10) ใหค รูอธิบายแนวคิดพืน้ ฐานเปนความรูเพ่ิมเตมิ ดังนี้ ความหมายโดยรวม รีโมตเซนซงิ จดั เปนวทิ ยาศาสตรแ ละศิลปะการไดมาซ่ึงขอมลู เกย่ี วกับวตั ถุ พ้ืนทห่ี รอื ปรากฏการณจากเคร่ืองมือบนั ทึกขอมูล โดยปราศจากการเขาไปสมั ผสั วตั ถเุ ปาหมาย ทง้ั น้ีอาศัย คณุ สมบัตขิ องคลนื่ แมเ หล็กไฟฟา เปน สื่อในการไดม้ าของขอ้ มูลใน 3 ลกั ษณะ คือ คลื่นรงั สี (Spectral) รปู ทรงสัณฐานของวตั ถบุ นพ้ืนผิวโลก (Spatial) การเปล่ียนแปลงตามชว งเวลา (Temporal) 11) ใหนกั เรยี นรวมกันทบทวนความรูเ ร่อื ง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (GPS) โดยครูกาํ หนดหัวขอ ใหนกั เรียนสรุป ความรู ดังนี้ องคป ระกอบระบบสารสนเทศภูมิศาสตร หลักการทาํ งานของระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร จบการแสดงความคิดเห็นและสรปุ ความรขู องนกั เรยี นใหครอู ธบิ ายสรุปเพิ่มเตมิ โดยเขียนแผนภาพ ภาพวาดอธิบายบนกระดาน ดงั ตวั อยา่ ง นาํ ขอ มลู ไปใชประโยชนในเชงิ พฒั นา การใชฐ านขอมลู กําหนดนโยบายดา นการบรหิ ารของภาครัฐ-เอกชน 12) ใหนักเรียนรวมกันทบทวนความรู ระบบกําหนดตําแหนงบนพ้ืนผิวโลกหรือ จพี เี อส (GPS) โดยครใู ชคาํ ถามทดสอบความเขาใจของนักเรยี น ดังน้ี ปจจุบันระบบ GPS นาํ มาใชประโยชนใ นเรอื่ งใดบาง ใหนักเรียนชวยกนั หาคําตอบมานาํ เสนอ โดยครูอธบิ ายสรปุ เพม่ิ เตมิ ภายหลงั 13) ใหนกั เรียนและครูรวมกนั สรุปความรู ดงั น้ี การใชเ คร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตร เพ่อื ศึกษาและอางองิ ขอมลู สําคัญเกีย่ วกับลักษณะทางกายภาพของพน้ื ท่หี รือส่งิ ท่ี ปรากฏอยบู นพนื้ ผิวโลก จะชว ยใหเ ขาใจพ้นื ทห่ี รอื ขอ มูลอ่นื ในภูมภิ าค ที่ตอ งการศกึ ษาไดด ยี ิง่ ขน้ึ 14) ใหนกั เรยี นรว มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค าํ ถามทาทาย ดังนี้ นักเรียนคดิ วาความรูเ รอ่ื ง เคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตรส ามารถนํามาใชในการพฒั นาองคค วามรูใ นเรื่องใดไดอ ีกบา ง
8.สอ่ื /แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สือเรียน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 2) แผนทส่ี ําหรับทหาร, แผนท่เี กย่ี วกบั การเมือง, แผนทีเ่ กย่ี วกบั เศรษฐกจิ 3) อนิ เทอรเ นต็ 4) ภาพวาด 5) ส่ือวีดทิ ศั น 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางาน สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา นเกณฑ แบบสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนใน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขารว มกจิ กรรม การเขารวมกิจกรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ ขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ วาท่ีร.ต.หญิง...................................ผูส อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 14 รายวิชาเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วชิ า ส22103 กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนวยการเรียนรทู ี่ 11 การนําเสนอขอมลู ทางภมู ิศาสตร เร่อื ง การนาํ เสนอขอ มลู ทางภมู ิศาสตร จํานวน 2ชง่ั โมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด การใชเครื่องมอื ทางภูมิศาสตร เพอ่ื ศกึ ษาและอา งอิงขอมูลสาํ คัญเกยี่ วกบั ลักษณะทางกายภาพของพ้ืนทหี่ รอื สงิ่ ท่ี ปรากฏอยบู นพื้นผิวโลก จะชว ยใหเ ขา ใจพืน้ ที่หรือขอ มลู อืน่ ในภมู ิภาคที่ตองการศึกษาไดด ีย่งิ ข้นึ 2.ตัวช้ีวดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตัวชวี้ ดั ส 5.1 ม.2/1 ใชเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรใ นการรวบรวม วเิ คราะหแ ละนาํ เสนอขอ มลู เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ และสงั คมของทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า จุดประสงคการเรยี นรู 1) อธิบายการเลือกใชเ ครอื่ งมือทางภูมศิ าสตร เพ่ือสืบคนขอมลู และนําขอ มูลท่ีไดไ ปวเิ คราะหลักษณะทางกายภาพ และสังคม (K) 2) ใชเครอื่ งมอื ทางภูมิศาสตร เพอ่ื สืบคน ขอ มูลและนําขอ มูลทไ่ี ดไ ปวิเคราะหล ักษณะทางกายภาพและสังคม (P) 3) สนใจและเหน็ ประโยชนการเลือกใชเ คร่อื งมือทางภูมศิ าสตรอ ยา งถูกตอง (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) การเลอื กใชเครื่องมอื ทางภูมิศาสตร 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการเทคโนโลยี 6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 1) มงุ มัน่ ในการทํางาน 7.กิจกรรมการเรียนรู 1) ครถู ามนักเรียนเกี่ยวกับการใชเคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร ทน่ี กั เรยี นรูจกั วา มีอะไรบา ง 2) ครนู ําเครื่องมือทางภมู ิศาสตรแบบตางๆใหน ักเรียนไดเ รียนรู ดงั ภาพ ทวปี ยุโรปและทวีปแอฟรกิ า ท่ีนักเรยี นจะไตศ ึกษาในระดับช้ันนี้ มีสาระความรูอ ยมู าก และขอมลู ทีบ่ นั ทึกอยูในหนังสือ เรียนเปนขอ มูลเพียงสวนนอย เพีอ่ ใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจเรอ่ื งท่ี ศกึ ษามากข้นึ ใหเ ปน ความรทู ่ตี ดิ ตวั นกั เรียนตอไปได ยาวนานและชว ยสรางทกั ษะทสี่ ามารถจะนาํ ไปใช ประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วันไต นักเรียนจงึ ควรเรยี นรวู ิธีการนาํ เสนอขอมูล ทางภมู ิศาสตรท ีผ่ า นการ วิเคราะหแลว ใหเปน สารสนเทศรปู แบบตา งๆ วตั ถุประสงคห ลกั ของการนาํ เสนอสารสนเทศ กเ็ พอื่ สือ่ สารใหก บั ผพู บเหน็ ไตร ับรูและเขา ใจขอ มลู ทางภูมิศาสตรนนั้ ๆ ซง่ึ ปจ จบุ ันนิยมนาํ เสนอเปน สารสนเทศแบบตาง ๆ ขึน้ อยูก ับลักษณะของขอมูล ท่ีพบเห็นไตบอย มิดังนี้
1) แบบแผนท่ี เหมาะแกการนํา เสนอขอมลู ทางภูมิศาสตรทตี่ องการจะใหเขาใจหรือ เหน็ ภาพรวมของพื้นที่ ซงึ่ จะ เปน ประเทศ ภมู ภิ าค หรือทวปี กไ็ ด ไมตอ งอธบิ ายความมากหรอื ราย ละเอียดท่แี สดงไมม ีความสาํ คัญมากนัก รวมทง้ั เหมาะกับ การแสดงขอ มลู เพียง 1-2 ประเภท เพราะยิง่ ใสขอ มลู ลงไปมากกจ็ ะย่งิ ดูยาก 2) แบบกราฟ เหมาะกับการนําเสนอขอมูลเร่ืองใดเรื่องหนึ่งทีมีการเปลี่ยนแปลงตามชวงเวลา สามารถแสดงขอมูลไดหลายชุด ในภาพเดียวกันได และเหมาะกับการแสดงขอมูลในเชิงเปรียบเทียบ หรือแสดงใหเห็นปริมาณมากนอยเพื่องายตอการทําความ เขา ใจ โดยขอ มลู ท่ีนาํ มาเปรียบเทยี บตอ งอยู บนฐานเดยี วกัน
3) แบบแผนภูมิ มีอยูหลายรูปแบบ เชนกัน เหมาะกับการแสดงขอมูลเพื่อใหเขาใจถึง ความสัมพันธของส่ิงตาง ๆ ตลอดจนแสดงขอมูล ในเชิงเปรียบเทยี บหรือแสดงใหเ หน็ ปรมิ าณ สามารถ สือ่ สารบอกรายละเอยี ดของขอมลู ไดดีในระดับหน่งึ 4) แบบกราฟก เปนการใชเสน สัญลักษณ รูปวาด ภาพถาย สี หรืออื่นๆ เพื่อ ส่ือความหมายใหการแสดงขอมูลน้ัน เขา ใจงา ย เหน็ ภาพรวม และมคี วามสวยงามดึงดูดความสนใจ เปนรูปแบบการนําเสนอขอมูลอีกแบบหน่ึงที่นิยมใชกันมาก บาง แหงใชเรียกผลงานที่เกิดจากการออกแบบ หรือการใชคอมพิวเตอรในการสราง ตกแตง แกไขสารสนเทศวาเปนผลงานแบบ กราฟกท้ังสิ้น ซึ่งในการ นําเสนอขอมูลแบบกราฟกนี้จะตองใชความคิดสรางสรรคมาก และแสดงออกไดหลากหลายไมมี ขอ จาํ กดั แตต อ งระวังมใิ หสื่อขอมลู ออกมาคลาดเคลอ่ื นจากความเปนจริง
3) ครแู ละนักเรียนชว ยกันสรุปการใชเคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตรท ี่ถกู ตอง 4) ครใู หนักเรยี นสรุปการใชเ ครอ่ื งมือทางภูมิศาสตรทถ่ี กู ตอ งลงบนสมุด แลวสงครู 8.ส่ือ/แหลงการเรยี นรู 1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) แผนทแ่ี บบตา งๆ 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน สงั เกตพฤติกรรมการทํางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนใน ระดบั คุณภาพ 2 ผา นเกณฑ ในการเขารวมกิจกรรม การเขา รว มกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชือ่ วา ท่รี .ต.หญิง...................................ผสู อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู ํานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 15 รายวชิ าเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วชิ า ส22103 กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 12 ภูมศิ าสตรท วปี ยุโรป เรอ่ื ง สภาพแวดลอ มทางกายภาพของทวปี ยโุ รป จํานวน 2ชั่งโมง 1.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด ยุโรปเปน ทวีปทม่ี ีขนาดเล็กมดี ินแดนทง้ั หมดอยูในซกี โลกเหนือ มีลกั ษณะทางกายภาพ ทหี่ ลากหลาย โดยมีลักษณะเดน ของทวปี เปนชายฝง ทเี่ วาแหวง เปน จํานวนมาก ทุกพน้ื ท่ไี ดร บั อิทธิพลจากทะเลและมหาสมุทร ซง่ึ สามารถเขา สพู ื้นแผน ดินไดไ กลและกวา ง จงึ ไมมีพ้ืนทสี่ ว นใดแหง แลง แบบทะเลทราย 2.ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตวั ช้วี ดั ส 5.1 ม.2/1 ใชเ ครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตรในการรวบรวม วิเคราะหแ ละนาํ เสนอขอ มูลเกย่ี วกับลกั ษณะทางกายภาพ และสังคมของทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ า ส 5.1 ม.2/2 วิเคราะหความสัมพันธระหวางลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยุโรปและแอฟรกิ า จุดประสงคการเรียนรู 1) อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพของทวปี ยุโรป (K) 2) เลือกใชเ ครอื่ งมือภมู ิศาสตรชนดิ ตา งๆ และทักษะเชิงภูมิศาสตรในการสืบคน ขอมูลทางภูมิศาสตรของทวปี ยโุ รป (P) 3) แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ลักษณะทางกายภาพของทวปี ยุโรป (P) 4) สนใจขอมลู เก่ยี วกับลกั ษณะทางกายภาพของทวปี ยโุ รป (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) ลักษณะทางกายภาพของทวปี ยุโรป � ท่ีตั้ง ขนาด และอาณาเขต ลกั ษณะภมู ิประเทศ 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค 1) มีวินัย 7.กจิ กรรมการเรยี นรู 1) ครนู าํ แผนทที่ วีปยุโรปมาใหน ักเรียนศึกษาถึงลักษณะทางกายภาพโดยครูกําหนดประเด็นหัวขอ สําคญั ใหน ักเรยี นรวมกัน ศกึ ษา ดงั ตอ ไปนี้ ทต่ี ั้ง ขนาด และอาณาเขต ที่ตั้งตามพิกัดภูมิศาสตร ทตี่ งั้ ตามละตจิ ูด ทตี่ ้ังสมั พทั ธ
แลวครูใชค าํ ถามนําเขา สบู ทเรยี นใหนักเรียนรว มกันตอบ ดังน้ี จากคาํ กลาวทีว่ า “ขนาด ทําเล ทีต่ ั้ง ยโุ รป ทวีปขนาดเลก็ มดี ินแดนทง้ั หมดอยูใน ซกี โลกเหนือ” นักเรียนเห็นวา อยา งไร แสดงเหตุผลประกอบในเชิงภูมิศาสตร (ตวั อยางคําตอบ ทวปี ยุโรปเมื่อนาํ ไป เทียบกบั ทวปี ตาง ๆ ทงั้ 7 ทวปี จะมีขนาดเลก็ สว นทาํ เลทตี่ ัง้ พจิ ารณาจากภาพแผนทจี่ ะพบวา ดนิ แดนทงั้ หมดอยเู หนอื เสน ศนู ยส ตู ร) แลว มอี ะไรบงช้ีทางภมู ศิ าสตรว า ทวปี ยุโรปทงั้ หมดอยูในซกี โลกเหนอื (ตวั อยางคาํ ตอบ พจิ ารณาไดจ ากแผนท่ียุโรปหรือแผนท่ี โลกจะเหน็ ไดว า ดนิ แดนทงั้ หมดอยเู หนือเสน ศนู ยส ตู ร ซึ่งเปน เสน แบง ซกี โลกเหนอื กบั ซีกโลกใต) นกั เรยี นเขา ใจ “พกิ ัดภมู ิศาสตร” ของทวปี ยโุ รปทางดา นตาํ แหนง ทตี่ ัง้ พกิ ัดภูมิศาสตร ละตจิ ดู และทตี่ ้งั สัมพทั ธอยา งไร (ใหครอู ธิบายสรปุ เปน แผนภาพเพม่ิ เตมิ เมื่อจบการตอบคําถามนกั เรยี น)́
ตาํ แหน่งทตี่ ้งั แผ่นดนิ อยู่ทางซีกโลกเหนือท้งั หมด ทต่ี ้งั ตามละตจิ ูด ไม่มีส่วนใดอยใู่ ตเ้ สน้ ทรอปิ กออฟแคนเซอร์ (ละติจูด 23๐ 30�������� ทต่ี ้งั ตามพกิ ดั �ภูมศิ าสตร์ อยรู่ ะหวา่ งละติจูด 36๐ ถึง 71๐ 8´ เหนือ และ(ลองจิจูด) 9๐ 30´ ตะวนั ตกถึง 66๐ ตะวนั ออก ทตี่ ้งั สัมพทั ธ์ ลกั ษณะเด่นทางกายภาพ ทศิ เหนือ : ติดมหาสมุทรอาร์กติก 1. แผน่ ดินท้งั หมดอยเู่ หนือเสน้ ทศิ ใต้ : ติดมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน ศูนยส์ ูตร ทศิ ตะวนั ออก : ติดต่อกบั แผน่ ดิน 2. ไม่มีภูมิอากาศแหง้ แลง้ แบบ เอเชีย ทศิ ตะวนั ตก : ติดต่อกบั ทะเลทราย มีชายฝ่ังทะเลเวา้ แหวง่ มหาสมุทรแอตแลนติก มาก
2) ใหน ักเรยี นแบง กลมุ 3 กลมุ โดยใหแ ตล ะกลมุ ใชแ ผนทห่ี รือใชเ ครื่องมอื ทางภูมิศาสตรอ่ืน ๆ ทค่ี รเู ตรียมไว เพอ่ื ศกึ ษาความรู ดงั นี้ แผนที่กายภาพ ภมู ิภาคของทวปี ยุโรป แผนทีแ่ สดงลักษณะภมู ปิ ระเทศทวปี ยโุ รป แผนท่ีและภาพแสดงลกั ษณะทางธรณวี ิทยาทวีปยโุ รป โดยใหน ักเรยี นแตละกลุมศกึ ษาในประเด็นทสี่ ําคญั ดงั นี้ กลมุ ท่ี 1 ทําเลทตี่ งั้ เมอื งสาํ คญั ของทวปี ยโุ รป กลุมท่ี 2 ลักษณะภูมปิ ระเทศของทวปี ยุโรปทั้ง 4 เขต กลุมที่ 3 ลักษณะโครงสรางทางธรณวี ิทยาของทวปี ยโุ รป จากน้นั ใหนกั เรยี นแตละกลุมรว มกนั สรปุ ความรู แลวสง ผแู ทนออกมานาํ เสนอความรูห นา ชั้นเรยี น โดยใชแผนท่ี ประกอบการนาํ เสนอและแลกเปลยี่ นความรูกัน 3) ครูนาํ แถบขอความตอ ไปนี้ ติดบนกระดาน เบอร์ลิน ไรน์ แกรมเปี ยน โบฮีเมีย เอเธนส์ สแกนดิเนเวยี แอลป์ ดานูบ ลอนดอน โวลกา มาดริด ไอบีเรีย บอลติก มงบลอ็ ง บอลขา่ น แบลก็ ฟอเรสต์ แคสเปี ยน คอเคซสั แอปเพนไนน์ เอลบรุส เมเซตา จากนั้นครสู ุมนกั เรยี นออกมา โดยใหน กั เรียนนําแถบขอความเหลาน้นั ติดบนแผนทใ่ี หตรงตามตาํ แหนง โดยใหเพ่อื น และครคู อยตรวจสอบความถูกตอง 4) ใหนักเรยี นรวมกันอภิปรายถงึ ประโยชนของการศึกษาเก่ยี วกับลักษณะกายภาพ ภมู ิประเทศและโครงสรา งทาง ธรณวี ิทยาของทวีปยุโรป 5) ใหน ักเรียนแตละกลุมศกึ ษาเปรียบเทยี บทตี่ ้ังและลกั ษณะภมู ิประเทศของทวปี ยโุ รปกบั ลักษณะภมู ิประเทศของ ประเทศไทย จากแหลงเรียนรู เชน อินเทอรเ น็ต สื่อวีดทิ ัศน/ซีดรี อม 6) ใหน ักเรยี นจาํ แนกลักษณะภมู ปิ ระเทศของทวปี ยุโรปเก่ยี วกบั สถานทสี่ ําคัญเปน แผนภาพความคดิ เพอื่ สรปุ ความรู เก่ียวกับลกั ษณะภูมิประเทศของทวีปยุโรป ดังตวั อยา ง
ตวั อย่างแผนภาพความคดิ ลกั ษณะภมิประเทศของทวปี เมืองหลวง แม่น้าํ ที่ราบสูง เทือกเขา ยอดเขา ทะเล คาบสมุทร เบอร์ลิน ไรน์ โบฮีเมีย แกรมเพยี น มงบลอ็ ง บอลติก สแกนดิเนเวยี เอเธนส์ แอลป์ เอลบรุส ลอนดอน ดานูบ แบลก็ ฟอ- คอเคซสั แคสเปี ยน ไอบีเรีย มาดริด เรสต์ แอปเพนไนน์ โวลกา บอลข่าน เมเซตา 7) ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคิดเหน็ เพ่ือสรุปความรูเก่ยี วกับท่ีตง้ั ขนาด อาณาเขต และลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของ ทวีปยโุ รป โดยครใู ชคําถาม ดงั น้ี ท่ีต้งั ของทวีปยโุ รปตามพิกัดภูมิศาสตรโดยประมาณ คือ (ตัวอยา งคาํ ตอบ ทวปี ยุโรป ต้ังอยูระหวา ง ละติจดู ท่ี 36๐ 1´– 70๐ 10´ เหนือ และระหวา งลองจจิ ูดท่ี 66๐ ตะวนั ออก – 9๐ 30´ ตะวนั ตก) ทวปี ยุโรปแบง ออกเปน ก่ีภูมภิ าค อะไรบา ง (ตัวอยา งคาํ ตอบ ทวปี ยโุ รปแบง ออกเปน 5 ภมู ภิ าค ไดแ ก ยุโรปเหนอื ยุโรปกลาง ยุโรปตะวนั ตก ยุโรปตะวนั ออก และยุโรปใต) ลกั ษณะภูมิประเทศทเ่ี ดน ของทวีปยโุ รปเปนอยางไร (ตวั อยา งคาํ ตอบ ทวปี ยุโรปมชี ายฝง ทเ่ี วา แหวงเปน จํานวนมาก ทกุ พน้ื ทจี่ ึงไดร บั อทิ ธพิ ลจากทะเลและมหาสมทุ ร ซึง่ สามารถเขา สพู น้ื ดนิ ไดไกลและกวา ง จึงไมมีพน้ื ท่ีสวนใดแหง แลงแบบทะเลทราย) บรเิ วณใดของทวีปยโุ รป เปน บริเวณทมี่ เี ปลอื กโลกอายุเกา แก (ตัวอยางคาํ ตอบ บรเิ วณทร่ี าบและเทอื กเขาในคาบสมทุ รสแกนดิเนเวยี ชายฝง ทะเลบอลตกิ ) เทอื กเขาบริเวณใดของยโุ รป ท่ีเกิดจากการโกงตวั ของหนิ เปลือกโลก (ตัวอยา งคาํ ตอบ เทือกเขาแอลป เทอื กเขาแอปเพนไนน เทือกเขาคอเคซสั ) 8) นักเรียนและครรู วมกนั สรปุ ความรู ดังนี้ ยุโรปเปน ทวีปท่ีมีขนาดเล็กมีดินแดนท้ังหมดอยูใ นซีกโลกเหนือ มลี กั ษณะทางกายภาพทีห่ ลากหลาย โดยมี ลักษณะเดน ของทวปี เปน ชายฝง ท่เี วา แหวง เปน จาํ นวนมาก ทกุ พนื้ ที่ไดร บั อิทธิพลจากทะเลและมหาสมทุ ร ซง่ึ สามารถเขา สูพน้ื แผน ดินไดไ กลและกวา ง จงึ ไมมพี ืน้ ท่สี ว นใดแหง แลง แบบทะเลทราย 9) ใหน กั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค ําถามทาทาย ดงั น้ี นกั เรียนอยากไปแหลงทอ งเที่ยวธรรมชาติใดในทวีปยโุ รป เพราะอะไร
8.ส่ือ/แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 2) แผนที่ 3) แถบขอ ความ 4) สือ่ วดี ทิ ัศน/ ซดี ีรอม 5) อนิ เทอรเ นต็ 6) ภาพเก่ียวกับสถานท่ตี าง ๆ ทส่ี าํ คัญของยุโรป 9.การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ วธิ ีการ สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนใน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางาน การเขา รวมกจิ กรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ในการเขารว มกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื วา ทรี่ .ต.หญงิ ...................................ผสู อน (พัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงช่ือ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 16 รายวิชาเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วชิ า ส22103 กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 12 ภูมศิ าสตรท วปี ยโุ รป เรอื่ ง ลกั ษณะทางเศรษฐกิจของทวปี ยุโรป จํานวน 2ช่ังโมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ลักษณะทางเศรษฐกจิ ทางดา นเกษตรกรรมของทวปี ยโุ รปประกอบดวย การเพาะปลูกพืชไร การปลกู พืชควบคูกัน การ เล้ียงสัตว การปลูกพืชผลไมแ บบเมดิเตอรเ รเนยี น การทาํ ฟารมปศุสตั ว การทําการประมงทางทะเลบริเวณดอกเกอรแบงก และ การทาํ ปาไมสนตอนเหนือของคาบสมทุ รสแกนดิเนเวยี 2.ตัวช้วี ดั /จุดประสงคก ารเรยี นรู ตวั ช้วี ดั ส 5.1 ม.2/1 ใชเ ครอื่ งมอื ทางภูมิศาสตรใ นการรวบรวม วเิ คราะหและนาํ เสนอขอ มูลเกย่ี วกบั ลกั ษณะทางกายภาพ และสังคมของทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า ส 5.1 ม.2/2 วิเคราะหค วามสัมพันธร ะหวา งลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายลกั ษณะทางเศรษฐกิจทางดานเกษตรกรรมของทวปี ยุโรป (K) 2) วิเคราะหค วามสัมพันธท างกายภาพกบั การประกอบอาชีพทางดานเกษตรกรรมของทวปี ยุโรป (P) 3) สนใจศึกษาเรยี นรลู ักษณะทางกายภาพท่ีสมั พันธกับการประกอบอาชพี ของทวีปยโุ รปเพ่อื นําความรูมาประยกุ ตใ ช ในการประกอบอาชพี ของตนเอง (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) การทาํ เกษตรกรรมของทวปี ยุโรป 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 6.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1) มีวินัย 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครนู ําแผนท่ีแสดงการใชท ่ีดินทวีปยโุ รป เพือ่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ใหน ักเรียนศกึ ษาความรูเรอ่ื ง ลักษณะทาง เศรษฐกิจทางดานเกษตรกรรมของทวปี ยโุ รป
แผนทแ่ี สดง การใช้ทดี่ ินทวปี ยุโรปเพอ่ื กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ พ.ศ. 2545 2) ครแู บงนกั เรยี นออกเปน 4 กลมุ ศึกษาสืบคนขอ มูลลกั ษณะทางเศรษฐกจิ ทางดา นเกษตรกรรมของทวีปยุโรป โดย การใชแ ผนทท่ี างดานภูมศิ าสตรห รอื หนงั สือเกี่ยวกบั ทวีปยุโรป ใหน ักเรียนศึกษาสรุปความรูนําเสนอหนา ช้ันเรียน ตามหัวขอ ดังน้ี กลุมที่ 1 การเพาะปลูก กลมุ ท่ี 2 การเลยี้ งสัตว กลมุ ท่ี 3 การประมง กลุมที่ 4 การทําปา ไม 3) จบกจิ กรรมกลมุ ครใู ชคาํ ถามเพือ่ ประเมนิ ความรูความเขาใจของนักเรียน ดงั น้ี การทําเกษตรกรรมของทวีปยโุ รป แตละพน้ื ที่มีลักษณะอยางไร
ครแู ละนักเรยี นรวมกันบูรณาการความรูดานเกษตรกรรมของทวีปยโุ รปสรุปเปน แผนภาพบนกระดาน ดังตวั อยา ง เกษตรกรรมทวปี ยุโรป การเพาะปลกู / เลยี้ งสัตว์ การประมง / การทาํ ป่ าไม้ บริเวณพ้ืนที่ราบกวา้ งใหญ่ตอนกลาง ของทวีป เป็นการเกษตรแบบการคา้ แบบผสมพชื การทาํ ประมง : บริเวณตอนเหนือของทะเล ผกั ปศุสตั ว์ บริเวณชายฝ่ังทะเลแคสเปี ยน ทะเลดาํ และทะเล นอร์วีเจียน เป็นพ้นื ที่ท่ีมีกระแสน้าํ เยน็ กบั น้าํ อุ่นไหล เมดิเตอร์เรเนียน เป็นเกษตรการคา้ แบบธญั พืช มาบรรจบกนั เรียกวา่ ดอกเกอร์แบงก์ เป็นแหล่งที่มีปลา พืชเศรษฐกิจ : ขา้ วสาลี ขา้ วไรย์ ขา้ วโพด ชุกชุม และยงั มีแหล่งประมงสาํ คญั เช่น บริเวณอ่าวบิสเคย์ ขา้ วบาร์เลย์ มนั ฝร่ัง ไมผ้ ลเมืองหนาว ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลดาํ ทะเลแคสเปี ยน และลุ่มน้าํ สตั วเ์ ศรษฐกิจ : โคนม โคเน้ือ แกะ แพะ วอลกา และสุกร การทาํ ป่ าไม้ : เป็นบริเวณตอนเหนือสุดของทวปี ในแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวยี ประเทศนอร์เวย์ สวเี ดน ฟิ นแลนด์ และรัสเซีย จากน้นั ใหค้ รูใชแ้ ผนที่แสดงการใชท้ ี่ดินทวปี ยโุ รป เพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในขอ้ ท่ี 1 อธิบายประกอบกบั แผนภาพบนกระดาน 4. ใหน ักเรยี นและครูรว มกนั สรุปความรู ดังน้ี ลักษณะทางเศรษฐกิจทางดานเกษตรกรรมของทวีปยุโรปประกอบดวย การเพาะปลูกพชื ไร การปลกู พชื ควบคูกนั การเล้ียงสตั ว การปลูกพืชผลไมแบบเมดเิ ตอรเรเนียน การทาํ ฟารม ปศุสัตว การทํา การประมงทางทะเลบริเวณดอกเกอรแบงก และการทําปา ไมสนตอนเหนือของคาบสมทุ รสแกนดิเนเวยี 5. ใหน กั เรียนรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค าํ ถามทา ทาย ดังนี้ เอกลกั ษณท โ่ี ดดเดนทางกายภาพของทวปี ยโุ รปเกย่ี วกบั พ้ืนท่ที าํ เกษตรกรรม นกั เรยี นคดิ วา พนื้ ท่บี รเิ วณใดที่ เหมาะกบั การทาํ อาชพี เกษตรกรรมมากทส่ี ดุ เพราะเหตุผลใด
8.ส่ือ/แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 2) แผนที่ 3) แถบขอ ความ 4) สือ่ วดี ทิ ัศน/ ซดี ีรอม 5) อนิ เทอรเ นต็ 6) ภาพเก่ียวกับสถานท่ตี าง ๆ ทส่ี าํ คัญของยุโรป 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางาน สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนใน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขารว มกจิ กรรม การเขา รวมกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลงั แผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ ขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชื่อวาทรี่ .ต.หญงิ ...................................ผสู อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอ เสนอแนะของผอู าํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผอู ํานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 17 รายวชิ าเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วิชา ส22103 กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 12 ภูมศิ าสตรท วปี ยโุ รป เรื่อง ลกั ษณะทางสงั คมและวฒั นธรรมของทวปี ยโุ รป จํานวน 2ช่ังโมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด สังคมและวัฒนธรรมของทวีปยโุ รปมจี ดุ กาํ เนิดจากอารยธรรมกรกี โรมนั เมื่อประมาณ 4,000 ปม าแลว จน ววิ ฒั นาการเขาสูสมัยฟน ฟูศลิ ปวทิ ยาการกลายเปนทวปี ทนี่ าํ โลกเขาสอู ารยธรรมยคุ ใหมทางดานความเจรญิ ทางเทคโนโลยี จนถึงปจ จุบนั 2.ตัวช้วี ดั /จุดประสงคก ารเรยี นรู ตวั ชว้ี ดั ส 5.1 ม.2/1 ใชเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตรในการรวบรวม วิเคราะหและนาํ เสนอขอมลู เก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพ และสังคมของทวปี ยุโรปและแอฟรกิ า ส 5.1 ม.2/2 วเิ คราะหค วามสัมพนั ธระหวา งลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยโุ รปและแอฟริกา จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 1) อธิบายลกั ษณะทางสังคมและวฒั นธรรมของทวีปยโุ รป (K) 2) จําแนก วิเคราะหล กั ษณะทางสงั คมและวฒั นธรรมของทวปี ยโุ รป (P) 3) เหน็ ความสาํ คญั ในการศึกษาทําความเขา ใจลักษณะสังคมและวัฒนธรรมของทวปี ยุโรปเพ่อื นาํ มาปรับใชในการ ดําเนินชีวิตประจาํ วัน (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) สังคมและวัฒนธรรมของทวีปยุโรป 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 6.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1) มีวินยั 7.กิจกรรมการเรียนรู 1) ครทู กั ทายนกั เรียนโดยการชวนสนทนาถงึ วฒั นธรรมตางชาติ และเขยี นแถบประโยคคําถาม ใหน กั เรียนรวมกนั แสดง ความคิดเห็น ดงั น้ี วฒั นธรรมใดบ้างทเ่ี ป็ นของชาตยิ ุโรปทค่ี นไทยนํามาใช้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2) ใหน กั เรยี นศึกษาความรูเรื่อง ลักษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวีปยโุ รป โดยครูลําดับความเปนมาของสังคม และวฒั นธรรมของทวีปยุโรป อธิบายเปนแผนภาพบนกระดาน ดังตวั อยาง จุดเริ่มต้น อารยธรรมกรีก อารยธรรมโรมนั ยุคฟน ฟศู ิลปวทิ ยาการ : “เรอเนซองซ” หมายถึง การเกิดใหม ซ่งึ เปนการระลึกถงึ ศลิ ปะกรกี และโรมนั ในอดตี ซ่ึงเคยรุงเรืองใหกลบั มาอีก ศลิ ปะเรอเนซองซไมใชการลอกเลยี นแบบจากอดตี แตเปนยคุ สมยั แหง การเนน ความสําคัญของลกั ษณะเฉพาะบุคคล มีความสนใจลกั ษณะภายนอกของมนษุ ย และ ธรรมชาติ เปนแบบทีม่ เี หตุผลทางศลี ธรรม กอใหเ กดิ ความกระตอื รือรน ในการคน หาความรูท างวิทยาศาสตร และวทิ ยาการแขนงตา ง ๆ ซงึ่ อาจเรียกไดว าเปน “ยุคฟน ฟู-ศลิ ปวิทยาการ” โดยมรี ากฐานมาจากประเทศ อิตาลี และแผข ยายไปยงั ดนิ แดนตาง ๆ ในยโุ รป จดุ เริ่มตน หลงั ส้ินสุดสงครามครเู สด ยโุ รปก็เขา สยู คุ ฟน ฟ-ู ศิลปวทิ ยาการ เน่ืองจากการขุดพบซากเมอื งโบราณ ของกรีก และโรมัน ยุโรปนาํ ศลิ ปวิทยาการทขี่ ุดพบ มาปรับปรุง ดัดแปลง ทาํ ใหย โุ รปมีพฒั นาการความเจริญกา วหนา ทกุ ๆ ดาน นํายุโรปเขา สู สงั คม และวฒั นธรรมทีเ่ จรญิ ทางเทคโนโลยจี นถงึ สมัยปจ จุบัน
3) ครูแบงนกั เรียนออกเปน 4 กลมุ จบั สลากศกึ ษาสืบคน วเิ คราะหขอมูลลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวปี ยุโรป สรปุ ความรนู ําเสนอหนาชน้ั เรียนตามหวั ขอทีก่ าํ หนดให ดงั ตอ ไปน้ี ลกั ษณะทางสังคมของทวีปยุโรป ลักษณะทางวฒั นธรรมดานภาษา ลักษณะทางวฒั นธรรมดานศาสนา ลกั ษณะทางวัฒนธรรมดานการศกึ ษา
4) จบการนาํ เสนอกิจกรรมกลมุ ของนกั เรียน ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค ําถาม ดงั นี้ อะไรเปนลกั ษณะหรอื จุดเดนของสงั คมทวปี ยโุ รป (ตัวอยางคาํ ตอบ เปน สงั คมทเี่ จรญิ ทางวทิ ยาศาสตรแ ละ เทคโนโลยี ประชาชนสว นใหญอ ยใู นอาชพี อตุ สาหกรรม มีความเจรญิ ทางประชาธปิ ไตย มีคา นยิ มทางวตั ถ)ุ ภาษาใดของยโุ รปทม่ี ีอิทธิพลตอ การสื่อสารของสังคมโลก (ตวั อยา งคาํ ตอบ ภาษาองั กฤษ ภาษาฝรงั่ เศส เยอรมนั และภาษาละตนิ ) ศาสนาใดทเี่ ปน ศาสนาของชาวยุโรปสวนใหญ (ศาสนาคริสต) การศึกษาของชาตยิ ุโรปไดรับมาจากอารยธรรมใด (ตวั อยางคาํ ตอบ การศกึ ษายุโรป มีตน แบบมาจากอารยธรรมกรกี สบื ทอดจนถงึ ยุคอารยธรรมโรมนั ) 5) ใหนักเรยี นรวมกันระบวุ าลักษณะทางสงั คมและวฒั นธรรมใดบาง ทป่ี ระเทศไทยรับเอาจากทวปี ยโุ รปมาใช โดยครู ใหนกั เรยี นบนั ทกึ เปน แผนภาพ การปกครองแบบประชาธิปไตย การแต่งกาย อทิ ธิพล สังคมและวฒั นธรรม ของทวปี ยุโรป ในสังคมไทย ภาษาองั กฤษ 6) ใหนกั เรยี นและครรู วมกันสรุปความรู ดังน้ี สังคมและวัฒนธรรมของทวีปยุโรปมีจุดกําเนิดจากอารยธรรมกรีกโรมัน เม่ือประมาณ 4,000 ปมาแลว จน วิวัฒนาการเขาสูสมัยฟนฟูศิลปวิทยาการกลายเปนทวีปท่ีนาํ โลกเขาสูอารยธรรมยุคใหมทางดานความเจริญทางเทคโนโลยี จนถึงปจจุบัน 7) ใหนกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคําถามทาทาย ดังนี้ เพราะเหตุใดลักษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวีปยโุ รปจึงมอี ิทธิพลตอสงั คมโลก 8.ส่ือ/แหลง การเรยี นรู 1) หนังสือเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 2) แผนท่ี 3) แถบขอ ความ 9.การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นใน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา นเกณฑ ในการเขารวมกจิ กรรม การเขารว มกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ วา ท่ีร.ต.หญิง...................................ผูส อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอ เสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผูอ าํ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 18 รายวชิ าเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วิชา ส22103 กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 12 ภูมศิ าสตรท วปี ยุโรป เรอื่ ง สง่ิ แวดลอ มใหมท างสงั คมในทวปี ยุโรป จาํ นวน 2ชง่ั โมง 1.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด ส่ิงแวดลอ มใหมทางสังคมทเี่ กดิ จากการประดษิ ฐหรือกอ สรางสิง่ ใหมใ นทวีปยุโรปเกดิ จากการพัฒนาทางเทคโนโลยใี น ดานตา ง ๆ สบื เนอ่ื งมาจากสมัยพน้ื ฟศู ิลปวทิ ยาการ 2.ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตัวชวี้ ดั ส 5.2 ม.2/1 วเิ คราะหก ารกอ เกิดสง่ิ แวดลอมใหมท างสงั คม อันเปน ผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาตแิ ละทาง สังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา จุดประสงคการเรียนรู 1) นาํ เสนอส่ิงแวดลอ มใหมท างสังคมในทวีปยุโรป (K) 2) สบื คนสิ่งแวดลอมใหมทางสงั คมในทวปี ยโุ รป (P) 3) สนใจศึกษาเรยี นรูถงึ ววิ ฒั นาการตาง ๆ ท่เี ปนสง่ิ แวดลอมใหมท ่เี กิดขน้ึ ในทวีปยโุ รป เพอื่ เปนขอมลู และประโยชน ทางดา นการศึกษาของตนเอง (P) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) ส่งิ แวดลอมใหมท างสงั คมของทวปี ยุโรป 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการส่อื สาร 6.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1) มีวินัย 7.กิจกรรมการเรียนรู 1) ครนู าํ ภาพหอไอเฟลของประเทศฝรัง่ เศส พรอ มประวัตมิ าเลาใหนักเรียนฟง ดังตัวอยาง หอไอเฟล (องั กฤษ : Eiffel Tower, ฝรั่งเศส : Tour Eiffel) หอคอยโครงสรางเหลก็ ท่ี Champ de Mars บรเิ วณแมนา้ํ แซน ในเมืองปารสี ประเทศฝรง่ั เศสเปน สถานที่และ สัญลกั ษณท สี่ าํ คัญแหง หน่ึงของฝรั่งเศสกอสรา งใน พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) โดย กสุ ตาฟไอเฟล ผูออกแบบคนเดียวกบั เทพีเสรภี าพ เพื่อเปน สญั ลกั ษณการจดั งานแสดงสนิ คา โลกในป 1889 (พ.ศ. 2413) ฉลอง ครบรอบ 100 ปแ หงการปฏวิ ตั ิ อุตสาหกรรม หอไอเฟลทําขึ้นจากโลหะ 15,000 ช้นิ หนักถึง 7,000 ตัน ยดึ ตอดว ยนอต 2,500,000 ตวั สีทาท้งั หมด 35 ตนั สงู 1,050 ฟตุ ส้นิ เงนิ คา กอสรา ง 7,799,401 ฟรงั ก แรก ๆ ทห่ี อไอเฟลสรา งเสร็จ หอไอเฟลไดรบั การประณามโดยทั่วไปวา เปน ไอเดีย ทป่ี ระหลาดและไมเ ขาทา หอคอยไอเฟลไดช ่อื วา เปนส่ิงกอสรางท่สี งู ที่สดุ ในชวงเวลา พ.ศ. 2432-2473 ในปจ จุบัน หอคอยไอเฟลมนี กั ทองเทย่ี วเย่ยี มชมประมาณ 5.5 ลา นคนตอ ป นับเปนหนงึ่ ในเจด็ ส่ิงมหัศจรรยของโลกยุคใหม
จากน้ัน ครูอธบิ ายวา “หอไอเฟล เปน สงิ่ แวดลอมใหมท างสงั คมของทวปี ยุโรปทก่ี อ สรางในชว งยุคหลงั ปฏิวตั ิ อุตสาหกรรม 100 ป” 2) ครเู ขยี นแถบขอ ความบนกระดานวา สิ่งแวดลอ้ มใหม่ทาง ใหนักเรยี นสรปุ ความหมาย สิ่งประดิษฐห์ รือส่ิงก่อสร้างที่มนุษยส์ ร้างข้ึนท่ีเกิดข้ึนรอบตวั มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือสร้างข้ึนใหม่มีผลต่อวถิ ีชีวิตของคนในพ้ืนท่ี 3) ครแู บง กลุมนักเรียนตามความเหมาะสม แลวชว ยกนั ศึกษาสืบคน ขอมลู สงิ่ แวดลอ มใหมท างสงั คมในทวีปยโุ รป จากแหลง เรยี นรูใ กลต วั เชน หนังสือ อินเทอรเ น็ต กลมุ ละ 1 ตัวอยา ง นําเสนอแลกเปลี่ยนความรูก ันระหวางกลมุ หนาชัน้ เรยี น 4) จบกิจกรรมกลมุ ครตู ง้ั คาํ ถามใหน ักเรียนแสดงความคิดเห็น ดงั นี้ การสรางส่งิ แวดลอ มใหมข องมนุษยเ กิดขึ้นเพราะสาเหตุใดบา ง การเกิดส่ิงแวดลอมใหมส งผลกระทบในเร่ืองใดบาง การเกิดสงิ่ แวดลอมใหมเกิดผลดแี ละผลเสยี อยา งไรบา ง ครูใหนกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ อยางอิสระตามแนวคิดการวเิ คราะหต ามพน้ื ฐานประสบการณข องตนเอง 5) ครอู ธบิ ายแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม 6) ใหน กั เรียนและครรู วมกนั สรปุ ความรู ดงั น้ี ส่งิ แวดลอ มใหมท างสงั คมท่ีเกดิ จากการประดิษฐห รือกอสรา งสงิ่ ใหมในทวปี ยโุ รป เกิดจากการพัฒนาทางเทคโนโลยใี นดานตาง ๆ สืบเนื่องมาจากสมัยพ้นื ฟศู ลิ ปวิทยาการ 7) ใหน กั เรียนรวมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคาํ ถามทาทาย ดงั นี้ การสรา งส่งิ แวดลอ มใหมทางสังคมของมนษุ ยสง ผลตอ การเปลย่ี นแปลงในเรอื่ งใดบาง 8) ใหนักเรียนทําชนิ้ งาน เรอ่ื ง ส่ิงแวดลอ มใหมท างสังคมของทวปี ยุโรป 8.สอื่ /แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สือเรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 2 2) ภาพหอไอเฟล 3) อนิ เทอรเนต็ 4) ชน้ิ งาน เรอื่ ง สิ่งแวดลอมใหมทางสังคมของทวปี ยุโรป 9.การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางาน สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นใน ระดบั คุณภาพ 2 ผา นเกณฑ ในการเขา รวมกิจกรรม การเขา รว มกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื วา ทรี่ .ต.หญงิ ...................................ผสู อน (พัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงช่ือ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 21
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 19 รายวชิ าเศรษฐศาสตรนา รู รหสั วิชา ส22103 กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 12 ภูมศิ าสตรท วปี ยุโรป เรอื่ ง ผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงสิง่ แวดลอมในทวปี ยุโรปตอ ประเทศไทย จํานวน 1ช่ังโมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด การเปล่ียนแปลงทางดา นสิ่งแวดลอมนอกจากจะสงผลกระทบตอ ภูมอิ ากาศของโลก ยังสง ผลกระทบถึงภาคเศรษฐกิจระหวา งประเทศ โดยยุโรปกาํ หนดมาตรการรกั ษาสง่ิ แวดลอม โดยการใชม าตรการกดี กันทางการคา เก่ยี วกับสินคาท่ีปนเปอ นมลพิษ ซง่ึ สง ผลกระทบถงึ ประเทศไทยในฐานะผสู ง สินคา ออกไป จาํ หนา ยตลาดยุโรปดว ย 2.ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงคก ารเรยี นรู ตวั ช้วี ดั ส 5.2 ม.2/2 ระบุแนวทางการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มในทวีปยุโรปและแอฟริกา ส 5.2 ม.2/3 สาํ รวจ อภปิ รายประเดน็ ปญหาเก่ียวกับสงิ่ แวดลอมท่ีเกิดข้นึ ในทวปี ยุโรปและแอฟริกา ส 5.2 ม.2/4 วิเคราะหเหตุและผลกระทบทีป่ ระเทศไทยไดรบั จากการเปล่ียนแปลงของสงิ่ แวดลอมในทวีปยุโรปและ แอฟริกา จุดประสงคการเรยี นรู 1) อธบิ ายถึงผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงส่งิ แวดลอ มในทวีปยุโรปทีม่ ตี อ ประเทศไทย (K) 2) วิเคราะหแ ละจาํ แนกผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสิง่ แวดลอ มในทวปี ยโุ รปท่ีมตี อ ประเทศไทย (P) 3) เห็นความสาํ คัญในการศึกษาเรียนรถู งึ ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอมโลกที่สง ผลตอ การดําเนิน ชวี ติ ประจาํ วันเพ่ือรจู ักการปรับตัวในการใชชีวิตประจาํ วนั (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) ผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ มระหวางประเทศ 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการสอื่ สาร 6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 1) มีวินัย 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครูนาํ บทความวเิ คราะห “กฎหมายเศรษฐกิจระหวางประเทศกับส่งิ แวดลอม” มาใหน ักเรียนรว มกันศึกษา
ดังตวั อยา ง ผลกระทบของมาตรฐานสิ่งแวดลอมตอ การคาระหวา งประเทศของไทย สาํ หรบั ผลกระทบของการบังคบั ใชม าตรการสง่ิ แวดลอมของประเทศพฒั นาแลว ท่มี ีตอเศรษฐกจิ ไทย ยอมสง ผลเชงิ ลบตอปริมาณการคา แนนอน ยกเวน กรณี ปลาทนู า-โลมา เนอื่ งจากประเทศไทยมิใชแหลง โลมา มาตรการสงิ่ แวดลอมตาง ๆ ท่ปี ระเทศคคู าบงั คบั ใชก บั สินคาสง ออกของไทยมผี ลกระทบใหปริมาณการสงออกของ ไทยลดลง สินคา เหลา น้ี ไดแ ก กุงแชแ ขง็ ไกแชแ ขง็ และดอกกลว ยไม ทีส่ งออกไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปนุ สว นอุตสาหกรรมไทยที่ไดร บั ผลกระทบอยางมากจากการบงั คบั ใชมาตรการส่ิงแวดลอมในตา งประเทศท่ีใชเ ปน เง่อื นไขในการนําเขาสนิ คาจากไทย ไดแก ผลติ ภณั ฑไม ผลติ ภณั ฑเ กษตร การประมงน้ําเคม็ และการเล้ียงสัตวนํ้าผลติ ภัณฑ สงิ่ ทอ และผลิตภณั ฑอเิ ลก็ ทรอนิกส สาํ หรับสนิ คา เกษตรของไทย เกษตรกรมกั ใชสารเคมเี ปน ปยุ และยาฆา แมลงทาํ ใหเกดิ ปญหาสารตกคา งใน ผลติ ภณั ฑอาหารซึ่งมกั จะอยูในระดับท่สี ูงกวาเกณฑข น้ั ตํ่าที่ประเทศคูคากาํ หนด ดวยเหตนุ ี้การสง ออกสนิ คาอาหารเหลาน้ี ของไทยอาจจะลดลง ถา เกษตรกรไมม ีการปรับปรงุ กระบวนการผลติ ใหดขี ้นึ เพ่ือลดปรมิ าณสารเคมตี กคาง การสง ออกสินคาเกษตรไปญี่ปุนอาจประสบปญ หา เนอ่ื งจากญปี่ ุน หามนําเขาสนิ คา เกษตรที่มีสาร Anti-Biotic ตกคา ง ดังนนั้ แนวโนม การสงออกสนิ คา เกษตรแบบไมใชส ารเคมี (Organic Food) จะเพิ่มขึน้ ในอนาคต สวนการประมงนํ้าเค็มและการเลยี้ งสตั วนํ้า (เชน กุง ) ของไทยน้ันกอ ใหเกิดปญหาส่งิ แวดลอ มในประเทศอยา ง รุนแรง เชน การจับปลามากเกินไป (Overfishing) และการจับปลาดวยวธิ กี ารทีไ่ มเ หมาะสม เชน การใชแห อวนทม่ี ีขนาด ของตาขายเล็กเกนิ ไป ซึ่งทาํ ใหป ลาขนาดเลก็ ตดิ ตาขายขนึ้ มาดวย รวมถึงการใชร ะเบดิ จับปลา ซง่ึ เปนการทําลายแนว ปะการงั ได นอกจากนี้ การเลีย้ งกงุ อยางไมถ กู ตองเหมาะสมกอใหเ กิดปญหามลพษิ ทางนา้ํ จนทําใหน้ําเสยี ที่ปลอ ยออกจาก บอเล้ียงกุงไปทาํ ลายความสมดลุ ทางธรรมชาตใิ นแหลง นาํ้ กรอยหรอื ชายฝง ทะเล ดงั นัน้ ประเทศพัฒนาแลว จึงพยายามออก มาตรการทจ่ี ะควบคุมมลพษิ และอนรุ กั ษสง่ิ แวดลอ มภายในประเทศ และพยายามบังคบั ใชกบั สนิ คาท่ีผลติ ในตา งประเทศดวย เชน มาตรการดานสง่ิ แวดลอ มท่ีสหรัฐอเมริกานาํ มาใชเพื่อกดี กันผลิตภณั ฑปลาทูนาทีม่ ีการจับปลาทนู าดวยกรรมวิธที ี่ไม คุม ครองโลมา รวมท้ังการกีดกันการนาํ เขา ผลิตภณั ฑก ุง ทม่ี กี ารจับกงุ ดวยกรรมวิธที ่ีทํารายเตาทะเล ซงึ่ สงผลใหก ารสงออกปลาทนู ากระปอ งและผลิตภัณฑกุงทะเลของไทยลดลงอยางมาก สาํ หรบั อุตสาหกรรมสง่ิ ทอและเสื้อผา สําเรจ็ รูป นอกจากกระบวนการผลติ จะกอ ใหเกดิ มลพิษทางน้าํ และอากาศ แลว วัตถดุ บิ ที่ใชอาจกอใหเ กิดปญหาดานสุขอนามัยได ในกรณนี ี้ เยอรมนี และบางประเทศในสหภาพยุโรปตระหนักถึง คณุ ลักษณะสนิ คา สิง่ ทอมากขึ้น และไดกําหนดมาตรฐานสินคาสง่ิ ทอและเสื้อผา สําเร็จรูปรวมท้งั เครื่องหนงั ดว ยวา มิให สารเคมีเหลาน้ันเปน องคป ระกอบในการผลติ สินคา มาตรการนีส้ งผลใหก ารสง ออกผลิตภัณฑส่งิ ทอและเครื่องหนงั ไทยไปยัง สหภาพยโุ รปชะลอตวั ลงและสงผลตอการปรบั ปรุงเทคโนโลยีการผลติ ของผูประกอบการในอตุ สาหกรรมน้ี การขยายตวั ของอตุ สาหกรรมเครื่องใชไฟฟา และอุปกรณอิเลก็ ทรอนกิ ส กอใหเ กดิ ปญหาขยะมลพษิ กลา วคือวสั ดุ ที่ไมใ ชแลวรวมท้ังผลิตภัณฑท ่ีเลิกใชไมส ามารถกาํ จดั ไดง า ย อกี ทง้ั กระบวนการผลติ ยงั อาจกอ ใหเกิดสารตกคา งประเภทโลหะ หนัก (Heavy Metals) เชน ทองแดง ตะกวั่ แคดเมยี ม ในแหลง นํ้าหรือนํา้ บาดาล ณ สถานทีใ่ กลเ คียง แหลงผลิตและแหลงขยะของผลิตภัณฑเ หลา นี้ นอกจากน้ี การใชเครอื่ งใชไฟฟา บางชนิด เชน ตูเยน็ ซง่ึ ใชส าร CFCs ชวยทําความ เย็น ยงั เปน การทําลายโอโซนในชน้ั บรรยากาศอกี ดวย ดวยเหตนุ ้ี ประเทศท่ีพัฒนาแลว เรม่ิ ตระหนักถงึ ปญหาขยะและ กระบวนการผลติ ในอตุ สาหกรรมนี้ และมแี นวคดิ ทจี่ ะโยกยายแหลง ผลติ จากประเทศผูน ําดานผลิตภัณฑ- อิเล็กทรอนิกสไ ปยงั ประเทศกําลงั พฒั นาทีม่ ีท้งั คาจางแรงงานถูกและมาตรฐานสิ่งแวดลอมตา่ํ ทงั้ น้ีพจิ ารณาจากจาํ นวนโรงงานของอตุ สาหกรรม น้ีในญีป่ ุน สหรฐั อเมริกา และเกาหลีลดลงในขณะทจ่ี าํ นวนโรงงานดังกลาวในประเทศไทยมีเพิม่ ขึน้ ทมี่ า : มง่ิ สรรพ ขาวสะอาด และพิสมัย ภูรินสินสทิ ธ์ิ เอ่ียมสกลุ รัตน, การคา VS ปญหาสง่ิ แวดลอม จากแกตตถงึ องคการ- การคา โลก, สถาบันเพื่อการพฒั นาประเทศไทย ฝายทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม
จากน้ัน ครูใหน กั เรียนรวมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค ําถาม ดงั นี้ การมีเครือ่ งหมายรบั รองสินคา โดยการตดิ ฉลากดานส่งิ แวดลอมเพราะสาเหตุใด (ตัวอยา งคาํ ตอบ เปนการสง เสริมใหผ ผู ลติ สินคา มจี ติ สาํ นกึ ทางดา นสง่ิ แวดลอม เพราะอนรุ กั ษส ิ่งแวดลอ ม) เพราะเหตุใดการผลิตสนิ คา ในปจ จุบันจงึ มคี วามเขมงวดทางดา นสง่ิ แวดลอ ม (ตัวอยา งคําตอบ เพ่อื ปอ งกนั ปญ หามลพษิ และใหส นิ คา มีมาตรฐานทางดา นอตุ สาหกรรมในการสง ออก ซ่งึ ตลาด ตางประเทศมคี วามเขมงวดในการกําหนดสินคานําเขา ทมี่ ีความปลอดภัยทางดานสิ่งแวดลอม) 2) ใหนกั เรยี นศึกษาความรู เร่อื ง ผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลงของสงิ่ แวดลอมในทวปี ยโุ รปตอประเทศไทย แลว รว มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชคําถาม ดงั น้ี สหภาพยโุ รป (EU) มมี าตรการทางดา นสงิ่ แวดลอมอยางไร การออกมาตรการของ EU สงผลกระทบตอประเทศไทยอยางไร ประเทศไทยมกี ารปรบั ตวั ทางดา นสง่ิ แวดลอ มในภาคเศรษฐกจิ ระหวา งประเทศอยางไร 3) จบการแสดงความคดิ เห็นครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงของสงิ่ แวดลอ มในทวปี ยุโรป ตอประเทศไทยลงในแผนภาพ ดังตวั อยา ง 1. ผลิตภณั ฑท์ ี่จะนาํ เขา้ สู่ตลาดสหภาพยโุ รปจะมีตน้ ทนุ การผลิตท่ีสูงข้ึน ส่งผลใหร้ าคาสินคา้ เพ่มิ ข้ึนตามมา เน่ืองจากตอ้ งผลิตสินคา้ ใหต้ รงตามมาตรฐาน ทางดา้ นส่ิงแวดลอ้ มที่สอดคลอ้ งกบั กฎเกณฑต์ ่าง ๆ ของสหภาพยโุ รป ต้งั แต่การ ออกแบบ การผลิต จนกระทง่ั การกาํ จดั ขยะท่ีเกิดจากการผลิตสินคา้ น้นั ๆ ผลกระทบจากกฎระเบยี บ 2. ผปู้ ระกอบการไทยมีการต่ืนตวั ในการเตรียมรับมือ ด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป กบั มาตรฐานดา้ นส่ิงแวดลอ้ มใหม่ ๆ ของสหภาพยโุ รป และภาครัฐไดเ้ ลง็ เห็นถึงความสาํ คญั ของนโยบายดา้ น ต่อประเทศไทย สิ่งแวดลอ้ ม จึงไดเ้ ฝ้ าระวงั และช่วยเตรียมความพร้อม ่ 3. ประเทศไทยไดเ้ รียนรู้จากสหภาพยโุ รปในเรื่องการพฒั นาคุณภาพ สินคา้ ใหไ้ ดม้ าตรฐานดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม รวมถึงเป็นการปลูกฝังจิตสาํ นึก และกระแสความนิยมสินคา้ ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม เพ่อื เป็นประโยชน์ ต่อภาคเศรษฐกิจ สงั คม และประชาชนชาวไทยไดใ้ นระยะยาว
4) ครูนําตัวอยา งสินคา ทีต่ ดิ ฉลากเขียวใหน กั เรยี นรว มกันศึกษาและชวยกนั สืบคนขอมลู วาสนิ คาหรือผลติ ภัณฑทไ่ี ดร ับ เคร่ืองหมายฉลากเขียวเปนสินคาประเภทใดชว ยรกั ษาส่งิ แวดลอมไดอ ยา งไรและหนวยงานใดเปนผูดูแล แสดงความคดิ เหน็ อภิปรายรวมกัน 5) ใหน กั เรยี นและครรู ว มกันสรุปความรู ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงทางดานสิ่งแวดลอมนอกจากจะสงผลกระทบตอภูมิอากาศของโลก ยังสงผลกระทบถึงภาคเศรษฐกิจระหวางประเทศ โดยยุโรปกําหนดมาตรการรักษาส่งิ แวดลอม โดยการใชม าตรการกดี กันทางการคา เกยี่ วกบั สนิ คาทีป่ นเปอ นมลพิษ ซึง่ สง ผลกระทบถงึ ประเทศไทยในฐานะผูสงสินคาออกไป จาํ หนายตลาดยุโรปดวย 6) ใหนกั เรยี นรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชคําถามทา ทาย ดังนี้ การมมี าตรการดานสิ่งแวดลอมกับการทําการคาระหวา งประเทศ นกั เรยี นคดิ วาเกิดผลดแี ละผลเสยี ตอ ประเทศ ไทยอยา งไร 8.สอ่ื /แหลง การเรยี นรู 1) หนังสอื เรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 2) บทความ 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นใน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขารว มกจิ กรรม การเขา รวมกิจกรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ ขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ วาท่ีร.ต.หญิง...................................ผูส อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21
รายวชิ าเศรษฐศาสตรนา รู รหสั วิชา ส22103 แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 20 กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 13 ภมู ิศาสตรท วปี แอฟรกิ า เรอื่ ง สภาพแวดลอ มทางกายภาพของทวปี แอฟรกิ า จํานวน 2ชง่ั โมง 1.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด ทวปี แอฟริกาเปนทวปี ขนาดใหญเปนอนั ดบั 2 รองจากทวปี เอเชีย พนื้ ที่สว นใหญเ ปน พนื้ ท่ีทะเลทรายกวางใหญ ทุรกันดาร มีความแตกตางของลกั ษณะภูมิประเทศและมปี ระเทศที่ตงั้ อยูใน ทวีปทั้งสน้ิ 53 ประเทศ 2.ตัวช้วี ดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตัวชวี้ ดั ส 5.1 ม.2/1 ใชเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตรในการรวบรวม วเิ คราะหแ ละนาํ เสนอขอมลู เกยี่ วกับลักษณะทางกายภาพ และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟรกิ า ส 5.1 ม.2/2 วิเคราะหค วามสัมพันธร ะหวา งลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ า จุดประสงคก ารเรียนรู 1) อธิบายลกั ษณะทางกายภาพของทวีปแอฟรกิ า (K) 2) ศกึ ษา วิเคราะห จาํ แนกลกั ษณะกายภาพของทวปี แอฟรกิ าโดยการใชเ คร่อื งมือทางภมู ิศาสตร (P) 3) สนใจศึกษาเรยี นรลู ักษณะทางกายภาพของทวปี ตางๆเพือ่ ประโยชนท างดานการศกึ ษาทงั้ ในปจ จบุ นั และอนาคต (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) ภูมิประเทศของทวปี แอฟรกิ า 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 6.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 1) ใฝเ รียนรู 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครูพดู คยุ พรอ มกับใชสอ่ื ทมี่ ีอยูเกย่ี วกับเรือ่ ง “ทวปี แอฟริกาดินแดนมหศั จรรย” 2) ครใู หน ักเรยี นเขียนส่งิ ทเ่ี คยรูม ากอ นและสิง่ ทย่ี งั ไมร ูเ กยี่ วกบั ทวีปแอฟรกิ าลงในแผนภาพสมุดบนั ทึกของตนเอง ดังตัวอยา งแผนภาพ ส่ิงที่รู้แลว้ ส่ิงที่ยงั ไม่รู้ _____________________ วิธีการจะใหร้ ู้ ___________________ _____________________ __________________ ___________________ _____________________ ___________________ ___________________ __________________(พ__จิ า_รณา_ต_า_มป_ร_ะ_ส_บ_ก_าร_ณ_์ก_า_รเ_รี_ยน_ร_ู้ข_อ_งผ้เู_ร_ียน_)________________
3) ครูนาํ แผนท่ีทวปี แอฟรกิ าและลูกโลกจาํ ลองมาใหนกั เรียนศกึ ษาความรูเรื่อง ลักษณะทางกายภาพของทวปี แอฟรกิ า โดยครกู าํ หนดประเดน็ หวั ขอ สาํ คัญใหน กั เรยี นรวมกนั ศกึ ษา ดังน้ี
ท่ตี งั้ /พกิ ัดภมู ิศาสตร ขนาด อาณาเขต/ที่ต้งั สัมพทั ธ จํานวนประเทศในทวีป 4) ครูตดิ หรอื แขวนแผนท่ที วปี แอฟริกาบนกระดาน แลว รว มกนั สรปุ ความรูในหัวขอ ประเดน็ สําคัญจากขอ 3 ทลี ะ หัวขอ บันทึกเปน แผนภาพบนกระดาน ดังตัวอยาง ขนาดพนื้ ที่ ทต่ี ้งั ตามพกิ ดั ภูมศิ าสตร์ พ้ืนท่ีอยรู่ ะหวา่ งซีกโลกเหนือกบั ซีกโลกใต้ อยรู่ ะหวา่ งละติจูด 34°-37° มีพ้นื ที่ประมาณ 30,343,573 ตร.กม. เหนือ และลองจิจูด 17° 32´ ความยาวเหนือจรดใต้ 8,000 กม. กวา้ ง ตะวนั ออก-ตก ตะวนั ตก- 51° 26´ ตะวนั ออก ทต่ี ้งั ตามละติจูด อยรู่ ะหวา่ งเสน้ ทรอปิ กออฟแคนเซอร์ ซีกโลกเหนือกบั เส้น ทรอปิ กออฟแคปริคอร์นซีกโลกใต้ ทตี่ ้งั สัมพทั ธ์ • ทิศเหนือ จดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ช่องแคบยบิ รอลตาร์ และติดต่อกบั ทวปี เอเชีย บริเวณคาบสมุทรไซไน โดยมีคลองสุเอซก้นั อยู่ • ทิศตะวนั ออก จดมหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง และอ่าวเอเดน • ทิศตะวนั ตก จดมหาสมุทรแอตแลนติก และอ่าวกินี • ทิศใต้ จดมหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย ทวปี แอฟริกาแบ่งออกเป็น 5 ภูมิภาค ไดแ้ ก่ แอฟริกาเหนือ แอฟริกาตะวนั ตก แอฟริกาตะวนั ออก แอฟริกากลาง และแอฟริกาใต้ มี 53 ประเทศ
5) ใหนกั เรยี นและครูรวมกนั สรุปความรู ดังน้ี ทวปี แอฟริกาเปนทวีปขนาดใหญเปน อนั ดบั 2 รองจากทวปี เอเชีย พ้ืนที่สวนใหญเปน พื้นท่ที ะเลทรายกวา ง ใหญ ทุรกันดาร มคี วามแตกตางของลกั ษณะภูมิประเทศและมปี ระเทศทตี่ ง้ั อยใู น ทวีปทัง้ สนิ้ 53 ประเทศ 6) ใหน ักเรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค าํ ถามทาทาย ดงั น้ี เพราะเหตุผลใดทวปี แอฟริกาจึงไดช่ือวา กาฬทวีป 8.สือ่ /แหลงการเรยี นรู 1) หนังสอื เรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 2) แผนทท่ี วีปแอฟริกา 3) ลูกโลกจาํ ลอง 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน สังเกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นใน ระดับคณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขารวมกิจกรรม การเขารว มกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ ขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ วาท่ีร.ต.หญิง...................................ผูส อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 21 รายวิชาเศรษฐศาสตรน า รู รหสั วิชา ส22103 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 13 ภมู ิศาสตรท วปี แอฟรกิ า เรอ่ื ง ลกั ษณะทางเศรษฐกิจของทวปี แอฟริกา จํานวน 2ชงั่ โมง 1.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด เกษตรกรรมของทวีปแอฟริกาเปน เกษตรแบบการเพาะปลูกแบบยังชีพ การเพาะปลกู เพอ่ื การคา การเลยี้ งสตั วแบบ ปศสุ ัตว การเลย้ี งสัตวแ บบเรรอน การประมง การทําปา ไม และการเกบ็ ของปา และลาสตั ว 2.ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตัวชี้วดั ส 5.2 ม.2/1 วิเคราะหก ารกอ เกิดสงิ่ แวดลอมใหมท างสังคม อันเปนผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและทาง สังคมของทวีปยโุ รปและแอฟริกา จดุ ประสงคการเรยี นรู 1) อธิบายลักษณะทางเศรษฐกิจดา นเกษตรกรรมของทวีปแอฟริกา (K) 2) ศึกษาและจําแนกลกั ษณะทางเศรษฐกจิ ดานเกษตรกรรมของทวีปแอฟรกิ า (P) 3) เหน็ ความสาํ คญั ในการศกึ ษาเรียนรลู ักษณะทางเศรษฐกจิ ของทวปี ตาง ๆ เพอื่ ประโยชนท างการศกึ ษาทงั้ ในปจจบุ ัน และอนาคต (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) เกษตรกรรมของทวีปแอฟริกา 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 6.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 1) ใฝเรยี นรู 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครใู หน กั เรยี นทบทวนความรูลกั ษณะทางกายภาพของทวีปแอฟรกิ า แลวตดิ แถบประโยคคําถามบนกระดาน ให นกั เรยี นรวมกันแสดงความคิดเหน็ ดงั นี้ สภาพทางภูมศิ าสตร์ของทวปี แอฟริกา มีผลต่อสภาพการดาํ เนินชีวติ ของชาวแอฟริกา อย่างไร 2) ใหน ักเรยี นศกึ ษาความรเู รือ่ ง ลกั ษณะทางเศรษฐกิจดานเกษตรกรรมของทวีปแอฟรกิ า แลว ครูกาํ หนดหัวขอ ให นักเรียนแบง กลมุ ศึกษา จําแนกการประกอบอาชีพการเกษตรกรรมของทวีปแอฟริกา สรปุ ความรูน ําเสนอหนา ช้ันเรยี น ตาม หวั ขอ ดังตอไปน้ี การเพาะปลกู การเลยี้ งสตั ว การประมง การทาํ ปา ไม การเก็บของปาและลา สัตว
3) จบกจิ กรรมกลุม ครปู ระเมนิ ความรู ความเขาใจของนักเรยี นโดยใชคําถาม ใหนักเรียนรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ ดงั นี้ ทวปี แอฟรกิ ามีการทําการเพาะปลกู ในลกั ษณะใด (ตวั อยางคาํ ตอบ 1) การเพาะปลกู แบบยงั ชพี ของกลมุ ชนพนื้ เมือง บริเวณปา ดบิ ชน้ื และทงุ หญา สะวนั นา 2) การเพาะปลกู เพอ่ื การคา ของกลมุ ชนผวิ ขาวท่ีอพยพเขามาบรเิ วณเขตรอ นชนื้ เขตลุมแมน ํา้ ไนล เขตเมดเิ ตอรเ รเนียน และเขตอบอนุ ) ลกั ษณะการเลี้ยงสตั วในทวีปแอฟริกามลี ักษณะอยา งไร (ตัวอยา งคําตอบ 1) การเล้ียงสตั วแ บบปศสุ ตั ว เพอ่ื การคาบรเิ วณทรี่ าบสงู ทางตอนใตข องทวปี 2) การเลีย้ งสตั วแ บบเรรอ น ตามบรเิ วณกงึ่ แหงแลง แถบทะเลทราย) พ้ืนท่ีบรเิ วณใดเปนท่ีทําอาชีพประมงของทวปี แอฟริกา (ตวั อยา งคาํ ตอบ ประมงน้ําจดื พบบริเวณลุม แมน ํ้าคองโก และประมงน้ําเคม็ บรเิ วณชายฝง ตะวนั ตกเฉยี งใต ประเทศ แอฟรกิ า) การทาํ ปาไมในทวปี แอฟริกามลี ักษณะอยา งไร (ตวั อยางคําตอบ ปา ไมในทวีปแอฟริกายงั มอี ยูจํานวนนอ ย พน้ื ทท่ี ม่ี กี ารทาํ ปาไมจะอยบู รเิ วณชายฝงอา วกนิ ี และลมุ นาํ้ คองโก) กลมุ ชนพวกใดในทวปี แอฟริกาท่ที ําอาชพี เกบ็ ของปา และลาสตั ว (พวกปก มแี ละบชุ แมน) 4) ใหน กั เรียนสบื คนขอมลู แลวชว ยกนั ระบพุ ืชเศรษฐกจิ สาํ คญั ของทวปี แอฟรกิ า สรุปลงในแผนภาพ ดงั ตัวอยา ง กาแฟ พชื เศรษฐกจิ ของทวปี แอฟรกิ า โกโก้
5) ใหน กั เรยี นและครรู วมกันสรุปความรู ดงั นี้ เกษตรกรรมของทวปี แอฟริกาเปนเกษตรแบบการเพาะปลกู แบบยังชพี การเพาะปลกู เพื่อการคา การเล้ยี งสตั ว แบบปศสุ ัตว การเลี้ยงสัตวแ บบเรรอน การประมง การทาํ ปา ไม และการเกบ็ ของปาและลาสตั ว 6) ใหนักเรียนรว มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ําถามทา ทาย ดงั น้ี เพราะเหตุใดทวีปแอฟริกาจึงไมสามารถเพาะปลูกขาวไดเหมือนกับประเทศไทย 8.สือ่ /แหลง การเรยี นรู 1) หนงั สอื เรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) แผนทที่ วปี แอฟริกา 3) แผนที/่ เครอื่ งมือทางภูมศิ าสตร 9.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน สังเกตพฤติกรรมการทํางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนใน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขา รว มกจิ กรรม การเขารวมกิจกรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื วา ทรี่ .ต.หญงิ ...................................ผสู อน (พัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงช่ือ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 21
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 22 รายวิชาเศรษฐศาสตรนา รู รหสั วิชา ส22103 กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 13 ภมู ศิ าสตรท วปี แอฟรกิ า เรอ่ื ง ลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวปี แอฟรกิ า จํานวน 2ชั่งโมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวีปแอฟริกามีท้งั สังคมแบบดง้ั เดิม และแบบตะวันตก มภี าษาพดู ตามลักษณะ ของชนเผา มคี วามเชอ่ื ทางศาสนาตามบรรพบุรุษ การศึกษาโดยทว่ั ไปมอี ัตราการรูหนังสือของประชากรอยใู นเกณฑต ํา่ 2.ตัวชีว้ ดั /จุดประสงคก ารเรยี นรู ตวั ช้วี ดั ส 5.1 ม.2/2 วเิ คราะหค วามสมั พนั ธระหวา งลักษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยโุ รปและแอฟริกา ส 5.2 ม.2/1 วเิ คราะหก ารกอเกดิ สิง่ แวดลอ มใหมท างสังคม อันเปนผลจากการเปลีย่ นแปลงทางธรรมชาติและทาง สังคมของทวีปยุโรปและแอฟรกิ า จดุ ประสงคการเรยี นรู 1) อธบิ ายลักษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวปี แอฟรกิ า (K) 2) ศกึ ษา วเิ คราะห และจําแนกลักษณะทางสังคมและวฒั นธรรมของทวปี แอฟริกา (P) 3) เห็นความสาํ คัญในการศึกษาเรยี นรูลกั ษณะทางสังคมและวฒั นธรรมของทวปี ตา ง ๆ เพื่อประโยชนทางดา น การศึกษา และการดาํ เนนิ ชีวิตทั้งในปจจุบนั และอนาคต (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) สงั คมและวัฒนธรรมของทวีปแอฟรกิ า 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 6.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 1) ใฝเ รยี นรู 7.กจิ กรรมการเรยี นรู 1) ครูเขยี นแถบประโยคคาํ ถามบนกระดาน ใหนักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น เพื่อกระตุนความคดิ ของนกั เรียนในการ นาํ เขาสูบทเรยี น ดังน้ี อารยธรรมลุ่มแม่นํา้ ไนล์เกยี่ วข้องกบั ทวปี แอฟริกาอย่างไร 2) ใหนักเรยี นศกึ ษาความรูเ รอ่ื ง ลกั ษณะทางสังคมและวฒั นธรรมของทวปี แอฟริกา โดยกําหนดหวั ขอสําคญั ตั้งเปน คําถามใหน ักเรยี นสบื คน ขอ มูลหาคําตอบ ดงั ตอ ไปน้ี ลกั ษณะทางสังคมของทวปี แอฟรกิ า เปนอยา งไร และแตกตางกนั อยา งไร วัฒนธรรมทางดานภาษาของทวปี แอฟริกา แบงออกเปนก่กี ลมุ อะไรบา ง ชนชาวแอฟริกันนบั ถอื ศาสนาอะไร การศกึ ษาของชาวแอฟรกิ นั เปนอยา งไร
3) ใหน ักเรียนบนั ทึกคําตอบลงในสมดุ แลวครูคดั เลอื กตวั แทนนกั เรียนจาํ นวน 4 คน ออกมาเสนอผลงานการสบื คน ขอ มลู ของตนเองนาํ เสนอหนาชั้นเรียน 4) ครแู ละนกั เรียนรว มกันบูรณาการสรปุ ความรเู รือ่ ง ลกั ษณะทางสงั คมและวฒั นธรรมของทวปี แอฟริกา สรปุ ความรู เปน แผนภาพบนกระดาน ดงั ตวั อยา ง สังคมแบบด้งั เดมิ : เป็นสงั คมของกลุ่มชนเผา่ ต่าง ๆ ท่ีอาศยั อยตู่ ามสถานท่ีทุรกนั ดาร ดาํ รงชีวิตดว้ ยการล่าสตั ว์ หาของป่ า นบั ถือภูตผปี ี ศาจตามบรรพบุรุษ สงั คม สังคมแบบตะวนั ตก : เป็นสงั คมที่รับเอาการศึกษาเทคโนโลยี การ ทวีป ดาํ รงชีวติ ตามแบบชาติของชนผวิ ขาวทางตะวนั ตกมาใช้ ซ่ึงส่วน ใหญ่เป็นประเทศท่ีตกเป็นอาณานิคมของยโุ รป ที่เป็นชาวแอฟริ กนั ท่ีอาศยั อยใู่ นเมือง ภาษา : มีมากถึง 1,000 ภาษา แบ่งออกเป็น 4 กลมุ่ วฒั นธรรม กล่มุ ภาษาเซมติ ิก : ใชภ้ าษาชาติตะวนั ตก เช่น องั กฤษ ฝร่ังเศส โปรตุเกส สเปน อาหรับ โซมาเลีย เป็นภาษาราชการ กลุ่มภาษาซูดาน : เป็นภาษาพ้นื เมืองของคนในแถบ ทุ่งหญา้ สะวนั นา และทะเลทรายสะฮา กล่มุ ภาษาบนั ตู : ภาษาพ้นื เมืองทางภาคกลาง ตะวนั ออก และภาคใต้ ของทวปี กล่มุ ภาษาเฮาซา : กลุ่มภาษาทางการคา้ ของประชากร ภาคตะวนั ตกของทวีป ศาสนา : นบั ถือตามบรรพบุรุษ และนบั ถือศาสนา และอิสลาม การศึกษา : อตั ราประชากรที่รู้หนงั สืออยใู่ นเกณฑต์ ่าํ
5) ใหนกั เรียนและครรู วมกนั สรุปความรู ดังน้ี ลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรมของทวีปแอฟริกามีทงั้ สงั คมแบบดั้งเดมิ และ แบบตะวันตก มีภาษาพดู ตามลกั ษณะของชนเผา มคี วามเชือ่ ทางศาสนาตามบรรพบุรุษ การศกึ ษาโดยท่วั ไปมอี ัตราการรู หนงั สือของประชากรอยใู นเกณฑต่าํ 6) ใหนักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค ําถามทาทาย ดงั นี้ การท่ที วปี แอฟริกามีสงั คมหลากหลายชนเผา สง ผลตอการพฒั นาสังคมอยา งไร 8.สอื่ /แหลงการเรยี นรู 1) หนังสือเรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 2 2) แผนทท่ี วีปแอฟรกิ า 3) แผนที/่ เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร 9.การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา นเกณฑ แบบสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนใน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ในการเขารวมกจิ กรรม การเขารวมกิจกรรม
แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ปญ หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไขปญ หา ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ วา ท่ีร.ต.หญิง...................................ผูส อน (พชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอ เสนอแนะของผูอาํ นวยการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผูอ าํ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 23 รายวชิ าเศรษฐศาสตรนา รู รหสั วชิ า ส22103 กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 13 ภูมิศาสตรท วปี แอฟรกิ า เรื่อง สงิ่ แวดลอ มใหมท างสงั คมในทวปี ยุโรป จาํ นวน 2ช่งั โมง 1.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ส่งิ แวดลอมใหมท างสงั คมเปนสิง่ ตาง ๆ รอบตวั ทม่ี ีการเปลยี่ นแปลงปรบั ปรุงหรอื สรางขนึ้ ใหมม ผี ลตอการดํารงชีวิต และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ 2.ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ตัวชว้ี ดั ส 5.2 ม.2/1 วเิ คราะหการกอเกดิ ส่ิงแวดลอมใหมทางสงั คม อนั เปน ผลจากการเปลย่ี นแปลงทางธรรมชาติและทาง สงั คมของทวีปยุโรปและแอฟริกา ส 5.2 ม.2/2 ระบแุ นวทางการอนุรักษทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มในทวปี ยุโรปและแอฟรกิ า ส 5.2 ม.2/3 สาํ รวจ อภิปรายประเด็นปญหาเกย่ี วกับสง่ิ แวดลอ มทเี่ กดิ ขน้ึ ในทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ า ส 5.2 ม.2/4 วเิ คราะหเ หตุและผลกระทบท่ปี ระเทศไทยไดร บั จากการเปล่ยี นแปลงของสิง่ แวดลอมในทวีปยโุ รป และแอฟรกิ า จดุ ประสงคการเรยี นรู 1) นําเสนอความรูเก่ยี วกับสิง่ แวดลอ มใหมท างสังคมในทวีปแอฟรกิ า (K) 2) จาํ แนกความรูเร่ืองส่ิงแวดลอ มทางสงั คมของทวีปแอฟริกา (P) 3) สนใจศึกษาเรียนรูก ารเปล่ียนแปลงทางสงั คมของทวีปตาง ๆ เพอ่ื ประโยชนทางดา น การศกึ ษาและการดาํ เนินชีวิต ท้ังในปจจุบันและอนาคต (A) 3.สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) สิง่ แวดลอ มใหมท างสงั คมของทวปี แอฟรกิ า 4.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค 1) ใฝเ รียนรู 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครนู ําภาพสนามฟุตบอลทใี่ ชแขงขนั ฟตุ บอลโลกป 2010 มาใหน ักเรยี นดพู รอ มเลา ประวัติความเปนมา เพอ่ื นาํ เขาสู เน้อื หาบทเรยี นสิ่งแวดลอ มใหมทางสังคมของทวปี แอฟริกา
ดังตวั อยา ง หน่ึงในสนามการแข่งขนั ทบี่ รรจงสร้างอย่างวจิ ิตรศิลป์ เพอื่ เป็ นสังเวยี นรอบรองชนะเลศิ กรนี พอยท สเตเดียม สถานท่ีตัง้ : เคปทาวน ประเทศแอฟริกาใต ความจุ : 69,070 กรีน พอยท สเตเดียม หรือ เคปทาวน สเตเดียม ตั้งอยูในเมืองเคปทาวน ซิตี ทางตอนใตของประเทศแอฟริกา เปนหนึ่งในสนาม ฟุตบอลที่ถูกสรา งไดอยา งวจิ ติ รศลิ ป และเต็มไปดวยความนาหลงใหลทสี่ ดุ ซง่ึ การออกแบบผสมผสานระหวา งความทันสมยั แต คงไวดวยเอกลักษณในแบบแอฟริกา สนามแหงนี้ถูกวางไวรองรับการแขงขันฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศนอกจากจะใช เปนเวทีฟุตบอลโลก 2010 แลว ยังมีไวรองรับกิจกรรมที่สําคัญไมวาจะเปน พิธีการแสดง หรืองานคอนเสิรต กรีน พอยท สเตเดียม มีจุดเดนคือตั้งอยูติดมหาสมุทรขนาดที่วาโยนกอนหินจากสนามไปถึงไดเลย แถมยังรายลอมไปดวยภูเขาสูง เรียกวาเปนสนาม แหงธรรมชาติอยา งแทจริง สถานท่ีตั้งก็เดินทางมาไดอยางสะดวกสบาย สามารถเดินในระยะทางท่ีส้ันจากใจกลางเมืองสูสนาม หรอื ไมก ็จะมรี ถรบั สงคอยบรกิ าร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305