คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสริมสร้าง ทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE
คำ�นำ� อันเน่ืองมาจากพระด�ำรัสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สริ ิวฒั นาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE “เยาวชนส่วนใหญ่ที่เข้าไปยุ่งเก่ียวกับยาเสพติดมักมีปัญหาทางด้านจิตใจ ท่ีไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในทางทเี่ หมาะสมได้ ดงั นนั้ การสร้างภมู ิค้มุ กนั ทางจิตให้แกเ่ ยาวชนจึงเปน็ การปอ้ งกนั ปัญหายาเสพติดที่ตรงท่สี ุด” โครงการ TO BE NUMBER ONE จึงก�ำหนดให้การเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันทางจิตแก่เยาวชน เป็นยุทธศาสตร์หลักของโครงการ ซึ่งด�ำเนนิ การโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และการจัดกิจกรรมในการเสริมสร้าง ภูมคิ ุม้ กันทางจิตใหแ้ ก่แกนน�ำและสมาชกิ TO BE NUMBER ONE โดย ผู้รับผิดชอบโครงการ TO BE NUMBER ONE จงึ ตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ เร่ืองการเสริมสร้างภูมิค้มุ กนั ทางจิตแก่เยาวชน ดังน้ัน เพื่อสนับสนุนการด�ำเนินงานของบุคลากรที่รับผิดชอบ โครงการ TO BE NUMBER ONE ในการด�ำเนนิ งานเสริมสร้างภูมคิ ้มุ กนั ทางจิตแก่เยาวชน โครงการ TO BE NUMBER ONE จึงจัดท�ำองค์ความรู้ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตและทักษะการด�ำรงชีวิตส�ำหรับวัยรุ่น และเยาวชน ส�ำหรับผู้รับผิดชอบโครงการ TO BE NUMBER ONE น�ำไปใช้เป็นแหล่งข้อมูลและแนวทางการด�ำเนินงานเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทางจิตแก่แกนนำ� เยาวชน และสมาชิก TO BE NUMBER ONE เป็นตน้ ส�ำนักงานโครงการ TO BE NUMBER ONE กรมสขุ ภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ
สารบญั หนา้ คำ�นำ� สารบญั บทนำ� 1 ทกั ษะการดำ�รงชีวิตแหง่ ศตวรรษท่ี 21 5 การจดั กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะการดำ�รงชีวิตแห่งศตวรรษท่ี 21 27 กิจกรรมกลุ่มสมั พันธ์ 47 กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะการดำ�รงชีวิตแหง่ ศตวรรษท่ี 21 76 ชดุ การพัฒนาทักษะการเรยี นรู้และนวัตกรรม 81 • สรรหา........สรา้ งสรรค์ 83 • ....จรงิ หรอื ไม่...... 90 • เป็ดหาบา้ น 108 ชดุ การใชส้ อ่ื และเทคโนโลย ี 113 • รู้เทา่ ทันความเสย่ี ง (ภยั ) ระวงั การรับส่งสือ่ ออนไลน ์ 115 • วยั มันสก์ ับการใช้ประโยชน์จากสอื่ สังคมออนไลน ์ 124 ชุดทกั ษะดา้ นสขุ ภาพ ชีวิต และการทำ�งาน 141 • กินอย.ู่ .ดดู ี....หนา้ ใส 143 • ความเสย่ี งในชวี ติ ของวยั รุน่ 163 • อยา่ ยอมเปน็ เหยอ่ื 193 • รู้รอพอเพียง 202 • ตระหนกั ในคุณค่าตวั เอง 210 • ฝันใหไ้ กล ไปใหถ้ ึง 216 • สงั คมในฝนั 227
สารบัญ หนา้ บรรณานกุ รม 237 ภาคผนวก 243 รายนามผู้เข้าร่วมประชุมเพอ่ื พฒั นาและทดลองใชค้ ่มู ือฯ 245 รายละเอียดคลปิ วดี โี อ/หนังสัน้ ในแผน่ CD 249 สาระสำ�คัญทีต่ อ้ งทำ�ความเขา้ ใจ 250 ในโครงการ TO BE NUMBER ONE เพลงต่างๆ ในโครงการ TO BE NUMBER ONE 259
แนวทางการใชค้ มู่ ือฯ คู่มือการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ฉบับน้ี เป็นเครื่องมอื สำ� หรับอาสาสมัครศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE และแกนน�ำ TO BE NUMBER ONE ใช้ส�ำหรับตนเอง และจัดกิจกรรมให้สมาชิกวัยรุ่นและ เยาวชน ท่ีมารับบริการในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE หรือสมาชิก TO BE NUMBER ONE ในชมรม เพ่ือพัฒนาทักษะต่างๆ ท่ีจ�ำเป็น รองรับ การกา้ วเขา้ สู่ศตวรรษที่ 21 ป้องกนั การเกดิ ปัญหาการปรับตัวหรือพฤติกรรมตา่ งๆ ทไี่ ม่พึงประสงค์ พร้อมท้ังใหว้ ยั รุน่ และเยาวชนเติบโตอยา่ งมีคุณภาพและมคี วามสขุ ขอบขา่ ยเนื้อหาสาระของคมู่ ือ 1. ความร้เู รื่องทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 2. การจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 2.1 วิธกี ารจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 2.2 กจิ กรรมกลุม่ สัมพันธ์ 2.3 กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ประกอบ ดว้ ย 3 ชดุ กจิ กรรม 2.3.1 ชดุ กิจกรรมทักษะการเรียนรแู้ ละนวตั กรรม 2.3.2 ชดุ กจิ กรรมการใช้ส่อื และเทคโนโลยี 2.3.3 ชดุ กิจกรรมทักษะดา้ นชีวิตและการท�ำงาน คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE 1
วตั ถุประสงคข์ องคูม่ ือ 1. เปน็ แนวทางส�ำหรับอาสาสมัครศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ให้บริการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับ สมาชกิ ทม่ี ารับบริการ 2. เปน็ แนวทางส�ำหรับแกนน�ำ TO BE NUMBER ONE ใหจ้ ัดกจิ กรรม เสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับสมาชิก หรือวัยรุ่นและ เยาวชนอื่นๆ กลุ่มเป้าหมาย 1. อาสาสมคั รศูนยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE 2. แกนน�ำ TO BE NUMBER ONE ข้อควรค�ำนึงในการน�ำคู่มือไปใช้ 1. อาสาสมัครศนู ยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE และแกนน�ำ TO BE NUMBER ONE ควรมีความรเู้ ร่ืองทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 และการ จัดกจิ กรรมกล่มุ 2. การประเมินผลการจัดกิจกรรม ใช้วิธีการสังเกตการมีส่วนร่วมของ สมาชิกระหว่างการเข้าร่วมกจิ กรรม บทบาทของอาสาสมัครศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE และ แกนน�ำ TO BE NUMBER ONE ในการจัดกิจกรรม 1. สามารถจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจของสมาชิกแต่ละกลุ่มที่ อาสาสมัคร/แกนน�ำรับผิดชอบ โดยใช้เทคนิคหรือกลวิธีที่หลากหลาย เช่น เกม บทบาทสมมุติ กรณีตวั อยา่ ง สถานการณ์ การแลกเปล่ยี นระดมสมอง ฯลฯ 2 คู่มือการจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
2. ควรเปดิ โอกาสใหส้ มาชิกทกุ คนมีส่วนรว่ มในกิจกรรมท่ีจัด 3. อาสาสมคั ร/แกนน�ำ ควรให้โอกาสสมาชกิ ทป่ี ระสบความสำ� เรจ็ ไดแ้ สดง ผลงาน ความสามารถ เพ่อื สรา้ งความเชือ่ ม่ันและภาคภูมิใจในตนเองแกส่ มาชิก 4. อาสาสมัคร/แกนน�ำ ต้องสร้างบรรยากาศของการเข้าร่วมกิจกรรมท่ี อบอุน่ มีไมตรจี ิตตอ่ กัน 5. อาสาสมัคร/แกนน�ำ ควรวางตัวเป็นกลางในทุกกรณี ตัดสินปัญหา อย่างยุติธรรม รับฟังความคิดเห็นของสมาชิก และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี แก่สมาชิก การพฒั นาขัน้ ตอ่ ไป คู่มือฉบับน้ี จัดท�ำข้ึนเพื่อเป็นกรอบแนวคิด และตัวอย่างกิจกรรม สำ� หรับอาสาสมัคร/แกนนำ� นำ� ไปใช้จัดกจิ กรรม หรือตอ่ ยอดเพอื่ ออกแบบกิจกรรม ที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของกลุ่มเพื่อนๆ ในพ้ืนที่ ซึ่งในโอกาสต่อไป กรมสุขภาพจิตอาจจัดเวทีเพ่ือเปิดโอกาสให้อาสาสมัคร/แกนน�ำ เสนอแผนกจิ กรรม ต่างๆ ที่ออกแบบต่อยอดจากกิจกรรมตามกรอบแนวทางของคู่มือน้ี เพื่อการ พั ฒนาและการขยายผลการด�ำ เนินงานสร้างภูมิคุ้มกันทางจิ ตให้แก่วัยรุ ่นและ เยาวชนสมาชกิ TO BE NUMBER ONE ต่อไป ** โดยในคู่มอื ฯ ฉบับน้ี คำ� ว่า “แกนน�ำ ” หมายถึง อาสาสมคั รศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE และแกนนำ� TO BE NUMBER ONE *** แผ่น CD ท้ายเล่ม เป็น คลิปวีดีโอ/หนังส้ัน ที่ ใช้ประกอบการจัด กจิ กรรมในคมู่ อื เลม่ นี้ คู่มือการจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE 3
4 ค่มู อื การจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศูนยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
ทักษะการดำ� รงชีวิต แห่งศตวรรษที่ 21
6 ค่มู อื การจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศูนยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
ทกั ษะการดำ� รงชีวติ แห่งศตวรรษท่ี 21 ความหมายและแนวคิด ศตวรรษที่ 21 คืบคลานเขา้ มานับกว่าทศวรรษแล้ว สังคมโลกเต็มไปด้วย การเปล่ียนแปลง การปรับตัวและการบริหารจัดการเพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลง เหล่าน้ัน ส�ำหรับผู้ ใหญ่โดยท่ัวไปได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนผ่านของบริบท ทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เช่นเดียวกับเด็กที่เป็นท้ังผลพวงและเป็นโจทย์ ส�ำคัญของสงั คมว่าจะพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์อยา่ งไรตงั้ แต่วยั เริ่มต้น ให้มพี ้ืนฐาน ที่ดีมั่นคง สามารถเติบโตและอยู่รอดได้อย่างมีคุณภาพในอนาคตตาม การเปล่ียนแปลงของสังคมโลก กระบวนทัศน์ ในการพัฒนาเด็กในมิติของสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมแบบ เดิม อาจต้องถูกทั บซ้อนด้วยแนวคิด รูปแบบวิธีการ ความเช่ือและเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึนใหม่ๆตามยุคสมัย เด็กและ ครอบครัวจ�ำเป็นต้องข้ามผ่านวันเวลาท่ีผันเปลี่ยนและยืนหยัดอยู่ให้ได้ ในสังคม สมัยใหม่ บ่มฟักคุณลักษณะท่ีพึงมีอย่างเหมาะสมให้กับทรัพยากรมนษุ ย์ของวันน้ี และอนาคตขา้ งหนา้ ใหส้ มบูรณแ์ บบอย่างเต็มกำ� ลงั คูม่ ือการจัดกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 7
การพฒั นาเด็ก เดก็ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำคญั อย่างไร? ภาพลกั ษณ์ของศตวรรษท่ี 21 (ค.ศ.2001-ปัจจุบัน) อาจถกู วาดออกมาให้ ดนู ่าสะพรึงกลวั และหลุดแยกออกไปจากศตวรรษท่ี 20 เป็นอยา่ งมาก เช่นมีการ อธิบายว่า ศตวรรษท่ี 21 นมี้ ีการขยายตัวทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งท�ำให้โลกทั้งใบสามารถเชื่อมโยงกันได้ มีการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารรวมถึงวิทยาการสมัยใหม่ ข้ามผ่านซีกโลกอย่างกว้างขวาง ในระยะเวลาอันสั้น ซ่ึงน�ำความเปลี่ยนแปลงมาสู่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ท�ำให้มนุษย์กลายเป็นฐานทรัพยากรหลัก ของโลก เพราะพวกเขามคี วามรแู้ ละสามารถเรียนรไู้ ด้ สามารถอยู่รว่ มกับเทคโนโลยีได้ สามารถประยุกต์ ใช้ความรู้ รวมไปถึงมีความคิดสร้างสรรค์ และทักษะอื่นๆ บนพื้นฐานของจริยธรรมท่ีดี ซ่ึงเป็นปัจจัยที่ท�ำให้มนษุ ย์และสังคมอยู่รอดอีกด้วย จากความจำ� เปน็ ในการพัฒนาคนให้เข้ากับสงั คมยุคใหม่น้ัน ท�ำใหม้ ีการสรุปออกมา ว่าสมรรถนะหรือทักษะอะไรท่ีมนษุ ยย์ คุ ใหมจ่ ะต้องมี ทีเ่ รียกกนั วา่ 21st Century skills หรือทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ประกอบไปด้วย ทักษะ 4 ประการ คือ 1) การมีความรู้ในวิชาหลัก ซ่งึ มีความหมายครอบคลมุ ถึงความรรู้ อบตวั อื่นๆ ดว้ ย 2) การมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ 3) การมีทักษะการเรียนรู้และสร้าง นวัตกรรมใหม่ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับทักษะแหง่ ความรว่ มมอื 4 ประการ ไดแ้ ก่ การสื่อสาร (Communication) ความร่วมมือกัน (Collaboration) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และ 4) การมที ักษะ ด้านสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี 8 คู่มอื การจัดกจิ กรรมเสรมิ สร้างทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE
แม้ว่าจะมีทักษะที่จ�ำเป็นเพียง 4 ประการ แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็น ทักษะท่ตี ้องไดร้ ับการพัฒนาในระยะยาว ซ่ึงแปลวา่ จะตอ้ งได้รับการปลูกฝังตงั้ แต่ วัยเด็กซ่ึงเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และเมื่อมีการวิเคราะห์สภาพการศึกษาของ ประเทศไทยในขณะน้ีพบว่า หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยที่ ใช้อยู่ ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถท�ำให้เด็กมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ท่ีจะท�ำให้พวกเขา สามารถอยู่รอดในสังคมและมีชีวิตที่มีคุณภาพได้เม่ือโตข้ึน โดยจากผลการวิจัย ที่ศึกษาตวั แปรทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป สามารถสรุปปัญหาของการศึกษาปฐมวัยของไทย ทส่ี �ำคญั ได้เป็น 3 ประเดน็ หลักๆ ดังน้ี 1) เด็กมีค่าเฉลี่ยไอคิวต่�ำกว่าระดับสากล แต่กลับมีระดับความเครียดสูงมาก ท้ังๆ ที่มีการเรียนการสอนด้านวิชาการตั้งแต่ระดับอนุบาล ซ่ึงน่าจะท�ำให้เด็ก มีไอคิวสูงกวา่ หลายๆประเทศทเ่ี ร่ิมเรียนดา้ นวิชาการในระดบั ประถม 2) เด็กขาด M.Q. (Moral Quotient) หรือความมีคุณธรรมจริยธรรม ในจิตส�ำนึก และยังขาด A.Q. (Adversity Quotient) หรือความสามารถในการ อดทนฝา่ ฟันอุปสรรค ซ่ึงเป็นเร่ืองทีจ่ ะต้องเร่ิมปลูกฝังตั้งแตย่ งั อยู่ในวัยเด็ก 3) เดก็ ขาดทักษะในการดำ� รงชีวิต ซึ่งทำ� ให้เดก็ หลายคนมีปญั หาในการเข้า สังคมและการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน รวมไปถึงการท่ีเด็กไม่สามารถดูแลตนเองได้และ มีทักษะไมม่ ากพอทจ่ี ะสามารถดำ� รงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง คูม่ ือการจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศนู ยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 9
ปญั หาการพฒั นาเด็กและครอบครวั ในศตวรรษท่ี 21 มีสาเหตมุ าจากอะไร? และเมื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาข้างต้น สามารถสรุปได้ 3 ประการคือ 1) ความเชอื่ และค่านยิ มทีผ่ ิดของผู้ปกครอง สาเหตหุ ลักสำ� คัญประการแรก ท่ีเป็นสว่ นท�ำให้เกดิ ปญั หาตามมา ท่ีกลา่ ววา่ ความเชือ่ และคา่ นยิ มทผี่ ิดนน้ั กเ็ พราะ ในประเทศไทยผู้ ใหญ่มีความเชื่อว่าคนทม่ี คี วามร้มู ากคือคนเกง่ และจะมอี นาคตที่ดี มีหน้าท่ีการงานที่ดี ซ่ึงสิ่งท่ีจะวัดการมีความรู้ทางวิชาการหรือความเก่งได้นั้นก็คือ คะแนน ดงั น้นั ผู้ปกครองจึงม่งุ เน้นให้เดก็ เรง่ เรียน และให้ความสำ� คญั กบั การสอบ และการแข่งขันสูงมาก เพ่ือให้มั่นใจว่าเด็กจะมีความเก่งมากเพียงพอ ที่จะเป็น ทย่ี อมรับของสงั คม ซง่ึ สาเหตนุ น้ี �ำไปสสู่ าเหตุของปญั หาตามมาอีกหลายประการ 2) การเน้นการเรียนการสอนทางวิชาการในระดับปฐมวัย คือผลของความ เชื่อท่ีผิดของผู้ปกครอง ที่เห็นว่าความรู้ทางวิชาการเป็นเร่ืองส�ำคัญ ดังน้ันการ แข่งขันทางการศึกษาจึงมีมากขึ้น โดยเด็กเล็กตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจะต้องเร่ิมเรียน วิชาการเพ่ือให้สามารถสอบเข้าชั้นประถมในโรงเรียนช้ันน�ำได้ ซึ่งหมายความว่าเด็ก จะต้องอา่ นออก เขียนได้ นบั เลขเป็น และสำ� หรับบางทอี าจถึงขน้ั บวกลบเลขได้ตัง้ แต่ ในระดับช้ันปฐมวัย แต่น่ันกลับสร้างความเครียดและความกดดันให้เด็กมากขึ้น ท�ำให้เด็กหลายๆ คนรู้สึกไม่ชอบ เบ่ือการเรียน และไม่มีความสุขกับการเรียน เพอ่ื สอบ ยงิ่ ไปกว่านั้นยงั ท�ำให้การศึกษาเปน็ เรื่องของการลงทุนที่ผปู้ กครองจะตอ้ ง ใชจ้ า่ ยเงนิ จำ� นวนมากขน้ึ ในการศกึ ษาของลูก ท้ังกบั การเรียนพิเศษ คา่ ใชจ้ ่ายทเ่ี พิ่ม ขึ้นจากอุปกรณ์การเรียนท่ี ใช้มากขึ้น ซ่ึงอาจเป็นคอมพิวเตอร์ แทบเล็ต หรือส่ือ การเรียนร้เู พิ่มเตมิ เพอื่ ชว่ ยในการเรียนของเด็ก 10 คมู่ ือการจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE
3) การปิดกัน้ การพัฒนาสมองของเด็กตามวัยทีเ่ หมาะสม เม่ือการศกึ ษาใน ระดับปฐมวัยเน้นแต่ด้านวิชาการ ท�ำให้ระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนส่วน ใหญ่ก็เป็นไปตามนั้น ท�ำให้เด็กมโี อกาสในการเล่น รวมถึงการเรียนทักษะต่างๆ ท่ีควรฝึกในช่วงปฐมวัยลดลง เช่น การฝึกกล้ามเนื้อ การปลูกฝังมารยาทและ จิตส�ำนกึ หรือแมแ้ ต่การฝกึ การเข้าสังคมกบั เพอ่ื นๆ ในวยั เดียวกนั จากการวิจัย พบว่า เมื่อเด็กๆเร่ิมเรียนวิชาการต้ังแต่ ในระดับปฐมวัยในปริมาณท่ีมากเกินไป ทำ� ใหเ้ กิดการปิดกนั้ การพัฒนาสมองของเดก็ ในด้านอื่นๆ เชน่ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และการคิดแก้ปัญหา เพราะในความจริงแล้วเด็กปฐมวัยต้องการการฝึกฝนทักษะ ทางการสังเกต และการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ัง 5 ท่ีเกิดจากการได้เล่น ได้เรียนรู้ ทดลอง และลงมือท�ำด้วยตนเอง ท่ีจะเป็นการเพ่ิมความสามารถของ พวกเขา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สมองพัฒนาได้อย่างเต็มความสามารถ ที่ท�ำให้ เซลล์สมองสามารถแตกแขนงออกไปได้มาก เตรียมพร้อมส�ำหรับการพัฒนา ของช่วงต่อไปเมื่อโตข้ึน แต่เมื่อเด็กไม่ได้รับการฝึกทักษะทางด้านน้ีอย่างเต็มที่ แต่กลับถูกจ�ำกัดใหเ้ รียนแตด่ ้านวิชาการ ทำ� ใหม้ ีแคเ่ ซลลส์ มองสว่ นความจำ� เทา่ น้นั ท่ีพัฒนา ในขณะที่เซลล์สมองอ่ืนๆ ของเด็กไม่แตกแขนง และไม่ได้พัฒนาอย่าง ทคี่ วรจะเปน็ อย่างเหมาะสมตามวัย และเมอ่ื เลยวัยนี้ ไปแลว้ กเ็ ป็นการยากทจ่ี ะกลับมา พัฒนาได้อีก จากสาเหตุของปัญหาทั้ง 3 ประการดงั กลา่ ว ท�ำใหเ้ ห็นวา่ การทีจ่ ะพัฒนา เด็กให้เป็นพลเมืองของศตวรรษท่ี 21 ได้น้ันเป็นเรื่องใหญ่ท่ีต้องใช้เวลานาน โดย ต้องอาศยั การทำ� ความเขา้ ใจเพอ่ื ปรับความคิด ความเชือ่ ใหม่ ต้งั แตร่ ะดับครอบครัว ผบู้ ริหารการศกึ ษา รวมถงึ การจัดระบบการศกึ ษา เพ่ือให้การพัฒนาการศกึ ษาของ เด็กเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากไม่มีการปรับปรุงวิสัยทัศน์ของคน ในประเทศ รวมถึงการร่วมมือกันอย่างกว้างขวางของทุกภาคส่วน แน่นอนว่า ประเทศไทยอาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์และพลเมืองในอนาคต มากขึ้น เพราะเดก็ ในวนั นที้ จี่ ะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ไมม่ ีสมรรถภาพมากพอท่จี ะ ใช้ชีวิต และเปน็ คนท่มี ีคุณภาพพอท่ีจะดแู ลสงั คมในโลกยุคศตวรรษท่ี 21 ได้ ค่มู ือการจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 11
พอ่ แม่ ผูป้ กครองช่วยเหลือหรอื พัฒนาเดก็ ในศตวรรษท่ี 21 ไดอ้ ยา่ งไร? เม่ือเห็นชัดแล้วว่าปัญหาของการพัฒนาเด็กมีสาเหตุเร่ิมมาจากผู้ ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาของเด็กมากที่สุด ดังน้ันพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะส่งเสริมและเตรียมความพร้อมให้เด็กได้ดีท่ีสุด โดยสามารถสนับสนนุ ช่วยเพ่ิม ทักษะและการพัฒนาที่เหมาะสมส�ำหรับเดก็ ไดด้ งั น้ี ปลอ่ ยใหล้ ูกเล่น การเลน่ ท�ำให้เดก็ เกิดการเรียนรผู้ า่ นประสาทสมั ผสั ท้ัง 5 มากข้ึน แม้ว่ากิจกรรมบางอย่างอาจดูเลอะเทอะ เช่น การเล่นทรายหรือการวาดภาพ แต่จะท�ำให้เขาได้พัฒนากล้ามเนื้อ รวมถึงเรียนรู้เก่ียวกับการสัมผัส การแยก เนือ้ ละเอยี ด เน้อื หยาบของทราย การสงั เกต และที่ส�ำคัญคือเป็นการเปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงกิจกรรมกลางแจ้งที่อาจต้องอยู่กลางแดดลม ท่ีพ่อแม่หลายคนมักเกรงว่าลูกอาจบาดเจ็บหรือป่วยได้ เช่น การขี่จักรยาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กลับเป็นกิจกรรมที่จะท�ำให้เด็กได้ฝึกทักษะท้ังทางการ มองเห็น การคดิ ตัดสนิ ใจ และยังท�ำใหพ้ วกเขาได้ฝึกการทรงตัวอกี ด้วย ในญปี่ ุ่นน้ัน ให้ความส�ำคัญกับกิจกรรมการข่ีจักรยานของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะการข่ีจักรยาน ท�ำให้เด็กได้พัฒนาสมองท้ังสองซีกไปพร้อมๆ กัน และยังได้ฝึกให้สมองและ ใยประสาทจะได้ท�ำงานร่วมกัน เม่ือได้ฝึกคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาและลงมือท�ำ ดงั น้ันพ่อแมค่ วรจะเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่น เพราะนอกจากจะไดอ้ อกกำ� ลงั กายแลว้ เดก็ ยงั จะได้เรียนรมู้ ากกว่าการนัง่ เขียนหนังสือหรือเรียนวิชาการมาก สื่อสารกับลูก พ่อแม่หลายๆ คนอาจคิดว่า เด็กในวัยนเ้ี ป็นเด็กอยู่เสมอ จึงพูดให้เดก็ ๆ ฟงั อยฝู่ ่ายเดียว แตจ่ ริงๆ แล้วเดก็ วัยนค้ี วรเริ่มฝกึ เรื่องการส่ือสาร และพ่อแม่ก็เป็นตัวช่วยส�ำคัญที่จะท�ำให้ลูกได้พัฒนาในส่วนนี้ ได้มาก โดยเร่ิมแรก 12 คู่มือการจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
พอ่ แม่ควรหดั ใหล้ กู เป็นผู้ฟังท่ีดี เพือ่ ให้ลกู ได้ฝึกประสาทการฟงั การแยกแยะเสียง สอนใหล้ กู มสี ตมิ สี มาธิในการฟงั โดยการเงยี บและตง้ั ใจฟังสงิ่ ท่ีไดย้ ิน อาจเริ่มจาก การสอนให้ลูกฟังพ่อแม่พูดให้จบก่อน แล้วลูกถึงจะพูดต่อ หรือการสอนให้ลูก ฟังเพลงเพียงอย่างเดียว โดยไม่ท�ำกิจกรรมอ่ืนควบคู่ไปด้วย นอกจากนเ้ี มื่อลูก สามารถฟังได้แล้ว พ่อแม่ควรให้โอกาสลูกได้พูด สื่อความรู้สึกของตนเองออกมาด้วย ซึ่งนั่นจะช่วยสอนการส่ือสารของลูก ท่ีจะพยายามบอกให้พ่อแม่ทราบถึง ความรู้สึกและความต้องการของตนเอง ย่ิงไปกว่าน้ันเด็กยังได้เรียนรู้มารยาท และจริยธรรมเบ้ืองต้น ซ่ึงคือเร่ืองของการให้เกียรติกันในการรับฟังส่ิงท่ีผู้อ่ืนพูด และผู้อ่ืนก็ต้องฟังเราพูด สุดท้ายพ่อแม่ควรตั้งค�ำถามเพิ่มเติมให้แก่ลูก เพื่อฝึกทักษะ ทางการคดิ วิเคราะห์ เช่น เมอื่ ฟังเพลงจบแลว้ นอกจากท่พี ่อแม่จะถามลูกวา่ ชอบ หรือไม่ชอบเพลงนี้ พ่อแม่อาจถามความคิดเห็น หรือตั้งค�ำถามเกี่ยวกับเพลงน้ัน เพม่ิ เตมิ ดว้ ยก็ได้ จดั ระบบชวี ติ ลูก วยั เด็กไม่ใชแ่ ค่เลน่ หรือเรียนเพียงอยา่ งเดียว แต่พวกเขา จะต้องเร่ิมหัดที่จะใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบบ้าง เพื่อเป็นการเรียนรู้ท่ีจะจัดการ ชีวิตอย่างเปน็ ข้ันตอน รวมไปถงึ การเร่ิมฝึกเรื่องระเบียบวินัย การเรียนร้ทู จ่ี ะปฏบิ ตั ิ ตามกฎ ซึ่งต่อไปจะท�ำให้พวกเขาสามารถท�ำตามกฎหมายและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนใน สังคมได้ เช่น พ่อแม่ก�ำหนดให้ลูกต่ืนนอนและเข้านอนเป็นเวลาในวันที่จะต้องไป โรงเรียน ควบคุมการใช้ส่ือและเทคโนโลยีของลูก ขณะนก้ี ารส่ือสารต่างๆรวมไปถึง อุปกรณ์และเทคโนโลยีเป็นส่ิงที่เข้าถึงง่าย ท้ังโทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต และ อินเตอร์เน็ต ซ่ึงส่ิงเหล่านี้มีท้ังข้อดีและข้อเสีย ที่ปัจจุบันไม่สามารถหลีกเลี่ยง การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ได้แล้ว ดังนั้นพ่อแม่ควรเลือกสิ่งที่จะให้ลูกใช้ เช่น มีการเลือกเกมท่เี หมาะสมกบั การพัฒนาสมองและทักษะของลูก มีการจ�ำกดั การใช้ คู่มือการจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศูนย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE 13
ไม่ ให้มากเกินไป เพ่ือไม่ ให้มีปัญหากับสายตา และท่ีส�ำคัญที่สุดคือ พ่อแม่เอง ก็จะต้องเป็นตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยีเหล่านดี้ ้วย โดยไม่ยึดติดกับอุปกรณ์และ เทคโนโลยีเหล่านตี้ ลอดเวลา เช่น ไม่เล่นหรือใช้งานในเวลารับประทานอาหารหรือ อยู่กับครอบครัว เปน็ ต้น สอนวัฒนธรรมและจิตส�ำนึกให้กับลูก ส่ิงส�ำคัญท่ีเด็กยุคใหม่ขาดไปคือ เรื่องของวัฒนธรรม มารยาทสังคม และจิตส�ำนึก แต่ส่ิงเหล่านเ้ี ป็นส่ิงท่ีจะต้อง เริ่มปลูกฝังตงั้ แต่วัยเด็ก เพอ่ื ให้ตดิ ตวั ของพวกเขาไปเมอื่ โตข้ึน ดังนน้ั พ่อแมไ่ ม่ควร เพิกเฉยตอ่ สงิ่ เหล่านี้ อาทิ หากลูกทำ� อะไรผิด ควรมีการตกั เตือนและบอกเหตุผล เพ่ือให้ลูกเข้าใจและไม่ท�ำอย่างน้ันอีก พาลูกไปวัดหรือสถานท่ีประวัติศาสตร์บ้าง เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้วัฒนธรรมของไทยท่ีดีงาม เป็นต้น โดยอาจเริ่มจากเร่ือง เลก็ นอ้ ย เชน่ การเขา้ แถว การไม่สง่ เสยี งดงั รบกวนผอู้ ื่น การขอโทษ หรือการขอบคณุ เพื่อเป็นพ้ืนฐานให้เขาเรียนรู้ต่อไปในอนาคต เน่ืองจากเมื่อโตข้ึนพวกเขาจะต้อง เขา้ ไปอยู่ร่วมกับคนในสังคม การเริ่มปลูกจิตสำ� นึกในขณะท่ีพวกเขากำ� ลงั เรียนร้นู นั้ จึงเป็นส่ิงส�ำคญั เพื่อให้พวกเขาเปน็ บุคคลที่มคี ุณภาพในอนาคต ใหล้ ูกใช้ชีวิต เม่อื เดก็ ๆโตข้ึนพวกเขาจะต้องออกไปใชช้ ีวิตและมีชีวิตเป็นของ ตนเอง ดังน้ันพวกเขาควรจะต้องได้รับการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง ได้ลองตัดสินใจ อะไรเองบ้าง เพราะจะท�ำให้พวกเขาได้ฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจ ซ่ึงอาจน�ำไปสู่ทักษะการเป็นผู้น�ำหรือทักษะอ่ืนๆ อีก ซึ่งอาจจะเร่ิมจากเรื่องง่ายๆ เช่น การเกบ็ ของเลน่ การเลือกสีทีช่ อบ การเล่นกฬี าแลว้ แพ้บา้ งชนะบา้ ง หรือการ อดทนรอสิ่งที่พวกเขาต้องการ และให้ลองคิดหาวิธีการผ่านอุปสรรคบางอย่างเองบ้าง หลายคร้ังพ่อแม่อาจไม่ ใจเย็นพอท่ีจะรอลูกคิดหรือตัดสินใจจึงรีบท�ำให้ทุกอย่าง แต่พ่อแม่อาจลืมไปว่าน่ันเป็นการจ�ำกัดการเรียนรู้ของลูก ท�ำให้ลูกท�ำอะไรไม่เป็น หรือเป็นช้ากว่าเด็กคนอ่ืน หรือได้พัฒนาทักษะบางด้านน้อยกว่าท่ีควร เพราะการ เรียนรผู้ า่ นประสบการณจ์ ะเกดิ ขึ้นหลังจากท่พี วกเขาได้ ใช้ความคดิ ในการตดั สนิ ใจ 14 คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE
ครชู ่วยเหลือหรอื พัฒนาเด็กในศตวรรษท่ี 21 ไดอ้ ยา่ งไร? นอกจากพ่อแม่แล้ว ครูก็เป็นบุคคลที่มีส่วนส�ำคัญในการพัฒนาเด็ก การเตรียมความพรอ้ มให้เดก็ สามารถด�ำเนนิ ชีวิตในศตวรรษที่ 21 น้ี ได้ นอกจาก ปรับระบบความคิดเก่ียวกับการเรียนการสอนส�ำหรับเด็กเล็กแล้ว ครูยังสามารถ ชว่ ยเดก็ ๆ ได้อีกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น การจัดหอ้ งเรียนให้เออ้ื ตอ่ การเรียนรู้ เช่น การตกแตง่ ห้องเรียนด้วยรปู ภาพหรือสือ่ การสอนทีม่ ีสสี นั สดใส ทำ� ให้เด็กอยากเข้า มาเรียนรู้ ซึ่งน่ันถือเป็นการพัฒนาทักษะทางการคิดของเด็ก และช่วยเสริมสร้าง จินตนาการของพวกเขา หรือแม้แต่การให้ความส�ำคัญกับเวลาพัก เพ่ือให้เด็กได้มี เวลาผ่อนคลายก่อนที่จะเร่ิมเรียนรู้ต่อไป ดูแลเรื่องอาหารและการออกก�ำลังกาย เพ่อื ให้เด็กไดพ้ ัฒนาทั้งสมองและรา่ งกายอยา่ งเหมาะสมไปพรอ้ มๆ กัน และมคี วามพรอ้ ม ที่จะพัฒนาในส่วนอ่ืนๆต่อไป นอกจากนี้ ครูยังสามารถจัดการเรียนการสอน แบบบูรณาการท่ีเปิดโอกาสให้เด็กได้ ใช้สมองท้ังซีกซ้าย (การคิดอย่างมีเหตุผล) และซกี ขวา (อารมณ์ความร้สู ึก) ไปพร้อมๆ กัน เพ่อื ให้เกดิ การพัฒนาอย่างสมดลุ และหากเป็นกิจกรรมที่เร้าให้เด็กเกิดความสงสัยและอยากรู้เพ่ิมเติมด้วย ก็จะท�ำให้พวกเขามีความอยากท่ีจะเรียนรู้และหาค�ำตอบ ย่ิงไปกว่าน้ัน การหา กิจกรรมที่มีความต่อเนื่องเช่ือมโยงกัน จะท�ำให้เด็กสามารถฝึกการคิดอย่างเป็น ข้ันตอน และการเช่ือมโยงได้อีกด้วย แต่สิ่งท่ีส�ำคัญที่สุดที่ครูควรจะต้องคิดอยู่ ตลอดเวลาคือ เด็กมีความพร้อมหรือมีบุคลิกภาพเหมาะกับการเรียนการสอน แบบไหนในช่วงไหน ในบางคร้ังเด็กอาจไม่พร้อมกบั กจิ กรรมท่ีมีความเป็นนามธรรม มากเกนิ ไป ก็ควรกลับไปใชส้ อ่ื และกจิ กรรมท่เี หน็ รปู ธรรมก่อน เพือ่ ใหเ้ ด็กได้เรียนรู้ จากการใช้ประสาทสัมผัส เช่น การเล่นเกมหรือท�ำกิจกรรม แทนที่จะเป็นการ นั่งโต๊ะเรียน และสุดท้าย ครูควรจะลดความกังวลเก่ียวกับความรู้ทางวิชาการลง คูม่ ือการจัดกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 15
และให้ความส�ำคัญกับการเรียนรู้ของเด็กมากข้ึน เพราะบางคร้ังการเล่นเกม ของเด็กเพียงหน่ึงคร้ัง อาจท�ำให้เด็กเกิดการเรียนรู้มากกว่าการน่ังเรียนวิชาการ มากมหาศาล (มนทกานต์ รอดคลา้ ย, 2561)1 องค์ประกอบของทักษะศตวรรษที่ 21 “ภาคพี ัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 หรือ P21 (The Partnership for 21st Century Learning)” ท่ีก่อต้ังขึ้นโดยความร่วมมือของผู้น�ำทางการศึกษาจาก สหรัฐอเมริกาและบริษัทช้ันน�ำของโลก ได้น�ำเสนอกรอบความคิดเรื่องทักษะ การเรียนร้ทู จี่ ำ� เปน็ ส�ำหรับเยาวชนหรือผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 เพอ่ื ใชท้ ักษะเหลา่ น้ี ในการด�ำเนนิ ชีวิตและการท�ำงานได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัยมากท่ีสุด ซึ่งแบ่ง ทักษะการเรียนร้อู อกเป็น 4 สว่ น ประกอบด้วย 1. Key Subjects (3Rs) คือ การเรียนวิชาพ้ืนฐานต่างๆ ด้วยทักษะ การอา่ น (Reading) การเขียน(Writing) และการคำ� นวณ (Arithmetic) 2. Learning and Innovation Skills (4Cs) คอื ทักษะใหม่ของการเรียนรู้ และนวัตกรรม ได้แก่การคิดแบบมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) การสื่อสาร (Communication) การท�ำงานเปน็ ทมี (Collaboration) และการสร้างความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creativity) 3. Information, Media and Technology Skills คือ ทักษะการใช้ ข้อมลู , สอื่ สารสนเทศและเทคโนโลยีตา่ งๆ ท่ตี อ้ งรจู้ ักเลอื กใช้ ใหเ้ กิดประโยชน์ 4. Life Career Skills คอื ทักษะการใช้ชีวิตและการทำ� งานในโลกทท่ี ุก อย่างล้วนเช่ือมต่อกัน ซ่ึงผู้เรียนจ�ำเป็นต้องร้จู ักยืดหยุ่น ปรับตัว และเปิดรับการ เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม รวมไปถึงการเป็นผู้เร่ิมต้นสร้างสรรค์งานด้วยตัวเอง (วรรณเพญ็ บุญเพ็ญ, 2559)2 16 คูม่ ือการจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศูนย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE
นอกจากน้ี สำ� หรับประเทศไทย มผี กู้ ล่าวถงึ องค์ประกอบของทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ไว้ดังน้ี l ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ไสว ฟกั ขาว (2558) 3 : กล่าวว่า องคป์ ระกอบ ของทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ประกอบด้วย ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม เป็นตัวก�ำหนดความพร้อมของการ เขา้ สู่โลกการทำ� งานทม่ี คี วามซบั ซอ้ นมากข้ึนในปัจจุบัน ไดแ้ ก่ 1. ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรม 1.1 การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ 1.2 ทำ� งานกับผู้อื่นอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1.3 การสร้างนวัตกรรม 2. การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ัญหา 2.1 การใหเ้ หตุผลอย่างมปี ระสทิ ธผิ ล 2.2 การใชก้ ารคิดอย่างเป็นระบบ 2.3 การพจิ ารณาและการตัดสนิ ใจ 3. การสอ่ื สารและการร่วมมอื 3.1 ส่อื สารอยา่ งชัดเจน 3.2 การรว่ มมอื กบั ผู้อ่ืน ทักษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี เนื่องด้วยในปัจจุบันมีการ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อและเทคโนโลยีมากมาย จึงต้องมีความสามารถ ในการแสดงทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและปฏิบัติงานได้หลากหลาย โดยอาศัยความรู้ในหลายด้าน ดงั นี้ 1. ความรดู้ า้ นสารสนเทศ 1.1 การเข้าถงึ และการประเมินขอ้ มูลสารสนเทศ 1.2 การใชแ้ ละการจัดการสารสนเทศ คมู่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 17
2. ความร้เู กี่ยวกบั สื่อ 2.1 การวิเคราะหส์ อื่ 2.2 การผลติ ส่อื 2.3 การพิจารณาและตดั สินใจ 2.4 การแกป้ ญั หา 3. ความรดู้ ้านเทคโนโลยี 3.1 การประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ทักษะด้านชีวิตและการท�ำงาน ในการด�ำรงชีวิตและท�ำงานในยุคปัจจุบัน ใหป้ ระสบความส�ำเร็จ จะต้องพัฒนาทักษะชีวิตทส่ี ำ� คญั ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว 1.1 ความยดื หยนุ่ 1.2 การปรับตวั เพอื่ พรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลง 2. การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเปน็ ตวั ของตวั เอง 2.1 กำ� หนดเป้าหมาย 2.2 ทำ� งานด้วยตนเอง 2.3 เปน็ ผเู้ รียนทสี่ ามารถ 3. ทักษะสังคมและสงั คมขา้ มวฒั นธรรม 3.1 มีปฏิสมั พันธอ์ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพกบั ผูอ้ ่ืน 3.2 ท�ำงานอย่างมปี ระสิทธิภาพในทีมท่ีมคี วามหลากหลาย 4. การเปน็ ผูส้ ร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้ (Accountability) 4.1 การบริหารโครงการ 4.2 การผลิตผลงาน 18 คู่มือการจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE
5. ภาวะผู้นำ� และความรับผดิ ชอบ (Responsibility) 5.1 แนะน�ำผู้อ่ืนได้ 5.2 รับผิดชอบตอ่ ผู้อื่น l ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิจารณ์ พานชิ (2556) 4 เสนอวา่ Learning Skills การเรียนสมัยใหมต่ ้องไม่ใชแ่ คเ่ พ่อื ให้ไดค้ วามรู้ แตต่ ้องได้ทักษะหรือ Skill การเรียนให้ได้ทักษะเพื่อน�ำไปใช้ โดยเฉพาะทักษะในการสร้างแรงบันดาลใจ และ ทักษะการเรียนรู้ อ่านออกเขียนได้ไม่พอ ต้องกล่อมเกลาฝึกฝนส�ำนึกความเป็นคนดี เปน็ มนษุ ยท์ ี่แทจ้ ริง Learning Skills ต้องประกอบด้วย 3 สว่ น เพอ่ื ให้เข้าใจไดง้ า่ ย และสามารถแจกแจงทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 เพ่ือท่ีจะเป็นแนวทางน�ำไป พัฒนานักศึกษาในศตวรรษน้ี ได้ และสามารถจ�ำไดง้ ่ายคอื 3Rs 8Cs 2Ls ดังน้ี 3 Rs ไดแ้ ก่ 1) Reading การอ่าน 2) (W) Riting การเขียน 3) (A) Rithmetic คณิตศาสตร์ ทั้งหมดไมไ่ ด้หมายความว่า อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นเท่านน้ั แตห่ มาย รวมถงึ การเกดิ นสิ ัยรักการอ่าน อา่ นแลว้ เกดิ สุนทรีย์ เกิดความสุข อา่ นแล้วจับใจ ความเปน็ สำ� หรับการเขียนตอ้ งเขียนสอื่ สารได้ ยอ่ ความเป็น สรุปใจความสำ� คัญได้ รู้วิธีการเขียนหลายๆ แบบ ส่วนการคิดนั้น ควรเน้นให้เกิดทักษะการคิดแบบ นามธรรม คมู่ ือการจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE 19
8 Cs ได้แก่ 1) Critical Thinking & Problem Solving (ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา) เป็นทักษะส�ำคัญของการเป็นมนษุ ย์ ในศตวรรษที่ 21 2) Creativity & Innovation (ทักษะการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม) 3) Collaboration Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมอื การท�ำงานเป็นทีม และภาวะผู้น�ำ) ส�ำหรับภาวะผู้น�ำท่ีต้องการในศตวรรษที่ 21 คือ ภาวะผู้น�ำและความรับผิดชอบแบบกระจายบทบาท และความรับผิดชอบมี 3 ระดบั คอื - รับผิดชอบตอ่ ตนเอง - รับผิดชอบการทำ� งานประสานสอดคลอ้ งกันในทีม - ความรว่ มมอื กันในทีมเพ่อื ไปสเู่ ปา้ หมายที่ย่งิ ใหญ่ร่วมกัน 4) Cross-Cultural Understanding (ทักษะความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์) หัวใจส�ำคัญของทักษะนี้ คือ สามารถด�ำรงชีวิตอยู่กับสภาพ แวดล้อมและผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายได้อย่างไม่ร้สู ึกเครียดหรือแปลกแยก และท�ำให้งานสำ� เร็จได้ 5) Communication Information & Media Literacy (ทักษะด้านการ สอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ทา่ ทันส่อื ) ประกอบด้วย ทักษะในการเข้าถึง (access) อย่างรวดเร็ว และร้แู หลง่ ทักษะในการประเมินความน่าเชอื่ ถือ และทักษะในการใช้ อยา่ งสร้างสรรค์ 6) Computer & ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร) 20 คูม่ อื การจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE
7) Career & Learning Skill (ทักษะชีวิตและอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู้ ซึ่งประกอบด้วยเร่ืองส�ำคัญ 2 เรื่อง คือ 1) ความยืดหยุ่นและการปรับตัว และ 2) การริเริ่มและก�ำกับดูแลตนเองได้ 8) Change ทักษะการเรียนรู้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้สร้าง การเปลย่ี นแปลงได้ด้วย 2Ls ได้แก่ 1) Learning (ทักษะการเรียนร)ู้ 2) Leadership (ภาวะผนู้ ำ� และความรับผิดชอบ) นอกเหนือจากทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 แล้ว สง่ิ ทจ่ี ำ� เป็นทค่ี วรพัฒนา และจะต้องปลูกฝงั ในศตวรรษน้ี นั่นคอื จิตห้าลกั ษณะ ตามท่ี Gardner (2010) ได้เสนอไว้นั่นคือ จิตห้าลักษณะส�ำหรับอนาคต ท่ีควรปลูกฝัง ในคนรุ่นถัดไป เกี่ยวข้องกับการรับรู้หรือการคิดเป็นหลัก และเกี่ยวข้องกับมนษุ ย์ จิตห้าลักษณะ ส�ำหรับอนาคต เพราะการเป็นคนฉลาดอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอท่ีจะจรรโลง สังคมให้น่าอยู่ได้ ในเชิงการศึกษาจึงมุ่งเน้นให้นักศึกษามีคุณสมบัติพร้อมท่ีจะเป็น บณั ฑติ ทเ่ี กง่ และดี ในอนาคต จิตหา้ ลกั ษณะประกอบดว้ ย 1. จติ เชย่ี วชาญ (Disciplined Mind) เปน็ การเชี่ยวชาญในการคิดเกย่ี วกับ วิทยาการสาขาใดสาขาหนึ่ง การท�ำงานอย่างสม�่ำเสมอ เพ่ือพัฒนาทักษะและ ความเข้าใจ น่ันคือ การตั้งมั่นท่จี ะเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะใหเ้ ชี่ยวชาญ รจู้ ริง ร้ลู ึก เข้าใจอย่างถ่องแท้ ในระดับที่เรียกว่าเช่ียวชาญ (Master) ซึ่งความเช่ียวชาญเกิด จากการอบรมส่ังสอน และจากการฝึกฝนเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง สามารถพัฒนาตนเอง ในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยท่ัวไปความเช่ียวชาญจะเกิดหลังจากใช้เวลาฝึก ประมาณ 10 ปี แต่วิทยาการของการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน โดยใช้ คู่มือการจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE 21
คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารท่ีทันสมัย ท�ำให้เราเกิดความเชี่ยวชาญได้เร็วข้ึน อาจลดเวลาได้ถึงคร่ึงหน่ึง เพราะฉะน้ันจ�ำเป็นต้องให้การศึกษาอย่างต่อเน่ืองแก่ ตนเองและผู้อื่น ความช�ำนาญจะเกิดเม่ือเรามีวินัย คือ ฝึกฝนอย่างต่อเน่ือง เพื่อพัฒนาความช�ำนาญให้เป็นเลิศเสมอ และเสริมด้วยว่าในทุกวันน้ี ความเช่ียวชาญ มากกว่าหน่ึงสาขาเป็นท่ีต้องการอย่างมาก ความเชี่ยวชาญมีองค์ประกอบส�ำคัญ 2 ประการ คือ 1) การเรียนรอู้ ยา่ งเชี่ยวชาญ เปน็ ความสามารถในการเรียนรอู้ ย่าง ชัดเจนในเน้ือหาสาระหลักการและองค์ความรู้ ในแต่ละสาขาวิชา และสามารถน�ำ สิ่งท่ี ได้เรียนรู้ไปใช้ ในการท�ำงานและการด�ำรงชีวิตสามารถเอาไปเช่ือมโยงกับวิชา อื่นได้ 2) ความมีวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นส่ิงท่ีจะขัดเกลาความช�ำนาญและพัฒนา ความความเช่ียวชาญให้เปน็ เลิศเสมอ 2. จิตรสู้ งั เคราะห์ (Synthesizing Mind) หมายถงึ การรวบรวมขอ้ มูล จากแหล่งท่ีหลากหลาย ท�ำความเข้าใจ สังเคราะห์ข้อมูล ประเมินความส�ำคัญ คดั เลอื ก และนำ� ไปสู่การแยกประเดน็ ท่สี �ำคัญทค่ี วรคา่ แก่ความสนใจ และสามารถ น�ำมาผสมผสานกันได้อย่างมีเหตุมีผล ซึ่งผู้สังเคราะห์ต้องตระหนักว่าส่ิงใดเหมาะสม ส�ำหรับตนเองและผู้อ่ืนท่ีจะใช้ประโยชน์จากงานน้ัน การเกิดข้ึนของเทคโนโลยี ใหม่ และสื่อชนดิ ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ข้อมูลเพิ่มข้ึนอย่างมหาศาล จนท่วมท้นเราตลอดเวลา การรู้จักเลือกข้อมูลอย่างฉลาด และสังเคราะห์ข้อมูลได้ อย่างยอดเยี่ยมเป็นสิ่งท่ีจ�ำเป็นมาก (Gardner, 2010) ใครท่ีรู้จักสังเคราะห์ได้เก่ง จะกลายเปน็ บุคคลแถวหน้า 3. จติ สรา้ งสรรค์ (Creating Mind) ผู้มจี ิตสรา้ งสรรค์จะรจู้ ักคดิ นอกกรอบ เพื่อค้นหาหนทางใหม่ข้ึนมา ผู้ท่ีปรารถนางานท่ีล�้ำเลิศต้องมีบุคลิกภาพและ วุฒิภาวะทางอารมณ์ที่แข็งแกร่ง และ นักสร้างสรรค์ ต้องกระหายท่ีจะเส่ียง กลา้ ทจี่ ะลม้ และลุกขนึ้ พร้อมรอยยิ้มและสอู้ ีกครั้ง 22 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE
4. จิตร้เู คารพ (Respectful Mind) ประสบการณ์สว่ นตัว ทัศนคติของคน ใกลช้ ิด และผูอ้ าวุโสท่ี ใกล้ชิด จะเป็นตวั กำ� หนดว่าเราจะชื่นชม เทดิ ทูน เคารพ หรือ เกลียด กลัว หลีกเลยี่ ง คนหรือกลุ่มใดหรือไม่ ผ้มู จี ิตเคารพ สามารถเปิดใจต้อนรับ บคุ คลและกลุ่มบุคคลทหี่ ลากหลาย อยากพบ อยากทำ� ความร้จู ัก และช่ืนชอบผมู้ า จากแดนไกล และจะเชื่อว่าความหลากหลายเป็นส่ิงที่ดี และโลกจะน่าอยู่มากข้ึน หากคนเราร้จู ักเคารพซึง่ กันและกนั 5. จิตรู้จริยธรรม (Ethical Mind) หมายถึง ความประพฤติซ่ึงผู้มจี ิตรู้ จริยธรรมจะนึกถึงตนเองในบริบทท่ีเป็นสากล สามารถนึกถึงตนเองในเชิง นามธรรมได้ จิตรู้จริยธรรมมีรากฐานมาจากการกระท�ำของผู้ ใหญ่ท่ีน่าเคารพ ในบ้าน ในโรงเรียน และในชมุ ชน ทั้งนี้ นอกจากจะรักษาจริยธรรมของตนให้อยู่ ในกรอบแล้ว เรายังต้องขยายความรับผิดชอบออกไปให้ครอบคลุมสังคมท่ีเรา เป็นสมาชิกดว้ ย คู่มอื การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 23
NO T E 24 คูม่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
NO T E ค่มู อื การจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศนู ยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 25
NO T E 26 คูม่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
การจัดกิจกรรมเสริมสรา้ ง ทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ค่มู ือการจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 27
28 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE
การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะ การด�ำรงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 “ท�ำไมจึงตอ้ งจัดเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21” จากปัญหาต่างๆ ของระบบการเรียนการสอน และแนวคิดของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ท่กี ล่าวมาแล้วขา้ งตน้ ส่งผลใหเ้ ด็กและวยั รุน่ ไทย ยงั ไมพ่ ร้อมท่ีจะเขา้ สู่ การเปล่ียนแปลง เพ่ือก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ดังน้ัน การถ่ายทอดทักษะในการ ดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 จงึ เป็นเร่ืองสำ� คญั อยา่ งยง่ิ ในการเตรียมความพรอ้ มให้ เด็กและเยาวชนไทย โดยโครงการ TO BE NUMBER ONE ใช้กระบวนการ จัดกิจกรรม ผ่านอาสาสมัครหรือแกนนำ� ทีเ่ ปน็ ผู้ ใหบ้ ริการแกส่ มาชกิ เพอ่ื พัฒนา และเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ให้แก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE โดยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory learning) เน้นสมาชกิ เปน็ ศนู ยก์ ลาง ประกอบดว้ ยหลกั การเรียนรู้ 2 อย่าง คือ 1. การเรียนรเู้ ชิงประสบการณ์ (Experiential learning) 2. การเรียนรดู้ ว้ ยกระบวนการกลมุ่ (Group Process) มุง่ เน้นให้สมาชกิ ได้รว่ มกันอภิปรายแลกเปลย่ี นและฝกึ ทักษะตา่ งๆ โดยมีหลกั การ ดังนี้ คมู่ อื การจดั กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 29
การเรยี นรเู้ ชิงประสบการณ5์ ม่งุ เน้นอย่ทู ก่ี ารให้สมาชกิ เปน็ ผู้สรา้ งความรจู้ ากประสบการณเ์ ดมิ การเรียนรู้ เชงิ ประสบการณม์ ีหลักส�ำคญั 5 ประการ คือ 1. เปน็ การเรียนรทู้ ีอ่ าศยั ประสบการณ์ของสมาชกิ 2. ท�ำให้เกิดการเรียนรู้ ใหม่ๆ ที่ท้าทายอย่างต่อเน่ือง และเป็นการเรียนรู้ ทเ่ี รียกวา่ Active Learning 3. มีปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างสมาชิกดว้ ยกันเอง และระหวา่ งแกนน�ำกบั สมาชกิ 4. ปฏิสัมพันธ์ท่ีมีท�ำให้เกิดการขยายตัวของเครือข่ายความรู้ท่ีทุกคนมีอยู่ ออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง 5. มีการสอ่ื สารโดยการพูด หรือการเขียน เปน็ เครื่องมอื ในการแลกเปลี่ยน การวิเคราะห์และสงั เคราะหค์ วามรู้ องค์ประกอบของการเรียนรูเ้ ชิงประสบการณใ์ นการเรียนรู้ แบบมีส่วนร่วม องค์ประกอบส�ำคญั มีอยู่ 4 ประการ ดงั น้ี 1. ประสบการณ์ (Experience) แกนน�ำชว่ ยใหส้ มาชกิ น�ำประสบการณ์เดมิ ของตนมาพัฒนาเป็นองคค์ วามรู้ 2. การสะท้อนความคิดและถกเถียง (Reflex and Discussion) แกนน�ำ ช่วยให้สมาชิกได้มโี อกาสแสดงออกเพ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้ซึ่งกัน และกนั อย่างลึกซึ้ง 30 คู่มอื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศูนย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE
3. เข้าใจและเกิดความคิดรวบยอด (Understanding and Conceptualization) สมาชิกเกดิ ความเข้าใจและนำ� ไปสกู่ ารเกดิ ความคดิ รวบยอด อาจเกิดข้ึนโดยสมาชิกเป็นฝ่ายริเริ่มแล้วแกนน�ำช่วยเติมแต่งให้สมบูรณ์ หรือ ในทางกลับกัน แกนน�ำเป็นผู้น�ำทางและสมาชิกเป็นผู้สานต่อจนความคิดน้ัน สมบรู ณ์ เป็นความคดิ รวบยอด 4. การทดลอง หรือประยุกต์แนวคิด (Experiment/Application) สมาชิก น�ำเอาการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนใหม่ไปประยุกต์ ใช้ ในสถานการณ์ต่างๆ จนเกิดเป็น แนวทางปฏบิ ัตขิ องสมาชิกเอง องค์ประกอบเหล่านี้สามารถสรุปเปน็ ภาพรวมดังแผนภาพ ประสบการณ์ การทดลอง สะทอ้ นความคดิ หรอื ประยกุ ต์แนวคดิ และถกเถียง เข้าใจ และ เกดิ ความคดิ รวบยอด แผนภาพ องคป์ ระกอบ 4 ประการของการจัดกจิ กรรมเรียนร้แู บบมีสว่ นรว่ ม ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบท้ัง 4 ประการ จะเป็นไปอย่างพลวัตร โดยอาจเร่ิมจากจุดใดจุดหนึ่ง และเคล่ือนย้ายไปมาระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ดังนั้น ในแง่ของการจัดกิจกรรม จึงอาจเริ่มต้นที่จุดใดก่อนก็ได้ แต่ส�ำคัญที่ การจัดกระบวนการใหค้ รบทุกองคป์ ระกอบ คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 31
การเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุม่ (Group Process) เป็นการเรียนรู้พ้ืนฐานท่ีส�ำคัญอีกอย่างหน่ึงซ่ึงเมื่อประกอบไปกับการเรียนรู้ เชงิ ประสบการณ์ (Experiential learning) กระบวนการกลุม่ จะช่วยทำ� ใหส้ มาชิก ไดม้ ีสว่ นรว่ มสูงสดุ และทำ� ใหบ้ รรลุงานสงู สุด กระบวนการกลุม่ (Group Process) การเรียนสงู สุด +มสี ่วนรว่ มสงู สุด บรรลงุ านสงู สดุ (Maximum Participation) (Maximum Performance) การมสี ว่ นรว่ มสูงสุด (Maximum Performance) ของสมาชกิ ข้ึนอย่กู บั การออกแบบกลุ่ม ซ่ึงมีตั้งแต่กลุ่มเล็กที่สุด คือ 2 คน จนกระท่ังกลุ่มใหญ่ กลุ่มแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจ�ำกัดต่างกัน สมาชิกทุกคนควรมีส่วนร่วม ในทุกกิจกรรมของแต่ละองค์ประกอบ ฉะนั้น แกนน�ำจึงต้องพิจารณาตามจ�ำนวน ของสมาชิก กระบวนการกลุ่มจะช่วยให้สมาชิกมีส่วนร่วม ด้วยการออกแบบกลุ่ม ท่เี หมาะสมและช่วยใหบ้ รรลุงานหรือวัตถปุ ระสงคด์ ้วยการออกแบบงานทีเ่ หมาะสม การบรรลุงานสูงสุด (Maximum Performance) ถึงแม้แกนน�ำจะ ออกแบบกลุ่มใหส้ มาชกิ ทุกคนมสี ่วนรว่ มในการทำ� กจิ กรรมแล้วก็ตาม แต่สิ่งส�ำคญั อีกอย่างหนึ่งท่ีจะท�ำให้สมาชิกบรรลุงานสูงสุดได้ คือ การออกแบบงาน ซึ่งเป็น กจิ กรรมทแี่ กนน�ำ จะตอ้ งจัดทำ� เป็นใบงานทีก่ ำ� หนดใหส้ มาชิกทำ� กจิ กรรมให้บรรลุ ตามวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ในแผนการสอน การเรยี นสูงสดุ การมีสว่ นร่วมสงู สดุ + บรรลงุ านสูงสดุ การออกแบบกลมุ่ การออกแยยงาน 32 คู่มอื การจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE
การออกแบบกลมุ่ เพ่ือการมีส่วนรว่ มสูงสดุ แกนน�ำต้องพิจารณาออกแบบกลุ่มให้เหมาะสมกับสมาชิกและกิจกรรม ในแต่ละองค์ประกอบของการเรียนรู้ กลุ่มแต่ละประเภทมีข้อบ่งใช้และข้อจ�ำกัดดัง ต่อไปนี้ ประเภทกลุ่ม ลักษณะกิจกรรมกลุม่ ขอ้ บ่งใช้ ขอ้ จำ�กัด สมาชกิ จับคกู่ นั ทกุ คนได้มสี ว่ นร่วม ขาดความหลากหลาย ทำ�กิจกรรมท่ี ในการแสดงความคิดเหน็ ทางความคดิ และ กล่มุ 2 คน ได้รับมอบหมาย /นำ�เสนอประสบการณ์ ประสบการณ์ (Pair Group) /ฝึกปฏิบัติ โดยทำ� เพราะเป็นการ พรอ้ มๆ กัน ใช้เวลา แลกเปลี่ยนกัน ไมม่ าก เพยี ง 2 คน สมาชกิ จับกลมุ่ 3 คน ทุกคนมสี ่วนร่วม ขาดความหลากหลาย กลมุ่ 3 คน แตล่ ะคนมีบทบาท ในการเรยี นรูต้ าม และความกระจ่าง (Triad ท่ีชัดเจน อาจหมุนเวยี น บทบาทและสามารถ ชัดไปบ้าง อาจใช้เวลามาก Group) บทบาทกนั ได้ เรียนรู้ได้ครบ ในการสลับบทบาท ทุกบทบาท กลมุ่ เล็ก เปน็ การจดั กลมุ่ สมาชิกได้แลกเปลี่ยน ใช้เวลามาก ถ้ามกี าร (Small 5-6 คน ทำ�กจิ กรรม ความคดิ เหน็ และ กำ�หนดบทบาท Group) ที่ ได้รับมอบหมาย อภิปรายอย่างลึกซึง้ ทกุ คนจะมสี ว่ นร่วม จนลลุ ว่ ง จนได้ข้อสรปุ ตามบทบาททก่ี ำ�หนด แตถ่ ้าไมม่ บี างคน อาจมสี ว่ นรว่ มนอ้ ย คมู่ ือการจัดกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศนู ยเ์ พ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE 33
สรปุ การออกแบบกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ มีหลักที่แกนน�ำควรพิจารณา ดงั นี้ 1) ความยากง่ายในการมีสว่ นร่วม กลุ่ม 2 คน มสี ว่ นร่วมได้มากกว่ากลุม่ อ่ืนๆ 2) ความลึกซ้ืงของการแสดงความคิดเห็นหรือผลงาน กลุ่มเล็กสมาชิก จะแสดงความคดิ เห็นไดล้ กึ ซง้ึ กวา่ กล่มุ ทม่ี ขี นาดเล็กลงมา 3) การจัดสรรบทบาทของสมาชกิ ในการเขา้ กลุม่ แตล่ ะประเภท โดย 3.1) ไม่มกี ารกำ� หนดบทบาทในกลุ่ม 2 คน /กลมุ่ ยอ่ ยระดมสมอง และ กลมุ่ ใหญ่ 3.2) มีการกำ� หนดบทบาทในกลุ่ม 3 คน และกลุ่มเล็ก นอกจากการแบ่งกลุ่มสมาชิกเป็นกลุ่มพื้นฐานประเภทต่างๆ แล้วแกนน�ำ สามารถประยุกต์การออกแบบกลุ่มในลักษณะอ่ืน เพื่อประโยชน์ ในการเรียนรู้ได้ ดังน้ี ประเภทกลุ่ม ลกั ษณะกจิ กรรมกลุ่ม ขอ้ บง่ ใช้ ข้อจำ�กดั ขาดความหลากหลาย เป็นการจดั กลุ่ม เพือ่ ให้สมาชิกใช้ ทางความคดิ และ 2 ขน้ั ตอน โดยแยก ศกั ยภาพของตนเอง ประสบการณเ์ พราะ กลมุ่ ไขว้ ใหผ้ ูเ้ รียนทำ�กจิ กรรม ในการสร้างความรู้ เปน็ การแลกเปลย่ี น (Cross- เฉพาะบางกลมุ่ กนั เพยี ง 2 คน over จนมีความเชี่ยวชาญ Group) จากนนั้ จึงให้ผเู้ รยี นจาก แต่ละกลุ่มมารวมกนั เปน็ กลมุ่ ใหญเ่ พ่ือบูรณาการ 34 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE
ประเภทกล่มุ ลักษณะกิจกรรมกล่มุ ข้อบง่ ใช้ ขอ้ จำ�กัด เปน็ การจดั กลมุ่ 2 ขน้ั ตอน ไมม่ ีวิทยากรประจำ� ในการรวมกันทำ�งาน จากกล่มุ 8-12 คน กลุ่มย่อย หลงั แบง่ กัน ในกลุ่มใหญ่ ต้องใช้ แบ่งเป็นกล่มุ ย่อย ทำ�งานแลว้ จะมาสรุป วิทยากรประจำ�กลุ่ม กลุ่มแบง่ ย่อย 3-4 กลุ่ม เพอื่ ใหท้ ำ�งาน ความเหน็ ในกลุ่มใหญ่ ช่วยดำ�เนนิ การ (Subgroup) กลมุ่ ละอยา่ ง (ท่ีไม่ เพอื่ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ เหมอื นกัน) จากน้ันจึงให้ กลมุ่ ยอ่ ยมารวมกันเพื่อ บรู ณาการ รวบรวมความคิดเหน็ เริ่ม สรา้ งความตระหนัก ขาดข้อสรปุ หรือ กลุ่มปริ ามิด จากกลมุ่ 2-4 คน และความเขา้ ใจ ความลกึ ซงึ้ (Pyramid ทวขี ึน้ ไปเป็นข้นั ๆ ในความรสู้ ึกนกึ คิด Group) จนครบทัง้ ชั้น ของแต่ละกลมุ่ หรือฝา่ ย การที่แกนน�ำ ออกแบบกลุม่ ทหี่ ลากหลายให้สมาชกิ ได้ทำ� กจิ กรรม จะท�ำให้ สมาชกิ ไดเ้ กิดการมีส่วนร่วม ตามลกั ษณะกลุ่มแตล่ ะประเภท การทำ� กจิ กรรมกลุ่ม ช่วยให้สมาชิกมโี อกาสแสดงความคิดเห็น แลกเปล่ียนประสบการณ์ได้มาก มีการ เคลื่อนไหวในการเรียนรู้ตลอดเวลา ท�ำให้สมาชิกมีความต่ืนตัวในการเรียนรู้และ สนใจอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ค่มู ือการจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE 35
การออกแบบงานเพอ่ื บรรลุงานสูงสุด จากประเภทของกลุ่ม ทั้งกลุ่มพื้นฐานและกลุ่มประยุกต์ แม้จะช่วยให้ สมาชกิ มสี ว่ นร่วมได้มาก แตก่ ็ยังมขี อ้ จำ� กัดอยูบ่ า้ ง เชน่ ต้องใช้เวลามาก ความลึกซ้งึ หรือความหลากหลายในประเด็นการอภิปราย ส่ิงเหล่านี้เป็นหัวใจส�ำคัญของ การบรรลุงานสูงสุด แกนน�ำสามารถก�ำหนดได้จากการออกแบบงาน ซึ่งมี องคป์ ระกอบท่สี �ำคญั ของการก�ำหนดงาน 2 ประการ คอื 1. การก�ำหนดกิจกรรมที่ชัดเจนว่าจะให้สมาชิกแบ่งกลุ่มอย่างไร เพ่ือท�ำอะไร ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน เมื่อบรรลุงานแล้วจะให้ท�ำอย่างไรต่อ เช่น เตรียมเสนอผลงาน 2. การก�ำหนดโครงสร้างของงานท่ีชัดเจน บอกรายละเอียดของกิจกรรม และบทบาท โดยท�ำเป็นก�ำหนดงานท่ีแกนน�ำแจ้งแก่สมาชิก หรือท�ำเป็นใบงาน มอบให้กับกลุ่ม โดยจัดท�ำเป็นใบงานหรือใบชี้แจง ซ่ึงการออกแบบใบงาน หรือ ใบชี้แจง มวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อใหก้ ลุ่มท�ำงานได้ส�ำเรจ็ โดยมกี รอบการทำ� งานทชี่ ดั เจน หรือสรา้ งเป็นตารางการวิเคราะห์ ให้กล่มุ ใบงาน เป็นข้อความก�ำหนดงานที่มีรายละเอียด เพ่ือให้สมาชิกท�ำงานได้ ส�ำเร็จ ผลงานท่ี ได้จากการท�ำงานตามที่ก�ำหนดในใบงานจะเป็นข้อสรุปท่ีมีความ ลึกซ้ึงเป็นไปตามประเด็นท่ีแกนน�ำต้องการ ใบงานใช้มากในกิจกรรมของ องค์ประกอบสะท้อน/อภิปราย และการทดลอง/ประยุกต์แนวคิด และมีผลอย่าง มากตอ่ การท่สี มาชิกจะท�ำงานได้ส�ำเร็จในเวลาทจ่ี ำ� กดั และตรงตามวัตถุประสงค์ ใบชี้แจง เป็นค�ำช้ีแจงในการท�ำกิจกรรมกลุ่ม มีรายละเอียดไม่มากนัก จึงไม่จ�ำเป็นต้องจัดท�ำใบงาน แกนน�ำอาจขึ้น Power Point ให้อ่านพร้อมกัน ใชม้ ากในกิจกรรมขององค์ประกอบประสบการณ์หรือการประยุกตแ์ นวคดิ 36 คูม่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE
ใบช้ีแจงที่ดี ควรมลี กั ษณะดงั น้ี l ขอ้ ความส้ันกะทัดรัด ได้ ใจความ l ก�ำหนดกิจกรรมตรงกับองค์ประกอบ เช่น ให้สมาชิกได้น�ำเสนอ ประสบการณห์ รือประยกุ ต์ความคิดรวบยอด ตวั อย่างใบชีแ้ จง ลักษณะค�ำถาม ตัวอยา่ งที่ 1 เจตคติคืออะไร ตวั อย่างที่ 2 จากประสบการณข์ องท่านใหบ้ อกลักษณะการฝึกอบรมทท่ี �ำให้เกดิ การเรียน รไู้ ดด้ ี จะเห็นได้ว่า ค�ำถามในตัวอย่างท่ี 2 จะน�ำไปสู่การรวบรวมประสบการณ์ และการกระตุ้นให้สมาชิกดึงเอาประสบการณ์ของตนเองออกมากกว่าลักษณะ ค�ำถามในตวั อยา่ งที่ 1 ตัวอยา่ งใบงาน ใบงานท่ีไม่เหมาะสม ใบงาน การประเมินโครงการ ทา่ นมคี วามคดิ เหน็ ต่อวิธีการประเมนิ โครงการแบบตา่ งๆ อย่างไร คมู่ ือการจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE 37
ใบงานที่เหมาะสม 1. ใบงานทก่ี �ำหนดกรอบ ใบงาน การประเมินโครงการ ใหส้ มาชกิ แบ่งกลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน ชว่ ยกันอภิปราย ในประเด็นตอ่ ไปนี้ 1) ทา่ นเคยประเมนิ โครงการดว้ ยวิธี ใดบา้ ง 2) แต่ละวิธมี ีวตั ถุประสงคแ์ ละข้อจำ� กัดอยา่ งไร เพราะอะไร ใชเ้ วลาในการอภิปราย 15 นาที ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำ� เสนอ กลมุ่ ละ 5 นาที 2. ใบงานทีจ่ ัดทำ� เป็นตารางวเิ คราะห์ ใบงาน การประเมินโครงการ ใหส้ มาชิกแบ่งกล่มุ ๆ ละ 5-6 คน ชว่ ยกนั อภปิ รายในประเดน็ ตามตารางตอ่ ไปนี้ วธิ ปี ระเมินโครงการ ผลที่ ได้ ขอ้ จำ�กัด 38 คมู่ อื การจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE
หลักการทำ� กจิ กรรมกลุม่ ใชห้ ลักการเรียนร้แู บบมสี ่วนรว่ ม โดยใช้ “กิจกรรม” เป็นส่อื กลาง วธิ กี ารจัดกิจกรรมกลุม่ เม่อื สมาชิกมาพรอ้ มกนั ณ สถานที่ทจี่ ะทำ� กจิ กรรมกลมุ่ ให้แกนน�ำ ซึ่งเป็น ผูน้ �ำท�ำกจิ กรรมกลมุ่ เริ่มด�ำเนนิ การ ดงั นี้ ข้ันตอนท่ี 1 การเปิดกลุ่ม เพ่ือเป็นการกระตุ้นให้ต่ืนตัว แนะน�ำตัว และ ชี้แจงวตั ถุประสงคข์ ้อตกลงรว่ มกนั โดย 1. แกนน�ำแนะนำ� ตวั เองให้สมาชิกร้จู ัก และบอกบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ในการเป็นผูน้ �ำท�ำกจิ กรรมกลมุ่ 2. แกนน�ำชี้แจงวัตถปุ ระสงค์การจัดกิจกรรมกลุม่ เพ่อื ใหส้ มาชิกได้รับการ พัฒนาทักษะทีจ่ �ำเปน็ สำ� หรับการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 3. แกนน�ำกระตุ้นให้สมาชิกตื่นตัว โดยใช้เกมสนุกๆ มากระตุ้นสมาชิก กอ่ นเริ่มกิจกรรมหลกั ขนั้ ตอนที่ 2 การด�ำเนนิ การ 1. แกนน�ำช้ีแจงข้ันตอน/วิธีการท�ำกิจกรรม และเปิดโอกาสให้สมาชิก ซักถามในกรณีที่ไมเ่ ข้าใจวิธีการ 2. แกนน�ำด�ำเนนิ การจัดกิจกรรม โดย - ควรจัดกลมุ่ ใหส้ มาชิกไดม้ สี ว่ นรว่ มทุกคน เช่น วงกลม คร่ึงวงกลม - กระตนุ้ ให้สมาชิกมสี ว่ นรว่ ม - สงั เกตพฤติกรรมสมาชกิ คูม่ ือการจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนนำ� ศูนย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 39
ขั้นตอนที่ 3 การปดิ กล่มุ 1. แกนนำ� ถามสมาชกิ ถงึ ประโยชน/์ แนวคดิ ท่ีได้ จากการเข้าร่วมกจิ กรรม โดยกระตุ้นให้สมาชกิ แสดงความคดิ เห็น 2. แกนนำ� สรุปประโยชน์/แนวคดิ ที่ได้ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ เขา้ ใจตรงกนั อีกคร้ัง พร้อมทั้งเปดิ โอกาสให้สมาชกิ ได้ซักถามข้อสงสัย 3. หากเป็นการท�ำกิจกรรมต่อเนื่องในครั้งต่อไป ให้แกนน�ำนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ ในคร้ังต่อไป พร้อมท้ังขอบคุณสมาชิกท่ี ให้ความร่วมมือในการ ทำ� กิจกรรมและแสดงความคิดเหน็ กิจกรรมกลมุ่ ที่ดี ควรเป็นกจิ กรรมทส่ี นกุ ทา้ ทายความสามารถ สร้างมิตรภาพ ใชค้ วามคดิ สร้างสรรค์ มีขอ้ คิดแทรก และสมาชิกทกุ คนไดม้ สี ว่ นร่วม บทบาทหนา้ ท่ขี องผู้ด�ำเนินกิจกรรมกลุ่ม 1. ผนู้ �ำกลุ่ม (Leader) คุณสมบตั ิ - ตอ้ งมีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ เชอื่ มั่นในการปฏิบตั ิตาม แนวคิดของกิจกรรม เพื่อให้สมาชิกได้รับการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ของแต่ละ กิจกรรม - ต้องมคี วามสามารถในการดำ� เนนิ งานร่วมกับผู้อ่ืน และสามารถผลักดนั สมาชกิ ใหร้ ว่ มกจิ กรรมได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ - มีความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล และสามารถแก้ปัญหา เฉพาะหนา้ ได้ 40 คู่มอื การจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE
- มีความสามารถในการส่ือสาร เช่น พูดให้สมาชิกในกลุ่มให้ความ รว่ มมอื สามารถหาวิธีส่อื สารเพอื่ แกไ้ ขสถานการณ์ ให้ดีขึน้ พดู ให้สมาชิกเขา้ ใจได้งา่ ย - มคี วามประพฤตปิ ฏบิ ตั ดิ ี เปน็ ที่ยอมรับของบุคคลอ่ืนๆ ทั้งผู้ร่วมงาน และผู้ทพ่ี บเห็น - เปน็ ผู้ทีต่ อ้ งคำ� นึงถงึ สว่ นรวม ร้จู ักการให้ และรักคนอ่ืนเช่นเดียวกับ ท่รี ักตนเอง - เป็นผู้ที่มีความพร้อมด้านอารมณ์ มีความเข้าใจตนเอง และพร้อม ทจี่ ะแก้ไขขอ้ บกพร่องของตนเอง - เปน็ ผู้ทม่ี เี ป้าหมายในการทำ� งานทดี่ ี และมีความอดทน มานะบากบ่ัน เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายนั้นๆ - ต้องเป็นผู้ที่กล้าเผชิญปัญหาต่างๆ และรู้ถึงวิธีการศึกษาข้อผิดพลาด ท้ังหลาย เพอ่ื น�ำมาใช้ ในการปรับปรุงการด�ำเนนิ กิจกรรมในครั้งต่อไป - ตอ้ งเป็นผทู้ ีร่ ้จู ักการยดื หยุน่ ตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม - มีความร้พู น้ื ฐานเก่ียวกบั เรื่องมนษุ ย์ ซึง่ เปน็ สว่ นสำ� คญั ในการท�ำงาน กบั สมาชกิ กลุ่ม หน้าท่ี - เป็นผู้น�ำและแบ่งปันความรู้ ในการท�ำกิจกรรม เพื่อพัฒนาทักษะ ทจ่ี ำ� เป็นในการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 - ทำ� ความเข้าใจวตั ถุประสงค์ / วิธดี ำ� เนนิ กิจกรรม - จัดเตรียมกิจกรรม อปุ กรณ์ และผู้เขา้ กลุ่ม - เป็นผู้ด�ำเนนิ กิจกรรม ตลอดจนเป็นผู้กระตุ้นกลุ่ม เพื่อให้การด�ำเนนิ การ กลุ่มเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตรงประเด็น วัตถุประสงค์ ด้วยความเป็นกันเอง ใหเ้ กียรติแกส่ มาชกิ กลุ่มอย่างเท่าเทยี มกนั - สรุปกจิ กรรมกลมุ่ คู่มอื การจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE 41
2. ผชู้ ่วยผ้นู ำ� กลุม่ (Co - leader) คุณสมบตั ิ - เหมือนผู้น�ำกลุ่ม หน้าท่ี - ช่วยผู้น�ำกล่มุ ด�ำเนนิ กจิ กรรมกลุม่ ทุกขนั้ ตอน - ช่วยกระตุ้น ให้ก�ำลังใจและเป็นกันเองกับสมาชิก พร้อมทั้งเพิ่มเติม และสรุปในสว่ นท่ยี งั ไมค่ รอบคลมุ - ช่วยควบคุมเวลา - สังเกตและบันทึกขอ้ มลู ประเด็นส�ำคัญ ทักษะพ้นื ฐานสำ� หรับผู้นำ� กลุ่ม ทักษะการแสดงปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบ ประกอบด้วยทักษะดงั ตอ่ ไปน้ี 1. การฟัง จะแสดงถึงการยอมรับ ความเข้าใจ สนใจ ต้ังใจ และแสดง ใหผ้ พู้ ดู รับร้วู ่าก�ำลังฟงั อยา่ งสนใจ การฟังท่ดี ีต้องต้งั ใจฟังท้ังประเด็นเนื้อหา และ อารมณค์ วามรสู้ กึ ของผ้พู ูด โดยสังเกตจากภาษาทา่ ทาง ประกอบกนั 2. การส่ือสาร เช่น พูดให้สมาชิกในกลุ่มให้ความร่วมมือ สามารถหาวิธี สือ่ สารเพอื่ แก้ไขสถานการณ์ ให้ดีข้ึน พดู ใหส้ มาชิกเขา้ ใจไดง้ ่าย 3. การสรุปความ เป็นทักษะที่ผู้น�ำกลุ่มต้องใช้เพราะในกลุ่มจะมีการพูด เร่ืองต่างๆมากมาย สมาชิกบางคนอาจจะสับสนในการฟัง และในการแลกเปล่ียน ประสบการณ์ ผ้นู ำ� กลมุ่ จงึ ต้องสรุปประเดน็ และสาระสำ� คญั ทส่ี มาชกิ ได้อภปิ ราย 42 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275