตอหนา ธารกํานัลแลว ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ òøöññ ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ยส่ี บิ ป และปรบั ไมเ กินสีแ่ สนบาท หรอื จําคุกตลอดชวี ติ (๑) ชว ยเหลือ ใหความสะดวก หรือคมุ ครองการคา ประเวณขี องผอู น่ื (๒) รับประโยชนไมวา รปู แบบใดจากการคาประเวณีของผอู ่ืนหรือจากผูซง่ึ คา ประเวณี (๓) บังคบั ขูเข็ญ หลอกลวง หรอื ใชอ ํานาจครอบงาํ ผูอื่น หรอื รบั ผูอ่ืนเขาทาํ งานเพอ่ื การ คาประเวณี (๔) จัดใหมีการคา ประเวณีระหวา งผซู ึ่งคาประเวณีกับผใู ชบ รกิ าร (๕) ปกปด หรอื อําพรางแหลงที่มาของรายไดหรอื ทรัพยส นิ ซึง่ ไดมาจากการคา ประเวณี (๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซึ่งคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน เปนอาจิณ และไมส ามารถแสดงที่มาของรายไดในการดาํ รงชีพของตน ๑๑ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๒/ ๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๐๘ (๗) ขัดขวางการดําเนินการของหนวยงานที่ดูแลในการปองกัน ควบคุม ชวยเหลือ หรือใหการศึกษาแกผูซ่ึงคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซ่ึงอาจไดรับอันตราย จากการคาประเวณี ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มิใหใ ชบ งั คบั แกผูร ับประโยชนไ มว ารปู แบบใดซึง่ พึงไดร ับ ตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา ͸ԺÒ ๑. มาตรา ๒๘๖ (เดิม) เปนความผิดฐานดําçªÕ¾ÍÂÙ‹¨Ò¡ÃÒÂä´Œ¢Í§¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàÇ³Õ หรอื ทเี่ รยี กกนั วา “แมงดา” ซง่ึ จะเปน ความผดิ ดงั กลา วจะตอ งไดค วามวา ผนู น้ั ดาํ รงชพี อยไู ด โดยอาศยั รายไดทั้งหมดหรือบางสวนจากผูซึ่งคาประเวณี หากขาดปจจัยแมเพียงบางสวนจากรายไดของผูซึ่ง คาประเวณีจะดาํ รงชีพอยูไมไ ด (คาํ พิพากษาฎกี าท่ี ๑๒๐๘/๒๕๓๕) ดังน้ัน หากผูนั้นมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดํารงชีพ แมผูน้ัน จะไดรับเงินสวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตาม ไมเปนความผิดตามมาตรานี้ (คําพิพากษาฎีกา ท่ี ๒๕๕๕/๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กนิ ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู ูแลจดั การ สถานการคา ประเวณไี ดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทคี่ า ประเวณี แตจ าํ เลยกป็ ระกอบอาชพี อน่ื อยดู วย คือ ขายผาและนํ้าปลา มีรายไดเ ดือนละ ๕,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยมีÃÒÂä´Œ จากการคาขาย และไมป รากฏวา รายไดด ังกลาวไมเพยี งพอสําหรับดํารงชีพ ถงึ จําเลยจะไดร บั สวนแบง จากหญงิ ซง่ึ คาประเวณกี ไ็ มเปน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ จะเหน็ ไดว า ตามมาตรา ๒๘๖ (เดมิ ) ไมส ามารถเอาผดิ กบั ผทู เี่ ปน แมงดาได หากผนู นั้ มรี ายไดอยางอื่นนอกเหนือจากท่ีไดร บั จากผูซึ่งคาประเวณีอยดู ว ย ดวยเหตุนี้กฎหมายใหม จึงเพ่ิมบทบัญญัติมากขึ้นเพื่อปองปรามมิใหมีการกระทํา ที่เปนการเอาเปรียบหรือรับประโยชนจากผูซ่ึงคาประเวณีหรือจากการคาประเวณี ดังจะเห็นไดจาก กรณจี าํ เลยตามคาํ พพิ ากษาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตน ยอ มถอื ไดว า มคี วามผดิ ฐานรบั ประโยชนจ ากผซู งึ่ คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่แี กไ ขใหมแ ลว ๒. ผกู ระทาํ และผูซง่ึ คาประเวณจี ะเปน ชายหรอื หญงิ กไ็ ด ๓. นา สงั เกตความในวรรคสองเปน ¢ÍŒ ¡àǹŒ ความรบั ผดิ ไวใ นกรณกี ารกระทาํ ตามความ ในวรรคหนงึ่ (๒) และ (๖) มใิ หน าํ มาใชบังคับแก¼ ÃÙŒ ºÑ »ÃÐ⪹ เชน บตุ รซึง่ อยูในความดแู ลของมารดา ผซู งึ่ คา ประเวณจี าํ เปน ตอ งรบั ประโยชนห รอื อยรู ว มกบั มารดาตามกฎหมาย หรอื ตามธรรมจรรยาไมเ ปน ความผดิ ตามมาตราน๑ี้ ๒ ๑๒ วรี ะวัฒน ปวราจารย คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑, ๒๕๖๒, คร้ังที่ ๖-๗ น.๒๔๑-๒๘๐
๑๐๙ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹à»š¹¸ÃØ Ð¨Ñ´ËÒÏ ÁÒμÃÒ òøò ผูใดà¾è×Íʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍè×¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃซ่ึงªÒÂหรือËÞÔ§ แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตัง้ แตสองหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ป แตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ามปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แตห กหมนื่ บาทถงึ สามแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตองระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห าปถ งึ ยี่สบิ ป และปรับตัง้ แตหนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ผใู ดเพอื่ สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซง่ึ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม แลว แตกรณี ͸ºÔ Ò ๑) ÇÃäáá ๑. ¡ÒáÃÐทาํ คอื à»¹š ¸ØÃШѴËÒ Å‹Íä» ËÃ×;Òä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒà การกระทาํ à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒÃตามมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๓๑๙ นนั้ หมายความถงึ การกระทาํ ทไ่ี มส มควรในทางเพศตอ รา งกายของบคุ คลอนื่ ซงึ่ ตอ งเปน การกระทาํ ตอ เนอ้ื ตวั ของบคุ คล โดยตรง จะกระทาํ ในทรี่ โหฐานหรอื สาธารณสถานกไ็ มม ผี ลทแี่ ตกตา งกนั เชน การทช่ี ายอนื่ รว มประเวณี กับผูเสียหายซ่ึงเปนผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรม แมจะเปนท่ีมิดชิดแตก็เปนการกระทํา ทไี่ มสมควรในทางเพศตอ รางกายของผเู สยี หาย จึงเปนการกระทาํ เพื่อการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาฎีกา ที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙) จาํ เลยกับพวกพาผเู สยี หายซ่ีึงเปน หญงิ โสเภณีอายุ ๑๗ ป ไปอยูใ นซอ งโสเภณี ของจาํ เลย แลว ใหร บั จา งรว มประเวณกี บั ชายอน่ื เชน นี้ แมผ เู สยี หายจะสมคั รใจไปกบั จาํ เลยและตกลง ยินยอมรับจางรวมประเวณีกับชายอื่นตอมาก็ตาม ก็ถือวาจําเลยเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไป เพอื่ การอนาจารซง่ึ หญงิ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๘ ป มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๒ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๘๙๑/๒๕๑๕) คําÇ‹Ò à»š¹¸ØÃШѴËÒ หมายความวา ¨Ñ´ãˌ䴌ÁÒ«Ö觪ÒÂËÃ×ÍËÞÔ§ Å‹Íä» หมายความวา Å‹ÍÅǧä»Âѧʶҹ·èÕ·èըѴäÇŒ สวน¾Òä» หมายความวา นําä» (คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ øøö÷/òõõô) ๒. กฎหมายใชคําวา ªÒÂหรือËÞÔ§ ผูที่ถูกพาไปดังกลาวจึงอาจเปนชายหรือหญิง กไ็ ด และแมผ ทู ถี่ กู พาไปน้ันจะยินยอม ผกู ระทํากม็ ีความผดิ ตามมาตราน้ี ๓. องคป ระกอบภายใน คอื เจตนาตามมาตรา ๕๙ ในการเปน ธรุ ะจดั หา ลอ ไป หรอื พาไปและตอ งมเี จตนาพเิ ศษทงั้ สองประการ คอื à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ã¢‹ ͧ¼ÍŒÙ ¹×è áÅÐà¾Íè× ¡ÒÃ͹ҨÒônj  ¤ÇÒÁã¤Ã‹ ในทน่ี ้ี ทา นศาสตราจารยจ ติ ติ อธบิ ายวา นา จะหมายความà¾ÂÕ §¤ÇÒÁ ¾Íã¨ã¹·Ò§à¾È äÁจ‹ าํ ໹š μÍŒ §¶§Ö ¡ºÑ ÃÇ‹ Á»ÃÐàdzสÕ าํ àèç เชน เพยี งแตก อดจบู ลบู คลาํ กไ็ ด และมาตราน้ี
๑๑๐ ใชคาํ วา à¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÍÙŒ ×è¹ มใิ ชข องตัวผูก ระทําเอง ดว ยเหตนุ ้ถี าพาหญงิ ไปเพ่อื ความใคร ของผพู าไปเอง ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรานี้ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øòô/òõðó วนิ จิ ฉัยวา ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๘๒ ตองเปนกรณีท่ีเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาเพื่อสําเร็จความใครของ¼ÙŒÍ×è¹ ถา เปน กรณีที่กระทาํ ไปเพอื่ สําเร็จความใครข องผกู ระทาํ นั้นเองแลว ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๒ (แตอ าจเปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๔ โปรดดมู าตรา ๒๘๔) กบั มคี าํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๖๔๒-๖๔๔/๒๕๓๗ à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒà เชน พาหญงิ ไปขายซอ งโสเภณี (คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๗๖๗/๒๕๑๕) การหลอกลวงพาหญงิ ไปรว มประเวณี โดยไมป ระสงคจ ะเลยี้ งดเู ปน ภรยิ ากเ็ ปน การอนาจาร (คาํ พพิ ากษา ฎกี าท่ี ๓๕๘/๒๔๘๖, ๒๐๒๙/๒๕๒๐) แตถาพาหญิงไปเพื่ออยูกินเปนสามีภริยากันโดยชายไมมีภริยาอยูกอนมีแนว คาํ พพิ ากษาฎกี าไมถ ือวา เปน การพาไปเพอื่ การอนาจาร ๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทํา ตองรูขอเท็จจริงน้ัน ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย กลาวคือ ตองรูวาผูท่ีถูกพาไปนั้น อายุเกิน ๑๕ ป แตย งั ไมเกิน ๑๘ ป จึงจะผิดตามวรรคสอง หรือตอ งรูวา ผทู ่ีถกู พาไปนั้นอายยุ ังไมเกนิ ๑๕ ป จงึ จะผิด ตามวรรคสาม คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øøö÷/òõõô จําเลยเพียงแตพ ูดชกั ชวนผเู สียหายซ่งึ เปน เด็ก อายุไมเกินสิบหาปใหไปรวมหลับนอนกับ อ. สามีของจําเลย แลวจะใหโทรศัพทเคลื่อนท่ี ๑ เครื่อง และเงนิ ๓,๐๐๐ บาท เปน การตอบแทน ผเู สียหายทํา·Õ¾Â¡Ñ ˹ŒÒáμ‹äÁ‹μ¡Å§´ÇŒ  à·Ò‹ ¡Ñº¼àÙŒ ÊÂÕ ËÒ äÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ อันเปน การกระทํา¤ÃºÍ§¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ตามมาตรา ๒๘๒ วรรคสาม ซ่ึงจาํ เลยŧÁ×Í กระทาํ ความผดิ และกระทาํ ไปตลอดแลว áμ¼‹ àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂäÁä‹ »´ÇŒ  ทาํ ใหก ารกระทาํ ของจาํ เลยäÁº‹ ÃÃÅ¼Ø Å ตามท่ีมงุ หวงั ไว จงึ เปนการพยายามกระทาํ ความผดิ ตามมาตราดังกลาว ๓) สว นÇÃäÊÕè กฎหมายบญั ญตั ใิ ห ¼ÃŒÙ ºÑ μÇÑ กบั ¼ÊŒÙ ¹ºÑ ʹ¹Ø การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม มคี วามผิดตอ งระวางโทษเชน เดียวกบั ¼ÙŒ¡ÃÐทํา ÁÒμÃÒ òøó ผูใดà¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍ×è¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป เพอ่ื การอนาจารซง่ึ ชายหรอื หญงิ โดยใชอ บุ ายหลอกลวง ขเู ขญ็ ใหก าํ ลงั ประทษุ รา ย ใชอ าํ นาจครอบงาํ ผดิ คลองธรรมหรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอน่ื ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แต หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สิบแปดป ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตเจ็ดปถึงย่ีสิบป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท ถึงสี่แสนบาท หรอื จําคุกตลอดชีวติ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแตสองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุก ตลอดชีวิตหรือประหารชวี ิต
๑๑๑ ผใู ดเพอ่ื สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซงึ่ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไป ตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม แลว แตกรณี ͸ºÔ Ò ๑) ÇÃäáá μÑÇÍÂÒ‹ § â´ÂãªÍŒ غÒÂËÅÍ¡Åǧ คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñð/òõôð การทจี่ ําเลยËÅÍ¡Åǧผเู สยี หายซงึ่ มอี ายุ ๑๕ ปเ ศษ วาจะพาผูเสียหายไปทํางานในรานอาหาร แตกลับพาไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณี จะนับวา ผูเสียหายเต็มใจไปดวยไมได เพราะผูเสียหายไมไดเต็มใจไปคาประเวณีมาแตตน แตไปกับจําเลย เพราะจาํ เลยหลอกลวงวา จะพาไปทาํ งานทร่ี า นขายอาหารของนอ งสาวจาํ เลย และการทจ่ี าํ เลยหลอกลวง ผูเสียหายแลวพาผูเสียหายไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณีก็เปนที่เห็นไดวา จําเลยมีเจตนาท่ีจะ ลอผูเสียหายไปเพ่ือการอนาจารและเพื่อสําเร็จความใครของผูอ่ืน â´ÂãªŒÍØºÒÂËÅÍ¡Åǧผูเสียหาย จําเลยจึงมคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม μÑÇÍ‹ҧ ¡ÒâÙà‹ ¢çÞ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ õøò/òõò÷ จําเลยชักชวนเด็กหญิงท้ังสามไปอยูดวย อา งวา จะหดั ลเิ กให แตก ม็ ไิ ดห ดั ให กลบั จะใหค า ประเวณâี ´Â¢ว‹Ù า ไมย อมจะสง ไปตา งจงั หวดั ¨¹เดก็ หญงิ คนหนงึ่ จาํ μÍŒ §ÂÍÁ仡ºÑ ªÒÂและชายนนั้ พยายามจะกระทาํ มดิ มี ริ า ยในระหวา งทาง ดงั นี้ จาํ เลยกระทาํ การ เปนธรุ ะจัดหาหรอื พาเดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๓ ป ไปเพือ่ การอนาจาร เพือ่ ใหส ําเร็จความใครข องผอู ่ืน เปนความผิดตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสาม μÇÑ Í‹ҧ ¡ÒÃ㪡Œ Òí Åѧ»ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñõòó/òõññ จาํ เลยเปน เจา ของกจิ การสถานคา ประเวณี รบั ตวั นางสมจิตผูเสียหายไว แลวºÑ§¤ÑºãËŒ¤ŒÒ»ÃÐàÇ³Õ คร้ันนางสมจิตไมยินยอมก็ถูกผลักเขาไปในหองมี ชายรออยู เม่ือขัดขืนตอไปก็ถูกจาํ เลยตบหนา บางคร้ังนางสมจิตถูกชายอ่ืนเขาไปในหองแลวจาํ เลย กใ็ สก ญุ แจหอ งขา งนอกและคอยเฝา อยู ทงั้ ยงั ตะโกนบอกใหช ายใหต บตไี ดถ า ไมย อม ถอื ไดว า การกระทาํ ของจําเลยเปนการกระทําเพื่อความใครของผูอ่ืน เปนธุระจัดหาเพ่ือการอนาจารซึ่งหญิงโดย㪌กําÅѧ »ÃзØÉÌҠอันเปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๓ แลว ãªอŒ ํา¹Ò¨¤Ãͺงํา¼´Ô ¤Åͧ¸ÃÃÁ เชน จะไมจ า งตอ ไป ถา คนใชไ มท ําตามความประสงค ของนายจา ง ๒. ผูท่ถี กู พาไปจะเปนªÒÂหรือËÞÔ§ก็ได ๓. ตอ งมีเจตนาและเจตนาพิเศษเชน เดียวกบั มาตรา ๒๘๒ ๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁเปนเหตุฉกรรจซึ่งมีระวางโทษหนักข้ึน เชนเดียวกับ มาตรา ๒๘๒
๑๑๒ ๓) ÇÃäÊÕèกําหนดให¼ÙŒÃѺμÑÇกับ¼ÙŒÊ¹ÑºÊ¹Ø¹การกระทําความผิดตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสามมีความผิดตอ งระวางโทษเชนเดียวกับผกู ระทาํ ÁÒμÃÒ òøó ·ÇÔ ผใู ดพาบคุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดปไ ปเพอ่ื การอนาจาร แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา ท้งั ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินเจด็ ป หรือปรับไมเ กินหน่งึ แสนสี่หมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรบั ผใู ด«Í‹ ¹àÃŒ¹บุคคลซ่ึงถูกพาไปตามวรรคแรกหรอื วรรคสอง ตองระวางโทษตามที่บญั ญัติ ในวรรคแรกหรอื วรรคสอง แลวแตก รณี ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทําแกบุคคลอายุเกินสิบหาป เปน ความผิดอันยอมความได ÁÒμÃÒ òøô ผูใด¾Ò¼ÙŒÍ×è¹ä»à¾è×Í¡ÒÃ͹ҨÒà โดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญใชกําลัง ประทษุ รา ย ใชอ ํานาจครอบงําผดิ คลองธรรม หรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอนื่ ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตหนงึ่ ปถ ึงสิบป และปรบั ตงั้ แตสองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท ผใู ด«‹Í¹àùŒ บุคคลซึง่ ถูกพาไปตามวรรคแรก ตองระวางโทษเชน เดยี วกบั ผพู าไปนั้น ความผิดตามมาตรานี้ เปนความผิดอนั ยอมความได ¢ŒÍ¾Ô¨ÒÃ³Ò ñ) ÇÃäáá เปนการพาไปเพอ่ื การอนาจาร ñ. ¡ÒáÃÐทํา คือ พาผูอื่นไป ตองกระทําโดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลัง ประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวยประการอื่นใดเชนเดียวกับ ในมาตรา ๒๘๓ μÑÇÍ‹ҧ â´ÂãªÍŒ ºØ ÒÂËÅÍ¡Åǧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè òùôõ/òõóõ จาํ เลยหลอกลวงผเู สยี หายวา จะพาผเู สยี หาย ไปสงท่ีบริเวณงานหนาศาลากลางจังหวัด เมื่อผูเสียหายข้ึนรถยนตสามลอรับจางของจําเลยแลว จําเลยกลับพาผูเสียหายไปท่ีโรงเรียนแหงหน่ึงแลวกระทําอนาจารผูเสียหายแสดงวาจําเลยมีเจตนา จะ¾Òผเู สยี หาย仡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃซง่ึ เปน ความประสงคม าตงั้ แตแ รกแลว การกระทาํ ดงั กลา วเปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ และ ๒๘๔ ซง่ึ กระทาํ ตอ เนอ่ื งกนั มาตลอดโดยไมข าดตอน จงึ เปน การกระทาํ กรรมเดยี ว ผดิ กฎหมายหลายบท μÑÇÍ‹ҧ 㪌กาํ Å§Ñ »ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  ©´Ø ¤ÃÒ‹ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ùøò/òôøò ชายฉดุ ครา หญงิ เพอื่ การอนาจารเคลอ่ื นทไ่ี ป ไดส กั ๑ วา หญงิ สะบดั หลดุ ชายจะเขา ฉดุ อกี แตม คี นดงึ มอื หญงิ ไว ชายจงึ หยดุ เลกิ ไป ดงั น้ี เปน ความผดิ ฐานฉุดคราสําเรจ็ บริบรู ณ หาใชเปนเพียงพยายามกระทําผดิ ไม
๑๑๓ ·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒèÔμμÔ μÔ§ÈÀÑ·Ô อธิบายวา การใชกําลังประทุษรายไดแก ตวั อยา งเชน ฉดุ ครา หญงิ ไป ความผดิ สําเรจ็ เมอ่ื มกี าร¾Òà¤ÅÍ×è ¹·äèÕ » เพยี งแต ท. จบั มอื ม. จะฉดุ ม. รอ ง มคี นเขามา ท. จงึ ปลอ ย ม. ยงั ไมไดฉดุ à¤ÅÍè× ¹¨Ò¡·Õè ดังนี้ เปน เพียงขน้ั พยายาม (คําพพิ ากษาฎกี า ท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗) ¶ŒÒ©Ø´ä»¨Ò¡·Õèä´กŒ ็เปน ความผดิ สาํ เร็จ (คาํ พพิ ากษาฎีกาท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ùõõù/òõôó จําเลยท้ังสองใชมีดปลายแหลมเปน อาวธุ จี้ ขบู งั คบั ผเู สยี หายนง่ั รถจกั รยานยนตไ ปจากบรเิ วณทจ่ี าํ เลยทง้ั สองพบผเู สยี หายครงั้ แรกไปจนถงึ กระทอ มนา ที่จําเลยท้ังสองกับพวกรวมกันผลัดเปลี่ยนกันขมขืนกระทําชําเราผูเสียหาย โดยพวกจําเลยยืนคุมอยู การกระทําชําเราในลักษณะเชนนี้ จําเลยท้ังสองกับพวกกระทําในลักษณะติดตอกันและอยูคุมให พวกของตนขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายจนสําเร็จความใครเปนการสมคบกันกระทําผิดอันมีลักษณะ เปน การโทรมหญงิ และเปนความผดิ ฐาน¾ÒËÞÔ§ä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃâ´ÂãªกŒ ําÅ§Ñ »ÃзØÉÌҠ๒. การพาไปเพอ่ื การอนาจาร໚¹¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ à¹×èͧ ขอน้ี ·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒèÔμμÔ μÔ§ÈÀÑ·Ô อธิบายวา ถาฉุดไปจากที่ไดก็เปน ความผดิ สาํ เรจ็ แมฉ ดุ ไปไดเ พยี ง ๑ ถงึ ๒ วา และยงั คง໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂμ‹Ù ÅÍ´àÇÅÒ·¾Õè Òä»โดยใช กําลังประทุษรายหรือหลอกลวง ไมใชผิดเฉพาะเมื่อพาเคล่ือนที่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๓๕/๒๕๐๙, ๔๕๐๒/๒๕๒๘) เพราะการพาไปกเ็ ปน การกระทาํ อนั เปน องคค วามผดิ อยอู นั หนง่ึ «§Öè ÁÊÕ ÀÒ¾μ´Ô μÍ‹ ¡¹Ñ àÃè×ÍÂ仨¹¡Ç‹Ò¨ÐàÅÔ¡¾Òä» เชน ถึงที่พักแลวกักขังหญิงไวตอไป ความผิดฐานฉุดคราส้ินสุดลง มคี วามผดิ ฐานกกั ขงั เกดิ ขนึ้ อกี กระทงหนงึ่ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๑๓๒๗/๒๔๙๕, ๕๑๒/๒๔๙๘) ถา ขม ขนื กระทําชําเราดวย ก็เปนความผิดอีกกระทงหน่ึง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๒/๒๔๗๐, ๑๑๑๑/๒๕๑๙, ๑๕๑๘/๒๕๒๒) ÁÒμÃÒ òøõ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ เปน การกระทาํ แกบุพการี ผูสืบสันดาน พ่ีนองรวมบิดามารดาหรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย ซง่ึ อยใู นความดแู ล ผอู ยใู นความควบคมุ ตามหนา ทรี่ าชการ ผอู ยใู นความปกครอง ในความพทิ กั ษห รอื ในความอนบุ าล หรอื ผอู ยภู ายใตอ ํานาจดว ยประการอ่นื ใด ผูก ระทําตอ งระวางโทษหนกั กวา ทบี่ ญั ญตั ิ ไวในมาตรานนั้ ๆ หนึ่งในสาม ͸ºÔ Ò ๑. มาตรานเ้ี ปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ นน้ั ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย คอื ตองรวู าเปนการกระทาํ แกบ ุพการี ผูสบื สนั ดาน พนี่ อ งรวมบดิ ามารดา หรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษยซ่ึงอยูในความดูแล ผูอยูในความควบคุมตาม หนาที่ราชการ ผูอยูในความปกครอง ในความพิทักษหรือในความอนุบาล หรือผูอยูภายใตอํานาจ ดวยประการอื่น การไมรูขอเท็จจริงดังกลาวก็ไมตองรับโทษหนักขึ้นตามมาตราน้ี แตตองรับโทษตาม มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ แลว แตกรณี
๑๑๔ ๒. ผถู กู กระทํากระทําตามมาตราน้ี ไดแก (๑) ºØ¾¡ÒÃÕ คือญาติทางสายโลหิตโดยตรงขน้ึ ไป เชน บดิ ามารดา ปยู า ตายาย ทวด (ò) ¼ŒÙÊº× Êѹ´Ò¹ ในทน่ี ้Ëี ÁÒ¶§Ö ¼ÙÊŒ ׺Êѹ´Ò¹ã¹·Ò§Êº× ÊÒÂâÅËÔμâ´Âá·Œ¨Ã§Ô เพราะมาตราน้ี ไมไ ดม งุ ลงโทษหนกั ขนึ้ เฉพาะการกระทาํ แกบ ตุ รชอบดว ยกฎหมายเทา นน้ั จงึ ใชค าํ วา กระทาํ แกผ สู บื สนั ดาน ดงั นนั้ การทจี่ าํ เลยขม ขนื กระทําชําเรา¼ÊÙŒ º× ÊÒÂâÅËμÔ โดยตรงลงมา áÁ¼Œ ¹ŒÙ ¹Ñé ¨ÐÁãÔ ª‹ ໹š ºμØ ÃªÍº´ÇŒ ¡®ËÁÒ¢ͧจาํ àÅ¡μç ÒÁ กถ็ อื ไดว า จาํ เลยไดก ระทําμÍ‹ ¼ÊÙŒ º× Ê¹Ñ ´Ò¹ ตามความหมาย ของมาตรา ๒๘๕ น้แี ลว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๙๓/๒๕๓๐) แตถาºÔ´ÒàÅéÕ§ขมขืนกระทําชําเราºØμÃàÅÕé§ (เชน บุตรเลี้ยงมีอายุ ๑๒ ป) มคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ เทา นน้ั กรณไี มต อ งดวยมาตรา ๒๘๕ เพราะ อํานาจปกครองเด็กตกอยูแกมารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๕๔๐ บุตรเลี้ยง มิไดอยูใ นความปกครองของบิดาเลีย้ ง (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๓๒๘/๒๕๐๒) (ó) ¾è¹Õ ŒÍ§ÃÇ‹ Áº´Ô ÒÁÒôÒËÃÍ× Ã‹ÇÁáμ‹ºÔ´ÒËÃÍ× ÁÒÃ´Ò (ô) ÞÒμÔÊº× ÊÒÂâÅËÔμ (õ) ÈÉÔ Â«è§Ö ÍÂãÙ‹ ¹¤ÇÒÁ´ÙáÅ คาํ วา ÈÉÔ Â« §Öè ÍÂã‹Ù ¹¤ÇÒÁ´áÙ Åตามมาตรา๒๘๕มไิ ดห มายถงึ เฉพาะผทู มี่ คี วามสมั พนั ธ ในฐานะครูหรืออาจารย ซึ่งÁÕ˹ŒÒ·ÕèÊ͹ÈÔÉÂเทาน้ัน แตครูหรืออาจารยน้ันμŒÍ§ÁÕ˹ŒÒ·èդǺ¤ØÁ ´ÙáÅ»¡»‡Í§ÃÑ¡ÉÒμÑÇÈÔÉ áÅСÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔμ‹ÍÈÔÉÂã¹ÃÐËNjҧÁÕ˹ŒÒ·Õè ´§Ñ ¡Å‹ÒÇ´ŒÇ (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๔๒๑/๒๕๔๖, ๗๙๘๖/๒๕๔๐) μÑÇÍÂÒ‹ § ¡Ã³Õ¡ÃÐทาํ μ‹ÍÈÔÉ«èÖ§Í‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ´áÙ Å จาํ เลยเปน ¤ÃÊ٠͹วชิ าพลศกึ ษาในโรงเรยี นซง่ึ ผเู สยี หายเปน นกั เรยี นอยู จาํ เลย กระทําอนาจารแกผูเสียหาย ¢³ÐจําàÅÂทํา˹ŒÒ·èÕÊͺ¤ÇÒÁÃÙŒÇÔªÒ¾ÅÈÖ¡ÉҢͧ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂถือไดวา ผูเสียหายเปนศิษยซ่ึงอยูในความดูแลของจําเลยตามความหมายของมาตรา ๒๘๕ (คําพิพากษาฎีกา ที่ ๑๗๕๙/๒๕๒๖) การท่ีจําเลยดํารงตําá˹‹§¼ÙŒª‹Ç¤ÃÙãËÞ‹ จําเลย‹ÍÁÁÕ˹ŒÒ·Õ軡¤Ãͧ´ÙáÅ ¼ÙŒàÊÕÂËÒ«§èÖ à»¹š ÈÔÉÂของจําเลย เมื่อจําเลยพยายามกระทําชําเราผเู สียหาย จําเลยจงึ มคี วามผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๗๗ วรรคสอง (เดิม), ๒๘๔ วรรคแรก, ๒๘๕ (คําพิพากษา ฎีกาที่ ๓๑๑๐/๒๕๕๑) ¡Ã³ÕÁãÔ ªà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ μÍ‹ ÈÔÉ«§èÖ Í‹Ù㹤ÇÒÁ´áÙ Å จาํ เลยเปน เพยี งครหู รอื อาจารยใ นการสอนกวดวชิ าตามทมี่ ผี ไู ปสมคั รเรยี นตาม ความสมคั รใจ และเมอ่ื ผสู มคั รเรยี นชาํ ระคา สมคั รแลว จะไปเรยี นหรอื ไมก ข็ น้ึ อยกู บั ความสนใจทจ่ี ะใฝห า ความรู อกี ทง้ั ไมไ ดค วามวา สถาบนั กวดวชิ าของจําเลยมรี ะเบยี บหรอื ขอ บงั คบั เครง ครดั อยา งใด ยอ มแสดง
๑๑๕ วาจําเลยäÁ‹ÁÕ˹ŒÒ·ÃèÕ Ñº¼´Ô ªÍº¤Çº¤ØÁ´áÙ Å»¡»Í‡ §Ã¡Ñ ÉÒμÑÇÈÉÔ Âμ ÅÍ´ÃÐÂÐàÇÅÒ·Õทè าํ ¡ÒÃÊ͹ ดงั นัน้ แมจ ําเลยจะขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร ว มซงึ่ เปน ผเู รยี นกวดวชิ ากบั จาํ เลย กม็ ใิ ชเ ปน การกระทาํ ตอ ศษิ ย ซึง่ อยูใ นความดแู ล (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๔๒๑/๒๕๔๖) (ö) ¼ÍŒÙ ‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ¤Çº¤ØÁμÒÁ˹ŒÒ·èÕÃÒª¡Òà หมายถึง ผูกระทําความผิดมีหนาท่ีควบคุมตามหนาที่ราชการและผูถูกกระทํา ตองเปนผอู ยูในความควบคุมดว ย (คําพพิ ากษาฎกี าที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕) เชน ผตู อ งหาหญงิ ทถี่ กู จบั ฐานคา ประเวณถี กู ควบคมุ ตวั อยใู นหอ งขงั ของสถานี ตํารวจ และถกู ตํารวจสบิ เวรซง่ึ มหี นา ทค่ี วบคมุ ผตู อ งหาทสี่ ถานตี าํ รวจดงั กลา วขม ขนื ตาํ รวจสบิ เวรคนนนั้ มีความผดิ ตามมาตราน้ี แตก ารทข่ี า ราชการผนู อ ยอยใู ตบ งั คบั บญั ชาของอธบิ ดใี นการปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการนน้ั หาใชผ ูอ ยูใ นความควบคมุ ตามหนาทรี่ าชการตามความหมายแหง มาตรา ๒๘๕ ไม (คาํ พิพากษาฎีกา ที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕) (÷) ¼ÙÍŒ ÂÙã‹ ¹¤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ 㹤ÇÒÁ¾Ô·Ñ¡ÉË Ã×Í㹤ÇÒÁ͹غÒÅ ในความปกครองกด็ ี ในความพทิ กั ษก ด็ หี รอื ในความอนบุ าลกด็ ี ตอ งเปน ไปตาม บทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย ไมใชถอื ตามพฤตินยั μÇÑ Í‹ҧ คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñðñ÷/òõóø บดิ ามารดาทอดทง้ิ ผเู สยี หายไปโดยไมท ราบวา บิดามารดาผูเสียหายไปอยูท่ีแหงใด สวนจาํ เลยและภริยา໚¹à¾Õ§¼ŒÙÃѺ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂÁÒÍØ»¡ÒÃÐàÅÕé§´Ù áÅÐãËŒ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อาํ นาจปกครองผูเสียหาย¨Ö§Âѧμ¡ÍÂÙ‹á¡‹ºÔ´ÒÁÒôҼŒÙàÊÕÂËÒ ผูเสียหายไมไดอยู ในความปกครองของจําเลยและภรยิ า การทจี่ าํ เลยกระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายจะปรบั บทตามมาตรา ๒๘๕ ไมไ ด คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ùõ/òõóø วินจิ ฉัยวา º´Ô ÒàÅÂÕé §ขมขืนกระทาํ ชาํ เรา บุตรเลี้ยงไมผดิ ตามมาตรา ๒๘๕ โดยศาลฎกี าวินิจฉยั วา จําเลยมิใชบิดาเดก็ หญิง ม. โดยเดก็ หญงิ ม. เปน บตุ ร ติด ป. มา แลว ป. อยูกินเปนสามภี ริยากับจําเลย ฉะนั้น อํานาจปกครองเด็กหญิง ม. จงึ ตกอยูแ ก ป. มารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๕๖๘ หาใชอยูในความปกครองของจาํ เลย ซ่ึงเปนบิดาเลี้ยงไม และคาํ วา “¼ŒÙÍÂً㹤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ” ตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ หมายความถึง ¤ÇÒÁ»¡¤ÃͧμÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔäÇŒ มิใชเปนความปกครอง โดยพฤตินยั จาํ เลยกระทําชําเราเดก็ หญิง ม. จึงไมต องรบั โทษหนกั ขนึ้ ตามมาตรา ๒๘๕ (ø) ¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμอŒ ํา¹Ò¨´ŒÇ»ÃСÒÃ͹×è ã´ ในขอ นที้ า นศาสตราจารยเ กยี รตขิ จร วจั นะสวสั ดิ์ เหน็ วา นา จะมงุ หมายถงึ กรณที ่ี “ผูถกู กระทํา” äÁã‹ ª‹ “ผูอยูใ นความปกครอง” เชน แมพาลกู มาอยูกบั พีส่ าวและพีเ่ ขยของแม (ปา และ ลุงเขยของลูก) ต้งั แตลกู ยงั เล็ก ®¡Õ Ò·Õè ø÷òð/òõôù วนิ ิจฉัยวาอํานาจปกครองของลกู กย็ งั คงอยกู ับ
๑๑๖ แมไ มใ ชอ ยกู บั ปา และลงุ เขย ดงั นนั้ การทล่ี งุ เขยขม ขนื กระทาํ ชําเราหลานภรยิ า ไมใ ชก ารกระทําตอ ผอู ยู ในความปกครอง จึงไมต อ งรบั โทษหนักขน้ึ ตามมาตรา ๒๘๕ (เดิม) Í‹ҧäáçμÒÁ μÒÁ¡®ËÁÒÂãËÁ‹ การกระทาํ ของลุงเขยตอหลานภริยาตาม ขอเท็จจริงในฎีกาขางตน คงเปนความผิดตามมาตรา ๒๘๕ (แกไขเพ่ิมเติม) ได เพราะคงตองถือวา หลานภรยิ าเปน “¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμÍŒ Òí ¹Ò¨´ÇŒ »ÃСÒÃÍ×è¹ã´” ของลงุ เขยดว ยเชน กนั ÁÒμÃÒ òøõ/ñ การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ วรรคสาม มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคสอง หากเปนการกระทาํ ตอ เด็กอายุ ไมเ กินสบิ สามปหา มอางความไมร ูของเดก็ เพอ่ื ใหพนจากความผิดนัน้ ͸ԺÒ บทบญั ญัติมาตรานเ้ี ปน ความผิดโดยเด็ดขาด (Strict Liability) ถา การกระทาํ ความผิด ตามมาตราท่ีระบุไวดังกลาวเปนการกระทําμ‹Íà´ç¡ÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºÊÒÁ»‚ผูกระทาํ จะอาง¤ÇÒÁäÁ‹ÃŒÙÍÒÂØ ¢Í§à´¡ç เพอ่ื ใหพ นจากความผดิ น้นั ไมได ÁÒμÃÒ òøõ/ò ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ เปนการกระทําแกบคุ คลซง่ึ ไมสามารถปกปอ งตนเอง อันเน่ืองมาจากเปนผูทุพพลภาพ ผูมีจิตบกพรอง โรคจิต หรือจิตฟนเฟอน คนปวยเจ็บ คนชรา สตรีมีครรภ หรือผูซ่ึงอยูในภาวะไมสามารถรูผิดชอบ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาที่บัญญัติไวใน มาตรานนั้ ๆ หนงึ่ ในสาม ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂèÕ Ç¡Ñº¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ òøö ผใู ดกระทําดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ ยสี่ บิ ป และปรับไมเกินสีแ่ สนบาท หรือจําคุกตลอดชีวติ (๑) ชวยเหลือ ใหความสะดวก หรอื คมุ ครองการคา ประเวณีของผอู ่ืน (๒) รับประโยชนไ มวา รูปแบบใดจากการคา ประเวณขี องผูอ่นื หรือจากผซู งึ่ คาประเวณี (๓) บังคับ ขูเข็ญ หลอกลวง หรือใชอาํ นาจครอบงําผูอ่ืน หรือรับผูอื่นเขาทาํ งาน เพ่อื การคา ประเวณี (๔) จัดใหม ีการคา ประเวณีระหวางผซู ง่ึ คา ประเวณีกบั ผใู ชบริการ (๕) ปกปดหรอื อําพรางแหลง ทีม่ าของรายไดหรอื ทรัพยส ินซง่ึ ไดมาจากการคา ประเวณี (๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซ่ึงคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน เปนอาจณิ และไมส ามารถแสดงทม่ี าของรายไดในการดํารงชีพของตน (๗) ขดั ขวางการดาํ เนินการของหนวยงานที่ดแู ลในการปองกัน ควบคุม ชว ยเหลอื หรือ ใหการศึกษาแกผูซึ่งคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซึ่งอาจไดรับอันตรายจาก การคา ประเวณี
๑๑๗ ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มใิ หใชบ งั คับแกผูรบั ประโยชนไ มว า รปู แบบใด ซึง่ พงึ ไดร ับ ตามกฎหมายหรอื ตามธรรมจรรยา หากผูน้ันมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดาํ รงชีพ แมผูนั้นจะไดรับเงิน สวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตามก็ไมเปนความผิดตามมาตราน้ี (คาํ พิพากษาฎีกาที่ ๒๕๕๕/ ๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กิน ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู แู ลจัดการสถาน การคา ประเวณี ไดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทค่ี า ประเวณี แตจ ําเลยกป็ ระกอบอาชพี อน่ื อยูดวย คือขายผาและนา้ํ ปลามีรายไดเดือนละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยÁÕÃÒÂä´Œ จากการคาขายáÅÐäÁ‹»ÃÒ¡¯Ç‹ÒÃÒÂä´Œ´Ñ§¡Å‹ÒÇäÁ‹à¾Õ§¾ÍสําËÃѺดําçªÕ¾ ถึงจําเลยจะไดสวนแบง จากหญิงซ่ึงคา ประเวณี ก็ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ จะเห็นไดว าตามมาตรา ๒๘๖ (เดิม) ไมสามารถเอาผดิ กับผูท ีเ่ ปนแมงดาได หากผูน้ันมี รายไดอ ยา งอน่ื นอกเหนือจากทไี่ ดร ับจากผซู ่ึงคาประเวณอี ยูดว ย ดวยเหตุน้ีกฎหมายใหมจึงเพิ่มบทบัญญัติมากข้ึนเพ่ือ»‡Í§»ÃÒÁÁÔãËŒÁÕ¡ÒáÃÐทาํ ·Õè໚¹ ¡ÒÃàÍÒà»ÃÕºËÃ×ÍÃѺ»ÃÐ⪹¨Ò¡¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕËÃ×ͨҡ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ดังจะเห็นไดจากกรณี จาํ เลยตามคาํ พิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตนยอ มถือไดว ามคี วามผดิ ฐานÃºÑ »ÃÐ⪹จากผซู งึ่ คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่ีแกไ ขใหมแลว ¼ÙŒ¡ÃÐทําและ¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕจะเปนªÒÂหรอื ËÞ§Ô กไ็ ด ¤ÒŒ Êè§Ô ÅÒÁ¡ มาตรา ๒๘๗ ผูใ ด (๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอ่ื การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด แกประชาชน ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนําเขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออกไป นอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังพาไปหรือทําใหแพรหลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอ่ื งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสยี ง แถบบันทึกภาพหรอื สิ่งอน่ื ใดอนั ลามก (๒) ประกอบการคา หรอื มสี ว นหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกย่ี วกบั วตั ถหุ รอื สง่ิ ของลามก ดังกลา วแลว จายแจกหรอื แสดงอวดแกประชาชน หรอื ใหเชา วตั ถหุ รอื สง่ิ ของเชนวา น้ัน (๓) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาวัตถุหรือส่ิงของลามกดังกลาวแลว โฆษณาหรือไขขา วโดยประการใด ๆ วา มีบคุ คลกระทาํ การอันเปน ความผดิ ตามมาตรานี้ หรอื โฆษณา หรอื ไขขา ววา วัตถหุ รอื สิง่ ของลามกดงั กลาวแลว จะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวิธใี ด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สามป หรอื ปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรับ “ส่ิงลามก” หมายถึง ส่ิงท่ีผูพบเห็นมีความรูสึกอุจาด บัดสี หยาบชา นอมนาํ ไปสู ความชั่วหรือความใครทางกามารมณ สวนใหญจะเปนไปในรูปของภาพเปลือยของมนุษยหรือภาพ
๑๑๘ อวยั วะเพศทง้ั ของหญงิ หรอื ชาย ภาพการรว มเพศหรอื การบรรยายใหเ กดิ จนิ ตนาการดงั กลา ว เพอ่ื ยวั่ ยุ ใหเ กดิ ความใครท างกามารมณ ถา เปน สง่ิ ทเ่ี ปน ศลิ ปะ เชน การเขยี นสดั สว นหญงิ เปลอื ยกายอวยั วะเพศ ถกู ระบายใหล บเลอื น ไมน า เกลยี ดอจุ าดบดั สที จ่ี ะนาํ ไปสคู วามใครท างกามารมณ ไมเ ปน ลามกอนาจาร ภาพไมเ หน็ อวยั วะเพศชดั เจน แตก ม็ ลี กั ษณะสอ ไปในดา นยวั่ ยกุ ามารมณแ ละภาพหญงิ เปลอื ยตลอดรา ง ซง่ึ พอเหน็ อวยั วะเพศไดบ า งถอื ไดว า เปน ภาพอนั ลามก ไมใ ชภ าพศลิ ปะทแ่ี สดงถงึ สว นสดั ความสมบรู ณ ของรา งกาย ขอความตาง ๆ ที่ไดบรรยายถึงการรวมประเวณีของชายและหญิงอยางชัดเจน ละเอียดลออ โดยบรรยายถึงอารมณของชายและหญิงไปในทางย่ัวยุกามารมณ แมจะมิไดใชถอยคํา หยาบคายก็ถอื ไดวา เปนขอ ความอันลามก ¤ŒÒʧèÔ ÅÒÁ¡ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼´Ô ¤Í× ¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ñ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนุมาตรา (๑)) (๑) ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนาํ เขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออก นอกราชอาณาจักร พาไปหรอื ยังใหพาไปหรอื ทําใหแ พรหลายโดยประมาณใด (๒) ซง่ึ เอกสาร ภาพเขยี น ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอื่ งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสียง แถบบันทึกภาพหรอื ส่งิ อื่นใดอันลามก (๓) โดยการคา (ถาไมเขาองคประกอบขอ (๓) ตองกระทําโดยมีมูลเหตุชักจูงใจอยางใด อยา งหน่งึ ดงั จะไดกลา วตอไป) ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) ถาไมไดกระทําโดยการคา อันเปนองคประกอบภายนอกขอ (๓) ก็ตองกระทําโดย ÁÅÙ àËμØª¡Ñ ¨Ù§อยางใดอยางหนง่ึ ดังตอไปน้ี (ก) เพอื่ ความประสงคแ หง การคา (ข) เพือ่ การจายแจกแกประชาชน หรือ (ค) เพอ่ื การแสดงอวดแกประชาชน การทํา ผลติ อาจทําขึ้นเอง เชน เขยี นเรือ่ งลามก วาดภาพ หรอื ตดั ตอภาพ การÁÕäÇŒ อาจไปซื้อหามาหรือไดรับมาจากผูอ่ืน เชน มีผูสงผานอินเทอรเน็ตมาให แตการทํา ผลิต มีไวเปน สว นตวั ยงั ไมเ ปน ความผดิ หากมไิ ดเ ปน ไปโดยการคา หรอื เพยี งการคา การแจกจา ย แสดงอวดแกป ระชาชน ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๒)) (๑) มีการกระทาํ อยา งหนงึ่ อยางใด ดังตอ ไปนี้ (ก) ประกอบการคา เกย่ี วกบั วัตถหุ รอื สง่ิ ของลามก (ข) มีสวนเขา เกยี่ วขอ งในการคาเก่ียวกับวัตถุหรือสิง่ ลามก
๑๑๙ (ค) จายแจกแกป ระชาชน ซึ่งวัตถุหรือส่ิงของดงั กลา ว (ง) แสดงอวดแกป ระชาชนซง่ึ วตั ถหุ รอื สิง่ ของดังกลาว (จ) ใหเ ชา วัตถหุ รอื ส่งิ ของเชนวา น้นั (๒) วตั ถุหรือสิ่งของลามกอนาจารดังกลา วในความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๑) ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò¸ÃÃÁ´Ò μÑÇÍÂÒ‹ § จาํ เลยมวี ดิ โี อเทปภาพยนตรล ามกไวใ นความครอบครองเพอื่ บรกิ าร ใหเ ชา แลกเปลยี่ นแก ลกู คา หรอื สมาชกิ ดว ยการคดิ คา บรกิ ารเปน เงนิ คา เชา เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๒) (คาํ พพิ ากษา ฎกี าท่ี ๓๒๑๓/๒๕๒๖) การประกอบการคา หรอื มสี ว นเขา เกยี่ วขอ งในการคา เกยี่ วกบั วตั ถหุ รอื สงิ่ ของลามกดงั กลา ว เชน เปนผูใหทุน หรือเปนคนกลางรับของมาจายแจกหรือแสดงอวดแกประชาชนหรือใหเชาวัตถุหรือ สงิ่ ของเชน วา นนั้ กจ็ ะมคี วามผดิ ตามอนมุ าตราน้ี แตถ า หามาเกบ็ ไวเ องเปน การสว นตวั หรอื ใหแ กบ คุ คล เฉพาะบางคน ไมใชการจาํ หนายจา ยแจกแกป ระชาชน จะไมม คี วามผดิ มาตราอนุมาตรานี้ ¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ó ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๓)) โฆษณาหรอื ไขขา วดว ยประการใด ๆ (ก) วา บุคคลกระทําความผดิ มาตรานี้ หรอื (ข) วา วัตถหุ รือสิ่งลามกดงั กลา วแลว จะหาไดจากบคุ คลใดหรือโดยวธิ ีใด ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) มูลเหตุชักจูงใจอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ี (ก) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย ซึง่ วัตถหุ รอื สิ่งของดงั กลาวแลว หรือ (ข) เพอ่ื จะชวยการคา วตั ถุหรือสงของลามกดังกลาวแลว การโฆษณา คือ ทําใหแพรหลายใหรูกันทั่วไปหรือไขขาวโดยประการใด ๆ วามีบุคคล กระทําการอันเปนความผิดตามมาตราน้ีหรือโฆษณาหรือไขขาววาวัตถุหรือสิ่งลามกดังกลาวจะหาได จากบุคคลใดหรือโดยวิธีใด โดยมี “มูลเหตุชักจูงใจ” เพ่ือจะชวยการทําใหแพรห ลาย หรือการคาวัตถุ หรอื สงิ่ ของลามกนนั้ เชน บอกตอ ๆ ไปวา จะหาซอื้ หนงั สอื ลามกหรอื วดิ โี อลามกไดจ ากใครหรอื รา นใด ขายหรอื ทใ่ี ดเปน แหลง ผลติ เพอื่ ใหผ รู บั ฟง ไปซอื้ หาหรอื เชา มาดไู ดห รอื ใหเ ปด ดทู ี่ website ไหน เปน ตน ÁÒμÃÒ òø÷/ñ ผูใ ดครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ เพื่อแสวงหาประโยชนในทางเพศ สําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา ท้งั ปรับ ถา ผูกระทําความผิดตามวรรคหนง่ึ สงตอ ซึง่ สื่อลามกอนาจารเดก็ แกผอู ่ืน ตองระวางโทษ จาํ คกุ ไมเ กนิ เจด็ ป หรือปรบั ไมเกนิ หนงึ่ แสนส่ีหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ
๑๒๐ ÁÒμÃÒ òø÷/ò ผูใ ด (๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอื่ การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด แกป ระชาชน ทํา ผลิต มีไว นาํ เขา หรอื ยังใหน าํ เขา ในราชอาณาจักร สงออกหรือยงั ใหส งออกไปนอก ราชอาณาจกั ร พาไปหรอื ยงั ใหพาไปหรือทําใหแพรห ลายโดยประการใดๆ ซงึ่ สื่อลามกอนาจารแลว (๒) ประกอบการคา หรือมีสวนหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกยี่ วกบั สอ่ื ลามกอนาจารเด็ก จา ยแจก หรอื แสดงอวดแกป ระชาชนหรอื ใหเ ชา สื่อลามกอนาจารเด็ก (๓) เพื่อจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาส่ือลามกอนาจารเด็กแลว โฆษณา หรือไขขาว โดยประการใดๆ วามีบุคคลกระทําการอันเปนความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณา หรือไขขาววา สอ่ื ลามกอนาจารเด็กดงั กลา วแลวจะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวธิ ใี ด ตองระวางโทษจาํ คุกตงั้ แตส ามปถ ึงสิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถึงสองแสนบาท
สรปุ การต้งั ขอ หาความผิดเกีย่ วกับเพศในมาตราท่ีสําคัญ ลําดบั ขอ หา/ฐานความผิด องคประกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ๑. ¢Á‹ ¢Õ¹¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼ŒÍÙ ×è¹ Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ป่ี ถ งึ ยสี่ บิ ป (๑) ผใู ด วรรคหนึง่ และปรับต้ังแตแปดหมื่นบาท (๒) ขม ขนื กระทําชาํ เรา ถึงส่แี สนบาท โดยวธิ กี ารอยางใดอยา งหน่ึง ดงั ตอ ไปนี้ (ก) โดยขูเ ขญ็ ดวยประการใดๆ (ข) โดยใชกําลังประทษุ รา ย (ค) โดยผอู น่ื อยใู นภาวะทีไ่ มสามารถขัดขนื ได หรือ (ง) โดยทําใหผูอ่ืนน้นั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอืน่ (๓) ผูอ่ืน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ ๑. เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙) ๒. เจตนาพิเศษ เพื่อสนองความใครของผกู ระทาํ ¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢Öé¹ การกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ผูกระทําตองรับโทษ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃÃÊͧ) หนกั ขนึ้ ถา ä´¡Œ ÃÐทาํ â´Âทาํ ã˼Œ ¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ à¢ÒŒ ã¨ÇÒ‹ ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ วรรคสอง และปรับต้ังแตหน่ึงแสนสี่หมื่นบาท ÁÕÍÒÇ¸Ø »„¹ หรือÇÑμ¶ÃØ Ðàº´Ô ถงึ ส่แี สนบาท ¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๖ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ) หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคสาม ถงึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาท ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชาย ถึงส่ีแสนบาท หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต ในลักษณะเดียวกัน ๑๒๑
ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๒ ¡Ã³àÕ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ ความผดิ ๒๗๖ ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมาย ¤‹ÊÙ ÁÃÊ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนนั้ ยงั ประสงคจ ะอยกู นิ ดว ยกนั วรรคส่ี กาํ หนดไวเ พยี งใดกไ็ ด หรอื จะกาํ หนด ฉนั สามภี รยิ า เงื่อนไขเพ่ือคุมความประพฤติแทน การลงโทษกไ็ ด หรอื จะกาํ หนดเงอ่ื นไข เพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษ ก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาให ลงโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนงึ่ ไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามี ภริยาตอไป และประสงคจะหยา ใหคูสมรสฝายน้ันแจงใหศาลทราบ และใหศาลแจงพนักงานอัยการให ดาํ เนนิ การฟองหยา ให ๒. ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒà´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ñõ »‚ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึง ๑. ผูใ ด วรรคหนึง่ ย่ีสิบป และปรับต้ังแตหนึ่งแสนบาท ๒. กระทาํ ชาํ เรา ถงึ สแี่ สนบาท ๓. เดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ปซ ง่ึ มใิ ชภ รยิ า หรอื สามขี องตน โดยเดก็ น้ันจะยินยอมหรือไมกต็ าม ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙) ¡Ã³Õ¼Œ¡Ù ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢¹éÖ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) อายุยงั ไมเกินสิบสามป วรรคสอง และปรับต้ังแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท ถงึ สีแ่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต ¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทํา¼´Ô μÍŒ §ÃѺâ·Éʧ٠¢é¹Ö ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) ไดก ระทําโดยทาํ ใหผ ูถ ูกกระทําเขาใจวาผกู ระทํามÍี ÒÇØ¸»„¹ วรรคสาม และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแี่ สนบาท หรือÇμÑ ¶ØÃÐàº´Ô หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ
ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกตลอดชีวติ (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊè)Õ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว ม วรรคสาม กระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ หรือกระทํากบั เด็กชายในลักษณะเดียวกัน ºØ¤¤ÅÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚¡ÃÐทํา ความผดิ ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ นวรรคหนงึ่ ถา เปน การกระทาํ โดย มาตรา ศาลมอี ํานาจพจิ ารณาคดเี ยาวชนและ ชาํ àÃÒà´¡ç «§Öè ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ บุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚กระทําμ‹Íà´ç¡«èÖ§ÁÕÍÒÂØ¡Ç‹Ò ๒๗๗ ครอบครวั จะพจิ ารณาใหม ¡ี ÒäÁŒØ ¤Ãͧ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ â´Âà´¡ç ¹¹Ñé Â¹Ô ÂÍÁ ÊºÔ ÊÒÁ»‚áμ‹ÂѧäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºËÒŒ »โ‚ ดยà´¡ç ¹¹éÑ ÂÔ¹ÂÍÁ วรรคหา ÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˌÒ) ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ตามกฎหมายวา ดว ย การคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึง อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สตปิ ญ ญา การศกึ ษาอบรมสขุ ภาพภาวะแหง จติ นสิ ยั อาชพี สง่ิ แวดลอ มของผกู ระทาํ ความผดิ และเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธ ระหวา งผกู ระทาํ ความผดิ กบั เดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื เหตอุ น่ื อนั ควรเพอ่ื ประโยชน ของเด็กผูถ ูกกระทาํ ดว ย ¡Ã³Õ·èÕä´ŒÁÕ¡ÒÃดําà¹Ô¹¡Òä،Á¤Ãͧ ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็ก มาตรา ผกู ระทาํ ความผดิ äÁμ‹ ÍŒ §ÃºÑ â·Éแตถ า ÊÇÊÑ ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡ ผถู กู กระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ๒๗๗ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพดงั กลา วไมส าํ เรจ็ (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ) วรรคหก ศาลจะŧâ·Éผกู ระทาํ ความผดิ นอ ยกวา ทก่ี ฎหมายกาํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นั้นเพียงใดก็ได ในการพิจารณาของ ศาล ใหค าํ นงึ ถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดว ย ๑๒๓
ลาํ ดับ ขอหา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๔ ๓. ¡ÃÐทํา͹ҨÒà ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ป หรอื ๑. ผใู ด วรรคหนึง่ ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือท้ังจํา ๒. กระทาํ อนาจารแกบ ุคคลอายุกวา ๑๕ ป ท้งั ปรับ ๓. โดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยบุคคลนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือ โดยทาํ ใหบุคคลนน้ั เขาใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอื่น ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù) ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ทèÕ าํ ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ โดยใช ๒๗๘ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต ÃѺâ·É˹¡Ñ วตั ถหุ รอื อวยั วะอน่ื ซง่ึ มใิ ชอ วยั วะเพศลว งลาํ้ อวยั วะเพศหรอื วรรคสอง สปี่ ถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตแ ปดหมนื่ บาท ทวารหนักของบุคคลนน้ั ถงึ สี่แสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคสอง ไดกระทําโดยทําให ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป ผถู ูกกระทาํ เขาใจวาผูก ระทาํ มีอาวุธปน หรือวัตถุระเบิด วรรคสาม และปรับตั้งแตหนึ่งแสนสี่หม่ืนบาท ถึงสี่แสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคส่ี ถงึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส ามแสนบาท ดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงหรือกระทํากับ ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ ชายในลักษณะเดียวกนั ๔. ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ͧ¤»ÃСͺÀÒย¹Í¡ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบปหรือ ñõ »‚ ๑. ผใู ด วรรคหนึ่ง ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือทั้งจํา ๒. กระทาํ อนาจารแกเด็กอายยุ ังไมเ กินสบิ หา ป ๓. โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ็ตาม ท้งั ปรับ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù)
ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๙ ตองระหวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป ñõ »‚ ··èÕ Òí ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ อายไุ มเ กินสบิ สามป วรรคสอง ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาท ถึงสองแสนบาท หรือทงั้ จําทั้งปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ผกู ระทาํ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป ไดก ระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย วรรคสาม ถงึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท โดยเดก็ นน้ั อยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ให ถงึ สามแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรับ เดก็ นน้ั เขา ใจผดิ วาตนเปน บคุ คลอ่ืน ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสาม เปน การ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึง กระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอื่นซ่ึงมิใชอวัยวะเพศลวงล้ํา วรรคส่ี ย่ีสิบป และปรับตั้งแตหน่ึงแสนบาท อวยั วะเพศหรอื ทวารหนักของเด็กน้นั ถงึ ส่แี สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ี เปนการกระทําแกเด็ก ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป อายยุ งั ไมเ กินสบิ สามป วรรคหา และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหม่ืนบาท ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ วรรคหก และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตองระวางโทษจาํ คุกตลอดชวี ติ โดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดย วรรคเจด็ รวมกระทําความผิดดวยกัน อันมีลักษณะเปนการโทรม เด็กหญิงหรอื กระทํากบั เด็กชายในลกั ษณะเดียวกัน ๑๒๕
ลาํ ดับ ฐานความผดิ องคประกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๖ ๕. ครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ ๔๓๑๒.... เสสคเจจอาํื่รตตอหลนนบราาาับมคพตกรเิอนอศงเนษอางเจหพารอ่ืรือเแดผส็กอูวื่นงหาประโยชนใ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ปทตอั้งรจับงรําไะทมวัง้เากปงินรโทบั ษ๑จ๐าํ ๐ค,กุ๐ไ๐ม๐เ กนิบา๕ทปหหรรืออื ๖. สง ตอ ซง่ึ สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ใหแ กผ อู นื่ ๒๓๑๔.... คสสเเจจ่องืรตตตอลนนอบาาาซมคพง่ึกรเิสออศื่องนษลาาเจพมาอื่กรอเแดสน็กวางจหาารเปดรก็ ะแโยกชผ นูอ ใืน่ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ตปทอรั้งบัปงรไรมะับวเ กานิงโ๑ท๔ษ๐จ,าํ ๐ค๐กุ ๐ไมบเ ากทนิ ห๗รอืปท หง้ั รจอืาํ ๗. รไใพทดปาําาชๆนไผอปอลซากหณติง่ึ รรสาามอืือ่จชไีทลกัวอาํารานใมณสหํากงแเาอขอพจาอนกัรหกาหรรจหลพอื ารายารอืยไเงั ยดปโใดงัห็กหยในหปรําสอื รเงขยะอากงั อใใานหกร ๑. พเสใเทเจจพดงาําตตอื่ๆอไผนนปกอลาหซาากติพรึ่งรแอืสเิมหศจยอื่ไีรษกวงัลือจในเาหยาพามํ พังย อื่เใกขหาตหาอไราปสอืนหมหงเราปอพรอืจรอืออื่ ยาะทกกรงัสาําใเไงดหใปรคหแ็กนนแแสาํอหพดเขกงรงากหรอใาาลนวรชาดรคอยาแา โชากดโณอปดยารยาปณะจกรชาากัะาจรกรชคกัานารร ๒๘(๑๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตําา้งั คแทตุกต ๖้งั ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง ๒. ๓. ๘. ปกปราระะรชกคาอาชบนแกหจารรกอื คใจหา าเหชยรา อืสหอ่ืมรลสี ือาว มแนกสเอกดน่ียงาวอจขวาอ ดรงเแดในกก็ ๑. ปจอใเจหารนตเะยาชนกแจาอาจาสบกร่อื กหเลดารารก็ ือคมแากสหอดรนงอื าอมจอสี าวกรนแเดเกก็กปยี่ รวะขอชงาใชนนการคา สอ่ื ลามก ๒๘(๒๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตาํา้งั คแทตกุ ต ๖ัง้ ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง ๓๒๔... ๙. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ๑. โฆษณาหรอื ไขขา วโดยประการใดๆ วา มบี คุ คลกระทาํ ๒๘๗/๒ ตองระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แต ๓ ป ถงึ อันเปน ความผิด สือ่ ลามกอนาจารเดก็ (๓) ๑๐ ป และปรับต้ังแต ๖๐,๐๐๐ บาท ๒. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอื่ ลามกอนาจารเดก็ จะหาไดจ าก ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท บุคคลใดหรอื วิธกี ารใด ๓. เจตนา เจตนาพเิ ศษ เพื่อจะชวยการทาํ ใหแพรหลาย หรอื การคาสอ่ื ลามกอนาจารเด็ก
๑๒๗ ô. คาํ ¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÂÕ ¹ ๑. จงอธิบายความหมายของการ “กระทาํ ชาํ เรา”? ๒. การใชสิ่งอ่ืนใด นอกเหนือจากอวัยวะเพศกระทําตออวัยวะเพศของบุคคลอื่นที่ไม ยินยอม มีความผิดฐานใดบาง? ๓. นาย ก. กระทําชําเรา นางสาว ข. ในขณะทีผ่ ูเสยี หายหลบั อยู โดยของลับสอดเขา ไป ๑ องคลุ ี ทางพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี าํ้ อสจุ ขิ อง นาย ก. อยทู ขี่ องลบั นางสาว ข. เลยแตอ ยา งใด เชน น้ี นาย ก. มคี วามผดิ ฐานพยายามหรอื ผดิ สําเรจ็ ? ๔. การกระทาํ ชาํ เราระหวา งเพศเดยี วกนั กรณชี ายกระทาํ ตอ ชาย โดยทม่ี กี ารลว งล้ําหรอื สอดใสข องอวัยวะเพศตอ ทวารหนกั มีความผดิ ฐานกระทาํ ชาํ เรา หรือไม อยา งไร ๕. นายแดงใชป น บบี กี นั (ปน อดั แกส ) ขใู หน างเก “ยนิ ยอม” ใหก ระทาํ ชาํ เรา โดยทน่ี างเก เขา ใจไปเองวา เปน อาวธุ ปน จรงิ ดงั น้ี นายแดงมคี วามผดิ ฐานใด? และตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ หรอื ไมอ ยา งไร?
๑๒๘ àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ . คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่ัวไป. กรงุ เทพฯ:วิญชู น. ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น. ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา กฎหมายแหง เนติบณั ฑิตยสภา. บุญเพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพฒั น จาํ กัด สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗.)หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:บริษัทอมรินทร พร้นิ ตงิ้ แอนดพ บั ลิชช่ิง. สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม. สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ: นติ บิ รรณาการ. วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วธิ ไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบุคส. เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑. กรงุ เทพฯ:หา งหนุ สวนจาํ กดั จิรชั การการพมิ พ. วีระวัฒน ปวราจารย. (๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ. สํานักอบรมศกึ ษากฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑิต. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์.(๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ. สาํ นักอบรมศึกษากฎหมายแหงเนติบัณฑติ .
๑๒๙ º··Õè ö ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ªÕÇμÔ áÅÐÃÒ‹ §¡Ò ñ. ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ûŒÙ ÃÐจาํ º· ๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเกี่ยวกับ ความผดิ ฐานตา งๆ ๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒ ๓. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสิบตาํ รวจมีความรู เก่ียวกบั ความผิดเกยี่ วกบั ชวี ติ และรา งกาย ò. ÊÇ‹ ¹นํา นกั เรยี นจะไดศ กึ ษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เรอื่ งความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ติ และรา งกาย ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาท่เี ก่ยี วขอ งเพอ่ื ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจใชป ระกอบการเรียนการสอน ó. à¹Íé× ËÒ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÕÇÔμ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÇÕ Ôμ»ÃСͺ´ÇŒ °ҹ¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õสè ํา¤ÑÞæ ´§Ñ μÍ‹ 仹Õé ñ. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦Ò‹ ¼ÙÍŒ ¹è× â´Âà¨μ¹Ò ÁÒμÃÒ òøø ผใู ดฆา ผอู นื่ ตอ งระวางโทษประหารชวี ติ จาํ คกุ ตลอดชวี ติ หรอื จาํ คกุ ตงั้ แต สิบหาปถงึ ยี่สบิ ป ͧ¤» ÃСͺ ๑. ฆา ๒. ผอู ่นื ๓. เจตนา ฆา หมายถงึ ทําใหต าย ¼ÙŒÍ×¹è หมายถึง ผูมีสภาพบคุ คล และหมายถึงเฉพาะบุคคลธรรมดา ซงึ่ ประมวลกฎหมาย แพง และพาณิชย มาตรา ๑๕ ไดบ ญั ญตั วิ า สภาพบุคคลเริ่มเมื่อคลอดและอยรู อดเปน ทารก ¤ÅÍ´ หมายความวาทารกไดอ อกมาจากครรภมารดาจนพน ตวั Í‹ÙÃʹ໚¹·Òá หมายความวา ทารกเริ่มมกี ารหายใจ à¨μ¹Ò หมายถึง เจตนาตามมาตรา ๕๙ ผูกระทําตองประสงคตอผลหรือเล็งเห็นผล ในชวี ติ ถา ผกู ระทาํ มเี จตนาอยา งอน่ื จะไมม คี วามผดิ ฐานนี้ สาํ หรบั การวนิ จิ ฉยั เจตนานน้ั จะตอ งเปน ไปตาม หลักกรรมเปนเครอ่ื งช้เี จตนา
๑๓๐ กรรมเปนเครื่องช้ีเจตนา เปนการวินิจฉัยเจตนาของผูกระทําวามีเจตนาอยางไร จากการกระทํา ท้ังนี้โดยพิจารณาจาก ๑. พฤติการณ กิริยา วาจา ทา ทางของผูก ระทํา ๒. ลกั ษณะบาดแผล รวมไปจนถึงจํานวนบาดแผลของผถู ูกกระทํา ๓. อาวธุ ท่ใี ชในการกระทํา ๔. อ่นื ๆ เชน โอกาสท่กี ระทาํ อารมณ เหตเุ กดิ จากการถา ยเลอื ดหลายครง้ั ทาํ ใหต ดิ เชอื้ ไวรสั ในทสี่ ดุ ถงึ แกค วามตาย การตายของ โจทกที่ ๒ เปน ผลโดยตรงจากการท่จี าํ เลยท่ี ๑ ใชเ หล็กแหลมแทงท่หี นา ทอ ง จําเลยท่ี ๑ มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ ®Õ¡Ò·Õè òòõõ/òõòò จําเลยขับรถปดเสนทาง ไมยอมใหผูตายซ่ึงขับรถตามหลังมา แซงขึ้นหนา เมื่อรถโดยสารประจําทางแลนสวนมาจําเลยก็แกลงเบรกใหรถหยุดในทันที การกระทํา เชนน้ีจําเลยยอมเล็งเห็นไดวาผูตายตองหักรถหลบไปทางขวาและชนกับรถโดยสารนั้น ซ่ึงจําเลย ยอมเล็งเห็นผลของการกระทําของจําเลยไดวาจะมีผูไดรับอันตราย บาดเจ็บและตายเกิดข้ึนจากเหตุ ท่ีรถยนตชนกันน้ัน ฉะน้ันเม่ือผูตายถึงแกความตายดวยผลแหงการกระทําของจําเลยดังกลาว จึงได ช่ือวา จําเลยมเี จตนาฆาผูตาย ®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõòø ผูตายถูกยิงไดรับบาดเจ็บและถึงแกความตายหลังเกิดเหตุ ๙ เดือนเศษ เมื่อความตายสืบเน่ืองมาจากบาดแผลท่ีถูกยิง แมจะเน่ืองจากการรักษาบาดแผลไมดี จนเปนเหตุใหแผลติดเชื้อ ก็เปนผลธรรมดาอันสืบเนื่องจากการกระทําของจําเลย เมื่อจําเลย ยงิ ผูตายโดยเจตนาฆา จําเลยจึงตองรับผดิ ฐานฆา คนตายโดยเจตนา ®Õ¡Ò·Õè òòô/òõóö การที่จําเลยท่ี ๓ รองตะโกนบอกจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ วา “ตมี นั ใหห มอบเลย” แสดงใหเห็นวาจาํ เลยที่ ๓ มีเจตนารว มกระทาํ ความผดิ กบั จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ เม่อื จําเลยที่ ๓ ยอ มเห็นไดว า การทจ่ี าํ เลยท่ี ๑ และที่ ๒ ใชไ มต ที าํ รายผูตายทบ่ี ริเวณศีรษะและลําตวั อาจทาํ ใหผตู ายถึงแกค วามตายได ดังนัน้ จงึ ถอื ไดว า จาํ เลยท่ี ๓ ไดร ว มกับจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ทาํ รา ย ผตู ายโดยเจตนาฆา ผตู าย เมอื่ ผตู ายถงึ แกค วามตายเพราะการทาํ รา ยดงั กลา ว จาํ เลยที่ ๓ จงึ มคี วามผดิ ฐานรวมกบั จําเลยท่ี ๑ และที่ ๒ ฆาผูต ายโดยเจตนา จาํ เลยตอ งเลง็ ปน ไปทผ่ี เู สยี หายเพอ่ื ขผู เู สยี หาย ถอื วา ไมม เี จตนาฆา ดฎู กี าท่ี ๖๐๑๐/๒๕๓๐, ๓๙๑๖/๒๕๓๔ ®Õ¡Ò·Õè öðñð/òõóð จําเลยใชปนลูกซองสั้นจองเล็งไปยังผูเสียหายที่อยูหางเพียง ๗-๘ เมตร หากจําเลยมีเจตนาจะยิงผูเสียหายจริงแลว ก็คงจะใชปนยิงไดโดยงาย เพราะผูเสียหาย ว่ิงหลบหนีอยูบริเวณนั้น ไมปรากฏวาจําเลยไดงางนกปนขึ้นหรือน้ิวมือของจําเลยอยูในโกรงไกปน พรอ มทจี่ ะยงิ ได และไมป รากฏวา ผเู สยี หายมสี าเหตโุ กรธเคอื งกบั จาํ เลยมากอ น พฤตกิ ารณจ งึ สอ แสดง ใหเหน็ วาจาํ เลยชกั ปนออกมาเพือ่ ขผู เู สียหายท่ไี ปทวงคา อาหารมากกวา อยางอ่ืน จําเลยไมม ีความผิด ฐานพยายามฆาผูอ่นื
๑๓๑ ฎีกาท่ี ๑๕๙๓/๒๕๔๒ ผตู ายมโี รคเดมิ อยแู ลว เมอ่ื เกดิ อาการตกใจทาํ ใหห วั ใจเตน ผดิ ปกติ ทาํ ใหห วั ใจวาย อนั เปน สาเหตใุ หผ ตู ายถงึ แกค วามตาย การทจ่ี าํ เลยใชก อ นหนิ ตที ห่ี นา ของผตู าย ทาํ ให ผตู ายเกดิ อาการตกใจหวั ใจเตน ผดิ ปกตจิ นถงึ แกค วามตาย ความตายจงึ เปน ผลโดยตรงจากการกระทาํ ของจาํ เลย เปน ความผดิ ฐานมไิ ดเ จตนาฆา แตท าํ รา ยผอู น่ื จนเปน เหตใุ หผ นู นั้ ถงึ แกค วามตาย (ม. ๒๙๐) แมผูตายเคยเขารับการรักษาโรคหัวใจมากอน ก็ไมเปนเหตุใหรับฟงวาผูตายถึงแกความตายโดยมิใช เกดิ จากการทํารา ยของจาํ เลย ®¡Õ Ò·Õè ôõöó/òõôó จําเลยถอดกางเกงเดินเขาไปเพ่ือขมขืนกระทําชําเราผูตายใน ขณะท่ีผูตายไมไดสวมกางเกงและยืนพิงลูกกรงระเบียงอาคารซ่ึงสูงเพียงระดับสะโพก โดยผูตายมิได ยนิ ยอม จาํ เลยยอ มเลง็ เหน็ ไดว า หากผตู ายหลบหลกี ขดั ขนื มใิ หข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราแลว อาจจะตกลงไป จากระเบยี งอาคารถงึ แกค วามตายได เมอ่ื ผตู ายดนิ้ รนขดั ขนื เพอื่ มใิ หจ าํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผตู าย พลดั ตกลงไปจากระเบยี งอาคารจนไดร บั บาดเจบ็ และตายในเวลาตอ มา จงึ เปน ¼Åทเี่ กดิ â´Âμçจากการ กระทําของจาํ เลยอนั เปน การกระทาํ โดยเจตนาฆาผูตาย ®¡Õ Ò·Õè òõôø/òõôô จาํ เลยยนื อยบู นสะพานใชก อ นหนิ ทมี่ ขี นาดนาํ้ หนกั ถงึ ๑ กโิ ลกรมั เศษ และคร่ึงกิโลกรัมจํานวนหลายกอน ทุมลงมาในหมูผูเสียหายจํานวนมากท่ีอยูในเรือซ่ึงมีพื้นท่ีจํากัด ที่แลนลอดใตสะพาน ยอมเล็งเห็นผลของการกระทํานั้นไดวากอนหินอาจถูกศีรษะซ่ึงเปนอวัยวะ ทสี่ าํ คญั ของรา งกายเปน ผลทาํ ใหถ งึ ตายได แตจ าํ เลยกห็ าไดไ ยดตี อ ผลทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ไม จงึ ถอื ไดว า จาํ เลย มีเจตนา ®Õ¡Ò·Õè öùø/òõô÷ จาํ เลยและผตู ายกอดปลํ้าตอ สกู ัน จาํ เลยพลิกตัวขนึ้ มานงั่ ครอ ม ผูตายอยูดานบนจึงยอมสามารถใชมีดแทงผูตายไดถนัดและสามารถเลือกแทงได การท่ีจําเลยใชมีด ของกลางซง่ึ เปน มดี ปลายแหลมขนาดใหญแ ทงไปทบี่ รเิ วณชายโครงขวาของผตู ายจนเปน บาดแผลฉกรรจ แสดงวา จาํ เลยแทงโดยแรงถกู อวยั วะสาํ คญั ทาํ ใหผ ตู ายถงึ แกค วามตาย ถอื วา จาํ เลยมเี จตนาฆา ผตู าย ò. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦‹Ò¼ŒÙÍè¹× â´ÂàËμØ©¡Ãè ÁÒμÃÒ òøù ผใู ด (๑) ฆาบพุ การี (๒) ฆาเจาพนักงานซ่ึงกระทําตามหนาที่ หรือเพราะเหตุท่ีจะกระทําหรือไดกระทําการ ตามหนา ที่ (๓) ฆา ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานในการทเี่ จา พนกั งานนน้ั กระทาํ ตามหนา ทห่ี รอื เพราะเหตุ ทบี่ คุ คลนัน้ จะชว ยหรือไดชวยเจา พนักงานดังกลาวแลว (๔) ฆา ผอู ื่นโดยไตรต รองไวกอน (๕) ฆา ผอู ่ืนโดยทรมานหรอื โดยกระทําทารณุ โหดรา ย (๖) ฆาผูอ่ืนเพื่อตระเตรียมการหรือเพ่ือความสะดวกในการท่ีจะกระทําความผิด อยางอน่ื หรอื
๑๓๒ (๗) ฆา ผอู นื่ เพอื่ จะเอา หรอื เอาไวซ งึ่ ผลประโยชนอ นั เกดิ แตก ารทต่ี นไดก ระทาํ ความผดิ อนื่ เพือ่ ปกปดความผิดอ่นื ของตน หรอื เพอื่ หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผิดอื่นทตี่ นไดก ระทําไว ตองระวางโทษประหารชวี ติ ¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μŒ¹ ÁÒμÃÒ òøù ໹š ¡Òæ‹Òâ´ÂàËμØ©¡Ãè ñ. ¦‹ÒºØ¾¡ÒÃÕ หมายถึง ฆาผูสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไป ซึ่งไดแก บิดามารดา ปูยา ตายาย ทวด แตไมรวมถงึ ผรู บั บตุ รบุญธรรม การฆาบพุ การี ซึง่ เปน เหตุทาํ ใหรับโทษหนกั ขนึ้ ผูกระทําจะตอ งรูขอ เทจ็ จริง ถา ผกู ระทํา มไิ ดร ขู อ เทจ็ จรงิ อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผลหรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผล ไมได เพราะบุคคลจะตองรับโทษหนักข้ึนโดยอาศัยขอเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะตองไดรูขอเท็จจริงน้ัน ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย ®¡Õ Ò·Õè òùö/òô÷õ ฆา บดิ าโดยไมร วู า เปน บดิ า แตค ดิ วา เปน คนรา ยมคี วามผดิ ฐานฆา คนธรรมดา (เทยี บมาตรา ๒๘๘) ®¡Õ Ò·èÕ òóö/òôøò ฟนบิดาโดยปองกันตัวเกินกวาเหตุ เปนความผิดที่มีเหตุตองรับ โทษหนกั ขน้ึ ฐานนี้ ®¡Õ Ò·Õè óðó/òôù÷ ¼ÙŒÊº× Êѹ´Ò¹ ËÁÒ¤ÇÒÁ¶§Ö ¼ÊŒÙ º× Êѹ´Ò¹μÒÁ¤ÇÒÁ໚¹¨Ã§Ô ò. ¦‹Ò਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ เพื่อใหความคุมครองแกเจาพนักงานของรัฐในการปฏิบัติหนาท่ี เจาพนักงานหมายถึง ผูปฏิบัติหนาท่ีราชการโดยไดรับการแตงต้ังตามกฎหมาย และจะตองประกอบ ไปดว ยลักษณะดังน้ี - ฆา เจา พนกั งานซ่ึงกระทําการตามหนา ที่ คอื ฆา เจาพนักงานในขณะกาํ ลังกระทาํ ตามหนา ท่ี จะเพราะเหตใุ ดไมสําคญั และไมจําเปน ตองฆา เพราะเหตุท่กี าํ ลงั กระทาํ การตามหนาท่ี - ฆา เจา พนกั งานเพราะเหตทุ จ่ี ะกระทาํ การตามหนา ทม่ี มี ลู เหตชุ กั จงู ใจอนั เปน เจตนา พิเศษ คือ ฆาเพราะเหตุที่เจาพนักงานจะกระทําการตามหนาที่ เชน ร.ต.อ. ดํา กําลังเตรียมตัวไป ตรวจคนของผดิ กฎหมายท่ีบานนาย ก. นาย ก. จงึ ใชป น ยิง ร.ต.อ. ดาํ ถึงแกค วามตาย - ฆาเจาพนักงานเพราะเหตุไดกระทําการตามหนาที่ มีมูลเหตุชักจูงใจอันเปน เจตนาพิเศษ คือฆาเพราะเจาพนักงานไดกระทําการตามหนาที่ เชน พลตํารวจดําจับบิดาของแดง แดงโกรธจงึ ใชปน ยงิ พลฯ ดํา ถึงแกความตาย ®¡Õ Ò·Õè ñðøö/òôùó จําเลยเสพสุราเมา ผูตายเปนผูใหญบาน พบเขาจึงตักเตือน ใหจําเลยกลับบานเสียจําเลยจึงฆาผูใหญบานตาย จําเลยมีความผิดฐานฆาเจาพนักงานผูกระทําการ ตามหนาท่ี ®¡Õ Ò·Õè ñóõò/òõðø จําเลยกับพวกชิงทรัพยหนีไป เจาพนักงานตํารวจกับเจาทรัพย ไลติดตาม พอทันกัน จําเลยคนหน่ึงใชมีดแทงเจาพนักงานตํารวจตาย ดังนี้ จําเลยมีความผิด ฐานฆาเจาพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๒)
๑๓๓ ®¡Õ Ò·Õè ñõ/òõðù แมเปนพลตํารวจในระหวางท่ีลาราชการ ขณะที่ไปเที่ยวงานวัด ถา จา ตาํ รวจวานใหร กั ษาความสงบและไดไ ปพดู เตอื นคนเมา (จาํ เลย) กลบั ถกู แทงตาย คนเมา (จาํ เลย) ผิดตาม ».ÍÒÞÒ ÁÒμÃÒ òøù (ò) ó. ¦‹Ò¼ÙŒª‹ÇÂàËÅ×Í਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ ผูชวยเหลือไมใชเจาพนักงาน ในการชวยเหลือจะ กระทาํ โดยถกู เจา พนกั งานเรยี กรอ งใหช ว ยตามอาํ นาจในกฎหมาย หรอื ผชู ว ยเหลอื สมคั รใจเขา ชว ยเอง ยอมไดรบั ความคมุ ครองตามมาตรานี้ แตเจาพนักงานนน้ั ตอ ง - กาํ ลงั กระทําการตามหนาที่ หรือ - ไดกระทําการตามหนาที่ อาจเปน การฆา ขณะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตจุ ะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตทุ ไี่ ดช ว ยมาแลว และผูกระทําจะตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ วาเขาเปนผชู วยเหลอื เจาพนกั งานดวย ®Õ¡Ò·Õè ùò/òô÷ð จาํ เลยมคี ดอี าญาตดิ ตวั ผใู หญบ า นจะเขา จบั จาํ เลย จาํ เลยใชม ดี แทง สูผูใหญบานจึงเรียกผูตายชวยเหลือจับกุม จําเลยจึงแทงผูเขาชวยผูใหญบานนั้นตาย ดังน้ันจําเลยมี ความผดิ ฐานฆาผูช วยเหลอื เจา พนกั งานซึ่งกระทาํ การตามหนาท่ี ô. ¦‹Ò¼ÙÍŒ ¹è× â´ÂäμËμÃͧäÇŒ¡‹Í¹ หมายความวา ฆาผอู ่ืนโดยผกู ระทาํ มีโอกาสไตรตรอง ทบทวนกอนกระทาํ ไมใชต ัดสินใจกระทาํ ในขณะแรกที่มีโทสะ ®Õ¡Ò·Õè ñðñù/òõðõ ก. วางแผนโทรศัพทลวงนัดให ข. ไปรับชําระหน้ีแลวซื้อขวาน ๑ เลม เมือ่ พา ข. ไปถึงที่เปลย่ี ว ก. ใชขวานน้นั ฆา ข. เปนความผิดตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ®Õ¡Ò·èÕ ñðöø/òõòñ จาํ เลยดกั ยงิ ฆา คนตายท่ีรับจางมา เปน ฆาโดยไตรตรองไวกอ น ®Õ¡Ò·èÕ òòõù/òõòò ยิงผูเสียหายโดยมีสาเหตุกลาวคําอาฆาตไวกอนแลวเตรียม จดหมายจาหนาซองมาถึงผูเสียหายเพ่ือขอพบแลวชักปนยิง แตผูเสียหายไมตาย เปนพยายามฆา โดยเจตนาไตรตรองไวก อ น õ. ¦Ò‹ ¼ÍÙŒ ×è¹â´Â·ÃÁÒ¹ËÃÍ× â´Â¡ÃÐทํา·ÒÃ³Ø â˴ÌҠ¦‹Òâ´Â·ÃÁÒ¹ หมายความวา ฆาโดยกระทําใหผูถูกฆาไมตายทันที แตใหไดรับความ ลาํ บากสาหัสกอนตาย เชน เฉือนเนื้อทีละชิน้ จนถงึ แกค วามตาย ¦‹Òâ´Â¡ÃÐทํา·ÒÃØ³â˴ÌҠหมายความวา ฆาโดยวิธีการทารุณและโหดราย ผูตาย อาจตายทนั ทีโดยไมไ ดร ับความทรมานกไ็ ด เชน ใชน า้ํ มนั เบนซนิ ราดแลว จุดไฟเผาทงั้ เปน ®Õ¡Ò·èÕ óöñ/òô÷÷ เอาเชอื กรดั คอผตู ายและกระชากใหล ม ลงไปตามพน้ื ดนิ จนขาดใจตาย เปนการฆาโดยทรมานทารณุ โหดราย ®¡Õ Ò·Õè ññðñ/òõðù ใชมีดเชือดคอเด็กหญิงอายุ ๔ ขวบถึงแกความตายแลวรวมกับ จําเลยอ่ืนกระทืบเด็กชายอายุ ๘ เดือน แลวใชผาอุดจมูกจนหายใจไมออกตาย นอกจากนี้ยังใช ยาพิษกรอกปากกับใชมีดเชือดคอมารดาของเด็กท้ังสองจนหลอดเสียงขาดเพื่อจะฆาใหตาย ดวยการ กระทาํ ของจาํ เลยถอื ไดว า เปน การฆา ผอู น่ื โดยกระทาํ ทารณุ โหดรา ย (ขอ สงั เกต จาํ เลยคนเดยี วใชส ง่ิ ของ หลายอยางฆาหลายคน)
๑๓๔ ®¡Õ Ò·Õè òòóð/òõòñ ฆา คนคราวเดยี ว ๓ คน คนหนง่ึ เปน หญงิ มคี รรภ คนหนงึ่ เปน เดก็ อายุ ๑ ป ๖ เดือน อีกคนหนึ่งคือสามีของหญงิ บดิ าของเด็ก เปนการฆา ใหตายท้ังครอบครวั มลี ักษณะ ทารณุ โหดราย ö. ¦Ò‹ ¼ÍŒÙ ¹è× à¾Íè× μÃÐàμÃÂÕ Á¡ÒÃËÃÍ× à¾Í×è ¤ÇÒÁÊдǡ㹡Ò÷¨èÕ Ð¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂÒ‹ §Í¹è× การฆากรณีนี้มมี ลู เหตชุ กั จูงใจอนั เปน เจตนาพิเศษ คอื ฆาในข้ันตระเตรียมการกอนที่จะลงมือกระทําความผิดอยางอ่ืน เพื่อใหพรอมท่ี จะลงมือกระทําความผิดอ่ืนตอไป เชน คนรายตระเตรียมปลนธนาคารจับผูจัดการธนาคารมาบังคับ ใหเปดเผยวิธีเปด ตนู ิรภยั แลว ฆาเสีย ฆาเพ่ือความสะดวกในการที่จะกระทําความผิดอ่ืน คือ การฆาในขณะลงมือหรือ ในระหวางกระทําความผิดอ่ืน เพ่ือใหความผิดอยางอื่นน้ันลุลวงไปโดยปราศจากการขัดขวาง เชน ปลน ธนาคาร ฆา ยามเฝา ธนาคารมใิ หข ัดขวาง ®Õ¡Ò·Õè ù÷ô/òõðø จําเลยกับพวกรวมกันฉุดคราผูเสียหายเพื่ออนาจารและขมขืน กระทําชําเรา ขณะทํายังไมสําเร็จ บิดาผูเสียหายติดตามเพ่ือไปขัดขวาง จําเลยสั่งใหพวกของจําเลย ใชป นยงิ บดิ าผูเสียหายถึงแกความตายดงั น้ี จําเลยผดิ ป.อาญา มาตรา ๒๘๙(๖) ®Õ¡Ò·Õè öñù/òõñó แยงหญิงไปจากผูตาย เพื่อขมขืนกระทําชําเรา ผูตายขัดขวาง จงึ ฆาผูต าย เปน ความผดิ ตาม ป.อาญา ๒๘๙(๖) ®¡Õ Ò·Õè ñù÷÷/òõòñ ผูตายขัดขวางการปลนทรัพย จําเลยยิงผูตาย ผิด ป.อาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๖) ÷. ¦‹Ò¼ÙŒÍ×è¹ à¾Í×è ๑. เอาไวซ่ึงผลประโยชนอันเกิดแตการที่ตนไดกระทําความผิดอ่ืน หมายความวา ผลประโยชนอันเกิดแตการไดทําความผิดน้ัน ตนไดมาแลว แตฆาเพื่อรักษาผลประโยชนไว เชน ลักทรัพยไ ดแลวเจาทรัพยต ามจะมาเอาคืน จึงฆา เจาทรัพยเ พอื่ มใิ หเ อาคนื ๒. ปกปดความผิดอ่ืนของตน เชน ในระหวางปลนทรัพย เจาทรัพยรองทักทาย เพราะรจู ักจึงฆา เพอ่ื ปด ปาก ๓. หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผดิ อ่นื ท่ตี นไดกระทาํ ไว เชน คนรายวิ่งราวทรพั ย เจาทรพั ยว ง่ิ ไลตามจับคนรายใชม ีดแทงเพอื่ หลกี เล่ียงการจับกุม ®¡Õ Ò·èÕ öö/òôöô สมคบกนั ไปลอบยงิ เขาไมถ กู พวกของเขาไลต าม พวกทแี่ อบซมุ อยู จงึ ยงิ พวกที่ไลต ามมา เปนการยงิ เพ่ือปกปดการกระทําผดิ หรอื หลกี เลย่ี งใหพ น อาญาในความผดิ ที่ตน ไดกระทาํ ®Õ¡Ò·Õè õñò/òõòö จําเลยไดขมขืนกระทําชําเราผูตาย และฆาผูตายโดยวิธีกดน้ํา ใหจ มนํา้ สาํ ลักนา้ํ ตาย เพอื่ ปกปด ความผดิ จําเลย เปน กรณีตอ งดวย ป.อาญา มาตรา ๒๘๙
๑๓๕ ó. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทาํ ÌҨ¹à»š¹àËμØã˼Œ ٌ͹è× ¶§Ö á¡‹¤ÇÒÁμÒ ÁÒμÃÒ òùð “ผูใดมิไดมีเจตนาฆา แตทํารายผูอ่ืนจนเปนเหตุใหผูน้ันถึงแกความตาย ตอ งระวางโทษจําคุก ต้ังแตสามปถึงสิบหาป ถา ความผดิ นน้ั มลี กั ษณะประการหนงึ่ ประการใด ดงั ทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในมาตรา ๒๘๙ ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้งั แตสามปถ ึงยีส่ ิบป ͧ¤» ÃСͺ ๑. ทําราย ๒. ผอู ื่นถงึ แกค วามตาย ๓. เจตนา การกระทาํ ตามมาตราน้ี คอื ทาํ รา ย หมายถงึ ทาํ การประทษุ รา ยแกก ายหรอื จติ ใจบคุ คลอนื่ ความผิดตามมาตรานี้ ตองการผลเพียงประการเดียวคือผูถูกทํารายจะตองถึงแกความตายอันเปนผล โดยตรงจากการทาํ รา ย ถา มีผลเปน ประการอื่น นอกจากนจี้ ะไมม คี วามผดิ ตามมาตราน้ี เพราะเหตทุ ่ี เปน ความผดิ ทคี่ าํ นงึ ถงึ ผลเพยี งประการเดยี วจงึ ไมอ าจมคี วามผดิ ฐานพยายาม สว นเจตนานนั้ กฎหมาย ตองการแคเ พยี งเจตนาทาํ รา ย อนั หมายถงึ ประสงคต อ ผล หรอื เลง็ เหน็ ผลตอรางกายมิไดมุงตอชีวติ เชน เจตนาฆา ตาม วรรคทา ย ของมาตรานี้ เปน ลกั ษณะฉกรรจข องความผดิ ฐานทาํ รา ยผอู นื่ จนเปน เหตุ ใหถ งึ แกค วามตาย โดยอาศยั ขอ เทจ็ จรงิ ทาํ นองเดยี วกนั กบั ฆา ผอู นื่ ในลกั ษณะฉกรรจต ามมาตรา ๒๘๙ ®Õ¡Ò·Õè ôôò/òõðò ผูตายถึงแกความตายเพราะบาดแผลท่ีถูกจําเลยแทง แมถึงวา เนอ่ื งจากรกั ษาบาดแผลไมด ี เพราะบาดแผลเนา จงึ เปน พษิ กด็ ี แตก เ็ ปน ผลธรรมดาอนั สบื เนอื่ งจากการ กระทําของจําเลย จําเลยจงึ ตองผดิ ฐานฆา คนโดยไมเจตนา ®¡Õ Ò·Õè òòõ/òõðó จาํ เลยใชก าํ ลงั ชกตอ ยและเตะผตู ายถกู บรเิ วณหนา ผตู ายลม หงาย หลังหมดสติศรี ษะฟาดกบั พน้ื ถนนแข็ง กะโหลกศรี ษะแตกถงึ ตาย ดังน้ี ถือวา การตายเปนผลที่บังเกดิ เนื่องจากการกระทาํ ของจําเลย จําเลยยอมมีความผิดฐานฆา คนโดยไมเ จตนา ®¡Õ Ò·èÕ ñôòù/òõòð จําเลยขึงเสนลวดรอบที่ตกกลา ปลอยกระแสไฟฟาปองกันมิให หนเู ขา ไปกนิ ขา วกลา มคี นไปหากบเหยยี บเสน ลวดถกู กระแสไฟฟา ตาย จาํ เลยเลง็ เหน็ วา จะมคี นมาถกู เสนลวดไดร ับอนั ตรายแกก ายได เปน การมีเจตนาทํารา ยผอู ่นื เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๙๐ ®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõò÷ จําเลยทะเลาะวิวาทและชกตอยกับผูตายแตสูไมได จึงไปเรียก ส. กบั ข. มาชว ย ส. กบั ข. รมุ ชกตอ ยจนผตู ายยอมแพแ ลว เมอื่ ส. กบั ข. ใชไ มต ผี ตู ายอกี จาํ เลยเหน็ วา รนุ แรงเกินไป จงึ เขา หามปราม ดงั นกี้ ารรว มกระทาํ ผดิ ของจาํ เลยยอมยตุ ลิ งเพียงนน้ั เมื่อผตู ายวงิ่ หนี ส. กับ ข. ว่งิ ไลตามไป และใชไมตีจนถงึ แกความตาย เปนการกระทาํ ของ ส. กบั ข. โดยลําพังถือไม ไดวาเปนการกระทําของจําเลยดวย จําเลยจึงไมมีความผิดฐานฆาคนตายโดยไมเจตนาคงผิดตาม มาตรา ๒๙๕ เทา น้นั
๑๓๖ การปลอยกระแสไฟฟาขนาด ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวด เพ่ือไมใหผูใดเขาไปในเขต ที่กําหนด หากมีคนไปถูกเขาจนถึงแกความตาย ถือวาเปนการฆาคนโดยไมเจตนาตามมาตรา ๒๙๐ ไมใชประมาททาํ ใหผ อู ืน่ ถงึ แกความตาย ดฎู กี าที่ ๑๙๙๙/๒๕๑๑ ®Õ¡Ò·èÕ ñùùù/òõññ (ประชุมใหญ) การที่จําเลยใชเสนลวดที่ไมมีวัตถุใดๆ หอหุมขึง ทางดานบนของรั้วโรงภาพยนตรข องจําเลย แลวปลอยกระแสไฟฟา ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวดน้ัน เพื่อปองกันมิใหคนขามร้ัวเขาลอบดูภาพยนตรทางรูฝาโรงภาพยนตร เปนการกระทําที่จําเลยมิไดมี เจตนาฆา แตเ จตนาทาํ รา ยผอู นื่ เปน เหตใุ หผ นู น้ั ถงึ แกค วามตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ ไมใ ชป ระมาท ทําใหผ อู น่ื ถงึ แกความตาย ®Õ¡Ò·Õè ñóùõ/òõñø จาํ เลยตี ถ. มบี าดแผลเล็กนอ ย แต ถ. สลบ จาํ เลยเขาใจวา ถ. ตายจึงเอาผาขาวมาของ ถ. ผูกคอ ถ. แขวนกับตนไม เปนเหตุให ถ. ตาย จําเลยมีความผิดตาม มาตรา ๒๙๐ ÁÒμÃÒ òùð ÇÃ䷌Ҡถา ความผิดนัน้ มีลักษณะประการหนงึ่ ประการใด ดังทีบ่ ญั ญัติไว ในมาตรา ๒๘๙ ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตส ามปถ งึ ยส่ี บิ ป การกระทําความผิดในลักษณะฉกรรจฐานฆาผูอ่ืนโดยไมเจตนาน้ี ความมุงหมาย กเ็ ชน เดยี วกบั ความผดิ ฐานฆา ผอู นื่ ตามมาตรา ๒๘๙ คอื ใหผ กู ระทาํ รบั โทษหนกั ขนึ้ มากกวา กรณธี รรมดา ô. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÃÐÁҷ໚¹àËμØãËŒ¼ÙÍŒ è×¹μÒ ÁÒμÃÒ òùñ “ผูใดกระทําโดยประมาท และการกระทํานั้นเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแก ความตายตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สิบป และปรบั ไมเกนิ สองแสนบาท” ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑. กระทําโดยประมาท ๒. เปนเหตุใหคนอ่ืนถงึ แกค วามตาย กระทาํ ใหค นอน่ื ตายโดยประมาท ไดแ ก การกระทาํ ใหผ อู น่ื ถงึ แกค วามตาย โดยไมม เี จตนา ฆาและไมมีเจตนาทําราย แตไดกระทําใหผูอื่นตายลงเพราะความประมาท คือกระทําโดยปราศจาก ความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเชนน้ัน จักตองมีตามวิสัยและพฤติการณ และผูกระทําอาจใช ความระมดั ระวังเชนวา นัน้ ไดแตไดห าใชเ พยี งพอไม ®Õ¡Ò·èÕ ñõùò/òõóô จาํ เลยไมม เี จตนายงิ ปน เพอ่ื ฆา ผเู สยี หาย แตก ารทจ่ี าํ เลยใชอ าวธุ ปน จี้ศีรษะผูเสียหายไวในขณะที่อาวุธปนข้ึนนกโดยมีกระสุนในรังเพลิง และไดทําอาวุธปนลั่น ถือไดวา จําเลยกระทําโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งจําเลยจะตองมีวิสัยและพฤติการณ และอาจใชความ ระมัดระวงั เชนวา นนั้ ได แตหาไดใ ชใ หเ พยี งพอไม จึงเปน การกระทาํ โดยประมาท การกระทําโดยประมาทอาจเกิดจากการงดเวนการท่ีจักตองกระทําเพ่ือปองกันผลนั้น ตาม ป.อ.มาตรา ๕๙ วรรคทา ยก็ได ดฎู กี าท่ี ๑๙๐๙/๒๕๑๖
๑๓๗ ®Õ¡Ò·Õè ñùðù/òõñö จําเลยขับรถยนตบรรทุกเสาไฟฟาโดยใชลอพวง เมื่อลอรถพวง หลุดใหเสาตกลงมาขวางถนนจนกระท่ังค่ํา แลวจําเลยก็ไมไดจัดใหมีโคมไฟ หรือสัญญาณอยางอ่ืน เพื่อใหผูใชถนนเห็นเสาท่ีขวางถนน เปนเหตใุ หร ถทแ่ี ลนมาชนเสา มีคนตายและบาดเจบ็ ดังนี้ถือไดวา จําเลยกระทําโดยประมาท ผลเสียหายเกิดข้ึนจากการท่ีจําเลยงดเวนการที่จักตองกระทําเพื่อปองกัน ผลนน้ั จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานประมาททาํ ใหค นตายและไดรับอนั ตรายสาหสั ®Õ¡Ò·èÕ ùðó/òõóð จําเลยใชอาวธุ ปน ตศี รี ษะ ว. ไดร ับบาดเจบ็ แตปน ล่นั กระสนุ ปนถกู ด. และ ส. ดงั นมี้ ใิ ชผ ลของการกระทาํ พลาดไปถกู ด. และ ส. ตาม ป.อ. มาตรา ๖๐ การทกี่ ระสนุ ปน ลน่ั เปนเพราะความประมาทของจําเลยเปนเหตุให ด. ตาย และ ส. บาดเจ็บ จําเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๑ และ ๓๙๐ ®¡Õ Ò·Õè ñùõõ/òõóô จาํ เลยกบั พวกเปน เจา พนกั งานตาํ รวจ มอี าการมนึ เมาสรุ า จาํ เลย เอาอาวธุ ปนเลก็ กลจอใตใ บหขู วาของผูตายไมใ หหลบหนี ผตู ายพยายามว่งิ ไปหา ต. บดิ า จาํ เลยฉดุ ขอมือผูตายไว ขณะน้ันนิ้วของจําเลยอยูที่ไกปน การฉุดกันทําใหจําเลยเสียหลักนิ้วมือถูกไกปน เปน เหตใุ หอ าวธุ ปน ลน่ั โดยจาํ เลยไมม เี จตนาฆา ผตู าย การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยปราศจาก ความระมัดระวัง ซ่ึงบุคคลในภาวะของจําเลยจักตองมีวิสัยและพฤติการณ และจําเลยอาจใช ความระมดั ระวงั เชน วา นน้ั ได แตห าไดใ ชใ หเ พยี งพอไม การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยประมาท õ. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ªØÅÁ¹Ø μ‹ÍÊàÙŒ »š¹àËμãØ ËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁμÒ ÁÒμÃÒ òùô “ผูใดเขารวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไป และ บคุ คลหนงึ่ บคุ คลใดไมว า จะเปน ผเู ขา รว มในการนนั้ หรอื ไม ถงึ แกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ ตอ สนู ้ันตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ สองป หรอื ปรบั ไมเกินสหี่ ม่นื บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ ถาผูท่ีเขารวมในการชุลมุนตอสูน้ันแสดงไดวา ไดกระทําไปเพ่ือหามการชุลมุนตอสูนั้น หรอื เพอื่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ผูน้นั ไมตอ งรับโทษ ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑. เขา รวมในการชุลมุนตอ สรู ะหวา งบคุ คลตง้ั แต ๓ คนขึน้ ไป ๒. มีบุคคลไมวาจะเปนผูท่ีเขารวมในกรณีนั้นหรือไม ถึงแกความตายโดยการกระทํา ในการชลุ มนุ ตอสูนนั้ ๓. โดยเจตนา ¡àÇŒ¹ (มาตรา ๒๙๔ วรรคทาย) ถา ผูเขา รวมในการชลุ มุนคนใดแสดงไดวา ๑. เขา ไปเพ่อื หา ม หรือ ๒. เพือ่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ไมต อ งรับโทษ ¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μ¹Œ ๑. เขารวมในการชุลมุนตอสู หมายความวา ผูกระทําความผิดเปนบุคคลหน่ึงท่ีเขา มีสวนรวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคล อาจเปนผูกอการ หรือมีการชุลมุนตอสูแลวตนเขาไปรวม
๑๓๘ ดวยการเขาหา มหรอื ปอ งกันโดยชอบดวยกฎหมายกถ็ ือเปนการเขารวม แตอาจเขา หลักไมต อ งรับโทษ ได การเขารว ม อาจไมตอ งอยใู นวงการตอ สูโ ดยตรงกไ็ ด เชน ขวางปาของแข็งเขา ไปในกลมุ คนท่ีกําลงั ชุลมนุ ตอ สู การชลุ มุนตอสูเปนการใชก ําลังตอ สทู าํ รายรา งกายกันระหวา งบุคคลต้งั แต ๒ ฝายขึน้ ไป - ถูกรมุ ทํารายฝา ยเดียวจงึ ตอ สูปด ปอง มิใชร วมชลุ มนุ ตอ สู การชุลมนุ ตอสกู นั ตอง ระหวา งบคุ คลต้ังแต ๓ คนข้ึนไป จะเปนกี่ฝา ยหรือไมเปน ฝายก็ได แตต อ ง ๓ คนขึน้ ไป ๒. มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดไมวาจะเปนผูเขารวมในการน้ันหรือไมถึงแกความตาย โดยการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสูนนั้ ความตายตองเปนผลจากการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสู - ชุลมนุ ตอสยู ิงกันถูกคนนอกตาย ทุกคนผิด ป. อาญา มาตรา ๒๙๔ - บิดาและบุตรอยูฝายเดียวกันชุลมุนตอสูกับผูอ่ืน บิดาตาย บุตรมีความผิด มาตรา ๒๙๔ ÁÕ¢ŒÍÊѧà¡μÇ‹Ò กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไปและมีบุคคลหน่ึง บคุ คลใดถึงแกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชุลมุนตอสูน ั้น ถา ไมส ามารถพสิ ูจนไดวา ใครทาํ รายใคร อยา งไรและความตายเปน ผลจากการกระทาํ ของบคุ คลใด ผเู ขา รว มในการชลุ มนุ ตอ สทู กุ คนมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๙๔ น้ี แตถ า พิสูจนไดวา ในพวกทช่ี ลุ มนุ ตอ สกู นั น้นั บคุ คลใดเปนผกู ระทาํ ใหบคุ คลอน่ื ถงึ แกค วามตาย เฉพาะผกู ระทาํ นนั้ นอกจากจะมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๙๔ ยงั มคี วามผดิ ฐานฆา ผอู นื่ โดยเจตนา ตามมาตรา ๒๘๘ อีกบทหนงึ่ ดวย ®¡Õ Ò·èÕ ÷ùñ-÷ùò/òõðô (ประชุมใหญ) กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแต ๓ คนขึ้นไป และมบี ุคคลถึงตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔ น้ัน หมายถึงกรณที ไี่ มทราบวา ผใู ดหรอื ผูใดรวมกับใครทํารายผูตายถึงตาย ถาเปนกรณีท่ีฝายหนึ่งกลุมรุมทํารายผูตายถึงตายฝายน้ันตอง รับผดิ ฐานรวมกนั ฆาผตู ายโดยเจตนา การรมุ ทาํ รายไมใชเ ปนการชลุ มนุ ตอสู จําเลยจงึ ไมผ ดิ มาตรา ๒๙๔ แตผ ดิ ฐานรว มกันฆา ผูตาย มฎี กี าที่ ๑๓๓๓/๒๕๑๐ วินจิ ฉัยทํานองเดยี วกัน ®¡Õ Ò·èÕ ñóóó/òõñð จาํ เลยกบั พวกเตรยี มอาวธุ จะไปทาํ รา ยเพอื่ นผตู าย เมอื่ พบผตู าย กบั เพอื่ น พวกจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายกบั เพอ่ื นวง่ิ หนโี ดยไมไ ดต อ สอู ยา งใด จาํ เลยตามไปตผี ตู ายและพวก ของจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายถงึ แกค วามตาย ดงั นไี้ มใ ชเ ปน เรอื่ งสมคั รใจเขา รว มชลุ มนุ ตอ สกู นั แตเ ปน เรอื่ ง จาํ เลยกับพวกรว มกันทาํ รายผูต าย แมจ าํ เลยจะไมใชปนยงิ ผูตาย ก็ถือวาจาํ เลยไดรว มกนั กบั พวกของ จาํ เลยฆาผตู าย จงึ มคี วามผิดฐานฆาคนโดยเจตนา ดังนนั้ แมผ ถู กู ทาํ รายตอสปู องกนั กไ็ มทาํ ใหเ ปนชลุ มนุ ตอ สู ดูฎีกาที่ ๒๙๔๒/๒๕๑๙ ®Õ¡Ò·Õè òùôò/òõñù จาํ เลยกบั พวกอกี ๓ คน กลมุ รมุ ทาํ รา ยผตู ายฝา ยเดยี วโดยผตู าย มิไดสมัครใจเขาตอสูดวย การที่ผูตายตอสูปดปอง จึงมิใชการรวมการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแต สามคนขน้ึ ไป ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔
๑๓๙ ®¡Õ Ò·èÕ øøõ/òõðù จําเลยที่ ๑ กับ ท. บดิ าจําเลยที่ ๑ ไดร วมกันชลุ มุนตอสูระหวาง บุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป ท. บิดาจําเลยท่ี ๑ ถูกทํารายถึงแกความตายในการชุลมุนตอสูกันน้ัน เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ ไดรว มชลุ มนุ ตอ สูน้ันดว ย ถงึ แมจ ําเลยที่ ๑ จะไมมีอาวุธก็ตาม แตเ มือ่ จําเลยท่ี ๑ ไมได หามในการชลุ มนุ ตอ สหู รอื ปอ งกันตวั จําเลยท่ี ๑ ตอ งมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔ ถาเพียงแตชุลมุนตอสูโดยไมปรากฏวามีผูใดถึงแกความตาย หรือรับอันตรายสาหัสแลว กไ็ มเ ปน ความผิดฐานตามมาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ ดฎู กี าที่ ๙๔๒/๒๕๐๗ ®¡Õ Ò·èÕ ùôò/òõð÷ บรรยายฟองวา จําเลยท่ี ๑ ถงึ ท่ี ๔ ฝา ยหนึง่ จําเลยท่ี ๕ ถงึ ที่ ๗ กับพวกอีกฝายหนึ่งบังอาจสมัครใจเขาใชกําลังชกตอย เตะ ถีบทํารายรางกายซึ่งกันและกันจนจําเลย ที่ ๓ กบั ที่ ๕ บาดเจ็บ ดงั นเ้ี หน็ วาโจทกไมไดบ รรยายวา จาํ เลยคนใดทํารา ยใครและถอื ไมไดว าโจทก ฟอ งจาํ เลยแตล ะฝายตา งรวมกันกระทําความผิดตามฟองโจทก จงึ เปน ฟอ งฐานทาํ รายรางกายในการ ชุลมุนตอสูระหวางบุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป เมื่อไมปรากฏวามีบุคคลถึงตายหรือรับอันตรายสาหัส โดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ ตอสกู ัน ตามท่ีบัญญัติไวใน ป.อ. มาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ แลวแมจําเลย ใหการรบั สารภาพก็ลงโทษจําเลยไมได ถา การชลุ มนุ ตอ สมู ที งั้ คนตายและรบั อนั ตรายสาหัสดวย ก็เปนความผิดทง้ั มาตรา ๒๙๔ และมาตรา ๒๙๙ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบทตามมาตรา ๙๐ และถา รวู า ผูใ ดเปน คนทาํ ใหตาย หรอื รบั อนั ตรายสาหสั ดว ย ผูน ั้นก็มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ หรือ ๒๙๗ อีกบทหนึ่งดว ย ดูฎีกาที่ ๑๒๖๘/๒๕๑๕, ๑๐๑๕/๒๕๐๘ ®Õ¡Ò·èÕ ñòöø/òõñõ จําเลยสี่คนกับพวกที่ยังไมไดตัวมาฟอง มีอาวุธเขารวมในการ ชลุ มนุ ตอสกู ันจนเปนเหตใุ หม บี ุคคลถึงแกความตายสองคนและไดร บั อันตรายสาหัสอกี คนหน่งึ ผตู าย คนหนง่ึ ถงึ แกค วามตายเพราะถกู จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ยงิ ในการชลุ มุนตอสูกันน้นั เชนนี้เปน การกระทาํ กรรมเดียวเปนความผิดตอกฎหมายหลายบท คอื จําเลยทกุ คนผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๘๓ เฉพาะจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ อกี บทหนง่ึ ซึ่งจะตองลงโทษจําเลยสองคนนี้ ตามมาตรา ๒๘๘ ซึง่ เปน บททีม่ โี ทษหนักทส่ี ดุ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ ®Õ¡Ò·èÕ ñðñõ/òõðø ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๙ นั้น บัญญัติเอาผิดแกผูท่ีเขารวม ในการชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนข้ึนไป ทําใหบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับอันตรายถึงสาหัส เวนแตการไปหามหรือเพ่ือปองกันโดยชอบดวยกฎหมาย โดยไมปรากฏวาผูใดเปนตัวการทําใหเกิด อันตรายดงั กลา วนนั้ ถา ปรากฏวา ผูใดเปน ตัวการกระทําโดยลงมอื กระทาํ เองก็ดี เปนตวั การหรือใชใ ห กระทาํ กด็ ี ผูนัน้ ยอ มมคี วามผดิ ตามกรรมของตนอกี โสดหนง่ึ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312