Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฎหมายอาญา 2

กฎหมายอาญา 2

Published by phenix stock, 2021-03-28 03:20:14

Description: กฎหมายอาญา 2

Search

Read the Text Version

๔๐ ò. ÇÃäÊͧ เปนเรอื่ งกฎหมายใหถ ือวา เปนการปลอมเอกสาร มาตรา ๒๖๔ วรรคสอง น้ีไมใชการปลอมเอกสารโดยตรง กฎหมายใหถือวาเปนการปลอมเอกสาร คือบัญญัติใหลงโทษ อยางเดยี วกับความผดิ ฐานปลอมเอกสาร ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁÇÃäáá ๑. ทําเอกสารปลอมขน้ึ ๑.๑ ทัง้ ฉบับหรอื แตสว นหน่ึงสว นใด ๑.๒ เตมิ หรอื ตดั ทอนขอความ หรอื แกไ ขดวยประการใดๆ ในเอกสารท่แี ทจริง ๑.๓ ประทับตราปลอมหรอื ลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร ๒. โดยประการท่นี า จะเกิดความเสยี หายแกผอู ่ืนหรือประชาชน ๓. เพ่อื ใหผหู น่งึ ผใู ดหลงเช่ือวาเปน เอกสารท่ีแทจรงิ ๔. โดยเจตนา บางกรณเี อกสารนน้ั เปน àÍ¡ÊÒÃà·¨ç แตอ าจไมใ ชà Í¡ÊÒûÅÍÁ (เอกสารปลอมคอื เอกสาร ที่เกิดจากการปลอมอันเปนความผิดตามมาตรา ๒๖๔ ดังกลาว) ก็ได ในเร่ือง àÍ¡ÊÒÃà·ç¨ น้ันไมมี บทบญั ญตั ทิ ว่ั ไปกําหนดความผิดไวดงั เชนกรณปี ลอมเอกสารซึ่งมมี าตรา ๒๖๔ กาํ หนดลกั ษณะทว่ั ไป ของการปลอมเอกสารไว แตàÍ¡ÊÒÃà·¨ç นัน้ มบี ทบัญญัติกําหนดความผดิ ไวโ ดยเฉพาะในบางมาตรา เทา น้ัน เชน มาตรา ๑๖๒ (เจาพนักงานทําเอกสารเท็จ) มาตรา ๒๖๗ (แจงใหเ จา พนักงานจดขอความเทจ็ ลงในเอกสาร) และมาตรา ๒๖๙ (ผูมีวิชาชีพทาํ คาํ รบั รองเปน เอกสารอนั เปนเท็จ) นายแดงเชา หอ งแถวนายดําอยโู ดยไมม หี นงั สอื สญั ญาเชา นายขาวซอื้ หอ งแถวนนั้ ไปจาก นายดําแลว ฟอ งขบั ไลน ายแดง นายดาํ สงสารนายแดงทจี่ ะไรท อี่ ยู นายแดงและนายดาํ จงึ ทาํ สญั ญาเชา ขนึ้ มาฉบบั หนง่ึ มขี อ ความวา นายดําใหน ายแดงเชา หอ งแถวนนั้ โดยลงวนั ทท่ี ําสญั ญายอ นขนึ้ ไปในอดตี กอ นวนั ทนี่ ายดําขายหอ งแถวใหน ายขาวโดยมขี อ ความกําหนดระยะเวลาเชา ครอบคลมุ มาจนกระทงั่ ถงึ วันหลังจากนายขาวฟองขบั ไล เพ่ือทน่ี ายแดงจะไดอยูในหอ งแถวไดตอไปอกี ระยะเวลาหนึ่ง นายแดง ไดน ําสัญญาเชา นนั้ มาอางและสง ตอ ศาลเปน พยานในคดที ่ีนายขาวฟอ งขบั ไลนายแดงดว ย ศาลฎีกาวินิจฉัยวา การกระทําของนายแดงและนายดําäÁ‹¼Ô´°Ò¹»ÅÍÁàÍ¡ÊÒà แตผ ิดฐานแสดงพยานหลกั ฐานเทจ็ (ตาม ป.อ.มาตรา ๑๘๐) ¢ŒÍ椄 à¡μ ฎีกาท่ี ๑๐๖/๒๕๔๗ อา งฎกี า ท่ี ๖๕๔/๒๔๘๐ ซ่ึงตัดสินวาสมคบกันทําหนังสือสัญญากูขึ้นโดยความจริงไมไดสงมอบเงินใหแกกัน ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร ÈÒÊμÃÒ¨Òè μÔ μÔ μ§Ô ÈÀ·Ñ ÂÔ  ไดท าํ บนั ทกึ ไวท า ยฎกี าที่ ๑๐๖/๒๔๙๗ อธบิ าย ความแตกตางระหวางเอกสารเทจ็ และเอกสารปลอม ÍÕ¡μÑÇÍ‹ҧ˹Öè§ของเอกสารเท็จแตไมใชเอกสารท่ีทาํ ปลอมข้ึน คือ ขอเท็จจริงจากฎีกา ที่ ๔/๒๔๘๖ ซง่ึ เปน เรอ่ื งเจาของทดี่ ินทาํ หนงั สือมอบอาํ นาจเปนภาษาอังกฤษมอบอาํ นาจใหน ายขาว ใหเชาท่ีดิน แตนายขาวแปลหนังสือมอบอาํ นาจเปนภาษาไทยมีขอความวามอบอํานาจใหนายขาว ขายท่ีดิน โดยนายขาวลงชื่อรับรองคําแปลวาถูกตอง แลวนําไปยื่นตอเจาพนักงานท่ีดิน ศาลฎีกา

๔๑ วนิ จิ ฉยั หนังสือคาํ แปลภาษาไทยน้ัน เปนหนงั สือท่นี ายขาวทําขึ้นนนั่ เองไมมีใครเขาใจวาเปนหนงั สอื ของเจา ของท่ีดิน การที่นายขาวแปลผิดจากหนังสอื ภาษาองั กฤษจงึ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร เอกสารปลอมจงึ ตอ งเปน เอกสารทá่ี Ê´§ÇÒ‹ ¼ãŒÙ ´ทาํ â´Â·¼Õè ¹ŒÙ ¹Ñé ÁäÔ ´ทŒ าํ àÍ¡ÊÒù¹éÑ หรอื มไิ ด ใหอ าํ นาจผใู ดอน่ื ทาํ เอกสารนน้ั เอกสารปลอมเปน เอกสารท¤่ี ¹Ë¹§èÖ ทาํ ¢¹Öé â´ÂãËàŒ ¢ÒŒ ã¨ÇÒ‹ ໹š àÍ¡ÊÒà ·èÕ¤¹Íè×¹ทํา กลาวคือ ËÅÍ¡ã¹μÑǼทŒÙ ําàÍ¡ÊÒà โดยไมต องคํานงึ วาขอ ความทเี่ ขยี นลงในเอกสารน้นั จะ จริงหรือเท็จแตป ระการใด หากนายดาํ ไมย อมทาํ หนงั สอื สญั ญาเชา อนั เปน เทจ็ นนั้ นายแดงจงึ ไปขอใหน ายเหลอื งทาํ โดยนายเหลอื งใชช อื่ วา นายแดงกเ็ ปน àÍ¡ÊÒûÅÍÁ อนั เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔ (และผดิ มาตรา ๒๖๕ อนั เปนเหตฉุ กรรจเ พราะเปน “เอกสารสิทธ”ิ ) เพราะเปนการ ËÅÍ¡ã¹μÇÑ ¼ŒÙทําàÍ¡ÊÒà กลาวคอื เปน เอกสารทน่ี ายเหลอื งทาํ ขน้ึ โดยใหเ ขา ใจวา เปน นายดาํ ทาํ àÍ¡ÊÒûÅÍÁ ดงั กลา วมขี อ ความเทจ็ ดว ย หากนายดาํ แสดงหนงั สือสัญญาเชาปลอมน้ีเปนพยานหลักฐานตอศาล นายดําก็ผิดมาตรา ๑๘๐ ดว ย โดยนายเหลอื งเปน ตวั การรว มกบั นายแดงตามมาตรา ๘๓ ในความผดิ ตามมาตรา ๑๘๐ นไี้ ด สว นความผดิ ฐานปลอมเอกสารสทิ ธติ ามมาตรา ๒๖๕ นนั้ ทัง้ สองคนก็เปน ตัวการรว มกนั ดวยอยา งแนนอน การทาํ เอกสารปลอมขนึ้ ทง้ั ฉบบั อาจทาํ โดยวธิ ¶ี Ò‹ ÂàÍ¡ÊÒÃใหเ หมอื นฉบบั ทแี่ ทจ รงิ เพอ่ื ให หลงเชอ่ื วา เปน เอกสารทแ่ี ทจ รงิ โดยไมต อ งแกไ ขเปลยี่ นแปลงขอ ความใหผ ดิ แผกแตกตา งไปจากตน ฉบบั เอกสารท่แี ทจ ริงก็ได คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ òôöó/òõôø จําเลยถายสาํ เนาเอกสารแผนปายแสดง การเสียภาษีรถยนตประจําปและแผนปายประกันภัยคุมครองผูประสบภัยจากรถเปนภาพสีใหปรากฏ ขอความที่มีสี ตัวอักษรและขนาดเหมือนฉบับที่แทจริง แลวนําไปใชติดที่รถยนตบรรทุกและรถพวง มลี กั ษณะทท่ี าํ ใหห ลงเชอื่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจ รงิ โดยประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกน ายทะเบยี น ยานพาหนะจังหวัดนนทบุรี นายทะเบียนยานพาหนะจังหวัดพะเยา นายทะเบียนยานพาหนะ กรุงเทพมหานคร นายทะเบียนกรมการประกันภัยหรือผูอ่ืนได จึงเปนการปลอมเอกสารข้ึน ทั้งฉบับ ËÒ㪋NjҨÓàŨÐμŒÍ§á¡Œä¢ à»ÅÕè¹á»Å§¢ŒÍ¤ÇÒÁãËŒ¼Ô´á¼¡áμ¡μ‹Ò§ä»¨Ò¡μŒ¹©ºÑº àÍ¡ÊÒ÷èáÕ ·Œ¨Ã§Ô äÁ‹ การกระทาํ ของจาํ เลย จึงเปนความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๖๔ วรรคหนง่ึ (คดีนจ้ี ําเลยฎกี าเฉพาะปญหาวาการกระทําของจาํ เลยดงั กลา วยงั ถือ ไมไดวาเปนการปลอมเอกสาร ตามมาตรา ๒๖๔ ซึ่งศาลฎีกาตอบฎีกาขอน้ีวาการกระทําของจําเลย เปน ความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่งแลว และพิพากษายนื ตามศาลอทุ ธรณท ี่ วินิจฉัยวา จาํ เลยมคี วามผิดฐานปลอมเอกสาร (แผน ปา ยประกนั ภัยคมุ ครองผูประสบภัยจากรถ) ตาม มาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง และปลอมเอกสารราชการ (แผนปายแสดงการเสียภาษีรถยนตประจําป) ตามมาตรา ๒๖๕ กับใชเ อกสารและเอกสารราชการดังกลาวปลอม จึงไมเปนการกลบั หลักฎีกาท่มี ีมา แตเ ดมิ แตอยางใด)

๔๒ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ùðòö/òõõó เมื่อขอเท็จจริงฟงเปนยุติวาหนังสือสัญญา ซอ้ื ขายทด่ี นิ เปน เอกสารสทิ ธปิ ลอม ÀÒ¾¶Ò‹ Â˹§Ñ ÊÍ× ÊÞÑ ÞÒ«Í×é ¢Ò·´èÕ ¹Ô ´§Ñ ¡ÅÒ‹ Ç·¨èÕ íÒàŶҋ Âสําà¹ÒÁÒ ¨Ö§à»š¹àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸»Ô ÅÍÁ´ŒÇ จําเลยนําภาพถายหนังสือสัญญาซื้อขายท่ีดินไปใชอางเปนเอกสารแนบทายคํารอง และคําฟอง โดยรูอยูแลววาหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเปนเอกสารปลอม การกระทําของจําเลย จงึ เปนการใชเ อกสารสทิ ธิปลอม สําหรบั การปลอมแผน ปา ยทะเบียนรถยนต มแี นวคําพพิ ากษาฎกี าดงั น้ี ก. ถา เปน แผน ปา ยทะเบยี นรถยนตท แี่ ทจ รงิ ทท่ี างราชการออกใหไ ปใชต ดิ กบั รถยนต คันอื่น ไมเปนการปลอมเอกสารและใชเอกสารปลอม เพราะแผนปายทะเบียนรถยนตดังกลาวเปน เอกสารท่แี ทจ รงิ ที่ทางราชการทําขึ้น ไมใชเอกสารปลอม(๑) คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ññôó/òõòó จําเลยเอาปา ยทะเบียนรถยนตหมายเลข ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ ของรถยนตยี่หอเฟยต มาติดใชกับรถยนตของกลาง เม่ือแผนปายทะเบียนรถยนตดังกลาว ໚¹àÍ¡ÊÒÃá·Œ¨ÃÔ§·èÕÃÒª¡Ò÷íÒ¢éÖ¹ ไมใชเอกสารปลอมจําเลยจึงไมมีความผิด ฐานปลอมเอกสาร และการท่ีจําเลยนําปายทะเบียนน้ันมาใชกับรถยนตของกลาง เพื่อผูอื่นหลงเช่ือวารถยนตของกลาง เปนหมายเลขทะเบียน ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ จําเลยก็ไมม ีความผิดฐาน ใชเ อกสารปลอม คดีนี้จําเลยถอดแผนปายทะเบียนรถยนตท่ีแทจริงท่ีทางราชการออกใหแกรถยนต เฟย ต แลว นาํ มาตดิ ใชก บั รถยนตข องกลางอกี คนั หนง่ึ เมอ่ื เปน เอกสารทแี่ ทจ รงิ แมเ อาไปใชก บั รถยนต คนั อนื่ และนา จะเกดิ ความเสยี หายแกท างราชการกไ็ มผ ดิ ฐานปลอมเอกสารเพราะไมม กี ารกระทาํ ใดๆ อันเปนการปลอมเอกสารเลย คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ óð÷ø/òõòõ การทจ่ี าํ เลยนาํ แผน ปา ยทะเบยี นรถยนตห มายเลข น. ๐๓๑๑ พงั งา ซง่ึ ໹š á¼¹‹ »Ò‡ ·ÐàºÂÕ ¹Ã¶Â¹μ· ·Õè Ò§ÃÒª¡ÒÃÍÍ¡ãËแŒ กร ถยนตข อง ส. นาํ ไปใชต ดิ กบั รถยนตจ าํ เลยซงึ่ เปน รถยนตอ กี คนั หนง่ึ แมจ ะทาํ โดยมเี จตนาแสดงใหผ อู น่ื หลงเชอ่ื วา รถยนตข องจาํ เลย เปน รถยนตท่ีมหี มายเลขทะเบยี น น. ๐๓๑๑ พังงา ก็ตาม เม่อื แผนปา ยทะเบยี นรถยนตดังกลาวเปน แผน ปา ยทะเบยี นรถยนตท แ่ี ทจ รงิ ซง่ึ ทางราชการออกใหแ กร ถยนตค นั อน่ื จาํ เลยยอ มไมม คี วามผดิ ฐาน ปลอมเอกสารหรือใชเ อกสารราชการปลอม (อา งคําพพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๑๔๓/๒๕๒๓) ข. ถาเปนแผนปายทะเบียนรถยนตทําเอง และนําไปใชติดกับÃ¶Â¹μ¤Ñ¹à´ÔÁที่มี หมายเลขทะเบยี นนนั้ ถกู ตอ ง แมจ ะเปน การทาํ แผน ปา ยทะเบยี นปลอมขน้ึ แตก ไ็ มน า จะเกดิ ความเสยี หาย แกผ อู ืน่ หรือประชาชน จึงไมเปน ความผิดฐานปลอมเอกสาร (ดคู ําพพิ ากษาฎีกาที่ ๒๒๔๑/๒๕๒๓) (๑) แมจาํ เลยจะนาํ Ἃ¹»‡ÒÂǧ¡ÅÁáÊ´§¡ÒÃàÊÕÂÀÒÉÕö¹μอันเปนเอกสารท่ีแทจริงของกรมการขนสงทางบก ไปตดิ กบั รถยนตค นั อน่ื ทไี่ มไ ดเ สยี ภาษรี ถยนตป ระจําปก ต็ าม การกระทาํ ของจาํ เลยกไ็ มเ ปน ความผดิ ฐานใชเ อกสารราชการปลอม (คําพิพากษาฎกี าท่ี ๑๓๔๗/๒๕๔๑) ตัดสินโดยใชห ลักเดยี วกนั

๔๓ ค. แตถาเปนแผนปายทะเบียนรถยนตทําเอง และนําไปใชติดกับÃ¶Â¹μ¤Ñ¹Í×è¹ ในประการที่นาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนหรือประชาชน เปนความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ และใชเอกสารราชการปลอม คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè òòôñ/òõòó วนิ จิ ฉัยวา แผนปายทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ของกลาง เปน หมายเลขทะเบยี นทอ่ี อกใหร ถยนตข องจาํ เลยทถี่ กู ชนพงั ใชก ารไมไ ด แมแ ผน ปา ย ดังกลาวจําเลยเปนผูทําข้ึนเพ่ือใชแทนแผนปายอันแทจริง ซึ่งทางการจะตองเปนผูทําและมอบให เจาของรถก็ตาม แตทางปฏิบัติทางการยังไมมีแผนปายทะเบียนก็͹ØâÅÁãËŒ¶×ÍÇ‹ÒἋ¹»‡Ò¢ͧ¡ÅÒ§ ໹š á¼¹‹ »Ò‡ ·ÐàºÂÕ ¹â´ÂªÍº á쨋 Ðนาํ á¼¹‹ »Ò‡ ·ÐàºÂÕ ¹¢Í§¡ÅÒ§ä»ãª¡Œ ºÑ Ã¶Â¹μ¤ ¹Ñ ͹è× ËÒä´äŒ Á‹ การทจ่ี าํ เลยนาํ แผน ปา ยหมายเลขทะเบยี นดงั กลา วไปตดิ เพอ่ื ใชก บั รถยนตข องกลาง โดยมเี จตนาแสดง ใหผอู ่นื หลงเช่อื วารถยนตคันของกลางซงึ่ เปนรถยนตท ่ผี ดิ กฎหมาย เปนรถทม่ี ีทะเบียนถูกตอ ง จึงเหน็ ไดวา แผนปา ยทะเบียนหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ทจ่ี ําเลยทําข้นึ น้ัน ËÒä´นŒ าํ ä»ãª¡Œ ºÑ Ã¶Â¹μ¤ ¹Ñ ·äÕè ´Œ ÃѺ͹ØÞÒμäÁ‹ ËÒ¡áμ‹นําä»ãªŒà»š¹ËÁÒÂàÅ¢·ÐàºÕ¹»ÅÍÁ¢Í§Ã¶Â¹μ¤Ñ¹¢Í§¡ÅÒ§ โดยประการ ที่นาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนหรือประชาชน ใหหลงเชื่อวาแผนปายทะเบียนนั้นเปนเอกสาร ที่ทางราชการออกใหใชกับรถยนตของกลางการกระทําของจําเลยจึงเปนความผิดฐานปลอมและใช เอกสารราชการปลอม สรปุ แลว ถา เปน á¼¹‹ »Ò‡ ·ÐàºÂÕ ¹Ã¶Â¹μ· áèÕ ·¨Œ Ã§Ô นาํ ไปใชต ดิ กบั รถคนั ไหนกไ็ มผ ดิ ฐานปลอมเอกสารราชการและใชเอกสารราชการปลอม แตถาเปนἋ¹»‡Ò·ÐàºÕ¹ö¹μทําàͧ และใชต ดิ กบั รถ¤¹Ñ à´ÁÔ ไมเ ปน ความผดิ เวน แตน าํ ไปใชต ดิ กบั ö¤¹Ñ ͹è× ทาํ ใหผ อู นื่ หลงเชอื่ วา เปน เอกสาร ทแ่ี ทจ รงิ และนา จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชนแลว เปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารราชการ และใชเ อกสารราชการปลอม ÊÃØ» เอกสารปลอมตองมีลักษณะเปนเท็จในตัวเอง หรือมีลักษณะไปแทนเอกสาร อีกฉบับหน่งึ ซ่ึงจะมตี ัวจริงหรือไมกไ็ ด (๑) ทําปลอมข้ึนท้ังฉบับ หมายความถึงการปลอมเอกสารข้ึนท้ังฉบับ โดยจะมี ตนฉบบั เอกสารทแี่ ทจ ริง หรือทาํ ขน้ึ ใหมโ ดยไมม เี อกสารที่แทจริง (ฎกี าท่ี ๑๔๗๒/๒๔๙๖) ถา กระทํา ขึ้นเพื่อใหผูอ่ืนเขาใจวาเปนเอกสารของบุคคลอ่ืน ไมใชเอกสารของผูกระทําขึ้นเองคือ เม่ือทําข้ึนแลว มีลกั ษณะเปน เท็จในตวั เอง เชน บิดาดําตาย ไมไ ดท าํ พนิ ัยกรรมไว ดําตอ งการเอาทรัพยเ พียงคนเดยี ว ทําหนังสือขนึ้ ฉบบั หน่ึงเปนพนิ ยั กรรมของบดิ ายกทรัพยทงั้ หมดใหต น เชนนี้ จะเหน็ วาไมม พี นิ ัยกรรม ตัวจริงเลย ท้ังนี้การทําเอกสารปลอมข้ึน อาจทําโดยวิธีถายเอกสารใหเหมือนฉบับที่แทจริง เพอื่ ใหห ลงเชอ่ื วา เปน เอกสารทแ่ี ทจ รงิ โดยไมต อ งแกไ ขเปลยี่ นแปลงขอ ความใหต า งจากตน ฉบบั เอกสาร ทแ่ี ทจ รงิ กไ็ ด (ฎกี า ๒๔๖๓/๒๕๔๘) (๒) ทําปลอมข้ึนแตสวนหนึ่งสวนใด การปลอมเอกสารอาจทําเพียงบางสวน ไมจ าํ ตอ ง ทําปลอมท้ังฉบับ เอกสารอาจทําไวโดยแทจ ริง แตยงั ไมค รบถว น ถาปลอมขอ ความตอ ไป

๔๔ จนครบถวนหรือไมครบถวน ก็เปนการปลอมเพียงบางสวน หรือถาทําเอกสารยังไมสําเร็จครบถวน ทําไปไดเ พยี งบางสว น แตสว นทีท่ ําขึน้ มลี กั ษณะเปน เอกสารแลว กเ็ ปนปลอมเอกสาร ñ.ò àμÔÁËÃ×ÍμÑ´·Í¹¢ŒÍ¤ÇÒÁËÃ×Íᡌ䢴ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ในเอกสารท่ีแทจริง คําวา “ã¹àÍ¡ÊÒ÷Õèá·Œ¨ÃÔ§” หมายความวา มีเอกสารที่แทจริงอยูแลว การกระทําทั้งสามประการ คือ เติม ตดั ทอน หรอื แกไ ข จึงตอ งกระทําลงในเอกสารท่ีแทจริง เพราะถาไมม เี อกสารทแ่ี ทจ ริงแลว จะเติมตัดทอนหรือแกไขไมได ถากระทําแกเอกสารปลอมไมตองดวยองคประกอบความผิดตาม มาตราน้ี จึงแตกตางกับความผิดที่ปลอมข้ึนท้ังฉบับหรือแตสวนหนึ่งสวนใด ซ่ึงจะมีเอกสารท่ีแทจริง หรอื ไมก ็เปนปลอมเอกสาร ¢ŒÍÊѧà¡μ (๑) ความผดิ สาํ เรจ็ เมอ่ื เตมิ ตดั ทอน หรอื แกไ ขลงในเอกสารทแี่ ทจ รงิ ถา กระทาํ การ ดังกลาวแลว ตอมาแกไขใหมใหเปนไปตามเดิม ยอมไมลบลางความผิดที่สําเร็จแลว เชน ตัดทอน จํานวนเงินกจู าก ๒,๐๐๐ บาท เปน ๒๐๐ บาท ตอมากลัวความผดิ แกใ หเ ปน ๒,๐๐๐ บาท ตามเดิม ดงั น้ี มคี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารแลว เพราะความผดิ สาํ เรจ็ เมอื่ ตดั ทอนขอ ความแลว การแกไ ขใหเ ปน ไปดงั เดมิ ไมลบลา งความผิดสําเรจ็ แลว ใหเปนอยางอ่นื (๒) การทาํ ลายเอกสารไมเปน การปลอมเอกสาร การตดั ทอนแกไ ขขอ ความในเอกสารทแี่ ทจ รงิ เปน การปลอมเอกสาร แตถ า มกี าร ลบขอความในเอกสารออกทงั้ หมด จะถือวาเปนการปลอมเอกสารคงไมได เพราะไมมีขอ ความเหลอื อยูใหผูใดหลงเช่ือวาเปนเอกสารท่ีแทจริง กรณีเชนน้ีจึงเปนการทําลายเอกสารตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๘๘ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè óøñ/òô÷õ จาํ เลยลกั เรอื มาแลว เอากบไสเลขทะเบยี น เรอื ทก่ี าบเรือÍÍ¡·éѧËÁ´ ไมเ ปน การปลอมเอกสาร แตเปน เร่ืองทําลายเอกสาร คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ öòöö/òõôõ การทจ่ี ําเลยขูดลบเคร่อื งหมายทะเบียน อาวุธปนของเจา พนกั งานออกทง้ั หมด เปน การทาํ ลายเอกสาร ไมเปนการปลอมเอกสาร à¾ÃÒÐäÁ‹ÁÕ àÍ¡ÊÒÃàËÅ×ÍÍÂã‹Ù ˼Œ ٌ˹Öè§¼Ù㌠´ËŧàªèÍ× Ç‹Ò໹š àÍ¡ÊÒ÷èáÕ ·Œ¨ÃÔ§ ñ.ó »ÃзºÑ μÃÒ»ÅÍÁËÃÍ× Å§ÅÒÂÁ×ͪÍè× »ÅÍÁ เหมือนกบั ขอ ๑.๑ คือ ไมจ ําเปน ตอ งมีเอกสารทีแ่ ทจ รงิ ดงั ขอ ๑.๒ »ÃзѺμÃÒ»ÅÍÁ การประทับตราเปนวิธีลงลายมือชื่ออยางหนึ่ง ประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๙ วรรคสอง บัญญัติวา “ถาบุคคลผูใดใชตราประทับแทน การลงลายมือชื่ออยูเปนปกติ การประทับตราเชนนั้นทานวาเสมอกับการลงลายมือชื่อ” ตราในที่น้ี หมายถึง ตราที่เอกชนทําไวใชหมายความรวมถึงตราของนิติบุคคล ตราประจําตําแหนงซ่ึงแสดงถึง ตวั บคุ คลดว ย แตไมม ลี กั ษณะเปน ตราในราชการ เพราะจะเปนความผดิ เกีย่ วกบั ดวงตราในหมวด ๒

๔๕ ÅÒÂÁ×ͪèÍ× »ÅÍÁ “ÅÒÂÁÍ× ª×èÍ” มีบทนิยามในมาตรา ๑ (๑๐) วา “หมายความ รวมถึงลายพิมพน้ิวมือและเครื่องหมาย ซึ่งบุคคลลงไวแทนลายมือชื่อของตน” “ลายมือช่ือ” จึงมี ความหมายกวางกวา ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย มาตรา ๙ และ ๙๐๐ วรรคสอง คอื นอกจาก ลายมือช่ือตามมาตรา ๙ แลว ถาเปนลายพิมพน้ิวมือ หรือเคร่ืองหมายอื่นแทนลายมือช่ือ แมไมมี พยานลงลายมอื ช่อื รบั รอง กเ็ ปน ลายมือช่ือตามมาตรานี้ ¡ÒûÅÍÁÅÒÂÁÍ× ªÍè× ถา เปน การปลอมลายมอื ชอื่ ผอู นื่ เชน ลงลายมอื ชอ่ื หรอื ลายพิมพนิ้วมือใหเห็นเปนคนอื่น ถือวาเปนปลอมลายมือช่ือเสมอไป เชน ซื้อของเช่ือลงลายมือชื่อ คนอื่นโดยต้ังใจใหผูขายเช่ือวาเปนลายมือชื่อคนอ่ืน เปนปลอมเอกสาร ขอสังเกตการลงลายมือช่ือ คนอื่น จะมีตัวจริงหรือไม ไมสําคัญ แตถาผูลงลายมือชื่อกระทําในลักษณะท่ีตั้งใจจะรับผิดชอบเอง แมจะเปนอีกช่ือหนึ่ง เชน ขาวประสงคจะกูเงิน ไมตองการใหรูจักช่ือจริง ลงลายมือชื่อคนอ่ืน โดยตั้งใจจะใชหน้ี ดังน้ีเอกสารนั้นไมเปนเท็จในตัวเอง เพราะขาวต้ังใจจะใชหน้ีและตั้งใจจะใหเปน เอกสารท่ีแทจริง อน่ึง การลงลายมือช่ือตนเอง ปกติไมเปนปลอม แตอาจเปนปลอมได ถาต้ังใจให เหน็ เปน ชอ่ื คนอนื่ เชน ชอื่ เดยี วกนั คนหนง่ึ ลงลายมอื ชอ่ื ใหเ หมอื นอกี คนหนงึ่ เพอ่ื ใหเ ขา ใจวา เปน คนนน้ั กเ็ ปน ปลอมได ŧÅÒÂÁ×ͪè×Íá·¹¼ÙŒÍ×è¹â´Âà¢ÒÂÔ¹ÂÍÁ ถาอาจจะเกิดความเสียหายแก บคุ คลอน่ื หรอื ประชาชนทเี่ กย่ี วขอ ง กผ็ ดิ ฐานปลอมเอกสาร เชน ปลอมลายมอื ชอ่ื ผอู น่ื โดยผนู นั้ ยนิ ยอม ไปย่ืนคํารองตอศาล (ฎีกาที่ ๖๕๘/๒๕๑๓ เพราะกฎหมายมิไดคุมครองเฉพาะเจาของลายมือช่ือ หากคมุ ครองบคุ คลอน่ื และประชาชนผเู กยี่ วขอ ง กฎหมายไมใ หอ าํ นาจลงลายมอื ชอื่ แทนกนั แมเ จา ของ ลายมอื ชอ่ื อนญุ าตหรอื ยนิ ยอม กล็ งลายมอื ชอ่ื แทนกนั ไมไ ด แตถ า ไมอ าจจะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรือประชาชนแลว ไมผิดฐานปลอมเอกสาร (ฎีกาท่ี ๑๐๒๐/๒๕๑๗, ฎีกาท่ี ๑๕๒๖/๒๕๒๕) ò. â´Â»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒÍ×è¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ เปนพฤติการณ ประกอบการกระทํา มิใชผลท่ีตองเกิดจากการกระทํา เพียงนาจะเกิดความเสียหายแตไมเกิด ก็เปน ความผิดสําเร็จ คือ ถาเอกสารท่ีทําปลอมขึ้น มีผูนําไปใช ความเสียหายอาจเกิดข้ึนแกผูหน่ึงผูใด หรอื ประชาชนหรอื ไมถ อื ขอ เทจ็ จรงิ ทเ่ี พยี งนา จะเกดิ ไมใ ชข อ เทจ็ จรงิ ทต่ี อ งเกดิ ขน้ึ แลว ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ถา ไมน า จะเกดิ ความเสยี หาย กไ็ มเ ปน ความผดิ แมฐ านพยายามกไ็ มเ ปน ความผดิ สว นความ เสียหายไมจาํ กดั เฉพาะเร่ืองทรัพยสินอาจเปนเสยี หายอยา งอื่นกไ็ ด μÑÇÍ‹ҧ ¡Ã³·Õ Õ¶è Í× ÇÒ‹ ä´ŒÃºÑ ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øòõ/òõðö จําเลยชําระหน้ีใหแกเจาหน้ีเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท แลว จาํ เลยแกไ ขจาํ นวนเงนิ ในใบรบั เงนิ ทเี่ จา หนเ้ี ซน็ ชอื่ เปน ผรู บั เงนิ โดยแก ๑๐,๐๐๐ บาท เปน ๗๐,๐๐๐ บาท ตอ มาจําเลยคดั สาํ เนาใบรบั เงินที่ปลอมนน้ั มาแสดงตอ ศาลทําใหเจา หน้ีไดร ับความเสยี หาย เพราะถา ศาลหลงเช่ือวาเปนเอกสารที่แทจริงแลวเจาหน้ีจะตองขาดเงินท่ีควรไดรับชําระหนี้ไป ๖๐,๐๐๐ บาท

๔๖ การปลอมของจําเลยเปนความผิดตามมาตรา ๒๖๔ แลว เอกสารน้ีเปนใบรับเงินชําระหนี้แสดงวา สิทธิเรียกรองของเจาหนี้ในจํานวนเงินน้ีระงับไปแลว จําเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตาม มาตรา ๒๖๕ และการที่จําเลยคัดสําเนาเอกสารท่ีปลอมแสดงตอศาลเปนการอางถึงเอกสารที่ปลอม จงึ เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๘ ดว ย ตอ งลงโทษจาํ เลยตามมาตรา ๒๖๘ ตามอตั ราโทษในมาตรา ๒๖๕ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñö÷/òõñ÷ จาํ เลยกเู งนิ ผเู สยี หายแลว ทาํ หนงั สอื สญั ญากลู งลายมอื ชอ่ื ¼ÙŒÍ×è¹ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต เพ่ือจะใหไดเงินที่กูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูนั้นเปนหลักฐานฟองรองเรียกเงินคืนจากจําเลย ผูเสียหายไดรบั ความเสยี หาย จาํ เลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ เม่อื จาํ เลยไดม อบสญั ญากู ใหผ ูเสียหายยึดถือไว จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานใชเอกสารสทิ ธปิ ลอมอกี กระทงหนึ่ง ¡Ã³ÕäÁ‹¹‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ññòö/òõðõ ทําสัญญากูเงินกันไวโดยถูกตองตามกฎหมาย แตไมไดลงนามพยานในสัญญา ตอมาผูใหกูจึงใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญาโดยผูกูมิได รเู หน็ ดวย แลว ผูใหก นู าํ สัญญานั้นมาฟอ งตอ ศาล ศาลฎกี าวนิ ิจฉยั วา เมื่อสญั ญาดังกลาวมีผลสมบรู ณ ตามกฎหมาย การทพ่ี ยานลงนามภายหลงั จงึ ไมน า จะเกดิ หรอื อาจเกดิ ความเสยี หายแกผ กู ู ผใู หก หู ามผี ดิ ฐานปลอมเอกสารไม ¢ŒÍ椄 à¡μ คดนี ท้ี าํ สญั ญากโู ดยผกู ลู งลายมอื ชอ่ื ไวแ ลว แมไ มม พี ยานลงชอ่ื ไวก ม็ ผี ลสมบรู ณต ามกฎหมาย การจัดใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญา จึงไมนาจะเกิดความเสียหายแกผูกูหรือประชาชน ผใู หกูจ งึ ไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ การปลอมแกตัวเลขสลากกินแบง โดยแกตัวเลข สลากกินแบงหนึ่งตัวใหเปนหมายเลขท่ีถูกรางวัล เพ่ือใหเพื่อนเล้ียงอาหารจําเลยกอนแลวจําเลยทิ้ง สลากกินแบงในถังขยะในบา น มีผเู ก็บสลากกนิ แบง นนั้ ไปขอรบั เงินรางวัล นอกความรูเห็นของจาํ เลย การหลอกใหเลี้ยงอาหารเปนการลอเลนระหวางเพ่ือน ซ่ึงทําอยูเปนปกติ ไมเปนความเสียหายแก ประชาชนหรอื เพื่อนของจําเลย ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร ¢ÍŒ Êѧà¡μ คดนี จี้ าํ เลยแกต วั เลขในสลากกนิ แบง เพอื่ ใหเ ปน ตวั เลขทถ่ี กู รางวลั แตท าํ เพอ่ื จะลอ เลน กนั ระหวางเพื่อนของจําเลย เทากับไมไดมีเจตนาจะเอาสลากกินแบงท่ีแกตัวเลขดังกลาวไปใชเพื่อใหเกิด ความเสียหายแกผูหน่ึงผูใด เปนเร่ือง¢Ò´à¨μ¹Òท่ีจะใหเปนเอกสารปลอม เพราะหลังจากนั้นจําเลย ก็นําไปทิ้งถังขยะในบาน สวนการที่มีผูเก็บสลากกินแบงน้ันไปขอรับเงินรางวัล ก็เปนเร่ืองนอกเหนือ ความรเู ห็นของจาํ เลย จําเลยจงึ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ óùôô-óùôõ/òõòö โจทกซ่ึงเปนพยาบาลลงช่ือและเวลามา ทาํ งานไวใ นสมดุ บญั ชลี งนามมาทาํ งานของขา ราชการโรงพยาบาล แตไ มไ ดอ ยปู ฏบิ ตั งิ านทโี่ รงพยาบาล

๔๗ การทจ่ี าํ เลยที่ ๑ ซง่ึ เปน เสมยี นการเงินเขยี นขอ ความตอเติมวา “ใหม ันยุตธิ รรมหนอย” และจําเลยท่ี ๒ ซ่ึงเปนนายแพทยผูอํานวยการมีหนาที่รับผิดชอบงานของโรงพยาบาลชอบท่ีจะแกไขใหถูกตอง ตอความจริงได ขีดฆาลายมือชื่อและเวลามาทํางานของโจทก จึงไมเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนหรือ ประชาชน จําเลยท้ังสองจึงไมม คี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ÷óô/òõóð โจทกจ าํ เลยตา งรบั ราชการครโู รงเรยี นเดยี วกนั วนั เกดิ เหตุ โจทกไปถึงโรงเรียนกอนจําเลยและลงเวลามาทํางานวา ๘.๐๐ นาฬกา จําเลยลบเวลาท่ีโจทกเขียน ไวอ อกแลว เขยี นทบั ลงไปวา ๗.๔๖ นาฬกา เปนการแกว าโจทกม าทาํ งานเร็วกวา เดมิ และเวลาที่โจทก เขียนไวเดิมกับเวลาท่ีจําเลยเขียนแกตางยังไมถึงเวลาปฏิบัติราชการ การเขียนแกจึงไมอาจเปนการ โกงเวลาราชการ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกโจทก และการแกไขเวลาดังกลาวก็มิใชการกระทํา ของโจทก โจทกไ มอ าจถกู ลงโทษทางวนิ ยั ได โจทกจ งึ ไมใ ชผ เู สยี หายทจ่ี ะมอี าํ นาจฟอ งจาํ เลยในความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ õùóò/òõóø การท่ีโจทกแกไขจํานวนเงินในสัญญากูโดยการ ขดี ฆาตัวเลขและตวั อกั ษรจากจํานวน ๒๕,๗๐๐ บาท เปน จาํ นวน ๒๐,๒๐๐ บาท และลงช่ือกาํ กับไว à¾è×ÍãËŒμç¡Ñº¤ÇÒÁ໚¹¨ÃÔ§ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกจําเลยและคดีนี้โจทกแกไขจํานวนเงินท่ีกู ใหลดลงจากเดิม กลับจะเปนประโยชนแกจําเลยสัญญากูจึงไมเปนเอกสารปลอมและเปนเอกสาร ที่สมบูรณร บั ฟง เปน พยานหลักฐานในคดีได คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñó/òõóù จําเลยนําภาพถายของตนมาปดทับลงในสําเนา ภาพถา ยใบอนญุ าตขบั รถของตน แมเ พอ่ื ใหเ จา พนกั งานตาํ รวจและบคุ คลทวั่ ไปหลงเชอ่ื วา เปน ตน ฉบบั เอกสารทแ่ี ทจรงิ áμ¡‹ çäÁ‹¡Í‹ ãËàŒ ¡Ô´¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂã´ æ แกผ อู ่ืนหรือประชาชน จึงไมเ ปนความผิดฐาน ปลอมเอกสาร และแมจ ะไดน ําไปใชกไ็ มมคี วามผดิ ฐานใชเ อกสารปลอม คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõ÷ò/òõõ÷ การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือชือ่ ล. äÁ‹ÁÕ¡®ËÁÒÂãËŒ อํา¹Ò¨Å§ÅÒÂÁÍ× ªÍè× á·¹¡¹Ñ ä´Œ แม ล. จะอนุญาตหรอื ใหความยินยอมและเจาหนา ที่ผูจัดทําบันทกึ แนะนําใหจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือช่ือ ล. ก็ลงลายมือชอ่ื แทนกันไมได การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือช่ือ ล. ในเอกสารหมาย จ.๒ ถึง จ.๔ จึงเปน การลงลายมือชอื่ ปลอมในเอกสาร แตã ¹¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹á¨Œ§¤ÇÒÁ à˹ç áÅФÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÅÍÁàÍ¡ÊÒù¨éÕ ÐμÍŒ §ä´¤Œ ÇÒÁ´ŒÇÂÇ‹ÒÍ‹ãÙ ¹Å¡Ñ É³Ð·Õ¹è ‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒ ᡼‹ ͌٠¹×è ËÃÍ× »ÃЪҪ¹ËÃÍ× äÁ‹ เมื่อไดความจากโจทกรว มวาโจทกร วมŧÅÒÂÁÍ× ªÍè× â͹ÅÍÂในคํารอง โอนสทิ ธกิ ารเชา สญั ญาเชา อาคารดงั กลา วโดยไมไ ดส นใจวา ใครจะนาํ เอกสารดงั กลา วไปกรอกขอ ความ อยางไร แสดงใหเห็นวาโจทกรวมพอใจในราคาคาตอบแทนการโอนสิทธิการเชาเสียมากกวา หาใชมี ขอตกลงโอนสิทธิการเชาอาคารพิพาทใหแกจําเลยท่ี ๑ โดยเจาะจงแตอยางใดไมสอดคลองกับที่ ส. เจาหนาที่เทศบาลตําบลสตึก พยานโจทกและโจทกรวมซึ่งเปนผูจัดทําเอกสารเกี่ยวกับคํารองโอน สทิ ธกิ ารเชาเบกิ ความวา โจทกร ว มประสงคจ ะโอนสทิ ธิการเชาอาคารพิพาทใหแ ก ล. ทงั้ ใบเสร็จรบั เงนิ คาคํารองโอนสิทธิการเชาอาคารตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็ระบุวาไดรับเงินจาก ล. จากพฤติการณ

๔๘ ดงั กลา ว โจทกร ว มและเทศบาลตาํ บลสตกึ äÁÍ‹ Âã‹Ù ¹°Ò¹Ð·¨Õè ÐÍÒŒ §ÇÒ‹ ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒ จาํ เลยทงั้ สอง จึงไมมคี วามผดิ ฐานแจงความเทจ็ และฐานปลอมเอกสาร ó. à¾×èÍãËŒ¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´Ëŧàªè×ÍÇ‹Ò໚¹àÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§ áÅÐâ´Âà¨μ¹ÒμŒÍ§¾Ô¨ÒÃ³Ò องคประกอบขอ ๓ และ ๔ รวมกัน คือ ตอ งมีเจตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ และตอ งมีเจตนาพิเศษ โดยมีมลู เหตจุ ูงใจ “เพอื่ ใหผ หู น่งึ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปนเอกสารที่แทจ รงิ ” ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäÊͧ วรรคสองไมใ ชก ารปลอมเอกสารโดยตรง องคป ระกอบความผดิ แยกไดด งั น้ี ๑. กรอกขอ ความลงในแผนกระดาษหรอื วัตถอุ ่ืนใด ๒. ซ่ึงมลี ายมือชื่อของผอู ืน่ ๓. โดยไมไ ดรบั ความยินยอม หรอื โดยฝาฝนคาํ สั่งของผูนน้ั ๔. เพ่อื นาํ เอกสารน้ันไปใชใ นกจิ การทีอ่ าจเกดิ เสยี หายแกผูหนึง่ ผูใดหรือประชาชน ๕. โดยเจตนา ñ. ¡ÃÍ¡¢ŒÍ¤ÇÒÁŧ หมายความวา ทําลงในลักษณะที่ใหเขาใจวาเปนขอความของ เจา ของลายมอื ชอ่ื วธิ กี รอกขอ ความมไิ ดห มายความเฉพาะแตก ารขดี เขยี น อาจเปน การตพี มิ พ ดดี พมิ พ ใชต ราประทบั หรอื ใชอ กั ษรยอ กไ็ ด ขอ ความทก่ี รอกลงในแผน กระดาษหรอื วตั ถอุ น่ื ใดนน้ั ตอ งมลี กั ษณะ เปนเอกสารตามความในมาตรา ๑(๗) ÇμÑ ¶ØáË‹§¡ÒáÃÐทํา คอื แผน กระดาษหรอื วัตถอุ ่นื ใด ซ่งึ มลี ายมอื ชอื่ ของผอู ืน่ ò. «§èÖ ÁÅÕ ÒÂÁÍ× ªÍè× ¢Í§¼ÍŒÙ ¹×è กระดาษหรอื วตั ถอุ นื่ ใดทกี่ รอกขอ ความนน้ั จะตอ งมลี ายมอื ชอื่ ของผูอ ื่นอยูบ นกระดาษหรือวัตถอุ น่ื ใดนน้ั แลว ¢ŒÍáμ¡μ‹Ò§ÃÐËNjҧÇÃäáá¡ÑºÇÃäÊͧ ถาเปนลายมือช่ือที่ลงไวโดยมีความหมาย เปนเอกสาร เชน ลงลายมือชื่อแสดงความเปนเจาของไว ถามีผูเอาลายมือช่ือน้ันไปกรอกขอความ ก็เปนการแกไขในเอกสารที่แทจริง เขาตามวรรคแรก คือ วรรคแรกทําเพ่ือใหหลงเช่ือวาเปนเอกสาร ทแ่ี ทจ รงิ สว นวรรคสองตอ งทาํ เพอ่ื นาํ ไปใชใ นกจิ การทอี่ าจเกดิ ความเสยี หาย อกี ประการหนงึ่ ลายมอื ชอ่ื ตอ ง ลงในกระดาษหรือวัตถอุ ่นื ใดที่กรอกขอ ความ ถา ตัดลายมอื ช่ือท่อี ่ืนมาตดิ ในกระดาษอีกชน้ิ หน่งึ หรือ คดั ลอกลายมอื ช่ือข้นึ ใหม เชนนี้ เปนการกระทําตามวรรคแรก ไมใชวรรคสอง ¡ÒÃä´ŒÅÒÂÁ×ͪè×Í การไดกระดาษหรือวัตถุอ่ืนใดซึ่งมีลายมือชื่อผูอ่ืนนั้น จะไดมาโดย รบั มอบหมายจากผอู น่ื นนั้ เกบ็ ตกไดม า หรอื ไดม าโดยประการอน่ื กไ็ ด เมอ่ื กรอกขอ ความเปน “เอกสาร” ลงไปโดยเจตนาเพ่ือนําไปใชใ นกิจการที่อาจเกิดเสยี หายแกผอู นื่ แลวกเ็ ปนความผิดตามวรรคสอง ó. â´ÂäÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁÂÔ¹ÂÍÁ ËÃ×Íâ´Â½Ò† ½¹„ คาํ ÊÑ觢ͧ¼Ù¹Œ ѹé การกระทําเปนความผิด ตามมาตรานี้ คือ กรอกขอความลงโดยไมไ ดร ับความยนิ ยอมหรือโดยฝา ฝน คําสั่งของผูอื่นน้ัน ฉะน้นั การกรอกขอความตองกรอกโดยปราศจากความยินยอม หรือฝาฝนคําส่ัง อันเปนความยินยอม

๔๙ หรอื คาํ สง่ั ของเจา ของลายมอื ชอ่ื ถา กรอกขอ ความลงตามความยนิ ยอมหรอื คาํ สง่ั แลว แมค วามยนิ ยอม หรือคําสั่งนั้นไมชอบดวยกฎหมาย ก็ไมเปนความผิด ถาไมตรงกับความยินยอมหรือคําส่ังจึงจะเปน ความผิดตามวรรคสอง ô. à¾×èÍนําàÍ¡ÊÒùéѹä»ãªŒã¹¡Ô¨¡Ò÷ÕèÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ ตามวรรคสองตองไดทําโดยเจตนาพิเศษ คือ เพ่ือนําเอาไปใชในกิจการท่ีอาจเกิดเสียหาย ตางกับ วรรคแรก ซ่ึง “กระทําเพอื่ ใหผ ูหน่ึงผใู ดหลงเชื่อวาเปน เอกสารที่แทจ ริง” การท่ีอาจเสยี หายเปนสภาพ ของการกระทาํ “โดยประการทนี่ า จะเกิดความเสียหาย” มใิ ชอยูในเจตนาพิเศษเชนตามวรรคสอง ÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒ “เพ่ือนําเอาไปใช” จะตองไดความตอไปวา อาจจะเกิดเสียหายแก ผหู น่งึ ผใู ดหรอื ประชาชน แตไ มจ าํ เปนตอ งเกิดการเสียหายขึน้ จริงๆ และความเสยี หายไมจ าํ กัดเฉพาะ เรอ่ื งทรัพยส นิ อาจเปนความเสยี หายอยา งอื่น äÁμ‹ ÍŒ §àÍÒä»ãªŒ การกรอกขอ ความลงโดยเจตนา “เพื่อนาํ เอาไปใช” ก็เปน การเพียงพอ แลวไมตอ งถงึ กับเอาไปใชจริงๆ õ. â´Âà¨μ¹Ò คอื เจตนามาตรา ๕๙ และเจตนาพเิ ศษเพอื่ เอาไปใชใ นกจิ การทอ่ี าจเกดิ เสยี หายแกผ ูห น่งึ ผใู ดหรือประชาชนตามองคประกอบ ขอ ๔. ®¡Õ Ò·Õè ñòó/òõð÷ การตัดทอนแกไขหนังสอื ท่ีตนเองทาํ ขึน้ กอนสง มอบใหค นอ่นื ไป เปนการกระทาํ ท่ีไมอ าจใหเ กดิ ความเสียหายแกผูใดได ไมม ีความผิดฐานปลอมเอกสาร ®¡Õ Ò·èÕ òõõ/òõð÷ การเขียนกากบาทบนขอความในสมุดบัญชีเงินเช่ือของผูอ่ืน โดยมิไดตัดทอนแกไขขอความในเอกสารนั้นใหผิดไปจากขอความเดิม แมจะกระทําไปเพื่อใหคนอ่ืน หลงเชอื่ วา จาํ เลยชําระหน้แี ลวก็ตาม ยงั ไมเ ปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ ®Õ¡Ò·Õè òôõ÷/òõòõ แผนปายทะเบยี น เลข ๗ ข. ๙๙๙๓ ของกลางไมใ ชแผนปา ย ท่ีกองทะเบียนกรมตํารวจใหมา จําเลยนําแผนปายนี้ไปติดไวกับรถจักรยานยนตคันท่ีจําเลยครอบครอง และใชขับขี่แทนแผนปายทะเบียนรถเดิม อันมีหมายเลขทะเบียนไมตรงกัน เพื่อปดบังไมใหผูใหเชา ซ้ือมายึดเอารถคืนไป เปนการกระทําในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน มีความผิดฐานใช เอกสารราชการปลอม คําวา “ไดก ระทาํ เพอื่ ใหผหู นึ่งผใู ดหลงเชือ่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจรงิ ” น้นั แสดงวานอกจาก เปนการกระทําâ´Âà¨μ¹Òแลว ยังμŒÍ§ÁÕà¨μ¹Ò¾ÔàÈÉคือมูลเหตุจูงใจในการกระทําà¾è×ÍãËŒ¼ÙŒË¹èÖ§¼ÙŒã´ ËŧàªÍè× วา เปน เอกสารทแี่ ทจ รงิ ดว ย â´ÂÁäÔ ´àŒ ¨ÒШ§¼·ŒÙ ¶èÕ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ãËËŒ ŧàªÍ×è äÇ⌠´Â੾ÒÐÇÒ‹ ¨ÐμÍŒ § à»¹š ¼ŒÙã´ (คาํ พิพากษาฎกี าที่ ๗๖๙/๒๕๔๐) คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷öù/òõôð จาํ เลยเปน ผทู าํ สญั ญากยู มื เงนิ รวมทง้ั ลายมอื ชอ่ื ส. ผใู ห สญั ญาดว ยตนเองเมอ่ื ป ๒๕๓๖ ภายหลงั ท่ี ส. ถงึ แกค วามตายไปแลว ในป ๒๕๓๓ และลงวนั ทยี่ อ นหลงั ไปวา ไดท าํ สญั ญาดงั กลา วขนึ้ เมอื่ วนั ที่ ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๓๑ ทาํ ใหเ หน็ สญั ญาดงั กลา วทาํ ขนึ้ ระหวา ง ส. กบั จาํ เลยในขณะที่ ส. ยงั มชี วี ติ อยู และใจความสญั ญาดงั กลา วทว่ี า ส. กยู มื เงนิ จาํ เลย ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๕๐ ถา ส. ไมค ืนเงินจาํ นวนดงั กลา ว ส. ยอมโอนทีด่ ินสวนยางพารา เนอ้ื ท่ี ๑๔ ไร ๑ งาน แกจ ําเลยนน้ั นอกจากไมเปน ความจรงิ แลว ยงั นาจะเกดิ ความเสียหายแกท ายาทของ ส. อีกดวย และเหตุทจ่ี าํ เลย ทําเอกสารดังกลาวข้ึนเพื่อจะใชอางกับ ด. วาท่ีดินของ ส. เปนของจําเลย และจะไดเรียกรอง คาเสียหายตอไป ซึ่งทาํ ใหเ ห็นไดวาการทจ่ี าํ เลยกระทําดงั กลา วà¾×èÍãËŒ ´. ËŧàªÍè× วา เอกสารสญั ญา กูยืมเงนิ ดงั กลาวเปน เอกสารทีแ่ ทจ รงิ ดังน้นั การกระทําของจาํ เลย จงึ เปนการปลอมเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๕ ÊÃ»Ø á¹Çคาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò ๑. ปา ยทะเบยี นรถทท่ี างราชการทาํ และออกให นาํ ไปใชต ดิ กบั รถยนตค นั อนื่ แมม เี จตนา ใหผ อู น่ื หลงเชอื่ วา เปน รถทมี่ ปี า ยทะเบยี นดงั กลา ว ไมผ ดิ ฐานปลอมหรอื ใชเ อกสารราชการปลอม เพราะ ปา ยทะเบยี นรถน้นั เปน เอกสารแทจรงิ ไมใ ชปลอมเอกสาร ๒. ปายทะเบียนซ่ึงไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันนั้น ไมผิดฐานปลอม หรือใชเอกสารปลอม ๓. ปายทะเบียนรถท่ีไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันอื่น ในประการท่ีนา จะเกิดความเสยี หายแกผูอ ่นื หรือประชาชน ผิดฐานปลอมเอกสาร และใชเ อกสารราชการปลอม ®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ จาํ เลยแกต ัวเลขในสลากกินแบง ๑ ตัว ใหเ ปน หมายเลขทถี่ ูกรางวลั เพอื่ ใหเ พอ่ื นเลยี้ งอาหารจาํ เลยกอ น แลว จาํ เลยทง้ิ สลากกนิ แบง ในถงั ขยะในบา น มผี เู กบ็ สลากกนิ แบง นน้ั ไปขอรบั รางวลั นอกความรูเหน็ ของจําเลย การหลอกใหเ ลี้ยงอาหาร เปนการลอเลน ระหวางเพอ่ื น ซึง่ ทาํ อยเู ปน ปกตไิ มเปน ความเสยี หายแกประชาชนหรอื เพอ่ื นของจําเลยไมผดิ ฐานปลอมเอกสาร »ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà ÁÒμÃÒ òöõ บญั ญตั วิ า “ผใู ดปลอมเอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ ตอ งระวางโทษ จําคุก ตง้ั แตหกเดือนถึงหาป และปรบั ตัง้ แตห น่งึ หมน่ื บาทถึงหน่ึงแสนบาท” ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตรานี้เปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เน่ืองจากขอเท็จจริง เกย่ี วกบั สภาพของเอกสารทปี่ ลอมข้ึน ซงึ่ มอี งคประกอบดังน้ี ๑. ปลอม ๒. เอกสารสทิ ธหิ รือเอกสารราชการ ñ. »ÅÍÁ หมายความวา เปนการปลอมครบองคประกอบความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔ ò. àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔËÃ×ÍàÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มาตรา ๒๖๕ แตกตางกับมาตรา ๒๖๔ คือ มาตรา ๒๖๕ เปนการปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มาตรา ๒๖๔ เปนการปลอมเอกสาร ทั่วๆ ไป ถาการปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ ไมวาเขาลักษณะตามวรรคแรกหรือวรรคสอง เปน เอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ กเ็ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ ซง่ึ เปน เหตฉุ กรรจม โี ทษหนกั ขน้ึ

๕๑ เอกสารตามมาตรา ๒๖๕ แยกเปน ๒ ประเภท คือ ๑) เอกสารสทิ ธิ ๒) เอกสารราชการ ñ) àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô มีนยิ ามในมาตรา ๑ (๙) “หมายความวา เอกสารที่เปนหลักฐานแหง การกอ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงบั ซ่งึ สิทธิ” อนั มีขอ ความทาํ นองเดียวกับ “หนังสือสาํ คัญ” ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖ (๒๐) ซ่ึงบัญญัติวา “บรรดาหนังสือซ่ึงเปนสําคัญแกการตั้ง กรรมสทิ ธิห์ รือหนีส้ ิน และบรรดาหนงั สือท่ีเปน หลักฐานแกก ารเปล่ียน แก หรือเลิกลาง โอนกรรมสทิ ธิ์ หรอื หนสี้ นิ ทกุ อยาง” àÍ¡ÊÒ÷èÕ໚¹ËÅÑ¡°Ò¹áË‹§ÊÔ·¸Ô ตองเปนเอกสารแสดงใหเห็นสิทธิน้ันโดยตรงในตัว เอกสารนน้ั ซง่ึ อาจเปน ๑. เอกสารทกี่ อ ต้ังสทิ ธิ เชน โฉนดทด่ี นิ ซ่ึงผูถอื มีกรรมสิทธใ์ิ นท่ีดนิ ๒. เอกสารสญั ญาทก่ี ฎหมายบงั คบั ใหทาํ ตามแบบ เชน สัญญาเชา ซื้อ ตัว๋ เงนิ ๓. เอกสารทเี่ ปน หลกั ฐานแสดงถงึ สทิ ธนิ นั้ โดยขอ ความในตวั เอกสารนน้ั เชน สญั ญาจะ ซ้อื ขาย สญั ญาเชาอสงั หาริมทรพั ยไ มเกินสามป ซึง่ ไมต องทําตามแบบ เมอ่ื ตกลงกเ็ กิดสทิ ธิและหนี้ขนึ้ หากทําเปน หนงั สือ ก็เปน หลกั ฐานแหงการกอ ต้งั สทิ ธแิ ละหน้สี ิน àÍ¡ÊÒ÷äÕè Áà‹ »š¹ËÅ¡Ñ °Ò¹áË‹§Ê·Ô ¸Ô ๑. เอกสารทีใ่ ชเ ปนหลกั ฐานในฐานะพยานเอกสารแสดงขอ เท็จจริงวาไดท ําสญั ญากนั ๒. เอกสารท่ีเปนหลักฐานแหงพฤติการณบางประการซึ่งเปนหลักฐานท่ีตั้งแหงสิทธิ เชน ใบทะเบยี นสมรส ¢ŒÍÊѧà¡μ “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸Ô” ตรงกับคําวา “หนังสือสําคัญ” ตามกฎหมายลักษณะอาญา เอกสารตอไปนี้ศาลฎกี าวินจิ ฉยั วาเปน “หนงั สือสาํ คญั ” ซ่งึ ตรงกับ “เอกสารสิทธ”ิ คือ ๑. หนงั สือสญั ญากูยืมเงนิ สญั ญาจะซ้ือขาย สัญญาเชา ๒. ใบรบั หรอื ใบมอบฉันทะใหร ับเงนิ ธนาณัติ ๓. หนงั สือสญั ญาจะจา ยเงนิ สินบนนําจับใหผ รู ับสินบน ๔. ใบเสร็จรบั เงินของหา งรานเอกชน ๕. แบบแจงการครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑ ๖. บลิ สงของซง่ึ ผรู ับของลงชือ่ รบั รองแลว ๗. ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ๘. สลากกินแบงรัฐบาล ๙. ตัว๋ แลกเงิน ตวั๋ สัญญาใชเงนิ เชค็ ò) àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มีนิยามในมาตรา ๑(๘) “หมายความวา เอกสารซึ่งเจาพนักงาน ไดทําขึ้นหรือรับรองในหนาที่ และใหหมายความรวมถึงสําเนาเอกสารน้ันๆ ท่ีเจาพนักงานไดรับรอง ในหนา ทด่ี ว ย” เอกสารทีเ่ ปนเอกสารราชการตองมลี ักษณะ ๓ ประการ คอื ๑. ผกู อ ใหเ กิดเอกสารนี้จะตองเปน เจา พนกั งาน ไมใ ชบ คุ คลธรรมดา

๕๒ ๒. การกอใหเ กิดเอกสารน้อี าจมี ๒ ทาง คือ (๑) จากการทําข้ึนเอง (๒) จากการที่มี ผูอ่ืนทําแลวจึงมาใหเ จา พนกั งานรบั รอง ๓. การที่เจา พนกั งานทําขึน้ นั้น จะตองเปนการกระทําในหนาทีด่ ว ย ¢ŒÍÊѧà¡μ “เอกสารราชการ” ตรงกบั คาํ วา “หนงั สอื ราชการ” ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา เอกสารตอไปนี้ ศาลฎกี าวินิจฉยั วา เปน “หนังสือราชการ” ซงึ่ ตรงกับ “เอกสารราชการ” คือ ๑. ตนขั้วใบเสรจ็ รับเงิน ๒. ทะเบียนยานพาหนะ ๓. หมายแดงแจง โทษ ๔. หมายเรียกพยานของอําเภอ ๕. หนงั สอื แบบ ส.ด.๙ ซ่ึงสสั ดอี ําเภอออกให ๖. ทะเบียนสมรส ๗. ทะเบยี นปน ®¡Õ Ò·Õè ñö÷/òõñ÷ จําเลยกูเงินผูเสียหายแลวทําหนังสือสัญญากูลงลายมือช่ือผูอ่ืน ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต เพ่ือจะ ใหไดเงินท่ีกูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูน้ันเปนหลักฐานฟองเรียกเงินคืนจากจําเลย ผูเสียหาย ไดร ับความเสยี หาย จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารสิทธิ ®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาคที่ถูกทําปลอมข้ึน เพ่ือใหหลงเชื่อวาเปนใบเสร็จที่แทจริงอันอาจนาํ ไปเรียกเก็บเงินซาํ้ ไดอีกนั้น แมจะมิไดมีการลงชื่อใน ชองพนักงานเก็บเงินวาไดรับเงินไวถูกตองแลวก็ตาม ยอมเปนเอกสารสิทธิ แตมิใชเอกสารราชการ จาํ เลยมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ ®¡Õ Ò·èÕ ñõ÷ò/òõôù ตดั สนิ ในทาํ นองเดยี วกนั วา การนาํ เอกสารราชการฉบบั ทแี่ ทจ รงิ ไปถา ยสาํ เนาเอกสาร แลว นาํ ไปแกไ ขเพม่ิ เตมิ หลงั จากนน้ั นาํ ไปถา ยสาํ เนาเอกสารอกี เปน การ “ปลอม เอกสารราชการท้ังฉบับ” ขอเท็จจริงคือ จําเลยถายสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนจากฉบับที่แทจริง ซง่ึ เปน เอกสารราชการแลว แกไ ขในชอ งชอื่ ชอ่ื สกลุ วนั ออกบตั ร วนั หมดอายุ และนาํ สาํ เนาบตั รประจาํ ตวั ประชาชนดังกลาวไปถายสําเนาเอกสารอีก เพ่ือใหผูหน่ึงผูใดหลงเช่ือวาสําเนาเอกสารดังกลาว มขี อ ความตรงกบั ตน ฉบบั และนา จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ໹š ¡ÒÃทาํ »ÅÍÁàÍ¡ÊÒà ¢¹Öé ·§éÑ ©ººÑ áÁจŒ าํ àŨÐÁäÔ ´áŒ ¡äŒ ¢ã¹àÍ¡ÊÒ÷áÕè ·¨Œ Ã§Ô การกระทาํ ของจาํ เลยกเ็ ปน ความผดิ ฐานปลอม บัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการและฐานใชบัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสาร ราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ วรรคหนึง่ ประกอบมาตรา ๒๖๕ พ.ร.บ. บัตรประจาํ ตวั ประชาชนฯ มาตรา ๑๔ วรรคหนึง่ (๒) (๓) ®¡Õ Ò·Õè òôôñ/òõòó แผนปายทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ของกลางเปน หมายเลข ทะเบียนท่ีทางการออกใหกับรถยนตคันหน่ึงของจําเลยที่ถูกชนพังใชการไมได แมแผนปายดังกลาว

๕๓ จําเลยเปนผูกระทําข้ึนเพื่อใชแทนแผนปายอันแทจริงซ่ึงทางการจะตองเปนผูทําและมอบใหเจาของ รถยนตก็ตาม แตโดยทางปฏิบัติ หากทางการยังไมมีแผนปายทะเบียนใหก็อนุโลมใหถือวาเปน แผน ปา ยทะเบยี นโดยชอบ แตจ ะนาํ ปา ยทะเบยี นของกลางไปใชก บั รถยนตค นั อน่ื หาไดไ ม การทจ่ี าํ เลยนาํ แผนปายหมายเลขทะเบียนดังกลาวไปติดเพื่อใชกับรถยนตคันของกลาง โดยมีเจตนาแสดงใหผูอื่น หลงเชอ่ื วา รถยนตค นั ของกลางซงึ่ เปน รถทผี่ ดิ กฎหมายเปน รถทมี่ ที ะเบยี นถกู ตอ ง จงึ เหน็ ไดว า แผน ปา ย ทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ทจ่ี าํ เลยทาํ ขน้ึ นน้ั หาไดน าํ ไปใชก บั รถยนตค นั ของตนทไ่ี ดร บั อนญุ าตไม หากแตนําไปใชเปนหมายเลขทะเบียนปลอมของรถยนตคันของกลางโดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหาย แกผูอื่นหรือประชาชนใหหลงเช่ือวาแผนปายทะเบียนหมายเลขนั้นเปนเอกสารแทจริงท่ีทางการออก ใหใชก บั รถยนตค ันของกลาง การกระทําของจําเลยจงึ เปนการปลอมเอกสารราชการ ®Õ¡Ò·Õè òøóð/òõòô จาํ เลยท่ี ๒ เปน พนกั งานในหนว ยงานของรฐั โดยเปน เสมยี นสถาน ธนานุเคราะหสงั กดั กรมประชาสงเคราะห มหี นาท่ีเขียนตัว๋ จาํ นาํ จําเลยที่ ๒ พิมพล ายน้วิ มอื ของตน ในตว๋ั จาํ นาํ ซงึ่ มชี อื่ ผอู น่ื เปน ผจู าํ นาํ แสดงออกวา เปน ลายพมิ พน ว้ิ มอื ของผจู าํ นาํ มคี วามผดิ ฐานปลอม เอกสารสทิ ธิ พฤตกิ ารณซ งึ่ จาํ เลยที่ ๒ ปลอมตวั๋ จาํ นาํ แสดงวา มเี จตนาทจุ รติ การกระทาํ ของจาํ เลยที่ ๒ เปน การปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยมชิ อบ เพอื่ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกส าํ นกั งานธนานเุ คราะห กรมประชาสงเคราะห เปนความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ อกี บทหนงึ่ แตค วามผิดท้งั สองฐานน้พี นักงานอัยการโจทกไมม สี ิทธิ เรียกรอ งใหจาํ เลย คืนหรอื ใชราคาทรพั ยแ ทนผเู สยี หาย คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñðóøõ/òõôö ใบถอนเงินท่ีจําเลยทาํ ปลอมข้ึนและนําไปใชถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหาย เปนหลักฐานที่ใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปแลว ใบถอนเงินจึงเปนเอกสาร อนั กอ ใหเ กดิ สทิ ธใิ นการรบั เงนิ จากธนาคารจงึ เปน เอกสารสทิ ธิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙) ศาลฎีกาวินิจฉัยวา มีปญหาท่ีตองวินิจฉัยตามฎีกาของจําเลยในปญหาขอกฎหมายวา ใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ที่จําเลยนําไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว ประจําสาขาอยุธยา เปนเอกสารสิทธิหรือไม เห็นวา ใบถอนเงินท่ีจําเลยทําปลอมข้ึนและนําไปใช ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหายดังกลาว เปนหลักฐานท่ีใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารไปแลว ใบถอนเงินดังกลาวจึงเปนเอกสารอันกอใหเกิดสิทธิในการรับเงิน จากธนาคาร จงึ เปน เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙) การทจี่ ําเลยไดน ําแบบ พิมพใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) มากรอกขอความโดยเขียนชื่อนางสาวศิริพันธ ตําหนิดี ในชองชื่อบัญชี เขียนเลขที่บัญชี จํานวนเงิน และลงลายมือชื่อปลอมของนางสาวศิริพันธ ในชองผูรับเงินและในชองผูถอนเงิน แลวนําใบถอนเงินไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว ประจําสาขาอยุธยา ซึ่งหลงเชื่อวาเปนใบถอนเงินที่แทจริงจึงจายเงินใหจําเลยไป ดังนี้ การกระทํา ของจําเลยดังกลาวเปนการทําเอกสารสิทธิปลอมข้ึนทั้งฉบับ เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสาร ทแ่ี ทจ รงิ และกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกน างสาวศริ พิ นั ธ ธนาคาร และพนกั งานธนาคารแลว จงึ เปน การ

๕๔ ปลอมเอกสารสิทธิและใชเอกสารสิทธิปลอมทั้งสองฉบับ ไมใชเปนเพียงการปลอมเอกสารธรรมดา ดังท่ีจําเลยฎีกา ท่ีศาลอุทธรณภาค ๑ วินิจฉัยวา ใบถอนเงินดังกลาวเปนเอกสารสิทธิจึงชอบแลว ฎกี าขอนีข้ องจาํ เลยฟงไมข ้ึน... ®¡Õ Ò·èÕ ÷øò/òõô÷ จําเลยไดปลอมใบถอนเงินเพื่อถอนเงินจากธนาคาร ก. ของ ผเู สยี หาย และใชใ บถอนเงินดังกลาวถอนเงนิ จากบัญชเี งนิ ฝากของ จ. และ ส. ลูกคา ของธนาคาร ก. อันเปนความผิดสาํ เร็จไปแลว ตอมาจําเลยจึงไดกระทาํ การปลอมสมุดคูฝากท่ีธนาคาร ก. ออกใหแก จ. และ ส. อันเปนการกระทาํ เพ่ือปกปดความผิดฐานปลอมและใชใบถอนเงินปลอมของจําเลย ความผิดฐานปลอมและใชสมุดคูฝากปลอมจึงเปนการกระทําตอ จ. และ ส. ผูเสียหาย ซึ่งเปน ผเู สยี หายคนละรายกบั ความผดิ ฐานปลอมและใชใ บถอนเงนิ ปลอม ดงั นน้ั ความผดิ ฐานปลอมเอกสาร และใชใ บถอนเงินปลอมกบั ความผิดฐานปลอมและใชส มดุ คฝู ากปลอมจึงเปนความผดิ ตา งกรรม »ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà ¾Ô¹ÂÑ ¡ÃÃÁ ãºËŒØ¹ μÑëÇà§Ô¹ ÁÒμÃÒ òöö ผูใดปลอมเอกสารดังตอไปน้ี (๑) เอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ (๒) พนิ ยั กรรม (๓) ใบหุน ใบหนุ กู หรือใบสําคัญของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู (๔) ตั๋วเงนิ (๕) บัตรเงนิ ฝาก หรือ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรับต้งั แตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตราน้ีเปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เนื่องจากขอเท็จจริง เกี่ยวกับสภาพของเอกสารท่ปี ลอมข้นึ ซึง่ มีองคประกอบดงั น้ี ๑. ปลอม ๒. เอกสารพิเศษดังตอไปน้ี ๒.๑ เอกสารสิทธิอนั เปน เอกสารราชการ ๒.๒ พนิ ยั กรรม ๒.๓ ใบหุน ใบหนุ กู หรอื ใบสําคญั ของใบหุน หรือใบหนุ กู ๒.๔ ตั๋วเงนิ ๒.๕ บัตรเงนิ ฝาก ñ. »ÅÍÁ หมายความวาเปนการปลอมครบองคประกอบความผิดตามมาตรา ๒๖๔ เชน เดียวกบั มาตรา ๒๖๕ ò. àÍ¡ÊÒþÔàÈÉ ไดแ ก ๒.๑ เอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ หมายความวาเอกสารท่ีปลอมน้ันเปน ทั้งเอกสารสิทธิและเอกสารราชการในฉบับเดียวกัน เอกสารใดเปนเอกสารราชการหรือเอกสารสิทธิ ถือตามมาตรา ๑(๘) และ (๙)

๕๕ àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà ตวั อยา งทศ่ี าลฎีกาวินิจฉัยเปนเอกสารสทิ ธิอันเปนเอกสารราชการ ๑. ใบเสร็จรัชชปู การ ๒. สญั ญาขายฝากและโฉนดทีด่ นิ ๓. ตวั๋ พมิ พรูปพรรณสตั วพาหนะ ๔. อาชญาบตั รอากรคา นํา้ ๕. อาชญาบตั รฆาสกุ ร ๖. ใบเสรจ็ รับเงินคา อากรคา นา้ํ ๗. แบบพิมพธ นาณตั ิ ๘. ฎีกาเบิกเงินตอ คลัง àÍ¡ÊÒ÷àÕè »¹š á¤à‹ Í¡ÊÒÃÊ·Ô ¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃÍÂÒ‹ §ã´ÍÂÒ‹ §Ë¹§èÖ ไมใ ชเ ปน ทง้ั สองอยา ง ๑. ใบทะเบียนปน ไมใชเอกสารสิทธิ ๒. ใบทะเบียนรถจักรยานสามลอ ไมใ ชเ อกสารสิทธิ ๓. ใบรับธนาณัตหิ รือใบมอบฉันทะที่เอกชนทาํ ไมเ ปน เอกสารราชการ ๔. สญั ญาใหคา นาํ จับพนนั เปนเอกสารสทิ ธิ ไมใ ชเ อกสารราชการ ๕. บลิ ปลอมของเอกชนขอเก็บเงนิ ราชการ ไมใ ชเ อกสารราชการ ๖. ใบแดงแจง โทษ ไมใชเอกสารสทิ ธิ ๗. ใบอนุญาตตางๆ ไมเปน เอกสารสทิ ธิ เชน ใบอนุญาตเลนไพ ใบอนุญาตรอ นหาแร ใบอนญุ าตขับข่รี ถยนตสาธารณะ ๘. ใบทะเบยี นสมรส ไมใชเอกสารสิทธิ ๙. สลากกินแบง ไมเปน เอกสารราชการ ๑๐. ใบเสร็จรับเงินคารับหนังสือขาวทหารอากาศไมปรากฏวาเปนราชการของกองทัพ อากาศไมเปนเอกสารราชการ ๑๑. แบบ ส.ค. ๑ ที่เจาของย่ืน ไมเ ปนเอกสารราชการ แมก าํ นัน ผูใ หญบ านรบั รอง ๒.๒ พินัยกรรม หมายความถึง เอกสารซ่ึงบุคคลแสดงเจตนากําหนดการเผ่ือตาย ในเร่ืองทรัพยสินของตนเอง หรือในการตางๆ อันจะใหเกิดผลบังคับไดตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๔๖ àÍ¡ÊÒ÷èÕäÁ‹à»š¹¾Ô¹Ñ¡ÃÃÁ เอกสารท่ีไมสมบูรณในตัวเอง เชน ทาํ ผิดแบบ หรือขอความในเอกสาร เปนโมฆะ เชน พินัยกรรมโมฆะพยานรับรองลายพิมพนิ้วมือไมครบถวนตามกฎหมายยอมไมเปน เอกสารสิทธิ ๒.๓ ใบหุน ใบหุนกู หรือใบสาํ คัญของใบหุน หรือใบหุนกู หมายถึงเอกสารตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๒๗, ๑๑๒๘, ๑๒๓๔, ๑๒๓๕ ๒.๔ ตั๋วเงิน หมายถึงเอกสารตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๙๘ ไดแก ตั๋วแลกเงิน ตวั๋ สัญญาใชเงนิ และเชค็

๕๖ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò ®Õ¡Ò·Õè ò÷ø-ò÷ù/òõðñ ปลอมเช็ค เปนการปลอมใบส่ังใหจายเงิน ผิดตาม มาตรา ๒๖๖ ®¡Õ Ò·èÕ ñ÷öô/òõðö ทําใบมอบอาํ นาจปลอมวา เจาของกรรมสิทธ์ิที่ดินมอบให ทําการโอนกรรมสทิ ธแ์ิ ทนนนั้ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสารสทิ ธอิ นั เปน เอกสารราชการ แมจ ะใชแ บบพมิ พข อง สํานกั งานทดี่ นิ และเจา พนกั งานไดบ นั ทกึ วา ตรวจแลว กต็ ามเพราะคําวา ตรวจแลว หมายถงึ ดแู ลว เทา นนั้ ®Õ¡Ò·èÕ ôð/òõð÷ ใบอนุญาตขับขี่รถยนตไมใชเอกสารสิทธิ แตเปน เอกสารราชการ ®¡Õ Ò·èÕ ñõñ/òõð÷ (ประชุมใหญ) จาํ เลยไมประสงคจะใชนามอันแทจริงฝากเงินตอ ธนาคาร ไดลงชื่อในใบแบบคาํ ขอฝากเงินและในแบบตัวอยางลายเช็น และออกเช็คในนามที่จําเลย ตั้งข้ึนเองโดยจําเลยมิไดปลอมลายเซ็นหรือปลอมเช็คของผูใด การกระทําของจําเลยไมผิดฐานปลอม เอกสาร ®Õ¡Ò·èÕ ñðö÷/òõð÷ ปลอมตว๋ั แลกเงนิ ธนาคารออมสินผิดตามมาตรา ๒๖๖(๔) ®¡Õ Ò·Õè õõ÷/òõðù สลากกินแบงของรัฐบาลเปนเพียงเอกสารสิทธิไมใชเอกสารสิทธิ อันเปนเอกสารราชการ ®¡Õ Ò·èÕ ÷óñ/òõðù บนั ทกึ นําสง รายงานการเดนิ ทาง และรายงานการใชจ า ยคา พาหนะ และคา ทพี่ กั ของตํารวจ ซง่ึ อา งวา ไปราชการ ขอ ความในเอกสารเหลา นเ้ี ปน เทจ็ และจาํ เลยไดป ลอมลายเซน็ ผบู งั คบั บญั ชาวา ไดต รวจเอกสารนน้ั แลว เมอ่ื จําเลยไดใ ชเ อกสารเหลา นเ้ี บกิ เงนิ จากราชการกรมตาํ รวจ เอกสารเหลานเี้ ปนเอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ ®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสรจ็ รบั เงนิ ของการไฟฟา สว นภมู ภิ าคเปน เอกสารสทิ ธิ แตไ มใ ช เอกสารราชการ ®¡Õ Ò·Õè ñò÷ù/òõñù ตว๋ั แลกเงนิ (ดราฟต) ของธนาคารเปน ตวั๋ เงนิ ตามมาตรา ๒๖๖(๔) ®Õ¡Ò·èÕ òòöö-òò÷ø/òõñù ใบเสร็จรับเงินซ่ึงทางราชการออกใหแกผูมีหนาท่ีตอง ชาํ ระคาภาษรี ถยนต เปน หลกั ฐานแสดงวาทางราชการไดร บั ชําระคาภาษรี ถยนตไ วแ ลวและมผี ลทาํ ให การเก็บภาษรี ถยนตข องรฐั เปนอนั เสร็จสิน้ ไป เปนเอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ ®¡Õ Ò·Õè ñóøõ/òõòò หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓) เปน เอกสารสทิ ธอิ นั เปน เอกสารราชการ ®Õ¡Ò·èÕ òùñ÷/òõóø จาํ เลยวาจาง จ. จัดพิมพใบหุนธนาคาร ม. และบริษัท ผ. ซง่ึ เปน แบบฟอรม ยงั ไมไ ดก รอกขอ ความ โดยเจตนาจะนําไปกรอกขอ ความรายละเอยี ดทเ่ี ปน สาระสาํ คญั เพ่ือใชอยางใบหุนท่ีแทจริง ซึ่งตอมาก็มีการกรอกขอความดังกลาวแลวนาํ ไปฝากขายที่บริษัท ว. แสดงวา จําเลยมสี ว นรเู หน็ ในการกรอกขอ ความ จงึ เปน ตวั การในความผดิ ฐานปลอมใบหนุ ตาม ม.๒๖๖(๓)

๕๗ ᨧŒ ãËàŒ ¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¨´¢ŒÍ¤ÇÒÁà·ç¨ ÁÒμÃÒ òö÷ ผูใดแจงใหเจาพนักงานผูกระทาํ การตามหนาที่จดขอความอันเปนเท็จ ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซงึ่ มีวตั ถปุ ระสงคสาํ หรบั ใชเ ปน พยานหลกั ฐาน โดยประการ ท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน หกหมน่ื บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑. แจงใหเ จา พนกั งานผูกระทาํ การตามหนา ที่ ๒. จดขอ ความอนั เปน เทจ็ ๓. ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซ่ึงมีวัตถุประสงคสาํ หรับใชเปนพยาน หลกั ฐาน ๔. โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรือประชาชน ๕. โดยเจตนา ñ. ᨌ§ãˌ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¡ÃÐทํา¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·Õ訴¢ŒÍ¤ÇÒÁÍѹ໚¹à·ç¨ ตองพิจารณา องคประกอบ ขอ ๑ และ ๒ ดวยกัน การกระทาํ ตามมาตราน้ีคือแจงใหจดขอความเท็จ ซ่ึงอาจแจง ดว ยวาจา หรอื เปน หนงั สอื กไ็ ด การแจง ใหจ ดขอ ความหมายความวา แจง ขอ ความตอ เจา พนกั งาน โดยมี การจดขอความที่แจงลงไวเปนขอความของผูแจง ปกติการแจงใหจดขอความยอมลงลายมือชื่อผูแจง และผจู ดถา มีลายมือชอื่ ดงั กลาวกน็ าจะถอื วา มกี ารแจงใหจดแลว ¢ÍŒ ¤ÇÒÁÍ¹Ñ à»¹š à·¨ç มคี วามหมายเชน เดยี วกบั มาตรา ๑๓๗ หมายความวา เปน ขอ เทจ็ จรงิ ในอดตี หรือปจ จุบันทไี่ มต รงตอ ความจริง ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ÙŒ¡ÃÐทาํ ¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·èÕ ผูกระทาํ ตามมาตราน้ีจะตองเปนเจาพนักงาน ผูกระทาํ การตามหนาที่ คือ มีหนาที่โดยตรงที่จะจดขอความลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสาร ราชการนัน้ ๆ ò. ŧã¹àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ËÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà เอกสารทบ่ี อกใหเ จา พนกั งานจดขอ ความ ตองเปนเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการซึง่ มีวัตถุประสงคส าํ หรบั ใชเปนพยานหลักฐาน àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ (public document) ไมม บี ทนยิ ามตาม ปวพ. มาตรา ๑๒๗ บญั ญตั วิ า “เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจาหนาที่ไดทาํ ขึ้นหรือรับรอง หรือสําเนาอันรับรองถูกตองแหงเอกสาร นั้นและเอกสารเอกชนท่ีมีคาํ พิพากษาแสดงวาเปนของแทจริงและถูกตองนั้น ใหสันนิษฐานไวกอนวา เปนของแทจริงและถูกตอง เปนหนาท่ีของคูความฝายท่ีถูกอางเอกสารน้ันมายังพนักงานเจาหนาท่ี ตอ งนําสบื ความไมบ รสิ ทุ ธหิ์ รอื ความไมถ กู ตอ งแหง เอกสาร” àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ หมายถงึ เอกสารทพ่ี นกั งาน เจาหนาที่ทําขึ้นตามหนาที่ในฐานะเปนตัวแทนประชาชนเพ่ือประโยชนของประชาชน ใหประชาชน ตรวจดแู ละอา งอิงเปน พยานหลักฐาน

๕๘ àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà หมายความถึง เอกสารราชการตามบทนิยามมาตรา ๑(๘) เนื่องจาก เอกสารมหาชนเปนเอกสารราชการ ซ่ึงยอมใชเปนพยานหลักฐานอยูในตัว สวนเอกสารราชการ อาจจะไมใชเอกสารท่ีมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน ฉะน้ัน มาตราน้ีจึงบัญญัติวา “ซึ่งมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน” คือตองเปนเอกสารชนิดท่ีมุงหมายจะใหใชเปน พยานหลกั ฐาน ó. â´Â»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ มีความหมาย เชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ คือเปนพฤติการณประกอบการกระทาํ มิใชผ ลทตี่ องเกิดข้นึ จากการกระทํา เพียง “นาจะเกดิ ” แตไ มเ กดิ ก็เปนความผดิ สาํ เรจ็ ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ โดยผูกระทําจะตองรูวาขอความท่ีแจงให พนกั งานจดน้นั เปน ขอความเทจ็ ถา ไมร วู า เปน ขอความเท็จก็ไมผิดตามมาตรานี้ เชน ลงชอ่ื เปนพยาน วา ผูโ อนเปน เจา ของทด่ี นิ จริง แมไ มใ ชผทู ่เี คยรูจัก แตเชือ่ วา เปน ความจริงตามท่รี บั รอง ไมร ูวา ขอความ อันเปนเท็จไมผิด (ฎีกาท่ี ๙๒๙/๒๔๗๔) สวนผูกระทําจะรูวาการแจงนั้น “นาจะเกิดความเสียหาย แกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน” หรือไม ไมส ําคญั ®¡Õ Ò·èÕ ñðõñ/òõðõ จําเลยเปนผูใหญบานไดรับมอบหมายใหทาํ หนาท่ีจดบัญชี สัตวพาหนะ ทาํ บัญชีลูกคอกสัตวพาหนะเท็จตามคาํ ขอรองของลูกบาน แมจะไมไดรับสินจางรางวัล แตท ําใหล กู บา นไดรับประโยชนไปใชอางตอตํารวจที่ยดึ โคนั้น นับวา เปนการแสวงหาประโยชนสาํ หรบั ผอู ่นื แลวถือไดว าจําเลยปฏบิ ตั หิ นาท่ีทจุ ริต ผดิ ตามมาตรา ๑๕๗, ๑๖๒ (๑) ลูกบานตองการหลักฐานไปแสดงตอเจาหนาท่ีตํารวจ จึงขอใหผูใหญบานจดขอความ อันเปนเท็จลงไปในบัญชีสัตวพาหนะนั้น ผิดฐานแจงเท็จตามมาตรา ๒๖๗ การท่ีผูใหญบานยอมจด ขอความเท็จให อันเปนการทุจริตตอหนาที่น้ัน เปนผิดเฉพาะตัวของเจาพนักงาน การแจงเท็จหาได เปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกในการทุจริตตอเจาหนาท่ีขึ้นอีกช้ันหนึ่ง ลูกบานจึงไมผิดฐาน สนบั สนุนในความผดิ ฐานทจุ ริตตอ หนาท่ี ®Õ¡Ò·Õè õöñ/òõðø การเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ไมใชเร่ืองแจงให เจาพนักงานจดขอความ แตเปนเรื่องเบิกความซึ่งศาลมีอาํ นาจใชดุลพินิจจดขอความตอนใด หรือ ไมจดก็ได ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ การจดจึงเปนเรื่องของศาล ไมใชเรื่องของพยาน ทจ่ี ะแจง ใหศ าลจดขอความอนั เปน เท็จ ซึง่ เปนความผดิ ตามมาตรา ๒๖๗ จาํ เลยไมใชนายชวง แตมาอางตอศาลวา เปน นายชวง และขอ เทจ็ จรงิ ทจ่ี าํ เลยเบิกความ วาไดรูเห็นเหตุการณ จําเลยก็ไมรูเห็นจริง กับจําเลยไดลงชื่อปลอมวานายชวงในคาํ เบิกความที่ ศาลจดไวอีกดวย ความผิดฐานเบิกความเท็จสาํ เร็จไดโดยไมตองอาศัยการลงชื่อปลอม การลงชื่อ ปลอมของจาํ เลยจึงเปนความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ อกี ดวย แตจาํ เลยไมมีความผิด ฐานปลอมเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน เอกสารทศ่ี าลทําขนึ้

๕๙ ®Õ¡Ò·èÕ ùøö-ùø÷/òõðø การบรรยายฟองวา จําเลยเบิกความเท็จตอศาลจังหวัด กาญจนบุรีนั้น ไมใชขอกลาวหาวาจาํ เลยแจงความเท็จแกเจาพนักงาน และแจงใหเจาพนักงาน จดขอความอันเปนเทจ็ ตามมาตรา ๑๓๗, ๒๖๗ ®Õ¡Ò·Õè ñòñ÷/òõñø จําเลยเปนคนตางดาวและมีภูมิลําเนาอยูตางประเทศไดมีผูนาํ หลักฐานปลอมไปยื่นคํารองตอเจาพนักงานใหออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนและใบสําคัญทหาร กองเกนิ แทนฉบบั ชํารดุ สญู หายใหจ าํ เลย เจา พนกั งานหลงเชอ่ื คาํ รอ งและหลกั ฐานปลอมนน้ั จงึ ออกให เม่ือจําเลยซึ่งรูวาเอกสารราชการดังกลาวเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๗ ยังนําไปใช โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงาน ผูอื่น หรือประชาชนจึงมีความผิดตาม มาตรา ๒๖๘ ประกอบดว ยมาตรา ๒๖๗ ®Õ¡Ò·èÕ ò÷õò/òõñù ในการสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร จาํ เลย กรอกใบสมคั รดว ยตนเองวา จําเลยมยี ศรอ ยโทยนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั กบั แจง ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั ซงึ่ มหี นา ทส่ี อบสวนคณุ สมบตั ใิ หจ ดขอ ความอนั เปน เทจ็ ลงในบนั ทกึ การสอบสวนวา จําเลยมยี ศรอ ยโท โดยจําเลยรอู ยูแลว วา เปน ความเท็จ ดงั น้ี การกระทาํ ของจําเลยแยกได ๒ ตอน คอื จําเลยเอาใบสมคั ร มาย่ืนตอผูวาราชการจังหวัดตอนหน่ึง กับเมื่อผูวาราชการจังหวัดรับใบสมัครของจําเลยแลวทาํ การ สอบสวนปากคาํ จําเลยถึงเร่ืองคุณสมบัติของจําเลยอีกตอนหนึ่ง การที่จาํ เลยเขียนใบสมัครวามียศ รอ ยโทมายนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั นน้ั เปน การแจง ขอ ความอนั เปน เทจ็ แกเ จา พนกั งานแลว และการกระทาํ ของจาํ เลยในตอนยื่นใบสมัครนี้เปนคนละกรรมกับการกระทาํ ในตอนที่ผูวาราชการจังหวัดสอบสวน คณุ สมบตั ขิ องจําเลย แลว จําเลยแจง วา มยี ศรอ ยโทอนั เปน ความผดิ ฐานแจง ใหเ จา พนกั งานจดขอ ความเทจ็ ลงในเอกสารราชการ หาใชเปนการกระทํากรรมเดียวไม จาํ เลยจึงมีความผิดฐานแจงขอความ อันเปน เทจ็ แกเ จาพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๗ อกี กระทงหน่งึ ®Õ¡Ò·Õè òöùö/òõòñ มารดาคลอดบุตรโดยไมไดสมรสกับบิดา มารดาแจงตอ นายทะเบียนทองถ่ินวาเกิดเด็กหญิงรัตติยา ลิขิตสุวรรณกุล บิดาไปแจงตอนายทะเบียนอีกเขตหน่ึง วาเกิดเด็กหญิงรัตติยา แซอ้ึง ดังน้ี กลับเปนคุณแกมารดาและเด็ก ไมทาํ ใหมารดาเสียหาย ไมเปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๗ ®¡Õ Ò·èÕ ôøõ/òõòò จําเลยเปนคนตางดาว สัญชาติญวน แตไปแจงขอความ อนั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งานวา จําเลยชอื่ นางตนั ศริ ดิ ํารงค เปน คนไทย เพอ่ื ขอรบั บตั รประจําตวั ประชาชน เปน เหตใุ หเ จา พนกั งานดงั กลา วหลงเชอื่ วา จาํ เลยเปน บคุ คลสญั ชาตไิ ทยจงึ ไดบ นั ทกึ เสนอนายทะเบยี น ออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการใหแกจําเลย การกระทาํ ของจาํ เลยเปนความผิด ตามมาตรา ๒๖๗ และ พ.ร.บ.บัตรประจาํ ตวั ประชาชน พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๗ ®¡Õ Ò·èÕ òðôø/òõô÷ จําเลยทั้งสองกับพวกรวมกันแจงขอความอันเปนเท็จแก เจาพนักงาน ผูรับผิดชอบจัดทาํ บัตรประจาํ ตัวประชาชน ทาํ ใหเจาพนักงานหลงเช่ือจดขอความ อันเปนเท็จลงในเอกสารราชการ อันมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐานโดยประการท่ีนา จะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงานดังกลาว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและประชาชน อนั เปนความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๗

๖๐ ãªËŒ Ã×ÍÍÒŒ §àÍ¡ÊÒûÅÍÁ ÁÒμÃÒ òöø ผูใดใชหรืออางเอกสารอันเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ในประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ตอ งระวางโทษดงั ที่บัญญัติไวใ นมาตรานน้ั ๆ ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกเปนผูปลอมเอกสารน้ัน หรือเปนผูแจงใหเจาพนักงาน จดขอ ความนน้ั เอง ใหล งโทษตามมาตรานีก้ ระทงเดียว ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäáá ๑. ใชหรอื อาง ๒. เอกสารอนั เกดิ จากการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ ๓. ในประการท่นี าจะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู ่ืนหรอื ประชาชน ๔. โดยเจตนา ñ. 㪌ËÃ×ÍÍÒŒ § “㪔Œ หมายความถึงการใชอยางเอกสาร คือ กระทาํ อยางใดอยางหนง่ึ โดยอาศัยเอกสารเปนวัตถุแหงการกระทําผิด เชน เอาบิลปลอมไปเบิกเงิน (ฎีกาที่ ๘๗๔/๒๔๗๓) ใชแทนใบสุทธิปลอม (ฎีกาที่ ๘๐๓/๒๔๘๗) เปนตน ถาเอาไปใชอยางกระดาษแผนหนึ่ง “ซึ่งไม เก่ียวกับความในเอกสาร เชน นําไปทําถุงใสของ ไมใชเปนการ “ใช” ตามขอนี้ ขอสังเกต “ใช” ตามมาตราน้ี ไมตองเปนการใชอยางเอกสารที่แทจริง แมไมนํามาใชอยางของจริง ก็เปนความผิด เชน นําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอสายลับตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหเช่ือถือในฝมือ ในการทาํ ปลอม (ฎีกาที่ ๑๖๕๔/๒๕๐๓ ประชุมใหญ) “͌ҧ” หมายความถึง การอาศัยเอกสารน้ันแสดงขอเท็จจริงเพ่ือเปนหลักฐานใน การอางอิงของผูกระทําผิด แตไมจําตองอางเปนพยานตอศาลอันเปนความผิดฐานเบิกความเท็จ เชน ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา ๒๒๗ ¢ÍŒ áμ¡μ‹Ò§¡ÒÃ͌ҧ¡Ñº¡ÒÃ㪌 คือ “อา ง” ไมจําตอ งนาํ เอกสารนอี้ อกแสดง การอา ง เอกสารตอ ผูใด อาจทาํ โดยใหผ ูนน้ั เรียกหรือตรวจดเู อกสารนน้ั เชน ขอใหศ าลเรียกเอกสารปลอมมา แตถาเพียงแสดงความจาํ นงจะอาง เชน ยื่นบัญชรี ะบุพยาน ยังไมเปน การอา งจนกวา จะขอหมายเรยี ก เอกสารนั้น ถา ขอใหเ รยี กเอกสาร แมยังไมไดเ รียกหรือยังไมไดเอกสารมา ก็ถอื วาอางแลว ò. àÍ¡ÊÒ÷Õèนําä»ãªŒËÃÍ× ÍÒŒ §μŒÍ§à»¹š àÍ¡ÊÒûÅÍÁ ๒.๑ เอกสารธรรมดาตามมาตรา ๒๖๔ ๒.๒ เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕ ๒.๓ เอกสารสทิ ธิอันเปน เอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุน ใบหุนกู ใบสําคญั ของ ใบหุนหรอื ใบหุน กู ต๋วั เงิน บตั รเงินฝาก ตามมาตรา ๒๖๖ ๒.๔ เอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการท่ีแจงใหเจาพนักงานจดขอความเท็จ ตามมาตรา ๒๖๗

๖๑ ó. ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ การใชหรืออางตองทํา โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ ่ืนหรือประชาชนเชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๗ ¤ÇÒÁ¼´Ô สาํ àèç เมอ่ื อา งหรอื ใชใ นประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ไมจําตองเกดิ ความเสียหายจรงิ ๆ ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ และตอ งรูขอ เท็จจรงิ วาเปน เอกสารปลอม หรือเทจ็ ตามมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ และ ๒๖๗ ÇÃäÊͧ ¡Ã³¼Õ ŒãÙ ªŒËÃ×Í͌ҧàÍ¡ÊÒÃ໹š ¼ÙŒ»ÅÍÁËÃÍ× á¨§Œ ã˨Œ ´¢ÍŒ ¤ÇÒÁà·ç¨ มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว วรรคสองน้ีเปนขอยกเวนหลักเกณฑเรื่องความผิดหลายกระทง ตามมาตรา ๙๑ โดยกําหนดใหลงโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว ซึ่งมีหลักการทํานองเดียวกับ มาตรา ๒๖๘ และ ๒๖๓ “â·ÉμÒÁÁÒμÃÒ¹é”Õ มาตรา ๒๖๘ ไมไ ดกาํ หนดอัตราโทษไวโ ดยตรง แตต องระวางโทษ ตามท่บี ัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ หรือ ๒๖๗ เมอื่ การใชหรอื อางน้นั เปนเอกสารอนั เกดิ จากการกระทาํ ความผิดตามมาตราดงั กลาว ฉะนัน้ “โทษตามมาตรานี”้ หมายถงึ มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ หรอื ๒๖๗ แลว แตกรณี ®¡Õ Ò·Õè ñòöù/òõðó จําเลยรูอยูแลววาอักษรเลขหมายที่พานทายปนของจําเลยเปน ของที่ปลอมขึน้ เมอ่ื เจาพนกั งานมาขอคน จาํ เลยนาํ ปน ดงั กลาวออกแสดงใหเจา พนักงานดพู รอมดว ย ใบอนญุ าตของจําเลย ดงั น้ี ถอื วา จําเลยไดใ ชหรอื อา งเอกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘ ®Õ¡Ò·èÕ ñöõô/òõðó (ประชุมใหญ) จําเลยนําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอ สายของตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหผูติดตอซื้อเชื่อถือฝมือในการทําปลอมจะไดตกลงซ้ือ ดังนี้ ถือไดวาเปนการนําเอกสารปลอมมาใชในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนและประชาชน แลว มคี วามผิดตามมาตรา ๒๖๘ ®¡Õ Ò·Õè ññðô/òõñð จําเลยนําสลากการกุศลที่มีการขูดลบแกเลขไปรับรางวัลโดยรูวา เปนสลากปลอม มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ®¡Õ Ò·Õè ñôð÷/òõñð ทําพินัยกรรมปลอมไปแสดงตอพนักงานท่ีดินอําเภอ เพือ่ ขอรับมรดก และอําเภอไดป ระกาศการขอรับมรดกแลว แมตอ มาถอนการขอรบั มรดกนั้น การนํา พินัยกรรมปลอมไปแสดงเชนนี้เปนการกระทําอันเปนเหตุใหนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน จึงผิด ตามมาตรา ๒๖๘ ®¡Õ Ò·Õè öõø/òõñó ผูเสียหายรูเห็นยินยอมใหผูอื่นเซ็นช่ือแทนในใบแตงทนาย เม่ือมี ผนู าํ ใบแตง ทนายนนั้ ไปใหท นายทาํ คาํ รอ งยนื่ ตอ ศาล ความเสยี หายทจี่ ะมแี กผ เู สยี หายจงึ ไมม ผี เู สยี หาย จงึ ไมใชผ เู สยี หายตามกฎหมาย ®Õ¡Ò·Õè óñ÷/òõòñจําเลยเขียนหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนตของผูอื่นลงไวที่ แผน เหลก็ ทา ยรถจกั รยานยนตข องกลาง แมจ ะเขยี นดว ยตนเองโดยมลี กั ษณะขนาดตวั หนงั สอื และตวั เลข

๖๒ ไมเหมือนกับปายหมายเลขทะเบียนที่แทจริงซ่ึงกรมตํารวจจัดทาํ ข้ึน แตเมื่อจําเลยกระทาํ ดวยเจตนา ทําเทียมเพ่ือใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสารที่แทจริง และโดยลักษณะท่ีอาจจะเกิดความเสียหาย แกผ อู นื่ หรอื ประชาชนแลว เปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารราชการ เมอ่ื จาํ เลยขบั ขร่ี ถนนั้ เปน ความผดิ ฐานใชเอกสารราชการปลอมดวย ®¡Õ Ò·èÕ ññôñ/òõòó จําเลยเอาปายทะเบียนรถยนตหมายเลข ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ ของ รถยนตยี่หอเฟยตมาติดใชกับรถยนตของกลาง ปายทะเบียนดังกลาว เปนเอกสารแทจริงที่ราชการ ทําขึ้น ไมใ ชเ อกสารปลอม จึงไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสาร และการทจ่ี าํ เลยนําปา ยทะเบยี นน้นั มา ใชกับรถยนตของกลางเพื่อใหผูอ่ืนหลงเช่ือวารถยนตหมายเลขทะเบียน ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ จําเลยก็ไมมี ความผดิ ฐานใชเ อกสารราชการปลอม จําเลยรวู าหมายเลขประจําเครื่องยนตของกลาง ๒๑๕๑๗๓ เปน เลขประจาํ เครื่องยนตปลอม แลวจําเลยนาํ รถยนตของกลางไปตรวจเคร่ืองยนตแสดงวามีเลขหมายน้ันตอเจาหนาท่ี และนาํ ไปขายแกผูอ น่ื จาํ เลยมคี วามผิดฐานใชเอกสารปลอม ®Õ¡Ò·Õè ñùöù/òõòô เจา หนา ทต่ี าํ รวจไปทบี่ า นจําเลย พบรถยนตซึ่งถกู คนรายลกั มา ๑ คัน จําเลยแสดงตนวาเปนเจาของรถ โดยนําใบอนุญาต ทะเบียนรถยนต และแผนปายวงกลม แสดงการเสียภาษี ซ่ึงเปนเอกสารปลอมมาแสดงเพ่ือใหพนผิด เปนการใชหรืออางเอกสารน้ัน ตอ เจา หนา ทตี่ าํ รวจผจู บั แลว เมอ่ื จําเลยรอู ยแู ลว วา เอกสารดงั กลา วเปน เอกสารปลอม แมจ าํ เลยตอ งหา ฐานลกั ทรพั ย รบั ของโจร จาํ เลยก็มีความผดิ ฐานใชเอกสารปลอม ®Õ¡Ò·Õè ÷òø/òõðù เม่ือหลักเขตท่ีดินของทางราชการไมใชหลักเขตปลอม ขอความ ที่ปรากฏในหลักเขตมีตัวเลขจึงเปนของแท แมจําเลยจะเอาหลักเขตที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๓ ของที่ดิน จําเลย ไปปกลงในที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๖ ของผูมีชื่อคนหน่ึง หลักเขตที่มีหมายเลขดังกลาวยังคงเปน หลักเขตท่ีมตี วั เลขท่แี ทจ รงิ การกระทาํ ของจําเลยไมเ ปนความผิดฐานใชเอกสารปลอม ®¡Õ Ò·èÕ ñó÷õ/òõôõ แมจําเลยท่ี ๒ ใหก ารรับสารภาพตามฟอ งของโจทก ขอ เทจ็ จริง จึงฟงเปนยุติตามคาํ ฟองโจทก ที่บรรยายไวอยางชัดเจนแยกการกระทําของจําเลยท้ังสองท่ีรวมกัน ลกั เชค็ ของผเู สยี หายซงึ่ เปน นายจา งไปปลอมเชค็ และใชเ ชค็ ทป่ี ลอมนน้ั ไปยน่ื ตอ ธนาคารเพอ่ื ขอรบั เงนิ ซง่ึ การกระทาํ แตล ะอยา งมลี กั ษณะทแ่ี ตกตา งกนั ตา งเปน ความผดิ สาํ เรจ็ ในตวั และเปน การกระทาํ ความผดิ โดยอาศัยเจตนาแยกตางหากจากกัน การกระทําของจาํ เลยท่ี ๒ จึงเปนความผิดฐานลักทรัพย นายจางกระทงหน่ึง และฐานปลอมต๋ัวเงินและใชต๋ัวเงินปลอมซ่ึงตองลงโทษฐานใชต๋ัวเงินปลอม อกี กระทงหน่ึงตาม ม.๒๖๘ ว.๒ ®Õ¡Ò·Õè ñøùõ/òõôö ¡ÒûÅÍÁเอกสารäÁ‹จําμŒÍ§ÁÕàÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§อยูกอนและ äÁ‹μŒÍ§ทาํ ãËàŒ ËÁÍ× ¹¢Í§¨ÃÔ§ ก็เปนàÍ¡ÊÒûÅÍÁได จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกหลอกลวง ต. วา จําเลยที่ ๒ คอื ย. เจา ของรถยนตบ รรทกุ มคี วามประสงคจ ะขายรถยนตค นั ดงั กลา ว ต. ตกลงรบั ซอื้ ไวแ ละทําสญั ญา ซือ้ ขายกนั โดยพวกของจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือชอ่ื ย. ในชอ งผขู าย มอบให ต. ยดึ ถอื ได การกระทาํ ของ

๖๓ จําเลยที่ ๒ กบั พวกมเี จตนาทจุ ริต เพอ่ื ใหไดเงินจาก ต. และไมให ต. ใชสญั ญาซอื้ ขายนัน้ เปนหลักฐาน ฟองรองเรียกเงินคืน ทาํ ให ต. ไดรับความเสียหาย จึงมีความผิดฐานËÇÁ¡Ñ¹»ÅÍÁหนังสือสัญญา ซอ้ื ขายรถยนตอ นั เปน àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô เมอ่ื จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกไดม อบหนงั สอื สญั ญาซอ้ื ขายนน้ั ให ต. ยดึ ถอื ไว จงึ มคี วามผดิ ฐานÃÇ‹ Á¡Ñ¹ãªàŒ Í¡ÊÒÃÊÔ·¸»Ô ÅÍÁอกี กระทงหนึ่ง รวมทั้งมีความผิดฐาน©ŒÍâ¡§â´ÂáÊ´§ μ¹à»š¹¤¹Íè¹× ดว ย ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕèÂǡѺºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ ÁÒμÃÒ òöù/ñ ผูใดทําบัตรอิเล็กทรอนิกสปลอมข้ึนท้ังฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด เติมหรือตัดทอนขอความหรือแกไขดวยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกสที่แทจริง โดยประการ ทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ถา ไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน บตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ท่ีแทจริงหรือเพื่อใชประโยชนอยางหน่ึงอยางใด ผูนั้นกระทําความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส ตองระวางโทษจาํ คุกต้งั แตห น่ึงปถ งึ หา ป และปรับตง้ั แตสองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) (ก) ทาํ บตั รอิเลก็ ทรอนกิ สป ลอมขึ้นทงั้ ฉบบั หรือแตส วนหนึง่ สวนใด (ข) เติมหรือตดั ทอนขอ ความ หรอื แกไขดว ยประการใดๆ ในบตั รอเิ ล็กทรอนกิ สทแ่ี ทจ ริง (๓) โดยประการทนี่ าจะเกิดความเสยี หายแกผูอ่นื หรอื ประชาชน ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนา (๒) เจตนาพิเศษ ถา ไดก ระทํา (ก) เพอื่ ใหผ หู น่ึงผใู ดหลงเชื่อวา เปน บตั รอเิ ล็กทรอนิกสท แ่ี ทจ ริง หรอื (ข) เพอ่ื ใชประโยชนอยางหนงึ่ อยา งใด คํา͸ԺÒ การปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สอาจจะเปน การปลอมเอกสารดวยหรือไมก ไ็ ด หากเปนการ ปลอมเอกสารดวยก็เปนความผิดหลายบท อยางไรก็ตามจะเปนเอกสารได บัตรนั้นตองตรงนิยาม ของคําวา “เอกสาร” ตาม ป.อ. มาตรา ๑(๗) กลาวคือ บัตรนั้น “ไดทําใหปรากฏความหมายดวย ตัวอักษร ตัวเลข ผังหรือแผนแบบอยางอ่ืน จะเปนโดยวิธีการพิมพ ถายภาพ หรือวิธีอ่ืนอันเปน หลักฐานแหงความหมายนั้น” ซึ่งตามนิยามนี้ บัตรอิเล็กทรอนิกส จะเปน “เอกสาร” ก็ตอเมื่อมีการ “ä´ทŒ าํ ãË»Œ ÃÒ¡¯¤ÇÒÁËÁÒ” มฉิ ะนน้ั กจ็ ะมใิ ชเ อกสาร áμÍ‹ ÂÒ‹ §äáμç ÒÁ แมม ใิ ชเ อกสาร การทาํ ปลอม ก็เปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ น้ี ซึ่งเปน กฎหมายพเิ ศษ ®Õ¡Ò·Õè óð/òõóø แบบพิมพเช็คท่ียังไมไดกรอกรายการยังไมเปน “เอกสาร” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๗) เพราะยังไมไดทาํ ใหปรากฏความหมาย แตบัตรเอทีเอ็ม เปน

๖๔ “เอกสาร” เพราะฎีกาที่ ๙/๒๕๔๓ ลงโทษการเอาไปเปนความผิดตามมาตรา ๑๘๘ (นอกเหนือ จากผิดมาตรา ๓๓๔) ดวยเหตุนี้การปลอมบัตรเอทีเอ็ม จึงผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (และผิดเหตุฉกรรจ ตามมาตรา ๒๖๙/๗) และผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ โดยนาจะตองถือวาเปนเอกสาร สิทธิและผิดมาตรา ๒๖๕ ดวย อยางไรก็ตามไดกลาวไวแลววา แม “บัตรอิเล็กทรอนิกส” จะไมใช “เอกสาร” การทําปลอมกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ อยูแ ลว เพราะ “บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกส” จะเปน “เอกสาร” หรอื ไมก ็ได เพยี งแตวาถา เปน “เอกสาร” ดวยแลว ก็เปน การกระทาํ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบท ซง่ึ ป.อ. มาตรา ๙๐ ใหลงโทษบทหนกั เพยี งบทเดยี ว หากบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน ้ี เปน เอกสารและผปู ลอมเปน เจา พนกั งานผมู หี นา ที่ “ทาํ ” มหี นา ท่ี “กรอกขอความลงในเอกสาร” หรือมีหนาที่ “ดูแลรักษาเอกสาร” ก็เปนความผิดตามมาตรา ๑๖๑ ดวยอีกบทหน่ึง นอกเหนือจากผิดมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๙๖/๑ นี้ ซ่ึงโทษตามมาตรา ๑๖๑ คือโทษจําคุกไมเกินสิบปอันเปนอัตราโทษท่ีหนักกวาโทษตามมาตรา ๒๖๙/๑ นี้ และหนักกวาโทษ ฐานปลอมเอกสาร (เวนแตโทษตามมาตรา ๒๖๖) หากราษฎรรวมกระทําความผิด ราษฎรก็เปน ผูสนับสนุนตามมาตรา ๑๖๑ ประกอบ มาตรา ๘๖ ซ่ึงโทษของผูสนับสนุนคือ สองในสามของสิบป ซึง่ ไดแกโทษจําคกุ ๖ ป ๘ เดือน อันเปน โทษที่หนักกวาการเปน ตัวการรวมกระทาํ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ¢ÍŒ 椄 à¡μ บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๖๙/๑ คลา ยคลงึ กบั บทบญั ญตั ใิ นเรอ่ื ง “ปลอมเอกสาร” ตามมาตรา ๒๖๔ นน่ั เอง ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “·Òí ” à¤ÃÍ×è §ÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶สØ าํ ËÃºÑ »ÅÍÁËÃÍ× สาํ ËÃºÑ ãËäŒ ´¢Œ ÍŒ ÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·Ã͹ԡʏ ËÃ×Í “ÁÕ” à¤Ãè×ͧÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶Øàª‹¹ÇÒ‹ ¹¹Ñé à¾è×ÍãªËŒ ÃÍ× à¾Íè× ãˌ䴌¢ŒÍÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ ºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ ÁÒμÃÒ òöù/ò บัญญตั ิวา ผูใดทําเครื่องมือหรือวัตถุสําหรับปลอมหรือแปลง หรือสําหรับใหไดขอมูลในการปลอม หรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑ หรอื มเี ครอื่ งมอื หรอื วตั ถเุ ชน วา นนั้ เพอื่ ใชห รอื ใหไ ดข อ มลู ในการปลอมหรือแปลง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป และปรับต้ังแตสองหม่ืนบาท ถงึ หน่งึ แสนบาท ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ทาํ ” (๑) ผใู ด (๒) ทาํ (๓) เครอื่ งมอื หรือวตั ถุ(ก) สําหรับปลอม หรอื แปลง หรือ (ข) สาํ หรบั ใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง (๔) สงิ่ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนา

๖๕ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ÁÕ” (๑) ผใู ด (๒) มี (๓) เครื่องมือ หรือวัตถุ (ก) สําหรบั ปลอมหรือแปลง หรือ (ข) สาํ หรับใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง (๔) ส่ิงใดๆ ซึง่ ระบุไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนา (๒) เจตนาพเิ ศษ (ก) เพอื่ ใชใ นการปลอมหรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑ หรอื (ข) เพ่ือใหไดขอมูลในการปลอม หรือแปลงสิ่งใดๆ ซึ่งระบุไวใน มาตรา ๒๖๙/๑ คํา͸ºÔ Ò การ “·Òí ” เครอื่ งมอื สาํ หรบั ปลอมบตั รอเิ ล็กทรอนิกส (เชน บัตรเครดติ บตั รเอทเี อม็ ) การ “·Òí ” เครอื่ งมอื skimmer (เครอื่ งสาํ หรบั ใหไ ดข อ มลู ในการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส) การ “ÁÕ” เครื่องมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส โดยมีไวเพื่อใชในการปลอม บตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส (มเี ครื่องมือเพ่ือใชใ นการปลอมบตั ร) การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer โดยมีไวเพื่อใหไดขอมูลในการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส (มเี ครื่องมือเพ่ือใหไ ดขอมูลในการปลอมบตั ร) การ “ÁÕ” เคร่ืองมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสจะเปนความผิด ก็ตอเม่ือมีเจตนา พิเศษ “เพ่ือใชในการปลอม” บัตรอิเล็กทรอนิกสไมใชมีไวเพื่อดูเลน การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer ก็เชน เดยี วกัน จะมคี วามผดิ กต็ อเม่ือมีเจตนาพิเศษ “เพ่อื ใหไ ดข อมูลในการปลอม” บัตรอิเลก็ ทรอนกิ ส ไมใชมไี วเ พอื่ สะสมเปน ของแปลก ความหมายของการ “Á”Õ เคร่อื งมอื หรือวัตถุ การ “ÁÕ” คงหมายถึงยึดถือหรือครอบครองอยางใดอยางหนึ่งก็ได เพียงแตชวยถือ กค็ งถอื วาเปนการ “Á”Õ เพราะ “ยึดถือ” ไวแ ลว เพราะไมจําตองถึงขนาด “ครอบครอง” อยางไรกต็ าม ก็อาจมีการครอบครองโดยผูอ่ืนยึดถือไว หากซ้ือเคร่ืองมือปลอมแลว แตผูขายยังไมสงมอบ คงยัง ไมถือวาผูซื้อครอบครอง นอกจากผูซื้อจะใหผูขายยึดถือไวให หากเปนเชนนี้ก็คงตองถือวาผูซ้ือ ครอบครองแลว และเปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๒ น้ี โดยถือวาเปนการ “ÁÕ” แลว ®Õ¡Ò·èÕ ñùöù/òõðõ การมีเคร่ืองมือปลอมเงินตราไวเพื่อใชในการปลอมอันเปน ความผิดตามมาตรา ๒๔๖ ดงั นี้

๖๖ นายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงินตราไปทําการปลอมเงินตราที่บานนายดํา เพ่ือทําให นายดําดู ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดําไมใชตัวการในการปลอมเงินตรา (ปลอมเงินตราเปนความผิด ตามมาตรา ๒๔๐) ทง้ั นเ้ี พราะนายดาํ มไิ ดร ว มในการทดลองดว ย อยา งไรกต็ ามนายดาํ ยอมใหใ ชส ถานท่ี ภาชนะ เตาไฟเปน การใหค วามสะดวกในการทาํ ปลอมเงนิ ตรา นายดาํ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน ผสู นบั สนนุ ตามมาตรา ๘๖ แตก ารท่ีนายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงนิ ตราไปทาํ ปลอมทีบ่ านนายดาํ แตไ มเ หมือน ของจริง นายแดงจึง “½Ò¡” เครื่องมือน้ันไว วันรุงขึ้นจะมาทดลองทําใหดูใหม นายดํา “ÃѺ½Ò¡” เคร่ืองมือไว ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดํา “ไดชื่อวามีเครื่องมือและเครื่องมือน้ีจะใชปลอมเงินตรา ทดลองอกี จงึ เปน การมเี ครอ่ื งมอื สาํ หรบั ปลอมเงนิ ตราเพอ่ื ใชใ นการปลอม...แลว ” นายดาํ มคี วามผดิ ตาม มาตรา ๒๔๖ ฐานÁÕà¤Ãè×ͧÁÍ× สําËÃѺ»ÅÍÁà§¹Ô μÃÒà¾Í×è ãªãŒ ¹¡ÒûÅÍÁà§Ô¹μÃÒ คาํ พพิ ากษาฎกี าเรอ่ื งน้ี คงเปน บรรทดั ฐานทจ่ี ะใชก บั การมเี ครอื่ งมอื ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส เพ่ือใชใ นการปลอมบตั รอิเล็กทรอนกิ สตามมาตรา ๒๖๙/๒ ไดเ ปนอยา งดี ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “นาํ à¢ÒŒ ã¹” ËÃÍ× “ʧ‹ Í͡仔 ¹Í¡ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à «§èÖ ºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺ»ÅÍÁºÑμÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏ ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺãˌ䴌¢ŒÍÁÙŠ㹡ÒûÅÍÁºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ ÁÒμÃÒ òöù/ó บัญญตั ิวา ผูใดนําเขาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักร ซ่ึงส่ิงใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ หรือ มาตรา ๒๖๙/๒ ตอ งระวางโทษจําคุกต้งั แตสามปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตหกหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) นําเขา ใน หรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร (๓) ซึ่งสิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอิเล็กทรอนิกสปลอม) หรือสิ่งใดๆ ตาม มาตรา ๒๖๙/๒ (เครอื่ งมือ หรอื วัตถสุ าํ หรบั ปลอมบตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส หรอื เคร่ืองมอื หรอื วตั ถสุ าํ หรับ ใหไ ดข อมูลในการปลอมบัตรอิเลก็ ทรอนิกส) ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนา ¢ŒÍÊѧà¡μ ราชอาณาจักรมีความหมายอยางเดียวกับมาตรา ๔ วรรคแรก ซ่ึงไมรวมถึง เรือไทยหรืออากาศยานไทยซึ่งอยูนอกราชอาณาจักร และไมรวมถึงสถานทูตไทยในตางประเทศดวย เพราะไมใ ชร าชอาณาจกั ร μÇÑ ÍÂÒ‹ § นายจมิ คนองั กฤษปลอมบตั รเครดติ ของธนาคารของไทยแหง หนงึ่ ในประเทศไทย โดยทําการปลอมท่ีประเทศอังกฤษ นายจิมมีความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ เปนความผิดซึ่งลงโทษ ในราชอาณาจกั รไดตามมาตรา ๘(๒/๑) เพราะคนไทย (ธนาคารของไทย) เปน ผเู สียหาย

๖๗ หากตอมาภายหลัง นายจิมมอบบัตรเครดิตปลอมใหแกนายแดงที่ประเทศอังกฤษ เพอื่ ใหน าํ เขา มาในประเทศไทย นายแดงรบั ไวโ ดยรวู า เปน ของปลอม นายแดงผดิ มาตรา ๒๖๙/๔ (ฐานมไี ว เพ่อื ใช) ซ่งึ ลงโทษในประเทศไทยไดตามมาตรา ๘ (๒/๑) หากนายแดงนาํ บตั รเครดติ ปลอมขน้ึ อากาศยานไทยซง่ึ จอดอยทู ปี่ ระเทศองั กฤษ เพอ่ื เดนิ ทาง มาประเทศไทย หากอากาศยานยังอยูเหนือนานฟานอกราชอาณาจักร นายแดงผิดมาตรา ๒๖๙/๔ (ฐานมีไวเพ่อื ใช) ซง่ึ ลงโทษในประเทศไทยไดต ามมาตรา ๔ วรรคสอง เพราะเปน การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๔ ในอากาศยานไทยซง่ึ อยนู อกราชอาณาจกั รมขี อ สงั เกตวา กรณตี ามมาตรา ๔ วรรคสอง ไมต องรองขอใหล งโทษ ซง่ึ ตา งกับมาตรา ๘ (๒/๑) หากอากาศยานไทยลาํ น้นั เขา มาในราชอาณาจกั รแลว นายแดงกผ็ ดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๓ นี้ (นาํ เขาในราชอาณาจักร) โดยเปนการกระทําความผิดในราชอาณาจักรตามมาตรา ๔ วรรคแรก ซ่ึงลงโทษในราชอาณาจกั รไดโดยไมตอ งมกี ารรอ งขอ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “㪌” ËÃÍ× “ÁÕäÇŒà¾Í×è 㪔Œ «è§Ö ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·Ã͹ԡʻ ÅÍÁ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “จาํ ˹ҋ ” ËÃÍ× “ÁäÕ ÇàŒ ¾×Íè จํา˹ҋ ” «è§Ö ºÑμÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ ÁÒμÃÒ òöù/ô บญั ญัตวิ า ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ อนั ไดม าโดยรวู า เปน ของทที่ าํ ปลอม หรอื แปลงขนึ้ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ เจด็ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ หนง่ึ แสนสหี่ มน่ื บาท หรอื ท้ังจําทง้ั ปรับ ผใู ดจาํ หนา ยหรอื มไี วเ พอื่ จาํ หนา ยซง่ึ สง่ิ ใดๆ ทที่ าํ ปลอมหรอื แปลงขน้ึ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเปนผูปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ใหล งโทษตามมาตรานแ้ี ตก ระทงเดียว ความผดิ ฐาน “ใช” หรือ “มไี วเ พอ่ื ใช” ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) ใช หรอื มไี วเพ่ือใช (เพอ่ื ใช คือ เจตนาพิเศษ) (๓) ซง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม) อันไดม าโดยรูวาเปนของ ทท่ี ําปลอมขึ้น ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนา (๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื ใช (มีไวเ พอ่ื ใช) ความผดิ ฐาน “จําหนาย” หรอื “มไี วเพื่อจาํ หนาย”

๖๘ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) จําหนา ย หรอื มไี วเพ่ือจาํ หนาย (เพ่ือจาํ หนาย คือ เจตนาพเิ ศษ) (๓) ซึง่ สิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บตั รอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม) ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนา (๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื จําหนา ย (มไี วเ พ่ือจาํ หนาย) คาํ ͸ԺÒ ตามวรรคแรกเปน กรณีการ “ใช” หรือ “มีไวเพอ่ื ใช” ซ่ึงบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สป ลอม ซ่งึ ขณะ ไดม ารวู า เปน ของปลอม หากขณะไดม าไมร วู า เปน ของปลอม แตภ ายหลงั รวู า เปน ของปลอมแลว ยงั ขนื นาํ ออกใช หรอื ยงั ขนื มไี วเ พอื่ นาํ ออกมาใช การกระทําจะไมเ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี ขอใหเปรียบเทียบกับมาตรา ๒๔๕ กรณีไดมาซ่ึงเงินตราปลอมโดยขณะไดมาไมรูวาเปนของปลอม แตตอมารูวาเปนของปลอม แตยังขืนนาํ ออกใชซึ่งเปนความผิดตามมาตรา ๒๔๕ แตกรณีตาม มาตรา ๒๖๙/๔ นก้ี ารใชหรอื มไี วเ พือ่ ใชซ ่งึ บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกสปลอม ¨Ð¼´Ô ¡μç Í‹ àÁèÍ× ä´ÁŒ Òâ´ÂÃÙŒÇÒ‹ ໹š ¢Í§»ÅÍÁà·‹Ò¹éѹ หากขณะไดมาไมรูแตตอมารูแลวยังนําออกใช หรือมีไวเพื่อนําออกใชก็ไมผิด มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี จะถือวาผิดมาตรา ๒๖๙/๕ ก็คงไมไ ด เพราะมาตรา ๒๖๙/๕ เปนเรอ่ื งใช บัตรอเิ ล็กทรอนิกส ของผอู น่ื โดยมชิ อบ ซงึ่ บัตรทใ่ี ชน นั้ เปน บัตรทแี่ ทจ ริง ไมใชเรือ่ งการใชบัตรปลอม “จาํ ˹‹Ò” ตามวรรคสอง หมายความวา สงตอไปยังบุคคลอื่นจะโดยมีคาตอบแทน หรือไมก ็ได กรณีตามวรรคสามบัญญัติเชนเดียวกับมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กลาวคือถาผูใช หรือ ผูจําหนายบัตรปลอมเปนผูปลอมบัตรน้ันก็ใหลงโทษฐานเปนผูใชหรือผูจําหนายตามมาตรา ๒๖๙/๔ นี้ แตเ พยี งกระทงเดียว Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ หากการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน นั้ ในตวั เอง เปน การปลอมเอกสารดว ย ผูป ลอมบัตรกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ และผิดมาตรา ๒๖๔ (หรือ ๒๖๕ หรือ ๒๖๖) ดว ย เปนการกระทาํ กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนัก” ตามมาตรา ๙๐ หากผูปลอมบัตรนั้นนําไปใช กผ็ ดิ ฐานใชม าตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และผดิ ฐานใชเ อกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘ แตล งโทษฐาน “ใช” กระทงเดยี ว คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ เปน กรณกี รรมเดยี ว ผดิ กฎหมายหลายบท ใหล งโทษ “บทหนกั ” แตเ พยี งบทเดยี ว ซง่ึ กข็ นึ้ อยวู า โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และ โทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง บทใดจะหนักกวา กัน (โทษตามมาตรา ๒๖๘ เทากบั โทษฐานปลอม ซงึ่ แลวแตเอกสารที่ปลอมวา เปนเอกสารตาม มาตรา ๒๖๔ หรือมาตรา ๒๖๕ หรอื มาตรา ๒๖๖) หากผูปลอมเปน “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” ผูมีหนาที่ “ทําเอกสาร” น้ัน และเอกสารน้ันเปน บตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส และเปนเอกสารราชการ เจา พนักงานมีความผิดดงั นี้

๖๙ (๑) ผิดมาตรา ๑๖๑ (เจาพนกั งานปลอมเอกสาร) (๒) ผดิ มาตรา ๒๖๕ (ปลอมเอกสารราชการ) (๓) ผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส) หากเจา พนักงานนาํ เอกสารน้ันออก “ใช” เจาพนกั งานมีความผดิ ดงั น้ี (๑) ผิดมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซ่ึงมาตรา ๒๖๘ วรรคสองใหล งโทษฐาน “ใช” แตเ พยี ง กระทงเดียว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๕ ดวยอกี กระทงหน่งึ กลาวคอื ลงโทษ ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซง่ึ กรณนี ี้ คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน การปลอมเอกสารราชการ (๒) ผิดมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ซึ่งมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม ใหลงโทษฐาน “ใช” ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก แตเ พยี งกระทงเดยี ว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ดวยอกี กระทงหนึ่ง กลาวคือลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ¢ÍŒ 椄 à¡μ ระหวา งมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ถือวา เปน เรื่องกรรมเดียว ผดิ กฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนกั ” ซง่ึ กค็ อื โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก เพราะหนกั กวา โทษ ตามมาตรา ๒๖๕ ÍÂÒ‹ §äáμç ÒÁ เจา พนกั งานผกู ระทําการปลอมยงั ตอ งรบั โทษตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย ซงึ่ โทษ ตามมาตรา ๑๖๑ ยงั คงมอี ยู มไิ ดถ กู เกลอ่ื นกลนื ไป เนอื่ งจากมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง เกลอ่ื นกลนื เฉพาะ การปลอมตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ เทา นัน้ มิไดเ กลอ่ื นกลนื การปลอมเอกสารตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม กเ็ ชน เดยี วกนั กลา วคอื เกลอื่ นกลนื เฉพาะการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสตามมาตรา ๒๖๙/๑ เทาน้ัน มิไดเกลื่อนกลืนการปลอมเอกสาร ตามมาตรา ๑๖๑ ดวย ในกรณีเชนน้ี เจาพนักงานจึงตองรับโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และตองรับโทษตาม มาตรา ๑๖๑ ซึ่งระหวางมาตรา ๒๖๙/๔ และมาตรา ๑๖๑ น้ี หากถือวาเปน “หลายกรรมตางกัน” ตามมาตรา ๙๑ กล็ งโทษทั้งสองมาตรารวมกัน แตถา ถอื วา เปน “กรรมเดียว” ตามมาตรา ๙๐ กล็ งโทษ บทหนกั เพียงบทเดียว ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ãªŒºÑμÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏ¢Í§¼ÙŒÍ×è¹â´ÂÁªÔ ͺ ÁÒμÃÒ òöù/õ บัญญตั ิวา ผูใดใชบัตรอิเล็กทรอนิกสของผูอ่ืนโดยมิชอบ ในประการที่นาจะกอใหเกิดความเสียหาย แกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) ใชโ ดยมิชอบ (๓) บัตรอิเลก็ ทรอนิกสของผอู นื่ (๔) ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสียหายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนา

๗๐ ¢ŒÍÊѧà¡μ (๑) มาตรานเี้ ปน เรอื่ งการใชบ ตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สโ ดยมชิ อบ และบตั รนน้ั จะตอ งเปน ของผอู น่ื มใิ ชใชบตั รของตนเองโดยมชิ อบ (๒) บัตรนัน้ ตอ งมใิ ชบ ตั รปลอมเพราะการใชบัตรปลอมเปน กรณตี ามมาตรา ๒๖๙/๔ (๓) การกระทําอาจเปนความผิดฐานอื่นๆ เชน ลักทรัพย ดวย เชน นายแดงลักบัตร ของนายดาํ ไปกดเงินท่ีเคร่ืองจายเงิน นอกจากมีความผิดฐานลักทรัพย คือ ลักบัตรและลักเงิน และความผิดตามมาตรา ๑๘๘ แลว ยังมีความผิดตามมาตราน้ีอีกบทหนึ่งดวย เพราะบัตรเอทีเอ็ม ก็คือบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) ท่เี พิ่มเตมิ แกไ ขใหมน ้ี (๔) ไดเคยกลาวไวแลววา หมายเลขบนบัตรเครดิตรวมทั้งวันหมดอายุของบัตรไมใช “บัตรอิเล็กทรอนิกส” ตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) (ก) (ค) และก็ไมเขาตาม (ข) เพราะเปนขอมูล หรือหมายเลขท่ีผูออกไดออกใหแกผูมีสิทธิใช โดยมีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดใหดวย กลาวคือ ปรากฏอยูบนบัตรเครดิตน้ันเอง ดวยเหตุน้ีหากนายแดงเอาเฉพาะหมายเลขบัตรเครดิตของนายดาํ ไปใชโดยมิชอบ นายแดงก็ไมผิดมาตราน้ี เพราะหมายเลขดังกลาว มิใช “บัตรอิเล็กทรอนิกส” ตามนยิ ามในมาตรา ๑ (๑๔) (๕) คําวา “โดยมชิ อบ” มีบัญญัติไวใ นมาตราอน่ื ในประมวลกฎหมายนี้ เชน มาตรา ๓๒๐ วรรคสอง เปนตน (๖) ถอยคาํ ที่วา “ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ð¡‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍ×è¹ ËÃ×Í»ÃЪҪ¹” เปน “พฤติการณประกอบการกระทาํ ” (ฎีกาท่ี ๗๖๙/๒๕๔๐) แมจะเปนองคประกอบภายนอก แตก็ มิใช “ขอ เท็จจรงิ ” จงึ ไมอ ยภู ายใตหลกั ทว่ั ไปในมาตรา ๕๙ วรรคสาม กลาวคอื “นาจะเสียหาย” หรือไม ใชมาตรฐานของ “วิญูชน” หากวิญูชนเห็นวาเสียหายก็ถือวาเสียหาย แมผูกระทาํ จะไมรูวา จะทาํ ใหเ สียหายกต็ าม ¢ÍŒ 椄 à¡μ เพยี งแต “นา จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย” กเ็ ปน ความผดิ สําเรจ็ แลว โดยไมจ ําตอ ง เกิดความเสียหายขน้ึ จริงๆ (ฎีกาที่ ๑๒๘๑-๑๒๘๒/๒๕๓๘) μÑÇÍÂÒ‹ § นายมวงมอบบัตรเอทีเอ็ม ของนายมวงพรอมรหัสใหนายดาํ ไปชวยกดเงินใหจํานวน หนึ่งหมื่นบาท นายดําไปกดเงินสองหม่ืนบาทโดยเก็บไวใชเองหน่ึงหม่ืนบาท นายดาํ มีความผิดฐาน ใชบตั รอิเลก็ ทรอนกิ สข องผอู นื่ โดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕ นี้ (นอกจากความผิดฐานลักทรัพย) ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ÁäÕ ÇŒà¾×èÍนําÍ͡㪫Œ èÖ§ºÑμÃÍàÔ Åç¡·Ã͹¡Ô ʏ¢Í§¼ŒÙÍ×¹è â´ÂÁԪͺ ÁÒμÃÒ òöù/ö บัญญตั วิ า ผใู ดมีไวเ พอ่ื นาํ ออกใชซ ึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องผูอ ื่นโดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕ ในประการท่ีนาจะกอใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรอื ปรับไมเกนิ หกหมน่ื บาท หรือท้ังจําท้งั ปรับ

๗๑ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผูใด (๒) มีไว (๓) ซึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สของผอู ื่น (๔) ในประการทีน่ าจะกอ ใหเกิดความเสียหายแกผ อู นื่ หรือประชาชน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนา (๒) เจตนาพเิ ศษ “เพื่อนาํ ออกใชโ ดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕” คํา͸ԺÒ “การมไี วเ พ่อื นาํ ออกใชโดยมชิ อบ” เชน นายแดงสะสมรหัสเอทีเอ็มของบุคคลตางๆ ไวเปนจํานวนมาก หากพิสูจนไดวามีไวเพ่ือนําออกใชโดยมิชอบ เชน กําลังจะไปขโมยบัตรเอทีเอ็ม ของบุคคลตางๆ เหลานั้น แลวนํามากดเงินจากเครื่อง การสะสมดังกลาวก็เปนความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๖ น้ี ซึ่งหากไมมีบทบัญญัติมาตรานี้ การสะสมของนายแดงดังกลาวยังไมเปนความผิด เพราะเปน เพียงการตระเตรียมไปกระทาํ ความผิดเทา น้ัน àËμØ©¡Ã菢ͧ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹μÒ‹ §æ ÁÒμÃÒ òöù/÷ บญั ญตั ิวา ถาการกระทําดังกลาวในหมวดน้ี เปนการกระทําเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกสที่ ผอู อกไดอ อกใหแ กผ มู สี ทิ ธใิ ช เพอ่ื ใชป ระโยชนใ นการชาํ ระคา สนิ คา คา บรกิ ารหรอื หนอ้ี น่ื แทนการชาํ ระ ดวยเงนิ สด หรือใชเบิกถอนเงนิ สด ผูกระทําตอ งระวางโทษหนักกวาที่บัญญตั ไิ วในมาตราน้นั ๆ กึง่ หนึง่ คาํ ͸ºÔ Ò มาตราน้ีเปน “àËμØ©¡Ã菔 ของมาตราตางๆ ตามหมวด ๔ กลาวคือ เปนเหตุฉกรรจของมาตรา ๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๖ ซึ่งผูกระทําจะตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึง โดยผูกระทําจะตองรู “ขอเทจ็ จรงิ ” ทท่ี าํ ใหร ับโทษหนักขน้ึ ดวย เชน รวู า บตั รอิเล็กทรอนิกสท่ีตนปลอม (ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๑) หรอื ตนใชโ ดยมชิ อบ (ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๕) นน้ั เปน บตั รทผ่ี อู อกไดอ อกใหแ ก ผมู ีสิทธิใช เพ่ือใชป ระโยชนในการ (ก) ชําÃФ‹ÒÊ¹Ô ¤ŒÒ คาบรกิ าร หรือหนอี้ ื่น แทนการชําระดวยเงนิ สด หรอื (ข) ãªàŒ ºÔ¡¶Í¹à§¹Ô Ê´ หากผูกระทําไมรูขอเท็จจริงดังกลาว ผูกระทาํ ก็ไมตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึงตาม มาตรานี้

๗๒ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺ˹§Ñ Ê×Íà´¹Ô ·Ò§ หนังสือเดินทางเปนเอกสารสําคัญอยางยิ่ง ในปจจุบันมีการใชหนังสือเดินทางในการ ไปมาระหวา งประเทศ และนําไปใชในการกอการรา ย โดยการปลอมหนงั สือเดินทาง ทาํ ใหเ ปน ภยั แก ความม่ันคงของประเทศทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งไดบัญญัติเปนความผิดไวในประมวลกฎหมาย ซ่ึงแบง ออกไดเ ปน ๓ ลกั ษณะคอื (๑) การปลอมหนังสือเดินทาง (๒) การใชหนังสือเดนิ ทางของผูอน่ื โดยมิชอบ และ (๓) การใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราในหนังสือเดินทางปลอม หรือโดยมชิ อบ ñ. ¡ÒûÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§ มี ๓ กลุม คอื (๑.๑) ปลอม (๑.๒) ใช มไี วเพอื่ ใชห รือจําหนาย และ (๓) นาํ เขาหรือ สงออกซง่ึ หนังสอื เดนิ ทางปลอม ÁÒμÃÒ òöù/ø ผูใดทําหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการใดๆ ในหนังสือเดินทางที่แทจริง หรือประทับตราปลอม หรอื ลงลายมอื ชอื่ ปลอมในหนงั สอื เดนิ ทาง โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ถาไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ ูหนึ่งผูใ ดหลงเชอ่ื วา เปน หนงั สอื เดนิ ทางที่แทจ รงิ ผนู ้ันกระทาํ ความผดิ ฐานปลอม หนงั สอื เดนิ ทาง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท คํา͸ºÔ Ò ñ.ñ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹»ÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´Ô¹·Ò§ ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼Ô´ ¤×Í ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ทําหนังสอื เดินทางปลอมขนึ้ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่งึ สวนใด (๒) โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ ูอ่นื หรอื ประชาชน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) มูลเหตุชกั จงู ใจ เพ่ือใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจ ริง ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) กระทาํ การอยา งใดอยา งหน่งึ ดงั ตอไปนี้ (ก) เดมิ (ข) ตัดทอนขอ ความ หรือ (ค) แกไ ขดว ยประการใด (๒) ในหนงั สอื เดินทางที่แทจริง (๓) โดยประการทนี่ าเสยี หายแกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน

๗๓ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) มูลเหตุชกั จูงใจ เพื่อใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอ่ื วาเปน เอกสารท่ีแทจรงิ ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ประทบั ตราปลอมหรอื ลงลายมอื ช่ือปลอม (๒) ในหนังสือเดินทาง (๓) โดยประการทีน่ าเสียหายแกผอู ่ืนหรอื ประชาชน ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา (๒) มลู เหตุชกั จูงใจ เพอ่ื ใหผ ูห นึ่งผูใ ดหลงเชือ่ วา เปนเอกสารท่แี ทจ รงิ ÁÒμÃÒ òöù/ù ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ตองระวางโทษจาํ คุกตัง้ แตหน่ึงปถึงสบิ ป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ผูใดจําหนายหรือมีไวเพื่อจําหนายซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตส ามปถ ึงย่สี ิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท การมีหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ จํานวนตั้งแตสองฉบับขึ้นไป ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวามไี วเ พือ่ จาํ หนา ย ถาผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเปนผูปลอมซ่ึงหนังสือเดินทาง ตามมาตรา ๒๖๙/๘ ใหลงโทษตามมาตรานแี้ ตก ระทงเดยี ว ñ.ò ¡ÒÃ㪌ËÃÍ× จํา˹ҋ  มี ๔ ความผิดคอื ¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ñ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ใช คือนําออกใชในลักษณะที่เปนหนังสือเดินทาง หากนําไปใชพับถุงกระดาษ ไมเ ขา มาตราน้ี (๒) หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนหนังสือเดินทางปลอมและไดใช หนงั สอื เดนิ ทางปลอมนน้ั ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) มไี ว (๒) หนงั สือเดินทางปลอม

๗๔ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ (๑) เจตนาธรรมดา คอื รูว าเปนหนังสือเดนิ ทางปลอม และประสงคจะมีไว (๒) มูลเหตุชักจงู ใจพิเศษ เพื่อใชหนังสอื เดนิ ทางปลอมนนั้ อยางหนังสือเดนิ ทาง หากเกบ็ ไวเพือ่ เปน ตัวอยา งหรอื เพ่ือทาํ ลายเสีย ไมมีความผิดตามมาตรานี้ ¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ó ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) จาํ หนา ย คอื การสงตอ ใหผอู ่ืนไมว า จะมีคาตอบแทนหรอื ไม (๒) หนังสอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา ¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õè ô ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ คอื มหี นังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ไว โดยมี มูลเหตชุ ักจงู ใจพิเศษ คือ à¾Íè× จาํ ˹‹Ò แมจ ะยงั ไมท ันไดจาํ หนา ยออกไปกเ็ ปน ความผดิ สําเร็จ ¢ÍŒ Ê¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹¢Í§¡®ËÁÒ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคแรก) การมหี นงั สอื เดนิ ทางปลอม ตั้งแต ๒ ฉบับขนึ้ ไป ใหสนั นษิ ฐานไวกอ นวา มไี วเพ่อื จําหนา ย เปน ขอ สันนิษฐานไมเด็ดขาด ผูกระทํา สามารถนําสบื หักลา งได º·ºÑÞÞÑμÔ¾ÔàÈÉ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคส่ี) หากเปนการกระทําของผูท่ีปลอม หนงั สอื เดินทางเองใหล งโทษตามมาตราน้เี พยี งกระทงเดียว ÁÒμÃÒ òöù/ñð ผใู ดนาํ เขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ หนงั สอื เดนิ ทาง ปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตั้งแตสองหมื่นบาท ถงึ สองแสนบาท ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคหนึง่ ไดกระทาํ ไปเพื่อจําหนาย ตองระวางโทษจําคกุ ตัง้ แตส ามปถงึ ยีส่ บิ ป และปรับต้ังแตหกหมนื่ บาทถึงสแ่ี สนบาท ñ.ó นาํ à¢ÒŒ Ê‹§ÍÍ¡ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) นําเขาในหรอื สงออกไปนอกราชอาณาจกั ร หมายถงึ ราชอาณาจกั รท่แี ทจรงิ ตามมาตรา ๔ วรรคแรก เทานัน้ (๒) หนังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา àËμàØ ¾ÔÁè â·É หากทาํ ไปเพ่อื จําหนาย ตอ งระวางโทษหนกั ข้ึน ÁÒμÃÒ òöù/ññ ผใู ดใชหนังสอื เดินทางของผอู ืน่ โดยมิชอบในประการท่นี า จะกอ ใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน สองแสนบาท

๗๕ ผูใดจัดหาหนังสือเดินทางใหผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ตองระวางโทษ เชน เดียวกัน ò. ¡ÒÃ㪌˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§ (·áÕè ·Œ¨Ã§Ô ) ¢Í§¼ŒÍÙ ×è¹â´ÂÁԪͺ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ใชหนังสอื เดินทางของผูอ่นื โดยมชิ อบ (๒) ในประการท่นี า จะกอใหเกดิ ความเสียหายแกผูอ ่นื หรือประชาชน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา ÇÃäÊͧ ลงโทษ ¼·ÙŒ ¨èÕ ´Ñ ËÒหนงั สอื เดนิ ทางใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ใชม เี ทา กนั ó. ¡ÒáÃÐทํา¡Ñº´Ç§μÃÒ ÃÍÂμÃÒ ËÃ×Íá¼¹‹ »ÐμÃǨŧμÃÒ มี ๔ ความผิด คอื (๑) ปลอม (๒) ใชด วงตรา รอยตราฯ ปลอม (๓) นําเขา สง ออก ซึง่ ของปลอม และ (๔) ใชของจรงิ โดยมิชอบ ÁÒμÃÒ òöù/ñò ผูใดทําปลอมขึ้นซ่ึงดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตรา อนั ใชในการตรวจลงตราสาํ หรับการเดนิ ทางระหวา งประเทศ ตอ งระวางโทษจาํ คุกตั้งแตหนง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตัง้ แตส องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ ปลอมดวงตรา รอยตราฯ ปลอม ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ทําปลอมขนึ้ (๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา (๓) อันใชในการตรวจลงตราสาํ หรบั เดินทางระหวางประเทศ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา “การปลอม” คือ การทาํ ใหเ หมือนของจรงิ แมไมเ หมอื นทง้ั หมดก็ตาม ทาํ นองเดยี วกับ การปลอมเงนิ ตรา ท้งั นี้ตอ งมดี วงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจทีแ่ ทจ รงิ อยกู อ น ÁÒμÃÒ òöù/ñó ผใู ดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราทที่ าํ ปลอมขน้ึ ตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท ถาผูกระทาํ ความผิดตามวรรคหนึ่งเปนผูปลอมซ่ึงดวงตรา รอยตราหรือแผนปะ ตรวจลงตราตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ใหลงโทษตามมาตราน้แี ตก ระทงเดียว ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะฯ ปลอม ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ใช (๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา (๓) อนั ใชในการตรวจลงตราสําหรบั เดินทางระหวางประเทศ

๗๖ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา ÇÃäÊͧ ถาผูใชดวงตราปลอมดังกลาว เปนผูปลอมเอง ใหลงโทษตามมาตราน้ี เพยี งกระทงเดยี ว ÁÒμÃÒ òöù/ñô ผใู ดนําเขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ ดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราซึ่งระบุไวในมาตรา ๒๖๙/๑๒ อันเปนของปลอม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแต หนงึ่ ปถ ึงสบิ ป และปรับตง้ั แตสองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท ¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó การนําเขา -สง ออกซ่งึ ดวงตรา รอยตราฯ ปลอม ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) นําเขาในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร (๒) ซึง่ ดวงตรา รอยตรา หรอื แผนปะตรวจลงตราท่รี ะบไุ วในมาตรา ๒๖๙/๑๒ (๓) อันเปนของปลอม ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนของปลอมและประสงคจะนําเขา หรือสง ออกไปนอกราชอาณาจักร ÁÒμÃÒ òöù/ñõ ผูใดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตราอนั แทจริงท่ีใช ในการตรวจลงตราสาํ หรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย แกผูอ่นื หรอื ประชาชนตองระวางโทษสองในสามสว นของโทษท่ีบัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑๓ ¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ô ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ใชด วงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา (๒) อนั แทจ รงิ ทใ่ี ชใ นการตรวจลงตราสําหรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ (๓) ในประการทนี่ าจะกอ ใหเกดิ ความเสียหายแกผ ูอ ื่นหรอื ประชาชน ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือ รวู าเปนของจรงิ และประสงคจะใชส ําหรับ การเดินทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ แตไมจ าํ เปนตองรวู าการกระทาํ ของตนนาจะกอความเสยี หาย อยางไร หรอื แมไมม ีผลเสียหายเกิดขนึ้ ก็เปน ความผดิ ได ความผิดเก่ียวกับหนังสือเดินทางน้ีเก่ียวพันกับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร การปลอมแปลง ดวงตรา รอยตรา และบางสวนของบัตรอเิ ล็กทรอนิกสด ว ย ®Õ¡Ò·Õè ñðùô/òõõò การท่ีจาํ เลยกับพวกรวมกันไปเอาเสีย ซ่ึงหนังสือเดินทาง ประเทศออสเตรเลียและปลอมหนังสือเดินทางเลมดังกลาว โดยนํารูปถายของจําเลยมาติดแทนภาพ ของผูมีช่ือในหนังสือเดินทาง จากน้ันจําเลยกับพวกไดปลอมรอยตราประทับบันทึกการตรวจอนุญาต ใหคนเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของเจาพนักงานตํารวจตรวจคนเขาเมือง เปนการกระทําท่ี

๗๗ เกี่ยวเนื่องเช่ือมโยงโดยมีเจตนาเดียวกัน คือ เพ่ือใหจาํ เลยออกนอกราชอาณาจักร ความผิดฐาน เอาไปเสียซ่ึงเอกสารของผูอ่ืนและความผิดฐานปลอมเอกสาร กับปลอมเอกสารราชการ จึงเปน กรรมเดยี วเปนความผิดตอ กฎหมายหลายบท ®Õ¡Ò·èÕ ñò÷÷/òõó÷ การท่ีจําเลยเอาหนังสือเดินทางซ่ึงกระทรวงตางประเทศ ออกใหแ ก ส. มาแกะเอาภาพถายของ ส. ทป่ี ด อยูปกหนาดา นในออกแลว เอาภาพถา ยของจาํ เลยปด ลงไปแทน แมภ าพถา ยจะไมใ ชเ อกสารแตเ มอื่ นาํ ไปปด ในหนงั สอื เดนิ ทางดงั กลา วยอ มทําใหค วามหมาย ทแ่ี ทจ รงิ เปลยี่ นแปลงไปวา จาํ เลยคอื นาย ส. และเปน หนงั สอื เดนิ ทางทกี่ ระทรวงตา งประเทศออกใหแ ก จําเลยโดยตรง การกระทาํ ของจําเลยจึงเปนการปลอมเอกสารราชการและเม่ือจาํ เลยนาํ ไปแสดงตอ เจาหนาท่ีตรวจคนเขาเมือง เพ่ือเดินทางออกไปและเขามาในราชอาณาจักร ยอมมีความผิดฐานใช เอกสารราชการปลอมดว ย จาํ เลยใชห นงั สอื เดนิ ทางปลอมดงั กลา ว แสดงตอ เจา หนา ทตี่ รวจคนเขา เมอื ง ท้ังขาเขาและขาออกคนละคราวกัน จึงเปนความผิดหลายกรรมตางกัน คร้ังแรกจําเลยปลอมเอกสาร ราชการและใชเ อกสารปลอมดว ย มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดว ย มาตรา ๒๖๕ ใหลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กระทงหนึ่ง ครั้งที่สองจําเลยเพียงแตใช เอกสารปลอมฉบับเดิม มิไดทําปลอมข้ึนใหมมีความผิดฐานใชเอกสารปลอมอยางเดียวตาม มาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดวยมาตรา ๒๖๔ อีกกระทงหนง่ึ เรยี งกระทงลงโทษตามมาตรา ๙๑

สรุปการต้งั ขอหา ๗๘ ลําดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ๑. ปลอมเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปและปรับ ฎ.๑๐๖/๒๔๙๗ ๒. ทําเอกสารปลอมขน้ึ ไมเ กนิ หกหม่ืนบาท ฎ.๒๔๖๓/๒๕๔๘ ๒.๑ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่ึงสวนใด ฎ.๙๐๒๖/๒๕๕๓ ๒.๒ เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการ ฎ.๑๑๔๓/๒๕๒๓ ใดๆ ในเอกสาร ฎ.๓๐๗๘/๒๕๒๕ ๒.๓ ประทบั ตราปลอมหรือลงลายมอื ชือ่ ปลอม ฎ.๒๒๔๑/๒๕๒๓ ๓. โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ฎ.๓๘๑/๒๔๗๕ (พฤติการณป ระกอบการกระทํา) ฎ.๖๒๖๖/๒๕๔๕ ๔. โดยเจตนา ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗ ๕. เพอื่ ใหผ หู นงึ่ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปน เอกสารทแ่ี ทจ รงิ (เจตนา ฎ.๑๕๗๒/๒๕๕๗ พิเศษ) ฎ.๗๖๙/๒๕๔๐ ๒. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใด ๒๖๕ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงหาป ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗ หรอื เอกสารราชการ ๒. ปลอม หรอื ปรบั ตั้งแตห น่ึงหมืน่ บาทถึงหนงึ่ แสนบาท ฎ.๑๕๗๒/๒๕๔๙ ๓. เอกสารสทิ ธิหรือเอกสารราชการ ฎ.๒๔๔๑/๒๕๒๓ ๔. เจตนา ฎ.๒๘๓๐/๒๕๒๔ ฎ.๑๐๓๘๕/๒๕๔๖ ฎ.๗๘๒/๒๕๔๗

ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๓. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใ ด ๒๖๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แต หนง่ึ ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ฎ . ๒ ๗ ๘ - อันเปนเอกสาร ๒. ปลอม ตง้ั แตส องหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ๒๗๙/๒๕๐๑ ราชการ พินัยกรรม ๓. เอกสารพเิ ศษดงั ตอ ไปนี้ ฎ.๑๗๖๔/๒๕๐๖ ใบหุน ตว๋ั เงนิ ๓.๑ เอกสารสิทธอิ ันเปนเอกสารราชการ ฎ.๑๕๑/๒๕๐๗(ป) ๓.๒ พนิ ัยกรรม ฎ.๕๕๗/๒๕๐๙ ๓.๓ ใบหนุ ใบหนุ กู หรอื ใบสาํ คญั ของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู ฎ.๑๓๘๕/๒๕๒๒ ๓.๔ ตวั๋ เงิน ฎ.๒๙๑๗/๒๕๓๘ ๓.๕ บตั รฝากเงนิ ๔. แจง ใหเ จา พนกั งานจด ๑. ผใู ด ๒๖๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือไมเกิน ฎ.๑๐๕๑/๒๕๐๕ ขอ ความอนั เปน เทจ็ ๒. แจงใหเ จาพนักงานผกู ระทาํ การตามหนา ที่ หกหมนื่ บาท ฎ.๕๖๑/๒๕๐๘ ๓. จดขอความอันเปนเท็จ ฎ.๔๘๕/๒๕๒๒ ๔. ลงในเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการ ซง่ึ มวี ตั ถปุ ระสงค ฎ.๒๐๔๘/๒๕๔๗ สาํ หรบั ใชเปนพยานหลกั ฐาน ๕. โดยประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ๖. โดยเจตนา ๗๙

ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๘๐ ๕. ใชหรืออางเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๘ ÇÃäáá ตองระวางโทษดังท่ีบัญญัติไวใน ฎ.๑๖๕๔/๒๕๐๓(ป) ปลอม ๒. ใชหรอื อาง มาตรานน้ั ๆ (มาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ฎ.๑๒๖๙/๒๕๐๓ ๓. เอกสารอันเกิดจากการกระทําผิดตามมาตรา ๒๖๔ ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗) ฎ.๖๕๘/๒๕๑๓ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ÇÃäÊͧ ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรก ฎ.๓๑๗/๒๕๒๑ ๔. ในประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน เปนผูปลอมเอกสารนั้น หรือเปนผูแจงให ฎ.๑๑๔๑/๒๕๒๓ (พฤติการณประกอบการกระทํา) เจา พนกั งานจดขอ ความนนั้ เอง ใหล งโทษตาม ฎ.๑๙๖๙/๒๕๒๔ ๕. โดยเจตนา มาตราน้กี ระทงเดยี ว ฎ.๑๘๙๕/๒๕๔๖ ฎ.๒๕๐๓/๒๕๔๘

๘๑ ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹ ๑. หนงั สอื สัญญากยู ืมเงนิ ถือวาเปนเอกสารประเภทใด ๒. ใบอนญุ าตใหม ีอาวุธปน ถือวาเปนเอกสารประเภทใด ๓. การนําใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาค เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนใบเสร็จ ทแี่ ทจ รงิ อนั อาจนาํ ไปเรยี กเกบ็ เงนิ ซา้ํ ไดอ กี นนั้ แตไ มไ ดม กี ารลงชอื่ ในชอ งพนกั งานเกบ็ เงนิ วา ไดร บั เงนิ ไวถูกตองแลว การกระทาํ ดังกลา วมีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม ๔. นายโฉด เอาปา ยทะเบยี นรถยนตอซี ซู ุ ที่ทางราชการออกใหไ ปตดิ ใชก บั รถยนตซ ูซกู ิ ซงึ่ ปา ยทะเบยี นหลดุ หายไปเพราะนาํ้ ทว ม แลว นาํ รถยนตซ ซู กู คิ นั ดงั กลา วไปใชง านเพอื่ ใหค นหลงเชอื่ วา หมายเลขปา ยทะเบยี นตามท่นี ายโฉด ทาํ เปน ของรถยนตซซู ูกิ นายโฉด มคี วามผดิ ขอ หาใด

๘๒ àÍ¡ÊÒÃÍŒÒ§Í§Ô เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.ิ์ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ . คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป. กรงุ เทพฯ:วิญูชน. ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น. ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา กฎหมายแหงเนติบัณฑิตยสภา. สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร พริน้ ติ้งแอนดพบั ลชิ ชิ่ง บญุ เพราะ แสงเทียน.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทัว่ ไป.กรงุ เทพฯ:บรษิ ทั วทิ ยพฒั น จาํ กดั สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม. สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คาํ อธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ: นติ บิ รรณาการ. วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรงุ เทพฯ:อินเตอรบ คุ ส. เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑. กรงุ เทพฯ:หางหนุ สวนจํากัด จิรัชการการพิมพ.

๘๓ º··Õè õ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¾È ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ÙŒ ÃÐจาํ º· ๑. เพ่อื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรคู วามเขา ใจ กฎหมายอาญาเก่ยี วกบั ความผิด ฐานตา งๆ ๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ภาคเรียนที่ ๒ ๓. เพอื่ ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจมคี วามรคู วามเขาใจเก่ียวกบั ความผดิ เก่ียวกับเพศ ò. ʋǹนํา นักเรียนนายสิบตํารวจจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ในเรื่องความผิด เก่ียวกับเพศ ในเร่อื งการขม ขนื กระทาํ ชาํ เราในเร่ืองการขม ขนื กระทําชาํ เราผูอน่ื การกระทําชําเราเด็ก อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ ชาํ เราทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ การกระทาํ อนาจาร การกระทาํ อนาจารแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ อนาจารทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ การกระทาํ ความผดิ ขม ขนื และกระทาํ อนาจารอนั ยอมความได การกระทาํ ความผดิ ฐานเปน ธรุ ะจดั หา การกระทาํ ความผิดเกี่ยวกับการคาประเวณี การกระทําความผิดเก่ียวกับการคาส่ิงลามก ความตลอดจน แนวคําพพิ ากษาทเี่ กี่ยวของเพอ่ื ใหน ักเรียนนายสิบตํารวจใชประกอบการเรยี นการสอน ó. à¹é×ÍËÒ ความผดิ เกย่ี วกบั เพศมกี ารแกไ ขลา สดุ ตามพระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซง่ึ มผี ลบังคบั ใชเ ม่อื วนั ท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยมีการปรบั ปรงุ บทนยิ ามคาํ วา “กระทาํ ชาํ เรา” โดยมเี จตนารมณใ หส อดคลอ งกบั ลกั ษณะการกระทาํ ชาํ เราตามธรรมชาติ รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเก่ียวกับเพศบางประการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช กฎหมาย และเพ่อื ใหความคุมครองบคุ คลซึ่งถกู กระทาํ ทางเพศกลุมตาง ๆ มากยิ่งขน้ึ เชน เดก็ ผูอยู ภายใตอํานาจของผูกระทําและไมสามารถปกปองตนเองได อีกท้ังเพ่ือปองปรามมิใหมีการกระทําท่ี เปนการเอาเปรียบหรือรบั ประโยชนจากผูซ่งึ คาประเวณีหรอื จากการคาประเวณี

๘๔ ¡Òâ‹Á¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ ÁÒμÃÒ ò÷öñ ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอ่ืนโดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลัง ประทุษราย โดยผูอ่ืนนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหผูอื่นน้ันเขาใจผิดวา ตนเปนบคุ คลอืน่ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตสี่ปถ งึ ย่ีสิบป และปรับตง้ั แตแปดหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทํามี อาวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนสห่ี มน่ื บาท ถึงส่ีแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใช อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ เดียวกนั ตองระวางโทษจําคุกตัง้ แตสบิ หา ปถ ึงยีส่ บิ ป และปรับตง้ั แตส ามแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรือ จําคุกตลอดชีวิต ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ ความผดิ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนน้ั ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได หรอื จะกาํ หนดเงอื่ นไขเพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษกไ็ ด ในกรณที ศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษ จําคุกและคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยาตอไป และประสงคจะหยา ใหคสู มรสฝายน้ันแจงใหศ าลทราบ และใหศาลแจง พนักงานอัยการใหด ําเนนิ การฟองหยา ให ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (๑) ผใู ด (๒) ขม ขนื กระทําชําเรา โดยวธิ ีการอยางใดอยางหนงึ่ ดงั ตอ ไปน้ี (ก) โดยขเู ขญ็ ดวยประการใด ๆ (ข) โดยใชกําลังประทุษรา ย (ค) โดยผูอ นื่ อยใู นภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรอื (ง) โดยทําใหผ อู ่นื นน้ั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอน่ื (๓) ผอู ่ืน ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ ๑. เจตนาธรรมดา (ม.๕๙) ๒. เจตนาพเิ ศษ เพ่ือสนองความใครของผูกระทํา ๑ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/ ๒๗ พ.ค. ๖๒

๘๕ ͸ԺÒ ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ ๑) คําวา “¢‹Á¢×¹” หมายถึง การขืนใจ คือ ไดกระทําชําเราโดยผูอ่ืนมิไดสมัครใจ หากยินยอมโดยสมัครใจก็มใิ ชการขมขืนและการขมขนื ในทีน่ อี้ าจทําโดยวธิ อี ยา งใดอยา งหน่งึ ดงั นี้ (¡) â´Â¢àÙ‹ ¢çÞ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ตัวอยางเชน ชักมดี ออกมาขใู หย อมกระทาํ ชําเรา มฉิ ะน้ันจะแทง (คาํ พิพากษา ศาลฎีกาท่ี ๑๒๔/๒๔๕๘), ขูวาหากไมถอดเสื้อผาจะยัดเยียดขอหายาบาใหและหยิบอาวุธปนมาขู ผเู สยี หายกลวั จงึ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๕๗๙๓/๒๕๔๔) นายจา งขลู กู จา งซงึ่ เปน แรงงานตางดาววาหากไมยินยอมใหกระทําชําเราจะสงตัวไปใหเจาพนักงานตํารวจดําเนินคดีในขอหา หลบหนเี ขา เมอื ง (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๗๒๑/๒๕๔๙) (¢) â´ÂãªกŒ ําÅѧ»ÃзØÉÌҠตัวอยางเชน ใชกําลังจับแขนขาของหญิงไวแลวกระทําชําเรา (คําพิพากษา ศาลฎกี าท่ี ๘๐๕/๒๔๙๐), ชกตอ ยใหห ญงิ ยนิ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๐/๒๕๓๔) (¤) â´Â¼ÙŒÍ¹è× ¹¹éÑ Í‹ãÙ ¹ÊÀÒÇзèäÕ Á‹ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢¹× ä´Œ ตัวอยางเชน ชําเราหญิงขณะหญิงเมาสุราหมดสติอยูในสภาวะที่ไมสามารถ ขดั ขนื ได (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๒/๒๕๒๒), กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายทม่ี สี ภาพกายพกิ าร ขาทงั้ สองขา ง ไมสามารถใชก ารได (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๐๐๘/๒๕๕๔) (§) â´Â·íÒã˼Œ ͌٠è¹× ¹Ñ¹é ࢌÒ㨼´Ô ¤Ô´ÇÒ‹ μ¹à»š¹ºØ¤¤ÅÍè¹× หมายความวา ทาํ ใหผ อู น่ื สาํ คญั ผดิ ในตวั บคุ คลเปน คนละคน ไมใ ชส าํ คญั ผดิ ใน คณุ สมบตั ิของบุคคลผนู ้นั ตวั อยา งเชน หญงิ มสี ามขี ณะนอนหลบั จาํ เลยแกลง วดิ นาํ้ ออกจากเรอื ทาํ ใหห ญงิ เขา ใจผดิ คดิ วา เปน สามขี องหญงิ กลบั มา แลว จาํ เลยกระทาํ ชาํ เราโดยทหี่ ญงิ ไมร ตู วั และคดิ วา จาํ เลยเปน สามี เชน นจ้ี าํ เลยมคี วามผดิ ฐานขมขืนกระทําชําเรา (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๓/๒๔๖๒) ò) ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒ μÒÁº·¹ÔÂÒÁ ÁÒμÃÒ ñ (ñø) “¡ÃÐทําชําàÃÒ” หมายความวา กระทาํ เพ่ือสนอง ความใครของผูกระทาํ โดยการใชÍÇÑÂÇÐà¾ÈของผูกระทําÅÇ‹ §ล้ําÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรือª‹Í§»Ò¡ ของ¼ŒÍÙ ×è¹ ¢ÍŒ Êѧà¡μ ๑. องคป ระกอบในสว นของการกระทาํ จะตอ งเปน การใชÍ ÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ÅÇ‹ §ลา้ํ เทา นนั้ ÊÇ‹ ¹ÇμÑ ¶áØ Ë§‹ ¡ÒáÃÐทาํ คอื ÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรอื ªÍ‹ §»Ò¡ของผอู นื่ โดยมàี ¨μ¹Ò ¾àÔ ÈÉ คือ à¾Í×è ʹͧ¤ÇÒÁã¤Ãข‹ องผูกระทาํ จงึ จะเปน ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒตามกฎหมายทแ่ี กไ ขใหม ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒสําเรจ็ จะตอ งปรากฏวา อวยั วะเพศของฝา ยชายไดÅ Ç‹ §ÅéÒí ËÃÍ× ÊÍ´ãÊเ‹ ขา ไปในชอ งสงั วาสหรอื อวยั วะเพศของฝา ยหญงิ áÁ¨Œ ÐÁ¡Õ ÒÃÅÇ‹ §ลา้ํ à¢ÒŒ ä»à¾ÂÕ §àÅ¡ç ¹ÍŒ ¡àç »¹š

๘๖ ¤ÇÒÁสําàÃç¨ โดยไมจ ําเปน จะตอ งมรี อยฉีกขาดที่ชองคลอด ปากมดลกู หรอื ทีเ่ ยือ่ พรหมจารี หรอื มีการ สําเรจ็ ความใครหรือไม μÑÇÍÂÒ‹ § คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ññóó/òõðù จําเลยไดกระทําชําเราผูเสียหาย จนของลบั ของจาํ เลยไดเ ขา ไปในของลบั ผเู สยี หายราว ๑ องคลุ ี เชน น้ี ถอื ไดว า เปน การกระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็ ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ แลว การทที่ างพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี า้ํ อสจุ ิ ของจําเลยออกมาอยูท่ีของลับของผูเสียหายหรือท่ีของลับของจําเลยน้ันเปนเรื่องสําเร็จความใครแลว หรอื ไม เปน อกี สว นหนึง่ ไมเปนเหตุใหเห็นวา จาํ เลยกระทําชาํ เราไมส าํ เรจ็ หรือเปน เพยี งขั้นพยายาม คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ñöôö/òõóò ความผิดฐานขม ขนื กระทาํ ชาํ เรานนั้ เมอื่ อวยั วะเพศของจาํ เลยไดล ว งลาํ้ เขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายแลว แมจ าํ เลยไมส าํ เรจ็ ความใคร กเ็ ปนความผดิ สาํ เรจ็ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ øôø/òõôø จาํ เลยนาํ อวยั วะเพศของจาํ เลยใสอ วยั วะเพศ ของผูเสียหายท่ี ๑ และไดความจากแพทยผูตรวจพิสูจนผูเสียหายที่ ๑ วาพบเย่ือพรหมจารีฉีกขาด ดังนี้ แสดงวาอวัยวะเพศของจาํ เลยไดล วงลํ้าเขาไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายที่ ๑ แลว การกระทํา ของจําเลยจึงเปน ความผิดฐานกระทําชาํ เราเดก็ หญิงอายยุ ังไมเ กินสบิ สามปต าม ป.อ. มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง สว นจาํ เลยจะสําเรจ็ ความใครห รือไมยอมมใิ ชสาระสาํ คญั ๒. หากชายมิไดเอาของลับของตนÊÍ´ãÊ‹ไปในของลับของหญิง เพียงแตถูไถ ทป่ี ากชอ งคลอดมคี าํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๘๗๔/๒๔๙๑, ๑๗๐๖/๒๔๙๘, ๔๑๖๖/๒๕๔๗, ๑๓๙๐/๒๕๕๕ และ ๕๔๔๘/๒๕๕๗ μÑ´ÊÔ¹ÇÒ‹ ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¾ÂÒÂÒÁ¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒ μÑÇÍ‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õôôø/òõõ÷ จําเลยเพยี งใชอ วยั วะเพศของจาํ เลย ถูไถเสียดสีกับอวัยวะเพศของผูเสียหาย โดยเจตนากระทําชําเราแตเมื่อมิไดสอดใสจึงยังไมเปนการ กระทําชําเราสําเรจ็ ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคสอง จําเลยคงผิดฐานพยายามกระทาํ ชําเรา ๓. ดังไดกลาวแลววา การกระทําชําเราตามกฎหมายใหมตองเปนใชÍÇÑÂÇÐà¾È ของผูกระทําลวงลํ้าเทานั้น หากเปนการใชÊÔè§Íè׹㴠(วัตถุ) หรืออวัยวะอื่นซ่ึงไมใชÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลํ้า ÍÇÑÂÇÐà¾Èหรอื ·ÇÒÃ˹ѡของผถู กู กระทํากä็ Á‹à»¹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¢‹Á¢×¹กระทําชาํ เราตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึง่ หรือฐาน¡ÃÐทําชาํ àÃÒà´ç¡ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เพราะไมใ ชเ ปน การใช ÍÇÑÂÇÐà¾Èลวงล้ํา แตการกระทําดังกลาวผูกระทําอาจมีความผิดฐานกระทําอนาจารโดยการลวงล้ํา ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง หรอื มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่หรือวรรคหา แลว แตก รณี ซึ่งจะไดก ลาวตอ ไป ๔. มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งที่แกไขใหมบัญญัติวา “ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอื่น ...” และมาตรา ๑ (๑๘) บญั ญตั ิวา “การกระทําชําเรา หมายความวา กระทําเพ่ือสนองความใครข อง ผกู ระทําโดยการใชอ วัยวะเพศของผกู ระทาํ ลว งล้าํ อวัยวะเพศ ทวารหนกั หรอื ชอ งปากของผอู น่ื ”

๘๗ ตามบทบญั ญตั ดิ งั กลา วจะเหน็ ไดว า ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ กฎหมายใชค าํ วา “ผใู ด” และ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ กฎหมายใชค ําวา “ผูอ่นื ” ดังนนั้ ผกู ระทาํ และผูถูกกระทาํ อาจเปนà¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ คือ ชายกระทํากับชาย หรอื หญิงกระทาํ กับหญิงกไ็ ด หรือμÒ‹ §à¾È¡¹Ñ คือ ชายกระทาํ กบั หญิง หรอื หญิงกระทาํ กับชาย ก็ได หรอื เปน ¤‹ÙÊÁÃÊกนั คือ สามีกระทําตอภริยา หรอื ภรยิ ากระทาํ ตอ สามีก็ไดเชนกัน ¡Ã³ªÕ Ò¡ÃÐทาํ μÍ‹ ËÞ§Ô ตอ งเปน การใชอ วยั วะเพศของชายลว งลาํ้ หรอื สอดใสเ ขา ไป ในอวยั วะเพศ ทวารหนักหรือชอ งปากของหญงิ ¡Ã³ÕªÒ¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ดว ยกนั ตอ งเปนการใชอ วยั วะเพศของชายผกู ระทาํ ลว งลํ้า หรือสอดใสเขาไปในทวารหนกั หรือชองปากของชายผถู ูกกระทาํ ทงั้ นี้ การãªÍŒ ÇÂÑ ÇÐà¾Èของชายผกู ระทาํ μÍ‹ ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ นนั้ ผกู ระทาํ อาจจะอยใู นสภาพ หรือเปน ฝา ย active (เคลอ่ื นไหวเอง) กไ็ ด เชน ชายใชอ วัยวะเพศของตนŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èของหญิง ·ÇÒÃ˹ѡของชายหรอื หญิง หรือªÍ‹ §»Ò¡ของชายอนื่ หรือหญิง หรอื อาจจะอยใู นสภาพหรอื เปน ฝา ย passive (อยเู ฉยๆ) กไ็ ดเ ชน ชายบงั คบั ใหห ญงิ หรอื ชายอนื่ ÍÁÍÇÑÂÇÐà¾Èของตน ทั้งสองกรณีดังกลาวถือไดวาเปนการกระทําชําเราตามกฎหมายที่แกไขใหม (เทียบ ไดกับคําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๐๙/๒๕๕๓ ซึ่งไดตัดสินตามกฎหมายเดิมวา การที่จําเลย (ชาย) ใหเ ดก็ หญงิ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป อมอวยั วะเพศของจาํ เลย เปน การกระทาํ ชาํ เราเดก็ หญงิ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง เพราะเปน การใชอ วยั วะเพศของจาํ เลยกระทาํ กับชอ งปากของเดก็ หญงิ ซ่งึ เปน กรณี จําเลยอยูในสภาพหรือเปน ฝาย passive เชนกนั ศาลฎีกากต็ ดั สินวา เปน การกระทําชําเราเดก็ ) Ëҡ໚¹¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ตองเปนกรณีใหอวัยวะเพศของชายผูถูกกระทํา ลว งล้ําเขาไปในอวัยวะเพศของหญิงผูกระทํา ตวั อยา งเชน นาง ก. แตง กายโปป ลกุ อารมณท างเพศของ ด.ช. ข. อายุ ๑๔ ป จากนนั้ นาง ก. ใชอ วัยวะเพศของตนลว งล้ําอวัยวะเพศ ด.ช. ข. ดงั นี้ ถอื วาการกระทําของ นาง ก. เปนการ กระทาํ ชําเรา ด.ช. ข. แลว ¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍËÞÔ§ จะเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา นาจะไมได โดยสภาพหญงิ ไมอาจใชอ วยั วะเพศของตนลว งล้ําอวยั วะเพศของหญงิ ผถู กู กระทําได แตมีประเด็นนาคิดวา กรณีหญิงแปลงอวัยวะเพศเปนชาย (หากในอนาคตแพทย สามารถแปลงอวยั วะเพศหญงิ เปน อวยั วะเพศชายไดแ ลว ) แลว ใชอ วยั วะเพศลว งลา้ํ อวยั วะเพศของหญงิ ผูถูกกระทําเพื่อสนองความใครของตนจะถือเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา กรณีเชนวาน้ี ตองถือวาอวัยวะเพศชายท่ีแปลงมาเปนอวัยวะเพศของหญิงดวย เมื่อหญิงใชอวัยวะเพศชายที่แปลง มาลวงล้าํ อวัยวะเพศหญิงผูถูกกระทาํ เพ่ือสนองความใครของตน ก็นาจะเปนการกระทําชาํ เราตาม กฎหมายไดเชนกัน

๘๘ õ. ¼ÙŒÃ‹ÇÁ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ เน่ืองจากการขมขืนกระทําชําเราเปนความผิดท่ีรวมกัน กระทําความผิดไดเชนเดียวกับความผิดอื่นๆ ท่ัวไป เมื่อรวมกันกระทําผิดเปนμÑÇ¡ÒÃได ก็ยอมเปน ¼ÙŒãªŒตามมาตรา ๘๔ หรอื เปนผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๖ ไดเชนกัน คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òð÷ó/òõó÷ จาํ เลยท่ี ๑ กระทําชําเราดว ยความยินยอม ของผูเสียหายจึงไมมีความผิดฐานขมขืนกระทําชําเรา แตจําเลยทั้งสองไดสมคบรวมคิดกันมากอนวา จะใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขนื กระทําชาํ เราผเู สยี หาย เมื่อจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ ชาํ เราผเู สียหายเสรจ็ แลว จําเลย ที่ ๑ ก็ออกจากหองไป เปด ประตไู วใหจาํ เลยที่ ๒ เขา ไปขมขนื กระทําชําเราผเู สยี หายถือไดว าเปนการ ชวยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกจาํ เลยที่ ๒ ในการกระทาํ ความผดิ จําเลยท่ี ๑ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน ผูสนบั สนุนจําเลยท่ี ๒ ในการกระทาํ ความผิดฐานขม ขนื กระทําชําเราผูเสยี หาย ó) ¼ÍŒÙ è×¹ คําวา “¼ÙÍŒ ×¹è ” ในทนี่ ี้คือผถู ูกกระทํา ซง่ึ อาจเปน à¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ μÒ‹ §à¾Èหรือ¤ÊÙ‹ ÁÃÊ กันกไ็ ด ô) à¨μ¹Ò ในสวนของเจตนาผูกระทําจะตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ ทานศาสตราจารยจิตติ ตงิ ศภทั ย ไดอ ธบิ ายวา ถา มàี ¨μ¹Ò¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ แมไ มส ามารถกระทาํ ไดส าํ เรจ็ กเ็ ปน ความผดิ ฐาน¾ÂÒÂÒÁ ถา เจตนาเพียง¡ÃÐทาํ ÀÒ¹͡ ไมประสงคใ หของลบั ลวงลาํ้ เขามาภายในชอ งสงั วาสของหญงิ ไมเ ปน ความผดิ ฐานพยายามขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา แตอ าจเปน การกระทาํ ͹ҨÒÃเทา นน้ั (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี า ที่ ๓๑๑/๒๔๙๐, ๑๓๑๖/๒๕๐๘, ๒๘๗๘/๒๕๒๒) อนง่ึ การกระทาํ ชาํ เราตามกฎหมายใหมต อ งกระทาํ à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ãข‹ อง¼¡ŒÙ ÃÐทาํ อันเปนà¨μ¹Ò¾àÔ ÈÉ ¡Ã³Õ¼ŒÙ¡ÃÐทาํ ¼Ô´μÍŒ §ÃѺâ·ÉÊÙ§¢é¹Ö (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ, ÇÃäÊÒÁ) ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ การกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ผูกระทาํ ตองรบั โทษหนักขึน้ ถาä´Œ¡ÃÐทําâ´ÂทําãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¡ÃÐทําࢌÒã¨Ç‹Ò¼ÙŒ¡ÃÐทําÁÕÍÒÇØ¸»„¹ หรือÇÑμ¶ØÃÐàºÔ´ตองระวางโทษจําคุก ต้งั แตเจด็ ปถ งึ ยี่สิบปแ ละปรับต้งั แตห น่ึงแสนส่ีหมื่นบาทถึงสีแ่ สนบาท ͸ԺÒ บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๗๖ วรรคสองน้ี เปน บทบญั ญตั ทิ ไ่ี ดม กี ารแกไ ขใหม โดยองคป ระกอบ ความผดิ ทส่ี ําคญั คือ การทาํ ใหผถู ูกกระทําเขาใจวา ผูก ระทํามอี าวธุ ปน หรือวัตถรุ ะเบิด ตวั อยา งเชน นายดาํ ใชป น ของเลน หรอื ปน บบี กี นั ขใู หน างสาวแดงยนิ ยอมใหต นกระทาํ ชาํ เรา ซึ่งนางสาวแดงเขาใจวาเปนปนของจริง ในกรณีแมนายดําจะไมมีอาวุธปนติดตัวมาก็ดี หากนายดํา ไดก ระทาํ ใหน างสาวแดงเขา ใจวา อาวธุ ปน ปลอมทนี่ ายดาํ ใชข เู ขญ็ หรอื สงิ่ ทอี่ ยใู นกระเปา สะพายของนายดาํ ดังกลาวเปนอาวธุ ปน เชนนีก้ ็เปนความผิดท่นี ายดําจะตอ งรับโทษสงู ข้นึ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง อนั เปน เหตุฉกรรจข องมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึง่

๘๙ ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน หรือวตั ถรุ ะเบดิ หรือโดยใชอ าวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ หรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกัน ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแต สามแสนบาทถงึ สี่แสนบาทหรอื จาํ คุกตลอดชีวติ ͸ºÔ Ò ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ การกระทําความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้นึ ถา ๑) ไดกระทําโดยมอี าวุธปนหรือวตั ถรุ ะเบิด ๒) ไดกระทาํ โดยใชอาวธุ ๓) ไดก ระทาํ โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กับชายในลกั ษณะเดยี วกัน ¢ŒÍÊѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ กวา วรรคสอง แยกพิจารณาได ๒ ประการดังนี้ (ñ) ä´¡Œ ÃÐทาํ â´ÂÁÍÕ ÒÇ¸Ø »¹„ ËÃÍ× ÇÑμ¶ÃØ ÐàºÔ´ หากอาวธุ นนั้ คอื ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ เพยี งแตม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ã¹¢³Ð¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ áÁ¼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ ÁäÔ ´ãŒ ªกŒ เ็ ปน ความผดิ ตามวรรคสามแลว แตถ า เปน ÍÒÇ¸Ø ÍÂÒ‹ §Í¹è× ตอ งมกี าร㪌 ดวยจึงจะมคี วามผิดตามวรรคสาม (ò) â´Â㪌ÍÒÇ¸Ø คําÇ‹Ò “â´Â㪌ÍÒÇØ¸” ตามกฎหมายที่แกไขใหม หมายถึง ÍÒÇØ¸»ÃÐàÀ·ã´ก็ได ซึ่งอาวุธในท่ีน้ีหมายรวมถึงส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซึ่งไดใชหรือเจตนาจะใชนาจะประทุษราย รา งกายหรอื อนั ตรายสาหสั อยา งอาวธุ ตามความหมายใน ป.อ.มาตรา ๑ (๕) และตอ งเปน การใชใ นขณะ กระทาํ ความผดิ ตวั อยา งเชน การใชม ดี คตั เตอรแ มจ ะเปน อาวธุ โดยสภาพ แตถ า จะเอามาใชข ม ขผู เู สยี หาย ทกุ ครั้ง จึงถอื เปน อาวุธโดยเจตนาจะใช (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๔๐๐/๒๕๓๘) μÇÑ Í‹ҧ คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ø÷/òõõñ จาํ เลยนําอาวธุ มดี ทต่ี ดิ ตวั ออกมาวางบรเิ วณเสอื่ ทจี่ ดั เตรยี มไวแ ลว จงึ กระทําชาํ เราผเู สยี หาย โดยผเู สยี หายมไิ ดย นื ยนั วา จําเลยใชอ าวธุ มดี ขเู ขญ็ บงั คบั ให ผเู สยี หายยอมใหจ ําเลยกระทําชาํ เรา เมอ่ื จาํ เลยสําเรจ็ ความใครแ ลว จําเลยนาํ อาวธุ มดี มาถอื ไวแ ละขม ขู ผูเสียหายมิใหบอกแกผูอื่นวาถูกจําเลยกระทําชาํ เรา «è֧໚¹¡ÒÃ㪌ÍÒÇØ¸ÁÕ´ËÅѧ¨Ò¡·ÕèจําàÅ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂáÅŒÇ ซง่ึ เปน ความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ แมผูกระทําการขมขืนกระทาํ ชาํ เราผูอื่นจะไมมีปน แตหากผูที่รวมกระทาํ ดวยกันมีปน ผกู ระทําก็ตองรับโทษหนกั ขึ้นตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook