Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

Published by Saovaluck Tornonsung, 2021-05-09 05:54:30

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

Search

Read the Text Version

แบบประเมิน สมุดบนั ทึกและแบบฝกึ หดั ทา้ ยบท เรือ่ ง การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/3 คาชแี้ จง ให้ครูผสู้ อนประเมนิ ใบงานของนักเรยี นแล้วให้ทาเครื่องหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความ ความถกู ตอ้ ง การตรงต่อ รวม จดุ ประสงค์ ครอบคลุม สวยงามการ เวลา 20 ท่ี ชอ่ื – สกลุ ของเนือ้ หา คะแนน ตกแต่ง ชนิ้ งาน 43214321432143214321 1 นายวีรยทุ ธ พงศ์พัชร 2 นายจารุวฒั น์ แซ่ซิว 3 นายทติ นิ ันต์ ปอแสง 4 นายสมศักด์ิ แซห่ ย่ิง 5 นายสรุ ตั น์ แซเ่ หอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ า่ ง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยูเบยี 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ิฬา กลู ต๊ะ 11 นางสาวภูมิณัฐดา ธนสธิ เทพธิฤทธิ์ 12 นางสาวภสั ดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซ่ทอ่ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภทั รชิราภรณ์ ใจบุญมา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมจี่ ู แซเ่ หมา 18 นางสาววิชดุ า แซ่เฮ้อ 19 นางสาวรัชฎาภรณ์ หมน่ั พัฒนาการ ลงชอ่ื ................................................................ผปู้ ระเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน 18-20 ดมี าก ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน 14-17 ดี ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10-13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมนิ สมุดบนั ทึกและแบบฝึกหดั ท้ายบท เรือ่ ง การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/4 คาชี้แจง ใหค้ รูผู้สอนประเมินใบงานของนกั เรยี นแล้วให้ทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความ ความถูกต้อง การตรงต่อ รวม จุดประสงค์ ครอบคลมุ สวยงามการ เวลา 20 ท่ี ชอ่ื – สกลุ ของเนือ้ หา คะแนน ตกแตง่ ชนิ้ งาน 43214321432143214321 1 นายนรวชิ ญ์ จันตะ๊ นาเขต 2 นายสวุ ินยั ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขันธพันธ์ 4 นายจักรพรรด์ิ รอู้ า่ น 5 นายจิรวัฒน์ ปิงเมอื ง 6 นายฐติ ิกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนันท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปิยะวัฒน์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวตั พลยุทธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อินถานา 12 นายฐติ วิ ุฒิ จอมลุน 13 นายวัชรพงค์ มูลบัวภา 14 นายสงกรานต์ สิรภิ ูมิ ลงชือ่ ................................................................ผปู้ ระเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน 18-20 ดมี าก ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ปรบั ปรุง ตา่ กวา่ 10

เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล สมดุ บันทึกและแบบฝึกหัดท้ายบท เรื่อง การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์ ประเดน็ การ เกณฑ์การให้คะแนน ประเมิน 4 3 21 การบรรยาย บรรยายเก่ียวกับ บรรยายเกยี่ วกับ บรรยายเก่ยี วกบั บรรยายเกยี่ วกับ จุดประสงค์ จดุ ประสงคใ์ นการ จุดประสงค์ในการ จุดประสงคใ์ นการ จดุ ประสงคใ์ นการ สร้างสรรคผ์ ลงานได้ สรา้ งสรรคผ์ ลงานได้ สรา้ งสรรคผ์ ลงานได้ สร้างสรรคผ์ ลงานได้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางสว่ น ถกู ต้องเพียงสว่ นน้อย ความครอบคลมุ การนาเสนอเป็นไป การนาเสนอเป็นไป การนาเสนอเป็นไป การนาเสนอเป็นไป ของเนื้อหา ตามลาดบั ขั้นตอน ความ ตามลาดับข้ันตอน ความ ตามลาดบั ข้นั ตอน ความ ตามลาดบั ขนั้ ตอน ถกู ตอ้ งของเน้อื หา 100% ถูกต้องของเนอ้ื หา 80% ถูกต้องของเนื้อหา 70% ความถกู ตอ้ งของ เนื้อหา 50% ความสวยงามการ ใชเ้ ครอื่ งหมาย รูปภาพ ใชเ้ คร่ืองหมาย รูปภาพ ใช้เครื่องหมาย รูปภาพ ไม่ได้ใชเ้ คร่ืองหมาย ตกแต่งช้ินงาน สมการ สญั ลกั ษณ์แทนกฎ สมการ สัญลกั ษณแ์ ทน สมการ สัญลกั ษณแ์ ทน รปู ภาพ สมการ ทฤษฎี หลักการ กฎ ทฤษฎี หลกั การ กฎ ทฤษฎี หลักการ สญั ลกั ษณ์แทนกฎ นยิ ามต่างๆ ไดถ้ ูกต้องและ นิยามต่างๆ ได้ถกู ตอ้ ง นยิ ามตา่ งๆ ไดไ้ ม่ถกู ต้อง ทฤษฎี หลักการ ครบถว้ น แต่ไมค่ รบถว้ น และไม่ครบถ้วน นิยามต่างๆ ความถูกตอ้ ง ใช้สที ีช่ ่วยจดจา เพลนิ ตา ใชส้ ที ีช่ ว่ ยจดจา เพลิน ใชส้ ีทชี่ ว่ ยจดจา เพลนิ ไมไ่ ดใ้ ช้สีทชี่ ่วยจดจา สเี ดียวตลอด แตล่ ะสไี ม่ซา้ ตา สีเดยี วตลอด บางสี ตา แต่สเี ดยี วกนั เพลนิ ตา กนั ซา้ กนั ความตรงต่อเวลา สง่ งานครบถ้วนตรงตาม ส่งงานครบถว้ นแตช่ า้ ส่งงานครบถว้ นแตช่ ้า สง่ งานครบถว้ นแต่ชา้ เวลาท่ีกาหนด กวา่ เวลาที่กาหนด กวา่ เวลาทก่ี าหนด กวา่ เวลาทกี่ าหนด 5 1-2 วัน 3-4 วัน วนั ขน้ึ ไปหรือไม่ส่ง

แบบทดสอบ เรื่อง การรกั ษาดลุ ยภาพของา่ งกายมนษุ ย์ จงเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว 1. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใชห่ น้าที่ของไต ก. กรองของเสยี ออกจากเลือด ข. รักษาสมดุลของน้าในร่างกาย ค. ควบคุมเมแทบอลิซึมของร่างกาย ง. ดดู กลบั แรธ่ าตุท่ีทมี่ ปี ระโยชนเ์ ขา้ สเู่ ลอื ด 2. บริเวณใดของหนว่ ยไตทม่ี ีการดูดกลบั สารท่ีมีประโยชน์เข้าสหู่ ลอดเลอื ด ก. ทอ่ รวม ข. ทอ่ หนว่ ยไต ค. โกลเมอรูลสั ง. โบวแ์ มนแคปซลู 3 . สารในข้อใดจะไม่ถกู ขับออกมาพร้อมปสั สาวะ ก. น้า ข. ยูเรยี ค. โปรตีน ง. แอมโมเนีย 4. กระบวนการใดของร่างกายมีผลทาใหร้ ะดบั H+ ในกระแสเลือดเพ่ิมสงู ข้ึน ก. การขับถ่าย ข. การย่อยอาหาร ค. การแลกเปล่ยี นแกส๊ ง. การหายใจระดับเซลล์ 5. อวยั วะสาคญั ในการรกั ษากรด-เบสของเลือด คือขอ้ ใด ก. ตบั ไต ข. ไต ปอด ค. ตับ ปอด ง. ปอด หวั ใจ 6. หากเลอื ดมีความเปน็ กรดสูง รา่ งกายจะมีการรักษาดุลยภาพความเปน็ กรด-เบส อยา่ งไร ก. ดูดกลบั H+ และ NH+4 เข้าสู่เลอื ด ข. เพิม่ การหายใจเพื่อกาจัด CO2 ค. ขับ Na+ และ HCO3- ออกจากเลอื ด ง. เพ่มิ การหายใจระดับเซลลเ์ พอ่ื ผลิตแก๊ส CO2 7. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใชโ่ ครงสร้างในการรกั ษาดลุ ยภาพของอุณหภมู ิในรา่ งกาย ก. ปอด ข. ผิวหนงั ค. หลอดเลอื ดฝอย ง. กลา้ มเนื้อโครงร่าง 8. ศนู ย์ควบคุมการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมใิ นร่างกายคือสมองส่วนใด ก. พอนส์ ข. ซรี บี รมั ค. ซีรเี บลลมั ง. ไฮโพทาลามัส 9. ถ้าอณุ หภูมิภายนอกลดตา่ ลงมาก รา่ งกายจะมีปฏกิ ิรยิ าตอบสนองอย่างไร ก. รูขมุ ขนขยายตัวมากขึ้น ข. หลอดเลือดท่ผี ิวหนงั ขยายตัว ค. กลา้ มเนื้อโครงรา่ งหดตัวเร็วขึน้ ง. อตั ราเมแทบอลซิ มึ ของร่างกายลดลง 10. เชื้อโรคหรอื สิง่ แปลกปลอมทเ่ี ขา้ สูร่ ่างกายเรียกวา่ อะไร ก. เซรุ่ม ข. วัคซนี ค. แอนตเิ จน ง. แอนติบอดี 11. ข้อใดกล่าวถึงการป้องกันเชื้อโรคของผิวหนงั ได้ไม่ถูกต้อง ก. ผิวหนังผลิตเหงอื่ ทีม่ ีฤทธิ์เปน็ เบส ข. ผวิ หนังเปน็ ดา่ นปอ้ งกันดา่ นแรกของร่างกาย ค. ผิวหนังมสี ารกลมุ่ เคราตนิ ช่วยปอ้ งกันการติเชอื้ ง. ผิวหนงั สามารถหลดุ ลอกทาให้เชอื้ จลุ ินทรีย์หลุดไปดว้ ย 12. เซลลเ์ ม็ดเลือดขาวชนดิ ใดสามารถหลั่งสารฮีสตามีนทท่ี าให้เกิดการอักเสบในบรเิ วณทีม่ กี ารติดเชอื้ ก. เบโซฟลิ ข. โมโนไซต์ ค. ลิมโฟไซต์ ง. นิวโทรฟลิ

13 . ปรมิ าณของเซลลช์ นดิ ใดในร่างกายมนุษย์ท่สี ามารถแสดงถึงการตดิ เชอื้ โรคต่างๆ ก. เซลล์ตับ ข. เซลลป์ ระสาท ค. เซลล์เม็ดเลอื ดขาว ง. เซลล์เม็ดเลือดแดง 14. โรคภมู ิคุ้มกันบกพร่องเกิดจากการตดิ เชอ้ื ประเภทใด ก. เช้อื ไวรสั HIV ข. เช้ือไวรสั HPV ค. เชื้อไวรสั RSV ง. เชือ้ ไวรสั COVID-19 15. การกระทาในข้อใดทาใหเ้ ชอื้ เอดส์เข้าสรู่ ่างกายได้ ก. สมั ผสั ผวิ หนังกนั ข. ใช้หอ้ งนา้ ร่าวมกนั ค. ใชเ้ ข็มฉดี ยาร่วมกัน ง. รับประทานอาหารรว่ มกัน เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น เร่ือง การลาเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ 1. ค 2. ข 3. ค 4. ง 5. ข 6. ข 7. ก 8. ง 9. ค 10. ค 11. ก 12. ค 13. ค 14. ก 15. ค

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนห้วยซอ้ วทิ ยาคม รชั มังคลาภิเษก รายวิชา วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัส ว31102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 หนว่ ยการเรียนรู้ การดารงชีวติ ของพืช เรอ่ื ง สารอนิ ทรียใ์ นพืช เวลา 3 ชว่ั โมง สอนวันท่ี....... เดอื น....................... พ.ศ. ........ ผู้สอน นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสงู มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั มาตรฐาน ว1.2 : เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องอวยั วะต่างๆ ของพืชที่ทางานสมั พนั ธ์กัน รวมทัง้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ตัวช้วี ดั ม.4/8 ทดสอบและบอกชนิดของสารอาหารท่ีพืชสงั เคราะหไ์ ด้ ตัวชี้วัด ม.4/9 สืบค้นข้อมูล อภิปราย และยกตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ที่พืชบางชนดิ สร้างขึ้น สาระสาคญั พืชสร้างน้าตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยน้าตาลท่ีสร้างข้ึนน้ี ถูกนาไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์ เพ่ือให้ได้พลังงานสาหรับนาไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ และเป็นแหล่งคาร์บอนสาหรับกระบวนการสังเคราะห์ สารอนิ ทรยี ์และการเจริญเติบโต สารอินทรีย์ท่ีพืชสร้างข้ึนมีทั้งที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตโดยตรงซึ่งพบได้ในพืชทุกชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลีอิก กรดอะมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์ ฮอร์โมนพืช และสารอินทรีย์ที่ไม่ จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ซ่ึงพบในพืชบางชนิดเพื่อช่วยให้พืชเหล่านั้นมีชีวติ รอดและแพร่กระจาย พันธ์ุได้ โดยปัจจุบันมนุษย์นาสารอินทรีย์ในกลุ่มน้ี ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การใช้ประโยชน์จาก ยางพารา สารออกฤทธทิ์ างชีวภาพทีใ่ ชท้ ายา เป็นตน้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เมื่อเรียน เร่ือง สารอินทรยี ์ในพืช และผู้เรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) 1) ระบปุ ระเภทของสารอนิ ทรีย์ตา่ งๆท่ีพชื สรา้ งข้ึน 2) สืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายเกย่ี วกบั การใช้ประโยชน์จากสารอินทรยี ์ต่างๆที่พชื บางชนิดสรา้ งข้ึน

2. ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) 1) ทดสอบและบอกชนิดของสารอาหารท่ีพืชสังเคราะห์ได้ 3.คณุ ลักษณะ (A) 1) มคี วามใฝเ่ รียนรู้ 2) ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมและการเขา้ ชั้นเรยี น 3) การใชว้ จิ ารณญาณและความรอบคอบ สาระการเรยี นรู้ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นจุดเร่ิมต้นของการสร้างน้าตาลในพืช พืชเปล่ียนน้าตาลไปเป็น สารอาหารและสารอ่ืนๆ เชน่ คาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมนั ท่จี าเป็นตอ่ การดารงชวี ติ ของพชื และสัตว์ มนุษย์สามารถนาสารต่างๆ ท่ีพืชบางชนิดสร้างข้ึนไปใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นยาหรือสมุนไพร ในการ รักษาโรคบางชนดิ ใช้ในการไล่แมลง การกาจัดศัตรูพืชและสตั ว์ ใช้ในการยบั ยั้งการเจรญิ เติบโตของแบคทเี รีย และ ใช้เป็นวตั ถุดบิ ในอตุ สาหกรรม สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ - ทักษะการสังเกต - ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู - ทกั ษะการสรา้ งแบบจาลอง 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต - กระบวนการทางานกลุม่ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ช้นิ งาน/ภาระงาน - แบบบันทกึ กิจกรรม การทดสอบสารอาหารในพชื - บันทึกประสบการณก์ ารเรียนรเู้ รอื่ ง สารอินทรียใ์ นพืช

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ชว่ั โมงท่ี 1-2 (120 นาท)ี ) กจิ กรรมนาสู่การเรยี น 1) ขัน้ สร้างความสนใจ (5 นาท)ี 1.1 ครตู รวจสอบความรูก้ ่อนเรยี น พจิ ารณาขอ้ ใดผิดข้อใดถูกโดยใช้เกม Kahoot มคี าถามดังน้ี 1) การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการที่สามารถนาพลังงานแสงมาเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมีเพื่อใช้ในการ ดารงชีวิตของพชื ( / ) 2) พืชต้องการน้า ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และแสงเพ่ือใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงซ่ึงเกิดข้ึนใน คลอโรพลาสต์ ( X ) 3) พืชลาเลียงน้าและธาตุอาหารผ่านทางโฟลเอ็ม เพื่อใช้ในกระบวนการต่างๆ รวมท้ังกระบวนการสังเคราะห์- ด้วยแสง จากนนั้ จะลาเลยี งน้าตาลทีไ่ ดจ้ ากกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงผ่านไซเลม็ เพอ่ื ไปใชใ้ นส่วนตา่ ง ๆ ของพืช ( X ) 4) น้าตาลท่ีพืชสร้างขึ้นบางส่วนจะนาไปสังเคราะห์เป็นสารอินทรีย์หลายชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน กรดอะมโิ น เปน็ ต้น ( / ) 5) พืชต้องการน้าและแสงในการดารงชีวิต นอกจากน้ี ยังต้องการธาตุอาหารชนิดต่าง ๆ ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เพ่อื ให้เจริญเติบโตไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ ( X ) 1.2 ครูทบทวนความรู้เดิมว่าพืชตอ้ งการสารอาหารและพลังงานเช่นเดียวกับสิง่ มีชีวติ ชนิดอ่ืนเพ่ือนาไปใช้ ในการเจริญเติบโตและการดารงชีวิต พืชสามารถสร้างอาหารได้เองผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงอาหารท่ี สร้างได้คือ น้าตาล และอาจถามนักเรียนว่า พืชใช้น้าตาลที่สร้างได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างไรบ้าง ครูเปิด โอกาสให้นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย และยกตัวอย่างผลผลติ ทไ่ี ด้จากพชื กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้ 2) ขน้ั สารวจและคน้ หา (50 นาท)ี 2.1 ครูต้ังประเด็นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเช่ือมโยงสู่หัวข้อถัดไปว่าสารอินทรีย์ที่พบในผลผ ลิต ตา่ งๆ ท่ยี กตัวอยา่ งข้างต้นน้ันมีอะไรบ้างและคดิ วา่ สารอินทรีย์เหล่านี้ มคี วามจาเป็นต่อพืชอย่างไร 2.2 ครูยกตัวอย่างเทศกาลกินเจ และตั้งประเด็นให้นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับประเภทของสารอาหารท่ี ได้รับจากพชื วา่ การรับประทานอาหารเจจะได้รับสารอาหารทุกประเภทหรอื ไม่ 2.3 ครูให้นักเรียนชมวีดิทัศน์แสดงการเจริญเติบโตของพืชตั้งแต่งอกเป็นเมล็ดจนเติบโตสร้างดอกและผล และตงั้ ประเดน็ คาถามกบั นักเรยี น ดังน้ี 1) เซลล์พืชมีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง 2) พืชตอ้ งการสารอินทรีย์อะไรบา้ งในการเจรญิ เติบโต 3) พืชแต่ละชนิดมีการสะสมสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ในปริมาณท่ีแตกต่างกันหรือไม่ เพื่อนาเข้าสู่ กิจกรรม การทดสอบสารอาหารในพืช 1) ครูให้นักเรียนเตรียมตัวอย่างพืชมาล่วงหน้า หรือเตรียมตัวอย่างพืชที่ครอบคลุมสารอาหาร ทุกประเภททีต่ อ้ งการทดสอบ

2.4 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่มเพ่ือให้ทดสอบสารอาหารแต่ละประเภท ประเภทละ 2 กลุ่ม นาผล การทดสอบมาสรุปและอภิปรายผลร่วมกนั (สาหรบั สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตทดสอบเฉพาะแป้ง) 3) ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (25 นาท)ี 3.1 ผลการทดสอบสารอาหารแต่ละประเภท เปน็ ดังน้ี การทดสอบ ผลการเปลยี่ นแปลง แป้ง สารละลายไอโอดนี ซงึ่ มีสนี ้าตาลจะเปลีย่ นเป็นสีนา้ เงนิ แกมม่วง โปรตีน สารละลายไบยูเร็ตซึง่ มีสีฟ้าใสจะเปลย่ี นเปน็ สมี ่วง ลพิ ดิ กระดาษขาวทีท่ ึบแสงจะเปลยี่ นเป็นโปร่งแสง 3.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการทดสอบเก่ียวกับการสะสมสารอาหารแต่ละประเภทของพืช ควรสรปุ ไดว้ ่า พชื จะสะสมแปง้ นา้ ตาล โปรตนี ลพิ ิด ท่สี ่วนต่างๆในปรมิ าณท่แี ตกต่างกนั 3.3 ครูเพ่มิ เตมิ ประเดน็ ว่าในกรณที ่ผี ลการทดสอบไม่มกี ารเปล่ียนแปลง ยงั ไม่สามารถสรปุ ไดว้ า่ พืชท่นี ามา ทดสอบไมม่ สี ารประเภทน้ันๆ เพราะอาจมปี ริมาณนอ้ ยมากไม่สามารถทดสอบดว้ ยวธิ ดี งั กล่าวได้ 3.4 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั คาถามทา้ ยกจิ กรรม ดังน้ี 1) ช้ินสว่ นพืชแตล่ ะชนิดที่นามาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกตา่ งกันหรือไม่ ทราบ ไดอ้ ย่างไร (แตกต่างกัน เน่ืองจากตัวอย่างพืชท่ีนามาทดสอบมนี ้าหนักเท่ากนั จึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณสารอาหารทพ่ี บ ได้ การทดสอบอาจใหผ้ ลทแี่ ตกตา่ งกนั เมือ่ ทดสอบในพชื คนละชนดิ กนั ) 2) เพราะเหตุใดต้องใช้น้าแปง้ มัน นมจืด และนา้ มันพืชในการทดสอบแปง้ โปรตีน ลพิ ดิ ตามลาดบั (เพราะการใชต้ ัวอยา่ งดังกล่าวเปน็ การทา Positive control เพอ่ื ยนื ยนั ผลการทดสอบของตวั อยา่ งพืชแตล่ ะชนดิ ว่า มีแปง้ โปรตีน และลิพดิ ตามลาดับ) 3) เพราะเหตุใดจงึ ใชน้ า้ ในการทดสอบดว้ ย (ใช้น้าเป็น negative control ทา้ ใหเ้ ปรียบเทยี บได้วา่ ผลการทดสอบท่ไี ด้ควรเป็นเช่นไรหากไมม่ ีสารดงั กล่าวอย)ู่ กจิ กรรมรวบยอด 4) ขั้นขยายความรู้ (20 นาท)ี 4.1 ครทู บทวนความร้เู ดิมใหน้ กั เรียนเช่ือมโยงถงึ การอภปิ รายเก่ียวกบั สารอินทรีย์ที่พบในผลผลิตจากพืชท่ี ยกตัวอย่าง เช่น เมล็ดกาแฟ น้ายางพารา น้ามันหอมระเหย โดยตั้งประเด็นว่า นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์เหล่านี้ สามารถพบได้ในพืชทุกชนิดหรือไม่ เพอื่ เชอ่ื มโยงไปสู่หวั ขอ้ ถัดไป

5) ขน้ั ประเมนิ ผล (20 นาที) 1. ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ จาก 1. การทดสอบความรู้ (คาถามเพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจเก่ียวกับสารอินทรีย์ในพืช) 2. องคค์ วามรูท้ น่ี กั เรยี นสืบค้นขอ้ มูลและจดบนั ทกึ 3. สรปุ และอภปิ รายผลการสืบคน้ ขอ้ มูล 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมินจาก 1. กระบวนการทางาน (ความรว่ มมือและมีสว่ นร่วมในการทากจิ กรรม) 2. ทักษะการนาเสนอผลงาน (การส่ือสารสงิ่ ท่ีเรียนรู้) 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ประเมินจาก 1. การคดิ วพิ ากษว์ ิจารณ์ การคดิ อย่างมเี หตุมผี ล การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 2. การทางานร่วมกับผู้อ่นื 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝ่หา 4. การแสดงออกถงึ ความคิดเหน็ 5. ความรับผิดชอบ ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 2. สอ่ื คลปิ วีดโี อ เกย่ี วกบั การเจริญเติบโตของพชื 3. สือ่ นาเสนอ Power Point เรอื่ งสารอินทรยี ์ในพชื 4. ฐานขอ้ มูลจาก internet/ คลงั สอ่ื DLIT กิจกรรมนาสกู่ ารเรียน (ชว่ั โมงท่ี 3 (60 นาที)) 1) ขั้นสรา้ งความสนใจ (5 นาที) 1.1 ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้คลิปวีดิโอเกี่ยวกับสารอินทรีย์ของพืชที่มนุษย์นามาใช้ประโยชน์ (การผลิต ยางพารา และอตุ สาหกรรมยาง) กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้ 2) ข้นั สารวจและค้นหา (20 นาท)ี 2.1 2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับสารอินทรีย์ที่ไม่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงท่ี มนษุ ยน์ ามาใชป้ ระโยชน์ 2.2 ครแู บ่งกลุม่ นักเรยี นตามประเภทของการใชป้ ระโยชน์ เช่น - ด้านเภสัชกรรม เช่น สมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับย้ังแบคทีเรียหรือไวรัส สมุนไพรที่ช่วยลดอาการอักเสบ ตวั อยา่ งพืชสมนุ ไพร เชน่ ฟ้าทะลายโจร มะตูม ขม้ิน เป็นต้น - ด้านอุตสาหกรรม เช่น นา้ ยางพาราทีใ่ ช้เปน็ วตั ถดุ บิ ในการผลิตยางรถยนต์ ถงุ มือยาง เป็นต้น

- ด้านเกษตรกรรม เช่น สมนุ ไพรควบคุมแมลงศัตรูพืช เชน่ สะเดาอินเดีย ตะไครห้ อม เปน็ ตน้ 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (20 นาท)ี 3.1 ครูและนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการสืบค้นข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลายเพ่ือให้เกิดความ นา่ สนใจ กจิ กรรมรวบยอด 4) ข้ันขยายความรู้ (10 นาที) 4.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสารอินทรีย์ที่ไม่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงที่ มนุษยน์ ามาใชป้ ระโยชน์ 5) ขน้ั ประเมินผล (5 นาที) 1. ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ จาก 1. การทดสอบความรู้ (คาถามทา้ ยบท) 2. องคค์ วามรทู้ ีน่ ักเรียนสบื คน้ ขอ้ มลู และจดบันทึก 3. สรุปและอภิปรายผลการสบื คน้ ขอ้ มูล 2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ จาก 1. กระบวนการทางาน (ความรว่ มมือและมีส่วนร่วมในการทากจิ กรรม) 2. ทักษะการนาเสนอผลงาน (เก่ียวกับสารอินทรีย์ท่ีไม่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงที่มนุษย์ นามาใช้ประโยชน์) 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ประเมินจาก 1. การคดิ วิพากษว์ จิ ารณ์ การคดิ อยา่ งมเี หตุมีผล การคิดอย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานร่วมกบั ผู้อนื่ 3. ความสนใจใฝ่รู้ ใฝห่ า 4. การแสดงออกถงึ ความคดิ เห็น 5. ความรบั ผิดชอบ สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 2. สื่อคลิปวดี โี อ เกีย่ วกับการเจรญิ เตบิ โตของพชื 3. สือ่ คลปิ วีดีโอ เก่ียวกบั สารอนิ ทรีย์ทไ่ี มจ่ าเป็นต่อการเจรญิ เติบโตของพืชโดยตรงท่ีมนษุ ย์นามาใช้ประโยชน์ 4. สอ่ื นาเสนอ Power Point เรื่องสารอนิ ทรีย์ในพชื 5. ฐานข้อมูลจาก internet/ คลงั สอื่ DLIT

การวดั และประเมินผล วิธีการวัด เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ การผา่ น จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ตรวจใบกจิ กรรม แบบประเมนิ กจิ กรรม คะแนน 4 หมายถึง ดเี ย่ียม (K) ระบุประเภทของ สารอินทรียต์ ่างๆท่ีพืชสรา้ งขึ้น คะแนน 3 หมายถึง ดี คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ ผเู้ รียนได้ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ขึน้ ไป ถือว่าผ่าน (K) สืบคน้ ข้อมูล และอธิบาย ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมินกจิ กรรม คะแนน 4 หมายถึง ดีเย่ียม เก่ียวกบั การใชป้ ระโยชนจ์ าก สารอินทรียต์ า่ งๆทพี่ ชื บางชนิด คะแนน 3 หมายถึง ดี สร้างขึ้น คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรับปรงุ ผเู้ รียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น (P) ทดสอบและบอกชนดิ ของ ตรวจผลการ แบบบันทึกกจิ กรรม ผู้เรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น สารอาหารท่ีพืชสังเคราะห์ได้ ทดลอง การทดสอบ สารอาหารในพืช (A) มคี วามใฝเ่ รียนรู้ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผเู้ รยี นไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ข้ึนไป ถือว่าผา่ น รายบคุ คล

บนั ทึกผลหลังการการเรียนรู้ ขอ้ สังเกต / ขอ้ ค้นพบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. แนวทางแก้ไขเพื่อการปรับปรุงพฒั นา ............................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ผลการพัฒนา (บันทึกหลังจากทีไ่ ด้พัฒนาผ้เู รยี นดว้ ยวธิ ีการต่างๆแล้ว) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงช่ือ...............................................ครผู ูส้ อน (นางสาวเสาวลกั ษณ์ ตอโนนสูง) ............./................../.............. ภาคผนวก - เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวดั ประเมนิ ผล - ใบงาน / ใบกิจกรรม - แนวคาตอบของใบงาน / ใบกจิ กรรม - แบบบันทกึ การประเมนิ ต่าง ๆ - หากในช่วั โมงนน้ั มแี บบทดสอบให้ใส่แบบทดสอบพรอ้ มเฉลย ด้วย

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นรายบคุ คล ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู นั ที่.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ช่ือ – สกลุ ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรยี น และการ คาถาม กิจกรรม (4) 1 นายไทยทศั น์ ภูนสุวรรณ์ ซักถาม (4) 2 นายพรี ะพัฒน์ เจงิ ชยั ภูมิ (4) (4) 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรชั ชานนท์ เมธสี ทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปรษิ ญา ประสิทธ์ิ 6 นางสาวพทั ธธ์ รี า ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณฐั ณชิ า ปญั ญาอิน่ แก้ว 9 นางสาวณฐั ธิดา สทุ ธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรัตน์ 11 นางสาวมณฑิตา บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจริ า ศรอี ่อน 13 นางสาวจริญาภรณ์ กุมกนั 14 นางสาวชญานศิ วงคจ์ กั ร 15 นางสาวสุดารัตน์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปญั ญาสุ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชือ่ ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ดร้ ะดับคุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบุคคล ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/2 สังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู ันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ มีสว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชือ่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายชัยภัส พาลพล ซกั ถาม (4) 2 นายกติ ติพงษ์ ธรรมวงค์ (4) (4) 3 นายประสพโชค แซ่ลี 4 นายธชั นนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธชั เปรมทอง 6 นายธีรภัทร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ ว่ิงพิมาย 9 นายวราวธุ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงออ่ น 13 นางสาว เออื้ อังกรู หลใี จ 14 นางสาวจิรภิญญา ปญั ญาอิ่นแกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมืองมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐิตพิ ร บุญแก้ว 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ ก้อนศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ท่าล้อ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่อื ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นท่ีไดร้ ะดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ นั ท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน รวม ระดับ มสี ว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชือ่ – สกุล ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายวีรยุทธ พงศพ์ ชั ร ซักถาม (4) 2 นายจารุวัฒน์ แซ่ซิว (4) (4) 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยิ่ง 5 นายสุรตั น์ แซเ่ หอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ตะ๊ 11 นางสาวภูมณิ ัฐดา ธนสธิ เทพธิฤทธิ์ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซท่ ่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชิราภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหม่จี ู แซเ่ หมา 18 นางสาววิชดุ า แซ่เฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมั่นพฒั นาการ ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ...................../..................../................... เกณฑก์ ารให้คะแนนดงั ตารางแนบท้าย เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดังน้ี ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมิน 14-16 ดีมาก นกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึ้นไป ถือวา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/4 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ความตง้ั ใจ ความสนใจ การตอบ มีส่วนร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายนรวิชญ์ จนั ตะ๊ นาเขต ซกั ถาม (4) 2 นายสุวนิ ัย ไชยชนะ (4) (4) 3 นายขจรเกียรติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐิติกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปิยะวัฒน์ ผะกา่ คาแหลง 10 นายศาศวตั พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวฒุ ิ จอมลนุ 13 นายวชั รพงค์ มลู บวั ภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่ือ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นกั เรยี นท่ไี ด้ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึน้ ไป ถือว่า ผา่ น

เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบุคคล ประเด็นการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรงุ (1) 1. ความตั้งใจใน การเรียน สนใจในการเรียนไมค่ ยุ สนใจในการเรียนคุยกนั สนใจในการเรียนคุยกนั ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกันในขณะเรยี น เล็กน้อยในขณะเรยี น และเลน่ กันในขณะเรยี น คยุ และเล่นกนั ในขณะ และการซกั ถาม เปน็ บางครง้ั เรยี น 3. การตอบ คาถาม มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ีตนไม่ มีการถามในหัวขอ้ ท่ีตน มีการถามในหวั ขอ้ ทตี่ น ไมถ่ ามในหัวข้อทีต่ น 4. มสี ่วนร่วมใน เขา้ ใจทุกเรือ่ งและกล้า ไมเ่ ขา้ ใจเป็นสว่ นมาก ไม่เข้าใจเปน็ บางคร้งั ไมเ่ ขา้ ใจและไม่กลา้ กิจกรรม แสดงออก และกลา้ แสดงออก และไม่คอ่ ยกลา้ แสดงออก แสดงออก รว่ มตอบคาถามในเรือ่ งที่ รว่ มตอบคาถามในเร่อื ง รว่ มตอบคาถามในเรื่อง ไม่ตอบคาถาม ครถู ามและตอบคาถามถูก ทีค่ รถู ามและตอบ ทคี่ รูถามเปน็ บางครัง้ ทกุ ข้อ คาถามสว่ นมากถูก และตอบคาถามถกู เป็น บางคร้ัง ร่วมมือและช่วยเหลือ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และชว่ ยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ เพื่อนในการทากจิ กรรม เพอ่ื นเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพอื่ นในการทากิจกรรม ในขณะทากิจกรรม การทากจิ กรรม เปน็ บางครั้ง

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดบั ชื่อ – สกุล การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ (4) (4) (4) 1 นายไทยทศั น์ ภนู สวุ รรณ์ 2 นายพีระพฒั น์ เจงิ ชยั ภมู ิ 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรัชชานนท์ เมธีสทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปรษิ ญา ประสทิ ธิ์ 6 นางสาวพัทธธ์ ีรา ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พุทธวงค์ 8 นางสาวณัฐณิชา ปญั ญาอน่ิ แก้ว 9 นางสาวณัฐธดิ า สทุ ธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรตั น์ 11 นางสาวมณฑติ า บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจิรา ศรอี อ่ น 13 นางสาวจริญาภรณ์ กมุ กัน 14 นางสาวชญานิศ วงคจ์ ักร 15 นางสาวสุดารัตน์ วชิ า 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปัญญาสุ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ...................../..................../................... ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดับ ชอ่ื – สกุล การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลุ่ม (16) คุณภาพ ท่กี าหนด ติดตอ่ สอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายชยั ภัส พาลพล 2 นายกิตติพงษ์ ธรรมวงค์ 3 นายประสพโชค แซล่ ี 4 นายธัชนนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธัช เปรมทอง 6 นายธรี ภทั ร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วงิ่ พิมาย 9 นายวราวุธ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงอ่อน 13 นางสาว เอ้ือองั กรู หลใี จ 14 นางสาวจริ ภญิ ญา ปัญญาอน่ิ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมอื งมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐติ พิ ร บุญแกว้ 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ กอ้ นศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชิรญา ทา่ ล้อ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชื่อ................................................................ผู้ประเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทไี่ ด้ระดับคณุ ภาพพอใชข้ ้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนร้วู นั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดบั ช่อื – สกลุ การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรือ่ ง การ พฤติกรรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทกี่ าหนด ตดิ ตอ่ สอื่ สาร (4) (4) (4) 1 นายวรี ยทุ ธ พงศพ์ ัชร 2 นายจารวุ ัฒน์ แซ่ซิว 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยงิ่ 5 นายสรุ ตั น์ แซ่เห้อ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณติ า ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ต๊ะ 11 นางสาวภมู ิณฐั ดา ธนสธิ เทพธิฤทธ์ิ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณิชกมล แซ่ท่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมี่จู แซเ่ หมา 18 นางสาววชิ ดุ า แซเ่ ฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมัน่ พัฒนาการ เกณฑ์การให้คะแนนดังตารางแนบท้าย ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ด้ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป ถือว่า ผ่าน

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/4 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดับ ชื่อ – สกลุ การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายนรวิชญ์ จันตะ๊ นาเขต 2 นายสุวินยั ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขนั ธพันธ์ 4 นายจักรพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐติ ิกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปยิ ะวฒั น์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวตั พลยุทธศาสตร์ 11 นายสภุ ทั ร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวุฒิ จอมลนุ 13 นายวัชรพงค์ มลู บัวภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ...................../..................../................... ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายกลุม่ ประเดน็ การ เกณฑก์ ารให้คะแนน ประเมนิ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ตอ้ งปรบั ปรุง (1) 1. การ ปฏิสัมพนั ธ์กัน ร่วมมอื และชว่ ยเหลือเพ่ือน รว่ มมือและช่วยเหลอื ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื ไม่ใหค้ วามรว่ มมือ ในขณะทากจิ กรรม 2. การสนทนา ในการทากิจกรรม เพื่อนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพ่อื นในการทากิจกรรม เร่อื งทีก่ าหนด สนทนาไมต่ รงประเดน็ การทากจิ กรรม เป็นบางคร้ัง 3. การ ไมม่ ีการปรกึ ษาครูและ ตดิ ตอ่ ส่อื สาร สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเดน็ เพือ่ นกล่มุ อนื่ ๆ 4. พฤตกิ รรมการ ครอบคลมุ เนอ้ื หา ครอบคลมุ เนอ้ื หา ไม่มีการวางแผนอย่าง ทางาน เป็นระบบ และไม่มี บางส่วน การแบง่ หนา้ ท่ขี อง สมาชิกในกลมุ่ มกี ารปรกึ ษาครูและเพอื่ น มีการปรึกษาครูและ มีการปรึกษาครแู ละ กลมุ่ อ่ืน ๆ เพอ่ื นกลุ่มอ่นื ๆ เปน็ เพอื่ นกลุ่มอนื่ ๆ เป็น สว่ นใหญ่ บางครงั้ มกี ารวางแผนอยา่ งเปน็ มีการวางแผนอยา่ งเป็น มีการวางแผนอย่างเป็น ระบบ และแบ่งหน้าทขี่ อง ระบบ และแบง่ หน้าท่ี ระบบ และแบง่ หน้าที่ สมาชกิ ของสมาชกิ ของสมาชิก ในกลมุ่ ในกล่มุ เป็นสว่ นใหญ่ ในกลุ่มเปน็ บางครง้ั

กจิ กรรมปฏิบตั กิ ารเรอื่ ง การทดสอบสารอาหารในพชื จุดประสงค์ 1. ระบวุ ิธีในการทดสอบสารอาหารประเภทตา่ ง ๆ ที่สะสมอยู่ในพืช 2. บอกชนิดของสารอาหารท่ีสะสมอย่ใู นพชื 3. เปรียบเทียบปริมาณสารอาหารที่สะสมในแตล่ ะอวยั วะของพืชชนิดตา่ ง ๆ ที่นามาทดสอบ วสั ดุ อุปกรณ์ 9. เครอื่ งชัง่ สาร 1. ตวั อยา่ งพืชสด 10. กระดาษขาว 2. นา้ 11. พู่กัน 3. แปง้ มนั 0.2% 12. โกรง่ บด 4. นมจดื 13. หลอดทดลอง 5. นา้ มันพืช 14. บีกเกอร์ 6. 1 % Iodine solution 15. หลอดหยด 7. biuret solution 16. ผ้าขาวบาง 8. ชดุ ตะเกยี งแอลกอฮอล์ ตอนที่ 1 การทดสอบแปง้ โดยใชส้ ารละลายไอโอดีน 1. นานา้ แปง้ มนั และของเหลวจากพืชแต่ละชนิดที่เตรียมไว้แยกใส่ลงในหลอดทดลองแต่ละหลอด หลอดละ 2 ml. 2. หยดสารละลายไอโอดีน จานวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองแต่ละหลอด เขยา่ ใหเ้ ขา้ กัน 3. สังเกตการเปลีย่ นแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอดและบนั ทกึ ผล ตอนท่ี 2 การทดสอบโปรตนี โดยใช้สารละลายไบยูเร็ต 1. นานา้ นมจืด และของเหลวจากพืชแต่ละชนิดท่ีเตรียมไว้แยกใส่ลงในหลอดทดลองแต่ละหลอด หลอดละ 0.5 ml. 2. เติมสารละลายไบยเู ร็ตจานวน 2.5 ml. ลงในหลอดทดลอง เขยา่ ให้เข้ากนั และตง้ั ท้ิงไวป้ ระมาณ 30 นาที 3. สังเกตการเปลยี่ นแปลงสขี องสารละลายในแตล่ ะหลอดและบนั ทึกผล ตอนท่ี 3 การทดสอบลิพดิ โดยใชก้ ระดาษขาว 1. นากระดาษขาว 1 แผ่น มาตตี ารางเปน็ ช่องขนาดเท่าๆ กัน ตามจานวนตัวอย่างท่นี ามาทดสอบ 2. ใช้พกู่ ันจุ่มนา้ แลว้ นาไปถูลงบนกระดาษขาวในช่องท่ี 1 และใชพ้ ู่กันอีกอนั จุ่มลงในน้ามันพืช แล้วนาไปถู ลงบนกระดาษขาวในช่องที่ 2 3. นาช้ินส่วนของพืชแต่ละชนิดมาถหู รือหากช้นิ ส่วนแข็งให้นาไปบดแล้วนามาถลู งบนชอ่ งที่เหลือ จากนัน้ รอจนกระดาษแห้ง 4. สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของกระดาษขาวแต่ละชอ่ งและบันทกึ ผล

บันทกึ ผลการทดลอง การทดสอบแป้งด้วย การทดสอบโปรตนี ด้วย การทดสอบลิพดิ โดยการ ตวั อย่างท่ีนามาทดสอบ สารละลายไอโอดีน สารละลายไบยูเร็ต ถบู นกระดาษขาว - - น้า - ไม่ได้ทดสอบ ไม่ไดท้ ดสอบ น้าแป้งมนั (0.2%) +++++ +++++ ไม่ไดท้ ดสอบ นมจดื ไมไ่ ด้ทดสอบ ไมไ่ ด้ทดสอบ +++++ นา้ มันพชื ไม่ได้ทดสอบ หมายเหตุ เครื่องหมาย – คือ ไมม่ ีการเปล่ยี นแปลงเกดิ ขนึ้ (เชน่ ไม่เปล่ียนสี หรอื กระดาษไมโ่ ปรง่ แสง) เครอื่ งหมาย + คอื มีการเปล่ียนแปลงเกดิ ขนึ้ (+ น้อย +++ ปานกลาง +++++ มาก) คาถามทา้ ยกจิ กรรม 1. ช้นิ ส่วนพชื แต่ละชนดิ ท่นี ามาทดสอบมสี ารอาหารทีส่ ะสมอยู่ในปริมาณทแ่ี ตกตา่ งกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เพราะเหตใุ ดจึงต้องใชน้ า้ แปง้ มัน นมจืด และน้ามนั พืชในการทดสอบแป้ง โปรตนี และลิพดิ ตามลาดบั …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เพราะเหตุใดในการทดลองนีจ้ งึ ต้องใชน้ า้ ในการทดสอบด้วย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวคาตอบ…กจิ กรรมปฏบิ ตั ิการเร่ือง การทดสอบสารอาหารในพชื จดุ ประสงค์ 1. ระบุวธิ ีในการทดสอบสารอาหารประเภทต่าง ๆ ท่สี ะสมอยู่ในพชื 2. บอกชนิดของสารอาหารที่สะสมอยใู่ นพชื 3. เปรียบเทยี บปริมาณสารอาหารทส่ี ะสมในแต่ละอวยั วะของพชื ชนดิ ตา่ ง ๆ ท่ีนามาทดสอบ วสั ดุ อุปกรณ์ 9. เครอ่ื งชั่งสาร 1. ตัวอย่างพืชสด 10. กระดาษขาว 2. นา้ 11. พกู่ นั 3. แป้งมนั 0.2% 12. โกร่งบด 4. นมจืด 13. หลอดทดลอง 5. น้ามันพืช 14. บกี เกอร์ 6. 1 % Iodine solution 15. หลอดหยด 7. biuret solution 16. ผ้าขาวบาง 8. ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอล์ ตอนท่ี 1 การทดสอบแปง้ โดยใช้สารละลายไอโอดนี 1. นานา้ แป้งมนั และของเหลวจากพชื แตล่ ะชนดิ ที่เตรียมไว้แยกใส่ลงในหลอดทดลองแต่ละหลอด หลอดละ 2 ml. 2. หยดสารละลายไอโอดนี จานวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองแตล่ ะหลอด เขย่าใหเ้ ข้ากัน 3. สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแตล่ ะหลอดและบนั ทึกผล ตอนที่ 2 การทดสอบโปรตนี โดยใชส้ ารละลายไบยเู รต็ 1. นานา้ นมจืด และของเหลวจากพชื แตล่ ะชนิดท่ีเตรียมไว้แยกใสล่ งในหลอดทดลองแต่ละหลอด หลอดละ 0.5 ml. 2. เตมิ สารละลายไบยเู ร็ตจานวน 2.5 ml. ลงในหลอดทดลอง เขยา่ ใหเ้ ขา้ กันและตง้ั ทิง้ ไว้ประมาณ 30 นาที 3. สงั เกตการเปลย่ี นแปลงสขี องสารละลายในแต่ละหลอดและบนั ทึกผล ตอนที่ 3 การทดสอบลิพดิ โดยใช้กระดาษขาว 1. นากระดาษขาว 1 แผน่ มาตตี ารางเปน็ ช่องขนาดเท่าๆ กัน ตามจานวนตัวอย่างทนี่ ามาทดสอบ 2. ใช้พูก่ นั จมุ่ น้าแล้วนาไปถูลงบนกระดาษขาวในช่องที่ 1 และใช้พู่กันอีกอันจุม่ ลงในน้ามันพชื แล้วนาไปถู ลงบนกระดาษขาวในช่องท่ี 2 3. นาชน้ิ สว่ นของพืชแตล่ ะชนิดมาถหู รือหากชิน้ สว่ นแขง็ ให้นาไปบดแล้วนามาถูลงบนช่องทเ่ี หลือ จากนนั้ รอจนกระดาษแห้ง 4. สงั เกตการเปลีย่ นแปลงของกระดาษขาวแตล่ ะช่องและบันทึกผล บนั ทึกผลการทดลอง

ตวั อย่างทนี่ ามาทดสอบ การทดสอบแป้งด้วย การทดสอบโปรตีนดว้ ย การทดสอบลิพิดโดยการ สารละลายไอโอดนี สารละลายไบยเู รต็ ถูบนกระดาษขาว นา้ - - - น้าแป้งมัน (0.2%) +++++ ไมไ่ ด้ทดสอบ ไม่ไดท้ ดสอบ นมจืด ไมไ่ ด้ทดสอบ +++++ ไมไ่ ด้ทดสอบ นา้ มันพชื ไม่ได้ทดสอบ ไมไ่ ด้ทดสอบ +++++ ฟกั ทอง + - - ขงิ + - - แครอท + - - ข้าวสุก +++ - - ข้าวโพดขา้ วเหนยี ว +++ + - ขา้ วโพดหวาน +++ + - มนั เทศ ++ - + มันฝรงั่ + - + เนอื้ มะพร้าวแก่ - ++ ++ ถั่วแดงหลวง +++ +++ +++ ถัว่ ลิสง +++ +++ +++ งา - - ++++ หมายเหตุ เครือ่ งหมาย – คอื ไมม่ ีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึน้ (เชน่ ไม่เปล่ยี นสี หรอื กระดาษไม่โปร่งแสง) เคร่อื งหมาย + คอื มีการเปล่ียนแปลงเกดิ ข้นึ (+ น้อย +++ ปานกลาง +++++ มาก) อภิปรายผลการทดลอง พืชจะสะสมแปง้ นา้ ตาล โปรตีน ลพิ ดิ ทีอ่ วยั วะตา่ ง ๆ ในปรมิ าณทแี่ ตกตา่ งกนั กรณนี ้ียงั ไมส่ ามารถสรปุ ไดว้ ่าพืชที่นามาทดสอบไมม่ ีสารอาหารประเภทน้ัน ๆ เพราะอาจมใี นปรมิ าณท่ีน้อยมาก ซึ่งไม่สามารถทดสอบด้วย วธิ ีการในกจิ กรรมนี้ได้

แนวการตอบ…คาถามท้ายกิจกรรม 1. ช้ินสว่ นพืชแต่ละชนิดทีน่ ามาทดสอบมสี ารอาหารทสี่ ะสมอยใู่ นปรมิ าณที่แตกต่างกันหรือไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร แตกต่างกัน เน่ืองจากตัวอย่างพืชที่นามาทดสอบมีน้าหนักเท่ากันทุกตัวอย่างจึงสามารถเปรียบเทียบ ปริมาณของสารอาหารที่สะสมในแต่ละตัวอย่างพืชได้โดยประมาณ ซ่ึงพิจารณาจากความเข้มของสีท่ีเปล่ียนแปลง ถ้าความเข้มของสีมากแสดงว่ามีปริมาณสารอาหารประเภทน้ันสะสมอยู่มาก แต่การทดสอบอาจได้ผลท่ีแตกต่าง กนั ขนึ้ อยกู่ ับตัวอยา่ งพืช 2. เพราะเหตุใดจึงต้องใช้นา้ แปง้ มนั นมจืด และน้ามันพชื ในการทดสอบแปง้ โปรตนี และลพิ ดิ ตามลาดับ เพราะการใช้น้าแป้งมัน นมจืด และน้ามันพืช เป็นการทา positive control เพื่อยืนยันผลการทดสอบ ของตัวอยา่ งพืชแตล่ ะชนิดวา่ มแี ป้ง โปรตนี และลิพดิ ตามลาดับ 3. เพราะเหตใุ ดในการทดลองนี้จงึ ต้องใช้น้าในการทดสอบดว้ ย เพราะการใชัน้าเพ่ือเป็น negative control ทาให้เปรียบเทียบได้ว่าผลการทดสอบที่ได้ควรจะเป็นเชน่ ไร หากไมม่ ีสารอาหารประเภทนน้ั ๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นห้วยซ้อวทิ ยาคม รัชมงั คลาภเิ ษก รายวิชา วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัส ว31102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 หนว่ ยการเรียนรู้ การดารงชีวติ ของพืช เรื่อง ปจั จยั บางประการทม่ี ีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื เวลา 3 ชัว่ โมง สอนวันที่....... เดอื น....................... พ.ศ. ........ ผสู้ อน นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสงู มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด มาตรฐาน ว1.2 : เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวยั วะต่างๆ ของพชื ทที่ างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวช้ีวัด ม.4/10 ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการ เจรญิ เตบิ โตของพชื ตัวช้ีวัด ม.4/11 สบื ค้นขอ้ มลู เก่ยี วกบั สารควบคุมการเจริญเติบโตของพชื ท่ีมนุษย์สังเคราะห์ขึ้น และยกตวั อยา่ งการนามาประยุกต์ใช้ทางดา้ นการเกษตรของพืช สาระสาคัญ การเจริญเติบโตของพืชถูกควบคุมด้วยปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกมีผลต่อการ เจรญิ เติบโต เชน่ แสง คารบ์ อนไดออกไซด์ น้า อณุ หภูมิ ธาตุอาหาร อุณหภมู ิ และศตั รูพืช ส่วนปจั จยั ภายใน ไดแ้ ก่ ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตแต่ละช่วงชีวิต มนุษย์สังเคราะห์สารควบคุมการ เจรญิ เติบโตของพืชโดยเลียนแบบฮอรโ์ มนพืช เพอื่ นามาใช้ควบคุมการเจรญิ เตบิ โต และเพิ่มผลผลติ ของพชื จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เมอื่ เรียน เรื่อง ปัจจยั บางประการที่มผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของพืช และผู้เรยี นสามารถ 1. ดา้ นความรู้ (K) 1) ระบแุ ละอธิบายเกี่ยวกบั ปัจจัยที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตและการดารงชวี ติ ของพชื 2) สบื คน้ ข้อมูล เกีย่ วกับสารควบคมุ การเจริญเติบโตของพืชท่มี นษุ ยส์ งั เคราะหข์ ึน้ เพื่อนามาใชใ้ น การเกษตรและเพ่ิมผลผลิตของพืช และนาเสนอข้อมูลในรปู แบบต่างๆ 2. ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) 1) ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธบิ ายเก่ยี วกับปจั จยั ภายนอกท่ีมผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื 3.คุณลักษณะ (A) 1) มีความใฝเ่ รียนรู้ 2) ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมและการเขา้ ช้ันเรยี น

สาระการเรยี นรู้ ปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น แสง น้า ธาตุอาหาร คาร์บอนไดออกไซด์ และออกซิเจน ปัจจัยภายใน เช่น ฮอร์โมนพืช ซึ่งพชื มีการสังเคราะห์ขึ้นเพ่ือควบคุมการเจริญเตบิ โตในชว่ งชวี ติ ต่างๆ มนษุ ย์มกี ารสังเคราะห์สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช โดยเลยี นแบบฮอรโ์ มนพืช เพอ่ื นามาใชค้ วบคุม การเจริญเติบโตแลเพิม่ ผลผลิตของพชื สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการสงั เกต - ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล - ทักษะการสร้างแบบจาลอง 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชน้ิ งาน/ภาระงาน - แบบบันทกึ กจิ กรรม ปจั จยั ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช - บันทกึ ประสบการณก์ ารเรียนรู้เร่ือง ปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช - นาเสนอผลการสบื ค้น การใช้สารสงั เคราะหท์ ม่ี ีสมบัติคล้ายฮอรโ์ มนพืชทางการเกษตร กจิ กรรมการเรียนรู้ (ชว่ั โมงที่ 1-2 (120 นาท)ี ) กจิ กรรมนาสกู่ ารเรยี น 1) ขน้ั สร้างความสนใจ (10 นาที) 1.1 ครูนาเข้าสู่บทเรียนปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยอาจยกตัวอย่างการทดลองปลูกไม้ผลเมือง หนาวของสถานเี กษตรหลวงอ่างขาง 1.2 ครูแสดงวดี ทิ ศั น์เกย่ี วกับสถานีเกษตรหลวงอา่ งขาง และใช้คาถามใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปราย ดังน้ี - นกั เรยี นเคยปลูกพืชชนดิ ใดบ้าง - นกั เรียนดแู ลพืชทีป่ ลูกนั้นอย่างไร - ปัจจัยใดท่ีพืชตอ้ งการเพ่ือเจรญิ เติบโตได้อย่างเหมาะสม

กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ 2) ข้นั สารวจและคน้ หา (60 นาที) 2.1 ครูใช้ภาพพืชท่ีเจริญเติบโตในแต่ละสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น พืชที่เจริญเติบโตได้ดีในป่าเขต ร้อน และพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในทะเลทราย เพ่ือทบทวนเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆท่ีพืชต้องการเพ่ือการเจริญเติบโต และการดารงชีวติ 2.2 ครูใช้คาถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า นักเรียนคิดว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อการเจริญเติบโตของ พืชหรือไม่ อย่างไร และปัจจัยใดบ้างท่ีจาเปน็ ต่อการเจริญเติบโตของพืช เพื่อนาเข้าสู่กิจกรรม ปัจจัยที่มีผลต่อการ เจริญเตบิ โตของพืช 2.3 ครูอาจจะกาหนดชนิดพืชให้นักเรียนศึกษาเอง และเตรียมต้นพืชให้นักเรียนน้าไปศึกษา หรือครูอาจ ให้นักเรียนเริ่มต้นปลกู พืชไวล้ ่วงหน้าโดยเลือกพืชที่เจริญเติบโตไดเ้ รว็ (เร่ิมปลูกก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์) โดยให้ได้รบั สภาพแวดล้อมต่างๆ ท่เี หมือนกัน ทัง้ นี้ ครูปลกู พืชสารองเอาไวด้ ้วยเช่นกนั 2.4 ครูแบ่งนักเรียนทาการทดลองแตล่ ะปัจจัย ปัจจยั ละ 2 กลมุ่ โดยทาการทดลองกับพชื ชนดิ เดยี วกัน 2.5 ครทู บทวนแนวทางในการทาการศกึ ษาและควบคุมตัวแปรต่างๆ 2.6 ครูให้นักเรียนช่วยกันออกแบบวิธีการศึกษา โดยเขียนเป็นผังงาน รวมถึงออกแบบตารางบันทึกผล การศึกษาและนาเสนอวธิ ีการดงั กล่าวต่อครกู ่อนเรมิ่ ปฏบิ ัตกิ าร 3) ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ (50 นาท)ี 3.1 นกั เรยี นทาการทดลองตามผังงาน จากนั้นครใู หน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ เสนอผลทีไ่ ดแ้ ละอภิปรายรว่ มกัน 3.2 ผลการศึกษาที่ได้ควรมีแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าแม้เป็นพืชชนิดเดียวกัน แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ แตกต่างกัน การเจริญเติบโตอาจแตกต่างกัน และนักเรียนควรสรุปได้ว่าการเจริญเติบโตของพืชเกี่ยวข้องกับการ ได้รบั ปัจจัยจากสภาพแวดลอ้ มภายนอกท่เี หมาะสม กิจกรรมรวบยอด 4) ขัน้ ขยายความรู้ (40 นาท)ี 4.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกอ่ืนๆ นอกเหนือจากท่ีทาในกิจกรรม เช่น แสง อณุ หภูมิ คารบ์ อนไดออกไซด์ ออกซิเจน ศตั รพู ชื 4.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับความสาคัญของปัจจัยภายนอกแต่ละปัจจัยซ่ึงมีผลต่อการ ดารงชวี ติ ของพชื 4.3 ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า นอกจากปจั จัยภายนอกแลว้ พืชยังต้องการฮอร์โมนพืชซึ่งสร้างข้ึนเพ่ือควบคุม การเจริญเติบโตในแต่ละระยะ ฮอร์โมนท่ีพืชสร้างจัดเป็นปัจจัยภายใน ครูอาจต้ังประเด็นเพื่อให้นักเรียนร่วมกัน อภปิ ราย ดงั น้ี 1) นกั เรียนเคยสงั เกตต้นพชื ทปี่ ลกู ไว้ริมระเบียงหรอื ริมหน้าตา่ งหรือไมว่ า่ มลี ักษณะอย่างไร 2) นกั เรียนเคยเด็ดยอดกระถิน หรอื กะเพรา มารับประทาน เม่อื เวลาผ่านไปบรเิ วณยอดที่ถกู เด็ดไปมี ลักษณะอย่างไร

3) นกั เรยี นเคยบ่มผลไมใ้ ห้สกุ หรอื ไม่ และใช้วธิ กี ารใดในการบม่ 5) ขัน้ ประเมนิ ผล (20 นาท)ี 1. ด้านความรู้ (K) ประเมนิ จาก 1. การทดสอบความรู้ (คาถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจเกีย่ วกับการปลูกพืชไฮโดรโพนกิ ส)์ 2. องคค์ วามรู้ทน่ี ักเรียนสืบค้นขอ้ มลู และจดบนั ทึก 3. สรปุ และอภปิ รายผลการสบื คน้ ข้อมลู 2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมินจาก 1. กระบวนการทางาน (ความร่วมมอื และมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรม) 2. ทักษะการนาเสนอผลงาน (การส่ือสารสง่ิ ทเี่ รียนรู)้ 3. ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) ประเมินจาก 1. การคดิ วิพากษว์ จิ ารณ์ การคดิ อยา่ งมเี หตุมผี ล การคดิ อย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานร่วมกับผู้อืน่ 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝห่ า 4. การแสดงออกถงึ ความคิดเหน็ 5. ความรับผิดชอบ สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 2. สอ่ื คลปิ วีดโี อ เกย่ี วกบั การเจริญเติบโตของพืช 3. สือ่ นาเสนอ Power Point เรอื่ งการเจริญเตบิ โตของพืช 4. ฐานข้อมลู จาก internet/ คลงั สอื่ DLIT กจิ กรรมนาสู่การเรียน (ช่วั โมงท่ี 3 (60 นาท)ี ) 1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (5 นาที) 1.1 ครนู าเขา้ สบู่ ทเรียนโดยใช้คลิปวีดิโอเกย่ี วกบั สารควบคุมการเจริญเติบโตของพชื หรือฮอรโ์ มนพืช เพื่อ กระตุน้ ความสนใจของผเู้ รยี น กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้ 2) ขน้ั สารวจและคน้ หา (20 นาที) 2.1 ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรมเรอ่ื ง การใชส้ ารสงั เคราะหท์ ี่มีสมบตั คิ ลา้ ยฮอร์โมนพชื ในทางการเกษตร 2.2 ครูควรแนะนาให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ เช่นจากร้านค้าทางการเกษตร หรือจาก ส่อื วดี ิทัศนท์ ีห่ น่วยงานทีน่ ่าเชอ่ื ถือจดั ทาขึ้นเพ่อื เผยแพร่ความรู้

3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (20 นาท)ี 3.1 ครูและนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการสืบค้นข้อมูลในรูปแบบท่ีหลากหลายเพ่ือให้เกิดความ นา่ สนใจ 3.2 ตวั อย่างการใชส้ ารสงั เคราะห์ท่มี สี มบัติคล้ายฮอร์โมนพืชแต่ละชนิดในแต่ละระยะการเจริญเติบโตของ พืช อาจเปน็ ดังนี้ ระยะเมล็ด - ใชจ้ ิบเบอเรลลนิ หรือเอทิฟอนในปริมาณทเี่ หมาะสม แช่เมล็ดเพอื่ กระตุ้นการงอกระยะทีเ่ จริญเปน็ ตน้ - ใช้สารสงั เคราะห์ท่มี ีสมบตั ิคลา้ ยออกซนิ เชน่ IBA NAA ช่วยเรง่ การเกดิ รากของก่ิงตอนหรอื ก่งิ ปกั ชา้ - ใช้สารสงั เคราะหท์ ่ีมีสมบตั คิ ลา้ ยไซโทไคนิน เช่น BA ในการเรง่ การเจรญิ เตบิ โตของตาให้เจริญเป็นก่ิง - ใชส้ ารสังเคราะห์ทีม่ ีสมบตั คิ ลา้ ยจิบเบอเรลลนิ เพื่อกระตุน้ ความสูงของพืช เชน่ อ้อย - หยอดถา่ นแกส๊ บริเวณยอดสับปะรดซ่งึ มีน้าค้างชว่ งเชา้ มดื เพ่ือกระตนุ้ ให้ออกดอกพร้อมกัน และเก็บ เกี่ยวผลผลิตในปรมิ าณมากได้พรอ้ มกนั - ใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลินฉีดพ่นบริเวณยอดในระยะต้นกล้าจะชักนาการเกิด ดอกเพศผใู้ นแตงกวา ระยะท่ีเจรญิ เปน็ ดอก - ใชส้ ารสงั เคราะห์ทีม่ สี มบัตคิ ลา้ ยออกซนิ ได้แก่ 4-CPA (4-chlorophenoxy acetic acid) ฉดี พน่ ช่อ ดอกวงศม์ ะเขอื เพอื่ ชะลอการหลุดรว่ งของดอกเพิ่มการติดผล - ใช้สารสังเคราะห์ทมี่ สี มบตั คิ ลา้ ยจิบเบอเรลลนิ ช่วยเพ่ิมความยาวกา้ นดอกกุหลาบ ระยะทีเ่ จริญตดิ ผล - ใชส้ ารสงั เคราะห์ท่ีมสี มบัติคล้ายออกซนิ เช่น NAA พน่ ชอ่ ผลลางสาดที่เริ่มเปล่ยี นสีเขียวเป็นเหลือง ลดการหลุดรว่ งของผลได้ดี - ใช้จิบเบอเรลลินฉีดพ่นบริเวณช่อดอกขององุ่นเพื่อกระตุ้นให้ก้านช่อดอกยาว โปร่ง ทาให้ผลองุ่นมี ขนาดใหญข่ น้ึ - ใช้เอทิฟอนฉีดพ่นช่อผลลองกองท่ีเร่ิมเปล่ียนสีจากเขียวเป็นเหลืองเพื่อให้เปล่ียนสีได้สม่าเสมอและ เรว็ ขนึ้ - ใช้เอทิฟอนช่วยเร่อื งการเปล่ียนสีผวิ ของส้มใหม้ สี เี หลอื งสมา่ เสมอท่วั ทั้งผล - ใชถ้ ่านแกส๊ เรง่ การสกุ ของผลไม้ทบ่ี ม่ ได้ กจิ กรรมรวบยอด 4) ข้ันขยายความรู้ (10 นาที) 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักเรียนวา่ แก๊สเอทิลีนควบคุมการหลุดร่วงของใบ ดอก และผล โดยออกซิน มีส่วนในการลดอิทธิพลของเอทิลีน แต่หากความเข้มข้นของออกซินสูงมากจะกลับมากระตุ้นการสร้างเอทิลีนมาก

ขนึ้ ส่งผลให้ยิ่งมกี ารหลดุ ร่วงของส่วนต่างๆ ของพชื ดังนั้นเกษตรกรอาจใช้ออกซินความเข้มข้นสูงเพ่ือเร่งการหลุด รว่ งของผลอ่อนในพชื บางชนดิ เช่น ฝา้ ย เซอรี วอลนตั เพอ่ื ลดจานวนผล ไม่ใหต้ ิดเพม่ิ อกี 5) ขัน้ ประเมนิ ผล (5 นาท)ี 1. ดา้ นความรู้ (K) ประเมินจาก 1. การทดสอบความรู้ (คาถามทดสอบความเข้าใจ) 2. องค์ความรูท้ ่ีนักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลและจดบันทึก 3. สรุปและอภิปรายผลการสืบค้นข้อมูล 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ จาก 1. กระบวนการทางาน (ความร่วมมอื และมสี ว่ นร่วมในการทากิจกรรม) 2. ทักษะการนาเสนอผลงาน (เกี่ยวกับสารอินทรีย์ที่ไม่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรงท่ีมนุษย์ นามาใชป้ ระโยชน)์ 3. ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ประเมนิ จาก 1. การคิดวิพากษ์วจิ ารณ์ การคิดอย่างมเี หตุมีผล การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์ 2. การทางานรว่ มกบั ผู้อนื่ 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝห่ า 4. การแสดงออกถงึ ความคิดเห็น 5. ความรบั ผิดชอบ ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 2. ส่ือคลิปวีดีโอ เก่ียวกับการเจริญเติบโตของพชื 3. สื่อนาเสนอ Power Point เร่ืองสารสงั เคราะหท์ ีม่ สี มบตั คิ ลา้ ยฮอร์โมนพชื 4. ฐานขอ้ มลู จาก internet/ คลังส่อื DLIT

การวดั และประเมินผล จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมินการผา่ น (K) ระบุและอธิบายเกยี่ วกับ ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมนิ กิจกรรม คะแนน 4 หมายถึง ดเี ยี่ยม ปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต คะแนน 3 หมายถึง ดี และการดารงชีวติ ของพืช คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง ผเู้ รียนได้ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน (K) สบื คน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั สาร ตรวจใบกจิ กรรม แบบประเมินกจิ กรรม คะแนน 4 หมายถึง ดเี ยย่ี ม ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช คะแนน 3 หมายถึง ดี ทม่ี นุษยส์ ังเคราะห์ข้ึนเพ่ือ คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ นามาใช้ในการเกษตรและเพม่ิ คะแนน 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ ผลผลติ ของพืช และนาเสนอ ผเู้ รยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ข้ึนไป ถอื ว่าผ่าน ขอ้ มูลในรปู แบบต่างๆ (P) ออกแบบการทดลอง ตรวจผลการ แบบบันทึกกิจกรรม ผู้เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกับ ทดลอง ปจั จยั ภายนอกท่ีมผี ลตอ่ การ เจริญเตบิ โตของพืช (P) การนาเสนอผลงาน ประเมินการ ผลงานทน่ี าเสนอ ผู้เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น นาเสนอ แบบสงั เกตพฤติกรรม ผเู้ รยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพ พอใช้ ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน รายบคุ คล (A) มีความใฝเ่ รียนรู้ สังเกตพฤติกรรม

บนั ทึกผลหลงั การการเรียนรู้ ขอ้ สังเกต / ขอ้ ค้นพบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. แนวทางแก้ไขเพื่อการปรับปรุงพฒั นา ............................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ผลการพัฒนา (บันทึกหลังจากทีไ่ ด้พัฒนาผ้เู รยี นดว้ ยวิธีการตา่ งๆแล้ว) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอื่ ...............................................ครผู สู้ อน (นางสาวเสาวลกั ษณ์ ตอโนนสงู ) ............./................../.............. ภาคผนวก - เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวดั ประเมนิ ผล - ใบงาน / ใบกิจกรรม - แนวคาตอบของใบงาน / ใบกจิ กรรม - แบบบันทกึ การประเมนิ ต่าง ๆ - หากในช่วั โมงนน้ั มแี บบทดสอบให้ใส่แบบทดสอบพรอ้ มเฉลย ดว้ ย

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นรายบคุ คล ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู นั ที่.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชือ่ – สกลุ ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรยี น และการ คาถาม กิจกรรม (4) 1 นายไทยทัศน์ ภูนสุวรรณ์ ซักถาม (4) 2 นายพรี ะพฒั น์ เจงิ ชยั ภูมิ (4) (4) 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรชั ชานนท์ เมธสี ทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปริษญา ประสิทธ์ิ 6 นางสาวพทั ธธ์ ีรา ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณฐั ณชิ า ปญั ญาอิน่ แก้ว 9 นางสาวณฐั ธดิ า สทุ ธะ 10 นางสาวปริยากร จองรัตน์ 11 นางสาวมณฑติ า บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจิรา ศรอี ่อน 13 นางสาวจรญิ าภรณ์ กุมกนั 14 นางสาวชญานิศ วงค์จกั ร 15 นางสาวสดุ ารัตน์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปญั ญาสุ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชือ่ ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ดร้ ะดับคุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบุคคล ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/2 สังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู ันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ มีสว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชือ่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายชัยภัส พาลพล ซกั ถาม (4) 2 นายกติ ติพงษ์ ธรรมวงค์ (4) (4) 3 นายประสพโชค แซ่ลี 4 นายธชั นนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธชั เปรมทอง 6 นายธีรภัทร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ ว่ิงพิมาย 9 นายวราวธุ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงออ่ น 13 นางสาว เออื้ อังกรู หลใี จ 14 นางสาวจิรภิญญา ปญั ญาอิ่นแกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมืองมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐิตพิ ร บุญแก้ว 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ ก้อนศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ท่าล้อ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่อื ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นท่ีไดร้ ะดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ นั ท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน รวม ระดับ มสี ว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชอื่ – สกุล ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายวีรยุทธ พงศพ์ ชั ร ซักถาม (4) 2 นายจารุวัฒน์ แซ่ซิว (4) (4) 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยิ่ง 5 นายสุรตั น์ แซเ่ หอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ตะ๊ 11 นางสาวภูมณิ ัฐดา ธนสธิ เทพธิฤทธิ์ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซท่ ่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชิราภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหม่จี ู แซเ่ หมา 18 นางสาววิชดุ า แซ่เฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมั่นพฒั นาการ ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ...................../..................../................... เกณฑก์ ารให้คะแนนดงั ตารางแนบท้าย เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดังน้ี ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมิน 14-16 ดีมาก นกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึ้นไป ถือวา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/4 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ความตง้ั ใจ ความสนใจ การตอบ มีส่วนร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายนรวิชญ์ จนั ตะ๊ นาเขต ซกั ถาม (4) 2 นายสุวนิ ัย ไชยชนะ (4) (4) 3 นายขจรเกียรติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐิติกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปิยะวัฒน์ ผะกา่ คาแหลง 10 นายศาศวตั พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวฒุ ิ จอมลนุ 13 นายวชั รพงค์ มลู บวั ภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่ือ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นกั เรยี นท่ไี ด้ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึน้ ไป ถือว่า ผา่ น

เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบุคคล ประเด็นการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรงุ (1) 1. ความตั้งใจใน การเรียน สนใจในการเรียนไมค่ ยุ สนใจในการเรียนคุยกนั สนใจในการเรียนคุยกนั ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกันในขณะเรยี น เล็กน้อยในขณะเรยี น และเลน่ กันในขณะเรยี น คยุ และเล่นกนั ในขณะ และการซกั ถาม เปน็ บางครง้ั เรยี น 3. การตอบ คาถาม มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ีตนไม่ มีการถามในหัวขอ้ ท่ีตน มีการถามในหวั ขอ้ ทตี่ น ไมถ่ ามในหัวข้อทีต่ น 4. มสี ่วนร่วมใน เขา้ ใจทุกเรือ่ งและกล้า ไมเ่ ขา้ ใจเป็นสว่ นมาก ไม่เข้าใจเปน็ บางคร้งั ไมเ่ ขา้ ใจและไม่กลา้ กิจกรรม แสดงออก และกลา้ แสดงออก และไม่คอ่ ยกลา้ แสดงออก แสดงออก รว่ มตอบคาถามในเรือ่ งที่ รว่ มตอบคาถามในเร่อื ง รว่ มตอบคาถามในเรื่อง ไม่ตอบคาถาม ครถู ามและตอบคาถามถูก ทีค่ รถู ามและตอบ ทคี่ รูถามเปน็ บางครัง้ ทกุ ข้อ คาถามสว่ นมากถูก และตอบคาถามถกู เป็น บางคร้ัง ร่วมมือและช่วยเหลือ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และชว่ ยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ เพื่อนในการทากจิ กรรม เพอ่ื นเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพอื่ นในการทากิจกรรม ในขณะทากิจกรรม การทากจิ กรรม เปน็ บางครั้ง

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดบั ชื่อ – สกุล การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ (4) (4) (4) 1 นายไทยทศั น์ ภนู สวุ รรณ์ 2 นายพีระพฒั น์ เจงิ ชยั ภมู ิ 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรัชชานนท์ เมธีสทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปรษิ ญา ประสทิ ธิ์ 6 นางสาวพัทธธ์ ีรา ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พุทธวงค์ 8 นางสาวณัฐณิชา ปญั ญาอน่ิ แก้ว 9 นางสาวณัฐธดิ า สทุ ธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรตั น์ 11 นางสาวมณฑติ า บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจิรา ศรอี อ่ น 13 นางสาวจริญาภรณ์ กมุ กัน 14 นางสาวชญานิศ วงคจ์ ักร 15 นางสาวสุดารัตน์ วชิ า 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปัญญาสุ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ...................../..................../................... ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดับ ชอ่ื – สกุล การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลุ่ม (16) คุณภาพ ท่กี าหนด ติดตอ่ สอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายชยั ภัส พาลพล 2 นายกิตติพงษ์ ธรรมวงค์ 3 นายประสพโชค แซล่ ี 4 นายธัชนนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธัช เปรมทอง 6 นายธรี ภทั ร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วงิ่ พิมาย 9 นายวราวุธ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงอ่อน 13 นางสาว เอ้ือองั กรู หลใี จ 14 นางสาวจริ ภญิ ญา ปัญญาอน่ิ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมอื งมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐติ พิ ร บุญแกว้ 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ กอ้ นศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชิรญา ทา่ ล้อ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชื่อ................................................................ผู้ประเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทไี่ ด้ระดับคณุ ภาพพอใชข้ ้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนร้วู นั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดบั ช่อื – สกลุ การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรือ่ ง การ พฤติกรรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทกี่ าหนด ตดิ ตอ่ สอื่ สาร (4) (4) (4) 1 นายวรี ยทุ ธ พงศพ์ ัชร 2 นายจารวุ ัฒน์ แซ่ซิว 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยงิ่ 5 นายสรุ ตั น์ แซ่เห้อ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณติ า ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ต๊ะ 11 นางสาวภมู ิณฐั ดา ธนสธิ เทพธิฤทธ์ิ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณิชกมล แซ่ท่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมี่จู แซเ่ หมา 18 นางสาววชิ ดุ า แซเ่ ฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมัน่ พัฒนาการ เกณฑ์การให้คะแนนดังตารางแนบท้าย ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ด้ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป ถือว่า ผ่าน

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/4 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดับ ชื่อ – สกลุ การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายนรวิชญ์ จันตะ๊ นาเขต 2 นายสุวินยั ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขนั ธพันธ์ 4 นายจักรพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐติ ิกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปยิ ะวฒั น์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวตั พลยุทธศาสตร์ 11 นายสภุ ทั ร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวุฒิ จอมลนุ 13 นายวัชรพงค์ มลู บัวภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ...................../..................../................... ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายกลุม่ ประเดน็ การ เกณฑก์ ารให้คะแนน ประเมนิ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ตอ้ งปรบั ปรุง (1) 1. การ ปฏิสัมพนั ธ์กัน ร่วมมอื และชว่ ยเหลือเพ่ือน รว่ มมือและช่วยเหลอื ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื ไม่ใหค้ วามรว่ มมือ ในขณะทากจิ กรรม 2. การสนทนา ในการทากิจกรรม เพื่อนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพ่อื นในการทากิจกรรม เร่อื งทีก่ าหนด สนทนาไมต่ รงประเดน็ การทากจิ กรรม เป็นบางคร้ัง 3. การ ไมม่ ีการปรกึ ษาครูและ ตดิ ตอ่ ส่อื สาร สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเดน็ เพือ่ นกล่มุ อนื่ ๆ 4. พฤตกิ รรมการ ครอบคลมุ เนอ้ื หา ครอบคลมุ เนอ้ื หา ไม่มีการวางแผนอย่าง ทางาน เป็นระบบ และไม่มี บางส่วน การแบง่ หนา้ ท่ขี อง สมาชิกในกลมุ่ มกี ารปรกึ ษาครูและเพอื่ น มีการปรึกษาครูและ มีการปรึกษาครแู ละ กลมุ่ อ่ืน ๆ เพอ่ื นกลุ่มอ่นื ๆ เปน็ เพอื่ นกลุ่มอนื่ ๆ เป็น สว่ นใหญ่ บางครงั้ มกี ารวางแผนอยา่ งเปน็ มีการวางแผนอยา่ งเป็น มีการวางแผนอย่างเป็น ระบบ และแบ่งหน้าทขี่ อง ระบบ และแบง่ หน้าท่ี ระบบ และแบง่ หน้าที่ สมาชกิ ของสมาชกิ ของสมาชิก ในกลมุ่ ในกล่มุ เป็นสว่ นใหญ่ ในกลุ่มเปน็ บางครง้ั

แบบประเมินการนาเสนอ/อภิปรายหน้าห้อง เรอ่ื ง …………………………………………………………………………. สมาชกิ กลมุ่ ………………………………… ห้อง…………………………………… 1…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………… 2…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………… 3…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………… 4…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………… คาชแ้ี จง : ให้ทาเครอื่ งหมาย  ในชอ่ งว่างที่กาหนดให้ พฤติกรรมบง่ ชี้ รวม  ประเมินตนเอง 54321 รายการประเมิน 1. มีการวางแผนการทางาน 2. มีความพร้อมในการนาเสนอ 3. ความนา่ สนใจในการนาเสนอ 4. มีความคดิ สร้างสรรค์ 5. ประโยชน์-ความถกู ตอ้ งของงานนาเสนอ  เพือ่ นประเมนิ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ รวม รายการประเมิน 54321 1. มีการวางแผนการทางาน 2. มีความพร้อมในการนาเสนอ 3. ความนา่ สนใจในการนาเสนอ 4. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ 5. ประโยชน์-ความถกู ต้องของงานนาเสนอ เกณฑ์การประเมิน 43 21 5 ดี ปานกลาง นอ้ ย ตอ้ งปรบั ปรุง ดีมาก ลงช่อื …………….………….ผู้ประเมนิ ลงชื่อ…………….………….ผูป้ ระเมนิ (...................................................) (นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสงู )

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนหว้ ยซอ้ วทิ ยาคม รชั มังคลาภเิ ษก รายวิชา วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหสั ว31102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 หนว่ ยการเรยี นรู้ การดารงชีวิตของพชื เรื่อง การตอบสนองของพืชต่อสง่ิ เร้า เวลา 2 ช่ัวโมง สอนวนั ท่.ี ...... เดอื น....................... พ.ศ. ........ ผ้สู อน นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสงู มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วดั มาตรฐาน ว1.2 : เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธก์ ัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องอวยั วะตา่ งๆ ของพืชท่ีทางานสมั พันธก์ นั รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวช้ีวัด ม.4/12 สังเกตแลอธิบายการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าในรูปแบบต่างๆ ที่มีผลต่อการ ดารงชีวิต สาระสาคัญ การตอบสนองของพืชมีความสาคัญต่อการดารงชีวิตของพืช โดยพืชสามารถตอบสนองต่อส่ิงเร้าใน รูปแบบของการเคล่ือนไหว โดยแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า และการ ตอบสนองท่มี ีทิศทางไม่สมั พนั ธก์ ับสิง่ เร้า จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรียน เรอื่ ง การตอบสนองของพชื ตอ่ สงิ่ เร้า และผู้เรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) 1) อธิบายการตอบสนองของพชื ต่อส่ิงเร้าในรปู แบบต่างๆ ทมี่ ผี ลตอ่ การดารงชวี ิตของพืช 2. ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) 1) สังเกต จาแนกประเภทและรว่ มอภปิ รายเก่ียวกับการตอบสนองของพชื ต่อสง่ิ เรา้ 3.คุณลกั ษณะ (A) 1) มคี วามใฝ่เรยี นรู้ 2) ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและการเข้าช้ันเรียน สาระการเรยี นรู้ การตอบสนองต่อส่ิงเร้าของพืชแบ่งตามความสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าได้แก่ แบบที่มีทิศทางสัมพันธ์ กับสิ่งเร้า เช่น ดอกทานตะวันหันเข้าหาแสง ปลายรากเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก และแบบที่มีทิศทางไม่ สัมพันธ์กบั ส่ิงเร้า เช่น การหุบและการบานของดอกไม้ หรือการหบุ และกางใบของพชื บางชนดิ

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชบางอย่างส่งผลต่อการเจริญเติบโต เช่น การเจริญในทิศทางเข้าหา หรือ ตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก การเจริญเข้าหาหรือตรงข้ามกับแสง และการตอบสนองต่อการสัมผัสส่ิงเร้า สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ - ทกั ษะการสงั เกต - ทกั ษะการจาแนกประเภท - ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลมุ่ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชิ้นงาน/ภาระงาน - แบบบนั ทึกกจิ กรรม การตอบสนองของพชื ต่อส่ิงเร้า - บันทึกประสบการณ์การเรียนรเู้ รอ่ื ง การตอบสนองของพชื ตอ่ สง่ิ เร้า กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ชว่ั โมงท่ี 1-2 (120 นาที)) กิจกรรมนาส่กู ารเรียน 1) ขน้ั สร้างความสนใจ (10 นาท)ี 1.1 ครูนาเข้าสู่บทเรยี นโดยใช้คลิปวดี ีโอ เร่อื งการตอบสนองของเถาวัลย์โดยเลื้อยปกคลุมตามกาแพงหรือ หลงั คาเพือ่ กระตุ้นความสนใจ 1.2 ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างพืชชนิดอ่ืนๆท่ีรู้จักซึ่งมีการเล้ือยพันโครงสร้างต่างๆเหมือนเถาวัลย์เพ่ือนาสู่ เรอื่ งการตอบสนองของพืชต่อส่งิ เร้า กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้ 2) ขั้นสารวจและคน้ หา (40 นาที) 2.1 ครูให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างการตอบสนองของพืชท่ีนักเรียนสังเกตเห็น หรือทากิจกรรม เสนอแนะเรอื่ ง การตอบสนองของพืชต่อสิง่ เรา้ 2.2 ครูให้นักเรียนร่วมกันแบ่งกลุ่มประเภทการตอบสนองของพืชจากภาพตัวอย่างที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทงั้ อภิปรายเก่ยี วกับความสาคญั ของการตอบสนองของพืชต่อการดารงชวี ติ 2.3 ครูให้นักเรียนสืบคน้ ขอ้ มูลหรือแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ แลว้ ตรวจสอบการจัดกลมุ่ ของนักเรยี นอกี คร้ัง

3) ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (40 นาที) 3.1 ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คาถามว่า นักเรียนใช้เกณฑ์อะไรในการจัดรูปแบบการ สอบสนองของพชื 3.2 ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปรูปแบบของการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าซ่ึงแบ่งตามความสัมพันธ์กับ ทิศทางของส่ิงเร้าเป็น 2 รปู แบบ คอื แบบทมี่ ที ศิ ทางสัมพนั ธก์ บั ส่งิ เร้า และแบบทม่ี ที ศิ ทางไม่สมั พนั ธ์กับสงิ่ เรา้ กจิ กรรมรวบยอด 4) ขัน้ ขยายความรู้ (20 นาที) 4.1 ครูให้นกั เรียนตอบคาถามตรวจสอบความเขา้ ใจเพ่ือสรุปความรทู้ ่เี รียนมา 4.2 ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายและตอบคาถามท้ายบท 5) ขัน้ ประเมินผล (20 นาที) 1. ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ จาก 1. การทดสอบความรู้ (คาถามท้ายบท) 2. องคค์ วามรทู้ ี่นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มูลและจดบันทกึ 3. สรุปและอภปิ รายผลการสบื คน้ ขอ้ มลู 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ จาก 1. กระบวนการทางาน (ความรว่ มมือและมีสว่ นรว่ มในการทากิจกรรม) 2. ทกั ษะการนาเสนอผลงาน (เกีย่ วกับการตอบสนองของพชื ต่อส่งิ เร้า) 3. ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ประเมนิ จาก 1. การคดิ วิพากษ์วจิ ารณ์ การคิดอย่างมีเหตมุ ผี ล การคดิ อย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืน 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝ่หา 4. การแสดงออกถึงความคดิ เหน็ 5. ความรบั ผิดชอบ สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 2. ส่อื คลปิ วีดโี อ เกย่ี วกับการเล้อื ยของเถาวัลย์ 3. ส่ือนาเสนอ Power Point เรอ่ื งการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเรา้ 4. ภาพการตอบสนองของพชื ตอ่ สงิ่ เร้ารปู แบบตา่ งๆ 5. ฐานข้อมลู จาก internet/ คลังสอ่ื DLIT


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook