Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผน ม.1 เทอม 2

แผน ม.1 เทอม 2

Published by adsadawut somboonchai, 2021-02-28 00:38:41

Description: แผน ม.1 เทอม 2

Search

Read the Text Version

แผนการสอน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ตามหลกั สตู รปรบั ปรงุ 2560 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 โรงเรยี นวดั ปา่ ตงึ หว้ ยยาบ อาเภอบา้ นธิ จงั หวดั ลาพนู สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาพนู เขต 1 สานกั งานการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐาน รหสั วชิ า ค 21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2562 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว เรื่อง การหาคา่ ของนิพจนพ์ ีชคณติ เวลา 1 ชว่ั โมง วันท.ี่ ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พนั ธ์หรือชว่ ยปัญหาท่ีกาหนดให้ 2. ตวั ชี้วัดชัน้ ปี เขา้ ใจและใช้สมบัติของการเทา่ กันและสมบัติของจานวน เพื่อวเิ คราะห์ และแก้ปญั หาโดยใช้สมการ เชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. หาค่าของนิพจนพ์ ีชคณติ โดยการแทนค่า (K) 2. เขียนนพิ จน์พชี คณิตจากสถานการณ์ (K) 3. มคี วามสามารถในการส่อื สาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มีความมุมานะในการทาความเข้าใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มีความมุง่ มน่ั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน 1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร 2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มีความสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคญั เมื่อเรามีนพิ จนพ์ ชี คณติ นิพจน์หนึง่ การหารคา่ ของนพิ จนพ์ ีชคณติ นัน้ เราสามารถทาไดโ้ ดยแทนตวั แปรในนพิ จนพ์ ีชคณติ ดว้ ยจานวนทต่ี ้องการ แลว้ คานวณหาค่าพชี คณิตน้นั 6. สาระการเรยี นรู้ การหาค่าของนพิ จน์พีชคณิต

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูแนะนาให้นักเรยี นรู้จักและเข้าใจความหมายของตวั แปรโดยอาจใช้สถานการณ์ “เงนิ ใคร…มี เทา่ ไรกัน” ในหนงั สอื เรียนหนา้ 13 เพ่อื ให้เหน็ ว่า จะใช้ตวั แปรแทนส่ิงทีย่ งั ไมท่ ราบค่าและมกี ารแปรค่าได้ 2.จากนั้นให้นักเรียนยกตัวอย่างสถานการณ์ อ่นื ๆ แลว้ ระบใุ หไ้ ดว้ า่ ตัวแปรในสถานการณ์ท่ียกมานนั้ แทนส่งิ ใดในสถานการณ์ 3. ครแู นะนาให้นกั เรยี นรจู้ กั นพิ จนพ์ ีชคณติ โดยอาจเช่อื มโยงจากตัวแปรในสถานการณ์ทีน่ กั เรียน ยกตัวอยา่ งและ ชีใ้ ห้เหน็ วา่ การท่ีนพิ จนน์ น้ั จะเป็นนพิ จน์พีชคณิตจะตอ้ งเป็นผลท่ีเกิดจากการดาเนินการ ระหวา่ งตวั แปรกบั ค่าคงตัว เช่น 7x (การคูณกนั ระหว่าง 7 กบั ตัวแปร x), x + 3 (การบวกกันของตวั แปร x กบั 3) 4. ครูนาเสนอการคา่ ของนพิ จน์พชี คณิต เมอ่ื เรามีนพิ จน์พีชคณิตนพิ จน์หนง่ึ การหารคา่ ของนพิ จน์ พีชคณติ นั้น เราสามารถทาได้โดยแทนตวั แปรในนพิ จน์พชี คณติ ดว้ ยจานวนทีต่ อ้ งการ แลว้ คานวณหาค่า พชี คณติ นน้ั 5. ครเู น้นใหน้ ักเรยี นให้ใชพ้ ชี คณิตพ้นื ฐานในการเขยี น สัญลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์แทนข้อความหรอื ข้อมูลจากโจทยป์ ัญหา 6. ครยู กตัวอย่างนิพจนพ์ ีชคณติ ทีห่ ลากหลายแล้วแทนคา่ ของตัวแปรด้วยจานวน บางจานวน ตวั อยา่ งที่ 1 จงหาค่าของนพิ จน์พีชคณิต 5(2 + x ) เมื่อ x = 10 เม่ือแทน x ด้วย 13 ใน 5(2 + x ) จะได้ 5(2 + x ) = 5(2 + 10 ) = 5(12) = 60 ตวั อยา่ งท่ี 2 จงหาคา่ ของนิพจนพ์ ีชคณติ 3x + 2(y – 3) เมอื่ x = 2 และ y = 5 เมือ่ แทน x ดว้ ย 2 และแทน y ดว้ ย 5 ใน 3x + 2(y – 3) จะได้ 3x + 2(y – 3) = 3(2) + 2(5 – 3) = 6 + 2(2) = 6+4

= 10 7. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษาการหาคา่ ของนพิ จน์พีชคณิตเพิม่ เติม โดยศกึ ษาจากหนงั สอื เรยี นหนา้ 14 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป การหาคา่ นิพจนพ์ ีชคณิต ดังนี้ การคา่ ของนิพจนพ์ ชี คณติ เมื่อเรามนี พิ จน์พชี คณิตนพิ จน์หนงึ่ การหารค่าของนิพจน์พีชคณิต น้ัน เราสามารถทาได้โดยแทนตวั แปรในนพิ จน์พีชคณิตด้วยจานวนทต่ี อ้ งการ แลว้ คานวณหา คา่ พชี คณิตนัน้ 9. ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกหดั ท่ี 1.1 ก 8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี น 2. แบบฝึกหัด 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล เคร่อื งมอื เกณฑ์ วธิ กี าร แบบฝึกทักษะและแบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝกึ ทักษะและแบบฝกึ หัด รายบุคคล สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน รายบุคคล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ด)ี (กาลังพัฒนา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อย่างถกู ตอ้ งร้อย อยา่ งถูกต้องตา่ กว่า แบบฝึกหดั ละ 90 ข้ึนไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑก์ าร ประเมินความ ใช้รูป ภาษา และ อยา่ งถกู ต้องร้อยละ อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ยละ ใช้รูป ภาษา และ สามารถในการ สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลกั ษณ์ทาง สอื่ สาร ส่ือ คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณิตศาสตรใ์ นการ สอ่ื สาร สอ่ื สาร ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณ์ทาง คณิตศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตร์ในการ สอ่ื สาร ส่อื สาร

ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 ความหมายทาง (ตอ้ งปรับปรุง) คณติ ศาสตร์ (ดีมาก) (ดี) (กาลงั พัฒนา) สอ่ื ความหมาย สรปุ ผล และ 3. เกณฑ์การ สอื่ ความหมาย สื่อความหมาย สื่อความหมาย นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความมุ มานะในการทา สรปุ ผล และ สรุปผล และ สรปุ ผล และ ไมม่ ีความตงั้ ใจและ ความเข้าใจ พยายามในการทา ปญั หาและ นาเสนอได้อย่าง นาเสนอไดถ้ ูกต้อง นาเสนอไดถ้ กู ต้อง ความเข้าใจปัญหา แกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณติ ศาสตร์ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน แตข่ าดรายละเอียด บางส่วน คณิตศาสตร์ ไม่มี ความอดทนและ 4. เกณฑ์การ ทสี่ มบรู ณ์ ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค ประเมนิ ความ จนทาให้แก้ปญั หา มงุ่ มนั่ ในการ มีความตั้งใจและ มคี วามตั้งใจและ มีความตัง้ ใจและ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางาน ไม่สาเรจ็ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา มีความมุ่งมั่นในการ ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา ทางานแตไ่ ม่มีความ รอบคอบ สง่ ผลให้ และแกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง งานไม่ประสบ ผลสาเร็จอยา่ งที่ คณิตศาสตร์ มี คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ ควร ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค จนทาให้แก้ปญั หา จนทาให้แก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ญั หา ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เลก็ น้อย ไม่สาเรจ็ เปน็ ส่วน ใหญ่ มีความมงุ่ มั่นใน มคี วามมุ่งมนั่ ในการ มคี วามมุ่งม่นั ในการ การทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ เรียบรอ้ ย ครบถ้วน เรียบร้อยสว่ นใหญ่ เรยี บร้อยส่วนนอ้ ย สมบรู ณ์ 10. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. นักเรียนจานวน..................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คดิ เป็นร้อยละ..................

นกั เรียนน่ไี ม่ผา่ น มีดงั นี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ไี ม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมีความร้คู วามเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรียนเกิดทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรยี นมคี ุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค 21102 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2562 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว เรอื่ ง การเขียนนพิ จน์พชี คณิต เวลา 1 ชว่ั โมง วนั ท.่ี ............ เดอื น........................................ พ.ศ. ................... ครผู ้สู อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นพิ จน์สมการ และอสมการ อธบิ ายความสมั พนั ธห์ รอื ชว่ ยปญั หาท่กี าหนดให้ 2. ตัวช้ีวัดชัน้ ปี เข้าใจและใช้สมบตั ิของการเทา่ กันและสมบัตขิ องจานวน เพ่อื วเิ คราะห์ และแก้ปญั หาโดยใชส้ มการ เชิงเสน้ ตวั แปรเดียว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. หาค่าของนพิ จนพ์ ีชคณิตโดยการแทนค่า (K) 2. เขยี นนิพจนพ์ ีชคณติ จากสถานการณ์ (K) 3. มคี วามสามารถในการส่อื สาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มคี วามมมุ านะในการทาความเขา้ ใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มคี วามมุ่งม่นั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน 1. มีความสามารถในการสื่อสาร 2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา 3. มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 5. สาระสาคัญ เม่อื เรามนี ิพจนพ์ ชี คณติ นิพจนห์ นงึ่ การหารคา่ ของนพิ จน์พชี คณติ นัน้ เราสามารถทาไดโ้ ดยแทนตวั แปรในนพิ จนพ์ ีชคณิตดว้ ยจานวนท่ตี อ้ งการ แลว้ คานวณหาคา่ พีชคณิตน้ัน 6. สาระการเรียนรู้ การเขียนนพิ จน์พีชคณิต

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครทู บทวนการหาค่านิพจนพ์ ีชคณติ โดยการให้นักเรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.1 เรอื่ งการหาค่าของ นิพจน์พชี คณติ 2. ครใู ห้ตัวแทนออกมาเสนอวธิ หี าค่านิพจน์ ตามแบบฝึกทักษะที่ 1.1 เรอ่ื งการหาค่าของนพิ จน์ พีชคณิต โดยมีเพอ่ื นๆ ในช้ันช่วยกนั แสดงความคิดเห็นและพจิ ารณาความถูกตอ้ ง 3. ครยู กตัวอยา่ งการเขยี นนิพจน์พีชคณติ แทนข้อความจากสถานการต์ ่าง ๆ ทห่ี ลากหลาย ดังนี้ 1) ฉันซอื้ สมุดสองเลม่ ถ้าสมุดเล่มหน่ึงราคา a บาท และอกี เล่มราคา 20 บาท ฉันตอ้ ง จา่ ยเงินกบ่ี าท ( a + 20 บาท ) 2) ฉันซือ้ สมดุ สามเลม่ ถ้าสมุดเล่มหนง่ึ ราคา a บาท เล่มที่สองราคา a บาท และอีก เลม่ ราคา 15 บาท ฉนั ตอ้ งจา่ ยเงนิ กบี่ าท ( a + a + 15 บาท ) 3) จานวนทมี่ ากกวา่ a อยู่ 5 คอื จานวนใด ( a + 5 ) 4) จานวนทนี่ อ้ ยกวา่ 45 อยู่ b คอื จานวนใด ( 45 – b ) 4. ครูให้นกั เรียนไดฝ้ กึ เขยี นนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณต์ ่าง ๆ ทีห่ ลากหลาย โดยการ ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะที่ 1.2 การเขียนนิพจนพ์ ชี คณิต 5. ครชู ้ีใหน้ กั เรยี น เห็นวา่ เราอาจใช้สมบัตกิ ารแจกแจงมาช่วยในการเขียนนพิ จน์พีชคณิตให้อยู่ในรูป อย่างงา่ ย เชน่ x + x = (1 + 1)x = 2x 6m – 3m + 2m = (6 – 3 + 2)m =5m หรือใชส้ มบัติการแจกแจงมาช่วยในการกระจายนิพจนเ์ พือ่ ทจ่ี ะนาไปส่กู ารหาคาาตอบ เชน่ 3(x+4) = 3x+12 5(10–y)= 50–5y 6. ครยู กตวั อย่างการเขยี นนพิ จนพ์ ีชคณติ ให้อยู่ในรปู อย่างง่าย ดังนี้ 1) 5x – 2x + 4x = (5 – 2 + 4)x = 7x 2) 19a + 3a – 14a= (19 + 3 – 14)a = 8a

3) 5(3 + 2a) = 15 + 10a 4) -2(a – 4) = -2a + 8 5) 6(3a + 4) = 18a + 24 7. ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดท่ี 1.1 ข 8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียน 2. แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.2 การเขยี นนพิ จน์พชี คณิต 3. แบบฝึกหัด 9. การวดั และประเมนิ ผล 9.1 การวัดผล เครอื่ งมือ เกณฑ์ วิธีการ แบบฝกึ ทักษะและแบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกทกั ษะและแบบฝึกหัด รายบุคคล สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพัฒนา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อย่างถูกตอ้ งร้อย อย่างถูกต้องต่ากว่า แบบฝึกหดั ละ 90 ข้นึ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ร้อยละ 60 2. เกณฑก์ าร ประเมินความ ใชร้ ูป ภาษา และ อย่างถกู ตอ้ งรอ้ ยละ อย่างถกู ต้องรอ้ ยละ ใช้รปู ภาษา และ สามารถในการ สญั ลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณท์ าง สอื่ สาร ส่อื คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สอื่ สาร สอื่ สาร คณิตศาสตร์ สือ่ ความหมาย ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สรปุ ผล และ สญั ลักษณ์ทาง สญั ลักษณท์ าง คณิตศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตรใ์ นการ สื่อสาร สอื่ สาร สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย สรุปผล และ สรปุ ผล และ

ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 3. เกณฑก์ าร (ต้องปรบั ปรงุ ) ประเมนิ ความมุ (ดมี าก) (ดี) (กาลังพฒั นา) สอื่ ความหมาย มานะในการทา สรุปผล และ ความเขา้ ใจ นาเสนอได้อยา่ ง นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง นาเสนอได้ถกู ต้อง นาเสนอไมไ่ ด้ ปญั หาและ ไม่มคี วามต้ังใจและ แกป้ ัญหาทาง ถูกต้อง ชัดเจน แต่ขาดรายละเอียด บางสว่ น พยายามในการทา คณิตศาสตร์ ความเข้าใจปญั หา ที่สมบูรณ์ และแกป้ ัญหาทาง 4. เกณฑ์การ คณติ ศาสตร์ ไมม่ ี ประเมินความ มีความต้ังใจและ มคี วามตั้งใจและ มคี วามต้งั ใจและ ความอดทนและ มุ่งมัน่ ในการ ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค ทางาน พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา จนทาให้แก้ปญั หา ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ความเขา้ ใจปัญหา ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจปัญหา ไมส่ าเร็จ และแก้ปญั หาทาง และแก้ปัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง มคี วามมงุ่ มั่นในการ ทางานแตไ่ ม่มคี วาม คณิตศาสตร์ มี คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ รอบคอบ สง่ ผลให้ งานไมป่ ระสบ ความอดทนและไม่ มคี วามอดทนและ มีความอดทนและ ผลสาเร็จอยา่ งที่ ควร ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค จนทาให้แก้ปัญหา จนทาใหแ้ กป้ ัญหา จนทาให้แก้ปัญหา ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ สาเร็จ ไม่สาเร็จเลก็ นอ้ ย ไมส่ าเรจ็ เป็นส่วน ใหญ่ มีความม่งุ ม่นั ใน มคี วามมงุ่ ม่ันในการ มีความมุ่งมน่ั ในการ การทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอย่าง รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ เรียบร้อย ครบถว้ น เรยี บร้อยส่วนใหญ่ เรยี บร้อยส่วนนอ้ ย สมบรู ณ์ 10. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้ 10.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 1. นักเรยี นจานวน..................คน ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้.ู .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

นักเรียนนีไ่ ม่ผ่าน มดี งั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ีไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรียนเกิดทักษะทางคณติ ศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรยี นมคี ุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชือ่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน รหัสวิชา ค 21102 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว เร่ือง สมการ เวลา 1 ชัว่ โมง วันท.่ี ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผสู้ อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์หรือช่วยปัญหาทกี่ าหนดให้ 2. ตัวช้ีวัดช้ันปี เข้าใจและใช้สมบัติของการเท่ากนั และสมบัติของจานวน เพ่อื วิเคราะห์ และแก้ปัญหาโดยใชส้ มการ เชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถหาคาตอบของสมการโดยใช้วิธลี องแทนค่าตัวแปร (K) 2. มีความสามารถในการสื่อสาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 3. มคี วามมมุ านะในการทาความเข้าใจปญั หาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 4. มีความมุง่ ม่ันในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น 1. มีความสามารถในการสอื่ สาร 2. มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา 3. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคัญ สมการ เปน็ ประโยคท่แี สดงการเทา่ กันของจานวนหรือนพิ จน์พชี คณิต โดยมีเครอื่ งหมายเทา่ กับ (ใชส้ ัญลกั ษณ์ = ) บอกการเท่ากนั สมการท่ีเป็นจรงิ และไมเ่ ปน็ จริง - สมการซ่งึ จานวนท่อี ยทู่ างซ้ายกบั จานวนทีอ่ ยู่ทางขาวของเคร่ืองหมายเทา่ กับ เปน็ จานวนท่ี เทา่ กนั เรยี กวา่ สมการที่เป็นจรงิ

- สมการซงึ่ จานวนท่ีอยทู่ างซา้ ยกับจานวนท่ีอยทู่ างขาวของเครื่องหมายเท่ากับ เปน็ จานวนที่ ไมเ่ ท่ากนั เรยี กว่าสมการทไ่ี ม่เป็นจรงิ 6. สาระการเรียนรู้ สมการ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูแนะนาให้นักเรียนรูจ้ กั สมการ ซึง่ กค็ ือประโยคทแ่ี สดงการเท่ากนั ของจานวนหรือนพิ จน์พีชคณติ โดยมเี คร่ืองหมายเท่ากบั (ใช้สัญลักษณ์ = ) บอกการเทา่ กนั เชน่ 7 + 8 = 15 , 2x + 3 = 10, 2x = 3x + 5 2. ครูแนะนาให้นักเรียนเข้าใจความหมายเก่ียวกบั สมการท่เี ปน็ จริงและสมการทีไ่ มเ่ ปน็ จริง เช่น 5 + 8 = 13 เปน็ สมการท่เี ป็นจริง เชน่ 12 – 9 = 7 เปน็ สมการท่ไี มเ่ ป็นจรงิ 3. ครูยกตัวอยา่ งสมการท้งั ทม่ี ีตวั แปรและไมม่ ีตัวแปร และให้นักเรียนสงั เกตวา่ การที่สามารถบอก ได้ ว่าสมการใดเป็นจรงิ หรอื สมการใดไม่เปน็ จรงิ ดงั นี้ 1) 4 + 5 = 9 สมการเปน็ จรงิ หรอื ไม่ (สมการเป็นจริง) 2) 5 - 3 = 2 สมการเปน็ จรงิ หรือไม่ (สมการเปน็ จรงิ ) 3) 10 × 5 = 50 สมการเปน็ จรงิ หรือไม่ (สมการเป็นจริง) 4) 5 + 3 = 6 สมการเปน็ จรงิ หรอื ไม่ (สมการไม่เปน็ จริง) 5) 10 ÷ 5 = 5 สมการเปน็ จริงหรอื ไม่ (สมการไม่เป็นจรงิ ) 6) 8 + 3 = 12 สมการเป็นจรงิ หรือไม่ (สมการไม่เปน็ จริง) 4. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายลกั ษณะของสมการทเี่ ปน็ จริงกบั สมการท่ไี มเ่ ปน็ จรงิ ดังน้ี - สมการซึ่งจานวนท่อี ย่ทู างซา้ ยกับจานวนทอ่ี ยูท่ างขาวของเคร่อื งหมายเท่ากับ เปน็ จานวนที่ เทา่ กัน เรียกวา่ สมการท่ีเปน็ จริง

- สมการซึ่งจานวนท่ีอยทู่ างซ้ายกับจานวนที่อยทู่ างขาวของเครอ่ื งหมายเท่ากับ เป็นจานวนท่ี ไมเ่ ทา่ กัน เรียกว่าสมการที่ไม่เป็นจรงิ 5. ครูยา้ กับนักเรียนเกี่ยวตวั อย่าง สมการท่เี ปน็ จริงแล้วไมเ่ ป็นจริง ว่า ตวั อยา่ งดงั กลา่ วเป็นตัวอย่างที่ เราทราบค่าของจานวนในทัง้ สองข้างของสมการแต่ในกรณีทีส่ มการมีตวั แปรสมการอาจเป็นจรงิ หรือไม่เปน็ จรงิ ก็ได้ขึ้นอยกู่ บั ว่าจะแทนตัวแปรนนั้ ด้วยจานวนใด เชน่ x – 2 = 5 ถา้ แทน x ด้วย 7 จะไดส้ มการที่เปน็ จริง แตถ่ า้ แทน x ดว้ ยจานวนอ่ืนทไี่ ม่ใช่ 7 จะได้สมการ ที่ไม่เปน็ จรงิ 6. ครใู หน้ กั เรียนสรุป ความรเู้ ก่ียวกบั เรือ่ งสมการโดยการถาม – ตอบ ดังนี้ - สมการคืออะไร (สมการ เป็นประโยคทีแ่ สดงการเท่ากนั ของจานวนหรอื นิพจนพ์ ชี คณิต โดย มีเครอื่ งหมายเท่ากบั (ใชส้ ัญลกั ษณ์ = ) บอกการเทา่ กนั ) - สมการท่ีเป็นจรงิ มลี ักษณะอยา่ งไร (สมการซ่งึ จานวนที่อย่ทู างซ้ายกบั จานวนทอี่ ยทู่ างขาว ของเครือ่ งหมายเทา่ กบั เป็นจานวนท่เี ทา่ กนั เรยี กว่าสมการที่เป็นจรงิ ) - สมการทีไ่ มเ่ ปน๋ จริงมีลักษณะอย่างไร (สมการซ่ึงจานวนทอี่ ยทู่ างซา้ ยกับจานวนทอี่ ยทู่ าง ขาวของเคร่ืองหมายเท่ากับ เปน็ จานวนท่ีไมเ่ ท่ากัน เรยี กว่าสมการท่ไี ม่เป็นจริง) 7. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกทักษะท่ี 1.3 เร่ืองสมการ 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี น 2. แบบฝึกทักษะท่ี 1.3 เร่อื งสมการ 3. แบบฝึกหัด 9. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์ 9.1 การวัดผล แบบฝกึ ทักษะและแบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ วธิ กี าร แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ รายบคุ คล ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะและแบบฝกึ หัด สังเกตพฤติกรรมการทางาน รายบุคคล

9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1 ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรงุ ) (ด)ี (กาลงั พัฒนา) 1. เกณฑ์การ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ประเมนิ การฝกึ อย่างถูกตอ้ งรอ้ ย อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถกู ต้องรอ้ ยละ อยา่ งถกู ตอ้ งต่ากวา่ ทกั ษะและ ละ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 รอ้ ยละ 60 แบบฝึกหัด 2. เกณฑก์ าร ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ประเมนิ ความ สญั ลักษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สัญลักษณ์ทาง สัญลกั ษณท์ าง สามารถในการ คณิตศาสตรใ์ นการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ ส่อื สาร สื่อ ส่อื สาร สื่อสาร สื่อสาร สอื่ สาร ความหมายทาง สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย สื่อความหมาย สอื่ ความหมาย คณิตศาสตร์ สรุปผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรุปผล และ นาเสนอได้อยา่ ง นาเสนอไดถ้ กู ต้อง นาเสนอได้ถูกตอ้ ง นาเสนอไมไ่ ด้ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียด บางสว่ น ทสี่ มบูรณ์ 3. เกณฑ์การ มคี วามตัง้ ใจและ มีความต้ังใจและ มคี วามตัง้ ใจและ ไมม่ คี วามตงั้ ใจและ ประเมนิ ความมุ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา มานะในการทา ความเข้าใจปัญหา ความเข้าใจปญั หา ความเขา้ ใจปัญหา ความเขา้ ใจปญั หา ความเข้าใจ และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ญั หาทาง และแก้ปญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง ปัญหาและ คณติ ศาสตร์ มี คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ ไมม่ ี แกป้ ญั หาทาง ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ความอดทนและ คณิตศาสตร์ ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค จนทาใหแ้ ก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ัญหา จนทาให้แก้ปญั หา จนทาใหแ้ ก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เล็กนอ้ ย ไมส่ าเร็จเป็นส่วน ไม่สาเรจ็ ใหญ่ 4. เกณฑ์การ มีความมงุ่ มนั่ ใน มีความม่งุ มั่นในการ มีความม่งุ ม่นั ในการ มคี วามมุง่ มั่นในการ ประเมนิ ความ การทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานแต่ไมม่ คี วาม มุ่งมนั่ ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ทางาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ เรียบร้อยส่วนใหญ่ เรียบร้อยส่วนน้อย

ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1 ประเมิน (ดมี าก) 32 (ต้องปรบั ปรงุ ) เรียบร้อย ครบถ้วน (ดี) (กาลังพัฒนา) ผลสาเรจ็ อยา่ งที่ สมบูรณ์ ควร 10. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้......................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร้.ู .................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. นักเรียนน่ไี ม่ผ่าน มดี งั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 4 สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั วชิ า ค 21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว เรือ่ ง คาตอบของสมการ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่............. เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ ิพจนส์ มการ และอสมการ อธิบายความสัมพนั ธห์ รือชว่ ยปญั หาทก่ี าหนดให้ 2. ตัวชีว้ ัดชัน้ ปี เข้าใจและใช้สมบัติของการเทา่ กันและสมบัตขิ องจานวน เพ่อื วเิ คราะห์ และแกป้ ญั หาโดยใช้สมการ เชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรยี นสามารถหาคาตอบของสมการโดยใชว้ ิธีลองแทนคา่ ตวั แปร (K) 2. มีความสามารถในการสอื่ สาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 3. มคี วามมุมานะในการทาความเข้าใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 4. มคี วามมุ่งม่ันในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. มีความสามารถในการสื่อสาร 2. มีความสามารถในการแกป้ ญั หา 3. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคญั คาตอบของสมการ คือ จานวนท่ีแทนคา่ ตวั แปรท่ีอยูใ่ นสมการ แลว้ ทาให้สมการเปน็ จรงิ 6. สาระการเรยี นรู้ คาตอบของสมการ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูทบทวนความรู้เรือ่ งสมการที่เปน็ จริงกบั สมการท่ไี ม่เปน็ จริง โดยการถาม – ตอบดังน้ี - สมการที่เป็นจริงมีลักษณะอยา่ งไร (สมการซ่งึ จานวนท่ีอยู่ทางซ้ายกบั จานวนท่อี ย่ทู างขาว ของเครื่องหมายเท่ากบั เปน็ จานวนท่ีเท่ากัน เรยี กว่าสมการที่เปน็ จริง) - สมการที่ไมเ่ ปน๋ จริงมลี ักษณะอย่างไร (สมการซึ่งจานวนท่ีอยูท่ างซ้ายกบั จานวนท่อี ยู่ทาง ขาวของเคร่อื งหมายเท่ากับ เปน็ จานวนทไ่ี มเ่ ท่ากัน เรยี กวา่ สมการทไี่ ม่เปน็ จรงิ ) 2. ครูยกตวั อยา่ งสมการท้ังท่ีมีตวั แปรและไม่มตี ัวแปร และใหน้ กั เรยี นตอบว่าสมการนัน้ เปน็ จรงิ หรอื ไม่เป็นจริง 1) 4 + 6 = 10 สมการเปน็ จรงิ หรือไม่ (สมการเป็นจริง) 2) 6 - 3 = 3 สมการเปน็ จริงหรอื ไม่ (สมการเปน็ จริง) 3) 25 × 2 = 50 สมการเป็นจริงหรือไม่ (สมการเปน็ จริง) 4) 8 + 3 = 6 สมการเปน็ จรงิ หรอื ไม่ (สมการไม่เปน็ จริง) 5) 20 ÷ 5 = 5 สมการเป็นจรงิ หรือไม่ (สมการไม่เปน็ จริง) 6) 8 + 5 = 12 สมการเป็นจรงิ หรือไม่ (สมการไม่เป็นจริง) 3. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเก่ียวกับคาตอบของสมการ ดังนี้ คาตอบของสมการ คือ จานวนทแ่ี ทนค่าตัวแปรท่ีอยใู่ นสมการ แล้วทาให้สมการเป็นจริง 4. ครยู กตวั อย่างการหาคาตอบของสมการโดยการ ลองแทนคา่ ตวั แปร ตวั อยา่ งที่ 1 จงหาคาตอบของสมการ x + 5 = -4 โดยวิธีลองแทนค่า วธิ ที า เมอ่ื แทน x ดว้ ย -9 ในสมการ x + 5 = -4 จะได้ -9 + 5 = -4 ซง่ึ เปน็ สมการท่เี ป็นจรงิ ดังน้ันคาตอบของสมการ x + 5 = -4 คอื -9 ตอบ -9 ตัวอย่างที่ 2 จงหาคาตอบของสมการ a2 = 16 โดยวิธลี องแทนคา่ วิธที า เมอื่ แทน a ด้วย 4 ในสมการ a2 = 16 จะได้ 42 = 16 ซึง่ เปน็ สมการทเี่ ปน็ จริง

เมือ่ แทน a ด้วย -4 ในสมการ a2 = 16 จะได้ (-4)2 = 16 ซ่ึงเป็นสมการทเี่ ป็นจรงิ ดังนนั้ คาตอบของสมการ a2 = 16 คอื 4 และ -4 ตอบ 4 และ -4 ตวั อย่างท่ี 3 จงหาคาตอบของสมการ t + 2 = t โดยวธิ ลี องแทนคา่ วธิ ีทา เนอ่ื งจาก ไมม่ จี านวนใดแทน t ในสมาร t + 2 = t แล้วทาให้ได้ สมการที่เป็นจรงิ ดังนน้ั ไม่มีจานวนใดเป็นคาตอบของสมการ t + 2 = t ตอบ ไมม่ ีจานวนใดเปน็ คาตอบ ตวั อยา่ งท่ี 4 จงหาคาตอบของสมการ y + 5 = 5 + y โดยวธิ ีลองแทนคา่ วิธีทา เน่อื งจาก เมือ่ แทน y ดว้ ยจานวนใดๆ ในสมาร y + 5 = 5 + y ทาให้ไดส้ มการที่เป็นจรงิ เสมอ ดังนน้ั คาตอบของสมการ y + 5 = 5 + y คือจานวนทกุ จานวน ตอบ จานวนทุกจานวน 5. ครใู หน้ กั เรียนดคู าตอบของสมการท้ัง 4 ตวั อย่างวา่ คาตอบของสมการมี 3 แบบ ตามลกั ษณะ คาตอบ ดังนี้ - สมการทม่ี ีจานวนบางจานวนเป็นคาตอบ อยา่ งเชน่ ดงั อย่างท่ี 1 และ 2 - สมการท่ีมีจานวนทกุ จานวนเปน็ คาตอบ อย่างเช่น ดงั อย่างท่ี 3 - สมการทมี่ ไี มม่ จี านวนใดเป็นคาตอบ อยา่ งเชน่ ดังอย่างที่ 4 6. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหดั ที่ 1.2 8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี น 2. แบบฝกึ หัด

9. การวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์ แบบฝกึ หัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 9.1 การวัดผล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ วิธกี าร รายบคุ คล ตรวจแบบฝึกหัด สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมินผล ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลงั พฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อยา่ งถกู ต้องร้อย อยา่ งถูกตอ้ งต่ากว่า แบบฝึกหดั ละ 90 ขึ้นไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ร้อยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมนิ ความ ใช้รปู ภาษา และ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถกู ต้องรอ้ ยละ ใช้รปู ภาษา และ สามารถในการ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณ์ทาง สื่อสาร ส่อื คณิตศาสตร์ในการ 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สื่อสาร สื่อสาร คณติ ศาสตร์ สอ่ื ความหมาย ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สอ่ื ความหมาย สรุปผล และ สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณท์ าง สรุปผล และ นาเสนอได้อย่าง คณิตศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตร์ในการ นาเสนอไม่ได้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน ส่อื สาร ส่อื สาร สือ่ ความหมาย สื่อความหมาย ไม่มคี วามตั้งใจและ 3. เกณฑ์การ มีความตัง้ ใจและ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ พยายามในการทา ประเมนิ ความมุ พยายามในการทา นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง นาเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง ความเข้าใจปญั หา มานะในการทา ความเข้าใจปัญหา แตข่ าดรายละเอียด บางส่วน และแกป้ ัญหาทาง ความเข้าใจ และแก้ปญั หาทาง ทสี่ มบูรณ์ คณติ ศาสตร์ ไม่มี ปัญหาและ คณิตศาสตร์ มี มีความต้ังใจและ มีความต้ังใจและ ความอดทนและ แก้ปญั หาทาง ความอดทนและไม่ พยายามในการทา พยายามในการทา ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค คณิตศาสตร์ ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ความเขา้ ใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา จนทาให้แก้ปัญหา จนทาใหแ้ กป้ ัญหา และแกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค จนทาใหแ้ ก้ปัญหา จนทาใหแ้ กป้ ัญหา

ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 4. เกณฑ์การ ประเมนิ ความ (ดีมาก) (ดี) (กาลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรงุ ) มุง่ ม่นั ในการ ทางาน ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เล็กน้อย ไมส่ าเรจ็ เป็นส่วน ไมส่ าเร็จ ใหญ่ มคี วามมงุ่ ม่นั ใน มคี วามมงุ่ ม่นั ในการ มีความมุ่งมน่ั ในการ มคี วามม่งุ ม่ันในการ การทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ ม่มคี วาม รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ เรียบร้อย ครบถว้ น เรยี บร้อยสว่ นใหญ่ เรยี บร้อยส่วนน้อย ผลสาเร็จอยา่ งที่ สมบรู ณ์ ควร 10. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้ 1. นกั เรยี นจานวน..................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ .................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................. นกั เรยี นนไ่ี ม่ผ่าน มดี ังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรียนเกิดทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................

4. นักเรียนมีคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา/ ผูท้ ่ีได้รับมอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกิจกรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเน้อื หา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 5. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว เรื่อง สมบัติของการเทา่ กนั เวลา 1 ช่วั โมง วันท่.ี ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจนส์ มการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธห์ รือชว่ ยปญั หาที่กาหนดให้ 2. ตวั ชว้ี ัดชน้ั ปี เข้าใจและใช้สมบัติของการเทา่ กนั และสมบัตขิ องจานวน เพือ่ วเิ คราะห์ และแกป้ ญั หาโดยใชส้ มการ เชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกสมบตั ิของการเท่ากนั (K) 2. แก้สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียวโดยใชส้ มบัติของการเท่ากัน (K) 3. มีความสามารถในการสอื่ สาร ส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มคี วามมุมานะในการทาความเขา้ ใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มีความมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร 2. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา 3. มีความสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคญั สมบตั ขิ องการเท่ากนั 1) สมบตั ิสมมาตร ถ้า a = b เม่อื a และ b แทนจานวนใด ๆ 2) สมบัติถา่ ยทอด ถ้า a = b และ b = c แลว้ a = c เมือ่ a และ b และ c แทนจานวนใด ๆ

3) สมบตั ิของการเท่ากนั เกยี่ วกับการบวก ถา้ a = b แล้ว a + c = b + c เม่ือ a และ b และ c แทน จานวนใด ๆ 4) สมบตั ิของการเทา่ กนั เก่ยี วกบั การคูณ ถา้ a = b แล้ว a × c = b × c เมอ่ื a และ b และ c แทน จานวนใด ๆ 6. สาระการเรยี นรู้ สมบตั ขิ องการเท่ากัน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครทู บทวนความรเู้ รื่องคาตอบของสมการ โดยใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะที่ 1.4 เร่ืองคาตอบของ สมการ แลว้ ให้ตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลย 2. ครูควรชใี้ ห้นักเรยี นเห็นว่าในบางสมการ เชน่ 2x – 1 = 4 การหาคาตอบของสมการโดยวิธลี อง 37 แทนคา่ ตัวแปร อาจไม่สะดวก เพราะอาจต้องใช้เวลามาก และมโี อกาสผิดพลาดในการคานวณสูง เราสามารถ ท่จี ะแกป้ ญั หา ดงั กล่าวรวมถงึ สามารถหาคาตอบได้รวดเรว็ แมน่ ยา และถกู ต้องได้ โดยใช้สมบัตขิ องจานวน และสมบัติของ การเทา่ กันมาช่วยในการแกส้ มการ 3. ครูแนะนาสมบัติของการเทา่ กนั ทจ่ี ะใชใ้ นการแกส้ มการ ไดแ้ ก่ สมบตั สิ มมาตร สมบตั ถิ า่ ยทอด สมบตั ขิ อง การเทา่ กันเกี่ยวกับการบวก และสมบัติของการเท่ากนั เกีย่ วกับการคูณ พร้อมทง้ั ยกตวั อยา่ ง ดังนี้ 1) สมบตั ิสมมาตร ถา้ a = b เมื่อ a และ b แทนจานวนใด ๆ เชน่ ถ้า a = 10 แล้วจะสรไุ ดว้ ่า 10 = a ถ้า a + b = c แลว้ จะสรุไดว้ ่า c = a + b ถ้า -3t = 10 แล้วจะสรไุ ด้ว่า 10 = -3t 2) สมบัติถ่ายทอด ถา้ a = b และ b = c แลว้ a = c เมือ่ a และ b และ c แทนจานวนใดๆ เช่น ถา้ a = b และ b = 5 แลว้ จะสรุปได้วา่ a = 5 ถ้า a + 3 = b และ b = 10 แล้วจะสรุปได้วา่ a = 10 3) สมบัติของการเทา่ กนั เก่ียวกับการบวก ถา้ a = b แล้ว a + c = b + c เม่อื a และ b และ c แทนจานวนใด ๆ เช่น ถ้า y = 3 แล้ว y + 2 = 3 + 2 ถา้ 3 × 4 =12 แล้ว ( 3 × 4 ) + 5 = 12 + 5

4) สมบัติของการเท่ากนั เกย่ี วกับการคูณ ถ้า a = b แล้ว a × c = b × c เม่อื a และ b และ c แทนจานวนใด ๆ 5. ครูเน้นจานวนท่นี ามาบวกทงั้ สองข้างของสมการอาจเป็นจานวนบวกหรือจานวนลบกไ็ ด้ 6. ครูเน้นจานวนทนี่ ามามาคณูทง้ั สองขา้ งของสมการอาจเป็นจานวนเต็มหรอื เศษสว่ นกไ็ ด้ 7. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั ท่ี 1.3 ก 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรียน 2. แบบฝึกหัด 3. แบบฝกึ ทักษะท่ี 1.4 เรื่องคาตอบของ 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล เคร่ืองมือ เกณฑ์ วธิ กี าร แบบฝึกหัดแบบฝกึ ทักษะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจแบบฝกึ หัดและแบบฝึกทกั ษะ รายบุคคล สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบุคคล 9.2 การประเมนิ ผล ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพัฒนา) ทาแบบทดสอบได้ ทักษะและ อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกตอ้ งต่ากว่า แบบฝกึ หัด ละ 90 ขนึ้ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมินความ ใช้รูป ภาษา และ อย่างถกู ตอ้ งร้อยละ อยา่ งถูกตอ้ งรอ้ ยละ ใช้รปู ภาษา และ สามารถในการ สัญลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง ส่อื สาร ส่ือ คณิตศาสตร์ในการ 80 - 89 60 - 79 คณิตศาสตร์ในการ สื่อสาร ส่อื สาร ใช้รูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สญั ลักษณท์ าง สญั ลกั ษณท์ าง คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ ส่อื สาร สือ่ สาร

ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 ความหมายทาง (ตอ้ งปรับปรุง) คณติ ศาสตร์ (ดีมาก) (ดี) (กาลงั พฒั นา) สอ่ื ความหมาย สรปุ ผล และ 3. เกณฑ์การ สอื่ ความหมาย สื่อความหมาย สื่อความหมาย นาเสนอไมไ่ ด้ ประเมนิ ความมุ มานะในการทา สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ ไมม่ ีความตงั้ ใจและ ความเข้าใจ พยายามในการทา ปญั หาและ นาเสนอได้อย่าง นาเสนอไดถ้ ูกต้อง นาเสนอได้ถูกต้อง ความเข้าใจปัญหา แกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณติ ศาสตร์ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน แตข่ าดรายละเอียด บางส่วน คณิตศาสตร์ ไม่มี ความอดทนและ 4. เกณฑ์การ ท่ีสมบรู ณ์ ทอ้ แท้ต่ออุปสรรค ประเมนิ ความ จนทาให้แก้ปญั หา มงุ่ มนั่ ในการ มีความตั้งใจและ มคี วามตั้งใจและ มีความตัง้ ใจและ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางาน ไม่สาเรจ็ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา มีความมุ่งมั่นในการ ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา ทางานแตไ่ ม่มีความ รอบคอบ สง่ ผลให้ และแกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง งานไม่ประสบ ผลสาเร็จอยา่ งที่ คณิตศาสตร์ มี คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ ควร ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค จนทาให้แก้ปญั หา จนทาให้แก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ัญหา ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เลก็ น้อย ไม่สาเรจ็ เป็นส่วน ใหญ่ มีความมงุ่ มั่นใน มคี วามมุ่งมนั่ ในการ มคี วามมุ่งม่นั ในการ การทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเร็จ เรียบรอ้ ย ครบถ้วน เรยี บร้อยสว่ นใหญ่ เรยี บร้อยส่วนน้อย สมบรู ณ์ 10. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. นักเรียนจานวน..................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คดิ เป็นร้อยละ..................

นักเรยี นนไ่ี มผ่ า่ น มีดังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไ่ี ม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นกั เรยี นมคี ณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงช่ือ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ค 21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2562 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 สมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว เรื่อง การแกส้ มการ เวลา 1 ช่ัวโมง วันท.่ี ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผสู้ อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นพิ จน์สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พนั ธห์ รอื ช่วยปญั หาท่ีกาหนดให้ 2. ตวั ช้วี ัดช้ันปี เขา้ ใจและใช้สมบตั ิของการเท่ากันและสมบัติของจานวน เพ่ือวเิ คราะห์ และแก้ปญั หาโดยใช้สมการ เชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกสมบัติของการเทา่ กัน (K) 2. แก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวโดยใชส้ มบัติของการเทา่ กัน (K) 3. มีความสามารถในการสอ่ื สาร สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 4. มีความมุมานะในการทาความเข้าใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มีความมุ่งมนั่ ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 1. มีความสามารถในการส่ือสาร 2. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา 3. มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 5. สาระสาคญั การแกส้ มการ คือ การหาคาตอบทั้งหมดของสมการ 6. สาระการเรียนรู้ การแก้สมการ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูทบทวนความรเู้ รื่องคาตอบของสมการ โดยใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.5 เรื่องสมบัติของ การเท่ากนั แลว้ ให้ตัวแทนนักเรยี นออกมาเฉลย 2. ครูควรช้ีให้นักเรยี นเหน็ วา่ ในบางสมการ เช่น 2x – 1 = 4 การหาคาตอบของสมการโดยวิธลี อง 37 แทนคา่ ตัวแปร อาจไมส่ ะดวก เพราะอาจตอ้ งใช้เวลามาก และมีโอกาสผิดพลาดในการคานวณสูง เราสามารถ ที่จะแกป้ ัญหา ดังกลา่ วรวมถึงสามารถหาคาตอบได้รวดเรว็ แม่นยา และถกู ต้องได้ โดยใช้สมบัตขิ องจานวน และสมบัตขิ อง การเทา่ กันมาชว่ ยในการแกส้ มการ 3. ครูแนะนาสมบตั ิของการเท่ากนั ท่จี ะใชใ้ นการแกส้ มการ ไดแ้ ก่ สมบัติสมมาตร สมบัตถิ า่ ยทอด สมบัตขิ อง การเทา่ กนั เกยี่ วกบั การบวก และสมบัติของการเทา่ กันเกีย่ วกบั การคณู พรอ้ มทง้ั ยกตัวอย่าง การ นาสมบัตขิ องการเท่ากนั มาช่วยในการแกส้ มการ ดงั นี้ ตวั อย่างท่ี 1 จงแกส้ มการ x + 11 = 25 วิธีทา จากสมการ x + 11 = 25 นา -11 มาบวกทัง้ สองขา้ งของสมการ จะได้ x + 11 + (-11) = 25 + (-11) ดังน้ัน X = 14 ตรวจสอบ แทน x ด้วย 14 ในสมการ x + 11 = 25 จะได้ 14 + 11 = 25 25 = 25 ซงึ่ เป็นสมการท่ีเป็นจริง ดงั น้ัน 14 เปน็ คาตอบของสมการ x + 11 = 25 ตอบ 14 ตวั อย่างท่ี 2 จงแก้สมการ 6 + 2x = 2(x + 3) วธิ ที า จากสมการ 6 + 2x = 2(x + 3) 6 + 2x = 2x + 6 จะได้ 2x + 6 = 2x + 6 ดังน้ัน จานวนทุกจานวนเปน็ คาตอบของสมการ 6 + 2x = 2(x + 3)

ตอบ จานวนทกุ จานวน ตัวอย่างท่ี 3 จงแกส้ มการ 5x = 5(x + 3) วธิ ีทา จากสมการ 5x = 5(x + 3) 5x = 5x + 15 นา 5x มาลบทัง้ สองข้างของสมการ จะได้ 5x -5x = 15 0 = 15 ซ่งึ เปน็ สมการที่ไม่เป็นจริง ดงั นั้น ไมม่ ีจานวนใดเป็นคาตอบของสมการ 5x = 5(x + 3) ตอบ ไมม่ จี านวนใดเป็นคาตอบ 4. ครูสรปุ ความรเู้ รอื่ งการแก้สมการ คอื การหาคาตอบทง้ั หมดของสมการ 5. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ที่ 1.3 ข 8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี น 2. แบบฝกึ หัด 3. แบบฝกึ ทักษะที่ 1.5 เรอ่ื งสมบตั ิของการเทา่ กนั 9. การวดั และประเมินผล 9.1 การวัดผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์ วิธกี าร แบบฝกึ หดั แบบฝึกทักษะ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัดและแบบฝกึ ทักษะ รายบุคคล สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล

9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1 ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรงุ ) (ด)ี (กาลงั พฒั นา) 1. เกณฑ์การ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ประเมนิ การฝกึ อย่างถูกตอ้ งรอ้ ย อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถกู ต้องร้อยละ อยา่ งถกู ตอ้ งต่ากวา่ ทกั ษะและ ละ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 รอ้ ยละ 60 แบบฝึกหัด 2. เกณฑก์ าร ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ประเมนิ ความ สญั ลักษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สัญลักษณ์ทาง สัญลกั ษณท์ าง สามารถในการ คณิตศาสตรใ์ นการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ คณิตศาสตร์ในการ ส่อื สาร สื่อ ส่อื สาร สื่อสาร สื่อสาร สอื่ สาร ความหมายทาง สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย สื่อความหมาย สอื่ ความหมาย คณิตศาสตร์ สรุปผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรุปผล และ นาเสนอได้อยา่ ง นาเสนอไดถ้ กู ต้อง นาเสนอได้ถกู ต้อง นาเสนอไมไ่ ด้ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียด บางสว่ น ทสี่ มบูรณ์ 3. เกณฑ์การ มคี วามตัง้ ใจและ มีความต้ังใจและ มคี วามต้ังใจและ ไมม่ คี วามตงั้ ใจและ ประเมนิ ความมุ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา มานะในการทา ความเข้าใจปัญหา ความเข้าใจปญั หา ความเข้าใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา ความเข้าใจ และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ญั หาทาง และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ัญหาทาง ปัญหาและ คณติ ศาสตร์ มี คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ ไมม่ ี แกป้ ญั หาทาง ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ความอดทนและ คณิตศาสตร์ ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค ท้อแท้ต่ออุปสรรค ท้อแท้ต่ออุปสรรค จนทาใหแ้ ก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ัญหา จนทาให้แกป้ ัญหา จนทาใหแ้ ก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เล็กนอ้ ย ไมส่ าเร็จเป็นส่วน ไม่สาเรจ็ ใหญ่ 4. เกณฑ์การ มีความมงุ่ มนั่ ใน มีความม่งุ มั่นในการ มีความมุง่ มั่นในการ มคี วามมุง่ มั่นในการ ประเมนิ ความ การทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานแต่ไมม่ คี วาม มุ่งมนั่ ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ทางาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ เรียบร้อยส่วนใหญ่ เรียบร้อยสว่ นน้อย

ประเด็นการ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ต้องปรบั ปรงุ ) เรียบรอ้ ย ครบถว้ น (ดี) (กาลงั พฒั นา) ผลสาเรจ็ อย่างท่ี สมบรู ณ์ ควร 10. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้.ู .....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู.้ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. นักเรียนน่ีไมผ่ ่าน มดี งั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรียนเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นกั เรียนมคี ุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 21102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว เรื่อง สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที่............. เดอื น........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นพิ จนส์ มการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธห์ รือชว่ ยปัญหาท่กี าหนดให้ 2. ตัวชีว้ ัดช้ันปี เขา้ ใจและใช้สมบัติของการเท่ากนั และสมบัติของจานวน เพ่อื วเิ คราะห์ และแก้ปญั หาโดยใช้สมการ เชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกสมบัติของการเทา่ กนั (K) 2. แก้สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี วโดยใช้สมบัตขิ องการเท่ากนั (K) 3. มคี วามสามารถในการส่ือสาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 4. มีความมุมานะในการทาความเข้าใจปญั หาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มีความมงุ่ ม่ันในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร 2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคัญ สมการที่สามารถจัดให้อยูใ่ นรูป ax + b = 0 เมื่อ x เป็นตัวแปร a , b เปน็ ค่าคงตวั และ a ≠ 0 เรียกวา่ สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว 6. สาระการเรียนรู้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูทบทวนความรเู้ ร่อื งการแก้สมการโดยการ สุ่มนกั เรยี นออกมาเฉลยแบบฝกึ หัดท่ี 1.3 ข โดยมีครู และเพื่อนๆ ชว่ ยกันวเิ คราะห์ถงึ ความถกู ต้องของกระบวนการ และคาตอบ 2. ครคู วรชใ้ี ห้นักเรียนเห็นว่าในบางสมการ เช่น 2x – 1 = 4 การหาคาตอบของสมการโดยวิธีลอง 37 แทนค่าตวั แปร อาจไมส่ ะดวก เพราะอาจต้องใช้เวลามาก และมีโอกาสผิดพลาดในการคานวณสงู เราสามารถ ทีจ่ ะแกป้ ัญหา ดงั กล่าวรวมถงึ สามารถหาคาตอบไดร้ วดเรว็ แมน่ ยา และถกู ตอ้ งได้ โดยใช้สมบตั ขิ องจานวน และสมบตั ขิ อง การเทา่ กนั มาช่วยในการแกส้ มการ 3. ครูให้ความรู้เรอ่ื งสมการท่ีสามารถจัดให้อยู่ในรปู ax + b = 0 เมอื่ x เป็นตวั แปร a , b เป็นค่าคง ตวั และ a ≠ 0 เรียกว่า สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว 4. ครแู นะนาสมบัติของการเทา่ กัน ที่จะใช้ในการแก้สมการ ได้แก่ สมบัตสิ มมาตร สมบตั ถิ า่ ยทอด สมบตั ิของ การเท่ากนั เก่ียวกับการบวก และสมบัตขิ องการเท่ากันเกีย่ วกบั การคณู พรอ้ มทั้งยกตวั อย่าง การ นาสมบตั ิของการเท่ากนั มาช่วยในการแก้สมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว ดงั นี้ ตวั อยา่ งท่ี 1 จงแก้สมการ x + 1 = - 3 55 วิธที า จากสมการ x + 1 = - 3 55 นา -1 มาบวกท้ังสองข้างของสมการ 5 จะได้ x + 1 + (-1) = - 3 + (-1 ) 55 55 ดังน้นั X = -4 5 ตรวจสอบ แทน x ด้วย -4 ในสมการ x + 1 = - 3 5 55 จะได้ -4 + 1 = - 3 55 5 - 3 = - 3 ซึง่ เปน็ สมการทเี่ ปน็ จรงิ 55 ดังนัน้ -45 เป็นคาตอบของสมการ x + 1 = - 3 5 5 ตอบ -4 5 ตัวอยา่ งท่ี 2 จงแก้สมการ ������ = 20 5

วธิ ที า จากสมการ ������ = 20 5 นา 5 มาคณู ท้งั สองข้างของสมการ จะได้ ������ × 5 = 20 × 5 5 ดงั นั้น X = 100 ตรวจสอบ แทน x ด้วย 100 ในสมการ ������ = 20 จะได้ 5 100 = 20 5 20 = 20 ซึ่งเปน็ สมการท่ีเป็นจรงิ ดังนน้ั 20 เปน็ คาตอบของสมการ ������ = 20 5 ตอบ 20 ตวั อยา่ งที่ 3 จงแก้สมการ 1.2y = -3.6 วิธีทา จากสมการ 1.2y = -3.6 นา 1 มาคณู ท้ังสองข้างของสมการ 1.2 จะได้ 1.2 y ( 1 ) = -3.6( 1 ) 1.2 1.2 ดังนน้ั 1y = -3 ตรวจสอบ แทน y ด้วย -3 ในสมการ 1.2y = -3.6 จะได้ 1.2(-3) = -3.6 -3.6 = -3.6 ซง่ึ เปน็ สมการท่ีเปน็ จรงิ ดงั นัน้ -3 เปน็ คาตอบของสมการ 1.2y = -3.6 ตอบ -3 5. ครูสรุปความรเู้ ร่ืองสมการที่สามารถจดั ให้อยู่ในรูป ax + b = 0 เม่อื x เป็นตวั แปร a , b เป็นค่าคง ตัว และ a ≠ 0 เรียกวา่ สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว 6. ครูให้นักเรยี นทากจิ กรรมพากระต่ายกลับบา้ นในหนงั สือเรียนหน้า 37

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้ เครื่องมอื เกณฑ์ แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1. หนงั สอื เรยี น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ รายบคุ คล 2. แบบฝกึ หัด 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล วธิ ีการ ตรวจแบบฝึกหัด สังเกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมินผล ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง) ประเมนิ การฝึก ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลงั พฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ย อยา่ งถูกตอ้ งต่ากว่า แบบฝึกหัด ละ 90 ขนึ้ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมนิ ความ ใชร้ ูป ภาษา และ อยา่ งถกู ตอ้ งร้อยละ อย่างถูกตอ้ งร้อยละ ใชร้ ูป ภาษา และ สามารถในการ สญั ลกั ษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สื่อสาร สอื่ คณิตศาสตร์ในการ 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สือ่ สาร สอ่ื สาร คณติ ศาสตร์ สอื่ ความหมาย ใช้รปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สื่อความหมาย สรุปผล และ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สรปุ ผล และ นาเสนอได้อย่าง คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ นาเสนอไม่ได้ ถกู ต้อง ชดั เจน ส่ือสาร สอ่ื สาร สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย ไมม่ คี วามตั้งใจและ 3. เกณฑ์การ มคี วามตัง้ ใจและ สรุปผล และ สรปุ ผล และ พยายามในการทา ประเมินความมุ พยายามในการทา นาเสนอได้ถูกต้อง นาเสนอได้ถกู ต้อง ความเข้าใจปัญหา มานะในการทา ความเข้าใจปญั หา แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน และแกป้ ัญหาทาง ความเขา้ ใจ และแก้ปญั หาทาง ทสี่ มบรู ณ์ มคี วามต้ังใจและ มคี วามตง้ั ใจและ พยายามในการทา พยายามในการทา ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา และแกป้ ัญหาทาง และแกป้ ัญหาทาง

ประเด็นการ ระดับคุณภาพ ประเมิน 43 2 1 ปญั หาและ แก้ปัญหาทาง (ดีมาก) (ด)ี (กาลงั พัฒนา) (ต้องปรับปรงุ ) คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ มี คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ ไม่มี 4. เกณฑก์ าร ประเมนิ ความ ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ความอดทนและ ม่งุ ม่ันในการ ทางาน ท้อแท้ต่ออุปสรรค ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค ท้อแทต้ ่ออปุ สรรค ท้อแทต้ ่ออปุ สรรค จนทาให้แก้ปญั หา จนทาใหแ้ กป้ ญั หา จนทาให้แก้ปัญหา จนทาให้แกป้ ัญหา ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ สาเรจ็ ไม่สาเรจ็ เล็กนอ้ ย ไม่สาเรจ็ เป็นส่วน ไมส่ าเรจ็ ใหญ่ มคี วามม่งุ มั่นใน มีความมงุ่ มัน่ ในการ มีความมุง่ มัน่ ในการ มคี วามมงุ่ ม่ันในการ การทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ มม่ ีความ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ สง่ ผลให้ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ งานไม่ประสบ เรียบรอ้ ย ครบถว้ น เรยี บรอ้ ยสว่ นใหญ่ เรยี บร้อยสว่ นนอ้ ย ผลสาเรจ็ อยา่ งที่ สมบูรณ์ ควร 10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร้.ู .....................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. นกั เรยี นนี่ไมผ่ ่าน มดี ังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนทไี่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................

3. นักเรยี นเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรียนมคี ุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ สถานศึกษา/ ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเน้ือหา ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 5. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 8 สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหัสวชิ า ค 21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว เรื่อง สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว (2) เวลา 1 ชั่วโมง วนั ที.่ ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์สมการ และอสมการ อธบิ ายความสมั พนั ธ์หรอื ช่วยปัญหาทก่ี าหนดให้ 2. ตวั ชี้วัดช้นั ปี เขา้ ใจและใช้สมบัติของการเท่ากนั และสมบัติของจานวน เพอ่ื วเิ คราะห์ และแกป้ ญั หาโดยใชส้ มการ เชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว( ค 1.3 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกสมบัติของการเท่ากัน (K) 2. แก้สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วโดยใช้สมบัติของการเทา่ กนั (K) 3. มีความสามารถในการสือ่ สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 4. มีความมุมานะในการทาความเข้าใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 5. มคี วามมุ่งมนั่ ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 1. มีความสามารถในการสอ่ื สาร 2. มคี วามสามารถในการแก้ปัญหา 3. มคี วามสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 5. สาระสาคญั สมการท่ีสามารถจดั ใหอ้ ยูใ่ นรูป ax + b = 0 เม่อื x เป็นตัวแปร a , b เปน็ ค่าคงตัว และ a ≠ 0 เรยี กว่า สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว 6. สาระการเรียนรู้ สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว

7. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครทู บทวนความรเู้ รือ่ งการแก้สมการ โดยครูเขียนสมการตอ่ ไปนี้ บนกระดานแลว้ ให้ตวั แทน นักเรียนออกมาแสดงวิธหี าคาตอบของสมการ 1) 20 + t = 30 2) p + 2 = 5 36 3) ������ = -4 4) -6y = 12 3 2. ครคู วรชใี้ หน้ กั เรียนเหน็ วา่ ในบางสมการ เช่น 2x – 1 = 4 การหาคาตอบของสมการโดยวิธลี อง 37 แทนค่าตวั แปร อาจไมส่ ะดวก เพราะอาจต้องใช้เวลามาก และมโี อกาสผิดพลาดในการคานวณสูง เราสามารถ ทจ่ี ะแก้ปัญหา ดงั กล่าวรวมถึงสามารถหาคาตอบได้รวดเรว็ แมน่ ยา และถกู ต้องได้ โดยใช้สมบัตขิ องจานวน และสมบตั ขิ อง การเทา่ กนั มาช่วยในการแก้สมการ 3. ครูใหค้ วามรู้เรื่องสมการที่สามารถจดั ใหอ้ ยใู่ นรูป ax + b = 0 เม่อื x เป็นตัวแปร a , b เป็นค่าคง ตวั และ a ≠ 0 เรียกว่า สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว 4. ครูแนะนาสมบตั ิของการเทา่ กนั ทจ่ี ะใชใ้ นการแกส้ มการ ไดแ้ ก่ สมบัตสิ มมาตร สมบัติถา่ ยทอด สมบัตขิ อง การเท่ากันเก่ียวกับการบวก และสมบัติของการเทา่ กันเก่ยี วกับการคูณ พรอ้ มทง้ั ยกตวั อย่าง การ นาสมบัตขิ องการเทา่ กัน มาชว่ ยในการแกส้ มการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว ดังนี้ ตวั อย่างที่ 1 จงแกส้ มการ 4x - 7 = 5 วิธีทา จากสมการ 4x - 7 = 5 นา 7 มาบวกทั้งสองขา้ งของสมการ จะได้ 4x – 7 + 7 = 5 + 7 4x = 12 นา 1 มาคูณทั้งสองข้างของสมการ 4 จะได้ 4x(1 ) = 12(1 ) 44 ดังน้นั x =3 ตรวจสอบ แทน x ดว้ ย 3 ในสมการ 4x - 7 = 5 จะได้ 4(3) - 7 = 5 12 - 7 = 5


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook