Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Ebookหนังสือ“รวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร? (เล่ม ๑)ก้าวสู่ปีที่๒๔“เราคิดอะไร”

Ebookหนังสือ“รวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร? (เล่ม ๑)ก้าวสู่ปีที่๒๔“เราคิดอะไร”

Published by godofthecrash, 2018-07-09 04:58:47

Description: หนังสือออนไลน์Ebookหนังสิอชาวอโศกศูนย์รวมหนังสือต่างๆของชาวอโศก ที่เคยตีพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ และกำลังจะตีพิมพ์ ได้จัดทำไว้เพื่อสะดวกในการค้นคว้าข้อมูลด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ที่เปิดใช้งานได้เสมือนหนังสือจริง

Search

Read the Text Version

๔) จาก“อเุ ทศ” หมายถงึ ค�าอธิบายจากข้อธรรมทั้งหลายของผรู้ ้ทู ส่ี มั มาทิฏฐิ เม่ือผู้ปฏิบัติรู้จักรู้แจ้งรู้จริงแล้วผู้นั้น จึงจะ“บัญญัติ”(การเรยี กชือ่ ,ชื่อทต่ี ้ังข้นึ )ได้ว่า ภาวะนน้ั ภาวะนคี้ ืออะไร เป็นอยา่ งไร ซ่ึงต้องรู้จักรู้แจ้งท้ังใน“รูป”ทั้งใน“นาม” ขาด“รูป”ก็ไม่ได้ขาด“นาม”กไ็ ม่ได้ จึงเรยี กว่า “ธรรม ๒” แม“้ ภาวะท“่ี ถูกร”ู้ นัน้ จะเปน็ “นามธรรมหรอื นามธาต”ุ กภ็ าวะ“ทถี่ กู ร”ู้ นนั้ แหละ คอื “กาย”ที่เรียกวา่ “นามกาย” จากพระไตรปิฎก เลม่ ๑๐ ขอ้ ๖๐ น้นั พระพทุ ธเจา้ ตรสั ไว้ชัดเจนวา่ “ดูกรอานนท์ ธรรมทงั้ สองเหลา่ น(้ี เทฺว ธัมมา) รวมเป็นอันเดยี วกันกบั เวทนา โดยสว่ นสอง(ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนั ต)ิดว้ ยประการดงั น้ีแล ฯ ก็ค�าน้ีว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เรากล่าวอธิบายดงั ต่อไปนี้ ดกู รอานนท์ เธอพงึ ทราบความขอ้ นโี้ ดยปรยิ ายแมน้ ี้ เหมอื นท่เี ราได้กลา่ วไว้วา่ เพราะผสั สะเปน็ ปจั จัยจึงเกดิ เวทนา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าผัสสะมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแหง่ หน คือจกั ษสุ มั ผสั โสตสมั ผสั ฆานสมั ผสั ชวิ หาสมั ผัส กายสมั ผัส มโนสมั ผสั (คอื “สมั ผัสท้งั ๖”ไมม่ ีเลย) เม่ือไมม่ ีผัสสะโดยประการท้ังปวง เพราะดับผสั สะเสียได้ เวทนาจะพึงปรากฏไดบ้ า้ งไหม ฯ ไมไ่ ด้เลย พระเจา้ ข้า ฯ300 คนจะมีธรรมะไดอ้ ยา่ งไร?

เพราะเหตนุ น้ั แหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมทุ ยั ปจั จยั แห่งเวทนา ก็คอื ผสั สะ นัน่ เอง ฯ ก็ค�าน้ีว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ เรากล่าวอธบิ ายดงั ต่อไปน้ี _ ดกู รอานนท์ เธอพงึ ทราบความขอ้ นโี้ ดยปรยิ ายแมน้ ้ี เหมอื นทเี่ ราได้กล่าวไวว้ า่ เพราะนามรูปเปน็ ปจั จยั จึงเกดิ ผัสสะ ดกู รอานนท์ การบญั ญตั นิ ามกาย ตอ้ งพรอ้ มดว้ ยอาการ เพศ(ลงิ คะ) นมิ ติ อเุ ทศ เมอื่ อาการ ลงิ คะ(เพศ) นมิ ติ และอเุ ทศนน้ั ๆไมม่ ี การสมั ผสั เพยี งแตช่ อื่ (อธวิ จนสมั ผสั โส)ในรปู กายจะพงึ ปรากฏไดบ้ า้ งไหม ฯ ไมไ่ ดเ้ ลย พระเจา้ ข้า ฯ ดกู รอานนท์ การบญั ญตั ริ ปู กาย ตอ้ งพรอ้ มดว้ ยอาการ เพศนิมิต อเุ ทศเม่ืออาการเพศ นิมิต อเุ ทศน้นั ๆไม่มี การสมั ผัสโดยการกระทบ(ปฏฆิ สมั ผัสโส) จะพงึ ปรากฏในนามกายไดบ้ า้ งไหม ไมไ่ ด้เลย พระเจา้ ข้า ฯ ดกู รอานนท์ การบญั ญตั นิ ามกายกด็ ี รปู กายกด็ ี ตอ้ งพรอ้ มดว้ ยอาการ เพศ(ลงิ คะ) นมิ ิต อเุ ทศ เม่ืออาการ เพศ นิมิต อุเทศน้ันๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ช่อื (อธิวจนสมั ผัสโส)กด็ ี การสมั ผสั โดยการกระทบ(ปฏฆิ สัมผสั โส)ก็ดีจะพึงปรากฏได้บา้ งไหม ฯ ไมไ่ ด้เลย พระเจ้าขา้ ฯ ดกู รอานนท์ การบญั ญตั นิ ามรปู ตอ้ งพรอ้ มดว้ ยอาการ เพศนมิ ติ อุเทศ เม่อื อาการ เพศ นิมติ อุเทศน้ันๆ ไม่มี ผัสสะจะพึงปรากฏไดบ้ า้ งไหม ฯ301 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

ไม่ได้เลย พระเจ้าขา้ ฯ เพราะเหตนุ ้นั แหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมทุ ยั ปจั จยั แห่งผสั สะ ก็คือนามรปู นนั่ เอง ฯ” เหตุ และ สมุทัย เป็น“ธรรม ๒” และต่อเนื่องด้วยปัจจัยท�าให้เกดิ “นทิ าน”หรอื เกดิ เรอื่ งราว เกดิ นยิ ายชวี ติ เตม็ โลก เพราะ“ธรรม ๒”ฉนั ใด ก็ฉันเดียวกันกับ“สสาร กับ พลังงาน” ที่เป็น“ธรรม ๒”ของธรรมชาติในมหาจักรวาล(เอกภพ) ที่ไอน์สไตน์ ค้นพบความสมั ผสั สมั พนั ธเ์ กดิ เปน็ “ทฤษฎสี มั พทั ธภาพ” รจู้ กั รแู้ จง้ รจู้ รงิ spaceand time of continuum ส่วนพระพุทธเจ้าก็“ทฤษฎีสัมพัทธภาพ”เยี่ยงเดียวกัน แต่เป็นเร่ืองของ“จิตนิยาม” ซึ่งเป็น“สสารกบั พลงั งาน”และเปน็ “พลงั งาน”ระดบั ชวี ะในความเปน็ สตั วท์ เี ดยี วท่สี ามารถรจู้ ักรูแ้ จ้งร้จู รงิ karma and time of continuum ท่ีส�าคัญยิ่งของพุทธนั้นคือ สามารถท�าธรรมชาติแห่ง“ธรรม ๒”ให้เปน็ “ธรรมเดยี ว”(เอกธรรม คอื เอกสโมสรณา เป็นต้น หรือเอกัคคตาแบบสัมมาฌาน-สัมมาสมาธิ) และหรือท�าให้เป็น“ธรรมสูญ”(สุญญตธรรม)ได้อย่างเปน็ จริงอีกด้วย ค�าว่า “ธรรม ๒”(เทฺว ธัมมา)นี้แหละ ท่ีคือ “กาย”ท่ีนกั ปฏิบตั ธิ รรมทกุ คนจะตอ้ งเรยี นรู้ศกึ ษาเปน็ ส�าคญั หากเขา้ ใจความเป็น“กาย” ไม่สัมมาทิฏฐิ ก็ไม่มีทางบรรลุธรรมที่เป็น“โลกุตระ”ของพทุ ธเดด็ ขาด และ“ธรรม ๒”นี้เอง ท่พี ระพุทธเจา้ สรปุ จุดทจ่ี ะตอ้ งศึกษาหานิพพานกนั ไวใ้ ห้อย่างชดั ทสี่ ุดแลว้ คอื พระองคต์ รัสวา่ “ธรรม ๒” นแ้ี หละ “รวมเปน็ หนงึ่ ในเวทนา” (เทวฺ ธมั มา ทวฺ เยน302 คนจะมธี รรมะได้อย่างไร?

เวทนาย เอกสโมสรณา ภวันติ) หรือท่ีท่านแปลกันในพระไตรปิฎก ว่า“รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา” ซ่ึงความว่า“รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา”(เวทนาย เอกสโมสรณา)ก็ดี “มีเวทนาเป็นท่ีประชุมลง”(เวทนาสโมสรณา)กด็ ี มีความหมายเดยี วกนั แท้ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “มีเวทนา เป็นท่ีประชุมลง” เชน่ ใน“มูลสตู ร ๑๐”ก็มีว่า “มีเวทนาเปน็ ท่ปี ระชุมลง”(พตปฎ. เลม่ ๒๓ ขอ้ ๑๘๙) หรือใน“สมิทธิสตู ร” พระสารีบุตรกย็ นื ยันไวอ้ ีกว่า “มเี วทนาเปน็ ทีป่ ระชุมลง”(พตปฎ. เลม่ ๒๓ ข้อ ๒๑๘) และในพระไตรปฎิ ก เลม่ ๒๔ ขอ้ ๕๘ กม็ ยี นื ยนั “มลู สตู ร ๑๐”ชดั ๆตรงกนั อยอู่ กี อา่ นคา� ตรสั ของพระพุทธเจ้าซ�้าดอู กี ที เพราะผัสสะเป็นปจั จยั จงึ เกดิ เวทนา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าผัสสะมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทกุ แห่งหน คือจกั ษุสมั ผสั โสตสมั ผัส ฆานสมั ผสั ชวิ หาสมั ผัส กายสมั ผสั มโนสัมผสั (ไม่มีสัมผสั ทั้งภายนอก-ภายใน) เมื่อไม่มผี สั สะโดยประการทั้งปวง เพราะดบั ผัสสะเสยี ได้ เวทนาจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ก็ยอ่ ม“มีเวทนาใดๆไม่ได้” ใช่มย้ั ? แตค่ า� วา่ “ดบั ผสั สะเสยี ได”้ ในทนี่ ี้ นแี่ หละเปน็ “นยั สา� คญั ”ที่จะตอ้ งชัดเจนใหด้ ี วา่ “ผัสสะ”ท“่ี ถูกดบั ”นี้ หมายถึง “ดับผัสสะ”ตรงไหน? “ดับอะไรในผัสสะ”ท่สี า� คญั ยง่ิ แท้ น่ันก็คือ “ดับผัสสะ”ท่ียังมี“เวทนา”อยู่พร้อม ไม่ใช่“ไรเ้ วทนา”หมดสิ้น ไม่มีเหลอื “ความรสู้ กึ -ความรับร”ู้ ใดๆเลย ถ้าไม่มี“ผัสสะ”จากภายนอกเลย ก็แน่นอน “ผัสสะใดๆ”303 คนจะมีธรรมะไดอ้ ยา่ งไร?

ทง้ั ภายนอกหรอื ภายในนัน้ ไมม่ ี แต่ทล่ี กึ ซง้ึ ซบั ซอ้ นก็คือ ผลส�าเร็จของศาสนาพุทธที่วิเศษคือ “ดับเวทนา”ในกามภพข้ันต้นเท่ากับ“ดับผัสสะ”ใน“กามภพ”ได้ก่อน แล้วขั้นต่อจึงจะ“ดับเวทนา”ในรปู ภพ-อรูปภพ แตท่ ลี่ กึ ซง้ึ ซบั ซอ้ นยงิ่ กค็ อื ตา,ห,ู จมกู , ลน้ิ ,กาย,ใจ ยงั ขนึ้ รบั วถิ ีมี“สัมผัสสชาเวทนา”(ความเสวยอารมณ์อันเกิดจากสัมผัส)รับรู้ภายนอกอยู่ทุกทวาร และ“เวทนา”รับรู้อยู่เต็มสภาพ แต่ก็“ดับเวทนา-ดับผสั สะ”ในสว่ นหนึ่งจรงิ ซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมสามารถ“ดับเวทนาในเวทนา”ขณะที่มี“ผัสสะ”(มีสัมผสั สชาเวทนา)อย่นู ั่นเอง จึงเป็น“เวทนา ๒”(เวทนาท่เี ป็นโลกยี ะ กบั เวทนาทเี่ ปน็ โลกตุ ระ หรอื เปน็ เคหสติ กบั เนกขมั มสติ ) ทสี่ ามารถทา� ให้“รวมลงเป็นหนึ่ง”(เอกสโมสรณา)คือ เป็น“เวทนาท่ีเป็นโลกุตระอันเดียว”ได้ โดย อารมณ์โลกีย์ไม่มี ท้ังๆท่ี“เวทนา ๒”รับรู้โลกียะ“กามภพ”ก็สัมผัสสมั พันธ์อยแู่ ท้ๆ.(จบฉบับท่ี ๓๐๑) ขอแสดงความยนิ ดี ในโอกาสกา้ วสู่ปีที ่ ๒๔ สือ่ บญุ นยิ ม “เราคิดอะไร” v รา้ นจีรจติ เสอ้ื ผา้ สา� เรจ็ รูป ตลาดฉวาง จ. นครศรีธรรมราช304 คนจะมธี รรมะไดอ้ ยา่ งไร?

ขอนอบนอ้ มกตญั ญเู ทดิ พระคณุ ขอนอ้ มกราบนมสั การ ๔๗ ปีบนเส้นทางพระโพธิสตั ว์ พอ่ ครสู มณะโพธิรกั ษ์ดว้ ยความเคารพสนบั สนนุ “เราคดิ อะไร” กา้ วสู่ปีท ่ี ๒๔ “เราคิดอะไร” ก้าวสปู่ ีที ่ ๒๔ _ มาลิน ี อนิ ทรโกเศศ ยนิ ดดี ว้ ย ` สมถวลิกราบนมัสการพอ่ ทา่ นด้วยศรทั ธาคารวะ ขอนอบนอ้ มศรทั ธาคารวะ ขอแสดงความยินดเี นื่องในวาระ ๔๗ ปบี นเสน้ ทางสัมมาอาริยมรรค “เราคิดอะไร” เข้าสูป่ ี ๒๔ ปี สนบั สนุน “เราคดิ อะไร” เสมอ เปน็ กา� ลังใจให้ก้าวตอ่ ไป k บุญมี สมณะ b มลู นิธิสถานธรรมเสียงทิพย์305 คนจะมีธรรมะไดอ้ ย่างไร?

กราบนมัสการพอ่ ทา่ นดว้ ยกตญั ญูบชู า ขอนอบนอ้ มกตัญญูคารวะขอแสดงความยนิ ดเี น่ืองในวาระ ๔๗ ปบี นเส้นทางสัมมาอาริยมรรค“เราคิดอะไร” กา้ วสูป่ ีที ่ ๒๔ ป ีไร้มายา เขม้ คณุ ค่า “เราคิดอะไร” ก้าวต่อไปให้มั่นคง ] ยุพิน พฒั นพงษ์ D วรางภรณ ์ เดชวัฒน์ ขอนอบน้อมกตญั ญเู ทดิ พระคณุ ๔๗ ปแี หง่ การเข็นกงลอ้ พระธรรมจักร สนับสนุน “เราคิดอะไร” ยนื หยัดก้าวสปู่ ที ี่ ๒๔ ` บุญมา ชัยวิเศษ306 คนจะมีธรรมะไดอ้ ย่างไร?

ขอนอบนอ้ มกตญั ญศู รัทธา ๔๗ ปบี นเส้นทางสัมมาอาริยมรรคใหก้ �าลงั ใจ “เราคดิ อะไร” ยืนหยัดก้าวสู่ปีที่ ๒๔ ` จิตติมา สายวารุณ ขอนอบน้อมกตญั ญบู ูชาคุณ ขอนอบนอ้ มกตัญญูเทดิ พระคณุ๔๗ ปบี นเสน้ ทางสัมมาอารยิ มรรค ๔๗ ปบี นเสน้ ทางพระโพธสิ ัตว์ ก้าวสปู่ ีท ี่ ๒๔ “เราคดิ อะไร” สนับสนุน “เราคดิ อะไร” จงกา้ วต่อไปเพอ่ื สังคม ก้าวสปู่ ที ี่ ๒๔ ` สอื ฟ้าศลิ ป์ ภวู นาถ _ จิราลักษณ ์ ประเสรฐิ วณิช307 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

ขอนอบนอ้ มกตัญญบู ชู าคณุ ๔๗ ปีบนเสน้ ทางสมั มาอาริยมรรคให้ก�าลงั ใจ “เราคดิ อะไร” ยนื หยัดก้าวสปู่ ที ่ี ๒๔ a สรภี สุทธิฤทธ์ิ เกษร สาลี ขอนอบน้อมกตัญญคู ารวะ ขอนอบนอ้ มศรัทธาคารวะ ๔๗ ปบี นเสน้ ทางสัมมาอารยิ มรรค ๔๗ ปีบนเสน้ ทางสัมมาอาริยมรรค ก้าวสูป่ ีท่ ี ๒๔ “เราคดิ อะไร” “เราคิดอะไร” กา้ วต่อไปใหม้ ั่นคง จงกา้ วต่อไปเพ่อื สงั คม ` สมควร ศริ ิจติ รจนิ ดา b แมเ่ ย็นใส สธุ รรมเกษม308 คนจะมธี รรมะได้อย่างไร?

ขอนอบน้อมกตญั ญเู ทดิ พระคณุ ๔๗ ปีแห่งการเขน็ กงล้อพระธรรมจักรสนับสนุน “เราคดิ อะไร” ยนื หยัดกา้ วสปู่ ที ี่ ๒๔ _ สนุ ิษา กจิ กา� จรกุล ขอนอบน้อมกตัญญคู ารวะ ขอนอบนอ้ มกตญั ญูเทดิ พระคุณ ๔๗ ปีบนเส้นทางสัมมาอารยิ มรรค ๔๗ ปีบนเสน้ ทางพระโพธิสัตว์ “เราคดิ อะไร” ยนื หยัดกา้ วต่อไป สนบั สนุน “เราคิดอะไร” D ปรดี า แสงประดับ ก้าวส่ ู ปีท ่ี ๒๔ ` วนดิ า กันโฉม309 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

310 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

311 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

312 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

313 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

314 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

ขอกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพ ขอนอบนอ้ มกตัญญูคารวะ ก้าวสปู่ ที ี่ ๒๔ “เราคดิ อะไร” ๔๗ ปบี นเส้นทางสัมมาอารยิ มรรค สร้างสรรค์เพื่อสังคมตอ่ ไป “เราคดิ อะไร” ก้าวตอ่ ไปให้มัน่ คง ` แพรวพรรณ ดีอาษา ] จินตนา สีม่วงค�า ขอนอบน้อมกตัญญูเทดิ พระคณุ ๔๗ ปแี หง่ การเข็นกงล้อพระธรรมจกั ร สนับสนุน “เราคดิ อะไร” สอ่ื ทวนกระแสก้าวสปู่ ีท่ี ๒๔ ` ณวุ รรณ ตงั้ จติ ภราดร และครอบครัว315 คนจะมีธรรมะได้อยา่ งไร?

]เบญจวรรณ เจรญิ วงศ์ ]316 คนจะมธี รรมะไดอ้ ยา่ งไร?

317 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

ขอนอบน้อมกตญั ญูคารวะ ขอนอบน้อมกตญั ญบู ูชาคุณ ๔๗ ปีบนเส้นทางสัมมาอารยิ มรรค ๔๗ ปีบนเสน้ ทางสัมมาอารยิ มรรค สนบั สนุน “เราคดิ อะไร” ให้กา� ลังใจ “เราคดิ อะไร” เผยแพรแ่ กน่ สารสาระต่อไป ` สมจิต ส�าราญ ] สืบ มาลยั ขวญั ขอนอบนอ้ มกตัญญูเทิดพระคุณ ขอนอบนอ้ มกตญั ญูบชู าคณุ๔๗ ปีบนเส้นทางสมั มาอารยิ มรรค ๔๗ ปบี นเส้นทางสมั มาอาริยมรรค สนับสนนุ “เราคดิ อะไร” ให้ก�าลงั ใจ “เราคิดอะไร” ยนื หยัดกา้ วส่ปู ีที่ ๒๔ ก้าวส่ปู ที ี่ ๒๔ ยนิ ดดี ว้ ย ` โสภี ลอยลว่ิ ] สุภร มณวี ัฒนา318 คนจะมีธรรมะได้อยา่ งไร?

319 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?

320 คนจะมธี รรมะไดอ้ ย่างไร?