1.1 ทรัพยากรการจดั การด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนันทนาการในท้องถน่ิ นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ทม่ี ีสภาพแวดล้อมเปน็ ชมุ ชนเมอื ง ทม่ี ีสภาพแวดลอ้ มเปน็ ชุมชนชนบท 3) กิจกรรมการเต้นรา เช่น ราไทย ลีลาศ 4) กจิ กรรมการท่องเท่ียวทศั นศึกษา 5) กิจกรรมพัฒนาจิตใจและความ สงบสุข เช่น น่ังสมาธิ เดินจงกรม ฟัง เทศน์ ฟังธรรม 6) กิจกรรมงานอดิเรก เช่น สะสม สง่ิ ของ ปลูกต้นไม้ อา่ นหนงั สอื 7) กิจกรรมดนตรีและร้องเพลง เช่น ร้องเพลงคาราโอเกะ เล่นเครื่องดนตรี ไทยและสากล 8) กิจกรรมกลางแจ้ง/นอกเมือง เช่น ปั่นจักรยาน เดินป่า ตกปลา อยู่ค่ายพัก หนหา้ นหา้6น้า แรม 202101 9) กิจกรรมทางสังคม เช่น ร่วมกัน ทาอาหารเลย้ี งคนชราในหมูบ่ ้านร่วมงาน เล้ียงสังสรรค์ ร่วมกันรณรงค์รักษา ส่งิ แวดลอ้ มในชมุ ชน 10) กิจกรรมในโอกาสเทศกาลพิเศษ เช่น สรงน้าพระวันสงกรานต์ สวดมนต์ ข้ามปี 11) กิจกรรมการบริการอาสาสมัคร เช่น ช่วยเหลืองานทาบุญวัด ช่วยเหลือ งานจราจร งานบรกิ ารกาชาด 1. ส่งิ นาเขา้ ของศูนยก์ ฬี าและนันทนาการ อบต. (Inputs) องค์ประกอบ แนวทางในการปฏิบัติ (Implementation)
1.1 ทรัพยากรการจดั การด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนันทนาการในทอ้ งถ่นิ นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ที่มสี ภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมือง ทีม่ ีสภาพแวดลอ้ มเปน็ ชุมชนชนบท 12) กิจกรรมการพัฒนาสุขภาพและ ส ม ร ร ถ ภ า พ เ ช่ น เ ดิ น ห รื อ ว่ิ ง ใ น สวนสาธารณะ เลือกหาอาหารเพื่อ สขุ ภาพรบั ประทาน 13) กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ แ ล ะ มนุษยสัมพันธ์ เช่น ร่วมการละเล่น ท้องถิ่น ร่วมการแข่งกีฬาพื้นบ้านใน ชุมชน 3) การจัดโปรแกรมกิจกรรมด้านกีฬา และนันทนาการ อบต. ควรจัดโปรแกรม ของกิจกรรมด้านกีฬาและนันทนาการให้ มีความหลากหลายในช่วงระหว่า ง ปงี บประมาณ หรืออาจมกี ารปรับเปล่ียน หนหา้ นหา้6น้า โ ปรแกรมกิจกรร มเ พื่ อใ ห้มี ค ว า ม 20202 หลากหลายในช่วงปีงบประมาณถัดไปก็ เป็นได้ โดยที่โปรแกรมกิจกรรมต่าง ๆ ด้านกีฬา อาจเปน็ ได้ดังน้ี 1) การจัดการแขง่ ขนั กีฬาระดับตา่ งๆ 2) การจัดการฝึกซอ้ มนักกีฬา 3) การจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ และทดสอบสมรรถภาพทางกาย 4) การจัดกิจกรรมกีฬาและการออก กาลังกายสาหรับกลุ่มเฉพาะ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ 1. ส่งิ นาเขา้ ของศูนยก์ ีฬาและนันทนาการ อบต. (Inputs) องค์ประกอบ แนวทางในการปฏิบตั ิ (Implementation)
1.1 ทรัพยากรการจัดการด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนนั ทนาการในท้องถิ่น นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นชุมชนเมือง ท่มี ีสภาพแวดลอ้ มเปน็ ชุมชนชนบท 5) การจัดกิจกรรมเสริมต่าง ๆ เช่น งานสังสรรค์ กิจกรรมพิเศษ (Special Event) โปรแกรมกิจกรรมด้านนันทนาการ อาจ เป็นไปได้ดังน้ี 1) การจัดการแข่งขันกิจ กรร ม นันทนาการต่าง ๆ 2) การมาเยี่ยมชมหรือการเปิดให้ เย่ียมชมสถานที่ 3) หอ้ งเรียนรู้ 4) สโมสร 5) กิจกรรมพิเศษ (Special Event) เช่น การแสดงดนตรี การจัดงานประกวด หนหา้ นหา้6น้า 6) การประชุมเชิงปฏิบัติการ/การ 202303 ประชุม 7) กลุ่มตามความสนใจ เช่น กจิ กรรม ด้านศิลปะและหัตถกรรมกจิ กรรมร้องรา 8) กิจกรรมนอกสถานท่ี เช่น ศึกษาดู งาน เข้าคา่ ยยาเสพตดิ 4) การแบง่ กลุม่ ผู้รับบริการดา้ นกฬี าและ นันทนาการ ความต้องการกิจกรรมด้านกีฬาและ นั น ท น า ก า ร ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ป ข อ ง ประชาชนในชมุ ชน นอกจากจะข้ึนอยู่ 1. สิ่งนาเข้าของศูนย์กฬี าและนันทนาการ อบต. (Inputs) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏิบตั ิ (Implementation)
1.1 ทรัพยากรการจัดการด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนนั ทนาการในท้องถ่ิน นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ท่มี สี ภาพแวดลอ้ มเปน็ ชมุ ชนเมอื ง ท่มี ีสภาพแวดล้อมเป็นชมุ ชนชนบท กับสภาพแวดล้อมของแตล่ ะพื้นที่แล้วส่ิง ท่ีสาคัญท่ีเป็นตัวกาหนดความต้องการก็ คือระดับอายุ ซึ่ง อบต.ควรแบ่งกลุ่ม ผู้รับบริการ เพ่ือจัดกิจกรรมด้านกีฬา และนนั ทนาการ ตามระดับอายุ ดงั น้ี 1) วัยเด็กกอ่ นเรียน 2) วัยเด็กวยั รนุ่ และเยาวชน 3) วัยผใู้ หญ่ 4) วยั ผู้สูงอายุ นอกจากนี้ อบต. ยังควรทจี่ ะคานึงถึง การจัดกิจกรรมดา้ นกฬี าและนันทนาการ ให้กับกลุ่มผู้ด้อยความสามารถผู้พิการ ภายในพ้ืนที่เพอ่ื ความเท่าเทยี มในการรับ หนหา้ นหา้6น้า บรกิ ารอีกดว้ ย ศูนย์กีฬาและนันทนาการ อบต. 202404 1.2.2 ความพอใจจ่าย (Cost อบต.ควรจัดให้มีการบริการพิเศษ to Satisfy) ด้านกีฬาและนันทนาการ เพ่ือเป็น ประเภทน้ี อาจไม่จาเป็นต้องจัดหา ทางเลือกสาหรับผู้ท่ีมีความพร้อม ท่ีจะ บริการพิเศษเพิ่มเติม แต่อาจมีการต้ังจุด สามารถใช้บริการเหล่าน้ัน ให้เกิดความ รั บ บ ริ จ า ค เ งิ น ส นั บ ส นุ น ใ น ก า ร พึงพอใจมากข้ัน โดยยอมจ่ายค่าใช้ บารุงรักษาสถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ์ และสิ่ง บริการเพิ่มเติมบางส่วน อย่างเช่น การ อานวยความสะดวกด้านกีฬาและ จัดการฝึกสอนทักษะกีฬาข้ันสูงขึ้นกว่าท่ี นันทนาการและทาการส่ือสารให้เห็น จัดฝึกสอนทักษะกีฬาขั้นสูงขึ้นกว่าที่จัด คุณค่าของการบริจาคเงินสนับสนุนของ ฝึกสอนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซ่ึงต้อง ประชาชน นับเป้นการสง่ เสริมให้ ต้นทุนในการจ้างผู้ฝึกสอนเพ่ิมเติม และ การเกบ็ ค่าชดเชยหรอื ค่าเสยี หายที่เกิด 1. ส่งิ นาเข้าของศูนยก์ ฬี าและนนั ทนาการ อบต. (Inputs) องค์ประกอบ แนวทางในการปฏบิ ตั ิ (Implementation)
1.1 ทรัพยากรการจัดการด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนนั ทนาการในท้องถิ่น นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ท่ีมีสภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมอื ง ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นชุมชนชนบท จากการใช้งานวัสดุ อุปกรณ์ และสถาน ผู้รับบริการเห็นคุณค่าของการใช้บริการ กฬี าและนันทนาการโดยผิดวตั ถุประสงค์ เกิดความรู้สึกหวงแหนและต้องการที่จะ การใชง้ าน ดูแลรกั ษาบรกิ ารใหค้ งอยูต่ อ่ ไป ท้ังนี้ การเก็บค่าบริการเพิ่มเติมใน ส่วนท่ีจาเป็นกับการให้บริการเพ่ิมเติม นับเป็นการส่งเสริมให้ผู้รับบริการเห็น คุณค่าของการให้บริการ เกิดความรู้สึก หวงแหนและต้องการที่จะดูแลรักษา บริการให้คงอยตู่ ่อไป 1 . 2 . 3 ค ว า ม ส ะ ด ว ก อบต.ควรดาเนินการให้ประชาชน ควรดาเนินการเช่นเดียวกันกับ อบจ. (Convenience) ผู้รับบริการด้านกีฬาและนันทนาการ มี ทม่ี สี ภาพแวดล้อมเปน็ ชมุ ชนเมือง ความสะดวกในการเข้าถึงและรับบริการ ได้อย่างทั่วถึง โดยการจัดกิจกรรม/ หนหา้ นหา้6น้า โครงการจะต้องคานึงถึงความสะดวกใน 202505 ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ก า ร กระจายตัวของกิจกรรม/โครงการไปสู่ กลุ่มประชาชนในแต่ละส่วนของพื้นที่ ตามความเหมาะสม 1 . 2 . 4 ก า ร สื่ อ ส า ร 1) การประชาสัมพันธท์ ีเ่ ขา้ ถึงได้สะดวก 1) การประชาสมั พนั ธ์ที่เข้าถึงไดส้ ะดวก (Communication) อบต.ควรทาการประชาสัมพันธ์การ ค ว ร พิ จ า ร ณ า ด า เ นิ น ก า ร จัดกิจกรรมและการบริการด้านกีฬาและ ประชาสัมพันธ์ในช่องทางท่ีประชาชนใน นันทนาการโดยการใช้สารที่เข้าใจง่าย ชนบทจะมีความสามารถในการรับสาร และสามารถสร้างความเข้าใจ กับ ประชาชนได้ทุกกลุ่ม โดย อบต.ควร พิจารณาชอ่ งทางการสื่อสารท่ี 1. สิง่ นาเขา้ ของศนู ย์กีฬาและนันทนาการ อบต. (Inputs) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏิบตั ิ (Implementation)
1.1 ทรัพยากรการจัดการด้าน รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ กีฬาและนันทนาการในท้องถิ่น นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Management Resources) ท่ีมีสภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมอื ง ท่มี ีสภาพแวดลอ้ มเปน็ ชมุ ชนชนบท ประชาชนในพื้นท่ีมีความสะดวกต่อการ โดยเฉพาะช่องทางพ้ืนฐานท่ัวไปท่ีไม่ใช้ รับรู้และเข้าถึงการสื่อสารของ อบต. ได้ เทคโนโลยีมากนัก ง่าย ซ่ึงแต่ละพื้นท่ีอาจมีความแตกต่าง 2) การสง่ เสริมการตลาดท่นี ่าสนใจ กันออกไป เช่น การประชาสัมพันธ์บน สามารถดาเนินการส่งเสริมการตลาด เว็บไซต์ของ อบต.การใช้สื่อโซเชียลของ ได้ตามท่ี อบต. ท่ีมีสภาพแวดล้อมเป็น อบต. การประกาศผ่านเสียงตามสาย ชุมชนเมืองปฏิบัติ แต่ควรพิจารณาถึง การแจกจ่ายส่ือส่ิงพิมพ์ การจัดประชุม ความสนใจของประชาชนในชุมชน ตัวแทนหมู่บา้ น การใชว้ ิธปี ากตอ่ ปาก ชนบทเป็นหลัก ซึ่งสิ่งของหรือสิทธิพิเศษ 2) การส่งเสรมิ การตลาดท่ีนา่ สนใจ ท่ีนามาเป็นจุดส่งเสริมการตลาดอาจมี อบต.อาจนาวิธีการส่งเสริมการตลาด ความแตกต่างกับชมุ ชนเมอื งออกไป มาใช้ร่วมกับการสื่อสารการจัดกิจกรรม กฬี าและนนั ทนาการ เพื่อทาให้เกดิ ความ น่าสนใจและแรงจูงใจในการเข้าร่วม หนหา้ นหา้6น้า กิ จ ก ร ร ม ก า ร แ ถ ม สิ่ ง ข อ ง ท่ี ใ ช้ 202606 ประกอบการปฏิบัติกิจกรรม การสะสม คะแนนเพ่ือแลกสิ่งของหรือสิทธิพิเศษ บางอย่าง 2. กระบวนการจดั การของศนู ย์กีฬาและนนั ทนาการ อบต. (Management Process) องค์ประกอบ แนวทางในการปฏบิ ัติ (Implementation)
2.1 การวางแผนด้านกีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ นันทนาการในชุมชนท้องถ่ิน นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Planning) ทม่ี ีสภาพแวดล้อมเป็นชุมชนเมอื ง ทีม่ สี ภาพแวดล้อมเปน็ ชมุ ชนชนบท 2.1.1 แผนแบบมีส่วนร่วม อบต. ควรมกี ารจัดทาแผนดาเนินงาน ควรมีการจัดทาแผนดาเนินงาน (Participatory Planning) ประจาปี เพ่ือนาไปสู่การดาเนินงาน ประจาปี เพ่ือนาไปสู่การดาเนินงาน กิ จ ก ร ร ม / โ ค ร ง ก า ร ด้ า น กี ฬ า แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม / โ ค ร ง ก า ร ด้ า น กี ฬ า แ ล ะ นันทนาการโดยใช้ความมีส่วนร่วมของ นันทนาการโดยใช้ความมีส่วนร่วมของ ประชาชนอย่างแท้จริงผ่านกระบวนการ ประชาชนอย่างแท้จริงเช่นเดียวกันกับ จัดประชาคมในตาบลโดยเปิดโอกาสให้ อบต. ทมี่ สี ภาพแวดลอ้ มเปน็ ชมุ ชนเมือง ผู้เข้าร่วมการประชาคมได้มีบทบาทใน การแสดงความคิดเห็นอย่างสม่าเสมอ เพ่ือที่แผนดาเนนิ งานประจาปี จะนาไปสู่ ความต้องการได้รับบริการ อันเกิดจาก ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ส่ ว น ใ ห ญ่ ท่ี ไ ด้ พ ย า ย า ม แสวงหาฉนั ทามตริ ว่ มกนั 2.1.2 แผนระยะส้ันและกลาง อบต.ควรดาเนินการวางแผนทง้ั ระยะ ควรดาเนินการวางแผนทั้งระยะสั้น (Short and Medium Term สน้ั และระยะกลาง เนือ่ งจากการวางแผน และระยะกลาง เน่ืองจาก การวางแผหนนห้านห้า6นา้ ระยะสั้น คือ แผนดาเนินงานประปี ระยะสั้น คือ แผนดาเนินงานประจาปี 202707 Planning) สามารถจัดดา เนิ น กา รแล ะ มี ก า ร สามารถจัดดา เนิ น กา รแล ะ มี ก า ร ปรับเปลี่ยนกิจกรรม/โครงการในช่วง ปรับเปลี่ยนกิจกรรม/โครงการในช่วง เวลาสั้นๆ ปีต่อปีได้ตามความต้องการท่ี เวลาส้ัน ๆ ปีต่อปีได้ตามความต้องการที่ อาจเปล่ียนแปลงไปของประชาชนใน อาจเปลี่ยนแปลงไปของประชาชนใน พื้นท่ีแต่การวางแผนระยะกลางช่วงเวลา พื้นที่ แต่การว างแผนระยะ ก ล า ง 2 ถึง 3 ปีงบประมาณน้ัน มีส่วนสาคัญที่ ช่วงเวลา 2 ถึง 3 ปีงบประมาณนั้น ควร จะทาให้ อบต.สามารถกาหนดกรอบ มุ่งเน้นไปยังกิจกรรมที่สามารถต่อยอด ทิศทางในการพัฒนาด้านสถานกีฬาและ การดาเนินงานให้พัฒนามากขึ้นอย่าง นันทนาการ รวมทงั้ กจิ กรรม/ ตอ่ เนอ่ื งได้ ซ่งึ อาจใช้ระยะเวลาในการจัด ดาเนนิ การมากกว่าหน่ึงปี มากกวา่ ท่ี 2. กระบวนการจัดการของศนู ย์กฬี าและนนั ทนาการ อบต. (Management Process) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏบิ ัติ (Implementation)
2.1 การวางแผนด้านกีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ นันทนาการในชุมชนท้องถิ่น นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบล (Planning) ทมี่ สี ภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมือง ทมี่ สี ภาพแวดล้อมเป็นชมุ ชนชนบท 2.2 การจัดองค์กรของศูนย์ อบต.ควรมีส่วนงานด้านกีฬาและ ค ว ร มี ส่ ว น ง า น ด้ า น กี ฬ า แ ล ะ กีฬาและนันทนาการ อบต. นันทนาการโดยเฉพาะแยกออกมาจาก นันทนาการโดยเฉพาะแยกออกมาจาก (Organizing) สว่ นงานด้านอื่น ๆ อาจมชี อื่ ส่วนงานเป็น ส่วนงานดา้ นอ่ืน ๆ เช่นกัน กองกีฬาและนันทนาการหรือฝ่ายกีฬา และนนั ทนาการก็ตามแต่ความเหมาะสม ของชื่อของส่วนงานตามท่ีหน่วยงาน ส่วนกลางจะเปน็ ผูก้ าหนด 2.2.2 การจัดสรรบุคลากร 1) ควรมีหัวหน้าส่วนงานด้านกีฬาและ 1) ควรมีหัวหน้าส่วนงานด้านกีฬาและ (Managing Human) นันทนาการเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาด้าน นันทนาการเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาด้าน กีฬาและนนั ทนาการโดยตรง กฬี าและนนั ทนาการโดยตรง 2) ควรมีบุคลากรปฏิบัติงานในโครงการ 2) ควรมีบุคลากรปฏิบัติงานในส่วนงาน เก่ียวกับด้านกีฬาและนันทนาการแบบ ด้านกีฬาและนันทนาการเป็นผู้มีวุฒิ ชั่วคราว ซึง่ เป็นผู้มีความชานาญการหรือ การศึกษาด้านกีฬาและนันทนาการ หนห้านหา้6นา้ ได้รับการรับรองด้านวิชาชีพหรือมีวุฒิ โดยตรง การศึกษาด้านกีฬาและนันทนาการ 3) ควรมีการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับ 202808 โดยตรง บุคลากรส่วนงานอ่ืน ๆ ท่ีสนใจด้านกีฬา และนันทนาการ เพื่อกระจายองค์ก ค ว า ม รู้ แ ล ะ เ ป็ น ก า ส ร้ า ง แ ล ะ พั ฒ น า บุคลากรด้านกีฬาและนันทนาการใน อบต.เพ่มิ เตมิ 4) ควรมีการจัดอบรมอาสาสมัครภาค ประชาชนดา้ นกีฬาและนันทนาการโดย
2. กระบวนการจัดการของศนู ยก์ ีฬาและนันทาการ อบต. (Management Process) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏิบตั ิ (Implementation) 4) ควรมีการพัฒนาองค์คว ามรู้ใ ห้กับ วิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อ บุคลากรส่วนงานอ่ืน ๆ ท่ีสนใจด้านกีฬาและ สร้างเครือข่า ยสนั บสนุ น ก า ร นันทนาการเพื่อกระจายองค์ความรู้และเป็น ด า เ นิ น ง า น ด้ า น กี ฬ า แ ล ะ การสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาและ นันทนาการให้กับอบต. นันทนาการในอบต. เพิ่มเติม 5)ควรมีการจัดอบรมอาสาสมัครภ าค ประชาชนด้านกีฬาและนันทนาการโดย วิ ท ย า ก ร ผู้ มี ค ว า ม เ ชี่ ย ว ช า ญ เ พื่ อ ส ร้ า ง เครือข่ายสนับสนุนการดาเนินงานด้านกีฬา และนนั ทนาการใหก้ บั อบต. 2.3 การนาเพื่อขับเคล่ือน รู ป แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ กี ฬ า แ ล ะ รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและ ภารกิจของศูนย์กีฬาแ ละ นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบลท่ีมี นันทนาการองค์การบริหารส่วน นันทนาการ อบต. (Leading) สภาพแวดล้อมเป็นชุมชนเมอื ง ต า บ ล ท่ี มี ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม เ ป็ น ชมุ ชนชนบท หนหา้ นห้า6น้า 2.3.1 ภาวะผนู้ า 1) ผบู้ ริหาร อบต.ผรู้ บั ผิดชอบการดาเนนิ งาน ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงานและ 202909 (Leadership) ของศูนย์กีฬาและนันทนาการอบต. ควรมี ผู้ ป ฏิ บั ติ ง า น ด้ า น กี ฬ า แ ล ะ ภ าว ะผู้นาโ ดย เป็นผู้มีวิสัยทัศน์แ ล ะ นันทนาการใน อบต. ประเภทนี้ เป้าหมายด้านกีฬาและนันทนาการท่ีชัดเจน ควรมีภาวะผู้นา เช่นเดียวกันกับ มีกลยุทธ์ในการจัดการศูนย์กีฬาและนัทนา อบต. ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นชุมชน การให้นาไปสู่การบรรลุเป้าหมาย เป็น เมือง ตัวอย่างที่ดีในการดาเนินงานด้านกีฬาและ นันทนาการแก่ผูใ้ ต้บงั คบั บญั ชา 2) หัวหน้าส่วนงานกีฬาและนันทนาการควร มีภาวะผู้นาคือ มีเป้าหมายในการดาเนินงาน ของส่วนงานกีฬาและนันทนาการและเป็น แ บ บ อ ย่ า ง ท่ี ดี ใ น ก า ร ท า ง า น ใ ห้ กั บ ผปู้ ฏิบตั งิ านใต้บงั คับบัญชา
2. กระบวนการจัดการของศูนย์กีฬาและนันทาการ อบต. (Management Process) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏิบัติ (Implementation) 2.3.2 แรงจูงใจ (Motivation) 1) ผู้บริหารและหัวหน้าส่วนงานกีฬาและ ผบู้ รหิ าร หัวหนา้ ส่วนงาน และผู้ นันทนาการควรสร้างแรงกระตุ้ นและ ปฏิบัตดิ ้านกฬี าและนันทนาการใน แรงจูงใจในการทางานด้านกีฬา และ อบต. ประเภทนี้ ควรมีการปฏบิ ตั ิ นันทนาการให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น การ เกี่ยวกบั แรงจงู ใจเชน่ เดยี วกันกับ มอบรางวัล การเล่ือนช้ันเงินเดือน การกล่าว อบต.ท่ีมีสภาพแวดลอ้ มเป็นชุมชน คาช่ืนชม เมือง 2) ผู้ปฏิบัติงานควรมีการสร้างแรงกระตุ้น แ ล ะ แ ร ง จู ง ใ จ ใ น ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม แ ล ะ ป ฏิ บั ติ กิจกรรมกีฬาและนันทนาการของประชาชน และเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติกิจกรรมกีฬา และนัทนาการที่ดีให้กับประชาชน 2.3.3 การสือ่ สารระหว่างกนั ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงานและผู้ปฏิบัติงาน ผู้บรหิ าร หวั หน้าสว่ นงาน และ (Communication) ด้านกีฬาและนันทนการ อบต. ควรมีมีการ ผู้ปฏิบัตงิ านดา้ นกีฬาและ หนหา้ นห้า6นา้ 2.4 การควบคุมการ ดาเนนิ งานของศนู ยก์ ฬี าและ ส่ือสารและการรายงานเร่ืองแนวทางในการ นันทนาการใน อบต. ประเภทนี้ 212010 นันทนาการ อบต. (Controlling) ดาเนินงานและการแก้ไขปรับปรุงงาน ควรมวี ิธีปฏบิ ัติเกยี่ วกับการส่ือสาร ระหว่างกันอย่างสม่าเสมอ รวมทั้งการ ระหวา่ งกัน เชน่ เดยี วกนั กบั อบต. สื่อสารความมเี ปิดโอกาสให้มกี ารสื่อสารจาก ท่มี สี ภาพแวดล้อมเปน็ ชุมชนเมอื ง ท้ังสองทาง ท้ังฝั่งผู้บังคับบัญชาและฝั่งผู้อยู่ ใตบ้ งั คบั บญั ชา รู ป แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ กี ฬ า แ ล ะ รปู แบบการจดั การศูนย์กฬี าและ นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบลท่ีมี นนั ทนาการองคก์ ารบรหิ ารสว่ น สภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมือง ตาบลที่มีสภาพแวดล้อมเปน็ ชุมชนชนบท
2. กระบวนการจดั การของศูนยก์ ีฬาและนนั ทาการ อบต. (Management Process) องคป์ ระกอบ แนวทางในการปฏบิ ัติ (Implementation) 2.4.1 กาหนดมาตรฐาน การกาหนดมาตรฐานต้องพิจารณาจาก ควรมวี ธิ ปี ฏบิ ัตเิ ชน่ เดยี วกันกับ (Standardization) แผนการดาเนินงานดา้ นกฬี าและนนั ทนาการ อบต. ที่มีสภาพแวดล้อมเปน็ ชมุ ชน ในแต่ขั้นตอนและทาการกาหนดมาตรฐาน เมอื ง โดยคานงึ บริบทของงานด้าน ในการดาเนินงานเพ่ือให้งานสามารถดาเนิน กฬี าและนนั ทนาการในชมุ ชน ไปได้และประสบความสาเร็จในแต่ละ ชนบท ขน้ั ตอน โดยมาตรฐานท่ีกาหนดอาจเป็นด้าน เวลา ด้านคุณภาพงานด้านผลผลิต ท่ีเกิดข้ึน ห รื อ ด้ า น พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ด า เ นิ น ง า น ข อ ง บุคคลากร 2.4.2 วดั ผลการดาเนินงาน เป็นการวัดผลการปฏิบัติงานด้านกีฬาและ ควรมีวิธปี ฏิบตั เิ ช่นเดยี วกนั กบั (Check Performance) นันทนาการของบุคลากรที่เก่ียวข้อง โดยการ อบต. ท่ีมสี ภาพแวดล้อมเป็นชมุ ชน เก็บข้อมูลจากการดาเนินงานที่เกิดข้ึน ซ่ึง เมอื งโดยคานึงถงึ บริบทของงาน อาจใช้การสังเกต การจดบันทึกผลการ ดา้ นกีฬาและนันทนาการในชุมชน ทางานการรายงานผลการทางาน ชนบท หนหา้ นหา้6นา้ 2.4.3 เปรียบเทียบผลการ เป็นการเปรียบเทียบผลการปฏิบตั ิงานด้าน ควรมวี ิธีปฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกันกับ 212111 ดาเนินงาน (C0mparison) กีฬาและนันทนาการกับมาตรฐานท่ีกาหนด อบต. ทม่ี สี ภาพแวดล้อมเป็นชมุ ชน ในเบื้องต้น เพ่ือสะท้อนให้เห็นว่าผลการ เมือง โดยคานึงถึงบริบทงานด้าน ทางานมีความดีกว่าหรือด้อยกว่ามาตรฐาน กฬี าและนันทนาการในชมุ ชน ท่ีตง้ั ไว้เพียงใด ชนบท 2.4.4 ปรับปรงุ แก้ไข หลังจากการเปรียบเทียบผลการทางาน ควรมีวธิ ปี ฏิบตั เิ ช่นเดียวกันกบั (Corrective action) ด้านกีฬาและนันทนาการกับมาตรฐานท่ี อบต.ทม่ี สี ภาแวดลอ้ มเป็นชมุ ชน กาหนดแล้ว ก็จะได้ทราบว่างานท่ีทาบรรลุ เมอื ง โดยคานึงถึงบรบิ ทของงาน ควรมีการปรับปรุงแก้ไขเพ่ือพัฒนาการ ดา้ นกฬี าและนนั ทนาการในชุมชน ทางานในขั้นตอนหรือในส่วนใดของการ ชนบท ทางาน
2. กระบวนการจดั การของศูนย์กฬี าและนันทาการ อบต. (Management Process) องค์ประกอบ แนวทางในการปฏิบัติ (Implementation) 2.5 การประเมินผลการ รู ป แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ กี ฬ า แ ล ะ รปู แบบการจัดการศนู ย์กีฬาและ ดาเนินงานของศนู ย์กฬี าและ นันทนาการองค์การบริหารส่วนตาบลที่มี นนั ทนาการองค์การบรหิ ารส่วน นันทนาการ อบต. สภาพแวดล้อมเปน็ ชมุ ชนเมือง ตาบลที่มสี ภาพแวดล้อมเป็นชุมชน (Evaluating) ชนบท 2.6 ประสทิ ธผิ ลขององค์กร การวัดประสิทธิภาพผลของศูนย์กีฬาและ อบต.ชนบทควรมีวิธีปฏิบัติ (Effectiveness of นันทนาการ อบต. เป็นการวัดความสามารถ เช่นเดยี วกันกับ อบต. ที่มี Organization) การดาเนินงานด้านกีฬาและนันทนาการของ สภาพแวดลอ้ มเป็นชมุ ชนเมือง แต่ อบต. จากการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น การ ควรคานึงศักยภาพในกรดาเนินงาน ตั้งเป้าหมายขององค์กร จึงต้องกาหนดเป็น ขององค์กร เพ่ือให้การกาหนด ตัวชี้วัดที่มีค่าท่ีสามารถวัดได้ ซึ่งศูนย์กีฬา เป้าหมายเกิดเปน็ ตวั ชว้ี ัดท่มี ีความ และนันทนาการ อบต. อาจพิจารณาถึง เหมาะสมกับการดาเนนิ งานด้าน ศักยภาพในการดาเนินงานด้านกีฬาและ กีฬาและนนั ทนาการใน นันทนาการในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง สภาพแวดลอ้ มชมุ ชนชนบท และ เพ่ือให้การกาหนดตัวช้ีวัดเป้าหมายมีความ สามารถวัดไดจ้ รงิ หนหา้ นห้า6น้า เป็นไปได้และไม่สูงเกินไปกว่าศักยภาพของ 21212 อบต. เช่น จานวนผู้ออกกาลังกายเพ่ิมข้ึน ร้อยละ 15 มีผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมนันทนาการท่ี อบต. จัดดาเนนิ การไมน่ อ้ ยกว่า 1,000 คน
หนห้านหา้6นา้ 212313
การใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการทางานในยุค Thailand 4.0 นายเดชรัตน์ ไตรโภค (วทิ ยากรอิสระ) Thailand 4.0 คือยุคท่ีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น มนุษย์จึงมีสิ่งอานวยความสะดวกท่ี พัฒนาเพ่ือความสะดวกและรวดเร็วย่ิงขึ้น องค์กรต่างๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมเพ่ือรับมือกับ การเปลี่ยนแปลง โดยคิดค้นวิธีการพัฒนาองค์กรใหม่ๆ เพ่ือสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอยู่ เสมอ ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินถึงข้ันว่า Thailand 4.0 จะมีเทคโนโลยีเข้ามาทางานแทนท่ี มนุษย์เลยทีเดียว ซ่ึงเม่ือเทคโนโลยียุค Thailand 4.0 มีการพัฒนาโดยนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้า มา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางานของเทคโนโลยีช้ินน้ันให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งข้ึน หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จึงมีความจาเป็นต้องปรับตัวเพ่ือพัฒนาตัวเองให้ทันและ เปดิ ใจยอมรับเพ่อื เรียนรแู้ ละค้นหาแนวความคดิ สรา้ งสรรคใ์ หมๆ่ อยูต่ ลอด การใช้เทคโนโลยีเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการทางานในยุค Thailand 4.0 ณ ที่นี้มีส่วนสาคัญที่ เก่ียวข้องได้แก่ ระบบปฏิบัติการ หมายถึง โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ระบบที่ทาหน้าที่ควบคุม การ ทางานของอุปกรณ์และโปรแกรมประยุกต์ ต่างๆ ท่ีอยู่ภายในอุปกรณ์ เช่น เครื่อง คอมพิวเตอร์มีการใช้ระบบปฏิบัติการ(OS) คือ Windows 7 และมีการลงโปรแกรม Microsoft Word ซ่ึงเป็นโปรแกรมประยุกต์ เพื่อใช้งาน เป็นต้น ในปัจจุบันนอกจาก OS ที่อยู่บนเครื่อง หนห้านห้า6นา้ คอมพิวเตอร์แล้ว ยังมีการนา OS ไปใช้ใน โทรศัพท์เคลื่อนท่ี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ให้สามารถ 212414 ทางานได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือ ซ่ึงเรียกว่า Smart Phone ที่มีระบบ OS บรรจุไว้ภายใน โทรศพั ท์เคลื่อนที่ โดย OS ทีม่ ี การใชง้ านมีอ ยหู่ ลายชนิด แบง่ ตาม บรษิ ัทผผู้ ลติ และอปุ กรณ์ Operating System (OS) บนมอื ถอื (Smart Phon) ได้แก่ (๑) Android เป็นระบบปฏิบัติการท่ีถูกพัฒนาโดยบริษัท Google ซ่ึงเป็น ระบบปฏิบัติการแบบ Open Source ซ่ึงเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดหรือ แบบฟรีนั่นเอง ดังนั้นผู้ผลิตโทรศัพท์เคล่ือนที่ และ Tablet จึงนิยมนา Android ไปใช้เป็น OS เช่น HTC, Samsung ในตระกูล Galaxy ข้อดีคือ เป็นมาตรฐานเปิดทาให้เกิดความ หลากหลายและมี Application ให้เลือกใช้ มากมาย และสามารถเชื่อมต่อกับบรกิ ารตา่ งๆ ของ Google ไดส้ ะดวก เช่น Gmail, Google Talk, Google Maps และ Google Search Engine ข้อเสีย คือ ไม่ คล่องตัวเท่า iOS และการที่ เป็นระบบเปิดทาให้มีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบมีหลาย ยี่ห้อ หลายขนาด หน้าจอ ทาให้ Application ต่างๆ ต้องพัฒนาออกมาสามารถใช้งานได้ เฉพาะรุ่นเท่านั้น เน่อื งจากอาจตดิ ปญั หาเรื่อง ความกวา้ งของหน้าจอ เปน็ ตน้
(๒) iOS เปน็ ระบบปฏบิ ัติการทถ่ี กู พฒั นาโดยบรษิ ัท Apple ซึ่งใช้ใน ผลิตภณั ฑ์ท่ีบริษัท Apple เป็นผู้ผลิต อุปกรณ์ส่ือสารภายใต้ย่ีห้อ Apple เช่น iPod, iPad และ iPhone ข้อดีคือ มี Application หลากหลาย มีบริการ App Store และ โปรแกรม iTunes สนับสนุนการจัดการ อุปกรณ์มีเมนูการใช้งาน รวดเร็วและเข้าใจง่าย โปรแกรม Web Brower (Safari) ตอบสนองได้ รวดเร็ว ข้อเสีย คือ ผู้ใช้งานไม่สามารถออกแบบปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ตาม ความต้องการ ไม่ สามารถทางานได้พร้อมๆ กันหลายอย่าง เช่น ไม่สามารถฟังเพลงพร้อมเปิด Web Brower เพื่อ ใช้งานอนิ เตอรเ์ น็ตได้ แอพพลิเคชั่นท่ีมีบทบาทสาคัญกับการปฏิบัติราชการในปจั จุบนั คือ ไลน์ Line แต่แอพนี้มีการ ใช้พ้ืนที่จัดเก็บข้อมูลสูงมาก การลบข้อมูลคงค้างในตัวแอพ Line สามารถดาเนินการตาม ขั้นตอนดงั น้ี เวลาเราสง่ หรอื รบั ขอ้ มลู แตล่ ะคร้งั จะมี Cached Data และพวกภาพท่ถี กู โหลดมาเกบ็ ไวโ้ ดยไมจ่ าเปน็ บางเคร่ืองใช้มา นานๆ อาจจะมหี ลาย GB เลยทเี ดยี ว (ลองดไู ดท้ ี่ Settings > General > Storage & iCloud Usage > Manage Storage > LINE > ดูตรง Documents & Data) หนหา้ นห้า6นา้ 212515 ปกติแลว้ ถา้ จะลบข้อมูลตรงนี้ ก็ตอ้ งลบแอพออกไป ซึ่งสติกเกอรแ์ ละ chat log อาจจะหายไปด้วย แตแ่ นะนาวิธกี ารลบ ข้อมูลที่ไมไ่ ด้ทาการใช้งาน ผ่านแอพ LINE เอง ทาตามดังน้ี 1.ไปท่แี อพ LINE เลือก More ขวาล่าง
2.เข้าไปที่ Settings > Chats & Voice Calls หนห้านหา้6นา้ 212616 3.เลอื กที่ Clear Data
4.จะเจอข้อมูลทเ่ี ราลบได้แน่ๆ คอื หนห้านห้า6นา้ 212717 - Cached Data ตรงนีไ้ มม่ กี ารใช้งาน ลบไดเ้ ลย - Photo Data & Voice Message Data & File Data ข้อมูลที่เราโหลดเอาไว้ หากลบ จะไม่หาย แคเ่ วลากดเข้าไปดู ตอ้ ง โหลดใหม่ แนะนาใหล้ บค่า - All Chat Data ลบ Chat History หมดเลย อันนไ้ี ม่ตอ้ งเลือกคา่ 5.กด Clear Selected Data กเ็ ป็นอนั เสร็จส้ิน
ลองยอ้ นกลบั มาดสู ิว่า เราไดค้ วามจุกลับคนื มาเท่าไหร่ หนหา้ นห้า6นา้ 212818 จากเดมิ ท่ีเคยใชง้ านถงึ 2.86 GB ตอนนีใ้ ชพ้ ื้นทีเ่ พียงแค่ 524.8 MB !!! เพยี งเท่านี้กไ็ ด้พนื้ ทก่ี ลบั มาเยอะแยะแล้วแบบง่ายๆ ใครที่เพื่อนบ่นวา่ ความจเุ ตม็ ลงแอพไม่ไดแ้ ลว้ อยา่ ลมื ลองให้ทาแบบนดี้ ู
พัฒนาภาวะผนู้ าและผนู้ าการเปล่ยี นแปลงที่มปี ระสทิ ธภิ าพสูง ดร.บณั ฑิต ตงั้ ประเสริฐ (นักวชิ าการอสิ ระ) ๑. ความหมายของภาวะผนู้ า ผู้นา (Leader) คอื บุคคลที่มีอานาจหรืออิทธิพลต่อผู้อ่ืนในหน่วยงาน ทง้ั ในแง่ความคิดและพฤติกรรมการ ทางาน ภาวะผู้นา (Leadership) คือการที่ผู้นาใช้อิทธิพลหรืออานาจหน้าที่ท่ีมีอยู่ ต่อผู้อื่น ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพอื่ ให้เกิดการปฏบิ ตั ิตามเปา้ หมายทกี่ าหนดไว้ ๒. ภาวะผู้นาในศตวรรษท่ี ๒๑ ๒.๑ มีวิสัยทัศน์ที่มีความหมาย มองไปข้างหน้า หลักการที่สาคัญคือ Where we want to go and how to get there. ๒.๒ สอื่ สารได้อย่างดี สามารถนาเสนอวสิ ัยทัศน์ของตนเองให้ทุกคนใน องคก์ ารทราบได้ว่า องคก์ ารจะเดิน ไปทางไหน ๒.๓ เป็นบุคคลท่ีน่าเช่ือถือ ไม่โกหก ไม่หลอกลวง เป็นบุคคลที่กล้าได้กล้าเสีย และพร้อมจะเรียนรู้จาก ประสบการณ์วางแผนแล้วต้องเดินหน้า อย่ากลัวผิด อย่าน่ังทับปัญหา ต้องปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ให้เกิด ปัญหาอกี ๒.๔ มีสานึกและเช่ือม่ันต่อการเปลี่ยนแปลง กล้าคิดนอกกรอบ คิดเพื่อหลุดพ้น คิดโดยต้องให้เกิดความ เชอื่ มโยงในกรอบของโลกาภวิ ัฒน์ (Globalization) คิดโดยมีมิตใิ หม่ ๆ หนหา้ นห้า6นา้ ๒.๕ ต้องกล้าที่จะทาให้องค์การมีความกะทัดรัด คล่องตัวทาให้องค์การขนาดใหญ่มีจิตวิญญาณ ของ 212919 องคก์ ารขนาดเลก็ เพ่อื ตอบสนองต่อการเปลีย่ นแปลงไดเ้ รว็ ทีส่ ดุ ๓. การเปล่ยี นแปลง (Change) การเปลี่ยนแปลง หมายถึงสภาวการณ์ของการปฏิบัติสิ่งหน่ึงสิ่งใดที่เป็นปัจจุบันอาจเพ่ิมหรือลดและ เปลี่ยนแปลงใหม่เก่ียวกับวิธีการปฏิบัติงานในองค์การด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้าง ลักษณะงานความรู้ สมยั ใหม่ เทคโนโลยี รวมถึงทัศนคตแิ ละพฤติกรรมขององคก์ าร เพอื่ ให้เหมาะสมกบั ปัจจุบันและอนาคต ๔. คณุ ลักษณะของการเป็นผ้นู าการเปลี่ยนแปลง คุณลักษณะของการเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลง ในอดีตผู้นาธุรกิจปฏิบัติตนเสมือนเป็นผู้บังคับบัญชาทหาร หรือกองทพั ทอ่ี อกคาสง่ั แล้วผใู้ ต้บงั คบั บัญชาต้องทาตามคาส่ัง แต่คณุ ลกั ษณะของผู้บรหิ ารหรอื ผู้นาในยคุ ปัจจุบันจะ แตกตา่ งจากยุคกอ่ น คือ (๑) ความซอ่ื สตั ย์ เปน็ คณุ ลกั ษณะอันดบั แรกที่เดน่ ท่สี ดุ ความจรงิ ใจ ตรงไปตรงมาเพ่ือสรา้ งความ ไวว้ างใจ (๒) ความฉับไว การเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลงควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนกับบรรยากาศการ ทางานท่ีสรา้ งขึ้นมา ตอ้ งเปน็ ผู้ท่ียดึ หย่นุ พร้อมรับฟังพนกั งานทัง้ หลาย (๓) การเตรียมพร้อม แม้ว่าการเป็นผู้นาแห่งยุคใหม่ท่ีประสบความสาเร็จในการสร้างบรรยากาศ การทางานขึน้ มาใหม่ แตย่ ังไม่เพียงพอเพราะความสาเร็จขั้นต่อไปคอื การเตรียมการให้ทุกคนพร้อมอยู่ตลอดเวลา
(๔) ความตั้งใจเรียนรู้ใหม่ ส่ิงที่เรารู้มิใช่ที่สุตอีกต่อไปเรายังต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ยังต้องการ ความรู้ข้อมูลใหม่ๆ เพื่อไปเข้าถึงจุดสุดยอดแห่งการเป็นผู้นายุคการเปลี่ยนแปลงโดยยอมละท้ิงเครื่องมือวิธีเก่า ๆ ในอดตี ออกไปเสยี (๕) นิสัยชอบผจญภัย การเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลงมีความสามารถที่จะอยู่รอดในโลกของ ความเร่งรีบฉับไวและสนุกไปกับมัน ต้องตัดสินใจรวดเร็ว ฉับไว จากข้อมูลที่มีอยู่โดยพนักงานท้ังหลายต้องมีส่วน ร่วมในเหตุการณ์น้ัน ๆ ด้วย (๖) วิสัยทัศน์ ผู้นาที่ยิ่งใหญ่ทั่วไปในประวัติศาสตร์ต้องมองให้เห็นเหตุการณ์ในอนาคต และยัง สามารถแบ่งปนั ให้กบั เพื่อนร่วมงานได้ (๗) การเห็นประโยชน์ตอ่ ผู้อ่ืนเป็นที่ตง้ั การเป็นผ้นู าในยคุ ก้าวหนา้ น้ีพร้อมจะแบ่งปันแรงปรารถนา อันแรงกลา้ ทีจ่ ะทาใหโ้ ลกนน้ี า่ อยูข่ ้ึน ๕. การบรหิ ารจัดการการเปลยี่ นแปลง - สรา้ งความร้สู กึ จาเปน็ เรง่ ดว่ นในการเปลย่ี นแปลง - สร้างทีมงานรองรบั - สรา้ งวิสัยทัศนใ์ หม่ - มุ่งเนน้ การส่อื สาร สร้างความเขา้ ใจ - เพมิ่ อานาจให้ผู้อ่นื รว่ มตัดสนิ ใจ หนหา้ นหา้6นา้ - วางแผนงานอย่างมรี ะบบ - ปลูกฝงั แนวทางใหม่ๆ 222020 ๖. ความท้าทายของการเป็นผู้นาในการเปล่ยี นแปลงองคก์ ร - ขนาดของการเปลย่ี นแปลง - อัตราของการเปลยี่ นแปลง - ความเปลย่ี นแปลงที่ไม่อาจคาดเดาได้ - ผลกระทบทจี่ ะเกดิ ขึ้นจากความเปลย่ี นแปลง - ประเด็นที่สาคัญท่สี ุดของการเปลยี่ นแปลง ๗. กาหนดขน้ั ตอนการเปลี่ยนแปลง (๑) การร่วมกนั ระบุปญั หาขององคก์ รและแนวทางแก้ไข (๒) สร้างแนวทางการบรหิ ารจดั การร่วมกนั (๓) ระบุตัวผนู้ า (๔) มงุ่ เนน้ ไปทผี่ ลลพั ธ์ ไม่ใช่กิจกรรม (๕) เร่ิมตน้ จากระดับหนว่ ยงานย่อย ๆ (๖) ต้งั เปา้ หมายความสาเรจ็ ให้ชัดเจน (๗) ติดตามและปรบั กลยุทธอ์ ย่างตอ่ เนอื่ ง
๘. ประโยชนข์ องการบรหิ ารการเปล่ียนแปลง (๑) เตรียมพร้อมกบั การรบั มอื กบั การเปลย่ี นแปลงอยู่เสมอ (๒) พฒั นาให้ทมี งานคุน้ เคยกับเรือ่ งการเปลยี่ นแปลง (๓) ทาใหก้ ารเปลย่ี นแปลงเปน็ เร่อื งของการพัฒนาทีมงานและองค์กร (๔) กาจัดข้อผิดพลาดใหเ้ หลอื นอ้ ยทสี่ ุด (๕) ดารงไว้ซ่ึงพนักงานทม่ี คี ุณภาพ (๖) ผ่านวิกฤตการเปลี่ยนแปลงไปได้อยา่ งราบรืน่ (๗) เกดิ ความภาคภูมใิ จในฐานะผ้นู าการเปลีย่ นแปลง ข้อคดิ ท่ไี ด้ “ในการเปลี่ยนแปลงองค์กร คุณต้องเปลี่ยนแปลงท่ีตัวบุคคลเป็นอย่างแรกและบางครั้งมันหมายความว่า คุณต้องเปลยี่ นแปลงตัวคณุ เองด้วยเชน่ กนั ” “ความสาเร็จอันยาวนานต้องมากจากการเปล่ียนแปลงท่ีคนแต่ละคนเสียก่อนแล้วองค์กรจึงค่อย เปล่ยี นแปลงตาม” หนห้านห้า6นา้ 222121
จติ อาสาพฒั นาตามปลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง “เราจะครองแผน่ ดินโดยธรรม เพอื่ ประโยชนส์ ุขแหง่ มหาชนชาวสยาม” พระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพติ ร ในวันบรมราชาภเิ ษก ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ พระทน่ี ั่งไพศาลทักษณิ ในพระบรมมหาราชวัง พระองค์ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่ประชาชนชาวไทยว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพ่ือ ประโยชน์สขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม” “ครอง” หมายถงึ ความรัก ความเมตตา ความรบั ผดิ ชอบ “ธรรม” หมายถึง ความดีและความถกู ตอ้ ง “ประโยชน์สขุ ” หมายถงึ วิธีการใช้งบประมาณให้เกดิ ประโยชน์นามาซ่ึงความสขุ จากพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๙ ได้มีการน้อมนามาเป็นแนวทางปฏบิ ตั ิ ทีน่ ามาสู่การบัญญตั ิไวใ้ นรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ และเป็นทมี่ าของการ จัดทายทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ความว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล หนหา้ นหา้6นา้ เพ่ือใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่ 22222 เป้าหมายดังกล่าว การจัดทา การกาหนดเป้าหมาย ระยะเวลาท่ีจะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งน้ี กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมี สว่ นรว่ มและการรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของประชาชนทุกภาคสว่ นอย่างทว่ั ถึงดว้ ย” และรัฐธรรมนูญยังได้กาหนดแนวทางการดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไว้ในมาตรา ๒๕๓ ความว่า “ในการดาเนินงานให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน สภาท้องถ่ิน และผบู้ ริหารท้องถิ่น เปิดเผยขอ้ มูล และรายงานผล การดาเนินงานให้ประชาชนทราบ รวมตลอดท้ังมีกลไกให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมด้วย ท้ังนี้ เป็นไปตามท่ี กฎหมายบญั ญัติ” ซึ่งก็ไดก้ าหนดไวใ้ นกฎหมายจดั ต้ังขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ท้งั ๓ ฉบับ ดงั นี้ (๑) พระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๙/๑ (๒) พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และและท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ วรรค สอง (๓) พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔๕/๑ สรปุ ทง้ั ๓ พระราชบญั ญตั ิดงั กล่าว กาหนดใจความสาคัญไว้วา่
“การปฏิบัติงานตามอานาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตาบล เทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี ให้คานึงถึงการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการจัดทาแผนพัฒนา การจัดทางบประมาณ การประเมินผลปฏิบัติงาน และการเปิดเผยข้อมูล ข่าวสาร” สามศาสตร์ – สอดประสาน ไดแ้ ก่ ๑. ศาสตรช์ าวบ้าน คือ - ชาวบา้ นถ่ายทอดใหล้ กู หลาน - ปราชญ์ชาวบ้านสงั่ สมภูมิปัญญา ๒. ศาสตรส์ ากล - ความรสู้ ากลท่ัวโลก - คนไทยไปเรยี นรแู้ ลว้ นามาถา่ ยทอด ๓. ศาสตร์พระราชา - พระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ทรงสั่งสม ทดสอบ แล้วทรงสนับสนุนส่งเสริม ศาสตรน์ ้ัน ๆ แก่แผน่ ดิน ท้งั แก่รัฐและราษฎร ศาสตร์พระราชา คือ แนวทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน มองการณ์ไกล และเน้นความย่ังยืน ยาวนาน เป็นแนวทางการพัฒนาที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกหมู่เหล่า เรียกได้ว่า จากนภา ผ่านภูผา หนห้านหา้6นา้ สูม่ หานที แบ่งได้ ๓ กลุ่มใหญๆ่ คือ ๑. การอนุรักษ์และฟนื้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม 222323 ๒. การบรหิ ารจัดการ ๓. การพฒั นามนษุ ย์ ศาสตรพ์ ระราชามีดังน้ี (๑) ด้านการพัฒนาดิน คอื - ปัญหาดินเปรี้ยว ปรับปรุงและพฒั นาโดยใชโ้ ครงการแกลง้ ดนิ - ปัญหาดินเค็ม ปรับปรงุ และพฒั นาโดยการชะล้างเกลือจากดินและปรับปรุงดิน ปลูกพืช คลุมดิน เลอื กพนั ธุ์พืชท่ีเหมาะสม พชื ทนดินเค็ม พืชชอบเกลอื และปรบั เปลี่ยนพืน้ ทเ่ี พอ่ื เลีย้ งสัตว์นา้ - ปัญหาดินเสื่อมโทรม ปรับปรุงและพัฒนาโดยการบารงุ ดินด้วยพืชตระกูลถั่ว และใช้ปยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั - ปญั หาดินดาน และปัญหาดินถลม่ ปรบั ปรุงและพฒั นาโดยการปลุกหญา้ แฝก (๒) ด้านการจัดการนา้ น้าท่วม นา้ เสีย โดยมีโครงการ ดงั น้ี - โครงการฝนหลวง เพื่อแกไ้ ขปัญหานา้ ขาดแคลน น้าแลง้ - โครงการแก้มลงิ เพือ่ แก้ไขปัญหานา้ ท่วม คอื การสร้างเข่อื น อา่ งเกบ็ น้า - โครงการกงั หนั น้าชัยพัฒนา อธรรมปราบอธรรม นา้ ดีไลน่ า้ เสีย ธรรมชาติชว่ ยธรรมชาติ เพ่ือแกไ้ ขปญั หาน้าเสยี ในพื้นทต่ี า่ ง ๆ
(๓) ดา้ นปา่ ไม้ มพี ระราชปรัชญา “ปลูกตน้ ไม้ในใจคน” มที ฤษฎี คือ - ทฤษฎีปลูกป่าในท่สี งู - ทฤษฎปี ลกู ป่าโดยไม่ตอ้ งปลกู - ทฤษฎปี ่า ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อย่าง - ฝา่ ยชะลอความชมุ่ ช้ืน check dam (๔) ด้านการเกษตร ไดแ้ ก่ - เกษตรผสมผสาน - เกษตรทฤษฎใี หม่ คอื การบริหารจัดการพืน้ ที่เกษตรขนาดเล็กอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ดังนี้ สระน้า ๓๐% นาขา้ ว ๓๐% พชื ไร่ พืชสวน ๓๐% ทอ่ี ย่อู าศัย ๑๐% - วนเกษตร - ศึกษาวิจัยพชื พนั ธ์ท่ีเหมาะสม (๕) ด้านการบริหารจัดการ คือ การปฏิรูปการบริหารจัดการแบบ Single management และ แบบ One Stop Services ซึง่ จะเหน็ ไดจ้ ากศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดาริ (๖) ดา้ นการพัฒนามนุษย์ ไดแ้ ก่ - พระราชทานโอกาสทางการศึกษา - พระราชทานทนุ การศกึ ษา - ทรงส่งเสริม สนบั สนนุ และพฒั นาอาชพี - พระราชทานพระบรมราโชวาท/พระราชดารัสเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและ หนหา้ นหา้6นา้ ดาเนินชวี ิตใหถ้ ูกตอ้ งมคี ณุ ธรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ทรงพัฒนาประเทศไทย โดยใช้ 222424 หลักเข้าใจ เขา้ ถึง พฒั นา ตลอดรชั สมยั เข้าใจ คือ เข้าใจคน เข้าใจงาน เข้าใจเจ้านาย เข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา และเข้าใจเพ่ือนร่วมงาน โดยเราจะตอ้ งมองคนใหอ้ อก บอกให้ได้ ใช้คนให้เป็น เข้าถึง คือ การทางานแบบมีส่วนร่วม เข้าถึงผู้รับบริการคือประชาชน ดูว่าประชาชนในพื้นที่ ตอ้ งการอะไร สรา้ งความเข้าใจ นอกจากนี้ ยังต้องใหป้ ระชาชนติดต่อเราให้ง่าย พฒั นา คือ เมอ่ื มีความเขา้ ใจ เขา้ ถงึ แลว้ กจ็ ะนาไปสู่การพฒั นาไดโ้ ดยง่าย ศาสตร์พระราชาสูก่ ารพฒั นาท่ียัง่ ยนื คือ การจัดทาแผนงาน/โครงการ เพ่ือประชาชน แผนงานหรือโครงการน้ันเป็นความต้องการของ ประชาชน และประชาชนไดร้ ับประโยชน์สูงสดุ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง คอื ทางสายกลาง ประกอบดว้ ย ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ดังนี้
๓ ห่วง ไดแ้ ก่ หนห้านห้า6นา้ ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยไป และไมม่ ากเกนิ ไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเอง 222525 และ ผอู้ ่ืน ๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับความพอเพียง น้ัน จะต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัย ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคานึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ อย่าง รอบคอบ ๓. มีภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้าน ตา่ ง ๆ ทจ่ี ะเกดิ ขึ้น ๒ เง่อื นไข ได้แก่ ๑. เงื่อนไขความรู้ คือ ความรอบรู้เก่ียวกับวิชาการต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องรอบด้าน เพ่ือจะนาความรู้ เหลา่ นัน้ มาพจิ ารณาใหเ้ ชอ่ื มโยงกัน เพ่อื ประกอบการวางแผน และระมดั ระวงั ในการปฏบิ ัติ ๒. เงื่อนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีความอดทน มคี วามเพียร และมีการแบ่งปนั ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชีวติ สิง่ ท่สี าคัญคือ คุณธรรม จะต้องพัฒนาใหเ้ ปน็ คนดมี าก่อนคนเกง่ แตถ่ า้ ได้ทัง้ ดีและเกง่ กจ็ ะดีมาก แนวทางและหลกั การในการประยุกตใ์ ช้เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดว้ ย ความพอประมาณ คือ ๑. การจัดทาแผนโครงการท่มี คี วามเป็นไปไดภ้ ายใตง้ บประมาณที่มีอยู่ ๒. ใช้งบประมาณไมฟ่ ุม่ เฟอื ย ไมฟ่ งุ้ เฟอ้ ไมเ่ กินตัว ความมีเหตุผล คือ ๑. ประหยดั มธั ยัสถ์ ใชง้ บประมาณตามแผน ๒. อาศยั หลักวชิ าการพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบ มีภมู คิ ุม้ กันในตัวทดี่ ี คือ ๑. มรี ะบบติดตามและประเมินผล ๒. มีแผนบริหารความเสยี ง ความรู้ คอื
๑. ขวนขวายหาความรู้ รรู้ อบ ๒. บรู ณาการภารกิจ บทบาท และหนา้ ที่ ๓. ถ่ายทอดความร/ู้ สร้างองค์กรแหง่ การเรยี นรู้ คณุ ธรรม คือ ๑. แผนงานโครงการที่เกดิ ประโยชนแ์ ละเป็นธรรม ๒. โปร่งใส ตรวจสอบได้ การขับเคลือ่ นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสกู่ ารพฒั นาทอ้ งถน่ิ เปา้ หมาย คือ ประโยชน์สุขของประชาชน การดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การบริหารจัดการองค์กร แผนพัฒนา ท้องถิ่น ข้อบัญญัติงบประมาณท้องถิ่น จะมีภารกิจตามกรอบอานาจหน้าท่ีตามกฎหมายจัดต้ังของ อบต. เทศบาล อบจ. คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน การส่งเสริมอาชีพ การจัดการขยะ ๓Rs โรงเรยี น/ ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ โดยการจัดทาแผนพฒั นาท้องถน่ิ ในโครงการใด ๆ จะต้องทาเพื่อประโยชนส์ ขุ ของประชาชน เปน็ สาคัญ “เราจะสบื สาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดนิ โดยธรรม เพื่อประโยชน์สขุ แห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเดจ็ พระวชริ ะเกล้าเจา้ อยหู่ วั สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูรทรงหว่ งใย และทรงคานึงถึงความอยู่ ดีมีสุขของประชาชนเป็นสาคัญ และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ท่ีระเทศชาติมั่นคงและประชาชน หนหา้ นห้า6นา้ มีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน ด้วยมีพระราชประสงค์และได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพ่ือสืบสาน รักษา และต่อยอด 222626 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ และแนวพระราชดาริต่าง ๆ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เพอ่ื สรา้ งสุขแก่ปวงประชา และประเทศชาติใหเ้ จริญก้าวหนา้ ทรงสืบสาน รกั ษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ - โครงการของในหลวง ร. ๙ ทีค่ งค้าง และ ร. ๑๐ มพี ระราชดาริใหด้ าเนินการตอ่ โดยเร่งดว่ น ๗๘ โครงการ - โครงการท่ีมีพระราชดาริโดยตรง ๑ โครงการ คือ โครงการแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้าห้วยทราย ขมน้ิ ฯ จังหวัดสกลนคร ที่ชารุดเสยี หายจากพายโุ ซนรอ้ น \"เซนิ กา\" - โครงการที่เกิดจากราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาด้าน แหลง่ น้าทัง้ หมด และทรงรับเป็นโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ จานวน ๒๖ โครงการ
การสง่ เสริมและพัฒนาบริการสาธารณะของท้องถ่นิ ท่ีมคี ุณภาพ ผู้บรรยาย : นายอวยชัย พสั ดุรกั ษา ผอู้ านวยการศูนยบ์ รหิ ารการศึกอบรม พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 แกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2545 ธรรมาภบิ าล (Good Governance) หั ว ใ จ ข อ ง ธ ร ร ม า ภิ บ า ล ต้ “ โ ป ร่ ง ใ ส อ ตรวจสอบได”้ มี ง เกิด จึ ง ไ ด้ มี ก ำ ร การ เ ผล ตรำพระรำช สัม กฤษฎีกำว่ำ ปร ด้ ว ย เ หลักเกณฑ์ ะเมิ กิ แ ล ะ วิ ธี ก ำ ร ด บ ริ ห ำ ร ม กิ จ ก ำ ร ไ บ้ำนเมืองท่ี ส า ม่ ดี พ . ศ . า ต มี ๒๕๔๒ ม ร ข้ั ป ร ะ การปฏบิ ัตงิ านภายใต้ พรบ.บริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 5) 2545 หนหา้ นห้า6น้า 222727 มาตรา 52 กาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทาหลักเกณฑ์การบริหารจิการบา้ นเมืองท่ีดี อย่างน้อยต้องมี หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดขั้นตอนและการอานวยความสะดวกในหมวด 5 และหมวด 7 จึงเป็นที่มาของ “การบริหารกิจการบา้ นเมืองทีด่ ี” ทอี่ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นทกุ แห่งต้องถอื ปฏิบัติ มี 7 ประการดงั นี้ ๛ บริหารภารกจิ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน (ภายใตก้ ฎหมาย/ระเบยี บ) ๛ บรหิ ารงานเพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ๛ มีประสทิ ธภิ าพและเกิดความคุ้มคา่ ในเชงิ ภารกจิ ของรัฐ ๛ ไม่มีขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านเกินความจาเปน็ ๛ ปรับปรุงภารกจิ ของส่วนราชการใหท้ นั ต่อสถานการณ์ ๛ อานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ๛ ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการอย่างสม่าเสมอ
ดงั น้นั จึงได้มีการตราพระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบริหารกิจการบ้านเมอื งที่ดี พ.ศ. 2546 ประโยชนท์ ่ีจะไดร้ บั จำกพระรำชกฤษฎีกำ ๑.รฐั สำมำรถกำหนดนโยบำยและเปำ้ หมำยไดช้ ดั เจน ๒.สว่ นรำชกำรและขำ้ รำชกำรมแี นวทำงในกำรปฏิบตั ิรำชกำรทมี่ ีมำตรฐำน มีค๓ว.ำปมรโะปชรำง่ ชในสไสดำร้ มบั ำบรรถกิ วำดั รผทลีส่ กะำดรวดกำรเวนดนิ เงรำว็ นสไำดม้ ำรถตรวจสอบและมสี ว่ น รว่ มในกำรบรหิ ำรสว่ นรำมชุ่งกใำหร้ประชำชน เ ป็ น ศู น ย์ ก ล ำ ง กำหนด 2. ว า ง ร ะ เ บี ย บ ก า ร ค ว บ คุ ม 1.เ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล แ น ว ท ำ ง ป ฏิ บั ติ ภายใน การปฏบิ ตั ิงาน ดงั นี้ 3.เปิดเผยข้อมูล หนหา้ นหา้6นา้ งบประมำณ 222828 รำยจ่ำยประจำปี ห ลั ก ก า ร เ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล ขา่ วสาร ทาเป็นลายลกั ษณ์อักษร มีการลงชือ่ – สกุลจรงิ มที ม่ี าท่สี ามารถตอบกลับได้ วธิ ีการตอบ ➢ ถามแค่ไหน ตอบแค่ประเด็นน้ัน เช่น ถาม 1 ประเด็น ตอบ 1 ประเด็น /ถาม 2 ประเดน็ ตอบ 2 ประเด็น / ถาม 3 ประเด็น ตอบ 1 ประเด็น เพราะถ้าตอบหมดจะมคี าถามใน 3 ขอ้ น้นั กลับมาอีก การบริหารภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิง ภารกจิ กาหนดเป้าหมาย แผนการดาเนนิ งานระยะเวลาแลว้ เสร็จ จดั ซอ้ื /จดั จ้าง โดยเปิดเผยและเทย่ี งธรรม การจดั ทาบัญชีรบั เรอ่ื งราวรอ้ งทุกข์/ร้องเรยี น และกาหนดระยะเวลาในการแก้ไขปญั หา การส่ังราชการใหก้ ระทาเปน็ ลายลักษณ์อักษร
eK: การลดขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน คอื การกระจายอานาจ วิธyีการลงมือปฏิบัติงาน จะต้องพิจารณาก่อนว่ามีกฎหมายให้อานาจให้หรือไม่ ถ้ามีอานาจให้ : ไว้ทาได้ถ้าไม่มีทาไม่ได้ เพราะถ้าทาจะมีหน่วยตรวจสอบเข้าตรวจสอบทันที ดังน้ันต้องพิจารณาว่าเข้า องคป์ ระกอบของภารกิจของอปท.หรือไม่ : ท่ใี ดมโี บนัส แสดงว่าท่นี ้ัน ผู้บรหิ ารใหค้ วามสาคญั กบั บุคลากรในองคก์ ร กรณีมีหนังสือร้องเรียน เสนอแนะ สอบถามจากประชาชนให้แจ้งผลการดาเนินการภายในสิบ ห้าวนั (ม. 157) หรอื ภายในระยะเวลาทไี่ ด้กาหนด การทางานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมกี ฎหมาย ระเบยี บ รองรับ เสมอ ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หนห้านหา้6นา้ โดยสรปุ 222929 ดา้ นโครงสรา้ งพนื้ ฐาน (การคมนาคม สาธารณูปโภค สาธารณปู การ ผงั เมือง การควบคุมอาคาร ดา้ นการสง่ เสริมคุณภาพชวี ติ (สง่ เสรมิ อาชีพ สวัสดิการสังคม นันทนาการ การศกึ ษา และสาธารณสขุ ) ดา้ นการจัดระเบยี บชุมชน/สงั คม และการรักษาความสงบเรียบรอ้ ย (การส่งเสริมการมสี ่วนรว่ ม ประชาชน การป้องกนั หรอื บรรเทาสาธารณภยั ) ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว (การวางแผนพัฒนาการ ท่องเทย่ี ว) ดา้ นการบริหารจดั การและการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติสง่ิ แวดล้อม (การคมุ้ ครองดแู ล บารุงรกั ษา ป่าไม้ ที่ดิน นา้ การจัดการส่ิงแวดล้อม) ดา้ นศลิ ปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถน่ิ (ดแู ลโบราณสถาน) ประเทศไทยเปน็ สงั คมผู้สงู อายุตงั้ แต่ เม่อื เดอื น เมษายน 2564 (คนไทยท่ีมีอายุ 60 ปี เกนิ 20 %) การดแู ลดา้ นสขุ ภาพ เนน้ การดื่มน้า การออกกาลังกาย บริการสาธารณะท่ีอยู่ในอานาจหน้าท่ีของอปท. มี 2 ประเภท การบรกิ ารสาธารณะเป็นหน้าที่หลักของ อปท. ตามกฎหมายจดั ต้ัง การบรกิ ารสาธารณะเป็นภารกจิ การถา่ ยโอน การออม หลักสาคัญ คอื การออม 10% ของรายได้
หลักและศลิ ปะการเขยี นหนงั สอื ติดต่อราชการ ผูบ้ รรยาย : นางบุญช่วย แสงตะวนั หลักการเขียนหนังสือ การเขยี นราหชรกอื าเรรียบเรียงข้อความ ตามเรอ่ื งท่ีจะแจ้งความประสงค์ตามที่ต้องการไปยังผูร้ ับหนังสือหรือผทู้ ่ีต้องการ ทราบหนังสือ น้ัน ช นิ ด แ ล ะ รู ป แ บ บ ห นั ง สื อ ราชการ หนงั สอื ภายนอก เปน็ หนังสอื ติดต่อราชการที่เป็นแบบพธิ ี ตดิ ต่อระหวา่ งสว่ นราชการหรอื ส่วนราชการมีถึง หน่วยงานอื่นซ่ึงไม่ใช่ส่วนราชการหรื อที่มีถึงบุคคลภายนอก (ครุฑขนาด 3 ซม.) หนงั สอื ภายใน (ครุฑขนาด 1.5 ซม.) ต้องมี สาเนา คูฉ่ บับ หนังสือประทบั ตรา หนังสือสัง่ การ (คาสั่ง ระเบียบ ข้อบังคบั ) หนงั สอื ประชาสัมพันธ์ (ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว) หนังสือที่เจ้าหน้าท่ีจัดทาข้ึนหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ (หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก หนงั สืออน่ื ) ไมจ่ าเป็นต้องใช้กระดาษบนั ทกึ ข้อความก็ได้ มีหรอื ไมม่ ีสาเนาคฉู่ บบั กไ็ ด้ หนหา้ นห้า6น้า 232030 - การเขียนเลขหน้า เชน่ -1-, -2- อยู่หา่ งจากหวั กระดาษ 2.5 - 3.0 ซม. - ขอ้ ความท่บี อกวา่ มีหน้าต่อไป ขอ้ ความนนั้ จะไมส่ ัน้ เกนิ ไป ไมย่ าวเกนิ ไป ตามด้วยจุด 3 จุด - หนังสือภายใน หนังสือภายนอก ต้องมี สาเนา ฉบบั - ช้ันความลับของหนังสือ มี 3 ช้ัน ลับ ลับมาก ลับท่ีสุด ประทับอยู่เหนือตราครุฑ และด้านล่าง ของทุก หนา้ หลักการเขียนชอ่ื เรือ่ งท่ีดี - ย่อให้สั้นท่สี ดุ เชน่ จัดซอ้ื คอมพวิ เตอร,์ ขอซ่อมคอมพวิ เตอร์ - เขยี นให้เป็นประโยค หรือ วลี - พอใหร้ ู้ใจความวา่ เร่อื งอะไร ขึน้ ตน้ ด้วยคากริยา เช่น ขอหารอื เกย่ี วกับฯ, ขอจดั ส่งเอกสาร เปน็ ต้น - แยกความแตกต่างจากเร่ืองอื่นได้ เช่น การลงโทษข้าราชการพลเรือน - เก็บ ค้น อ้างองิ ไดง้ ่าย - กรณีมีหนงั สอื แจ้งมาวา่ ขอยมื คอมพวิ เตอร์ หนังสือตอบใช้ชือ่ เรอ่ื งวา่ การยมื คอมพิวเตอร์ จะไม่นาคา ปฏิเสธมาใชใ้ นการตั้งช่ือเร่ือง - หากขนึ้ ต้นข้อความดว้ ยคาวา่ “ด้วย” ตามด้วยเหตุท่มี หี นังสอื ไป จะไม่มคี าว่า “นัน้ ” ลงท้าย - เทคนิคการเขียนใจความส่วนเหตุ ยึดหลักเกณฑ์ 5 W 1 H WHO ? ใ ค ร WHAT ? ท ำ อ ะ ไ ร เทคนิคการเขยี นใจความส่วนเหตุ 5W WHERE ? ท ำ ท่ี ไ ห น WHEN ? ท ำ เ ม่ื อ ไ ห ร่ 1H WHY ? ท ำ ไ ม HOW? อยำ่ งไร
- คาทีม่ กั เขียนผิด เชน่ เฟซบุ๊ก ไลก์ อีเมล เว็บไซต์ ดิจทิ ลั อปั เดต คอมเมนต์ เมาส์ สเปก คลิก บลอ็ ก - ถอ้ ยคาสานวนภาษาราชการ ถอ้ ยคาสานวนภาษาราชการทีไ่ มถ่ กู ตอ้ ง ถ้อยคาสานวนภาษาราชการทีถ่ กู ตอ้ ง พร้อมน้ีไดแ้ จ้งไปทางจงั หวัดแลว้ เหมอื นกัน ทง้ั นี้ ไดแ้ จง้ ให้ทางจงั หวัดทราบแลว้ ไมม่ ีข้อเท็จจรงิ อะไรเพ่ิมเติม ไมม่ ีขอ้ เท็จจรงิ อนั ใดเพิ่มเติม ประชาชนได้รบั ความเดือนร้อนแสนสาหสั ประชาชนได้รับความเดอื ดร้อนเป็นอยา่ งยิ่ง เคร่อื งบนิ ตก ผโู้ ดยสารตายหมด ไมม่ ีใครรอด เครอ่ื งบินตก ผโู้ ดยสารเสียชวี ติ ท้งั หมด ใหแ้ จง้ เรอื่ งน้ีไปได้เลย ให้แจง้ เรอ่ื งน้ีไปให้ส่วนราชการทราบได้ เรือ่ งน้ี ในการน้ี กรณนี ้ี เร่ืองน้ัน เร่อื งดงั กล่าว เสร็จแล้ว แลว้ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว แล้ว ยังไม่ได้ทา ยงั มไิ ด้ดาเนนิ การแต่ประการใด ไม่ใช่ มิใช่ ถึงตอนนี้ บัดนี้ หนหา้ นห้า6นา้ 232131 3 อาทติ ย์ 3 สัปดาห์ ไมร่ ูว้ ่า ไม่ทราบวา่ เวลาผ่านมานานแลว้ ระยะเวลาไดล้ ว่ งเลยมาพอสมควรแลว้ ยงั ไม่ได้รบั แจ้งผลการพจิ ารณาเลย ยังมไิ ด้รบั การแจ้งผลการพิจารณาแต่ประการใด ไม่ดี มิชอบ ไม่สมควร บอกวา่ แจ้งว่า ชว่ ย อนุเคราะห์ สนบั สนุน เจอวา่ พบว่า ปรากฏว่า ถ้อยคาสานวนภาษากฎหมาย จะตอ้ ง ต้อง ให้ มอี านาจ สามารถ อาจ อาจ..... ก็ได้ พงึ ย่อม ไดแ้ ก่ อาทิ เช่น เปน็ ต้น ฯลฯ กาหนดการ หมายกาหนดการ ผลผลติ ➢ ใช้กบั การเกษตร ผลิตผล ➢ ใชก้ ับอตุ สาหกรรม เผยแพร่ ➢ ใช้กับทางศาสนา เผยแพร่ ➢ ใชก้ ับทั่วไป หลกี เลี่ยงถ้อยคาฟมุ่ เฟอื ย เกินความจาเป็น
ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incldent Command System) ผู้บรรยาย : นายประกาศ เปล่งพาณิชย์ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการพิเศษ สาธารณสุขฯ การเกิดภัยพิบัติ และเหตุการณ์ต่างๆ เช่น โรคติดต่อ ภัยธรรมชาติ เหตุการณ์จากมนุษย์ทาให้เกิด เช่น เพลิงไหม ภยั น้าท่วม สารเคมี อาชญากรรม การกอ่ การรา้ ย โรคระบาด ICS Incldent Command System ➢ มาตรฐานการจดั การเหตุการณ์ ณ ทเ่ี กิดเหตุที่ใช้ได้กับทกุ ภยั ➢ ใช้กบั เหตุการณท์ ุกชนดิ ทกุ ขนาด ต้งั แต่เลก็ ทส่ี ุดถงึ ใหญ่ทสี่ ุด ➢ เจ้าหนา้ ที่เผชญิ เหตุ ทุกหน่วยงาน ปฏิบัตหิ นา้ ทร่ี ว่ มกันอยา่ งราบรืน่ และมี ประสทิ ธิภาพ เป้าหมาย เพือ่ ➢ ความปลอดภัยของทกุ คนทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ➢ ปฏิบัติงานโดยมีวัตถปุ ระสงค์ กลยทุ ธท์ ถ่ี ูกตอ้ ง ➢ ใชท้ รพั ยากรอย่างค้มุ ค่า ลักษณ ะสาคัญของ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เข้าใจตรงกัน หนหา้ นห้า6นา้ ICS การสถาปนาและมาองการบังคบั บญั ชา 23232 มาตรฐ การบังคับ การสถาปนาและมองการบังคบั บัญชา ลาดับและเอกภาพของการบังคับบญั ชา การสงั่ การร่วม Unified Command การวางแผน การจดั การโดยยึดวตั ถุประสงค์ โครงสร้าง แผนเผชญิ เหตุ LAP การจัดการองคก์ ร โครงสร้างองค์กรแบบ Modula ลกั ษณะของ CIS ช่วงการควบคุมท่เี หมาะสม
Common Terminology ➢ การใชภ้ าษาที่เขา้ ใจงา่ ย บทบาทและ ➢ หน้าทตี่ ามโครงสร้างขององคก์ ร ➢ การจดั และสัญลักษณพ์ ื้นที่ปฏบิ ตั กิ าร ➢ รายละเอยี ดของทรพั ยากร ประเภท ชนดิ ขนาด ➢ ชอ่ื เรียกตาแหน่งต่าง Chain of Command ➢ การใชภ้ าษาทว่ั ไปทเี่ ขา้ ใจตรงกัน ➢ การติดตอ่ ส่ือสารควรใช้ภาษาที่งา่ ย ➢ไม่ควรใช้ รหัสวทิ ยุ คาย่อเฉพาะองคก์ รหรอื ศัพทเ์ ฉพาะวงการ การบัญชาการรว่ ม (Unified Command) เพือ่ ใหส้ ามารถตัดสินใจร่วมกนั การโอนอานาจการบังคับบญั ชา เป็นการมอบอานาจการบังคบั บัญชา การจดั การโดยยึดวตั ถปุ ระสงค์ และตอ้ งแจ้งให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ การจัดการตามวัตถุประสงค์ : หนห้านห้า6น้า 1. เขตา้ อใจนนโยบายและทิศทางการทางานของหน่วยงาน 232333 2. ประเมินสถานการณ์ 3. กาหนดวตั ถปุ ระสงคก์ ารจัดการเหตุฉกุ เฉนิ 4. เลอื กกลยทุ ธ์เดียว / หลายกลยทุ ธเ์ พื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 5. ดาเนินการตามทศิ ทางที่กาหนด 6. ติดตามผลการดาเนินการตามความจาเป็น 7. Reliance on an Incident Action Plan การกาหนดวัตถุปะสงค์ท่ีชัดเจน ระบุกิจกรรมท่ีต้องการทา ใหส้ าเร็จภายใตก้ รอบระยะเวลาเป็นลายลักษณ์อกั ษรหรือบอกเล่าเป็นนโยบาย ระเบยี บ กฎหมายของหนว่ ยงาน 8. โครงสร้างองค์กรแบบ Modula เป็นแบบ ขยายตัวแบบ Top Down /ขึ้นอยู่กับขนาดความซับซ้อน หรือ Span of Control ชว่ งการควบคมุ คอื หลกั การสาคญั ในการกาหนดโครงสร้าง 9. ชว่ งการควบคุม Span of Control หวั หนา้ งาน 1 คน คือ ผู้ใตบ้ งั คบั บัญชา ไมค่ วรเกิน 5 คน 10 การจัดการทรัพยากรอย่างครบวงจร การจาแนก การขอรบั การส่งมอบ และสถานะทรพั ยากร 11Incident Facility Map Symbols สัญลกั ษณแ์ ผนผังสถานทเ่ี กิดเหตุ 12. การบรู ณาการด้านการสือ่ สาร ตอ้ งมกี ารจัดทาแผนการติดต่อ หรอื แผนการส่อื สาร 13. Information and intelligence ขอ้ มลู และขา่ วกรอง
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบคุ คล ผบู้ รรยาย รศ.ดร. ทองฟู ศิรวิ งศ์ เน่ืองจากในโลกและสังคมปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและ รวดเรว็ มากขน้ึ กว่าในอดตี และมกี ารเปลย่ี นแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนเ้ี ราตอ้ งมวี ิธีการอยา่ งไรในการควบคุม และทางานในสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงภายใน (Internal Change) 1. การสรา้ งวสิ ัยทศั นใ์ หม่ 2. การเปลย่ี นตาแหน่งงาน 3. การเปล่ยี นหวั หน้างาน 4. การรับช่วงกิจการตอ่ จากพ่อส่ลู ูก 5. การขยายตวั ของธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงจากภายในเป็นการเปล่ียนแปลงที่สามารถควบคุมได้เพราะว่าการเปลี่ยนแปลง ประเภทนจ้ี ะอยทู่ ่ีการวางแผนทางการบริหารงานของแตล่ ะองค์กร การเปลี่ยนแปลงภายนอก (external change) การเปลีย่ นแปลงภายนอกเป็นการเปลีย่ นแปลงท่ีเกิดขึ้น จากสถานการณแ์ วดลอ้ มรอบๆ องค์กร 1. การเปลยี่ นผนั ทางการเงนิ 2. การเปลย่ี นแปลงกลยุทธข์ องคแู่ ขง่ ภาวะตลาดภายในประเทศ หนหา้ นห้า6นา้ 232434 3. ภาวะตลาดภายนอกประเทศ ตลาดใหญใ่ นต่างประเทศ 4. ซง่ึ ปจั จยั พวกน้ยี ากที่จะควบคุมได้ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ต้องคานึงถึงสถานการณ์ท่ีเปลย่ี นแปลงไปทั้งสภาพแวดลอ้ มภายในและสภาพแวดลอ้ ม ภายนอก Forces for Change แรงใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลง External Forces Internal Forces แรงภายนอก แรงภายใน -Marketplace ตลาด -Changes in organizational strategy การ -Governmental laws and เปล่ียนแปลงในกลยุทธ์ขององค์กร Regulations กฎระเบยี บจากทางราชการ -Workforce changes การเปลย่ี นแปลงในดา้ น -Technology เทคโนโลย่ี แรงงาน -Labor market ตลาดแรงงาน - new equipment อปุ กรณ์ใหม่ -Economic changes การเปลี่ยนแปลทาง - Employee attitudes ทศั นคตขิ องพนักงาน เศรษฐกจิ ทฤษฏภี ูเขาน้าแข็ง
สว่ นที่อยู่เหนือน้ำ สำมำรถมองเหน็ ไดง้ ่ำย 1. ความรู้ 2. ทกั ษะความเชี่ยวชาญ สว่ นท่อี ย่ใู ตน้ ำ้ ไม่สำมำรถเหน็ ได้ ๑. แรงจูงใจ 2. ลกั ษณะนสิ ัย 3. ทศั นคติ 4. ความเป็นตวั ตน สว่ นที่อยูเ่ หนือนา้ สามารถมองเห็นได้ง่าย หนหา้ นหา้6นา้ 1.1 ความรู้ คือ ความรู้ ไดจ้ ากการศกึ ษาเรยี นรู้ 232535 1.2 ทกั ษะความเชยี่ วชาญ (Skills) คอื ความสามารถในการทางานทงั้ ทางร่างกาย และจติ ใจ ส่วนทอ่ี ยูใ่ ต้น้า ไม่สามารถเหน็ ได้ 1.3 แรงจูงใจ คอื แรงจงู ใจหรอื แรงขบั ภายในท่ที าใหเ้ กดิ พฤติกรรมทมี่ ่งุ ไปสู่สง่ิ ที่เป็นเป้าหมายของแตล่ ะคน เชน่ การต้งั เป้าหมายทท่ี ้าทาย และพยายามทาใหส้ าเร็จตามที่ตัง้ ไว้ เป็นตน้ 1.4 อุปนิสัย คือ บุคลิกลักษณะประจาตัวท่ีอธิบายถึงแต่ละคน เป็นส่ิงท่ีใช้ตอบสนองต่อสถานการณ์ใน ชีวิตประจาวันอยตู่ ลอดจนเกิดความเคยชิน เช่น ลกั ษณะที่เป็นคนงา่ ย ๆ มีความยดื หย่นุ เป็นต้น 1.5 ทัศนคติ คือ แนวคิด มุมมอง ค่านิยม และความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง หรือส่ิงที่แต่ละ คนเชือ่ ว่าตนเองเป็น เช่น การทค่ี นมีความเช่ือวา่ ตนเองเป็นคนมคี วามม่ันใจ เปน็ ต้น 1.6 ความเป็นตัวตน คือ ลกั ษณะของบุคคลที่แตกต่างจากบุคคลอื่น ซ่ึงเปน็ คุณลกั ษณะเฉพาะบคุ คล การจัดการทรพั ยากรมนุษย์ การวิเคราะห์งาน คือ การวิเคราะห์งาน ความรับผิดชอบ ภาระหน้าท่ี และรวมตลอดไปถึงการ กาหนดคุณสมบัติบุคลากรท่ีสมควรดารงตาแหน่งที่จะต้องมีความรู้ประสบการณ์ ทักษะ และความสามารถอย่างไร ท่เี หมาะสมกับงาน กระบวนการวงแผนทรัพยากรมนุษย์ คอื วเิ คราะห์สถานการณส์ ภาพแวดล้อม วิเคราะหบ์ ุคลกร ที่มอี ยู่ วเิ คราะห์ตาลาดแรงงาน และการคาดการณค์ วามต้องการบุคคล และตัดสินใจวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การสรรหา คอื การในการคน้ หาบคุ คลที่มคี วามรู้ความสามารถและมที ักษะที่เหมาะสมเพื่อเข้ามา ปฏิบัติงานในตาแหนง่ งานตามทีอ่ งค์กรต้องการ ได้แก่ การสรรหาจากทัง้ ภายใน และภายนอกองค์การ
การคัดเลือก คือ กระบวนการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะมาทางานในองค์กร โดยพิจารณาจาก ทักษะ ความสามารถ และคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จาเป็นเพื่อการท างานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยอาจจะใช้วิธกี ารทดสอบ หรอื วธิ สี อบสัมภาษณง์ าน วิธีการทดสอบ สามารถจาแนกได้เป็น 3 ประเภท คอื 1. การทดสอบความสามารพ 2. การทดสอบบคุ ลิกภาพและความสนใจ 3. การทดสอบการปฏบิ ัติงาน การสมั ภาษณง์ าน แบ่งได้เปน็ 1. การสัมภาษณ์แบบตัวตอ่ ตัว 2. การสมั ภาษณแ์ บบกลุ่ม 3. การสัมภาษณ์โดยกลมุ่ ผู้บริหาร 4. การสัมภาษณ์แบบกดดนั 5. การสมั ภาษณโ์ ดยเปดิ เผยลกั ษณะงานทีแ่ ท้จริง การฝึกอบรมและพัฒนา การพฒั นา (Development) หมายถงึ การดาเนนิ การส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ และประสบการณ์เพิ่มข้ึน เพื่อให้สามารถปฏิบัตงิ านในตาแหนง่ ปัจจุบนั ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ และพร้อม หนหา้ นหา้6นา้ ทกี่ ้าวหนา้ เติบโตไปในอนาคต การฝึกอบรม (Training) กระบวนการ หรือกิจกรรมท่ีจัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพ่ือให้ผู้เข้ารับการ 232636 อบรมมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ทัศนคติ และประสบการณ์ที่เพ่ิมขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ และบรรลุผลสาเร็จตามเปา้ หมายขององคก์ าร ทั้งนี้จะฝึกอบรม หรือ พัฒนาต้องมีการวิเคราะห์บุคคลผลการปฏิบัติงาน ภายใต้สภาพแวดล้อม ภายใน และภายนอก ว่ามีความจาเป็นในการอบรมหรือไม่ หรือควรพัฒนาทักษะทางด้านใด อีกทั้งการฝึกอบมก็มี หลายวิธี เชน่ การบรรยาย การอภปิ รายกลุ่ม การประชุม ทัศนะศกึ ษา โปรแกรมเรยี นด้วยตนเอง หรอื นอกจากการ ฝกึ อบรมอาจพัฒนาทักษาทางดา้ นต่าง ๆ เปน็ ตน้ การประเมินผลการปฏิบัติงาน คือ กระบวนการที่ ผู้บริหารใช้พิจารณาผลการปฏบิ ัติงานของพนักงาน ว่า พนักงานปฏิบัติงานได้ในระดับใด เพ่ือ เปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ตง้ั ไว้ รวมท้ังให้ข้อมูล ย้อนกลับแก่พนักงานเพื่อ ทาใหม้ กี ารปรบั ปรุงการ ปฏบิ ตั งิ านให้มปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ขึ้น การประเมินผลมีหลายวิธี เช่น 1. การประเมินผลโดยใชส้ เกลการใหค้ ะแนน 2. การประเมินผลแบบ 360 องศา 3. การประเมนิ ผลโดยใช้เหตุการณ์สาคญั 4. การประเมนิ โดยการเขียนรายงาน การใช้มาตรฐานการทางานมาเปรียบเทียบ
5. แรงงานสัมพันธ์ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มพนักงาน (สหภาพแรงงาน) และนายจ้าง (ฝ่าย จัดการ) ความปลอดภยั และสขุ ภาพ ความปลอดภัย คือ ความปลอดภัยที่เก่ียวข้องกับการป้องกันจากการบาดเจ็บของพนักงานจาก อบุ ตั ิเหตุ สุขภาพ คอื สขุ ภาพเกี่ยวกบั การมสี ขุ ภาพกายท่ีดีและอารมณ์ของพนกั งานในท่ีทางาน 1. ผลประโยชน์เก้ือกูลตามกฎหมาย คือ ผลประโยชน์ท่ีบุคลากรได้รับจากการทางาน เช่น ประกนั สังคม ผลตอบแทนคนว่างงาน ค่าตอบแทนสาหรบั คนทางาน การชว่ ยเหลือทีไ่ ด้ตามกฎหมาย 2. คา่ ตอบแทน คอื คา่ ใช้จ่ายต่าง ๆ ท่ีองค์การจา่ ยให้แก่ผ้ปู ฏบิ ัติงาน คา่ ใชจ้ ่ายนอ้ี าจจ่าย ในรูปตัวเงินหรือมิใช่ตัวเงินก็ได้ เพ่ือตอบแทนการปฏิบัติงานตามหน้าท่ีความรับผิดชอบ จูงใจให้มีการปฏิบัติงาน อย่างมปี ระสิทธิภาพสง่ เสริมขวัญกาลงั ใจของผู้ปฏิบตั ิงาน ทั้งนอี้ าจแบง่ ประเภทคา่ ตอบแทน ดงั น้ี 3. ค่าตอบแทนทางตรง เป็นคา่ ตอบแทนในรูปค่าจา้ ง เงนิ เดือน 4. คา่ ตอบแทนทางออ้ ม เป็นจา่ ยตอบท่ีไมไ่ ด้รวมอยู่กบั ค่าตอบแทนทางตรง 5. คา่ ตอบแทนทไี่ ม่ใชต้ ัวเงิน 6. รางวลั ทเี่ ป็นผลมาจากความสาเร็จ หนหา้ นห้า6นา้ 232737
กลยทุ ธ์การบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ หนหา้ นหา้6นา้ โดย ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาวนิ ชินะโชติ 232838 องค์การสมยั ใหม่ ในช่วง 3 ศตวรรษท่ีผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นยุคที่มีการนาสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการ ติดต่อสื่อสารกันมากข้ึน มีการพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสารสนเทศมาพร้อม ๆ กับโครงสร้างขององค์การท่ี เปล่ียนแปลงเพื่อใหท้ ันกับเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (Mukheni,2002) องค์การในยุคข้อมูลสารสนเทศในปัจจุบันมีบริบทท่ีแวดล้อมไปด้วยข้อมูลสารสนเทศทุกประเภทมา จากทกุ ทิศทุกทาง จะเห็นวา่ เมือ่ บรบิ ทแวดล้อมสังคม เปลี่ยนไป ทาใหก้ ารจัดโครงสรา้ งและการจัดการองค์การต้อง ปรับเปล่ยี นตามไปอย่างรวดเรว็ - ทฤษฎกี ารจดั การสมัยใหมย่ ุคเรม่ิ ตันทีท่ าใหก้ ารทางานมรี ะบบระเบียบ ตลอดจนมปี ระสทิ ธิภาพ และยังคงนิยมใชม้ าถึงปจั จบุ ัน คอื POLC ซงึ่ เปน็ ทฤษฎีการจัดการท่ีใสใ่ จกระบวนการตงั้ แต่เริ่มต้นจนจบ เรม่ิ ตง้ั แต่ การวางแผน การปฏิบตั กิ าร ไปจนถึงการประเมนิ การบริหารจดั การ POLC คือทฤษฎี P - Planning / การวางแผน O - Organizing / การจดั การองค์กร L - Leading / ภาวะการเปน็ ผู้นา C - Controlling / การควบคมุ Planning การวางแผน การวางแผน คือ การกาหนดกิจกรรมตลอดจนภาระกิจต่าง ๆ ท่ีต้องปฏิบัติเอาไว้ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อใหเ้ ปน็ แนวทางตลอดจนทิศทางในการปฏบิ ตั ิงาน การวางแผนควรต้องมีการกาหนดวัตถุประสงค์และข้นั ตอนที่ จะทาให้บรรลผุ ลตามทีต่ ้องการ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) : การวางแผนกลยุทธ์น้ันไม่ใช่แค่การวางแผนการ ทางาน แต่เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์ในการทาธรุ กิจท่ีมีแผนครอบคลุมหลายมิติ ตลอดจนมีการวางพันธกิจอย่าง ชดั เจนเพือ่ เป็นแนวทางของการใช้กลยุทธบ์ ริหารจัดการรวมไปถึงปฏิบัติการนน่ั เองการวางแผนเชิง กลยุทธ์น้ัน มักใช้ปฏิบัติงานกบั ฝา่ ยบรหิ ารตลอดจนระดับหัวหนา้ งาน -กาหนด วสิ ัยทัศน์ และ พันธกจิ ขององค์กร (Defining Organization Vision & Mission) -สรา้ ง เปา้ หมาย และวัตถุประสงค์ ให้ชัดเจน (Setting Goals & Objectives) -คิดค้นกลยุทธท์ โี่ ดดเดน่ (Strategizing) -วางแผนปฏิบตั กิ ารเพื่อให้บรรลุเปา้ หมายท่วี างไว้ (Plan of Action to Achieve Goals) -การบริหารเชิงกลยุทธ์ หมายถึง การวางแผน การดาเนินการและควบคุมในแนวทาง เชิงกลยุทธ์ ซึ่ง จะชว่ ยใหก้ ารบริหารเปน็ ไป อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และย่งั ยนื
ㆍกระบวนการบริหารเชิงกลยุทธ์ ขัน้ ตอนที่ 1 กาหนดทิศทาง ขน้ั ตอนท่ี 2 การประเมนิ องคก์ ารและสภาพแวดล้อม ขน้ั ตอนท่ี 3 การกาหนดกลยทุ ธ์ ขั้นตอนท่ี 4 การนากลยุทธไ์ ปปฏบิ ตั ิ ขั้นตอนที่ 5 การประเมนิ ผลและการเลอื กทางเลือกกลยทุ ธ์ ข้นั ตอนการกาหนดกลยทุ ธ์ ข้นั ตอนท่ี 1 กาหนดทศิ ทาง (Formulating organization's mission/Goal setting) เป็นการกาหนดทิศทางขององค์การจะประกอบด้วยการกาหนด วิสัยทัศน์ (Vision ) การกาหนด ภารกจิ ( Mission ) และการกาหนดเปา้ หมาย (Gold) ข้ันตอนที่ 2 การประเมินองค์การและสภาพแวดล้อม (Evaluation of organizational resources & environmental opportunities and threats) ในการประเมนิ สภาพแวดล้อมขององค์การนัน้ จะประกอบไปด้วยการประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก และการประเมินสภาพแวดลอ้ มภายใน โดยมีจุดมุ่งหมายเพอื่ ให้ทราบถงึ การประเมนิ สภาพแวดล้อมภายใน ทราบถงึ จดุ แข็ง (Strength -S) จุดออ่ น (Weakness -W) หนหา้ นหา้6นา้ การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอก และอุปสรรค (Threat - T) 232939 โอกาส (Opportunity -O) วิธีการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์การ 1. สภาพแวดลอ้ มท่ัวไป เช่น เศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเทคโนโลยี 2. สภาพแวดลอ้ มเกีย่ วกับงาน เปน็ การวเิ คราะหเ์ กีย่ วกับอุตสาหกรรม เชน่ คู่แขง่ แรงงาน สินค้า วธิ ีการวเิ คราะห์สาพแวดล้อมภายในองค์การ ไดแ้ ก่ \"4 M's ประกอบดว้ ย คน (Man) เงนิ (Money) วัตถดุ บิ (Material) และวธิ ีการ / จดั การ (Method/Management) \"8 M's โดยเพม่ิ เครื่องจกั รกล ( Machine ) การตลาด ( Market ) ขวัญและกาลังใจ (Morale) และข้อมลู ขา่ วสาร ( Message ) ขั้นตอนท่ี 3 การกาหนดกลยุทธ์ (strategy Formulation) การกาหนดกลยุทธ์ เป็นการพัฒนาแผนระยะยาวบนรากฐานของโอกาสและอุปสรรค ท่ีได้จากการ วเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และการวเิ คราะหจ์ ุดแข็ง จุดออ่ นท่ีไดจ้ าการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน โดย องค์การจะต้องกาหนดและเลือกกลยุทธ์ท่ีดีท่ีสุดท่ีเหมาะสมกับองค์การท่ีสุด โดยจะใช้เทคนิค TOWS โดยคานึงถึง ระดบั ทแี่ ตกต่างกันของกลยุทธ์ดว้ ย 3 ระดับ คือ กลยทุ ธร์ ะดับองค์การ (Corporate Strategy) กลยทุ ธร์ ะดับธุรกิจ (Business Strategy) และกลยุทธร์ ะดับปฏิบัตกิ าร (Operational Strategy)
การกาหนดกลยทุ ธท์ ี่สาคัญ 4 แนวทาง หนหา้ นห้า6นา้ กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategies) แนวทางนี้สาหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 242040 ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน ประกอบกันแล้วพบว่าสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกต่าง เปน็ จุดแขง็ และเปน็ โอกาส ทีด่ ีขององคก์ าร กลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์เชิงพัฒนา (WO Strategies) กลยุทธ์น้ีสาหรับการวิเคราะห์ภาพแวดล้อม ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า สภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดอ่อนขององค์การ ในขณะท่ี สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นโอกาสสนับสนุนองคก์ าร กลยุทธ์ท่ี 3 กลยทุ ธ์เชิงรับ (ST Strategies) กลยุทธ์นส้ี าหรับการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก และสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า สภาพแวดล้อมภายในองค์การเป็นจุดแข็งที่ส่งผลต่อความสาเร็จของธุรกิจ แตใ่ นสภาพแวดลอ้ มภายนอกกลบั เป็นอปุ สรรคต่อองคก์ าร กลยุทธ์ที่ 4 กลยุทธ์เชิงถอย (WT Strategies) กลยุทธ์นี้สาหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า ท้ังสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ต่างเป็นอุปสรรคและเป็น จดุ ออ่ นตอ่ การดาเนินกิจกรรมของธุรกิจ ขั้นตอนท่ี 4 การนากลยทุ ธไ์ ปปฏบิ ัติ (Strategy Implementation) การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ คือกระบวนการที่ผู้บริหารแปลงกลยุทธ์และนโยบายไปสู่แผนการ ดาเนินงาน กาหนดรายละเอียดล้านต่าง ๆ เช่น ด้านงบประมาณ หรือวิธีเการดาเนินงาน ซึ่งกระบวนการน้ีอาจจะ เกยี่ วข้องกบั การเปลีย่ นแปลงภายในดา้ นวัฒนธรรมโครงสร้าง หรอื ระบบการบรหิ าร เพ่ือใหส้ ามารถดาเนนิ การตาม กลยุทธโ์ ดอ้ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม ขนั้ ตอนที่ 5 การประเมินผลและการเลอื กทางเลอื กกลยทุ ธ์ (Evaluation and choosing alternative strategy) การประเมินผลกลยุทธ์และเลือกทางเลือกกลยุทธ์ เป็นน้าที่สาคัญท่ีเก่ีรของกับการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล กลยุทธ์ ที่นาไปปฏิบัติ ท้ังน้ีในการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ ทั้งน้ีในการนากลยุทธ์ไปปฏิบัตินั้น มักจะเกิดข้อผิดพลาดที่ต้องการการปรับปรุง เพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์น้ันจะก่อให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ตรงตาม แผนท่ีไดต้ ั้งไว้หรือไม่ O - Organizing การจดั การองคก์ ร - การจัดองค์การในยุคใหม่จะเน้นการจัดโครงสรา้ งที่ยืดหยนุ่ สงู ปรับตัวได้ง่าย เป็นโครงสร้างทมี่ ชี วี ิต การจัดการและการปฏิบัติงานจงึ ไม่เนน้ ความเป็นทางการแตจ่ ะใหค้ วามสาคัญกบั การมสี ่วนร่วมและความ รว่ มมือร่วมใจในการปฏิบัติงาน รวมถงึ มีลกั ษณะคลา้ ยพรี ามดิ หัวกลับ - การจัดความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ขององค์การเพื่อรวมกันเข้าเป็นองค์การ หรือฝ่ายต่าง ๆ (กาหนดสายบงั คับบัญชาและขอบเขตการควบคุม) แบ่งหนา้ ทีเ่ ป็นกลมุ่ ฝา่ ยปฏบิ ัตงิ าน (line), กลุ่มฝ่ายให้คาแนะนา (Staff) - กาหนดโครงสรา้ งองค์กรให้ชดั เจนและไม่ทบั ซอ้ น (Formulate Organizational Structure) - จดั สรรทรพั ยากรใหเ้ หมาะสมลงตัว (Resource Allocation)
- ออกแบบการทางานของแตล่ ะตาแหน่งให้ครบถว้ น (Job Design) ผังโครงสร้างองค์การจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ 1. รปู แบบการจัดองคก์ ารจาแนกตามกลมุ่ งาน 2. รปู แบบการจัดองค์การจาแนกตามสายอานาจการบงั คบั บัญชา รปู แบบการจดั องคก์ ารจาแนกตามกลุ่มงาน มี 5 แบบ 1. องค์การแบบตามหนา้ ที่ 2. องคก์ ารแบบตามผลิตภัณฑ์ 3. องค์การแบบตามพืน้ ที่ 4. องคก์ ารแบบตามลกู คา้ 5. องคก์ ารแบบตามกระบวนการ รปู แบบการจดั องค์การจาแนกตามสายอานาจการบงั คบั บญั ชา 1. องคก์ ารตามสายงาน 2. องคก์ ารสายงานหลกั และสายงานที่ปรึกษา โครงสรา้ งองค์การให้เหมาะสมกบั ธรุ กจิ ขนาดเลก็ มี 3 แบบ 1. โครงสร้างองคก์ ารแบบแนวราบ 2. โครงสรา้ งองค์การแบบโมดูลาร์ หนหา้ นห้า6นา้ 3. โครงสร้างองค์การแบบเสมือน โครงสร้างองค์การแบบแนวราบ เป็นรูปแบบโครงสร้างองค์การที่พยายามลดลาดับชั้นในการบริหาร 242141 จัดการ มขี นาดของการควบคมุ มากข้ึนโดยการเพ่ิมอานางในการตัดสินใจแก่พนกั งาน โครงสร้างองค์การแบบโมดูลาร์ เป็นรูปแบบโครงสร้างองค์การแบบพลวดั ลักษณะขององค์การทาหน้าท่ี เปน็ แกนกลางในการควบคมุ งานของธุรกิจอน่ื ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง ในการใช้ลักษณะโครงสร้างแบบนจ้ี ะไม่มีความต้องการ ใช้หนักงานท่มี จี านวนมากแต่จะเนน้ การจ้างงานธรุ กจิ อื่นให้เปน็ ผูร้ ับเหมาช่วง โครงสร้างองค์การแบบเสมือน เป็นรูปแบบโครงสร้างองค์การโดยการใช้พันธมิตรทางธุรกิจในการ เช่ือมโยงผูข้ ายวตั ถดุ บิ ลูกคา้ หรอื คูแ่ ช่ง โดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเชือ่ มโยงระบบของทกุ องคก์ ารเข้าด้วยกัน Leading ภาวะการเป็นผนู้ า ผู้นา คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม สามารถนาพาให้กลุ่มปฏิบัติงานสาเร็จบรรลุตามเป้าหมายของ องค์การ แหลง่ ที่มาของผู้นาเป็นแบบทางการ เชน่ ผู้นาที่มาจากตาแหนง่ ทางการบริหารภายในองค์การ ลกั ษณะของผนู้ า 1. สรา้ งภาวะผูน้ าและทิศทางของการทางาน (Leadership & Direction) 2. มีไหวพรบิ การตดั สินใจ (Decision Making) 3. กระตุ้นแรงจงู ใจในการทางาน (Motivation) 4. สอ่ื สารและประสานงานให้มีประสทิ ธภิ าพ Coordination & Communication) ภาวะผูน้ าในองค์การสมยั ใหมจ่ ะมลี ักษณะเป็นภาวะผนู้ าการเปลย่ี นแปลง
1. ทฤษฎีผนู้ าแบบแลกเปลย่ี น เป็นภาวะผู้นาที่กระตุ้นพนักงานให้ทางานตามที่ได้คาดหวังไว้โดยช่วยกาหนดความรับผิดชอบใน งานการใช้กระบวนการแลกเปล่ยี นระหว่างผนู้ ากับผู้ตามโดยท่ีผู้นาายงมรับความต้องการของผู้ตามด้วยการให้วัตถุ สิ่งของมีค่าตามท่ีต้องการ แต่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนให้ผู้ตามต้องทางานบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดหรือปฏิบัติหน้า ไดส้ าเรจ็ ตามข้อตกลง 2. ทฤษฎผี ้นู าเชงิ ปฏิรปู หรือแบบเปล่ียนสภาพ ผู้นาเชิงปฏิรูปหรือผู้นาแบบเปล่ียนสภาพเป็นผู้นาท่ีใช้กระบวนการของการชักนาเพ่ือการ เปล่ียนแปลงมากกว่าการคงท่ีเป็นผู้นาท่ีกระตุ้นพนักงานให้ทางานโดยมีภารกิจที่มากขึ้น มีจุดมุ่งหมายท่ีสูงขึ้น มี ความเชอื่ มั่นในความสามารถทีจ่ ะบรรลุภารกิจพิเศษที่กาหนดไว้อย่างชัดเจน วิธีการสร้างความไวว้ างใจในการเปน็ ผนู้ า คือ การฝึกปฏิบัติในการรบั ฟัง - ยตุ ิธรรม - พดู จาดว้ ยความรสู้ ึกทดี่ ี - บอกความจรงิ - แสดงความมนคง - ทาตามสญั ญา - รกั ษาความลบั - สามารถพสิ ูจน์ในเร่อื งความสามารถ การสื่อสารท่ีดีมปี ระสิทธิภาพควรมีลักษณะดังน้ี หนหา้ นห้า6นา้ (Model 9 c's) 1. ขอ้ ความมีความชดั เจน 6. ข้อความมคี วามถกู ต้อง 24242 2. ข้อความมคี วามสมบรู ณ์ 7. ข้อความมคี วามนา่ เชือ่ ถือ 3. ขอ้ ความมีความกระทัดรัด 8. ช่องทางการส่งสาร 4. มีความเป็นรูปธรรม 9. มคี วามต่อเนือ่ งและแน่นอน 5. เลือกใช้ข้อความเหมาะสมกับโอกาส ส่อื สารดว้ ยความมัน่ ใจ (Communication of Self-confidence) ผู้นาท่ีส่อื สารเรือ่ งราวต่าง ๆ ดว้ ย ความม่ันใจดูจะเป็นท่ียอมรับว่ามีความสามารถพิเศษ ความสาเร็จของการเปล่ียนแบ่ลงกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ จะต้อง สื่อถึงความเช่ือม่ัน จากความม่ันใจของผู้นาจะเป็นแบบอย่างของผู้ตาม ความรู้สึกของผู้ตามท่ีเช่ือว่าผู้นามีความรู้ วิธีการท่ีจะทาให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ย่อมตั้งใจทางานหนัก เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้นา นน่ั กค็ ือ เพ่ิมโอกาสของความสาเรจ็ ของงาน อนั เนอ่ื งมาจากการมีการสือ่ สารดว้ ยความม่ันใจ C - Controlling การควบคุม การควบคุมคือ การดูแลบุคลากรตลอดจนการทางานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ตลอดจน การติดตามประเมินผลว่าการปฏิบัติงานน้ันเป็นไปตามท่ีวางไว้หรือไม่ บรรลุวัตถุประสงค์หรือเปล่า มีความสาเร็จ มากน้อยเพียงไร การควบคุมนั้นยังหมายถึงการจดั การกับปัญหาอย่างมีประสิทธภิ าพ เพ่ือให้เกิดผลกระทบกับการ ทางานน้อยที่สดุ อกี ด้วย
- สร้างระบบการทางานใหใ้ ดม้ าตรฐานเพ่ือให้การทางานราบรื่น ( Process & Standards)ตดิ ตามผล รายงานผล ประเมินผล (Review & Evaluation -ปฏบิ ตั ิการอยา่ งถูกตอ้ งตามมาตรฐานท่วี างไว้ (Corrective Action) ㆍปัจจุบันเครอื่ งมือในการควบคุมและการ ประเมินผลการทางานน้ันมีออกมาให้ใช้มากมายการประเมินผลท่ีเป็นท่ีนิยมในวงกว้างมากท่ีสุด ในตอนนี้ก็เห็นจะเป็นเครื่องมือที่เรียกว่าเคร่ืองมือตัวชี้วัดผลการดาเนินงานที่สาคัญ ( Key Performance Indicator: KPI) ดชั นชี ี้วัดน้สี ามารถนามาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์หลายดา้ นกบั องค์การ เชน่ กนั องค์ประกอบของผลการปฏิบตั งิ าน 4 มุมมอง ได้แก่ 1. มุมมองดา้ นการเงนิ (Financial Perspective) 2. มมุ มองด้านลูกคา้ ( Customer Perspective) 3. มมุ มองด้านกระบวนการภายใน (Internal Perspective) 4. มมุ มองดา้ นการเรียน (Learning and Growth Perspective) การกาหนดตัวช้วี ดั ผลการดาเนนิ งานทสี่ าคญั ตามหลกั การ SMART ตัว S คือ specific หมายถึง ตัวช้ีวัดผลการปฏิบัติงานจะต้องมีความเฉพาะเจาะจง เรียบง่าย ไมส่ ลับชบั ซอ้ น มงุ่ เน้นสง่ิ ทเี่ ราต้องการวัตผิ ลให้เกิดขึ้น แสดงิ ชัดเจนว่า ตอ้ งการวัดผลลพั ธอ์ ะไร ตัว M คอื Measurable หมายถงึ ตัวชวี้ ัดผลการปฏิบัตงิ านจะต้องมกี ารวดั ผลได้จรงิ สาหรบั การ หนหา้ นห้า6นา้ วัดผลการปฏบิ ตั งิ านนน้ั ควรมีการวดั เป็นเชิงปริมาณ โดยมกี ารกาหนดจานวนวัดผลอยา่ งซัดเจนให้เกิดการวัดท่ีเป็น 242343 ตวั เลขอย่างเปน็ รปู ธรรมสิ่งตา่ ง ๆ ทต่ี ้องการ ตัว A คือ Attainable หมายถงึ ตัวช้วี ดั ผลการปฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีความสามารถปฏิบัติ ให้สาเรจ็ ผลได้ เป็นเป้าหมายที่ทาให้พนักงานรู้สึกได้ถึงความท้าทาย (challenge) ในตนเอง จะทาให้เห็นว่ามีโอกาสทาได้ สาเรจ็ จรงิ ตวั R คอื Relevant หมายถึง ตัวช้วี ดั ผลการปฏิบตั ิงานจะต้องเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ กล ยุทธ์และเปา้ หมายหลักขององค์การ เพ่ือทาใหเ้ กดิ ความสาเร็จตามความ คาดหวังขององค์การ ตัว T คือ Time-related หมายถึง ตัวช้ีปฏิบัติงานจะต้องมีกาหนดระยะเวลา ท่ีแน่นอนมีกรอบ ระยะเวลาในการวัดอย่างชัดเจน โดยมีการกาหนดช่วงระยะเวลาที่ ชัดเจนตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติงาน และชว่ งระยะเวลาในการตรวจสอยผล การประเมินผลด้วยเครือ่ งมอื ในการตัง้ เปา้ หมายเพอื่ วัดผลความสาเร็จ (OKRs) ㆍกาเนิดข้นึ คร้งั แรกเม่ือปี ค.ศ.1970 แถมเป็นการนาเอาหลักการดัง้ เดมิ อยา่ ง MBO มาประยุกต์ ใหม่ให้เหมาะสม โดยนักบริหารชื่อตังอย่าง Andy Grove ประธานคณะกรรมการบริหาร Intel Corporation โดย ไต้นาหลักการบรหิ ารน้ไี ปใชก้ ับบรษิ ัทจนประสบความสาเร็จ
ㆍ Andy Grove ได้รับการยกช่องว่าเป็น Father of OKRs หลังจากนั้น John Doer ผู้ที่เคย ร่วมงานกับ Andy Grove มาก่อน ก็ได้นาเอาหลักการบริหารแบบ OKRs นี้มาใช้กับ Google จนทาให้ Google ประสบความสาเรจ็ และโดง่ ดงั อยา่ งทกุ วนั นี้ ข้อได้เปรยี บของเคร่อื งมอื OKRs - ความยึดหยุน่ และทันตอ่ การเปล่ยี นแปลง - เปดิ โอกาสให้เกดิ การเรียนรู้ - เพม่ิ ขดี ความสามารถ - ให้ความสาคัญกบั การพัฒนาพนกั งาน - ให้โอกาสสาหรับความคดิ สร้างสรรค์ - การให้รางวลั ในภาพรวม - เปา้ หมายมกี รอบระยะเวลาท่ีชัดเจน Controlling การควบคมุ 1. ควรตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักขององค์การ และเป้าหมายย่อยควรส่งเสริม เปา้ หมายใหญใ่ หส้ าเรจ็ ได้ 2. ไม่ควรตั้งเป้าหมาชท่ีต่าหรือสูงเกินไป บรรลุเป้าหมายได้ง่าย เพราะจะไม่ก่อให้เกิดแรงผลักดัน หรอื แรงกระต้นุ ในการทางานทม่ี ีประสิทธภิ าพ หนหา้ นหา้6นา้ 3. พนักงานทุกคนต้องมีเป้าหมายพนักงานทุกคนต้องกาหนด OKRs ของตนเองซึ่งแต่ละแผนก 242444 หรือบคุ คลไมจ่ าเป็นจะต้องมเี ป้าหมายเหมือนกัน 4. การตง้ั เปา้ หมายทีด่ ีจะสามารถบง่ บอกถงึ วถิ ีบรรลุเป้าหมายได้อย่างชดั เจน Netflix -5 วัฒนธรรมองค์กรสุดโต่งที่ทาให้ Netflix ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสตรีมม่ิงเน็ตฟลิกซ์ แพลตฟอร์ม สตรีมม่ิงภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์บนโลกออนไลน์ท่ีย่ิงใหญ่ท่ีสุดในปัจจุบันการันตีด้วยมูล ค่าหุ้นในตลาดสูง เปน็ ยนั ตับ 1 แซงหน้าดสิ นยี ์ เบอื้ งหลงั สาคญั เปน็ พลังขับเคลอื่ นเนต็ ฟลิกซ์ คอื เหลา่ พนกั งานทีอ่ ยภู่ ายใต้วฒั นธรรม องค์กร รีด แฮสดงิ ส์ ผูก้ อ่ ตัง้ เนต็ ฟลิกซ์ และ แพตตี้ แมคคอรด์ หญิงสาวผูร้ บั ตาแหนง่ Chief Talent Officer วิธีคดิ ในการสรา้ งวฒั นธรรมองค์กรสไตลเ์ น็ตฟลิกซ์ เน็ตฟลกิ ซ์เปน็ องค์กรที่ใหค้ ุณค่ากบั ความโปร่งใส ความยอดเยียม เคารพซ่งึ กนั และกนั และ เปดิ รบั ความหลากหลาย แตส่ ่ิงท่ีพเิ ศษสาหรบั เนต็ ฟลกิ ซ์ มอี ยู่ 5 ขอ้ คือ 1. สง่ เสริมใหพ้ นักงานได้ตัดสนิ ใจด้วยตวั เองอยา่ งมอี สิ ระ 2. ทกุ ขอ้ มูลต้องเปิดเผยอย่างกว้างขวางและเท่าเทียม 3. ต้องวจิ ารณ์กนั ต่อหนา้ หา้ มพูดลับหลงั 4. เก็บแตค่ นท่ีทางานเก่งไว้เท่าน้ัน 5. มกี ฎระเบียนใหน้ ้อยท่สี ุด
การจดั ทาแผนปฏิบตั กิ ารและแผนยทุ ธศาสตร์ สงิ่ ทตี่ ้องร้ขู องข้าราชการท่มี สี มรรถนะสงู 1. ตัวเองรู้ว่ากาลังทาอะไร มีหน้าท่ีอะไร ระดับหน่วยงาน รู้ว่าต้ังข้ึนมาเพ่ืออะไร รู้ว่าใครคือผู้รับบริการ รู้ว่าต้องการอะไร รู้จักเป้าหมาย คือ ผลลัพธ์ ผลสาเร็จ ผลผลิต รู้ทรัพย์สิน รู้กฎหมายท่ีต้องใช้ในการทางาน รู้ข้ันตอนว่ามีอะไรบ้าง รู้จักการสร้างเครือข่าย การวางแผน คือ การกาหนดกิจกรรมในอนาคตท่ีสามารถสืบค้น ข้อมูลในอนาคตได้ เพ่ือไปสผู่ ลสาเรจ็ Planning History Sectoral Plan คือ แผนรายสาขา ตา่ งคนตา่ งทา Intersectoral Plan คือ แผนท่มี ีความเชือ่ มโยงกัน Comprehensive Plan คอื แผนรวม แผนแมบ่ ท ใครคิดอะไรไดใ้ ส่ไว้ในแผนหมด Strategic Plan คือ เรอื่ งสาคัญ ไมท่ าไม่ได้ การวางแผนต้องอยู่บนพ้ืนฐานของข้อมูลตรงประเด็นถูกต้องครบถ้วนทันสมัย ส่ิงท่ีผู้บริการต้องมีต้องรู้ 1. นาความคิดไปทิศทางใด 2. เรื่องสาคัญหรือประเด็นยุทธศาสตร์มีอะไรบ้าง 3. พนักงานต้องเก่งดีมีความสุข 4. พัฒนากระบวนการสรา้ งคุณค่าการบริการประชาชนสนับสนนุ อานวยความสะดวกให้กบั เจ้าหน้าที่ Sustainable Development GOALS (SDG) เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนท้ัง 17 เป้าหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าโลกจะดีขึ้นภายในปี 2573 เป้าหมายเหล่าน้คี ือการเรียกร้องใหม้ ีการดาเนนิ การเพ่ือยุติความยากจน ปกป้องโลก และทาให้ทุกคนมีความสงบสุขและความม่ังค่ัง เป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนมีแนวทางและเป้าหมายที่ หนหา้ นห้า6นา้ ชัดเจนสาหรับทุกประเทศเพ่ือให้สอดคล้องกับลาดบั ความสาคัญในการพัฒนาของตนเอง เราควรจะเลือกทางเลือก 242545 ท่ีเหมาะสมในการปรับปรุงชีวติ สาหรับคนรุ่นตอ่ ๆ ไป ดังน้ี ๑. ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกท่ี ไม่มีความยากจน เศรษฐกิจพอเพียง เร่ิมต้นท่ีตัวเรา คุณธรรมนา ความรู้ ซื่อสัตย์สุจริต ขยัน อดทน มีสติปัญญา แบ่งปัน สามห่วงประกอบด้วย ๑) พอประมาณ ทาได้สมฐานะของ ตนเอง ๒) มเี หตผุ ล ๓) มีภูมิคุ้มกนั ในตัวเอง แผนรับและรุก มี ๓ ระยะ ๑) Cope พรอ้ มรับ ๒) Adapt ปรบั ปรุงให้ดขี ้นึ ๓) Transfer ปรับโครงสร้างใน การดาเนินงาน เพือ่ ให้สามารถเปลี่ยนวธิ ีการดาเนนิ งาน สมดลุ มี ๔ ประการ สมดุลเศรษฐกจิ สังคม สิ่งแวดล้อมไมถ่ ูกทาลาย วฒั นธรรมไม่สูญหาย ๒. ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตร กรรมที่ ยัง่ ยืน ไม่มคี วามหวิ โหย food Loss ๓. สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตท่ีมีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสาหรับทุกคนในทุกวัย สุขอนามัย สร้าง นา ซอ่ ม ๔. สร้างหลกั ประกันว่าทุกคนมีการศึกษาท่ีมคี ณุ ภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทยี ม และสนับสนุนโอกาส ในการเรยี นรู้ตลอดชีวติ การศึกษา ประเทศไทยเป็นอนั ดับ ๘ ของอาเซยี น ๕. บรรลคุ วามเสมอภาคระหว่างเพศและใหอ้ านาจของผู้หญงิ และเด็กหญิงทุกคน เพศสภาพ ให้เกิดความ เท่าเทียม
6. สรา้ งหลกั ประกันเร่อื งน้าและการสุขาภบิ าลให้มกี ารจัดการอยา่ งยงั่ ยนื และมีสภาพพร้อม หนห้านห้า6นา้ 7. สรา้ งหลกั ประกันว่าทุกคนเข้าถงึ พลังงานสมัยใหม่ในราคาท่สี ามารถซ้ือหาได้ เชอื่ ถอื ได้ และยง่ั ยนื 242646 8. ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีต่อเน่ือง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มท่ี และมีผลิตภาพ และการมงี านท่สี มควรสาหรับทกุ คน 9. สร้างโครงสร้างพ้ืนฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีครอบคลุมและยั่งยืน และสง่ เสริมนวัตกรรม 10. ลดความไมเ่ สมอภาคภายในและระหวา่ งประเทศ 11. ทาให้เมอื งและการตั้งถิ่นฐานของมนษุ ยม์ ีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลยี่ นแปลงและย่ังยืน 12. สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบรโิ ภคทย่ี ่งั ยนื 13. ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพ่ือต่อสู้กับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบท่ีเกิดขึ้น 14. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่าง ย่งั ยนื เพือ่ การพัฒนาทีย่ ง่ั ยืน 15. ปกป้อง ฟ้ืนฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างย่ังยืน ต่อสู้การ กลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟ้ืนสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ 16. ส่งเสริมสังคมท่ีสงบสุขและครอบคลุม เพื่อการพัฒนาท่ีย่ังยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และ สรา้ งสถาบันที่มปี ระสทิ ธผิ ล รับผิดชอบ และครอบคลมุ ในทกุ ระดบั 17. เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดาเนินงานและฟ้ืนฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสาหรบั การพฒั นาท่ีย่ังยืน ยทุ ธศาสตรช์ าติ เปน็ เป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืนตามหลักธรรมาภบิ าล เพ่ือใช้เปน็ กรอบใน การจดั ทาแผนต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องและบรู ณาการกัน อันจะก่อใหเ้ กิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสเู่ ป้าหมายดังกล่าว ตามระยะเวลาท่กี าหนดไวใ้ นยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ๑. ด้านความมน่ั คง ประเทศชาติมง่ั คงประชาชนมสี ุข ๒. ด้านการสรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน ยกระดบั ศกั ยภาพในหลากหลายมติ ิ ๓. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ๔. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม สรา้ งความเปน็ ธรรมลดความเหล่ือมลา้ ในทุกมติ ิ ๕. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม เติบโต สมดุล ย่ังยืน ทั้งเศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ๖. ด้านการปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครัฐ ภาครฐั ของประชาชนเพื่อประชาชนและ ประโยชน์สว่ นรวม
ยุทธศาสตร์การพฒั นาท้องถ่นิ สิ่งแรกคือ วิเคราะห์นโยบายผู้บริหาร (นโยบาย สิ่งทต่ี ัดสินใจจะทา โดยแยกแยะใหเ้ หน็ องคป์ ระกอบ แผนยุทธศาสตร์ ความหมาย: แผนยุทธศาสตร์เป็นการกาหนดแนวทางหรือวิธีการ เพือ่ เป็นแนวทางในการ ปฏิบัติเพ่ือให้บรรลเุ ป้าหมายที่คาดหวงั ในอนาคตอย่างเป็นระบบโดยเน้นท้ัง “เชิงรุก” และ “เชิงรับ” รู้อดีต คิดให้ เป็นปัจจุบนั มุง่ ม่ัน เพอ่ื ความยั่งยนื ในอนาคต “พฒั นาควบคู่กับการสรา้ งภมู คิ ุม้ กนั ” Policy Typology ประกอบด้วย Regulation กฎระเบียบข้อบงั คบั ตามอานาจหนา้ ที่ Distribution การกระจาย ให้ทุกคนได้รับบริการอย่างท่ัวถึง ข้อพึงระวัง ต้องได้มาตรฐานและเป็น ทางการ อยา่ ให้ตกหล่น อยา่ ให้มีการสวมสิทธิ Redistribution การแจกจ่ายซา้ สาหรบั กล่มุ เปราะบาง กลุม่ ท่ตี อ้ งการการดูแลเปน็ พิเศษ Institution เครือข่าย กรณีเป็นอานาจหน้าที่แต่เกินขีดความสามารถ ต้องขอความช่วยเหลือ สร้าง เครอื ขา่ ย กรณไี ม่ใช่อานาจหนา้ ที่ แต่เป็นความต้องการของคนในพนื้ ที่ ขอรบั การสนบั สนนุ ประโยชน์ของ SWOT ได้ทาตามหนังสือสั่งการ ทาตามประเพณี ทาตามหัวหน้าบอก ทาตามวิทยากร บอก ทาตามโครงการทต่ี ั้งไว้ จุดอ่อนของ SWOT ไม่รู้จะสู้กับใคร ไม่มีข้อมูล ไม่มีเกณฑ์แบ่ง ไม่รู้เม่ือไรถึงจะพอ ใช้อยู่ในประเทศด้อย พฒั นา หนหา้ นห้า6นา้ เม่ือใดประเดน็ ยุทธศาสตรต์ อ้ งนามาทาแผน ๑. เป้าประสงค์ คอื ผลลัพธส์ งู สุด ทเ่ี ราต้องการบรรลุในประเดน็ ยุทธศาสตร์นน้ั 242747 ๒. เป้าหมาย คือ การแบ่งเป้าประสงค์ ไปสผู่ ลลัพธห์ รือผลสาเรจ็ ท่สี ามารถบอกคา่ เปน็ ตัวเลขได้ ในการแปลงเปา้ ประสงค์เป็นเป้าสาเรจ็ แปลงได้ ๔ มิติ ๑. ระดบั ผลสาเร็จ ณ จดุ ใดจุดหน่ึง (Level) ๒. แปลงผลสาเร็จเปน็ แนวโนม้ (Trend) ๓. มิติของการเปรียบเทยี บ (Complain) ๔. มติ เิ ชื่อมโยง คา่ เปา้ หมายท่ใี ชใ้ นประเทศ มี ๖ ค่า ดังนี้ ๑. จานวน ๒. รอ้ ยละ ๓. คา่ เฉลี่ย ๔. อตั รา เปรียบเทยี บกบั ๑๐/๑๐๐/๑,๐๐๐/๑๐,๐๐๐/๑๐๐,๐๐๐ ๕. อัตราส่วน: เทยี บส่วนหนงึ่ กับอกี สว่ นหนงึ่ ๖. สดั สว่ น: เทยี บสว่ นหนึง่ กับท้ังหมด การกาหนดเปา้ หมาย ๑. ต้องไม่ต่ากว่าข้อมลู ฐาน (Base Line) ๒. ไม่ต่ากวา่ คา่ มาตรฐาน ๓. มุง่ สู่ความโดดเดน่ เป็นเลศิ การทางานท่ีมีผลสาเรจ็ ต้องวดั คา่ เป็นตวั เลขได้ ตวั ชี้วัด (KPI) Key Performance Indications ตอ้ งเรม่ิ ต้นด้วยคา่ ของเป้าหมาย แล้วต่อท้ายประเด็นนนั้ ๆ ด้วยเรอ่ื งทจี่ ะทา
ค่าเปา้ หมาย Base Line คา่ ตวั ชี้วัด ตอ้ งเปน็ ค่าเดยี วกันเสมอ โครงการจะนาไปสู่การจัดทางบประมาณ งบประมาณจะมาจากเป้าหมายผลผลิต โดยที่เป้าหมายเชิง คุณภาพจะบอกราคาต่อหน่วย จะบอกคุณลักษณะของผลผลิต เช่น มาตรฐาน แบบแปลน TOR เป้าหมายเชิง ปรมิ าณ บอกจานวนและหน่วยนับ ข้อพงึ ระวงั ในการกาหนดราคาต่อหน่วย ๑) ตอ้ งไม่เกนิ ราคากลาง ๒) ห้ามแพง กว่าคนอื่นโดยไม่มีเหตุอันควร จาเป็น→แลว้ ดาเนินการตอ่ ไมไ่ ด้ ไมจ่ าเปน็ →ถา้ ไมม่ ีแล้วดาเนนิ การตอ่ ไปได้ ผลสาเร็จเท่ากัน เอาตน้ ทุนเป็นตัวตดั สนิ ตน้ ทุนต่ากวา่ ผลสาเร็จเทา่ กนั ตน้ ทนุ ต่ากวา่ คมุ้ ค่ากว่า สตง. ตรวจอย่างครู ดูแลอย่างหมอ ๑. เป็นอานาจหน้าที่หรือไม่ ๒. มีระเบียบเบิกจ่ายหรือไม่ ๓. หนังสือส่ังการสั่งไว้อย่างไร ๔. เร่ืองของ ดุลพินิจควรกาหนดความมากน้อย ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ๕. เป็นเรื่องของการกาหนดงบประมาณ ไม่เกิน ราคากลาง ไม่แพงกว่าคนอื่น ๖. ห้ามทาบุญ ห้ามหาเสียง ๗. เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ห้ามแข่งขันกับเอกชน ๘. เอกสารตอ้ งถกู ตอ้ ง และครบถว้ น พร้อมที่จะไดร้ บั การตรวจสอบเสมอ “ประสทิ ธิภาพ การทางานที่บรรลุเป้าหมาย แต่ใช้ทรพั ยากรนอ้ ยลง” หนหา้ นหา้6นา้ 242848
ทกั ษะความสามารถดา้ นการใชด้ ิจทิ ลั สาหรับข้าราชการและบคุ ลากรภาครัฐ (Digital Literacy) มเี นอ้ื หาหลัก 5 ประการ 1. โมเดลการเรียนรู้ 2. ทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจทิ ัล 4 มติ ิ 3. ทกั ษะและความสามารถด้านการใชด้ ิจทิ ลั 9 ด้าน 4. เทคโนโลยดี ิจติ อลในอนาคต 5. ประโยชน์ของทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจทิ ัล เริม่ จากปริ ามิดแหง่ การเรียนรู้ (Learning Pyramid) คือการแสดงถึงประสิทธิภาพ ในการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย NTL Institute แบ่งออกเปน็ 7 ระดับ บรรยาย โดยวัดอตั ราการจาเฉลย่ี 50 % ได้อา่ น โดยวัดอัตราการจาเฉลี่ย 10 % ระดับบน ไดย้ นิ -ได้เหน็ โดยวัดอตั ราการจาเฉล่ีย 20 % สาธติ โดยวดั อัตราการจาเฉลยี่ 30 % อภิปรายกลมุ่ โดยวัดอตั ราการจาเฉล่ีย 50 % ระดับล่าง ลงมอื ปฏบิ ัติด้วยตนเอง โดยวดั อัตราการจาเฉลีย่ 75 % หนหา้ นหา้6น้า สอนคนอนื่ /นาไปประยุกต์ใช้ โดยวดั อัตราการจาเฉล่ีย 90 % ทน่ี ้มี เี รมิ่ เขา้ เนอ้ื หา 242949 โมเดลการเรียนรู้ (Learing Model) - การเรยี นร้ผู า่ นประสบการณท์ างาน 70 % - การเรยี นรู้ประสบการณ์จากผอู้ น่ื 20 % - การเรียนรู้ผา่ นการเขา้ อบรมสัมนา 10 % ทักษะความเขา้ ใจและการใช้เทคโนโลยดี จิ ติ อล (Digital Literacy) คือทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นทักษะพ้ืนฐานที่จะเป็นตัวช่วยสาคัญ สาหรับข้าราชการ ในการปฏิบัติงาน การสื่อสาร และการทางานร่วมกันกับผู้อ่ืนในลักษณะ “ทาน้อย ได้มาก” เพ่ือการก้าวไปสู่การ เปน็ ประเทศไทย 4.0 โดยใช้เทคโนโลยีเปน็ กลไกสาคัญในการขบั เคลื่อนระบบราชการ เพื่อทกี่ ้าวไปสู่ระบบราชการ 4.0 ทักษะความเขา้ ใจและใช้เทคโนโลยดี ิจิทลั 4 มิติ มีมุมมองอยู่ 4 มิติ มิติที่ 1 การใช้ (Use) คือ การใช้ใหเ้ ป็น ไมจ่ าเป็นตอ้ งรลู้ ะเอยี ด เชน่ e-mail เครื่องมอื ส่อื สารอน่ื ๆ มติ ทิ ่ี 2 เข้าใจ (Understand) ทกั ษะท่ีจะช่วยให้เข้าใจ เพ่อื สามารถตดั สินใจเกย่ี วกบั อะไรทท่ี า มิติที่ 3 การสรา้ ง (create) คอื การสรา้ งเนอ้ื หาผา่ นเคร่อื งมอื ส่อื ดิจิทัลทีห่ ลากหลาย เช่น สร้าง Web มิติที่ 4 เข้าถึง (Access) คือ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น internet แบบมีสาย และแบบไร้สาย
ทักษะความเขา้ ใจและใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัล 9 ดา้ น 3.1 การใชง้ านคอมพวิ เตอร์ 3.2 การใชง้ านอินเตอร์เนต็ 3.3 การใช้งานเพื่อความมัน่ คงปลอดภยั 3.4 การใชโ้ ปรแกรมประมวลคา 3.5 การใช้โปรแกรมตารางคานวณ 3.6 การใชโ้ ปรแกรมนาเสนองาน 3.7 การใช้โปรแกรมสรา้ งสือ่ ดจิ ิตอล 3.8 การทางานร่วมกนั แบบออนไลน์ 3.9 การใชด้ ิจติ อลเพ่ือความมนั่ คงปลอดภัย เทคโนโลยีดจิ ิตอลในอนาคต การพลิกผันทางดิจทิ ัล (Digital Disruption) คือ การเปล่ียนแปลงอย่างส้ินเชิง ที่เกิดจากเทคโนโลยี ทาให้ เกิดรูปแบบของธุรกิจสนิ ค้า หรือบริการใหม่ๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อธุรกิจเดิมอย่างรุนแรง อาจแบ่งได้ 4 ช่วง เรียกวา่ “คล่นื แห่งการเปลีย่ นแปลง”โดยจะมีรายละเอยี ดทีค่ วรเรยี นรู้ เชน่ อภมิ หาข้อมลู (Big Data)” คอื อภมิ หาขอ้ มลู หรือ ข้อมูลทม่ี ากมายมหาศาล ซึ่งเป็นปรากฏการท่ีเกิดข้ึน เนื่องจากการพัฒนาการของเทคโนโลยีและระบบต่างๆ ทาให้มีข้อมูลเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลแบบท่ีไม่เคย หนห้านหา้6นา้ เป็นมากอ่ น การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) 252050 เป็นลักษณะของการทางานของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ท่ีให้บริการใดบริการหนึ่งแก่ผู้ใช้ โดยผู้ใช้งานไม่จาเป็นต้องมคี วามรู้ในเชงิ เทคนคิ สว่ นตัวพื้นฐานการทางาน้ัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือ เอไอ (AI) หมายถึง ความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้น ใหก้ บั ส่งิ ที่ไม่มชี ีวิต เชน่ โปรแกรม Siri เป็นตน้ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง Internet of Things (Iot) หมายถึง เครือข่ายของวัตถุอุปกรณ์ พาหนะ ส่ิงปลูกสร้าง และส่ิงของ อ่ืน ๆ ที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ฝังตัวอยู่ สามารถเช่ือมต่อกับเครือข่าย อนิ เตอรเ์ น็ตและทาให้วัตถเุ หลา่ น้นั สามารถเกบ็ บนั ทึกแลกเปลย่ี นข้อมลู และควบคุมผา่ นอนิ เตอรเ์ นต็ ได้ “สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) คือ สกุลเงินดิจิทัล สามารถใช้ซ้ือสินค้าและบริการต่างๆได้ การซื้อขายจะต้อง ทาผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใชเ้ ครือ่ งคอมพิวเตอร์ แลปท็อป แท็ปเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ สามารถฝากถอนผ่านเครือ่ ง ATM เช่น Bitcoin “Blockchain” คือเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่บันทึกข้อมูลในรูปแบบของ Block จะบรรจุไว้ด้วยข้อมูลในรูปของ Hash (การเขา้ รหัส) เชน่ e-mile
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386