Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ป.3 สสวท

ป.3 สสวท

Published by patteenee21, 2020-05-11 01:25:14

Description: ป.3 สสวท

Search

Read the Text Version

293 คมู่ อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชีวติ หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวิต ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คมู่ อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ติ 294 ลาดบั แนวคิดสาคญั หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชีวติ ดวงอาทติ ยเ์ ป็นแหลง่ พลังงานความร้อนและแสงสว่างของโลก โลกหมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขวั้ โลกเหนือ การหมนุ รอบตวั เองของโลกขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทาใหเ้ กดิ ปรากฏการณก์ ารขนึ้ และตก ของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว กลางวนั กลางคนื และการกาหนดทิศ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

295 คมู่ อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชวี ิต บทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฏการณ์ของโลก แนวคิดสาคญั โลกและดวงอาทิตย์มีลักษณะคล้ายทรงกลม ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานแสงและพลังงานความร้อน การหมุนรอบตัวเองของโลกขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทา ให้เกิดกลางวัน กลางคืน การข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ ดวง จันทร์ และดาว และการกาหนดทิศ บทนมี้ อี ะไร ดวงอาทติ ย์ ถ่ายทอดพลังงาน โคจร เร่ืองที่ 1 การหมนุ รอบตวั เองของโลกทาให้เกดิ อา่ นเปน็ ปรากฏการณ์อะไรบา้ ง กิจกรรมท่ี 1 สอื่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี น หนา้ 99-109 2. แบบฝึกหัด หนา้ 133-145 แหล่งเรียนรู้ 1. วีดิทัศน์แสดงการหมุนรอบตัวเองของโลก ภาพจาก Suomi NPP Satellite Imagery 2012 NASA (https://www.youtube.com/watch?v=eYeJDrM7nBY) 2. สือ่ การสอนโดย สสวท. สาขาวิทยาศาสตรป์ ระถมศกึ ษา (http://primaryscience.ipst.ac.th/?cat=142) ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คู่มอื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ 296 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แนวคดิ ท่ีคลาดเคลอ่ื น ทักษะ กิจกรรมท่ี 1 ค รู ฟั ง ก า ร อ ภิ ป ร า ย ข อ ง นั ก เ รี ย น อ ย่ า ง ต่ อเน่ื อง 1. การสังเกต  พร้อมบันทึกแนวคิดของนักเรียนไว้ เพ่ือที่จะจัดการ 2. การวัด 3. การใช้ตวั เลข  เรียนรู้ให้สามารถแก้ไขแนวคิดที่คลาดเคลื่อนและต่อ 4. การจาแนกประเภท  5. การหาความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง  ยอดแนวคิดท่ถี กู ตอ้ ง - สเปซกบั สเปซ - สเปซกบั เวลา  แนวคดิ ที่ แนวคิดท่ี 6. การจดั กระทาและสื่อความหมาย  ข7.้อกมาลู รพยากรณ์ / การคาดคะเน คลาดเคลอื่ น ถูกตอ้ ง 8. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู 9. การต้งั สมมติฐาน ดวงอาทิตยเ์ คลื่อนทขี่ นึ้ ด ว ง อ า ทิ ต ย์ ไ ม่ ไ ด้ 10. การกาหนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร 11. การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร จากขอบฟ้าทางด้าน เคล่ือนที่ แต่ดูเหมือน 12. การทดลอง 13. การตีความหมายข้อมูล ตะวนั ออกและเคลื่อนที่ ดวงอาทิตย์เคล่ือนที่ขึ้น แ1ล4ะ. กกาารรลสงรขา้ ้องสแรบุปบจาลอง ไปในท้องฟ้าและตก และตกจากทอ้ งฟ้า ใน ทางขอบฟ้าทางด้าน ด้านเดิมเสมอ เพราะ ตะวันตก การหมุนรอบตัวเองของ โลก ในทิศทางทวนเข็ม นาฬิกาเมื่อมองจากขั้ว โลกเหนอื ทศิ อยนู่ อกโลก และอยู่ ทิศอยู่บนโลกและ กับที่ เปล่ยี นไปตามการหมนุ ของโลก เอกสารอา้ งอิง Hapkiewicz, A. (1992). Finding a List of Science Misconceptions. MSTA Newsletter, 38, 11-14. สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

297 คมู่ อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชวี ิต บทนเี้ ร่มิ ต้นอยา่ งไร (1 ชวั่ โมง) ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเก่ียวกับดวงอาทิตย์และ ครอู าจนาเขา้ สบู่ ทเรียนโดยใช้นทิ าน ดังนี้ ปรากฏการณ์ของโลก โดยการเล่านิทานเรื่อง “ปัญหาของ นทิ านเรอ่ื ง ปัญหาของพอเพยี ง พอเพียง” ซ่งึ มีเนือ้ เรือ่ งอย่ทู ี่กรอบขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม (ดา้ นขวา) พอเพียงปั่นจักรยานไปกลับบ้านและ โรงเรียนทุกวัน แต่ละวันพอเพียงต้องใส่ จากน้ันครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยการชวนนักเรียนอภิปราย โดยใช้ หมวกแก๊ปเสมอ เพราะดวงอาทิตย์ส่องหน้า คาถามดังตอ่ ไปน้ี พอเพียงท้ังขาไปและขากลับ พอไปถึง 1.1 บ้านของพอเพียงอยทู่ างทิศใดของโรงเรยี น เพราะเหตุใด โรงเรียน พอเพียงจะเหงื่อออก จนต้องใช้ หมวกแก๊ปพัดเพ่ือคลายร้อน พอเพียง (ทศิ ตะวนั ตก เพราะดวงอาทิตย์ส่องหนา้ พอเพียงท้ังเวลาไป ราคาญมาก จงึ ไปบอกครูกับเพือ่ น ๆ วา่ เรา และกลบั จากโรงเรียน) น่าจะเปล่ียนเวลาเรียนเป็นตอนกลางคืน 1.2 กลางวนั กลางคนื แตกตา่ งกนั อย่างไร อะไรทาให้เปน็ เช่นน้ัน เพ่อื นหลายคนเหน็ ด้วย แตบ่ างคนแยง้ วา่ ถา้ (นักเรียนตอบไดต้ ามความคิดของตนเอง) ตอ้ งมาโรงเรยี นตอนกลางคนื อาจมองไมเ่ หน็ 1.3 กลางวนั กลางคืนเกดิ ขึ้นได้อย่างไร (นกั เรียนตอบได้ตาม ทางทาให้เราหลงทางได้ ตะวันเป็นอีกคนท่ี ความคิดของตนเอง) ไม่เห็นด้วย โดยแย้งว่า หากมาโรงเรียนใน 1.4 นกั เรียนอยากมาโรงเรยี นเวลาใด เพราะเหตใุ ด (นักเรยี น เวลากลางคืนเราอาจป่วยได้ เพราะ อากาศ ตอบได้ตามความคดิ ของตนเอง) ในเวลากลางคืนเย็นกว่ากลางวัน แต่หลาย 2. นักเรียนเปิดหนังสือเรียนหน้า 99 อ่านชื่อหน่วย ชื่อบท และ คนก็บอกว่าเรียนตอนกลางคืนก็ดีเหมือนกัน อากาศจะได้ไม่ร้อน เพื่อน ๆ ในห้องต่างพา แนวคิดสาคัญ จากนั้นครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยการชวนนักเรียน กันถกเถียงในเร่ืองนี้ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ พอเพียงจึงต้องมาโรงเรียนในเวลากลางวัน อภปิ รายเกี่ยวกบั เรอ่ื งที่จะได้เรยี น โดยใชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้ ต่อไป 2.1 ในบทเรียนน้ีจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร (พลังงานจาก ดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของ ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว และการกาหนดทศิ ) 2.2 นักเรียนคิดว่าดวงอาทิตย์มีประโยชน์หรือไม่ อะไรบ้าง (นักเรียนตอบไดต้ ามความเข้าใจของตนเอง จากการอภิปราย นักเรียนควรได้ข้อสรุปจากการอ่านว่า ดวง อาทิตยเ์ ป็นแหลง่ พลงั งานแสงและพลงั งานความร้อน 3. ครูให้นักเรียนอ่านเน้ือเร่ืองในหนังสือเรียนหน้า 99 ย่อหน้าที่ 1 โดยครูใช้วิธีการสอนอ่านตามความเหมาะสมกับความสามารถ ของนักเรียน จากน้ันครูอาจใช้คาถามเพ่ือตรวจสอบ การอ่านจับ ใจความ ดังนี้ 3.1 บนโลกและในอวกาศแตกต่างกันอย่างไร (บนโลกมีอากาศ แต่ในอวกาศไมม่ อี ากาศ ในอวกาศมีดาวมากมาย) ⎯ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คู่มือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชวี ิต 298 3.2 ดาวมีลักษณะอย่างไร (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของ ตนเอง แต่จากการอ่านนักเรียนบางคนอาจตอบได้ว่า ดาวมี ลักษณะคลา้ ยทรงกลม) 3.3 โลกเป็นดาวดวงหนึ่งใช่หรือไม่ และนักเรยี นรูจ้ ักดาวอะไรบ้าง (ใช่ โลกเป็นดาวดวงหนึ่งในอวกาศ นักเรียนตอบตามความ เข้าใจเก่ียวกับดาวที่ตนเองรู้จัก เช่น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวตก และอืน่ ๆ) ครูอาจขยายความรู้เก่ียวกับลูกโลกที่มีบรรยากาศห่อหุ้ม โดยการ ใช้ โปรแกรมประยุกต์ (Google Earth) หรือให้นักเรียนดูรูปจากเว็บไซต์ และอภปิ รายโดยใชค้ าถามการอภิปราย ดงั นี้ 4.1 โลกมีลกั ษณะอยา่ งไร (โลกมีลกั ษณะคลา้ ยทรงกลม) 4.2 ส่ิงของที่นักเรียนใช้ในชีวิตประจาวันอะไรบ้าง มีลักษณะ คล้ายทรงกลมหรือมีลักษณะคลา้ ยลูกโลก 4.3 ส่งิ ทหี่ ่อหุ้มผวิ โลกไว้คืออะไร (ชัน้ บรรยากาศของโลก) 4.4 เมือ่ ออกไปในอวกาศ นกั เรียนจะพบดาวอะไรบ้าง (ดวง จันทร์ ดวงอาทิตย์ และดาวมากมาย รวมทั้งโลกซ่ึงจัดเป็น ดาวดว้ ย) 4.5 ดาวที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนมากที่สุดคือดาวอะไร (โลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์) ครูอาจให้ความรู้เพ่ิมเติมว่าแม้ว่าโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ จะมีลกั ษณะคล้ายทรงกลมเหมือนกันแตม่ ขี นาดแตกต่างกนั มาก 5. ครูให้นักเรียนอ่านเน้ือเร่ืองในหนังสือเรียนหน้า 99-100 ย่อหน้าที่ 2 และ 3 โดยครูใช้วิธีการสอนอ่านตามความเหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน ครเู ขียนคาว่า บรวิ ารและโคจร บน กระดาน พรอ้ มทั้งเขียนคาอา่ น บรวิ าร อา่ นว่า บอ ริ วาน โคจร อา่ นวา่ โค จอน จากน้นั ครอู าจใช้คาถามเพอ่ื ตรวจสอบการอ่านจบั ใจความดังนี้ 5.1 เหตุใดจึงจัดดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก และโลกเป็น บริวารของดวงอาทิตย์ (เพราะดวงจันทร์โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์) สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

299 ค่มู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ย์กับชีวติ 5.2 โคจรหมายความว่าอย่างไร (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจ ครูรับฟังเหตุผลของนักเรียนเป็น ของตนเอง และอาจให้นักเรียนสืบค้นจากพจนานุกรม แล้ว สาคัญ และยังไม่เฉลยคาตอบใด ๆ ครูอาจใหน้ ักเรียนออกมาสาธติ ใหด้ )ู ให้กับนักเรียน แต่ชักชวนนักเรียน ไป หาคาตอบท่ีถูกต้องในกิจกรรมต่าง ๆ 5.3 จากประโยคท่ีว่า “โลกเป็นดาวท่ีโคจรรอบดวงอาทิตย์” ในบทเรยี นนี้ นักเรียนจะสร้างแบบจาลองน้ีได้อย่างไร (นักเรียนสามารถ สร้างแบบจาลองโดยการสาธิตการเคล่ือนท่ีของโลกรอบดวง อาทิตย์ โดยอาจมีนักเรียน 2 คน มาสาธิตการโคจรของโลก รอบดวงอาทิตย์ โดยครูอธิบายเพิ่มเติมว่า โคจร หมายถึง การเคล่ือนทรี่ อบส่ิงใดสง่ิ หนึ่งเป็นวงรอบตามแนว) 5.4 นอกจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์แล้ว โลกมีการเคล่ือนที่ อย่างไรอีกบ้าง (โลกหมุนรอบตัวเอง ครูให้นักเรียนออกมา สาธติ การหมนุ รอบตวั เองของโลก) ครยู งั ไมเ่ ฉลยคาตอบ แต่อาจกระตนุ้ ให้นักเรยี นสงสยั และชักชวน นักเรียนหาคาตอบในช่วั โมงเรียนถดั ไป 5.5 นักเรียนคิดว่าการเคลื่อนที่ของโลกทาให้เกิดปรากฏการณ์ อะไรบ้าง (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของตนเอง) 6. ให้นักเรียนทากิจกรรมสารวจความรู้ก่อนเรียนในแบบฝึกหัด หน้า 133 โดยอ่านทาเป็นคิดเป็น จากน้ันครูตรวจสอบความ เข้าใจโดยใช้คาถามดงั น้ี 6.1 ในการทากิจกรรม นักเรียนต้องทาอะไรบ้าง ตามลาดับ (อภิปรายกับเพ่ือนเกี่ยวกับการหมุนรอบตัวเองของโลกพร้อม เขียนลูกศรแสดงทิศทาง แล้ววงกลมล้อมรอบปรากฏการณ์ที่ เกิดจากการหมนุ รอบตัวเองของโลก) 6.2 เม่ืออภิปรายกับเพื่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักเรียนต้องทาอะไร ต่อไป (ทากิจกรรมในแบบฝึกหดั หนา้ 133-134) 7. ขณะนักเรียนทากิจกรรมครูควรเดินสารวจและฟังการอภิปราย ของนักเรียน เพื่อตรวจสอบว่านักเรียนมีแนวคิดเก่ียวกับการทา กิจกรรมนี้อย่างไรบ้าง ครูบันทึกแนวคิดท่ีน่าสนใจหรือท่ี คลาดเคล่ือนของนักเรียน จากนั้นนามาออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพือ่ แกไ้ ขหรืออภปิ รายภายหลังจากนักเรยี นทากจิ กรรมแลว้ ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชวี ติ 300 แนวคาตอบในแบบฝกึ หดั คาตอบของนกั เรียนในการสารวจความรกู้ อ่ นเรยี นครัง้ แรก ขึน้ อยกู่ ับความรู้เดิมของนกั เรียน ซ่งึ อาจเหมือนหรือแตกตา่ งจากแนวคาตอบนีไ้ ด้ และเม่ือกลับมาสารวจความรู้กอ่ นเรยี นอีกครั้ง ควรไดค้ าตอบท่ถี ูกต้อง เองของโลก สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

301 คูม่ อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ยก์ ับชวี ติ นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจ) ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ ับชีวิต 302 โลกหมุนรอบตวั เองในทศิ ทางทวนเขม็ นาฬิกาเมอ่ื มองจากข้วั โลกเหนอื หรือจากทิศตะวันตกไปทศิ ตะวนั ออก ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ และดาว กลางวัน กลางคนื การขึ้นและตกของ ปรากฏลบั การกาหนดทิศ ปรากฏขึ้น ทศิ ตะวันออก ทศิ ตะวนั ตก เวลากลางวัน เวลากลางคืน สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

303 คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชีวิต เร่อื งที่ 1 ดวงอาทติ ย์และโลก ในเรอ่ื งน้ีนกั เรียนจะไดเ้ รยี นรูเ้ ก่ยี วกบั การเกิดกลางวัน กลางคืน การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และดาว และการกาหนดทศิ ซึ่งล้วนเปน็ ปรากฏการณท์ ีเ่ กดิ จากการหมุนรอบตวั เองของโลกขณะโคจรรอบดวงอาทติ ย์ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สังเกตและอธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการหมุนรอบ ตวั เองของโลก ขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ เวลา 5 ชวั่ โมง วัสดุ อปุ กรณ์สาหรับทากจิ กรรม ลูกโลก ไฟฉาย ดินน้ามัน ไม้จ้ิมฟัน กรรไกร กระดาษ ปากกาเคมี สอ่ื การเรยี นรู้ หนา้ 100 - 107 หนา้ 136 - 142 1. หนงั สือเรียน 2. แบบฝึกหดั แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานกุ รมฉบบั นกั เรียน แนวการจัดการเรยี นรู้ (เวลา 1 ชัว่ โมง) ข้นั ตรวจสอบความรู้ (5 นาที) 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเก่ียวกับการหมุนรอบตัวเอง ของโลกขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยนาข้อมูลท่ีนักเรียนทาใน กิจกรรมสารวจความรู้ก่อนเรียนมานาเสนอ เพื่อสรุปแนวคิดของ นักเรียนเกี่ยวกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของโลก และ ปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลกขณะโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ และชักชวนให้นักเรียนตรวจสอบความถูกต้อง จาก การอา่ นนาเรอ่ื งในช่วั โมงเรยี นนี้ ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คมู่ อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ ับชีวติ 304 ขน้ั ฝกึ ทักษะจากการอ่าน (45 นาท)ี การวดั ผลจากการอ่าน 2. นักเรยี นเปดิ หนังสือเรียนหน้า 100 อา่ นชอ่ื เรอื่ ง และตรวจสอบความ สิ่งที่สังเกตได้ ครูอาจสังเกตเห็นว่า นักเรียนไมร่ ูจ้ ักข้ัวโลก เขา้ ใจของนกั เรียนเกี่ยวกับสงิ่ ท่จี ะเรียน โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้ แนวทางการชว่ ยเหลือ นาลูกโลกมาให้นักเรียนดู จากนั้นครูช้ี 2.1 นักเรียนรู้อะไรบ้างเก่ียวกับดวงอาทิตย์และโลก (นักเรียน บริเวณที่เป็น ข้ัวโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ แกนโลก และเส้นศูนย์สูตร พร้อมทั้ง สามารถตอบไดต้ ามความคดิ ของตนเอง) อธิบายว่าข้ัวโลก แกนโลก และเส้นศูนย์สูตร เปน็ เพียงตาแหน่งและเส้นสมมตเิ ทา่ น้นั จากนั้นนักเรียนอ่านคาถามชวนคิด และให้นักเรียนตอบคาถาม ขัว้ โลกเหนอื ตามความเข้าใจของตนเอง ครูบันทึกคาตอบของนักเรียนบน เสน้ ศนู ยส์ ูตร กระดานเพื่อใช้เปรียบเทียบกับคาตอบหลังการอ่าน นักเรียนอ่าน ข้วั โลกใต้ คาศัพท์ใน อ่านเป็น หากนักเรียนยังอ่านไม่ได้ให้ครูสอนวิธีสะกด คา โดยอาจเขียนคาศัพท์บนกระดานและอธิบายความหมายของ คาศัพท์ทนี่ ักเรียนยังไมร่ ู้หรอื ใหน้ กั เรียนสืบคน้ จากพจนานุกรม 3. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อเร่ืองทีละย่อหน้า โดยครูอาจใช้วิธีฝึกการ อ่านตามความเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครู นาอภิปรายเพ่ือตรวจสอบความรู้ที่ได้จากการอ่านเนื้อเร่ือง โดยถามคาถาม ดังน้ี คาถามสาหรับย่อหน้าท่ี 1 3.1 โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์แตกต่างกันอย่างไร (โลกและ ดวงจันทร์ไมม่ ีแสงในตนเอง สว่ นดวงอาทติ ยม์ ีแสงในตนเอง) 3.2 เหตุใดจึงเรยี กดวงอาทิตยว์ ่าเป็นแหล่งพลงั งานของโลก (เพราะ ดวงอาทติ ย์เปน็ ดาวทีร่ อ้ นมากและมีแสงสว่างในตนเอง จึงเปน็ แหล่งพลังงานแสงและพลงั งานความร้อนของโลก) คาถามสาหรบั ย่อหนา้ ท่ี 2 - 3 3.3 ประโยชนท์ างตรงของดวงอาทติ ยท์ มี่ ีต่อโลกคอื อะไร (ทาให้ โลกสว่างและอบอุ่น มอี ณุ หภมู ทิ ีเ่ หมาะแกก่ ารดารงชีวิต) 3.4 ดวงอาทิตย์มีส่วนทาให้เกิดการหมุนเวียนและถ่ายทอด พลังงานระหว่างส่ิงมีชีวิตอย่างไร (ครูควรเขียนแผนภาพ แลว้ ให้นักเรียนร่วมกันอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิต เหล่าน้ีตามความเข้าใจจากการอ่าน แต่หากนักเรียนตอบ ไม่ได้ ครูอธิบายว่า ดวงอาทิตย์ช่วยให้พืชสร้างอาหารและ ดารงชีวิตอยู่ได้ คนและสัตว์กินพืชเป็นอาหาร ก็จะเกิด พลังงานและมีชีวิตอยู่ได้ แสงจากดวงอาทิตย์จึงทาให้เกิด สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

305 คูม่ ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ ับชีวติ การถ่ายทอดพลังงานระหว่างส่ิงมีชีวิต เม่ือพืชและสัตว์ตาย รูป แสดงแกนโลกเอียงคงท่ีเมื่อโคจรไป ไปกจ็ ะทับถมและย่อยสลายเป็นธาตุอาหารให้กับพืชนาไปใช้ แต่ละตาแหน่ง ประโยชน์ต่อไป ซากพืชซากสัตว์บางส่วนที่ทับถมกันเป็น เวลานานนับล้านปีก็จะกลายเป็นถ่านหินหรือน้ามันดิบ ดังน้ัน แสงจากดวงอาทิตย์จึงเป็นแหล่งพลังงานท่ีทาให้ สิง่ มีชีวิตมอี าหารและมีชวี ติ อยู่ได้) ยอ่ หนา้ ที่ 2 - 3 3.5 โลกมีการเคล่ือนท่ีอย่างไรบ้าง (โลกหมุนรอบตัวเองพร้อม ทัง้ โคจรรอบดวงอาทติ ย)์ 3.6 โลกหมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปในทิศทาง ใด (โลกหมุนรอบตวั เองและโคจรรอบดวงอาทิตยใ์ นทิศทาง ทวนเขม็ นาฬกิ า เม่อื มองจากข้ัวโลกเหนือ) ครูให้นักเรียนสาธิตการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ขณะท่ีโลก หมุนรอบตวั เอง เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจจากการอ่าน จากนัน้ ครู สาธิตอีกคร้ังหน่ึง เพื่อเป็นการสรุปความรู้ที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน โดยสมมติให้ นักเรียนคนหน่ึงเป็นดวงอาทิตย์ และครูจับลูกโลกโคจร รอบดวงอาทิตย์พร้อมกับหมุนลูกโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เมื่อมองจากขั้วโลกเหนือ ครูเน้นให้นักเรียนสังเกตแกนของโลก ขณะหมุนรอบตัวเองจะยังคงเอียงคงทีเ่ สมอ ไม่ว่าจะอยใู่ นตาแหน่งใด ดังรูป (ครูสามารถดูการเคลื่อนท่ีของโลก จากรูป แสดงแกนโลกเอียง คงทเ่ี มอ่ื โคจรไปแต่ละตาแหน่ง ขน้ั สรุปจากการอา่ น (10 นาท)ี 6. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปจากการอ่านว่า ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ต่างก็เป็นดาว มีลักษณะคล้ายทรงกลม ดวงอาทิตย์เป็นดาวที่ร้อนมากและมีแสงในตนเอง จึงเป็นแหล่ง พลังงานที่สาคัญของโลก โลกเป็นดาวที่โคจรรอบดวงอาทิตย์และ หมนุ รอบตวั เองในทิศทางทวนเขม็ นาฬิกาเม่อื มองจากข้วั โลกเหนอื 7. ครูให้นักเรียนตอบคาถาม รู้หรือยัง ในแบบฝึกหัด หน้า 136 จากนั้นครูชวนนักเรียนเปรียบเทียบคาตอบในชวนคิดที่ครูบันทึก ไว้เพ่ือตรวจสอบความร้กู ่อนอา่ นและหลงั อ่านของนักเรยี น 8. ครูใหน้ กั เรยี นอ่านคาถามสาคัญเพ่ือชักชวนให้นักเรยี นทากจิ กรรม ตอ่ ไป ⎯ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คู่มอื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ิต 306 แนวคาตอบในแบบฝกึ หดั ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ และโลก เป็นดาวทีม่ รี ูปร่างคล้ายทรงกลมเหมอื นกนั แต่แตกต่างกันท่ีดวงอาทิตย์มีแสงในตนเอง แต่โลกและดวงจันทร์ไม่มี แสงในตนเอง ดวงอาทิตย์ให้พลังงานแสงและความร้อนต่อโลก แสงจากดวงอาทติ ย์เป็นแหล่งพลงั งานท่ีช่วยในการสร้างอาหารของพชื เมือ่ คนและสัตว์กินพืชเปน็ อาหารก็จะเกดิ พลังงานและมีชวี ติ อยไู่ ด้ และยอ่ ยสลายเปน็ แร่ธาตุให้กบั พืชเพื่อใชส้ รา้ งอาหารตอ่ ไป หมุนรอบตัวเองในทิศทางทวนเขม็ นาฬกิ าเม่ือมองจากข้ัวโลกเหนือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

307 คมู่ ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ ับชวี ิต กจิ กรรมท่ี 1 การหมนุ รอบตวั เองของโลกทาใหเ้ กดิ ปรากฏการณอ์ ะไรบา้ ง กจิ กรรมนนี้ กั เรยี นจะได้สังเกต และอธิบายว่าการที่โลกหมุนรอบตัวเองทาใหเ้ กิดกลางวัน กลางคืน การข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และดาว และการกาหนดทศิ เวลา 4 ชวั่ โมง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สร้างแบบจาลองและอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดจาก การหมนุ รอบตัวเองของโลก วัสดุ-อปุ กรณ์สาหรับทากจิ กรรม สิ่งทค่ี รตู ้องเตรยี ม/กล่มุ 1 ลกู 1 กระบอก 1. ลูกโลก ขนาดกลาง 1 ก้อน 2. ไฟฉาย 5 อนั 3. ดนิ นา้ มนั 3 สี สลี ะ 1 เล่ม 4. ไมเ้ สียบ หรอื ไม้จิ้มฟนั 1 แผน่ 5. กรรไกร 1 ดา้ ม 6. กระดาษสี ขนาด 8 x 8 cm 7. ปากกาเคมี ส่ิงที่นกั เรียนต้องเตรยี ม - ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสงั เกต การหาความสัมพันธ์ระหวา่ งสเปซกับเวลา การจดั กระทาและสอื่ ความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมลู การตีความหมายข้อมลู และการลงข้อสรุป การสรา้ งแบบจาลอง ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คู่มือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ติ 308 แนวการจัดการเรียนรู้ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเก่ียวกับการหมุนรอบตัวเองของโลกและ นิทาน หนง่ึ วันของดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก โดยการเล่า ในเช้าท่ีอากาศแจ่มใส ดวงอาทิตย์โผล่พ้น นิทาน “หนึ่งวันของดวงอาทิตย์” ซ่ึงมีเน้ือเร่ืองอยู่ในกรอบ จากขอบฟ้าทางด้านหนึ่งมาทักทายกับก้อน ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม (ด้านขวา) จากน้ันครูให้นักเรียนอภิปราย เมฆ ซ่ึงพดู คุยถามสารทุกขส์ ุกดบิ ซ่ึงกันและกัน โดยใชค้ าถาม ดังนี้ ดวงอาทิตย์บอกก้อนเมฆว่าวันนี้เขามีนัดกับ 1.1 เนื้อเร่ืองในนิทาน นักเรียนคิดว่าส่ิงใดเป็นจริงตาม น้องพอเพียงที่ต้องการให้ก้อนเมฆช่วยบังแสง วทิ ยาศาสตร์บ้าง (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง) ให้เขาตอนท่ีห้องน้องพอเพียงต้องทากิจกรรม หากนักเรียนตอบในเรื่องท่ีไม่เก่ียวข้องกับกิจกรรม ครูลองชี้นา ดาราศาสตร์ที่ต้องใช้ห้องมืดด้วย จากนั้น ดวง อาทิตย์ก็เคล่ือนตัวไปตามเส้นทางเดิมอย่างทกุ โดยอาจถามคาถามดงั นี้ วันและพูดคุยกับพอเพียงเล็กน้อยก่อนจะ 1.2 ดวงอาทติ ยแ์ ละดวงจนั ทร์หลบั และตนื่ นอนจริงหรือไม่ เคลื่อนตัวไปอยู่ด้านหลังก้อนเมฆ เม่ือน้อง (นักเรยี นตอบไดต้ ามความเข้าใจของตนเอง) พอเพยี งทากิจกรรมเสรจ็ ดวงอาทิตย์กโ็ ผล่จาก 1.3 ดวงอาทิตย์มักข้ึนและตกที่ขอบฟ้าในทิศทางใด (นักเรียน ก้อนเมฆออกมาบอกลาน้องพอเพียงแล้ว ตอบได้ตามความเข้าใจของตนเอง แต่ควรตอบได้ว่า ดวง เคล่ือนตัวเรื่อย ๆ ไปบนท้องฟ้า จนถึงช่วงใกล้ อาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าด้านหนึ่งและตกลับทางขอบฟ้าอีก ลับขอบฟ้า ดวงอาทิตย์มองไปยังห้องนอน ดา้ นหน่ึง) กลางกลุ่มเมฆของดวงจันทร์แล้วตะโกนปลุก 1.4 เราจะพบดวงอาทิตย์เฉพาะเวลากลางวันและพบดวงจันทร์ ดวงจนั ทร์ ดวงจันทร์ไดย้ ินเสยี งปลกุ จงึ สะดุ้ง เฉพาะเวลากลางคืนใช่หรือไม่ (นักเรียนตอบได้ตามความ ตื่นแล้วรีบลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดแต่งตัวอย่างเร่ง เขา้ ใจของตนเอง แต่คาตอบทถี่ กู ต้องคอื นกั เรยี นอาจพบดวง รีบ เพ่ือเตรียมขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามค่าคืน ดวง จันทร์ในเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ได้ แต่สามารถพบดวง อาทิตย์เห็นดวงจันทร์เตรียมตัวใกล้เสร็จแล้ว อาทิตย์ไดเ้ ฉพาะเวลากลางวนั เทา่ น้นั ) จึงค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปและเข้าสู่ห้องนอน ครชู ักชวนใหน้ กั เรยี นไปหาคาตอบจากการทากจิ กรรม กลางทุ่งทานตะวันพร้อมเอ่ยกับเด็ก ๆ ทง้ั หลายว่า “แล้วพบกนั ใหม่ในเชา้ วนั พรุ่งน้ีนะ 2. ใหน้ ักเรียนเปดิ หนงั สือเรียนหนา้ 102 อ่านช่ือกิจกรรม และหวั ข้อ จ๊ะ เดก็ ๆ” ทาเป็นคิดเป็น ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเก่ียวกับ เรื่องท่จี ะเรยี นในกิจกรรมน้ี โดยใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้ 2.1 กิ จ ก ร ร ม น้ี นั ก เ รี ย นจ ะ ไ ด้ เรี ย นเ กี่ ยว กั บเ รื่ อ ง อ ะไร (ปรากฏการณท์ ีเ่ กิดจากการหมนุ รอบตัวเองของโลก) สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

309 คู่มอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กับชวี ติ 2.2 นักเรียนจะได้เรียนเรื่องน้ีด้วยวิธีใด (จะได้เรียนรู้ผ่านการ สรา้ งแบบจาลอง) 2.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทาอะไรได้ (อธิบายเก่ียวกับ ปรากฏการณท์ เ่ี กิดจากการหมุนรอบตวั เองของโลก) 2.4 กิจกรรมน้ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับนิทานที่เล่าไปหรือไม่ อย่างไร (นักเรยี นตอบได้ตามความเขา้ ใจของตนเอง) 3. จากน้ันครูชวนนักเรียนทากิจกรรม โดยให้นักเรียนอ่าน ทาอย่างไร ตอนที่ 1 ในหนังสือเรียนหน้า 102 โดยครูใช้วิธีการอ่านตามความ เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน แล้วครูตรวจสอบความเข้าใจ ขน้ั ตอนการทากิจกรรม โดยอาจใช้คาถามดังน้ี 3.1 ในกิจกรรมน้ี เรากาลังจะได้เรียนรู้เก่ียวกับปรากฏการณ์ อะไร (การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาว และการเกดิ กลางวนั กลางคืน) 3.2 นกั เรียนจะเร่ิมทากจิ กรรมน้ีอยา่ งไร (นาอปุ กรณ์ตามรายการ อุปกรณ์มาสร้างแบบจาลองการข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาว และการเกิดกลางวัน กลางคืน ตาม ความคิดของตนเอง พร้อมท้ังอภิปรายและบอกสาเหตุการ เกดิ ปรากฏการณ์น้ัน ๆ บนั ทกึ ในแบบฝึกหดั หนา้ 137) 3.3 แล้วนักเรียนต้องทาอะไรอีกบ้าง (อ่านใบความรู้ แล้ว เปรียบเทียบแบบจาลองของตนเองกับสิ่งท่ีอ่านได้ จากนั้น สรา้ งแบบจาลองอกี ครัง้ ) ครูให้นักเรียนอภิปรายและวางแผนการสร้างแบบจาลอง จากน้ัน ลงมือสร้างแบบจาลองการข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และ ดาว และการเกดิ กลางวัน กลางคนื ตามความเข้าใจของตนเอง จากนั้นครูสารวจว่า แบบจาลองของแต่ละกลุ่มเป็นอยา่ งไร แล้วเลือก แบบจาลองทม่ี ีแนวคิดทแี่ ตกต่างกันมา 2 – 3 กลมุ่ เพ่อื นาเสนอ (6) 4. นักเรียน ร่วมกันอภิปรายและช่วยกันลงความเห็น (8) ว่าแบบจาลอง ของกลุ่มใดน่าจะมีความเป็นไปได้มากท่ีสุด ครูยังไม่ต้องเฉลยว่า แบบจาลองของใครถูกต้อง แต่ชักชวนให้นักเรียนอ่าน ใบความรู้ ⎯ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กับชีวติ 310 เรื่อง การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว และการ ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม เกดิ กลางวัน กลางคืน ในหนังสอื เรยี น หน้า 105 5. นักเรียนอา่ นใบความรู้ เร่ือง การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ถ้านักเรียนไม่สามารถสรุปได้ ครูควร และดาว และการเกิดกลางวัน กลางคนื ในหนังสือเรียน หน้า 105 นาอภิปรายร่วมกันทั้งห้องอีกคร้ัง โดยครู 6. เม่ือนักเรียนอ่านใบความรู้แล้ว ให้แต่ละกลุ่มพิจารณาว่า เน้นย้าให้นักเรียนจินตนาการว่าตนเอง แบบจาลองท่ีสร้างข้ึนก่อนอ่านใบความรู้เหมือนหรือแตกต่างจาก กาลังอยู่บนลูกโลก และคนบนโลกจะ ข้อมูลทีอ่ ่านไดห้ รือไม่ อยา่ งไร โดยครอู าจใชค้ าถาม ดงั นี้ มองเห็นไฟฉาย และดินน้ามันมีการ 6.1 แบบจาลองของนักเรียนเหมือนกับความรู้ที่อ่านจาก เคลื่อนท่ีอย่างไร ถ้าคนบนโลกเคล่อื นที่ไป พร้อมกับโลก ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ใบความรู้หรือไม่ (13), (14) (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ จากนาลูกโลก ดินน้ามันและไฟฉายมา ของตนเอง แต่นักเรียนควรอธิบายได้ว่าเหมือนหรือ สาธิตแบบจาลองการข้ึนและตกของดวง แตกตา่ งอย่างไร) อาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว โดยให้ 7. ครูให้นักเรียนปรับแก้แบบจาลองหลังอ่านใบความรู้ จากน้ัน ครู นักเรียนสังเกตการข้ึนและตกของดวง สุ่มเลือกแบบจาลอง 2 - 3 กลุ่ม ออกมานาเสนอแบบจาลอง อาทิตย์หรือดาวดวงใดดวงหน่ึงก่อน เม่ือ หลังจากปรับแก้ ทาการหมุนลูกโลกจาลองในรอบแรก ๆ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปรากฏการณ์การข้ึนและ เม่ือนักเรียนสามารถบอกตาแหน่งการ ตกของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และดาว โดยอาจใช้คาถาม ดังนี้ เคล่ือนทป่ี รากฏของดาวดวงนัน้ ได้ จึงค่อย 8.1 ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ เพ่ิมดาวอ่ืน ๆ ลงในแบบจาลอง เพื่อลง ดาวเกิดจากอะไร (เกิดจากการท่ีโลกหมุนรอบตัวเองใน ข้อสรปุ รว่ มกนั ทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือ ทาให้คน บนโลกมองเห็นวัตถุท้องฟ้านอกโลก เช่น ดวงอาทิตย์ ดวง ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ จันทร์และดาวปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าด้านหนึ่ง แล้ว เคล่ือนทไ่ี ปบนท้องฟา้ จนลบั ขอบฟา้ อีกดา้ นหนึ่ง) ใ น ก า ร ส ร้ า ง แ บ บ จ า ล อ ง ต้ อ ง ห มุ น 9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการ ลูกโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา พร้อม ข้ึนและตกของดวงอาทติ ย์ กับการเกดิ กลางวนั กลางคืนโดยอาจใช้ ท้ังทบทวนเกี่ยวกับการหมุนรอบตัวเอง คาถาม ดงั น้ี ของโลกอีกคร้ังหนึ่งว่า โลกหมุนรอบ 9.1 การขนึ้ และตกของดวงอาทิตย์เก่ียวข้องกับการเกิดกลางวัน ตัวเองในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมอง กลางคืนอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง จากขั้วโลกเหนือ แต่ควรตอบได้ว่า กลางวัน กลางคืนเกิดจากการท่ีโลก หมนุ รอบตัวเอง ขณะโคจรรอบดวงอาทติ ย์ จากการทโ่ี ลกมี สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

311 คูม่ อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กับชีวติ ลักษณะคล้ายทรงกลม ทาให้ซีกโลกด้านท่ีมองเห็นดวง การเตรยี มตวั ล่วงหน้าสาหรับครู อาทิตย์ปรากฏหรือด้านท่ีได้รับแสงจากดวงอาทิตย์เป็น เพื่อจัดการเรยี นรใู้ นครงั้ ถัดไป เวลากลางวัน ส่วนด้านท่ีมองไม่เห็นดวงอาทิตย์หรือด้านท่ี ไม่ไดร้ บั แสงจากดวงอาทิตยเ์ ปน็ เวลากลางคนื ) ในคาบถัดไ ป นักเรียนจะ ไ ด้ ท า ครูนาลูกโลก ดินนา้ มันและไฟฉายมาสาธิตแบบจาลองการขึ้นและ กิจกรรม ตอนที่ 2 ครูควรเตรียมสื่อการ ตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอีกครั้งหน่ึง พร้อมท้ังอธิบาย เรยี นรู้ เพอ่ื สาธิตหนา้ ช้ันเรียน ดงั น้ี ความสัมพันธ์ระหว่างการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์และการเกิด 1. แผ่นกระดาษท่ีตดั เป็นวงกลมเสน้ กลางวนั กลางคืน 9.2 ในรูปที่ 19 หน้า 105 นักเรียนคิดว่า ดวงอาทิตย์อยู่ทางด้าน ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ 3 - 4 ซม. ใดของโลก รู้ได้อย่างไร (ดวงอาทิตย์อยู่ทางด้านซ้ายมือ 2. ไม้จ้มิ ฟัน เมอ่ื มองจากภาพ สงั เกตไดจ้ ากผิวโลกด้านนน้ั ได้รับแสง) (1) 3. ตุ๊กตาดนิ น้ามัน 9.3 การเกิดกลางวัน กลางคืนเป็นวัฏจักรหรือไม่ เพราะเหตุใด 4. ไฟฉาย (เป็น เพราะ โลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา ทาให้ด้านที่ ไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์หมุนมารับแสง จึงเปล่ียนจาก จุดเหนอื ศรี ษะ / กลางคืนเป็นกลางวัน และด้านที่เคยได้รับแสงจะเปลี่ยน จุดจอมฟา้ จากกลางวันเป็นกลางคืน หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่มี จดุ เรมิ่ ต้นและจุดส้ินสุด) (5) เสน้ ขอบฟา้ ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับปรากฏการณ์ที่ เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลกในนิทานเร่ือง “หน่ึงวันของ รปู ลักษณะของท้องฟ้า ดวงอาทิตย์” อีกครงั้ พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลวา่ เหตใุ ดจงึ เปน็ เช่นน้นั 10. ครูเช่ือมโยงส่กู ารทากจิ กรรมตอนท่ี 2 โดยถามคาถาม ดังน้ี 10.1 นักเรียนคิดว่า มีปรากฏการณ์อะไรอีกบ้าง ที่เกิดจากการ หมุนรอบตัวเองของโลก (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจ ของตนเอง) ครูอธบิ ายว่า นักเรียนจะตอบคาถามน้ีได้เม่ือทากจิ กรรมตอนต่อไป 11. ครูชวนนักเรียนทากิจกรรม โดยให้นักเรียนอ่าน ทาอย่างไร ตอน ท่ี 2 ข้อท่ี 1 ในหนังสือเรียนหน้า 103 โดยครูใช้วิธีการอ่านตาม ความเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน แล้วครูตรวจสอบ ความเขา้ ใจข้ันตอนการทากจิ กรรม โดยอาจใชค้ าถาม ดังนี้ ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คมู่ อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชวี ิต 312 11.1 ต๊กุ ตาดินน้ามนั แทนอะไร (แทนคนทอ่ี ยบู่ นโลก) รูป ตาแหนง่ การตดิ ดนิ น้ามนั 11.2 แผ่นกระดาษที่ติดท่ีฐานตุ๊กตาแทนอะไร (แผ่นกระดาษ แทนพ้ืนโลก โดยขอบแผ่นกระดาษแทนเส้นขอบฟ้าของ ทอ้ งฟ้าทเ่ี ปรยี บเสมอื นครง่ึ ทรงกลมท่คี รอบตุ๊กตาไว้) 11.3 เราต้องติดตุ๊กตาบนลูกโลกอย่างไร (นาไม้จิ้มฟันติดเป็น แขนขวาของตุ๊กตา จากน้ันนาตุ๊กตาติดตรงกลางของ แผ่นกระดาษ แล้วนาทั้งหมดไปติดบนลูกโลกที่ตาแหน่ง ประเทศไทย โดยให้ตกุ๊ ตาหนั หน้าไปทางขวั้ โลกเหนือ) ครูนาลูกโลกมาให้นักเรียนดู และช้ีให้นักเรียนรู้จักขั้วโลกเหนือ จากน้ันสาธิตการติดตุ๊กตาบนลูกโลกท่ีตาแหน่งประเทศไทย เม่ือ ตรวจสอบจนแน่ใจว่านักเรียนเข้าใจวิธีทากิจกรรมข้อน้ีแล้ว ครูให้ นักเรยี นอา่ นทาอย่างไร ข้อที่ 2 12. นักเรียนอ่าน ทาอย่างไร ข้อที่ 2 จากนั้นตรวจสอบความเข้าใจ จากการอา่ น โดยใชค้ าถามดงั นี้ 12.1 จากการอ่าน นักเรียนต้องทาอะไรบ้าง (วางไฟฉายให้ห่างจาก ลูกโลก ประมาณ 30 เซนติเมตร และหมุนลูกโลกให้ตุ๊กตาอยู่ท่ี ตาแหน่งท่ี 1 ดังรปู ) ครูสาธิตการวางลูกโลกท่ีมีดินน้ามันติดอยู่และการวางไฟฉาย ตามรูปในทาอยา่ งไร ขอ้ ที่ 2 12.2 ส่ิงที่ต้องทาคืออะไร (สังเกตแสงไฟฉายท่ีตกกระทบบน กระดาษ แลว้ ทาสัญลกั ษณบ์ นบรเิ วณที่แสงตกกระทบ) 13. นักเรียนอ่านทาอย่างไร ข้อที่ 3 จากนั้นตรวจสอบความเข้าใจ จากการอ่าน โดยใชค้ าถาม ดังน้ี 13.1 จากการอ่าน นักเรียนต้องทาอะไรบ้าง (หมุนลูกโลกทวน เข็มนาฬิกาไปให้ตุ๊กตาอยู่ที่ตาแหน่งท่ี 2, 3 และ 4 ตามลาดับ ครสู าธิตการหมุนลกู โลก ตามรปู ในทาอย่างไร ข้อที่ 3 13.2 ส่ิงที่ต้องสังเกตคืออะไร (สังเกตแสงไฟฉายที่ตกกระทบ บนกระดาษ แล้วทาสญั ลกั ษณ์บนบรเิ วณทแ่ี สงตกกระทบ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

313 คมู่ ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กับชวี ติ โดยครูอาจชวนสังเกตตาแหนง่ ท่ีแสงตกกระทบไปด้วยใน ขณะทโ่ี ลกหมนุ รอบตัวเอง) ครูให้นักเรียนอ่านทาอย่างไรข้อต่อไปและสาธิตการหมุน ทา เชน่ นีจ้ นครบทงั้ 4 ตาแหนง่ เม่ือนักเรียนเข้าใจวิธีการทากิจกรรมแล้ว ครูให้ตัวแทนกลุ่มมา รับอุปกรณ์และลงมือทากิจกรรม ครูอาจให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรมแต่ ละข้ันตอนพร้อม ๆ กัน ทีละข้ัน โดยนักเรียนต้องบันทึกผลการสังเกต กอ่ นหมนุ ลูกโลกใหต้ ุ๊กตาย้ายไปตาแหน่งต่อไป 14. ใหน้ กั เรียนอ่านทาอย่างไร ข้อ 4 แลว้ ใหน้ ักเรียนหมนุ แบบจาลอง อีกรอบ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการสังเกต โดยครอู าจใชค้ าถามดังนี้ 14.1 นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (1, 14) (ขณะที่โลกหมุนไป แสงจะตกกระทบบนแผ่นกระดาษในตาแหน่งท่ีแตกต่าง กัน) 14.2 ถ้าสมมตินักเรียนเป็นตุ๊กตา เม่ืออยู่ที่ตาแหน่ง 1 จะมองเห็นดวงอาทิตย์ทางด้านใดและขณะน้ันเป็นเวลา ใด (ด้านขวามอื เป็นเวลาเช้า) 14.3 เม่ือตุ๊กตาอยู่ตาแหน่งท่ี 2 จะมองดวงอาทิตย์อยู่ตาแหน่ง ใดและเป็นเวลาใด (กลางศรี ษะ เป็นเวลาเทีย่ ง) 14.4 เม่ือตุ๊กตาอยู่ตาแหน่งที่ 3 จะมองดวงอาทิตย์อยู่ตาแหน่ง ใดและเปน็ เวลาใด (ซ้ายมือ เปน็ เวลาเย็น) 14.5 เมื่อตุ๊กตาอยู่ตาแหน่งที่ 4 จะมองดวงอาทิตย์อยู่ตาแหน่ง ใดและเป็นเวลาใด (มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ เป็นเวลา เทีย่ งคืน) 14.6 ดา้ นท่มี องเห็นดวงอาทติ ย์ขน้ึ เป็นทิศอะไร (ทิศตะวันออก) 14.7 ดา้ นทม่ี องเหน็ ดวงอาทิตย์ตก เปน็ ทศิ อะไร (ทิศตะวันตก) 15. นักเรียนอ่านใบความรู้ เร่ือง การกาหนดทิศ ในหนังสือเรียน หน้า 106 โดยครใู หน้ กั เรียนอ่านและอภิปรายทีละยอ่ หนา้ ดังนี้ ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คมู่ อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ ับชวี ติ 314 ยอ่ หนา้ ที่ 1 15.1 ในย่อหน้าที่ 1 การหมุนรอบตัวเองของโลกทาให้เกิด ปรากฏการณ์อะไรบ้าง (ทาให้เกิดปรากฏการณ์การข้ึน และตกของดาวต่าง ๆ การเกิดกลางวัน กลางคืน และ การกาหนดทิศ) 15.2 ทิศเกิดข้ึนได้อย่างไร (เม่ือโลกหมุนรอบตัวเอง ในทิศทาง ทวนเข็มนาฬิกาเม่ือมองจากข้ัวโลกเหนือ ด้านท่ีคนบน โลกมองเห็นดวงอาทติ ย์ปรากฏพ้นจากขอบฟา้ จะ เรียกว่า ทิศตะวันออก และด้านท่ีคนบนโลกมองเห็น ดวงอาทติ ยต์ กลบั ขอบฟา้ เรียกว่า ทิศตะวนั ตก) ยอ่ หนา้ ที่ 2 15.3 รูปที่ 20 ในใบความรู้เปรียบได้กับแบบจาลองของเรา เมอ่ื ตกุ๊ ตาอยู่ท่ีตาแหนง่ ใด (ตาแหนง่ ท่ี 1) 15.4 เมื่ออยู่ท่ีตาแหน่งน้ี คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ทาง ดา้ นใดของตนเอง (ดา้ นขวามอื ) 15.5 ขอบฟ้าด้านท่ีมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นทิศอะไร (ทศิ ตะวนั ออก) ย่อหนา้ ท่ี 3 15.6 รูปที่ 21 ในใบความรู้เปรียบได้กับแบบจาลองของเรา เมือ่ ตุ๊กตาอยูท่ ่ีตาแหนง่ ใด (ตาแหน่งที่ 2) 15.7 เม่ือโลกหมุนไปจนกระท่ังดวงอาทิตย์อยู่กลางศีรษะ ด้านขวามือของคนบนโลกเป็นทิศอะไร (ทิศตะวนั ออก) ยอ่ หนา้ ท่ี 4 15.8 รูปที่ 22 ในใบความรู้เปรียบได้กับแบบจาลองของเรา เมื่อตุก๊ ตาอยู่ทตี่ าแหน่งใด (ตาแหนง่ ที่ 3) 15.9 เม่ืออยู่ที่ตาแหน่งน้ี คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ทาง ดา้ นใดของตนเอง (ด้านซ้ายมือ) 15.10 ขอบฟ้าด้านท่ีมองเห็นดวงอาทิตย์ตก เป็นทิศอะไร (ทศิ ตะวนั ตก) สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

315 คูม่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ บั ชวี ิต ย่อหน้าที่ 5 15.11 รูปที่ 23 ในใบความรู้เปรียบได้กับแบบจาลองของเรา เมอ่ื ต๊กุ ตาอยูท่ ต่ี าแหนง่ ใด (ตาแหน่งที่ 4) 15.12 ที่ตาแหนง่ นี้ ทิศตะวนั ออกและทิศตะวันตกอยู่ทางใดของ ตัวเรา (ทิศตะวันออกอยู่ทางขวามือและทิศตะวันตกอยู่ ทางซ้ายมอื ) ยอ่ หน้าท่ี 6 15.13 เพราะเหตุใดเราจงึ มองเหน็ ดวงอาทติ ย์เคล่ือนที่ในท้องฟ้า (เพราะโลกหมุนรอบตัวเอง) 15.14 จากย่อหน้านี้ การหมุนรอบตัวเองของโลกทาให้เกิด ปรากฏการณอ์ ะไร (การมองเหน็ ดวงอาทติ ยข์ นึ้ และตก) 15.15 การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์นามาใช้ประโยชน์อย่างไร (นามาใชก้ าหนดทศิ ) 15.16 จากสัญลักษณ์บอกทิศ ในหน้า 107 ตัวอักษร W ย่อมา จากอะไร และหมายถึงอะไร (W ย่อมาจาก West หมายถึงทิศตะวันตก) 15.17 ตัวอักษร E ย่อมาจากอะไร และหมายถึงอะไร (E ย่อมา จาก East หมายถงึ ทิศตะวนั ออก) 15.18 ตัวอักษร N ย่อมาจากอะไร และหมายถึงอะไร (N ย่อมา จาก North หมายถงึ ทิศเหนอื ) 15.19 ตัวอักษร S ย่อมาจากอะไร และหมายถึงอะไร (S ย่อมา จาก South หมายถึงทิศใต)้ ครสู าธติ การอ่านทิศบนแผนทีโ่ ดยใชส้ ญั ลักษณน์ ้ี 20. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายกิจกรรมเพื่อลงข้อสรุปร่วมกันวา่ การหมุนรอบตัวเองของโลกทาให้เกิดปรากฏการณ์การขึ้นและ ตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว เกิดกลางวัน กลางคืน และการกาหนดทศิ (13) 21. นักเรียนตอบคาถามฉันรูอ้ ะไร และตั้งคาถามในอยากรู้อกี ว่า ใน แบบฝึกหัดหนา้ 140 - 142 22. ครสู ุ่มนกั เรียน 4 – 5 คน นาเสนอคาถามท่ีอยากรคู้ นละ 1 ขอ้ หนา้ ช้นั เรียน ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชวี ิต 316 23. ครูใหน้ กั เรียนตรวจสอบตนเองว่าได้ทาอะไรเหมือนนักวิทยาศาสตร์ บ้างในแบบฝึกหัด โดยครูทบทวนวา่ นักเรียนได้ฝึกทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในข้ันตอนใดบ้าง สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

317 คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตย์กบั ชีวติ แนวคาตอบในแบบฝกึ หัด สรา้ งแบบจาลองและอธบิ ายการข้นึ และตกของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว และการเกดิ กลางวนั กลางคนื นักเรียนวาดรูปแบบจาลองการ ขึ้ น แ ล ะ ต ก ข อ ง ด ว ง อ า ทิ ต ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว (อาจถกู ต้องหรือไม่ถกู ต้องกไ็ ด)้ (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของ (โลกหมุนรอบตัวเอง คนบนโลกจึงเห็นดาว ตนเอง) ต่าง ๆ ขึ้นจากขอบฟ้าด้านหนึ่งและเคล่ือน ไปในทอ้ งฟ้าจนตกลับขอบฟ้าอีกด้านหน่ึง) ⎯ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คมู่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตย์กับชวี ติ 318 นักเรียนวาดรูปแบบจาลองการเกิด กลางวนั กลางคืน (อาจถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ได้) (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของ (กลางวันเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนตกลับขอบฟ้า ตนเอง) ส่วนกลางคืนเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจน ปรากฏขนึ้ อีกครั้งหน่งึ ) สรา้ งแบบจาลองอธบิ ายการกาหนดทศิ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

319 ค่มู อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ อยู่ทางขวามอื แสงตกกระทบทข่ี อบกระดาษ อย่กู ลางศรี ษะ ดา้ นขวามือทาใหด้ ้านน้ันสว่าง แสงตกกระทบที่กลางกระดาษ อยทู่ างซา้ ยมอื แสงตกกระทบทขี่ อบกระดาษ ด้านซ้ายมอื ทาให้ดา้ นนน้ั สว่าง อยูด่ า้ นตรงขา้ มกบั ตกุ๊ ตาโดย ไม่มีแสงตกกระทบบนกระดาษ อยู่อีกด้านหน่งึ ของโลก ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชวี ติ 320 นักเรียนตอบตามความเปน็ จริง เกิดข้ึนได้จากโลกหมุนรอบตัวเอง ขณะท่ีโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทาให้คนบนโลก มองเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวปรากฏข้ึนจากขอบฟ้าด้านหน่ึงและเคลื่อนไปใน ท้องฟ้าจนลบั ขอบฟ้าอกี ด้านหน่ึง กลางวัน กลางคืน เกิดจากขณะที่โลกหมุนรอบตวั เอง ขณะท่ีโลกโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ ทาให้โลกด้านที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ เป็นเวลากลางวัน ส่วนอีกด้านหนง่ึ ไมไ่ ด้รบั แสงเป็นเวลากลางคนื หมนุ เวยี นเช่นน้ีเรือ่ ยไป การหมุนรอบตัวเองของโลก ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากข้ัวโลก เหนือ ทาให้คนบนโลกเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวปรากฏข้ึนท่ี ขอบฟ้าด้านหน่ึงและตกลับขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง โดยโลกด้านท่ีได้รับแสงจาก ดวงอาทติ ยเ์ ปน็ เวลากลางวัน ส่วนดา้ นท่ไี มไ่ ด้รับแสงเปน็ เวลากลางคืน สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

321 คูม่ อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวติ แแผผ่น่นกกรระะดดาาษษ แเสทมนอื นพมืน้ ีคโลร่ึงกทโรดงยกขลอมบคกรอระบดตากุ๊ ษตาแไทวน้ เสน้ ขอบฟ้า เหนอื ขณะทโ่ี ลกหมุนไป ผูส้ งั เกตจะเริม่ เห็นดวงอาทติ ยพ์ น้ ขอบฟา้ ทางดา้ นขวามือ และลับขอบฟา้ ทางด้านซ้ายมอื ดา้ นทีม่ องเหน็ ดวงอาทติ ยป์ รากฏขึ้นจากขอบฟา้ กาหนดเปน็ ทิศตะวันออก ดา้ นที่มองเห็นดวงอาทติ ย์ปรากฏลับขอบฟา้ กาหนดเป็น ทิศตะวนั ตก การทโี่ ลกหมนุ รอบตัวเองทาใหค้ นบนโลกมองเหน็ ดวงอาทิตยป์ รากฏขึ้นทาง ขอบฟ้าด้านหนึ่ง และตกลบั ทางขอบฟ้าอีกด้านหนง่ึ นาไปส่กู ารกาหนดทิศ การหมนุ รอบตัวเองของโลกทาให้เกิดกลางวนั กลางคืน การขนึ้ และตก ของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และดาว และการกาหนดทิศ ⎯ สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ค่มู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ิต 322 ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกต้ังคาถาม เกี่ยวกับเรื่องท่ีสงสัย หรืออยากรู้ เพมิ่ เตมิ หรือสิง่ ทยี่ งั ไม่เขา้ ใจจากการทากจิ กรรมในห้องเรียน สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

323 คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมินการเรยี นรู้ของนกั เรียนทาได้ ดังนี้ 1. ประเมนิ ความรู้เดิมจากการทากิจกรรมและการอภิปรายในชั้นเรียน 2. ประเมินการเรียนร้จู ากคาตอบของนกั เรียนระหวา่ งการจัดการเรยี นรูแ้ ละแบบฝกึ หัด 3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรจ์ ากการทากจิ กรรมของนักเรยี น การประเมินจากการทากจิ กรรมที่ 1 การหมนุ รอบตัวเองของโลกทาให้เกดิ ปรากฏการณอ์ ะไรบ้าง ระดับคะแนน 0 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรงุ 2 คะแนน หมายถงึ ดี 1 คะแนน หมายถึง พอใช้ ส่งิ ท่ีประเมนิ คะแนน 1. การสงั เกต 5. การหาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกับเวลา 6. การจดั กระทาและสื่อความหมายข้อมูล 8. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล 13. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป 14. การสร้างแบบจาลอง รวมคะแนน ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวติ 324 ตาราง แสดงการวเิ คราะหท์ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามระดับความสามารถของนกั เรียน โดยอาจใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ดังน้ี 2 คะแนน หมายถึง ดี 1 คะแนน หมายถึง พอใช้ 0 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง ทักษะกระบวนการ ระดับความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ 1. การสงั เกต ใช้ประสาทสัมผัสเก็บรายละเอียด ใช้ประสาทสมั ผัสเกบ็ ไมส่ ามารถใชป้ ระสาทสัมผัส ของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองโดย รายละเอียดของสิ่งท่เี กิดขนึ้ โดย รวมถงึ เครื่องมืออยา่ งง่ายใน ไม่เพ่ิมความคิดเห็น ส่ิงที่สังเกต ต้องอาศัยการช้แี นะของครูหรือ การเกบ็ ขอ้ มลู หรือมีการ ไดป้ ระกอบดว้ ย ผู้อน่ื หรอื ใช้ประสาทสัมผสั ได้ เพ่ิมเติมความคิดเหน็ แมว้ ่า - ตาแหน่งท่ีแสงตกกระทบบน ดว้ ยตนเอง แตเ่ พ่มิ เติมความ ครูหรือผอู้ นื่ ช่วยแนะนาหรือ กระดาษ ตาแหน่งของดวง คดิ เห็น ชี้แนะ อาทิตย์ เม่ือเทียบกับตุ๊กตา ขณะตุ๊กตาเคล่ือนไปยั ง ตาแหน่งต่าง ๆ 5. การหา ระบุคว ามสัมพันธ์ระหว่า ง ระบุความสมั พันธ์ระหวา่ ง ไมส่ ามารถระบุความสมั พันธ์ ความสมั พันธ์ ตาแหน่งของดวงอาทิตย์และ ตาแหน่งของดวงอาทติ ยแ์ ละ ระหว่างตาแหนง่ ของดวง ระหวา่ งสเปซกับ การมองเห็นดวงอาทิตย์เมื่อโลก การมองเห็นดวงอาทติ ย์เม่ือโลก อาทิตย์และการมองเหน็ ดวง เวลา หมุนรอบตัวเอง 1 รอบด้วย หมุนรอบตวั เอง 1 รอบไดอ้ ย่าง อาทิตย์เมื่อโลกหมนุ รอบ ตนเอง ถกู ต้องได้จากการช้แี นะของครู ตัวเอง 1 รอบได้อย่างถูกตอ้ ง แมว้ า่ ครหู รือผู้อืน่ ช่วยแนะนา หรือชี้แนะ 6. การจัดกระทา แสดงความคิดเห็น ตอบคาถาม สามารถแสดงความคดิ เห็น ไมส่ ามารถแสดงความ และสือ่ ความหมาย หรือนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับ ตอบคาถาม หรอื นาเสนอขอ้ มูล คดิ เหน็ ตอบคาถาม หรอื ข้อมูล ปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการที่ เกย่ี วกับปรากฏการณท์ เี่ กิดจาก นาเสนอข้อมูลใหผ้ ้อู ืน่ เข้าใจ โลกหมุนรอบตัวเองให้ผู้อ่ืน การทีโ่ ลกหมนุ รอบตวั เองให้ ไดง้ า่ ย เลือกวิธกี ารที่ไม่ เข้าใจได้ง่ายและชัดเจน เลือก ผ้อู ื่นเขา้ ใจได้ เลือกวธิ ีการที่ เหมาะสม แมว้ า่ ครหู รอื ผู้อื่น วธิ กี ารท่ีเหมาะสมได้ด้วยตนเอง เหมาะสมจากการชแ้ี นะของครู ช่วยแนะนาหรือชแี้ นะ หรือผู้อ่ืน 8. การลงความเห็น เพ่ิมเติมความคิดเห็นเก่ียวกับ เพม่ิ เติมความคิดเห็นเกี่ยวกับ ไมส่ ามารถแสดงความ จากข้อมูล ข้อมูลที่มีอยู่อย่างถูกต้อง มี ขอ้ มูลท่ีมอี ยู่อย่างถูกต้อง คิดเหน็ เกีย่ วกบั ข้อมลู ท่ีมีอยู่ เ ห ตุ ผ ล จ า ก ค ว า ม รู้ ห รื อ บางส่วน พยายามให้เหตุผลจาก หรอื เพมิ่ เติมความคดิ เหน็ ประสบการณ์เดิมได้ด้วยตนเอง ความร้หู รือประสบการณเ์ ดิมได้ อย่างไม่สมเหตุสมผล แม้ว่า จากการชแ้ี นะของครหู รือผู้อื่น สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯

325 คูม่ ือครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ิต ทักษะกระบวนการ ระดับความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ ครหู รอื ผู้อน่ื ชว่ ยแนะนาหรอื ชี้แนะ 13. การ เชื่อมโยงข้อมูลจากการสังเกต ครูหรอื ผ้อู ื่นต้องช่วยแนะนา ไมส่ ามารถเช่ือมโยงขอ้ มลู ตีความหมายข้อมูล แ บ บ จ า ล อ ง เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร หรอื ช้ีแนะจึงจะสามารถ จากการสงั เกตแบบจาลอง และการลงข้อสรุป หมุนรอบตัวเองของโลกกับการ เชือ่ มโยงขอ้ มูลจากการสังเกต เกีย่ วกับการหมนุ รอบตวั เอง เกิดกลางวัน กลางคืน การข้ึน แบบจาลองเก่ยี วกบั การ ของโลกกบั การเกดิ กลางวัน และตกของ ดวงอาทิตย์ ดวง หมนุ รอบตัวเองของโลกกบั การ กลางคืน การขึ้นและตกของ จันทร์ และดาว และการกาหนด เกิดกลางวัน กลางคืน การขึ้น ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ ทิศ กับข้อมูลที่อ่านได้จากใบ และตกของดวงอาทติ ย์ดวง และดาว และการกาหนดทิศ ความรู้ เพื่อลงข้อสรุปว่า การ จนั ทร์ และดาว และการกาหนด กับข้อมูลท่ีอา่ นได้จากใบ หมุนรอบตัวเองของโลกทาให้ ทศิ กับข้อมูลท่ีอ่านได้จากใบ ความรู้ เพอ่ื ลงข้อสรุปวา่ เกิดกลางวัน กลางคืน การข้ึน ความรู้ เพอื่ ลงขอ้ สรปุ ว่า การ การหมุนรอบตัวเองของโลก และตกของดวงอาทิตย์ ดวง หมุนรอบตัวเองของโลกทาให้ ทาใหเ้ กิดกลางวัน กลางคนื จนั ทร์ และดาว และการกาหนด เกดิ กลางวัน กลางคืน การขึ้น การขึ้นและตกของดวง ทศิ ไดด้ ว้ ยตนเอง และตกของดวงอาทิตย์ ดวง อาทติ ย์ ดวงจันทร์ และ จันทร์ และดาว และการกาหนด ดาว และการกาหนดทิศ ทิศ แมว้ ่าครูหรือผู้อื่นช่วยแนะนา หรอื ชแ้ี นะ 14. การสร้าง นาวัสดตุ ่าง ๆ มาสรา้ งแบบจาลอง ครูหรือผอู้ ่นื ตอ้ งช่วยแนะนา ไมส่ ามารถนาวสั ดตุ า่ ง ๆ มา แบบจาลอง แสดงปรากฏการณ์การเกิด หรือชีแ้ นะจงึ จะสามารถนาวัสดุ สร้างแบบจาลองแสดง กลางวัน กลางคืน การข้ึนและตก ตา่ ง ๆ มาสรา้ งแบบจาลอง ปรากฏการณ์การเกดิ ของดวงอาทิตย์ และการกาหนด แสดงปรากฏการณก์ ารเกดิ กลางวนั กลางคืน การขึน้ ทิศ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ กลางวัน กลางคืน การข้ึนและ และตกของ ดวงอาทติ ย์ ดังกล่าว และการกาหนดทิศได้ ตกของ ดวงอาทิตย์ และการ และการกาหนดทิศ เพ่ือ ด้วยตนเองอย่างถูกต้อง กาหนดทศิ เพ่ืออธบิ าย อธบิ ายปรากฏการณด์ ังกล่าว ปรากฏการณ์ดังกล่าว และการ และการกาหนดทิศได้ แม้วา่ กาหนดทิศได้ ครหู รือผอู้ ่นื ช่วยแนะนาหรือ ชี้แนะ ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ค่มู อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ ับชีวติ 326 สรุปบทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฏการณ์ของโลก แนวการสรปุ ทา้ ยบท 1. นักเรียนร่วมกันอ่านฉันเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ และ ปรากฏการณ์ของโลก ในหนังสือเรียนหน้า 108 โดยครูอาจให้ นักเรียนอ่านในใจหรือใช้วิธีการอ่านตามความเหมาะสมกับ ความสามารถและความสนใจของนกั เรียน แล้วนาอภิปราย เพ่ือ สรุปบทเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ถามคาถามเพ่ิมเติมท่ี นักเรียนยงั สงสยั อยู่ 2. นักเรียนกลับไปทา กิจกรรมสารวจความรู้ก่อนเรียน บทที่ 1 ในแบบฝึกหัดหน้า 135 โดยอาจปรับแก้ไข คาตอบที่คลาดเคลื่อน และเปรียบเทียบกับคาตอบก่อนเรียนด้วย เพ่ือช่วยนาให้นักเรียน ทกุ คนไดม้ คี าตอบท่ีถูกต้องตรงกัน 3. นักเรียนทากิจกรรม ฝึกฝนตนเอง จากนั้นครูนาอภิปรายโดยให้ นักเรียนนาเสนอแนวคาตอบของตนเอง หากนักเรียนยังมีแนวคิด ท่คี ลาดเคลอื่ นให้ครแู ก้ไขแนวคิดนนั้ ให้ถกู ต้อง 4. นักเรียนตอบคาถาม แบบฝึกหัดท้ายหน่วย ในแบบฝึกหัด หนา้ 146 - 147 สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

327 คมู่ ือครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ แนวคาตอบในฝึกฝนตนเอง หมนุ รอบ ดวงอาทติ ย์ เปน็ แหลง่ พลังงานความร้อน การขึน้ และตกของดวงอาทิตย์ การกาหนดทิศ ดวงจันทร์ และดาว ⎯ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คู่มอื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 4 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวิต 328 เกณฑ์การตรวจ เนน้ ความถูกต้องดา้ นการระบทุ ศิ มากกว่าความสวยงาม สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

329 คูม่ อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชีวติ เกณฑก์ ารตรวจ เน้นความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละความถูกต้องด้านภาษา แนวคาตอบ ⎯ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คูม่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 4 ดวงอาทติ ย์กบั ชวี ิต 330 แนวคาตอบในแบบฝึกหดั ทา้ ยหนว่ ย สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯

331 คมู่ อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 | หน่วยที่ 4 ดวงอาทติ ยก์ ับชวี ติ ⎯ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คูมอื ครู หนังสอื เรียนรายวชิ าพื้นฐาน ช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 • กลุมสาระวทิ ยาศาสตร คณะท่ปี รึกษา ศาสตราจารย ดร.ชูกิจ ลิมปจ าํ นงค ผูอาํ นวยการสถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ดร. วนดิ า ธนประโยชนศ กั ดิ์ ผชู วยผอู าํ นวยการสถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ดร. กุศลนิ มุสิกุล ผชู วยผอู าํ นวยการสถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี คณะทำงานจดั ทำคมู อื ครู ดร. กศุ ลิน มสุ ิกลุ สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ดร. เทพกญั ญา พรหมขัตแิ กว สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นางสาวธนพรรณ ชาลี สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวศานิกานต เสนวี งศ สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ดร. เบ็ญจวรรณ หาญพพิ ฒั น สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ดร. พจนา ดอกตาลยงค สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ดร. วนั ชัย นอยวงค สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ดร. ณัฐธิดา พรหมยอด สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวลลิดา อํ่าบวั สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวรตพร หลิน สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวภคมน เนตรไสว สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวลักษมี เปรมชัยพร สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี นางสาวจีรนันท เพชรแกว สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นางชตุ ิมา เตมียสถติ สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาววราภรณ ถิรสริ ิ สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี นางสาวดวงกมล เหมะรตั สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางก่ิงแกว คอู มรพัฒนะ สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี นางสาวลัดดาวลั ย แสงสาํ ลี สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี คณะผรู ว มประชมุ พจิ ารณาคมู ือครู รองศาสตราจารย ดร.ชาลี นาวานุเคราะห มหาวิทยาลยั มหาสารคาม นายภัทราวธุ พสุ งิ ห มหาวิทยาลยั มหิดล ดร.พัตตาวัน นาใจแกว มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.นํ้าฝน คูเจรญิ ไพศาล มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.สมเกียรติ พรพิสทุ ธมิ าศ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ดร.พรทพิ ย ศิริภัทราชัย มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒประสานมิตร ดร.ดวงเดอื น พณิ สวุ รรณ มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช นายอนรุ กั ษ ระยา สาํ นกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต ๔ นางสาวศศิธร เขียวกอ โรงเรยี นพญาไท นางสาวรงุ เรอื ง สังหรา ย โรงเรียนวดั นางสาว (ถาวรราษฎรบํารงุ ) ดร.อําพาภรณ มนั่ หมาย โรงเรียนศรมี งคลวิทยาคม นางสาวมลฤดี นลิ นิตย โรงเรียนอนบุ าลสามเสน คณะบรรณาธกิ าร ผชู ว ยศาสตราจารยร ชั ดา สตุ รา นกั วชิ าการอสิ ระ นางณัฐสรวง ทพิ านกุ ะ นักวชิ าการอิสระ

สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST) www.ipst.ac.th


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook