๔๓ ๕. มวี ินยั ๒.๓ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑) กำรเตรียมตัวของครู นกั เรียน (กำรจดั กลุ่ม) (ถำ้ มี) การจดั กล่มุ โดยแบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ ๓-๔ คน เพื่อทาใบกจิ กรรมที่ ๑ เราจาแนก สัตวไ์ ดอ้ ย่างไร ๒) กำรเตรียมส่ือ วัสดุอปุ กรณ์ ของครู นักเรียน (ถ้ำม)ี สง่ิ ทค่ี รตู อ้ งเตรยี ม/กลุ่ม คอื ๒.๑ เตรียมกระดาษเพื่อทาเป็นบตั รภาพ ๕-๖ แผน่ ท่ีมคี วามหนาพอทจ่ี ะสามารถวาดได้ท้ัง ๒ ดา้ น ๒.๒ ปลาและกงุ้ ๒.๓ อุปกรณส์ าหรับผา่ ปลาและกุ้ง ไดแ้ ก่ มีด ถาด ถุงมอื ผ้ารองโต๊ะ ๑ ชุด ๒.๔ บัตรภาพสัตว์ ๓ ชนิด / หอ้ ง ๒.๕ บัตรภาพสัตว์มกี ระดูกสันหลัง ๑ ชุด / ห้อง โดยเปดิ จาก QR code ทแี่ นบมา ๒.๖ กรรไกร ส่ิงทีน่ ักเรยี นต้องเตรยี มกล่มุ คือ - ๓) เตรียมใบงำน ใบควำมรู้ ใบกิจกรรม (ถำ้ มี) ๓.๑ ใบความรู้ เร่ืองสัตวม์ ีกระดูกสนั หลัง ๓.๒ ใบงาน ๐๑ การจาแนกสัตว์ ๓.๓ ใบงาน ๐๒ แบบฝึกหดั เรื่องการจาแนกสตั ว์ ๒.๔ วดั ผลประเมนิ ผล (ถ้ำมี) ๑) วธิ กี ำรวัดผลประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ ๑.๑ สงั เกตการตอบคาถามในชน้ั เรยี น ๑.๒ การตอบคาถามในแบบฝกึ หัด ๑.๓ สงั เกตทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการทากิจกรรม ๑.๔ สังเกตดา้ นคุณธรรมขณะทากจิ กรรม ๒) วธิ ีกำร เคร่ืองมือ เกณฑ์ ๒.๑ เครือ่ งมือและเกณฑใ์ นกำรประเมินด้ำนควำมรู้ ตรวจใหค้ ะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน แลว้ ใช้เกณฑ์ในการให้คะแนนดังน้ี - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๔๔ ๒.๒ เคร่ืองมือและเกณฑใ์ นกำรประเมินทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สังเกตทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ (ดงั แนบ) แล้วนาคะแนนมารวมกัน แล้วใช้เกณฑ์ในการให้คะแนนดงั นี้ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๓ เครอ่ื งมอื และเกณฑใ์ นกำรประเมินด้ำนคุณธรรม สังเกตคุณลักษณะด้านคณุ ธรรมโดยใชแ้ บบประเมินดา้ นคุณธรรม (ดังแนบ) แลว้ นา คะแนนมารวมกัน แล้วใช้เกณฑใ์ นการใหค้ ะแนนดังน้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓) กำรทดสอบก่อนเรียน หลังเรยี น แบบฝกึ หดั ก่อนเรียน หลังเรยี น ทาแบบฝกึ หดั ในใบงานหลงั เรียน ๓. อื่น ๆ ................................................................................................................................................................... .. ............................................................................................................................. ..................................
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี ๑ กำรจำแนกสง่ิ มีชีวติ รอบตัว แนวทำงกำรจัดกิจกรรม กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ เรอื่ ง ก รำยวิชำ แนวกำรจัดกจิ ขั้นนำ ตรวจสอบความรูเ้ ดิมโดยสังเกตลกั ษณะขอ ขั้นสอน ข้ันสรุป ทากิจกรรมที่ ๑ จาแนกสตั วไ์ ดอ้ ย่างไร อ ทาใบงาน ๐๑ การจาแนกสัตว์ กำรวดั และประเมนิ ผล อภิปรายและลงขอ้ สรุปเก่ียวกับการจาแน ทาใบงาน ๐๒ แบบฝึกหัด เร่ืองการจาแน ประเมนิ จากการตอบคาถาม ประเมนิ จากการทากิจกรรมในช้นั เรยี น ประเมนิ จากการทาแบบฝึกหัด
มของแผนกำรจัดกำรเรยี นรูท้ ่ี ๑.๒ ๔๕ กำรจำแนกสตั ว์ ำ วิทยำศำสตร์ เวลำ ๕ ช่วั โมง ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ จกรรมกำรเรยี นรู้ องสตั วใ์ นบตั รภาพสัตว์ และถามคาถามเกี่ยวกับการจัดกล่มุ สตั ว์ อภปิ รายและนาเสนอผลการจาแนก นกสัตว์ นกสตั ว์
หนว่ ยกำรเรียนรู้ท่ี ๑ กำรจำแนกสง่ิ มีชวี ิตรอบตัว แผนกำรจดั กำรเร กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ทิ ยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑ รำยว ขอบเขตเน้อื หำ กิจกรรมกำรเรียนรู้ (๕ ช่วั โมง) เ ร า ส า ม า ร ถ จ า แ น ก สั ต ว์ ช่วั โมงที่ ๑ ข้นั นำ (๕ นำท)ี ออกเป็น ๒ กลุ่มโดยใช้การมี ๑. ครตู รวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนโดยแจกบ กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ได้เป็น กลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังและ และสัตวไ์ มม่ กี ระดูกสนั หลงั ) ให้นกั เรียนแต่ละ สตั ว์ไมม่ ีกระดูกสันหลัง กระดกู สัน ๓ นาที และสุ่มนักเรียนนาเสนอ ผลการสังเกต หลังมีลักษณะเป็นข้อ ๆ เรียงต่อ ๒. ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายซง่ึ อาจใช้คาถา กันทอดเปน็ แนวยาวไปตามลาตัว ๒.๑ ลักษณะภายนอกของสตั ว์เหมอื นหรอื แตก สัตว์มีกระดูกสันหลังจาแนกได้ ของตนเอง) อีก ๕ กลมุ่ คือ ๒.๒ จะแบ่งสตั ว์ออกเปน็ กล่มุ ๆ ไดห้ รือไม่ อย ข้ันสอน (๔๕ นำที ) ๑) กลมุ่ ปลา ๓. ครชู ักชวนนกั เรยี นอ่านชื่อกิจกรรม จดุ ประสงค ๒) กลุ่มสตั ว์สะเทนิ น้า อยา่ งไร หน้า ๑๔ – ๑๕ จากนัน้ ครตู รวจสอบค สะเทนิ บก นักเรียนทาได้ ๓) กลมุ่ สัตว์เลื้อยคลาน ๔. นักเรียนเรม่ิ ทากิจกรรมโดยแต่ละคนเลอื กสังเก ๔) กลมุ่ นก ทีไ่ ม่ใช่ปลาและกุ้งและไม่ซ้ากับเพอื่ นในกลุม่ แ ๕) กลมุ่ สัตวเ์ ลย้ี งลูกด้วยน้านม บตั รภาพ ๕. ครูให้นกั เรยี นตล่ ะคนสบื ค้นลกั ษณะภายในขอ บัตรภาพแผ่นเดิมดา้ นหลงั
รียนรู้ท่ี ๑.๒ กำรจำแนกสัตว์ ๔๖ ๑ กำรจำแนกส่งิ มีชีวติ วชิ ำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๕ ชว่ั โมง ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๔ บตั รภาพสตั ว์ (ซง่ึ มีท้ังสัตว์มีกระดูกสนั หลัง สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ ะคน เลือกเพอื่ สงั เกตลักษณะภายนอกของสตั วภ์ ายใน ๑. บัตรภาพสตั ว์ ต ๒. กระดาษทาบตั รภาพขนาด ามดงั ตอ่ ไปน้ี ๑๕ × ๑๕ เซนติเมตร กต่างกันอย่างไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ ๓. บัตรภาพสตั ว์ ๔. ปลา ยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง) ๕. กุ้ง ๖. มีด ค์ และวธิ กี ารทากจิ กรรมท่ี ๑ จาแนกสตั ว์ได้ ๗. ถาด ความเข้าใจข้นั ตอนการทากจิ กรรมจนแนใ่ จวา่ ๘. ถุงมือ ๙. กรรไกร ๑๐. ดินสอสี กตลกั ษณะภายนอกของสตั ว์ ๑ ชนิด ซ่ึงเปน็ สัตว์อื่น และใหน้ ักเรียนวาดภาพผลการสังเกตลงในกระดาษ องสัตว์ทเ่ี ลือกในข้อ ๔ และวาดรูปลงในกระดาษ
หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ ๑ กำรจำแนกสิ่งมชี วี ิตรอบตัว แผนกำรจดั กำรเรยี น กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์ หนว่ ยย่อยที่ ๑ รำยวชิ ำ โดยแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะ ๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาบตั รภาพท่ีวาดมารวมกัน แ ในเรื่องของลักษณะของผิวหนัง ส่วน ของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่วาดว่าเหมอื นหรือแตกต่างก ท่ีใชใ้ นการเคลือ่ นท่ี การออกลูก การ วางไข่ และการเลยี้ งลูก ขั้นสรปุ ( ๑๐ นำที) ๗. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ และอภปิ รายเกี่ยวกบั ค จุดประสงค์ด้ำนควำมรู้ ๑. อธิบายการจาแนกกลุ่มสัตว์โดย ภายนอกและภายในของสตั วช์ นิดต่าง ๆ ชัว่ โมงที่ ๒-๓ ใช้เกณฑ์ที่กาหนดขึ้นเองและ ขนั้ นำ (๑๐ นำท)ี เกณฑก์ ารมีกระดกู สนั หลงั ๘. ครูนาบัตรภาพที่นกั เรยี นวาดมาแสดงลกั ษณะบาง ๒. อธิบายการจาแนกสัตว์มีกระดูก สันหลังออกเป็น ๕ กลุ่ม จาก ชนิดใด เพอื่ กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นทากิจกรรมเร่อื งกา ลักษณะเฉพาะท่ีสังเกตได้ ๙. ครตู รวจสอบว่านักเรยี นสามารถกาหนดเกณฑ์แล ถกู ต้องหรือไมก่ ่อนเร่ิมทากจิ กรรมต่อไป ข้ันสอน (๙๕ นำที) ๑๐. นักเรียนแต่ละกลุ่มจาแนกสตั ว์ในบัตรภาพออกเ สัตว์เปน็ เกณฑต์ ามความเขา้ ใจภายใน ๑๐ นาท ๑๑. นักเรยี นบนั ทกึ ผลการจาแนกสัตวใ์ นใบงาน ๐๑ ๑๒. ครชู กั ชวนนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสงั เกตลกั ษ ทั้งระบุกระดูกสันหลังท่ีพบ แล้วบันทึกผลในใ สนั หลงั ครตู ้องอธบิ ายเพิ่มเติม ๑๓. ครูรวมบัตรภาพทน่ี ักเรียนทง้ั ชนั้ วาดไว้ แล้วจาแ
นรู้ที่ ๑.๒ กำรจำแนกสัตว์ ๔๗ กำรจำแนกส่ิงมชี ีวติ เวลำ ๕ ชัว่ โมง ำวิทยำศำสตร์ ชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๔ แล้วรว่ มกันอภิปรายลักษณะภายนอกและภายใน ภำระงำน / ช้นิ งำน กนั อยา่ งไร ครูอาจสมุ่ นักเรยี นบางกลุ่มนาเสนอ ๑. บัตรภาพสัตว์ ๒. การบนั ทกึ ผลการทากิจกรรมใน ความเหมือนและความแตกต่างของลักษณะ ใบกิจกรรม งอย่าง เพ่อื ใหน้ กั เรยี นทายวา่ เป็นลักษณะของสตั ว์ วธิ กี ำรประเมนิ ารจาแนกสตั ว์ตอ่ ไป ละสามารถจาแนกสัตวต์ ามเกณฑท์ ีก่ าหนดได้ ๑. การตอบคาถามใน ใบกจิ กรรม ๒. การตอบคาถามในชั้นเรียน ๓. สงั เกตดา้ นคุณธรรม ขณะทากิจกรรม เปน็ กลมุ่ โดยใช้ลกั ษณะภายนอกและภายในของ ที และสมุ่ นกั เรียนนาเสนอ ๑ หน้า ๒๐ ษณะภายนอกและภายในของปลาและกุ้ง พร้อม ใบงาน ๐๑ หน้า ๒๑ หากนักเรียนไม่รู้จักกระดูก แนกสตั ว์ในบัตรภาพเป็นกลมุ่ อกี ครง้ั โดยใช้การมี
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๑ กำรจำแนกส่งิ มีชีวติ รอบตัว แผนกำรจดั กำรเร กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑ รำยวชิ ำ จุดประสงคด์ ำ้ นทักษะกระบวนกำร กระดูกสันหลงั เป็นเกณฑ์และบันทกึ ผล ทำงวิทยำศำสตร์ ๑๔. นกั เรียนนาเสนอผลการจาแนกสัตว์ ๑. การสังเกต ๑๕. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายดงั ต่อไปน้ี ๒. การจาแนกประเภท ๓. การจัดกระทาและส่อื ๑๕.๑ ในการจาแนกสัตว์โดยใช้เกณฑ์การมกี ระด ว่าเป็นสัตว์มีกระดูกสนั หลังหรือไม่มกี ระดกู ความหมายข้อมูล ๔. การลงความเหน็ จากข้อมูล ๑๕.๒ กระดูกสันหลังมลี ักษณะอย่างไร (กระดูกส แนวยาวไปตามลาตัว) ๑๕.๓ สามารถจาแนกสตั ว์ตา่ ง ๆ ออกเปน็ กลุ่มโ สัตวท์ ่มี ีส่ิงท่เี หมือนกันอยูใ่ นกลมุ่ เดียวกนั แ การกาหนดเกณฑ์ในการจาแนก) ข้นั สรุป (๑๕ นำท)ี ๑๖. ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายและสรปุ ไดว้ า่ ป มี ตา ปาก หาง และมีลักษณะบางอยา่ งแตกตา่ - ปลามลี าตวั แบน ตรง ส่วนกุ้งมีลาตวั กลม แล - ปลามีผิวหนังเปน็ เกลด็ หอ่ หุ้มตวั แต่กุ้งมเี ปล - ปลามกี ระดูกแขง็ ภายใน และมีกระดูกสนั หล ตามลาตวั สว่ นกุ้งไม่มีกระดูกสนั หลัง ถ้าใช้ก ออกเป็น ๒ กลมุ่ คือ กลุ่มสัตวม์ กี ระดูกสันห
รยี นรู้ท่ี ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ ๔๘ กำรจำแนกสิ่งมีชวี ติ เวลำ ๕ ช่ัวโมง ำวิทยำศำสตร์ ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ ดูกสันหลงั จะสังเกตสัตวต์ า่ ง ๆ อย่างไร (สังเกต เกณฑ์กำรประเมิน กสันหลัง) ๑. การตอบคาถามในแบบฝึกหัด สนั หลงั มีลักษณะเปน็ ข้อ ๆ เรยี งตอ่ กนั ทอดเปน็ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน โดยใช้เกณฑอ์ ่นื ได้หรอื ไม่ อยา่ งไร (ได้ โดยจัด - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน และมีสง่ิ ท่แี ตกต่างอยูต่ ่างกนั กลมุ่ กัน ขนึ้ อยูก่ ับ - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒. มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ปลา กงุ้ มลี ักษณะบางอย่างทีเ่ หมือนกัน คอื างกนั เชน่ ละงอ ลือกแขง็ เป็นปลอ้ ง ๆ ห่อหุ้มตวั ลงั ซึ่งมีลักษณะเป็นข้อ ๆ เรียงต่อกนั ทอดยาวไป การมีกระดูกสนั หลังเปน็ เกณฑ์จะจาแนกสตั ว์ หลังและกลมุ่ สตั วไ์ ม่มีกระดูกสนั หลัง
หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๑ กำรจำแนกส่งิ มชี วี ติ รอบตัว แผนกำรจัดกำรเร กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ทิ ยำศำสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ รำยว จุดประสงค์ดำ้ นคุณธรรม ๑๗. ครูนาบัตรภาพสัตวท์ ี่ใช้ในขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ๑. มีความมุ่งม่ันในการทางาน เป็นเกณฑ์ ๒. ซ่อื สัตย์ต่อตนเอง ๓. ใฝเ่ รียนรู้ ช่วั โมงท่ี ๔ – ๕ ๔. มีความสามัคคี ขัน้ นำ (๕ นำท)ี ๕. มวี ินยั ๑๘. นกั เรียนสังเกตบตั รภาพสัตว์ตา่ ง ๆ ท่ีมีกระด ๑๘.๑ รปู สัตว์แตล่ ะชนดิ มลี กั ษณะอะไรเหม ๑๘.๒ เราสามารถแบ่งกลมุ่ สตั วโ์ ดยใชเ้ กณฑ ขน้ั สอน (๑๐๐ นำที) ๑๙. นักเรยี นแต่ละคนในกล่มุ ร่วมกนั แยกบัตรภาพ บัตรภาพที่ครูเตรียมไว้ในข้ันนาเข้าสู่บทเรียน การออกลูก การวางไข่ และการเล้ียงลูกของ รปู จากนั้นตดิ รปู ทม่ี ีข้อมลู ใตร้ ปู นไ้ี ว้รอบ ๆ ห ๒๐. นักเรียนร่วมกันอ่านใบความรู้ เรื่อง กลุ่มสัตว ไว้รอบ ๆ ห้องออกเป็น ๕ กลุ่มตามใบควา สัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ลงในใบงาน หน้า ๒๓ แ ๒๑. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายการจดั กล่มุ ส ๒๑.๑ สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งได้ก่ีกลุ่ม อะ สะเทินน้าสะเทินบก ๓) กลุ่มสัตว์เล นา้ นม)
๔๙ รียนรู้ที่ ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ เวลำ ๕ ชว่ั โมง ๑ กำรจำแนกส่งิ มชี วี ิต ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔ วชิ ำวิทยำศำสตร์ นมาให้นักเรยี นจาแนกอีกคร้ังโดยใช้การมกี ระดูกสนั หลงั เกณฑ์การประเมิน ๑. การตอบคาถามในแบบฝกึ หัด ดูกสันหลงั จากน้ันครูอาจใช้คาถาม ดงั น้ี - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน มอื นกันบา้ ง (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ฑ์อะไรบา้ ง (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒. มที กั ษะกระบวนการทาง พสตั วม์ กี ระดูกสันหลังทีไ่ ด้ไว้แลว้ ออกมารวมกับ น แล้วสังเกตลักษณะผิวหนัง ส่วนท่ีใช้ในการเคล่ือนท่ี วิทยาศาสตร์ งสัตว์ท่ีอยู่ในบัตรภาพท่ีได้รับแล้วนาข้อมูลมา บันทึกใต้ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน หอ้ ง - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ว์มีกระดูกสันหลงั แล้วจาแนกสัตว์มีกระดูกสันหลงั ที่ติด - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ามรู้ บันทึกผลโดยเขียนแผนภาพความคิดการจัดกลุ่ม และใหน้ ักเรียนนาเสนอเพื่อแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น ๓. มคี ุณลักษณะดา้ นคุณธรรม สัตวม์ กี ระดกู สนั หลังโดยใชค้ าถามดังต่อไปนี้ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน ะไรบ้าง (แบ่งได้ ๕ กลุ่มคือ ๑) กลุ่มปลา ๒) กลุ่มสัตว์ - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ล้ือยคลาน ๔) กลุ่มนก และ ๕) กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วย - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ี่ ๑ กำรจำแนกส่ิงมีชวี ติ รอบตัว แผนกำรจัดกำรเรีย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์ หน่วยย่อยท่ี ๑ รำยวิช ๒๑.๒ ลกั ษณะเฉพาะท่ีใช้เป็นเกณฑ์ในการจาแ (ลกั ษณะของผวิ หนงั สว่ นทใี่ ช้ในการเคล ๒๑.๓ สัตว์ที่อยู่ในกลุ่มปลามีลักษณะเฉพาะ ครีบหาง ย่ืนออกจากลาตัว ผิวหนังมีเก ไข)่ ๒๑.๔ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่มสัตว์สะเทินน้าสะเทิน ตลอดเวลา ไม่มขี น มขี า ๔ ขา ใชใ้ นการ ๒๑.๕ สัตว์ที่อยู่ในกลุ่มสัตว์เล้ือยคลานมีลักษ ส่วนใหญ่มขี า ๔ ขา บางชนดิ อาศัยได้ท นา้ สว่ นใหญ่ขึน้ มาวางไขบ่ นบกและมบี า ๒๑.๖ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่มนกมีลักษณะเฉพาะอะ ๒ ขา ปีก ๒ ปกี ออกลกู เป็นไข่ ส่วนใหญ ๒๑.๗ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นตัว บางชนิดออก บนบก บางชนิดอาศัยอย่ใู นนา้ ) ๒๒. นกั เรยี นตอบคาถามหลงั จากทากจิ กรรม หน้า
ยนรทู้ ี่ ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ ๕๐ ๑ กำรจำแนกสง่ิ มชี ีวติ ชำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๕ ช่วั โมง ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔ แนกสัตว์มีกระดูกสันหลังออกเป็น ๕ กลุม่ มอี ะไรบ้าง ลื่อนที่ การออกลูก การวางไข่และการเลีย้ งลกู ) ะอะไรบ้าง (ปลามีครีบอก ครีบก้น ครีบท้องและ กล็ด อยู่ในน้าตลอดเวลา และส่วนใหญ่ออกมาเป็น นบกมีลักษณะเฉพาะอะไรบ้าง (มีผิวหนังเปียกช้ืน รเคลื่อนที่ดารงชีวิตได้ท้งั บนบกและในนา้ ) ษณะเฉพาะอะไรบ้าง (ผิวหนังแห้งไม่มีขน มีเกล็ด ทั้งบนบกและในน้า บางชนดิ อย่บู นบก บางชนดิ อยู่ใน างชนดิ ออกลกู เปน็ ตัว) ะไรบ้าง (ผิวหนังมีขนเป็นแผงปกคลุมร่างกาย มีขา ญ่บินได้ บางชนดิ บนิ ไม่ได้และบางชนดิ ว่ายน้าได้) มมีลักษณะเฉพาะอะไรบ้าง (ผิวหนังมีขนเป็นเส้น กลูกเป็นไข่ เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนใหญ่มี ๔ ขา อาศัย ๒๔-๒๕
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ี่ ๑ กำรจำแนกสิง่ มชี ีวิตรอบตัว แผนกำรจดั กำร กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ทิ ยำศำสตร์ หน่วยย่อยที่ ๑ รำยว ข้ันสรปุ (๑๕ นำที ) ๒๓. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปได กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ ได้เป็นสัตว์มีกระ ลักษณะเป็นข้อ ๆ เรียงต่อกันทอดป็นแนวย กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มปลา ๒) กลุ่มสัตว์สะเท ๕) กลุ่มสัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านม โดยแต่ละ การออกลูก การวางไขแ่ ละ การเลย้ี งลูกแตกต ๒๔. นกั เรียนทาใบงาน ๐๒ แบบฝึกหัด เรือ่ งการจ
รเรยี นรูท้ ่ี ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ ๕๑ ๑ กำรจำแนกสิง่ มีชีวิต วิชำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๕ ชัว่ โมง ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ ด้ว่า เราสามารถจาแนกสัตว์ออกเป็น ๒ กลุ่มโดยใช้การมี ะดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังมี ยาวไปตามลาตัว สัตว์มีกระดูกสันหลังจาแนกออกเป็น ๕ ทินน้าสะเทินบก ๓) กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน ๔) กลุ่มนก และ ะกลุ่มจะมีลักษณะของผิวหนัง ส่วนที่ใช้ในการเคล่ือนท่ี ต่างกัน จาแนกสัตว์ หน้า ๒๖-๒๗ ซ่งึ อาจใหท้ าเปน็ การบ้าน
๕๒ สอื่ ประกอบกำรจัดกำรเรียนกำรสอน เร่อื งกำรจำแนกสตั ว์
๕๓ บตั รภำพสตั ว์ ชา้ ง ผ้ึง อึง่ อ่าง หา่ น ปลาชอ่ น งู ลิง นกเงือก ไสเ้ ดือนดิน
๕๔ บตั รภำพสัตวม์ กี ระดกู สันหลัง
๕๕ แบบประเมนิ ด้ำนคณุ ธรรม แผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ ี่ ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ ช่ือผปู้ ระเมิน/กลุ่มประเมนิ ……………………………………………………………………………………………………….. ชื่อกลุ่มรับกำรประเมนิ ……………………………………………………………………………………………………………………. ประเมนิ ผลครงั้ ท่ี………………….... วนั ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...….…………........... เรอ่ื ง………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ที่ ลักษณะ/พฤติกรรมบง่ ชี้ ระดับพฤตกิ รรม คะแนนท่ีได้ เกดิ = ๑ ไมเ่ กิด = 0 ๑. มีความมุ่งม่นั ในการทางาน ๒. ซื่อสัตย์ตอ่ ตนเอง ๓. ใฝ่เรยี นรู้ ๔. มีความสามัคคี ๕. มีวินยั รวมคะแนนทไ่ี ดท้ ้งั หมด = …………… คะแนน คุณลักษณะตามจดุ ประสงคด์ ้านคณุ ธรรม - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๕๖ แบบประเมนิ ด้ำนทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตรใ์ นกำรทำกจิ กรรม แผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ ่ี ๑.๒ กำรจำแนกสตั ว์ เกณฑ์การประเมินมีดังน้ี ๒ หมายถงึ พอใช้ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ๓ หมายถงึ ดี สิ่งทีป่ ระเมิน คะแนน การสงั เกต การจัดกระทาและสื่อความหมายขอ้ มูล การจาแนกประเภท การลงความเหน็ จากข้อมลู รวมคะแนน
๕๗ เกณฑก์ ำรประเมนิ ทกั ษะ ระดบั ควำมสำมำรถ กระบวนกำรทำง ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรุง (๑) วทิ ยำศำสตร์ การสังเกต ใช้ประสาทสัมผัสเก็บข้อมูล ใช้ประสาทสัมผัสเก็บข้อมูล ไมส่ ำมำรถใชป้ ระสาทสัมผัส การจัดกระทาและ เกี่ยวกับลักษณะภายนอก เก่ียวกับลักษณะภายนอกและ เก็บข้อมูลเก่ียวกับลักษณะ สอื่ ความหมาย ขอ้ มูล และลักษณะภายในของสัตว์ ลั ก ษ ณ ะ ภ า ย ใ น ข อ ง สั ต ว์ ภ า ย น อ ก แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ การจาแนก ไ ด้ ด้ ว ย ต น เ อ ง โ ด ย ไ ม่ ได้ โดยกำรช้ีแนะของครูหรือ ภายในของสัตว์ได้ ถึงแม้จะ ประเภท เพมิ่ เติม ความคดิ เห็น ผอู้ ่นื ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ การลงความเห็น จากข้อมลู ผูอ้ นื่ บั น ทึ ก แ ล ะ น า เ ส น อ บันทึกและนาเสนอการจัดกลุ่ม ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ บั น ทึ ก แ ล ะ การจดั กลุม่ สตั ว์ และจัดกลุ่ม สัตว์และจัดกลุ่มสัตว์ มีกระดูก นาเสนอการจัดกลุ่มสัตว์ สัตว์มีกระดูกสันหลังให้ผู้อื่น สันหลังให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้ง่ายและ และจัดกลุ่มสัตว์มีกระดูกสัน เข้าใจได้ง่ายและชัดเจน ชัดเจน โดยกำรช้ีแนะของครู หลัง ให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้ง่าย ดว้ ยตนเอง หรอื ผอู้ น่ื และชัดเจน ถึงแม้จะได้รับ คาแนะนาจากครูหรอื ผอู้ ่นื จัดกลุ่มสัตว์เข้ากลุ่มตาม จัดกลุ่มสัตว์เข้ากลุ่มตามเกณฑ์ ไม่สำมำรถจัดกลุ่มสัตว์ เกณฑ์ท่ีกลุ่มกาหนดและ ท่ีกลุ่มกาหนดและเกณฑ์การมี เข้ากลุ่มตามเกณฑ์ที่กลุ่ม เกณฑ์การมีกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังได้อย่างถูกต้อง กาหนดและเกณฑ์การมี ได้อยา่ งถูกต้องดว้ ยตนเอง โดยอำศัยคำแนะนำของครู ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง ไ ด้ อ ย่ า ง หรอื ผู้อนื่ ถู ก ต้ อ ง ถึ ง แ ม้ จ ะ ไ ด้ รั บ คาแนะนาจากครหู รอื ผูอ้ ื่น แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ไม่สำมำรถแสดงความ เกณฑ์ที่ใช้ในการจาแนกสัตว์ เกณฑท์ ีใ่ ชใ้ นการจาแนกสัตว์ได้ คิดเห็นเก่ียวกบั เกณฑ์ทีใ่ ชใ้ น ได้อย่างมเี หตุผล ได้ดว้ ย อย่างมเี หตผุ ล โดยอำศยั การจาแนกสัตว์ไดอ้ ย่างมี ตนเอง คำแนะนำของครูหรอื ผู้อน่ื เหตผุ ล ถึงแมจ้ ะได้รบั คาแนะนาจากครูหรือผอู้ ื่น
เฉลยใบงาน ๕๘ นักเรยี นตอบตำมท่ีทำกจิ กรรม เชน่ กำรมขี ำ ๒ มขี ำ จ้ิงจก สุนัข ไมม่ ีขำ งู ปลำ
๕๙ ลกั ษณะภำยนอก ลักษณะภำยนอก ลกั ษณะภำยใน ลกั ษณะภำยใน กระดูกสนั หลงั
๖๐ ช้ำง เป็ด ผง้ึ อ่ึงอำ่ ง ฉลำม จ้ิงหรีด หำ่ น ปลำชอ่ น กุ้ง ควำย มำ้ หอยทำก งู นกพริ ำบ ปู ลิง จระเข้ ผีเสื้อ นก สนุ ัข ไส้เดอื นดนิ นกแกว้ ปลำดกุ มด ปลำตะเพียน ไก่ แมลงเต่ำทอง กระตำ่ ย วัว แมลงปอ แมว กบ แมงกะพรนุ โลมำ
๖๑ ไดแ้ ก่ ๑) กลมุ่ ปลา ๕) กลุม่ สัตว์เลี้ยง ลูกด้วยน้านม ๒) กลุม่ สัตวส์ ะเทนิ ๓) กลุม่ ๔) กลมุ่ นก นา้ สะเทนิ บก สัตวเ์ ล้อื ยคลาน น มีครีบอก ครบี กน้ มีผิวหนังแห้ง ไม่มีข น ผิวหนังมขี นที่มี ค รี บ ห ลั ง ผิ ว ห นั ง มี มีเกล็ดคลุมท่ัวตัว ส่วน ลกั ษณะเป็นเส้น เกล็ด อยู่ในน้ำตลอด ใหญ่มี ๔ ขำ มีหำงช่วยใน ปกคลุม เลย้ี งลกู ชวี ติ กำรเคล่ือนที่ ดว้ ยนำ้ นม มี ผิ ว ห นั ง เ ปี ย ก ชื้ น ผิ ว ห นั ง มี ข น ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ ตลอดเวลา ไม่มีขน มีขา เป็นแผงปกคลุมร่ำงกำย ๔ ขา อยู่ในน้าและบนบก มขี ำ ๑ คู่ มปี ีก ๑ คู่ ไดต้ ลอดชีวิต
๖๒ คำตอบข้นึ อยู่กับเกณฑ์ทีใ่ ช้ เช่น กำรมแี ละไม่มีกระดกู สันหลัง กำรมีและไม่มีขน กำรมีและไมม่ ีปีก ลกั ษณะของขน ลักษณะของลำตัว คำตอบอำจเหมอื นกนั หรอื แตกตำ่ งกัน ถำ้ เหมือนกันจะใชก้ ำรมีกระดูกสันหลงั เปน็ เกณฑ์ ถ้ำแตกต่ำงกัน คำตอบอำจมหี ลำกหลำย เช่น ใช้กำรมีขน กำรมีขำ เป็นเกณฑ์ ๕ กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มปลำ ๒) กลุ่มสตั วส์ ะเทินนำ้ สะเทินบก ๓) กลุม่ สตั ว์เล้ือยคลำน ๔) กลมุ่ นก และ ๕) กลุ่มสตั ว์เลยี้ งลูกด้วยนำ้ นม
๖๓ มีครีบ ผิวหนังเปน็ เกลด็ ส่วนใหญอ่ อกลูกเปน็ ไข่ มผี วิ หนังเปยี กช้ืนตลอดเวลำ ไมม่ ีขน มีขำ ๔ ขำ อำศยั อยู่ไดท้ งั้ บนบกและในนำ้ มีผวิ หนังแหง้ ไม่มีขน มเี กล็ดคลมุ ทัว่ ตัว ส่วนใหญ่มขี ำ ๔ ขำ ผวิ หนังมีขน ที่มีลกั ษณะเป็นแผงปกคลมุ รำ่ งกำย มขี ำ ๑ คู่ มปี ีก ๑ คู่ ผวิ หนงั มีขนท่ีมีลักษณะเป็น เส้นปกคลุมสว่ นใหญ่ ออกลูกเป็นตวั เล้ียงลูกดว้ ยน้ำนม ส่วนใหญ่มขี ำ ๔ ขำ สตั วแ์ ต่ละชนดิ มีลกั ษณะบำงอยำ่ งเหหมือนกนั บำงอยำ่ งแตกตำ่ งกัน เมอื่ จำแนก สัตว์ชนดิ ต่ำง ๆ ออกเป็นกลุ่ม สัตวท์ ี่มีลกั ษณะคล้ำยกันจัดไวใ้ นกล่มุ เดยี วกนั สตั ว์ทีม่ ีลกั ษณะแตกต่ำงกนั จดั ไว้ต่ำงกลมุ่ กนั ซงึ่ เมอ่ื ใช้กำรมกี ระดกู สนั หลัง เปน็ เกณฑ์จะจำแนกสัตวไ์ ด้ ๒ กลุม่ คือ กลุม่ สัตวม์ กี ระดูกสนั หลงั และ กลมุ่ สัตวไ์ ม่มีกระดกู สนั หลัง ในกลุ่มสัตว์ที่มกี ระดูกสนั หลังสำมำรถจำแนก ได้ ๕ กลมุ่ ไดแ้ ก่ ๑) กล่มุ ปลำ ๒) กลมุ่ สตั ว์สะเทินนำ้ สะเทินบก ๓) กลุ่มสัตวเ์ ลื้อยคลำน ๔) กล่มุ นก และ ๕) กลุม่ สตั ว์เล้ียงลูกด้วย น้ำนม
๖๔
๖๕ คำตอบมีหลำกหลำยขนึ้ อยกู่ ับเกณฑ์ทีใ่ ช้ เช่น ใช้กำรมปี กี เป็นเกณฑ์ เพรำะ สงั เกตจำก กลุ่ม ก ไม่มปี กี กลุ่ม ข มปี ีก หรือ ใชก้ ำรเลี้ยงลกู เปน็ เกณฑ์ เพรำะ สตั ว์ กลุ่ม ก จะเลย้ี งลูกด้วยนำ้ นม ส่วนสตั ว์กลุม่ ข ไม่ไดเ้ ลีย้ งลูกดว้ ยนำ้ นม กระดูกสันหลัง มีลักษณะเป็นขอ้ ๆ เรยี งตอ่ กัน ทอดยำวไปตำมลำตวั เป็นโครงร่ำงแข็งภำยในร่ำงกำยของสัตว์ มีหน้ำทชี่ ่วยค้ำจนุ ร่ำงกำย และช่วยในกำรเคล่อื นท่ี
๖๖ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ คำชี้แจงประกอบแผนจัดกำรเรยี นรู้ หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ ๑ แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ ๑.๓ กำรจำแนกพืชดอก เวลำ ๓ ช่ัวโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สำระสำคัญของแผน พืชมหี ลายชนดิ เราสามารถใชก้ ารมีดอกของพืชมาเป็นเกณฑ์ในการจาแนกพชื ไดเ้ ปน็ พืชดอก และพชื ไมม่ ีดอก ๒. ข้อเสนอแนะเพิม่ เติมในกำรนำไปใช้ (ให้ระบสุ ่ิงท่ตี ้องกำรเนน้ หรอื ข้อสังเกต ขอ้ เสนอแนะ คำแนะนำ) ในเรอื่ งต่อไปนี้ คือ ๒.๑ ขอบขำ่ ยเนอื้ หำ พืชมีหลายชนดิ แตล่ ะชนดิ ประกอบด้วยสว่ นต่าง ๆ ทั้งที่เหมอื นกันและแตกตา่ งกนั ซง่ึ สามารถนามา ใชเ้ ปน็ เกณฑ์ในการจาแนก ถ้าใชก้ ารมดี อกเปน็ เกณฑ์จะจาแนกพืชได้เป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มพืชดอก และกลุ่ม พืชไมม่ ีดอก ๒.๒ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ (ควำมรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม คำ่ นยิ ม) (ถ้ำมี) จดุ ประสงค์ดำ้ นควำมรู้ อธิบายการจาแนกพชื จดุ ประสงคด์ ้ำนทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ๑. การสงั เกต ๒. การจาแนกประเภท ๓. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล จุดประสงคด์ ้ำนคณุ ธรรม ๑. มีความสามัคคี ชว่ ยเหลอื ในการทางานกลุ่ม ๒. มีวินัย ๓. มคี วามมุ่งมน่ั ในการทางาน
๖๗ ๒.๓ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ ๑) กำรเตรียมตัวของครู นักเรยี น (กำรจัดกลุ่ม) (ถำ้ มี) การจัดกลุ่ม โดยแบ่งนักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ ๔ – ๕ คน ๒) กำรเตรยี มส่อื วสั ดุอปุ กรณ์ ของครู นักเรยี น (ถ้ำมี) ๒.๑ ตน้ พืช ๓ ชนดิ / หอ้ ง ๒.๒ บัตรรปู ภาพพชื ๑ ชดุ /กลุ่ม ๒.๓ ครูเตรียมสารวจพชื ในโรงเรยี นไวล้ ว่ งหนา้ เพอ่ื ให้นกั เรียนได้ไปสารวจ ๒.๔ ครูเตรียมแหล่งการเรียนร้ไู ว้ล่วงหนา้ เพื่อใหน้ ักเรยี นสืบค้นสว่ นต่าง ๆ ของพชื ที่นักเรยี น ไม่สามารถพบได้จากการสารวจ เช่น หนงั สอื ในห้องสมุด เว็บไซต์ตา่ ง ๆ สารานุกรม ๓) เตรยี มใบงำน ใบควำมรู้ ใบกิจกรรม (ถ้ำมี) ๓.๑ ใบงาน ๐๑ ลักษณะของพชื ๓.๒ ใบงาน ๐๒ แบบฝกึ หัด เรื่องการจาแนกพชื ๒.๔ วัดผลประเมินผล (ถำ้ มี) ๑) วธิ กี ำรวัดผลประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑.๑ การตอบคาถามในใบงาน ๑.๒ สงั เกตทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการทากิจกรรม ๑.๓ สงั เกตดา้ นคณุ ธรรมขณะทากิจกรรม ๒) วิธีกำร เครอ่ื งมอื เกณฑ์ ๒.๑ เครอื่ งมือและเกณฑ์ในกำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ ตรวจให้คะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน แลว้ ใช้เกณฑ์ในการให้คะแนนดังน้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๒ เครอ่ื งมอื และเกณฑใ์ นกำรประเมินทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ สังเกตทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยใชแ้ บบประเมินทกั ษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ (ดงั แนบ) แลว้ นาคะแนนมารวมกัน แล้วใช้เกณฑใ์ นการให้คะแนนดังนี้ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๖๘ ๒.๓) เครือ่ งมือและเกณฑใ์ นกำรประเมนิ ดำ้ นคณุ ธรรม สังเกตคุณลักษณะดา้ นคณุ ธรรมโดยใชแ้ บบประเมนิ ดา้ นคุณธรรม (ดังแนบ) นาคะแนนมารวมกัน แล้วใช้เกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้ - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓) กำรทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน แบบฝึกหัดกอ่ นเรียน หลังเรยี น ทาแบบฝึกหัดในใบงานหลังเรียน ๓. อน่ื ๆ ............................................................................................................................. ........................................ .............................................................................................................................................................. ......
แนวทำงกำรจัดกจิ กรรมของแ หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ ๑ กำรจำแนกสิ่งมชี วี ิตรอบตัว เรื่อง กำรจ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ รำยวิชำว ข้ันนำ แนวกำรจดั กิจ ข้ันสอน ข้ันสรุป ครูนาบตั รภาพพชื มาใหน้ กั เรยี นจาแน กำรวัดและประเมนิ ผล ของนักเรยี น เชื่อมโยงเพื่อนาไปสู่การทาใบกจิ กรรม ทาใบงาน ๐๑ ลักษณะของพืช อภปิ รายและลงขอ้ สรุปวา่ การจาแนก ทาใบงาน ๐๒ แบบฝึกหดั เรื่องการจ ประเมนิ จากการตอบคาถาม ประเมินจากการทากิจกรรมในชั้นเรีย ประเมนิ จากการทาแบบฝึกหัด
๖๙ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี ๑.๓ เวลำ ๓ ช่ัวโมง จำแนกพชื ดอก ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ ๔ วิทยำศำสตร์ จกรรมกำรเรียนรู้ นกพืชออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยครูให้นักเรยี นกาหนดเกณฑใ์ นการจาแนกพชื ตามความคิด มที่ ๑ จาแนกพืชได้อย่างไร นาเสนอและอภปิ ราย กพืชโดยใช้การมดี อกเป็นเกณฑ์ จาแนกพืช ยน
หน่วยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๑ กำรจำแนกสงิ่ มีชีวติ รอบตัว แผนกำรจดั กำรเรยี น กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ หนว่ ยย่อยท่ี ๑ รำยว ขอบเขตเนื้อหำ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ (๓ ชวั่ โมง) พืชมีหลายชนิด แต่ละชนิด ชัว่ โมงท่ี ๑-๒ ขนั้ นำ (๑๐ นำที) ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ทั้งที่ ๑. ครตู รวจสอบความรู้เดิมของนักเรยี นเกี่ยวกบั ลักษณะ เหมือนกันและแตกต่างกัน ซ่ึง ส า ม า ร ถ น า ม า ใ ช้ เ ป็ น เ ก ณ ฑ์ ใ น ร่วมกันอภปิ รายวา่ พชื ทั้ง ๓ ชนดิ มีลักษณะเหมือนห การจาแนก ถ้าใช้การมีดอกเป็น ความเข้าใจ) เกณฑ์จะจาแนกพืชได้เป็น ๒ กลมุ่ คอื กลมุ่ พชื ดอกและ จากน้นั ครูตง้ั คาถามใหน้ กั เรียนคดิ ตอ่ ไปว่าถ้าใช กลมุ่ พชื ไม่มีดอก จาแนกพชื ท่ีอยใู่ นธรรมชาติได้อยา่ งไร ข้นั สอน (๑๐๐ นำที ) จดุ ประสงค์ดำ้ นควำมรู้ ๒. ครูแบ่งนกั เรียนเปน็ กล่มุ กล่มุ ละ ๔-๕ คน ใหน้ กั เร อธบิ ายการจาแนกพืช หนา้ ๒๙ โดยครใู หน้ ักเรียนอ่านชือ่ กจิ กรรมและจุดป ๒.๑ กจิ กรรมน้นี ักเรียนจะได้เรียนเร่ืองอะไร (การจา ๒.๒ นกั เรียนจะเรยี นเรอื่ งนี้ด้วยวธิ ีใด (การสังเกตล ๒.๓ เมอ่ื เรียนแลว้ นกั เรียนจะทาอะไรได้ (จาแนกพ และเกณฑ์การมดี อก) ๓. ครูให้นกั เรยี นอา่ นวธิ ีทาในใบกิจกรรมท่ี ๑ จากน้นั ตร วา่ นกั เรยี นสามารถทาได้
นรู้ท่ี ๑.๓ กำรจำแนกพืชดอก ๗๐ ๑ กำรจำแนกส่งิ มีชีวิต วิชำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชั่วโมง ชั้นประถมศึกษำปที ี่ ๔ ะของพชื ชนดิ ต่าง ๆ โดยครูนาต้นพืชมา ๓ ชนดิ และ สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ หรือแตกต่างกันหรอื ไม่ อยา่ งไร (นักเรียนตอบตาม ๑. ต้นพชื ๓ ชนิด ๒. บตั รภาพพชื ชล้ ักษณะต่าง ๆ ของพชื เป็นเกณฑ์ นักเรียนจะ ๓. พชื ในโรงเรยี นหรอื ท่บี ้าน รียนทาใบกจิ กรรมท่ี ๑ เรอื่ ง จาแนกพืชได้อย่างไร ภำระงำน / ช้นิ งำน ประสงค์ของกจิ กรรม แล้วครถู ามคาถามดงั นี้ ๑. การบนั ทึกผลการทากจิ กรรม าแนกพืชในบรเิ วณโรงเรยี น) ในใบกิจกรรม ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของพืชในธรรมชาติ) พชื ในบริเวณโรงเรยี นโดยใชเ้ กณฑท์ ี่นักเรียนสังเกตได้ ๒. การทาแบบฝึกหดั รวจสอบความเข้าใจข้ันตอนการทากิจกรรมจนแน่ใจ
หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๑ กำรจำแนกสงิ่ มีชีวิตรอบตัว แผนกำรจดั กำรเรียน กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ หน่วยย่อยที่ รำยว จุดประสงคด์ ำ้ นทักษะ ๔. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สารวจพชื ๑๐ ชนดิ ในบรเิ วณโรง กระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ ใบงาน ๐๑ ลักษณะของพชื หนา้ ๓๐ ๑. การสงั เกต ๕. ในช่วงท่นี ักเรยี นสารวจพืชชนิดต่าง ๆ แล้วพบวา่ ไม่ม ๒. การจาแนกประเภท เกีย่ วกับสว่ นต่าง ๆ ของพืชที่สารวจ บนั ทกึ ผล ๓. การลงความเห็นจาก ข้อมูล ๖. นักเรียนแต่ละกลุม่ เตรยี มข้อมูลนาเสนอสว่ นต่าง ๆ ข จุดประสงค์ดำ้ นคุณธรรม ๗. นกั เรยี นนาเสนอผลการสารวจและรว่ มกนั อภปิ รายลกั ๑. มีความสามัคคี ช่วยเหลอื ตา่ ง ๆ ในการทางานกลมุ่ ข้นั สรปุ (๑๐ นำท)ี ๘. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปวา่ พชื ที่สารวจมลี ักษณะบ ๒. มีวินัย ช่ัวโมงท่ี ๓ ขนั้ นำ (๑๐ นำท)ี ๓. มีความมงุ่ มน่ั ในการ ๙. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเก่ียวกับการจาแ ทางาน กลุ่มสังเกตแล้วนาอภิปรายว่า ถ้านักเรียนต้องการจ จาแนกพืชออกเป็นก่ีกลุ่ม อะไรบ้าง (คาตอบข้ึนอ แหล่งท่ีพืชอาศัยอยู่เป็นเกณฑ์ จะจาแนกได้เป็น ๒ ก เป็นเกณฑ์ อาจจะจาแนกได้เป็น ๒ กลุ่ม คือ พืชท่ีม เป็นเกณฑ์ กจ็ ะจาแนกพืชได้เป็น ๒ กล่มุ คือ พชื ดอ
นรทู้ ี่ ๑.๓ กำรจำแนกพืชดอก ๗๑ ๑ กำรจำแนกส่งิ มชี ีวติ วิชำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ช่วั โมง ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ งเรยี น สังเกตและบนั ทึกส่วนตา่ ง ๆ ของพืชลงใน วธิ กี ำรประเมิน มดี อก ครูแนะนาให้นักเรยี นสบื คน้ ข้อมลู เพ่มิ เติม ๑. การตอบคาถามในแบบฝึกหดั ๒. สังเกตทกั ษะกระบวนการทาง ของพืชท่ีสารวจในรูปแบบท่นี า่ สนใจ วทิ ยาศาสตร์ในการทากิจกรรม กษณะที่เหมือนและแตกต่างกนั ของพืชชนิด ๓. สังเกตดา้ นคณุ ธรรมขณะ ทากิจกรรม บางอยา่ งเหมือนกันและบางอยา่ งแตกตา่ งกัน แนกพืช โดยครูนาบัตรภาพพืชมาให้นักเรียนแต่ละ จาแนกพืชในบัตรภาพออกเป็นกลุ่ม ๆ นักเรียนจะ อยู่กับเกณฑ์ของนักเรียนท่ีใช้ในการจาแนก เช่น ใช้ กลุ่มคือ พืชบก และพืชน้า ถ้าใช้ลักษณะของลาต้น มีลาต้นต้ังตรงและลาต้นเลื้อย หรือถ้าใช้การมีดอก อกและพชื ไม่มีดอก)
หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี ๑ กำรจำแนกสง่ิ มชี วี ิตรอบตัว แผนกำรจัดกำรเรียน กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ิทยำศำสตร์ หน่วยย่อยท่ี ๑ รำยว ขัน้ สอน (๔๐ นำที) ๑๐. ครชู ักชวนนักเรียนทาใบกิจกรรมที่ ๑ ข้อ ๓ หนา้ ๒ ออกเปน็ กลมุ่ ตามความคิดของกลุม่ และบันทกึ ผล ล ๑๑. นักเรยี นนาเสนอผลการจาแนกพืชตามเกณฑ์ของกล ๑๒. ครใู ห้นกั เรยี นจาแนกพชื อีกครั้งโดยใชก้ ารมีดอกเปน็ ๑๓. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายโดยใช้คาถามดงั ต่อไ ๑๓.๑ พชื ทีน่ กั เรียนสารวจมอี ะไรบ้าง (นกั เรียนต ๑๓.๒ พชื ชนิดต่าง ๆ ทีส่ ารวจได้มีสว่ นใดบา้ งทม่ี ๑๓.๓ พชื ชนดิ ต่าง ๆ ท่ีสารวจไดม้ สี ว่ นใดบ้างท่มี ๑๓.๔ ในการจาแนกพืชโดยใช้เกณฑ์ท่ีกล่มุ กาหน (นักเรยี นตอบตามผลการทากจิ กรรม) ๑๓.๕ เมือ่ ใช้การมดี อกเป็นเกณฑ์ นกั เรยี นจาแน ใดบ้าง (จาแนกได้ ๒ กลุ่ม คือ พืชดอกแล กหุ ลาบ มะลิ ถ่วั พริก กลมุ่ พืชไมม่ ีดอก เ ๑๔. นกั เรยี นตอบคาถามหลงั จากทากจิ กรรม หนา้ ๓๔ ข้นั สรุป (๑๐ นำที) ๑๕. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายเพอ่ื ลงข้อสรปุ เม่ือใช คอื ได้แก่กลุม่ พืชดอกและกลมุ่ พชื ไม่มีดอก ๑๖. ครูใหน้ ักเรยี นทาใบงาน ๐๒ แบบฝึกหัด เร่อื งการจา
นร้ทู ่ี ๑.๓ กำรจำแนกพชื ดอก ๗๒ ๑ กำรจำแนกสงิ่ มชี ีวติ วิชำวิทยำศำสตร์ เวลำ ๓ ชั่วโมง ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ ๒๙ โดยให้นกั เรียนกาหนดเกณฑ์และจาแนกพืช เกณฑก์ ำรประเมิน ลงในใบงานหหน้า ๓๒ ลมุ่ ๑. การตอบคาถามในแบบฝึกหดั นเกณฑ์ บันทึกผลลงในใบงาน ๐๑ หน้า ๓๒ ไดถ้ ูกต้องด้วยตนเอง ไปนี้ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน ตอบตามท่สี ารวจ) - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน มีเหมือนกัน (ราก ลาตน้ ใบ) - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน มไี ม่เหมือนกัน (ดอก) ๒. มที ักษะกระบวนการทาง นดกบั เกณฑ์การมีดอกเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร วทิ ยาศาสตร์ขณะทากจิ กรรม - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน นกพืชได้กี่กล่มุ อะไรบ้าง และแต่ละกลมุ่ มีพชื ชนดิ - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ละพืชไมม่ ีดอก กลุ่มพชื ดอก เชน่ มะมว่ ง ลาไย - ตา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน เช่น เฟนิ มอส ตะไครน่ ้า ) ๓. มีคณุ ลกั ษณะด้านคุณธรรม ซง่ึ อาจให้ทาเป็นการบ้าน - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ช้การมีดอกเป็นเกณฑ์จะจาแนกพืชไดเ้ ปน็ ๒ กลมุ่ - ต่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน าแนกพชื หนา้ ๓๕
๗๓ สอื่ ประกอบกำรจดั กำรเรียนกำรสอน เร่อื ง กำรจำแนกพชื ดอก
๗๔ บตั รภำพพชื ทานตะวัน หงอนไก่ ชายผา้ สดี า ชวนชม
๗๕ บัตรภำพพชื บวั สาย จอกผักกาด ผักแว่น อัญชนั เฟินใบมะขาม ผักบ้งุ
๗๖ แบบประเมนิ ดำ้ นคุณธรรม แผนกำรจดั กำรเรยี นรูท้ ี่ ๑.๓ กำรจำแนกพืชดอก ช่อื ผ้ปู ระเมิน/กลุ่มประเมนิ ……………………………………………………………………………………………………………….. ชอื่ กลุ่มรับกำรประเมนิ ……………………………………………………………………………………………………………………. ประเมนิ ผลครั้งท…ี่ ……………….... วัน ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...….…………........... เร่อื ง………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ที่ ลกั ษณะ/พฤติกรรมบง่ ชี้ ระดับพฤติกรรม คะแนนทไี่ ด้ เกดิ = ๑ ไม่เกดิ = 0 ๑. มีความสามัคคี ชว่ ยเหลือในการทางานกลมุ่ ๒. มีวินัย ๓. มคี วามมุ่งม่นั ในการทางาน รวมคะแนนทไ่ี ด้ท้งั หมด = …………… คะแนน คณุ ลักษณะตามจดุ ประสงค์ด้านคณุ ธรรม - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๗๗ แบบประเมนิ ด้ำนทกั ษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ในกำรทำกจิ กรรม แผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ่ี ๑.๓ กำรจำแนกพชื ดอก เกณฑก์ ำรประเมนิ มดี ังนี้ ๓ หมายถงึ ดี ๒ หมายถงึ พอใช้ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ คะแนน สง่ิ ทปี่ ระเมิน รวมคะแนน การสังเกต การจาแนกประเภท การลงความเหน็ จากขอ้ มลู เกณฑก์ ำรประเมิน ทักษะ ระดับควำมสำมำรถ กระบวนกำร ทำง ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรงุ (๑) วิทยำศำสตร์ การสงั เกต ใช้ประสาทสัมผัสในการ ใช้ประสาทสัมผัสในการ ไมส่ ำมำรถใชป้ ระสาทสมั ผัส รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ลักษณะของพชื ดว้ ยตนเอง ลักษณะของพืชได้ โดย เกี่ยวกับลักษณะของพืชได้ โดยไม่เพ่ิมเตมิ ความคดิ เหน็ กำรชี้แนะของครูหรือ ถงึ แม้จะได้รบั คาแนะนาจาก ผูอ้ น่ื ครูหรือผู้อ่ืน การจาแนก สามารถจาแนกพืชออกเปน็ ส า ม า ร ถ จ า แ น ก พื ช ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ จ า แ น ก พื ช ประเภท ๒ กล่มุ คือ พชื ดอกกับพืช ออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ พืช ออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ พืช ไม่มีดอก ได้อย่างถูกต้อง ดอกกับพืชไม่มีดอก ได้ ดอกกบั พชื ไมม่ ีดอก ไดอ้ ย่าง โดยใช้ข้อมูลจากการสังเกต อย่างถูกต้อง โดยใช้ข้อมูล ถกู ต้อง โดยใชข้ ้อมูลจากการ และการสืบคืนข้อมูลได้ จากการสังเกตและการ สังเกตและการสืบคืนข้อมูล ด้วยตนเอง สืบคืนข้อมูลได้ โดยกำร ได้ ถึงแม้จะได้รับคาแนะนา ชแ้ี นะของครหู รอื ผอู้ ่นื จากครหู รือผูอ้ ืน่
๗๘ ทักษะ ดี (๓) ระดับควำมสำมำรถ ควรปรบั ปรงุ (๑) กระบวนกำร แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ก่ี ย ว กั บ พอใช้ (๒) ไม่สำมำรถแสดงความคิด ทำง เกณฑ์ที่ใช้ในการจาแนกพชื เกี่ยวกับเกณฑ์ท่ีใช้ในการ วิทยำศำสตร์ ชนิดต่าง ๆ ได้อย่างมเี หตุผล แสดงความคิดเกี่ยวกับ จาแนกพืชชนิดต่าง ๆ ได้ การลงความเหน็ โ ด ย อ า ศั ย ค ว า ม รู้ แ ล ะ เกณฑ์ที่ใช้ในการจาแนก อย่างมีเหตผุ ล ถงึ แมจ้ ะไดร้ ับ จากข้อมูล ประสบการณ์เดิมได้ด้วย พืชชนิดต่าง ๆ ได้อย่างมี คาแนะนาจากครหู รือผอู้ นื่ ตนเอง เหตุผล โดยกำรชี้แนะ ของครหู รอื ผูอ้ ่ืน
๗๙ เฉลยใบงาน มะลิ √ √ √ √ √ √มะม่วง √ √ √ √ เฟนิ √ √ √
๘๐ บนั ทกึ ตำมท่ีสงั เกตได้
๘๑ นักเรยี นตอบตำมที่กลุ่มกำหนด เช่น ลักษณะของใบ ๒ ใบเรยี วยำว กลว้ ย พุทธรักษำ ตะไคร้ ใบกลมรี กหุ ลำบ พริก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 469
Pages: