๒๔๐ ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹ ๑. ความผดิ ลหุโทษจะตองรับโทษอยางไร ๒. การพยายามกระทําความผดิ ลหโุ ทษ จะตองโทษอยางไรหรอื ไม ๓. ผสู นับสนนุ ในความผดิ ลหุโทษ จะตองโทษอยา งไรหรือไม àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §Í§Ô เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรน้ิ ตง้ิ . คณติ ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่วั ไป. กรุงเทพฯ:วิญูชน. ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทวั่ ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น. ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา กฎหมายแหง เนติบัณฑติ ยสภา. สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร พริน้ ติง้ แอนดพ ับลิชช่ิง บญุ เพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพัฒน จํากดั สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สาํ นักพิมพรุงเรืองธรรม. สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ: นิติบรรณาการ. วินัย เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบคุ ส. เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑. กรงุ เทพฯ:หางหนุ สว นจํากดั จิรัชการการพิมพ.
๒๔๑ º··èÕ ñð ¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·É ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº· ๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเก่ียวกับ ความผิดฐานตางๆ ของนักเรียนนายสบิ ตาํ รวจ ๒. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒ ๓. เพื่อใหน กั เรยี นนายสบิ ตํารวจมคี วามรู เกย่ี วกบั ความผิดลหุโทษ ò. ʋǹนาํ นักเรียนจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เร่ืองเกี่ยวกับความผิดลหุโทษ อนั ไดแ ก ความผดิ เกยี่ วกบั เจา พนกั งานและเกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเดอื ดรอ นหรอื อนั ตรายตอ ความ สงบสุขของประชาชน ความผิดเก่ียวกับเจาพนักงาน ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิดความเดือดรอน หรอื อนั ตรายตอ ความสงบสขุ ของประชาชน ความผดิ เกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ทรพั ยส นิ สาธารณะและเกย่ี วกบั สตั ว ความผดิ เกย่ี วกบั การกอ การใหเ กดิ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจและความผดิ ลหโุ ทษอ่ืนๆ ความผิดลหุโทษอืน่ ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาทีเ่ กี่ยวของเพื่อใหน ักเรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ใชป ระกอบการเรียนการสอน ó. à¹é×ÍËÒ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ áÅÐà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹ËÃÍ× Í¹Ñ μÃÒ μ‹Í¤ÇÒÁʧºÊØ¢¢Í§»ÃЪҪ¹ á¹Ç¤Ô´ ๑. การไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรอื ทอี่ ยอู นั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งาน หรอื ไมป ฏบิ ตั ิ ตามคําส่ังของเจาพนักงานโดยไมมีเหตุอันสมควร หรือทําใหเสียประโยชนซึ่งเอกสารท่ีเจาพนักงาน แสดงไวถอื เปน ความผิด ๒. การทาํ ใหป ระชาชนเกดิ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ หรอื ตระหนกตกใจ หรอื กดี ขวางทาง สาธารณะ อันเปน การกระทบกระเทอื นตอความสงบสุขของประชาชน ถือเปน ความผิด ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹ ความผดิ เกย่ี วกบั เจา พนักงาน มี ๔ ฐานความผดิ ดวยกันคือ ๑. ไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรือท่ีอยอู นั เปนเท็จตอเจาพนกั งาน ๒. ไมปฏบิ ตั ติ ามคําสงั่ ของเจาพนกั งานโดยไมมีเหตุหรือขอ แกตัวอันสมควร
๒๔๒ ๓. ทําใหเ อกสารทเี่ จา พนกั งานแสดงไวไ รป ระโยชน ๔. ไมชวยเหลือเจา พนกั งานซึ่งเรยี กใหช ว ยระงบั สาธารณภัย ความผิดทั้ง ๔ ฐาน น้ีปรากฏอยูในมาตรา ๓๖๗, ๓๖๘, ๓๖๙ และมาตรา ๓๘๓ นักศกึ ษาจะไดศ กึ ษาดงั รายละเอียดตอไปนี้ (¡) äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃÍ× á¡Å§Œ ºÍ¡ªè×ÍËÃÍ× ·ÍèÕ ÂÍÙ‹ ѹ໚¹à·ç¨μÍ‹ ਌Ҿ¹¡Ñ §Ò¹ ÁÒμÃÒ óö÷ ผูใดเมื่อเจาพนักงานถามช่ือหรือท่ีอยูเพ่ือปฏิบัติการตามกฎหมาย ไมยอมบอกหรอื แกลงบอกช่อื หรอื ทอ่ี ยอู ันเปน เท็จ ตอ งระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เจาพนักงานถามชื่อหรอื ทอ่ี ยเู พื่อปฏิบัตกิ ารตามกฎหมาย ๒. ไมยอมบอกหรือแกลง บอกช่ือหรอื ท่ีอยูอันเปน เท็จ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คํา͸ºÔ Ò ñ. คําวา “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” นั้น หมายความถึงบุคคลผูไดรับแตงต้ังใหไปปฏิบัติราชการ โดยไดร ับเงนิ เดอื นในงบประมาณแผนดนิ ไมวา จะเปนการประจาํ หรือชั่วคราว และจะไดรับประโยชน ตอบแทน หรอื ไมก็ตาม นอกจากนั้น ยังมีบุคคลอีกประเภทหน่ึงท่ีกฎหมายบัญญัติไวเปนกรณีพิเศษใหถือวา บคุ คลนนั้ เปน เจา พนกั งาน เชน ตามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล บญั ญตั ใิ หพ นกั งานเทศบาลบางตาํ แหนง เปน เจา พนกั งาน ò. ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¶ÒÁª×èÍËÃ×Í·ÕèÍ‹àÙ ¾è×Í»¯ÔºÑμ¡Ô ÒÃμÒÁ¡®ËÁÒ เจาพนักงาน การท่ีผูกระทําจะมีความผิดไดนั้นขอเท็จจริงตองปรากฏวาผูที่ถามช่ือ หรอื ทอ่ี ยูนัน้ ตอ งเปนเจาพนักงาน ซึ่งไดแ กบุคคลที่ไดร ับแตงตัง้ ใหป ฏบิ ัตริ าชการโดยไดรับเงนิ เดือนใน งบประมาณแผนดิน ไมวาจะเปนการประจําหรือช่ัวคราวและไดรับประโยชนตอบแทนหรือไมก็ตาม แตตองมีการแตงต้ังโดยชอบดวยกฎหมายหรือแตงต้ังจากผูบังคับบัญชา ซ่ึงมีอํานาจแตงตั้งตามที่ กฎหมายบัญญัติ และเปนการแตงต้ังใหมีหนาท่ีปฏิบัติราชการในตําแหนงนั้นๆ นอกจากน้ียังหมาย รวมถงึ บคุ คลซง่ึ กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ ปน กรณพี เิ ศษใหถ อื วา บคุ คลนน้ั เปน เจา พนกั งานดว ย เชน กฎหมาย เกี่ยวกับรถไฟบัญญัติใหเจาหนาที่การรถไฟบางตําแหนงเปนเจาพนักงาน พ.ร.บ.ลักษณะปกครอง ทอ งทบี่ ญั ญตั ิให กํานนั ผใู หญบา น เปน เจาพนกั งานฝายปกครอง เปน ตน ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·Õè ñöòö/òô÷ù จําเลยต้ังโตะขายหนังสือพิมพรุกล้ําทางหลวง เจาพนักงาน ตํารวจจราจรหามแลวไมฟง จึงจะจับจําเลย จําเลยไมยอมไป ถามช่ือจําเลย จําเลยก็ไมยอมบอก จาํ เลยมคี วามผิด
๒๔๓ การถามชอื่ หรอื ทอ่ี ยู เจา พนกั งานทถี่ ามชอื่ และทอี่ ยนู นั้ จะตอ งเปน ผมู หี นา ทตี่ ามกฎหมาย และการถามนนั้ ตอ งเปน การถามเพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในหนา ทขี่ องตนเทา นน้ั หากเปน การถามนอก อาํ นาจหนาที่ แมผูตอบจะกลา วชือ่ หรอื ท่ีอยูเ ปนเท็จ หรือไมย อมบอกก็ไมเ ปนความผิดตามมาตรานี้ เชน ตํารวจจราจรเห็นสุภาพสตรีสาวสวยเดินผานมาจึงเขาถามชื่อและท่ีอยู ผูถูกถามไมยอมบอก ก็ไมเปนความผิด นอกจากน้ีการถามช่ือหรือที่อยูนั้นจํากัดเฉพาะชื่อหรือที่อยูของผูถูกถามเทานั้น ถาเปนชื่อหรือที่อยูของบุคคลอื่น ผูถูกถามจะไมบอกหรือแกลงบอกเท็จก็ไมเปนความผิดตามนี้ และกฎหมายยังกาํ หนดเฉพาะการถามช่อื หรอื ทอ่ี ยเู ทา นัน้ ถา มิไดถามชือ่ หรอื ทีอ่ ยู ไปถามถงึ สถานะ ของบคุ คล ลักษณะเฉพาะตวั หรอื ความสามารถเฉพาะตัวเหลาน้ี การไมยอมบอกหรือแกลง บอกดว ย ขอ ความเปน เทจ็ กไ็ มม คี วามผดิ ตวั อยา งเชน ตาํ รวจเทศกจิ จบั ผทู วี่ างของลาํ้ ทางเทา ถามชอื่ ทอ่ี ยแู ละ สถานภาพ ผถู กู จบั บอกชอ่ื และทอ่ี ยตู ามความเปน จรงิ แตบ อกวา ยงั เปน โสดทง้ั ทคี่ วามจรงิ เปน ผทู สี่ มรส แลว เชนนี้ ไมเปน ความผิด ตามมาตราน้ี ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè òøöñ/òõòò ตํารวจไมบอกช่ือผูตองขังท่ีเขามาเปล่ียนแทนตัวผูที่ตน ปลอยไปแกนายตํารวจที่มารับตัวผูตองขัง ตํารวจไมใชผูท่ีนายตํารวจถามชื่อจึงไมมีความผิด ตามมาตราน้ี ®Õ¡Ò·Õè óòóñ/òõóñ ตํารวจรูจักชื่อและท่ีอยูจําเลยแลว เพราะเคยไปคนบานจําเลย มากอน ไมมีความจําเปนอยางไรที่จะตองถามชื่อและที่อยูจําเลยอีก การท่ีจําเลยมิไดแจงชื่อ และท่อี ยูตามที่ตํารวจถาม จงึ ไมเปน ความผิดตาม ม.๓๖๗ ó. äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃ×Íá¡ÅŒ§ºÍ¡ªè×ÍËÃ×Í·èÕÍÂÙ‹Íѹ໚¹à·ç¨ จะเห็นไดวาในมาตราน้ี มีความผิดอยู ๒ ลักษณะคือ (๑) ไมยอมบอกช่ือหรือท่ีอยู หรือ (๒) แกลงบอกช่ือหรือท่ีอยู อนั เปน เทจ็ เมือ่ เจาพนกั งานไดถามช่ือหรอื ทอ่ี ยู การไมย อมบอก หมายถึง ผูถูกถามไดยนิ และเขาใจถงึ คําถามแลว แตน ิ่งเสียไมยอมบอก ช่ือหรือท่ีอยูจะมีการแสดงกิริยาอาการประกอบดวยหรือไมก็ได เชน เม่ือถูกถามช่ือหรือท่ีอยู กส็ น่ั ศรี ษะ ลกุ ขน้ึ เดนิ หนี เปน ตน กแ็ สดงวา ไมย อมบอกแลว การไมย อมบอกจะมเี หตสุ มควรหรอื ไมย อ มมี ความผิดเชน เดียวกัน ยกเวนเปนคนใบ หูหนวก พดู ไมไ ดจริงๆ เทานนั้ แกลงบอกช่ืออันเปนเท็จ หมายถึง การบอกช่ือและหรือที่อยูของตนโดยไมใชความจริง หรือใหผดิ เพย้ี นไปจากความจรงิ ดวยความตั้งใจ ไมใ ชพูดผดิ เชน บา นเลขที่ ๑๐๕ แตบ งั เอญิ พูดสับ เปน ๑๕๐ โดยไมต้ังใจแกลงกไ็ มเปนความผิด à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ การกระทาํ ทเ่ี ปน องคป ระกอบ ของความผิดคือ “ไมยอมบอก” หรือ “แกลงบอก” ชื่อหรือที่อยู “อันเปนเท็จ” แสดงใหเห็นวา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ี ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนา เปน กรณที เ่ี ขา ขอ ยกเวน ของบทบญั ญตั ทิ ใี่ ชแ ก ความผิดลหุโทษโดยทั่วไปตาม ÁÒμÃÒ ñðô ท่ีบัญญัติวา ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·ÉμÒÁ»ÃÐÁÇÅ
๒๔๔ ¡®ËÁÒ¹éÕ áÁŒ¡ÃÐทําâ´ÂäÁ‹ÁÕà¨μ¹Ò¡ç໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´ àÇŒ¹áμ‹μÒÁº·ºÑÞÞÑμÔ¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñ鹨ÐÁÕ ¤ÇÒÁºÞÑ ÞμÑ ãÔ ËàŒ Ë¹ç ໹š ÍÂÒ‹ §Í¹×è การทเี่ จา พนกั งานถามชอ่ื หรอื ทอ่ี ยแู ลว ผถู กู ถามไมร วู า ถกู ถามจงึ นงิ่ เฉย เสียเชนนั้น ผูถูกถามมิไดรูขอเท็จจริงอันเปนองคประกอบของความผิด การท่ีผูถูกถามน่ิงเฉยเสีย จงึ จะถอื วา มีเจตนาไมไ ด ขอสําคัญคือ ไมวาจะเปนการไมยอมบอกหรือแกลงบอกขอความอันเปนเท็จนั้น ผูถูกถามตองทราบวาผูถามเปนเจาพนักงานและการถามน้ันเปนการปฏิบัติหนาที่ดวย แมผูถามเปน เจาพนักงาน ถามเพื่อปฏิบัติตามหนาท่ีแตผูถูกถามเขาใจผิดหรือไมรูจึงไมบอก ก็ไมผิด เชน จุม ไปซื้อของขณะที่ยืนอยูขางแผงลอยซ่ึงเจาของแผงไมอยู ตํารวจเทศกิจผานมาเขาใจวาจุมเปนเจาของ แผงลอยผูกระทําผิด จึงเขาสอบถามชื่อซึ่งเปนการปฏิบัติตามกฎหมาย แตจุมไมรูวาตํารวจเห็นเธอ เปนผูกระทําผิดจึงเขาใจผิดวาตํารวจจะมาเกี้ยวพาราสีตน จึงแกลงบอกตํารวจไปวาชื่อแดง เชนน้ี จุมไมมีความผิดตามมาตราน้ีเพราะแมรูวาเปนตํารวจเทศกิจ แตไมรูวาเปนการถามเพ่ือปฏิบัติการ ตามกฎหมาย ขอสังเกต การบอกชื่อหรือท่ีอยูอันเปนเท็จน้ันไมใชเปนการแจงขอความจึงไมเปน ความผิดฐานแจง ความเท็จตาม ป.อ.มาตรา ๑๓๗ (¢) äÁ»‹ ¯ÔºμÑ ÔμÒÁ¤Òí ʧÑè ¢Í§à¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹â´ÂäÁ‹ÁÕàËμËØ ÃÍ× ¢ŒÍá¡μŒ ÑÇÍѹÊÁ¤Çà ÁÒμÃÒ óöø ผูใดทราบคําส่ังของเจาพนักงานซึ่งสั่งการตามอํานาจที่มีกฎหมายใหไว ไมปฏิบัติตามคําส่ังน้ันโดยไมมีเหตุ หรือขอแกตัวอันสมควร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบวัน หรือปรบั ไมเกนิ หาพันบาทหรือท้งั จาํ ทงั้ ปรบั ถาการสั่งเชนวานั้นเปนคําส่ังใหชวยทํากิจการในหนาที่ของเจาพนักงาน ซ่ึงกฎหมาย กําหนดใหสั่งใหชวยได ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรอื ท้ังจําทั้งปรบั มาตราน้ีบัญญัติการกระทําอันเปนความผิดรวม ๒ ความผิดดวยกันคือ ความผิดตาม วรรคแรกและวรรคทา ย ความผดิ ตามวรรคแรก องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทราบคาํ ส่งั ของเจา พนกั งานซึง่ สงั่ การตามอาํ นาจท่มี ีกฎหมายใหไ ว ๒. ไมป ฏิบตั ิตามคําสัง่ นน้ั โดยไมมีเหตหุ รอื ขอแกตัวอันสมควร คาํ ͸ԺÒ ความผิดวรรคแรกตามมาตราน้ี มีหลักในการพิจารณาดงั นค้ี อื ๑. ทราบคาํ ส่ังของเจาพนักงานซ่งึ ส่งั การตามอาํ นาจทมี่ ีกฎหมายใหไ ว ทราบคําสั่งของเจาพนักงาน ผูกระทําความผิดในมาตรานี้ตอง “ทราบ” คําส่ังของ เจาพนักงานคือตองรูวา เจาพนักงานมีคําส่ัง ถาไมรูก็ถือวาขาดองคประกอบของความผิดไป แตใน กรณีท่ีกฎหมายใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งไดกําหนดวิธีการในการออกคําส่ังไวดวย
๒๔๕ เม่ือเจาพนักงานไดปฏิบัติตามวิธีการท่ีกําหนดไวแลวก็ตองถือวาคําสั่งน้ันเปนท่ีทราบกันโดยทั่วไป ผใู ดจะอา งวา ยงั ไมท ราบคาํ สง่ั นน้ั ไมไ ด ดงั นน้ั ถา ไมม กี ฎหมายกาํ หนดวธิ เี ปน อยา งอนื่ เชน ใหส งั่ ไวเ ปน ลายลักษณอักษรเจาพนักงานจะสั่งดวยวิธีใดก็ได เปนตนวาส่ังดวยวาจาตอหนาผูที่ตนส่ัง หรือ มีคําส่ังโดยประกาศดวยเครื่องขยายเสียง โดยปดประกาศขอความเปนลายลักษณอักษรประกาศ ในหนา หนงั สอื พมิ พก ไ็ ด คาํ สง่ั ดงั กลา วอาจเปน คาํ สงั่ ทสี่ ง่ั การแกบ คุ คลใดบคุ คลหนงึ่ โดยเฉพาะเจาะจง หรือส่ังการตอบุคคลหลายๆ คนในเวลาเดียวกันก็ได แตตองเปนการส่ังจากเจาพนักงานตอบุคคล โดยกําหนดขอหามหรือหนาที่ที่ผูถูกส่ังตองปฏิบัติตาม และการส่ังการน้ีจะตองเปนไปในรูปของ คําส่ังมิใชคําเตือน หรือขอความในลักษณะอ่ืนท่ีไมใชคําส่ัง ฉะนั้น ถาประกาศหรือขอความใดที่ออก โดยเจาพนักงานมีลักษณะเปนคําแนะนําหรือขอรองใหบุคคลปฏิบัติหรือละเวนก็ดี ขอความเหลาน้ัน ไมใ ชคาํ ส่ัง ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè öóó/òôöõ โจทกฟองจําเลยลากลอเล่ือน โดยมิไดนําใบอนุญาต ติดตัวมาดวยขอใหลงโทษจําเลยฐานขัดคําส่ังเจาพนักงาน ไดความวาคําส่ังท่ีโจทกอางเปนเพียง คําเตือนท่ีพิมพไวที่หลังใบอนุญาต สําหรับผูขับข่ีหรือลากเข็นลอเล่ือนน้ันวา ใหนําใบอนุญาตติดตัว ในขณะขับข่ีหรอื ลากเขน็ ลอเลือ่ น ขอความนม้ี ิใชค ําส่ังจําเลยจงึ ไมม ีความผิด ®Õ¡Ò·èÕ òð÷ù-òðøð/òõóõ ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบบั ที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๑๕) วา ดวยวธิ ีปฏบิ ตั ใิ นการแจง และออกคําส่ังแกผูฝาฝนมาตรา ๙ แหง ป.ทด่ี ิน อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี ๙๖ ใชบังคับกําหนดใหเจาหนาที่ผูนําสงหนังสือแจง บันทึก เหตกุ ารณและเหตุผลในการไมยอมรบั หนังสือแจง ไว แตต ามบันทกึ ขอ ความของเจา หนาท่ผี นู าํ หนงั สอื แจง และคาํ สง่ั ใหอ อกจากทด่ี นิ ไปสง แกจ าํ เลย นอกจากจะไมป รากฏเหตผุ ลทผ่ี ฝู า ฝน ไมย อมรบั หนังสือแจงแลว ยังไมปรากฏวาเจาหนาท่ีผูนําสงไดสอบถามเหตุผลเอาจากผูฝาฝนแลวบันทึกไว บนั ทกึ ขอความนน้ั จึงยงั ไมถ กู ตองครบถวน จะถือวา จําเลยไดรับหนงั สือแจง อันเปนคําสง่ั เจา พนักงาน ซ่ึงสั่งการตามอํานาจท่ีมีกฎหมายใหไวและทราบคําสั่งนั้นแลวหาไดไม จําเลยจึงยังไมมีความผิด ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ และ ป.ทีด่ ิน มาตรา ๑๐๘ สงั่ การตามอาํ นาจท่ีกฎหมายใหไ ว หมายความวามีบทบญั ญัตขิ องกฎหมายใหอาํ นาจไว โดยตรงใหเ จาพนักงานในตําแหนง น้นั ๆ ออกคาํ ส่ังใหผ ใู ดผหู นึ่งปฏิบตั ิตามคําสง่ั ได ไมใ ชเ จา พนักงาน จะออกคําส่ังใหประชาชนปฏิบัติไดตามใจชอบ ตองมีกฎหมายใหอํานาจในการส่ังการเชนวานั้น และผูออกคําสั่งตองเปนเจาพนักงานตามที่ไดศึกษามาแลว หากคําสั่งนั้นไมมีกฎหมายใหอํานาจไว กเ็ ปนคาํ ส่งั ท่ีไมช อบดว ยกฎหมาย ผูที่ฝาฝนไมปฏิบัตติ ามไมมีความผดิ ตามมาตรานี้ Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ôõ/òô÷ð พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พ.ศ.๒๔๕๗ มาตรา ๒๗(๕) กําหนดใหผูใหญบานมีหนาท่ีแตเพียงคุมคนรายสงกํานันหรืออําเภอเทานั้น
๒๔๖ หามีหนาที่คุมสงจังหวัดไม การที่นายอําเภอส่ังใหจําเลยซ่ึงเปนผูใหญบานคุมตัวคนรายไปสงจังหวัด จาํ เลยไมค มุ ไปจาํ เลยจึงไมมคี วามผดิ ฐานขัดคาํ ส่งั เจาพนักงาน ®Õ¡Ò·èÕ öôó/òô÷ö กรมการอาํ เภอประกาศใหราษฎรที่เดินไปมาในละแวกบาน ตั้งแตพระอาทิตยตกมืดแลวตองจุดไฟ จําเลยไมทําตามประกาศ กรมการอาํ เภอไมมีอาํ นาจท่ี จะสัง่ บังคับราษฎรเทานัน้ จาํ เลยจึงไมมคี วามผิด ®Õ¡Ò·Õè ñóöø/òõðð ปวอ. มาตรา ๑๓๒ มิไดระบุเลยวาใหพนักงานสอบสวน มอี าํ นาจบงั คบั ใหผ ตู อ งหาเขยี นชอื่ ลงในกระดาษเปลา ได คาํ สงั่ ของเจา พนกั งานสอบสวนทใ่ี หผ ตู อ งหา เขียนช่ือในกระดาษเพื่อตรวจสอบลายมือจึงไมเปนคําส่ังชอบดวยกฎหมาย จําเลยไมปฏิบัติตาม จงึ หามคี วามผิดไม การใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งนี้กฎหมายไมจําเปนตองระบุไวโดยตรง วาใหเจาพนักงานมีอํานาจออกคําสั่งใดไดบาง เพียงแตกําหนดอํานาจหนาที่ของเจาพนักงานไว คาํ สงั่ ใดๆ ทเ่ี จา พนกั งานออกเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารตามอาํ นาจหนา ทกี่ ถ็ อื ไดว า เปน คาํ สง่ั โดยชอบดว ยกฎหมาย Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·Õè òò÷-òòù/òõðô หนองสาธารณะที่ทางราชการหวงหามไวเพ่ือสาธารณ ประโยชนเปนอํานาจหนาท่ีของนายอําเภอ ท่ีจะดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผนดิน นายอําเภอจึงมีอํานาจออกคําสั่งใหผูบุกรุกหนองสาธารณประโยชน ออกไปจาก หนองน้ันได ผูใ ดขดั ขนื ยอ มมคี วามผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ ®Õ¡Ò·Õè ó÷ø-ó÷ù/òõñ÷ นายอําเภอมีอาํ นาจตามกฎหมายที่จะตองตรวจตรา และจัดการรักษาทางบกทางนํา้ ใหไปมาโดยสะดวกตามที่จะเปนไดทุกฤดูกาล จึงมีอํานาจประกาศ หามรถยนตว่ิงรับสงผูโดยสารในเสนทางที่กําลังกอสราง เพื่อปองกันอันตรายแกผูโดยสารและ อํานวยความสะดวกในการกอ สรา งใหเ สรจ็ โดยเร็ว เมอ่ื จําเลยทราบคําสัง่ ดงั กลา วแลวยงั ฝา ฝนเดินรถ รับสง ผโู ดยสารในเสน ทางนั้น จึงมีความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ ®Õ¡Ò·èÕ öôññ/òõóô เมื่อหัวหนาคณะปฏิวัติยึดอาํ นาจการปกครองแผนดิน ไดสําเร็จหัวหนาคณะปฏิวัติยอมมีอํานาจออกประกาศหรือคําส่ังอันถือเปนกฎหมายใชบังคับแก ประชาชนได ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ มิใชคําส่ังท่ีมีผล ทาํ ใหบ คุ คลตอ งรบั โทษทางอาญา แตเ ปน เรอ่ื งของการใหถ อนสญั ชาตไิ ทยของบคุ คลบางจาํ พวก แมจ ะ มผี ลยอ นหลงั กระทบถงึ สทิ ธขิ องจาํ เลยและประชาชนกม็ ผี ลใชบ งั คบั เปน กฎหมายได เมอ่ื จาํ เลยเกดิ ใน ราชอาณาจกั รไทยเมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๘๙ โดยมบี ดิ ามารดาเปน คนญวนอพยพ จาํ เลยจงึ ถกู ถอนสญั ชาตไิ ทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกลาว จําเลยมิใชบุคคลท่ีมีสัญชาติไทยแตเปนคนญวน อพยพซ่ึงตองอยูในเขตควบคุมจังหวัดหนองคายตามประกาศและคําสั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปนคําส่ังของเจาพนักงานตามกฎหมาย จําเลยออกนอกเขตจังหวัดโดยไมไดรับอนุญาตจาก ผูวาราชการจังหวัดจึงเปนการฝาฝนและไมปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงานเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
๒๔๗ แตในบางกรณีถึงแมวาเจาพนักงานจะออกคําสั่งโดยชอบดวยกฎหมาย แตกฎหมาย ที่ใหอํานาจในการออกคําสั่ง มิไดมีวัตถุประสงคท่ีจะใหลงโทษผูขัดคําส่ังเจาพนักงาน หรือไดกําหนด บทบังคับในกรณีท่ีฝาฝนคําสั่งไวแลวเปนกรณีพิเศษเชนนี้ ผูฝาฝนก็ไมมีความผิดฐานขัดคําสั่ง เจาพนกั งานซึ่งเปนบททว่ั ไปอกี Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ÷òø/òõðò (ประชุมใหญ) การไมไปตามคําสั่งของเจาพนักงานจราจรในกรณี ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้น พระราชบัญญัติจราจรทางบกกําหนดโทษไวโดยเฉพาะแลวคือ ไมใ หเ ปรยี บเทยี บปรบั ใหจ ดั การฟอ งจาํ เลยไปทเี ดยี ว จงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานขดั คาํ สงั่ เจา พนกั งานตาม ป.อ.มาตรา ๔๖๘ อันเปน บทกฎหมายท่วั ไปอีก ò. äÁ»‹ ¯ºÔ ÑμÔμÒÁคําÊÑ觹ѹé â´ÂäÁ‹ÁÕàËμØËÃ×Í¢ŒÍᡌμÑÇÍѹÊÁ¤Çà การไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั หมายถงึ การไมก ระทาํ การทต่ี อ งกระทาํ ใหค รบถว นตามทก่ี าํ หนด ไวในคําส่ังแตถาปฏิบัติตามคําส่ังครบถวนแลว ก็ไมจําตองรับผิดเพราะมิไดกระทําตามที่ผูออกคําส่ัง ตองการ เพราะเปนการเกินขอบเขตของคําส่งั Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ôöù/òôùð การที่เจาพนักงานสั่งใหจําเลยเลิกทํานาและขุดบอปลานั้น ไมก ินความถงึ วา ใหจาํ เลยทําใหคนื สภาพเดิม ฉะนนั้ การทจ่ี ําเลยเลกิ ทาํ นาและเลกิ ขดุ บอปลา แตไม ไดทําใหค ืนสภาพเดิม จงึ ไมม คี วามผดิ ฐานขดั คําสงั่ การไมม เี หตหุ รอื ขอ แกต วั อนั สมควรในการไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ หมายความวา การไมป ฏบิ ตั ิ ตามคําส่ังนั้นตองเปนการกระทําที่ไมมีเหตุหรือขอแกตัวอันสมควร “เหตุ” คือขอเท็จจริงที่ทําใหผูรับ คําส่ังไมตองปฏิบัติตามคําส่ัง สวน “ขอแกตัว” คือ ขออางที่ควรอางได หากผูฝาฝนไมปฏิบัติตาม คาํ สั่งตอ งมคี วามเช่อื มัน่ โดยสุจรติ ใจวา ตนมีเหตหุ รอื ขอ แกตัวอันสมควรท่ีจะไมป ฏิบตั ิตามคําสง่ั นนั้ Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñùõð/òõðð ทางราชการประกาศสงวนที่ไวทาํ สุสานและฌาปนสถาน สาํ หรับประชาชนต้ังแต พ.ศ.๒๔๗๖ ผูรักษาการแทนนายอาํ เภอออกคําส่ังใหจําเลยเลิกใชสิทธิ ครอบครองท่ีดินสงวนแปลงท่ีจําเลยครอบครองอยู จําเลยไมยอมออกเพราะเช่ือโดยสุจริตใจวาที่ดิน เปน ของจาํ เลยโดยการครอบครองมากวา ๔๐ ป ซง่ึ อาํ เภอจะสง่ั ใหจ าํ เลยออกจากทดี่ นิ โดยพลการเชน นี้ ไมได ความเช่ือม่ันของจําเลยเชนนี้มีเหตุผลอันดีและจําเลยไดยืนยันเหตุผลนี้ใหอําเภอทราบไวแลว ตง้ั แตต น จงึ เปน ขอ แกต วั อนั สมควรทจ่ี ะไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั จงึ เอาผดิ แกจ าํ เลยตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ ไมได ®Õ¡Ò·èÕ ñðóõ/òõðô นายอาํ เภอส่ังใหจําเลยออกจากท่ีสาธารณประโยชน จําเลยไมยอมออกโดยอางวาเปนที่นาของจําเลย ไดรับมรดกมาจากบิดามารดาและไดครอบครอง ทํานามากวา ๕๐ ปแลว ขอเท็จจริงฟงไดวาจําเลยรูมากอนแลววาที่แปลงนี้เปนที่สาธารณประโยชน การท่ีจําเลยมาอางวาเปนที่ของจําเลยไมยอมออกไปตามคําส่ัง จึงไมเปนขอแกตัวอันสมควรท่ีจะ ทําใหจําเลยพน ผดิ ฐานขดั คําสัง่ เจา พนักงาน
๒๔๘ ®Õ¡Ò·èÕ ñóøñ-ñóøø/òõðø จําเลยครอบครองทาํ นาในที่พิพาทประมาณ ๑๖ ป โดยเจา หนา ทอี่ อกใบเหยยี บยาํ่ ใหจ าํ เลยโดยชอบ และเสยี ภาษบี าํ รงุ ทอ งทอี่ ยา งเจา ของตลอดมา โดยไมร มู ากอ นวา เปน ทดี่ นิ อนั เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผน ดนิ จาํ เลยจงึ เชอ่ื โดยสจุ รติ ใจวา ทพ่ี พิ าทเปน ของตน ฉะนั้น การท่ีจาํ เลยไมย อมออกจากทพี่ พิ าทตามคําสงั่ ของนายอาํ เภอ โดยอางวา ที่พิพาทเปน ของตนน้นั จงึ มเี หตุอนั สมควรเปน ขอแกตวั ใหพ นผดิ ฐานขัดคาํ ส่งั ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ ได ความแตกตา งของขอ เทจ็ จรงิ ตามคาํ พพิ ากษาฎกี าดงั กลา วขา งตน คอื ในคาํ พพิ ากษาฎกี า ท่ี ๑๐๓๕/๒๕๐๔ จําเลยไดรูอยูกอนแลววาท่ีพิพาทในคดีนั้นเปนท่ีสาธารณประโยชนแลว จําเลยจะ มาอางวาเปนของตน จึงไมเปนเหตุอันสมควรที่จะฟงเปนขอแกตัว ซึ่งไมเหมือนกับคําพิพากษาฎีกา ๑๙๕๐/๒๕๐๐ และ ๑๓๘๑-๑๓๘๘/๒๕๐๘ ®Õ¡Ò·Õè òñôó-òñôö/òõñ÷ จําเลยบุกรุกเขาไปยึดถือครอบครองท่ีดินสาธารณะ นายอําเภอมีคาํ ส่ังใหออกไปจําเลยฝาฝนไมยอมออกแมจะปรากฏจากคาํ ฟองวาจาํ เลยครอบครอง ทด่ี นิ นน้ั มานานแลว การครอบครองมานานกม็ ใิ ชเ หตผุ ลทแี่ สดงอยใู นตวั วา จาํ เลยเชอ่ื มน่ั โดยสจุ รติ ใจวา ทดี่ นิ นั้นเปน ของจําเลยเอง ไมใชที่สาธารณะ ®Õ¡Ò·èÕ òôóñ/òõóò การท่ีจําเลยไมยอมออกจากที่พิพาทตามคําส่ังของ นายอาํ เภอ เพราะเชอื่ วา จาํ เลยมสี ิทธิครอบครองซง่ึ เปนขอเท็จจริงอันเดยี วเกยี่ วพนั กันกบั ทว่ี นิ จิ ฉยั มาแลว วา การกระทาํ ของจาํ เลยไมเ ปน ความผดิ ฐานบกุ รกุ จาํ เลยจงึ ไมม คี วามผดิ ฐานขดั คาํ สงั่ เจา พนกั งาน ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ เน่ืองจากมีเหตุอันสมควรเปนขอแกตัวใหพนผิดไดเพราะจําเลยเชื่อ โดยสุจรติ ใจวา จาํ เลยมีสิทธิครอบครองทด่ี ินนั้น ความผิดตามมาตรานี้ ลําพังการกระทําท่ีครบองคประกอบภายนอกก็พอแลว ผูกระทํา ไมตอ งมเี จตนา มีขอท่ีนาสังเกตเก่ียวกับเจตนาในการกระทําความผิดตาม มาตรา ๓๖๘ วาใน องคป ระกอบของความผดิ ขอที่ ๑ ที่วาผูกระทาํ ตอ ง “ทราบ” คําส่งั ของเจาพนักงาน ดังนั้น ถา ผกู ระทาํ ไมท ราบหรอื ไมถ อื วา ไดท ราบคาํ สงั่ แลว ผกู ระทาํ ยอ มไมม คี วามผดิ เพราะขาดองคป ระกอบของความผดิ แตการไมปฏิบัติตามคําส่ังถาเกิดจากความเผอเรอ เชน นายอําเภอสั่งใหผูบุกรุกซึ่งเขาครอบครอง ที่สาธารณประโยชนออกไปจากที่ดินภายใน ๓๐ วัน ตอมาผูบุกรุกท่ีไดทราบคําส่ังแลวเกิดหลงลืม จึงไมไดออกไปตามกําหนด เชนนี้ แมจะฟงไดวาผูบุกรุกมิไดมีเจตนาไมปฏิบัติตามคําสั่ง แตก็เห็น ไดวาการไมปฏิบัติตามคําส่ังน้ันไมมีเหตุคือขอแกตัวอันสมควร การขาดเจตนาก็ยังคงทําใหผูฝาฝน คําส่งั ตอ งรับผิดอยูดี ความผิดตามวรรคทาย เปนการกําหนดลักษณะฉกรรจของการกระทําความผิดตาม วรรคหนึ่ง คือมีวัตถุประสงคตองการใหผูกระทําความผิดไดรับโทษหนักขึ้นในกรณีที่คําสั่งของ เจา พนกั งานทไ่ี มป ฏบิ ตั ติ ามนนั้ เปน คาํ สง่ั ใหช ว ยทาํ กจิ การในหนา ทข่ี องเจา พนกั งาน ซง่ึ กฎหมายกาํ หนด ใหส งั่ ใหช ว ยได เชน กาํ นนั มอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการจบั กมุ ผกู าํ ลงั กระทาํ ผดิ กฎหมายหรอื มเี หตคุ วรสงสยั วา เปน ผทู ไี่ ดก ระทาํ ผดิ กฎหมาย และเมอื่ มเี หตรุ า ยสาํ คญั เกดิ ขน้ึ ในตาํ บลกเ็ ปน หนา ทข่ี องกาํ นนั ทต่ี อ งเรยี ก
๒๔๙ ผูใหญบานและลูกบานในตําบลออกชวยติดตามจับกุมผูรายไดตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง ทองท่ี พ.ศ.๒๔๗๕ มาตรา ๓๕(๓), ๓๗ ดังนั้น ลูกบานคนใดที่ฝาฝนคําสั่งของกํานันที่ใหออก ชวยตดิ ตามจับกุมผูร า ย ยอ มมีความผิดตามวรรคนี้ แตมีขอนาสังเกตวาเจาพนักงานตองมีอํานาจตามกฎหมายที่จะสั่งใหชวยได ถากฎหมายใหอํานาจไวเพียงใหขอความชวยเหลือ เชน ในกรณีท่ีเจาพนักงานผูจัดการตามหมายจับ จะขอความชวยเหลือจากบุคคลใกลเคียงเพ่ือจัดการตามหมายจับนั้นก็ไดตาม ปวอ.มาตรา ๘๒ การขอความชวยเหลือในกรณีน้ีจึงไมนาจะเปนการออกคําสั่งใหชวย เหมือนดังกรณีของอํานาจ ของกํานนั ผทู ปี่ ฏิเสธไมใหความชว ยเหลอื จึงไมม คี วามผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ วรรคสอง (¤) ทาํ ãËàŒ Í¡ÊÒ÷èàÕ ¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹áÊ´§äÇŒäûŒ ÃÐ⪹ ÁÒμÃÒ óöù ผูใดกระทําดวยประการใดๆ ใหประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสารใดที่ เจา พนกั งานผกู ระทาํ การตามหนา ทปี่ ด หรอื แสดงไว หรอื สงั่ ใหป ด หรอื แสดงไว หลดุ ฉกี หรอื ไรป ระโยชน ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หาพันบาท องคประกอบของความผิดมีดังนี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทาํ ดวยประการใดๆ ๒. ใหประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสารใดท่ีเจาพนักงานผูกระทําการตามหนาท่ี ปดหรอื แสดงไว หรือสั่งใหป ด หรอื แสดงไว ๓. หลุด ฉีก หรือไรป ระโยชน คาํ ͸ºÔ Ò จากองคป ระกอบท้งั ๓ ขอ ขา งตนมหี ลกั ในการพิจารณาดงั นี้ ñ. ¡ÒáÃзíÒ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ หมายความวากฎหมายมิไดจํากัดลักษณะของ การกระทําดวยวิธีอยางหน่ึงอยางใดไวโดยเฉพาะ ผูกระทําจะใชวิธีการอยางใดก็ไดเพื่อใหเกิดผลคือ การหลดุ ฉกี หรือไรประโยชนซงึ่ เอกสารก็เปน ความผดิ แลว เชน ฉกี ลบ เผา ดงึ แกะ ลอก ใชไ อนา้ํ ลน ใชน าํ้ ลูบใหเปย กช้นื จนหลุดขาด ผลักภาพโฆษณาท่ตี ัง้ ไวใหลม เปน ตน ò. ãËŒ»ÃСÒÈ ÀÒ¾â¦É³Ò ËÃ×ÍàÍ¡ÊÒ÷èÕ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ÙŒ¡ÃÐทํา¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·Õè»´ ËÃÍ× áÊ´§äÇŒ ËÃÍ× Êè§Ñ ãËŒ»´ËÃ×ÍáÊ´§äÇŒ ประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสาร หมายความถึง การแจงขอความ แสดงภาพ หรือเอกสารของทางราชการใหบุคคลทั่วไปไดทราบ ในลักษณะท่ีสามารถนํามาปดหรือแสดงไวได ดังนั้น ประกาศภาพโฆษณาหรือเอกสารจึงตองมีลักษณะท่ีคงรูปได มิใชการประกาศดวยวาจาที่ แจงขอความแลวก็หายไปทันที และตองเปนสิ่งที่เจาพนักงานผูกระทําตามหนาที่เทาน้ันเปนผูปด หรอื แสดงไวหรอื สัง่ ใหปด หรือแสดงไว ปด หรอื แสดงไว คอื วธิ ใี นการทาํ ใหข อ ความหรอื ภาพในประกาศ ภาพโฆษณาหรอื เอกสาร ทเี่ จา พนักงานกระทําใหปรากฏตอ ประชาชนทวั่ ไป
๒๕๐ สง่ั ใหป ด หรอื แสดงไว หมายความวา ประกาศ ภาพโฆษณาหรอื เอกสารนน้ั ไมจ าํ ตอ งเปน เจา พนักงานมาปดหรือแสดงไวดวยตนเอง อาจส่งั การใหผอู น่ื ปดหรือแสดงไวก็ได ó. ËÅØ´ ©Õ¡ ËÃ×ÍäÃŒ»ÃÐ⪹ หมายความถึงการกระทําใหประกาศภาพโฆษณา หรือเอกสาร ทป่ี ด หรอื แสดงไวน ั้นหลดุ คือยายออกจากทีเ่ ดิม ฉกี คอื ยงั คงเหลอื อยูท ีเ่ ดิมแตบางสวน หรอื ไรประโยชน คือทําใหไ มส ามารถแจง ขอ ความหรอื แสดงภาพไดตามวัตถุประสงค เชน เอาสที าทับ จนอานไมไดค วาม เปนตน การกระทําความผิดมาตราน้ีไมจําเปนตองมีเจตนาในการกระทําผิด ถึงแมวาผูกระทํา จะเขาใจวา ตนมีเหตผุ ลสมควรท่กี ระทาํ ก็ยังตองรับผดิ ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·Õè õù/òô÷ó จําเลยรื้อถอนประกาศเร่ืองราวท่ีราษฎรขอจับจองท่ีดิน ซ่ึงกรมการอําเภอประจําทองที่ไดปดประกาศไว โดยจําเลยอางวามีเหตุผลพอในการถอนประกาศน้ัน เนอื่ งจากจาํ เลยมสี ทิ ธใิ นทด่ี นิ นน้ั ดกี วา ผทู ข่ี อจบั จอง และจําเลยไมม เี จตนาในการกระทําเฉพาะ จําเลย ไมไ ดท ําใหป ระกาศนน้ั เปน อนั ตราย แตน าํ ประกาศนนั้ พรอ มดว ยคาํ คดั คา นสง ไปยงั อําเภอ การกระทาํ ของจาํ เลยเพียงบังอาจรื้อถอนประกาศก็เปนความผิด โดยมิพักตองคาํ นึงถึงเจตนาของจาํ เลย หรือสาเหตุอ่นื ใด ®Õ¡Ò·èÕ ù÷ò/òõðõ ป.อ.มาตรา ๓๖๙ เปนบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทาํ ตอ ประกาศภาพโฆษณาหรือเอกสารของเจาพนักงานท่ีปดหรือแสดงไวอันเปนทํานองโฆษณาตอ ประชาชน ใหห ลุด ฉีก หรอื ไรประโยชน หาไดหมายความถึงเอกสารใดๆ ท่ีมใิ ชเปนลักษณะประกาศ หรอื โฆษณาดวยไม ฉะนน้ั ผูทีท่ าํ ลายเลขหมายซึง่ เจา พนกั งานแกะประทับไวท ป่ี นใหห ลดุ ออกจงึ ไมมี ความผดิ ตามมาตราน้ี ®Õ¡Ò·èÕ ññøñ/òõðö คาํ วาเอกสารท่ีเจาพนักงานผูกระทาํ การตามหนาที่ปด หรือแสดงไวตามมาตรา ๓๖๙ หมายถึง เอกสารที่ปดหรือแสดงไวในลักษณะทํานองประกาศหรือ ภาพโฆษณาหาไดหมายถงึ คาํ สงั่ หรือใบสงั่ ถงึ บุคคลเฉพาะตัว เชน ใบส่ังของเจาพนกั งานตาํ รวจจราจร ท่ีใหไปรายงานตัว ฉะน้ัน เมื่อจาํ เลยไดรับใบส่ังดังกลาว ก็ถือวาหนังสือนั้นไดใชสมประโยชนแลว ถงึ จําเลยจะฉีกหรือทําลายเสยี กห็ ามคี วามผดิ ตามมาตรานี้ไม (§) äÁª‹ ‹ÇÂàËÅ×Íà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹«Öè§àÃÂÕ ¡ãËŒª‹ÇÂÃЧѺÊÒ¸ÒóÀÂÑ ÁÒμÃÒ óøó ผูใดเมื่อเกิดเพลิงไหมหรือสาธารณภัยอื่นและเจาพนักงานเรียก ใหชวยระงับ ถาผูนั้นสามารถชวยไดแตไมชวย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือนหรือปรับไมเกิน หนึง่ หมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ท้ังปรบั องคป ระกอบของความผดิ มดี ังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เกิดเพลิงไหมหรอื สาธารณภัยอ่นื และเจาพนกั งานเรียกใหชว ยระงับ ๒. สามารถชวยไดแ ตไมชวย
๒๕๑ คาํ ͸ԺÒ จากองคป ระกอบท้งั ๒ ขอ ขางตน มหี ลกั ในการพจิ ารณาดังนี้ ñ. à¡´Ô à¾ÅÔ§äËÁËŒ Ã×ÍÊÒ¸ÒóÀÂÑ Í¹×è áÅÐà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹àÃÂÕ ¡ãËŒª‹ÇÂÃЧѺ เพลงิ ไหม หมายความถงึ เพลงิ ทล่ี กุ ไหมข น้ึ ในกรณใี ดๆ กไ็ ดถ า ถงึ ขนั้ ทเี่ จา พนกั งานเขา มา ระงับและเรียกใหบุคคลอ่ืนชวยระงับแลวก็ยอมแสดงอยูในตนเองวาเปนเพลิงที่สามารถลุกลาม เปน ภัยตอ ประชาชนได สง่ิ ท่ีถกู เพลิงไหมจะเปน วัตถอุ ยางใดกไ็ ด แตตองมลี ักษณะเปน สาธารณภัยคอื เพลิงนัน้ อาจลุกลามเปนอนั ตรายตอ ชีวติ รางกาย หรอื ทรัพยสินของประชาชนได สาธารณภัยอื่น หมายถึง ภัยที่เกิดขึ้นแลวมีอันตรายตอประชาชน นอกจากเพลิงไหม ไมวาจะเปน อนั ตรายตอ ชวี ติ รางกาย หรอื ทรพั ยส ินก็ตาม เชน วาตภยั อทุ กภัย แผนดินไหว ตกึ ถลม เปนตน เจา พนกั งานเรยี กใหชว ยระงบั ผูทเี่ รียกใหชวยตองเปนเจา พนกั งาน หากผูอ ื่นเปนผเู รียก ใหชว ยระงบั สาธารณภยั บคุ คลใดไมช ว ยก็ไมเ ปน ความผิดตามมาตราน้ี ò. ÊÒÁÒöª‹ÇÂä´Œáμ‹äÁ‹ª‹Ç หมายถึง ผูที่เจาพนักงานเรียกใหชวยระงับสาธารณภัย อยูในสภาพที่สามารถชวยไดแตไมชวยมีความผิดตามมาตราน้ี เชน เจาพนักงานดับเพลิงเรียกให ชวยดบั ไฟท่กี าํ ลังไหมลุกลามอยา งรวดเรว็ ดาํ มรี างกายแข็งแรง แตมีธุระนดั กบั คูรักไวก ลัวจะไปไมท นั จงึ ไมชวยเชน นี้มคี วามผิดเพราะถือวา สามารถชวยไดแ ตไ มชว ย สว นแดง แขนดวน ๑ ขา ง และตาบอด ท้ัง ๒ ขาง แมไมชวยดับไฟเม่ือเจาพนักงานเรียกใหชวย ก็ไมเปนความผิด เพราะรางกายพิการ ไมส ามารถชว ยไดจึงไมช วย การทจี่ ะกระทาํ ความผิดตามมาตรานีไ้ ดจะตอ งมีการเรียกใหช ว ยระงับ ซึ่งหมายความวา ผูท่ีถูกเรียกจะตองรูตัววาถูกเรียกใหชวย ถาท่ีไมชวยเปนเพราะไมรูตัววาถูกเจาพนักงานเรียก ใหชวยแลว ผูกระทําก็ยังไมมีความผิด แตถารูวาถูกเรียกแลวไมชวยท้ังๆ ท่ีสามารถชวยได ก็ตอง มคี วามผิดไมวาการท่ีไมชว ยนน้ั จะเปน เพราะเหตุใด ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹ËÃÍ× Í¹Ñ μÃÒÂμÍ‹ ¤ÇÒÁʧºÊ¢Ø ¢Í§»ÃЪҪ¹ ความผิดลหุโทษในเรอ่ื งนป้ี ระกอบดว ยความผิด ๑๐ ฐานดวยกนั คอื ๑. สง เสยี งจนทําใหประชาชนตกใจหรือเดือดรอ น ๒. พาอาวธุ ไปโดยเปดเผยหรือโดยไมมเี หตุสมควร ๓. ทะเลาะกันอยา งออ้ื อึงในทส่ี าธารณะ ๔. ยิงปนซง่ึ ใชดินระเบิดโดยใชเหตุ ๕. เสพยส ุราหรอื ของเมาอยางอน่ื จนเปนเหตุใหประพฤตวิ นุ วาย ๖. ชักหรอื แสดงอาวธุ ในการวิวาทตอ สู ๗. แกลงบอกเลาความเท็จใหเล่ืองลอื จนเปน เหตใุ หป ระชาชนตื่นตกใจ
๒๕๒ ๘. กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวก ในการจราจร ๙. แขวนติดตงั้ หรือวางสิ่งใดไวโดยประการที่นา จะตกหรือพังลง ๑๐. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ใหข องแขง็ ตกลง ณ ทใ่ี ดๆ โดยประการทนี่ า จะเปน อนั ตราย แกบุคคลหรือทรัพย ความผิดทัง้ ๑๐ ฐานนป้ี รากฏอยูในมาตรา ๓๗๐, ๓๗๑, ๓๗๒, ๓๗๖, ๓๗๘, ๓๗๙, ๓๘๔, ๓๘๕, ๓๘๗ และมาตรา ๓๘๙ มสี าระสาํ คญั ดงั น้ี (¡) ʧ‹ àÊÂÕ §¨¹ทําãËŒ»ÃЪҪ¹μ¡ã¨ËÃ×Íà´Í× ´ÃÍŒ ¹ ÁÒμÃÒ ó÷ð ผใู ดสงเสียง ทําใหเกิดเสียงหรือกระทําความอื้ออึงโดยไมมีเหตุอันสมควร จนทาํ ใหประชาชนตกใจหรือเดอื ดรอ น ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินหนึ่งพนั บาท องคป ระกอบของความผิดมดี ังนี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. สงเสยี ง ทาํ ใหเ กิดเสยี งหรอื กระทําความออื้ อึง ๒. โดยไมมีเหตุอนั สมควร ๓. จนทาํ ใหป ระชาชนตกใจหรือเดอื ดรอ น คาํ ͸ºÔ Ò ñ. Ê‹§àÊÕ§ ทําãËŒà¡Ô´àÊÂÕ §ËÃ×Í¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁÍ×éÍÍÖ§ สง เสยี ง หมายถงึ บคุ คลทําใหเ กิดเสยี งข้ึนเองเปน การสงเสยี งจากลําคอ เชน ตะโกน รองเพลง กรีดรอง พูดคุย ทาํ ใหเ กดิ เสยี ง หมายถงึ การกระทาํ อยา งอน่ื นอกจากการสง เสยี ง เชน ตบมอื กระทบื เทา ตฆี อง กลอง บีบแตร ยงิ ปน เปนตน กระทําความอื้ออึง หมายถึง ทําใหเกิดเสียงอึกทึก เสียงดังสน่ัน รวมกันทําใหเกิด เสียงดังมากโดยคนหลายคน เชน การซอมดนตรี การจุดดอกไมไฟ จุดประทัด ทะเลาะวิวาทกัน ดว ยเสียงอนั ดัง เปน ตน ò. â´ÂäÁ‹ÁÕàËμØÍѹÊÁ¤Çà หมายถึง การสงเสียงทําใหเกิดเสียง หรือกระทําความ อ้ืออึงน้ัน จะเปนความผิดตอเมื่อผูกระทําไมมีเหตุอันควร เชน ซอมดนตรีเสียงดังไดยินไปท้ังซอย ตั้งแตหัวคํ่าถึงสวาง เปนความผิดตามมาตราน้ี แตถาเกิดเพลิงไหมจึงหวีดรองตะโกนหรือตีกลอง เรียกใหช าวบา นมาชวยกนั ดบั ไฟ เชนนถ้ี อื วามเี หตอุ ันควร ไมเ ปน ความผดิ ó. ¨¹ทําãË»Œ ÃЪҪ¹μ¡ã¨ ËÃ×Íà´Í× ´ÃŒÍ¹ ตกใจ หมายถึง สะดุงสะเทือนจิตใจ เกิดความสะดุงกลัว เชน ในขณะที่ประชาชน กาํ ลงั พักผอ นหลบั นอนก็เอาประทดั มาจุดดงั สนนั่ ทําใหป ระชาชนตกใจหวาดหวน่ั คดิ วาเกดิ เพลิงไหม ถังแกส ระเบดิ เปนตน
๒๕๓ เดือดรอ น หมายถึง ความเดือดรอนรําคาญตอ เสยี งทเี่ กิด เชน เพ่ือนบานเปด วทิ ยุ เสยี งดงั ลน่ั จนคนอน่ื ๆ ทีอ่ ยูบา นใกลเ รือนเคียงนอนไมหลบั เพราะหนวกหู เปนตน อยางไรก็ตามการตกใจหรือเดือดรอนดังกลาวนี้ ตองเปนประชาชนตกใจหรือ เดือดรอน ไมใชเปนเพียงความเดือดรอนหรือตกใจของเอกชนคนหนึ่งคนใดเทาน้ัน ตองเปนเสียง ทที่ ําใหป ระชาชนทัว่ ๆ ไป คอื บคุ คลหลายคนตกใจหรือเดือดรอนรําคาญ (¢) ¾ÒÍÒÇØ¸ä»â´Âà»´à¼ÂËÃÍ× â´ÂäÁÁ‹ àÕ ËμÊØ Á¤Çà ÁÒμÃÒ ó÷ñ ผูใดพาอาวุธไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะโดยเปดเผย หรือโดยไมมีเหตุสมควรหรือพาไปในชุมนุมชนท่ีไดจัดใหมีขึ้นเพื่อนมัสการ การร่ืนเริงหรือการอ่ืนใด ตองระวางโทษปรบั ไมเกินหน่ึงพันบาท และใหศาลมีอํานาจสงั่ ใหร บิ อาวุธนนั้ องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. พาอาวุธ ๒. ไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะโดยเปดเผยหรือโดยไมมีเหตุผลสมควร หรอื พาไปในชุมนุมชนท่ไี ดจดั ใหมขี ้ึนเพื่อนมสั การ การรน่ื เรงิ หรอื การอนื่ ใด ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ¾ÒÍÒÇ¸Ø พา หมายถึง การนําเคลื่อนท่ีไปดวยพรอมกับตนคือผูกระทําความผิดนี้ตองมี การนําอาวุธเคลื่อนท่ีไปดวยพรอมกับตน การนําอาวุธเคลื่อนที่ไปน้ีไมจําเปนตองเปนการนําติดตัว ไปดวย คือไมจําเปนตองเปนการพกติดตัวโดยตรงเทานั้น อาจเปนลักษณะการนําไปดวยโดยมิได พกติดตัวก็ได เพียงแตมีอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยก็เพียงพอแลว เชน เอาปนซอนไวใตเบาะรถที่ตน ขับไป เอาวตั ถุระเบิดใสไวท ายรถทีต่ นขบั ไป เอากระเปา ใสปน วางไวในรถไฟท่ีตนโดยสาร เปน ตน ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñòôô/òõñõ ช. ถือดาบวิ่งเขามา จําเลยจึงยืมปนจาก ม. ซ่ึงยืนอยูขางๆ มาดึงลาํ กลองปนขึ้นลําถือเตรียมไว คร้ันเม่ือมีคนพาตัว ช. กลับไปแลวจําเลยก็คืนปนให ม. ดังนี้ จําเลยไมไ ดพ าปน เคล่ือนไปไหนจงึ ยงั ไมพอฟง วาจาํ เลยไดพ าอาวุธปน ไปในทางสาธารณะ ®¡Õ Ò·Õè ñööò/òõóñ จําเลยแยงอาวุธปนของกลางมาจากพวกของจาํ เลย ซึ่งทะเลาะวิวาทกันและยึดถือไวชั่วขณะหนึ่งเพ่ือบรรเทาเหตุการณรายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้น ดังน้ี เปนการยึดถือไวชั่วคราว จึงไมใชมีอาวุธปนของกลางไวในครอบครอง และจาํ เลยไมไดพาอาวุธปน ของกลางเคล่อื นทไ่ี ป จึงไมใ ชพ าอาวธุ ปนของกลางไปในท่ีสาธารณสถาน
๒๕๔ อาวุธ มีความหมายตามที่บัญญัติไวในบทนิยาม มาตรา ๑(๕) วา “หมายความรวมถึง ส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซ่ึงไดใชหรือเจตนาจะใชประทุษรายรางกายถึงอันตรายสาหัสอยาง อาวธุ ” ดังนั้น ส่งิ ทเ่ี ปนอาวธุ จึงเปน ได ๒ ประการ คอื ๑.เปนอาวุธโดยสภาพ ๒.เปนอาวธุ โดยการใช หรอื เจตนา จะใชป ระทุษรา ยรางกายถงึ อนั ตรายสาหสั อยา งอาวุธ ส่ิงที่เปนอาวุธโดยสภาพนั้น หมายถึง เครื่องประหารใชในการทําราย ปองกัน หรือ ตอสู เชน ปน ดาบ หอก แหลน หลาว มีด และตะบอง เปนตน สําหรับกรณีของอาวธุ ปน นนั้ คงไม หมายถึงสวนใดสวนหนึ่งของอาวุธปนตามนิยามใน พ.ร.บ.อาวุธปน ฯลฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔(๑) แตหมายถึงอาวุธปนโดยสภาพ และถาเปนปนโดยสภาพแลว แมจะใชยิงไมไดก็เปนอาวุธ ตามความหมายในมาตราน้ี Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñùðó/òõòð ปนของกลางเปนปนพกส้ันออโตเมติก ชนิดประกอบข้ึนเอง ขนาด .๒๒ แมปนดังกลาวจะใชยิงไมไดแตก็เปนอาวุธโดยสภาพ การท่ีจําเลยพาปนของกลางไป ในเมืองและทางสาธารณะโดยไมมีเหตุอันสมควร จําเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๗๑ แหง ประมวลกฎหมายอาญา สิ่งที่เปนอาวุธโดยการใชหรือเจตนาจะใชนั้นมีขอจํากัดอยู ๓ ประการ คือ ๑.ตองใช ประทุษรายรางกาย เชน ใชเคียวเกี่ยวขาวทํารายคน แตถาใชเคียวตัดไมแลวลักไมไป เคียวในกรณี น้ีไมใชอ าวุธ ๒.ตองประทษุ รายไดถึงอนั ตรายสาหัส เชน ไมตะพด ทอ นเหลก็ ทอนไมยาว ๒ ศอก ขนาดโตเทาแขน เปนตน แตหนังสติ๊ก ไฟฉายท่ีไมปรากฏขนาด ไมเปนอาวุธ ๓.ตองประทุษราย อยางอาวุธคือวิธีการทํารายตองเทียบไดกับส่ิงที่เปนอาวุธในลักษณะเดียวกัน แมวัตถุบางอยางจะใช ทําอันตรายบุคคลถึงสาหัส หากลักษณะวิธีการท่ีใชเทียบไมไดกับอาวุธโดยสภาพแลวก็ไมเปนอาวุธ เชน ใชเข็มแทงตาใหบอด ใชเชือกรัดคอ ใชกอนหินทุม ขับรถยนตชน ดังน้ี เข็ม เชือก กอนหิน และรถยนตไมถ อื วาเปนอาวุธ ò. ä»ã¹àÁÍ× § ËÁÙº‹ ÒŒ ¹ ËÃ×Í·Ò§ÊÒ¸ÒóÐâ´Âà»´à¼Â ËÃÍ× â´ÂäÁ‹ÁàÕ ËμÍØ ¹Ñ ÊÁ¤Çà ËÃ×Íä»ã¹·èªÕ ØÁª¹·èÕä´¨Œ Ñ´ãËÁŒ Õ¢é¹Ö à¾×è͹ÁÊÑ ¡Òà ¡ÒÃÃè¹× àÃ§Ô ËÃÍ× ¡ÒÃÍ×è¹ã´ องคประกอบขอ น้แี ยกไดเปน ๒ กรณีคอื กรณีที่ ๑ ไปในเมือง หมบู าน หรอื ทางสาธารณะโดยเปดเผยหรือโดยไมมเี หตุอันควร เมือง หมายความถึง เขตซึ่งเปนที่ชุมนุมชนอันเปนท่ีตั้งของสวนราชการระดับจังหวัด เชน ศาลากลางจงั หวดั หมูบาน หมายความถงึ เขตท่ีประชาชนตงั้ บา นเรอื นอยูอาศัยรว มกัน ทางสาธารณะ มคี วามหมายตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ นบทนยิ าม มาตรา ๑(๒) วา “หมายความวา ทางบกหรือทางนาํ้ สําหรบั ประชาชนในการจราจร และใหห มายความรวมถึงทางรถไฟ และทางรถราง ทีม่ รี ถเดนิ สาํ หรบั ประชาชนโดยสารดว ย” ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖(๑๑) ใหค าํ นิยามของ
๒๕๕ คําวา “ทางหลวง” วาหมายความถึง บรรดาทางบกและทางน้ําท่ัวไปซึ่งใชเปนทางสัญจรสําหรับ สาธารณชน และนบั รวมตลอดถงึ ถนนหลวงดว ย สว นคาํ วา ถนนหลวงนน้ั มาตรา ๖(๑๒) ใหห มายความถงึ ทห่ี รอื ถนนและทางบกตา งๆ ซงึ่ สาธารณชนมคี วามชอบธรรมทจ่ี ะใชเ ปน ทางสญั จรและนบั รวมตลอดถงึ ทางรถไฟ และทางรถรางทม่ี รี ถเดนิ สาํ หรบั ใหค นโดยสารนน้ั ดว ย เมอ่ื พจิ ารณาเปรยี บเทยี บกนั แลว กเ็ หน็ ไดวาทางหลวงตามกฎหมายลักษณะอาญานั้นก็คือทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง แตคําวาทางหลวงท่ีปรากฏอยูใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๐๔ ไดแยกออกตางหากจากทางนํ้า ดังนั้น คําวาทางหลวงตามมาตรา ๑๓๐๔ จึงมีความหมายแคบกวาคําวาทางหลวงท่ีบัญญัติไวในกฎหมาย ลักษณะอาญา ซึ่งรวมถึงทางนํ้าดวย และนาจะมีความหมายเชนเดียวกับคําวาทางสาธารณะ ซงึ่ บัญญตั ิไวใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙ และ ๑๓๕๐ ซงึ่ มีความหมายรวมถงึ ทางบกและทางนาํ้ ดวย เชน กนั กลา วโดยสรปุ แลว คาํ วา ทางสาธารณะในประมวลกฎหมายอาญานน้ั มคี วามหมายเชน เดยี วกบั คาํ วา ทางหลวงในกฎหมายลกั ษณะอาญาและคาํ วา ทางสาธารณะในประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย จึงสามารถศึกษาความหมายคําวาทางสาธารณะในประมวลกฎหมายอาญาจากคําพิพากษาฎีกา ท่ีอธิบายความหมายคําวาทางหลวงในกฎหมายลักษณะอาญาและคําวาทางสาธารณะในประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยได ลกั ษณะสําคัญของทางสาธารณะคือประชาชนตอ งใชในการจราจรไปมาไดเ ปนประจํา Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·Õè óñö/òôöö ท่ีชายทะเลหรือชายเลนซ่ึงน้าํ ทะเลขึ้นถึงใชเดินเรือไปมาไดเปน ทางหลวง ®Õ¡Ò·èÕ ÷ðö/òô÷ð ที่ชายเลนริมทะเลซึ่งนํ้าทะเลขึ้นทวมถึง แตมีตนไมงอกข้ึน จนเปนปา ราษฎรใชเ ดินเรอื ไมได ไมเปน ทางหลวง ®¡Õ Ò·Õè ññö/òõñõ ลาํ หว ยซง่ึ ตน้ื เขนิ ใชเ ปน ทางสญั จรไมไ ด ไมถ อื วา เปน ทางสาธารณะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙ ®Õ¡Ò·Õè ùñù/òõð÷ ลาํ หวยซ่ึงเปนทางนํ้าไหลสาธารณะแตไมมีนํา้ ตลอดปและไมเคย มผี ใู ดใชเรือสญั จรไปมาถือไมไดว าเปนทางสาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙ ¡ÒèÃÒ¨Ãä»ÁÒ䴌໚¹»ÃÐจํา¹éÕ ถึงแมวาบางฤดูกาลจะเปล่ียนสภาพไปบางก็ยังคงเปน ทางสาธารณะ ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñõð/òô÷ù ทางสาธารณชนใชมานานแลวแตงดใชชั่วคราวเพราะนํ้าทวม เปนทางหลวง ®¡Õ Ò·Õè ñòöõ/òô÷ù ที่ชายตลิ่งซ่ึงเมื่อนาํ้ ทวมใชสัญจรทางเรือได แตเมื่อถึงฤดูแลง น้ําลดประชาชนใชเปน ทางเดิน เปนทางหลวง
๒๕๖ ถาทางท่ีประชาชนใชในการสัญจรไปมาน้ันเปนที่ดินของเอกชน ทางนั้นจะเปน ทางสาธารณะก็ตอเม่อื ปรากฏวา ไดม ีการอุทิศโดยตรง หรือโดยปรยิ ายใหเ ปน ทางสาธารณะแลว ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ òñ/òô÷ô ทางลงทานาํ้ อยูในหนาโฉนดของจาํ เลย จาํ เลยยอมใหผูที่เชา ทําทาน้าํ สําหรบั ลากซงุ ได ๗ ป แลว มผี อู น่ื พลอยอาศยั ข้ึนลงดวย ยงั ถอื ไมไ ดว า เปน ทางสาธารณะ ®Õ¡Ò·Õè ùòö/òô÷ô ทางอยูในที่ของจําเลยซึ่งปลอยใหสาธารณชนใชสัญจรไปมาได หลายÊºÔ »‚áÅÇŒ â´Â¨íÒàÅÂäÁ‹à¤ÂËÒŒ Á¶×Íä´ÇŒ Ò‹ ໚¹·Ò§ËÅǧ ®¡Õ Ò·èÕ òñ÷/òõðù ทางเดินเปนคันนาอยูในเขตที่ดินของจําเลย คนท่ัวไป ใชมาตั้ง ๔๐-๕๐ ป กอนตกมาเปนของจาํ เลย แตบนคันนามีตนผลไมตางๆ และตนกลวยปลูก แสดงวา เจาของยังหวงแหนใชสิทธคิ รอบครองอยู จึงไมเปน ทางสาธารณะ เมอ่ื ไดอทุ ศิ ใหเปนทางสาธารณะแลว เจา ของสงวนสิทธิภ์ ายหลงั ไมได Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñòø÷/òõñö แมทางพิพาทจะอยูในเขตโฉนดของจําเลย และจําเลย จะไดปดปายวาเปนถนนสวนบุคคลไวก็ตาม แตเม่ือเจาของที่ดินเดิมไดอุทิศทางพิพาทใหเปน ทางสาธารณะกอนที่ดินจะตกมาเปนของจําเลย ทางพิพาทก็ยังคงมีสภาพเปนทางสาธารณสมบัติ ของแผน ดนิ อยูเชน เดมิ â´Âà»´à¼Â หมายถึง การพาอาวุธไปในลักษณะที่บุคคลอื่นเห็นไดชัดวามีอาวุธอยู อาวุธน้ันอยูในลักษณะท่ีเปดเผยตอสายตาคนอ่ืน เชน คาดเข็มขัดที่มีปนไวนอกกางเกงโดยไมมีอะไร ปดบัง แตถามิดชิดมีสิ่งปกปดมองไมเห็นไมเรียกวาเปดเผย เชน คาดเข็มขัดปนไวที่อกเสื้อดานใน โดยมเี ส้อื นอกสวมทับอีกทีหนงึ่ â´ÂäÁ‹ÁàÕ ËμØÍѹÊÁ¤Çà หมายความวา ผูพาอาวธุ ไปไมมเี หตอุ ันสมควรทีจ่ ะพาอาวธุ ไป ในสถานท่ีดังกลาว เชน พาอาวุธไปยังสวนสาธารณะเพ่ือว่ิงออกกําลังกายเปนความผิดตามมาตรานี้ แตถ า มธี รุ ะจาํ เปน ตอ งเดนิ ทางไปทเ่ี ปลยี่ วอนั ตราย และมขี า วการปลน ชงิ ทรพั ยเ สมอ เชน นี้ การพกมดี ไปดวยก็ถอื วา มีเหตุอันสมควร ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ò÷/òõóñ การทจ่ี าํ เลยพาลกู ระเบดิ ทมี่ อี าํ นาจทาํ ลายในรศั มี ๑๐ เมตร เขา ใน เขตกรงุ เทพฯ ซงึ่ มปี ระชาชนหนาแนน หากเกดิ ระเบดิ ขน้ึ ยอ มเกดิ ความเสยี หายมากกวา ปกติ แมจ าํ เลย ไมมีเจตนานําลูกระเบิดไปกอเหตุรายแตเหตุรายจากลูกระเบิดอาจเกิดไดตลอดเวลาโดยไมไดต้ังใจ จึงเปนพฤติการณท่ีรายแรงควรแกการปราบปราม การท่ีจําเลยพาลูกระเบิดเขาไปในเมืองเชนนี้ ถือวา ไมม เี หตุผลสมควรแตอยา งใด กรณที ่ี ๒ ไปในทช่ี มุ นุมชนท่ีไดจ ัดใหม ขี ึ้นเพื่อนมสั การ การร่ืนเริงหรือการอืน่ ใด ชมุ นุมชน หมายถึง บคุ คลหลายๆ คนมาชุมนมุ กนั เปนกรณีทไี่ มเกย่ี วกับสถานที่ ดังนั้น ถามคี นไปชุมนมุ กนั นอกเมอื ง เชน ในทงุ นาหรอื ในปา ก็ถือเปน ชุมนุมชน เชน สวนสาธารณะ ทอ งนา ขณะชาวบานมาชวยกันลงแขกเก่ยี วขา ว เวทีกลางแจงแสดงคอนเสิรต ซ่ึงมีคนมาดูหนาแนน เปนตน
๒๕๗ เพื่อนมสั การ การรนื่ เรงิ หรือการอน่ื ใด มคี วามหมายทีก่ วางขวางวา เปน กิจการใดๆ ก็ได ท่ีทําใหคนหลายๆ คนมาชุมนุมกัน เชน การมารวมกันสรงนาํ้ พระพุทธสิหิงคที่ทองสนามหลวง การรวมถวายพระพรในงาน ๕ ธันวามหาราช การฟง การหาเสยี งของผูสมคั รสมาชิกสภาผแู ทนราษฎร เปน ตน ถาเปนการพาอาวุธไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะจะเปนความผิด ก็ตอเมื่อ พาอาวธุ ไปโดยเปด เผยหรือไมม ีเหตุสมควร แตถา พาอาวธุ ไปในชุมนุมชนแลว ไมว า จะพาไปโดยมิดชิด หรอื มเี หตอุ นั สมควรกถ็ อื เปน ความผดิ ทงั้ สนิ้ อนงึ่ การพกพาอาวธุ ปน น้ี แมจ ะมใี บอนญุ าตใหพ กพาได แตก็ตอ งอยใู นบังคบั ของมาตรา ๓๗๑ การหามพาอาวุธตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ น้ี เปนการหามกรณีพาอาวุธท่ัวไป แตถา เปนอาวุธปน ไดมีพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรค ๑ และ ๒ บัญญัติ ไววา “หามมิใหผูใดพาอาวุธปนติดตัวไปในเมืองหมูบานหรือทางสาธารณะโดยไมไดรับใบอนุญาต ใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั เวน แตเ ปน กรณที ตี่ อ งมตี ดิ ตวั เมอื่ เหตจุ ําเปน และเรง ดว นตามสมควรแกพ ฤตกิ ารณ ไมวากรณีใด หามมิใหพาอาวุธปนไปโดยเปดเผยหรือพาไปในชุมนุมชนที่ไดจัดใหมีขึ้น เพื่อนมสั การ การรื่ินเรงิ การมหรสพ หรือการอืน่ ใด” Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·Õè ñòðð/òõòñ พกปนไปในหมูบานและทางสาธารณะโดยไมไดรับใบอนุญาต ใหมีปนติดตัว และไมมีเหตุจาํ เปนเรงดวนตามควร เปนความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ และ ปอ.ม. ๓๗๑ กรรมเดียวลงโทษบทหนักท่ีสุด ตาม พ.ร.บ.อาวธุ ปน ฯ ม.๗๒ ทวิ บทเดียว มาตราน้ี ไมบ ัญญัติใหร ิบปน จงึ ริบไมไ ดแ ละนํามาตรา ๓๗๑ จึงไมใชบ ทลงโทษในคดนี มี้ าบงั คับไมได ®¡Õ Ò·èÕ òôôô/òõóñ โจทกฟองวาจาํ เลยมีอาวุธปนไวในความครอบครอง โดยมิไดรับอนุญาต และพาอาวุธปนติดตัวไปในหมูบานโดยมิไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนติดตัว จําเลยใหการปฏิเสธ แมจะฟงไดวาขณะท่ีจาํ เลยกับพวกปลนทรัพยของผูเสียหาย จําเลยมีอาวุธปน ติดตัวไปดวยก็ตามโจทกก็ตองนาํ สืบใหไดวาจาํ เลยมิไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนไวในความครอบครอง และมไิ ดร บั อนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั จงึ จะลงโทษจาํ เลยได มฉิ ะนน้ั ลงโทษจาํ เลยไดต าม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ เทาน้นั ®Õ¡Ò·Õè ôõóô/òõóñ ในความผิดฐานมีอาวุธปนโดยไมไดรับอนุญาตและพาอาวุธ ปนไปในทางสาธารณะโดยไมไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนติดตัวตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ โจทกมิได นําสืบใหไดความวาอาวุธปนกระบอกที่จําเลยใชยิงผูเสียหายเปนอาวุธปนที่จําเลยไมไดรับใบอนุญาต ทั้งไมไดอาวุธปนดังกลาวมาเปนหลักฐาน แมจําเลยจะมิไดนําสืบปฏิเสธวา อาวุธปนน้ันจําเลยไดรับ อนญุ าตจากนายทะเบยี นแลว และจาํ เลยไดร บั ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั คดกี ไ็ มอ าจลงโทษความผดิ ทั้งสองฐานน้ี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ แตข อ เทจ็ จริงฟงไดว าบรเิ วณท่เี กดิ เหตุอยูในหมูบาน จงึ ลงโทษ จาํ เลยตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ ได
๒๕๘ ®¡Õ Ò·èÕ óö÷ô/òõóò ในการพิจารณาคดีอาญา โจทกมีหนาท่ีนําสืบใหฟง ไดวาจาํ เลยกระทาํ ผิด การที่โจทกไมไดอาวุธปนที่จําเลยท่ี ๑ ใชขูชิงทรัพยผูเสียหายมาเปน ของกลาง และไมมีพยานหลักฐานอื่นท่ีพิสูจนใหเห็นวาอาวุธปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียน คงไดค วามจากจาํ เลยที่ ๑ เพยี งวา ไมเ คยไดร บั อนญุ าตจากราชการใหม แี ละพกพาอาวธุ ปน เทา นนั้ ดงั นนั้ จงึ ลงโทษจําเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปนไมมหี มายเลขทะเบยี นไวใ นความครอบครองโดยไมไดรบั อนญุ าต และพกพาอาวธุ โดยไมไดร บั ใบอนุญาตไมไ ด คงลงโทษจาํ เลยไดต าม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ เทานัน้ à¨μ¹Ò ผูกระทาํ ผิดตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ คือพาอาวุธไปดวย ถาไมมีเจตนา ยอมไมมีความผิด เชน ภรรยาแอบเอาปนซุกซอนไวใตเบาะรถโดยสามีไมรู เม่ือสามีเอารถขับเขาไป ในเมอื งจึงไมมคี วามผิด (¤) ·ÐàÅÒС¹Ñ Í‹ҧÍ×éÍÍ§Ö ã¹·ÕèÊÒ¸ÒóРÁÒμÃÒ ó÷ò ผูใดทะเลาะกันอยางอ้ืออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถานหรือ กระทาํ โดยประการอนื่ ใดใหเ สยี ความสงบเรยี บรอ ยในทางสาธารณะหรอื สาธารณสถานตอ งระวางโทษ ปรบั ไมเกนิ หาพันบาท การกระทําความผิดตามมาตราน้ีแบงไดเปน ๒ ประการ คือ ๑.การทะเลาะอ้ืออึง ในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน และ ๒.กระทําโดยประการอื่นใดใหเสียความสงบเรียบรอย ในทางสาธารณะ หรือสาธารณสถาน ¤ÇÒÁ¼´Ô áá มีองคป ระกอบของความผดิ ดังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทะเลาะกันอยางออื้ อึง ๒. ในทางสาธารณะหรอื สาธารณสถาน คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ·ÐàÅÒСѹÍ‹ҧÍÍé× ÍÖ§ ทะเลาะ คอื การทุม เถยี งกนั ดวยความโกรธ เปนการพพิ าทกนั ระหวา งบุคคล ๒ คนข้นึ ไป โดยตางสงเสียงดาทอหรือโตแยงกันอยางรุนแรง และการทุมเถียงกันดังกลาวตองถึงขนาดอื้ออึง คือมีเสียงดังล่ันเกิดขึ้นจากการทะเลาะกันน้ัน ไมวาถอยคําท่ีทะเลาะกันน้ันจะเปนถอยคําที่ หยาบคายหรอื ไมก็ตาม ò. ã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóÐËÃ×ÍÊÒ¸Òóʶҹ ทางสาธารณะ ดูความหมายจากมาตรา ๓๗๑ สาธารณสถาน หมายความวา สถานทีใ่ ดๆ ซงึ่ ประชาชนมคี วามชอบธรรมท่ีจะเขาไปได คําวาสถานที่มิไดจํากัดเฉพาะท่ีดินหรือโรงเรือนเทานั้น แตมีความหมายรวมถึงสถานที่ เชน บนขบวนรถไฟโดยสารดวย สถานท่ีที่ประชาชนมีความชอบธรรมท่ีจะเขาไปไดนั้น อาจเปนสถานท่ีของเอกชนท่ีเปด ใหป ระชาชนเขาไปได
๒๕๙ Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·Õè ñððô/òôøð สถานท่ีท่ีจัดไวสาํ หรับผูมาสูบฝนในรานจําหนายฝนเปน สาธารณสถาน ®Õ¡Ò·Õè ñóöò/òõðø ท่ีเกิดเหตุเปนรานคาและเปนท่ีซึ่งประชาชนมีความชอบธรรม ที่จะเขาไปไดจึงเปนสาธารณสถาน เม่ือจาํ เลยทะเลาะกันอ้ืออึงในสาธารณสถานจึงเปนความผิด ตามมาตรา ๓๗๒ ขอ ที่วาทีเ่ กิดเหตเุ ปนเคหสถานหรอื ไมน ้นั หาใชป ระเด็นแหง คดไี ม ®Õ¡Ò·èÕ øùô/òõñõ จาํ เลยท่ี ๑ และจําเลยที่ ๒ ไดพูดโตเถียงทะเลาะกัน โดยดาซ่ึงกันและกัน และใชผลฟกทองและลังไมทุมใสกันและกันที่ตลาด ก็พอเขาใจไดวาเปนการ ทะเลาะกันอยางอ้ือองึ ในสาธารณสถาน ครบองคประกอบความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๒ แลว สถานที่บางแหงซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเขาไปได เชน วัดวาอาราม ศาลยุติธรรม โรงละคร โรงแรม ตามปกติยอมเปนสาธารณสถาน แตบางสวนของสถานที่เหลานั้น ไดหวงหามมิใหบุคคลภายนอกเขาไป เชน หองทํางานของผูพิพากษา หองครัวโรงแรม หองแตงตัว ผแู สดงละคร สวนน้ีจะมใิ ชสาธารณสถาน ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ öðö/òô÷õ ท่ีตอนในรานขายอาหารซ่ึงเจาของแบงไวอาศัยนอนและผูที่ จะเขาไปตองขออนุญาตไมใชสาธารณสถาน ถึงแมวาเจาของสถานท่ีจะปลอยใหคนอื่นอาศัย เขาออกได ถาเปนเพียงการเอ้ือเฟอวิสาสะกันโดยเจาของยังคงสงวนสิทธิ์หวงหามอยูเชนนี้ ยังถือ ไมไดวาประชาชนมีความชอบธรรมท่จี ะเขา ไปได ®Õ¡Ò·èÕ ñðøð/òôøò ท่ีนาที่เจาของปลอยใหคนอื่นเดินผานไปมา โดยเจาของ ยังหวงหา มอยูไมใ ชสาธารณสถาน ®Õ¡Ò·èÕ õöø/òôùö ทาํ การเรี่ยไรในคูบานซ่ึงเปนคูเขาถึงบานผูท่ีอยูริมคลองลึก เขาไป แมใครๆ จะเขาออกไดก็เปนเรื่องถือประเพณีเอื้อเฟอวิสาสะกันในทองถ่ินไมเปนการเร่ียไร ในที่สาธารณะ ความผิดท่สี อง มอี งคประกอบของความผดิ ดังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทําโดยประการใด ๒. ใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน คํา͸ԺÒ ñ. ¡ÃзíÒâ´Â»ÃСÒÃã´ หมายถึง การกระทําอยางอื่นไมวาดวยประการใดๆ นอกเหนือจากการทะเลาะกนั อ้อื องึ เชน ไลชกตอ ยกนั กลางถนน เอาขาวของขวา งปากันกลางตลาด เขา ไปเลนสเก็ตว่ิงไลกันในโรงมหรสพ เปน ตน ๒. ทําใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน การกระทํา ดังกลาวตองมีผลใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ความสงบเรียบรอย หมายถึงความเปนระเบียบภายใต กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับอื่นเก่ียวกับความสงบเรียบรอย
๒๖๐ ทาํ ใหเสียความสงบเรียบรอย จึงหมายถึงการทาํ ใหเกิดการฝาฝนระเบียบ กฎหมาย หรือไมปฏิบัติ ตามระเบยี บขอ บงั คบั ดังกลาว เชน ชกตอยกันกลางถนน ทาํ ใหผ คู นมุงดูจนกีดขวางการจราจรไปหมด เปน เหตใุ หม กี ารชุลมุนวุนวายเกดิ ขึ้น องคป ระกอบภายในของความผิดท้งั ๒ ประการน้ไี มต อ งการเจตนา ดังนั้น ไมว าผกู ระทาํ จะมเี จตนาหรอื ไมก็เปนความผิดตามมาตรานี้ (§) ÂÔ§»¹„ «§Öè 㪴Œ Ô¹ÃÐàº´Ô â´Âãªà‹ ËμØ ÁÒμÃÒ ó÷ö ผูใดยิงปนซ่ึงใชดินระเบิดโดยใชเหตุในเมือง หมูบานหรือท่ีชุมนุมชน ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกินสิบวนั หรือปรับไมเกินหาพันบาทหรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ องคป ระกอบของความผดิ มดี ังนี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ยงิ ปนซ่ึงใชด นิ ระเบดิ ๒. โดยใชเหตุ ๓. ในเมอื ง หมบู า นหรือทีช่ มุ นมุ ชน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ÂÔ§»„¹â´Â㪌´Ô¹ÃÐàºÔ´ ขอสาํ คัญคือปนที่ใชยิงตองเปนปนที่ใชดินระเบิด เพราะการกระทําความผิดตามมาตราน้ีจํากัดไวเฉพาะการยิงปนซึ่งใชดินระเบิดเทานั้น เน่ืองจาก การยงิ ปน ซง่ึ ใชด นิ ระเบดิ มกั กอ ใหเ กดิ เสยี งดงั อนั อาจทําใหป ระชาชนตกใจกลวั หรอื เดอื ดรอ นรําคาญได แตอยางไรก็ตาม การยิงปนซึ่งใชดินระเบิดแมจะมีท่ีเก็บเสียง ทาํ ใหไมเกิดเสียงดังแตก็ยังเปน ความผิดเพราะปนเปนอาวุธรายแรง ทาํ ใหนาหวาดเสียว ดังนั้น การยิงปนที่กระสุนว่ิงไปไดดวย แรงขับของวตั ถุประเภทอื่นทมี่ ิใชแ รงระเบดิ เชน ปน ลมจงึ ไมผ ดิ ตามมาตราน้ี ò. â´Â㪋àËμØ หมายความวา การยิงปนซ่ึงใชดินระเบิดน้ี ตองกระทาํ โดยไมมีเหตุผล ทส่ี มควร และแสดงใหเห็นวา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ีตองกระทําโดยเจตนา ó. ã¹àÁ×ͧ หมูบ านหรอื ทชี่ มุ นุมชน มีความหมายดงั ทอี่ ธิบายไวแลว ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·Õè ñññó/òõñö จําเลยเสพสุราเมาแลวประพฤติวุนวายข้ึนบนสถานีตาํ รวจและ ใชปนยิงข้ึนโดยใชเหตุ กระสุนปนถูกกระจกกรอบรูปแตกและถูกคานพื้นสถานีตํารวจเสียหาย จําเลย มคี วามผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๘ กระทงหน่งึ และตามมาตรา ๓๗๖ กบั มาตรา ๓๕๘ อกี กระทงหนงึ่ เจตนา ความผดิ มาตรานี้ ผูกระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ (¨) àʾÊÃØ ÒËÃÍ× ¢Í§àÁÒÍÂÒ‹ §Í×蹨¹à»š¹àËμØãË»Œ ÃоÄμÔÇØ¹‹ ÇÒ ÁÒμÃÒ ó÷ø ผูใดเสพสุราหรือของเมาอยางอ่ืนจนเปนเหตุใหตนเมา ประพฤติ วุนวายหรือครองสติไมไดขณะอยูในถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน ตองระวางโทษปรับไมเกิน หาพนั บาท
๒๖๑ องคประกอบของความผิดมีดังนี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เสพสรุ าหรอื ของเมาอยา งอน่ื จนเปนเหตุใหต นเมา ๒. ประพฤตวิ นุ วายหรอื ครองสติไมไดขณะอยูใ นถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คํา͸ºÔ Ò ñ. àÊ¾ÊØÃÒËÃÍ× ¢Í§àÁÒÍ‹ҧÍ×¹è ¨¹à»¹š àËμãØ ËŒμ¹àÁÒ การเสพสุราหรอื ของเมาอยางอืน่ “การเสพ” หมายถงึ การกนิ การดืม่ หรอื การบรโิ ภค โดยวิธีอ่ืนใดเขาไปในรางกาย เชน การสูบ การใชเข็มฉีดยา “สุรา” หมายถึง เหลา สวน “ของเมา อยางอ่ืน” หมายถึงของทุกชนิดท่ีกอใหเกิดการมึนเมาได เชน ฝน เฮโรอีน กัญชา หรือยาบางชนิด เชน ยามา (ความผดิ ฐานเสพฝน เฮโรอีน กญั ชาเปน ความผดิ เฉพาะตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโ ทษดวย) จนเปนเหตุใหตนเมา ผูเสพจะมีความผิดตองอยูในสภาพมึนเมา เพราะสิ่งที่เสพเขาไป ถาไมมึนเมากไ็ มเ ขา มาตราน้ี ò. »ÃоÄμÔÇØ¹‹ ÇÒÂËÃÍ× ¤ÃͧÊμäÔ Áä‹ ´¢Œ ³ÐÍÂÙã‹ ¹¶¹¹ÊÒ¸ÒóÐËÃÍ× ÊÒ¸Òóʶҹ ประพฤติวุนวาย หมายถึง มึนเมาจนมีกิริยาท่ีอยูในลักษณะท่ีกอใหเกิดความโกลาหล หรือความไมสงบ เชน เมาสงเสียงเอะอะรบกวนผูอ่ืน หรือตะโกนดาวาทาทายผูอ่ืน หรือนอนแผ บนทอ งถนน เปนตน ครองสติไมได หมายถึง ผูเมาไมสามารถควบคุมกิริยาทาทาง การเคล่ือนไหวของตนได ตามปกติ ทาํ ใหเดินโซซัดโซเซชนผูคน หรือพูดจาเอะอะโวยวายอยูคนเดียว หรือนอนถายปสสาวะ เรี่ยราดอยูกลางถนน เปน ตน ถนนสาธารณะ มีความหมายแคบกวาคาํ วา “ทางสาธารณะ” เพราะมิไดหมายรวมถึง ทางน้ําดว ยและควรจะจาํ กดั เฉพาะถนนซง่ึ เปน ทางทรี่ ถวงิ่ ได แตอ ยา งไรกด็ กี ารทก่ี ําหนดสาธารณสถาน ไวดวยจงึ ทําใหสถานทีท่ กี่ ระทาํ ผดิ มิไดถูกจํากดั แคบลงมากนกั ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·Õè ñññó/òõñö จําเลยเสพสรุ าเมาแลว ประพฤตวิ นุ วายขนึ้ บนสถานตี าํ รวจและใช ปนยิงข้ึนโดยใชเหตุ กระสุนปนถูกกระจกกรอบรูปแตกและถูกคานพื้นสถานีตาํ รวจเสียหาย จําเลยมี ความผิด ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๘ กระทงหน่ึง และตามมาตรา ๓๗๖ กับมาตรา ๓๕๘ อีกกระทงหนึง่ à¨μ¹Ò ความผดิ มาตรานตี้ อ งการเจตนาตามมาตรา ๕๙ คอื ตอ งเปน การเสพโดยสมคั รใจ หรือรวู า สงิ่ ท่ีเสพเปน สรุ าหรือของมึนเมา (©) ª¡Ñ ËÃÍ× áÊ´§ÍÒÇ¸Ø ã¹¡ÒÃÇÔÇÒ·μÍ‹ ÊÙŒ ÁÒμÃÒ ó÷ù ผูใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทตอสู ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน สิบวนั หรอื ปรบั ไมเกินหาพันบาท หรอื ทง้ั จําทั้งปรับ
๒๖๒ องคประกอบของความผดิ มีดังน้ี ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ชักหรอื แสดงอาวธุ ๒. ในการวิวาทตอ สู ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คํา͸ºÔ Ò ñ. ªÑ¡ËÃ×ÍáÊ´§ÍÒÇØ¸ ชัก คอื การนาํ อาวธุ ออกมาจากทซี่ อน เชน ชักดาบออกจากฝก ดึงปน ออกจากเอว แสดง คอื การทาํ ใหอาวุธปรากฏขึ้น แสดงใหท ราบวาผนู ั้นมีอาวุธมา เชน ชใี้ หเ ห็นทเี่ กบ็ ซอนอาวธุ อาวุธ ดูความหมายในมาตรา ๓๗๑ ò. 㹡ÒÃÇÇÔ Ò·μÍ‹ ʌ٠วิวาทตอสู หมายถึง การวิวาทจนถึงขั้นใชกําลังกายเขาตอสูกัน หากทะเลาะโตเถียงกัน ดวยคาํ พูดหรือกระทาํ ดว ยประการใดท่ยี ังไมถ ึงข้นั ใชกาํ ลงั กายเขา ตอสูก ันแลว ก็ยังไมเปนววิ าทตอสู Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ø÷ò/òôöô นางสาํ เนียงกับจาํ เลยทะเลาะทุมเถียงกัน แลวจําเลยยกปนข้ึน จองยิงนางสําเนียง ยังไมปรากฏวามีการวิวาทถึงข้ันตอสูกัน จาํ เลยยังไมมีความผิดฐานชักศัสตราวุธ ในเวลาววิ าทตอ สูกัน ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา ๓๓๕(๑๔) เจตนา ผกู ระทําตองมเี จตนาในการชักหรอื แสดงอาวธุ ซงึ่ เปน เจตนาตามมาตรา ๕๙ (ª) á¡ÅŒ§ºÍ¡àÅÒ‹ ¤ÇÒÁà·ç¨ãËàŒ ÅÍ×è §ÅÍ× ¨¹à»¹š àËμãØ ËŒ»ÃЪҪ¹μ×¹è μ¡ã¨ ÁÒμÃÒ óøô ผูใดแกลงบอกเลาความเท็จใหเล่ืองลือจนเปนเหตุใหประชาชน ตืน่ ตกใจตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหนึ่งเดอื นหรือปรบั ไมเกินหนง่ึ หม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทง้ั ปรับ องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. แกลง บอกเลาความเทจ็ ใหเล่ืองลือ ๒. จนเปน เหตุใหป ระชาชนต่นื ตกใจ องคป ระกอบภายใน - เจตนา คาํ ͸ºÔ Ò ñ. á¡Å§Œ ºÍ¡àÅÒ‹ ¤ÇÒÁà·¨ç ãËàŒ Å×èͧÅ×Í แกลง แสดงใหเห็นถึงเจตนาของผูกระทําวารูอยูแลววาขอความที่บอกเลาเปนความเท็จ แตก็ยังบอก
๒๖๓ บอกเลา คอื การทบี่ คุ คลหนง่ึ แจง เรอื่ งราวอยา งใดอยา งหนง่ึ ใหค นอนื่ ทราบดว ยวธิ ใี ดกไ็ ด เชน พูดออกโทรทัศน เขยี นจดหมาย ปดประกาศโฆษณา ความเทจ็ คือ เปนเร่ืองไมจ ริง ซงึ่ ผบู อกเลาแกลง บอกทาํ ใหผอู น่ื เขาใจผดิ วาเปน เร่อื งจรงิ ใหเล่ืองลือ หมายถึง ทาํ ใหแพรกระจายไปสูคนจํานวนมาก เกิดการเซ็งแซเลาขานกัน ตอๆ ไปในหมปู ระชาชน ò. ¨¹à»š¹àËμãØ Ë»Œ ÃЪҪ¹μ×¹è μ¡ã¨ ตื่นตกใจ หมายถึง เกดิ ความวติ ก หวาดกลวั เปนกงั วล ตืน่ ตระหนก การแกลง บอกเลา ความเทจ็ ใหเ ลอ่ื งลอื ดงั กลา วยงั ไมเ ปน ความผดิ หากมไิ ดท ําใหป ระชาชน ต่นื ตกใจ à¨μ¹Ò ผูบอกเลาตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ คาํ วาแกลง แสดงใหเห็นวาผูกระทาํ ตองมเี จตนารอู ยูแลว วาเปน ขอ ความเท็จ แตก ย็ งั บอกเลา ใหเลอ่ื งลอื จนเปนผลใหประชาชนตืน่ ตกใจ ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñðøñ/òôøò จําเลยแสดงตนเปนหมอรักษาโรคทางอาคมโดยไมเรียกรอง เอาเงิน แมเปนเหตุใหราษฎรแตกตื่นพากันมาใหจาํ เลยรักษามากมายก็มิไดเปนไปในทางตกใจ หวาดกลัว ดงั นีไ้ มเ ปน ความผิดฐานแกลง เอาความเทจ็ มาเลาลอื ใหเ กิดความตน่ื ตกใจในหมูชน ®Õ¡Ò·èÕ ÷÷ñ/òôø÷ การกระพอื ขา ววา คนทรงเจา บอกวา จะเกดิ เพลงิ ไหมห รอื จะเกดิ เจ็บไขทาํ ใหราษฎรหวาดหวั่นปนปวน การซ้ือขายไมเปนปกตินั้นเปนความผิดฐานแกลงเอาความเท็จ มาเลา ลอื ใหเกิดความตนื่ ตกใจในหมชู น ถา หากการบอกเลา ความเทจ็ นน้ั เปน เหตใุ หไ ดม าซง่ึ ทรพั ยส นิ จากประชาชนดว ย ผกู ระทํา มีความผดิ ฐานฉอ โกงประชาชนอีกกระทงหนึง่ ®Õ¡Ò·èÕ ùö/òõñ÷ ออกโทรทัศนพูดเท็จวาพระพรหมเขาฝนวาจะเกิดจลาจลให พวกเกิดปมะไปรับคาถาและทอดผาปา จนคนจํานวนมากหลงเช่ือพากันมาออกเงินเปนความผิด ตามมาตรานี้กระทงหนึ่ง ตามมาตรา ๓๔๓ กับพระราชบัญญัติควบคุมการเร่ียไร พ.ศ.๒๔๔๗ มาตรา ๘, ๑๗ อีกกระทงหนึ่ง ใหล งโทษตามมาตรา ๓๔๓ («) ¡Õ´¢ÇÒ§·Ò§ÊÒ¸ÒóШ¹ÍҨ໚¹ÍØ»ÊÃäμ‹Í¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂËÃ×ͤÇÒÁÊдǡ 㹡ÒèÃҨà ÁÒμÃÒ óøõ ผูใดโดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย กีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทาํ ดวยประการอ่ืนใด ถาการกระทาํ นั้นเปนการกระทําโดยไมจําเปนตองระวางโทษปรับ ไมเ กินหาพนั บาท
๒๖๔ องคป ระกอบของความผดิ มดี งั น้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ไมไ ดรับอนุญาตอนั ชอบดว ยกฎหมาย ๒. กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวก ในการจราจร ๓. โดยวางหรือทอดทิ้งสิง่ ของหรือโดยกระทาํ ดวยประการอนื่ ใด ๔. การกระทาํ นัน้ เปนการกระทําโดยไมจาํ เปน คาํ ͸ºÔ Ò ñ. äÁ‹ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμÍѹªÍº´ŒÇ¡®ËÁÒ หมายถึง การกีดขวางทางสาธารณะตาม มาตราน้ี ตองเปนการกระทําโดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย การอนุญาตอันชอบดวย กฎหมาย หมายความวา เจา พนกั งานผอู นญุ าตเปน ผมู อี าํ นาจอนญุ าตไดต ามกฎหมาย และไดอ นญุ าต โดยวิธีอันถูกตองตามกฎหมาย ไมใ ชวาเจา พนกั งานชนั้ ใดๆ ทจ่ี ะอนญุ าตไดตามชอบใจ เชน พนักงาน การประปาไดรับอนญุ าตใหข ุดถนนฝง ทอ ประปา หรือไดร ับอนุญาตใหจ ัดมหรสพ ณ ถนนราชดาํ เนนิ เนอื่ งในวนั ท่ี ๕ ธนั วามหาราช เปนตน ò. ¡Õ´¢ÇÒ§·Ò§ÊÒ¸ÒóШ¹ÍҨ໚¹ÍØ»ÊÃäμ‹Í¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂËÃ×ͤÇÒÁÊдǡ 㹡ÒèÃҨà กดี ขวาง หมายถงึ กดี กนั้ ขดั ขวาง เกะกะ ทางสาธารณะ หมายถงึ ทัง้ ทางบก ทางนาํ้ ทางรถไฟ สาํ หรับประชาชนใชสอย อาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัย หมายถึงการทําใหเกิดความขัดของหรือลําบาก อันเปนอันตรายตอความปลอดภัย เชน เอาสเก็ตบอรดวางทิ้งไวบนทางเทาท่ีคนเดินสัญจรไปมา ซึ่งอาจทําใหคนท่ีไปเหยียบลื่นหกลมได หรือเอาน้ํามันเครื่องราดไวกลางถนน ทําใหรถท่ีวิ่งไปมา ล่ืนชนกันได อาจเปน อปุ สรรคตอ ความสะดวกในการจราจร หมายถงึ ความขดั ขอ งลาํ บากในการจราจร เชน ต้งั จอหนังกลางแปลงบนถนน ทําใหรถผา นไปมาไมส ะดวก เปนตน ó. ÇÒ§ËÃ×Í·Í´·Ôé§Êè§Ô ¢Í§ËÃÍ× â´Â¡ÃÐทํา´ÇŒ »ÃСÒÃ͹×è ã´ วาง หมายถึง นาํ สิง่ ของไปไวบ นทางสาธารณะอนั เปน การกดี ขวางทาง ทอดท้ิง หมายถึง ไมเอาธุระ ไมเอาใจใส เชน รถบรรทุกนํ้ามันทํานํ้ามันหกราดไป ตามพื้นถนน โดยไมเ อาใจใสห รอื จอดรถท่เี ชามาท้ิงไวขวางทางจราจรโดยไมเ อาธรุ ะ โดยกระทําดวยประการอ่ืนใด คือ ไมวาจะกระทําดวยวิธีใดก็ตามอันเปนการกีดขวาง ทางสาธารณะ เชน ใชเ ชือกขึงขวางทางเดนิ ขุดหลมุ บนถนน เปน ตน ô. ¡ÒáÃÐทํา¹éѹ໚¹¡ÒáÃÐทาํ â´ÂäÁ‹จาํ ໹š ไมจ าํ เปน หมายถงึ ไมม เี หตสุ มควรอนั จาํ ตอ งกระทาํ เชน นน้ั แตถ า มเี หตจุ าํ เปน ตอ งกระทาํ ก็ไมเปนความผิด เชน ขับรถไปบนถนนเปลี่ยวรถเกิดเสีย ตองจอดทิ้งไวกลางทางเพราะไมสามารถ
๒๖๕ เข็นเขาแอบไวเพราะเบรกมือคางและไมมีใครชวยเข็น จึงจําเปนตองทิ้งรถไวเชนนั้นเพื่อไปตามชาง จึงถือเปน การกีดขวางทางจราจรโดยจาํ เปน ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñðô/òôöò จําเลยทําฝายกั้นลาํ นา้ํ ปงโดยอางวามิไดก้ันตลอดลํานํ้าเรือ ยงั คงสัญจรไปมาไดศ าลฎีกาวินจิ ฉัยวา “แมจ ําเลยจะเถียงวามไิ ดกน้ั ตลอดลาํ นํา้ มีชองใหเรือขึ้นลองได กย็ งั มผี ดิ แมเพยี งปลกู รุกลา้ํ ก็มีผดิ โดยไมจาํ ตองพจิ ารณาวาตองมกี ารเสียหาย เพราะมหาชนมีอํานาจ อันชอบธรรมท่ีจะใชลาํ น้าํ โดยเต็มบริบูรณ และมีความชอบธรรมท่ีจะไดความสะดวกทุกสิ่งทุกอยาง แหงลาํ นํ้าทเี่ ปน อยู ®Õ¡Ò·èÕ ñðòð-ñðòñ/òõðõ คหู รอื คลองทเ่ี จา ของทด่ี นิ ขดุ ขน้ึ นน้ั แมจ ะยอมใหช าวบา น ถือวิสาสะใชในการสัญจรไปมาบาง แตเจาของก็มิไดอุทิศใหเปนสาธารณะจึงไมทําใหกลายสภาพเปน ทางสาธารณะไปได ฉะน้ัน ถงึ เจาของท่ดี นิ จะทําคนั ดินปด ก้ันก็ไมมคี วามผดิ ฐานปดก้ันทางสาธารณะ (¬) á¢Ç¹μ´Ô μ§Ñé ËÃ×ÍÇÒ§ÊÔ§è ã´äÇ⌠´Â»ÃСÒ÷è¹Õ ‹Ò¨Ðμ¡ËÃ×;§Ñ ŧ ÁÒμÃÒ óø÷ ผูใดแขวน ติดต้ังหรือวางสิ่งใดไวโดยประการที่นาจะตกหรือพังลง ซ่ึงจะเปนเหตุอันตรายเปรอะเปอนหรือเดือดรอนแกผูสัญจรในทางสาธารณะตองระวางโทษ ปรับไมเกนิ หา พนั บาท องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. แขวนตดิ ตงั้ หรอื วางส่งิ ใดไว โดยประการทีน่ าจะตกหรอื พังลง ๒. ซ่งึ จะเปน เหตอุ นั ตราย เปรอะเปอ นหรอื เดอื ดรอนแกผ ูส ัญจรในทางสาธารณะ คาํ ͸ԺÒ ñ. á¢Ç¹μ´Ô μÑé§ËÃ×ÍÇҧʧèÔ ã´äÇ⌠´Â»ÃСÒ÷Õ蹋ҨÐμ¡ËÃÍ× ¾Ñ§Å§ แขวนติดต้ังหรือวางส่ิงใดไว “แขวน” หมายถึง หอยส่ิงของลงมาจากการยึดตรึง เบื้องบนดว ยส่ิงใดส่งิ หน่งึ เชน ใชล วดแขวนปายหางราน “ตดิ ต้งั ” หมายถงึ เอาสิ่งของอยางหนง่ึ ไปติด หรือยึดตรึงกับของอีกส่ิงหนึ่ง เชน ติดตั้งเครื่องดูดอากาศ เคร่ืองทําความรอน เคร่ืองทําความเย็น “วางสิ่งของ” หมายถึง เอาส่ิงของวางไวโดยมีสิ่งอ่ืนรองรับ เชน วางกระถางตนไม วางตุก ตากระเบื้อง เปนตน การแขวน ตดิ ตง้ั หรอื วางนจ้ี ะกระทาํ ในทใ่ี ดกไ็ ด เชน หลงั คา ดาดฟา ระเบยี ง ขอบหนา ตา ง ฝาผนัง กําแพงรวั้ โดยประการที่นาจะตกหรือพังลงมา หมายความวา เปนการแขวนติดตั้ง หรือวางใน ลักษณะที่ไมม่ันคงแข็งแรงพอ อาจจะตกหรือพังลงมาก็ได คือ โอกาสในการที่จะตกหรือพังลงมา มอี ยมู ากหรอื คอ นขางแนนอน
๒๖๖ ò. «§Öè ¨Ð໚¹àËμÍØ ¹Ñ μÃÒ à»ÃÍÐໄ͜ ¹ ËÃ×Íà´×Í´ÃÍŒ ¹á¡‹¼ÙŒÊÑÞ¨Ãã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóРซ่ึงจะเปนเหตุอันตราย หมายถึง สิ่งที่นาตกหรือพังลงมาน้ัน อาจเปนเหตุใหเกิด อนั ตรายแกผ สู ญั จรในทางสาธารณะได เชน กระถางตน ไมว างไวบ นระเบยี ง อาจตกลงมาถกู ศรี ษะของ นายดําซงึ่ กําลงั เดินผา นซอยนนั้ พอดี ทาํ ใหศ ีรษะแตกได เปรอะเปอน หมายถึง ทําใหเลอะเทอะสกปรก เชน กระโถนปสสาวะของลูกวางไว ที่ขอบหนา ตางอาจตกลงมาถกู ผสู ัญจรเปรอะเปอนได เดือดรอนแกผูสัญจรในทางสาธารณะ หมายถึง แมไมเปนอันตรายหรือเปรอะเปอน แตกท็ ําความเดือดรอ นรําคาญใหได เชน วางถุงเก็บฝนุ จากเคร่อื งดูดฝุนไวบนดาดฟา ฝุนอาจปลวิ ลง มาทาํ ใหคนตองเดนิ หลบและอุดจมูกอนั เปนการรบกวนผสู ัญจรใหต อ งเดือดรอนราํ คาญ เปน ตน การแขวนติดตั้งหรือวางสิ่งใดไวน้ันอาจกระทําที่ใดก็ได แตตองอยูในลักษณะที่นาจะตก หรือพังลง ซ่ึงการตกหรือพังลงน้ันอาจจะทําใหผูสัญจรในทางสาธารณะไดรับอันตรายเปรอะเปอน หรอื เดอื ดรอน สง่ิ ทวี่ างไวน นั้ ยงั ไมต องตกลงมากเ็ ปน ความผิดแลว (Þ) ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ãË¢Œ ͧᢧç μ¡Å§ ³ ·ãÕè ´æ â´Â»ÃСÒ÷Õ蹋ҨÐ໹š ÍѹμÃÒÂá¡‹º¤Ø ¤ÅËÃÍ× ·Ã¾Ñ  ÁÒμÃÒ óøù ผูใดกระทําดวยประการใดๆ ใหของแข็งตกลง ณ ท่ีใดๆ โดยประการ ท่ีนาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล หรือเปนอันตรายแกทรัพยหรือกระทําดวย ประการใดๆ ใหของโสโครกเปรอะเปอนหรือนาจะเปรอะเปอนตัว บุคคลหรือทรัพย หรือแกลง ทําใหของโสโครกเปนที่เดือดรอนรําคาญ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือนหรือปรับไมเกิน หน่ึงหมน่ื บาทหรอื ทง้ั จําทง้ั ปรับ ความผิดตามมาตรานแ้ี บง ออกเปน ๓ ประการคอื ๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ใหข องแขง็ ตกลง ณ ทใี่ ดๆ โดยประการทน่ี า จะเปน อนั ตราย หรือเดอื ดรอ นราํ คาญแกบคุ คล หรือเปนอนั ตรายแกท รัพย ๒. กระทําดวยประการใดๆ ใหของโสโครกเปรอะเปอ นหรอื นาจะเปรอะเปอ นตวั บคุ คล หรือทรพั ย ๓. แกลง ทาํ ใหข องโสโครกเปน ที่เดอื ดรอนรําคาญ ความผดิ แรก มอี งคประกอบของความผดิ ดงั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทาํ ดวยประการใดๆ ๒. ใหข องแข็งตกลง ณ ท่ีใดๆ ๓. โดยประการที่นาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล หรือเปนอันตราย แกท รพั ย
๒๖๗ คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ตอ งเปนการกระทําของคนดวยวิธีใดๆ กไ็ ด เชน โดยการ ปา ขวาง โยน ท้งิ ก็ได ò. ãËŒ¢Í§á¢§ç μ¡Å§ÁÒ ของทถี่ ูกคนขวาง ปา ดงั กลา ว ตองเปนของแขง็ และการตกลง กไ็ มจ าํ เปนตอ งตกลงในทางสาธารณะ อาจตกลงในท่ใี ดๆ ก็ได เชน ขวา งขวดเหลา ลงมาจากดาดฟา ó. â´Â»ÃСÒ÷è¹Õ Ò‹ ¨Ð໚¹ÍѹμÃÒÂËÃ×Íà´Í× ´ÃŒÍ¹รํา¤ÒÞ᡺‹ ¤Ø ¤Å หรอื เปน อนั ตราย ตอทรัพย การทําใหของแข็งตกลงมาน้ัน เพียงแตนาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล ก็เพียงพอแลวไมจําเปนตองเปนอันตราย หรือกอใหเกิดความเดือดรอนรําคาญขึ้นแลวจริงๆ แตถา เปนอนั ตรายตอ ทรพั ย การตกลงของของแขง็ นน้ั ตอ งถงึ ข้ันทําใหท รพั ยนั้นเปน อนั ตรายแลว จงึ จะเปน ความผดิ เชน ขวา งขวดเหลา ตกลงมาเฉย่ี วหวั คน แมไ มถ กู กเ็ ปน ความผดิ แลว แตท าํ กระถางตน ไมต กลง มาเกือบถกู รถยนตยงั ไมผิดตองถกู รถยนตแ ลวจึงจะผดิ ความผิดนีไ้ มตองการเจตนา แมเปนการกระทําโดยประมาทก็เปนความผิดตามมาตราน้ี ¤ÇÒÁ¼´Ô ·ÊèÕ Í§ มีองคประกอบของความผดิ ดงั น้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. การทําดว ยประการใดๆ ๒. ใหข องโสโครกเปรอะเปอ นหรือนา จะเปรอะเปอ นตัวบคุ คลหรอื ทรัพย คํา͸ºÔ Ò ๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ตอ งเปนการกระทําของคน ไมจาํ กัดวธิ ีการแตอยา งใด ๒. ใหข องโสโครกเปรอะเปอนหรือนาจะเปรอะเปอ นตวั บคุ คลหรือทรัพย ¢Í§âÊâ¤Ãก คือ ของสกปรกไมจํากัดวาจะเปนของแข็งหรือของเหลว ถาทําดวย ประการใดๆ ใหเ ปรอะเปอนตัวบุคคล หรอื ทรพั ยก ็เปนความผดิ เชน สาดนํา้ สกปรกเขา ไปในทางท่มี ี คนสญั จรไปมา โดยไมใ สใ จวา จะมคี นอยบู นทางเดนิ หรอื ไม ถงึ แมว า นาํ้ ทส่ี าดไปนนั้ จะไมเ ปรอะเปอ นใคร กเ็ ปน ความผิดมาตราน้ี การกระทาํ ตามขอน้ไี มจําเปน ตองมเี จตนา ความผิดทสี่ าม มีองคประกอบของความผิด ดังนี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. แกลง ๒. ทาํ ใหข องโสโครกเปน ทเี่ ดือดรอ นรําคาญ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. á¡Å§Œ แสดงวา มเี จตนากระทํา มใิ ชเ ปน การกระทําไปโดยประมาทหรอื รเู ทา ไมถ งึ การณ
๒๖๘ ò. ทาํ ãË¢Œ ͧâÊâ¤Ã¡à»¹š ·àÕè ´Í× ´ÃÍŒ ¹ราํ ¤ÒÞ อาทเิ ชน เอาขยะมลู ฝอยไปทงิ้ ในทที่ ไ่ี มค วร เชน หนาบา นหรอื ขา งรว้ั จนสง กล่ินเหม็นรบกวนผูอ ่นื ใหเดือดรอนราํ คาญ à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ ผดิ ตามมาตรานตี้ อ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂμÍ‹ ·Ã¾Ñ ÂÊ ¹Ô ÊÒ¸ÒóÐáÅÐà¡ÂÕè Ç¡ºÑ ÊμÑ Ç á¹Ç¤´Ô ๑. ทรัพยสินสาธารณะ เชน ทาง หรือทอระบายนํ้า เปนส่ิงท่ีมีขึ้นเพ่ือประโยชนของ สวนรวมบุคคลจึงมีหนาท่ีท่ีจะตองสงวนรักษาไมทําใหเกิดความขัดของ หรือเสียหาย เพราะความ ขัดของหรือเสียหายดังกลาวยอมกอใหเกิดภยันตรายตอสุขภาพ และรางกายของประชาชน ดังนั้น กฎหมายจึงตอ งบญั ญตั คิ วามผดิ ไว ๒. บคุ คลใดมหี นา ทค่ี วบคมุ สตั วต อ งควบคมุ สตั วน นั้ ไวไ มใ หไ ปไหนโดยลาํ พงั เพอ่ื ปอ งกนั มใิ หไ ปทาํ อนั ตรายตอ บคุ คลอนื่ หรอื ทรพั ยส นิ ของบคุ คลอนื่ หากผคู วบคมุ สตั วล ะเลย กฎหมายบญั ญตั ิ ไวเปนความผิด นอกจากนี้การใชแรงงานสัตวเกินสมควร การทารุณสัตว หรือกระทําประการใด ตอ สตั วโ ดยปราศจากความเมตตา กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ ปน ความผดิ ดว ย รวมทงั้ การทง้ิ ซากสตั ว ซงึ่ อาจ เนาเหมน็ ไวใ นหรอื ริมทางสาธารณะ กฎหมายกบ็ ัญญัตไิ วเ ปน ความผิดเชน เดยี วกนั ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡Òá‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂμÍ‹ ·ÃѾÂÊ¹Ô ÊÒ¸ÒóРความผิดในเรือ่ งนี้ ประกอบดว ยการกระทําความผดิ ๓ ฐานคอื ๑. ทาํ ใหร างระบายนา้ํ รอ งนา้ํ หรอื ทอ ระบายของโสโครกอนั เปน สงิ่ สาธารณะเกดิ ขดั ขอ ง หรอื ไมส ะดวก ๒. ทาํ ใหเกดิ ปฏิกลู แกนา้ํ ในบอ สระ หรือที่ขังนาํ้ อนั มไี วส ําหรับประชาชนใชส อย ๓. ขดุ หลุม หรือรางหรอื ปลกู ปก หรือวางสิ่งของเกะกะไวใ นทางสาธารณะ ความผดิ ทงั้ สามฐานน้ี ปรากฏอยใู นมาตรา ๓๗๕, ๓๘๐ และ ๓๘๖ ดงั มสี าระสาํ คญั ดงั น้ี (¡) ทําãËÃŒ Ò§ÃкÒÂน้าํ Ëͧนํ้า ËÃ×Í·Í‹ ÃкÒ¢ͧâÊâ¤Ã¡à¡Ô´¢Ñ´¢ŒÍ§ËÃÍ× äÁÊ‹ дǡ ÁÒμÃÒ ó÷õ ผูใดทําใหรางระบายนํ้า รองน้ําหรือทอระบายของโสโครกอันเปน สิง่ สาธารณะเกดิ ขดั ของหรือไมส ะดวกตองระวางโทษปรบั ไมเกินหา พนั บาท องคประกอบของความผดิ มีดงั นี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทาํ ใหรางระบายนา้ํ รองนาํ้ หรือทอระบายของโสโครกอันเปน ส่งิ สาธารณะ ๒. เกิดขัดขอ งหรอื ไมสะดวก
๒๖๙ คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ทําãËŒÃÒ§ÃкÒÂน้าํ ÃÍ‹ §นา้ํ ËÃÍ× ·Í‹ ÃкÒ¢ͧâÊâ¤Ã¡Íѹ໚¹ÊÔ§è ÊÒ¸ÒóРรางระบายนํ้า คือส่ิงทท่ี าํ ขึ้นเพ่ือระบายน้ําเขาออก รอ งนํ้า คือทางนาํ้ ไหลซงึ่ อาจเกดิ ขนึ้ โดยธรรมชาติหรอื โดยขุดข้นึ กไ็ ด ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ùòð/òô÷ö จําเลยบังอาจเขาทํานาปลูกขาวลงในสระหรือหนองสาธารณ ประโยชน ซึ่งเกิดข้ึนโดยธรรมชาติ เปนการขัดขวางตอทางสายนํ้าท่ีจะไหลลงสูสระวัดปาเลไลย และจําเลยไดวิดนํ้าในสระหรือหนองน้ีไปทางอ่ืนอีกดวย ทําใหราษฎรเดือดรอนขาดน้ําในสระ วดั ปาเลไลยสําหรบั ใชสอยจาํ เลยมีผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐ รองน้ํา ตอ งมีลักษณะท่มี ีน้าํ ไหลและประชาชนใชประโยชนได ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñóóñ/òô÷ù จําเลยไดปดก้ันลําน้ําตะกรุดซึ่งต้ืนเขินมาก ฤดูน้ําจึงมีนํ้า ตลอดโดยมปิ รากฏวา มีผใู ดใชส อยนํ้าหรือเปนทางเดนิ เรือหรืออยางใด ดังนี้ จําเลยไมม ีความผดิ ตาม มาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐ คําวารองนํ้าน้ีถูกจํากัดไวเฉพาะทางน้ําไหลเพื่อประโยชนแกการระบายน้ําหรือ เพื่อประชาชนใชสอยนํ้าเทา น้นั มไิ ดหมายความถงึ ทางนํ้าไหลขนาดใหญ เชน แมน า้ํ ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñðô/òôöò การทาํ ฝายกนั้ ลาํ นาํ้ ปง ไมผ ดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐ เพราะไมใ ช ขัดขวางแกท อถายน้าํ รางนํ้า หรอื ทางนํ้าไหล ทอระบายนํ้าโสโครก คือทอ ระบายสงิ่ สกปรกออกไป ลักษณะสําคัญของความผิดตามมาตราน้ีคือ รางระบายน้ํา รองนํ้าหรือทอระบายของ โสโครกจะตองเปนสิ่งสาธารณะคอื ประชาชนทว่ั ไปใชประโยชนรว มกัน ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ÷ùù/òô÷ô จาํ เลยไดป ด กนั้ ทางนาํ้ ทไี่ หลเขา สบู งึ ซง่ึ ราษฎรอาศยั ใชน า้ํ ทาํ การ เพาะปลูก แลวจําเลยเขาทําสวนในบงึ ตดั สนิ วาจําเลยมคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐ ทอ ระบายนา้ํ ซึ่งอยูในทีด่ ินของเอกชน ถาไดความวาใชสาํ หรบั ประชาชนทัว่ ไประบายนาํ้ มานาน ก็เปน ส่งิ สาธารณะเจา ของท่ีดินถมทอไมไ ด Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ôøö/òô÷ò ทอนํา้ อยูในท่ีดินของจาํ เลยเปนทอทางนํ้าไหลติดตอกับ ทอของหลวง และมีมาหลายสิบปแลวกอนจาํ เลยเปนเจาของ เม่ือเจาของเดิมไดทาํ สําหรับเปน ทอระบายนาํ้ ท่ัวๆ ไปแลว ก็ถือวาเปนทอสาธารณประโยชนเชนเดียวกับเปดที่ดินของตนใหเปน ทางเดิน การทจี่ าํ เลยถมทอ น้าํ นจ้ี งึ มคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐
๒๗๐ ®Õ¡Ò·Õè ñõðò/òõñô จําเลยปดก้ันรองนํ้าสาธารณะทาํ ใหนา้ํ หยุดไหล ราษฎรไดรับ ความเดือดรอน โจทกขอใหศาลลงโทษตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๕ ò. ¢Ñ´¢ŒÍ§ËÃÍ× äÁ‹Êдǡ หมายความวา ใชการไมไ ดหรอื ใชไ มไ ดเตม็ ที่ (¢) ทําãËŒà¡Ô´»¯¡Ô ÙÅá¡น‹ ํา้ 㹺͋ ÊÃÐËÃ×Í·¢Õè ѧนา้ํ ÍѹÁÕäÇŒสาํ ËÃºÑ »ÃЪҪ¹ãªÊŒ Í ÁÒμÃÒ óøð ผใู ดทาํ ใหเ กดิ ปฏกิ ลู แกนาํ้ ในบอ สระหรือทขี่ งั นํา้ อนั มไี วสาํ หรบั ประชาชน ใชสอย ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กินหน่ึงเดือน หรือปรับไมเ กินหนงึ่ หมื่นบาทหรอื ท้ังจําทงั้ ปรับ องคประกอบของความผดิ มดี งั นี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทาํ ใหเกดิ ปฏกิ ลู ๒. แกนา้ํ ในบอ สระหรอื ทีข่ ังนาํ้ อนั มไี วสาํ หรับประชาชนใชสอย คํา͸ºÔ Ò ñ. ทาํ ãËŒà¡´Ô »¯Ô¡ÅÙ ปฏิกูล บทบัญญัติในมาตรานี้ตรงกับกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๕ (๑๕) ซึ่งใช คาํ วา “ทําใหน้ํา...โสโครก” คําวาปฏิกูลแปลวานาเกลียด ซ่ึงศาลฎีกาไดวินิจฉัยในคําพิพากษาฎีกา ท่ี ๑๑๐๘/๒๕๐๕ วา “การกระทาํ ใหเ กิดปฏกิ ูลหมายถึงทาํ ใหนา เกลยี ดหรอื พึงเกลยี ดหรอื เกดิ โสโครก แกน้ํา” ดังน้ัน ความหมายของคาํ วา ทําใหเกิดปฏิกูลจึงตรงกับคาํ วา “ทาํ ใหโสโครก” คือ ทําใหน้าํ สกปรก การทําใหน ้าํ สกปรกนไี้ มจ าํ เปน วา จะตอ งเอาของเนา เหมน็ หรอื สง่ิ อนั พงึ รงั เกยี จใสเ จอื ปนลงไป การทาํ ใหน้ําสกปรกดวยวิธีการใดก็ใชได แตการสกปรกของนาํ้ ตองมิใชสภาพท่ีเกิดเปนการช่ัวคราว มิฉะนั้นยังไมถือวา ทาํ ใหเกิดปฏิกูล ตัวอยางท่ีถือเปนความผิด เชน ท้ิงซากสัตวเนาลงในบอนํ้า ท่ใี ชบริโภค หรอื ถายอุจจาระปสสาวะลงไปในทีช่ าวบา นใชอาบ เปนตน ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ññðø/òõðõจาํ เลยไปวิดน้าํ เพื่อจับปลาในหนองซึ่งประชาชนใชตักนํ้าเอาไปรด ผักและเอาไปใหโคกระบืออาบ วินิจฉัยวาการท่ีจาํ เลยทําใหนํา้ ขุน ยังไมพอฟงวาทําใหเกิดปฏิกูลแก นา้ํ ในหนอง เพราะนํ้าขนุ เปน สภาพทเี่ กดิ ขนึ้ จากโคลนในหนองนนั้ เองชว่ั คราว หาใชท ําใหเ กดิ ปฏกิ ลู ไม จําเลยจงึ ยงั ไมมคี วามผดิ กอนหนานีศ้ าลฎีกาไดวินจิ ฉัยในคาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๒๐๗/๒๔๗๔ วา การทีจ่ าํ เลยกบั พวก ลงจับสัตวนา้ํ ในหนองท่ีขังนํา้ จนทาํ ใหน้ําในหนองขุนขนเปนโคลนปนน้าํ ไปต้ัง ๗-๘ วัน เปนเหตุให ราษฎรใชสอยและรับประทานนํ้าไมไ ดตามสภาพเดมิ จาํ เลยจงึ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๕(๑๕) ถงึ แมว า ขอ เทจ็ จรงิ ของคําพพิ ากษาทง้ั สองนจี้ ะใกลเ คยี งกนั แตค ําวนิ จิ ฉยั ตรงกนั ขา ม ก็มีขอท่ีนาสังเกตวาสภาพการใชสอยนํา้ ของประชาชนใน ฎีกาท่ี ๑๑๐๘/๒๕๐๕ ไมไดเปล่ียนแปลง ไปเนอื่ งจากการกระทาํ ของจาํ เลย และขอ เทจ็ จรงิ ไมป รากฏวา นาํ้ ขนุ อยนู านเทา ใด แต ฎกี าท่ี ๒๐๗/๒๔๗๔ น้ันประชาชนใชสอยน้าํ ไมไดตามปกติ จึงนาคิดวาในกรณีเชนนี้ควรถือวาทาํ ใหนํ้าเกิดปฏิกูลได
๒๗๑ คําพิพากษาฎีกาทั้งสองนี้จึงอาจจะยังไมขัดกัน แตอยางไรก็ดีถายังไมปรากฏวาการที่จําเลยลงไป วิดปลาน้นั เปน ผลทําใหท ี่ขังนํ้าสําหรับสาธารณชนใชส อยขุนขนโสโครก จําเลยกย็ งั ไมผ ิดตามมาตราน้ี ò. นํ้า㹺‹Í ÊÃÐËÃ×Í·Õè¢Ñ§นาํ้ ¹Ñé¹μŒÍ§ÁÕäÇŒÊÒí ËÃѺ»ÃЪҪ¹ãªŒÊÍ ¡ÒÃ㪌Ê͹éÕ ไมจ าํ กดั วาจะตอ งมีไวดมื่ อาบเทาน้ัน แตรวมไปถึงการใชป ลกู ผกั หรือเลยี้ งสัตวดวย (¤) ¢´Ø ËÅØÁËÃ×ÍÃÒ§ËÃ×Í»ÅÙ¡»˜¡ËÃ×ÍÇÒ§ÊèÔ§¢Í§à¡Ð¡ÐäÇ㌠¹·Ò§ÊÒ¸ÒóРÁÒμÃÒ óøö ผใู ดขุดหลุมหรือราง หรอื ปลูกปก หรือวางสิ่งของเกะกะไวในทางสาธารณะ โดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย แตละเลยไมแสดง สญั ญาณตามสมควรเพื่อปองกนั อุปทวเหตุ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหาพันบาท องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ขดุ หลมุ หรือราง หรอื ปลูกปก หรือวางส่งิ ของเกะกะ ๒. ในทางสาธารณะ ๓. โดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย แตละเลยไมแสดงสัญญาณ ๒. ในทางสาธารณะ (ดจู ากมาตรา ๓๗๑) ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คํา͸ԺÒ ñ. ¢´Ø ËÅØÁËÃ×ÍÃÒ§ËÃ×ͻš٠»˜¡ËÃ×ÍÇÒ§ÊèÔ§¢Í§à¡Ð¡Ð ขุดหลมุ หมายถึง ขดุ พนื้ ทางสาธารณะไวใ หเ ปนหลมุ บอ ขุดราง หมายถงึ การขดุ พน้ื ทางสาธารณะไวเ ปนราง ปลูกสง่ิ ของเกะกะ หมายถึง ปลกู สง่ิ ของใดๆ เชน ตนไม ปลกู สงิ่ กอสรางตางๆ ไวเ กะกะ บนทางสาธารณะ ปก ส่งิ ของเกะกะ เชน ปกรั้ว ปกเสา ปกดําตนขาวไวในทางสาธารณะ ปลูกปก เปนการรวมเอาการกระทําท้ังปลูกท้ังปกเขาดวยกัน แตเดิมใชคําวา ปลูกเรือน และปก รัว้ ปจ จบุ ันมักใชคําวา ปลูกสรา ง วางสง่ิ ของเกะกะ คอื วางส่ิงหน่งึ ส่ิงใดไวบ นทางสาธารณะ ทาํ ใหเ กะกะ เชน กองดนิ หรอื หินไวบนทางสาธารณะ ò. ã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóР(ดจู ากมาตรา ๓๗๑) ไมวาจะเปนการขดุ หลุม ขดุ รางปลูกปก หรอื วางของเกะกะตอ งเปนการกระทําในทางสาธารณะ จงึ จะเปน ความผดิ ได ó. â´ÂäÁ‹ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμÍѹªÍº´ŒÇ¡®ËÁÒ หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย แตล ะเลยไมแ สดงสัญญาณตามสมควร เพือ่ ปอ งกันอปุ ทวเหตุ
๒๗๒ การกระทําดังกลาวขางตนตองไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมายจึงจะเปนความผิด ดงั นน้ั หากมกี ารกระทาํ เกดิ ขนึ้ โดยไดร บั อนญุ าตอนั ชอบดว ยกฎหมายแลว ถงึ แมว า ตอ มาการอนญุ าต ไดส น้ิ สุดลงก็ไมท าํ ใหการกระทาํ นน้ั ผดิ กฎหมายได ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ÷øñ/òôùñ กองหินในทางสาธารณะโดยมีสัญญาเชากับเทศบาล เปน การกองโดยไดรับอนุญาต จําเลยหาไดกองขึ้นใหมภายหลังสัญญาเชาไดส้ินอายุแลวนั้นไมจึงเปน เรอ่ื งท่จี ะตองจัดการในทางแพง หาเปน คดีอาญาไม การกระทําความผิดตามมาตรานี้ ถือเอาเวลาท่ีทําการขุดหลุมหรือรางปลูกปก หรือวางสิ่งของเกะกะเปน สําคญั เปน การกระทาํ ผดิ ครงั้ เดยี วไมตอ เนื่องกัน ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ õù/òô÷ô โจทกฟองวาจําเลยปลูกหองแถวรุกล้ําทางหลวง คดีถึงท่ีสุดแลว โจทกนําคดีมาฟองใหมโดยอางวาจําเลยยังไมรื้อหองแถว จึงเปนการรุกล้ําทางหลวงอยูเรื่อยๆ ไป เชนน้ีโจทกจะนํามาฟองอีกไมไดเปนฟองซํ้าเพราะเปนการกระทําผิดครั้งเดียวจะฟงวาจําเลย กระทําผดิ เรื่อยๆ ไป หาชอบดวยกฎหมายใหม แตถามีการกระทําข้ึนใหมอีกก็ตองถือวา เปนการกระทําความผิดทุกครั้งที่ทําข้ึนใหม เชน ปลูกขาวในทางสาธารณะทุกป เปนตน แตถาการกระทําใหมนั้นไมใชการกระทําที่เปนความผิด โดยตรงแลวก็ไมเปนการทําความผิดข้ึนใหม เชน ปลูกเรือนลํ้าเขาไปในทางสาธารณะแลวตอมารื้อ หลังคาออกมุงใหมตามสภาพเดิม การรื้อหลังคาแลวมุงใหมไมใชการกระทําที่เปนความผิดจึงไมใช การกระทาํ ความผิดข้ึนใหม การนบั อายุความจึงตองเร่มิ นบั ตง้ั แตการปลกู เรือน ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμáμ‹ÅÐàÅÂäÁ‹áÊ´§ÊÑÞÞÒ³μÒÁÊÁ¤ÇÃà¾è×Í»‡Í§¡Ñ¹ÍØ»˜·ÇàËμØ หมายถึง ไดรับอนุญาตแลวขุดหลุม ขุดราง ปลูกปกหรือวางส่ิงของเกะกะในท่ีสาธารณะแลว แตไมไดทํา สัญญาณแสดงไวเพ่ือปองกันอุปทวเหตุ เชน ขุดหลุมฝงทอประปาท่ีถนนโดยทําการขออนุญาตแลว แตไ มตั้งสัญญาณหรือโคมไฟใหผ อู ื่นรวู ามีหลุมอยบู นถนน ผกู ระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ùòö/òô÷ô ขุดคูกน้ั ทางหลวงโดยไมไดรบั อนญุ าต ®¡Õ Ò·Õè öõø/òô÷ñ ปลกู ตน ลําพใู นที่ชายเลนนา้ํ ข้ึนทวมถึง ®¡Õ Ò·Õè óóò/òô÷õ ปกหลกั ลอมรว้ั ปลกู หองแถวปด ทางหลวง ®¡Õ Ò·Õè ÷òñ/òôøù ปดกั้นทางสาธารณะโดยโคนตนไมใหญขวางทางและปลูกตนไม ลงในทาง ®¡Õ Ò·èÕ ñó÷÷/òõòð ปลูกขาวในทางสาธารณะโดยมิไดรับอนุญาตเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๘๖
๒๗๓ ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ÊÑμÇ ความผดิ เกีย่ วกับสตั ว ประกอบดวยความผิดทัง้ หมด ๖ ฐาน คอื ๑. ปลอ ยปละละเลยใหสตั วด หุ รอื สัตวร า ยท่ีควบคุมไวเ ที่ยวไปโดยลําพัง ๒. กระทาํ ทารุณตอ สัตว หรือฆา สตั วโดยใหไ ดรับทกุ ขเวทนาอันไมจ ําเปน ๓. ใชใหสัตวท ํางานจนเกินสมควรหรอื ใชใ หทํางานอนั ไมสมควร ๔. ไลตอนหรอื ทาํ ใหส ัตวใดๆ เขา ไปในสวน ไรห รอื นาของผอู น่ื ๕. ปลอ ยปละละเลยใหส ัตวท่ีควบคุมไวเขา ไปในสวนไรห รือนาของผอู ่ืน ๖. ทง้ิ ซากสตั วซ งึ่ อาจเนา เหมน็ ในริมทางสาธารณะ ความผิดทัง้ ๖ ฐานนี้ ปรากฏอยูในมาตรา ๓๗๗, ๓๘๑, ๓๘๒, ๓๙๔, ๓๙๕ และ ๓๙๖ ดังมีสาระสําคญั ดังน้ี (¡) »ÅÍ‹ »ÅÐÅÐàÅÂãËÊŒ μÑ Ç´ØËÃ×ÍÊÑμÇÌҷè¤Õ Ǻ¤ØÁäÇàŒ ·ÕÂè Çä»â´Âลํา¾Ñ§ ÁÒμÃÒ ó÷÷ ผูใดควบคุมสัตวดุหรือสัตวรายปลอยปละละเลยใหสัตวน้ันเท่ียวไป โดยลําพัง ในประการท่ีอาจทําอันตรายแกบุคคลหรือทรัพย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ หน่ึงหม่ืนบาท หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ องคป ระกอบของความผดิ มีดงั นี้ ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เปน ผคู วบคุมสตั วด หุ รือสตั วร าย ๒. ปลอยปละละเลยใหส ตั วนนั้ เทยี่ วไปโดยลาํ พงั ๓. ในประการท่อี าจทาํ อันตรายแกบุคคลหรือทรพั ย คํา͸ºÔ Ò ñ. ໹š ¼Ù¤Œ Ǻ¤ØÁÊμÑ Ç´ ËØ ÃÍ× ÊμÑ Çà Ҍ  เปน ผคู วบคมุ สตั ว หมายถงึ ผมู หี นา ทใ่ี นการควบคมุ สตั วด หุ รอื สตั วร า ยไมจ าํ เปน ตอ งเปน เจาของ หากเจา ของไมมหี นา ท่ีควบคมุ จะไมมคี วามผิดตามมาตราน้ี การควบคุมสัตว หมายถึง กํากับดูแลควบคุมสัตวนั้นๆ ผูที่มีหนาท่ีใหอาหารหรือรักษา สุขภาพสตั วน นั้ ไมใชผูกาํ กับดูแลควบคมุ สัตว สัตวราย ซึ่งหมายความวา โดยธรรมชาติของสัตวนั้นเองเปนสัตวที่มีนิสัยเปนท้ังดุ และรายกาจเปนปกติอยูในตัว และเปนสัตวท่ีเปนภัยอันตรายอันนาสะพรึงกลัวตอบุคคลผูไดพบเห็น เชน เสอื จระเข หรืองูพษิ เปนตน ซ่งึ ตางกับสัตวจําพวกที่กฎหมายมาตราน้บี ัญญัติใชค ําวา “สตั วด ุ” สัตวดุ หมายความวา โดยธรรมชาติของสัตวนั้นเอง มิใชเปนสัตวรายแตอาจเปนสัตวดุ ซง่ึ เจา ของจะตอ งมกี ารควบคมุ ดแู ลเปน พเิ ศษผดิ จากปกตธิ รรมดาโดยลา มโซห รอื ขงั กรงไว เชน สนุ ขั ทด่ี ุ เปน ตน มิฉะนัน้ ถา ปลอยปละละเลยแลวอาจไปทําอันตรายแกบคุ คลหรอื ทรัพยของผอู ื่นได คาํ วา สัตวดุนัน้ ตองเปน สัตวที่มีนิสยั ดเุ ปน พิเศษไปกวาสัตวป ระเภทเดยี วกนั โดยทัว่ ๆ ไป และมิไดจํากัดเฉพาะการดุรายในลักษณะเปนอันตรายแกบุคคลเทานั้น แตรวมถึงอันตราย
๒๗๔ แกท รพั ยด ว ย ดงั นน้ั สตั วเ ลยี้ งทไ่ี มเ ปน ภยั แกบ คุ คลอนื่ แตช อบออกไปทําใหท รพั ยส นิ ของผอู นื่ เสยี หาย ก็จัดเปนสัตวดดุ วย Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñöò/òõòó สนุ ขั ของจําเลยเคยกดั เปด ของ ก. มาหลายครงั้ ครง้ั นส้ี นุ ขั นนั้ ไปกดั เปดของ ก. ตายและบาดเจบ็ หลายสบิ ตัว เปน สัตวดตุ ามมาตรา ๓๗๗ ò. »Å‹Í»ÅÐÅÐàÅÂãËŒÊÑμǹÑé¹à·ÕÂè Çä»μÒÁลาํ ¾§Ñ ปลอ ยปละละเลย หมายถงึ การไมค วบคุมสตั วดังกลาวตามหนา ที่อาจเปนการพลงั้ เผลอ ประมาทเลินเลอ ไมเ อาใจใสในการควบคุมหรอื จงใจปลอยใหส ตั วเท่ยี วไปตามลาํ พัง เทย่ี วไปตามลําพัง หมายถึง สตั วด ังกลาวพลัดเพรดิ ไปตามลาํ พงั โดยปราศจากผคู วบคมุ ไมวาจะเทีย่ วไปยังสถานท่ีใดก็ตาม เชน ปลอยจระเขที่เลยี้ งไวใหห ลุดลงแมนา้ํ ลาํ คลองไป ó. ã¹»ÃСÒ÷èÕÍÒ¨ทําÍѹμÃÒÂá¡‹ºØ¤¤ÅËÃ×Í·ÃѾ หมายถึง จะเปนความผิด ตอเม่ือการปลอยปละละเลยดังกลาว อาจทาํ ใหเกิดอันตรายตอบุคคลหรือทรัพยได ไมจําเปนตองถึง กบั เกดิ อันตรายขนึ้ แลว จริงๆ เพียงแตนาจะเกิดอันตรายกเ็ ปนความผิดแลว (¢) ¡ÃÐทาํ ¡Ò÷ÒÃ³Ø μÍ‹ ÊÑμÇË Ã×ͦ‹ÒÊÑμÇã ËŒä´ÃŒ ºÑ ·¡Ø ¢àÇ·¹ÒÍ¹Ñ äÁ¨‹ Òí ໹š ÁÒμÃÒ óøñ ผูใดกระทาํ การทารุณตอสัตว หรือฆาสัตวโดยใหไดรับทุกขเวทนา อนั ไมจาํ เปนตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ หนึ่งเดอื นหรือปรับไมเกนิ หนงึ่ หมืน่ บาทหรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรับ องคป ระกอบของความผิดมดี งั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทําการทารณุ ตอ สตั ว หรือ ๒. ฆาสัตวโดยใหไ ดร บั ทกุ ขเวทนาอันไมจาํ เปน ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. ¡ÃÐทาํ ¡Ò÷ÒÃØ³μ‹ÍÊÑμÇ คือ การกระทําตอสัตวอยางดุรายหรือโหดราย เชน การเฆย่ี นตสี ตั วจ นไดร บั ความทกุ ขท รมาน หรอื จบั สตั วข งั ไวโ ดยไมใ หน ้ําหรอื อาหารกนิ เปน เวลานานๆ เปน ตน ถึงแมว าสตั วจะไมตายกเ็ ปน ความผิด ท้ังน้ี ตองเปน การทารณุ ตอสตั วใ หไดรบั ทกุ ขเวทนา โดยไมจ ําเปน เชน จับแมวตัดขาทงิ้ ๒ ขาง แลวปลอ ยไป เปนตน ò. ¦Ò‹ ÊμÑ ÇãËäŒ ´ŒÃѺ·¡Ø ¢àÇ·¹ÒÍѹäÁ‹จาํ ໹š ฆาสตั ว หมายถึง ฆา ใหตาย ใหไดรับทุกขเวทนาอันไมจาํ เปน หมายถึง กระทําการใดๆ ใหสัตวไดรับความเจ็บปวด ทกุ ขท รมานกอ นตายโดยไมจ ําเปน เชน ฆา ววั โดยเฉอื นเนอื้ ทลี ะชนิ้ ทง้ั เปน ทกุ วนั จนตาย ฆา งโู ดยคอ ยๆ ฟนทีละทอน จนงูตาย เปนตน à¨μ¹Ò ความผดิ ตามมาตรานี้ตอ งเปนการกระทําโดยเจตนาตามมาตรา ๕๙
๒๗๕ (¤) 㪌ãËŒÊμÑ Çท าํ §Ò¹¨¹à¡Ô¹ÊÁ¤ÇÃËÃ×ÍãªãŒ ËทŒ ํา§Ò¹Í¹Ñ äÁÊ‹ Á¤Çà ÁÒμÃÒ óøò ผูใดใชใหสัตวทาํ งานจนเกินสมควรหรือใชใหทาํ งานอันไมสมควร เพราะเหตทุ ่ีสัตวนน้ั ปวยเจ็บ ชราหรอื ออ นอายุตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หนึ่งเดือน หรือปรบั ไมเกิน หนึ่งหมนื่ บาทหรือท้ังจาํ ท้งั ปรับ องคประกอบของความผิดมีดังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ใชใ หสัตวท าํ งานจนเกินควร หรอื ใชใ หท าํ งานอันไมส มควร ๒. สตั วนน้ั ปวยเจ็บ ชราหรือออ นอายุ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. ãªãŒ ËŒÊμÑ Çท ํา§Ò¹¨¹à¡¹Ô ÊÁ¤Çà ËÃ×ÍãªãŒ ËŒทํา§Ò¹Í¹Ñ äÁ‹ÊÁ¤Çà ใชใหสัตวทาํ งานจนเกินสมควร หมายถึง ใชใหสัตวทาํ งานมากเกินกวาที่วิญูชนจะพึง ใชสาํ หรับสัตวท่ีอยูในสภาพเชนน้ัน เชน ใชกระบือที่ชรามากแลวไถนาท้ังวันทุกวันโดยไมมีเวลา หยุดพัก ใชโคปวยลากเกวยี นหนักๆ ไป เปนระยะทางไกลโดยไมห ยุดพกั เปนตน ใชใหสัตวทํางานอันไมสมควร หมายถึง ใชใหสัตวทาํ งานท่ีไมเหมาะสมกับชีวิตของสัตว นน้ั ๆ เชน ใชโ ค-กระบือไปลากซงุ เปนตน ò. ÊμÑ Ç¹é¹Ñ »Ç† Âà¨ºç ªÃÒ ËÃÍ× Í‹Í¹ÍÒÂØ ปวยเจ็บ หมายถึง เปนโรคอยางใดอยางหนึ่ง รวมทั้งการมีบาดแผลหรือรางกายสวนใด สว นหน่ึงฟกชาํ้ ชรา หมายถึง แกห รือมีอายมุ ากตามชนิดของสัตวน นั้ ๆ ออ นอายุ หมายถึง มีอายุนอยตามเกณฑของสตั วชนิดน้ันๆ เจตนา ผกู ระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ เชน ตอ งรวู า สตั วน้นั ปว ยเจบ็ ชรา หรอื ออ นอายุ ดวย เชน ใชล ูกชา งท่ยี งั เลก็ มากลากซงุ ทอ นใหญๆ ซ่ึงเกินกาํ ลงั ทล่ี ูกชางจะลากไหว (§) äÅ‹μÍŒ ¹ËÃÍ× ·Òí ãËŒÊμÑ Çã ´æ à¢ÒŒ ã¹ÊǹäËËÃ×͹Ңͧ¼ÙŒÍ¹×è ÁÒμÃÒ óùô ผูใดไล ตอน หรือทาํ ใหสัตวใดๆ เขาในสวน ไร หรือนาของผูอื่น ท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือผลิตผลอยู ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือน หรอื ปรับไมเกนิ หน่งึ หม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทงั้ ปรับ องคประกอบของความผดิ มีดังน้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ไล ตอ นหรือทําใหส ตั วใดๆ เขาในสวน ไร หรอื นา ๒. สวน ไร หรือนาเปนของผูอ่ืนท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือ ผลติ ผลอยู
๒๗๖ ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. äÅ‹ μÍŒ ¹ ËÃÍ× ทาํ ãËŒÊμÑ Çã´æ à¢ÒŒ ã¹Êǹ äË ËÃ×Í¹Ò การไล ตอนหรือทําใหสัตวเขาในสวน ไร หรือนา หมายความรวมถึงการกระทําใดๆ กไ็ ดท เี่ ปน ผลใหส ตั วเ ขา ไปในสวน ไรห รอื นาของผอู นื่ เชน ไล ตอ น จงู หรอื ลอ สตั วเ ขา ไปแตไ มร วมไปถงึ การที่สัตวเขาไปเองโดยไมควบคุมดูแลใหดี คือผูกระทําตองมีเจตนาที่จะทําใหสัตวเขาไป ผูกระทํา ไมจําตองเปนเจาของสัตว การไลตอนสัตวของผูอ่ืนก็เปนความผิดตามมาตรานี้ได และสัตวที่วานี้ อาจเปนสัตวช นดิ ใดกไ็ ด ò. Êǹ äË ËÃÍ× ¹Ò໹š ¢Í§¼ÍŒÙ ¹×è ·äèÕ ´áŒ μ§‹ ´¹Ô äÇàŒ ¾Òо¹Ñ ¸äØ ÇËŒ ÃÍ× Á¾Õ ª× ¾¹Ñ ¸ËØ ÃÍ× ¼ÅμÔ ¼Å Í‹٠สวน ไร หรือนา น้ันตองเปนของผูอื่น และไดมีการแตงดินไว เพาะพันธุไวหรือมี พืชพันธุหรือผลิตผลอยู จึงควรมีความหมายจํากัด เฉพาะสวน ไร หรือนาที่มีการเพาะปลูกเทานั้น เชน ไรกหุ ลาบ นาขา วทีม่ ีขาวปลกู อยู หรือสวนผลไม เปนตน เจตนา ผูกระทําตองมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ (จ) ปลอ ยปละละเลยใหส ตั วท่คี วบคุมไวเ ขาในสวนหรือไรนาของผอู ่ืน ÁÒμÃÒ óùõ ผูใดควบคุมสัตวใดๆ ปลอยปละละเลยใหสัตวนั้นเขาในสวน ไรหรือนา ของผูอื่นท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไวหรือมีพืชพันธุหรือผลิตผลอยู ตองระวางโทษปรับไมเกิน หา พันบาท องคประกอบของความผิดมีดงั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เปนผูควบคุมสตั วใ ดๆ ๒. ปลอยปละละเลยใหส ตั วน นั้ เขา ในสวน ไรหรอื นา ๓. สวน ไร หรือนาเปนของผูอ่ืนที่ไดแตงดินไวเพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือผลติ ผลอยู คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ໚¹¼¤ŒÙ Ǻ¤ØÁÊÑμÇã ´æ ผูควบคุม หมายถงึ เปนผูดูแลมีหนา ท่คี วบคมุ สตั วเทาน้นั ไมจ าํ เปน ตอ งเปนเจาของสัตว ก็ได สตั วใ ดๆ หมายถงึ สตั วช นดิ ใดกไ็ ดไ มจ าํ กดั ชนดิ และประเภท เชน สนุ ขั ววั ควาย หมี เสอื ò. »Å‹Í»ÅÐÅÐàÅÂãËŒÊμÑ Ç¹¹éÑ à¢ÒŒ ã¹Êǹ äË ËÃÍ× ¹Ò ปลอยปละละเลย คือไมใชความระมัดระวังดูแลใหดีวาสัตวนั้นจะไมเขาไปในสวน ไร หรอื นาของผูอื่นกฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๔๐(๑) ซงึ่ มขี อ ความคลายกันไดใ ชคําวา “ปลอยให
๒๗๗ ปศสุ ตั วห รือสตั วพ าหนะเขา ในเรอื กสวนไรน าของผอู ่นื ” ศาลฎีกาจงึ วนิ จิ ฉัยวาถา ขอเทจ็ จรงิ ไดค วามวา สัตวน้ันมีผูเลี้ยงดูแลควบคุมอยูก็จะถือวา “ปลอย” ไมได การท่ีประมวลกฎหมายอาญาใชคําวา “ปลอยปละละเลย” จึงมีความหมายแตกตางไปจากกฎหมายเกา ดังนั้น ขอเท็จจริงท่ีผูกระทําไมผิด กฎหมายลักษณะอาญาจึงอาจผิดตามมาตรานี้ได เชน เลี้ยงกระบือแตไมควบคุมดูแลใหดี กระบือ จึงเขา ไปในสวนของผอู นื่ เชนนี้ เปนตน ó. Êǹ äË ËÃ×Í¹Ò เปนของผูอ่ืนที่ไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือผลิตผลอยู หมายถงึ สวน ไร หรือนา ตามความหมายเดยี วกบั ในมาตรา ๓๙๔ Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ õõô/òôøô การปลอยชางไวในปาชาไมควบคุม ทาํ ใหชางนั้นเขาไป ในไร ของผูอ นื่ หา ง ๗๐ เสน ผคู วบคมุ ชา งมคี วามผิดตามมาตราน้ี ®Õ¡Ò·èÕ ññó÷/òõðö โคเปนของจาํ เลย จาํ เลยเปนผูเล้ียงดูรักษา โดยเวลาเชา จําเลยจะเปดคอกปลอยใหโคออกมากินตามลาํ พัง ไมมีคนคอยควบคุมเลี้ยงดูรักษาตกเวลาเย็น จําเลยจงึ ไปไลก ลบั เขา คอก ดงั นี้ ถอื วา จําเลยเปน ผคู วบคมุ สตั วต ามความหมายแหง ป.อ.มาตรา ๓๙๕ แลว การที่จําเลยไมควบคุมปลอยปละละเลยใหโคเขาไปกัดกินพืชพันธุในไรของผูเสียหายท่ีปลูกไว จึงมีความผิด (©) ·é§Ô «Ò¡ÊμÑ Ç«è§Ö ÍÒ¨à¹Ò‹ àËÁç¹ã¹ËÃ×ÍÃÁÔ ·Ò§ÊÒ¸ÒóРÁÒμÃÒ óùö ผูใดทง้ิ ซากสตั วซ ึง่ อาจเนา เหม็นในหรือรมิ ทางสาธารณะ ตอ งระวางโทษ ปรบั ไมเ กินหาพนั บาท องคประกอบของความผิดมดี ังนี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทิ้งซากสัตวซ ่ึงอาจเนา เหมน็ ๒. ในหรือริมทางสาธารณะ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ·§éÔ «Ò¡ÊμÑ Ç«Öè§ÍÒ¨à¹Ò‹ àËÁ¹ç ทิง้ คือปลอ ยไวไ มว าวิธใี ด เชน โยน กอง ขวา ง ปา วาง เปน ตน ซากสตั ว คือ สัตวที่ตายแลว และซากนน้ั ตอ งเนาเหมน็ ได จึงไมรวมถึงซากท่ีแหงจนไม อาจเนา เหมน็ ไดแ ลว และซากนนั้ ไมจ าํ เปน ตอ งเนา เหมน็ ในขณะทท่ี ง้ิ กเ็ ปน ความผดิ แลว เชน ซากสนุ ขั ซากแมว เปนตน และซากที่วาน้ีไมจาํ เปนตองเปนซากที่อยูครบทั้งตัว อาจเปนสวนใดสวนหนึ่งก็ได เชน ศรี ษะ หรือขา หรอื ลําตวั เทา นน้ั กไ็ ด
๒๗๘ ò. ã¹ËÃ×ÍÃÔÁ·Ò§ÊÒ¸ÒóРทางสาธารณะ เคยกลา วไวแ ลว เชน ถนนหนทาง แมน า้ํ ลาํ คลอง ในหรอื รมิ ทางสาธารณะ จงึ หมายถงึ ในถนนหรอื รมิ ถนน ในแมน า้ํ หรอื รมิ ลาํ คลอง เปน ตน à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ จะตอ งมเี จตนาธรรมดาตามมาตรา ๕๙ เพราะคําวา “ทิง้ ” แสดงวา จงใจ หรือต้งั ใจกระทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡èÕÂǡѺ¡Òá‹ÍãËŒà¡Ô´ÍѹμÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨áÅФÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É͹×è æ á¹Ç¤´Ô ๑. การกระทําอันตรายตอกายหรือจิตใจของผูอ่ืน การขมขูหรือขมเหงรังแกผูอ่ืน การกระทําทารุณตอผูที่ออนแอกวาเน่ืองจากอายุหรือความเจ็บปวย แมเปนเพียงเล็กนอยกฎหมาย ก็บัญญตั ิไวเปน ความผิด ๒. บุคคลวิกลจริตกฎหมายถือวา เปนบุคคลท่ีตองอยูในความควบคุม ดังน้ัน การปลอยปละละเลยใหบุคคลดังกลาวออกมาจึงกอใหเกิดอันตรายตอประชาชนไดกฎหมาย จึงบัญญัติเอาผิดแกผูปลอยปละละเลยน้ัน นอกจากน้ีการชวยบุคคลที่ตกอยูในภยันตรายเปนส่ิงที่ มนุษยควรกระทํา การละเลยจึงเปนการกระทําท่ีผิดตอกฎหมายรวมท้ังการเปลือยหรือเปดเผย รางกายหรอื การกระทาํ ลามกตอหนาธารกาํ นัล กฎหมายถือเปน ความผิดเชน เดียวกัน และการดูหมน่ิ เปนส่ิงท่ีกอใหเกิดความบาดหมางกันในหมูประชาชน เปนอันตรายตอการอยูรวมกันของบุคคล ในสงั คม กฎหมายจงึ ตองบญั ญัติใหเ ปน ความผดิ ดวย ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¡Òá͋ ãËŒà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃ×ͨμÔ ã¨ ความผดิ ในเร่อื งนีป้ ระกอบดว ยความผดิ ๕ ฐาน คอื ๑. กระทําโดยประมาทเปน เหตใุ หผ ูอนื่ รบั อันตรายแกกายหรือจิตใจ ๒. ใชกาํ ลงั ทาํ รา ยผอู ื่นโดยไมถงึ กบั เปน เหตใุ หเ กดิ อันตรายแกก ายหรอื จติ ใจ ๓. ทาํ ใหผอู นื่ เกดิ ความกลัวหรอื ความตกใจโดยการขเู ขญ็ ๔. กระทําดวยประการใดๆ อันเปนการรังแกหรือขมเหงผูอื่นในที่สาธารณสถาน หรอื ตอหนา ธารกํานัล ๕. กระทาํ ทารุณตอ เดก็ อายุยงั ไมเ กินสิบหาป คนปว ยเจ็บหรอื คนชรา ซ่งึ ความผิดท้ัง ๕ ฐานจะปรากฏอยูในมาตรา ๓๙๐, ๓๙๑, ๓๙๒, ๓๙๗ และ ๓๙๘ ดงั มสี าระสําคญั ดงั น้ี (¡) ¡ÃÐทําâ´Â»ÃÐÁҷ໹š àËμØãËŒ¼ÍŒÙ è×¹ÃÑºÍ¹Ñ μÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨ มาตรา ๓๙๐ ผูใดกระทําโดยประมาท และการกระทําน้ันเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตราย แกก ายหรอื จติ ใจตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ หมนื่ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั
๒๗๙ องคประกอบของความผิดมีดงั น้ี ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ๒. เปนเหตใุ หผ ูอ่ืนรบั อันตรายแกก ายหรือจติ ใจ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - ประมาท คํา͸ԺÒ ๑. กระทําดวยประการใดๆ กฎหมายไมจํากัดลักษณะการกระทําไว จึงหมายถึง การกระทําใดๆ ก็ไดท ั้งสน้ิ เชน วงิ่ ยืน เดนิ ปส สาวะ ขบั รถ กระโดด ฯลฯ ๒. เปนเหตุใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ หมายถึง การกระทําดังกลาว ในขางตนน้ันเปนผลใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกาย เชน ฟกชํ้า ปูดบวม มีบาดแผล เลือดไหล หรือ เปน ผลใหผูอื่นไดร บั อันตรายแกจิตใจ เชน ตกใจจนชอ็ ก มนึ งง เปน ตน อยางไรกต็ ามอันตรายตอกาย หรือจติ ใจนัน้ ตอ งเปนผลโดยตรงจากการกระทาํ โดยประมาทนนั้ »ÃÐÁÒ· การกระทําความผิดตามมาตรานี้ มิไดจํากัดลักษณะของการกระทําไว โดยเฉพาะ คงมคี วามหมายถงึ การกระทาํ ทกุ อยา งทไ่ี ดก ระทาํ โดยประมาท คอื มใิ ชก ารกระทาํ โดยเจตนา แตก ระทาํ โดยปราศจากความระมดั ระวงั ซงึ่ บคุ คลในภาวะเชน นน้ั จกั ตอ งมตี ามวสิ ยั และพฤตกิ ารณ และ ผกู ระทาํ อาจใชค วามระมดั ระวังเชนวา นนั้ ไดแ ตหาไดใชใ หเ พียงพอไม ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ ñòøò/òõñô จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ขับเรือแลนมาตรงกลางลาํ นาํ้ ดวย ความเร็วสูง เม่ือใกลจะสวนกันเรือทั้งสองแลนเกือบจะเปนเสนตรงเขาหากันในลักษณะนากลัว จะเกิดโดนกัน แมจาํ เลยที่ ๒ จะเบนหลีกไปทางขวามือ อันเปนการปฏิบัติตามกฎหมายก็ตาม แตจําเลยท่ี ๒ ก็มิไดลดความเร็วกลับขับเรือเบนหลีกไปทางขวาในระยะกระช้ันชิด สวนจาํ เลยที่ ๑ กม็ ไิ ดล ดความเรว็ ทง้ั มไิ ดเ บนหลกี ไปทางขวา แตค งแลน เรอื ตรงไป เรอื จําเลยที่ ๒ จงึ ชนเรอื ของจําเลย ที่ ๑ เปน เหตุใหผ ูโดยสารในเรือจาํ เลยที่ ๑ ถึงแกความตายและบาดเจบ็ เชน นี้แสดงวาจําเลยทัง้ สอง มีความประมาทปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเชนจําเลยท้ังสองซึ่งขับข่ีเรือยนต สวนทางกัน จักตองมีตามวิสัยและพฤติการณ จําเลยทั้งสองจึงตองมีความผิดฐานกระทํา โดยประมาทเปนเหตใุ หผอู ่นื ถึงแกความตายและบาดเจ็บ ®Õ¡Ò·èÕ òòñò/òõóò จาํ เลยที่ ๒ ขับรถมาตามถนนพหลโยธินจากสามแยก เกษตรมุงหนาไปทางลาดพราวเมื่อถึงสี่แยกพหลโยธินตัดกับถนนรัชดาภิเษก สัญญาณไฟจราจรเปน สีแดง จาํ เลยที่ ๒ ไดขับรถเคล่ือนอยางชาๆ ฝาฝนสัญญาณไฟแดงจราจรสีแดงเขาไปในสี่แยก จนเลยเสน สขี าวทกี่ ําหนดใหร ถหยดุ ประมาณ ๑๐ เมตร เกอื บถงึ กลางสแ่ี ยก รถจาํ เลยที่ ๒ จงึ ขวางทาง จําเลยที่ ๑ ซ่ึงแลนมาดวยความเร็วตามถนนรัชดาภิเษกดานถนนวิภาวดี-รังสิต มุงหนาไปตาม
๒๘๐ ถนนรัชดาภิเษกเขาไปในส่ีแยก รถจาํ เลยที่ ๑ หามลอและหักหลบเฉี่ยวชนรถจาํ เลยที่ ๒ แลว เสียหลักไปทางขวาไปชนรถที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรในถนนรัชดาภิเษกดานท่ีมาจากลาดพราว และชนผูเสียหาย พฤติการณเชนนี้ถือไดวาจําเลยที่ ๒ ขับรถดวยความประมาทเปนเหตุโดยตรง ทาํ ใหรถจาํ เลยท่ี ๑ เฉย่ี วชนรถจําเลยท่ี ๒ และชนผเู สยี หายไดรบั อนั ตรายแกก าย ®Õ¡Ò·èÕ òñõô/òõóô จําเลยที่ ๒ สําคัญผิดวาบุตรแรกเกิดของตนถึงแก ความตายแลว จงึ โยนลงมาจากหนาตางโรงแรม แมโ จทกจ ะไมม ีพยานรเู หน็ วา จําเลยท่ี ๑ รวมลงมอื กระทําความผิดกับจําเลยท่ี ๒ แตการท่ี จาํ เลยท่ี ๑ อยูรวมหองเดียวกับจาํ เลยที่ ๒ ตามลําพัง ในขณะที่จาํ เลยท่ี ๒ คลอดบุตร จาํ เลยท่ี ๒ ยอมตองมีความเจ็บปวด ซึ่งจะตองเรียกใหจําเลยที่ ๑ ชวยเหลือตน ตามพฤติการณจึงมีเหตุผลใหเชื่อไดวาจาํ เลยท่ี ๑ ไดรูเห็นในการคลอดบุตรของจาํ เลย ท่ี ๒ แมจะเปนการคลอดกอนกําหนดประมาณ ๒ เดือนเศษก็หาใชวาเด็กทารกจะไมมีชีวิตรอดอยู เสมอไปไม จาํ เลยที่ ๑ ในฐานะบิดายอมมีหนาที่ตองเอาใจใสดูแลบุตรดวยการใชความระมัดระวัง ตรวจดูใหถวนถ่ีเสียกอนวาบุตรที่เกิดมายังมีชีวิตรอดอยูหรือไม มิใชปลอยใหจําเลยท่ี ๒ โยนบุตร ท้ิงไปโดยมิไดหามปรามทั้งๆ ท่ีจําเลยที่ ๑ สามารถใชความระมัดระวังในกรณีเชนน้ีได จําเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานกระทาํ โดยประมาทเปน เหตุใหผ ูอ ื่นไดรบั อนั ตรายแกก ายตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๐ การกระทําโดยประมาทท่ีเกิดข้ึน ถึงแมวาจะเปนการประมาทอยางรายแรงสักเพียงใด ถา ไมถ ึงขั้นเกิดอันตรายแกกายหรอื จิตใจแกผอู ่ืนแลวก็ยังถือไมไดว ามีความผดิ ตามมาตรานี้ ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñ÷÷ð/òõñö แมการขับรถของจําเลยเปนที่นาหวาดเสียว เปนเหตุใหเกิด ชนกันอยางแรง และตางเสียหายมากอยางไรก็ตาม แตเมื่อลักษณะบาดแผลของผูเสียหายที่ไดรับ เพียงเจ็บบริเวณขอศอก ปลายแขนซายมีรอยช้ําเล็กนอย รักษาประมาณ ๒ วัน เทานี้ยังไมรุนแรง จนเปนเหตใุ หเ กดิ อนั ตรายแกกาย อันจะเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๐ (¢) ãªกŒ ําÅѧทาํ ÃÒŒ ¼ٌÍè×¹â´ÂäÁ‹¶Ö§¡ºÑ ໚¹àËμØãËŒà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨ ÁÒμÃÒ óùñ ผูใดใชกําลังทํารายผูอื่นโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย หรือจิตใจตองระวางโทษจําคุกไมเกนิ หน่ึงเดือน หรือปรบั ไมเกนิ หนึ่งหม่ืนบาทหรือท้ังจาํ ทัง้ ปรับ ความผดิ ตามมาตรานี้ มสี าระสาํ คญั เชน เดยี วกบั กฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) ซึ่งมีความวา “ผูใดบังอาจทุบตีหรือใชกําลังกระทําอยางใดๆ แกผูอ่ืนแตไมถึงแกบาดเจ็บ ทานวา มันมคี วามผิดตอ งระวางโทษชัน้ ๔” องคป ระกอบของความผิดมีดงั น้ี ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ใชกาํ ลงั ทําราย ๒. ผูอนื่ ๓. โดยไมถ ึงกับเปนเหตุใหเ กิดอันตรายแกกายหรอื จิตใจ
๒๘๑ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ºÔ Ò ñ. ãªกŒ ําÅ§Ñ ทาํ ÌҠใชกาํ ลังทาํ ราย ตางจากความผิดฐานทํารายรางกายตามมาตรา ๒๙๕ ซ่ึงใชคําวา “ทําราย” และตางกับคําวา “ใชกําลังประทุษราย” ตามมาตรา ๓๓๙ ซึ่งมีคํานิยามตามมาตรา ๑(๖) วาหมายความวา “ทาํ การประทุษรายแกกายหรือจิตใจของบุคคลไมวาจะทาํ ดวยใชแรงกายภาพ หรอื ดว ยวธิ อี น่ื ใด และใหห มายความรวมถงึ การกระทาํ ใดๆ ซงึ่ เปน เหตใุ หบ คุ คลหนงึ่ บคุ คลใดอยใู นภาวะ ท่ีไมสามารถขัดขืนได ไมวาจะโดยใชยาทําใหมึนเมาสะกดจิตหรือใชวิธีอ่ืนใดอันคลายคลึงกัน” จึงเห็นไดวาการใชกําลังทาํ รายมีความหมายที่แคบกวาการทํารายตามมาตรา ๒๙๕ โดยจํากัดไว เฉพาะการทํารายที่ใชกาํ ลังเทานั้น และการท่ีกฎหมายใชคาํ วาใชกําลังทาํ รายโดยไมใชคําวาใชกําลัง ประทุษรายจึงแสดงวาจะนาํ คาํ นิยามตามมาตรา ๑(๖) มาใชกับคาํ วาใชกําลงั ทาํ รา ยไมไ ด การทาํ รายโดยใชกาํ ลัง หมายถึง การกระทาํ โดยใชแรงกายภาพเทาน้ัน และไมรวมถึง การกระทําใดๆ ซึ่งเปนเหตุใหผูอ่ืนอยูในภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได ไมวาจะโดยใชยาทาํ ใหมึนเมา สะกดจิตหรอื ใชวธิ อี ่นื ใดอนั คลายคลึงกัน ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè öð÷/òôøõ การเอายาพิษปนในอาหารแลวเอาไปใหผูเสียหายรับประทาน จนมีอาการมึนเมาอาจเปน ความผิดฐานทาํ รายรางกายได แตยงั ไมเปน การใชก าํ ลงั ทํารา ย ศาลฎีกาไดวินิจฉัยไวในคาํ พิพากษาฎีกาท่ี ๖๓๔/๒๔๘๖ วา “คาํ วาใชกําลังในท่ีน้ี หมายความวาทําการเคลื่อนไหวรางกาย” ดังนั้น จึงสรุปไดวา การทํารายดวยวิธีการอันใดก็ตาม ทต่ี อ งการมกี ารเคลอื่ นไหวแหง รา งกายเขาทํารายแลวยอมเปน การใชก าํ ลังทาํ รายทง้ั สิน้ เชน ชก เตะ ถีบ ตีดว ยไม ใชมือตบ ใชม ีดดาบแทง เปนตน ®Õ¡Ò·Õè ñôñö/òô÷ù การเอาอุจจาระเทรดจากที่สูงโดยเจตนาจะใหถูกเขา ซึ่งเดินและอุจจาระไดถูกเขาเปรอะเปอนตั้งแตศีรษะจนถึงเทา เปนการใชกําลังกระทําแกผูอ่ืน ไมถึงบาดเจ็บตามกฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) (ป.อ.มาตรา ๓๙๑) ®¡Õ Ò·Õè öóô/òôøö จาํ เลยถา ยปส สาวะรดผเู สยี หายเปน การใชก าํ ลงั อยา งหนง่ึ จาํ เลย จงึ มีความผดิ ตามมาตรา ๓๓๘(๓) (ป.อ.มาตรา ๓๙๑) ®¡Õ Ò·èÕ òñùù/òõñù จําเลยใชกาํ ลังจับมือผูตายใหลุกข้ึน โดยผูตายไมสมัครใจ เม่ือผูตายบอกวาจะไปสวมเสื้อกอน จาํ เลยจึงปลอยถือไดวาเปนการใชกาํ ลังทํารายเปนความผิด ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑ การกระทําท่มี ไิ ดม กี ารเคล่อื นไหวแหงรางกาย ยังถอื ไมไ ดวาเปนการใชก าํ ลังทํารา ย
๒๘๒ ÍØ·ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ òõøô/òõòò การท่ีจาํ เลยเพียงแตจับแขนโจทกซึ่งวางที่ประตูรถยนต มิได ดึงกระชาก ไมเปนการใชกําลังทํารายโจทกโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจ ตามมาตรา ๓๙๑ ò. ¼ŒÙÍ×è¹ หมายถึง เปน การใชกาํ ลงั ทาํ รายผอู ่ืน มิใชกระทําตอตนเอง ó. â´ÂäÁ‹¶Ö§¡Ñºà»š¹àËμØãËŒà¡Ô´ÍѹμÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃ×ͨÔμ㨠หมายถึง การใชกาํ ลัง ดงั กลา ว ไมเปน เหตุใหเกดิ อันตรายแกก ายหรอื จิตใจของผูทีถ่ ูกใชก าํ ลงั ทํารา ย Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ öøø/òõð÷ ใชเทาเตะและถีบ ผูเสียหายมีบาดแผลที่ด้ังจมูกถลอกเล็กนอย เทาเมล็ดขาวเปลือก หางคิ้วซายถลอกเล็กนอยและที่ใบหูขวาชํ้าเล็กนอย รักษา ๒ วันหาย เรียกวา ยังไมถงึ ข้นั เกิดอนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจ ®Õ¡Ò·èÕ øøù/òõð÷ ใชมีดดาบแทงทาํ รายถูกชายโครงมีรอยชาํ้ แดงโตกลม คร่ึงเซนติเมตร รักษาประมาณ ๕ วันหาย ยังถือไมไดวาเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย จึงผิด ตามมาตรา ๓๙๑ ®Õ¡Ò·èÕ ôó÷/òõñõ ผูเสียหายถูกจําเลยเตะทั้งรองเทา มีบาดแผลเปนรอยชา้ํ บวมที่หนาผาก เบาตาชํ้าบวมเขียว ตาขวามีรอยชํ้าเลือด ริมฝปากลางแตก รอยชํ้าบวมที่ปลายคาง หัวเขาบวมเล็กนอย มีรอยถลอกเลือดออกซ่ึงบาดแผลทั้งหมดควรจะหายภายใน ๗ วัน เชนน้ีถือวา เกดิ อันตรายแกก ายแลว ®Õ¡Ò·Õè ôùô÷/òõóñ ผูเสียหายไดรับบาดแผลฟกชํ้าที่หนาดานซายเพียงแหงเดียว แพทยลงความเห็นวารักษาประมาณ ๗ วัน ตามรายงานผลการตรวจบาดแผลทายฟอง โจทกไมไดนําสืบ แพทยผูตรวจชันสูตรบาดแผลของผูเสียหายท่ีไดรับบาดเจ็บจากการถูกทาํ ราย มากกวาน้ี จึงยังฟงไมไดวาผูเสียหายถูกทํารายจนเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๕ คงเปน ความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ เทานัน้ ®Õ¡Ò·èÕ ùõ/òõóò จําเลยท้ังสองทราบดีวา ส. กบั ผูตายมสี าเหตโุ กรธเคอื งกนั มากอ น วันเกิดเหตุจาํ เลยทั้งสองกับ ส. เดินไปพบผูตายกับพวก ส. ชักมีดปลายแหลมไลแทงทาํ รายผูตาย จําเลยท้ังสองไดว่งิ ตาม ส.เขา ไปดว ย เมื่อ ส. แทงผตู ายแลว จําเลยทั้งสองไดชวยกัน กระทืบผตู ายซา้ํ แลว จาํ เลยทงั้ สองกับ ส. กไ็ ดหลบหนไี ปดว ยกัน แสดงใหเห็นเจตนาของจําเลยกับพวกทจี่ ะรว มกนั แทง ทํารายผูตายมาแตตน แมจําเลยท้ังสองจะไมไดแทงผูตาย เพียงแตกระทืบผูตาย อันเปนการทําราย ผูอ่ืน โดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจก็ตาม เมื่อการตายของผูตายเกิดจาก การแทงทาํ รายของพวกจาํ เลยก็ยอมถือวาจาํ เลยทั้งสองเปนตัวการในความผิดฐานรวมกันฆาผูอ่ืน โดยเจตนาดว ย
๒๘๓ ®¡Õ Ò·èÕ óùñó/òõóô ขณะเกิ ดเหตุ คนที่ มาในงานเลี้ ยงโกรธผู ตายที่ ยิ งป น จึงตางคนตางทํารายผูตาย จาํ เลยเขาไปเตะและกระทืบผูตาย มิไดใชอาวุธทาํ รายรางกายผูตาย จําเลยไดกระทาํ ไปตามลาํ พังมิไดรวมหรือสมคบกับผูอ่ืน ปรากฏจากบาดแผลของผูตายตามรายงาน การชันสูตรพลิกศพวา ท่ีเหนือคิ้วขวามีรอยถูกของแข็งตีเปนบาดแผลยาว ๑ นิ้ว ตรงกลางหนาผาก ถูกของแข็งยาว ๕ นิว้ เศษ ยุบลกึ ลงไป ๑ นิ้ว ใตตาขวาถูกของแขง็ ตีแตกยาว ๑ นิ้ว บาดแผลแตละ แหงเกดิ จากการถูกตีดวยความแรงจนกะโหลกศีรษะยบุ และแตกเปนชิน้ รางกายสวนอนื่ ไมม ีบาดแผล เหตุที่ตาย เนื่องจากผูตายถูกตีดวยของแข็งอยางแรงหลายที เปนเหตุใหกะโหลกศีรษะแตกและยุบ สมองไดรับความกระทบกระเทือนอยางแรงผูตายถึงแกความตายทันที ยอมแสดงใหเห็นชัดวาท่ี จาํ เลยเตะและกระทืบผูตายมิไดเปนเหตุใหผูตายไดรับบาดแผลดังกลาว ท้ังรางกายสวนอื่นนอกจาก บาดแผลนน้ั ก็ไมป รากฏวา มบี าดแผลหรอื รอยฟกช้าํ อื่นใดอีก ดังน้ี ยงั ถือไมไดว า จําเลยรวมกระทาํ ผิด กับผูอ่ืนโดยมีเจตนาฆาผูตาย การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปนเพียงการใชกาํ ลังทํารายผูอื่นโดยไมถึงกับ เปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย อันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ ความตายของผูตายมิใชผล โดยตรงท่เี กิดจากการกระทําของจําเลย จําเลยจงึ ไมตอ งรับผดิ ®Õ¡Ò·èÕ óóð/òõóõ ผลการชันสูตรบาดแผลของแพทยมีความเห็นวา มีรอยบวม เล็กนอยท่ีขมับดานซายบาดแผลรักษาหายภายใน ๓ วัน เปนความผิดฐานทาํ รายรางกายตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ ®¡Õ Ò·èÕ ñõøó/òõóõ ป. พวกของจาํ เลยไมพ อใจผเู สยี หายเพราะ ป. ขบั ขจ่ี กั รยานยนต เฉี่ยวผูเสียหาย ผูเสียหายยกศอกขึ้นกัน แตไปถูกศีรษะ ป. สาเหตุดังกลาวเปนเหตุเพียงเล็กนอย ไมทาํ ให ป. กับพวกโกรธแคนถึงกับจะตองฆาผูเสียหาย เมื่อ ป. และจําเลยพบกับผูเสียหาย ป. ไดพ ูดจาโตเถยี งแลว พวกของ ป. ชกผเู สยี หาย ห. ใชม ดี ปลายแหลมแทงผเู สยี หาย จาํ เลยกบั พวก ที่เหลือเขามารุมตอย แสดงวาพวก ป. มีความโกรธเกิดข้ึนในปจจุบันทันที ท้ังไมปรากฏวาไดสมคบ กันมากอน ตางคนตางมีเจตนาทํารายรางกายผูเสียหาย ดังน้ันแตละคนจึงมีความผิดตามผล ท่เี กดิ ขนึ้ จากการกระทาํ ของแตล ะคนเม่ือจําเลยเพยี งแตชกตอ ยผูเสยี หาย แตผูเ สยี หายไมมแี ผลฟกช้ํา ซึ่งแสดงวาถูกตอย จาํ เลยจึงมีความผิดฐานทาํ รายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย หรอื จิตใจ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ ÍØ·ÒËó¢Í§ÍѹμÃÒÂá¡‹¨Ôμ㨠®¡Õ Ò·Õè ñóùù/òõðø ถูกชกตไี มป รากฏบาดแผลเปนอันตรายแกกาย แลว ถกู พาตัวไป คุมขงั ไวใตถนุ สถานีตํารวจแตเดยี วดายไกลหไู กลตาผตู อ งหาดวยกัน เชนนี้ไมเ ปน อนั ตรายแกจติ ใจ ®Õ¡Ò·èÕ ò÷ó/òõðù การใชเทาเงื้อจะถีบไมเปนอันตรายตอจิตใจ เพราะอันตราย ตอจิตใจนนั้ ตองเปนผลจากการทาํ รา ย ความรูส กึ วา ถกู เหยยี ดหยามเจบ็ ใจแคน ใจ เหลานี้เปนอารมณ หาใชเปนอันตรายตอ จิตใจไม à¨μ¹Ò ผูก ระทาํ ตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙
๒๘๔ องคประกอบภายในของความผิดมาตรานี้คือ เจตนาทําราย ศาลฎีกาวินิจฉัยใน คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๑๙/๒๕๑๗ วา “การใชกําลังยอมแสดงอยูในตัววาตองมีเจตนา ประกอบกับ คาํ วา ทาํ รา ย เปน การชดั แจง วา ตอ งมเี จตนากระทาํ ตอ รา งกายและจติ ใจของผอู นื่ คอื ตอ งมเี จตนาทาํ รา ย เมอ่ื ขอ เทจ็ จรงิ ในคดนี ฟี้ ง เปน ยตุ ไิ ดว า จําเลยใชก าํ ลงั ผลกั อกผเู สยี หายมใิ หผ เู สยี หายขน้ึ ไปบนอฒั จนั ทร โดยจําเลยไมมเี จตนาทํารา ย การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเปนความผิด” ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ùô÷/òô÷ñ จําเลยเปนครูใหญโรงเรียนประชาบาล ไดรับรายงานจากครู ประจาํ ชั้นวามีเด็กนักเรียนเกียจคราน ๖ คน ซ่ึงลวนแตเปนเด็กดื้อสั่งสอนยากและถูกครูลงโทษ มาหลายครงั้ แลว จาํ เลยจงึ เรยี กตวั เดก็ ทงั้ ๖ มาสง่ั สอนและลงโทษเฆยี่ นดว ยไมเ รยี วคนละ ๔ ที เปน การ ทาํ โทษในฐานครกู บั ศษิ ยโ ดยเจตนาดพี อสมควรแกเ หตุ และจําเลยกม็ ไิ ดม คี วามลําเอยี งแกลง ลงโทษเดก็ คนใดใหไดร บั บาดเจ็บเปนพเิ ศษกวาคนอืน่ จําเลยจงึ ไมมคี วามผดิ ปญหาที่นาสนใจเก่ียวกับมาตรานี้ประการหน่ึงคือ การทาํ รายอันเกิดจากมูลวิวาท โดยตางฝายตางใชกําลังทาํ รายกัน จะถือวาเปนความผิดตามมาตรานี้หรือไม แตเดิมมาศาลฎีกาได วางหลักของกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) วาแมจะเปนเร่ืองวิวาทกัน จําเลยก็มีความผิด เพราะไมมีกฎหมายหามไมใหคูวิวาทฝายท่ีบาดเจ็บฟองอีกฝายหน่ึง (ฎีกาที่ ๕๙๙, ๖๐๐/๒๔๖๙) และไดยึดหลักน้ีตลอดมา (ฎีกาที่ ๓๓๙/๒๔๗๐, ฎีกาท่ี ๓๙๖/๒๔๗๐, ฎีกาท่ี ๔๐๗/๒๔๗๖, ฎกี าท่ี ๓๐๖/๒๔๗๗) จนถงึ พ.ศ.๒๔๗๘ กเ็ รมิ่ วางหลกั ใหมว า การทาํ รา ยกนั เกดิ จากการววิ าทจงึ เปน การ ท่ีตางฝา ยตางสมัครใจ เขาทํารายซง่ึ กันและกนั ไมพงึ ฟงวา ฝายใดบงั อาจ (ฎีกาท่ี ๙๗๒/๒๔๗๘) และ ไดเ ดนิ ตามแนวนม้ี าจนถงึ พ.ศ.๒๕๐๐ (ฎกี าที่ ๑๑๒๐/๒๔๘๐, ฎกี าท่ี ๙๕๓/๒๔๘๔, ฎกี าท่ี ๙๙๔/๒๔๘๗ และฎีกาที่ ๑๔๙๕/๒๕๐๐) ก็ไมปรากฏคาํ พิพากษาฎีกาในเรื่องน้ี อีกขอที่นาสังเกตวากฎหมาย ลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) ไดใ ชค าํ วา “ผใู ดบงั อาจ” ซงึ่ ศาลฎกี าไดย ดึ เปน หลกั อธบิ ายวา การสมคั รใจ ววิ าททาํ รา ยกนั จงึ ไมเ ปน ความผดิ เพราะไมอ าจฟง ไดว า ฝา ยใดบงั อาจ ดงั นนั้ แมก ระทง่ั พนกั งานอยั การ ก็ไมอาจเปนโจทกฟองได ในขณะเดียวกันกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ ซ่ึงเปนความผิด ฐานทํารายรางกายไมปรากฏวามีคาํ วาบังอาจอยูในตัวบท ดังนั้นการทํารายรางกายถึงบาดเจ็บ อนั เกดิ จากการววิ าทจงึ เปน ความผดิ (ฎกี าที่ ๓๖๕/๒๔๗๒, ฎกี าที่ ๒๒/๒๔๗๕) เมอ่ื พเิ คราะหข อ ความ ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๑ แลว ไมป รากฏวา มคี าํ วา “บงั อาจ” เชน กฎหมายลกั ษณะอาญา ดังนั้นจึงเห็นวาการใชกาํ ลังทํารายซึ่งกันและกันในการวิวาทตอสูโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตราย แกกายหรือจติ ใจจงึ เปน ความผดิ ตามมาตราน้ี ®Õ¡Ò·èÕ óõùò/òõôõ จําเลยจับขอมือของโจทกยกขึ้นพรอมกับพูดวาโจทกไมมีสิทธิ เก็บคาเชา เมื่อเจาพนักงานตํารวจเขามาจาํ เลยก็ปลอยมือโจทก โดยใชเวลาจับมือของโจทกไวไมเกิน ๑ นาที เจตนาอันแทจริงของจําเลยในการจับมือโจทกยกขึ้นก็เพ่ือใหเจาพนักงานตาํ รวจเห็นวาโจทก ไดร บั เงินคา เชาบานไวโดยไมมสี ทิ ธิจะรับเทาน้นั หาไดม ีเจตนาจะทํารา ยโจทกใ หไดรับอนั ตรายแกกาย หรือจิตใจแตอยางใด จึงไมมีความผิดฐานทาํ รายรางกายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแก กายหรอื จิตใจ
๒๘๕ ®Õ¡Ò·Õè òøøø/òõô÷ การทํารายเพียงใดจะถือวาเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย หรอื จติ ใจนนั้ ตอ งพจิ ารณาถงึ การกระทําและบาดแผลทผี่ เู สยี หายไดร บั ประกอบกนั โจทกบ รรยายฟอ ง ในสวนนี้วา จําเลยกับพวกท่ีหลบหนีรวมกันรัดคอและตัวผูเสียหายที่ ๑ และขวางชามกวยเตี๋ยวใส ผเู สยี หายที่ ๒ ถกู บรเิ วณหนา ผากและน้าํ กว ยเตยี๋ วสาดถกู ใบหนา ผเู สยี หายที่ ๑ แลว ใชก ําลงั ประทษุ รา ย เตะผูเสียหายที่ ๒ ท่ีหนาอก ๑ ครั้ง เม่ือพิเคราะหรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย ผเู สยี หายท่ี ๑ มรี อยถลอกทแ่ี ขนยาว ๓ เซนตเิ มตร ๒ แผล รอยบวมแดงกลางหนา อก ๒ เซนตเิ มตร และ ขอบตาบนบวมทง้ั สองขา ง สว นผเู สยี หายท่ี ๒ มบี าดแผลฉกี ขาดทหี่ นา ผากยาวประมาณ ๓ เซนตเิ มตร ๒ แผล และรอยบวมขนาดเสน ผาศูนยกลาง ๑ เซนติเมตร ท้ังแพทยล งความเหน็ วา ลักษณะบาดแผล ของผูเสียหายท้ังสองใชเวลารักษาประมาณ ๗ วัน ซึ่งลักษณะของการกระทาํ และบาดแผลดังกลาว นับไดวาผูเสียหายไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจแลว จาํ เลยจึงมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๕ ประกอบมาตรา ๘๓ (¤) ทาํ ã˼Œ ŒÙ͹è× à¡´Ô ¤ÇÒÁ¡ÅÑÇËÃ×ͤÇÒÁμ¡ã¨â´Â¡Òâ‹Ùà¢Þç ÁÒμÃÒ óùò ผใู ดทําใหผอู น่ื เกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขูเขญ็ ตองระวางโทษ จําคกุ ไมเ กินหนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเกินหน่ึงหม่ืนบาทหรอื ทั้งจําทง้ั ปรบั องคประกอบของความผิดมดี งั น้ี ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. ทําใหผูอ่ืนเกดิ ความกลัวหรือความตกใจ ๒. โดยการขเู ขญ็ ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. ทาํ ãËŒ¼ŒÙÍ×è¹à¡Ô´¤ÇÒÁ¡ÅÑÇËÃ×ͤÇÒÁμ¡ã¨ หมายถึง การขูเข็ญนั้นทาํ ใหผูอ่ืนเกิด ความกลวั หรอื ความตกใจวาจะเกดิ ภัยอยางใดอยา งหน่งึ ข้นึ กับตน เชน กลัววาจะถกู ฆา กลัววาจะถูก เสกหนังเขา ทอง เปน ตน ò. â´Â¡Òâًà¢çÞ หมายถึง การแสดงวาจะทาํ ใหเกิดภัยแกผูอ่ืนไมวาจะเกิดขึ้นในทันที หรือในอนาคตก็ตาม การขูเข็ญทําใหผูอื่นกลัวหรือตกใจนั้นตองเปนการแสดงวาจะทําใหเกิดภัย แกเ ขา ไมใ ชภ ยั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ หรอื เคราะหก รรม การขเู ขญ็ จะทาํ ดว ยคาํ พดู หรอื ดว ยการใช กาํ ลังกายหรอื อาวธุ ก็ได และตอ งมผี ลใหผ ทู ี่ถูกขเู ขญ็ กลวั หรือตกใจ การกลา ววาจาในลกั ษณะทาทายไมใชการขเู ข็ญ Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ òùòö/òõòò กลา ววา “ฮากบั คงิ สกู นั ทถี่ นน คงิ กบั ฮาตอ งตายกนั ไปขา งหนงึ่ ” เปน คําทาไมใ ชข ูเขญ็ ตามมาตรา ๓๙๒ (ฮา เปนสรรพนามแทนผพู ดู หรอื กู สว นคงิ เปน สรรพนามแทน ผูฟง หรือมึง)
๒๘๖ เมื่อมีการขูเข็ญแลวขอเท็จจริงตองปรากฏตอไปดวยวา มีผลของการขูเข็ญเกิดขึ้นคือ ผูถกู ขเู ข็ญไดเกิดความกลวั หรือความตกใจขน้ึ หากมีเพยี งการขเู ข็ญโดยไมมผี ลแลว ยังไมเปน ความผดิ ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ôð/òõðù จาํ เลยถือมีดตรงเขาจะแทงผูเสียหายซึ่งยืนหางในระยะ ๑ วา ผเู สียหายรองวา “ผมไมสู” แลวโดดหนแี ละวิง่ หนีขนึ้ เรอื นไดท ัน กริ ยิ าอาการและคําพดู ของผเู สยี หาย แสดงวา ผเู สียหายกลัวทจี่ ะเกิดขึน้ แกตนแลว จึงเปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๙๒ การขูเข็ญที่ผูขูเข็ญไมสามารถทําใหผูถูกขูเข็ญไดรับภัยไดจริงตามท่ีขูเข็ญก็สามารถเปน ความผดิ ได ถา ผูถูกขูเ กดิ ความกลวั ซง่ึ เปน ผลของการขูเขญ็ นั้นแลว ÍØ·ÒËó ®Õ¡Ò·Õè óó÷/òõñ÷ จาํ เลยถือปนพลาสติกมาขูเข็ญทําทาจะยิงผูเสียหาย ผูเสียหาย เขาใจวา เปน ปนจรงิ เกดิ ความกลวั ตกใจจนหนา ซดี ขาว จําเลยตองมีความผิดตามมาตรา ๓๙๒ แตถ า ลงมอื ขเู ขญ็ แลวไมเ กิดผล คอื ผถู กู ขูไ มเกิดความกลวั หรอื ตกใจ ก็เปนเพียงความผดิ ขน้ั พยายาม ซง่ึ ผูกระทําไมต องรบั โทษตาม ป.อ.มาตรา ๑๐๕ à¨μ¹Ò ความผิดตามมาตราน้ี ผูกระทาํ ตองมีเจตนาในการกระทําความผิดตาม มาตรา ๕๙ Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·Õè ñññð/òõðø ผูเสียหายไปทวงเงินจาํ เลยและกลับไปแลว จําเลยโกรธ ผูเสียหาย จึงเดินดาผูเสียหายอยูบนบานของจําเลยวา “บักถวิล โคตรพอโคตรแมมึง มึงไมสํานึกวา มงึ จะตายโหงกมู ปี น อยู ๒ กระบอก กจู ะเอามงึ ใหต ายแนค ราวน”ี้ โดยจําเลยไมร วู า ผเู สยี หายมาแอบฟง เชน นแี้ สดงวา จําเลยบน ดา อยคู นเดยี วเพอ่ื ระบายอารมณท ไี่ มพ อใจ ไมม ลี กั ษณะทนี่ า กลวั หรอื ตกใจวา จาํ เลยจะยงิ ผเู สยี หายจรงิ จังดังทพี่ ดู คําพดู ของจําเลยไมเปน การขเู ขญ็ ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๒ ®Õ¡Ò·èÕ ñù÷ò/òõóñ จําเลยกับพวกบุกรุกขึ้นไปบนบานซ่ึงเปนเคหสถานท่ีอยู อาศัยของผูเสียหาย โดยมีอาวุธปนติดตัวไปดวย และไดใชอาวุธปนยิงเพื่อขูเข็ญใหผูเสียหาย กับพวก เกิดความกลัวจนผูเสียหายลงจากบานไป การกระทําของจาํ เลยเปนความผิดตอกฎหมาย หลายบทรวมทั้งผดิ ตามมาตรา ๓๙๒ ดว ย (§) ¡ÃзÒí ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡ÒÃÃѧá¡ËÃ×Í¢‹Áà˧¼ŒÙÍ×è¹ã¹·èÕÊÒ¸Òóʶҹ ËÃÍ× μ‹Í˹Ҍ ¸ÒáÒí ¹ÅÑ ÁÒμÃÒ óù÷ ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดๆ ตอ ผอู นื่ อนั เปน การรงั แก ขม เหง คกุ คาม หรอื กระทําใหไ ดร ับความอบั อายหรือเดือดรอนรําคาญ ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หาพนั บาท ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําในท่ีสาธารณสถานหรือตอหนา ธารกาํ นัล หรือเปนการกระทาํ อันมีลักษณะสอไปในทางที่จะลวงเกินทางเพศ ตองระวางโทษจาํ คุก ไมเกินหนึ่งเดือน หรอื ปรับไมเกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ
๒๘๗ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสองเปนการกระทําโดยอาศัยเหตุที่ผูกระทํามีอํานาจ เหนอื ผถู กู กระทาํ อนั เนอ่ื งจากความสมั พนั ธใ นฐานะทเ่ี ปน ผบู งั คบั บญั ชา นายจา ง หรอื ผมู อี าํ นาจเหนอื ประการอ่ืน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหนึ่งเดือนและปรบั ไมเกนิ หน่ึงหมนื่ บาท องคป ระกอบของความผดิ มีดงั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทําดวยประการใดๆ อันเปนการรังแกหรอื ขมเหงผอู ่นื หรอื กระทําใหผ ูอ ื่นไดร บั ความอบั อายหรือเดอื ดรอนราํ คาญ ๒. ในทส่ี าธารณสถานหรือตอหนาธารกํานลั ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คาํ ͸ԺÒ ñ. ¡ÃÐทาํ ´ÇŒ »ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡ÒÃÃ§Ñ á¡ËÃÍ× ¢‹Áà˧¼ÙŒÍè×¹ËÃÍ× ¡ÃÐทาํ ãËŒ¼ÙÍŒ ×è¹ä´ŒÃѺ ¤ÇÒÁ꼄 ÍÒÂËÃ×Íà´×ʹÌ͹รํา¤ÒÞ การรังแก คอื การแกลง ทาํ ความเดือดรอนใหแ กผอู ื่น ขมเหง คือการใชก ําลังรังแก ตวั อยา งของการรงั แกหรอื ขม เหงไดแ ก เหน็ คนศรี ษะลา นใสว กิ เดนิ ผา นมากห็ ยบิ วกิ เปด ขนึ้ หรือทาํ ตนเปนนกั เลงโตเดนิ เขา ไปในรา นอาหาร แลวบอกใหผทู นี่ ่งั อยูกอ นยายไปนั่งโตะอืน่ เพอ่ื ตนจะ นงั่ แทน เปน ตน ทําใหไดรับความอับอายหรือเดือดรอนราํ คาญ เชน พูดจาแทะโลมหญิงท่ีเดินผาน หรอื พูดจาหยาบคายไมส ุภาพใหคนอ่นื เดอื ดรอ นราํ คาญ หรือเปด กระโปรงผูห ญงิ เปน ตน Í·Ø ÒËó ®¡Õ Ò·èÕ óøø/òõðõ จําเลยตะโกนกลาวตอผูเสียหายซึ่งหนาและตอหนาธารกํานัล ในเวลากลางคืนวา “อายช้ันมึงมีทนายมาหากูทางอาญาหรือ ลูกกระโปกกูไมหด ฯลฯ” เปนถอยคาํ ท่ีหยาบคายไมสุภาพ แตไมมีขอความอันเปนการดูหม่ินนายชั้นผูเสียหาย จึงไมเปนผิดฐานดูหมิ่น ซงึ่ หนา แตถ อ ยคําทจี่ าํ เลยกลา วประกอบกบั วธิ กี ลา วและเวลาทจี่ ําเลยกลา ว ทําใหน ายชนั้ ผเู สยี หายไดร บั ความเดอื ดรอ น ò. ã¹·ÊèÕ Ò¸ÒóʶҹËÃÍ× μÍ‹ ˹Ҍ ¸ÒÃกํา¹ÅÑ ในที่สาธารณสถาน มีความหมายตามมาตรา ๑(๓) เชน ถนนหนทาง โรงภาพยนตร สวนสาธารณะ ตอ หนา ธารกาํ นลั หมายถงึ กระทาํ ในลกั ษณะเปด เผยตอ หนา ประชาชน คอื เปน ลกั ษณะ ที่ประชาชนสามารถมองเห็นได แมจะเกิดในท่ีรโหฐานก็ตาม เชน ขมเหงรังแกผูอื่นอยูในหองนอน ของตน แตหนา ตา งหองเปด คนเดินผานไปมาสามารถมองเขามาเห็นไดถนดั
๒๘๘ à¨μ¹Ò ผูกระทาํ ตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ Í·Ø ÒËó ®Õ¡Ò·èÕ ñóùø/òõðö จําเลยดา ผอู นื่ ดว ยถอ ยคาํ หยาบคายซํา้ ไปซํ้ามาหลายครง้ั ทห่ี นา ประตบู า นผเู สยี หายในเวลากลางดกึ อนั เปน เวลาหลบั นอนของผเู สยี หายซง่ึ อยใู นบา น ถอื ไดว า เปน การ ทาํ ใหผ เู สยี หายไดรับความเดือดรอ นราํ คาญ การกระทาํ เชน นีจ้ ึงผิดมาตรา ๓๙๗ ®Õ¡Ò·Õè ñùðø/òõñø ซอยในท่ีดินเอกชนซึ่งแบงเชาใหปลูกบาน ประชาชนชอบ ท่ีจะเขา-ออกติดตอกันไดเปนสาธารณสถาน การเอารถยนตจอดขวางก้ันไมใหรถขางในออกจาก ซอยได ไมเ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๑๐ แตก ารไมย อมถอยรถใหร ถขา งในออกไดเ ปน การรงั แกขม เหง ตามมาตรา ๓๙๗ (¨) ¡ÃÐทาํ ·ÒÃ³Ø μ‹Íà´¡ç ÍÒÂÂØ ѧäÁà‹ ¡Ô¹ÊԺˌһ‚ ¤¹»Ç† Â਺ç ËÃ×ͤ¹ªÃÒ ÁÒμÃÒ óùø ผูใดกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการทารุณตอเด็กอายุยังไมเกิน สิบหาป คนปวยเจ็บหรือคนชราซึ่งตองพึ่งผูน้ันในการดํารงชีพหรือการอื่นใด ตองระวางโทษจาํ คุก ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื นหรอื ปรับไมเ กินหนึง่ หมื่นบาทหรือท้ังจําทง้ั ปรับ องคประกอบของความผิดมดี งั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. กระทําดวยประการใดๆ อนั เปนการทารณุ ๒. ตอเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป คนปวยเจ็บหรือคนชราซึ่งตองพ่ึงผูนั้นในการดาํ รงชีพ หรอื การอ่ืนใด ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ - เจตนา คํา͸ºÔ Ò ñ. ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡Ò÷ÒÃØ³ หมายถึง กระทําโดยวิธีการใดๆ ก็ได อันเปน การกระทําอนั โหดรา ยตอผูอนื่ ทารณุ หมายถงึ หยาบชา รา ยกาจ ดรุ าย หรือโหดรา ย ò. μÍ‹ à´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ ¤¹»Ç† Â਺ç ËÃÍ× ¤¹ªÃÒ«§Öè μÍŒ §¾§èÖ ¼¹ÙŒ ¹éÑ ã¹¡ÒÃดําçª¾Õ ËÃÍ× ¡ÒÃÍ×¹è ã´ เชน ใหเ ด็กอายไุ มเกนิ ๑๕ ป อยูอยา งอดๆ อยากๆ ลา มโซไ วในหองไมใหออกไปไหน บังคับใหนั่งหอกระดาษทอฟฟท้ังวันไมมีเวลาพัก หรือใชคนชราหรือคนปวยทํางานแบกของหนักๆ โดยไมใหพักผอน การเฆย่ี น ตี โบย เปนตน ซึ่งตองพึ่งผูนั้นในการดํารงชีพหรือในทางอื่นใด หมายถึง เด็ก คนปวยเจ็บ หรือคนชรา ดงั กลา วขา งตน เปน ผทู อี่ ยใู นฐานะตอ งอาศยั พงึ่ พาผกู ระทํานน้ั ในการดํารงชพี เชน ตอ งอาศยั ปจ จยั ๔ จากผกู ระทาํ อนั ไดแ ก อาหาร ทอ่ี ยอู าศยั เสอ้ื ผา ยารกั ษาโรค หรอื พง่ึ พาในการอนื่ ใด เชน ในการใหก าร ศกึ ษาเลา เรยี น ในการรักษาพยาบาล เปน ตน à¨μ¹Ò ผกู ระทําตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙
๒๘๙ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É͹è× æ ความผดิ ลหุโทษอน่ื ๆ ไดแ ก ความผิดเลก็ ๆ นอยๆ ๔ ฐานดว ยกนั คือ ๑. ปลอ ยปละละเลยใหบ ุคคลวกิ ลจรติ ท่คี วบคุมดูแลไวอ อกเที่ยวไปโดยลําพงั ๒. ไมช ว ยผูอืน่ ซ่ึงตกอยูใ นภยนั ตรายแหงชวี ิต ๓. กระทาํ การอนั ควรขายหนาตอ หนาธารกํานัล ๔. ดูหมิน่ ผูอ ่นื ซึง่ หนา หรอื ดว ยการโฆษณา ความผดิ ทงั้ ๔ ฐานนี้ ปรากฏอยูใ นมาตรา ๓๗๓, ๓๗๔, ๓๘๘ และ ๓๙๓ ซ่งึ มสี าระ สําคัญดงั น้ี (¡) »ÅÍ‹ »ÅÐÅÐàÅÂãËŒº¤Ø ¤ÅÇ¡Ô Å¨ÃÔμ·Õè¤Çº¤ÁØ ´ÙáÅäÇŒÍÍ¡à·èÕÂÇä»â´Âลํา¾Ñ§ ÁÒμÃÒ ó÷ó ผูใดควบคุมดูแลบุคคลวิกลจริตปลอยปละละเลยใหบุคคลวิกลจริตนั้น ออกเทยี่ วไปโดยลําพัง ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หา พันบาท องคประกอบของความผดิ มีดงั น้ี ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เปนผูค วบคมุ ดแู ลบคุ คลวิกลจรติ ๒. ปลอยปละละเลยใหบคุ คลวิกลจริตนัน้ ออกเท่ียวไปโดยลาํ พงั คาํ ͸ԺÒ ñ. à»¹š ¼ŒÙ¤Çº¤ØÁ´Ùáźؤ¤ÅÇԡŨÃμÔ ผกู ระทําผิดตามมาตรานไ้ี ดตองเปน ผคู วบคุมดูแล บคุ คลวิกลจรติ บคุ คลวิกลจริต คอื ผทู ม่ี จี ริตไมป กติ ซงึ่ เมือ่ พิจารณาตาม ป.อ.มาตรา ๖๕ แลว บุคคล วิกลจริตก็คือ ผูท่ีไมสามารถรูผิดชอบหรือไมสามารถบังคับตนเองไดเพราะมีจิตบกพรอง โรคจิต หรอื จติ ฟน เฟอ น ò. ¡ÒáÃÐทาํ ·Õè໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´¤×Í¡ÒûŋÍ»ÅÐÅÐàÅ ไมใชความระมัดระวังในฐานะ ที่ตนเปนผูควบคุมดูแล จนกระท่ังบุคคลวิกลจริตน้ันออกเที่ยวไปโดยลําพัง ซึ่งการท่ีบุคคลวิกลจริต นั้นออกเท่ียวไปโดยขาดผูควบคุมดูแลนี้ อาจเปนเหตุใหบุคคลวิกลจริตนั้นไปทํารายหรือกอใหเกิด ความเสียหายแกบุคคลอ่ืนหรอื กระทาํ การทเ่ี ปนอนั ตรายแกต นเองได (¢) äÁª‹ Ç‹ ¼ÙÍŒ ¹è× «§Öè μ¡ÍÂÙ‹ã¹ÀÂ¹Ñ μÃÒÂáË‹§ªÇÕ Ôμ ÁÒμÃÒ ó÷ô ผูใดเห็นผูอื่นตกอยูในภยันตรายแหงชีวิต ซึ่งตนอาจชวยไดโดยไมควร กลัวอันตรายแกตนเองหรือผูอ่ืน แตไมชวยตามความจําเปน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหน่ึงเดือน หรือปรับไมเกนิ หนึง่ หมื่นบาทหรือทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั องคป ระกอบของความผิดมดี งั นี้ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๑. เห็นผูอ่ืนตกอยูในอันตรายแหงชีวิต ซึ่งตนอาจชวยไดโดยไมควรกลัวอันตราย แกต นเอง หรือผูอนื่ ๒. ไมช ว ยตามความจําเปน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312