Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือครูวิทยาศาสตร์ป.4 เล่ม 1

คู่มือครูวิทยาศาสตร์ป.4 เล่ม 1

Published by AnNe Piwngam, 2019-04-10 04:23:43

Description: คู่มือครูวิทยาศาสตร์ป.4 เล่ม 1

Search

Read the Text Version

๒๗๖ ที่ ๑.๒ ควำมแข็งของวสั ดุรอบตัว เวลำ ๓ ชว่ั โมง บัติทำงกำยภำพของวสั ดุ ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ ทยำศำสตร์ บนกระดานดา จากนั้นครูกับนักเรียนรว่ มกันอภิปราย ภำระงำน / ชน้ิ งำน ถาม ดังน้ี ๑. การตอบคาถามจากบตั รภาพ มีความหมายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (นักเรียน ๒. การบันทกึ ผลกจิ กรรมใน ษณะเป็นเช่นไร (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของ ใบกิจกรรม ๓. การทาแบบฝกึ หัด ะเป็นอย่างไร (นักเรียนอาจตอบได้ตามความเข้าใจของ รียนไว้ แล้วชักชวนนักเรียนว่าจะกลับมาตอบคาถาม รรมแลว้ คน ให้นกั เรยี นอา่ นช่ือกจิ กรรม จดุ ประสงค์ ใบกจิ กรรม น้า ๑๒๖ แลว้ ครูถามคาถามก่อนทากิจกรรมดงั นี้ ร (ความแข็งของวัสดุรอบตัว) รสังเกตและการทดสอบ) ปรียบเทยี บความแขง็ ของวัสดุต่างชนดิ กัน) เนียม กระเบ้ือง แก้ว ไม้ และเหล็ก วัสดุชนิดใด าจะมีวิธีการตรวจสอบความแข็งของวสั ดนุ ี้อย่างไร โดย องเรียน และไม่เป็นอันตราย (นักเรียนช่วยกันระดม

หน่วยกำรเรยี นรูท้ ี่ ๕ วัสดุและสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑ สม รำยวชิ ำวิท จดุ ประสงค์ด้ำนคุณธรรม ๖. ครสู ุ่มนกั เรยี นบางกล่มุ นาเสนอเกี่ยวกบั วธิ กี า ๑. มคี วามมงุ่ มั่นในการทางาน ๗. ครชู กั ชวนนักเรียนสรุปและอภปิ รายเกี่ยวกบั ๒. ซือ่ สัตยต์ อ่ ตนเอง ๓. ใฝเ่ รยี นรู้ อ่านใบความรูเ้ พ่ิมเตมิ เรอ่ื ง ความแข็งของวสั ๔. มีความสามคั คี ชว่ ยเหลอื ใน พิจารณาความลึกของรอยขีด ถ้าวัสดุมีรอยข การทางานกลมุ่ รว่ มกนั ไมล่ กึ ข้นั สรปุ (๕ นำที) ๘. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปวธิ ีการหาความแข กว่าแสดงว่าวสั ดนุ ้ันแข็งน้อยกวา่ ชว่ั โมงท่ี ๒-๓ ขนั้ นำ (๕ นำท)ี ๙. ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยครูทบทวนการตรวจ การตรวจสอบหาความแขง็ ของวัสดนุ ัน้ ตอ้ งน รอยรอยขีด ถ้าวสั ดมุ รี อยขดี ลกึ กว่า แสดงว

๒๗๗ ที่ ๑.๒ ควำมแขง็ ของวัสดุรอบตวั เวลำ ๓ ชว่ั โมง มบัตทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ ทยำศำสตร์ ารตรวจสอบความแข็งของวสั ดุ วิธกี ำรประเมิน บวิธีการตรวจสอบความแข็งของวัสดุ โดยครูใหน้ ักเรียน ๑. การตอบคาถามในแบบฝึกหัด สดุและร่วมกันอภปิ รายว่าในการขดี วัสดุแตล่ ะชนิด แล้ว ๒. สงั เกตทกั ษะกระบวนการทาง ขีดลึกกว่า แสดงว่ามีความแข็งน้อยกว่าวัสดุท่ีมีรอยขีด วทิ ยาศาสตร์/ ด้านคุณธรรมใน ขง็ ของวสั ดุ โดยนาวสั ดมุ าขีดกนั ถา้ วัสดใุ ดเป็นรอยลกึ การทากจิ กรรม ๓. สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน กล่มุ ๔. ประเมินการทางานกลมุ่ จสอบหาความแข็งของวัสดุ และร่วมกันอภิปรายว่าใน เกณฑ์กำรประเมนิ นาวัสดุแตล่ ะชนิดมาขีดกัน แล้วพิจารณาความลึกของ ๑. การตอบคาถามในแบบฝึกหดั ว่ามคี วามแข็งนอ้ ยกว่าวสั ดทุ ีม่ ีรอยขีดไม่ลึก ได้ถูกต้องดว้ ยตนเอง - ๘๐% ขน้ึ ไป ได้ ๓ คะแนน - ๕๐% - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน

หน่วยกำรเรยี นร้ทู ี่ ๕ วัสดุและสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ หน่วยย่อยท่ี ๑ สม รำยวชิ ำว ขน้ั สอน (๑๐๐ นำที) ๑๐. ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นใบกจิ กรรมที่ ๑ ตรวจสอ กจิ กรรม โดยอาจใช้คาถาม ดังนี้ ๑๐.๑ กจิ กรรมน้ีมวี ธิ ีการตรวจสอบความแ ๑๐.๒ ถ้านาวสั ดุมาขูดกัน นักเรียนคดิ วา่ ของรอยและบริเวณท่ีเกิดรอย) ๑๐.๓ สงิ่ ทเ่ี ราใชใ้ นการศกึ ษาความแข็งขอ ไม้ และเหล็ก) ๑๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมท่ี ๑ สลับกันใช้วัสดุท่ีจะขูดและนามาขูด โดย นักเรียนเข้าใจแล้วก็ให้ลงมือทากิจกรรม ใกลช้ ิดและใหป้ ระธานกลมุ่ ดแู ลการปฏิบตั ๑๒. ครูให้นักเรียนนาเสนอผลการสังเกต และถ นาเสนอหรือไม่ อยา่ งไร ครบู ันทึกผลการส แข็งของวัสดุ หนา้ ๑๓๑ จากนนั้ ครนู าอภิป ๑๒.๑ เมื่อนาแผ่นไม้ขูดบนวัสดุแต่ละชนิด วัสดชุ นดิ ใดที่เกิดรอย) ๑๒.๒ วสั ดุชนิดใดท่ีมีความแข็งมากกว่าไ ที่ใช้ มีความแขง็ มากกว่าไม)้

๒๗๘ ที่ ๑.๒ ควำมแขง็ ของวสั ดุรอบตัว เวลำ ๓ ชวั่ โมง มบตั ทิ ำงกำยภำพของวัสดุ ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๔ วทิ ยำศำสตร์ อบความแข็งของวัสดุอย่างไร โดยอภปิ รายวธิ ีการทา ๒. มที กั ษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ แข็งอยา่ งไร (ตรวจสอบโดยการนาวสั ดุมาขูดกนั ) ส่ิงทีเ่ ราต้องสังเกตแล้วจดบันทึกคืออะไร (ลักษณะ - ๘๐% ข้ึนไป ได้ ๓ คะแนน - ๕๐% - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน องวสั ดคุ ืออะไร (พลาสติก อะลมู เิ นียม กระเบอื้ ง แกว้ - ตา่ กวา่ ๕๐% ได้ ๑ คะแนน โดยครูช้ีแจงข้ันตอนการทากิจกรรมอีกคร้ัง (โดยให้ ๓. มีคณุ ลักษณะดา้ นคณุ ธรรม ยให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนได้ทากิจกรรม) เม่ือพบว่า - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ ม ในขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครูคอยดูแลอย่าง คะแนน ตกิ ิจกรรมของสมาชิกภายในกลมุ่ - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ ถามกลุ่มที่เหลือว่าได้ผลเหมือนหรือแตกต่างจากกลุ่มท่ี คะแนน สงั เกตของนกั เรยี นตามตารางในใบงาน ๐๑ สมบตั ิความ - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ ปรายโดยอาจใช้คาถามดังต่อไปน้ี คะแนน ด วัสดุใดบ้างที่เกิดรอย วัสดุใดบ้างที่ไม่เกิดรอย (ไม่มี ไม้และวัสดชุ นดิ ใดมีความแข็งน้อยกว่าไม้ (วสั ดทุ กุ ชนิด

หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี ๕ วสั ดแุ ละสสำร แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑ สมบ รำยวชิ ำวทิ ย ๑๒.๓ เมื่อนาพลาสติกขูดบนวัสดุแต่ละ รอย (วัสดุที่เกิดรอย ได้แก่ ไม้ ว กระเบอ้ื ง) ๑๒.๔ วัสดุชนิดใดท่ีมีความแข็งมากกว พลาสติก (วัสดุที่มีความแข็งมาก กระเบ้ือง วสั ดุที่มคี วามแข็งนอ้ ยกว ๑๒.๕ เมือ่ นาอะลมู ิเนียมขูดบนวสั ดแุ ตล่ รอย (วัสดุทีเ่ กิดรอย ได้แก่ ไม้ พลาส ๑๒.๖ วสั ดุชนดิ ใดท่มี คี วามแข็งมากกวา่ อ อะลูมเิ นียม (วัสดุทีม่ ีความแข็งมากก ทม่ี คี วามแข็งน้อยกวา่ อะลูมเิ นียม ไ ๑๒.๗ เม่ือนาเหล็กถูบนวัสดุแต่ละชนิด (เกดิ รอยบนวัสดุที่ใช้ในการขดู ทกุ ชน ๑๒.๘ วสั ดชุ นิดใดทมี่ คี วามแข็งมากกวา่ เห (วสั ดุใดทม่ี คี วามแขง็ มากกว่าเหล็ก ได เหล็ก ได้แก่ พลาสติก ไม้ อะลมู ิเนียม

๑.๒ ควำมแข็งของวัสดรุ อบตัว ๒๗๙ บัตทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชั่วโมง ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ ะชนิด วัสดุใดบ้างท่ีเกิดรอย วัสดุใดบ้างท่ีไม่เกิด วัสดุที่ไม่เกิดรอยได้แก่ แก้ว เหล็ก อะลูมิเนียม ว่าพลาสติก และวัสดุชนิดใดมีความแข็งน้อยกว่า กกว่าพลาสติก ได้แก่ แก้ว เหล็ก อะลูมิเนียม ว่าพลาสติกไดแ้ ก่ ไม)้ ละชนิด วสั ดใุ ดบา้ งที่เกดิ รอย วัสดุใดบา้ งท่ีไม่เกิด สติก วัสดุทไ่ี ม่เกดิ รอยไดแ้ ก่ แกว้ เหล็ก กระเบ้อื ง) อะลมู ิเนยี มและวัสดุชนดิ ใดมีความแขง็ น้อยกว่า กว่าอะลมู เิ นยี ม ได้แก่ แกว้ เหลก็ กระเบื้อง วสั ดุ ได้แก่ ไม้ พลาสติก) วัสดุใดบ้างท่ีเกิดรอย วัสดุใดบ้างที่ไม่เกิดรอย นดิ ยกเว้นกระเบ้ืองและแกว้ ) หล็ก และวัสดชุ นิดใดมคี วามแข็งน้อยกวา่ เหล็ก ด้แก่ กระเบ้ือง แกว้ วสั ดุทมี่ คี วามแขง็ น้อยกว่า ม)

หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕ วสั ดแุ ละสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ี่ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์ หน่วยย่อยท่ี ๑ สมบ รำยวชิ ำวทิ ๑๒.๙ เม่อื นาแก้วถูบนวัสดแุ ต่ละชนดิ วัสด รอยบนวสั ดทุ กุ ชนิด) ๑๒.๑๐ วสั ดชุ นิดใดทีม่ คี วามแข็งมากท่ีสดุ ๑๓. ครูกลับไปทบทวนคาตอบของนักเรียน “แข็งแรง” ซึ่งจดไว้ในข้ันนาเข้าสู่บทเรียน วัสดุที่แตกต่างจากแข็งแรง ความแข็ง แข็งแรงเปน็ สมบตั ทิ ่ที นทาน ทาลายไดย้ าก ๑๔. ครชู ักชวนนักเรยี นพดู คุยเกี่ยวกับการนาคว ชวี ิตประจาวัน เชน่ การเลือกใชว้ ัสดุมาแก กระจก ขนั้ สรปุ (๑๕ นำท)ี ๑๕. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ อีกคร้ังหน ทนทานของวสั ดตุ อ่ การถูกขดู ขดี เมอ่ื นาวสั ความแขง็ ตา่ งกันจะทาใหเ้ กิดรอย วัสดุทมี่ น้อยจะทนทานน้อย ๑๖. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหดั ๐๒ เรอื่ งความ

๑.๒ ควำมแขง็ ของวัสดรุ อบตัว ๒๘๐ บัตทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชว่ั โมง ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔ ดุใดบ้างที่เกดิ รอย วสั ดใุ ดบ้างทไ่ี ม่เกดิ รอย (เกิด ด (แก้วมคี วามแข็งมากท่สี ุด) นเกี่ยวกับความหมายของคาว่า “แข็ง” และ น โดยคาตอบท่ีถูกต้อง ความแข็งเป็นสมบัติของ เป็นการทนต่อการขูดขีดหรือการเกิดรอยยาก ก) วามรู้เรื่องความแขง็ ของวัสดุไปใช้ใน กะสลกั หินหรือไม้ การใชแ้ ร่ท่มี ีความแขง็ มาตัด นงึ่ วา่ ความแขง็ เปน็ สมบัติทแ่ี สดงถงึ ความ สดชุ นิดหนึ่งขูดบนวสั ดุอกี ชนิดหน่ึง ถา้ วสั ดมุ ี มีความแข็งมากจะทนทานมาก วัสดุที่มีความแข็ง มแข็งของวสั ดุ หนา้ ๑๓๓-๑๓๔

๒๘๑ ใบควำมรูเ้ พ่ิมเติมสำหรบั ครู เรอื่ งควำมแข็งของวัสดุ การจัดลาดบั ความแข็งของวสั ดุสามารถทาได้โดยการออกแรงเทา่ ๆ กัน ในการขดู ขีดวัสดุแต่ละชนิด แลว้ พจิ ารณาความลึกของรอยขีด ถ้าวัสดมุ รี อยขีดลึกกว่า แสดงว่ามคี วามแขง็ นอ้ ยกว่าวสั ดุที่มรี อยขดี ไมล่ ึก ตาราง ค่าความแข็งของวสั ดุบางชนิดเม่ือเทียบกับมาตราความแข็งของโมห์ (Moh’s) วสั ดุ มำตรำควำมแข็งของโมห์ ข้ผี ้งึ ท่ี ๐๐c ๐.๒ ๑.๕ ตะก่วั ๒-๒.๙ อะลมู เิ นยี ม ทองแดง ๒.๕ – ๓ ทองเหลือง ๓–๔ หินออ่ น ๓–๔ ๔ -๕ เหล็ก ๔.๕ – ๖.๕ กระจก ๕ – ๘.๕ เหลก็ กลา้ บุษราคัม ๘ ทบั ทิม ๙ เพชร ๑๐ แรเ่ ปน็ วสั ดุธรรมชาติ มสี ว่ นผสมทางเคมีและลกั ษณะบางประการคงท่ี แรอ่ าจจะประกอบด้วยธาตุ ชนดิ เดยี ว เช่น ทอง เงิน กามะถัน เพชร หรืออาจประกอบด้วยธาตุมากกวา่ หน่ึงชนิด เช่น แร่ยิปซมั (เกลอื จืด) ซึง่ ประกอบด้วยธาตุ ๓ ชนิด คอื แคลเซยี ม กามะถัน และออกซเิ จน แร่แต่ละชนิดมีความแข็งเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน โมห์ (Moh) พ.ศ. ๒๓๑๖ – ๒๓๘๒ ผู้เช่ียวชาญเร่ืองแร่ ชาวเยอรมัน เป็นผสู้ ร้างสเกลความแข็งของแรข่ ้นึ มา เรยี กวา่ Moh’s Scale ค่าความแข็งมาตรฐานทส่ี งู ท่สี ุดของแร่ คอื เพชร มีคา่ ความแข็งมาตรฐาน ๑๐ คอรนั ดมั มคี ่าความแขง็ มาตรฐาน ๙ โทแพซ มคี ่าความแข็งมาตรฐาน ๘

๒๘๒ แบบประเมินดำ้ นคณุ ธรรม แผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ ่ี ๑.๒ ควำมแขง็ ของวัสดรุ อบตัว ช่อื ผูป้ ระเมิน/กลมุ่ ประเมนิ …………………………………………………………………………………………………………..…… ชอ่ื กลุ่มรับกำรประเมิน…………………………………………………………………………………………………………………….. ประเมินผลครง้ั ท่ี………………. วัน ……………..…. เดือน ……………………………….………. พ.ศ. ……...….……....... เร่ือง………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ท่ี ลกั ษณะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี ระดบั พฤตกิ รรม คะแนนที่ได้ เกดิ = ๑ ไมเ่ กิด = ๑. มคี วามมุ่งมั่นในการทางาน ๒. ซ่อื สตั ย์ต่อตนเอง ๐ ๓. ใฝเ่ รยี นรู้ ๔. มีความสามัคคี ชว่ ยเหลือในการทางานกลุ่ม รวมคะแนนท่ีได้ท้ังหมด = …………… คะแนน คุณลกั ษณะตามจดุ ประสงค์ด้านคณุ ธรรม - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน

๒๘๓ แบบประเมนิ ด้ำนทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตรใ์ นกำรทำกจิ กรรม แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี ๑.๒ ควำมแข็งของวสั ดรุ อบตวั เกณฑ์การประเมินมดี ังน้ี ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง พอใช้ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ คะแนน สง่ิ ทีป่ ระเมนิ รวมคะแนน การสงั เกต การลงความเหน็ จากข้อมลู การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป เกณฑ์กำรประเมนิ ดี (๓) ระดับควำมสำมำรถ ควรปรับปรงุ (๑) ทักษะกระบวนกำร พอใช้ (๒) ทำงวิทยำศำสตร์ การสังเกต ใชป้ ระสาทสัมผสั ในการ ใช้ประสาทสมั ผัสในการ ไมส่ ำมำรถใชป้ ระสาทสัมผสั รวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกับ ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั การลงความเห็นจาก ร่องรอยการขูดวสั ดุด้วย รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับ รอ่ งรอยการขูดวสั ดุ ถงึ แม้จะ ขอ้ มลู ตนเอง โดยไมเ่ พิ่มเตมิ ร่องรอยการขูดวสั ดุได้ ได้รบั คาแนะนาจากครหู รือ ความคิดเหน็ ผู้อื่น การตคี วามหมาย โดยกำรช้แี นะของครูหรือ ข้อมลู และ เ พิ่ ม เ ติ ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ เ พ่ิ ม เ ติ ม ค ว า ม ลงขอ้ สรุป เก่ียวกับความแข็งของวัสดุ ผูอ้ ืน่ และเพ่ิมเตมิ ความ คิดเห็นเก่ียวกับความแข็งของ ได้อย่างถูกต้อง มีเหตุผล คิดเหน็ วัสดุได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้จะ จ า ก ค ว า ม รู้ ห รื อ เ พิ่ ม เ ติ ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ เ ดิ ม ไ ด้ ด้ ว ย เกี่ยวกับความแข็งของวสั ดุ ผู้อ่ืน ตนเอง ได้อย่างถูกต้อง พยายาม ให้เหตุผลจากความรู้หรือ ไ ม่สำมำรถ ตีความหมาย ตคี วามหมายข้อมูลทไ่ี ด้จาก ประสบการณ์เดิมได้จำก ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตเพ่ือ การสังเกตเพอ่ื ลงข้อสรปุ วา่ ก ำ ร ชี้ แ น ะ ข อ ง ค รู ห รื อ ลงข้อสรุป ว่าวัสดุชนิดใดมี วัสดุชนิดใดมีความแข็ง ผอู้ น่ื คว ามแข็งมากกว่า กั น ไ ด้ มากกวา่ กันได้อย่างถกู ต้อง ตีความหมายข้อมูลที่ได้ ดว้ ยตนเอง จากการสังเกตเ พ่ื อ ลง ข้อสรุป ว่าวัสดุชนิดใดมี ความแข็งมากกว่ากันได้

๒๘๔ ทกั ษะกระบวนกำร ระดับควำมสำมำรถ ทำงวิทยำศำสตร์ ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรงุ (๑) โดยได้รับกำรช้ีแนะจำก ถึงแม้จะได้รับคาแนะนาจาก ครหู รอื ผู้อื่น ครูหรือผูอ้ ืน่

เฉลยใบงำน ๒๘๕ แก้ว กระเบือ้ ง เหล็ก อะลูมิเนียม พลำสตกิ ไม้ -- - -  -- -   -    -   - - -- - - กำรใช้กระเบอ้ื ง อำจได้ผลแตกต่ำงจำกคำตอบนี้ ข้ึนอยู่กบั ชนดิ ของกระเบ้ืองว่ำเป็น กระเบือ้ งเคลือบหรือไมเ่ คล่อื บ

๒๘๖ แก้ว ไม้ เมอื่ นำวสั ดุ ๒ ชนิด มำขดู กัน วสั ดทุ ่ีมคี วำมแข็งจะไมเ่ กิดรอย และวสั ดทุ ่ีมีควำมแข็งนอ้ ยจะเกิดรอย ๑. วสั ดทุ ี่มีควำมแข็งมำกทส่ี ุด ได้แก่ แก้ว ๒. วัสดุท่ีมคี วำมแข็งน้อยท่สี ุด ได้แก่ ไม้ ๓. โดยเมื่อนำวสั ดุ ๒ ชนิด มำขูดกนั วัสดใุ ดเกดิ รอยมำกกวำ่ อีกวัสดอุ กี ชนิดหน่ึง แสดงวำ่ วัสดนุ ้นั มคี วำมแข็งน้อยกวำ่

๒๘๗ ชนดิ ท่ี ๒ ชนดิ ที่ ๑ ชนิดท่ี ๑ ชนดิ ที่ ๓ ชนิดที่ ๒

๒๘๘ CBDA C เพรำะมีควำมแข็ง เมื่อถูกวัสดุอ่ืน ๆ ขีดแล้ว ไมเ่ ปน็ รอยงำ่ ย

๒๘๙ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ คำชแี้ จงประกอบแผนจดั กำรเรียนรู้ หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๕ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๑.๓ เร่ือง สภำพยดื หยนุ่ ของวสั ดุรอบตัว เวลำ ๓ ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สำระสำคัญของแผน สภาพยืดหยุ่นของวสั ดุ หมายถงึ เมื่อออกแรงกระทาต่อวสั ดุแล้วทาใหว้ สั ดุเปล่ยี นแปลงรูปร่างหรือ ความยาว แตเ่ มื่อหยดุ ออกแรงกระทา รปู ร่างหรอื ความยาวของวัสดจุ ะคนื สู่สภาพเดมิ ๒. ข้อเสนอแนะเพ่มิ เติมในกำรนำไปใช้ (ใหร้ ะบุส่ิงท่ตี ้องกำรเนน้ หรือขอ้ สังเกต ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ) ในเรือ่ งต่อไปน้ี คือ ๒.๑ ขอบข่ำยเนือ้ หำ สภาพยืดหยนุ่ เปน็ สมบัติของวัสดุบางชนิด วสั ดุนน้ั สามารถกลบั คนื สู่รปู ร่างเดิมได้หลงั จากหยดุ ออกแรงกระทาต่อวัสดุนน้ั มนษุ ยส์ ามารถนาความร้เู ร่ืองสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดมุ าประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวัน เช่น การผลิต ยางในรปู แบบต่าง ๆ เช่น ตุก๊ ตายาง ยางรดั ของ ๒.๒ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ (ควำมรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จริยธรรม คำ่ นิยม) (ถ้ำมี) จุดประสงคด์ ้ำนควำมรู้ ๑. อธิบายเก่ียวกบั สภาพยืดหยุน่ ของวัสดุบางชนดิ ๒. อธิบายการนาความร้เู รอ่ื งสภาพยืดหยุ่นของวสั ดไุ ปใชใ้ นชีวิตประจาวนั จุดประสงคด์ ้ำนทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ๑. การสังเกต ๒. การลงความเหน็ จากข้อมลู ๓. การตง้ั สมมติฐาน ๔. การกาหนดและควบคุมตัวแปร ๕. การทดลอง ๖. การตีความหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป

๒๙๐ จุดประสงค์ด้ำนคณุ ธรรม ๑. มีความมงุ่ ม่ันในการทางาน ๒. ซือ่ สัตย์ตอ่ ตนเอง ๓. ใฝเ่ รียนรู้ ๔. มคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลอื ในการทางาน ๒.๓ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ ๑) กำรเตรยี มตัวของครู นักเรยี น (กำรจดั กลุ่ม) (ถ้ำมี) การจดั กลมุ่ โดยแบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ ๓-๔ คน เพื่อทาใบกจิ กรรมตา่ ง ๆ ๒) กำรเตรียมสอ่ื วสั ดุอปุ กรณ์ ของครู นกั เรยี น (ถ้ำม)ี สง่ิ ท่คี รูตอ้ งเตรยี ม คอื ๒.๑ เสน้ เอน็ ยาว ๖๐ เซนตเิ มตร ๑ เสน้ /กล่มุ ๒.๒ เส้นเอน็ ยดื ยาว ๖๐ เซนตเิ มตร ๑ เสน้ /กลุม่ ๒.๓ ไมเ้ มตร ๑ อัน/กลุ่ม ๒.๔ ตมุ้ เหล็ก หรือวสั ดุทม่ี ีน้าหนักเท่า ๆ กัน ๕ ลูก /กลุ่ม ๒.๕ ขอเก่ียว ๑ อัน/กล่มุ ๒.๖ นาฬกิ าจบั เวลา ๑ เรือน/กลมุ่ ๒.๗ ถงุ พลาสติกหหู ้ิว ๑ ใบ/กล่มุ ส่ิงที่นักเรียนต้องเตรยี ม คือ ๒.๘.ยางรดั ของสาหรบั ทาหนังยางยิงกระดาษ ๕ เสน้ /กลุ่ม ๒.๙ กระดาษ ๕ แผน่ /กลุม่ ๓) เตรียมใบงำน ใบควำมรู้ ใบกิจกรรม (ถ้ำมี) ๓.๑ ใบงาน ๐๑ สมบตั ิสภาพยดื หยนุ่ ของวสั ดุ ๓.๒ ใบงาน ๐๒ การนาสมบัติสภาพยดื หย่นุ ของวัสดุไปใช้ประโยชน์ ๓.๓ ใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หัด เร่อื งสภาพยดื หยนุ่ ของวัสดุ ๒.๔ วดั ผลประเมินผล (ถำ้ มี) ๑) วธิ กี ำรวดั ผลประเมินผลกำรเรยี นรู้ ๑.๑ สังเกตการตอบคาถามในชัน้ เรียน ๑.๒ การตอบคาถามในแบบฝึกหดั ๑.๓ สงั เกตทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการทากิจกรรม ๑.๔ สังเกตด้านคุณธรรมขณะทากิจกรรม

๒๙๑ ๒) วธิ กี ำร เครือ่ งมอื เกณฑ์ ๒.๑ เครือ่ งมอื และเกณฑ์ในกำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ ตรวจให้คะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน แล้วใช้เกณฑ์ในการให้คะแนนดังน้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๒ เครื่องมือและเกณฑ์ในกำรประเมนิ ทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สงั เกตทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใชแ้ บบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ (ดงั แนบ) แล้วนาคะแนนมารวมกนั แลว้ ใช้เกณฑ์ ในการให้คะแนน ดงั น้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๓ เคร่ืองมอื และเกณฑใ์ นกำรประเมนิ ด้ำนคุณธรรม สงั เกตคุณลักษณะดา้ นคุณธรรมโดยใช้แบบประเมินด้านคุณธรรม (ดงั แนบ) นาคะแนนมารวมกนั แลว้ ใชเ้ กณฑใ์ นการให้คะแนนดงั นี้ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓) กำรทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน แบบฝึกหดั กอ่ นเรียน หลงั เรยี น ทาแบบฝึกหดั ในใบงานหลังเรียน ๓. อนื่ ๆ ......................................................................................................................... .................................................. ............................................................................................................................. .................................... ***************************

หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕ วสั ดุและสสำร แนวทำงกำรจดั กจิ กรรมของแ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ เร่ือง สภ รำยว แนวกำรจัด ขน้ั นำ  ให้นักเรยี นทาหนังยางยงิ กระดาษ และตอ ขัน้ สอน ข้ันสรุป  ปฏิบตั กิ จิ กรรมดว้ ยกันเปน็ กลุ่ม กจิ กรรมท กำรวดั และประเมนิ ผล  ทากจิ กรรมท่ี ๒ การนาสมบตั ิสภาพหยดื ห  นาเสนอ และอภปิ รายผลการทดลอง  รว่ มกนั อภปิ รายและลงข้อสรุปเกีย่ วกับสภ  ทาใบงาน ๐๓ แบบฝึกหัด เร่ืองสภาพยืดห  ประเมินจากการตอบคาถาม  ประเมินจากการทากิจกรรมในชนั้ เรยี น  ประเมินจากการทาแบบฝึกหัด

แผนกำรจัดกำรเรียนรูท้ ี่ ๑.๓ ๒๙๒ ภำพยืดหยุ่นของวัสดุรอบตัว วชิ ำ วิทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ช่ัวโมง ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ ๔ ดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ อบคาถาม ที่ ๑ ตรวจสอบสมบัตสิ ภาพยดื หยุ่นของวัสดุได้อยา่ งไร หยนุ่ ของวัสดุใช้ทาประโยชน์อะไรได้บา้ ง ภาพยดื หย่นุ ของวัสดุรอบตัว หยนุ่ ของวสั ดุ

หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ี่ ๕ วัสดแุ ละสสำร แผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ี่ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์ หนว่ ยย่อยท่ี ๑ รำยวชิ ำ ขอบเขตเน้ือหำ กิจกรรมกำรเรยี นรู้ (๓ ชั่วโมง) สภาพยืดหยุ่นเป็นสมบัติของ ช่ัวโมงที่ ๑-๒ วั ส ดุ ซึ่ ง ส า ม า ร ถ เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข้นั นำ (๕ นำที) รูปร่างหรือความยาวได้เมื่อมีแรง ๑. ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยนายางรัดของที่ทา ก ร ะ ท า แ ล ะ ส า ม า ร ถ ก ลั บ คื น สู่ รูปร่างหรือคว ามยาว เดิ ม ไ ด้ ทาเป็นหนังยางยิงกระดาษ และให้นักเร หลังจากหยุดออกแรงกระทาต่อ ความเข้าใจของนกั เรยี นเกี่ยวกบั สภาพยืดหย วัสดุนั้น มนุษย์สามารถนาความรู้ ๑.๑ ในการทาหนังยางเพ่ือใช้ยิงลูกกระ เรื่องสภาพยืดหยุ่นของวัสดุมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เช่น (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจ แนว การผลิตยางในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ เพราะสามารถยิงลูกกระดาษไปได้ไกล ตุ๊กตายาง ยางรถยนต์ สภาพเดมิ ไดม้ ากกว่ายางทที่ าจากพลาส ๑.๒ สิง่ ของรอบตวั เรา วสั ดใุ ดที่มสี ภาพยดื (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจของตนเ จุดประสงค์ด้ำนควำมรู้ ข้นั สอน (๑๐๐ นำที) ๑. อธิบายเก่ียวกับสภาพยืดหยุ่น ๒. ครูชักชวนนักเรียนทากิจกรรมท่ี ๑ ตรวจส ของวสั ดุบางชนดิ เส้นเอ็น เสน้ เอ็นยืด มาใหน้ กั เรยี นดู แล้วอ ๒. อธิบายการนาความรู้เรื่อง ๒.๑ วัสดุเหล่าน้ีมีสภาพยืดหยุ่นหรือไม สภาพยืดหยุ่นของวัสดุไปใช้ใน ซ่ึงอาจตอบว่า วัสดุมีท้ังวัสดุที่มีสภาพ ชวี ติ ประจาวัน หรอื การกระแทก แลว้ วัสดุสามารถคนื

๒๙๓ ๑.๓ สภำพยืดหยุ่นของวัสดรุ อบตวั เวลำ ๓ ช่ัวโมง ๑ สมบตั ทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๔ ำวิทยำศำสตร์ าจากยางพาราและท่ีทาจากพลาสติกมาให้นักเรียน สื่อ / แหลง่ เรียนรู้ รียนลองเล่น จากน้ันครูถามคาถามเพ่ือตรวจสอบ ยนุ่ ของวัสดุ เช่น ๑. เสน้ เอน็ ะดาษ จะเลือกใช้ยางที่ทาจากวัสดุใด เพราะเหตุใด ๒. เส้นเอน็ ยืด วคาตอบท่ีถูกต้อง คือ เลือกใช้ยางที่ทาจากยางพารา ๓. ไมเ้ มตร ล และยางที่ทาจากยางพาราจะยืดได้มากและกลับสู่ ๔. ไมบ้ รรทัด สติก) ๕. ตุ้มเหล็กหรอื วัสดุอื่นทมี่ ี ดหยุ่นบา้ ง เอง เชน่ ยางยดื ฟองนา้ ฯลฯ) น้าหนักและมขี นาดเทา่ ๆ กนั ๖. ขอเก่ยี ว ๗. นาฬกิ าจบั เวลา ๘. ถุงพลาสติกหูหว้ิ ๙. ยางรดั ของ สอบสมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดุได้อย่างไร โดยครูนา อาจถามนกั เรียนว่า ม่ ทราบได้อย่างไร (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจ พยืดหยุ่นและไม่ยืดหยุ่น ทราบได้โดยใช้การดึง การบีบ นสู่สภาพเดมิ หรือสภาพใกลเ้ คยี งได้เมอื่ หยุดกระทา)

หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ่ี ๕ วสั ดุและสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ทิ ยำศำสตร์ หนว่ ยย่อยท่ี ๑ รำยวชิ จดุ ประสงคด์ ำ้ นทักษะ ๒.๒ ถา้ อยากทราบว่า เสน้ เอ็นและเสน้ เอน็ กระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สภาพยืดหยุ่นน้อย จะใช้วิธกี ารใดใน ๑. การสงั เกต ความคดิ ของตนเอง) ๒. การลงความเห็นจากข้อมลู ๓. การทดลอง ๓. ครจู ดบนั ทึกคาตอบของนักเรยี นไว้ จากนนั้ คร ๔. การตั้งสมมติฐาน เราไดเ้ รียนร้แู ละทากิจกรรมท่ี ๑ ตรวจสอบส ๕. การกาหนดและควบคุมตวั แปร ตอบคาถามเหล่านร้ี ่วมกนั อีกครัง้ ๖. การตคี วามหมายข้อมลู และ ๔. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลมุ่ กลุ่มละ ๓-๔ คน ลงขอ้ สรุป สภาพยืดหยุ่นของวัสดุอย่างไร หน้า ๑๓๖ โด ก่อนทากิจกรรมดังนี้ จุดประสงคด์ ้ำนคณุ ธรรม ๔.๑ กจิ กรรมนนี้ กั เรียนจะไดเ้ รียนเรอ่ื งอะไร ๑. มคี วามมุ่งมน่ั ในการทางาน ๔.๒ นกั เรียนจะเรียนเรื่องน้ดี ้วยวิธีใด (สังเก ๒. ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ๔.๓ เมือ่ เรียนแล้วนักเรียนจะทาอะไรได้ (อธ ๓. ใฝ่เรยี นรู้ ๔. มคี วามสามัคคี ช่วยเหลือ ๕. ครู ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านใบกิจกรรมท่ี แลว้ ร่วมกนั อภิปราย ศกึ ษาวิธีการทากิจกรรม ในการทางาน ๕.๑ กจิ กรรมนม้ี ีวธิ กี ารตรวจสอบความยืดห ดา้ นลา่ งเส้นเอ็นและเส้นเอน็ ยืด) ๕.๒ ถา้ นาตุ้มเหล็กมาแขวนที่เส้นเอน็ และเส้น (การเปล่ยี นแปลงของเส้นเอ็นและเสน้ เอ

๒๙๔ ท่ี ๑.๓ สภำพยืดหยุน่ ของวัสดรุ อบตัว เวลำ ๓ ช่ัวโมง ๑ สมบตั ทิ ำงกำยภำพของวัสดุ ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ ชำวทิ ยำศำสตร์ นยดื วัสดชุ นิดใดมสี ภาพยดื หยุ่นมาก วสั ดุชนดิ ใดมี ภำระงำน / ช้นิ งำน นการตรวจสอบเพื่อให้ได้คาตอบ (นักเรยี นตอบได้ตาม ๑. การตอบคาถาม ๒. การบันทึกผลกจิ กรรมใน รเู ชื่อมโยงเข้าสกู่ จิ กรรม แล้วชกั ชวนนักเรียนว่า เม่ือ สมบัตสิ ภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุได้อยา่ งไร เราจะกลับมา ใบกิจกรรม ๓. การทาแบบฝกึ หดั น ใหน้ ักเรยี นทาใบกจิ กรรมท่ี ๑ เรื่อง ตรวจสอบสมบตั ิ ดยครูให้นักเรียนอ่านวิธีทากิจกรรมแล้วครูถามคาถาม ร (สภาพยดื หย่นุ ของวัสดุรอบตัว) กตและทดลอง) ธิบายเกย่ี วกบั สภาพยดื หยนุ่ ของวัสดุบางชนิดได้) ๑ ตรวจสอบสมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดุได้อย่างไร มจนเขา้ ใจ โดยครอู าจใช้คาถาม ดงั นี้ หยนุ่ อย่างไร (ตรวจสอบโดยการนาตมุ้ เหล็กมาแขวน นเอ็ดยดื ส่ิงทีน่ ักเรียนต้องสงั เกตและจดบันทึกคืออะไร อน็ ยดื ขณะแขวนและหลงั แขวนด้วยต้มุ เหลก็ )

หน่วยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๕ วัสดแุ ละสสำร แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑ สม รำยวิชำวทิ ๕.๓ นกั เรยี นคิดวา่ การเปลยี่ นแปลงของเส้น วัสดุอยา่ งไร (นักเรยี นอาจตอบไดห้ ลาก โอกาสใหน้ กั เรยี นไดต้ อบคาถาม) (แนวคาตอบในประเดน็ นีท้ ี่ครูควรรู้แตย่ ังไม่ต จะรับน้าหนกั ไดม้ ากและสามารถคนื สภาพเด ๖. ครูให้นกั เรยี นคาดคะเนคาตอบว่าถา้ เพ่ิมตุ้มน ยืดหรือไม่ อยา่ งไร และเมือ่ เมือ่นาตมุ้ นา้ หนัก (นกั เรยี นอาจตอบไดห้ ลากหลายตามความคดิ ๗. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายการต้งั สมมตฐิ (สมมตฐิ านของนักเรยี นอาจแตกตา่ งกัน สว่ น ของวัสดุ ตวั แปรตาม-ความยาวของวัสดุหลงั ขนาดของวสั ดุ น้าหนกั ท่ีกระทาต่อวสั ดุ) ๘. นักเรียนทุกกลุ่มลงมือปฏิบตั ิกิจกรรม โดยปฏ และบันทึกผลที่ได้ลงในใบงาน ๐๑ หน้า ๑ ใกล้ชดิ และใหป้ ระธานกลุ่มดูแลการปฏิบตั ิก ๙. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอผลและใหน้ ักเรยี น อภิปรายโดยครูอาจใชค้ าถามดังนี้

๒๙๕ ๑.๓ สภำพยืดหย่นุ ของวัสดรุ อบตวั เวลำ ๓ ช่ัวโมง มบัตทิ ำงกำยภำพของวัสดุ ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ ทยำศำสตร์ นเอน็ และเส้นเอน็ ยดื เกีย่ วข้องกบั สภาพยืดหยุ่นของ วธิ กี ำรประเมนิ กหลายตามความคดิ ของตนเอง ครรู บั ฟงั และเปิด ๑. การตอบคาถามใน แบบฝึกหัด ตอ้ งเฉลยให้กบั นกั เรียนคอื ถา้ วัสดุมีสภาพยดื หยนุ่ มาก ๒. สงั เกตทกั ษะกระบวนการ ดิมหรอื สภาพใกลเ้ คียงหลังจากหยุดการกระทาได้) ทางวทิ ยาศาสตร์/ ด้าน น้าหนกั ข้นึ เรือ่ ย ๆ นา่ จะมีผลต่อเส้นเอ็นและเสน้ เอน็ คุณธรรมในการทากจิ กรรม กออก จะเกดิ การเปลีย่ นแปลงอกี หรือไม่ อย่างไร ๓. สังเกตพฤติกรรมการทางาน ดและมขี ้อมลู สาหรับการตง้ั สมมติฐาน) กลมุ่ ฐาน และการควบคมุ ตัวแปรในการทดลองนี้ เกณฑก์ ำรประเมนิ นตวั แปรที่นักเรียนจะตอ้ งระบุได้คือ ตวั แปรต้น-ชนิด ๑. การตอบคาถามใน งแขวน ตัวแปรท่ตี ้องควบคมุ ให้คงท่ี-ความยาวของวสั ดุ แบบฝกึ หดั ได้ถูกต้องดว้ ย ตนเอง ฏิบัติตามใบกิจกรรม ๐๑ สมบัติสภาพยืดหยุ่นของวสั ดุ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน ๑๓๘ ขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครูคอยดูแลอย่าง - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน กจิ กรรมของสมาชิกภายในกลมุ่ - ตา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน นอภปิ รายหนา้ ช้ันเรียน จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกัน๒.

หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ี่ ๕ วสั ดุและสสำร แผนกำรจัดกำรเรยี นร้ทู กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑ ส รำยวิชำ ๙.๑ จากการทดลองได้ผลเป็นอย่างไร เ เหล็กมาแขวนจานวนเพ่ิมขึ้น จะทา ตุ้มเหล็กออก ซ่ึงเป็นการหยุดออกแ เสน้ เอ็นยดื เปล่ียนแปลงไป) ๙.๒ ถ้าวัสดุเปลย่ี นแปลงไปแลว้ กลับคนื ส ยืดหยนุ่ ในการทดลองน้ีวสั ดใุ ดมสี ภ ขน้ั สรปุ (๑๕ นำท)ี ๑๐. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปผลการทากิจ กระทาแลว้ เปลีย่ นรูปรา่ งหรือขนาด แต่เ สภาพยดื หยนุ่ คือ วัสดทุ ่ถี ูกแรงมากระทา แลว้ ไมก่ ลบั คนื สภาพเดิม ๑๑. นักเรยี นตอบคาถามในใบงาน ๐๑ สมบ ชว่ั โมงที่ ๓ ขน้ั นำ (๕ นำที) ๑๒. ครูทบทวนผลที่ได้จากกิจกรรมที่ ๑ ตรว เราตรวจสอบว่าวสั ดุมสี ภาพหยดื หยนุ่ ได

๒๙๖ ท่ี ๑.๓ สภำพยดื หยุน่ ของวสั ดุรอบตวั เวลำ ๓ ช่วั โมง สมบตั ทิ ำงกำยภำพของวัสดุ ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔ ำวิทยำศำสตร์ เพราะเหตุใดจึงเป็นเชน่ นัน้ (เม่ือออกแรงกระทาโดยนาตุ้ม ๒. มที ักษะกระบวนการทาง าใหค้ วามยาวของเสน้ เอ็นและเส้นเอน็ ยืดเพ่ิมข้นึ แต่เมื่อนา วิทยาศาสตร์ แรงกระทา ความยาวของเส้นเอ็นคงเดิม แต่ความยาวของ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐% - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน สภาพเดิมได้ เมอื่ หยุดแรงกระทาต่อวัสดุ ถอื ว่ามีสภาพ - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ภาพยดื หยุน่ (เสน้ เอ็น) ๓. ๓. มคี ณุ ลักษณะดา้ นคณุ ธรรม จกรรมวา่ วสั ดุท่มี ีสภาพยดื หยุ่น คือ วสั ดุทถี่ ูกแรงมา - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ เม่ือหยดุ ออกแรงกระทาจะกลับคนื สสู่ ภาพเดมิ วัสดทุ ่ีไมม่ ี คะแนน าแลว้ เปล่ียนรูปรา่ งหรือขนาด แต่เม่ือหยดุ ออกแรงกระทา - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ บตั ิสภาพยดื หยนุ่ ของวสั ดุ หนา้ ๑๓๘-๑๓๙ คะแนน - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน วจสอบสมบตั ิสภาพยืดหยนุ่ ได้อย่างไร โดยครูถามว่า ด้อย่างไร

หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๕ วัสดแุ ละสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ี่ ๑ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑ สม รำยวชิ ำวทิ ขัน้ สอน (๕๐ นำที) ๑๓. ครูชักชวนนักเรียนทาใบกิจกรรมที่ ๒ อะไรบา้ ง หน้า ๑๔๐ โดยใหน้ กั เรียนอ่าน ๑๓.๑ กจิ กรรมนน้ี กั เรยี นจะได้เรยี นเร่อื งอ ประโยชนอ์ ะไรบา้ ง) ๑๓.๒ นกั เรยี นจะเรียนเรือ่ งน้ีดว้ ยวธิ ใี ด (ส ๑๓.๓ เม่ือเรยี นแลว้ นกั เรียนจะทาอะไรได ทน่ี าไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน) ๑๔. ครยู กตัวอยา่ งของเล่น เชน่ ลูกโปง่ กลอง พิจารณาวา่ มสี ภาพยดื หยุ่นหรอื ไม่ บนั ทึกผ ๐๒ ๑๕. ครูแจกใบกิจกรรมที่ ๒ การนาสมบตั ิสภาพ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภปิ ราย ศึกษาวิธกี ารท ๑๖. นกั เรียนทกุ กลุ่มลงมอื ปฏิบัติกจิ กรรม โดย ใบงาน ๐๒ การนาสมบัติสภาพยดื หยุ่นขอ กิจกรรมครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และให้ป กลมุ่

๑.๓ สภำพยืดหยุ่นของวัสดุรอบตัว ๒๙๗ มบัติทำงกำยภำพของวัสดุ ทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชัว่ โมง ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ การนาสมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดุใช้ทาประโยชน์ ช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี อะไร (การนาสมบัติสภาพยดื หยุน่ ของวสั ดใุ ช้ทา สังเกตและทดลอง) ด้ (อธิบายเก่ยี วกับสมบตั สิ ภาพยดื หยุ่นของวสั ดุบางชนดิ ของใช้ เชน่ ถุงเทา้ โฟมหุ้มผลไม้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ผลลงในใบงาน ๐๒ เพ่อื เปน็ ตวั อย่างในการทาใบงาน พยดื หย่นุ ของวัสดใุ ช้ทาประโยชนอ์ ะไรบ้าง ให้นกั เรียน ทากิจกรรมจนเข้าใจ ยปฏบิ ัตติ ามใบกจิ กรรมและบันทกึ ผลท่ีได้ลงใน องวสั ดุไปใช้ประโยชน์ หน้า ๑๔๑ ขณะทนี่ กั เรยี นปฏิบัติ ประธานกลุ่มดูแลการปฏิบัติกิจกรรมของสมาชกิ ภายใน

หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ ๕ วัสดแุ ละสสำร แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑ รำยวิช ๑๗. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย โดยครอู าจ ๑๗.๑ ของเล่นใดท่ีต้องใช้วัสดุที่มีสภาพยืด เพราะตอ้ งการให้ลูกเทนนสิ ให้สามา ๑๗.๒ ของใช้ใดที่ต้องใช้วัสดุที่มีสภาพยืดห ตอ้ งการให้ยืดและรัของและขาไว)้ ขัน้ สรปุ (๑๕ นำที) ๑๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทากิจก สามารถกลับคืนสู่รูปร่างเดิมได้หลังจากหย เร่ืองสภาพยืดหยุ่นของวัสดุมาประยุกต์ใช เช่น ตุ๊กตายาง ยางรัดของ ๑๙. นักเรียนทาใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หัด เร่อื งสภ

๑.๓ สภำพยืดหยุ่นของวัสดรุ อบตวั ๒๙๘ สมบตั ทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ชำวทิ ยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชั่วโมง ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ จใชค้ าถาม ดงั นี้ ๔. ดหยุ่นของวัสดุ เพราะเหตุใด (ไม้แบดมินตัน ไม้เทนนิส ารถกระเดง้ ได้) หยุ่นของวัสดุ เพราะเหตุใด (ยางรัดของ ถุงเท้า เพราะ กรรมสภาพยืดหยุ่นเป็นสมบัติของวัสดุบางชนดิ วัสดนุ น้ั ยุดออกแรงกระทาต่อวัสดุน้ัน มนุษย์สามารถนาความรู้ ช้ในชีวิตประจาวัน เช่น การผลิตยางในรูปแบบต่าง ๆ ภาพยืดหย่นุ ของวัสดุ หนา้ ๑๔๒-๑๔๓

๒๙๙ แบบประเมินดำ้ นคุณธรรม แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ ๑.๓ สภำพยืดหยุ่นของวสั ดุรอบตัว ช่อื ผู้ประเมนิ /กลุม่ ประเมิน…………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อกลุ่มรับกำรประเมิน……………………………………………………………………………………………….……………………….. ประเมินผลคร้งั ท่ี………………. วนั ……………..…. เดือน …………………………………..………. พ.ศ. ……...….……....... เร่อื ง…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ที่ ลกั ษณะ/พฤติกรรมบ่งช้ี ระดบั พฤติกรรม คะแนนทไี่ ด้ เกดิ = ๑ ไม่เกดิ = ๑. มีความมุ่งม่นั ในการทางาน ๒. ซอื่ สัตย์ต่อตนเอง ๐ ๓. ใฝเ่ รียนรู้ ๔. มคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลือในการทางานกลุ่ม รวมคะแนนท่ไี ด้ทัง้ หมด = …………… คะแนน คุณลกั ษณะตามจุดประสงค์ด้านคุณธรรม - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน

๓๐๐ แบบประเมนิ ด้ำนทักษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ในกำรทำกจิ กรรม แผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ ี่ ๑.๓ สภำพยดื หยนุ่ ของวสั ดรุ อบตวั เกณฑ์การประเมนิ มดี ังน้ี ๒ หมายถึง พอใช้ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ๓ หมายถงึ ดี สง่ิ ท่ีประเมนิ คะแนน การสังเกต การลงความเหน็ จากขอ้ มูล การตง้ั สมมตฐิ าน การกาหนดและควบคุมตวั แปร การทดลอง การตีความหมายข้อมูลและลงขอ้ สรปุ รวมคะแนน เกณฑ์กำรประเมิน ดี (๓) ระดบั ควำมสำมำรถ ควรปรบั ปรงุ (๑) ทกั ษะกระบวนกำร พอใช้ (๒) ทำงวิทยำศำสตร์ การสังเกต ใ ช้ ป ร ะ ส า ท สั ม ผั ส ใ น ก า ร ใช้ประสาทสัมผัสในการ ไม่สำมำรถใช้ประสาทสัมผัส รว บรว มข้อมูลเกี่ ย ว กั บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ ในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ การลงความเห็นจาก ลักษณะของวัสดุที่มีสภาพ ลักษณะของวัสดุที่มีสภาพ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง วั ส ดุ ท่ี มี ส ภ า พ ขอ้ มลู ยื ด ห ยุ่ น แ ต ก ต่ า ง กั น ด้ ว ย ยื ด ห ยุ่ น แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ด้ ยืดหยุ่นแตกต่างกัน ถึงแม้จะ ตนเองโดยไม่เพ่ิมเติมความ โดยกำรชี้แนะของครูหรือ ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ คิดเหน็ ผู้อื่น และเพิ่มเติมควำม ผู้อื่น คดิ เหน็ เ พิ่ ม เ ติ ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ พิ่ ม เ ติ ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ เ พ่ิ ม เ ติ ม ค ว า ม เก่ียวกับสภาพยืดหยุ่นของ คิดเห็นเกี่ยวกับสภาพยืดหยุ่น วสั ดุได้ เกี่ยวกับสภาพยืดหยุ่นของ ข อ ง วั ส ดุ ไ ด้ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง อย่างถูกต้อง มีเหตุผล จาก ถึงแม้จะได้รับคาแนะนาจาก ความรู้หรือประสบการณ์ วั ส ดุ ไ ด้ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง ครูหรือผ้อู ื่น เดมิ ได้ด้วยตนเอง พ ย า ย า ม ใ ห้ เ ห ตุ ผ ล จ า ก ความรู้หรือประสบการณ์

๓๐๑ ทักษะกระบวนกำร ดี (๓) ระดับควำมสำมำรถ ควรปรบั ปรงุ (๑) ทำงวิทยำศำสตร์ พอใช้ (๒) เดิมได้ โดยกำรช้ีแนะของ ครหู รือผูอ้ นื่ การตง้ั สมมติฐาน คิดหาคาตอบล่วงหน้าโดย คิดหาคาตอบล่วงหน้าโดย ไม่สำมำรถคิดหาคาตอบ การกาหนดและ บอกความสัมพันธ์ระหว่าง บอกความสัมพันธ์ระหว่าง ล่ ว ง ห น้ า โ ด ย บ อ ก ควบคุมตวั แปร ตัวแปรต้นกับตัวแปรตามได้ ตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร การทดลอง อย่างถกู ต้องด้วยตนเอง ได้อย่างถูกต้อง โดยอำศัย ต้ น กั บ ตั ว แ ป ร ต า ม อ ย่ า ง การตคี วามหมาย ขอ้ มลู และ คำแนะนำของครหู รือผอู้ ื่น ถู ก ต้ อ ง ถึ ง แ ม้ จ ะ ไ ด้ รั บ ลงขอ้ สรปุ คาแนะนาจากครหู รือผอู้ นื่ สามารถกาหนดตัวแปรต้น สามารถกาหนดตัวแปรต้น ไม่สำมำรถกาหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตามและตัวแปรท่ีต้อง ตัวแปรตามและตัวแปรท่ี ตัวแปรตามและตัวแปรท่ีต้อง ควบคุมให้คงท่ีในการทดลอง ต้ อ ง ค ว บ คุ ม ใ ห้ ค ง ท่ี ใ น ควบคุมให้คงที่ในการทดลอง เก่ียวกับสภาพยืดหยุ่นของ ก า ร ท ด ล อ ง เ กี่ ย ว กั บ เก่ียวกับสภาพยืดหยุ่นของ วั ส ดุ ไ ด้ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุได้ วัสดุได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้จะ ดว้ ยตนเอง อย่างถูกต้อง โดยได้รับ ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ กำรชี้แนะจำกครูหรือ ผอู้ ื่น เพื่อน ท า ก า ร ท ด ล อ ง เ กี่ ย ว กั บ ท า ก า ร ท ด ล อ ง ไม่สำมำรถทาการทดลอง สภาพยืดหยนุ่ ของวัสดุได้ โดย สภาพยืดหยุ่นของวัสดุโดย สภาพยืดหยุ่นของวัสดุโดยมี มีข้ันตอนครบถ้วนได้ด้วย มีขั้นตอนครบถ้วนได้โดย ขั้นตอนครบถ้วนได้ ถึงแม้จะ ตนเอง ได้รับกำรชี้แนะจำกครู ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ หรือผอู้ นื่ ผู้อ่นื ตีความหมายข้อมูลที่ได้จาก ตีความหมายข้อมูลที่ได้ ไ ม่สำมำรถ ตีความหมาย การสังเกตเพื่อลงข้อสรุป จากการสังเกต เ พ่ื อ ล ง ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตเพ่ือ เก่ียวกับสภาพยืดหยุ่นของ ข้อสรุป เก่ียวกับสภาพ ลงข้อสรุป เกี่ยวกับสภาพ วัสดุได้อย่างถูกต้อง ด้วย ยืดหยุ่นของวัสดุได้ โดย ยืดหยุ่นของวัสดุได้ ถึงแม้จะ ตนเอง กำรชแ้ี นะจำกครูหรอื ผู้อื่น ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ ผอู้ น่ื

๓๐๒ เฉลยใบงำน ขึ้นอยกู่ ับผลกำรทดลองของนกั เรยี น เพือ่ ตรวจสอบสภำพยดื หยุน่ ของเส้นเอน็ และ เส้นเอ็นยืด

๓๐๓ เสน้ เอน็ มีสภำพยืดหยนุ่ มำกกว่ำเส้นเอ็นยืด เพรำะสำมำรถกลบั คนื สู่ สภำพเดิมไดม้ ำกกวำ่ หลงั จำกหยดุ ออกแรงกระทำ เมื่อเส้นเอ็นและเสน้ เอ็นยืดถูกแขวนดว้ ยตุ้มเหล็ก ควำมยำวของเสน้ เอ็นท้งั สอง เส้นจะเปลี่ยนไป โดยมีควำมยำวเพ่ิมมำกขึ้นกวำ่ ควำมยำวก่อนแขวน แต่ หลังจำกแขวนด้วยตุ้มเหล็ก เสน้ เอ็นจะมีควำมยำวนอ้ ยกวำ่ เสน้ เอน็ ยดื ดังน้นั เส้นเอน็ จงึ มสี ภำพยดื หยุ่นมำกกวำ่ เส้นเอ็นยืด เพรำะสำมำรถกลบั คืนสู่ สภำพเดมิ ได้มำกกว่ำหลังจำกหยดุ ออกแรงกระทำ

๓๐๔ ลกู โปง่ ยำง  ขึ้นอยกู่ ับผลกำรสำรวจของนกั เรียน ถงุ เท้ำ ใยสงั เครำะห์  ขนึ้ อยูก่ ับผลกำรสำรวจของนักเรยี น ของเล่นและของใช้ท่ีพบจำกกำรสำรวจ ใช้วัสดุแตกต่ำงกัน บำงชนดิ มีสภำพยดื หย่นุ บำงชนิดไมม่ ีสภำพยืดหย่นุ ดังน้นั เมอ่ื วัสดุแต่ละชนิดมีสภำพยืดหยุ่นไมเ่ ทำ่ กัน กำรนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั จงึ มีควำมแตกต่ำงกัน โดยเลือกใช้วัสดุท่ีมี สภำพยืดหยุ่นให้เหมำะสมกับประโยชน์ทจี่ ะใช้

๓๐๕ X X X

๓๐๖ X

๓๐๗ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ คำชแี้ จงประกอบแผนจดั กำรเรียนรู้ หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี ๕ เวลำ ๓ ช่ัวโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี ๑.๔ เรือ่ ง กำรนำควำมรอ้ นของวสั ดุรอบตวั ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สำระสำคญั ของแผน การนาความร้อนของวัสดุ หมายถงึ การถ่ายโอนความร้อนผ่านวัสดุจากบรเิ วณทม่ี ีอณุ หภูมิสงู ไปยงั บริเวณทมี่ อี ุณหภูมติ ่ากว่าโดยทตี่ ัวกลางไม่เคล่ือนท่ี ๒. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในกำรนำไปใช้ (ให้ระบุส่ิงทต่ี ้องกำรเน้นหรือข้อสังเกต ขอ้ เสนอแนะ คำแนะนำ) ในเรื่องตอ่ ไปน้ี คอื ๒.๑ ขอบข่ำยเนอื้ หำ การนาความรอ้ น หมายถงึ การถา่ ยโอนพลงั งานความรอ้ นจากอนุภาคหนึ่งสูอ่ นุภาคหนง่ึ โดย ถ่ายโอนกนั ไปภายในเน้ือของวสั ดุ วัสดุแต่ละชนดิ จะมีสมบัตกิ ารนาความร้อนแตกต่างกัน มนุษยน์ า ความรู้เกี่ยวกับการนาความร้อนของวัสดมุ าใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน ๒.๒ จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ (ควำมรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม คำ่ นิยม) (ถ้ำมี) จดุ ประสงคด์ ำ้ นควำมรู้ ๑. เปรียบเทยี บและอธบิ ายสมบัตกิ ารนาความร้อนของวัสดตุ ่าง ๆ ๒. บอกประโยชน์ของการนาสมบตั กิ ารนาความร้อนของวัสดุไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั จุดประสงคด์ ้ำนทกั ษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ๑. การสงั เกต ๒. การลงความเหน็ จากข้อมลู ๓. การกาหนดและควบคมุ ตวั แปร ๔. การทดลอง ๕. การตงั้ สมมตฐิ าน ๖. การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ จดุ ประสงค์ดำ้ นคณุ ธรรม ๑. มคี วามมุ่งมน่ั ในการทางาน ๒. ซอื่ สัตยต์ อ่ ตนเอง ๓. ใฝ่เรยี นรู้ ๔. มคี วามสามัคคี ช่วยเหลอื ในการทางานกลมุ่

๓๐๘ ๒.๓ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ๑) กำรเตรียมตัวของครู นกั เรยี น (กำรจดั กลุ่ม) (ถ้ำมี) การจัดกลมุ่ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน เพือ่ ทาใบกิจกรรมตา่ ง ๆ ๒) กำรเตรยี มส่อื วสั ดุอุปกรณ์ ของครู นกั เรยี น (ถำ้ ม)ี สง่ิ ท่คี รูตอ้ งเตรยี ม คอื ๒.๑ ชุดนาความร้อน ๑ ชุด / กล่มุ ๒.๒ ดินน้ามัน ๑ ก้อน / กลุ่ม ๒.๓ อปุ กรณส์ าหรับจุดไฟ ๑ ชุด / กลมุ่ ๒.๔ น้าร้อน ส่ิงทีน่ ักเรยี นตอ้ งเตรยี ม คือ ๒.๕ ตะปู ยางยืด แกว้ พลาสติก ไม้ เหล็กและฟองนา้ อย่างละ ๑ อัน/ กลมุ่ ๓) เตรียมใบงำน ใบควำมรู้ ใบกิจกรรม (ถำ้ มี) ๓.๑ ใบงาน ๐๑ สมบัติการนาความร้อนของวสั ดุ ๓.๒ ใบงาน ๐๒ แบบฝึกหดั เรอื่ งการนาความรอ้ นของวสั ดุ ๒.๔ วดั ผลประเมนิ ผล (ถ้ำมี) ๑) วิธีกำรวัดผลประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ - สงั เกตการตอบคาถามในชน้ั เรยี น - การตอบคาถามในแบบฝกึ หัด - สังเกตทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทากจิ กรรม - สังเกตดา้ นคุณธรรมขณะทากิจกรรม ๒) วิธกี ำร เครอ่ื งมอื เกณฑ์ ๒.๑ เครือ่ งมือและเกณฑใ์ นกำรประเมนิ ด้ำนควำมรู้ ตรวจใหค้ ะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน แล้วใช้เกณฑ์ในการให้คะแนน ดังน้ี - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน

๓๐๙ ๒.๒ เครอื่ งมอื และเกณฑใ์ นกำรประเมนิ ทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สงั เกตทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ (ดงั แนบ) นาคะแนนมารวมกัน แล้วใช้เกณฑใ์ นการให้คะแนน ดงั นี้ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๓ เครอ่ื งมอื และเกณฑใ์ นกำรประเมินด้ำนคณุ ธรรม สังเกตคณุ ลักษณะดา้ นคุณธรรมโดยใช้แบบประเมนิ ด้านคุณธรรม (ดงั แนบ) นาคะแนนมารวมกนั แล้วใชเ้ กณฑ์ในการให้คะแนน ดงั น้ี - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓) กำรทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรยี น แบบฝึกหัด ก่อนเรยี น หลังเรียน ทาแบบฝกึ หดั ในใบงานหลงั เรียน ๓. อน่ื ๆ ............................................................................................................................. .............................................. ................................................................................................................................. .......................................... ******************************

หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี ๕ วัสดแุ ละสสำร แนวทำงกำรจัดกจิ ก กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ เรื่อง กำรน รำยว แนวกำรจัด ขน้ั นำ  รว่ มกนั ตอบคาถามเกยี่ วกบั สถานการณ์ทคี่ ข้นั สอน ขั้นสรปุ  ร่วมกนั ทากิจกรรมที่ ๑ ตรวจสอบการนา  ปฏิบตั กิ จิ กรรมดว้ ยกันเปน็ กลุ่ม นาเสนอ กำรวัดและประเมนิ ผล  รว่ มกันอภิปรายและลงข้อสรปุ เกย่ี วกับกา  ทาใบงาน ๐๒ แบบฝดึ หดั เร่ืองการนาคว  ประเมินจากการตอบคาถาม  ประเมนิ จากการทากิจกรรมในชั้นเรยี น  ประเมินจากการทาแบบฝกึ หัด

กรรมของแผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ี่ ๑.๔ ๓๑๐ นำควำมรอ้ นของวัสดุรอบตัว วิชำ วิทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชั่วโมง ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ ดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ครยู กตัวอย่าง าความร้อนของวัสดไุ ดอ้ ย่างไร และอภปิ รายผลการทดลอง ารนาความร้อนของวสั ดุรอบตัว วามร้อนของวสั ดุ

หนว่ ยกำรเรียนรู้ที่ ๕ วสั ดแุ ละสสำร แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑ รำยวิชำ ขอบเขตเน้อื หำ กิจกรรมกำรเรียนรู้ (๓ ชั่วโมง) การนาความร้อน หมายถึง ช่ัวโมงที่ ๑ ข้ันนำ (๑๐ นำท)ี การถ่ายโอนพลังงานความร้อน ๑. ครูนาเข้าสู่บทเรียน โดยการนาวัสดุต่าง ๆ จ า ก อ นุ ภ า ค ห น่ึ ง สู่ อ นุ ภ า ค ห น่ึ ง โดยถ่ายโอนกันไปภายในเนื้อของ ฟองนา้ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใชค้ าถามดังตอ่ วัสดุ วัสดุแต่ละชนิดจะมีสมบัติ ๑.๑ หากครูจุดเทียนแล้วนาวัสดุเหล่านี้ไป ก า ร น า ค ว า ม ร้ อ น แ ต ก ต่ า ง กั น มนุษย์นาความรู้เกี่ยวกับการนา เพราะเหตุใดนักเรียนจึงรู้สึกเช่นนั้น ความร้อนของวัสดุมาใช้ประโยชน์ ความคิดของแต่ละคน แต่แนวคาตอบ ในชวี ติ ประจาวัน เพราะตะปูและเหลก็ แข็ง ทาใหร้ ้อนมา จดุ ประสงค์ดำ้ นควำมรู้ ๑.๒ การท่ีวัสดุรับความร้อนแล้วส่งผา่ นมาย ๑. เปรียบเทียบและอธบิ ายสมบัติ (นักเรียนอาจตอบได้หลากหลายตามคว แนวคาตอบที่ถูกต้องแต่ครูยังไม่ต้องเฉ การนาความร้อนของวสั ดุ เนื้อวสั ดจุ ากบริเวณที่มีอุณหภมู ิสงู กวา่ ไ ตา่ ง ๆ ขน้ั สอน (๔๕ นำที) ๒. บอกประโยชน์ของการนา สมบตั ิการนาความรอ้ นของ ๒. ครใู หค้ วามรู้เพม่ิ เติมกับนักเรียนว่าการทวี่ ัสด วัสดไุ ปใช้ในชีวิตประจาวนั เรียกวา่ การนาความร้อน ๓. ครชู ักชวนนกั เรียนทากิจกรรมที่ ๑ ตรวจสอ ครูอาจใช้คาถามดังต่อไปนี้

๓๑๑ ๑.๔ กำรนำควำมร้อนของวสั ดรุ อบตวั เวลำ ๓ ชั่วโมง สมบตั ทิ ำงกำยภำพของวสั ดุ ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๔ ำวิทยำศำสตร์ ๆ ได้แก่ ตะปู ยางยืด แก้ว พลาสติก ไม้ เหล็กและ สอื่ / แหลง่ เรียนรู้ อไปนี้ ๑. ชุดนาความร้อน ปอังไฟ วัสดุใดที่นักเรียนจะรู้สึกร้อนเม่ือเอามือไปจับ ๒. ดนิ น้ามัน (นักเรียนอาจตอบหลากหลาย แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ๓. นา้ ร้อน บที่ควรได้คือ ตะปู และ เหล็ก เหตุท่ีนักเรียนรู้สึกร้อน ๔. อุปกรณ์สาหรบั จุดไฟ าก) ยังมือของเราได้ น่าจะเป็นเพราะวัสดุนั้นมีสมบัติอย่างไร ภำระงำน / ช้ินงำน วามเข้าใจของแตล่ ะคน ๑. การตอบคาถาม ฉลยคือ การนาความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนผา่ น ๒. การบันทกึ ผลกิจกรรมใน ไปยงั บรเิ วณทอี่ ุณหภูมิต่ากวา่ ) ใบกจิ กรรม ๓. การทาแบบฝกึ หัด ดุได้รบั ความร้อนแลว้ สง่ ผา่ นความร้อนไปยังบรเิ วณอืน่ ได้ อบการนาความรอ้ นของวสั ดไุ ดอ้ ยา่ งไร หน้า ๑๔๕ โดย

หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕ วัสดุและสสำร แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี ๑. กลุม่ สำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑ สม รำยวชิ ำวิท จดุ ประสงค์ด้ำนทกั ษะ ๓.๑ นกั เรียนคดิ วา่ วัสดแุ ต่ละชนดิ นาความร้อ กระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ ๓.๒ นกั เรยี นสงั เกตหรือทราบไดอ้ ย่างไรว่าวสั ๑. การสังเกต ๔. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรีย ๒. การลงความเห็นจากข้อมลู ความร้อนของวัสดุ ซ่ึงอาจจะถูกหรือผิดก็ได ๓. การกาหนดและควบคมุ ให้นักเรียนระบตุ ัวแปรท่ีเก่ยี วข้อง ทั้งตวั แปรต ขัน้ สรปุ (๕ นำที) ตวั แปร ๔. การทดลอง ๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า มีการตรวจส ๕. การตัง้ สมมติฐาน การควบคมุ ตวั แปรให้เหมาะสม ๖. การตคี วามหมายข้อมูลและ ชว่ั โมงท่ี ๒-๓ ลงข้อสรุป ข้นั นำ (๕ นำที) จุดประสงค์ดำ้ นคุณธรรม ๖. ครูนาเข้าสู่บทเรียน โดยใช้คาถามดังต่อไปน ๑. มีความมุ่งมั่นในการทางาน ๒. ซื่อสตั ยต์ ่อตนเอง หม้อท่ีมีน้าร้อน หรือจับทัพพีอะลูมิเนียมที่ใช ๓. ใฝเ่ รยี นรู้ น้าร้อนหรือทัพพี หรือจับที่ด้ามจับที่ทาด้วย ๔. มคี วามสามคั คี ชว่ ยเหลือใน การนาความร้อนมาสูม่ ือ และไมร่ สู้ ึกรอ้ นเพรา ขน้ั สอน (๑๐๐ นำที) การทางานกลุ่ม ๗. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ ความร้อนของวัสดุได้อย่างไร หน้า ๑๔๕ โด ก่อนทากิจกรรมดังนี้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook