กอง ้คุมครองและ ่สงเส ิรม ูภมิ ัปญญากา เน่อื งในโอกาสมหามงคลพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก เลขท่ี ๘๘/๒๓ หมู่ ๔ ถนนตวิ านนท์ ตำาบลตลาดขวัญ อำาเภอเมือง จงั หวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศพั ท์ : (+๖๖) 0-2149-5607 โทรสาร : (+๖๖) ๐-๒๕๙๑-1095 สนบั สนุนการจดั พิมพโ์ ดย กองทุนภมู ิปญั ญาการแพทย์แผนไทย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก
ารแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย รายการตาำ รับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบบั เฉลิมพระเกียรติ
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย รายการตำ�รบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ ฉบับเฉลมิ พระเกยี รติ เน่อื งในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ National Thai Traditional Medicine Formulary Special Edition To Commemorate the Auspicious Occasion of the Coronation of H.M. King Rama X, B.E.2562 กระทรวงสาธารณสขุ โครงการคนื ภมู ปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทยให้แผน่ ดิน
รายการต�ำ รับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับเฉลิมพระเกยี รติ เนอ่ื งในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ National Thai Traditional Medicine Formulary (Special Edition) ISBN : ๙๗๘-๖๑๖-๑๑-๔๐๗๔-๘ ทีป่ รึกษา กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย นายอนุทนิ ชาญวีรกูล รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทยม์ รุต จริ เศรษฐสิร ิ อธิบดกี รมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก นายแพทยป์ ราโมทย์ เสถียรรัตน ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก นายแพทยส์ รรพงศ์ ฤทธิรกั ษา รองอธิบดีกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก ผู้จดั ทำ� กองคุม้ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย กองวิชาการและแผนงาน สถาบันการแพทย์แผนไทย พมิ พค์ รั้งที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ จำ�นวน ๑,๐๐๐ เลม่ จัดพิมพ์โดย กองคุ้มครองและส่งเสรมิ ภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก พมิ พ์ท ่ี บรษิ ัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำ�กดั สนบั สนุนการจัดพมิ พ์โดย กองทนุ ภมู ปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตราสัญลกั ษณ์พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ประกอบด้วย อักษร พระปรมาภิไธย วปร อยู่ตรงกลาง พื้นอักษรสีขาวขอบเดินทอง อันเป็นสีของวันจันทร์ซ่ึงเป็น วันพระบรมราชสมภพ ภายในอักษรประดับเพชร ตามความหมายแห่งพระนามมหาวชิราลงกรณ อกั ษร วปร อยู่บนพ้นื สขี าบ (น้ำ� เงินเขม้ ) อนั เป็นสีของขตั ติยกษตั ริย์ ภายในกรอบพุ่มข้าวบณิ ฑ์สที องสอด สีเขียว อันเป็นสีซ่ึงเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ กรอบทองพุ่มข้าวบิณฑ์อัญเชิญมาจาก กรอบท่ีประดิษฐานพระมหาอุณาโลม อันเป็นพระราชลัญจกรประจ�ำพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ แวดล้อมด้วยเคร่ืองเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเคร่ืองประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และเป็นเคร่ืองหมายแห่งความเป็น สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าช ได้แก่ พระมหาพิชยั มงกฎุ พร้อมอุณาโลมประกอบเลขมหามงคลประจ�ำรชั กาล อยู่เบ้อื งบนพระแสงขรรคช์ ัยศรีกบั พระแสจ้ ามรี ทอดไขวอ้ ยูเ่ บือ้ งขวา ธารพระกรกบั พัดวาลวิชนี ทอดไขว้ อยู่เบ้ืองซ้าย และฉลองพระบาทเชิงงอน อยู่เบ้ืองล่าง พระมหาพิชัยมงกุฎหมายถึงทรงรับพระราช ภาระอันหนักย่ิงของแผ่นดินเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน พระแสงขรรค์ชัยศรีหมายถึงทรงรับพระราช ภาระปกป้องแผ่นดินให้พ้นจากภยันตราย ธารพระกรหมายถึงทรงด�ำรงราชธรรมเพื่อค�้ำจุนบ้านเมือง ให้ผาสุกมั่นคง พระแส้จามรีกับพัดวาลวิชนีหมายถึงทรงขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากเดือดร้อนของ อาณาประชาราษฎร์ ฉลองพระบาทเชงิ งอนหมายถงึ ทรงท�ำนบุ �ำรงุ ปวงประชาทวั่ รฐั สมี าอาณาจกั ร เบอ้ื งหลงั พระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานพระมหาเศวตฉัตรอันมีระบายขลิบทอง จงกลยอดฉัตรประกอบรูปพรหม พักตร์อันวิเศษสุด ระบายชั้นล่างสุดห้อยอุบะจ�ำปาทอง แสดงถึงพระบารมีและพระบรมเดชานุภาพ ทีป่ กแผไ่ ปท่ัวทศิ านทุ ศิ เบื้องล่างกรอบอักษรพระปรมาภิไธยมีแถบแพรพนื้ สเี ขียวถนมิ ทอง ขอบขลบิ ทอง มอี กั ษรสที องความวา่ “พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒” ปลายแถบแพรเบอ้ื งขวามรี ปู คชสหี ์ กายม่วงอ่อนประคองฉตั ร ๗ ชนั้ หมายถึงขา้ ราชการฝา่ ยทหาร เบอ้ื งซ้ายมีรูปราชสหี ก์ ายขาวประคองฉตั ร ๗ ชั้น หมายถงึ ขา้ ราชการฝา่ ยพลเรือน ผูป้ ฏบิ ตั ิราชการสนองงานแผ่นดนิ อยู่ด้วยกนั ข้างคนั ฉตั รดา้ นใน ท้ังสองข้างมีดอกลอยกนกนาค แสดงถึงปีมะโรงนักษัตรอันเป็นปีพระบรมราชสมภพ สีทองหมายถึง ความเจรญิ รงุ่ เรอื งย่ิงของประเทศชาตแิ ละประชาชน
กองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย
คณะกรรมการอ�ำนวยการจัดท�ำตำ� รับยาแผนไทยแหง่ ชาติ ประธานกรรมการกอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข นายอนทุ ิน ชาญวีรกูล ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๐) รองประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. ๒๕๖๐-ปัจจบุ นั ) นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. ๒๕๖๑-ปจั จุบัน) นายแพทยเ์ จษฎา โชคด�ำรงสุข นายแพทย์สุขมุ กาญจนพิมาย กรมวงั ผใู้ หญ่ประจ�ำพระองคแ์ ละผชู้ ่วยราชเลขานกุ ารในพระองค์ ๙๐๔ กรรมการ ประธานกรรมการมลู นิธิเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ ท่านผูห้ ญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยธุ ยา เจา้ อยหู่ วั ในพระอปุ ถมั ภ์ สมเดจ็ พระเจา้ พนี่ างเธอ เจา้ ฟา้ กลั ปย์ าณวิ ฒั นา ศาสตราจารย์ คณุ หญงิ แม้นมาส ชวลติ กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ คณุ จนั ทนี ธนรกั ษ ์ ประจ�ำส�ำนักพระราชวงั พิเศษระดับ ๑๐ พลเอก จรลั กุลละวณิชย์ โครงการอนุรกั ษพ์ ันธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ราชบณั ฑติ ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ นายพรชัย จุฑามาศ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ ราชบัณฑติ ยสภา ผู้ประกอบวชิ าชีพการแพทย์แผนไทย เลขานุการรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ศาสตราจารย์ชยนั ต์ พิเชยี รสุนทร นายกสภาการแพทยแ์ ผนไทย (พ.ศ. ๒๕๖๐) นายกสภาการแพทย์แผนไทย (พ.ศ. ๒๕๖๑) นายชาตรี เจตนธรรมจกั ร อธบิ ดกี รมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แพทย์หญิงมยรุ า กสุ มุ ภ์ อธิบดกี รมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก นายแพทย์พเิ ชฐ บัญญตั ิ (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๕๙) พลเรือเอกชาญชัย เจรญิ สวุ รรณ อธบิ ดีกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์โอภาส การยก์ วินพงศ์ (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๐) นายแพทย์สุรยิ ะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก (พ.ศ. ๒๕๖๐-ปัจจุบัน) นายแพทย์สเุ ทพ วัชรปิยานันทน ์ อธบิ ดกี รมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (พ.ศ. ๒๕๖๑-ปจั จบุ นั ) นายแพทยเ์ กียรตภิ มู ิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมการแพทยแ์ ผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก (พ.ศ. ๒๕๕๙-ปัจจบุ ัน) นายแพทยม์ รตุ จริ เศรษฐสิร ิ ผู้อ�ำนวยการกองวชิ าการและแผนงาน ผู้อ�ำนวยการสถาบนั การแพทย์แผนไทย นายแพทยป์ ราโมทย์ เสถยี รรตั น์ ผู้อ�ำนวยการกองคุ้มครองภูมปิ ัญญาการแพทย์แผนไทย (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐) นางสาวอญั ชลี จฑู ะพุทธ ิ ผ้อู �ำนวยการกองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภมู ปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทย นายแพทยข์ วญั ชยั วิศิษฐานนท์ และแพทยพ์ นื้ บ้านไทย (พ.ศ. ๒๕๖๐-ปจั จบุ ัน) นายนันทศกั ดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อ�ำนวยการกองคุม้ ครองและสง่ เสริมภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย และแพทยพ์ ้นื บา้ นไทย (พ.ศ. ๒๕๖๑-ปจั จบุ นั ) นางเสาวณีย์ กุลสมบรู ณ ์ นายนันทศกั ดิ์ โชติชนะเดชาวงศ ์
กองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย สาร
กองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย คำ�นำ� กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขับเคลื่อนภารกิจด้านการคุ้มครองและส่งเสริม ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้แบ่งภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ๓ ประเภท ได้แก่ ต�ำรับยาแผนไทยของชาติหรือ ต�ำราการแพทย์แผนไทยของชาติ ต�ำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือต�ำราการแพทย์แผนไทยท่ัวไป และต�ำรับยา แผนไทยส่วนบุคคลหรือต�ำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประกาศคุ้มครองรายการต�ำรับยาแผนไทยในต�ำราการแพทย์แผนไทย ตามประกาศกระทรวง สาธารณสขุ เรื่อง การประกาศก�ำหนดต�ำราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละต�ำรบั ยาแผนไทยของชาติ จ�ำนวน ๒๓ ฉบับ ต�ำราการแพทย์แผนไทย ๔๑๔ รายการ ต�ำรับยาแผนไทย ๓๒,๗๕๘ ต�ำรับ และศิลาจารึก ๔๖๓ แผ่น จาก “ศิลาจารึกต�ำรายาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)” เป็นต�ำราการแพทย์ แผนไทยของชาติฉบับแรก และยงั เปน็ มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมอนั ทรงคุณคา่ โดยองคก์ ารศกึ ษาวิทยา ศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจ�ำ แหง่ โลก (Memory of the World) เมอ่ื ปี ๒๕๕๔ นอกจากน้ี “ศิลาจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” ยงั มคี วามส�ำคัญเนอ่ื งจากเป็นต�ำรา การแพทยแ์ ผนไทย ๑ ใน ๔ รายการ ของต้นสาแหรกของต�ำราการแพทย์แผนไทยดง้ั เดิม อกี ทงั้ มคี วามส�ำคัญ ทางประวตั ิศาสตร์ กล่าวคอื พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกลา้ เจา้ อยู่หวั (รัชกาลที่ ๓) เมื่อครัน้ ยงั ทรงด�ำรงพระราช อิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหม่ืนเจษฎาบดินทร์ ทรงเป็นแม่ทัพคุมทหารไปต้ังทัพอยู่ เมืองกาญจนบุรี พระองค์ได้เสด็จยาตราทัพออกจากกรุงเทพมหานคร เส้นทางยาตราทัพได้ผ่านคลองบางกอกใหญ่เข้าคลอง ด่าน เมื่อเสด็จถึงวัดจอมทอง หรือ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร อันเป็นวัดโบราณก็เสด็จหยุดประทับแรม ท่ีหน้าวัดและได้ทรงกระท�ำพิธีเบิกโขลนทวารตามลักษณะพิชัยสงคราม ณ ท่ีวัดน้ี ในพิธีดังกล่าวน้ี ได้ทรงอธิษฐานขอให้เสด็จไปราชการทัพคราวนี้หากประสบความส�ำเร็จ และเสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ จะสรา้ งวดั ถวายใหใ้ หม่ ครน้ั เสดจ็ กลบั ถงึ พระนครแลว้ กท็ รงเรมิ่ ปฏสิ งั ขรณว์ ดั จอมทองใหมท่ งั้ หมด ไดเ้ สดจ็ มา ประทับคุมงานและตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการแพทย์แผนไทย พระองค์ได้ให้เหล่านักปราชญ์รวบรวมและคัดเลือกสรรพความรู้ด้านการแพทย์ แผนไทยส่วนหนง่ึ มาจารึกประดับเป็นแผน่ หนิ อ่อนสีเทา รูปสีเ่ หลย่ี มจตั ุรสั ขนาดกวา้ งยาว ดา้ นละ ๓๓ เซนตเิ มตร ติดประดับอยู่ท่ีผนังด้านนอกของระเบียงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์และผนังศาลารายหน้าพระอุโบสถ วดั ราชโอรสารามราชวรวหิ าร ครนั้ ถึงรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจา้ อยหู่ วั (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดโพธ์ิ พร้อมทั้งขยายอาณาเขตพระอาราม ใช้เวลานาน ถึง ๑๖ ปี ๗ เดอื น ในการนโ้ี ปรดให้เหล่านักปราชญ์ ราชบณั ฑิตในวิชาการสาขาต่างๆ คน้ คว้า รวบรวม ตรวจ สอบและคัดสรรต�ำราวิชาการต่าง ๆ ให้ถูกต้องจารึกประดับไว้ในอาคารเขตพุทธาวาส เพ่ือเผยแพร่ ความรู้แก่ราษฎร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร (วัดโพธ์ิ) จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ของปวงชน ทใี่ ฝห่ าความรเู้ ปรยี บเสมอื นเปน็ “มหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของเมอื งไทย” ทร่ี วมเอาภมู ปิ ญั ญาไทยไวเ้ ปน็ มรดกให้ ลูกหลานไทยได้เรียนรู้ และเป็นมรดกแห่งภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่ประเทศไทย คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันท่ี ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” แดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหาเจษฎาราชเจา้ และก�ำหนดใหว้ นั ที่ ๒๙ ตลุ าคม ของทกุ ปี เปน็ “วันภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยแหง่ ชาติ”
กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายพัฒนาและก�ำหนดให้มีรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ด�ำเนินการกลั่นกรอง วิเคราะห์ และ คัดเลือกต�ำรับยาแผนไทยจากแหล่งส�ำคัญ ได้แก่ ต�ำรับยาจากต�ำราการแพทย์แผนไทยของชาติ ต�ำรบั ยาเกรด็ ต�ำรบั ยาจากบญั ชียาจากสมุนไพรในบญั ชียาหลักแหง่ ชาติและประกาศยาสามัญประจ�ำบา้ น แผนโบราณ ต�ำรับยาจากแหล่งท้ังหลายเหล่านี้ได้ผ่านการพิจารณา กล่ันกรอง และคัดเลือกบนพ้ืนฐาน องค์ความรกู้ ารแพทยแ์ ผนไทย โดยอาศัยกลไกคณะท�ำงานกลนั่ กรองต�ำรับยาแผนไทยแหง่ ชาติ ๓ ชุด และ คณะอนุกรรมการจัดท�ำต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ คณะกรรมการอ�ำนวยการจัดท�ำต�ำรับยาแผนไทย แห่งชาติ และคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และประกาศเป็น “รายการตำ� รบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ (National Thai Traditional Medicine Formulary)” ด้วยเหตุผลและความส�ำคัญของหนังสือรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๒ เล่มนี้ ได้จัดพิมพ์เป็นปีที่สอง จ�ำนวน ๑๑๐ ต�ำรับ เพ่ือน�ำไปเผยแพร่ใช้ประโยชน์และอ้างอิง ทางวิชาการ และเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสนิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๑๐ ภายใตโ้ ครงการ คืนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ให้แผ่นดิน ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ท้งั นไ้ี ดผ้ ่านการรับฟังความคิดเหน็ เพ่อื ให้รายการต�ำรบั ยาแผนไทยแหง่ ชาตดิ ังกล่าว เป็นท่ียอมรับอย่างเป็นทางการให้ใช้ในการประกอบวิชาชีพและการเรียนการสอนแพทย์และเภสัชกรรม แผนไทยเปน็ รายการยาในระบบบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศ และในการผลติ ยาแผนไทยในระดบั อตุ สาหกรรม และสถานบริการสุขภาพ หวังเป็นอย่างย่ิงว่า ต�ำราเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ในวงกว้างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย บุคลากรด้านการแพทยแ์ ผนไทยและสาธารณสุขตอ่ ไป กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย นายแพทย์มรตุ จริ เศรษฐสริ ิ อธบิ ดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย คำ�แนะนำ�การใชร้ ายการตำ�รับยาแผนไทยแห่งชาติ ข้อมูลที่ให้ในบท “ค�ำแนะน�ำการใช้รายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่ออธิบายที่มาของรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ รวมท้ังความหมายของเน้ือหาในแต่ละบท แต่ละหวั ขอ้ และภาคผนวกของรายการต�ำรบั ยาแผนไทยแหง่ ชาตเิ ล่มนี้ ต�ำราเลม่ น้ี คณะกรรมการอำ� นวยการจัดท�ำตำ� รบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ รวมทงั้ คณะอนกุ รรมการ และคณะท�ำงานท่ีเกี่ยวข้อง มุ่งหวังให้เป็น “รายการต�ำรับยาแห่งชาติ” หรือท่ีภาษาอังกฤษเรียกว่า “National Formulary” ของต�ำรับยาแผนไทย จึงมีช่ือเรียกว่า “รายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ (National Thai Traditional Medicine Formulary)” ซ่ึงเป็นเอกสารทางการท่ีรวบรวมต�ำรับ ยาแผนไทยจากแหลง่ ส�ำคญั ๔ แหลง่ ไดแ้ ก่ ตำ� รบั ยาจากตำ� ราการแพทยแ์ ผนไทยตำ� รบั ยาเกรด็ ทผี่ ปู้ ระกอบ วิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทยยงั นิยมใชป้ รุงยาให้แกผ่ ปู้ ว่ ย ตำ� รบั ยาจากบัญชียาจากสมนุ ไพรในบญั ชยี าหลกั แห่งชาติ และประกาศยาสามัญประจ�ำบ้านแผนโบราณ ต�ำรับยาจากแหล่งเหล่าน้ีได้ผ่านการพิจารณา กลั่นกรอง และคัดเลอื กบนพื้นฐานองคค์ วามรู้การแพทย์แผนไทย โดยคณะทำ� งานกล่นั กรองตำ� รับยาแผน ไทยแหง่ ชาติ ๓ ชดุ และคณะอนกุ รรมการจดั ทำ� ตำ� รบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ อนั ประกอบดว้ ยผเู้ ชยี่ วชาญและ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย คณะกรรมการอ�ำนวยการจัดท�ำต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ และ คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย รวมทัง้ ผา่ นการท�ำประชาพจิ ารณเ์ พือ่ ให้ รายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ น�ำไปใช้เป็นรายการยาในระบบบริการ สุขภาพของประเทศ การประกอบวิชาชีพและการเรียนการสอนด้านการแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย รวมทัง้ การผลติ ยาแผนไทยในระดบั อุตสาหกรรม และในสถานบรกิ ารสุขภาพ รายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ เล่ม ๒ ประกอบด้วยต�ำรับยา ๑๑๐ ต�ำรับ ส�ำหรับ กลุ่มโรค/อาการ ๗ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคเด็ก กลุ่มโรคลม กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ กลุ่มไข้ กลุ่มโรคริดสีดวง กลุ่มโรคกษัย และกลุ่มโรคผิวหนัง ซึ่งต�ำรับยาที่กล่ันกรองหรือคัดเลือกมานั้นยังไม่ใช่ รายการยาทั้งหมดส�ำหรับแต่ละกล่มุ โรค/อาการเหลา่ นี้ คณะท�ำงานฯ คณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการฯ ท่ี เกี่ยวข้องยังจะต้องพิจารณาแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมรายการต�ำรับยา รวมท้ังเพิ่มต�ำรับยาส�ำหรับ กลมุ่ โรค/อาการอน่ื ๆ อยา่ งต่อเน่ืองตอ่ ไป ข้อมูลต�ำรับยาแผนไทยในรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติเล่มนี้ ได้น�ำมาเรียบเรียงไว้ใน รูปแบบท่เี รยี กว่า “มอโนกราฟ” (monograph) โดยมคี วามมงุ่ หมายเพ่อื ใหค้ วามรูแ้ กแ่ พทย์แผนไทยและ นักศึกษาแพทย์แผนไทยที่สนใจเกี่ยวกับที่มาของต�ำรับยา สูตรต�ำรับ การปรุงยา สรรพคุณ ขนาดและ วธิ กี ารใช้ เปน็ ตน้ เพอื่ ประโยชนใ์ นการน�ำไปใชป้ รงุ ยา สงั่ ยา หรอื จา่ ยยาใหแ้ กผ่ ปู้ ว่ ยไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ปลอดภยั และมีประสิทธิผล มิใช่รายละเอียดของยาท่ีระบุวิธีการตรวจวิเคราะห์หรือการควบคุมคุณภาพของต�ำรับยา ในลักษณะของต�ำรามาตรฐานยาแผนไทย (Thai Traditional Preparation Pharmacopoeia)
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยค�ำอธบิ ายความหมายของมอโนกราฟของต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ โครงสร้างของมอโนกราฟของต�ำรับยาแผนไทยแต่ละต�ำรับประกอบด้วย ช่ือต�ำรับยา ชื่ออื่น (ถ้ามี) ท่ีมาของต�ำรับยา สูตรต�ำรับยา สรรพคุณ รูปแบบยา ขนาดและวิธีการใช้ รวมท้ัง ค�ำเตือน ข้อห้ามใช้ ข้อควรระวัง ข้อมูลเพิ่มเตมิ (ถา้ มี) และเอกสารอ้างอิง แต่ละหวั ขอ้ มีรายละเอยี ดและความหมาย ดงั น้ี ชือ่ ต�ำรับยา (Name of medicinal preparation) เป็นช่อื ภาษาไทยของต�ำรบั ยาทร่ี ะบไุ ว้ใน “ต�ำรายาแผนไทยแห่งชาติ” “บัญชียาจากสมุนไพร ในบัญชียาหลกั แห่งชาต”ิ หรอื “ประกาศยาสามญั ประจ�ำบ้านแผนโบราณ” กรณมี ีการสะกดชอื่ ยาหลาย แบบหรือมีช่ือยาหลายชื่อ จะเลือกช่ือที่นิยมใช้มากท่ีสุด หรือใช้ค�ำท่ีนิยมเขียนหรือสะกดกันในปัจจุบันเป็น ชือ่ ต�ำรับยา เชน่ ยามหาสดมภ์ ส่วนช่อื ทีส่ ะกดแบบอืน่ จะเกบ็ ไวใ้ นหัวข้อ “ช่ืออน่ื ” ในกรณีทใี่ นคัมภีร์ไม่ระบุ ชื่อต�ำรับยา ได้ใช้วิธีน�ำชื่อโรคหรืออาการที่ต�ำรับยานั้นใช้แก้มาตั้งเป็นช่ือต�ำรับยา เช่น ยาแก้ตานซางและ ตานขโมย ยาแกค้ อ แกไ้ อ แกอ้ าเจยี น แกส้ ะอกึ ช่อื อ่ืน (Other name) ยาบางต�ำรับ นอกเหนือจากช่ือที่ใช้เป็นชื่อต�ำรับยาแล้ว ยังมีช่ือเรียกอ่ืนอีกหลายชื่อ หรือมีวิธีการ สะกดชอื่ ยาหลายแบบ ช่อื เหลา่ นนั้ จะระบุไวใ้ นชอ่ื อืน่ ท่มี าของต�ำรบั ยา (Source of origin) เป็นชื่อคัมภีร์หรือต�ำราดั้งเดิมที่เป็นต้นก�ำเนิดหรือแหล่งท่ีมาของต�ำรับยา พร้อมท้ังเลขหน้าหรือ เลขที่แผ่นศิลาจารึกเพ่ือการอ้างอิง และระบุข้อความเดิมเกี่ยวกับสูตรต�ำรับยาน้ันไว้ด้วยอักษรตัวเอน ในเครื่องหมายอัญประกาศ ในบางกรณียาต�ำรับหนึ่งอาจมีการระบุไว้ในต�ำรายามากกว่า ๑ เล่ม เช่น ยาแก้ตานทราง ทีอ่ ยูใ่ นเวชศาสตรฉ์ บบั หลวงรชั กาลที่ ๕ กบั ยาแก้ทรางฝา้ ย ท่อี ย่ใู นแพทยศาสตรส์ งเคราะห์ เลม่ ๑ พระยาพศิ ณุประสาทเวช ร.ศ. ๑๒๘ เป็นยาทม่ี ีสตู รต�ำรบั เหมือนกนั จงึ ระบุท่ีมาจากทง้ั ๒ แหลง่ ส�ำหรับต�ำรับยาท่ีมาจาก “บัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ” เน่ืองจากบางต�ำรับได้มี การใช้เป็นยาสามัญประจ�ำบ้านแผนโบราณมาก่อนเป็นเวลานานหลายสิบปีและปรับปรุงสูตรต�ำรับไปบ้าง ดังน้ัน สูตรต�ำรับจึงอาจไม่ตรงกับต�ำรับยาในคัมภีร์หรือต�ำรายาดั้งเดิม เช่น น�้ำหนักของตัวยาบางตัวอาจ ตา่ งไป ตวั ยาบางตวั อาจหายไป หรือมกี ารเพมิ่ ตัวยาบางตวั ขน้ึ มา แต่ยังคงมีเค้าโครงของต�ำรับยาทใี่ กล้เคียง กับต�ำรับยาที่อยู่ในคัมภีร์หรือต�ำรายาดั้งเดิม ในกรณีเช่นน้ีได้น�ำต�ำรับยาจากคัมภีร์หรือต�ำรายาดั้งเดิมท่ี ใกลเ้ คยี งกนั นนั้ มาอา้ งองิ ไวใ้ นหวั ขอ้ “ทม่ี า”เพอื่ การศกึ ษาเปรยี บเทยี บส�ำหรบั ขอ้ มลู อนื่ ๆทเี่ กย่ี วกบั ประวตั กิ าร คดั เลอื กเขา้ สบู่ ญั ชยี าสามญั ประจ�ำบา้ นแผนโบราณและบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาตไิ ดน้ �ำไปกลา่ วไวใ้ นหวั ขอ้ “ขอ้ มลู เพม่ิ เติม” ส่วนต�ำรับยาที่มาจากเภสัชต�ำรับโรงพยาบาลท่ีอยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ได้พยายามสบื ค้นถงึ ทม่ี าให้ชดั เจนที่สดุ เท่าท่ีจะท�ำได้ วา่ โรงพยาบาลใดพฒั นายาต�ำรบั น้เี ป็นแห่งแรกส�ำหรบั ใช้เป็นเภสัชต�ำรับโรงพยาบาลจากสมุนไพร หรอื ผู้ใดเปน็ ผูพ้ ฒั นาต�ำรับยานน้ั ต�ำรบั ยาบางต�ำรบั หมอพ้นื บ้าน เปน็ ผพู้ ฒั นาสตู รต�ำรบั ขนึ้ ใชร้ กั ษาผปู้ ว่ ยในชมุ ชนอยา่ งไดผ้ ลดมี ากอ่ น หากผบู้ รหิ ารโรงพยาบาลชมุ ชนใกลเ้ คยี ง
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยยอมรบั ในประสิทธผิ ลและความปลอดภัย และหมอพน้ื บา้ นเจา้ ของต�ำรับยาอนุญาต โรงพยาบาลก็สามารถน�ำ ใตห�ำ้เรกับิดยปารนะโ้ันยมชนาเ์ใปนว็นงรกาวย้ากงตา่อรไยปาใคนณเภะสทัช�ำงตา�นำรกับลโั่นรกงรพอยงาตบ�ำราับลยาเแพผ่ือนผไลทิตยแแหล่งะชใชาต้กิจับึงผไดู้ป้เ่สวนยอในตช�โำรรับงพยายเาหบล่าานล้ี ให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการฯ ท่ีเก่ียวข้องพิจารณาคัดเลือกเข้าในรายการต�ำรับยาแผนไทย แหง่ ชาติ สูตรต�ำรบั ยา (Medicinal preparation formula) เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับสูตรและส่วนประกอบของต�ำรับยาน้ัน โดยระบุว่ามีตัวยา (ไม่ว่าจะเป็น พชื วตั ถุ สตั วว์ ัตถุ หรอื ธาตวุ ตั ถุ) รวมทงั้ หมดกชี่ นดิ นำ�้ หนกั รวมของตัวยาทงั้ หมดกกี่ รมั หรอื ทงั้ หมดก่สี ่วนใน กรณที ี่สตู รต�ำรบั ระบุตวั ยาเป็นส่วน จากนัน้ จึงระบุรายละเอยี ดของตวั ยาแต่ละชนดิ และนำ้� หนักยา โดย - ตวั ยา (medicinal material, materia medica) คือ ชอื่ เครอื่ งยาทนี่ �ำมาใชป้ รุงยา ไม่ใชช่ อ่ื พชื สมนุ ไพรซงึ่ เปน็ ทมี่ าของเครอ่ื งยา ส�ำหรบั ขอ้ มลู ตวั ยาหรอื เครอ่ื งยาแตล่ ะชนดิ วา่ มที มี่ าจากพชื สมนุ ไพรหรอื สตั วท์ มี่ ชี อ่ื วทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งไร หรอื มชี อ่ื เครอื่ งยาเปน็ ภาษาละตนิ ซง่ึ เปน็ ชอื่ สากลอยา่ งไร รวมทง้ั สว่ นทใ่ี ชข้ อง พืชและสัตว์แต่ละชนิด ได้รวบรวมไว้ใน “ภาคผนวก ๑ เภสัชวัตถุ” หากมีการวงเล็บส่วนที่ใช้ก�ำกับไว้ท้าย ตัวยา หมายถึง เปน็ สว่ นทใี่ ชอ้ ื่นใด นอกเหนือทมี่ กี ารใชก้ นั - น้�ำหนักยา (weight) ส่วนมากแสดงน�้ำหนักเป็นกรัมหรือเป็นส่วน มีบ้างท่ีก�ำหนดน้�ำหนัก หรือปริมาณเป็นก�ำมือ แว่น หัว (เต่านา) เป็นต้น หรือแสดงน�้ำหนักตัวยาเป็นหน่วยน�้ำหนักแบบไทย (ต�ำลงึ บาท สลึง เฟ้ือง ไพ) ซึ่งได้แปลงหนว่ ยนำ�้ หนกั แบบไทยในต�ำรายาให้เปน็ กรัม โดยเทยี บนำ้� หนักดงั น้ี ๑ ต�ำลึง เทา่ กบั ๔ บาท เทา่ กบั ๖๐ กรัม ๑ บาท เท่ากบั ๔ สลงึ เท่ากับ ๑๕ กรมั ๑ สลงึ เทา่ กบั ๒ เฟือ้ ง เทา่ กบั ๓.๗๕ กรมั ๑ เฟอ้ื ง เท่ากบั ๔ ไพ เทา่ กบั ๑.๘๗๕ กรัม สรรพคุณ (Therapeutic use) คุณสมบัติในการแก้หรือบ�ำบัดรักษาโรคหรืออาการของต�ำรับยานั้นตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย หรอื จากการรายงานการศกึ ษาวจิ ยั ทางคลนิ กิ ทส่ี นบั สนนุ ขอ้ บง่ ใช้ เชน่ สรรพคณุ บรรเทาอาการปวดประจ�ำเดอื น ของยาประสะไพล หรอื สรรพคุณขบั ลม บรรเทาอาการทอ้ งอดื ท้องเฟอ้ ของยาธาตุอบเชย ส�ำหรบั ความหมาย ของสรรพคณุ ทเ่ี ปน็ ศัพท์การแพทยแ์ ผนไทยนน้ั ได้ให้ค�ำอธบิ ายศพั ท์ไวใ้ น “ภาคผนวก ๔ อภธิ านศพั ท”์ รปู แบบยา (Dosage form) ลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ยาต�ำรับนั้น ๆ เช่น เป็นยาต้ม ยาผง ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาเม็ดพิมพ์ ยาแคปซูล ยาน้�ำมัน ยาประคบ บางต�ำรับยามีรูปแบบยาได้มากกว่า ๑ รูปแบบ เช่น ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล ส�ำหรับยาเม็ด ยาเม็ดพิมพ์ หรือยาลูกกลอน บางต�ำรับจะระบุขนาดน้�ำหนัก ต่อเมด็ ไว้ดว้ ย ฉ
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยขนาดและวธิ ีใช้ (Dosage and administration) ต�ำรับยาท่ีคัดเลือกจาก “บัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักชาติ” หรือจาก “ประกาศยาสามัญ ประจ�ำบ้านแผนโบราณ” ได้ระบุขนาดและวิธใี ชไ้ ว้แล้วโดยละเอยี ดทกุ ต�ำรับ โดยระบขุ นาดใชข้ องยาเป็นระบบ เมตรกิ คอื เป็นกรมั หรอื มิลลิกรัม และยานำ�้ ก�ำหนดปรมิ าตรเปน็ มลิ ลิลิตร ส่วนต�ำรับยาแผนไทยท่ีมาจากคัมภีร์และต�ำรายาแผนไทยของชาติต่าง ๆ มักไม่ได้ระบุขนาด และวิธีใช้ไว้ การก�ำหนดขนาดและวิธีใช้เป็นเนื้อหาส่วนที่ยากที่สุดในการจัดท�ำรายการต�ำรับยาแผนไทย แห่งชาติของต�ำรับยากลุ่มน้ี จึงต้องอาศัยประสบการณ์การเตรียมยาและการสั่งใช้ยาของคณะท�ำงานฯ คณะอนกุ รรมการฯ ทเี่ ป็นแพทย์แผนไทยผูเ้ ชย่ี วชาญ ในการใหข้ ้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพ่อื ก�ำหนดขนาด และวิธีใช้ท่ีเหมาะสม โดยใช้วิธีระบุขนาดของยาเม็ด ยาเม็ดพิมพ์ หรือยาลูกกลอนเป็นมิลลิกรัมต่อเม็ด แล้วระบุขนาดใช้เป็นจ�ำนวนเม็ดส�ำหรับผู้ใหญ่และเด็ก โดยขนาดยาของเด็กจะลดลงเป็นสัดส่วนกับอายุ ของเดก็ ถา้ เปน็ ยานำ�้ จะระบเุ ปน็ จ�ำนวนชอ้ นชาหรอื จ�ำนวนชอ้ นโตะ๊ โดยวงเลบ็ ปรมิ าตรเปน็ ซซี หี รอื มลิ ลลิ ติ รไว้ ให้ด้วยเพ่ือความสะดวกหากใช้ถ้วยตวงยา โดยคิดค�ำนวณว่า ๑ ช้อนชา เท่ากับ ๕ ซีซี (มิลลิลิตร) และ ๑ ช้อนโต๊ะ เทา่ กบั ๑๕ ซซี ี (มลิ ลลิ ิตร) ขอ้ ห้ามใช้ (Contraindication) ข้อมูลที่อธิบายว่าต�ำรับยานี้ห้ามใช้ในคนกลุ่มใด เพ่ือความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น ยาประสะไพล หา้ มใชใ้ นหญงิ ตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ท่มี ไี ข้ ค�ำเตือน (Warning) ข้อความที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบวิชาชพี การแพทย์แผนไทยควรทราบก่อนการใชห้ รือการสั่งใชย้ า ต�ำรบั นั้น หรอื ควรใชด้ ้วยความระมดั ระวงั ในผปู้ ่วยกลมุ่ ใด เชน่ ยาเขยี วหอม ไม่แนะน�ำใหใ้ ช้ในผู้ท่สี งสยั ว่าเป็น ไข้เลอื ดออก เนอ่ื งจากอาจบดบงั อาการของไข้เลอื ดออก นอกจากน้ี ยงั อธิบายเกี่ยวกับอาการไมพ่ งึ ประสงค์ (adverse drug reaction) ที่อาจเกิดข้ึนจากการใช้ต�ำรับยานั้น (ถ้ามี) รวมทั้งผลเสียต่อร่างกายท่ีอาจ เกิดข้ึนจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างต�ำรับยานั้นกับยาแผนปัจจุบันบางชนิดหากมีการใช้ร่วมกัน (herb-drug interaction) หรือยาบางต�ำรับควรระวงั การกนิ ร่วมกบั ยาในกลมุ่ สารกันเลือดเปน็ ลม่ิ (anticoagulant) และยา ต า้ นการจบั ตัวของเกลด็ เลอื ด (antiplatelet) เพราะอาจเพิม่ ความเส่ยี งของการเกิดเลอื ดออก (bleeding) ข้อควรระวัง (Precaution) ขอ้ ความแจง้ เตอื นเกย่ี วกบั สง่ิ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งการใชย้ าต�ำรบั ทผ่ี บู้ รโิ ภคหรอื ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยควรทราบ เช่น ต�ำรบั ยาที่มีการบรู เป็นสว่ นประกอบ มีขอ้ ควรระวังวา่ “ควรระวงั การใชย้ า อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในผปู้ ว่ ยทมี่ คี วามผดิ ปรกตขิ องตบั ไต เนอ่ื งจากอาจเกดิ การสะสมของการบรู และเกดิ พษิ ได”้ ขอ้ มลู เพิม่ เติม (Additional information) ขอ้ มูลเก่ียวกบั ต�ำรบั ยาที่ควรทราบ เช่น ข้อมูลเกย่ี วกับท่ีมาของต�ำรับยา หรอื การตดั ตวั ยาบางตัว ออกจากสตู รต�ำรบั ดง้ั เดมิ พรอ้ มทงั้ เหตผุ ล หรอื เปน็ ขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั โรคหรอื อาการทใี่ ชต้ �ำรบั ยานน้ั ในการ บ�ำบดั รักษา ข้อมูลเกย่ี วกับปรมิ าณท่ที �ำใหเ้ กดิ พิษจากการกินการบูร หรือข้อมลู ที่เก่ยี วกับต�ำรับยาทมี่ กี ัญชา เปน็ สว่ นผสม
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย เอกสารอา้ งองิ (Reference) การเขียนเอกสารอ้างอิงทั้งภาษาไทยและอังกฤษใช้หลักของแวนคูเวอร์ (Vancouver style) แตก่ ารใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรคตอนของเอกสารอา้ งองิ ภาษาไทยใชต้ าม “หลกั เกณฑก์ ารใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน และเครื่องหมายอนื่ ๆ หลกั เกณฑก์ ารเวน้ วรรค หลักเกณฑก์ ารเขยี นค�ำย่อ ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๗ (แก้ไขเพม่ิ เตมิ )” อย่างไรก็ตาม ตัวยา สรรพคุณของต�ำรับยา ขนาดและวิธีใช้ที่ระบุในแต่ละต�ำรับยาน้ัน ไม่ได้ หมายความวา่ เป็นตวั ยา สรรพคุณของตำ� รับยา ขนาดและวิธีใช้ทีย่ อมรับในการข้นึ ทะเบยี นตำ� รบั การอ้างอิง ตัวยา สรรพคุณของต�ำรับยา ขนาดและวิธีใช้เพ่ือการขอข้ึนทะเบียนต�ำรับน้ัน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม รวมทงั้ กฎกระทรวง และประกาศที่เกีย่ วข้อง ภาคผนวกของรายการต�ำรบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ ตอนทา้ ยของรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ มีภาคผนวกอยู่ ๖ ภาคผนวก เพื่อให้ขอ้ มลู เพิม่ เติม แก่ผอู้ ่านเกยี่ วกับตวั ยาตา่ ง ๆ ท่ีใช้ในต�ำรับยาท้งั ๑๑๐ ต�ำรบั ไดแ้ ก่ เภสัชวัตถุ การเตรยี มตวั ยาก่อนใช้ปรงุ ยา วธิ กี ารปรุงยา อภธิ านศัพท์ด้านการแพทยแ์ ผนไทยที่เก่ียวข้องกับโรคและอาการต่าง ๆ ท่กี ล่าวถึงในต�ำรบั ยา แผนไทยแห่งชาติ เลม่ ๒ และสมฏุ ฐานของโรคและอาการ มรี ายละเอยี ดพอสังเขป ดังต่อไปน้ี ภาคผนวก ๑ เภสัชวตั ถุ (Medicinal material, Materia Medica) เป็นภาคผนวกที่รวมตัวยาหรือเภสัชวัตถุ ท้ังพืชวัตถุ สัตว์วัตถุ และธาตุวัตถุท้ังหมดท่ีเป็นส่วน ประกอบในต�ำรบั ยาทง้ั ๑๑๐ ต�ำรบั ในรปู ของตาราง โดยแต่ละช่องจะใหข้ อ้ มูลดงั นี้ • ชื่อไทย (Thai title) หมายถึง ชอ่ื ตวั ยาทรี่ ะบใุ นสูตรต�ำรับยา โดยเปน็ ช่ือท่ีเรียกหรอื รจู้ กั เปน็ สากลในปัจจุบัน ซึ่งอาจแตกต่างจากชื่อท่ีใช้เรียกหรือเขียนในเอกสารต้นฉบับเดิม โดยเรียงช่ือ ตัวยาตามล�ำดบั อักษรภาษาไทย ก-ฮ ในแบบพจนานกุ รม • ส่วนท่ใี ช้ (Part used) หมายถงึ สว่ นของพืชสมนุ ไพรทน่ี �ำมาใช้เปน็ ตวั ยา เช่น เหง้า ราก ใบ ดอก เกสร ผล เมล็ด ฯลฯ ท้ังนี้ ส่วนที่ใช้จะยึดตามหลักทางพฤกษศาสตร์ ไม่ใช่ช่ือท่ีเรียก เครอื่ งยาตามต�ำรายาไทย เช่น ดีปลี สว่ นท่ใี ช้ คือ ช่อผล ไมใ่ ช่ดอก แม้วา่ ในต�ำราการแพทย์ แผนไทยมักเรียกชอ่ ผลทีม่ ีสแี ดงว่า ดอกดปี ลี ส�ำหรับตัวยาใดท่ีมีส่วนที่ใช้มากกว่า ๑ ส่วน และมีเคร่ืองหมายดอกจันทน์ “*” ก�ำกับไว้ หมายความว่า เปน็ สว่ นทใ่ี ชข้ องตวั ยา ทแ่ี พทย์แผนไทยนยิ มใชก้ นั โดยทั่วไป • ชอ่ื ละตนิ (latin title) เปน็ ชอื่ ตวั ยาในภาษาละตนิ ทกี่ �ำหนดใหม้ ไี วเ้ พอื่ ความเปน็ สากล เนอ่ื งจาก ต�ำรายา (Pharmacopoeia) หรือรายการต�ำรบั ยาแหง่ ชาติ (National Formulary) ของหลาย ประเทศและขององคก์ ารอนามยั โลกกใ็ ชช้ อื่ ละตนิ เปน็ ชอื่ ทางการของตวั ยาตา่ ง ๆ ในทนี่ เี้ พอื่ ความ สะดวกในการสบื คน้ ชอ่ื จงึ ไดน้ �ำสว่ นทใ่ี ชเ้ ปน็ ยา เปน็ ค�ำลงทา้ ยชอ่ื แทนทจี่ ะใชเ้ ปน็ ค�ำน�ำหนา้ เชน่ เดียวกับในต�ำราอา้ งองิ ยาสมุนไพรไทยของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ศัพทภ์ าษาละตนิ ส�ำหรบั ส่วนตา่ ง ๆ ของพืชสมนุ ไพร ได้แก่ Herba (ทงั้ ต้น) Radix (ราก) Rhizoma (เหง้า) Bulbus (หวั เชน่ กระเทียม) Cormus (หวั เช่น กระดาด) Lignum (แกน่ ) Caulis (เถา) Cortex (เปลอื กตน้ หรอื แกน่ ) Folium (ใบ) Flos (ดอก) Stamen (เกสรเพศผ)ู้ Stigma (ยอดเกสรเพศเมีย) Fructus (ผล ฝกั ) Semen (เมล็ด) Pulpa (เนอื้ ในฝกั เมล็ด) Pericarpium (เปลอื กผล ผิวผล เชน่ ผิวมะกรูด) Aetheroleum (น�้ำมันระเหยงา่ ย) Exocarpium (เปลอื กผล ผวิ ผล เช่น ผวิ ส้มโอ) Extractum (สิง่ สกัดจากสมนุ ไพร) Resina (สารคัดหล่งั ยาง) Oleum (น�้ำมัน) ทั้งน้ี ช่ือละตินจะใช้ตามช่ือที่ปรากฏในต�ำรายาของต่างประเทศหากเป็นตัวยาสมุนไพรเดียวกัน หรือใชช้ ื่อวทิ ยาศาสตร์ของสมุนไพรท่ีเป็นตน้ ก�ำเนดิ ของตวั ยามาแปลงเปน็ ภาษาละติน ในกรณี ท่ีตัวยามาจากสมุนไพรได้หลายชนิด จะใช้ช่ือวิทยาศาสตร์ของสมุนไพรหลักที่นิยมใช้มาแปลง เปน็ ชือ่ ละตินเพียง ๑ ชอ่ื เท่านน้ั • ช่ือวิทยาศาสตร์ (Scientific name) เป็นช่ือวิทยาศาสตร์ของสมุนไพรท่ีเป็นต้นก�ำเนิดของ ตวั ยา ประกอบดว้ ย ชอ่ื สกลุ (genus) เขยี นดว้ ยตวั เอน ขน้ึ ตน้ ดว้ ยอกั ษรตวั ใหญ่ ตามดว้ ยค�ำระบุ ชนิด (specific epithet) ซ่ึงเขียนด้วยตัวเอนเช่นกัน ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเล็ก และชื่อผู้ตั้งช่ือ (author’s name) ที่เขียนด้วยตัวอักษรปรกติ ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ ทั้งนี้จะใช้ช่ือย่อตาม ทกี่ �ำหนดในหนังสือ Authors of Plant Names1 และฐานขอ้ มูล The Plantlist2 หากพืชสมุนไพร ชนิดใดสามารถระบุพันธุ์ (variety) หรือพันธุ์ปลูก (cultivar) ได้ ก็จะระบุไว้หลังช่ือ โดยใช้ ตัวยอ่ var. หรอื cv. ตามด้วยชื่อพนั ธ์ุหรอื พันธ์ุปลูกตามล�ำดับ ภาคผนวก ๒ การเตรียมตวั ยาก่อนใช้ปรุงยา (Pre-preparation of crude drug) เน่ืองจากตัวยาบางชนิดมีฤทธิ์แรงเกินไปหรือมีพิษมาก อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ หรือตัวยา บางชนิดอาจไม่สะอาด มีเช้ือโรคปนเปื้อน หรือมีความชื้นมากเกินไป ตัวยาเหล่านี้จึงต้องผ่านกระบวนการ ประสะ สะตุ หรอื ฆา่ ฤทธิ์ กอ่ นน�ำมาใชป้ รงุ ยา เพอื่ ความปลอดภยั ของผบู้ รโิ ภค ภาคผนวกนจี้ งึ น�ำเสนอขอ้ มลู เก่ียวกับการประสะ สะตุ หรือฆ่าฤทธ์ิของตวั ยาบางชนิดกอ่ นน�ำไปใช้ ภาคผนวก ๓ วธิ ีการปรงุ ยา (Compounding of traditional medicinal preparation) รายการต�ำรบั ยาแผนไทยแห่งชาติ เล่ม ๒ มรี ปู แบบของยาเตรยี มที่ส�ำคัญ ๒ ประเภท คอื 1. Brummit RK, Powell CE. Authors of plant names. London: Royal Botanic Gardens, Kew. 1992. 2. The Plant List (2013). Version 1.1. Published on the Internet; http://www.theplantlist.org/ (accessed 1st June 2019).
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ๑. รูปแบบยาเตรียมประเภทของเหลว (Liquid dosage form) ไดแ้ ก่ ยาต้ม ซงึ่ เป็นรูปแบบ ของการเตรียมยาแผนไทยที่นิยมใช้มากรูปแบบหนึ่ง มีวิธีการเตรียมยาต้ม ๕ วิธี ได้แก่ การต้มเดือด การต้มเคี่ยว การต้มสามเอาหนึ่ง การต้มยาในระดับอุตสาหกรรม และยาน้�ำมัน ซึง่ ได้อธบิ ายวิธกี ารเตรยี มไว้โดยละเอียดในภาคผนวกน้ี ๒. รูปแบบยาเตรียมประเภทของแขง็ (Solid dosage form) ซง่ึ แบง่ เปน็ ๙ รูปแบบ ได้แก่ ยาผง ยาแคปซลู ยาเมด็ แบบพมิ พด์ ้วยมอื ยาเมด็ แบบใช้เครื่องตอกยาเม็ด ยาลกู กลอน ยาพอก ยาประคบ ยาชง และยาสด ซึ่งภาคผนวกน้ีได้อธิบายกระบวนการผลิตยาแต่ละรูปแบบ โดยละเอียด รวมท้ังเครื่องมือหรืออุปกรณ์ท่ีต้องใช้ในการผลิตยา ขั้นตอนการผลิต รวมท้ัง การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลติ ภาคผนวก ๔ อภิธานศพั ท์ (Glossary) ภาคผนวกนี้เป็นบัญชีค�ำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับการแพทย์แผนไทย โรคหรืออาการทางการแพทย์ แผนไทย รวมทั้งศัพท์ทางเภสัชกรรมไทยที่กล่าวถึงในรายการต�ำรับยาแผนไทยแหง่ ชาติเล่ม ๒ นี้ เพอื่ ชว่ ยให้ ผอู้ า่ นไดศ้ กึ ษาเพม่ิ เตมิ และท�ำความเขา้ ใจค�ำศพั ทท์ เี่ ปน็ ภาษาไทยดง้ั เดมิ ทใี่ ชใ้ นคมั ภรี ห์ รอื ต�ำราแพทยแ์ ผนไทย ของชาติด้วยการให้ความหมายเป็นภาษาไทยที่ใช้ในปัจจุบัน ความหมายของค�ำศัพท์เหล่านี้ ส่วนใหญ่ น�ำมาจาก “พจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย” ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก สว่ นค�ำศพั ทท์ ย่ี งั ไมม่ ใี นพจนานกุ รมดงั กลา่ ว คณะท�ำงานฯ และคณะอนกุ รรมการฯ ทเี่ ปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญ ด้านการแพทยแ์ ผนไทยได้ร่วมกนั พิจารณา ปรับแก้ เพ่อื จัดท�ำความหมายของค�ำศพั ทเ์ หลา่ น้นั ขึน้ ภาคผนวก ๕ สมุฏฐานของโรคและอาการ (Etiology of disease and symptom) ภาคผนวกนใ้ี หร้ ายละเอยี ดเกยี่ วกบั สมฏุ ฐานการเกดิ โรคและอาการ ชนดิ ของโรค อาการของแตล่ ะ กลมุ่ โรคหรอื กลมุ่ อาการ ประเภทของยาส�ำหรบั บ�ำบดั โรคหรอื อาการนนั้ รวมทงั้ หลกั การในการตงั้ ต�ำรบั ยาและ ตัวยาส�ำคญั ทใี่ ชส้ �ำหรบั บ�ำบดั โรคหรืออาการดงั กล่าว ทง้ั นี้เพือ่ เป็นพื้นฐานความรู้โดยสงั เขปในการปรงุ ยาและ ใชย้ าใหเ้ หมาะกบั โรคหรอื อาการของผปู้ ่วย ภาคผนวก ๖ คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ/คณะท�ำงานท่เี กี่ยวขอ้ ง ภาคผนวกนี้เป็นรายช่ือบุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการจัดท�ำรายการต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๒ ประกอบด้วย คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย คณะอนุกรรมการจดั ท�ำต�ำรบั ยาแผนไทยแหง่ ชาติ คณะท�ำงานกลน่ั กรองต�ำรบั ยาแผนไทยแห่งชาติ (ชดุ ท่ี ๑) คณะท�ำงานกลัน่ กรองต�ำรบั ยาแผนไทยแห่งชาติ (ชุดท่ี ๒) คณะท�ำงานกลั่นกรองต�ำรับยาแผนไทยแหง่ ชาติ (ชุดท่ี ๓) และคณะท�ำงานจดั ท�ำรปู เลม่ บัญชีรายการต�ำรับยาแผนไทยแหง่ ชาติ ฉบบั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ญ
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย สารบญั ตำ�รบั ยา หนา้ ชื่อต�ำรับยา ๓ ๕ ยากษัยเส้น ๗ ยาแกก้ ลากพรรนยั ๙ ยาแกก้ ลากเหล็ก ๑๑ ยาแกก้ ษัยกลอ่ น สตู ร ๑ ๑๓ ยาแกก้ ษยั กลอ่ น สตู ร ๒ ๑๔ ยาแกก้ ษยั ดาน ๑๕ ยาแกก้ ษัยเพ่ือเตโชธาต ุ ๑๖ ยาแก้ก�ำเดาให้ตามวั มดื ๑๘ ยาแก้ไข้ สูตร ๑ ๒๐ ยาแกไ้ ข้ สูตร ๒ ๒๑ ยาแกไ้ ขต้ ่าง ๆ ๒๒ ยาแก้ไข้ทบั ระดูและระดทู บั ไข ้ ๒๔ ยาแก้ไขเ้ พอ่ื เสมหะ ๒๖ ยาแกไ้ ขส้ นั นบิ าต ๒๗ ยาแกค้ อแหง้ กระหายน้ำ� ๒๘ ยาแก้ซางขุมซางดอกหมาก ๓๐ ยาแก้ดากเดก็ ๓๑ ยาแก้เด็กท้องข้นึ ๓๓ ยาแกพ้ ยาธโิ รคเรือ้ น ๓๕ ยาแก้ลม สตู ร ๑ ๓๖ ยาแกล้ ม สตู ร ๒ ๓๘ ยาแกล้ มกลอ่ น แลลมพุทยักษ์ ราทยกั ษ์ ๓๙ ยาแก้ลมกล่อนให้จกุ ๔๑ ยาแกล้ มทุนะยักษวาโย ๔๓ ยาแกล้ มปตั คาด ๔๕ ยาแก้ลมพาหรุ วาโย ยาแกล้ มมหาสดมภ ์
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยสารบัญตำ�รับยา (ตอ่ )หนา้ ช่อื ต�ำรบั ยา ๔๖ ๔๗ ยาแก้ลมมหาสดมภ์ และลมอัมพาต ๔๙ ยาแก้ลมสรรพวาระจักรโมละ ๕๑ ยาแกล้ มสนั ดาน สูตร ๑ ๕๓ ยาแกล้ มสันดาน สูตร ๒ ๕๔ ยาแก้ลมเสียงแห้ง ๕๕ ยาแกล้ มออกตามหแู ละตา ๕๗ ยาแกล้ มอมั พฤกษ์ ๕๙ ยาแก้ลมอัมพฤกษ์ อมั พาต สตู ร ๑ ๖๑ ยาแกล้ มอัมพฤกษ์ อัมพาต สูตร ๒ ๖๒ ยาแก้สารพัดลม ๖๔ ยาแกเ้ ส้นปตั คาด ๖๕ ยาแก้หืด ๖๖ ยาแก้อัคนีจร ๖๗ ยาแก้ไอ ๖๙ ยาแก้ไอขบั เสมหะ สูตร ๑ ๗๑ ยาแก้ไอขบั เสมหะ สูตร ๒ ๗๒ ยาแกไ้ อคอแหบแห้ง ๗๓ ยาแกไ้ อผสมกานพลู ๗๔ ยาแกไ้ อผสมมะนาวดอง ๗๕ ยาแก้ไอพ้นื บา้ นอีสาน ๗๖ ยาเขียวเบ็ญจขนั ธ ์ ๗๗ ยาเขยี วพิกุลทอง ๗๘ ยาจันทน์สามโลก ๗๙ ยาจติ รวาโย ๘๒ ยาชุมนุมวาโย ๘๔ ยาดาวดงึ ษา ยาต้มแก้กษยั เส้น ข
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย สารบญั ตำ�รับยา (ต่อ) หนา้ ช่ือต�ำรับยา ๘๖ ๘๘ ยาตรีผลา ๘๙ ยาตดั ก�ำลังไข้ ๙๐ ยาถา่ ยไข้พิษพษิ ไข้กาฬ ๙๒ ยาถ่ายลมถา่ ยเสมหะในโรคกษยั สูตร ๑ ๙๔ ยาถา่ ยลมถ่ายเสมหะในโรคกษยั สูตร ๒ ๙๕ ยาถา่ ยลมถา่ ยเสมหะในโรคกษยั สูตร ๓ ๙๗ ยาทาแก้เร้อื นกวาง ๙๙ ยาทาแกเ้ รื้อนข้ีนก ๑๐๑ ยาทาแกเ้ รือ้ นวลิ า ๑๐๓ ยาทาแก้โรคผิวหนัง ๑๐๕ ยาทาพระเสน้ ๑๐๗ ยาทิพดารา ๑๐๘ ยาทิภาวุธ ๑๑๐ ยาธรณสี ัณฑะฆาต ๑๑๑ ยาธาตเุ ดก็ ๑๑๓ ยานารายณ์ประสทิ ธ ิ์ ๑๑๕ ยานารายณพ์ งั คา่ ย ๑๑๗ ยานำ้� มนั ช�ำระแผล ๑๑๙ ยาน้�ำมนั มหาจกั ร ๑๒๑ ยานำ้� มนั สน่ันไตรภพ ๑๒๓ ยานำ้� มันสมานแผล ๑๒๕ ยาน�้ำมันสทิ ธโิ ยคี ๑๒๖ ยาบ�ำรงุ ธาตุหลงั ฟ้ืนไข ้ ๑๒๘ ยาเบญจขันธ ์ ๑๓๐ ยาประคบ ๑๓๒ ยาประคบคลายเสน้ ยาประสะนำ�้ มะนาว ค
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยสารบัญตำ�รับยา (ต่อ) หนา้ ช่อื ต�ำรบั ยา ๑๓๔ ๑๓๖ ยาประสะพรกิ ไทย ๑๓๘ ยาประสะสมอ ๑๔๐ ยาปะโตลาทคิ ณุ ๑๔๓ ยาปัตคาดใหญ ่ ๑๔๕ ยาแปรไข้ ๑๔๖ ยาผสมโคคลาน ๑๔๗ ยาผสมเถาวัลยเ์ ปรียง ๑๔๘ ยาผสมเพชรสงั ฆาต ๑๕๐ ยาผกั เปด็ แดง ๑๕๑ ยาฝนแสนหา่ สิงคาทิจร ๑๕๓ ยาพระเปน็ เจ้ามงกุฎลม ๑๕๕ ยาพระแสงจกั ร ๑๕๖ ยาพดั ในล�ำไส ้ ๑๕๗ ยามหาก�ำลงั ๑๕๙ ยามหาไชยวาตะ ๑๖๐ ยาลมอันใหเ้ ยน็ ไปทั้งตัว ๑๖๑ ยาลลุ ม ๑๖๓ ยาวาตาธิจร ๑๖๕ ยาวิรณุ นาภี ๑๖๘ ยาสหัศธารา ๑๖๙ ยาส�ำหรับเดก็ ๑๗๐ ยาสมุ กระหมอ่ มเด็ก สูตร ๑ ๑๗๑ ยาสมุ กระหม่อมเด็ก สตู ร ๒ ๑๗๒ ยาสมุ ลมเจ็บสงู ๑๗๓ ยาเสมหะพินาศ ๑๗๕ ยาหทัยวาตาธคิ ณุ ๑๗๗ ยาหอมเบญโกฏ ๑๗๙ ยาอายวุ ัฒนะ ง ยาอินทจร
1 กองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย
2 กองค้มุ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย
ยากษยั เสน้ ทม่ี าของตำ� รับยา สตู รตำ� รับน้โี รงพยาบาลสงู เนนิ จงั หวัดนครราชสมี า เสนอเข้าสูร่ ายการบญั ชียาหลกั แห่งชาติ เป็นตำ� รบั ทีต่ ้งั ขนึ้ ตามองค์ความรกู้ ารแพทยแ์ ผนไทย สูตรตำ� รับยา ประกอบด้วยตัวยา ๒๙ ชนดิ รวมนำ้� หนัก ๒๓๖ กรัม (๑) ดังน้ ี กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา นำ้� หนกั ยา ดีปลี ๔๐ กรัม ชะพลู ๒๔ กรมั ขงิ ๒๐ กรัม สะคา้ น ๑๒ กรมั กระชาย ๑๐ กรัม ก�ำลังววั เถลงิ ๑๐ กรัม โพคาน ๑๐ กรมั เถาวัลยเ์ ปรียง ๑๐ กรมั พริกไทย (เถา) ๑๐ กรมั ไพล ๑๐ กรัม มา้ กระทบื โรง ๑๐ กรัม แสมสาร ๑๐ กรมั เจตมูลเพลิงแดง ๘ กรัม การบูร ๖ กรมั กระวาน ๔ กรมั กะทือ ๔ กรมั กานพลู ๔ กรัม ชะเอมเทศ ๔ กรัม พริกไทยลอ่ น ๔ กรัม ลูกจนั ทน์ ๔ กรมั วา่ นน�้ำ ๔ กรัม อบเชยเทศ ๔ กรัม โกฐน�้ำเตา้ ๒ กรัม ดอกจนั ทน์ ๒ กรัม บัวหลวง ๒ กรัม 3
ตัวยา น�ำ้ หนักยา บนุ นาค ๒ กรัม พกิ ลุ ๒ กรมั มะลิ ๒ กรมั สารภี ๒ กรมั กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย สรรพคุณ บรรเทาอาการปวดหลงั ปวดเอว ปวดเม่อื ยตามร่างกาย (๑) รปู แบบยา ยาลกู กลอน (ดูภาคผนวก ๓.๕) ขนาดและวิธกี ารใช้ กินครั้งละ ๗๕๐ มลิ ลิกรัม-๑ กรัม วนั ละ ๔ คร้ัง กอ่ นอาหารและกอ่ นนอน (๑) ข้อหา้ มใช ้ หา้ มใชก้ บั หญงิ ตัง้ ครรภ์ หญิงใหน้ มบตุ ร และเดก็ อายุต�ำ่ กวา่ ๑๒ ขวบ (๑) ข้อควรระวัง - ควรระวงั การใช้ยาในผู้ปว่ ยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้ - ควรระวังการกินร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ ยาต้านการจบั ตัวของเกล็ดเลอื ด (antiplatelet) - ควรระวงั การใชย้ าอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในผปู้ ว่ ยทมี่ คี วามผดิ ปรกติ ของตบั ไต เน่ืองจากอาจเกดิ การสะสมของการบูรและเกดิ พษิ ได้ (๑) อาการไมพ่ งึ ประสงค์ แสบร้อนยอดอก (๑) ขอ้ มลู เพ่มิ เติม - ตวั ยาโคคลานตามสูตรต�ำรับในประกาศบญั ชียาหลักแหง่ ชาติ (๑) คอื โพคาน ที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Mallotus repandus (Willd.) Müll. Arg. วงศ์ Euphorbiaceae - ต�ำรับน้ีมีการบูรเป็นส่วนประกอบร้อยละ ๒.๕๔ ในเม็ดยา ๑๐๐ มิลลิกรัม จะมกี ารบรู อยู่ ๒.๕๔ มิลลิกรมั ปริมาณการบูรท่ีได้รบั ใน ๑ มือ้ เทา่ กับ ๒๕.๔ มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณที่ท�ำให้เกิดพิษจากการกินการบูร เท่ากับ ๒ กรัม โดยขนาดถึงตาย (lethal dose) ในผู้ใหญ่อยทู่ ี่ ๔,๐๐๐ มิลลิกรัม/มอ้ื ในเด็กอยู่ที่ ๕๐๐-๑,๐๐๐ มลิ ลิกรมั /มื้อ และในทารกอยู่ท่ี ๗๐ มลิ ลิกรมั /กโิ ลกรมั /มอ้ื (๒) เอกสารอ้างอิง - การเตรียมตวั ยาโกฐน้ำ� เตา้ ก่อนน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๕) ๑. ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เร่ือง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑. (๒๕๖๑, ๑๙ มกราคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๔ ง. หนา้ ๔. (เอกสารแนบทา้ ยประกาศ หนา้ ๒๕๓). ๒. U.S. National Library of Medicine [Internet]. Hazardous Substance Database- Camphor [updated 2014 Sep 9; cited 2019 May 28]. Available from: https://toxnet.nlm.nih.gov/ cgi-bin/sis/search2/r?dbs+hsdb:@term+@DOCNO+37. 4
ยาแก้กลากพรรนยั ท่มี าของต�ำรบั ยา ศลิ าจารึกต�ำรายาวัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม (วดั โพธ)ิ์ (๑, ๒) “...๏ ปนุ ะจะปะรงั ในล�ำดบั นจี้ ะกล่าวด้วยนยั อนั หนง่ึ ใหม่ ว่าดว้ ยลักษณะกลิ าสะโรคคอื กลาก นั้นตอ่ ไป ตามอาจารยท์ า่ นกลา่ วไวใ้ นวิธกี ฏุ ฐโรคแจง้ วิตถารอย่ใู นบน้ั ปลายโน้นตา่ งๆ จะคัดเอามาแจง้ ไว้ใน ทนี่ แี้ ต่ ๔ จ�ำพวก พอบุคคลทั้งหลายพงึ รูโ้ ดยสังเขปเปน็ แตล่ ะน้อย คอื กลากพรรนยั จ�ำพวก ๑ คอื กลากเหล็ก จำ� พวก ๑ คอื เมถุนกลากจ�ำพวก ๑ คอื กลากโอจ่ �ำพวก ๑อนั ว่าลกั ษณะกลากท้ัง ๔ จ�ำพวก ซึง่ กล่าวมานี้ บังเกิดเพ่ือกรรมลามกพิบัติให้เป็นเหตุ แลจะได้ถึงซ่ึงอันตรายแก่ชีวิตนั้นมิได้ โรคอันนี้เกิดแต่ผิวหนัง ตามอาจารยก์ ลา่ วไวด้ งั น้ี ฯ ในทนี่ จี้ ะวา่ แตก่ ลากพรรนยั นนั้ กอ่ นเปน็ ปฐม เมอื่ จะบงั เกดิ นนั้ เปน็ วงแลว้ เปน็ เมด็ ขน้ึ กลางวงแลว้ กล็ ามตอ่ ๆ กนั ออกไปเตม็ ทงั้ กายเปน็ ขนนงุ ใหค้ นั เปน็ กำ� ลงั ถา้ แกเ่ ขา้ รกั ษามหิ ายกก็ ลายเปน็ วงขดติดๆ กันไปก็มี บางทีเป็นแนวๆ ดุจดังไม้เรียวตีก็มี ถ้าจะรักษาเอาจุณขี้เหล็ก รากทองพันชั่ง รากเจตมูลเพลิง มะขามเปียก กระเทียมทอกเอาเสมอภาค บดทา แก้กิลาสะโรคคือโรคกลากพรรนัยน้ัน หายดนี กั ฯ …” สูตรตำ� รบั ยา ประกอบดว้ ยตัวยา ๕ ชนดิ รวมนำ้� หนัก ๕ ส่วน ดังนี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา น�้ำหนกั ยา กระเทียมทอก ๑ สว่ น เจตมลู เพลงิ แดง ๑ ส่วน ทองพันชง่ั (ราก) ๑ ส่วน จุณข้เี หลก็ ๑ ส่วน มะขาม (เนอื้ ในฝกั ) ๑ ส่วน สรรพคณุ แกก้ ลาก รปู แบบยา ยาผง (ดภู าคผนวก ๓.๒) ขนาดและวิธกี ารใช้ ผสมน้�ำตม้ สกุ หรอื นำ้� มะขามเปยี ก ทาแผลวนั ละ ๒ ครัง้ เชา้ และเยน็ ค�ำเตอื น เป็นยาใช้ภายนอกหา้ มกนิ ข้อหา้ มใช้ ห้ามใชใ้ นแผลตดิ เชือ้ แผลเนา่ เปอ่ื ยเรื้อรัง ข้อมลู เพมิ่ เตมิ - น�ำเนอ้ื มะขามไปยา่ งให้พอแห้ง แลว้ บดเปน็ ผง - การเตรียมตัวยาจณุ ข้ีเหลก็ กอ่ นนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๖) 5
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยเอกสารอา้ งองิ ๑. สำ� นกั คมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก.ชุดต�ำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์ ต�ำราการแพทย์แผนไทย ในศิลาจารึก วดั พระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม (วดั โพธ์)ิ เลม่ ๒. พมิ พ์คร้ังที่ ๑. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พอ์ งค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศกึ ในพระบรมราชูปถัมภ,์ ๒๕๕๗. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละตํารบั ยาแผนไทยของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘, (๒๕๕๘, ๓๐ พฤศจิกายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๓๑๗ ง. 6
ยาแกก้ ลากเหลก็ ทมี่ าของต�ำรบั ยา ศิลาจารกึ ตำ� รายาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ)์ (๑, ๒) “...ปุนะจะปะรงั ในลำ� ดับนีจ้ ะกล่าวด้วยอันหนงึ่ ใหม่ ว่าด้วยลักษณะกิลาสะโรค คอื กลากเหล็ก น้ัน เป็นค�ำรบ ๒ เม่ือจะบังเกิดน้ันเกิดแต่ผิวหนังก�ำเริบก็ดี ผิวหนังหย่อนก็ดี ผิวหนังพิการก็ดีกล่าวคือ กองปัถวีธาตใุ หเ้ ปน็ เหตุ กระท�ำให้คันผิวเนื้อ และใหผ้ ิวเนือ้ นัน้ ชาสากไป แลว้ ก็ผุดขึ้นมาเปน็ เมด็ รี เมด็ ยาว เมด็ กลม แลเป็นวง มผี ิวอันด�ำดุจผิวเหล็ก กระท�ำใหค้ ันเป็นกำ� ลงั ยง่ิ เกายิง่ คนั ครัน้ หายคนั แลว้ กระท�ำให้ แสบรอ้ น ตอ่ เสโทออกจึงคันอกี เล่า ถ้าบุคคลผ้ใู ดเป็นดังกลา่ วมาน้ี โลกสมมตุ วิ ่าเป็นชาติกรรมลามกโรคว่า โรคเกดิ แตก่ ายอันไปบม่ ไิ ดบ้ รสิ ุทธิ์ โดยอธบิ ายแหง่ อาจารยว์ า่ ไว้ดงั นี้ ฯ ถ้าแพทย์จะรกั ษาให้กระท�ำศรรี ังษะ วิถีเสียก่อน คือกระท�ำให้กายแลเครื่องอุปโภคบริโภคน้ันให้สุทธิแล้วจึงแต่งยากินยาทารักษาต่อไปโดยนัย ดังนี้ ฯ ยากินภายใน เอาเบญจเหล็กต้น เบญจเถาวัลย์เหล็ก เบญจพญามือเหล็ก เบญจชุมเห็ดเทศ สงิ่ ละ ๒ ตำ� ลึง ๒ บาท ยาขา้ วเยน็ ทัง้ สอง หวั ยัง้ กำ� มะถนั หนอนตายหยาก ส่งิ ละ ๕ ตำ� ลึง เอาสรุ าเป็น กระสายต้มตามวิธีให้กินแก้กิลาสะโรค คือโรคกลากเหล็กนั้นหายวิเศษนัก ฯ ยาขนานนี้ได้ใช้มามากแล้ว อย่าสนเท่ห์เลย ฯ…” สูตรตำ� รับยา ประกอบด้วยตัวยา ๙ ชนิด รวมน้�ำหนกั ๒,๑๐๐ กรัม ดังนี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา น้�ำหนกั ยา ก�ำมะถนั เหลอื ง ๓๐๐ กรมั ขา้ วเย็นใต้ ๓๐๐ กรัม ขา้ วเย็นเหนอื ๓๐๐ กรมั ยัง้ ๓๐๐ กรมั หนอนตายหยาก ๓๐๐ กรมั ขี้เหลก็ (ท้ัง ๕) ๑๕๐ กรัม ชุมเห็ดเทศ ๑๕๐ กรมั เถาวัลย์เหล็ก ๑๕๐ กรัม พญามือเหลก็ ๑๕๐ กรัม สรรพคุณ แกก้ ลากเหลก็ (ผิวหนังเปน็ ปื้นสดี ำ� มอี าการแสบร้อน คันตามผวิ หนงั ผิวสากชา) รปู แบบยา ยาต้มเดือด (ดูภาคผนวก ๓.๑.๑) วธิ ีปรุงยา นำ� ตวั ยาคลกุ เคลา้ กบั สรุ ากอ่ น แลว้ จึงนำ� ไปต้มตามวธิ ี ขนาดและวิธีการใช้ คร้ังละ ๕๐-๑๕๐ มลิ ลลิ ิตร ด่มื วันละ ๒ คร้ัง กอ่ นอาหาร เช้าและเยน็ ให้ด่ืมตามอาการ ของโรคและกำ� ลงั ของผปู้ ่วย ด่ืมขณะยายังอุ่นอยู่ 7
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยข้อควรระวงั ผ้ปู ่วยโรคหวั ใจเน่อื งจากมแี ก่นพญามือเหลก็ เปน็ สว่ นประกอบ ข้อมูลเพ่มิ เติม - ตัวยากำ� มะถนั เหลือง ควรใช้ในรปู แบบก้อน - ผู้ทรงคุณวฒิ ท่ีมีประสบการณ์การใช้ยาต�ำรับนี้ ให้ระวังการใช้ยาน้ีในผู้ป่วย ที่มีประวตั แิ พ้ยา amoxicillin - ยา ๑ หม้อ ใชต้ ิดตอ่ กนั ๕-๗ วัน โดยให้อ่นุ น้�ำสมุนไพรทุกครงั้ ก่อนใช้ยา - การเตรยี มตัวยาย้งั กอ่ นน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๔๑) เอกสารอ้างอิง ๑. ส�ำนักคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาการแพทย์แผนไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก.ชุดต�ำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์ ต�ำราการแพทย์แผนไทย ในศิลาจารึกวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธ์ิ) เล่ม ๒. พิมพ์คร้ังที่ ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ,์ ๒๕๕๗. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละตํารบั ยาแผนไทยของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘, (๒๕๕๘, ๓๐ พฤศจกิ ายน). ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๑๗ ง. 8
ยาแก้กษยั กลอ่ น สูตร ๑ ท่มี าของต�ำรบั ยา แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ เลม่ ๒ พระยาพศิ ณุประสาทเวช ร.ศ. ๑๒๖ (๑, ๒) “ถ้าจะแก้ท่านให้เอา สค้าน ๑ ว่านน้�ำ ๑ ผักแพวแดง ๑ ยาด�ำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ โกฐสอ ๑ โกฐพงุ ปลา โกฐจุลาล�ำพา ๑ กนั ชา ๑ ชะเอมเทศ ๑ ดีปลี ๑ แก่นแสมทเล ๑ รากเจตมูลเพลงิ ๑ หัวอตุ พิด ๑ หวั ดองดงึ ๑ ยาทั้งน้เี สอมภาค เอาพรกิ ไทยเท่ายาทงั้ หลาย ตำ� เปนผงละลายน�ำ้ ผึง้ กินหนัก ๑ สลึง กนิ ยาน้ี ๗ วันแลว้ จงึ กินยาทเุ ลาเสียครัง้ ๑ แล้วจึงทำ� ยาขนานนกี้ ินตอ่ ไปเถิด” สตู รตำ� รับยา ประกอบด้วยตัวยา ๑๖ ชนดิ รวมนำ้� หนกั ๓๐ ส่วน ดงั น ้ี กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา น้�ำหนกั ยา พริกไทย ๑๕ ส่วน กัญชา ๑ ส่วน โกฐจฬุ าลมั พา ๑ ส่วน โกฐพุงปลา ๑ ส่วน โกฐสอ ๑ สว่ น เจตมูลเพลิงแดง ๑ ส่วน ชะเอมเทศ ๑ สว่ น ดองดงึ ๑ ส่วน ดีปลี ๑ ส่วน ผกั แพวแดง ๑ ส่วน มหาหงิ ค์ุ ๑ ส่วน ยาดำ� ๑ ส่วน วา่ นนำ�้ ๑ ส่วน สะค้าน ๑ ส่วน แสมทะเล ๑ สว่ น อุตพิด ๑ ส่วน สรรพคุณ แก้กษัยกลอ่ น รปู แบบยา ยาลูกกลอน ขนาด ๓๐๐ มิลลกิ รัม (ดูภาคผนวก ๓.๕) ขนาดและวิธกี ารใช้ คร้ังละ ๓-๕ เม็ด กินวันละ ๒ คร้งั ก่อนอาหารเชา้ และเยน็ ข้อควรระวงั - ควรระวังการกินร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นล่ิม (anticoagulant) และยาตา้ นการจบั ตวั ของเกลด็ เลือด (antiplatelets) 9
- ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenyltoin propranolol theophylline และ rifampicin เนือ่ งจากต�ำรบั นี้มพี ริกไทยในปรมิ าณสงู - ควรระมัดระวังการใช้ในผู้สูงอายุ ขอ้ หา้ มใช้ ห้ามใชใ้ นหญิงตัง้ ครรภ์ ผทู้ ่ีมไี ข้ และเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ ๑๒ ขวบ ข้อมลู เพิ่มเตมิ - ต�ำรับยานี้มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตามพระราชบัญญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และฉบบั แก้ไขเพิ่มเติม การใช้ยา กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย เสพติดให้โทษต�ำรับนี้ต้องอยู่ภายใต้การปรุงและสั่งจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ แผนไทยตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการและเง่อื นไขในประกาศกระทรวงสาธารณสขุ - การเตรยี มตวั ยากัญชากอ่ นน�ำไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๓) - การเตรียมตวั ยาดองดงึ กอ่ นนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๐) - การเตรียมตัวยามหาหงิ ค์กุ อ่ นนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๘) - การเตรียมตัวยายาด�ำก่อนนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๒๓) - การเตรียมตวั ยาอุตพดิ กอ่ นน�ำไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๔๕) เอกสารอ้างอิง ๑. พศิ ณุประสาทเวช, พระยา. แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เลม่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ศุภการ จำ� รญู ถนนอษั ฏางค,์ ร.ศ. ๑๒๖. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทย์แผนไทยของชาติและตํารับยาแผนไทยของชาติ (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๖ พฤศจกิ ายน). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๑ ง, หน้า ๑. 10
ยาแก้กษัยกล่อน สูตร ๒ ท่มี าของต�ำรบั ยา แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เลม่ ๒ พระยาพิศณุประสาทเวช ร.ศ. ๑๒๖ (๑, ๒) “เอาผลจันทน์ ๑ ดอกจนั ทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ สมลุ แว้ง ๑ เทียนด�ำ ๑ ผกั แพวแดง ๑ รากเจตมลู เพลงิ ๑ ดปี ลี ๑ ขิงแหง้ ๑ กะเทียม ๑ หัวบกุ ๑ หวั กลอย ๑ หัวอตุ พดิ ๑ กระตาดท้ัง ๒ ยาทง้ั น้ี เอาสิ่งละบาท เอาพรกิ ไทย ๕ ต�ำลึง การะบูร ๒ บาท ต�ำผงละลายนำ้� ผ้งึ กไ็ ด้ น้�ำรอ้ นก็ได้ น�้ำสม้ สายชูกไ็ ด้ กินหายแล” สูตรตำ� รบั ยา ประกอบด้วยตัวยา ๑๘ ชนิด รวมน้ำ� หนัก ๕๗๐ สว่ น ดงั น ี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา น�้ำหนกั ยา พริกไทย ๓๐๐ กรัม การบรู ๓๐ กรมั กระดาดขาว ๑๕ กรัม กระดาดแดง ๑๕ กรัม กระเทยี ม ๑๕ กรัม กระวาน ๑๕ กรัม กลอย ๑๕ กรัม กานพลู ๑๕ กรมั ขิงแห้ง ๑๕ กรัม เจตมูลเพลิงแดง ๑๕ กรมั ดอกจนั ทน์ ๑๕ กรมั ดปี ลี ๑๕ กรมั เทยี นด�ำ ๑๕ กรมั บกุ ๑๕ กรมั ผักแพวแดง ๑๕ กรมั ลกู จันทน์ ๑๕ กรมั สมุลแว้ง ๑๕ กรัม อุตพดิ ๑๕ กรัม สรรพคณุ แก้กษยั กล่อน รปู แบบยา ยาลกู กลอน ขนาด ๓๐๐ มลิ ลิกรัม (ดูภาคผนวก ๓.๕) ขนาดและวิธกี ารใช้ ครง้ั ละ ๓-๕ เม็ด กินวนั ละ ๒ คร้ัง กอ่ นอาหารเชา้ และเยน็ ขอ้ ห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผทู้ ี่มไี ข้ และเด็กอายุตำ�่ กวา่ ๑๒ ขวบ 11
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยขอ้ ควรระวงั - ควรระวังการกินร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตา้ นการจบั ตัวของเกลด็ เลอื ด(antiplatelets) - ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenyltoin propranolol theophylline และ rifampicin เนอ่ื งจากตำ� รบั นม้ี ีพรกิ ไทยในปริมาณสูง - ควรระมัดระวังการใช้ในผสู้ ูงอายุ ข้อมลู เพิม่ เติม - ต�ำรับน้ีมีการบูรเป็นส่วนประกอบร้อยละ ๕.๒๖ ในยาเม็ด ๓๐๐ มิลลิกรัม จะมกี ารบรู อยู่ ๑๕.๗๘ มลิ ลกิ รมั ปรมิ าณการบรู ทไ่ี ดร้ บั ใน ๑ มอื้ เทา่ กบั ๗๘.๙ มลิ ลกิ รมั ซ่ึงปริมาณที่ท�ำให้เกิดพิษจากการกินการบูร เท่ากับ ๒ กรัม โดยขนาดถึงตาย (lethal dose) ในผใู้ หญอ่ ยทู่ ่ี ๔,๐๐๐ มลิ ลกิ รมั /มอ้ื ในเดก็ อยทู่ ี่ ๕๐๐-๑,๐๐๐ มลิ ลกิ รมั / มื้อ และในทารกอยู่ท่ี ๗๐ มิลลิกรมั /กิโลกรัม/มอื้ (๓) - การเตรียมตัวยากลอยก่อนนำ� ไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๒) - การเตรยี มตวั ยาอตุ พดิ ก่อนน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๔๕) เอกสารอ้างองิ ๑. พิศณปุ ระสาทเวช, พระยา. แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ เลม่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ศภุ การ จ�ำรญู ถนนอษั ฏางค์, ร.ศ. ๑๒๖. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทย์แผนไทยของชาติและตํารับยาแผนไทยของชาติ (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๖ พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๑ ง, หน้า ๑. ๓. U.S. National Library of Medicine [Internet]. Hazardous Substance Database-Camphor [updated 2014 Sep 9; cited 2019 May 28]. Available from: https://toxnet. nlm.nih.gov/cgi-bin/sis/search2/r?dbs+hsdb:@term+@DOCNO+37. 12
ยาแกก้ ษยั ดาน ที่มาของต�ำรับยา แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ พระยาพศิ ณุประสาทเวช ร.ศ. ๑๒๖ (๑, ๒) “ขนานหนง่ึ เอา ตรกี ฏกุ มหาหิงค์ุ ๑ เจตพังคี ๑ สง่ิ ละ ๑ สว่ น สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ สิง่ ละ ๓ ส่วน เทยี นดำ� ๔ สว่ น โกฐนำ�้ เตา้ ๖ ส่วน ตำ� เปนผงบดละลายนำ้� มะขามเปยี กกนิ หนัก ๑ สลึง แก้ไกษย ดานหายวิเศษนัก” สตู รตำ� รับยา ประกอบด้วยตวั ยา ๙ ชนดิ รวมน�้ำหนัก ๒๑ สว่ น ดังนี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา น้�ำหนกั ยา โกฐนำ�้ เต้า ๖ ส่วน เทียนดำ� ๔ สว่ น ขิง ๑ ส่วน เจตพงั คี ๑ ส่วน ดปี ลี ๑ ส่วน พรกิ ไทย ๑ สว่ น มหาหิงคุ์ ๑ ส่วน สมอเทศ (เน้อื ผล) ๓ ส่วน สมอไทย (เน้ือผล) ๓ ส่วน สรรพคณุ เปน็ ยาถ่าย ขบั ลม สำ� หรบั ผปู้ ว่ ยโรคกษัยดาน รปู แบบยา ยาผง (ดภู าคผนวก ๓.๒) วิธีปรงุ ยา บดเปน็ ผงละเอยี ด ขนาดและวิธกี ารใช้ คร้ังละ ๑ สลงึ (๓.๗๕ กรัม) ละลายน�ำ้ มะขามเปียก กนิ วันละ ๑ ครัง้ ก่อนนอน ข้อมลู เพมิ่ เติม - การเตรยี มตัวยาโกฐน้ำ� เต้ากอ่ นน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๕) - การเตรยี มตัวยามหาหงิ ค์กุ ่อนนำ� ไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๑๘) เอกสารอ้างองิ ๑. พิศณปุ ระสาทเวช, พระยา. แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เลม่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ศุภการ จ�ำรญู ถนนอษั ฏางค์, ร.ศ. ๑๒๖. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละตํารบั ยาแผนไทยของชาติ (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๖ พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๑ ง, หนา้ ๑. 13
ยาแก้กษยั เพือ่ เตโชธาตุ ที่มาของตำ� รบั ยา แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ เลม่ ๒ พระยาพิศณปุ ระสาทเวช ร.ศ. ๑๒๖ (๑, ๒) “ไกษยอันหน่ึงมันเกิดเพื่อเตโชธาตุอันช่ือว่าสันตัปปัคคี มันให้เย็นทั่วตัว แต่ว่าให้ร้อนภายใน เปนก�ำลัง มนั ต้งั ขึ้นใต้สดือ ๓ นวิ้ มันใหจ้ ุกแดกมนั ให้ลั่นขึน้ ลน่ั ลง ใหเ้ สยี ดสีข้างจะพลกิ ตัวไปมามไิ ด้ ประดจุ เปนปตั ฆาฏใหเ้ จ็บให้ปวดสีสะใหว้ ิงเวียนหน้าตา ถ้าจะแก้ให้เอา ตรีผลา ๑ ดองดงึ ๑ เทียนท้งั ๕ เอาสิง่ ละ ๑ บาท มหาหิงคุ์ ๒ สลงึ กะเทียมเอาท้ังหัวรากใบเทา่ ยาท้งั หลาย ตำ� เปนผงละลายน�ำ้ ผง้ึ กินหาย” สตู รต�ำรับยา ประกอบด้วยตวั ยา ๑๑ ชนิด รวมนำ้� หนกั ๒๘๕ กรมั ดงั น้ี กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา น้�ำหนักยา กระเทยี ม (ทั้งตน้ ) ๑๔๒.๕ กรมั ดองดึง ๑๕ กรมั เทียนขาว ๑๕ กรมั เทียนขา้ วเปลือก ๑๕ กรมั เทยี นดำ� ๑๕ กรมั เทียนแดง ๑๕ กรมั เทียนตาต๊กั แตน ๑๕ กรมั มะขามปอ้ ม (เนือ้ ผล) ๑๕ กรัม สมอไทย (เน้ือผล) ๑๕ กรัม สมอพิเภก (เน้ือผล) ๑๕ กรมั มหาหงิ ค์ุ ๗.๕ กรมั สรรพคณุ แก้กษัยอันเกิดจากเตโชธาตุ (สนั ตปั ปคั ค)ี พิการ ทีท่ �ำใหม้ ีอาการจุกเสยี ด ปวดศีรษะ วงิ เวียน รปู แบบยา ยาลูกกลอน ขนาด ๓๐๐ มิลลกิ รัม (ดูภาคผนวก ๓.๕) ขนาดและวธิ ีการใช้ ครัง้ ละ ๓-๕ เม็ด กนิ วันละ ๒ คร้งั ก่อนอาหาร เชา้ และเย็น ข้อมลู เพ่ิมเติม - การเตรยี มตวั ยาดองดึงกอ่ นน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๐) - การเตรียมตวั ยามหาหิงค์กุ ่อนนำ� ไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๑๘) เอกสารอา้ งองิ ๑. พิศณุประสาทเวช, พระยา. แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ศุภการ จำ� รูญถนนอัษฏางค์, ร.ศ. ๑๒๖. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทย์แผนไทยของชาติและตํารับยาแผนไทยของชาติ (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๖ พฤศจกิ ายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๓๔ ตอนพเิ ศษ ๒๗๑ ง, หน้า ๑. 14
ยาแกก้ ำ� เดาใหต้ ามวั มดื ทมี่ าของตำ� รบั ยา ตำ� รายาเกรด็ (๑) “ขนานหน่งึ แกก้ ำ� เดาให้ตามัวมืด เวียนศรี ษะเจ็บกระบอกตาลมระคนกำ� เดา เอา มะกรูด ๓ ลูก ไพล ๑ ตำ� ลงึ ต้มให้สกุ เอา ดนิ ประสิวขาว ๑ บาท หวั หอม ๑ ต�ำลึง ตำ� เคล้าสม้ มะขามสุกสุม ๚” สูตรตำ� รบั ยา ประกอบดว้ ยตวั ยา ๕ ชนดิ รวมนำ้� หนัก ๔๗๐ กรมั ดงั นี้ ตวั ยา น�้ำหนกั ยา กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย มะขาม (เนอ้ื ในฝกั ) ๒๓๕ กรัม มะกรูด (ผล) ๑๐๐ กรมั ไพล ๖๐ กรมั หอม ๖๐ กรัม ดินประสวิ ๑๕ กรัม สรรพคุณ แกล้ มกำ� เดา ใหต้ ามวั มืด เวียนศีรษะเจบ็ กระบอกตาลมระคนกำ� เดา รปู แบบยา ยาพอก (ดภู าคผนวก ๓.๗) วธิ ปี รงุ ยา น�ำมะกรูดและไพลมาต้มให้สุก ส่วนดินประสิวขาวและหัวหอมน�ำมาต�ำพอหยาบ จากนัน้ น�ำยาท้ังหมดมาเคลา้ กับมะขามเปียก ขนาดและวิธีการใช ้ พอกบรเิ วณศรี ษะเมอ่ื มอี าการ ข้อห้ามใช ้ - เป็นยาใชภ้ ายนอก ห้ามกนิ - หา้ มใชบ้ ริเวณผิวหนังที่มบี าดแผลหรอื แผลเปดิ ข้อควรระวัง ระวังอย่าให้เขา้ ตา ข้อมลู เพ่มิ เตมิ - ดินประสวิ ขาวทีข่ ายตามรา้ นขายยา ส่วนมากท่มี ีสเี หลอื ง ๆ ด�ำ ๆ แสดงวา่ ยงั ไม่ สะอาดพอ ตอ้ งต้ม กรอง และตกผลกึ อีกหลายๆ คร้งั จนไดส้ ขี าวสะอาด สรรพคุณ ยาโบราณวา่ ดนิ ประสวิ มรี สเคม็ ปรา่ เยน็ มสี รรพคณุ ขบั ลมทคี่ งั่ คา้ งตามเสน้ ถอนพษิ ขับปสั สาวะ ใชภ้ ายนอกสำ� หรับทาแก้คนั ตามผวิ หนัง (๓) - การเตรยี มตวั ยาดินประสิวกอ่ นน�ำไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๑๑) เอกสารอา้ งองิ ๑. “ต�ำรายาเกร็ด”. หอสมดุ แหง่ ชาต.ิ หนงั สอื สมดุ ไทยดำ� . อกั ษรไทย. ภาษาไทย. เลขท่ี ๒๗๓. หมวดต�ำราเวชศาสตร์. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทย์แผนไทยของชาติและตํารับยาแผนไทยของชาติ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๒๕ พฤษภาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๔๑ ง, หน้า ๑-๔. ๓. ชยนั ต์ พเิ ชยี รสนุ ทร, แมน้ มาส ชวลติ , และ วเิ ชยี ร จรี วงส.์ คำ� อธบิ ายตำ� ราพระโอสถพระนารายณ์ ฉบับเฉลิมพระเกยี รติ ๗๒ พรรษามหาราชา ๕ ธันวาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๒. พิมพค์ รั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : สำ� นกั พมิ พอ์ มรินทร.์ ๒๕๕๘ 15
ยาแก้ไข้ สตู ร ๑ ท่ีมาของต�ำรับยา คัมภรี แ์ พทยไ์ ทยแผนโบราณ ขนุ โสภติ บรรณลกั ษณ์ เลม่ ๑ (๑) “ยาแก้ไข้ เอารากคนทา รากหญ้านาง รากเท้ายายมอ่ ม รากชิงช่ี รากมะเด่ือชุมพร ลกู สมอ ทั้ง ๓ ลกู มะขามป้อม แก่นข้ีเหลก็ แกน่ จนั ทน์ทั้ง ๒ เถาวลั ยเ์ ปรียง เอาสิง่ ละ ๔ บาท บอระเพด็ ลูกกระดอม เกษสรบวั หลวง ขมนิ้ อ้อย เอาสง่ิ ละ ๒ บาท หญ้าแพรก ๑ ก�ำมือ หญ้าปากควาย ๑ ก�ำมอื ต้มกนิ เชา้ เย็น แกไ้ ข้ตา่ ง ๆ ไขจ้ บั เชื่อมซมึ ดีนกั แล” สูตรต�ำรบั ยา ประกอบด้วยตวั ยา ๑๙ ชนิด รวมน�ำ้ หนัก ๙๓๐ กรัม ดังนี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา นำ�้ หนกั ยา กระดอม ๓๐ กรัม ขมนิ้ ออ้ ย ๓๐ กรัม ขเ้ี หลก็ ๖๐ กรมั คนทา ๖๐ กรมั จันทน์ขาว ๖๐ กรัม จันทนแ์ ดง ๖๐ กรัม ชงิ ชี่ ๖๐ กรมั เถาวลั ย์เปรียง ๖๐ กรมั บอระเพด็ ๓๐ กรัม บวั หลวง ๓๐ กรมั มะขามป้อม ๖๐ กรมั มะเดอ่ื อทุ มุ พร ๖๐ กรมั ไม้เทา้ ยายม่อม ๖๐ กรมั สมอเทศ ๖๐ กรัม สมอไทย ๖๐ กรัม สมอพเิ ภก ๖๐ กรมั ย่านาง ๖๐ กรมั หญา้ แพรก ๑๕ กรมั หญา้ ปากควาย ๑๕ กรัม 16
สรรพคุณ แกไ้ ข้ตา่ งๆ ไข้เชื่อมซึม รูปแบบยา ยาต้มเดอื ด (ดูภาคผนวก ๓.๑.๑) ขนาดและวธิ ีการใช้ คร้ังละ ๑๕๐ มิลลลิ ติ ร ดื่มวันละ ๒ คร้ัง กอ่ นอาหาร เช้าและเยน็ ดืม่ ขณะยายังอุ่นอยู่ ข้อมูลเพ่ิมเติม - ยา ๑ หม้อ ใช้ตดิ ตอ่ กัน ๕-๗ วัน โดยใหอ้ ุ่นน้ำ� สมนุ ไพรทกุ ครั้งก่อนใชย้ า - การเตรียมตวั ยาบอระเพ็ดก่อนน�ำไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๓) เอกสารอ้างองิ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อ�ำพนั กิตตขิ จร), คัมภรี ์แพทยไ์ ทยแผนโบราณ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ ุตสาหกรรมการพิมพ,์ ๒๕๐๔. 17
ยาแกไ้ ข้ สูตร ๒ ทม่ี าของตำ� รับยา คมั ภีรแ์ พทย์ไทยแผนโบราณ ขุนโสภติ บรรณลักษณ์ เล่ม ๑ (๑) “ยาแก้ไข้ เอารากเท้ายายม่อม รากคนทา รากมะเด่ือชุมพร รากชิงช่ี รากหญ้านาง หัวคร้า จันทน์แดง จันทนข์ าว แกแร แก่นแสมสาร แก่นแสมทะเล รากก้างปลาทัง้ ๒ รากมะแวง้ ทั้ง ๒ รากหมาก รากตาล ฝาง รากครอบตลับ หวั แห้วหมู แกน่ ขนุน ดีปลี ลกู กระดอม เอาส่ิงละ ๔ บาท ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ตม้ กินเวลาเช้าเยน็ แกไ้ ขจ้ ับ ไขพ้ ษิ แลไขท้ ั้งปวง” กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย สูตรต�ำรบั ยา ประกอบดว้ ยตวั ยา ๒๔ ชนดิ รวมน�้ำหนกั ๑,๓๘๐ กรัม* ตวั ยา นำ�้ หนักยา กระดอม ๖๐ กรมั ก้างปลาขาว ๖๐ กรัม ก้างปลาแดง ๖๐ กรมั แกแล ๖๐ กรัม ขนนุ ๖๐ กรมั คนทา ๖๐ กรัม ครอบตลับ ๖๐ กรมั คลา้ ๖๐ กรมั จันทนข์ าว ๖๐ กรัม จันทนแ์ ดง ๖๐ กรมั ชิงชี่ ๖๐ กรมั ดปี ลี ๖๐ กรมั ตาล ๖๐ กรมั ฝาง ๖๐ กรมั มะเดอ่ื อุทุมพร ๖๐ กรัม มะแวง้ เครือ (ราก) ๖๐ กรัม มะแวง้ ตน้ ๖๐ กรมั ไม้เทา้ ยายม่อม ๖๐ กรมั ยา่ นาง ๖๐ กรมั แสมทะเล ๖๐ กรมั แสมสาร ๖๐ กรมั หมาก ๖๐ กรมั แหว้ หมู ๖๐ กรมั สะเดา (กา้ น) ๓๓ กรัม * ไมร่ วมน�้ำหนกั ก้านสะเดา ๓๓ กา้ น 18
สรรพคุณ แก้ไขต้ วั ร้อน และแกไ้ ข้พิษ รปู แบบยา ยาต้มเดือด (ดูภาคผนวก ๓.๑.๑) ขนาดและวิธีการใช้ คร้ังละ ๑๕๐ มิลลลิ ิตร ด่ืมวนั ละ ๒ คร้งั กอ่ นอาหาร เช้าและเย็น ด่มื ขณะยายังอุ่นอยู่ ข้อมลู เพม่ิ เตมิ ยา ๑ หมอ้ ใช้ตดิ ตอ่ กนั ๕-๗ วัน โดยให้อุ่นนำ�้ สมุนไพรทุกครั้งก่อนใชย้ า เอกสารอา้ งอิง ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อำ� พนั กติ ตขิ จร), คมั ภรี แ์ พทยไ์ ทยแผนโบราณ เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ : กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย โรงพมิ พ์อตุ สาหกรรมการพมิ พ์, ๒๕๐๔. 19
ยาแกไ้ ข้ต่าง ๆ ท่ีมาของต�ำรับยา คมั ภรี แ์ พทยไ์ ทยแผนโบราณ ขุนโสภติ บรรณลักษณ์ เลม่ ๑ (๑) “ยาแก้ไขต้ า่ งๆ เอาผกั กระโฉม ใบองั กาบ ใบทองพนั ชัง่ ใบพิมเสน ใบเงนิ ใบทอง ใบหมากทั้ง ๒ จนั ทนท์ ง้ั ๒ ใบสันพรา้ หอม โกฎหัวบัว บดป้ันแท่ง ละลายนำ�้ ซาวขา้ วกินแลชะโลม” สูตรต�ำรับยา ประกอบดว้ ยตวั ยา ๑๒ ชนดิ รวมน�ำ้ หนัก ๑๒ สว่ น ดงั นี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา น้�ำหนักยา โกฐหวั บัว ๑ สว่ น จันทนข์ าว ๑ ส่วน จนั ทน์แดง ๑ สว่ น ทองพันช่ัง (ใบ) ๑ ส่วน ใบเงนิ ๑ ส่วน ใบทอง ๑ ส่วน ผกั กระโฉม ๑ ส่วน พมิ เสนตน้ ๑ สว่ น สันพร้าหอม ๑ ส่วน หมากผู้ ๑ ส่วน หมากเมยี ๑ ส่วน องั กาบ ๑ สว่ น สรรพคณุ แกไ้ ขต้ ัวร้อน รปู แบบยา ยาเมด็ พมิ พ์ ขนาด ๓๐๐ มลิ ลิกรมั (ดภู าคผนวก ๓.๔.๑) ขนาดและวิธกี ารใช้ ครั้งละ ๒-๔ เม็ด ละลายน�้ำซาวข้าว ทั้งกินและชโลม วันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร เชา้ กลางวนั และเยน็ เอกสารอา้ งองิ ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อ�ำพนั กติ ตขิ จร), คัมภีรแ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์อตุ สาหกรรมการพมิ พ,์ ๒๕๐๔. 20
ยาแกไ้ ข้ทับระดูและระดูทับไข้ ช่อื อืน่ ยาแกไ้ ขท้ บั ระดแู ลระดูทับไข้ ทม่ี าของต�ำรบั ยา คมั ภรี ์แพทยไ์ ทยแผนโบราณ ขุนโสภิตบรรณลกั ษณ์ เลม่ ๑ (๑) “ยาแก้ไข้ทับระดูแลระดูทับไข้ เอาหญ้าเขียวพระอินทร์ ยาเข้าเย็น ชะเอม ต้มกิน หญ้าเขียว พระอินทรน์ ้ันคือหญ้าใตใ้ บชนดิ เขยี ว เอามัด ๓ เปราะตดั หัวตัดท้าย กนิ คร้งั หนึ่งแกต้ อก ๑ เปราะทุกครัง้ ไป” สูตรตำ� รับยา ประกอบดว้ ยตวั ยา ๔ ชนิด รวมน้�ำหนัก ๒๔๐ กรัม ดงั นี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา นำ�้ หนักยา ขา้ วเย็นใต้ ๖๐ กรมั ข้าวเยน็ เหนอื ๖๐ กรัม ชะเอมไทย (ราก) ๖๐ กรมั หญา้ ใต้ใบ (ชนิดเขียว) ๖๐ กรัม สรรพคุณ แกไ้ ขท้ บั ระดแู ละระดทู ับไข้ รปู แบบยา ยาต้มเดือด (ดภู าคผนวก ๓.๑.๑) ขนาดและวธิ ีการใช้ ครั้งละ ๑๕๐ มิลลิลิตร ด่ืมวันละ ๓ คร้ัง ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน และเย็น ดื่มขณะยายงั อุ่นอยู่ ขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ยา ๑ หม้อ ใชต้ ดิ ตอ่ กัน ๕-๗ วัน โดยให้อนุ่ น�้ำสมนุ ไพรทกุ ครัง้ กอ่ นใช้ยา เอกสารอ้างองิ ขุนโสภติ บรรณลักษณ์ (อำ� พัน กิตติขจร), คัมภรี แ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์อุตสาหกรรมการพิมพ,์ ๒๕๐๔. 21
ยาแก้ไข้เพือ่ เสมหะ ทม่ี าของตำ� รับยา ศิลาจารกึ ต�ำรายาวดั พระเชตพุ นวิมลมงั คลาราม (วดั โพธิ์) (๑, ๒) “สทิ ธกิ ารยิ ะ จะกลา่ วลกั ษณะสมฏุ ฐาน ๔ ประการนนั้ คอื เสมหะสมฏุ ฐาน ปติ ตะสมฏุ ฐาน วาตะ สมฏุ ฐาน สันนิปาตะสมุฏฐาน น้ันก่อนเปน็ อาทิ ให้แพทยท์ ง้ั หลายพึงร้โู ดยสงั เขปอันน้ีอยู่ในคัมภรี ์สมุฏฐาน วนิ ิจฉัยโนน้ เสรจ็ แล้ว ฯ ในล�ำดบั นี้ จะแสดงลักษณะเสมหะสมุฏฐานเปน็ ปฐม คือย่�ำรุง่ แล้วไปจน ๔ โมงเช้า เปน็ อำ� เภอแหง่ เสมหะสมฏุ ฐาน มอี าการกระทำ� ใหต้ วั รอ้ นตวั เยน็ ใหข้ นลกุ ขนพอง บางทใี หเ้ สโทตก ใหก้ ลดั อก บางที ใหห้ ลบั เช่ือมมวั แล้วให้เปน็ หวัดแลไอ ใหเ้ บือ่ อาหาร ใหส้ วิงสวายโทษอันน้เี กดิ แตก่ องเสมหะสมฏุ ฐาน ฯ ถ้าจะแก้เอา รากสะเดาตน้ รากมะตมู บอระเพด็ รากจวง เปราะหอม รากสะเดาดนิ จกุ โรหนิ ี ดีปลี วา่ นน�้ำ รากมะแว้ง เสมอภาคตม้ กไ็ ด้ ท�ำเปน็ จณุ ก็ได้ บดท�ำแท่งไวล้ ะลายนำ้� ขิงตม้ ก็ได้ น้�ำมะขามปอ้ ม ตม้ ก็ได้ กนิ แก้เสมหะสมฏุ ฐานโรคนั้นหาย ฯ” สูตรต�ำรบั ยา ประกอบด้วยตัวยา ๑๐ ชนิด รวมน้ำ� หนกั ๑๐ สว่ น ดังนี้ ตวั ยา น�้ำหนกั ยา กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย จวง ๑ สว่ น จุกโรหินี ๑ ส่วน ดีปลี ๑ สว่ น บอระเพด็ ๑ สว่ น เปราะหอม ๑ สว่ น มะตูม (ราก) ๑ ส่วน มะแวง้ ต้น ๑ ส่วน วา่ นน�ำ้ ๑ ส่วน สะเดา (ราก) ๑ ส่วน สะเดาดิน ๑ สว่ น สรรพคุณ แกไ้ ข้เพ่ือเสมหะ รูปแบบยา ยาตม้ เดือด (ดภู าคผนวก ๓.๑.๑), ยาเมด็ พิมพ์ ขนาด ๓๐๐ มลิ ลกิ รมั (ดภู าคผนวก ๓.๔.๑) ขนาดและวธิ กี ารใช้ ยาตม้ คร้ังละ ๑๐๐-๑๕๐ มลิ ลิลติ ร ดืม่ วันละ ๓ คร้งั กอ่ นอาหารเช้า กลางวนั และเยน็ ดื่มขณะยายังอุ่นอยู่ ยาเม็ดพิมพ์ คร้ังละ ๒-๔ เม็ด ละลายน้�ำขิงหรือน้�ำมะขามป้อม กินวันละ ๓ คร้ัง ก่อนอาหาร เชา้ กลางวันและเย็น 22
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยข้อมลู เพ่ิมเตมิ - ยา ๑ หมอ้ ใชต้ ดิ ตอ่ กนั ๕-๗ วนั โดยใหอ้ ่นุ น้�ำสมนุ ไพรทุกครั้งก่อนใช้ยา - การเตรียมตัวยาบอระเพด็ กอ่ นนำ� ไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๑๓) เอกสารอา้ งอิง ๑. สำ� นกั ค้มุ ครองภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก. ชุดต�ำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์ ต�ำราการแพทย์แผนไทยในศิลาจารึกวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เล่ม ๒. พิมพ์คร้ังท่ี ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปภัมภ์. ๒๕๕๗. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละตํารบั ยาแผนไทยของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘, (๒๕๕๘, ๓๐ พฤศจิกายน). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๓๑๗ ง. 23
ยาแก้ไข้สนั นิบาต ทีม่ าของต�ำรับยา คมั ภีรแ์ พทย์ไทยแผนโบราณ ขนุ โสภิตบรรณลักษณ์ เล่ม ๑ (๑) “ยาแก้ไขส้ นั นบิ าต เอาลกู สมอท้ัง ๓ ลูกจนั ทน์ ดอกจนั ทน์ แกน่ สน แก่นจันทนท์ ง้ั ๒ ก�ำยาน แกน่ ไมส้ กั แกน่ ขี้เหลก็ แกน่ มหาด กระเทียม พรกิ ไทย ขิง ข่า ขี้กาแดง บอระเพ็ด ลกู กระดอม หัวแห้วหมู กระพงั โหม รากชมุ เหด็ รากหญา้ นาง รากขดั มอญ รากหญ้าคา ไครห้ างนาค โกฎท้ัง ๕ เทียนทัง้ ๕ ตม้ กิน หรือจะบดปน้ั แทง่ ละลายน้ำ� กระสายแทรกขนั ทศกรกนิ ก็ได้” สูตรต�ำรับยา ประกอบดว้ ยตัวยา ๓๖ ชนิด รวมนำ้� หนกั ๓๖ ส่วน ดังน้ี กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา น้ำ� หนกั ยา กระดอม ๑ ส่วน กระเทยี ม ๑ สว่ น กระพังโหม ๑ สว่ น กำ� ยาน ๑ สว่ น โกฐเขมา ๑ สว่ น โกฐจฬุ าลมั พา ๑ สว่ น โกฐเชยี ง ๑ สว่ น โกฐสอ ๑ สว่ น โกฐหัวบัว ๑ สว่ น ขัดมอญ ๑ สว่ น ข่า ๑ ส่วน ขงิ ๑ ส่วน ข้กี าแดง ๑ ส่วน ขี้เหลก็ ๑ สว่ น ไคร้หางนาค ๑ ส่วน จันทนข์ าว ๑ สว่ น จนั ทนแ์ ดง ๑ สว่ น ชมุ เหด็ ๑ สว่ น ดอกจันทน์ ๑ สว่ น เทยี นขาว ๑ สว่ น เทยี นข้าวเปลือก ๑ สว่ น เทยี นดำ� ๑ สว่ น 24
กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทยตัวยาน้�ำหนกั ยา เทียนแดง ๑ สว่ น เทียนตาตก๊ั แตน ๑ สว่ น บอระเพด็ ๑ สว่ น พรกิ ไทย ๑ ส่วน มะหาด ๑ สว่ น ลูกจันทน์ ๑ สว่ น สน ๑ สว่ น สมอเทศ (เนอ้ื ผล) ๑ ส่วน สมอไทย (เน้อื ผล) ๑ สว่ น สมอพเิ ภก (เนอื้ ผล) ๑ ส่วน สัก ๑ ส่วน หญ้าคา ๑ ส่วน ยา่ นาง ๑ ส่วน แห้วหมู ๑ สว่ น สรรพคณุ แกไ้ ข้สันนบิ าต รปู แบบยา ยาเม็ดพิมพ์ ขนาด ๓๐๐ มลิ ลกิ รมั (ดูภาคผนวก ๓.๔.๑) ขนาดและวิธีการใช้ ครงั้ ละ ๒-๔ เม็ด ละลายน้ำ� กระสายยาแทรกขนั ทศกร กนิ วนั ละ ๒ คร้ัง กอ่ นอาหาร เชา้ และเย็น ขอ้ มลู เพมิ่ เติม - การเตรียมตวั ยาบอระเพด็ กอ่ นนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๓) - การเตรยี มตัวยาสักก่อนนำ� ไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๓๕) เอกสารอา้ งอิง ขนุ โสภิตบรรณลกั ษณ์ (อ�ำพัน กิตตขิ จร), คมั ภรี แ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพอ์ ุตสาหกรรมการพิมพ,์ ๒๕๐๔. 25
ยาแก้คอแหง้ กระหายนำ้� ทมี่ าของตำ� รบั ยา ต�ำราเวชศาสตรฉ์ บับหลวงรัชกาลที่ ๕ เล่ม ๒ (๑, ๒) “๏ ยาแกฅ้ อแหบใหห้ ยากน�้ำ เอาน�้ำตาลทราย ๑ สม้ มะฃามเปยี ก ๑ ผลจนั ทน์ ๑ ดอกจนั ทน์ ๑ เนระภศู เี ทศ ๑ บดละลายน้�ำมะนาวกนิ แล ๚ะ” สูตรต�ำรับยา ประกอบดว้ ยตัวยา ๕ ชนิด รวมน้ำ� หนัก ๕ สว่ น ดังน้ี กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตวั ยา น้ำ� หนักยา ดอกจันทน์ ๑ สว่ น น�้ำตาลทราย ๑ ส่วน เนระพูสี ๑ ส่วน มะขาม (เนอ้ื ในฝกั ) ๑ สว่ น ลูกจันทน์ ๑ สว่ น สรรพคุณ แกค้ อแหบแห้ง กระหายน้�ำ รูปแบบยา ยาผง (ดูภาคผนวก ๓.๒) ขนาดและวธิ ีการใช้ ครัง้ ละ ๑ ชอ้ นชา ละลายนำ้� มะนาวกนิ กินวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน และ เยน็ หรอื เมอื่ มอี าการ เอกสารอา้ งองิ ๑. หอสมุดแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร. ตำ� ราเวชศาสตรฉ์ บบั หลวง รชั กาลที่ ๕ เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : บริษทั อมรินทร์ พร้ินต้ิงแอนดพ์ ับลชิ ช่ิง จำ� กดั (มหาชน), ๒๕๔๒. หนา้ ๑๙๘. ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทยแ์ ผนไทยของชาตแิ ละตํารบั ยาแผนไทยของชาติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘, (๒๕๕๙, ๑๒ มกราคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๗ ง, หน้า ๑-๓. 26
ยาแกซ้ างขุมซางดอกหมาก ท่ีมาของตำ� รบั ยา ตำ� รายาเกร็ด (๑) “ยาแกซ้ างขมุ ซางดอกหมาก เอาลกู เบญกานี ๑ จันทน์แดง ๑ สเี สยี ดเทศ ๑ รากมะกล�่ำเครอื ๑ บดทำ� แท่งไว้สมานลิ้นแก้ซางขุมหายแล๚” กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย สตู รตำ� รับยา ประกอบด้วยตวั ยา ๔ ชนดิ รวมนำ�้ หนัก ๔ สว่ น ดังนี้ ตวั ยา นำ้� หนักยา จนั ทน์แดง ๑ ส่วน เบญกานี ๑ ส่วน มะกลำ่� เครอื ๑ สว่ น สีเสยี ดเทศ ๑ สว่ น สรรพคณุ แก้ซางขุม ซางดอกหมาก รปู แบบยา ยาเม็ดพิมพ์ ขนาด ๑๐๐ มิลลกิ รัม (ดภู าคผนวก ๓.๔.๑) ขนาดและวิธีการใช ้ อายุ ๑ เดือน-๖ เดือน ครง้ั ละ ๑-๒ เม็ด อายุ ๖ เดือน-๑ ปี คร้งั ละ ๓-๔ เมด็ อายุ ๑ ป-ี ๓ ป ี คร้ังละ ๕-๖ เมด็ อายุ ๓ ปี-๕ ปี ครั้งละ ๗ เม็ด น�ำตัวยามาละลายนำ�้ ต้มสกุ ท่เี ย็นแลว้ ทาบริเวณล้ินหรือปา้ ยล้ิน วันละ ๑ ครัง้ ตอนเยน็ ขอ้ ควรระวงั - ยาน้ีอาจท�ำใหม้ อี าการทอ้ งผกู ได้ ข้อมลู เพิ่มเติม - ซางขุม ถ้าว่ากลางนั้นซีดขาว (ลิ้นเป็นฝ้าซีดขาว เด็กจะมีอาการกินข้าวไม่ได้ ส�ำรอก) ๒ วันตานก็จะหาย ลักษณะซางขุมดวงดังนี้ การดูแลรักษาของแพทย์ แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน การกวาดยามักท�ำในช่วงเย็น เนื่องจากในช่วงบ่าย ถึงเย็น (ต้ังแต่ ๑๔.๐๐-๑๘.๐๐ น.) เป็นช่วงเวลาวาตะสมุฏฐาน มักจะท�ำให้เด็ก มอี าการท้องข้ึนทอ้ งพอง ไมส่ บายตัว จงึ ควรวางยาในเวลาดังกลา่ ว (๓) - การเตรียมตัวยามะกล�ำ่ เครอื ก่อนนำ� ไปใช้ (ดูภาคผนวก ๒.๑๙) - การเตรยี มตวั ยาสเี สียดเทศกอ่ นน�ำไปใช้ (ดภู าคผนวก ๒.๓๗) เอกสารอ้างองิ ๑. “ตำ� รายาเกร็ด”. หอสมดุ แหง่ ชาติ. หนงั สอื สมุดไทยด�ำ. อกั ษรไทย. ภาษาไทย. เลขท่ี ๒๗๓. หมวดต�ำราเวชศาสตร.์ ๒. ประกาศกําหนดตําราการแพทย์แผนไทยของชาติและตํารับยาแผนไทยของชาติ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๐, (๒๕๖๐, ๒๕ พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๔๑ ง, หน้า ๑-๔. ๓. ต�ำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ ฉบบั อนุรกั ษ์) เล่มที่ ๑. มูลนธิ ฟิ น้ื ฟสู ง่ เสรมิ การแพทย์ไทยเดิมฯ และโรงเรียนอายุรเวทธ�ำรง, สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ ศิรริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหิดล. 27
ยาแก้ดากเด็ก ที่มาของตำ� รบั ยา ต�ำรายาเกร็ด (๑) “ยาแกด้ ากเดก็ ทา่ นใหเ้ อา ผักเส้ียนผี ๑ แก่นแสม ๑ รากส้มกุ้ง ๑ ใบกะเพรา ๑ รากชมุ เหด็ ๑ บอระเพ็ดหนาม ๑ กระวาน ๑ ดีปลี ๑ ดีงตู ้น ๑ ยาข้าวเย็น ๑ ตม้ ๓ เอา ๑ กนิ ตามกำ� ลังดากหดแล ๚” สตู รต�ำรบั ยา ประกอบดว้ ยตวั ยา ๑๐ ชนิด รวมน้�ำหนกั ๑๐ สว่ น ดงั นี้ กอง ้คุมครองและส่งเส ิรมภู ิม ัปญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ ้พืน ้บานไทย ตัวยา น้ำ� หนกั ยา กระวาน ๑ สว่ น กะเพรา ๑ สว่ น ข้าวเยน็ เหนือ ๑ สว่ น ชุมเห็ดเทศ ๑ ส่วน ดงี ตู ้น ๑ ส่วน ดปี ลี ๑ ส่วน บอระเพด็ ๑ ส่วน ผักเสยี้ นผี ๑ ส่วน สม้ กุ้ง ๑ ส่วน แสมสาร ๑ ส่วน สรรพคณุ แกด้ ากออก รปู แบบยา ยาตม้ ๓ เอา ๑ (ดภู าคผนวก ๓.๑.๓) ขนาดและวธิ กี ารใช ้ อายุ ๖ เดือน-๑ ป ี ครั้งละ ๑ ช้อนชา (๕ มิลลิลิตร) อายุ ๑ ปี-๕ ป ี ครัง้ ละ ๒ ช้อนชา (๑๐ มิลลิลิตร) ๕ ปี ข้นึ ไป ครัง้ ละ ๑ ช้อนโต๊ะ (๑๕ มิลลลิ ิตร) ดมื่ วันละ ๓ ครง้ั กอ่ นอาหาร เชา้ กลางวันและเยน็ ดมื่ ขณะยายงั อุ่นอยู่ สามารถเพม่ิ หรอื ลดขนาดยาตามกำ� ลงั ธาตขุ องผปู้ ว่ ยและดลุ ยพินิจของแพทย์แผนไทย ขอ้ มูลเพมิ่ เติม - ต�ำรับยาดังกล่าว สามารถช่วยแก้อาการปวดมวนในท้อง ท้องผูก หรือออกแรง แบ่งอจุ จาระมากเกินไป - ค�ำแนะน�ำส�ำหรับผู้ปกครองในการดูแลเด็กที่มีอาการดังกล่าว อาจให้เด็กกิน กล้วยน้�ำว้างอม วันละ ๑ ลูก หรือมะละกอสุก ส�ำหรับกรณีที่เลี้ยงลูกด้วยนมผง อาจต้องพจิ ารณาใหเ้ ปล่ียนสตู รนมผง 28
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298