122 จากตารางที่ 28 พบว่า Initial ของ Communalities โดยวิธีการวิเคราะห์แบบหมุนแกน องค์ประกอบมุขสาํ คญั แบบ Principal Component Analysis (PCA) ซึ่งจะกําหนดใหเ้ ริม่ ตน้ Initial Communalities ของตัวแปรทุกตัวเป็น 1 ซึ่งตรงตามเกณฑ์ของการวิเคราะห์แบบ Principal Component Analysis (PCA) ทุกตัวแปร และค่า Extraction Communality ของตัวแปร ท้ัง 122 คําถาม มีค่าสูงกว่า 0.50 จํานวน 122 ข้อ จึงมีความเหมาะสมสามารถจดั อยู่ในปัจจยั ใดปัจจยั หนง่ึ ได้ ชัดเจน มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 29 คา่ KMO and Bartlett's Test 0.969 97584.473 KMO and Bartlett's Test Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy. 7381 Bartlett's Test of Sphericity Approx. Chi-Square 0.000 df Sig. จากตารางที่ 29 พบว่า ค่า Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.969 ซึ่งเป็นค่าที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากมากกว่า 0.50 และเข้าใกล้ 1 แสดงให้เห็นถึงความ เหมาะสม และความเพียงพอของข้อมูล สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบได้ ส่วนค่า Bartlett's Test ได้ ค่า Chi-Square = 97584.473 ได้ค่า Significance = 0.000 ซึ่งน้อยกว่า 0.05 แสดงว่า แมทริกซ์ สหสัมพันธข์ องตัวแปรมีความสัมพันธ์ทําให้ข้อมลู สามารถนาํ ไปวเิ คราะห์ต่อไปได้ 2) การวิเคราะห์ตัวแปรสมรรถนะครูในยุค 4.0 โดยเกณฑ์ข้อตกลงเบ้ืองต้นในการพิจารณา องค์ประกอบ คือ ค่า ไอแกน (eigen values) มากกว่า 1.00 เกณฑ์ในการพิจารณาตัวแปรที่เป็น องค์ประกอบท่ีมีค่าน้ําหนักองค์ประกอบ (Factor loading) มากกว่า 0.55 และจากแมทริกซ์สหสัมพันธ์ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรพบว่า ตัวแปรทุกองค์ประกอบ (factor extraction) ด้วย การวิเคราะห์องค์ประกอบ (maximum Likelihood) และหมุนแกนองค์ประกอบด้วยวิธีแวรีแมกซ์ (Varimax with Kaiser Normalization) ผลการวิเคราะห์โดยสกัดองค์ประกอบ (Factor extraction) พบว่า ตัวแปรองค์ประกอบ สมรรถนะครูในยคุ 4.0 สามารถจดั กล่มุ องค์ประกอบได้ทงั้ หมด 7 องค์ประกอบ ดังตารางที่ 30
123 ตารางท่ี 30 ค่า Total Variance Explained ของตัวแปรทใี่ ชใ้ นการวจิ ัยสาํ หรบั สมรรถนะครใู นยุค 4.0 Initial Eigenvalues Extraction Sums of Squared Rotation Sums of Squared Component Total Loadings Loadings % of Cumulative Total % of Cumulative Total % of Cumulative Variance % Variance % Variance % 1 31.568 25.875 25.875 31.568 25.875 25.875 30.648 25.121 25.121 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 2 23.679 19.409 45.284 23.679 19.409 45.284 13.530 11.090 36.211 3 6.882 5.641 50.925 6.882 5.641 50.925 13.277 10.883 47.094 4 6.355 5.209 56.135 6.355 5.209 56.135 6.347 5.202 52.296 5 5.686 4.661 60.795 5.686 4.661 60.795 6.037 4.948 57.244 6 3.119 2.557 63.352 3.119 2.557 63.352 5.965 4.889 62.133 7 2.146 1.759 65.111 2.146 1.759 65.111 2.072 1.698 63.832 * หมายเหตุ ใช้การหมุนแกนองค์ประกอบมขุ สาํ คัญ แบบ Principal Component Analysis (PCA) จากตารางที่ 30 พบวา่ ตวั แปรของสมรรถนะครูในยคุ 4.0 มีจาํ นวนทง้ั หมด 122 ตวั แปร โดย สามารถจัดกลุ่มได้ท้ังหมด 7 กลุ่มองค์ประกอบ ทุกองค์ประกอบมีค่าความผันแปร มากกว่า 1 โดย สามารถอธิบายความแปรปรวนของแต่ละกลุ่มดังนี้ Factor ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 พบว่า คิด เป็นร้อยละ 25.121, 11.090, 10.883, 5.202, 4.948, 4.889 และ 1.698 ตามลําดับ โดยท้ังหมด 7 Factors สามารถอธบิ ายความแปรปรวนของขอ้ มูลรว่ มกันได้ร้อยละ 63.832 ตารางท่ี 31 องค์ประกอบที่ 1 ค่านา้ํ หนักองคป์ ระกอบ (Factor loading) ตัวแปร ข้อความ 0.896 0.892 100 ครูรเู้ นอื้ หาทส่ี อน 0.883 65 รูเ้ นอ้ื หาและวิธีการสอน 0.882 61 มคี วามรู้ในเนื้อหาวิชาท่ีสอน 0.878 31 เข้าใจกระแสนิยม ทางการศึกษา นโยบายและหลกั สตู ร 0.875 60 มีความรู้ด้านหลกั สูตรและมาตรฐาน 0.818 71 สมรรถนะดา้ นความรู้และหลักสูตร 0.771 27 พฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา 30.648 6 การบริหารหลักสตู ร 25.121 ค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) คา่ รอ้ ยละของความแปรปรวน (Percent of variance)
124 จากตารางที่ 31 พบว่า องค์ประกอบท่ี 1 ซึ่งบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 8 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.771 ถึง 0.896 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 35.648 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 25.121 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 8 ตัวแปร ร่วมกันบรรยายองค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) ครูรู้เน้ือหาที่สอน 2) รู้เน้ือหาและวิธีการสอน 3) มีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน 4) เข้าใจกระแสนิยม ทางการศึกษา นโยบายและหลักสูตร 5) มีความรู้ด้านหลักสูตรและมาตรฐาน 6) สมรรถนะด้านความรู้ และหลักสูตร 7) พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา และ 8) การบริหารหลักสูตร และองค์ประกอบน้ีสามารถ อธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 25.121 ซึ่งเม่ือเทียบค่าความแปรปรวน ของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับ ท่ี 1 ผ้วู ิจัยต้งั ชอื่ องคป์ ระกอบนี้ว่า “ด้านหลักสตู รและเน้อื หาวิชา” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 32 องค์ประกอบท่ี 2 ค่านาํ้ หนัก ตวั แปร ขอ้ ความ องคป์ ระกอบ (Factor loading) 73 สมรรถนะการประเมนิ 0.750 82 สามารถใชก้ ลยุทธก์ ารสอนที่หลากหลาย 0.749 105 ครูเปลย่ี นการสอน ครูสอนแบบ Active Learning 0.746 29 การจัดการเรยี นรู้ สือ่ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 0.743 89 สมรรถนะด้านการจัดการเรยี นการสอนยดึ นักเรียน 0.739 97 สมรรถนะด้านการเป็นผ้อู ํานวยความสะดวกและแนะแนวทาง 0.739 81 สามารถออกแบบแผนการสอนไดด้ ี 0.739 74 สมรรถนะการบรหิ ารจดั การช้ันเรยี น 0.734 18 ดูแล ช่วยเหลอื และพัฒนาผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลตามศกั ยภาพ 0.732 สามารถรายงานผลการพฒั นาคุณภาพผ้เู รยี นได้อยา่ งเป็นระบบ 90 สมรรถนะดา้ นการวัดประเมนิ ผลเพอ่ื การพัฒนาและคาํ นึงถึง 0.732 ความแตกต่างหลากหลายระหว่างบุคคล 8 การบริหารจัดการชนั้ เรยี น 0.730 15 ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกต่างของ 0.727 ผูเ้ รียนแตล่ ะบุคคล
125 ตารางที่ 32 (ต่อ) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงตัวแปร ข้อความ คา่ นํ้าหนัก องค์ประกอบ 28 พัฒนาตนเองใหม้ ีความเชีย่ วชาญในศาสตรก์ ารสอน (Factor loading) 83 สามารถประเมนิ ได้ 69 มสี ว่ นร่วมในการเรยี นรอู้ ยา่ งมืออาชพี 0.725 12 การจัดการเรยี นรู้ 0.724 56 การจดั การเชงิ บวกในห้องเรียน 0.717 54 การใส่ใจด้านการสอนและการดแู ลนกั เรยี น 0.709 72 สมรรถนะด้านการสอน 0.702 34 ใชก้ ลยุทธก์ ารเรียน การสอนท่ีมี ประสทิ ธิผลสูงสดุ 0.702 35 ประเมินผลและ ให้ขอ้ เสนอแนะ ด้านการเรียนรู้ ของนักเรียน 0.699 55 การวางเป้าหมายและจุดประสงค์ การสอนในแต่ละคร้งั อย่าง 0.698 0.698 ชัดเจนและดําเนินการให้บรรลุผลตามทีไ่ ด้วางไว้ 0.694 39 เป็นผเู้ ชี่ยวชาญ ดา้ นการสอน 47 ความสามารถในการปรบั ปรงุ การเรยี นรู้ของตนเองและ 0.682 0.679 ประสิทธิภาพรวมถึงการศึกษาและทักษะการวิจัย 57 การจัดการห้องเรียนท่ดี ี 0.676 66 วางแผน และจดั การเรยี นการสอนอยา่ งมปี ระสทิ ธิผล 0.667 13.530 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 11.090 ค่าร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) จากตารางท่ี 32 พบว่า องค์ประกอบที่ 2 ซึ่งบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 26 ตัวแปร มีค่าน้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.667 ถึง 0.750 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 13.530 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 11.090 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 26 ตัวแปร ร่วมกันบรรยายองค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) สมรรถนะการประเมิน 2) สามารถใช้กลยทุ ธ์การสอนที่หลากหลาย 3) ครูเปลี่ยนการสอน ครูสอน แบบ Active Learning 4) การจดั การเรียนรู้ สอื่ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 5) สมรรถนะด้าน การจัดการเรียนการสอนยดึ นักเรียน 6) สมรรถนะด้านการเปน็ ผอู้ าํ นวยความสะดวกและแนะแนวทาง
126 7) สามารถออกแบบแผนการสอนได้ดี 8) สมรรถนะการบริหารจัดการชั้นเรียน 9) ดูแล ช่วยเหลือ และพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่าง เปน็ ระบบ 10) สมรรถนะดา้ นการวัดประเมนิ ผลเพ่ือการพฒั นาและคํานึงถึงความแตกต่างหลากหลาย ระหว่างบุคคล 11) การบริหารจัดการช้ันเรียน 12) ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความ แตกต่างของผเู้ รยี นแตล่ ะบุคคล 13) พฒั นาตนเองให้มคี วามเชยี่ วชาญในศาสตรก์ ารสอน 14) สามารถ ประเมนิ ได้ 15) มีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ 16) การจดั การเรยี นรู้ 17) การจดั การเชิงบวก ในห้องเรียน 18) การใส่ใจด้านการสอนและการดูแลนักเรียน 19) สมรรถนะด้านการสอน 20) ใช้ กลยุทธ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิผลสูงสุด 21) ประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะด้านการเรียนรู้ ของนักเรียน 22) การวางเป้าหมายและจุดประสงค์การสอนในแต่ละคร้ังอย่างชดั เจน และดําเนินการ ให้บรรลุผลตามที่ได้วางไว้ 23) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน 24) ความสามารถในการปรับปรุงการ เรียนรู้ของตนเองและประสิทธิภาพรวมถึงการศึกษาและทักษะการวิจัย 25) การจัดการห้องเรียนท่ีดี และ 26) วางแผนและจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิผล และองค์ประกอบนี้สามารถอธิบาย ความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 11.090 ซึ่งเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของ ตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอ่ืน ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบน้ีมีความสําคัญเป็นอันดับที่ 2 ผวู้ จิ ัยต้งั ช่ือองค์ประกอบนว้ี า่ “ด้านการจดั การเรยี นการสอน” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 33 องค์ประกอบที่ 3 ตวั แปร ขอ้ ความ ค่านา้ํ หนกั องคป์ ระกอบ 76 สมรรถนะด้านวฒั นธรรมและขา้ มวัฒนธรรม (Factor loading) 41 ความสามารถในการเรียนรู้ 43 การตดั สนิ ใจ 0.851 42 การมีอิสระ 0.836 53 การพฒั นาทกั ษะการคิดขนั้ สงู และทกั ษะทเี่ กี่ยวข้องกบั ความรู้ 0.830 0.828 การพัฒนาและการสรา้ งสรรค์ 0.827 52 ความสามารถในการไตร่ตรองและประเมนิ ประสิทธภิ าพของตัวเอง 48 ความสามารถในการวิเคราะห์สงั เคราะห์ประเมนิ ผลระบปุ ัญหาและ 0.824 0.818 หาแนวทางแก้ไข 49 มีความร้ใู นวิชาชีพและปฏิบตั ิตนอยา่ งเคร่งครัด 0.816
127 ตารางที่ 33 (ต่อ) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงตัวแปร ข้อความ คา่ นํ้าหนกั องค์ประกอบ 30 เพมิ่ พูนความรู้ ในเร่ืองที่ตนเองจะสอนในเชิงกว้างและเชิงลึก (Factor loading) 50 ทกั ษะการวจิ ยั 51 ทกั ษะการเปน็ ผนู้ ํา 0.815 44 ชน่ื ชมความหลากหลายและผู้ท่ีมีความหลากหลายทางวฒั นธรรม 0.814 28 พฒั นาตนเองใหม้ ีความเชย่ี วชาญในศาสตร์การสอน 0.809 20 วจิ ัย สรา้ งนวัตกรรม และประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยดี จิ ิทัลให้เกดิ 0.808 0.804 ประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 0.802 25 พัฒนาตนเองใหม้ ีความรอบรู้ ทันสมัย และทนั ต่อการเปล่ียนแปลง 46 มวี จิ ารณญาณในตนเอง 0.801 32 กา้ วทันข้อมูลขา่ วสาร ด้านการพฒั นา ทง้ั ในระดบั ท้องถน่ิ 0.799 0.798 ระดบั ประเทศ ระดับภูมิภาค และระดบั โลก 10 ภาวะผูน้ าํ 0.789 114 ทักษะการคิด ไมว่ า่ จะเป็นการคดิ วิพากษ์ คดิ วเิ คราะห์ คิดสร้างสรรค์ 0.784 86 สามารถทํางานร่วมกนั ได้ 0.779 87 การรักษาลักษณะท่ีเป็นมืออาชีพ 0.778 107 ครผู ู้เขา้ ใจสถานการณ์สงั คม 0.777 116 ทักษะดา้ นการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ 0.777 98 ครูตอ้ งแสดงให้เห็นถึงความเปน็ ผนู้ าํ 0.775 85 เกง่ ในการสื่อสาร 0.772 96 สมรรถนะด้านการข้ามวัฒนธรรม ความทนั สมยั ของการคมนาคม 0.770 และการสื่อสาร รปู แบบใหม่ ๆ 0.768 110 สมรรถนะดา้ นพาณชิ ยกรรมเทคโนโลยี 0.765 111 สมรรถนะดา้ นโลกาภิวัตน์ 0.763 88 แสดงให้เหน็ ถงึ ความม่งุ ม่ันทม่ี ีต่อวิชาชพี 0.763 115 ทักษะการสื่อสารในการใช้ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 0.762 1 การมุง่ ผลสมั ฤทธิ์ ในการปฏบิ ัตงิ าน
128 ตารางท่ี 33 (ต่อ) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงตวั แปร ขอ้ ความ คา่ นํ้าหนกั องคป์ ระกอบ 3 การพัฒนาตนเอง (Factor loading) 4 การทํางานเป็นทีม 112 สมรรถนะด้านกลยุทธใ์ นอนาคต 0.761 77 สมรรถนะการเรียนรู้ 0.761 2 การบริการที่ดี 0.761 103 ครมู ี Growth Mindset ครูเชื่อว่าเด็กทุกคนมศี ักยภาพและสามารถ 0.758 0.754 พฒั นาได้ 0.753 106 ครแู สวงหาความร้ใู หม่ และใช้ IT เป็น 113 สมรรถนะด้านการใหค้ ําปรกึ ษา 0.753 117 ทักษะการเรยี นรู้ใฝเ่ รยี นรู้อยูเ่ สมอเมื่อมีโอกาส 0.753 118 ทกั ษะการทาํ งานเปน็ ทีมรว่ มกบั ผู้อน่ื 0.750 109 สมรรถนะด้านการศึกษาเรียนรู้ โดยใช้อินเทอรเ์ น็ตเป็นทักษะพืน้ ฐาน 0.746 95 สมรรถนะด้านการทาํ งานเป็นทีมและการแลกเปลี่ยนเรยี นร้รู ว่ มกนั 0.728 91 สมรรถนะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี และการร้เู ท่าทันสื่อ 0.721 119 ทักษะภาวะผูน้ ําทางวชิ าการ 0.697 122 ทกั ษะการเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็ 0.679 121 ทักษะมนุษยสัมพนั ธ์ 0.642 120 ทักษะการแกป้ ญั หา และการตดั สนิ ใจ 0.622 0.560 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 13.277 ค่ารอ้ ยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 10.883 จากตารางที่ 33 พบว่า องค์ประกอบที่ 3 ซึ่งบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 48 ตัวแปร มีค่าน้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.560 ถึง 0.851 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 13.277 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 10.883 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 48 ตัวแปร รว่ มกันบรรยายองค์ประกอบได้ดีทส่ี ุด โดยเรยี งลาํ ดบั ค่านํ้าหนักองคป์ ระกอบจากมากไปน้อย ดงั นี้ 1) สมรรถนะด้านวัฒนธรรมและขา้ มวัฒนธรรม 2) ความสามารถในการเรยี นรู้ 3) การตัดสนิ ใจ 4) การมี
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 129 อิสระ 5) การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง และทักษะท่ีเกี่ยวข้องกับความรู้ การพัฒนาและการ สรา้ งสรรค์ 6) ความสามารถในการไตรต่ รองและประเมินประสิทธิภาพของตัวเอง 7) ความสามารถใน การวิเคราะห์สังเคราะห์ประเมินผลระบปุ ัญหาและหาแนวทางแก้ไข 8) มีความรู้ในวิชาชีพและปฏิบัติ ตนอย่างเคร่งครัด 9) เพ่ิมพูนความรู้ ในเรื่องท่ีตนเองจะ สอนในเชิงกว้าง และเชิงลึก 10) ทักษะการ วิจัย 11) ทักษะการเป็นผู้นํา 12) ช่ืนชมความหลากหลายและผู้ท่ีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม 13) พัฒนาตนเองให้มีความเช่ียวชาญในศาสตร์การสอน 14) วิจัย สร้างนวัตกรรม และประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลใหเ้ กิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 15) พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย และทันต่อการเปล่ียนแปลง 16) มีวิจารณญาณในตนเอง 17) ก้าวทันข้อมูลข่าวสาร ด้านการพัฒนา ทั้งในระดับท้องถ่ิน ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก 18) ภาวะผู้นํา 19) ทักษะการคิด ไม่ ว่าจะเป็นการคิดวิพากษ์ คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ 20) สามารถทํางานร่วมกันได้ 21) การรักษา ลักษณะที่เป็นมืออาชีพ 22) ครูผู้เข้าใจสถานการณ์สังคม 23) ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ 24) ครูต้องแสดงให้เหน็ ถึงความเป็นผูน้ าํ 25) เก่งในการสื่อสาร 26) สมรรถนะดา้ นการข้ามวัฒนธรรม ความทันสมัยของการคมนาคมและการสื่อสารรูปแบบใหม่ ๆ 27. สมรรถนะด้านพาณิชยกรรม เทคโนโลยี 28) สมรรถนะด้านโลกาภิวัตน์ 29) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อวิชาชีพ 30) ทักษะ การสื่อสารในการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 31) การมุ่งผลสัมฤทธ์ิในการปฏิบัติงาน 32) การ พัฒนาตนเอง 33) การทํางานเป็นทีม 34) สมรรถนะด้านกลยุทธ์ในอนาคต 35) สมรรถนะการเรียนรู้ 36) การบริการท่ีดี 37) ครูมี Growth Mindset ครูเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพและสามารถพัฒนาได้ 38) ครแู สวงหาความรู้ใหม่ และใช้ IT เป็น 39) สมรรถนะดา้ นการให้คําปรึกษา 40) ทกั ษะการเรียนรู้ ใฝเ่ รยี นรอู้ ยเู่ สมอเมื่อมีโอกาส 41) ทกั ษะการทาํ งานเป็นทมี รว่ มกับผู้อื่น 42) สมรรถนะด้านการศึกษา เรียนรู้ โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นทักษะพ้ืนฐาน 43) สมรรถนะด้านการทํางานเป็นทีมและการแลกเปล่ียน เรียนรู้ร่วมกัน 44) สมรรถนะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันส่ือ 45) ทักษะภาวะผู้นํา ทางวิชาการ 46) ทักษะการเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง 47) ทักษะมนุษยสัมพันธ์ และ 48) ทักษะการ แก้ปัญหาและการตัดสินใจ และองค์ประกอบน้ีสามารถอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 10.883 ซ่ึงเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบ อื่น ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบน้ีมีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 3 ผู้วิจัยตั้งชื่อองค์ประกอบน้ีว่า “ด้านการ พฒั นาตนเองและเทคโนโลยี”
130 ตารางที่ 34 องค์ประกอบที่ 4 คา่ นํ้าหนัก องคป์ ระกอบ ตัวแปร ข้อความ (Factor loading) 26 มุ่งมัน่ พัฒนาผเู้ รยี น ดว้ ยจติ วิญญาณความเปน็ ครู 0.824 45 ความมุง่ ม่ันทางจรยิ ธรรม 0.824 108 ครูมจี ิตวญิ ญาณความเปน็ ครู ครูรัก ห่วงใยลกู ศิษย์ 0.819 94 การเปน็ ต้นแบบ แบบอย่างท่ีดี เปน็ ตวั อย่างท่ีดี 0.799 38 ประพฤตติ น เปน็ คนดีทัง้ ในชีวิตสว่ นตวั และการทาํ งาน 0.794 78 สมรรถนะด้านทัศนคติ จรยิ ธรรม และค่านิยม 0.778 92 สมรรถนะด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ 0.775 5 จรยิ ธรรม และ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 0.774 14 ประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งที่ดี มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมี 0.764 ความเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง 6.347 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 5.202 ค่ารอ้ ยละของความแปรปรวน (Percent of variance) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง จากตารางที่ 34 พบว่า องค์ประกอบท่ี 4 ซ่ึงบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 9 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.764 ถึง 0.824 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 6.347 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 5.202 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 9 ตัวแปรร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังนี้ 1) มุ่งม่ันพัฒนา ผู้เรียน ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู 2) ความมุ่งม่ันทางจริยธรรม 3) ครมู ีจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู ครูรัก ห่วงใยลูกศิษย์ 4) การเป็นต้นแบบ แบบอย่างท่ีดี เป็นตัวอย่างที่ดี 5) ประพฤติตน เป็นคนดีทั้งในชีวิต ส่วนตัวและการทํางาน 6) สมรรถนะด้านทัศนคติ จริยธรรม และค่านิยม 7) สมรรถนะด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ 8) จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี ครู และ 9) ประพฤติตนเป็น แบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง และองค์ประกอบนี้สามารถ อธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 5.202 ซ่ึงเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของ ตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอ่ืน ๆ แล้ว พบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับที่ 4 ผวู้ จิ ยั ต้งั ชอื่ องค์ประกอบนวี้ า่ “ด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม”
131 ตารางท่ี 35 องคป์ ระกอบที่ 5 ค่าน้ําหนกั ตัวแปร ขอ้ ความ องค์ประกอบ (Factor loading) 23 ศกึ ษา เขา้ ถึงบรบิ ทของชมุ ชน และสามารถอยู่ร่วมกนั บนพ้ืนฐาน 0.765 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ความแตกต่างทางวฒั นธรรม 22 สร้างเครอื ข่ายความร่วมมือกับผ้ปู กครองและชุมชน เพ่ือสนบั สนนุ 0.746 การเรียนรทู้ ม่ี ีคณุ ภาพของผู้เรยี น 24 สง่ เสรมิ อนรุ ักษ์วัฒนธรรม และภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ 0.741 58 การสอื่ สารกับพ่อแม่ผปู้ กครอง 0.737 11 การสร้างความสัมพันธ์และความรว่ มมือกบั ชุมชน เพ่ือการจัดการเรียนรู้ 0.734 36 ให้ชุมชนมีสว่ นร่วม เพอื่ ชว่ ยในการ เรียนรขู้ องนักเรยี น 0.734 75 สมรรถนะด้านสงั คม การส่ือสาร และอารมณ์ 0.725 13 รว่ มมอื กับผ้ปู กครองในการพัฒนาและแก้ปญั หาผู้เรียนใหม้ ี 0.722 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ 40 ร่วมมือกับพ่อแม่ และผปู้ กครอง 0.720 70 มสี ่วนรว่ มอยา่ งมืออาชีพกับเพอ่ื นร่วมงาน ผปู้ กครอง และชุมชน 0.718 21 ปฏิบตั งิ านรว่ มกบั ผ้อู ืน่ อย่างสร้างสรรคแ์ ละมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม 0.697 การพัฒนาวชิ าชีพ ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 6.037 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 4.948 จากตารางท่ี 35 พบว่า องค์ประกอบท่ี 5 ซึ่งบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 11 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.697 ถึง 0.765 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เทา่ กบั 6.037 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เทา่ กบั 4.949 แสดงว่าตัวแปรท้งั 11 ตัวแปรร่วมกัน บรรยายองค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่านํ้าหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังนี้ 1) ศึกษา เข้าถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยู่ร่วมกันบนพ้ืนฐานความแตกต่างทางวัฒนธรรม 2) สร้าง เครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของผู้เรียน 3) ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 4) การส่ือสารกับพ่อแม่ผู้ปกครอง 5) การสร้าง ความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน เพ่ือการจัดการเรียนรู้ 6) ให้ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อช่วยในการ
132 เรียนรู้ของนักเรียน 7) สมรรถนะด้านสังคม การสื่อสาร และอารมณ์ 8) ร่วมมือกับผู้ปกครองในการ พัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ 9) ร่วมมือกับพ่อแม่ และผู้ปกครอง 10) มี ส่วนร่วมอย่างมืออาชีพกับเพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครอง และชุมชน และ 11) ปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นอย่าง สร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพ และองค์ประกอบน้ีสามารถอธิบายความ แปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 4.949 ซ่ึงเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้ว พบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 5 ผู้วิจัย ตง้ั ชือ่ องคป์ ระกอบนีว้ ่า “ดา้ นความสัมพนั ธก์ ับชมุ ชนและการมสี ่วนร่วม” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 36 องคป์ ระกอบที่ 6 ตวั แปร ขอ้ ความ ค่านาํ้ หนกั องคป์ ระกอบ 101 ครูอาํ นวยความสะดวกในการเรียนรใู้ ห้กับนกั เรยี น (Factor loading) 102 ครูตอ้ งสะท้อนการปฏบิ ตั ิของนกั เรยี น 104 ครสู ร้างแรงบนั ดาลใจใหเ้ ดก็ อยากเรยี น อยากแสวงหาความรู้ 0.882 79 มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ทีด่ กี ับนักเรยี น 0.878 84 สามารถระบุความต้องการของนกั เรียน 0.877 93 ความรักและความเมตตาต่อศิษย์ 0.857 59 มีความคาดหวงั ต่อนักเรยี นสงู 0.849 62 รักเดก็ และรักการสอน 0.849 37 สนบั สนุนการ ยอมรบั นบั ถือและความหลากหลายของบุคคล 0.769 33 รจู้ ักนกั เรียนของตน 0.764 63 มีความเป็นมิตรและความวางใจตอ่ นกั เรยี นสูง 0.763 64 รูจ้ ักนักเรยี นและวิธีการเรียนรู้ 0.746 9 การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และการวิจยั เพื่อพัฒนาผู้เรียน 0.746 16 สรา้ งแรงบนั ดาลใจผเู้ รียนใหเ้ ปน็ ผ้ใู ฝ่เรยี นรู้ และผสู้ ร้างนวตั กรรม 0.740 7 การพัฒนาผู้เรยี น 0.708 68 ประเมนิ สะทอ้ นกลบั และรายงานเกีย่ วกบั การเรยี นรู้ของนักเรยี น 0.696 0.683 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 0.683 ค่าร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 5.965 4.889
133 จากตารางที่ 36 พบว่า องค์ประกอบที่ 6 ซึ่งบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 16 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.683 ถึง 0.882 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 5.965 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 4.889 แสดงว่าตัวแปรทั้ง 16 ตัวแปรร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) ครูอํานวยความ สะดวกในการเรยี นรู้ให้กบั นักเรียน 2) ครูตอ้ งสะท้อนการปฏบิ ัติของนักเรียน 3) ครสู ร้างแรงบนั ดาลใจให้ เด็กอยากเรียน อยากแสวงหาความรู้ 4) มีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับนักเรียน 5) สามารถระบุความต้องการของ นกั เรยี น 6) ความรกั และความเมตตาต่อศิษย์ 7) มีความคาดหวงั ต่อนักเรยี นสูง 8) รกั เดก็ และรกั การสอน 9. สนับสนุนการ ยอมรับนับถือและความหลากหลายของบุคคล 10) รู้จักนักเรียนของตน 11) มีความ เปน็ มติ รและความวางใจต่อนักเรียนสูง 12) รู้จักนกั เรยี นและวธิ ีการเรียนรู้ 13) การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวจิ ัยเพ่ือพัฒนาผเู้ รียน 14) สรา้ งแรงบนั ดาลใจผู้เรยี นให้เป็นผู้ใฝเ่ รียนรู้ และผูส้ ร้างนวตั กรรม 15) การพัฒนาผู้เรียน และ 16) ประเมิน สะท้อนกลับและรายงานเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักเรียน และ องคป์ ระกอบนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 4.889 ซึง่ เมื่อเทียบ ค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้ว พบว่า องค์ประกอบน้ีมี ความสําคญั เปน็ อนั ดับที่ 6 ผวู้ ิจัยตง้ั ชื่อองคป์ ระกอบน้ีวา่ “ดา้ นการให้ความสาคัญกับผ้เู รียน” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 37 องคป์ ระกอบท่ี 7 ค่านาํ้ หนัก องคป์ ระกอบ ตวั แปร ขอ้ ความ (Factor loading) 80 การสรา้ งสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 0.675 67 สร้างและสนบั สนุนสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้ทป่ี ลอดภัย 0.661 99 ครูสรา้ งสภาพแวดลอ้ มสาํ หรับรองรับนักเรียนทมี่ คี วาม 0.624 หลากหลาย 0.545 19 จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผ้เู รยี นมี 2.072 ความสขุ ในการเรยี นโดยตระหนกั ถึงสขุ ภาวะของผูเ้ รยี น 1.698 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance)
134 จากตารางท่ี 37 พบว่า องค์ประกอบท่ี 7 ซึ่งบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 4 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.566 ถึง 0.772 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เทา่ กบั 2.072 และค่ารอ้ ยละของความแปรปรวน เท่ากับ 1.698 แสดงวา่ ตวั แปรท้ัง 4 ตัวแปรร่วมกัน บรรยายองค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนกั องค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังนี้ 1) การสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 2) สร้างและสนับสนุนสภาพ แวดล้อมการเรียนรู้ท่ีปลอดภัย 3) ครูสร้าง สภาพแวดล้อมสําหรับรองรับนักเรียนท่ีมีความหลากหลาย และ 4) จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนโดยตระหนักถึงสุขภาวะของผู้เรียน และองค์ประกอบนี้สามารถ อธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 1.698 ซึ่งเมื่อเทียบค่าความแปรปรวนของ ตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้ว พบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับที่ 7 ผวู้ จิ ยั ตัง้ ชอ่ื องค์ประกอบนีว้ า่ “ด้านการจดั สภาพแวดล้อมการเรียนรู้” จากการวิเคราะห์สมรรถนะครูรองรบั การศกึ ษายคุ 4.0 สามารถสรุปเปน็ แผนภาพได้ดงั น้ี มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง การจดั หลกั สูตรและ การจัดการ สภาพแวดลอ้ ม เน้ือหาวชิ าสอน เรียนการสอน การเรียนรู้ สมรรถนะครู การพัฒนาตนเอง รองรับการศกึ ษา และเทคโนโลยี การใหค้ วามสําคญั กับผู้เรียน ยคุ 4.0 ความสมั พันธ์กบั คุณธรรม ชมุ ชนและการมี จรยิ ธรรม สว่ นร่วม ภาพประกอบ 2 สมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายุค 4.0 ทมี่ า : ผู้วจิ ยั (2564)
135 ตอนท่ี 4 การวเิ คราะห์ตวั แปรการพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสํารวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) ความคิดเห็น ของกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู จํานวน 784 คน เพื่อสกัดตัวแปรให้เหลือตัวแปรท่ีสําคัญประกอบ ด้วย 3 ขนั้ ตอน ดังน้ี 4.1 การวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแปรท่ีเป็นองค์ประกอบการพัฒนาสมรรถนะ ครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์จากค่าเฉล่ีย ( X ) และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยนําเปรียบเทียบกับเกณฑ์การวิเคราะห์ของเบสทและคานท์ (Best & Kahn, 2006, 331) ซ่ึงมี รายละเอียดดังตารางท่ี 38 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 38 ค่าเฉลย่ี ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานและระดับความคิดเหน็ ด้วยเกีย่ วกับตัวแปรการพฒั นา สมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 (n=784) ขอ้ การพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ระดับ X S.D. ความเห็น 1 จัดใหม้ กี ารสอบเพ่ือรบั และต่อใบอนุญาตประกอบ 3.92 0.78 มาก 2 กาํ หนดใหค้ รูทกุ คนตอ้ งพัฒนาตนเองทุกปี 4.04 0.75 มาก 3 พัฒนาระบบเงินเดือน 4.10 0.77 มาก 4 ประเมนิ ผลการทํางานของครู 3.90 0.80 มาก 5 นําเทคโนโลยมี าใช้เพื่อการพัฒนาโดยพัฒนา ระบบออนไลน์ 4.14 0.76 มาก 6 สง่ เสริมการพัฒนาตนเองของครูอยา่ งต่อเน่ือง 4.09 0.74 มาก 7 สรา้ งเครือข่ายการพัฒนาทง้ั ในและนอกสถานศึกษา 4.15 0.74 มาก 8 พฒั นาครูแบบมีสว่ นรว่ ม 4.09 0.79 มาก 9 วจิ ัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และการเรยี นการสอน 4.08 0.79 มาก ของครูให้ทนั สมยั 10 จัดให้มคี ูปองการพฒั นาประจําปี 4.09 0.71 มาก 11 จัดให้มกี ารปฐมนิเทศครูใหม่ 4.15 0.77 มาก 12 กาํ หนดจาํ นวนนกั เรียนต่อครใู ห้เหมาะสม และสอดคล้อง 4.20 0.82 มาก กับการเรยี นการสอน 13 พฒั นาและจดั สื่อการสอนทมี่ ีคุณภาพสอดคล้องกบั เนื้อหา 4.07 0.79 มาก สาระวชิ า
136 ตารางที่ 38 (ต่อ) ข้อ การพฒั นาสมรรถนะครรู องรับการศึกษายุค 4.0 ระดับ X S.D. ความเหน็ 14 ปรับเปลย่ี นรปู แบบการสอนของครู 4.08 0.80 มาก 15 จัดระบบเครือขา่ ยและนิเทศการสอนภายในสถานศึกษา 3.99 0.80 มาก มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 16 จัดให้มคี รตู ้นแบบเพ่ือเปน็ พ่ีเลย้ี ง 4.04 0.75 มาก 17 จัดตงั้ และพฒั นากองทุนพฒั นาครู คณาจารย์ 4.09 0.81 มาก 18 การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 4.16 0.75 มาก 19 การบรรยาย 4.19 0.74 มาก 20 การฝกึ อบรมเชงิ ปฏิบัติการ 4.11 0.79 มาก 21 การระดมสมอง 4.22 0.75 มากทีส่ ดุ 22 การอภปิ ราย 4.20 0.78 มาก 23 การฝกึ อบรมแบบกรณศี ึกษา 4.26 0.76 มากทส่ี ดุ 24 การสาธติ 4.04 0.81 มาก 25 การศึกษาดูงาน 4.11 0.78 มาก 26 การฝึกอบรมเพื่อสุขภาพ 4.13 0.76 มาก 27 การฝึกสอน 4.08 0.78 มาก 28 ระบบพเี่ ล้ียง 4.08 0.77 มาก 29 การให้คาํ ปรึกษา 4.12 0.73 มาก 30 สง่ เสริมการเรียนร้แู ละพัฒนาทกั ษะของครูด้านเทคโนโลยี 4.13 0.74 มาก คอมพิวเตอร์ 31 สร้างโอกาสการเรยี นรู้ของครูในการใช้เทคโนโลยีอย่าง 4.09 0.77 มาก สมาํ่ เสมอ 32 สนับสนนุ เครอ่ื งมือที่จะชว่ ยใหค้ รูได้แสวงหาการเรยี นรูด้ ว้ ย 4.08 0.75 มาก ตนเองอย่างต่อเน่ือง 33 จัดหาประสบการณ์ที่เปน็ การเรียนรู้ระยะยาว 4.02 0.77 มาก 34 การสง่ ครไู ปเข้าร่วมการประชุม อบรม สัมมนาตามที่ 4.02 0.79 มาก หน่วยงานตา่ ง ๆ จดั ขน้ึ 35 การไปศกึ ษาดูงาน การจัดอบรมสัมมนาในโรงเรยี น โดยเชญิ 4.28 0.72 มากที่สุด วิทยากรภายนอกมาให้ความรู้
137 ตารางที่ 38 (ต่อ) ขอ้ การพฒั นาสมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายคุ 4.0 ระดบั X S.D. ความเหน็ 36 การส่งครไู ปศกึ ษาต่อในระดบั ทสี่ งู ขึ้น 4.21 0.76 มากที่สดุ 37 การนิเทศภายใน 4.18 0.73 มาก มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 38 การทาํ วจิ ยั ในชั้นเรยี น 3.70 0.99 มาก 39 การมอบหมายให้ครอู ่านหนงั สอื เกยี่ วกับการปฏิรูปการ 3.72 0.90 มาก เรยี นร้แู ละงานทีเ่ กย่ี วข้องกับครู 40 การเรยี นรูจ้ ากการปฏิบัตโิ ดยหมุนเวียนครใู ห้ปฏิบตั งิ านใน 3.79 0.97 มาก หลายหน้าที่ 41 การจัดทีมงานเพื่อเรียนรู้และปฏบิ ัติงานรว่ มกนั 3.68 1.00 มาก 42 การนาํ โครงการต่าง ๆ จากภายนอกเขา้ มาดําเนินการ 3.55 1.00 มาก ภายในโรงเรยี นเพื่อกระตุ้นการทาํ งานของครู 43 การสนับสนุนครใู ห้ทาํ ผลงานทางวชิ าการเพ่ือเลือ่ นวทิ ย 3.59 0.95 มาก ฐานะและขอรบั รางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ 44 การส่งครูไปเปน็ วทิ ยากรในโอกาสต่าง ๆ 3.52 0.92 มาก 45 การเขา้ ร่วมโครงการตา่ ง ๆ ทั้งระดบั ประเทศและระดับ 3.78 0.82 มาก ภมู ภิ าคเพือ่ กระตุ้นใหค้ รู ตื่นตัวพัฒนาตนเอง เป็นต้น 46 การสาํ รวจความต้องการของครู 3.51 0.94 มาก 47 การศกึ ษาดูงานโรงเรยี นที่ประสบความสําเรจ็ 3.74 0.89 มาก 48 การสร้างเคร่ืองมือวดั ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 4.35 0.68 มากที่สดุ 49 การสรา้ งเครือขา่ ยทเ่ี ชอื่ มโยงกับการนิเทศตดิ ตามงาน 4.31 0.73 มากท่ีสดุ 50 การสรา้ งเครือข่ายการเรยี นรู้แบบร่วมมอื กับผู้เกย่ี วข้อง 4.33 0.71 มากที่สดุ 51 ทาํ ใหผ้ ูเ้ รียนเปน็ ผ้สู ร้างความรู้โดยเน้นการเรียนรแู้ บบลงมือ 4.33 0.70 มากที่สดุ ปฏบิ ัติ 52 การพัฒนาทกั ษะการจัดลาํ ดับการคิดระดับสูงโดยเนน้ 4.38 0.71 มากที่สดุ ทกั ษะการคิดวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณญาณ 53 ครเู ป็นผ้อู ํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ 4.45 0.66 มากที่สุด
138 ตารางที่ 38 (ต่อ) ขอ้ การพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศกึ ษายคุ 4.0 ระดบั X S.D. ความเห็น 54 การวัดและประเมินผลด้วยการผสมผสานเขา้ กับกระบวนการ 4.17 0.78 มาก สอนโดยเนน้ พัฒนาการและความกา้ วหน้าของผู้เรียน มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 55 มีความรู้และประสบการณว์ ชิ าชพี เพื่อสง่ เสรมิ การพฒั นา 4.18 0.78 มาก ชีวติ และทกั ษะวิชาชพี ใหผ้ ู้เรียน 56 การสร้างเครือข่ายการเรยี นรู้แบบร่วมมือกับผ้เู กี่ยวข้อง 4.36 0.71 มากที่สดุ 57 การพฒั นาครอู ยา่ งต่อเน่ืองเพื่อพฒั นาโรงเรียนเป็นองค์กร 4.30 0.72 มากท่ีสุด การเรียนรู้ 58 การสร้างระบบครูผเู้ ชย่ี วชาญเป็นพีเ่ ลี้ยงครูใหม่ 4.27 0.74 มากทีส่ ุด 59 มาเป็นกลไกสําคัญในการติดตามความก้าวหนา้ ทาง 4.28 0.80 มากทส่ี ุด วทิ ยาการและความรู้เพ่อื การพัฒนาครู 60 มคี วามรู้ความสามารถและทักษะในการออกแบบการจัดการ 4.08 0.82 มาก เรยี นรู้ 61 มีภาวะผ้นู ําในการพฒั นาการศึกษาและเปน็ ผนู้ าํ การ 4.09 0.82 มาก เปล่ียนแปลง 62 การเปน็ บุคคลท่ีมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ศลี ธรรมและ 4.00 0.80 มาก จรรยาบรรณวชิ าชีพ 63 การสาํ รวจความต้องการจําเป็นในการฝกึ อบรม 4.10 0.82 มาก 64 การออกแบบการฝึกอบรม 4.16 0.79 มาก 65 การฝึกปฏบิ ตั ิ ใชก้ ารฝึกปฏบิ ัตริ ายบคุ คลในห้องเรียน 4.33 0.74 มากทส่ี ุด 66 การแลกเปล่ียนเรยี นรู้ 4.30 0.77 มากที่สุด 67 การนิเทศและตดิ ตามผล โดยใช้การสนทนากลุ่มเปน็ รายบุคคล 4.18 0.77 มาก 68 การสะท้อนความคดิ ของครู สว่ นใหญ่ใช้การสมั มนา 4.18 0.78 มาก 69 การประเมินการฝึกอบรม ใช้การสัมมนาและการประเมนิ 4.19 0.78 มาก ความพงึ พอใจ 70 พฒั นาค่านยิ มขององค์การในเรือ่ งการทํางานเปน็ หมู่คณะ 4.12 0.81 มาก การเปดิ เผย และความไว้วางใจ
139 ตารางท่ี 38 (ต่อ) ข้อ การพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ระดบั X S.D. ความเหน็ 71 ใหค้ รไู ด้มโี อกาสเรียนรู้และเข้าใจองคก์ ารของตวั เองอยา่ ง 4.28 0.78 มากที่สดุ แท้จรงิ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 72 ทบทวนบทบาทหนา้ ทเ่ี กย่ี วกับความเป็นผู้นาํ และปรับให้ 4.23 0.79 มากที่สุด ครอบคลุมถึงบทบาทของครู 73 ส่งเสรมิ การสร้างเครือขา่ ยทัง้ ในและนอกสถานศกึ ษาและ 4.22 0.79 มากทสี่ ุด ความรว่ มมอื รว่ มใจในการทํางานอยา่ งเปน็ หนึ่งเดยี ว 74 เตรียมครูใหเ้ ปน็ ผ้นู าํ ในวชิ าชีพของตนอยา่ งแท้จรงิ 4.32 0.70 มากทส่ี ุด 75 การรับทาํ งานในสว่ นของงานกรรมการหรือการเป็นสมาชิก 4.28 0.71 มากทส่ี ุด ในทีมงาน 76 การฝกึ กระบวนการการสอนแบบเปน็ ขนั้ เป็นตอน 4.18 0.75 มาก 77 การเรยี นร้ผู า่ นการทดลอง 4.27 0.72 มากทส่ี ุด 78 การรบั การฝึกจากหวั หน้างานหรือเพื่อนรว่ มงาน 4.16 0.71 มาก 79 การสังเกตและจดบันทึกการสอนของครทู ่านอนื่ ที่ประสบ 4.14 0.72 มาก ความสําเรจ็ 80 การเปน็ สมาชกิ ในองค์กรทางวิชาชีพ 4.06 0.74 มาก 81 การถามคําถาม 4.07 0.71 มาก 82 การสร้างเครือขา่ ยกับวชิ าชพี อื่น 4.08 0.72 มาก 83 การอา่ น 4.10 0.71 มาก 84 การดวู ิดีโอทเี่ กีย่ วข้อง 4.13 0.66 มาก 85 การประชมุ วชิ าการ สัมมนา และการประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร 4.13 0.67 มาก 86 การพฒั นาท่ียดึ ครูเปน็ ศนู ยก์ ลาง 4.13 0.66 มาก 87 การพฒั นาตนเองผ่านการสงั เกตการสอนในช้ันเรียน 4.13 0.65 มาก 88 การตระหนักรใู้ นตนเองผ่านกลมุ่ ครทู ีม่ ีการพัฒนา 4.13 0.67 มาก 89 การทํางานร่วมกันกับการทาํ งานบนความร่วมมือ 4.18 0.73 มาก 90 การพัฒนาครโู ดยใชข้ อ้ มลู 4.22 0.71 มากที่สดุ 91 ศกึ ษาข้อมลู พนื้ ฐาน การใช้ e-Portfolio 4.03 0.75 มาก 92 กําหนดรปู แบบและเครื่องมือในการสาธิตการเรยี นรู้ 3.77 0.88 มาก
140 ตารางท่ี 38 (ต่อ) ขอ้ การพัฒนาสมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายคุ 4.0 ระดบั X S.D. ความเหน็ 93 ให้ขอ้ เสนอแนะและการสะทอ้ นข้อมูลกลับอย่างเป็นระบบ 3.77 0.91 มาก 94 สนบั สนนุ ความเปน็ อสิ ระและสรา้ งแรงจงู ใจในการเรียนรู้ 3.71 0.90 มาก มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 95 มคี วามต่อเนอื่ งในการนาํ เสนอ และใชว้ ิธสี อนการสอน 3.67 0.89 มาก 96 มีการปฐมนิเทศเชิงปฏิบตั ิและฝึกปฏบิ ตั อิ ย่างต่อเน่ือง 3.64 0.86 มาก 97 เรยี นรตู้ ลอดชีวิต 3.75 0.90 มาก 98 สอนในระบบโมดูล 3.87 0.84 มาก 99 พัฒนาวิธกี ารสอนและการใช้สื่อท่เี น้นผเู้ รยี นเปน็ ศนู ย์กลาง 3.66 0.97 มาก 100 ใชว้ ธิ ีการสอนท่หี ลากหลาย 3.72 0.89 มาก 101 นําเสนอเทคนิคการสอน และการเรยี นทม่ี ปี ระสิทธภิ าพท่ี 3.83 0.89 มาก ส่งเสรมิ การพัฒนาเปน็ รายบุคคล 102 ใชว้ ิธีการสอนแบบร่วมมือและแบบเครือข่าย 3.62 1.00 มาก 103 ประยกุ ตใ์ ช้รูปแบบการส่ือสารดว้ ยวาจาและอวัจนภาษาท่ี 3.93 0.90 มาก เหมาะสม 104 ใช้เทคนิคการนําเสนอทที่ นั สมัย 3.73 0.84 มาก 105 ทําความคนุ้ เคยกับวิธกี ารใหม่ ๆ ดว้ ย ICT 3.80 0.87 มาก 106 ประยุกต์ใช้ขอ้ มลู ท่ีใช้ ICT และระบบการจดั การความรู้ 3.71 0.96 มาก 107 อาํ นวยความสะดวกในการพัฒนาทักษะชวี ิตและอาชพี ของ 3.76 0.88 มาก ผู้เรียน 108 การสร้างสภาพแวดลอ้ มการเรยี นรู้ทีเ่ ออ้ื อาํ นวย 3.86 0.87 มาก 109 อาํ นวยความสะดวกในการเรยี นรู้ 4.21 0.72 มากท่สี ดุ 110 จดั ทาํ แผนการสอนที่เหมาะสมสอดคล้องกบั วิสัยทัศน์และ 4.23 0.71 มากที่สดุ พันธกจิ ของโรงเรียน 111 การพฒั นาทักษะการคดิ ตามลําดบั ข้ันสูง (HOTS) 4.22 0.73 มากที่สดุ 112 การพฒั นาและใชป้ ระโยชน์จากแหล่งการเรยี นการสอน 4.06 0.79 มาก 113 เสริมสรา้ งคณุ ค่าทางจริยธรรมและคุณธรรม 4.41 0.69 มากทีส่ ุด 114 การประเมนิ และประเมนิ ผลการเรยี นของผเู้ รียน 4.46 0.71 มากที่สุด
141 ตารางท่ี 38 (ต่อ) ระดับ X S.D. ความเหน็ ขอ้ การพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 4.40 0.71 มากที่สดุ 4.33 0.71 มากทส่ี ุด 115 มีสว่ นรว่ มในการพฒั นาวิชาชีพ 116 การสรา้ งเครือข่ายกับผู้มีสว่ นได้ส่วนเสียโดยเฉพาะกับ 4.06 0.33 มาก ผูป้ กครอง รวม มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง จากตารางที่ 38 พบว่า ความคิดเห็นเก่ียวกับการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 โดยรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.06 โดยจํานวน 116 ข้อ อยู่ระหว่าง 3.51– 4.46 แสดงว่ากลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับ การศึกษายุค 4.0 อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด เมื่อพิจารณาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า อยู่ระหว่าง 0.33-1.00 แสดงว่ากลุ่มตัวอยา่ งมีความคดิ เห็นต่อตวั แปรไม่แตกต่างกัน มีความสอดคลอ้ งกัน 4.2 การวิเคราะห์องคประกอบเชิงสํารวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) ด้วยวิธีการ สกัดปัจจัย (Principal Component Analysis : PCA) เพ่ือใหได้ตัวแปรที่สําคัญขององค์ประกอบการ พัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ด้วยการวิเคราะห์องคประกอบ (Factor Analysis) โดยใช ข้อมูลลสําเร็จรูป SPSS/PC (Statistical Package for the Social Science) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ขั้นสูงคือสถิติวิเคราะห์ตัวประกอบ (Factor Analysis) ประเภทการวิเคราะห์องคประกอบเชิงสํารวจ (Exploratory Factor Analysis) โดยจัดกระทําข้อมูลตามลําดับขัน้ ตอน ดังตอ่ ไปนี้ 4.2.1 วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) เพือ่ ทดสอบความเหมาะสม ความพอเพียงและแมทริกซสัมประสิทธส์ิ หสัมพันธร์ ะหว่าง ตัว แปรซ่ึงพิจารณาจากสถิติทดสอบสองคาคือ คา KMO and Bartlett’s Test โดยดูคาโดยคา KMO (Kaiser-Meyer-olkin Measure of Sampling Adequacy) ท่ีมีคามาก (เขาใกลหนึ่ง) และคาท่ีใช ทดสอบสมมติฐานของ Bartlett’s Test of Sphericity H0 : ตวั แปรการพฒั นาสมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายุค 4.0 ไมมคี วามสมั พนั ธ์กัน H1 : ตวั แปรการพัฒนาสมรรถนะครรู องรับการศึกษายุค 4.0 มีความสัมพันธก์ ัน โดย พิจารณาจากค่า Chi-Square และการมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีน้อยกว่าหรือเท่ากับ.05 (Sig < 0.05) วา ยอมรบั หรือปฏเิ สธสมมตฐิ าน ไดผลดงั ตารางท่ี 39
142 ตารางท่ี 39 ค่า Initial และ Extraction ของตวั แปรท่ีใชใ้ นการวจิ ัยสาํ หรบั การพฒั นาสมรรถนะครู รองรับการศึกษายคุ 4.0 ข้อ การพฒั นาสมรรถนะครรู องรับการศึกษายุค 4.0 Initial Extraction 1 จดั ใหม้ กี ารสอบเพ่ือรบั และต่อใบอนุญาตประกอบ 1 0.641 2 กําหนดให้ครูทุกคนตอ้ งพฒั นาตนเองทุกปี 1 0.673 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 3 พฒั นาระบบเงินเดอื น 1 0.732 4 ประเมินผลการทํางานของครู 1 0.766 5 นาํ เทคโนโลยมี าใช้เพ่ือการพัฒนาโดยพฒั นาระบบออนไลน์ 1 0.736 6 สง่ เสรมิ การพัฒนาตนเองของครูอยา่ งต่อเนื่อง 1 0.704 7 สร้างเครอื ข่ายการพฒั นาทงั้ ในและนอกสถานศึกษา 1 0.688 8 พัฒนาครูแบบมสี ว่ นรว่ ม 1 0.686 9 วจิ ัยและพัฒนานวตั กรรมการเรยี นรู้ และการเรยี นการสอนของครู 1 0.698 ใหท้ นั สมยั 10 จัดใหม้ ีคปู องการพฒั นาประจําปี 1 0.756 11 จัดให้มีการปฐมนิเทศครูใหม่ 1 0.720 12 กําหนดจาํ นวนนกั เรียนต่อครูให้เหมาะสม และสอดคล้องกบั การ 1 0.707 เรยี นการสอน 13 พัฒนาและจัดส่ือการสอนท่ีมีคุณภาพสอดคล้องกบั เนื้อหาสาระวชิ า 1 0.782 14 ปรับเปลย่ี นรูปแบบการสอนของครู 1 0.747 15 จัดระบบเครือขา่ ยและนเิ ทศการสอนภายในสถานศึกษา 1 0.750 16 จดั ให้มคี รูตน้ แบบเพ่ือเปน็ พเ่ี ลย้ี ง 1 0.688 17 จดั ตั้งและพฒั นากองทุนพฒั นาครู คณาจารย์ 1 0.734 18 การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 1 0.664 19 การบรรยาย 1 0.686 20 การฝึกอบรมเชิงปฏิบตั กิ าร 1 0.681 21 การระดมสมอง 1 0.655 22 การอภิปราย 1 0.687 23 การฝกึ อบรมแบบกรณศี ึกษา 1 0.714 24 การสาธติ 1 0.701 25 การศึกษาดงู าน 1 0.737
143 ตารางที่ 39 (ต่อ) ข้อ การพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศกึ ษายคุ 4.0 Initial Extraction 26 การฝกึ อบรมเพ่ือสขุ ภาพ 1 0.737 27 การฝึกสอน 1 0.705 28 ระบบพี่เลี้ยง 1 0.738 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 29 การให้คําปรึกษา 1 0.770 30 ส่งเสริมการเรียนร้แู ละพัฒนาทกั ษะของครูด้านเทคโนโลยี 1 0.754 คอมพิวเตอร์ 31 สร้างโอกาสการเรยี นรู้ของครูในการใช้เทคโนโลยีอยา่ งสมาํ่ เสมอ 1 0.748 32 สนับสนนุ เครอ่ื งมือท่ีจะช่วยให้ครูได้แสวงหาการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 1 0.773 อย่างต่อเนือ่ ง 33 จัดหาประสบการณท์ ีเ่ ป็นการเรยี นรู้ระยะยาว 1 0.774 34 การส่งครไู ปเขา้ รว่ มการประชุม อบรม สมั มนาตามที่หนว่ ยงานต่าง ๆ 1 0.776 จัดข้ึน 35 การไปศกึ ษาดูงาน การจดั อบรมสัมมนาในโรงเรยี น โดยเชญิ 1 0.603 วิทยากรภายนอกมาให้ความรู้ 36 การส่งครูไปศึกษาต่อในระดบั ทีส่ ูงขึ้น 1 0.682 37 การนิเทศภายใน 1 0.728 38 การทําวิจยั ในชน้ั เรียน 1 0.731 39 การมอบหมายให้ครอู า่ นหนังสอื เกีย่ วกับการปฏิรูปการเรยี นรแู้ ละ 1 0.640 งานทเ่ี กย่ี วข้องกบั ครู 40 การเรียนรู้จากการปฏิบตั ิโดยหมนุ เวยี นครูใหป้ ฏิบตั ิงานในหลายหน้าที่ 1 0.703 41 การจัดทีมงานเพ่ือเรียนรู้และปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั 1 0.676 42 การนาํ โครงการต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาดาํ เนนิ การภายใน 1 0.582 โรงเรียนเพอ่ื กระตุ้นการทาํ งานของครู 43 การสนบั สนนุ ครใู หท้ าํ ผลงานทางวิชาการเพ่ือเลื่อนวิทยฐานะและ 1 0.710 ขอรับรางวลั จากหนว่ ยงานต่าง ๆ 44 การสง่ ครูไปเปน็ วทิ ยากรในโอกาสตา่ ง ๆ 1 0.688 45 การเข้ารว่ มโครงการตา่ ง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับภมู ิภาคเพื่อ 1 0.649 กระตุน้ ให้ครู ตื่นตัวพฒั นาตนเอง เป็นตน้
144 ตารางท่ี 39 (ต่อ) ขอ้ การพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศกึ ษายคุ 4.0 Initial Extraction 46 การสาํ รวจความต้องการของครู 1 0.663 47 การศกึ ษาดูงานโรงเรียนทป่ี ระสบความสําเร็จ 1 0.559 48 การสรา้ งเครื่องมือวัดทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1 0.770 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 49 การสร้างเครือข่ายที่เชอ่ื มโยงกบั การนเิ ทศตดิ ตามงาน 1 0.817 50 การสร้างเครือข่ายการเรยี นรู้แบบร่วมมอื กับผู้เกี่ยวข้อง 1 0.817 51 ทําให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยเนน้ การเรยี นรู้แบบลงมือปฏิบัติ 1 0.809 52 การพัฒนาทักษะการจัดลําดับการคดิ ระดบั สูงโดยเน้นทักษะการคิด 1 0.767 วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณญาณ 53 ครูเปน็ ผู้อาํ นวยความสะดวกในการเรยี นร้ทู ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ 1 0.549 54 การวัดและประเมินผลด้วยการผสมผสานเขา้ กับกระบวนการสอน 1 0.749 โดยเน้นพฒั นาการและความก้าวหน้าของผูเ้ รยี น 55 มคี วามรแู้ ละประสบการณว์ ชิ าชพี เพ่ือส่งเสรมิ การพัฒนาชวี ิตและ 1 0.772 ทกั ษะวชิ าชพี ให้ผู้เรยี น 56 การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แบบรว่ มมอื กับผเู้ กีย่ วข้อง 1 0.749 57 การพฒั นาครอู ยา่ งตอ่ เนื่องเพื่อพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรการเรียนรู้ 1 0.764 58 การสรา้ งระบบครูผู้เชยี่ วชาญเปน็ พีเ่ ลี้ยงครใู หม่ 1 0.775 59 มาเปน็ กลไกสาํ คัญในการติดตามความก้าวหน้าทางวิทยาการและ 1 0.767 ความรเู้ พื่อการพฒั นาครู 60 มีความรู้ความสามารถและทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1 0.706 61 มภี าวะผนู้ ําในการพฒั นาการศึกษาและเป็นผูน้ ําการเปลี่ยนแปลง 1 0.732 62 การเป็นบุคคลท่มี ีคุณธรรม จริยธรรม ศลี ธรรมและจรรยาบรรณ 1 0.646 วชิ าชีพ 63 การสาํ รวจความตอ้ งการจําเป็นในการฝึกอบรม 1 0.687 64 การออกแบบการฝึกอบรม 1 0.754 65 การฝกึ ปฏิบัติ ใชก้ ารฝกึ ปฏิบัติรายบุคคลในห้องเรียน 1 0.603 66 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ 1 0.712 67 การนิเทศและตดิ ตามผล โดยใช้การสนทนากล่มุ เปน็ รายบคุ คล 1 0.750 68 การสะท้อนความคิดของครู ส่วนใหญ่ใช้การสัมมนา 1 0.723
145 ตารางท่ี 39 (ต่อ) ขอ้ การพัฒนาสมรรถนะครรู องรับการศึกษายุค 4.0 Initial Extraction 69 การประเมินการฝกึ อบรม ใช้การสัมมนาและการประเมินความพงึ พอใจ 1 0.746 70 พฒั นาคา่ นิยมขององค์การในเร่ืองการทํางานเป็นหมคู่ ณะ การเปิดเผย 1 0.737 และความไวว้ างใจ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 71 ใหค้ รูได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจองคก์ ารของตวั เองอย่างแทจ้ รงิ 1 0.766 72 ทบทวนบทบาทหนา้ ท่ีเก่ียวกับความเปน็ ผูน้ ําและปรับให้ครอบคลุม 1 0.755 ถงึ บทบาทของครู 73 ส่งเสรมิ การสรา้ งเครือขา่ ยท้งั ในและนอกสถานศกึ ษาและความ 1 0.715 ร่วมมือร่วมใจในการทํางานอยา่ งเป็นหน่ึงเดยี ว 74 เตรียมครูใหเ้ ปน็ ผนู้ ําในวิชาชีพของตนอย่างแทจ้ ริง 1 0.746 75 การรับทํางานในส่วนของงานกรรมการหรือการเปน็ สมาชิกในทมี งาน 1 0.778 76 การฝกึ กระบวนการการสอนแบบเปน็ ข้นั เป็นตอน 1 0.745 77 การเรยี นรู้ผา่ นการทดลอง 1 0.753 78 การรับการฝึกจากหวั หน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน 1 0.723 79 การสงั เกตและจดบนั ทึกการสอนของครทู ่านอื่นท่ปี ระสบ 1 0.722 ความสาํ เรจ็ 80 การเป็นสมาชิกในองค์กรทางวิชาชพี 1 0.723 81 การถามคาํ ถาม 1 0.744 82 การสรา้ งเครือขา่ ยกบั วชิ าชีพอนื่ 1 0.746 83 การอา่ น 1 0.654 84 การดูวิดีโอท่ีเกีย่ วขอ้ ง 1 0.670 85 การประชุมวิชาการ สัมมนา และการประชมุ เชงิ ปฏิบัติการ 1 0.722 86 การพัฒนาทยี่ ดึ ครเู ปน็ ศูนยก์ ลาง 1 0.740 87 การพัฒนาตนเองผา่ นการสงั เกตการสอนในชัน้ เรียน 1 0.750 88 การตระหนักรใู้ นตนเองผา่ นกลมุ่ ครูทม่ี ีการพัฒนา 1 0.755 89 การทํางานรว่ มกันกับการทาํ งานบนความร่วมมือ 1 0.726 90 การพัฒนาครโู ดยใชข้ ้อมลู 1 0.712 91 ศกึ ษาข้อมลู พ้นื ฐาน การใช้ e-Portfolio 1 0.666
146 ตารางที่ 39 (ต่อ) ขอ้ การพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายคุ 4.0 Initial Extraction 92 กําหนดรูปแบบและเครื่องมือในการสาธิตการเรียนรู้ 1 0.537 93 ให้ข้อเสนอแนะและการสะทอ้ นขอ้ มูลกลับอย่างเปน็ ระบบ 1 0.616 94 สนบั สนนุ ความเปน็ อสิ ระและสร้างแรงจงู ใจในการเรยี นรู้ 1 0.658 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 95 มีความต่อเนอื่ งในการนําเสนอ และใชว้ ธิ ีสอนการสอน 1 0.583 96 มกี ารปฐมนเิ ทศเชิงปฏบิ ตั แิ ละฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนอื่ ง 1 0.596 97 เรียนรู้ตลอดชีวติ 1 0.608 98 สอนในระบบโมดูล 1 0.630 99 พฒั นาวิธีการสอนและการใช้สื่อท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ ศูนย์กลาง 1 0.628 100 ใช้วธิ กี ารสอนท่หี ลากหลาย 1 0.663 101 นําเสนอเทคนิคการสอน และการเรยี นทมี่ ีประสทิ ธิภาพที่ส่งเสรมิ 1 0.625 การพฒั นาเป็นรายบคุ คล 102 ใชว้ ธิ ีการสอนแบบร่วมมือและแบบเครือข่าย 1 0.602 103 ประยกุ ตใ์ ช้รูปแบบการส่ือสารดว้ ยวาจาและอวจั นภาษาทีเ่ หมาะสม 1 0.589 104 ใช้เทคนคิ การนําเสนอท่ีทนั สมัย 1 0.675 105 ทําความคุ้นเคยกบั วิธกี ารใหม่ ๆ ด้วย ICT 1 0.612 106 ประยกุ ตใ์ ช้ข้อมูลท่ใี ช้ ICT และระบบการจัดการความรู้ 1 0.532 107 อาํ นวยความสะดวกในการพัฒนาทกั ษะชีวติ และอาชพี ของผเู้ รยี น 1 0.682 108 การสร้างสภาพแวดลอ้ มการเรยี นรทู้ เ่ี อื้ออํานวย 1 0.683 109 อาํ นวยความสะดวกในการเรียนรู้ 1 0.652 110 จดั ทําแผนการสอนทเี่ หมาะสมสอดคล้องกับวสิ ัยทัศน์และพันธกิจ 1 0.682 ของโรงเรยี น 111 การพฒั นาทักษะการคิดตามลําดับขั้นสูง (HOTS) 1 0.706 112 การพฒั นาและใชป้ ระโยชน์จากแหลง่ การเรียนการสอน 1 0.553 113 เสรมิ สร้างคณุ ค่าทางจริยธรรมและคุณธรรม 1 0.635 114 การประเมนิ และประเมินผลการเรยี นของผเู้ รียน 1 0.689 115 มสี ว่ นร่วมในการพัฒนาวชิ าชพี 1 0.696 116 การสรา้ งเครือข่ายกับผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียโดยเฉพาะกับผู้ปกครอง 1 0.671 * หมายเหตุ ใช้การหมนุ แกนองค์ประกอบมขุ สําคัญ แบบ Principal Component Analysis (PCA)
147 จากตารางที่ 39 พบว่า Initial ของ Communalities โดยวิธีการวิเคราะห์แบบ หมุนแกน องค์ประกอบมขุ สาํ คญั แบบ Principal Component Analysis (PCA) ซ่งึ จะกาํ หนดให้เร่ิมต้น Initial Communalities ของตัวแปรทุกตัวเป็น 1 ซ่ึงตรงตามเกณฑ์ของการวิเคราะห์แบบ Principal Component Analysis (PCA) ทุกตัวแปร และค่า Extraction Communality ของตัวแปร ทั้ง 116 คําถาม มีค่าสูงกว่า 0.50 จํานวน 116 ข้อ จึงมีความเหมาะสมสามารถจัดอยู่ในปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งได้ ชดั เจน มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 40 ค่า KMO and Bartlett's Test 0.958 58621.387 KMO and Bartlett's Test Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy 6670 Bartlett's Test of Sphericity Approx. Chi-Square 0.000 df Sig. จากตารางที่ 40 พบว่า ค่า Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.958 ซึ่งเป็นค่าที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากมากกว่า 0.50 และเข้าใกล้ 1 แสดงให้เห็นถึงความ เหมาะสม และความเพียงพอของข้อมูล สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบได้ สว่ นค่า Bartlett's Test ได้ค่า Chi-Square = 58621.387 ไดค้ า่ Significance = 0.000 ซึง่ นอ้ ยกวา่ 0.05 แสดงว่า แมทรกิ ซ์สหสัมพันธ์ ของตัวแปรมีความสัมพันธท์ าํ ใหข้ ้อมูลสามารถนาํ ไปวิเคราะห์ต่อไปได้ 4.2.2 การวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0โดย เกณฑ์ข้อตกลงเบื้องต้นในการพิจารณาองค์ประกอบ คือ ค่า ไอแกน (eigen values) มากกว่า 1.00 เกณฑ์ในการพิจารณาตัวแปรท่ีเป็นองค์ประกอบที่มีค่าน้ําหนักองค์ประกอบ (Factor loading) มากกว่า 0.55 และจากแมทริกซ์สหสัมพันธ์และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรพบว่า ตัวแปร ทุกองค์ประกอบ (factor extraction) ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบ (maximum Likelihood) และ หมุนแกนองค์ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบดว้ ยวธิ ีแวรแี มกซ์ (Varimax with Kaiser Normalization) ผลการวิเคราะห์โดยสกัดองค์ประกอบ (Factor extraction) พบว่า ตัวแปรองค์ประกอบ การพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 สามารถจดั กลุ่มองคป์ ระกอบไดท้ ้ังหมด 7 องค์ประกอบ ดังตารางที่ 41
148 ตารางท่ี 41 คา่ Total Variance Explained ของตวั แปรท่ใี ช้ในการวจิ ัยสําหรับการพัฒนาสมรรถนะครู รองรบั การศกึ ษายคุ 4.0 Initial Eigenvalues Extraction Sums of Squared Rotation Sums of Squared Component Total % of Cumulative Total Loadings Loadings % of Cumulative Total % of Cumulative Variance % Variance % Variance % มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 1 28.055 24.185 24.185 28.055 24.185 24.185 22.089 19.042 19.042 2 11.943 10.295 34.480 11.943 10.295 34.480 16.198 13.964 33.006 3 11.665 10.056 44.536 11.665 10.056 44.536 9.980 8.604 41.609 4 8.683 7.485 52.021 8.683 7.485 52.021 9.462 8.157 49.766 5 7.630 6.578 58.599 7.630 6.578 58.599 6.443 5.554 55.320 6 3.631 3.130 61.729 3.631 3.130 61.729 5.367 4.627 59.947 7 1.868 1.610 63.339 1.868 1.610 63.339 3.324 2.866 62.812 * หมายเหตุ ใชก้ ารหมุนแกนองคป์ ระกอบมุขสาํ คญั แบบ Principal Component Analysis (PCA) จากตารางท่ี 41 พบวา่ ตวั แปรของการพัฒนาสมรรถนะครูรองรบั การศกึ ษายุค 4.0 มจี ํานวน ทั้งหมด 116 ตัวแปร โดยสามารถจัดกลุ่มได้ท้ังหมด 7 กลุ่มองค์ประกอบ ทุกองค์ประกอบมีค่าความ ผันแปรมากกว่า 1 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของแต่ละกลุ่มดังนี้ Factor ท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 พบวา่ คดิ เปน็ ร้อยละ 19.042, 13.964, 8.604, 8.157, 5.554, 4.627 และ 2.866 ตามลําดับ โดยทั้งหมด 7 Factors สามารถอธบิ ายความแปรปรวนของข้อมูลรว่ มกนั ได้รอ้ ยละ 62.812 ตารางท่ี 42 องค์ประกอบที่ 1 คา่ นาํ้ หนกั องคป์ ระกอบ ตวั แปร ขอ้ ความ (Factor loading) 19 การบรรยาย 0.600 20 การฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร 0.613 21 การระดมสมอง 0.673 22 การอภิปราย 0.652 23 การฝึกอบรมแบบกรณศี ึกษา 0.637 24 การสาธิต 0.701 25 การศึกษาดูงาน 0.703
149 ตารางท่ี 42 (ต่อ) ค่าน้ําหนกั ตัวแปร ขอ้ ความ องค์ประกอบ (Factor loading) 26 การฝึกอบรมเพ่ือสุขภาพ 0.713 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 27 การฝกึ สอน 0.728 29 การใหค้ ําปรึกษา 0.764 34 การสง่ ครไู ปเขา้ รว่ มการประชุม อบรม สัมมนาตามทห่ี นว่ ยงาน 0.751 ตา่ ง ๆ จดั ข้ึน 35 การไปศกึ ษาดูงาน การจดั อบรมสัมมนาในโรงเรียน โดยเชญิ 0.755 วทิ ยากรภายนอกมาให้ความรู้ 40 การเรยี นรจู้ ากการปฏิบัติโดยหมุนเวยี นครใู หป้ ฏิบัติงานในหลาย 0.783 หน้าที่ 47 การศกึ ษาดงู านโรงเรียนทป่ี ระสบความสาํ เรจ็ 0.758 63 การสาํ รวจความตอ้ งการจาํ เป็นในการฝึกอบรม 0.776 64 การออกแบบการฝึกอบรม 0.803 65 การฝึกปฏบิ ตั ิ ใชก้ ารฝกึ ปฏิบัตริ ายบคุ คลในห้องเรียน 0.814 66 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ 0.753 68 การสะท้อนความคดิ ของครู โดยใช้การสมั มนา 0.763 72 เปิดโอกาสและใหม้ ชี ว่ งเวลาคุณภาพเพ่ือสนทนาแลกเปลย่ี น 0.793 เรียนรู้กัน 76 การฝกึ กระบวนการการสอนแบบเปน็ ข้ันเป็นตอน 0.748 77 การเรยี นรผู้ ่านการทดลอง 0.787 78 การรับการฝกึ จากหวั หน้างานหรอื เพื่อนรว่ มงาน 0.812 79 การสังเกตและจดบันทึกการสอนของครทู ่านอ่ืนท่ีประสบความสาํ เรจ็ 0.822 81 การถามคําถาม 0.844 83 การอ่าน 0.821 84 การดูวดิ ีโอทีเ่ กีย่ วข้อง 0.808 85 การประชุมวิชาการ สัมมนา และการประชุมเชิงปฏบิ ัติการ 0.817
150 ตารางที่ 42 (ตอ่ ) คา่ น้าํ หนกั ตวั แปร ข้อความ องคป์ ระกอบ (Factor loading) 92 กําหนดรูปแบบและเคร่ืองมือในการสาธิตการเรยี นรู้ 0.822 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 95 มีความต่อเนือ่ งในการนําเสนอ และใชว้ ธิ สี อนการสอน 0.787 96 มีการปฐมนิเทศเชิงปฏบิ ตั แิ ละฝกึ ปฏิบตั อิ ย่างต่อเน่อื ง 0.792 98 สอนในระบบโมดลู 0.779 99 พัฒนาวิธีการสอนและการใช้ส่ือที่เนน้ ผู้เรียนเป็นศนู ย์กลาง 0.788 100 ใชว้ ธิ กี ารสอนทหี่ ลากหลาย 0.824 101 นําเสนอเทคนิคการสอน และการเรียนทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพทส่ี ่งเสริม 0.671 การพัฒนาเปน็ รายบุคคล 110 จัดทําแผนการสอนท่ีเหมาะสมสอดคล้องกบั วิสัยทัศน์และพนั ธกิจ 0.735 ของโรงเรียน 112 การพัฒนาและใชป้ ระโยชนจ์ ากแหลง่ การเรยี นการสอน 0.782 คา่ ความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) 22.089 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 19.042 จากตารางท่ี 42 พบว่า องค์ประกอบท่ี 1 ซึ่งบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 37 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.600 ถึง 0.844 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 22.089 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 19.042 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 37 ตัวแปรร่วมกัน บรรยายองค์ประกอบได้ดีที่สุด โดยเรียงลําดับค่านํ้าหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) การถาม คําถาม 2) ใช้วิธีการสอนท่ีหลากหลาย 3) การสังเกตและจดบันทึกการสอนของครูท่านอื่นที่ประสบ ความสําเร็จ 4) กําหนดรูปแบบและเคร่ืองมือในการสาธิตการเรียนรู้ 5) การอ่าน 6) การประชุมวิชาการ สัมมนา และการประชุมเชิงปฏิบัติการ 7) การฝึกปฏิบัติ ใช้การฝึกปฏิบัติรายบุคคลในห้องเรียน 8) การ รับการฝึกจากหัวหน้างานหรือเพ่ือนร่วมงาน 9) การดูวิดีโอท่ีเกี่ยวข้อง 10) การออกแบบการฝึกอบรม 11) เปิดโอกาสและให้มีช่วงเวลาคุณภาพเพื่อสนทนาแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน 12) มีการปฐมนิเทศเชิง ปฏิบัติและฝึกปฏิบัติอย่างต่อเน่ือง 13) พัฒนาวิธีการสอนและการใช้สื่อที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 14) การเรียนรู้ผ่านการทดลอง 15) มีความต่อเนื่องในการนําเสนอ และใช้วิธีสอนการสอน 16) การ เรยี นรจู้ ากการปฏิบัติโดยหมุนเวียนครูให้ปฏบิ ัติงานในหลายหน้าที่ 17) การพฒั นาและใชป้ ระโยชน์จาก
151 แหล่งการเรียนการสอน 18) สอนในระบบโมดูล 19) การสํารวจความต้องการจําเป็นในการฝึกอบรม 20) การให้คาํ ปรกึ ษา 21) การสะท้อนความคิดของครูโดยใช้การสัมมนา 22) การศึกษาดงู านโรงเรียน ท่ีประสบความสําเร็จ 23) การไปศึกษาดูงาน การจัดอบรมสัมมนาในโรงเรียน โดยเชิญวิทยากร ภายนอกมาให้ความรู้ 24) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ 25) การส่งครูไปเข้าร่วมการประชุม อบรม สัมมนา ตามท่ีหน่วยงานต่าง ๆ จัดข้ึน 26) การฝึกกระบวนการการสอนแบบเป็นขั้นเป็นตอน 27) จัดทําแผน การสอนท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียน 28) การฝึกสอน 29) การฝึกอบรม เพ่ือสุขภาพ 30) การศึกษาดูงาน 31) การสาธิต 32) การระดมสมอง 33) นําเสนอเทคนิคการสอน และ การเรียนท่ีมีประสิทธิภาพท่ีส่งเสริมการพัฒนาเป็นรายบุคคล 34) การอภิปราย 35) การฝึกอบรมแบบ กรณีศึกษา 36) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และ 37) การบรรยาย และองค์ประกอบนี้สามารถอธิบาย ความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 19.042 ซ่ึงเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของ ตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบน้ีมีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 1 ผู้วจิ ัยต้ังช่ือองค์ประกอบนวี้ า่ “กจิ กรรมเพ่ือพัฒนาศาสตร์การสอน” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 43 องค์ประกอบท่ี 2 ค่านํา้ หนัก ตัวแปร ข้อความ องค์ประกอบ (Factor loading) 1 จดั ให้มีการสอบเพื่อรับและต่อใบอนุญาตประกอบ 0.790 2 กาํ หนดใหค้ รูทกุ คนตอ้ งพัฒนาตนเองทุกปี 0.729 4 ประเมินผลการทาํ งานของครู 0.781 37 การนเิ ทศภายใน 0.761 48 การสร้างเครื่องมือวัดทักษะการคดิ วิเคราะห์ 0.719 54 การวดั และประเมนิ ผลด้วยการผสมผสานเขา้ กบั กระบวนการสอน 0.769 โดยเน้นพฒั นาการและความก้าวหน้าของผู้เรยี น 67 การนิเทศและติดตามผล โดยใช้การสนทนากลมุ่ เปน็ รายบุคคล 0.623 69 การประเมินการฝึกอบรม ใช้การสมั มนาและการประเมินความพึงพอใจ 0.620 70 พฒั นาคา่ นิยมขององค์การในเร่ืองการทํางานเป็นหมูค่ ณะ การเปดิ เผย 0.689 และความไวว้ างใจ 114 การประเมินและประเมนิ ผลการเรียนของผู้เรียน 0.572 คา่ ความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) 16.198 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 13.964
152 จากตารางท่ี 43 พบว่า องค์ประกอบที่ 2 ซ่ึงบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 10 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.572 ถึง 0.790 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 16.198 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 13.964 แสดงว่าตัวแปรทั้ง 10 ตัวแปรร่วมกัน บรรยายองค์ประกอบได้ดีที่สุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) จัดให้มี การสอบเพ่ือรับและต่อใบอนุญาตประกอบ 2) ประเมินผลการทํางานของครู 3) การวัดและประเมินผล ด้วยการผสมผสานเข้ากับกระบวนการสอนโดยเนน้ พัฒนาการและความก้าวหน้าของผู้เรียน 4) การนิเทศ ภายใน 5) กําหนดให้ครูทุกคนต้องพัฒนาตนเองทุกปี 6) การสร้างเคร่ืองมือวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 7) พัฒนาค่านยิ มขององค์การในเรื่องการทาํ งานเป็นหม่คู ณะ การเปิดเผยและความไว้วางใจ 8) การนิเทศ และติดตามผล โดยใช้การสนทนากลุ่มเป็นรายบุคคล 9) การประเมนิ การฝึกอบรม ใชก้ ารสัมมนาและการ ประเมนิ ความพึงพอใจ 10) การประเมินและประเมินผลการเรยี นของผู้เรียน และองค์ประกอบนี้สามารถ อธบิ ายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 13.964 ซง่ึ เมื่อเทียบคา่ ความแปรปรวนของ ตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 2 ผ้วู ิจัยต้งั ชือ่ องค์ประกอบนวี้ ่า “การนเิ ทศ และติดตามผล” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 44 องค์ประกอบที่ 3 ตัวแปร ข้อความ ค่านํา้ หนัก องค์ประกอบ 5 นําเทคโนโลยีมาใชเ้ พื่อการพัฒนาโดยพฒั นา ระบบออนไลน์ (Factor loading) 30 ส่งเสริมการเรียนรแู้ ละพัฒนาทกั ษะของครูด้านเทคโนโลยี 0.752 คอมพวิ เตอร์ 0.719 31 สร้างโอกาสการเรียนรู้ของครูในการใชเ้ ทคโนโลยีอย่างสม่าํ เสมอ 104 ใช้เทคนคิ การนําเสนอท่ีทันสมัย 0.718 105 ทําความคนุ้ เคยกับวิธกี ารใหม่ ๆ ดว้ ย ICT 0.771 106 ประยุกต์ใช้ข้อมูลที่ใช้ ICT และระบบการจดั การความรู้ 0.755 0.557 คา่ ความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) 9.980 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 8.604 จากตารางท่ี 44 พบว่า องค์ประกอบที่ 3 ซ่ึงบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 6 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.557 ถึง 0.771 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เทา่ กบั 9.980 และคา่ ร้อยละของความแปรปรวน เทา่ กบั 8.604 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 6 ตัวแปรรว่ มกัน
153 บรรยายองค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่านํ้าหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) ใช้ เทคนคิ การนาํ เสนอทท่ี ันสมัย 2) ทําความค้นุ เคยกับวธิ ีการใหม่ ๆ ด้วย ICT 3) นําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อ การพัฒนาโดยพัฒนา ระบบออนไลน์ 4) ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของครูด้านเทคโนโลยี คอมพวิ เตอร์ 5) สรา้ งโอกาสการเรยี นรู้ของครูในการใช้เทคโนโลยีอย่างสมํ่าเสมอ และ 6) ประยุกต์ใช้ ข้อมูลท่ีใช้ ICT และระบบการจัดการความรู้ และองค์ประกอบนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของ สมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 8.604 ซ่ึงเมื่อเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอ่ืน ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบน้ีมีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 3 ผู้วิจัยต้ังชื่อ องคป์ ระกอบนว้ี ่า “การใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ พัฒนาการเรยี นรู้” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 45 องคป์ ระกอบที่ 4 คา่ น้าํ หนัก ตัวแปร ข้อความ องคป์ ระกอบ (Factor loading) 6 สง่ เสรมิ การพฒั นาตนเองของครูอยา่ งต่อเน่ือง 0.794 9 วิจัยและพฒั นานวัตกรรมการเรียนรู้ และการเรียนการสอนของ 0.815 ครใู ห้ทนั สมยั 32 สนบั สนุนเคร่ืองมือท่ีจะช่วยให้ครูได้แสวงหาการเรยี นรูด้ ว้ ย 0.773 ตนเองอย่างต่อเนอ่ื ง 33 จดั หาประสบการณ์ทีเ่ ปน็ การเรียนรูร้ ะยะยาว 0.772 36 การสง่ ครไู ปศึกษาต่อในระดับทสี่ งู ขน้ึ 0.754 38 การทําวิจยั ในชน้ั เรยี น 0.803 39 การมอบหมายให้ครอู า่ นหนงั สอื เกีย่ วกบั การปฏริ ปู การเรยี นรู้ 0.791 และงานที่เกีย่ วข้องกบั ครู 44 การสง่ ครไู ปเป็นวทิ ยากรในโอกาสต่าง ๆ 0.816 45 การเขา้ รว่ มโครงการต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดบั ภูมิภาค 0.748 เพื่อกระต้นุ ให้ครู ตน่ื ตวั พัฒนาตนเอง เปน็ ตน้ 52 การพฒั นาทกั ษะการจัดลาํ ดบั การคดิ ระดบั สงู โดยเนน้ ทักษะการ 0.790 คดิ วิเคราะห์และวจิ ารณญาณ 55 มีความรแู้ ละประสบการณ์วชิ าชพี เพ่ือสง่ เสรมิ การพฒั นาชวี ติ และ 0.831 ทกั ษะวิชาชีพใหผ้ เู้ รียน
154 ตารางท่ี 45 (ต่อ) คา่ น้ําหนกั ตัวแปร ขอ้ ความ องค์ประกอบ (Factor loading) 57 การพัฒนาครูอย่างต่อเน่ืองเพื่อพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรการเรยี นรู้ 0.747 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 60 มคี วามรู้ความสามารถและทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 0.816 61 มีภาวะผูน้ ําในการพฒั นาการศกึ ษาและเป็นผนู้ ําการเปลย่ี นแปลง 0.828 62 การเป็นบคุ คลทม่ี ีคุณธรรม จรยิ ธรรม ศลี ธรรมและจรรยาบรรณ 0.824 วิชาชีพ 71 ให้ครูได้มโี อกาสเรียนรู้และเข้าใจองคก์ ารของตัวเองอยา่ งแทจ้ รงิ 0.832 74 เตรียมครูให้เปน็ ผ้นู ําในวชิ าชีพของตนอยา่ งแทจ้ รงิ 0.819 75 การรับทํางานในสว่ นของงานกรรมการหรือการเปน็ สมาชิกในทีมงาน 0.852 86 การพัฒนาทย่ี ดึ ครูเป็นศนู ย์กลาง 0.830 87 การพฒั นาตนเองผ่านการสังเกตการสอนในชั้นเรียน 0.818 97 เรยี นรู้ตลอดชวี ิต 0.735 103 ประยุกต์ใช้รปู แบบการสื่อสารดว้ ยวาจาและอวัจนภาษาที่เหมาะสม 0.774 111 การพัฒนาทักษะการคิดตามลําดับขั้นสูง (HOTS) 0.748 113 เสรมิ สรา้ งคณุ ค่าทางจริยธรรมและคุณธรรม 0.820 ค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) 9.462 ค่าร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 8.157 จากตารางท่ี 45 พบว่า องค์ประกอบท่ี 4 ซ่ึงบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 24 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.735 ถึง 0.852 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 9.462 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 8.157 แสดงว่าตัวแปรทั้ง 24 ตัวแปรร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบได้ดีท่ีสุด โดยเรียงลําดับค่านํ้าหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) การรับทํางานใน ส่วนของงานกรรมการหรือการเป็นสมาชิกในทีมงาน 2) ให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจองค์การของ ตวั เองอย่างแท้จริง 3) มีความรแู้ ละประสบการณว์ ิชาชีพเพ่ือส่งเสริมการพัฒนาชวี ิตและทักษะวิชาชีพให้ ผู้เรียน 4) การพัฒนาท่ียึดครูเป็นศูนย์กลาง 5) มีภาวะผู้นําในการพัฒนาการศึกษาและเป็นผู้นําการ เปลี่ยนแปลง 6) การเป็นบุคคลท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ 7) เสริมสร้าง คุณค่าทางจริยธรรมและคุณธรรม 8) เตรียมครูให้เป็นผู้นําในวิชาชพี ของตนอย่างแท้จรงิ 9) การพัฒนา
155 ตนเองผ่านการสังเกตการสอนในช้ันเรียน 10) การส่งครูไปเป็นวทิ ยากรในโอกาสต่าง ๆ 11) มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 12) วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และการเรียนการสอนของครูให้ทนั สมัย 13) การทําวจิ ัยในชั้นเรียน 14) สง่ เสรมิ การพฒั นาตนเองของ ครูอย่างต่อเน่ือง 15) การมอบหมายให้ครูอ่านหนังสือเก่ียวกับการปฏิรูปการเรียนรู้และงานที่ เกยี่ วขอ้ งกับครู 16) การพัฒนาทักษะการจัดลําดับการคิดระดับสูงโดยเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และ วิจารณญาณ 17) ประยุกต์ใช้รูปแบบการส่ือสารด้วยวาจาและอวัจนภาษาท่ีเหมาะสม 18) สนับสนุน เคร่ืองมือท่ีจะช่วยให้ครูได้แสวงหาการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง 19) จัดหาประสบการณ์ท่ีเป็น การเรียนรู้ระยะยาว 20) การส่งครูไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 21) การเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ท้ัง ระดับประเทศและระดับภูมิภาคเพื่อกระตุ้นให้ครู ต่ืนตัวพัฒนาตนเอง เป็นต้น 22) การพัฒนาทักษะ การคิดตามลําดับข้ันสูง (HOTS) 23) การพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องเพ่ือพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรการ เรียนรู้ และ 24) เรียนรู้ตลอดชีวิต และองค์ประกอบน้ีสามารถอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะ ครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 8.157 ซ่ึงเม่ือเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับ องคป์ ระกอบอื่น ๆ แลว้ พบวา่ องคป์ ระกอบนี้มีความสําคญั เป็นอนั ดับที่ 4 ผู้วจิ ยั ตงั้ ชอื่ องค์ประกอบน้ี ว่า “การแสวงหาและพัฒนาตนเอง” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางที่ 46 องคป์ ระกอบท่ี 5 ตวั แปร ขอ้ ความ คา่ นํา้ หนัก องคป์ ระกอบ 7 สร้างเครือข่ายการพฒั นาทัง้ ในและนอกสถานศึกษา (Factor loading) 8 พัฒนาครแู บบมสี ว่ นรว่ ม 15 จัดระบบเครือข่ายและนเิ ทศการสอนภายในสถานศึกษา 0.796 41 การจัดทีมงานเพ่ือเรียนรู้และปฏิบัตงิ านร่วมกนั 0.778 49 การสรา้ งเครือขา่ ยทเี่ ช่อื มโยงกับการนเิ ทศตดิ ตามงาน 0.754 50 การสรา้ งเครือขา่ ยการเรยี นรู้แบบร่วมมือกับผเู้ กี่ยวข้อง 0.804 73 ส่งเสรมิ การสรา้ งเครือขา่ ยทั้งในและนอกสถานศกึ ษาและความ 0.830 0.798 ร่วมมือรว่ มใจในการทํางานอยา่ งเป็นหนง่ึ เดยี ว 0.805 80 การเป็นสมาชกิ ในองค์กรทางวิชาชีพ 82 การสร้างเครือขา่ ยกับวิชาชีพอื่น 0.808 88 การตระหนักรใู้ นตนเองผา่ นกลมุ่ ครูท่มี ีการพฒั นา 0.833 0.815
156 ตารางท่ี 46 (ตอ่ ) ตัวแปร ข้อความ ค่าน้าํ หนกั องค์ประกอบ 89 การทํางานร่วมกนั กบั การทาํ งานบนความร่วมมือ (Factor loading) 102 ใช้วธิ กี ารสอนแบบร่วมมือและแบบเครือข่าย 115 มสี ่วนรว่ มในการพัฒนาวิชาชีพ 0.817 116 การสร้างเครือขา่ ยกบั ผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี โดยเฉพาะกบั ผู้ปกครอง 0.835 0.824 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) 0.806 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) 6.443 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 5.554 จากตารางท่ี 46 พบว่า องค์ประกอบท่ี 5 ซ่ึงบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 14 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.754 ถึง 0.835 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 6.443 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 5.554 แสดงว่าตัวแปรทั้ง 14 ตัวแปร ร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบไดด้ ที ส่ี ุด โดยเรียงลําดบั ค่าน้าํ หนักองคป์ ระกอบจากมากไปน้อย ดงั น้ี 1) ใช้วิธกี ารสอนแบบ รว่ มมือและแบบเครือข่าย 2) การสร้างเครือข่ายกบั วชิ าชีพอื่น 3) การสร้างเครือข่ายท่ีเชอ่ื มโยงกับ การ นิเทศติดตามงาน 4) มสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาวิชาชีพ 5) การทํางานรว่ มกนั กบั การทํางานบนความร่วมมือ 6) การตระหนักรู้ในตนเองผ่านกลุ่มครูที่มีการพัฒนา 7) การเป็นสมาชิกในองค์กรทางวิชาชีพ 8) การ สรา้ งเครอื ข่ายกับผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสียโดยเฉพาะกับผูป้ กครอง 9) สง่ เสรมิ การสรา้ งเครือขา่ ยท้ังในและนอก สถานศึกษา และความร่วมมือร่วมใจในการทํางานอย่างเป็นหน่ึงเดียว 10) การจัดทีมงานเพ่ือเรียนรู้และ ปฏิบัติงานร่วมกัน 11) การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แบบร่วมมือกับผู้เก่ียวข้อง 12) สร้างเครือข่ายการ พัฒนาทั้งในและนอกสถานศึกษา 13) พัฒนาครูแบบมีส่วนร่วม และ 14) จัดระบบเครือข่ายและนิเทศ การสอนภายในสถานศึกษา และองค์ประกอบนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 5.554 ซ่ึงเมื่อเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอ่ืน ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบน้ีมีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 5 ผู้วิจัยตั้งช่ือองค์ประกอบน้ีว่า “การสร้าง เครอื ขา่ ย/ทมี งาน/และความร่วมมือ”
157 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงตารางที่ 47 องคป์ ระกอบท่ี 6 คา่ น้ําหนัก องค์ประกอบ ตัวแปร ขอ้ ความ (Factor 3 พฒั นาระบบเงนิ เดือน loading) 10 จัดใหม้ คี ปู องการพัฒนาประจําปี 0.681 11 จัดให้มีการปฐมนเิ ทศครูใหม่ 0.722 16 จดั ใหม้ ีครตู ้นแบบเพื่อเปน็ พเี่ ลยี้ ง 0.696 17 จดั ตงั้ และพัฒนากองทุนพฒั นาครู คณาจารย์ 0.721 18 การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 0.681 28 ระบบพ่เี ลีย้ ง 0.745 42 การนําโครงการต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาดําเนินการภายใน 0.773 0.727 โรงเรียนเพ่อื กระตุน้ การทํางานของครู 43 การสนบั สนนุ ครูใหท้ าํ ผลงานทางวิชาการเพื่อเล่อื นวทิ ยฐานะและ 0.780 ขอรับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ 0.751 46 การสาํ รวจความตอ้ งการของครู 0.748 51 ทําให้ผเู้ รียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏบิ ัติ 0.742 58 การสร้างระบบครผู ู้เชีย่ วชาญเปน็ พเี่ ล้ียงครใู หม่ 0.790 59 มาเปน็ กลไกสําคญั ในการติดตามความก้าวหน้าทางวิทยาการและ 0.731 ความรเู้ พื่อการพฒั นาครู 0.692 90 การพัฒนาครโู ดยใช้ขอ้ มลู 0.780 91 ศกึ ษาข้อมลู พ้นื ฐานการใช้ e-Portfolio 0.743 93 ให้ขอ้ เสนอแนะและการสะท้อนข้อมูลกลบั อย่างเปน็ ระบบ 5.367 94 สนับสนนุ ความเป็นอสิ ระและสรา้ งแรงจงู ใจในการเรียนรู้ 4.627 ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (eigen values) คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance)
158 จากตารางท่ี 47 พบว่า องค์ประกอบท่ี 6 ซึ่งบรรยายตัวแปรที่สําคัญ จํานวน 17 ตัวแปร มีค่า นํ้าหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.681 ถึง 0.790 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 5.367 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 4.627 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 17 ตัวแปรร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบไดด้ ที ี่สุด โดยเรียงลาํ ดับคา่ นาํ้ หนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) มาเปน็ กลไกสําคัญ ในการติดตามความก้าวหน้าทางวิทยาการและความรู้เพ่ือการพัฒนาครู 2) การสนับสนนุ ครูให้ทําผลงาน ทางวิชาการเพ่ือเลื่อนวิทยฐานะและขอรับรางวลั จากหน่วยงานต่าง ๆ 3) ให้ข้อเสนอแนะและการสะท้อน ข้อมูลกลับอย่างเป็นระบบ 4) ระบบพ่ีเลี้ยง 5) การสํารวจความต้องการของครู 6) ทําให้ผู้เรียนเป็น ผู้สร้างความรู้โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ 7) การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 8) สนับสนุน ความเป็นอิสระและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ 9) การสร้างระบบครูผู้เชี่ยวชาญเป็นพ่ีเลี้ยงครูใหม่ 10) การพฒั นาครูโดยใช้ข้อมูล 11) การนาํ โครงการต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาดาํ เนนิ การภายในโรงเรียนเพ่ือ กระตุ้นการทํางานของครู 12) จัดให้มีคูปองการพัฒนาประจําปี 13) จัดให้มีครูต้นแบบเพ่ือเป็นพี่เลี้ยง 14) จดั ใหม้ ีการปฐมนิเทศครูใหม่ 15) ศึกษาข้อมลู พ้ืนฐานการใช้ e-Portfolio 16) พฒั นาระบบเงินเดือน และ 17) จัดต้ังและพัฒนากองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และองค์ประกอบนี้สามารถอธิบายความ แปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 4.627 ซ่ึงเมื่อเทียบค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอื่น ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญเป็นอันดับท่ี 6 ผู้วิจัยต้ัง ชอ่ื องคป์ ระกอบนีว้ า่ “การเสรมิ แรง” มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตารางท่ี 48 องค์ประกอบท่ี 7 คา่ นํา้ หนัก ตัวแปร ข้อความ องค์ประกอบ (Factor loading) 12 กาํ หนดจํานวนนักเรยี นต่อครูใหเ้ หมาะสม และสอดคล้องกบั การ 0.788 เรยี นการสอน 13 พฒั นาและจัดสื่อการสอนทมี่ ีคุณภาพสอดคล้องกับเน้ือหาสาระวิชา 0.803 14 ปรับเปล่ยี นรปู แบบการสอนของครู 0.826 53 ครเู ป็นผ้อู าํ นวยความสะดวกในการเรียนร้ทู ่มี ีประสิทธภิ าพ 0.720 72 ทบทวนบทบาทหน้าทีเ่ กีย่ วกับความเปน็ ผู้นาํ และปรบั ให้ 0.781 ครอบคลุมถึงบทบาทของครู 107 อํานวยความสะดวกในการพัฒนาทักษะชวี ติ และอาชพี ของผเู้ รียน 0.806
159 ตารางที่ 48 (ต่อ) คา่ นํา้ หนกั องคป์ ระกอบ ตัวแปร ข้อความ (Factor loading) 108 การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มการเรียนรทู้ ี่เอือ้ อาํ นวย 0.807 109 อํานวยความสะดวกในการเรยี นรู้ 0.782 3.324 คา่ ความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) 2.866 คา่ ร้อยละของความแปรปรวน (Percent of variance) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง จากตารางท่ี 48 พบว่า องค์ประกอบท่ี 7 ซ่ึงบรรยายตัวแปรท่ีสําคัญ จํานวน 8 ตัวแปร มีค่า น้ําหนักองค์ประกอบระหว่าง 0.720 ถึง 0.826 มีค่าความแปรปรวนของตัวแปร (eigen values) เท่ากับ 3.324 และค่าร้อยละของความแปรปรวน เท่ากับ 2.866 แสดงว่าตัวแปรท้ัง 8 ตัวแปร ร่วมกันบรรยาย องค์ประกอบได้ดีที่สุด โดยเรียงลําดับค่าน้ําหนักองค์ประกอบจากมากไปน้อย ดังน้ี 1) ปรับเปลี่ยน รูปแบบการสอนของครู 2) การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้ออํานวย 3) อํานวยความสะดวกใน การพัฒนาทักษะชวี ิตและอาชีพของผู้เรยี น 4) พฒั นาและจัดสื่อการสอนที่มคี ุณภาพสอดคล้องกับเน้ือหา สาระวิชา 5) กําหนดจํานวนนักเรียนต่อครูให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการเรียนการสอน 6) อํานวย ความสะดวกในการเรียนรู้ 7) ทบทวนบทบาทหน้าที่เก่ียวกับความเป็นผู้นําและปรับให้ครอบคลุมถึง บทบาทของครู และ 8) ครูเป็นผู้อํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และองค์ประกอบน้ี สามารถอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะครูในยุค 4.0 ได้ร้อยละ 2.866 ซ่ึงเมื่อเทียบค่าความ แปรปรวนของตัวแปร (eigen values) กับองค์ประกอบอ่ืน ๆ แล้วพบว่า องค์ประกอบนี้มีความสําคัญ เปน็ อนั ดบั ที่ 7 ผวู้ ิจัยต้งั ช่ือองคป์ ระกอบนวี้ า่ “การเปลีย่ นบทบาท” จากการวิเคราะห์รปู แบบการพัฒนาสมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายุค 4.0 สามารถสรปุ เป็น แผนภาพได้ดังน้ี
160 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงการเปล่ยี นกจิ กรรมพฒั นาการนเิ ทศ บทบาท ศาสตรก์ ารสอน ตดิ ตามผล การเสริมแรง รูปแบบการพัฒนา การใชเ้ ทคโนโลยี สมรรถนะครูรองรับ เพ่ือการเรียนรู้ การศกึ ษา ยคุ 4.0 การสร้างเครือข่าย/ การแสวงหาและ ทมี งานความรว่ มมอื พฒั นาตนเอง ภาพประกอบ 3 รปู แบบการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ที่มา : ผวู้ ิจยั (2564) ตอนที่ 5 การยนื ยนั รปู แบบการพฒั นาสมรรถนะครูรองรับการศกึ ษายคุ 4.0 ผู้วิจัยนําตัวแปรรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูเพื่อรองรับการศึกษายุค 4.0 ไปถาม ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่านโดยวิธีการสอบถามเพ่ือยืนยันความเป็นไปได้ ความถูกต้อง และการนําไปใช้ ประโยชน์ ประกอบดว้ ย 1) รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ อินทร์รกั ษ์ อดตี หวั หน้าภาควิชาการบริหาร การศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร 2) รองศาสตราจารย์ ดร.มัทนา วังถนอมศักด์ิ หัวหน้าภาควิชาการ บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร 3) รองศาสตราจารย์ ดร.วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์ ภาควิชาการ บริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 3) รองศาสตราจารย์ น.ท. ดร.สุมิตร สวุ รรณ ภาควชิ าการ บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 5) รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนาถ บุญมีพิพิธ สาขาวชิ าการบรหิ ารการศึกษา สถาบนั เทคโนโลยีแหง่ สุวรรณภูมิ
161 ตารางที่ 49 แสดงความถี่ และรอยละของความเหน็ ของผูทรงคณุ วฒุ ิตอรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครู รองรบั การศกึ ษายุค 4.0 รูปแบบการพฒั นาสมรรถนะครู ความเปน็ ไปได้ ความเป็น ความถกู ต้อง เพือ่ รองรับการศึกษายคุ 4.0 ประโยชน์ ครอบคลุม ความถ่ี รอ้ ยละ ความถี่ รอ้ ยละ ความถี่ รอ้ ยละ 1. กิจกรรมเพ่อื พฒั นาศาสตร์การสอน 5 100 5 100 5 100 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง1. การถามคําถาม 2. ใชว้ ธิ กี ารสอนทีห่ ลากหลาย 3. การสังเกต และจดบันทึกการสอนของครูท่านอื่นที่ประสบความสําเร็จ 4. กําหนดรูปแบบและเครื่องมือในการสาธติ การเรียนรู้ 5. การ อ่าน 6. การประชุมวิชาการ สัมมนา และการประชุมเชิง ปฏิบัติการ 7. การฝึกปฏิบัติ ใช้การฝึกปฏิบัติรายบุคคลใน ห้องเรียน 8. การรับการฝกึ จากหัวหน้างานหรือเพอ่ื นร่วมงาน 9. การดูวิดีโอท่ีเกี่ยวข้อง 10. การออกแบบการฝึกอบรม 11. เปิดโอกาสและให้มีช่วงเวลาคุณภาพเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยน เรียนรู้กัน 12. มีการปฐมนิเทศเชิงปฏิบัติและฝึกปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง 13. พัฒนาวิธีการสอนและการใช้ส่ือท่ีเน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง 14. การเรียนรู้ผ่านการทดลอง 15. มีความต่อเน่ือง ในการนําเสนอ และใช้วิธีสอนการสอน 16. การเรียนรู้จากการ ปฏิบัติโดยหมุนเวียนครูให้ปฏิบัติงานในหลายหน้าท่ี 17. การ พัฒนาและใช้ประโยชน์จากแหล่งการเรียนการสอน 18. สอน ในระบบโมดูล 19. การสํารวจความต้องการจําเป็นในการ ฝึกอบรม 20. การใหค้ ําปรกึ ษา 21. การสะท้อนความคิดของครู โดยใช้การสัมมนา 22. การศึกษาดูงานโรงเรียนที่ประสบ ความสําเร็จ 23. การไปศึกษาดูงาน การจัดอบรมสัมมนาใน โรงเรียน โดยเชิญวิทยากรภายนอกมาให้ความรู้ 24. การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 25. การส่งครูไปเข้าร่วมการประชุม อบรม สมั มนาตามทีห่ น่วยงานตา่ ง ๆ จดั ขน้ึ 26. การฝกึ กระบวนการ การสอนแบบเป็นขั้นเป็นตอน 27. จัดทําแผนการสอนท่ี เหมาะสมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียน 28. การฝึกสอน 29. การฝึกอบรมเพื่อสุขภาพ 30. การศึกษาดงู าน 31. การสาธิต 32. การระดมสมอง 33. นําเสนอเทคนิคการ สอน และการเรียนท่ีมีประสิทธิภาพท่ีส่งเสริมการพัฒนาเป็น รายบุคคล 34. การอภิปราย 35. การฝึกอบรมแบบกรณศี ึกษา 36. การฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการ และ 37. การบรรยาย
162 ตารางท่ี 49 (ต่อ) รปู แบบการพฒั นาสมรรถนะครู ความเป็นไปได้ ความเปน็ ความถูกตอ้ ง เพอื่ รองรับการศึกษายคุ 4.0 ความถ่ี รอ้ ยละ ประโยชน์ ครอบคลมุ ความถ่ี รอ้ ยละ ความถี่ รอ้ ยละ 2. การนเิ ทศและตดิ ตามผล 5 100 5 100 5 100 1. จัดให้มีการสอบเพื่อรับและตอ่ ใบอนญุ าตประกอบ 2. 5 100 5 100 5 100 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ประเมินผลการทํางานของครู 3. การวัดและประเมินผลด้วยการ 5 100 5 100 5 100 ผสมผสานเข้ากับกระบวนการสอนโดยเน้นพัฒนาการและ ความก้าวหนา้ ของผเู้ รียน 4. การนิเทศภายใน 5. กาํ หนดใหค้ รูทกุ คนต้องพัฒนาตนเองทุกปี 6. การสร้างเคร่ืองมือวัดทักษะการคิด วิเคราะห์ 7. พัฒนาคา่ นิยมขององค์การในเรือ่ งการทํางานเป็นหมู่ คณะ การเปิดเผย และความไว้วางใจ 8. การนิเทศและติดตามผล โดยใชก้ ารสนทนากลุ่มเป็นรายบุคคล 9. การประเมินการฝึกอบรม ใช้การสัมมนาและการประเมินความพึงพอใจ 10. การประเมิน และประเมินผลการเรียนของผู้เรยี น 3. การใช้เทคโนโลยีเพอื่ พฒั นาการเรยี นรู้ 1. ใชเ้ ทคนิคการนาํ เสนอทท่ี ันสมยั 2. ทาํ ความคุน้ เคยกบั วธิ ีการ ใหม่ ๆ ด้วย ICT 3. นําเทคโนโลยีมาใช้เพ่ือการพัฒนาโดย พัฒนา ระบบออนไลน์ 4. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ของครูด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 5. สร้างโอกาสการเรียนรู้ ของครูในการใช้เทคโนโลยีอย่างสมํ่าเสมอ และ 6. ประยุกต์ใช้ ข้อมูลทีใ่ ช้ ICT และระบบการจดั การความรู้ 4. การแสวงหาและพฒั นาตนเอง 1. การรับทํางานในส่วนของงานกรรมการหรือการเป็นสมาชิกใน ทีมงาน 2. ให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจองค์การของตัวเอง อยา่ งแท้จรงิ 3. มคี วามรู้และประสบการณว์ ิชาชพี เพอื่ ส่งเสริมการ พัฒนาชีวิตและทักษะวิชาชีพให้ผู้เรียน 4. การพัฒนาท่ียึดครูเปน็ ศูนยก์ ลาง 5. มีภาวะผนู้ าํ ในการพฒั นาการศึกษาและเป็นผูน้ ําการ เปลี่ยนแปลง 6. การเป็นบุคคลท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 7. เสริมสร้างคุณค่าทางจริยธรรมและ คุณธรรม 8. เตรียมครูให้เป็นผู้นําในวิชาชีพของตนอย่างแท้จริง 9. การพัฒนาตนเองผ่านการสังเกตการสอนในชั้นเรียน 10. การ ส่งครูไปเป็นวิทยากรในโอกาสต่าง ๆ 11. มีความรู้ความสามารถ และทกั ษะในการออกแบบการจัด การเรียนรู้ 12. วจิ ัยและพัฒนา นวัตกรรมการเรียนรู้ และการเรียนการสอนของครูให้ทันสมัย 13. การทําวิจัยในช้ันเรียน 14. ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของครู อย่างต่อเนื่อง 15. การมอบหมายให้ครูอ่านหนังสือเกี่ยวกับการ ปฏิรูปการเรียนรู้และงานท่ีเก่ียวข้องกับครู 16. การพัฒนาทักษะ การจัดลําดับการคิดระดับสูงโดยเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และ วจิ ารณญาณ
163 ตารางท่ี 49 (ต่อ) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง รปู แบบการพัฒนาสมรรถนะครเู พอ่ื รองรับการศกึ ษายุค 4.0 ความเปน็ ไปได้ ความเปน็ ความถกู ตอ้ ง ความถ่ี ร้อยละ ประโยชน์ ครอบคลมุ 17. ประยุกต์ใช้รูปแบบการสื่อสารด้วยวาจาและอวัจนภาษาท่ี ความถี่ ร้อยละ ความถี่ รอ้ ยละ เหมาะสม 18. สนับสนนุ เครือ่ งมอื ทจี่ ะชว่ ยให้ครไู ด้แสวงหาการ 5 100 เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง 19. จัดหาประสบการณ์ท่ีเป็น 5 100 5 100 การเรียนรู้ระยะยาว 20. การส่งครูไปศึกษาต่อในระดับท่ีสงู ขึ้น 5 100 21. การเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับ 5 100 5 100 ภูมิภาคเพ่ือกระตุ้นให้ครู ต่ืนตัวพัฒนาตนเอง เป็นต้น 22. การ พัฒนาทักษะการคิดตามลําดับขั้นสูง (HOTS) 23. การพัฒนา ครูอย่างต่อเนือ่ งเพ่ือพฒั นาโรงเรียนเป็นองค์กรการเรียนรู้ และ 24. เรียนรู้ตลอดชีวิต 5. การสรา้ งเครือขา่ ย ทมี งาน และความรว่ มมอื 1. ใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือและแบบเครือข่าย 2. การสร้าง เครือข่ายกับวิชาชีพอื่น 3. การสร้างเครือข่ายท่ีเชื่อมโยงกับการ นิเทศตดิ ตามงาน 4. มสี ว่ นร่วมในการพัฒนาวิชาชีพ 5. การทาํ งาน ร่วมกันกับการทํางานบนความร่วมมือ 6. การตระหนักรู้ในตนเอง ผ่านกลุม่ ครทู ม่ี กี ารพฒั นา 7. การเปน็ สมาชกิ ในองค์กรทางวิชาชีพ 8. การสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะกับ ผูป้ กครอง 9. สง่ เสรมิ การสร้างเครอื ขา่ ยท้งั ในและนอกสถานศึกษา และความร่วมมือร่วมใจในการทํางานอย่างเป็นหน่ึงเดียว 10. การ จัดทีมงานเพ่ือเรียนรู้และปฏิบัติงานร่วมกัน 11. การสร้าง เครือข่ายการเรียนรู้แบบร่วมมือกับผู้เก่ียวข้อง 12. สร้าง เครอื ข่ายการพัฒนาท้งั ในและนอกสถานศกึ ษา 13. พัฒนา ครูแบบมีส่วนร่วม และ 14. จัดระบบเครือขา่ ยและนิเทศการสอน ภายในสถานศึกษา 6. การเสริมแรง 1. มาเป็นกลไกสําคัญในการติดตามความก้าวหน้าทาง วิทยาการและความรู้เพื่อการพัฒนาครู 2. การสนับสนุนครูให้ ทาํ ผลงานทางวิชาการเพอ่ื เลอ่ื นวทิ ยฐานะและขอรบั รางวัล จาก หน่วยงานตา่ ง ๆ 3. ให้ข้อเสนอแนะและการสะท้อนข้อมลู กลบั อย่างเป็นระบบ 4. ระบบพ่ีเล้ียง 5. การสํารวจความต้องการ ของครู 6. ทําให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยเน้นการเรียนรู้ แบบลงมือปฏิบัติ 7. การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 8. สนับสนุนความเป็นอิสระและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ 9. การสรา้ งระบบครผู ู้เช่ียวชาญเปน็ พี่เลย้ี งครูใหม่ 10. การพฒั นา ครโู ดยใชข้ อ้ มูล 11. การนาํ โครงการต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามา ดําเนินการภายในโรงเรียนเพื่อกระตุ้นการทํางานของครู 12. จัดให้มคี ูปองการพฒั นาประจาํ ปี
164 ตารางท่ี 49 (ต่อ) รูปแบบการพฒั นาสมรรถนะครเู พือ่ รองรบั การศึกษายุค 4.0 ความเป็นไปได้ ความเปน็ ความถูกต้อง ความถี่ รอ้ ยละ ประโยชน์ ครอบคลุม 13. จดั ให้มคี รูต้นแบบเพือ่ เปน็ พ่ีเลี้ยง 14. จัดใหม้ ีการปฐมนเิ ทศ ความถ่ี ร้อยละ ความถี่ ร้อยละ ครใู หม่ 15. ศกึ ษาข้อมลู พ้นื ฐานการใช้ e-Portfolio 16. พัฒนา 5 100 ระบบเงินเดือน และ 17. จัดตั้งและพัฒนากองทุนพัฒนาครู 5 100 5 100 คณาจารย์ 7. การเปลยี่ นบทบาท 1. ปรับเปลยี่ นรูปแบบการสอนของครู 2. การสรา้ งสภาพแวดล้อม การเรียนรู้ที่เอ้ืออํานวย 3. อํานวยความสะดวกในการพัฒนา ทักษะชีวิตและอาชีพของผู้เรียน 4. พัฒนาและจัดส่ือการสอนท่ีมี คุณภาพสอดคล้องกับเนื้อหาสาระวิชา 5. กําหนดจํานวนนักเรยี น ตอ่ ครใู หเ้ หมาะสม และสอดคลอ้ งกับการเรียนการสอน 6. อํานวย ความสะดวกในการเรยี นรู้ 7. ทบทวนบทบาทหน้าที่เกี่ยวกบั ความ เป็นผูน้ ําและปรับใหค้ รอบคลมุ ถึงบทบาทของครู และ 8. ครูเป็นผู้ อํานวยความสะดวกในการเรยี นรทู้ ่มี ีประสิทธภิ าพ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง จากตารางท่ี 49 พบวา ผู้ทรงคุณวุฒิท้ัง 5 คน ทุกคนมีความเห็นสอดคลองกัน โดยมีความ คิดเห็นว่าตัวแปรรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 ทั้ง 7 ตัว มีความเป็นไปได้ มีความเป็นประโยชน์ มคี วามถูกตองครอบคลุม ครบทกุ ดา้ น คิดเป็นร้อยละ 100
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง บทที่ 5 สรปุ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวจิ ยั คร้ังน้ี มีวัตถุประสงคเ์ พื่อศึกษา 1) สมรรถนะครรู องรบั การศึกษายคุ 4.0 2) รูปแบบ การพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 และ 3) ยีนยันความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความถกู ต้องครอบคลุมของรปู แบบการพัฒนาสมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 กล่มุ ตวั อยา่ งที่ใช้ ในการวิจัย คือ โรงเรียนสังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดราชบุรี และ สมุทรสงคราม จานวน 196 โรงเรียน ได้มาโดยการเปิดตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอรแ์ กน จากนน้ั ทาการสุ่มแบบแบง่ ช้ันโดยใชส้ ังกัดเขตพื้นท่เี ปน็ ช้นั โดยมีผใู้ ห้ขอ้ มลู โรงเรียนละ 4 คน ประกอบด้วย ผู้อานวยการโรงเรียน 1 คน และคุณครูผู้สอนจานวน 3 คน รวมท้ังสิ้น 784 คน เคร่อื งมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสอบถามเพื่อยืนยัน รูปแบบ สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน และการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสารวจ เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 3 ประเภท ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบตรวจสอบความเหมาะสม สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ฐานนิยม ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการ วเิ คราะห์ปัจจัยเชงิ สารวจ สรปุ ผลการวจิ ยั 1. สมรรถนะครรู องรับการศกึ ษายุค 4.0 มจี านวน 7 สมรรถนะหลัก 122 สมรรถนะยอ่ ย ดงั น้ี 1.1 ดา้ นหลกั สูตรและเน้ือหาวิชา มี 8 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) ครูรเู้ นอ้ื หาทส่ี อน 2) รู้เน้ือหาและวิธีการสอน 3) มีความรู้ในเนื้อหาวิชาท่ีสอน 4) เข้าใจกระแสนิยมทางการศึกษา นโยบายและหลักสตู ร 5) มีความรู้ด้านหลักสูตรและมาตรฐาน 6) สมรรถนะด้านความรู้และหลกั สูตร 7) พัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา และ 8) การบรหิ ารหลักสูตร 1.2 ด้านการจัดการเรียนการสอน มี 26 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) สมรรถนะการ ประเมิน 2) สามารถใช้กลยุทธ์การสอนท่ีหลากหลาย 3) ครูเปล่ียนการสอน ครูสอนแบบ Active Learning 4) การจัดการเรียนรู้ ส่ือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 5) สมรรถนะด้านการจัดการเรียน การสอนยึดนักเรียน 6) สมรรถนะด้านการเป็นผู้อานวยความสะดวกและแนะแนวทาง 7) สามารถ ออกแบบแผนการสอนได้ดี 8) สมรรถนะการบริหารจัดการชนั้ เรยี น 9) ดแู ล ช่วยเหลือ และพฒั นาผู้เรียน เป็นรายบุคคลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ 10) สมรรถนะด้านการวัดประเมินผลเพื่อการพัฒนา และคานึงถึงความแตกต่างหลากหลายระหว่าง
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 166 บุคคล 11) การบรหิ ารจัดการชน้ั เรียน 12) ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรบั ความแตกตา่ งของ ผู้เรียนแต่ละบุคคล 13) พัฒนาตนเองให้มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์การสอน 14) สามารถประเมินได้ 15) มสี ่วนรว่ มในการเรียนรู้อยา่ งมืออาชีพ 16) การจัดการเรยี นรู้ 17) การจดั การเชงิ บวกในห้องเรียน 18) การใส่ใจด้านการสอนและการดแู ลนกั เรียน 19) สมรรถนะด้านการสอน 20) ใช้กลยุทธ์การเรยี น การสอนที่มีประสิทธิผลสูงสุด 21) ประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะ ด้านการเรียนรู้ของนักเรียน 22) การวางเป้าหมายและจุดประสงค์ การสอนในแต่ละคร้ังอย่างชัดเจนและดาเนินการให้บรรลุผล ตามท่ีได้วางไว้ 23) เป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสอน 24) ความสามารถในการปรับปรุงการเรียนรู้ของ ตนเองและประสิทธิภาพรวมถึงการศึกษาและทักษะการวิจัย 25) การจัดการห้องเรียนที่ดี และ 26) วางแผนและจัดการเรยี นการสอนอย่างมีประสิทธิผล 1.3 ด้านการพัฒนาตนเองและเทคโนโลยี มี 48 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) สมรรถนะ ดา้ นวฒั นธรรมและข้ามวฒั นธรรม 2) ความสามารถในการเรียนรู้ 3) การตดั สินใจ 4) การมอี ิสระ 5) การ พัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง และทักษะท่ีเกี่ยวข้องกับความรู้ การพัฒนาและการสร้างสรรค์ 6) ความสามารถในการไตร่ตรองและประเมินประสิทธิภาพของตัวเอง 7) ความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ประเมินผลระบุปัญหาและหาแนวทางแก้ไข 8) มีความรู้ในวิชาชีพและปฏิบัติตนอย่าง เคร่งครดั 9) เพ่ิมพนู ความรู้ ในเรื่องที่ตนเองจะสอนในเชงิ กวา้ งและเชงิ ลึก 10) ทักษะการวิจยั 11) ทักษะ การเป็นผู้นา 12) ช่ืนชมความหลากหลายและผู้ท่ีมีความหลากหลายทางวฒั นธรรม 13) พัฒนาตนเองให้ มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์การสอน 14) วิจัย สร้างนวัตกรรมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิด ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 15) พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย และทันต่อการ เปลย่ี นแปลง 16) มวี จิ ารณญาณในตนเอง 17) กา้ วทนั ขอ้ มูลข่าวสาร ดา้ นการพัฒนา ท้ังในระดับท้องถ่ิน ระดับประเทศ ระดบั ภูมภิ าค และระดบั โลก 18) ภาวะผูน้ า 19) ทักษะการคดิ ไม่ว่าจะเปน็ การคิดวิพากษ์ คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกันได้ 20) การรักษาลักษณะท่ีเป็นมืออาชีพ 21) ครูผู้ เข้าใจสถานการณส์ ังคม 22) ทักษะดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยตี ่าง ๆ 23) ครูต้องแสดงใหเ้ ห็นถึงความเป็นผู้นา 24) เก่งในการส่ือสาร 25) สมรรถนะด้านการข้ามวัฒนธรรม ความทันสมัยของการคมนาคมและการ ส่ือสารรูปแบบใหม่ ๆ 26) สมรรถนะด้านพาณิชยกรรมเทคโนโลยี 27) สมรรถนะด้านโลกาภิวัตน์ 28) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมุง่ มน่ั ท่ีมตี ่อวชิ าชีพ 29) ทกั ษะการสอ่ื สารในการใช้ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 30) การมงุ่ ผลสัมฤทธ์ิในการปฏิบัติงาน 31) การพัฒนาตนเอง 32) การทางานเป็นทีม 33) สมรรถนะด้าน กลยุทธ์ในอนาคต 34) สมรรถนะการเรียนรู้ 35) การบริการท่ีดี 36) ครูมี Growth Mindset ครูเชื่อว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพและสามารถพัฒนาได้ 37) ครูแสวงหาความรู้ใหม่ และใช้ IT เป็น 38) สมรรถนะ ด้านการให้คาปรึกษา 39) ทักษะการเรียนรู้ใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอเม่ือมีโอกาส 40) ทักษะการทางานเป็นทีม ร่วมกับผู้อื่น 42) สมรรถนะด้านการศึกษาเรียนรู้ โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นทักษะพื้นฐาน 43) สมรรถนะ ด้านการทางานเป็นทีมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้รว่ มกัน 44) สมรรถนะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 167 และการรู้เท่าทันสื่อ 45) ทักษะภาวะผู้นาทางวิชาการ 46) ทักษะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 47) ทักษะ มนุษยสัมพันธ์ และ 48) ทกั ษะการแกป้ ัญหา และการตดั สนิ ใจ 1.4 ด้านคุณธรรม จริยธรรมมี 9 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียน ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู 2) ความมุ่งม่ันทางจริยธรรม 3) ครูมีจิตวิญญาณความเป็นครู ครูรัก ห่วงใยลูกศิษย์ 4) การเป็นต้นแบบ แบบอย่างท่ีดี เป็นตัวอย่างท่ีดี 5) ประพฤติตนเป็นคนดีท้ังในชีวติ ส่วนตัวและการทางาน 6) สมรรถนะด้านทัศนคติ จริยธรรม และค่านิยม 7) สมรรถนะด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ ในวิชาชพี 8) จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู และ 9) ประพฤติตน เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ี มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมีความเปน็ พลเมอื งทเี่ ขม้ แข็ง 1.5 ด้านความสัมพันธ์กับชุมชนและการมีส่วนร่วม มี 11 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) ศกึ ษา เข้าถงึ บริบทของชมุ ชน และสามารถอยรู่ ่วมกันบนพ้ืนฐานความแตกต่างทางวัฒนธรรม 2) สรา้ ง เครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพอื่ สนับสนุนการเรียนรทู้ ่ีมีคุณภาพของผู้เรียน 3) ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 4) การส่ือสารกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง 5) การสร้างความสัมพันธ์ และความรว่ มมือกับชุมชน เพอ่ื การจัดการเรียนรู้ 6) ให้ชุมชนมสี ว่ นรว่ มเพื่อช่วยในการเรียนรู้ของนักเรียน 7) สมรรถนะดา้ นสงั คม การส่ือสาร และอารมณ์ 8) ร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและแกป้ ัญหาผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ 9) ร่วมมือกับพ่อแม่ และผู้ปกครอง 10) มีส่วนร่วมอย่างมืออาชีพกับเพื่อน ร่วมงาน ผู้ปกครอง และชุมชน และ 11) ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์และมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรม การพัฒนาวิชาชีพ 1.6 ด้านการให้ความสาคัญกับผ้เู รียน มี 16 สมรรถนะยอ่ ย ประกอบด้วย 1) ครูอานวยความ สะดวกในการเรียนรู้ให้กับนักเรยี น 2) ครตู อ้ งสะทอ้ นการปฏิบตั ิของนักเรียน 3) ครูสร้างแรงบันดาลใจให้ เด็กอยากเรียน อยากแสวงหาความรู้ 4) มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน 5) สามารถระบุความต้องการของ นกั เรียน 6) ความรกั และความเมตตาต่อศิษย์ 7) มคี วามคาดหวงั ต่อนักเรียนสูง 8) รักเดก็ และรักการสอน 9) สนับสนุนการยอมรบั นับถือและความหลากหลายของบุคคล 10) รจู้ กั นกั เรยี นของตน 11) มีความเป็น มิตรและความวางใจต่อนกั เรยี นสูง 12) รจู้ ักนกั เรยี นและวิธกี ารเรยี นรู้ 13) การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และ การวิจัยเพอื่ พัฒนาผู้เรียน 14) สร้างแรงบนั ดาลใจผเู้ รียนให้เป็นผู้ใฝเ่ รียนรู้และผสู้ ร้างนวัตกรรม 15) การ พฒั นาผเู้ รียน และ 16) ประเมนิ สะทอ้ นกลบั และรายงานเกี่ยวกบั การเรยี นรู้ของนักเรยี น 1.7 ด้านการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ มี 4 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย 1) การสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 2) สร้างและสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย 3) ครูสร้าง สภาพแวดล้อมสาหรับรองรับนักเรียนที่มีความหลากหลาย และ 4) จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศ การเรยี นรใู้ หผ้ ้เู รียนมคี วามสุขในการเรียนโดยตระหนกั ถึงสุขภาวะของผู้เรียน
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 168 2. รปู แบบการพฒั นาสมรรถนะครรู องรับการศึกษายคุ 4.0 ประกอบด้วย 7 ด้านดงั นี้ 2.1 การพัฒนาศาสตร์การสอน ประกอบด้วย 37 ตัวแปร ดังนี้ 1) การถามคาถาม 2) ใช้ วิธีการสอนที่หลากหลาย 3) การสังเกตและจดบันทึกการสอนของครูท่านอ่ืนท่ีประสบความสาเร็จ 4) กาหนดรูปแบบและเครื่องมือในการสาธิตการเรียนรู้ 5) การอา่ น 6) การประชุมวิชาการ สมั มนา และ การประชมุ เชิงปฏิบัติการ 7) การฝกึ ปฏบิ ัติ ใช้การฝึกปฏบิ ัตริ ายบุคคลในห้องเรียน 8) การรบั การฝึกจาก หัวหน้างานหรือเพ่ือนร่วมงาน 9) การดูวิดีโอที่เก่ียวข้อง 10) การออกแบบการฝึกอบรม 11) เปิดโอกาส และให้มีช่วงเวลาคุณภาพเพื่อสนทนาแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน 12) มกี ารปฐมนิเทศเชิงปฏบิ ัติและฝึกปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง 13) พัฒนาวิธีการสอนและการใช้ส่ือที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 14) การเรียนรู้ผ่านการ ทดลอง 15) มีความต่อเน่ืองในการนาเสนอและใช้วิธีสอนการสอน 16) การเรียนรู้จากการปฏิบัติโดย หมุนเวียนครูให้ปฏิบัติงานในหลายหน้าที่ 17) การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากแหล่งการเรียนการสอน 18) สอนในระบบโมดูล 19) การสารวจความต้องการจาเป็นในการฝึกอบรม 20) การให้คาปรึกษา 21) การสะท้อนความคิดของครู โดยใช้การสัมมนา 22) การศึกษาดูงานโรงเรียนท่ีประสบความสาเร็จ 23) การไปศึกษาดูงาน การจัดอบรมสัมมนาในโรงเรียน โดยเชิญวิทยากรภายนอกมาให้ความรู้ 24) การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 25) การส่งครูไปเข้าร่วมการประชุม อบรม สัมมนาตามที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น 26) การฝึกกระบวนการการสอนแบบเป็นข้ันเป็นตอน 27) จัดทาแผนการสอนท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียน 28) การฝึกสอน 29) การฝึกอบรมเพ่ือสุขภาพ 30) การศึกษาดูงาน 31) การสาธติ 32) การระดมสมอง 33) นาเสนอเทคนิคการสอน และการเรียนที่มีประสทิ ธภิ าพทส่ี ่งเสริม การพัฒนาเป็นรายบุคคล 34) การอภิปราย 35) การฝึกอบรมแบบกรณีศึกษา 36) การฝึกอบรมเชิง ปฏบิ ตั ิการ และ 37) การบรรยาย 2.2 การนิเทศ และติดตามผล ประกอบด้วย 10 ตัวแปร ดังน้ี 1) จัดให้มีการสอบเพ่ือรับและ ต่อใบอนุญาตประกอบ 2) ประเมินผลการทางานของครู 3) การวัดและประเมินผลด้วยการผสมผสานเข้า กับกระบวนการสอนโดยเน้นพัฒนาการและความก้าวหน้าของผู้เรียน 4) การนิเทศภายใน 5) กาหนดให้ครู ทุกคนต้องพัฒนาตนเองทุกปี 6) การสร้างเคร่ืองมือวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 7) พัฒนาค่านิยมของ องคก์ ารในเร่ืองการทางานเปน็ หมู่คณะ การเปดิ เผย และความไว้วางใจ 8) การนิเทศและติดตามผล โดยใช้ การสนทนากลุ่มเป็นรายบุคคล 9) การประเมินการฝึกอบรม ใช้การสัมมนาและการประเมินความพึงพอใจ และ 10) การประเมินและประเมินผลการเรียนของผเู้ รียน 2.3 การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ประกอบด้วย 6 ตัวแปร ดังน้ี 1) ใช้เทคนิคการ นาเสนอที่ทนั สมัย 2) ทาความคุ้นเคยกับวิธีการใหม่ ๆ ดว้ ย ICT 3) นาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพฒั นาโดย พัฒนาระบบออนไลน์ 4) สง่ เสรมิ การเรยี นรู้และพฒั นาทักษะของครูด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 5) สร้าง โอกาสการเรียนรู้ของครใู นการใช้เทคโนโลยีอย่างสม่าเสมอ และ 6) ประยุกต์ใช้ข้อมูลที่ใช้ ICT และระบบ การจัดการความรู้
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 169 2.4 การแสวงหาและพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย 24 ตัวแปร ดังนี้ 1) การรับทางานในส่วน ของงานกรรมการหรือการเป็นสมาชิกในทีมงาน 2) ให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจองค์การของตัวเอง อย่างแท้จริง 3) มีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพเพื่อส่งเสริมการพัฒนาชีวิตและทักษะวิชาชีพให้ผู้เรียน 4) การพัฒนาที่ยึดครูเป็นศูนย์กลาง 5) มีภาวะผู้นาในการพัฒนาการศึกษาและเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลง 6) การเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ 7) เสริมสร้างคุณค่าทาง จริยธรรมและคุณธรรม 8) เตรียมครูให้เป็นผู้นาในวิชาชีพของตนอย่างแท้จริง 9) การพัฒนาตนเองผ่าน การสังเกตการสอนในชั้นเรียน 10) การส่งครูไปเป็นวิทยากรในโอกาสต่าง ๆ 11) มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 12) วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และการเรียนการ สอนของครูให้ทันสมัย 13) การทาวิจัยในช้ันเรียน 14) ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของครูอย่างต่อเน่ือง 15) การมอบหมายให้ครูอ่านหนังสือเก่ียวกับการปฏิรูปการเรียนรู้และงานที่เกี่ยวข้องกับครู 16) การ พฒั นาทกั ษะการจัดลาดบั การคิดระดับสูงโดยเน้นทักษะการคิดวเิ คราะห์และวจิ ารณญาณ 17) ประยุกต์ใช้ รูปแบบการสื่อสารดว้ ยวาจาและอวัจนภาษาที่เหมาะสม 18) สนบั สนุนเคร่ืองมือท่ีจะช่วยให้ครูได้แสวงหา การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง 19) จัดหาประสบการณ์ท่ีเป็นการเรียนรู้ระยะยาว 20) การส่งครูไป ศกึ ษาต่อในระดับทีส่ ูงข้ึน 21) การเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ท้ังระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพือ่ กระตุ้น ใหค้ รูต่ืนตวั พฒั นาตนเอง เป็นตน้ 22) การพฒั นาทักษะการคดิ ตามลาดับขั้นสูง (HOTS) 23) การพัฒนาครู อย่างตอ่ เนอ่ื งเพ่ือพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรการเรียนรู้ และ 24) เรียนรูต้ ลอดชีวติ 2.5 การสร้างเครือข่าย ทีมงาน และความร่วมมือ ประกอบด้วย 14 ตัวแปร ดังน้ี 1) ใช้ วิธีการสอนแบบร่วมมือและแบบเครือข่าย 2) การสร้างเครือข่ายกับวิชาชีพอ่ืน 3) การสร้างเครือข่ายท่ี เช่ือมโยงกับการนิเทศติดตามงาน 4) มีส่วนร่วมในการพัฒนาวชิ าชีพ 5) การทางานรว่ มกันกบั การทางาน บนความร่วมมือ 6) การตระหนักรู้ในตนเองผ่านกลุ่มครูที่มีการพัฒนา 7) การเป็นสมาชิกในองค์กรทาง วิชาชีพ 8) การสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะกับผู้ปกครอง 9) ส่งเสริมการสร้าง เครือขา่ ยทั้งในและนอกสถานศึกษาและความร่วมมือร่วมใจในการทางานอย่างเป็นหนึ่งเดียว 10) การจัด ทีมงานเพ่ือเรียนรู้และปฏิบัติงานร่วมกัน 11) การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แบบร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง 12) สร้างเครือข่ายการพัฒนาท้ังในและนอกสถานศึกษา 13) พัฒนาครูแบบมีส่วนร่วม และ 14) จัดระบบ เครือข่ายและนิเทศการสอนภายในสถานศึกษา 2.6 การเสริมแรง ประกอบด้วย 17 ตัวแปร ดังน้ี 1) มาเป็นกลไกสาคัญในการติดตาม ความก้าวหน้าทางวิทยาการและความรู้เพ่ือการพัฒนาครู 2) การสนับสนุนครูให้ทาผลงานทางวิชาการ เพื่อเลือ่ นวิทยฐานะและขอรับรางวลั จากหน่วยงานต่าง ๆ 3) ใหข้ อ้ เสนอแนะและการสะท้อนข้อมูลกลับ อย่างเป็นระบบ 4) ระบบพ่ีเลี้ยง 5) การสารวจความต้องการของครู 6) ทาให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ 7) การเตรียมความพร้อมการเป็นครู 8) สนับสนุนความเป็นอิสระ และสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ 9) การสร้างระบบครูผู้เชี่ยวชาญเป็นพ่ีเลี้ยงครูใหม่ 10) การพัฒนาครู
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 170 โดยใช้ข้อมูล 11) การนาโครงการต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาดาเนินการภายในโรงเรียน เพื่อกระตุ้นการ ทางานของครู 12) จัดให้มีคูปองการพัฒนาประจาปี 13) จัดให้มีครูต้นแบบเพื่อเป็นพ่ีเลี้ยง 14) จัดให้มี การปฐมนิเทศครูใหม่ 15) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานการใช้ e-Portfolio 16) พัฒนาระบบเงินเดือน และ 17) จดั ตัง้ และพัฒนากองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ 2.7 การเปล่ยี นบทบาท ประกอบด้วย 8 ตวั แปร ดงั น้ี 1) ปรบั เปลี่ยนรูปแบบการสอนของครู 2) การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอ้ืออานวย 3) อานวยความสะดวกในการพัฒนาทักษะชีวิตและ อาชีพของผู้เรียน 4) พัฒนาและจัดสื่อการสอนท่ีมีคุณภาพสอดคล้องกับเนื้อหาสาระวิชา 5) กาหนด จานวนนักเรียนต่อครูให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการเรียนการสอน 6) อานวยความสะดวกใน การเรยี นรู้ 7) ทบทวนบทบาทหน้าที่เกีย่ วกับความเป็นผู้นาและปรับให้ครอบคลุมถึงบทบาทของครู และ 8) ครเู ปน็ ผอู้ านวยความสะดวกในการเรียนรทู้ ่ีมปี ระสิทธภิ าพ 3. ผลการยนื ยันรูปแบบการพฒั นาสมรรถนะครูรองรบั การศึกษายุค 4.0 ท่ปี ระกอบดว้ ย 7 ดา้ น ดังนี้ 1) การพัฒนาศาสตร์การสอน 2) การนิเทศ และตดิ ตามผล 3) การใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 4) การแสวงหาและพัฒนาตนเอง 5) การสร้างเครือข่าย ทีมงาน และความร่วมมือ 6) การเสริมแรง และ 7) การเปลี่ยนบทบาท ผู้ทรงคุณวฒุ ิมีความเห็นสอดคลองกันวา มคี วามเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และ ความถูกต้องครอบคลมุ อภิปรายผล จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยข้างต้น สามารถอภปิ รายผลการวิจยั ได้ดังนี้ 1. สมรรถนะครูรองรับการศึกษายุค 4.0 มีจานวน 7 สมรรถนะหลัก 122 สมรรถนะย่อย ประกอบดว้ ย 1) ด้านหลักสูตรและเน้ือหาวชิ า 2) ด้านการจัดการเรียนการสอน 3) ดา้ นการพฒั นาตนเอง และเทคโนโลยี) ด้านคุณธรรม จริยธรรม 5) ด้านความสัมพันธ์กับชุมชนและการมีส่วนร่วม 6) ด้านการ ให้ความสาคัญกับผู้เรียน และ 7) ด้านการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ท่ีเป็นน้ีเพราะท้ัง 7 สมรรถนะ หลักล้วนเป็นภารกิจที่ครูต้องปฏิบัติ สอดคล้องกับคณะกรรมการคุรุสภา (2562, 19-20) ที่ได้กาหนด สมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพไว้ 3 ด้านหลัก ดังนี้ 1) การปฏิบัติหน้าที่ครู ประกอบด้วยการมุ่งมั่น พัฒนาผู้เรียน ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมี ความเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละ บุคคล สร้างแรงบันดาลใจผู้เรียนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ และผู้สร้างนวัตกรรม พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย และทันต่อการเปล่ียนแปลง 2) การจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ ส่ือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ บูรณาการความรู้และศาสตร์การสอนในการ วางแผนและจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีปัญญารู้คิด และมีความเป็นนวัตกร ดูแล ชว่ ยเหลอื และพัฒนาผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียนได้
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 171 อย่างเป็นระบบ จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนโดยตระหนัก ถึงสุขภาวะของผู้เรียน วิจัย สร้างนวัตกรรม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ ต่อการ เรียนรู้ของผู้เรียน และปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา วิชาชีพ 3) ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ประกอบด้วย การร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนา และแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพ่อื สนบั สนุนการเรยี นรทู้ ่ีมีคุณภาพของผูเ้ รียน ศกึ ษา เขา้ ถึงบรบิ ทของชุมชน และสามารถอย่รู ่วมกันบน พนื้ ฐานความแตกต่างทางวฒั นธรรมและส่งเสริมอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาท้องถิ่น ยังสอดคล้องกับ สมรรถนะของครูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Teachers Competency) (The Teachers’ Council of Thailand, 2018) ท่ีได้กาหนดสมรรถนะของครูไว้ว่าควรประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ดังน้ี 1) ความร้แู ละความเข้าใจในสิ่งท่ีจะสอน คือ ความสามารถของครู การเพ่ิมพนู ความรู้ในเรื่องท่ีตนจะสอน ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง ความเข้าใจกระแสนิยมในโลกการศึกษา ตลอดจนนโยบายและหลักสูตร ทั้งน้ีครู ยังต้องก้าวทันตามพัฒนาการท้ังในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เช่นกัน 2) การช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ คือ ความสามารถในการรู้จักนักเรียนของครูโดยใช้กลวิธีการสอน และ การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิผลท่ีสุด และประเมินผลพร้อมให้ข้อเสนอแนะด้านการเรียนรู้ ของนักเรียนได้ 3) การให้ชุมชนมีส่วนร่วม คือ ความสามารถในการทางานร่วมกับพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนักเรียน ชว่ ยให้ชุมชนมสี ่วนร่วมในการเรียนรู้ของนักเรียน และส่งเสริมให้เกิดการเคารพซึ่งกันและกนั และยอมรับ ในความแตกต่าง และ 4) การพัฒนาตนเองเป็นครูท่ีดีขึ้นในทุก ๆ วัน คือ ความสามารถที่จะรู้จักตัวเอง และผูอ้ ่ืน เปน็ มนษุ ยท์ ี่ดี ี และเปน็ ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นการสอน สว่ นสมรรถนะยอ่ ยท้ัง 7 สมรรถนะ ผวู้ ิจยั จะอภปิ รายในแต่ละสมรรถนะ ดังนี้ 1.1 ด้านหลักสูตรและเนื้อหาวิชา มี 8 สมรรถนะย่อย ประกอบด้วย ครูรู้เนื้อหาท่ีสอน รู้ เน้ือหาและวิธีการสอน มีความรู้ในเน้ือหาวิชาที่สอน เข้าใจกระแสนิยมทางการศึกษา นโยบายและ หลักสูตร มีความรู้ด้านหลักสูตรและมาตรฐาน สมรรถนะด้านความรู้และหลักสูตร พัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา และการบริหารหลักสูตร ที่เป็นเช่นน้ีเพราะหลักสูตรเปรียบเสมือนตัวแม่บทหรือหัวใจของ การศึกษาท่ีถือเป็นแก่นสาคัญในการวางแนวทางการจัดการศึกษา เป็นตัวกาหนดทิศทางของการศึกษา ในการทีจ่ ะให้ความรู้ การเสรมิ สร้างเจตคติ ตลอดท้งั การฝกึ ฝนในดา้ นตา่ ง ๆ เพ่อื ให้ผเู้ รียนเกิดการพัฒนา รอบด้าน สอดคล้องกับคณะกรรมการคุรุสภา (2562) The Teachers’ Council of Thailand (2018), สานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) (2557) The Australian Institute for Teaching and School Leadership (AITSL) (2018) ดิง (Ding, 2016) และ เนสซิพบายวา (Nessipbayeva, 2012) ที่เสนอแนวคิดว่าด้านหลักสูตรและเน้ือหาวิชา ครูควรมีความสามารถในด้าน การบรหิ ารและพัฒนาหลักสูตร มคี วามรู้เก่ียวกับทิศทาง นโยบายการศึกษาของรัฐ/ชาติ รวมถงึ มีความรู้ ในเนอื้ หาวิชาท่ีบรรจุในหลักสูตรและเน้ือหาวิชาท่สี อน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255