Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเทอม1-ผสาน

แผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเทอม1-ผสาน

Published by M D, 2021-04-08 02:42:26

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเทอม1-ผสาน

Search

Read the Text Version

3) ใหน กั เรียนสรุปความรู จดุ ประสงคข องการศึกษาประวตั พิ ุทธสาวก และพุทธสาวกิ า ขอ คดิ ทไี่ ดจาก การศึกษา และประโยชนท ่ไี ดรบั สรปุ เปน แผนภาพ 4) ใหน กั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ชาวพทุ ธตวั อยาง แลวใหน กั เรยี นศกึ ษา และวเิ คราะหพ ระราชประวัติ คณุ ธรรมแบบอยาง และพระราชกรณยี กจิ ของพระมหาธรรมราชาลไิ ทย สรปุ ความรูล งในแผนภาพ 5) ใหน กั เรยี นศึกษาวิเคราะหพระราชประวตั ิ คณุ ธรรมแบบอยา ง และพระกรณียกจิ ของสมเด็จพระ มหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส อภิปรายสรปุ ความรลู งในแผนภาพ 6) ใหนักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ชาดก แลว วเิ คราะหมิตตวนิ ทุกชาดก ราโชวาทชาดก แสดงความคดิ เห็นและตอบคาํ ถามรวมกัน จากนั้นสรปุ ความรูเ ปน แผนภาพความคดิ 7) ใหนักเรยี นทําชิน้ งาน เรอ่ื ง พุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า ชาดก และพุทธศาสนิกชนตัวอยาง 8) นักเรียนและครูรว มกันสรปุ ความรู ดงั น้ี พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา ชาดก และพุทธศาสนิกชน ตวั อยา ง เปน เรอ่ื งราว คาํ สอน และแบบอยางท่ดี ีในการดําเนินชีวติ ที่ทกุ คนพงึ ปฏบิ ัติเปนแบบอยางในการ ดาํ เนนิ ชีวิต 8.สื่อ/แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สอื เรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 2 2) แผนภาพ พทุ ธสาวก 3) การอภิปรายกิจกรรมกลมุ 4) บันทกึ แผนภาพ 5) ใบงาน พุทธสาวก พุทธสาวกิ า ชาดก และพทุ ธศาสนิกชนตัวอยา ง

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรขู องนกั เรยี น กจิ กรรมท่ีประเมนิ ................................................................................................................................ ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหัสวิชา ................. ชอ่ื ผูประเมิน ........................................................................................................................................ วันท่ที ํากจิ กรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นที่ ................. คาํ ชแี้ จง : ใหผ ูประเมนิ ใสเ ครื่องหมาย ลงในชองวางตามความเปน จรงิ ๓ = ตรงกบั การกระทํามากทีส่ ุด ๒ = ตรงกับการกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทํานอย ชอ่ื - สกลุ ความกระตอื รอื รน ความสนใจใน ปฏกิ ริ ยิ าโตต อบ รวม ในการเรียน การเรียน กับครผู สู อน คะแนน ๓ ๒๑ ๓๒๑ ๓๒๑ ลงช่อื …………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........

เกณฑก ารประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรขู องนกั เรียน เกณฑก ารใหค ะแนน ประเดน็ การประเมนิ ๓ ๒ ๑ ๑. ความกระตือรือรน มีความพรอม ตื่นตวั มคี วามพรอม ตื่นตวั ไมม ีความพรอ ม ไม ในการเรยี น กระชบั กระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตน่ื ตัวและไมก ระชบั เรียนรูต ลอดเวลาโดย เรียนรบู างเวลาครูตอง กระเฉงในการเรยี นรู ครูไมต องกระตนุ กระตุนเปน บางครั้ง ตลอดเวลาโดยครูตอง กระตนุ เปนประจาํ ๒. ความสนใจในการ มคี วามตัง้ ใจเรยี นและ มคี วามตง้ั ใจเรียนและ มกี ารหยอกลอ พูดคุย เรยี น ตงั้ ใจปฏิบัติไมหยอกลอ ตงั้ ใจปฏบิ ตั ิเปน เสียงดังรบกวนเพ่ือน พดู คยุ เสยี งดงั ในเวลา บางคร้งั มีการหยอกลอ และครูผสู อน เรียน พูดคยุ เสยี งดังเปน บางครง้ั ๓. ปฏกิ ริ ยิ าโตตอบกับ ผูเ รยี นโตตอบกับ ผเู รียนโตตอบกับ นานๆ ครง้ั ผูเรยี นจะ ครูผูสอน ครผู สู อนอยเู ปน ประจํา ครผู ูสอนอยูเ ปน โตตอบกบั ครูผูสอนบาง ในการถาม-ตอบ บางคร้งั ในการถาม- ในการถาม-ตอบ คาํ ถาม ตอบ คําถาม คําถาม เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชวงคะแนน ๓ หมายถงึ ดี ๗–๙ ๒ หมายถึง พอใช ๔–๖ ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ ๑–๓

แบบประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลุม กิจกรรมที่ประเมิน ............................................................................................................................... ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ........ / ............ วิชา ........................................................... รหัสวชิ า ................. วันทีท่ ํากิจกรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรียนที่ ................. รายชือ่ สมาชกิ กลมุ ๑. .................................................................................... เลขที่ .................... ๒. .................................................................................... เลขที่ .................... ๓. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๔. .................................................................................... เลขที่ .................... ๕. .................................................................................... เลขที่ .................... ๖. .................................................................................... เลขที่ .................... ๗. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๘. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๙. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๑๐. .................................................................................. เลขที่ .................... คาํ ชแ้ี จง : ใหผ ูประเมนิ ใสเคร่อื งหมาย ลงในชองวางตามความเปน จริง เกณฑก ารประเมิน ๔ = ดมี าก ๓ = ดี ๒ = พอใช ๑ = ปรบั ปรุง ท่ี รายการประเมิน ๔๓๒๑ ๑ การวางแผนการทาํ งาน ๒ การปรึกษาและรวมมือกันทาํ งาน ๓ ความรบั ผดิ ชอบตอหนาที่ ๔ ผลงานเสรจ็ ตามกําหนดเวลา ๕ การนําเสนอผลงาน ลงชื่อ ........................................ ผปู ระเมิน ( ................................... ) ......... / .................. / ..........

เกณฑก ารประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลุม ประเดน็ เกณฑก ารใหค ะแนน การประเมิน ๔๓๒ ๑ ๑. การวางแผน มีการวางแผนใน มีการวางแผนการ มกี ารวางแผนใน ไมมีการวางใน การทํางาน การทํางานทกุ ทาํ งานทุกข้ันตอน การทาํ งานบาง การทํางานทุก ๒. การปรึกษา ข้นั ตอนตัง้ แตเริ่ม ขณะทํากจิ กรรม ขนั้ ตอน ขนั้ ตอน และรวมมือกัน กิจกรรม ไมมีการปรกึ ษา ทาํ งาน มีการปรกึ ษา มกี ารปรึกษา มกี ารปรึกษา พดู คุยแลกเปลยี่ น ๓. ความ พูดคุยแลกเปลยี่ น พูดคุยแลกเปลย่ี น พดู คุยกันบา ง ซกั ถามขอสงสยั รับผิดชอบตอ ซักถามขอสงสยั ซกั ถามขอ สงสยั เลก็ นอย เลย หนา ท่ี ในการทาํ งานทกุ ขณะทาํ กจิ กรรม ๔. ผลงานเสรจ็ ขัน้ ตอนตั้งแตเ ริ่ม ไมป ฏบิ ตั ิงานทุก ตามกาํ หนดเวลา กิจกรรม อยางตามที่ไดรับ ปฏบิ ัตงิ านทกุ ปฏิบัติงานทุก ปฏบิ ัติงานตามที่ มอบหมายอยา ง ๕. การนําเสนอ อยา งตามที่ไดรับ อยางตามท่ีไดรบั ไดร ับมอบหมาย เตม็ ศกั ยภาพ ผลงาน มอบหมายอยาง มอบหมาย ไดเปน สว นใหญ ไมปฏบิ ตั ิงานตาม เต็มศักยภาพ แตไ มค รบทุก ระยะเวลาท่ี อยาง กาํ หนดผลงาน สามารถ ปฏบิ ัตงิ านตาม ปฏิบัตงิ านตาม ออกมาไมม ี ปฏิบัติงานไดตรง ระยะเวลาท่ี ระยะเวลาที่ คณุ ภาพ ตามระยะเวลาท่ี กาํ หนดแต กําหนดแต มผี ลการทาํ งาน กําหนดผลงาน เสยี เวลาเลก็ นอย เสียเวลาเล็กนอ ย เนอื้ หาถูกตอง ออกมามีคณุ ภาพ ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไม ครบถวนเสร็จไม คุณภาพ มคี ุณภาพ ทนั เวลา มผี ลการทาํ งาน มีผลการทํางาน มีผลการทาํ งาน เนือ้ หาถกู ตอ ง เนือ้ หาถกู ตอ ง เนือ้ หาถูกตอ ง ครบถวนสมบูรณ ครบถวนเสรจ็ ครบถวนเสร็จ สมาชิกทกุ คนมี ทันเวลา ทนั เวลาบางครง้ั สว ยรวมเสร็จ ทันเวลา เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชว งคะแนน ๔ หมายถึง ดีมาก ๓ หมายถงึ ดี รอยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ๒ หมายถงึ พอใช รอ ยละ ๗๐-๗๙ ๑ หมายถึง ปรับปรงุ รอยละ ๖๐-๖๙ ตาํ่ กวา รอ ยละ ๖๐

เกณฑก ารประเมนิ ใบงาน ระดบั คณุ ภาพ รายการประเมิน ปรบั ปรุง ( ๑-๗ ๑) การตอบคําถามตรง ดี ( ๑๕-๒๐ คะแนน) พอใช ( ๘-๑๔ คะแนน) คะแนน) ประเดน็ ตอบคําถามไดอยา ง ตอบคาํ ถามไดอยา ง ตอบคําถามไมตรง ๒) เน้ือหาสาระถกู ตอง ถกู ตอ งครบถวนตรง ถกู ตอ งครบถว นตรง ประเดน็ ๓) ทาํ งานเรียบรอยงาน ประเดน็ พรอมยกตัวอยาง ประเด็นแตข าดการ สําเร็จตรงเวลา ประกอบได ยกตวั อยางประกอบ เนื้อหาสาระถกู ตอ ง เนอื้ หาสาระถกู ตอ งแตไ ม เนือ้ หาสาระไมถูกตอ ง ครบถวน ครบถว น ทํางนไดเรยี บรอยและ ทาํ งานเรียบรอ ยไมตรง ทํางานไมเ รยี บรอยและ งานสาํ เร็จตรงเวลา เวลา ไมต รงเวลา เกณฑก ารประเมนิ แผนผงั มโนทัศน ระดบั คณุ ภาพ ประเดน็ การประเมิน ดี ( ๘-๑๐ คะแนน) ปรบั ปรงุ ( ๑-๔ พอใช ( ๗-๕ คะแนน ) คะแนน) ๑) เนื้อหา - เนอ้ื หาถูกตอง - เน้อื หาตรงตามหวั ขอ - เน้อื หาเปน ไปตามที่ - เน้ือหาตรงตามหวั ขอเรอื่ ง เรอื่ ง กําหนด - เน้ือหาเปนไปตามท่ี - เน้อื หาเปนไปตามที่ - รายละเอยี ดครอบคลมุ กาํ หนด กาํ หนด - เนื้อหาสอดคลอง - รายละเอียดครอบคลุม - รายละเอยี ดครอบคลุม - เนือ้ หาสอดคลอ ง - เนื้อหาสอดคลอง ๒) รูปแบบ - รปู แบบถกู ตอ งตามท่ี - รูปแบบแปลกใหม - รูปภาพมสี ีสนั สวยงาม กาํ หนด - รปู ภาพมสี ีสนั สวยงาม - รูปภาพสมั พนั ธก บั - รูปแบบแปลกใหม - รปู ภาพสมั พนั ธก บั เน้อื หา เนือ้ หา - รูปภาพมสี ีสนั สวยงาม - รูปภาพสมั พนั ธก บั เนอื้ หา

แบบบนั ทกึ ผลหลงั แผนการสอน ผลการเรยี น ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ปญ หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... แนวทางการแกไขปญ หา ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ..................................................ผูสอน (วาท่ีร.ต.หญงิ พัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอ เสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปน ทา) ผูอํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 8 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา รหสั วิชา ส22101 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 2 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา เร่ือง พระรตั นตรยั อรยิ สัจ จาํ นวน 3ชั่งโมง 1. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด หลกั ธรรมคําสอนเปนส่งิ สาํ คญั ของแตละศาสนา หรอื อาจกลาวไดวา หากปราศจากหลักธรรมคําสั่ง สอนแลว กเ็ ปรยี บเสมอื นกับไมมีศาสนา สาํ หรบั หลักธรรมคาํ สัง่ สอนของพระพุทธศาสนามอี ยูแลว พระพุทธ องคเ ปน เพียงผูทรงคน พบและนาํ มาเผยแผแ กมวลมนษุ ย เพ่อื ใหเกดิ ความสงบสุขข้ึนในโลก เมื่อพระพทุ ธเจา จวนเสรจ็ ดับขนั ธป รนิ พิ พาน พระองคไดตรัสแกพ ระอานนทวา ธรรมวินยั ใดท่ีเราตถาคตแสดงแลวบญั ญตั ิแลว แกเธอทัง้ หลาย ธรรมวินยั นน้ั จักเปนศาสดาของเธอท้ังหลาย เมื่อเราตถาคตลว งลับไปแลว หมายความวา พระ ธรรมเปนตัวแทนของพระพทุ ธเจา 2. ตวั ชวี้ ดั /จดุ ประสงคก ารเรียนรู ตวั ช้ีวดั ส1.1ม. 2/8 อธิบายธรรมคณุ และขอธรรมสําคญั ในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลกั ธรรมของศาสนา ทต่ี นนบั ถอื ตามที่กาํ หนด เหน็ คุณคาและนาํ ไปพฒั นาแกป ญหาของชุมชนและสงั คม จุดประสงคการเรียนรู 1) อธบิ ายธรรมคุณ 6 ประการ (K) 2) ศึกษา จาํ แนกแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในหลักธรรมคุณ 6 ในชีวติ ประจําวนั (P) 3) เห็นคุณคา และความสาํ คญั ของการปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรมคณุ 6 ในการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวัน (A) 3. สาระการเรียนรแู กนกลาง 1) พระรตั นตรัย 2) อรยิ สจั 4 4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) การส่อื สาร 6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 2) ใฝเ รียนรู 1) รักชาติ ศาสน กษตั รยิ  7.กิจกรรมการเรียนรู 1) ครใู หน ักเรยี นรว มกนั สนทนาเกย่ี วกับพระรตั นตรัย เพื่อทบทวนความรกู อ นนาํ เขาสู บทเรยี น โดยครูใชค าํ ถาม ดงั นี้ -พระรัตนตรยั หมายถงึ อะไร (แกวอันประเสรฐิ 3 ประการ ไดแก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ) -พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ หมายถงึ อะไร (พระพทุ ธ คอื พระพทุ ธเจา ผูตรัสรู ธรรมโดยพระองคเ อง ประกอบดวยคุณ 9 ประการ เรียกวา พทุ ธคณุ 9 และพระคุณโดยยอ 3 ประการ พระธรรม คอื คาํ สอนทพ่ี ระพุทธเจา ทรงแสดงเอาไวห ลังจากตรัสรู เรยี กวา พระธรรมคุณ 6 พระสงฆ คือ ผปู ฏิบตั ติ ามคาํ สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา ประกอบดวยบุคคล 2 ประเภท คือ สมมุตสิ งฆ คอื ผู อุปสมบท ศกึ ษาพระธรรมวนิ ัย และพระอริยสงฆ คอื ผศู กึ ษาปฏิบตั ิธรรมจนบรรลุธรรมตามพระพทุ ธเจาตัง้ แต พระโสดาบัน-พระอรหันต) 2) ครูใหนกั เรยี นรว มกนั ศกึ ษาพระธรรมคุณ 6 ประการโดยครใู หน กั เรยี นรว มกนั จาํ แนก พระธรรมคุณ 6 ประการ โดยการสวดบทพระธรรมคณุ พรอ มกนั ดงั นี้

บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (รับพร้อมกนั ) ส่วนชอบ (นาํ ) ธรรมะคือคุณากร ส่องสตั วส์ นั ดาน สาธร เป็ นแปดพึงยล ดุจดวงประทีปชชั วาล อนั ลึกโอฬาร แห่งองคพ์ ระศาสดาจารย์ นามขนานขานไข สวา่ งกระจ่างใจมล ธรรมใดนบั โดยมรรคผล และเกา้ กบั ท้งั นฤพาน สมญาโลกอุดรพิสดาร พิสุทธ์ ิพิเศษสุกใส อีกธรรมตน้ ทางครรไล ปฏิบตั ิปริยตั ิเป็นสอง จากนนั้ ครูเขียนพระธรรมคณุ 6 เปนภาษาบาลี ใหน กั เรยี นแปลความหมายรวมกนั ดงั น้ี สวากขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยโิ ก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิ ◌ฺ �ูหีติ 3) ใหน ักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็นเพ่ือสรุปความรเู กยี่ วกับหลกั ธรรมคุณ 6 โดยครูใชค ําถามดงั น้ี -นักเรยี นเขา ใจเก่ียวกับหลักธรรมคุณ 6 วาอยางไร (ตัวอยา งคาํ ตอบ หลักธรรมคุณ 6 คือ ลกั ษณะ หรอื คุณสมบัตขิ องหลักธรรมของพระพุทธเจา เปน คณุ ลักษณะที่แทจ รงิ โดยชาวพุทธหรือบคุ คลทวั่ ไปสามารถ พสิ จู นไ ดดว ยการนาํ ไปปฏิบัติ) -นักเรยี นมวี ิธนี าํ หลกั ธรรมคุณ 6 ไปปฏบิ ัติในชีวติ อยา งไร (ตัวอยา งคําตอบ ตระหนกั ถึงคณุ คา และ ความสําคญั ของหลักธรรมเสมอดําเนินชีวติ โดยยึดหลักธรรมเปน แสงสวา งนําทาง) -เมือ่ นาํ หลกั ธรรมคุณ 6 มาใชปฏบิ ตั ใิ นชวี ิตกอใหเกิดผลตอ ตนเองและสงั คมอยางไร (ตัวอยางคําตอบ ตอตนเอง ชีวติ มีความสงบสขุ ไมวุน วาย และไมตกไปสอู บายมขุ หนทางแหง ความเสอื่ ม ตอ สงั คม สังคมสงบสุข ปญหาตา ง ๆ ลดลง สงั คมมคี วามเจรญิ รุง เรืองในดา นตางๆ) เมอื่ นกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเหน็ เพอื่ ตอบคําถามจนไดข อ สรุปรวมกันแลว ใหนกั เรยี นนาํ ขอ สรปุ ท่ีไดไ ป เขยี นสรปุ ลงในแผนภาพ ดังตัวอยา ง 4) ใหน กั เรียนรวมกนั สรุปความรู ดังน้ี ธรรมคณุ 6 เปน หน่งึ ในพระรตั นตรยั เปน ธรรมท่ีพระพุทธเจา ตรัสไวด ีแลว พระธรรม ทผ่ี ศู กึ ษาพึงปฏิบตั ิเห็นไดด ว ยตนเองไมจ าํ กัดกาลเวลา สามารถพิสูจนได เปนธรรมที่ ควรนอมนํามาปฏิบัติ ผปู ฏบิ ัตสิ ามารถรูไ ดเฉพาะตน 5) ใหนักเรยี นรวมกันแสดงความคิดเห็นโดยครใู ชคําถามทา ทาย ดังนี้ ธรรมะคอื คุณากร นักเรียนจะ นาํ ธรรมะมาปฏิบัตเิ สรมิ สรา งชีวติ ของตนเองใหประสบกับความสุขความเจรญิ รงุ เรอื งอยางไร 6) ใหน กั เรยี นทําชิ้นงานเร่อื ง พระธรรมคุณ 6 8.สือ่ /แหลง การเรยี นรู 1) หนังสอื เรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 2) แผนภาพ พุทธสาวก 3) การอภิปรายกจิ กรรมกลมุ 4) บันทึกแผนภาพ 5) ช้ินงานเรือ่ ง พุทธสาวก พุทธสาวกิ า ชาดก และพทุ ธศาสนิกชนตวั อยา ง

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรขู องนกั เรยี น กิจกรรมท่ีประเมิน ................................................................................................................................ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ........ / ............ วิชา ........................................................... รหัสวิชา ................. ชอื่ ผปู ระเมนิ ........................................................................................................................................ วนั ที่ทาํ กิจกรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นที่ ................. คาํ ชแ้ี จง : ใหผปู ระเมนิ ใสเครอื่ งหมาย ลงในชอ งวางตามความเปน จรงิ ๓ = ตรงกบั การกระทาํ มากที่สดุ ๒ = ตรงกบั การกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทํานอย ช่ือ - สกลุ ความกระตอื รือรน ความสนใจใน ปฏกิ ริ ยิ าโตต อบ รวม ในการเรียน การเรียน กับครผู สู อน คะแนน ๓ ๒๑ ๓๒๑ ๓๒๑ ลงชอ่ื …………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........

เกณฑก ารประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรขู องนกั เรียน เกณฑก ารใหค ะแนน ประเดน็ การประเมนิ ๓ ๒ ๑ ๑. ความกระตือรือรน มีความพรอม ตื่นตวั มคี วามพรอม ตื่นตวั ไมม ีความพรอ ม ไม ในการเรยี น กระชบั กระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตน่ื ตัวและไมก ระชบั เรียนรูต ลอดเวลาโดย เรียนรบู างเวลาครูตอง กระเฉงในการเรยี นรู ครูไมต องกระตนุ กระตุนเปน บางครั้ง ตลอดเวลาโดยครูตอง กระตนุ เปนประจาํ ๒. ความสนใจในการ มคี วามตัง้ ใจเรยี นและ มคี วามตง้ั ใจเรียนและ มกี ารหยอกลอ พูดคุย เรยี น ตงั้ ใจปฏิบัติไมหยอกลอ ตงั้ ใจปฏบิ ตั ิเปน เสียงดังรบกวนเพ่ือน พดู คยุ เสยี งดงั ในเวลา บางคร้งั มีการหยอกลอ และครูผสู อน เรียน พูดคยุ เสยี งดังเปน บางครง้ั ๓. ปฏกิ ริ ยิ าโตตอบกับ ผูเ รยี นโตตอบกับ ผเู รียนโตตอบกับ นานๆ ครง้ั ผูเรยี นจะ ครูผูสอน ครผู สู อนอยเู ปน ประจํา ครผู ูสอนอยูเ ปน โตตอบกบั ครูผูสอนบาง ในการถาม-ตอบ บางคร้งั ในการถาม- ในการถาม-ตอบ คาํ ถาม ตอบ คําถาม คําถาม เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชวงคะแนน ๓ หมายถงึ ดี ๗–๙ ๒ หมายถึง พอใช ๔–๖ ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ ๑–๓

เกณฑก ารประเมนิ ใบงาน ระดับคณุ ภาพ รายการประเมนิ ดี ( ๑๕-๒๐ คะแนน) พอใช ( ๘-๑๔ คะแนน) ปรบั ปรงุ ( ๑-๗ คะแนน) ๑) การตอบคาํ ถามตรง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคาํ ถามไดอยา ง ตอบคาํ ถามไมตรง ประเด็น ถกู ตอ งครบถว นตรง ถกู ตองครบถวนตรง ประเดน็ ประเดน็ พรอมยกตวั อยาง ประเด็นแตข าดการ ๒) เนือ้ หาสาระถูกตอง ประกอบได ยกตัวอยางประกอบ ๓) ทํางานเรยี บรอ ยงาน เน้อื หาสาระถูกตอ ง เนอ้ื หาสาระถกู ตอ งแตไ ม เนื้อหาสาระไมถูกตอ ง สาํ เรจ็ ตรงเวลา ครบถวน ครบถวน ทาํ งนไดเรียบรอยและ ทาํ งานเรียบรอยไมตรง ทาํ งานไมเรียบรอยและ งานสําเร็จตรงเวลา เวลา ไมตรงเวลา

แบบบนั ทกึ ผลหลงั แผนการสอน ผลการเรยี น ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ปญ หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... แนวทางการแกไ ขปญ หา ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................ผูสอน (วาทรี่ .ต.หญิงพชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผูอํานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 21

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 9 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา รหสั วิชา ส22101 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 พระไตรปฎ กและพระพทุ ธศาสนสภุ าษติ เรอ่ื ง โครงสรา งและความสาํ คญั ของพระไตรปฎก พระพทุ ธศาสนสภุ าษติ จํานวน 3ชงั่ โมง 1. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด พระไตรปฎ กเปน คัมภีรทบี่ รรจุหลกั ธรรมคาํ สอนของพระพุทธเจา ซึง่ แตเดมิ มกี ารถา ยทอดตอ ๆกันมา ดวยการทอ งจํา ภายหลังจึงไดม กี ารจารึกเปนลายลกั ษณอ กั ษร พระไตรปฎ กจงึ มสี ว นสําคัญในการสืบตอ พระพุทธศาสนา ดงั นน้ั พระพทุ ธศาสนกิ ชนท่ีดจี ึงควรศกึ ษาพระไตรปฎ กเพ่ือใหม คี วามรู ความเขา ใจใน หลักธรรมคาํ สอนของพระพุทธศาสนนาไดดียิ่งข้ึน 2. ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงคก ารเรียนรู ตัวชีว้ ดั ส1.1ม. 2/7 อธบิ ายโครงสรางและสาระโดยสังเขปของพระไตรปฎ ก หรอื คมั ภรี ของศาสนา ทต่ี นนบั ถือ ส1.1ม. 2/8 อธบิ ายธรรมคุณและขอธรรมสาํ คญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลกั ธรรมของศาสนา ที่ตนนับถอื ตามทกี่ าํ หนด เหน็ คณุ คาและนําไปพฒั นาแกป ญ หาของชมุ ชนและสังคม จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายความโครงสรางและสําคญั ของพระไตรปฎก พระพุทธศาสนสภุ าษติ (K) 2) ศกึ ษา จาํ แนกแนวทางของพระไตรปฎ ก พระพทุ ธศาสนสุภาษิต ในชีวิตประจาํ วนั (P) 3) เห็นคุณคา และความสําคญั พระไตรปฎ ก พระพทุ ธศาสนสภุ าษิต ในการดาํ เนิน ชวี ิตประจาํ วนั (A) 3. สาระการเรยี นรแู กนกลาง 1) โครงสรา ง และสาระสงั เขปของพระวินัยปฎก พระสุตตนั ตปฎ ก และพระอภธิ รรมปฎ ก 2) พระพุทธศาสนสุภาษิต 4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ทกั ษะชวี ิต 6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 1) ใฝเรียนรู 7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ครนู าํ แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre-Test) เพื่อทดสอบพนื้ ฐานความรนู ักเรยี นกอ นจดั กิจกรรมการ เรียนหนวยการเรียนรูท ี่ 4 เรอ่ื ง พระไตรปฎ กและพระพุทธศาสนสุภาษิต 2) ครใู หน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายถึงความหมาย และความสาํ คญั ของพระไตรปฎ ก และพทุ ธศาสนสภุ าษิต แลวรว มกนั สรุปความหมาย ความสําคญั ประโยชน และหมวดหมพู ระไตรปฎกเปน แผนภาพ 3) ใหนักเรียนทําช้นิ งาน เรือ่ ง สาระสําคัญของพระไตรปฎก พทุ ธศาสนสุภาษิต 4) ครแู บงนกั เรียนออกเปน 3 กลมุ ศึกษาวเิ คราะหโ ครงสรา งและสาระโดยสังเขปของพระไตรปฎก พทุ ธศาสนสุภาษติ สรุปความรแู ลกเปลย่ี นประสบการณหนา ชัน้ เรียน จบแลว ครสู รปุ โครงสรางของ พระไตรปฎ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ 5) ใหน กั เรยี นทําชิ้นงาน เร่ือง โครงสรางของพระไตรปฎ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

6) ใหน ักเรียนรว มกันศึกษาและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเร่ืองนารูจ ากจูฬกัมมวิภังคสูตร จากพระ สตุ ตันตปฎ ก จากนั้น ครูนาํ บตั รคาํ และแถบประโยคมาใหน ักเรียนอานและเลน เกมจับคูบ ัตรคํากบั แถบประโยค ที่สัมพันธกนั ทแี่ สดงถึงผลกรรมกบั เหตแุ หง ผลกรรม 7) ใหน กั เรียนทาํ ช้นิ งาน เรือ่ ง พระไตรปฎ ก : จูฬกมั มวภิ ังคสูตร 8) ใหน กั เรยี นทําชนิ้ งาน เรื่อง โครงสรางของคําศัพทท างพระพทุ ธศาสนา 9) ใหน ักเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-Test) เพือ่ ประเมินผลการเรยี นหนวยการเรียนรูท ่ี 4 10) นักเรยี นและครูรว มกันสรุปความรู ดังนี้ -พระไตรปฎกเปน คมั ภีรส าํ คญั ของพระพุทธศาสนา เปน ท่เี ก็บรวบรวมคําสอนขอพระพุทธเจา ท่พี ุทธศาสนิกชนควรศกึ ษาเพือ่ ใหเกิดความเขาใจอยางถูกตองและเพ่อื ธาํ รงพระพทุ ธศาสนาใหคงอยตู ลอดไป 8.ส่ือ/แหลง การเรยี นรู 1) หนังสือเรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) บัตรคําและแถบประโยค 3) คําศัพทท างพระพทุ ธศาสนา 4) ชิ้นงานเรอ่ื ง สาระสาํ คญั ของพระไตรปฎก 5) ช้ินงานเรอ่ื ง โครงสรา งของพระไตรปฎก 6) ชนิ้ งานเร่ือง พระไตรปฎ ก : จฬู กัมมวิภังคสตู ร 7) ชน้ิ งานเรื่อง คําศัพทท างพระพุทธศาสนา

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูของนกั เรยี น กิจกรรมทป่ี ระเมนิ ................................................................................................................................ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหสั วิชา ................. ช่ือผปู ระเมิน ........................................................................................................................................ วันทีท่ ํากิจกรรม วันที่ ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นท่ี ................. คาํ ชแี้ จง : ใหผูป ระเมินใสเครือ่ งหมาย ลงในชองวา งตามความเปนจริง ๓ = ตรงกับการกระทํามากที่สดุ ๒ = ตรงกบั การกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทาํ นอ ย ความกระตือรือรน ความสนใจใน ปฏิกริ ยิ าโตตอบ ช่ือ - สกลุ ในการเรียน การเรยี น กบั ครูผูสอน รวม ๓ ๒๑ ๓๒๑ คะแนน ๓๒๑ ลงช่ือ……………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูของนกั เรียน เกณฑก ารใหค ะแนน ประเดน็ การประเมิน ๓๒๑ ๑. ความกระตือรือรน มคี วามพรอ ม ตื่นตวั มีความพรอม ตื่นตวั ไมม ีความพรอ ม ไม ในการเรยี น กระชับกระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตื่นตัวและไมก ระชับ เรียนรูต ลอดเวลาโดย เรยี นรบู างเวลาครูตอ ง กระเฉงในการเรียนรู ครูไมตองกระตุน กระตุนเปน บางครัง้ ตลอดเวลาโดยครตู อง กระตนุ เปน ประจํา ๒. ความสนใจในการ มคี วามต้งั ใจเรยี นและ มคี วามต้งั ใจเรียนและ มีการหยอกลอ พดู คุย เรียน ตั้งใจปฏบิ ัติไมหยอกลอ ตงั้ ใจปฏบิ ตั เิ ปน เสียงดังรบกวนเพ่อื น พูดคยุ เสยี งดังในเวลา บางคร้ังมีการหยอกลอ และครูผสู อน เรยี น พูดคยุ เสยี งดงั เปน บางครงั้ ๓. ปฏิกริ ิยาโตตอบกบั ผูเรยี นโตตอบกบั ผเู รยี นโตตอบกับ นานๆ ครง้ั ผูเ รยี นจะ ครูผูสอน ครผู สู อนอยูเปน ประจาํ ครผู ูส อนอยเู ปน โตต อบกับครผู สู อนบาง ในการถาม-ตอบ บางครงั้ ในการถาม- ในการถาม-ตอบ คาํ ถาม ตอบ คาํ ถาม คาํ ถาม เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชวงคะแนน 3 หมายถงึ ดี 7-9 2 หมายถึง พอใช 4-6 1 หมายถึง ปรับปรงุ 1-3

แบบประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลมุ กจิ กรรมทป่ี ระเมนิ ............................................................................................................................... ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหสั วิชา ................. วนั ทีท่ ํากิจกรรม วันที่ ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรียนที่ ................. รายช่อื สมาชิกกลมุ ๑. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๒. .................................................................................... เลขที่ .................... ๓. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๔. .................................................................................... เลขที่ .................... ๕. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๖. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๗. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๘. .................................................................................... เลขที่ .................... ๙. .................................................................................... เลขที่ .................... ๑๐. .................................................................................. เลขที่ .................... คําชแ้ี จง : ใหผ ูป ระเมนิ ใสเ คร่อื งหมาย ลงในชองวางตามความเปน จรงิ เกณฑก ารประเมนิ ๔ = ดมี าก ๓ = ดี ๒ = พอใช ๑ = ปรับปรุง ท่ี รายการประเมนิ ๔๓๒๑ ๑ การวางแผนการทํางาน ๒ การปรึกษาและรว มมือกนั ทาํ งาน ๓ ความรับผดิ ชอบตอหนาท่ี ๔ ผลงานเสร็จตามกาํ หนดเวลา ๕ การนําเสนอผลงาน ลงช่ือ……......................................... ผูประเมิน (……….......................................) ......... / .................. / ..........

เกณฑก ารประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ประเดน็ เกณฑก ารใหค ะแนน การประเมนิ ๔๓ ๒ ๑ ๑. การวางแผนการ มีการวางแผนในการ มกี ารวางแผนการ มีการวางแผนในการ ไมม ีการวางใน ทาํ งาน ทํางานทุกข้นั ตอน ทาํ งานทุกขั้นตอน ทาํ งานบางข้นั ตอน การทาํ งานทุก ๒. การปรึกษาและ ต้งั แตเ ริม่ กิจกรรม ขณะทํากจิ กรรม ข้ันตอน รวมมือกนั ทาํ งาน มกี ารปรกึ ษาพูดคุย มีการปรกึ ษาพูดคุย มกี ารปรกึ ษาพูดคุย ไมมีการปรึกษา แลกเปลีย่ นซกั ถาม แลกเปลี่ยนซักถาม กนั บา งเล็กนอย พดู คยุ แลกเปลย่ี น ๓. ความรบั ผิดชอบตอ ขอ สงสัยในการ ขอ สงสยั ขณะทาํ ซักถามขอ สงสยั หนาท่ี ทํางานทกุ ขั้นตอน กิจกรรม เลย ๔. ผลงานเสรจ็ ตาม ตั้งแตเ รมิ่ กิจกรรม ไมป ฏบิ ตั งิ านทุก กําหนดเวลา ปฏิบตั ิงานทกุ อยาง ปฏิบตั งิ านทุกอยา ง ปฏบิ ัติงานตามที่ อยา งตามที่ไดรบั ตามทไ่ี ดร ับ ตามที่ไดรับ ไดร บั มอบหมายได มอบหมายอยาง ๖. การนําเสนอผลงาน มอบหมายอยา งเต็ม มอบหมาย เปนสวนใหญแ ตไม เต็มศักยภาพ ศกั ยภาพ ครบทกุ อยาง ไมป ฏิบตั งิ านตาม สามารถปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ตั ิงานตาม ปฏิบัตงิ านตาม ระยะเวลาท่ี ไดต รงตาม ระยะเวลาทกี่ าํ หนด ระยะเวลาทก่ี าํ หนด กําหนดผลงาน ระยะเวลาทก่ี าํ หนด แตเสียเวลาเล็กนอ ย แตเ สยี เวลาเลก็ นอ ย ออกมาไมมี ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไมมี คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ มผี ลการทํางาน มีผลการทาํ งาน มีผลการทํางาน มผี ลการทาํ งาน เนื้อหาถกู ตอ ง เน้อื หาถูกตอง เนื้อหาถูกตอ ง เนอื้ หาถกู ตอ ง ครบถว นเสร็จไม ครบถว นสมบรู ณ ครบถว นเสรจ็ ครบถว นเสรจ็ ทนั เวลา สมาชิกทกุ คนมีสวย ทันเวลา ทนั เวลาบางคร้ัง รวมเสร็จทนั เวลา เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชว งคะแนน ๔ หมายถึง ดมี าก ๓ หมายถึง ดี รอยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ๒ หมายถึง พอใช รอยละ ๗๐ – ๗๙ ๑ หมายถึง ปรบั ปรงุ รอ ยละ ๖๐ - ๖๙ ตาํ่ กวา รอยละ ๖๐

เกณฑก ารประเมนิ ใบงาน ระดับคณุ ภาพ รายการประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรงุ ) ๑) การตอบคาํ ถามตรง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคําถามไมตรง ประเด็น ถกู ตองครบถว นตรง ถกู ตองครบถวนตรง ประเด็น ประเด็นพรอ มยกตัวอยา ง ประเด็นแตข าดการ ๒) เนื้อหาสาระถกู ตอง ประกอบได ยกตวั อยา งประกอบ ๓) ทํางานเรียบรอยงาน เน้ือหาสาระถูกตอง เนอื้ หาสาระถูกตอ งแตไม เนอ้ื หาสาระไมถ กู ตอ ง สาํ เรจ็ ตรงเวลา ครบถว น ครบถว น ทาํ งนไดเ รียบรอยและ ทํางานเรยี บรอยไมตรง ทาํ งานไมเรียบรอยและ งานสําเร็จตรงเวลา เวลา ไมต รงเวลา เกณฑก ารประเมินแผนผงั มโนทัศน ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรงุ ) ๑) เนอ้ื หา - เนอ้ื หาถูกตอ ง - เนื้อหาตรงตามหัวขอ - เนอื้ หาเปนไปตามที่ ๒) รูปแบบ - เนอ้ื หาตรงตามหวั ขอ เรือ่ ง เรอ่ื ง กาํ หนด - เนื้อหาเปนไปตามที่ - เนือ้ หาเปน ไปตามท่ี - รายละเอยี ดครอบคลุม กาํ หนด กําหนด - เน้อื หาสอดคลอง - รายละเอียดครอบคลุม - รายละเอยี ดครอบคลมุ - เนือ้ หาสอดคลอ ง - เนือ้ หาสอดคลอง - รูปแบบถกู ตอ งตามที่ - รปู แบบแปลกใหม - รปู ภาพมสี ีสนั สวยงาม กําหนด - รูปภาพมสี สี นั สวยงาม - รูปภาพสัมพนั ธก บั - รปู แบบแปลกใหม - รปู ภาพสัมพนั ธก ับเนอ้ื หา เนือ้ หา - รปู ภาพมีสสี นั สวยงาม - รปู ภาพสัมพนั ธกับเนื้อหา

แบบทดสอบกอ นเรยี น (Pre - Test) ได_้ ______คะแนน ชอ่ื ______________________ นามสกลุ ______________เลขท_่ี _____ช้ัน _____ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใหร ะบายคาํ ตอบทีถ่ กู ตอ งลงในวงกลมตัวเลอื กใหเ ตม็ วง (หา มระบายนอกวง) 1. หมวดขุททกนกิ ายในพระสุตตนั ตปฎกกลาวถงึ เร่อื งใด 1 ชมุ นุมพระสตู รขนาดยาว 2 ภาษิต คําอธบิ าย และเรอื่ งราวเบด็ เตลด็ 3 ชมุ นมุ พระสูตรท่ีจดั กลมุ ตามหัวขอ เร่อื งที่เกย่ี วขอ ง 4 ชุมนมุ พระสตู รท่จี ัดเปนหมวดตามหัวขอ ธรรม 2. ขอ ใดใหค วามหมายพระไตรปฎ กไมถ กู ตอง 1 พระไตรปฎก : คมั ภีรของพระพุทธศาสนาทรี่ วบรวมพระธรรมคําสอนของพระพุทธเจา 2 พระวนิ ยั ปฎก : สว นทเ่ี ปนศลี วินัยขอ บังคับของภิกษแุ ละภกิ ษณุ ี 3 พระสตุ ตนั ตปฎก : ประมวลพุทธพจนท่ีทรงแสดงโดยมีเรื่องราวเหตุการณประกอบ 4 พระอภธิ รรมปฎก : คาํ อธบิ ายหลกั ธรรมวิชาการที่มีเร่ืองราวเหตกุ ารณป ระกอบ 3. หมวดของพระไตรปฎ กในขอ ใดทไ่ี มไดจ ัดอยใู นพระวินัยปฎก 1 ทีฆนิกาย 2 มหาวภิ ังค 3 ภิกขุนีวิภังค 4 มหาวรรค 4. กรรมและผลของกรรมในจูฬกมั มวิภังคสตู รในขอใดไมสมั พันธก นั 1 ผมู ีผวิ พรรณดี : เนื่องจากใหยารักษาโรค 2 ผูม ฐี านะรํ่ารวย : เน่อื งจากใหท านมาก 3 ผเู กดิ ในตระกูลตาํ่ : เนอ่ื งจากกระดา งถือตัวไมอ อ นนอ ม 4 ผมู อี ายุยืนยาว : เน่อื งจากไมฆา สตั วต ัดชีวิต 5. หมวดพระไตรปฎกในขอใดไมไดจัดอยใู นพระอภิธรรมปฎก 1 ธัมมสังคณี 2 ปุคคลบัญญตั ิ 3 ภิกขวุ ิภงั ค 4 กถาวัตถุ 6. ขอใดเปนผลกรรมที่เกิดจากการอิจฉาริษยาผูอ่ืนที่กลา วไวในจฬู กัมมวภิ งั คสูตรในพระสตุ ตนั ตปฎก 1 ผวิ พรรณไมด ี 2 เปนคนข้โี รค 3 มีฐานะยากจน 4 เปนผูไมม อี าํ นาจ

7. การตรสั รูเปน พระสมั มาสมั พุทธเจา เพราะทรงบรรลญุ าณระดับใด 1 ปจ จปุ ปนนังสญาณ 2 จุตูปปาตญาณ 3 อาสวกั ขยญาณ 4 ปพุ เพนวิ าสานุสตญิ าณ 8. ญาณ หมายถงึ อะไร เกิดขึน้ ไดอยา งไร 1 ปญ ญาที่เกิดจากการศกึ ษาเลา เรียน 2 ปญ ญาที่เกิดจากการศึกษาและฝกฝนตนเอง 3 ปญ ญาหยงั่ รทู เี่ กดิ จากการปฏิบัตติ ามทฤษฎี 4 ปญญาหย่งั รูสภาวะตามเปนจรงิ ทเี่ กิดจากการเจริญวปิ สสนากัมมัฏฐาน 9. ขอใดเปนองคป ระกอบของฌานระดับ ทตุ ิยฌาน 1 สุข เอกัคคตา 2 อเุ บกขา เอกคั คตา 3 ปติ สขุ เอกัคคตา 4 วติ ก วิจาร ปต ิ สขุ เอกคั คตา 10. ฌาน หมายถงึ อะไร เกิดจากปฏิบตั อิ ะไร 1 การเพง อารมณจนเกิดสมาธิ เกดิ จากอานิสงสก ารรักษาศลี 2 การเพง อารมณจนแนวแนเปนอัปปนาสมาธิเกดิ จากการเจริญสมถกัมมฏั ฐาน 3 การเพง อารมณจนแนวแนเ ปน อปั ปนาสมาธิ เกดิ จากการวิปสสนากมั มฏั ฐาน 4 การเพงอารมณจนเกิดสมาธิ เกิดจากผลของการใหท านรกั ษาศลี และภาวนา

แบบทดสอบกอ นเรียน (Post - Test) ได_้ ______คะแนน ชอื่ ______________________ นามสกลุ ______________เลขท_่ี _____ช้ัน _____ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใหร ะบายคาํ ตอบท่ีถกู ตองลงในวงกลมตัวเลอื กใหเ ต็มวง (หา มระบายนอกวง) 1. หมวดขุททกนิกายในพระสุตตนั ตปฎ กกลา วถงึ เรอ่ื งใด 1 ชมุ นมุ พระสตู รขนาดยาว 2 ภาษิต คาํ อธบิ าย และเรื่องราวเบด็ เตลด็ 3 ชมุ นุมพระสูตรท่ีจดั กลมุ ตามหัวขอเรอื่ งท่เี กี่ยวของ 4 ชุมนมุ พระสูตรที่จดั เปน หมวดตามหวั ขอ ธรรม 2. ขอใดใหค วามหมายพระไตรปฎกไมถกู ตอง 1 พระไตรปฎ ก : คมั ภีรของพระพทุ ธศาสนาที่รวบรวมพระธรรมคําสอนของพระพุทธเจา 2 พระวินยั ปฎ ก : สวนทเี่ ปนศลี วินัยขอ บังคับของภิกษแุ ละภกิ ษณุ ี 3 พระสตุ ตนั ตปฎก : ประมวลพทุ ธพจนท ที่ รงแสดงโดยมีเรื่องราวเหตุการณประกอบ 4 พระอภธิ รรมปฎก : คําอธบิ ายหลกั ธรรมวชิ าการที่มีเร่ืองราวเหตกุ ารณป ระกอบ 3. หมวดของพระไตรปฎ กในขอใดทไี่ มไ ดจ ัดอยูในพระวินัยปฎ ก 1 ทีฆนกิ าย 2 มหาวภิ งั ค 3 ภกิ ขุนีวภิ งั ค 4 มหาวรรค 4. กรรมและผลของกรรมในจฬู กัมมวภิ ังคสูตรในขอใดไมส มั พันธก ัน 1 ผูม ีผวิ พรรณดี : เน่ืองจากใหย ารักษาโรค 2 ผูมฐี านะร่าํ รวย : เนอ่ื งจากใหท านมาก 3 ผเู กิดในตระกูลต่ํา : เน่ืองจากกระดางถอื ตัวไมออนนอ ม 4 ผมู อี ายยุ นื ยาว : เนอ่ื งจากไมฆ า สตั วตัดชีวิต 5. หมวดพระไตรปฎกในขอ ใดไมไ ดจดั อยูใ นพระอภธิ รรมปฎก 1 ธัมมสังคณี 2 ปุคคลบัญญัติ 3 ภกิ ขวุ ภิ งั ค 4 กถาวัตถุ 6. ขอใดเปน ผลกรรมที่เกดิ จากการอจิ ฉารษิ ยาผอู ื่นทกี่ ลา วไวในจฬู กัมมวภิ งั คสูตรในพระสตุ ตนั ตปฎก 1 ผวิ พรรณไมด ี 2 เปนคนขโ้ี รค 3 มีฐานะยากจน 4 เปน ผไู มมีอาํ นาจ

7. การตรสั รเู ปน พระสมั มาสมั พุทธเจา เพราะทรงบรรลุญาณระดับใด 1 ปจจปุ ปนนังสญาณ 2 จุตูปปาตญาณ 3 อาสวกั ขยญาณ 4 ปุพเพนวิ าสานุสตญิ าณ 8. ญาณ หมายถงึ อะไร เกดิ ขึน้ ไดอยา งไร 1 ปญญาที่เกิดจากการศกึ ษาเลา เรียน 2 ปญ ญาที่เกิดจากการศึกษาและฝกฝนตนเอง 3 ปญ ญาหยงั่ รทู ่ีเกดิ จากการปฏิบัตติ ามทฤษฎี 4 ปญญาหย่งั รูสภาวะตามเปนจรงิ ทเี่ กิดจากการเจริญวปิ สสนากัมมัฏฐาน 9. ขอใดเปนองคป ระกอบของฌานระดับ ทตุ ิยฌาน 1 สขุ เอกัคคตา 2 อุเบกขา เอกคั คตา 3 ปต ิ สขุ เอกัคคตา 4 วิตก วิจาร ปต ิ สขุ เอกคั คตา 10. ฌาน หมายถงึ อะไร เกิดจากปฏิบตั อิ ะไร 1 การเพง อารมณจนเกิดสมาธิ เกดิ จากอานิสงสก ารรักษาศลี 2 การเพง อารมณจนแนวแนเปนอัปปนาสมาธิเกดิ จากการเจริญสมถกัมมฏั ฐาน 3 การเพง อารมณจนแนวแนเ ปน อปั ปนาสมาธิ เกดิ จากการวิปสสนากมั มฏั ฐาน 4 การเพงอารมณจนเกิดสมาธิ เกิดจากผลของการใหท านรกั ษาศลี และภาวนา

แบบบนั ทกึ ผลหลงั แผนการสอน ผลการเรยี น ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ปญ หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... แนวทางการแกไ ขปญ หา ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................ผูสอน (วาทรี่ .ต.หญิงพชั รี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผูอํานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 21

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 10 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา รหสั วชิ า ส22101 กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 หนาท่ชี าวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธ เรอื่ ง หนา ทช่ี าวพทุ ธ มารยาทชาวพทุ ธ จาํ นวน 3ช่งั โมง 1. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด ในประเทศไทยหรือสังคมไทยท่ีมีจาํ นวนประชากรประมาณรอยละ 65 ลา นคน ในจํานวนนม้ี ากกวา รอ ยละ 95 นบั ถือพระพทุ ธสาสนาเปนที่ยึดเหน่ียวจิตใจ ทง้ั น้ี พระพทุ ธศาสนาไดเ ขามาผสมผสานกลมกลืนกับ วิถีชีวติ ความเปนอยูของคนไทย จนไมส ามารถแยกออกจากกันได หรอื อาจกลา วไดว า การประพฤตปิ ฏบิ ัตติ น ของพระพุทธศาสนิกยอ มสงผลกระทบตอ พระพุทธสาสนาไมวาจะทางตรงหรอื ทางออม 2. ตัวชีว้ ดั /จุดประสงคก ารเรยี นรู ตวั ช้วี ดั ส1.2ม. 2/1 ปฏบิ ัตติ นอยางเหมาะสมตอบคุ คลตางๆ ตามหลักศาสนาทีต่ นนับถอื ตามทกี่ าํ หนด ส1.2ม. 2/2 มมี รรยาทของความเปน ศาสนิกชนท่ีดตี ามทกี่ าํ หนด จุดประสงคก ารเรียนรู 1) อธบิ ายความสําคญั ของหนา ท่ีชาวพุทธ และมารยาทชาวพุทธ (K) 2) ศกึ ษา ทําความเขา ใจของหนาท่ชี าวพทุ ธ และมารยาทชาวพทุ ธ (P) 3) เห็นคณุ คา และความสาํ คญั ของหนาทชี่ าวพุทธ มารยาทชาวพุทธ ในการดําเนนิ ชวี ิตประจําวัน (A) 3. สาระการเรียนรแู กนกลาง 1) การเปนลกู ทดี่ ีตามหลกั ทศิ เบ้อื งตนในทิศ 6 2) มารยาทของศาสนกิ ชน 4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ทักษะชวี ติ 6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1) มวี นิ ัย 7.กจิ กรรมการเรยี นรู 1) ครนู าํ แบบทดสอบกอนเรียน (Pre-Test) เพอ่ื ทดสอบพ้ืนฐานความรขู องผเู รียนกอนจัดกจิ กรรม การเรยี นหนว ยการเรียนรทู ี่ 5 2) ใหน ักเรยี นศกึ ษาความรูเ ร่อื ง หนาทชี่ าวพทุ ธ และมรรยาทของชาวพุทธ แลว แบง กลมุ แสดง บทบาทสมมุติ 3) ใหนักเรียนศึกษาความรเู ร่อื ง การปฏบิ ัติตนตอ พระภกิ ษุ แลว สรุปความรูเปน แผนภาพ 4) ใหน กั เรยี นฝก ปฏิบตั ติ นตอพระภิกษใุ นหวั ขอที่กําหนดให คือ -การยนื ตอ หนา พระภิกษุ -การเดนิ สวนทางกบั พระภกิ ษุ -การนง่ั ตอ หนาพระภิกษุ -การสนทนากบั พระภกิ ษุ -การรับส่งิ ของจากพระภกิ ษุ 5) ใหนักเรียนศกึ ษาความรเู รอ่ื ง การแตง กายไปวัด งานมงคลและงานอวมงคล โดยสนทนา แลกเปล่ียนประสบการณใ นช้นั เรยี น 6) ใหนักเรียนทํางาน เร่อื ง มรรยาทการแตง กาย

7) ใหน กั เรียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-Test) เพือ่ ประเมินผลการเรยี นหนวยการเรยี นรทู ่ี 5 8) นกั เรียนและครรู ว มกันสรปุ ความรู ดังนี้ -การปฏบิ ตั ติ นตอ พระภกิ ษุ -การแตง กายใหเหมาะสมกบั กาลเทศะเปน มรรยาททพี่ ทุ ธศาสนิกชนพึงปฏิบัติ 8.สือ่ /แหลง การเรยี นรู 1) หนงั สอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) การแสดงการปฏบิ ตั ิตนตอพระภิกษุ 3) ช้ินงานเร่อื ง แนวทางปฏิบัติการเปนเจาของบานทีด่ ีและผูเปนแขกที่ดี 4) ช้ินงานเรือ่ ง มรรยาทการแตง กาย

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูของนกั เรยี น กิจกรรมทีป่ ระเมิน ................................................................................................................................ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ ........ / ............ วิชา ........................................................... รหสั วิชา ................. ช่ือผูป ระเมนิ ........................................................................................................................................ วันทีท่ ํากจิ กรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นท่ี ................. คําชแี้ จง : ใหผ ูประเมินใสเ ครอ่ื งหมาย ลงในชองวา งตามความเปนจริง ๓ = ตรงกบั การกระทาํ มากที่สดุ ๒ = ตรงกับการกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทาํ นอ ย ความกระตอื รอื รน ความสนใจใน ปฏิกริ ยิ าโตตอบ ช่อื - สกลุ ในการเรยี น การเรยี น กบั ครูผูสอน รวม ๓ ๒๑ ๓๒๑ คะแนน ๓๒๑ ลงช่ือ……………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........

เกณฑก ารประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูของนกั เรียน เกณฑก ารใหค ะแนน ประเดน็ การประเมิน ๓๒๑ ๑. ความกระตือรือรน มีความพรอม ตืน่ ตัว มีความพรอม ตื่นตวั ไมม ีความพรอ ม ไม ในการเรยี น กระชับกระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตื่นตัวและไมก ระชับ เรียนรูตลอดเวลาโดย เรยี นรบู างเวลาครูตอ ง กระเฉงในการเรียนรู ครไู มตองกระตุน กระตุนเปน บางครัง้ ตลอดเวลาโดยครตู อง กระตนุ เปน ประจํา ๒. ความสนใจในการ มคี วามตง้ั ใจเรยี นและ มคี วามต้งั ใจเรียนและ มีการหยอกลอ พดู คุย เรียน ต้งั ใจปฏบิ ัตไิ มหยอกลอ ตงั้ ใจปฏบิ ตั เิ ปน เสียงดังรบกวนเพ่อื น พูดคุยเสียงดงั ในเวลา บางคร้ังมีการหยอกลอ และครูผสู อน เรียน พูดคยุ เสยี งดงั เปน บางครงั้ ๓. ปฏิกิริยาโตตอบกับ ผูเรยี นโตต อบกับ ผเู รยี นโตตอบกับ นานๆ ครง้ั ผูเ รยี นจะ ครผู ูส อน ครูผูสอนอยูเปน ประจํา ครผู ูสอนอยเู ปน โตต อบกับครผู สู อนบาง ในการถาม-ตอบ บางครงั้ ในการถาม- ในการถาม-ตอบ คําถาม ตอบ คําถาม คาํ ถาม เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชวงคะแนน 3 หมายถงึ ดี 7-9 2 หมายถึง พอใช 4-6 1 หมายถึง ปรับปรงุ 1-3

แบบประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลมุ กจิ กรรมทป่ี ระเมนิ ............................................................................................................................... ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหสั วชิ า ................. วนั ทีท่ ํากิจกรรม วันที่ ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรียนที่ ................. รายช่อื สมาชิกกลุม ๑. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๒. .................................................................................... เลขที่ .................... ๓. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๔. .................................................................................... เลขที่ .................... ๕. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๖. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๗. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๘. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๙. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๑๐. .................................................................................. เลขที่ .................... คําชแ้ี จง : ใหผ ูป ระเมนิ ใสเ คร่อื งหมาย ลงในชองวางตามความเปน จริง เกณฑก ารประเมนิ ๔ = ดมี าก ๓ = ดี ๒ = พอใช ๑ = ปรับปรุง ท่ี รายการประเมนิ ๔๓๒๑ ๑ การวางแผนการทํางาน ๒ การปรึกษาและรว มมือกนั ทาํ งาน ๓ ความรับผดิ ชอบตอหนาท่ี ๔ ผลงานเสร็จตามกาํ หนดเวลา ๕ การนําเสนอผลงาน ลงช่ือ……......................................... ผูประเมิน (……….......................................) ......... / .................. / ..........

เกณฑก ารประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ประเดน็ เกณฑก ารใหค ะแนน การประเมนิ ๔๓ ๒ ๑ ๑. การวางแผนการ มีการวางแผนในการ มกี ารวางแผนการ มีการวางแผนในการ ไมม ีการวางใน ทาํ งาน ทํางานทุกข้นั ตอน ทาํ งานทุกขั้นตอน ทาํ งานบางข้นั ตอน การทาํ งานทุก ๒. การปรึกษาและ ต้งั แตเ ริม่ กิจกรรม ขณะทํากจิ กรรม ข้ันตอน รวมมือกนั ทาํ งาน มกี ารปรกึ ษาพูดคุย มีการปรกึ ษาพูดคุย มกี ารปรกึ ษาพูดคุย ไมมีการปรึกษา แลกเปลีย่ นซกั ถาม แลกเปลี่ยนซักถาม กนั บา งเล็กนอย พดู คยุ แลกเปลย่ี น ๓. ความรบั ผิดชอบตอ ขอ สงสัยในการ ขอ สงสยั ขณะทาํ ซักถามขอ สงสยั หนาท่ี ทํางานทกุ ขั้นตอน กิจกรรม เลย ๔. ผลงานเสรจ็ ตาม ตั้งแตเ รมิ่ กิจกรรม ไมป ฏบิ ตั งิ านทุก กําหนดเวลา ปฏิบตั ิงานทกุ อยาง ปฏิบตั งิ านทุกอยา ง ปฏบิ ัติงานตามที่ อยา งตามที่ไดรบั ตามทไ่ี ดร ับ ตามที่ไดรับ ไดร บั มอบหมายได มอบหมายอยาง ๖. การนําเสนอผลงาน มอบหมายอยา งเต็ม มอบหมาย เปนสวนใหญแ ตไม เต็มศักยภาพ ศกั ยภาพ ครบทกุ อยาง ไมป ฏิบตั งิ านตาม สามารถปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ตั ิงานตาม ปฏิบัตงิ านตาม ระยะเวลาท่ี ไดต รงตาม ระยะเวลาทกี่ าํ หนด ระยะเวลาทก่ี าํ หนด กําหนดผลงาน ระยะเวลาทก่ี าํ หนด แตเสียเวลาเล็กนอ ย แตเ สยี เวลาเลก็ นอ ย ออกมาไมมี ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไมมี คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ มผี ลการทํางาน มีผลการทาํ งาน มีผลการทํางาน มผี ลการทาํ งาน เนื้อหาถกู ตอ ง เน้อื หาถูกตอง เนื้อหาถูกตอ ง เนอื้ หาถกู ตอ ง ครบถว นเสร็จไม ครบถว นสมบรู ณ ครบถว นเสรจ็ ครบถว นเสรจ็ ทนั เวลา สมาชิกทกุ คนมีสว ย ทันเวลา ทนั เวลาบางคร้ัง รวมเสร็จทนั เวลา เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชว งคะแนน ๔ หมายถึง ดมี าก ๓ หมายถึง ดี รอยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ๒ หมายถึง พอใช รอยละ ๗๐ – ๗๙ ๑ หมายถึง ปรบั ปรงุ รอ ยละ ๖๐ - ๖๙ ตาํ่ กวา รอยละ ๖๐

เกณฑก ารประเมนิ ใบงาน ระดับคณุ ภาพ รายการประเมนิ ๓ (ด)ี ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรงุ ) ๑) การตอบคําถามตรง ตอบคําถามไดอยา ง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคําถามไมตรง ประเดน็ ถูกตองครบถว นตรง ถูกตอ งครบถวนตรง ประเด็น ประเดน็ พรอ มยกตัวอยาง ประเดน็ แตขาดการ ๒) เน้ือหาสาระถกู ตอ ง ประกอบได ยกตัวอยางประกอบ ๓) ทํางานเรยี บรอยงาน เนื้อหาสาระถกู ตอ ง เนอ้ื หาสาระถูกตองแตไ ม เนื้อหาสาระไมถ กู ตอ ง สาํ เรจ็ ตรงเวลา ครบถว น ครบถวน ทํางนไดเ รียบรอยและ ทาํ งานเรยี บรอ ยไมตรง ทํางานไมเ รียบรอ ยและ งานสําเร็จตรงเวลา เวลา ไมตรงเวลา เกณฑก ารประเมนิ แผนผงั มโนทศั น ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรงุ ) ๑) เน้ือหา - เนอ้ื หาถกู ตอง - เนอ้ื หาตรงตามหัวขอ - เนือ้ หาเปนไปตามที่ ๒) รปู แบบ - เน้ือหาตรงตามหัวขอ เร่ือง เรอ่ื ง กาํ หนด - เน้ือหาเปนไปตามที่ - เนื้อหาเปน ไปตามท่ี - รายละเอียดครอบคลุม กําหนด กาํ หนด - เน้ือหาสอดคลอง - รายละเอียดครอบคลุม - รายละเอียดครอบคลุม - เน้อื หาสอดคลอ ง - เนื้อหาสอดคลอ ง - รูปแบบถูกตอ งตามท่ี - รปู แบบแปลกใหม - รูปภาพมีสสี นั สวยงาม กาํ หนด - รูปภาพมสี สี นั สวยงาม - รูปภาพสมั พนั ธก บั - รปู แบบแปลกใหม - รูปภาพสมั พนั ธก ับเน้ือหา เน้ือหา - รปู ภาพมีสสี นั สวยงาม - รปู ภาพสมั พนั ธกับเนอื้ หา

แบบทดสอบกอ นเรยี น (Pre - Test) ได_้ ______คะแนน ชือ่ ______________________ นามสกลุ ______________ เลขท_ี่ _____ชั้น _____ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใหร ะบายคาํ ตอบทถี่ กู ตองลงในวงกลมตวั เลอื กใหเ ตม็ วง (หามระบายนอกวง) 1. มรรยาทของการเปน แขกทด่ี ไี มควรปฏิบัตติ นอยางไร 1 ตรงตอเวลานัดหมาย 2 มีนาํ้ ใจดวยการมขี องฝากตดิ ไมตดิ มือ 3 แสดงความเปน กนั เองกับเจาของบา นใหม ากทีส่ ดุ 4 เมื่อเห็นวาสมควรแกเวลาควรลากลบั 2. ขอ ใดไมไ ดจ ัดอยใู นธรรมปฏสิ นั ถาร 1 การแสดงความเคารพกันเม่ือพบกนั 2 การเชอ้ื เชญิ ใหน ั่งในสถานทีจ่ ดั เตรยี มไว 3 การทักทายปราศรยั ดวยจติ มีมิตรไมตรี 4 การตอนรบั ดว ยกริ ยิ ามรรยาททสี่ ุภาพเรยี บรอย 3. ขอ ใดไมใ ชล ักษณะของการตอนรับแขกดวยอามิสปฏสิ ันถาร 1 การตอนรับดว ยการทําความเคารพกัน 2 การตอ นรบั ดว ยเคร่ืองดมื่ 3 การตอนรับดวยอาหาร 4 การจดั สถานทร่ี ับรอง 4. คํากลา ว “ประเพณีไทยแทแตโบราณ ใครมาถงึ เรอื นชานตองตอนรับ” จดั ไดวามีความสอดคลอ ง กบั เร่อื งใด 1 การปฏสิ นั ถาร 2 วัฒนธรรมชาวพุทธ 3 มรรยาทของคนไทย 4 การทักทายผมู าเยือน 5. ในการสนทนากับพระสงฆ นกั เรยี นหญงิ ควรใชส รรพนามแทนตวั วา อยา งไร 1 ลกู ชา ง 2 ดิฉัน 3 อิฉนั 4 ขา พเจา 6. การยนื ตอ หนา พระภกิ ษุควรปฏิบัติอยางไร 1 ยืนคอ มตวั ปลายเทา ชดิ 2 ยนื คอ มตัว มือประสานกนั 3 ยนื ตรง เทา และปลายเทา ชิด มอื ประสานกัน 4 ยืนตรง ขาชดิ ปลายเทา หางกันเลก็ นอ ย มอื ท้งั สองประสานกนั 7. การเดนิ สวนทางกับพระสงฆ ควรปฏบิ ัติตนอยา งไร 1 นง่ั ลงกบั พ้ืนทนั ทีทที่ า นเดินผา น 2 ยนื ตรง กม หนา แสดงความเคารพ 3 หลกี ชดิ ขวามือของพระสงฆแลว ไหว 4 ยนื ตรงหรอื นงั่ ตามความเหมาะสมแลวหนั หนา ไปทางทา น มอื ประสานไวข างหนา

8. “บอส คิว ขนุน และนก ชวนกนั ไปงานแตงงานของเพ่ือน บอสสวมชดุ สากล คิวนงุ กางเกงขายาว สเี ขม สวมเสื้อแขนยาวสแี สด ผูกเนกไท ขนุนนงุ กระโปรงสชี มพทู ้ังชุด นกนุงกางเกงสเี หลือง สวมเสอื้ สีขาว” ใครควรปรับปรงุ การแตงกายของตนเอง 1 บอส 2 ควิ 3 ขนุน 4 นก 9. ชุดสวมใสใ นขอ ใดทเี่ หมาะกับการไปงานอวมงคล 1 กระโปรงดํา เสอ้ื สีเหลอื ง 2 กางเกงดํา เสอ้ื สีฟา 3 กระโปรงดํา เสอื้ สขี าว 4 กางเกงสีกรมทา เสอ้ื ขาว 10. จงนาํ ตัวเลขหนาขอ ความเกี่ยวกบั การรับสงิ่ ของขณะพระสงฆน งั่ เกา อไี้ ปเรยี งลาํ ดับใหถูกตอ ง (1. ยนื ตรง แลวนัง่ คุกเขา ขางซา ย ชันเขา ขวาขนึ้ 2. ผรู บั เดนิ เขา ไปใกลพระสงฆพอสมควร 3. เดินเขา ไปดว ยอาการสํารวม 4. นอมตัวลงยกมอื ไหว 5. ยนื่ มือทง้ั สองออกไปรับของ 6. ลกุ ขน้ึ หนั หนากลบั เดนิ ไปได) 1321456 2 231546 3123456 4 321546

แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post - Test) ได_้ _______คะแนน ชอ่ื ______________________ นามสกลุ ______________ เลขท_ี่ ____ ชั้น _____ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใหร ะบายคาํ ตอบท่ีถกู ตองลงในวงกลมตวั เลือกใหเ ต็มวง (หา มระบายนอกวง) 1. มรรยาทของการเปนแขกท่ดี ไี มควรปฏบิ ัติตนอยา งไร 1 ตรงตอ เวลานัดหมาย 2 มีน้ําใจดว ยการมีของฝากตดิ ไมต ดิ มอื 3 แสดงความเปน กันเองกับเจา ของบานใหม ากท่สี ดุ 4 เม่ือเหน็ วาสมควรแกเวลาควรลากลบั 2. ขอ ใดไมไดจ ดั อยใู นธรรมปฏิสันถาร 1 การแสดงความเคารพกนั เมื่อพบกนั 2 การเชือ้ เชญิ ใหนง่ั ในสถานทจี่ ดั เตรียมไว 3 การทกั ทายปราศรัยดวยจติ มีมิตรไมตรี 4 การตอ นรบั ดว ยกริ ยิ ามรรยาททส่ี ภุ าพเรียบรอย 3. ขอใดไมใ ชล กั ษณะของการตอนรบั แขกดว ยอามิสปฏิสนั ถาร 1 การตอ นรับดว ยการทําความเคารพกัน 2 การตอนรบั ดวยเครอ่ื งดมื่ 3 การตอ นรับดว ยอาหาร 4 การจดั สถานทรี่ บั รอง 4. คํากลา ว “ประเพณไี ทยแทแตโ บราณ ใครมาถงึ เรอื นชานตอ งตอนรบั ” จัดไดวา มีความสอดคลอง กบั เร่อื งใด 1 การปฏิสนั ถาร 2 วฒั นธรรมชาวพทุ ธ 3 มรรยาทของคนไทย 4 การทักทายผมู าเยือน 5. ในการสนทนากบั พระสงฆ นกั เรยี นหญิงควรใชส รรพนามแทนตัววา อยา งไร 1 ลูกชาง 2 ดฉิ ัน 3 อิฉนั 4 ขาพเจา 6. การยืนตอหนา พระภิกษคุ วรปฏิบตั ิอยางไร 1 ยืนคอมตวั ปลายเทา ชดิ 2 ยนื คอมตวั มอื ประสานกนั 3 ยนื ตรง เทาและปลายเทา ชิด มอื ประสานกนั 4 ยนื ตรง ขาชิด ปลายเทา หา งกันเล็กนอ ย มอื ทัง้ สองประสานกนั 7. การเดินสวนทางกับพระสงฆ ควรปฏิบตั ิตนอยางไร 1 นงั่ ลงกับพื้นทนั ทที ีท่ า นเดนิ ผาน 2 ยนื ตรง กมหนา แสดงความเคารพ 3 หลกี ชิดขวามือของพระสงฆแลว ไหว 4 ยนื ตรงหรอื นัง่ ตามความเหมาะสมแลวหนั หนาไปทางทา น มอื ประสานไวขางหนา

8. “บอส คิว ขนุน และนก ชวนกนั ไปงานแตงงานของเพ่ือน บอสสวมชดุ สากล คิวนงุ กางเกงขายาว สเี ขม สวมเสื้อแขนยาวสแี สด ผูกเนกไท ขนุนนงุ กระโปรงสชี มพทู ้ังชุด นกนุงกางเกงสเี หลือง สวมเสอื้ สีขาว” ใครควรปรับปรงุ การแตงกายของตนเอง 1 บอส 2 ควิ 3 ขนุน 4 นก 9. ชุดสวมใสใ นขอ ใดทเี่ หมาะกับการไปงานอวมงคล 1 กระโปรงดํา เสอ้ื สีเหลอื ง 2 กางเกงดํา เสอ้ื สีฟา 3 กระโปรงดํา เสอื้ สขี าว 4 กางเกงสีกรมทา เสอ้ื ขาว 10. จงนาํ ตัวเลขหนาขอ ความเกี่ยวกบั การรับสงิ่ ของขณะพระสงฆน งั่ เกา อไี้ ปเรยี งลาํ ดับใหถูกตอ ง (1. ยนื ตรง แลวนัง่ คุกเขา ขางซา ย ชันเขา ขวาขนึ้ 2. ผรู บั เดนิ เขา ไปใกลพระสงฆพอสมควร 3. เดินเขา ไปดว ยอาการสํารวม 4. นอมตัวลงยกมอื ไหว 5. ยนื่ มือทง้ั สองออกไปรับของ 6. ลกุ ขน้ึ หนั หนากลบั เดนิ ไปได) 1321456 2 231546 3123456 4 321546

แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ปญ หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... แนวทางการแกไ ขปญ หา ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ..................................................ผสู อน (วา ท่รี .ต.หญิงพัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู าํ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 11 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา รหสั วิชา ส22101 กลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 วนั สําคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี เรือ่ ง วันสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา จํานวน 3ชงั่ โมง 1. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ในวันสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา พุทธศาสนิกชนควรเขา รว มประกอบพิธีกรรมตามระเบยี บพิธปี ฏิบัติ เพ่อื นอมนาํ หลกั ธรรมคาํ สอนทีเ่ กีย่ วขอ งมายึดถือปฏบิ ตั เิ ปนแนวทางในการดําเนนิ ชวี ิต 2. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงคก ารเรียนรู ตัวชว้ี ดั ส1.2ม. 2/3 วิเคราะหค ณุ คา ศาสนพิธแี ละปฏิบตั ิตนไดถ ูกตอง ส1.2ม. 2/4 อธบิ ายคําสอนทเี่ กีย่ วเน่อื งกับวนั สําคญั ทางศาสนาและปฏิบตั ติ นไดถ กู ตอง ส1.2ม. 2/5 อธบิ ายความแตกตา งของศาสนาพิธี พิธกี รรมตามแนวปฏิบัติของศาสนาอื่นๆ เพ่ือนไปสู การยอมรับและความเขาใจซงึ่ กนั และกนั จุดประสงคก ารเรยี นรู 1) อธิบายความสําคญั ของวันสาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี (K) 2) ศึกษา ทําความเขา ใจของวันสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี (P) 3) เหน็ คณุ คาและความสาํ คญั ของวนั สําคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี (A) 3. สาระการเรียนรแู กนกลาง 1) การปฏบิ ัติตนไดอ ยางเหมาะสม 2) หลักธรรมเบื้องตนท่เี กีย่ วเนอื่ งในวนั มาฆบูชา วันวสิ าขบูชา วันวิสาขบชู า วนั อัฏฐมบี ชู า วนั อาสาฬหบูชา วนั ธรรมสวนะ 3) ระเบยี บพธิ ีและการปฏิบัตติ นในวนั สําคัญทางพระพุทธศาสนา วนั ออกพรรษา วันเทโวโรหณะ 4) ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม แนวทางปฏบิ ัตขิ องศาสนาอื่นๆ 4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น 1) ความสามารถในการส่อื สาร 6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 1) รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  7.กิจกรรมการเรยี นรู 1) ใหนกั เรียนทาํ แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre-Test) เพื่อทดสอบพนื้ ฐานความรขู องผเู รยี น กอ นจัดกิจกรรมการเรยี นหนวยการเรยี นรทู ี่ 6 2) ใหนกั เรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั กิจกรรมที่นกั เรยี นเคยปฏบิ ัตใิ นวนั สําคญั ทางพระพุทธศาสนา

3) ใหนักเรยี นแบงกลมุ ศกึ ษาความรูเรื่อง วนั มาฆบูชา วสิ าขบูชา อฏั ฐมบี ูชา อาสาฬหบชู า และวนั ธรรมสวนะ นาํ เสนอความรูเ ก่ยี วกับวนั สาํ คญั หลกั ธรรม การปฏิบตั ิตน นําเสนอความรใู นรปู แบบ แผนภาพหนา ช้นั เรยี น 4) ครใู หนักเรยี นตดิ แสดงแผนภาพความรูเกีย่ วกับวันสําคัญ บูรณาการเปนภาพรวมที่ ปายนเิ ทศ แลว รวมกันแสดงความคดิ เห็นและวจิ ารณและแลกเปล่ยี นประสบการณการเรียนรรู ะหวางกลมุ 5) ใหน กั เรียนศกึ ษาขอ มูลเกย่ี วกับเทศกาลสําคญั ทางพระพุทธศาสนา เร่ือง วันเขา พรรษาแลวครตู ้งั คําถามใหน กั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เห็นบรู ณาการสรุปความรูเปนแผนภาพความคดิ 8.ส่อื /แหลงการเรยี นรู 1) หนงั สอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) ประวัติวันเทโวโรหณะ 3) ชิ้นงานเรอื่ ง คําสอนในวนั สําคัญทางพระพทุ ธศาสนา

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูของนกั เรยี น กิจกรรมทีป่ ระเมิน ................................................................................................................................ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ........ / ............ วิชา ........................................................... รหสั วิชา ................. ช่อื ผปู ระเมิน ........................................................................................................................................ วันที่ทํากิจกรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นท่ี ................. คําชแี้ จง : ใหผูประเมินใสเ ครอ่ื งหมาย ลงในชองวา งตามความเปนจริง ๓ = ตรงกับการกระทาํ มากท่ีสดุ ๒ = ตรงกับการกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทาํ นอ ย ความกระตอื รอื รน ความสนใจใน ปฏิกริ ยิ าโตตอบ ช่อื - สกลุ ในการเรยี น การเรยี น กบั ครูผูสอน รวม ๓ ๒๑ ๓๒๑ คะแนน ๓๒๑ ลงช่ือ……………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูของนกั เรียน เกณฑก ารใหค ะแนน ประเดน็ การประเมิน ๓๒๑ ๑. ความกระตือรือรน มคี วามพรอ ม ตื่นตวั มีความพรอ ม ตื่นตวั ไมม ีความพรอ ม ไม ในการเรยี น กระชับกระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตื่นตัวและไมก ระชับ เรียนรูต ลอดเวลาโดย เรยี นรบู างเวลาครูตอ ง กระเฉงในการเรียนรู ครูไมตองกระตุน กระตุนเปน บางครัง้ ตลอดเวลาโดยครตู อง กระตนุ เปน ประจํา ๒. ความสนใจในการ มคี วามต้งั ใจเรยี นและ มคี วามต้งั ใจเรียนและ มีการหยอกลอ พดู คุย เรียน ตั้งใจปฏบิ ัติไมหยอกลอ ตงั้ ใจปฏบิ ัติเปน เสียงดังรบกวนเพ่อื น พูดคยุ เสยี งดังในเวลา บางคร้ังมีการหยอกลอ และครูผสู อน เรยี น พูดคยุ เสยี งดงั เปน บางครงั้ ๓. ปฏิกริ ิยาโตตอบกบั ผูเรยี นโตตอบกบั ผเู รยี นโตตอบกับ นานๆ ครง้ั ผูเ รยี นจะ ครูผูสอน ครผู สู อนอยูเปน ประจาํ ครผู ูส อนอยเู ปน โตต อบกับครผู สู อนบาง ในการถาม-ตอบ บางครงั้ ในการถาม- ในการถาม-ตอบ คาํ ถาม ตอบ คาํ ถาม คาํ ถาม เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชวงคะแนน 3 หมายถงึ ดี 7-9 2 หมายถึง พอใช 4-6 1 หมายถึง ปรับปรงุ 1-3

แบบประเมนิ การปฏบิ ตั งิ านกลมุ กจิ กรรมทป่ี ระเมิน ............................................................................................................................... ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ........ / ............ วิชา ........................................................... รหัสวิชา ................. วนั ทท่ี ํากิจกรรม วันท่ี ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรียนที่ ................. รายชื่อสมาชกิ กลุม ๑. .................................................................................... เลขที่ .................... ๒. .................................................................................... เลขที่ .................... ๓. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๔. .................................................................................... เลขท่ี .................... ๕. .................................................................................... เลขที่ .................... ๖. .................................................................................... เลขที่ .................... ๗. .................................................................................... เลขที่ .................... ๘. .................................................................................... เลขที่ .................... ๙. .................................................................................... เลขที่ .................... ๑๐. .................................................................................. เลขที่ .................... คําชแ้ี จง : ใหผปู ระเมินใสเ คร่ืองหมาย ลงในชองวา งตามความเปนจรงิ เกณฑก ารประเมิน ๔ = ดีมาก ๓ = ดี ๒ = พอใช ๑ = ปรบั ปรุง ที่ รายการประเมิน ๔๓๒๑ ๑ การวางแผนการทาํ งาน ๒ การปรกึ ษาและรวมมอื กันทํางาน ๓ ความรับผดิ ชอบตอหนา ท่ี ๔ ผลงานเสรจ็ ตามกําหนดเวลา ๕ การนําเสนอผลงาน ลงชือ่ ……......................................... ผูประเมนิ (……….......................................) ......... / .................. / ..........

เกณฑก ารประเมินการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ประเดน็ เกณฑก ารใหค ะแนน การประเมนิ ๔๓ ๒ ๑ ๑. การวางแผนการ มีการวางแผนในการ มกี ารวางแผนการ มีการวางแผนในการ ไมม ีการวางใน ทาํ งาน ทํางานทุกข้นั ตอน ทาํ งานทุกขั้นตอน ทาํ งานบางข้นั ตอน การทาํ งานทุก ๒. การปรึกษาและ ต้งั แตเ ริม่ กิจกรรม ขณะทํากจิ กรรม ข้ันตอน รวมมือกนั ทาํ งาน มกี ารปรกึ ษาพูดคุย มีการปรกึ ษาพูดคุย มกี ารปรกึ ษาพูดคุย ไมมีการปรึกษา แลกเปลีย่ นซกั ถาม แลกเปลี่ยนซักถาม กนั บา งเล็กนอย พดู คยุ แลกเปลย่ี น ๓. ความรบั ผิดชอบตอ ขอ สงสัยในการ ขอ สงสยั ขณะทาํ ซักถามขอ สงสยั หนาท่ี ทํางานทกุ ขั้นตอน กิจกรรม เลย ๔. ผลงานเสรจ็ ตาม ตั้งแตเ รมิ่ กิจกรรม ไมป ฏบิ ตั งิ านทุก กําหนดเวลา ปฏิบตั ิงานทกุ อยาง ปฏิบตั งิ านทุกอยา ง ปฏบิ ัติงานตามท่ี อยา งตามที่ไดรบั ตามทไ่ี ดร ับ ตามที่ไดรับ ไดร บั มอบหมายได มอบหมายอยาง ๖. การนําเสนอผลงาน มอบหมายอยา งเต็ม มอบหมาย เปนสวนใหญแ ตไม เต็มศักยภาพ ศกั ยภาพ ครบทกุ อยาง ไมป ฏิบตั งิ านตาม สามารถปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ตั ิงานตาม ปฏบิ ตั ิงานตาม ระยะเวลาท่ี ไดต รงตาม ระยะเวลาทกี่ าํ หนด ระยะเวลาทก่ี าํ หนด กําหนดผลงาน ระยะเวลาทก่ี าํ หนด แตเสียเวลาเล็กนอ ย แตเ สียเวลาเลก็ นอ ย ออกมาไมมี ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไมมี คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ มผี ลการทํางาน มีผลการทาํ งาน มีผลการทํางาน มผี ลการทาํ งาน เนื้อหาถกู ตอ ง เน้อื หาถูกตอง เนื้อหาถูกตอ ง เนอื้ หาถกู ตอ ง ครบถว นเสร็จไม ครบถว นสมบรู ณ ครบถว นเสรจ็ ครบถว นเสรจ็ ทนั เวลา สมาชิกทกุ คนมีสวย ทันเวลา ทนั เวลาบางคร้ัง รวมเสร็จทนั เวลา เกณฑก ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ชว งคะแนน ๔ หมายถึง ดมี าก ๓ หมายถึง ดี รอยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ๒ หมายถึง พอใช รอยละ ๗๐ – ๗๙ ๑ หมายถึง ปรบั ปรงุ รอ ยละ ๖๐ - ๖๙ ตาํ่ กวา รอยละ ๖๐

เกณฑก ารประเมนิ ใบงาน ระดับคณุ ภาพ รายการประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรงุ ) ๑) การตอบคาํ ถามตรง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคาํ ถามไดอยาง ตอบคําถามไมตรง ประเด็น ถกู ตองครบถว นตรง ถกู ตองครบถวนตรง ประเด็น ประเด็นพรอ มยกตัวอยา ง ประเด็นแตข าดการ ๒) เนื้อหาสาระถกู ตอง ประกอบได ยกตวั อยา งประกอบ ๓) ทํางานเรียบรอยงาน เน้ือหาสาระถูกตอง เนอื้ หาสาระถูกตอ งแตไม เนอ้ื หาสาระไมถ กู ตอ ง สาํ เรจ็ ตรงเวลา ครบถว น ครบถว น ทาํ งนไดเ รียบรอยและ ทํางานเรยี บรอยไมตรง ทาํ งานไมเรียบรอยและ งานสําเร็จตรงเวลา เวลา ไมต รงเวลา เกณฑก ารประเมินแผนผงั มโนทัศน ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรงุ ) ๑) เนอ้ื หา - เนอ้ื หาถูกตอ ง - เนื้อหาตรงตามหัวขอ - เนอื้ หาเปนไปตามที่ ๒) รูปแบบ - เนอ้ื หาตรงตามหวั ขอ เรือ่ ง เรอ่ื ง กาํ หนด - เนื้อหาเปนไปตามที่ - เนือ้ หาเปน ไปตามท่ี - รายละเอยี ดครอบคลุม กาํ หนด กําหนด - เน้อื หาสอดคลอง - รายละเอียดครอบคลุม - รายละเอยี ดครอบคลมุ - เนือ้ หาสอดคลอ ง - เนือ้ หาสอดคลอง - รูปแบบถกู ตอ งตามที่ - รปู แบบแปลกใหม - รปู ภาพมสี ีสนั สวยงาม กําหนด - รูปภาพมสี สี นั สวยงาม - รูปภาพสัมพนั ธก บั - รปู แบบแปลกใหม - รปู ภาพสัมพนั ธก ับเนอ้ื หา เนือ้ หา - รปู ภาพมีสสี นั สวยงาม - รปู ภาพสัมพนั ธกับเนื้อหา

แบบทดสอบกอ นเรยี น – หลงั เรยี น ชือ่ ______________________ นามสกลุ ____________เลขท_ี่ _____ช้ัน _____ ได_้ ______คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใหร ะบายคําตอบทีถ่ กู ตอ งลงในวงกลมตวั เลือกใหเต็มวง (หา มระบายนอกวง) 1. หลกั ธรรมกบั วันสาํ คัญในทางพระพุทธศาสนาในขอ ใดไมส ัมพันธกนั 1 มาฆบูชา : โอวาทปาติโมกข 2 วสิ าขบูชา : อรยิ สจั 4 3 อฏั ฐมบี ชู า : อาทติ ยสูตร 4 อาสาฬหบูชา : มรรคมีองค 8 2. วันสําคญั ใดจัดเปน วนั พระสงฆ 2 วิสาขบชู า 1 มาฆบูชา 4 อาสาฬหบชู า 3 อฏั ฐมีบูชา 2 วิสาขบูชา 4 อาสาฬหบูชา 3. วันสําคัญใดจัดเปนวนั พระธรรม 2 วิสาขบูชา 1 มาฆบชู า 4 อาสาฬหบูชา 3 อฏั ฐมีบชู า 4. วันสาํ คญั ใดจัดเปนวนั พระพุทธ 1 มาฆบชู า 3 อฏั ฐมีบูชา 5. วันมหาปวารณามีความสัมพันธกบั วนั ใด 2 วนั ออกพรรษา 1 วนั เขา พรรษา 4 วันเทโวโรหณะ 3 วนั ธรรมสวนะ 6. ประเพณใี ดที่มีความสัมพนั ธก ับวันเขาพรรษา 1 ตักบาตรขา วสารอาหารแหง 2 ประเพณีกวนขา วทิพย 3 ประเพณแี หเ ทยี นพรรษา 4 ประเพณไี หลเรือไฟ 7. วันสําคญั ทางพระพุทธศาสนาในขอ ใดทจ่ี ัดเปนวันสําคญั สากลของโลกท่อี งคการ สหประชาชาตปิ ระกาศรับรอง 1 มาฆบูชา 2 วสิ าขบชู า 3 อาสาฬหบูชา 4 วนั เทโวโรหณะ 8. วันสําคญั ในทางพระพุทธศาสนาวนั ใดไมไ ดจ ัดอยูในวนั ธรรมสวนะ 1 วนั มาฆบูชา 2 วันวิสาขบูชา 3 วันอาสาฬหบูชา 4 วนั เขาพรรษา

9. วนั พระเจา เปด โลกมคี วามหมายตรงกบั ขอใด 1 วนั วสิ าขบูชา 2 วันอาสาฬหบูชา 3 วันออกพรรษา 4 วันเทโวโรหณะ 10. วนั เทโวโรหณะ เปนวนั ที่สอดคลองกับหลกั คณุ ธรรมในขอ ใด 1 ความซ่อื สัตย 3 ความกตญั กู ตเวทติ า 2 ความมีเมตตา 4 ความเสยี สละ

แบบบนั ทกึ ผลหลังแผนการสอน ผลการเรยี น ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ปญ หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... แนวทางการแกไ ขปญ หา ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ..................................................ผสู อน (วา ท่รี .ต.หญิงพัชรี เพชรพญาไพร) ............/....................../............... ความคดิ เหน็ / ขอเสนอแนะของผูอ าํ นวยการ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายศฤงคาร ใจปนทา) ผอู าํ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 21

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 12 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา รหสั วชิ า ส22101 กลุม สาระการเรียนรูส งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 วันสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี เรื่อง วนั สําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา จํานวน 1ช่ังโมง 1. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ในวนั สําคัญทางพระพทุ ธศาสนา พทุ ธศาสนิกชนควรเขา รว มประกอบพิธีกรรมตามระเบยี บพิธีปฏิบัติ เพื่อนอ มนําหลักธรรมคําสอนท่ีเก่ียวของมายดึ ถอื ปฏิบัตเิ ปนแนวทางในการดาํ เนนิ ชีวิต 2. ตัวชีว้ ดั /จุดประสงคก ารเรียนรู ตัวชี้วดั ส1.2ม. 2/3 วเิ คราะหค ุณคา ศาสนพธิ แี ละปฏบิ ตั ติ นไดถ ูกตอ ง ส1.2ม. 2/4 อธบิ ายคําสอนท่เี กี่ยวเนือ่ งกบั วันสําคญั ทางศาสนาและปฏิบัติตนไดถูกตอง ส1.2ม. 2/5 อธบิ ายความแตกตา งของศาสนาพิธี พิธกี รรมตามแนวปฏิบัติของศาสนาอื่นๆ เพื่อนไปสู การยอมรบั และความเขา ใจซึง่ กันและกัน จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายความสาํ คญั ของวันสาํ คัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี (K) 2) ศกึ ษา ทําความเขาใจของวนั สําคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี (P) 3) เหน็ คุณคาและความสําคญั ของวันสาํ คญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี (A) 3. สาระการเรียนรแู กนกลาง 1) การปฏบิ ตั ิตนไดอยางเหมาะสม 2) หลักธรรมเบื้องตนทเ่ี กยี่ วเนือ่ งในวนั มาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบชู า วนั อาสาฬหบูชา วนั ธรรมสวนะ 3) ระเบยี บพิธีและการปฏิบัตติ นในวนั สาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนา วันออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ 4) ศาสนพิธี พิธีกรรม แนวทางปฏิบตั ิของศาสนาอน่ื ๆ 4. สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค 1) รักชาติ ศาสน กษัตริย 7.กิจกรรมการเรียนรู 1) ใหน กั เรียนศึกษาขอมลู เกย่ี วกบั เทศกาลสําคญั ทางพระพุทธศาสนา เรือ่ ง วันเขาพรรษา แลวครตู งั้ หัวขอ ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคิดเหน็ สรปุ ความรูเปนแผนภาพความคดิ 2) ครูนําประวตั คิ วามเปน มาเกยี่ วกับวนั เทโวโรหณะมาอา น ใหน ักเรียนฟง แลว รว มกนั สรุป ความสาํ คัญและกิจกรรมท่ีพงึ ปฏิบัติในวันสําคัญน้ี 3) ครทู บทวนความรูว ันสําคัญทางพระพทุ ธศาสนาสรุปเปนแผนภาพ 4) ใหนกั เรียนทาํ ช้นิ งานเร่ือง คาํ สอนในวันสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา 8.สือ่ /แหลง การเรยี นรู 1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 2) ประวตั ิวนั เทโวโรหณะ 3) ชิ้นงานเรือ่ ง คําสอนในวนั สาํ คญั ทางพระพุทธศาสนา

9.การวดั และประเมนิ ผล แบบประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูของนกั เรยี น กิจกรรมทีป่ ระเมิน ................................................................................................................................ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ........ / ............ วิชา ........................................................... รหสั วิชา ................. ช่อื ผปู ระเมิน ........................................................................................................................................ วันที่ทํากิจกรรม วันที่ ........... เดอื น ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นท่ี ................. คําชแี้ จง : ใหผูประเมินใสเ ครอ่ื งหมาย ลงในชองวา งตามความเปนจริง ๓ = ตรงกับการกระทาํ มากท่ีสดุ ๒ = ตรงกับการกระทําปานกลาง ๑ = ตรงกับการกระทาํ นอ ย ความกระตอื รอื รน ความสนใจใน ปฏิกริ ยิ าโตตอบ ช่อื - สกลุ ในการเรยี น การเรยี น กบั ครูผูสอน รวม ๓ ๒๑ ๓๒๑ คะแนน ๓๒๑ ลงช่ือ……………………………………………….ผูประเมนิ (.......................................................) .......... / ................. / .........


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook