Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฎหมายอาญา 2

กฎหมายอาญา 2

Published by phenix stock, 2021-03-28 03:20:14

Description: กฎหมายอาญา 2

Search

Read the Text Version

๙๐ μÇÑ Í‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè øùñ/òõòñ จาํ เลยขมขืนชําเราหญงิ โดยพวกของจําเลยมีปน บงั คบั ไมใ หค นอนื่ ชว ยหญงิ จาํ เลยรว มกระทาํ กบั พวกทมี่ อี าวธุ ปน จําเลยตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè ó÷ô/òõòö โจทกร ว มยอมไปโรงแรมกบั จําเลยท่ี ๒ เพราะหลงกล อุบายหลอกลวงวาสามีโจทกรวมนอกใจ ใหไปจับผิดสามี แลวจาํ เลยท่ี ๑ สามีจาํ เลยที่ ๒ ไดเขามา ชว ยกันถอดเส้ือผา และจําเลยที่ ๒ ä´ãŒ ªŒ»¹„ บังคับขเู ข็ญ ขณะจําเลยท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร วม จําเลยที่ ๒ กถ็ า ยภาพไว จําเลยทง้ั สองจงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราโจทกร ว มโดยมแี ละ ใชอ าวุธปนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤×ÍÇÃäÊÒÁ), ๘๓ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè òò÷/òõòù จําเลยที่ ๑ ใชอ าวุธปนขูบ งั คับหญงิ ผเู สยี หายให ยอมใหจ ําเลยท่ี ๒ กระทาํ ชาํ เราโดยจาํ เลยท่ี ๑ มไิ ดก ระทําชาํ เราผเู สยี หายดว ยถอื ไมไ ดว า จาํ เลยทง้ั สอง ไดรวมกันขมขืนกระทาํ ชําเราผูเสียหายอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงแตถือเปนตัวการรวมกันขมขืน กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยมีหรือใชอาวุธปนอันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) ¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËNjҧÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ กรณวี รรคสองแมผ กู ระทําไมม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ แตถ า ไดก ระทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผมู อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ กเ็ ขา องคป ระกอบเหตฉุ กรรจท มี่ โี ทษหนกั กวา การขม ขนื กระทาํ ชาํ เราทวั่ ไป ตามวรรคหน่งึ สว นวรรคสาม เปน กรณีทีผ่ ูกระทาํ ตอ งมีอาวุธปนหรอื วตั ถุระเบิดในขณะกระทําความผดิ จงึ จะครบองคประกอบเหตุฉกรรจตามวรรคสามน้ี (ó) â´ÂÃÇ‹ Á¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ´ÇŒ ¡¹Ñ Í¹Ñ ÁÅÕ ¡Ñ ɳÐ໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ËÃÍ× ¡ÃÐทํา¡ºÑ ªÒ ã¹Å¡Ñ ɳÐà´ÂÕ Ç¡Ñ¹ ¢ŒÍ椄 à¡μ ๑. การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡Ñ¹¢Á‹ ¢×¹¡ÃÐทําชําàÃÒμé§Ñ áμ‹Êͧ¤¹¢¹éÖ ä» (คําพิพากษาศาลฎกี าที่ ๑๒๐๒/๒๕๒๙) โดยμÍŒ §ÁÕ ¡ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¡ÃзÒí ¤ÇÒÁ¼´Ô ประการหนง่ึ และ¡ÒáÃÐทาํ ·ÃèÕ Ç‹ Á¡¹Ñ ¹¹Ñé à¢ÒŒ Å¡Ñ É³ÐÍ¹Ñ à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô อีกประการหน่งึ ดว ย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าที่ ๓๘๖๓/๒๕๓๓) μÇÑ ÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ öö÷/òõòñ จําเลยที่ ๒ กบั พวกอกี หนงึ่ คนรว มกนั ขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยพวกของจําเลยจับขาผูเสียหายไวใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขืนกระทําชําเรากอน เสร็จแลว จําเลยท่ี ๒ มายนื คมุ ใหพวกของตนขม ขืนกระทําชําเราอกี จนสาํ เร็จความใครค นละครงั้ เชนนี้ เขา ลกั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)

๙๑ ๒. การโทรมหญิงผูลงมือกระทําตองมากกวาหน่ึงคนผลัดเปลี่ยนกันกระทาํ อยางนอย¤¹ÅФÃéѧดวย (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๑๖๘๕/๒๕๐๓ (ประชุมใหญ), ๑๙๙๒/๒๕๑๗, ๖๗๗/๒๕๒๑) ๓. แมค นหนง่ึ กระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็ ความใคร แตอ กี คนหนง่ึ แคพ ยายามขม ขนื กระทาํ ชําเรา ก็ยงั ถอื วา เปน การโทรมหญงิ แลว (คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๐๐๗/๒๕๓๒ (ประชุมใหญ)) μÑÇÍ‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óðð÷/òõóò (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ การทจี่ าํ เลยกบั พวกรว มกนั บกุ รกุ เขา ไปในบา นของผเู สยี หายในเวลากลางคนื โดยจาํ เลยมอี าวธุ มดี พวกของจาํ เลยมอี าวธุ ปน แลว จําเลยไดใชอาวุธมีดจ้ีบังคับกระทําชําเราผูเสียหาย ในขณะเดียวกันนั้นพวกของจําเลยไดใชอาวุธปน จบ้ี งั คบั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราพวกของผเู สยี หายอกี คนหนง่ึ ซงึ่ นอนอยบู นเตยี งเดยี วกนั นนั้ จาํ เลยมคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราหญงิ ซง่ึ มใิ ชภ รยิ าของตนโดยขเู ขญ็ ใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยและไดร ว มกนั กระทาํ โดยมีหรือใชอ าวธุ ปน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) เม่ือจําเลยขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายแลว พวกของจําเลยไดผละจากพวกของ ผูเสียหายมาขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายตออีก แมพวกของจําเลย¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöÊÍ´ãÊ‹ÍÇÑÂÇÐà¾È à¢ÒŒ ä»ã¹ÍÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼ŒÙàÊÕÂËÒÂä´Œ แตก ไ็ ดลงมอื กระทําการขมขนื กระทาํ ชําเราผูเสียหายจนถงึ ข้นั พยายามแลว การทจี่ าํ เลยกบั พวกผลัดเปลี่ยนกนั กระทําชาํ เราผูเสียหายตอ เน่อื งกัน ถอื ไดว า เปนการ รว มกนั กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñöóð/òõôô จําเลยกับพวกรวมกันกระทําผิด แมจะ ปรากฏวา หลงั จากจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายเสรจ็ แลว พวกของจาํ เลยคนหนง่ึ ทร่ี ว มกนั มาฉดุ ผเู สยี หายไปขม ขนื กระทาํ ชาํ เราซง่ึ เขา ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราเปน คนตอ มาจะไมส ามารถสอดใสอ วยั วะเพศ ของตนเขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายไดเ พราะอวยั วะเพศไมแ ขง็ ตวั กต็ าม แตก ารทพ่ี วกของจาํ เลย พยายามสอดใสอ ยนู าน ๑๐ นาที กแ็ สดงใหเ หน็ เจตนาทจี่ ะรมุ กนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย การกระทาํ ของจาํ เลยกบั พวกจงึ ไดช อ่ื วา เปน การรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ๔. แตถ า คนหนงึ่ กระทาํ ชาํ เราจนสาํ เรจ็ แตอ กี คนหนงึ่ 处 äÁ¶‹ §Ö ¢¹Ñé ¾ÂÒÂÒÁ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ กรณนี ย้ี ังäÁ¶‹ ×ÍÇ‹Ò໚¹¡ÒÃâ·ÃÁËÞÔ§ ทง้ั สองคนมคี วามผดิ ฐานเปน ตวั การรว มกนั ขมขืน กระทําชําเราตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งประกอบมาตรา ๘๓ เทา นัน้ μÇÑ ÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòðò/òõòù การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะ เปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡¹Ñ ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒμ§Ñé áμÊ‹ ͧ¤¹¢¹Öé ä» จาํ เลย ท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายà¾ÂÕ §¤¹à´ÂÕ Ç จาํ เลยท่ี ๒ 处 äÁä‹ ´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ´ÇŒ  เพยี งแต กอดจูบและกดผูเสียหายใหจําเลยท่ี ๑ ขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายเทาน้ัน ดังน้ีลักษณะการกระทํา

๙๒ ดงั กลา วของจาํ เลยท่ี ๒ เปน เพยี งตวั การรว มกระทาํ ผดิ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราดว ยกนั กรณ¨ี §Ö äÁà‹ ¢ÒŒ Å¡Ñ É³Ð à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ÁÒμÃÒ ».Í.ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ (»˜¨¨Øº¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) จําเลยท้ังสองมี ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ประกอบมาตรา ๘๓ เทานั้น ๕. เมอ่ื ไดข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ โดยกระทาํ ตงั้ แตส องคน ข้ึนไปแลว หากยังมีพวกที่รวมกระทําดวยกัน แตยังไมทันไดลงมือกระทําชําเราก็ตองรับผิดฐานเปน μÑÇ¡ÒÃรวมกนั ขม ขืนกระทําชาํ เราอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ ดวย μÇÑ Í‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òòðð/òõò÷ ระหวา งทผี่ เู สยี หายไปเทย่ี วงานมหกรรมชา ง จาํ เลยท่ี ๒ ซึ่งผูเ สียหายไมเ คยรูจ กั มากอ น ไดเขา มาทักทายและไปเท่ยี วงานดวยกนั จนกระทั่งตกดกึ ผเู สยี หายจะกลับบา นก็ขอใหจาํ เลยที่ ๒ กับพวกไปสง จาํ เลยที่ ๒ ทํารรี อวา จะรอเพอื่ นกอ น แตเมอ่ื ผเู สยี หายเดนิ ออกจากบรเิ วณงาน กเ็ หน็ จาํ เลยที่ ๒ กบั พวกเดนิ นาํ หนา ไปกอ น ครน้ั ถงึ ทเ่ี กดิ เหตผุ เู สยี หาย ก็ถูกชายวัยรุนซ่ึงมีจําเลยที่ ๑ รวมอยูดวยฉุดไปขมขืนกระทําชําเราท่ีขางทาง สวนจําเลยที่ ๒ ถอดกางเกงรออยู ผูเสยี หายขอรองวาอยาทาํ หนเู ลย จาํ เลยท่ี ๒ ตอบวาอกี คนหนึ่ง แตมีคนเดินมา คนรา ยจงึ อมุ ผเู สยี หายไปทอี่ น่ื แลว ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผเู สยี หายสลบไป ตามพฤตกิ ารณส อ วา จาํ เลย ท่ี ๒ ไดร ว มกบั พวกเพอ่ื กระทาํ ความผิดมาแตตน การรวมกันขมขืนกระทําชําเราอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงนั้นจะตองกอนหลัง กันอยู พวกของจาํ เลยบางคนไดขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายแลว บางคนกาํ ลังขม ขนื กระทําชําเราอยู จําเลยที่ ๒ ซ่งึ ไดถ อดกางเกงรออยูพ รอ มที่จะขมขนื กระทําชาํ เราเปน คนตอ ไป แมจะยังไมทันไดข ม ขนื กระทําชาํ เราผเู สียหาย เพราะมผี ูอื่นมายังที่เกิดเหตจุ งึ หลบหนีไปเสยี กอ น กไ็ ดชอื่ วาเปน ผรู วมกระทํา ความผดิ แลว คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öööó/òõóù จาํ เลยท่ี ๓ จบั มอื ปด ปากผเู สยี หายเพอื่ ให จาํ เลยท่ี ๑ และจาํ เลยท่ี ๒ ผลดั เปลย่ี นกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายตอ เนอ่ื งกนั เปน การรมุ กนั กระทาํ ตอผูเสยี หาย ถอื ไดวา จาํ เลยท่ี ๑ ที่ ๒ และท่ี ๓ รว มกันกระทาํ ชาํ เราอนั มลี ักษณะเปนการโทรมหญิง คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñõõø/òõôó แมจาํ เลยจะมิไดเปนผลู งมือขมขืนกระทํา ชําเราผูเสียหาย แตพฤติการณที่จําเลยชวยกันฉุดผูเสียหายและชวยกดคอและตบตีผูเสียหายเพื่อให พวกของจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายในลกั ษณะโทรมหญงิ นนั้ ถอื ไดว า จาํ เลยไดà »¹š μÇÑ ¡ÒÃรว ม กระทาํ ผดิ ดว ยกนั กบั พวกของจาํ เลยแลว จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) ประกอบดว ยมาตรา ๘๓ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öùøô/òõôô จาํ เลยพาผเู สยี หายและ ส. คนรกั ผเู สยี หาย ไปยังกระทอมที่เกิดเหตุ ตอมา ส. กลัววาจะเกิดเร่ืองไมดีจึงคิดจะกลับ ขณะท่ี ส. กําลังติดเคร่ือง รถจกั รยานยนตแ ละผเู สยี หายจะนงั่ ซอ นทา ย จาํ เลยไดเ ขา มาลอ็ กคอผเู สยี หาย ลากลงมาและกอดปลา้ํ ผูเสยี หาย จากน้นั มี ต. และ ช. เขา มาจบั แขนขาผูเ สยี หายพาไปท่ีแครข า งกระทอ มแลว ชวยกันถอด กางเกงผเู สยี หาย แลว μ. ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹áá โดยมี ช. ชว ยจบั แขนขาผเู สยี หาย

๙๓ ระหวา งนนั้ จาํ เลยซงึ่ อยบู รเิ วณแครไ ดต ะโกนบอกให จ. ไปตามหา ส. ซง่ึ หนอี อกไปหาคนชว ยเหลอื แลว จําเลยและ จ. วง่ิ ออกไปเพื่อหวังสะกัดกน้ั มใิ ห ส. ไปรองขอความชว ยเหลือ หลงั จาก ต. ขมขืน กระทาํ ชาํ เราเสรจ็ แลว ª. ä´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹μÍ‹ ä» ดงั นี้ แมจ าํ เลยจะมไิ ดช ว ยจบั แขนขา ผูเสียหายระหวาง ต. หรอื ช. ขม ขืนกระทําชาํ เราก็ตาม แตการกระทําของจําเลยดังกลาวนบั ไดว าเปน μÇÑ ¡ÒÃในการรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) แลว ¡Ã³Õ໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ §¤Ê‹Ù ÁÃÊ ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําความผิด ระหวางคูสมรสและคูสมรสนั้น ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาท่ี กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได หรือจะกําหนดเง่ือนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาใหลงโทษจําคุก และคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกัน ฉันสามีภรยิ าตอไป และประสงคจะหยา ใหค สู มรสฝายนน้ั แจงใหศ าลทราบ และใหศ าลแจงพนกั งาน อยั การใหดําเนินการฟอ งหยาให ͸ԺÒ ñ. ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃä˹è§Ö ¶ÒŒ ๑) เปนการกระทาํ ความผดิ ระหวา งคูส มรส และ ๒) คสู มรสน้ันยังประสงคจ ะอยูกินกนั ฉันสามภี ริยา ÈÒÅÁอÕ ํา¹Ò¨ (ก) ลงโทษนอ ยกวา ท่ีกฎหมายกาํ หนดไวเพยี งใดก็ได หรอื (ข) กาํ หนดเงือ่ นไขเพอื่ คุมประพฤตแิ ทนการลงโทษ ò. แตใ นกรณที ศี่ าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนง่ึ ไมป ระสงค จะอยกู ินฉนั สามีภรยิ าตอ ไปและประสงคจะหยา กฎหมายใหค ูส มรสฝายนนั้ แจง ใหศาลทราบ และให ศาลแจงพนักงานอยั การใหด ําเนินการฟอ งหยา ให

๙๔ ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒà´ç¡ÍÒÂØäÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚ ÁÒμÃÒ ò÷÷ò ผใู ดกระทําชําเราเด็กอายุยงั ไมเกนิ สิบหา ปซ ึง่ มใิ ชภ รยิ าหรือสามขี องตน โดยเดก็ นน้ั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ต็ าม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาท ถึงส่ีแสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตเ จ็ดปถงึ ยสี่ บิ ป และปรับตง้ั แตห นึ่งแสนส่ีหมืน่ บาทถึงส่แี สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ติ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท ถึงสแี่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุ ระเบิดหรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือ กระทํากับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกัน ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต ความผิดตามที่บัญญัติไวในวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุไมเกินสิบแปดป กระทาํ ตอ เดก็ ซงึ่ มอี ายกุ วา สบิ สามปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ หา ป โดยเดก็ นน้ั ยนิ ยอม ศาลทมี่ อี าํ นาจพจิ ารณาคดี เยาวชนและครอบครวั จะพจิ ารณาใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึงอายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญ ญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต นสิ ัย อาชพี ส่งิ แวดลอ มของ ผกู ระทําความผิดและเด็กผูถ ูกกระทาํ ความสัมพนั ธร ะหวางผูกระทาํ ความผิดกบั เดก็ ผถู กู กระทํา หรือ เหตุอ่นื อันควรเพ่อื ประโยชนของเดก็ ผูถกู กระทาํ ดวย ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ผกู ระทาํ ความผดิ ไมต อ งรบั โทษ แตถ า การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะลงโทษผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดน้ัน เพยี งใดกไ็ ดในการพิจารณาของศาล ใหค ํานึงถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดวย ͸ԺÒ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃä˹èÖ§ ๑. ผูกระทาํ และà´¡ç ¼Ù¶Œ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ¨Ð໚¹ËÞ§Ô หรอื ªÒÂกไ็ ด ดงั นั้น ชายอาจกระทําชําเรา เดก็ หญงิ หรือเดก็ ชายก็ได และหญิงก็อาจกระทําชาํ เราเด็กชายหรือเดก็ หญิงก็ได แตà ´ç¡¼Ù¶Œ Ù¡¡ÃÐทําจะตอ งมÍี ÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ และÁÔãªÀ‹ ÃÂÔ ÒËÃÍ× ÊÒÁÕของผูกระทํา ดวย ๒ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๕ หากภริยาซึง่ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป ÂÔ¹ÂÍÁใหสามกี ระทาํ ชาํ เรา การกระทาํ ของสามี กไ็ มผดิ มาตรา ๒๗๗ วรรคหน่ึง หรือหากภรยิ าäÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ แมการกระทําของสามีไมผ ิดมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึง่ แตส ามีจะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ๒. การนบั อายขุ องเดก็ ใหเ รม่ิ นบั แตว นั เกดิ (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๗๘๔๑/๒๕๕๒ และ ๑๐๘๔/๒๕๕๔) ๓. ในสว นของการกระทาํ คอื การกระทาํ ชาํ เราเดก็ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §คํา¹§Ö ÇÒ‹ à´¡ç ¹¹Ñé ¨ÐÂ¹Ô ÂÍÁ ËÃÍ× äÁ‹ แมเ ด็กจะยนิ ยอมการกระทํากเ็ ปน ความผดิ ๔. ความหมายของการกระทําชาํ เรา มบี ทนยิ ามอยใู น ป.อ.มาตรา ๑ (๑๘) ขอใหน กั เรยี น ดคู าํ อธิบายในมาตรา ๒๗๖ ๕. ปญ หาเกยี่ วกับการรว มประเวณกี บั เดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๕ ป โดยเขา ใจวาอายเุ กิน ๑๕ ป ผกู ระทาํ จะมคี วามผดิ ตามมาตรานห้ี รอื ไม มีคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าตัดสินไว ๒ แนว ซึ่งใหเ หตผุ ล ตา งกัน ดงั นี้ á¹Çáá เหน็ วา เปน เรือ่ งผกู ระทําสําคัญผิดในขอเท็จจริงตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก ที่วา ขอเท็จจริงใด ถามีอยูจริงจะทาํ ใหการกระทาํ ไมเปนความผิด แมขอเท็จจริงนั้นจะไมมีอยูจริง แตผูกระทาํ สําคญั ผดิ วา มีอยูจรงิ ผูก ระทํายอมไมมีความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนงึ่ เชน คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õñ÷ö/òõóø จาํ เลยรวมประเวณีกับเด็กหญิงมะปราง ผเู สยี หายซ่ึงมีอายุ ๑๔ ป ๕ เดือน โดยสําคญั ผดิ คิดวา ผเู สียหายมอี ายุ ๑๘ ป มปี ญ หาวาจาํ เลยจะ อางความสําคัญผิดในเร่ืองอายุของผูเสียหายไดหรือศาลฎีกาวินิจฉัยวา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๒๗๙ ผกู ระทาํ ผดิ จะตอ งกระทําแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป เรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย เปน องคป ระกอบของความผดิ ดว ย จงึ เปน ขอ เทจ็ จรงิ ทวี่ า ผกู ระทาํ ผดิ ไดร หู รอื ไม การรหู รอื ไมร ขู อ เทจ็ จรงิ จะผิดหรือไม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคหน่ึง บญั ญตั ิวา ขอ เทจ็ จริงใดถา มอี ยจู ริงจะ ทาํ ใหก ารกระทําไมเ ปน ความผดิ ฯลฯ แมข อ เทจ็ จรงิ นน้ั จะไมม อี ยจู รงิ แตผ กู ระทําสาํ คญั ผดิ วา มอี ยจู รงิ ผกู ระทํายอ มไมม คี วามผดิ ฯลฯ จงึ เหน็ ไดว า เมอื่ จาํ เลยสาํ คญั ผดิ ในเรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย แมค วามจรงิ ไมใชอ ยางท่จี ําเลยสําคัญผดิ จาํ เลยยอ มไมมีความผดิ á¹Ç·èÕÊͧ เห็นวา อายุของหญิงเปนขอเท็จจริงซ่ึงเปนองคประกอบของความผิด ถา ผูก ระทําไมรู ถอื วาผูกระทาํ ไมมเี จตนากระทําความผิดฐานน้ี ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม เชน คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ öôðõ/òõóù จําเลยกระทําชาํ เราผูเสียหายÍÒÂØ ñô »‚ ô à´Í× ¹ โดยผเู สยี หายยนิ ยอม แตจ าํ เลยà¢ÒŒ 㨼´Ô ÇÒ‹ ผเู สยี หายÍÒÂØ ñ÷ »‚ เพราะผเู สยี หายมรี ปู รา งใหญ ตัวสูงเทาจําเลย พูดจาฉะฉานเหมือนผูใหญ อีกท้ังยังทํางานท่ีโรงงานผลไมกระปองซึ่งจะรับเฉพาะ คนทมี่ อี ายุ ๑๗ ปข น้ึ ไปทาํ งาน ศาลฎกี าวนิ จิ ฉยั วา เชอื่ ไดว า จากรปู รา ง การพดู จา และงานทผี่ เู สยี หายทํา มเี หตผุ ลทําใหผ พู บเหน็ เขา ใจวา ผเู สยี หายมอี ายเุ กนิ กวา ๑๕ ปไ ด ฟง ไดว า จาํ เลยสําคญั ผดิ โดยเขา ใจวา ผเู สยี หายอายุ ๑๗ ป ยอ มมผี ลใหจ าํ เลยไมร ขู อ เทจ็ จรงิ วา ผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ซงึ่ เปน ขอ เทจ็ จรงิ

๙๖ อันเปนองคประกอบของความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง เม่ือจําเลยไมรูขอเท็จจริงดังกลาว จึงถือวาจําเลยไมมีเจตนากระทําความผดิ ฐานน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม ¢ŒÍÊѧà¡μ กรณีตามปญหานี้ อายุของเด็กเปน¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§Íѹ໚¹Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ของ ความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง การที่ผูเสียหายอายุยังไมเกิน ๑๕ ป แตผูกระทําเขาใจไปวา ผูเสียหายอายุเกินกวา ๑๕ ป และศาลก็เช่ือวาผูกระทําเขาใจผิดเชนนั้นจริง ตองถือวาผูกระทํา ¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานนี้ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ทบี่ ญั ญตั วิ า “ถาผกู ระทาํ มิไดร ขู อ เทจ็ จรงิ อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผล หรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผลของการกระทาํ นน้ั มิได” เมือ่ ไมร กู ็คอื ไมม เี จตนาอนั เปนการกระทําท่ขี าดองคป ระกอบภายในเรือ่ งเจตนานั่นเอง ผกู ระทาํ จงึ ไมม คี วามผดิ มาตรา ๒๗๗ คดใี นทํานองนจ้ี งึ นา จะปรบั ดว ยมาตรา ๕๙ วรรคสาม มากกวาทจ่ี ะปรับ ดว ยมาตรา ๖๒ วรรคแรก เพราะมาตรา ๖๒ วรรคแรกจะนํามาใชเ ปนคุณแกผูก ระทาํ กต็ อเมอื่ มีการ กระทาํ นั้นครบองคป ระกอบภายนอกและผกู ระทํารูขอเทจ็ จริงคอื มเี จตนาแลวเทานั้น อยา งไรกต็ าม ปจ จบุ นั มบี ญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๘๕/๑ บญั ญตั วิ า “ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๗... หากเปนการกระทาํ ตอ à´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ÊÒÁ»‚ ËŒÒÁÍÒŒ §¤ÇÒÁäÁË ŒÙÍÒÂØ¢Í§à´¡ç à¾è×ÍãËŒ¾Œ¹¨Ò¡¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñé¹” ดังน้ัน ขอเท็จจริงตามฎีกาในกรณีเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป ฎีกาน้ัน จะใชเปนบรรทัดฐานไมไดแลว แตถาเปนกรณีที่เด็กอายุเกินสิบสามป เชน ในคําพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๖๔๐๕/๒๕๓๙ ซง่ึ เดก็ อายุ ๑๔ ป ๔ เดือน ไมอยูในหลักเกณฑของมาตรา ๒๘๕/๑ นี้ ฎีกาน้จี งึ ยัง ใชเ ปนบรรทดั ฐานไดอยู ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ ถากระทําความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เปน การกระทาํ แกเดก็ อายไุ มเกิน ๑๓ ป ผกู ระทําตอ งรับโทษหนักขึน้ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ôùðù - ôùñð/òõõõ การท่ีจําเลยที่ ๑ พยายามบงั คบั ใหผเู สียหายอมอวยั วะเพศของตนเปนการพยายามกระทําชาํ เรา ตามความหมายของ มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ การดังกลาวในขณะท่ี น. กําลังกระทําชําเราผูเสียหาย จึงถือไดวา เปนตวั การรวมกนั กระทาํ ชําเราผเู สยี หายอันมลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊÒÁ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ผกู ระทาํ กต็ อ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ขอใหน กั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดก ระทํา โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทําความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การ โทรมเดก็ หญงิ หรอื กระทํากับเดก็ ชายในลักษณะเดยี วกนั ผกู ระทาํ ตอ งรับโทษหนักขึน้ ขอใหนักเรียนดู คําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม

๙๗ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäËÒŒ ความผิดตามท่ีบัญญัติไวในวรรคหน่ึง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹ ÊºÔ á»´»ก‚ ระทาํ μÍ‹ à´¡ç «§èÖ ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ โดยà´¡ç ¹¹éÑ Â¹Ô ÂÍÁ ศาลทมี่ อี ํานาจ พิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาใหมี¡ÒäŒØÁ¤ÃͧÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหค าํ นึงถงึ อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหง จิต นสิ ัย อาชพี สิ่งแวดลอมของผูกระทาํ ความผิดและเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธระหวางผูกระทาํ ความผิดกับเด็ก ผถู กู กระทาํ หรอื เหตอุ ืน่ อันควรเพอื่ ประโยชนข องเด็กผถู กู กระทําดว ย ¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃÃ¤ËŒÒ ศาลจะสง่ั ใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ แทนการลงโทษกไ็ ด ถา เขา เงอ่ื นไข ดงั นี้ ๑. ผูกระทําความผิดจะตอ งอายไุ มเกิน ๑๘ ป (ขณะกระทําความผิด) ๒. เดก็ ผูถกู กระทาํ อายุกวา ๑๓ ป แตยังไมเกิน ๑๕ ป ๓. เด็กผถู กู กระทาํ ยนิ ยอม ๔. ศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอํานาจพิจารณาใหมี การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แทนการลงโทษกไ็ ด ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็กผูถูกกระทําความผิดตาม กฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแลว ผูกระทาํ ความผิดäÁ‹μŒÍ§ÃѺâ·É แตถาการคุมครองสวัสดิภาพ ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะŧâ·Éผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสําหรับความผิดนั้น เพียงใดกไ็ ด ในการพิจารณาของศาลใหคาํ นึงถึงเหตตุ ามวรรคหาดวย ¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ มาตรา ๒๗๗ วรรคหกน้ีบัญญตั ขิ ึ้นเพ่อื ใหร บั กับความในมาตรา ๒๗๗ วรรคหา ๑) ¡àǹŒ â·É ใหแ กผ กู ระทําความผดิ ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ ของเด็กผถู กู กระทาํ หรอื ผูกระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเดก็ แลว หรือ ๒) ŧâ·É ผูกระทาํ ความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสาํ หรับความผิดน้ัน เพียงใดก็ได ในกรณีทก่ี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพดังกลา ว äÁส‹ ําàÃç¨ ทัง้ นี้ ศาลจะตองคาํ นึงถงึ เหตตุ ามวรรคหาดวย ÁÒμÃÒ ò÷÷ ·ÇÔó ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เปน เหตุใหผูถูกกระทาํ (๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตสามแสนบาทถึงสแี่ สนบาท หรือจําคกุ ตลอดชีวติ (๒) ถึงแกค วามตาย ผกู ระทาํ ตองระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคกุ ตลอดชีวติ ๓ พ.ร.บ.แกไ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๘ ͸ԺÒ มาตรานเี้ ปน ผลทที่ ําใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนงึ่ หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่งหรอื วรรคสอง ตองรบั โทษหนกั ข้ึน ถา มีผลเกดิ ขน้ึ คอื อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรอื ถงึ แกค วามตายตามอนุมาตรา (๒) และเปน ผลธรรมดาตามมาตรา ๖๓ ผกู ระทําก็ตองรบั โทษหนกั ขึน้ ตามมาตรานี้ ÁÒμÃÒ ò÷÷ μÃÕô ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี เปน เหตุใหผูถกู กระทาํ (๑) รบั อันตรายสาหัส ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชีวติ หรอื จําคกุ ตลอดชวี ติ (๒) ถึงแกค วามตาย ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชวี ิต ͸ºÔ Ò มาตรานก้ี ม็ ลี กั ษณะทาํ นองเดยี วกบั มาตรา ๒๗๗ ทวิ กลา วคอื ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี มผี ลเกดิ ขน้ึ คอื อนั ตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) ความตายตามอนุมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดา ตามมาตรา ๖๓ ผูกระทําก็ตองรับโทษหนักข้ึน ตามมาตราน้ี ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃÐทํา͹ҨÒà ÁÒμÃÒ ò÷ø ผูใดกระทําอนาจารแกบุคคลอายกุ วาสบิ หา ปโดยขูเขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยบุคคลน้ันอยูในภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหบุคคลน้ัน เขาใจผิดวาตนเปนบุคคลอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป หรือปรับไมเกินสองแสนบาท หรือ ท้ังจาํ ท้ังปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่งมิใช อวัยวะเพศลวงล้ําอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตส่ีป ถงึ ย่ีสิบป และปรบั ตงั้ แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ สีแ่ สนบาท๕ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสอง ไดกระทาํ โดยทาํ ใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทาํ มี อาวุธปน หรือวตั ถรุ ะเบดิ ตองระวางโทษจาํ คุกตง้ั แตเจ็ดปถ ึงยส่ี ิบป และปรบั ตงั้ แตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาท ถึงส่ีแสนบาท๖ ๔ พ.ร.บ.แกไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/ ๒๗ พ.ค. ๖๒ ๕ พ.ร.บ.แกไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒ ๖ พ.ร.บ.แกไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๙ ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทําโดยมีอาวธุ ปน หรอื วตั ถุระเบิดหรือโดยใช อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ เดยี วกนั ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชีวติ ๗ ͸ºÔ Ò ๑. มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ผใู ด ๒. กระทําอนาจารแกบ คุ คลอายกุ วา ๑๕ ป ๓. โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก ําลงั ประทุษราย โดยบุคคลนัน้ อยูในภาวะท่ี ไมสามารถขัดขืนได หรอื โดยทําใหบคุ คลนัน้ เขาใจผดิ วาตนเปน บุคคลอื่น ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù) ๑.๑ การกระทํา͹ҨÒà คอื ¡ÒáÃзíÒ “·äÕè ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾È” μÍ‹ ÃÒ‹ §¡Ò¢ͧ º¤Ø ¤Å͹è× (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๐๒๔/๒๕๓๔) อันเปน การ¡ÃÐทําμ‹Íà¹éÍ× μÑǺؤ¤Å เชน หอมแกม และจับหนาอกผหู ญิง (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๒๒๔๕/๒๕๓๗) กอดจบู ลูกคลาํ แตะเนื้อตรวจรางกาย ในทางไมสมควรก็เปนความผิดสําเร็จแลว (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๐๔๙/๒๕๕๐) อาจจะเปนการ กระทาํ ตอ เน้ือตัวของผูเสยี หาย เชน นายแดงลูบไลอวัยวะเพศของนางสาวขาว หรอื อาจใหผเู สียหาย กระทําตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทํา เชน นายแดงบงั คบั ใหน างสาวขาวลบู ไลอ วยั วะเพศของนายแดง áÁŒ¨Ð໚¹¡ÒáÃÐทําã¹·ÕèÅѺ¡ç໚¹Í¹Ò¨ÒÃä´Œ เชน การท่ีชายอื่นรวมประเวณีกับผูเสียหายซึ่งเปน ผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรมáÁŒ¨Ð໚¹·èÕÁÔ´ªÔ´แตเปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ ตอรางกายของผูเสยี หายจึงเปน การกระทําเพ่ือการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙) การกระทําตอ เนอ้ื ตวั บคุ คลทไี่ มส มควรทางเพศมไิ ดห มายความเฉพาะการคา ประเวณี หรือความใครเทาน้ัน แตÃÇÁ¶Ö§¡ÒáÃÐทาํ ãËŒÍѺÍÒ¢ÒÂ˹ŒÒã¹·Ò§à¾È´ŒÇ เชน การกอดเอว ผูเสียหาย จับมือ และดึงแขนผูเสียหายก็เปนการกระทําอนาจารแกผูเสียหายโดยใชกําลังประทุษราย เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๔๘๓๖/๒๕๔๗) การกระทําทไี่ มส มควรในทางเพศอนั เปน การกระทาํ ผดิ อนาจารนนั้ ใหพ จิ ารณา การกระทาํ นั้นจากท่ีปรากฏออกมาภายนอก หากคนทั่วไปเห็นวาไมสมควรในทางเพศก็เปนอนาจาร แมผ กู ระทาํ จะมไิ ดก ระทําเพอื่ ความใคร แตก ระทาํ ไปดว ยเหตอุ นื่ ๆ เชน เพอื่ แกแ คน หรอื โกรธแคน กต็ าม μÇÑ ÍÂÒ‹ § คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñóñô/òõòö จําเลยกับผูเสียหายอยูกินดวยกัน โดยไมไ ดจ ดทะเบยี นสมรสเพยี ง ๒ เดอื นกเ็ ลกิ กนั ตอ มาจําเลยฟอ งเรยี กเอาคา สนิ สอดคนื จากฝา ยผเู สยี หาย ๗ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๐ ศาลพิพากษายกฟอง แสดงวาจําเลยไดแสดงเจตนาเลิกกับผูเสียหายโดยเด็ดขาดแลว ผูเสียหายหามี ความสัมพันธฉันสามีภริยากับจาํ เลยอีกตอไปไม ผูเสียหายขี่รถจักรยานยนตมีคนนั่งซอนทายมาดวย จาํ เลยเขา มาขวางกระชากแขนผเู สยี หายลงจากรถ เขา กอดปล้ําและพยายามฉดุ ใหไ ปกบั จําเลย จาํ เลย จงึ มคี วามผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ หากการกระทาํ ตามท่ีปรากฏออกมาภายนอกน้ัน ไมใ ชการกระทําทไี่ มส มควร กลา วคอื คนท่ัวไปเห็นวา ผกู ระทํามไิ ดม คี วามมุงหมายในทางความใคร กä็ Á‹à»š¹Í¹Ò¨Òà แมผูกระทํา จะมีความรูสึกในทางเพศอยูในขณะกระทําก็ตาม เชน นายแพทยตรวจรางกายภายในของหญิง เพราะจําเปนในการตรวจโรคแมข ณะตรวจนั้นนายแพทยจ ะมคี วามรูสกึ ทางเพศขน้ึ มา การกระทาํ ของ นายแพทย กä็ Áà‹ »š¹¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒà การกระทําใดท่ีจะมีพฤติการณหรือลักษณะท่ีไมสมควรในทางเพศน้ัน ตอ งพจิ ารณาจากประเพณนี ยิ มหรอื กาลเทศะ ถา ตามประเพณนี ยิ มคนทวั่ ไปเหน็ วา äÁà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒà เชน นายแพทยจ บั หนา อกหรือของลับผูหญงิ เพอ่ื รักษาโรคตามความจาํ เปน หรอื การท่ีบดิ า มารดาหรือญาติผูใหญกอดหรือหอมแกมลูกหลานดวยความรักความเอ็นดู หรือการจับมือลูบหัว เพ่อื หยอกลอ เน่อื งจากความสนทิ สนม เปน ตน สวนการกลาวถอยคาํ หรือพูดจาหยาบคาย หรือการเขียนภาพลามกอนาจาร หรือการเลาเร่ืองรวมเพศลามกอนาจารใหเด็กฟง (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๘๕๘/๒๕๔๐) แมจะไม สมควรในทางเพศ แตÁÔä´¡Œ ÃÐทําμÍ‹ à¹Íé× μÇÑ º¤Ø ¤Å จึงไมใ ชอนาจารตามมาตราน้ี อยา งไรกต็ าม มแี นวคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าใหมต ดั สนิ วา การบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรง หญิงâ´ÂÁÔä´ŒÊÑÁ¼ÑÊμ‹Íà¹×éÍμÑÇËҧ¡Ò¢ͧËÞÔ§ แตทาํ ใหหญิงอับอายเปนการกระทําอนาจารโดยใช กําลังประทษุ รา ย (ᡨ‹ Ôμã¨) คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòùøó/òõõø การทจ่ี ําเลยแอบตดิ ตงั้ กลอ งบนั ทกึ ภาพ ไวที่ใตโตะทาํ งานของโจทกรวม และบันทึกภาพสรีระรางกายของโจทกรวมตั้งแตชวงล้ินปจนถึง อวัยวะชวงขามองเห็นกระโปรงท่ีโจทกรวมสวมใส ขาทอนลางและขาทอนบนของโจทกรวม โดยท่ี กลอ งบนั ทกึ ภาพมแี สงไฟสําหรบั เพมิ่ ความสวา งเพอ่ื ใหม องเหน็ ภาพบรเิ วณใตก ระโปรงของโจทกร ว มให ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ การกระทําของจําเลยสอ แสดงใหเ หน็ ถงึ ความใครแ ละกามารมณ โดยทโ่ี จทกร ว มมไิ ดร เู หน็ หรอื ยนิ ยอม อนั ໹š ¡ÒáÃзÒí ·äèÕ ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾ÈμÍ‹ ⨷¡Ã Ç‹ Á â´Â⨷¡Ã Ç‹ Áμ¡ÍÂã‹Ù ¹ÀÒÇзäèÕ Á‹ ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢×¹ä´Œ áÁŒ¨Òí àŨÐÁäÔ ´ŒÊÁÑ ¼ÑÊμ‹Íà¹×Íé μÇÑ Ã‹Ò§¡Ò¢ͧ⨷¡ÃÇ‹ Áâ´Âμç แตก ารท่จี ําเลยใช กลอ งบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรงโจทกร ว มในระยะใกลช ดิ โดยโจทกร ว มไมร ตู วั ยอ มรบั ฟง ไดว า จําเลยไดก ระทาํ โดยประสงคตอผลอนั ไมส มควรในทางเพศตอ โจทกร ว ม โดยใชก าํ ลังประทษุ รายตามมาตรา ๑ (๖) แหง ประมวลกฎหมายอาญา ซง่ึ การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยอนั เปน องคป ระกอบความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ นอกจากหมายความวา ทาํ การประทุษรายแกกายแลว ยังหมายความวาทาํ การประทุษรายแกจิตใจ ดวย ไมวาจะทําดวยใชแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทาํ ใด ๆ ซง่ึ เปน เหตใุ หบ คุ คลหนงึ่ บคุ คลใดอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได การกระทําของจาํ เลยดงั กลา ว ทาํ ให โจทกรวมตองรูสึกสะเทือนใจอับอายขายหนา จึงถือวาเปนการประทุษรายแกจิตใจของโจทกรวมแลว

๑๐๑ การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปนการกระทาํ อนาจารโจทกรวม ครบองคประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ ¢ŒÍÊѧà¡μ แนวฎีกาใหมนี้ขัดกับแนวฎีกาเดิมซึ่งผูกระทาํ ตองมีการสัมผัสตอ เนอ้ื ตวั รา งกายของผเู สยี หายหรอื บงั คบั ใหผ เู สยี หายสมั ผสั ตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทําและมนี กั วชิ าการ โตแยงวาเปนการตีความท่ีเกินจากบทบัญญัติของกฎหมาย คงตองรอศาลฎีกาโดยท่ีประชุมใหญวา จะวินิจฉัยไปใทางใดตอไป ๑.๒ การกระทาํ อนาจารตามมาตรานี้ตองกระทาํ โดยขูเขญ็ ดวยประการใดๆ โดยใช กาํ ลังประทุษรายโดยบุคคลน้ันอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได โดยทําใหบุคคลนั้น เขาใจผิดวา ตนเปนบุคคลอื่น ทาํ นองเดียวกับมาตรา ๒๗๖ ซึ่งแสดงใหเห็นวาผูถูกกระทํามิไดยินยอมใหกระทํา ตอ งมีการขูเข็ญหรอื ใชกาํ ลงั ประทุษรา ย เปนตน μÑÇÍÂÒ‹ § คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õðñ/òõðó จําเลยจบั มอื และกอดเดก็ หญงิ ผเู สยี หาย อายุ ๑๔ ป ถอื ไดว า เปน การใชแ รงกายภาพ ซง่ึ เปน การใชก ําลงั ประทษุ รา ยตามความหมายใน มาตรา ๑ (๖) แลว การกระทาํ ของจําเลยดังกลา ว เปน ความผิดฐานกระทาํ อนาจารตามมาตรา ๒๗๘ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óùõó/òõóù จาํ เลยกอดคอผเู สียหายและจบั แขน ผูเสียหายลากเพื่อจะพาเขาหองพักในโรงแรม เปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ มีความผิดฐาน กระทําอนาจารโดยใชกําลังประทษุ รา ยตอผูเ สียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ¢ŒÍÊѧà¡μ หากไมเปนการขูเข็ญโดยกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญจนผูเสียหาย อยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได แตผูเสียหายโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืองมงายจึงยอมใหทาํ อนาจาร เชน นผ้ี ูกระทําไมผดิ ตามมาตราน้ี (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๕๘๓๗/๒๕๓๐) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õøó÷/òõóð ผูเสยี หายยอมใหจ าํ เลยซึง่ เปนแพทย แผนโบราณกระทําอนาจารโดยโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืออยางงมงายวาจําเลยทําการรักษาโรคใหได การกระทาํ ของจาํ เลยจึงไมเปนการขูเข็ญโดยใชกําลังประทุษราย หรือขูเข็ญจนผูเสียหายอยูในภาวะท่ี ไมส ามารถขดั ขนื ได เมอ่ื จาํ เลยกระทาํ ตอ ผเู สยี หายซงึ่ มอี ายเุ กนิ กวา ๑๓ ป การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ๑.๓ ผถู กู กระทําจะเปนชายหรือหญิงก็ได แตต อ งมีอายุกวา ๑๕ ป ถา อายุไมเกิน ๑๕ ป ก็จะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๙ ซ่ึงจะอธบิ ายตอ ไป สว นผูกระทาํ จะเปนชายหรือหญิงก็ได ๑.๔ ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ คอื เจตนากระทําอนาจารตามทไี่ ดอ ธบิ าย ขางตน ·§éÑ ¹éÕ Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ ในกรณกี ารจบั เนอ้ื ตอ งตวั หญงิ มใิ ชเ ปน การกระทาํ อนาจาร เสมอไป เชน การจับแขนหญิงบังคับพาไปขมขืนกระทําชาํ เรา การจับแขนกรณีน้ี ไมเปนการกระทาํ อนาจารอีกบทหนึ่ง (คําพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๒๗/๒๕๑๘) แตนา จะเปน เพราะการจบั แขนเปน เจตนา บังคับพาไปมากกวา

๑๐๒ การยึดแขนหญิงและน่ังเบียดหญิงในรถระหวางพาไปเพ่ือการอนาจาร เปนการกระทําปกตธิ รรมดาในการควบคมุ มิใหห นี ไมม ลี กั ษณะเปน การทําอนาจารตามมาตรา ๒๗๘ (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๒๔๐๑/๒๕๒๒) ผูเสียหายและจําเลยมีความสัมพันธกันฉันชูสาว ในวันเกิดเหตุจําเลยมาหา ผูเสียหายทบ่ี านและกอดรดั ผเู สียหายในฐานะทเ่ี คยมีความสมั พนั ธกนั มากอ น แมผูเ สยี หายจะปฏิเสธ และจาํ เลยไมเลิกราก็นาจะเปนเพราะจําเลยตองการแสดงความรักตอผูเสียหายตามวิสัยชายท่ีมี ตอ หญงิ ทเี่ คยมคี วามสมั พนั ธก นั มากอ น การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ขาดเจตนาบกุ รกุ และ¢Ò´à¨μ¹Ò͹ҨÒà ผเู สยี หาย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๒๔๘๒/๒๕๔๗) การทีจ่ ําเลยกับพวกรว มกนั จบั แขนทงั้ สองขา งของผูเสียหายท่ี ๒ ชูไวบนศีรษะ กดใหผ เู สยี หายท่ี ๒ นอนหงาย และใชม อื ปด ปากผเู สยี หายที่ ๒ มใิ หร อ ง พรอ มกบั ถอดกางเกงผเู สยี หาย ที่ ๒ ออกกเ็ พอื่ จําเลยกบั พวกจะ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทําชาํ àÃÒผเู สยี หายท่ี ๒ เทา นน้ั จาํ เลยกบั พวกมไิ ดก ระทําการ อยา งใดตอ ผเู สยี หายท่ี ๒ อกี ดงั นี้ ¨Ð¶Í× ÇÒ‹ ¨íÒàÅ¡ºÑ ¾Ç¡¡ÃÐทาํ ͹ҨÒüàŒÙ ÊÂÕ ËÒ·Õè ò ´ÇŒ  ËÒä´äŒ Á‹ แมจ ําเลยใหก ารรบั สารภาพ ศาลกไ็ มอ าจพพิ ากษาวา จําเลยกระทําความผดิ ฐานดงั กลา วได (คําพพิ ากษา ศาลฎีกาท่ี ๑๕๒๕/๒๕๔๘) ๒. ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊͧ การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทําตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ หากเปนการกระทาํ โดย㪌ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍè×¹ซ่ึงÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลา้ํ ÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡ ของบุคคลน้ัน ͸ԺÒ ๒.๑ มาตรา ๒๗๘ วรรคสองเปน àËμ©Ø ¡Ãèข องวรรคหนงึ่ ถา ผกู ระทาํ กระทําโดย㪌 ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍ×蹫Öè§ÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾È เชน ใชอวัยวะเพศเทียมŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èหรือ·ÇÒÃ˹ѡของ ผถู กู กระทาํ ซงึ่ ตามกฎหมายเดมิ ในกรณี เปน ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒ (เพราะเปน ¡ÒÃãªÊŒ §èÔ Í¹×è ã´ (วตั ถ)ุ กระทํา กับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผูอื่น) เปล่ียนมาเปน¡ÒáÃÐทํา͹ҨÒôŒÇ¡ÒÃŋǧÅíéÒ (sexual assault by penetration) และเปนความผิดตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงมีอัตราโทษเทากับ ความผดิ ฐานขม ขนื กระทาํ ชําเราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคหน่งึ ๒.๒ ¹Ò‹ Êѧà¡μÇÒ‹ ตอไปนีก้ ารทีช่ ายใชล้นิ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๔๑๖๔/๒๕๕๕) หรือใชน้ิวมือ (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๕๘๒๘/๒๕๕๘) ŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡของหญิง อายกุ วา ๑๕ ป จะ໹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃโดยการลว งล้ําตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง äÁã‹ ªà‹ »¹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทําชําàÃÒ´§Ñ ·ÈèÕ ÒŮաÒà¤ÂÇ¹Ô ¨Ô ©ÂÑ äÇŒÍ¡Õ μ‹Íä» ๒.๓ ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊÒÁáÅÐÇÃäÊèÕ ในมาตรา ๒๗๘ วรรคสามและวรรคส่ี จะเห็นไดวา มขี อ ความทํานองเดยี วกบั ท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง และมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม ขอใหนักเรียนดูคาํ อธิบาย ในมาตรา ๒๗๖

๑๐๓ ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡‹à´ç¡ÍÒÂØÂ§Ñ äÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚ ÁÒμÃÒ ò÷ùø ผูใดกระทาํ อนาจารแกเด็กอายุยังไมเกินสบิ หา ป โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอม หรือไมก ต็ ามตองระวางโทษจําคุกไมเ กินสบิ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ สองแสนบาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุไมเกินสิบสามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผูกระทําไดกระทําโดยขูเข็ญดวย ประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย โดยเดก็ นนั้ อยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ใหเ ดก็ นน้ั เขา ใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอนื่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท ถึงสามแสนบาทหรอื ทั้งจําทงั้ ปรับ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสาม เปน การกระทาํ โดยใชว ตั ถหุ รอื อวยั วะอนื่ ซึ่งมิใชอวัยวะเพศลวงลํ้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต หาปถ งึ ย่สี ิบป และปรับตั้งแตหนงึ่ แสนบาทถึงสแ่ี สนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสี่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ สามป ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ตัง้ แตเจด็ ปถึงย่สี บิ ป และปรบั ตั้งแตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาทถึงสีแ่ สนบาท หรือจาํ คกุ ตลอดชีวติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหา ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท ถงึ ส่ีแสนบาทหรือจาํ คุกตลอดชีวติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหา ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํา กับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกนั ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชวี ติ ͸ºÔ Ò ๑. วรรคหนงึ่ ของมาตราน้ี มอี งคป ระกอบความผดิ เชน เดยี วกบั มาตรา ๒๗๘ แตต า งกนั ตรงท่ี ¼ŒÙ¶¡Ù ¡ÃÐทาํ μŒÍ§à»¹š à´¡ç ÍÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ áÅÐäÁ‹ÇÒ‹ à´ç¡¹éѹ¨ÐÂÔ¹ÂÍÁËÃÍ× äÁ‹¡μç ÒÁ¡àç »¹š ¤ÇÒÁ¼Ô´ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñö÷ó/òõôö จําเลยมีอาชีพขับรถรับสงเด็กนักเรียนขณะท่ี เด็กหญิงผูเสียหายเรียนอยูช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ จําเลยทําอนาจารผูเสียหายโดยใชมือลูบคลําท่ี อวัยวะสืบพันธุและจับหนาอกผูเสียหาย จําเลยมีความผิดฐานกระทําอนาจารเด็กอายุไมเกิน ๑๕ ป ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก การกระทาํ ตามมาตรานี้ แมช ายกระทาํ ตอ ชาย หรอื หญงิ กระทาํ ตอ หญงิ กเ็ ปน ความผดิ ท้งั สิน้ ๘ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๔ ขอ สาํ คญั อกี ประการหนง่ึ คอื ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั อายขุ องเดก็ ดว ยตาม มาตรา ๕๙ วรรคสาม ถา ไมร ูกข็ าดเจตนา คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè óøøñ/òõôò จาํ เลยพาเดก็ หญงิ ส. ผเู สยี หายไปเพอื่ จะกระทาํ ชาํ เรา ในขณะท่ผี ูเสียหายอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือนเศษ โดยผูเสยี หายสมคั รใจยินยอมไปกบั จาํ เลย และจาํ เลย กอดจูบกระทาํ อนาจารแกผ เู สียหาย แมก ารกระทาํ ของจาํ เลยอาจเปน ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ก็ตาม แตการทผ่ี ูเสยี หายมรี ูปรา งและลกั ษณะการพูดจาทําใหจ าํ เลย สําคญั ผดิ วา ผเู สยี หายอายุ ๑๘ ถงึ ๑๙ ป ซึง่ เปนการสําคญั ผดิ ในขอ เท็จจรงิ อันเปนองคป ระกอบของ ความผดิ ฐานอนาจารผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานดงั กลาวตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม นาสังเกตวา คดนี ้ีเด็กอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือน จึงไมอยภู ายใตบ ังคบั มาตรา ๒๘๕/๑ ซงึ่ เปน กฎหมายใหมท บ่ี ญั ญตั กิ รณเี ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป หา มอา งความไมร อู ายขุ องเดก็ เพอ่ื ใหพ น จาก ความผิดนน้ั ๒. ความในวรรคสอง เปน การกระทําแกเ ด็กอายุไมเ กินสบิ สามป ซงึ่ เปนเหตใุ หผูกระทาํ ตอ งรับโทษหนักขน้ึ ๓. ความในวรรคสามแสดงวา เดก็ ไมย นิ ยอม เพราะถกู กระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชกาํ ลงั ประทุษราย โดยเด็กนั้นอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทําใหเดก็ นน้ั เขาใจผิดวา ตนเปน บุคคลอ่นื ซ่ึงเปน เหตุใหผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้ึน ๔. ความในวรรคสี่ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสาม เปน การกระทํา โดยใชวัตถุหรืออวยั วะอ่ืนซ่งึ มิใชอ วัยวะเพศลวงล้าํ อวยั วะเพศหรือทวารหนักของเดก็ นัน้ ผูกระทาํ ตอง รับโทษหนักขึ้นอีก มีขอความทํานองเดียวกับมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ขอใหนักเรียนดูคําอธิบาย ในมาตราดังกลา ว ๕. สวนความในวรรคหกและวรรคเจ็ด มีขอความเชนเดียวกับมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา ๒๗๗ วรรคสาม วรรคส่ี ขอใหนกั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตราดังกลาว

๑๐๕ ÃѺâ·É˹ѡ¢Öé¹à¹×èͧ¨Ò¡¼Å¢Í§¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁÁÒμÃÒ ò÷ø ËÃ×Í ÁÒμÃÒ ò÷ù ÁÒμÃÒ òøðù ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ เปนเหตใุ ห ผูถูกกระทาํ (๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทําตองระวางโทษจาํ คุกต้ังแตห า ปถ ึงยส่ี ิบป และปรับตั้งแต หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ คลอดชีวิต (๒) ถงึ แกค วามตาย ผูก ระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรอื จําคุกตลอดชวี ิต ͸ºÔ Ò มาตรานี้เปน ผลทท่ี ําใหผูกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ ตองรับโทษหนักขึ้น ถามผี ล เกิดข้นึ คือ อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรือความตายตามมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดาตาม มาตรา ๖๓ ผูกระทําตอ งรบั โทษหนักข้ึนตามมาตราน้ี ÁÒμÃÒ òøð/ñ ถาผกู ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ ไดº ¹Ñ ·¡Ö ÀÒ¾หรอื àÊÂÕ §การกระทาํ ชาํ เราหรอื การกระทาํ อนาจารนน้ั ไว à¾Íè× áÊǧËÒ »ÃÐ⪹â´ÂÁԪͺสําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในมาตราน้ันๆ ˹֧è ã¹ÊÒÁ ถาผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เผยแพรหรอื สงตอ ซึ่งภาพหรอื เสียงการกระทาํ ชําเรา หรอื การกระทําอนาจารทบ่ี ันทกึ ไว ตองระวางโทษหนักกวา ที่บัญญัติไวใ นมาตรานัน้ ๆ ก่ึงหนึ่ง ͸ԺÒ ๑. มาตรานเี้ พม่ิ โทษผกู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ ทไ่ี ดบ นั ทกึ ภาพหรอื เสยี งการกระทําชาํ เราหรอื การกระทําอนาจารเพอ่ื แสวงหาประโยชน โดยมชิ อบ โดยจะบนั ทกึ เองหรอื ดําเนนิ การใหผ อู น่ื บนั ทกึ กไ็ ด แตห ากมกี ารลกั ลอบบนั ทกึ โดยผกู ระทํา ความผิดไมมสี ว นรเู หน็ ดวยผกู ระทาํ ความผิดก็ไมม ีความผิดตามมาตรานี้ ๒. ผูกระทําความผิดตามมาตราดังกลาวนอกจากผูลงมือแลว ยังหมายถึงตัวการ ตามมาตรา ๘๓ ผูใชต ามมาตรา ๘๔ และผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๗ ดวย ๓. หากผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดเ ผยแพร หรอื สง ตอ ซงึ่ ภาพหรอื เสยี งดงั กลา ว ตอ งระวางโทษหนักขน้ึ กึ่งหนึง่ ตามวรรคสอง μÑÇÍÂÒ‹ §·Õè ñ นาย ก. ขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. นาย ก. มคี วามผิดเชนตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนงึ่ หากนาย ก. บนั ทกึ ภาพและเสยี งขณะขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. เพอื่ แสวงหาประโยชน โดยมิชอบ กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคหนึง่ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ ¢¹Öé ˹§èÖ ã¹ÊÒÁ ¢Í§â·É·Õºè ÞÑ ÞμÑ ÔäÇ㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè ๙ พ.ร.บ.แกไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๖ ถาวันรุงขึ้น นาย ก. นําภาพท่ีตนบันทึกไวไปÊ‹§μ‹Íหรือà¼Âá¾Ã‹ เพื่อประจาน คนท่ัวไป กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง อนั เปน เหตุฉกรรจข องวรรคหนึง่ μŒÍ§ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Ö§è Ë¹Ö§è ¢Í§â·É·ºèÕ ÞÑ ÞÑμäÔ ÇŒã¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹Öè§ μÑÇÍ‹ҧ·èÕ ò นางดําใชนายแดงใหขมขืนนางขาวศัตรูของนางดํา โดยนางดํา แอบบันทึกภาพและเสียงไวเพ่ือประสงคจะใชเผยแพรเพ่ือประจานนางขาวใหอับอาย โดยการบันทึก ดงั กลาวนายแดงไมมีสว นรูเหน็ ดว ย กรณีนี้ นางดาํ ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ เพราะคําวา “ผูกระทาํ ความผิด ตามมาตรา ๒๗๖ ฯลฯ” ยอมหมายถงึ (๑) ผูลงมอื (นายแดง) (๒) ตวั การ (เชน คนดตู น ทาง) (๓) ผูรับโทษเสมือนเปนตัวการ ซ่ึงไดแก “ผูใชในกรณีที่ผูถูกใชไดกระทําความผิด ตามทใ่ี ช” (ã¹·¹èÕ ¤éÕ Í× ¹Ò§ดํา) (๔) ผูส นับสนนุ (เชน ใหยมื หองใหใชข มขืน) ดังน้ัน นางดําจึงผิดมาตรา ๒๘๐/๑ หากตอมานางดํานําภาพและเสียงท่ีตน บันทึกไปเผยแพรหรือสง ตอ นางดําก็ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง ซ่ึงเปน “เหตุฉกรรจ” ของวรรคหน่ึง ·¹Õè Ò§ดาํ μÍŒ §ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Öè§Ë¹Ö觢ͧâ·É·ºÕè ÞÑ ÞμÑ äÔ Ç㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒËÃÍ× ¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ÂèÕ ÍÁ¤ÇÒÁä´Œ ÁÒμÃÒ òøññð ความผดิ ตามมาตราดังตอไปนี้ เปน ความผิดอนั ยอมความได (๑) มาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง และมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงเปนการกระทําระหวาง คสู มรส ถา มไิ ดเ กดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หรอื ไมเ ปน เหตใุ หผ ถู กู กระทาํ รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย (๒) มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง ถามิไดเกิดตอหนาธารกํานัล ไมเปนเหตุใหผูถูกกระทํา รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย หรอื มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และ มาตรา ๒๘๕/๒ ͸ºÔ Ò ๑. ความผดิ เกีย่ วกบั เพศท่จี ะยอมความได มีดงั น้ี (ก) กรณีตามมาตรา ๒๘๑ (๑) (๑) ตองเปนการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗๘ วรรคสอง (๒) เปน การกระทาํ ระหวา งคูสมรส (๓) มิไดเ กดิ ตอหนาธารกํานลั และ (๔) ไมเปนเหตุใหผ ูถ ูกกระทาํ รบั อันตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย ๑๐ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๗ (ข) กรณตี ามมาตรา ๒๘๑ (๒) (๑) ตองเปน การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคหนึง่ (๒) มิไดเ กิดตอหนาธารกํานลั (๓) ไมเ ปนเหตุใหผ ถู ูกกระทาํ รับอนั ตรายสาหัสหรอื ถึงแกค วามตาย และ (๔) มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และมาตรา ๒๘๕/๒ ๒. คาํ วา “μÍ‹ ˹Ҍ ¸ÒÃกาํ ¹ÅÑ ” หมายถงึ กระทาํ ในลกั ษณะทเ่ี ปด เผยใหบ คุ คลอนื่ สามารถ เหน็ การกระทําของตนได (ฎ.๑๑๗๓/๒๕๐๘ ประชมุ ใหญ) และบคุ คลอ่นื น้นั จะตองมิใชผูทีร่ ว มกระทํา ความผิดดวยกัน μÇÑ ÍÂÒ‹ § กรณีมใิ ชก ารกระทําตอ หนาธารกาํ นลั คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ๑๑๗๓/๒๕๐๘ (ประชมุ ใหญ) จาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย ตอ หนา เดก็ หญงิ คนหนงึ่ ã¹ËÍŒ §¹Í¹Á´× เพยี งแตเ หตเุ กดิ ตอ หนา เดก็ หญงิ เทา นนั้ และโจทกม ไิ ดย นื ยนั โตแ ยง วา จาํ เลยไดก ระทาํ โดยประการทใี่ หเ ดก็ หญงิ ไดเ หน็ การกระทาํ ของจาํ เลย หรอื วา จาํ เลยไดก ระทาํ ในลักษณะที่เปดเผยใหบุคคลอื่นสามารถเห็นการกระทําของจําเลยได ดังน้ี พฤติการณแหงคดีจึงถือ ไมไ ดว า จาํ เลยไดก ระทาํ ผดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หากผเู สยี หายไดแ ถลงตอ ศาลไมต ดิ ใจเอาความจากจาํ เลย ขอถอนคํารองทุกข ศาลกต็ อ งสั่งจําหนายคดอี อกจากสารบบความ μÑÇÍ‹ҧ กรณีการกระทําตอหนาธารกํานลั คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ๔๖๙๓/๒๕๕๓ จําเลยจบั หนา อกผเู สยี หายซงึ่ เปน หญิงในราน อาหาร ซ่ึงมีลูกคามาน่ังรับประทานอาหารและมีพนักงานรานอาหารนั้นเห็น ดังนี้ เปนการกระทํา อนาจารแกผูเสยี หายตอหนา ธารกํานัลแลว ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ òøöññ ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ยส่ี บิ ป และปรบั ไมเ กินสีแ่ สนบาท หรอื จําคุกตลอดชวี ติ (๑) ชว ยเหลือ ใหความสะดวก หรือคมุ ครองการคา ประเวณขี องผอู น่ื (๒) รับประโยชนไมวา รปู แบบใดจากการคาประเวณีของผอู ่ืนหรือจากผูซง่ึ คา ประเวณี (๓) บังคบั ขูเข็ญ หลอกลวง หรอื ใชอ ํานาจครอบงาํ ผูอื่น หรอื รบั ผูอ่ืนเขาทาํ งานเพอ่ื การ คาประเวณี (๔) จัดใหมีการคา ประเวณีระหวา งผซู ึ่งคาประเวณีกับผใู ชบ รกิ าร (๕) ปกปด หรอื อําพรางแหลงที่มาของรายไดหรอื ทรัพยส นิ ซึง่ ไดมาจากการคา ประเวณี (๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซึ่งคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน เปนอาจิณ และไมส ามารถแสดงที่มาของรายไดในการดาํ รงชีพของตน ๑๑ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๒/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๘ (๗) ขัดขวางการดําเนินการของหนวยงานที่ดูแลในการปองกัน ควบคุม ชวยเหลือ หรือใหการศึกษาแกผูซ่ึงคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซ่ึงอาจไดรับอันตราย จากการคาประเวณี ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มิใหใ ชบ งั คบั แกผูร ับประโยชนไ มว ารปู แบบใดซึง่ พึงไดร ับ ตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา ͸ԺÒ ๑. มาตรา ๒๘๖ (เดิม) เปนความผิดฐานดําçªÕ¾ÍÂÙ‹¨Ò¡ÃÒÂä´Œ¢Í§¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàÇ³Õ หรอื ทเี่ รยี กกนั วา “แมงดา” ซง่ึ จะเปน ความผดิ ดงั กลา วจะตอ งไดค วามวา ผนู น้ั ดาํ รงชพี อยไู ด โดยอาศยั รายไดทั้งหมดหรือบางสวนจากผูซึ่งคาประเวณี หากขาดปจจัยแมเพียงบางสวนจากรายไดของผูซึ่ง คาประเวณีจะดาํ รงชีพอยูไมไ ด (คาํ พิพากษาฎกี าท่ี ๑๒๐๘/๒๕๓๕) ดังน้ัน หากผูนั้นมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดํารงชีพ แมผูน้ัน จะไดรับเงินสวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตาม ไมเปนความผิดตามมาตรานี้ (คําพิพากษาฎีกา ท่ี ๒๕๕๕/๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กนิ ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู ูแลจดั การ สถานการคา ประเวณไี ดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทคี่ า ประเวณี แตจ าํ เลยกป็ ระกอบอาชพี อน่ื อยดู วย คือ ขายผาและนํ้าปลา มีรายไดเ ดือนละ ๕,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยมีÃÒÂä´Œ จากการคาขาย และไมป รากฏวา รายไดด ังกลาวไมเพยี งพอสําหรับดํารงชีพ ถงึ จําเลยจะไดร บั สวนแบง จากหญงิ ซง่ึ คาประเวณกี ไ็ มเปน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ จะเหน็ ไดว า ตามมาตรา ๒๘๖ (เดมิ ) ไมส ามารถเอาผดิ กบั ผทู เี่ ปน แมงดาได หากผนู นั้ มรี ายไดอยางอื่นนอกเหนือจากท่ีไดร บั จากผูซึ่งคาประเวณีอยดู ว ย ดวยเหตุนี้กฎหมายใหม จึงเพ่ิมบทบัญญัติมากขึ้นเพื่อปองปรามมิใหมีการกระทํา ที่เปนการเอาเปรียบหรือรับประโยชนจากผูซ่ึงคาประเวณีหรือจากการคาประเวณี ดังจะเห็นไดจาก กรณจี าํ เลยตามคาํ พพิ ากษาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตน ยอ มถอื ไดว า มคี วามผดิ ฐานรบั ประโยชนจ ากผซู งึ่ คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่แี กไ ขใหมแ ลว ๒. ผกู ระทาํ และผูซง่ึ คาประเวณจี ะเปน ชายหรอื หญงิ กไ็ ด ๓. นา สงั เกตความในวรรคสองเปน ¢ÍŒ ¡àǹŒ ความรบั ผดิ ไวใ นกรณกี ารกระทาํ ตามความ ในวรรคหนงึ่ (๒) และ (๖) มใิ หน าํ มาใชบังคับแก¼ ÃÙŒ ºÑ »ÃÐ⪹ เชน บตุ รซึง่ อยูในความดแู ลของมารดา ผซู งึ่ คา ประเวณจี าํ เปน ตอ งรบั ประโยชนห รอื อยรู ว มกบั มารดาตามกฎหมาย หรอื ตามธรรมจรรยาไมเ ปน ความผดิ ตามมาตราน๑ี้ ๒ ๑๒ วรี ะวัฒน ปวราจารย คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑, ๒๕๖๒, คร้ังที่ ๖-๗ น.๒๔๑-๒๘๐

๑๐๙ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹à»š¹¸ÃØ Ð¨Ñ´ËÒÏ ÁÒμÃÒ òøò ผูใดà¾è×Íʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍè×¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃซ่ึงªÒÂหรือËÞÔ§ แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตัง้ แตสองหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ป แตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ามปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แตห กหมนื่ บาทถงึ สามแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตองระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห าปถ งึ ยี่สบิ ป และปรับตัง้ แตหนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ผใู ดเพอื่ สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซง่ึ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม แลว แตกรณี ͸ºÔ Ò ๑) ÇÃäáá ๑. ¡ÒáÃÐทาํ คอื à»¹š ¸ØÃШѴËÒ Å‹Íä» ËÃ×;Òä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒà การกระทาํ à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒÃตามมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๓๑๙ นนั้ หมายความถงึ การกระทาํ ทไ่ี มส มควรในทางเพศตอ รา งกายของบคุ คลอนื่ ซงึ่ ตอ งเปน การกระทาํ ตอ เนอ้ื ตวั ของบคุ คล โดยตรง จะกระทาํ ในทรี่ โหฐานหรอื สาธารณสถานกไ็ มม ผี ลทแี่ ตกตา งกนั เชน การทช่ี ายอนื่ รว มประเวณี กับผูเสียหายซ่ึงเปนผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรม แมจะเปนท่ีมิดชิดแตก็เปนการกระทํา ทไี่ มสมควรในทางเพศตอ รางกายของผเู สยี หาย จึงเปนการกระทาํ เพื่อการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาฎีกา ที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙) จาํ เลยกับพวกพาผเู สยี หายซ่ีึงเปน หญงิ โสเภณีอายุ ๑๗ ป ไปอยูใ นซอ งโสเภณี ของจาํ เลย แลว ใหร บั จา งรว มประเวณกี บั ชายอน่ื เชน นี้ แมผ เู สยี หายจะสมคั รใจไปกบั จาํ เลยและตกลง ยินยอมรับจางรวมประเวณีกับชายอื่นตอมาก็ตาม ก็ถือวาจําเลยเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไป เพอื่ การอนาจารซง่ึ หญงิ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๘ ป มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๒ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๘๙๑/๒๕๑๕) คําÇ‹Ò à»š¹¸ØÃШѴËÒ หมายความวา ¨Ñ´ãˌ䴌ÁÒ«Ö觪ÒÂËÃ×ÍËÞÔ§ Å‹Íä» หมายความวา Å‹ÍÅǧä»Âѧʶҹ·èÕ·èըѴäÇŒ สวน¾Òä» หมายความวา นําä» (คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ øøö÷/òõõô) ๒. กฎหมายใชคําวา ªÒÂหรือËÞÔ§ ผูที่ถูกพาไปดังกลาวจึงอาจเปนชายหรือหญิง กไ็ ด และแมผ ทู ถี่ กู พาไปน้ันจะยินยอม ผกู ระทํากม็ ีความผดิ ตามมาตราน้ี ๓. องคป ระกอบภายใน คอื เจตนาตามมาตรา ๕๙ ในการเปน ธรุ ะจดั หา ลอ ไป หรอื พาไปและตอ งมเี จตนาพเิ ศษทงั้ สองประการ คอื à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ã¢‹ ͧ¼ÍŒÙ ¹×è áÅÐà¾Íè× ¡ÒÃ͹ҨÒônj  ¤ÇÒÁã¤Ã‹ ในทน่ี ้ี ทา นศาสตราจารยจ ติ ติ อธบิ ายวา นา จะหมายความà¾ÂÕ §¤ÇÒÁ ¾Íã¨ã¹·Ò§à¾È äÁจ‹ าํ ໹š μÍŒ §¶§Ö ¡ºÑ ÃÇ‹ Á»ÃÐàdzสÕ าํ àèç เชน เพยี งแตก อดจบู ลบู คลาํ กไ็ ด และมาตราน้ี

๑๑๐ ใชคาํ วา à¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÍÙŒ ×è¹ มใิ ชข องตัวผูก ระทําเอง ดว ยเหตนุ ้ถี าพาหญงิ ไปเพ่อื ความใคร ของผพู าไปเอง ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรานี้ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øòô/òõðó วนิ จิ ฉัยวา ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๘๒ ตองเปนกรณีท่ีเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาเพื่อสําเร็จความใครของ¼ÙŒÍ×è¹ ถา เปน กรณีที่กระทาํ ไปเพอื่ สําเร็จความใครข องผกู ระทาํ นั้นเองแลว ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๒ (แตอ าจเปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๔ โปรดดมู าตรา ๒๘๔) กบั มคี าํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๖๔๒-๖๔๔/๒๕๓๗ à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒà เชน พาหญงิ ไปขายซอ งโสเภณี (คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๗๖๗/๒๕๑๕) การหลอกลวงพาหญงิ ไปรว มประเวณี โดยไมป ระสงคจ ะเลยี้ งดเู ปน ภรยิ ากเ็ ปน การอนาจาร (คาํ พพิ ากษา ฎกี าท่ี ๓๕๘/๒๔๘๖, ๒๐๒๙/๒๕๒๐) แตถาพาหญิงไปเพื่ออยูกินเปนสามีภริยากันโดยชายไมมีภริยาอยูกอนมีแนว คาํ พพิ ากษาฎกี าไมถ ือวา เปน การพาไปเพอื่ การอนาจาร ๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทํา ตองรูขอเท็จจริงน้ัน ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย กลาวคือ ตองรูวาผูท่ีถูกพาไปนั้น อายุเกิน ๑๕ ป แตย งั ไมเกิน ๑๘ ป จึงจะผิดตามวรรคสอง หรือตอ งรูวา ผทู ่ีถกู พาไปนั้นอายยุ ังไมเกนิ ๑๕ ป จงึ จะผิด ตามวรรคสาม คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øøö÷/òõõô จําเลยเพียงแตพ ูดชกั ชวนผเู สียหายซ่งึ เปน เด็ก อายุไมเกินสิบหาปใหไปรวมหลับนอนกับ อ. สามีของจําเลย แลวจะใหโทรศัพทเคลื่อนท่ี ๑ เครื่อง และเงนิ ๓,๐๐๐ บาท เปน การตอบแทน ผเู สียหายทํา·Õ¾Â¡Ñ ˹ŒÒáμ‹äÁ‹μ¡Å§´ÇŒ  à·Ò‹ ¡Ñº¼àÙŒ ÊÂÕ ËÒ äÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ อันเปน การกระทํา¤ÃºÍ§¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ตามมาตรา ๒๘๒ วรรคสาม ซ่ึงจาํ เลยŧÁ×Í กระทาํ ความผดิ และกระทาํ ไปตลอดแลว áμ¼‹ àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂäÁä‹ »´ÇŒ  ทาํ ใหก ารกระทาํ ของจาํ เลยäÁº‹ ÃÃÅ¼Ø Å ตามท่ีมงุ หวงั ไว จงึ เปนการพยายามกระทาํ ความผดิ ตามมาตราดังกลาว ๓) สว นÇÃäÊÕè กฎหมายบญั ญตั ใิ ห ¼ÃŒÙ ºÑ μÇÑ กบั ¼ÊŒÙ ¹ºÑ ʹ¹Ø การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม มคี วามผิดตอ งระวางโทษเชน เดียวกบั ¼ÙŒ¡ÃÐทํา ÁÒμÃÒ òøó ผูใดà¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍ×è¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป เพอ่ื การอนาจารซง่ึ ชายหรอื หญงิ โดยใชอ บุ ายหลอกลวง ขเู ขญ็ ใหก าํ ลงั ประทษุ รา ย ใชอ าํ นาจครอบงาํ ผดิ คลองธรรมหรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอน่ื ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แต หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สิบแปดป ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตเจ็ดปถึงย่ีสิบป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท ถึงสี่แสนบาท หรอื จําคุกตลอดชีวติ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแตสองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุก ตลอดชีวิตหรือประหารชวี ิต

๑๑๑ ผใู ดเพอ่ื สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซงึ่ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไป ตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม แลว แตกรณี ͸ºÔ Ò ๑) ÇÃäáá μÑÇÍÂÒ‹ § â´ÂãªÍŒ غÒÂËÅÍ¡Åǧ คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñð/òõôð การทจี่ ําเลยËÅÍ¡Åǧผเู สยี หายซงึ่ มอี ายุ ๑๕ ปเ ศษ วาจะพาผูเสียหายไปทํางานในรานอาหาร แตกลับพาไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณี จะนับวา ผูเสียหายเต็มใจไปดวยไมได เพราะผูเสียหายไมไดเต็มใจไปคาประเวณีมาแตตน แตไปกับจําเลย เพราะจาํ เลยหลอกลวงวา จะพาไปทาํ งานทร่ี า นขายอาหารของนอ งสาวจาํ เลย และการทจ่ี าํ เลยหลอกลวง ผูเสียหายแลวพาผูเสียหายไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณีก็เปนที่เห็นไดวา จําเลยมีเจตนาท่ีจะ ลอผูเสียหายไปเพ่ือการอนาจารและเพื่อสําเร็จความใครของผูอ่ืน â´ÂãªŒÍØºÒÂËÅÍ¡Åǧผูเสียหาย จําเลยจึงมคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม μÑÇÍ‹ҧ ¡ÒâÙà‹ ¢çÞ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ õøò/òõò÷ จําเลยชักชวนเด็กหญิงท้ังสามไปอยูดวย อา งวา จะหดั ลเิ กให แตก ม็ ไิ ดห ดั ให กลบั จะใหค า ประเวณâี ´Â¢ว‹Ù า ไมย อมจะสง ไปตา งจงั หวดั ¨¹เดก็ หญงิ คนหนงึ่ จาํ μÍŒ §ÂÍÁ仡ºÑ ªÒÂและชายนนั้ พยายามจะกระทาํ มดิ มี ริ า ยในระหวา งทาง ดงั นี้ จาํ เลยกระทาํ การ เปนธรุ ะจัดหาหรอื พาเดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๓ ป ไปเพือ่ การอนาจาร เพือ่ ใหส ําเร็จความใครข องผอู ่ืน เปนความผิดตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสาม μÇÑ Í‹ҧ ¡ÒÃ㪡Œ Òí Åѧ»ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñõòó/òõññ จาํ เลยเปน เจา ของกจิ การสถานคา ประเวณี รบั ตวั นางสมจิตผูเสียหายไว แลวºÑ§¤ÑºãËŒ¤ŒÒ»ÃÐàÇ³Õ คร้ันนางสมจิตไมยินยอมก็ถูกผลักเขาไปในหองมี ชายรออยู เม่ือขัดขืนตอไปก็ถูกจาํ เลยตบหนา บางคร้ังนางสมจิตถูกชายอ่ืนเขาไปในหองแลวจาํ เลย กใ็ สก ญุ แจหอ งขา งนอกและคอยเฝา อยู ทงั้ ยงั ตะโกนบอกใหช ายใหต บตไี ดถ า ไมย อม ถอื ไดว า การกระทาํ ของจําเลยเปนการกระทําเพื่อความใครของผูอ่ืน เปนธุระจัดหาเพ่ือการอนาจารซึ่งหญิงโดย㪌กําÅѧ »ÃзØÉÌҠอันเปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๓ แลว ãªอŒ ํา¹Ò¨¤Ãͺงํา¼´Ô ¤Åͧ¸ÃÃÁ เชน จะไมจ า งตอ ไป ถา คนใชไ มท ําตามความประสงค ของนายจา ง ๒. ผูท่ถี กู พาไปจะเปนªÒÂหรือËÞÔ§ก็ได ๓. ตอ งมีเจตนาและเจตนาพิเศษเชน เดียวกบั มาตรา ๒๘๒ ๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁเปนเหตุฉกรรจซึ่งมีระวางโทษหนักข้ึน เชนเดียวกับ มาตรา ๒๘๒

๑๑๒ ๓) ÇÃäÊÕèกําหนดให¼ÙŒÃѺμÑÇกับ¼ÙŒÊ¹ÑºÊ¹Ø¹การกระทําความผิดตามวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสามมีความผิดตอ งระวางโทษเชนเดียวกับผกู ระทาํ ÁÒμÃÒ òøó ·ÇÔ ผใู ดพาบคุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดปไ ปเพอ่ื การอนาจาร แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา ท้งั ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินเจด็ ป หรือปรับไมเ กินหน่งึ แสนสี่หมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรบั ผใู ด«Í‹ ¹àÃŒ¹บุคคลซ่ึงถูกพาไปตามวรรคแรกหรอื วรรคสอง ตองระวางโทษตามที่บญั ญัติ ในวรรคแรกหรอื วรรคสอง แลวแตก รณี ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทําแกบุคคลอายุเกินสิบหาป เปน ความผิดอันยอมความได ÁÒμÃÒ òøô ผูใด¾Ò¼ÙŒÍ×è¹ä»à¾è×Í¡ÒÃ͹ҨÒà โดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญใชกําลัง ประทษุ รา ย ใชอ ํานาจครอบงําผดิ คลองธรรม หรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอนื่ ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตหนงึ่ ปถ ึงสิบป และปรบั ตงั้ แตสองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท ผใู ด«‹Í¹àùŒ บุคคลซึง่ ถูกพาไปตามวรรคแรก ตองระวางโทษเชน เดยี วกบั ผพู าไปนั้น ความผิดตามมาตรานี้ เปนความผิดอนั ยอมความได ¢ŒÍ¾Ô¨ÒÃ³Ò ñ) ÇÃäáá เปนการพาไปเพอ่ื การอนาจาร ñ. ¡ÒáÃÐทํา คือ พาผูอื่นไป ตองกระทําโดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลัง ประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวยประการอื่นใดเชนเดียวกับ ในมาตรา ๒๘๓ μÑÇÍ‹ҧ â´ÂãªÍŒ ºØ ÒÂËÅÍ¡Åǧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè òùôõ/òõóõ จาํ เลยหลอกลวงผเู สยี หายวา จะพาผเู สยี หาย ไปสงท่ีบริเวณงานหนาศาลากลางจังหวัด เมื่อผูเสียหายข้ึนรถยนตสามลอรับจางของจําเลยแลว จําเลยกลับพาผูเสียหายไปท่ีโรงเรียนแหงหน่ึงแลวกระทําอนาจารผูเสียหายแสดงวาจําเลยมีเจตนา จะ¾Òผเู สยี หาย仡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃซง่ึ เปน ความประสงคม าตงั้ แตแ รกแลว การกระทาํ ดงั กลา วเปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ และ ๒๘๔ ซง่ึ กระทาํ ตอ เนอ่ื งกนั มาตลอดโดยไมข าดตอน จงึ เปน การกระทาํ กรรมเดยี ว ผดิ กฎหมายหลายบท μÑÇÍ‹ҧ 㪌กาํ Å§Ñ »ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  ©´Ø ¤ÃÒ‹ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ùøò/òôøò ชายฉดุ ครา หญงิ เพอื่ การอนาจารเคลอ่ื นทไ่ี ป ไดส กั ๑ วา หญงิ สะบดั หลดุ ชายจะเขา ฉดุ อกี แตม คี นดงึ มอื หญงิ ไว ชายจงึ หยดุ เลกิ ไป ดงั น้ี เปน ความผดิ ฐานฉุดคราสําเรจ็ บริบรู ณ หาใชเปนเพียงพยายามกระทําผดิ ไม

๑๑๓ ·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒϨÔμμÔ μÔ§ÈÀѷԏ อธิบายวา การใชกําลังประทุษรายไดแก ตวั อยา งเชน ฉดุ ครา หญงิ ไป ความผดิ สําเรจ็ เมอ่ื มกี าร¾Òà¤ÅÍ×è ¹·äèÕ » เพยี งแต ท. จบั มอื ม. จะฉดุ ม. รอ ง มคี นเขามา ท. จงึ ปลอ ย ม. ยงั ไมไดฉดุ à¤ÅÍè× ¹¨Ò¡·Õè ดังนี้ เปน เพียงขน้ั พยายาม (คําพพิ ากษาฎกี า ท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗) ¶ŒÒ©Ø´ä»¨Ò¡·Õèä´กŒ ็เปน ความผดิ สาํ เร็จ (คาํ พพิ ากษาฎีกาท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ùõõù/òõôó จําเลยท้ังสองใชมีดปลายแหลมเปน อาวธุ จี้ ขบู งั คบั ผเู สยี หายนง่ั รถจกั รยานยนตไ ปจากบรเิ วณทจ่ี าํ เลยทง้ั สองพบผเู สยี หายครงั้ แรกไปจนถงึ กระทอ มนา ที่จําเลยท้ังสองกับพวกรวมกันผลัดเปลี่ยนกันขมขืนกระทําชําเราผูเสียหาย โดยพวกจําเลยยืนคุมอยู การกระทําชําเราในลักษณะเชนนี้ จําเลยท้ังสองกับพวกกระทําในลักษณะติดตอกันและอยูคุมให พวกของตนขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายจนสําเร็จความใครเปนการสมคบกันกระทําผิดอันมีลักษณะ เปน การโทรมหญงิ และเปนความผดิ ฐาน¾ÒËÞÔ§ä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃâ´ÂãªกŒ ําÅ§Ñ »ÃзØÉÌҠ๒. การพาไปเพอ่ื การอนาจาร໚¹¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ à¹×èͧ ขอน้ี ·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒϨÔμμÔ μÔ§ÈÀѷԏ อธิบายวา ถาฉุดไปจากที่ไดก็เปน ความผดิ สาํ เรจ็ แมฉ ดุ ไปไดเ พยี ง ๑ ถงึ ๒ วา และยงั คง໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂμ‹Ù ÅÍ´àÇÅÒ·¾Õè Òä»โดยใช กําลังประทุษรายหรือหลอกลวง ไมใชผิดเฉพาะเมื่อพาเคล่ือนที่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๓๕/๒๕๐๙, ๔๕๐๒/๒๕๒๘) เพราะการพาไปกเ็ ปน การกระทาํ อนั เปน องคค วามผดิ อยอู นั หนง่ึ «§Öè ÁÊÕ ÀÒ¾μ´Ô μÍ‹ ¡¹Ñ àÃè×ÍÂ仨¹¡Ç‹Ò¨ÐàÅÔ¡¾Òä» เชน ถึงที่พักแลวกักขังหญิงไวตอไป ความผิดฐานฉุดคราส้ินสุดลง มคี วามผดิ ฐานกกั ขงั เกดิ ขนึ้ อกี กระทงหนงึ่ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๑๓๒๗/๒๔๙๕, ๕๑๒/๒๔๙๘) ถา ขม ขนื กระทําชําเราดวย ก็เปนความผิดอีกกระทงหน่ึง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๒/๒๔๗๐, ๑๑๑๑/๒๕๑๙, ๑๕๑๘/๒๕๒๒) ÁÒμÃÒ òøõ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ เปน การกระทาํ แกบุพการี ผูสืบสันดาน พ่ีนองรวมบิดามารดาหรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย ซง่ึ อยใู นความดแู ล ผอู ยใู นความควบคมุ ตามหนา ทรี่ าชการ ผอู ยใู นความปกครอง ในความพทิ กั ษห รอื ในความอนบุ าล หรอื ผอู ยภู ายใตอ ํานาจดว ยประการอ่นื ใด ผูก ระทําตอ งระวางโทษหนกั กวา ทบี่ ญั ญตั ิ ไวในมาตรานนั้ ๆ หนึ่งในสาม ͸ºÔ Ò ๑. มาตรานเ้ี ปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ นน้ั ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย คอื ตองรวู าเปนการกระทาํ แกบ ุพการี ผูสบื สนั ดาน พนี่ อ งรวมบดิ ามารดา หรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษยซ่ึงอยูในความดูแล ผูอยูในความควบคุมตาม หนาที่ราชการ ผูอยูในความปกครอง ในความพิทักษหรือในความอนุบาล หรือผูอยูภายใตอํานาจ ดวยประการอื่น การไมรูขอเท็จจริงดังกลาวก็ไมตองรับโทษหนักขึ้นตามมาตราน้ี แตตองรับโทษตาม มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ แลว แตกรณี

๑๑๔ ๒. ผถู กู กระทํากระทําตามมาตราน้ี ไดแก (๑) ºØ¾¡ÒÃÕ คือญาติทางสายโลหิตโดยตรงขน้ึ ไป เชน บดิ ามารดา ปยู า ตายาย ทวด (ò) ¼ŒÙÊº× Êѹ´Ò¹ ในทน่ี ้Ëี ÁÒ¶§Ö ¼ÙÊŒ ׺Êѹ´Ò¹ã¹·Ò§Êº× ÊÒÂâÅËÔμâ´Âá·Œ¨Ã§Ô เพราะมาตราน้ี ไมไ ดม งุ ลงโทษหนกั ขนึ้ เฉพาะการกระทาํ แกบ ตุ รชอบดว ยกฎหมายเทา นน้ั จงึ ใชค าํ วา กระทาํ แกผ สู บื สนั ดาน ดงั นนั้ การทจี่ าํ เลยขม ขนื กระทําชําเรา¼ÊÙŒ º× ÊÒÂâÅËμÔ โดยตรงลงมา áÁ¼Œ ¹ŒÙ ¹Ñé ¨ÐÁãÔ ª‹ ໹š ºμØ ÃªÍº´ÇŒ ¡®ËÁÒ¢ͧจาํ àÅ¡μç ÒÁ กถ็ อื ไดว า จาํ เลยไดก ระทําμÍ‹ ¼ÊÙŒ º× Ê¹Ñ ´Ò¹ ตามความหมาย ของมาตรา ๒๘๕ น้แี ลว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๙๓/๒๕๓๐) แตถาºÔ´ÒàÅéÕ§ขมขืนกระทําชําเราºØμÃàÅÕé§ (เชน บุตรเลี้ยงมีอายุ ๑๒ ป) มคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ เทา นน้ั กรณไี มต อ งดวยมาตรา ๒๘๕ เพราะ อํานาจปกครองเด็กตกอยูแกมารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๕๔๐ บุตรเลี้ยง มิไดอยูใ นความปกครองของบิดาเลีย้ ง (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๓๒๘/๒๕๐๒) (ó) ¾è¹Õ ŒÍ§ÃÇ‹ Áº´Ô ÒÁÒôÒËÃÍ× Ã‹ÇÁáμ‹ºÔ´ÒËÃÍ× ÁÒÃ´Ò (ô) ÞÒμÔÊº× ÊÒÂâÅËÔμ (õ) ÈÉÔ Â«è§Ö ÍÂãÙ‹ ¹¤ÇÒÁ´ÙáÅ คาํ วา ÈÉÔ Â« §Öè ÍÂã‹Ù ¹¤ÇÒÁ´áÙ Åตามมาตรา๒๘๕มไิ ดห มายถงึ เฉพาะผทู มี่ คี วามสมั พนั ธ ในฐานะครูหรืออาจารย ซึ่งÁÕ˹ŒÒ·ÕèÊ͹ÈÔɏเทาน้ัน แตครูหรืออาจารยน้ันμŒÍ§ÁÕ˹ŒÒ·èդǺ¤ØÁ ´ÙáÅ»¡»‡Í§ÃÑ¡ÉÒμÑÇÈÔɏ áÅСÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔμ‹ÍÈÔɏã¹ÃÐËNjҧÁÕ˹ŒÒ·Õè ´§Ñ ¡Å‹ÒÇ´ŒÇ (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๔๒๑/๒๕๔๖, ๗๙๘๖/๒๕๔๐) μÑÇÍÂÒ‹ § ¡Ã³Õ¡ÃÐทาํ μ‹ÍÈÔɏ«èÖ§Í‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ´áÙ Å จาํ เลยเปน ¤ÃÊ٠͹วชิ าพลศกึ ษาในโรงเรยี นซง่ึ ผเู สยี หายเปน นกั เรยี นอยู จาํ เลย กระทําอนาจารแกผูเสียหาย ¢³ÐจําàÅÂทํา˹ŒÒ·èÕÊͺ¤ÇÒÁÃÙŒÇÔªÒ¾ÅÈÖ¡ÉҢͧ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂถือไดวา ผูเสียหายเปนศิษยซ่ึงอยูในความดูแลของจําเลยตามความหมายของมาตรา ๒๘๕ (คําพิพากษาฎีกา ที่ ๑๗๕๙/๒๕๒๖) การท่ีจําเลยดํารงตําá˹‹§¼ÙŒª‹Ç¤ÃÙãËÞ‹ จําเลย‹ÍÁÁÕ˹ŒÒ·Õ軡¤Ãͧ´ÙáÅ ¼ÙŒàÊÕÂËÒ«§èÖ à»¹š ÈÔɏของจําเลย เมื่อจําเลยพยายามกระทําชําเราผเู สียหาย จําเลยจงึ มคี วามผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๗๗ วรรคสอง (เดิม), ๒๘๔ วรรคแรก, ๒๘๕ (คําพิพากษา ฎีกาที่ ๓๑๑๐/๒๕๕๑) ¡Ã³ÕÁãÔ ªà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ μÍ‹ ÈÔɏ«§èÖ Í‹Ù㹤ÇÒÁ´áÙ Å จาํ เลยเปน เพยี งครหู รอื อาจารยใ นการสอนกวดวชิ าตามทมี่ ผี ไู ปสมคั รเรยี นตาม ความสมคั รใจ และเมอ่ื ผสู มคั รเรยี นชาํ ระคา สมคั รแลว จะไปเรยี นหรอื ไมก ข็ น้ึ อยกู บั ความสนใจทจ่ี ะใฝห า ความรู อกี ทง้ั ไมไ ดค วามวา สถาบนั กวดวชิ าของจําเลยมรี ะเบยี บหรอื ขอ บงั คบั เครง ครดั อยา งใด ยอ มแสดง

๑๑๕ วาจําเลยäÁ‹ÁÕ˹ŒÒ·ÃèÕ Ñº¼´Ô ªÍº¤Çº¤ØÁ´áÙ Å»¡»Í‡ §Ã¡Ñ ÉÒμÑÇÈÉÔ Âμ ÅÍ´ÃÐÂÐàÇÅÒ·Õทè าํ ¡ÒÃÊ͹ ดงั นัน้ แมจ ําเลยจะขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร ว มซงึ่ เปน ผเู รยี นกวดวชิ ากบั จาํ เลย กม็ ใิ ชเ ปน การกระทาํ ตอ ศษิ ย ซึง่ อยูใ นความดแู ล (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๔๒๑/๒๕๔๖) (ö) ¼ÍŒÙ ‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ¤Çº¤ØÁμÒÁ˹ŒÒ·èÕÃÒª¡Òà หมายถึง ผูกระทําความผิดมีหนาท่ีควบคุมตามหนาที่ราชการและผูถูกกระทํา ตองเปนผอู ยูในความควบคุมดว ย (คําพพิ ากษาฎกี าที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕) เชน ผตู อ งหาหญงิ ทถี่ กู จบั ฐานคา ประเวณถี กู ควบคมุ ตวั อยใู นหอ งขงั ของสถานี ตํารวจ และถกู ตํารวจสบิ เวรซง่ึ มหี นา ทค่ี วบคมุ ผตู อ งหาทสี่ ถานตี าํ รวจดงั กลา วขม ขนื ตาํ รวจสบิ เวรคนนนั้ มีความผดิ ตามมาตราน้ี แตก ารทข่ี า ราชการผนู อ ยอยใู ตบ งั คบั บญั ชาของอธบิ ดใี นการปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการนน้ั หาใชผ ูอ ยูใ นความควบคมุ ตามหนาทรี่ าชการตามความหมายแหง มาตรา ๒๘๕ ไม (คาํ พิพากษาฎีกา ที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕) (÷) ¼ÙÍŒ ÂÙã‹ ¹¤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ 㹤ÇÒÁ¾Ô·Ñ¡Éˏ Ã×Í㹤ÇÒÁ͹غÒÅ ในความปกครองกด็ ี ในความพทิ กั ษก ด็ หี รอื ในความอนบุ าลกด็ ี ตอ งเปน ไปตาม บทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย ไมใชถอื ตามพฤตินยั μÇÑ Í‹ҧ คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñðñ÷/òõóø บดิ ามารดาทอดทง้ิ ผเู สยี หายไปโดยไมท ราบวา บิดามารดาผูเสียหายไปอยูท่ีแหงใด สวนจาํ เลยและภริยา໚¹à¾Õ§¼ŒÙÃѺ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂÁÒÍØ»¡ÒÃÐàÅÕé§´Ù áÅÐãËŒ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อาํ นาจปกครองผูเสียหาย¨Ö§Âѧμ¡ÍÂÙ‹á¡‹ºÔ´ÒÁÒôҼŒÙàÊÕÂËÒ ผูเสียหายไมไดอยู ในความปกครองของจําเลยและภรยิ า การทจี่ าํ เลยกระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายจะปรบั บทตามมาตรา ๒๘๕ ไมไ ด คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ùõ/òõóø วินจิ ฉัยวา º´Ô ÒàÅÂÕé §ขมขืนกระทาํ ชาํ เรา บุตรเลี้ยงไมผดิ ตามมาตรา ๒๘๕ โดยศาลฎกี าวินิจฉยั วา จําเลยมิใชบิดาเดก็ หญิง ม. โดยเดก็ หญงิ ม. เปน บตุ ร ติด ป. มา แลว ป. อยูกินเปนสามภี ริยากับจําเลย ฉะนั้น อํานาจปกครองเด็กหญิง ม. จงึ ตกอยูแ ก ป. มารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๕๖๘ หาใชอยูในความปกครองของจาํ เลย ซ่ึงเปนบิดาเลี้ยงไม และคาํ วา “¼ŒÙÍÂً㹤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ” ตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ หมายความถึง ¤ÇÒÁ»¡¤ÃͧμÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔäÇŒ มิใชเปนความปกครอง โดยพฤตินยั จาํ เลยกระทําชําเราเดก็ หญิง ม. จึงไมต องรบั โทษหนกั ขนึ้ ตามมาตรา ๒๘๕ (ø) ¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμอŒ ํา¹Ò¨´ŒÇ»ÃСÒÃ͹×è ã´ ในขอ นที้ า นศาสตราจารยเ กยี รตขิ จร วจั นะสวสั ดิ์ เหน็ วา นา จะมงุ หมายถงึ กรณที ่ี “ผูถกู กระทํา” äÁã‹ ª‹ “ผูอยูใ นความปกครอง” เชน แมพาลกู มาอยูกบั พีส่ าวและพีเ่ ขยของแม (ปา และ ลุงเขยของลูก) ต้งั แตลกู ยงั เล็ก ®¡Õ Ò·Õè ø÷òð/òõôù วนิ ิจฉัยวาอํานาจปกครองของลกู กย็ งั คงอยกู ับ

๑๑๖ แมไ มใ ชอ ยกู บั ปา และลงุ เขย ดงั นนั้ การทล่ี งุ เขยขม ขนื กระทาํ ชําเราหลานภรยิ า ไมใ ชก ารกระทําตอ ผอู ยู ในความปกครอง จึงไมต อ งรบั โทษหนักขน้ึ ตามมาตรา ๒๘๕ (เดิม) Í‹ҧäáçμÒÁ μÒÁ¡®ËÁÒÂãËÁ‹ การกระทาํ ของลุงเขยตอหลานภริยาตาม ขอเท็จจริงในฎีกาขางตน คงเปนความผิดตามมาตรา ๒๘๕ (แกไขเพ่ิมเติม) ได เพราะคงตองถือวา หลานภรยิ าเปน “¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμÍŒ Òí ¹Ò¨´ÇŒ »ÃСÒÃÍ×è¹ã´” ของลงุ เขยดว ยเชน กนั ÁÒμÃÒ òøõ/ñ การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ วรรคสาม มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคสอง หากเปนการกระทาํ ตอ เด็กอายุ ไมเ กินสบิ สามปหา มอางความไมร ูของเดก็ เพอ่ื ใหพนจากความผิดนัน้ ͸ԺÒ บทบญั ญัติมาตรานเ้ี ปน ความผิดโดยเด็ดขาด (Strict Liability) ถา การกระทาํ ความผิด ตามมาตราท่ีระบุไวดังกลาวเปนการกระทําμ‹Íà´ç¡ÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºÊÒÁ»‚ผูกระทาํ จะอาง¤ÇÒÁäÁ‹ÃŒÙÍÒÂØ ¢Í§à´¡ç เพอ่ื ใหพ นจากความผดิ น้นั ไมได ÁÒμÃÒ òøõ/ò ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ เปนการกระทําแกบคุ คลซง่ึ ไมสามารถปกปอ งตนเอง อันเน่ืองมาจากเปนผูทุพพลภาพ ผูมีจิตบกพรอง โรคจิต หรือจิตฟนเฟอน คนปวยเจ็บ คนชรา สตรีมีครรภ หรือผูซ่ึงอยูในภาวะไมสามารถรูผิดชอบ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาที่บัญญัติไวใน มาตรานนั้ ๆ หนงึ่ ในสาม ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂèÕ Ç¡Ñº¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ òøö ผใู ดกระทําดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ ยสี่ บิ ป และปรับไมเกินสีแ่ สนบาท หรือจําคุกตลอดชีวติ (๑) ชวยเหลือ ใหความสะดวก หรอื คมุ ครองการคา ประเวณีของผอู ่ืน (๒) รับประโยชนไ มวา รูปแบบใดจากการคา ประเวณขี องผูอ่นื หรือจากผซู งึ่ คาประเวณี (๓) บังคับ ขูเข็ญ หลอกลวง หรือใชอาํ นาจครอบงําผูอ่ืน หรือรับผูอื่นเขาทาํ งาน เพ่อื การคา ประเวณี (๔) จัดใหม ีการคา ประเวณีระหวางผซู ง่ึ คา ประเวณีกบั ผใู ชบริการ (๕) ปกปดหรอื อําพรางแหลง ทีม่ าของรายไดหรอื ทรัพยส ินซง่ึ ไดมาจากการคา ประเวณี (๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซ่ึงคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน เปนอาจณิ และไมส ามารถแสดงทม่ี าของรายไดในการดํารงชีพของตน (๗) ขดั ขวางการดาํ เนินการของหนวยงานที่ดแู ลในการปองกัน ควบคุม ชว ยเหลอื หรือ ใหการศึกษาแกผูซึ่งคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซึ่งอาจไดรับอันตรายจาก การคา ประเวณี

๑๑๗ ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มใิ หใชบ งั คับแกผูรบั ประโยชนไ มว า รปู แบบใด ซึง่ พงึ ไดร ับ ตามกฎหมายหรอื ตามธรรมจรรยา หากผูน้ันมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดาํ รงชีพ แมผูนั้นจะไดรับเงิน สวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตามก็ไมเปนความผิดตามมาตราน้ี (คาํ พิพากษาฎีกาที่ ๒๕๕๕/ ๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กิน ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู แู ลจัดการสถาน การคา ประเวณี ไดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทค่ี า ประเวณี แตจ ําเลยกป็ ระกอบอาชพี อน่ื อยูดวย คือขายผาและนา้ํ ปลามีรายไดเดือนละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยÁÕÃÒÂä´Œ จากการคาขายáÅÐäÁ‹»ÃÒ¡¯Ç‹ÒÃÒÂä´Œ´Ñ§¡Å‹ÒÇäÁ‹à¾Õ§¾ÍสําËÃѺดําçªÕ¾ ถึงจําเลยจะไดสวนแบง จากหญิงซ่ึงคา ประเวณี ก็ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ จะเห็นไดว าตามมาตรา ๒๘๖ (เดิม) ไมสามารถเอาผดิ กับผูท ีเ่ ปนแมงดาได หากผูน้ันมี รายไดอ ยา งอน่ื นอกเหนือจากทไี่ ดร ับจากผซู ่ึงคาประเวณอี ยูดว ย ดวยเหตุน้ีกฎหมายใหมจึงเพิ่มบทบัญญัติมากข้ึนเพ่ือ»‡Í§»ÃÒÁÁÔãËŒÁÕ¡ÒáÃÐทาํ ·Õè໚¹ ¡ÒÃàÍÒà»ÃÕºËÃ×ÍÃѺ»ÃÐ⪹¨Ò¡¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕËÃ×ͨҡ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ดังจะเห็นไดจากกรณี จาํ เลยตามคาํ พิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตนยอ มถือไดว ามคี วามผดิ ฐานÃºÑ »ÃÐ⪹จากผซู งึ่ คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่ีแกไ ขใหมแลว ¼ÙŒ¡ÃÐทําและ¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕจะเปนªÒÂหรอื ËÞ§Ô กไ็ ด ¤ÒŒ Êè§Ô ÅÒÁ¡ มาตรา ๒๘๗ ผูใ ด (๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอ่ื การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด แกประชาชน ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนําเขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออกไป นอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังพาไปหรือทําใหแพรหลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอ่ื งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสยี ง แถบบันทึกภาพหรอื สิ่งอน่ื ใดอนั ลามก (๒) ประกอบการคา หรอื มสี ว นหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกย่ี วกบั วตั ถหุ รอื สง่ิ ของลามก ดังกลา วแลว จายแจกหรอื แสดงอวดแกประชาชน หรอื ใหเชา วตั ถหุ รอื สง่ิ ของเชนวา น้ัน (๓) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาวัตถุหรือส่ิงของลามกดังกลาวแลว โฆษณาหรือไขขา วโดยประการใด ๆ วา มีบคุ คลกระทาํ การอันเปน ความผดิ ตามมาตรานี้ หรอื โฆษณา หรอื ไขขา ววา วัตถหุ รอื สิง่ ของลามกดงั กลาวแลว จะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวิธใี ด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สามป หรอื ปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรับ “ส่ิงลามก” หมายถึง ส่ิงท่ีผูพบเห็นมีความรูสึกอุจาด บัดสี หยาบชา นอมนาํ ไปสู ความชั่วหรือความใครทางกามารมณ สวนใหญจะเปนไปในรูปของภาพเปลือยของมนุษยหรือภาพ

๑๑๘ อวยั วะเพศทง้ั ของหญงิ หรอื ชาย ภาพการรว มเพศหรอื การบรรยายใหเ กดิ จนิ ตนาการดงั กลา ว เพอ่ื ยวั่ ยุ ใหเ กดิ ความใครท างกามารมณ ถา เปน สง่ิ ทเ่ี ปน ศลิ ปะ เชน การเขยี นสดั สว นหญงิ เปลอื ยกายอวยั วะเพศ ถกู ระบายใหล บเลอื น ไมน า เกลยี ดอจุ าดบดั สที จ่ี ะนาํ ไปสคู วามใครท างกามารมณ ไมเ ปน ลามกอนาจาร ภาพไมเ หน็ อวยั วะเพศชดั เจน แตก ม็ ลี กั ษณะสอ ไปในดา นยวั่ ยกุ ามารมณแ ละภาพหญงิ เปลอื ยตลอดรา ง ซง่ึ พอเหน็ อวยั วะเพศไดบ า งถอื ไดว า เปน ภาพอนั ลามก ไมใ ชภ าพศลิ ปะทแ่ี สดงถงึ สว นสดั ความสมบรู ณ ของรา งกาย ขอความตาง ๆ ที่ไดบรรยายถึงการรวมประเวณีของชายและหญิงอยางชัดเจน ละเอียดลออ โดยบรรยายถึงอารมณของชายและหญิงไปในทางย่ัวยุกามารมณ แมจะมิไดใชถอยคํา หยาบคายก็ถอื ไดวา เปนขอ ความอันลามก ¤ŒÒʧèÔ ÅÒÁ¡ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼´Ô ¤Í× ¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ñ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนุมาตรา (๑)) (๑) ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนาํ เขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออก นอกราชอาณาจักร พาไปหรอื ยังใหพาไปหรอื ทําใหแ พรหลายโดยประมาณใด (๒) ซง่ึ เอกสาร ภาพเขยี น ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอื่ งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสียง แถบบันทึกภาพหรอื ส่งิ อื่นใดอันลามก (๓) โดยการคา (ถาไมเขาองคประกอบขอ (๓) ตองกระทําโดยมีมูลเหตุชักจูงใจอยางใด อยา งหน่งึ ดงั จะไดกลา วตอไป) ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) ถาไมไดกระทําโดยการคา อันเปนองคประกอบภายนอกขอ (๓) ก็ตองกระทําโดย ÁÅÙ àËμØª¡Ñ ¨Ù§อยางใดอยางหนง่ึ ดังตอไปน้ี (ก) เพอื่ ความประสงคแ หง การคา (ข) เพือ่ การจายแจกแกประชาชน หรือ (ค) เพอ่ื การแสดงอวดแกประชาชน การทํา ผลติ อาจทําขึ้นเอง เชน เขยี นเรือ่ งลามก วาดภาพ หรอื ตดั ตอภาพ การÁÕäÇŒ อาจไปซื้อหามาหรือไดรับมาจากผูอ่ืน เชน มีผูสงผานอินเทอรเน็ตมาให แตการทํา ผลิต มีไวเปน สว นตวั ยงั ไมเ ปน ความผดิ หากมไิ ดเ ปน ไปโดยการคา หรอื เพยี งการคา การแจกจา ย แสดงอวดแกป ระชาชน ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๒)) (๑) มีการกระทาํ อยา งหนงึ่ อยางใด ดังตอ ไปนี้ (ก) ประกอบการคา เกย่ี วกบั วัตถหุ รอื สง่ิ ของลามก (ข) มีสวนเขา เกยี่ วขอ งในการคาเก่ียวกับวัตถุหรือสิง่ ลามก

๑๑๙ (ค) จายแจกแกป ระชาชน ซึ่งวัตถุหรือส่ิงของดงั กลา ว (ง) แสดงอวดแกป ระชาชนซง่ึ วตั ถหุ รอื สิง่ ของดังกลาว (จ) ใหเ ชา วัตถหุ รอื ส่งิ ของเชนวา น้นั (๒) วตั ถุหรือสิ่งของลามกอนาจารดังกลา วในความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๑) ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò¸ÃÃÁ´Ò μÑÇÍÂÒ‹ § จาํ เลยมวี ดิ โี อเทปภาพยนตรล ามกไวใ นความครอบครองเพอื่ บรกิ าร ใหเ ชา แลกเปลยี่ นแก ลกู คา หรอื สมาชกิ ดว ยการคดิ คา บรกิ ารเปน เงนิ คา เชา เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๒) (คาํ พพิ ากษา ฎกี าท่ี ๓๒๑๓/๒๕๒๖) การประกอบการคา หรอื มสี ว นเขา เกยี่ วขอ งในการคา เกยี่ วกบั วตั ถหุ รอื สงิ่ ของลามกดงั กลา ว เชน เปนผูใหทุน หรือเปนคนกลางรับของมาจายแจกหรือแสดงอวดแกประชาชนหรือใหเชาวัตถุหรือ สงิ่ ของเชน วา นนั้ กจ็ ะมคี วามผดิ ตามอนมุ าตราน้ี แตถ า หามาเกบ็ ไวเ องเปน การสว นตวั หรอื ใหแ กบ คุ คล เฉพาะบางคน ไมใชการจาํ หนายจา ยแจกแกป ระชาชน จะไมม คี วามผดิ มาตราอนุมาตรานี้ ¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ó ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๓)) โฆษณาหรอื ไขขา วดว ยประการใด ๆ (ก) วา บุคคลกระทําความผดิ มาตรานี้ หรอื (ข) วา วัตถหุ รือสิ่งลามกดงั กลา วแลว จะหาไดจากบคุ คลใดหรือโดยวธิ ีใด ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) มูลเหตุชักจูงใจอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ี (ก) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย ซึง่ วัตถหุ รอื สิ่งของดงั กลาวแลว หรือ (ข) เพอ่ื จะชวยการคา วตั ถุหรือสงของลามกดังกลาวแลว การโฆษณา คือ ทําใหแพรหลายใหรูกันทั่วไปหรือไขขาวโดยประการใด ๆ วามีบุคคล กระทําการอันเปนความผิดตามมาตราน้ีหรือโฆษณาหรือไขขาววาวัตถุหรือสิ่งลามกดังกลาวจะหาได จากบุคคลใดหรือโดยวิธีใด โดยมี “มูลเหตุชักจูงใจ” เพ่ือจะชวยการทําใหแพรห ลาย หรือการคาวัตถุ หรอื สงิ่ ของลามกนนั้ เชน บอกตอ ๆ ไปวา จะหาซอื้ หนงั สอื ลามกหรอื วดิ โี อลามกไดจ ากใครหรอื รา นใด ขายหรอื ทใ่ี ดเปน แหลง ผลติ เพอื่ ใหผ รู บั ฟง ไปซอื้ หาหรอื เชา มาดไู ดห รอื ใหเ ปด ดทู ี่ website ไหน เปน ตน ÁÒμÃÒ òø÷/ñ ผูใ ดครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ เพื่อแสวงหาประโยชนในทางเพศ สําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา ท้งั ปรับ ถา ผูกระทําความผิดตามวรรคหนง่ึ สงตอ ซึง่ สื่อลามกอนาจารเดก็ แกผอู ่ืน ตองระวางโทษ จาํ คกุ ไมเ กนิ เจด็ ป หรือปรบั ไมเกนิ หนงึ่ แสนส่ีหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ

๑๒๐ ÁÒμÃÒ òø÷/ò ผูใ ด (๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอื่ การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด แกป ระชาชน ทํา ผลิต มีไว นาํ เขา หรอื ยังใหน าํ เขา ในราชอาณาจักร สงออกหรือยงั ใหส งออกไปนอก ราชอาณาจกั ร พาไปหรอื ยงั ใหพาไปหรือทําใหแพรห ลายโดยประการใดๆ ซงึ่ สื่อลามกอนาจารแลว (๒) ประกอบการคา หรือมีสวนหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกยี่ วกบั สอ่ื ลามกอนาจารเด็ก จา ยแจก หรอื แสดงอวดแกป ระชาชนหรอื ใหเ ชา สื่อลามกอนาจารเด็ก (๓) เพื่อจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาส่ือลามกอนาจารเด็กแลว โฆษณา หรือไขขาว โดยประการใดๆ วามีบุคคลกระทําการอันเปนความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณา หรือไขขาววา สอ่ื ลามกอนาจารเด็กดงั กลา วแลวจะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวธิ ใี ด ตองระวางโทษจาํ คุกตงั้ แตส ามปถ ึงสิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถึงสองแสนบาท

สรปุ การต้งั ขอ หาความผิดเกีย่ วกับเพศในมาตราท่ีสําคัญ ลําดบั ขอ หา/ฐานความผิด องคประกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ๑. ¢Á‹ ¢Õ¹¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼ŒÍÙ ×è¹ Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ป่ี ถ งึ ยสี่ บิ ป (๑) ผใู ด วรรคหนึง่ และปรับต้ังแตแปดหมื่นบาท (๒) ขม ขนื กระทําชาํ เรา ถึงส่แี สนบาท โดยวธิ กี ารอยางใดอยา งหน่ึง ดงั ตอ ไปนี้ (ก) โดยขูเ ขญ็ ดวยประการใดๆ (ข) โดยใชกําลังประทษุ รา ย (ค) โดยผอู น่ื อยใู นภาวะทีไ่ มสามารถขัดขนื ได หรือ (ง) โดยทําใหผูอ่ืนน้นั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอืน่ (๓) ผูอ่ืน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ ๑. เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙) ๒. เจตนาพิเศษ เพื่อสนองความใครของผกู ระทาํ ¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢Öé¹ การกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ผูกระทําตองรับโทษ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃÃÊͧ) หนกั ขนึ้ ถา ä´¡Œ ÃÐทาํ â´Âทาํ ã˼Œ ¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ à¢ÒŒ ã¨ÇÒ‹ ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ วรรคสอง และปรับต้ังแตหน่ึงแสนสี่หมื่นบาท ÁÕÍÒÇ¸Ø »„¹ หรือÇÑμ¶ÃØ Ðàº´Ô ถงึ ส่แี สนบาท ¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๖ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ) หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคสาม ถงึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาท ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชาย ถึงส่ีแสนบาท หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต ในลักษณะเดียวกัน ๑๒๑

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๒ ¡Ã³àÕ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ ความผดิ ๒๗๖ ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมาย ¤‹ÊÙ ÁÃÊ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนนั้ ยงั ประสงคจ ะอยกู นิ ดว ยกนั วรรคส่ี กาํ หนดไวเ พยี งใดกไ็ ด หรอื จะกาํ หนด ฉนั สามภี รยิ า เงื่อนไขเพ่ือคุมความประพฤติแทน การลงโทษกไ็ ด หรอื จะกาํ หนดเงอ่ื นไข เพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษ ก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาให ลงโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนงึ่ ไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามี ภริยาตอไป และประสงคจะหยา ใหคูสมรสฝายน้ันแจงใหศาลทราบ และใหศาลแจงพนักงานอัยการให ดาํ เนนิ การฟองหยา ให ๒. ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒà´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ñõ »‚ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึง ๑. ผูใ ด วรรคหนึง่ ย่ีสิบป และปรับต้ังแตหนึ่งแสนบาท ๒. กระทาํ ชาํ เรา ถงึ สแี่ สนบาท ๓. เดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ปซ ง่ึ มใิ ชภ รยิ า หรอื สามขี องตน โดยเดก็ น้ันจะยินยอมหรือไมกต็ าม ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙) ¡Ã³Õ¼Œ¡Ù ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢¹éÖ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) อายุยงั ไมเกินสิบสามป วรรคสอง และปรับต้ังแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท ถงึ สีแ่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต ¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทํา¼´Ô μÍŒ §ÃѺâ·Éʧ٠¢é¹Ö ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) ไดก ระทําโดยทาํ ใหผ ูถ ูกกระทําเขาใจวาผกู ระทํามÍี ÒÇØ¸»„¹ วรรคสาม และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแี่ สนบาท หรือÇμÑ ¶ØÃÐàº´Ô หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกตลอดชีวติ (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊè)Õ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว ม วรรคสาม กระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ หรือกระทํากบั เด็กชายในลักษณะเดียวกัน ºØ¤¤ÅÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚¡ÃÐทํา ความผดิ ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ นวรรคหนงึ่ ถา เปน การกระทาํ โดย มาตรา ศาลมอี ํานาจพจิ ารณาคดเี ยาวชนและ ชาํ àÃÒà´¡ç «§Öè ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ บุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚กระทําμ‹Íà´ç¡«èÖ§ÁÕÍÒÂØ¡Ç‹Ò ๒๗๗ ครอบครวั จะพจิ ารณาใหม ¡ี ÒäÁŒØ ¤Ãͧ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ â´Âà´¡ç ¹¹Ñé Â¹Ô ÂÍÁ ÊºÔ ÊÒÁ»‚áμ‹ÂѧäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºËÒŒ »โ‚ ดยà´¡ç ¹¹éÑ ÂÔ¹ÂÍÁ วรรคหา ÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˌÒ) ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ตามกฎหมายวา ดว ย การคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึง อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สตปิ ญ ญา การศกึ ษาอบรมสขุ ภาพภาวะแหง จติ นสิ ยั อาชพี สง่ิ แวดลอ มของผกู ระทาํ ความผดิ และเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธ ระหวา งผกู ระทาํ ความผดิ กบั เดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื เหตอุ น่ื อนั ควรเพอ่ื ประโยชน ของเด็กผูถ ูกกระทาํ ดว ย ¡Ã³Õ·èÕä´ŒÁÕ¡ÒÃดําà¹Ô¹¡Òä،Á¤Ãͧ ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็ก มาตรา ผกู ระทาํ ความผดิ äÁμ‹ ÍŒ §ÃºÑ â·Éแตถ า ÊÇÊÑ ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡ ผถู กู กระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ๒๗๗ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพดงั กลา วไมส าํ เรจ็ (ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ) วรรคหก ศาลจะŧâ·Éผกู ระทาํ ความผดิ นอ ยกวา ทก่ี ฎหมายกาํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นั้นเพียงใดก็ได ในการพิจารณาของ ศาล ใหค าํ นงึ ถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดว ย ๑๒๓

ลาํ ดับ ขอหา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๔ ๓. ¡ÃÐทํา͹ҨÒà ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ป หรอื ๑. ผใู ด วรรคหนึง่ ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือท้ังจํา ๒. กระทาํ อนาจารแกบ ุคคลอายุกวา ๑๕ ป ท้งั ปรับ ๓. โดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยบุคคลนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือ โดยทาํ ใหบุคคลนน้ั เขาใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอื่น ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù) ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ทèÕ าํ ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ โดยใช ๒๗๘ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต ÃѺâ·É˹¡Ñ วตั ถหุ รอื อวยั วะอน่ื ซง่ึ มใิ ชอ วยั วะเพศลว งลาํ้ อวยั วะเพศหรอื วรรคสอง สปี่ ถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตแ ปดหมนื่ บาท ทวารหนักของบุคคลนน้ั ถงึ สี่แสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคสอง ไดกระทําโดยทําให ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป ผถู ูกกระทาํ เขาใจวาผูก ระทาํ มีอาวุธปน หรือวัตถุระเบิด วรรคสาม และปรับตั้งแตหนึ่งแสนสี่หม่ืนบาท ถึงสี่แสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคส่ี ถงึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส ามแสนบาท ดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงหรือกระทํากับ ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ ชายในลักษณะเดียวกนั ๔. ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ͧ¤»ÃСͺÀÒย¹Í¡ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบปหรือ ñõ »‚ ๑. ผใู ด วรรคหนึ่ง ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือทั้งจํา ๒. กระทาํ อนาจารแกเด็กอายยุ ังไมเ กินสบิ หา ป ๓. โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ็ตาม ท้งั ปรับ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù)

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๙ ตองระหวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป ñõ »‚ ··èÕ Òí ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ อายไุ มเ กินสบิ สามป วรรคสอง ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาท ถึงสองแสนบาท หรือทงั้ จําทั้งปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ผกู ระทาํ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป ไดก ระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย วรรคสาม ถงึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท โดยเดก็ นน้ั อยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ให ถงึ สามแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรับ เดก็ นน้ั เขา ใจผดิ วาตนเปน บคุ คลอ่ืน ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสาม เปน การ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึง กระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอื่นซ่ึงมิใชอวัยวะเพศลวงล้ํา วรรคส่ี ย่ีสิบป และปรับตั้งแตหน่ึงแสนบาท อวยั วะเพศหรอื ทวารหนักของเด็กน้นั ถงึ ส่แี สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ี เปนการกระทําแกเด็ก ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป อายยุ งั ไมเ กินสบิ สามป วรรคหา และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหม่ืนบาท ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ วรรคหก และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตองระวางโทษจาํ คุกตลอดชวี ติ โดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดย วรรคเจด็ รวมกระทําความผิดดวยกัน อันมีลักษณะเปนการโทรม เด็กหญิงหรอื กระทํากบั เด็กชายในลกั ษณะเดียวกัน ๑๒๕

ลาํ ดับ ฐานความผดิ องคประกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๖ ๕. ครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ ๔๓๑๒.... เสสคเจจอาํื่รตตอหลนนบราาาับมคพตกรเิอนอศงเนษอางเจหพารอ่ืรือเแดผส็กอูวื่นงหาประโยชนใ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ปทตอั้งรจับงรําไะทมวัง้เากปงินรโทบั ษ๑จ๐าํ ๐ค,กุ๐ไ๐ม๐เ กนิบา๕ทปหหรรืออื ๖. สง ตอ ซง่ึ สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ใหแ กผ อู นื่ ๒๓๑๔.... คสสเเจจ่องืรตตตอลนนอบาาาซมคพง่ึกรเิสออศื่องนษลาาเจพมาอื่กรอเแดสน็กวางจหาารเปดรก็ ะแโยกชผ นูอ ใืน่ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ตปทอรั้งบัปงรไรมะับวเ กานิงโ๑ท๔ษ๐จ,าํ ๐ค๐กุ ๐ไมบเ ากทนิ ห๗รอืปท หง้ั รจอืาํ ๗. รไใพทดปาําาชๆนไผอปอลซากหณติง่ึ รรสาามอืือ่จชไีทลกัวอาํารานใมณสหํากงแเาอขอพจาอนกัรหกาหรรจหลพอื ารายารอืยไเงั ยดปโใดงัห็กหยในหปรําสอื รเงขยะอากงั อใใานหกร ๑. พเสใเทเจจพดงาําตตอื่ๆอไผนนปกอลาหซาากติพรึ่งรแอืสเิมหศจยอื่ไีรษกวงัลือจในเาหยาพามํ พังย อื่เใกขหาตหาอไราปสอืนหมหงเราปอพรอืจรอืออื่ ยาะทกกรงัสาําใเไงดหใปรคหแ็กนนแแสาํอหพดเขกงรงากหรอใาาลนวรชาดรคอยาแา โชากดโณอปดยารยาปณะจกรชาากัะาจรกรชคกัานารร ๒๘(๑๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตําา้งั คแทตุกต ๖้งั ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง ๒. ๓. ๘. ปกปราระะรชกคาอาชบนแกหจารรกอื คใจหา าเหชยรา อืสหอ่ืมรลสี ือาว มแนกสเอกดน่ียงาวอจขวาอ ดรงเแดในกก็  ๑. ปจอใเจหารนตเะยาชนกแจาอาจาสบกร่อื กหเลดารารก็ ือคมแากสหอดรนงอื าอมจอสี าวกรนแเดเกก็กปยี่ รวะขอชงาใชนนการคา สอ่ื ลามก ๒๘(๒๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตาํา้งั คแทตกุ ต ๖ัง้ ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง ๓๒๔... ๙. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ๑. โฆษณาหรอื ไขขา วโดยประการใดๆ วา มบี คุ คลกระทาํ ๒๘๗/๒ ตองระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แต ๓ ป ถงึ อันเปน ความผิด สือ่ ลามกอนาจารเดก็ (๓) ๑๐ ป และปรับต้ังแต ๖๐,๐๐๐ บาท ๒. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอื่ ลามกอนาจารเดก็ จะหาไดจ าก ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท บุคคลใดหรอื วิธกี ารใด ๓. เจตนา เจตนาพเิ ศษ เพื่อจะชวยการทาํ ใหแพรหลาย หรอื การคาสอ่ื ลามกอนาจารเด็ก

๑๒๗ ô. คาํ ¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÂÕ ¹ ๑. จงอธิบายความหมายของการ “กระทาํ ชาํ เรา”? ๒. การใชสิ่งอ่ืนใด นอกเหนือจากอวัยวะเพศกระทําตออวัยวะเพศของบุคคลอื่นที่ไม ยินยอม มีความผิดฐานใดบาง? ๓. นาย ก. กระทําชําเรา นางสาว ข. ในขณะทีผ่ ูเสยี หายหลบั อยู โดยของลับสอดเขา ไป ๑ องคลุ ี ทางพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี าํ้ อสจุ ขิ อง นาย ก. อยทู ขี่ องลบั นางสาว ข. เลยแตอ ยา งใด เชน น้ี นาย ก. มคี วามผดิ ฐานพยายามหรอื ผดิ สําเรจ็ ? ๔. การกระทาํ ชาํ เราระหวา งเพศเดยี วกนั กรณชี ายกระทาํ ตอ ชาย โดยทม่ี กี ารลว งล้ําหรอื สอดใสข องอวัยวะเพศตอ ทวารหนกั มีความผดิ ฐานกระทาํ ชาํ เรา หรือไม อยา งไร ๕. นายแดงใชป น บบี กี นั (ปน อดั แกส ) ขใู หน างเก “ยนิ ยอม” ใหก ระทาํ ชาํ เรา โดยทน่ี างเก เขา ใจไปเองวา เปน อาวธุ ปน จรงิ ดงั น้ี นายแดงมคี วามผดิ ฐานใด? และตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ หรอื ไมอ ยา งไร?

๑๒๘ àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ . คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่ัวไป. กรงุ เทพฯ:วิญชู น. ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น. ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา กฎหมายแหง เนติบณั ฑิตยสภา. บุญเพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพฒั น จาํ กัด สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗.)หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:บริษัทอมรินทร พร้นิ ตงิ้ แอนดพ บั ลิชช่ิง. สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม. สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ: นติ บิ รรณาการ. วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วธิ ไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบุคส. เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑. กรงุ เทพฯ:หา งหนุ สวนจาํ กดั จิรชั การการพมิ พ. วีระวัฒน ปวราจารย. (๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ. สํานักอบรมศกึ ษากฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑิต. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์.(๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ. สาํ นักอบรมศึกษากฎหมายแหงเนติบัณฑติ .

๑๒๙ º··Õè ö ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ªÕÇμÔ áÅÐÃÒ‹ §¡Ò ñ. ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ûŒÙ ÃÐจาํ º· ๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเกี่ยวกับ ความผดิ ฐานตา งๆ ๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒ ๓. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสิบตาํ รวจมีความรู เก่ียวกบั ความผิดเกยี่ วกบั ชวี ติ และรา งกาย ò. ÊÇ‹ ¹นํา นกั เรยี นจะไดศ กึ ษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เรอื่ งความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ติ และรา งกาย ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาท่เี ก่ยี วขอ งเพอ่ื ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจใชป ระกอบการเรียนการสอน ó. à¹Íé× ËÒ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÕÇÔμ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÇÕ Ôμ»ÃСͺ´ÇŒ °ҹ¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õสè ํา¤ÑÞæ ´§Ñ μÍ‹ 仹Õé ñ. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦Ò‹ ¼ÙÍŒ ¹è× â´Âà¨μ¹Ò ÁÒμÃÒ òøø ผใู ดฆา ผอู นื่ ตอ งระวางโทษประหารชวี ติ จาํ คกุ ตลอดชวี ติ หรอื จาํ คกุ ตงั้ แต สิบหาปถงึ ยี่สบิ ป ͧ¤» ÃСͺ ๑. ฆา ๒. ผอู ่นื ๓. เจตนา ฆา หมายถงึ ทําใหต าย ¼ÙŒÍ×¹è หมายถึง ผูมีสภาพบคุ คล และหมายถึงเฉพาะบุคคลธรรมดา ซงึ่ ประมวลกฎหมาย แพง และพาณิชย มาตรา ๑๕ ไดบ ญั ญตั วิ า สภาพบุคคลเริ่มเมื่อคลอดและอยรู อดเปน ทารก ¤ÅÍ´ หมายความวาทารกไดอ อกมาจากครรภมารดาจนพน ตวั Í‹ÙÃʹ໚¹·Òá หมายความวา ทารกเริ่มมกี ารหายใจ à¨μ¹Ò หมายถึง เจตนาตามมาตรา ๕๙ ผูกระทําตองประสงคตอผลหรือเล็งเห็นผล ในชวี ติ ถา ผกู ระทาํ มเี จตนาอยา งอน่ื จะไมม คี วามผดิ ฐานนี้ สาํ หรบั การวนิ จิ ฉยั เจตนานน้ั จะตอ งเปน ไปตาม หลักกรรมเปนเครอ่ื งช้เี จตนา

๑๓๐ กรรมเปนเครื่องช้ีเจตนา เปนการวินิจฉัยเจตนาของผูกระทําวามีเจตนาอยางไร จากการกระทํา ท้ังนี้โดยพิจารณาจาก ๑. พฤติการณ กิริยา วาจา ทา ทางของผูก ระทํา ๒. ลกั ษณะบาดแผล รวมไปจนถึงจํานวนบาดแผลของผถู ูกกระทํา ๓. อาวธุ ท่ใี ชในการกระทํา ๔. อ่นื ๆ เชน โอกาสท่กี ระทาํ อารมณ เหตเุ กดิ จากการถา ยเลอื ดหลายครง้ั ทาํ ใหต ดิ เชอื้ ไวรสั ในทสี่ ดุ ถงึ แกค วามตาย การตายของ โจทกที่ ๒ เปน ผลโดยตรงจากการท่จี าํ เลยท่ี ๑ ใชเ หล็กแหลมแทงท่หี นา ทอ ง จําเลยท่ี ๑ มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ ®Õ¡Ò·Õè òòõõ/òõòò จําเลยขับรถปดเสนทาง ไมยอมใหผูตายซ่ึงขับรถตามหลังมา แซงขึ้นหนา เมื่อรถโดยสารประจําทางแลนสวนมาจําเลยก็แกลงเบรกใหรถหยุดในทันที การกระทํา เชนน้ีจําเลยยอมเล็งเห็นไดวาผูตายตองหักรถหลบไปทางขวาและชนกับรถโดยสารนั้น ซ่ึงจําเลย ยอมเล็งเห็นผลของการกระทําของจําเลยไดวาจะมีผูไดรับอันตราย บาดเจ็บและตายเกิดข้ึนจากเหตุ ท่ีรถยนตชนกันน้ัน ฉะน้ันเม่ือผูตายถึงแกความตายดวยผลแหงการกระทําของจําเลยดังกลาว จึงได ช่ือวา จําเลยมเี จตนาฆาผูตาย ®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõòø ผูตายถูกยิงไดรับบาดเจ็บและถึงแกความตายหลังเกิดเหตุ ๙ เดือนเศษ เมื่อความตายสืบเน่ืองมาจากบาดแผลท่ีถูกยิง แมจะเน่ืองจากการรักษาบาดแผลไมดี จนเปนเหตุใหแผลติดเชื้อ ก็เปนผลธรรมดาอันสืบเนื่องจากการกระทําของจําเลย เมื่อจําเลย ยงิ ผูตายโดยเจตนาฆา จําเลยจึงตองรับผดิ ฐานฆา คนตายโดยเจตนา ®Õ¡Ò·Õè òòô/òõóö การที่จําเลยท่ี ๓ รองตะโกนบอกจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ วา “ตมี นั ใหห มอบเลย” แสดงใหเห็นวาจาํ เลยที่ ๓ มีเจตนารว มกระทาํ ความผดิ กบั จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ เม่อื จําเลยที่ ๓ ยอ มเห็นไดว า การทจ่ี าํ เลยท่ี ๑ และที่ ๒ ใชไ มต ที าํ รายผูตายทบ่ี ริเวณศีรษะและลําตวั อาจทาํ ใหผตู ายถึงแกค วามตายได ดังนัน้ จงึ ถอื ไดว า จาํ เลยท่ี ๓ ไดร ว มกับจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ทาํ รา ย ผตู ายโดยเจตนาฆา ผตู าย เมอื่ ผตู ายถงึ แกค วามตายเพราะการทาํ รา ยดงั กลา ว จาํ เลยที่ ๓ จงึ มคี วามผดิ ฐานรวมกบั จําเลยท่ี ๑ และที่ ๒ ฆาผูต ายโดยเจตนา จาํ เลยตอ งเลง็ ปน ไปทผ่ี เู สยี หายเพอ่ื ขผู เู สยี หาย ถอื วา ไมม เี จตนาฆา ดฎู กี าท่ี ๖๐๑๐/๒๕๓๐, ๓๙๑๖/๒๕๓๔ ®Õ¡Ò·Õè öðñð/òõóð จําเลยใชปนลูกซองสั้นจองเล็งไปยังผูเสียหายที่อยูหางเพียง ๗-๘ เมตร หากจําเลยมีเจตนาจะยิงผูเสียหายจริงแลว ก็คงจะใชปนยิงไดโดยงาย เพราะผูเสียหาย ว่ิงหลบหนีอยูบริเวณนั้น ไมปรากฏวาจําเลยไดงางนกปนขึ้นหรือน้ิวมือของจําเลยอยูในโกรงไกปน พรอ มทจี่ ะยงิ ได และไมป รากฏวา ผเู สยี หายมสี าเหตโุ กรธเคอื งกบั จาํ เลยมากอ น พฤตกิ ารณจ งึ สอ แสดง ใหเหน็ วาจาํ เลยชกั ปนออกมาเพือ่ ขผู เู สียหายท่ไี ปทวงคา อาหารมากกวา อยางอ่ืน จําเลยไมม ีความผิด ฐานพยายามฆาผูอ่นื

๑๓๑ ฎีกาท่ี ๑๕๙๓/๒๕๔๒ ผตู ายมโี รคเดมิ อยแู ลว เมอ่ื เกดิ อาการตกใจทาํ ใหห วั ใจเตน ผดิ ปกติ ทาํ ใหห วั ใจวาย อนั เปน สาเหตใุ หผ ตู ายถงึ แกค วามตาย การทจ่ี าํ เลยใชก อ นหนิ ตที ห่ี นา ของผตู าย ทาํ ให ผตู ายเกดิ อาการตกใจหวั ใจเตน ผดิ ปกตจิ นถงึ แกค วามตาย ความตายจงึ เปน ผลโดยตรงจากการกระทาํ ของจาํ เลย เปน ความผดิ ฐานมไิ ดเ จตนาฆา แตท าํ รา ยผอู น่ื จนเปน เหตใุ หผ นู นั้ ถงึ แกค วามตาย (ม. ๒๙๐) แมผูตายเคยเขารับการรักษาโรคหัวใจมากอน ก็ไมเปนเหตุใหรับฟงวาผูตายถึงแกความตายโดยมิใช เกดิ จากการทํารา ยของจาํ เลย ®¡Õ Ò·Õè ôõöó/òõôó จําเลยถอดกางเกงเดินเขาไปเพ่ือขมขืนกระทําชําเราผูตายใน ขณะท่ีผูตายไมไดสวมกางเกงและยืนพิงลูกกรงระเบียงอาคารซ่ึงสูงเพียงระดับสะโพก โดยผูตายมิได ยนิ ยอม จาํ เลยยอ มเลง็ เหน็ ไดว า หากผตู ายหลบหลกี ขดั ขนื มใิ หข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราแลว อาจจะตกลงไป จากระเบยี งอาคารถงึ แกค วามตายได เมอ่ื ผตู ายดนิ้ รนขดั ขนื เพอื่ มใิ หจ าํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผตู าย พลดั ตกลงไปจากระเบยี งอาคารจนไดร บั บาดเจบ็ และตายในเวลาตอ มา จงึ เปน ¼Åทเี่ กดิ â´Âμçจากการ กระทําของจาํ เลยอนั เปน การกระทาํ โดยเจตนาฆาผูตาย ®¡Õ Ò·Õè òõôø/òõôô จาํ เลยยนื อยบู นสะพานใชก อ นหนิ ทมี่ ขี นาดนาํ้ หนกั ถงึ ๑ กโิ ลกรมั เศษ และคร่ึงกิโลกรัมจํานวนหลายกอน ทุมลงมาในหมูผูเสียหายจํานวนมากท่ีอยูในเรือซ่ึงมีพื้นท่ีจํากัด ที่แลนลอดใตสะพาน ยอมเล็งเห็นผลของการกระทํานั้นไดวากอนหินอาจถูกศีรษะซ่ึงเปนอวัยวะ ทสี่ าํ คญั ของรา งกายเปน ผลทาํ ใหถ งึ ตายได แตจ าํ เลยกห็ าไดไ ยดตี อ ผลทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ไม จงึ ถอื ไดว า จาํ เลย มีเจตนา ®Õ¡Ò·Õè öùø/òõô÷ จาํ เลยและผตู ายกอดปลํ้าตอ สกู ัน จาํ เลยพลิกตัวขนึ้ มานงั่ ครอ ม ผูตายอยูดานบนจึงยอมสามารถใชมีดแทงผูตายไดถนัดและสามารถเลือกแทงได การท่ีจําเลยใชมีด ของกลางซง่ึ เปน มดี ปลายแหลมขนาดใหญแ ทงไปทบี่ รเิ วณชายโครงขวาของผตู ายจนเปน บาดแผลฉกรรจ แสดงวา จาํ เลยแทงโดยแรงถกู อวยั วะสาํ คญั ทาํ ใหผ ตู ายถงึ แกค วามตาย ถอื วา จาํ เลยมเี จตนาฆา ผตู าย ò. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦‹Ò¼ŒÙÍè¹× â´ÂàËμØ©¡Ãè ÁÒμÃÒ òøù ผใู ด (๑) ฆาบพุ การี (๒) ฆาเจาพนักงานซ่ึงกระทําตามหนาที่ หรือเพราะเหตุท่ีจะกระทําหรือไดกระทําการ ตามหนา ที่ (๓) ฆา ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานในการทเี่ จา พนกั งานนน้ั กระทาํ ตามหนา ทห่ี รอื เพราะเหตุ ทบี่ คุ คลนัน้ จะชว ยหรือไดชวยเจา พนักงานดังกลาวแลว (๔) ฆา ผอู ื่นโดยไตรต รองไวกอน (๕) ฆา ผอู ่ืนโดยทรมานหรอื โดยกระทําทารณุ โหดรา ย (๖) ฆาผูอ่ืนเพื่อตระเตรียมการหรือเพ่ือความสะดวกในการท่ีจะกระทําความผิด อยางอน่ื หรอื

๑๓๒ (๗) ฆา ผอู นื่ เพอื่ จะเอา หรอื เอาไวซ งึ่ ผลประโยชนอ นั เกดิ แตก ารทต่ี นไดก ระทาํ ความผดิ อนื่ เพือ่ ปกปดความผิดอ่นื ของตน หรอื เพอื่ หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผิดอื่นทตี่ นไดก ระทําไว ตองระวางโทษประหารชวี ติ ¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μŒ¹ ÁÒμÃÒ òøù ໹š ¡Òæ‹Òâ´ÂàËμØ©¡Ãè ñ. ¦‹ÒºØ¾¡ÒÃÕ หมายถึง ฆาผูสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไป ซึ่งไดแก บิดามารดา ปูยา ตายาย ทวด แตไมรวมถงึ ผรู บั บตุ รบุญธรรม การฆาบพุ การี ซึง่ เปน เหตุทาํ ใหรับโทษหนกั ขนึ้ ผูกระทําจะตอ งรูขอ เทจ็ จริง ถา ผกู ระทํา มไิ ดร ขู อ เทจ็ จรงิ อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผลหรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผล ไมได เพราะบุคคลจะตองรับโทษหนักข้ึนโดยอาศัยขอเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะตองไดรูขอเท็จจริงน้ัน ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย ®¡Õ Ò·Õè òùö/òô÷õ ฆา บดิ าโดยไมร วู า เปน บดิ า แตค ดิ วา เปน คนรา ยมคี วามผดิ ฐานฆา คนธรรมดา (เทยี บมาตรา ๒๘๘) ®¡Õ Ò·èÕ òóö/òôøò ฟนบิดาโดยปองกันตัวเกินกวาเหตุ เปนความผิดที่มีเหตุตองรับ โทษหนกั ขน้ึ ฐานนี้ ®¡Õ Ò·Õè óðó/òôù÷ ¼ÙŒÊº× Êѹ´Ò¹ ËÁÒ¤ÇÒÁ¶§Ö ¼ÊŒÙ º× Êѹ´Ò¹μÒÁ¤ÇÒÁ໚¹¨Ã§Ô ò. ¦‹Ò਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ เพื่อใหความคุมครองแกเจาพนักงานของรัฐในการปฏิบัติหนาท่ี เจาพนักงานหมายถึง ผูปฏิบัติหนาท่ีราชการโดยไดรับการแตงต้ังตามกฎหมาย และจะตองประกอบ ไปดว ยลักษณะดังน้ี - ฆา เจา พนกั งานซ่ึงกระทําการตามหนา ที่ คอื ฆา เจาพนักงานในขณะกาํ ลังกระทาํ ตามหนา ท่ี จะเพราะเหตใุ ดไมสําคญั และไมจําเปน ตองฆา เพราะเหตุท่กี าํ ลงั กระทาํ การตามหนาท่ี - ฆา เจา พนกั งานเพราะเหตทุ จ่ี ะกระทาํ การตามหนา ทม่ี มี ลู เหตชุ กั จงู ใจอนั เปน เจตนา พิเศษ คือ ฆาเพราะเหตุที่เจาพนักงานจะกระทําการตามหนาที่ เชน ร.ต.อ. ดํา กําลังเตรียมตัวไป ตรวจคนของผดิ กฎหมายท่ีบานนาย ก. นาย ก. จงึ ใชป น ยิง ร.ต.อ. ดาํ ถึงแกค วามตาย - ฆาเจาพนักงานเพราะเหตุไดกระทําการตามหนาที่ มีมูลเหตุชักจูงใจอันเปน เจตนาพิเศษ คือฆาเพราะเจาพนักงานไดกระทําการตามหนาที่ เชน พลตํารวจดําจับบิดาของแดง แดงโกรธจงึ ใชปน ยงิ พลฯ ดํา ถึงแกความตาย ®¡Õ Ò·Õè ñðøö/òôùó จําเลยเสพสุราเมา ผูตายเปนผูใหญบาน พบเขาจึงตักเตือน ใหจําเลยกลับบานเสียจําเลยจึงฆาผูใหญบานตาย จําเลยมีความผิดฐานฆาเจาพนักงานผูกระทําการ ตามหนาท่ี ®¡Õ Ò·Õè ñóõò/òõðø จําเลยกับพวกชิงทรัพยหนีไป เจาพนักงานตํารวจกับเจาทรัพย ไลติดตาม พอทันกัน จําเลยคนหน่ึงใชมีดแทงเจาพนักงานตํารวจตาย ดังนี้ จําเลยมีความผิด ฐานฆาเจาพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๒)

๑๓๓ ®¡Õ Ò·Õè ñõ/òõðù แมเปนพลตํารวจในระหวางท่ีลาราชการ ขณะที่ไปเที่ยวงานวัด ถา จา ตาํ รวจวานใหร กั ษาความสงบและไดไ ปพดู เตอื นคนเมา (จาํ เลย) กลบั ถกู แทงตาย คนเมา (จาํ เลย) ผิดตาม ».ÍÒÞÒ ÁÒμÃÒ òøù (ò) ó. ¦‹Ò¼ÙŒª‹ÇÂàËÅ×Í਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ ผูชวยเหลือไมใชเจาพนักงาน ในการชวยเหลือจะ กระทาํ โดยถกู เจา พนกั งานเรยี กรอ งใหช ว ยตามอาํ นาจในกฎหมาย หรอื ผชู ว ยเหลอื สมคั รใจเขา ชว ยเอง ยอมไดรบั ความคมุ ครองตามมาตรานี้ แตเจาพนักงานนน้ั ตอ ง - กาํ ลงั กระทําการตามหนาที่ หรือ - ไดกระทําการตามหนาที่ อาจเปน การฆา ขณะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตจุ ะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตทุ ไี่ ดช ว ยมาแลว และผูกระทําจะตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ วาเขาเปนผชู วยเหลอื เจาพนกั งานดวย ®Õ¡Ò·Õè ùò/òô÷ð จาํ เลยมคี ดอี าญาตดิ ตวั ผใู หญบ า นจะเขา จบั จาํ เลย จาํ เลยใชม ดี แทง สูผูใหญบานจึงเรียกผูตายชวยเหลือจับกุม จําเลยจึงแทงผูเขาชวยผูใหญบานนั้นตาย ดังน้ันจําเลยมี ความผดิ ฐานฆาผูช วยเหลอื เจา พนกั งานซึ่งกระทาํ การตามหนาท่ี ô. ¦‹Ò¼ÙÍŒ ¹è× â´ÂäμËμÃͧäÇŒ¡‹Í¹ หมายความวา ฆาผอู ่ืนโดยผกู ระทาํ มีโอกาสไตรตรอง ทบทวนกอนกระทาํ ไมใชต ัดสินใจกระทาํ ในขณะแรกที่มีโทสะ ®Õ¡Ò·Õè ñðñù/òõðõ ก. วางแผนโทรศัพทลวงนัดให ข. ไปรับชําระหน้ีแลวซื้อขวาน ๑ เลม เมือ่ พา ข. ไปถึงที่เปลย่ี ว ก. ใชขวานน้นั ฆา ข. เปนความผิดตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ®Õ¡Ò·èÕ ñðöø/òõòñ จาํ เลยดกั ยงิ ฆา คนตายท่ีรับจางมา เปน ฆาโดยไตรตรองไวกอ น ®Õ¡Ò·èÕ òòõù/òõòò ยิงผูเสียหายโดยมีสาเหตุกลาวคําอาฆาตไวกอนแลวเตรียม จดหมายจาหนาซองมาถึงผูเสียหายเพ่ือขอพบแลวชักปนยิง แตผูเสียหายไมตาย เปนพยายามฆา โดยเจตนาไตรตรองไวก อ น õ. ¦Ò‹ ¼ÍÙŒ ×è¹â´Â·ÃÁÒ¹ËÃÍ× â´Â¡ÃÐทํา·ÒÃ³Ø â˴ÌҠ¦‹Òâ´Â·ÃÁÒ¹ หมายความวา ฆาโดยกระทําใหผูถูกฆาไมตายทันที แตใหไดรับความ ลาํ บากสาหัสกอนตาย เชน เฉือนเนื้อทีละชิน้ จนถงึ แกค วามตาย ¦‹Òâ´Â¡ÃÐทํา·ÒÃØ³â˴ÌҠหมายความวา ฆาโดยวิธีการทารุณและโหดราย ผูตาย อาจตายทนั ทีโดยไมไ ดร ับความทรมานกไ็ ด เชน ใชน า้ํ มนั เบนซนิ ราดแลว จุดไฟเผาทงั้ เปน ®Õ¡Ò·èÕ óöñ/òô÷÷ เอาเชอื กรดั คอผตู ายและกระชากใหล ม ลงไปตามพน้ื ดนิ จนขาดใจตาย เปนการฆาโดยทรมานทารณุ โหดราย ®¡Õ Ò·Õè ññðñ/òõðù ใชมีดเชือดคอเด็กหญิงอายุ ๔ ขวบถึงแกความตายแลวรวมกับ จําเลยอ่ืนกระทืบเด็กชายอายุ ๘ เดือน แลวใชผาอุดจมูกจนหายใจไมออกตาย นอกจากนี้ยังใช ยาพิษกรอกปากกับใชมีดเชือดคอมารดาของเด็กท้ังสองจนหลอดเสียงขาดเพื่อจะฆาใหตาย ดวยการ กระทาํ ของจาํ เลยถอื ไดว า เปน การฆา ผอู น่ื โดยกระทาํ ทารณุ โหดรา ย (ขอ สงั เกต จาํ เลยคนเดยี วใชส ง่ิ ของ หลายอยางฆาหลายคน)

๑๓๔ ®¡Õ Ò·Õè òòóð/òõòñ ฆา คนคราวเดยี ว ๓ คน คนหนง่ึ เปน หญงิ มคี รรภ คนหนงึ่ เปน เดก็ อายุ ๑ ป ๖ เดือน อีกคนหนึ่งคือสามีของหญงิ บดิ าของเด็ก เปนการฆา ใหตายท้ังครอบครวั มลี ักษณะ ทารณุ โหดราย ö. ¦Ò‹ ¼ÍŒÙ ¹è× à¾Íè× μÃÐàμÃÂÕ Á¡ÒÃËÃÍ× à¾Í×è ¤ÇÒÁÊдǡ㹡Ò÷¨èÕ Ð¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂÒ‹ §Í¹è× การฆากรณีนี้มมี ลู เหตชุ กั จูงใจอนั เปน เจตนาพิเศษ คอื ฆาในข้ันตระเตรียมการกอนที่จะลงมือกระทําความผิดอยางอ่ืน เพื่อใหพรอมท่ี จะลงมือกระทําความผิดอ่ืนตอไป เชน คนรายตระเตรียมปลนธนาคารจับผูจัดการธนาคารมาบังคับ ใหเปดเผยวิธีเปด ตนู ิรภยั แลว ฆาเสีย ฆาเพ่ือความสะดวกในการที่จะกระทําความผิดอ่ืน คือ การฆาในขณะลงมือหรือ ในระหวางกระทําความผิดอ่ืน เพ่ือใหความผิดอยางอื่นน้ันลุลวงไปโดยปราศจากการขัดขวาง เชน ปลน ธนาคาร ฆา ยามเฝา ธนาคารมใิ หข ัดขวาง ®Õ¡Ò·Õè ù÷ô/òõðø จําเลยกับพวกรวมกันฉุดคราผูเสียหายเพื่ออนาจารและขมขืน กระทําชําเรา ขณะทํายังไมสําเร็จ บิดาผูเสียหายติดตามเพ่ือไปขัดขวาง จําเลยสั่งใหพวกของจําเลย ใชป นยงิ บดิ าผูเสียหายถึงแกความตายดงั น้ี จําเลยผดิ ป.อาญา มาตรา ๒๘๙(๖) ®Õ¡Ò·Õè öñù/òõñó แยงหญิงไปจากผูตาย เพื่อขมขืนกระทําชําเรา ผูตายขัดขวาง จงึ ฆาผูต าย เปน ความผดิ ตาม ป.อาญา ๒๘๙(๖) ®¡Õ Ò·Õè ñù÷÷/òõòñ ผูตายขัดขวางการปลนทรัพย จําเลยยิงผูตาย ผิด ป.อาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๖) ÷. ¦‹Ò¼ÙŒÍ×è¹ à¾Í×è ๑. เอาไวซ่ึงผลประโยชนอันเกิดแตการที่ตนไดกระทําความผิดอ่ืน หมายความวา ผลประโยชนอันเกิดแตการไดทําความผิดน้ัน ตนไดมาแลว แตฆาเพื่อรักษาผลประโยชนไว เชน ลักทรัพยไ ดแลวเจาทรัพยต ามจะมาเอาคืน จึงฆา เจาทรัพยเ พอื่ มใิ หเ อาคนื ๒. ปกปดความผิดอ่ืนของตน เชน ในระหวางปลนทรัพย เจาทรัพยรองทักทาย เพราะรจู ักจึงฆา เพอ่ื ปด ปาก ๓. หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผดิ อ่นื ท่ตี นไดกระทาํ ไว เชน คนรายวิ่งราวทรพั ย เจาทรพั ยว ง่ิ ไลตามจับคนรายใชม ีดแทงเพอื่ หลกี เล่ียงการจับกุม ®¡Õ Ò·èÕ öö/òôöô สมคบกนั ไปลอบยงิ เขาไมถ กู พวกของเขาไลต าม พวกทแี่ อบซมุ อยู จงึ ยงิ พวกที่ไลต ามมา เปนการยงิ เพ่ือปกปดการกระทําผดิ หรอื หลกี เลย่ี งใหพ น อาญาในความผดิ ที่ตน ไดกระทาํ ®Õ¡Ò·Õè õñò/òõòö จําเลยไดขมขืนกระทําชําเราผูตาย และฆาผูตายโดยวิธีกดน้ํา ใหจ มนํา้ สาํ ลักนา้ํ ตาย เพอื่ ปกปด ความผดิ จําเลย เปน กรณีตอ งดวย ป.อาญา มาตรา ๒๘๙

๑๓๕ ó. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทาํ ÌҨ¹à»š¹àËμØã˼Œ ٌ͹è× ¶§Ö á¡‹¤ÇÒÁμÒ ÁÒμÃÒ òùð “ผูใดมิไดมีเจตนาฆา แตทํารายผูอ่ืนจนเปนเหตุใหผูน้ันถึงแกความตาย ตอ งระวางโทษจําคุก ต้ังแตสามปถึงสิบหาป ถา ความผดิ นน้ั มลี กั ษณะประการหนงึ่ ประการใด ดงั ทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในมาตรา ๒๘๙ ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้งั แตสามปถ ึงยีส่ ิบป ͧ¤» ÃСͺ ๑. ทําราย ๒. ผอู ื่นถงึ แกค วามตาย ๓. เจตนา การกระทาํ ตามมาตราน้ี คอื ทาํ รา ย หมายถงึ ทาํ การประทษุ รา ยแกก ายหรอื จติ ใจบคุ คลอนื่ ความผิดตามมาตรานี้ ตองการผลเพียงประการเดียวคือผูถูกทํารายจะตองถึงแกความตายอันเปนผล โดยตรงจากการทาํ รา ย ถา มีผลเปน ประการอื่น นอกจากนจี้ ะไมม คี วามผดิ ตามมาตราน้ี เพราะเหตทุ ่ี เปน ความผดิ ทคี่ าํ นงึ ถงึ ผลเพยี งประการเดยี วจงึ ไมอ าจมคี วามผดิ ฐานพยายาม สว นเจตนานนั้ กฎหมาย ตองการแคเ พยี งเจตนาทาํ รา ย อนั หมายถงึ ประสงคต อ ผล หรอื เลง็ เหน็ ผลตอรางกายมิไดมุงตอชีวติ เชน เจตนาฆา ตาม วรรคทา ย ของมาตรานี้ เปน ลกั ษณะฉกรรจข องความผดิ ฐานทาํ รา ยผอู นื่ จนเปน เหตุ ใหถ งึ แกค วามตาย โดยอาศยั ขอ เทจ็ จรงิ ทาํ นองเดยี วกนั กบั ฆา ผอู นื่ ในลกั ษณะฉกรรจต ามมาตรา ๒๘๙ ®Õ¡Ò·Õè ôôò/òõðò ผูตายถึงแกความตายเพราะบาดแผลท่ีถูกจําเลยแทง แมถึงวา เนอ่ื งจากรกั ษาบาดแผลไมด ี เพราะบาดแผลเนา จงึ เปน พษิ กด็ ี แตก เ็ ปน ผลธรรมดาอนั สบื เนอื่ งจากการ กระทําของจําเลย จําเลยจงึ ตองผดิ ฐานฆา คนโดยไมเจตนา ®¡Õ Ò·Õè òòõ/òõðó จาํ เลยใชก าํ ลงั ชกตอ ยและเตะผตู ายถกู บรเิ วณหนา ผตู ายลม หงาย หลังหมดสติศรี ษะฟาดกบั พน้ื ถนนแข็ง กะโหลกศรี ษะแตกถงึ ตาย ดังน้ี ถือวา การตายเปนผลที่บังเกดิ เนื่องจากการกระทาํ ของจําเลย จําเลยยอมมีความผิดฐานฆา คนโดยไมเ จตนา ®¡Õ Ò·èÕ ñôòù/òõòð จําเลยขึงเสนลวดรอบที่ตกกลา ปลอยกระแสไฟฟาปองกันมิให หนเู ขา ไปกนิ ขา วกลา มคี นไปหากบเหยยี บเสน ลวดถกู กระแสไฟฟา ตาย จาํ เลยเลง็ เหน็ วา จะมคี นมาถกู เสนลวดไดร ับอนั ตรายแกก ายได เปน การมีเจตนาทํารา ยผอู ่นื เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๙๐ ®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõò÷ จําเลยทะเลาะวิวาทและชกตอยกับผูตายแตสูไมได จึงไปเรียก ส. กบั ข. มาชว ย ส. กบั ข. รมุ ชกตอ ยจนผตู ายยอมแพแ ลว เมอื่ ส. กบั ข. ใชไ มต ผี ตู ายอกี จาํ เลยเหน็ วา รนุ แรงเกินไป จงึ เขา หามปราม ดงั นกี้ ารรว มกระทาํ ผดิ ของจาํ เลยยอมยตุ ลิ งเพียงนน้ั เมื่อผตู ายวงิ่ หนี ส. กับ ข. ว่งิ ไลตามไป และใชไมตีจนถงึ แกความตาย เปนการกระทาํ ของ ส. กบั ข. โดยลําพังถือไม ไดวาเปนการกระทําของจําเลยดวย จําเลยจึงไมมีความผิดฐานฆาคนตายโดยไมเจตนาคงผิดตาม มาตรา ๒๙๕ เทา น้นั

๑๓๖ การปลอยกระแสไฟฟาขนาด ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวด เพ่ือไมใหผูใดเขาไปในเขต ที่กําหนด หากมีคนไปถูกเขาจนถึงแกความตาย ถือวาเปนการฆาคนโดยไมเจตนาตามมาตรา ๒๙๐ ไมใชประมาททาํ ใหผ อู ืน่ ถงึ แกความตาย ดฎู กี าที่ ๑๙๙๙/๒๕๑๑ ®Õ¡Ò·èÕ ñùùù/òõññ (ประชุมใหญ) การที่จําเลยใชเสนลวดที่ไมมีวัตถุใดๆ หอหุมขึง ทางดานบนของรั้วโรงภาพยนตรข องจําเลย แลวปลอยกระแสไฟฟา ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวดน้ัน เพื่อปองกันมิใหคนขามร้ัวเขาลอบดูภาพยนตรทางรูฝาโรงภาพยนตร เปนการกระทําที่จําเลยมิไดมี เจตนาฆา แตเ จตนาทาํ รา ยผอู นื่ เปน เหตใุ หผ นู น้ั ถงึ แกค วามตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ ไมใ ชป ระมาท ทําใหผ อู น่ื ถงึ แกความตาย ®Õ¡Ò·Õè ñóùõ/òõñø จาํ เลยตี ถ. มบี าดแผลเล็กนอ ย แต ถ. สลบ จาํ เลยเขาใจวา ถ. ตายจึงเอาผาขาวมาของ ถ. ผูกคอ ถ. แขวนกับตนไม เปนเหตุให ถ. ตาย จําเลยมีความผิดตาม มาตรา ๒๙๐ ÁÒμÃÒ òùð ÇÃ䷌Ҡถา ความผิดนัน้ มีลักษณะประการหนงึ่ ประการใด ดังทีบ่ ญั ญัติไว ในมาตรา ๒๘๙ ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตส ามปถ งึ ยส่ี บิ ป การกระทําความผิดในลักษณะฉกรรจฐานฆาผูอ่ืนโดยไมเจตนาน้ี ความมุงหมาย กเ็ ชน เดยี วกบั ความผดิ ฐานฆา ผอู นื่ ตามมาตรา ๒๘๙ คอื ใหผ กู ระทาํ รบั โทษหนกั ขนึ้ มากกวา กรณธี รรมดา ô. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÃÐÁҷ໚¹àËμØãËŒ¼ÙÍŒ è×¹μÒ ÁÒμÃÒ òùñ “ผูใดกระทําโดยประมาท และการกระทํานั้นเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแก ความตายตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สิบป และปรบั ไมเกนิ สองแสนบาท” ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑. กระทําโดยประมาท ๒. เปนเหตุใหคนอ่ืนถงึ แกค วามตาย กระทาํ ใหค นอน่ื ตายโดยประมาท ไดแ ก การกระทาํ ใหผ อู น่ื ถงึ แกค วามตาย โดยไมม เี จตนา ฆาและไมมีเจตนาทําราย แตไดกระทําใหผูอื่นตายลงเพราะความประมาท คือกระทําโดยปราศจาก ความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเชนน้ัน จักตองมีตามวิสัยและพฤติการณ และผูกระทําอาจใช ความระมดั ระวังเชนวา นัน้ ไดแตไดห าใชเ พยี งพอไม ®Õ¡Ò·èÕ ñõùò/òõóô จาํ เลยไมม เี จตนายงิ ปน เพอ่ื ฆา ผเู สยี หาย แตก ารทจ่ี าํ เลยใชอ าวธุ ปน จี้ศีรษะผูเสียหายไวในขณะที่อาวุธปนข้ึนนกโดยมีกระสุนในรังเพลิง และไดทําอาวุธปนลั่น ถือไดวา จําเลยกระทําโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งจําเลยจะตองมีวิสัยและพฤติการณ และอาจใชความ ระมัดระวงั เชนวา นนั้ ได แตหาไดใ ชใ หเ พยี งพอไม จึงเปน การกระทาํ โดยประมาท การกระทําโดยประมาทอาจเกิดจากการงดเวนการท่ีจักตองกระทําเพ่ือปองกันผลนั้น ตาม ป.อ.มาตรา ๕๙ วรรคทา ยก็ได ดฎู กี าท่ี ๑๙๐๙/๒๕๑๖

๑๓๗ ®Õ¡Ò·Õè ñùðù/òõñö จําเลยขับรถยนตบรรทุกเสาไฟฟาโดยใชลอพวง เมื่อลอรถพวง หลุดใหเสาตกลงมาขวางถนนจนกระท่ังค่ํา แลวจําเลยก็ไมไดจัดใหมีโคมไฟ หรือสัญญาณอยางอ่ืน เพื่อใหผูใชถนนเห็นเสาท่ีขวางถนน เปนเหตใุ หร ถทแ่ี ลนมาชนเสา มีคนตายและบาดเจบ็ ดังนี้ถือไดวา จําเลยกระทําโดยประมาท ผลเสียหายเกิดข้ึนจากการท่ีจําเลยงดเวนการที่จักตองกระทําเพื่อปองกัน ผลนน้ั จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานประมาททาํ ใหค นตายและไดรับอนั ตรายสาหสั ®Õ¡Ò·èÕ ùðó/òõóð จําเลยใชอาวธุ ปน ตศี รี ษะ ว. ไดร ับบาดเจบ็ แตปน ล่นั กระสนุ ปนถกู ด. และ ส. ดงั นมี้ ใิ ชผ ลของการกระทาํ พลาดไปถกู ด. และ ส. ตาม ป.อ. มาตรา ๖๐ การทกี่ ระสนุ ปน ลน่ั เปนเพราะความประมาทของจําเลยเปนเหตุให ด. ตาย และ ส. บาดเจ็บ จําเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๑ และ ๓๙๐ ®¡Õ Ò·Õè ñùõõ/òõóô จาํ เลยกบั พวกเปน เจา พนกั งานตาํ รวจ มอี าการมนึ เมาสรุ า จาํ เลย เอาอาวธุ ปนเลก็ กลจอใตใ บหขู วาของผูตายไมใ หหลบหนี ผตู ายพยายามว่งิ ไปหา ต. บดิ า จาํ เลยฉดุ ขอมือผูตายไว ขณะน้ันนิ้วของจําเลยอยูที่ไกปน การฉุดกันทําใหจําเลยเสียหลักนิ้วมือถูกไกปน เปน เหตใุ หอ าวธุ ปน ลน่ั โดยจาํ เลยไมม เี จตนาฆา ผตู าย การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยปราศจาก ความระมัดระวัง ซ่ึงบุคคลในภาวะของจําเลยจักตองมีวิสัยและพฤติการณ และจําเลยอาจใช ความระมดั ระวงั เชน วา นน้ั ได แตห าไดใ ชใ หเ พยี งพอไม การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยประมาท õ. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ªØÅÁ¹Ø μ‹ÍÊàÙŒ »š¹àËμãØ ËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁμÒ ÁÒμÃÒ òùô “ผูใดเขารวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไป และ บคุ คลหนงึ่ บคุ คลใดไมว า จะเปน ผเู ขา รว มในการนนั้ หรอื ไม ถงึ แกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ ตอ สนู ้ันตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ สองป หรอื ปรบั ไมเกินสหี่ ม่นื บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ ถาผูท่ีเขารวมในการชุลมุนตอสูน้ันแสดงไดวา ไดกระทําไปเพ่ือหามการชุลมุนตอสูนั้น หรอื เพอื่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ผูน้นั ไมตอ งรับโทษ ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑. เขา รวมในการชุลมุนตอ สรู ะหวา งบคุ คลตง้ั แต ๓ คนขึน้ ไป ๒. มีบุคคลไมวาจะเปนผูท่ีเขารวมในกรณีนั้นหรือไม ถึงแกความตายโดยการกระทํา ในการชลุ มนุ ตอสูนนั้ ๓. โดยเจตนา ¡àÇŒ¹ (มาตรา ๒๙๔ วรรคทาย) ถา ผูเขา รวมในการชลุ มุนคนใดแสดงไดวา ๑. เขา ไปเพ่อื หา ม หรือ ๒. เพือ่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ไมต อ งรับโทษ ¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μ¹Œ ๑. เขารวมในการชุลมุนตอสู หมายความวา ผูกระทําความผิดเปนบุคคลหน่ึงท่ีเขา มีสวนรวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคล อาจเปนผูกอการ หรือมีการชุลมุนตอสูแลวตนเขาไปรวม

๑๓๘ ดวยการเขาหา มหรอื ปอ งกันโดยชอบดวยกฎหมายกถ็ ือเปนการเขารวม แตอาจเขา หลักไมต อ งรับโทษ ได การเขารว ม อาจไมตอ งอยใู นวงการตอ สูโ ดยตรงกไ็ ด เชน ขวางปาของแข็งเขา ไปในกลมุ คนท่ีกําลงั ชุลมนุ ตอ สู การชลุ มุนตอสูเปนการใชก ําลังตอ สทู าํ รายรา งกายกันระหวา งบุคคลต้งั แต ๒ ฝายขึน้ ไป - ถูกรมุ ทํารายฝา ยเดียวจงึ ตอ สูปด ปอง มิใชร วมชลุ มนุ ตอ สู การชุลมนุ ตอสกู นั ตอง ระหวา งบคุ คลต้ังแต ๓ คนข้ึนไป จะเปนกี่ฝา ยหรือไมเปน ฝายก็ได แตต อ ง ๓ คนขึน้ ไป ๒. มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดไมวาจะเปนผูเขารวมในการน้ันหรือไมถึงแกความตาย โดยการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสูนนั้ ความตายตองเปนผลจากการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสู - ชุลมนุ ตอสยู ิงกันถูกคนนอกตาย ทุกคนผิด ป. อาญา มาตรา ๒๙๔ - บิดาและบุตรอยูฝายเดียวกันชุลมุนตอสูกับผูอ่ืน บิดาตาย บุตรมีความผิด มาตรา ๒๙๔ ÁÕ¢ŒÍÊѧà¡μÇ‹Ò กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไปและมีบุคคลหน่ึง บคุ คลใดถึงแกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชุลมุนตอสูน ั้น ถา ไมส ามารถพสิ ูจนไดวา ใครทาํ รายใคร อยา งไรและความตายเปน ผลจากการกระทาํ ของบคุ คลใด ผเู ขา รว มในการชลุ มนุ ตอ สทู กุ คนมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๙๔ น้ี แตถ า พิสูจนไดวา ในพวกทช่ี ลุ มนุ ตอ สกู นั น้นั บคุ คลใดเปนผกู ระทาํ ใหบคุ คลอน่ื ถงึ แกค วามตาย เฉพาะผกู ระทาํ นนั้ นอกจากจะมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๙๔ ยงั มคี วามผดิ ฐานฆา ผอู นื่ โดยเจตนา ตามมาตรา ๒๘๘ อีกบทหนงึ่ ดวย ®¡Õ Ò·èÕ ÷ùñ-÷ùò/òõðô (ประชุมใหญ) กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแต ๓ คนขึ้นไป และมบี ุคคลถึงตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔ น้ัน หมายถึงกรณที ไี่ มทราบวา ผใู ดหรอื ผูใดรวมกับใครทํารายผูตายถึงตาย ถาเปนกรณีท่ีฝายหนึ่งกลุมรุมทํารายผูตายถึงตายฝายน้ันตอง รับผดิ ฐานรวมกนั ฆาผตู ายโดยเจตนา การรมุ ทาํ รายไมใชเ ปนการชลุ มนุ ตอสู จําเลยจงึ ไมผ ดิ มาตรา ๒๙๔ แตผ ดิ ฐานรว มกันฆา ผูตาย มฎี กี าที่ ๑๓๓๓/๒๕๑๐ วินจิ ฉัยทํานองเดยี วกัน ®¡Õ Ò·èÕ ñóóó/òõñð จาํ เลยกบั พวกเตรยี มอาวธุ จะไปทาํ รา ยเพอื่ นผตู าย เมอื่ พบผตู าย กบั เพอื่ น พวกจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายกบั เพอ่ื นวง่ิ หนโี ดยไมไ ดต อ สอู ยา งใด จาํ เลยตามไปตผี ตู ายและพวก ของจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายถงึ แกค วามตาย ดงั นไี้ มใ ชเ ปน เรอื่ งสมคั รใจเขา รว มชลุ มนุ ตอ สกู นั แตเ ปน เรอื่ ง จาํ เลยกับพวกรว มกันทาํ รายผูต าย แมจ าํ เลยจะไมใชปนยงิ ผูตาย ก็ถือวาจาํ เลยไดรว มกนั กบั พวกของ จาํ เลยฆาผตู าย จงึ มคี วามผิดฐานฆาคนโดยเจตนา ดังนนั้ แมผ ถู กู ทาํ รายตอสปู องกนั กไ็ มทาํ ใหเ ปนชลุ มนุ ตอ สู ดูฎีกาที่ ๒๙๔๒/๒๕๑๙ ®Õ¡Ò·Õè òùôò/òõñù จาํ เลยกบั พวกอกี ๓ คน กลมุ รมุ ทาํ รา ยผตู ายฝา ยเดยี วโดยผตู าย มิไดสมัครใจเขาตอสูดวย การที่ผูตายตอสูปดปอง จึงมิใชการรวมการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแต สามคนขน้ึ ไป ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔

๑๓๙ ®¡Õ Ò·èÕ øøõ/òõðù จําเลยที่ ๑ กับ ท. บดิ าจําเลยที่ ๑ ไดร วมกันชลุ มุนตอสูระหวาง บุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป ท. บิดาจําเลยท่ี ๑ ถูกทํารายถึงแกความตายในการชุลมุนตอสูกันน้ัน เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ ไดรว มชลุ มนุ ตอ สูน้ันดว ย ถงึ แมจ ําเลยที่ ๑ จะไมมีอาวุธก็ตาม แตเ มือ่ จําเลยท่ี ๑ ไมได หามในการชลุ มนุ ตอ สหู รอื ปอ งกันตวั จําเลยท่ี ๑ ตอ งมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔ ถาเพียงแตชุลมุนตอสูโดยไมปรากฏวามีผูใดถึงแกความตาย หรือรับอันตรายสาหัสแลว กไ็ มเ ปน ความผิดฐานตามมาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ ดฎู กี าที่ ๙๔๒/๒๕๐๗ ®¡Õ Ò·èÕ ùôò/òõð÷ บรรยายฟองวา จําเลยท่ี ๑ ถงึ ท่ี ๔ ฝา ยหนึง่ จําเลยท่ี ๕ ถงึ ที่ ๗ กับพวกอีกฝายหนึ่งบังอาจสมัครใจเขาใชกําลังชกตอย เตะ ถีบทํารายรางกายซึ่งกันและกันจนจําเลย ที่ ๓ กบั ที่ ๕ บาดเจ็บ ดงั นเ้ี หน็ วาโจทกไมไดบ รรยายวา จาํ เลยคนใดทํารา ยใครและถอื ไมไดว าโจทก ฟอ งจาํ เลยแตล ะฝายตา งรวมกันกระทําความผิดตามฟองโจทก จงึ เปน ฟอ งฐานทาํ รายรางกายในการ ชุลมุนตอสูระหวางบุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป เมื่อไมปรากฏวามีบุคคลถึงตายหรือรับอันตรายสาหัส โดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ ตอสกู ัน ตามท่ีบัญญัติไวใน ป.อ. มาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ แลวแมจําเลย ใหการรบั สารภาพก็ลงโทษจําเลยไมได ถา การชลุ มนุ ตอ สมู ที งั้ คนตายและรบั อนั ตรายสาหัสดวย ก็เปนความผิดทง้ั มาตรา ๒๙๔ และมาตรา ๒๙๙ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบทตามมาตรา ๙๐ และถา รวู า ผูใ ดเปน คนทาํ ใหตาย หรอื รบั อนั ตรายสาหสั ดว ย ผูน ั้นก็มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ หรือ ๒๙๗ อีกบทหนึ่งดว ย ดูฎีกาที่ ๑๒๖๘/๒๕๑๕, ๑๐๑๕/๒๕๐๘ ®Õ¡Ò·èÕ ñòöø/òõñõ จําเลยสี่คนกับพวกที่ยังไมไดตัวมาฟอง มีอาวุธเขารวมในการ ชลุ มนุ ตอสกู ันจนเปนเหตใุ หม บี ุคคลถึงแกความตายสองคนและไดร บั อันตรายสาหัสอกี คนหน่งึ ผตู าย คนหนง่ึ ถงึ แกค วามตายเพราะถกู จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ยงิ ในการชลุ มุนตอสูกันน้นั เชนนี้เปน การกระทาํ กรรมเดียวเปนความผิดตอกฎหมายหลายบท คอื จําเลยทกุ คนผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๘๓ เฉพาะจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ อกี บทหนง่ึ ซึ่งจะตองลงโทษจําเลยสองคนนี้ ตามมาตรา ๒๘๘ ซึง่ เปน บททีม่ โี ทษหนักทส่ี ดุ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ ®Õ¡Ò·èÕ ñðñõ/òõðø ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๙ นั้น บัญญัติเอาผิดแกผูท่ีเขารวม ในการชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนข้ึนไป ทําใหบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับอันตรายถึงสาหัส เวนแตการไปหามหรือเพ่ือปองกันโดยชอบดวยกฎหมาย โดยไมปรากฏวาผูใดเปนตัวการทําใหเกิด อันตรายดงั กลา วนนั้ ถา ปรากฏวา ผูใดเปน ตัวการกระทําโดยลงมอื กระทาํ เองก็ดี เปนตวั การหรือใชใ ห กระทาํ กด็ ี ผูนัน้ ยอ มมคี วามผดิ ตามกรรมของตนอกี โสดหนง่ึ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook